﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:00.456

2
00:00:00.340 --> 00:00:00.827

3
00:00:00.880 --> 00:00:05.234
ตัวเลขจะสามารถเปลี่ยนได้แต่รูปแบบจะคงเดิมก็คือมีคำว่าดู

4
00:00:05.265 --> 00:00:06.927
มีคำว่าไว้นะคะ

5
00:00:07.464 --> 00:00:08.288
นี่คือ

6
00:00:08.179 --> 00:00:10.151
การสั่งให้

7
00:00:10.459 --> 00:00:11.629
เครื่องทำซ้ำ

8
00:00:12.269 --> 00:00:12.818
นะคะ

9
00:00:12.703 --> 00:00:15.295
การประมวลผลในส่วนนี้

10
00:00:17.544 --> 00:00:20.396
เมื่อเราเขียนซูโดโค้ดได้แล้ว

11
00:00:20.619 --> 00:00:21.252
นะคะ

12
00:00:21.419 --> 00:00:23.535
เข้าใจวิธีการเขียนซูโดโค้ด

13
00:00:23.409 --> 00:00:26.316
ก็คือรู้ว่าอะไรคือ input

14
00:00:26.084 --> 00:00:28.389
อะไรคูโบต้า

15
00:00:28.254 --> 00:00:30.492
และอะไรคือ output แล้ว

16
00:00:30.914 --> 00:00:33.308
มันจะนำไปสู่การเขียน

17
00:00:33.819 --> 00:00:34.577
4shared

18
00:00:34.459 --> 00:00:35.965
ฝากงานนะคะ

19
00:00:36.909 --> 00:00:38.129
ในหน้าต่อไป

20
00:00:38.539 --> 00:00:39.234
มาดู

21
00:00:39.114 --> 00:00:49.071

22
00:00:39.114 --> 00:00:49.071
นะคะ

23
00:00:51.424 --> 00:00:54.111
สิ่งที่เราจะเห็นต่อไปนี้นะคะ

24
00:00:54.083 --> 00:00:54.862
ก็คือ

25
00:00:54.749 --> 00:00:57.706
สิ่งที่เป็นรูปภาพ

26
00:00:59.020 --> 00:01:00.318
หรือเป็นสัญลักษณ์

27
00:01:00.359 --> 00:01:01.761
ธีรชัยแทน

28
00:01:02.719 --> 00:01:04.033
วิธีการเขียน

29
00:01:04.909 --> 00:01:08.313
ขั้นตอนโปรแกรมหรือซูโดโค้ดเมื่อกี้นะคะ

30
00:01:08.749 --> 00:01:10.675
ทำไมต้องมาเขียน flowchart ด้วย

31
00:01:11.899 --> 00:01:13.884
จบแค่สุนครไม่ได้หรอ

32
00:01:14.484 --> 00:01:16.428
ต้องอย่าลืมว่าในการทำ

33
00:01:16.706 --> 00:01:18.757
ระบบคอมพิวเตอร์จริงๆนี่

34
00:01:19.224 --> 00:01:22.289
คนทำงานนี่จะไม่ได้มีแค่เราคนเดียว

35
00:01:22.453 --> 00:01:25.785
มันจะต้องมีคนอื่นด้วยเราจะต้องไปนำเสนอ

36
00:01:26.328 --> 00:01:29.025
เมื่อจะนำเสนอให้คนอื่นเข้าใจนะคะ

37
00:01:29.528 --> 00:01:30.873
บางทีเขียน pseudo

38
00:01:30.878 --> 00:01:32.421
ต้องนึกถึงว่า

39
00:01:32.763 --> 00:01:34.383
ถ้าเขาไม่ได้เป็น

40
00:01:34.784 --> 00:01:40.506
ไม่ได้เรียนทางคอมพิวเตอร์มาเขาก็จะไม่สามารถเข้าใจว่าอันนี้คืออะไร

41
00:01:40.719 --> 00:01:41.582
นึกออกนะ

42
00:01:41.888 --> 00:01:43.269
คำสั่งนี้คืออะไร

43
00:01:43.533 --> 00:01:46.063
แต่ถ้าเรามาเขียนแทนด้วยผังงาน

44
00:01:46.108 --> 00:01:46.663
นะคะ

45
00:01:47.068 --> 00:01:48.521
มันก็จะมีสัญลักษณ์

46
00:01:48.643 --> 00:01:49.335
แผน

47
00:01:49.598 --> 00:01:52.515
เขาก็จะรู้ว่าอ๋อส่วนนี้คือตรงนี้นะ

48
00:01:52.703 --> 00:01:54.006
ส่วนไหนเป็น input

49
00:01:53.878 --> 00:01:54.852
นึกออกนะ

50
00:01:55.358 --> 00:01:56.832
เราจะมาดูกันว่า

51
00:02:04.782 --> 00:02:05.372

52
00:02:05.759 --> 00:02:09.051
เด็กๆจะต้องจำนะคะสัญลักษณ์แต่ละอัน

53
00:02:09.618 --> 00:02:10.396
อย่าจำ

54
00:02:10.868 --> 00:02:11.289

55
00:02:11.188 --> 00:02:13.562
เมื่อกี้เขียนผิดนึกออกนะ

56
00:02:13.423 --> 00:02:16.996
มันก็จะหมายถึงว่าเราอธิบายขั้นตอน

57
00:02:16.878 --> 00:02:18.001
เข้าใจนะคะ

58
00:02:19.018 --> 00:02:19.878
เพราะฉะนั้น

59
00:02:20.108 --> 00:02:21.117
สิ่งที่

60
00:02:21.378 --> 00:02:23.161
ต้องมีเลยก็คือ

61
00:02:23.638 --> 00:02:24.240
รูป

62
00:02:24.428 --> 00:02:25.217
ลักษณะ

63
00:02:26.608 --> 00:02:31.556
เป็นเจ้าบอกว่าจะเป็นวงรีไม่ได้มันจะเป็นสี่เหลี่ยมมุมมนๆ

