﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:03.260

2
00:00:04.006 --> 00:00:07.259
แต่ว่าสำหรับนักศึกษาเคยเจอกันหลายครั้งแล้ว

3
00:00:08.007 --> 00:00:11.259
สำหรับแต่ว่าพี่ล่ามนี่ครั้งแรก สำหรับที่ใช้วิธีการนี้

4
00:00:12.018 --> 00:00:16.018
ทีนี้อาทิตย์ที่แล้ว

5
00:00:16.019 --> 00:00:19.259
แล้วก็ครั้งแรกด้วยที่ใช้วิธีการนี้

6
00:00:20.019 --> 00:00:23.259
ทีนี้อาทิตย์ที่แล้วนะคะ เราได้...

7
00:00:24.020 --> 00:00:27.259
ถ้าอาจารย์พิเชนท์มา

8
00:00:28.021 --> 00:00:32.021

9
00:00:32.023 --> 00:00:35.259
ค่ะ มาแล้วค่ะ เพิ่งเริ่ม

10
00:00:36.024 --> 00:00:39.259

11
00:00:40.025 --> 00:00:43.259
นักศึกษาดู

12
00:00:44.026 --> 00:00:48.026
อันนี้ คือ ร่าม นักเรียน อาจารย์

13
00:00:48.028 --> 00:00:51.259
ตัวเอกสารนะคะ Powerpoint

14
00:00:52.029 --> 00:00:55.259
นะคะ พี่ล่ามเห็นด้วยอยู่ไหมคะ

15
00:00:56.030 --> 00:00:59.261
เห็นนะคะ (ล่าม) เห็นค่ะ (อาจารย์)

16
00:01:00.030 --> 00:01:04.030
ค่ะ ค่ะ โอ

17
00:01:04.032 --> 00:01:07.259
อันนี้คือ... ล่าม นักเรียน

18
00:01:08.033 --> 00:01:11.259
อาจารย์

19
00:01:12.034 --> 00:01:15.259

20
00:01:16.036 --> 00:01:20.036
ได้ค่ะ อันแรกที่ใช้ก็จะงง ๆ หน่อยนะ

21
00:01:20.038 --> 00:01:23.259

22
00:01:24.040 --> 00:01:27.259
อ๋อ

23
00:01:28.040 --> 00:01:31.259
ค่ะ ค่ะ

24
00:01:32.041 --> 00:01:36.041
อาทิตย์ที่แล้วอาจารย์ให้อธิบาย

25
00:01:36.042 --> 00:01:39.273
โอ.เค. ค่ะ

26
00:01:40.043 --> 00:01:43.259
เอาไว้ ค่ะ ได้ค่ะ เพราะว่าครั้งแรก

27
00:01:44.044 --> 00:01:47.260
ที่ใช้นะคะ อาจจะยังงง ๆ อยู่นะคะ

28
00:01:48.046 --> 00:01:52.046
ทีนี้ ที่อาจารย์ให้นักศึกษาดูแต่ละมา

29
00:01:52.047 --> 00:01:55.259
นักศึกษาก็ใครสงสัยประเด็นไหน

30
00:01:56.053 --> 00:01:59.259
นะคะ ก็สามารถสอบถามตัวต่อตัวได้เหมือนกัน

31
00:02:00.055 --> 00:02:03.259
นะคะ อาทิตย์ที่แล้วนะคะ

32
00:02:04.056 --> 00:02:08.056
มาตรา 5 เป็นความผิดในลักษณะที่ผู้ใด ใครก็ได้

33
00:02:08.058 --> 00:02:11.259
อาจารย์ได้ให้คำอธิบาย แล้วก็อธิบายความผิด

34
00:02:12.059 --> 00:02:15.259
ในส่วนของความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เบื้องต้น มาตรา

35
00:02:16.060 --> 00:02:19.259
5 มาตร 6 มาตร 7 ตามหน้าจอนี้

36
00:02:20.060 --> 00:02:24.060
มีการ ถ้าเป็นภาษาคอมก็จะ accass เข้าถึง

37
00:02:24.062 --> 00:02:27.260
นะคะ ทีนี้

38
00:02:28.063 --> 00:02:31.259
ที่อาจารย์ให้นักศึกษาดูนะคะ ว่าลักษณะ

39
00:02:32.064 --> 00:02:35.259
ความผิดแต่ละมาตรา ความผิดแต่ละมาตรา

40
00:02:36.064 --> 00:02:40.064
เข้าถึง คอมพิวเตอร์ของคนอื่นโดยที่ตัวเรา

41
00:02:40.065 --> 00:02:43.259
มันก็จะแตกต่างกันนะคะ อย่างมาตรา 5 นี่

42
00:02:44.065 --> 00:02:47.259
เป็นความผิดลักษณะไหน มาตรา 5 เป็นความผิด

43
00:02:48.065 --> 00:02:51.260
ในลักษณะที่ผู้ใด ก็คือใครก็ได้

44
00:02:52.065 --> 00:02:56.065
นะคะ หมายความว่าอะไรบ้าง โดยเฉพาะ

45
00:02:56.067 --> 00:02:59.259
จะเป็นใครก็ได้ เข้าถึง มีการ

46
00:03:00.068 --> 00:03:03.259
เข้าถึงนะคะ คำว่าเข้าถึงในที่นี้คืออะไร

47
00:03:04.078 --> 00:03:07.260
ก็คือมีการ ถ้าเป็นภาษาคอม ก็คือมีการ Access

48
00:03:08.087 --> 00:03:12.087
หมายเลข 8 อยากลองเล่นดู

49
00:03:12.088 --> 00:03:15.260
ใช่ไหม เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

50
00:03:16.088 --> 00:03:19.259
ของบุคคลอื่นโดยไม่ได้

51
00:03:20.089 --> 00:03:23.259
รับอนุญาต ถูกต้องไหมคะ ดังนั้นนี่ถ้า

52
00:03:24.091 --> 00:03:28.091
ที่เป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่เป็นระบบของเรา

53
00:03:28.093 --> 00:03:31.259
มีการเข้าถึงคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่น

54
00:03:32.094 --> 00:03:35.259
โดยที่เป็นอย่างไรคะ ตัวเอาไม่ได้อนุญาตให้เขา

55
00:03:36.096 --> 00:03:39.259
เข้าได้ คนที่เขาเข้ามาสู่ระบบคอมพิวเตอร์

56
00:03:40.097 --> 00:03:44.097
ที่เราเรียนมา ระบบคอมพิวเตอร์ตามภาษาคอมพิวเตอร์ที่เราได้ศึกษา

57
00:03:44.097 --> 00:03:47.259
ของเรามีความผิดไหมคะ มีความผิด แต่ทีนี้

58
00:03:48.098 --> 00:03:51.260
ระบบคอมพิวเตอร์นะคะ หมายความว่าอะไรบ้าง

59
00:03:52.099 --> 00:03:55.259
เฉพาะคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

60
00:03:56.101 --> 00:04:00.101
อธิบายให้อาจารย์ฟังหน่อยระบบคอมพิวเตอร์ตาม

61
00:04:00.102 --> 00:04:03.263

62
00:04:04.103 --> 00:04:07.259
เอาหมายเลขอะไรดี ตอบอาจารย์หน่อย

63
00:04:08.105 --> 00:04:11.259
เอาหมายเลข

64
00:04:12.105 --> 00:04:16.105
นักศึกษาดูตามเอกสาร อาจารย์บอกว่ามันเหมือน

65
00:04:16.106 --> 00:04:19.259
หมายเลข 8 อยากลองเล่นดู

66
00:04:20.107 --> 00:04:23.259
ระบบคอมพิวเตอร์

67
00:04:24.107 --> 00:04:27.259
ระบบคอมพิวเตอร์มีอะไรบ้างเอ่ย

68
00:04:28.108 --> 00:04:32.108
มีลักษณะที่เหมือนซอฟต์แวร์ใช่ไหม ไม่ใช่

69
00:04:32.110 --> 00:04:35.259
ที่เป็นระบบคอมพิวเตอร์ตามความเข้าใจของเรา

70
00:04:36.111 --> 00:04:39.260

71
00:04:40.112 --> 00:04:43.260
มีอะไรบ้างลูก

72
00:04:44.114 --> 00:04:48.114
มัน คือ กระบวนการไหนลูก มันควรมีหน้าตา

73
00:04:48.115 --> 00:04:51.259
เฉพาะคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะนี้ไหมครับ

74
00:04:52.115 --> 00:04:55.260
ที่เราเรียนมา ระบบคอมพิวเตอร์

75
00:04:56.117 --> 00:04:59.259
ตามภาษาคอมพิวเตอร์ที่เราได้ศึกษา

76
00:05:00.124 --> 00:05:04.124
ยังอยู่หมายเลข 8 อยู่นะลูก

77
00:05:04.126 --> 00:05:07.260
มันคืออะไรบ้างเอ่ย

78
00:05:08.126 --> 00:05:11.260

79
00:05:12.128 --> 00:05:15.260
อธิบายให้อาจารย์ฟังหน่อย ระบบคอมพิวเตอร์

80
00:05:16.129 --> 00:05:20.129
ระบบคอมพิวเตอร์ นี่ค่ะ

81
00:05:20.131 --> 00:05:23.260
ตามความเข้าใจของเราเลย

82
00:05:24.142 --> 00:05:27.260
(ล่าม) เขาบอกว่ามีข่าว

83
00:05:28.143 --> 00:05:31.259
มีข้อมูลต่าง ๆ

84
00:05:32.144 --> 00:05:36.144
(ล่าม) เขาบอกว่าอย่างเดีย

85
00:05:36.146 --> 00:05:39.260
(อาจารย์) ระบบคอมพิวเตอร์ นักศึกษาดูตามเอกสารขอ

86
00:05:40.146 --> 00:05:43.260
มันมีลักษณะเป็นเหมือนฮาดแวร์

87
00:05:44.148 --> 00:05:47.260
คอมพิวเตอร์ตั้งโต้ะ

88
00:05:48.148 --> 00:05:52.148
(ล่าม) เขาบอกว่าใช่ครั

89
00:05:52.150 --> 00:05:55.259
ทีนี้สิ่งที่นักศึกษาบอกว่าเป็นอะไรนะ มันเป็นข่าว

90
00:05:56.152 --> 00:05:59.260
ตัวนั้นจะมีลักษณะเป็นเหมือน Software หรือเปล่า

91
00:06:00.152 --> 00:06:03.260
ที่เราได้เรียนมา

92
00:06:04.157 --> 00:06:08.157
อย่างนี้หรือเปล่าคะ

93
00:06:08.159 --> 00:06:11.260
ไอ้ตัวระบบคอมพิวเตอร์

94
00:06:12.172 --> 00:06:15.260
คำว่าจะต้อง Access เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

95
00:06:16.172 --> 00:06:19.260
มันคือกระบวนการไหนลู

96
00:06:20.173 --> 00:06:24.173
คือ อะไร เพราะตอนนี้อาจารย์จบนิติศาสตร์นะคะ อาจารย์ไม่ค่อยเข้าใจ

97
00:06:24.175 --> 00:06:27.260
มันคือระบบคอมพิวเตอร์ที่หน้าตาอย่างไร

98
00:06:28.176 --> 00:06:31.259
ยากไปไหม

99
00:06:32.177 --> 00:06:35.260

100
00:06:36.178 --> 00:06:40.178
(ล่าม) เขาวบอกว่ายังคงเป็น

101
00:06:40.180 --> 00:06:43.260
มีอะไรบ้างครับ ยังอยู่หมายเลข 8 อยู่นะลูก

102
00:06:44.181 --> 00:06:47.260
ไหนเพื่อนคนอื่น

103
00:06:48.181 --> 00:06:51.259
ช่วยตอบหน่อย อะไรดี

104
00:06:52.191 --> 00:06:56.191
ตบมือให้เพื่อนหน่อยนะคะ เพื่อนตอบถูก

105
00:06:56.193 --> 00:06:59.260
23

106
00:07:00.194 --> 00:07:03.260

107
00:07:04.194 --> 00:07:07.259
ระบบคอมพิวเตอร์ ๆ

108
00:07:08.194 --> 00:07:12.194
ได้ศึกษามามันจะต้องมีการเชื่อมโยงเครือข่าย

109
00:07:12.195 --> 00:07:15.259
อาจารย์ยกตัวอย่างว่า นี่ค่ะ มันเป็น

110
00:07:16.197 --> 00:07:19.260
คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะอย่างเดียวไหม

111
00:07:20.197 --> 00:07:23.260

112
00:07:24.198 --> 00:07:28.198
ใช้งานไม่ได้ ถ้ามีคนเข้าระบบไปงัดไปแงะอย่างนี้จะผิดระบบคอมพิวเตอร์

113
00:07:28.200 --> 00:07:31.260
(ล่าม) เขาบอกว่าอย่างเดียว

114
00:07:32.201 --> 00:07:35.260
ครับ แล้วถ้าเรามีโทรศัพท์มือถือ

115
00:07:36.202 --> 00:07:39.260
ใช่หรือเปล่า

116
00:07:40.203 --> 00:07:44.203
แต่ไม่ได้เสียบปลั๊กเลยนะลูก

117
00:07:44.204 --> 00:07:47.260
(ล่าม) ใช่ครับ โทรศัพท์ก็ใช่ครับ

118
00:07:48.204 --> 00:07:51.260
(อาจารย์) โทรศัพท์ก็ใช่ครับ

119
00:07:52.212 --> 00:07:55.260
(ล่าม) เขาบอกโทรศัพท์ต้องเป็นอินเทอร์เน็ตน่ะครับ (อาจารย์)

120
00:07:56.220 --> 00:08:00.220
วางอยู่เขาก็ไปงัดไปแงะ ถามว่ามันเป็นการ accass เข้าคอมพิวเตอร์

121
00:08:00.222 --> 00:08:03.260
จะต้องมีระบบเชื่อมโยงเครือข่าย

122
00:08:04.235 --> 00:08:07.260
อย่างนี้หรือเปล่าคะ

123
00:08:08.236 --> 00:08:11.260
(ล่าม) ใช่ ๆ ๆ ครับ (อาจารย์) อ๋อ

124
00:08:12.236 --> 00:08:16.236
(ล่าม) เขาตอบ... มีครับ ๆ

125
00:08:16.236 --> 00:08:19.260
ถ้าตามสิ่งที่เราได้ศึกษามา

126
00:08:20.237 --> 00:08:23.260
ในสาขาคอมพิวเตอร์นี่ คำว่า

127
00:08:24.239 --> 00:08:27.260
ระบบคอมพิวเตอร์คืออะไร เพราะตอนนี้อาจารย์

128
00:08:28.239 --> 00:08:32.239
(อาจารย์) ผิดไหม

129
00:08:32.241 --> 00:08:35.260
จบนิติศาสตร์นะคะ ก็จะไม่เข้าใจอย่างชัดเจน

130
00:08:36.242 --> 00:08:39.267
เท่าไหร่ ช่วยอธิบายอาจารย์หน่อย

131
00:08:40.242 --> 00:08:43.260

132
00:08:44.244 --> 00:08:48.244
(อาจารย์) เพื่อนบอกว่าในตัวนี้มัน

133
00:08:48.246 --> 00:08:51.273

134
00:08:52.247 --> 00:08:55.260

135
00:08:56.249 --> 00:08:59.260
(ล่าม) เขาบอกว่ายังเป็นคอมพิวเตอร์ PC อย่างเดียว

136
00:09:00.252 --> 00:09:04.252
กรณีที่อาจารย์บอก

137
00:09:04.253 --> 00:09:08.253
โทรศัพท์ได้ อีเมลก็เหมือนกัน ที่สำคัญ

138
00:09:08.254 --> 00:09:12.254
จะต้องมีอินเทอร์เน็ต (อาจารย์) โอ.เค.

139
00:09:12.254 --> 00:09:16.254
ปรบมือให้เพื่อนหน่อยนะคะ เพื่อนตอบถูกนะคะ

140
00:09:16.256 --> 00:09:20.256
เลยนะคะ เห็นไหมมัน คือื ความแตกต่างนะคะ

141
00:09:20.256 --> 00:09:24.256

142
00:09:24.256 --> 00:09:28.256
แสดงว่าในระบบคอมพิวเตอร์

143
00:09:28.257 --> 00:09:32.257
นะคะ ที่เราได้ศึกษามา มันจะต้องมีการ

144
00:09:32.259 --> 00:09:36.259
นะคะ แต่ถ้าเราไม่ได้เสียงปลั๊กเลย คอมมันพังอยู่แล้วมีคนไปงัดไปแงะ

145
00:09:36.267 --> 00:09:40.260
เชื่อมโยงใช่ไหมคะ ทางอินเทอร์เน็ตทาง

146
00:09:40.273 --> 00:09:44.260
ระบบเครือข่าย ที่สามารถออนไลน์ได้ด้วย

147
00:09:44.280 --> 00:09:48.260
ถ้าเป็นแค่คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

148
00:09:48.281 --> 00:09:52.281
นะคะ แต่มันไม่ได้ผิด พรบ. คอมพิวเตอร์ที่กำลังศึกษาอยู่ตรงนี้นะคะ

149
00:09:52.282 --> 00:09:56.260
แต่ไม่เสียบปลั๊ก ใช้งานไม่ได้

150
00:09:56.283 --> 00:10:00.260
ถ้ามีคนเข้าระบบไปงัดไปแงะ

151
00:10:00.286 --> 00:10:04.260
อย่างนี้ จะผิด พรบ. คอมพิวเตอร์ไหม

152
00:10:04.286 --> 00:10:08.286
ไหนต่อดีนะ

153
00:10:08.287 --> 00:10:12.264
อาจารย์ยกตัวอย่างคือ คอมพิวเตอร์

154
00:10:12.287 --> 00:10:16.260
ตั้งโต๊ะนี่ล่ะค่ะ ไม่ได้เสียบปลั๊กเลยนะ

155
00:10:16.289 --> 00:10:20.260
ไม่ได้เสียบปลั๊กเลยนะลูก เหมือนเป็นค

156
00:10:20.290 --> 00:10:24.290
asscss เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

157
00:10:24.291 --> 00:10:28.260
คอมฯ ที่มันพัง

158
00:10:28.292 --> 00:10:32.261
วางอยู่แล้วก็มีไอ้ตัว

159
00:10:32.293 --> 00:10:36.261
CPU วางอยู่ เขาก็ไปงัด ไปแงะค่ะ

160
00:10:36.294 --> 00:10:40.294
นะคะ แล้วเราก็หยิบโทรศัพท์ของใครมาก็แล้วแต่นี่

161
00:10:40.294 --> 00:10:44.260
ถามว่ามันการ

162
00:10:44.295 --> 00:10:48.260

163
00:10:48.296 --> 00:10:52.261
เพื่อนตอบว่าอย่างไร

164
00:10:52.297 --> 00:10:56.297
(ร่าม) ผิดครับ (อาจารย์)

165
00:10:56.297 --> 00:11:00.260
คะ

166
00:11:00.301 --> 00:11:04.260
(ล่าม) มี ๆ ครับ

167
00:11:04.302 --> 00:11:08.260

168
00:11:08.304 --> 00:11:12.304
เข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์ของคนอื่นโดยที่

169
00:11:12.305 --> 00:11:16.260

170
00:11:16.305 --> 00:11:20.260

171
00:11:20.307 --> 00:11:24.260
(อาจารย์) ผิดไหม

172
00:11:24.307 --> 00:11:28.307
ถ้าเราเห็นโทรศัพท์ตกอยู่ที่พื้นนะคะ เราก็หยิบ

173
00:11:28.308 --> 00:11:32.263

174
00:11:32.310 --> 00:11:36.260
(ล่าม) เขาบอกว่าได้ในคอมพิวเตอร์มันมีความจำอยู่

175
00:11:36.310 --> 00:11:40.260
นะครับ (อาจารย์)

176
00:11:40.311 --> 00:11:44.311
พอเรากดเข้าไปดู เข้าไประบบคอมพิวเตอร์

177
00:11:44.312 --> 00:11:48.260

178
00:11:48.312 --> 00:11:52.260
(อาจารย์) เพื่อนบอกว่า ในตัวนี้

179
00:11:52.318 --> 00:11:56.260
มันก็ยังมีเหมือนหน่วยความจำ มี CPU ใช่ไหมคะ

180
00:11:56.318 --> 00:12:00.318
พอเราพบแล้ว เป็นของอ้นนี่

181
00:12:00.319 --> 00:12:04.260
แต่กรณีที่อาจารย์ยกตัวอย่าง ไปงัดไปแงะ

182
00:12:04.320 --> 00:12:08.260
เพื่อเอาข้อมูลออกไป โดยที่ใช้

183
00:12:08.322 --> 00:12:12.260
ระบบเครือข่ายออนไลน์ไหม

184
00:12:12.322 --> 00:12:16.322
มันเป็นความผิดแล้วหรือยัง

185
00:12:16.323 --> 00:12:20.260
ได้ใช้ไหม อาจารย์บอกแล้วไม่ได้เสียบปลั๊กเลยนะลูก

186
00:12:20.326 --> 00:12:24.260
ไม่ได้เสียบปลั๊กเลยนะคะ

187
00:12:24.326 --> 00:12:28.260
เห็นไหม นี่คือความแตกต่างนะคะ เมื่อกี้เราก็บอกว่า

188
00:12:28.328 --> 00:12:32.328
โทรศัพท์เครื่องนี้เป็นของใคร แล้วเราก็ดูว่าอันนี้เป็น

189
00:12:32.329 --> 00:12:36.260
ถ้ามันจะเป็นการ Access เข้าคอมพิวเตอร์ได้

190
00:12:36.329 --> 00:12:40.260
ของการเชื่อมต่อออนไลน์ใช่ไหมคะ มันถึงจะผิด พรบ.

191
00:12:40.329 --> 00:12:44.260
คอมพิวเตอร์นะคะ แต่ถ้าเราไม่ได้เสียบปลั๊กเลย

192
00:12:44.329 --> 00:12:48.329
(ร่าม

193
00:12:48.331 --> 00:12:52.260
คอมฯ มันพังอยู่นะคะ แล้วก็มีคนไปงัดไปแงะ

194
00:12:52.332 --> 00:12:56.260
แล้วก็เอาอุปกรณ์ไป อันนี้

195
00:12:56.334 --> 00:13:00.260
มันจะผิดกฎหมายอาญา คือลักทรัพย์

196
00:13:00.334 --> 00:13:04.334
เพราะเรากลัวความผิด แต่โจ้

197
00:13:04.335 --> 00:13:08.260
นะคะ แต่มันยังไม่ได้ผิด

198
00:13:08.337 --> 00:13:12.260
พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ หรือกฎหมายคอมพิวเตอร์

199
00:13:12.338 --> 00:13:16.260
โอ.เค. นะคะ แต่ถือว่าเพื่อน

200
00:13:16.339 --> 00:13:20.339
โจ้อยากจะเอาของ โทรศัพท์ไปคืนเพื่อน

201
00:13:20.339 --> 00:13:24.261
มีความเข้าใจนะคะ มีความเข้าใจ

202
00:13:24.344 --> 00:13:28.261
ไปหมายเลขไหนต่อดีนะ

203
00:13:28.344 --> 00:13:32.260

204
00:13:32.345 --> 00:13:36.345
ดีหรือไม่ดี

205
00:13:36.345 --> 00:13:40.260
คุณโจโจ้นะคะ คุณโจโจ้

206
00:13:40.347 --> 00:13:44.260
เมื่อกี้ที่อาจารย์ยกตัวอย่างว่า ถ้า

207
00:13:44.347 --> 00:13:48.260
จะต้องมีการ Access เข้า

208
00:13:48.348 --> 00:13:52.348
ไหนเดี๋ยวหมายเลขอื่น ช่วยหน่อยค่ะ

209
00:13:52.348 --> 00:13:56.261
สู่ระบบคอมพิวเตอร์ใช่ไหมคะ ต้องมีการออนไลน์

210
00:13:56.348 --> 00:14:00.261
ถ้าโทรศัพท์เมื่อกี้ที่อาจารย์ยกตัวอย่าง

211
00:14:00.350 --> 00:14:04.260
โทรศัพท์ โทรศัพท์วางอยู่บนโต๊ะ

212
00:14:04.350 --> 00:14:08.350
เด็กหูใช่ไหมคะ 12

213
00:14:08.351 --> 00:14:12.261
นะคะ แล้วเราก็

214
00:14:12.352 --> 00:14:16.260
หยิบโทรศัพท์ของใครก็ไม่รู้ล่ะ กดเข้าไป

215
00:14:16.353 --> 00:14:20.260
กดเข้าไปดู อย่างนี้ผิด พรบ.

216
00:14:20.354 --> 00:14:24.354
ตกอยู่นะคะ กรณีแรกหยิบขึ้นมาเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อหาเจ้าของ

217
00:14:24.355 --> 00:14:28.260
คอมไหมคะ ผิดกฎหมายคอมพิวเตอร์ไหม

218
00:14:28.355 --> 00:14:32.260

219
00:14:32.369 --> 00:14:36.261
(ล่าม) ผิดครับ (อาจารย์) ที่ผิดเพราะอะไรครับ

220
00:14:36.370 --> 00:14:40.370
แล้วก็กดค่ะ เข้าไปดูว่าเป็นของใครก็จริง แล้วเก็บเข้ากระเป๋าตัวเอง

221
00:14:40.371 --> 00:14:44.260
ทราบไหมคะ

222
00:14:44.372 --> 00:14:48.261
(ล่าม) ก็เราแอบเข้าไปน่ะครับ

223
00:14:48.373 --> 00:14:52.261
(อาจารย์) เข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์

224
00:14:52.374 --> 00:14:56.374
(ล่าม)หาเจ้าของค่ะ หาเจ้าของเป็นเจตนาดีค่ะ

225
00:14:56.376 --> 00:15:00.260
ของคนอื่นใช่ไหมคะ โดยที่บุคคลนั้นอนุญาตไหม

226
00:15:00.376 --> 00:15:04.260
อนุญาต ไม่ได้อนุญาต

227
00:15:04.376 --> 00:15:08.260
ใช่ไหมคะ ทีนี้อาทิตย์ที่แล้ว

228
00:15:08.377 --> 00:15:12.377
ผิดหรือไม่ผิดคะ

229
00:15:12.378 --> 00:15:16.260
อาจารย์ยกตัวอย่างแล้วล่ะ ถ้าเราเห็นโทรศัพท์

230
00:15:16.384 --> 00:15:20.260
ตกอยู่ที่พื้นนะคะ เราก็

231
00:15:20.385 --> 00:15:24.260
หยิบโทรศัพท์เครื่องนั้นขึ้นมา แล้วกดเข้าไป

232
00:15:24.387 --> 00:15:28.387
มันเป็นเจตนาดี หนู้บอกว่ามันเป็นเจตนาดี

233
00:15:28.387 --> 00:15:32.260
เพื่อที่จะไปดูว่า โทรศัพท์เครื่องนี้

234
00:15:32.388 --> 00:15:36.260
เป็นของใคร พอ

235
00:15:36.390 --> 00:15:40.261
เรากดเข้าไปดูข้อมูล

236
00:15:40.390 --> 00:15:44.390
ผิดไหมลูก

237
00:15:44.392 --> 00:15:48.260
เข้าไปดูในระบบคอมพิวเตอร์ และเข้าไปดู

238
00:15:48.393 --> 00:15:52.261
ว่าเป็นของใคร

239
00:15:52.393 --> 00:15:56.261
พอเราพบแล้ว ว่ามันเป็นของอ้นนี่

240
00:15:56.403 --> 00:16:00.403
(อาจารย์) เดี๋ยวยังอยู่กรณีนี้อยู่นะคะ

241
00:16:00.403 --> 00:16:04.261
เพื่อนเรา เราก็เอาโทรศัพท์เครื่องนั้

242
00:16:04.404 --> 00:16:08.261
ไปคืนอ้น ถามว่ายังมี

243
00:16:08.406 --> 00:16:12.260
ผิดตามกฎหมายนี้อยู่ไหมคะ

244
00:16:12.408 --> 00:16:16.408
ไปเก็บอยากจะเอาไปคืนเขา จำเป็นต้องกดเข้าไปดู

245
00:16:16.408 --> 00:16:20.260
มันเป็นความผิดแล้วหรือยัง

246
00:16:20.409 --> 00:16:24.260
โจโจ้เก็บได้

247
00:16:24.409 --> 00:16:28.261
โจโจ้เก็บได้ แล้วโจโจ้ก็เข้ามือถือ

248
00:16:28.410 --> 00:16:32.410
แต่มันก็ยังผิดอยู่ดีอย่างนี้ถูกต้องไหมคะ

249
00:16:32.410 --> 00:16:36.261
เขา เข้าไปดูข้อมูล เข้าไปดูเบอร์โทร

250
00:16:36.412 --> 00:16:40.260
เพื่อที่จะได้รู้ว่า โทรศัพท์เครื่องนี้เป็นของใคร

251
00:16:40.412 --> 00:16:44.260
เป็นของใคร โจ้ก็เอาไปคืนเพื่อน

252
00:16:44.414 --> 00:16:48.414
ต่างจากกรณีที่เพื่อนอธิบาย มีใครเห็นด้วยไหมคะ

253
00:16:48.414 --> 00:16:52.273
ถามว่าเป็นความผิดไหม

254
00:16:52.415 --> 00:16:56.261
ผิดไหมคะ โจ้

255
00:16:56.416 --> 00:17:00.261

256
00:17:00.416 --> 00:17:04.416
คอมไม่ขึ้นหรอ ค้างหรอคะ อะไรนะเพื่อนไม่เปิด

257
00:17:04.417 --> 00:17:08.260

258
00:17:08.421 --> 00:17:12.260
(ล่าม) ก็ยังผิดอยู่นะครับ (อาจารย์) แสดง

259
00:17:12.422 --> 00:17:16.261
ว่าต่อไปนี้เราเจอโทรศัพท์ใครเราก็ไม่กล้าหยิบเลยสิ

260
00:17:16.437 --> 00:17:20.437
เอา 28 ก็ได้นะ

261
00:17:20.438 --> 00:17:24.261
เพราะเรากลัวความผิด

262
00:17:24.439 --> 00:17:28.261
แต่โจ้มีเจตนาอย่างไรลูก

263
00:17:28.446 --> 00:17:32.260
โจ้เก็บโทรศัพท์เขามาดู

264
00:17:32.452 --> 00:17:36.452

265
00:17:36.452 --> 00:17:40.261
โจ้มีเจตนาดีไหมคะ

266
00:17:40.456 --> 00:17:44.260
โจ้

267
00:17:44.458 --> 00:17:48.260
อยากจะเอาของ คือโทรศัพท์ไปคืนเพื่อน

268
00:17:48.459 --> 00:17:52.459
โอ.เค. เปิดแมสไหมลูก

269
00:17:52.459 --> 00:17:56.261
กับอีกอันหนึ่ง

270
00:17:56.460 --> 00:18:00.260
โจ้เห็นโทรศัพท์อยู่ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาใส่กระเป๋าตัวเอง

271
00:18:00.461 --> 00:18:04.260
อันนี้เจตนาดีหรือไม่ดี

272
00:18:04.463 --> 00:18:08.463
เข้าใจไหมคะ เมื่อกี้ หรือยังไม่ได้เข้าไปดู

273
00:18:08.463 --> 00:18:12.261

274
00:18:12.464 --> 00:18:16.261
โจ้ ตอบหน่อยสิลูก (ล่าม) ใช่ ๆ

275
00:18:16.464 --> 00:18:20.261
อันนี้คิดไม่ดีครับ (อาจารย์)

276
00:18:20.465 --> 00:18:24.465
เข้าไปดูว่ามันเป็นของใคร มีเบอร์โทรไหม มีรูปไหม อย่างนี้ถามว่ามันผิดไหม

277
00:18:24.467 --> 00:18:28.260
แสดงว่าอะไร ไหน เดี๋ยว

278
00:18:28.468 --> 00:18:32.261
หมายเลขอื่นช่วยหน่อยค่ะ

279
00:18:32.469 --> 00:18:36.260
ตอนนี้อยากให้เด็กหูฯ

280
00:18:36.471 --> 00:18:40.471
แต่ถ้าเราเอาโทรศัพท์ขึ้นมาดูเฉย ๆ ก็คงไม่รู้ว่ามันเป็นของใคร

