[เสียงดนตรี] (คุณสุชาดา) สวัสดีค่ะ ต้อนรับเข้าสู่จับประเด็นข่าวร้อนกับดิฉัน สุชาดา นิ่มนวล อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามรายการนะคะ เข้าไปที่แฟนเพจ TV5HD1 ทางช่องทาง Youtube แล้วก็ทาง www.tv5.co.th ค่ะ วันนี้เริ่มกันที่ศึกเลือกตั้งซ่อม ส.ส. นครศรีธรรมราช เขต 3 นะคะ หลายคนเห็นภาพการลงพื้นที่ของ ส.ส. พรรคพลังประชารัฐในวันนี้นี่ กับฝั่งของประชาธิปัตย์นี่ เหมือนกับ เอ๊ ทำไมพรรคร่วมรัฐบาล 2 พรรคนี่เหมือนมาแย่งเก้าอี้กันเลยนะคะ จริง ๆ ถ้าเกิดจำกันได้ก่อนหน้านี้นี่ ประเด็นเรื่องการส่งผู้สมัครลงไปชิงเก้าอี้ ส.ส. เขต 3 นครศรีธรรมราชนี่ ก็มีการออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันเยอะนะคะ บางฝ่ายเขาก็บอกว่ามันเป็นมารยาททางการเมือง จริง ๆ ถ้าเกิดพื้นที่นี้เป็นของใครนี่ ก็ต้องหลีกทางให้ฝั่งนั้น ซึ่งก็คือประชาธิปัตย์นั่นเองนะคะ แต่ว่าท้ายที่สุดแล้วนี่ทางพลังประชารัฐเขาก็ส่ง ส.ส. ของพรรคนะคะ ลงไปชิงเก้าอี้ตัวนี้ด้วยค่ะ แล้ววันนี้หัวหน้าพรรคนะคะ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ไปช่วยผู้สมัครของพลังประชารัฐหาเสียง แล้วก็ขึ้นเวทีปราศัยด้วยนะคะ ไปดูบรรยากาศกันหน่อยค่ะ ไปที่ตลาดนัดสี่แยกควนหนองหงส์ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะที่เป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐนะคะ วันนี้นำทีม ส.ส. ของพรรค 50 กว่าคนค่ะ นี่นะคะ เป็น… จริง ๆ เราไม่เคย ไม่ค่อยจะได้เห็นภาพ ๆ นี้ ก็มีหลายท่านเลยที่ไปร่วมหาเสียงในวันนี้ ทั้งคุณอนุชา นาคาศัย มี ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า, คุณสิระ เจนจาคะ ไปที่นครศรีธรรมราชค่ะ ไปช่วยคุณอาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ เบอร์ 4 เป็นผู้สมัครของพลังประชารัฐนะคะ หาเสียงการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เขต 3 นี่ล่ะค่ะเป็นช่วงที่พลเอก ประวิตร นี่ได้ขึ้นเวทีปราศรัยช่วยลูกพรรคหาเสียงนะคะ หลายคนบอกไม่ค่อยจะได้เห็นภาพนี้เลย คือ ภาพที่พลเอก ประวิตร นี่ ขึ้นเวทีพูดปราศรัยนะคะ แล้วก็พูดค่อนข้างจะยาวพอสมควรเลย บรรยากาศก็ค่อนข้างจะสบาย ๆ ด้วยนี่นะคะ ตั้งแต่ช่วงค่ำที่ผ่านมาค่ะ ก็มีการชูนโยบายเด่น ๆ ของพรรคนะคะ ที่เป็นที่ยอมรับของประชาชน โดยเฉพาะเรื่องของการแก้ปัญหาราคาสินค้าการเกษตร การแก้ปัญหาการระบาดของ COVID-19 ก็ทำได้เป็นอย่างดี ควบคุมการระบาดของโรคได้ค่ะ (พลเอก ประวิตร) นะครับ เพื่อที่จะให้ประชาชนนั้นได้อยู่ดีกินดี และมีความเจริญรุ่งเรืองมากยิ่งขึ้นนะครับ ขอฝากไว้กับพี่น้องชาวควนหงส์ว่าพรรคพลังประชารัฐ เรารวมตัวกัน แม้ระยะเวลาอันสั้น แต่เราก็รักใคร่กันและมีความรักใคร่ต่อประชาชน ทำงานเพื่อประชาชนโดยตรง (คุณสุชาดา) นี่นะคะ ก็เรียกเสียงเฮจากบรรดา ส.ส. ที่ไปร่วมหาเสียงในวันนี้ด้วย สลับไปดูเจ้าของเก้าอี้เดิมอย่างประชาธิปัตย์กันบ้างค่ะ วันนี้ที่สนามทางเข้าโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครศรีธรรมราช วันนี้คุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมกับสมาชิกชภาผู้แทนราษฎรลงพื้นที่ไปนะคะ พาไปช่วยหาเสียงให้คุณพงศ์สิน เสนพงศ์ ผู้สมัครลงเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เขต 3 นครศรีธรรมราช วันนี้ก็ไปขึ้นเวทีปราศรัย พบกับพี่น้องประชาชนเช่นเดียวกันนะคะ ทางประชาธิปัตย์ก็ชูนโยบายสำคัญของพรรคที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ค่ะ นักข่าวก็ถามคุณจุรินทร์นะคะ ว่ามั่นใจไหมว่าการเลือกตั้งซ่อมหนนี้นี่ ประชาธิปัตย์นี่ยังจะสามารถรักษาฐานเสียงเอาไว้ได้ คุณจุรินทร์บอกว่ามั่นใจนะ ว่าจะได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน แล้วก็น่าจะได้เก้าอี้ ส.