64
00:02:32.288 --> 00:02:33.117
นึกออกนะ

65
00:02:35.018 --> 00:02:35.899
รูปทรง

66
00:02:37.068 --> 00:02:39.719
จะบอกว่าวงรีไหมก็ไม่ดีนะ

67
00:02:40.143 --> 00:02:41.814
เป็นสี่เหลี่ยมแล้วตรง

68
00:02:42.228 --> 00:02:42.812

69
00:02:43.953 --> 00:02:47.093
2 ครั้งนี้จะเป็นโค้งนี่นะคะ

70
00:02:48.058 --> 00:02:48.821
ตัวนี้

71
00:02:48.718 --> 00:02:53.155
สัญลักษณ์ตัวนี้ใช้เมื่อ

72
00:02:53.638 --> 00:02:54.333
เริ่ม

73
00:02:54.738 --> 00:02:55.581
กลับสิ้นสุด

74
00:02:55.477 --> 00:02:56.653
นะคะ

75
00:02:56.878 --> 00:02:58.386
ก็คือเปิดกะปิด

76
00:02:58.868 --> 00:02:59.484
เปิด

77
00:02:59.458 --> 00:03:02.026
ปิดโปรแกรมปลุกนี่จะใช้ตัวนี้

78
00:03:02.078 --> 00:03:02.332

79
00:03:02.458 --> 00:03:03.892
คำสั่งที่

80
00:03:04.178 --> 00:03:04.904
ใช้

81
00:03:05.188 --> 00:03:07.529
เขียนเข้าไปในนั้นก็คือ

82
00:03:07.418 --> 00:03:08.415
start

83
00:03:08.498 --> 00:03:08.800

84
00:03:08.838 --> 00:03:09.791
กับ Stop

85
00:03:09.928 --> 00:03:11.028
มาเองนะคะ

86
00:03:11.142 --> 00:03:11.905
ก็คือ

87
00:03:12.198 --> 00:03:13.456
เริ่มผังงาน

88
00:03:13.478 --> 00:03:14.431
แล้วก็จบ

89
00:03:14.327 --> 00:03:15.325
ผังงาน

90
00:03:23.108 --> 00:03:26.417
ที่นี้บอกแล้วในเครื่องมันจะมีส่วนของ

91
00:03:26.852 --> 00:03:28.147
การประมวลผล

92
00:03:29.107 --> 00:03:30.795
การ input และ output

93
00:03:31.043 --> 00:03:34.411
มาดูส่วนของการรับข้อมูลหรืออินพุต

94
00:03:34.738 --> 00:03:35.767

95
00:03:35.646 --> 00:03:36.927
จะมี 2 แบบ

96
00:03:39.888 --> 00:03:41.736
ถ้าเป็นรูปสี่เหลี่ยม

97
00:03:41.788 --> 00:03:42.047

98
00:03:42.268 --> 00:03:43.749
ขนมเปียกปูน

99
00:03:43.639 --> 00:03:45.089
อันที่ 2 นี่

100
00:03:45.107 --> 00:03:45.687
นะคะ

101
00:03:46.653 --> 00:03:48.039
มันจะใช้

102
00:03:48.267 --> 00:03:48.691
รับ

103
00:03:49.757 --> 00:03:51.623
หรือแสดงข้อมูล

104
00:03:51.447 --> 00:03:53.143
แบบไม่ระบุ

105
00:03:52.978 --> 00:03:56.559
ไม่ระบุชนิดของอุปกรณ์ก็คือ

106
00:03:56.398 --> 00:04:00.221
ถ้าต้องการให้เขารู้ว่าเราจะต้อง

107
00:04:00.107 --> 00:04:02.240
การรับค่าข้อมูลหนี้

108
00:04:02.317 --> 00:04:04.299
รูปสี่เหลี่ยมขนมเปียก

109
00:04:04.338 --> 00:04:04.842

110
00:04:05.737 --> 00:04:06.263

111
00:04:06.147 --> 00:04:07.747
ก็คือรับค่า

112
00:04:07.788 --> 00:04:13.126
ผ่านอุปกรณ์ใดๆก็ได้ไม่ต้องระบุลงไปใช้เป็นรูปนี้นะคะ

113
00:04:13.137 --> 00:04:15.922
แต่ถ้าเมื่อใดที่เจาะจงว่า

114
00:04:16.277 --> 00:04:17.813
ใครป้อนข้อมูล

115
00:04:18.350 --> 00:04:20.790
ก่อนเราจะใช้รูปสี่เหลี่ยม

116
00:04:21.047 --> 00:04:21.472

117
00:04:21.547 --> 00:04:21.952

118
00:04:22.047 --> 00:04:23.300
ด้านไม่เท่านี่

119
00:04:23.938 --> 00:04:24.616
นะคะ

120
00:04:25.100 --> 00:04:26.271
ตัวนี้แทนเลย

121
00:04:26.657 --> 00:04:27.268
นะคะ

122
00:04:27.167 --> 00:04:37.167

123
00:04:39.667 --> 00:04:41.113
จะมี 2 ตัวนี้

124
00:04:40.997 --> 00:04:45.495
หรือ 2 สัญลักษณ์นี้สังเกตก็คือเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียก

125
00:04:45.337 --> 00:04:55.337
กับสี่เหลี่ยมด้านไม่เท่าก็คือถ้าข้อมูลที่ต้องการให้รับผลหรือเปล่าเข้าไปทางคีย์บอร์ดที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมด้านเท่า

