﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:00.656
ไม่เต็ม

2
00:00:02.564 --> 00:00:03.660
ดินสไลด์แล้วนะ

3
00:00:04.105 --> 00:00:05.105
บางคน

4
00:00:05.433 --> 00:00:07.041
ไปทำแบบฝึกหัดก่อนเลย

5
00:00:08.234 --> 00:00:10.467
แล้วก็ย้อนกลับมาอ่านว่าคำตอบของ

6
00:00:10.345 --> 00:00:12.944
แต่ละข้ออยู่ตรงไหนแบบนี้ก็มีนะคะ

7
00:00:14.321 --> 00:00:17.347
จริงๆตัวเองนี่แหละครูจะชอบเป็นแบบนั้นพอ

8
00:00:18.143 --> 00:00:19.912
ไปดูคำถามก่อนอย่างนี้อ่ะค่ะ

9
00:00:38.668 --> 00:00:38.955

10
00:00:40.134 --> 00:00:42.179
หลายคนไหมคะที่ยังไม่มา

11
00:00:45.570 --> 00:00:48.331
เช็คชื่อเลยถ้าหลังจากนี้ก็คือ 3

12
00:00:50.934 --> 00:00:51.831
ทวีรัตน์

13
00:00:52.973 --> 00:00:53.274
ค่ะ

14
00:00:55.435 --> 00:00:56.340
กระพัน

15
00:00:57.891 --> 00:00:58.827
ตาพร

16
00:01:02.190 --> 00:01:02.936
กลอนพจน์

17
00:01:05.734 --> 00:01:06.941
แล้วจะมาไหมคะ

18
00:01:11.001 --> 00:01:12.498
เขาเที่ยวเอาบ่

19
00:01:13.825 --> 00:01:14.434
อยู่ไหน

20
00:01:15.555 --> 00:01:16.251
อยู่ไหนคะ

21
00:01:16.691 --> 00:01:17.487
อยู่ในเมือง

22
00:01:21.008 --> 00:01:21.994
แถวบายพาส

23
00:01:25.011 --> 00:01:27.375
หมายถึงว่าขับรถมาแล้ว

24
00:01:36.707 --> 00:01:37.549
นราวิชญ์

25
00:01:42.063 --> 00:01:42.877
รูปภาพ

26
00:01:45.437 --> 00:01:46.701
วิชาอื่นมาใหม่

27
00:01:49.713 --> 00:01:51.249
มาอยู่นี้แปลว่า

28
00:01:57.208 --> 00:01:59.919
ถ้าอาจารย์ผู้สอนมีบุญก็จะเห็นอย่างนี้บ่

29
00:02:00.160 --> 00:02:00.908
กระพริบ

30
00:02:03.312 --> 00:02:04.177
ธนัน

31
00:02:08.245 --> 00:02:08.841
ศศิ

32
00:02:08.874 --> 00:02:09.603
การ

33
00:02:12.436 --> 00:02:13.571
มัณฑนา

34
00:02:14.829 --> 00:02:15.769
ปรเมศ

35
00:02:17.312 --> 00:02:18.037

36
00:02:18.951 --> 00:02:19.817
กันตวิชญ์

37
00:02:19.700 --> 00:02:23.352
สามารถ

38
00:02:25.590 --> 00:02:25.865

39
00:02:25.968 --> 00:02:27.036
ศิริชัย

40
00:02:30.915 --> 00:02:32.946
อันนี้คือทำไมถึงไม่มาเรียนเอ่ย

41
00:02:33.955 --> 00:02:35.152
วิชาอื่นมาใหม่

42
00:02:36.926 --> 00:02:38.295
เทอมที่แล้วมาไหมคะ

43
00:02:40.136 --> 00:02:41.492
แต่เทอมนี้ไม่เห็น

44
00:02:44.212 --> 00:02:45.077
สงสัยยังปรับ

45
00:02:45.246 --> 00:02:46.165
ตัวไม่ได้

46
00:02:46.621 --> 00:02:48.039
ชอบระบบออนไลน์อยู่

47
00:02:50.262 --> 00:02:50.996
ธารารัตน์

48
00:02:53.286 --> 00:02:54.051
OK

49
00:02:54.905 --> 00:02:55.769

50
00:02:57.187 --> 00:02:57.951
มาไหมคะ

51
00:02:58.711 --> 00:02:59.535
โอเคค่ะ

52
00:03:00.242 --> 00:03:00.564
ค่ะ

53
00:03:05.045 --> 00:03:06.083
ดำรงศักดิ์

54
00:03:06.481 --> 00:03:06.840
ค่ะ

55
00:03:08.808 --> 00:03:09.478
สอนจัด

56
00:03:11.745 --> 00:03:12.896
มงคล

57
00:03:13.840 --> 00:03:14.607
คนไหน

58
00:03:15.525 --> 00:03:16.301
OK

59
00:03:17.240 --> 00:03:18.506
ธีรพล

60
00:03:19.031 --> 00:03:19.349
ค่ะ

61
00:03:19.942 --> 00:03:21.139
อัษฎาวุธ

62
00:03:24.114 --> 00:03:25.053
ณิชานันท์

63
00:03:27.475 --> 00:03:28.623
มาวดี

64
00:03:29.561 --> 00:03:30.213

65
00:03:40.131 --> 00:03:44.152
มีใครยังไม่ได้เช็คชื่อไหมคะครูเช็คชื่อผ่านไปก่อน

66
00:03:44.919 --> 00:03:46.418
อนุภาคนี้วิริยะ

67
00:03:46.542 --> 00:03:47.904
วิชาอื่นมาเรียนไหมคะ

68
00:03:50.820 --> 00:03:51.867
มาสวยๆ

69
00:03:53.375 --> 00:03:54.785
นี่คือบ่ายแล้ว

70
00:03:55.606 --> 00:03:56.927
คราวที่แล้วเอามาใหม่

71
00:03:59.289 --> 00:04:00.883
กูก็เช็คเขาขาดเสีย

72
00:04:02.188 --> 00:04:04.007
มาช้าแต่มานะ

73
00:04:07.681 --> 00:04:09.392
คราวที่แล้วมาใช่ไหม

74
00:04:11.259 --> 00:04:15.540
กูก็เช็คให้สายเลยนะเนี่ยแต่ครูเช็คขาดไปแล้วไม่เป็นไรค่ะ

75
00:04:15.931 --> 00:04:17.206
ก็ถือว่ามา

76
00:04:17.738 --> 00:04:19.681
ไม่ใช่นี่คือไม่มาเลย

77
00:04:38.735 --> 00:04:40.730
เดี๋ยวรอล่างก่อนนะคะ

78
00:04:53.434 --> 00:04:53.691

79
00:05:10.313 --> 00:05:11.437
สวัสดีค่ะ

80
00:05:13.465 --> 00:05:14.716
ไปไหนแล้ว

81
00:05:16.244 --> 00:05:18.202
สงสัยตกใจเสียงอาจารย์แล้ว

82
00:05:18.645 --> 00:05:20.070
ร้านก็เลยหายไป

83
00:05:54.249 --> 00:05:54.499

84
00:06:25.100 --> 00:06:25.881
สวัสดีค่ะ

85
00:06:28.517 --> 00:06:31.291
สวัสดีค่ะแปลว่าได้ยินเสียงอาจารย์แล้ว

86
00:06:31.520 --> 00:06:32.340
เรียงเลยนะ

87
00:06:36.504 --> 00:06:40.024
สไลด์ทุกคนเข้า classroom ของห้องเรานะคะ

88
00:06:40.212 --> 00:06:40.955
แล้วก็

89
00:06:41.230 --> 00:06:41.630
โหลด

90
00:06:42.248 --> 00:06:42.571
ลืม

91
00:06:42.649 --> 00:06:43.809
เปิดในสไลด์

92
00:06:43.945 --> 00:06:45.690
ใน classroom ได้เลยนะคะ

93
00:06:46.135 --> 00:06:49.704
วันนี้เราเรียนบทที่ 2 นะคะคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์

94
00:06:50.250 --> 00:06:51.732
สไลด์ค่อนข้างเยอะ

95
00:06:52.017 --> 00:06:54.323
เดี๋ยวครูจะค่อยๆอธิบายไปแล้วกันนะคะ

96
00:06:54.491 --> 00:06:55.092
สงสัยต่อ

97
00:06:55.204 --> 00:06:56.240
ตัวไหนค่อยถามนะ

98
00:07:02.936 --> 00:07:04.332
มาปอยมาล่าง

99
00:07:46.028 --> 00:07:48.359
ขาดสัญญาณเน็ตน่าจะไม่ค่อยดี

100
00:07:48.862 --> 00:07:49.827
ได้ยินไหมคะ

101
00:07:51.101 --> 00:07:51.802

102
00:07:55.730 --> 00:07:57.421
มาดูความหมายก่อนนะคะ

103
00:08:01.909 --> 00:08:05.777
นอนไปเลยแล้วกันนะคะดูความหมายของคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ก่อน

104
00:08:06.708 --> 00:08:08.617
รู้สึกในแบบฝึกหัดก็มีนะคะ

105
00:08:08.843 --> 00:08:11.962
ถามความหมายนี่ล่ะนะคะแล้วในข้อสอบก็มี

106
00:08:12.443 --> 00:08:15.090
ฉะนั้นพอสอนไปจบแล้วอย่าถามว่า

107
00:08:15.580 --> 00:08:18.677
I just หมอกใหม่หน่อยครับอันไหนคือข้อสอบนะคะ

108
00:08:19.054 --> 00:08:20.558
เวลาสอนเนื้อหาไป

109
00:08:20.985 --> 00:08:23.091
กูจะบอกเลยว่าอันนี้คือมีในข้อสอบนะ

110
00:08:23.271 --> 00:08:28.451
นักศึกษาก็แล้วแต่จะจดใส่ตรงไหนหรือจะจำอย่างไรแล้วแต่วิธีการของแต่ละคนเลยนะคะ

111
00:08:28.822 --> 00:08:32.300
ในข้อสอบปลายภาคของเรานะคะจะถามความหมาย

112
00:08:32.581 --> 00:08:34.125
ความหมายของคอมพิวเตอร์

113
00:08:34.201 --> 00:08:38.442
ความหมายของฮาร์ดแวร์ความหมายของซอฟต์แวร์อย่างนี้ค่ะถามความหมายนะคะ

114
00:08:38.810 --> 00:08:39.367
ฉะนั้น

115
00:08:39.609 --> 00:08:41.578
ถ้าเขาถามความหมายเราอย่าไปตาก

116
00:08:41.437 --> 00:08:42.924
ตอบ 4 ส่วนนะ

117
00:08:44.202 --> 00:08:47.870
โอเคไหมฉะนั้นครูถึงบอกว่าเวลาอ่านโจทย์นะคะ

118
00:08:48.089 --> 00:08:49.230
ต้องแปลความ

119
00:08:49.911 --> 00:08:51.063
ให้ดีว่าความ

120
00:08:51.241 --> 00:08:52.582
เขาถามความหมาย

121
00:08:53.062 --> 00:08:54.825
เขาถามประเภท

122
00:08:55.979 --> 00:08:57.967
หรือเปล่านะคะเป็นตัวไหน

123
00:08:58.370 --> 00:09:02.208
แต่ถ้าเกิดหาความหมายนะคะคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์หมายถึงอะไรนะคะ

124
00:09:03.241 --> 00:09:04.541
ก็คือตัวเครื่อง

125
00:09:05.320 --> 00:09:08.408
รวมถึงอุปกรณ์รอบข้างที่เกี่ยวข้องนะคะ

126
00:09:08.654 --> 00:09:10.637
ที่เราสามารถมองเห็นได้

127
00:09:10.837 --> 00:09:12.340
ต้องสัมผัสได้นะคะ

128
00:09:12.720 --> 00:09:16.062
ซึ่งเราแบ่งคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์เป็น 4 ส่วนหลักๆ

129
00:09:16.778 --> 00:09:18.290
ในการทำงานนะคะ

130
00:09:19.381 --> 00:09:22.216
ด้วยส่วนแรกเราจะเรียกว่า input unit

131
00:09:22.294 --> 00:09:24.960
หมายถึงหน่วยรับข้อมูลเข้าไปในระบบ

132
00:09:25.479 --> 00:09:26.468
คอมพิวเตอร์นะคะ

133
00:09:26.961 --> 00:09:28.263
ส่วนที่สองก็คือ

134
00:09:28.400 --> 00:09:32.288
processing Unit หมายถึงหน่วยที่ทำหน้าที่ประมวลผลนะคะ

135
00:09:32.905 --> 00:09:34.761
หน่วยที่ 3 Output Unit

136
00:09:35.487 --> 00:09:36.897
หน่วยแสดงผลนะคะ

137
00:09:37.146 --> 00:09:40.035
และหน่วยสุดท้ายก็คือหน่วยเก็บข้อมูลนะคะ

138
00:09:42.235 --> 00:09:43.384
ตัวนี้เป็นหน่วยเก็บ

139
00:09:43.593 --> 00:09:46.473
ข้อมูลสำรองนะคะเรา Second Story unit

140
00:09:48.343 --> 00:09:51.922
คราวนี้เรามาดูโดยแรกก่อนหน่วยรับข้อมูลแปลว่า

141
00:09:53.321 --> 00:09:57.419
ฮาร์ดแวร์ตัวไหนบ้างที่ทำหน้าที่รับข้อมูลจากผู้ใช้

142
00:09:58.936 --> 00:09:59.474
นะคะ

143
00:09:59.807 --> 00:10:02.587
ให้กับระบบคอมพิวเตอร์นะคะมีอยู่ 6 ประเภท

144
00:10:03.314 --> 00:10:05.168
ทำหน้าที่รับข้อมูลนะคะ

145
00:10:05.456 --> 00:10:07.694
เข้าสู่หน่วยความจำต่อไปนะคะ

146
00:10:07.962 --> 00:10:08.277

147
00:10:08.605 --> 00:10:10.839
แต่หน่วยแรกก็คือหน่วยรับข้อมูลนะคะ

148
00:10:11.094 --> 00:10:11.791
แบ่งเป็น 6

149
00:10:12.324 --> 00:10:14.656
ประเภทตามลักษณะการใช้งานนะคะ

150
00:10:15.353 --> 00:10:17.493
ประเภทแรกเราเรียกว่า

151
00:10:17.753 --> 00:10:18.956
ครีมดีไวท์

152
00:10:19.048 --> 00:10:19.548
นะคะ

153
00:10:19.833 --> 00:10:22.231
ลักษณะของคลินิกไว้นี่จะเป็น

154
00:10:22.423 --> 00:10:22.811

155
00:10:23.939 --> 00:10:27.504
เราเรียกอุปกรณ์แบบกดก็คือใช้งานแบบกดนะคะ

156
00:10:28.436 --> 00:10:30.817
กดลงไปที่ตัวอุปกรณ์นะคะ

157
00:10:32.692 --> 00:10:33.757
ที่เรารู้จัก

158
00:10:33.640 --> 00:10:38.685
เป็นอุปกรณ์พื้นฐานเลยนะคะหน่วยรับข้อมูลตัวนี้ก็คือ Keyboard

159
00:10:39.664 --> 00:10:41.259
หรือแป้นพิมพ์นะคะ

160
00:10:42.531 --> 00:10:45.110
ตัวที่ 2 นะคะเรียกว่าอุปกรณ์

161
00:10:45.385 --> 00:10:46.258
ชี้ตำแหน่ง

162
00:10:46.933 --> 00:10:47.386
นะคะ

163
00:10:48.208 --> 00:10:54.121
ชี้ตำแหน่งนี่มีหลายตัวนะคะอาจจะเป็นเมาส์ก็คือใช้เป็นตัวเลื่อนเคอร์เซอร์นะคะ

164
00:10:54.550 --> 00:10:55.740
เช็คบอลนะคะ

165
00:10:56.261 --> 00:10:57.183
เช็คพอยท์

166
00:10:57.323 --> 00:10:58.046
ทับทิม

167
00:10:58.618 --> 00:10:59.843
รวมถึงจอยสติ๊ก

168
00:11:00.744 --> 00:11:03.908
คือลักษณะเป็นแบบควบคุมตัวพอยเตอร์น่ะ

169
00:11:04.171 --> 00:11:07.406
พอยเตอร์ก็คือตัวชี้ตำแหน่งบนหน้าจอนะคะ

170
00:11:07.894 --> 00:11:10.031
เราเรียกอุปกรณ์ชี้ตำแหน่งนะคะ

171
00:11:10.415 --> 00:11:11.283
ไปนะคะ

172
00:11:12.491 --> 00:11:14.797
จอภาพระบบไวต่อการสัมผัส

173
00:11:16.310 --> 00:11:17.390
นักศึกษา 50

174
00:11:17.445 --> 00:11:17.859
สน

175
00:11:20.261 --> 00:11:21.927
ระหว่างจอภาพระบบ

176
00:11:22.102 --> 00:11:23.141
ไวต่อการสัมผัส

177
00:11:23.456 --> 00:11:24.219
จอภาพ

178
00:11:24.430 --> 00:11:25.567
ธรรมดานะคะ

179
00:11:25.856 --> 00:11:27.657
ตัวนี้พูดถึงทัชสกรีน

180
00:11:27.925 --> 00:11:29.465
ถือเป็น input unit

181
00:11:30.510 --> 00:11:31.884
ในข้อสอบจะถาม

182
00:11:32.396 --> 00:11:34.440
นะคะว่าจอภาพแบบสัมผัส

183
00:11:34.938 --> 00:11:36.417
หรือทัชสกรีนนี่

184
00:11:37.338 --> 00:11:39.787
เป็นอุปกรณ์ที่อยู่ในหน่วยใด

185
00:11:40.791 --> 00:11:41.217
นะคะ

186
00:11:43.024 --> 00:11:46.901
จอทัชสกรีนใจอยู่ในหน่วย input และ output

187
00:11:46.775 --> 00:11:49.911
ตอบให้ถูกนะคะ

188
00:11:51.030 --> 00:11:52.165
Touch Screen

189
00:11:52.477 --> 00:11:53.064
เป็น

190
00:11:53.348 --> 00:11:55.520
อุปกรณ์ที่เราเคยใช้งานกัน

191
00:11:56.510 --> 00:11:57.013
นะคะ

192
00:11:57.763 --> 00:12:00.962
ทัชสกรีนเป็นได้ทั้งส่วนหน่วยที่เรียกว่า

193
00:12:01.073 --> 00:12:01.830
input unit

194
00:12:01.958 --> 00:12:04.016
ก็คือรับข้อมูลเข้าไปในระบบ

195
00:12:04.426 --> 00:12:09.064
ขณะเดียวกันนะคะถ้าสกรีนก็เป็นจอแสดงผลได้ด้วยนะคะ

196
00:12:09.397 --> 00:12:13.155
เป็นอุปกรณ์ตัวเดียวที่แบบเป็นได้ทั้ง input และ output

197
00:12:13.285 --> 00:12:15.659
นะคะไม่ได้มีแค่ข้อสอบวิชานี้

198
00:12:16.203 --> 00:12:18.215
วันหน้าเราไปสอบกพ

199
00:12:18.554 --> 00:12:21.179
เราไปสอบบรรจุเราไปสอบทำงานน่ะค่ะ

200
00:12:21.465 --> 00:12:24.741
เขาจะถามว่าอุปกรณ์ที่เป็นอินและเอ้าท์

201
00:12:25.085 --> 00:12:27.043
แต่ส่วนมากเขาจะไม่ทำแบบนี้

202
00:12:27.064 --> 00:12:28.316
เขาถามว่าส่วนมาก

203
00:12:28.478 --> 00:12:29.787
ที่เป็นจอสัมผัสน่ะ

204
00:12:29.924 --> 00:12:31.547
จัดอยู่ในหน่วยใดนะคะ

205
00:12:31.864 --> 00:12:35.173
ของอุปกรณ์รับข้อมูลนะคะหรืออุปกรณ์

206
00:12:35.736 --> 00:12:38.463
คือโจทย์เขาจะอธิบายไปยาวน่ะนะ

207
00:12:38.470 --> 00:12:43.969
ป๋าต้องจับประเด็นให้ได้ว่าทัชสกรีนจัดอยู่ในหมวดอะไรถ้าเราตอบรับข้อมูลอย่างเดียวนะผิด

208
00:12:44.406 --> 00:12:47.000
หรือตอบว่าเป็นแสดงผลอย่างเดียวน่ะผิด

209
00:12:47.457 --> 00:12:50.740
มันจะเป็นทางกลับข้อมูลก็ได้แล้วก็แสดงผลไปด้วย

210
00:12:51.223 --> 00:12:52.491
เหมือนมือถือเราน่ะ

211
00:12:53.023 --> 00:12:54.510
เราก็ดูได้ใช่ไหมคะ

212
00:12:55.207 --> 00:12:59.015
เปิด YouTube ขึ้นมาแล้วเราก็ดูเราไม่อยากดูอันนี้

213
00:12:59.605 --> 00:13:03.112
ดู YouTube เรื่องนี้มันจบเราก็เลื่อนไปหน้าจอมันก็รับนะคะ

214
00:13:04.243 --> 00:13:05.290
ไปนะคะ

215
00:13:06.666 --> 00:13:06.942

216
00:13:07.823 --> 00:13:15.323
pen based System นะคะเป็นระบบประกานะคะก็รับข้อมูลได้นะคะอาจจะใช้ในการเซ็นลายเซ็นดิจิตอลนะคะ

217
00:13:15.541 --> 00:13:19.214
หรือเป็นเครื่องอ่านดิจิไทซิ่งแท็บเล็ตเดี๋ยวจะมี

218
00:13:19.294 --> 00:13:25.859
เครื่องให้ดูนะคะก็คือเราสามารถใช้ปากกาตัวนี้ว่าหรือเขียนอะไรก็ได้แล้วเซฟเป็นไฟล์ได้เลยนะคะ

219
00:13:26.723 --> 00:13:29.286
แปลเป็นภาษาไทยมาคือ

220
00:13:30.142 --> 00:13:30.392

221
00:13:31.229 --> 00:13:32.137
อุปกรณ์

222
00:13:32.385 --> 00:13:34.664
ระบบอุปกรณ์กวาดข้อมูล

223
00:13:34.812 --> 00:13:36.784
เรานึกถึงลักษณะการทำ

224
00:13:36.939 --> 00:13:39.867
กวาดข้อมูลนี่คือเป็นแบบไหนคะ

225
00:13:39.750 --> 00:13:41.344
ถึงเรียกว่าการกวาด

226
00:13:42.999 --> 00:13:44.652
กวาดบ้านมีทำอย่างไร

227
00:13:48.720 --> 00:13:51.046
กว่านี่คือเก็บไปทีละชิ้นไหม

228
00:13:51.339 --> 00:13:51.897
หรือ

229
00:13:52.259 --> 00:13:52.597

230
00:13:52.685 --> 00:13:53.620
ไปพร้อมกัน

231
00:13:54.057 --> 00:13:55.586
นึกถึงถือไม้กวาดนะ

232
00:13:55.831 --> 00:13:57.633
กวาดบ้านน่ะคุณทำอย่างไร

233
00:13:58.111 --> 00:13:58.560
นะคะ

234
00:13:59.023 --> 00:14:00.763
รอแบบจิ้มจิ้มอย่างนี้ไหม

235
00:14:00.904 --> 00:14:01.447
เอาไม้กวาด

236
00:14:01.601 --> 00:14:03.437
จิ้มอย่างนี้คือการกวาดไหม

237
00:14:04.039 --> 00:14:04.511
กวาด

238
00:14:04.957 --> 00:14:09.282
คือไปอย่างนี้ฉะนั้นลักษณะของการกวาดข้อมูลนะคะ

239
00:14:09.676 --> 00:14:13.712
ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Data scanning devices

240
00:14:13.511 --> 00:14:15.092
คือการสแกนน่ะ

241
00:14:15.239 --> 00:14:18.000
บางทีพอแปลศัพท์มาเป็นภาษาไทย

242
00:14:18.129 --> 00:14:19.400
ยากกว่าไม่แปลอีก

243
00:14:19.760 --> 00:14:22.305
ถ้าครูถามรู้จักการสแกนไหม

244
00:14:22.932 --> 00:14:27.902
คนบอกนึกถึงเครื่องสแกนนะแต่พอครูถามอุปกรณ์ที่กวาดข้อมูล

245
00:14:28.171 --> 00:14:28.767
นั่งคิด

246
00:14:29.059 --> 00:14:32.494
มันหน้าตาอย่างไรนะทำไมเหมือนเคยได้ยินอย่างนี้นะคะ

247
00:14:32.834 --> 00:14:35.139
มีหลายอย่างนะคะมีหลายตัว

248
00:14:35.488 --> 00:14:38.751
ตัว dated นะคะอย่างเช่น

249
00:14:38.533 --> 00:14:39.165

250
00:14:39.274 --> 00:14:41.403
เราเรียก micr

251
00:14:41.966 --> 00:14:42.517
นะคะ

252
00:14:43.000 --> 00:14:46.498
เดี๋ยวให้ดูว่า micr มีหน้าตาอย่างไรนะคะ

253
00:14:46.707 --> 00:14:50.088
หรือเป็นมาโคตร River นะคะหรือเป็น Scanner

254
00:14:50.556 --> 00:14:54.109
ocr omr อย่างนี้ค่ะเป็นอุปกรณ์

255
00:14:54.340 --> 00:14:57.110
หรือ digital camera เป็นอุปกรณ์น่ะนะคะ

256
00:14:57.354 --> 00:14:59.579
ก็คือบันทึกข้อมูลเป็นภาพนะคะ

257
00:15:00.135 --> 00:15:00.470

258
00:15:00.560 --> 00:15:02.487
ตัวสุดท้ายก็คือไว้

259
00:15:02.875 --> 00:15:06.926
recognition Device อันนี้เป็นอุปกรณ์รู้จำเสียง

260
00:15:06.751 --> 00:15:10.113
รู้จำเสียงหมายถึงเราสั่งงานด้วยเสียง

261
00:15:11.080 --> 00:15:12.683
อะไรบ้างนะคะ

262
00:15:12.859 --> 00:15:15.249
อาจจะผ่านอุปกรณ์วิเคราะห์เสียงพูด

263
00:15:15.643 --> 00:15:20.982
การที่เราจะให้ระบบคอมพิวเตอร์ทำงานตามคำสั่งหรือตามเสียงพูดนี่ค่ะ

264
00:15:21.115 --> 00:15:23.038
เขาเรียกระบบรู้จำเสียง

265
00:15:23.344 --> 00:15:26.162
คือคอมพิวเตอร์ก็คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

