WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:04.000
ไม่ได้เป็นนานาชาตินะคะ

2
00:00:04.004 --> 00:00:08.004
โอ.เค. ไหม

3
00:00:08.012 --> 00:00:12.012
พอเราไม่มีช็อป รุ่นเราไม่น่าจะมีช็อป

4
00:00:12.015 --> 00:00:16.015
ตอบไปหรือยัง

5
00:00:16.017 --> 00:00:20.017
แพงไหม ตัวละกี่บาท

6
00:00:20.018 --> 00:00:24.018
500-

7
00:00:24.019 --> 00:00:28.019
600 เลยหรือ

8
00:00:28.021 --> 00:00:32.021

9
00:00:32.024 --> 00:00:36.024
แล้วจ่ายไปหรือยัง

10
00:00:36.027 --> 00:00:40.027
อย่างนั้นก็ไม่ต้องมี ไม่ต้องใส่ค่ะ เอาตังไปซื้อ

11
00:00:40.028 --> 00:00:44.028
ข้าวกินดีกว่านะคะ ใส่ชุดนักศึกษานั่นล่ะ

12
00:00:44.030 --> 00:00:48.030
น่ารักแล้ว

13
00:00:48.031 --> 00:00:52.031

14
00:00:52.032 --> 00:00:56.032

15
00:00:56.034 --> 00:01:00.034
อันนี้คือรอล่ามก่อนได้ไหมคะ

16
00:01:00.036 --> 00:01:04.036

17
00:01:04.039 --> 00:01:08.039

18
00:01:08.040 --> 00:01:12.040

19
00:01:12.044 --> 00:01:16.044

20
00:01:16.047 --> 00:01:20.047
ฃ

21
00:01:20.051 --> 00:01:24.051

22
00:01:24.057 --> 00:01:28.057

23
00:01:28.060 --> 00:01:32.060

24
00:01:32.062 --> 00:01:36.062

25
00:01:36.064 --> 00:01:40.064

26
00:01:40.065 --> 00:01:44.065

27
00:01:44.066 --> 00:01:48.066

28
00:01:48.070 --> 00:01:52.070

29
00:01:52.073 --> 00:01:56.073

30
00:01:56.075 --> 00:02:00.075

31
00:02:00.076 --> 00:02:04.076
วันนี้ทำแบบฝึกหัดบทที่ 2 หวังว่า

32
00:02:04.079 --> 00:02:08.079
ทุกคนจะได้เต็ม เห็นสไลด์แล้วนะ

33
00:02:08.081 --> 00:02:12.081
บางคนเปิดไปทำแบบฝึกหัดก่อนเลย

34
00:02:12.082 --> 00:02:16.082
แล้วค่อยย้อนกลับมาอ่าน ว่าคำตอบของแต่ละข้ออยู่ตรงไหน

35
00:02:16.083 --> 00:02:20.083
แบบนี้ก็มีนะคะ จริง ๆ ตัวเองนี่ล่ะ ตัวเอง

36
00:02:20.084 --> 00:02:24.084
ชอบเป็นแบบนั้น ออกไปดูคำถามก่อนอย่างนี้น่ะค่ะ

37
00:02:24.085 --> 00:02:28.085

38
00:02:28.086 --> 00:02:31.963

39
00:02:32.086 --> 00:02:36.086

40
00:02:36.087 --> 00:02:40.087

41
00:02:40.092 --> 00:02:44.092
หลายคนไหมคะ

42
00:02:44.096 --> 00:02:48.096
นะคะ ที่ยังไม่มา

43
00:02:48.097 --> 00:02:52.097
เช็กชื่อเลย ถ้าหลังจากนี้

44
00:02:52.099 --> 00:02:56.099
ก็คือสาย

45
00:02:56.100 --> 00:03:00.100
ถ้าวีรัตน์ จักรพันธ์

46
00:03:00.101 --> 00:03:04.101
พันธิ์ สิตาพร

47
00:03:04.101 --> 00:03:08.101
กรพจน์

48
00:03:08.103 --> 00:03:12.103
แล้วจะมาไหมคะ

49
00:03:12.104 --> 00:03:16.104
เขาเทียวเอาบ่

50
00:03:16.104 --> 00:03:20.104
อยู่ไหน อยู่ไหนคะ

51
00:03:20.106 --> 00:03:24.106
อยู่ในเมือง

52
00:03:24.107 --> 00:03:28.107
แถว By pass

53
00:03:28.108 --> 00:03:32.108
หมายถึงว่า ขับรถมาแล้ว

54
00:03:32.110 --> 00:03:36.110

55
00:03:36.111 --> 00:03:40.111
รถเสีย

56
00:03:40.112 --> 00:03:44.112
นราวิชญ์ ค่ะ

57
00:03:44.114 --> 00:03:48.114
อนุภาค

58
00:03:48.115 --> 00:03:52.115
วิชาอื่นมาไหม (นักศึกษา)

59
00:03:52.116 --> 00:03:56.116
มาบ้างไม่มาบ้าง (อาจารย์) มาอยู่นี่แปลว่า...

60
00:03:56.116 --> 00:04:00.116

61
00:04:00.118 --> 00:04:04.118
ถ้าอาจารย์ผู้สอนมีบุญก็จะเห็นอย่างนี้นะ

62
00:04:04.121 --> 00:04:08.121

63
00:04:08.122 --> 00:04:12.122
พัฒทนันท์

64
00:04:12.123 --> 00:04:16.123
ศสิกานต์

65
00:04:16.124 --> 00:04:20.124
มันธนา ปรเมธ

66
00:04:20.125 --> 00:04:24.125
(นักศึกษา)  มาครับ (อาจารย์)  โอ.เค.

67
00:04:24.126 --> 00:04:28.126
ผกามาศ

68
00:04:28.127 --> 00:04:32.127
(นักศึกษา) มาค่ะ (อาจารย์) ค่ะ กิตติชัย

69
00:04:32.129 --> 00:04:36.129
อันนี้คือ ทำไมถึง

70
00:04:36.130 --> 00:04:40.130
(นักศึกษา)  ไม่ทราบค่ะ (อาจารย์)  วิชาอื่นมาไหม (นักศึกษา) ไม่มาค่ะ

71
00:04:40.130 --> 00:04:44.130
(อาจารย์) เทอมที่แล้วมาไหมคะ (นักศึกษา) มาค่ะ (อาจารย์)

72
00:04:44.132 --> 00:04:48.132
แต่เทอมนี้ไม่เห็น

73
00:04:48.134 --> 00:04:52.134
สงสัยยังปรับตัวไม่ได้ ยังชอบระบบออนไลน์อยู่

74
00:04:52.135 --> 00:04:56.135
สุทารัต

75
00:04:56.136 --> 00:05:00.136
(นักศึกษา) มาค่ะ (อาจารย์) โอ.เค.

76
00:05:00.138 --> 00:05:04.138
ศักดิ์ดา มาไหมคะ โอ.เค.

77
00:05:04.139 --> 00:05:08.139
ค่ะ

78
00:05:08.140 --> 00:05:12.140
ดำรงศักดิ์ (นักศึกษา) มาค่ะ (อาจารย์)

79
00:05:12.141 --> 00:05:16.141
ศรจักร (นักศึกษา) มาค่ะ (อาจารย์)

80
00:05:16.142 --> 00:05:20.142
มงคล (นักศึกษา) มาครับ (อาจารย์) คนไหน โอ.เค.

81
00:05:20.143 --> 00:05:24.143
ธีรพล ค่ะ

82
00:05:24.144 --> 00:05:28.144
อัตสฏาวุธ

83
00:05:28.145 --> 00:05:32.145
นิชนันท์ (นักศึกษา) มาค่ะ (อาจารย์) ค่ะ

84
00:05:32.148 --> 00:05:36.148
สุมาวดี โอ.เค.

85
00:05:36.149 --> 00:05:40.149
ไม่ได้นะ

86
00:05:40.151 --> 00:05:44.151

87
00:05:44.152 --> 00:05:48.152
มีใครยังไม่ได้เช็กชื่อไหมคะ ครูเช็กผ่านไปก่อน

88
00:05:48.154 --> 00:05:52.154
อนุภาพ นี่ วิชาอื่นมาเรียนไหมคะ

89
00:05:52.155 --> 00:05:56.155
หะ มาสวย ๆ

90
00:05:56.156 --> 00:06:00.156
อันนี้ คือ บ่ายแล้ว คราวที่แล้วเขามาไหม

91
00:06:00.158 --> 00:06:04.158
(นักศึกษา) มาค่ะ (อาจารย์) ครูก็เช็กเขาขาด

92
00:06:04.159 --> 00:06:08.159
อ๋อ มาช้าแต่มานะ

93
00:06:08.164 --> 00:06:12.164
แต่คราวที่แล้ว

94
00:06:12.165 --> 00:06:16.165
มาใช่ไหม (นักศึกษา)  มาค่ะ (อาจารย์)  ครูก็เช็กให้สายแล้วนะ

95
00:06:16.167 --> 00:06:20.167
แต่ครูเช็กขาดไปแล้ว ก็ไม่เป็นไรค่ะ

96
00:06:20.168 --> 00:06:24.168
ก็ถือว่ามา แต่กิตติชัยนี่ไม่มาเลย

97
00:06:24.171 --> 00:06:28.171

98
00:06:28.173 --> 00:06:32.173

99
00:06:32.174 --> 00:06:36.174

100
00:06:36.176 --> 00:06:40.176

101
00:06:40.179 --> 00:06:44.179
เดี๋ยวรอล่ามก่อนนะคะ

102
00:06:44.181 --> 00:06:48.181

103
00:06:48.182 --> 00:06:52.182

104
00:06:52.184 --> 00:06:56.184

105
00:06:56.190 --> 00:07:00.190

106
00:07:00.192 --> 00:07:04.192

107
00:07:04.194 --> 00:07:08.194

108
00:07:08.196 --> 00:07:12.196

109
00:07:12.198 --> 00:07:16.198
สวัสดีค่ะ

110
00:07:16.200 --> 00:07:20.200
ไหนล่ะ ไปไหนแล้ว สงสัย

111
00:07:20.202 --> 00:07:24.202
ตกใจเสียงอาจารย์แล้วล่ามก็เลยหายไป

112
00:07:24.202 --> 00:07:28.202

113
00:07:28.202 --> 00:07:32.202

114
00:07:32.204 --> 00:07:36.204

115
00:07:36.206 --> 00:07:40.206

116
00:07:40.208 --> 00:07:44.208

117
00:07:44.213 --> 00:07:48.213

118
00:07:48.215 --> 00:07:52.215

119
00:07:52.217 --> 00:07:56.217

120
00:07:56.219 --> 00:08:00.219

121
00:08:00.221 --> 00:08:04.221

122
00:08:04.223 --> 00:08:08.223

123
00:08:08.225 --> 00:08:12.225

124
00:08:12.226 --> 00:08:16.226

125
00:08:16.228 --> 00:08:20.228

126
00:08:20.230 --> 00:08:24.230

127
00:08:24.232 --> 00:08:28.232

128
00:08:28.234 --> 00:08:32.234
สวัสดีค่ะ

129
00:08:32.238 --> 00:08:36.238
สวัสดีค่ะ แปลว่าได้ยินเสียงอาจารย์แล้ว

130
00:08:36.239 --> 00:08:40.239
เรียนเลยนะ

131
00:08:40.240 --> 00:08:44.240
เข้า Class room ของห้องเรานะคะ

132
00:08:44.242 --> 00:08:48.242
โหลดหรือเปิดในสไลด์

133
00:08:48.245 --> 00:08:52.245
ใน Classroom ได้เลย เราเรียนเรื่อง ฮาร์ดแวร์

134
00:08:52.246 --> 00:08:56.246
คอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์

135
00:08:56.247 --> 00:09:00.247
อธิบายไปแล้วกันนะคะ สงสัยตัวไหนนักศึกษาค่อยถามแล้วกันนะ

136
00:09:00.248 --> 00:09:04.248

137
00:09:04.249 --> 00:09:08.249
ปอยมาล่าม

138
00:09:08.250 --> 00:09:12.250

139
00:09:12.251 --> 00:09:16.251

140
00:09:16.253 --> 00:09:20.253

141
00:09:20.256 --> 00:09:24.256

142
00:09:24.260 --> 00:09:28.260

143
00:09:28.263 --> 00:09:32.263

144
00:09:32.265 --> 00:09:36.265

145
00:09:36.267 --> 00:09:40.267

146
00:09:40.270 --> 00:09:44.270

147
00:09:44.271 --> 00:09:48.271

148
00:09:48.273 --> 00:09:52.273
สัญญาณอินเทอร์เน็ตน่าจะไม่ค่อยดี

149
00:09:52.274 --> 00:09:56.274
ได้ยินไหมคะ โอ.เค.

150
00:09:56.275 --> 00:10:00.275
มาดูความหมาย

151
00:10:00.276 --> 00:10:04.276
ก่อนนะคะ

152
00:10:04.278 --> 00:10:08.278
สอนไปเลยแล้วกันนะคะ

153
00:10:08.278 --> 00:10:12.278
ดูความหมายของคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ก่อน

154
00:10:12.278 --> 00:10:16.278
ถามความมหายนี่ล่ะ แล้วในข้อสอบก็มี

155
00:10:16.280 --> 00:10:20.280
ฉะนั้น พอสอนไปจบแล้วอย่าบอกว่า

156
00:10:20.281 --> 00:10:24.281
อาจารย์บอกใหม่หน่อยครับ อันไหนคือข้อสอบ เวลาสอนไปนี่

157
00:10:24.281 --> 00:10:28.281
ครูจะบอกเลยว่า อันนี้มีข้อสอบนะ

158
00:10:28.283 --> 00:10:32.283
ใส่ตรงไหน จะจำอย่างไรแล้วแต่วิธีการของแต่ละคนเลย

159
00:10:32.285 --> 00:10:36.285
ในข้อสอบปลายภาคของเรานะคะ

160
00:10:36.287 --> 00:10:40.287
จะถามความหมาย ความหมายของคอมพิวเตอร์ ความหมายของฮาร์ดแวร์

161
00:10:40.289 --> 00:10:44.289
ถามความหมายนะคะ ถ้าอย่างนั้น ถ้าเขาถามความหมาย

162
00:10:44.290 --> 00:10:48.290
เราอย่าไปตอบ 4 ส่วนนะ โอ.เค. ไหม

163
00:10:48.292 --> 00:10:52.292
ฉะนั้น ครูถึงบอกว่าเวลาเราอ่านโจทย์น่ะค่ะ

164
00:10:52.292 --> 00:10:56.292
ต้องแปลความให้ดี ว่าเขาถามความหมาย ว่า

165
00:10:56.292 --> 00:11:00.292
เขาถามประเภท

166
00:11:00.294 --> 00:11:04.294
หรือเปล่านะคะ เป็นตัวไหน แต่ถ้าถามความหมาย

167
00:11:04.297 --> 00:11:08.297
นะคะ คอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์หมายถึงอะไร หมายถึง

168
00:11:08.298 --> 00:11:12.298
ตัวเครื่องรวมถึงอุปกรณ์รอบข้างที่เกี่ยวข้องนะคะ

169
00:11:12.300 --> 00:11:16.300
ที่เราสามารถมองเห็นได้ จับต้องสัมผัส

170
00:11:16.302 --> 00:11:20.302
ได้นะคะ ซึ่งเราแบ่งคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์

171
00:11:20.304 --> 00:11:24.304
หลัก ๆ ในการทำงานนะคะ โดยส่วนแรก

172
00:11:24.306 --> 00:11:28.306
เราจะเรียกว่า "Input Unit" หมายถึงหน่วยรับข้อมูล

173
00:11:28.306 --> 00:11:32.306
เข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์นะคะ ส่วนที่

174
00:11:32.308 --> 00:11:36.308
2 ก็คือ processing Unit

175
00:11:36.309 --> 00:11:40.309
นะคะ หน่วยที่ 3 หน่วย Output Unit

176
00:11:40.310 --> 00:11:44.310
หน่วยแสดงผลนะคะ และหน่วยสุดท้าย ก็คือหน่วยเก็บข้อมูลนะคะ

177
00:11:44.311 --> 00:11:48.311
ตัวนี้เป็นตัวเก็บข้อมูลหน่วยที่ 2

178
00:11:48.312 --> 00:11:52.312
เราเรียก secondary Storage

179
00:11:52.313 --> 00:11:56.313
หน่วยแรกก่อนนะคะ หน่วยรับข้อมูล

180
00:11:56.314 --> 00:12:00.314
ฮาร์ดแวร์ตัวไหนบ้างนะคะ ที่ทำหน้าที่

181
00:12:00.316 --> 00:12:04.316
รับข้อมูลจากผู้ใช้นะคะ

182
00:12:04.317 --> 00:12:08.317
ให้กับระบบคอมพิวเตอร์มี 6 ประเภท

183
00:12:08.319 --> 00:12:12.319
หน้าที่รับข้อมูลเข้าสู่หน่วย

184
00:12:12.320 --> 00:12:16.320
นะคะ แต่หน่วยแรกก็หน่วยรับข้อมูลนะคะ แบ่งเป็น 6 ประเภท

185
00:12:16.322 --> 00:12:20.322
ตามลักษณะการใช้งานนะคะ

186
00:12:20.323 --> 00:12:24.323
ประเภทแรกเราเรียกว่า "Keyed Device"

187
00:12:24.323 --> 00:12:28.323
ลักษณะของ Keyed Device นี่

188
00:12:28.325 --> 00:12:32.325
เราเรียกอุปกรณ์แบบกด ก็คือใช้งานแบบกดน่ะค่ะ

189
00:12:32.327 --> 00:12:36.327
แบบกดลงไปที่ตัวอุปกรณ์

190
00:12:36.328 --> 00:12:40.328
ที่เรารู้จักเป็นอุปกรณ์พื้นฐานเลย

191
00:12:40.329 --> 00:12:44.329
นะคะ ในหน่วยรับข้อมูลตัวนี้ ก็คือ Keyboard

192
00:12:44.330 --> 00:12:48.330
หรือแป้นพิมพ์นะคะ ตัวที่ 2 นะคะ

193
00:12:48.331 --> 00:12:52.331
เรียกว่า อุปกรณ์ชี้ตำแหน่งนะคะ

194
00:12:52.333 --> 00:12:56.333
ชี้ตำแหน่งนี่มีหลายตัว ก็คือ เมาส์

195
00:12:56.335 --> 00:13:00.335
เป็นตัวเลื่อน Cursor นะคะ Track ball,

196
00:13:00.336 --> 00:13:04.336
Track Point joy stick

197
00:13:04.337 --> 00:13:08.337
คือลักษณะเป็นตัวควบคุม Pointer

198
00:13:08.338 --> 00:13:12.338
ก็คือตัวชี้ตำแหน่งบนหน้าจอน่ะค่ะ เรา

199
00:13:12.339 --> 00:13:16.339
เรียกอุปกรณ์ชี้ตำแหน่งนะคะ ต่อไปนะคะ

200
00:13:16.341 --> 00:13:20.341
จอภาพระบบไวต่อการสัมผัส

201
00:13:20.342 --> 00:13:24.342
นักศึกษาห้ามสับสน ระหว่าง

202
00:13:24.343 --> 00:13:28.343
ระบบไวต่อความสัมผัสกับระบบจอภาพธรรมดา

203
00:13:28.348 --> 00:13:32.348
นะคะ ตัวนี้พูดถึง Touch Screen

204
00:13:32.350 --> 00:13:36.350
ถือเป็น input Unit ในข้อสอบจะถาม

205
00:13:36.350 --> 00:13:40.350
นะคะ ว่า จอภาพแบบสัมผัส หรือ Touchscreen

206
00:13:40.351 --> 00:13:44.351
นี่เป็นอุปกรณ์ที่อยู่ในหน่วยใด

207
00:13:44.352 --> 00:13:48.352
นะคะ

208
00:13:48.353 --> 00:13:52.353
จอ touch Screen จะอยู่ในหน่วย input และ Output

209
00:13:52.355 --> 00:13:56.355
ตอบให้ถูกนะคะ Touchscreen

210
00:13:56.356 --> 00:14:00.356
นะคะ เป็นอุปกรณ์ที่เราเคยใช้งานกัน

211
00:14:00.357 --> 00:14:04.357
นะคะ Touch Screen เป็นได้ทั้ง

212
00:14:04.358 --> 00:14:08.358
หน่วยที่เรียกว่า "input Unit" ก็คือรับข้อมูลเข้าไปในระบบ

213
00:14:08.359 --> 00:14:12.359
ขณะเดียวกัน Touchscreen ก็เป็นจอแสดงผล

214
00:14:12.361 --> 00:14:16.361
ได้ด้วยนะคะ เป็นอุปกรณ์ตัวเดียวที่เป็นได้

215
00:14:16.362 --> 00:14:20.362
ทั้ง Input และ Output นะคะ ไม่มีแค่ในข้อสอบ แต่

216
00:14:20.362 --> 00:14:24.362
วันหน้าเราไปสอบ กพ. เราไปสอบบรรจุ

217
00:14:24.363 --> 00:14:28.363
เราไปสอบทำงานน่ะค่ะ เขาจะถามอุปกรณ์ทำงาน

218
00:14:28.364 --> 00:14:32.364
In และ Out แต่ส่วนมากเขาจะไม่ถมา

219
00:14:32.365 --> 00:14:36.365
สัมผัสน่ะ จัดอยู่ในหน่วยใดนะคะ

220
00:14:36.366 --> 00:14:40.366
ของอุปกรณ์รับข้อมูลนะคะ หรืออุปกรณ์...