126
00:04:56.097 --> 00:04:56.685
นะคะ

127
00:04:56.587 --> 00:04:59.839
แต่ถ้าไม่ระบุให้ใช้

128
00:04:59.997 --> 00:05:00.839
เป็นกลาง

129
00:05:01.817 --> 00:05:02.781
จำไม่ได้

130
00:05:04.097 --> 00:05:06.317
เป็นรับทางไหนก็ใช้

131
00:05:06.427 --> 00:05:07.795
รูปสี่เหลี่ยมขนมเปียก

132
00:05:07.817 --> 00:05:08.638
นะคะ

133
00:05:08.517 --> 00:05:15.146
มีส่วนของ input แล้วก็ต้องมีส่วนของ output

134
00:05:17.857 --> 00:05:22.018
ลักษณะของมันจะโค้งเหมือนตัวแรกแต่จะมี

135
00:05:22.577 --> 00:05:24.358
ลงส่วนทางด้าน

136
00:05:24.247 --> 00:05:28.997
มุมทางขวาซ้ายมือนี่

137
00:05:29.007 --> 00:05:29.645
เป็นโรค

138
00:05:29.898 --> 00:05:30.108

139
00:05:30.017 --> 00:05:31.356
สามเหลี่ยม

140
00:05:32.058 --> 00:05:33.694
จะไม่เป็นคนนะคะ

141
00:05:33.567 --> 00:05:37.165
อันนี้จะเป็นการแสดงผลทางจอภาพ

142
00:05:37.057 --> 00:05:38.846
เป็นสัญลักษณ์นะคะ

143
00:05:38.927 --> 00:05:40.493
ต้องตามสัญลักษณ์ด้วย

144
00:05:40.377 --> 00:05:47.218
แต่ถ้าเป็น

145
00:05:47.107 --> 00:05:48.577
หาเครื่องพิมพ์

146
00:05:49.708 --> 00:05:52.430
ปริ้นเตอร์จะเป็นรูปสี่เหลี่ยม

147
00:05:53.462 --> 00:05:55.432
ตัวที่ 2 ที่มัน

148
00:05:55.947 --> 00:05:57.762
มีโค้งคว่ำคว่ำหน้า

149
00:05:58.707 --> 00:06:00.477
มีโค้งอยู่ด้านล่าง

150
00:06:01.417 --> 00:06:04.224
ก็คือให้แสดงผลทางเครื่องพิมพ์

151
00:06:04.437 --> 00:06:07.103
มันก็คือหมายถึงถ้าเราต้องการให้

152
00:06:07.437 --> 00:06:10.646
เครื่องปริ้นออกมาเราต้องใช้สัญลักษณ์ตัวนี้นะคะ

153
00:06:18.147 --> 00:06:18.399

154
00:06:18.266 --> 00:06:20.669
ส่วนของ Process

155
00:06:20.556 --> 00:06:22.052
จะประกอบด้วย

156
00:06:22.716 --> 00:06:23.562
เห็นไหมคะ

157
00:06:23.796 --> 00:06:26.901
การคำนวณจะใช้สัญลักษณ์รูปสี่เหลี่ยม

158
00:06:26.947 --> 00:06:28.251
พื้นผ้าธรรมดา

159
00:06:28.106 --> 00:06:32.436
แต่ถ้ามี

160
00:06:33.691 --> 00:06:36.371
การตัดสินใจหรือว่ามีเงื่อนไข

161
00:06:36.381 --> 00:06:38.140
เงื่อนไขนั่นหมายถึงว่า

162
00:06:38.416 --> 00:06:40.687
มีช่องทางให้เลือกหลายทาง

163
00:06:41.117 --> 00:06:42.722
จะใช้สี่เหลี่ยม

164
00:06:49.946 --> 00:06:51.127
จะเรียกว่าอย่างไร

165
00:06:52.006 --> 00:06:54.715
สี่เหลี่ยมผืนผ้าเหมือนกันแต่จะเป็น

166
00:06:54.596 --> 00:06:56.643
มุมมันจะกลับน่ะ

167
00:06:56.937 --> 00:06:57.802
นึกออกนะ

168
00:06:59.356 --> 00:07:00.347
มันจะเป็น

169
00:07:00.796 --> 00:07:01.701
อีกแนวหนึ่ง

170
00:07:01.751 --> 00:07:02.601
ก็คือ

171
00:07:03.566 --> 00:07:05.622
ปลายบนล่างจะแหลมหน่อย

172
00:07:05.881 --> 00:07:06.469
นะคะ

173
00:07:07.416 --> 00:07:08.329
ปลาไหล

174
00:07:08.216 --> 00:07:11.956
ก็คือถ้ามันมีเงื่อนไขไปทางด้านซ้าย

175
00:07:12.276 --> 00:07:13.063
ก็ได้

176
00:07:13.496 --> 00:07:15.070
ไปทางขวาก็ได้

177
00:07:15.701 --> 00:07:18.605
หรือจะลงมาด้านล่างก็ได้

178
00:07:18.496 --> 00:07:20.885
มันจะมีทางเลือกให้เลือก

179
00:07:21.071 --> 00:07:22.730
ว่าจะไปทางไหนได้นะคะ

180
00:07:26.786 --> 00:07:29.236
แต่ถ้าให้คำนวณแบบ

181
00:07:29.126 --> 00:07:31.563
กำหนดค่า

182
00:07:32.621 --> 00:07:34.221
มีการกำหนดค่า

183
00:07:34.471 --> 00:07:36.320
เหมือนค่าของ

184
00:07:37.311 --> 00:07:38.315
1-10

185
00:07:38.721 --> 00:07:39.575
เห็นไหมคะ

186
00:07:40.206 --> 00:07:41.163
ให้ใช้

187
00:07:41.466 --> 00:07:43.386
กำหนดค่าโดยการ

188
00:07:43.951 --> 00:07:47.156
กำหนดไว้แล้วว่าเลขนี้เริ่มจากเลข 1

189
00:07:47.511 --> 00:07:48.293
ไปถึง

190
00:07:48.666 --> 00:07:49.747
เสียง

191
00:07:50.101 --> 00:07:50.772
นะคะ

192
00:07:50.941 --> 00:07:52.786
ลักษณะสัญลักษณ์ดับเป็น

193
00:07:52.656 --> 00:07:56.800
รูปทรงนี้นะคะตัวสุดท้ายนี่

194
00:08:10.361 --> 00:08:12.087
ที่นี้เมื่อมีสัญลักษณ์

195
00:08:15.741 --> 00:08:17.270
ที่เป็นรูปสี่เหลี่ยม

196
00:08:18.716 --> 00:08:19.314
วง

197
00:08:19.511 --> 00:08:21.788
มุมป้านมุมอะไรทั้งหลายแหล่

198
00:08:23.216 --> 00:08:24.681
เราจะเขียนโดย

199
00:08:24.916 --> 00:08:25.959
ว่าแต่รูป

200
00:08:26.136 --> 00:08:28.138
เกลียดเปล่าไม่ได้

201
00:08:27.966 --> 00:08:31.248
เราจะต้องมีสัญลักษณ์ที่แสดงเส้นทาง

202
00:08:31.939 --> 00:08:32.572
นะคะ

203
00:08:33.296 --> 00:08:36.800
ก็คือเป็นลูกศรนั่นเองลูกศรขึ้นลง

204
00:08:37.416 --> 00:08:39.080
ลูกศรซ้ายขวา

205
00:08:39.196 --> 00:08:39.780
นะคะ

206
00:08:39.936 --> 00:08:40.198

207
00:08:40.922 --> 00:08:45.712
คือสัญลักษณ์ทิศทางนี้ไม่ได้มีแค่ 2 อันเขียนให้ดูนะคะ

208
00:08:46.066 --> 00:08:46.805
ก็คือ

209
00:08:47.427 --> 00:08:50.730
มันจะเป็นลูกศรไปได้ทั้งซ้ายขวา

210
00:08:50.736 --> 00:08:52.614
บนล่างนึกออกนะ

211
00:08:53.176 --> 00:08:53.976

212
00:08:54.561 --> 00:08:54.932

213
00:08:55.021 --> 00:08:56.969
แต่ตัวสัญลักษณ์น่ะ

214
00:08:57.061 --> 00:09:00.519
รูปสี่เหลี่ยมต่างๆที่มันจะไหลไปเนี่ยนะคะ

215
00:09:00.656 --> 00:09:00.993

216
00:09:01.056 --> 00:09:03.229
แสดงการทำงานไปตาม

217
00:09:03.771 --> 00:09:05.080
ก็คือลูกศรบอก

218
00:09:04.956 --> 00:09:09.936
ตามทางไหนลำดับขั้นการทางทำงานก็ไปตามลูกศรนั่นเองนะคะ

219
00:09:11.421 --> 00:09:11.922
และ

220
00:09:13.478 --> 00:09:14.372
ที่เป็น

221
00:09:14.266 --> 00:09:16.518
รูปวงกลมขนาดเล็ก

222
00:09:17.256 --> 00:09:18.522
เขาเรียกว่า

223
00:09:18.901 --> 00:09:20.041
เป็นจุดเชื่อม

224
00:09:20.181 --> 00:09:20.400

225
00:09:20.447 --> 00:09:23.059
คือบางทีการเขียนผังงาน

226
00:09:22.956 --> 00:09:27.117
โปรแกรม 1 โปรแกรมมันไม่ได้จบอยู่ใน 1 หน้า

227
00:09:27.096 --> 00:09:28.738
มันมีความยาวนะคะ

228
00:09:29.131 --> 00:09:29.997
เพราะฉะนั้น

229
00:09:29.896 --> 00:09:36.218
ถ้าต้องการเชื่อมในหน้าเดียวกันนี่เราจะต้องใช้ไอ้ตัวนี้เป็นจุดเชื่อม

230
00:09:36.201 --> 00:09:36.461

231
00:09:36.461 --> 00:09:37.304
ว่า

232
00:09:37.196 --> 00:09:41.945
จากนี่ลงมาแล้วมันมีไปหน้าต่อไปได้นึกออกนะคะ

233
00:09:42.136 --> 00:09:44.206
ตัวเชื่อมขึ้นให้เห็นก่อน

234
00:09:44.066 --> 00:09:47.397
แล้วค่อยมาเป็นจุดเชื่อมต่อ

235
00:09:47.291 --> 00:09:48.927
ไปหน้าอื่นเห็นไหมคะ

236
00:09:48.816 --> 00:09:50.752
ใช้ลักษณะนี้

237
00:09:50.826 --> 00:09:55.607
อันนี้เชื่อมอยู่ในหน้าเดียวกันถ้าอย่างนี้มีเชื่อบอกว่าไปหน้าต่อไป

