﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:04.000

2
00:00:04.005 --> 00:00:08.005

3
00:00:08.007 --> 00:00:12.007

4
00:00:12.009 --> 00:00:16.009

5
00:00:16.011 --> 00:00:20.011

6
00:00:20.014 --> 00:00:24.014

7
00:00:24.017 --> 00:00:28.017

8
00:00:28.019 --> 00:00:32.019

9
00:00:32.021 --> 00:00:36.021

10
00:00:36.023 --> 00:00:40.023

11
00:00:40.025 --> 00:00:44.025

12
00:00:44.027 --> 00:00:48.027

13
00:00:48.028 --> 00:00:52.028

14
00:00:52.030 --> 00:00:56.030

15
00:00:56.032 --> 00:01:00.032

16
00:01:00.033 --> 00:01:04.033

17
00:01:04.036 --> 00:01:08.036

18
00:01:08.038 --> 00:01:12.038

19
00:01:12.039 --> 00:01:16.039
(อาจารย์) โอ

20
00:01:16.041 --> 00:01:20.041
เรียนต่อ

21
00:01:20.042 --> 00:01:24.042
เข้ามาได้ไหมน่ะ

22
00:01:24.044 --> 00:01:28.044

23
00:01:28.046 --> 00:01:32.046
วันนี้เราเรียนบทที่ 4 ต่อนะ

24
00:01:32.047 --> 00:01:36.047
ช่วงรอนะคะ ขออภัยด้วย พอดีติดภารกิจ

25
00:01:36.048 --> 00:01:40.048
ด่วน วันนี้

26
00:01:40.050 --> 00:01:44.050
พูดถึง Data And Data Management นะคะ บทที่ 4

27
00:01:44.051 --> 00:01:48.051
ก็คือข้อมูลและการจัดการข้อมูล

28
00:01:48.052 --> 00:01:52.052
นะคะ ตอนเข้ามาอาจารย์ถามว่าทำแบบฝึกหัดรออยู่ใช่ไหม

29
00:01:52.053 --> 00:01:56.053
จักรพันธ์บอกว่า

30
00:01:56.055 --> 00:02:00.055
มีอีกไหม

31
00:02:00.057 --> 00:02:04.057
พูดถึงเรื่องอะไรบ้างนะคะ ก็พูดถึง

32
00:02:04.058 --> 00:02:08.058
ตัวข้อมูล สไลด์อัปฯ ให้แล้วนะคะ และแบบฝึกหัดก็พูดถึง

33
00:02:08.060 --> 00:02:12.060
บางส่วน พูดถึงเนื้อหาก่อนเลยนะ

34
00:02:12.061 --> 00:02:16.061
ดูความหมายก่อนนะคะ คำนี้เราน่าจะเคย

35
00:02:16.063 --> 00:02:20.063
ได้ยินกันบ้าง

36
00:02:20.065 --> 00:02:24.065
นะคะ กันมาบ้าง ความหมายของ

37
00:02:24.066 --> 00:02:28.066
Data นะคะ ก็คือ

38
00:02:28.067 --> 00:02:32.067
สิ่งที่เกิดขึ้นนะคะ ข้อเท็จจริง

39
00:02:32.067 --> 00:02:36.067
หมายความว่ามีทั้งข้อมูลที่เป็นจริง

40
00:02:36.069 --> 00:02:40.069
ก็แล้วแต่มันจะปะปนกันนะคะ บางทีเป็นข้อมูลความ

41
00:02:40.071 --> 00:02:44.071
คิดเห็นนะคะ โอพิเนียน

42
00:02:44.072 --> 00:02:48.072
จัดเก็บรวมรวมเอาไว้และตัว Data

43
00:02:48.074 --> 00:02:52.074
หรือข้อมูลตัวนี้นี่จะมีความหมาย อาจจะเกี่ยวข้องกับคน

44
00:02:52.076 --> 00:02:56.076
นะคะ เกี่ยวกับเหตุการณ์ต่าง ๆ หรือเกี่ยวกับสิ่งของต่าง ๆ

45
00:02:56.080 --> 00:03:00.080
นะคะ โดยนะคะ ประเภทของข้อมูลคอมพิวเตอร์

46
00:03:00.081 --> 00:03:04.081
นี่จะถูกแบ่งออกเป็นข้อความ

47
00:03:04.083 --> 00:03:08.083
ศัพท์ทางคอมพิวเตอร์เราจะเรียกว่า "Text

48
00:03:08.085 --> 00:03:12.085
นะคะ ข้อความ ก็คือรวมถึงตัวอักษร

49
00:03:12.088 --> 00:03:16.088
นะคะ ตัวเลข หรือสมการต่าง ๆ อันนี้รวมอยู่ใน

50
00:03:16.090 --> 00:03:20.090
ข้อความที่เรียกว่า "Text"

51
00:03:20.091 --> 00:03:24.091
ประกาศตัวแประให้เป็นชนิด Text นี่ แสดงว่า

52
00:03:24.092 --> 00:03:28.092
ข้อความนั้นน่ะ ไม่สามารถใช้ในการคำนวณได้

53
00:03:28.095 --> 00:03:32.095
ถึงแม้ข้อความนั้น

54
00:03:32.096 --> 00:03:36.096
จะเป็นตัวเลข ถามนักศึกษาว่าข้อความไหน

55
00:03:36.097 --> 00:03:40.097
บ้างนะคะ หรือตัวเลขอะไรบ้าง

56
00:03:40.098 --> 00:03:44.098
ที่เราสามารถกำหนดชนิดของ

57
00:03:44.102 --> 00:03:48.102
ตัวเลขนั้นให้เป็นชนิดข้อความ คือไม่ใช้คำนวณ

58
00:03:48.103 --> 00:03:52.103
มีไหมคะ

59
00:03:52.104 --> 00:03:56.104
หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน

60
00:03:56.106 --> 00:04:00.106
เป็นตัวเลขไหมคะ ใช้คำนวณไหม

61
00:04:00.108 --> 00:04:04.108
ไม่ใช้คำนวณนะคะ เลขแต่ละหลักจะ

62
00:04:04.112 --> 00:04:08.112
มีความหมายจะสื่อความหายนะคะ มีตัวเลข

63
00:04:08.112 --> 00:04:12.112
อะไรอีก รหัสนักศึกษา

64
00:04:12.114 --> 00:04:16.114
ถูกต้องนะคะ ในรหัสนักศึกษาก็เป็นตัวเลข

65
00:04:16.116 --> 00:04:20.116
ใช่ไหมคะ บางสาขาวิชาจะมีตัวอักษร

66
00:04:20.117 --> 00:04:24.117
แทรกอยู่ด้วยแต่ส่วนมากจะเป็นตัวเลข

67
00:04:24.118 --> 00:04:28.118
แล้วตัวเลขแต่ละตัวนะคะ หรืออาจจะเป็นคู่

68
00:04:28.119 --> 00:04:32.119
เป็นกลุ่มน่ะของตัวเลขนะคะ ก็จะสื่อความหมายนะคะ

69
00:04:32.120 --> 00:04:36.120
ไม่ใช้คำนวณประมาณนี้นะคะ แสดงว่าเรามีความเข้าใจอยู่

70
00:04:36.122 --> 00:04:40.122
เกี่ยวกับการกำหนดชนิดของ Data ให้เป็น

71
00:04:40.124 --> 00:04:44.124
ข้อความหรือเป็น Text ประเภท

72
00:04:44.125 --> 00:04:48.125
ของข้อมูลอาจจะเป็น audio audio ก็คือข้อมูลที่เก็บเป็น

73
00:04:48.126 --> 00:04:52.126
ไฟล์เสียงนะคะ หรือเป็นภาพ

74
00:04:52.127 --> 00:04:56.127
เป็น Images นะคะ รวมถึง

75
00:04:56.128 --> 00:05:00.128
ข้อมูลที่อยู่ในรูปแบบของข้อความแล้วก็รูปภาพหรือ

76
00:05:00.129 --> 00:05:04.129
Video นะคะ หรือมัลติมีเดียค่ะ

77
00:05:04.131 --> 00:05:08.131
ของข้อมูลนะคะ คราวนี้เรามาดู

78
00:05:08.132 --> 00:05:12.132
ความหมายของสารสนเทศบ้าง จากภาพนี้

79
00:05:12.133 --> 00:05:16.133
พอเข้าใจไหมคะ Data  มีอะไรบ้าง

80
00:05:16.133 --> 00:05:20.133
การ Process คือ การ Cooking

81
00:05:20.135 --> 00:05:24.135
แล้วก็ได้ สารสนเทศ ออกมา

82
00:05:24.136 --> 00:05:28.136
เปิดสไลด์ใน Classromm ได้ใช่ไหมคะ

83
00:05:28.137 --> 00:05:32.137
ความอันนี้ให้ฟังหน่อย Data ที่นำเข้ามีอะไรบ้างคะ

84
00:05:32.139 --> 00:05:36.139
จากภาพ ดูออกไหมคะ

85
00:05:36.140 --> 00:05:40.140
ไข่

86
00:05:40.142 --> 00:05:44.142
กับแป้งบางทีนะคะ เราจะคาด

87
00:05:44.143 --> 00:05:48.143
เดา Data จาก Output

88
00:05:48.145 --> 00:05:52.145
Output ก็คือสารสนเทศที่ได้

89
00:05:52.145 --> 00:05:56.145
ภาพมันไม่ชัดนะ อาจจะเป็นแป้ง น้ำตาล หรือ

90
00:05:56.146 --> 00:06:00.146
ชูรสแต่จากการคาดการณ์นี้

91
00:06:00.147 --> 00:06:04.147
สิ่งที่ได้ออกมาคืออะไรคะ

92
00:06:04.148 --> 00:06:08.148
เค้ก ฉะนั้นมันจะเป็นไข่กับแป้งแล้วล่ะ นั่นคือ

93
00:06:08.150 --> 00:06:12.150
คาดเดานะคะ คาดเดา Data ที่นำเข้า

94
00:06:12.152 --> 00:06:16.152
ผ่านกระบวนการนะคะ โปรเสทการ

95
00:06:16.153 --> 00:06:20.153
Cooking นะคะ สิ่งที่ได้ออกมาก็เป็นเค้ก

96
00:06:20.153 --> 00:06:24.153
คราวนี้ถ้ายกตัวอย่าง ครูสุ่มถามดีกว่านะ

97
00:06:24.155 --> 00:06:28.155
ให้ยกตัวอย่าง Data

98
00:06:28.157 --> 00:06:32.157
การประมวลผลและก็สารสนเทศ

99
00:06:32.159 --> 00:06:36.159
ที่ได้นะคะ ถามสัก

100
00:06:36.160 --> 00:06:40.160
จากตัวอย่างนี้นะคะ เราลองยกตัวอย่าง

101
00:06:40.161 --> 00:06:44.161
เป็นเคสของเราสิ เราจะยกตัวอย่างเป็นอะไร

102
00:06:44.162 --> 00:06:48.162
ทวีรัฐ มาไหมคะ

103
00:06:48.163 --> 00:06:52.163
ลากับใครเอ่ย

104
00:06:52.164 --> 00:06:56.164
LINE กลุ่มเรานี่หรือ ครูจะได้เช็กชื่อเลย

105
00:06:56.165 --> 00:07:00.165
จักรพันธ์

106
00:07:00.169 --> 00:07:04.169
ทำไมวันนี้ไปอยู่ไกลจัง

107
00:07:04.171 --> 00:07:08.171
แบบนี้ไม่เรียกเลื่อนตำแหน่งค่ะ เรียก "ลด"

108
00:07:08.172 --> 00:07:12.172
เพราะว่าห่างไกลออกไป ยกตัวอย่าง

109
00:07:12.175 --> 00:07:16.175
ข้อมูลตัวอย่างการประมวสารสนเทศ

110
00:07:16.177 --> 00:07:20.177
Stan up ยืนขึ้นแล้วสมองจะโลดแล่น

111
00:07:20.178 --> 00:07:24.178
จากตัวอย่างนี้ค่ะ ที่ครูยกตัวอย่างมา

112
00:07:24.180 --> 00:07:28.180
Data คือ ไข่กับแป้งค่ะ ผ่านกระบวนการ Process ก็คือการ cooking

113
00:07:28.181 --> 00:07:32.181
สิ่งที่ได้ออกมาก็คือ เค้กก้อนหนึ่งของเรา

114
00:07:32.182 --> 00:07:36.182
อะไรก็ได้ในโลกนี้

115
00:07:36.183 --> 00:07:40.183
คนอื่นก็คิดไว้นะคะ

116
00:07:40.183 --> 00:07:44.183
ครูยังจะถามอีกหลายคนนะ

117
00:07:44.184 --> 00:07:48.184
ภาษาไทยไม่มีอัน ๆ ค่ะ

118
00:07:48.185 --> 00:07:52.185
อะไรก็ได้

119
00:07:52.186 --> 00:07:56.186
ในความคิดนักศึกษาน่ะ ข้อเท็จจริง

120
00:07:56.188 --> 00:08:00.188

121
00:08:00.189 --> 00:08:04.189
มีการจัดเก็บรวบรวมเอาไว้

122
00:08:04.190 --> 00:08:08.190
สิ่งที่ได้ คือ ... ถ้าเราบอกว่าการต้มไข่

123
00:08:08.191 --> 00:08:12.191
มันเป็น...

124
00:08:12.193 --> 00:08:16.193
มันคือวิธีการทำ เริ่มต้น

125
00:08:16.194 --> 00:08:20.194
Data คืออะไร ไข่

126
00:08:20.197 --> 00:08:24.197
ไข่อะไร

127
00:08:24.199 --> 00:08:28.199
ไข่ไก่ดิบ

128
00:08:28.200 --> 00:08:32.200
Process หรือคะ เอาไข่ไก่

129
00:08:32.201 --> 00:08:36.201
มาทำอย่างไร

130
00:08:36.203 --> 00:08:40.203
เอามาทำอย่างไร (นักศึกษา) ...

131
00:08:40.205 --> 00:08:44.205
(อาจารย์) เอามาใส่น้ำเย็น ๆ

132
00:08:44.207 --> 00:08:48.207
คือ ทำอย่างไรก็ได้ให้น้ำน่ะมันร้อน

133
00:08:48.208 --> 00:08:52.208
แล้วสิ่งที่ได้คือ

134
00:08:52.209 --> 00:08:56.209
สารสนเทศที่ได้ ก็คือไข่ที่ต้มสุขแล้ว

135
00:08:56.210 --> 00:09:00.210
โอ.เค. นั่งลงนะคะ Data

136
00:09:00.211 --> 00:09:04.211
คือ ไข่ไก่ดิบนะคะ กระบวนการ ก็คือ

137
00:09:04.213 --> 00:09:08.213
เอามาต้มนะคะ สิ่งที่ได้ออกมาก็คือไข่

138
00:09:08.213 --> 00:09:12.213
ที่ต้มสุขแล้วนะคะ ห้ามตอบซ้ำกันนะจะได้คิด

139
00:09:12.216 --> 00:09:16.216
ครูจะเช็กชื่อไปด้วยเลยจากการถาม

140
00:09:16.218 --> 00:09:20.218
ทศทิศ 1 ตัวอย่างค่ะ คือ

141
00:09:20.219 --> 00:09:24.219
อะไรดี ออกจากการกินก็ได้นะ

142
00:09:24.220 --> 00:09:28.220
ได้นะ เอาเรื่องก็ได้ในชีวิตค่ะ

143
00:09:28.222 --> 00:09:32.222
ออกจากครัวมาทำอย่างอื่น

144
00:09:32.224 --> 00:09:36.224
มีไหมคะ ยืนขึ้น

145
00:09:36.225 --> 00:09:40.225
ยืดเส้นยืดสาย รออาจารย์ตั้งแต่บ่ายโมง

146
00:09:40.226 --> 00:09:44.226
ยืนขึ้นค่ะ ออกมาห้องอื่นบ้างสินอกจากห้องครัว

147
00:09:44.227 --> 00:09:48.227
ห้องอื่นมี Data ไหม มี Process

148
00:09:48.227 --> 00:09:52.227
มี Information ไหม

149
00:09:52.229 --> 00:09:56.229

150
00:09:56.231 --> 00:10:00.231
อ่านหนังสือ อ่านหนังสือนี่เป็นอะไรคะ

151
00:10:00.233 --> 00:10:04.233

152
00:10:04.234 --> 00:10:08.234

153
00:10:08.235 --> 00:10:12.235
มันมี 3 ส่วนนะ มันมี Data

154
00:10:12.239 --> 00:10:16.239
เราสังเกตว่า Data เป็นคำนาม

155
00:10:16.241 --> 00:10:20.241
Information ก็จะเป็นคำนาม

156
00:10:20.242 --> 00:10:24.242
Process หรือการประมวลผลจะเป็น Verb

157
00:10:24.244 --> 00:10:28.244
อ่านหนังสือนี่เป็นอะไร

158
00:10:28.245 --> 00:10:32.245
เป็น Verb อย่างนั้นเริ่มที่ Data ค่ะ

159
00:10:32.247 --> 00:10:36.247
หนังสืออย่างเดียว

160
00:10:36.249 --> 00:10:40.249

161
00:10:40.251 --> 00:10:44.251
หนังสือกับนักเรียน

162
00:10:44.253 --> 00:10:48.253
อย่างนี้นะ คนทั่วไปอ่านหนังสือไหม

163
00:10:48.254 --> 00:10:52.254
หนังสือกับมนุษย์

164
00:10:52.255 --> 00:10:56.255
กับคน

165
00:10:56.256 --> 00:11:00.256
การประมวลผลละคะ อ่าน

166
00:11:00.258 --> 00:11:04.258
อ่านหนังสือ information ละคะ

167
00:11:04.259 --> 00:11:08.259

168
00:11:08.260 --> 00:11:12.260
อ่านหนังสือแล้วเป็นอย่างไร มีความรู้

169
00:11:12.262 --> 00:11:16.262
มีองค์ความรู้

170
00:11:16.263 --> 00:11:20.263
เพิ่มขึ้นอย่างนี้นะ อันนี้มันวัดไม่ได้นะนั่งลง

171
00:11:20.264 --> 00:11:24.264
ปรเมษฐ์ค่ะ

172
00:11:24.267 --> 00:11:28.267
1 ตัวอย่าง

173
00:11:28.268 --> 00:11:32.268
กลับไปห้องครัวอีก เมื่อกี้

174
00:11:32.270 --> 00:11:36.270
ออกมาแล้วนะ โอ.เค.

175
00:11:36.271 --> 00:11:40.271
เห็นไหมมีเหตุผล

176
00:11:40.272 --> 00:11:44.272
ย้อนกลับเข้าไปลืมของ นมกับ

177
00:11:44.273 --> 00:11:48.273
เฮบลูบอย นมข้น นมจืด

178
00:11:48.274 --> 00:11:52.274
นมสดกับน้ำแดง น้ำเฮบูบอยน่ะค่ะ

179
00:11:52.275 --> 00:11:56.275
น่ะค่ะ กระบวนการทำอะไรเอ่ย

180
00:11:56.285 --> 00:12:00.285
ผสมกัน Information ที่ได้ คือ

181
00:12:00.287 --> 00:12:04.287
นมเย็น โอ.เค. นะคะ ปกติ

182
00:12:04.288 --> 00:12:08.288
มันจะเปลี่ยนรู้ไปนะ จาก Data ผ่านกระบวนการ

183
00:12:08.289 --> 00:12:12.289
นะคะ เราก็จะได้ Information ออกมานะคะ

184
00:12:12.290 --> 00:12:16.290
สิ่งที่เรานำเข้า เราดูนะ มันเปลี่ยนรูปไป

185
00:12:16.291 --> 00:12:20.291
สิ่งที่เรานำเข้าคือ อย่างตัวอย่าง ครูนำ

186
00:12:20.293 --> 00:12:24.293
ไข่ดิบ ไข่ไก่ ไข่แดง อย่างนี้ค่ะ

187
00:12:24.294 --> 00:12:28.294
แป้งผ่านกระบวนการ Cooking แต่

188
00:12:28.295 --> 00:12:32.295
ไม่รู้ว่า cooking ทำอะไรบ้าง แต่สิ่งที่ได้ออกมา

189
00:12:32.296 --> 00:12:36.296
มันไม่เหลือหน้าตาของไข่อยู่ มันเหลือ

190
00:12:36.297 --> 00:12:40.297
อยู่แต่ได้แปลรูปออกมาเป็นขนม

191
00:12:40.297 --> 00:12:44.297
นะคะ เหมือนกับที่ปรเมษฐ์

192
00:12:44.299 --> 00:12:48.299
ปรเบอกผมมีนมสดอยู่กับน้ำแดง น้ำเฮบลูบอย

193
00:12:48.301 --> 00:12:52.301
นะคะ ผ่านกระบวนการ เทผสมกัน

194
00:12:52.302 --> 00:12:56.302
ผสมกันคลุกตีเข้าด้วยกัน

195
00:12:56.302 --> 00:13:00.302
หลังจากนั้นเราจะไม่เรียกว่า "นม" หรือน้ำเฮลบล

196
00:13:00.303 --> 00:13:04.303
แต่เราจะเรียกว่า "นมเย็น" คือ เปลี่ยนไปนะคะ

197
00:13:04.305 --> 00:13:08.305
โอ.เค. ต่อไปคราวนี้

198
00:13:08.305 --> 00:13:12.305
คราวนี้เรามาดูการจัดการข้อมูลบ้าง

199
00:13:12.306 --> 00:13:16.306
คำว่า "จัดการ" ก็คือการ Manage นะคะ

200
00:13:16.306 --> 00:13:20.306
หมายถึงการจัดเก็บนะคะ

201
00:13:20.307 --> 00:13:24.307
การเรียกใช้ การรวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูล

202
00:13:24.308 --> 00:13:28.308
นะคะ

203
00:13:28.310 --> 00:13:32.310
ได้อย่างรวดเร็วขึ้นจากที่เราจัดเก็บเอาไว้น่ะ

204
00:13:32.313 --> 00:13:36.313
การจัดการข้อมูล ทำไมจะต้องมีการจัดการข้อมูลนะคะ จุดประสงค์ในการจัดการข้อมูล

205
00:13:36.314 --> 00:13:40.314
ก็คือ เพื่อให้ข้อมูลที่เรา

206
00:13:40.319 --> 00:13:44.319
นำกลับมาใช้ได้ในภายหลังไม่เก็บไว้ลอย ๆ เปลืองพื้นที่

207
00:13:44.320 --> 00:13:48.320
นะคะ สามารถเรียกกลับมาใช้ได้นะคะ

208
00:13:48.321 --> 00:13:52.321
หรือทำให้ข้อมูลที่เก็บนี่

209
00:13:52.322 --> 00:13:56.322
มันอยู่ในรูปแบบที่ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

210
00:13:56.323 --> 00:14:00.323
ของข้อมูลตัวนั้นนะคะ หรือ

211
00:14:00.324 --> 00:14:04.324
ปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันน่ะ

212
00:14:04.326 --> 00:14:08.326
อันนี้คือวัตถุประสงค์ของการจัดการกับตัวข้อมูลนะคะ

213
00:14:08.327 --> 00:14:12.327
ถามว่า เป็นไปได้ไหม

214
00:14:12.328 --> 00:14:16.328
ที่สารสนเทศของ...