266
00:15:26.616 --> 00:15:31.645
ฉะนั้นการทำงานเราสั่งงานผ่านหลายช่องทางได้สั่งงานด้วยเสียงก็ได้

267
00:15:32.013 --> 00:15:32.771
แต่ว่า

268
00:15:33.802 --> 00:15:34.104

269
00:15:34.245 --> 00:15:38.078
ปกติการรู้จำเสียงนี้เราไม่สามารถสั่งงานแบบ

270
00:15:38.233 --> 00:15:39.645
ไปเรื่อยๆได้นะคะ

271
00:15:40.455 --> 00:15:42.789
อาจจะสั่งงานโดยใช้ keyword

272
00:15:43.397 --> 00:15:47.046
keyword ก็คือคำสำคัญคำสั้นๆนะคะเช่น

273
00:15:47.440 --> 00:15:49.744
นักศึกษาเคยใช้สมาร์ทโฟน

274
00:15:50.393 --> 00:15:54.015
สั่งสมาร์ทโฟนทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งไหมคะ

275
00:15:54.442 --> 00:15:55.513
เช่นถ่ายรูป

276
00:15:59.028 --> 00:16:04.727
คือเราสั่งงานด้วยเสียงของเรานะไม่ต้องสัมผัสที่จอน่ะมีอะไรบ้าง

277
00:16:06.390 --> 00:16:08.167
อันนั้นคือตั้งเวลา

278
00:16:08.473 --> 00:16:09.829
ไม่ได้รู้จำเสียง

279
00:16:14.023 --> 00:16:14.901
มีหลายแอป

280
00:16:15.684 --> 00:16:16.274
นะคะ

281
00:16:16.167 --> 00:16:17.245

282
00:16:17.538 --> 00:16:19.014
เราพูดไปเรื่อยๆ

283
00:16:19.331 --> 00:16:20.086
ได้ไหม

284
00:16:22.835 --> 00:16:24.204
พูดเหมือนคุยกับเพื่อนน่ะ

285
00:16:25.399 --> 00:16:26.494
พูดนะคะ

286
00:16:26.856 --> 00:16:28.202
มันก็จะจับ keyword

287
00:16:28.084 --> 00:16:30.747
นะคะว่าเราพูดอะไรนะคะ

288
00:16:31.311 --> 00:16:33.659
แต่ถ้าเกิดเราต้องการสั่งงาน

289
00:16:33.990 --> 00:16:34.781
อยากให้เอง

290
00:16:35.199 --> 00:16:38.538
นั่นน่ะทำอย่างใดอย่างหนึ่งเช่นถ่ายรูปเรานี่

291
00:16:39.009 --> 00:16:41.470
บอกให้ถ่ายรูปเรามาถ่ายให้ไหม

292
00:16:41.569 --> 00:16:42.301
ถ่ายไหม

293
00:16:44.267 --> 00:16:44.647

294
00:16:44.799 --> 00:16:48.435
ถ่ายรูปให้หน่อยสิเหมือนบอกเพื่อนนี่แต่บอกมือถือ

295
00:16:48.733 --> 00:16:49.621
ขายหรือเปล่า

296
00:16:52.470 --> 00:16:54.901
มันจะมีคำเราเรียกว่า keyword

297
00:16:55.918 --> 00:16:58.149
นะคะก็คือคำที่

298
00:16:58.545 --> 00:17:02.044
คอมพิวเตอร์มันเรียนรู้น่ะเขาเรียกการรู้จำ

299
00:17:01.920 --> 00:17:03.035
นะคะ

300
00:17:03.380 --> 00:17:05.422
ถ้ามีคำนี้เราบอกว่า

301
00:17:05.647 --> 00:17:07.328
เจออย่างนี้ทันไหมคะ

302
00:17:08.255 --> 00:17:09.004
ใช่ไหม

303
00:17:10.659 --> 00:17:11.590
ดูมัน

304
00:17:12.394 --> 00:17:13.298
ดูมันแบบ

305
00:17:13.746 --> 00:17:14.837
มันต้องมี

306
00:17:15.284 --> 00:17:18.545
โทนเสียงมีท่วงทำนองเพราะมันเป็นเสียงอย่าง

307
00:17:18.625 --> 00:17:18.978

308
00:17:20.307 --> 00:17:21.649
อย่างนั้นเราต้องออก

309
00:17:22.278 --> 00:17:23.558
ออกเสียงนะคะ

310
00:17:23.826 --> 00:17:25.554
ให้มันชัดเจนนะคะ

311
00:17:25.827 --> 00:17:29.754
มันถึงจะทำงานได้อันนี้คือระบบรู้จำเสียงนะคะ

312
00:17:31.687 --> 00:17:32.556
คราวนี้

313
00:17:34.424 --> 00:17:36.730
หรือสั่งงานให้มันทำอย่างอื่น

314
00:17:36.845 --> 00:17:41.158
แต่ถ้าเกิดคำสั่งนั้นนะคะไม่ได้อยู่ในฐานข้อมูลของระบบนะคะ

315
00:17:41.582 --> 00:17:44.261
คอมพิวเตอร์ก็จะไม่รู้ว่าเราทำอะไรนะคะ

316
00:17:44.885 --> 00:17:50.313
คราวนี้เรามาดูรายละเอียดนะคะของอุปกรณ์แต่ละตัวที่นิยมใช้นำกัน

317
00:17:50.937 --> 00:17:54.892
อย่างแรกก็คือแป้นพิมพ์ทุกคนรู้จักแป้นพิมพ์ใช่ไหมคะ

318
00:17:55.449 --> 00:17:58.252
แป้นพิมพ์ที่อยู่หน้าเราตอนนี้ทั้งหมดมีกี่ปุ่ม

319
00:18:00.107 --> 00:18:00.550

320
00:18:00.731 --> 00:18:03.494
ไม่ตอบว่ามันหลายปุ่มค่ะอยากรู้จำนวน

321
00:18:04.846 --> 00:18:07.871
เราจะไม่มองขึ้นไปบนเพดานนะเราจะนับ

322
00:18:09.241 --> 00:18:10.607
ไม่ได้ให้คำนวณ

323
00:18:10.922 --> 00:18:11.278
คิด

324
00:18:11.877 --> 00:18:14.073
ไม่ได้นึกถึงคีย์บอร์ดที่บ้านนะคะ

325
00:18:14.519 --> 00:18:15.890
ให้นับจำนวนปุ่ม

326
00:18:16.836 --> 00:18:17.644
แป้นพิมพ์

327
00:18:18.080 --> 00:18:20.778
ที่อยู่หน้าเราตอนนี้มีทั้งหมดกี่ปุ่ม

328
00:18:29.231 --> 00:18:30.226
นับดูซิ

329
00:18:30.800 --> 00:18:31.626
มีกี่ปุ่ม

330
00:18:32.856 --> 00:18:33.698
คือ 1

331
00:18:33.961 --> 00:18:36.287
1 ปุ่มมันแทนกี่ตัวอักษรคะ

332
00:18:37.150 --> 00:18:39.773
84 เองหรือไม่ได้มาตรฐานนะนี่

333
00:18:40.414 --> 00:18:40.857
นับถือ

334
00:18:40.921 --> 00:18:41.733
กลุ่มเลยนะ

335
00:18:44.964 --> 00:18:45.948
2 เท่าไร

336
00:18:48.019 --> 00:18:49.766
มันไม่ใช่คีย์บอร์ดเดียวกันหรือ

337
00:18:50.084 --> 00:18:51.785
คีย์บอร์ดคนละรุ่นใช่ไหม

338
00:18:54.540 --> 00:18:55.896
ไหนได้เท่าไรบ้าง

339
00:18:58.794 --> 00:18:59.086

340
00:18:59.664 --> 00:19:01.427
256 OK

341
00:19:02.343 --> 00:19:05.871
ได้เท่าไหร่ 101 จ่ายค่าเทอมครึ่งนึงหรือเปล่า

342
00:19:06.220 --> 00:19:07.959
เขาไม่ใช้คีย์บอร์ดครึ่งเดียว

343
00:19:08.988 --> 00:19:11.151
นับดีๆนับทุกกลุ่มเลยค่ะ

344
00:19:11.681 --> 00:19:13.692
ปุ่มฟังก์ชั่นปุ่มตัวเลข

345
00:19:13.846 --> 00:19:14.248

346
00:19:15.400 --> 00:19:17.630
คำสั่งพิเศษ function Key

347
00:19:18.343 --> 00:19:21.189
พวกอัลจิเนต Windows อะไรอย่างนี้นะคะ

348
00:19:21.520 --> 00:19:22.749
มาทุกกลุ่มเลย

349
00:19:29.569 --> 00:19:31.742
เวลานับเรานับอย่างไร

350
00:19:34.194 --> 00:19:37.768
มีแบบเพิ่มลดเพิ่มเสียงเพิ่มความสว่าง

351
00:19:42.236 --> 00:19:43.455
มี 256

352
00:19:44.007 --> 00:19:44.646
มี

353
00:19:48.459 --> 00:19:50.418
มี 108 เท่าไหร่นะ

354
00:19:52.082 --> 00:19:52.819
180

355
00:19:53.367 --> 00:19:54.495
108 ปุ่ม

356
00:19:55.936 --> 00:20:00.173
ทำไมเราได้จำนวนคีย์บอร์ดจำนวนปุ่มคีย์บอร์ดมาตามจำนวน

357
00:20:01.936 --> 00:20:02.922
จ่ายค่าเทอม

358
00:20:07.152 --> 00:20:07.447

359
00:20:07.474 --> 00:20:09.346
คือคนอื่นนี่จ่ายครึ่ง

360
00:20:09.504 --> 00:20:13.618
จักรพันธ์ไม่จ่ายค่าเทอมเลยก็เลยใช้งานอุปกรณ์ไม่ได้โดนบล็อก

361
00:20:18.116 --> 00:20:23.045
เขาบอกว่าคีย์บอร์ดที่ได้มาตรฐานนะคะต้องไม่ต่ำกว่า 100 1 ปุ่ม

362
00:20:24.455 --> 00:20:25.963
แปลว่าได้มาตรฐานอยู่นะ

363
00:20:29.092 --> 00:20:32.354
คือโดยมาตรฐานของแป้นพิมพ์นี่ค่ะ

364
00:20:32.480 --> 00:20:34.886
มันจะต้องไม่ต่ำกว่า 100 1 ปึก

365
00:20:36.229 --> 00:20:36.731
นะคะ

366
00:20:37.254 --> 00:20:39.597
ถ้าเป็นคีย์บอร์ดที่ใช้เล่นเกม

367
00:20:40.055 --> 00:20:41.554
มีคอเกมไหมคะ

368
00:20:42.552 --> 00:20:44.119
มันก็จะมีเยอะขึ้นไปอีก

369
00:20:44.322 --> 00:20:45.666
ไม่มีเลยห้องนี้น่ะ

370
00:20:46.436 --> 00:20:48.509
ปกติเกมเล่นในมือถือนะคะ

371
00:20:49.094 --> 00:20:50.479
แล้วก็จิ้มอย่างนี้นะคะ

372
00:20:50.906 --> 00:20:55.428
เขาบอกว่าแป้นพิมพ์นี่เป็นหน่วยรับข้อมูลที่นิยมใช้กันมากที่สุด

373
00:20:55.763 --> 00:20:56.214
นะคะ

374
00:20:59.139 --> 00:21:03.395
ใช้ได้ทั้งกับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็นแบบเทอร์มินัลนะคะ

375
00:21:03.580 --> 00:21:05.285
หรือเป็นแบบ PC นะคะ

376
00:21:05.842 --> 00:21:08.732
หน้าตาของคีย์บอร์ดก็คือเหมือนพิมพ์ดีด

377
00:21:08.869 --> 00:21:09.175

378
00:21:09.430 --> 00:21:10.316
พิมพ์ดีดไหม

379
00:21:11.171 --> 00:21:11.449

380
00:21:11.569 --> 00:21:14.501
เด็กสมัยนี้รู้จักพิมพ์ดีดไหมคะเคยใช้งานไหม

381
00:21:17.558 --> 00:21:20.045
ชอบคีย์บอร์ดคอมหรือชอบพิมพ์ดีด

382
00:21:22.909 --> 00:21:23.685

383
00:21:23.831 --> 00:21:26.220
คีย์บอร์ดคอมนี่มันไม่ได้ปล่อยพลัง

384
00:21:28.600 --> 00:21:31.099
พิมพ์ดีดมันต้องออกแรงเยอะนะค่ะ

385
00:21:33.167 --> 00:21:34.015
นั่นแหละ

386
00:21:34.920 --> 00:21:37.641
ใช้พลังใช้ Power เยอะนะคะ

387
00:21:37.887 --> 00:21:41.334
คราวที่แล้วจำได้ไหมคะ 1 ไบต์มีกี่บิต

388
00:21:41.930 --> 00:21:43.099
8 Bit นะคะ

389
00:21:43.499 --> 00:21:44.735
กูก็ให้ทุกรอบ

390
00:21:44.769 --> 00:21:47.829
ทุกคนลองสุ่มนับชื่อตัวเองมีกี่ไบต์มีกี่บิต

391
00:21:47.934 --> 00:21:48.900
นะคะฉะนั้น

392
00:21:49.083 --> 00:21:49.642
นะคะ

393
00:21:50.140 --> 00:21:53.091
ตัวของแป้นคีย์บอร์ดแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดเนี่ยค่ะ

394
00:21:54.347 --> 00:21:56.730
เขาบอกว่า 1 ตัวอักษรนะคะ

395
00:21:58.224 --> 00:21:59.351
ก็เท่ากับ 8 บิต

396
00:21:59.445 --> 00:22:03.271
ทอด 1 ตัวอักษรมันคือ 1 ใบนะคะก็เท่ากับ 8 บิต

397
00:22:03.300 --> 00:22:03.687
นะคะ

398
00:22:05.169 --> 00:22:08.783
ฉะนั้นนะคะคีย์บอร์ดที่เรามีถูกแบ่งเป็น 4 กรุ๊ป

399
00:22:08.925 --> 00:22:09.969
ด้วยกันนะคะ

400
00:22:10.220 --> 00:22:12.985
กรุ๊ปแรกเราเรียกว่า Challenge

401
00:22:13.635 --> 00:22:14.323
ทายสิ

402
00:22:14.665 --> 00:22:16.723
shallaki คือหมวดไหน

403
00:22:16.926 --> 00:22:18.732
คือโซนไหนของคีย์บอร์ด

404
00:22:21.944 --> 00:22:23.071
ตัวอักขระ

405
00:22:24.098 --> 00:22:25.894
ไม่ใช้คำว่าตัวอักษร

406
00:22:29.346 --> 00:22:32.238
เพราะตัวอักษรมันคือกอไก่ถึงฮอนกฮูก

407
00:22:32.463 --> 00:22:33.815
a ถึง z

408
00:22:34.090 --> 00:22:35.338
ไม่รวมสระ

409
00:22:35.816 --> 00:22:39.856
อันนี้คือตัวอักษรนะคะแต่ถ้าเราบอกว่าชาเล็กเตอร์ครีม

410
00:22:39.954 --> 00:22:43.005
เวลาเราเขียนโปรแกรมนะคะเราใช้คำว่า

411
00:22:43.479 --> 00:22:46.373
เรากำหนดข้อมูลของปุ่มที่ผู้ใช้จะกด

412
00:22:46.585 --> 00:22:52.425
1 ปุ่มนะ 1 ช้านะคะมันคือปุ่มอะไรก็ได้กดบวกลบหรือกดสละ

413
00:22:56.226 --> 00:23:00.190
กดสระเอสระอะสระอาสระอิ

414
00:23:00.547 --> 00:23:02.047
อันนี้คือนับทั้งหมด

415
00:23:02.161 --> 00:23:04.726
เราเรียกว่า 1 ชามนะคะ

416
00:23:04.833 --> 00:23:08.255
1 ชาเล็กเตอร์ก็คือ 1 ใบนะคะก็คือ 8 Bit

417
00:23:08.449 --> 00:23:08.892
นะคะ

418
00:23:09.295 --> 00:23:10.437
Control Cream

419
00:23:12.275 --> 00:23:14.049
ตัวไหนคือ Control Key

420
00:23:16.423 --> 00:23:18.446
ลองทายดูในคีย์บอร์ดเราน่ะ

421
00:23:23.110 --> 00:23:25.577
ปุ่มไหนใช้ control ใช้ควบคุม

422
00:23:25.453 --> 00:23:27.387
เราคิดว่าตัวไหนนะ

423
00:23:29.997 --> 00:23:31.367
ปุ่มคอนโทรล

424
00:23:32.944 --> 00:23:33.961
ก็คือ

425
00:23:34.445 --> 00:23:36.526
gtrl นะคะ

426
00:23:38.821 --> 00:23:44.719
alt artemis นะคะนี่คือปุ่มคอนโทรลนะคะมันก็จะมีหลายกลุ่มอยู่นะคะ

427
00:23:46.910 --> 00:23:48.286
ฟังก์ชั่นคีย์ล่ะคะ

428
00:23:51.280 --> 00:23:53.213
ปุ่มไหนเป็น function Key บ้าง

429
00:23:57.131 --> 00:23:59.450
function Key ก็คือปุ่มที่ขึ้นต้น

430
00:23:59.599 --> 00:23:59.985
ด้วย

431
00:24:00.107 --> 00:24:00.481

432
00:24:01.486 --> 00:24:04.049
แต่ว่ามันจะอยู่แถวบนหรือล่าง

433
00:24:05.116 --> 00:24:06.367
แถวบนน่ะค่ะ

434
00:24:06.915 --> 00:24:08.159
ส่วนมากจะอยู่บนสุด

435
00:24:09.082 --> 00:24:11.129
จะเป็น F1 F1

436
00:24:11.216 --> 00:24:12.460
สองอย่างนี้ค่ะ

437
00:24:12.633 --> 00:24:14.490
อันนี้คือ function Key นะคะ

438
00:24:14.862 --> 00:24:19.297
เอาไว้สำหรับทำไมจะต้องพูดตัวนี้เวลาที่เราเขียนโปรแกรมนะคะ

439
00:24:19.510 --> 00:24:21.433
ให้ผู้ใช้กรอกข้อมูลนะคะ

440
00:24:21.958 --> 00:24:24.023
เชื่อมกันกับระบบที่เราทำน่ะ

441
00:24:25.044 --> 00:24:26.374
นะคะให้ผู้ใช้กด

442
00:24:26.684 --> 00:24:30.394
ปุ่ม F1 เพื่ออะไรทำอะไรนะคะเราก็จะต้องรู้

443
00:24:30.273 --> 00:24:32.215
สุดท้ายก็คือ Number ลิขิต

444
00:24:32.461 --> 00:24:35.616
ก็คือแป้นตัวเลขที่เหมือนกับเครื่องคิดเลขใช้คำนวณ

445
00:24:35.995 --> 00:24:37.486
อันนี้คือแป้นพิมพ์นะคะ

446
00:24:37.739 --> 00:24:41.211
แล้วยังมีแป้นพิมพ์อีกบางประเภทนะคะเราเรียกว่า

447
00:24:41.654 --> 00:24:44.064
แป้นพิมพ์ใช้กับงานเฉพาะด้าน

448
00:24:44.594 --> 00:24:45.093
นะคะ

449
00:24:46.036 --> 00:24:48.405
จำนวนคีย์อาจจะน้อยลงหน่อยเช่น

450
00:24:50.952 --> 00:24:53.546
แป้นที่อยู่บนเครื่องกดเงินน่ะค่ะ

451
00:24:54.507 --> 00:24:55.609
ATM น่ะ

452
00:24:56.300 --> 00:24:58.977
เคยกดสตางค์ผ่าน ATM ใหม่คะ

453
00:24:59.635 --> 00:25:00.857
หรือมันจะรูดบัตร

454
00:25:01.003 --> 00:25:01.797
รึ

455
00:25:02.099 --> 00:25:05.669
เวลาเราไปกด atm มันจะมีปุ่มใช่ไหมคะ

456
00:25:05.936 --> 00:25:12.065
อันนั้นเรียกคีย์บอร์ดเหมือนกันแต่ว่าใช้กับงานเฉพาะด้านก็คือใช้ทำธุรกรรมทางการเงินนะคะ

457
00:25:12.475 --> 00:25:15.270
ฝากถอนโอนอะไรก็ว่าไปนะคะ

458
00:25:15.642 --> 00:25:17.998
หรือแป้นขึ้นอยู่กับเครื่องนะคะ

459
00:25:19.251 --> 00:25:20.030
อย่างเช่น

460
00:25:21.257 --> 00:25:25.027
เราไปร้านอาหารนะคะเขาก็จะมีแป้นให้

461
00:25:25.297 --> 00:25:26.333
มีปุ่มให้

462
00:25:26.814 --> 00:25:29.391
แล้วเอาง่ายสุดเอาอเมซอนแล้วกัน

463
00:25:29.557 --> 00:25:31.046
เวลาเราไปสั่งน้ำ

464
00:25:31.254 --> 00:25:32.739
เคยเข้าอเมซอนไหมคะ

465
00:25:32.932 --> 00:25:33.914
ไม่เคยเลยหรือ

466
00:25:34.324 --> 00:25:37.255
ทำไมน่าสงสารจังเลยมันไม่มีหรอกแถวๆบ้าน

467
00:25:38.072 --> 00:25:38.608
ไม่มี

468
00:25:38.962 --> 00:25:39.799
เซเว่นล่ะ

469
00:25:42.359 --> 00:25:44.047
คือเขาจะมีปุ่ม

470
00:25:45.613 --> 00:25:47.124
สั่งด่วนน่ะนะคะ

471
00:25:47.336 --> 00:25:47.827
เช่น

472
00:25:49.038 --> 00:25:52.696
เราซื้ออะไรล่ะที่คนซื้อบ่อยๆเขาก็จะกดตัวนั้นเลย

473
00:25:53.170 --> 00:25:53.824
มันก็จะคิด

474
00:25:54.015 --> 00:25:55.147
เงินของตัวนั้นนะคะ

475
00:25:55.465 --> 00:25:56.203
โดยที่

476
00:25:58.414 --> 00:26:02.271
ทำงานคิดเงินน่ะแคชเชียร์ไม่ต้องพิมพ์อะไรลงไปค่ะ

477
00:26:02.622 --> 00:26:05.805
คือไม่ต้องอ่านบาร์โค้ดด้วยกดปุ่มนั้นเลยนะคะ

478
00:26:06.107 --> 00:26:10.496
ถ้าเป็น Amazon นี้มันจะช้าเพราะเขาจะมีหมดอยู่แล้วว่า

479
00:26:10.859 --> 00:26:13.954
คีย์บอร์ดตัวนี้ฝั่งนี้คือกาแฟนะคะ

480
00:26:14.680 --> 00:26:20.669
กาแฟมันก็จะมีประเภทไหนบ้างเขาจะกดปุ่มเลยเขาไม่ได้ไปยิง QR Code อะไรนะคะ

481
00:26:20.933 --> 00:26:21.983
หรือซ่า

482
00:26:22.042 --> 00:26:24.088
ชาหรือสมูทตี้

483
00:26:24.218 --> 00:26:31.367
เขาก็จะกดปุ่มสั่งเลยว่าเราสั่งอะไรอันนี้คือเป็นการออกแบบคีย์บอร์ดมาสำหรับการใช้งานเฉพาะด้านนะคะ

484
00:26:34.026 --> 00:26:34.832
ไป

485
00:26:35.768 --> 00:26:37.871
เราเคยเห็นคีย์บอร์ดแบบนี้ไหมคะ

486
00:26:38.461 --> 00:26:41.690
ก็คือคีย์บอร์ดใช้งานปกตินี่ล่ะค่ะแต่ว่า

487
00:26:41.928 --> 00:26:43.846
เราเรียกการออกแบบคีย์บอร์ด

488
00:26:43.981 --> 00:26:45.342
ประเภทนี้ว่าใช้

489
00:26:45.514 --> 00:26:48.306
หลักการการยศาสตร์ในการออกแบบนะคะ

490
00:26:48.906 --> 00:26:51.355
ภาษาอังกฤษใช้คำว่า commit

491
00:26:51.468 --> 00:26:55.192
เราดูที่บอร์ดตัวนี้ต่างจากคีย์บอร์ดที่เราใช้งานตัวนี้ไหม

492
00:26:55.386 --> 00:26:56.684
ต่างกันอย่างไร

493
00:26:58.329 --> 00:27:00.293
มันจะมีส่วนเว้าโค้ง

494
00:27:03.343 --> 00:27:06.102
มีส่วนรองข้อมือเวลาพิมพ์อย่างนี้ค่ะ

495
00:27:06.368 --> 00:27:08.190
แต่ของเรานี่ไม่มีนะคะ

496
00:27:08.383 --> 00:27:10.915
ก็คือจริงๆไม่ได้มีแค่คีย์บอร์ดค่ะ

497
00:27:11.233 --> 00:27:14.011
มันมีอุปกรณ์อีกเยอะนะคะที่ออกแบบมา

498
00:27:14.125 --> 00:27:17.207
ตัวอำนวยความสะดวกแล้วก็ทำให้ผู้ใช้งานนี่

499
00:27:17.427 --> 00:27:19.278
ได้รับความปลอดภัยนะคะ

500
00:27:19.491 --> 00:27:22.577
ก็คือทำไมถึงมี iPad อันนี้

501
00:27:23.683 --> 00:27:26.174
แผ่นนี้ขัดต่อมาจากคีย์บอร์ดปกติ

502
00:27:26.641 --> 00:27:29.695
เพื่อเอามาลองข้อมือเวลาเราพิมพ์สัมผัส

503
00:27:30.759 --> 00:27:32.903
เราพิมพ์สัมผัสนี่เราต้อง

504
00:27:33.401 --> 00:27:34.636
เราใช้กี่นิ้ว

505
00:27:34.526 --> 00:27:36.920
การพิมพ์สัมผัส

506
00:27:39.551 --> 00:27:40.679
50 นิ้วเลยหรือ

507
00:27:41.751 --> 00:27:44.396
นิ้วคือใช้ทุกนิ้วนะคะ

508
00:27:45.021 --> 00:27:47.126
อันนี้คือการพิมพ์สัมผัสนะคะ

509
00:27:47.017 --> 00:27:48.611
เราต้องวางมือให้ถูก

510
00:27:48.705 --> 00:27:51.494
ต้องก่อนเสร็จแล้วเราก็จะเห็นว่า

511
00:27:51.849 --> 00:27:52.980
นิ้วไหนใช้กับ

512
00:27:53.763 --> 00:27:55.899
ตัวอักขระตัวไหนนะคะ

513
00:27:56.599 --> 00:27:57.291
เราก็

514
00:27:57.875 --> 00:28:02.313
เราต้องใช้ทุกนิ้วพอกูบอกพิมพ์สัมผัสนี่ไม่ใช่การจิ้มสัมผัสนะคะ