ส. กลับคืนมาอย่างแน่นอนค่ะ และก็ยังเชิญชวนพี่น้องประชาชนนะคะ ออกมาเลือกตั้งกันในวันที่ 7 มีนาคมนี้ด้วยค่ะ ก็เดี๋ยวติดตามกันนะคะ ต้องรอลุ้นกันล่ะค่ะ ว่ารอบนี้ประชาธิปัตย์จะสามารถรักษาเก้าอี้เดิมไว้ได้ไหม หรือจะถูกพลังประชารัฐนี่เขาได้เก้าอี้ตัวนี้ไปครองนะคะ ไปดูเรื่องของ COVID-19 การฉีดวัคซีนนี่ ทยอยฉีดไปแล้ว แล้วปรากฏว่ามีคุณหมอท่านหนึ่งอยู่ที่จังหวัดสมุทรสาคร มีอาการแพ้วัคซีนอย่างรุนแรงค่ะ ก็มีการส่งเรื่องต่อไปให้คณะอนุกรรมการวัคซีนนะคะ เพื่อตรวจสอบสาเหตุดูว่าเป็นเพราะว่าเกิดจากวัคซีนที่ฉีดไปหรือเปล่าค่ะ วันนี้มีความชัดเจนในเบื้องต้นแล้วนะคะ ว่าคุณหมอท่านนี้ไม่ได้แพ้วัคซีนที่ฉีดไป แต่เป็นอาการท้องเสียที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง 3-4 วันแล้ว ก็เลยทำให้มีอาการอาเจียน คลื่นไส้นะคะ แล้วก็ความดันโลหิตตกค่ะ ทีนี้อีกเคสหนึ่งที่มีรายงานเพิ่มเติมในวันนี้นี่ มีแพทย์ท่านหนึ่งนี่ที่เป็นลมหลังจากที่ฉีดวัคซีนไปด้วยนะคะ นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ค่ะ บอกว่าได้รับรายงานว่ามีแพทย์ที่ฉีดวัคซีน COVID-19 อยู่ที่จังหวัดราชบุรีเกิดอาการเป็นลมหน้ามืดนะคะ หลังจากที่ได้รับวัคซีนไปแล้ว ตอนนี้อาการดีขึ้นแล้วค่ะ ไปดูประวัติการรักษา ไม่เคยมีประวัติการแพ้ยามาก่อนนะคะ แต่ว่าก็ต้องส่งเรื่องไปยังที่ประชุมของคณะกรรมการด้านการประกันคุณภาพวัคซีนด้วย เพื่อที่จะไปติดตามดูว่ามีอาการไม่พึงประสงค์หลังจากที่รับวัคซีนหรือเปล่า ก็จะมีผู้เชี่ยวชาญนี่ ที่เขาร่วมกันวินิจฉัยนะคะ ว่าจะเกี่ยวข้องโดยตรงกับวัคซีนไหม ส่วนอีกท่านหนึ่งนี่ ก็คือแพทย์หญิง อายุ 28 ปีนะคะ ที่มีรายงานก่อนหน้านี้ ว่าน่าจะแพ้วัคซีน COVID-19 เช่นเดียวกันค่ะ ปรากฏว่าพอตรวจสอบดูแล้วนี่ น่าจะไม่เกี่ยว น่าจะไม่เกี่ยวนะคะ น่าจะเกิดขึ้นจากอาการท้องเสียติดต่อกันถึง 4 ครั้งค่ะ ก็เลยทำให้มีอาการตามที่เป็นข่าวออกไปนะคะ เนื่องจากแพทย์ท่านนี้นี่ ไปบริโภคอาหารทะเลมา แล้วก็มาฉีดวัคซีนนี่ ซึ่งก็เป็นไปได้เหมือนกันว่าอาจจะทำให้เกิดอาการข้างเคียงได้ค่ะ ไปดูประเด็นที่สังคมไม่ค่อยสบายใจนะคะ หลังจากที่มีการเวนคืนที่ดินของวัดเอี่ยมวรนุช ซึ่งตรงนั้นนี่มีวิหารเก่าของหลวงพ่อที่อายุมากกว่า 237 ปี แล้วก็ยังมีเจดีย์เก่าด้วย สังคมก็เลยบอกว่าถ้าเกิดจะทุบไปจริง ๆ นี่ คงจะใจหายน่าดูเลยนะคะ ปรากฏว่าวันนี้ทางผู้บริหารของการรถไฟแห่งประเทศไทยนี่ ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบแล้วนะคะ ก็ยืนยันว่าจะไม่มีการทุบใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นตรงวิหารของหลวงพ่อหรือตรงเจดีย์เก่านะคะ แต่ที่มีข่าวออกไปนี่ เป็นเพียงการสำรวจเบื้องต้นเท่านั้นค่ะ วันนี้มีการแถลงข่าวด้วยนะคะ ทางการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือว่าทาง รฟม. นี่ บอกว่าตอนนี้เป็นเพียงการสำรวจแนวเขตในเบื้องต้น แล้วก็การก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ซึ่งจะต้องมีการเวนคืนที่ดินในพื้นที่ของวัดเอี่ยมวรนุชด้วยนี่ เดี๋ยวจะมีการพูดคุยกันอีกครั้งหนึ่งนะคะ ทีนี้สถานีที่จะมีการก่อสร้างก็จะมีตำแหน่งทางขึ้น-ทางลงอยู่ 4 ตำแหน่งค่ะ มีทางขึ้น-ทางลง หมายเลข 1 จะไปอยู่ตรงบริเวณหน้าวัดเอี่ยมวรนุชนะคะ ใกล้กับสี่แยกวิสุทธิกษัตริย์ ทางขึ้น-ลง หมายเลข 2 จะอยู่ที่ปั๊ม ปตท. ตรงข้ามกับวัดสามพระยา