215
00:14:16.329 --> 00:14:20.329
สาระสนเทศของระบบหนึ่งมันจะไป

216
00:14:20.330 --> 00:14:24.330
เป็น Data ของอีกระบบหนึ่ง มีไหมคะ

217
00:14:24.332 --> 00:14:28.332
แบบนี้ นมเย็น

218
00:14:28.334 --> 00:14:32.334
สามารถเอาไปทำอะไรต่อได้ไหม

219
00:14:32.336 --> 00:14:36.336
ไปทำอะไรนะ

220
00:14:36.337 --> 00:14:40.337
เราก็เป็น... แปลว่าถ้าเราจะทำ เขาเรียกอะไรนะ

221
00:14:40.338 --> 00:14:44.338
หวานเย็นนี่คือ เอานมเย็น

222
00:14:44.339 --> 00:14:48.339
เย็นที่แทนที่จะทานเลยนี่เอาไปแช่

223
00:14:48.340 --> 00:14:52.340
นะคะ ไปผ่านอีกกระบวนการหนึ่งนะคะ แช่ฟรีซ

224
00:14:52.340 --> 00:14:56.340
อย่างนี้น่ะค่ะ มันก็จะได้แปรรูปไปเป็นหวานเย็น

225
00:14:56.342 --> 00:15:00.342
แปลว่า นมเย็น ที่เรา

226
00:15:00.343 --> 00:15:04.343
ได้น่ะที่เป็น information น่ะ ที่เป็นจุดเริ่ม

227
00:15:04.345 --> 00:15:08.345
น้ำเฮลบลูบอยด์กับนมน่ะ

228
00:15:08.346 --> 00:15:12.346
แปลว่านมเย็นน่ะ เป็น Data น่ะค่ะ สำหรับกระบวนการทำหวานเย็น

229
00:15:12.348 --> 00:15:16.348
ฉะนั้นนะคะ Information

230
00:15:16.350 --> 00:15:20.350
Data ของระบบอื่นได้อีก

231
00:15:20.352 --> 00:15:24.352
คราวนี้เรามาดูวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล

232
00:15:24.353 --> 00:15:28.353
วิธีการหมายถึงเทคนิค

233
00:15:28.354 --> 00:15:32.354
หรือกระบวนการนะคะ ในการรวบรวมข้อมูล

234
00:15:32.355 --> 00:15:36.355
นะคะ อันนี่เป็นบางส่วนจริง ๆ มีได้มากกว่านี้

235
00:15:36.357 --> 00:15:40.357
โดยเฉพาะวิธีการในเก็บรวบรวมข้อมูล

236
00:15:40.358 --> 00:15:44.358
หรือการทำวิจัยนะคะ เช่น เราอาจจะเก็บรวบรวมข้อมูล

237
00:15:44.360 --> 00:15:48.360
ด้วยวิธีการไปสำรวจ

238
00:15:48.361 --> 00:15:52.361
โดยเครื่องมือที่เราใช้อาจจะอยู่ในรูปแบบ

239
00:15:52.362 --> 00:15:56.362
Questioniar

240
00:15:56.363 --> 00:16:00.363
ไม่สำรวจนะคะ เราอาจจะไปสังเกตการณ์

241
00:16:00.364 --> 00:16:04.364
สังเกตการณ์ ก็จะมีหลายแบบ สังเกตการณ์ก็จะมี

242
00:16:04.366 --> 00:16:08.366
ไปนั่งอยู่ไม่ได้มีส่วนร่วมไปบันทึกจดสิ่งที่เรา

243
00:16:08.367 --> 00:16:12.367
เห็นน่ะค่ะ หรือสังเกตการณ์โดยการเข้าไปมีส่วนร่วม

244
00:16:12.368 --> 00:16:16.368
ในงานนั้น อันนี้ก็เป็นวิธีการเก็บรวมรวบข้อมูลเหมือนกันนะคะ

245
00:16:16.370 --> 00:16:20.370
หรือถ้าเป็นเชิงลึก มากกว่าการสังเกตการณ์หรือสำรวจ

246
00:16:20.371 --> 00:16:24.371
สังเกตการหรือที่เราสำรวจ

247
00:16:24.372 --> 00:16:28.372
กรณีที่แหล่งเก็บข้อมูลของเรานี่เขายินดี

248
00:16:28.373 --> 00:16:32.373
ที่จะให้ข้อมูลโดยการตอบคำถามน่ะนะคะ

249
00:16:32.374 --> 00:16:36.374
เราเรียกว่า การเก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์

250
00:16:36.376 --> 00:16:40.376
ใช้ ก็คือแบบสัมภาษณ์ แบบ

251
00:16:40.377 --> 00:16:44.377
สัมภาษณ์แบบมีโครงสร้างไหมหรือไม่มี

252
00:16:44.378 --> 00:16:48.378
ตอนที่เราเรียนระดับที่สูงขึ้นนะคะ คราวนี้

253
00:16:48.379 --> 00:16:52.379
เรามาดูแหล่งข้อมูลบ้าง เอาเข้าใจง่าย ๆ เลย

254
00:16:52.380 --> 00:16:56.380
แหล่งข้อมูลคืออะไรนะคะ คือ

255
00:16:56.381 --> 00:17:00.381
ของข้อมูลนั้นล่ะนะคะ โดย

256
00:17:00.382 --> 00:17:04.382
แหล่งกำเนิดข้อมูลนี่มันจะแตกต่างกันออกไปนะคะ

257
00:17:04.384 --> 00:17:08.384
ในที่นี้จะพูดถึงแหล่งกำเนิด 2 ประเภท

258
00:17:08.385 --> 00:17:12.385
ก็คือแหล่งกำเนิดข้อมูลภายในองค์กร

259
00:17:12.386 --> 00:17:16.386
กับแหล่งกำเนิดข้อมูลภายนอกองค์กร

260
00:17:16.387 --> 00:17:20.387
นะคะ เรามาดูประเภทแรกก่อน

261
00:17:20.388 --> 00:17:24.388
ถ้าพูดถึงแหล่งกำเนิดข้อมูลภายใน

262
00:17:24.389 --> 00:17:28.389
หมายถึงข้อมูลที่เกิดขึ้นนี้มันอยู่ใน

263
00:17:28.390 --> 00:17:32.390
องค์กรนั้น ๆ เป็นข้อมูลทั่วไป

264
00:17:32.391 --> 00:17:36.391
ขององค์กรนั้นนะคะ ครูยกตัวอย่างมา เช่น ยอดขายประจำปี

265
00:17:36.392 --> 00:17:40.392
ข้อมูลผู้ถือหุ้น กำไร-

266
00:17:40.393 --> 00:17:44.393
ขาดทุนให้นักศึกษาบอกว่าจากตัวอย่าง

267
00:17:44.395 --> 00:17:48.395
นะคะ ของข้อมูลที่กล่าวไปแล้วนี่น่าจะอยู่ใน

268
00:17:48.396 --> 00:17:52.396
องค์กรไหน องค์กรนี้จะมี

269
00:17:52.396 --> 00:17:56.396
กำไร มีขาดทุน มีข้อมูล

270
00:17:56.398 --> 00:18:00.398
ผู้ถือหุ้น มียอดขาย

271
00:18:00.400 --> 00:18:04.400
เราคิดว่าองค์กรนี้คือองค์กร

272
00:18:04.401 --> 00:18:08.401
อะไร

273
00:18:08.402 --> 00:18:12.402
หน่วยงานการศึกษาไหมคะ หน่วยงานการศึกษามียอดขายไหมคะ

274
00:18:12.403 --> 00:18:16.403
ไม่มีแปลว่าไม่ใช่ หน่วยงาน

275
00:18:16.404 --> 00:18:20.404
ไหนดี ขององค์กรประเภทไหน

276
00:18:20.405 --> 00:18:24.405
องค์กรแบบไหนดี

277
00:18:24.407 --> 00:18:28.407

278
00:18:28.408 --> 00:18:32.408
การทำธุรกิจนะ ธุรกิจนี้

279
00:18:32.409 --> 00:18:36.409
มีเยอะไหมคะ เยอะแยะมากมาย

280
00:18:36.411 --> 00:18:40.411
Big C แมคโคร โลตัส

281
00:18:40.412 --> 00:18:44.412
ร้านขาย ร้านโชว์ห่วย

282
00:18:44.413 --> 00:18:48.413
ร้านใหญ่ ๆ นะคะ ที่เขามีผู้ถือหุ้น

283
00:18:48.414 --> 00:18:52.414
ลงทุนเยอะ ๆ น่ะ นะคะ อันนี้คือแหล่งข้อมูล

284
00:18:52.415 --> 00:18:56.415
ภายในนะคะ ซึ่งแหล่งข้อมูล

285
00:18:56.418 --> 00:19:00.418
ภายใน แล้วข้อมูลที่ได้ อาจจะเป็นข้อมูลความลับ

286
00:19:00.419 --> 00:19:04.419
ขององค์กรหรือข้อมูลที่ได้เป็นข้อมูลที่เปิดเผยให้กับ

287
00:19:04.421 --> 00:19:08.421
ก็ได้นะคะ คราวนี้ถาม 1 คน

288
00:19:08.422 --> 00:19:12.422
ถามดำรงศักดิ์

289
00:19:12.423 --> 00:19:16.423
มาไหมคะ

290
00:19:16.424 --> 00:19:20.424
(นักศึกษา) มาครับ (อาจารย์)

291
00:19:20.426 --> 00:19:24.426

292
00:19:24.427 --> 00:19:28.427
อันนี้คือกล้องนักศึกษาไหม ข้างล่าง

293
00:19:28.429 --> 00:19:32.429
ต้องทำอย่างไร ดำรงค์ศักดิ์มาไหมคะ

294
00:19:32.430 --> 00:19:36.430

295
00:19:36.432 --> 00:19:40.432
Standup

296
00:19:40.433 --> 00:19:44.433

297
00:19:44.436 --> 00:19:48.436
แล้วทำอย่างไรถึงจะขึ้นจอ ดำรงค์ศักดิ์

298
00:19:48.438 --> 00:19:52.438
มีไหมคะ มีปัญหาเชิงเทคนิค

299
00:19:52.438 --> 00:19:56.438

300
00:19:56.439 --> 00:20:00.439
กล้องน่าจะค้างน่ะค่ะ ไม่เป็นไร เดี๋ยวให้พี่เปาแปลให้ครูนะ

301
00:20:00.440 --> 00:20:04.440
ให้ดำรงศักดิ์บอกว่า

302
00:20:04.441 --> 00:20:08.441
เมื่อกี้เรายกตัวอย่างไปว่า ข้อมูลซื้อขาย

303
00:20:08.442 --> 00:20:12.442
เป็นกำไรขาดทุนมันคือธุรกิจนะ คราวนี้

304
00:20:12.443 --> 00:20:16.443
ให้ดำรงศักดิ์ยกตัวอย่างข้อมูลภายในของราชภัฏสกลนคร

305
00:20:16.445 --> 00:20:20.445
ให้หน่อย ในมหาวิทยาลัยราชภั

306
00:20:20.446 --> 00:20:24.446
สกลนครนี่ค่ะ น่าจะมีข้อมูลอะไรบ้าง

307
00:20:24.447 --> 00:20:28.447
ข้อมูล

308
00:20:28.448 --> 00:20:32.448
ที่เกิดขึ้นภายในองค์กรเอง

309
00:20:32.450 --> 00:20:36.450
เอาตัวช่วยไหมคะ เอาเพื่อน

310
00:20:36.451 --> 00:20:40.451
ช่วยไหม

311
00:20:40.453 --> 00:20:44.453
เอาไหมคะ

312
00:20:44.456 --> 00:20:48.456
ให้เพื่อนช่วยคิดไหม มาไหมคะ

313
00:20:48.458 --> 00:20:52.458
เอาใครดี ช่วยกันคิด

314
00:20:52.458 --> 00:20:56.458
ดำรงศักดิ์มีไหมเอ่ย ใครจะช่วย

315
00:20:56.459 --> 00:21:00.459
ดำรงศักดิ์บ้าง ช่วยกันคิดบ้าง จักรพันธ์

316
00:21:00.460 --> 00:21:04.460
ข้อมูลภายในของ

317
00:21:04.461 --> 00:21:08.461
มหาวิทยาลัยราชภสกลนคร มีอะไรบ้าง

318
00:21:08.463 --> 00:21:12.463
จำนวนนักศึกษาทั้งหมด (นักศึกษา)

319
00:21:12.464 --> 00:21:16.464

320
00:21:16.465 --> 00:21:20.465
ถูกต้องนะคะ

321
00:21:20.466 --> 00:21:24.466
จำนวนนักศึกษา ปรบมือให้ จักรพันธ์หน่อย

322
00:21:24.467 --> 00:21:28.467
อยากแจกรางวัลจังเลย คราวหน้า

323
00:21:28.468 --> 00:21:32.468
เอาของรางวัลมาด้วยนะ ก็คือข้อมูลที่เกิดขึ้น

324
00:21:32.473 --> 00:21:36.473
ภายในองค์กร แต่ละองค์กรมันจะต่างกัน ขึ้นอยู่กับบริบทขององค์กรนะคะ

325
00:21:36.474 --> 00:21:40.474
อย่างเรานี่ อย่าง มหาวิทยาลัยราชภั

326
00:21:40.476 --> 00:21:44.476
เราไม่มีกำไลขาดทุน ไม่มีผู้ถือหุ้น

327
00:21:44.478 --> 00:21:48.478
เรามี ก็คือจำนวนนักศึกษาเป็นอย่างไรแต่ละปี

328
00:21:48.479 --> 00:21:52.479
จำนวนนักศึกษาทั้งหมดหรือจำนวนนักศึกษาแต่ละปีแต่ละคณะนะคะ

329
00:21:52.480 --> 00:21:56.480
อันนี้คือข้อมูลภายใน หลักสูตรที่เปิดสอน

330
00:21:56.487 --> 00:22:00.487
มีหลักสูตรอะไรบ้างมีกี่คณะ

331
00:22:00.489 --> 00:22:04.489
วิชาอะไรบ้าง อันนี้คือข้อมูลภายใน ดีมาก

332
00:22:04.490 --> 00:22:08.490
คราวนี้ข้อมูลภายนอกนะคะ

333
00:22:08.491 --> 00:22:12.491
แหล่งข้อมูลภายนอกหมายถึง

334
00:22:12.492 --> 00:22:16.492
แหล่งกำเนิดข้อมูลภายนอกองค์กร

335
00:22:16.493 --> 00:22:20.493
แต่มีผลกระทบ ผลกระทบนี่

336
00:22:20.494 --> 00:22:24.494
จะมีทั้งด้านบวกด้านลบนะคะ กับองค์กรเอง

337
00:22:24.494 --> 00:22:28.494
เมื่อกี้จักรพันธ์ตอบไปแล้ว ราชภัสกลนคร มีหลักสูตร

338
00:22:28.496 --> 00:22:32.496
ภายในที่เกิดขึ้น คือ จำนวนนักศึกษา จำนวนคณะ จำนวนหลักสูตร

339
00:22:32.500 --> 00:22:36.500
คราวนี้ครูถามอีกว่า

340
00:22:36.502 --> 00:22:40.502
ถามผกามาศ โอ.เค.

341
00:22:40.504 --> 00:22:44.504
ผกามาศ แล้วข้อมูลภายนอกที่มีผลกับมหาวิทยาลัยราช

342
00:22:44.505 --> 00:22:48.505
ผลกับมหาวิทยาลัยราฎ

343
00:22:48.507 --> 00:22:52.507
เราคิดว่ามีข้อมูลอะไรบ้าง

344
00:22:52.508 --> 00:22:56.508
ค่ะ เช่น ถ้าอย่างธนาคาร

345
00:22:56.509 --> 00:23:00.509
เขาก็จะมีข้อมูลลูกค้าเป็นข้อมูลภายในใช่ไหม

346
00:23:00.510 --> 00:23:04.510
ส่วนข้อมูลภายนอกที่เกี่ยวกับธนาคารมีอะไรคะ

347
00:23:04.517 --> 00:23:08.517
ดอกเบี้ยที่มีการปรับขึ้นลง

348
00:23:08.518 --> 00:23:12.518
แต่อัตราดอกเบี้ยนี้หรือกฎหมายนี้มาควบคุมน่ะค่ะ

349
00:23:12.520 --> 00:23:16.520
อย่างนี้ค่ะ แต่มันมีผลกับข้อมูลภายนอก

350
00:23:16.522 --> 00:23:20.522
มีผลกระทบกับองค์กรภายใน ของเรา

351
00:23:20.524 --> 00:23:24.524
นี่มีจำนวนนักศึกษาแล้ว มีข้อมูลหลักสูตร มีข้อมูล

352
00:23:24.526 --> 00:23:28.526
สาขา ผู้สอน นักเรียน อะไรพวกนี้ แล้วครูถามว่า

353
00:23:28.527 --> 00:23:32.527
มีข้อมูลอะไรภายนอกที่มีผลกระทบกับข้อมูลภายใน

354
00:23:32.528 --> 00:23:36.528
เหล่านี้บ้าง มี

355
00:23:36.534 --> 00:23:40.534
ไหมคะ จักรพันธ์นี่คิดออกแล้วน่ะ แต่ให้ผกามาศ

356
00:23:40.535 --> 00:23:44.535
ตอบก่อน เราคิดว่ามีข้อมูลอะไร ข้อมูลหุ้นนี่เกี่ยวข้อง

357
00:23:44.536 --> 00:23:48.536
กับมหาวิทยาลัยไหม ไม่เกี่ยว

358
00:23:48.537 --> 00:23:52.537
ข้อมูลโครงการประชารัฐน่ะ

359
00:23:52.540 --> 00:23:56.540
ประชารัตน์

360
00:23:56.541 --> 00:24:00.541
อันนี้ถือเป็นข้อมูลภายนอกไหม พอหมดรัฐบาลยุคนี้

361
00:24:00.543 --> 00:24:04.543
จะมีโครงการนี้ไหม ไม่รู้ค่ะ

362
00:24:04.547 --> 00:24:08.547
มีผลกระทบกับเราอย่างไรโครงการ

363
00:24:08.548 --> 00:24:12.548
ของรัฐนี่มีผลกระทบต่อนักศึกษาอย่างไร

364
00:24:12.550 --> 00:24:16.550
กระทบอาจจะด้านบวกก็ได้ ด้านลบก็ได้ แต่มันมีผลกับเราน่ะ

365
00:24:16.554 --> 00:24:20.554

366
00:24:20.555 --> 00:24:24.555
นักศึกษาสามารถเข้าร่วมโครงการ โน่นนี่นะ

367
00:24:24.556 --> 00:24:28.556
แล้วก็ได้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินชีวิตและ

368
00:24:28.560 --> 00:24:32.560
ในการมาเรียนได้อย่างนี้น่ะค่ะ โครงการหลาย ๆ โครงการน่ะ

369
00:24:32.562 --> 00:24:36.562
อันนี้คือ ข้อมูลจากแหล่งภายนอก แต่มันมี

370
00:24:36.564 --> 00:24:40.564
ผลกับเรากับนักศึกษานะคะ โอ.เค. เอา

371
00:24:40.565 --> 00:24:44.565
อีกสักคนนะ ศักดิ์ดา

372
00:24:44.566 --> 00:24:48.566
โอ.เค. อีกสัก 1 ตัวอย่างสิ

373
00:24:48.568 --> 00:24:52.568
ข้อมูลภายนอกที่มีผลกระทบ บวกก็ได้

374
00:24:52.569 --> 00:24:56.569
ลบก็ได้ค่ะ พกามาทตอบ

375
00:24:56.569 --> 00:25:00.569
ก็คือได้เงินสวัสดิการนู่นนี่ มาช่วยในการ

376
00:25:00.571 --> 00:25:04.571
ดำเนินชีวิต มีไหมคะ ข้อมูลภายนอกที่มีผล

377
00:25:04.572 --> 00:25:08.572
กับมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร

378
00:25:08.573 --> 00:25:12.573
เพื่อใบ้

379
00:25:12.574 --> 00:25:16.574
ให้แล้ว เมื่อกี้น่ะ ครูได้ยินแว่ว ๆ

380
00:25:16.575 --> 00:25:20.575

381
00:25:20.577 --> 00:25:24.577
มีไหมคะ ข้อมูลโรค

382
00:25:24.578 --> 00:25:28.578
โรคระบาดนะ โรค...

