﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:04.000

2
00:00:04.011 --> 00:00:08.011

3
00:00:08.013 --> 00:00:12.013

4
00:00:12.017 --> 00:00:16.017

5
00:00:16.019 --> 00:00:20.019

6
00:00:20.021 --> 00:00:24.021

7
00:00:24.024 --> 00:00:28.024

8
00:00:28.027 --> 00:00:32.027

9
00:00:32.030 --> 00:00:36.030
(อาจารย์) เด็ก ๆ ถ้าเข้ามาแล้วเปิดจอ

10
00:00:36.032 --> 00:00:40.032
วิดีโอด้วยนะคะ

11
00:00:40.033 --> 00:00:44.033
พี่ล่ามได้ยินเสียงอาจารย์ไหม พี่ตูนได้ยินเสียงอาจารย์ไหม

12
00:00:44.034 --> 00:00:48.034
(ล่าม) ได้ยินค่ะ (อาจารย์) โอ.เค.

13
00:00:48.036 --> 00:00:52.036

14
00:00:52.037 --> 00:00:56.037
บอกให้น้อง ๆ เปิดจอด้วยนะคะ

15
00:00:56.038 --> 00:01:00.038
จะได้รู้ว่าใครเข้ามาแล้วบ้าง

16
00:01:00.039 --> 00:01:04.039

17
00:01:04.040 --> 00:01:08.040
โอ.เค. 14 คน

18
00:01:08.041 --> 00:01:12.041
คน รวมพี่ล่ามแล้ว คนอื่น ๆ กำลังทยอยเข้ามานะคะ

19
00:01:12.042 --> 00:01:16.042

20
00:01:16.043 --> 00:01:20.043
ระหว่างรอเพื่อน ๆ

21
00:01:20.044 --> 00:01:24.044

22
00:01:24.045 --> 00:01:28.045

23
00:01:28.046 --> 00:01:32.046
เด็ก ๆ  อยากทราบว่า

24
00:01:32.048 --> 00:01:36.048
ใครเคยเขียนโปรแกรม

25
00:01:36.049 --> 00:01:40.049
มาแล้วบ้าง ให้ตอบในแชท

26
00:01:40.051 --> 00:01:44.051
เคยเขียน เขียนภาษาอะไรมา

27
00:01:44.052 --> 00:01:48.052
ใครยังไม่เคยก็ให้ตอบว่าไม่เคย

28
00:01:48.054 --> 00:01:52.054
โอ.เค. ไหมคะ เข้าไปตอบในแชตเลยคะ ว่า

29
00:01:52.054 --> 00:01:56.054
เคยเขียนมาแล้ว เคยเขียนโปรแกรม

30
00:01:56.055 --> 00:02:00.055
ภาษาอะไรเขียนลงไปอย่างนี้ เข้าใจไหมคะ

31
00:02:00.057 --> 00:02:04.057
ถ้าไม่เคยก็บอกว่ายังไม่เคย

32
00:02:04.058 --> 00:02:08.058
ยังไม่เคย

33
00:02:08.062 --> 00:02:12.062

34
00:02:12.064 --> 00:02:16.064
เดชาพล พิมพ์

35
00:02:16.065 --> 00:02:20.065
แบบพิมพ์สัมผัสได้ไหมลูก

36
00:02:20.066 --> 00:02:24.066
(นักศึกษาชาย) ได้ครับอาจารย์ (อาจารย์) ได้อยู่ใช่ไหมลูก ตอนนี้

37
00:02:24.068 --> 00:02:28.068
ถ้าใช้ ตอนนี้ใช้คอมหรือใช้มือถือลูก

38
00:02:28.069 --> 00:02:32.069
(นักศึกษา) ตอนนี้ใช้คอมฯ ครับ

39
00:02:32.073 --> 00:02:36.073
(อาจารย์) อ๋อ ใช้คอม อย่างนั้นก็พิมพ์ได้อยู่นะ

40
00:02:36.074 --> 00:02:40.074
สันติภาพตอบมาแล้ว ยังไม่เคยครับ

41
00:02:40.075 --> 00:02:44.075
สันติภาพ มาจากไหน มาจากโรงเรียนอะไรครับ

42
00:02:44.076 --> 00:02:48.076
บอกอาจารย์สิ (นักศึกษา) จบจากโรงเรียน

43
00:02:48.078 --> 00:02:52.078
บางละมุง จังหวัดชลบุรีครับผม

44
00:02:52.083 --> 00:02:56.083
(อาจารย์) บางละมุง ชลบุรีหรอคะ (นักศึกษาชาย) จบ

45
00:02:56.085 --> 00:03:00.085
จากโรงเรียนร่วมกับคนปกติ ตอน ม. ปลายครับ

46
00:03:00.086 --> 00:03:04.086
(อาจารย์) ศิริรัตนล่ะคะ จบจาก

47
00:03:04.090 --> 00:03:08.090
อะไรลุก (นักศึกษาหญิง) จบจาก

48
00:03:08.091 --> 00:03:12.091
กศน. ค่ะ (อาจารย์) อ๋อ กศน. นั่นเอง กัญญาณัฐ เรียน

49
00:03:12.092 --> 00:03:16.092
ภาษา C กัญญาณัฐอยู่โรงเรียนอะไร

50
00:03:16.094 --> 00:03:20.094
นะ เรียนโรงเรียนไหนโรงเรียนเดิม

51
00:03:20.096 --> 00:03:24.096
เดิมหรือ

52
00:03:24.098 --> 00:03:28.098
กัญญาณัฐไม่ได้ยินหรือลูก

53
00:03:28.102 --> 00:03:32.102
กุ๊กได้ยินไหมคะ

54
00:03:32.103 --> 00:03:36.103
มุกไม่ได้ยินเสียงแม่หรือ

55
00:03:36.104 --> 00:03:40.104
ไมค์มีปัญหา โอ.เค. ๆ

56
00:03:40.107 --> 00:03:44.107
ไม่เป็นอะไร โอ.เค. ค่ะ

57
00:03:44.108 --> 00:03:48.108
งั้นก็ได้ยินอยู่แต่ไมค์ใช้ไม่ได้

58
00:03:48.109 --> 00:03:52.109
โอ.เค. คนอื่น ๆ  ตอบมาได้

59
00:03:52.110 --> 00:03:56.110
เลยนะคะ เดชาพลก็ยังไม่เคย

60
00:03:56.111 --> 00:04:00.111
ศิริลัษณ์ สันติภาพ

61
00:04:00.112 --> 00:04:04.112

62
00:04:04.114 --> 00:04:08.114
ไม่เคย

63
00:04:08.115 --> 00:04:12.115
คนอื่นหายไปไหนหมด

64
00:04:12.117 --> 00:04:16.117
เพื่อน ๆ หายไปไหนหมด

65
00:04:16.118 --> 00:04:20.118

66
00:04:20.119 --> 00:04:24.119

67
00:04:24.121 --> 00:04:28.121

68
00:04:28.122 --> 00:04:32.122

69
00:04:32.124 --> 00:04:36.124
ตอนนี้

70
00:04:36.126 --> 00:04:40.126
ตอนนี้ที่ตอบแม่มานี่ ใช้

71
00:04:40.129 --> 00:04:44.129
คอมหรือใช้อะไรเอ่ย

72
00:04:44.131 --> 00:04:48.131
(นักศึกษาชาย) ผมใช้โทรศัพท์ครับ

73
00:04:48.132 --> 00:04:52.132
(อาจารย์) สันติภาพใช้อะไรนะคะ (นักศึกษาชาย) ใช้โทรศัพท์มือถือครับ