281
00:18:40.472 --> 00:18:44.260
กำลังมองว่ามีหมายเลขอะไรบ้าง

282
00:18:44.472 --> 00:18:48.260
12

283
00:18:48.472 --> 00:18:52.261
เด็กหูฯ ใช่ไหมคะ 12

284
00:18:52.478 --> 00:18:56.478
ไปให้เขาก็ได้ครับ (อาจารย์) คุยอย่างไรน่ะ

285
00:18:56.480 --> 00:19:00.269
เมื่อกี้

286
00:19:00.480 --> 00:19:04.260
ที่อาจารย์ถามว่า ถ้า

287
00:19:04.481 --> 00:19:08.260
เราเห็นโทรศัพท์ตกอยู่นะคะ

288
00:19:08.482 --> 00:19:12.482
ใช่ไหม จริง ๆ อยากคืนอยู่แต่เราไม่กล้าที่จะเข้า

289
00:19:12.483 --> 00:19:16.261
กรณีแรก หยิบเข้ามาเข้าสู่ระบบ

290
00:19:16.484 --> 00:19:20.261
คอมพิวเตอร์ เพื่อที่จะหาเจ้าของ และเพื่อ

291
00:19:20.495 --> 00:19:24.261
เอาโทรศัพท์นี้ไปคืนเขา กับอีกกรณีหนึ่ง

292
00:19:24.497 --> 00:19:28.497
(ล่าม) ใช่ ๆ กลัวครับ (อาจารย์) อาจารย์ว่า

293
00:19:28.498 --> 00:19:32.261
หยิบขึ้นมา แล้วก็กดค่ะ เข้าไป

294
00:19:32.499 --> 00:19:36.261
ดูว่าเป็นของใครก็จริง แต่เก็บเข้ากระเป๋าตัวเอง

295
00:19:36.501 --> 00:19:40.261
อันไหนเจตนาดี

296
00:19:40.503 --> 00:19:44.503

297
00:19:44.505 --> 00:19:48.261
กรณีแรกหรือกรณีที่ 2

298
00:19:48.506 --> 00:19:52.261
(ล่าม) หาเจ้าของค่ะ

299
00:19:52.508 --> 00:19:56.261
หาเจ้าของ เป็นเจตนาดีค่ะ (อาจารย์) แสดงว่าการหาเจ้าของ

300
00:19:56.510 --> 00:20:00.510
9 ค่ะ ข้างกันข้างเพื่อน

301
00:20:00.511 --> 00:20:04.261
และถามว่า ถ้าเราเอาโทรศัพท์เขากดเข้าไปดู

302
00:20:04.511 --> 00:20:08.261
ผิดหรือไม่ผิด

303
00:20:08.512 --> 00:20:12.261
ผิดหรือไม่ผิดคะ

304
00:20:12.512 --> 00:20:16.512

305
00:20:16.513 --> 00:20:20.261

306
00:20:20.513 --> 00:20:24.261
เมื่อกี้หนูบอกว่า เห็นโทรศัพท์ตกอยู่

307
00:20:24.514 --> 00:20:28.261
หนูอยากจะเอาโทรศัพท์เครื่องนี้ไปคืนเพื่อน

308
00:20:28.515 --> 00:20:32.515
มีใคร

309
00:20:32.516 --> 00:20:36.260
หนูบอกมันเป็นเจตนาดี หนู

310
00:20:36.517 --> 00:20:40.261
กดโทรศัพท์เข้าดู โดยที่เจ้าของเขาก็ไม่รู้หร ก

311
00:20:40.517 --> 00:20:44.261
อย่างนี้ ถามว่าผิดหรือไม่ผิด

312
00:20:44.518 --> 00:20:48.518
เป็นอย่างไรเอ่ย ยังค้างอยู่เลย 1 อยากตอบไหม 1

313
00:20:48.518 --> 00:20:52.261

314
00:20:52.520 --> 00:20:56.261
ผิดไหมลูก

315
00:20:56.522 --> 00:21:00.261

316
00:21:00.523 --> 00:21:04.523
11 ไหนช่วยตอบหน่อยสิลูก นี่พูดเคสนี้ไป 3-4 รอบแล้วนะ

317
00:21:04.525 --> 00:21:08.261
ผิดค่ะ

318
00:21:08.525 --> 00:21:12.261

319
00:21:12.527 --> 00:21:16.261
(อาจารย์) เดี๋ยวยังอยู่กรณีนี้อยู่นะคะ

320
00:21:16.528 --> 00:21:20.528
เรามีเจตนาดีที่จะเอาคืนล่ะ แต่มันก็มีความจำเป็นที่ต้องกดดูน่ะ

321
00:21:20.529 --> 00:21:24.261
ใครอยาจะช่วยเพื่อนตอบ 13

322
00:21:24.530 --> 00:21:28.261
หนูเห็นว่าอย่างไร ผิดหรือไม่ผิด

323
00:21:28.530 --> 00:21:32.261

324
00:21:32.531 --> 00:21:36.531

325
00:21:36.533 --> 00:21:40.261
เห็นโทรศัพท์ตกอยู่ ไปเก็บ แต่จำเป็น

326
00:21:40.535 --> 00:21:44.261
ที่จะต้องกดเข้าไปดูค่ะ ว่าเป็นของใคร

327
00:21:44.536 --> 00:21:48.261
เข้าไปดูเอง เป็นการกระทำที่ผิดค่ะ (อาจารย์)

328
00:21:48.549 --> 00:21:52.549
มีคนอื่นอยากแชร์เพิ่มเติมไหมคะ จะเฉลย เลย

329
00:21:52.550 --> 00:21:56.261
อย่างไรหนูก็ยังมองว่า

330
00:21:56.550 --> 00:22:00.261
ถึงเรามีเจตนาดี แต่ก็ยังผิดอยู่ดี

331
00:22:00.552 --> 00:22:04.261
อย่างนี้ถูกต้องไหมคะ (ล่าม)

332
00:22:04.562 --> 00:22:08.562
อ้นเห็นว่าอย่างไรอ้น

333
00:22:08.564 --> 00:22:12.261
ใช่ค่ะ มีใครอยากตอบ

334
00:22:12.565 --> 00:22:16.261
ช่วยเพื่อนไหมเอ่ย หรือว่าใคร

335
00:22:16.566 --> 00:22:20.261
มีใครมีความเห็นต่าง จากกรณที่เพื่อนอธิบาย

336
00:22:20.567 --> 00:22:24.567
ของอ้นเปิดไม่ได้ ไม่พี่ล่ามได้ยินไหมน่ะ

337
00:22:24.568 --> 00:22:28.261
มีไหมคะ

338
00:22:28.576 --> 00:22:32.261

339
00:22:32.577 --> 00:22:36.261
29 ลูก

340
00:22:36.579 --> 00:22:40.579
โอ.เค. นะคะ ทีนี้นะคะ

341
00:22:40.579 --> 00:22:44.261

342
00:22:44.581 --> 00:22:48.261
คอมฯ ไม่ขึ้นหรือคะ ค้างหรือคะ

343
00:22:48.581 --> 00:22:52.261
อะไรนะ เพื่อนไม่เปิด

344
00:22:52.581 --> 00:22:56.581
นะคะ ถ้าเราไปหยิบขึ้นมานะคะ แล้วเราตัดสินใจแล้วว่าเรา

345
00:22:56.582 --> 00:23:00.261
หรือคะ

346
00:23:00.593 --> 00:23:04.260

347
00:23:04.593 --> 00:23:08.261
อ๋อ เอา 28 ก็ได้นะ อยู่ใกล้กัน

348
00:23:08.594 --> 00:23:12.594
แม้ว่าในตัวกฎหมายมันจะเขียนว่า เป็นอย่างไรคะ

349
00:23:12.594 --> 00:23:16.261
ขึ้นไหมคะ มันค้าง

350
00:23:16.595 --> 00:23:20.261
น่ะค่ะ

351
00:23:20.596 --> 00:23:24.261

352
00:23:24.597 --> 00:23:28.597
คำว่า "โดมมิชอบ" คือ โดยไม่ถูกกฎหมฟ

353
00:23:28.597 --> 00:23:32.261

354
00:23:32.598 --> 00:23:36.261

355
00:23:36.599 --> 00:23:40.261
เข้าได้ไหมคะ

356
00:23:40.601 --> 00:23:44.601
จะต้องมีโทษจำคุกเห็นไหมคะ 4 เดือน

357
00:23:44.602 --> 00:23:48.261
เอ่ย โอ.เค.

358
00:23:48.611 --> 00:23:52.261
เปิดแมสก์ไหมลูก

359
00:23:52.611 --> 00:23:56.261
จะได้เห็นหน้าหล่อ ๆ หน่อย

360
00:23:56.612 --> 00:24:00.612
ของบุคคลอื่น โดยที่เขาไม่ได้รับอนุญาต

361
00:24:00.613 --> 00:24:04.261
หล่อจริง

362
00:24:04.614 --> 00:24:08.261
เข้าใจไหมคะ เมื่อกี้ หรือยังไม่ได้ดู

363
00:24:08.616 --> 00:24:12.261
ก็คือถ้าเราเห็นโทรศัพท์เพื่อนตกอยู่ แต่

364
00:24:12.616 --> 00:24:16.616
องค์ประกอบ เราเรียกว่า องค์ประกอบภายนอก

365
00:24:16.617 --> 00:24:20.261
เรามีเจตนาดี ที่จะเอาโทรศัพท์ไปคืนเขา

366
00:24:20.619 --> 00:24:24.261
ก็ต้องมีความจำเป็นต้องกดเข้าสู่มือถือ

367
00:24:24.620 --> 00:24:28.261
นี่ค่ะ เข้าไปดูว่ามันเป็นของใคร มีเบอร์โทร.

368
00:24:28.622 --> 00:24:32.622
เข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ค่ะ คือมีการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์

369
00:24:32.624 --> 00:24:36.261
มีรูปไหม อย่างนี้ถามว่าผิดไหม

370
00:24:36.625 --> 00:24:40.269

371
00:24:40.626 --> 00:24:44.261
แต่เรามีเจตนาที่อยากจะเอาไปคืนเจ้าของเขานะ

372
00:24:44.626 --> 00:24:48.626
นะคะ ครบหมดเลยค่ะ แต่อะไร

373
00:24:48.627 --> 00:24:52.261
แต่ถ้าเราเอาโทรศัพท์ขึ้นมาดูเฉย ๆ

374
00:24:52.629 --> 00:24:56.261
ก็คงไม่รู้ล่ะว่ามันเป็นของใคร (ล่าม)

375
00:24:56.630 --> 00:25:00.261
เขาบอกว่าผิดครับ เขาบอกว่าเจ้าของก็โทรฯ มา

376
00:25:00.631 --> 00:25:04.631
เราก็มีเจตนาทีดีนะ ที่เราจะเอาโทรศัพท์เครื่องนี้ไปคืนเข้าของ

377
00:25:04.633 --> 00:25:08.261
เดี๋ยวเจ้าของเขาโทร. มาเดี๋ยวเรา

378
00:25:08.642 --> 00:25:12.261
คุยกัน แล้วเราค่อยเอาไปให้เขาก็ได้ครับ

379
00:25:12.653 --> 00:25:16.261
โอ.เค. แสดงว่า

380
00:25:16.654 --> 00:25:20.654
ไง เพราะคุณมีเจตนาที่จะเอาไปคืนเจ้าของไง

381
00:25:20.656 --> 00:25:24.261
เราแสดงว่า เราไม่อยากจะเข้าโทรศัพท์เลย คือ

382
00:25:24.656 --> 00:25:28.261
วางไว้เฉย ๆ เดี๋ยวเจ้าของเขาก็โทร. มาเอง

383
00:25:28.666 --> 00:25:32.261
กลัวความผิด ใช่ไหม จริง ๆ

384
00:25:32.668 --> 00:25:36.668
เก็บเข้าไปดูมือถือเขา มีเจตนาที่จะเอาไปคืน

385
00:25:36.669 --> 00:25:40.261
อยากคืนอยู่ แต่เราไม่กล้าที่จะเข้า

386
00:25:40.669 --> 00:25:44.261
แล้วก็รอให้เจ้าของโทรศัพท์มา

387
00:25:44.669 --> 00:25:48.261

388
00:25:48.670 --> 00:25:52.670
กฎหมายก็เลยมองว่า แม้จะครบองค์ประกอบถายนอกก็ตาม

389
00:25:52.672 --> 00:25:56.261
(ล่าม) ใช่ ๆ กลัวครับ

390
00:25:56.672 --> 00:26:00.261
(อาจารย์)

391
00:26:00.685 --> 00:26:04.261
อาจารย์ว่า เด็กปกติ

392
00:26:04.686 --> 00:26:08.686
ไม่เป็นความผิดตามมาตรา 5 นั่นเอง

393
00:26:08.687 --> 00:26:12.261
อยากจะแชร์ไหมลูก

394
00:26:12.688 --> 00:26:16.261
หลายคนแล้ว มีไหม ช่วยเพื่อนหน่อย

395
00:26:16.689 --> 00:26:20.261

396
00:26:20.691 --> 00:26:24.691
ครบ ใช่ไหมคะ องค์ประกอบภายนอก ก็เราหยิบโทรศัพท์เขาน่ะ

397
00:26:24.692 --> 00:26:28.261
หมายเลข

398
00:26:28.703 --> 00:26:32.271

399
00:26:32.704 --> 00:26:36.261
ค้าง 9 ค่ะ

400
00:26:36.706 --> 00:26:40.706
เอาเงินคืนเขานะ

401
00:26:40.707 --> 00:26:44.261
ข้างกัน ข้างเพื่อน

402
00:26:44.708 --> 00:26:48.261
หนูได้เปิดคอมฯ ไหม

403
00:26:48.709 --> 00:26:52.262

404
00:26:52.709 --> 00:26:56.709
ถ้าเทียงเคียงกับกฎหมายอาญา เช่น ลักทรัพย์

405
00:26:56.711 --> 00:27:00.261

406
00:27:00.712 --> 00:27:04.261

407
00:27:04.712 --> 00:27:08.261
อ๋อ ไม่คืออาจารย์อยากรู้ว่า

408
00:27:08.713 --> 00:27:12.713
ที่เขาไม่รู้ไม่เห็น ผู้นั้นมีความผิดฐานลักทรัพย์

409
00:27:12.714 --> 00:27:16.261
จะมีความคิดที่เหมือนกันหรือแตกต่างกันไหม

410
00:27:16.714 --> 00:27:20.261

411
00:27:20.726 --> 00:27:24.261
มีใครเปิดแล้วคะ มีใครเปิดแล้ว

412
00:27:24.727 --> 00:27:28.727
เพื่อนเรา เราจพได้เพราะเคสนี้เป็นสีชมพู หวานแหว๋ว

413
00:27:28.729 --> 00:27:32.261

414
00:27:32.731 --> 00:27:36.261

415
00:27:36.731 --> 00:27:40.261
เปิดหรือยังเอ่ย

416
00:27:40.732 --> 00:27:44.732
ไปจากเดิมหรือยัง เอาทรัพย์ไปหรือยัง

417
00:27:44.733 --> 00:27:48.271
ยังค้างอยู่เลย

418
00:27:48.734 --> 00:27:52.261
1 อยากตอบไหม 1

419
00:27:52.734 --> 00:27:56.261
ใช่ไหมคะ

420
00:27:56.735 --> 00:28:00.735
นี่เป็นองค์ประกอบภายนอก แต่เข้ามาดูในเจตนาภายใน

421
00:28:00.737 --> 00:28:04.261
11

422
00:28:04.738 --> 00:28:08.261
ไหนช่วยตอบหน่อยสิลูก

423
00:28:08.740 --> 00:28:12.261
นี่พูดเคสนี้ไป 3-4 รอบแล้วนะ

424
00:28:12.740 --> 00:28:16.740
ไม่เป็นความผิด ตามกฎหมายอาญาเป็นกฎหมาย

425
00:28:16.742 --> 00:28:20.261
สรุปว่าอย่างไร สรุปว่าอย่างไร หนูเห็นว่าอย่างไร

426
00:28:20.743 --> 00:28:24.261
เรามีเจตนาดีที่จะเอาไปคืนล่ะ

427
00:28:24.745 --> 00:28:28.261
แต่มันก็มีความจำเป็นที่จะต้องกดดูน่ะ อย่างนี้ผิดไหม

428
00:28:28.745 --> 00:28:32.745
คือ เจตนา ถ้าเรามีเจตนาดี

429
00:28:32.747 --> 00:28:36.261
เอ๊ะ

430
00:28:36.747 --> 00:28:40.261
ผิดครึ่งหนึ่งไม่ผิดครึ่งหนึ่ง

431
00:28:40.747 --> 00:28:44.261

432
00:28:44.748 --> 00:28:48.748
นะคะ ก็กลายเป็นความผิดสิ

433
00:28:48.750 --> 00:28:52.261

434
00:28:52.751 --> 00:28:56.261

435
00:28:56.751 --> 00:29:00.261
แบบไม่มีสิทธิ์

436
00:29:00.752 --> 00:29:04.752
มากกว่าที่ใกล้เคียงกัน ใกล้ถึงข้อมูล

437
00:29:04.754 --> 00:29:08.261
มีคนอื่นอยากแชร์เพิ่มเติมไหมคะ

438
00:29:08.755 --> 00:29:12.261
ก่อนที่จะเฉลย เฉลยเลย

439
00:29:12.757 --> 00:29:16.262
หนูก็อยากรู้ใช่ไหมคะ

440
00:29:16.757 --> 00:29:20.757
คอมพิวเตอร์นะคะ ทีนี้เรามาดู

441
00:29:20.759 --> 00:29:24.261
จริง ๆ คือยากให้แชร์กันก่อนไง

442
00:29:24.760 --> 00:29:28.261
อ้นล่ะ อ้นเห็นว่าอย่างไร อ้น

443
00:29:28.760 --> 00:29:32.261

444
00:29:32.762 --> 00:29:36.762
ก็คือ โปรแกรมต่าง ๆ ของคอมพิวเตอร์พวกซอฟต์แวร์

445
00:29:36.763 --> 00:29:40.261

446
00:29:40.764 --> 00:29:44.261
เข้าไปเพื่ออะไร อ้นนี่

447
00:29:44.765 --> 00:29:48.261
หมายเลขอะไรลูก

448
00:29:48.765 --> 00:29:52.765
คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะเสร็จปั๊บ แล้วก็แอบเข้าไปดูข้อมูลเขา

449
00:29:52.766 --> 00:29:56.261
อ๋อของอ้นเปิดไม่ได้

450
00:29:56.767 --> 00:30:00.261
(ล่าม) ไม่ได้ยินค่ะ

451
00:30:00.768 --> 00:30:04.261

452
00:30:04.768 --> 00:30:08.768
คือเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ มาตรา 5

453
00:30:08.770 --> 00:30:12.261

454
00:30:12.771 --> 00:30:16.261
โอ.เค.

455
00:30:16.773 --> 00:30:20.262
นะคะ ถ้าเป็นกรณีเมื่อกี้ที่อาจารย์บอกว่า

456
00:30:20.773 --> 00:30:24.773
ผู้ใดนะคะ ผู้ใด ร่วงรู้ระบบมาตราการป้องกัน

457
00:30:24.775 --> 00:30:28.261
เห็นโทรศัพท์นะคะ เห็นโทรศัพท์ แล้วมันตก

458
00:30:28.778 --> 00:30:32.261
อยู่ที่พื้นนะคะ ถ้าเราไปหยิบขึ้นมา

459
00:30:32.779 --> 00:30:36.261
นะคะ แล้วเราก็ตัดสินใจ

460
00:30:36.779 --> 00:30:40.779
ทำไงต่อนะคะ ล่วงรู้แล้ว นำไปเปิดเผยค่ะ

461
00:30:40.781 --> 00:30:44.261
แล้ว ว่าเรามีความตั้งใจ

462
00:30:44.782 --> 00:30:48.262
ที่จะเอาโทรศัพท์เครื่องนี้ไปคืนเจ้าของจริง ๆ

463
00:30:48.783 --> 00:30:52.261
นะคะ แม้ว่าในตัวกฎหมายนี่นะคะ

464
00:30:52.785 --> 00:30:56.785
ไปบอกต่อนะคะ นี่คอมพิวเตอร์เครื่องนี้นะมีรหัส 123456789

465
00:30:56.787 --> 00:31:00.261
เขาจะเขียนไว้เลยว่า เป็นอย่างไรคะ

466
00:31:00.787 --> 00:31:04.261
ถ้าผู้ใดมาตรา 5 นะคะ มาตรา 5

467
00:31:04.787 --> 00:31:08.262
ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบ

468
00:31:08.787 --> 00:31:12.787
ตู้ ATM ตู้ ATM นะคะ ตู้ ATM ถือเป็น

469
00:31:12.789 --> 00:31:16.261
คำว่า "โดยมิชอบ" ก็คือไม่ถูกกฎหมาย

470
00:31:16.789 --> 00:31:20.261
ใช่ไหมคะ โดยที่บุคคลนั้นไม่ได้อนุญาต

471
00:31:20.791 --> 00:31:24.261
มีการเข้าถึงนะคะ ซึ่งระบบ

472
00:31:24.791 --> 00:31:28.791
ใช่ไหมคะ มันมี มันมีการเชื่อม มันมีโปรแกรม

473
00:31:28.792 --> 00:31:32.261
คอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่น

474
00:31:32.797 --> 00:31:36.261
โดยที่ไม่ได้รับอนุญาต จะต้อง

475
00:31:36.798 --> 00:31:40.262
มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน

476
00:31:40.798 --> 00:31:44.798
อินเทอร์เน็ตเพื่อให้ใช้งานได้ ดังนั้นตู้ ATM ก็เป็นระบบคอมพิวเตอร์

477
00:31:44.800 --> 00:31:48.261
หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ พอ

478
00:31:48.800 --> 00:31:52.261
เราเห็นว่ามันโทษ ถ้าเราเข้า

479
00:31:52.801 --> 00:31:56.261
ระบบคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่น โดยที่ไม่ได้รับอนุญาต

480
00:31:56.802 --> 00:32:00.802
สิ่งใด บัตรใช่ไหมคะ บัตร เดี๋ยวไม่มีบัตร

481
00:32:00.804 --> 00:32:04.261
มันมีความผิดแน่นอน เราก็เลยตัดสินใจ

482
00:32:04.804 --> 00:32:08.261
ก็ทิ้งโทรศัพท์มันไว้อย่างนั่นล่ะ เดี๋ยวเจ้าของก็ต

483
00:32:08.804 --> 00:32:12.261
แต่จริง ๆ แล้วกฎหมายนี่

484
00:32:12.804 --> 00:32:16.804
แต่ว่า แอปพลิเคชัน

485
00:32:16.805 --> 00:32:20.262
มันมีองค์ประกอบนะคะ เราเรียกว่า "

486
00:32:20.807 --> 00:32:24.261
องค์ประกอบภายนอก และองค์ประกอบภายใน

487
00:32:24.807 --> 00:32:28.261
แม้ว่าองค์ประกอบภายนอกมันจะครบหมดเลย นักศึกษา

488
00:32:28.816 --> 00:32:32.816
ถึงขั้นตอนสุดท้ายเสร็จปั๊บ กดยืนยัน

489
00:32:32.818 --> 00:32:36.261
ดูมาตรา 5 เราเป็นบุคคลอื่น ก็คือผูใด

490
00:32:36.831 --> 00:32:40.261
เรามีการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ค่ะ ก็คือ

491
00:32:40.832 --> 00:32:44.261
มีการกดเข้าไปในระบบมือถือของคนอื่น

492
00:32:44.832 --> 00:32:48.832
มันเป็นระบบ อะไรคะ ระบบคอมพิวเตอร์ใช่ไหมคะ เป็นการเชื่อมโยง

493
00:32:48.834 --> 00:32:52.261
โดยที่ไม่ได้รับอนุญาตใช่ไหมคะ

494
00:32:52.835 --> 00:32:56.261
เรียกกระบวนการนี้ว่า ครบองค์ประกอบ

495
00:32:56.848 --> 00:33:00.261
ภายนอกนะคะ ครบหมดเลยค่ะ

496
00:33:00.849 --> 00:33:04.849
เพื่อนนี่ตาไวกว่าเรา เพื่อนเห็นปุ๊บ วิ่งไปเลยค่ะ กดเดี๋ยวนั้นเลย

497
00:33:04.849 --> 00:33:08.262
แต่อะไร แต่พอเรามาดูเจตนาภายใ

498
00:33:08.854 --> 00:33:12.261
ที่เรียกว่า "องค์ประกอบภายใน" ภายในจิตใจเร

499
00:33:12.854 --> 00:33:16.261
เป็นคนมีจิตใจดีไหมคะ เรายังมีจิตใจ

500
00:33:16.855 --> 00:33:20.855
แล้วพอเพื่อนรู้แล้วเสร้จปั๊บ บอกต่อเลย

501
00:33:20.856 --> 00:33:24.261
ที่ดีนะ เราก็มีเจตนาที่ดีนะ

502
00:33:24.856 --> 00:33:28.261
ที่อยากจะเอาโทรศัพท์เครื่องนี้ไปคืนเจ้าของ

503
00:33:28.856 --> 00:33:32.261
กฎหมายบอกว่า แม้ว่ามันจะครบองค์ประกอบภายนอก

504
00:33:32.856 --> 00:33:36.856
กดแบบออนไลน์นี่ กดแบบไม่ใช้บัตรรหัสมันจะเปลี่ยนไปตลอด

505
00:33:36.858 --> 00:33:40.261
ก็ตาม แต่ขาดองค์ประกอบภายใน

506
00:33:40.873 --> 00:33:44.261
เพราะคุณเป็นคนจิตใจดีไง เพราะคุณมีเจตนาที่

507
00:33:44.874 --> 00:33:48.261
อยากจะเอาไปคืนเจ้าของไง มันก็จะไม่ครบองค์ประกอบ

508
00:33:48.877 --> 00:33:52.877
ง่ายมากเลย 2 4 ตัว ไปแล้วค่ะ ไปบอกคนอื่นต่อ

509
00:33:52.879 --> 00:33:56.261
และการกระทำนั้น ก็จะไม่เป็นความผิดตามมาตรา

510
00:33:56.879 --> 00:34:00.261
5 ค่ะ ถ้าไม่อย่างนั้นแล้ว ใครอยากจะทำดี ถูกต้องไหมลูก

511
00:34:00.880 --> 00:34:04.262
เก็บ

512
00:34:04.880 --> 00:34:08.880
ไปบอกต่อมีความผิดตามมาตรา 6 ด้วยนะคะ แล้วคนที่เข้า มีความผิดตามมาตราฐาน5

513
00:34:08.881 --> 00:34:12.261
เข้าไปดูมือถือเขา ว่าจะเข้าไปคืนเจ้าของ

514
00:34:12.882 --> 00:34:16.261
ด้วยซ้ำ แต่กลายเป็นว่า เธอมีความผิดนะ แล้ว

515
00:34:16.884 --> 00:34:20.261
ใครอยากจะเก็บนึกออกไหมคะ ใครอยากจะทำความดี

516
00:34:20.884 --> 00:34:24.884
อาจจะรู้แล้วไม่ทำ แต่เป็นคนสนับสนุน เราได้บัตรมาแล้ว นี่รหัสนะ

517
00:34:24.886 --> 00:34:28.261
นะคะ ดังนั้นกฎหมายก็เลยมองว่า แม้มันจะครบองค์ประกอบ

518
00:34:28.888 --> 00:34:32.261
ภายนอกก็ตาม แต่องค์ประกอบภายในคุณมี

519
00:34:32.889 --> 00:34:36.261
เจตนาที่ดี ไม่ได้มีเจตนาที่จะเอา

520
00:34:36.891 --> 00:34:40.891
ใช่ไหมคะ แล้วคนที่รับไป ไปกดต่อ ใช่ไหมคะ ก็ได้บัตรแล้ว

521
00:34:40.892 --> 00:34:44.261
ของเขามาเป็นของเรา

522
00:34:44.894 --> 00:34:48.261
นักศึกษาก็จะไม่เป็นความผิดตามมาตรา 5

523
00:34:48.894 --> 00:34:52.261
นะคะ ดังนั้น เมื่อกี้ที่อาจารย์ถามไป

524
00:34:52.896 --> 00:34:56.896
ผิดข้อหาลักทรัพย์ไหม ไอ้คนเอาไปนี่

525
00:34:56.898 --> 00:35:00.262
กับเพื่อน ๆ นี่ ก็ประเด็นเดียวนี่ล่ะ ที่เพื่อน ๆ

526
00:35:00.899 --> 00:35:04.262
น่าจะยังมีความสับสนอยู่ ก็คือเรื่องของเจตนา เรา

527
00:35:04.900 --> 00:35:08.262
มองว่าครบใช่ไหมคะ องค์ประกอบภายนอก

528
00:35:08.901 --> 00:35:12.901
พรบ. คอมพิวเตอร์ แต่มีกฎหมายอาญา มีกฎหมาย

529
00:35:12.902 --> 00:35:16.262
ก็มันครบหมดแล้ว ก็เราหยิบโทรศัพท์

530
00:35:16.903 --> 00:35:20.261
เขา อย่างนี้ก็ผิดแล้ว แม้ว่าเราอยากจะเอาไปคืนก็ตาม

531
00:35:20.903 --> 00:35:24.262
นะคะ อาจารย์ถึงเน้นว่าถ้าเรามีเจตนาดีนะ

532
00:35:24.905 --> 00:35:28.905
หลายมาตราหลายกฎหมายมากกว่านี้อีกก็ได้

533
00:35:28.908 --> 00:35:32.263
ถ้าเราอยากจะเอาไปคืนเขานะ อันนี้

534
00:35:32.909 --> 00:35:36.261
คือองค์ประกอบภายในค่ะ ดังนั้นต้อง

535
00:35:36.910 --> 00:35:40.261
ดูนะคะว่า แม้ว่าจะครบองค์ประกอบภายนอกก็ตาม สิ่งที่

536
00:35:40.912 --> 00:35:44.912
อาทิตย์หน้า อาจารย์จะมห้นักศึกษาได้ลงไป สอบถามกับคนทั่ว ๆ

537
00:35:44.913 --> 00:35:48.261
เราทำไป เรามีเจตนาที่ดี เราก็จะไม่มีความผิด

538
00:35:48.913 --> 00:35:52.261
นะคะ สมมติว่าเทียบเคียงกฎหมายอาญา

539
00:35:52.914 --> 00:35:56.261
อย่างเช่นนี่ ลักทรัพย์

540
00:35:56.915 --> 00:36:00.915
มาตรา 5 6 7 หรือไม่นะคะ มาตราที่เราศึกษาไปนะคะ

541
00:36:00.916 --> 00:36:04.261
ลักทรัพย์ก็คือผู้ใดเอาของคนอื่นไป

542
00:36:04.917 --> 00:36:08.261
เอาของของคนอื่นนะคะ ไปโดยที่

543
00:36:08.918 --> 00:36:12.261
เขาไม่รู้ไม่เห็น ผู้นั้นนี่

544
00:36:12.919 --> 00:36:16.919
ให้นักศึกษานี่ จับคู่กันแล้วกลับไปคิดคำถามนะคะ ว่าเราจะถามคำถามลักษ

545
00:36:16.921 --> 00:36:20.261
มีความผิดฐานลักทรัพย์

546
00:36:20.922 --> 00:36:24.261
ครบองค์ประกอบภายนอก คือ เราเห็นโทรศัพท์ใช่ไหมคะ เห็นโทรศัพท์เพื่อน

547
00:36:24.929 --> 00:36:28.261
วางอยู่ นักศึกษาก็นี่ค่ะ

548
00:36:28.939 --> 00:36:32.939
7 หรือไม่นะคะ ทีนี้อาจารย์ลองทำมาดู ลองให้นักศึกษาดู