515
00:28:02.787 --> 00:28:08.869
จิ้มนี่คือใช้นิ้วชี้นิ้วเดียวนะคะแล้วก็จิ้มไปทุกตัวอักษรไม่รู้อยู่ตำแหน่งไหนล่ะ

516
00:28:09.087 --> 00:28:12.521
เยี่ยมไปเลยอันนี้คือไม่ใช่ลักษณะการพิมพ์สัมผัสนะคะ

517
00:28:12.785 --> 00:28:14.194
พิมพ์สัมผัสนี้คือ

518
00:28:14.582 --> 00:28:16.169
มึงจะวางนะคะ

519
00:28:16.481 --> 00:28:18.590
วางให้ถูกต้องตามหลักการพิมพ์

520
00:28:19.533 --> 00:28:20.913
ตาจะอยู่ที่จอ

521
00:28:21.472 --> 00:28:24.043
ตาจะไม่อยู่ที่คีย์บอร์ดนะคะแล้วก็พิมพ์

522
00:28:25.378 --> 00:28:27.001
พิมพ์มาบ้างหรือยังคะ

523
00:28:26.891 --> 00:28:29.624
จากที่ครูส่งลิงค์

524
00:28:29.922 --> 00:28:31.206
โปรแกรมฝึกให้

525
00:28:33.631 --> 00:28:34.989
ได้เท่าไหร่แล้วเอย

526
00:28:36.704 --> 00:28:40.126
ไม่เท่าไหร่นี่ถึง 20 หรือยังได้เท่าไรนะ

527
00:28:42.622 --> 00:28:44.119
33 แล้วใช่ไหม

528
00:28:44.269 --> 00:28:45.619
ใกล้แล้วนะคะ

529
00:28:46.079 --> 00:28:47.535
อาจารย์กำหนดไว้

530
00:28:47.805 --> 00:28:48.852
35 ค่ะ

531
00:28:49.707 --> 00:28:50.824
สู้ต่อไปนะคะ

532
00:28:54.499 --> 00:28:55.789
35 ขึ้นไป

533
00:28:57.302 --> 00:28:59.650
ไม่ไปก็ได้ค่ะ 36 ก็ได้

534
00:29:01.304 --> 00:29:02.342
ถือว่าไม่ผ่าน

535
00:29:05.057 --> 00:29:06.957
ข้อสอบจนกว่าจะผ่านนะคะ

536
00:29:08.659 --> 00:29:10.861
คือถ้าเราพิมพ์สัมผัสได้

537
00:29:13.065 --> 00:29:16.247
เราจะรู้ได้อย่างไรว่าตอนไหนที่เราพิมพ์สัมผัสได้

538
00:29:16.355 --> 00:29:19.631
ก็ตอนที่เรามองหน้าจออย่างเดียวไม่มองที่พี่บอย

539
00:29:19.818 --> 00:29:22.589
แต่ตราบใดที่เรายังมองคีย์บอร์ดพี่

540
00:29:22.642 --> 00:29:24.079
เพื่อหาปุ่มนั้นนี้อยู่

541
00:29:24.230 --> 00:29:28.331
แสดงว่าเรายังพิมพ์สัมผัสไม่ได้คราวนี้นี่เขาจะหาได้เร็วเนาะ

542
00:29:28.345 --> 00:29:32.213
ถ้าเราใช้บ่อยเราก็จะรู้ว่าปุ่มไหนมันอยู่ตรงไหนแต่เมื่อไหร่ที่นั่น

543
00:29:32.222 --> 00:29:33.387
พิมพ์สัมผัสได้

544
00:29:33.603 --> 00:29:34.626
แต่เราจะหา

545
00:29:34.860 --> 00:29:37.906
อักษรไม่เจอแต่มือมันจะไปเองเป็นอัตโนมัติ

546
00:29:37.956 --> 00:29:41.710
เพราะการพิมพ์ถังสัมผัสมันคือทักษะเหมือนเราขับรถได้นะ

547
00:29:42.419 --> 00:29:44.765
นะคะเราไม่จำเป็นต้องขับรถทุกวัน

548
00:29:45.195 --> 00:29:47.930
อาทิตย์นึงขับ 1 ครั้งหนึ่งได้ไหมคะ

549
00:29:49.421 --> 00:29:50.304
ขับได้ไหม

550
00:29:51.134 --> 00:29:52.331
หรือไม่ได้ครับ

551
00:29:52.498 --> 00:29:55.367
รถเดือนหนึ่งแล้วแล้วไปขับขับได้ไหม

552
00:29:55.580 --> 00:29:57.005
ขับมอเตอร์ไซค์ก็ได้

553
00:29:57.258 --> 00:29:57.858
ไม่ได้ป่ะ

554
00:29:58.057 --> 00:29:59.424
จักรยานแล้วปีนึง

555
00:30:00.360 --> 00:30:01.963
พอไปเห็นจะจอดแล้ว

556
00:30:02.316 --> 00:30:03.008
ฝันได้ไหม

557
00:30:03.341 --> 00:30:05.695
ทำไมถึงยังปั่นได้เพราะ

558
00:30:08.156 --> 00:30:11.594
เพราะมันเป็นทักษะไงมันไม่ใช่การท่องจำ

559
00:30:12.379 --> 00:30:14.144
พิมพ์สัมผัสก็เหมือนกันนะ

560
00:30:14.249 --> 00:30:14.619
ค่ะ

561
00:30:15.102 --> 00:30:17.830
ถ้าเราพิมพ์สัมผัสได้นี่จะนานแค่ไหน

562
00:30:18.081 --> 00:30:21.087
มันก็จะพิมพ์ได้นิ้วมันจะไปอัตโนมัตินะคะ

563
00:30:21.322 --> 00:30:24.070
ฉะนั้นให้ทุกคนฝึกเป็นอัตโนมัติเลย

564
00:30:24.523 --> 00:30:24.909
นะคะ

565
00:30:25.052 --> 00:30:27.210
นิ้วมันจะไปเองพอเห็น

566
00:30:27.321 --> 00:30:28.314
ทำไมถึงเรียก

567
00:30:28.863 --> 00:30:32.391
เลือกโปรแกรมที่ส่งริมให้เพราะโปรแกรมตัวนี้มันจะให้ฝึก

568
00:30:32.422 --> 00:30:36.005
พิมพ์ที่เป็นคำจากคำที่ง่ายมันจะปรับหมดคำให้เองนะคะ

569
00:30:36.194 --> 00:30:40.616
พอเราพิมพ์ได้เยอะขึ้นหมดคำมันจะยาวขึ้นยาวขึ้นสังเกตไหมคะ

570
00:30:40.923 --> 00:30:49.337
ตอนแรกๆนี่จะเป็นคำที่ง่ายอยู่แล้วก็เป็นคำเดิมซ้ำๆหลายรอบนะคะแต่พอเราฝึกไปเรื่อยๆนะคะมันก็จะยากขึ้นมีกฎ

571
00:30:49.319 --> 00:30:49.652
ชีส

572
00:30:50.052 --> 00:30:51.631
มีขึ้นลงนะคะ

573
00:30:54.247 --> 00:30:55.381
นอกจากเป็นพิษ

574
00:30:55.576 --> 00:30:58.424
แป้นพิมพ์ก็จะเป็นเมาส์ช่วยในการชี้ตำแหน่ง

575
00:30:59.193 --> 00:31:00.362
เมาส์มีกี่ปุ่ม

576
00:31:04.691 --> 00:31:05.999
ปุ่มอะไรบ้าง

577
00:31:14.525 --> 00:31:16.270
มันจะมีหลายประเภทนะคะ

578
00:31:16.989 --> 00:31:17.591
เมาแล้วเนี่ย

579
00:31:20.419 --> 00:31:24.320
ขึ้นอยู่กับเอาแบบเหมาทั่วไปนะคะก็จะมี 3 ปุ่มนะคะ

580
00:31:24.628 --> 00:31:25.496
กลุ่มไหนบ้าง

581
00:31:27.777 --> 00:31:30.329
พลิกซ้ายพลิกขวา

582
00:31:30.896 --> 00:31:31.908
แล้วก็

583
00:31:32.217 --> 00:31:32.787
เลื่อน

584
00:31:33.332 --> 00:31:33.668
นะ

585
00:31:34.017 --> 00:31:35.210
เลื่อนล้อนะคะ

586
00:31:36.104 --> 00:31:36.626
Click

587
00:31:36.813 --> 00:31:38.492
ตายใช้กรณีไหน

588
00:31:42.085 --> 00:31:42.538
เลือก

589
00:31:45.825 --> 00:31:46.718
มันจะมี Click

590
00:31:46.597 --> 00:31:48.887
คลิปนี้กดกี่ครั้ง

591
00:31:52.608 --> 00:31:54.049
ถ้าครูบอกว่าคลิป

592
00:31:54.905 --> 00:31:55.704
1 ครั้ง

593
00:31:56.174 --> 00:31:56.884
Double Click

594
00:31:59.224 --> 00:32:00.912
มีแบบกดมากกว่านั้นไหม

595
00:32:04.205 --> 00:32:04.633
เล่น

596
00:32:04.875 --> 00:32:06.688
เกมมันก็คือคลิกนั่นแหละ

597
00:32:07.094 --> 00:32:07.445
เรา

598
00:32:07.574 --> 00:32:10.874
มันก็กลายเป็น Click อย่างนี้นะคะ

599
00:32:11.025 --> 00:32:13.067
ขวาราคาใช้ในกรณีไหน

600
00:32:17.498 --> 00:32:21.356
เวลาเราต้องการเรียกใช้งานเพิ่มเติมหรือฟังก์ชันเพิ่มเติม

601
00:32:21.232 --> 00:32:26.156
เมาส์ใช้ป้อนตัวอักษรได้ไหม

602
00:32:30.158 --> 00:32:32.590
เมาส์ใช่ปอนด์กไก่ได้ไหม

603
00:32:33.666 --> 00:32:36.045
ถ้าเรามีโปรแกรมที่มันให้มาเอาคลิป

604
00:32:37.965 --> 00:32:39.875
ถ้าเมาอยู่บนหน้า desktop

605
00:32:40.648 --> 00:32:42.250
ป้อนตัวอักษรได้ไหม

606
00:32:44.765 --> 00:32:46.355
อยู่บนหน้า desktop

607
00:32:47.240 --> 00:32:48.730
รู้จักหน้า Desktop นะ

608
00:32:49.061 --> 00:32:54.240
หน้าที่เปิดขึ้นมาปุ๊บมันก็จะเป็นหน้าจอเริ่มแรกที่เราบูตเข้าวินโดว์นะคะ

609
00:32:55.207 --> 00:33:02.273
อันนั้นเราเรียกว่าหน้า Desktop มันไม่สามารถป้อนได้นอกจากว่าเราจะเปิดโปรแกรมที่มันมีแถบ

610
00:33:02.459 --> 00:33:03.863
ให้เราคลิกนะคะ

611
00:33:04.798 --> 00:33:05.799
OK

612
00:33:05.985 --> 00:33:11.911
ข้อดีของเมาส์ก็คือสามารถป้อนข้อมูลได้แบบรวดเร็วคือคลิกเลือกได้เลยนะคะ

613
00:33:12.381 --> 00:33:14.148
เคยเห็นไหมแบบนี้ไหม

614
00:33:16.683 --> 00:33:19.277
ตัวนี้เรียกว่าแท็กเบานะคะ

615
00:33:20.140 --> 00:33:29.844
เมาส์ที่มีอันนี้ไม่ใช่เม้าสิเขาทำผิดประเภทนะคะถูกแล้วนะคะเราจะเลื่อนเคอร์เซอร์โดยใช้นิ้วเลื่อนตรงนี้นะคะ

616
00:33:30.123 --> 00:33:31.667
ใช้นิ้วเหมือนถูกไปนะ

617
00:33:31.747 --> 00:33:32.043

618
00:33:32.134 --> 00:33:34.512
ถูกเลื่อนไปบนอย่างนี้นะคะ

619
00:33:35.854 --> 00:33:36.166

620
00:33:36.343 --> 00:33:38.186
เพราะว่าตรงนี้มันจะมี

621
00:33:38.521 --> 00:33:39.567
ตัวไมโครชิพ

622
00:33:39.679 --> 00:33:40.564
อยู่นะคะ

623
00:33:40.762 --> 00:33:44.491
มันก็จะรับข้อมูลได้ว่าอันนี้คือเราเลื่อนเคอร์เซอร์ไปนะคะ

624
00:33:45.959 --> 00:33:48.912
เหมือนกับเราใช้เมาส์ลากไปมานั่นแหละนะคะ

625
00:33:49.466 --> 00:33:51.288
มันก็จะมี tax Point

626
00:33:51.625 --> 00:33:53.448
เคยเห็นแท็กพ้อยไหมคะ

627
00:33:55.058 --> 00:33:55.968
จะอยู่กับ

628
00:33:56.607 --> 00:33:57.579
เครื่องโน๊ตบุ๊ค

629
00:33:58.854 --> 00:34:00.484
บางยี่ห้อ

630
00:34:01.417 --> 00:34:06.040
มันจะมีปุ่มสีแดงแบบนี้นะคะใช้ในการเลื่อนตำแหน่งเหมือนกันนะคะ

631
00:34:06.401 --> 00:34:07.948
เมื่อก่อนจะอยู่ที่

632
00:34:08.359 --> 00:34:08.968
Notebook

633
00:34:09.094 --> 00:34:11.463
ของ ibm แต่หลังๆมา

634
00:34:11.817 --> 00:34:12.783
ไม่เห็นนะคะ

635
00:34:13.086 --> 00:34:14.189
เขาน่าจะเอาออก

636
00:34:15.902 --> 00:34:16.580
ตัวนี้ล่ะ

637
00:34:19.351 --> 00:34:21.946
เคยใช้งานไหมคะใช้ที่ไหนเอ่ย

638
00:34:23.833 --> 00:34:24.741
อยู่ตรงไหน

639
00:34:25.998 --> 00:34:26.657
ของ

640
00:34:27.778 --> 00:34:29.100
ของโน๊ตบุ๊คนะคะ

641
00:34:28.985 --> 00:34:30.974
เราเรียกว่าทัชแพด

642
00:34:31.612 --> 00:34:32.207
นะคะ

643
00:34:32.101 --> 00:34:37.568
คนละอันกับทัชสกรีนนะคะ touchpad ก็คือเอาไว้เลื่อนเหมือนกันนะคะ

644
00:34:37.659 --> 00:34:41.848
กรณีที่เราไม่ได้เอาเมาส์ไปนะคะเราก็เปิด touchpad

645
00:34:42.346 --> 00:34:47.541
เราก็เลือกเหมือนกันนะคะก็จะมีปุ่มคลิกซ้ายคลิกขวาให้นะคะเอาไว้

646
00:34:47.561 --> 00:34:49.091
เคอร์เซอร์นะคะ

647
00:34:49.224 --> 00:34:59.211
ควบคุมตัวชี้คือทัชสกรีนที่ครูบอกว่าเป็นทั้ง input แล้วก็เอาพุธนะคะมันเป็นอุปกรณ์ตัวเดียวที่พูดถึงวันนี้ทั้งอินและเอา

648
00:34:59.402 --> 00:35:01.892
ถ้าใครตอบข้อ 3 ข้อนี้ผิดนิ

649
00:35:02.211 --> 00:35:03.334
จะเสียใจเลยนะ

650
00:35:04.479 --> 00:35:06.014
ชอบพูด 5 รอบแล้ว

651
00:35:07.197 --> 00:35:09.609
อุปกรณ์ที่คือโจทย์อ่ะค่ะ

652
00:35:10.031 --> 00:35:13.837
อันนี้คือไม่ได้บอกแนวข้อสอบแล้วค่ะบอกข้อสอบเลยนะคะ

653
00:35:14.086 --> 00:35:20.252
มันขึ้นอยู่กับต่อไปจะศึกษาจะทำความเข้าใจอย่างไรนะคะยังจะจำได้ไหมนะคะ

654
00:35:20.339 --> 00:35:22.353
แต่คิดว่าน่าจะยังไม่ลืม

655
00:35:22.893 --> 00:35:23.268
แต่

656
00:35:23.390 --> 00:35:27.886
เพราะเราเรียนจบป 6 บทปุ๊บเราจะสอบเลยนะคะหมดละ 10 ข้อ

657
00:35:28.172 --> 00:35:28.952
ข้อสอบ

658
00:35:29.521 --> 00:35:29.750

659
00:35:29.923 --> 00:35:33.060
นะคะบทที่ 1-10 ข้อไม่รู้จดได้กี่ข้อ

660
00:35:33.290 --> 00:35:33.959
นะคะ

661
00:35:34.100 --> 00:35:36.275
บทที่ 2 ก็ 10 มันมีอยู่ 6 บท

662
00:35:38.200 --> 00:35:38.995
60 บท

663
00:35:40.090 --> 00:35:40.823
บทละ 10

664
00:35:43.246 --> 00:35:47.102
โจทย์ถามว่าจอภาพที่เป็นแบบระบบทัชสกรีน

665
00:35:47.332 --> 00:35:48.803
จัดอยู่ในหน่วยใด

666
00:35:50.052 --> 00:35:51.378
ของฮาร์ดแวร์

667
00:35:52.321 --> 00:35:53.701
เป็นฮาร์ดแวร์หน่วยใด

668
00:35:54.087 --> 00:35:57.215
มันก็จะมีหน่วยรับข้อมูลหน่วยสแกนผล

669
00:35:57.750 --> 00:36:01.352
หน่วยประมวลผลหน่วยความจำหน่วยรับและแสดงผล

670
00:36:02.108 --> 00:36:02.547
นะคะ

671
00:36:02.666 --> 00:36:02.948

672
00:36:03.050 --> 00:36:05.557
เราจะต้องรู้ว่าอันนี้คืออะไรนะคะ

673
00:36:06.181 --> 00:36:07.439
แต่เชื่อว่านัก

674
00:36:07.560 --> 00:36:08.814
ขาจะรู้นะเธอ

675
00:36:08.891 --> 00:36:12.178
กลิ่นก็คือจอภาพที่มันนึกถึงมือถือเราน่ะ

676
00:36:12.367 --> 00:36:13.988
อันนั้นก็คือทัชสกรีนนะคะ

677
00:36:14.608 --> 00:36:15.140
OK

678
00:36:16.192 --> 00:36:16.903
joystick

679
00:36:17.488 --> 00:36:18.516
เคยเห็นไหมคะ

680
00:36:19.246 --> 00:36:20.520
เอาไว้ทำอะไรเอ่ย

681
00:36:21.491 --> 00:36:23.062
เอาไว้ควบคุม

682
00:36:24.285 --> 00:36:27.576
จะตอบว่าเล่นเกมน่ะสิเอาไว้ทำอย่างอื่นได้ไหม

683
00:36:28.351 --> 00:36:30.190
เอาไว้ควบคุมได้ค่ะ

684
00:36:30.645 --> 00:36:33.176
เลื่อนขึ้นลงซ้ายขวา

685
00:36:33.623 --> 00:36:35.851
แต่ส่วนมากเราจะเอาไว้เห็น

686
00:36:36.074 --> 00:36:37.791
ที่แบบเราเล่นเกมนะคะ

687
00:36:38.209 --> 00:36:40.944
มันเป็นคันโยกขึ้นมาเหมือนกับคันรถแล้วนะ

688
00:36:41.751 --> 00:36:43.324
เกียร์แบบเกียร์กระปุกนะคะ

689
00:36:44.106 --> 00:36:46.121
มันง่ายกว่าใช้เมาส์นะคะ

690
00:36:46.284 --> 00:36:49.071
มันจะเร็วกว่าใช้คีย์บอร์ดดีกว่าเราไปกด

691
00:36:49.137 --> 00:36:49.885
ปุ่มนะคะ

692
00:36:51.132 --> 00:36:52.468
อันนี้เป็นจอย

693
00:36:52.828 --> 00:36:55.305
แล้วก็เป็นปากกานะคะ Light pen

694
00:36:55.805 --> 00:37:00.687
กาวที่ใช้วาดรูปหรือใช้เส้นหรือใช้เขียนทางด้านการออกแบบนะคะ

695
00:37:01.048 --> 00:37:04.748
เขียนแล้วก็จะเซฟข้อมูลตรงนั้นไปเป็นรูปเลยนะคะเช่น

696
00:37:04.882 --> 00:37:05.357
เซ็น

697
00:37:05.842 --> 00:37:06.408
เพื่อ

698
00:37:06.967 --> 00:37:15.902
เซ็นเป็นแบบระบบลายเซ็นดิจิตอลนะคะก็คือเส้นแล้วก็เซฟเป็นไฟล์ได้เลยนะคะตัวนี้เป็นดิจิทัลแท็บเล็ตนะคะเป็นเครื่องอ่านพิกัด

699
00:37:16.237 --> 00:37:16.587

700
00:37:16.718 --> 00:37:18.822
ตัวนี้ที่เขาจับอยู่นะคะ

701
00:37:19.187 --> 00:37:21.196
ว่าเขาจะเลื่อนไปแล้วก็มักจะ

702
00:37:21.463 --> 00:37:23.005
นะคะเหมือนเราทำพิกัด

703
00:37:25.070 --> 00:37:26.751
ส่งข้อมูลตำแหน่งนะคะ

704
00:37:27.102 --> 00:37:29.523
แล้วก็จะมีตัว micr

705
00:37:29.376 --> 00:37:33.112
เคยเห็นเช็คไหมคะ

706
00:37:34.982 --> 00:37:36.255
ใบเช็คเงินน่ะ

707
00:37:36.744 --> 00:37:37.287
นะคะ

708
00:37:38.498 --> 00:37:41.049
มันจะมีเครื่องที่เอาไว้ตรวจสอบว่าใช้

709
00:37:41.631 --> 00:37:43.104
ตัวนี้ปอใหม่นะคะ

710
00:37:43.587 --> 00:37:45.641
เช็คเด้งนี่คือเช็คปลอมไหม

711
00:37:46.981 --> 00:37:47.864
ไม่ปลอมหรอก

712
00:37:48.541 --> 00:37:49.262
แปล

713
00:37:50.603 --> 00:37:52.013
บัญชีนั้นไม่มีเงิน

714
00:37:54.425 --> 00:37:55.639
แต่เช็คปลอมนี่

715
00:37:56.447 --> 00:37:57.363
แปลว่า

716
00:37:57.606 --> 00:38:00.743
ไม่งั้นปลอมน่ะคือมันใช้ไม่ได้แต่ใช้

717
00:38:00.807 --> 00:38:01.644
เมฆคือ

718
00:38:02.082 --> 00:38:03.686
ตอนที่เราไปขึ้นเงินน่ะ

719
00:38:03.898 --> 00:38:05.826
มันมีเงินจ่ายในบัญชี

720
00:38:06.672 --> 00:38:08.690
เงินไม่พอนะคะเช่น

721
00:38:08.819 --> 00:38:13.618
ครูจ่ายเช็คให้จักรพันธ์ 10,000 บาทมีเงินในบัญชี 500 อย่างนี้ค่ะฉะนั้น

722
00:38:14.102 --> 00:38:15.958
เช็คตัวนี้ก็ยังเบิกไม่ได้

723
00:38:16.283 --> 00:38:18.909
ก็ยังขึ้นเงินไม่ได้ก็ต้องรอก่อนอย่างนี้นะคะ

724
00:38:20.238 --> 00:38:21.647
แต่เช็คปลอมนี่คือ

725
00:38:21.862 --> 00:38:23.489
คือใช้ไม่ได้นะคะ

726
00:38:24.737 --> 00:38:25.585
OK

727
00:38:26.182 --> 00:38:26.973
บาร์โค้ด

728
00:38:28.637 --> 00:38:30.517
บาร์โค้ดคือรูปนี้

729
00:38:31.068 --> 00:38:33.958
ตอนนี้มันมีบาร์โค้ดที่เป็นแบบแท่งอย่างนี้นะ

730
00:38:34.330 --> 00:38:35.854
ก็จะแทนตัวเลขนะคะ

731
00:38:36.146 --> 00:38:39.627
เราก็เป็นรูปที่เราไม่เรียกว่าคิวอาร์โค้ดนะคะ

732
00:38:39.941 --> 00:38:47.401
ก็คือเป็นรูปเพื่อเก็บข้อมูลที่แทนที่เราจะตีข้อมูลน่ะเราใช้วิธีการยิงเอาเลยนะคะมันก็จะเร็ว

733
00:38:47.819 --> 00:38:51.084
มันสะดวกสบายต่อการใช้งานสแกนเนอร์นะคะ

734
00:38:51.623 --> 00:38:54.674
ไปดูอุปกรณ์ที่อยู่ในกลุ่มกวาดข้อมูลนี่แหละค่ะ

735
00:38:55.035 --> 00:38:58.700
สแกนเนอร์มีหลายประเภทนะคะนักศึกษาเคยใช้ประเภทไหนเอ่ย

736
00:39:01.797 --> 00:39:03.223
แบบนี้เคยใช้ไหม

737
00:39:04.685 --> 00:39:08.125
xpander แต่ว่ามันจะยิงได้เหมือนกับตัวยิง

738
00:39:08.532 --> 00:39:09.773
Barcode Reader

739
00:39:12.326 --> 00:39:15.180
สแกนคิวอาร์โค้ดสแกนบาร์โค้ดแล้วก็

740
00:39:15.327 --> 00:39:16.592
สแกนเนอร์แบบ

741
00:39:16.643 --> 00:39:18.735
เอากระดาษเข้าไปหรือเป็น Scanner แบบ

742
00:39:18.802 --> 00:39:19.586
เปิดฝาขึ้น

743
00:39:19.872 --> 00:39:20.151

744
00:39:20.316 --> 00:39:21.437
แล้วก็วางกระดาษ

745
00:39:21.715 --> 00:39:22.169

746
00:39:22.252 --> 00:39:24.966
ขับลงมานะคะสแกนเนอร์จะมีหลายแบบ

747
00:39:25.802 --> 00:39:26.848
ต่อไปนะคะ

748
00:39:27.959 --> 00:39:31.250
เครื่องรู้จำอักขระด้วยแสงนะคะ ocr

749
00:39:33.704 --> 00:39:37.700
ocr นี่เราจะเอาไว้ใช้ในการสแกนข้อมูลเยอะๆ

750
00:39:38.009 --> 00:39:39.593
แล้วแปลงเป็นไฟล์

751
00:39:40.692 --> 00:39:42.072
เอาไว้เช่น

752
00:39:42.556 --> 00:39:43.830
หนังสือที่ห้องสมุด

753
00:39:43.972 --> 00:39:45.426
เราไม่มีพื้นที่

754
00:39:46.292 --> 00:39:47.736
ไม่มีห้องเก็บนะคะ

755
00:39:48.162 --> 00:39:49.362
เราต้องการเก็บ

756
00:39:50.451 --> 00:39:55.107
หนังสือตัวนี้ไว้คือเราจะลบทิ้งแล้วแต่หนังสือนี้มันยังสามารถ