74
00:04:52.133 --> 00:04:56.133
เมื่อวานที่

75
00:04:56.135 --> 00:05:00.135
นั่งอยู่ DSS ใช่สันติภาพไหมลูก (นักศึกษาชาย)

76
00:05:00.136 --> 00:05:04.136
ใช่ครับผม (อาจารย์) แล้วทำไมไม่ใช้

77
00:05:04.137 --> 00:05:08.137
(นักศึกษาชาย) คอมพิวเตอร์หรอครับ (อาจารย์) ใช่ ๆ

78
00:05:08.138 --> 00:05:12.138
(นักศึกษา) ไมค์ในคอมของผมมีปัญหา

79
00:05:12.139 --> 00:05:16.139
(อาจารย์) อ๋อ (นักศึกษาชาย) เปิดไมค์ไม่ได้

80
00:05:16.141 --> 00:05:20.141
(อาจารย์) โอ.เค. ค่ะ

81
00:05:20.142 --> 00:05:24.142
เพราะความจริงถ้าเขียนจะต้องมาใช้

82
00:05:24.143 --> 00:05:28.143
ห้องแลป เพราะแม่จะดูว่าใครใช้ได้

83
00:05:28.145 --> 00:05:32.145
แต่ทีนี้ปัญหาคือเรายังใช้แล็บไม่ได้

84
00:05:32.147 --> 00:05:36.147

85
00:05:36.148 --> 00:05:40.148

86
00:05:40.149 --> 00:05:44.149

87
00:05:44.152 --> 00:05:48.152
ใช้คอมหรือใช้มือถือลูก (นักศึกษาชาย) ใช้

88
00:05:48.154 --> 00:05:52.154
Notebook ครับ (อาจารย์)

89
00:05:52.155 --> 00:05:56.155
สิริรัตน์ใช้อะไร (นักศึกษาหญิง) ใช้โทรศัพท์ค่ะ (อาจารย์)

90
00:05:56.156 --> 00:06:00.156
มุกใช้อะไรลูก พิมพ์

91
00:06:00.156 --> 00:06:04.156
มาบอกก็ได้ กัญญณัฐ

92
00:06:04.157 --> 00:06:08.157

93
00:06:08.159 --> 00:06:12.159
ตอนนี้ที่เห็นหน้ากัน

94
00:06:12.162 --> 00:06:16.162
มี 1, 2, 3, 4, 5

95
00:06:16.163 --> 00:06:20.163
คนอื่นหายไปไหนหมด ที่เหลือนี่พี่ล่ามทั้งนั้นเลยนะ

96
00:06:20.164 --> 00:06:24.164
หายไปไหนหมด (ล่าม) หนู

97
00:06:24.165 --> 00:06:28.165
ไม่เห็นเด็กหูหนวกเลยค่ะ วันนี้

98
00:06:28.166 --> 00:06:32.166
(ล่าม) เด็กหูหนวกไปไหนหมด (อาจารย์)

99
00:06:32.170 --> 00:06:36.170
เดี๋ยวกำลังตาม รอเพื่อน ๆ แป๊บหนึ่งนะ

100
00:06:36.171 --> 00:06:40.171

101
00:06:40.175 --> 00:06:44.175
(อาจารย์) อ๋อ มุกมีคอมพิวเตอร์อยู่นะ

102
00:06:44.176 --> 00:06:48.176
โอ.เค.

103
00:06:48.177 --> 00:06:52.177
เดชาพลมีคอมพิวเตอร์

104
00:06:52.179 --> 00:06:56.179
อยู่ใช่ไหมคะ (นักศึกษาชาย) ครับ อาจารย์ (อาจารย์)

105
00:06:56.181 --> 00:07:00.181
มีไหมลูก

106
00:07:00.183 --> 00:07:04.183

107
00:07:04.184 --> 00:07:08.184
มีนะครับ โอ.เค.

108
00:07:08.185 --> 00:07:12.185

109
00:07:12.190 --> 00:07:16.190
รออีกสัก

110
00:07:16.191 --> 00:07:20.191
10 นาทีนะ รอเพื่อน ๆ มา

111
00:07:20.193 --> 00:07:24.193
ตอนนี้ผ่อนคลาย เด็ก ๆ จะทำอะไรก่อนก็ได้อีก

112
00:07:24.194 --> 00:07:28.194
10 นาที ค่อยมาเจอกันใหม่

113
00:07:28.195 --> 00:07:32.195
พี่การ์ตูนพักก่อนก็ได้ ยังไม่มี

114
00:07:32.195 --> 00:07:36.195
เด็กหูยังไม่เข้ามา

115
00:07:36.201 --> 00:07:40.201
น่ะสิ กำลังตาม (ล่าม) เหลือแต่หูหนวก

116
00:07:40.202 --> 00:07:44.202
(อาจารย์) เพราะเมื่อวานเขาก็มีเรียนไง

117
00:07:44.206 --> 00:07:48.206
ก็แจ้งไว้แล้ว (ล่าม) อ๋อ ค่ะ (อาจารย์)

118
00:07:48.207 --> 00:07:52.207
(อาจารย์) เลยงงว่าทำไมไม่เข้า

119
00:07:52.209 --> 00:07:56.209
เน็ตที่หอเขามีปัญหาหรือเปล่า

120
00:07:56.211 --> 00:08:00.211
(ล่าม) อันนี้ส่วนใหญ่เด็กอยู่หอ

121
00:08:00.214 --> 00:08:04.214
เพราะว่าถ้าปี 1 ให้เด็กมาแล้ว

122
00:08:04.215 --> 00:08:08.215
มันมาก่อนที่เขาจะประกาศ

123
00:08:08.216 --> 00:08:12.216
(ล่าม) อ๋อ ค่ะ ก็เลยต้องอยู่หอนะ (อาจารย์) ปัญหา

124
00:08:12.217 --> 00:08:16.217
คือ เน็ตที่หอน่ะ มันจะไม่ค่อยเวิร์กเท่าไร

125
00:08:16.218 --> 00:08:20.218
(ล่าม) เข้าใจค่ะ อาจารย์

126
00:08:20.220 --> 00:08:24.220
จะต้องเป็นแบบว่าพอเด็ก ๆ อยู่

127
00:08:24.221 --> 00:08:28.221
หอนะ แล้วพอเรียนน่ะ พร้อม ๆ กันมันก็จะ

128
00:08:28.222 --> 00:08:32.222
ดึงเน็ตกัน (ล่าม) ใช่ (อาจารย์)