221
00:14:40.367 --> 00:14:44.367
คือโจทย์เขาจะอธิบายไปยาว เขาจะถามว่า Touchscreen

222
00:14:44.368 --> 00:14:48.368
อยู่ในหมวดใด ถ้าเราตอบแสดงผลอย่างเดียวผิด

223
00:14:48.369 --> 00:14:52.369
หรือเจาะ หรือตอบว่าเป็นแสดงผลอย่างเดียวน่ะผิด

224
00:14:52.371 --> 00:14:56.371
มันจะเป็นทั้งรับข้อมูลก็ได้และแสดงผลไปด้วย เหมือนมือถือเราน่ะ

225
00:14:56.372 --> 00:15:00.372
เราก็ดูได้ใช่ไหมคะ

226
00:15:00.373 --> 00:15:04.373
เปิดยูทูบขึ้นมาแล้วก็ดู

227
00:15:04.374 --> 00:15:08.374
เราก็เลื่อนไปหน้าจอมันก็รับนะคะ

228
00:15:08.375 --> 00:15:12.375
ต่อไปนะคะ

229
00:15:12.376 --> 00:15:16.376
Pen base system

230
00:15:16.377 --> 00:15:20.377
อาจจะใช้ในการเซ็นดิจิทัลนะคะ

231
00:15:20.378 --> 00:15:24.378
อ่าน Digitizing tablet เดี๋ยวจะมีภาพให้ดูนะคะ

232
00:15:24.379 --> 00:15:28.379
ก็คือเราสามารถใช้ปากกาตัวนี้วาดหรือเขียนอะไรก็ได้ แล้ว Sav

233
00:15:28.380 --> 00:15:32.380
ได้เลยน่ะนะคะ แปลเป็นภาษาไทย

234
00:15:32.381 --> 00:15:36.381
มา คือ

235
00:15:36.382 --> 00:15:40.382
ระบบอุปกรณ์กวาดข้อมูล เรานึกถึง

236
00:15:40.383 --> 00:15:44.383
ลักษณะการทำ กวาดข้อมูลนี่คือเป็นแบบไหนคะ

237
00:15:44.385 --> 00:15:48.385
ถึงเรียกว่าการวาด กวาดบ้าน

238
00:15:48.386 --> 00:15:52.386
นี่ทำอย่างไร

239
00:15:52.387 --> 00:15:56.387
กวาดนี่คือเก็บไปทีละชิ้นไหม หรือพรืด

240
00:15:56.391 --> 00:16:00.391
ไปพร้อมกัน นึกถึงถือไม้กวาดนะ

241
00:16:00.392 --> 00:16:04.392
กวาดบ้านน่ะ คุณทำอย่างไรนะคะ เราจิ้ม ๆ

242
00:16:04.393 --> 00:16:08.393
เอาไม้กวาดจิ้ม ๆ แบบนี้เรียกกวาดไหม

243
00:16:08.394 --> 00:16:12.394
พรืดไปอย่างนี้นะคะ ฉะนั้น ลักษณะของ

244
00:16:12.395 --> 00:16:16.395
การกวาดข้อมูลนะคะ ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Data Scanning Device

245
00:16:16.396 --> 00:16:20.396
คือการสแกนน่ะ พอการ

246
00:16:20.396 --> 00:16:24.396
แปลศัพท์มาเป็นภาษาไทย ยากกว่าไม่แปลอีก

247
00:16:24.397 --> 00:16:28.397
ครูถามรู้จักการสแกนไหม ทุกคนก็จะนึกถึง

248
00:16:28.398 --> 00:16:32.398
เครื่องสแกนนะ แต่พอครูถามอุปกรณ์กวาดข้อมูล

249
00:16:32.399 --> 00:16:36.399
หน้าตาอะไรนะ ทำไมเหมือนเคยได้ยิน

250
00:16:36.400 --> 00:16:40.400
มีหลายอย่างนะคะ มีหลายตัว data scanning devic

251
00:16:40.405 --> 00:16:44.405
Device นะคะ เช่น เราเรียก

252
00:16:44.406 --> 00:16:48.406
MICR นะคะ เดี๋ยวค่อยดูว่า MICR มีหน้าตาอย่างไร

253
00:16:48.407 --> 00:16:52.407
นะคะ หรือเป็น Barcode Reader

254
00:16:52.408 --> 00:16:56.408
เป็น scanner เป็น

255
00:16:56.409 --> 00:17:00.409
อุปกรณ์นะคะ หรือ Digital Camera

256
00:17:00.410 --> 00:17:04.410
นะคะ ก็คือบันทึกข้อมูลเป็นภาพนะคะ

257
00:17:04.411 --> 00:17:08.411
ตัวสุดท้ายก็คือ อันนี้

258
00:17:08.413 --> 00:17:12.413
เป็นอุปกรณ์รู้จำเสียง รู้จำเสียง

259
00:17:12.415 --> 00:17:16.415
หมายถึงเราสั่งงานด้วยเสียงนะคะ

260
00:17:16.416 --> 00:17:20.416
อะไรบ้างนะคะ อาจจะผ่านอุปกรณ์วิเคราะห์เสียงพูด

261
00:17:20.417 --> 00:17:24.417
การที่เราจะให้ระบบคอมพิวเตอร์ทำงานตาม

262
00:17:24.418 --> 00:17:28.418
นี่ค่ะ เขาเรียก "ระบบรู้จำเสียง"

263
00:17:28.419 --> 00:17:32.419
ก็คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ก็สามารถสั่งงาน

264
00:17:32.420 --> 00:17:36.420
ผ่านหลายช่องทางได้นะคะ สั่งงานด้วยเสียงก็ได้นะคะ

265
00:17:36.421 --> 00:17:40.421
แต่ว่า ปกติการรู้จำเสียง

266
00:17:40.422 --> 00:17:44.422
นี่เราไม่สามารถสั่งงานแล้วพูดไปเรื่อย ๆ ได้

267
00:17:44.423 --> 00:17:48.423
นะคะ อาจจะสั่งงานโดยใช้คีย์เวิร์ด คีย์เวิร์ด

268
00:17:48.424 --> 00:17:52.424
ก็คือคำสำคัญสั้น ๆ น่ะค่ะ เช่น นักศึกษา

269
00:17:52.425 --> 00:17:56.425
เคยใช้ Smartphone สั่ง Smartphone

270
00:17:56.426 --> 00:18:00.426
ทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งไหมคะ เช่น ถ่ายรูป

271
00:18:00.427 --> 00:18:04.427

272
00:18:04.428 --> 00:18:08.428
คือ เราสั่งงานด้วยเสียงของเราน่ะ ไม่ต้องสัมผัสที่จอน่ะ

273
00:18:08.429 --> 00:18:12.429
มีอะไรบ้าง อันนั้นคือตั้งเวลา

274
00:18:12.430 --> 00:18:16.430
ไม่ได้รู้จำเสียง

275
00:18:16.431 --> 00:18:20.431
(อาจารย์) มีหลายแอปฯ

276
00:18:20.432 --> 00:18:24.432
นะคะ เราพูดไปเรื่อย ๆ ได้ไหม

277
00:18:24.433 --> 00:18:28.433
พูดเหมือนคุยกับเพื่อนน่ะ

278
00:18:28.434 --> 00:18:32.434
น่ะ พูดนะคะ มันก็จะจับคีย์เวิอ

279
00:18:32.435 --> 00:18:36.435
นะคะ ว่าเราพูดอะไรนะคะ แต่ถ้าเกิด

280
00:18:36.437 --> 00:18:40.437
เราต้องการสั่งงานให้แอปฯ นั้นน่ะ ทำอย่างใดอย่างหนึ่ง

281
00:18:40.438 --> 00:18:44.438
เช่นถ่ายรูปเรานิ เช่นให้แอปฯ ถ่ายรูปเราให้หน่อย

282
00:18:44.440 --> 00:18:48.440
ถ่ายไหม (นักศึกษา)  ไม่ค่ะ

283
00:18:48.441 --> 00:18:52.441
(อาจารย์) ถ่ายรูปให้หน่อยสิเหมือนบอกเพื่อนนี่ แต่บอก

284
00:18:52.442 --> 00:18:56.442
มือถือ ถ่ายหรือเปล่า

285
00:18:56.444 --> 00:19:00.444
มันจะมีคำ เราเรียกว่า Keyword

286
00:19:00.445 --> 00:19:04.445
นะคะ ก็คือคำที่คอมพิวเตอร์มัน

287
00:19:04.446 --> 00:19:08.446
เรียนรู้น่ะ เขาเรียกการรู้จำ มันมี

288
00:19:08.448 --> 00:19:12.448
คำนี้ เราบอกว่า Capture นี่ถ่ายไหม

289
00:19:12.449 --> 00:19:16.449
ถ่ายปะ ดูมัน

290
00:19:16.452 --> 00:19:20.452
ดูมันแบบต้องมีโทนเสียง

291
00:19:20.454 --> 00:19:24.454
มีท่วงทำนอง เพราะมันเป็นเสียงอย่างไรคะ

292
00:19:24.454 --> 00:19:28.454
ฉะนั้น เราก็ต้องออกเสียงนะ

293
00:19:28.455 --> 00:19:32.455
ให้มันชัดเจนนะคะ มันถึงจะทำงานได้

294
00:19:32.457 --> 00:19:36.457
ระบบรู้จำเสียงนะคะ

295
00:19:36.458 --> 00:19:40.458
คราวนี้ หรือสั่งงานให้มันทำอย่างอื่น

296
00:19:40.459 --> 00:19:44.459
แต่ถ้าเกิดคำสั่งนั้นนะคะ ไม่ได้อยู่ในฐานข้อมูลของ

297
00:19:44.460 --> 00:19:48.460
ระบบนะคะ คอมพิวเตอร์ก็จะไม่รู้ว่าทำอะไร

298
00:19:48.462 --> 00:19:52.462
นะคะ คราวนี้เรามาดูลายละเอียดของ

299
00:19:52.464 --> 00:19:56.464
แต่ละตัวที่นิยมใช้งานกัน เช่น อันแรก แป้นพิมพ์

300
00:19:56.465 --> 00:20:00.465
ทุกคนรู้จักแป้นพิมพ์ใช่ไหมคะ แป้นพิมพ์ที่อยู่หน้าเราตอนนี้

301
00:20:00.466 --> 00:20:04.466
มีกี่ปุ่ม

302
00:20:04.468 --> 00:20:08.468
ไม่ตอบว่าหลายปุ่มค่ะ อยากรู้จำนวน

303
00:20:08.469 --> 00:20:12.469
เราจะไม่มองขึ้นไปบนเพดานนะ เราจะนับ

304
00:20:12.471 --> 00:20:16.471
ไม่ได้ให้คำนวณ คิด

305
00:20:16.473 --> 00:20:20.473
ไม่ได้นึกถึงคีย์บอร์ดที่บ้านนะคะ ให้นับจำนวนปุ่ม

306
00:20:20.474 --> 00:20:24.474
แป้นพิพม์ที่อยู่หน้าเราตอนนี้

307
00:20:24.475 --> 00:20:28.475
มีทั้งหมดกี่ปุ่ม

308
00:20:28.477 --> 00:20:32.477

309
00:20:32.478 --> 00:20:36.478
นับดูสิ มีกี่ปุ่ม

310
00:20:36.480 --> 00:20:40.480
คือ 1 ปุ่ม มันแทนกี่ตัวอักษรคะ

311
00:20:40.481 --> 00:20:44.481
(นักศึกษา) 84 ปุ่มครับ (อาจารย์) 84 เองหรือไม่ได้มาตรฐานนะ

312
00:20:44.483 --> 00:20:48.483
นับทุกปุ่มเลยนะ

313
00:20:48.484 --> 00:20:52.484
2 เท่าไร

314
00:20:52.485 --> 00:20:56.485
มันไม่ได้คีย์บอร์ดเดียวกันหรือ

315
00:20:56.486 --> 00:21:00.486
คนละตัว (อาจารย์) ไหนได้เท่าไรบ้าง

316
00:21:00.488 --> 00:21:04.488

317
00:21:04.490 --> 00:21:08.490
256 จักรพันธ์ได้เท่าไร

318
00:21:08.491 --> 00:21:12.491
จ่ายค่าเทอมครึ่งหนึ่งหรือเปล่า เขาให้ใช้คีย์บอร์ดครึ่งเดียว

319
00:21:12.493 --> 00:21:16.493
นับดี ๆ นับทุกปุ่มเลยค่ะ

320
00:21:16.495 --> 00:21:20.495
ปุ่มฟังก์ชัน ปุ่มตัวเลข ปุ่มคำสั่งพิเศษ

321
00:21:20.496 --> 00:21:24.496
ฟังก์ชันคีย์ Alt

322
00:21:24.497 --> 00:21:28.497
อะไรพวกนี้ค่ะ นับมาทุกปุ่มเลย

323
00:21:28.498 --> 00:21:32.498

324
00:21:32.502 --> 00:21:36.502
เวลานับนี่เรานับอย่างไร

325
00:21:36.503 --> 00:21:40.503
มีแบบเพิ่ม-ลดเสียง

326
00:21:40.504 --> 00:21:44.504
เพิ่มความสว่าง

327
00:21:44.506 --> 00:21:48.506
(อาจารย์) มี 256

328
00:21:48.507 --> 00:21:52.507
มี...

329
00:21:52.508 --> 00:21:56.508
มี 108 เท่าไรนะ

330
00:21:56.510 --> 00:22:00.510
180 108 ปุ่ม

331
00:22:00.512 --> 00:22:04.512
ทำไมเราได้จำนวนคีย์บอร์ดมาได้

332
00:22:04.513 --> 00:22:08.513
จำนวนจ่ายค่าเทอม

333
00:22:08.515 --> 00:22:12.515
คือคนอื่น

334
00:22:12.522 --> 00:22:16.522
นี่จ่ายครึ่ง จักรพันธุ์นี่จ่ายเต็ม

335
00:22:16.524 --> 00:22:20.524
งานอุปกรณ์ไม่ได้ โดนบล็อก

336
00:22:20.525 --> 00:22:24.525
เขาบอกว่าคีย์บอร์ดที่ได้มาตรฐาน

337
00:22:24.527 --> 00:22:28.527
นะคะ ต้องไม่ต่ำกว่า 101 ปุ่ม

338
00:22:28.528 --> 00:22:32.528
แปลว่าได้มาตรฐานอยู่นะ

339
00:22:32.529 --> 00:22:36.529
คือ โดยมาตรฐานของ

340
00:22:36.532 --> 00:22:40.532
แป้นพิมพ์นี่ค่ะ มันจะต้องไม่ต่ำกว่า 101 ปุ่ม

341
00:22:40.533 --> 00:22:44.533
นะคะ ถ้าเป็นคีย์บอร์ดที่ใช้เล่นเกม

342
00:22:44.535 --> 00:22:48.535
มีคอเกมไหมคะ มันก็จะมีขึ้นไปอีก

343
00:22:48.536 --> 00:22:52.536
ไม่มีเลยห้องนี้ ปกติเกมเล่นในมือถือ

344
00:22:52.539 --> 00:22:56.539
จิ้มอย่างนี้นะะค เขาบอกว่า

345
00:22:56.541 --> 00:23:00.541
แป้นพิมพ์นี่เป็นหน่วยรับข้อมูลที่นิยมมากที่สุด

346
00:23:00.542 --> 00:23:04.542
นะคะ ใช้ได้ทั้ง

347
00:23:04.543 --> 00:23:08.543
กับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็นแบบ Terminal นะคะ

348
00:23:08.545 --> 00:23:12.545
หรือเป็นแบบ PC นะคะ หน้าตาของคีย์บอร์ดก็เหมือนพิมพ์ดีด

349
00:23:12.546 --> 00:23:16.546
รู้จักพิมพ์ดีดไหม เด็กสมัยนี้รู้จักพิมพ์ดีด

350
00:23:16.547 --> 00:23:20.547
ไหมคะ เคยใช้งานไหม (นักศึกษา)  เคยครับ...

351
00:23:20.548 --> 00:23:24.548
(อาจารย์) ชอบ Keyboard คอมหรือพิมพ์ดดีด

352
00:23:24.549 --> 00:23:28.549

353
00:23:28.550 --> 00:23:32.550
คีย์บอร์ดคอมมันไม่ได้ปล่อยพลัง

354
00:23:32.551 --> 00:23:36.551
พิมพ์ดีดมันต้องออกแรงเยอะ

355
00:23:36.552 --> 00:23:40.552
นั่นละนะคะ ต้องออกแรงเยอะ

356
00:23:40.553 --> 00:23:44.553
ใช้ Power เยอะนะค คราวที่แล้วจำได้ไหมคะ

357
00:23:44.554 --> 00:23:48.554
1 ไบต์ มีกี่บิต

358
00:23:48.554 --> 00:23:52.554
ลองสุ่มนับชื่อตัวเองมีกี่ไบต์ มีกี่บิต

359
00:23:52.556 --> 00:23:56.556
ฉะนั้นนะคะ ตัวแป้นพิมพ์บน

360
00:23:56.557 --> 00:24:00.557
คีย์บอร์ดนี่ค่ะ เขาบอกว่า 1 ตัวอักษร

361
00:24:00.558 --> 00:24:04.558
นะคะ ก็เท่ากับ 8 บิต เพราะ 8 ตัวอักษรเท่ากับ 1 ไบต์

362
00:24:04.560 --> 00:24:08.560
1 ตัวอักษรมันเท่ากับ 1 ไบต์

363
00:24:08.561 --> 00:24:12.561
ฉะนั้นนะคะ คีย์บอร์ดที่เรามี

364
00:24:12.562 --> 00:24:16.562
ถูกแบ่งเป็น 4 Group ด้วยกัน Group แรก ให้

365
00:24:16.564 --> 00:24:20.564
ทายสิ  Chalacter Key

366
00:24:20.565 --> 00:24:24.565
คือ โซนไหนของคีย์บอร์ด

367
00:24:24.568 --> 00:24:28.568
โซนตัว

368
00:24:28.569 --> 00:24:32.569
ไม่ใช้คำว่า "ตัวอักษร"

369
00:24:32.571 --> 00:24:36.571
ถ้าตัวอักษรมันคือ ก. ไก่

370
00:24:36.572 --> 00:24:40.572
Z ไม่รวมสระ อันนี้ คือ

371
00:24:40.573 --> 00:24:44.573
ตัวอักษรนะคะ แต่ถ้าเราบอก Character key

372
00:24:44.576 --> 00:24:48.576
เวลาเราเขียนโปรแกรมนะคะ เราใช้คำว่าเรากำหนด

373
00:24:48.577 --> 00:24:52.577
ข้อมูลที่ผู้ใช้จะกด

374
00:24:52.578 --> 00:24:56.578
มัน คือ กดอะไรก็ได้ กดบวก,ลบ

375
00:24:56.579 --> 00:25:00.579

376
00:25:00.583 --> 00:25:04.583
กดสระเอ สระแอ สระอา สระอิ

377
00:25:04.584 --> 00:25:08.584
อันนี้คือนับทั้งหมด อันนี้คือ 1 ชา

378
00:25:08.585 --> 00:25:12.585
นะคะ 1 character ก็คือ 1 ไบต์ 1 บิต

379
00:25:12.586 --> 00:25:16.586
Control keys ล่ะ ตัวไหน

380
00:25:16.587 --> 00:25:20.587
คือ Control Keys

381
00:25:20.590 --> 00:25:24.590
ลองทายดู ลงคีย์บอร์ดเรา

382
00:25:24.591 --> 00:25:28.591
ปุ่มไหนใช้ control

383
00:25:28.592 --> 00:25:32.592
เราคิดว่าตัวไหนนะ

384
00:25:32.593 --> 00:25:36.593
ปุ่ม Control

385
00:25:36.594 --> 00:25:40.594
ก็คือ Ctrl

386
00:25:40.595 --> 00:25:44.595
L นะคะ Alt

387
00:25:44.597 --> 00:25:48.597
นะคะ นี่คือปุ่ม Control มันก็จะมีหลายปุ่มอยู่

388
00:25:48.598 --> 00:25:52.598
นะคะ Function Keys ล่ะคะ

389
00:25:52.600 --> 00:25:56.600
ปุ่มไหนเป็น Function Key

390
00:25:56.601 --> 00:26:00.601
function Keys

391
00:26:00.603 --> 00:26:04.603
ก็คือปุ่มที่ขึ้นต้นด้วย F น่ะ

392
00:26:04.605 --> 00:26:08.605
ส่วนมากมันจะอยู่แถวบนหรือล่าง

393
00:26:08.607 --> 00:26:12.607
แถวบนนะคะ ส่วนมากจะอยู่บนสุด

394
00:26:12.609 --> 00:26:16.609
F1-F12

395
00:26:16.610 --> 00:26:20.610
นี่คือ Function keys นะคะ

396
00:26:20.614 --> 00:26:24.614
เวลาที่เราเขียนโปรแกรมนะคะ ให้

397
00:26:24.615 --> 00:26:28.615
ผู้ใช้กรอกข้อมูล เชื่อมกันกับระบบที่เราทำ

398
00:26:28.616 --> 00:26:32.616
นะคะ ให้ผู้ใช้กดปุ่ม F1 ทำอะไร

399
00:26:32.617 --> 00:26:36.617
จะต้องรู้ สุดท้าย ก็คือ Numberic keys

400
00:26:36.620 --> 00:26:40.620
ที่เหมือนกับเครื่องคิดเลขน่ะ ใช้คำนวณ อันนี้คือ

401
00:26:40.621 --> 00:26:44.621
แป้นพิมพ์นะคะ และยังมีแป้นพิมพ์อีกประเภท

402
00:26:44.621 --> 00:26:48.621
เราเรียกว่า "แป้นพิมพ์ใช้กับงานเฉพาะด้าน"

403
00:26:48.622 --> 00:26:52.622
นะคะ จำนวนคีย์อาจจะน้อยลงหน่อย

404
00:26:52.624 --> 00:26:56.624
เช่น แป้นที่อยู่บน

405
00:26:56.625 --> 00:27:00.625
เครื่องกดเงินน่ะค่ะ ATM น่ะ

406
00:27:00.626 --> 00:27:04.626
เคยกดตังค์ผ่าน ATM ไหม

407
00:27:04.627 --> 00:27:08.627
เวลาเราไปกด ATM

408
00:27:08.628 --> 00:27:12.628
มันจะมีปุ่มใช่ไหมคะ อันนี้เรียก Keyboard เหมือนกัน แต่ใช้กับงานเฉพาะด้าน

409
00:27:12.629 --> 00:27:16.629
ก็คือใช้ทำธุรกรรมทางการเงิน ใช้ฝาก ถอน

410
00:27:16.632 --> 00:27:20.632
โอน อะไรก็ว่าไปนะคะ แป้น

411
00:27:20.633 --> 00:27:24.633
ขึ้นอยู่กับเครื่องนะคะ

412
00:27:24.634 --> 00:27:28.634
อย่างเช่น เราไปร้านอาหารนะคะ เขาก็จะมี

413
00:27:28.635 --> 00:27:32.635
แป้นให้ มีปุ่มให้ เอา อเมซอนแล้วกัน

414
00:27:32.636 --> 00:27:36.636
เวลาเราไปสั่งน้ำ เคยเข้า Amazon ไห

415
00:27:36.637 --> 00:27:40.637
ไม่เคยเลยหรือ ทำไมน่าสงสารจังเลย

416
00:27:40.638 --> 00:27:44.638
ไม่มี เซเว่นล่ะ

417
00:27:44.639 --> 00:27:48.639
คือเขาจะมีปุ่ม

418
00:27:48.640 --> 00:27:52.640
สั่งด่วนน่ะ เช่น

419
00:27:52.641 --> 00:27:56.641
เราซื้ออะไรล่ะที่คนซื้อบ่อย ๆ

420
00:27:56.643 --> 00:28:00.643
นะคะ มันก็จะคิดเงินของตัวนั้นนะคะ

421
00:28:00.644 --> 00:28:04.644
โดยที่ พนักงานคิดเงิน แคชเชียร์

422
00:28:04.645 --> 00:28:08.645
ไม่ต้องพิมพ์อะไรลงไปน่ะ คือ ไม่ต้องอ่าน bar code ด้วย

423
00:28:08.646 --> 00:28:12.646
กดปุ่มนั้นเลยนะคะ ถ้าเป็น Amazon นี่มันจะชัด

424
00:28:12.647 --> 00:28:16.647
เพราะเขาจะมีโหมดอยู่แล้ว ว่า keyboard ตัวนี้

425
00:28:16.649 --> 00:28:20.649
กาแฟนะคะ กาแฟมันก็จะมีประเภทไหนบ้าง

426
00:28:20.650 --> 00:28:24.650
กดปุ่มเอาเลย เขาไม่ต้องมายิง QR Code อะไร

427
00:28:24.650 --> 00:28:28.650
หรือ ชาหรือสมูทตี้

428
00:28:28.651 --> 00:28:32.651
เขาก็จะกดปุ่มสั่งเลยว่าเราสั่งอะไร อันนี้

429
00:28:32.652 --> 00:28:36.652
เป็นการออกแบบคีย์บอร์ดใช้เฉพาะด้าน

430
00:28:36.652 --> 00:28:40.652
ต่อไปเราเคยเห็นคีย์บอร์

431
00:28:40.653 --> 00:28:44.653
แบบนี้ไหมคะ ก็คือคีย์บอร์ดที่ใช้งา

432
00:28:44.654 --> 00:28:48.654
ปกตินี่ล่ะ แต่ว่าเราเรียกการออกแบบคีย์บอร์ดประเภท

433
00:28:48.655 --> 00:28:52.655
ใช้หลักการ การยศาสตร์ในการออกแบบ

434
00:28:52.656 --> 00:28:56.656
ใช้คำว่า Ergonomics ต่างจากคีย์บอร์ที่เรา

435
00:28:56.657 --> 00:29:00.657
ใช้งานตอนนี้ไหม (นักศึกษา) ต่างครับ (อาจารย์) ต่างกันอย่างไร

436
00:29:00.658 --> 00:29:04.658
มันจะมีส่วนเว้าโค้ง

437
00:29:04.659 --> 00:29:08.659
นะคะ มีส่วนรองข้อมือในการ

438
00:29:08.661 --> 00:29:12.661
พิมพ์อย่างนี้ค่ะ แต่ของเราไม่มี

439
00:29:12.661 --> 00:29:16.661
ก็คือจริง ๆ ไม่ได้มีแค่คีย์บอร์ดค่ะ

440
00:29:16.663 --> 00:29:20.663
มันมีอุปกรณ์อีกเยอะนะคะ ที่ออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวก และ

441
00:29:20.663 --> 00:29:24.663
ทำให้ผู้ใช้งานได้อย่างปลอดภัย

442
00:29:24.664 --> 00:29:28.664
ทำไมถึงมีไอ้แผ่นอันนี้ แผ่นนี้ค่ะ

443
00:29:28.664 --> 00:29:32.664
ต่อออกมาจากคีย์บอดร์ดปกติ เพื่อเอามาเพื่อให้เราพิมพ์สัมผัส

444
00:29:32.666 --> 00:29:36.666
เวลาที่เราพิมพ์สัมผัส เราพิมพ์สัมผัสนี่

445
00:29:36.667 --> 00:29:40.667
เราต้อง เราใช้กี่นิ้ว

446
00:29:40.668 --> 00:29:44.668
การพิมพ์สัมผัส (นักศึกษา)  5

447
00:29:44.669 --> 00:29:48.669
10 นิ้ว คือ ใช้ทุกนิ้วน่ะค่ะ

448
00:29:48.671 --> 00:29:52.671
อันนี้คือการพิมพ์สัมผัสนะคะ เราต้องวางมือให้ถูกต้อง

449
00:29:52.672 --> 00:29:56.672
ก่อน เสร็จแล้ว เราก็จะเห็นว่า

450
00:29:56.674 --> 00:30:00.674
นิ้วไหนใช้กับตัวอัคระ

451
00:30:00.675 --> 00:30:04.675
นะคะ เราต้องใช้ทุกนิ้ว พอครูบอกพิมพ์สัมผัส

452
00:30:04.676 --> 00:30:08.676
พิมพ์สัมผัสนี่ ไม่ใช่จิ้มสัมผัสนะคะ จิ้มนี่คือใช้

453
00:30:08.677 --> 00:30:12.677
นิ้วเดียวนะคะ จิ้มไปทุกตัวอักษร

454
00:30:12.678 --> 00:30:16.678
จิ้มไปเลย อันนี้ คือ ไม่ใช่ลักษณะของการพิมพ์สัมผัส