238
00:09:55.431 --> 00:09:56.845
ยังดีนะคะ

239
00:10:03.670 --> 00:10:04.380
ก็คือ

240
00:10:04.276 --> 00:10:07.171
จะบอกน่าจะบอกว่า

241
00:10:07.055 --> 00:10:11.952
ใครทำอันนี้อาจจะบอกว่าเมื่อ X = 3 แล้ว

242
00:10:11.816 --> 00:10:13.941
ให้ไปทำข้อที่ 1 อย่างนี้

243
00:10:14.260 --> 00:10:15.972
อาจจะเป็นเงื่อนไขก็ได้

244
00:10:16.801 --> 00:10:20.581
แล้วแต่สิ่งที่เราจะเขียนลงไปในโฟชาร์ตด้วยนะคะ

245
00:10:28.305 --> 00:10:28.978
ที่นี้

246
00:10:30.220 --> 00:10:34.106
รู้ตัวรูปแบบแล้วทีนี้ต้องมาดูวิธีการเขียนด้วย

247
00:10:38.825 --> 00:10:39.671
นะคะ

248
00:10:39.786 --> 00:10:41.964
ต้องใช้สัญลักษณ์ตามที่กำหนด

249
00:10:41.855 --> 00:10:42.586
นะคะ

250
00:10:43.104 --> 00:10:47.296
ไม่ใช่เข้าใจว่ามีรูปสี่เหลี่ยมสามเหลี่ยมเอามาเขียนเต็มไปหมด

251
00:10:47.185 --> 00:10:48.110
ไม่ใช่

252
00:10:48.006 --> 00:10:53.291
ต้องเขียนตามที่ให้ดูว่ามีตัวอะไรบ้างนะคะ

253
00:10:55.546 --> 00:10:56.333
เห็นไหมคะ

254
00:10:57.225 --> 00:10:59.678
ใช้ลูกศรแสดงทิศทาง

255
00:10:59.570 --> 00:11:02.144
ต้องมีลูกศรแสดงทิศทางด้วย

256
00:11:02.030 --> 00:11:05.339
ว่าข้อมูลนั้นน่ะ

257
00:11:05.902 --> 00:11:10.109
มันเป็นจากข้างบนลงไปข้างล่างหรือจากซ้ายไปขวา

258
00:11:10.770 --> 00:11:13.117
หรือทางขวาไปซ้ายก็แล้วแต่

259
00:11:13.005 --> 00:11:16.291
ก็คือต้องมีลูกศรบอกทิศทางด้วยนะคะ

260
00:11:16.180 --> 00:11:18.130

261
00:11:18.420 --> 00:11:18.890
และ

262
00:11:19.212 --> 00:11:21.018
เห็นไหมคะข้อที่ 3

263
00:11:20.905 --> 00:11:25.430
ไม่ใช่เขียนแต่รูป

264
00:11:25.320 --> 00:11:25.737

265
00:11:25.866 --> 00:11:28.191
ต้องมีคำอธิบายลงไปใน

266
00:11:28.075 --> 00:11:30.580
ในไอ้ตัวสัญลักษณ์ของเราด้วย

267
00:11:31.205 --> 00:11:33.502
1 ไม่ใช่เฉพาะเรารู้

268
00:11:33.825 --> 00:11:36.416
คนที่เขาดูเขาก็จะได้รู้ว่า

269
00:11:36.451 --> 00:11:38.642
ตัวนี้หมายถึงอะไรด้วยนะคะ

270
00:11:39.035 --> 00:11:41.294
เวลาเขียนไม่ต้องเขียนยาวมาก

271
00:11:41.180 --> 00:11:43.454
อาจจะบอกว่า

272
00:11:43.341 --> 00:11:46.128
รับค่าอย่างนี้นึกออกนะ

273
00:11:46.425 --> 00:11:47.623
ไม่ต้องไปใส่ว่า

274
00:11:48.111 --> 00:11:51.460
รับค่าข้อมูลจำนวนเต็มนึกออกนะ

275
00:11:51.940 --> 00:11:53.286
เราจะเขียนแบบสรุป

276
00:11:54.898 --> 00:11:57.186
ข้อที่ 4 กำหนดไว้ว่า

277
00:11:57.065 --> 00:11:58.658
ทุกแผนภาพ

278
00:11:59.147 --> 00:12:00.028
เห็นไหมคะ

279
00:12:00.452 --> 00:12:03.489
ต้องมีลูกศรแสดงทิศทาง

280
00:12:04.540 --> 00:12:05.204
เห็นไหม

281
00:12:05.095 --> 00:12:08.475
มันจะต้องมีลูกศรกำกับเสมอนะคะ

282
00:12:08.350 --> 00:12:12.110
ทิศทางเข้าออกของข้อมูลนั่นเองนะคะ

283
00:12:12.861 --> 00:12:13.617
ก็คือ

284
00:12:13.515 --> 00:12:14.918
สมมุติ

285
00:12:15.300 --> 00:12:18.191
จากซ้ายไปขวาลูกศรก็จะ

286
00:12:18.225 --> 00:12:21.146
ตายแล้วออกไปทางด้านขวา

287
00:12:21.015 --> 00:12:22.407
อย่างนี้นะคะ

288
00:12:22.556 --> 00:12:24.005
ก็คือทิศทางเข้าออก

289
00:12:25.942 --> 00:12:26.198

290
00:12:26.210 --> 00:12:28.055
สิ่งที่ไม่ควรทำ

291
00:12:29.201 --> 00:12:31.506
เขาบอกว่าไม่ควรโยงเส้น

292
00:12:33.766 --> 00:12:34.668
ถ้าสมมุติ

293
00:12:34.555 --> 00:12:36.025
ให้นึกถึง

294
00:12:36.725 --> 00:12:38.282
หน้าป้อมกว้างอย่างนี้

295
00:12:40.545 --> 00:12:41.167
แล้ว

296
00:12:41.550 --> 00:12:44.968
ป้ายสัญลักษณ์นี้อยู่ตรงที่อีกตัวหนึ่งอยู่ตรงนี้

297
00:12:45.210 --> 00:12:48.801
แต่ต้องการเชื่อมกันอย่างนี้มันไกลมากๆขนาดนี้นะคะ

298
00:12:49.326 --> 00:12:50.165
เห็นไหมคะ

299
00:12:50.475 --> 00:12:51.519
เขาบอกว่า

300
00:12:51.415 --> 00:12:53.539
ไม่ควรใช้

301
00:12:53.620 --> 00:12:55.247
สัญลักษณ์เส้น

302
00:12:55.135 --> 00:12:57.667
สมมุติสมมุติว่าให้ดูเลย

303
00:13:02.115 --> 00:13:02.810
นะคะ

304
00:13:02.835 --> 00:13:03.785
สมมุติว่า

305
00:13:09.535 --> 00:13:10.088
สมมุติ

306
00:13:14.725 --> 00:13:17.060
มีรับข้อมูลตรงนี้แล้ว

307
00:13:17.100 --> 00:13:18.788
ปรากฏว่า Display

308
00:13:20.460 --> 00:13:22.562
Display มันมาอยู่ทางนี้นะ

309
00:13:30.055 --> 00:13:32.503
ชนขอบไปสมมุติว่า

310
00:13:32.395 --> 00:13:34.883
ตัวแสดงผลเนี่ยมันอยู่

311
00:13:34.745 --> 00:13:42.135
ข้างท้ายนี่เขาจะไม่ลงค่ามันไปยาวๆเพราะบางทีมันอาจจะมีตัวคั่นลงมานึกออกไหมคะ