129
00:08:32.223 --> 00:08:36.223
น่าจะติดปัญหาอันนี้

130
00:08:36.224 --> 00:08:40.224
เราต้องได้รอแล้วล่ะ เมื่อวานเขาเข้ามา

131
00:08:40.227 --> 00:08:44.227
เขาก็เข้ากันอยู่ เพราะว่าแจ้งแล้ว

132
00:08:44.228 --> 00:08:48.228
พี่ ๆ ก็บอกว่าแจ้งแล้ว

133
00:08:48.231 --> 00:08:52.231
เพราะเมื่อวานเขาก็มีเรียน

134
00:08:52.232 --> 00:08:56.232
เรียนด้วยหรือคะอาจารย์

135
00:08:56.233 --> 00:09:00.233
ของอะไรนะ วิชาเจนเอ็ด

136
00:09:00.234 --> 00:09:04.234
ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร

137
00:09:04.238 --> 00:09:08.238
เพราะว่าอันนั้นเขารวมหลายเซก

138
00:09:08.239 --> 00:09:12.239
หมายเด็กเรียนรวมกัน

139
00:09:12.241 --> 00:09:16.241
ใช่ (ล่าม) ก็เลยต้องเอาน้องหูหนวกเรียนทีเดียวเลยใช่ไหมคะ

140
00:09:16.241 --> 00:09:20.241

141
00:09:20.243 --> 00:09:24.243

142
00:09:24.244 --> 00:09:28.244

143
00:09:28.245 --> 00:09:32.245

144
00:09:32.248 --> 00:09:36.248

145
00:09:36.249 --> 00:09:40.249
มีเจ้ามิ้นต์เข้ามาแล้วคนหนึ่ง

146
00:09:40.254 --> 00:09:44.254
มิ้นเปิดจอ

147
00:09:44.256 --> 00:09:48.256

148
00:09:48.257 --> 00:09:52.257

149
00:09:52.258 --> 00:09:56.258

150
00:09:56.263 --> 00:10:00.263

151
00:10:00.264 --> 00:10:04.264

152
00:10:04.266 --> 00:10:08.266

153
00:10:08.267 --> 00:10:12.267

154
00:10:12.269 --> 00:10:16.269

155
00:10:16.271 --> 00:10:20.271

156
00:10:20.273 --> 00:10:24.273

157
00:10:24.276 --> 00:10:28.276

158
00:10:28.276 --> 00:10:32.276

159
00:10:32.278 --> 00:10:36.278

160
00:10:36.282 --> 00:10:40.282

161
00:10:40.283 --> 00:10:44.283

162
00:10:44.284 --> 00:10:48.284
เขียน Flash

163
00:10:48.287 --> 00:10:52.287
แจ้งว่ากลับบ้านนี่ แล้วกลับมาหรือยัง

164
00:10:52.289 --> 00:10:56.289

165
00:10:56.290 --> 00:11:00.290
ไม่ใช่เธอไปฉีดวัคซีน

166
00:11:00.291 --> 00:11:04.291
วันนี้นะ เธอบอก...

167
00:11:04.293 --> 00:11:08.293
พ่อเขาเรียกกลับน่ะ น่าจะไปฉีดวัคซีน

168
00:11:08.294 --> 00:11:12.294
เจ้าแฝด

169
00:11:12.295 --> 00:11:16.295

170
00:11:16.297 --> 00:11:20.297
นั่นนะสิ

171
00:11:20.298 --> 00:11:24.298

172
00:11:24.299 --> 00:11:28.299

173
00:11:28.302 --> 00:11:32.302

174
00:11:32.303 --> 00:11:36.303

175
00:11:36.307 --> 00:11:40.307

176
00:11:40.308 --> 00:11:44.308

177
00:11:44.310 --> 00:11:48.310

178
00:11:48.311 --> 00:11:52.311

179
00:11:52.314 --> 00:11:56.314
นักเรียนหาย แย่แล้ว เด็ก ๆ

180
00:11:56.316 --> 00:12:00.316

181
00:12:00.317 --> 00:12:04.317

182
00:12:04.319 --> 00:12:08.319

183
00:12:08.321 --> 00:12:12.321

184
00:12:12.323 --> 00:12:16.323

185
00:12:16.324 --> 00:12:20.324

186
00:12:20.325 --> 00:12:24.325
มาแล้ว ๆ เจ้าแฝดมาแล้ว

187
00:12:24.327 --> 00:12:28.327

188
00:12:28.328 --> 00:12:32.328
สวัสดีจ้ะ

189
00:12:32.329 --> 00:12:36.329

190
00:12:36.330 --> 00:12:40.330
มาสาย ๆ พี่การ์ตูนบอกพี่

191
00:12:40.331 --> 00:12:44.331
แฝดมาสาย

192
00:12:44.332 --> 00:12:48.332
ทำอะไรอยู่

193
00:12:48.332 --> 00:12:52.332

194
00:12:52.334 --> 00:12:56.334
(ล่าม) นอนเพิ่งตื่นครับ

195
00:12:56.335 --> 00:13:00.335
แล้วนอนตื่นสายเด้อ

196
00:13:00.336 --> 00:13:04.336
(ล่าม) ใช่ครับ (อาจารย์) อยู่บ้านแล้วตื่นสาย

197
00:13:04.337 --> 00:13:08.337
(ล่าม) ต้องขออภัยด้วยนะครับ

198
00:13:08.338 --> 00:13:12.338

199
00:13:12.338 --> 00:13:16.338

200
00:13:16.338 --> 00:13:20.338
(ล่าม) ตอนนี้ผมอยู่บ้านครับ

201
00:13:20.340 --> 00:13:24.340
ก็เลยตื่นสาย

202
00:13:24.341 --> 00:13:28.341

203
00:13:28.341 --> 00:13:32.341
ครับ ใช่ครับ

204
00:13:32.344 --> 00:13:36.344
สะโลสะเลมาก

205
00:13:36.346 --> 00:13:40.346

206
00:13:40.347 --> 00:13:44.347
โหลงเหลงมากวันนี้

207
00:13:44.349 --> 00:13:48.349
สมาชิก เพื่อน ๆ เขายังไม่เข้ามา

208
00:13:48.350 --> 00:13:52.350
ตอนนี้มีเด็กตา

209
00:13:52.351 --> 00:13:56.351
เด็กปกติ

210
00:13:56.352 --> 00:14:00.352

211
00:14:00.353 --> 00:14:04.353

212
00:14:04.356 --> 00:14:08.356

213
00:14:08.359 --> 00:14:12.359

214
00:14:12.360 --> 00:14:16.360

215
00:14:16.362 --> 00:14:20.362

216
00:14:20.363 --> 00:14:24.363

217
00:14:24.365 --> 00:14:28.365

218
00:14:28.366 --> 00:14:32.366

219
00:14:32.370 --> 00:14:36.370

220
00:14:36.372 --> 00:14:40.372
เริ่มเข้ามาแล้ว ๆ

221
00:14:40.374 --> 00:14:44.374
จันทกานต์

222
00:14:44.375 --> 00:14:48.375
เข้ามาแล้วเปิดกล้อง

223
00:14:48.377 --> 00:14:52.377
บอกเพื่อนเปิดกล้อง

224
00:14:52.379 --> 00:14:56.379

225
00:14:56.379 --> 00:15:00.379
งั้นแฝดเข้ามาแล้วถาม

226
00:15:00.381 --> 00:15:04.381
แฝดเคยเรียนเขียนโปรแกรมมาหรือยัง

227
00:15:04.385 --> 00:15:08.385

228
00:15:08.386 --> 00:15:12.386
เคยเรียนไหม

229
00:15:12.388 --> 00:15:16.388
(ล่าม) เคยครับ (อาจารย์) เคยเขียนโปรแกรมภาษาอะไรมาก่อน