455
00:30:16.679 --> 00:30:20.679
นี่คือมือจะวางนะคะ วางให้ถูกต้อง

456
00:30:20.680 --> 00:30:24.680
นะคะ วางให้ถูกต้องตามหลักการพิมพ์ ตาจะอยู่ที่จอ

457
00:30:24.682 --> 00:30:28.682
ตาจะไม่อยู่ที่คีย์บอร์ดแล้วก็พิมพ์

458
00:30:28.684 --> 00:30:32.684
ฝึกพิมพ์มาบ้างหรือยังคะ

459
00:30:32.686 --> 00:30:36.686
จากที่ครูส่งลิงก์โปรแกรมฝึกให้

460
00:30:36.686 --> 00:30:40.686
ได้เท่าไรแล้วเอ่ย

461
00:30:40.688 --> 00:30:44.688
ไม่เท่าไร นี่ถึง 20 หรือยัง

462
00:30:44.689 --> 00:30:48.689
33 แล้วใช่ไหม

463
00:30:48.690 --> 00:30:52.690
ใกล้แล้วนะคะ อาจารย์กำหนดไว้ 35 ค่ะ

464
00:30:52.691 --> 00:30:56.691
สู้ต่อไปนะคะ

465
00:30:56.692 --> 00:31:00.692
35 ขึ้นไป

466
00:31:00.694 --> 00:31:04.694
ไม่แปะก็ได้ค่ะ 36 ก็ได้

467
00:31:04.695 --> 00:31:08.695
ถือว่าไม่ผ่าน

468
00:31:08.697 --> 00:31:12.697
ก็สอบจนกว่าจะผ่านนะคะ

469
00:31:12.700 --> 00:31:16.700
คือ ถ้าเราพิมพ์สัมผัสได้

470
00:31:16.701 --> 00:31:20.701
เราจะรู้ได้ไง ว่าเราพิมพ์สัมผัสได้

471
00:31:20.702 --> 00:31:24.702
ไม่มองที่คีย์บอร์ด แต่ตราบใด

472
00:31:24.703 --> 00:31:28.703
ที่เรายังมองคีย์บอร์ดเพื่อหาปุ่มนั้นนี้อยู่

473
00:31:28.703 --> 00:31:32.703
นะคะ คราวนี้ตอนนี้เราจะหาได้เร็ว

474
00:31:32.705 --> 00:31:36.705
ใช้บ่อยเราก็จะได้รู้ว่าปุ่มไหนอยู่ตรงไหน

475
00:31:36.706 --> 00:31:40.706
ได้นี่เราจะหาตัวไหนไม่เจอ มือเราจะไปเจอเอง มัน

476
00:31:40.708 --> 00:31:44.708
เป็นอัตโนมัติ เพราะการพิมพ์สัมผัสมันคือทักษะ เหมือน

477
00:31:44.709 --> 00:31:48.709
ขับรถได้นะคะ เราไม่จำเป็นต้องขับรถ

478
00:31:48.710 --> 00:31:52.710
ทุกวัน อาทิตย์หนึ่งขับครั้งหนึ่ง ได้ไหมคะ

479
00:31:52.712 --> 00:31:56.712
ขับได้ไหม หรือ

480
00:31:56.713 --> 00:32:00.713
ไม่ได้ขับรถเดือนหนึ่งแล้วไปขับ ขับได้ไหม ขับมอเตอร์ไซค์ก็ได้

481
00:32:00.714 --> 00:32:04.714
ไม่ได้ปั่นจักรยานปีหนึ่ง เห็นจักรยานจอดอยู่ไปปั่นได้ไหม

482
00:32:04.715 --> 00:32:08.715
ทำไมถึงยังปั่นได้ล่ะ

483
00:32:08.716 --> 00:32:12.716

484
00:32:12.717 --> 00:32:16.717
เพราะมันเป็นทักษะไง มันไม่ใช่การท่องจำ

485
00:32:16.718 --> 00:32:20.718
พิมพ์สัมผัสก็เหมือนกันนะคะ ถ้าเราพิมพ์สัมผัส

486
00:32:20.719 --> 00:32:24.719
ได้จะนานแค่ไหน มันก็พิมพ์ได้นิ้วมันจะไป

487
00:32:24.720 --> 00:32:28.720
อัตโนมัติ

488
00:32:28.721 --> 00:32:32.721
นะคะ นิ้วมันจะไปเอง พอไปเห็น ทำไมถึงเลือกโปรแกรม

489
00:32:32.721 --> 00:32:36.721
ที่ส่งลิงก์ให้ เพราะโปรแกรมนี้จะให้ฝึกพิมพ์จากคำ

490
00:32:36.723 --> 00:32:40.723
ที่ง่าย มันจะปรับโหมดคำให้เองนะคะ

491
00:32:40.724 --> 00:32:44.724
ได้เยอะขึ้น โหมดคำมันก็จะยาวขึ้นเยอะขึ้น สังเกตไหมคะ

492
00:32:44.725 --> 00:32:48.725
ตอนแรก ๆ นี่มันจะเป็นคำที่ง่ายอยู่ แล้วก็คำเดิมซ้ำ ๆ หลายรอบ

493
00:32:48.726 --> 00:32:52.726
นี่ค่ะ แต่พอคำมันเริ่มยากขึ้น

494
00:32:52.727 --> 00:32:56.727
มีกด Shift มีขึ้นลงนะคะ

495
00:32:56.728 --> 00:33:00.728
นอกจากแป้นพิมพ์ก็จะเป็นเมาส์

496
00:33:00.729 --> 00:33:04.729
นะคะ ช่วยในการชี้ตำแหน่งนะคะ

497
00:33:04.731 --> 00:33:08.731

498
00:33:08.732 --> 00:33:12.732
ปุ่มอะไรบ้าง

499
00:33:12.733 --> 00:33:16.733

500
00:33:16.735 --> 00:33:20.735
มันจะมีหลายประเภทนะคะ

501
00:33:20.737 --> 00:33:24.737
เมาส์นี่ ขึ้นอยู่กับ

502
00:33:24.738 --> 00:33:28.738
เมาส์ทั่วไปก็จะมี 3 ปุ่ม

503
00:33:28.739 --> 00:33:32.739
นะคะ ปุ่มไหนบ้าง

504
00:33:32.740 --> 00:33:36.740
คลิกซ้าย คลิกขวา แล้วก็

505
00:33:36.741 --> 00:33:40.741
เลื่อน เลื่อนล้อนะคะ คลิกซ้าย

506
00:33:40.743 --> 00:33:44.743
Click ซ้ายใช้กรณีไหน

507
00:33:44.744 --> 00:33:48.744
เลือก

508
00:33:48.745 --> 00:33:52.745
มันจะมีคลิก คลิกนี่กดกี่ครั้ง

509
00:33:52.747 --> 00:33:56.747

510
00:33:56.748 --> 00:34:00.748
ถ้าครูบอกว่า Click

511
00:34:00.750 --> 00:34:04.750
ดับเบิลคลิก มีแบบกดมากกว่านั้นไหม

512
00:34:04.751 --> 00:34:08.751
มีแบบกดมากกว่านั้นไหม

513
00:34:08.753 --> 00:34:12.753
เล่นเกมก็คือ คลิก มันก็เลยเป็นคลิก ๆ

514
00:34:12.754 --> 00:34:16.754
อย่างนี้นะ Click ขวาละคะ ใช้กรณีไหน

515
00:34:16.755 --> 00:34:20.755

516
00:34:20.756 --> 00:34:24.756
เวลาเราต้องการเรียกใช้งานฟังก์ชันเพิ่มเติมหรือเมนูเพิ่มเติม

517
00:34:24.758 --> 00:34:28.758
อื่นนะคะ

518
00:34:28.758 --> 00:34:32.758
เมาส์ใช้ป้อนตัวอักษรได้ไหม

519
00:34:32.759 --> 00:34:36.759
(นักศึกษา) ได้ครับ (อาจารย์) เมาส์ใช้ป้อน ก. ไก่

520
00:34:36.760 --> 00:34:40.760
ได้ไหม ถ้าเรามีโปแกรมที่มันให้เมาส์คลิก

521
00:34:40.761 --> 00:34:44.761
ถ้าเมาส์อยู่บนหน้า Desktop

522
00:34:44.764 --> 00:34:48.764
ป้อนตัวอักษรได้ไหม

523
00:34:48.766 --> 00:34:52.766
อยู่บนหน้า Desktop นี่ หน้าที่เปิ

524
00:34:52.767 --> 00:34:56.767
หน้าที่เปิดขึ้นมาปุ๊บ มันก็จะเป็นหน้าจอเริ่มแรก

525
00:34:56.771 --> 00:35:00.771
ที่เรา Boot เข้า Windown น่ะค่ะ

526
00:35:00.773 --> 00:35:04.773
นะคะ มันไม่สามารถป้อนได้นอกจากเราจะเปิดโปรแกรม

527
00:35:04.775 --> 00:35:08.775
ที่มันมีแถบให้เราคลิก

528
00:35:08.776 --> 00:35:12.776
นะคะ โอ.เค. ข้อดีของเมาส์ ก็คือ

529
00:35:12.777 --> 00:35:16.777
สามารถป้อนข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว คือ คลิกเลือก

530
00:35:16.778 --> 00:35:20.778
เคยเห็นเมาส์แบบนี้ไหม

531
00:35:20.779 --> 00:35:24.779
ตัวนี้เรียกว่า Track ball นะคะ

532
00:35:24.780 --> 00:35:28.780
เมาส์ที่มี... อันนี้ไม่ใช่เมาส์ที่เขาทำผิดประเภทนะคะ ถูกแล้ว

533
00:35:28.782 --> 00:35:32.782
นะคะ เราจะเลื่อน เคอร์เซอร์

534
00:35:32.783 --> 00:35:36.783
ใช้นิ้วเลื่อนตัวนี้เห็นไหมคะ

535
00:35:36.784 --> 00:35:40.784
ถูเลื่อนไปวน เลื่อนอย่างนี้น่ะค่ะ

536
00:35:40.785 --> 00:35:44.785
เพราะว่าตรงนี้มันจะมีตัวไมโครชิปอยู่

537
00:35:44.786 --> 00:35:48.786
นะคะ มันจะรับ อันนี้คือเราเลื่อน เคอร์เซอร์ไป

538
00:35:48.787 --> 00:35:52.787
นะคะ เหมือนกับเราใช้เมาส์ลากไป

539
00:35:52.788 --> 00:35:56.788
นั่นล่ะนะคะ แล้วก็จะมี Track point เคย

540
00:35:56.790 --> 00:36:00.790
เห็น Track Point ไหมคะ

541
00:36:00.791 --> 00:36:04.791
จะอยู่กับเครื่อง Notebook

542
00:36:04.792 --> 00:36:08.792
บางยี่ห้อ มันจะมีปุ่มสีแดงแบบนี้นะคะ มันจะ

543
00:36:08.794 --> 00:36:12.794
เลื่อนตำแหน่งเหมือนกันนะคะ

544
00:36:12.796 --> 00:36:16.796
โน้ตบุ๊กของ IBM แต่หลัง ๆ มา

545
00:36:16.798 --> 00:36:20.798
ไม่เห็น เขาน่าจะเอาออก ตัวนี้ล่ะ

546
00:36:20.801 --> 00:36:24.801
เคยใช้งานไหมคะ

547
00:36:24.802 --> 00:36:28.802
ใช้ที่ไหนเอ่ย (นักศึกษา) ... (อาจารย์) อยู่

548
00:36:28.803 --> 00:36:32.803
ตรงไหน ของ...

549
00:36:32.805 --> 00:36:36.805
ของ Notebook เราจะเรียกว่า Task Pad

550
00:36:36.807 --> 00:36:40.807
คนละอันกับ Touch screen นะคะ ไม่มีเ

551
00:36:40.811 --> 00:36:44.811
เหมือนกันนะคะ กรณีที่เราไม่ได้เอาเมาส์ไป

552
00:36:44.813 --> 00:36:48.813
นะคะ เราก็เปิด touch pad เลื่อนเหมือนกันนะคะ

553
00:36:48.814 --> 00:36:52.814
คลิกซ้าย คลิกขวาให้ เอาไว้ควบคุมเคอร์เซอร์

554
00:36:52.814 --> 00:36:56.814
นะคะ ตัวชี้ อันนี้ คือ Touch screen

555
00:36:56.816 --> 00:37:00.816
ทั้ง Input และก็ Output

556
00:37:00.817 --> 00:37:04.817
วันนี้ที่มันเป็นทั้ง In และ Out นะคะ ถ้าใครตอบข้อสอบ

557
00:37:04.818 --> 00:37:08.818
ข้อนี้ผิดนี่ จะเสียใจเลยนะ

558
00:37:08.818 --> 00:37:12.818
เพราะพูด 5 รอบแล้ว อุปกรณ์ที่...

559
00:37:12.820 --> 00:37:16.820
คือ โจทย์น่ะค่ะ อันนี้ไม่ได้บอกแนวข้อสอบนะคะ แต่

560
00:37:16.821 --> 00:37:20.821
บอกข้อสอบเลยนะคะ มันขึ้นอยู่กับต่อไปนักศึกษาจะทำความเข้าใจ

561
00:37:20.822 --> 00:37:24.822
อย่างไร นะคะ จะยังจำได้ไหม แต่ยังคิดว่า

562
00:37:24.823 --> 00:37:28.823
น่าจะยังไม่ลืม เพราะพอเราเรียนจบ 6 บท เราจะสอบเลย

563
00:37:28.825 --> 00:37:32.825
นะคะ บทละ 10 ข้อ

564
00:37:32.826 --> 00:37:36.826
ข้อสอบน่ะ นะคะ บทที่ 1 10 ข้อ ไม่รู้จดได้กี่ข้อ

565
00:37:36.828 --> 00:37:40.828
นะคะ บทที่ 2 ก็ 10

566
00:37:40.830 --> 00:37:44.830
60 ข้อนะคะ บทละ 10

567
00:37:44.849 --> 00:37:48.849
โจทย์

568
00:37:48.850 --> 00:37:52.850
ถามว่าจอภาพที่เป็นระบบ touch Screen จัดอยู่ใน

569
00:37:52.851 --> 00:37:56.851
หน่วยใด ของฮาร์ดแวร์

570
00:37:56.852 --> 00:38:00.852
เป็นฮาร์ดแวร์หน่วยใด

571
00:38:00.853 --> 00:38:04.853
แสดงผล หน่วยประมวลผล

572
00:38:04.855 --> 00:38:08.855
หน่วยรับและแสดงผลอย่างนี้น่ะค่ะ เราจะต้องรู้ว่า

573
00:38:08.856 --> 00:38:12.856
เอ๊ะมันคืออะไร แต่เชื่อว่านักศึกษาจะรู้ว่า

574
00:38:12.857 --> 00:38:16.857
touch screen มันจะเหมือนมือถือเราน่ะ

575
00:38:16.858 --> 00:38:20.858
Touch Screen นะคะ โอ.เค.

576
00:38:20.860 --> 00:38:24.860
joy stick เคยเห็นไหมคะ เอาไว้ทำอะไรเอ่ย

577
00:38:24.860 --> 00:38:28.860
เอาไว้ควบคุม

578
00:38:28.861 --> 00:38:32.861
อย่าตอบว่าเล่นเกมสิ เอาไว้ทำอย่างอื่นได้ไห

579
00:38:32.862 --> 00:38:36.862
เอาไว้ควบคุมนะคะ เลื่อนขึ้นลง

580
00:38:36.863 --> 00:38:40.863
ซ้าย-ขวา แต่ส่วนมากเราจะเอาไว้ เห็นตอนเล่นเกม

581
00:38:40.864 --> 00:38:44.864
นะคะ มันเป็นคันโยกขึ้นมาเหมือนเกียร์รถ

582
00:38:44.867 --> 00:38:48.867
เกียร์แบบกระปุกน่ะ

583
00:38:48.868 --> 00:38:52.868
ง่ายกว่าใช้เมาส์นะคะ มันจะเร็วกว่าเราไปกดปุ่ม

584
00:38:52.870 --> 00:38:56.870
คีย์บอร์ด ดีกว่าเราไปกดปุ่มน่ะค่ะ อันนี้เป็นจอ

585
00:38:56.871 --> 00:39:00.871
แล้วก็เป็นปากกา Line Pen

586
00:39:00.873 --> 00:39:04.873
วาดรูปหรือใช้เซ็น ใช้เขียนในงานออกแบบ

587
00:39:04.874 --> 00:39:08.874
เขียนแล้วก็จะ Save ข้อมูลนั้นไปเป็นรูปเลย

588
00:39:08.876 --> 00:39:12.876
นะคะ เช่น เซ็น เป็นลายเซ็นแบบระบบ

589
00:39:12.876 --> 00:39:16.876
ดิจิทัลน่ะค่ะ เซฟเป็นไฟล์ได้เลย

590
00:39:16.877 --> 00:39:20.877
ตัวนี้เป็น digitizing tablet เป็นตัวอ่านพิกัด

591
00:39:20.879 --> 00:39:24.879
ตัวนี้ที่เขาจับอยู่นะคะ เขาก็จะเลื่อนไป

592
00:39:24.880 --> 00:39:28.880
แล้วก็มาร์กจุดนะคะ เหมือนเราทำพิกัดน่ะ

593
00:39:28.881 --> 00:39:32.881
ส่งข้อมูลตำแหน่ง

594
00:39:32.884 --> 00:39:36.884
MICR นะคะ เคยเห็นเช็ค

595
00:39:36.888 --> 00:39:40.888
ไหมคะ ใบ

596
00:39:40.889 --> 00:39:44.889
เช็คเงินน่ะ นะคะ มันจะมีเครื่องที่ตรวจสอบ

597
00:39:44.889 --> 00:39:48.889
ว่าเช็กตัวนี้ปลอมไหม

598
00:39:48.891 --> 00:39:52.891
เช็คปลอมไหม (นักศึกษา)  เช็คไม่ปลอมครับ (อาจารย์)

599
00:39:52.892 --> 00:39:56.892
แต่บัญชีนั้นไม่มีเงิน

600
00:39:56.894 --> 00:40:00.894
แต่เช็คปลอมนี่

601
00:40:00.895 --> 00:40:04.895
แปลว่า เหมือนเงินปลอม คือมันใช้ไม่ได้

602
00:40:04.897 --> 00:40:08.897
แต่เช็คเด้ง คือ มัน

603
00:40:08.898 --> 00:40:12.898
ไม่มีเงินจ่ายในบัญชี เงินไม่พอน่ะค่ะ

604
00:40:12.899 --> 00:40:16.899
เช่น ครูจ่ายเช็คให้จักรพันธ์ 10,000 บาท แต่มี 500

605
00:40:16.899 --> 00:40:20.899
จากนั้น เช็กตัวนี้ก็เบิกไม่ได้

606
00:40:20.901 --> 00:40:24.901
ขึ้นเงินไม่ได้ก็ต้องรอก่อนแบบนี้ค่ะ แต่เช็ค

607
00:40:24.902 --> 00:40:28.902
ปลอมนี่คือใช้ไม่ได้นะคะ

608
00:40:28.906 --> 00:40:32.906
โอ.เค. Bar Code

609
00:40:32.907 --> 00:40:36.907
บาร์โค้ดคือดูรูปนี้ ตอนนี้มันมีบาร์โค้ด

610
00:40:36.909 --> 00:40:40.909
ที่เป็นแบบแท่งแบบนี้นะ ก็จะแทนตัวเลข

611
00:40:40.910 --> 00:40:44.910
แล้วก็เป็นรูปที่เราเรียกว่า QR Code น่ะค่ะ

612
00:40:44.911 --> 00:40:48.911
ก็คือเป็นรูปเพื่อเก็บข้อมูลที่... แทนที่เราจะคีย์ข้อมูลน่ะค่ะ เราจะ

613
00:40:48.912 --> 00:40:52.912
ใช้วิธีการยิงเอาเลย สะดวกสบาย

614
00:40:52.912 --> 00:40:56.912
กับการใช้งาน scanner นะคะ เป็นการ

615
00:40:56.914 --> 00:41:00.914
กวาดข้อมูลนี่ล่ะ

616
00:41:00.916 --> 00:41:04.916
นักศึกษาเคยใช้ประเภทไหนบ้างเอ่ย

617
00:41:04.918 --> 00:41:08.918
แบบนี้เคยใช้ไหม

618
00:41:08.918 --> 00:41:12.918
เป็น scanner แต่มันจะยิงได้แบบ ยิงได้เหมือน

619
00:41:12.920 --> 00:41:16.920
Bar Code Reader น่ะ

620
00:41:16.921 --> 00:41:20.921
สแกน Bar Code อย่างนี้นะคะ แล้วก็สแกนเนอร์แบบสอดกระดาษ

621
00:41:20.922 --> 00:41:24.922
หรือเป็น สแกนเนอร์แบบเปิดขึ้นแล้ว

622
00:41:24.926 --> 00:41:28.926
วางกระดาษแล้วก็ทับกระดาษลงมา

623
00:41:28.929 --> 00:41:32.929
ต่อไปนะคะ

624
00:41:32.930 --> 00:41:36.930
เครื่องรู้จำอักขระด้วยแสงนะคะ หรือ

625
00:41:36.931 --> 00:41:40.931
OCR เราจะเอาไว้ใช้

626
00:41:40.934 --> 00:41:44.934
scan ข้อมูลเยอะ ๆ แล้วแปลงเป็นไฟล์

627
00:41:44.935 --> 00:41:48.935
เอาไว้ เช่น หนังสือที่ห้องสมุด

628
00:41:48.937 --> 00:41:52.937
เราไม่มีพื้นที่ ไม่มีห้องเก็บน่ะค่ะ

629
00:41:52.938 --> 00:41:56.938
เราต้องการเก็บหนังสือตัวนี้ไว้ คือเราจะโละทิ้งแล้ว

630
00:41:56.938 --> 00:42:00.938
แล้วแต่หนังสือนี้มันยังใช้งานได้อยู่

631
00:42:00.940 --> 00:42:04.940
เก็บน่ะ เราจะสแกนเอกสารนี้ทั้งเล่ม

632
00:42:04.941 --> 00:42:08.941
แล้วมันสามารถแปลงมาเป็นไฟล์ Word ได้น่ะค่ะ

633
00:42:08.944 --> 00:42:12.944
เราเรียกว่าเครื่อง OCR ส่วนเครื่อง

634
00:42:12.945 --> 00:42:16.945
OMR ต้องถามว่าเคยไป

635
00:42:16.949 --> 00:42:20.949
สอบที่ไหนแล้วเขาให้ใช้ดินสอฝนน่ะ

636
00:42:20.950 --> 00:42:24.950
มันจะเป็นดินสอแบบนี้นะ

637
00:42:24.951 --> 00:42:28.951
ปกติเขาจะบอกให้ใช้ ถ้าใช้กา

638
00:42:28.952 --> 00:42:32.952
แปลว่าใช้คนตรวจ ถ้าเขาบอกให้ฝนดำ ๆ น่ะ

639
00:42:32.954 --> 00:42:36.954
เขาจะใช้เครื่องตรวจ เครื่องที่เขาใช้ตรวจน่ะ

640
00:42:36.956 --> 00:42:40.956
เราเรียกว่า "เครื่อง OMR" ถามว่า

641
00:42:40.957 --> 00:42:44.957
ทำไมเครื่องมันฉลาดจังเลย

642
00:42:44.958 --> 00:42:48.958
จริง ๆ แล้วเครื่องมันจะตรวจสอบตามผง

643
00:42:48.959 --> 00:42:52.959
คาร์บอน สมมติ จักรพันธ์

644
00:42:52.960 --> 00:42:56.960
ใช้ดินสอที่ไม่มีผงคาร์บอนล่ะ

645
00:42:56.961 --> 00:43:00.961
มีไหม มันจะมีดินสอที่แบบ

646
00:43:00.964 --> 00:43:04.964
ไม่ค่อยดำน่ะ มันไม่เข้มน่ะค่ะ

647
00:43:04.965 --> 00:43:08.965
เวลาไปสอบน่ะ คือ ตอบถูกอยู่แต่ว่า

648
00:43:08.966 --> 00:43:12.966
ตัวเครื่องมันสแกนไม่เจอ เพราะมันไม่มีผงคาร์บอนที่ไม่เข้มข้นพอนะ

649
00:43:12.968 --> 00:43:16.968
จักรพันธ์ก็กลายเป็นได้ 0

650
00:43:16.969 --> 00:43:20.969
แบบนี้มีไหม หรือที่ได้ 0 ก็เพราะว่า

651
00:43:20.970 --> 00:43:24.970
ตอบผิดเอง

652
00:43:24.971 --> 00:43:28.971
เราก็คิดให้เราสบายใจ ก็ อ๋อ สงสัยดินสอเราไม่มีคาร์บอน

653
00:43:28.972 --> 00:43:32.972
นะคะ เราตอบได้อยู่ คาร์บอร์น

654
00:43:32.974 --> 00:43:36.974
ไม่พอ

655
00:43:36.976 --> 00:43:40.976

656
00:43:40.977 --> 00:43:44.977
เริ่มมีความคิด defer

657
00:43:44.978 --> 00:43:48.978
คิดต่าง นอกกรอบ

658
00:43:48.980 --> 00:43:52.980
น่าลองนะ แต่ปกติแล้วมันจะมีเฉลย

659
00:43:52.981 --> 00:43:56.981
ข้อไหนน่ะค่ะ แล้วมันก็จะเช็กไป ณ

660
00:43:56.982 --> 00:44:00.982
จุดนั้น ตำแหน่งนั้นนะคะ เหมือนอัศดาวุธว่า

661
00:44:00.983 --> 00:44:04.983
ถ้าคุณคือฝนทั้งหมด เขาไม่

662
00:44:04.985 --> 00:44:08.985
เอาเข้าเครื่องตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ไม่ต้องถามว่าเขาจะ

663
00:44:08.987 --> 00:44:12.987
ตรวจไหม เพราะคนที่เอาเข้าเครื่อง คือ มนุษย์นะคะ

664
00:44:12.989 --> 00:44:16.989
อันนี้คือฝนมาทุกตัวเลยหรือ อย่างนี้น่ะค่ะ

665
00:44:16.991 --> 00:44:20.991
ก็จะถูกหมดหรือไม่ก็เด้งออกมาเลย

666
00:44:20.992 --> 00:44:24.992
มี 2 แบบ ขึ้นอยู่กับเขาตั้งค่าโปรแกรมไว้

667
00:44:24.993 --> 00:44:28.993
แล้วก็จะมีตัวรับข้อมูลอีกตัวหนึ่ง ก็คือกล้องดิจิทัลค่ะ

668
00:44:28.994 --> 00:44:32.994
อันนี้นักศึกษาน่าจะรู้จักอยู่แล้ว ถ่ายรูปแล้วเก็บข้อมูลเป็นภาพ

669
00:44:32.995 --> 00:44:36.995
เราก็ดูได้ รูปที่ถ่ายเป็นอย่างไร

670
00:44:36.996 --> 00:44:40.996
นะคะ กล้องถ่ายวิดีโอกับกล้องถ่ายธรรมดา

671
00:44:40.998 --> 00:44:44.998
ต่างกันไหมคะ ต่างกันอย่างไร

672
00:44:44.999 --> 00:44:48.999
ถ่ายภาพนิ่งกับถ่ายภาพเคลื่อนไหว

673
00:44:49.000 --> 00:44:53.000
ต้องตอบให้มันเป็นวิชาการนะ ต่างกันอย่างไร

674
00:44:53.001 --> 00:44:57.001
รู้อยู่แต่ตอบกันไม่ได้แบบนี้ค่ะ มันจะไม่ได้คะแนนนะ

675
00:44:57.002 --> 00:45:01.002
ถ้ากล้องถ่ายภาพ Digital ก็คือ

676
00:45:01.004 --> 00:45:05.004
ถ่ายภาพนิ่ง แต่ปกติแล้วกล้องถ่ายรูปมันถ่ายวิดีโอ

677
00:45:05.005 --> 00:45:09.005
ได้ไหมคะ ก็ถ่ายได้นะคะ

678
00:45:09.007 --> 00:45:13.007
คือ มันไม่ได้แยกกันน่ะ ก็สามารถถ่ายได้ทั้ง

679
00:45:13.009 --> 00:45:17.009
นิ่ง ถ่ายวิดีโอนะคะ แต่ถ้าถ่ายวิดีโอเลยจะ

680
00:45:17.010 --> 00:45:21.010
ถ่ายได้นานกว่าอะไรประมาณนี้นะคะ

681
00:45:21.013 --> 00:45:25.013
แล้วก็เป็น voice record

682
00:45:25.014 --> 00:45:29.014
เสียงนะคะ ก็คือมนุษย์นี่ละ

683
00:45:29.016 --> 00:45:33.016
พูดนะคะ แปลงสัญญาณไปเป็นดิจิทัล แต่ปัญหา

684
00:45:33.018 --> 00:45:37.018
คือ การออกเสียงมันจะมีผล เพราะมันรู้จำ

685
00:45:37.019 --> 00:45:41.019
ไม่ใช่การจดจำ ต่างกันนะคะ การจดจำ

686
00:45:41.020 --> 00:45:45.020
อย่างครูบอกครูจะสอบ นักศึกษาไปอ่านหนังสือมา

687
00:45:45.021 --> 00:45:49.021
เรารู้จำหรือเราท่องจำมา

688
00:45:49.022 --> 00:45:53.022
(นักศึกษา) ท่องจำ (อาจารย์) น่ะ เราจะท่องจำมา รู้ได้อย่างไร

689
00:45:53.023 --> 00:45:57.023
เพราะพอสอบเสร็จเราก็ลืม

690
00:45:57.025 --> 00:46:01.025
แต่ถ้าเกิดเรารู้จำ

691
00:46:01.027 --> 00:46:05.027
เราจะจำได้ตลอดเลยค่ะ (นักศึกษา) ตลอด (อาจารย์)

692
00:46:05.030 --> 00:46:09.030
เราจะรู้เลยว่า... อย่างเขียน ก.ไก่ สิ

693
00:46:09.035 --> 00:46:13.035
เราเรียนเขียนก. ไก่มาตั้งแต่ตอนไหน

694
00:46:13.036 --> 00:46:17.036
เรียนไปนานหรือยัง ตอนนี้ยัง

695
00:46:17.037 --> 00:46:21.037
เขียนได้ไหม (นักศึกษา) เขียนได้ (อาจารย์) ทำไมยังเขียนได้อยู่

696
00:46:21.041 --> 00:46:25.041
เขียน ก.ไก่ ไม่ได้แล้วหรือตอนนี้

697
00:46:25.045 --> 00:46:29.045
น่าสงสารจังเลย เขียนก.ไก่ตัวเดียวได้ไหม

698
00:46:29.047 --> 00:46:33.047
(อาจารย์)  เขียนกอ.ไก่ ตัวเดียวได้ไหม

699
00:46:33.051 --> 00:46:37.051
ก. ไก่นี่เรียนมาตั้งแต่อนุบาล ยัง

700
00:46:37.051 --> 00:46:41.051
เขียนได้อยู่ แล้วเนื้อหาที่ครูสอนสัปดาห์ที่แล้วยัง

701
00:46:41.052 --> 00:46:45.052
จำได้ไหม

702
00:46:45.052 --> 00:46:49.052
ครูบอกว่า กอ.ไก่ เขียนมาตั้งแต่อนุบาล

703
00:46:49.053 --> 00:46:53.053
ยังจำได้อยู่ ยังเขียนได้อยู่ แล้วเนื้อหาที่อาจารย์สอนเมื่อสัปดาห์ก่อน

704
00:46:53.055 --> 00:46:57.055
ยังจำได้ไหม โอ.เค. เดี๋ยวเราก็จะรู้นะคะ

705
00:46:57.056 --> 00:47:01.056
ว่าจำได้จริงหรือเปล่า

706
00:47:01.057 --> 00:47:05.057

707
00:47:05.061 --> 00:47:09.061
โอ.เค. นะคะ มาหน่วยที่ 2 รับข้อมูลเข้าไปแล้ว ไปอยู่ที่ไหน

708
00:47:09.064 --> 00:47:13.064
นะคะ บทนี้ ตัวที่ครูทำสีแดงเอาไว้

709
00:47:13.066 --> 00:47:17.066
คือข้อสอบนะคะ Central Processing Unit

710
00:47:17.067 --> 00:47:21.067
หรือ CPU นะคะ CPU ในคำวิชาการไม่ใช่เคสนะคะ

711
00:47:21.068 --> 00:47:25.068
ห้องนี้ไม่มีกล่องเคส

712
00:47:25.069 --> 00:47:29.069
มี ๆ ของเราเป็นแบบ All in one นะ

713
00:47:29.071 --> 00:47:33.071
มีแต่จอใช่ไหมคะ แต่เครื่องข้างหลังจะมีเคส

714
00:47:33.073 --> 00:47:37.073
เครื่องครูมีเคสไหม เครื่องคอมพิวเตอร์

715
00:47:37.074 --> 00:47:41.074
ที่มีจอแล้วก็แยกออกมาเป็นกล่องน่ะนะคะ

716
00:47:41.076 --> 00:47:45.076
นึกออกไหมคะ เราจะเรียก "Case"

717
00:47:45.077 --> 00:47:49.077
ภาษาเวลาที่เราไปซื้อ

718
00:47:49.080 --> 00:47:53.080
เขาเรียกอะไร ซื้อตัวกล่องตัวนี้

719
00:47:53.081 --> 00:47:57.081
คือ แยกให้ออก

720
00:47:57.082 --> 00:48:01.082
ระหว่างอันไหน คือ CPU ที่เป็น

721
00:48:01.083 --> 00:48:05.083
หรืออันไหนที่เป็นกล่องเคสนี่ มันจะมีศัพท์

722
00:48:05.085 --> 00:48:09.085
ตลาดอยู่นะคะ เขาเรียกอะไรศัพท์ภาษาตลาด

723
00:48:09.087 --> 00:48:13.087
นะคะ แต่ในที่นี้เราพูดถึงต

724
00:48:13.088 --> 00:48:17.088
ตัว Central Processing Unit ก็คือ CPU นะคะ

725
00:48:17.089 --> 00:48:21.089
มันจะเปรียบเสมือนเป็นคอมพิวเตอร์

726
00:48:21.093 --> 00:48:25.093
นี่มีชอยส์ 4 ชอยส์

727
00:48:25.094 --> 00:48:29.094
นี่เปรียบได้กับอะไร มันจะมี

728
00:48:29.095 --> 00:48:33.095
สมอง มีหัวใจ มี

729
00:48:33.097 --> 00:48:37.097
อะไรอีก 2 ช๊อยส์ จำไม่ได้

730
00:48:37.098 --> 00:48:41.098
เราต้องตอบให้ถูกว่า Central Proces

731
00:48:41.099 --> 00:48:45.099
มันคือส่วนของ

732
00:48:45.100 --> 00:48:49.100
สมองนะคะ

733
00:48:49.101 --> 00:48:53.101
สมองมีความซับซ้อนไหม มี

734
00:48:53.102 --> 00:48:57.102
เพราะถามคำถามเดียวกัน จะได้คำตอบต่างกัน ขึ้นอยู่กับ

735
00:48:57.103 --> 00:49:01.103
การคิดของแต่ละคนนี่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ด้วย

736
00:49:01.105 --> 00:49:05.105
นะคะ ที่ผ่านมา เขาก็จะบอกว่ามีบริษัทไหนบ้าง

737
00:49:05.107 --> 00:49:09.107
ที่ผลิต CPU เช่น

738
00:49:09.108 --> 00:49:13.108
ของ IBM เช่น บริษัทของ Microsoft

739
00:49:13.109 --> 00:49:17.109
Microsoft นี่จะใช้ชื่อ Intel

740
00:49:17.110 --> 00:49:21.110
เมื่อก่อนจะมี

741
00:49:21.111 --> 00:49:25.111
ข้อสอบน่ะบอกทุกข้อเลยนะ แต่ไม่รู้ว่านักศึกษา

742
00:49:25.116 --> 00:49:28.910
จำได้หรือเปล่า

743
00:49:29.117 --> 00:49:33.117

744
00:49:33.118 --> 00:49:37.118
คราวนี้เรามาดูหน่วยประมวลผลนะคะ ในการคำนวณ

745
00:49:37.119 --> 00:49:41.119
จริง ๆ เขาบอกว่า

746
00:49:41.120 --> 00:49:45.120
หน่วนคำสัญนะคะ ของหน่วย Processi

747
00:49:45.121 --> 00:49:49.121
คือ หน่วย Control หรือหน่วย

748
00:49:49.123 --> 00:49:53.123
CU Control Unit นะคะ

749
00:49:53.124 --> 00:49:57.124
หน่วยที่ทำหน้าที่คำนวณ

750
00:49:57.125 --> 00:50:01.125
คือ CPU น่ะ ถ้าเราไม่พูดถึง Register

751
00:50:01.132 --> 00:50:05.132
Register น่ะ มันจะมีแค่ตัว

752
00:50:05.133 --> 00:50:09.133
ALU นะคะ แต่จริง ๆ การทำงานของมันมันจะมี Register ด้วย

753
00:50:09.136 --> 00:50:13.136
ที่ทำหน้าที่เก็บ

754
00:50:13.137 --> 00:50:17.137
ส่วนใน CPU จะมีอีกตัวหนึ่ง คือ หน่วยความจำหลัก

755
00:50:17.138 --> 00:50:21.138
ซึ่งหน้าตามันก็จะเป็นประมาณเหมือนภาพ

756
00:50:21.139 --> 00:50:25.139
อันนี้คือเขาขยายออกมาว่าเป็นการทำงาน

757
00:50:25.140 --> 00:50:29.140
ของ CPU ข้างในน่ะค่ะ อันนี้เป็นหน้าตา

758
00:50:29.142 --> 00:50:33.142
ของ Intel หักอันหนึ่งซื้อใหม่เลย

759
00:50:33.143 --> 00:50:37.143
อันที่หงายขึ้นนี่มันจะเป็นเข็ม ๆ ออกมา

760
00:50:37.148 --> 00:50:41.148
เราก็จะเอาไปวางที่ Mainborad นะคะ

761
00:50:41.148 --> 00:50:45.148
อันนี้คือ CPU ทำหน้าที่เหมือนสมอง

762
00:50:45.152 --> 00:50:49.152
แล้วก็จะมีอธิบายต่อไปอีก

763
00:50:49.154 --> 00:50:53.154
ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของเครื่องทั้งหมดเลย

764
00:50:53.155 --> 00:50:57.155
นะคะ ของส่วนที่เป็น Input Output ให้ทำงานประสานกันนะคะ

765
00:50:57.156 --> 00:51:01.156
อันนี้เราไปอ่านเพิ่มแล้วกันนะ

766
00:51:01.157 --> 00:51:05.157
เก็บข้อมูล เก็บและส่งข้อมูล ถ้าเป็น

767
00:51:05.158 --> 00:51:09.158
Bus Bus เมื่อก่อนมีในข้อสอบ

768
00:51:09.159 --> 00:51:13.159
แต่ตอนนี้เขาไม่ได้ถามแล้วนะคะ ครูก็จะข้ามไป แต่ถ้าเราอยากรู้

769
00:51:13.163 --> 00:51:17.163
ระบบบัสคือระบบอะไร คือส่งผ่าน

770
00:51:17.165 --> 00:51:21.165
นะคะ ในตัวระบบเครื่อง

771
00:51:21.166 --> 00:51:25.166
มันจะมีระบบ Bus อยู่ดังภาพนี้นะคะ

772
00:51:25.167 --> 00:51:29.167
Input Output คือ ส่วนข้างนอกนะคะ

773
00:51:29.168 --> 00:51:33.168
เราดูลูกศรเข้าก่อน พอเราป้อนข้อมูลเข้าไป

774
00:51:33.169 --> 00:51:37.169
CU จะทำหน้าที่จัดการก่อน

775
00:51:37.170 --> 00:51:41.170
ที่เราป้อนเข้ามาน่ะ ตัวไหนป้อนนะคะ ผ่านอุปกรณ์ตัวไหน

776
00:51:41.171 --> 00:51:45.171
ผ่านเมาส์ ผ่านตัวคีย์บอร์ด ผ่านตัวไหนนะคะ

777
00:51:45.173 --> 00:51:49.173
ผ่านตัวสแกน หรือผ่านตัวไหน ก็ไปเก็บที่ Register

778
00:51:49.174 --> 00:51:53.174
เป็นการคำนวณไหม

779
00:51:53.175 --> 00:51:57.175
ตรงกลางนี่เป็นการทำงานของ CPU นะคะ แล้วก็ไป

780
00:51:57.177 --> 00:52:01.177
เก็บอยู่ที่หน่วยความจำ ส่งข้อมูลออกมาเหมือนกัน

781
00:52:01.180 --> 00:52:05.180
นะคะ คืออุปกรณ์ในการรับและ

782
00:52:05.181 --> 00:52:09.181
ผลนะคะ หน้านี้จะพูดถึงความเร็วของหน้วยประมวลผล

783
00:52:09.182 --> 00:52:13.182
นะคะ เราเรียกว่า System clock

784
00:52:13.183 --> 00:52:17.183
ของ CPU หรือหน่วยประมวลผลนะคะ จะเป็นหน่วย

785
00:52:17.184 --> 00:52:21.184
นาฬิกา เราก็เลยเรียกว่าระบบ System clock

786
00:52:21.187 --> 00:52:25.187
นะคะ ซึ่งหน่วยความเร็วจะมีหน่วนเป็น Hertz

787
00:52:25.188 --> 00:52:29.188
ก็คือ 1 ครั้งต่อวินาทีนะคะ ซึ่งความเร็วของเครื่อง

788
00:52:29.189 --> 00:52:33.189
ในปัจจุบันของเครื่องนี่มันจะเร็วมาก ทำงานเป็นวินาทีน่ะ

789
00:52:33.190 --> 00:52:37.190
เวลาคอมพิวเตอร์ทำงาน

790
00:52:37.191 --> 00:52:41.191
ถามว่าเราทำงานเป็นวินาทีไหม

791
00:52:41.191 --> 00:52:45.191
เรานี่ทำงานเป็นเดือนเลยค่ะ ยิ่งครูให้เวลาเยอะ

792
00:52:45.193 --> 00:52:49.193
เราก็จะตายค่ะ ลอยไป

793
00:52:49.194 --> 00:52:53.194
พอใกล้จะส่งทีนี้ ก็จะลอยกลับมา

794
00:52:53.195 --> 00:52:57.195
เริ่มมาทำ พอมาอ่านโจทย์อีกทีก็จะงง อาจารย์

795
00:52:57.197 --> 00:53:01.197
ให้ทำอะไรนะ อย่างนี้ค่ะ ถามว่า

796
00:53:01.198 --> 00:53:05.198
1 วินาที เราทำอะไรได้บ้าง

797
00:53:05.199 --> 00:53:09.199
หายใจเข้า หายใจออกหรือยัง

798
00:53:09.199 --> 00:53:13.199
กระพริบตา หลับยายังไม่ลืมตาขึ้นมาเลย

799
00:53:13.200 --> 00:53:17.200
อย่างนี้ค่ะ คอมพิวเตอร์นี่ทำงานได้เร็วมาก

800
00:53:17.201 --> 00:53:21.201
ทำงานเป็นวินาทีเลยน่ะค่ะ คราวนี้เรามาดูหน่วยความจำ

801
00:53:21.202 --> 00:53:25.202
นะคะ หน่วยความจำมี 2 ประเภท

802
00:53:25.203 --> 00:53:29.203
นะคะ ก็คือ หน่วยความจำแบบที่อ่านได้อย่างเดียว

803
00:53:29.205 --> 00:53:33.205
เราเรียกว่า ROM นะคะ

804
00:53:33.206 --> 00:53:37.206
Read Only Memory หมายถึงอ่านได้อย่างเดียว

805
00:53:37.210 --> 00:53:41.210
ข้อมูลอะไรใน ROM ได้

806
00:53:41.211 --> 00:53:45.211
โรงงานอยู่แล้ว Rom ไม่จำเป็นต้องใช้ไฟเลี้ยง

807
00:53:45.212 --> 00:53:49.212
มันจะมีคำสั่งอยู่ใน ROM อยู่แล้ว

808
00:53:49.215 --> 00:53:53.215
เราเรียกว่า "อ่านได้อย่างเดียว" นะคะ แต่ถ้า RAM นี่

809
00:53:53.216 --> 00:53:57.216
นะคะ Random Access memories

810
00:53:57.216 --> 00:54:01.216
ข้อมูลได้นะคะ เพราะมันเก็บข้อมูลทีหลัง

811
00:54:01.217 --> 00:54:05.217
ก็เหมือนกับกระดาษทดน่ะ

812
00:54:05.218 --> 00:54:09.218
นะคะ เก็บข้อมุล... ปกติข้อมูลมันจะเก็บอยู่ที่หน่วยความจำสำรอง

813
00:54:09.219 --> 00:54:13.219
นะคะ แต่ขณะที่เราเปิดเครื่องทำงาน

814
00:54:13.221 --> 00:54:17.221
นะคะ อันนี้ คือ ตัวอย่าง Ram

815
00:54:17.221 --> 00:54:21.221
หน้าตาของเปิดเคสออกแล้วเห็นเมนบอร์ด เราเรียนอยู่ใช่ไหม

816
00:54:21.222 --> 00:54:25.222
วิชาอะไรนะ OS

817
00:54:25.223 --> 00:54:29.223
วิชา OS หรือเปล่า หรือซ่อมบำรุง

818
00:54:29.225 --> 00:54:33.225
ทุกคนต้องเคยเห็น หน้าตาของกล่องเคส

819
00:54:33.225 --> 00:54:37.225
ซ่อมบำรุง PC หรือ ซ่อมบำรุงโน้ตบุ๊กคะ

820
00:54:37.227 --> 00:54:41.227
ซ่อม PC นะ พอเปิดกล่อง Case ออก

821
00:54:41.229 --> 00:54:45.229
เจออะไรบ้างในนั้น ให้

822
00:54:45.230 --> 00:54:49.230
ตอบคนละ 1 อย่างห้ามซ้ำกัน

823
00:54:49.231 --> 00:54:53.231
เดี๋ยวค่ะ เคยเห็นใช่ไหมคะ

824
00:54:53.232 --> 00:54:57.232
เคยเห็นใช่ไหมคะ เคยเห็นหน้าตาของเปิดฝา Case ออก

825
00:54:57.232 --> 00:55:01.232
ทุกคนหลับตา เคยเห็นใช่ปะ

826
00:55:01.234 --> 00:55:05.234
ให้ตอบ 1 อย่างที่เราเห็นแล้วจะเปิดฝาเคสออก ห้ามซ้ำกัน

827
00:55:05.235 --> 00:55:09.235

828
00:55:09.236 --> 00:55:13.236
ถ้าจักรพันธ์ตอบสายไฟนี่ เพื่อนจบเลยนะคะ ต้องบอกว่าสายไฟ

829
00:55:13.237 --> 00:55:17.237
ตรงไหน สายไฟจากไหน จาก Menborad

830
00:55:17.238 --> 00:55:21.238
หรือจาก Power supie

831
00:55:21.239 --> 00:55:25.239
สายไฟแปลว่าเหมาค่ะ กวาดแผงไปเลย

832
00:55:25.241 --> 00:55:29.241
ได้หรือยัง

833
00:55:29.242 --> 00:55:33.242
ให้ตอบคนละ 1 ห้ามซ้ำกัน ใครจะตอบก่อน

834
00:55:33.246 --> 00:55:37.246
(นักศึกษา) Ram ค่ะ (อาจารย์) Ram

835
00:55:37.247 --> 00:55:41.247
เปิดปุ๊บเห็น RAM เลยหรือ

836
00:55:41.248 --> 00:55:45.248
เปิดเคส หมายถึงเปิดฝาเคสออกน่ะค่ะ ปุ๊บ

837
00:55:45.248 --> 00:55:49.248
ซ้ำยัง

838
00:55:49.250 --> 00:55:53.250
Ram, main bor

839
00:55:53.251 --> 00:55:57.251
อะไรนะ

840
00:55:57.252 --> 00:56:01.252
ข้างหน้าค่ะ

841
00:56:01.254 --> 00:56:05.254
มันมีตั้งเยอะ ในนั้นน่ะ

842
00:56:05.255 --> 00:56:09.255
ตอบมา

843
00:56:09.256 --> 00:56:13.256
(อาจารย์)

844
00:56:13.258 --> 00:56:17.258
อะไรนะ

845
00:56:17.260 --> 00:56:21.260
อะไรคือ SSD

846
00:56:21.264 --> 00:56:25.264

847
00:56:25.265 --> 00:56:29.265
เขาเรียกอะไร เอาไว้ทำอะไร

848
00:56:29.267 --> 00:56:33.267
ตอบต้องมีที่ไปที่มานะ

849
00:56:33.268 --> 00:56:37.268
นึกถึงเปิดฝาเคสออก มีอะไรในนั้นเยอะเลย

850
00:56:37.269 --> 00:56:41.269

851
00:56:41.270 --> 00:56:45.270

852
00:56:45.272 --> 00:56:49.272
อะไรนะคะ ตอบได้เลย

853
00:56:49.276 --> 00:56:53.276

854
00:56:53.277 --> 00:56:57.277
อะไรนะ

855
00:56:57.279 --> 00:57:01.279
อ๋อ โอ.เค.

