﻿WEBVTT

00:00:00.690 --> 00:00:01.500
(อาจารย์) จุฑารัตน์

00:00:06.476 --> 00:00:08.167
สรุปว่ามาไหมคนนี้

00:00:08.660 --> 00:00:09.625
อ๋อ โอ.เค.

00:00:10.573 --> 00:00:12.250
เลื่อนมาข้างหน้านะ ศักดิ์ดา

00:00:13.386 --> 00:00:14.083
โอ.เค. ค่ะ

00:00:14.831 --> 00:00:16.042
ดำรงศักดิ์

00:00:19.061 --> 00:00:19.958
สรจักร

00:00:22.450 --> 00:00:23.500
มงคล

00:00:24.001 --> 00:00:24.875
โอ.เค.

00:00:25.104 --> 00:00:26.125
ธีรพล

00:00:27.955 --> 00:00:28.833
อัษฎาวุธ

00:00:30.466 --> 00:00:31.500
ณิชานันท์

00:00:33.762 --> 00:00:35.000
สุมาวดี

00:00:36.513 --> 00:00:37.000
โอ.เค.

00:00:39.293 --> 00:00:40.250
จุฑารัตน์

00:00:44.115 --> 00:00:44.833
อ๋อ...

00:00:54.905 --> 00:00:58.875
ครูกำลังพูดถึง
ว่าสัปดาห์หน้าเราไม่ได้เจอกันนะคะ

00:00:59.738 --> 00:01:01.833
เราก็มีเวลาค้นงาน 2 สัปดาห์เลย

00:01:03.043 --> 00:01:06.625
เพราะว่าสัปดาห์หน้า
ที่สาขามีงานปัจฉิมนิเทศนะคะ

00:01:06.992 --> 00:01:09.672
ปีนี้อยากให้ทุกชั้นปีเข้าร่วมนะคะ

00:01:09.697 --> 00:01:12.863
ก็เลยฝากมาแจ้งพวกเราว่าวันจันทร์หน้านะคะ

00:01:12.888 --> 00:01:19.000
ให้นักศึกษาทุกคน
ไปร่วมฟังการปัจฉิมนิเทศนะคะ

00:01:19.025 --> 00:01:22.650
ที่อาคาร 11 ห้องสัตตบงกช
เคยไปอยู่นะ

00:01:23.952 --> 00:01:27.750
ตอนที่เราไปประชุมน่ะนะคะ
ห้อง Slope ใหญ่น่ะ 1120 นะคะ

00:01:28.155 --> 00:01:32.167
เจอกันที่นั่น
ครูจะตามไปเช็กชื่อที่โน่นล่ะนะคะ

00:01:34.565 --> 00:01:36.208
ครูจะไปเช็กชื่อที่โน่น

00:01:37.528 --> 00:01:40.042
ไปตั้งแต่ 8.00 น. อย่าไปสายนะ

00:01:41.067 --> 00:01:47.075
ถ้าวิทยากรเริ่ม present แล้วน่ะ
แล้วเราเข้าไปมันก็จะดูเสียมารยาทนะ

00:01:47.683 --> 00:01:52.375
ฉะนั้น อย่าไปสายเกิน 8.30 น.น่ะค่ะ
ครูจะไปรอโน่นตั้งเช้านะคะ

00:01:52.932 --> 00:01:54.917
เช้าวันจันทร์เราเรียนอะไร
เมื่อเช้าเรียนอะไร

00:01:58.446 --> 00:02:00.250
รู้แบบนี้มาสอนทั้งวันก็ดีนะ

00:02:03.303 --> 00:02:06.375
เพิ่งรู้น่ะ ว่าไม่มีเรียนเช้าน่ะ

00:02:10.295 --> 00:02:15.083
ถ้าโกหกครูลงที่นี้เอาหัวลงเลยนะทีนี้
ไม่ได้เจ็บแค่ขาเลยนะทีนี้

00:02:18.881 --> 00:02:22.917
โอ.เค. อย่างนั้นวันจันทร์หน้าตั้งแต่เช้าเลยนะคะ
เราก็ไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์นะคะ

00:02:22.942 --> 00:02:26.375
ไปฟังว่าพอขึ้นปี 3 นะคะ

00:02:27.576 --> 00:02:32.583
เราก็ต้องเสนอที่ฝึกงานนะ
เพื่อให้ได้ฝึกตอนขึ้นปี 4 นะคะ

00:02:32.608 --> 00:02:33.875
เราก็ไปฟังว่าที่ไหน

00:02:34.175 --> 00:02:39.429
เราชอบสไตล์การฝึกงานของที่ไหนนะคะ
แล้วก็เก็บข้อมูลไว้

00:02:40.248 --> 00:02:41.000
โอ.เค.

00:02:42.542 --> 00:02:45.178
เนื้อหาวันนี้จะมีทั้งส่วนที่เป็นบรรยายนะคะ

00:02:45.203 --> 00:02:48.583
ครูจะอธิบายให้ฟังเกี่ยวกับระบบเครือข่าย
และการสื่อสารข้อมูล

00:02:48.877 --> 00:02:51.992
แล้วก็จะมีงานกลุ่มให้ทำนะคะ
กลุ่มแบ่งเอง

00:02:52.627 --> 00:02:55.250
กลุ่มละกี่คน
ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของเราเลย

00:02:55.275 --> 00:02:58.252
เราอยากอยู่กลุ่มนี้
อยากค้นเกี่ยวกับข้อมูลตัวนี้นะคะ

00:02:58.277 --> 00:03:00.396
เราก็อันนี้กันเองนะคะ

00:03:01.215 --> 00:03:04.042
ครูไม่ได้ Fix ว่ากลุ่มหนึ่ง
ต้องมีจำนวนเท่ากันไม่เท่ากัน

00:03:04.067 --> 00:03:05.167
ไม่ได้ซีเรียสนะคะ

00:03:05.448 --> 00:03:07.333
ขอแค่ทุกคนมีกลุ่มนะคะ

00:03:07.542 --> 00:03:10.894
แล้วก็เลือกหัวข้อเลย
ว่าเราอยาก Present เรื่องไหนนะคะ

00:03:12.157 --> 00:03:13.750
มาเข้าเนื้อหาก่อนนะคะ

00:03:13.775 --> 00:03:17.042
Computer Network
and Data Communication นะคะ

00:03:20.884 --> 00:03:25.458
เราทำแบบฝึกหัด 5 บทแล้ว
ใครยังส่งไม่ครบมีไหมคะ

00:03:26.971 --> 00:03:30.400
ครูส่งคืนหมดหรือยังเอ่ย
จำได้ว่าตรวจไปแล้วบางบทก็...

00:03:30.694 --> 00:03:32.917
คือ ก่อนหน้านี้
เวลาตรวจแล้วก็ให้คะแนนน่ะ

00:03:33.098 --> 00:03:34.193
นักศึกษาจะเห็นได้เลย

00:03:34.854 --> 00:03:39.333
แต่หลัง ๆ มานี่รู้สึก Google เขาปรับ
เขาปรับรูปแบบใหม่

00:03:39.358 --> 00:03:43.042
ครูต้องส่งคืน
นักศึกษาถึงจะเห็นตัว Comment นะคะ

00:03:43.915 --> 00:03:48.821
มีความเป็นห่วงบางคน
คือ การตอบผิดนี่มันสื่อความหมายหลายอย่างนะ

00:03:49.711 --> 00:03:54.167
คือ แบบฝึกหัดท้ายบท
ก็จะเอาเนื้อหาที่เราเรียนมาทบทวนใช่ไหมคะ

00:03:54.608 --> 00:03:56.792
ถ้าเราตอบคำถามไม่ครบนี่

00:03:57.017 --> 00:04:01.083
ยังบ่งบอกว่านักศึกษาอาจจะเป็นคนไม่รอบคอบ
อ่านโจทย์ไม่ครบ

00:04:01.469 --> 00:04:07.508
แต่อ่านโจทย์ครบแต่ตอบผิดนี่
แปลว่าเราไม่เข้าใจที่โจทย์ถาม

00:04:08.960 --> 00:04:10.019
มันสื่ออย่างนี้ใช่ไหม

00:04:11.170 --> 00:04:15.292
โจทย์ถามความหมาย
เราตอบประเภทอย่างนี้ค่ะ ครูหักคะแนนเลยนะ

00:04:16.400 --> 00:04:17.625
จำได้ใช่ไหม จักรพันธ์

00:04:18.433 --> 00:04:21.548
ถามว่า "หมายถึงอะไร" น่ะค่ะ
เราตอบว่ามี 3 ประเภทนี่

00:04:21.573 --> 00:04:22.792
ครูไม่ให้คะแนนนะคะ

00:04:23.836 --> 00:04:28.040
มันไม่ได้บอกว่าเรารู้ดี
จนไปตอบประเภทได้นะ

00:04:28.065 --> 00:04:29.833
เพราะโจทย์เขาถามความหมายค่ะ

00:04:30.319 --> 00:04:32.250
ฉะนั้น อ่านโจทย์ดี ๆ นะคะ

00:04:32.418 --> 00:04:35.331
หรือว่าพอครูให้ทำท้ายคาบ แล้วนักศึกษารีบ

00:04:37.299 --> 00:04:38.750
ก็เลยพอแค่ได้ส่ง

00:04:40.159 --> 00:04:42.140
แล้วก็มีอีกบางคนนะคะ

00:04:42.751 --> 00:04:46.708
คือ ทำไม่ครบน่ะ

00:04:47.041 --> 00:04:52.333
ตอบไม่ครบทุกข้อน่ะค่ะ
มีเว้นเอาไว้ให้ครูตอบหรือ

00:04:54.029 --> 00:04:57.203
คือ เขียนโจทย์นะคะ
ก๊อบ(ปี้)โจทย์ไป นึกออกไหม

00:04:57.228 --> 00:04:59.667
แล้วก็พิมพ์ว่า "ตอบ" แล้วก็ว่างน่ะค่ะ

00:04:59.692 --> 00:05:02.156
แล้วก็ข้ามไปทำข้อต่อไปอย่างนี้น่ะค่ะ

00:05:02.555 --> 00:05:05.708
ครูจะถือว่าข้อนั้นน่ะตอบผิด
เพราะเราไม่ตอบนะคะ

00:05:06.226 --> 00:05:11.732
ฉะนั้น ทำให้ครบนะคะ คะแนนก็ 5 บทนะ
บทละ 2 คะแนน ก็จะเป็น 10 นะคะ

00:05:11.963 --> 00:05:15.447
เพราะว่า Part ของเรานี่ 50

00:05:15.908 --> 00:05:17.792
อาจารย์แบ่งกันคนละครึ่ง
กับอาจารย์ปิยวรรณ

00:05:17.817 --> 00:05:20.438
อาจารย์ปิยวรรณสอนปฏิบัติไปก่อน
ก็เก็บ 50 นะคะ

00:05:20.480 --> 00:05:22.208
Part ของครูก็เก็บ 50 เหมือนกัน

00:05:22.426 --> 00:05:27.833
ใน 50 นี่มาจากสอบ Final
ที่เป็นทฤษฎีของ 6-7 บทนี้นะคะ

00:05:28.329 --> 00:05:29.658
พอดีครูแยกออกมา

00:05:29.865 --> 00:05:33.011
ก่อนหน้านี้มันมี 6 บทนะคะ
แต่ครูรู้สึกว่าเนื้อหามันเยอะ

00:05:33.400 --> 00:05:37.117
ก็เลยแยกประเด็นออกมาให้เรา
แต่เนื้อหา ก็คือใน 6 ประเด็นนั่นล่ะนะคะ

00:05:38.197 --> 00:05:39.750
แยกออกมาเป็น 7 บทนะคะ

00:05:40.246 --> 00:05:43.243
แล้วก็สอบ 60 ข้อ 30 คะแนนนะคะ

00:05:43.640 --> 00:05:46.875
แล้วก็มีคะแนนแบบฝึกหัด 10 นะคะ เป็น 40

00:05:47.534 --> 00:05:51.833
มาเรียน 5 คะแนน แล้วอีก 5 คะแนน
ก็เป็นรายงานที่จะให้วันนี้นะคะ

00:05:52.838 --> 00:05:55.750
โอ.เค.
ชี้แจงไปแล้วนี่ไม่พูดซ้ำนะ

00:06:01.570 --> 00:06:06.650
วันนี้พูดถึงระบบเครือข่ายนะคะ
และการสื่อสารข้อมูลนะคะ คืออะไรเอ่ย

00:06:09.617 --> 00:06:10.333
ถามอย่างนี้

00:06:11.099 --> 00:06:13.393
ระบบเครือข่ายกับการสื่อสารข้อมูล
เหมือนกันไหมคะ

00:06:16.617 --> 00:06:17.583
ต่างกันอย่างไร

00:06:19.645 --> 00:06:23.208
ถ้าพูดถึงระบบเครือข่าย
มัณฑนานึกถึงอะไรคะ

00:06:25.865 --> 00:06:27.167
เอาแบบความคิดเราน่ะ

00:06:29.641 --> 00:06:31.167
ถ้าพูดถึงระบบเครือข่ายนึกถึงอะไร

00:06:35.741 --> 00:06:39.031
แยกกันให้ออกนะ
ระบบเครือข่ายกับการสื่อสารข้อมูล

00:06:39.470 --> 00:06:41.917
ครูถามว่า "เหมือนกันไหม"
เพื่อนตอบว่า "ไม่"

00:06:42.343 --> 00:06:46.991
อย่างนั้นในความคิดเราน่ะ
ถ้าพูดถึงระบบเครือข่ายเรานึกถึงอะไร

00:06:49.899 --> 00:06:54.000
ระบบเครือข่ายและการสื่อสารข้อมูลล่ะ
นึกถึงอะไร

00:06:59.352 --> 00:07:02.708
อย่างตอนนี้ที่เรามาเรียนนี่
คือ ระบบเครือข่ายหรือการสื่อสารข้อมูล

00:07:04.239 --> 00:07:06.875
แบบนี้เป็นการสื่อสารนะคะ
แต่เราไม่ได้ใช้...

00:07:08.037 --> 00:07:12.501
แบบนี้เรียก "การสื่อสารข้อมูล" นะคะ
การเรียนในคลาสนี่เรียก "การสื่อสารข้อมูล"

00:07:12.844 --> 00:07:16.417
แต่ไม่ได้สื่อสารข้อมูลผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
โอ.เค. ไหมคะ

00:07:16.926 --> 00:07:20.500
เรามีองค์ประกอบในการสื่อสารครบ
เหมือนกันนะคะ

00:07:20.525 --> 00:07:21.792
แต่เราไม่ได้ใช้...

00:07:22.184 --> 00:07:25.261
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
เข้ามารวมเฉย ๆ นะคะ

00:07:25.549 --> 00:07:27.042
ผู้ส่งตอนนี้เป็นใคร

00:07:27.600 --> 00:07:31.985
เอาแบบระบบการสื่อสารตอนนี้เลย
ในห้องนี่เราบอกว่าเป็นการสื่อสารนะ

00:07:33.120 --> 00:07:34.625
ผู้ส่งสารคือใคร

00:07:35.726 --> 00:07:40.492
อาจารย์ผู้สอนนะคะ เป็น Sender
Receiver คือใคร

00:07:41.986 --> 00:07:45.000
นักเรียน นักศึกษานะคะ

00:07:45.933 --> 00:07:47.208
Data คืออะไร

00:07:49.230 --> 00:07:51.500
เนื้อหานะคะ Content ที่เรียน

00:07:52.801 --> 00:07:54.000
Protocol มีไหมคะ

00:07:57.005 --> 00:07:58.958
ถ้าครูไม่ใช้ไมค์เรียนได้ไหม

00:08:00.072 --> 00:08:00.792
แปลว่าไม่ใช่

00:08:03.416 --> 00:08:04.750
ครูใช้ภาษามือได้ไหม

00:08:06.283 --> 00:08:11.867
สื่อน่ะ ที่ทำให้เราได้ยินเสียงนะคะ
สื่อกลาง ก็คืออากาศนะคะ

00:08:12.549 --> 00:08:15.208
คิดดี ๆ นะ หมดหรือยังสื่อกลาง

00:08:17.093 --> 00:08:17.833
มีอีกไหมคะ

00:08:18.617 --> 00:08:21.375
ฉะนั้น ตอนนี้ที่ครูพูดนี่
ไม่ใช่ระบบเครือข่าย

00:08:21.732 --> 00:08:25.917
แต่เป็นการสื่อสารข้อมูลรูปแบบหนึ่งนะคะ
ระหว่างคนกับคนนะ

00:08:26.399 --> 00:08:32.583
แต่ในบทนี้เราจะพูดถึงการสื่อสารข้อมูล
แบบอิเล็กทรอนิกส์นะคะ

00:08:32.912 --> 00:08:35.125
ฉะนั้น เรามาดูความหมายก่อนนะคะ

00:08:35.409 --> 00:08:39.667
หัวข้อมันคือระบบเครือข่ายและการสื่อสาร
แต่เขาพูดถึงการสื่อสารก่อนนะคะ

00:08:40.660 --> 00:08:46.792
ให้เราพูดจำง่าย ๆ ว่าการศึกษาข้อมูล
ก็คือการรับแล้วก็ส่งนะคะ

00:08:46.936 --> 00:08:50.295
ก็คือการที่ข้อมูล
มีการเคลื่อนย้ายจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งน่ะ

00:08:50.986 --> 00:08:52.725
เราจะเรียก "การสื่อสาร"

00:08:53.090 --> 00:08:56.000
ถ้าข้อมูลอยู่กับที่
เราจะไม่เรียก "การสื่อสาร" นะคะ

00:08:56.291 --> 00:08:57.542
จำแค่นี้นะคะ

00:08:58.133 --> 00:09:02.946
โดยการสื่อสารจะมีสื่อกลางในการนำนะคะ

00:09:02.971 --> 00:09:04.973
เราค่อยดูว่าสื่อกลางคืออะไร

00:09:04.998 --> 00:09:07.750
อย่างตอนนี้ที่ครูพูด
สื่อการ ก็คืออากาศนะคะ

00:09:08.163 --> 00:09:09.375
ส่วนเครือข่ายคอมพิวเตอร์

00:09:09.400 --> 00:09:12.458
ก็คือการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์
ตั้งแต่ 2 เครื่องขึ้นไปเข้าด้วยกัน

00:09:13.329 --> 00:09:15.625
เครือข่ายคอมพิวเตอร์
ไม่ได้เกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตนะคะ

00:09:16.196 --> 00:09:22.292
เรามีคอมพิวเตอร์อยู่ที่หอ 1 เครื่อง
เพื่อนที่อยู่ห้องติดกันก็มีคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง

00:09:22.489 --> 00:09:26.583
เราลากสาย LAN  ต่อถึงกัน
แบบนี้เรียก "เครือข่าย" ไหม

00:09:30.306 --> 00:09:33.125
คือ เล่นเกมน่ะ เกมออฟไลน์น่ะ

00:09:33.517 --> 00:09:37.000
ลากสาย LAN  ไปจากห้องเราไปห้องเพื่อน
เรียก "เครือข่ายคอมพิวเตอร์" ไหม

00:09:38.156 --> 00:09:39.037
อันนี้ก็คือเครือข่าย

00:09:40.031 --> 00:09:44.641
เครือข่ายอินเทอร์เน็ต
เป็นเครือข่ายประเภทหนึ่งของระบบเครือข่าย

00:09:45.825 --> 00:09:50.985
ฉะนั้น ถ้าพูดถึงเครือข่ายคอมพิวเตอร์นี่
มันไม่จำเป็นต้องเป็นอินเทอร์เน็ตเท่านั้นนะคะ

00:09:51.010 --> 00:09:56.116
อันนี้คือ...
อันนี้คือข้อสอบนะคะ ของบทนี้นะคะ

00:09:56.634 --> 00:09:59.000
เขาให้บอกความหมายของระบบเครือข่าย

00:09:59.025 --> 00:10:03.202
นักศึกษาต้องรู้ว่าระบบเครือข่าย
ก็คือการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์

00:10:03.227 --> 00:10:04.792
ตั้งแต่ 2 เครื่องขึ้นไปเลย

00:10:05.434 --> 00:10:08.738
2 เครื่องน่ะเข้าด้วยกัน
เราจะเรียกว่า "ระบบเครือข่าย" แล้ว

00:10:09.135 --> 00:10:11.750
โจทย์เขาก็จะมีหลอกล่อน่ะค่ะว่าอะไร

00:10:12.656 --> 00:10:15.000
อาจจะมีแบบ...
ขนาดคอมพิวเตอร์หลาย ๆ เครื่อง

00:10:15.025 --> 00:10:20.042
10 เครื่องอะไรอย่างนี้ค่ะ
เราต้องรู้หลักการในการเชื่อมต่อเครือข่าย

00:10:20.194 --> 00:10:25.917
ว่าตั้งแต่ 2 เครื่องที่ลากสายเข้าหากันนี่
เราเรียก "ระบบเครือข่าย" แล้วนะคะ

00:10:26.741 --> 00:10:28.462
แต่เป็นเครือข่ายขนาดเล็กน่ะนะคะ

00:10:28.487 --> 00:10:31.637
เครือข่ายระหว่างแบบ Stand Alone
กับ Stand Alone น่ะ

00:10:31.906 --> 00:10:33.458
ก็คือระบบเครือข่ายนะคะ

00:10:35.225 --> 00:10:37.715
คราวนี้องค์ประกอบของการสื่อสารนะคะ

00:10:37.786 --> 00:10:40.500
ครูบอกแล้วว่าบทนี้
จะเป็นการสื่อสารแบบระบบอิเล็กทรอนิกส์

00:10:40.898 --> 00:10:46.542
องค์ประกอบก็เลยมี 5 องค์ประกอบ
ที่เป็นการสื่อสารแบบอิเล็กทรอนิกส์นะคะ

00:10:46.899 --> 00:10:50.167
เหมือนกับการสื่อสารในห้องนะคะ
องค์ประกอบแรก ก็คือ Sander นะคะ

00:10:51.204 --> 00:10:54.486
ถ้าเป็นในการสื่อสารในห้อง
Sander นี่เป็นครูนะคะ เป็นอาจารย์ผู้สอน