757
00:39:55.398 --> 00:40:00.309
ใช้งานมันได้อยู่แต่มันไม่มีพื้นที่เก็บน่ะแล้วจะสแกนเอกสารแบบนี้ทั้งเล่มค่ะ

758
00:40:00.780 --> 00:40:03.405
แล้วมันสามารถแปลงมาเป็นไฟล์ Word ได้นะคะ

759
00:40:03.730 --> 00:40:05.635
เราเรียกว่า ocr นะคะ

760
00:40:06.657 --> 00:40:07.776
ส่วนเครื่อง

761
00:40:07.909 --> 00:40:08.909
omr

762
00:40:09.729 --> 00:40:11.188
ต้องถามว่า

763
00:40:11.471 --> 00:40:14.598
เคยไปสอบที่ไหนแล้วเขาให้ใช้

764
00:40:15.051 --> 00:40:16.214
ดินสอฝนน่ะ

765
00:40:17.530 --> 00:40:19.369
มันจะเป็นดินสออย่างนี้นะ

766
00:40:20.253 --> 00:40:24.256
ปกติเขาจะบอกว่าเขาจะให้ใช้คือถ้าใช้กานิ

767
00:40:24.383 --> 00:40:25.061
แค่คนตรวจ

768
00:40:26.152 --> 00:40:26.436

769
00:40:27.229 --> 00:40:30.148
ให้ฝนให้มันดำๆอ่ะเขาจะใช้เครื่องตรวจ

770
00:40:30.408 --> 00:40:33.772
ไอ้เครื่องที่ตรวจน่ะเราเรียกว่าเครื่อง omr

771
00:40:34.225 --> 00:40:34.652
นะคะ

772
00:40:35.190 --> 00:40:37.855
ถามว่าทำไมเครื่องมันฉลาดจังเลย

773
00:40:38.274 --> 00:40:39.522
ถึงตรวจได้ว่าถูกผิด

774
00:40:39.966 --> 00:40:43.164
จริงๆแล้วเครื่องมันจะตรวจสอบตาม

775
00:40:43.797 --> 00:40:44.789
ผงคาร์บอน

776
00:40:45.917 --> 00:40:46.982
ปีนี้สมุทร

777
00:40:47.510 --> 00:40:49.731
จักรพันธ์ใช้ดินสอที่ไม่มี

778
00:40:50.307 --> 00:40:51.331
ขอคาร์บอนล่ะ

779
00:40:51.779 --> 00:40:52.441
มีไหม

780
00:40:53.517 --> 00:40:54.966
มันจะมีดินสอที่แบบ

781
00:40:55.670 --> 00:40:56.724
มันไม่ค่อยดำน่ะ

782
00:40:57.991 --> 00:40:59.215
มันไม่เข้มนะคะ

783
00:40:59.826 --> 00:41:01.440
แปลว่าตอนไปสอบน่ะ

784
00:41:01.325 --> 00:41:07.828
คือตอบถูกอยู่แต่ว่าตัวเครื่องมาสแกนไม่เจอเพราะมันไม่มีผงคาร์บอนที่เข้มข้น

785
00:41:07.886 --> 00:41:08.995
คนพอนะ

786
00:41:09.091 --> 00:41:11.144
จักรพันธ์ก็เลยกลายเป็นได้ 0

787
00:41:12.464 --> 00:41:13.725
แบบนี้มีไหม

788
00:41:14.204 --> 00:41:16.014
หรือที่ได้ 0 เพราะว่า

789
00:41:17.237 --> 00:41:18.190
ผิดเอง

790
00:41:18.077 --> 00:41:23.339
เราก็คิดให้เราสบายใจก็คืออ่อน

791
00:41:23.376 --> 00:41:23.863

792
00:41:24.173 --> 00:41:25.846
ต่อเราไม่มีคาร์บอน

793
00:41:26.022 --> 00:41:27.832
ตอบได้อยู่อย่างนี้นะคะ

794
00:41:27.946 --> 00:41:29.133
คาร์บอนไม่พอ

795
00:41:38.181 --> 00:41:39.391
เริ่มมีความคิด

796
00:41:39.643 --> 00:41:40.373
different

797
00:41:41.626 --> 00:41:41.892
คิด

798
00:41:42.044 --> 00:41:42.632
ต่าง

799
00:41:43.129 --> 00:41:43.913
นอกกรอบ

800
00:41:45.769 --> 00:41:47.043
น่าลองนะ

801
00:41:47.682 --> 00:41:51.884
แต่ปกติแล้วมันจะมีว่าเฉลยข้อไหนนะคะแล้วมันก็จะเช็คไปนะ

802
00:41:52.086 --> 00:41:53.594
นั้นตำแหน่งนั้นนะคะ

803
00:41:54.956 --> 00:41:56.673
เหมือนอัษฎาวุธว่า

804
00:41:58.162 --> 00:41:59.124
ถ้าคุณ

805
00:41:59.514 --> 00:42:00.874
คือฝนทั้งหมด

806
00:42:01.015 --> 00:42:05.638
เขาจะไม่เอาเข้าเครื่องตั้งแต่แรกอยู่แล้วไม่ต้องถามว่าเครื่องนี้มันจะตรวจไหม

807
00:42:06.066 --> 00:42:08.785
เพราะคนที่เอาเข้าเครื่องคือมนุษย์ใช่ไหมคะ

808
00:42:08.886 --> 00:42:09.948
เขาดูว่า

809
00:42:10.380 --> 00:42:13.388
อันนี้คือฝนมาทุกตัวเลยหรืออย่างนี้ค่ะ

810
00:42:13.705 --> 00:42:14.674
ก็จะถูกวง

811
00:42:14.953 --> 00:42:18.218
หรือไม่ก็เด้งออกมาเลยมี 2 แบบขึ้นอยู่กับเขา

812
00:42:18.473 --> 00:42:20.180
ตั้งค่าโปรแกรมไว้นะคะ

813
00:42:20.827 --> 00:42:24.052
แล้วก็จะมีตัวรับข้อมูลอีกตัวนึงคือ

814
00:42:24.567 --> 00:42:30.593
กล้องดิจิตอลค่ะอันนี้นักศึกษาน่าจะรู้จักอยู่แล้วถ่ายรูปก็คือเก็บข้อมูลเป็นภาพแล้วก็ดูได้

815
00:42:30.847 --> 00:42:33.897
เรียกมาดูว่ารูปที่เราถ่ายเป็นอย่างไรนะคะ

816
00:42:34.013 --> 00:42:35.697
กล้องถ่ายวีดีโอกับคู่

817
00:42:35.812 --> 00:42:37.953
กล้องถ่ายรูปดิจิตอลต่างกันไหมคะ

818
00:42:38.393 --> 00:42:39.605
ต่างกันอย่างไร

819
00:42:42.426 --> 00:42:45.045
ถ่ายภาพนิ่งกับถ่ายภาพเคลื่อนไหว

820
00:42:45.201 --> 00:42:47.181
ตอบให้มันเป็นวิชาการนะ

821
00:42:47.401 --> 00:42:48.646
ต่างกันอย่างไร

822
00:42:48.831 --> 00:42:50.725
รู้อยู่แต่ตอบไม่ได้อ่ะค่ะ

823
00:42:51.660 --> 00:42:52.883
มันจะไม่ได้คะแนนนะ

824
00:42:53.050 --> 00:42:58.660
ต้องบอกว่าถ้ากล้องถ่ายภาพดิจิตอลก็คือถ่ายภาพนิ่งแต่ปกติแล้ว

825
00:42:58.525 --> 00:43:00.162
กล้องถ่ายรูปดิจิตอล

826
00:43:00.411 --> 00:43:03.489
มันถ่ายวีดีโอได้ไหมคะก็ถ่ายได้นะคะ

827
00:43:03.676 --> 00:43:03.939

828
00:43:04.097 --> 00:43:06.295
ตอนนี้คือมันไม่ได้แยกกัน

829
00:43:06.667 --> 00:43:07.383
มันก็ใช้

830
00:43:07.725 --> 00:43:10.890
สามารถใช้งานได้ทั้งถ่ายภาพนิ่งภาพวีดีโอนะครับ

831
00:43:11.162 --> 00:43:12.594
แต่ถ้าเป็นกล้องวีดีโอ

832
00:43:13.241 --> 00:43:14.264
เลยมันก็คือจะ

833
00:43:14.553 --> 00:43:16.264
สามารถถ่ายได้นานกว่านี้เลยนะครับ

834
00:43:16.526 --> 00:43:18.956
แล้วก็เป็น Voice recognition นะครับ

835
00:43:19.351 --> 00:43:19.750

836
00:43:19.938 --> 00:43:21.718
อุปกรณ์รู้จำเสียงนะคะ

837
00:43:23.581 --> 00:43:24.881
ก็คือมนุษย์นี่แหละ

838
00:43:25.516 --> 00:43:28.467
พูดแรงสัญญาณเป็นสัญญาณดิจิตอลนะคะ

839
00:43:28.598 --> 00:43:33.272
แต่ปัญหาคือการออกเสียงมันจะมีผลเพราะมันรู้จำไม่ใช่การจบ

840
00:43:33.381 --> 00:43:36.644
จำต่างกันนะคะการจดจำนี้คือ

841
00:43:37.001 --> 00:43:39.391
อย่างครูบอกครูจะสอบ

842
00:43:39.561 --> 00:43:42.424
นักศึกษาไปอ่านหนังสือมาเรารู้จำ

843
00:43:42.565 --> 00:43:43.887
หรือเราท่องจำมา

844
00:43:46.678 --> 00:43:49.081
เราจะท่องจำมารู้ได้อย่างไร

845
00:43:50.744 --> 00:43:51.093

846
00:43:51.100 --> 00:43:51.778
เพราะเพราะ

847
00:43:52.029 --> 00:43:53.744
พอสอบเสร็จเราก็ลืม

848
00:43:54.381 --> 00:43:56.469
แต่ถ้าเกิดเรารู้จำ

849
00:43:56.356 --> 00:43:58.958
เราจะจำได้ตลอดเลยค่ะ

850
00:43:59.695 --> 00:44:01.634
เราจะรู้เลยว่า

851
00:44:02.476 --> 00:44:04.076
อย่างเขียนกไก่

852
00:44:04.606 --> 00:44:07.385
เราเรียนเขียนกไก่มาตั้งแต่ตอนไหน

853
00:44:09.884 --> 00:44:11.245
เรียนไปนานหรือยัง

854
00:44:11.851 --> 00:44:13.377
ตอนนี้ยังเขียนได้ไหม

855
00:44:14.266 --> 00:44:16.284
ทำไมถึงยังเขียนได้อยู่

856
00:44:18.115 --> 00:44:20.189
เขียนกไก่ไม่ได้แล้วหรือตอนนี้

857
00:44:21.227 --> 00:44:22.742
แหมน่าสงสารจังเลย

858
00:44:24.525 --> 00:44:26.484
เขียนกไก่ตัวเดียวได้ไหม

859
00:44:29.678 --> 00:44:37.594
กไก่นี้เรียนมาตั้งแต่อนุบาลก็ยังเขียนได้อยู่แล้วเนื้อหาที่ครูสอนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนะยังจำได้ไหม

860
00:44:41.529 --> 00:44:46.677
ครูบอกว่ากไก่เรียนมาตั้งแต่อนุบาลใช่ไหมยังจำได้อยู่ยังเขียนได้อยู่

861
00:44:46.882 --> 00:44:48.631
แล้วเนื้อหาที่เรา

862
00:44:49.412 --> 00:44:54.157
ก่อนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วยังจำกันได้ไหมโอเคเดี๋ยวเราก็จะรู้นะคะว่าจำได้จริง

863
00:44:54.309 --> 00:44:54.735
เปล่า

864
00:45:00.782 --> 00:45:05.170
โอเคนะคะมาหน่วยที่ 2 รับข้อมูลเข้าไปแล้วไปอยู่ที่ไหนนะคะ

865
00:45:06.731 --> 00:45:08.664
บทนี้ตัวที่คุณครูทำ

866
00:45:08.912 --> 00:45:11.065
สีแดงไว้คือข้อสอบนะคะ

867
00:45:11.251 --> 00:45:14.386
Central processing Unit หรือ CPU นะคะ

868
00:45:14.689 --> 00:45:17.981
CPU ในคำวิชาการนี่ไม่ใช่เคสนะคะ

869
00:45:19.360 --> 00:45:22.328
ห้องนี้ไม่มีกล่องเทสมีมีมี

870
00:45:23.590 --> 00:45:25.895
ของเราเป็นแบบ All in one นะ

871
00:45:26.003 --> 00:45:27.463
มีแต่จอใช่ไหมคะ

872
00:45:27.692 --> 00:45:29.403
แต่เครื่องข้างหลังจะมีเคส

873
00:45:29.810 --> 00:45:31.809
เครื่อง true มีเคสไหม

874
00:45:32.091 --> 00:45:35.039
เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีจอแล้วก็แยกออกมาเป็นกล่องน่ะ

875
00:45:35.412 --> 00:45:35.878
นะคะ

876
00:45:36.550 --> 00:45:37.499
นึกออกไหมคะ

877
00:45:37.709 --> 00:45:38.504
เราจะเรียก

878
00:45:38.627 --> 00:45:39.097
Test

879
00:45:40.859 --> 00:45:43.264
ภาษาเวลาที่เราไปซื้อ

880
00:45:44.307 --> 00:45:46.608
เขาเรียกอะไรซื้อไอ้กล่องตัวนี้

881
00:45:50.927 --> 00:45:53.595
คือแยกให้ออกอันไหนระหว่าง

882
00:45:53.746 --> 00:45:56.383
CPU ที่เป็นไมโครโปรเซสเซอร์

883
00:45:56.568 --> 00:45:58.853
หรืออันไหนที่เป็นกล่องเคสนี่

884
00:45:59.072 --> 00:45:59.650
นะคะ

885
00:45:59.776 --> 00:46:02.019
มันจะมีสับประหลาดอยู่นะคะ

886
00:46:02.569 --> 00:46:05.798
เขาเรียกอะไรภาษาตลาดน่ะนะคะ

887
00:46:06.006 --> 00:46:09.437
แต่ในที่นี้เราพูดถึงตัว Central processing ดู

888
00:46:09.595 --> 00:46:11.821
อยู่นี่ก็คือ CPU นะคะ

889
00:46:11.986 --> 00:46:15.291
มันจะเปรียบเสมือนกับเป็นสมองของคอมพิวเตอร์

890
00:46:15.425 --> 00:46:16.853
ในข้อสอบนี่

891
00:46:16.963 --> 00:46:18.748
มี Choice สี Choice

892
00:46:18.900 --> 00:46:22.574
ถามว่าหน่วยประมวลผลเนี่ยเปรียบได้กับอะไร

893
00:46:23.010 --> 00:46:23.311

894
00:46:23.388 --> 00:46:26.252
มันจะมีสมองมีหัวใจมี

895
00:46:28.948 --> 00:46:31.251
อะไรอีก 2 Choice จำไม่ได้

896
00:46:31.754 --> 00:46:32.428
แต

897
00:46:32.582 --> 00:46:34.203
เราต้องตอบให้ถูก

898
00:46:34.814 --> 00:46:38.781
ว่า Central processing Unit มันคือส่วนของ

899
00:46:39.965 --> 00:46:40.759
สมอง

900
00:46:40.977 --> 00:46:41.489
นะคะ

901
00:46:45.204 --> 00:46:47.006
สมองมีความซับซ้อนไหม

902
00:46:47.265 --> 00:46:47.809
มี

903
00:46:48.915 --> 00:46:52.151
เพราะถามคำถามเดียวกันจะได้คำตอบที่ต่างกัน

904
00:46:52.530 --> 00:46:57.965
แปลว่ากระบวนการคิดของแต่ละคนนี่ต่างกันขึ้นอยู่กับประสบการณ์ด้วยนะคะที่ผ่านมา

905
00:46:58.306 --> 00:47:01.625
เราก็จะบอกว่ามีบริษัทไหนบ้างนะคะที่ผลิต

906
00:47:02.706 --> 00:47:05.722
CPU นะคะเช่นของ ibm

907
00:47:06.212 --> 00:47:08.598
หรือของบริษัท Microsoft นะคะ

908
00:47:09.023 --> 00:47:09.976
Microsoft

909
00:47:10.131 --> 00:47:11.527
ใช้ชื่อ Intel

910
00:47:13.024 --> 00:47:14.219
เมื่อก่อนจะมี size L

911
00:47:14.283 --> 00:47:14.719
นะคะ

912
00:47:19.484 --> 00:47:23.200
ข้อสอบบอกทุกข้อเลยนะแต่ไม่รู้นักศึกษาจำได้หรือเปล่า

913
00:47:28.863 --> 00:47:32.934
คราวนี้เรามาดูหน่วยประมวลผลนะคะในการคำนวณ

914
00:47:34.100 --> 00:47:34.926
จริงๆ

915
00:47:35.721 --> 00:47:38.858
เขาบอกว่าหน่วยสำคัญนะคะของไมโครโปรเซสเซอร์

916
00:47:39.239 --> 00:47:43.225
เลิกหรือ PC Yuri มีอยู่ 2 งวดคือหน่วย control

917
00:47:43.317 --> 00:47:46.352
หน่วยที่ทำหน้าที่ควบคุมเราเรียก Control unit

918
00:47:46.946 --> 00:47:47.256
และ

919
00:47:47.590 --> 00:47:47.970
หน่วย

920
00:47:48.367 --> 00:47:49.508
คำนวณและตรรกะ

921
00:47:50.703 --> 00:47:53.122
หน่วยที่ทำหน้าที่คำนวณนะคะ

922
00:47:53.697 --> 00:47:55.043
คือ CPU น่ะ

923
00:47:55.179 --> 00:47:58.024
จริงๆแล้วถ้าเราไม่พูดถึง register

924
00:47:58.218 --> 00:48:00.333
มันจะมีแค่คุณทองพูน

925
00:48:00.399 --> 00:48:02.014
ตัว a l u นะคะ

926
00:48:02.216 --> 00:48:04.946
แต่จริงๆกันทำงานของมันจะมีฤทธิ์

927
00:48:04.980 --> 00:48:05.719
เจอด้วย

928
00:48:05.925 --> 00:48:06.770
ที่ทำหน้าที่เก็บ

929
00:48:06.886 --> 00:48:08.580
เป็นเหมือนหน่วยความจำเล็กๆ

930
00:48:08.839 --> 00:48:13.518
นะคะส่วนใน CPU ก็จะมีอีกตัวนึงก็คือหน่วยความจำหลักนะคะ

931
00:48:13.739 --> 00:48:16.549
ซึ่งหน้าตามันก็จะเป็นประมาณเหมือนภาพ

932
00:48:17.005 --> 00:48:20.377
อันนี้คือเขาขยายออกมาว่ามันเป็นการทำงานของ

933
00:48:20.484 --> 00:48:21.884
CPU ข้างในนะคะ

934
00:48:22.418 --> 00:48:24.372
หน้าตาอันนี้เป็นของบริษัท

935
00:48:24.707 --> 00:48:26.598
Microsoft นะคะของ Intel

936
00:48:27.157 --> 00:48:30.718
อันนี้คือ CPU หักขา 1 นี่คือซื้อใหม่เลยค่ะ

937
00:48:30.900 --> 00:48:36.210
ขึ้นนี่มันจะเป็นเข็มออกมานะคะเราก็จะเอาไปวางที่เมนบอร์ดนะคะ

938
00:48:37.155 --> 00:48:39.903
อันนี้คือ CPU ทำหน้าที่เหมือนสมอง

939
00:48:39.765 --> 00:48:45.854
แล้วก็จะมีอธิบายต่อไปอีกนะคะว่าถ้าเป็น CPU ทำหน้า

940
00:48:46.716 --> 00:48:47.043

941
00:48:47.257 --> 00:48:50.322
ควบคุมการทำงานของเครื่องทั้งหมดเลยของส่วนที่เป็นการทำ

942
00:48:50.817 --> 00:48:53.598
อินพุตเอาต์พุตให้ทำงานประสานกันนะคะ

943
00:48:54.156 --> 00:48:56.337
อันนี้เราไปอ่านเพิ่มแล้วกันเนาะ

944
00:48:57.344 --> 00:49:01.130
เธอก็จะทำหน้าที่เก็บข้อมูลรับส่งข้อมูลถ้าเป็น Bus

945
00:49:03.255 --> 00:49:08.739
บาสเมื่อก่อนมีในข้อสอบแต่ตอนนี้เขาไม่ได้ถามแล้วนะคะครูก็จะทราบ

946
00:49:08.786 --> 00:49:09.411
ข้ามไป

947
00:49:09.666 --> 00:49:11.267
ถ้าเราอยากรู้ระบบ Bus

948
00:49:11.484 --> 00:49:16.287
คือระบบอะไรก็คือระบบที่มันส่งสัญญาณไฟฟ้านะคะในตัวภายในระบบเครื่องนะ

949
00:49:16.571 --> 00:49:17.608
มันจะมีระบบบัส

950
00:49:18.434 --> 00:49:18.691

951
00:49:18.935 --> 00:49:20.208
ดังภาพนี้นะคะ

952
00:49:20.605 --> 00:49:22.506
input output คือ

953
00:49:23.585 --> 00:49:24.956
ส่วนข้างนอกนะคะ

954
00:49:25.045 --> 00:49:32.089
เราดูลูกศรเข้าก่อนพ่อเราป้อนข้อมูลอะไรเข้าไปนะคะ See You จะทำหน้าที่จัดการก่อนนะคะว่า

955
00:49:32.339 --> 00:49:36.120
ที่เราป้อนเข้ามาน่ะตัวไหนป้อนนะคะผ่านอุปกรณ์ตัวไหน

956
00:49:36.753 --> 00:49:37.734
ถ่านเมาส์

957
00:49:38.078 --> 00:49:40.726
ผ่านตัวคีย์บอร์ดผ่านตัวไหนนะครับ

958
00:49:40.853 --> 00:49:44.237
ผ่านตัวสแกนหรือผ่านตัวไหนนะคะก็ไปเก็บที่รีสอร์ท

959
00:49:44.209 --> 00:49:46.616
ตื่นแล้วก็เป็นการคำนวณไหม

960
00:49:47.249 --> 00:49:47.666
นะคะ

961
00:49:48.412 --> 00:49:53.564
ตรงกลางนี่เป็นการทำงานของซีพียูนะคะแล้วก็ไปเก็บอยู่ที่หน่วยความจำ

962
00:49:53.729 --> 00:49:54.247
ส่งข้อความ

963
00:49:54.511 --> 00:49:57.984
นูนออกมาเหมือนกันเพราะอันนี้มันคืออินและเอา device

964
00:49:58.791 --> 00:50:01.471
คืออุปกรณ์ในการรับและก็แสดงผล

965
00:50:01.601 --> 00:50:02.020
นะคะ

966
00:50:02.894 --> 00:50:06.032
อันนี้จะพูดถึงความเร็วของหน่วยประมวลผลนะคะ

967
00:50:06.383 --> 00:50:07.520
เราเรียกว่าซิ

968
00:50:07.612 --> 00:50:08.351
เต็มคอร์ส

969
00:50:08.465 --> 00:50:11.527
ความเร็วของ CPU หรือการประมวลผลนะคะ

970
00:50:11.680 --> 00:50:14.003
จะถูกควบคุมด้วยสัญญาณนาฬิกานะคะ

971
00:50:14.432 --> 00:50:17.387
เราก็เลยเรียกว่าระบบ System Clock นะคะ

972
00:50:17.452 --> 00:50:18.139
1 หน่วย

973
00:50:18.272 --> 00:50:20.727
ความเร็วของสัญญาณนาฬิกาจะเป็นเฮิร์ต

974
00:50:20.811 --> 00:50:23.388
1 เฮิร์ตก็คือ 1 ครั้งต่อวินาทีนะคะ

975
00:50:23.590 --> 00:50:25.493
ซึ่งความเร็วในปัจจุบันของเรื่อง

976
00:50:25.686 --> 00:50:26.081
เครื่อง

977
00:50:26.519 --> 00:50:29.291
นี่มันจะเร็วมากทำงานเป็นวินาที

978
00:50:30.499 --> 00:50:35.149
เวลาคอมพิวเตอร์ทำงานถามว่าเราทำงานเป็น s ไหม

979
00:50:36.131 --> 00:50:38.230
เรานี่ทำงานเป็นเดือนเลยค่ะ

980
00:50:38.649 --> 00:50:40.441
ยิ่งครูให้เวลาเยอะ

981
00:50:41.284 --> 00:50:42.195
เราก็จะ

982
00:50:42.844 --> 00:50:46.760
สบายค่ะรอยไปพ่อใกล้จะส่งทีนี้

983
00:50:46.861 --> 00:50:48.474
เราก็จะลอยกลับมา

984
00:50:49.800 --> 00:50:50.142

985
00:50:50.300 --> 00:50:52.509
ก็เริ่มมาทำพ่อมันจนอีกที

986
00:50:53.596 --> 00:50:54.052
ก็

987
00:50:55.180 --> 00:50:56.248
ไปทำอะไรนะ

988
00:50:56.366 --> 00:50:57.344
ถามว่า 1 ลิตร

989
00:50:57.609 --> 00:50:59.097
เราทำอะไรได้บ้าง

990
00:51:00.368 --> 00:51:02.953
หายใจเข้าหายใจออกหรือยัง

991
00:51:03.406 --> 00:51:09.899
ยังไม่ได้หายใจออกเลยแต่พริบตานะคะหรือหลับตาลงยังไม่ได้ลืมตาขึ้นเลยอย่างนี้ค่ะ