383
00:25:28.579 --> 00:25:32.579
ค่ะ

384
00:25:32.582 --> 00:25:36.582
โอ.เค. นั่งลงค่ะ ดีมาก ก็คือข้อมูลโรค

385
00:25:36.582 --> 00:25:40.582
มีผลกับการจัดรูปแบบการเรียนการสอน

386
00:25:40.584 --> 00:25:44.584
จากที่เราต้องมาเรียน เราต้องเรียนออนไลน์

387
00:25:44.586 --> 00:25:48.586
ผู้ปกครองไหม เพราะผู้ปกครองต้องส่งเราเรียน อันนี้ภายนอก

388
00:25:48.587 --> 00:25:52.587
อย่างนี้น่ะค่ะ อันนี้คือข้อมูลภายนอกแต่มันมีผลกระทบ จะทางตรง

389
00:25:52.588 --> 00:25:56.588
ทางอ้อม หรือกระทบเชิงบวกเชิงลบ แต่มันเป็นผล

390
00:25:56.588 --> 00:26:00.588
ที่มันถึงเรานะคะ บางทีผู้ปกครองตกงานมัน

391
00:26:00.590 --> 00:26:04.590
ก็กระทบกับเราแล้วทีนี้ โอ.เค.

392
00:26:04.608 --> 00:26:08.608
เราพอเข้าใจนะ แหล่งข้อมูล แหล่งกำเนิดข้อมูลภายนอกนะคะ

393
00:26:08.609 --> 00:26:12.609
เราอาจจะรับรู้ผ่านหลายทาง

394
00:26:12.609 --> 00:26:16.609
หนังสือพิมพ์นะคะ ผ่านอินเทอร์เน็ต

395
00:26:16.610 --> 00:26:20.610
นะคะ อันนี้ผ่านช่องทางไหนก็ได้ที่มันมาถึงเรานะคะ

396
00:26:20.611 --> 00:26:24.611
อย่างสกลนครนี่ ไม่มีผู้ติดเชื้อในรอบ 2

397
00:26:24.612 --> 00:26:28.612
แต่เราก็รับรู้ได้ที่ไหนบ้าง เราจะได้ดูแลตัวเอง

398
00:26:28.613 --> 00:26:32.613
อย่างนี้ค่ะ คราวนี้มาดูคุณสมบัติที่ดี

399
00:26:32.617 --> 00:26:36.617
นะคะ มี 5 ข้อใหญ่ ๆ เลย

400
00:26:36.619 --> 00:26:40.619
ข้อมูลมีคุณสมบัติเยอะแยะนะคะ แต่ถ้าจะเป็นข้อมูล

401
00:26:40.620 --> 00:26:44.620
ที่ดี จะต้องมี 5 ข้อนี้ 1

402
00:26:44.622 --> 00:26:48.622
นะคะ ข้อมูลนั้นจะต้องมีความถูกต้องเป็น

403
00:26:48.624 --> 00:26:52.624
ปัจจุบัน ตรงกับความต้องการของคนที่จะใช้งาน

404
00:26:52.626 --> 00:26:56.626
ข้อมูลมีความ Complete คือ มีความสมบูรณ์

405
00:26:56.627 --> 00:27:00.627
ตรวจสอบแหล่งที่มาได้ ครูจะอธิบายไปทีละอัน

406
00:27:00.630 --> 00:27:04.630
ความถูกต้องหมายถึงข้อมูลที่เป็นจริงน่ะค่ะ

407
00:27:04.632 --> 00:27:08.632
คอมพิวเตอร์ไม่ได้ฉลาดมากพอที่จะ

408
00:27:08.632 --> 00:27:12.632
คัดแยกข้อมูลที่เป็นเท็จออกไปได้ ฉะนั้น ถ้าเราอยากได้สารสนเทศที่ถูกต้อง

409
00:27:12.634 --> 00:27:16.634
เราจะต้องใส่ข้อมูล ใส่ Data ที่เป็น

410
00:27:16.636 --> 00:27:20.636
จริงเข้าไป อันนี้คือความถูกต้อง Accuracy

411
00:27:20.637 --> 00:27:24.637
นะคะ ก็คือเราต้องเลือกข้อมูลที่เป็นจริงน่ะค่ะ

412
00:27:24.638 --> 00:27:28.638
ผ่านการ Process โดยคอมพิวเตอร์ สารสนเทศที่ได้ออกมา คือ สารสนเทศ

413
00:27:28.640 --> 00:27:32.640
ที่เป็นจริงนะคะ

414
00:27:32.641 --> 00:27:36.641
การใส่ข้อมูลที่ถูกต้องคืออะไร

415
00:27:36.642 --> 00:27:40.642
ตอนนี้ Social นี่ โพสต์ง่ายไหมคะ

416
00:27:40.643 --> 00:27:44.643
เอา Facebook ก็ได้ อยู่ ๆ ไปโพสต์ว่าเพื่อนในห้องเป็น COVID

417
00:27:44.645 --> 00:27:48.645
สมมติ เดือดร้อนไหมทีนี้

418
00:27:48.646 --> 00:27:52.646
เดือดล่ะทีนี้ อันนี้เป็นข้อมูล

419
00:27:52.648 --> 00:27:56.648
ที่เป็นจริงไหม คนจะมาตรวจสอบไหมคะ

420
00:27:56.649 --> 00:28:00.649
ว่าเป็นหรือไม่เป็น มาค่ะ

421
00:28:00.650 --> 00:28:04.650
ใครบ้างที่มาเกี่ยวข้อง ใครที่อยู่ห้องนี้ ก็ไปตรวจหมดเลย

422
00:28:04.651 --> 00:28:08.651
ทีนี้เดือดร้อนกันเลย อันนี้คือข้อมูลที่ไม่

423
00:28:08.652 --> 00:28:12.652
ถูกต้องนะคะ ฉะนั้น การคัดเลือกข้อมูลที่เราจะไปโพสต์

424
00:28:12.653 --> 00:28:16.653
ในสื่อสังคม เราอย่าลืมว่า

425
00:28:16.655 --> 00:28:20.655
เวลาที่เราโพสต์ แล้วเราไม่ได้ตั้งค่า Private

426
00:28:20.656 --> 00:28:24.656
คือ ถ้าเราไม่ได้ตั้งค่าการเป็นส่วนตัวไว้ ก็รู้กัน

427
00:28:24.659 --> 00:28:28.659
ทั้งโลกนะคะ แปลว่า ข้อมูลที่เราโพสต์นี่เราต้องการให้

428
00:28:28.660 --> 00:28:32.660
คนทั้งโลกนี้รู้ใช่ไหมว่าเป็นแบบนี้

429
00:28:32.661 --> 00:28:36.661
ถ้าเราเลือก เขาเรียก Secerity

430
00:28:36.662 --> 00:28:40.662
โอ.เค. นะคะ คือ ข้อมูลที่เราเฉพาะไว้

431
00:28:40.663 --> 00:28:44.663
นะคะ แต่ถ้าเกิดเราไม่ได้ตั้งค่าไว้ ข้อมูลที่โพสต์นี่

432
00:28:44.664 --> 00:28:48.664
เห็นทั้งโลกเลยค่ะ อย่าลืม

433
00:28:48.666 --> 00:28:52.666
คุณสมบัติข้อมูลที่ดี

434
00:28:52.669 --> 00:28:56.669
ข้อมูลจะต้องมีความเป็นปัจจุบัน เป็นปัจจุบัน

435
00:28:56.670 --> 00:29:00.670
หมายความว่าอย่างไร ก

436
00:29:00.671 --> 00:29:04.671
ก็คือข้อมูลที่เป็นจริง

437
00:29:04.672 --> 00:29:08.672
ณ ปัจจุบันนี้ อย่างนี้ค่ะ อย่างเช่น

438
00:29:08.673 --> 00:29:12.673
ผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งในแต่ละปี

439
00:29:12.675 --> 00:29:16.675
ช่วงนี้แถวบ้านเรามีการเลือกตั้งอะไรไหมคะ

440
00:29:16.678 --> 00:29:20.678
เลือกตั้ง อบต. เลืองตั้ง

441
00:29:20.679 --> 00:29:24.679
สมาชิกเทศบาลนะ

442
00:29:24.680 --> 00:29:28.680
ครูถามว่าจำนวนผู้มีสิทธิ

443
00:29:28.681 --> 00:29:32.681
จะเลือกตอนนี้ กับจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเมื่อ 4 5 6

444
00:29:32.683 --> 00:29:36.683
8 ปีที่แล้วนี่เท่ากันไหม

445
00:29:36.685 --> 00:29:40.685
ไม่เท่ากัน เพิ่มหรือลด

446
00:29:40.694 --> 00:29:44.694
(นักศึกษา)  เพิ่ม (อาจารย์)  แล้วแต่

447
00:29:44.694 --> 00:29:48.694
ใช่ไหมคะ แล้วแต่ท้องที่ จะเพิ่ม

448
00:29:48.695 --> 00:29:52.695
กรณีไหนคะ เพิ่มกรณีไหน

449
00:29:52.696 --> 00:29:56.696
ตอนนี้เลือกตั้งได้ ต้องอายุครบ

450
00:29:56.699 --> 00:30:00.699
18 ปี จำนวนผู้มีสิทธิ

451
00:30:00.700 --> 00:30:04.700
เลือกตั้งจะเพิ่มขึ้นเพราะ

452
00:30:04.701 --> 00:30:08.701
เหตุผลคืออะไรคะ ทำไมเขตบ้านเรานี่จำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง

453
00:30:08.702 --> 00:30:12.702
ถึงเพิ่มขึ้น

454
00:30:12.703 --> 00:30:16.703
มีประชากร

455
00:30:16.704 --> 00:30:20.704
ที่มีอายุถึงเกณฑ์เลือกตั้งได้นี่เพิ่มขึ้น

456
00:30:20.708 --> 00:30:24.708
โอ.เค. แล้วลดลงกรณีไหนคะ

457
00:30:24.710 --> 00:30:28.710
มีคนย้าย โยกย้ายไปอยู่ที่อื่น

458
00:30:28.711 --> 00:30:32.711
โยกย้ายไปอยู่ที่อื่นหรือโยกย้ายไปอยู่โลกอื่น

459
00:30:32.713 --> 00:30:36.713
ย้าย อย่าเอาตัวเอง

460
00:30:36.713 --> 00:30:40.713
เป็นที่ตั้งนะคะ

461
00:30:40.716 --> 00:30:44.716
เอาตัวเองเป็นบรรทัดฐานไม่ได้ อาจจะมีการโยกย้ายหรือเสียชีวิต

462
00:30:44.718 --> 00:30:48.718
อย่างนี้ค่ะ ก็ทำให้จำนวนลดลงนะคะ

463
00:30:48.720 --> 00:30:52.720
ฉะนั้นนะคะ จำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งนี่จะต้องเป็นปัจจุบันนะคะ

464
00:30:52.722 --> 00:30:56.722
4 ปีที่แล้วเราอาจจะไม่มีสิทธิ์เลือก แต่ตอนนี้อายุถึง

465
00:30:56.723 --> 00:31:00.723
เราก็มีสิทธิ์เลือกตั้ง คราวนี้ข้อมูลที่ดี จะต้อง

466
00:31:00.724 --> 00:31:04.724
ตรงกับความต้องการ

467
00:31:04.725 --> 00:31:08.725
ของกลุ่มที่ต้องการข้อมูลนั้น ๆ นะคะ

468
00:31:08.726 --> 00:31:12.726
เช่น ครูให้หัวข้อในการทำรายงานไปคนละหัวข้อ ๆ

469
00:31:12.727 --> 00:31:16.727
สมมติ จักรพันธ์ก็ไปค้นข้อมูลค่ะ แต่ไปเห็นข้อมูล

470
00:31:16.728 --> 00:31:20.728
กลุ่มอื่นหมดเลยแต่มันไม่ใช่หัวข้อที่ครู

471
00:31:20.729 --> 00:31:24.729
มอบหมายให้จักรพันธ์ทำ แปลว่าข้อมูลเหล่านั้นก็ไม่ใช่ข้อมูลที่ดี

472
00:31:24.730 --> 00:31:28.730
ของจักรพันธ์ ก็ต้องหาต่อไปนะคะ

473
00:31:28.730 --> 00:31:32.730
ที่ตรงกับหัวข้อที่ตรงกับครูมอบหมาย และ

474
00:31:32.732 --> 00:31:36.732
มาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ อันนี้เป็นข้อมูลที่ดีของจักรพัน

475
00:31:36.733 --> 00:31:40.733
เราอาจจะไปเห็นข้อมูลเยอะแยะเลยแต่มันไม่เกี่ยวกับเราน่ะ เช่น

476
00:31:40.735 --> 00:31:44.735
ครูให้ไปค้นงานวิจัย จักรพันธ์ทำเกี่ยวกับ AR นะคะ

477
00:31:44.737 --> 00:31:48.737
จักรพันธ์ก็ไปเห็น IOT

478
00:31:48.738 --> 00:31:52.738
แต่มันไม่เกี่ยวกับตัวเราไง ไม่ได้บอกข้อมูลนั้นไม่ดี

479
00:31:52.740 --> 00:31:56.740
แต่มันไม่ได้ตรงกับความต้องการของเรา เราก็

480
00:31:56.741 --> 00:32:00.741
ข้ามไปอย่างนี้น่ะค่ะ เราก็ไปเลือกสิ่งที่เกี่ยวกับเรา

481
00:32:00.742 --> 00:32:04.742
ที่เราจำเป็นต้องใช้นะคะ ข้อมูลที่ดี

482
00:32:04.743 --> 00:32:08.743
จะต้องมีความสมบูรณ์นะคะ สมบูรณ์

483
00:32:08.745 --> 00:32:12.745
หมายความว่าบางครั้งนะคะ การเก็บ

484
00:32:12.746 --> 00:32:16.746
รวบรวมข้อมูลนี่ครั้งเดียวอาจจะได้ข้อมูล

485
00:32:16.747 --> 00:32:20.747
ที่ยังไม่ครบถ้วน เรายังต้องเก็บ

486
00:32:20.749 --> 00:32:24.749
ข้อมูลหลายครั้งจะได้ข้อมูลที่มีความสมบูรณ์

487
00:32:24.751 --> 00:32:28.751
โดยเฉพาะการทำวิจัยนะคะ

488
00:32:28.753 --> 00:32:32.753
ข้อมูลที่ดีจะต้องตรวจสอบแหล่งที่มาได้ค่ะ

489
00:32:32.754 --> 00:32:36.754
Verifiable จะต้องรู้

490
00:32:36.755 --> 00:32:40.755
ข้อมูลเชื่อถือได้ไหม ครูถามจักรพันธ์เอาข้อม

491
00:32:40.756 --> 00:32:44.756
มาจากไหน เพื่อนโพสต์ต่อ ๆ กันมาครับ เชื่อถือได้ไหม

492
00:32:44.757 --> 00:32:48.757
ครูถามอัษฎาวุธ คุณเอาข้อมูลนี้มาจากไหน

493
00:32:48.758 --> 00:32:52.758
ผมเอามาจากเว็บไซต์ของรัฐบาลนี้ครับ

494
00:32:52.759 --> 00:32:56.759
อันนั้นเป็นอัคติส่วนตัว

495
00:32:56.760 --> 00:33:00.760
นะคะ จักรพันธ์นี่มีความเป็นอคตินะคะ

496
00:33:00.761 --> 00:33:04.761
เพราะว่าอนาคตอย่างเป็นรัฐมนตรีนะคะ ครูรู้

497
00:33:04.762 --> 00:33:08.762
ถ้าเราเอามาจากเว็บไซต์หน่วยงาน

498
00:33:08.763 --> 00:33:12.763
แห่ลงที่มาได้ แสดงว่าข้อมูลนี้

499
00:33:12.765 --> 00:33:16.765
เชื่อถือได้นะคะ ไม่ใช่เอามาจากไหนไม่รู้ เพื่อนโพสต์มา

500
00:33:16.766 --> 00:33:20.766
หรือใครก็ไม่รู้แท็กต่อกันมานะคะ

501
00:33:20.767 --> 00:33:24.767
เรามาดูหน่วยของข้อมูลที่กล่าวไป

502
00:33:24.770 --> 00:33:28.770
มีข้อสอบอยู่ประมาณ 3 ข้อนะคะ ความหมายของข้อมูล

503
00:33:28.771 --> 00:33:32.771
นะคะ แหล่งกำเนิดข้อมูลนะคะ

504
00:33:32.772 --> 00:33:36.772
ข้อถัดมานะคะ หน่วยข้อมูลนะคะ หน้านี้มีข้อสอบอยู่

505
00:33:36.774 --> 00:33:40.774
2 ข้อ หน่วยของข้อมูลนะคะ

506
00:33:40.775 --> 00:33:44.775
หน่วยข้อมูลที่เล็กที่สุด

507
00:33:44.776 --> 00:33:48.776
กับหน่วยที่คอมพิวเตอร์

508
00:33:48.777 --> 00:33:52.777
รับรู้ทำงานได้นี่ไม่เหมือนกันนะคะ หน่วยเล็กที่สุดที่คอมพิวเตอร์รับรู้คืออะไรคะ

509
00:33:52.778 --> 00:33:56.778
Bit ค่ะ

510
00:33:56.780 --> 00:34:00.780
แต่หน่วยของข้อมูลนะคะ แต่หน่วยของ

511
00:34:00.781 --> 00:34:04.781
ข้อมูลที่เล็กที่สุด คือ

512
00:34:04.783 --> 00:34:08.783
อักขระนะคะ Character

513
00:34:08.784 --> 00:34:12.784
Bit คืออะไร ไม่ 0 ก็ 1 นะ

514
00:34:12.786 --> 00:34:16.786
อันเดียวน่ะ เรียก Bit แต่ไม่

515
00:34:16.787 --> 00:34:20.787
ใช่หน่วยที่เล็กที่สุดของข้อมูล

516
00:34:20.788 --> 00:34:24.788
ของ Data และการจัดการข้อมูล หน่วยที่เล็กที่สุด คือ character

517
00:34:24.789 --> 00:34:28.789
ก็คือ Bit 1 bit มีกี่บิต

518
00:34:28.790 --> 00:34:32.790
8 bit อันนี้คือข้อสอบ

519
00:34:32.792 --> 00:34:36.792
นะคะ ไม่ได้บอกแนว บอกข้อสอบ

520
00:34:36.793 --> 00:34:40.793
ฉะนั้น อ่านดี ๆ นะคะ ว่าโจทย์ถามอะไร หน่วยที่เล็กที่สุดที่คอมพิวเตอร์

521
00:34:40.794 --> 00:34:44.794
รับรู้ดได้ก็คืออะไร  bit

522
00:34:44.799 --> 00:34:48.799
หน่วนของข้อมูลที่มนุษย์รับรู้ได้ คือ ไบต์นะคะ

523
00:34:48.803 --> 00:34:52.803
ก็คือ 8 bit น่ะ ก็คือ

524
00:34:52.804 --> 00:34:56.804
ตัวเลข ตัวอักษรพิเศษโน่นนี่ ก.ไก่

525
00:34:56.807 --> 00:35:00.807
แต่เราต้องรับรู้ได้

526
00:35:00.807 --> 00:35:04.807
มีความหมายนะคะ เป็น กอ.ไก่ก็ได้ A-Z ก็ได้

527
00:35:04.809 --> 00:35:08.809
ก็ได้นะคะ หน่วยข้อมูลที่ใหญ่ขึ้นมา

528
00:35:08.811 --> 00:35:12.811
จาก Character เราเรียกว่า "เขตข้อมูล" ค่ะ ภาษาอังกฤษ

529
00:35:12.812 --> 00:35:16.812
อ่านว่าอย่างไรเอ่ย Field

530
00:35:16.813 --> 00:35:20.813
ถูกต้องอ่านให้ถูกต้องนะคะ field

531
00:35:20.814 --> 00:35:24.814
ก็คือเขตข้อมูลนะคะ

532
00:35:24.814 --> 00:35:28.814
เขตข้อมูลหมายถึงกลุ่มของตัวอักขระ

533
00:35:28.816 --> 00:35:32.816
ที่มีความสัมพันธ์กันอยู่รวมแล้ว

534
00:35:32.818 --> 00:35:36.818
แล้วมีความหมาย เช่น เขตข้อมูล

535
00:35:36.821 --> 00:35:40.821
ชื่อนักศึกษา ชื่อมีความหมายไหม

536
00:35:40.823 --> 00:35:44.823
จักรพันธ์ หมายถึงอะไร

537
00:35:44.824 --> 00:35:48.824
ชื่อคุณหมายถึงอะไร

538
00:35:48.825 --> 00:35:52.825
ลืมนี่คือเคยรู้มาก่อนหรือไม่เคย

539
00:35:52.826 --> 00:35:56.826
เคยรู้แปลว่าลืม ค้น

540
00:35:56.827 --> 00:36:00.827
ถ้าไม่เคยรู้มาก่อนเราไม่เรียกลืมนะคะ โอ.เค. ไหม

541
00:36:00.828 --> 00:36:04.828
ก็คือไม่เคยรู้มาก่อน แต่จักรพันธ์เคยรู้ม

542
00:36:04.828 --> 00:36:08.828
นานแล้วเรียกว่า "ลืม" นะคะ

543
00:36:08.830 --> 00:36:12.830

544
00:36:12.831 --> 00:36:16.831

545
00:36:16.832 --> 00:36:20.832
อัฐดาวุฒิแปลว่าอะไร

546
00:36:20.835 --> 00:36:24.835
มันต้องสื่อความหมายสิ รู้หรือยัง

547
00:36:24.835 --> 00:36:28.835
จักรพันธ์หมายถึงอะไร

548
00:36:28.837 --> 00:36:32.837
รู้จริงไหมนี่

549
00:36:32.838 --> 00:36:36.838
ทองประไภ อันนี้นามสกุลนะคะ

550
00:36:36.839 --> 00:36:40.839
แปลว่าอะไร นามสกุล

551
00:36:40.841 --> 00:36:44.841

552
00:36:44.842 --> 00:36:48.842
นามสกุลเรามีความหมายไหม

553
00:36:48.843 --> 00:36:52.843
น่าจะความหมายดีเหมือนกันนะ

554
00:36:52.845 --> 00:36:56.845
จักรพันธ์รู้หรือยัง

555
00:36:56.846 --> 00:37:00.846
จักรพันธ์น่ะหมายถึงอะไร

556
00:37:00.847 --> 00:37:04.847
ค้นไป เขตข้อมูลหรือ Field ก็คือการรวมกลุ่มของ

557
00:37:04.848 --> 00:37:08.848
อักขระแล้วสื่อความหมาย

558
00:37:08.849 --> 00:37:12.849
นักศึกษา รหัสเป็น field ไหม

559
00:37:12.850 --> 00:37:16.850
รหัสนักศึกษาเป็น field ไหม

560
00:37:16.852 --> 00:37:20.852
รหัสนักศึกษามีกี่ตัว

561
00:37:20.853 --> 00:37:24.853
11 ตัว สื่อความหมายไหม

562
00:37:24.855 --> 00:37:28.855
รหัสนักศึกษาบอกอะไรบ้าง (นักศึกษา)  พ.ศ.

563
00:37:28.856 --> 00:37:32.856
อะไร ปีที่เข้าน่ะเป็นปี พ.ศ.

564
00:37:32.858 --> 00:37:36.858
หรือปีการศึกษา ปีการศึกษาที่เข้า

565
00:37:36.859 --> 00:37:40.859
บอกอะไรอีก คณะ สาขา

566
00:37:40.860 --> 00:37:44.860
สาขา เลขที่ หมู่เรียน

567
00:37:44.861 --> 00:37:48.861
หมู่เรียนแล้วก็เลข จักรพันธ์หมายถึง

568
00:37:48.862 --> 00:37:52.862

569
00:37:52.863 --> 00:37:56.863
คนอะไร

570
00:37:56.865 --> 00:38:00.865
เป็นคนที่ชื่อไม่มีความ...

571
00:38:00.867 --> 00:38:04.867
แน่นแฟ้นน่ะหรือ

572
00:38:04.868 --> 00:38:08.868

573
00:38:08.869 --> 00:38:12.869
นั่นล่ะ คือ ชื่อเป็น Field

574
00:38:12.870 --> 00:38:16.870
เป็นเขตข้อมูลมันจะชื่อความหมาย รหัสนักศึกษาก็เป็น field

575
00:38:16.872 --> 00:38:20.872
นะคะ บอกทั้งปีที่เข้า

576
00:38:20.873 --> 00:38:24.873
สาขาไหน คณะไหน หมู่เรียนไหน

577
00:38:24.876 --> 00:38:28.876
เลขที่เท่าไรของห้องน้ำ

578
00:38:28.877 --> 00:38:32.877
คือ field หรือเขตข้อมูล

579
00:38:32.879 --> 00:38:36.879
คือ เรียงลำดับ ในข้อสอบนอกจาเรียงความหมายแล้ว

580
00:38:36.880 --> 00:38:40.880
เรียงลำดับด้วยนะคะ เรียงลำดับของหน่วยข้อมูลจากเล็ก

581
00:38:40.881 --> 00:38:44.881
ไปใหญ่ บางคนอาจจะได้ใหญ่ไปเล็กเพราะบางทีมันสุ่ม

582
00:38:44.881 --> 00:38:48.881
นะคะ character เล็กสุด

583
00:38:48.883 --> 00:38:52.883
ต้องท่องไหม ไม่ต้องท่องค่ะ นักศึกษาต้องทำความเข้าใจ

584
00:38:52.885 --> 00:38:56.885
Character คือ ตัวอักษรโดด ๆ ตัวเลข

585
00:38:56.887 --> 00:39:00.887
พอมาวรวมกัน สื่อควมหมาย

586
00:39:00.889 --> 00:39:04.889
ความหมายเราเรียกว่า "Field" เป็นเขต

587
00:39:04.890 --> 00:39:08.890
ใหญ่ขึ้นไป field นี่คือ

588
00:39:08.891 --> 00:39:12.891
ข้อมูล แยกกันน่ะค่ะ

589
00:39:12.892 --> 00:39:16.892
Field คือคอลัมน์ อย่างนี้ รู้จัก Colon

590
00:39:16.894 --> 00:39:20.894
ไหมคะ

591
00:39:20.896 --> 00:39:24.896
ถูกต้อง Column คือ แนวตั้งแบบนี้

592
00:39:24.897 --> 00:39:28.897
คอลัมน์ คือ Field นะคะ Record

593
00:39:28.897 --> 00:39:32.897
คือ Reccord คือ แถว

594
00:39:32.899 --> 00:39:36.899
record คือ แถว

595
00:39:36.900 --> 00:39:40.900
นะคะ field คือ Column แบบนี้

596
00:39:40.902 --> 00:39:44.902
นะคะ Record ก็คือการรวมข้อมูลหลาย ๆ Field น่ะค่ะ เข้าด้วยกัน

597
00:39:44.903 --> 00:39:48.903
เช่น ผกามาศ มีรหัสนักศึกษา

598
00:39:48.905 --> 00:39:52.905
นามสกุล ที่อยู่ วันเกิด การศ฿กษา

599
00:39:52.906 --> 00:39:56.906
เดิมปัจจุบัน งานอดิเรก

600
00:39:56.907 --> 00:40:00.907
รวมทั้งหมดนี่เป็น 1 Record คือ 1 คน

601
00:40:00.909 --> 00:40:04.909
1 แถว คือ 1 คน 1 TSeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeee

602
00:40:04.910 --> 00:40:08.910
โอ.เค. ไหมคะ เล็กสุดไล่ออกไป

603
00:40:08.911 --> 00:40:12.911
Record คืออะไร

604
00:40:12.912 --> 00:40:16.912
Table ค่ะ เก็บข้อมูลเป็น Table

605
00:40:16.915 --> 00:40:20.915
เดี๋ยวสไลด์ถัดไปจะถาม

606
00:40:20.916 --> 00:40:24.916
ครูจะเช็กชื่อตามคำถามไป Table คืออะไร

607
00:40:24.917 --> 00:40:28.917
ตารางก็จะประกอบไปด้วยตารางที่มี Column นะคะ

608
00:40:28.920 --> 00:40:32.920
แนวตั้ง แนวนอนก็จะมีข้อมูล ๆ

609
00:40:32.921 --> 00:40:36.921
นะคะ ก็คือการรวบรวมนะคะ Record หรือระเบียน

610
00:40:36.922 --> 00:40:40.922
หรือระเบียนนี่ล่ะค่ะ

611
00:40:40.923 --> 00:40:44.923
ข้อมูลของห้องเราน่ะค่ะ ก็จะมีรหัส มีชื่อ

612
00:40:44.924 --> 00:40:48.924
นามสกุล ที่อยู่ วันเดือนปีเกิดของแต่ละคนไล่ลงมา

613
00:40:48.924 --> 00:40:52.924
มีทั้งหมด รวมทั้งหมด รวมแล้ว 2 หมู่

614
00:40:52.926 --> 00:40:56.926
23 คน อันนี้คือ 1 table ค่ะ

615
00:40:56.927 --> 00:41:00.927
นะคะ ใหญ่ขึ้นไป

616
00:41:00.928 --> 00:41:04.928
มีหลายตารางร่วมกัน เชื่อม Join กัน

617
00:41:04.929 --> 00:41:08.929
เราจะเรียกว่า Database หรือฐานข้อมูล

618
00:41:08.931 --> 00:41:12.931
นะคะ การรวมตารางที่มีความเกี่ยวข้องกันในตาราง

619
00:41:12.932 --> 00:41:16.932
นะคะ เช่น เราก็เป็น 1 Table

620
00:41:16.934 --> 00:41:20.934
ของ IT น่ะ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และดิจิทัลนะคะ

621
00:41:20.935 --> 00:41:24.935
อีก เซกหนึ่งก็เป็น

622
00:41:24.936 --> 00:41:28.936
วิทยาการคอมฯ อีก table

623
00:41:28.937 --> 00:41:32.937
แล้วเป็น 1 ฐานข้อมูล ก็คือฐานข้อมูล

624
00:41:32.937 --> 00:41:36.937
นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ชั้นปีที่ 1

625
00:41:36.938 --> 00:41:40.938
ชั้นปีที่ 2 ก็จะมีอีกแยกออกไป

626
00:41:40.939 --> 00:41:44.939
เราดูตัวนี้ ตัวอย่างจาก

627
00:41:44.940 --> 00:41:48.940
ตารางนี้มีทั้งหมดกี่ field

628
00:41:48.940 --> 00:41:52.940
ถามกรพจน์

629
00:41:52.942 --> 00:41:56.942
มาไหมคะ ไหนกรพจน์

630
00:41:56.943 --> 00:42:00.943
Standup

631
00:42:00.944 --> 00:42:04.944
ตารางนี้มีกี่ field

632
00:42:04.946 --> 00:42:08.946

633
00:42:08.947 --> 00:42:12.947
กี่ Field มีอะไรบ้าง

634
00:42:12.949 --> 00:42:16.949
มี 4 field ค่ะ อะไรบ้าง คือ

635
00:42:16.952 --> 00:42:20.952
รหัสนักศึกษา 1 field

636
00:42:20.953 --> 00:42:24.953
ชื่อ นามสกุล และคะแนนที่ได้ โอ.เค. นั่งลงค่ะ

637
00:42:24.953 --> 00:42:28.953
ภัทรนันท์

638
00:42:28.955 --> 00:42:32.955
Standup ตารางนี้มี

639
00:42:32.956 --> 00:42:36.956
กี่ Record กี่ Record คะ

640
00:42:36.958 --> 00:42:40.958
กี่ Record คะ 7 Record ถูกต้องค่ะ นั่งลง 7 record

641
00:42:40.959 --> 00:42:44.959
คือ 7 คนนะ 7 แถวน่ะค่ะ

642
00:42:44.962 --> 00:42:48.962
7 แถวน่ะค่ะ ถามว่าศิริ

643
00:42:48.964 --> 00:42:52.964
อักษรในตารางนี้ คนที่ชื่อ

644
00:42:52.965 --> 00:42:56.965
ศิริอักษร เป็นคนเดียวกันไหม

645
00:42:56.966 --> 00:43:00.966
ถาม

646
00:43:00.967 --> 00:43:04.967
กิติชัย ไม่มาอุส่าว่า

647
00:43:04.968 --> 00:43:08.968
จะโชคดีเจอกิตติชัยวันนี้สักหน่อย

648
00:43:08.970 --> 00:43:12.970
กันตวิชญ์ ถามกันตวิชญ์ค่ะ

649
00:43:12.972 --> 00:43:16.972
สิริอักษรมีกี่คนในตารางนี้

650
00:43:16.974 --> 00:43:20.974
มี 2 คน แปลว่า

651
00:43:20.976 --> 00:43:24.976
เป็นคนละคนกันนะ รู้ได้อย่างไร

652
00:43:24.977 --> 00:43:28.977
คนละนามสกุล แปลว่าคนละคน เป็นไปได้ไหม

653
00:43:28.977 --> 00:43:32.977
ที่คนห้องเดียวกันจะซื้อซ้ำกัน

654
00:43:32.979 --> 00:43:36.979
ค่ะ ต่อไป

655
00:43:36.981 --> 00:43:40.981
ถามธีรพล

656
00:43:40.983 --> 00:43:44.983
ธีรพลมาไหมคะ ไหนธีรพล

657
00:43:44.985 --> 00:43:48.985
Standup

658
00:43:48.986 --> 00:43:52.986
โสภา สถาพร ในตารางนี้

659
00:43:52.988 --> 00:43:56.988
นี้มีกี่คน

660
00:43:56.990 --> 00:44:00.990

661
00:44:00.991 --> 00:44:04.991

662
00:44:04.993 --> 00:44:08.993
สรุปว่าคนเดียวหรือ 2 คน

663
00:44:08.995 --> 00:44:12.995
ดูดี ๆ ค่ะ เป็นคนหลายใจ

664
00:44:12.997 --> 00:44:16.997
สรุปว่าโสภา สถาพร นี่มีกี่คนคะ

665
00:44:16.999 --> 00:44:20.999
มี 2 คน ครับ (อาจารย์) รู้ได้อย่างไร เป็น 2 คน

666
00:44:21.001 --> 00:44:25.001
โอ.เค. ค่ะ

667
00:44:25.002 --> 00:44:29.002
ถูกต้องนะคะ เราต้องเป็นคนช่างสังเกตนะ

668
00:44:29.003 --> 00:44:33.003
เป็นไปได้ไหม ที่คนเราในห้องเดียวกันจะชื่อ-นามสกุล

669
00:44:33.004 --> 00:44:37.004
เหมือนกัน เป็นไปได้ค่ะ

670
00:44:37.005 --> 00:44:41.005
เดียวกัน พ่อแม่ไม่ได้ไปถามนะคะ ว่

671
00:44:41.006 --> 00:44:45.006
ลูกฉันไหม ไม่มีค่ะ เกิดมาปุ๊บตั้งให้เลย

672
00:44:45.007 --> 00:44:49.007
ในหมู่บ้านนั้นมีใครบ้างน่ะค่ะ บางนามสกุลมี

673
00:44:49.008 --> 00:44:53.008
ทั้งหมู่บ้าน นั่นนะ

674
00:44:53.009 --> 00:44:57.009
นามสกุลเดียวกัน หรือเกินครึ่งเป็น

675
00:44:57.010 --> 00:45:01.010
โซนคุ้มวัดนามสกุลนี้หมด

676
00:45:01.011 --> 00:45:05.011
เป็นไปได้นะคะ ฉะนั้น เขาก็เลยไม่นิยมใช้

677
00:45:05.013 --> 00:45:09.013
ชื่อ-นามสกุล เป็นคีย์หลัก

678
00:45:09.013 --> 00:45:13.013
ในการคิวรี่ข้อมูล

679
00:45:13.017 --> 00:45:17.017
กันได้นะ เราจะนิยมใช้

680
00:45:17.019 --> 00:45:21.019
Field ที่มันไม่ซ้ำกัน อาจจะเป็นเลขบัตรประชาชน

681
00:45:21.020 --> 00:45:25.020
คนทั่วไป กรณีเป็นักศึกษา

682
00:45:25.021 --> 00:45:29.021
นะคะ โอ.เค. ถาม

683
00:45:29.023 --> 00:45:33.023

684
00:45:33.025 --> 00:45:37.025
สิตาพร ข้อมูลนี้

685
00:45:37.026 --> 00:45:41.026
มีทั้งหมดกี่

686
00:45:41.027 --> 00:45:45.027
ไหน

687
00:45:45.029 --> 00:45:49.029
ตัวเล็ก อันนี้มีทั้งหมดกี่ตารางคะ

688
00:45:49.031 --> 00:45:53.031
มี 1 ตารางนะคะ ถูกต้อง

689
00:45:53.031 --> 00:45:57.031
แต่ตารางนี้จะมีหลาย Field นะ

690
00:45:57.034 --> 00:46:01.034
หลาย field นะ ท่องให้ขึ้นใจเลยค่ะ

691
00:46:01.036 --> 00:46:05.036
ครูเทียบให้เห็นง่าย ๆ field คือ Column แนวตั้ง

692
00:46:05.037 --> 00:46:09.037
ถ้าโจทย์ถาม โจทย์จะมีตัวอย่างตารางมาให้

693
00:46:09.038 --> 00:46:13.038
ไล่ดี ๆ นะคะ ทุกคน

694
00:46:13.039 --> 00:46:17.039
ข้อสอบมันมีอยู่ 100 ข้อน่ะค่ะ คลังน่ะ

695
00:46:17.041 --> 00:46:21.041
มี 100 เขาจะสุ่มมาให้เรา 60

696
00:46:21.043 --> 00:46:25.043
ฉะนั้น ทุกคนก็จะไม่ได้ข้อสอบเดียวกัน

697
00:46:25.047 --> 00:46:29.047
ทุกคน ก็สอบไม่ผ่านเลยหรอ มันก็จะสุ่ม

698
00:46:29.049 --> 00:46:33.049
ไปทั้งโจทย์ ทั้งช้อยส์

699
00:46:33.051 --> 00:46:37.051
ไม่มีเป็นกา

700
00:46:37.052 --> 00:46:41.052
สอบผ่านมือถือได้เลยค่ะ เป็นแบบ...

701
00:46:41.054 --> 00:46:45.054
แต่อ่านโจทย์ดี ๆ นะค บางคนคือถามว่า

702
00:46:45.057 --> 00:46:49.057
ถามความหมาย บางคนอาจจะถาม ข้อใดต่อไปนี้

703
00:46:49.058 --> 00:46:53.058
ไม่ใช่ความหมายของอย่างนี้ค่ะ

704
00:46:53.060 --> 00:46:57.060
มั่วซั่วเลยหรือ มั่วซั่วเลย

705
00:46:57.061 --> 00:47:01.061
ทำไมน่าสงสารจังเลย วิชา

706
00:47:01.062 --> 00:47:05.062
ครูด้วยใช่ไหมวันหน้าเราก็จะเป็นแบบนี้ล่ะ

707
00:47:05.064 --> 00:47:09.064

708
00:47:09.065 --> 00:47:13.065
Coming Soon ค่ะ เราจะเจอกันทุกเทอม

709
00:47:13.067 --> 00:47:17.067
ข้อมูลนะคะ มีอยู่ 2 รูปแบบด้วยกัน

710
00:47:17.068 --> 00:47:21.068
แบบ batch batch Processing

711
00:47:21.069 --> 00:47:25.069
แบบกลุ่ม กับการประมวลผลข้อมูล

712
00:47:25.071 --> 00:47:29.071
แบบทันทีทันใด เราเรียก Real-time Processing นะคะ

713
00:47:29.072 --> 00:47:33.072
แบบกลุ่มแปลว่าอะไร

714
00:47:33.072 --> 00:47:37.072
อธิบายแบบสรุป ก็คือ การเก็บข้อมูลไว้

715
00:47:37.075 --> 00:47:41.075
เป็น Section น่ะค่ะ สุดท้ายแล้ว

716
00:47:41.077 --> 00:47:45.077
ไปสรุปผลปลายเดือน เช่น

717
00:47:45.078 --> 00:47:49.078
ข้อมูลการใช้น้ำแต่ละเดือน กลุ่มไหมคะ

718
00:47:49.080 --> 00:47:53.080
เก็บทุกวันไหมค่าน้ำ เก็บเป็นรายสัปดาห์ไหม

719
00:47:53.081 --> 00:47:57.081
เก็บเป็นรายเดือน เราใช้น้ำทุกวันไหมคะ

720
00:47:57.082 --> 00:48:01.082
ไม่ได้ใช้น้ำทุกวันเลยหรือจักรพันธ์

721
00:48:01.083 --> 00:48:05.083
อาบน้ำสัปดาห์ละครั้ง

722
00:48:05.084 --> 00:48:09.084
มีความ...