00:10:54.819 --> 00:10:57.266
แต่ถ้าเกิด Sander
ของการสื่อสารแบบอิเล็กทรอนิกส์

00:10:57.291 --> 00:11:01.159
ก็คือเครื่องคอมพิวเตอร์ค่ะ
เป็นเครื่องส่งนะคะ

00:11:01.445 --> 00:11:03.958
Receiver ก็จะเป็นเครื่องรับนะคะ

00:11:04.274 --> 00:11:10.970
Data ที่ส่งตัว Content เนื้อหาที่เราเรียนน่ะ
เรารับรู้น่ะ อันนั้นคือ Data นะคะ

00:11:11.375 --> 00:11:15.292
สื่อกลางนะคะ ถ้าเป็นการสื่อสารในห้องแบบนี้
อากาศจะเป็นสื่อกลาง

00:11:15.848 --> 00:11:19.250
แต่ถ้าเป็นการสื่อสารแบบอิเล็กทรอนิกส์
สื่อกลางเราจะเรียกว่า "Medium"

00:11:19.844 --> 00:11:26.788
อาจจะอยู่ในรูปแบบของสื่อประเภทมีสาย
หรือเป็นแบบไร้สายนะคะ เดี๋ยวเราค่อยดูกัน

00:11:27.447 --> 00:11:31.917
แล้วก็กฎกติกานะคะ
ที่เราใช้ในการสื่อสารกัน

00:11:33.553 --> 00:11:35.125
ในห้องมีใช้กฎกติกาอะไร

00:11:36.338 --> 00:11:42.640
ก็จะมีทั้งภาษาพูดภาษาเดียวกัน
ภาษาไทย รวมถึงภาษามือไทย

00:11:43.664 --> 00:11:45.375
อันนี้คือ Protocol

00:11:46.427 --> 00:11:52.250
ฉะนั้น นักศึกษาจะต้องเห็นชัด
ในความหมายของแต่ละตัว

00:11:52.823 --> 00:11:56.423
อ่านโจทย์ข้อสอบดี ๆ นะคะ
หน้านี้ก็มีข้อสอบ

00:11:56.852 --> 00:11:59.752
แต่เขาคงไม่ถามว่า
"ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบของการสื่อสาร" น่ะ

00:11:59.777 --> 00:12:02.172
อันนั้นมันง่ายไป เราต้องได้คิดค่ะ

00:12:03.182 --> 00:12:07.917
ข้อใดไม่ใช่นะคะ
เราต้องดูดี ๆ ว่าตัวไหนไม่ใช่นะคะ

00:12:11.326 --> 00:12:15.042
แต่ถ้าเกิดเป็นโพรโทคอลของการสื่อสาร
แบบอิเล็กทรอนิกส์นะคะ

00:12:16.133 --> 00:12:17.958
มันก็คือโพรโทคอลที่กำหนดขึ้นมา

00:12:19.556 --> 00:12:24.618
อย่างเช่น เครือข่ายอินเทอร์เน็ต
มีโพรโทคอลหลักว่าอะไรคะ

00:12:25.278 --> 00:12:26.208
อันนี้เป็นข้อสอบ

00:12:27.548 --> 00:12:30.181
อินเทอร์เน็ตเป็นการเชื่อมต่อเครือข่ายใช่ไหมคะ

00:12:31.882 --> 00:12:34.083
เป็นแบบการเชื่อมต่อเครือข่ายระดับโลก

00:12:35.225 --> 00:12:37.208
แล้วระดับประเทศ ระดับทั่วโลกน่ะ

00:12:37.439 --> 00:12:40.955
เครือข่ายอินเทอร์เน็ต
เป็นเครือข่ายประเภทหนึ่ง

00:12:41.320 --> 00:12:43.465
เราเรียกว่า "เครือข่ายประเภท WAN"

00:12:44.157 --> 00:12:45.417
WAN มีหลายตัว

00:12:45.539 --> 00:12:48.083
หนึ่งในนั้น คือ อินเทอร์เน็ต
โอ.เค. ไหมคะ

00:12:49.175 --> 00:12:50.542
ฉะนั้น แยกให้ออกนะคะ

00:12:50.745 --> 00:12:53.792
มันไม่ได้เป็นอีกประเภทหนึ่งเลย
มันคือ WAN

00:12:54.610 --> 00:12:57.750
LAN, MAN, WAN
อินเทอร์เน็ต คือ WAN ค่ะ

00:12:58.081 --> 00:13:02.583
ในข้อสอบถามว่า "อินเทอร์เน็ตคืออะไร"
เราจะไปตอบไม่มีข้อถูก อันนั้นผิดนะคะ

00:13:03.588 --> 00:13:04.458
จำโจทย์ดี ๆ นะ

00:13:11.000 --> 00:13:13.542
ถ้าลากสายจากห้องเราไปห้องเพื่อนนี่
เป็นแบบไหน

00:13:16.458 --> 00:13:17.542
แล้วเป็นระดับตำบลหรือเปล่า

00:13:21.242 --> 00:13:22.208
ระดับหมู่บ้านได้ไหม

00:13:25.693 --> 00:13:28.833
เอาดี ๆ นะ
ให้มันชัดเจนนะ อัษฎาวุธ

00:13:29.165 --> 00:13:33.117
ถ้าเราบอกระดับตำบล
บางคนแบบตำบลฉันมี 10 หมู่บ้าน

00:13:33.150 --> 00:13:37.500
บางคนบอกมี 3 หมู่บ้านได้ไหม
อย่างนี้น่ะค่ะ นะ มันก็ย่อยลงมาอีก

00:13:37.525 --> 00:13:41.478
ฉะนั้น ครูถึงถามว่า
"ถ้าเรากับเพื่อนนี่ คือ LAN หรือเปล่า"

00:13:42.478 --> 00:13:45.799
ก็ LAN เหมือนกัน
ก็คือ 2 เครื่องขึ้นไปน่ะ LAN นะคะ

00:13:45.824 --> 00:13:48.542
เราก็จะดูบริเวณที่มันครอบคลุมน่ะค่ะ

00:13:49.843 --> 00:13:53.667
เพราะฉะนั้น ให้มันชัดเจนในความหมายนะคะ

00:13:53.692 --> 00:13:56.387
เพราะว่าเขาจะถามว่าอินเทอร์เน็ต...

00:13:57.442 --> 00:13:58.712
วันนี้บอกข้อสอบไป 4 ข้อแล้วนะ

00:13:59.204 --> 00:14:03.125
"อินเทอร์เน็ตเป็นเครือข่ายประเภทใด
เพราะเหตุใด" น่ะค่ะ

00:14:03.580 --> 00:14:07.837
มันจะมี LAN, MAN, WAN
ไม่มีข้อถูกนะคะ

00:14:08.275 --> 00:14:10.083
ถ้าใครที่ได้โจทย์แบบนี้มันก็ง่ายนะ

00:14:10.892 --> 00:14:13.175
แต่ใครที่ได้โจทย์แบบพลิกแพลงไปน่ะ

00:14:13.667 --> 00:14:15.865
ก็คือถามเรื่องอินเทอร์เน็ต
เขาอาจจะออกมา 10 ข้อ

00:14:16.175 --> 00:14:19.875
มันก็จะ Random มาน่ะค่ะ ใครได้ข้อไหน
แต่เป็นเรื่องของอินเทอร์เน็ตนะคะ

00:14:20.275 --> 00:14:21.060
โอ.เค.

00:14:22.284 --> 00:14:27.540
อันนี้เป็นภาพประกอบของสื่อสาร...
องค์ประกอบของการสื่อสารข้อมูลนะคะ

00:14:27.565 --> 00:14:29.333
ก็จะมีทั้งผู้ส่งผู้รับ

00:14:29.713 --> 00:14:33.615
แต่รูปแบบนี้เราเรียกว่ารูปแบบอะไรนะ
ถ้าสื่อสารแบบมีองค์ประกอบแบบนี้

00:14:35.162 --> 00:14:35.750
No

00:14:38.275 --> 00:14:39.667
อันนั้นเป็นโครงสร้างค่ะ Bus น่ะ

00:14:41.066 --> 00:14:44.792
ถ้าแบบนี้ คือ การสื่อสารข้อมูล
แบบอิเล็กทรอนิกส์ จำให้ดีนะคะ

00:14:45.277 --> 00:14:47.625
อย่างเราในห้องนี่
คือ การสื่อสารเหมือนกันใช่ไหม

00:14:48.113 --> 00:14:50.583
แต่เป็นการสื่อสารทั่วไป ไม่มีเล็กทรอนิกส์

00:14:50.885 --> 00:14:51.792
ถ้ามีอิเล็กทรอนิกส์เมื่อไหร่

00:14:51.817 --> 00:14:55.125
จะมีเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นส่ง
เครื่องคอมพิวเตอร์เป็นผู้รับ

00:14:55.278 --> 00:14:58.074
มี Data มีสื่อกลาง มี Protocol นะคะ

00:14:59.718 --> 00:15:04.042
มันเหมือนง่ายนะเรื่องนี้
มันจะง่ายถ้าเราเข้าใจอย่างนี้นะคะ

00:15:05.278 --> 00:15:08.167
คราวนี้ทำไมต้องมีการสื่อสารข้อมูล
ให้ตอบนอกเหนือจากนี้

00:15:09.212 --> 00:15:11.875
จักรพันธ์ 1 ข้อ
ทำไมต้องมีการสื่อสารข้อมูล

00:15:12.739 --> 00:15:14.875
ห้ามลอกใน 6 ข้อนี้

00:15:15.916 --> 00:15:20.875
ผมนั่นล่ะครับ ตอบมา 1 ข้อ
ห้ามลอกที่ครูทำสไลด์มา

00:15:22.543 --> 00:15:24.833
ความคิดเราน่ะ ทำไมถึงมีการสื่อสารข้อมูล

00:15:28.104 --> 00:15:31.083
เอาคิดแบบบ้าน ๆ  เราน่ะ
ทำไมต้องมีการสื่อสารข้อมูล

00:15:33.762 --> 00:15:35.000
ทำไมไม่ต่างคนต่างอยู่

00:15:38.456 --> 00:15:41.792
เพราะว่ามันมีสังคมนะ คนเรามีสังคมค่ะ

00:15:42.613 --> 00:15:44.500
ก็เลยจำเป็นต้องสื่อสารกัน

00:15:45.548 --> 00:15:47.792
มีอีกไหมคะ
ทำไมต้องมีการสื่อสารข้อมูล

00:15:48.163 --> 00:15:51.417
เพื่อกระจายข้อมูลข่าวสารอย่างนี้น่ะค่ะ ถึงกัน

00:15:51.588 --> 00:15:52.083
มีอีกไหม

00:15:52.726 --> 00:15:55.000
ทำไมต้องมีการสื่อสารข้อมูล
ทำไมไม่ต่างคนต่างอยู่

00:15:55.025 --> 00:15:58.083
อยู่บ้านใคร บ้านเรา
ไม่ต้องไปยุ่งกับใครแบบนี้

00:16:01.233 --> 00:16:04.550
แลกเปลี่ยน นอกจากกระจายไป
ก็คืออาจจะไปในทิศทางเดียวนะ

00:16:05.147 --> 00:16:10.241
แต่ฝั่งที่รับก็อาจจะต้องการสื่อสารกลับมานะคะ
ตอบกลับ

00:16:11.082 --> 00:16:12.708
อันนี้คือการแลกเปลี่ยนนะคะ

00:16:14.964 --> 00:16:17.250
มีอีกไหมคะ ทำไมต้องมีการสื่อสารข้อมูล

00:16:18.340 --> 00:16:21.000
ปรเมษฐ์ ทำไมต้องมีการสื่อสารข้อมูล

00:16:22.909 --> 00:16:25.125
ใช่ค่ะ ทำไมเราจะต้องมีการสื่อสารข้อมูล

00:16:25.699 --> 00:16:29.034
เอาแบบทำไมต้องมีการสื่อสารข้อมูล
แบบอิเล็กทรอนิกส์ อย่างนี้เลย

00:16:30.408 --> 00:16:31.250
ในความคิดเรา

00:16:33.876 --> 00:16:37.042
มีแบบกระจาย มีแบบโต้ตอบ มี

00:16:39.138 --> 00:16:42.083
มีแบบแชร์ โอ.เค.
แชร์กับกระจายนี่ต่างกันหรือเปล่า

00:16:45.027 --> 00:16:48.333
กระจายมัน Distribute
แชร์ ก็คือ Share

00:16:49.637 --> 00:16:52.789
ภาษาอังกฤษมันใช้คนละคำครับ
มีอีกไหมคะ

00:16:53.976 --> 00:16:55.417
เอาไปให้ได้นะ แถไปให้จบนะ

00:16:56.278 --> 00:17:00.083
มีอีกไหม ทำไมต้องมีการสื่อสาร
ปรเมษฐ์ตอบไปแล้ว ถามใครอีก

00:17:01.146 --> 00:17:03.417
กรพจน์
ทำไมต้องมีการสื่อสารข้อมูล

00:17:09.816 --> 00:17:12.750
เพราะบางทีข้อมูลนั้นมันสำคัญ
ข้อมูลนั้นมีประโยชน์

00:17:13.205 --> 00:17:15.542
อย่างเช่น การแพร่ระบาดของ COVID

00:17:16.659 --> 00:17:18.938
ทำไมแต่ละประเทศไม่อยู่นิ่ง ๆ
นึกออกไหมคะ

00:17:19.192 --> 00:17:20.803
ไม่ต้องบอกใครดีไหม

00:17:22.472 --> 00:17:25.125
ตอนนี้เราอาจจะติดแล้วก็ได้
ถ้าไม่มีการบอกนะ

00:17:26.606 --> 00:17:29.145
เพราะว่า... คือ ถ้าเป็นอย่างพวกเรานี่

00:17:29.170 --> 00:17:32.125
วัยรุ่นนี่ค่ะ ร่างกายแข็งแรงนี่
มันจะไม่มีอาการไง

00:17:32.637 --> 00:17:34.792
แต่เมื่อไหร่ที่มีเชื้อมันแพร่ได้ไหม

00:17:36.242 --> 00:17:40.208
มันแพร่กระจายไปได้เลยค่ะ
เมื่อไหร่ก็ตามที่เราติดเชื้อตัวนี้มา

00:17:41.385 --> 00:17:43.167
เราก็แพร่กระจ่ายให้เพื่อนได้เลย

00:17:43.998 --> 00:17:50.075
อันนี้คือถ้าเราไม่มีการสื่อสารข้อมูล
เราก็จะไม่รู้นะคะ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นอย่างนี้ค่ะ

00:17:50.662 --> 00:17:51.625
ฉะนั้นนะคะ

00:17:51.650 --> 00:17:56.833
วัตถุประสงค์ ก็คือที่เรากล่าวมาแล้วนะคะ
แล้วก็ลดเวลาในการทำงานบางอย่าง

00:17:57.353 --> 00:18:02.875
เราสามารถเรียนรู้
จากข้อมูลที่คนอื่นเขาค้นคว้ามาก่อนอย่างนี้ค่ะ

00:18:03.413 --> 00:18:05.284
ประหยัดค่าใช้จ่ายนะคะ

00:18:05.309 --> 00:18:11.442
รวมถึง... หมายถึงว่าประหยัดค่าใช้จ่าย
ในการส่งข้อมูลข่าวสารแบบอิเล็กทรอนิกส์นะคะ

00:18:11.634 --> 00:18:13.958
เพราะเราใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์นะ

00:18:14.260 --> 00:18:18.792
การส่งเมลหรือการสื่อสารผ่านโซเชียลนี่ค่ะ
มันประหยัด

00:18:19.684 --> 00:18:22.083
แทนที่เราจะใช้วิธีการอื่น
ที่มันจะต้องเสียสตางค์น่ะ

00:18:22.108 --> 00:18:24.500
เราไม่ต้องเสียนะคะ
อันนี้คือประหยัดนะคะ

00:18:25.032 --> 00:18:28.875
การขยายธุรกิจหรือการสื่อสารระหว่างองค์กรนี่
มันทำได้ง่าย

00:18:29.292 --> 00:18:32.448
พอเราใช้การสื่อสารข้อมูล
แบบอิเล็กทรอนิกส์นะคะ

00:18:33.225 --> 00:18:34.000
ต่อไป

00:18:36.114 --> 00:18:39.917
อันนี้อธิบายไปแล้วนะคะ
ย่นระยะเวลาการทำงานนะคะ

00:18:40.183 --> 00:18:41.833
เพราะว่าระบบมันทันสมัยนะ

00:18:42.162 --> 00:18:47.917
รวมถึงการสื่อสารข้อมูลนี่
มันสามารถเอาชนะข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์

00:18:48.293 --> 00:18:54.375
ตัวอย่างเช่น แทนที่เราจะต้องเดินทางไปประชุม
หรือไปอบรมที่ไกล ๆ อย่างนี้น่ะค่ะ

00:18:54.400 --> 00:18:58.083
เราสามารถผ่าน Video Conference ได้นะคะ

00:18:58.108 --> 00:19:00.250
หรือการบริหารจัดการร้าน

00:19:00.275 --> 00:19:03.202
เอาง่ายสุดที่ทุกคนรู้จัก
ก็คือร้าน 7-ELEVEN นี่ค่ะ

00:19:03.734 --> 00:19:06.125
ทั่วประเทศมีเซเว่น(อีเลฟเว่น)กี่สาขา

00:19:11.463 --> 00:19:16.900
แต่ทั้งหมดเขามีข้อมูลอยู่เพียงที่เดียวนะคะ

00:19:17.621 --> 00:19:19.958
ศูนย์ Data Center เขาน่ะ
มีที่เดียวน่ะค่ะ

00:19:20.085 --> 00:19:24.125
เขาไม่ต้องไปตามตะลอนดูว่าที่ไหน
สาขาไหนเป็นอย่างไรน่ะค่ะ

00:19:26.432 --> 00:19:31.828
ฉะนั้น อันนี้คือการบริหารจัดการ
การสื่อสารแบบองค์รวมนะคะ

00:19:31.853 --> 00:19:33.875
เขาก็จะมี Database ที่เดียวนะคะ

00:19:37.227 --> 00:19:39.667
นอกจากนี้นะคะ
ประโยชน์ของระบบการสื่อสาร

00:19:39.692 --> 00:19:44.417
ก็ยังสร้างความร่วมมือนะคะ
การกำหนดกลยุทธ์ต่าง ๆ นะคะ พวกนี้

00:19:45.190 --> 00:19:49.250
คราวนี้ข้ามมาอีกเรื่องหนึ่ง
ก็คือชนิดของสัญญาณข้อมูลนะคะ

00:19:49.704 --> 00:19:51.833
เคยได้ยินสัญญาณ Analog ไหมคะ

00:19:53.197 --> 00:19:55.000
สัญญาณ Analog เป็นอย่างไร

00:19:57.965 --> 00:20:00.542
ให้บอกลักษณะก่อน Analog นะ

00:20:06.608 --> 00:20:08.700
เป็นคลื่นนะ

00:20:09.367 --> 00:20:13.125
เป็นคลื่นสัญญาณนะคะ ถ้าบอก Analog
ไม่ใช่เปิดกับปิดนะคะ

00:20:14.206 --> 00:20:19.417
อย่าจำสับสนกันนะคะ
ตอบลักษณะของสัญญาณให้ถูกต้องนะคะ

00:20:20.491 --> 00:20:23.100
เขาอาจจะให้โจทย์มายาว ๆ 3-4 บรรทัด

00:20:23.125 --> 00:20:29.167
แล้วถามว่าจากที่โจทย์บอกมาน่ะ
มันเป็นความหมายของสัญญาณแบบใดนะคะ

00:20:29.192 --> 00:20:31.833
ฉะนั้น เราต้องบอก
เราต้องรู้ลักษณะนะคะ

00:20:32.034 --> 00:20:35.250
ถ้าเป็น Sine Wave นี่
คือ Analog Signal นะคะ

00:20:35.826 --> 00:20:39.083
Sine Wave ก็คือเป็นคลื่นสัญญาณ
คลื่นวิทยุนี่คะ

00:20:39.717 --> 00:20:46.093
ลักษณะของคลื่นเป็นอย่างไรคะ
ก็จะมีความถี่ มีความเข้มนะ ไม่เท่ากัน

00:20:46.749 --> 00:20:49.917
ระยะทางมีผลกับความเข้มไหมคะ

00:20:51.808 --> 00:20:55.208
เราต้องอยู่ระยะไหน
มันถึงจะได้รับสัญญาณอย่างเต็ม

00:20:57.014 --> 00:20:59.083
อยู่ใต้เสาเลย ได้รับสัญญาณไหม

00:20:59.857 --> 00:21:02.292
มันอาจจะส่งข้ามนะ

00:21:03.139 --> 00:21:06.015
เราต้องอยู่ระยะที่คลื่นนั้นส่งได้

00:21:06.580 --> 00:21:08.917
ถ้าอยู่ไกลไปคลื่นสัญญาณนะคะ
เอาอย่างนี้

00:21:09.577 --> 00:21:10.750
เหมือนสัญญาณโทรศัพท์น่ะ

00:21:14.056 --> 00:21:15.208
เป็นอย่างไรคะ สัญญาณโทรศัพท์

00:21:16.137 --> 00:21:21.625
ถ้าเราอยู่ใกล้เสาที่ส่ง เสาส่งนะคะ
สัญญาณก็จะแรง ก็จะเต็ม

00:21:21.650 --> 00:21:26.500
เราอาจจะดูหนัง เล่นเกม
อะไรของเราแบบสมูทเลย

00:21:26.525 --> 00:21:29.875
ไม่มีการตัดขาด
ไม่มีคลื่นสัญญาณหายนะคะ

00:21:29.900 --> 00:21:31.292
อันนี้คือ Sine Wave

00:21:31.804 --> 00:21:36.408
แต่ถ้าเกิดเราอยู่ไกลที่นี่
มันก็จะติดต่อได้บ้างไม่ได้บ้าง

00:21:36.508 --> 00:21:38.952
อันนี้คือลักษณะของ Analog Signal นะคะ

00:21:39.660 --> 00:21:42.917
แต่ถ้าเกิดเป็นแบบเปิด-ปิด
เหมือนที่เราตอบเมื่อกี้

00:21:43.203 --> 00:21:48.458
เราเรียกว่า "Digital Signal" นะคะ
ลักษณะสัญญาณแบบคลื่นดิจิทัลค่ะ

00:21:49.971 --> 00:21:53.200
คือ เปิดกับปิด
ถ้าเปิดก็แทนด้วย 1

00:21:53.233 --> 00:21:58.500
ถ้าปิด ก็คือไม่มีการต่อสัญญาณน่ะค่ะ

00:21:58.793 --> 00:22:01.500
ก็คือตัดสัญญาณน่ะ ก็คือ 0 นะคะ

00:22:01.723 --> 00:22:05.182
ถ้าต่อหรือเปิด ก็คือ 1
มีแค่ 2 ระดับ

00:22:05.769 --> 00:22:10.417
ไม่มีสัญญาณอ่อน มีแค่มีกับไม่มีน่ะ

00:22:11.518 --> 00:22:15.066
เหมือนเราเปิด-ปิดสวิตช์น่ะ
ไม่มีแบบไฟมานิดหน่อย ไม่มีค่ะ

00:22:15.596 --> 00:22:20.208
ถ้าเปิดสวิตช์ไฟก็สว่าง
ถ้าปิดสวิตช์ไฟก็ดับ มีแค่ 2 ลักษณะนะคะ

00:22:21.015 --> 00:22:24.750
ฉะนั้น ถ้าเขาอธิบายลักษณะของ
Digital Signal กับ Analog นี่

00:22:24.775 --> 00:22:29.250
เราต้องชัดเจน
ว่าถ้าดิจิทัลเป็นแบบคลื่นแบบสูงกับต่ำ

00:22:29.767 --> 00:22:34.625
แต่ถ้าเกิดเป็น Analog มันคือ Sine Wave
ก็คือคลื่นสัญญาณสูง-ต่ำ

00:22:35.132 --> 00:22:40.083
พอระยะทางไกลขึ้นนะคะ
คลื่นสัญญาณมันก็จะเบาบางลงนะคะ

00:22:40.108 --> 00:22:40.787
เอาอย่างนี้แล้วกัน

00:22:42.398 --> 00:22:47.016
คราวนี้ 3 คำนี้เคยได้ยินมาก่อนไหมเอ่ย
คำศัพท์เกี่ยวกับ...