312
00:13:42.700 --> 00:13:44.499
ให้ใช้จุดกลม

313
00:13:44.385 --> 00:13:46.032
ที่บอกน่ะค่ะ

314
00:13:46.707 --> 00:13:47.927
ใช้ตัวนี้ก็ได้

315
00:13:47.815 --> 00:13:49.483

316
00:13:51.930 --> 00:13:53.034
เชื่อมไปที่ 1

317
00:13:54.385 --> 00:13:57.593
แล้วตรงนี้เราค่อยใส่เลข 1 เข้าไปนึกออกไหม

318
00:13:58.275 --> 00:14:00.717
ให้รู้ว่ามันเชื่อมาหา

319
00:14:02.425 --> 00:14:04.987
สัญลักษณ์เลขวันนี้ออกนะคะ

320
00:14:05.555 --> 00:14:09.251
ไม่ต้องกรีดให้รากยาวมาอย่างนี้เข้าใจไหมคะ

321
00:14:09.415 --> 00:14:11.093
นั่นคือไม่ควรตรง

322
00:14:10.956 --> 00:14:14.551
เชื่อมผังงานที่อยู่ไกลๆ

323
00:14:14.395 --> 00:14:16.273
วิธีนี้นะคะ

324
00:14:18.235 --> 00:14:20.406
เชื่อมแล้วก็ใส่ตัวนี้เข้าไป

325
00:14:31.495 --> 00:14:31.746

326
00:14:31.595 --> 00:14:32.749

327
00:14:32.655 --> 00:14:39.035
เขียนเสร็จเห็นไหมคะเขาบอกว่าข้อสุดท้ายข้อที่ 6 บอกว่าผังงานจะต้อง

328
00:14:39.075 --> 00:14:44.733
มีการทดสอบความถูกต้องของการทำงานก่อนไปเขียนโปรแกรมจริง

329
00:14:44.835 --> 00:14:46.716
ทดสอบอย่างไรล่ะ

330
00:14:46.775 --> 00:14:50.880
ทดสอบด้วยเราก็ค่อยๆไล่ไปส่งเริ่ม start

331
00:14:50.885 --> 00:14:53.486
start ลงมาแล้วมันไปไหนนะคะ

332
00:14:53.355 --> 00:14:55.351
เราต้องไล่เองด้วย

333
00:14:55.415 --> 00:14:56.039
เช่น

334
00:14:56.435 --> 00:14:59.903
บอกว่าลงมารับค่ารับค่าเสร็จแล้วไปทางไหนต่อ

335
00:14:59.956 --> 00:15:02.128
เราก็ไล่ตามลูกศร

336
00:15:02.995 --> 00:15:04.746
ถ้าบอกลูกศรผิดทาง

337
00:15:05.115 --> 00:15:08.530
แสดงว่าเราไล่ผิดเราก็ต้องแก้ก่อนนะคะ

338
00:15:08.555 --> 00:15:09.891
วันนี้จะเอาไปเขียนจอย

339
00:15:10.120 --> 00:15:16.906
โปรแกรมจริงได้ต้องเช็คด้วยนะคะโดยส่วนใหญ่คนที่เช็คจริงก็จะเป็นอาจารย์นั่นแหละตรวจให้

340
00:15:16.679 --> 00:15:17.304

341
00:15:17.325 --> 00:15:26.671
เวลาให้เด็กเขียนโปรแกรม GTA ทีไรพ่อบอกให้เขียนโฟชาร์ตน่ะพ่อก็เขียนแบบเสร็จแล้วก็ต้องเอามาให้อาจารย์ตรวจนะคะว่าเขียนถูกไหม

342
00:15:30.205 --> 00:15:30.500

343
00:15:30.545 --> 00:15:36.167
ที่นี้ลักษณะของผังงานนี่มันมีหลายรูปแบบนะคะ

344
00:15:36.175 --> 00:15:36.495

345
00:15:37.235 --> 00:15:39.226
แบบแรกเขาเรียกว่าแบบ

346
00:15:39.535 --> 00:15:42.186
sequential หรือแบบเรียงลำดับ

347
00:15:42.065 --> 00:15:44.198
นั่นก็คือทำงาน

348
00:15:44.075 --> 00:15:44.762
แบบ

349
00:15:45.045 --> 00:15:49.583
เรียงจากบนลงมาล่างอย่างเดียวเลยก็คือ

350
00:15:49.655 --> 00:15:54.728
ค่อยๆไล่ลงมาจากข้างบนลงมาข้างล่างไปเรื่อยๆ

351
00:15:54.775 --> 00:15:56.195
จนถึงจุด Stop

352
00:15:56.295 --> 00:15:56.612

353
00:15:56.615 --> 00:16:01.629
ก็คือเริ่มจาก start มีคำสั่งที่ 1 คำสั่งที่ 2 และก็

354
00:16:01.695 --> 00:16:02.833
ไปถึงจุด Stop

355
00:16:03.175 --> 00:16:09.290
ด้วยวิธีการทำงานโดยเริ่มจากบนลงล่างเท่านั้นก็คือเรียงลำดับลงมานะคะ

356
00:16:09.115 --> 00:16:11.692
กับอีกแบบ

357
00:16:16.375 --> 00:16:16.621

358
00:16:16.526 --> 00:16:17.550

359
00:16:17.438 --> 00:16:19.030

360
00:16:18.935 --> 00:16:19.684

361
00:16:20.515 --> 00:16:26.682
ถ้าแบบนี้นะคะมันจะทำงานจากบนลงล่างถูกไหมคะแล้วมีจุดเริ่มต้น

362
00:16:26.875 --> 00:16:27.215

363
00:16:27.475 --> 00:16:27.958

364
00:16:27.835 --> 00:16:28.534

365
00:16:28.555 --> 00:16:30.689
เดี๋ยวจุดสิ้นสุดก็แค่จุดเดียว

366
00:16:32.175 --> 00:16:36.933
อะไรลงมาทางเดียวเลยมีก็คือมีเส้นทางเดียวเลยไม่เลี้ยวซ้ายไม่เลี้ยว

367
00:16:36.725 --> 00:16:37.883

368
00:16:37.940 --> 00:16:40.834
มีแค่จากบนลงมาข้างล่างเท่านั้นนะคะ

369
00:16:43.015 --> 00:16:43.419

370
00:16:44.005 --> 00:16:47.340
แต่ถ้าเป็นผังงานแบบทางเลือก

371
00:16:47.855 --> 00:16:50.349
ดูนะคะแบบ Selection

372
00:16:51.045 --> 00:16:52.732
ผังงานแบบนี้นะคะ

373
00:16:52.615 --> 00:16:55.172

374
00:16:55.065 --> 00:16:57.206

375
00:16:57.645 --> 00:17:02.046
จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีเงื่อนไขเหมือนมีเงื่อนไขในข้อที่ 1

376
00:17:01.915 --> 00:17:04.505
บอกว่าหาเลขคู่เลขคี่

377
00:17:04.775 --> 00:17:07.530
ที่ท่าแล้วหรือ

378
00:17:07.412 --> 00:17:09.544
เป็นเอวบ้านแข่งกันเถอะ

379
00:17:09.405 --> 00:17:13.369
แล้วผลลัพธ์ผิวไหมคะ

380
00:17:13.425 --> 00:17:17.164
ผลลัพธ์ของเงื่อนไขก็จะมีแค่จริงหรือเท็จ

381
00:17:17.315 --> 00:17:17.531

382
00:17:17.935 --> 00:17:19.491
เมื่อคืนมีทูหรือ

383
00:17:19.455 --> 00:17:20.520
นะคะ

384
00:17:23.575 --> 00:17:23.845

385
00:17:24.575 --> 00:17:25.004

386
00:17:25.125 --> 00:17:28.429
ผังงานแบบทางเลือกมีด้วยกันทั้งหมด 3 แบบ

387
00:17:28.505 --> 00:17:29.823
สาขา

388
00:17:29.865 --> 00:17:30.301
ทั้งหมด

389
00:17:30.335 --> 00:17:31.090
3 แบบ

390
00:17:31.640 --> 00:17:32.472

391
00:17:32.370 --> 00:17:35.002

392
00:17:35.935 --> 00:17:38.064
ทางเลือกแบบใช้โครงสร้าง

393
00:17:38.195 --> 00:17:38.614

394
00:17:38.675 --> 00:17:39.220

395
00:17:39.715 --> 00:17:41.686
If then แล้วนะคะ

396
00:17:42.255 --> 00:17:43.500
แบบที่ 2

397
00:17:45.335 --> 00:17:48.169
เด่นแล้วมีเอวเห็นไหมคะ

398
00:17:48.455 --> 00:17:56.530
ถ้ามีหนึ่งทำเลือกจะใช้โครงสร้างแค่ 1 คำสั่งกับเด่นแต่ถ้ามี 2 ทางเลือกจะใช้คำสั่ง

399
00:17:57.263 --> 00:17:58.528
ที่มีคำว่า IS

400
00:17:58.855 --> 00:17:59.560

401
00:17:59.701 --> 00:18:01.652
แล้วก็เอวนะคะ

402
00:18:01.535 --> 00:18:06.818
และถ้ามี 3 ทางเลือก

403
00:18:07.066 --> 00:18:12.310
ก็คือมากกว่า 2 ทางเลือกขึ้นไปนี่คำสั่งที่ใช้จะใช้คำว่า

404
00:18:12.335 --> 00:18:12.962
please

405
00:18:14.255 --> 00:18:14.987

406
00:18:14.835 --> 00:18:15.591
ราคา

407
00:18:20.205 --> 00:18:20.521

408
00:18:22.225 --> 00:18:24.259
มาดูแบบใช้ If กัน

409
00:18:24.465 --> 00:18:24.843
กลับ

410
00:18:24.745 --> 00:18:26.351
เด่น 2 อย่าง

411
00:18:26.945 --> 00:18:30.337
ก็คือทางเลือกจะมีแค่ 1 ทางนั่นก็คือ

412
00:18:30.655 --> 00:18:32.290
พอมีเงื่อนไขปุ๊

413
00:18:32.740 --> 00:18:33.378
นะคะ

414
00:18:35.295 --> 00:18:36.667
มันจะทำงาน

415
00:18:37.715 --> 00:18:39.859
เมื่อคำสั่งเป็นจริงเท่านั้น

416
00:18:44.120 --> 00:18:44.355

417
00:18:45.160 --> 00:18:50.274
วิธีการตรวจสอบเขาบอกว่าการตรวจสอบเงื่อนไขแบบมีทางเลือกนี่

418
00:18:50.980 --> 00:18:51.295

419
00:18:51.205 --> 00:18:53.416
มันจะตรวจสอบว่า

420
00:18:53.295 --> 00:18:56.915
จะทำหรือไม่ทำก่อน

421
00:18:56.965 --> 00:18:57.403

422
00:18:57.767 --> 00:18:59.464
จะไปทำงานอื่นต่อ

423
00:18:59.775 --> 00:19:01.159
คือมันต้องเข้ามาเช็ค

424
00:19:01.180 --> 00:19:04.643
ก่อนว่าเงื่อนไขเป็นอย่างไร 1 ออกนะคะ

425
00:19:04.640 --> 00:19:06.079
เงื่อนไขก่อน

426
00:19:06.470 --> 00:19:08.299
แล้วก็ค่อยมาเช็คว่า

427
00:19:08.195 --> 00:19:13.212
ถ้าเป็นจริงมันจะมาทำคำสั่งนี้นะคะ

428
00:19:13.660 --> 00:19:16.273
แต่ถ้าไม่เป็นจริงดูนะคะ

429
00:19:16.840 --> 00:19:17.079

430
00:19:17.059 --> 00:19:19.039
มันจะมาที่คำสั่งนี้

431
00:19:19.496 --> 00:19:20.366
แล้วออก

432
00:19:20.256 --> 00:19:21.981
เห็นไหม

433
00:19:23.500 --> 00:19:26.936
คือมันต้องเข้ามาที่ตรงนี้ก่อนนะคะไม่ต้องเข้ามานะพี่

434
00:19:26.835 --> 00:19:28.183
ตรวจสอบเงื่อนไขกรม

435
00:19:28.075 --> 00:19:28.408

436
00:19:29.986 --> 00:19:31.926
แล้วถึงจะไปตามสัญญาลักษณ์

437
00:19:32.505 --> 00:19:34.348
ทางซ้ายหรือขวาได้

438
00:19:35.230 --> 00:19:42.038
เพราะฉะนั้นทางเลือกมันก็คือว่าถ้าเป็นจริงมันจะมาทางนี้ถ้าเป็นเท็จมาจะมาทางนี้ออกนะคะ

439
00:19:50.600 --> 00:19:50.890

440
00:19:52.645 --> 00:19:54.586
แต่ถ้าเป็นแบบ 2 ทางเลือก

441
00:19:55.965 --> 00:19:57.337
นั่นหมายความว่า

442
00:19:57.235 --> 00:19:58.314

443
00:19:58.355 --> 00:20:00.168
คือเงื่อนไขเป็นอย่างนี้

444
00:20:00.515 --> 00:20:00.769

445
00:20:00.990 --> 00:20:06.029
ถ้าจริงให้มาทำคำสั่งที่ 1 ถ้าเช็ดให้ไปทำครั้งที่ 2

446
00:20:06.995 --> 00:20:09.423
มันจะเช็คเงื่อนไขก่อนว่า

447
00:20:09.314 --> 00:20:13.145
ตรงตามเงื่อนไขอะไรมันจะมาทำ

448
00:20:14.007 --> 00:20:14.624
นะคะ

449
00:20:15.070 --> 00:20:20.159
แต่สุดท้ายก็คือมาที่จุดสุดท้ายเหมือนกันก็คือ Stop ที่เดียวกัน

450
00:20:20.660 --> 00:20:23.016
แต่มีทางเลือกให้ 2 ทาง

451
00:20:23.205 --> 00:20:24.913
อย่างนี้ก็คือ 2 ทาง

452
00:20:24.805 --> 00:20:25.639
ค่ะ

453
00:20:29.065 --> 00:20:29.374

454
00:20:29.214 --> 00:20:29.779

455
00:20:30.069 --> 00:20:31.081
และแบบ

456
00:20:31.095 --> 00:20:33.379
ที่มีมากกว่า 2 ทางเลือก

457
00:20:33.565 --> 00:20:33.818

458
00:20:33.675 --> 00:20:35.629
ที่เรียกว่าเป็นเครป

459
00:20:35.700 --> 00:20:36.337

460
00:20:37.855 --> 00:20:39.563
จะมีเงื่อนไขก่อน

461
00:20:41.045 --> 00:20:43.505
ถ้าเงื่อนไขนี้ตรงกับ

462
00:20:43.395 --> 00:20:50.757
มันขายที่ 1 มาตามคำสั่งที่ 1 แต่ถ้าไปตรงเงื่อนไขที่ 2 ก็จะมาทำคำสั่งที่ 2 นะคะ

463
00:20:50.699 --> 00:20:50.993

464
00:20:50.945 --> 00:20:52.665
ตรงกับเงื่อนไขที่ 3

465
00:20:52.865 --> 00:20:56.944
ถึงจะมาทำคำสั่งที่ 3 อาจจะเช็คเงื่อนไขก่อนนะคะ

466
00:20:56.950 --> 00:20:57.666
เสมอ

467
00:20:59.144 --> 00:21:09.144
เคสนี้คือมีให้เลือกเลือกหลายทางมีให้เลือกหลายตัวเลยแต่เพียงแต่ว่ามันจะเช็คก่อนว่ามันจะไปตามคำสั่งได้ก็ต่อเมื่อเงื่อนไขมันตรงกัน