723
00:48:09.086 --> 00:48:13.086
มีความสามารถในการบริหารจัดการ คือ ไม่อาบน้ำที่หอตัวเองค่ะ

724
00:48:13.087 --> 00:48:17.087
ก็ไปอาบน้ำที่หอเพื่อนน่ะค่ะ ก็เวียนกันไปน่ะค่ะ

725
00:48:17.088 --> 00:48:21.088
วันนี้ไปหอคนนี้ วันหน้าไปหออีกคนหนึ่ง

726
00:48:21.090 --> 00:48:25.090
อย่างนี้นะคะ ก็เลยไม่ได้ใช้น้ำทุกวัน

727
00:48:25.091 --> 00:48:29.091
ข้อมูลการใช้ไฟ

728
00:48:29.092 --> 00:48:33.092
ค่าไฟนี่หอเก็บค่าไฟทุกวันไหมคะ

729
00:48:33.092 --> 00:48:37.092
เก็บเป็นรายเดือน

730
00:48:37.093 --> 00:48:41.093
บางหอเก็บเป็นรายเทอมแล้วแต่

731
00:48:41.094 --> 00:48:45.094
คือการประมวลผลแบบกลุ่ม เขาเก็บข้อมูลเอาไว้

732
00:48:45.095 --> 00:48:49.095
นะคะ พอถึงวันหนึ่งน่ะ

733
00:48:49.096 --> 00:48:53.096
เขาก็จะกำหนดไว้

734
00:48:53.098 --> 00:48:57.098
แล้วก็ไปคำนวณนะคะ process

735
00:48:57.099 --> 00:49:01.099
เป็นกลุ่ม แต่เราใช้ทุกวันนะ ข้อมูลน่ะ

736
00:49:01.100 --> 00:49:05.100
ใช้ไฟ ใช้อินเทอร์เน็ตอย่างนี้น่ะค่ะ

737
00:49:05.101 --> 00:49:09.101
เก็บข้อมูลไว้ก่อน แล้วก็แจ้งมาแต่ละเดือน

738
00:49:09.103 --> 00:49:13.103
นะคะ ซึ่งแตกต่างกันกับการประมวลผล

739
00:49:13.103 --> 00:49:17.103
แบบ Real-time

740
00:49:17.105 --> 00:49:21.105
คืออะไร เดี๋ยวครูจะให้ยกตัวอย่าง real-time ครูยกตัวอย่าง

741
00:49:21.106 --> 00:49:25.106
ก่อน ห้ามซ้ำครู อันนี้คือ

742
00:49:25.108 --> 00:49:29.108
Real-time ค่ะ กด ATM

743
00:49:29.109 --> 00:49:33.109
เงินในบัญชีลดไหม ลดทันทีหรือ

744
00:49:33.110 --> 00:49:37.110
ลดวันถัดไป (นักศึกษา) ลดทันที (อาจารย์) ดีไหม

745
00:49:37.111 --> 00:49:41.111
คราวนี้ให้คิดอีก เคสหนึ่ง

746
00:49:41.115 --> 00:49:45.115
กดนี่เรายังไม่อยากให้ยอดเงินลดนะ แต่ถ้ามีคนขโมยเงิน

747
00:49:45.116 --> 00:49:49.116
ในบัญชีเราล่ะ เราอยากรู้ทันทีไหมคะ

748
00:49:49.117 --> 00:49:53.117
เช่น ไม่รู้ล่ะ มีมิจฉาชีพ

749
00:49:53.118 --> 00:49:57.118
ทำบัตรขึ้นมา แล้วไปรูดเงินเรา แล้ว

750
00:49:57.120 --> 00:50:01.120
มาแจ้งเราวันถัดไปไหม

751
00:50:01.121 --> 00:50:05.121
นะคะ อายุแค่นี้

752
00:50:05.123 --> 00:50:09.123
ก็มีเมียแล้ว (นักศึกษา) มีหลายคนด้วยครับ (อาจารย์) มีหลายคนด้วย

753
00:50:09.124 --> 00:50:13.124
น่ากลัวที่สุด

754
00:50:13.125 --> 00:50:17.125
Real-time คือ ข้อมูลที่แจ้งผลแบบ

755
00:50:17.127 --> 00:50:21.127
ทันทีทันใด เช่น การกดเอทีเอ็ม

756
00:50:21.128 --> 00:50:25.128
ทีนี้ ครูยังไม่ได้ถามอัษฎาวุธเลยหรือ

757
00:50:25.129 --> 00:50:29.129
ถามอัตสดาวุฐ

758
00:50:29.130 --> 00:50:33.130
ให้บอกข้อมูลแบบ Real-time ในชีวิตประจำวันนี้

759
00:50:33.131 --> 00:50:37.131
ถูกต้องค่ะ

760
00:50:37.134 --> 00:50:41.134
นอกจากการทำธุรกรรมค่ะ

761
00:50:41.135 --> 00:50:45.135
ค่ะ

762
00:50:45.136 --> 00:50:49.136
การเล่นเกมออนไลน์ (อาจารย์)  เล่นเกมออนไลน์

763
00:50:49.138 --> 00:50:53.138
อธิบายลักษณะมา

764
00:50:53.140 --> 00:50:57.140
โซเชียลมีเดีย คือ เห็นทันทีน่ะ เปลี่ยนแปลงทันที

765
00:50:57.141 --> 00:51:01.141
อือ มีโลกหลายใบ จักรพันธ์

766
00:51:01.142 --> 00:51:05.142
หลายใบนะคะ จักรพันธ์เป็นคำซับซ้อน

767
00:51:05.144 --> 00:51:09.144
(อาจารย์) อีเมล อีเมลนี่

768
00:51:09.145 --> 00:51:13.145
Real Time ไหม

769
00:51:13.147 --> 00:51:17.147

770
00:51:17.148 --> 00:51:21.148

771
00:51:21.149 --> 00:51:25.149

772
00:51:25.154 --> 00:51:29.154

773
00:51:29.155 --> 00:51:33.155
ครูพูดถึงการกด ATM ยอดเงินลด

774
00:51:33.158 --> 00:51:37.158
ทันทีแล้วอาจจะแจ้งเตือนช้า

775
00:51:37.160 --> 00:51:41.160
อันนี้เรียก "ออนไลน์" ค่ะ ไม่เรียกทันที

776
00:51:41.162 --> 00:51:45.162
แล้วมัน Real Time อย่างไร

777
00:51:45.163 --> 00:51:49.163
คลิกปุ๊บมีปฏิกิทันที

778
00:51:49.166 --> 00:51:53.166
การทำอะไรที่เห็นผลทันทีน่ะ

779
00:51:53.167 --> 00:51:57.167
เช่น Chat อย่างนี้ค่ะ คือ

780
00:51:57.168 --> 00:52:01.168
ทำทันทีน่ะ พูดถึงระบบหน่อยสิ

781
00:52:01.169 --> 00:52:05.169
ไม่อย่างนั้น จักรพันธ์เดินไปเตะ

782
00:52:05.170 --> 00:52:09.170
เพื่อนคนนี้ก็ Real-time เตะผมกลับมา

783
00:52:09.170 --> 00:52:13.170
ระบบเลยน่ะ นึกถึงตัวที่ผ่านระบบหน่อยสิ

784
00:52:13.172 --> 00:52:17.172
Real Time

785
00:52:17.173 --> 00:52:21.173
กดบัตรคิว

786
00:52:21.177 --> 00:52:25.177
แล้วมันก็จะ Run ไปเลยนะทันที

787
00:52:25.178 --> 00:52:29.178
คราวนี้เรามาดูการจัดเก็บข้อมูล

788
00:52:29.178 --> 00:52:33.178
การจัดเก็บข้อมูลนะคะ มีอยู่ 3 แบบ

789
00:52:33.180 --> 00:52:37.180
ด้วยกัน แบบแรก ก็คือจัดเก็บลงแฟ้มด้วยมือ

790
00:52:37.181 --> 00:52:41.181
แบบที่ 2 ก็คือการเก็บลงแฟ้มค่ะ แต่ลงคอมฯ

791
00:52:41.182 --> 00:52:45.182
เป็นเก็บลงที่ Database นะคะ Database

792
00:52:45.183 --> 00:52:49.183
อันนี้ 1 ภาพแทน 1,000 คำ เห็นภาพปุ๊บ

793
00:52:49.184 --> 00:52:53.184
พอนึกออกไหมคะ เราเคยเห็นแฟ้มแบบนี้ที่ไหนไหม

794
00:52:53.185 --> 00:52:57.185
ยูเฮียนก็มีแบบนี้เหรอ

795
00:52:57.186 --> 00:53:01.186
ยูเฮียนนี่

796
00:53:01.187 --> 00:53:05.187
อันนี้คือเก็บข้อมูลลงแฟ้มด้วยมือ แล้วก็ทำเป็น...

797
00:53:05.188 --> 00:53:09.188
อันนี้เขาเรียกอะไร

798
00:53:09.189 --> 00:53:13.189

799
00:53:13.190 --> 00:53:17.190
บ้านเราเรียกอะไร

800
00:53:17.192 --> 00:53:21.192
ตัวเต็มได้ไหม

801
00:53:21.194 --> 00:53:25.194
เขาเรียกการทำดัชนีหรือ Index

802
00:53:25.196 --> 00:53:29.196
นะคะ สมมตว่าเคยทำ

803
00:53:29.200 --> 00:53:33.200
แบบนี้ไหม สมมติว่า ครูจะสอบ

804
00:53:33.202 --> 00:53:37.202
นะคะ วิชานี้เป็นแบบ Open

805
00:53:37.203 --> 00:53:41.203
ถ้าครูบอกว่า สอบแบบโอเพ่น

806
00:53:41.204 --> 00:53:45.204
อ่านหนังสือมาไหมคะ จริงเหรอ ส่วนมาก

807
00:53:45.205 --> 00:53:49.205
จะไม่อ่านค่ะ แต่เราจะไปทำ Index ไว้

808
00:53:49.206 --> 00:53:53.206
ก็คือไปทำยื่น Index ออกมาว่า

809
00:53:53.206 --> 00:53:57.206
เรื่องนี้อยู่ตรงไหนหน้าไหน

810
00:53:57.208 --> 00:54:01.208
อันนี้เขาก็แบ่งตามตัวอักษรนะ

811
00:54:01.209 --> 00:54:05.209
ABC คือจะเรียงตามชื่อคนก็ได้

812
00:54:05.211 --> 00:54:09.211
หรือบ้าน อาจจะเป็น A, B, C ก-ฮ ก็ได้

813
00:54:09.216 --> 00:54:13.216
อันนี้คือระบบ File System

814
00:54:13.217 --> 00:54:17.217
เก็บด้วยมือนะคะ คราวนี้ file System ที่

815
00:54:17.218 --> 00:54:21.218
ก็คือเก็บค่ะ

816
00:54:21.219 --> 00:54:25.219
รู้ได้อย่างไรว่าเก็บลงคอม(พิวเตอร์) นี่ค่ะ

817
00:54:25.220 --> 00:54:29.220
อันนี้คือฝ่ายไหน

818
00:54:29.226 --> 00:54:33.226

819
00:54:33.227 --> 00:54:37.227
ภาษาอังกฤษวันละคำ ฝ่ายบุคคลค่ะ

820
00:54:37.228 --> 00:54:41.228
ก็จะมี 1 ฝ่ายในการเก็บ อันนี้ฝ่ายไหน

821
00:54:41.229 --> 00:54:45.229
ก็จะมี 1 ฝ่าย ก็จะมี

822
00:54:45.231 --> 00:54:49.231
1 file ที่เก็บ อันนี้ฝ่ายไหน

823
00:54:49.232 --> 00:54:53.232
ฝ่ายขายค่ะ บัญชีเกี่ยวกับใครไหม

824
00:54:53.233 --> 00:54:57.233
ฝ่ายบุคคลก็เกี่ยวกับพนักงาน ฝ่ายขายเกี่ยวข้องกับใครบ้าง

825
00:54:57.234 --> 00:55:01.234
ลูกค้า

826
00:55:01.235 --> 00:55:05.235
ผู้ขาย

827
00:55:05.237 --> 00:55:09.237
Inventory แปลว่า

828
00:55:09.237 --> 00:55:13.237

829
00:55:13.239 --> 00:55:17.239
สินค้าในคลัง มีให้ขายไหม มีคนซื้อแล้ว

830
00:55:17.240 --> 00:55:21.240
ขายแล้วมีของที่จะขายไหม อันนี้เก็บแยกกันค่ะ

831
00:55:21.241 --> 00:55:25.241
คราวนี้ครูถามถ้าเก็บแบบนี้

832
00:55:25.242 --> 00:55:29.242
เซลล์นี่คือแบบนี้ไหม เซลล์นี่คือ

833
00:55:29.244 --> 00:55:33.244
ใช่ไหมคะ

834
00:55:33.245 --> 00:55:37.245
ฝ่ายขายนี่เป็นพนักงานบริษัท

835
00:55:37.246 --> 00:55:41.246
ใช่หรือเปล่า ฝ่ายบัญชีนี่คือพนักงานบริษัทหรือเปล่า

836
00:55:41.247 --> 00:55:45.247
อันนี้คือการเก็บข้อมูลแบบไฟล์

837
00:55:45.247 --> 00:55:49.247
แต่เก็บแยกกันค่ะ แต่ละฝ่าย

838
00:55:49.249 --> 00:55:53.249
มันทำให้เกิดอะไรขึ้นถ้าเป็นรูปแบบนี้

839
00:55:53.250 --> 00:55:57.250
แปลว่าข้อมูลของบัญชีก็อยู่ที่พนักงาน

840
00:55:57.251 --> 00:56:01.251
ฝ่ายขายก็อยู่ที่พนักงาน ทุกคนที่เป็นพนักงาน

841
00:56:01.253 --> 00:56:05.253
ก็คือเก็บอยู่ที่ฝ่ายบุคคล

842
00:56:05.254 --> 00:56:09.254
นะคะ แปลว่าข้อมูลหนึ่งเก็บหลายที่ไหม

843
00:56:09.256 --> 00:56:13.256
ข้อมูลเรานี่ เรามาเรียนที่มหาวิทยาลัย

844
00:56:13.257 --> 00:56:17.257
ราชภัฏสกลนครนี่ ข้อมูลเราเก็บที่ไหนบ้าง

845
00:56:17.258 --> 00:56:21.258
ไม่สิ มหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร

846
00:56:21.260 --> 00:56:25.260
คณะมีหน่วยงานไหนเก็บข้อมูลเราไหม เวลาเรา

847
00:56:25.261 --> 00:56:29.261
เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนเบอร์โทร. นู่นนี่นั่นเราต้องไปที่ไหน

848
00:56:29.262 --> 00:56:33.262
ในมหาวิทยาลัยนี่นะ

849
00:56:33.265 --> 00:56:37.265
คุณจะไปทำอะไรที่ห้องสมุด

850
00:56:37.267 --> 00:56:41.267
ไปทำอะไรห้องสมุด

851
00:56:41.268 --> 00:56:45.268

852
00:56:45.269 --> 00:56:49.269
คุณเปลี่ยนชื่อคุณไปแจ้งที่

853
00:56:49.270 --> 00:56:53.270
ไหนมหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร ไปแจ้ง

854
00:56:53.271 --> 00:56:57.271

855
00:56:57.273 --> 00:57:01.273
บอกจักรพันธ์หน่อย

856
00:57:01.275 --> 00:57:05.275

857
00:57:05.276 --> 00:57:09.276
นั่นล่ะ พอมีเมียแต่น้อย ก็จะมีผลต่อกระบวนการคิด

858
00:57:09.277 --> 00:57:13.277
เอาอยางนี้จริงจัง

859
00:57:13.277 --> 00:57:17.277
ในมหาวิทยาลัยนี้ค่ะ ทุกคนต้องรู้

860
00:57:17.279 --> 00:57:21.279
เปลี่ยนชื่อเป็นไปได้ไหมคะ เรียนไปเรียนมาเปลี่ยนชื่อดีกว่า

861
00:57:21.280 --> 00:57:25.280
เปลี่ยนปุ๊บต้องแจ้งใครไหม

862
00:57:25.281 --> 00:57:29.281
แจ้งใครบ้าง

863
00:57:29.282 --> 00:57:33.282
ในมหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนครนี่เราต้องแจ้งใคร

864
00:57:33.283 --> 00:57:37.283
ที่ปรึกษาทำอะไรให้เรา

865
00:57:37.284 --> 00:57:41.284

866
00:57:41.285 --> 00:57:45.285
ที่ปรึกษาก็จะให้คำแนะนำ คุณควรไปแจ้งที่ฝ่ายทะเบียนก่อนนะ

867
00:57:45.286 --> 00:57:49.286
นักศึกษาก็จะบอกอย่างนี้ค่ะ ทำไมต้องไปแจ้งทะเบียน

868
00:57:49.288 --> 00:57:53.288
(นักศึกษา) แก้ไขข้อมูล (อาจารย์) อย่างนั้น

869
00:57:53.289 --> 00:57:57.289
งั้นถามว่า แปลว่า ราชภัฏสกลนคร

870
00:57:57.290 --> 00:58:01.290
เก็บแบบมือลงที่แฟ้ม, เก็บแบบมือลงคอมฯ

871
00:58:01.291 --> 00:58:05.291
ลงคอมฯ

872
00:58:05.292 --> 00:58:09.292
หรือเก็บแบบที่ 3 แบบฐานข้อมูล

873
00:58:09.293 --> 00:58:13.293
มันต่างจากแบบอื่นอย่างไร

874
00:58:13.296 --> 00:58:17.296

875
00:58:17.296 --> 00:58:21.296

876
00:58:21.299 --> 00:58:25.299
ขอหัวเราะเสียก่อน

877
00:58:25.301 --> 00:58:29.301
เขาบอว่า

878
00:58:29.306 --> 00:58:33.306
ว่าถ้าเป็น file นะคะ แยกกับเก็บแต่ละ

879
00:58:33.307 --> 00:58:37.307
ที่นี่ ข้อมูลมันจะซ้ำกัน ง่ายสุดอย่างเมื่อกี้

880
00:58:37.308 --> 00:58:41.308
ที่ครูยกตัวอย่างไป คือ ฝ่ายขายก็มีข้อมูล

881
00:58:41.310 --> 00:58:45.310
อยู่ที่บุคคลใช่ไหม

882
00:58:45.312 --> 00:58:49.312
ฝ่ายบัญชีก็มีข้อมูลอยู่ที่ฝ่ายบุคคล

883
00:58:49.313 --> 00:58:53.313
ข้อมูลนี่ก็เก็บซ้ำกันหลายที่

884
00:58:53.314 --> 00:58:57.314
เก็บข้อมุลซ้ำซ้อนนะคะ ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข

885
00:58:57.315 --> 00:59:01.315
ข้อมูลต้องตามไปแก้ทุกที่ นี่คือ

886
00:59:01.316 --> 00:59:05.316
ของแฟ้มอันนี้ คือ ข้อสอบนะคะ

887
00:59:05.317 --> 00:59:09.317
แฟ้มข้อมูล ไฟล์ข้อมูลน่ะ

888
00:59:09.317 --> 00:59:13.317
มันมีข้อจำกัดอย่างไร

889
00:59:13.318 --> 00:59:17.318
ไฟล์ข้อมูลน่ะ

890
00:59:17.322 --> 00:59:21.322
มันมี

891
00:59:21.327 --> 00:59:25.327
ข้อจำกัดของระบบแฟ้มข้อมูลตัวนี้คือไฟล์ข้อมูลนะคะ