230
00:15:16.389 --> 00:15:20.389
ตอบได้ไหม

231
00:15:20.390 --> 00:15:24.390

232
00:15:24.390 --> 00:15:28.390

233
00:15:28.393 --> 00:15:32.393
(ล่าม) ทางแฝดไม่ค่อยชัดน่ะค่ะ (อาจารย์) นั่นน่ะสิ

234
00:15:32.395 --> 00:15:36.395
ดู... บอกเขาทำมือช้า ๆ

235
00:15:36.396 --> 00:15:40.396
ให้น้องบอกน้องเอาภาพพื้นหลังออก

236
00:15:40.400 --> 00:15:44.400
เออ

237
00:15:44.401 --> 00:15:48.401

238
00:15:48.402 --> 00:15:52.402
(ล่าม) เอาออกแล้วครับ

239
00:15:52.403 --> 00:15:56.403
(อาจารย์) ภาษาอะไรเคยเรียนภาษาอะไรมาลูก

240
00:15:56.403 --> 00:16:00.403

241
00:16:00.404 --> 00:16:04.404

242
00:16:04.405 --> 00:16:08.405

243
00:16:08.406 --> 00:16:12.406
(ล่าม) ก็คือเหมือนกับทำเป็น

244
00:16:12.407 --> 00:16:16.407
วิชา อ้าว น้องหาย แป๊บหนึ่งนะคะ

245
00:16:16.407 --> 00:16:20.407

246
00:16:20.409 --> 00:16:24.409
(อาจารย์) ภากร

247
00:16:24.409 --> 00:16:28.409
ถามภากรบ้าง (ล่าม) เอาใหม่ได้ไหม

248
00:16:28.411 --> 00:16:32.411
นพกิจ เมื่อกี้ ล่ามแบบ

249
00:16:32.412 --> 00:16:36.412
กล้องมันแบบสลับก็เลยแบบภาพ

250
00:16:36.413 --> 00:16:40.413
ขอใหม่ได้ไหม เดี๋ยวพูดให้

251
00:16:40.414 --> 00:16:44.414
(อาจารย์) ถามภากรว่าเคยเรียน

252
00:16:44.415 --> 00:16:48.415

253
00:16:48.416 --> 00:16:52.416
ภากรณ์

254
00:16:52.417 --> 00:16:56.417

255
00:16:56.421 --> 00:17:00.421
หูตึง ใช่ ๆ

256
00:17:00.423 --> 00:17:04.423
ก่อนเรียนคอมพิวเตอร์มีไหม

257
00:17:04.424 --> 00:17:08.424
โปรแกรม ทำเองมีไหม

258
00:17:08.425 --> 00:17:12.425
(อาจารย์) ภากรได้ยินอยู่หรือ

259
00:17:12.427 --> 00:17:16.427
ได้ยินหรือเปล่า

260
00:17:16.428 --> 00:17:20.428
คือ ตอนนี้ ได้ยินเปล่า

261
00:17:20.429 --> 00:17:24.429
ได้ยินหรอ ถ้าอย่างนั้น

262
00:17:24.430 --> 00:17:28.430
(อาจารย์) แต่พูดไม่ได้หรือ

263
00:17:28.431 --> 00:17:32.431
พูดได้ไหม แต่พูดไม่ได้

264
00:17:32.432 --> 00:17:36.432
ภาษามืออย่างเดียวใช่เปล่า (อาจารย์)

265
00:17:36.434 --> 00:17:40.434
เพราะเหมือนพี่โจโจ้

266
00:17:40.435 --> 00:17:44.435
รู้จักพี่โจโจ้อยู่นะ

267
00:17:44.436 --> 00:17:48.436
(ล่าม) หนูชื่อพี่โจ

268
00:17:48.437 --> 00:17:52.437
โจ้ รู้เปล่า

269
00:17:52.446 --> 00:17:56.446
รู้ ทราบครับ ทำไมสำคัญตอนนี้

270
00:17:56.447 --> 00:18:00.447
อธิบายว่าชื่อพี่

271
00:18:00.448 --> 00:18:04.448
โจโจ้ตอนนี้อ่านปาก ฝึก ๆ

272
00:18:04.450 --> 00:18:08.450
ใช่ไหม ใช่คราม (อาจารย์)

273
00:18:08.451 --> 00:18:12.451
อ่านปากได้

274
00:18:12.453 --> 00:18:16.453

275
00:18:16.454 --> 00:18:20.454
ประมาณนี้ล่ะหูตึง

276
00:18:20.455 --> 00:18:24.455
ถาม โปรแกรม พิมพ์ ๆ น่ะ

277
00:18:24.477 --> 00:18:28.477
(อาจารย์) เพราะว่าแม่เห็นบางที

278
00:18:28.479 --> 00:18:32.479
เขาประกาศรับสมัครน่ะ หูตึงเขาก็

279
00:18:32.479 --> 00:18:36.479
บอกไว้ ต้องสื่อสารได้ด้วย

280
00:18:36.480 --> 00:18:40.480
พูดไว้เลย

281
00:18:40.481 --> 00:18:44.481
โอ.เค. ต่อไปใครเข้ามาแล้ว

282
00:18:44.483 --> 00:18:48.483
แฝดมาแล้ว

283
00:18:48.484 --> 00:18:52.484
18 คนแล้วเพิ่งเข้ามา

284
00:18:52.485 --> 00:18:56.485
หายไปไหนแล้วโจ้ จันทร์กานต์น่ะ

285
00:18:56.487 --> 00:19:00.487

286
00:19:00.489 --> 00:19:04.489

287
00:19:04.491 --> 00:19:08.491
(อาจารย์) ไอ้นี่

288
00:19:08.492 --> 00:19:12.492
ชื่อเล่นอะไร จันทร์กานต์น่ะ ชื่ออะไรนะ

289
00:19:12.493 --> 00:19:16.493
อบ ๆ

290
00:19:16.495 --> 00:19:20.495
เปิดกล้องหรือเปล่าอบหายไปไหน

291
00:19:20.497 --> 00:19:24.497

292
00:19:24.498 --> 00:19:28.498

293
00:19:28.499 --> 00:19:32.499
อบไม่เปิดกล้องน่ะ

294
00:19:32.500 --> 00:19:36.500
เงียบ...