ทางขึ้น-ลง หมายเลข 3 จะอยู่ตรงโรงพิมพ์ศรีหงส์ และทางขึ้น- ลง หมายเลข 4 จะอยู่ที่แบงก์ชาติ ตรงถนนวิสุทธิกษัตริย์นะคะ ทีนี้ทาง รฟม. นี่ เขาก็ไปตรวจสอบยืนยันว่าตรงวัดเอี่ยมวรนุชนี่ไม่มีการเวนคืนที่ดินตามที่เป็นข่าวค่ะ ก็เดี๋ยวทาง รฟม. นี่ เขาจะไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับผู้ที่เกี่ยวข้องในเบื้องต้นนะคะ คือจะไปคุยกับทางเจ้าอาวาสเลยวันจันทร์ที่จะถึงนี้ด้วยค่ะ ในต้นสัปดาห์หน้าก็จะไปหารือกับทางที่ปรึกษาโครงการนะคะ แล้วก็จะทยอยชี้แจงรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างรถไฟฟ้าให้ทางวัดได้รับทราบต่อไปค่ะ ตอนนี้พอไปดูในโซเชียลมีเดียนี่หลายคนก็บอกดีใจมาก ๆ เลยนะคะ ที่ได้คุยกันและก็หาทางออกที่ลงตัวได้ เพราะว่าหลายคนก็ไม่อยากที่จะให้ไปทำลายโบราณสถานที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองมายาวนานค่ะ เอาล่ะค่ะ ช่วงนี้พักสักครู่นะคะ เดี๋ยวช่วงหน้ากลับมาติดตามข่าวกันต่อค่ะ ไปดูปฏิบัติการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดนะคะ ตำรวจทางหลวงอุดรธานีค่ะ ได้เรียกรถยนต์ต้องสงสัยคันหนึ่งมาตรวจสอบนะคะ ก็เชื่อว่ารถยนต์คันนี้นี่ น่าจะเป็นของขบวนการค้ายาเสพติดที่ลักลอบขนยามา ปรากฏว่าจังหวะที่ทางเจ้าหน้าที่เขาเรียกให้รถคันนี้หยุด ปรากฏว่ารถยนต์ไม่ยอมหยุดนะคะ แล้วก็ยังเร่งเครื่องหนีไปด้วย ทีนี้พอไปถึงจุด ๆ หนึ่งนี่ คนร้ายก็เปิดฉากยิงต่อสู้กับทางเจ้าหน้าที่นะคะ จนรถพรุนไปทั้งคันเลย ไปดูภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกันก่อนค่ะ นี่นะคะ เป็นภาพที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจขับรถสายตรวจ ตำรวจทางหลวง สถานีตำรวจทางหลวง อุดรธานี กำลังไล่ล่ารถยนต์กระบะต้องสงสัยคันหนึ่งนะคะ ซึ่งเชื่อว่ารถยนต์คันนี้น่าจะใช้ลำเลียงยาเสพติดล็อตใหญ่มาจากที่อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย แล้วก็เข้าไปที่ตัวเมืองอุดรธานี ปรากฏว่าคนร้ายนี่ไม่ยอมหยุดให้ตรวจนะคะ เร่งเครื่องหนีไปค่ะ แล้วก็ยังชักปืนออกมายิงสกัดรถของทางเจ้าหน้าที่ 7 นัดนะคะ ก็ทำให้รถยนต์ของทางเจ้าหน้าที่นี่ เครื่องยนต์ดับไปเลย ส่วนคนร้ายนี่หลบหนีไปได้ค่ะ แต่ว่าเคราะห์ดีที่ตำรวจที่นั่งมาด้วยกันทั้งหมด 4 นายในรถคันนี้นะคะ ก็ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บค่ะ ทีนี้ทางตำรวจพิสูจน์หลักฐานก็ไปตรวจสอบรถของสายตรวจที่ถูกยิง 7 นัดนะคะ ก็จะเห็นภาพว่าพรุนแทบจะทั้งคันเลย ทั้งฝากระโปรงด้านหน้ารถ แล้วก็ด้านข้างของรถนะคะ พันตำรวจโท ศิวกริช ดิษย์บุญรัตน์ นะคะ สารวัตรตำรวจทางหลวงอุดรธานีบอกว่าช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่นี่เขาก็ไปออกตรวจ แล้วก็ไปเจอรถยนต์ต้องสงสัยคันหนึ่งค่ะ กำลังจะมุ่งหน้าไปที่จังหวัดหนองคาย เป็นรถกระบะสีดำไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนด้วยนะคะ เห็นท่าทางมีพิรุธ เพราะว่าด้านหลังนี่มีถุงสีดำที่บรรจุอยู่เต็มกระบะเลย ก็เลยเรียกให้จอด ปรากฏว่าคนขับนี่ไม่ยอมจอดค่ะ แล้วก็เร่งเครื่องหลบหนีมาบนถนนมิตรภาพ หมายเลข 2 จากฝั่งของจังหวัดหนองคายจะมุ่งหน้าไปที่จังหวัดอุดรธานี ทีนี้มาถึงแยกหนองสองห้อง คนร้ายก็อาศัยจังหวะนะคะ ชักปืนยิงใส่รถตำรวจที่บริเวณด้านหน้า 2 นัด นี่นะคะ ก็เห็นถึงสภาพความเสียหายที่เกิดขึ้น แต่ว่าทางเจ้าหน้าที่นี่ก็ไม่ได้ลดละความพยายามนะคะ ก็ยังติดตามรถของคนร้ายต่อไป แล้วก็แจ้งวิทยุให้ทางตำรวจอุดรธานีนี่ช่วยสกัดจับรถคันนี้ ก็ขับกันมาเรื่อย ๆ เลยค่ะ มาถึงที่บ้านนาข่า ตำบลนาข่า