892
00:59:25.328 --> 00:59:29.328
ข้อจำกัดอย่างไรบ้าง 1. ถ้าหน่วยงานนั้น

893
00:59:29.329 --> 00:59:33.329
มีการเก็บข้อมูลแยกไฟล์กัน

894
00:59:33.331 --> 00:59:37.331
หลายที่อย่างเช่น มหาวิทยาลัยเราเก็บไว้หลายที่

895
00:59:37.332 --> 00:59:41.332
สาขาก็เก็บ คณะก็เก็บ มหาวิทยาลัยก็เก็บ

896
00:59:41.333 --> 00:59:45.333
เวลาเราเปลี่ยนชื่อเราต้องไปแจ้งที่สาขา แจ้งที่คณะ แจ้งที่มหาวิทยาลัย

897
00:59:45.334 --> 00:59:49.334
เก็บข้อมูลเดิม เก็บข้อมูลซ้ำกันหลายที่

898
00:59:49.335 --> 00:59:53.335
ถ้าจักรพันธ์เปลี่ยนชื่อต้องไปแจ้งทุกที่เลยนะ

899
00:59:53.338 --> 00:59:57.338
ไม่อย่างนั้นถ้าแจ้งไม่ครบ แปลว่า รหัสนี้

900
00:59:57.339 --> 01:00:01.339
มีหลายชื่อ เป็นไปได้ไหม เป็นไปได้ไหม

901
01:00:01.340 --> 01:00:05.340
ที่รหัสนักศึกษาหนึ่งมีหลายคน

902
01:00:05.340 --> 01:00:09.340

903
01:00:09.342 --> 01:00:13.342
ถ้าเราแจ้งไม่ครบ

904
01:00:13.342 --> 01:00:17.342
มันก็จะมี 1 รหัสมีหลายคน ซึ่ง

905
01:00:17.343 --> 01:00:21.343
ความเป็นไปได้ ในทางปฏิบัติมันเป็นไปไม่ได้

906
01:00:21.345 --> 01:00:25.345
นะคะ 1 รหัสต้องมีคนเดียว มี

907
01:00:25.346 --> 01:00:29.346
หลายคนไม่ได้หรือ 1 รหัสนักศึกษามีหลายคน

908
01:00:29.347 --> 01:00:33.347
ได้ไหม ทำไมถึงไม่ได้

909
01:00:33.348 --> 01:00:37.348
ไม่นึกถึง Primily Key

910
01:00:37.349 --> 01:00:41.349
ทำไม 1 รหัสไม่มีสัก 3 คน เรา

911
01:00:41.350 --> 01:00:45.350
คิดว่าเพราะอะไร ในความคิดเรานี่

912
01:00:45.351 --> 01:00:49.351

913
01:00:49.353 --> 01:00:53.353

914
01:00:53.354 --> 01:00:57.354
(นักศึกษา)  ก็ครูใส่รหัสเข้าไปก็มีชื่อขึ้นมา

915
01:00:57.358 --> 01:01:01.358
มี 3 คน แบบนี้ได้หรือเปล่า

916
01:01:01.359 --> 01:01:05.359
เอาอย่างนี้

917
01:01:05.360 --> 01:01:09.360
นึกถึงผลที่จะเกิดขึ้น ข้อดีคือ

918
01:01:09.360 --> 01:01:13.360
ถ้า 1 รหัสมี 3 ชื่อนะ

919
01:01:13.361 --> 01:01:17.361
3 ชื่อนี่คือ 3 คนนะคะ

920
01:01:17.362 --> 01:01:21.362
ถ้าคนนั้นทำดี นึกออกไหมคะ รหัสนี้ทำดีคุณจะให้รางวัลใคร

921
01:01:21.363 --> 01:01:25.363
มีคนใดคนหนึ่งในนั้นทำดี ก็ต้องให้คนเดียวใช่ไหม

922
01:01:25.364 --> 01:01:29.364
ต้องให้คนเดียวใช่ไหม ก็ทำดี

923
01:01:29.365 --> 01:01:33.365
แตถ้าเกิดรหัสนี้ทำผิดน่ะ

924
01:01:33.367 --> 01:01:37.367
จะไล่ออกน่ะ จะโดนรีไทน์น่ะ

925
01:01:37.367 --> 01:01:41.367
ก็มีรหัสเดียว มันก็เลย

926
01:01:41.368 --> 01:01:45.368
ที่ 1 รหัสจะมีมากกว่า 1 1 รหัสต้องมีแค่ 1 คน

927
01:01:45.369 --> 01:01:49.369
เราก็เลยเลือก

928
01:01:49.370 --> 01:01:53.370
ตัวเลขตัวนี้เป็นคีย์หลักนะคะ ในการ Query

929
01:01:53.372 --> 01:01:57.372
คราวนี้มันเป็นข้อจำกัดของไฟล์

930
01:01:57.373 --> 01:02:01.373
มันก็เลยมาเป็นข้อดีนะคะ ของ database

931
01:02:01.374 --> 01:02:05.374
นะคะ พอเจอปัญหาปุ๊บนะคะ เราก็เลย

932
01:02:05.375 --> 01:02:09.375
ปรับ มีพัฒนาการขึ้นมาว่า

933
01:02:09.376 --> 01:02:13.376
เราไม่เก็บแยกไฟล์แล้ว เราเก็บเป็นระบบฐานข้อมูล

934
01:02:13.378 --> 01:02:17.378
ก็คือเก็บข้อมูลและข้อเท็จจริงไว้ด้วยกัน

935
01:02:17.379 --> 01:02:21.379
ที่เก็บไว้ด้วยกันต้องมีความสัมพันธ์กัน

936
01:02:21.380 --> 01:02:25.380
ผู้ที่เกี่ยวข้องนี่ค่ะ เข้ามาใช้งานร่วมกันได้นะคะ

937
01:02:25.381 --> 01:02:29.381
เราดูจากรูป ไฟล์นี้ ก็เอา

938
01:02:29.382 --> 01:02:33.382
ลงที่ฐานนี้ ไฟล์นี้เอามาลง ไฟล์นี้ก็เอามาลง

939
01:02:33.383 --> 01:02:37.383
แก้คือมาแก้ตรงนี้นะคะ ที่เดียว มันก็จะสะดวกสบาย

940
01:02:37.385 --> 01:02:41.385
มากกว่านะคะ

941
01:02:41.388 --> 01:02:45.388
คราวนี้นะคะ Database System

942
01:02:45.389 --> 01:02:49.389
นี่จะไม่สามารถ... เราดูย้อนกลับไปก่อน

943
01:02:49.390 --> 01:02:53.390
เราดูตัวนี้ คนนี่ ไม่สามารถ

944
01:02:53.391 --> 01:02:57.391
เข้ามาที่ฐานข้อมูลได้โดยตรงนะคะ

945
01:02:57.392 --> 01:03:01.392
ถ้าเราเข้าไปที่ฐานข้อมูลได้โดยตรง

946
01:03:01.392 --> 01:03:05.392
จักรพันธ์เข้าไปดูเกรด

947
01:03:05.394 --> 01:03:09.394
ทำอะไรก็ได้ อาจารย์แพรตะวัน

948
01:03:09.395 --> 01:03:13.395
ให้จักรพันธ์ได้ A จักรพันธ์ไปนอนคิดแล้ว

949
01:03:13.396 --> 01:03:17.396
ประเมินว่า ผมไม่เหมาะที่จะได้ A ไปแก้เป็น C ดีกว่านะ

950
01:03:17.397 --> 01:03:21.397
ไม่น่ามีนะ

951
01:03:21.398 --> 01:03:25.398
แต่สิ่งที่จักรพันธ์ทำคือ

952
01:03:25.400 --> 01:03:29.400
ได้เกรด C ไปนอนคิดแล้วเราก็ทำเต็มที่ทุกอย่าง ไปแก้เป็น A

953
01:03:29.404 --> 01:03:33.404
อันนี้คือเหตุผลที่ผู้ใช้เข้าถึงฐานข้อมูล

954
01:03:33.406 --> 01:03:37.406
ไม่ได้นะคะ เราจะเรียกดูข้อมูลผ่านสิ่งนี้

955
01:03:37.408 --> 01:03:41.408
สิ่งนี้คืออะไร

956
01:03:41.410 --> 01:03:45.410
อันนี้มีในข้อสอบนะคะ มีทั้งถามคำเต็ม

957
01:03:45.411 --> 01:03:49.411
และถามว่า ใน Choice

958
01:03:49.412 --> 01:03:53.412
4 ช้อยส์นี้ ข้อใดไม่ใช่ D

959
01:03:53.413 --> 01:03:57.413
คราวนี้ครูจะให้ยกตัวอย่าง DBMS

960
01:03:57.419 --> 01:04:01.419
ใครยังไม่ได้ตอบบ้าง รู้จัก DBMS ไหมคะ

961
01:04:01.421 --> 01:04:05.421
Database management system

962
01:04:05.421 --> 01:04:09.421
เป็นระบบที่ใช้ในการจัดการ

963
01:04:09.423 --> 01:04:13.423
ฐานข้อมูล อันนี้ จัดการตัวนี้

964
01:04:13.424 --> 01:04:17.424
เรานะคะ เราอยู่กลุ่มไหนก็ช่างนี่ เราเป็นนักศึกษา

965
01:04:17.426 --> 01:04:21.426
อาจารย์ เจ้าหน้าที่

966
01:04:21.427 --> 01:04:25.427
ใช้งานฐานข้อมูลนี้ผ่าน DBMS ในข้อสอบ

967
01:04:25.428 --> 01:04:29.428
จะมีทั้งถามคำเต็มค่ะ DBMS หมายถึงอะไร

968
01:04:29.429 --> 01:04:33.429
คืออะไร คือ เวลาเขาออกข้อสอบส่วนกลางนี่

969
01:04:33.430 --> 01:04:37.430
เรื่องนี้เรื่องเดียว เขาจะออก 4 ข้อ คนหนึ่ง

970
01:04:37.431 --> 01:04:41.431
อาจจะถามคำเต็ม DBMS คืออะไร พกามาตร

971
01:04:41.432 --> 01:04:45.432
อาจจะได้ DBMS หมายถึงอะไร

972
01:04:45.434 --> 01:04:49.434
DBMS ข้อใดต่อไปนี้เป็น DBMS

973
01:04:49.434 --> 01:04:53.434
อัฐดาวุฒิ อาจจะได้ข้อใดคือ

974
01:04:53.434 --> 01:04:57.434
MS 4 ข้อเขาออกข้อสอบมาแบบนั้นค่ะ

975
01:04:57.436 --> 01:05:01.436
ฉะนั้น เราต้องทะลุปรุโปร่งในเรื่องนี้

976
01:05:01.437 --> 01:05:05.437
ทะลุเลยทีนี้

977
01:05:05.438 --> 01:05:09.438
ห้ามเหนื่อย

978
01:05:09.439 --> 01:05:13.439
ข้าวมามาดูตัวนี้นะ

979
01:05:13.441 --> 01:05:17.441
การเก็บข้อมูลนะคะ การจัดเก็บข้อมูล

980
01:05:17.441 --> 01:05:21.441
ถ้าใครที่เจอว่า DBMS คืออะไรนะคะ

981
01:05:21.441 --> 01:05:25.441
ก็คือ Database management system, DBMS

982
01:05:25.443 --> 01:05:29.443
ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้ใช้กับฐานข้อมูล

983
01:05:29.444 --> 01:05:33.444
อาจจะใช้ Mysql ก็ได้ DBMS คือ

984
01:05:33.444 --> 01:05:37.444
MYSQL DBMS คือ orcale

985
01:05:37.446 --> 01:05:41.446
DBMS คือ Access

986
01:05:41.447 --> 01:05:45.447
คือ โปรแกรมที่ใช้จัดการฐานข้อมูล

987
01:05:45.448 --> 01:05:49.448
น่ะค่ะ มีเยอะกว่านี้ไหม

988
01:05:49.450 --> 01:05:53.450
เยอะ ถ้าครูให้ตอบคนละ 1

989
01:05:53.451 --> 01:05:57.451
มี DBMS คนละหนึ่งก็ยังได้เลย

990
01:05:57.453 --> 01:06:01.453
DBMS มีเยอะมาก

991
01:06:01.457 --> 01:06:05.457
ตอบได้ไม่ซ้ำเลยค่ะ DBMS

992
01:06:05.459 --> 01:06:09.459
ที่ครูยกตัวอย่างให้หน่อยสิ ครูยกตัวอย่างไป Access orcale

993
01:06:09.460 --> 01:06:13.460
อะไรอีกที่เป็น DBMS

994
01:06:13.461 --> 01:06:17.461
โปรแกรมที่จัดการฐานข้อมูลค่ะ

995
01:06:17.461 --> 01:06:21.461
อย่านั่งเฉย ๆ ค่ะ มีมือถืออยู่ตรงหน้าใช่ไหมคะ

996
01:06:21.462 --> 01:06:25.462
ต่อมามีอะไรบ้างที่เป็นโปรแกรม DBMS

997
01:06:25.463 --> 01:06:29.463
DBMS Database management system

998
01:06:29.464 --> 01:06:33.464
นอกจาก asess

999
01:06:33.467 --> 01:06:37.467
นอกจาก Mysql นอกจาก Oracle

1000
01:06:37.469 --> 01:06:41.469
มีอะไรอีก

1001
01:06:41.471 --> 01:06:45.471
ต่อมา ค้นมา

1002
01:06:45.472 --> 01:06:49.472
นอกจาก MySQL นอกจาก

1003
01:06:49.473 --> 01:06:53.473
Access นอกจาก Oracle มีอะไรอีก

1004
01:06:53.474 --> 01:06:57.474
ในโลกนี้มีอะไรบ้าง

1005
01:06:57.476 --> 01:07:01.476
Debase ค่ะ

1006
01:07:01.478 --> 01:07:05.478
Fox pro (อาจารย์)

1007
01:07:05.479 --> 01:07:09.479
Frog Pro ให้คนอื่น

1008
01:07:09.480 --> 01:07:13.480
ตอบบ้างสิ ให้เพื่อนตอบด้วยค่ะ ห้ามตอบซ้ำกัน

1009
01:07:13.481 --> 01:07:17.481

1010
01:07:17.482 --> 01:07:21.482
นราวิทย์ตอบหรือยัง ตอบ

1011
01:07:21.484 --> 01:07:25.484
มา 1 อย่าง

1012
01:07:25.486 --> 01:07:29.486
ที่ไม่ซ้ำกับที่ครูและเพื่อนตอบ MYSQL Server

1013
01:07:29.487 --> 01:07:33.487
คนละตัวกับ MySQL นะคะ

1014
01:07:33.488 --> 01:07:37.488
infomic โอ.เค.

1015
01:07:37.489 --> 01:07:41.489
นราวิชนะ อนุภาพ

1016
01:07:41.490 --> 01:07:45.490
มาไหมคะ ตอบมา 1 อย่าง

1017
01:07:45.491 --> 01:07:49.491
ตื่นแล้วค่ะ

1018
01:07:49.492 --> 01:07:53.492
อะไรนะ ยัง

1019
01:07:53.494 --> 01:07:57.494
ใช้อยู่ไหมทุกวันนี้ เขามีคำอธิบายต่อไหมคะ

1020
01:07:57.498 --> 01:08:01.498

1021
01:08:01.501 --> 01:08:05.501

1022
01:08:05.502 --> 01:08:09.502
ฉะนั้น เราต้องรู้กว้างพอสมควร

1023
01:08:09.503 --> 01:08:13.503
นะ เราถึงจะทำข้อสอบได้ คนที่โชคดีสุดคือ

1024
01:08:13.505 --> 01:08:17.505
คนที่ตอบว่าข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ DBMS น่ะค่ะ

1025
01:08:17.506 --> 01:08:21.506
คนที่โชคร้ายสุดคือ DBMS คืออะไร

1026
01:08:21.507 --> 01:08:25.507
คืออะไร คำเต็มอะไร database

1027
01:08:25.508 --> 01:08:29.508
System

1028
01:08:29.510 --> 01:08:33.510
เพราะ DBMS มันมี 4 ข้อ ทุกคนจะได้วนกันไป

1029
01:08:33.512 --> 01:08:37.512
ใครไม่รู้จะติดสุ่ม Random

1030
01:08:37.513 --> 01:08:41.513
เป็นข้อสอบออนไลน์นะ เข้าไปทำได้เลย

1031
01:08:41.514 --> 01:08:45.514
60 นาที ข้อละ 1 นาทีค่ะ

1032
01:08:45.515 --> 01:08:49.515
ทำเสร็จส่งเลย รู้ผลเลยค่ะว่าได้คะแนนเท่าไร

1033
01:08:49.516 --> 01:08:53.516
มันหารให้เลย ว่าได้เท่าไร

1034
01:08:53.517 --> 01:08:57.517
60 ข้อเต็ม 30 ค่ะ ก่อนสอบ

1035
01:08:57.518 --> 01:09:01.518
น่ะ ครูจะบอกคะแนนเก็บ แ

1036
01:09:01.518 --> 01:09:05.518

1037
01:09:05.520 --> 01:09:09.520
ค่ะ มีอีกไหม DBMS

1038
01:09:09.521 --> 01:09:13.521
นอกจากที่พูดไป มีเยอะ

1039
01:09:13.522 --> 01:09:17.522
นะคะ ไปค้นดูนะ ค่ะต่อไป

1040
01:09:17.523 --> 01:09:21.523
คราวนี้เรามาดูลักษณะการเก็บข้อมูลในฐานข้อมูล มันจะอยู่ในรูปแบบ

1041
01:09:21.524 --> 01:09:25.524
ของตาราง ใน ศัพท์ทาง

1042
01:09:25.525 --> 01:09:29.525
ฐานข้อมูลนี่เราจะไม่เรียกว่า "ตาราง" เราจะไม่เรียกว่า

1043
01:09:29.526 --> 01:09:33.526
แต่เราจะเรียกว่า "Relation"

1044
01:09:33.527 --> 01:09:37.527
คือ ตารางนะคะ บอกไว้ก่อน วันหน้าครูมาสอนวิชา

1045
01:09:37.528 --> 01:09:41.528
ฐานข้อมูลครูจะได้พูดได้ว่า ครูสอนแล้ว

1046
01:09:41.530 --> 01:09:45.530
ตารางน่ะค่ะ 1 table ที่ประกอบด้วย

1047
01:09:45.531 --> 01:09:49.531
field ประกอบด้วย Record

1048
01:09:49.533 --> 01:09:53.533
เราจะเรียกว่า Relation นะคะ

1049
01:09:53.534 --> 01:09:57.534
ข้อมูลที่เก็บ จะมีข้อมูลสัมพันธ์กัน

1050
01:09:57.535 --> 01:10:01.535
ให้ครูฟังได้บ้าง ให้ 2 คะแนนเลย 2

1051
01:10:01.536 --> 01:10:05.536
ตารางนี้สัมพันธ์กันอย่างไร

1052
01:10:05.542 --> 01:10:09.542
ยกมือแล้วตอบค่ะ จักรพันธ์ยืนขึ้น

1053
01:10:09.543 --> 01:10:13.543
ต่อมา ตารางนักเรียน และตารางเรียน

1054
01:10:13.544 --> 01:10:17.544
สัมพันธ์กันอย่างไร

1055
01:10:17.545 --> 01:10:21.545

1056
01:10:21.547 --> 01:10:25.547
ให้จักรพันธ์ตอบผิดก่อนแล้วจะให้ตอบอีกคน

1057
01:10:25.548 --> 01:10:29.548
เป็นอย่างไรเอ่ย อธิบาย

1058
01:10:29.549 --> 01:10:33.549

1059
01:10:33.551 --> 01:10:37.551
ได้ไหม

1060
01:10:37.553 --> 01:10:41.553
เรียนมาหรือยัง

1061
01:10:41.555 --> 01:10:45.555
เรียนแล้วด้วย

1062
01:10:45.558 --> 01:10:49.558
เรียนเทอมที่แล้วหรือเพิ่ง

1063
01:10:49.559 --> 01:10:53.559
สัปดาห์ที่แล้วด้วย ความรู้ยังแบบ

1064
01:10:53.560 --> 01:10:57.560
ครูไม่รับอะไรคืนมานะ ที่สอนไปนี่

1065
01:10:57.561 --> 01:11:01.561
ไม่ต้องเอามาคืนนะ

1066
01:11:01.562 --> 01:11:05.562
นึกว่าเลิกตอบแล้ว นึกว่าถอดใจไปแล้วจะให้คนอื่น

1067
01:11:05.563 --> 01:11:09.563
ตอบ สัมพันธ์กันอย่างไรคะ

1068
01:11:09.564 --> 01:11:13.564
ผกามาศว่ามา

1069
01:11:13.565 --> 01:11:17.565
ตอบเลย

1070
01:11:17.566 --> 01:11:21.566
(อาจารย์) ไอนี่เดียวกันไม่มี

1071
01:11:21.567 --> 01:11:25.567
อะไร เราเรียนมาแล้วค่ะ

1072
01:11:25.571 --> 01:11:29.571
เรียนมาแล้วด้วย

1073
01:11:29.572 --> 01:11:33.572
ไม่มีไอ้นี่เดียวกัน ไม่มีไอ้นี่ ไอ้โน่น

1074
01:11:33.573 --> 01:11:37.573
(อาจารย์)  ค่ะ (นักศึกษา) ... (อาจารย์)