295
00:19:36.501 --> 00:19:40.501
แล้วก็เจ้ามิ้น

296
00:19:40.503 --> 00:19:44.503

297
00:19:44.504 --> 00:19:48.504

298
00:19:48.506 --> 00:19:52.506
(ล่าม) แฝด ๆ

299
00:19:52.511 --> 00:19:56.511
เตือน ๆ เพื่อนในไลน์หน่อย

300
00:19:56.512 --> 00:20:00.512
ธัญญาลักษณ์

301
00:20:00.514 --> 00:20:04.514
ธัญรัตน์

302
00:20:04.516 --> 00:20:08.516
(อาจารย์) เชอรี่หรือ

303
00:20:08.518 --> 00:20:12.518
ชื่อ

304
00:20:12.519 --> 00:20:16.519
ชื่อภาษามือ

305
00:20:16.520 --> 00:20:20.520
ใช่ไหม

306
00:20:20.526 --> 00:20:24.526
ใช่หรือเปล่า (ล่าม) ใช่ค่ะ (อาจารย์)

307
00:20:24.527 --> 00:20:28.527
ใช่ไหม

308
00:20:28.527 --> 00:20:32.527
เออ ถามเขาหน่อย ว่า

309
00:20:32.528 --> 00:20:36.528
เคยเรียนเขียนโปรแกรมมาแล้วหรือยัง (ล่าม) ตอนนี้เขามอง

310
00:20:36.529 --> 00:20:40.529
(อาจารย์) เดี๋ยวอ่านพี่ล่าม

311
00:20:40.530 --> 00:20:44.530
พอดีว่าทางล่ามไม่เห็น ขอโทษทีค่ะ

312
00:20:44.531 --> 00:20:48.531
เดี๋ยวนะคะ น้องชื่อธัญญาลักษณ์ใช่ไหมคะ

313
00:20:48.533 --> 00:20:52.533

314
00:20:52.534 --> 00:20:56.534
ตรึงหน้าจอได้ค่ะ เดี๋ยวสักครู่หนึ่งค่ะ

315
00:20:56.538 --> 00:21:00.538
ชื่ออบใช่ไหม

316
00:21:00.539 --> 00:21:04.539

317
00:21:04.539 --> 00:21:08.539

318
00:21:08.541 --> 00:21:12.541

319
00:21:12.542 --> 00:21:16.542
ธัญ...

320
00:21:16.543 --> 00:21:20.543
ธัญญลักษณ์

321
00:21:20.545 --> 00:21:24.545
ภาษามือชัดไหม ชัดหรือเปล่า (อาจารย์) ธัญลักษณ์เข้าใจไหมนิ

322
00:21:24.547 --> 00:21:28.547
กัญรัตน

323
00:21:28.548 --> 00:21:32.548
เหมือนดูแต่ไม่ได้ดูกล้อง

324
00:21:32.548 --> 00:21:36.548
ลองจันทร์กานต์

325
00:21:36.550 --> 00:21:40.550
เสื้อแดงน่ะ (อาจารย์) เพิ่งตื่นนอนดูสภาพ

326
00:21:40.551 --> 00:21:44.551
เด็กเพิ่งตื่น (อาจารย์) อบใช่ไหม

327
00:21:44.552 --> 00:21:48.552
ใช่ไหม อบใช่ไหม (ล่าม) ไม่มีใครมองกล้องเลย

328
00:21:48.554 --> 00:21:52.554
(อาจารย์) อบเปล่า อบเปล่า

329
00:21:52.555 --> 00:21:56.555
อบไหม (ล่าม) ชื่อภาษามือ

330
00:21:56.559 --> 00:22:00.559
ภาษามือ (อาจารย์) ไม่ดูกล้องเลย

331
00:22:00.565 --> 00:22:04.565
ดูหรือเปล่า ง่วงนอน สภาพแต่ละคน

332
00:22:04.566 --> 00:22:08.566
แต่ละคน [เสียงหัวเราะ]

333
00:22:08.568 --> 00:22:12.568
(ล่าม) เหมือนยังไม่ฟื้นค่ะ (อาจารย์) สกลฯ ฝนตก (ล่าม)

334
00:22:12.569 --> 00:22:16.569
สกลฝนตกใช่ไหมคะ ฝั่งนี้ปอย ๆ

335
00:22:16.570 --> 00:22:20.570
เห็นพี่เขาหรือเปล่านี่

336
00:22:20.572 --> 00:22:24.572
ไอ้เจ้าอบ เจ้าอบ จันทร์กานต์ (ล่าม)

337
00:22:24.575 --> 00:22:28.575
เปิดกล้องหน่อย เพื่อน เตือน ๆ กล้องเปิด

338
00:22:28.576 --> 00:22:32.576
เตือน ๆ กล้องเปิด

339
00:22:32.577 --> 00:22:36.577
เดินหนีไปแล้ว (อาจารย์) ธัญญารักษ์ก็ไปแล้ว

340
00:22:36.578 --> 00:22:40.578
จันทร์กานต์ ก็ (ล่าม) นิ่งเลย (อาจารย์)

341
00:22:40.579 --> 00:22:44.579
นั่นน่ะสิ ปิดกล้องอีกแล้ว

342
00:22:44.581 --> 00:22:48.581
แต่ละคน

343
00:22:48.582 --> 00:22:52.582
ปิดกล้องหนีเราไปเสียแล้ว

344
00:22:52.583 --> 00:22:56.583

345
00:22:56.585 --> 00:23:00.585
เปิดกล้อง

346
00:23:00.591 --> 00:23:04.591
(ล่าม) จันทร์กา

347
00:23:04.593 --> 00:23:08.593
กานต์ใช่ไหม เสื้อเหลืองน่ะ

348
00:23:08.594 --> 00:23:12.594
ผู้หญิง เสื้อเหลืองน่ะ

349
00:23:12.596 --> 00:23:16.596
เสื้อภาษามือ

350
00:23:16.597 --> 00:23:20.597
ชื่อภาษามือ ผู้หญิง

351
00:23:20.598 --> 00:23:24.598
เสื้อเหลืองน่ะ ภาษามือ

352
00:23:24.599 --> 00:23:28.599

353
00:23:28.600 --> 00:23:32.600
ทำไมคนนี้ไม่คุ้นหน้าเลย

354
00:23:32.601 --> 00:23:36.601
(อาจารย์) ดูกล้อองกันอยู่หรือเปล่า

355
00:23:36.602 --> 00:23:40.602
ไหมนี่ (ล่าม) ล่าม

356
00:23:40.603 --> 00:23:44.603
หูหนวก

357
00:23:44.604 --> 00:23:48.604
หูหนวกล่ามเห็นดีไหม ชัดไหม

358
00:23:48.605 --> 00:23:52.605
มีเห็น ชัดค่ะ ชื่อ

359
00:23:52.606 --> 00:23:56.606
ภาษามือ เสื้อเหลืองน่ะ

360
00:23:56.607 --> 00:24:00.607
เสื้อเหลืองน่ะ เสื้อเหลืองน่ะ

361
00:24:00.608 --> 00:24:04.608
ชื่อภาษามือไหน

362
00:24:04.609 --> 00:24:08.609

363
00:24:08.609 --> 00:24:12.609
ใช่ ๆ ชื่อไหน

364
00:24:12.610 --> 00:24:16.610
ชื่อนี้ใช่ไหม โอ.เค. จันทร์กานต์ชื่อนี้ค่ะ

365
00:24:16.611 --> 00:24:20.611
โอ.เค. ลืมขอโทษก็เลยถาม

366
00:24:20.612 --> 00:24:24.612
เคยเรียนภาษา

367
00:24:24.613 --> 00:24:28.613
ภาษามือดีไหม เมื่อก่อน ภาษามือแบบ

368
00:24:28.614 --> 00:24:32.614
เข้าใจ มีเปล่า โอ.เค.