549
00:36:32.941 --> 00:36:36.262
โทรศัพท์เพื่อนเรา เราจำได้ เคสนี้

550
00:36:36.941 --> 00:36:40.261
สีชมพูหวานแหว

551
00:36:40.941 --> 00:36:44.261
เจตนาที่จะหยิบโทรศัพท์เครื่องนี้ แล้วก็ไปตามหา

552
00:36:44.942 --> 00:36:48.942
อุ้ยคะ ถ้าเราจะ เรามีนี่ค่ะ ยิ่งตัวนี้

553
00:36:48.944 --> 00:36:52.261
โจโจ้ค่ะ โจโจ้อยู่ไหน นี่โทรศัพท์เธอ

554
00:36:52.946 --> 00:36:56.261
ทำให้ทรัพย์เคลื่อนที่ไปจากเดินหรือยัง

555
00:36:56.947 --> 00:37:00.261
เราไปแล้วค่ะ ถ้าเราพิจารณาองค์ประกอบภายนอก

556
00:37:00.948 --> 00:37:04.948

557
00:37:04.950 --> 00:37:08.261
ครบไหม เป็นความผิดฐานลักทรัพย์

558
00:37:08.951 --> 00:37:12.261
ใช่ไหมคะ เพราะเอาทรัพย์ของบุคคลอื่นไปค่ะ

559
00:37:12.957 --> 00:37:16.261
นี่คือองค์ประกอบภายนอก แต่คือ

560
00:37:16.959 --> 00:37:20.959
ต่อคำศัพท์จากตัวนี้

561
00:37:20.960 --> 00:37:24.261
เจตนาภายใน มีเจตนาอะไรคะ

562
00:37:24.960 --> 00:37:28.261
อยากจะเอาโทรศัพท์เครื่องนี้ไปคืนเพื่อน เจตนา

563
00:37:28.961 --> 00:37:32.261
ดีไหม ดี เห็นไหมคะ

564
00:37:32.963 --> 00:37:36.963
ได้ไหมคะ ใคร

565
00:37:36.964 --> 00:37:40.261
มันก็จะไม่เป็นความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา

566
00:37:40.966 --> 00:37:44.261
คือความผิดฐานลักทรัพย์ แล้วการเข้าข้อมูลใน

567
00:37:44.966 --> 00:37:48.261
ระบบข้อมูล

568
00:37:48.968 --> 00:37:52.968
ไหม อยากให้อาจารย์อธิบายเพิ่มเติมหรือเปล่า

569
00:37:52.970 --> 00:37:56.261
นั่นเองนะคะ ดังนั้นประการที่สำคัญที่สุด

570
00:37:56.977 --> 00:38:00.261
นะคะ คือ เจตนา ถ้าเรายืนยันว่ามี

571
00:38:00.978 --> 00:38:04.261
เจตนาดีนะคะ ที่ทำไปปนี่ เพราะเรา

572
00:38:04.979 --> 00:38:08.979
ได้ไหมเอ่ย เข้าใ

573
00:38:08.981 --> 00:38:12.261
เรามีเจตนาดีจริง ๆ กฎหมายก็ทำอะไร

574
00:38:12.981 --> 00:38:16.261
เราไม่ได้นะคะ เพราะไม่อย่างนั้นแล้วน่ะ คนดีก็ไม่มีที่อยู่

575
00:38:16.983 --> 00:38:20.262
ถูกต้องไหมนะคะ ก็กลายเป็นว่า ทำแล้วผิด

576
00:38:20.993 --> 00:38:24.993
พอไหวไหม เพราะว่าเดี๋ยวหนูต้องลงไปถามเขานะ

577
00:38:24.995 --> 00:38:28.261
จะทำทำไม นะคะ ฉะนั้นเรื่องเจตนา

578
00:38:28.996 --> 00:38:32.261
สำคัญมาก ทีนี้พอมาตรา 5

579
00:38:32.997 --> 00:38:36.261
เข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์

580
00:38:36.999 --> 00:38:40.999
ไหม คุณเข้าใจเรื่องระบบคอมพิวเตอร์ไหม คุณเข้าใจคอมพิวเตอร์ไหม

581
00:38:41.000 --> 00:38:44.266
มาตราที่ใกล้เคียงกัน ก็คือ

582
00:38:45.000 --> 00:38:48.261
เข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ คือ

583
00:38:49.000 --> 00:38:52.261
มาตรา 7 การเข้าถึงจะมี 2 มาตรา คือมาตรา 7 เข้าถึง

584
00:38:53.000 --> 00:38:57.000
อาจารย์ทำตัวอย่าง อาจารย์แบ่งเป็นออกเป็น 2 เรื่อง

585
00:38:57.003 --> 00:39:00.261
ถึงระบบคอมพิวเตอร์ แต่มาตรา 7 เข้าถึง

586
00:39:01.014 --> 00:39:04.261
ข้อมูลคอมพิวเตอร์นะคะ ทีนี้มาตรา 7

587
00:39:05.016 --> 00:39:08.261
เรามาขยายความกันหน่อยว่าคืออะไร

588
00:39:09.029 --> 00:39:13.029

589
00:39:13.030 --> 00:39:16.261
ยังจำกันได้อยู่ไหมคะ

590
00:39:17.037 --> 00:39:20.261
ข้อมูลคอมพิวเตอร์ลูก

591
00:39:21.038 --> 00:39:24.261
ข้อมูล ก็คือโปรแกรมต่าง ๆ ใช่ไหมคะ

592
00:39:25.038 --> 00:39:29.038
มันมืดไปหน่อย ได้ไหม พี่ล่ามเห็นไหมคะ เห็นนะ

593
00:39:29.040 --> 00:39:32.261
โปรแกรมคอมพิวเตอร์

594
00:39:33.040 --> 00:39:36.261
นะคะ พวกนี้ ถือว่าเป็นข้อมูล

595
00:39:37.042 --> 00:39:40.261
คอมพิวเตอร์ทั้งสิ้น ดังนั้นถ้าเรามีการเข้าถึง

596
00:39:41.053 --> 00:39:45.053
นะคะ วัดความเข้าใจในตัวมาตรา 5 6 7 เราจะใช้คำถามไหน

597
00:39:45.055 --> 00:39:48.261
คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ เสร็จปั๊บ

598
00:39:49.055 --> 00:39:52.261
นะคะ เราก็แอบเข้าไปดูข้อมูลเขา

599
00:39:53.056 --> 00:39:56.261
นะคะ ที่อยู่ในเครื่องนะคะ เขา

600
00:39:57.057 --> 00:40:01.057
คอมพิวเตอร์หรือไม่ นะคะ คือ ระบบ computer syst

601
00:40:01.059 --> 00:40:04.261
มีไฟล์งาน เข้าไปดู อย่างนี้

602
00:40:05.061 --> 00:40:08.261
นอกจากผิดมาตรา 5 คือเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

603
00:40:09.061 --> 00:40:12.261
แล้วผิดมาตรา 7 คือเข้าสู่อะไรคะ เข้าสู่

604
00:40:13.062 --> 00:40:17.062
ของการอธิบายเลย แล้วบางคนจะตอบยาก

605
00:40:17.063 --> 00:40:20.261
ระบบคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่นด้วย จะผิดทั้งมาตรา 5 และ

606
00:40:21.065 --> 00:40:24.260
มาตรา 7 นะคะ ส่วนมาตรา 6 ก็คือ

607
00:40:25.065 --> 00:40:28.261
นะคะ ผู้ใดนะคะ ผู้ใด

608
00:40:29.067 --> 00:40:33.067
ถามตัวนี้ค่ะ ท่านเข้าใจระบบคอมพิวเตอร์หรือไม่ นักศึกษาก็ 5 4 3 2 1

609
00:40:33.068 --> 00:40:36.261
ล่วงรู้มาตราการป้

610
00:40:37.079 --> 00:40:40.261
ก็คืออะไรคะ พวก Username Password

611
00:40:41.086 --> 00:40:44.261
นะคะ รหัสลับอะไรอย่างนี้ที่เราตั้งค่าไว้นี่

612
00:40:45.086 --> 00:40:49.086
อันนี้ คือ วัดความเข้าใจเขาก่อนในเบื่องต้น

613
00:40:49.087 --> 00:40:52.261
ล่วงรู้แล้ว ทำอย่างไรต่อนะคะ ล่วงรู้แล้ว

614
00:40:53.088 --> 00:40:56.261
นี่นะคะ ล่วงรู้แล้ว

615
00:40:57.089 --> 00:41:00.261
รู้แล้วไปบอกต่อนะคะ

616
00:41:01.089 --> 00:41:05.089
คือการ asscss เข้าไปในระบบโดยที่บุคลนั้น

617
00:41:05.091 --> 00:41:08.261
มาตรา 6 นะคะ มาตราการเข้าถึง ล่วงรู้แล้ว

618
00:41:09.094 --> 00:41:12.261
ต่อค่ะ ไปบอกต่อนะคะ นี่

619
00:41:13.109 --> 00:41:16.261
คอมพิวเตอร์เครื่องนี้นะ มีรหัส 12345

620
00:41:17.109 --> 00:41:21.109
เขาก็จะติ๊กที่ 5 ถ้าใครไม่เข้าใจ

621
00:41:21.111 --> 00:41:24.261
เข้าได้เลย เธอเข้าสิ รหัสนี้

622
00:41:25.112 --> 00:41:28.260
นึกออกไหมคะ ทีนี้อาจารย์มีอีกคำถามหนึ่ง

623
00:41:29.112 --> 00:41:32.261
นะคะ ตู้ ATM

624
00:41:33.112 --> 00:41:37.112
นะคะ เราก็ถามเลยว่า แล้วตัวท่านเองนะคะ ตัวผู้ทำแบบสอบถาม

625
00:41:37.114 --> 00:41:40.261
ตู้ ATM นะคะ ตู้ ATM นี่

626
00:41:41.116 --> 00:41:44.261
ถือว่าเป็นระบบ

627
00:41:45.116 --> 00:41:48.261
คอมพิวเตอร์ไหม ทำไมถึงเป็น

628
00:41:49.118 --> 00:41:53.118
เคยไหมนะคะ ถามเข้าไปดูว่าเขาเคยไหม ถ้าเขาเคยเขาก็

629
00:41:53.120 --> 00:41:56.260
ลูก

630
00:41:57.121 --> 00:42:00.260
ใช่ไหมคะ มันมี...

631
00:42:01.123 --> 00:42:04.261
มันมีการ

632
00:42:05.138 --> 00:42:09.138
ข้อ 4 นะคะ ข้อ 1 นี่มันจะเป็นระบบ computer systran

633
00:42:09.140 --> 00:42:12.261
มันมีโปรแกรมซอฟต์แวร์ แล้วก็เป็นการเชื่อมต่อ

634
00:42:13.142 --> 00:42:16.261
เครือข่ายอินเทอร์เน็ตใช่ไหมคะ เพื่อให้ใช้งานได้

635
00:42:17.144 --> 00:42:20.261
ดังนั้น ตู้ ATM นี่มันก็

636
00:42:21.144 --> 00:42:25.144
คืออะไร ลองถามเขาสิว่า คุณรู้ไหมว่า ระบบคอมพิวเตอร์ คืออไนร

637
00:42:25.146 --> 00:42:28.261
เป็นระบบคอมพิวเตอร์ ปรากฎว่าสิ่งไหนจะนำมาใช้

638
00:42:29.157 --> 00:42:32.261
กับตู้เอทีเอ็มคะ ตู้กดเงินสด

639
00:42:33.158 --> 00:42:36.260
นี่ สิ่งใด

640
00:42:37.159 --> 00:42:41.159
นะคะ ข้อ 5 เพื่อนท่านเองเคยเข้าถึงข้อมูล ระบบคอมพิวเตอร์

641
00:42:41.161 --> 00:42:44.260
บัตรใช่ไหมคะ บัตร อะไรนะ

642
00:42:45.162 --> 00:42:48.260
เดี๋ยวนี้ก็ไม่มีบัตรก็

643
00:42:49.163 --> 00:42:52.260
ทำอย่างไรคะ Access เข้าผ่านแอปพลิเคชัน

644
00:42:53.163 --> 00:42:57.163
เข้าถึงระบบ คอมพิวเตอร์ เคยไหม ๆ

645
00:42:57.164 --> 00:43:00.261
ได้นะคะ แต่ว่าแอปพลิเคชันนี่

646
00:43:01.165 --> 00:43:04.261
มันจะส่งสิ่งหนึ่งมาคะ มันจะส่งมาว่า

647
00:43:05.166 --> 00:43:08.261
เรากดเงินแบบไม่ใช้บัตรใช่ไหมคะ แล้ว

648
00:43:09.167 --> 00:43:13.167
การเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ผู้อื่นจัดตั้งขึ้น

649
00:43:13.168 --> 00:43:16.261
กดจำนวนเงินว่าเราจะเอาจำนวนเงินเท่าไร พอเข้าสู่

650
00:43:17.169 --> 00:43:20.261
เขาเรียกว่าอะไร ถึงขั้นตอนสุดท้าย

651
00:43:21.173 --> 00:43:24.261
เขาจะส่งสิ่งหนึ่งมาให้เรา นั่นคือ

652
00:43:25.173 --> 00:43:29.173
คือ ท่านเข้าใจถึง กระบวนการ

653
00:43:29.175 --> 00:43:32.260
Password เพื่อเอาไปเชื่อม

654
00:43:33.176 --> 00:43:36.261
กับตู้เอทีเอ็ม

655
00:43:37.177 --> 00:43:40.261
พวกนี้มันเป็นระบบอะไรคะ

656
00:43:41.179 --> 00:43:45.179
นะคะ แล้วข้้อ 7 ถามต่อว่าแล้วท่านเคยไป

657
00:43:45.181 --> 00:43:48.261
ระบบคอมพิวเตอร์ใช่ไหมคะ  ที่มีการเชื่อมโยงเครือ

658
00:43:49.191 --> 00:43:52.260
ทางอินเทอร์เน็ตหมดเลย ดังนั้นนี่

659
00:43:53.191 --> 00:43:56.260
เรากดแล้วเรียบร้อย รหัส

660
00:43:57.193 --> 00:44:01.193
เคยทำไหม เคยเอา password ของคนอื่นไปให้ต่อไมห

661
00:44:01.194 --> 00:44:04.260
มันโผล่ขึ้นมา เพื่อนนี่ตาไวกว่าเรา

662
00:44:05.195 --> 00:44:08.260
เพื่อนเห็นปุ๊บทำอย่างไรคะ เห็นปุ๊บ

663
00:44:09.196 --> 00:44:12.261
วิ่งไปกดเดี๋ยวนั้นเลย

664
00:44:13.197 --> 00:44:17.197
มันครบทุกมาตราไหม 5 6 7 ไหม ครับไหม

665
00:44:17.200 --> 00:44:20.261
ผิดไหม แน่นอนเลย ใช่ไหมคะ อันนี้

666
00:44:21.201 --> 00:44:24.260
ผิดแน่นอนนะคะ แล้วพอเพื่อนรู้เสร็จปั๊บ

667
00:44:25.201 --> 00:44:28.260
บอกต่อเลย นี่ ๆ รหัสมันอย่างนี้นะ

668
00:44:29.214 --> 00:44:33.214
มาตรา 5 หมายเลข หมายเลข 13

669
00:44:33.216 --> 00:44:36.260
ไปกดต่อเลย ยิ่งถ้าเป็น

670
00:44:37.217 --> 00:44:40.260
รหัสเอทีเอ็มนี่ ตายตัวใช่ไหมคะ รหัสกดเงินสดออนไลน์นี่

671
00:44:41.218 --> 00:44:44.260
เขาเรียกว่าอะไร กดแบบออนไลน์นี่ Password

672
00:44:45.219 --> 00:44:49.219
คำถามข้อไหนคะ ที่สื่อถึงม่

673
00:44:49.220 --> 00:44:52.260
มันจะเปลี่ยนไปตลอด แต่ถ้าบัตร ATM นี่

674
00:44:53.222 --> 00:44:56.260
เป็นอย่างไรคะ มันตายตัวตลอด

675
00:44:57.223 --> 00:45:00.261
แต่เราเขียนเลขบัตรไว้ หรือเราไม่ได้เขียนเลขบัตรไว้

676
00:45:01.224 --> 00:45:05.224
มาตรา 5 ข้อไหนลูก คำถามข้อไหนคะ

677
00:45:05.226 --> 00:45:08.260
แต่เพื่อนรู้ ง่ายมากเลย 2 4 ตัว

678
00:45:09.227 --> 00:45:12.261
ใช่ไหมคะ ไปแล้วคะ ไปบอกนาย A ต่อ

679
00:45:13.227 --> 00:45:16.260
ไปบอกนาย ค. ต่อ ไปต่อเรื่อย ๆ

680
00:45:17.231 --> 00:45:21.231
มาตรา 5 เป็นเรื่องอะไรจำได้ไหม

681
00:45:21.232 --> 00:45:24.260
ตัวนี้ถามว่าเขาเสียหายไหม เสียหาย

682
00:45:25.232 --> 00:45:28.261
คนที่รู้แล้วไปบอกต่อ มีความผิด

683
00:45:29.233 --> 00:45:32.260
มาตรา 6 ด้วยนะคะ แล้วคนที่เข้า

684
00:45:33.234 --> 00:45:37.234
เข้าถึงอะไรคะ

685
00:45:37.235 --> 00:45:40.261
ก็มีความผิดนะคะ ทั้งมาตรา 5 และ

686
00:45:41.235 --> 00:45:44.260
มาตรา 7 เห็นไหมคะ คนที่รู้แล้วไปบอกต่อ

687
00:45:45.237 --> 00:45:48.261
นะคะ อาจจะรู้แล้วไม่ทำนะคะ

688
00:45:49.237 --> 00:45:53.237
หมายเลข 8 ตอบได้ไหมลูก ตอนนี้เขากำลังอธิบายอยู่

689
00:45:53.239 --> 00:45:56.261
แต่เป็นคนเหมือนคนสนับสนุน เราได้บัตรมาแล้ว

690
00:45:57.240 --> 00:46:00.273
ยื่นต่อ นี่รหัส 1234 นะ เอาไปกดนะ

691
00:46:01.241 --> 00:46:04.260
อันนี้รู้แล้วไปบอกต่อ ตัวเองนี่มีความผิด

692
00:46:05.249 --> 00:46:09.249
ค่ะ ถามเขาว่าข้อไหนที่เขากับ ที่มันตรงกับ มาตรา 5

693
00:46:09.250 --> 00:46:12.261
ตามมาตรา 6 ใช่ไหมคะ แล้วคนที่รับไป

694
00:46:13.251 --> 00:46:16.261
ไปกดต่อ ใช่ไหมคะ ได้บัตรแล้วนี่

695
00:46:17.252 --> 00:46:21.252
ได้รหัสแล้วนิ ใช่ไหมคะ ก็ไปที่ตู้เลย ก็

696
00:46:21.253 --> 00:46:25.253
เขาตอบว่า ข้อ 3 น่ะค่ะ

697
00:46:25.253 --> 00:46:29.253
เสียบบัตรกดเข้าไปเลย

698
00:46:29.253 --> 00:46:33.253
ผิดข้อหาลักทรัพย์ไหม คนเอาไปนี่

699
00:46:33.253 --> 00:46:37.253
ถ้าเขาเอาบัตรนี่ ผิดแน่นอนอยู่แล้ว คือ

700
00:46:37.253 --> 00:46:41.253
มาตรา 5

701
00:46:41.253 --> 00:46:45.253
ตัวการร่วมกันเป็นกระบวนการ

702
00:46:45.254 --> 00:46:49.254
นะคะ จริง ๆ แล้วกฎหมายนี่นะคะ มันก็

703
00:46:49.255 --> 00:46:53.255
ไม่ได้มีแค่ตัว พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์

704
00:46:53.255 --> 00:46:57.255
นี่ มันเป็นเรื่องของระบบคอมพิวเตอร์ แล้วก็จะไปถาม

705
00:46:57.256 --> 00:47:01.256
นะคะ กฎหมายอะไรอื่น ๆ เข้ามาอีก

706
00:47:01.258 --> 00:47:05.258
มันคือยกตัวอย่างให้ฟัง

707
00:47:05.260 --> 00:47:09.260
จะมีความผิดอย่างไรนะคะ แต่ความเป็นจริง

708
00:47:09.260 --> 00:47:13.260
5 นะคะ ข้อ 45 จะไปถามความเข้าใจอะไร

709
00:47:13.260 --> 00:47:17.260
อาจจะมีผิดหลายมาตร หลายกฎหมาย มากกว่านั้

710
00:47:17.261 --> 00:47:21.261
นะคะ ทีนี้นะคะ

711
00:47:21.263 --> 00:47:25.261

712
00:47:25.268 --> 00:47:29.268
ข้อ 4 ข้อ 5 ถามความเข้าใจของมาตราไหนลูก มาตราไหนคะ

713
00:47:29.279 --> 00:47:33.260
ที่อาจารย์เคยบอกว่าอาทิตย์หน้า

714
00:47:33.280 --> 00:47:37.261
อาทิตย์หน้านะคะ อาทิตย์หน้า อาจารย์จะให้นักศึกษา

715
00:47:37.282 --> 00:47:41.260
ได้ลงไปสอบ

716
00:47:41.282 --> 00:47:45.282

717
00:47:45.283 --> 00:47:49.260
ถามใช่ไหมคะ กับคนทั่ว ๆ ไปนะคะ

718
00:47:49.284 --> 00:47:53.261
คุณนี่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ พรบ.

719
00:47:53.286 --> 00:47:57.260
คอมพิวเตอร์มาตรา 5, 6, 7

720
00:47:57.286 --> 00:48:01.286
(ล่าม) มาตรา 7 หรือเปล่าครับ

721
00:48:01.287 --> 00:48:05.260
หรือไม่นะคะ นี่คือไอ้มาตราที่เราได้ศึกษากันไปนี่ค่ะ

722
00:48:05.288 --> 00:48:09.260
มาตรา 5 6 7 นี่ คุณมีความเข้าใจ

723
00:48:09.289 --> 00:48:13.261
อย่างไรนะคะ อาจารย์ก็เลยอาทิตย์ที่แล้ว

724
00:48:13.290 --> 00:48:17.290
มาตรา 7 นะคะ ข้อ 6 ข้อ 7 จะไปถามมาตรา 6

725
00:48:17.291 --> 00:48:21.275
อาจารย์ก็บอกว่าให้นักศึกษาจับคู่กัน

726
00:48:21.291 --> 00:48:25.260
คิดคำถามใช่ไหมคะ ว่าเราจะเอาคำถาม

727
00:48:25.297 --> 00:48:29.260
ไปถามนะคะ ไปถาม

728
00:48:29.298 --> 00:48:33.298
กับตัวกฎหมายที่เรากำลังจะไปถามเขาว่าคุณเข้าใจ มาตรา 6

729
00:48:33.298 --> 00:48:37.268
คนทั่ว ๆ ไปนะคะ ว่าคุณมีความรู้ความเข้าใจ

730
00:48:37.298 --> 00:48:41.261
นะคะ ในมาตรา 5, 6, 7 หรือไม่

731
00:48:41.302 --> 00:48:45.260
ทีนี้นี่อาจารย์ก็เลยลองทำมาดู

732
00:48:45.303 --> 00:48:49.303
นะคะ อันนี้ คือ อาจารย์ยกตัวอย่าง ถ้านักศึกษามองว่าอาจารย์ใช้คำศัพท์ยากไป

733
00:48:49.304 --> 00:48:53.260
ลองดูนะคะ ว่ามันจะใช้ได้ไหม

734
00:48:53.304 --> 00:48:57.260
เดี๋ยวเปิดให้ดูนะคะ

735
00:48:57.304 --> 00:49:01.260
อุ๋ยคะ

736
00:49:01.304 --> 00:49:05.304
เอามาเป็นภาษาถ้อยคำของกฎหมาย เวลาอ่านบางคนเขาไม่เข้าใจว่ามัน คือ อะไร

737
00:49:05.305 --> 00:49:09.260
ถ้าเราจะ... เรามีนี่ค่ะ

738
00:49:09.305 --> 00:49:13.260
ค่ะ จะปิ้ง

739
00:49:13.307 --> 00:49:17.261
ปิ้งตัวนี้

740
00:49:17.307 --> 00:49:21.307
นะคะ อ่านแล้วเข้าใจ

741
00:49:21.307 --> 00:49:25.261

742
00:49:25.308 --> 00:49:29.261

743
00:49:29.309 --> 00:49:33.261

744
00:49:33.310 --> 00:49:37.310
คุณเข้าใจหรือเปล่า

745
00:49:37.311 --> 00:49:41.261

746
00:49:41.312 --> 00:49:45.260
ต้องคำสั่งตัวนี้

747
00:49:45.312 --> 00:49:49.260

748
00:49:49.312 --> 00:49:53.312
มันเป็นความผิดอย่างไรนะคะ ตัววัดความรู้นะคะ วัดความรู้ ๆ

749
00:49:53.314 --> 00:49:57.260

750
00:49:57.315 --> 00:50:01.260

751
00:50:01.326 --> 00:50:05.260

752
00:50:05.327 --> 00:50:09.327

753
00:50:09.328 --> 00:50:13.261

754
00:50:13.332 --> 00:50:17.261
ได้ไหมคะ

755
00:50:17.333 --> 00:50:21.260
ใครยังมีข้อสงสัยมาตรา 5, 6, 7

756
00:50:21.334 --> 00:50:25.334
วัดความรู้ว่า สิ่งที่เขาเห็น ในตัว

757
00:50:25.336 --> 00:50:29.260
ใครยังไม่ไดเข้าใจประเด็นไหนไหม

758
00:50:29.336 --> 00:50:33.261
อยากให้อาจารย์อธิบายเพิ่มเติมหรือเปล่า

759
00:50:33.336 --> 00:50:37.260
คุยกันเป็นรายคนก็ได้นะคะ

760
00:50:37.342 --> 00:50:41.342
วัดความรู้ไม่ใช่แค่ความเข้าใจเบื่องต้นแล้ว แต่วัดความรู้

761
00:50:41.344 --> 00:50:45.260
ถามอาจารย์เลย

762
00:50:45.345 --> 00:50:49.260

763
00:50:49.350 --> 00:50:53.261

764
00:50:53.351 --> 00:50:57.351
ข้อ 1 นะคะ ข้อ 1 อาจารย์วัด

765
00:50:57.351 --> 00:51:01.260
ได้ไหมเอ่ย

766
00:51:01.355 --> 00:51:05.260
เข้าใจไหมเอ่ย 5, 6, 7

767
00:51:05.356 --> 00:51:09.260
พอไหวไหม

768
00:51:09.357 --> 00:51:13.357
หรือว่ากฎหมายคอมพิวเตอร์มีโทษทางอาญา

769
00:51:13.357 --> 00:51:17.260
เพราะว่าเดี๋ยวหนูจะต้องไปถามเข้านะ

770
00:51:17.358 --> 00:51:21.260
ว่าคุณเข้าใจไหม มาตรา 5 6 7 เรานี่

771
00:51:21.358 --> 00:51:25.260
คุณเข้าใจ

772
00:51:25.359 --> 00:51:29.359
จะได้รับโทษอย่างไรนะคะ ปรับใช่ไหมคะ ปรับใช่ไหมคะ

773
00:51:29.360 --> 00:51:33.261
เรื่องการเข้าถึงไหม คุณเข้าใจระบบคอมพิวเตอร์ไหม

774
00:51:33.365 --> 00:51:37.260
คุณเข้าใจข้อมูลคอมพิวเตอร์ไหม นี่คือสิ่งที่หนู

775
00:51:37.365 --> 00:51:41.260

776
00:51:41.366 --> 00:51:45.366
อันนี้ คือ วัดความรู้ว่าเขารู้

777
00:51:45.366 --> 00:51:49.260
โอ.เค.

778
00:51:49.366 --> 00:51:53.263
นี่นะคะ อาจารย์ทำตัวอย่าง

779
00:51:53.368 --> 00:51:57.260
อาจารย์ แบ่

780
00:51:57.369 --> 00:52:01.369
คุณรู้ไหม ว่ากฎหมายฉบับนี้

781
00:52:01.369 --> 00:52:05.261
คือการวัดความเข้าใจ แล้วก็วัดความรู้

782
00:52:05.369 --> 00:52:09.260
อันนี้เป็นตัวอย่างที่อาจารย์ทำมาให้พวกคุณดู

783
00:52:09.370 --> 00:52:13.260
นะคะ

784
00:52:13.372 --> 00:52:17.372
ตัวนี้นะคะ นักศึกษาอาจจะทำโปรแกรมตัว google form

785
00:52:17.372 --> 00:52:21.261

786
00:52:21.373 --> 00:52:25.269

787
00:52:25.373 --> 00:52:29.260
ค่ะ เดี๋ยว

788
00:52:29.374 --> 00:52:33.374
กฎหมายฉบับนี้บังคับกันคนเล่นคอมพิวเตอร์

789
00:52:33.376 --> 00:52:37.260
เดี๋ยวมันมืดไปหน่อย

790
00:52:37.378 --> 00:52:41.260
ได้ไหม

791
00:52:41.380 --> 00:52:45.261
พี่ล่ามเห็นไหมคะ เห็นนะคะ

792
00:52:45.382 --> 00:52:49.382
22 นี้ เด็กอยู่ไหมลูก ใช่ไหม

793
00:52:49.383 --> 00:52:53.260

794
00:52:53.383 --> 00:52:57.260
วัดความเข้าใจนะคะ วัดความเข้าใจใน

795
00:52:57.393 --> 00:53:01.261
มาตรา 5 6 7 กับประชาชนทั่วไปนี่ เราจะใช้คำถาม

796
00:53:01.395 --> 00:53:05.395
กฎหมายฉบับนี้เป็นตัว พรบ. คอมพิวเตอร์ใช่ไหม

797
00:53:05.395 --> 00:53:09.260
ไหน ในการวัดนะคะ อย่างแรกอาจารย์

798
00:53:09.402 --> 00:53:13.260
ลองถามเขาก่อนว่า

799
00:53:13.402 --> 00:53:17.261
ท่านเข้าใจระบบคอมพิวเตอร์หรือไม่

800
00:53:17.410 --> 00:53:21.410
(ล่าม) ผิด ๆ เดี๋ยวัสกครู่นะคะ

801
00:53:21.410 --> 00:53:25.260
นะคะ ก็คือคอมพิวเตอร์

802
00:53:25.413 --> 00:53:29.261
เหมือนเมื่อกี้ที่อาจารย์ถามเรา ว่าระบบคอมพิวเตอร์คืออะไร

803
00:53:29.420 --> 00:53:33.260
ใช่ไหมคะ ถ้าเราถามเขาว่าระบบคอมพิวเตอร์คืออะไร

804
00:53:33.420 --> 00:53:37.420

805
00:53:37.421 --> 00:53:41.260
มันจะเป็นลักษณะของการอธิบายเลย แล้วบางคน

806
00:53:41.422 --> 00:53:45.260
อาจจะตอบยาก ถ้าใครไม่ได้เรีย

807
00:53:45.423 --> 00:53:49.260
คอมพิวเตอร์มาก็จะไม่เข้าใจว่า ไอ้ตัวคอมพิวเตอร์ System

808
00:53:49.425 --> 00:53:53.425
อายน่ะค่ะ (อาจารย์) หนูไม่เข้าใจหรอ

809
00:53:53.426 --> 00:53:57.267
นี่ มันคืออะไรนะคะ ดังนั้น นักศึกษา

810
00:53:57.426 --> 00:54:01.260
อาจจะถามตัวนี้ค่ะ ท่านเข้าใจ

811
00:54:01.428 --> 00:54:05.260
ระบบคอมพิวเตอร์หรือไหม 5 4 3 2 1

812
00:54:05.429 --> 00:54:09.429
(ล่าม) เฉพาะคนที่เล่นคอมอย่างเดียวใช่ไหมคะ

813
00:54:09.429 --> 00:54:13.260
ถ้าเขาเข้าใจก็จะติ้กที่ 5 ถ้าเขา

814
00:54:13.443 --> 00:54:17.260
ไม่เข้าใจเขาก็จะไปติ๊กที่น้อยที่สุดเลย คือ 1

815
00:54:17.456 --> 00:54:21.260
นะคะ อันนี้คือวัดความเข้าใจเขา

816
00:54:21.456 --> 00:54:25.456

817
00:54:25.458 --> 00:54:29.260
ในเบื้องต้น พอมาข้อ 2

818
00:54:29.458 --> 00:54:33.261
ท่านเข้าใจการเข้าถึง โดย

819
00:54:33.459 --> 00:54:37.261
มิชอบหรือไม่นะคะ เมื่อกี้ที่อาจารย์อธิบายไป

820
00:54:37.461 --> 00:54:41.461
แค่คนเล่นคอมพิวเตอร์แค่อย่างเดียวหรือเปล่าค่ะ

821
00:54:41.461 --> 00:54:45.260
นะคะ คือการ Access เข้านะคะ

822
00:54:45.462 --> 00:54:49.260
โดยที่บุคคลนั้นไม่ได้อนุญาต

823
00:54:49.464 --> 00:54:53.260
นะคะ คุณถามเขาไปเลยว่า ท่านเข้าใจ

824
00:54:53.466 --> 00:54:57.466
นี่ค่ะ ที่อาจารย์ถาม กฎหมายนี้บังคับเฉพาะคนที่เล่นคอมพิวเตอร์