00:22:50.897 --> 00:22:52.500
เกี่ยวกับคลื่นสัญญาณ Hertz (Hz)

00:22:54.489 --> 00:22:56.042
Hertz หมายถึงอกหักไหม

00:22:57.294 --> 00:22:59.333
No มันเขียนไม่เหมือนกันนะคะ

00:23:00.497 --> 00:23:03.125
Hertz ตัวนี้หมายถึงความถี่ของสัญญาณค่ะ

00:23:03.407 --> 00:23:05.458
สัญญาณแบบไหนถึงจะมีความถี่

00:23:07.490 --> 00:23:11.083
สัญญาณแบบ Analog Signal
หรือสัญญาณแบบ Digital Signal

00:23:12.369 --> 00:23:17.281
Analog นะคะ
ถึงจะมีความถี่และมีความเข้มนะคะ

00:23:17.306 --> 00:23:18.542
มี 2 คำนี้จำให้ดีนะ

00:23:19.741 --> 00:23:23.250
เรานับคลื่นความถี่ของสัญญาณ
มีหน่วยเป็นอะไรคะ

00:23:28.408 --> 00:23:31.833
รอบต่อรอบต่อวินาที

00:23:33.143 --> 00:23:38.103
รอบต่อวินาทีเราเรียกว่า "Bit Rate"

00:23:39.230 --> 00:23:44.109
เราจะไม่ได้เรียนรายวิชานี้อีกนะคะ
ในชีวิตนี้จากนี้จนจบนี่

00:23:44.482 --> 00:23:49.500
อันนี้เป็นความรู้พื้นฐานที่นักศึกษาจะต้องรู้
เพราะเราจบเอกคอมพิวเตอร์นะคะ

00:23:49.997 --> 00:23:55.958
ฉะนั้น ถ้าพูดถึง Hertz นี่ ถามว่า Hertz นี่
คือ การนับรอบค่ะ รอบความถี่

00:23:57.449 --> 00:24:01.958
รอบต่อวินาทีเราจะเรียก "Hertz" นะคะ

00:24:02.478 --> 00:24:05.482
รอบต่อวินาที
คือ Bit Per Second (bps) นะคะ

00:24:05.507 --> 00:24:06.917
bps ก็คือ...

00:24:09.919 --> 00:24:12.468
ลักษณะการส่งน่ะค่ะ
เขาเรียก "ความเร็ว" นะ

00:24:12.754 --> 00:24:15.125
Rate หมายถึงการส่ง อัตราการส่ง

00:24:15.160 --> 00:24:19.125
ความเร็วในการส่งสัญญาณ
ที่เป็นแบบดิจิทัลนะคะ

00:24:20.011 --> 00:24:23.837
1 วินาที ส่งข้อมูลได้กี่บิตน่ะ
bps นะคะ

00:24:23.861 --> 00:24:24.691
Bit Per Second

00:24:25.634 --> 00:24:30.333
มันจะเป็นตัว b เล็ก p เล็ก s เล็ก

00:24:32.037 --> 00:24:36.333
ถ้าหน่วยเป็น B ใหญ่ล่ะ MB นี่แทนอะไร

00:24:38.133 --> 00:24:38.583
ค่ะ

00:24:42.228 --> 00:24:43.167
MB ใหญ่

00:24:43.872 --> 00:24:45.274
ครูซื้อ Flash Drive มา

00:24:46.951 --> 00:24:49.617
ดูดี ๆ นะ มันต่างกันนะคะ

00:24:49.650 --> 00:24:52.625
ฉะนั้น เอกคอม(พิวเตอร์)
คุณต้องอ่านหน่วยให้ถูกนะ

00:24:53.115 --> 00:24:57.302
ถ้าหน่วยของความจุมันจะเป็นตัวใหญ่นะคะ

00:24:57.351 --> 00:25:01.891
เช่น MB คือ หน่วยความจุ MB ใหญ่

00:25:02.410 --> 00:25:03.542
คือ หน่วยความจุค่ะ

00:25:03.907 --> 00:25:06.208
แต่ถ้าเกิดเป็น M แล้วก็ b เล็กล่ะ

00:25:07.725 --> 00:25:09.125
เป็นหน่วยของความเร็วนะคะ

00:25:10.102 --> 00:25:14.417
b อันนั้น คือ Per Second น่ะ
bps นะคะ

00:25:14.441 --> 00:25:16.542
1 วิ(นาที) ส่งได้กี่บิตนะคะ

00:25:17.935 --> 00:25:21.417
Bandwidth ล่ะ มีเยอะหรือมีน้อยถึงจะดี

00:25:22.512 --> 00:25:23.625
รู้จัก Bandwidth ไหมคะ

00:25:26.999 --> 00:25:28.208
Bandwidth คืออะไร

00:25:29.204 --> 00:25:34.387
เอาแบบยกตัวอย่างในชีวิตประจำวัน
ที่พูดเพื่อนปุ๊บ เพื่อน อ๋อ เลย

00:25:36.159 --> 00:25:36.875
Bandwidth

00:25:38.029 --> 00:25:40.750
ไม่ ๆ เอายกตัวอย่างในชีวิตประจำวันเรานี่ค่ะ

00:25:41.739 --> 00:25:43.208
ให้ยกตัวอย่างมา 1 อย่าง

00:25:45.474 --> 00:25:47.125
ยิ่งเยอะยิ่งดี คืออะไร

00:25:50.360 --> 00:25:54.792
มันต้องมีการไหลด้วยหรือเปล่า
เงินนี่ต้องไหลไปหรือไหลมาดี

00:25:58.486 --> 00:26:02.125
อธิบายให้เห็นภาพ
อันที่กล่าวมายังไม่เห็นภาพค่ะ

00:26:03.262 --> 00:26:06.167
แบบไหนดี ถนน
ถนนเป็นอย่างไรคะ

00:26:09.321 --> 00:26:10.221
หลายเลนดีไหม

00:26:11.649 --> 00:26:17.593
เพราะมันจะทำความเร็วได้

00:26:18.563 --> 00:26:22.333
ท่อน้ำ ท่อน้ำเป็นอย่างไรคะ
ท่อใหญ่ดีไหม

00:26:25.752 --> 00:26:28.986
มันก็ยิ่งระบายดี
อันนั้นคือ Bandwidth นะคะ

00:26:29.423 --> 00:26:33.176
เราวิ่งมาท่อใหญ่ ๆ แล้วมาถึงก๊อกเล็ก ๆ

00:26:33.541 --> 00:26:36.708
ท่อเท่านี้ มาถึงก๊อกแค่นี้
มีประโยชน์ไหม

00:26:38.417 --> 00:26:43.098
คือ มานี่แบบว่าท่อเท่านี้เลย
แต่พอมาถึงก๊อก ก๊อกน้ำน่ะค่ะ

00:26:43.432 --> 00:26:44.750
คือ ท่อกลางมานี่

00:26:44.945 --> 00:26:49.167
อย่างเช่น ประปาบ้านเรานะ ท่อใหญ่มากค่ะ
แต่พอเลี้ยวเข้ามาบ้านเรานี่ท่อเท่านี้

00:26:50.439 --> 00:26:51.375
มันก็ออกเท่านี้

00:26:53.155 --> 00:26:54.230
อันนี้คือลักษณะ

00:26:54.857 --> 00:26:59.750
เรานึกถึงถ้าเราไปเจอข้อสอบพวกคำศัพท์
แต่เขาคงไม่ถามความหมายน่ะค่ะ

00:27:00.091 --> 00:27:03.833
เขาจะยกตัวอย่างมาน่ะ
เรานึกถึงที่ครูยกตัวอย่างท่อน้ำนี่เลย

00:27:04.143 --> 00:27:08.667
Bandwidth ยิ่งเยอะ ยิ่งใหญ่ก็ยิ่งดีนะคะ
มันจะส่งสัญญาณได้เร็วนะ

00:27:10.943 --> 00:27:13.463
คราวนี้เรามาดูตัวนี้

00:27:14.036 --> 00:27:18.468
เขาเรียกประเภท
หรือรูปแบบการสื่อสารข้อมูลมี 3 แบบนะคะ

00:27:19.254 --> 00:27:20.778
แบบที่ 1 ก็คือ Simplex

00:27:21.635 --> 00:27:28.500
เป็นแบบส่งข้อมูล
หรือรับข้อมูลแบบทิศทางเดียว One-way

00:27:29.901 --> 00:27:32.375
อะไรบ้างที่เป็นการสื่อสารแบบ One-way

00:27:36.348 --> 00:27:39.792
การดูโทรทัศน์ One-way ไหม

00:27:40.992 --> 00:27:46.156
ไม่อยากดูช่องนี้ กดไปช่องอื่น
ก็ดูเหมือนเดิมไหม

00:27:47.593 --> 00:27:48.583
ก็ดูเหมือนเดิมค่ะ

00:27:49.073 --> 00:27:51.915
คือ แค่เปลี่ยนช่องสัญญาณ
แต่เราก็ดูเหมือนเดิม

00:27:52.424 --> 00:27:56.083
แปลว่าเราเป็น Sender หรือเป็น Receiver

00:27:58.309 --> 00:28:01.070
เราเป็นคนดูน่ะ เราเป็นคนรับน่ะ

00:28:01.808 --> 00:28:06.096
เราก็เป็น Receiver เหมือนเดิม
เปลี่ยนช่องเราก็เป็นผู้รับเหมือนเดิมนะคะ

00:28:06.359 --> 00:28:11.583
ต้นทางเขาไม่สามารถเห็นเราน่ะ
มีแต่เราเห็นเขาฝั่งเดียวอย่างนี้ค่ะ

00:28:12.159 --> 00:28:14.846
เราเรียกว่า "การสื่อสารแบบทิศทางเดียว"

00:28:14.871 --> 00:28:19.708
ถ้าเป็นการเดินรถ
ก็เป็นการเดินรถแบบ One-way นะคะ

00:28:21.265 --> 00:28:23.333
ถ้าเป็นแบบ Half-duplex ล่ะ

00:28:25.055 --> 00:28:26.417
อันนี้เขาเรียก "กึ่ง"

00:28:27.472 --> 00:28:29.833
เหมือนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปน่ะ
สำเร็จรูปหรือยัง

00:28:31.529 --> 00:28:33.167
มันกึ่งทานได้ไหมคะ

00:28:35.644 --> 00:28:38.875
ทานได้ แต่ไม่ถูกต้องตามวิธีการ

00:28:39.793 --> 00:28:41.917
เพราะมันกึ่งไงนะคะ

00:28:41.942 --> 00:28:46.482
ที่ถูก คือ ต้องทำให้มันสุกก่อนนะ
มันก็จะเป็นบะหมี่สำเร็จรูป

00:28:46.863 --> 00:28:52.082
อันนี้เหมือนกันค่ะ มันยังไม่เป็น Duplex
มันคือ Half ก็คือครึ่งนึง

00:28:52.654 --> 00:28:57.917
ส่งและรับได้ มีเงื่อนไขว่าต้องคนละเวลา

00:29:00.582 --> 00:29:04.866
ทำพร้อมกันไม่ได้ค่ะ
ก็เลยยกตัวอย่างมาเป็นวิทยุสื่อสาร

00:29:05.744 --> 00:29:08.083
นักศึกษามีช่องทางอื่นอีกไหมคะ ยกตัวอย่างมา

00:29:09.750 --> 00:29:12.617
ให้ 1 คะแนน
สำหรับคนที่ตอบถูกเรื่อง Half-duplex

00:29:15.923 --> 00:29:20.917
ส่งและรับได้ แต่ต้องคนละเวลา
ทำพร้อมกันไม่ได้

00:29:20.942 --> 00:29:23.875
ครูยกตัวอย่าง คือ วิทยุสื่อสารหรือวอ

00:29:24.276 --> 00:29:25.708
นักศึกษายกตัวอย่างมา 1 อย่าง

00:29:27.295 --> 00:29:30.083
โทรศัพท์นี่ เพื่อนพูดอยู่คุณพูดไม่ได้หรือ

00:29:31.363 --> 00:29:33.762
ก็คุณพูดขณะที่เพื่อนพูด
เพื่อนได้ยินเสียงเราหรือเปล่า

00:29:35.549 --> 00:29:36.750
อย่างนั้นก็ไม่ใช่ Half ค่ะ

00:29:37.414 --> 00:29:43.292
Half นี่ทำได้ทีละคน ทีละเครื่อง

00:29:43.603 --> 00:29:44.149
ใช่ค่ะ

00:29:47.076 --> 00:29:49.583
รุ่นนี้นี่เกิดทันโทรเลขด้วยหรือ

00:29:51.477 --> 00:29:52.292
มันยังมีไหม

00:29:53.297 --> 00:29:55.917
เอาอันที่มันมีหน่อยสิ
มันนึกไม่ออกน่ะ

00:29:58.724 --> 00:29:59.333
อะไร

00:30:02.720 --> 00:30:06.125
การติดต่อระยะไกล
ดาวเทียมนี่ส่งระยะใกล้ได้ไหม

00:30:08.647 --> 00:30:09.542
ส่งพร้อมกันได้ไหม

00:30:12.366 --> 00:30:13.792
ถ้ามันได้ก็ไม่ใช่ Half

00:30:15.972 --> 00:30:19.784
หมายถึงว่าถ้ามันได้ คือ เขาไม่ทำเฉย ๆ
แต่มันทำได้อยู่น่ะ ไม่ใช่ Half ค่ะ

00:30:20.257 --> 00:30:23.333
มันต้องทำไม่ได้เลยในห้วงเวลาเดียวกัน

00:30:25.470 --> 00:30:26.958
ถามอย่างนี้ก่อน รู้จักวอใช่ไหม

00:30:28.090 --> 00:30:29.167
วอนี่มันทำงานอย่างไร

00:30:30.966 --> 00:30:34.583
กดเพื่อขอช่องทาง... เหมือนจองน่ะ

00:30:35.270 --> 00:30:38.703
คนที่กด คือ คนที่จองช่องทางนะ

00:30:39.237 --> 00:30:40.980
จองช่องสัญญาณน่ะค่ะ

00:30:41.396 --> 00:30:46.166
ที่เหลือนี่ต้องฟังนะ
ที่เหลือที่อยู่ในวงเดียวกันนี่

00:30:47.144 --> 00:30:49.917
ไม่สามารถกดพร้อมกันได้น่ะค่ะ

00:30:50.177 --> 00:30:54.007
ใครกดก่อนคนนั้นจะได้สิทธิ์ในการส่ง

00:30:54.730 --> 00:30:55.875
ที่เหลือนี่ คือ ฟัง

00:30:57.683 --> 00:31:01.330
คนอื่นจะส่งได้เมื่อไหร่ วอ

00:31:03.792 --> 00:31:09.042
หลังจากคนแรกกดปล่อยตรงกดน่ะ
ก็แปลว่าช่องมันก็จะว่างใช่หรือเปล่า

00:31:10.370 --> 00:31:12.958
ก็คือคนแรกพูดเสร็จแต่เขาไม่ปล่อยก็ไม่ได้นะ

00:31:15.315 --> 00:31:18.750
ครูก็เลยให้นึกถึงอุปกรณ์อะไร
ที่มันทำงานเหมือนวอน่ะ

00:31:22.149 --> 00:31:23.594
มีใกล้ตัว

00:31:25.110 --> 00:31:25.625
อะไรนะ

00:31:27.327 --> 00:31:29.146
Pager
เพจเจอร์นี่ก็เกิดทันหรือ

00:31:30.448 --> 00:31:34.042
โทรสารก็งงไปแล้วรอบหนึ่ง
เพจเจอร์นี่ก็เกิดทันด้วยหรือ

00:31:36.025 --> 00:31:37.877
เพจเจอร์เป็นอย่างไร การทำงาน

00:31:40.133 --> 00:31:40.958
ส่งอย่างไร

00:31:43.492 --> 00:31:46.750
ส่งอย่างไร
เพจ(เจอร์)นี่เป็นตัวส่งหรือเป็นตัวรับ

00:31:49.056 --> 00:31:52.025
เพจฯ ส่งไม่ได้น่ะค่ะ คิดดี ๆ

00:31:52.739 --> 00:31:58.200
เพจเจอร์น่ะเป็น Receiver น่ะค่ะ
ครูนี่เกิดทันทุกรุ่นเลยที่เราพูดมานี่

00:31:59.129 --> 00:32:00.394
มันเป็นเครื่องเล็ก ๆ ใช่หรือเปล่า

00:32:04.333 --> 00:32:05.369
ตอนนี้มันไม่มีแล้ว

00:32:05.884 --> 00:32:07.792
ลักษณะการทำงาน เดี๋ยวเล่าให้ฟังก่อน

00:32:08.845 --> 00:32:13.208
เราจะมีตัวรับ คือ เพจเจอร์นี่อยู่ที่เรา
มีคนส่งข้อความมา

00:32:15.131 --> 00:32:19.583
แล้วเวลาส่งล่ะ เดี๋ยวอย่าเพิ่ง
แล้วเวลาส่งล่ะ โทร. เข้าไปที่ศูนย์ค่ะ

00:32:20.755 --> 00:32:26.333
คุณต้องโทร. ผ่านโทรศัพท์นี่เข้าไปนะคะ
ที่ศูนย์ส่ง

00:32:26.358 --> 00:32:28.917
แล้วศูนย์ก็จะส่งต่อให้
ไม่ใช่เราส่งเองนะ

00:32:30.751 --> 00:32:31.557
เขาก็จะพูด...

00:32:32.834 --> 00:32:35.258
ไม่อายสิ เพราะไม่รู้จักกัน
นึกออกหรือเปล่า

00:32:35.882 --> 00:32:39.917
แต่ปกติเราก็ไม่ส่งข้อความยาว ๆ
เราจะส่งข้อความสั้น ๆ น่ะค่ะ

00:32:42.301 --> 00:32:43.708
อีเมลส่งพร้อมกันได้ไหม

00:32:46.528 --> 00:32:50.125
มันการันตีไม่ได้ว่ามันส่งพร้อมกันไม่ได้ไง
แต่วอนี่มันชัด

00:32:51.899 --> 00:32:54.466
อะไรอีกที่ทำพร้อมกันไม่ได้
ยังให้อยู่นะ 1 คะแนนนั่นน่ะ

00:32:56.032 --> 00:32:56.686
มีอีก คิด

00:32:57.868 --> 00:32:59.708
ตอบเลย เดี๋ยวข้างหลังตอบมาค่ะ

00:33:00.948 --> 00:33:01.625
อะไรนะ

00:33:05.418 --> 00:33:09.150
จดหมายนี่มันไม่มีใครห้ามนะ
ว่าห้ามส่งพร้อมกัน

00:33:09.597 --> 00:33:14.458
ครูส่งจดหมายถึงมัณฑนา
มัณฑนาก็ใจตรงกับครู ส่งมามันก็สลับกัน

00:33:15.815 --> 00:33:20.292
มันไม่ได้มีกฎข้อห้าม มันไม่เหมือนวอน่ะค่ะ
มันไม่ชัด มันส่งพร้อมกันได้

00:33:21.274 --> 00:33:23.167
อะไรที่ส่งพร้อมกันไม่ได้แน่ ๆ

00:33:24.603 --> 00:33:26.291
ถ้าทำอันนี้อันอื่นทำไม่ได้

00:33:26.545 --> 00:33:30.542
คือ ถ้ากดส่งก็ส่งอย่างเดียว
เลิกส่งถึงจะรับได้

00:33:31.864 --> 00:33:33.000
ติ๊กต๊อก ๆ ๆ

00:33:34.543 --> 00:33:35.333
คิดไปไกลน่ะ

00:33:36.281 --> 00:33:40.125
คือ ห้องนี้ไม่คิดไปข้างหน้าน่ะค่ะ
คิดย้อนกลับไปน่ะ

00:33:41.867 --> 00:33:44.333
ทำเป็นแบบว่ามนุษย์มาจากโลกดึกดำบรรพ์น่ะ

00:33:54.346 --> 00:33:57.792
ใช่ มันก็ขึ้นพร้อมกัน
มันขึ้นแค่คนละเครื่องแค่นั้นเอง

00:33:58.542 --> 00:33:59.750
Router ทำงานอย่างไร

00:34:00.505 --> 00:34:02.792
คือ ต้องอธิบายลักษณะมาด้วยค่ะ
เพื่อนจะได้นึกออก

00:34:03.655 --> 00:34:05.375
1 คะแนนครูนี่มีค่ามากนะ

00:34:05.996 --> 00:34:08.125
จักรพันธ์ได้ 79 นี่ได้เกรดอะไรคะ

00:34:09.499 --> 00:34:13.083
สมมติจักรพันธ์รวมคะแนนออกมาแล้ว
79 คะแนน

00:34:13.767 --> 00:34:16.333
ได้ B+ มัณฑนาได้ 80 ได้เกรดอะไรคะ

00:34:17.933 --> 00:34:18.917
เกือบจะได้ A+

00:34:20.322 --> 00:34:21.750
คะแนนต่างกันเยอะไหม

00:34:23.618 --> 00:34:25.333
1 คะแนน เห็นไหมมีค่าไหม

00:34:26.481 --> 00:34:27.542
อินเทอร์เน็ตเป็นอย่างไรเอ่ย

00:34:30.110 --> 00:34:30.833
พร้อมกันได้ไหม

00:34:32.826 --> 00:34:33.917
ใครเป็นคนบอกว่าไม่ได้

00:34:37.308 --> 00:34:40.833
Hub น่ะส่งได้ทีละ 10-20 เครื่อง
ตามพอร์ต Hub เลยค่ะ

00:34:42.978 --> 00:34:46.374
Switch ก็ยังส่งได้อีก
Fix พอร์ตแล้วก็ส่งเลยพร้อมกัน

00:34:48.540 --> 00:34:50.958
โทรเลขเลิกใช้ไปแล้ว

00:34:51.840 --> 00:34:52.833
โทรสาร

00:34:54.872 --> 00:34:58.042
มีใช้อยู่ค่ะ รู้จักโทรสารไหมคะ

00:35:03.880 --> 00:35:06.292
โทรสารภาษาอังกฤษ คือ...