992
00:51:10.124 --> 00:51:13.110
คอมพิวเตอร์นี้ทำงานได้เร็วมากนะคะทำหน้า

993
00:51:13.279 --> 00:51:15.338
ทำงานเป็นวินาทีเลยนะคะ

994
00:51:15.571 --> 00:51:19.649
คราวนี้เรามาดูหน่วยความจำนะคะหน่วยความจำมี 2 ประเภทจริงๆ

995
00:51:20.256 --> 00:51:24.569
ตัวนี้พูดถึงหน่วยความจำหลักนะคะก็คือหน่วยความจำแบบที่อ่านได้อย่างเดียว

996
00:51:24.915 --> 00:51:26.769
เราเรียกว่า Rom นะคะ

997
00:51:28.186 --> 00:51:38.186
Read Only Memory หมายถึงอ่านได้อย่างเดียวแปลว่าเราไม่สามารถไปแก้ไขข้อมูลอะไรในรำได้เริ่มจะถูกบรรจุคำสั่งมาจากโรงงานอยู่แล้วนะคะเราไม่จำเป็นต้องใช้ไฟเลี้ยง

998
00:51:41.126 --> 00:51:46.334
มันจะมีคำสั่งอยู่ในล้อมอยู่แล้วเราเรียกว่าอ่านได้อย่างเดียวนะคะ

999
00:51:46.548 --> 00:51:48.243
แต่ถ้าเกิดแรมนี่

1000
00:51:48.622 --> 00:51:49.137
นะคะ

1001
00:51:49.032 --> 00:51:53.712
Random access Memory หมายถึงแก้ไขข้อมูลได้

1002
00:51:53.921 --> 00:51:54.574
นะคะ

1003
00:51:54.732 --> 00:51:56.391
เพราะว่ามันเก็บข้อมูลทีหลัง

1004
00:51:56.278 --> 00:51:58.193
ก็เหมือนกับ

1005
00:51:58.905 --> 00:52:00.293
เหมือนกับกระดาษทดน่ะ

1006
00:52:01.270 --> 00:52:02.285
เก็บข้อมูล

1007
00:52:02.440 --> 00:52:11.736
ปกติแล้วข้อมูลมันจะเก็บอยู่ที่หน่วยความจำสำรองนะคะแต่ขณะที่เราเปิดเครื่องทำงานนี้มันจะเก็บอยู่ที่แหลมนะคะอันนี้คือตัวอย่างไร

1008
00:52:11.890 --> 00:52:13.472
เคยเห็นหน้าตาของ

1009
00:52:13.904 --> 00:52:16.854
เปิดเคสออกแล้วเห็นเมนบอร์ดโรงเรียน

1010
00:52:17.203 --> 00:52:18.446
เราเรียนอยู่ใช่ไหม

1011
00:52:18.760 --> 00:52:19.713
วิชาอะไรนะ

1012
00:52:20.122 --> 00:52:20.746
OS

1013
00:52:22.020 --> 00:52:23.114
วิชา OS

1014
00:52:23.057 --> 00:52:23.393
เปล่า

1015
00:52:23.566 --> 00:52:24.613
หรือซ่อมบำรุง

1016
00:52:25.365 --> 00:52:28.599
ทุกคนต้องเคยเห็นหน้าตาของกล่องเคส

1017
00:52:29.005 --> 00:52:32.281
ซ่อมบำรุง PC หรือซ่อมบำรุง Notebook คะ

1018
00:52:32.824 --> 00:52:33.805
ซ่อม PC นะ

1019
00:52:34.260 --> 00:52:34.900
OK

1020
00:52:35.165 --> 00:52:36.784
พอเปิดกล่องเคส OPPO

1021
00:52:37.017 --> 00:52:37.303

1022
00:52:37.464 --> 00:52:37.748

1023
00:52:37.820 --> 00:52:38.913
เจออะไรบ้างในนั้น

1024
00:52:39.822 --> 00:52:42.311
ให้ตอบคนละ 1 อย่างห้ามซ้ำกัน

1025
00:52:44.400 --> 00:52:45.069
เดี๋ยวค่ะ

1026
00:52:47.298 --> 00:52:47.548

1027
00:52:47.706 --> 00:52:48.927
เคยเห็นใช่ไหมคะ

1028
00:52:49.539 --> 00:52:52.071
เคยเห็นหน้าตาของเปิดฝาเคสออก

1029
00:52:52.702 --> 00:52:52.964

1030
00:52:53.250 --> 00:52:54.376
ทุกคนหลับตา

1031
00:52:54.850 --> 00:52:55.960
เคยเห็นใช่หรือเปล่า

1032
00:52:56.625 --> 00:52:58.669
ให้ตอบ 1 อย่างที่เราเห็น

1033
00:52:58.906 --> 00:53:01.277
หลังจากเปิดฝาเคสออกห้ามซ้ำกัน

1034
00:53:03.957 --> 00:53:08.938
ถ้าจักรพันธ์ตอบสายไฟหนีเพื่อนก็จบเลยนะคะต้องบอกว่าสายไฟตรงไหน

1035
00:53:09.195 --> 00:53:09.469

1036
00:53:09.538 --> 00:53:12.498
สายไฟจากไหนเมนบอร์ดไปไหน

1037
00:53:12.725 --> 00:53:13.486
หรือจาก

1038
00:53:14.002 --> 00:53:15.592
Power Supply ไปไหน

1039
00:53:16.024 --> 00:53:17.307
ถ้าบอกสายไฟ

1040
00:53:17.684 --> 00:53:18.662
แปลว่าเหมาค่ะ

1041
00:53:19.143 --> 00:53:20.332
กวาดแผงไปเลย

1042
00:53:22.407 --> 00:53:23.153
ได้หรือยัง

1043
00:53:23.724 --> 00:53:25.071
ให้ตอบคนละ 1

1044
00:53:25.373 --> 00:53:26.474
ห้ามซ้ำกัน

1045
00:53:27.322 --> 00:53:28.733
ใครจะตอบก่อน

1046
00:53:31.865 --> 00:53:32.503
Ram

1047
00:53:33.135 --> 00:53:34.749
เปิดปุ๊บเห็นแรมเลยหรือ

1048
00:53:37.125 --> 00:53:40.428
เปิดเคสหมายถึงเปิดฝาเคสซองนี้ค่ะ

1049
00:53:43.220 --> 00:53:44.360
ช้ำหรือยัง

1050
00:53:44.695 --> 00:53:47.061
Ram Mainboard Power Supply

1051
00:53:47.825 --> 00:53:49.548
อารมณ์พัดลม CPU

1052
00:53:51.494 --> 00:53:52.296
อะไรนะ

1053
00:53:54.294 --> 00:53:55.259
ข้างหน้าค่ะ

1054
00:53:58.337 --> 00:53:59.855
มันมีตั้งเยอะในนั้นน่ะ

1055
00:54:01.273 --> 00:54:02.114
ตอบมา

1056
00:54:08.135 --> 00:54:08.873
อะไรนะ

1057
00:54:15.156 --> 00:54:16.819
อะไรคือ ssd

1058
00:54:20.026 --> 00:54:22.007
เขาเรียกอะไรเอาไว้ทำอะไร

1059
00:54:24.493 --> 00:54:26.297
ตอบต้องมีที่ไปที่มานะ

1060
00:54:27.984 --> 00:54:29.618
นึกถึงเปิดฝาเคสออก

1061
00:54:29.782 --> 00:54:31.169
มีอะไรในนั้นเยอะเลย

1062
00:54:40.231 --> 00:54:41.705
อะไรนะคะตอบได้เลย

1063
00:54:51.130 --> 00:54:52.032
อะไรนะครับ

1064
00:54:52.885 --> 00:54:53.510

1065
00:54:53.948 --> 00:54:54.764
OK

1066
00:54:59.371 --> 00:55:02.003
มีอะไรอีกคะในกล่อง Case เรา

1067
00:55:03.767 --> 00:55:05.010
มีเยอะเลยค่ะ

1068
00:55:06.909 --> 00:55:07.289
เยอะ

1069
00:55:08.692 --> 00:55:10.404
ในเมนบอร์ดก็มีเยอะ

1070
00:55:18.529 --> 00:55:19.326
คือนึก

1071
00:55:19.499 --> 00:55:22.836
บางคนนึกออกอยู่แต่ไม่รู้ว่ามันเรียกว่าอะไรนี่สิ

1072
00:55:27.071 --> 00:55:27.911
การ์ดเสียง

1073
00:55:33.128 --> 00:55:34.687
Sound ใช่ไหมคะ

1074
00:55:35.110 --> 00:55:36.154
Sound Card

1075
00:55:36.869 --> 00:55:37.962
ปกติถ้าเกิด

1076
00:55:38.298 --> 00:55:39.142
ตอบ Sound

1077
00:55:39.566 --> 00:55:41.307
มันจะมากับอีกร้านนึงเลยนะ

1078
00:55:41.176 --> 00:55:51.176

1079
00:55:59.622 --> 00:56:01.027
การ์ดแลนคืออะไร

1080
00:56:01.695 --> 00:56:08.128
Card Lan card คืออะไร Network Interface card คืออะไรอันเดียวกันน่ะเขามีชื่อหลายชื่อ

1081
00:56:09.526 --> 00:56:11.079
มาตอบมาเลยค่ะ

1082
00:56:11.562 --> 00:56:14.010
ครูจำได้อยู่นะว่าใครยังไม่ตอบ

1083
00:56:18.923 --> 00:56:20.069
ถอดไปยัง

1084
00:56:24.516 --> 00:56:25.856
ฮาร์ดดิสก์ยังอยู่ไหม

1085
00:56:27.482 --> 00:56:31.102
ตอบฮาร์ดดิสก์แบบหลายประเภทก็ได้นะฮาร์ดดิสก์มีหลายประเภทค่ะ

1086
00:56:32.691 --> 00:56:33.979
เราต้องเลือกอันไง

1087
00:56:39.504 --> 00:56:43.672
เปิดฝาเคสออกเจออะไรบ้างในนั้นห้ามซ้ำกัน

1088
00:56:43.914 --> 00:56:44.678
อะไรนะ

1089
00:56:45.483 --> 00:56:46.102
power sub

1090
00:56:46.269 --> 00:56:47.155
ถ่ายไง

1091
00:56:50.634 --> 00:56:51.722
CD ROM

1092
00:56:54.252 --> 00:56:55.284
หมดแล้วหรือ

1093
00:56:55.706 --> 00:56:58.686
ห้องเรามีไม่กี่คนเองในนั้นน่ะ

1094
00:56:58.971 --> 00:57:01.657
มีเป็นมันมีเป็นร้อยเลยค่ะ

1095
00:57:02.423 --> 00:57:04.029
ในเมนบอร์ดหนักก็เยอะ

1096
00:57:08.362 --> 00:57:10.313
เพิ่งได้ Sound Card เองอ่ะ

1097
00:57:10.398 --> 00:57:10.817
สล็อต

1098
00:57:11.066 --> 00:57:12.000
สล็อตแบบไหน

1099
00:57:13.462 --> 00:57:14.612
Slot มีหลายแบบ

1100
00:57:15.002 --> 00:57:18.165
สล็อตตัวไหนตัวขาวใช่ไหมเรียกว่าอะไร

1101
00:57:21.009 --> 00:57:22.995
เรียกว่าอะไรไอ้ตัวนี้

1102
00:57:24.702 --> 00:57:24.965

1103
00:57:26.009 --> 00:57:32.768
ไอ้ตัวนี้กับไอ้ตัวที่เสียบการ์ดจอน่ะก็คนละประเภทครูถามว่าสล็อตแรมใช่หรือเปล่า

1104
00:57:33.630 --> 00:57:35.252
เขาไม่เรียกแสตมป์

1105
00:57:35.529 --> 00:57:36.856
เขาเรียกสล็อตอะไร

1106
00:57:37.168 --> 00:57:38.638
มันมีชื่อว่าอะไร

1107
00:57:45.639 --> 00:57:47.196
เมนบอร์ดอัษฎาวุธ

1108
00:57:47.420 --> 00:57:50.971
ตอบไปแล้วใช่หรือเปล่าตอบเมนบอร์ดใช่หรือเปล่า

1109
00:57:51.297 --> 00:57:52.331
คิดมา

1110
00:57:55.456 --> 00:57:55.742

1111
00:57:55.856 --> 00:57:56.683
เจ็บแบบไหน

1112
00:57:59.342 --> 00:58:00.642
ก็สล็อตนั่นแหละ

1113
00:58:00.844 --> 00:58:01.960
อันนี้แบบไหน

1114
00:58:04.405 --> 00:58:05.795
เคเบิ้ลตรงไหน

1115
00:58:06.874 --> 00:58:07.917
ตอบค่ะ

1116
00:58:08.153 --> 00:58:09.009
ช่วยกันคิด

1117
00:58:10.744 --> 00:58:12.069
คิดไม่ได้ก็ซอส

1118
00:58:12.350 --> 00:58:12.787
เบิร์ด

1119
00:58:12.940 --> 00:58:13.689
ตอบเลยค่ะ

1120
00:58:15.096 --> 00:58:15.760
ทายซิ

1121
00:58:15.897 --> 00:58:16.449

1122
00:58:18.133 --> 00:58:19.060
เมนบอร์ด

1123
00:58:21.975 --> 00:58:24.666
ถ้าตอบทรานซิสเตอร์นี่คือ

1124
00:58:25.395 --> 00:58:26.881
เหมาเลยห้ามตอบ

1125
00:58:27.217 --> 00:58:27.779
หรืออีก

1126
00:58:29.276 --> 00:58:31.478
เหมือนอัษฎาวุธตอบ Mainboard ครับ

1127
00:58:32.601 --> 00:58:34.660
โอเคค่ะมีทรานซิสเตอร์

1128
00:58:35.140 --> 00:58:35.718
มีฤทธิ์

1129
00:58:35.795 --> 00:58:36.922
เตอร์นะคะ

1130
00:58:38.505 --> 00:58:39.450
มีอีกสิ

1131
00:58:42.396 --> 00:58:44.497
เราเอาแบบใช้งานได้เลยสิ

1132
00:58:46.935 --> 00:58:48.004
ต่อมาค่ะ

1133
00:58:50.753 --> 00:58:53.929
นี่สอนคู่กันไปกับซ่อมบำรุงเลยนะ

1134
00:58:57.216 --> 00:58:57.476

1135
00:58:57.554 --> 00:58:59.276
แต่ทุกคนเคยเห็นนะ

1136
00:58:59.402 --> 00:58:59.680
เปิด

1137
00:58:59.875 --> 00:59:00.799
ฝาเคสออก

1138
00:59:01.238 --> 00:59:02.513
กินมาใช่ไหมคะ

1139
00:59:03.115 --> 00:59:04.157
อ๋อยังเลยหรอ

1140
00:59:08.370 --> 00:59:10.045
ลองเดาดูถ้าอย่างนั้น

1141
00:59:11.531 --> 00:59:17.001
อันนี้ยังไม่ได้พูดถึงเปิดหลังจอออกนะเอาแค่เปิดฝาเคสออก

1142
00:59:17.231 --> 00:59:19.256
ยังไม่ได้พูดถึง Notebook อีก

1143
00:59:20.303 --> 00:59:22.174
เอาแบบ PC นี่แหละ

1144
00:59:22.512 --> 00:59:24.561
มันใหญ่ๆดีจะได้เห็นชัด

1145
00:59:25.030 --> 00:59:25.489
เอา

1146
00:59:25.874 --> 00:59:29.651
จักรพันธ์สรุปว่าตอบครูว่าอะไรนี่ไอ้ขาวๆนี่

1147
00:59:29.955 --> 00:59:30.965
สล็อตแบบไหน

1148
00:59:36.276 --> 00:59:40.354
ถ้าคุณตอบสล็อตนี่มันเหมาทั้งนี่เลยนะ

1149
00:59:41.868 --> 00:59:43.838
อ๋อไม่ได้สิมันเอา

1150
00:59:45.011 --> 00:59:46.384
มันเห็นแก่ตัวสิ

1151
00:59:46.570 --> 00:59:49.188
เพื่อนยังไม่ได้ตอบเลยมันมีสล็อตในนี้ตั้งเยอะ

1152
00:59:49.775 --> 00:59:50.817
เพื่อนตอบนั่นแหละ

1153
00:59:51.294 --> 00:59:54.530
นั่นแหละถูกแล้วอันนี้คือสล็อตแบบ pci Slot

1154
00:59:54.651 --> 00:59:55.160
นี่ค่ะ

1155
00:59:55.491 --> 00:59:56.271
สีขาว

1156
00:59:57.009 --> 00:59:58.080
ถ้าเป็นสล็อต

1157
00:59:58.871 --> 01:00:00.147
เสียบการ์ดจอล่ะ

1158
01:00:07.889 --> 01:00:10.758
มันจะเป็น Slot สีอื่นค่ะไม่ได้เป็น

1159
01:00:10.911 --> 01:00:11.250
แบบ

1160
01:00:11.947 --> 01:00:12.898
tci

1161
01:00:14.320 --> 01:00:16.493
เป็นแบบขาวๆแล้วเป็นขาแบบที่

1162
01:00:17.142 --> 01:00:17.492
เปียก

1163
01:00:17.305 --> 01:00:19.224
Ram นะเราจะเรียก

1164
01:00:19.491 --> 01:00:21.614
pci Slot แต่ของการ์ดจอไม่

1165
01:00:21.750 --> 01:00:22.322
ใช่

1166
01:00:23.010 --> 01:00:24.406
จะเป็นอีกแบบนึง

1167
01:00:26.723 --> 01:00:27.192
ค่ะ

1168
01:00:27.300 --> 01:00:28.634
หาข้อมูลมา

1169
01:00:40.260 --> 01:00:43.216
มีไหมคะมีอีกไหมมี GA

1170
01:00:47.548 --> 01:00:50.773
มีอีกไหมคะตอนนี้เพิ่งตอบไป 2 คน

1171
01:00:53.148 --> 01:00:54.909
ข้างหลังเกาะหมดหรือยัง

1172
01:00:56.287 --> 01:00:57.652
คือที่ถามนี่คือ

1173
01:00:58.128 --> 01:00:59.602
มองไม่เห็นจอบัง

1174
01:01:01.985 --> 01:01:02.905
หมดแล้วหรือ

1175
01:01:09.607 --> 01:01:10.419
ได้อยู่

1176
01:01:11.029 --> 01:01:12.701
มันก็คือฮาร์ดแวร์นะ

1177
01:01:14.045 --> 01:01:15.067
ช่องเสียบ

1178
01:01:15.722 --> 01:01:16.285
ฮาร์ดดิสก์

1179
01:01:16.408 --> 01:01:17.247
Data

1180
01:01:17.445 --> 01:01:18.434
มีอีกไหมคะ

1181
01:01:19.522 --> 01:01:21.031
มีเยอะอยู่นะ

1182
01:01:21.695 --> 01:01:24.594
เอาเป็นว่าจริงๆพูดเรื่องแรมนี่แหละ

1183
01:01:25.903 --> 01:01:28.690
ก็เลยพูดถึงตัวนี้มาผ่านไป

1184
01:01:29.824 --> 01:01:31.919
มาดูอาวุธยูนิตบ้างนะคะ

1185
01:01:32.071 --> 01:01:34.133
หน่วยแสดงผลทีนี้

1186
01:01:35.878 --> 01:01:45.878
ในข้อสอบถามว่าหน่วยแสดงผลมีกี่ประเภทนะคะมี 2 ประเภทก็คือ Soft Copy กับ Hard Copy นะคะ Soft Copy ก็คือ screen layout Hard Copy ก็คือปริ้นออกมาแล้วถือไปได้

1187
01:01:53.223 --> 01:01:59.618
slide นี้มีแค่นี้นะคะครูสรุปให้เลยหน่วยแสดงผลมี 2 ประเภทก็คือ

1188
01:01:59.845 --> 01:02:00.981
Copy

1189
01:02:01.448 --> 01:02:06.856
Soft Copy คือ screen layout screen layout หมายถึงแสดงผลบนหน้าจอ

1190
01:02:07.560 --> 01:02:12.655
ชั่วคราวถูกต้องนะคะคือดูแล้วก็ถ้าในมือถือ

1191
01:02:13.246 --> 01:02:13.843
ก็คือ

1192
01:02:14.307 --> 01:02:20.370
ปื๊ดผ่านไปหรือปิดยอดอย่างนี้นะถ้าเกิดในบนจอคอมเราก็ไม่สามารถเอาอะไรไปได้นะคะ

1193
01:02:20.536 --> 01:02:22.280
นอกจากเราจะถ่ายรูปนะ

1194
01:02:22.661 --> 01:02:23.875
แต่ถ้าเกิดเป็น Hard Copy

1195
01:02:24.088 --> 01:02:26.214
ปีนี้คืออาจจะผ่านปริ้นเตอร์

1196
01:02:26.429 --> 01:02:28.499
แล้วออกมาได้เป็น Hard Copy นะคะ

1197
01:02:28.669 --> 01:02:29.778
เป็นกระดาษนะคะ

1198
01:02:32.039 --> 01:02:34.549
คราวนี้มาพูดถึงจอบ้างนะคะ

1199
01:02:35.720 --> 01:02:37.842
จอภาพก็มีหลายประเภทนะคะ

1200
01:02:39.277 --> 01:02:40.357
ที่เรารู้จัก

1201
01:02:41.514 --> 01:02:43.952
รู้จักจอแบบ crt ไหมคะ

1202
01:02:45.064 --> 01:02:46.298
จอ crt

1203
01:02:49.329 --> 01:02:51.451
จอที่เราใช้งานอยู่นี่

1204
01:02:51.909 --> 01:02:53.065
เรียกจอแบบไหน

1205
01:02:55.697 --> 01:02:58.248
แอลอีดีหรือ LCD

1206
01:02:58.451 --> 01:02:59.189
หรือ

1207
01:03:00.425 --> 01:03:01.214
มีหลายแบบ

1208
01:03:02.326 --> 01:03:03.158
แบบไหน

1209
01:03:06.669 --> 01:03:10.321
ถ้าเป็น crt มันจะเหมือนกับจอที่มี

1210
01:03:12.906 --> 01:03:17.057
เอา crt ก่อนเคยเห็นจอภาพแบบ crt ไหมคะ

1211
01:03:17.659 --> 01:03:18.443
จอแก้ว

1212
01:03:21.139 --> 01:03:23.856
จอที่เป็นแบบข้างหลังนูน

1213
01:03:24.306 --> 01:03:27.229
เหมือนทีวีรุ่นโบราณน่ะเมื่อก่อนคอม

1214
01:03:27.354 --> 01:03:34.372
ก็เป็นจอแบบนั้นนะคะมีข้างหลังแบบใหญ่ๆนะคะแล้วก็ปรับมาเป็นจอแบบใช้หลักการเรืองแสงผ่าน

1215
01:03:34.721 --> 01:03:35.481
เขาเรียก

1216
01:03:35.756 --> 01:03:36.614
ผ่าน

1217
01:03:37.107 --> 01:03:39.799
จริงๆตัวนี้ไม่ได้ออกข้อสอบนะคะก็เลยไม่

1218
01:03:39.935 --> 01:03:43.773
พูดนะคะเดี๋ยวเราจะท่องจำไปเดี๋ยวเราจะไปจำตัวนี้ให้รู้ว่า

1219
01:03:44.174 --> 01:03:45.333
ไม่ได้หลักการ

1220
01:03:45.600 --> 01:03:48.061
ยิงแสงผ่านหลอดภาพนะมาใช้

1221
01:03:48.626 --> 01:03:52.993
การเรืองแสงผ่านกระแสไฟนะครับเข้าไปในผลึกของเหลวนะคะ

1222
01:03:53.880 --> 01:03:57.792
อันนี้กินไฟน้อยนะคะแผ่รังสีน้อยน้ำหนักเบานะคะ

1223
01:03:58.130 --> 01:04:00.796
blcd แอลอีดีนะคะ

1224
01:04:00.903 --> 01:04:02.414
จอแบบจอบางนะคะ

1225
01:04:03.474 --> 01:04:04.214
ไป

1226
01:04:06.543 --> 01:04:12.973
วันนี้เป็นความรู้เกี่ยวกับจอภาพนะคะจะมีหน่วยความเร็วนะไม่ใช่เหนียวความเร็ว 4 เขาเรียก

1227
01:04:12.975 --> 01:04:14.922
ความละเอียดของหน้าจอนะคะ

1228
01:04:17.105 --> 01:04:18.537
มันจะบอกมาเป็น

1229
01:04:19.300 --> 01:04:20.606
เป็นจุดเลยน่ะ

1230
01:04:20.894 --> 01:04:22.039
นะคะความละเอียด

1231
01:04:24.055 --> 01:04:26.835
ตัวไหนไม่ออกข้อสอบก็จะผ่านไปนะคะ

1232
01:04:29.674 --> 01:04:35.991
จอภาพจะแสดงผลได้ก็มีอุปกรณ์ตัวนี้เรียกว่าอุปกรณ์ตัวนี้เรียกว่าอะไรคะ

1233
01:04:36.669 --> 01:04:37.581
การ์ดจอ

1234
01:04:39.388 --> 01:04:41.530
หรือ VGA Card นะคะ

1235
01:04:41.790 --> 01:04:44.598
VGA Card จะมีทั้งแบบ on board

1236
01:04:45.493 --> 01:04:48.412
ก็คืออยู่ในบอร์ดอยู่ในเมนบอร์ดมาเลย

1237
01:04:48.671 --> 01:04:52.753
กลับแยกก๊าซนะคะมีแบบเป็นการ์ดเลยกับตัวออนบอร์ด

1238
01:04:53.990 --> 01:04:55.531
นอกจากนี้นะคะ

1239
01:04:56.044 --> 01:04:58.893
อุปกรณ์ที่อยู่ในโหมดหมวดของการ

1240
01:04:59.742 --> 01:05:05.598
หมวดแสดงผลน่ะเอาพุธหน้านะคะก็ยังมีโปรเจคเตอร์นะคะอันนี้เรารู้จักอยู่แล้ว

1241
01:05:05.859 --> 01:05:07.873
ตัวอุปกรณ์ฉายภาพนะคะ

1242
01:05:09.088 --> 01:05:10.780
มีหลายยี่ห้อด้วยกัน

1243
01:05:11.632 --> 01:05:12.913
แล้วก็จะมี

1244
01:05:17.034 --> 01:05:20.195
แต่ว่าอาการเขาเรียกว่าอะไรเอาผิด

1245
01:05:20.310 --> 01:05:21.310
Output Unit

1246
01:05:21.430 --> 01:05:21.754

1247
01:05:21.807 --> 01:05:30.036
นอกจากเราจะโชว์บนจอแล้วนะคะปริ้นออกมาแล้วนะคะเราจะแสดงเป็นภาพบนจอใหญ่นะคะผ่านโปรเจคเตอร์หรือ

1248
01:05:30.184 --> 01:05:31.317
output ผ่าน

1249
01:05:31.916 --> 01:05:36.587
Audio output ก็คือพวกลำโพงหูฟังอะไรพวกนี้ค่ะ

1250
01:05:37.239 --> 01:05:39.988
โดยผ่านอุปกรณ์ตัวนี้เรียกว่า

1251
01:05:47.556 --> 01:05:49.494
ต่างจากการ์ดตัวนี้ไหม

1252
01:05:49.970 --> 01:05:51.223
ต่างกันอย่างไร

1253
01:05:51.115 --> 01:06:00.241
ถ้าครูเอาอย่างนี้

1254
01:06:00.117 --> 01:06:04.315
ครูถือการ์ดอยู่ 2 อันแล้วให้ทายว่าอันไหนคืออันไหน

1255
01:06:04.407 --> 01:06:06.249
การ์ดจออันไหนคือการ์ดเสียง

1256
01:06:06.760 --> 01:06:08.021
เราจะดูตรงไหน

1257
01:06:09.299 --> 01:06:09.980
ดู Port

1258
01:06:10.368 --> 01:06:11.425
โอเคนะคะ

1259
01:06:12.468 --> 01:06:15.818
อันนี้คือการ์ดจอมันก็จะมี port พาราเรียล

1260
01:06:16.609 --> 01:06:19.067
อันนี้เราเรียกพรแบบพระแล้วนะคะ

1261
01:06:19.364 --> 01:06:21.154
คือเป็นแถวๆนะคะ

1262
01:06:21.324 --> 01:06:22.958
แต่ถ้าเกิดเป็นการ์ดเสียง

1263
01:06:23.804 --> 01:06:25.010
มันจะเป็นพอร์ตแบบ

1264
01:06:25.801 --> 01:06:26.507
นี้นะ

1265
01:06:28.765 --> 01:06:30.275
นะคะให้สังเกตนะ

1266
01:06:30.492 --> 01:06:31.874
อันนี้คือการ์ดเสียง

1267
01:06:32.025 --> 01:06:33.419
อันนี้คือการ์ดจอ

1268
01:06:34.244 --> 01:06:35.816
ก็คือ support เกี่ยวกับ

1269
01:06:36.215 --> 01:06:41.488
ค่าการ์ดเสียงก็เกี่ยวกับสนับสนุนเสียงที่เราจะได้ยินน่ะมันจะมีแบบ on board

1270
01:06:41.772 --> 01:06:45.755
คุณภาพเสียงก็จะไม่ดีหน่อยนะคะไม่ค่อยดีแต่ถ้าเกิดเป็นแบบ

1271
01:06:45.809 --> 01:06:47.964
Sound Card นะคะเราเอาไว้สำหรับ

1272
01:06:48.087 --> 01:06:51.868
ดูหนังฟังเพลงน่ะเสียงแบบดีๆน่ะอย่างนี้นะคะ

1273
01:06:52.104 --> 01:06:53.994
ก็จะมีการแยกออกมานะคะ

1274
01:06:53.876 --> 01:06:57.008
ราคาก็จะแพงขึ้นไปกว่ากันอยู่

1275
01:06:58.979 --> 01:07:06.587
Output Unit ตัวต่อมานะคะก็คือปริ้นเตอร์นะครับปริ้นเตอร์ก็จะมี 2 ชนิดใหญ่ๆเลยก็คือชนิดที่เป็นแบบหัวเข็ม

1276
01:07:06.597 --> 01:07:07.137
เราเรียก

1277
01:07:07.589 --> 01:07:10.266
เครื่องพิมพ์ชนิดแบบตอกหัวเข็มที่กระดาษ

1278
01:07:10.509 --> 01:07:11.255
นะคะ

1279
01:07:11.428 --> 01:07:12.982
ผ่านกระดาษคาร์บอน

1280
01:07:12.857 --> 01:07:15.174
ลงไปกระดาษที่เราต้องการนะคะ

1281
01:07:16.739 --> 01:07:18.161
แบบนี้เคยเห็นไหมคะ

1282
01:07:19.463 --> 01:07:19.758

1283
01:07:20.285 --> 01:07:22.032
อันนี้เราเรียกว่าชนิด

1284
01:07:22.199 --> 01:07:22.565
ตอบ

1285
01:07:22.429 --> 01:07:24.870
หัวเข็มลงไป

1286
01:07:25.367 --> 01:07:27.672
ผ่านกระดาษคาร์บอนลงไปที่กระดาษ

1287
01:07:27.938 --> 01:07:30.076
ที่เราจะเอาที่เราจะใช้

1288
01:07:30.499 --> 01:07:32.401
นะคะรู้จักกระดาษคาร์บอนไหม

1289
01:07:34.495 --> 01:07:36.022
กระดาษคาร์บอนเป็นอย่างไรคะ

1290
01:07:38.878 --> 01:07:39.984
เคยได้ยินไหม

1291
01:07:41.749 --> 01:07:41.996

1292
01:07:42.244 --> 01:07:43.882
กระดาษคาร์บอนมันจะเหมือนกับ

1293
01:07:44.193 --> 01:07:46.400
เคยเห็นใบเสร็จที่เขาแบบ

1294
01:07:47.216 --> 01:07:51.809
มันจะมีแผ่นข้างหน้านะแผ่นกลางที่เป็นสีดำแล้วก็ข้างหลังไหม

1295
01:07:52.239 --> 01:07:56.176
กระดาษคาร์บอนที่เป็นสีดำตรงกลางอ่ะเอาไว้ทำสำเนาน่ะ

1296
01:07:57.354 --> 01:07:57.867
ถูก

1297
01:07:58.156 --> 01:07:58.633
นะคะ

1298
01:07:58.988 --> 01:08:00.390
เราเรียกว่า Copy หรือ

1299
01:08:00.852 --> 01:08:03.058
ถ้าใช้กับเครื่องแบบนี้เราเรียกกระดาษ

1300
01:08:03.466 --> 01:08:04.659
คาร์บอนนะคะ

1301
01:08:05.019 --> 01:08:05.833
ใช้พิมพ์

1302
01:08:06.330 --> 01:08:08.480
ใช้กับเครื่องปริ้นที่เป็นบัตร

1303
01:08:08.616 --> 01:08:09.301
หัวเข็ม

1304
01:08:10.277 --> 01:08:10.769
นะคะ

1305
01:08:12.947 --> 01:08:13.209

1306
01:08:13.806 --> 01:08:18.324
ยังมีใช้อยู่นะคะส่วนมากมันจะเป็นแบบเครื่องปริ้นแบบพวกนี้นะคะ

1307
01:08:20.548 --> 01:08:22.475
เราจะเรียกพวกเครื่องปริ้นแบบดอท

1308
01:08:22.588 --> 01:08:23.257

1309
01:08:23.558 --> 01:08:26.572
พวกหัวเข็มที่ตอกลงไปนะคะแล้วก็เครื่องพิมพ์ชนิด

1310
01:08:26.736 --> 01:08:29.883
ที่ใช้วิธีการเคมีในการทำงานนะคะ

1311
01:08:30.066 --> 01:08:31.383
เราเรียกว่านอนอิมแพค

1312
01:08:31.687 --> 01:08:35.765
ปริ้นเตอร์แบบชนิดไม่ตอกหัวเข็มแต่ใช้วิธีการแบบ

1313
01:08:35.855 --> 01:08:36.864
พ่นพ่นหมึก

1314
01:08:37.023 --> 01:08:37.987
ผ่านความร้อน

1315
01:08:38.153 --> 01:08:43.151
จะได้ตัวหนังสือออกมาอย่างนี้ค่ะก็จะมีหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นเลเซอร์ปริ้น

1316
01:08:43.474 --> 01:08:45.470
อิงค์เจ็ทหรือว่าเธอมอบปริ้น

1317
01:08:45.755 --> 01:08:46.181
นะคะ

1318
01:08:49.655 --> 01:08:51.861
รู้จักเครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์ไหมคะ

1319
01:08:53.841 --> 01:08:55.771
รู้จักเลเซอร์ปริ้นเตอร์ไหม

1320
01:08:57.139 --> 01:08:58.698
Inkjet Printer ราคา

1321
01:09:02.714 --> 01:09:03.715
หมึกแบบไหน

1322
01:09:05.233 --> 01:09:07.265
เลเซอร์นี้ไม่ได้ใช้หมึกหรือ

1323
01:09:09.350 --> 01:09:10.275
เป็นแบบไหน

1324
01:09:13.553 --> 01:09:15.691
หมึกของ Laser เป็นอย่างไรคะ

1325
01:09:17.802 --> 01:09:18.988
เป็นผงโทนเนอร์

1326
01:09:20.273 --> 01:09:21.678
หมึกอิงค์เจ็ทหรอคะ

1327
01:09:22.283 --> 01:09:23.816
เป็นน้ำเป็นสี

1328
01:09:24.315 --> 01:09:25.416
มีกี่สี

1329
01:09:28.330 --> 01:09:29.344
อะไรบ้าง

1330
01:09:30.013 --> 01:09:30.815
สีดำ

1331
01:09:32.101 --> 01:09:32.950
สีเหลือง

1332
01:09:35.204 --> 01:09:36.104
หมดแล้วหรือ

1333
01:09:37.539 --> 01:09:38.993
แม่สีมีสีอะไรบ้าง

1334
01:09:38.884 --> 01:09:41.091
น้ำเงิน

1335
01:09:44.197 --> 01:09:44.763
แดง

1336
01:09:45.887 --> 01:09:46.506
เหลือง

1337
01:09:47.318 --> 01:09:48.587
กรรมที่เป็นแม่สีไหม

1338
01:09:49.027 --> 01:09:49.571
No

1339
01:09:52.410 --> 01:09:56.008
มันเป็นโหมด 1 ไงสีดำแต่ไม่ใช่แม่สี

1340
01:09:56.222 --> 01:09:56.724
นะคะ

1341
01:09:58.267 --> 01:10:00.018
ครูถามแม่สีไงนะคะ

1342
01:10:01.121 --> 01:10:03.544
จักรพันธ์เริ่มเรียนเยอะแล้วเริ่มงง

1343
01:10:08.324 --> 01:10:09.626
ไม่ตั้งใจฟังเลย

1344
01:10:11.809 --> 01:10:16.816
เลเซอร์ก็จะมี 4 สีเหมือนกันนะคะก็คือมีสีดำแยกออกมานะคะ

1345
01:10:17.121 --> 01:10:19.120
แล้วก็เป็นเลเซอร์ 4 นะคะ

1346
01:10:19.542 --> 01:10:21.701
ก็จะมีโทนเนอร์ที่เป็นแบบ

1347
01:10:22.107 --> 01:10:24.989
หมึกผงนะหมึกโทนเนอร์น่ะจะเห็นนะ

1348
01:10:25.347 --> 01:10:27.604
มันจะเป็นเม็ดผงละเอียดเลยค่ะ

1349
01:10:27.907 --> 01:10:29.941
แต่โดนมื้อนี่เปื้อนเลยค่ะ

1350
01:10:31.107 --> 01:10:32.372
นะคะเพื่อนเลยค่ะ

1351
01:10:32.971 --> 01:10:33.996
เป็นฝุ่น

1352
01:10:34.363 --> 01:10:35.315
เปื้อนเลยค่ะ

1353
01:10:35.468 --> 01:10:38.053
ถ้าโดนมือนะคะอันนี้คือหมึกเลเซอร์

1354
01:10:38.169 --> 01:10:40.201
ถ้าเอง 7 ก็จะเป็นน้ำนะคะ

1355
01:10:40.461 --> 01:10:41.647
แบบไหนปริ้นดี

1356
01:10:45.706 --> 01:10:47.097
จริงหรือเปล่า

1357
01:10:51.845 --> 01:10:55.363
แต่ร้านถ่ายรูปนี่เขาไม่ค่อยใช้เลเซอร์นะ

1358
01:10:56.868 --> 01:10:57.878
เขาจะใช้

1359
01:10:58.203 --> 01:10:58.826
อิงค์เจ็ท

1360
01:11:00.963 --> 01:11:01.484
นะคะ

1361
01:11:02.825 --> 01:11:05.867
คือด้วยความที่หมึกเลเซอร์มันจะแพง

1362
01:11:06.931 --> 01:11:07.510
นะคะ

1363
01:11:07.974 --> 01:11:09.616
เพราะว่าเขาขายเป็น

1364
01:11:10.247 --> 01:11:11.216
กล่องนะ

1365
01:11:11.557 --> 01:11:12.971
เขาเรียกโทนเนอร์น่ะ

1366
01:11:13.429 --> 01:11:15.754
1 กล่องน่ะเขาเรียก 1 โทนเนอร์

1367
01:11:15.794 --> 01:11:18.403
เพราะฉะนั้นมันก็ขายเหมือนกับอีก 7

1368
01:11:18.665 --> 01:11:23.994
อิงค์เจ็ทคือ 1 4 ก็คือ 1 กระปุกใช่ไหมคะแล้วจะมองเห็นกระปุกเล็กๆอ่ะ

1369
01:11:24.078 --> 01:11:29.944
แต่ถ้าเป็นโทนเนอร์ก็จะใหญ่ๆหน่อยนะคะ 1 หลอดน่ะก็คือ 1 สีเหมือนกันนะคะ

1370
01:11:30.035 --> 01:11:30.364

1371
01:11:30.508 --> 01:11:31.986
เพราะฉะนั้นถ้าซื้อ

1372
01:11:32.471 --> 01:11:34.171
ถ้าจักรพันธ์ไปซื้อ

1373
01:11:35.900 --> 01:11:38.116
Laser Printer แบบดำ

1374
01:11:38.351 --> 01:11:39.353
ดำอย่างเดียว

1375
01:11:39.790 --> 01:11:45.695
เราก็ได้ใช้ได้แค่สีดำนะคะแต่ถ้าเกิดเราซื้อปริ้นเตอร์แบบเป็นเป็นสีเลยด้วย

1376
01:11:45.489 --> 01:11:48.119
เราต้องใส่หมึกเข้าไปกี่หลอด

1377
01:11:48.943 --> 01:11:49.745
4 หลอด

1378
01:11:49.919 --> 01:11:50.423
นะคะ

1379
01:11:50.659 --> 01:11:53.728
ก็คือแม่สี 3 สีนั้นแล้วก็สีดำ

1380
01:11:54.254 --> 01:11:56.593
แล้วถ้าสีใดสีหนึ่งมันหมด

1381
01:11:58.512 --> 01:11:59.601
ยังปริ้นได้ไหม

1382
01:12:00.791 --> 01:12:02.633
ได้แต่มันก็จะ

1383
01:12:03.500 --> 01:12:04.698
ไม่มีสีนั้น

1384
01:12:04.921 --> 01:12:08.688
คือสิอื่นในโลกนี้นี่มันเกิดจากการผสมสี

1385
01:12:09.305 --> 01:12:11.109
ขอแม่สี 3 สีนั่นแหละ

1386
01:12:11.578 --> 01:12:14.448
เพราะฉะนั้นถ้าสีแดงหมดอย่างนี้นี่คะ

1387
01:12:14.662 --> 01:12:19.060
เราปริ้นอาจจะไม่มีโทนสีแดงสีชมพูสีอันนี้เลยนะคะ

1388
01:12:19.159 --> 01:12:26.652
คือสีที่เกิดจากสีแดงน่ะก็จะไม่มีมันก็จะเอาไปทางน้ำเงินไปทางเหลืองน่ะมันจะเป็นแบบนั้นแต่ยังปริ้นได้อยู่นะคะ

1389
01:12:27.199 --> 01:12:28.005
OK

1390
01:12:28.559 --> 01:12:31.471
คราวนี้รู้จักเครื่องปริ้นที่เป็นแบบนี้ไหมคะ

1391
01:12:32.761 --> 01:12:33.995
เรียก Potter ไหม

1392
01:12:35.258 --> 01:12:36.899
ไม่ใช่แฮรี่พอตเตอร์นะ

1393
01:12:36.783 --> 01:12:40.429
เอาไว้ปริ้นไวนิล

1394
01:12:40.805 --> 01:12:42.611
Potter เอาไว้ปริ้นพวก

1395
01:12:42.710 --> 01:12:44.127
ป้ายใหญ่ๆน่ะ

1396
01:12:44.319 --> 01:12:44.857
นะคะ

1397
01:12:46.649 --> 01:12:50.907
พวกภาพกราฟฟิกนะคะหรือว่าข้อความนะคะที่ใหญ่ๆนะคะ

1398
01:12:51.418 --> 01:12:54.488
ปริ้นบนผืนผ้าใบหนานะคะผืนผ้า

1399
01:12:54.937 --> 01:12:56.290
เรียก Potter นะคะ

1400
01:12:56.667 --> 01:13:03.507
อีกหน่วยหนึ่งนะคะหน่วยสุดท้ายก็คือหน่วยเก็บข้อมูลนะคะแต่ตัวนี้เราจะพูดถึงหน่วยเก็บข้อมูล

1401
01:13:03.638 --> 01:13:04.696
ลองนะคะ

1402
01:13:04.804 --> 01:13:09.919
ก็คือ secondary Storage หน่วยเก็บข้อมูลสำรองมีหลายประเภทด้วยกันเช่น

1403
01:13:10.516 --> 01:13:15.212
สมัยก่อนนะคะสมัยที่ใช้คอมพิวเตอร์ยุคที่ 1 อยู่ที่ 2 นี่แล้วจะใช้

1404
01:13:15.622 --> 01:13:16.968
หน่วยเก็บข้อมูล

1405
01:13:17.275 --> 01:13:20.569
เป็นแบบไม่ได้ติดเทปไม่ได้ติดเทปเป็นอย่างไรเอ่ย

1406
01:13:23.113 --> 01:13:24.881
อันนี้มีในข้อสอบด้วยนะคะ

1407
01:13:25.276 --> 01:13:28.334
Magnetic Tape มันก็จะเป็นหน้าตาประมาณนี้ค่ะ

1408
01:13:29.687 --> 01:13:30.670
เป็นเหมือนกับ

1409
01:13:31.934 --> 01:13:34.170
เคยเห็นม้วนหนังกลางแปลงไหมคะ

1410
01:13:35.503 --> 01:13:36.494
เกิดทันด้วยหรือ

1411
01:13:39.403 --> 01:13:41.249
ตอนนี้ก็มีหรือหนังกลางแปลง

1412
01:13:41.800 --> 01:13:43.568
ม้วนหนังน่ะเคยเห็นไหม

1413
01:13:44.022 --> 01:13:45.926
อันนั้นน่ะคือเทปแม่เหล็ก

1414
01:13:46.825 --> 01:13:47.285
นะคะ

1415
01:13:47.925 --> 01:13:51.929
คือเวลาเขาเอามาใช้มันจะเป็นม้วนใหญ่ๆนะม้วน

1416
01:13:52.077 --> 01:13:52.559
เหมือน

1417
01:13:52.696 --> 01:13:53.873
เหมือนฟิล์มถ่ายรูป

1418
01:13:54.814 --> 01:13:56.712
อันนั้นคือเทปแม่เหล็กนะคะ

1419
01:13:57.221 --> 01:14:00.661
คือคอมพิวเตอร์ยุคแรกๆนี้ค่ะคอมพิวเตอร์

1420
01:14:01.141 --> 01:14:04.845
ที่เรียงลำดับตามประสิทธิภาพนะคะคอมพิวเตอร์เครื่องใหญ่ๆนะคะ

1421
01:14:04.939 --> 01:14:05.763
เต็มห้องเลย

1422
01:14:06.496 --> 01:14:09.305
ใหญ่สุดประสิทธิภาพสูงสุดเรียกว่า

1423
01:14:11.760 --> 01:14:12.587
เรียกว่า

1424
01:14:13.090 --> 01:14:14.627
ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์

1425
01:14:14.834 --> 01:14:19.755
เปล่าคะมันก็จะใช้กับพวก Magnetic Tape ในการเก็บข้อมูลนะคะ

1426
01:14:22.713 --> 01:14:23.578
ต่อไป

1427
01:14:23.954 --> 01:14:25.754
ก็จะมาเป็น magnetic

1428
01:14:25.914 --> 01:14:27.009
this นะคะ

1429
01:14:27.313 --> 01:14:28.028
จานแม่เหล็ก

1430
01:14:29.294 --> 01:14:33.451
สารแม่เหล็กเป็นอย่างไรจานแม่เหล็กให้นึกถึงง่ายๆว่า

1431
01:14:35.569 --> 01:14:36.548
มีนะคะ

1432
01:14:36.974 --> 01:14:37.689
ฮาร์ดดิสก์

1433
01:14:38.194 --> 01:14:38.824
เป็น

1434
01:14:38.958 --> 01:14:40.349
ลักษณะของ magnetic

1435
01:14:40.473 --> 01:14:42.686
จานแม่เหล็กเหมือนกันนะคะ

1436
01:14:42.913 --> 01:14:44.711
แต่การเข้าถึงข้อมูล

1437
01:14:45.032 --> 01:14:47.141
เข้าถึงได้แบบ Direct message

1438
01:14:47.349 --> 01:14:51.995
คือเข้าถึงได้โดยตรงเก็บในปริมาณมากๆนะคะเพราะเขาบอกว่าเก็บ

1439
01:14:52.109 --> 01:14:53.288
ได้มากกว่าเทปแม่เหล็ก

1440
01:14:53.370 --> 01:14:57.978
แบบเดิมน่ะค่ะขนาดเล็กกว่าจะเก็บข้อมูลได้มากกว่านะคะ

1441
01:14:58.407 --> 01:15:00.499
การทำงานเร็วกว่านะคะ

1442
01:15:00.730 --> 01:15:01.715
อันนี้คือ

1443
01:15:02.769 --> 01:15:05.505
จากแม่เหล็กนะคะก็คือ hdd นะคะ

1444
01:15:07.650 --> 01:15:09.386
ดูหน้าตาฮาร์ดดิสซิ

1445
01:15:09.570 --> 01:15:11.079
มันจะเป็นแบบนี้นะคะ

1446
01:15:12.170 --> 01:15:15.220
มีพลาสเตอร์เลี้ยงอยู่แต่ละแผ่นที่เก็บ

1447
01:15:15.532 --> 01:15:17.291
ข้อมูลนะคะและฮาร์ดดิสก์

1448
01:15:17.388 --> 01:15:17.918
กระจับ

1449
01:15:18.010 --> 01:15:19.122
เก็บข้อมูล

1450
01:15:19.458 --> 01:15:23.799
แบบเป็น segment ลงไปอีกนะคะเป็นวงเป็นขนาดย่อยลงไปนะคะ

1451
01:15:24.306 --> 01:15:25.601
อันนี้คือฮาร์ดดิส

1452
01:15:26.303 --> 01:15:29.038
แล้วก็จะมีสื่อเก็บข้อมูลประเภท

1453
01:15:29.419 --> 01:15:30.356
Optical Disc

1454
01:15:30.488 --> 01:15:30.943
นะคะ

1455
01:15:30.834 --> 01:15:32.952
Optical Disc หมายถึง

1456
01:15:33.829 --> 01:15:39.351
สื่อประเภทที่ใช้แบบเทคโนโลยีแสงเลเซอร์ในการอ่านเขียนน่ะนะคะ

1457
01:15:40.175 --> 01:15:44.830
ตอนนี้ราคาไม่แพงแล้วที่เรารู้จักน่าจะเป็น CD ROM

1458
01:15:45.309 --> 01:15:47.586
DVD อะไรพวกนี้นะคะ

1459
01:15:47.930 --> 01:15:49.852
เราเรียกว่า Optical Disc

1460
01:15:50.649 --> 01:15:51.282
นะคะ

1461
01:15:52.667 --> 01:15:53.633
ต่อไป

1462
01:15:54.368 --> 01:15:59.090
ตอนนี้เราใช้เป็นแบบแฟลชมากกว่านะเก็บข้อมูลแบบแฟลช

1463
01:15:59.360 --> 01:16:01.307
แฟลตก็จะมีหลายตัว

1464
01:16:03.585 --> 01:16:09.747
คือพัฒนามาจากตัวหน่วยความจำที่เป็นแบบแฟลชนะคะเราเรียกว่า Flash Memory นะคะเช่น

1465
01:16:09.796 --> 01:16:10.660
การ์ดแฟลช

1466
01:16:10.683 --> 01:16:13.972
นะคะเราเรียก Card Compact Flash นะคะ

1467
01:16:15.270 --> 01:16:16.465
Memory Stick

1468
01:16:16.618 --> 01:16:23.650
หรือว่าการ์ด Smart Media ที่เรียกว่าการเก็บข้อมูลมัลติมีเดียพวกนี้นะคะรู้สึกมีภาพให้ดูอยู่

1469
01:16:23.949 --> 01:16:25.857
หน่วยเก็บข้อมูลแบบแฟลชนะคะ

1470
01:16:26.166 --> 01:16:27.243
เมมโมรี่

1471
01:16:27.114 --> 01:16:27.952
ติ๊ก

1472
01:16:28.170 --> 01:16:30.945
การมีเดี๋ยวพรุ่งนี้หน้าตาจะเป็นแบบนี้นะคะ

1473
01:16:31.035 --> 01:16:32.072
พวก Flash Drive

1474
01:16:34.644 --> 01:16:36.452
พวกนี้นะคะหรือเป็นแบบ

1475
01:16:36.569 --> 01:16:38.688
การ์ดนะคะเราจะเห็นที่ไหน

1476
01:16:41.078 --> 01:16:43.031
สมาร์ทโฟนมีไหมคะ

1477
01:16:43.244 --> 01:16:46.820
หน่วยเก็บข้อมูลมีนะคะเป็นแบบการ์ดนะ

1478
01:16:47.725 --> 01:16:49.330
ราคาที่แยกออกมาจาก

1479
01:16:49.468 --> 01:16:49.929
ฟิล์ม

1480
01:16:53.893 --> 01:16:56.849
รุ่นหลังๆจะไม่มีนะคะจะไม่มีแล้ว

1481
01:16:59.868 --> 01:17:00.826
ใช่นะคะ

1482
01:17:01.785 --> 01:17:06.529
คือยิ่งมันมีอุปกรณ์ให้ใช้เยอะมันก็จะทำให้ตัวอุปกรณ์นั้นน่ะ