825
00:54:57.466 --> 00:55:01.260
นะคะ ท่านเข้าใจการเข้าถึงโดยมิชอบ

826
00:55:01.468 --> 00:55:05.260
ถ้าเขาเข้าใจก็จะติ๊กที่ 5

827
00:55:05.469 --> 00:55:09.261
เขาก็จะไปติ๊กที่ 1 ถ้าเขา

828
00:55:09.469 --> 00:55:13.469
ที่อาจารย์พูดอยู่นี่

829
00:55:13.470 --> 00:55:17.260
พอจะเข้าใจบ้าง เขาอาจจะไปที่

830
00:55:17.471 --> 00:55:21.261
3 ตรงกลางไว้ก่อน อย่างนี้

831
00:55:21.473 --> 00:55:25.260
พอข้อ 3 นะคะ เราก็ถามเลยว่า

832
00:55:25.474 --> 00:55:29.474

833
00:55:29.475 --> 00:55:33.260
แล้วตัวท่านเองน่ะ นะคะ คนที่ทำแบบสอบถาม

834
00:55:33.478 --> 00:55:37.260
ท่านเคยเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ของคนอื่น

835
00:55:37.481 --> 00:55:41.260
โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่

836
00:55:41.482 --> 00:55:45.482
เขาเข้าใจคำว่า บังคับเฉพาะไหมคะ

837
00:55:45.484 --> 00:55:49.260
เคยไหม นะคะ ถามเขาไปดู

838
00:55:49.484 --> 00:55:53.260
เขาเคยไหมนะคะ ถ้าเขาเคย เขาก็จะวัดประเมินตัวเองว่า

839
00:55:53.495 --> 00:55:57.260
ได้ว่า เคยบ่อยไหม มันก็จะไปที่ 5 3

840
00:55:57.506 --> 00:56:01.506

841
00:56:01.508 --> 00:56:05.260
2, 1 ก็แล้วแต่ 5, 4, 3, 2, 1

842
00:56:05.508 --> 00:56:09.260
นะคะ ข้อ 4 นะคะ

843
00:56:09.509 --> 00:56:13.260
ข้อ 1 นี่มันจะเป็นคอมพิวเตอร์ซิมเตม

844
00:56:13.511 --> 00:56:17.511
ผิดเหมือนกันครับ ผิดเหมือนกัน ก็แสดงว่า เป็นการบังคับ

845
00:56:17.512 --> 00:56:21.260
ท่านเข้าใจข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือไม่

846
00:56:21.513 --> 00:56:25.260
เห็นไหมที่อาจารย์ถามพวกคุณว่า ระบบ

847
00:56:25.513 --> 00:56:29.260
ข้อมูลคอมพิวเตอร์คืออะไร

848
00:56:29.515 --> 00:56:33.515
เฉพาะคนเล่นคอมพิวเตอร์แต่รวมถึงคน

849
00:56:33.516 --> 00:56:37.260
คุณรู้ไหม ว่าข้อมูลคอมพิวเตอร์คืออ

850
00:56:37.527 --> 00:56:41.261
เข้าใจหรือเปล่า ถ้าเขาเข้าใจก็จะติ้ก

851
00:56:41.527 --> 00:56:45.260
5, 4, 3, 2, 1, เหมือนกันนะคะ

852
00:56:45.527 --> 00:56:49.527
ดังนั้นนะคะ ความรุ้ที่ว่าคนเหล่านี้ ใช้บังคับเฉพาะคน

853
00:56:49.528 --> 00:56:53.260
ข้อ 5 นะคะ ข้อ 5

854
00:56:53.530 --> 00:56:57.265
แล้วท่านเองเคยเข้าถึงข้อมูลค

855
00:56:57.530 --> 00:57:01.260
โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่นะคะ

856
00:57:01.543 --> 00:57:05.543
นะคะ ข้อ 3 ถามว่า สามีภรรยา

857
00:57:05.544 --> 00:57:09.260
ช่วง

858
00:57:09.548 --> 00:57:13.261
ข้อ 3 นี่ คือเคยเข้าถึงระบบ ส่วนจข้อ 5 นี่

859
00:57:13.558 --> 00:57:17.260
คือเคยเข้าถึงข้อมูลนะคะ

860
00:57:17.559 --> 00:57:21.559
ได้ ถูกหรือผิด

861
00:57:21.561 --> 00:57:25.261
เคยไหม นะคะ เคยไหม

862
00:57:25.563 --> 00:57:29.261
ข้อ 6 นะคะ  ข้อ 6 ท่านเข้าใจถึง

863
00:57:29.563 --> 00:57:33.261
มาตรการป้องกันการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ผู้อื่น

864
00:57:33.564 --> 00:57:37.564
กันภาษาง่าย ๆ กันอยู่แล้ว แต่เด็กหูจะยากหน่อย

865
00:57:37.565 --> 00:57:41.260
จัดทำขึ้นเป็นการเฉพาะหรือไม่นะคะ

866
00:57:41.565 --> 00:57:45.260
ตัวนี้ถ้านักศึกษาบอกว่า อาจารย์มันเป็นภาษากฎหมายเกินไป

867
00:57:45.567 --> 00:57:49.260
มันยาก ลองปรับได้นะคะ ลองปรับได้

868
00:57:49.567 --> 00:57:53.567
นี่ค่ะ 18 18 ลูก สามีภรรยา

869
00:57:53.569 --> 00:57:57.260
ตัวนี้ ก็คือท่านเข้าใจถึง

870
00:57:57.584 --> 00:58:01.260
กระบวนการนะคะ Password

871
00:58:01.585 --> 00:58:05.260
รหัส หรือไม่

872
00:58:05.586 --> 00:58:09.586
โดยที่อีกฝ่ายไม่อนุญาตถูกหรือผิด

873
00:58:09.587 --> 00:58:13.261
ท่านเข้าใจไหมนะค ถ้าท่านเข้าใจ

874
00:58:13.589 --> 00:58:17.260
ท่านก็ติ๊กมานะคะ แล้วข้อ 7

875
00:58:17.589 --> 00:58:21.262
ถามต่อว่า แล้วท่านนี่เคย

876
00:58:21.598 --> 00:58:25.598

877
00:58:25.600 --> 00:58:29.260
นำมาตราการเหล่านี้ นำ

878
00:58:29.601 --> 00:58:33.260
Password นี่ไปเผยแพร่ให้คนอื่น

879
00:58:33.603 --> 00:58:37.260
หรือไม่ เคยทำไหม เคยเอา Password

880
00:58:37.603 --> 00:58:41.603
(ล่าม) ใช่ค่ะ ผิดค่ะ

881
00:58:41.604 --> 00:58:45.260
ของคนอื่นไปบอกต่อไหม ในทางที่ทำให้เขาเสียหาย

882
00:58:45.605 --> 00:58:49.260
นะคะ มันก็จะเป็นข้อ 7 นะคะ

883
00:58:49.606 --> 00:58:53.261
ทีนี้

884
00:58:53.608 --> 00:58:57.608
ไอ้เรื่องการเข้าถึง ระบบคอมพิวเตอร์ ข้อมูลคอมพิวเตอร์

885
00:58:57.608 --> 00:59:01.261
นักศึกษาดูสิว่ามันครบ

886
00:59:01.609 --> 00:59:05.260
ทุกมาตราไหมคะ 5 6 7 ไหม ครบไหม

887
00:59:05.614 --> 00:59:09.260

888
00:59:09.615 --> 00:59:13.615
แล้วคุณเข้าไปก็จะมีความผิดตามกฎหมายนี้

889
00:59:13.617 --> 00:59:17.272
อันไหนที่เป็นการถาม เป็นคำถาม

890
00:59:17.630 --> 00:59:21.260
ของมาตรา 5

891
00:59:21.640 --> 00:59:25.261
หมายเลข 13

892
00:59:25.641 --> 00:59:29.641
ตู้ ATM เป็นระบบคอมพิวเตอร์หรือไม่ ความรู้ตอบได้ไหม

893
00:59:29.642 --> 00:59:33.260
ซ้ำ

894
00:59:33.643 --> 00:59:37.260
อันเดิมแล้วนี่ ถามไปแล้ว ไม่เป็นไร หมายเลข 13 ลูก

895
00:59:37.644 --> 00:59:41.260
หนูสะกิดเพื่อนหน่อย

896
00:59:41.646 --> 00:59:45.646

897
00:59:45.647 --> 00:59:49.261

898
00:59:49.649 --> 00:59:53.260
คำถามข้อไหน คำถามข้อไหนคะ

899
00:59:53.650 --> 00:59:57.260
ที่สื่อถึงมาตรา 5

900
00:59:57.650 --> 01:00:01.650
10 10 หมายเลข 10

901
01:00:01.652 --> 01:00:05.260
ที่เป็นความผิดตามมาตรา 5

902
01:00:05.652 --> 01:00:09.260
ข้อไหนลูก

903
01:00:09.654 --> 01:00:13.260
คำถามข้อไหนคะ

904
01:00:13.656 --> 01:00:17.656
องค์ประกอบภายนอก องค์ประกอบภายใน

905
01:00:17.657 --> 01:00:21.260
มาตรา 5 เป็นเรื่องอะไร

906
01:00:21.658 --> 01:00:25.261
มาตรา 5 เป็นเรื่องอะไร

907
01:00:25.659 --> 01:00:29.260
จำได้ไหม

908
01:00:29.659 --> 01:00:33.659

909
01:00:33.660 --> 01:00:37.260
เข้าถึงอะไรลูก มาตรา 5

910
01:00:37.661 --> 01:00:41.260

911
01:00:41.661 --> 01:00:45.260

912
01:00:45.662 --> 01:00:49.662
(ล่าม) ผิดค่ะ (อาจารย์)แสดงว่าไม่จำเป็นต้องมีเจตนาก็ได้หรอ

913
01:00:49.663 --> 01:00:53.260

914
01:00:53.665 --> 01:00:57.260
เข้าถึง

915
01:00:57.665 --> 01:01:01.260
อะไรคะ ใครตอบได้ มาตรา...

916
01:01:01.666 --> 01:01:05.666
(ล่าม) เขาบอกว่าไม่มีเจตนาค่ะ

917
01:01:05.667 --> 01:01:09.260

918
01:01:09.671 --> 01:01:13.260
หมายเลข 8 ตอบได้ไหมลูก

919
01:01:13.683 --> 01:01:17.260

920
01:01:17.683 --> 01:01:21.683
เรื่ององค์ประกอบภายนอก เรื่อง องค์ประกอบภายใน

921
01:01:21.685 --> 01:01:25.260
(ล่าม) ข้อ 3 หรือเปล่าคะ

922
01:01:25.686 --> 01:01:29.260
(อาจารย์) ค่ะ ถามเขาว่าข้อไหน

923
01:01:29.688 --> 01:01:33.260
ที่มันเข้ากับ ที่มันตรงกับ

924
01:01:33.688 --> 01:01:37.688
นอกแต่ไม่มีเจตนาที่เป็น องค์ประกอบภายใน มันจะผิดไหม

925
01:01:37.690 --> 01:01:41.260
มาตรา 5 มันเป็นเรื่องอะไร

926
01:01:41.691 --> 01:01:45.260
หนูจำได้ไหม

927
01:01:45.693 --> 01:01:49.260
(ล่าม) เขาตอบว่าข้อ 3 น่ะค่ะ (อาจารย์) ข้อ 3

928
01:01:49.694 --> 01:01:53.694
และองค์ประกอบภายในที่เรียกว่า เจตนา

929
01:01:53.696 --> 01:01:57.260
แล้วข้อ 1 ข้อ 2 ล่ะลูก

930
01:01:57.697 --> 01:02:01.260

931
01:02:01.697 --> 01:02:05.261

932
01:02:05.699 --> 01:02:09.699
ถ้าคุณมีเจตนามันจะผิดได้ไหม ไม่ผิดค่ะ

933
01:02:09.701 --> 01:02:13.261
มาตรา 5

934
01:02:13.702 --> 01:02:17.260
เข้าถึงอะไร มาตรา 5

935
01:02:17.705 --> 01:02:21.260
เข้าถึงอะไรลูก (ล่าม) ข้อ 1 ข้อ 2

936
01:02:21.705 --> 01:02:25.705
แม้ว่ามีองค์ประกอบทั้งคู่ก็จะมีความผิด

937
01:02:25.706 --> 01:02:29.260
ก็เหมือนกันค่ะ (อาจารย์) โอ.เค.

938
01:02:29.708 --> 01:02:33.266
นะคะ 1, 2, 3 นี่ มันเป็นเรื่องของ

939
01:02:33.708 --> 01:02:37.260
ระบบคอมพิวเตอร์ใช่ไหมคะ มันก็จะไปถามความเข้าใจ

940
01:02:37.710 --> 01:02:41.710
ของผู้อื่นและตนเองไม่มีสิทธิ์ ไม่มีอำนาจ

941
01:02:41.710 --> 01:02:45.260
ในมาตรา 5 นะคะ

942
01:02:45.711 --> 01:02:49.260
มาตรา ขอโทษ

943
01:02:49.713 --> 01:02:53.261
ข้อ 4, 5 นะคะ

944
01:02:53.713 --> 01:02:57.713
ต้องรู้ว่าเป็นระบบคอมพิวเตอร์ของคนอื่น

945
01:02:57.715 --> 01:03:01.260
ข้อ 4, 5 จะไปถามความเข้าใจของมาตราอะไร

946
01:03:01.715 --> 01:03:05.263

947
01:03:05.715 --> 01:03:09.260

948
01:03:09.717 --> 01:03:13.717
ที่จะทำได้ประเด็นที่อาจารย์ขีดเส้นใต้

949
01:03:13.719 --> 01:03:17.261
ข้อ 4 ข้อ 5

950
01:03:17.719 --> 01:03:21.260
ถามความเข้าใจของมาตราอะไรลูก

951
01:03:21.721 --> 01:03:25.260
มาตราอะไรคะ

952
01:03:25.721 --> 01:03:29.721
ต้องรู้ไหมคะ ต้องรู้ไหมคะ ต้องรู้ไหม

953
01:03:29.723 --> 01:03:33.261

954
01:03:33.724 --> 01:03:37.260
มาตราอะไร

955
01:03:37.724 --> 01:03:41.261

956
01:03:41.724 --> 01:03:45.724
อันนี้มันไม่ใช่มือถือของเรานะ อันนี้ไม่ใช่ ATM ของเรานะ

957
01:03:45.726 --> 01:03:49.261

958
01:03:49.727 --> 01:03:53.260

959
01:03:53.727 --> 01:03:57.261

960
01:03:57.729 --> 01:04:01.729
เพราะเราเข้าใจว่ามันเป็นของเรา และคุณทำระบบคอมพิวเตอร์ของเรา

961
01:04:01.730 --> 01:04:05.260
(ล่าม) มาตรา 7 หรือเปล่าครับ (อาจารย์) โอ.เค. เก่งมาก

962
01:04:05.731 --> 01:04:09.260

963
01:04:09.732 --> 01:04:13.261
ข้อ 4 ข้อ 5 จะไปถาม

964
01:04:13.733 --> 01:04:17.733
เครื่องของคนอื่น ถ้าคุณยังเข้าใจว่า อันนี้เครื่องคอมฉัน

965
01:04:17.735 --> 01:04:21.262
ความเข้าใจของมาตรา 7 นะคะ ข้อ 6

966
01:04:21.736 --> 01:04:25.260
ข้อ 7 จะไปถามความเข้าใจมาตรา 6

967
01:04:25.740 --> 01:04:29.261
นะคะ โอ.เค. นะคะ

968
01:04:29.752 --> 01:04:33.752
คุณต้องรู้ค่ะ ต้องรู้ว่ามันเป็นคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น

969
01:04:33.753 --> 01:04:37.260
คือตัวคำถามน่ะ มันจะต้องไปสื่อ

970
01:04:37.753 --> 01:04:41.260
กับตัวกฎหมายที่เรากำลังจะไปถามเขา

971
01:04:41.754 --> 01:04:45.261
ว่าคุณเข้าใจมาตรา 5 มาตรา 6 มาตรา 7

972
01:04:45.755 --> 01:04:49.755
จะใช้ตามนี้ก็ได้แต่อาจารย์อาจจะใช้ภาษาที่มันยากกว่านี้ก็ได้

973
01:04:49.758 --> 01:04:53.260
ไหม ใช่ไหมคะ เราก็จำเป็นที่จะต้องเอาเนื้อหา

974
01:04:53.760 --> 01:04:57.260
ของตัวมาตรา 5, 6, 7

975
01:04:57.762 --> 01:05:01.260
นะคะ อันนี้คืออาจารย์ยกตัวอย่าง

976
01:05:01.769 --> 01:05:05.769
ก็ได้นะคะ แต่อาจารย์ยกตัวอย่างให้ดูเฉย ๆ ว่า

977
01:05:05.771 --> 01:05:09.260
แต่ถ้านักศึกษามองว่าอาจารย์ใช้ภาษาที่มันยากเกินไป

978
01:05:09.773 --> 01:05:13.260
คุณสามารถปรับให้มันเป็นภาษง

979
01:05:13.773 --> 01:05:17.260
ง่าย ๆ ก็ได้นะคะ ตัวนี

980
01:05:17.773 --> 01:05:21.773
นะคะ ทีนี้นะคะ ที่อาจารย์ให้นักศึกษาลองทำดู

981
01:05:21.774 --> 01:05:25.260
อาจารย์เอามาเป็นภาษา ถ้อยคำของ

982
01:05:25.776 --> 01:05:29.260
กฎหมาย เวลาอ่านบ้างคนเขาอ่าน

983
01:05:29.777 --> 01:05:33.260
ไม่เข้าใจ มันคืออะไร นักศึกษาอาจจะไปทำให้มันง่ายขึ้นก็ได้

984
01:05:33.777 --> 01:05:37.777
คำถามที่นำมาพอจะไหวหรือเปล่า

985
01:05:37.778 --> 01:05:41.261

986
01:05:41.780 --> 01:05:45.260
น่ะ นะคะ อ่านแล้วเข้าใจน่ะ

987
01:05:45.781 --> 01:05:49.261
นะคะ นี่คือวัดความเข้าใจ วัดความเข้าใจว่า

988
01:05:49.783 --> 01:05:53.783

989
01:05:53.783 --> 01:05:57.261
นะคะ ในข้อมูลคอมพิวเตอร์

990
01:05:57.784 --> 01:06:01.261
ก็ดีหรือว่าการเอาข้อมูลคนอื่น ๆ ไปเผยแพร่

991
01:06:01.785 --> 01:06:05.261
นะคะ คุณเข้าใจหรือเปล่านะคะ

992
01:06:05.787 --> 01:06:09.787

993
01:06:09.789 --> 01:06:13.260
กระบวนการพวกนี้ ทีนี้วัดความรู้

994
01:06:13.789 --> 01:06:17.261
วัดความรู้จะวัดความรู้อย่างไร ว่าเขารู้หรือไม่

995
01:06:17.790 --> 01:06:21.261
ว่ากฎหมาย พรบ. คอมพิวเตอร์ มาตรา 5, 6 q

996
01:06:21.792 --> 01:06:25.792

997
01:06:25.793 --> 01:06:29.260
นะคะ มันเป็นความผิดอย่างไร

998
01:06:29.794 --> 01:06:33.260
นะคะ ตัววัดความรู้นะคะ วัดความร

999
01:06:33.794 --> 01:06:37.260
วัดว่าเขามีความรู้ไหมนะคะ

1000
01:06:37.795 --> 01:06:41.795

1001
01:06:41.797 --> 01:06:45.260

1002
01:06:45.801 --> 01:06:49.260

1003
01:06:49.802 --> 01:06:53.260

1004
01:06:53.804 --> 01:06:57.804

1005
01:06:57.805 --> 01:07:01.261

1006
01:07:01.807 --> 01:07:05.260
นะคะ

1007
01:07:05.811 --> 01:07:09.260
วัดความรู้ ว่า

1008
01:07:09.811 --> 01:07:13.811

1009
01:07:13.813 --> 01:07:17.261
สิ่งที่เขาเห็นนะคะ ในตัวข้อเท็จจริงอะไร

1010
01:07:17.815 --> 01:07:21.261
ลองวิเคราะห์สิว่า มันเป็นความผิด

1011
01:07:21.815 --> 01:07:25.260
ไหมนะคะ เหมือนอย่างที่อาจารย์ยกตัวอย่าง

1012
01:07:25.816 --> 01:07:29.816

1013
01:07:29.818 --> 01:07:33.260
อะไรต่าง ๆ ตัวนี้วัดความรู้ ไม่ใช่วัด

1014
01:07:33.818 --> 01:07:37.260
ความเข้าใจเบื้องต้นแล้ว ว่าคุณเข้าใจไหม

1015
01:07:37.819 --> 01:07:41.260

1016
01:07:41.820 --> 01:07:45.820
ที่ให้วัดความรู้นี่

1017
01:07:45.822 --> 01:07:49.260

1018
01:07:49.826 --> 01:07:53.260

1019
01:07:53.827 --> 01:07:57.261
ใหญ่ขึ้นไหมเอ่ย

1020
01:07:57.828 --> 01:08:01.828
กฎหมายตัวนี้ เขาก็อาจจะมีคำถาม

1021
01:08:01.830 --> 01:08:05.260
ข้อ 1 อาจารย์วัดว่าอะไร อาจารย์วัดว่า

1022
01:08:05.831 --> 01:08:09.260
คุณทราบไหมนะคะ ว่าพระราชบัญญัติหรือ พรบ.

1023
01:08:09.832 --> 01:08:13.260
เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ หรือว่ากฎหมายเกี่ยวกับ

1024
01:08:13.833 --> 01:08:17.833
ดังนั้นนี่ นักศึกษาต้องไปถามเข้า ว่าคุณมีความรู้ในตัว

1025
01:08:17.835 --> 01:08:21.267
ทางอาญา

1026
01:08:21.836 --> 01:08:25.274
คุณรู้ไหม ว่าโทษทางอาญาคืออะไร

1027
01:08:25.838 --> 01:08:29.260
ที่อาจารย์ยกตัวอย่างว่ามาตรา 5 มาตรา 6 มาตรา 7

1028
01:08:29.839 --> 01:08:33.839
นะคะ เข้าใจแค่ไหน มันก็มี 5 4 3 2 1

1029
01:08:33.839 --> 01:08:37.263
ทำผิดจะได้รับโทษอย่างไรคะ ปรับ

1030
01:08:37.840 --> 01:08:41.260
ใช่ไหมคะ จำคุกใช่ไหมคะ หรือทั้งจำทั้งปรับ

1031
01:08:41.849 --> 01:08:45.261
นี่คือโทษทางอาญา นี่คือโทษร้ายแรง

1032
01:08:45.862 --> 01:08:49.862
วัดความรู้ความเข้าใจของเขาได้เลย ว่าคน ๆ นี้ไม่มีความเข้าใจ

1033
01:08:49.863 --> 01:08:53.261
ของมัน คุณรู้ไหม คุณรู้ไหม

1034
01:08:53.871 --> 01:08:57.260
นะคะ อันนี้คือวัดความรู้

1035
01:08:57.871 --> 01:09:01.260
ว่าเขารู้หรือเปล่าว่า กฎหมายคอมพิวเตอร์ ความผิดทางอาญา

1036
01:09:01.873 --> 01:09:05.873
เขียนวิเคราะห์ได้เลยว่า เขาไม่เข้าใจเลยว่า ระบบในข้อมูลคอมพิวเตอร์

1037
01:09:05.873 --> 01:09:09.260
นักศึกษาก็ทำได้ 5 4 3 2 1 ถ้าเขารู้

1038
01:09:09.875 --> 01:09:13.260
เขาก็จะติ๊ก 5 เลยนะคะ ข้อ 2

1039
01:09:13.875 --> 01:09:17.261
นะคะ คุณรู้ไหม ว่ากฎหมายฉบับนี้

1040
01:09:17.877 --> 01:09:21.877
ความเข้าใจแล้วนี่ แล้วความรู้เขามีไหมนี่ ในข้อมูลคอมพิวเตอร์

1041
01:09:21.878 --> 01:09:25.261
ใช้บังคับเฉพาะคนเล่นคอมพิวเตอร์เท่านั้น

1042
01:09:25.880 --> 01:09:29.260
ใช่หรือเปล่า บังคับ

1043
01:09:29.880 --> 01:09:33.260
เฉพาะคนที่เล่นคอมพิวเตอร์เท่านั้น

1044
01:09:33.884 --> 01:09:37.884
อย่างถ่องแท้ รู้ว่ามันผิด

1045
01:09:37.886 --> 01:09:41.260
ใช่ไหม

1046
01:09:41.887 --> 01:09:45.261
ตัวนี้นะคะ นักศึกษาอาจจะทำโปรแกรม Google

1047
01:09:45.887 --> 01:09:49.260
ใช่ไหมคะ แล้วก็ตอบรู้ไม่รู้ก็ได้

1048
01:09:49.887 --> 01:09:53.887
ส่วนใหญ่จะเป็นแบบนี้ นักศึกษาลองทำเลย

1049
01:09:53.889 --> 01:09:57.260
นะคะ วัดความรู้ว่ารู้ไม่รู้ ใช่ไม่ใช่

1050
01:09:57.889 --> 01:10:01.261
นะคะ กฎหมายฉบับนี้

1051
01:10:01.890 --> 01:10:05.261
ใช้บังคับเฉพาะคนเล่นคอมพิวเตอร์

1052
01:10:05.902 --> 01:10:09.902
เข้าใจนะ แต่พอถามว่ามันผิดกฎหมายไหน

1053
01:10:09.904 --> 01:10:13.261
ถูกหรือผิด

1054
01:10:13.905 --> 01:10:17.261
เมื่อกี้ยังเข้าหน้าไอ้นี่อยู่ ใครดีหนอ

1055
01:10:17.907 --> 01:10:21.260
22 นี่

1056
01:10:21.908 --> 01:10:25.908
ATM ตู้ ATM ไม่รู้เลยว่า มือถือ โทรศัพท์มือถือ เป็นระบบ

1057
01:10:25.909 --> 01:10:29.273
เด็กหูฯ ไหมลูก

1058
01:10:29.921 --> 01:10:33.260
ใช่ไหม ค่ะ เพราะว่ายังไม่ได้ถามเลย

1059
01:10:33.922 --> 01:10:37.260

1060
01:10:37.924 --> 01:10:41.924
นะคะ ข้อมูลคอมพิวเตอร์

1061
01:10:41.926 --> 01:10:45.260
กฎหมายฉบับนี้

1062
01:10:45.927 --> 01:10:49.260
ก็คือตัว พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ กฎหมายคอมพิวเตอร์นี่

1063
01:10:49.929 --> 01:10:53.260
เฉพาะคนเล่นคอมพิวเตอร์เท่านั้นใช่ไหม

1064
01:10:53.929 --> 01:10:57.929
จะให้อาจารย์ดูเพิ่มเติม

1065
01:10:57.931 --> 01:11:01.260
ถูกหรือผิดคะ

1066
01:11:01.932 --> 01:11:05.260

1067
01:11:05.933 --> 01:11:09.260
(ล่าม) ผิด เดี๋ยวสักครู่นะคะ

1068
01:11:09.934 --> 01:11:13.934
อาทิตย์หน้านี่ อาจารย์จะให้ลงพื้นที่

1069
01:11:13.936 --> 01:11:17.260

1070
01:11:17.941 --> 01:11:21.260

1071
01:11:21.943 --> 01:11:25.261

1072
01:11:25.951 --> 01:11:29.951
ใช้ google from ก็ได้ นักศึกษาจะให้เขา

1073
01:11:29.953 --> 01:11:33.261

1074
01:11:33.955 --> 01:11:37.260

1075
01:11:37.956 --> 01:11:41.260
หนูไม่เข้าใจ

1076
01:11:41.958 --> 01:11:45.958
ทีเดียวก็ได้จะได้ไม่ต้องเปลือง

1077
01:11:45.959 --> 01:11:49.260
หรือลูก

1078
01:11:49.961 --> 01:11:53.260
(ล่าม) อายน่ะค่ะ

1079
01:11:53.963 --> 01:11:57.260

1080
01:11:57.965 --> 01:12:01.965

1081
01:12:01.967 --> 01:12:05.260

1082
01:12:05.968 --> 01:12:09.260
คือบังคับเฉพาะคนที่เล่นคอมฯ อย่างเดียวใช่ไหมคะ

1083
01:12:09.968 --> 01:12:13.260
(อาจารย์) ค่ะ ถามเขาค่ะ เขาเข้าใจไหม

1084
01:12:13.969 --> 01:12:17.969
แปลไม่เป็นนะคะ อาจารย์ก็อยากจะให้ฝึกตรงจุดนี้ มันปี 3 แล้วน่ะ

1085
01:12:17.971 --> 01:12:21.261
ที่อาจารย์ถามว่า

1086
01:12:21.982 --> 01:12:25.262
กฎหมายฉบับนี้บังคับเฉพาะคนที่เล่นคอมพิวเตอร์

1087
01:12:25.983 --> 01:12:29.263
เท่านั้น ถูกหรือผิด

1088
01:12:29.984 --> 01:12:33.984
ในห้องเรียน อาจารย์ก็อยากจะให้อัดวิดีโอ

1089
01:12:33.985 --> 01:12:37.260

1090
01:12:37.986 --> 01:12:41.261

1091
01:12:41.988 --> 01:12:45.260
(ล่าม) ครับไม่แน่ใจ

1092
01:12:45.988 --> 01:12:49.988
ใช้ OBS มีใครมีเข้าถามเพิ่มเติมไหมคะ ใช้

1093
01:12:49.989 --> 01:12:53.260
เหมือนกัน ว่าบังคับแค่คนเล่นคอมพิวเตอร์อย่างเดียว

1094
01:12:53.998 --> 01:12:57.260
ตอบได้ไหมลูก มีใครตอบได้

1095
01:12:57.999 --> 01:13:01.260
23 ช่วยเพื่อนหน่อย

1096
01:13:02.000 --> 01:13:06.000
ถ้าใครไม่มั่นใจ ก็เหมือนเดิมค่ะ

1097
01:13:06.002 --> 01:13:09.260
ถูกหรือผิด

1098
01:13:10.004 --> 01:13:13.260
นี่ค่ะ ที่อาจารย์ถาม กฎหมายฉบับนี่

1099
01:13:14.004 --> 01:13:17.260
ใช้บังคับคนเล่นคอมพิวเตอร์เท่านั้น

1100
01:13:18.006 --> 01:13:22.006
นักศึกษาอาจจะไปถามเพื่อนะคะ ถามรุ่นพี่ รุ่นน้องเรา

1101
01:13:22.008 --> 01:13:25.260
คนที่ไม่ได้เล่นคอมพิวเตอร์อาจจะ

1102
01:13:26.011 --> 01:13:29.260
ไม่ได้มีความผิดตามกฎหมายนี้เลย

1103
01:13:30.011 --> 01:13:33.260
ถูกหรือผิด ที่อาจารย์พูดอยู่นี่

1104
01:13:34.012 --> 01:13:38.012
ไม่เข้าใจ ไม่รู้เรื่อง แล้วรู้ไหมว่ามันมีกฎหมายตัวนี้

1105
01:13:38.013 --> 01:13:41.260

1106
01:13:42.013 --> 01:13:45.260
(ล่าม) ก็คือ

1107
01:13:46.014 --> 01:13:49.260
ผิดกฎหมายเหมือนกัน คนที่เล่นคอมฯ เหมือนกันน่ะครับ

1108
01:13:50.014 --> 01:13:54.014
อีกคุณก็ไปประเมินได้เลยว่าคนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจในระบบคอมพิวเตอร์

1109
01:13:54.016 --> 01:13:57.260

1110
01:13:58.017 --> 01:14:01.260

1111
01:14:02.019 --> 01:14:05.261
เหมือนที่เรียนน่ะครับ

1112
01:14:06.020 --> 01:14:10.020
เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ได้รู้เลยว่ามีตัวกฎหมายนี่

1113
01:14:10.022 --> 01:14:13.260
ผิดกฎหมายเหมือนกันนะครับ (อาจารย์)

1114
01:14:14.022 --> 01:14:17.269
เขาเข้าใจ

1115
01:14:18.024 --> 01:14:21.260
คำว่า "บังคับ

1116
01:14:22.025 --> 01:14:26.025
สอบถามแล้วก็สรุปผล ทั้งแบบปริมาณ แบบ คุณภาพ ได้

1117
01:14:26.026 --> 01:14:29.260
ครับเข้าใจครับ

1118
01:14:30.027 --> 01:14:33.260
(อาจารย์) และถ้าคนไม่เล่นคอมพิวเตอร์ผิดไหม คนไม่เล่น

1119
01:14:34.030 --> 01:14:37.260
จะผิดกฎหมายนี้ไหม คนที่ไม่เล่นคอมพิวเตอร์

1120
01:14:38.041 --> 01:14:42.041
บอกกับนักศึกษาบางคนไว้แล้วว่า ข้อมูลนี้สามารถ

1121
01:14:42.043 --> 01:14:45.260
จะผิดกฎหมายนี้ไหม ไปเล่นมือถืออย่างนี้

1122
01:14:46.044 --> 01:14:49.260

1123
01:14:50.044 --> 01:14:53.260

1124
01:14:54.045 --> 01:14:58.045
จะทำอย่างไรให้เขารู้ถึงระบบคอมพิวเตอร์ตัวนี้มากขึ้น

1125
01:14:58.048 --> 01:15:01.260
ผิดเหมือนกันครับ

1126
01:15:02.049 --> 01:15:05.260
(อาจารย์) ผิดเหมือนกัน แสดงว่า ใช้เฉพาะ

1127
01:15:06.050 --> 01:15:09.260
คนเล่นคอมพิวเตอร์เท่านั้น

1128
01:15:10.051 --> 01:15:14.051
ตาม พรบ. คอมพิวเตอร์

1129
01:15:14.053 --> 01:15:17.261
คำตอบว่าผิด ถูกต้องไหมคะ

1130
01:15:18.055 --> 01:15:21.260
เพราะไม่ได้บังคับเฉพาะคนเล่นคอมพิวเตอร์

1131
01:15:22.055 --> 01:15:25.261
แต่รวมถึงระบบคอมพิวเตอร์อื่นด้วย

1132
01:15:26.056 --> 01:15:30.056
คนไม่ได้รู้เลยว่ากฎหมายคอมพิวเตอร์เป็นอย่างไร

1133
01:15:30.058 --> 01:15:33.260
นั้นก็เมื่อกี้ อย่างที่เรายกตัวอย่าง โทรศัพท์มือถือ เครื่องมือ

1134
01:15:34.059 --> 01:15:37.260
สื่อสารอย่างอื่น หรือว่าตู้เอทีเอ็มใช่ไหมคะ

1135
01:15:38.060 --> 01:15:41.260
ก็ยังเป็นระบบคอมพิวเตอร์ ดังนั้นนะคะ

1136
01:15:42.060 --> 01:15:46.060
นะคะ สำหรับคนที่ ที่สงใสในตัวประเด็น

1137
01:15:46.061 --> 01:15:49.260
ที่บอกว่า กฎหมายนี้ใช้บังคับเฉพาะ

1138
01:15:50.061 --> 01:15:53.260
มันจึงผิดนั้นเอง เห็นไหมคะ

1139
01:15:54.063 --> 01:15:57.260
นี่คือวัดความรู้ไหม วัดความรู้นะคะ ว่าคุณรู้ไหม

1140
01:15:58.063 --> 01:16:02.063
ไปทำโปรเจคจบ เขาไปทำล่าม ขอโทษไม่ใช่ล่าม

1141
01:16:02.065 --> 01:16:05.260
นะคะ พอมาข้อ 3 นะคะ

1142
01:16:06.079 --> 01:16:09.260
ข้อ 3 นะคะ

1143
01:16:10.080 --> 01:16:13.260
ข้อ 3 ถามว่า สามี ภรรยา

1144
01:16:14.081 --> 01:16:18.081
กฎหมายอาญา คือ อะไร อย่างนี้นะคะ แล้วก็อีกคนหนึ่ง

1145
01:16:18.082 --> 01:16:21.260
สามารถเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ โดยที่

1146
01:16:22.084 --> 01:16:25.260
อีกฝ่ายไม่อนุญาตได้ ถูกหรือผิด

1147
01:16:26.084 --> 01:16:29.260
ถูกหรือผิด

1148
01:16:30.086 --> 01:16:34.086
ของกระทรวงยุติธรรมลืมเอามาให้ดู เขาส่งมาให้เป็นภาษาล่าม

1149
01:16:34.088 --> 01:16:37.260
ถูกหรือผิด

1150
01:16:38.089 --> 01:16:41.260
ที่อาจารย์ไม่ค่อยถามเด็กปกติเพราะว่า

1151
01:16:42.089 --> 01:16:45.260
เหมือนเข้าใจกันภาษาง่าย ๆ อยู่แล้ว เด็กหูฯ

1152
01:16:46.089 --> 01:16:50.089
ส่งมามันจะเป็นหนังาสือ เหมือนภาษาล่ามโดยตรง

1153
01:16:50.089 --> 01:16:53.260
เขาจะยากหน่อย เดี๋ยวถามใครดี 18 ได้ไหมคะ

1154
01:16:54.090 --> 01:16:57.260

1155
01:16:58.092 --> 01:17:01.260
เดี๋ยวนะคะ 18

1156
01:17:02.092 --> 01:17:06.092
บางอย่างก็อาจจะยังไม่เข้าใจ เด็ก ๆ ด้วยก็อาจจะยังไม่เข้าใจ

1157
01:17:06.093 --> 01:17:09.260
นี่ค่ะ

1158
01:17:10.094 --> 01:17:13.260
นี่ค่ะ 18

1159
01:17:14.095 --> 01:17:17.260
18 ลูก

1160
01:17:18.095 --> 01:17:22.095
แล้วก็ INBOX ส่งมาให้อาจารย์ตรวงดูก่อน

1161
01:17:22.097 --> 01:17:25.260
สามีภรรยากันค่ะ

1162
01:17:26.111 --> 01:17:29.260
เข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์โดยที่อีกฝ่าย

1163
01:17:30.111 --> 01:17:33.260
เข้าได้ไหม เขาไม่อนุญาตนะ

1164
01:17:34.112 --> 01:17:38.112
ต่อไปค่อยมาสรุปผลเหมือนเดิม เหมือนตามที่เราสรุปแผนงานของเ

1165
01:17:38.114 --> 01:17:41.260
สามีบอกว่า ห้ามเช็กโทรศัพท์ฉัน

1166
01:17:42.114 --> 01:17:45.260
แต่ภรรยาก็ไปหยิบเลยจ้า (ล่าม) ผิดค่ะ

1167
01:17:46.114 --> 01:17:49.260
ไม่ได้ค่ะ

1168
01:17:50.115 --> 01:17:54.115
มีไหมคะ สำหรับเพื่อนที่ไม่ได้มา เพื่อนที่ติดภาระกิจ

1169
01:17:54.116 --> 01:17:57.260

1170
01:17:58.117 --> 01:18:01.260
ผิดค่ะ ไม่ได้ค่ะ

1171
01:18:02.117 --> 01:18:05.260
โอ.เค. แม้แต่เป็นสามีภรรยากันก็ไม่ได้

1172
01:18:06.118 --> 01:18:10.118
ตอนคุณ present รายงาน คุณได้มีส่วนร่วมอะไร

1173
01:18:10.120 --> 01:18:13.260

1174
01:18:14.121 --> 01:18:17.261
(ล่าม) ใช่ค่ะ ผิดค่ะ (อาจารย์) โอ.เค.

1175
01:18:18.122 --> 01:18:21.260
ตัวนี้นี่ อาจารย์เคยใช้คำหนึ่ง

1176
01:18:22.124 --> 01:18:26.124
มีไหมเอ่ย มีใครมีคำถาม ไม่มีนะคะ

1177
01:18:26.125 --> 01:18:29.260
สิทธิส่วนบุคคลใช่ไหมคะ

1178
01:18:30.127 --> 01:18:33.261
ดังนั้นนี่ เรื่องของการเข้าถึงนะคะ

1179
01:18:34.127 --> 01:18:37.261
ระบบคอมพิวเตอร์ หรือว่าข้อมูลคอมพิวเตอร์

1180
01:18:38.128 --> 01:18:42.128
ชริกาญ อริชัยญา

1181
01:18:42.129 --> 01:18:45.260
เฉพาะบุคคลอยู่ แม้ว่าจะเป็น

1182
01:18:46.130 --> 01:18:49.260
สามีภรรยากันนะคะ ถ้าอีกฝ่ายหนึ่งไม่อนุญาต

1183
01:18:50.133 --> 01:18:53.260
แล้วคุณเข้าไป

1184
01:18:54.133 --> 01:18:58.133
โจโจ้ นะ สิริชัย

1185
01:18:58.134 --> 01:19:01.260
ก็จะมีความผิดตามกฎหมายนี้นะคะ

1186
01:19:02.134 --> 01:19:05.260

1187
01:19:06.135 --> 01:19:09.260
อาจารย์ถามข้อ 4 นะคะ

1188
01:19:10.136 --> 01:19:14.136
ปุกกี้ลา ใช่ไหมคะ กาญจนา

1189
01:19:14.137 --> 01:19:17.260
ว่า ตู้ ATM เป็นระบบคอมพิวเตอร์หรือไหม

1190
01:19:18.139 --> 01:19:21.260
ความรู้ตอบได้ไหม ตอบว่าอะไรดี

1191
01:19:22.140 --> 01:19:25.260
เป็นใช่ไหมคะ

1192
01:19:26.141 --> 01:19:30.141
จุฑามาตร เบล ใช่ไหม

1193
01:19:30.143 --> 01:19:33.260
ผู้กระทำต้องมีเจตนา

1194
01:19:34.144 --> 01:19:37.260
ในการกระทำความผิด

1195
01:19:38.144 --> 01:19:41.260
มีเด็กหูฯ ...

1196
01:19:42.155 --> 01:19:46.155
เต่า คมกริด

1197
01:19:46.156 --> 01:19:49.260
ยากไปไหมลูก

1198
01:19:50.156 --> 01:19:53.260
ไปไหมลูก เพื่อนจะตอบได้ไหม 10 10

1199
01:19:54.157 --> 01:19:57.260

1200
01:19:58.160 --> 01:20:02.160
วันวิสา เพื่อนโจโจ้ชื่ออะไรนะคะ

1201
01:20:02.163 --> 01:20:05.260
หมายเลข 10

1202
01:20:06.165 --> 01:20:09.260
ผู้กระทำนี่ ต้องมีเจตนา

1203
01:20:10.166 --> 01:20:13.260
กระทำความผิด ถูกหรือผิด เมื่อกี้

1204
01:20:14.167 --> 01:20:18.167
ณสุดา

1205
01:20:18.169 --> 01:20:21.260
อาจารย์อธิบายองค์ประกอบภายนอก องค์ประกอบภายใน

1206
01:20:22.170 --> 01:20:25.260
จำได้ไหมคะ แล้วถามว่า

1207
01:20:26.183 --> 01:20:29.260
ผู้กระทำความผิดนี่ ต้องมีเจตนา

1208
01:20:30.184 --> 01:20:34.184
ก็ส่งมาให้อาจารย์ดูทั้ง from นั้น ๆ เลยก็ได้

1209
01:20:34.185 --> 01:20:37.260
ที่จะกระทำความผิด ถูกหรือผิด

1210
01:20:38.186 --> 01:20:41.260

1211
01:20:42.188 --> 01:20:45.259

1212
01:20:46.190 --> 01:20:50.190
สวัสดีค่ะ (นักเรียน) ขอบคุณค่ะ (อาจารย์)

1213
01:20:50.192 --> 01:20:53.260

1214
01:20:54.193 --> 01:20:57.260

1215
01:20:58.194 --> 01:21:01.260
(ล่าม) ผิดค่ะ (อาจารย์) แสดงว่า

1216
01:21:02.195 --> 01:21:06.195

1217
01:21:06.197 --> 01:21:09.260
ไม่ต้องมีเจตนาก็ได้หรือคะ

1218
01:21:10.199 --> 01:21:13.260

1219
01:21:14.201 --> 01:21:17.260

1220
01:21:18.202 --> 01:21:22.202

1221
01:21:22.205 --> 01:21:25.260

1222
01:21:26.206 --> 01:21:29.259
(ล่าม) เขาบอกว่า

1223
01:21:30.219 --> 01:21:33.260
ไม่มีเจตนาค่ะ

1224
01:21:34.219 --> 01:21:38.219

1225
01:21:38.221 --> 01:21:41.260
(อาจารย์) ไม่มีเจตนาก็ผิดหรือลูก

1226
01:21:42.221 --> 01:21:45.259
เพราะอาจารย์อธิบายเรื่ององค์ประกอบภายนอก

1227
01:21:46.223 --> 01:21:49.260
จะผิดได้มันต้องคู่กัน จำได้ไหมคะ

1228
01:21:50.224 --> 01:21:54.224

1229
01:21:54.224 --> 01:21:57.260
จะผิดได้ต้องมีองค์ประกอบภายนอก และองค์

1230
01:21:58.226 --> 01:22:01.259
ประกอบภายใน แม้ว่ามันจะเป็น

1231
01:22:02.228 --> 01:22:05.259
ความผิดตามองค์ประกอบายนอก แต่ไม่มีเจตนา

1232
01:22:06.228 --> 01:22:10.228

1233
01:22:10.230 --> 01:22:13.259
ที่เป็นองค์ประกอบภายในจะผิดไหม

1234
01:22:14.230 --> 01:22:17.259
ก็ไม่ผิดใช่ไหมคะ

1235
01:22:18.232 --> 01:22:21.259
มันต้องคู่กัน จะต้องมีทั้งองค์ประกอบ

1236
01:22:22.232 --> 01:22:26.232

1237
01:22:26.234 --> 01:22:29.259
ภายนอก และองค์ประกอบภายในที่เจตนา

1238
01:22:30.235 --> 01:22:33.259
ดังนั้น ที่อาจารย์ถามว่า ผู้กระทำ

1239
01:22:34.237 --> 01:22:37.259
ต้องมีเจตนาในการกระทำความผิด

1240
01:22:38.237 --> 01:22:42.237

1241
01:22:42.238 --> 01:22:45.260
อันนี้ถูก

1242
01:22:46.238 --> 01:22:49.259
ต้องมีเจตนาค่ะ ถ้าคุณไม่มีเจตนา มันจะผิดได้ไหม

1243
01:22:50.239 --> 01:22:53.259
ไม่ผิดค่ะ เหมือนที่อาจารย์ยกตัวอย่าง

1244
01:22:54.249 --> 01:22:58.249

1245
01:22:58.252 --> 01:23:02.252
ก็เรามีเจตนาดี เอาโทรศัพท์ไปคืนเพื่อน

1246
01:23:02.256 --> 01:23:06.256
ใช่ไหมคะ ดังนั้นนี่ การกระทำของเรา

1247
01:23:06.256 --> 01:23:10.256
มันก็ แม้ว่ามีองค์ประกอบภายนอกครบ องค์ประกอบภายใน

1248
01:23:10.257 --> 01:23:14.257

1249
01:23:14.259 --> 01:23:18.259
มันขาด มันไม่ครบไปทั้งคู่ อย่างนี้ก็จะไม่เป็นความผิด

1250
01:23:18.259 --> 01:23:22.259
นะคะ ข้อ 6

1251
01:23:22.261 --> 01:23:26.259
นะคะ ผู้กระทำต้องรู้ว่า

1252
01:23:26.261 --> 01:23:30.261

1253
01:23:30.264 --> 01:23:34.259
เป็นคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น และตนเองไม่มีสิทธิ์

1254
01:23:34.266 --> 01:23:38.259
ไม่มีอำนาจที่จะเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ได้

1255
01:23:38.277 --> 01:23:42.259
ถูกหรือผิด ถูกหรือผิด

1256
01:23:42.278 --> 01:23:46.278

1257
01:23:46.279 --> 01:23:50.259
หรือผิด คนทำนะคะ คนที่ทำนี่

1258
01:23:50.283 --> 01:23:54.259
ต้องรู้ว่าเป็น

1259
01:23:54.284 --> 01:23:58.259
ระบบคอมพิวเตอร์ของคนอื่น

1260
01:23:58.284 --> 01:24:02.284

1261
01:24:02.284 --> 01:24:06.259
นี่ค่ะ

1262
01:24:06.286 --> 01:24:10.259
และต้องรู้ด้วยว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์

1263
01:24:10.286 --> 01:24:14.260
ที่จะทำได้ ประเด็นที

1264
01:24:14.287 --> 01:24:18.287

1265
01:24:18.288 --> 01:24:22.259
ที่อาจารย์ขีดเส้นใต้ก็คือ ต้องรู้ อันนี้

1266
01:24:22.290 --> 01:24:26.259
ถูกหรือผิด

1267
01:24:26.290 --> 01:24:30.259

1268
01:24:30.291 --> 01:24:34.291

1269
01:24:34.292 --> 01:24:38.259
ต้องรู้ไหมคะ

1270
01:24:38.293 --> 01:24:42.259
ต้องรู้ไหมคะ ต้องรู้ไหมว่า

1271
01:24:42.295 --> 01:24:46.259
มันไม่ใช่ระบบคอมพิวเตอร์ของเราเอง

1272
01:24:46.296 --> 01:24:50.296

1273
01:24:50.297 --> 01:24:54.259
ต้องรู้สิ ต้องรู้ว่าอันนี้มันไม่ใช่ของเรานะ

1274
01:24:54.301 --> 01:24:58.259
อันนี้มันไม่ใช่มือถือเรานะ

1275
01:24:58.302 --> 01:25:02.259
นี่มันไม่ใช่ ATM เรานะ

1276
01:25:02.304 --> 01:25:06.304

1277
01:25:06.304 --> 01:25:10.259
เราต้องรู้ค่ะ

1278
01:25:10.308 --> 01:25:14.259
บอกว่าก็มันเป็นของผม อันนี้เราไม่รู้แล้ว

1279
01:25:14.309 --> 01:25:18.259
ว่ามันเป็นของคนอื่น

1280
01:25:18.310 --> 01:25:22.310

1281
01:25:22.310 --> 01:25:26.259
แล้วคุณทำระบบคอมพิวเตอร์ของตัวเอง ผิดไหมคะ

1282
01:25:26.314 --> 01:25:30.259
เราเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของเรา

1283
01:25:30.316 --> 01:25:34.260
ที่มันจะผิดคือ คุณเข้าระบบคอมพิวเตอร์ของคนอื่น คุณ

1284
01:25:34.316 --> 01:25:38.316

1285
01:25:38.317 --> 01:25:42.259
ต้องรู้ด้วยว่านี่คือเครื่องของคนอื่น

1286
01:25:42.320 --> 01:25:46.259
ถ้าคุณยังเข้าใจ แล้วก็รู้ว่านี่มันคอมฯ

1287
01:25:46.321 --> 01:25:50.259
ฉันเข้าคอมฯ ตัวเองมันจะผิดไหมล่ะ

1288
01:25:50.322 --> 01:25:54.322

1289
01:25:54.323 --> 01:25:58.259
ทีนี้ มันก็ไม่ผิดใช่ไหมคะ ดังนั้น

1290
01:25:58.323 --> 01:26:02.259
ข้อสุดท้าย คือ คุณต้องรู้ค่ะ ต้องรู้ว่า

1291
01:26:02.325 --> 01:26:06.259
มันเป็นคอมพิวเตอร์ของผู้อท่น

1292
01:26:06.325 --> 01:26:10.325

1293
01:26:10.326 --> 01:26:14.259
นะคะ อันนี้ก็คือ ลักษณะที่นำมา

1294
01:26:14.328 --> 01:26:18.259
วัดความรู้ ทีนี้ถามว่า

1295
01:26:18.329 --> 01:26:22.260
6 ข้อนี่ นักศึกษาจะใช้ตามนี้ก็ได้

1296
01:26:22.329 --> 01:26:26.259
อาจารย์อาจจะใช้ภาษามันยากเกินไป

1297
01:26:26.330 --> 01:26:30.259
นะคะ คนอ่านไม่เข้าใจ นักศึกษาสามารถ

1298
01:26:30.331 --> 01:26:34.259
ทำให้มันง่ายนะคะ

1299
01:26:34.332 --> 01:26:38.259
โดยใช้ภาษาธรรมดาก็ได้

1300
01:26:38.333 --> 01:26:42.259
ยกตัวอย่างให้ดูเฉย ๆ ว่าลักษณะของ

1301
01:26:42.333 --> 01:26:46.259
การวัดความรู้ที่มันจะต้องมีวิเคราะห์

1302
01:26:46.333 --> 01:26:50.259
วัดความรู้นี่นะคะ มาวิเคราะห์มากขึ้นเป็นอย่างไร

1303
01:26:50.333 --> 01:26:54.259
นะคะ ทีนี้นะคะ ที่อาจารย์

1304
01:26:54.334 --> 01:26:58.259
ให้นักศึกษาลองทำดูนะคะ

1305
01:26:58.335 --> 01:27:02.259
เป็ฯอย่างไรบ้าง ใครอยากจะให้อาจารย์เดิน

1306
01:27:02.335 --> 01:27:06.259
ไปดูว่าของผม

1307
01:27:06.337 --> 01:27:10.259
ใช้ได้ไหม คำถาม

1308
01:27:10.337 --> 01:27:14.259
ที่นำมาพอจะไหวหรือเปล่า โต๊ะไหนคะ

1309
01:27:14.339 --> 01:27:18.260
เดี๋ยวอาจารย์เดินไปดูให้

1310
01:27:18.340 --> 01:27:22.259

1311
01:27:22.340 --> 01:27:26.259

1312
01:27:26.340 --> 01:27:30.259

1313
01:27:30.340 --> 01:27:34.259

1314
01:27:34.341 --> 01:27:38.259

1315
01:27:38.342 --> 01:27:42.260

1316
01:27:42.343 --> 01:27:46.259

1317
01:27:46.344 --> 01:27:50.259

1318
01:27:50.345 --> 01:27:54.259

1319
01:27:54.346 --> 01:27:58.259

1320
01:27:58.347 --> 01:28:02.259

1321
01:28:02.347 --> 01:28:06.259

1322
01:28:06.348 --> 01:28:10.259

1323
01:28:10.349 --> 01:28:14.259

1324
01:28:14.350 --> 01:28:18.259

1325
01:28:18.351 --> 01:28:22.259

1326
01:28:22.353 --> 01:28:26.259

1327
01:28:26.354 --> 01:28:30.259

1328
01:28:30.355 --> 01:28:34.259

1329
01:28:34.356 --> 01:28:38.259

1330
01:28:38.359 --> 01:28:42.259

1331
01:28:42.361 --> 01:28:46.259

1332
01:28:46.362 --> 01:28:50.259

1333
01:28:50.363 --> 01:28:54.259

1334
01:28:54.364 --> 01:28:58.259

1335
01:28:58.365 --> 01:29:02.259

1336
01:29:02.367 --> 01:29:06.260

1337
01:29:06.368 --> 01:29:10.258

1338
01:29:10.368 --> 01:29:14.259

1339
01:29:14.369 --> 01:29:18.259

1340
01:29:18.369 --> 01:29:22.259

1341
01:29:22.370 --> 01:29:26.259
ที่ให้วัดความรู้นี่

1342
01:29:26.371 --> 01:29:30.258
นะคะ บางคนนักศึกษาต้องนึกถึง

1343
01:29:30.371 --> 01:29:34.259
คนที่ยังไม่ได้ศึกษากฎหมายตัวนี้ เขาอาจมีคำถามว่า

1344
01:29:34.372 --> 01:29:38.259
พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ เห็นไหมคะ

1345
01:29:38.373 --> 01:29:42.259
พระราชบัญญัติเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ก็ฉันเล่น

1346
01:29:42.373 --> 01:29:46.258
โทรศัพท์มือถืออยู่บ้านน่ะ ทำไมถึงผิดตัวนี้

1347
01:29:46.374 --> 01:29:50.259
เห็นไหมคะ ดังนั้นนี่นักศึกษาไปถามเขา

1348
01:29:50.385 --> 01:29:54.258
ว่าคุณนี่มีความรู้ความเข้าใจ

1349
01:29:54.385 --> 01:29:58.258
ในเรื่องพรบ. คอมพิวเตอร์ มากน้อยแค่ไหน

1350
01:29:58.386 --> 01:30:02.261
นะคะ ถ้าเราทำแบบสอบถามนี่ ตัวความเข้าใจนี่

1351
01:30:02.387 --> 01:30:06.259
เขาเข้าใจไหมนะคะ เขาเข้าใจแค่ไหนนะค

1352
01:30:06.391 --> 01:30:10.259
มันก็มี 5 4 3 2 1 ใช่ไหมคะ

1353
01:30:10.391 --> 01:30:14.259
นักศึกษาเข้าไปติ๊ก

1354
01:30:14.392 --> 01:30:18.259
นะคะ ค่าเฉลี่ยเป็นอย่างไร น้อยมาก

1355
01:30:18.394 --> 01:30:22.258
นักศึกษาก็สามารถวัดความรู้ ความเข้าใจได้เลย

1356
01:30:22.395 --> 01:30:26.259
แสดงว่าคนคนนี้ไม่มีความเข้าในมาตรา

1357
01:30:26.397 --> 01:30:30.258
5 6 7 เลย เห็นไหมคะ เพราะมันมี

1358
01:30:30.406 --> 01:30:34.258
ปริมาณ ก็คือค่าคะแนนที่ตำมากนะคะ

1359
01:30:34.407 --> 01:30:38.258
เราก็สามารถเขียนวิเคราะห์ได้เลย

1360
01:30:38.408 --> 01:30:42.258
ไม่ได้เข้าใจเลยว่าระบบคอมพิวเตอร์คืออะไร

1361
01:30:42.408 --> 01:30:46.258
คืออะไรเห็นไหมคะ พอเรามาดูความรู้

1362
01:30:46.410 --> 01:30:50.258
ดูต่อว่าเมื่อเขาไม่เข้าใจนี่ ไอ้

1363
01:30:50.410 --> 01:30:54.259
ตัวความเข้าใจแล้วนี่ แล้วความรู้เขามีไหม

1364
01:30:54.410 --> 01:30:58.258
ในเรื่องของคอมพิวเตอร์นะคะ ปรากฏว่า

1365
01:30:58.411 --> 01:31:02.258
เพราะอาจารย์เอาเป็นข้อเท็จจริง

1366
01:31:02.411 --> 01:31:06.258
ผิดไหม อย่างนั้นผิดไหม แสดงว่าอะไร แสดงว่าเขารู้

1367
01:31:06.411 --> 01:31:10.258
แต่เขาไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ คือ

1368
01:31:10.412 --> 01:31:14.259
ว่ามันผิด แต่ไม่รู้ว่ามันผิดอะไร

1369
01:31:14.413 --> 01:31:18.258
ส่วนใหญ่จะเป็นแบบนี้

1370
01:31:18.414 --> 01:31:22.258
คนตายผิดไหม รู้ว่าผิด แต่กฎหมายอะไรรู้ไหม

1371
01:31:22.414 --> 01:31:26.258
อย่างนี้ค่ะ ส่วนใหญ่จะเป็นแบบนี้

1372
01:31:26.415 --> 01:31:30.258
ดังนั้นนี่นักศึกษาลองทำเลย

1373
01:31:30.427 --> 01:31:34.258
กับอาจารย์ได้ว่า ที่หนูทำมาทั้งหมดนี่

1374
01:31:34.427 --> 01:31:38.259
เหมือนมองเห็นภาพแล้วว่าคนที่หนูไปถามน่ะ

1375
01:31:38.428 --> 01:31:42.258
เหมือนเขารู้นะ เข้าใจนะ แต่พอถามว่า

1376
01:31:42.428 --> 01:31:46.258
ผิดกฎหมายตัวไหน กฎหมายชื่อว่าอะไร ตอบ

1377
01:31:46.429 --> 01:31:50.258
ไปไม่เป็นแล้ว นึกออกไหมคะ หรือบางคน

1378
01:31:50.430 --> 01:31:54.258
เข้าใจว่าระบบคอมพิวเตอร์

1379
01:31:54.436 --> 01:31:58.258
ไม่รู้เลยว่า ATM โทรศัพท์มือถือ

1380
01:31:58.436 --> 01:32:02.258
ก็เป็นระบบคอมพิวเตอร์เหมือนกัน นักศึกษา

1381
01:32:02.436 --> 01:32:06.258
แตกคำถามที่อาจารย์ยกตัวอย่างได้

1382
01:32:06.438 --> 01:32:10.258
หลากหลายเลยนะคะ นักศึกษาอาจจะไปโยงโทรศัพท์

1383
01:32:10.440 --> 01:32:14.258
มือถือใช่ไหมคะ ข้อมูลคอมพิวเตอร์อย่างอื่น

1384
01:32:14.441 --> 01:32:18.259
พวกคุณใช้กันอะไรอย่างนี้

1385
01:32:18.442 --> 01:32:22.259
เฉย ๆ นะคะ ที่ให้นักศึกษาได้เห็นภาพมากขึ้น

1386
01:32:22.442 --> 01:32:26.258
นะคะ มีใคร

1387
01:32:26.443 --> 01:32:30.258
จะให้อาจารย์ดูเพิ่มเติม ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่อง

1388
01:32:30.453 --> 01:32:34.258
ของการวัดความรู้มากกว่า ว่าข้อเท็จจิรล

1389
01:32:34.453 --> 01:32:38.258
มันผิดไหมนะคะ

1390
01:32:38.455 --> 01:32:42.258
มีใครจะให้อาจารย์ดูอีกไหมเอ่ย มีไหมลูก

1391
01:32:42.455 --> 01:32:46.258
อาทิตย์หน้า อาทิตย์หน้านี่

1392
01:32:46.457 --> 01:32:50.258
อาจารย์จะให้นักศึกษาได้ลงพื้นที่นะคะ ไปสอบถาม

1393
01:32:50.457 --> 01:32:54.258
ใช่ไหมคะ ไปสอบถาม

1394
01:32:54.458 --> 01:32:58.258
แจก สามารถแจกแบบสอบถามก็ได้ หรือเราจะใช้ Google Form

1395
01:32:58.459 --> 01:33:02.258
นะคะ ใช้ Google Form

1396
01:33:02.465 --> 01:33:06.258
นักศึกษาอาจจะทำ QR Code

1397
01:33:06.465 --> 01:33:10.258
ในกูเกิลฟอร์มเลย จะได้ไม่เปลืองตัวเอกสาร

1398
01:33:10.471 --> 01:33:14.258
นะคะ แล้วก็ Print ส่ง Print

1399
01:33:14.472 --> 01:33:18.258
ก็คือเป็นแบบรายงานส่งอาจารย์ที่เดียวเลยก็ได้ จะได้ไม่

1400
01:33:18.474 --> 01:33:22.258
ตัวทรัพยากรมากนะคะ

1401
01:33:22.474 --> 01:33:26.258
แล้วก็เหมือนเดิมก็คือ

1402
01:33:26.475 --> 01:33:30.258
พอนักศึกษาไปเก็บข้อมูลแล้วสรุปผล

1403
01:33:30.476 --> 01:33:34.257
นะคะ แล้วก็อาทิตย์ต่อไป ก็คือมา

1404
01:33:34.476 --> 01:33:38.258
รายงานนะคะ อาจารย์อยากจะให้เด็กหูฯ ได้ฝึกรายงาน