00:35:14.306 --> 00:35:15.573
เดี๋ยวตอบคำถามครูก่อน

00:35:15.993 --> 00:35:18.083
โทรสารนี่ภาษาอังกฤษเรียกอะไร

00:35:19.107 --> 00:35:20.000
ส่ง Fax

00:35:23.561 --> 00:35:24.708
ครูได้ 1 คะแนน

00:35:25.872 --> 00:35:27.625
ส่งแฟกซ์ส่งพร้อมกันได้ไหมคะ

00:35:27.650 --> 00:35:28.535
(นักเรียนหญิง) ไม่ได้

00:35:28.560 --> 00:35:30.625
(อาจารย์) ไม่ได้แน่นอน
เหมือนวอไหม

00:35:31.888 --> 00:35:32.958
ลักษณะเหมือนวอเลย

00:35:33.473 --> 00:35:34.958
มัณฑนาไปกดส่งแฟกซ์

00:35:35.171 --> 00:35:38.125
ถามอย่างนี้ ไปฝึกงานเขาให้ส่งแฟกซ์
ทำเป็นไหมคะ

00:35:38.999 --> 00:35:42.333
มันเหมือนเรื่องง่าย ๆ นะ
แต่อธิบายไม่ได้ค่ะ

00:35:43.724 --> 00:35:44.542
ส่งอย่างไรแฟกซ์

00:35:44.788 --> 00:35:47.565
จักรพันธ์ให้บอกขั้นตอนการส่งแฟกซ์
เป็นข้อ ๆ มา

00:35:47.811 --> 00:35:48.417
1.

00:35:50.661 --> 00:35:51.958
เคยส่งไหม ถามอย่างนี้ก่อน

00:35:54.840 --> 00:35:56.125
แปลว่าเจ้าไม่เคยส่ง

00:35:56.377 --> 00:35:59.208
ส่งหมายถึงเราต้องทำเองค่ะ
ไม่ใช่ไปให้ร้านเขาส่ง

00:36:00.068 --> 00:36:00.667
No

00:36:02.054 --> 00:36:06.417
ฝึกคิดเป็นขั้นตอน
อันนี้คืออัลกอริทึมน่ะค่ะ การฝึกอัลกอริทึม

00:36:06.863 --> 00:36:07.427
ถามใหม่

00:36:09.064 --> 00:36:11.667
ทศทิศเคยส่งแฟกซ์ไหมคะ

00:36:13.005 --> 00:36:13.636
ข้ามไป

00:36:14.342 --> 00:36:18.042
อานุภาพเคยส่งแฟกซ์ไหม

00:36:18.868 --> 00:36:20.208
เคยเห็นเขาส่งแฟกซ์ไหม

00:36:21.877 --> 00:36:25.200
ไม่เคยสังเกตุเลย
ไม่สมเป็นเด็กวิท(ยาการคอมพิวเตอร์)เลย

00:36:27.819 --> 00:36:31.125
ศักดิ์ดา เคยส่งแฟกซ์ไหมคะ

00:36:32.517 --> 00:36:33.958
เพิ่งเคยได้ยินวันนี้เป็นวันแรกเลยหรือ

00:36:36.303 --> 00:36:37.542
ไม่กล้าถามเลย

00:36:39.494 --> 00:36:41.708
ใครเคยส่งแฟกซ์บ้างห้องนี้ยกมือ

00:36:43.123 --> 00:36:46.708
เคยเห็นเขาทำแบบละเอียดไหม
อย่างนั้นอัษฎาวุธเล่ามา

00:36:47.071 --> 00:36:50.583
ถ้าเล่าละเอียดให้ 1 คะแนน
ถ้าเล่าไม่ละเอียดจักรพันธ์ติดลบ

00:36:56.533 --> 00:36:59.208
No เครื่อง Scanner ที่ไหน
ก็ต้องเป็นเครื่องแฟกซ์ค่ะ

00:36:59.232 --> 00:37:02.453
[เสียงไม่ชัดเจน]

00:37:02.478 --> 00:37:06.167
เดี๋ยวอะไรคือใส่เข้าไป
คุณเล่าแบบละเอียด

00:37:08.175 --> 00:37:09.708
ข้อที่ 1 ทำอย่างไรเอ่ย

00:37:09.732 --> 00:37:11.162
[เสียงไม่ชัดเจน]

00:37:11.530 --> 00:37:16.042
มีเอกสาร เอกสารกระดาษนี่ค่ะ
Hard copy นี่นะ อย่างไรต่อ

00:37:17.284 --> 00:37:18.333
มันมีเครื่องส่ง

00:37:19.460 --> 00:37:22.667
เอาอย่างนี้ เอาแบบพร้อมเสียบไฟ
เปิดเครื่องไว้แล้ว อย่างไรต่อ

00:37:22.692 --> 00:37:26.253
[เสียงไม่ชัดเจน]

00:37:27.563 --> 00:37:28.167
แล้ว...

00:37:28.199 --> 00:37:32.235
[เสียงไม่ชัดเจน]

00:37:32.664 --> 00:37:33.192
แล้ว...

00:37:35.025 --> 00:37:37.542
No ยังขาดไป 1 ขั้นตอน

00:37:38.799 --> 00:37:41.500
มันไม่สามารถส่งได้แบบนี้เลยค่ะ
มีอีกไหมคะ

00:37:41.524 --> 00:37:48.098
[เสียงไม่ชัดเจน]

00:37:48.123 --> 00:37:51.000
ถูกต้องนะคะ ได้ไปคนละ 0.5 คะแนน

00:37:52.500 --> 00:37:57.583
มันไม่สามารถส่งได้เลยอัตโนมัติ
มันต้องให้ปลายทางรับก่อนนะ ถูกต้องค่ะ

00:37:57.744 --> 00:37:59.241
บอกรหัสมาเอาไปคนละครึ่ง

00:38:01.140 --> 00:38:05.082
คะแนนครูมีค่านะ
จักรพันธ์ได้ 79.5 นี่ก็ไม่ได้ A นะ

00:38:06.459 --> 00:38:07.275
07

00:38:07.299 --> 00:38:08.833
(นักศึกษาชาย) 207 ครับ

00:38:08.857 --> 00:38:10.004
(อาจารย์) 207

00:38:10.005 --> 00:38:12.330
อัษฎาวุธได้ 1 มีคะแนนเก็บเยอะแล้วนี่

00:38:12.417 --> 00:38:13.691
เรารหัสเท่าไรคะ

00:38:16.730 --> 00:38:20.375
206 ธีรพลนะ โอ.เค.

00:38:21.887 --> 00:38:22.762
ก็คือ...

00:38:25.437 --> 00:38:29.126
เราจะสอดเอกสารของเราก่อนนะคะไว้ที่เครื่อง
เหมือนเราจะพรินต์น่ะ

00:38:29.277 --> 00:38:30.398
ก็คือเตรียมกระดาษเอาไว้

00:38:30.872 --> 00:38:33.407
กดเบอร์ปลายทางที่เราจะส่งแฟกซ์

00:38:34.010 --> 00:38:36.275
แฟกซ์มันจะมี 2 ประเภท
คือ แบบอัตโนมัติ

00:38:36.300 --> 00:38:37.545
ปลายทางเขา ก็คือแฟกซ์

00:38:38.078 --> 00:38:43.208
กับแฟกซ์แบบไม่ออโต้น่ะ
ก็คือคนต้องมากดรับ

00:38:43.233 --> 00:38:46.125
คือ เขาเป็นโทรศัพท์น่ะค่ะ
เขาก็บอกสวัสดีค่ะ

00:38:47.867 --> 00:38:49.000
ก็ถึงให้ครึ่งหนึ่งไง

00:38:49.784 --> 00:38:54.125
ก็นี่ไง กับธีรพลคนละครึ่งไง
ครูไม่ได้หักคะแนนนะ ให้คนละครึ่งไง

00:38:56.031 --> 00:38:59.583
ดีกว่าไม่ได้นะ ได้ 79.5 นี้ไม่ได้ A นะ

00:39:00.911 --> 00:39:03.875
คือ เราจะขอสัญญาณแฟกซ์ไปก่อน

00:39:04.274 --> 00:39:07.000
ปลายทางเราก็จะแบบ...
ขอสัญญาณแฟกซ์หน่อยครับ

00:39:07.417 --> 00:39:10.277
เขาก็จะกดสัญญาณแฟกซ์
มันก็จะเป็นสัญญาณยาว ๆ น่ะค่ะ

00:39:10.937 --> 00:39:13.958
เสร็จแล้วเครื่องมันถึงจะสแกนข้อมูลเข้าไปนะ

00:39:14.300 --> 00:39:16.375
มันส่งไปแค่สัญญาณน่ะค่ะ

00:39:17.572 --> 00:39:20.792
แล้วกระดาษแผ่นนั้นออกมาไหม
หรือกระดาษตัวนั้นวิ่งไปตามสาย

00:39:23.194 --> 00:39:27.167
ไหลกลับออกมาเหมือนเดิมนะ
ไม่ใช่กระดาษใบนั้นไปโผล่ที่เครื่องเขานะ

00:39:28.233 --> 00:39:30.250
นั่นล่ะ มันจะปี๊บ ๆ ๆ ๆ ไปอย่างนี้เลยนะ

00:39:31.426 --> 00:39:32.333
อันนี้มันเป็น...

00:39:32.529 --> 00:39:37.167
อันนี้มันคือเอกไสยศาสตร์แล้วนะคะ
มันไปแค่สัญญาณค่ะ

00:39:37.983 --> 00:39:41.833
แล้วกระดาษเราก็ออกมาเหมือนเดิม
ฝั่งเขาก็จะเป็นกระดาษแฟกซ์ออกไปนะคะ

00:39:42.335 --> 00:39:45.333
อันนั้นคือส่งแฟกซ์
ถ้าไปฝึกงานก็ต้องทำเป็นด้วยนะคะ

00:39:45.642 --> 00:39:47.208
ไม่เป็นถามพี่เขานะคะ

00:39:48.939 --> 00:39:50.375
ใช่ค่ะ มันเป็น All-in-One

00:39:50.924 --> 00:39:54.583
ก็จะพรินต์ได้ ถ่ายเอกสาร
สแกน ส่งแฟกซ์ อย่างนี้น่ะค่ะ

00:39:55.055 --> 00:39:56.086
แต่มันก็จะมีเบอร์นะ

00:39:57.565 --> 00:40:00.000
สุดท้าย ก็คือ Full-duplex
อันนี้คือโทรศัพท์

00:40:01.101 --> 00:40:03.458
Full-duplex
คือ ส่งและรับได้ในเวลาเดียวกัน

00:40:03.604 --> 00:40:05.583
ง่ายสุด ก็คือโทรศัพท์นะคะ

00:40:07.004 --> 00:40:09.458
พอพร้อมตอบก็เลยข้ามไปน่ะค่ะ

00:40:10.175 --> 00:40:13.167
เราจะไปถามอันที่มันได้คิด
อันนี้มันไม่ได้คิดนะคะ

00:40:14.750 --> 00:40:18.048
คราวนี้เรามาดู
CommuniCATion Media บ้างนะคะ

00:40:18.073 --> 00:40:21.759
สื่อกลางในการนำส่งข้อมูลมี 2 ประเภท
ก็คือแบบ Wire

00:40:22.354 --> 00:40:26.458
Wire แบบ W-i-r-e นะคะ
ก็คือสาย Wire คือ ตัวนี้ คือ สาย

00:40:26.795 --> 00:40:30.875
กับ Wireless แปลว่าไร้สาย
หรือไม่มีสายนะคะ

00:40:31.942 --> 00:40:35.500
แบบสายมีอะไรบ้าง
ในข้อสอบมี 3 ตัวนี้นะคะ

00:40:35.869 --> 00:40:38.875
เราเรียก "สาย Twisted-pair cable"

00:40:39.453 --> 00:40:44.774
ก็คือสายคู่บิดกับสาย Coaxial
และสายใยแก้วนำแสงนะคะ

00:40:46.157 --> 00:40:47.875
สายคู่บิดเป็นอย่างไรเอ่ย

00:40:53.958 --> 00:40:59.875
เราเรียกสายคู่ตีเกลียวหรือสายคู่บิดเกลียว
 "Twisted pair cable"

00:41:00.362 --> 00:41:02.125
ทำไมจะต้องบิดเกลียว

00:41:03.721 --> 00:41:05.792
เอาสายตรง ๆ เลยไม่ได้หรือ

00:41:08.974 --> 00:41:10.542
อันนี้ใครตอบได้อีก 1 คะแนน

00:41:11.494 --> 00:41:13.542
ทำไมต้องบิดเกลียวสาย

00:41:15.885 --> 00:41:16.458
คิดไปก่อน

00:41:18.964 --> 00:41:20.917
No มันต้องมีประโยชน์มากกว่านั้น

00:41:23.683 --> 00:41:24.321
ยัง

00:41:27.265 --> 00:41:28.595
เพื่ออะไรนะ

00:41:29.753 --> 00:41:32.625
กันสัญญาณรบกวน
โอ.เค. ค่ะ ให้ 1 คะแนน

00:41:32.650 --> 00:41:36.825
รหัส 114 กันตวิชญ์นะ

00:41:37.825 --> 00:41:39.625
ตอนนี้สะสมคะแนนไปนะคะ

00:41:39.966 --> 00:41:43.317
ครูก็ไปดึงคะแนนมาจากอาจารย์ปิยวรรณ
ตอนแรกแบ่งกัน 50/50

00:41:43.658 --> 00:41:47.036
ไป ๆ มา ๆ คะแนนฝั่งครูเยอะมาก
ก็เหลือ 60 นะคะ ก็เป็น 60

00:41:48.107 --> 00:41:48.917
ฉะนั้น ตอบ

00:41:49.643 --> 00:41:52.292
ถ้าเป็นสายคู่ตีเกลียวเราจะใช้กับหัว

00:41:55.193 --> 00:41:57.083
RJ11 หรือ RJ45

00:41:57.983 --> 00:41:59.375
เคยเห็นหัว RJ11 ไหมคะ

00:42:01.240 --> 00:42:01.958
สายอะไรเอ่ย

00:42:03.227 --> 00:42:04.542
ถูกต้องนะคะ

00:42:05.260 --> 00:42:08.627
อันนี้ไม่ได้บอกว่า...
คือ ยังไม่ได้บอกว่าให้คะแนนนะคะ

00:42:08.652 --> 00:42:13.375
พอดีจักรพันธ์ตอบก่อน ครูก็เลย...
อ๋อ อย่างนั้นก็อยู่นอกเงื่อนไขนะคะ

00:42:15.039 --> 00:42:18.292
RJ11 คือ สายโทรศัพท์ค่ะ
มันก็จะหัวเล็ก ๆ หน่อยนะ

00:42:18.562 --> 00:42:22.250
แต่ถ้าเกิด RJ45 นี่
มันก็จะหัวสาย LAN  น่ะค่ะ

00:42:25.559 --> 00:42:27.833
เอาไว้รอบหน้านะคะ เหมือนเล่นเกม

00:42:29.024 --> 00:42:35.323
สายคู่บิดเกลียวมี 2 ชนิดนะคะ
เราเรียกว่า "สายคู่บิดแบบไม่หุ้มฉนวน" นะคะ

00:42:35.348 --> 00:42:38.259
ก็คือ Unshield Twisted
กับ Shielded Twisted

00:42:38.284 --> 00:42:40.875
ก็คือสายคู่บิดแบบมีฉนวนน่ะค่ะ

00:42:41.561 --> 00:42:43.292
นักศึกษาน่าจะเคยเห็นทั้ง 2 แบบ

00:42:44.319 --> 00:42:45.958
อันนี้เป็นแบบไหนเอ่ย

00:42:46.927 --> 00:42:49.500
ตามภาพอันนี้เป็นอัน Unshield

00:42:50.072 --> 00:42:55.982
Unshield แปลว่าไม่มี Shield
ไม่มีหุ้มนะคะ

00:42:56.007 --> 00:42:59.500
มันก็จะเป็นสายบิดเกลียวแบบนี้
ทำไมถึงบิดเกลียวนะ

00:43:05.341 --> 00:43:09.167
ลดการรบกวนของสัญญาณนะคะ

00:43:09.512 --> 00:43:10.625
บิดเกลียวกันแบบนี้

00:43:11.049 --> 00:43:13.125
บิดเกลียวคู่ไหนก็ได้ไหม

00:43:13.850 --> 00:43:15.792
ไม่ได้น่ะค่ะ มันจะมีคู่ของมันอยู่นะ

00:43:16.552 --> 00:43:19.208
ส้มกับส้ม ขาวเขียวอะไรพวกนี้น่ะค่ะ

00:43:19.500 --> 00:43:23.708
เดี๋ยวเรายังจะได้เรียนในเครือข่ายนะคะ
บิดเกลียวสายแบบนี้นะคะ

00:43:25.273 --> 00:43:29.825
เขาบอกว่า "เพื่อป้องกันสัญญาณรบกวน
จากสนามแม่เหล็ก" นะคะ

00:43:29.858 --> 00:43:32.333
ป้องกันสัญญาณนั่นล่ะ
เอาแบบเข้าใจง่ายนะคะ

00:43:32.799 --> 00:43:35.051
ถ้าเป็นแบบนี้นะคะ
Shielded Twisted

00:43:35.765 --> 00:43:37.708
ภาพนี้กับภาพก่อนหน้านี้ต่างกันอย่างไรเอ่ย

00:43:39.455 --> 00:43:43.500
ตัวนี้มีเหมือนฟอยล์นะ
แต่อันนี้เขาเรียก "ฉนวน" ค่ะ

00:43:43.948 --> 00:43:46.000
สีทอง ๆ นี่ห่ออยู่นะคะ

00:43:46.321 --> 00:43:50.792
ในข้อสอบไม่ถามหรอกค่ะ ว่ามันต่างกันอย่างไร
มันง่ายไป มันไม่ได้คิดนะคะ

00:43:50.816 --> 00:43:52.107
เขาจะถามเยอะกว่านี้อยู่

00:43:53.216 --> 00:43:57.625
ถามว่า "ทำไมต้องบิดเกลียว"
นี่ถาม มีในข้อสอบนะคะ จำให้ดี

00:43:58.537 --> 00:43:59.750
แบบไหนแพงกว่า

00:44:01.932 --> 00:44:04.250
อะไรที่ใช้อุปกรณ์มากกว่าจะแพง

00:44:04.275 --> 00:44:08.833
เครือข่ายจำง่าย ๆ
อะไรที่มีขั้นตอนการทำงานซับซ้อนกว่าจะแพง

00:44:09.220 --> 00:44:12.083
อะไรที่ใช้อุปกรณ์ในการผลิตมากกว่าจะแพงนะคะ

00:44:12.960 --> 00:44:14.167
โดยหลักของคอมพิวเตอร์นั่นล่ะ

00:44:14.747 --> 00:44:20.460
ตัวนี้แพงกว่านะคะ STP จะแพงกว่า
เพราะว่าเขาต้องจ่ายค่าตัวฉนวนอีกนะคะ

00:44:21.055 --> 00:44:22.292
สาย LAN  แพงไหมคะ

00:44:23.517 --> 00:44:26.208
สาย LAN  นี่เป็น UTP หรือ STP

00:44:27.588 --> 00:44:28.833
รู้จักสาย LAN  ไหม

00:44:30.112 --> 00:44:30.833
ใช้ทำอะไรเอ่ย

00:44:33.057 --> 00:44:35.375
ก็เชื่อมต่อ LAN นี่ค่ะ สาย LAN

00:44:36.617 --> 00:44:40.625
 เชื่อมต่อเครือข่ายนะคะ

00:44:43.017 --> 00:44:46.290
สาย LAN  นี่เป็น UTP หรือเป็น STP

00:44:49.363 --> 00:44:53.950
เป็นแบบไหน
ใครคิดว่าสาย LAN  เป็น UTP ยกมือ

00:44:56.339 --> 00:45:01.473
มีครูอยู่คนเดียว
อัษฎาวุธเหมือนไม่มั่นใจ ยกขึ้นมาแล้วทำคิด