1075
01:11:37.574 --> 01:11:41.574
ค่ะ

1076
01:11:41.576 --> 01:11:45.576

1077
01:11:45.577 --> 01:11:49.577

1078
01:11:49.579 --> 01:11:53.579

1079
01:11:53.581 --> 01:11:57.581

1080
01:11:57.583 --> 01:12:01.583
มันสัมพันธ์กันอย่างไร

1081
01:12:01.586 --> 01:12:05.586

1082
01:12:05.588 --> 01:12:09.588
ถูกไหม

1083
01:12:09.589 --> 01:12:13.589

1084
01:12:13.591 --> 01:12:17.591

1085
01:12:17.592 --> 01:12:21.592
ถูกต้อง

1086
01:12:21.595 --> 01:12:25.595
มันไม่สมบูรณ์น่ะ

1087
01:12:25.595 --> 01:12:29.595
แบ่งกันคนละ 1

1088
01:12:29.597 --> 01:12:33.597
จักรพันธ์นี่เอาอะไรคะ ติดลบไว้ก่อน

1089
01:12:33.598 --> 01:12:37.598
ไม่ให้ ติดลบด้วย

1090
01:12:37.600 --> 01:12:41.600
อัษฎาวุธรหัส

1091
01:12:41.601 --> 01:12:45.601
07 นะบวกคะแนนไว้ก่อน

1092
01:12:45.603 --> 01:12:49.603
ไอ้เจ้าผกามาศ รหัส 15 นะ

1093
01:12:49.604 --> 01:12:53.604
โอ.เค. อย่างนี้นะคะ อย่างที่อัสดาวุฒิ

1094
01:12:53.606 --> 01:12:57.606
อธิบายไปนะคะ ทุกคนฟัง

1095
01:12:57.607 --> 01:13:01.607
อันนี้คือเรียนมาแล้ว ฉะนั้น ครูจะถือว่าทวนนะ

1096
01:13:01.608 --> 01:13:05.608
เพราะเรียนมาแล้วไง ไม่ใช่ไม่รู้ รู้มาแล้ว

1097
01:13:05.609 --> 01:13:09.609
เราดูตารางนักเรียน มีกี่ Field

1098
01:13:09.610 --> 01:13:13.610
4 field นะคะ

1099
01:13:13.611 --> 01:13:17.611
ตารางโปรแกรมวิชามีกี่ field

1100
01:13:17.612 --> 01:13:21.612

1101
01:13:21.613 --> 01:13:25.613
พอตอบไม่ถูกตาก็ลายไปด้วย

1102
01:13:25.615 --> 01:13:29.615
2 field นะคะ 2 ตารางนี้สัมพันธ์กันอย่างไร

1103
01:13:29.616 --> 01:13:33.616
ถ้าในตารางของมันเองนะคะ ตารางโปรแกรมวิชา

1104
01:13:33.617 --> 01:13:37.617
รหัสโปรแกรมเป็นคีย์หลักค่ะ เป็น primry key

1105
01:13:37.618 --> 01:13:41.618
จะมีกี่ Field ก็ช

1106
01:13:41.619 --> 01:13:45.619
จะเลือก field ที่ไม่ซ้ำกัน ไม่มี

1107
01:13:45.622 --> 01:13:49.622
ความเป็นไปได้เลยที่จะมีซ้ำกัน และ

1108
01:13:49.623 --> 01:13:53.623
ค่าว่างกับค่าศูนย์นี่เหมือนกันไหม

1109
01:13:53.624 --> 01:13:57.624
non value

1110
01:13:57.633 --> 01:14:01.633
ค่าว่างกับค่า 0 เหมือนกันไหม

1111
01:14:01.635 --> 01:14:05.635
ได้คะแนนเป็นค่าว่างเพราะว่าไม่มาสอบ

1112
01:14:05.636 --> 01:14:09.636
กับทวีรัตน์

1113
01:14:09.637 --> 01:14:13.637
มาสอบแล้วได้ 0 เหมือนกันไหม

1114
01:14:13.638 --> 01:14:17.638
ค่าว่าง คือ ใส่คะแนนได้มากกว่า 0

1115
01:14:17.639 --> 01:14:21.639
หรืออาจจะ 0 ก็ได้ แต่ต้องมาสอบก่อน

1116
01:14:21.641 --> 01:14:25.641
แต่ถ้า 0 นี่มันใส่อันอื่นไม่ได้ เพราะมาสอบแล้วได้ 0

1117
01:14:25.642 --> 01:14:29.642
รหัสโปรแกรมนะคะ Field นี้

1118
01:14:29.644 --> 01:14:33.644
ที่อยู่ในตารางโปรแกรมถือเป็นคีย์หลัก แต่

1119
01:14:33.644 --> 01:14:37.644
ที่อยู่ในตารางนักเรียนเป็นฟอเรนคีย์

1120
01:14:37.645 --> 01:14:41.645
คือ คีย์นอก เอาไว้สำหรับ

1121
01:14:41.646 --> 01:14:45.646
เชื่อมข้อมูลกัน คือ Join ตารางการ

1122
01:14:45.647 --> 01:14:49.647
อย่างเช่นมงคลน้ำนิ่ง

1123
01:14:49.649 --> 01:14:53.649
อยู่โปรแกรมอะไร

1124
01:14:53.650 --> 01:14:57.650
ถ้าเราดูแค่ตารางนี้ เรารู้ไหมว่า

1125
01:14:57.652 --> 01:15:01.652
มงคลอยู่สาขาอะไร เขาบอก

1126
01:15:01.653 --> 01:15:05.653
แค่ 101 ถามใครล่ะหันหน้าหันหลัง

1127
01:15:05.654 --> 01:15:09.654
โปรแกรมมันก็ไม่รู้นะ แต่พอดึงมา 101

1128
01:15:09.655 --> 01:15:13.655
คือ เทคโนโลยีสารสนเทศ แค่นี้ค่ะ อันนี้คือความสัมพันธ์

1129
01:15:13.655 --> 01:15:17.655
ถ้ามันอยู่ตารางมันเอง ถ้ามันไปห้อยอยู่กับคนอื่น

1130
01:15:17.657 --> 01:15:21.657
เราเรียกคีย์นอกเราเรียก

1131
01:15:21.658 --> 01:15:25.658
โอ.เค. ไหม อันนี้คือทวน ทวนให้วิชาอื่นไปด้วย

1132
01:15:25.659 --> 01:15:29.659
ต่อไปนะคะ จักรพันธ์เกือบได้คะแนน

1133
01:15:29.661 --> 01:15:33.661
เกือบได้ นี่แปลว่าได้ไหม เกือบถูกล็อตเตอรี่

1134
01:15:33.662 --> 01:15:37.662
ถูกไหม เกือบได้

1135
01:15:37.662 --> 01:15:41.662
กับเกือบตกคืออะไร

1136
01:15:41.663 --> 01:15:45.663
แต่เกือบตกนี่ คือ ผ่านนะ

1137
01:15:45.665 --> 01:15:49.665
ตอนนี้อาการหน้าเป็นห่วงมาก จักรพันธ์ตั้ง

1138
01:15:49.667 --> 01:15:53.667
สติดี ๆ ลูก คราวนี้มาดู

1139
01:15:53.667 --> 01:15:57.667
ของการใช้ฐานข้อมูลอันนี้ก็มีข้อสอบค่ะ

1140
01:15:57.669 --> 01:16:01.669
ในข้อสอบนะคะ ถามว่า

1141
01:16:01.670 --> 01:16:05.670
ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ใช่หลักการ

1142
01:16:05.671 --> 01:16:09.671
หรือไม่ใช่แนวคิดในการใช้ฐานข้อมูล

1143
01:16:09.672 --> 01:16:13.672
แต่ละคนก็จะได้ต่างกันไป ข้อใดไม่ใช่

1144
01:16:13.673 --> 01:16:17.673
ใช่กี่ข้อ 3

1145
01:16:17.675 --> 01:16:21.675
ตอบได้ 1 เพราะโจทย์ถามไม่ใช่ค่ะ

1146
01:16:21.676 --> 01:16:25.676
เอาจักรพันธ์ไปเก็บ พอตอบไม่ได้คะแนนติดลบเริ่มงง

1147
01:16:25.677 --> 01:16:29.677
แล้วเริ่มงง

1148
01:16:29.680 --> 01:16:33.680
แนวคิดของการใช้งานฐานข้อมูลแทนแฟ้มข้อมูลนะคะ

1149
01:16:33.681 --> 01:16:37.681
1 ลดความซ้ำซ้อน เราจำคำให้ดีนะ

1150
01:16:37.683 --> 01:16:41.683
ลดความซ้ำซ้อนกัน ลด

1151
01:16:41.683 --> 01:16:45.683
ความขัดแย้ง ความหมายต่างกันนะคะ ลด

1152
01:16:45.684 --> 01:16:49.684
ความคงสภาพนะคะ

1153
01:16:49.686 --> 01:16:53.686
Share Data คือแชร์ข้อมูลด้วยกัน

1154
01:16:53.687 --> 01:16:57.687
เข้าถึงง่ายนะคะ ลดระยะเวลาทั้งหมด

1155
01:16:57.689 --> 01:17:01.689
คราวนี้เรามาดูแต่ละตัว ความซ้ำซ้อนคืออะไร

1156
01:17:01.690 --> 01:17:05.690
หมายถึงข้อมูลก้อนเดียวกันเก็บอยู่หลายที่

1157
01:17:05.691 --> 01:17:09.691
เราเรียกซ้ำซ้อน ซ้ำซ้อนคือเก็บข้อมูลเดิม

1158
01:17:09.692 --> 01:17:13.692
เดิมอยู่หลายที่แต่จักรพันธ์เป็นคนซับซ้อน

1159
01:17:13.693 --> 01:17:17.693
ไม่เหมือนกันนะคะ

1160
01:17:17.695 --> 01:17:21.695
อยู่บ้านไหนก็ได้ ไปอาบน้ำที่หอไหนก็ได้อย่างนี้ค่ะ

1161
01:17:21.696 --> 01:17:25.696
แปลว่าเป็นคนซักซ้อน

1162
01:17:25.698 --> 01:17:29.698
ซ้ำซ้อน เป็นคนสำส่อน ครูไม่ได้พูด

1163
01:17:29.698 --> 01:17:33.698
No วันนี้

1164
01:17:33.699 --> 01:17:37.699
จะสอนไปจนถึง จนกว่าจักรพันธ์จะนอนหลับ

1165
01:17:37.701 --> 01:17:41.701
แยกให้ออกนะคะ ซ้ำซ้อน

1166
01:17:41.702 --> 01:17:45.702
ซ้ำซ้อนหมายถึงเก็บขอมูลเดียว

1167
01:17:45.703 --> 01:17:49.703
ไว้หลายที่มันซ้ำกันน่ะ มันซ้ำซ้อน

1168
01:17:49.704 --> 01:17:53.704
ขัดแย้งล่ะ ข้อมูลชุดเดียวกัน

1169
01:17:53.705 --> 01:17:57.705
ต้องมีค่าข้อมูล ค่าเดียว

1170
01:17:57.706 --> 01:18:01.706
ก็ต้องชื่อนี้นะคะ เช่น 101 ทวีรัฐ

1171
01:18:01.707 --> 01:18:05.707
101 ทวีรัฐ ก็ต้องเป็นทวีรัฐ

1172
01:18:05.709 --> 01:18:09.709
แต่ถ้าเกิด 101 เป็นทั้งทวีรัตน์ ทวีรัตน์ไปเปลี่ยนชื่อ

1173
01:18:09.711 --> 01:18:13.711
ก็บอกไม่ครบที่ ก็จะมีทั้ง ทวีรัตน์

1174
01:18:13.712 --> 01:18:17.712
ปรเมตษ

1175
01:18:17.714 --> 01:18:21.714
แปลว่าข้อมูลนี้มันขัดแย้งกัน

1176
01:18:21.715 --> 01:18:25.715
1. รหัส 1. เลขที่บัตรประชาชนต้องมีคนเดียว

1177
01:18:25.716 --> 01:18:29.716
อันนี้คือขัดแย้งนะคะ การรักษา

1178
01:18:29.717 --> 01:18:33.717
ความคงสภาพของข้อมูลหมายถึงเรากรอกข้อมูล

1179
01:18:33.718 --> 01:18:37.718
ในแต่ละ field น่ะค่ะ ความคงสภาพของ

1180
01:18:37.719 --> 01:18:41.719
ตัวโปรแกรมแอปพลิเคชันที่เราพัฒนามาส่วนหน้าน่ะ ที่ให้ผู้ใช้กรอกน่ะ

1181
01:18:41.720 --> 01:18:45.720
เราต้องออกแบบมาให้ดี

1182
01:18:45.722 --> 01:18:49.722
อย่างให้ผู้ใช้กรอกมั่ว เช่น รหัส

1183
01:18:49.724 --> 01:18:53.724
ก็ต้องกรอกรหัสค่ะ ชื่อ มีไหมชื่อ

1184
01:18:53.724 --> 01:18:57.724
เป็นตัวเลข มีชื่อใครเป็นตัวเลขไหม

1185
01:18:57.730 --> 01:19:01.730
อาจจะชื่อ หนึ่งฤทัย

1186
01:19:01.731 --> 01:19:05.731
นะ มันก็เป็นตัวอักษรน่ะ ดังนั้นชื่อ

1187
01:19:05.734 --> 01:19:09.734
มีโอกาสที่จะเป็นตัวเลขได้ไหม ไม่ได้

1188
01:19:09.735 --> 01:19:13.735
ไม่มีอยู่แล้ว หรือเลขที่บัตรประชาชน

1189
01:19:13.735 --> 01:19:17.735
กรอกตัวอักษรได้ไหมคะ เลขที่บัตรประชาชน

1190
01:19:17.736 --> 01:19:21.736
13 หลัก มีตัวอักษรปนไหม

1191
01:19:21.737 --> 01:19:25.737
ไม่มีแน่นอน ฉะนั้น คำว่า "การรักษาความคงสภาพ"

1192
01:19:25.737 --> 01:19:29.737
คือ เรารู้สภาพของข้อมูลอยู่แล้วน่ะค่ะ ฉะนั้น

1193
01:19:29.738 --> 01:19:33.738
เราก็ฟิกซ์เลย ถ้าผู้ใช้ไปกรอกตัวอักษร

1194
01:19:33.739 --> 01:19:37.739
ก็ไม่ให้เขากรอกน่ะ ล็อกไว้เลย

1195
01:19:37.741 --> 01:19:41.741
นะคะ Fix ต่อไปได้อีกว่าเป็นเลขรหัสบัตรประชาชน

1196
01:19:41.743 --> 01:19:45.743
กรณีที่เป็นเลขที่บัตรประชาชนนะคะ อันนี้คือการรักษาความคงสภาพ

1197
01:19:45.744 --> 01:19:49.744
นะคะ ใช้ข้อมูลร่วมกันได้

1198
01:19:49.744 --> 01:19:53.744
ใช้ข้อมูลร่วมกันได้ shared data

1199
01:19:53.746 --> 01:19:57.746
แชร์ให้ที่ไหนได้บ้าง อย่างตอนนี้ที่เราใช้ข้อมูลเดียวกัน

1200
01:19:57.747 --> 01:20:01.747
ของมหาวิทยาลัย ก็คือเก็บไว้ที่ Database เดียวของมหาวิทยาลัย

1201
01:20:01.748 --> 01:20:05.748
นักศึกษาเข้าไปดู

1202
01:20:05.749 --> 01:20:09.749
เกรดอะไรอีก ข้อมูล

1203
01:20:09.752 --> 01:20:13.752
ตัวเองน่ะค่ะ การลงทะเบียน ข้อมูลส่วนตัว

1204
01:20:13.753 --> 01:20:17.753
ข้อมูล... เว็บไซต์อาจารย์มีลิงก์ ดูอะไรได้อีก

1205
01:20:17.754 --> 01:20:21.754
สิทธิ์เราน่ะ

1206
01:20:21.755 --> 01:20:25.755
View ของเราน่ะ ที่เข้าไปดู

1207
01:20:25.756 --> 01:20:29.756
เข้าไปดูนะ แต่ว่าดำเนินการผ่านทะเบียน คือ

1208
01:20:29.757 --> 01:20:33.757
ดูอย่างเดียว ดูข้อมูลคนอื่นได้ไหมคะ ไม่ได้อีก

1209
01:20:33.757 --> 01:20:37.757
ตามสิทธิ์เรา

1210
01:20:37.759 --> 01:20:41.759
สามารถดูข้อมูลนักศึกษาได้ทุกคน

1211
01:20:41.759 --> 01:20:45.759
นะคะ แต่ทุกคนสามารถใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูล

1212
01:20:45.760 --> 01:20:49.760
เดียวกันได้นี่ เราเรียกการใช้ข้อมูลร่วมกันนะ

1213
01:20:49.761 --> 01:20:53.761
แต่แตกต่างกันที่ view ที่เรียกมานะ

1214
01:20:53.762 --> 01:20:57.762
จะต่างกันถ้าเป็นฐานข้อมูลการเข้าถึง

1215
01:20:57.763 --> 01:21:01.763
ก็จะง่ายเพราะว่าเข้าถึงฐานข้อมูลผ่าน

1216
01:21:01.764 --> 01:21:05.764
ที่เป็น DBMS นะคะ การพัฒนาระบบ

1217
01:21:05.765 --> 01:21:09.765
เราก็พัฒนาแค่ส่วน

1218
01:21:09.766 --> 01:21:13.766
ส่วนข้างนอกน่ะเราไม่ได้เข้าไปฐานข้อมูล

1219
01:21:13.767 --> 01:21:17.767
ตัวแอปฯ ข้างนอกอย่างไรก็ได้นะคะ เพื่อไป Join

1220
01:21:17.768 --> 01:21:21.768
กับตารางที่เรามีนะคะ เพื่อไป Connect กับตารางนะคะ

1221
01:21:21.769 --> 01:21:25.769
ตัวอย่างฐานข้อมูลอันนี้เราน่าจะตอบได้อยู่แล้ว

1222
01:21:25.770 --> 01:21:29.770
นะคะ ขอมูลนักเรียน ข้อมูลผลการเรียน ข้อมูลหนังสือ

1223
01:21:29.771 --> 01:21:33.771
นะคะ ต่อไป

1224
01:21:33.772 --> 01:21:37.772
อันนี้เป็นตัวอย่างโปรแกรมนะคะ Microsoft Acess

1225
01:21:37.773 --> 01:21:41.773
โปรแกรมนี้ไหม มีไหมคะ

1226
01:21:41.774 --> 01:21:45.774
มีไหมคะ เคยใช้โปรแกรมนี้ไหมคะ

1227
01:21:45.776 --> 01:21:49.776
เคยเรียนใช่ไหม ใช้แปลว่าใช้งานได้

1228
01:21:49.777 --> 01:21:53.777
พอได้นิดหนึ่ง คนอื่นใช้ได้ไหมคะ โอ.เค.

1229
01:21:53.778 --> 01:21:57.778
อันนี้คือ DBMS ตัวหนึ่ง เป็นของ

1230
01:21:57.779 --> 01:22:01.779
Microsoft มันอยู่ใน Microsoft o

1231
01:22:01.780 --> 01:22:05.780
คราวนี้หัวข้อสุดท้าย

1232
01:22:05.780 --> 01:22:09.780
Big Data สำคัญไหม

1233
01:22:09.781 --> 01:22:13.781
Big Data ต่างจาก Data อย่างไร

1234
01:22:13.782 --> 01:22:17.782
มีขาดใหญ่ค่ะ

1235
01:22:17.783 --> 01:22:21.783
เราจะรู้ได้อย่างไรว่าข้อมูลในมือนี่

1236
01:22:21.784 --> 01:22:25.784
มันเป็น Big Data หรือแค่ Data เฉย ๆ

1237
01:22:25.785 --> 01:22:29.785
มันจะมีคุณสมบัติอยู่ 3 อย่าง อันนี้อยู่ในข้อสอบ

1238
01:22:29.786 --> 01:22:33.786
บรรจุด้วย มีในของสอบ ก.ภ

1239
01:22:33.788 --> 01:22:37.788
data มันต่างจาก Data อย่างไร

1240
01:22:37.789 --> 01:22:41.789
คือ 1. ข้อมูลนั้นจะต้องมีปริมาณมากมายมหาศาล

1241
01:22:41.791 --> 01:22:45.791
2 ข้อมูลนั้นจะมีรูปแบบ

1242
01:22:45.792 --> 01:22:49.792
หลากหลายไม่ว่าจะเป็นข้อความเสียงคลิป

1243
01:22:49.793 --> 01:22:53.793
ภาพยนตร์ะนคะ

1244
01:22:53.794 --> 01:22:57.794
จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และเปลี่ยนแปลงอย่าง

1245
01:22:57.795 --> 01:23:01.795
รวดเร็ว เราเรียกว่า Big Data

1246
01:23:01.796 --> 01:23:05.796
นะคะ 3 ข้อนี้จำให้ดี

1247
01:23:05.797 --> 01:23:09.797
ข้อสอบถามว่าข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่

1248
01:23:09.799 --> 01:23:13.799
ลักษณะของ Big Data Big Data

1249
01:23:13.800 --> 01:23:17.800
มี 3 ข้อนี้ แปลว่าอีกข้อหนึ่งไม่ใช่

1250
01:23:17.801 --> 01:23:21.801
เราต้องจำให้ได้เลยถ้าถามว่า

1251
01:23:21.802 --> 01:23:25.802
Big data นักศึกษาเอก

1252
01:23:25.803 --> 01:23:29.803
เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และดิจิทัล Big Data มีลักษณะอย่างไร 1.