369
00:24:32.615 --> 00:24:36.615
เข้าใจค่ะ เข้าใจเคยเรียนค่ะ

370
00:24:36.616 --> 00:24:40.616
กลัวไม่เข้าใจ ทีนี้

371
00:24:40.617 --> 00:24:44.617
พร้อมหรือยัง พร้อมหรือยังคะ

372
00:24:44.618 --> 00:24:48.618
พร้อมจะเรียนหรือยัง

373
00:24:48.618 --> 00:24:52.618
พร้อมไหม ๆ

374
00:24:52.620 --> 00:24:56.620
โอ.เค. ค่ะ เดี๋ยวเรามาเริ่มกัน

375
00:24:56.623 --> 00:25:00.623
(ล่าม) เริ่มเรียนนะ (อาจารย์) เรามาเริ่มเรียนกันเลยนะ

376
00:25:00.624 --> 00:25:04.624
เปิดวิดีโอตลอดนะ

377
00:25:04.625 --> 00:25:08.625
เพราะว่าภาพคะแนนให้ มี

378
00:25:08.626 --> 00:25:12.626

379
00:25:12.630 --> 00:25:16.630

380
00:25:16.631 --> 00:25:20.631

381
00:25:20.633 --> 00:25:24.633
ขอโทษ ๆ

382
00:25:24.636 --> 00:25:28.636
เห็นหน้าจออยู่นะ

383
00:25:28.638 --> 00:25:32.638
วิชาของเราก็คือ

384
00:25:32.638 --> 00:25:36.638
อันนี้ อันนี้หัวข้อที่จะสอนในวันนี้ คือ

385
00:25:36.639 --> 00:25:40.639
คอมพิวเตอร์และอังกอลิทึ่ม

386
00:25:40.640 --> 00:25:44.640
ก็คือหลักการเขียนโปรแกรมนะ

387
00:25:44.649 --> 00:25:48.649
หลักการก็คือ

388
00:25:48.650 --> 00:25:52.650
เป็นความรู้เบื้องต้น

389
00:25:52.651 --> 00:25:56.651
ก่อนจะเขียนโปรแกรม เราควรจะต้องมาทำความรู้ก่อนจากว่า

390
00:25:56.653 --> 00:26:00.653
เขียนโปรแกรมอะไร ซึ่ง ณ ตอนนี้

391
00:26:00.653 --> 00:26:04.653
ที่นี้ก็คือเขียนโปรแกรมให้คอมพิวเตอร์นี่ทำงาน

392
00:26:04.654 --> 00:26:08.654
นะคะ

393
00:26:08.655 --> 00:26:12.655
เพราะฉะนั้นสิ่งนั้นที่อยากให้เด็ก ๆ รู้ก็คือ

394
00:26:12.656 --> 00:26:16.656
เราจะต้องรู้ก่อนว่าระหว่างคนนี่

395
00:26:16.661 --> 00:26:20.661
มนุษย์หรือคน หรือคอมพิวเตอร์นี่

396
00:26:20.662 --> 00:26:24.662
มีวิธีการทำงาน

397
00:26:24.663 --> 00:26:28.663
เป็นอย่างไร หรือมีลักษณะของการทำงาน

398
00:26:28.664 --> 00:26:32.664
ของมนุษย์ทำอย่างไร คอมพิวเตอร์ทำอย่างไร

399
00:26:32.665 --> 00:26:36.665
ถ้าลักษณะการทำงานของคนกับคอมพิวเตอร์

400
00:26:36.665 --> 00:26:40.665
มันต่างกันอย่างไร มาดูกัน ดูอย่างแรกก่อน

401
00:26:40.666 --> 00:26:44.666
คอมพิวเตอร์มันจะทำงานได้อยู่

402
00:26:44.667 --> 00:26:48.667
3 อย่าง อย่างแรก คือ

403
00:26:48.668 --> 00:26:52.668
ต้องมี Input หรือการ

404
00:26:52.668 --> 00:26:56.668
รับข้อมูลเข้านะคะ ซึ่งในคอมพิวเตอร์นี่

405
00:26:56.670 --> 00:27:00.670
เราจะเรียกตัวนี้ว่า Input

406
00:27:00.671 --> 00:27:04.671
เข้าไปก่อน ต้องรับข้อมูลเข้าไปก่อน

407
00:27:04.672 --> 00:27:08.672
เสร็จแล้วทำอะไรต่อ

408
00:27:08.673 --> 00:27:12.673
มันจะมีแค่ 3 ขั้นต้อน คอมพิวเตอร์จะทำงานแค่ 3 ลำดับ

409
00:27:12.675 --> 00:27:16.675
ก็คือรับข้อมูลเข้า Input นะคะ

410
00:27:16.676 --> 00:27:20.676
Process แล้วก็แสดงผล

411
00:27:20.676 --> 00:27:24.676
หรือ Output หรือคือมี Input มี Output

412
00:27:24.676 --> 00:27:28.676
มี Process แล้วก็ Output

413
00:27:28.677 --> 00:27:32.677
มันคืออะไรเด็ก ๆ น่าจะงง

414
00:27:32.679 --> 00:27:36.679
อาจจะยังไม่เข้าใจ ว่า Input คืออะไร

415
00:27:36.680 --> 00:27:40.680
นะคะ คือเขาต้องทำตามขั้นตอน

416
00:27:40.681 --> 00:27:44.681
เลยนะ เห็นไหม ต้อง Input เห็นไหมคะ

417
00:27:44.682 --> 00:27:48.682
เรียงตั้งแต่ input ไปก่อนเลย Input

418
00:27:48.685 --> 00:27:52.685
เสร็จแล้วไป Process Process เสร็จแล้วไป

419
00:27:52.686 --> 00:27:56.686
Output ก็คือคอมพิวเตอร์จะต้อง

420
00:27:56.687 --> 00:28:00.687
รับข้อมูล ก็คือเราต้องเขียนโปรแกรม

421
00:28:00.688 --> 00:28:04.688
เพื่อให้คอมพิวเตอร์รับข้อมูลเข้าไป

422
00:28:04.689 --> 00:28:08.689
การสั่งงานคอมพิวเตอร์นั่นเอง

423
00:28:08.690 --> 00:28:12.690
นะคะ Process หรือประมวลผลก็คือ

424
00:28:12.691 --> 00:28:16.691
คำสั่งเข้ามา Input เข้ามานะคะ

425
00:28:16.692 --> 00:28:20.692
ก็จะนำคำสั่งนั้น หรือข้อมูลนั้น

426
00:28:20.693 --> 00:28:24.693
มาทำการประมวลผล การประมวลผล ก็คือ

427
00:28:24.694 --> 00:28:28.694
สิ่งที่สั่งนี่ สั่งให้ทำอะไร

428
00:28:28.694 --> 00:28:32.694
ประมวลเพื่ออะไร เพื่อจัดทำตามคำสั่ง

429
00:28:32.696 --> 00:28:36.696
ของเรานั่นเองนะคะ เสร็จแล้วเมื่อ Process

430
00:28:36.698 --> 00:28:40.698
เสร็จ มันก็จะต้องเป็น Output

431
00:28:40.700 --> 00:28:44.700
แสดงผลนะคะ ต้องมีการแสดงผล

432
00:28:44.701 --> 00:28:48.701
ออกมา เห็นไหมคะ พอแสดงผลเสร็จ

433
00:28:48.702 --> 00:28:52.702
ก็ย้อนกลับไปขั้นตอนเดิม ถ้าเรา

434
00:28:52.703 --> 00:28:56.703
ป้อนคำสั่งเข้าไปใหม่ มันก็จะทำวนอยู่แบบนี้

435
00:28:56.705 --> 00:29:00.705
นะคะ ก็คือขั้นตอนมีแค่นี้

436
00:29:00.706 --> 00:29:04.706
คอมพิวเตอร์นี่ มีแค่ 3 ส่วนนี่ ก็คือรับข้อมูลเข้าไป