00:45:03.021 --> 00:45:06.333
เอาใหม่
ใครคิดว่าสาย LAN  เป็น UTP ยกมือ

00:45:12.044 --> 00:45:13.417
ครูพายกอยู่นี่ไม่ยกหรือ

00:45:15.145 --> 00:45:15.833
เอามือลง

00:45:16.431 --> 00:45:19.250
ใครคิดว่าสาย LAN  เป็น STP ยกมือ

00:45:20.447 --> 00:45:23.667
แล้วที่ไม่ยกไม่ให้ความร่วมมือเลยน่ะ

00:45:26.211 --> 00:45:27.833
สาย LAN  มีหุ้มฉนวนไหมล่ะ

00:45:29.175 --> 00:45:31.708
มีหุ้มฟอยล์ ๆ สีเงินอย่างนี้หรือเปล่า

00:45:34.794 --> 00:45:37.169
อันนี้ไม่ต้องคิดเลย
เคยเห็นสาย LAN ใช่ไหม

00:45:37.598 --> 00:45:40.167
ถ้าไม่เห็นก็เดินอ้อมมา
อยู่ข้างหลังเครื่องเราน่ะ สาย LAN

00:45:41.388 --> 00:45:45.250
สายขาว ๆ นี่ มันไม่หุ้มฉนวน
ฉะนั้น เป็น Unshield นะคะ

00:45:48.540 --> 00:45:52.002
มาตรฐานตัวนี้เคยได้ยินไหมคะ
มาตรฐานของสาย

00:45:52.470 --> 00:45:54.228
เอกคอมพิวเตอร์ต้องตอบได้นะคะ

00:45:54.253 --> 00:45:57.417
เวลาไปซื้อสายนี่เราต้องบอกเขาได้
ว่าเราจะเอา CAT ไหนนะ

00:45:58.617 --> 00:46:01.647
เขาถาม CAT ไหน
ทำหน้าซิเด๋อซิเด๋

00:46:01.691 --> 00:46:03.107
รู้จักทำหน้าซิเด๋อซิเด๋ไหม

00:46:06.537 --> 00:46:07.875
ด๊อกก็จะตามมานะทีนี้

00:46:11.026 --> 00:46:12.875
แต่ละ CAT นี่มันต่างกันอย่างไร

00:46:13.533 --> 00:46:17.415
CAT มาจากคำเต็มว่า "Category" นะคะ

00:46:17.898 --> 00:46:21.799
ครูไฮไลท์มาให้เลย ตรงไหนสำคัญ ๆ
แต่เขาออกข้อสอบข้อ 6

00:46:23.784 --> 00:46:26.250
CAT 5E กับ CAT 6 ต่างกันอย่างไร

00:46:26.683 --> 00:46:29.417
เขาถามลึกอยู่นะคะ ข้อสอบ
เขาไม่ได้ถามผิว ๆ นะ

00:46:31.142 --> 00:46:34.333
รู้จัก CAT 5E ไหมคะ
เคยได้ยินไหม

00:46:35.852 --> 00:46:36.833
ตอนนี้มีคอมฯ ใช่หรือเปล่า

00:46:38.346 --> 00:46:39.300
เขาให้ใช้ทำอะไร

00:46:40.286 --> 00:46:42.417
ใช้ค้นคำตอบแล้วก็ตอบครูนี่ค่ะ

00:46:44.056 --> 00:46:45.667
จักรพันธ์นี่เจ็บมือด้วยหรือเปล่า

00:46:48.523 --> 00:46:49.083
พิมพ์ได้หรือเปล่า

00:46:52.676 --> 00:46:56.061
CAT 5E กับ CAT6 ต่างกันอย่างไร
ข้อสอบถามแบบนี้ค่ะ

00:46:59.426 --> 00:47:03.555
การนำสัญญาณแน่ ๆ
ตั้งแต่ CAT 1 จนถึง CAT 6

00:47:04.078 --> 00:47:06.333
ตอนนี้CAT ล่าสุด คือ CAT ไหน

00:47:08.223 --> 00:47:08.958
มี 6E ไหม

00:47:12.171 --> 00:47:13.042
เริ่มไม่มั่นใจ

00:47:15.223 --> 00:47:16.000
มี CAT 6

00:47:17.163 --> 00:47:20.417
เขาถามว่า "CAT6 กับ CAT 5E ต่างกันที่"

00:47:22.931 --> 00:47:24.489
ต่างกันที่ไหน

00:47:25.775 --> 00:47:26.833
ต่างกันอย่างไร

00:47:30.494 --> 00:47:35.426
ความเสถียร โอ.เค.
ความเร็วสูงสุดในการส่งนะ

00:47:37.476 --> 00:47:38.583
CAT 5E เท่าไหร่คะ

00:47:40.074 --> 00:47:43.583
CAT 5 ก่อน CAT 500 นะ
อันนี้อ่านว่าอะไร

00:47:47.503 --> 00:47:50.208
Megabytes Per Second (Mbps) นะคะ

00:47:50.570 --> 00:47:53.667
อันนี้คือความเร็วสูงสุดที่ CAT 5 ส่งได้

00:47:54.671 --> 00:47:58.042
ครูกำลังพูดถึงว่าถ้าเราไปซื้อสายน่ะค่ะ

00:47:58.675 --> 00:48:01.583
เราต้องบอกเขาให้ถูก
ว่าสาย LAN ที่เราจะซื้อน่ะ

00:48:01.608 --> 00:48:03.729
เราจะเอาสาย CAT ไหน

00:48:04.490 --> 00:48:09.821
ไม่ใช่เน็ตที่บ้านส่งได้ 1,000 Mbps

00:48:10.302 --> 00:48:13.191
แต่คุณซื้อสาย CAT 5 มา นึกออกไหมคะ

00:48:14.117 --> 00:48:16.780
มันส่งได้แค่ 100 นะคะ โอ.ค. ไหม

00:48:18.500 --> 00:48:24.010
คุณจะบ่นอะไรไม่ได้เลยนะ
เพราะว่ามันส่งได้สูงสุดแค่ 100

00:48:24.591 --> 00:48:28.177
แต่เน็ตที่บ้านเรานี่
เราจ่ายเดือนละ 799 อย่างนี้ค่ะ

00:48:28.537 --> 00:48:30.371
มันส่งได้สูงสุด 1,000

00:48:30.859 --> 00:48:34.085
แต่สายเราน่ะ มันส่งได้แค่ 100
มันก็ได้แค่ 100 นะคะ

00:48:34.606 --> 00:48:37.813
ฉะนั้น เอกคอมพิวเตอร์ตัวนี้อย่าพลาด

00:48:38.958 --> 00:48:41.821
ไม่ใช่จ่ายค่าเน็ต...
แม่จ่ายค่าเน็ตให้เดือนละ 800-900

00:48:41.996 --> 00:48:44.699
แต่วิ่งได้แค่ 100 เมตรอย่งานี้ค่ะ

00:48:45.346 --> 00:48:47.226
แล้วก็โกหก... ไม่ใช่โกหก

00:48:47.297 --> 00:48:49.000
แล้วก็บอกแล้วก็บ่นให้เขาอีก

00:48:49.528 --> 00:48:56.241
บ่นให้ TOT บ่ทให้ CAT บ่นให้ 3BB
ว่าทำไมเขาหลอกทั้งที่ตัวเองไม่รู้น่ะนะ

00:48:57.192 --> 00:49:01.427
ทำไมเขาบอกได้เท่านู้นเท่านี้ 10 GB อย่างนี้ค่ะ

00:49:04.575 --> 00:49:07.688
มันเป็นแบบนี้นี่เองนะคะ
ตัวเองนี่แหละโง่เองอย่างนี้ต้องรู้นะคะ

00:49:08.386 --> 00:49:11.196
อันนี้มันส่งได้ประมาณ 10,000 MB

00:49:11.529 --> 00:49:14.502
แต่ถ้าเกิด 10,000 MB
เราก็ไม่เรียก 10,000 นะคะ

00:49:14.526 --> 00:49:17.548
เราจะเรียกว่า "10 GB" เวลามันวิ่งได้น่ะ

00:49:18.649 --> 00:49:24.667
ฉะนั้น ถ้าเราใช้สัญญาณ
ที่ต่อมาจากสาย Blackbone น่ะเร็ว

00:49:25.048 --> 00:49:28.471
สายที่มันต่อในเครื่องเรามันก็ต้องเร็วนะคะ

00:49:28.496 --> 00:49:32.432
สายที่มันต่อมาจากเครื่องส่งเขาน่ะ
มันก็ต้องเร็วด้วยนะคะ

00:49:33.515 --> 00:49:38.944
ฉะนั้นตอนนี้สาย CAT ที่สูงสุด
ก็จะเป็น CAT 6 นะ โอ.เค.

00:49:43.282 --> 00:49:44.488
คราวนี้สาย Coaxial ล่ะ

00:49:49.412 --> 00:49:51.155
สายเคเบิ้ล สาย...

00:49:53.672 --> 00:49:54.261
เขาเรียกอะไรนะ

00:49:55.262 --> 00:49:57.965
สายโทรทัศน์ สายทีวีนะคะ

00:49:58.002 --> 00:50:02.391
เราสังเกตข้อแตกต่าง
มันจะมีแกนลวดทองแดงตรงกลางอย่างนี้นะ

00:50:02.422 --> 00:50:06.101
แล้วก็จะมีฉนวน แล้วก็จะมีตัวหุ้มอีก
แล้วก็จะเป็นสายดำแบบนี้

00:50:06.976 --> 00:50:08.356
ใช่ค่ะ ตัวนี้ก็สัญญาณ

00:50:08.669 --> 00:50:13.720
มันจะไม่ได้เป็นสายบิดเกลียวนะคะ
มันจะเป็นทองแดงเส้นเดียวตรงกลางแบบนี้นะคะ

00:50:13.745 --> 00:50:16.392
อันนี้คือสาย Coaxial นะคะ

00:50:17.738 --> 00:50:20.055
มันจะตัดยาก มันจะต้องใช้อุปกรณ์

00:50:20.560 --> 00:50:22.855
อย่าไปใช้กรรไกรตัดหญ้าที่บ้านตัดนะคะ

00:50:23.028 --> 00:50:24.361
มันมีอุปกรณ์เฉพาะของมัน

00:50:26.057 --> 00:50:27.446
Coaxial ส่งได้เท่าไร

00:50:30.458 --> 00:50:34.203
ประมาณ 10 Mbps นะคะ
ข้ามไปตัวที่มันไม่สำคัญ

00:50:34.469 --> 00:50:37.469
Coaxial อาจจะมีหัวอยู่ 3 ประเภทที่ใช้นะคะ

00:50:38.261 --> 00:50:40.780
จะมี BNC

00:50:41.613 --> 00:50:45.993
BNC คือ หัวแบบนี้นะคะ

00:50:46.610 --> 00:50:50.244
แล้วมันก็จะมีตัวทองแดงสอดออกมาตรงรูตรงนี้นะ

00:50:51.334 --> 00:50:54.199
แล้วก็มี T-connector
คือ เอาไว้แยกอย่างนี้น่ะค่ะ

00:50:54.660 --> 00:50:56.852
แล้วก็ตัวปิด Terminator

00:50:58.425 --> 00:51:01.017
อย่างนั้นตอบคำถามให้ครู 1 ข้อให้คะแนน

00:51:01.442 --> 00:51:02.905
Termunator ใช้ทำอะไร

00:51:03.654 --> 00:51:07.373
ในสาย Coaxial เชียลทำอะไรนะ

00:51:11.019 --> 00:51:13.162
เทส, แยก

00:51:13.538 --> 00:51:15.248
No ตัวนี้ใช้แยกค่ะ

00:51:16.291 --> 00:51:23.821
T-connector มันตรงมาแล้วก็แยก
ครูถามว่าตัวนี้มันใช้ทำอะไร

00:51:25.426 --> 00:51:27.530
ใช้ทำอะไรนะ No

00:51:31.389 --> 00:51:32.613
ถูกต้อง

00:51:34.441 --> 00:51:37.820
อันนี้เป็นตัวปิดก็ไม่อ่านนะ

00:51:39.936 --> 00:51:44.543
ไม่ได้สังเกตสังกา
เหลือแต่ครูจะวงใช่ไหม

00:51:45.613 --> 00:51:49.256
อันนี้เป็นหัวต่อสังเกตค่ะ

00:51:49.345 --> 00:51:52.898
หัวต่ออันนี้ต่อมาแล้วก็แยกค่ะ

00:51:53.465 --> 00:51:56.563
แล้วมันก็ต้องปิด โอ.เค. บอกรหัสมา

00:52:00.481 --> 00:52:01.321
ศศิกานต์
นะ

00:52:03.552 --> 00:52:05.863
ทำไมจะต้องปิด ให้ 1 คะแนน

00:52:07.618 --> 00:52:11.280
ทำไมจะต้องใช้ terminator ในการปิดปลายสาย

00:52:18.346 --> 00:52:19.169
รบกวนอย่างไร

00:52:22.042 --> 00:52:26.446
ถูกต้อง เพื่อไม่ให้สัญญาณมันสะท้อน

00:52:27.199 --> 00:52:32.064
เขาเรียก "การสะท้อน"
มันไม่เหมือนน้ำเรานึกตามนะ

00:52:32.497 --> 00:52:35.155
ถ้าเราต่อ ต่อท่อน้ำนะ

00:52:35.649 --> 00:52:38.108
แล้วมันไม่มีตัวปิดน้ำมันไหลออกใช่ไหมคะ

00:52:38.501 --> 00:52:44.583
แต่สัญญาณมันไม่เหมือนกันถ้ามันไม่มีตัวปิด
มันจะสะท้อนกลับนะคะ

00:52:45.010 --> 00:52:50.077
รหัส 04 กลอนพจน์

00:52:52.152 --> 00:52:56.265
ต่อไปรอตั้งสติดี ๆ

00:52:56.316 --> 00:53:00.488
ขนาดมีคำตอบในสไลด์ยังไม่เห็นเลยนะคะ

00:53:01.550 --> 00:53:03.196
Fiber optic ค่ะ

00:53:03.505 --> 00:53:06.155
ต่างจาก 2 สายที่กล่าวมาแล้วอย่างไร

00:53:11.067 --> 00:53:17.978
Fiber optic นะคะ ก็คือใยแก้วนำแสง
เส้นใยแก้วนำแสงเคยเห็นไหมคะ

00:53:18.942 --> 00:53:25.708
เห็นที่ไหน มีใครไม่เคยเห็น
ใยแก้วนำแสงไหมคะ

00:53:27.030 --> 00:53:27.988
ทุกคนเคยเห็นหมดเลยหรือ

00:53:30.884 --> 00:53:31.885
ที่เงียบนี่คือ...

00:53:33.877 --> 00:53:37.229
มีประมาณ 4-5 คนที่เคยเห็น
แล้วที่เงียบๆ นี่คือ...

00:53:39.596 --> 00:53:44.631
เหมือนมาจากโลกอดีตกำลังคิดว่าตอนที่เราอยู่อดีต
เขาเรียกว่าอะไรอย่างนี้ใช่หรือเปล่า

00:53:45.953 --> 00:53:46.905
เมื่อก่อนไม่มีค่ะ

00:53:50.166 --> 00:53:54.467
Fiber optic ให้ 1 คะแนน
ส่งได้ไกลแค่ไหนสูงสุด

00:54:01.258 --> 00:54:02.405
ไม่ได้ถามความเร็ว

00:54:03.299 --> 00:54:08.177
ถ้า Fiber optic
มันจะรองรับประมาณ 13,000 Mbps สูงสุด

00:54:10.467 --> 00:54:14.653
ครูถามว่าส่งได้ไกลเท่าไร

00:54:17.174 --> 00:54:20.368
ประมาณไม่ต้องใช้ตัวต่อนะ

00:54:26.286 --> 00:54:29.618
ถ้ากิโล(เมตร)หนึ่งนี่
เราจะใช้ Fiber optic ไหมล่ะ

00:54:31.606 --> 00:54:32.238
No

00:54:34.260 --> 00:54:34.772
No

00:54:38.665 --> 00:54:39.244
No

00:54:40.239 --> 00:54:45.751
อย่างนี้ Fiber optic นี่
นึกย้อนกลับไปในอดีตตอนที่เราเกิดนะ

00:54:46.334 --> 00:54:48.535
กลับไปในอดีต
เห็นเห็นเชี่ยวชาญในการมาจากในอดีต

00:54:49.490 --> 00:54:52.530
พอครูถามนี่ไม่มีต่อไปอนาคตเลย
มีแต่ย้อนกลับไป

00:54:54.740 --> 00:54:58.930
จุดเริ่มต้นของการนำสายใยแก้วนำแสงมาใช้
รู้ไหมคะ

00:55:00.698 --> 00:55:03.635
พื้นที่แบบไหน เหมาะสำหรับการใช้ Fiber optic

00:55:08.357 --> 00:55:10.442
สาย Fiber optic นี้แพงมากนะคะ

00:55:12.375 --> 00:55:13.245
แพงมากค่ะ

00:55:14.392 --> 00:55:17.433
ฉะนั้น เราจะนำมาเดินสายเล่นตามบ้านไหม

00:55:18.661 --> 00:55:19.655
No มันไม่คุ้ม

00:55:21.494 --> 00:55:23.738
500 เมตรใกล้ไป

00:55:26.778 --> 00:55:31.613
มันมีจุดที่ส่งได้ไกลสุด
โดยใช้ Fiber optic เส้นเดียวเลยค่ะ

00:55:34.190 --> 00:55:36.613
1,000 เมตรยังน้อยอยู่ ส่งได้ไกลกว่านั้นค่ะ

00:55:38.578 --> 00:55:39.598
เขาบอกว่า 1,000 เมตร

00:55:46.482 --> 00:55:50.446
เดี๋ยวมันต้องห้ามเดาสิ
มันต้องมาจากการค้นข้อมูลสิ

00:55:51.274 --> 00:55:53.071
1,000 เมตร คือ 1 กิโลฯ เองนะ

00:55:53.496 --> 00:55:55.613
เพื่อนตอบ 20 กิโลฯ ยังน้อยอยู่เลย

00:56:01.934 --> 00:56:05.488
เขาบอกว่าอย่างไร เขาโกหกเรา

00:56:08.841 --> 00:56:10.946
เพราะครูไปตรวจงานให้ กสทช. เลยค่ะ

00:56:11.580 --> 00:56:12.755
เขาบอกแล้ว ว่ามันเดินได้เท่านี้

00:56:16.753 --> 00:56:21.259
100 กิโลฯ นี้ จากเราไปไหน
ถึงไหน 100 กิโลฯ

00:56:23.576 --> 00:56:28.084
จากสกลนครไปถึงนครพนมนี้ 90 กิโลฯ
เราต้องข้ามฝั่งไปโน้นนะ

00:56:29.520 --> 00:56:30.405
ส่งได้ไกลกว่านี้อีก

00:56:31.965 --> 00:56:35.012
ไม่เฉลยค้างไว้ก่อน
อันนี้ไม่มีในข้อสอบ ไปหาข้อมูลมา

00:56:36.500 --> 00:56:38.405
มันมากกว่าที่เราตอบมาทุกคนนี่

00:56:38.945 --> 00:56:40.531
เมื่อก่อนเขาใช้ Fiber optic

00:56:40.565 --> 00:56:44.388
เพราะว่าเขาต้องการส่งสัญญาณ
ลอดใต้ท้องทะเลไปนะคะ

00:56:45.483 --> 00:56:47.410
เพื่อส่งสัญญาณไปที่เกาะนะคะ

00:56:48.616 --> 00:56:52.906
เรานึกถึงว่ามันไม่สามารถไปปักเสา
เมื่อก่อนวิวัฒนาการมันยังไม่เจริญนะ

00:56:53.412 --> 00:56:56.488
ไม่สามารถไปปักเสาที่ทะเลได้
ในการทะเลอย่างนี้น่ะค่ะ

00:56:56.962 --> 00:57:00.508
เขาก็เดินสายลอดท่อไปค่ะ

00:57:01.505 --> 00:57:05.858
ไปหามาแล้วกัน
สรุป คือถ้าเป็น Fiber optic นะคะ

00:57:05.882 --> 00:57:08.643
ลักษณะพิเศษของมัน
มันก็มีทั้งข้อดีข้อเสียนะ

00:57:09.092 --> 00:57:14.260
Fiber optic ไม่ต้องใช้ Transmitter
ไม่ต้องใช้ Receiver น่ะค่ะ

00:57:16.061 --> 00:57:19.379
คือ ไม่ต้องไม่มีการ... เขาเรียกอะไร
ตัวถ่ายสัญญาณน่ะ

00:57:22.267 --> 00:57:23.672
Fiber optic มีกี่ประเภท

00:57:28.343 --> 00:57:33.530
Fiber optic มีกี่ประเภท อัษฎาวุธ
Fiber optic มีกี่ชนิด

00:57:37.281 --> 00:57:38.494
ถามคนที่เคยทำแตก

00:57:45.880 --> 00:57:50.348
ไม่ค่ะ รวมชนิดของสาย Fiber optic

00:57:53.283 --> 00:57:53.988
อะไรบ้าง

00:58:02.936 --> 00:58:08.397
3 นี่มันต้องมีข้อย่อยด้วยนะอะไร
มันคืออะไร

00:58:09.617 --> 00:58:12.108
มีใครตอบอย่างอื่นไหมคะ
Fiber optic มีกี่ชนิด

00:58:15.051 --> 00:58:24.040
2 ชนิด คือแบบ Single Mode
กับ Multi Mode ต่างกันอย่างไร

00:58:27.303 --> 00:58:28.803
Single Mode ส่งอย่างไรคะ

00:58:28.934 --> 00:58:30.280
แบบไหนที่นิยมใช้

00:58:31.838 --> 00:58:33.066
แบบไหนราคาแพง

00:58:34.574 --> 00:58:35.821
แบบไหนส่งได้ดี

00:58:38.203 --> 00:58:40.622
เอาลักษณะก่อน Single Mode นี้ส่งอย่างไร

00:58:43.664 --> 00:58:46.223
No มันส่งและรับได้ทั้ง 2 แบบ

00:58:46.792 --> 00:58:49.060
การส่งสัญญาณแบบ Single Mode เป็นอย่างไรคะ

00:58:49.620 --> 00:58:51.155
ทำไมเรียกว่า "Single Mode"

00:58:53.313 --> 00:58:55.238
ก็เอาลักษณะทางกายภาพของสาย

00:59:03.040 --> 00:59:04.196
อันนี้พูดถึง 1 ล้านบิตเลย

00:59:04.432 --> 00:59:06.782
ครูสรุปให้แล้วว่า 1,300 Mbps นี่ไง

00:59:08.465 --> 00:59:10.791
บอกไปแล้วนี่เป็น Mbps นี่

00:59:12.002 --> 00:59:17.545
Single Mode คือ เป็นสายเดียวตรงไป
นึกออกไหมคะ

00:59:18.136 --> 00:59:22.071
แล้วก็ส่งสัญญาณเป็นแบบตรงอย่างนี้
คือ Single น่ะ

00:59:22.750 --> 00:59:24.462
แต่ถ้าเกิดเป็นมัลติโหมดล่ะ

00:59:27.422 --> 00:59:30.984
มันจะส่งแบบหักเหอย่างนี้ค่ะ

00:59:35.659 --> 00:59:38.280
ถามว่า... ตอนแรกครูถามว่ามันมีกี่ชนิด

00:59:38.661 --> 00:59:41.885
เราตอบว่ามี 2 ชนิด
ก็คือ Single กับ Multi โอ.เค.