ก่อนจะถึงตัวเมืองอุดรธานี ประมาณสัก 10 กิโลเมตรได้ คนร้ายก็ชักปืนมายิงใส่เจ้าหน้าที่อีกครั้งนะคะ จนเครื่องยนต์ดับไปเลย จังหวะนี้ก็เลยทำให้คนร้ายนี่หลบหนีไปได้นะคะ เดี๋ยวทางเจ้าหน้าที่บอกว่าเดี๋ยวต้องไปไล่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายหลบหนีไป น่าจะได้ตัวกลับมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุดค่ะ จากคดียาเสพติดนะคะ ไปดูคดีจี้ชิงทองกันบ้างค่ะคนร้ายนี่บุกเดี่ยวเข้าไปจี้ร้านทองที่ห้างเทสโก้ โลตัสกลางเมืองราชบุรี กวาดทองรูปพรรณไปได้ 47 บาท มูลค่ากว่า 1,200,000 บาทนะคะ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ห้างทองเยาวราชเอเชียนะคะ อยู่ในห้างสรรพสินค้าเทสโก้ โลตัส สาขาบ้านโป่ง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี นี่ก็เป็นภาพนาทีที่คนร้ายเข้ามาก่อเหตุนี่ โอ้โห อุกอาจมากเลยนะคะ แล้วบุกเดี่ยวมาด้วยนี่ มาถึงก็ชักปืนจี้พนักงานแล้วก็กวาดเอาทองไปเร็วมากเลยนะคะ ระยะเวลาในการก่อเหตุนี่ จากการสอบถามพนักงานที่ขายโทรศัพท์มือถือที่เขาอยู่ตรงข้ามกับร้านทองนี่ ก็ให้ข้อมูลว่าเห็นคนร้ายมาคนเดียว แล้วก็กระโดดขึ้นไปอยู่บนตู้กระจกที่มีทองรูปพรรณ รูปพรรณสัณฐานของคนร้ายนี่ มีลักษณะท้วม ใส่เสื้อแขนยาว สวมหมวกแก๊ป แล้วก็ใส่แว่นตาดำนะคะ สวมใส่หน้ากากอนามัยด้วย ใช้เวลาก่อเหตุไม่นานค่ะ จากนั้นก็หลบหนีออกไป ทางตำรวจมาตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้วนะคะ บอกว่าคนร้ายหลังจากชิงทองได้แล้วนี่ ก็หลบหนีออกไปทางประตูด้านหลังของห้าง(สรรพสินค้า) ใช้รถยนต์ IZUZU สีขาว ตอนครึ่ง ไม่ทราบทะเบียนค่ะ หลบหนีไป ทางเจ้าหน้าที่นี่ก็วิทยุออกติดตาม ตั้งจุดสกัดแล้ว แต่ว่าตอนนี้ยังไม่พบตัวนะคะ ส่วนกรณีของหนูน้อยวัย 3 ขวบค่ะ ที่หายตัวไปจากคุณพ่อคุณแม่นะคะ ก็ตามหากันใหญ่เลยว่าลูกไปไหนนี่ คือไปฝากไว้กับพี่เลี้ยง ปรากฏว่าวันนี้ได้ลูกคืนเข้าสู่อ้อมกอดแล้วนะคะ แล้วคนที่ลักพาตัวไปนี่ ก็บอกว่าชื่อนายอาร์ตค่ะ นายอาร์ตคนนี้นี่เกี่ยวโยงกับน้องวัย 3 ขวบอย่างไรบ้าง ไปดูความคืบหน้ากันนะคะ วันนี้คุณเฌอญาดา สันชิด นะคะ เป็นชาวบ้านอยู่ที่อำเภอหนองลุมพุก อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น กับสามี ก็คือคุณภูวดล เสียวสุข นะคะ ไปพบพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรบ้านไผ่ค่ะ คือไปแจ้งให้ทราบว่าตอนนี้เจอลูกสาวแล้ว น้องอายุ 3 ขวบ มีคนนำมาส่งคืนให้ คุณพ่อคุณแม่เล่าให้ฟังว่า คือ คุณครูพี่เลี้ยงของลูกสาวอายุ 3 ขวบนี่ล่ะ โทร. มาบอกว่ามีคนพาลูกไป แล้วคนที่พาไปนี่ ชื่อว่านายอาร์ตนะคะ ทีนี้คุณแม่นี่เล่าให้ฟังว่า มีคนเอาลูกสาวนี่มาฝากไว้กับคุณครูพี่เลี้ยงคนนี้ ก็เลยไปรับตัวที่บ้านค่ะ พอไปถึงนี่ โอ้ย ก็ตกใจนะคะ คิดว่า เอ๊ะ ลูกจะโดนทำร้าย หรือว่าไปโดนทำมิดีมิร้ายอย่างไรหรือเปล่า คุณแม่บอกโชคดีมากที่ลูกก็ดูสดใสร่าเริงดีค่ะ แล้วก็พาไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลบ้านไผ่นะคะ แพทย์ก็ยืนยันว่าน้องยังแข็งแรงดี ไม่ได้มีการถูกล่วงละเมิดทางเพศ ทีนี้จากการพูดคุยกับลูกนะคะ ลูกสาวนี่เล่าให้ฟังบอกว่ามีคนชื่ออาร์ตพาไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ แล้วก็พาไปเที่ยวห้างสรรพสินค้าด้วย พาไปกินข้าว พาไปอาบน้ำ พาไปเข้านอนค่ะ พอทุกอย่างลงตัว แล้วลูกได้กลับมานี่ คุณแม่บอกก็สบายใจนะคะ ทีนี้นายอาร์ตนี่เคยมีความขัดแย้งกับคุณพ่อคุณแม่ เพราะว่าเคยยื่นฟ้องทั้งตัวคุณแม่แล้วก็คุณพ่อด้วยที่ศาลเยาวชนและครอบครัว จังหวัดขอนแก่นนะคะ ทีนี้คุณแม่ก็เลยบอกว่าเรื่องของรายละเอียดนี่ ขอให้เป็นไปตามกระบวนการของศาล ศาลว่ามาอย่างไรก็ทำไปอย่างนั้นนะคะ อย่างน้อยก็ยังดีที่เอาเด็กมาคืนค่ะ แต่ว่าทีนี้กระทำความผิดสำเร็จไปแล้ว คือ คุณไปลักพาตัวลูกของเขา ทั้ง ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่ไม่รู้เรื่อง ไม่ยินยอมนี่ ทางเจ้าหน้าที่บอกว่า ก็ต้องขอหมายจับจากศาลล่ะ เพื่อคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ถ้าจับกุมตัวได้ก็น่าจะทราบว่านอกจากตัวของนายอาร์ตคนนี้นี่ ยังมีใครที่มาร่วมก่อเหตุ มาลักพาตัวน้องไปด้วยหรือเปล่า จะมีบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องด้วยหรือไม่นะคะ ถ้าเกี่ยวโยงกันนี่ก็จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายเช่นเดียวกันค่ะ ยังอยู่ที่เรื่องของครอบครัวนะคะ คุณไมค์กับคุณซาร่าที่มีปัญหาเรื่องการฟ้องร้องสิทธิ์การปกครองลูกนะคะ คุณไมค์นี่พยายามต่อสู้มาตลอด เพราะว่าต้องการที่จะได้รับสิทธิ์การเลี้ยงดูโดยชอบธรรมตามกฎหมาย มีการไกล่เกลี่ยกันเรื่องของการแบ่งทรัพย์สิน เรื่องของตัวเลขค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูลูกชายนะคะ ปรากฏว่าเคลียร์กันมา 3 รอบ ดูเหมือนว่าครั้งนี้นี่จะลงตัวกันแล้วนะคะ คือ ใช้เวลาค่อนข้างจะนานพอสมควรเลยค่ะ คุณไมค์นี่ไปยื่นคำร้องต่อศาลนะคะ ขอสิทธิ์โดยชอบด้วยกฎหมายในการปกครองลูกชาย ก็คือ น้องแม็กซ์เวลล์ร่วมกับแฟนสาวนะคะ อดีตแฟนสาว คือ คุณซาร่านะคะ คุณไมค์บอกว่ากว่าจะตกลงกันได้ แล้วก็จบได้ด้วยดีนั้น โอ้โห เจรจากันมา 3 รอบค่ะ เมื่อวานนี้คุยกันเรียบร้อยแล้วนะคะ แล้วก็เลยได้เห็นภาพคุณไมค์น่ะเดินอยู่กับลูกชาย ก็คือน้องแม็กซ์เวลล์นะคะ ตอนที่ไปเที่ยวที่ทะเลด้วยกัน ก็เอามาลงไอจีส่วนตัว แล้วก็บอกว่า “วันนี้ได้สิทธิ์ความเป็นพ่อโดยชอบตามกฎหมายแล้วนะครับ ก็ขอบคุณทุกคนที่เป็นกำลังใจให้เรา 2 พ่อลูกเสมอมา” แล้วคุณไมค์นี่ก็ได้เผยภาพน่ารัก ๆ นะคะ ปนไปด้วยความอบอุ่นค่ะ ก็มีเพื่อนพ้องในวงการแล้วก็แฟน ๆ มาร่วมแสดงความยินดีกับเจ้าตัวกันอย่างล้นหลามเลยทีเดียวค่ะ ก็แสดงความยินดีด้วยนะคะ ลูกก็จะได้อยู่ใกล้ชิดกับทั้งคุณพ่อและคุณแม่ด้วย เดี๋ยวพักสักครู่ค่ะ ช่วงหน้ามาติดตามการเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวนะคะ หลังจากที่ ททท. นี่ เตรียมที่จะเสนอการขยายเวลาโครงการเราเที่ยวด้วยกัน แล้วก็ออกแพ็กเกจทัวร์เที่ยวไทย เพื่อช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงปลายปีนี้ด้วย เดี๋ยวติดตามกันช่วงหน้าค่ะ การระบาดของ COVID-19 ระลอกใหม่ก็ทำให้ภาคการท่องเที่ยวนี่ ต้องหยุดชะงักไปนะคะ แม้ว่าเราจะกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศผ่านโครงการเราเที่ยวด้วยกันค่ะ ภาพรวมที่ผ่านมานี่ถือว่ามีตัวเลขการใช้สิทธิ์ที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องนะคะ แม้ว่าจะมีปัญหาการทุจริตเกิดขึ้นก็ตาม ทีนี้ทาง ททท. นี่ ก็มองว่าเมื่อเราได้รับวัคซีนมาแล้ว ทยอยฉฉีดให้กับกลุ่มเป้าหมายแล้ว ก็ต้องเตรียมรองรับการเปิดประเทศในอนาคตนะคะ แล้วก็ต้องหันมากระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ช่วยเหลือบริษัทนำเที่ยวด้วย ก็เลยเสนอที่จะขยายเวลาโครงการเราเที่ยวด้วยกันเพิ่มเติม ทั้งในแง่ของจำนวนของสิทธิ์นะคะ ในการไปใช้บริการห้องพักนี่จะเพิ่มอีก 2,000,000 ห้องต่อคืนนะคะ แล้วก็จะไปขยายแพ็กเกจเพิ่มเติมทัวร์เที่ยวไทยด้วย เพื่อที่จะช่วยเหลือผู้ประกอบการนำเที่ยวค่ะ เดี๋ยววันนี้เราจะไปพูดคุยถึงรายละเอียดของโครงการทั้ง 2 โครงการนี้กันนะคะ กับทางคุณยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย อยู่ในสายแล้วค่ะ ท่านผู้ว่าสวัสดีค่ะ (คุณยุทธศักดิ์) สวัสดีครับ (คุณสุชาดา) แพ็กเกจที่จะกระตุ้นการท่องเที่ยวมีโครงการเราเที่ยวด้วยกันนะคะ กับทัวร์เที่ยวไทย ทีนี้เอาทีละรายการ เราเที่ยวด้วยกันนี่ ตอนนี้ชัดเจนแล้วใช่ไหมคะ ว่าจะขยายกรอบเวลาออกไป (คุณยุทธศักดิ์) เป็นขอเสนอนะครับ ตามนโยบายของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ นะครับ ที่ต้องการขยายออกไปนะครับ เนื่องโดยคำนึงถึงความเดือดร้อนของผู้ประกอบการในธุรกิจการท่องเที่ยวนะครับ ดังนั้น จากเดิมที่เรามี 6,000,000 สิทธิ์ Room Night นี่นะครับ ก็ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 30 เมษายนนี้นะครับ เราก็ขอขยายออกไปอีก 2,000,000 Room Night นะครับ อันนั้นอันที่ 1 อันที่ 2 ก็คือว่าระยะเวลาในการเข้าพักก็ขยายเพิ่มนะครับ จากที่สิ้นสุดวันที่ 30 เมษายนนี่ ก็ขยายจนกระทั่งถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2564 ครับ พร้อมกับมาตรการในการ… แนวทางในการป้องกันการทุจริตนะครับ ที่เราศึกษาบทเรียนจากช่วงที่เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่างบประมาณที่จะใช้ขับเคลื่อนโครงการนี้นี่ จะเกิดความคุ้มค่าแล้วก็ป้องกันการรั่วไหลได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ (คุณสุชาดา) ค่ะ ทีนี้ตลอดระยะเวลาตั้งแต่เริ่มต้นโครงการมาโควตา 5,000,000 คืนใช่ไหมคะ (คุณยุทธศักดิ์) ครั้งแรกนี่ 5,000,000 ครับ แล้วก็เพิ่มอีก 1,000,000 เป็น 6,000,000 แล้วกำลังจะเพิ่มอีก 2,000,000 ก็จะกลายเป็นทั้งหมด 8,000,000 ครับ (คุณสุชาดา) ค่ะ แล้ว 6,000,000 ล็อตแรกนี่ ที่ผ่านมาการใช้สิทธิ์เป็นอย่างไรบ้างคะภาพรวม (คุณยุทธศักดิ์) ภาพรวมถือว่าดีเลยนะครับ แต่ถ้าดูโครงการนี้นี่ เม็ดเงินทั้งหมดนี่ ตอนนี้เข้าระบบไปแล้วนี่ ประมาณมากกว่า 20,000,000,000 บาทนะครับ ซึ่งใช้จริง ๆ นี่ เราใช้ไม่ถึง ใช้รัฐบาลจ่ายสมทบ เนื่องจากเป็นการจ่ายสมทบแค่ 10 เปอร์เซ็นต์นะครับ ทั้งในส่วนของห้องพัก แล้วก็ E-Voucher และค่าตั๋วเครื่องบินนะครับ ราคาห้องพักเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณสัก 2,700 บาท นะครับ ส่วนการใช้จ่ายอื่น ๆ นี่ ผมคิดว่ามันทำให้เกิดการหมุนเวียนนี่ อย่างที่เราพูดนะครับ ว่ารัฐบาลจ่ายมาสัก 5,000,000,000 - 6,000,000,000 แต่ว่ามูลค่าเงินที่หมุนเวียนในเศรษฐกิจนี่ประมาณ 20,000 กว่าล้านครับ (คุณสุชาดา) ค่ะ อีก 2,000,000 ที่จะเพิ่มเข้ามานี่ เราตั้งเป้าอะไรไว้บ้างคะ (คุณยุทธศักดิ์) เขาตั้งเป้าในการ… คิดว่าคงไม่น่าจะนานนะครับ เพราะว่าจริง ๆ แล้วนี่ คนไทยก็ช่วงมกราคม-กุมภาพันธ์ก็ไม่ได้ออกไปไหน ใช่ไหมครับ ดังนั้น ผมคิดว่า... เราก็คิดว่าจะสามารถจะเป็นแรงเหวี่ยงสร้างโมเมนต์ตัมให้เกิดการเดินทางอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือนมีนาคมจนกระทั่งถึงหลังสงกรานต์ไปนะครับ แล้วหลังจากนั้นเราก็จะมีโครงการทัวร์เที่ยวไทยเข้ามารองรับหนุนเรื่องต่อไป แล้วก็รอจังหวะในการเปิดประเทศต่อไปในช่วงไตรมาส 3 ไตรมาส 4 ครับ (คุณสุชาดา) ค่ะ ทีนี้โครงการเราเที่ยวด้วยกันที่ผ่านมามีปัญหาเรื่องการทุจริตเยอะนะคะ ตอนนี้วางแนวทางในการสกัดกั้นกลุ่มที่จะมาใช้สิทธิ์สวมรอยอย่างไรบ้างคะ (คุณยุทธศักดิ์) เราเองนะครับ อันที่ 1 ก่อนนะครับ ว่าคดีต่าง ๆ นั้นนะครับ อยู่ในการดำเนินการของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนะครับ ซึ่งก็ได้เร่งรัดการดำเนินการ เราคงจะไม่ปล่อยให้คนผิดนั้นลอยนวลนะครับ แล้วก็ดำเนินการขั้นเด็ดขาดในส่วนที่เกี่ยวข้องนะครับ เพราะฉะนั้น เราก็มีแนวทางในการป้องกัน ฉะนั้น การทุจริตที่เกิดขึ้นนี่มาจาก 2 กรณีนะครับ กรณีแรก ก็คือในส่วนของการที่จะไปเปิดราคาห้องพักราคาถูก ๆ แต่ว่าใช้ประโยชน์จาก E-Vourcher ที่ได้รับวันละ 900 บาท ในวันธรรมดา 600 บาท ในวันเสาร์-อาทิตย์นะครับ ซึ่งในส่วนตรงนี้เราก็มีแนวทางนะครับ อันที่ 2 ก็คือ โรงแรมที่ขึ้นราคาโดยไม่สมเหตุสมผลนะครับ เพราะจริง ๆ ในสถานการณ์แบบนี้ ไม่ค่อยมีโรงแรมไหนขึ้นราคากัน เพราะสถานการณ์ก็… แต่ก็ไปขึ้นราคาเพื่อใช้ประโยชน์จาก 40 เปอร์เซ็นต์ที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราสามารถดำเนินการได้ทันทีนะครับ โดยที่ไม่เปลี่ยนแปลงระบบมากนักนี่ ก็คือในเรื่องของการที่จะเปลี่ยนแปลงวันจองนะครับ จากเดิมที่มีการจองล่วงหน้า 3 วันนี่ เราจะให้จองนานขึ้น ก็คือประมาณสัก 2 อาทิตย์นะครับ ซึ่งในส่วนตรงนี้เองนี่ ผมคิดว่าผู้ประกอบการคงไม่ได้เดือดร้อนอะไร ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวเองก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้อยู่แล้วนะครับ โดยโครงการที่มีอยู่ปัจจุบัน แต่เราสามารถรู้ล่วงหน้าได้ ว่าในพื้นไหน สมมุติว่ามีห้องพักอยู่แค่ 10 ห้อง แต่จองเข้าไป 100 ห้องในวันธรรมดานี่นะครับ แบบนั้นเขาก็ดูแปลก ๆ ใช่ไหมครับ ฉะนั้น เราก็สามารถที่จะป้องกันไม่ให้มันเกิดการเข้าไปเช็กอินได้ เพราะเรารู้ล่วงหน้าอย่างน้อย 2 อาทิตย์นะครับ ประกอบกับเราจะขอข้อมูลโรงแรมต่าง ๆ เหล่านั้นนี่ จะแจ้งข้อมูลจำนวนห้องพักตามจริงนะครับ รวมถึงราคาห้องพักตามจริงให้เราด้วย เราจะได้รู้ทั้ง 2 อย่าง เพราะฉะนั้นถ้าเรามีรายงานก่อนล่วงหน้า 2 อาทิตย์ เราก็สามารถจะเทียบเคียงได้ ว่ามันเป็นจริงหรือไม่อย่างไรนะครับ โดยจะให้ทางสำนักของการท่องเที่ยวประเทศไทยที่กระจายอยู่ทั่วประเทศนี่นะครับ เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับทางตำรวจท่องเที่ยวครับ (คุณสุชาดา) ค่ะ ค่ะ คือจะทำฐานข้อมูลกลางใช่ไหมคะ (คุณยุทธศักดิ์) เป็นข้อมูล... จริง ๆ ข้อมูลเหล่านี้มีอยู่แล้วนะครับ เนื่องจากว่าเป็น โรงแรมที่จดทะเบียนถูกต้องนะครับ ดังนั้นนี่ ข้อมูลต่าง ๆ นี้มีอยู่แล้ว เราก็แค่มาเทียบเคียง แล้วก็ดูปรากฏการณ์ที่มันอาจจะผิดปกตินะครับ ซึ่งเรามีเวลาล่วงหน้าไม่ต่ำกว่า 2 อาทิตย์นะครับ ที่จะเห็นพวกนี้ ซึ่งจริง ๆ นี่ สมมตินะครับ ว่าจองเข้ามา ถ้าพูดว่ามีเข้ามา 100 ห้อง แต่ว่าจริง ๆ ตัวเองมีอยู่แค่ 10 ห้อง ใช่ไหมครับ และอัตราการเข้าพักเฉลี่ยของทั้งจังหวัด เหลืออยู่แค่ประมาณสัก 10 เปอร์เซ็นต์ อันนี้ก็ผิดปกติแล้วถูกไหมครับ ดังนั้นนี่ เราก็สามารถเข้าไปตรวจสอบได้นะครับ (คุณสุชาดา) ค่ะ ทีนี้บทลงโทษนอกเหนือจากการดำเนินคดีแล้วนะคะ ในส่วนของ ททท. นี่ โครงการต่าง ๆ โรงแรมที่กระทำความผิด นี่คือตัดสิทธิ์หมดเลยใช่ไหมคะ (คุณยุทธศักดิ์) ต้องตัดสิทธิ์หมดเลยนะครับ ไม่เฉพาะโครงการนี้นะครับ โครงการของรัฐ เพราะจริง ๆ แล้วนี่นะครับ โครงการนี้เป็นโครงการที่ใช้งบประมาณเงินกู้นะครับ ดังนั้นนี่ ผมคิดว่ามันเป็นการโกงงบประมาณของแผ่นดินนะครับ นอกจากนี้ยังมีข้อหาอีก 2-3 ข้อหา ที่จะต้องดำเนินการทางอาญาด้วย แล้วก็ที่สำคัญ คืออย่างที่เรียนทุกคนนะครับ จะต้องถูกตัดสิทธิ์ตลอดเลยนะครับ โดน Blacklist ตลอดนะครับ สำหรับการเข้าร่วมโครงการที่ ททท. หรือที่ทางรัฐบาลทำขึ้นครับ (คุณสุชาดา) ค่ะ ทีนี้ทัวร์เที่ยวไทย ทัวร์เที่ยวไทยนี่จะไปจับกลุ่มของวัยรุ่นมากขึ้นใช่ไหมคะ (คุณยุทธศักดิ์) เดิมนี่เราใช้คำว่า “เที่ยวไทยวัยเก๋า” นะครับ ก็คือเป็นการเที่ยวในวันธรรมดาสำหรับกลุ่มคนที่มีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไปนะครับ แต่ว่าเรามองว่าสถานการณ์นี้ เราน่าจะกระตุ้นในภาพรวม ดังนั้น เป็นการเที่ยวผ่านทัวร์ในวันธรรมดา กลุ่มเป้าหมายจากเดิมอายุ 55 ปีขึ้นไปนี่ ก็จะลดลงมานะครับ เพื่อให้มีฐานกลุ่มเป้าหมายนี่ที่กว้างขึ้นนะครับ ประเด็นต่อมานั้น การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยวผ่านบริษัทนำเที่ยวนั้นนะครับ เราก็จะจ่ายให้ 40 เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่เกิน 5,000 บาทต่อคนต่อสิทธิ์นะครับ ที่จะเกิดขึ้น ดังนั้นนี่นะครับ ก็ท่านก็ไปจองทัวร์ จ่ายไป 60 เปอร์เซ็นต์ เมื่อท่านเดินทางเสร็จนะครับ ทางบริษัททัวร์ที่พาท่านไปก็จะทำเรื่องมา ททท. ก็จะจ่ายเงินให้ตรงไปที่บริษัทนำเที่ยว ซึ่งจะแตกต่างจากเที่ยวไทยวัยเก๋าที่จะจ่ายตรงไปที่ประชาชนผู้รับสิทธิ์ครับ (คุณสุชาดา) ค่ะ ทีนี้มีข้อสงสัยอยู่เหมือนกันว่า Life Style การท่องเที่ยวของคนไทยนะคะ ที่อาจจะไม่ใช่กลุ่มผู้สูงอายุนี่ ส่วนใหญ่เขาจะ Backpack ไปเอง แล้วก็ไม่ค่อยใช้บริการบริษัทนำเที่ยวสักเท่าไร การออกแพ็กเกจในลักษณะแบบนี้คิดว่าจะได้ผลไหมคะ (คุณยุทธศักดิ์) ผมก็มองดูในภาพรวมนะครับ ว่าที่จริงถ้าคนที่เป็น Backpack การท่องเที่ยวแบบนักท่องเที่ยวอิสระ หรือ FIT นั้นนี่ เราได้ประโยชน์จากโครงการเราเที่ยวด้วยกันมาระยะหนึ่งแล้วใช่ไหมครับ ดังนั้นนี่ มันก็เป็นอีกกลุ่มเป้าหมายหนึ่งนะครับ แต่ต้องเรียนนะครับ ว่าโครงการทัวร์เที่ยวไทยนั่นนี่ ไม่ได้มองในเรื่องของกลุ่มเป้าหมายที่เป็นนักท่องเที่ยว Backpack แต่ว่าเรามองของการส่งเสริมการท่องเที่ยวในวันธรรมดา ซึ่งปัจจุบันนี้นี่นะครับ มันมีความไม่สมดุลอยู่ระหว่างธรรมดา วันธรรมดา กับวันเสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุดนะครับ โดยคนไทยนี่นะครับ จากข้อมูลสถิตินี่ ไปเที่ยวในวันธรรมดาแค่ 24 เปอร์เซ็นต์แค่นั้นเอง ดังนั้นนี่ ถ้าเกิดเราสามารถที่จะให้บริษัทนำเที่ยว ซึ่งมีฐานลูกค้าอยู่นะครับ เมื่อรวมทั้งผู้สูงอายุด้วย หรือกลุ่มคนไทยที่พักร้อนนี่ ให้ไปเที่ยวในวันธรรมดานี่ มันก็จะเป็นการตอบโจทย์อีกแบบหนึ่งนะครับ ซึ่งสุดท้ายแล้วนี่ ก็จะช่วยในการขับเคลื่อนให้เป็นไปตามเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ ว่าปีนี้นี่ อยากจะเห็นรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งหมดประมาณ 1.2 ล้านล้านบาท หรือทำให้เกิดการเที่ยวในประเทศนี่ไม่น้อยกว่า 160 ล้านคนครับ (คุณสุชาดา) ค่ะ ค่ะ วันนี้ขอบพระคุณท่านผู้ว่าฯ นะคะ (คุณยุทธศักดิ์) ครับ สวัสดีครับ (คุณสุชาดา) สวัสดีค่ะ ก็คาดว่าภายในปีนี้นี่ ภาพรวมจากการท่องเที่ยวน่าจะค่อย ๆ ดีขึ้นนะคะ จากโครงการเราเที่ยวด้วยกันที่ขยายกรอบเวลาออกไป ของการใช้สิทธิ์นี่ที่จะสิ้นสุดในช่วงสิ้นเดือนเมษายนนี้ ขยายออกไปถึงเดือนกรกฎาคมนะคะ และก็เพิ่มของสิทธิ์ที่พักนะคะ จำนวนอีก 2,000,000 คืนค่ะ นอกจากนี้แพ็กเกจที่ออกมาล่าสุดนี่ ก็คือทัวร์เที่ยวไทย ก็จะขยายกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น ไม่ได้ไปเจาะจงแค่กลุ่มผู้สูงอายุแล้ว ก็น่าจะช่วยผลักดันให้เม็ดเงินนี่เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้นตามไปด้วยนะคะ หมดเวลาแล้วกับจับประเด็นข่าวร้อนคืนนี้ เราจะลากันด้วยภาพของศิลปะใต้น้ำแข็งนะคะ ที่รัสเซียค่ะ ก็จัดขึ้นในสภาพอากาศที่กำลังหนาวจัดเลยล่ะ ลาไปด้วยภาพนี้ สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]