856
00:57:01.280 --> 00:57:05.280
มีอะไรอีกคะ

857
00:57:05.282 --> 00:57:09.282
ในกล่องเคสเรา มีเยอะเลยค่ะ

858
00:57:09.283 --> 00:57:13.283
เยอะ

859
00:57:13.284 --> 00:57:17.284
ในเมนบอร์ดก็มีเยอะ

860
00:57:17.285 --> 00:57:21.285

861
00:57:21.287 --> 00:57:25.287
คือนึก นึกบางคนนึกออก

862
00:57:25.289 --> 00:57:29.289
อยู่แต่ไม่รู้มันเรียกว่าอะไรนี่สิ

863
00:57:29.289 --> 00:57:33.289
(อาจารย์) การ์ดเสียง

864
00:57:33.291 --> 00:57:37.291

865
00:57:37.293 --> 00:57:41.293
Sound Card

866
00:57:41.294 --> 00:57:45.294
ปกติตอบ Sound ต้องมากับอีกตัวหนึ่งเลยนะ

867
00:57:45.297 --> 00:57:49.297

868
00:57:49.298 --> 00:57:53.298

869
00:57:53.300 --> 00:57:57.300

870
00:57:57.302 --> 00:58:01.302

871
00:58:01.304 --> 00:58:05.304
ไม่มีนั่นแหละ

872
00:58:05.308 --> 00:58:09.308
การ์ด LAN คืออะไร Network interface card

873
00:58:09.308 --> 00:58:13.308
อันเดียวกัน แต่เขามีหลายชื่อ

874
00:58:13.309 --> 00:58:17.309
มาตอบมาเลยค่ะ ครูจำได้นะ

875
00:58:17.310 --> 00:58:21.310
ว่าใครยังไม่ตอบ

876
00:58:21.311 --> 00:58:25.311
Port ไปหรือยัง

877
00:58:25.312 --> 00:58:29.312
ฮาร์ดดิสก์ยัง

878
00:58:29.313 --> 00:58:33.313
อยู่ไหม ตอบ Hardisk

879
00:58:33.314 --> 00:58:37.314
ก็ได้นะ Hardisk มีหลายประเภทค่ะ

880
00:58:37.316 --> 00:58:41.316
เราต้องเอื้อกันไง

881
00:58:41.318 --> 00:58:45.318
เปิดฝาเคสออก

882
00:58:45.319 --> 00:58:49.319
เจออะไรบ้างในนั้น ห้ามซ้ำกัน

883
00:58:49.320 --> 00:58:53.320
Power supply ไง

884
00:58:53.321 --> 00:58:57.321
CD-ROM

885
00:58:57.322 --> 00:59:01.322
หมดแล้วหรอ ห้องเรามีไม่กี่คน

886
00:59:01.324 --> 00:59:05.324
เอง ในนั้นมีเป็น 100 เลยค่ะ

887
00:59:05.325 --> 00:59:09.325
ในเมนบอร์ดน่ะก็เยอะ

888
00:59:09.326 --> 00:59:13.326
เพิ่งได้ Sound Card เองใช่หรือเปล่า

889
00:59:13.328 --> 00:59:17.328
สล็อต สล็อตแบบไหน

890
00:59:17.329 --> 00:59:21.329
slot มีหลายแบบ slot แบบไหน แบบตัวขาวใช่ไหม

891
00:59:21.329 --> 00:59:25.329
เรียกว่าอะไร (นักศึกษา) เรียกว่าอะไร (อาจารย์)

892
00:59:25.331 --> 00:59:29.331
เรียกว่าอะไร ไอ้ตัวนี้

893
00:59:29.332 --> 00:59:33.332
ตัวนี้ กับไอ้ตัวที่เสียบการ์ดจอ

894
00:59:33.333 --> 00:59:37.333
ก็คนละประเภท ครูถาม slot ram

895
00:59:37.334 --> 00:59:41.334
เขาไม่เรียก Slot RAM น่ะ

896
00:59:41.336 --> 00:59:45.336
มันมีชื่อว่าอะไร

897
00:59:45.337 --> 00:59:49.337

898
00:59:49.339 --> 00:59:53.339
main board อัฐสราวุธ

899
00:59:53.341 --> 00:59:57.341
คิดมา

900
00:59:57.342 --> 01:00:01.342
Socket แบบไหน

901
01:00:01.343 --> 01:00:05.343
ก็สล็อตนั่นล่ะ อันนี้

902
01:00:05.344 --> 01:00:09.344
แบบไหน

903
01:00:09.345 --> 01:00:13.345
ตอบค่ะ ช่วยกันคิด

904
01:00:13.346 --> 01:00:17.346
คิด คิดไม่ได้ก็ search

905
01:00:17.349 --> 01:00:21.349
Transiter

906
01:00:21.351 --> 01:00:25.351
main board

907
01:00:25.352 --> 01:00:29.352
ถ้าตอบ Transistor นี่

908
01:00:29.354 --> 01:00:33.354
ห้ามตอบนี้อีกเลยนะ เหมือนอัศดาวุธตอบ

909
01:00:33.356 --> 01:00:37.356
เมนบอร์ดครับ โอ.เค.

910
01:00:37.358 --> 01:00:41.358
โอ.เค. ค่ะ มี main board

911
01:00:41.360 --> 01:00:45.360
นะคะ มีอีกสิ

912
01:00:45.361 --> 01:00:49.361
เราเอาแบบใช้งานได้เลยสิ

913
01:00:49.362 --> 01:00:53.362
ต่อมาค่ะ

914
01:00:53.363 --> 01:00:57.363
นี่สอนคู่กับซ่อมบำรุงเลยนะ

915
01:00:57.364 --> 01:01:01.364

916
01:01:01.365 --> 01:01:05.365
แต่ทุกคนเคยเห็นนะ เปิดฝาเคสออก

917
01:01:05.367 --> 01:01:09.367
เห็นใช่ไหมคะ ยังเลยหรอ

918
01:01:09.368 --> 01:01:13.368
ลองเดาดู

919
01:01:13.369 --> 01:01:17.369
ถ้าอย่างนั้น อันนี้ยังไม่ได้ไปพูดถึง

920
01:01:17.371 --> 01:01:21.371
เปิดหลังจอออกนะ เอาแค่เป็นฝาเคสออก

921
01:01:21.372 --> 01:01:25.372
ยังไม่ได้พูดถึง Notebook อีก เอาแบบ

922
01:01:25.373 --> 01:01:29.373
PC นี่ละมันใหญ่ ๆ ดีจะได้เห็นชัด

923
01:01:29.374 --> 01:01:33.374
จักรพันธ์สรุปว่าตอบครูว่าอย่างไรนี่

924
01:01:33.375 --> 01:01:37.375
ขาว ๆ นี่ Slot แบบไหน

925
01:01:37.377 --> 01:01:41.377
ถ้าคุณตอบ

926
01:01:41.379 --> 01:01:45.379
ตอบ slot มันเหมาทั้งนี้เลยนะ

927
01:01:45.380 --> 01:01:49.380
(นักศึกษา) เหมาเลยก็ได้ (อาจารย์) ไม่ได้สิ

928
01:01:49.381 --> 01:01:53.381
มันเห็นแก่ตัวสิ เพื่อนยังไม่ได้ตอบเลย มันมี Slot ในนี้ตั้งเยอะ

929
01:01:53.382 --> 01:01:57.382
เพื่อนตอบนั่นล่ะ ถูกแล้ว Slot แบบ PCI

930
01:01:57.383 --> 01:02:01.383
slot นี่ค่ะ สีขาว

931
01:02:01.384 --> 01:02:05.384
ถ้าเป็น Slot เสียบการ์ดจอล่ะ

932
01:02:05.385 --> 01:02:09.385

933
01:02:09.386 --> 01:02:13.386
มันจะเป็น Slot สี

934
01:02:13.387 --> 01:02:17.387
อื่นค่ะ ไม่ได้เป็นแบบ PCI

935
01:02:17.389 --> 01:02:21.389
ถ้าเป็นแบบขาว ๆ แล้วเป็นแบบที่เสียบ

936
01:02:21.389 --> 01:02:25.389
Ram น่ะ เราจะเรียกว่า "PCI Slot" ค่ะ

937
01:02:25.391 --> 01:02:29.391
ไม่ใช่ จะเป็นอีกแบบหนึ่งนะคะ

938
01:02:29.392 --> 01:02:33.392
หาข้อมูลมา

939
01:02:33.393 --> 01:02:37.393

940
01:02:37.397 --> 01:02:41.397

941
01:02:41.398 --> 01:02:45.398
มีไหมคะ

942
01:02:45.401 --> 01:02:49.401
มีอีกไหม BGA

943
01:02:49.403 --> 01:02:53.403
มีไหมคะ

944
01:02:53.404 --> 01:02:57.404
โซนนี้เพิ่งตอบไป 2 คน

945
01:02:57.407 --> 01:03:01.407
ข้างหลังตอบหมดหรือยัง ที่ถามนี่คือ

946
01:03:01.408 --> 01:03:05.408
มองไม่เห็นจอบัง

947
01:03:05.410 --> 01:03:09.410
หมดแล้วหรือ

948
01:03:09.412 --> 01:03:13.412

949
01:03:13.414 --> 01:03:17.414
ได้อยู่ มันก็คือ ฮาร์ดแวร์นะ

950
01:03:17.417 --> 01:03:21.417
ช่องเสียบ Hardisk data

951
01:03:21.418 --> 01:03:25.418
มีไหมคะ มีเยอะอยู่นะ

952
01:03:25.422 --> 01:03:29.422
เอาเป็นว่าจริง ๆ พูดเรื่อง RAM นี่ล่ะค่ะ

953
01:03:29.423 --> 01:03:33.423
นะคะ ก็เลยพูดถึงตัวนี้มา ผ่านไป

954
01:03:33.425 --> 01:03:37.425
มาดู output Unit บ้าง หน่วน

955
01:03:37.429 --> 01:03:41.429
แสดงผลทีนี้ ในข้อสอบถามว่า

956
01:03:41.431 --> 01:03:45.431
หน่วยแสดงผลมีกี่ประเภทนะคะ มี 2 ประเภท

957
01:03:45.433 --> 01:03:49.433
ก็คือ Stop Copy

958
01:03:49.434 --> 01:03:53.434
soft copy ก็คือ

959
01:03:53.436 --> 01:03:57.436
Print ออกมาแล้วถือไปได้

960
01:03:57.438 --> 01:04:01.438
สไลด์นี้มีแค่นี้นะคะ ครูสรุปให้เลย

961
01:04:01.439 --> 01:04:05.439
หน่วยแสดงผล มี 2 ประเภท ก็คือ Soft Copy

962
01:04:05.440 --> 01:04:09.440
soft copy คือ screen layout

963
01:04:09.440 --> 01:04:13.440
บนหน้าจอนะคะ ชั่วคราว

964
01:04:13.441 --> 01:04:17.441
ถูกต้องนะคะ คือ ดูแล้วก็ถ้าในมือถือเรา

965
01:04:17.443 --> 01:04:21.443
ปื้ดผ่านไป หรือปิดย่ออย่างนี้นะ ถ้าในจอ

966
01:04:21.444 --> 01:04:25.444
คอมเราก็ดูเสร็จเราก็เอาอะไรไปไม่ได้นะคะ

967
01:04:25.445 --> 01:04:29.445
แต่ถ้าเกิดเป็น Hard copy

968
01:04:29.445 --> 01:04:33.445
แล้วออกมาได้เป็น Hard Copy น่ะค่ะ เป็นกระดาษ

969
01:04:33.446 --> 01:04:37.446
คราวนี้มาพูดถึงจอ

970
01:04:37.451 --> 01:04:41.451
บ้างนะคะ จอภาพก็มีหลาย

971
01:04:41.451 --> 01:04:45.451
ประเภทนะคะ ที่เรารู้จัก เรา

972
01:04:45.455 --> 01:04:49.455
รู้จักจอแบบ CRT ไหมคะ

973
01:04:49.456 --> 01:04:53.456
จอ CRT จอที่เรา

974
01:04:53.457 --> 01:04:57.457
จอที่เราใช้งานอยู่เรียกว่าจอแบบไหน

975
01:04:57.458 --> 01:05:01.458
LED หรือ LCD

976
01:05:01.459 --> 01:05:05.459
หรือ... ดูมีหลายแบบ

977
01:05:05.460 --> 01:05:09.460
แบบไหน

978
01:05:09.461 --> 01:05:13.461
ถ้าเป็น CRT มันจะเป็นเหมือนแบบ

979
01:05:13.463 --> 01:05:17.463
จอที่มี...

980
01:05:17.464 --> 01:05:21.464
เอา CRT ก่อน เคยเห็นจอภาพแบบ CRT ไหมคะ

981
01:05:21.465 --> 01:05:25.465
จอแก้ว จอ

982
01:05:25.466 --> 01:05:29.466
ที่เป็นแบบข้างหลังนูน ๆ

983
01:05:29.467 --> 01:05:33.467
นะคะ เมื่อก่อนคอมก็เป็นจอแบบนั้น

984
01:05:33.468 --> 01:05:37.468
แบบใหญ่ ๆ นะคะ แล้วก็ปรับมาเป็นแบบจอใช้หลักการเรืองแสง

985
01:05:37.469 --> 01:05:41.469
ผ่าน ผ่านผลึก

986
01:05:41.471 --> 01:05:45.471
จริง ๆ ตัวนี้ไม่ได้ออกข้อสอบนะ เดี๋ยวเราท่องจำไป

987
01:05:45.471 --> 01:05:49.471
เดี๋ยวเราจะไปจำตัวนี้ ให้รู้ว่าไม่ได้ใช้การ

988
01:05:49.473 --> 01:05:53.473
ยิงแสงผ่านหลอดภาพน่ะนะคะ มันใช้หลักการเรืองแสงผ่านไฟ

989
01:05:53.474 --> 01:05:57.474
นะคะ เขาไปในผลึกของเหลว

990
01:05:57.476 --> 01:06:01.476
อันนี้กินไฟน้อยนะคะ มีน้ำหนักน้อย

991
01:06:01.477 --> 01:06:05.477
นะคะ มี LCD, LED นะคะ

992
01:06:05.478 --> 01:06:09.478
จอแบบจอบางน่ะค่ะ ต่อไป

993
01:06:09.479 --> 01:06:13.479
ตัวนี้เป็นความรู้เกี่ยวกับจอภาพ

994
01:06:13.481 --> 01:06:17.481
จะมีหน่วนความเร็วนะคะ ไม่ใช่หน่วยความเร็วสิ หน่วยความละเอียด

995
01:06:17.483 --> 01:06:21.483
ของหน้าจอนะคะ

996
01:06:21.484 --> 01:06:25.484
มันจะบอกมาเป็นจุดเลยน่ะ

997
01:06:25.485 --> 01:06:29.485
ความละเอียด ตัวไหนไม่ออกข้อสอบ ก็จะ

998
01:06:29.486 --> 01:06:33.486
ผ่านไปนะคะ จอภาพจะแสดง

999
01:06:33.487 --> 01:06:37.487
ผลได้ก็ต้องมีอุปกรณ์ตัวนรี้

1000
01:06:37.488 --> 01:06:41.488
อุปกรณ์ตัวนี้เรียกว่าอะไรคะ

1001
01:06:41.490 --> 01:06:45.490
การ์ดจอนะคะ หรือ VGA Card

1002
01:06:45.492 --> 01:06:49.492
นะคะ VGA Card ก็จะมีทั้งแบบ On bo

1003
01:06:49.494 --> 01:06:53.494
ก็คืออยู่ในบอร์ด อยู่ในเมนบอร์ด

1004
01:06:53.495 --> 01:06:57.495
กับแยกการ์ดนะคะ มีแบบเป็นการ์ดเลยกับตัว On Board

1005
01:06:57.496 --> 01:07:01.496
นอกจากนี้นะคะ อุปกรณ์ที่อยู่ใน

1006
01:07:01.497 --> 01:07:05.497
โหมดของการ โหมดแสดงผลน่ะ

1007
01:07:05.498 --> 01:07:09.498
Output น่ะ ก็ยังมี Projector อันนี้เรารู้จักอยู่แล้ว

1008
01:07:09.499 --> 01:07:13.499
ตัวอุปกรณ์ฉายภาพนะคะ

1009
01:07:13.499 --> 01:07:17.499
มีหลายยี่ห้อด้วยกัน แล้วก็จะมี

1010
01:07:17.500 --> 01:07:21.500
แปลว่าการ... เขา

1011
01:07:21.501 --> 01:07:25.501
เรียกอะไร Output Unit น่ะ นอกจากเราจะโชว์

1012
01:07:25.503 --> 01:07:29.503
บนจอแล้วนะคะ พริ้นออกมาแล้ว

1013
01:07:29.504 --> 01:07:33.504
เรายังแสดงเป็นภาพบนจอใหญ่ผ่าน Projecter

1014
01:07:33.506 --> 01:07:37.506
หรือ output ผ่าน Audio

1015
01:07:37.507 --> 01:07:41.507
Output ก็คือพวกลำโพง หูฟังอะไรพวกนี้

1016
01:07:41.507 --> 01:07:45.507
โดยผ่านอุปกรณ์ ตัวนี้เรียกว่า

1017
01:07:45.508 --> 01:07:49.508

1018
01:07:49.509 --> 01:07:53.509
ต่างจากการ์ดตัวนี้ไหม

1019
01:07:53.510 --> 01:07:57.510
(นักศึกษา) ต่างครับ (อาจารย์) ต่างกันอย่างไร

1020
01:07:57.512 --> 01:08:01.512
(นักศึกษา) ใช้งานด้านกราฟฟิกมากกว่าครับ (อาจารย์) เอาอย่างนี้

1021
01:08:01.513 --> 01:08:05.513
ถ้าครูเอาอย่างนี้ ถ้าครูถือการ์ดอยู่

1022
01:08:05.515 --> 01:08:09.515
2 อัน แล้วให้ทายว่าอันไหน คือ การ์ดจอ ตัวไหน คือ

1023
01:08:09.516 --> 01:08:13.516
การ์ดเสียง เราจะดูตรงไหน

1024
01:08:13.517 --> 01:08:17.517
ดู Port โอ.เค. นะคะ อันนี้

1025
01:08:17.518 --> 01:08:21.518
การ์ดจอ มันก็จะมี Port

1026
01:08:21.519 --> 01:08:25.519
แบบ parali

1027
01:08:25.520 --> 01:08:29.520
แต่ถ้าเกิดเป็นการ์ดเสียง มันจะ

1028
01:08:29.522 --> 01:08:33.522
เป็น Port แบบนี้นะคะ

1029
01:08:33.524 --> 01:08:37.524
ให้สังเกตนะ อันนี้คือการ์ดเสียง อันนี้คือ การ์ด

1030
01:08:37.526 --> 01:08:41.526
จอนะคะ ก็คือซับพอร์ท

1031
01:08:41.526 --> 01:08:45.526
สนับสนุนเสียงที่เราจะได้ยินน่ะ

1032
01:08:45.527 --> 01:08:49.527
นะคะ คุณภาพเสียงก็จะไม่ดีหน่อย คุณภาพจะไม่ดี

1033
01:08:49.528 --> 01:08:53.528
แต่ถ้าเกิดเป็นแบบ Sound Card

1034
01:08:53.529 --> 01:08:57.529
ดูหนังฟังเพลงน่ะ เสียงแบบดี ๆ น่ะ

1035
01:08:57.530 --> 01:09:01.530
การ์ดแยกออกมานะคะ ราคาก็จะแพงกว่า

1036
01:09:01.532 --> 01:09:05.532
กว่ากันอยู่ Output Unit ตัวต่อไป ก็จะเป็น Printer

1037
01:09:05.533 --> 01:09:09.533
นะคะ จะมี 2 ชนิดใหญ่ ๆ เลยก็จะมี

1038
01:09:09.534 --> 01:09:13.534
แบบหัวเข็ม เราเรียกเครื่องพิมพ์ชนิดตอกเข็มลงบนกระดาษ

1039
01:09:13.535 --> 01:09:17.535
ลงไปที่กระดาษนะคะ ผ่านกระดาษคาร์บน

1040
01:09:17.536 --> 01:09:21.536
ลงไปที่กระดาษที่เราต้องการนะคะ

1041
01:09:21.538 --> 01:09:25.538
แบบนี้เคยเห็นไหมคะ อันนี้เราเรียกว่า

1042
01:09:25.540 --> 01:09:29.540
เครื่องพิมพ์ชนิดตอกหัวเข็มลงไป

1043
01:09:29.541 --> 01:09:33.541
ผ่านกระดาษคาร์บอนลงไปที่กระดาษ

1044
01:09:33.542 --> 01:09:37.542
ที่เราจะเอา ที่เราจะใช้นะคะ รู้จักกระดาษคาร์บอนไหม

1045
01:09:37.543 --> 01:09:41.543
กระดาษคาร์บอนเป็นอย่างไรคะ เคยได้ยินไหม

1046
01:09:41.544 --> 01:09:45.544
เคยได้ยินไหม

1047
01:09:45.545 --> 01:09:49.545
กระดาษคาร์บอนมันจะเหมือนกับ

1048
01:09:49.546 --> 01:09:53.546
เคยเห็นใบเสร็จที่เขาแบบ... มันจะมีแผ่นข้างหน้านะ แล้วก็

1049
01:09:53.547 --> 01:09:57.547
แผ่นกลางที่เป็นสีดำ

1050
01:09:57.548 --> 01:10:01.548
คือ แผ่นสีดำที่เป็นตรงกลางน่ะ (นักศึกษา)  กระดาษ copy

1051
01:10:01.549 --> 01:10:05.549
(อาจารย์) ถูก เราเรียกกระดาษ copy หรือ

1052
01:10:05.550 --> 01:10:09.550
ถ้าใช้กับเครื่องแบบนี้เราเรียก "กระดาษคาร์บอน"

1053
01:10:09.551 --> 01:10:13.551
ใช้พิมพ์ ใช้กับเครื่องพรินท์ที่เป็น

1054
01:10:13.552 --> 01:10:17.552
หัวเข็มนะคะ

1055
01:10:17.553 --> 01:10:21.553
ยังมีใช้อยู่นะคะ ส่วนมากมันจะเป็นเครื่อง

1056
01:10:21.553 --> 01:10:25.553
พวกเครื่องพริ้นพวกนี้นะคะ เราจะเรียกเครื่องพริ้นแบบ

1057
01:10:25.555 --> 01:10:29.555
dot ก็คือหัวเข็มที่ตอกลงไป

1058
01:10:29.556 --> 01:10:33.556
แล้วก็เครื่องพิมพ์ชนิดที่ใช้กระบวนการทางเคมีใน

1059
01:10:33.557 --> 01:10:37.557
ทำงานะนคะ เราเรียกว่า

1060
01:10:37.559 --> 01:10:41.559
แบบชนิดไม่ตอกหัวเข็ม แต่ใช้วิธีการพ้นหมึก

1061
01:10:41.560 --> 01:10:45.560
ผ่านความร้อนก็จะได้ตัวหนังสืออกมา

1062
01:10:45.561 --> 01:10:49.561
ไม่ว่าจะเป็น laser print

1063
01:10:49.563 --> 01:10:53.563

1064
01:10:53.564 --> 01:10:57.564
รู้จักเครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์ไหมคะ

1065
01:10:57.565 --> 01:11:01.565
เลเซอร์ Printer รู้จักไหม Ink

1066
01:11:01.566 --> 01:11:05.566
inject printer รู้จักไหม

1067
01:11:05.567 --> 01:11:09.567
หมึกแบบไหน

1068
01:11:09.568 --> 01:11:13.568
เลเซอร์นี่ไม่ได้ใช้หมึกหรือ

1069
01:11:13.571 --> 01:11:17.571
เป็นแบบไหน

1070
01:11:17.572 --> 01:11:21.572
หมึกของ Laser เป็นอย่างไรคะ

1071
01:11:21.573 --> 01:11:25.573
เป็นผงโทนเนอร์

1072
01:11:25.574 --> 01:11:29.574
หมึก Inkjet ล่ะค่ะ เป็นน้ำ เป็นสี

1073
01:11:29.575 --> 01:11:33.575
มีกี่สี อะไรบ้าง

1074
01:11:33.576 --> 01:11:37.576
อะไรบ้าง สีดำ, เหลือง

1075
01:11:37.577 --> 01:11:41.577
หมดแล้วหรือ

1076
01:11:41.578 --> 01:11:45.578
แม่สีมีสีอะไรบ้าง (นักศึกษา) น้ำเงิน (อาจารย์)

1077
01:11:45.579 --> 01:11:49.579
น้ำเงิน แดง เหลือง

1078
01:11:49.580 --> 01:11:53.580
(นักศึกษา)  เหลือง (อาจารย์)  เหลือง ดำนี่เป็นแม่สีไหม