00:59:41.944 --> 00:59:43.934
ครูถามว่า 2 อันนี้มันต่างกันอย่างไร

00:59:50.581 --> 00:59:51.571
แล้วมันส่งอย่างไร

00:59:53.908 --> 00:59:55.196
ส่งเป็นแนวตรง

00:59:58.287 --> 00:59:59.196
ถ้า Multi ล่ะ

00:59:59.916 --> 01:00:02.254
ส่งแบบสะท้อน เขาเรียก "การหักเห" น่ะ

01:00:02.726 --> 01:00:05.007
มันจะอย่างนี้ค่ะ

01:00:05.618 --> 01:00:09.113
แบบไหนนิยม Single
Mode จะส่งได้ดีกว่า

01:00:11.444 --> 01:00:12.757
แต่ส่งไกลไม่ได้

01:00:13.444 --> 01:00:17.671
มันมีข้อดีข้อเสียต่างกัน
แต่ในสไลด์ไม่มีค่ะ แต่ให้ข้อมูลไว้

01:00:17.956 --> 01:00:20.105
ถ้าเป็น Fiber optic มันเป็นแบบนี้นะคะ

01:00:21.916 --> 01:00:24.655
อันนี้ข้อดีข้อเสียเราข้ามจุดนี้ไปแล้วนะคะ

01:00:25.228 --> 01:00:26.373
ข้อดี ก็คือ...

01:00:32.388 --> 01:00:33.749
ส่งไปดาวอังคารเลยหรือ

01:00:34.739 --> 01:00:35.453
No

01:00:37.692 --> 01:00:40.000
มันจะส่งไปไหน 1.2 ล้านกิโลเมตร

01:00:42.585 --> 01:00:48.541
เดี๋ยวส่งจากจุดสูงสุดเชียงรายนี้
ไปถึงยะลาเลยหรือ

01:00:51.515 --> 01:00:53.363
1.2 ล้านเลยหรือ

01:00:57.428 --> 01:00:59.696
เอาจากจุดแผ่นดินใหญ่นี้ค่ะ

01:00:59.720 --> 01:01:03.565
ลอดใต้ท้องทะเลไปโผล่ตรงอีกเกาะหนึ่งน่ะ
แค่ตรงนั้นน่ะ

01:01:04.316 --> 01:01:06.613
มันจะ 1.2 ล้านเลย
จะส่งไปดาวอังคารเลยหรือ

01:01:09.521 --> 01:01:10.908
ยัง หาไปก่อน

01:01:11.717 --> 01:01:15.611
หาไปแล้วก็จะได้คำตอบของตัวเอง
อันนี้คือข้อดีข้อเสียนะคะ

01:01:16.300 --> 01:01:21.290
จ Ring ๆ ข้อจำกัดของ Fiber optic
คือ มันราคาค่อนข้างแพงนะ

01:01:21.322 --> 01:01:23.658
เมื่อเทียบกับระยะทางเดียวกันน่ะค่ะ

01:01:23.780 --> 01:01:28.488
เช่น เราใช้สายประเภทอื่น
สายทองแดงทั่วไปนี่ค่ะ

01:01:28.654 --> 01:01:31.150
1 กิโลฯ กับใช้ Fiber optic 1 กิโลฯ

01:01:31.758 --> 01:01:33.363
1 กิโลเมตรนะ ไม่ใช่ 1 กิโลกรัม

01:01:34.882 --> 01:01:36.405
Fiber จะแพงกว่านะคะ

01:01:36.962 --> 01:01:40.366
การติดตั้งค่อนข้างยุ่งยากนะคะ

01:01:40.441 --> 01:01:45.739
ต้องมีอุปกรณ์ตัว Pipe สาย
ตัวเข้าหัวสาย ตัวเช็คสัญญาณนี่ค่ะ

01:01:45.901 --> 01:01:48.004
เพราะว่ามันเป็นสัญญาณแสงนะคะ

01:01:49.001 --> 01:01:54.082
มันค่อนข้างจะแตกเปราะง่ายนะคะ
ต้องใช้ความชำนาญในการเข้านะคะ ในการเข้าหัว

01:01:56.197 --> 01:01:58.713
คราวนี้เรามาดู Wireless Media บ้างนะคะ

01:01:59.043 --> 01:02:03.342
มีไมโครเวฟ, ดาวเทียม, อินฟราเรด
3 ตัวนี้รู้จักตัวไหนบ้าง

01:02:04.560 --> 01:02:07.642
ไมโครเวฟกับเตาไมโครเวฟที่บ้าน
เหมือนกันไหมคะ

01:02:08.749 --> 01:02:10.042
ใช้สัญญาณไมโครเวฟค่ะ

01:02:10.935 --> 01:02:11.712
อันเดียวกันค่ะ

01:02:12.617 --> 01:02:18.691
ไมโครเวฟที่บ้านนี่ก็ใช้สัญญาณไมโครเวฟ
ทำไมเตาไมโครเวฟเป็น... มันเป็นเหล็กนะ

01:02:20.533 --> 01:02:22.285
เพราะว่าให้มันสะท้อนความร้อนในนั้น

01:02:22.868 --> 01:02:25.622
มันจะได้ไม่ออกมาโดนเรานะคะ

01:02:26.247 --> 01:02:27.444
คือ ใช้สัญญาณไมโครเวฟ

01:02:28.988 --> 01:02:33.280
ดาวเทียมล่ะ ไม่ใช่รองเท้านะคะ

01:02:33.785 --> 01:02:35.503
โอ.เค. you know

01:02:37.153 --> 01:02:38.905
กำลังจะพูดไง อ้าปากขึ้นเมื่อกี้รู้เลย

01:02:40.469 --> 01:02:41.821
จักรพรรณ์คิดอะไร

01:02:45.409 --> 01:02:48.435
ทำหัวเราะ ระบบไมโครเวฟนะคะ

01:02:48.459 --> 01:02:54.332
เราเรียก "ระบบสัญญาณการส่งสัญญาณ
Wireless ที่เป็นแบบ Line of sight"

01:02:55.098 --> 01:02:59.860
ลักษณะของ Line of sight
คือ ส่งตรงหักเหแสงไม่ได้

01:02:59.929 --> 01:03:01.388
ต้องไม่มีอะไรกีดขวาง

01:03:01.932 --> 01:03:07.355
ส่งได้ไม่เกิน 50 กิโลฯ
เราจะนิยมตั้งเสาสัญญาณของไมโครเวฟไว้ที่สูง

01:03:08.757 --> 01:03:10.988
พื้นที่ที่เข้าไปถึงลำบากน่ะค่ะ

01:03:12.757 --> 01:03:18.208
เราไม่ใช้การวิธีการลากสายอื่นน่ะ
จะใช้การส่งสัญญาณแบบไมโครเวฟนะคะ

01:03:22.826 --> 01:03:25.113
คราวนี้ถ้าเป็น Satellite นะคะ

01:03:26.165 --> 01:03:30.990
เราต้องการส่งสัญญาณกันทั่วโลก
ต้องใช้ Satellite ละอย่างน้อยกี่ดวง

01:03:33.049 --> 01:03:33.875
1 คะแนน

01:03:36.676 --> 01:03:40.455
เห็นไหมไม่ตั้งใจฟังเลย
ครูจะแอบถามเป็นระยะ

01:03:41.558 --> 01:03:47.520
ต้องการส่งสัญญาณผ่านระบบ Satellite System
ระบบดาวเทียมทั่วโลก

01:03:48.818 --> 01:03:54.436
นักศึกษาเป็นคนวางโครงข่ายนี้
ต้องใช้ดาวเทียมอย่างน้อยกี่ดวง

01:04:03.728 --> 01:04:05.561
อย่าตอบไปเรื่อย ๆ ให้ตอบคนละ 1 คำตอบ

01:04:06.930 --> 01:04:16.467
2 ผิด 6 ก็ผิด 7 ผิด 8 ก็ผิด ตัวเดียวน้อยไป

01:04:17.766 --> 01:04:21.434
5 ก็มากไป 3 ตัวค่ะ

01:04:22.350 --> 01:04:24.613
มันไม่ชัดวิธีการเดาแบบมีหลักการน่ะ

01:04:25.126 --> 01:04:27.841
มันเดาไปเรื่อย ๆ น่ะ 1,
2, 3, 4, 5, 6, 7 อย่างนี้ค่ะ

01:04:28.837 --> 01:04:31.405
ทำไมถึงต้องใช้ 3 ตัว

01:04:37.845 --> 01:04:38.898
เพราะโลกเป็นอย่างไรคะ

01:04:50.421 --> 01:04:51.738
อัษฎาวุธตอบถูกแล้ว

01:04:53.005 --> 01:04:55.344
โลกมันไม่ได้เป็นกลมเหมือนที่เราคิดนะ

01:04:55.943 --> 01:04:59.515
มันจะเป็นทรง คำว่า "ทรง"
มันไม่ได้เป็นอย่างนี้น่ะค่ะ

01:05:00.138 --> 01:05:00.835
มันจะเป็นทรงแบบ...

01:05:03.395 --> 01:05:04.917
ฉะนั้น นะคะ

01:05:04.948 --> 01:05:10.012
อันนี้ทฤษฎีที่เขาทดลองมา
คือ เราจะใช้ดาวเทียมอย่างน้อย 3 ดวง

01:05:10.088 --> 01:05:12.504
เพื่อส่งสัญญาณเพื่อครอบคลุมทั้งโลกนี่

01:05:12.947 --> 01:05:14.863
อย่างน้อยแปลว่ามากกว่านี้ก็ได้

01:05:15.376 --> 01:05:17.411
แต่อย่างน้อยนี่มี 3 ดวง

01:05:17.454 --> 01:05:22.130
ที่อยู่คนละมุมของขั้วโลกนี่
ก็จะถึงส่งกันได้นะคะ

01:05:22.474 --> 01:05:26.050
ฉะนั้น อันนี้จะไม่ให้คะแนนนะคะ
เพราะเราตอบมั่วไปนะคะ ไม่ให้

01:05:27.199 --> 01:05:31.746
คราวนี้การส่งสัญญาณของดาวเทียมนะคะ
จะมี 2 ขาเรียกขานะ

01:05:32.553 --> 01:05:38.419
เราเรียกสัญญาณที่เป็นขาขึ้นส่งขึ้นไปน่ะ
เราเรียก "สัญญาณ Uplink"

01:05:39.293 --> 01:05:44.123
แต่ถ้าเกิดดาวเทียมส่งลงมา
เราเรียกว่า "Downlink" นะคะ

01:05:46.426 --> 01:05:49.456
ดาวเทียมจะมีหลายประเภทค่ะ
เราไปอ่านรายละเอียดเองนะ

01:05:50.739 --> 01:05:55.280
จะมีดาวเทียมพยากรณ์,
ดาวเทียมถ่ายรูปพิกัดนู่นนี่นั่น

01:05:55.816 --> 01:05:56.738
คราวนี้อินฟราเรด

01:05:58.508 --> 01:06:01.071
ก็คือคลื่นค่ะ คลื่นความถี่สั้น

01:06:01.943 --> 01:06:05.488
อินฟราเรดส่งได้กี่ระยะทางเท่าไร

01:06:06.858 --> 01:06:08.291
รู้จักสัญญาณอินฟราเรดไหมคะ

01:06:09.234 --> 01:06:13.901
รู้จัก ผ่านวัตถุกีดขวางได้ไหม

01:06:22.248 --> 01:06:28.201
เอาดี ๆ เพื่อนยิ่งความจำสั้นอยู่
ตอนนี้ถ้าบอกว่าอะไรได้นี่คือจำไปเลยนะ

01:06:29.517 --> 01:06:31.030
เป็นความจำแรกแล้ว ไม่ลืมเลยทีนี้

01:06:32.299 --> 01:06:34.321
อินฟราเรดส่งได้ไกลแค่ไหนคะ

01:06:36.095 --> 01:06:37.280
ไม่น่าจะเกิน 10 เมตร

01:06:38.078 --> 01:06:41.498
มีวัตถุกั้นได้ไหม

01:06:43.113 --> 01:06:47.328
ไม่ได้นะคะ มันเป็นคลื่นสั้น
คลื่นความถี่ที่สั้นนะคะ

01:06:47.681 --> 01:06:49.879
ที่เราใช้อยู่ ก็เช่นรีโมทนะ

01:06:50.630 --> 01:06:53.906
รีโมททีวี รีโมทรถยนต์น่ะค่ะ รีโมท

01:06:56.814 --> 01:06:59.475
รีโมทอะไรอีก
รีโมทประตูอย่างนี้นะ

01:07:00.613 --> 01:07:03.519
คราวนี้เรามาดู Topology หน่อย

01:07:04.499 --> 01:07:05.863
รู้จัก Topology ไหมคะ

01:07:07.834 --> 01:07:11.113
เคยได้ยินคำนี้มาก่อนไหม
วันนี้ได้คำศัพท์ทางด้านเครือข่ายหลายคำ

01:07:11.240 --> 01:07:12.145
โพรโทคอล

01:07:13.680 --> 01:07:16.196
ย้อนกลับไปถามสไลด์ที่ 1
โพรโทคอล คืออะไร

01:07:19.654 --> 01:07:21.579
ครูถามไป 1 คำถามแล้วนะ ยังไม่ได้คำตอบ

01:07:25.295 --> 01:07:26.779
สื่อกลาน่ะ คือ Media

01:07:27.469 --> 01:07:28.075
Medium

01:07:29.265 --> 01:07:30.446
โพรโทคอล คือ

01:07:36.202 --> 01:07:36.988
โพรโทคอล

01:07:42.095 --> 01:07:43.113
เช่น ภาษานะ

01:07:44.875 --> 01:07:47.696
กฎหรือข้อกำหนดหรือมาตรฐาน

01:07:48.290 --> 01:07:49.544
เราจะเรียก "โพรโทคอล" ค่ะ

01:07:50.167 --> 01:07:52.828
ครูถามว่าในข้อสอบมีข้อหนึ่ง

01:07:52.959 --> 01:07:55.535
ถามว่าโพรโทคอลหลัก
ที่ใช้ในเครือข่ายอินเทอร์เน็ตน่ะ

01:07:55.825 --> 01:07:56.826
คือ โพรโทคอลอะไร

01:07:57.290 --> 01:07:58.028
ตอบได้หรือยัง

01:08:02.100 --> 01:08:02.988
1 คะแนน

01:08:05.187 --> 01:08:08.571
โพรโทคอลหลักที่ใช้ในการ
เชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

01:08:09.857 --> 01:08:10.595
No

01:08:11.500 --> 01:08:15.903
อันนั้นไม่ใช่มันไม่เรียกว่าโพรโทคอล

01:08:16.615 --> 01:08:19.196
อันนั้นคือประเภทของเครือข่าย
LAN, MAN, VAN ค่ะ

01:08:20.509 --> 01:08:25.851
ครูถามโพรโทคอลหลัก
ของเครือข่ายประเภทอินเทอร์เน็ต

01:08:29.136 --> 01:08:30.868
สัญญาณดาวเทียมนี่คือโพรโทคอลไหม

01:08:33.430 --> 01:08:34.078
ไม่ใช่

01:08:35.392 --> 01:08:36.054
No

01:08:37.272 --> 01:08:41.596
อันนี้ข้อสอบเลยนะ ถ้าตอบไม่ถูกนี่
เวลาไปเจอข้อสอบคุณก็ตอบไม่ได้เลยค่ะข้อนี้

01:08:43.451 --> 01:08:44.783
โพรโทคอลมีเยอะไหม

01:08:45.533 --> 01:08:46.123
เยอะ

01:08:48.163 --> 01:08:51.028
1 โพรโทคอลก็จะมีหน้าที่อย่างหนึ่งน่ะค่ะ

01:08:51.453 --> 01:08:54.186
เป็นมาตรฐานหรือข้อกำหนดหรือกฎระเบียบ

01:08:54.292 --> 01:09:00.417
ที่ทำต้นทางปลายทางตกลงไว้ร่วมกัน
ว่าเราจะใช้มาตรฐานตัวนี้นะ ในการรับส่ง

01:09:00.441 --> 01:09:03.571
เช่นอย่างวันนี้นะคะ

01:09:03.602 --> 01:09:08.613
โพรโทคอลที่เราใช้ในการสื่อสารในห้องนี้
คือ ครูพูดภาษาไทย

01:09:09.014 --> 01:09:14.901
ล่ามนะคะ ครูล่ามก็แปลเป็นภาษามือไทย
อันนี้คือโพรโทคอลค่ะ

01:09:15.275 --> 01:09:20.071
เราใช้ทั้ง 2 ภาษา
ทั้งภาษาล่ามในการสื่อสารภาษากายนะคะ

01:09:20.118 --> 01:09:23.530
แล้วก็ภาษาพูด ก็คือภาษาไทย

01:09:24.954 --> 01:09:27.821
ครูถามว่าโพรโทคอลหลักนะคะ

01:09:28.229 --> 01:09:31.555
ที่ใช้ในการสื่อสารในเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

01:09:32.951 --> 01:09:35.488
No เน็ตเวิร์คไม่ใช่โพรโทคอลค่ะ

01:09:38.710 --> 01:09:40.030
ตอบดัง ๆ

01:09:42.708 --> 01:09:45.488
TCP/IP ค่ะ ถูกต้อง

01:09:46.653 --> 01:09:47.125
รหัส...

01:09:49.565 --> 01:09:50.493
กรพจน์ นะ

01:09:52.920 --> 01:09:54.334
แล้วที่เพื่อนตอบเข้าใจไหมคะ

01:09:55.790 --> 01:09:57.280
โพรโทคอลมีอะไรบ้าง

01:10:00.226 --> 01:10:02.905
โพรโทคอลในการส่งเมล์
ก็จะมีอีกแบบนึงค่ะ

01:10:03.737 --> 01:10:06.929
โพรโทคอลในการรับส่งไฟล์ก็จะเป็นอันนึง

01:10:07.651 --> 01:10:13.407
แต่โพรโทคอลหลักที่ใช้ในการ
เชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ตนะคะ

01:10:13.477 --> 01:10:18.454
โพรโทคอลหลักนะ ก็คือ TCP/IP นะคะ

01:10:19.005 --> 01:10:21.071
อันนี้มีในข้อสอบเลย บอกแนวข้อสอบเลย

01:10:21.271 --> 01:10:23.164
ถ้ายังสอบไม่ได้อีกก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรนะ

01:10:26.512 --> 01:10:30.909
ย้อนกลับมาเอาคำตอบของสไลด์แรกเฉย ๆ นะคะ
ย้อนกลังมาสไลด์นี้

01:10:31.416 --> 01:10:32.876
Topology ทีนี้

01:10:34.435 --> 01:10:36.738
ภาษาไทย คือ
โครงสร้างเครือข่ายค่ะ

01:10:37.519 --> 01:10:40.803
มีมากกว่านี้แต่เราพูดถึงตัวพื้นฐานนะคะ

01:10:41.237 --> 01:10:47.063
มีแบบ Bus, Ring , Star, Mesh 4 แบบนี้
ให้บอกลักษณะเด่นของแต่ละแบบมา

01:10:48.523 --> 01:10:49.780
อัษฎาวุธเอาแบบไหน

01:10:50.793 --> 01:10:51.863
Bus เป็นอย่างไร

01:10:53.185 --> 01:10:55.696
เอาภาษาบ้าน ๆ ที่เพื่อนจะเข้าใจได้
ตอบมาเลยค่ะ

01:11:07.486 --> 01:11:10.238
ค่ะ อัษฎาวุธเอาไป 1 คะแนน

01:11:13.048 --> 01:11:14.509
เดี๋ยวครูอธิบายเพิ่มนะ

01:11:15.144 --> 01:11:17.780
อัษฎาวุธรหัสไหนนะ 07 นะ

01:11:19.338 --> 01:11:21.113
Bus ก็คือมี backbone

01:11:21.875 --> 01:11:23.613
ก็คือถนนหลักสายหนึ่ง

01:11:23.979 --> 01:11:28.343
บ้านไหนต้องการใช้ก็เอาสายมาต่อแยก

01:11:29.154 --> 01:11:30.738
ข้อดีของ Bus เป็นอย่างไรคะ

01:11:32.607 --> 01:11:37.529
ง่าย บริหารจัดการง่ายนะ
เพราะมีสายหลักนะคะ

01:11:37.660 --> 01:11:40.071
แล้วบ้านแต่ละบ้านก็ต่อไป

01:11:40.340 --> 01:11:43.988
บ้านไหนพังบ้านอื่นได้รับผลกระทบไหม

01:11:45.080 --> 01:11:46.080
ไม่ค่ะ ไม่เกี่ยวนะคะ

01:11:47.223 --> 01:11:52.790
แต่ถ้าสายหลักพัง
ก็คือพังหมดล้มทั้งระบบนะคะ

01:11:53.309 --> 01:11:59.680
แต่ถ้าเกิดมีข้อมูลเยอะ
ข้อมูลอาจจะชนกัน มีคนใช้เยอะนะคะ

01:12:00.623 --> 01:12:03.309
อันนี้คือ Bus แล้ว Ring ล่ะ

01:12:08.144 --> 01:12:09.829
แบบ Ring เป็นอย่างไร

01:12:09.916 --> 01:12:11.058
เอาแบบเอาลักษณะเด่นมา

01:12:13.276 --> 01:12:14.426
วงแหวนเป็นอย่างไรคะ

01:12:17.652 --> 01:12:19.030
เหมาะกับองค์กรแบบไหน

01:12:25.067 --> 01:12:26.821
Ring ส่งข้อมูลแบบไหน

01:12:33.958 --> 01:12:38.703
วงกลมนี้ส่งยังไงคะ
ส่งไปส่งกลับหรือส่งไปกลับ ส่งย้อนกลับ