1483
01:17:06.703 --> 01:17:07.605
ตัวเครื่อง

1484
01:17:07.505 --> 01:17:14.531
ตัว Smart Phone เรามันมีขนาดใหญ่มันหนักนะคะเขาก็พยายามทำให้ขนาดเล็กลงบางลง

1485
01:17:14.860 --> 01:17:17.493
เบานะคะใช้งานได้ง่าย

1486
01:17:17.590 --> 01:17:20.666
ราคาเขาก็พยายามเอาพวกหน่วยเก็บข้อมูล

1487
01:17:20.865 --> 01:17:24.352
หน่วยความจำอะไรพวกนี้ออกไปเป็นแบบฝังมากับตัวเครื่องเลย

1488
01:17:25.010 --> 01:17:26.296
ธนาคารนอกจากนี้

1489
01:17:26.796 --> 01:17:31.389
ก็ยังมีอุปกรณ์อื่นๆอีกนะคะที่จะทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้

1490
01:17:31.621 --> 01:17:32.364
นอกจาก

1491
01:17:32.623 --> 01:17:34.550
4 หน่วยที่กล่าวไปนะคะ

1492
01:17:35.116 --> 01:17:36.154
หน่วยอินพุต

1493
01:17:36.665 --> 01:17:38.526
หน่วยประมวลผล

1494
01:17:38.680 --> 01:17:39.732
หน่วย output

1495
01:17:39.612 --> 01:17:42.220
หน่วยเก็บข้อมูลสำรองนะคะ

1496
01:17:43.096 --> 01:17:43.890
อย่างเช่น

1497
01:17:45.207 --> 01:17:48.281
แผงวงจรหลักนะคะหรือเมนบอร์ด

1498
01:17:48.879 --> 01:17:53.736
หรือส่วนที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆไม่ว่าจะเป็น US

1499
01:17:53.855 --> 01:17:55.350
byyeah

1500
01:17:55.188 --> 01:18:03.365
พาเหรดพวกนี้นะคะอุปกรณ์ที่ใช้สื่อสารข้อมูลการเช่นโมเด็มหรืออุปกรณ์สำรองข้อมูลน่ะค่ะ

1501
01:18:03.511 --> 01:18:03.826

1502
01:18:04.054 --> 01:18:06.826
กรองข้อมูลหรือสำรองไฟนะคะ

1503
01:18:07.058 --> 01:18:08.594
เราเรียก UPS

1504
01:18:08.743 --> 01:18:10.665
นะคะเครื่องสำรองไฟ

1505
01:18:11.417 --> 01:18:14.712
ทุกเครื่องมีห้องสำรองไฟเป็นของตัวเองไหมคะ

1506
01:18:18.685 --> 01:18:23.293
กำลังจะบอกว่าก้มลงใต้โต๊ะแล้วดูเครื่องสำรองไฟอะไม่มี

1507
01:18:23.817 --> 01:18:26.234
มีมีมีเครื่องครูนี่มี

1508
01:18:28.118 --> 01:18:31.487
จะมีเครื่องข้างหน้านะคะที่มีเครื่องสำรองไฟอยู่

1509
01:18:32.916 --> 01:18:36.841
อันนี้คือเมนบอร์ดนะคะครูบอกว่านอกเหนือจาก

1510
01:18:36.969 --> 01:18:38.517
กลอนที่เป็น

1511
01:18:39.225 --> 01:18:40.739
หน่วยรับข้อมูล

1512
01:18:40.857 --> 01:18:45.525
หน่วยประมวลผลหน่วยแสดงผลและหน่วยเก็บข้อมูลสำรองแล้วนะคะ

1513
01:18:45.755 --> 01:18:47.270
ก็ยังมีเมนบอร์ดค่ะ

1514
01:18:47.665 --> 01:18:51.144
เมนบอร์ดคืออะไรก็คือหน้าตาประมาณนี้ล่ะคะ

1515
01:18:51.734 --> 01:18:54.004
ที่ครูถามจักรพันธ์ไปว่า

1516
01:18:54.434 --> 01:18:56.173
สล็อตแบบไหนนะคะ

1517
01:18:57.796 --> 01:18:59.449
สล็อตมันจะมี 1 แบบ

1518
01:19:00.330 --> 01:19:01.028
2 แบบ

1519
01:19:01.873 --> 01:19:02.595
3 แบบ

1520
01:19:04.431 --> 01:19:07.967
อันนี้เฉพาะอุปกรณ์ที่อยู่บนเมนบอร์ดนะคะ

1521
01:19:08.223 --> 01:19:09.794
Slot ที่อยู่บนเมนบอร์ด

1522
01:19:12.392 --> 01:19:21.005
อันนี้เราเรียกว่าแผงวงจรหลักที่ทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้ตื๊ดๆแล้วก็จะมี USB ตอนนี้ US

1523
01:19:20.999 --> 01:19:22.830
มีถึงเวอร์ชั่นไหนแล้วคะ

1524
01:19:23.714 --> 01:19:24.381
3

1525
01:19:27.079 --> 01:19:29.314
USB ถึงเวอร์ชั่นไหน

1526
01:19:29.753 --> 01:19:31.911
3 ต่างจาก 2 อย่างไร

1527
01:19:33.110 --> 01:19:34.522
ความเร็วนะคะ

1528
01:19:35.815 --> 01:19:38.746
ในการถ่ายโอนข้อมูลนะคะ 3 จะเร็ว

1529
01:19:38.937 --> 01:19:40.910
แต่ไม่ใช่ทุกเครื่องจะมี port

1530
01:19:40.991 --> 01:19:42.010
3 นะคะ

1531
01:19:43.689 --> 01:19:49.033
ต่อไปนะคะอันนี้คือ port USB นะคะใช้มาตรฐาน US

1532
01:19:49.141 --> 01:19:49.645

1533
01:19:49.489 --> 01:19:52.754
yy

1534
01:19:53.118 --> 01:19:54.926
เคยได้ยินพอร์ตนี้ไหมคะ

1535
01:19:55.374 --> 01:19:56.894
ไม่ใช่ WiFi นะคะ

1536
01:19:57.329 --> 01:19:58.863
นักศึกษาจะรู้จัก

1537
01:19:59.011 --> 01:19:59.827
WiFi

1538
01:20:00.895 --> 01:20:02.892
แต่ในที่นี้เราดู

1539
01:20:04.650 --> 01:20:05.799
Wifi ใช้

1540
01:20:05.928 --> 01:20:06.878
อะไรเลย

1541
01:20:07.407 --> 01:20:08.587
เป็นพอร์ตแบบไหน

1542
01:20:08.989 --> 01:20:11.613
เคยเห็นพอร์ตแบบไฟล์ไหมคะ

1543
01:20:12.249 --> 01:20:14.935
ส่งข้อมูลได้เร็วกว่า USB

1544
01:20:15.971 --> 01:20:17.327
ต้องเคยใช้งาน

1545
01:20:19.126 --> 01:20:20.048
แบบไหน

1546
01:20:22.789 --> 01:20:23.447
หัวเล็ก

1547
01:20:23.912 --> 01:20:25.190
ขวดเล็กแบบนี้ค่ะ

1548
01:20:25.775 --> 01:20:26.429
แบบนี้

1549
01:20:29.818 --> 01:20:33.011
จะอยู่ที่อุปกรณ์ไหนหัวแบบนี้หัวเล็กๆ

1550
01:20:36.871 --> 01:20:37.929
ต้องไปสังเกต

1551
01:20:39.508 --> 01:20:41.355
กล้องไม่ได้ถ่ายภาพ

1552
01:20:41.487 --> 01:20:43.715
โอนข้อมูลผ่าน USB นะคะ

1553
01:20:45.260 --> 01:20:49.954
อุปกรณ์ที่กล้องถ่ายโอนข้อมูลที่เป็นกล้องขนาดใหญ่น่ะ

1554
01:20:50.134 --> 01:20:50.598

1555
01:20:51.044 --> 01:20:51.990
จะใช้แบบ

1556
01:20:52.426 --> 01:20:55.656
เราสังเกตหัวมาตรฐานหัวจะเป็นแบบ WiFi

1557
01:20:56.004 --> 01:20:57.765
นะคะมันจะถ่ายโอนข้อมูล

1558
01:20:58.049 --> 01:20:59.342
ใหญ่ๆได้เร็ว

1559
01:20:59.639 --> 01:21:01.364
ได้เร็วกว่า USB นะคะ

1560
01:21:01.786 --> 01:21:03.671
ต่อไปอินฟาเรดนะคะ

1561
01:21:04.025 --> 01:21:09.521
อินฟราเรดก็คือส่งข้อมูลได้ระยะสั้นๆนะคะไม่มีสิ่งกีดขวางเช่น

1562
01:21:10.181 --> 01:21:13.413
เครื่องปริ้นแบบอินฟราเรดนะคะเราก็ตั้ง

1563
01:21:14.180 --> 01:21:15.750
ตัวคอมพิวเตอร์นะคะ

1564
01:21:15.986 --> 01:21:20.504
กับเครื่องปริ้นให้อยู่ใกล้ๆกันแล้วก็หันตัวส่วนที่เป็นอินฟาเรดน่ะ

1565
01:21:20.654 --> 01:21:23.679
ให้มันตรงกันนะคะแล้วก็สามารถสั่งปริ้นด้วย

1566
01:21:24.300 --> 01:21:26.259
ได้โดยไม่ต้องใช้สายนะคะ

1567
01:21:26.633 --> 01:21:28.037
OK Modem

1568
01:21:29.978 --> 01:21:34.540
ข้อสอบได้กี่ข้อแล้วในข้อสอบถามว่าโมเด็มใช้ทำอะไร

1569
01:21:35.594 --> 01:21:37.273
หน้าที่ของโมเด็ม

1570
01:21:38.163 --> 01:21:40.895
เครื่องทุกเครื่องจำเป็นต้องมีโมเด็มไหมคะ

1571
01:21:42.412 --> 01:21:43.397
จำเป็นไหม

1572
01:21:46.361 --> 01:21:49.671
ถ้าไม่มีโมเด็มคอมพิวเตอร์ใช้งานได้ไหม

1573
01:22:00.818 --> 01:22:03.831
ถามว่าคำถามที่ 1 คอมพิวเตอร์ทุกเครื่อง

1574
01:22:04.010 --> 01:22:06.546
จำเป็นต้องมีโมเด็มไหมไม่จำเป็น

1575
01:22:07.198 --> 01:22:11.333
คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจำเป็นต้องมีเมนบอร์ดใหม่จำเป็นนะคะ

1576
01:22:11.480 --> 01:22:14.605
คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจำเป็นต้องมีแรมไหม

1577
01:22:14.782 --> 01:22:15.608
จำเป็นค่ะ

1578
01:22:15.963 --> 01:22:18.749
แต่ว่าโมเด็มไม่มีก็ได้แต่ถ้าไม่มี

1579
01:22:20.310 --> 01:22:21.743
มันจะเป็นอย่างไรคะ

1580
01:22:25.467 --> 01:22:27.218
เชื่อมต่อเครือข่ายไม่ได้

1581
01:22:27.532 --> 01:22:30.275
อย่างนั้นถามต่อไปโมเด็มใช้ทำอะไร

1582
01:22:31.640 --> 01:22:33.177
รับหรือส่ง

1583
01:22:34.449 --> 01:22:35.830
เชื่อง่ายจังเลย

1584
01:22:37.747 --> 01:22:39.081
กูถามรับหรือส่ง

1585
01:22:39.238 --> 01:22:40.934
ส่งให้คิดก่อนสิ

1586
01:22:41.501 --> 01:22:45.694
โมเด็มนะคะมาจาก 2 คำ Modem นี้เป็นตัวย่อนะคะ

1587
01:22:46.278 --> 01:22:48.784
หมู่ตัวแรกมาจากคำว่า mold

1588
01:22:49.034 --> 01:22:50.242
d e m

1589
01:22:50.359 --> 01:22:54.280
มาจากคำว่า diebold แปลว่าอะไรหมายถึงอะไร

1590
01:22:54.437 --> 01:22:56.664
Modem น่ะเป็นตัวย่อ

1591
01:22:56.918 --> 01:22:59.448
modals หมายถึง

1592
01:23:02.288 --> 01:23:03.414
โมเด็มใช้

1593
01:23:04.218 --> 01:23:05.422
ใช้ทำอะไร

1594
01:23:05.897 --> 01:23:07.234
ทำงานอย่างไร

1595
01:23:10.115 --> 01:23:13.557
หน้าที่ของโมเด็มคือแปลงสัญญาณจาก

1596
01:23:18.459 --> 01:23:19.302
อย่างเดียว

1597
01:23:24.795 --> 01:23:28.449
ถ้าตอบแบบนี้นี่นะข้อสอบที่จะถูกไหมนะ

1598
01:23:29.815 --> 01:23:30.726
จะถูกไหมนะ

1599
01:23:41.634 --> 01:23:44.223
ใน Choice จะยาวขนาดนี้ไหมนะ

1600
01:23:46.883 --> 01:23:49.908
เขาคงไม่ถามว่า Modem มาจากคำว่าอะไร

1601
01:23:50.033 --> 01:23:54.010
แต่คงถามว่าโมเด็มใช้ทำอะไรนะคะใช้แปลงสัญญาณนะคะ

1602
01:23:54.414 --> 01:23:56.777
แปลงจากอะไรเป็นอะไร

1603
01:23:58.115 --> 01:23:58.935
อย่างเดียว

1604
01:24:01.218 --> 01:24:03.398
แปลงไปและกลับด้วยสิ

1605
01:24:03.697 --> 01:24:07.443
สัญญาณในคอมพิวเตอร์นี้ทำงานโดยใช้สัญญาณอะไรคะ

1606
01:24:07.686 --> 01:24:09.087
เครื่องคอมพิวเตอร์นี้

1607
01:24:09.253 --> 01:24:10.958
ทำงานโดยใช้สัญญาณอะไร

1608
01:24:14.609 --> 01:24:17.451
ทำงานด้วยระบบสัญญาณดิจิทัล

1609
01:24:18.123 --> 01:24:18.955
แต่เวลาจะ

1610
01:24:19.179 --> 01:24:21.742
ส่งข้อมูลผ่านสายไปต้องแปลงก่อน

1611
01:24:22.541 --> 01:24:27.934
พูดถึงว่าถ้าเราซื้อคอมพิวเตอร์มาถ้าเราไม่เชื่อมต่อเครือข่ายใช้คนเดียว

1612
01:24:28.130 --> 01:24:32.410
ที่บ้านไม่จำเป็นต้องมีโมเด็มถ้าเขาถามจะเอาโมเด็มหรือเอา Flash Drive

1613
01:24:32.966 --> 01:24:35.271
เอา Flash Drive ดีกว่าถ้าเราไม่เชื่อมต่อกับใคร

1614
01:24:36.060 --> 01:24:46.060
แต่ Flash Drive เอามาเราต้องมาต่อเน็ตเราต้องมีโมเด็มซึ่งโมเด็มก็จะมีหลายประเภทอีกนะคะหน้าที่ของโมเด็มนะคะโมตัวแรกนี่ก็คือแปลงสัญญาณดิจิตอล Digital ไปเป็น analog เพราะเวลาวิ่งไปตามสายสัญญาณดิจิตอลตามสายไม่ได้นะคะมันต้องวิ่งเป็นอันละดอกก่อน

1615
01:24:52.468 --> 01:24:53.563
เป็นสัญญาณเว็บ

1616
01:24:53.775 --> 01:24:54.113

1617
01:24:54.679 --> 01:24:55.971
เป็นคลื่นก่อนนะคะ

1618
01:24:55.861 --> 01:25:00.541
แต่พอไปถึงอีกครึ่งนึงมาถึงแปลงสัญญาณที่เป็นคลื่นนั้นน่ะ

1619
01:25:00.609 --> 01:25:01.656
กลับไปเป็น analog

1620
01:25:02.031 --> 01:25:05.796
เป็นดิจิตอลเหมือนเดิมดิจิตอลก็คือสัญญาณที่เป็นสูงต่ำนะ

1621
01:25:06.188 --> 01:25:09.208
01 คือสัญญาณดิจิตอลจำได้ไหมคะ

1622
01:25:09.563 --> 01:25:12.224
ถ้าเปิดระบบก็แทนด้วย 1 ถ้าปิด

1623
01:25:12.468 --> 01:25:12.931
0

1624
01:25:13.486 --> 01:25:14.817
มันมีสูงสุด

1625
01:25:15.098 --> 01:25:15.693
ต่ำสุด

1626
01:25:15.813 --> 01:25:16.131

1627
01:25:16.448 --> 01:25:17.150
ยาน

1628
01:25:17.446 --> 01:25:18.208
OK

1629
01:25:21.189 --> 01:25:21.485

1630
01:25:21.807 --> 01:25:27.444
โมเด็มก็จะมีหลายประเภทนะคะมี Internal Modem ก็คือเป็นการ์ดแบบนี้การ์ด model

1631
01:25:27.614 --> 01:25:29.107
ที่ Slot ไหน

1632
01:25:30.792 --> 01:25:31.781
ในเมนบอร์ด

1633
01:25:33.789 --> 01:25:35.744
เอาแบบ Internal Modem ก่อน

1634
01:25:35.607 --> 01:25:36.248

1635
01:25:37.575 --> 01:25:39.112
โมเด็มเสียบที่

1636
01:25:40.328 --> 01:25:41.181
สล็อตไหน

1637
01:25:42.532 --> 01:25:43.209
ถูกหรือเปล่า

1638
01:25:45.587 --> 01:25:46.339
Modem นะ

1639
01:25:47.089 --> 01:25:49.937
ถ้าไปเสียบตรงการ์ดจอแล้วการ์ดจอเสียบที่ไหนล่ะ

1640
01:25:56.383 --> 01:26:00.164
คิดดีๆถ้าเราเรียกสล็อตของการ์ดจอแล้วเราจะเอาสล็อต

1641
01:26:00.155 --> 01:26:00.957
ไปเสียบโมเด็ม

1642
01:26:03.562 --> 01:26:03.834

1643
01:26:03.946 --> 01:26:11.184
เอาแบบ Internal ก่อน Internal นี่นะดูหน้าตาโมเด็มไว้นะตอนนี้มันมีการ์ดจอการ์ดเสียงแล้วก็การ์ด model

1644
01:26:13.177 --> 01:26:15.472
โดยรูปลักษณ์ของมันเหมือนกันไหมคะ

1645
01:26:17.089 --> 01:26:18.136
ต่างกันตรงไหน

1646
01:26:19.509 --> 01:26:21.896
ตรง Slot นะคะต้องถอดของมันนี่แหละ

1647
01:26:22.363 --> 01:26:23.927
ย้อนกลับมาเมนบอร์ดซิ

1648
01:26:26.974 --> 01:26:28.740
นี่โมเด็มเสียบตรงไหนคะ

1649
01:26:32.007 --> 01:26:32.669
1

1650
01:26:33.192 --> 01:26:34.554
23

1651
01:26:37.530 --> 01:26:41.249
1 2 3 ใครว่า 1 ยกมือ

1652
01:26:42.812 --> 01:26:44.519
Modem ต้องเสียบตรงนี้แหละ

1653
01:26:44.723 --> 01:26:45.820
กูจะฆ่ามันแล้ว

1654
01:26:48.101 --> 01:26:48.754
2

1655
01:26:50.572 --> 01:26:51.230
3

1656
01:26:57.760 --> 01:26:59.076
ย้อนกลับไปให้ดู

1657
01:26:59.215 --> 01:27:00.223
หน้าตาโมเด็ม

1658
01:27:01.302 --> 01:27:05.771
Internal Modem มันจะเป็นหน้าตาแบบนี้ล่ะค่ะอย่างนี้เลยนี่เลย

1659
01:27:06.362 --> 01:27:09.637
ดูค่ะมันค่ะมันคือตรงไหนนี่ค่ะคือขามัน

1660
01:27:10.183 --> 01:27:13.715
ตรงนี้คือขามันที่จะเอาไปเสียบต่อกับเมนบอร์ด

1661
01:27:13.872 --> 01:27:18.568
ครูถามว่าถ้าขาเป็นหน้าตาแบบนี้มันจะเอาไปเสียบกับ

1662
01:27:18.641 --> 01:27:19.282
สล็อตไหน

1663
01:27:23.861 --> 01:27:25.201
นี่แบบไหน

1664
01:27:27.600 --> 01:27:28.343
1

1665
01:27:28.700 --> 01:27:29.291
2

1666
01:27:29.898 --> 01:27:31.133
2 ไม่มีอันเดียวนะ

1667
01:27:31.258 --> 01:27:31.763
3

1668
01:27:33.261 --> 01:27:34.042
วิเคราะห์

1669
01:27:34.204 --> 01:27:35.441
ตามความน่าจะเป็น

1670
01:27:35.578 --> 01:27:37.007
อันนี้ทำไมมีหลายช่อง

1671
01:27:39.457 --> 01:27:41.360
ก็แปลว่าเสียบได้หลายอันใช่หรือเปล่า

1672
01:27:41.699 --> 01:27:45.612
เรานึกถึงหลักทางวิศวกรรมศาสตร์ที่เขาออกแบบมา

1673
01:27:45.687 --> 01:27:49.363
อะไรที่คอมพิวเตอร์สามารถใส่ได้เยอะ

1674
01:27:50.138 --> 01:27:51.606
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

1675
01:27:51.759 --> 01:27:52.955
เขาเรียกการอ่าน

1676
01:27:53.119 --> 01:27:53.485
เกรด

1677
01:27:54.177 --> 01:27:56.424
แต่ถ้าเกิดพัฒนาหรือ

1678
01:27:56.556 --> 01:27:58.226
up ทางด้านซอฟแวร์นี่

1679
01:27:58.299 --> 01:28:01.380
เราเลือกการอัพเดทนะคะเรียกให้ถูกนะคะ

1680
01:28:01.595 --> 01:28:05.488
เรียนพื้นฐานไปแล้วอย่างเช่นเราลงซอฟแวร์ตัวนี้

1681
01:28:05.754 --> 01:28:07.535
แล้วมันมีการอัพเวอร์ชั่นนี้

1682
01:28:07.717 --> 01:28:09.601
เราเรียกว่าการอัพเดท

1683
01:28:09.754 --> 01:28:15.296
แต่ถ้าเป็นอุปกรณ์มี 1 อยู่แล้วเอามาใส่อีก 2 3 4 อันนี้เราเรียกว่า

1684
01:28:15.419 --> 01:28:16.281
เกรดนะคะ

1685
01:28:16.678 --> 01:28:19.724
ครูถามว่าโมเด็มเสียบที่นี่ไหม

1686
01:28:20.398 --> 01:28:22.496
1 เครื่องมีโมเด็มเยอะไหม

1687
01:28:23.777 --> 01:28:26.257
จำเป็นต้องมีเยอะไหมถามอย่างนี้

1688
01:28:30.091 --> 01:28:31.950
อย่าพูดภาษาต่างด้าว

1689
01:28:33.343 --> 01:28:34.850
อันนี้เสียบเยอะ

1690
01:28:35.315 --> 01:28:37.786
เครื่องก็จะยิ่งเร็วก็เลยให้มาเยอะ

1691
01:28:38.454 --> 01:28:39.569
อันนี้มีกี่สล็อต

1692
01:28:40.735 --> 01:28:44.888
1 2 3 4 เลยค่ะน้ำเงินดำน้ำเงินดำ

1693
01:28:45.029 --> 01:28:46.910
อันนี้ทำไมให้มาอันเดียว

1694
01:28:47.136 --> 01:28:51.719
แปลว่าคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งมีแค่อันเดียวก็พออย่างนี้ป่ะอันนี้

1695
01:28:52.391 --> 01:28:54.460
อันนี้มีหลายอันดีไหม

1696
01:28:55.161 --> 01:28:58.869
อย่างนั้นบอกมาซิว่าสล็อตไหนเสียบอะไร 1

1697
01:28:59.137 --> 01:28:59.586
2

1698
01:28:59.742 --> 01:29:00.290
3

1699
01:29:00.403 --> 01:29:00.721

1700
01:29:00.878 --> 01:29:02.840
จักรพันธ์บอกอันนี้เสียบโมเด็ม

1701
01:29:03.966 --> 01:29:04.218

1702
01:29:04.101 --> 01:29:05.517
สราวุธ

1703
01:29:08.233 --> 01:29:09.096
ตอบมาค่ะ

1704
01:29:10.777 --> 01:29:12.719
สราวุธต่อ pci-e

1705
01:29:12.983 --> 01:29:14.311
มี pci หรือเปล่า

1706
01:29:16.157 --> 01:29:17.691
ถามไปถามมาเริ่มงง

1707
01:29:18.502 --> 01:29:19.295
ใครบอกวันนี้

1708
01:29:21.625 --> 01:29:22.906
ที่ไม่ตอบนี่คือ

1709
01:29:23.371 --> 01:29:24.346
จั๊กอะไรนะ

1710
01:29:26.729 --> 01:29:27.292

1711
01:29:28.019 --> 01:29:31.419
ปกติแล้วอันนี้เราเรียกว่า VGA Slot

1712
01:29:32.321 --> 01:29:33.912
VGA เอาไว้ทำอะไร

1713
01:29:34.659 --> 01:29:36.775
การ์ดจอเครื่องนึงมีหลายอันไหม

1714
01:29:37.475 --> 01:29:40.469
ส่วนมากมันก็ไม่ออนบอดก็

1715
01:29:41.178 --> 01:29:41.576
การ์ด

1716
01:29:42.783 --> 01:29:45.749
ฉะนั้นเราต้องเป็นจำเป็นต้องมีการ์ดจอแบบ

1717
01:29:45.858 --> 01:29:46.750
กราฟ 2 อัน

1718
01:29:47.407 --> 01:29:47.806

1719
01:29:49.929 --> 01:29:51.924
AGV อะไรก็ไม่รู้

1720
01:29:52.269 --> 01:29:56.619
นึกว่า ATV คู่ก็คิดอยู่อะไรนะคืออะไรสักอย่างหนึ่งนะ