1079
01:11:53.582 --> 01:11:57.582
No

1080
01:11:57.583 --> 01:12:01.583
มันเป็นโหมดหนึ่งไงสีดำ แต่ไม่ใช่แม่สี

1081
01:12:01.584 --> 01:12:05.584
ครูถามแม่สีไง

1082
01:12:05.584 --> 01:12:09.584
จักรพันธุ์เริ่มเรียนเยอะแล้วเริ่มงง

1083
01:12:09.586 --> 01:12:13.586
ไม่ตั้งใจฟังเลย

1084
01:12:13.587 --> 01:12:17.587
เลเซอร์ก็จะมี

1085
01:12:17.589 --> 01:12:21.589
4 สีเหมือนกัน จะมีสีดำแยกออกมา

1086
01:12:21.590 --> 01:12:25.590
นะคะ แล้วก็เป็น laser สี

1087
01:12:25.591 --> 01:12:29.591
ที่เป็นแบบหมึกผงน่ะ หมึกโทนเนอร์

1088
01:12:29.592 --> 01:12:33.592
มันจะเป็นเม็ดผง ๆ ละเอียดเลยค่ะ แต่โดนมือนี่

1089
01:12:33.594 --> 01:12:37.594
เปื้อนเลยค่ะ นะคะ เปื้อนเลยค่ะ

1090
01:12:37.595 --> 01:12:41.595
เป็นฝุ่น ๆ แต่เปื้อนเลยค่ะ อันนี้เป็น

1091
01:12:41.595 --> 01:12:45.595
หมึกเรเซอร์ ถ้า Ink jet

1092
01:12:45.597 --> 01:12:49.597
แบบไหนพริ้นดี

1093
01:12:49.598 --> 01:12:53.598
จริงหรือเปล่า

1094
01:12:53.599 --> 01:12:57.599
แต่ร้านถ่ายรูปนี่

1095
01:12:57.600 --> 01:13:01.600
เขาไม่ค่อยใช้ raser นะ

1096
01:13:01.601 --> 01:13:05.601
เขาจะใช้ inkjet

1097
01:13:05.603 --> 01:13:09.603
นะคะ คือด้วยความที่

1098
01:13:09.606 --> 01:13:13.606
มันจะแพงนะะค เพราะว่าเขาขาย

1099
01:13:13.607 --> 01:13:17.607
เป็นกล่องนะ เขาเรียกโทนเนอร์น่ะ

1100
01:13:17.608 --> 01:13:21.608
เราเรียก 1 โทนเนอร์ ฉะนั้น มันก็ขายเหมือนกัน inkjet

1101
01:13:21.610 --> 01:13:25.610
คือ Inkject 1 สี

1102
01:13:25.611 --> 01:13:29.611
เราจะเห็นกระปุกเล็ก ๆ

1103
01:13:29.612 --> 01:13:33.612
นะคะ 1 หลอดน่ะ ก็คือ 1 สี

1104
01:13:33.613 --> 01:13:37.613
เหมือนกันนะคะ ฉะนั้น เมื่อซื้อ

1105
01:13:37.613 --> 01:13:41.613
ถ้าจักรพันธ์ไปซื้อเลเซอร์พรินต์เตอร์

1106
01:13:41.614 --> 01:13:45.614
แบบดำอย่างเดียว เราก็ได้ใช้แค่

1107
01:13:45.615 --> 01:13:49.615
สีดำนะคะ แต่ถ้าเกิดเราซื้อ Printer ที่มัน

1108
01:13:49.616 --> 01:13:53.616
พริ้นสีได้ด้วย เราต้องใส่หมึกเข้าไปกี่หลอด

1109
01:13:53.617 --> 01:13:57.617
4 หลอดนะคะ ก็คือแม่สี 3 สีนั้น

1110
01:13:57.619 --> 01:14:01.619
แล้วก็สีดำ แล้วถ้าสีใดสีหนึ่งมันหมด

1111
01:14:01.623 --> 01:14:05.623
ยังพรินต์ได้ไหม

1112
01:14:05.624 --> 01:14:09.624
ได้ แต่มันก็จะไม่มีสีนั้น

1113
01:14:09.625 --> 01:14:13.625
คือสีอื่นในโลกนี้ มันเกิดจากการผสมสี

1114
01:14:13.626 --> 01:14:17.626
ของแม่สี 3 สีนี่ละ แต่ถ้าสีแดงหมด

1115
01:14:17.628 --> 01:14:21.628
อย่างนี้ค่ะ เราพรินมันอาจจะไม่มีสีแดง

1116
01:14:21.630 --> 01:14:25.630
สีอันนี้เลยนะคะ คือ สีที่เกิดจากสีแดงน่ะไม่มี

1117
01:14:25.632 --> 01:14:29.632
มันก็จะออกไปทางน้ำเงิน ทางเหลือง

1118
01:14:29.633 --> 01:14:33.633
ปริ้นท์ได้อยู่ ทีนี้รู้จัก

1119
01:14:33.635 --> 01:14:37.635
เครื่อง Print ที่เป็นแบบนี้ไหม

1120
01:14:37.636 --> 01:14:41.636
เรียก "Plotter" ไหม ไม่ได้แฮรี่ พาร์ตเตอร์ นะ

1121
01:14:41.637 --> 01:14:45.637
เอาไว้ Print ไวนิล

1122
01:14:45.638 --> 01:14:49.638
plotter เป็นการ

1123
01:14:49.639 --> 01:14:53.639
พวกภาพกราฟิก

1124
01:14:53.641 --> 01:14:57.641
หรือข้อความที่แบบใหญ่ ๆ นะคะ พริ้นบนผืนผ้าใบ

1125
01:14:57.651 --> 01:15:01.651
นะคะ ผืนผ้า เราเรียก Porter

1126
01:15:01.652 --> 01:15:05.652
อีกหน่วยหนึ่ง หน่วนสุดท้าย คือ

1127
01:15:05.653 --> 01:15:09.653
พูดถึงเกี่ยวกับหน่วยเก็บข้อมูลสำรอง

1128
01:15:09.654 --> 01:15:13.654
หน่วยเก็บข้อมูลสำรองมีหลายประเภทด้วยกัน

1129
01:15:13.656 --> 01:15:17.656
เช่น สมัยก่อนนะคะ สมัยที่ใช้คอมพิวเตอร์

1130
01:15:17.658 --> 01:15:21.658
ยุคที่ 1 ที่ 2 นี่เราจะใช้ที่เก็บข้อมูลแบบ ma

1131
01:15:21.658 --> 01:15:25.658
Tape

1132
01:15:25.660 --> 01:15:29.660
อันนี้มีในข้อสอบด้วยนะคะ

1133
01:15:29.661 --> 01:15:33.661
แมคนาติกเทปก็จะเป็นหน้าตาประมาณนี้ค่ะ

1134
01:15:33.663 --> 01:15:37.663
เป็นเหมือนกับ เคยเห็น

1135
01:15:37.664 --> 01:15:41.664
ม้วนหนังกางแปลงไหมคะ

1136
01:15:41.665 --> 01:15:45.665
ตอนนี้ก็มีอยู่หรือ หนังกลางแปลง

1137
01:15:45.666 --> 01:15:49.666
ม้วนหนังน่ะ เทปแม่เหล็ก

1138
01:15:49.667 --> 01:15:53.667
คือ เทปแม่เหล็ก เวลาเอามาถ่าย

1139
01:15:53.669 --> 01:15:57.669
มันจะเป็นม้วนใหญ่ ๆ นะ

1140
01:15:57.670 --> 01:16:01.670
เหมือนฟิล์มถ่ายรูปน่ะ อันนี้คือเทปแม่เหล็ก

1141
01:16:01.671 --> 01:16:05.671
คือคอมพิวเตอร์ยุคแรก ๆ น่ะค่ะ

1142
01:16:05.672 --> 01:16:09.672
น่ะ คอมพิวเตอร์เครื่องใหญ่ ๆ น่ะ เต็มห้อง

1143
01:16:09.673 --> 01:16:13.673
ใหญ่สุด ประสิทธิภาพสูงสุด

1144
01:16:13.674 --> 01:16:17.674
เรียกว่า...

1145
01:16:17.675 --> 01:16:21.675
เรียกว่า ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ค่ะ

1146
01:16:21.677 --> 01:16:25.677
magnetic tape

1147
01:16:25.679 --> 01:16:29.679
ต่อไป ก็จะมาเป็น

1148
01:16:29.681 --> 01:16:33.681
Magnetic Disk นะคะ จานแม่เหล็ก

1149
01:16:33.683 --> 01:16:37.683
จานแม่เหล็กเป็นอย่างไร ให้นึกถึงง่าย ๆ

1150
01:16:37.684 --> 01:16:41.684
ว่า... มีนะคะ

1151
01:16:41.686 --> 01:16:45.686
Hardisk เป็นลักษณะ Magnetic Disk

1152
01:16:45.686 --> 01:16:49.686
เหมือนกันนะคะ การเข้าถึงข้อมูลเข้าถึงได้แบบ Direct access

1153
01:16:49.687 --> 01:16:53.687
ก็คือเข้าถึงได้โดยตรง

1154
01:16:53.688 --> 01:16:57.688
เขาบอกเก็บได้มากกว่า เทปแม่เหล็ก

1155
01:16:57.690 --> 01:17:01.690
แบบเดิมน่ะนะคะ ขนาดเล็กกว่าแต่เก็บข้อมูลได้มากกว่า

1156
01:17:01.692 --> 01:17:05.692
นะคะ การทำงานเร็วกว่านะคะ

1157
01:17:05.693 --> 01:17:09.693
อันนี้คือ จานแม่เหล็กก็คือ ฮาร์ดดิส

1158
01:17:09.694 --> 01:17:13.694
ดูหน้าตา Hard Disk

1159
01:17:13.696 --> 01:17:17.696
จะเป็นแบบนี้นะคะ มีพลาสเตอร์เรียงอยู่

1160
01:17:17.697 --> 01:17:21.697
แต่ละแผ่นที่เก็บข้อมูลน่ะค่ะ เราจะเรียก Sector

1161
01:17:21.699 --> 01:17:25.699
แบบเป็น Sixment เข้าไปอีก

1162
01:17:25.699 --> 01:17:29.699
เป็นขนาดย่อยลงไป นี่

1163
01:17:29.701 --> 01:17:33.701
คือ hardisk แล้วก็จะมีสื่อเก็บข้อมู

1164
01:17:33.705 --> 01:17:37.705
ที่เป็นแบบ optical Disk

1165
01:17:37.706 --> 01:17:41.706
สื่อประเภทที่ใช้แบบ แสงเลเซอร์

1166
01:17:41.707 --> 01:17:45.707
ในการอ่านเขียนน่ะ ตอนนี้ราคา

1167
01:17:45.709 --> 01:17:49.709
ไม่แพงแล้ว ที่เรารู้จักน่าจะเป็นพวก CD

1168
01:17:49.710 --> 01:17:53.710
DVD อะไรพวกนี้นะคะ เราเรียกว่า Optical Disk

1169
01:17:53.711 --> 01:17:57.711
Optical Disk นะคะ

1170
01:17:57.712 --> 01:18:01.712
ต่อไปในตอนนี้เราใช้เป็นแบบแฟรก

1171
01:18:01.713 --> 01:18:05.713
มากกว่านะ เก็บข้อมูลแบบ Flash Flash ก็จะมีหลายต

1172
01:18:05.715 --> 01:18:09.715
คือ พัฒนามาจากตัวหน่วย

1173
01:18:09.718 --> 01:18:13.718
ออกตัวหน่วยความจำ

1174
01:18:13.720 --> 01:18:17.720
การ์ด fac นะ

1175
01:18:17.722 --> 01:18:21.722
Memory stick หรือการ์ด

1176
01:18:21.724 --> 01:18:25.724
Smart Media ที่เก็บข้อมูลมัลติมีเดียอะไรอย่างนี้

1177
01:18:25.727 --> 01:18:29.727
รู้สึกหน่วยเก็บข้อมูลแบบแฟลต

1178
01:18:29.728 --> 01:18:33.728
memory stick

1179
01:18:33.729 --> 01:18:37.729
แบบนี้นะคะ พวก Flash drive หรือเป็นแบบการ์ด

1180
01:18:37.731 --> 01:18:41.731
พวกนี้นะคะ หรือเป็นแบบการ์ดนะคะ

1181
01:18:41.732 --> 01:18:45.732
เราจะเห็นที่ไหน

1182
01:18:45.733 --> 01:18:49.733
smart phone มีไหมหน่วยเก็บข้อมูล

1183
01:18:49.735 --> 01:18:53.735
นะคะ เป็นแบบการ์ดนะ ที่แยกออกมาจาก

1184
01:18:53.736 --> 01:18:57.736
ซิมน่ะ นะคะ

1185
01:18:57.737 --> 01:19:01.737
รุ่นหลัง ๆ จะไม่มีแล้ว

1186
01:19:01.738 --> 01:19:05.738
ใช่นะคะ

1187
01:19:05.739 --> 01:19:09.739
คือ ยิ่งมันมีอุปกรณ์ให้ใช้เยะ

1188
01:19:09.740 --> 01:19:13.740
ก็จะทำให้ตัวอุปกรณ์นั้นน่ะ ตัวเครื่อง ตัวสมาร์ทโฟน

1189
01:19:13.742 --> 01:19:17.742
มันมีขนาดใหญ่ มันหนัก เขาก็ทำให้

1190
01:19:17.743 --> 01:19:21.743
เล็กลงบางลงเบา ใช้งานได้ง่าย

1191
01:19:21.743 --> 01:19:25.743
นะคะ เขาก็พยายามเอาหน่วยเก็บข้อมูล

1192
01:19:25.744 --> 01:19:29.744
อะไรพวกนี้ออกไปนะคะ เป็นแบบฝังมากับตัวเครื่องเลยน่ะค่ะ

1193
01:19:29.744 --> 01:19:33.744
นอกจากนี้ ก็ยังมีอุปกรณ์อื่น ๆ อีก

1194
01:19:33.744 --> 01:19:37.744
นะคะ ที่จะทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้แบบ 4

1195
01:19:37.745 --> 01:19:41.745
หน่วยที่กล่าวไปนะคะ หน่วย Input หน่วย

1196
01:19:41.747 --> 01:19:45.747
หน่วยประมวลผล หน่วย Output หน่วยเก็บข้อมูลสำรองนะคะ

1197
01:19:45.748 --> 01:19:49.748
อย่างเช่น แผงวงจรหลัก

1198
01:19:49.749 --> 01:19:53.749
หลัก หรือ Main Board

1199
01:19:53.750 --> 01:19:57.750
ส่วนที่ทำหน้าที่อุปกรณ์ต่าง ๆ

1200
01:19:57.751 --> 01:20:01.751
USB  FireWire Infarlate

1201
01:20:01.752 --> 01:20:05.752
อุปกรณ์ที่ใช้ในการสื่อสาร หรือ โมเดม

1202
01:20:05.753 --> 01:20:09.753
สำรองข้อมูลนะคะ สำรองข้อ

1203
01:20:09.754 --> 01:20:13.754
ข้อมูลหรือสำรองไฟนะคะ เราเรียก UPS

1204
01:20:13.755 --> 01:20:17.755
เครื่องสำรองไฟ ทุกเครื่องมีเครื่องสำรองไฟเป็นของตัวเองไหมคะ

1205
01:20:17.757 --> 01:20:21.757
ไม่มีหรอ อ่าวหรอ

1206
01:20:21.758 --> 01:20:25.758
กำลังจะบอกว่าก้มลงใต้โต๊ะแล้วดูเครื่องสำรองไฟ

1207
01:20:25.759 --> 01:20:29.759
ไม่มี มี ๆ เครื่องครูนี่มี

1208
01:20:29.761 --> 01:20:33.761
จะมีเครื่องข้างหน้านะคะ

1209
01:20:33.762 --> 01:20:37.762
ก็จะมีเครื่องสำรองไฟอยู่

1210
01:20:37.763 --> 01:20:41.763
อันนี้ คือ Main Board

1211
01:20:41.764 --> 01:20:45.764
นะคะที่เป็นหน่วยรับข้อมูล

1212
01:20:45.765 --> 01:20:49.765
หน่วยประมวลผล หน่วยแสดงผล และหน่วยเก็บข้อมูลสำรองแล้ว

1213
01:20:49.766 --> 01:20:53.766
ก็ยังมี Mainborad

1214
01:20:53.766 --> 01:20:57.766
หน้าตาประมาณนี้ละ ที่ครูถามจักรพันธุ์

1215
01:20:57.768 --> 01:21:01.768
ไปว่า Slot แบบไหนน่ะค่ะ Slot มันจะมี

1216
01:21:01.769 --> 01:21:05.769
Slot มันจะมี 1 แบบ 2 แบบ

1217
01:21:05.770 --> 01:21:09.770
3 แบบ อันนี้เฉพาะ

1218
01:21:09.770 --> 01:21:13.770
เฉพาะอุปกรณ์ที่อยู่บน Main Board

1219
01:21:13.771 --> 01:21:17.771
อันนี้เราเรียกว่า

1220
01:21:17.772 --> 01:21:21.772
แผงวงจรหลักนะคะ ที่ทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้

1221
01:21:21.773 --> 01:21:25.773
แล้วก็จะมี USB ถึงเวอร์ชันไหนแล้วคะ

1222
01:21:25.774 --> 01:21:29.774
3

1223
01:21:29.775 --> 01:21:33.775
USB ถึงเวอร์ชันไหน

1224
01:21:33.776 --> 01:21:37.776
3 ต่างจาก 2 อย่างไร

1225
01:21:37.778 --> 01:21:41.778
ความเร็วนะคะ ในการถ่ายโอนข้อมูล

1226
01:21:41.780 --> 01:21:45.780
นะคะ 3 จะเร็ว แต่ไม่ใช่ทุกเครื่องจะมีพอต 3

1227
01:21:45.781 --> 01:21:49.781
นะคะ ต่อไปนะคะ

1228
01:21:49.783 --> 01:21:53.783
อันนี้ คือ Port USB นะคะ ใช้มาตรฐาน USB

1229
01:21:53.784 --> 01:21:57.784
File While

1230
01:21:57.785 --> 01:22:01.785
เคยได้ยินพอร์ตนี้ไหมคะ

1231
01:22:01.786 --> 01:22:05.786
นักศึกษาจะรู้จัก

1232
01:22:05.787 --> 01:22:09.787
แต่ในที่นี้เราดูตัวเขียน FireWire ใช้ทำอะไรเอ่ย

1233
01:22:09.788 --> 01:22:13.788
เป็น Port แบบไหน

1234
01:22:13.795 --> 01:22:17.795
เคยเห็น พอร์ตเป็น FireWire ไหมคะ

1235
01:22:17.796 --> 01:22:21.796
เร็วกว่า USB ต้องเคยใช้งาน

1236
01:22:21.797 --> 01:22:25.797
แบบไหน

1237
01:22:25.799 --> 01:22:29.799
หัวเล็ก หัวเล็กแบบนี้ค่ะ

1238
01:22:29.800 --> 01:22:33.800
แบบนี้

1239
01:22:33.800 --> 01:22:37.800
จะอยู่ที่อุปกรณ์ ไหน

1240
01:22:37.801 --> 01:22:41.801
กล้อง

1241
01:22:41.802 --> 01:22:45.802
ไม่สังเกต กล้องไม่ได้ถ่ายโอนข้อมูล

1242
01:22:45.803 --> 01:22:49.803
ผ่าน USB นะคะ

1243
01:22:49.805 --> 01:22:53.805
อุปกรณ์ที่ต้องถ่ายโอนข้อมูลที่เป็นก้อนขนาดใหญ่น่ะ

1244
01:22:53.807 --> 01:22:57.807
นะคะ จะใช้แบบ...

1245
01:22:57.810 --> 01:23:01.810
เราสังเกตหัวมาตรฐานแบบ File Wihle

1246
01:23:01.811 --> 01:23:05.811
ข้อมูลใหญ่ ๆ ได้เร็วกว่า USB นะคะ

1247
01:23:05.813 --> 01:23:09.813
ต่อไป Infared Infared

1248
01:23:09.814 --> 01:23:13.814
ส่งข้อมูลได้ระยะสั้น ๆ นะคะ ไม่มีสิ่งกีดขวาง

1249
01:23:13.816 --> 01:23:17.816
เช่น เครื่องพรินท์แบบอินฟาเรต เราก็ตั้ง

1250
01:23:17.816 --> 01:23:21.816
ตั้งตัวคอมพิวเตอร์นะคะ แล้วก็ตัวเครื่องพริ้น

1251
01:23:21.818 --> 01:23:25.818
ให้อยู่ใกล้ ๆ กันแล้วก็หันตัวที่เป็น Infrared

1252
01:23:25.819 --> 01:23:29.819
ให้มันตรงกันนะคะ เราก็สามารถสั่งพริ้นได้โดยไม่ใช้สายนะคะ

1253
01:23:29.821 --> 01:23:33.821
โอ.เค. โมเดม

1254
01:23:33.823 --> 01:23:37.823
ข้อสอบบอกไปกี่ข้อแล้ว ข้อสอบบอกว่า

1255
01:23:37.824 --> 01:23:41.824
Modem ใช้ทำอะไร หน้าที่ของโมเด็ม

1256
01:23:41.825 --> 01:23:45.825
เครื่องทุกเครื่องจำเป็นต้องมี Modem ไหมคะ

1257
01:23:45.826 --> 01:23:49.826
จำเป็นไหม

1258
01:23:49.827 --> 01:23:53.827
ถ้าไม่มี Modem คอมพิวเตอร์ใช้งานได้ไหม

1259
01:23:53.828 --> 01:23:57.828
(นักศึกษา) ได้ แต่ใช้... (อาจารย์)

1260
01:23:57.829 --> 01:24:01.829

1261
01:24:01.830 --> 01:24:05.830
ถามว่า

1262
01:24:05.831 --> 01:24:09.831
คำถามที่ 1 คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจำเป็นต้องมี Modem ไหม

1263
01:24:09.831 --> 01:24:13.831
ไม่จำเป็น คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจำเป็น

1264
01:24:13.831 --> 01:24:17.831
มี Mainborad ไหม จำเป็น เครื่องคอมพิวเตอร์ต้องมี RAM ไหม

1265
01:24:17.833 --> 01:24:21.833
จำเป็นนะคะ เปลว่า โมเดม

1266
01:24:21.834 --> 01:24:25.834
แต่ถ้าไม่มีมันจะเป็นอย่างไรคะ

1267
01:24:25.835 --> 01:24:29.835
(นักศึกษา) เชื่อต่อเครือข่าย

1268
01:24:29.837 --> 01:24:33.837
เชื่อมต่อเครือข่ายไม่ได้ อย่างนั้นถามต่อไป Modem ใช้ทำอะไร

1269
01:24:33.838 --> 01:24:37.838
รับหรือส่ง เชื่อง่ายจังเลย

1270
01:24:37.839 --> 01:24:41.839
(นักศึกษา) ส่งครับ (อาจารย์)  เชื่อง่ายจังเลย

1271
01:24:41.839 --> 01:24:45.839
ให้คิดก่อนสิ โมเด็ม

1272
01:24:45.840 --> 01:24:49.840
Modem นะคะ มาจาก 2 คำ Modem นี่เป็นตัวย่อนะคะ

1273
01:24:49.841 --> 01:24:53.841
Mo ตัวแรก คือมาจาก Modulate

1274
01:24:53.844 --> 01:24:57.844
DEM มาจาก D

1275
01:24:57.845 --> 01:25:01.845
โมเด็มน่ะเป็นตัวย่อ Modem หรือ Modulate

1276
01:25:01.846 --> 01:25:05.846
หมายถึง

1277
01:25:05.848 --> 01:25:09.848
Modeam ใช้ ใช้ทำอะไร

1278
01:25:09.849 --> 01:25:13.849
ทำงานอย่างไร

1279
01:25:13.850 --> 01:25:17.850
หน้าที่ของ Modem คือ แปลงสัญญาณ

1280
01:25:17.852 --> 01:25:21.852
จาก... แปลงอย่างไรคะ

1281
01:25:21.854 --> 01:25:25.854
อย่างเดียว

1282
01:25:25.855 --> 01:25:29.855

1283
01:25:29.856 --> 01:25:33.856
ตอบแบบนี้ในข้อสอบจะถูกไหนะ

1284
01:25:33.857 --> 01:25:37.857
จะถูกไหมนะ

1285
01:25:37.859 --> 01:25:41.859

1286
01:25:41.861 --> 01:25:45.861
ใ

1287
01:25:45.863 --> 01:25:49.863
ใน Choice จะยาวแบบนี้ไหมนะ

1288
01:25:49.869 --> 01:25:53.869
เขาคงไม่ถามว่า Modem

1289
01:25:53.870 --> 01:25:57.870
ก็คงถามว่า โมเดม ใช้ทำอะไร

1290
01:25:57.871 --> 01:26:01.871
นะคะ แปลงจากอะไรเป็นอะไร

1291
01:26:01.873 --> 01:26:05.873
อย่างเดียว แปลงไปแล้วกลับด้วยสิ สัญญาณ

1292
01:26:05.875 --> 01:26:09.875
แปลงไปและกลับด้วยสิ สัญญาณคอมพิวเตอร์ทำงาน

1293
01:26:09.876 --> 01:26:13.876
โดยใช้สัญญาณอะไรคะ เครื่องคอมพิวเตอร์ใช้

1294
01:26:13.877 --> 01:26:17.877
สัญญานอะไร (นักศึกษา)  สัญญาณไฟฟ้า (อาจารย์)

1295
01:26:17.878 --> 01:26:21.878
ทำงานด้วยระบบสัญญาณดิจิทัล

1296
01:26:21.881 --> 01:26:25.881
แต่เวลาจะส่งข้อมูลผ่านสายไปต้องแปลงก่อน

1297
01:26:25.882 --> 01:26:29.882
ครูถึงว่า

1298
01:26:29.884 --> 01:26:33.884
เครื่องข่ายอะไร ใช้คนเดียวในบ้านไม่จำเป็นต้องมีก็ได้

1299
01:26:33.886 --> 01:26:37.886
จะเอา Modem หรือจะเอา Flashdrive

1300
01:26:37.887 --> 01:26:41.887
แต่ถ้าเกิดเราเอามาแล้วเราจะเอามาต่อเน็ตน่ะ

1301
01:26:41.888 --> 01:26:45.888
ซึ่งโมเดมมีหลายประเภทอีก

1302
01:26:45.889 --> 01:26:49.889
หน้าที่ของ Modeท นะคะ ก็คือส่งสัญญาณ

1303
01:26:49.890 --> 01:26:53.890
เพราะเวลาวิ่งไปตามสาย สัญญาณดิจิทัลวิ่งไปตามสาส

1304
01:26:53.892 --> 01:26:57.892
มันต้องแปลงไปเป็น Analog ก่อน ไปเป็นสัญญาณ Wave

1305
01:26:57.893 --> 01:27:01.893
เว็บ คลื่นก่อนน่ะ พอ

1306
01:27:01.894 --> 01:27:05.894
มันถึงจะแปลงสัญญาณที่เป็น

1307
01:27:05.896 --> 01:27:09.896
กลับไปเป็นดิจิทัลเหมือนเดิม ดิจิทัลก็เป็น

1308
01:27:09.897 --> 01:27:13.897
สูง-ต่ำ นะ 0-1 นะ ก็คือสัญญาณดิจิทัล จำได้ไหมคะ

1309
01:27:13.898 --> 01:27:17.898
ถ้าเปิดระบบ ก็แทนด้วย 1

1310
01:27:17.900 --> 01:27:21.900
สูง มันมีสูงสุดกับต่ำสุกน่ะสัญญาณ

1311
01:27:21.901 --> 01:27:25.901
โอ.เค.