01:12:44.883 --> 01:12:45.433
ถูกหรือเปล่า

01:12:47.306 --> 01:12:48.471
Ring นี้ส่งไปกลับไหม

01:12:51.491 --> 01:12:55.196
Ring ส่งในข้อมูลในทิศทางเดียวค่ะ
ไม่มีการชนกัน

01:12:57.525 --> 01:13:01.514
เหมาะสำหรับองค์กรที่มีขนาดเล็ก

01:13:02.226 --> 01:13:04.988
มีเครื่องที่เชื่อมต่อในวง Ring นี่

01:13:05.907 --> 01:13:08.840
คือ การที่เราจะเชื่อมต่อเครือข่ายแบบ Ring นี่

01:13:09.217 --> 01:13:14.196
เราต้องวางแผนแล้วว่าองค์กรนี่
หรือกลุ่มที่จะสร้างเป็นวง Ring นี่

01:13:14.620 --> 01:13:16.835
ไม่มีการเพิ่มแล้ว มีแค่นี้ล่ะ

01:13:18.435 --> 01:13:21.196
พอตอบปุ๊บเราไม่สามารถขยายได้อีกน่ะค่ะ
ได้เท่านี้

01:13:21.488 --> 01:13:22.935
คือ Ring นะคะ

01:13:23.185 --> 01:13:28.973
มันก็เลยเหมาะกับองค์กรที่ไม่ค่อยมีการอัป...
คือ ไม่ค่อยมีการซื้อเครื่องเพิ่มน่ะ

01:13:29.510 --> 01:13:31.018
หรือหน่วยงานที่ส่งกันแค่นี้

01:13:32.037 --> 01:13:35.026
แค่ในฝ่ายที่เกี่ยวข้องนะคะ

01:13:35.051 --> 01:13:38.048
ข้อดีของมัน คือ ส่งได้เร็วข้อมูลไม่ชนกัน

01:13:38.252 --> 01:13:40.592
เพราะมันส่งไปทิศทางเดียวกันนะคะ

01:13:40.616 --> 01:13:43.155
ระบุเครื่องปลายทางแล้วก็ส่งไปนะคะ

01:13:44.440 --> 01:13:45.207
Star ล่ะ

01:13:56.978 --> 01:13:58.335
สรุปแล้วครูจะฟังใคร

01:14:00.455 --> 01:14:03.780
โจ้ตอบมา Star เป็นอย่างไรคะ

01:14:07.596 --> 01:14:08.477
เชื่อมโยงแบบไหน

01:14:14.082 --> 01:14:18.926
มี Hub ตัวหนึ่ง ส่งไปจำกัดไหมคะ
เครื่องที่เข้ามาเชื่อมต่อ

01:14:21.045 --> 01:14:22.030
ตาม Port Hub

01:14:23.393 --> 01:14:24.655
Hub มีสูงสุดกี่ Port

01:14:29.206 --> 01:14:31.071
Hub 1 ตัว ตัวใหญ่เลยมีกี่ Port

01:14:33.559 --> 01:14:36.363
ไม่ Cross นะคะ
เอา Hub ตัวเดียวน่ะ มีกี่ port

01:14:42.157 --> 01:14:44.697
คือ จำนวนเครื่อง
ที่เข้ามาเชื่อมต่อแบบ Star น่ะ

01:14:44.995 --> 01:14:49.066
จะได้เท่ากับจำนวน Port ของ Hub ตัวนั้น

01:14:50.000 --> 01:14:51.446
ระบบนี้จะล่มเมื่อไรคะ

01:14:53.318 --> 01:14:55.655
เมื่อ Hub เสีย โอ.ค. นะคะ

01:14:56.015 --> 01:14:57.698
จักรพันธ์ได้ 1 คะแนน

01:14:59.206 --> 01:15:00.696
102 หรือ 202

01:15:02.173 --> 01:15:03.395
102 โอ.เค.

01:15:04.364 --> 01:15:06.696
นี่จักรพันธ์เรียนมานี่
ไม่เคยได้คะแนนวิชานี้เลยหรือ

01:15:07.105 --> 01:15:09.530
ทำไมน่าสงสารจังเลยคนอื่นเขาได้เป็น
10 แล้วนะ

01:15:15.256 --> 01:15:18.280
ครูมีข้ามไปเพราะจักรพันธ์เป็นคนตอบ
ก่อนที่เงื่อนไขจะมา

01:15:22.415 --> 01:15:23.045
อะไรเหมือนกัน

01:15:23.561 --> 01:15:27.121
คุณต้องมีต้นประโยคมาด้วย
ประธาน, กริยา, กรรม

01:15:31.783 --> 01:15:34.765
กิโลกรัมถูกหรือเปล่า

01:15:36.413 --> 01:15:37.433
ตอบเอง ถามเอง

01:15:41.633 --> 01:15:43.488
จากไหนไปไหน 20,000 กิโลเมตรนี่

01:15:47.323 --> 01:15:48.488
อ่านหน่วยดี ๆ สิ

01:15:50.587 --> 01:15:52.363
ไม่ใช่ ระยะทางน่ะ

01:15:59.971 --> 01:16:00.738
กี่กิโลฯ

01:16:07.194 --> 01:16:07.753
ถูกไหม

01:16:10.045 --> 01:16:11.905
มันเชื่อได้ไหม เว็บฯ นั้นน่ะ เว็บฯ ไหน

01:16:13.437 --> 01:16:14.280
หามาจากไหน

01:16:17.067 --> 01:16:17.679
เว็บฯ ไหน

01:16:19.001 --> 01:16:20.692
ไม่ใช่เว็บฯ แบบโพสต์ต่อ ๆ กันมานะ

01:16:20.716 --> 01:16:22.696
มีความน่าเชื่อถือหรือเปล่า แหล่งข้อมูลน่ะ

01:16:24.569 --> 01:16:30.668
เว็บฯ ไหน กระทรวงไหน
ไปหาแหล่งข้อมูลมาก่อน

01:16:31.198 --> 01:16:33.027
ให้ตอบไปได้จนถึงหมดคาบ

01:16:35.986 --> 01:16:37.488
แบบสุดท้ายนะคะ

01:16:37.535 --> 01:16:38.751
Topology แบบ Mesh

01:16:38.845 --> 01:16:41.332
จริง ๆ แล้วครูบอกไปแล้วว่ามันมีมากกว่านี้

01:16:41.478 --> 01:16:43.280
อันนี้เอาตัวพื้นฐานนะคะ

01:16:45.099 --> 01:16:48.790
Mesh ก็คือเชื่อมต่อแบบทุกเครื่อง
เข้าด้วยกันนะคะ

01:16:48.849 --> 01:16:51.821
ถ้าสายสัญญาณขาดเส้นหนึ่ง
ก็ยังสามารถติดต่อสื่อสารกันได้อยู่

01:16:52.182 --> 01:16:54.863
เพราะมันเชื่อมต่อกันทุกเครื่องนะคะ

01:16:55.294 --> 01:17:02.090
ข้อเสีย ก็คือพอมันต้องเชื่อมกันทุกเครื่อง
ค่าใช้จ่ายในการซื้อสายนะ มันก็จะแพงนะคะ

01:17:02.571 --> 01:17:03.405
ค่อนข้างแพง

01:17:03.703 --> 01:17:08.054
ข้อดี คือ ถึงสายสัญญาณเส้นหนึ่งขาด
เส้นอื่นก็ยังส่งได้อย่างนี้ค่ะ

01:17:10.346 --> 01:17:14.544
ต่อไปนะคะ WAN, MAN, RAN

01:17:16.127 --> 01:17:18.780
จริง ๆ ตัวนี้เราเหมือนจะรู้อยู่แล้วนะ
ข้ามไปเลยได้ไหม

01:17:21.844 --> 01:17:24.238
ตอนนี้เหมือนจะรู้
พอเจอข้อสอบปุ๊บไม่รู้เลยทีนี้

01:17:26.861 --> 01:17:29.020
LAN Local Area Network นะคะ

01:17:29.060 --> 01:17:30.600
MAN ก็เป็น Metropolitan นะ

01:17:30.720 --> 01:17:31.394
Wide

01:17:32.256 --> 01:17:36.498
Wide Area Network ก็คือ WAN นะคะ
หนึ่งในนั้น ก็คืออินเทอร์เน็ตนะคะ

01:17:39.978 --> 01:17:42.488
หา Fiber optic ไป
ไม่อย่างนั้นไม่ได้ 1 คะแนนเลย

01:17:43.114 --> 01:17:45.548
ตัวนี้ทำไม WAN ยกตัวอย่างอินเทอร์เน็ต

01:17:45.671 --> 01:17:50.623
เพราะอินเตอร์เป็นเครือข่ายที่เชื่อมต่อกันทั่วโลก
แล้วใคร ๆ ก็รู้จักนะคะ

01:17:50.647 --> 01:17:52.405
เครือข่ายตัวนี้ใคร ๆ ก็ใช้งาน

01:17:54.370 --> 01:17:58.701
LAN เป็นอย่างไร
เชื่อมต่อไม่เกิน 10 กิโลฯ นะคะ

01:17:58.735 --> 01:18:02.238
เชื่อมต่อในอาคารระหว่างอาคาร
ระหว่างหน่วยงานนะคะ

01:18:02.807 --> 01:18:03.679
ใกล้ ๆ

01:18:05.199 --> 01:18:08.914
ถ้าแมนก็จะกว้างขึ้นนะ ระดับระหว่างจังหวัด

01:18:09.711 --> 01:18:13.488
ส่วน WAN ก็ระดับทั้งประเทศ
แล้วก็ทั่วโลกนะคะ

01:18:22.734 --> 01:18:23.905
อ่านดี ๆ

01:18:30.392 --> 01:18:34.696
WAN จะมีทั้งแบบ Private
แล้วก็แบบ Public นะคะ

01:18:36.779 --> 01:18:38.891
Facebook เป็นแบบไหน

01:18:40.482 --> 01:18:42.051
Social media เป็นแบบ...

01:18:44.039 --> 01:18:44.543
แบบไหนคะ

01:18:46.229 --> 01:18:48.488
เอาอย่างนี้ facebook ของเราน่ะ

01:18:50.151 --> 01:18:51.375
เป็น social media นะ

01:18:52.280 --> 01:18:52.921
เป็นแบบไหน

01:18:55.957 --> 01:18:58.155
Public ทั้งหมดหรือ Public บางส่วน

01:19:00.287 --> 01:19:01.530
ส่วนไหนที่เป็น Public

01:19:04.215 --> 01:19:04.905
ส่วนไหนคะ

01:19:07.104 --> 01:19:08.821
คุณไปเปิดโปรไฟล์เป็น Public เลยหรือ

01:19:12.501 --> 01:19:14.613
เราไม่อยากรู้คนอื่น

01:19:18.259 --> 01:19:19.238
ต่างกันอย่างไรคะ

01:19:20.817 --> 01:19:25.696
การตั้งค่า Social media นี่
เรามีตั้งเป็น Private บ้างไหม

01:19:27.143 --> 01:19:29.030
ส่วนไหนที่ตั้งเป็น Private

01:19:30.528 --> 01:19:34.405
ข้อมูลส่วนตัวควรตั้งเป็น Private นะคะ

01:19:34.897 --> 01:19:36.982
Private
อาจจะแค่ในกลุ่มเพื่อนอย่างนี้นะ

01:19:37.422 --> 01:19:38.863
เราอยากให้แค่เพื่อนดู

01:19:39.130 --> 01:19:41.989
แต่บางส่วนที่เราต้องการโพสต์
แชร์ข้อมูลที่มีประโยชน์

01:19:42.013 --> 01:19:44.384
เราก็ตั้งเป็นแบบ Public ไว้อย่างนี้ค่ะ

01:19:45.042 --> 01:19:46.738
Security ตัวเองนี่ล่ะนะคะ

01:19:48.019 --> 01:19:49.155
ฉะนั้น นะคะ

01:19:49.330 --> 01:19:51.981
อินเทอร์เน็ตเป็นเครือข่ายแบบ Public

01:19:52.572 --> 01:19:54.392
WAN นะคะ

01:19:54.429 --> 01:19:56.530
ใคร ๆ ก็สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้

01:19:56.924 --> 01:19:58.654
ใช้ทำอะไรแล้วแต่เลยค่ะ

01:19:58.721 --> 01:20:01.197
โพรโทคอลหลักที่ใช้ในการ
เชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

01:20:01.221 --> 01:20:03.017
เพื่อนตอบให้แล้วนะคะ

01:20:03.042 --> 01:20:04.863
TCP/IP

01:20:05.648 --> 01:20:08.488
ถ้าใครตอบข้อสอบข้อนี้ผิด ครูจะหัก 2 เท่า

01:20:09.130 --> 01:20:11.469
เพราะครูพูดครั้งที่ 5 แล้วนะคะ

01:20:11.926 --> 01:20:15.238
เรื่องของโพรโทคอลหลัก ได้แหล่งข้อมูลหรือยัง

01:20:18.249 --> 01:20:19.571
วิกิพีเดียนี้เชื่อถือได้ไหม

01:20:27.578 --> 01:20:28.582
เดี๋ยวค่อยเฉลย

01:20:31.384 --> 01:20:33.012
เราใช้อินเทอร์เน็ตทำอะไร

01:20:34.545 --> 01:20:37.027
ดูหนัง, ฟังเพลง, ส่งเมล, ค้นข้อมูลนะ

01:20:41.470 --> 01:20:43.905
นอกจากเครือข่ายที่กล่าวไปแล้วนะคะ

01:20:43.959 --> 01:20:48.488
ก็ยังมีการประยุกต์ใช้การสื่อสารข้อมูล
อีกเยอะนะคะ

01:20:48.814 --> 01:20:50.863
เช่น การใช้ GPS

01:20:51.229 --> 01:20:53.571
การใช้ WiFi, Hotspot, Bluetooth

01:20:55.120 --> 01:20:56.738
ตัวไหนไม่รู้จัก ไม่มีเลย

01:20:57.632 --> 01:20:58.946
GPS ใช้ทำอะไรคะ

01:21:01.973 --> 01:21:03.030
ระบุตำแหน่ง

01:21:04.783 --> 01:21:06.701
แล้วก็นำทางนะคะ

01:21:08.690 --> 01:21:12.619
ลักษณะของการทำงาน
ของ Global Positioning นี่

01:21:12.762 --> 01:21:16.600
ตัวนี้นะคะ GPS
ก็คือมันจะระบุ ละติจูด, ลองติจูด

01:21:17.098 --> 01:21:19.696
ตำแหน่งน่ะ ระบุตำแหน่ง
ว่าอยู่ตรงไหนนะคะ

01:21:20.698 --> 01:21:24.340
ของแผนที่เราอยู่ตรงไหนนะคะ

01:21:25.843 --> 01:21:29.010
ส่วนตัวนี้นะคะ ใช้กับอุปกรณ์
แต่ตอนนี้เราไม่ค่อยใช้

01:21:29.081 --> 01:21:35.355
เพราะว่ามันใช้อุปกรณ์ไร้สาย
ที่ใช้ความเร็วต่ำนะคะ

01:21:37.673 --> 01:21:41.446
ตัวที่เรานิยมใช้กันจะเป็น WiFi นะคะ

01:21:43.021 --> 01:21:48.585
เพราะมันส่งสัญญาณที่คลื่นความถี่สูงนะคะ
ก็เลยนิยมใช้

01:21:49.014 --> 01:21:50.142
แล้วก็มีแบบ Hotspot

01:21:50.727 --> 01:21:54.495
Hotspot ตัวนี้พูดถึงการกระจายสัญญาณ
จากจุดตัวหลักนะ

01:21:54.559 --> 01:21:58.240
ไม่ได้พูดถึงการ Hotspot จากมือถือเรา
ไปให้เพื่อนนะ

01:21:59.022 --> 01:22:01.529
ก็คืออย่างเช่น ที่ห้างสรรพสินค้า

01:22:01.599 --> 01:22:05.405
เขามีการปล่อย Hotspot
ให้กับลูกค้าเขายังนี่ค่ะ

01:22:06.817 --> 01:22:11.321
เป็นอินเทอร์เน็ตสาธารณะไร้สาย
ที่เป็นความเร็วสูงนะคะ

01:22:11.694 --> 01:22:14.467
ใช้เทคโนโลยีของ Wireless นะคะ
ของ LAN

01:22:14.657 --> 01:22:16.113
LAN ที่เป็นแบบไร้สาย

01:22:17.383 --> 01:22:19.738
นอกจากนี้ก็เป็น Bluetooth นะคะ

01:22:20.541 --> 01:22:23.474
Bluetooth กับอินฟราเรดเหมือนกันไหม

01:22:25.097 --> 01:22:25.988
ต่างกันอย่างไรเอ่ย

01:22:30.995 --> 01:22:32.071
ตัวไหนส่งได้ไกลกว่า

01:22:33.995 --> 01:22:35.571
อินฟราเรดส่งได้ไกลกว่าค่ะ

01:22:36.563 --> 01:22:37.988
Bluetooth ส่งได้ใกล้ ๆ

01:22:38.795 --> 01:22:42.321
อุปกรณ์ไม่เกิน 4-5 เมตร

01:22:42.641 --> 01:22:46.613
อุปกรณ์จะต้องส่ง...
หันตัวสัญญาณตัวส่งรับสัญญาณนะ

01:22:46.792 --> 01:22:49.047
มาตรงกันถึงจะส่ง Bluetooth ได้นะคะ

01:22:49.542 --> 01:22:52.640
หรืออยู่ระยะใกล้ ๆ กันน่ะ
ไม่มีสิ่งกีดขวางนะคะ

01:22:54.414 --> 01:22:57.946
โอ.เค. สรุปแล้ว

01:22:59.252 --> 01:23:02.530
สรุปก่อน ก่อนที่แบ่งกลุ่ม
อันนี้เป็นงานนะคะ

01:23:03.105 --> 01:23:03.905
เป็นงานกลุ่ม

01:23:05.369 --> 01:23:10.388
สรุปแล้ว Fiber optic ส่งได้ไกลกี่กิโลฯ

01:23:10.646 --> 01:23:12.238
ถามเป็นกิโลเมตร

01:23:17.437 --> 01:23:17.988
ถูกหรือเปล่า

01:23:20.977 --> 01:23:22.905
จักรพันธ์ยอมแพ้ ไม่เอาแล้วหรือคะแนน

01:23:24.001 --> 01:23:26.799
ไม่มีการถกเถียงเรื่องคะแนนแล้ว

01:23:26.924 --> 01:23:28.849
ให้เพื่อนไปเถอะครับ เพราะตอบหลายรอบแล้ว

01:23:31.111 --> 01:23:34.446
โอ.เค. บอกรหัสมาค่ะ

01:23:36.041 --> 01:23:38.740
113 ปรเมษฐ์

01:23:40.430 --> 01:23:41.152
ใกล้เคียง

01:23:43.682 --> 01:23:49.609
จริง ๆ แล้วถ้าแบบเดินสายใต้ท้องทะเลไป
แบบไม่มีการ...

01:23:50.057 --> 01:23:53.071
คือ ลักษณะของ Fiber optic
มันไม่ต้องมีตัว...

01:23:55.079 --> 01:23:57.605
เขาเรียกว่าอะไร ทวนสัญญาณน่ะ

01:23:57.748 --> 01:23:59.696
เพราะว่าสัญญาณมันส่งตรงอย่างนี้นะคะ

01:24:01.449 --> 01:24:05.488
เมื่อก่อนตอนเริ่มต้นนี่
มันส่งได้สูงสุด 2000 กิโลฯ

01:24:06.549 --> 01:24:09.448
เมื่อก่อนหมายถึง
ตอนที่เขายังไม่ได้ปรับปรุงสัญญาณ

01:24:09.472 --> 01:24:11.942
ให้มันทันสมัยแบบวันนี้นะคะ

01:24:12.079 --> 01:24:16.114
ตอนนี้ก็ส่งได้ประมาณนี้ไม่เกิน 15,000 นะคะ

01:24:16.162 --> 01:24:22.891
ไม่เกิน 15,000 อันนี้คือจุดที่เขาส่งนี้
คือ ลอดท่อใต้ทะเลน่ะค่ะ

01:24:23.662 --> 01:24:29.118
ประมาณไม่เกิน 15,000 กิโลนะคะ

01:24:30.995 --> 01:24:32.659
เขาจะใช้กรณีที่...

01:24:33.409 --> 01:24:35.946
คือ มันไม่มีพื้นดิน เป็นทะเลนะคะ

01:24:36.142 --> 01:24:40.434
แต่ถ้าเกิดในพื้นดินเขาจะไม่ทำแบบนี้
เขาจะไม่ส่งไปแบบนี้นะคะ

01:24:40.459 --> 01:24:44.647
เพราะว่าความเสี่ยง
โอกาสที่สายมันจะขาดนี่มันจะเยอะ

01:24:45.130 --> 01:24:47.372
แต่ใต้ทะเลนี้ คือ เขารอดนะคะ

01:24:47.397 --> 01:24:53.441
แล้วเขาก็จะมีท่อป้องกันตัว Fiber optic นี่
เขาก็เลยเดินสายแบบนั้นได้นะคะ

01:24:53.537 --> 01:24:59.821
แต่ถ้าเกิดบนพื้น ภาคพื้นดินนี้
เขาจะไม่เดินไกลขนาดนั้นนะคะ โอ.เค.