1253
01:23:29.804 --> 01:23:33.804
มีปริมาณมาก มากมายมหาศาล

1254
01:23:33.813 --> 01:23:37.813
2. รูปแบบหลากหลายค่ะ

1255
01:23:37.825 --> 01:23:41.825
เป็นภาพ เป็นเสียง เป็นวิดีโอ เป็นคลิป

1256
01:23:41.827 --> 01:23:45.827
3. เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

1257
01:23:45.829 --> 01:23:49.829
และเปลี่ยนตลอดเวลา มี 3 อย่าง

1258
01:23:49.829 --> 01:23:53.829
อะไรบ้างนะคะ ตัวอย่างของ

1259
01:23:53.831 --> 01:23:57.831
Big Data เช่น ข้อมูลโซเชียล

1260
01:23:57.832 --> 01:24:01.832
Social Network ในโลกนี้มีไหม

1261
01:24:01.834 --> 01:24:05.834
ขณะที่เราเรียก มีไหม

1262
01:24:05.835 --> 01:24:09.835
ใช้งาน Sicial มีไหม

1263
01:24:09.837 --> 01:24:13.837
เป็นวินาทีอยู่แล้วนะ ข้อมูลผู้ใช้น่ะ

1264
01:24:13.839 --> 01:24:17.839
ขณะที่เราเรียนอยู่ตอนนี้ คนที่เล่นเน็ต เล่นเว็บฯ

1265
01:24:17.841 --> 01:24:21.841
เล่นเว็บ เข้าเว็บเสิร์ช โน่นนี่นั่น

1266
01:24:21.842 --> 01:24:25.842
ไม่ได้หมายถึงในห้องนะ หมายถึงคนในโลกนี้น่ะ

1267
01:24:25.845 --> 01:24:29.845
มีไหม ดูหนังฟังเพลง

1268
01:24:29.846 --> 01:24:33.846
อันนี้ข้อมูลการใช้งานน่ะค่ะ โอ.เค.

1269
01:24:33.848 --> 01:24:37.848

1270
01:24:37.850 --> 01:24:41.850
Big Data ก็คือถ้าเราจะจัดการเกี่ยวกับ big Data

1271
01:24:41.852 --> 01:24:45.852
นี่นะคะ ซอฟต์แวร์ที่ใช้นะคะ

1272
01:24:45.853 --> 01:24:49.853
จะต้องสามารถจัดการกับข้อมูลที่มีปริมาณเยอะ ๆ นี่ได้

1273
01:24:49.854 --> 01:24:53.854
ฉะนั้นนะคะ ตัว hardware ที่

1274
01:24:53.855 --> 01:24:57.855
เก็บน่ะ เครื่องเซิฟเวอร์น่ะ หรือ Softwa

1275
01:24:57.856 --> 01:25:01.856
Server น่ะต้องมีปริมาณเพียงพอ

1276
01:25:01.857 --> 01:25:05.857
กับข้อมูล ตอนนี้ของเรานี่ เอาข้อมูลเรานี่ ข้อมูลเราส่วนตัวนี่

1277
01:25:05.859 --> 01:25:09.859
ถือเป็น Big Data ไหม

1278
01:25:09.860 --> 01:25:13.860
มากมายไหมคะ ข้อมูลเราคนเดียวนี่

1279
01:25:13.861 --> 01:25:17.861
มีข้อมูลอะไรบ้าง ที่มากมายนี่

1280
01:25:17.862 --> 01:25:21.862
เป็น Big Data หรือเป็น Data เฉย ๆ

1281
01:25:21.863 --> 01:25:25.863
เราไม่ใช่ Big Data ข้อมูลเราไม่ได้หลากหลาย

1282
01:25:25.864 --> 01:25:29.864
รูปแบบไม่ได้มีมากมายมหาศาล

1283
01:25:29.867 --> 01:25:33.867
เปลี่ยนแปลตลอดเวลา เปลี่ยนชื่อตลอดเวลา ไม่มี

1284
01:25:33.868 --> 01:25:37.868
ย้ายที่อยู่ตลอด ไม่มี

1285
01:25:37.870 --> 01:25:41.870
คราวนี้พูดถึงความจำเป็นของ Big Data

1286
01:25:41.870 --> 01:25:45.870
กับงานธุรกิจนะคะ ก็คือ

1287
01:25:45.872 --> 01:25:49.872
เขาใช้วิเคราะห์ข้อมูลทางการตลาด

1288
01:25:49.873 --> 01:25:53.873
ช่วยการสนับสนุนการตัดสินใจในการทำการตลาด

1289
01:25:53.874 --> 01:25:57.874
นะคะ คนที่มี Big Data

1290
01:25:57.875 --> 01:26:01.875
ในมือนี่จะทำให้ได้เปรียบคู่แข่ง ทำไมต้องพูดถึง

1291
01:26:01.876 --> 01:26:05.876
การทำธุรกิจ เพราะว่าธุรกิจมันมีกำไรขาดทุน

1292
01:26:05.877 --> 01:26:09.877
การเงินนะคะ ก็เลยพูดถึงธุรกิจนะ เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายน่ะค่ะ

1293
01:26:09.878 --> 01:26:13.878
ก็เลยมีการนำข้อมูลที่เป็น

1294
01:26:13.879 --> 01:26:17.879
Big Data นี่ค่ะ ไปวางแผนในการ

1295
01:26:17.880 --> 01:26:21.880
ส่งเสริมการจัดจำหน่ายหรือวางแผนกลยุทธ์

1296
01:26:21.881 --> 01:26:25.881
เชิงรุกน่ะค่ะ กับคู่แข่งนะคะ

1297
01:26:25.882 --> 01:26:29.882
แล้วก็ ทำโปรโมชันโน่นนี่ให้ผู้บริโภค

1298
01:26:29.883 --> 01:26:33.883
เข้าถึงข้อมูลสินค้าได้

1299
01:26:33.884 --> 01:26:37.884
นอกจากข้อมูลสินค้าก็จะมีข้อมูลดี ๆ

1300
01:26:37.885 --> 01:26:41.885
แล้วก็ทันต่อเหตุการณ์ที่ผู้ใช้ใช้งานได้ โอ.เค.

1301
01:26:41.886 --> 01:26:45.886
จบบทที่ 4 มีคำถามไหมคะ

1302
01:26:45.887 --> 01:26:49.887
ไม่มีเลยหรือครูถามไปตั้งเยอะ

1303
01:26:49.888 --> 01:26:53.888

1304
01:26:53.888 --> 01:26:57.888
บทนี้บทเดียวน่าจะมีข้อสอบเยอะนะ วันนี้บอกข้อสอบไป

1305
01:26:57.890 --> 01:27:01.890
เยอะเลยนะคะ ไปเรียบเรียงเอา

1306
01:27:01.891 --> 01:27:05.891
เอา

1307
01:27:05.891 --> 01:27:09.891
หน่วยข้อมูลนะคะ จะมีทั้ง

1308
01:27:09.893 --> 01:27:13.893
หน่วยข้อมูลที่เล็กที่สุดนะคะ ที่มนุษย์

1309
01:27:13.894 --> 01:27:17.894
หรือคอมพิวเตอร์สามารถ มันจะมี 2 ส่วนนะ

1310
01:27:17.896 --> 01:27:21.896
หน่วยข้อมูลที่เล็กที่สุดที่คอมพิวเตอร์รับรู้ได้ ก็คือ Bit

1311
01:27:21.897 --> 01:27:25.897
ก็คือไม่ 0 ก็ 1 น่ะ สถานะไฟฟ้าอย่างใดอย่างหนึ่งน่ะ

1312
01:27:25.899 --> 01:27:29.899
แต่ถ้าหน่วยข้อมูลในการทำงานด้านข้อมูลน่ะค่ะ Data

1313
01:27:29.900 --> 01:27:33.900
กับการจัดการข้อมูล หน่วยที่เล็กที่สุดคือชาแลคเตอร์

1314
01:27:33.901 --> 01:27:37.901
ถ้าเทียบกับ Bit ก็คือ

1315
01:27:37.904 --> 01:27:41.904
bite เท่ากับ

1316
01:27:41.906 --> 01:27:45.906
ตอบให้ถูกนะคะ ในข้อสอบมีให้เรียง

1317
01:27:45.907 --> 01:27:49.907
ข้อใดต่อไปนี้เรียงหน่วยข้อมูลจากเล็ก

1318
01:27:49.908 --> 01:27:53.908
ไปใหญ่ก็จะเรียงมา character

1319
01:27:53.908 --> 01:27:57.908
field  Record ฐานข้อมูล

1320
01:27:57.910 --> 01:28:01.910
บางคนอาจจะถามเล็กไปใหญ่ บางคนอาจจะได้

1321
01:28:01.911 --> 01:28:05.911
ใหญ่ไปเล็กอย่างนี้ค่ะ ในเรื่องนี้

1322
01:28:05.913 --> 01:28:09.913
นะคะ แล้วแต่ว่าใคร Random ได้ตัวไหนที่เข้าไป

1323
01:28:09.914 --> 01:28:13.914
นะคะ เพราะครูบอกแล้วว่าคลังข้อสอบมีเป็นร้อย

1324
01:28:13.915 --> 01:28:17.915
แต่เขาจะ Random มาแค่ 60 ข้อ

1325
01:28:17.917 --> 01:28:21.917
แม้กระทั่งถามเรื่องเดียวกัน

1326
01:28:21.918 --> 01:28:25.918
โจทย์เดียวกันช้อส์ก็ต่างกัน

1327
01:28:25.920 --> 01:28:29.920
อ่านโจทย์ดี ๆ ไม่ใช่ไปถามเพื่อน ข้อนี้ตอบอะไร

1328
01:28:29.922 --> 01:28:33.922
เพราะมัน Random ไป ฉะนั้น อาจโจทย์ที่ตัวเองได้ไปดี ๆ

1329
01:28:33.924 --> 01:28:37.924
เรียนจบบทที่ 6 สัปดาห์ถัดไป

1330
01:28:37.925 --> 01:28:41.925
เราจะสอบเลยค่ะ จะได้ไม่ลืม

1331
01:28:41.926 --> 01:28:45.926
ตอนนี้บทที่ 4 สัปดาห์หน้า

1332
01:28:45.932 --> 01:28:49.932
เรียนบทที่ 5 สัปดาห์ถัดไปเรียนบทที่ 6 สัปดาห์ต่อไปสอบเลยค่ะ

1333
01:28:49.933 --> 01:28:53.933
เพราะไฟนอลคือสอบ น่าจะปลายเดือนนี้

1334
01:28:53.934 --> 01:28:57.934
หน้าจะสัปดาห์สุดท้ายจริงไหม

1335
01:28:57.936 --> 01:29:01.936

1336
01:29:01.937 --> 01:29:05.937
ปิดเทอมพฤษภาคมค่ะ

1337
01:29:05.938 --> 01:29:09.938
ไฟนอลเราสอบ 19 เมษายน ถึง

1338
01:29:09.940 --> 01:29:13.940
สิ้นเดือนเมษายน

1339
01:29:13.941 --> 01:29:17.941
วันนี้เท่าไรนะ สัปดาห์สุดท้าย

1340
01:29:17.942 --> 01:29:21.942
ของเดือนนี้ค่ะ เราจะเจอกันอีก 2 ครั้ง คือ บทที่ 5 กับบทที่ 6

1341
01:29:21.944 --> 01:29:25.944
ถูกไหม

1342
01:29:25.945 --> 01:29:29.945
ใช่ค่ะ เมษายน

1343
01:29:29.946 --> 01:29:33.946
เราน่าจะไม่ได้เจอกัน จักรพันธ์

1344
01:29:33.947 --> 01:29:37.947
ดีใจขนาดนั้นเลยที่ไม่ต้องเจอครู

1345
01:29:37.949 --> 01:29:41.949
อย่างช้าน่าจะเป็นต้นเดือน

1346
01:29:41.950 --> 01:29:45.950
หน้าอย่างเร็วก็จะเป็นสัปดาห์สุดท้าย

1347
01:29:45.953 --> 01:29:49.953
คราวนี้แบบฝึกหัดมีข้อไหนที่ไม่เข้าใจถามมา

1348
01:29:49.954 --> 01:29:53.954
ไม่เข้าใจโจทย์นะ ทำเสร็จหรือยัง

1349
01:29:53.955 --> 01:29:57.955
ทำเสร็จแล้วส่งได้เลยค่ะ มีอยู่ทั้งหมด 8 ข้อนะคะ

1350
01:29:57.956 --> 01:30:01.956
ทำให้ครบ ข้อ 1 ถามกี่คนถาม

1351
01:30:01.959 --> 01:30:05.959
2 คำถามนะคะ ตอบให้ครบนะ

1352
01:30:05.961 --> 01:30:09.961
ข้อ 1 ถามข้อแตกต่าง

1353
01:30:09.962 --> 01:30:13.962
ระหว่าง Data กับ Information

1354
01:30:13.963 --> 01:30:17.963
ยกตัวอย่างมาด้วย อะไรคือ Data อะไรคือ Information

1355
01:30:17.964 --> 01:30:21.964

1356
01:30:21.965 --> 01:30:25.965
ข้อที่ 2 ให้บอกคุณสมบัติข้อมูลที่ดีเป็นอย่างไร

1357
01:30:25.966 --> 01:30:29.966
นะคะ อธิบายมา ข้อมูลที่ดีมีคุณสมบัติกี่ข้อ

1358
01:30:29.967 --> 01:30:33.967
กี่ข้อ

1359
01:30:33.968 --> 01:30:37.968
5 อะไรบ้าง

1360
01:30:37.969 --> 01:30:41.969
ข้อมูลที่ดีต้องเป็นอย่างไรคะ 1.

1361
01:30:41.970 --> 01:30:45.970
มีความถูกต้องค่ะ 2

1362
01:30:45.971 --> 01:30:49.971
คือ update น่ะ ข้อมูลเป็นปัจจุบัน

1363
01:30:49.973 --> 01:30:53.973
ตรงตามความต้องการของคนที่ต้องการใช้งาน

1364
01:30:53.974 --> 01:30:57.974
4. มีความสมบูรณ์

1365
01:30:57.977 --> 01:31:01.977
ครบถ้วน หมดหรือยัง 5

1366
01:31:01.978 --> 01:31:05.978
ตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูลได้

1367
01:31:05.979 --> 01:31:09.979
อันนี้คือข้อมูลที่ดีนะคะ

1368
01:31:09.980 --> 01:31:13.980
ข้อ 3 ตอบได้ไหมเอ่ย ได้นะ

1369
01:31:13.982 --> 01:31:17.982
ข้อมูลภายในสถาบัน มีอะไรบ้างยกตัวอย่างมา

1370
01:31:17.983 --> 01:31:21.983
ข้อ 4 5 ไม่มี

1371
01:31:21.984 --> 01:31:25.984
ข้อสงสัยเลยตอบให้ครบนะคะ

1372
01:31:25.985 --> 01:31:29.985
ใครยังไม่ได้เช็กชื่อ ศศิกานต์ มาไหม

1373
01:31:29.986 --> 01:31:33.986
โอ.เค. มันธนา

1374
01:31:33.987 --> 01:31:37.987
มันธนา

1375
01:31:37.988 --> 01:31:41.988
จุฑารัตน์ โอ.เค. ค่ะ

1376
01:31:41.989 --> 01:31:45.989
สรจักร

1377
01:31:45.991 --> 01:31:49.991

1378
01:31:49.992 --> 01:31:53.992
โอ.เค.

1379
01:31:53.996 --> 01:31:57.996
แต่ไม่ได้เป็นอะไรเยอนะ

1380
01:31:57.997 --> 01:32:01.997
ใช่ ๆ ไปตรวจแล้วนะ โอ.เค. ดูแลกัน

1381
01:32:01.999 --> 01:32:05.999
มงคล

1382
01:32:06.001 --> 01:32:10.001
มงคล โอ.เค. ค่ะ

1383
01:32:10.002 --> 01:32:14.002
นิชนันท์ โอ.เค.

1384
01:32:14.003 --> 01:32:18.003
สุมาวดี

1385
01:32:18.005 --> 01:32:22.005
ไม่มีคำถาม แปลว่าครูสอนดีมากค่ะ

1386
01:32:22.006 --> 01:32:26.006
ครูถามเราตั้งเยอะตั้งแยะ นักศึกษาน่าจะมีคำถามบ้างนะ

1387
01:32:26.007 --> 01:32:30.007
ไม่มีเอาคืนเลยนะ

1388
01:32:30.009 --> 01:32:34.009

1389
01:32:34.011 --> 01:32:38.011
ตอนที่ทุกคนส่งแบบฝึกหัดเสร็จแล้ว ดูหน่อยสิมีกี่คนแล้ว

1390
01:32:38.012 --> 01:32:42.012
ขอดู

1391
01:32:42.013 --> 01:32:46.013
คนที่ส่งการบ้านก่อนสิ

1392
01:32:46.014 --> 01:32:50.014

1393
01:32:50.015 --> 01:32:54.015

1394
01:32:54.018 --> 01:32:58.018
เพิ่งส่ง 6 คนนี่นะ

1395
01:32:58.021 --> 01:33:02.021

1396
01:33:02.022 --> 01:33:06.022
ทำให้เสร็จนะคะ ไม่อย่างนั้นก็จะบ่น

1397
01:33:06.026 --> 01:33:10.026
ว่าครูให้งาน การบ้าน

1398
01:33:10.028 --> 01:33:13.928
ไม่มีการบ้าน

1399
01:33:14.029 --> 01:33:18.029
ทำให้เสร็จก่อนนะคะ

1400
01:33:18.030 --> 01:33:22.030
7 คนที่ส่งมาตามนี้นะคะ

1401
01:33:22.031 --> 01:33:26.031
มีอัตสดาวุฒิ

1402
01:33:26.031 --> 01:33:30.031
ส่งมาแล้ว 9 คน มันธนา

1403
01:33:30.033 --> 01:33:34.033
ไม่มีชื่อ

1404
01:33:34.034 --> 01:33:38.034
ผกามาศ นราวิช

1405
01:33:38.036 --> 01:33:42.036
ศศิการ

1406
01:33:42.037 --> 01:33:46.037
ส่งงาน ๆ ค่ะ

1407
01:33:46.038 --> 01:33:50.038
เราเหลือเวลา

1408
01:33:50.039 --> 01:33:54.039
เยอะแยะ 10 คน

1409
01:33:54.041 --> 01:33:58.041

1410
01:33:58.042 --> 01:34:02.042

1411
01:34:02.045 --> 01:34:06.045
ทำให้เสร็จนะ โอ.เค.

1412
01:34:06.048 --> 01:34:10.048
อย่างนั้นก็ทำงานให้เสร็จนะคะ ส่งแบบฝึกหัดให้ครบ

1413
01:34:10.050 --> 01:34:14.050
บทนี้ก็เก็บ 2 คะแนน

1414
01:34:14.051 --> 01:34:18.051
เวลามั้ง

1415
01:34:18.052 --> 01:34:22.052
โอ.เค. ค่ะ

1416
01:34:22.054 --> 01:34:26.054
เดี๋ยวบรรยายเสร็จแล้ว ขอบคุณล่ามก่อนนะคะ

1417
01:34:26.055 --> 01:34:30.055
ขอบคุณพี่ล่ามก่อน เดี๋ยวให้นักศึกษา

1418
01:34:30.056 --> 01:34:34.056
ทำแบบฝึกหัดค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

1419
01:34:34.058 --> 01:34:38.058

1420
01:34:38.059 --> 01:34:42.059

1421
01:34:42.060 --> 01:34:46.060

1422
01:34:46.062 --> 01:34:50.062

1423
01:34:50.065 --> 01:34:54.065
[สิ้นสุดการถอดความ]

1424
01:34:54.067 --> 01:34:58.067

1425
01:34:58.068 --> 01:35:02.068
[สิ้นสุดการถอดความ]

1426
01:35:02.070 --> 01:35:06.070

1427
01:35:06.073 --> 01:35:10.073

1428
01:35:10.075 --> 01:35:14.075