1312
01:27:25.902 --> 01:27:29.902
Modem ก็จะมีหลายประเภทนะคะ มี Internal MODEM

1313
01:27:29.904 --> 01:27:33.904
การ์ด โมเดมเสียบที่ Slot

1314
01:27:33.905 --> 01:27:37.905
ไหน ใน Main Board

1315
01:27:37.906 --> 01:27:41.906
เอาแบบ Internal Modem ก่อน Modem

1316
01:27:41.907 --> 01:27:45.907
เสียบที่ Slot ไหน

1317
01:27:45.908 --> 01:27:49.908
ถูกหรือเปล่า โมเดมนะ

1318
01:27:49.909 --> 01:27:53.909
Modem นะ ถ้าไปเสียงตรงการ์ดจอ การ์ดจอจะไปเสียงตรงไหน

1319
01:27:53.911 --> 01:27:57.911

1320
01:27:57.913 --> 01:28:01.913
คิดดี ๆ

1321
01:28:01.914 --> 01:28:05.914
ถ้าเราเรียก Slot ของการ์ดจอ

1322
01:28:05.915 --> 01:28:09.915
เอาแบบ internal ก่อน

1323
01:28:09.916 --> 01:28:13.916
นี่นะ ดูหน้าตาโมเด็มไว้นะ โดยมันจะมี

1324
01:28:13.916 --> 01:28:17.916
การ์ดจอ การ์เสียง และก็การ์ด Modem

1325
01:28:17.917 --> 01:28:21.917
โดยรูปลักษณ์ของมัน

1326
01:28:21.918 --> 01:28:25.918
ต่านกันตรงไหน ตรง Slot

1327
01:28:25.919 --> 01:28:29.919
นะคะ ย้อนกลับมาเมนบอร์ดสิ

1328
01:28:29.920 --> 01:28:33.920
นี่ Modem เสียบตรงไหนคะ

1329
01:28:33.922 --> 01:28:37.922
1 2 3

1330
01:28:37.924 --> 01:28:41.924
(นักศึกษา) 3 (อาจารย์) 1 2

1331
01:28:41.925 --> 01:28:45.925
3 ใครว่า 1

1332
01:28:45.926 --> 01:28:49.926
ยกมือ Modem ต้องเสียบตรงนี้ล่ะ ดูจากขามันแล้ว

1333
01:28:49.927 --> 01:28:53.927
2

1334
01:28:53.928 --> 01:28:57.928
3

1335
01:28:57.929 --> 01:29:01.929

1336
01:29:01.931 --> 01:29:05.931
ย้อนกลับไปให้ดูหน้าตา Modem ก่อน

1337
01:29:05.932 --> 01:29:09.932
ถ้า Internal Modem มันจะหน้าตาแบบ

1338
01:29:09.933 --> 01:29:13.933
นี่เลย ดูขามัน ขามันอยู่ตรงไหน

1339
01:29:13.934 --> 01:29:17.934
ตรงนี้น่ะ คือส่วนที่จะเอาไปเสียบกับ

1340
01:29:17.935 --> 01:29:21.935
Mainborad ครูถามว่าถ้าขามันหน้าตาอย่างนี้

1341
01:29:21.936 --> 01:29:25.936
มันจะไปเสียบกับ Slot ไหน

1342
01:29:25.938 --> 01:29:29.938
นี่แบบไหน

1343
01:29:29.939 --> 01:29:33.939
1., 2., 3

1344
01:29:33.941 --> 01:29:37.941
2 2 นี่มีอันเดียวนะ 3

1345
01:29:37.942 --> 01:29:41.942
วิเคราะห์ตามความน่าจะเป็น อันนี้ทำไมมีหลายช่อง

1346
01:29:41.944 --> 01:29:45.944
ก็แปลว่าเสียบได้หลายอันใช่หรือเปล่า

1347
01:29:45.945 --> 01:29:49.945
เรานึกถึงหลักทางวิศวกรรมศาสตร์

1348
01:29:49.946 --> 01:29:53.946
ที่เขาออกแบบมา อะไรที่คอมพิวเตอร์สามารถ

1349
01:29:53.947 --> 01:29:57.947
ใส่ได้เยอะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

1350
01:29:57.948 --> 01:30:01.948
Up grade แต่ว่าพัฒนาทางโปรแกรม

1351
01:30:01.950 --> 01:30:05.950
ซอฟต์แวร์นี่เราเรียกกอัปเดตนะคะ

1352
01:30:05.951 --> 01:30:09.951
เรียนพื้นฐานไปแล้ว อย่างเช่น เราลงซอฟต์แวร์ตัวนี้

1353
01:30:09.952 --> 01:30:13.952
แล้วมันมีการอัปเวอร์ชัน เราเรียกว่าการอัปเดต

1354
01:30:13.953 --> 01:30:17.953
แต่ถ้าเป็นอุปกรณ์อยู่แล้วเอามาใส่ 1 2 3 4

1355
01:30:17.956 --> 01:30:21.956
ว่าอัปเกรดนะคะ

1356
01:30:21.957 --> 01:30:25.957
ครูถามว่า Modem เสียบที่นี่ไหม

1357
01:30:25.959 --> 01:30:29.959
1 เครื่องมี โมเดม เยอะไหม

1358
01:30:29.960 --> 01:30:33.960
เยอะไหมถามอย่างนี้

1359
01:30:33.961 --> 01:30:37.961
อย่าพูดภาษาต่างดาว

1360
01:30:37.963 --> 01:30:41.963
อันนี้เสียบเยอะเครื่องก็จะยิ่งเร็ว เลยให้มาเยอะ

1361
01:30:41.964 --> 01:30:45.964
อันนี้มีกี่ Slot 1 2 3 4 เลย

1362
01:30:45.966 --> 01:30:49.966
น้ำเงิน, ดำ, น้ำเงิน, ดำ ทำไมมี

1363
01:30:49.967 --> 01:30:53.967
มาอันเดียว แปลว่าคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งมีแค่อันเดียว

1364
01:30:53.970 --> 01:30:57.970
อย่างนี้หรือเปล่า อันนี้ อันนี้มีหลายอันดีหรือเปล่า

1365
01:30:57.972 --> 01:31:01.972
งั้นบอกมาสิ Slot ไหนเสียบ

1366
01:31:01.973 --> 01:31:05.973
อะไร 1, 2, 3 จักรพันธุ์บอกเสียบ

1367
01:31:05.974 --> 01:31:09.974
อันนี้เสียบโมเด็ม

1368
01:31:09.976 --> 01:31:13.976
ตอบมาค่ะ

1369
01:31:13.977 --> 01:31:17.977
ศราวุฒิตอบ PCI

1370
01:31:17.978 --> 01:31:21.978
iู้จัก PCI ไหม (นักศึกษา)  รูกจัก (อาจารย์)

1371
01:31:21.979 --> 01:31:25.979
ใครบอกอันนี้

1372
01:31:25.980 --> 01:31:29.980
ไอ้ที่ไม่ตอบนี่คืออะไร

1373
01:31:29.982 --> 01:31:33.982
ปกติแล้ว อันนี้เรา

1374
01:31:33.983 --> 01:31:37.983
เรียกว่า "VGA" Slot

1375
01:31:37.983 --> 01:31:41.983
เอาไว้ทำอะไร การ์ดจอมีหลายอันไหน

1376
01:31:41.985 --> 01:31:45.985
(นักศึกษา) อันเดียว (อาจารย์) ส่วนมากมันไม่ On Board

1377
01:31:45.986 --> 01:31:49.986
ก็การ์ด ฉะนั้นเราไม่จำเป็นต้องมีการ์ดจอ

1378
01:31:49.986 --> 01:31:53.986
แบบการ์ด 2 อันไหม

1379
01:31:53.987 --> 01:31:57.987
AGV อะไรไม่รู้ นึกว่า

1380
01:31:57.990 --> 01:32:01.990
ATV ครูก็คิดคืออะไรสักอย่างนะ

1381
01:32:01.991 --> 01:32:05.991
อันนี้มีอันเดียวค่ะ เอาไว้เสียบการ์ดจอ

1382
01:32:05.992 --> 01:32:09.992
มันถึงต่างกัน การ์ดจอนี่มันต้องใช้ Slot

1383
01:32:09.993 --> 01:32:13.993
พิเศษ เพราะถ้าเป็นแบบนี้มันส่งข้อมูลได้ช้า

1384
01:32:13.994 --> 01:32:17.994
อันนี้เสียบอะไรบ้าง

1385
01:32:17.996 --> 01:32:21.996
Sound Card Modem

1386
01:32:21.996 --> 01:32:25.996
การ์ดอื่นล่ะ Card lan

1387
01:32:25.998 --> 01:32:29.998
อันนี

1388
01:32:29.999 --> 01:32:33.999
ดูเริ่มฉลาดขึ้นเรื่อย ๆ อันนี้เสียบการ์ดจออย่างเดียวนะคะ

1389
01:32:33.999 --> 01:32:37.999
อันนี้เสียบอะไร Ram นะคะ

1390
01:32:38.000 --> 01:32:42.000
โอ.เค. ไหมคะ

1391
01:32:42.001 --> 01:32:46.001
ถ้าปลาตายนี่ มันช่วยให้เราฉลาดด้วยหรือเปล่า

1392
01:32:46.002 --> 01:32:50.002

1393
01:32:50.003 --> 01:32:54.003

1394
01:32:54.004 --> 01:32:58.004
ตอนนี้ MODEM มันไม่ได้มีแบบ

1395
01:32:58.005 --> 01:33:02.005
เป็นเครื่องแบบนี้ก็มีค่ะ External Modem

1396
01:33:02.006 --> 01:33:06.006
เป็นเครื่องมันเลย เราก็เปิด กดเปิด มันก็ขึ้นไฟล์

1397
01:33:06.007 --> 01:33:10.007
ว่า On อยู่ หรือ Off หรือเป็น

1398
01:33:10.008 --> 01:33:14.008
MODEM แบพกพาตอนนี้ไม่ค่อยใช้นะ

1399
01:33:14.012 --> 01:33:18.012
ใช้ Hospot มันสะดวก

1400
01:33:18.013 --> 01:33:22.013
มันไม่ต้องถือ Modem ก่อนหน้านี้มันจะเป็น Air Card

1401
01:33:22.014 --> 01:33:26.014
ก็คือ Modem ชนิดหนึ่ง คล้าย ๆ กับ

1402
01:33:26.015 --> 01:33:30.015
นะเล็ก ๆ ถือไป อันนั้นเรียก MODEM

1403
01:33:30.016 --> 01:33:34.016
รุ่นใหม่ ๆ มันจะมีมาในบอร์ดเลย

1404
01:33:34.017 --> 01:33:38.017
UPS ล่ะ UPS

1405
01:33:38.019 --> 01:33:42.019
กับ USB เหมือนกันไหม

1406
01:33:42.021 --> 01:33:46.021
เครื่องสำรองไฟ USB

1407
01:33:46.021 --> 01:33:50.021
คือ ตอบให้ถูกนะคะ ในข้อสอบ

1408
01:33:50.023 --> 01:33:54.023
USB คือ

1409
01:33:54.024 --> 01:33:58.024
อุปกรณ์สำรอง เป็นหน่วยความจำภายนอก

1410
01:33:58.025 --> 01:34:02.025
เป็นหน่วยความจำภายนอก เป็นหน่วยความจำสำรอง

1411
01:34:02.026 --> 01:34:06.026
นะคะ ถ้า UPS นี่

1412
01:34:06.027 --> 01:34:10.027
เครื่องสำรองไฟนะคะ นี่ เครื่อง UPS นะคะ

1413
01:34:10.028 --> 01:34:14.028
มีหลายขนาด หลายรุ่น หลายยี่ห้อง หลายสี

1414
01:34:14.029 --> 01:34:18.029
นะคะ อย่าจำผิด ข้อสอบถาม

1415
01:34:18.030 --> 01:34:22.030
UPS ใช้ทำอะไร จักรพันธ์ตอบ

1416
01:34:22.036 --> 01:34:26.036
ใช้สำรองข้อมูล จบข่าวเลย ข้อนั้น 0

1417
01:34:26.037 --> 01:34:30.037
นะคะ ฉะนั้นจำให้ดี อะไรคือ USB

1418
01:34:30.039 --> 01:34:34.039
อะไร คือ UPS อะไร คือ PCI อะไร

1419
01:34:34.039 --> 01:34:38.039
นี่นะคะ จบ

1420
01:34:38.068 --> 01:34:42.068
ทำแบบฝึกหัดค่ะ (นักศึกษา) เสร็จแล้วครับ (อาจารย์) ส่งเลย

1421
01:34:42.069 --> 01:34:46.069
เดี๋ยว่ตรวจให้เลย โจทย์ข้อไหนอ่านแล้วไม่เข้าใจ

1422
01:34:46.069 --> 01:34:50.069
โจทย์ข้อหนึ่งมีกี่คำถาม

1423
01:34:50.070 --> 01:34:54.070
(อาจารย์) คอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์มีกี

1424
01:34:54.073 --> 01:34:58.073
ข้อ 1 มีกี่คำถาม

1425
01:34:58.074 --> 01:35:02.074
ข้อ 1 มี 1 คำถาม ถามความหมาย อย่าตอบประเภทนะคะ

1426
01:35:02.075 --> 01:35:06.075
ข้อ 2 มีกี่คำถาม

1427
01:35:06.076 --> 01:35:10.076
ถามอะไรบ้าง (นักศึกษา)

1428
01:35:10.078 --> 01:35:14.078

1429
01:35:14.079 --> 01:35:18.079
องค์ประกอบของ CPU มีกี่ส่วน

1430
01:35:18.081 --> 01:35:22.081
ถูกไหมคะ ถ้าตอบมาว่า

1431
01:35:22.083 --> 01:35:26.083
2 ส่วน (นักศึกษา) มีอะไรบ้าง (อาจารย์)

1432
01:35:26.084 --> 01:35:30.084
ไม่มีอะไรบ้าง แปลว่าตอบไม่ครบ ตอบให้ครบนะคะ

1433
01:35:30.085 --> 01:35:34.085
ข้อ 3 มีกี่คำถาม 1 คำถาม

1434
01:35:34.087 --> 01:35:38.087
ความหมาย ถามความหมาย

1435
01:35:38.088 --> 01:35:42.088
นะคะ โอ.เค. ข้อ 4 หน่วยความจำหลักที่อ่านได้อย่างเดียว

1436
01:35:42.089 --> 01:35:46.089
แบบอ่านได้อย่างเดียวคืออะไร คืออะไรนี่ให้บอกความหมาย

1437
01:35:46.090 --> 01:35:50.090
หรือให้บอกว่า อันนี้คืออะไร

1438
01:35:50.092 --> 01:35:54.092
บอกชื่อหน่วยความจำ

1439
01:35:54.093 --> 01:35:58.093
ตัวนั้นหรือบอกมาว่า หรือให้บอกความหมาย

1440
01:35:58.093 --> 01:36:02.093
(นักศึกษา) บอกชื่อกับบอกความหมาย (อาจารย์) กันไว้

1441
01:36:02.095 --> 01:36:06.095
ไม่ชัวร์เว้ย ถ้าบอกความหมายไป

1442
01:36:06.097 --> 01:36:10.097
เราก็ เช่น หน่วยความจำหลัก แบบอ่าน

1443
01:36:10.099 --> 01:36:14.099
ได้อย่างเดียว

1444
01:36:14.101 --> 01:36:18.101
(นักศึกษา) แสดงผล (อาจารย์)

1445
01:36:18.102 --> 01:36:22.102
ตอบมาให้ถูกนะ มันบอกความหมายมาแล้ว

1446
01:36:22.103 --> 01:36:26.103
นะคะ แล้วมันถามว่ามันคืออะไร เรียกว่าอะไร

1447
01:36:26.103 --> 01:36:30.103
แล้วหน่วยความจำหลักแบบที่

1448
01:36:30.106 --> 01:36:34.106
แก้ไขได้น่ะ ไม่ใช่อ่านได้อย่างเดียวน่ะ

1449
01:36:34.107 --> 01:36:38.107
คืออะไร เรียกว่าอะไรล่ะ ตอบมาให้ถูกนะ

1450
01:36:38.108 --> 01:36:42.108
หน่วยรับข้อมูลคืออะไร

1451
01:36:42.109 --> 01:36:46.109
ยกตัวอย่างหน่วยรับข้อมูลมา 5 อย่าง

1452
01:36:46.110 --> 01:36:50.110
ยกตัวอย่างมา 4 ก็ผิดนะคะ

1453
01:36:50.115 --> 01:36:54.115
นึกออกไหม หน่วยรับข้อมูลคืออะไร

1454
01:36:54.115 --> 01:36:58.115
ก็คือหน่วยที่ทำหน้าทีเข้าไปในระบบ

1455
01:36:58.116 --> 01:37:02.116
นะคะ ยกตัวอย่างมา 5 อย่าง อะไรบ้างเป็นหน่วยรับข้อ

1456
01:37:02.116 --> 01:37:06.116
เราก็ตอบมา

1457
01:37:06.116 --> 01:37:10.116
เมาส์ คีย์บอร์ด สแกนเนอร์

1458
01:37:10.117 --> 01:37:14.117
จอภาพ จอภาพแบบไหน

1459
01:37:14.118 --> 01:37:18.118
ถ้าเราตอบว่าจอภาพแบบสัมผัสน่ะถูก

1460
01:37:18.118 --> 01:37:22.118
แต่ถ้าเกิดเราตอบจอภาพเฉย ๆ นี่ มันไม่ใช่อุปกรณ์รับข้อมูลนะคะ

1461
01:37:22.120 --> 01:37:26.120

1462
01:37:26.121 --> 01:37:30.121
แล้วข้อ 5 นะคะ ถามหน่วยแสดงผลข้อมูล

1463
01:37:30.122 --> 01:37:34.122
ข้อ 4 นี่ถามความหมายและยกตัวอย่างนะ

1464
01:37:34.123 --> 01:37:38.123
อ่านโจทย์ดี ๆ ข้อ 4 คือ... ไม่ใช่ข้อ 4

1465
01:37:38.124 --> 01:37:42.124
ข้อ 6 หน่วยรับข้อมูลคืออะไร

1466
01:37:42.126 --> 01:37:46.126
ค่ะ ให้ยกตัวอย่างหน่วยรับข้อมูลมา 5 อย่าง

1467
01:37:46.127 --> 01:37:50.127
ข้อ 7 ทีนี้ไม่ได้ถามความหมายค่ะ

1468
01:37:50.128 --> 01:37:54.128
ถามว่าหน่วยแสดงผลข้อมูลน่ะ

1469
01:37:54.130 --> 01:37:58.130
มี 2 ประเภทอะไรบ้าง

1470
01:37:58.131 --> 01:38:02.131
อธิบายมาค่ะ อะไรบ้าง เช่น

1471
01:38:02.138 --> 01:38:06.138
Soft copy ไหม soft copy

1472
01:38:06.139 --> 01:38:10.139
เป็นอย่างไร เราก็อธิบายมา

1473
01:38:10.141 --> 01:38:14.141
เช่น อย่างนี้ค่ะ คือยกตัวอย่าง

1474
01:38:14.143 --> 01:38:18.143
Herd copy

1475
01:38:18.144 --> 01:38:22.144
มัน 2 ประเภทไง ยกตัวอย่างมา

1476
01:38:22.145 --> 01:38:26.145
ยกตัวอย่าง Hard มานะคะ หน่วยเก็บข้อมูลสำรอง

1477
01:38:26.146 --> 01:38:30.146
ยกตัวอย่างมา 5 ตัวอย่าง

1478
01:38:30.147 --> 01:38:34.147
พร้อมอธิบายการทำงานของแต่ละอย่าง

1479
01:38:34.147 --> 01:38:38.147
8 ข้อส่งมาแล้วใช่ไหมคะ อย่างนั้นขอตรวจก่อนนะ

1480
01:38:38.149 --> 01:38:42.149
เห็นไหมครูบอกให้อ่านดี ๆ

1481
01:38:42.150 --> 01:38:46.150
เพราะตัวข้อสอบน

1482
01:38:46.151 --> 01:38:50.151
น่ะค่ะ มันไม่ได้โจทย์สั้น ๆ แบบนี้

1483
01:38:50.152 --> 01:38:54.152
จะมีคำหลอกล่อไปยาว ๆ ไป อ่านแล้วก็จับประ

1484
01:38:54.153 --> 01:38:58.153
อ่านแล้วก็จับประเด็นให้ได้ว่าเขาถามอะไร

1485
01:38:58.154 --> 01:39:02.154
แล้วเราจะต้องตอบอะไรนะคะ

1486
01:39:02.155 --> 01:39:06.155

1487
01:39:06.156 --> 01:39:10.156

1488
01:39:10.158 --> 01:39:14.158
โอ.เค. ช่วงทำแบบฝึกหัด

1489
01:39:14.161 --> 01:39:18.161
มีคำถามไหมคะ ถามเลย

1490
01:39:18.163 --> 01:39:22.163

1491
01:39:22.164 --> 01:39:26.164
ไม่ถาม อย่างนั้นก็ทำงานไป

1492
01:39:26.165 --> 01:39:30.165
สวัสดีจ้ะ มีใครสงสัยอะไรไหม

1493
01:39:30.167 --> 01:39:34.167
ไม่สงสัยอะไรเลยหรอ

1494
01:39:34.168 --> 01:39:38.168
ห้างสงสัยตอนสอบนะ

1495
01:39:38.169 --> 01:39:42.169
ตอนคุมสอบครูก็จะยืนยิ้มนะคะ

1496
01:39:42.169 --> 01:39:46.169
ครูก็จะยืนยิ้มให้กำลังใจนะคะ ครูก็จะฟังไป

1497
01:39:46.170 --> 01:39:50.170
นึกไม่ออกก็เงยหน้าขึ้นมา

1498
01:39:50.170 --> 01:39:54.170
ข้อสอบเป็นแบบ Choice นะคะ

1499
01:39:54.171 --> 01:39:58.171
เป็นข้อสอบจากส่วนกลาง มีอยู่

1500
01:39:58.172 --> 01:40:02.172
60 ข้อ 30 คะแนนนะคะ

1501
01:40:02.174 --> 01:40:06.174
โอ.เค. ทำงานให้เสร็จ

1502
01:40:06.175 --> 01:40:10.175
ทำงานให้เสร็จ ครูตั้งไว้ให้เสร็จก่อน 16

1503
01:40:10.176 --> 01:40:14.176
.30 น. นะคะ ขอ

1504
01:40:14.177 --> 01:40:18.177
ไปแอบส่องก่อนว่าใครส่งมาแล้วบ้าง

1505
01:40:18.179 --> 01:40:22.179
1 คน ขออนุญาตตรวจเลยได้ไหม

1506
01:40:22.180 --> 01:40:26.180

1507
01:40:26.181 --> 01:40:30.181
เห็นไหม พอครูบอกว่าอ่านโจทย์ดีหรือยัง

1508
01:40:30.183 --> 01:40:34.183
ไม่รีบค่ะ ให้เวลาจนถึง 16.30 น.