437
00:29:04.707 --> 00:29:08.707
ทำการประมวลผลข้อมูล แสดงผลของข้อมูล

438
00:29:08.708 --> 00:29:12.708
นั้นนะคะ

439
00:29:12.709 --> 00:29:16.709
หลักการรับข้อมูลเข้าของ

440
00:29:16.712 --> 00:29:20.712
คอมพิวเตอร์นะคะ

441
00:29:20.713 --> 00:29:24.713
เราใช้อะไรให้ดูที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของเราเป็นหลัก

442
00:29:24.714 --> 00:29:28.714
สิ่งที่จะเป็นตัวนำ

443
00:29:28.715 --> 00:29:32.715
ข้อมูลเข้าไปให้คอมพิวเตอร์ได้ คือ 1. ในรูป

444
00:29:32.716 --> 00:29:36.716
ก็จะมีคีย์บอร์ดใช่ไหมคะ

445
00:29:36.716 --> 00:29:40.716
คีย์บอร์ดจะเป็นตัวคีย์ ตัวพิมพ์ที่

446
00:29:40.717 --> 00:29:44.717
เราจะพิมพ์ข้อความหรือคำสั่งลงไปนั่นเอง

447
00:29:44.718 --> 00:29:48.718
นะคะ แล้วก็เมาส์เห็นไหมคะ

448
00:29:48.720 --> 00:29:52.720
เช่น เหมือนเวลาเราใช้โปรแกรมบางโปรแกรม จะใช้

449
00:29:52.722 --> 00:29:56.722
เมาส์ก็จะเป็นตัวป้อน เหมือนกดเมาส์

450
00:29:56.722 --> 00:30:00.722
กดคลิก OK หรือ คลิกตกลง

451
00:30:00.723 --> 00:30:04.723
อย่างนี้ นั่นก็คือรับคำสั่งผ่านอุปกรณ์ที่เรียกว่า

452
00:30:04.724 --> 00:30:08.724
Input Unit

453
00:30:08.725 --> 00:30:12.725
ก็คือประกอบด้วย คีย์บอร์ด

454
00:30:12.725 --> 00:30:16.725
เมาส์และมียุคใหม่เพิ่มมา เช่น มีเมาส์

455
00:30:16.726 --> 00:30:20.726
ปากกานะคะ เช่น ถ้าเราวาดรูป

456
00:30:20.728 --> 00:30:24.728
คอมพิวเตอร์มันวาดรูปเองไม่ได้

457
00:30:24.730 --> 00:30:28.730
เราใช้เมาส์ปากกาวาด เดี๋ยวพอได้เรียนอีกวิชา

458
00:30:28.731 --> 00:30:32.731
หนึ่งเด็ก ๆ จะได้รู้จักเมาส์ปากกา หรือเรียน

459
00:30:32.734 --> 00:30:36.734
ระบบปฏิบัติการก็จะเห็นลักษณะนั้น

460
00:30:36.735 --> 00:30:40.735
ทีนี้มาดูในส่วนของการประมวลผล

461
00:30:40.736 --> 00:30:44.736
นะคะ

462
00:30:44.737 --> 00:30:48.737
ก็คือเมื่อได้รับข้อมูลจากคีย์บอร์ด

463
00:30:48.737 --> 00:30:52.737
หรือเมาส์แล้ว สิ่งที่จะทำให้

464
00:30:52.739 --> 00:30:56.739
เครื่องคอมพิวเตอร์มันประมวลผลได้

465
00:30:56.740 --> 00:31:00.740
เด็ก ๆ จะมองไม่เห็นค่ะ มันจะอยู่ในเครื่อง

466
00:31:00.741 --> 00:31:04.741
CPU หรือ Cental

467
00:31:04.742 --> 00:31:08.742
Unit ก็คือหน่วยประมวลผลกลางนั่นเอง

468
00:31:08.743 --> 00:31:12.743
มันจะ แล้วก็มีอีกตัวหนึ่ง ที่เรียกว่า หน่วยความจำ

469
00:31:12.744 --> 00:31:16.744
หรือเมมโมรี่ และส่วนอีกความจำหนึ่ง

470
00:31:16.745 --> 00:31:20.745
สำหรับเก็บข้อมูล ก็คือฮาร์ทดิสก์

471
00:31:20.746 --> 00:31:24.746
ก็คือข้อมูลมันถูกส่งเข้ามา Input เข้ามา

472
00:31:24.746 --> 00:31:28.746
มันจะมาผ่าน CPU

473
00:31:28.748 --> 00:31:32.748
CPU ทำการประมวลผลแล้วเก็บไป

474
00:31:32.750 --> 00:31:36.750
อยู่ในหน่วยความจำที่จะเก็บอยู่ในฮาร์ทดิสก์

475
00:31:36.750 --> 00:31:40.750
นะคะ ตัวนี้

476
00:31:40.751 --> 00:31:44.751
ถ้าได้เรียนระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ก็จะได้เรียนลึกเข้าไปอีก

477
00:31:44.752 --> 00:31:48.752
นะคะ เมื่อทำการ

478
00:31:48.753 --> 00:31:52.753
ประมวลผลข้อมูลเสร็จ คอมพิวเตอร์

479
00:31:52.754 --> 00:31:56.754
จะใช้วิธีการแสดงผลลัพธ์ให้เราเห็นได้อย่างไร

480
00:31:56.755 --> 00:32:00.755
1. แสดงออกทางหน้าจอคอมพิวเตอร์นะคะ

481
00:32:00.756 --> 00:32:04.756
ก็คือเราดูข้อมูลหรือผลลัพธ์

482
00:32:04.758 --> 00:32:08.758
หรือผลลัพธ์หรือคำสั่งต่าง ๆ ที่เราส่งเข้าไปในหน้าจอ

483
00:32:08.759 --> 00:32:12.759
หรือ 2. แสดงทางเครื่องพิมพ์

484
00:32:12.761 --> 00:32:16.761
หรือพรินเตอร์ ก็คือเราสั่งให้มันพรินต์

485
00:32:16.763 --> 00:32:20.763
พรินต์ออกมาให้ดูก็ได้ หรือถ้า

486
00:32:20.764 --> 00:32:24.764
ไม่แสดงก็สามารถรเก็บไว้

487
00:32:24.765 --> 00:32:28.765
Output เอาไปเก็บไว้ใน Hardisk ไว้ก่อน

488
00:32:28.766 --> 00:32:32.766
ยังไม่ต้องแสดง เก็บไว้ก่อนก็ได้นะคะ ก็จะมีที่เก็บ