01:25:00.511 --> 01:25:02.821
คราวนี้หัวข้อสุดท้ายนะคะ

01:25:04.267 --> 01:25:07.886
ก็คือฮาร์ดแวร์ของเครือข่าย
เอาอุปกรณ์พื้นฐาน

01:25:08.049 --> 01:25:12.988
แต่ถ้านักศึกษามองว่าเราอยากได้อุปกรณ์ที่มัน
Advance ขึ้น ก็นำเสนอมานะคะ

01:25:13.284 --> 01:25:15.379
ตัวนี้ครูให้ทำเป็นงานกลุ่มนะคะ

01:25:15.478 --> 01:25:18.152
กลุ่มละกี่คนก็ได้
เราสนใจจะศึกษาอุปกรณ์ตัวนี้

01:25:18.176 --> 01:25:19.292
เราก็ไปอยู่กลุ่มนี้

01:25:19.863 --> 01:25:24.548
ครูขอตัวแทนกลุ่ม ตัวหลักก่อนนะ

01:25:25.778 --> 01:25:27.724
คนที่เป็นหลักในกลุ่มน่ะค่ะ ก่อน

01:25:30.976 --> 01:25:32.530
กลุ่มละกี่คนก็ได้

01:25:33.582 --> 01:25:34.588
อันนี้ไม่ได้ตอบกวนนะ

01:25:34.643 --> 01:25:39.631
หมายถึงว่าไม่ได้ Stick
ว่าต้อง 2 คน, 3 คน, 4 คน แล้วแต่

01:25:40.022 --> 01:25:43.446
เราสนใจที่จะนำเสนออุปกรณ์เครือข่ายตัวนี้

01:25:43.936 --> 01:25:48.102
ถ้ามีเพื่อนเสนอตัวนี้มา
เราก็ไปอยู่กับเพื่อนกลุ่มนี้นะคะ

01:25:49.974 --> 01:25:52.991
5 คะแนนหัวข้อ ก็คือฮาร์ดแวร์นะคะ

01:25:53.054 --> 01:25:54.321
เอาฮาร์ดแวร์นะ

01:25:59.270 --> 01:26:03.113
ฮาร์ดแวร์ของเครือข่ายค่ะ

01:26:06.236 --> 01:26:09.446
กลุ่มแรกกลุ่มที่ 1
เอาอุปกรณ์อะไรดี

01:26:10.838 --> 01:26:12.223
นอกเหนือจากนี้ก็ได้

01:26:12.766 --> 01:26:15.071
แต่ถ้านึกไม่ออกเอาในสไลด์ก็ได้

01:26:15.589 --> 01:26:21.025
บอกรหัสมาก่อนค่ะ
ครูจะตั้งเป็นตัวหลักของกลุ่มไว้ก่อน

01:26:21.168 --> 01:26:23.821
กลุ่มที่ 1 จะทำเรื่องอะไรเอ่ย

01:26:25.558 --> 01:26:31.385
Router Router เป็นกลุ่มไหนเอ่ย

01:26:33.785 --> 01:26:34.655
ปรเมษฐ์นะ

01:26:35.126 --> 01:26:38.363
เดี๋ยวถามหัวหน้ากลุ่มไว้ก่อนค่ะ
สมาชิกคุณค่อยไปหาเอา

01:26:39.804 --> 01:26:41.738
เดี๋ยวครูค่อยบอกว่าต้องทำอย่างไรบ้างนะคะ

01:26:42.727 --> 01:26:44.738
กลุ่มที่ 2 เอาอุปกรณ์ไหนดี

01:26:45.898 --> 01:26:46.988
Modem

01:26:48.834 --> 01:26:51.613
อัษฎาวุธ รหัส 207

01:26:52.778 --> 01:26:53.988
กลุ่มที่ 3 ค่ะ

01:27:00.619 --> 01:27:05.655
เอาในนี้ หรือนอกเหนือจากนี้ก็ได้
แต่ขอเป็นฮาร์ดแวร์ของเครือข่ายค่ะ

01:27:08.494 --> 01:27:12.071
ตอนนี้มี Router นะคะ เป็นกลุ่มปรเมษฐ์

01:27:12.859 --> 01:27:16.238
Modem นะคะ เป็นกลุ่มอัษฎาวุธ

01:27:19.060 --> 01:27:20.405
เสนอหัวข้อมา

01:27:30.104 --> 01:27:33.238
มันคนละอย่างค่ะ เป็นอุปกรณ์เครือข่าย

01:27:34.082 --> 01:27:36.738
แต่เป็นคนละ... คือ หน้าที่ต่างกันน่ะ

01:27:38.219 --> 01:27:41.451
เดี๋ยวเราจะได้รู้ว่าอุปกรณ์แต่ละตัวคืออะไร
เสนอมา

01:27:43.038 --> 01:27:45.738
No อุปกรณ์เครือข่ายค่ะ

01:27:50.685 --> 01:27:51.655
เสนอมาเร็ว

01:27:53.386 --> 01:27:57.030
มีแค่ 2 กลุ่มนี้หรอทั้งห้อง
อุปกรณ์เครือข่ายเยอะมากเลยค่ะ

01:28:02.180 --> 01:28:04.500
อุปกรณ์เครือข่าย

01:28:13.354 --> 01:28:14.136
อุปกรณ์

01:28:26.978 --> 01:28:33.208
Hub รหัส 02 นี่ 102 นะ

01:28:34.627 --> 01:28:38.113
ใช่แล้ว Hub 102 ค่ะ

01:28:38.367 --> 01:28:42.374
ต่อไป Access Point

01:28:46.782 --> 01:28:50.405
กรพจ นะ 104 ค่ะ

01:28:53.572 --> 01:28:54.363
หมดหรือยัง

01:28:58.337 --> 01:28:59.946
Wireless Card ก็ได้ค่ะ

01:29:02.226 --> 01:29:04.530
Bub นี่ ทำสวิตด้วยนะจักรพันธ์

01:29:05.723 --> 01:29:10.905
โอ.เค. เพราะว่าหลักการทำงาน
มันต่างกันไม่เยอะนะคะ

01:29:11.245 --> 01:29:15.372
ถ้าพูดแล้วก็พูดสวิสไปด้วยเลย
เราจะได้บอกข้อแตกต่างของมันได้เลย

01:29:18.179 --> 01:29:19.613
หมดหรือยังคะ ตัวแทน

01:29:21.351 --> 01:29:24.238
ตัวแทนกลุ่ม ได้ 4 กลุ่มเอง

01:29:25.186 --> 01:29:25.946
มีอีกไหมเอ่ย

01:29:30.597 --> 01:29:31.488
เอาอีกสักกลุ่มไหม

01:29:36.242 --> 01:29:40.071
พอแล้วหรือ 4 กลุ่มก็ 4 กลุ่ม

01:29:41.099 --> 01:29:45.780
ส่วนใครจะอยู่กลุ่มไหน
เราก็ไม่แบ่งกันเองนะ

01:29:47.112 --> 01:29:52.738
ในสไลด์ขอข้อมูล ว่าอยู่กลุ่มไหนนะคะ
ตัวนี้ไม่ต้องส่งเป็นเล่ม

01:29:52.962 --> 01:29:56.540
แต่ครูขอเป็นสไลด์สำหรับนำเสนอนะคะ

01:29:57.229 --> 01:29:59.738
โดยเงื่อนไข คือ ให้นักศึกษาแบ่งกลุ่มค่ะ

01:30:00.519 --> 01:30:04.701
1 กลุ่มต่อ 1 อุปกรณ์นะคะ
นำเสนอวันที่ 5 เมษายน

01:30:05.514 --> 01:30:10.681
พอเรานำเสนอเสร็จหรือครูอาจจะสอนอีกบทหนึ่ง
ก็คือจริยธรรมนะคะ

01:30:10.736 --> 01:30:14.650
แล้วก็วันนั้นจะเป็นวันสุดท้ายที่เราเรียนนะคะ

01:30:14.733 --> 01:30:21.429
ก็คือกิจกรรมมี 2 กิจกรรม คือ ครูสอนอีก 1 บท
กับนักศึกษานำเสนองานกลุ่มน่ะค่ะ

01:30:21.532 --> 01:30:24.473
แล้วสัปดาห์ถัดไป
หรืองานวันไหนก็แล้วแต่ที่เรานัดกันน่ะ

01:30:24.534 --> 01:30:28.375
เราจะสอบในส่วนของภาคทฤษฎีนะคะ

01:30:29.036 --> 01:30:31.780
คราวนี้ที่เราสิ่งที่เราจะต้องทำ
ก็คือสไลด์นำเสนอค่ะ

01:30:33.062 --> 01:30:38.547
ไม่ได้จำกัดว่าจะมีกี่สไลด์ แต่ต้องมีความหมาย

01:30:40.050 --> 01:30:44.155
หน้าที่ของอุปกรณ์ตัวนั้นใช้ทำอะไร
เอารูปมาให้เพื่อนดูด้วย

01:30:44.452 --> 01:30:47.859
Router หน้าตาเป็นแบบนี้
Hub หน้าตาแบบนี้ สวิทช์เป็นแบบนี้

01:30:48.180 --> 01:30:50.928
ทำงานเป็นอย่างไรนะคะ

01:30:51.325 --> 01:30:53.260
Access Point เป็นอย่างไร ทำอะไร

01:30:53.613 --> 01:30:56.446
มีความสำคัญอย่างไรในเครือข่าย

01:30:56.658 --> 01:30:58.023
ทำสไลด์มานะคะ

01:30:58.348 --> 01:31:01.780
สมาชิกแต่ละกลุ่มมีกี่คนก็ได้

01:31:02.464 --> 01:31:04.613
แล้วแต่ความสนใจอยากไปอยู่กับใคร

01:31:04.747 --> 01:31:08.070
ครูจะไปจดตอนที่... หน้าแรกมาเจอสมาชิกนะ

01:31:08.661 --> 01:31:12.041
แนะนำหัวข้อก่อนค่ะ
โดยประกอบไปด้วยสมาชิกกี่คน

01:31:12.434 --> 01:31:14.821
ทุกคนต้องนำออกออกมาตอนที่นำเสนอนะ

01:31:15.163 --> 01:31:16.957
จะได้รู้ว่ามีใครบ้างนะคะ

01:31:17.250 --> 01:31:20.599
เราก็แบ่งหน้าที่กันใครจะนำเสนอบ้างแล้วแต่

01:31:20.777 --> 01:31:22.167
กลุ่มไปบริหารจัดการกันเอง

01:31:22.403 --> 01:31:24.565
จะนำเสนอ ส่งตัวแทนมา 1 คน

01:31:24.957 --> 01:31:28.037
หรือจะนำเสนอ 2 คน, 3 คน, 4 คนในกลุ่มแล้วแต่

01:31:29.144 --> 01:31:30.321
แต่ต้องซ้อมมานะ

01:31:31.304 --> 01:31:34.851
ถ้าส่งตัวแทนทุกคนต้องยอมรับว่าสมมติ

01:31:34.943 --> 01:31:36.613
ว่ามันเต็ม 5 คะแนนน่ะค่ะ

01:31:36.880 --> 01:31:40.905
ถ้าตัวแทนนำเสนอไม่ดี ครูให้แค่คะแนน 2 คะแนน
ทุกคนในกลุ่มจะได้แค่ 2 คะแนนหมด

01:31:41.800 --> 01:31:44.141
แต่ถ้าเกิดทุกคนออกมา Present

01:31:44.679 --> 01:31:48.537
คะแนนก็จะต่างกันทีนี้
เพราะครูจะให้คะแนนนำเสนอด้วยนะคะ

01:31:48.791 --> 01:31:51.025
สมมติว่ามัณฑนาได้ 5 นะคะ

01:31:51.374 --> 01:31:53.988
อีกคนไม่ได้เตรียมตัวมาเลยอาจจะได้
3

01:31:54.765 --> 01:31:58.905
อันนี้ คือ กรณีที่แต่ละคนออกมาพูด
ครูก็จะให้คะแนน

01:31:59.808 --> 01:32:03.446
แล้วแต่การบริหารจัดการกลุ่มน่ะค่ะ

01:32:03.673 --> 01:32:06.405
แต่ถ้าเกิดเรามั่นใจ
ว่าจะฝากชีวิตกับเพื่อน

01:32:07.087 --> 01:32:08.196
พูดเลยอย่างนี้ค่ะ

01:32:08.641 --> 01:32:11.025
เพื่อนก็ไม่รู้เตรียม ไม่เตรียมตัวมาไหม
เพื่อนออกมาพูด

01:32:11.419 --> 01:32:14.446
ครูประเมินแล้วถามก็ตอบไม่ได้อีกนะคะ

01:32:14.732 --> 01:32:17.321
ให้ 1.5 กลุ่มนั้นก็ได้ 1.5  เท่ากันนะคะ

01:32:17.900 --> 01:32:18.350
โอเคไหม

01:32:19.569 --> 01:32:25.863
ฉะนั้น ก็คิดดูดี ๆ ว่าเราจะฝากชีวิตไว้กับคนอื่น
หรือเราจะฝากชีวิตไว้กับตัวเอง

01:32:27.388 --> 01:32:31.738
ต้องมีการเตรียมตัวมา
อ่านจากสไลด์ให้น้อยที่สุด

01:32:33.140 --> 01:32:34.696
ให้ออกมาเล่าให้ฟัง

01:32:36.071 --> 01:32:39.071
เอาหัวข้อ ประเด็นสำคัญมาแล้วก็เล่าไป

01:32:39.997 --> 01:32:43.120
เอาไปให้น่าสนใจ ไม่ใช่เพื่อนหาวนอน

01:32:43.811 --> 01:32:45.369
แล้วบางคนก็หลับไปแล้วอย่างนี้ค่ะ

01:32:45.591 --> 01:32:48.155
ตอนที่เรานำเสนอ แปลว่ามันไม่น่าสนใจนะ

01:32:48.964 --> 01:32:51.363
โอ.เค. เรามีเวลาทำสัปดาห์หน้า

01:32:51.432 --> 01:32:54.349
เราเจอกันในศตบงกช ครูจะไปเช็กชื่อที่โน่น

01:32:54.886 --> 01:32:57.240
ใน Class เรานะคะ 8.00 น.

01:32:57.887 --> 01:32:59.723
ครูจะเช็กชื่อตั้งแต่ 8.00-8.30 น.

01:32:59.873 --> 01:33:03.530
ฉะนั้น นักศึกษาต้องไปในช่วงนี้
ไปก่อนนั่งไหนดี

01:33:05.690 --> 01:33:08.321
ก็จะมีสิทธิ์เลือกนะ

01:33:09.174 --> 01:33:11.363
ไปที่ทีหลังอาจจะได้นั่งพื้นนะเก้าอี้เต็ม

01:33:12.815 --> 01:33:14.738
ไปก่อนก็มีสิทธิ์เลือกที่นั่งก่อน

01:33:17.601 --> 01:33:19.696
ชอบตรงไหนก็เลือกไปนะคะ

01:33:21.402 --> 01:33:22.780
แต่งานก็ต้องเสร็จนะ

01:33:23.380 --> 01:33:25.238
ส่งสไลด์วันไหนดี

01:33:28.284 --> 01:33:30.071
สไลด์นำเสนอนี่ค่ะ

01:33:32.151 --> 01:33:35.696
เรานำเสนอวันที่ 5
สไลด์ส่งวันที่ 31 ทันไหมคะ

01:33:36.306 --> 01:33:36.909
เสร็จไหม

01:33:38.648 --> 01:33:39.696
ครูก็ว่าน่าจะเสร็จ

01:33:40.156 --> 01:33:42.050
เพราะถ้านานไปกว่านั้นเราก็ไม่ทำหรอก

01:33:45.601 --> 01:33:48.145
ทำเลย ทำแบบเหมือนแบบฝึกหัดนี่ค่ะ
สั่งปุ๊บทำเลย

01:33:49.073 --> 01:33:51.355
กลับไปทำวันนี้เลยนี่ค่ะ แล้วก็เสร็จ

01:33:51.997 --> 01:33:53.946
ไม่จำกัดว่ากลุ่มนี้ต้องมีกี่สไลด์

01:33:54.567 --> 01:33:57.488
จะดูที่เนื้อหาที่เราพูดนะคะ

01:33:58.108 --> 01:34:02.877
อย่ามีแต่ข้อความเต็มไปหมด
เพื่อนก็อ่านเองได้นะคะ

01:34:02.902 --> 01:34:06.321
มีรูปแล้วก็หัวข้อสำคัญนะคะ

01:34:06.352 --> 01:34:07.385
เราก็ชี้ให้เห็นน่ะ

01:34:08.688 --> 01:34:12.571
ครูอยากได้รูปที่เป็นองค์รวม
ของเครือข่ายนึกออกไหมคะ

01:34:12.728 --> 01:34:15.404
ทุกกลุ่มต้องมีรูปนี้องค์รวมของเครือข่าย

01:34:15.429 --> 01:34:18.905
แล้วบอกว่าอุปกรณ์ที่เรานำเสนอ
มันอนู่จุดไหนน่ะค่ะ

01:34:19.411 --> 01:34:21.024
เพื่อนจะได้นึกออกไหมคะ

01:34:21.580 --> 01:34:23.363
เช่น เครือข่ายมันเป็นแบบนี้

01:34:24.534 --> 01:34:28.238
แล้วมันมีอุปกรณ์ 1, 2, 3, 4, 5 ในนี้
เรานี่อยู่ตรงไหน

01:34:29.167 --> 01:34:30.655
ในการเชื่อมต่อเครือข่าย

01:34:31.001 --> 01:34:33.891
แต่ละกลุ่มจะอาจจะไม่เหมือนกัน
บางกลุ่มอาจจะเป็น 1 ห้อง

01:34:34.309 --> 01:34:35.625
บางกลุ่มอาจจะเป็น 1 ตึก

01:34:36.420 --> 01:34:38.530
ที่มี server อยู่ตรงนี้

01:34:38.555 --> 01:34:39.864
ที่มีไคลเอนต์อยู่ตรงนี้

01:34:40.584 --> 01:34:42.196
เครื่องเรานี่ ตั้งอยู่ตรงนี้

01:34:43.195 --> 01:34:43.747
อย่างนี้ค่ะ

01:34:44.945 --> 01:34:47.780
แล้วแต่เราดีไซน์มา แต่ครูอยากได้ภาพนั้นด้วย

01:34:48.081 --> 01:34:53.994
เพื่อนจะได้มองออก ว่า Rounter
มันอยู่ตรงนี้นี่เองแล้วทำหน้าที่นี้อย่างนี้ค่ะ นะ

01:34:54.795 --> 01:34:55.524
โอ.เค.

01:34:57.060 --> 01:34:58.169
บทนี้ไม่มีแบบฝึกหัด

01:34:58.428 --> 01:35:01.039
จำได้ว่านักศึกษาทำแบบฝึกหัดครบ 5 บทแล้ว

01:35:06.758 --> 01:35:07.793
มันมี 5 บท แล้วไม่ใช่หรือ

01:35:10.875 --> 01:35:13.898
วันนี้เป็นบทที่ 6 แต่ครูไม่ได้สั่งแบบฝึกหัด

01:35:15.983 --> 01:35:20.071
เพราะว่าแบบฝึกหัดครูให้ทำงานไง
งานกลุ่มไง

01:35:20.778 --> 01:35:22.238
เราก็ได้กำไรสินะ

01:35:24.736 --> 01:35:26.238
ใช่ค่ะ สไลด์มันอยู่ข้างหลัง

01:35:26.467 --> 01:35:28.113
แต่ครูยังไม่ได้พูดถึงสไลด์นั้น

01:35:30.939 --> 01:35:35.446
แล้วแต่เรามันเป็นการทบทวนความรู้นะคะ

01:35:35.733 --> 01:35:37.696
แต่ไม่ได้ให้คะแนนบทนี้

01:35:39.037 --> 01:35:41.321
ครูให้คะแนน 5 บทนี้ค่ะ บทละ 2 คะแนน

01:35:41.712 --> 01:35:45.998
หรือใครคิดว่าไม่มั่นใจว่าที่ผ่านมาได้ไม่เต็ม

01:35:46.103 --> 01:35:47.946
ทำบทนี้เผื่อไว้ดีกว่า อย่างนี้มีไหม

01:35:48.548 --> 01:35:49.502
แบบนั้นก็ได้ค่ะ

01:35:49.940 --> 01:35:55.005
ครูจะได้ดูความตั้งใจว่ากลอนพจน์ทำมาได้ 7

01:35:56.388 --> 01:35:58.077
กลอนพจน์ทำบทที่ 6 ด้วย

01:35:59.070 --> 01:36:02.070
ก็จะเป็น 9 สมมติแบบนี้ค่ะ

01:36:02.907 --> 01:36:06.780
เพราะว่ามันคือการทบทวนนะคะ

01:36:07.544 --> 01:36:08.988
ถ้าเราทำก็ทำค่ะ

01:36:09.852 --> 01:36:13.696
ก็ทำก็จะให้คะแนน
แต่ไม่ได้บังคับว่าให้ทำน่ะนะ

01:36:14.430 --> 01:36:19.930
แต่ถ้าเกิดทำ ครูก็จะดูความตั้งใจ
ว่าเหมือนตั้งใจค้นหาการส่งสัญญาณ

01:36:21.165 --> 01:36:22.071
Fiber optic น่ะ

01:36:23.769 --> 01:36:25.238
เลยให้คะแนนความตั้งใจไป

01:36:26.163 --> 01:36:29.404
เอาแบบนั้นนะคะ โอ.เค.
วันนี้มีคำถามไหมเอ่ย

01:36:31.385 --> 01:36:33.363
ทำไมเรียนมา ไม่เคยมีคำถามเลยล่ะ

01:36:34.501 --> 01:36:35.271
ถามหน่อยสิ

01:36:40.031 --> 01:36:42.613
จะเจอคำถามตอนที่เห็นข้อสอบล่ะทีนี้

01:36:44.886 --> 01:36:48.780
ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ว่าจริง ๆ
ความตั้งใจครูอยากสอบแยก

01:36:49.342 --> 01:36:51.863
แต่ปกติรายวิชานี้เราจะสอบรวมกันค่ะ

01:36:52.191 --> 01:36:53.946
อาจจะเป็นห้องโถงใหญ่เลย

01:36:55.401 --> 01:36:57.202
หรือตอบแยกเฉพาะ Sec เรา

01:36:57.246 --> 01:36:58.691
เพราะว่าข้อสอบมันเป็นแบบ...

01:37:03.801 --> 01:37:06.488
สอบรวมกันกับทุกเอกที่เรียน

01:37:09.604 --> 01:37:10.140
ดีไหม

01:37:16.113 --> 01:37:17.463
เป็นคนมีอคติ

01:37:19.710 --> 01:37:21.196
โอ.เค. ค่ะ

01:37:21.474 --> 01:37:23.863
อย่างนั้นวันนี้ครับคุณครูล่ามนะคะ

01:37:25.559 --> 01:37:28.097
สวัสดีค่ะ สวัสดีค่ะ