468
00:21:12.430 --> 00:21:13.419
อย่างนี้นะคะ

469
00:21:13.469 --> 00:21:14.043
เช่น

470
00:21:14.600 --> 00:21:14.924

471
00:21:14.950 --> 00:21:16.236
ในตัวอย่างนี้

472
00:21:17.560 --> 00:21:18.658
นึกถึงอะไร

473
00:21:18.890 --> 00:21:20.660
นึกถึงเมนู

474
00:21:21.010 --> 00:21:22.412
ถ้าทำเป็นเคส

475
00:21:22.275 --> 00:21:30.363
ดึงออกนะเวลาเราเลือกใช้งานเมนูนะถ้าเลือกเมนู

476
00:21:30.225 --> 00:21:31.423

477
00:21:33.396 --> 00:21:36.874
มันก็จะไปทำคำสั่งที่เกี่ยวกับควายทั้งหมดเลย

478
00:21:37.035 --> 00:21:39.488
Open file close file

479
00:21:39.550 --> 00:21:44.520
มันก็จะมาทำคำสั่งนี้แต่ถ้าเลือกเมนูแทรกให้นึกถึงใน Word

480
00:21:44.835 --> 00:21:49.320
เมนูแทรกใน Word มีอะไรบ้างแทรกรูปภาพแทรก

481
00:21:49.249 --> 00:21:50.647
ตารางใช่ไหมคะ

482
00:21:50.665 --> 00:21:53.049
มันก็จะไปเช็คเงื่อนไข

483
00:21:52.935 --> 00:21:53.887
นะคะ

484
00:21:54.599 --> 00:21:54.885

485
00:21:54.775 --> 00:21:57.766
ให้นึกถึงตัวนี้มันจะเหมือน

486
00:21:57.835 --> 00:21:59.632
เล่าเรื่องเมนูค่ะ

487
00:22:00.055 --> 00:22:04.303
เมนูที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 แล้วไปไหนนั่นเองนะคะ

488
00:22:04.135 --> 00:22:13.571

489
00:22:13.585 --> 00:22:16.618
เมื่อกี้มีผังงานแบบโครงสร้าง

490
00:22:16.920 --> 00:22:23.680
เรียงลำดับแล้วมีแบบเป็นทางเลือกแล้วผังงานแบบวนซ้ำก็มีนะคะ

491
00:22:23.555 --> 00:22:29.010
วนซ้ำนั่นก็คือมันจะเกิดการทำซ้ำเหมือนข้อที่ 1

492
00:22:29.125 --> 00:22:29.668
บวกสิบ

493
00:22:29.675 --> 00:22:30.790
นั่นเองนะคะ

494
00:22:31.725 --> 00:22:32.972
มันจะมี 2 แบบ

495
00:22:33.040 --> 00:22:35.666
ก็คือใช้คำสั่ง do while

496
00:22:37.620 --> 00:22:37.928

497
00:22:38.019 --> 00:22:39.277
ดูอัน

498
00:22:40.244 --> 00:22:40.510

499
00:22:40.559 --> 00:22:44.646
ต่างกันอย่างไรถ้าใช้ Do while กับ do Until

500
00:22:44.975 --> 00:22:45.740
มาดูกัน

501
00:22:54.065 --> 00:22:57.022
ถ้าใช้ดูไวน์นะคะดูด้วย

502
00:22:59.065 --> 00:22:59.317

503
00:22:59.949 --> 00:23:02.635
เครื่องมันจะวนซ้ำจนกว่า

504
00:23:02.515 --> 00:23:07.112
เพื่อตรวจสอบเงื่อนไขแล้วเป็นจริง

505
00:23:08.805 --> 00:23:10.983
คือมันต้องไปเช็คเงื่อนไขก่อน

506
00:23:11.205 --> 00:23:16.457
เงื่อนไขเป็นจริงมันจะถึงทำการวนนึกออกนะคะถ้าใช้ Do while

507
00:23:16.285 --> 00:23:19.963
ลักษณะก็คือพอเข้ามา

508
00:23:20.260 --> 00:23:21.534
เงื่อนไขปั๊บ

509
00:23:21.710 --> 00:23:23.119
เงื่อนไขก่อน

510
00:23:23.205 --> 00:23:26.239
ถ้าจริงถึงจะมาทำงานตามคำสั่ง

511
00:23:26.555 --> 00:23:27.140
นะคะ

512
00:23:28.064 --> 00:23:29.704
แล้วก็วนกลับไป

513
00:23:30.160 --> 00:23:30.756
โอนกลับ

514
00:23:30.680 --> 00:23:32.433
ไปจนกว่าจะเป็นเท็จ

515
00:23:32.755 --> 00:23:33.668
ถึงจะออก

516
00:23:33.815 --> 00:23:34.860
ดึงออกนะคะ

517
00:23:34.745 --> 00:23:37.179
นี่คือไวน์

518
00:23:40.515 --> 00:23:40.770

519
00:23:40.674 --> 00:23:44.664
แต่ถ้าใช้ Do Until

520
00:24:06.495 --> 00:24:06.776

521
00:24:41.125 --> 00:24:41.345

522
00:24:41.955 --> 00:24:42.317

523
00:24:42.715 --> 00:24:42.969

524
00:24:43.074 --> 00:24:43.410

525
00:24:43.425 --> 00:24:50.012
เมื่อกี้บอกว่าดู Y นี่จะทำเงื่อนไขเป็นจริงมันถึงจะไปวนทำจนเสร็จ

526
00:24:49.939 --> 00:24:50.958
นะคะ

527
00:24:50.984 --> 00:24:52.834
แต่ถ้าเป็น do Until

528
00:25:03.435 --> 00:25:03.690

529
00:25:04.095 --> 00:25:07.632
แต่ถ้าเป็น do Until นี่มันจะทำเมื่อ

530
00:25:08.595 --> 00:25:11.506
เงื่อนไขเป็นเท็จมันจะวนทำ

531
00:25:11.486 --> 00:25:13.568
หลังที่เงื่อนไขเป็นเท็จ

532
00:25:18.440 --> 00:25:20.003
จำง่ายๆ

533
00:25:20.409 --> 00:25:21.609
วิธีจำ

534
00:25:21.640 --> 00:25:21.885

535
00:25:21.936 --> 00:25:27.615
ถ้าเป็นไวน์ก็คือจริงถึงจะทำเรื่องออกนะแต่ถ้าเป็นอันชิว

536
00:25:27.787 --> 00:25:31.495
เพชรถึงจะทำโอเคไหมจำง่ายๆนะคะ

537
00:25:37.441 --> 00:25:43.631
ที่นี้เราจะไม่เอาโจทย์ของตัวใหม่จะให้เอาโจทย์จากที่

538
00:25:43.635 --> 00:25:43.948

539
00:25:43.734 --> 00:25:45.409
ทำเลข

540
00:25:45.295 --> 00:25:46.766
+

541
00:25:47.195 --> 00:25:52.011
เลขคู่กับบวก 1-10 น่ะให้เลือกทำ

542
00:25:52.275 --> 00:25:53.930
ข้อใดข้อหนึ่ง

543
00:25:54.810 --> 00:25:58.844
เขียนโฟชาร์ตส่งนึกออกนะไม่ต้องทำ 2 ข้อ

544
00:25:58.789 --> 00:26:00.607
ใครจะเรื่องเอา

545
00:26:00.635 --> 00:26:01.028

546
00:26:01.055 --> 00:26:03.000
จะเขียนผังงานของ

547
00:26:03.594 --> 00:26:03.914

548
00:26:04.006 --> 00:26:10.042
เลขคู่หรือเลขคี่ 1 ออกนะคะหรือใครจะเขียนผังงานการบวก