1405
01:33:38.477 --> 01:33:42.258
นะคะ เพราะว่า บัดดี้บางคนยังไม่เข้าใจกัน

1406
01:33:42.477 --> 01:33:46.257
นะคะ ไม่เข้าใจในที่นี้คือ อีกฝั่งหนึ่งไป

1407
01:33:46.477 --> 01:33:50.258
แต่อีกฝั่งหนึ่งแปลไม่เป็นนะคะ

1408
01:33:50.478 --> 01:33:54.258
มันปี 3 แล้วน่ะ มันจะต้องเข้าใจมากกว่านี้

1409
01:33:54.479 --> 01:33:58.257
ให้ลองฝึกแล้วก็ ที่อาจารย์บอกไว้

1410
01:33:58.481 --> 01:34:02.258
ถ้าใครไม่ได้ใช่ไหมคะ ไม่สามารถ

1411
01:34:02.481 --> 01:34:06.258
ที่จะมารายางานทันในห้องเรียน อาจารย์ก็บอกว่าให้

1412
01:34:06.482 --> 01:34:10.257
อัดวิดีโอนะคะ อัดวิดีโอนะคะ

1413
01:34:10.483 --> 01:34:14.257
มีหน้าจอเล็ก ๆ อยู่ แล้วก็

1414
01:34:14.484 --> 01:34:18.258
พื้นหลังก็จะเป็นตัว PowerPoint

1415
01:34:18.484 --> 01:34:22.258
นะคะ ใช้ OBS นะคะ

1416
01:34:22.484 --> 01:34:26.258
มีใครมีคำถามเพิ่มเติม

1417
01:34:26.484 --> 01:34:30.258
สามารถใช้ตัวคำถามที่อาจารย์

1418
01:34:30.486 --> 01:34:34.257
ยกตัวอย่างนี่ ปรับเปลี่ยนได้นะคะ

1419
01:34:34.486 --> 01:34:38.257
แล้วก็ถ้าใครยังไม่มั่นใจ เหมือนเดิมค่ะ

1420
01:34:38.487 --> 01:34:42.257
เดี๋ยวอาจารย์ช่วยดูให้นะคะ

1421
01:34:42.487 --> 01:34:46.257

1422
01:34:46.488 --> 01:34:50.257
จริง ๆ อยากได้ข้อมูลเชิงปริมาณ

1423
01:34:50.488 --> 01:34:54.257
จริง ๆ เชิงคุณภาพ นักศึกษาอาจจะไปสอบถามเพื่อนได้

1424
01:34:54.489 --> 01:34:58.257
ไม่กี่คน รุ่นพี่ รุ่นน้องเรา ไปถามเลยนะคะ

1425
01:34:58.491 --> 01:35:02.257
เข้าใจไหม ระบบคอมพิวเตอร์ เข้าใจไหมข้อมูลคอมพิวเตอร์

1426
01:35:02.504 --> 01:35:06.257
เป็นอย่างไร อะไรอย่างนี้ แล้วเขาก็จะอธิบาย

1427
01:35:06.505 --> 01:35:10.257
เอง ไม่เข้าใจ ไม่รู้เรื่องอะไรอย่าง เรา

1428
01:35:10.505 --> 01:35:14.257
ลองถามเขาว่า แล้วรู้ไหมว่ามันมีกฎมาย

1429
01:35:14.506 --> 01:35:18.257
นักศึกษาก็ลองถามข้อมุล

1430
01:35:18.507 --> 01:35:22.257
มาให้มากที่สุด เหมือนที่อาจารย์อธิบายคุณไป

1431
01:35:22.509 --> 01:35:26.257
เขาก็ยังไม่เข้าใจอีก คุณก็ประเมินได้เลบ

1432
01:35:26.509 --> 01:35:30.257
คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจในกฎหมายคอมพิวเตอร์

1433
01:35:30.510 --> 01:35:34.257
ปัยหาที่ตามมาก็คืออะไร กฎหมายตัวนี้

1434
01:35:34.511 --> 01:35:38.257
มันอาจจะไม่มีประสิทธิภาพ

1435
01:35:38.513 --> 01:35:42.257
มากเพียงพอแล้ว เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ได้รู้เลย ว่า

1436
01:35:42.513 --> 01:35:46.257
มีกฎหมายตัวนี้อยู่ ดังนั้น เมื่อไม่รู้

1437
01:35:46.513 --> 01:35:50.257
สูงไหมคะ ก็สูง

1438
01:35:50.513 --> 01:35:54.256
นะคะ ดังนั้นนี่นักศึกษาสามารถสรุปผล

1439
01:35:54.514 --> 01:35:58.256
นักศึกษาสามารถสอบถาม และสามารถสรุปผล

1440
01:35:58.516 --> 01:36:02.256
ได้ทั้งแบบปริมาณ แล้วก็แบบคุณภาพ

1441
01:36:02.517 --> 01:36:06.256
คุณภาพจะได้มา

1442
01:36:06.517 --> 01:36:10.256
คุณถึงจะได้ข้อมูลนี้กลับมานะคะ

1443
01:36:10.534 --> 01:36:14.257
เมื่ออาทิตย์ที่แล้วอาจารย์บอกกับนักศึกษาบาง

1444
01:36:14.547 --> 01:36:18.256
ข้อมูลพวกนี้ เวลาที่ตอนจบ คุณสามารถ

1445
01:36:18.548 --> 01:36:22.256
จบได้นะคะ คุณสามารถเอาข้อมูล

1446
01:36:22.552 --> 01:36:26.256
ที่คุณทำ ๆ อยู่นี่นะคะ ไปสร้างเป็นไอเดียใหม่

1447
01:36:26.552 --> 01:36:30.256
นะคะ จะทำอย่างไร ให้คนรู้

1448
01:36:30.553 --> 01:36:34.256
กฎหมายคอมพิวเตอร์นี้มากขึ้น หรือว่าคุณจะสร้าง

1449
01:36:34.554 --> 01:36:38.256
โปรแกรมตัวไหนนะคะ เข้ามาเพื่อให้เขารู้ว่า

1450
01:36:38.561 --> 01:36:42.256
เขามีการกระทำความผิดแบบนี้มันเสี่ยง

1451
01:36:42.562 --> 01:36:46.256
ที่จะเป็นความผิดที่เกี่ยวกับ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ไหม

1452
01:36:46.563 --> 01:36:50.256
ตัวสร้างโปรแกรมขึ้นมาวัดก็ได้

1453
01:36:50.563 --> 01:36:54.256
วัดการกระทำความผิด คือได้หมดเลย

1454
01:36:54.565 --> 01:36:58.256
เลย เพราะตอนนี้ถ้าเราทำแบบสอบถามมาทั้งหมดนี่ เราอาจจะสรุป

1455
01:36:58.566 --> 01:37:02.256
ได้แล้วว่าคนไม่ได้รู้เลย ว่ากฎหมาย

1456
01:37:02.567 --> 01:37:06.256
มันหน้าตาเป็นอย่างไร

1457
01:37:06.567 --> 01:37:10.256
เกิดขึ้นอย่างนี้ คือข้อมูลที่อาจารย์

1458
01:37:10.567 --> 01:37:14.256
พยายามให้นักศึกษาเก็บมันอาจจะนำไปใช้ได้

1459
01:37:14.574 --> 01:37:18.256
ตอนทำโปรเจกต์จบนะคะ สำหรับคนที่มีวคามเ

1460
01:37:18.581 --> 01:37:22.256
ในตัวประเด็นคำถามเกี่ยวกับตัวกฎหมาย

1461
01:37:22.582 --> 01:37:26.256
มาสอบถามอาจารย์ได้ พี่รุ่นไหน อาจารย์

1462
01:37:26.589 --> 01:37:30.256
ไม่ได้แล้วนะคะ เขาก็เคยเอาพวก

1463
01:37:30.590 --> 01:37:34.256
ประเด็นกฎหมายค่ะ ไปทำโปรเจกต์จบนะคะ เป็น

1464
01:37:34.592 --> 01:37:38.256
ล่าม ขอโทษ ไม่ใช่ล่าม เขาทำ

1465
01:37:38.593 --> 01:37:42.256
ดิกชันนารี เป็นศัพท์

1466
01:37:42.593 --> 01:37:46.256
เทคนิคกฎหมายนะคะ

1467
01:37:46.594 --> 01:37:50.256
อย่างเช่น แบบ กฎหมายอาญาคืออะไร

1468
01:37:50.595 --> 01:37:54.256
แล้วก็อีกคนหนึ่งก็แปลจาก

1469
01:37:54.596 --> 01:37:58.256
ไทยเป็นอังกฤษอย่างนี้ เขาก็ใช้คอมพิวเตอร์

1470
01:37:58.596 --> 01:38:02.256
นะคะ เขาก็สร้างขึ้นมาก็ได้นะคะ

1471
01:38:02.598 --> 01:38:06.256
อาจารย์มีหนังสือของกระทรวงฯ

1472
01:38:06.599 --> 01:38:10.256
ลืมเอามาให้ดู เขาส่งมาให้

1473
01:38:10.600 --> 01:38:14.256
เป็นภาษาล่ามทางกฎหมาย

1474
01:38:14.601 --> 01:38:18.256
เอามาให้พี่อุ๋ยกับพี่ปอยดูนะคะ เพราะว่า

1475
01:38:18.602 --> 01:38:22.256
กระทรวงยุติธรรม เขาส่งมา มันจะเป็นหนังสือ เหมือน

1476
01:38:22.603 --> 01:38:26.256
ภาษาล่ามกฎหมายโดยตรง เขาส่งมา

1477
01:38:26.603 --> 01:38:30.256
ก็เลยลืมหยิบมาให้ดู เผื่อใช้ได้ เผื่อใช้

1478
01:38:30.605 --> 01:38:34.256
ประโยชน์ได้ เพราะว่ากฎหมายมันก็ยังเป็นศัพท์เทคนิค

1479
01:38:34.606 --> 01:38:38.256
ใช่ไหมคะ บางอย่างก็อาจจะยังไม่เข้าใจ เด็ก ๆ เองด้วย ก็

1480
01:38:38.608 --> 01:38:42.256
อาจจะยังไม่เข้าใจ เด็ก ๆ เองก็ยังไม่เข้าใจ

1481
01:38:42.608 --> 01:38:46.256
สำหรับวันนี้นะคะ อาจารย์ลองให้นักศึกษา

1482
01:38:46.608 --> 01:38:50.257
ไปจับคู่คุยกันนะคะ ว่าคุณจะตั้งคำถามประมาณไหน

1483
01:38:50.619 --> 01:38:54.256
นะคะ แล้วก็ Inbox ส่งมาให้อาจารย์ดู

1484
01:38:54.619 --> 01:38:58.256
นะคะ แล้วพออาทิตย์หน้าเราไม่เจอกันนะคะ

1485
01:38:58.620 --> 01:39:02.256
พี่อุ่ย พี่ปอยคะ อาทิตย์หน้าไม่เจอกันนะคะ

1486
01:39:02.620 --> 01:39:06.256
นักศึกษาลงพื้นที่ไปสอบถามข้อมูลเลยนะคะ

1487
01:39:06.621 --> 01:39:10.256
แล้วก็อาทิตย์ต่อไป ค่อยมาสรุปผลเหมือนเดิม

1488
01:39:10.621 --> 01:39:14.256
นะคะ ที่เราคุยกันตามแผนงานเรานะ ใครมีข้อ

1489
01:39:14.622 --> 01:39:18.256
ซักถามสงสัย

1490
01:39:18.623 --> 01:39:22.256
มีไหมเอ่ย

1491
01:39:22.623 --> 01:39:26.256
มีไหมคะ สำหรับเพื่อนที่ไม่มานี่ ติดภารกิจ

1492
01:39:26.624 --> 01:39:30.257
ดูแลกันด้วยนะคะ ถามเพื่อนด้วยนะคะ อาจารย์อยา่กให้

1493
01:39:30.624 --> 01:39:34.257
ทั้งบัดดี้ ทั้งเด็กหู และเด็กปกติ

1494
01:39:34.627 --> 01:39:38.257
ได้คุยกันให้มาก ๆ แล้วก็ลงไปถาม เห็นไหม

1495
01:39:38.628 --> 01:39:42.257
ตอนที่อาจารย์ถาม ตอนคุณ Present รายงาน

1496
01:39:42.630 --> 01:39:46.258
ได้มีส่วนร่วมอะไร ทำอะไร

1497
01:39:46.632 --> 01:39:50.258
ไม่ใช่ให้เด็กปกติทำ หรือ

1498
01:39:50.633 --> 01:39:54.258
ให้เด็กหูทำอย่างเดียว มันต้องร่วมกัน มันต้องร่วมกันไป

1499
01:39:54.647 --> 01:39:58.258

1500
01:39:58.649 --> 01:40:02.259
มีไหมเอ่ย มีใครมีคำถาม ไม่มีนะ

1501
01:40:02.663 --> 01:40:06.259
ไม่มีนะคะ เดี๋ยวเช็กชื่อนะคะ

1502
01:40:06.665 --> 01:40:10.259

1503
01:40:10.667 --> 01:40:14.259

1504
01:40:14.668 --> 01:40:18.259
ชลิกาญ

1505
01:40:18.670 --> 01:40:22.259
อริชญา

1506
01:40:22.675 --> 01:40:26.260
ศิริชัย

1507
01:40:26.676 --> 01:40:30.260
โจโจ้ นะ

1508
01:40:30.677 --> 01:40:34.260
ศิริชัย ปิชาฎา

1509
01:40:34.678 --> 01:40:38.261
ปาย ยุ้ย นัน

1510
01:40:38.679 --> 01:40:42.260
ศินี

1511
01:40:42.681 --> 01:40:46.261
ปุ๊กกี้ลาใช่ไหมคะ

1512
01:40:46.683 --> 01:40:50.261
กาญจนา พิมพา ลา

1513
01:40:50.683 --> 01:40:54.261
สุรเชตย์ อ้น

1514
01:40:54.684 --> 01:40:58.261
ฟ้า วินิจ เต้

1515
01:40:58.687 --> 01:41:02.261
จุทามาศ เบล

1516
01:41:02.688 --> 01:41:06.261
อ๋อ เบลที่อุบัติเหตุ

1517
01:41:06.689 --> 01:41:10.262

1518
01:41:10.690 --> 01:41:14.262
แบน พิสิทธิ์

1519
01:41:14.691 --> 01:41:18.262
เต่า

1520
01:41:18.693 --> 01:41:22.263
คมกฤต

1521
01:41:22.693 --> 01:41:26.262
อรสา

1522
01:41:26.694 --> 01:41:30.262
กาญจนศิริ

1523
01:41:30.695 --> 01:41:34.263

1524
01:41:34.696 --> 01:41:38.263
วันวิสา

1525
01:41:38.698 --> 01:41:42.263
ที่นั่ง นี่ใช่ไหมที่ลา วิภาพร

1526
01:41:42.698 --> 01:41:46.263
ไม่ทราบ วิภาพร

1527
01:41:46.699 --> 01:41:50.264
นัทสุดา จตุรพร

1528
01:41:50.700 --> 01:41:54.264
สุวัต โอ.เค. นะคะ

1529
01:41:54.701 --> 01:41:58.264
ก็เดี๋ยวมีอะไรให้อินบ็อกมาถามอาจารย์นะคะ

1530
01:41:58.701 --> 01:42:02.265
แล้วก็ส่งคำถามมาให้ดูนะคะ หรือใครทำเป็น

1531
01:42:02.702 --> 01:42:06.265
Google Form ก็ส่งทั้งฟอร์มมา

1532
01:42:06.703 --> 01:42:10.265
ก่อนที่จะไปลงพื้นที่จริงในอาทิตย์หน้า

1533
01:42:10.704 --> 01:42:14.265
ถ้าอย่างไรเอาไว้เท่านี้นะคะ แล้วเจอกันอีกทีสัปาดห์

1534
01:42:14.705 --> 01:42:18.265
สัปดาห์ต่อไปที่เป็นการสรุปรายงาน

1535
01:42:18.706 --> 01:42:22.265
วันนี้ขอบคุณค่ะ สวัสดีค่ะ

1536
01:42:22.707 --> 01:42:26.265
(อาจารย์) ขอบคุณพี่ล่ามนะคะ [สิ้นสุดการถอดความ]

1537
01:42:26.709 --> 01:42:30.266

1538
01:42:30.709 --> 01:42:34.266

1539
01:42:34.710 --> 01:42:38.267

1540
01:42:38.712 --> 01:42:42.266

1541
01:42:42.714 --> 01:42:46.266

1542
01:42:46.715 --> 01:42:50.267

1543
01:42:50.717 --> 01:42:54.267

1544
01:42:54.717 --> 01:42:58.267

1545
01:42:58.719 --> 01:43:02.267

1546
01:43:02.720 --> 01:43:06.267

1547
01:43:06.720 --> 01:43:10.267

1548
01:43:10.722 --> 01:43:14.267

1549
01:43:14.723 --> 01:43:18.268

1550
01:43:18.725 --> 01:43:22.268

1551
01:43:22.726 --> 01:43:26.268

1552
01:43:26.727 --> 01:43:30.268
-

1553
01:43:30.728 --> 01:43:34.268
สำหรับแต่ว่าพี่ล่ามนี่ครั้งแรก สำหรับที่ใช้วิธีการนี้

1554
01:43:34.729 --> 01:43:38.268

1555
01:43:38.730 --> 01:43:42.268
แต่ว่าสำหรับนักศึกษาเคยเจอกันหลายครั้งแล้ว

1556
01:43:42.731 --> 01:43:46.269
ถ้าอาจารย์พิเชนท์มา

1557
01:43:46.732 --> 01:43:50.269
แล้วก็ครั้งแรกด้วยที่ใช้วิธีการนี้

1558
01:43:50.743 --> 01:43:54.269
ทีนี้อาทิตย์ที่แล้วนะคะ เราได้...

1559
01:43:54.755 --> 01:43:58.269
นักศึกษาดู

1560
01:43:58.756 --> 01:44:02.270
ค่ะ มาแล้วค่ะ เพิ่งเริ่ม

1561
01:44:02.767 --> 01:44:06.270

1562
01:44:06.769 --> 01:44:10.270
เห็นนะคะ (ล่าม) เห็นค่ะ (อาจารย์)

1563
01:44:10.769 --> 01:44:14.270
ตัวเอกสารนะคะ Powerpoint

1564
01:44:14.770 --> 01:44:18.270
นะคะ พี่ล่ามเห็นด้วยอยู่ไหมคะ

1565
01:44:18.772 --> 01:44:22.270

1566
01:44:22.773 --> 01:44:26.270
อันนี้คือ... ล่าม นักเรียน

1567
01:44:26.774 --> 01:44:30.270
อาจารย์

1568
01:44:30.789 --> 01:44:34.271
ค่ะ ค่ะ

1569
01:44:34.791 --> 01:44:38.271

1570
01:44:38.792 --> 01:44:42.271
อ๋อ

1571
01:44:42.794 --> 01:44:46.271
ที่ใช้นะคะ อาจจะยังงง ๆ อยู่นะคะ

1572
01:44:46.796 --> 01:44:50.272
โอ.เค. ค่ะ

1573
01:44:50.796 --> 01:44:54.271
เอาไว้ ค่ะ ได้ค่ะ เพราะว่าครั้งแรก

1574
01:44:54.797 --> 01:44:58.272
นะคะ อาทิตย์ที่แล้วนะคะ

1575
01:44:58.798 --> 01:45:02.272
นักศึกษาก็ใครสงสัยประเด็นไหน

1576
01:45:02.800 --> 01:45:06.272
นะคะ ก็สามารถสอบถามตัวต่อตัวได้เหมือนกัน

1577
01:45:06.800 --> 01:45:10.272
5 มาตร 6 มาตร 7 ตามหน้าจอนี้

1578
01:45:10.801 --> 01:45:14.272
อาจารย์ได้ให้คำอธิบาย แล้วก็อธิบายความผิด

1579
01:45:14.801 --> 01:45:18.272
ในส่วนของความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เบื้องต้น มาตรา

1580
01:45:18.802 --> 01:45:22.272
ความผิดแต่ละมาตรา ความผิดแต่ละมาตรา

1581
01:45:22.804 --> 01:45:26.273
นะคะ ทีนี้

1582
01:45:26.805 --> 01:45:30.272
ที่อาจารย์ให้นักศึกษาดูนะคะ ว่าลักษณะ

1583
01:45:30.816 --> 01:45:34.272
ในลักษณะที่ผู้ใด ก็คือใครก็ได้

1584
01:45:34.819 --> 01:45:38.273
มันก็จะแตกต่างกันนะคะ อย่างมาตรา 5 นี่

1585
01:45:38.820 --> 01:45:42.273
เป็นความผิดลักษณะไหน มาตรา 5 เป็นความผิด

1586
01:45:42.821 --> 01:45:46.273
ก็คือมีการ ถ้าเป็นภาษาคอม ก็คือมีการ Access

1587
01:45:46.832 --> 01:45:50.273
จะเป็นใครก็ได้ เข้าถึง มีการ

1588
01:45:50.840 --> 01:45:54.273
เข้าถึงนะคะ คำว่าเข้าถึงในที่นี้คืออะไร

1589
01:45:54.840 --> 01:45:58.274
รับอนุญาต ถูกต้องไหมคะ ดังนั้นนี่ถ้า

1590
01:45:58.843 --> 01:46:02.273
ใช่ไหม เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

1591
01:46:02.845 --> 01:46:06.274
ของบุคคลอื่นโดยไม่ได้

1592
01:46:06.845 --> 01:46:10.273
เข้าได้ คนที่เขาเข้ามาสู่ระบบคอมพิวเตอร์

1593
01:46:10.846 --> 01:46:14.274
มีการเข้าถึงคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่น

1594
01:46:14.848 --> 01:46:18.274
โดยที่เป็นอย่างไรคะ ตัวเอาไม่ได้อนุญาตให้เขา

1595
01:46:18.848 --> 01:46:22.274
เฉพาะคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

1596
01:46:22.849 --> 01:46:26.274
ของเรามีความผิดไหมคะ มีความผิด แต่ทีนี้

1597
01:46:26.850 --> 01:46:30.274
ระบบคอมพิวเตอร์นะคะ หมายความว่าอะไรบ้าง

1598
01:46:30.851 --> 01:46:34.274
เอาหมายเลข

1599
01:46:34.852 --> 01:46:38.274

1600
01:46:38.852 --> 01:46:42.274
เอาหมายเลขอะไรดี ตอบอาจารย์หน่อย

1601
01:46:42.853 --> 01:46:46.275
ระบบคอมพิวเตอร์มีอะไรบ้างเอ่ย

1602
01:46:46.853 --> 01:46:50.275
หมายเลข 8 อยากลองเล่นดู

1603
01:46:50.854 --> 01:46:54.275
ระบบคอมพิวเตอร์

1604
01:46:54.854 --> 01:46:58.275
มีอะไรบ้างลูก

1605
01:46:58.864 --> 01:47:02.275
ที่เป็นระบบคอมพิวเตอร์ตามความเข้าใจของเรา

1606
01:47:02.865 --> 01:47:06.275

1607
01:47:06.867 --> 01:47:10.276
ตามภาษาคอมพิวเตอร์ที่เราได้ศึกษา

1608
01:47:10.868 --> 01:47:14.276
เฉพาะคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะนี้ไหมครับ

1609
01:47:14.870 --> 01:47:18.276
ที่เราเรียนมา ระบบคอมพิวเตอร์

1610
01:47:18.871 --> 01:47:22.276
อธิบายให้อาจารย์ฟังหน่อย ระบบคอมพิวเตอร์

1611
01:47:22.876 --> 01:47:26.276
มันคืออะไรบ้างเอ่ย

1612
01:47:26.878 --> 01:47:30.276

1613
01:47:30.879 --> 01:47:34.276
มีข้อมูลต่าง ๆ

1614
01:47:34.880 --> 01:47:38.276
ตามความเข้าใจของเราเลย

1615
01:47:38.880 --> 01:47:42.276
(ล่าม) เขาบอกว่ามีข่าว

1616
01:47:42.882 --> 01:47:46.276
คอมพิวเตอร์ตั้งโต้ะ

1617
01:47:46.896 --> 01:47:50.276
(อาจารย์) ระบบคอมพิวเตอร์ นักศึกษาดูตามเอกสารขอ

1618
01:47:50.897 --> 01:47:54.277
มันมีลักษณะเป็นเหมือนฮาดแวร์

1619
01:47:54.899 --> 01:47:58.277
ที่เราได้เรียนมา

1620
01:47:58.899 --> 01:48:02.277
ทีนี้สิ่งที่นักศึกษาบอกว่าเป็นอะไรนะ มันเป็นข่าว

1621
01:48:02.900 --> 01:48:06.277
ตัวนั้นจะมีลักษณะเป็นเหมือน Software หรือเปล่า

1622
01:48:06.901 --> 01:48:10.277
มันคือกระบวนการไหนลู

1623
01:48:10.903 --> 01:48:14.277
ไอ้ตัวระบบคอมพิวเตอร์

1624
01:48:14.905 --> 01:48:18.277
คำว่าจะต้อง Access เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

1625
01:48:18.906 --> 01:48:22.277

1626
01:48:22.907 --> 01:48:26.278
มันคือระบบคอมพิวเตอร์ที่หน้าตาอย่างไร

1627
01:48:26.908 --> 01:48:30.278
ยากไปไหม

1628
01:48:30.908 --> 01:48:34.277
ช่วยตอบหน่อย อะไรดี

1629
01:48:34.909 --> 01:48:38.277
มีอะไรบ้างครับ ยังอยู่หมายเลข 8 อยู่นะลูก

1630
01:48:38.910 --> 01:48:42.277
ไหนเพื่อนคนอื่น

1631
01:48:42.910 --> 01:48:46.278
ระบบคอมพิวเตอร์ ๆ

1632
01:48:46.912 --> 01:48:50.278
23

1633
01:48:50.913 --> 01:48:54.278

1634
01:48:54.915 --> 01:48:58.278

1635
01:48:58.917 --> 01:49:02.278
อาจารย์ยกตัวอย่างว่า นี่ค่ะ มันเป็น

1636
01:49:02.918 --> 01:49:06.278
คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะอย่างเดียวไหม

1637
01:49:06.920 --> 01:49:10.278
ใช่หรือเปล่า

1638
01:49:10.921 --> 01:49:14.278
(ล่าม) เขาบอกว่าอย่างเดียว

1639
01:49:14.922 --> 01:49:18.278
ครับ แล้วถ้าเรามีโทรศัพท์มือถือ

1640
01:49:18.924 --> 01:49:22.278
(ล่าม) เขาบอกโทรศัพท์ต้องเป็นอินเทอร์เน็ตน่ะครับ (อาจารย์)

1641
01:49:22.925 --> 01:49:26.279
(ล่าม) ใช่ครับ โทรศัพท์ก็ใช่ครับ

1642
01:49:26.926 --> 01:49:30.279
(อาจารย์) โทรศัพท์ก็ใช่ครับ

1643
01:49:30.926 --> 01:49:34.278
(ล่าม) ใช่ ๆ ๆ ครับ (อาจารย์) อ๋อ

1644
01:49:34.928 --> 01:49:38.279
จะต้องมีระบบเชื่อมโยงเครือข่าย

1645
01:49:38.942 --> 01:49:42.279
อย่างนี้หรือเปล่าคะ

1646
01:49:42.943 --> 01:49:46.279
ระบบคอมพิวเตอร์คืออะไร เพราะตอนนี้อาจารย์

1647
01:49:46.945 --> 01:49:50.279
ถ้าตามสิ่งที่เราได้ศึกษามา

1648
01:49:50.945 --> 01:49:54.279
ในสาขาคอมพิวเตอร์นี่ คำว่า

1649
01:49:54.947 --> 01:49:58.280

1650
01:49:58.948 --> 01:50:02.279
จบนิติศาสตร์นะคะ ก็จะไม่เข้าใจอย่างชัดเจน

1651
01:50:02.962 --> 01:50:06.279
เท่าไหร่ ช่วยอธิบายอาจารย์หน่อย

1652
01:50:06.964 --> 01:50:10.279
(ล่าม) เขาบอกว่ายังเป็นคอมพิวเตอร์ PC อย่างเดียว

1653
01:50:10.964 --> 01:50:14.279

1654
01:50:14.965 --> 01:50:18.280

1655
01:50:18.966 --> 01:50:22.279
ปรบมือให้เพื่อนหน่อยนะคะ เพื่อนตอบถูกนะคะ

1656
01:50:22.968 --> 01:50:26.280
โทรศัพท์ได้ อีเมลก็เหมือนกัน ที่สำคัญ

1657
01:50:26.969 --> 01:50:30.279
จะต้องมีอินเทอร์เน็ต (อาจารย์) โอ.เค.

1658
01:50:30.969 --> 01:50:34.280
นะคะ ที่เราได้ศึกษามา มันจะต้องมีการ

1659
01:50:34.971 --> 01:50:38.280

1660
01:50:38.973 --> 01:50:42.280
แสดงว่าในระบบคอมพิวเตอร์

1661
01:50:42.974 --> 01:50:46.280
ถ้าเป็นแค่คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

1662
01:50:46.974 --> 01:50:50.281
เชื่อมโยงใช่ไหมคะ ทางอินเทอร์เน็ตทาง

1663
01:50:50.975 --> 01:50:54.280
ระบบเครือข่าย ที่สามารถออนไลน์ได้ด้วย

1664
01:50:54.976 --> 01:50:58.281
อย่างนี้ จะผิด พรบ. คอมพิวเตอร์ไหม

1665
01:50:58.984 --> 01:51:02.281
แต่ไม่เสียบปลั๊ก ใช้งานไม่ได้

1666
01:51:02.986 --> 01:51:06.280
ถ้ามีคนเข้าระบบไปงัดไปแงะ

1667
01:51:06.986 --> 01:51:10.280
ไม่ได้เสียบปลั๊กเลยนะลูก เหมือนเป็นค

1668
01:51:10.987 --> 01:51:14.281
อาจารย์ยกตัวอย่างคือ คอมพิวเตอร์

1669
01:51:14.988 --> 01:51:18.280
ตั้งโต๊ะนี่ล่ะค่ะ ไม่ได้เสียบปลั๊กเลยนะ

1670
01:51:18.995 --> 01:51:22.280
CPU วางอยู่ เขาก็ไปงัด ไปแงะค่ะ

1671
01:51:22.995 --> 01:51:26.280
คอมฯ ที่มันพัง

1672
01:51:26.995 --> 01:51:30.281
วางอยู่แล้วก็มีไอ้ตัว

1673
01:51:30.996 --> 01:51:34.281
เพื่อนตอบว่าอย่างไร

1674
01:51:34.997 --> 01:51:38.281
ถามว่ามันการ

1675
01:51:38.998 --> 01:51:42.281

1676
01:51:43.000 --> 01:51:46.281

1677
01:51:47.002 --> 01:51:50.281
คะ

1678
01:51:51.002 --> 01:51:54.281
(ล่าม) มี ๆ ครับ

1679
01:51:55.004 --> 01:51:58.281
(อาจารย์) ผิดไหม

1680
01:51:59.005 --> 01:52:02.281

1681
01:52:03.006 --> 01:52:06.282

1682
01:52:07.009 --> 01:52:10.281
นะครับ (อาจารย์)

1683
01:52:11.009 --> 01:52:14.282

1684
01:52:15.011 --> 01:52:18.281
(ล่าม) เขาบอกว่าได้ในคอมพิวเตอร์มันมีความจำอยู่

1685
01:52:19.012 --> 01:52:22.282
มันก็ยังมีเหมือนหน่วยความจำ มี CPU ใช่ไหมคะ

1686
01:52:23.019 --> 01:52:26.282

1687
01:52:27.021 --> 01:52:30.281
(อาจารย์) เพื่อนบอกว่า ในตัวนี้

1688
01:52:31.022 --> 01:52:34.282
ระบบเครือข่ายออนไลน์ไหม

1689
01:52:35.022 --> 01:52:38.282
แต่กรณีที่อาจารย์ยกตัวอย่าง ไปงัดไปแงะ

1690
01:52:39.023 --> 01:52:42.282
เพื่อเอาข้อมูลออกไป โดยที่ใช้

1691
01:52:43.024 --> 01:52:46.282
เห็นไหม นี่คือความแตกต่างนะคะ เมื่อกี้เราก็บอกว่า

1692
01:52:47.025 --> 01:52:50.283
ได้ใช้ไหม อาจารย์บอกแล้วไม่ได้เสียบปลั๊กเลยนะลูก

1693
01:52:51.029 --> 01:52:54.282
ไม่ได้เสียบปลั๊กเลยนะคะ

1694
01:52:55.030 --> 01:52:58.282
คอมพิวเตอร์นะคะ แต่ถ้าเราไม่ได้เสียบปลั๊กเลย

1695
01:52:59.031 --> 01:53:02.282
ถ้ามันจะเป็นการ Access เข้าคอมพิวเตอร์ได้

1696
01:53:03.033 --> 01:53:06.282
ของการเชื่อมต่อออนไลน์ใช่ไหมคะ มันถึงจะผิด พรบ.