1721
01:29:57.139 --> 01:29:58.501
อันนี้มีอันเดียวค่ะ

1722
01:29:58.783 --> 01:30:00.333
เอาไว้เสียบการ์ดจอ

1723
01:30:00.634 --> 01:30:02.309
ทำไมมันถึงต่างกัน

1724
01:30:02.691 --> 01:30:03.740
การ์ดจอนี่

1725
01:30:03.912 --> 01:30:05.682
มันต้องใช้ Slot พิเศษ

1726
01:30:06.200 --> 01:30:09.286
เพราะถ้าเป็นแบบนี้มันส่งข้อมูลได้ช้า

1727
01:30:10.256 --> 01:30:11.652
อันนี้เสียบอะไรบ้าง

1728
01:30:13.158 --> 01:30:14.157
Sound Card

1729
01:30:14.836 --> 01:30:15.673
โมเด็ม

1730
01:30:16.472 --> 01:30:17.218
มีอีกไหม

1731
01:30:17.699 --> 01:30:18.644
การ์ดอื่นล่ะ

1732
01:30:19.040 --> 01:30:19.736
การ์ดแลน

1733
01:30:19.880 --> 01:30:20.727
ได้นะคะ

1734
01:30:21.398 --> 01:30:22.180
อันนี้

1735
01:30:24.767 --> 01:30:26.521
ดูเริ่มฉลาดขึ้นเรื่อยๆ

1736
01:30:27.049 --> 01:30:29.473
อันนี้เสียบการ์ดจออย่างเดียวนะคะ

1737
01:30:29.867 --> 01:30:30.934
อันนี้เสียบอะไร

1738
01:30:31.296 --> 01:30:31.799
Ram

1739
01:30:32.167 --> 01:30:32.684
นะคะ

1740
01:30:34.467 --> 01:30:35.500
โอเคไหมคะ

1741
01:30:38.077 --> 01:30:39.323
ถ้าปลาตายนี่

1742
01:30:39.626 --> 01:30:41.158
มาช่วยให้เราฉลาดหรือเปล่า

1743
01:30:49.754 --> 01:30:53.545
ตอนนี้ Modem มันไม่ได้มีแบบแค่ Internal นะ

1744
01:30:53.827 --> 01:30:55.732
มันจะมีแบบเป็นเครื่องอย่างนี้ค่ะ

1745
01:30:56.117 --> 01:30:57.236
External Modem

1746
01:30:57.336 --> 01:30:59.532
ก็คือเป็นเครื่องมันเลยเราก็เปิดกด

1747
01:30:59.748 --> 01:31:04.762
เปิดอย่างนี้ค่ะมันก็ขึ้นไฟว่าออนอยู่หรืออ๊อฟอะไรก็ว่าไป

1748
01:31:04.912 --> 01:31:07.049
หรือเป็นโมเด็มแบบพกพา

1749
01:31:07.701 --> 01:31:10.417
แต่ตอนนี้ไม่ค่อยใช้ใช้อะไรคะ

1750
01:31:10.607 --> 01:31:10.948

1751
01:31:12.277 --> 01:31:12.583

1752
01:31:13.113 --> 01:31:13.890
มันสะดวก

1753
01:31:14.142 --> 01:31:19.879
มันไม่ต้องถือโมเด็มก่อนหน้านี้เขาจะเรียกว่าเป็นอะไรนะ aircard นะคะก็คือโมเด็มชนิดหนึ่ง

1754
01:31:19.973 --> 01:31:21.718
คล้ายๆกับ Flash Drive นะ

1755
01:31:22.154 --> 01:31:24.415
เล็กๆถือไปอันนั้นคือโมเด็มค่ะ

1756
01:31:24.876 --> 01:31:29.157
รุ่นใหม่ๆมันจะมีมาในบอร์ดเลยเราเรียก on board นะคะ

1757
01:31:29.642 --> 01:31:31.133
UPS ล่ะ

1758
01:31:33.768 --> 01:31:34.583
UPS

1759
01:31:34.702 --> 01:31:36.372
USB เหมือนกันไหม

1760
01:31:38.089 --> 01:31:39.740
เครื่องสำรองไฟ

1761
01:31:40.454 --> 01:31:42.311
USB คือ

1762
01:31:43.132 --> 01:31:45.053
ตอบให้ถูกนะคะในข้อสอบ

1763
01:31:46.445 --> 01:31:48.433
USB คือ

1764
01:31:51.783 --> 01:31:53.487
อุปกรณ์สำรอง

1765
01:31:53.728 --> 01:31:57.480
เป็นหน่วยความจำภายนอกหรือหน่วยเก็บข้อมูลสำรอง

1766
01:31:57.580 --> 01:31:59.694
หน่วยความจำสำรองนะคะถ้าอยู่

1767
01:31:59.782 --> 01:32:01.538
PS นี่ก็คือ

1768
01:32:01.684 --> 01:32:03.395
เครื่องสำรองไฟนะคะ

1769
01:32:03.802 --> 01:32:08.541
นี่เครื่อง UPS นะคะมีหลายขนาดหลายรุ่นหลายยี่ห้อหลายสี

1770
01:32:09.115 --> 01:32:09.754
นะคะ

1771
01:32:09.978 --> 01:32:11.129
อย่าจำผิด

1772
01:32:11.942 --> 01:32:13.178
ข้อสอบถาม

1773
01:32:13.684 --> 01:32:15.817
UPS ใช้ทำอะไร

1774
01:32:16.094 --> 01:32:18.847
จักรพันธ์ตอบใช้สำรองข้อมูลจบ

1775
01:32:18.944 --> 01:32:20.898
ข่าวเลยข้อนั้น 0

1776
01:32:21.111 --> 01:32:21.570
นะคะ

1777
01:32:21.861 --> 01:32:22.714
ฉะนั้น

1778
01:32:22.915 --> 01:32:25.472
จำให้ดีอะไรคือ US

1779
01:32:25.603 --> 01:32:29.910
ปีอะไรคือ UPS อะไรคือ pci อะไร

1780
01:32:30.178 --> 01:32:31.293
a นะคะ

1781
01:32:31.941 --> 01:32:32.323
จบ

1782
01:32:32.951 --> 01:32:34.544
ทำแบบฝึกหัดค่ะ

1783
01:32:35.881 --> 01:32:36.759
ส่งเลย

1784
01:32:37.780 --> 01:32:38.938
เดี๋ยวตรวจให้เลย

1785
01:32:40.172 --> 01:32:42.553
โจทย์ข้อไหนอ่านแล้วไม่เข้าใจ

1786
01:32:43.054 --> 01:32:45.154
โจทย์ข้อ 1 มีกี่คำถาม

1787
01:32:47.939 --> 01:32:51.653
คอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์หมายถึงอะไรข้อ 1 มีกี่คำถาม

1788
01:32:53.437 --> 01:32:58.017
ข้อ 1 มี 1 คำถามถามความหมายนะคะอย่าต่อประเภทนะคะ

1789
01:32:58.520 --> 01:33:00.506
ข้อ 2 มีกี่คำถาม

1790
01:33:02.200 --> 01:33:03.499
ถามอะไรบ้าง

1791
01:33:09.320 --> 01:33:12.323
องค์ประกอบของ CPU

1792
01:33:12.660 --> 01:33:14.769
มีกี่ส่วนถูกไหมคะ

1793
01:33:15.988 --> 01:33:17.456
ถ้าตอบมาว่า

1794
01:33:17.620 --> 01:33:18.565
กองสุวรรณ

1795
01:33:21.577 --> 01:33:23.118
ไม่มีอะไรบ้าง

1796
01:33:23.300 --> 01:33:23.913
แปลว่าตอบ

1797
01:33:23.997 --> 01:33:24.454
ให้ครบ

1798
01:33:24.766 --> 01:33:25.039

1799
01:33:25.206 --> 01:33:29.178
ให้ครบนะคะข้อ 3 มีกี่คำถาม 1 คำถามค่ะถาม

1800
01:33:31.297 --> 01:33:32.089
ความหมาย

1801
01:33:32.840 --> 01:33:38.200
ถามความหมายนะคะ ok ข้อ 4 หน่วยความจำหลักแบบอ่านได้อย่างเดียว

1802
01:33:38.356 --> 01:33:39.141
อะไร

1803
01:33:40.600 --> 01:33:43.801
คืออะไรนี่บอกความหมายหรือให้บอกว่า

1804
01:33:44.106 --> 01:33:45.282
อันนี้คืออะไร

1805
01:33:47.759 --> 01:33:51.482
บอกชื่อหน่วยความจำตัวนั้นหรือบอกมาว่า

1806
01:33:51.758 --> 01:33:53.131
หรือให้บอกความหมาย

1807
01:33:53.025 --> 01:33:59.633
กันไว้ไม่ชัวร์

1808
01:34:00.044 --> 01:34:03.293
ถ้าบอกความหมายไปกลัวผิดเราก็เช่นกัน

1809
01:34:03.435 --> 01:34:04.639
หน่วยความจำหลัก

1810
01:34:05.104 --> 01:34:06.683
แบบอ่านได้อย่างเดียว

1811
01:34:07.639 --> 01:34:08.514
มันบอกแล้ว

1812
01:34:10.034 --> 01:34:11.576
มันอ่านได้อย่างเร็ว

1813
01:34:12.215 --> 01:34:12.645

1814
01:34:13.515 --> 01:34:14.605
ตอบมาให้ถูกนะ

1815
01:34:15.640 --> 01:34:17.939
มันบอกความหมายมาแล้วนะคะ

1816
01:34:18.276 --> 01:34:20.494
แล้วมันถามว่าคืออะไร

1817
01:34:20.719 --> 01:34:22.085
เรียกว่าอะไรนะคะ

1818
01:34:22.595 --> 01:34:24.969
แล้วหน่วยความจำหลักแบบที่

1819
01:34:25.085 --> 01:34:29.232
มันแบบแก้ไขได้ไม่ใช่อ่านได้อย่างเดียวเราเรียกว่าอะไร

1820
01:34:29.656 --> 01:34:31.560
คืออะไรเรียกว่าอะไร

1821
01:34:31.866 --> 01:34:36.743
นะคะตอบมาให้ถูกนะหน่วยรับข้อมูลคืออะไรนี่ถามความหมายนะคะ

1822
01:34:37.055 --> 01:34:39.889
ให้ยกตัวอย่างหน่วยรับข้อมูลมา 5 อย่าง

1823
01:34:41.460 --> 01:34:43.621
ยกตัวอย่างมา 4 อันที่ 5 ผิด

1824
01:34:43.723 --> 01:34:45.036
ก็ถือว่าผิดนะคะ

1825
01:34:45.780 --> 01:34:46.583
ดึงออกไหม

1826
01:34:47.839 --> 01:34:50.158
หน่วยรับข้อมูลคืออะไร

1827
01:34:50.595 --> 01:34:55.799
ก็คือหน่วยที่ทำหน้าที่รับข้อมูลเข้าไปในระบบนะคะยกตัวอย่างมา 5

1828
01:34:56.140 --> 01:34:59.593
อย่างอะไรบ้างเป็นหน่วยรับข้อมูลเราก็ตอบมา

1829
01:35:03.682 --> 01:35:07.311
Mouse Keyboard Scanner นู่นนี่นั่น

1830
01:35:07.402 --> 01:35:08.179
จอภาพ

1831
01:35:08.791 --> 01:35:10.015
จอภาพแบบไหน

1832
01:35:10.488 --> 01:35:13.420
ถ้าเราตอบว่าจอภาพแบบสัมผัสหน้าถูก

1833
01:35:13.735 --> 01:35:16.873
แต่ถ้าเราตอบจอภาพเฉยๆมันไม่ใช่

1834
01:35:17.096 --> 01:35:17.576

1835
01:35:17.681 --> 01:35:18.570
ข้อมูลนะคะ

1836
01:35:22.873 --> 01:35:26.270
แล้วข้อ 5 นะคะถามว่าหน่วยแสดงผลข้อมูล

1837
01:35:26.123 --> 01:35:28.705
ข้อ 4 นี้ถามข้อใหม่แล้ว

1838
01:35:28.771 --> 01:35:34.332
ความหมายและยกตัวอย่างนะอ่านโจทย์ดีๆข้อ 4 คือไม่ใช่ข้อ 4 ข้อ 6

1839
01:35:34.694 --> 01:35:34.998

1840
01:35:35.331 --> 01:35:40.010
หน่วยรับข้อมูลคืออะไรอันนี้ถามความหมายค่ะให้ยกตัวอย่างหน่วยรับเข้า

1841
01:35:40.228 --> 01:35:40.952
มา 5 อย่าง

1842
01:35:42.410 --> 01:35:43.006
ข้อ 7

1843
01:35:43.890 --> 01:35:45.358
ไม่ได้ถามความหมายค่ะ

1844
01:35:45.465 --> 01:35:48.082
ถามว่าหน่วยแสดงผลข้อมูล

1845
01:35:48.987 --> 01:35:51.495
มี 2 ประเภทอะไรบ้าง

1846
01:35:53.056 --> 01:35:54.297
อธิบายมาค่ะ

1847
01:35:54.813 --> 01:35:55.650
อะไรบ้าง

1848
01:35:56.790 --> 01:35:57.206
เช่น

1849
01:36:00.997 --> 01:36:01.479
กอล์ฟกอล์ฟ

1850
01:36:01.622 --> 01:36:02.358
ปี้ไหม

1851
01:36:03.245 --> 01:36:03.607

1852
01:36:03.685 --> 01:36:04.944
พี่เป็นอย่างไร

1853
01:36:05.365 --> 01:36:07.461
เราก็อธิบายมารึ

1854
01:36:07.629 --> 01:36:08.107
เช่น

1855
01:36:08.669 --> 01:36:09.691
ก็ยกตัวอย่าง

1856
01:36:11.619 --> 01:36:12.323
ฮัก

1857
01:36:12.286 --> 01:36:12.891
ปีละ

1858
01:36:13.045 --> 01:36:13.512
นะคะ

1859
01:36:13.744 --> 01:36:16.907
ก็มัน 2 ประเภทไง 1 ซอง

1860
01:36:17.155 --> 01:36:21.525
หัดเป็นอย่างไรยกตัวอย่าง Hard มานะคะหน่วยเก็บข้อมูลสำรอง

1861
01:36:22.544 --> 01:36:23.926
ยกตัวอย่างมา

1862
01:36:24.166 --> 01:36:25.050
5 ตัวอย่าง

1863
01:36:25.169 --> 01:36:28.122
พร้อมอธิบายการทำงานของแต่ละอย่าง

1864
01:36:30.193 --> 01:36:32.362
8ข้อส่งมาแล้วใช่ไหมคะ

1865
01:36:32.546 --> 01:36:33.709
ขอตรวจก่อนนะ

1866
01:36:36.003 --> 01:36:36.854
กินไหม

1867
01:36:37.074 --> 01:36:39.440
ครูบอกว่าให้อ่านดีๆเพราะ

1868
01:36:40.645 --> 01:36:43.793
ตัวข้อสอบนะคะมันไม่ได้จดสั้นๆแบบนี้

1869
01:36:44.263 --> 01:36:46.570
นะคะมันก็จะมีคำหลอก

1870
01:36:46.748 --> 01:36:48.720
รอไปยาวๆไป

1871
01:36:48.598 --> 01:36:50.547
อ่านแล้วก็จับ

1872
01:36:50.785 --> 01:36:53.473
ประเด็นให้ได้ว่าเขาถามอะไร

1873
01:36:53.867 --> 01:36:56.347
แล้วเราจะต้องตอบอะไรนะคะ

1874
01:37:07.505 --> 01:37:08.578
OK

1875
01:37:09.226 --> 01:37:10.523
ช่วงทำแบบฝึกหัด

1876
01:37:10.640 --> 01:37:13.043
มีคำถามไหมคะถามเลย

1877
01:37:17.351 --> 01:37:18.407
ไม่ถาม

1878
01:37:19.086 --> 01:37:21.073
อย่างนั้นก็ทำงานไป

1879
01:37:21.621 --> 01:37:22.445
ดีจ้า

1880
01:37:24.712 --> 01:37:26.508
มีใครสงสัยอะไรไหม

1881
01:37:26.640 --> 01:37:26.919

1882
01:37:28.304 --> 01:37:30.186
ไม่สงสัยอะไรเลยเหรอ

1883
01:37:30.802 --> 01:37:32.551
ห้ามสงสัยตอนสอบนะ

1884
01:37:33.865 --> 01:37:35.179
กลอนคุมสอบ

1885
01:37:35.402 --> 01:37:36.649
กูก็ยืนยิ้ม

1886
01:37:36.766 --> 01:37:37.287
นะคะ

1887
01:37:38.666 --> 01:37:45.245
กูก็จะยืนยิ้มให้กำลังใจนะคะนักศึกษาก็ทำไป 1 ข้อไหนไม่ออกก็เงยหน้าขึ้นมา

1888
01:37:45.321 --> 01:37:45.594

1889
01:37:47.647 --> 01:37:50.723
ข้อสอบเป็นแบบ Choice นะคะเป็นข้อสอบจาก

1890
01:37:50.530 --> 01:37:51.807
ฟาง

1891
01:37:52.186 --> 01:37:53.782
มีอยู่ 60 ข้อ

1892
01:37:55.502 --> 01:37:56.664
30 คะแนน

1893
01:37:56.955 --> 01:37:57.318
ค่ะ

1894
01:38:00.583 --> 01:38:02.888
โอเคทำงานให้เสร็จ

1895
01:38:03.100 --> 01:38:04.589
ปู่ตั้งไว้ให้ทรง

1896
01:38:05.336 --> 01:38:05.805

1897
01:38:06.406 --> 01:38:07.466
ก่อน 16

1898
01:38:08.427 --> 01:38:09.534
30

1899
01:38:10.251 --> 01:38:12.042
นาฬิกานะคะขอไปแอบส่อง

1900
01:38:12.161 --> 01:38:13.869
ก่อนว่าใครส่งมาแล้วบ้าง

1901
01:38:15.891 --> 01:38:17.879
1 คนขออนุญาตตรวจ

1902
01:38:18.007 --> 01:38:18.922
เลยได้ไหม

1903
01:38:22.216 --> 01:38:25.298
ไหมพอกูบอกว่าอ่านโจทย์ดีหรือยัง

1904
01:38:25.376 --> 01:38:26.305
ไม่รีบค่ะ

1905
01:38:26.541 --> 01:38:27.422
ให้เวลาจน

1906
01:38:27.677 --> 01:38:28.451
4:30 น

1907
01:38:33.135 --> 01:38:37.236
แปลว่าเป็นคนไม่มั่นใจถ้ามั่นใจแล้วตอบแล้วส่งเลย

1908
01:38:42.499 --> 01:38:44.029
เสร็จแล้วส่งมาเลยค่ะ

1909
01:38:46.135 --> 01:38:47.752
ส่งเลยส่งเลยเรา

1910
01:38:47.886 --> 01:38:49.430
ส่งมาได้ให้เวลาถึง

1911
01:38:49.535 --> 01:38:49.838

1912
01:38:50.117 --> 01:38:52.776
6.30 นเราจะได้ไม่มี

1913
01:38:52.884 --> 01:38:57.992
การบ้านไงได้ยินบ่นว่าการบ้านเยอะเห็นไหมอย่างน้อยวิชานี้ก็ไม่มีการบ้าน

1914
01:39:01.528 --> 01:39:04.549
อย่างน้อยก็ตัดไปวิชาครูวิชาหนึ่ง

1915
01:39:04.805 --> 01:39:09.937
ไม่มีการบ้านค่ะให้ทำเสร็จก่อนกลับหรือใครจะสอบพิมพ์ก็ได้นะคะ

1916
01:39:15.901 --> 01:39:18.071
มีห้องนี้ได้ 33 แล้วนะ

1917
01:39:20.306 --> 01:39:21.101
ฝึกค่ะ

1918
01:39:21.746 --> 01:39:26.125
ฝึกฝนให้เกิดทักษะนะคะแล้วเราก็จะพิมพ์ได้แบบไม่ต้องดู

1919
01:39:26.290 --> 01:39:26.601
แป้น

1920
01:39:27.110 --> 01:39:29.648
ตอนนี้ 30 คำนี่ยังดู

1921
01:39:29.818 --> 01:39:30.816
คีย์บอร์ดไหม

1922
01:39:31.610 --> 01:39:35.334
แปลว่ายังพิมพ์สัมผัสไม่ได้ถ้าพิมพ์สัมผัสได้ต้องดูที่จออย่าง

1923
01:39:35.478 --> 01:39:35.806

1924
01:39:39.178 --> 01:39:41.543
แปลว่าดูนี่คือเร็วกว่า

1925
01:39:43.417 --> 01:39:48.818
แปลว่ายังเป็นจิ้มสัมผัสอยู่นะคะถ้าพิมพ์สัมผัสได้นี่ต้องไม่ดูคีย์บอร์ด

1926
01:39:51.374 --> 01:39:55.260
มันจะมีตัวยากๆที่เราไม่ค่อยใช้ใช่ไหมเช่น

1927
01:39:55.137 --> 01:39:56.627
ทอผู้เฒ่า

1928
01:39:57.561 --> 01:39:58.487
ตัวไหนอีก

1929
01:39:58.769 --> 01:40:01.653
ทอนางมณโฑฆระฆังอย่างนี้นะ

1930
01:40:02.578 --> 01:40:03.766
อะไรนะ

1931
01:40:03.996 --> 01:40:05.367
ชอกะเชอ

1932
01:40:05.796 --> 01:40:07.193
หาไม่เจอนะคะ

1933
01:40:08.079 --> 01:40:11.821
แต่คราวนี้โปรแกรมนั้นนะคะมันค่อนข้างฉลาดนะ

1934
01:40:12.451 --> 01:40:15.733
พอเราฝึกพิมพ์ไปนะคะความเร็วเพิ่มขึ้น

1935
01:40:15.865 --> 01:40:19.072
คำมันก็จะยากขึ้นความถี่ในการ

1936
01:40:19.321 --> 01:40:22.292
ที่แสดงคำเดิมนะค่ะมันก็จะน้อยลง

1937
01:40:22.691 --> 01:40:24.781
นะคะมีคำที่มีสระอู

1938
01:40:26.473 --> 01:40:28.782
หายากๆน่ะเพิ่มขึ้นนะคะ

1939
01:40:30.358 --> 01:40:31.779
แต่เราก็จะได้ฝึก

1940
01:40:32.515 --> 01:40:33.762
อย่างที่ว่านั่นแหละ

1941
01:40:33.980 --> 01:40:41.867
ภาษาก็จะได้ฝึกนะคะเรียนคอมพิวเตอร์พื้นฐานไปแล้วนอกจากได้ความรู้ทฤษฎีแล้วปฏิบัติก็ได้ไปแล้วนี่

1942
01:40:41.966 --> 01:40:42.400
เราจะ

1943
01:40:42.509 --> 01:40:43.284
น่าจะได้

1944
01:40:43.372 --> 01:40:45.161
คิวในการพิมพ์สัมผัส

1945
01:40:45.789 --> 01:40:49.089
มันจะเป็นประโยชน์ตอนที่เราเขียนโปรแกรมนะคะ

1946
01:40:53.216 --> 01:40:54.698
ส่งมาแล้ว 3 คน

1947
01:40:56.397 --> 01:40:59.295
อันนี้คือมั่นใจไม่คืนแล้วนะ

1948
01:40:59.631 --> 01:41:01.412
ตรวจนี่คือให้คะแนนแล้วนะ

1949
01:41:01.899 --> 01:41:02.685
OK

1950
01:41:03.930 --> 01:41:05.026
ขอดูหน่อยซิ

1951
01:41:07.832 --> 01:41:09.919
อัษฎาวุธจักรพันธ์

1952
01:41:10.524 --> 01:41:11.608
กามาดนะ

1953
01:41:12.759 --> 01:41:13.548
OK

1954
01:41:17.026 --> 01:41:18.324
ไม่มีคำถาม

1955
01:41:20.887 --> 01:41:22.421
ต้องขอตรวจก่อน

1956
01:41:22.790 --> 01:41:24.020
ว่าถูกหรือเปล่า

1957
01:41:35.489 --> 01:41:37.002
อันนี้คือแบบฝึกหัด

1958
01:41:37.146 --> 01:41:38.523
มันควรได้เต็มนะ

1959
01:41:40.979 --> 01:41:43.309
คือแบบฝึกหัดคือทบทวนนะ

1960
01:41:43.502 --> 01:41:45.467
แต่ถ้าใบงานนี้คือ

1961
01:41:46.099 --> 01:41:47.781
เหมือนดีไซน์งานให้อ่ะค่ะ

1962
01:41:49.255 --> 01:41:50.811
โดยใช้หลักการ

1963
01:41:51.327 --> 01:41:54.460
ฉีดได้เรียนให้เราไปประยุกต์มีรายงาน 1 บท

1964
01:41:54.484 --> 01:41:56.647
ตอนนี้ยังไม่มีนะคะให้ทำแบบ

1965
01:41:56.777 --> 01:41:57.445
ไปก่อน

1966
01:41:58.488 --> 01:42:00.767
ในอนาคตอันใกล้นี้นะคะ

1967
01:42:02.385 --> 01:42:05.077
มีรายงานกลุ่ม 1 เรื่องนะคะ

1968
01:42:09.585 --> 01:42:11.125
กลุ่มละ 1 คน

1969
01:42:13.034 --> 01:42:14.045
รายงานเดี่ยว

1970
01:42:16.154 --> 01:42:16.779
ใช่

1971
01:42:17.021 --> 01:42:18.138
เรียกกลุ่มไหม

1972
01:42:18.401 --> 01:42:19.367
กลุ่มคนเดียว

1973
01:42:19.804 --> 01:42:20.910
กลุ่ม 2 คน

1974
01:42:22.705 --> 01:42:24.689
กลุ่ม 3 4 5

1975
01:42:24.927 --> 01:42:26.272
ก็ทำอยู่คนเดียว

1976
01:42:34.817 --> 01:42:35.220

1977
01:42:35.451 --> 01:42:38.537
สัปดาห์หน้าเราเรียนเกี่ยวกับซอฟต์แวร์บ้างนะคะ

1978
01:42:39.878 --> 01:42:43.137
เราจะเริ่มเรียนสิ่งที่จับต้องสัมผัสไม่ได้

1979
01:42:43.487 --> 01:42:45.905
จากเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์

1980
01:42:46.024 --> 01:42:47.337
มาชาร์จแบต

1981
01:42:47.403 --> 01:42:52.952
ต้องสัมผัสได้ไปที่ซอฟต์แวร์ไปที่ข้อมูลไปที่เครือข่ายอย่างนี้ค่ะ

1982
01:42:57.121 --> 01:42:58.880
ทยอยส่งนานแล้ว

1983
01:48:04.917 --> 01:48:05.502

1984
01:48:05.637 --> 01:48:06.187