549
00:26:10.065 --> 00:26:11.660
เลข 1 ถึงเลข 10

550
00:26:11.554 --> 00:26:15.428
ให้เลือกทำข้อใดถึงข้อหนึ่งโอเคนะคะ

551
00:26:16.785 --> 00:26:18.900
ปีนี้สงสัย

552
00:26:18.775 --> 00:26:19.967

553
00:26:20.225 --> 00:26:21.342
การเขียน

554
00:26:23.105 --> 00:26:25.229
ผังงานตัวไหนถามได้นะคะ

555
00:26:25.114 --> 00:26:28.342
นักเรียนสงสัยตัวไหน

556
00:26:29.545 --> 00:26:32.179
คำสั่ง for นี่ไงเป็นแบบ

557
00:26:32.055 --> 00:26:37.607
น่าจะอยู่แค่

558
00:26:37.595 --> 00:26:40.147
เรียงลำดับโรงงานพึ่งออกนะ

559
00:26:40.815 --> 00:26:42.575
ไม่มีเงื่อนไข

560
00:26:42.975 --> 00:26:44.566
แต่ถ้ามีเงื่อนไข

561
00:26:45.175 --> 00:26:45.458

562
00:26:45.825 --> 00:26:48.404
มีแบบเรียงลำดับใช่ไหมคะ

563
00:26:48.530 --> 00:26:54.122
งานมันจะมีแบบเรียงลำดับแล้วก็จะมีแบบเป็นทางเลือกใช่ไหมนี่ไง

564
00:26:54.335 --> 00:26:55.834
เป็นเงื่อนไขนะคะ

565
00:26:56.095 --> 00:26:56.782
นี่

566
00:26:56.675 --> 00:27:04.200
อาจจะเป็นแบบนี้ก็ได้นะคะก็คือตรงนี้ก็คือใส่ for เข้าไปพออะไร

567
00:27:05.685 --> 00:27:08.008
สังเกตจากอันไหนให้ดูที่

568
00:27:08.065 --> 00:27:10.294
ตัวตารางนี่เห็นไหม

569
00:27:13.265 --> 00:27:14.204
เห็นไหมคะ

570
00:27:15.444 --> 00:27:16.591
พรุ่งนี้

571
00:27:18.805 --> 00:27:22.347
เห็นไหมมีตัวอย่าง for ถ้าใช้ for

572
00:27:22.525 --> 00:27:22.824

573
00:27:22.745 --> 00:27:25.552
เขียนตัวนี้นะคะจะใช้ตัวนี้

574
00:27:25.605 --> 00:27:32.778
นั่นคือกำหนดว่าเริ่มตั้งแต่อะไรคะกำหนดค่าให้ 1 ถึงเท่าไหร่เห็นไหมคะ

575
00:27:33.245 --> 00:27:37.635
ถ้าใช้ for ใช้สัญลักษณ์ตัวนี้นะคะกำหนดค่าล่วงหน้า

576
00:27:39.034 --> 00:27:46.956
จะมีสัญลักษณ์ของมันอยู่ต้องเปิดย้อนมาดูอันนี้ด้วยเวลาเขียนก็ไม่จำเหมือนกันก็มาเปิดดูอย่างนี้ล่ะ

577
00:27:47.285 --> 00:27:51.718
เพราะมันเยอะมันเยอะกว่านี้อีกต้องไปเปิดดูในเน็ตเพิ่มด้วยนะคะ

578
00:27:55.674 --> 00:27:57.583
แต่ส่วนมากนี่

579
00:27:57.725 --> 00:27:58.790
นึกออกนะ

580
00:28:00.435 --> 00:28:02.989
กำลังกายก็จะมีไอ้ตัวนี้เนี่ยนอน

581
00:28:02.855 --> 00:28:07.187
ขอคำนวณก็จะมีพอมีเงื่อนไขก็จะใช้ตัวนี้นะคะ

582
00:28:08.339 --> 00:28:08.572

583
00:28:08.799 --> 00:28:11.357
แต่พอมีฟองก็ใช้ตัวนี้นะคะ

584
00:28:12.845 --> 00:28:16.559
พวกนี้มันจะอยู่ในหมวดของกระบวนการ process นะคะ

585
00:28:22.925 --> 00:28:24.547
ทิศทางนี่

586
00:28:24.925 --> 00:28:28.979
ตัวกำหนดทิศทางตัวเชื่อมจะมีแค่ 3 ตัวนี้แหละ

587
00:28:29.855 --> 00:28:30.666
ที่หลักๆ

588
00:28:30.745 --> 00:28:31.893
ทำได้นะ

589
00:28:32.005 --> 00:28:36.627
เดียวกันก็คือพอใส่ตัวเลขพอเชื่อมไปจุดที่ 1

590
00:28:36.720 --> 00:28:39.481
ตัวนี้เราก็ต้องบอกว่ามันคือ 1

591
00:28:39.495 --> 00:28:42.976
เพื่อให้รู้ว่ามันเป็นจุดที่เราจะมาเชื่อม

592
00:28:43.075 --> 00:28:43.392

593
00:28:43.901 --> 00:28:48.901
ถ้าเราเขียน A = 5 แต่ไม่รู้ว่าเป็นตัวไหนตัวเชื่อมมันจะไปต่อไม่ได้นะคะ

594
00:28:54.945 --> 00:28:55.242

595
00:28:55.325 --> 00:28:58.750
มีใครสงสัยตัวไหนอีกไหมลองเขียนดู

596
00:29:01.785 --> 00:29:02.038

597
00:29:03.379 --> 00:29:07.243
โปรแกรมที่จะใช้ในการเขียนผังงานที่ดีที่สุดนะคะ

598
00:29:07.114 --> 00:29:12.298
ง่ายที่สุดแล้วไม่ต้อง

599
00:29:13.415 --> 00:29:16.448
ถ้าไม่มี visio ไม่มีอะไรล่ะ

600
00:29:16.325 --> 00:29:18.809
ก็คือใช้ Word ธรรมดานี่ล่ะ

601
00:29:20.285 --> 00:29:22.254
หรือไม่ก็ Powerpoint

602
00:29:22.340 --> 00:29:23.389
แต่เขาถามว่า

603
00:29:23.559 --> 00:29:26.202
บอกว่าทำใน PowerPoint ยังๆตัว

604
00:29:26.200 --> 00:29:27.069
ง่ายกว่า

605
00:29:27.315 --> 00:29:28.774
แล้วแต่สะดวกนะคะ

606
00:29:29.025 --> 00:29:32.785
เดี๋ยวลองเปิดให้ดูก็ได้ถ้าใช้ใน Word นะคะถ้าเราใช้ Word

607
00:29:41.355 --> 00:29:41.626

608
00:29:41.885 --> 00:29:45.872
มันจะอยู่ที่เครื่องมือตัวนี้นะคะถ้าใช้ Word เขียน

609
00:29:45.850 --> 00:29:46.587
ทำงาน

610
00:29:46.607 --> 00:29:47.370
อยู่นะคะ

611
00:29:47.265 --> 00:29:54.654

612
00:29:54.555 --> 00:29:57.451
นี่เห็นไหมนะคะเห็นไหมคะ

613
00:29:57.339 --> 00:29:59.749
มันจะมีอยู่นี่

614
00:30:00.330 --> 00:30:04.225
เห็นหรือเปล่าสัญลักษณ์ที่ให้ดูแลรางเนี่ย

615
00:30:04.766 --> 00:30:06.611
อยู่แถวนี้นะคะ