1697
01:53:07.047 --> 01:53:10.283
มันจะผิดกฎหมายอาญา คือลักทรัพย์

1698
01:53:11.051 --> 01:53:14.282
คอมฯ มันพังอยู่นะคะ แล้วก็มีคนไปงัดไปแงะ

1699
01:53:15.051 --> 01:53:18.283
แล้วก็เอาอุปกรณ์ไป อันนี้

1700
01:53:19.052 --> 01:53:22.282
โอ.เค. นะคะ แต่ถือว่าเพื่อน

1701
01:53:23.053 --> 01:53:26.282
นะคะ แต่มันยังไม่ได้ผิด

1702
01:53:27.054 --> 01:53:30.282
พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ หรือกฎหมายคอมพิวเตอร์

1703
01:53:31.056 --> 01:53:34.282

1704
01:53:35.057 --> 01:53:38.282
มีความเข้าใจนะคะ มีความเข้าใจ

1705
01:53:39.059 --> 01:53:42.283
ไปหมายเลขไหนต่อดีนะ

1706
01:53:43.061 --> 01:53:46.283
จะต้องมีการ Access เข้า

1707
01:53:47.063 --> 01:53:50.283
คุณโจโจ้นะคะ คุณโจโจ้

1708
01:53:51.063 --> 01:53:54.283
เมื่อกี้ที่อาจารย์ยกตัวอย่างว่า ถ้า

1709
01:53:55.063 --> 01:53:58.283
โทรศัพท์ โทรศัพท์วางอยู่บนโต๊ะ

1710
01:53:59.075 --> 01:54:02.283
สู่ระบบคอมพิวเตอร์ใช่ไหมคะ ต้องมีการออนไลน์

1711
01:54:03.077 --> 01:54:06.283
ถ้าโทรศัพท์เมื่อกี้ที่อาจารย์ยกตัวอย่าง

1712
01:54:07.077 --> 01:54:10.283
กดเข้าไปดู อย่างนี้ผิด พรบ.

1713
01:54:11.078 --> 01:54:14.283
นะคะ แล้วเราก็

1714
01:54:15.080 --> 01:54:18.283
หยิบโทรศัพท์ของใครก็ไม่รู้ล่ะ กดเข้าไป

1715
01:54:19.081 --> 01:54:22.283
(ล่าม) ผิดครับ (อาจารย์) ที่ผิดเพราะอะไรครับ

1716
01:54:23.094 --> 01:54:26.283
คอมไหมคะ ผิดกฎหมายคอมพิวเตอร์ไหม

1717
01:54:27.095 --> 01:54:30.283

1718
01:54:31.096 --> 01:54:34.283
(อาจารย์) เข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์

1719
01:54:35.097 --> 01:54:38.283
ทราบไหมคะ

1720
01:54:39.110 --> 01:54:42.283
(ล่าม) ก็เราแอบเข้าไปน่ะครับ

1721
01:54:43.125 --> 01:54:46.284
ใช่ไหมคะ ทีนี้อาทิตย์ที่แล้ว

1722
01:54:47.125 --> 01:54:50.284
ของคนอื่นใช่ไหมคะ โดยที่บุคคลนั้นอนุญาตไหม

1723
01:54:51.139 --> 01:54:54.283
อนุญาต ไม่ได้อนุญาต

1724
01:54:55.140 --> 01:54:58.283
หยิบโทรศัพท์เครื่องนั้นขึ้นมา แล้วกดเข้าไป

1725
01:54:59.141 --> 01:55:02.284
อาจารย์ยกตัวอย่างแล้วล่ะ ถ้าเราเห็นโทรศัพท์

1726
01:55:03.141 --> 01:55:06.283
ตกอยู่ที่พื้นนะคะ เราก็

1727
01:55:07.141 --> 01:55:10.284
เรากดเข้าไปดูข้อมูล

1728
01:55:11.143 --> 01:55:14.284
เพื่อที่จะไปดูว่า โทรศัพท์เครื่องนี้

1729
01:55:15.143 --> 01:55:18.284
เป็นของใคร พอ

1730
01:55:19.157 --> 01:55:22.284
พอเราพบแล้ว ว่ามันเป็นของอ้นนี่

1731
01:55:23.159 --> 01:55:26.284
เข้าไปดูในระบบคอมพิวเตอร์ และเข้าไปดู

1732
01:55:27.161 --> 01:55:30.284
ว่าเป็นของใคร

1733
01:55:31.163 --> 01:55:34.284
ผิดตามกฎหมายนี้อยู่ไหมคะ

1734
01:55:35.163 --> 01:55:38.284
เพื่อนเรา เราก็เอาโทรศัพท์เครื่องนั้

1735
01:55:39.167 --> 01:55:42.284
ไปคืนอ้น ถามว่ายังมี

1736
01:55:43.169 --> 01:55:46.284
โจโจ้เก็บได้ แล้วโจโจ้ก็เข้ามือถือ

1737
01:55:47.169 --> 01:55:50.284
มันเป็นความผิดแล้วหรือยัง

1738
01:55:51.170 --> 01:55:54.284
โจโจ้เก็บได้

1739
01:55:55.170 --> 01:55:58.284
เป็นของใคร โจ้ก็เอาไปคืนเพื่อน

1740
01:55:59.171 --> 01:56:02.284
เขา เข้าไปดูข้อมูล เข้าไปดูเบอร์โทร

1741
01:56:03.172 --> 01:56:06.284
เพื่อที่จะได้รู้ว่า โทรศัพท์เครื่องนี้เป็นของใคร

1742
01:56:07.173 --> 01:56:10.284

1743
01:56:11.175 --> 01:56:14.284
ถามว่าเป็นความผิดไหม

1744
01:56:15.176 --> 01:56:18.284
ผิดไหมคะ โจ้

1745
01:56:19.177 --> 01:56:22.287
ว่าต่อไปนี้เราเจอโทรศัพท์ใครเราก็ไม่กล้าหยิบเลยสิ

1746
01:56:23.184 --> 01:56:26.284

1747
01:56:27.185 --> 01:56:30.285
(ล่าม) ก็ยังผิดอยู่นะครับ (อาจารย์) แสดง

1748
01:56:31.187 --> 01:56:34.285
โจ้เก็บโทรศัพท์เขามาดู

1749
01:56:35.187 --> 01:56:38.285
เพราะเรากลัวความผิด

1750
01:56:39.187 --> 01:56:42.284
แต่โจ้มีเจตนาอย่างไรลูก

1751
01:56:43.189 --> 01:56:46.284
อยากจะเอาของ คือโทรศัพท์ไปคืนเพื่อน

1752
01:56:47.190 --> 01:56:50.285
โจ้มีเจตนาดีไหมคะ

1753
01:56:51.191 --> 01:56:54.285
โจ้

1754
01:56:55.192 --> 01:56:58.285
อันนี้เจตนาดีหรือไม่ดี

1755
01:56:59.193 --> 01:57:02.285
กับอีกอันหนึ่ง

1756
01:57:03.195 --> 01:57:06.284
โจ้เห็นโทรศัพท์อยู่ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาใส่กระเป๋าตัวเอง

1757
01:57:07.195 --> 01:57:10.285
อันนี้คิดไม่ดีครับ (อาจารย์)

1758
01:57:11.197 --> 01:57:14.285

1759
01:57:15.201 --> 01:57:18.285
โจ้ ตอบหน่อยสิลูก (ล่าม) ใช่ ๆ

1760
01:57:19.206 --> 01:57:22.285
ตอนนี้อยากให้เด็กหูฯ

1761
01:57:23.207 --> 01:57:26.285
แสดงว่าอะไร ไหน เดี๋ยว

1762
01:57:27.208 --> 01:57:30.285
หมายเลขอื่นช่วยหน่อยค่ะ

1763
01:57:31.209 --> 01:57:34.285
เด็กหูฯ ใช่ไหมคะ 12

1764
01:57:35.210 --> 01:57:38.285
กำลังมองว่ามีหมายเลขอะไรบ้าง

1765
01:57:39.211 --> 01:57:42.285
12

1766
01:57:43.213 --> 01:57:46.285
เราเห็นโทรศัพท์ตกอยู่นะคะ

1767
01:57:47.222 --> 01:57:50.285
เมื่อกี้

1768
01:57:51.222 --> 01:57:54.286
ที่อาจารย์ถามว่า ถ้า

1769
01:57:55.224 --> 01:57:58.285
เอาโทรศัพท์นี้ไปคืนเขา กับอีกกรณีหนึ่ง

1770
01:57:59.224 --> 01:58:02.285
กรณีแรก หยิบเข้ามาเข้าสู่ระบบ

1771
01:58:03.237 --> 01:58:06.285
คอมพิวเตอร์ เพื่อที่จะหาเจ้าของ และเพื่อ

1772
01:58:07.237 --> 01:58:10.285
อันไหนเจตนาดี

1773
01:58:11.239 --> 01:58:14.285
หยิบขึ้นมา แล้วก็กดค่ะ เข้าไป

1774
01:58:15.239 --> 01:58:18.285
ดูว่าเป็นของใครก็จริง แต่เก็บเข้ากระเป๋าตัวเอง

1775
01:58:19.239 --> 01:58:22.285
หาเจ้าของ เป็นเจตนาดีค่ะ (อาจารย์) แสดงว่าการหาเจ้าของ

1776
01:58:23.241 --> 01:58:26.285
กรณีแรกหรือกรณีที่ 2

1777
01:58:27.254 --> 01:58:31.254
(ล่าม) หาเจ้าของค่ะ

1778
01:58:31.255 --> 01:58:35.255
ผิดหรือไม่ผิดคะ

1779
01:58:35.257 --> 01:58:39.257
และถามว่า ถ้าเราเอาโทรศัพท์เขากดเข้าไปดู

1780
01:58:39.257 --> 01:58:43.257
ผิดหรือไม่ผิด

1781
01:58:43.259 --> 01:58:47.259
หนูอยากจะเอาโทรศัพท์เครื่องนี้ไปคืนเพื่อน

1782
01:58:47.259 --> 01:58:51.259

1783
01:58:51.260 --> 01:58:55.260
เมื่อกี้หนูบอกว่า เห็นโทรศัพท์ตกอยู่

1784
01:58:55.264 --> 01:58:59.264
อย่างนี้ ถามว่าผิดหรือไม่ผิด

1785
01:58:59.266 --> 01:59:03.266
หนูบอกมันเป็นเจตนาดี หนู

1786
01:59:03.266 --> 01:59:07.266
กดโทรศัพท์เข้าดู โดยที่เจ้าของเขาก็ไม่รู้หร ก

1787
01:59:07.266 --> 01:59:11.266

1788
01:59:11.267 --> 01:59:15.267

1789
01:59:15.270 --> 01:59:19.270
ผิดไหมลูก

1790
01:59:19.273 --> 01:59:23.273
(อาจารย์) เดี๋ยวยังอยู่กรณีนี้อยู่นะคะ

1791
01:59:23.274 --> 01:59:27.274
ผิดค่ะ

1792
01:59:27.276 --> 01:59:31.276

1793
01:59:31.276 --> 01:59:35.276

1794
01:59:35.278 --> 01:59:39.278
ใครอยาจะช่วยเพื่อนตอบ 13

1795
01:59:39.279 --> 01:59:43.279
หนูเห็นว่าอย่างไร ผิดหรือไม่ผิด

1796
01:59:43.280 --> 01:59:47.280
เข้าไปดูเอง เป็นการกระทำที่ผิดค่ะ (อาจารย์)

1797
01:59:47.280 --> 01:59:51.280
เห็นโทรศัพท์ตกอยู่ ไปเก็บ แต่จำเป็น

1798
01:59:51.281 --> 01:59:55.281
ที่จะต้องกดเข้าไปดูค่ะ ว่าเป็นของใคร

1799
01:59:55.281 --> 01:59:59.281
อย่างนี้ถูกต้องไหมคะ (ล่าม)

1800
01:59:59.283 --> 02:00:03.283
อย่างไรหนูก็ยังมองว่า

1801
02:00:03.284 --> 02:00:07.284
ถึงเรามีเจตนาดี แต่ก็ยังผิดอยู่ดี

1802
02:00:07.284 --> 02:00:11.284
มีใครมีความเห็นต่าง จากกรณที่เพื่อนอธิบาย

1803
02:00:11.285 --> 02:00:15.285
ใช่ค่ะ มีใครอยากตอบ

1804
02:00:15.285 --> 02:00:19.285
ช่วยเพื่อนไหมเอ่ย หรือว่าใคร

1805
02:00:19.285 --> 02:00:23.285
29 ลูก

1806
02:00:23.293 --> 02:00:27.286
มีไหมคะ

1807
02:00:27.311 --> 02:00:31.286

1808
02:00:31.311 --> 02:00:35.286
อะไรนะ เพื่อนไม่เปิด

1809
02:00:35.312 --> 02:00:39.286

1810
02:00:39.314 --> 02:00:43.286
คอมฯ ไม่ขึ้นหรือคะ ค้างหรือคะ

1811
02:00:43.314 --> 02:00:47.287
อ๋อ เอา 28 ก็ได้นะ อยู่ใกล้กัน

1812
02:00:47.315 --> 02:00:51.287
หรือคะ

1813
02:00:51.315 --> 02:00:55.287

1814
02:00:55.316 --> 02:00:59.287

1815
02:00:59.322 --> 02:01:03.286
ขึ้นไหมคะ มันค้าง

1816
02:01:03.323 --> 02:01:07.286
น่ะค่ะ

1817
02:01:07.325 --> 02:01:11.286
เข้าได้ไหมคะ

1818
02:01:11.325 --> 02:01:15.286

1819
02:01:15.325 --> 02:01:19.287

1820
02:01:19.327 --> 02:01:23.286
จะได้เห็นหน้าหล่อ ๆ หน่อย

1821
02:01:23.327 --> 02:01:27.286
เอ่ย โอ.เค.

1822
02:01:27.328 --> 02:01:31.287
เปิดแมสก์ไหมลูก

1823
02:01:31.328 --> 02:01:35.286
ก็คือถ้าเราเห็นโทรศัพท์เพื่อนตกอยู่ แต่

1824
02:01:35.328 --> 02:01:39.287
หล่อจริง

1825
02:01:39.328 --> 02:01:43.287
เข้าใจไหมคะ เมื่อกี้ หรือยังไม่ได้ดู

1826
02:01:43.329 --> 02:01:47.287
นี่ค่ะ เข้าไปดูว่ามันเป็นของใคร มีเบอร์โทร.

1827
02:01:47.331 --> 02:01:51.287
เรามีเจตนาดี ที่จะเอาโทรศัพท์ไปคืนเขา

1828
02:01:51.332 --> 02:01:55.287
ก็ต้องมีความจำเป็นต้องกดเข้าสู่มือถือ

1829
02:01:55.332 --> 02:01:59.287
แต่เรามีเจตนาที่อยากจะเอาไปคืนเจ้าของเขานะ

1830
02:01:59.332 --> 02:02:03.288
มีรูปไหม อย่างนี้ถามว่าผิดไหม

1831
02:02:03.332 --> 02:02:07.287

1832
02:02:07.332 --> 02:02:11.287
เขาบอกว่าผิดครับ เขาบอกว่าเจ้าของก็โทรฯ มา

1833
02:02:11.333 --> 02:02:15.287
แต่ถ้าเราเอาโทรศัพท์ขึ้นมาดูเฉย ๆ

1834
02:02:15.333 --> 02:02:19.287
ก็คงไม่รู้ล่ะว่ามันเป็นของใคร (ล่าม)

1835
02:02:19.334 --> 02:02:23.287
โอ.เค. แสดงว่า

1836
02:02:23.335 --> 02:02:27.287
เดี๋ยวเจ้าของเขาโทร. มาเดี๋ยวเรา

1837
02:02:27.336 --> 02:02:31.287
คุยกัน แล้วเราค่อยเอาไปให้เขาก็ได้ครับ

1838
02:02:31.337 --> 02:02:35.287
กลัวความผิด ใช่ไหม จริง ๆ

1839
02:02:35.338 --> 02:02:39.287
เราแสดงว่า เราไม่อยากจะเข้าโทรศัพท์เลย คือ

1840
02:02:39.338 --> 02:02:43.287
วางไว้เฉย ๆ เดี๋ยวเจ้าของเขาก็โทร. มาเอง

1841
02:02:43.339 --> 02:02:47.288

1842
02:02:47.340 --> 02:02:51.287
อยากคืนอยู่ แต่เราไม่กล้าที่จะเข้า

1843
02:02:51.341 --> 02:02:55.287
แล้วก็รอให้เจ้าของโทรศัพท์มา

1844
02:02:55.343 --> 02:02:59.287
อาจารย์ว่า เด็กปกติ

1845
02:02:59.344 --> 02:03:03.287
(ล่าม) ใช่ ๆ กลัวครับ

1846
02:03:03.344 --> 02:03:07.287
(อาจารย์)

1847
02:03:07.346 --> 02:03:11.287

1848
02:03:11.347 --> 02:03:15.287
อยากจะแชร์ไหมลูก

1849
02:03:15.347 --> 02:03:19.288
หลายคนแล้ว มีไหม ช่วยเพื่อนหน่อย

1850
02:03:19.349 --> 02:03:23.287
ค้าง 9 ค่ะ

1851
02:03:23.352 --> 02:03:27.287
หมายเลข

1852
02:03:27.352 --> 02:03:31.288

1853
02:03:31.353 --> 02:03:35.287

1854
02:03:35.354 --> 02:03:39.288
ข้างกัน ข้างเพื่อน

1855
02:03:39.355 --> 02:03:43.287
หนูได้เปิดคอมฯ ไหม

1856
02:03:43.356 --> 02:03:47.287
อ๋อ ไม่คืออาจารย์อยากรู้ว่า

1857
02:03:47.357 --> 02:03:51.287

1858
02:03:51.358 --> 02:03:55.288

1859
02:03:55.359 --> 02:03:59.288
มีใครเปิดแล้วคะ มีใครเปิดแล้ว

1860
02:03:59.360 --> 02:04:03.288
จะมีความคิดที่เหมือนกันหรือแตกต่างกันไหม

1861
02:04:03.360 --> 02:04:07.288

1862
02:04:07.361 --> 02:04:11.288
เปิดหรือยังเอ่ย

1863
02:04:11.362 --> 02:04:15.287

1864
02:04:15.363 --> 02:04:19.288

1865
02:04:19.367 --> 02:04:23.288
ใช่ไหมคะ

1866
02:04:23.367 --> 02:04:27.288
ยังค้างอยู่เลย

1867
02:04:27.368 --> 02:04:31.288
1 อยากตอบไหม 1

1868
02:04:31.369 --> 02:04:35.288
นี่พูดเคสนี้ไป 3-4 รอบแล้วนะ

1869
02:04:35.371 --> 02:04:39.288
11

1870
02:04:39.371 --> 02:04:43.288
ไหนช่วยตอบหน่อยสิลูก

1871
02:04:43.372 --> 02:04:47.288
แต่มันก็มีความจำเป็นที่จะต้องกดดูน่ะ อย่างนี้ผิดไหม

1872
02:04:47.384 --> 02:04:51.288
สรุปว่าอย่างไร สรุปว่าอย่างไร หนูเห็นว่าอย่างไร

1873
02:04:51.388 --> 02:04:55.288
เรามีเจตนาดีที่จะเอาไปคืนล่ะ

1874
02:04:55.389 --> 02:04:59.288

1875
02:04:59.390 --> 02:05:03.288
เอ๊ะ

1876
02:05:03.391 --> 02:05:07.288
ผิดครึ่งหนึ่งไม่ผิดครึ่งหนึ่ง

1877
02:05:07.392 --> 02:05:11.288
แบบไม่มีสิทธิ์

1878
02:05:11.393 --> 02:05:15.288

1879
02:05:15.394 --> 02:05:19.288

1880
02:05:19.395 --> 02:05:23.289
หนูก็อยากรู้ใช่ไหมคะ

1881
02:05:23.396 --> 02:05:27.288
มีคนอื่นอยากแชร์เพิ่มเติมไหมคะ

1882
02:05:27.397 --> 02:05:31.288
ก่อนที่จะเฉลย เฉลยเลย

1883
02:05:31.399 --> 02:05:35.288

1884
02:05:35.401 --> 02:05:39.288
จริง ๆ คือยากให้แชร์กันก่อนไง

1885
02:05:39.401 --> 02:05:43.288
อ้นล่ะ อ้นเห็นว่าอย่างไร อ้น

1886
02:05:43.403 --> 02:05:47.288
หมายเลขอะไรลูก

1887
02:05:47.405 --> 02:05:51.288

1888
02:05:51.407 --> 02:05:55.289
เข้าไปเพื่ออะไร อ้นนี่

1889
02:05:55.409 --> 02:05:59.288

1890
02:05:59.409 --> 02:06:03.289
อ๋อของอ้นเปิดไม่ได้

1891
02:06:03.410 --> 02:06:07.289
(ล่าม) ไม่ได้ยินค่ะ

1892
02:06:07.411 --> 02:06:11.288
นะคะ ถ้าเป็นกรณีเมื่อกี้ที่อาจารย์บอกว่า

1893
02:06:11.412 --> 02:06:15.289

1894
02:06:15.413 --> 02:06:19.288
โอ.เค.

1895
02:06:19.413 --> 02:06:23.288
นะคะ แล้วเราก็ตัดสินใจ

1896
02:06:23.414 --> 02:06:27.288
เห็นโทรศัพท์นะคะ เห็นโทรศัพท์ แล้วมันตก

1897
02:06:27.416 --> 02:06:31.288
อยู่ที่พื้นนะคะ ถ้าเราไปหยิบขึ้นมา

1898
02:06:31.424 --> 02:06:35.288
นะคะ แม้ว่าในตัวกฎหมายนี่นะคะ

1899
02:06:35.424 --> 02:06:39.288
แล้ว ว่าเรามีความตั้งใจ

1900
02:06:39.426 --> 02:06:43.288
ที่จะเอาโทรศัพท์เครื่องนี้ไปคืนเจ้าของจริง ๆ

1901
02:06:43.426 --> 02:06:47.288
ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบ

1902
02:06:47.428 --> 02:06:51.289
เขาจะเขียนไว้เลยว่า เป็นอย่างไรคะ

1903
02:06:51.428 --> 02:06:55.288
ถ้าผู้ใดมาตรา 5 นะคะ มาตรา 5

1904
02:06:55.428 --> 02:06:59.288
มีการเข้าถึงนะคะ ซึ่งระบบ

1905
02:06:59.430 --> 02:07:03.288
คำว่า "โดยมิชอบ" ก็คือไม่ถูกกฎหมาย

1906
02:07:03.431 --> 02:07:07.288
ใช่ไหมคะ โดยที่บุคคลนั้นไม่ได้อนุญาต

1907
02:07:07.432 --> 02:07:11.289
มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน

1908
02:07:11.434 --> 02:07:15.288
คอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่น

1909
02:07:15.436 --> 02:07:19.289
โดยที่ไม่ได้รับอนุญาต จะต้อง

1910
02:07:19.442 --> 02:07:23.288
ระบบคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่น โดยที่ไม่ได้รับอนุญาต

1911
02:07:23.442 --> 02:07:27.288
หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ พอ

1912
02:07:27.443 --> 02:07:31.288
เราเห็นว่ามันโทษ ถ้าเราเข้า

1913
02:07:31.450 --> 02:07:35.289
แต่จริง ๆ แล้วกฎหมายนี่

1914
02:07:35.451 --> 02:07:39.289
มันมีความผิดแน่นอน เราก็เลยตัดสินใจ

1915
02:07:39.451 --> 02:07:43.288
ก็ทิ้งโทรศัพท์มันไว้อย่างนั่นล่ะ เดี๋ยวเจ้าของก็ต

1916
02:07:43.452 --> 02:07:47.288
แม้ว่าองค์ประกอบภายนอกมันจะครบหมดเลย นักศึกษา

1917
02:07:47.453 --> 02:07:51.289
มันมีองค์ประกอบนะคะ เราเรียกว่า "

1918
02:07:51.453 --> 02:07:55.289
องค์ประกอบภายนอก และองค์ประกอบภายใน

1919
02:07:55.455 --> 02:07:59.288
มีการกดเข้าไปในระบบมือถือของคนอื่น

1920
02:07:59.455 --> 02:08:03.289
ดูมาตรา 5 เราเป็นบุคคลอื่น ก็คือผูใด

1921
02:08:03.456 --> 02:08:07.289
เรามีการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ค่ะ ก็คือ

1922
02:08:07.457 --> 02:08:11.289
ภายนอกนะคะ ครบหมดเลยค่ะ

1923
02:08:11.472 --> 02:08:15.288
โดยที่ไม่ได้รับอนุญาตใช่ไหมคะ

1924
02:08:15.474 --> 02:08:19.289
เรียกกระบวนการนี้ว่า ครบองค์ประกอบ

1925
02:08:19.475 --> 02:08:23.289
เป็นคนมีจิตใจดีไหมคะ เรายังมีจิตใจ

1926
02:08:23.476 --> 02:08:27.289
แต่อะไร แต่พอเรามาดูเจตนาภายใ

1927
02:08:27.477 --> 02:08:31.289
ที่เรียกว่า "องค์ประกอบภายใน" ภายในจิตใจเร

1928
02:08:31.493 --> 02:08:35.289
กฎหมายบอกว่า แม้ว่ามันจะครบองค์ประกอบภายนอก

1929
02:08:35.493 --> 02:08:39.289
ที่ดีนะ เราก็มีเจตนาที่ดีนะ

1930
02:08:39.494 --> 02:08:43.289
ที่อยากจะเอาโทรศัพท์เครื่องนี้ไปคืนเจ้าของ

1931
02:08:43.495 --> 02:08:47.289
อยากจะเอาไปคืนเจ้าของไง มันก็จะไม่ครบองค์ประกอบ

1932
02:08:47.495 --> 02:08:51.289
ก็ตาม แต่ขาดองค์ประกอบภายใน

1933
02:08:51.498 --> 02:08:55.289
เพราะคุณเป็นคนจิตใจดีไง เพราะคุณมีเจตนาที่

1934
02:08:55.498 --> 02:08:59.288
เก็บ

1935
02:08:59.498 --> 02:09:03.288
และการกระทำนั้น ก็จะไม่เป็นความผิดตามมาตรา

1936
02:09:03.499 --> 02:09:07.289
5 ค่ะ ถ้าไม่อย่างนั้นแล้ว ใครอยากจะทำดี ถูกต้องไหมลูก

1937
02:09:07.500 --> 02:09:11.289
ใครอยากจะเก็บนึกออกไหมคะ ใครอยากจะทำความดี

1938
02:09:11.501 --> 02:09:15.289
เข้าไปดูมือถือเขา ว่าจะเข้าไปคืนเจ้าของ

1939
02:09:15.506 --> 02:09:19.289
ด้วยซ้ำ แต่กลายเป็นว่า เธอมีความผิดนะ แล้ว

1940
02:09:19.507 --> 02:09:23.289
เจตนาที่ดี ไม่ได้มีเจตนาที่จะเอา

1941
02:09:23.508 --> 02:09:27.289
นะคะ ดังนั้นกฎหมายก็เลยมองว่า แม้มันจะครบองค์ประกอบ

1942
02:09:27.509 --> 02:09:31.289
ภายนอกก็ตาม แต่องค์ประกอบภายในคุณมี

1943
02:09:31.513 --> 02:09:35.289
นะคะ ดังนั้น เมื่อกี้ที่อาจารย์ถามไป

1944
02:09:35.529 --> 02:09:39.289
ของเขามาเป็นของเรา

1945
02:09:39.530 --> 02:09:43.289
นักศึกษาก็จะไม่เป็นความผิดตามมาตรา 5

1946
02:09:43.531 --> 02:09:47.289
มองว่าครบใช่ไหมคะ องค์ประกอบภายนอก

1947
02:09:47.534 --> 02:09:51.289
กับเพื่อน ๆ นี่ ก็ประเด็นเดียวนี่ล่ะ ที่เพื่อน ๆ

1948
02:09:51.535 --> 02:09:55.289
น่าจะยังมีความสับสนอยู่ ก็คือเรื่องของเจตนา เรา

1949
02:09:55.535 --> 02:09:59.289
นะคะ อาจารย์ถึงเน้นว่าถ้าเรามีเจตนาดีนะ

1950
02:09:59.536 --> 02:10:03.289
ก็มันครบหมดแล้ว ก็เราหยิบโทรศัพท์

1951
02:10:03.541 --> 02:10:07.289
เขา อย่างนี้ก็ผิดแล้ว แม้ว่าเราอยากจะเอาไปคืนก็ตาม

1952
02:10:07.541 --> 02:10:11.289
ดูนะคะว่า แม้ว่าจะครบองค์ประกอบภายนอกก็ตาม สิ่งที่

1953
02:10:11.542 --> 02:10:15.289
ถ้าเราอยากจะเอาไปคืนเขานะ อันนี้

1954
02:10:15.548 --> 02:10:19.289
คือองค์ประกอบภายในค่ะ ดังนั้นต้อง

1955
02:10:19.549 --> 02:10:23.289
อย่างเช่นนี่ ลักทรัพย์

1956
02:10:23.550 --> 02:10:27.289
เราทำไป เรามีเจตนาที่ดี เราก็จะไม่มีความผิด

1957
02:10:27.552 --> 02:10:31.289
นะคะ สมมติว่าเทียบเคียงกฎหมายอาญา

1958
02:10:31.553 --> 02:10:35.289
เขาไม่รู้ไม่เห็น ผู้นั้นนี่

1959
02:10:35.553 --> 02:10:39.289
ลักทรัพย์ก็คือผู้ใดเอาของคนอื่นไป

1960
02:10:39.554 --> 02:10:43.289
เอาของของคนอื่นนะคะ ไปโดยที่

1961
02:10:43.554 --> 02:10:47.289
วางอยู่ นักศึกษาก็นี่ค่ะ

1962
02:10:47.555 --> 02:10:51.289
มีความผิดฐานลักทรัพย์

1963
02:10:51.556 --> 02:10:55.289
ครบองค์ประกอบภายนอก คือ เราเห็นโทรศัพท์ใช่ไหมคะ เห็นโทรศัพท์เพื่อน

1964
02:10:55.557 --> 02:10:59.289
เจตนาที่จะหยิบโทรศัพท์เครื่องนี้ แล้วก็ไปตามหา

1965
02:10:59.562 --> 02:11:03.289
โทรศัพท์เพื่อนเรา เราจำได้ เคสนี้

1966
02:11:03.564 --> 02:11:07.289
สีชมพูหวานแหว

1967
02:11:07.565 --> 02:11:11.289
เราไปแล้วค่ะ ถ้าเราพิจารณาองค์ประกอบภายนอก

1968
02:11:11.566 --> 02:11:15.289
โจโจ้ค่ะ โจโจ้อยู่ไหน นี่โทรศัพท์เธอ

1969
02:11:15.568 --> 02:11:19.289
ทำให้ทรัพย์เคลื่อนที่ไปจากเดินหรือยัง

1970
02:11:19.568 --> 02:11:23.289
นี่คือองค์ประกอบภายนอก แต่คือ

1971
02:11:23.573 --> 02:11:27.289
ครบไหม เป็นความผิดฐานลักทรัพย์

1972
02:11:27.574 --> 02:11:31.289
ใช่ไหมคะ เพราะเอาทรัพย์ของบุคคลอื่นไปค่ะ

1973
02:11:31.574 --> 02:11:35.289
ดีไหม ดี เห็นไหมคะ

1974
02:11:35.576 --> 02:11:39.289
เจตนาภายใน มีเจตนาอะไรคะ

1975
02:11:39.576 --> 02:11:43.290
อยากจะเอาโทรศัพท์เครื่องนี้ไปคืนเพื่อน เจตนา

1976
02:11:43.576 --> 02:11:47.289
ระบบข้อมูล

1977
02:11:47.579 --> 02:11:51.289
มันก็จะไม่เป็นความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา

1978
02:11:51.592 --> 02:11:55.289
คือความผิดฐานลักทรัพย์ แล้วการเข้าข้อมูลใน

1979
02:11:55.594 --> 02:11:59.289
เจตนาดีนะคะ ที่ทำไปปนี่ เพราะเรา

1980
02:11:59.594 --> 02:12:03.289
นั่นเองนะคะ ดังนั้นประการที่สำคัญที่สุด

1981
02:12:03.610 --> 02:12:07.289
นะคะ คือ เจตนา ถ้าเรายืนยันว่ามี

1982
02:12:07.610 --> 02:12:11.289
ถูกต้องไหมนะคะ ก็กลายเป็นว่า ทำแล้วผิด

1983
02:12:11.614 --> 02:12:15.289
เรามีเจตนาดีจริง ๆ กฎหมายก็ทำอะไร

1984
02:12:15.615 --> 02:12:19.289
เราไม่ได้นะคะ เพราะไม่อย่างนั้นแล้วน่ะ คนดีก็ไม่มีที่อยู่

1985
02:12:19.615 --> 02:12:23.289
เข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์

1986
02:12:23.616 --> 02:12:27.289
จะทำทำไม นะคะ ฉะนั้นเรื่องเจตนา

1987
02:12:27.617 --> 02:12:31.289
สำคัญมาก ทีนี้พอมาตรา 5

1988
02:12:31.617 --> 02:12:35.289
มาตรา 7 การเข้าถึงจะมี 2 มาตรา คือมาตรา 7 เข้าถึง

1989
02:12:35.632 --> 02:12:39.289
มาตราที่ใกล้เคียงกัน ก็คือ

1990
02:12:39.633 --> 02:12:43.289
เข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ คือ

1991
02:12:43.633 --> 02:12:47.289
เรามาขยายความกันหน่อยว่าคืออะไร

1992
02:12:47.634 --> 02:12:51.289
ถึงระบบคอมพิวเตอร์ แต่มาตรา 7 เข้าถึง

1993
02:12:51.636 --> 02:12:55.289
ข้อมูลคอมพิวเตอร์นะคะ ทีนี้มาตรา 7

1994
02:12:55.649 --> 02:12:59.289
ข้อมูล ก็คือโปรแกรมต่าง ๆ ใช่ไหมคะ

1995
02:12:59.649 --> 02:13:03.290
ยังจำกันได้อยู่ไหมคะ

1996
02:13:03.650 --> 02:13:07.290
ข้อมูลคอมพิวเตอร์ลูก

1997
02:13:07.651 --> 02:13:11.289
คอมพิวเตอร์ทั้งสิ้น ดังนั้นถ้าเรามีการเข้าถึง

1998
02:13:11.651 --> 02:13:15.289
โปรแกรมคอมพิวเตอร์

1999
02:13:15.651 --> 02:13:19.289
นะคะ พวกนี้ ถือว่าเป็นข้อมูล

2000
02:13:19.653 --> 02:13:23.290
นะคะ ที่อยู่ในเครื่องนะคะ เขา

2001
02:13:23.653 --> 02:13:27.289
คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ เสร็จปั๊บ

2002
02:13:27.655 --> 02:13:31.290
นะคะ เราก็แอบเข้าไปดูข้อมูลเขา

2003
02:13:31.656 --> 02:13:35.289
แล้วผิดมาตรา 7 คือเข้าสู่อะไรคะ เข้าสู่

2004
02:13:35.656 --> 02:13:39.290
มีไฟล์งาน เข้าไปดู อย่างนี้

2005
02:13:39.658 --> 02:13:43.290
นอกจากผิดมาตรา 5 คือเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

2006
02:13:43.658 --> 02:13:47.290
นะคะ ผู้ใดนะคะ ผู้ใด

2007
02:13:47.660 --> 02:13:51.289
ระบบคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่นด้วย จะผิดทั้งมาตรา 5 และ

2008
02:13:51.660 --> 02:13:55.289
มาตรา 7 นะคะ ส่วนมาตรา 6 ก็คือ

2009
02:13:55.662 --> 02:13:59.289
นะคะ รหัสลับอะไรอย่างนี้ที่เราตั้งค่าไว้นี่

2010
02:13:59.666 --> 02:14:03.289
ล่วงรู้มาตราการป้

2011
02:14:03.666 --> 02:14:07.290
ก็คืออะไรคะ พวก Username Password

2012
02:14:07.667 --> 02:14:11.290
รู้แล้วไปบอกต่อนะคะ

2013
02:14:11.667 --> 02:14:15.290
ล่วงรู้แล้ว ทำอย่างไรต่อนะคะ ล่วงรู้แล้ว

2014
02:14:15.668 --> 02:14:19.289
นี่นะคะ ล่วงรู้แล้ว

2015
02:14:19.670 --> 02:14:23.290
คอมพิวเตอร์เครื่องนี้นะ มีรหัส 12345

2016
02:14:23.670 --> 02:14:27.289
มาตรา 6 นะคะ มาตราการเข้าถึง ล่วงรู้แล้ว

2017
02:14:27.671 --> 02:14:31.289
ต่อค่ะ ไปบอกต่อนะคะ นี่

2018
02:14:31.672 --> 02:14:35.289
นะคะ ตู้ ATM

2019
02:14:35.673 --> 02:14:39.290
เข้าได้เลย เธอเข้าสิ รหัสนี้

2020
02:14:39.674 --> 02:14:43.289
นึกออกไหมคะ ทีนี้อาจารย์มีอีกคำถามหนึ่ง

2021
02:14:43.675 --> 02:14:47.289
คอมพิวเตอร์ไหม ทำไมถึงเป็น

2022
02:14:47.676 --> 02:14:51.290
ตู้ ATM นะคะ ตู้ ATM นี่

2023
02:14:51.677 --> 02:14:55.290
ถือว่าเป็นระบบ

2024
02:14:55.677 --> 02:14:59.290
มันมีการ

2025
02:14:59.678 --> 02:15:03.290
ลูก

2026
02:15:03.680 --> 02:15:07.289
ใช่ไหมคะ มันมี...

2027
02:15:07.680 --> 02:15:11.290
ดังนั้น ตู้ ATM นี่มันก็

2028
02:15:11.680 --> 02:15:15.290
มันมีโปรแกรมซอฟต์แวร์ แล้วก็เป็นการเชื่อมต่อ

2029
02:15:15.680 --> 02:15:19.290
เครือข่ายอินเทอร์เน็ตใช่ไหมคะ เพื่อให้ใช้งานได้

2030
02:15:19.680 --> 02:15:23.290
นี่ สิ่งใด

2031
02:15:23.681 --> 02:15:27.290
เป็นระบบคอมพิวเตอร์ ปรากฎว่าสิ่งไหนจะนำมาใช้

2032
02:15:27.681 --> 02:15:31.289
กับตู้เอทีเอ็มคะ ตู้กดเงินสด

2033
02:15:31.682 --> 02:15:35.289
ทำอย่างไรคะ Access เข้าผ่านแอปพลิเคชัน

2034
02:15:35.684 --> 02:15:39.290
บัตรใช่ไหมคะ บัตร อะไรนะ

2035
02:15:39.684 --> 02:15:43.290
เดี๋ยวนี้ก็ไม่มีบัตรก็

2036
02:15:43.686 --> 02:15:47.290
เรากดเงินแบบไม่ใช้บัตรใช่ไหมคะ แล้ว

2037
02:15:47.686 --> 02:15:51.289
ได้นะคะ แต่ว่าแอปพลิเคชันนี่

2038
02:15:51.688 --> 02:15:55.289
มันจะส่งสิ่งหนึ่งมาคะ มันจะส่งมาว่า

2039
02:15:55.689 --> 02:15:59.289
เขาจะส่งสิ่งหนึ่งมาให้เรา นั่นคือ

2040
02:15:59.690 --> 02:16:03.289
กดจำนวนเงินว่าเราจะเอาจำนวนเงินเท่าไร พอเข้าสู่

2041
02:16:03.691 --> 02:16:07.289
เขาเรียกว่าอะไร ถึงขั้นตอนสุดท้าย

2042
02:16:07.693 --> 02:16:11.290
พวกนี้มันเป็นระบบอะไรคะ

2043
02:16:11.693 --> 02:16:15.290
Password เพื่อเอาไปเชื่อม

2044
02:16:15.695 --> 02:16:19.290
กับตู้เอทีเอ็ม

2045
02:16:19.695 --> 02:16:23.290
เรากดแล้วเรียบร้อย รหัส

2046
02:16:23.697 --> 02:16:27.290
ระบบคอมพิวเตอร์ใช่ไหมคะ  ที่มีการเชื่อมโยงเครือ

2047
02:16:27.698 --> 02:16:31.289
ทางอินเทอร์เน็ตหมดเลย ดังนั้นนี่

2048
02:16:31.699 --> 02:16:35.289
วิ่งไปกดเดี๋ยวนั้นเลย

2049
02:16:35.699 --> 02:16:39.290
มันโผล่ขึ้นมา เพื่อนนี่ตาไวกว่าเรา

2050
02:16:39.700 --> 02:16:43.289
เพื่อนเห็นปุ๊บทำอย่างไรคะ เห็นปุ๊บ

2051
02:16:43.700 --> 02:16:47.289
บอกต่อเลย นี่ ๆ รหัสมันอย่างนี้นะ

2052
02:16:47.702 --> 02:16:51.289
ผิดไหม แน่นอนเลย ใช่ไหมคะ อันนี้

2053
02:16:51.702 --> 02:16:55.289
ผิดแน่นอนนะคะ แล้วพอเพื่อนรู้เสร็จปั๊บ

2054
02:16:55.715 --> 02:16:59.289
เขาเรียกว่าอะไร กดแบบออนไลน์นี่ Password

2055
02:16:59.716 --> 02:17:03.289
ไปกดต่อเลย ยิ่งถ้าเป็น

2056
02:17:03.716 --> 02:17:07.289
รหัสเอทีเอ็มนี่ ตายตัวใช่ไหมคะ รหัสกดเงินสดออนไลน์นี่

2057
02:17:07.717 --> 02:17:11.289
แต่เราเขียนเลขบัตรไว้ หรือเราไม่ได้เขียนเลขบัตรไว้

2058
02:17:11.717 --> 02:17:15.289
มันจะเปลี่ยนไปตลอด แต่ถ้าบัตร ATM นี่

2059
02:17:15.726 --> 02:17:19.289
เป็นอย่างไรคะ มันตายตัวตลอด

2060
02:17:19.733 --> 02:17:23.289
ไปบอกนาย ค. ต่อ ไปต่อเรื่อย ๆ

2061
02:17:23.733 --> 02:17:27.289
แต่เพื่อนรู้ ง่ายมากเลย 2 4 ตัว

2062
02:17:27.734 --> 02:17:31.289
ใช่ไหมคะ ไปแล้วคะ ไปบอกนาย A ต่อ

2063
02:17:31.735 --> 02:17:35.289
มาตรา 6 ด้วยนะคะ แล้วคนที่เข้า

2064
02:17:35.736 --> 02:17:39.289
ตัวนี้ถามว่าเขาเสียหายไหม เสียหาย

2065
02:17:39.738 --> 02:17:43.289
คนที่รู้แล้วไปบอกต่อ มีความผิด

2066
02:17:43.738 --> 02:17:47.289
นะคะ อาจจะรู้แล้วไม่ทำนะคะ

2067
02:17:47.749 --> 02:17:51.288
ก็มีความผิดนะคะ ทั้งมาตรา 5 และ

2068
02:17:51.750 --> 02:17:55.289
มาตรา 7 เห็นไหมคะ คนที่รู้แล้วไปบอกต่อ

2069
02:17:55.751 --> 02:17:59.289
อันนี้รู้แล้วไปบอกต่อ ตัวเองนี่มีความผิด

2070
02:17:59.751 --> 02:18:03.289
แต่เป็นคนเหมือนคนสนับสนุน เราได้บัตรมาแล้ว

2071
02:18:03.752 --> 02:18:07.289
ยื่นต่อ นี่รหัส 1234 นะ เอาไปกดนะ

2072
02:18:07.752 --> 02:18:11.289
ได้รหัสแล้วนิ ใช่ไหมคะ ก็ไปที่ตู้เลย ก็

2073
02:18:11.753 --> 02:18:15.289
ตามมาตรา 6 ใช่ไหมคะ แล้วคนที่รับไป

2074
02:18:15.761 --> 02:18:19.288
ไปกดต่อ ใช่ไหมคะ ได้บัตรแล้วนี่

2075
02:18:19.762 --> 02:18:23.288
ถ้าเขาเอาบัตรนี่ ผิดแน่นอนอยู่แล้ว คือ

2076
02:18:23.763 --> 02:18:27.288
เสียบบัตรกดเข้าไปเลย

2077
02:18:27.763 --> 02:18:31.289
ผิดข้อหาลักทรัพย์ไหม คนเอาไปนี่

2078
02:18:31.763 --> 02:18:35.288
ไม่ได้มีแค่ตัว พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์

2079
02:18:35.775 --> 02:18:39.288
ตัวการร่วมกันเป็นกระบวนการ

2080
02:18:39.776 --> 02:18:43.288
นะคะ จริง ๆ แล้วกฎหมายนี่นะคะ มันก็

2081
02:18:43.776 --> 02:18:47.288
จะมีความผิดอย่างไรนะคะ แต่ความเป็นจริง

2082
02:18:47.778 --> 02:18:51.288
นะคะ กฎหมายอะไรอื่น ๆ เข้ามาอีก

2083
02:18:51.779 --> 02:18:55.288
มันคือยกตัวอย่างให้ฟัง

2084
02:18:55.779 --> 02:18:59.288

2085
02:18:59.781 --> 02:19:03.288
อาจจะมีผิดหลายมาตร หลายกฎหมาย มากกว่านั้

2086
02:19:03.791 --> 02:19:07.288
นะคะ ทีนี้นะคะ

2087
02:19:07.794 --> 02:19:11.288
ได้ลงไปสอบ

2088
02:19:11.794 --> 02:19:15.288
ที่อาจารย์เคยบอกว่าอาทิตย์หน้า

2089
02:19:15.795 --> 02:19:19.288
อาทิตย์หน้านะคะ อาทิตย์หน้า อาจารย์จะให้นักศึกษา

2090
02:19:19.796 --> 02:19:23.288
คอมพิวเตอร์มาตรา 5, 6, 7

2091
02:19:23.796 --> 02:19:27.288
ถามใช่ไหมคะ กับคนทั่ว ๆ ไปนะคะ

2092
02:19:27.796 --> 02:19:31.288
คุณนี่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ พรบ.

2093
02:19:31.805 --> 02:19:35.289
อย่างไรนะคะ อาจารย์ก็เลยอาทิตย์ที่แล้ว

2094
02:19:35.815 --> 02:19:39.289
หรือไม่นะคะ นี่คือไอ้มาตราที่เราได้ศึกษากันไปนี่ค่ะ

2095
02:19:39.816 --> 02:19:43.288
มาตรา 5 6 7 นี่ คุณมีความเข้าใจ

2096
02:19:43.817 --> 02:19:47.288
ไปถามนะคะ ไปถาม

2097
02:19:47.817 --> 02:19:51.288
อาจารย์ก็บอกว่าให้นักศึกษาจับคู่กัน

2098
02:19:51.817 --> 02:19:55.288
คิดคำถามใช่ไหมคะ ว่าเราจะเอาคำถาม

2099
02:19:55.818 --> 02:19:59.288
ทีนี้นี่อาจารย์ก็เลยลองทำมาดู

2100
02:19:59.819 --> 02:20:03.288
คนทั่ว ๆ ไปนะคะ ว่าคุณมีความรู้ความเข้าใจ

2101
02:20:03.819 --> 02:20:07.287
นะคะ ในมาตรา 5, 6, 7 หรือไม่

2102
02:20:07.820 --> 02:20:11.287
อุ๋ยคะ

2103
02:20:11.821 --> 02:20:15.287
ลองดูนะคะ ว่ามันจะใช้ได้ไหม

2104
02:20:15.822 --> 02:20:19.287
เดี๋ยวเปิดให้ดูนะคะ

2105
02:20:19.824 --> 02:20:23.288
ปิ้งตัวนี้

2106
02:20:23.825 --> 02:20:27.288
ถ้าเราจะ... เรามีนี่ค่ะ

2107
02:20:27.825 --> 02:20:31.287
ค่ะ จะปิ้ง

2108
02:20:31.826 --> 02:20:35.287

2109
02:20:35.827 --> 02:20:39.287

2110
02:20:39.828 --> 02:20:43.287

2111
02:20:43.829 --> 02:20:47.287

2112
02:20:47.831 --> 02:20:51.287

2113
02:20:51.833 --> 02:20:55.287
ต้องคำสั่งตัวนี้

2114
02:20:55.833 --> 02:20:59.288

2115
02:20:59.835 --> 02:21:03.287

2116
02:21:03.837 --> 02:21:07.287

2117
02:21:07.839 --> 02:21:11.287
ใครยังมีข้อสงสัยมาตรา 5, 6, 7

2118
02:21:11.840 --> 02:21:15.287

2119
02:21:15.840 --> 02:21:19.287
ได้ไหมคะ

2120
02:21:19.841 --> 02:21:23.287
คุยกันเป็นรายคนก็ได้นะคะ

2121
02:21:23.843 --> 02:21:27.287
ใครยังไม่ไดเข้าใจประเด็นไหนไหม

2122
02:21:27.844 --> 02:21:31.287
อยากให้อาจารย์อธิบายเพิ่มเติมหรือเปล่า

2123
02:21:31.845 --> 02:21:35.287

2124
02:21:35.845 --> 02:21:39.287
ถามอาจารย์เลย

2125
02:21:39.846 --> 02:21:43.287

2126
02:21:43.847 --> 02:21:47.287
พอไหวไหม

2127
02:21:47.848 --> 02:21:51.287
ได้ไหมเอ่ย

2128
02:21:51.849 --> 02:21:55.287
เข้าใจไหมเอ่ย 5, 6, 7

2129
02:21:55.850 --> 02:21:59.287
คุณเข้าใจ

2130
02:21:59.851 --> 02:22:03.287
เพราะว่าเดี๋ยวหนูจะต้องไปถามเข้านะ

2131
02:22:03.852 --> 02:22:07.287
ว่าคุณเข้าใจไหม มาตรา 5 6 7 เรานี่

2132
02:22:07.853 --> 02:22:11.287

2133
02:22:11.853 --> 02:22:15.287
เรื่องการเข้าถึงไหม คุณเข้าใจระบบคอมพิวเตอร์ไหม

2134
02:22:15.854 --> 02:22:19.287
คุณเข้าใจข้อมูลคอมพิวเตอร์ไหม นี่คือสิ่งที่หนู

2135
02:22:19.855 --> 02:22:23.287
อาจารย์ แบ่

2136
02:22:23.855 --> 02:22:27.287
โอ.เค.

2137
02:22:27.855 --> 02:22:31.287
นี่นะคะ อาจารย์ทำตัวอย่าง

2138
02:22:31.856 --> 02:22:35.287
นะคะ

2139
02:22:35.857 --> 02:22:39.287
คือการวัดความเข้าใจ แล้วก็วัดความรู้

2140
02:22:39.859 --> 02:22:43.286
อันนี้เป็นตัวอย่างที่อาจารย์ทำมาให้พวกคุณดู

2141
02:22:43.859 --> 02:22:47.287
ค่ะ เดี๋ยว

2142
02:22:47.860 --> 02:22:51.286

2143
02:22:51.862 --> 02:22:55.286

2144
02:22:55.863 --> 02:22:59.287
พี่ล่ามเห็นไหมคะ เห็นนะคะ

2145
02:22:59.863 --> 02:23:03.286
เดี๋ยวมันมืดไปหน่อย

2146
02:23:03.864 --> 02:23:07.286
ได้ไหม

2147
02:23:07.875 --> 02:23:11.287
มาตรา 5 6 7 กับประชาชนทั่วไปนี่ เราจะใช้คำถาม

2148
02:23:11.875 --> 02:23:15.286

2149
02:23:15.876 --> 02:23:19.287
วัดความเข้าใจนะคะ วัดความเข้าใจใน

2150
02:23:19.889 --> 02:23:23.287
ท่านเข้าใจระบบคอมพิวเตอร์หรือไม่

2151
02:23:23.890 --> 02:23:27.286
ไหน ในการวัดนะคะ อย่างแรกอาจารย์

2152
02:23:27.892 --> 02:23:31.287
ลองถามเขาก่อนว่า

2153
02:23:31.892 --> 02:23:35.286
ใช่ไหมคะ ถ้าเราถามเขาว่าระบบคอมพิวเตอร์คืออะไร

2154
02:23:35.898 --> 02:23:39.286
นะคะ ก็คือคอมพิวเตอร์

2155
02:23:39.898 --> 02:23:43.286
เหมือนเมื่อกี้ที่อาจารย์ถามเรา ว่าระบบคอมพิวเตอร์คืออะไร

2156
02:23:43.900 --> 02:23:47.286
คอมพิวเตอร์มาก็จะไม่เข้าใจว่า ไอ้ตัวคอมพิวเตอร์ System

2157
02:23:47.900 --> 02:23:51.286
มันจะเป็นลักษณะของการอธิบายเลย แล้วบางคน

2158
02:23:51.901 --> 02:23:55.286
อาจจะตอบยาก ถ้าใครไม่ได้เรีย

2159
02:23:55.902 --> 02:23:59.286
ระบบคอมพิวเตอร์หรือไหม 5 4 3 2 1

2160
02:23:59.909 --> 02:24:03.286
นี่ มันคืออะไรนะคะ ดังนั้น นักศึกษา

2161
02:24:03.912 --> 02:24:07.286
อาจจะถามตัวนี้ค่ะ ท่านเข้าใจ

2162
02:24:07.912 --> 02:24:11.286
นะคะ อันนี้คือวัดความเข้าใจเขา

2163
02:24:11.913 --> 02:24:15.286
ถ้าเขาเข้าใจก็จะติ้กที่ 5 ถ้าเขา

2164
02:24:15.913 --> 02:24:19.286
ไม่เข้าใจเขาก็จะไปติ๊กที่น้อยที่สุดเลย คือ 1

2165
02:24:19.919 --> 02:24:23.286
มิชอบหรือไม่นะคะ เมื่อกี้ที่อาจารย์อธิบายไป

2166
02:24:23.933 --> 02:24:27.286
ในเบื้องต้น พอมาข้อ 2

2167
02:24:27.935 --> 02:24:31.286
ท่านเข้าใจการเข้าถึง โดย

2168
02:24:31.945 --> 02:24:35.286
นะคะ คุณถามเขาไปเลยว่า ท่านเข้าใจ

2169
02:24:35.949 --> 02:24:39.286
นะคะ คือการ Access เข้านะคะ

2170
02:24:39.950 --> 02:24:43.286
โดยที่บุคคลนั้นไม่ได้อนุญาต

2171
02:24:43.950 --> 02:24:47.286
เขาก็จะไปติ๊กที่ 1 ถ้าเขา

2172
02:24:47.950 --> 02:24:51.286
นะคะ ท่านเข้าใจการเข้าถึงโดยมิชอบ

2173
02:24:51.952 --> 02:24:55.286
ถ้าเขาเข้าใจก็จะติ๊กที่ 5

2174
02:24:55.953 --> 02:24:59.286
พอข้อ 3 นะคะ เราก็ถามเลยว่า

2175
02:24:59.953 --> 02:25:03.286
พอจะเข้าใจบ้าง เขาอาจจะไปที่

2176
02:25:03.955 --> 02:25:07.286
3 ตรงกลางไว้ก่อน อย่างนี้

2177
02:25:07.956 --> 02:25:11.285
โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่

2178
02:25:11.956 --> 02:25:15.286
แล้วตัวท่านเองน่ะ นะคะ คนที่ทำแบบสอบถาม

2179
02:25:15.957 --> 02:25:19.286
ท่านเคยเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ของคนอื่น

2180
02:25:19.958 --> 02:25:23.286
ได้ว่า เคยบ่อยไหม มันก็จะไปที่ 5 3

2181
02:25:23.958 --> 02:25:27.286
เคยไหม นะคะ ถามเขาไปดู

2182
02:25:27.959 --> 02:25:31.286
เขาเคยไหมนะคะ ถ้าเขาเคย เขาก็จะวัดประเมินตัวเองว่า

2183
02:25:31.960 --> 02:25:35.286
ข้อ 1 นี่มันจะเป็นคอมพิวเตอร์ซิมเตม

2184
02:25:35.971 --> 02:25:39.286
2, 1 ก็แล้วแต่ 5, 4, 3, 2, 1

2185
02:25:39.972 --> 02:25:43.285
นะคะ ข้อ 4 นะคะ

2186
02:25:43.973 --> 02:25:47.286
ข้อมูลคอมพิวเตอร์คืออะไร

2187
02:25:47.975 --> 02:25:51.285
ท่านเข้าใจข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือไม่

2188
02:25:51.987 --> 02:25:55.286
เห็นไหมที่อาจารย์ถามพวกคุณว่า ระบบ

2189
02:25:55.988 --> 02:25:59.286
5, 4, 3, 2, 1, เหมือนกันนะคะ

2190
02:25:59.993 --> 02:26:03.286
คุณรู้ไหม ว่าข้อมูลคอมพิวเตอร์คืออ

2191
02:26:03.993 --> 02:26:07.285
เข้าใจหรือเปล่า ถ้าเขาเข้าใจก็จะติ้ก

2192
02:26:07.994 --> 02:26:11.285
โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่นะคะ

2193
02:26:11.995 --> 02:26:15.286
ข้อ 5 นะคะ ข้อ 5

2194
02:26:16.008 --> 02:26:19.285
แล้วท่านเองเคยเข้าถึงข้อมูลค

2195
02:26:20.009 --> 02:26:23.285
คือเคยเข้าถึงข้อมูลนะคะ

2196
02:26:24.010 --> 02:26:27.286
ช่วง

2197
02:26:28.011 --> 02:26:31.285
ข้อ 3 นี่ คือเคยเข้าถึงระบบ ส่วนจข้อ 5 นี่

2198
02:26:32.012 --> 02:26:35.286
มาตรการป้องกันการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ผู้อื่น

2199
02:26:36.012 --> 02:26:39.285
เคยไหม นะคะ เคยไหม

2200
02:26:40.014 --> 02:26:43.285
ข้อ 6 นะคะ  ข้อ 6 ท่านเข้าใจถึง

2201
02:26:44.015 --> 02:26:47.285
มันยาก ลองปรับได้นะคะ ลองปรับได้

2202
02:26:48.030 --> 02:26:51.285
จัดทำขึ้นเป็นการเฉพาะหรือไม่นะคะ

2203
02:26:52.033 --> 02:26:55.286
ตัวนี้ถ้านักศึกษาบอกว่า อาจารย์มันเป็นภาษากฎหมายเกินไป

2204
02:26:56.034 --> 02:26:59.285
รหัส หรือไม่

2205
02:27:00.035 --> 02:27:03.286
ตัวนี้ ก็คือท่านเข้าใจถึง

2206
02:27:04.035 --> 02:27:07.286
กระบวนการนะคะ Password

2207
02:27:08.036 --> 02:27:11.285
ถามต่อว่า แล้วท่านนี่เคย

2208
02:27:12.037 --> 02:27:15.285
ท่านเข้าใจไหมนะค ถ้าท่านเข้าใจ

2209
02:27:16.038 --> 02:27:19.285
ท่านก็ติ๊กมานะคะ แล้วข้อ 7

2210
02:27:20.042 --> 02:27:23.285
หรือไม่ เคยทำไหม เคยเอา Password

2211
02:27:24.043 --> 02:27:27.285
นำมาตราการเหล่านี้ นำ

2212
02:27:28.043 --> 02:27:31.285
Password นี่ไปเผยแพร่ให้คนอื่น

2213
02:27:32.045 --> 02:27:35.285
ทีนี้

2214
02:27:36.047 --> 02:27:39.285
ของคนอื่นไปบอกต่อไหม ในทางที่ทำให้เขาเสียหาย

2215
02:27:40.047 --> 02:27:43.285
นะคะ มันก็จะเป็นข้อ 7 นะคะ

2216
02:27:44.048 --> 02:27:47.285

2217
02:27:48.049 --> 02:27:51.285
นักศึกษาดูสิว่ามันครบ

2218
02:27:52.050 --> 02:27:55.285
ทุกมาตราไหมคะ 5 6 7 ไหม ครบไหม

2219
02:27:56.051 --> 02:27:59.285
หมายเลข 13

2220
02:28:00.052 --> 02:28:03.285
อันไหนที่เป็นการถาม เป็นคำถาม

2221
02:28:04.053 --> 02:28:07.285
ของมาตรา 5

2222
02:28:08.054 --> 02:28:11.285
หนูสะกิดเพื่อนหน่อย

2223
02:28:12.055 --> 02:28:15.285
ซ้ำ

2224
02:28:16.055 --> 02:28:19.285
อันเดิมแล้วนี่ ถามไปแล้ว ไม่เป็นไร หมายเลข 13 ลูก

2225
02:28:20.056 --> 02:28:23.285
ที่สื่อถึงมาตรา 5

2226
02:28:24.059 --> 02:28:27.285

2227
02:28:28.061 --> 02:28:31.285
คำถามข้อไหน คำถามข้อไหนคะ

2228
02:28:32.069 --> 02:28:35.285
คำถามข้อไหนคะ

2229
02:28:36.070 --> 02:28:39.285
ที่เป็นความผิดตามมาตรา 5

2230
02:28:40.071 --> 02:28:43.285
ข้อไหนลูก

2231
02:28:44.072 --> 02:28:47.285
จำได้ไหม

2232
02:28:48.074 --> 02:28:51.285
มาตรา 5 เป็นเรื่องอะไร

2233
02:28:52.076 --> 02:28:55.285
มาตรา 5 เป็นเรื่องอะไร

2234
02:28:56.077 --> 02:28:59.285

2235
02:29:00.079 --> 02:29:03.285
เข้าถึงอะไรลูก มาตรา 5

2236
02:29:04.079 --> 02:29:07.285

2237
02:29:08.081 --> 02:29:11.285
อะไรคะ ใครตอบได้ มาตรา...

2238
02:29:12.082 --> 02:29:15.285

2239
02:29:16.084 --> 02:29:19.285
เข้าถึง

2240
02:29:20.088 --> 02:29:23.285

2241
02:29:24.090 --> 02:29:27.285

2242
02:29:28.091 --> 02:29:31.285
หมายเลข 8 ตอบได้ไหมลูก

2243
02:29:32.092 --> 02:29:35.285
ที่มันเข้ากับ ที่มันตรงกับ

2244
02:29:36.092 --> 02:29:39.285
(ล่าม) ข้อ 3 หรือเปล่าคะ

2245
02:29:40.103 --> 02:29:43.285
(อาจารย์) ค่ะ ถามเขาว่าข้อไหน

2246
02:29:44.103 --> 02:29:47.284
(ล่าม) เขาตอบว่าข้อ 3 น่ะค่ะ (อาจารย์) ข้อ 3

2247
02:29:48.103 --> 02:29:51.284
มาตรา 5 มันเป็นเรื่องอะไร

2248
02:29:52.104 --> 02:29:55.285
หนูจำได้ไหม

2249
02:29:56.105 --> 02:29:59.285

2250
02:30:00.106 --> 02:30:03.285
แล้วข้อ 1 ข้อ 2 ล่ะลูก

2251
02:30:04.106 --> 02:30:07.285

2252
02:30:08.108 --> 02:30:11.285
เข้าถึงอะไรลูก (ล่าม) ข้อ 1 ข้อ 2

2253
02:30:12.122 --> 02:30:15.284
มาตรา 5

2254
02:30:16.123 --> 02:30:19.285
เข้าถึงอะไร มาตรา 5

2255
02:30:20.124 --> 02:30:23.284
ระบบคอมพิวเตอร์ใช่ไหมคะ มันก็จะไปถามความเข้าใจ

2256
02:30:24.124 --> 02:30:27.285
ก็เหมือนกันค่ะ (อาจารย์) โอ.เค.

2257
02:30:28.126 --> 02:30:31.285
นะคะ 1, 2, 3 นี่ มันเป็นเรื่องของ

2258
02:30:32.127 --> 02:30:35.284
ข้อ 4, 5 นะคะ

2259
02:30:36.127 --> 02:30:39.284
ในมาตรา 5 นะคะ