1509
01:40:34.184 --> 01:40:38.184
แปลว่าเป็นคนไม่มั่นใจ

1510
01:40:38.185 --> 01:40:42.185
ไม่มั่นใจ ถ้ามั่นใจตอบแล้วส่งเลย

1511
01:40:42.186 --> 01:40:46.186

1512
01:40:46.187 --> 01:40:50.187
เสร็จแล้วส่งมาเลยค่ะ

1513
01:40:50.187 --> 01:40:54.187
ส่งเลย ๆ เราให้เวลาถึง 4 โมงครึ่ง

1514
01:40:54.189 --> 01:40:58.189
เราจะได้ไม่มีการบ้านไง ได้ข่าวบ่นว่ามีการบ้านเยอะ

1515
01:40:58.189 --> 01:41:02.189
ได้ไหม อย่างน้อยวิชานี้ก็ไม่มีการบ้าน อย่างน้อยก็ตัดวิชาหนึ่งเป็นวิช

1516
01:41:02.190 --> 01:41:06.190

1517
01:41:06.191 --> 01:41:10.191
อย่างน้อยก็ตัดไปวิชาครูวิชาหนึ่งไม่ต้องมีการบ้าน

1518
01:41:10.194 --> 01:41:14.194
กลับหรือใครจะสอบพิมพ์ก็ได้นะคะ

1519
01:41:14.193 --> 01:41:18.193

1520
01:41:18.197 --> 01:41:22.197
มีห้องนี้ได้ 33 แล้วนะ

1521
01:41:22.198 --> 01:41:26.198
ฝึกค่ะ ฝึกฝนให้เกิดทักษะ

1522
01:41:26.199 --> 01:41:30.199
ฝึกฝนให้เกิดทักษะ แล้วเราก็จะพิมพ์

1523
01:41:30.200 --> 01:41:34.200
ได้แบบไม่ต้องดูแป้น ตอนนี้ 30 คำนี่

1524
01:41:34.201 --> 01:41:38.201
ยังดูคีย์บอร์ดไหม แปลว่ายังพิมพ์สัมผัสไม่ได้

1525
01:41:38.202 --> 01:41:42.202
ถ้าพิมพ์สัมผัสได้ต้องดูที่จออย่างเดียว

1526
01:41:42.203 --> 01:41:46.203
แปลว่าดูเร็วกว่า

1527
01:41:46.204 --> 01:41:50.204
แปลว่ายังเป็นจิ้มสัมผัสอยู่

1528
01:41:50.207 --> 01:41:54.207
ถ้าพิมพ์สัมผัสได้นี่ต้องไม่ดูคีย์บอร์ด

1529
01:41:54.209 --> 01:41:58.209
มันจะมีตัวยาก ๆ ที่เราไม่ค่อยใช้

1530
01:41:58.210 --> 01:42:02.210
ใช้ใช่ไหม เช่น ฒอ ผู้เฒ่า

1531
01:42:02.213 --> 01:42:06.213
ตัวไหนอีก ตัว

1532
01:42:06.215 --> 01:42:10.215
ฌ อะไรนะ

1533
01:42:10.216 --> 01:42:14.216
นะคะ แต่คราวนี้โปรแกรมนั้น

1534
01:42:14.217 --> 01:42:18.217
นั่นนะคะ มันค่อนข้างฉลาด

1535
01:42:18.219 --> 01:42:22.219
ไปนะคะ ความเร็วเพิ่มขึ้น คำมันก็จะยากขึ้น

1536
01:42:22.221 --> 01:42:26.221
ความถี่ในการที่แสดงคำเดิมน่ะค่ะ

1537
01:42:26.222 --> 01:42:30.222
มันก็จะน้อยลงนะคะ มีคำที่มี ศัพท์

1538
01:42:30.223 --> 01:42:34.223
หายาก ๆ น่ะ เพิ่มขึ้นนะคะ

1539
01:42:34.224 --> 01:42:38.224
แต่เราก็จะได้ฝึก อย่างว่านั่นล่ะ

1540
01:42:38.224 --> 01:42:42.224
ได้ฝึกนะคะ เรียนคอมฯ พื้นฐานไปแล้ว นอกจากได้ความรู้

1541
01:42:42.226 --> 01:42:46.226
ทฤษฎีปฏิบัติเราก็ได้ไปแล้วนี่

1542
01:42:46.227 --> 01:42:50.227
ได้ Skill การพิมพ์สัมผัส

1543
01:42:50.228 --> 01:42:54.228
มันจะเป็นประโยชน์ตอนที่เราเขียนโปรแกรมนะคะ

1544
01:42:54.230 --> 01:42:58.230
ส่งมาแล้ว

1545
01:42:58.232 --> 01:43:02.232
3 คน อันนี้คือ

1546
01:43:02.233 --> 01:43:06.233
มั่นใจไม่คืนแล้วนะ ตรวจนี่คือให้คะแนนแล้วนะ

1547
01:43:06.235 --> 01:43:10.235
โอ.เค. ขอดูหน่อยสิ นี่ผกามาศ

1548
01:43:10.236 --> 01:43:14.236
มีอัศดาวุธ จักรพันธ์

1549
01:43:14.237 --> 01:43:18.237
ผกามาศนะ

1550
01:43:18.238 --> 01:43:22.238
ไม่มีคำถาม

1551
01:43:22.240 --> 01:43:26.240
ต้องขอตรวจก่อน

1552
01:43:26.242 --> 01:43:30.242
ว่าถูกหรือเปล่า

1553
01:43:30.244 --> 01:43:34.244

1554
01:43:34.245 --> 01:43:38.245

1555
01:43:38.247 --> 01:43:42.247
อันนี้คือแบบฝึกหัดมันควรได้เต็มนะ

1556
01:43:42.250 --> 01:43:46.250

1557
01:43:46.251 --> 01:43:50.251
คือทบทวนนะ แต่ถ้าใบงานก็คือ

1558
01:43:50.252 --> 01:43:54.252
เหมือน ดีไซน์งานให้น่ะ แค่ใช้ทฤษฎี

1559
01:43:54.254 --> 01:43:58.254
ที่เรียนแต่ให้เราไปประยุกต์

1560
01:43:58.255 --> 01:44:02.255
แต่ตอนนี้ยังไม่มีนะคะ ให้ทำแบบฝึกหัดไปก่อน

1561
01:44:02.257 --> 01:44:06.257
ในอนาคตอันใกล้นี้

1562
01:44:06.258 --> 01:44:10.258
มีรายงานกลุ่ม 1 เรื่องนะคะ

1563
01:44:10.260 --> 01:44:14.260

1564
01:44:14.261 --> 01:44:18.261
กลุ่มละ 1 คน รายงานเดี่ยว

1565
01:44:18.264 --> 01:44:22.264
ใช่ ต้องเรียกกลุ่มไหม

1566
01:44:22.265 --> 01:44:26.265
กลุ่มคนเดียว กลุ่ม 2 คน

1567
01:44:26.271 --> 01:44:30.271
กลุ่ม 3 4 5 ก็ทำอยู่คนเดียว

1568
01:44:30.273 --> 01:44:34.244

1569
01:44:34.274 --> 01:44:38.274

1570
01:44:38.275 --> 01:44:42.275
สัปดาห์หน้าเราเรียนเกี่ยวกับ

1571
01:44:42.277 --> 01:44:46.277
ซอฟต์แวร์บ้างนะคะ เราจะเริ่มเรียน

1572
01:44:46.278 --> 01:44:50.278
สิ่งที่จับต้องสัมผัสไม่ได้ จากเทคโนคอมฯ มาฮาร์ดแวร์

1573
01:44:50.279 --> 01:44:54.279
จับต้องสัมผัสได้

1574
01:44:54.282 --> 01:44:58.282
ไปที่ข้อมูล ไปที่เคลือข่าย

1575
01:44:58.283 --> 01:45:02.283
ทะยอยส่ง

1576
01:45:02.285 --> 01:45:06.285
ทยอยส่งงานแล้ว

1577
01:45:06.286 --> 01:45:10.286

1578
01:45:10.287 --> 01:45:14.287

1579
01:45:14.289 --> 01:45:18.289

1580
01:45:18.290 --> 01:45:22.290

1581
01:45:22.294 --> 01:45:26.294

1582
01:45:26.295 --> 01:45:30.295

1583
01:45:30.297 --> 01:45:34.297

1584
01:45:34.298 --> 01:45:38.298

1585
01:45:38.300 --> 01:45:42.300

1586
01:45:42.302 --> 01:45:46.302

1587
01:45:46.303 --> 01:45:50.303

1588
01:45:50.305 --> 01:45:54.305

1589
01:45:54.307 --> 01:45:58.307

1590
01:45:58.309 --> 01:46:02.309

1591
01:46:02.311 --> 01:46:06.311

1592
01:46:06.312 --> 01:46:10.312

1593
01:46:10.315 --> 01:46:14.315

1594
01:46:14.317 --> 01:46:18.317

1595
01:46:18.320 --> 01:46:22.320

1596
01:46:22.321 --> 01:46:26.321

1597
01:46:26.323 --> 01:46:30.323

1598
01:46:30.324 --> 01:46:34.324

1599
01:46:34.326 --> 01:46:38.326

1600
01:46:38.327 --> 01:46:42.327

1601
01:46:42.328 --> 01:46:46.328

1602
01:46:46.331 --> 01:46:50.331

1603
01:46:50.333 --> 01:46:54.333

1604
01:46:54.335 --> 01:46:58.335

1605
01:46:58.337 --> 01:47:02.337

1606
01:47:02.339 --> 01:47:06.339

1607
01:47:06.341 --> 01:47:10.341

1608
01:47:10.342 --> 01:47:14.342

1609
01:47:14.343 --> 01:47:18.343

1610
01:47:18.346 --> 01:47:22.346

1611
01:47:22.348 --> 01:47:26.348

1612
01:47:26.349 --> 01:47:30.349

1613
01:47:30.351 --> 01:47:34.351

1614
01:47:34.353 --> 01:47:38.353

1615
01:47:38.355 --> 01:47:42.355

1616
01:47:42.357 --> 01:47:46.357

1617
01:47:46.359 --> 01:47:50.359

1618
01:47:50.361 --> 01:47:54.361

1619
01:47:54.362 --> 01:47:58.362

1620
01:47:58.364 --> 01:48:02.364

1621
01:48:02.366 --> 01:48:06.366

1622
01:48:06.368 --> 01:48:10.368

1623
01:48:10.370 --> 01:48:14.370

1624
01:48:14.372 --> 01:48:18.372

1625
01:48:18.373 --> 01:48:22.373

1626
01:48:22.375 --> 01:48:26.375

1627
01:48:26.377 --> 01:48:30.377

1628
01:48:30.379 --> 01:48:34.379

1629
01:48:34.381 --> 01:48:38.381

1630
01:48:38.382 --> 01:48:42.382

1631
01:48:42.385 --> 01:48:46.385

1632
01:48:46.387 --> 01:48:50.387

1633
01:48:50.388 --> 01:48:54.388

1634
01:48:54.389 --> 01:48:58.389

1635
01:48:58.392 --> 01:49:02.392

1636
01:49:02.394 --> 01:49:06.394

1637
01:49:06.395 --> 01:49:10.395

1638
01:49:10.398 --> 01:49:14.398

1639
01:49:14.401 --> 01:49:18.401

1640
01:49:18.404 --> 01:49:22.404

1641
01:49:22.406 --> 01:49:26.406
[สิ้นสุดการถอดความ]

1642
01:49:26.408 --> 01:49:30.408

1643
01:49:30.411 --> 01:49:34.411

1644
01:49:34.413 --> 01:49:38.413

1645
01:49:38.415 --> 01:49:42.415

1646
01:49:42.416 --> 01:49:46.416

1647
01:49:46.418 --> 01:49:50.418

1648
01:49:50.420 --> 01:49:50.421


คะ
ถามหน่วยแสดงผลข้อมูล

01:33:31.349 --> 01:33:33.657
ข้อ 4 นี่ถามความหมายและยกตัวอย่างนะ

01:33:34.709 --> 01:33:35.776
อ่านโจทย์ดี ๆ

01:33:36.407 --> 01:33:38.321
ข้อ 4 คือ... ไม่ใช่ข้อ 4

01:33:38.620 --> 01:33:43.238
ข้อ 6 หน่วยรับข้อมูลคืออะไร
อันนี้ถามความหมายค่ะ

01:33:43.757 --> 01:33:46.217
ให้ยกตัวอย่างหน่วยรับข้อมูลมา 5 อย่าง

01:33:47.446 --> 01:33:50.405
ข้อ 7 ทีนี้ไม่ได้ถามความหมายค่ะ

01:33:50.505 --> 01:33:56.446
ถามว่าหน่วยแสดงผลข้อมูลน่ะ
มี 2 ประเภทอะไรบ้าง

01:33:58.544 --> 01:34:01.030
อธิบายมาค่ะ อะไรบ้าง

01:34:02.282 --> 01:34:06.909
เช่น Soft copy ไหม

01:34:08.171 --> 01:34:11.066
Soft copy เป็นอย่างไร เราก็อธิบายมา

01:34:12.177 --> 01:34:14.030
เช่น อย่างนี้ค่ะ คือ ยกตัวอย่าง

01:34:16.760 --> 01:34:18.312
Hard copy ล่ะนะคะ

01:34:18.391 --> 01:34:21.071
เพราะมัน 2 ประเภทไง 1. Soft 2. Hard นะคะ

01:34:21.500 --> 01:34:24.095
Hard เป็นอย่างไรยกตัวอย่าง Hard มาคะ

01:34:24.683 --> 01:34:26.446
หน่วยเก็บข้อมูลสำรอง

01:34:28.019 --> 01:34:30.387
ยกตัวอย่างมา 5 ตัวอย่าง

01:34:30.712 --> 01:34:33.505
พร้อมอธิบายการทำงานของแต่ละอย่าง

01:34:35.510 --> 01:34:38.522
8 ข้อส่งมาแล้วใช่ไหมคะ
อย่างนั้นขอตรวจก่อนนะ

01:34:39.017 --> 01:34:41.017
(นักศึกษาหญิง) ยังค่ะ ข้อแก้ก่อน

01:34:41.541 --> 01:34:43.238
(อาจารย์) เห็นไหมครูบอกให้อ่านดี ๆ

01:34:43.892 --> 01:34:50.115
เพราะตัวข้อสอบนน่ะค่ะ
มันไม่ได้โจทย์สั้น ๆ แบบนี้นะคะ

01:34:50.140 --> 01:34:54.280
มันก็จะมีคำหลอกล่อไปยาว ๆ ไป

01:34:54.815 --> 01:34:58.738
อ่านแล้วก็จับประเด็นให้ได้ว่าเขาถามอะไร

01:34:59.270 --> 01:35:01.571
แล้วเราจะต้องตอบอะไรนะคะ

01:35:12.757 --> 01:35:17.394
โอ.เค. ช่วงทำแบบฝึกหัด
มีคำถามไหมคะ ถามเลย

01:35:22.631 --> 01:35:25.220
ไม่ถาม อย่างนั้นก็ทำงานไป

01:35:26.526 --> 01:35:27.530
สวัสดีจ้ะ...

01:35:30.053 --> 01:35:31.355
มีใครสงสัยอะไรไหม

01:35:33.359 --> 01:35:34.371
ไม่สงสัยอะไรเลยหรือ

01:35:35.827 --> 01:35:37.155
ห้างสงสัยตอนสอบนะ

01:35:39.215 --> 01:35:41.988
ตอนคุมสอบครูก็จะยืนยิ้มนะคะ

01:35:43.686 --> 01:35:45.646
ครูก็จะยืนยิ้มให้กำลังใจนะคะ

01:35:45.670 --> 01:35:47.326
นักศึกษาก็ทำไปนะคะ

01:35:47.365 --> 01:35:49.155
นึกข้อไหนไม่ออกก็เงยหน้าขึ้นมา

01:35:53.149 --> 01:35:56.396
ข้อสอบเป็นแบบ Choice นะคะ
เป็นข้อสอบจากส่วนกลาง

01:35:57.195 --> 01:36:02.734
มีอยู่ 60 ข้อ 30 คะแนนนะคะ

01:36:06.148 --> 01:36:07.455
โอ.เค. ทำงานให้เสร็จ

01:36:07.606 --> 01:36:13.545
ครูตั้งไว้ให้เสร็จก่อน 16.30 น. นะคะ

01:36:13.916 --> 01:36:16.446
ขอไปแอบส่องก่อนว่าใครส่งมาแล้วบ้าง

01:36:20.774 --> 01:36:22.946
1 คน ขออนุญาตตรวจเลยได้ไหม

01:36:25.013 --> 01:36:26.890
(นักศึกษาหญิง) แป๊บหนึ่งค่ะ ๆ ส่งใหม่ก่อน

01:36:27.187 --> 01:36:29.863
(อาจารย์) เห็นไหม
พอครูบอกว่าอ่านโจทย์ดีหรือยัง

01:36:30.564 --> 01:36:33.037
ไม่รีบค่ะ ให้เวลาจนถึง 16.30 น.

01:36:33.062 --> 01:36:34.474
(นักศึกษาหญิง) หนูว่าหนูอ่านโจทย์ใหม่แล้ว

01:36:34.499 --> 01:36:37.331
แต่พออาจารย์มาพูดอีกรอบหนึ่ง 
หนูก็เลยต้องแก้คำตอบ

01:36:37.905 --> 01:36:42.117
(อาจารย์) แปลว่าเป็นคนไม่มั่นใจ
ถ้ามั่นใจตอบแล้วส่งเลย

01:36:47.898 --> 01:36:49.030
เสร็จแล้วส่งมาเลยค่ะ

01:36:51.196 --> 01:36:54.613
ส่งเลย ๆ เราส่งมาได้ ให้เวลาถึง 16.30 น.

01:36:55.134 --> 01:36:58.475
เราจะได้ไม่มีการบ้านไง
ได้ยินบ่นว่าการบ้านเยอะ

01:37:00.084 --> 01:37:02.488
ได้ไหม อย่างน้อยวิชานี้ก็ไม่มีการบ้าน

01:37:06.180 --> 01:37:08.129
อย่างน้อยก็ตัดไปวิชาครูวิชาหนึ่ง

01:37:08.181 --> 01:37:11.022
ไม่ต้องมีการบ้านค่ะ ให้ทำให้เสร็จก่อนกลับ

01:37:12.915 --> 01:37:15.396
หรือใครจะสอบพิมพ์ก็ได้นะคะ

01:37:20.361 --> 01:37:22.113
มีห้องนี้ได้ 33 แล้วนะ

01:37:25.794 --> 01:37:29.090
ฝึกค่ะ ฝึกฝนให้เกิดทักษะ
ฝึกฝนให้เกิดทักษะนะคะ

01:37:29.114 --> 01:37:32.280
แล้วเราก็จะพิมพ์ได้แบบไม่ต้องดูแป้น

01:37:32.773 --> 01:37:35.363
ตอนนี้ 30 คำนี่ ยังดู Keyboard ไหม

01:37:36.726 --> 01:37:40.385
แปลว่ายังพิมพ์สัมผัสไม่ได้
ถ้าพิมพ์สัมผัสได้ต้องดูที่จออย่างเดียว

01:37:40.808 --> 01:37:43.150
(นักศึกษาชาย) ถ้าไม่ดูเลยได้ 16 ครับ

01:37:44.147 --> 01:37:46.608
แปลว่าดู นี่คือเร็วกว่า

01:37:48.731 --> 01:37:51.155
แปลว่ายังเป็นจิ้มสัมผัสอยู่นะคะ

01:37:51.228 --> 01:37:53.436
ถ้าพิมพ์สัมผัสได้นี่ ต้องไม่ดู Keyboard

01:37:57.159 --> 01:37:59.182
มันจะมีตัวยาก ๆ ที่เราไม่ค่อยใช้ใช่ไหม

01:38:00.355 --> 01:38:03.446
เช่น ฒ. ผู้เฒ่า ตัวไหนอีก

01:38:04.206 --> 01:38:06.333
ฑ. นางมณโฑ, ฆ. ระฆัง อย่างนี้นะ

01:38:07.534 --> 01:38:11.821
ฌ. อะไรนะ ฌ. เฌอ 
ฌ. เฌอ หาไม่เจอนะคะ

01:38:13.543 --> 01:38:16.870
แต่คราวนี้โปรแกรมนั้นนะคะ
มันค่อนข้างฉลาดนะ

01:38:17.802 --> 01:38:22.321
พอเราฝึกพิมพ์ไปนะคะ
ความเร็วเพิ่มขึ้น คำมันก็จะยากขึ้น

01:38:22.991 --> 01:38:28.443
ความถี่ในการที่แสดงคำเดิมน่ะค่ะ
มันก็จะน้อยลงนะคะ

01:38:28.518 --> 01:38:34.238
มีคำที่มีศัพท์หายาก ๆ น่ะ เพิ่มขึ้นนะคะ

01:38:35.727 --> 01:38:39.488
แต่เราก็จะได้ฝึก อย่างว่านั่นล่ะ 
อยากให้นักศึกษาได้ฝึกนะคะ

01:38:40.317 --> 01:38:42.136
เรียนคอมฯ พื้นฐานไปแล้วนะคะ

01:38:42.179 --> 01:38:45.326
นอกจากได้ความรู้ทฤษฎีแล้ว
ปฏิบัติเราก็ได้ไปแล้วนี่

01:38:45.932 --> 01:38:50.363
เราน่าจะได้ Skill ในการพิมพ์สัมผัส

01:38:51.188 --> 01:38:54.446
มันจะเป็นประโยชน์ตอนที่เราเขียนโปรแกรมนะคะ

01:38:58.374 --> 01:38:59.905
ส่งมาแล้ว 3 คน

01:39:01.986 --> 01:39:04.488
อันนี้คือมั่นใจไม่คืนแล้วนะ

01:39:04.685 --> 01:39:07.946
ตรวจนี่คือให้คะแนนเลยนะ โอ.เค.

01:39:09.045 --> 01:39:09.905
ขอดูหน่อยสิ

01:39:12.352 --> 01:39:18.446
มีอัษฎาวุธ, จักรพันธ์, ผกามาศ นะ โอ.เค.

01:39:22.132 --> 01:39:23.135
ไม่มีคำถาม

01:39:23.518 --> 01:39:25.217
(นักศึกษาชาย) แสดงว่าให้ไป 2 คะแนนหรือครับ

01:39:25.948 --> 01:39:28.863
(อาจารย์) ต้องขอตรวจก่อน ว่าถูกหรือเปล่า

01:39:30.087 --> 01:39:30.682
(นักศึกษาชาย) ตรวจเลยครับ

01:39:31.270 --> 01:39:32.397
(นักศึกษาหญิง) ไม่มั่นใจ

01:39:35.520 --> 01:39:36.885
(นักศึกษาชาย) พวกเราได้ 2 อยู่แล้วนะ

01:39:40.962 --> 01:39:42.946
(อาจารย์) อันนี้คือแบบฝึกหัด 
มันควรได้เต็มนะ

01:39:45.821 --> 01:39:47.913
คือ แบบฝึกหัด คือ ทบทวนนะ

01:39:48.822 --> 01:39:52.488
แต่ถ้าใบงาน นี่คือเหมือนดีไซน์งานให้น่ะค่ะ

01:39:53.452 --> 01:39:56.264
โดยใช้หลักการทฤษฎีที่เรียน
แต่ให้เราไปประยุกต์

01:39:57.602 --> 01:40:01.676
มีรายงาน 1 บท แต่ตอนนี้ยังไม่มีนะคะ
ให้ทำแบบฝึกหัดไปก่อน

01:40:01.751 --> 01:40:03.586
(นักศึกษาหญิง) ในอนาคตจะมีรายงานไหมคะ

01:40:03.975 --> 01:40:06.050
(อาจารย์) ในอนาคตอันใกล้นี้นะคะ

01:40:07.495 --> 01:40:10.405
มีรายงานกลุ่ม 1 เรื่องนะคะ

01:40:11.279 --> 01:40:12.413
(นักศึกษาชาย) กลุ่มละ 14 คนใช่ไหมครับ

01:40:14.900 --> 01:40:19.097
(อาจารย์) กลุ่มละ 1 คน รายงานเดี่ยว
(นักศึกษาชาย) กลุ่มละ 1 คน

01:40:21.176 --> 01:40:22.488
ใช่ ต้องเรียกกลุ่มไหม

01:40:23.251 --> 01:40:25.796
กลุ่มคนเดียว, กลุ่ม 2 คน

01:40:27.398 --> 01:40:29.131
กลุ่ม 3, 4, 5 ก็ทำอยู่คนเดียว

01:40:40.722 --> 01:40:43.863
สัปดาห์หน้าเราเรียนเกี่ยวกับ
ซอฟต์แวร์บ้างนะคะ

01:40:45.238 --> 01:40:48.113
เราจะเริ่มเรียนสิ่งที่จับต้องสัมผัสไม่ได้

01:40:48.819 --> 01:40:52.530
จากเทคโนคอมฯ มาฮาร์ดแวร์
ที่มองเห็น จับต้อง สัมผัสได้

01:40:52.995 --> 01:40:58.154
ไปที่ซอฟต์แวร์, ไปที่ข้อมูล,
ไปที่เครือข่ายอย่างนี้ค่ะ

01:41:02.309 --> 01:41:03.883
ทยอยส่งงานแล้ว