489
00:32:32.767 --> 00:32:36.767
ก็คือฮาร์ตดิสก์นั่นเอง หรือเก็บไว้

490
00:32:36.772 --> 00:32:40.772
ใน CD อย่างนี้ สมัยก่อนเขาจะเรียกว่า

491
00:32:40.774 --> 00:32:44.774
แผ่นดิสก์ เรียก "แผ่นดิสก์" หรือขึ้นมาหน่อยก็

492
00:32:44.775 --> 00:32:48.775
Handy Drive

493
00:32:48.777 --> 00:32:52.777
แล้วก็ ฮาร์ดดิสก์ไดรท์

494
00:32:52.778 --> 00:32:56.778
เคลื่อนย้ายไปไหนก็ได้แต่ล่าสุด

495
00:32:56.779 --> 00:33:00.779
ก็คือเก็บไว้บน Cloud Computer

496
00:33:00.780 --> 00:33:04.780
เพราะฉะนั้น ในขั้นตอนนี้คอมพิวเตอร์จะต้อง

497
00:33:04.780 --> 00:33:08.780
ทำงานอยู่ 3 ขั้นตอน มันต้องรับข้อมูลเข้ามาก่อน

498
00:33:08.781 --> 00:33:12.781
เท่านั้น อยู่ดี ๆ มันทำงานเองเลยไม่ได้

499
00:33:12.781 --> 00:33:16.781
รับมาเสร็จประมวลผล เสร็จแล้วแสดงผล

500
00:33:16.782 --> 00:33:20.782
นะคะ

501
00:33:20.783 --> 00:33:24.783
เมื่อกี้เรารู้ไปแล้วว่าคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร

502
00:33:24.784 --> 00:33:28.784
ทีนี้เรามาดูคนหรือมนุษย์

503
00:33:28.785 --> 00:33:32.785
อย่างไร

504
00:33:32.789 --> 00:33:36.789
ถ้าเป็นคน วิธีการรับข้อมูลของคนนะคะ

505
00:33:36.790 --> 00:33:40.790
เราจะใช้ข้อมูลผ่าน

506
00:33:40.793 --> 00:33:44.793
ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ก็คือ ตา

507
00:33:44.795 --> 00:33:48.795
หู จมูก

508
00:33:48.796 --> 00:33:52.796
มือ แล้วก็ปาก ผ่านทางตา

509
00:33:52.797 --> 00:33:56.797
ก็คือการมองเห็นใช่ไหม

510
00:33:56.798 --> 00:34:00.798
เหมือนเด็กหูนี่เราไม่ได้ยินใช่ไหมคะ

511
00:34:00.800 --> 00:34:04.800
มีการมองเห็นดีใช่ไหม จะใช้

512
00:34:04.801 --> 00:34:08.801
วิธีการรับข้อมูลจากทางตานะคะ

513
00:34:08.803 --> 00:34:12.803
แต่ทีนี้เด็กตานี่ มองไม่เห็นแต่

514
00:34:12.804 --> 00:34:16.804
ได้ยินชัดเจนใช่ไหมคะ จะใช้การรับข้อมูล

515
00:34:16.805 --> 00:34:20.805
จากเสียงใช่ไหม การได้ยินเสียงนั่นเอง

516
00:34:20.807 --> 00:34:24.807
นะคะ ส่วนอื่น ๆ ที่มีเหมือนกัน ก็คือ

517
00:34:24.809 --> 00:34:28.809
การได้กลิ่น เหมือนจมูก

518
00:34:28.813 --> 00:34:32.813
วิธีการรับข้อมูลผ่านจมูกของเรา เช่น

519
00:34:32.814 --> 00:34:36.814
เหม็น ใช่ไหม กลิ่นเหม็น

520
00:34:36.815 --> 00:34:40.815
กลิ่นหอมนะคะ

521
00:34:40.816 --> 00:34:44.816
ส่วนใหญ่ก็หลัก ๆ นะ

522
00:34:44.818 --> 00:34:48.818
มันก็มีเหม็นกับหอมนะ กลิ่นตุ ๆ

523
00:34:48.819 --> 00:34:52.819
อย่างนี้ มีกลิ่นแปลก ๆ อะไรอย่างนี้

524
00:34:52.820 --> 00:34:56.820
นั่นก็คือลักษณะของการรับข้อมูลของคน

525
00:34:56.821 --> 00:35:00.821
นะคะ การสัมผัสก็คือมือ

526
00:35:00.822 --> 00:35:04.822
เหมือนเด็กตามองไม่เห็นแต่ใช้มือ

527
00:35:04.823 --> 00:35:08.823
สัมผัสแล้วก็รู้ได้ว่า

528
00:35:08.825 --> 00:35:12.825
มีลักษณะอย่างไร มีผิวสัมผัสอย่างไร

529
00:35:12.826 --> 00:35:16.826
มีรูปทรงอย่างไรนะคะ และ

530
00:35:16.827 --> 00:35:20.827
และทางปาก ก็คือรสชาตินั่นเอง

531
00:35:20.829 --> 00:35:24.829
เรารับข้อมูลผ่านตา ก็คือรู้รส

532
00:35:24.830 --> 00:35:28.830
เผ็ด เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม

533
00:35:28.835 --> 00:35:32.835
เป็นรสสัมผัสผ่านปาก รับข้อมูลเข้า

534
00:35:32.838 --> 00:35:36.838
เข้าผ่านปาก เหมือนตัวเล็กรู้รส

535
00:35:36.839 --> 00:35:40.839
นิ้วโป้งตัวเอง เลยลองชิมดู

536
00:35:40.840 --> 00:35:44.840
เห็นไหมคะ พัฒนาการของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันนะคะ

537
00:35:44.842 --> 00:35:48.842
เหมือนเด็กหูไม่ได้ยินแต่จะ

538
00:35:48.843 --> 00:35:52.843
สายตาได้ดีใช่ไหมคะ จะใช้

539
00:35:52.844 --> 00:35:56.844
สายตา ส่วนเด็กตา

540
00:35:56.845 --> 00:36:00.845
มองไม่เห็นแต่ได้ยินชัด แต่

541
00:36:00.846 --> 00:36:04.846
สัมผัสได้ชัดเจน สัมผัส

542
00:36:04.847 --> 00:36:08.847
ของสิ่งนี้มีลักษณะอย่างไร อะไรอย่างไร

543
00:36:08.848 --> 00:36:12.848
นั่นก็คือวิธีการรับข้อมูลของคนจะเป็นอย่างนี้

544
00:36:12.849 --> 00:36:16.849
ของคนนี่ แยกได้หลายส่วนเลย ใช่ไหมคะ

545
00:36:16.850 --> 00:36:20.850
แต่ของคอมพิวเตอร์นี่

546
00:36:20.851 --> 00:36:24.851
มันรับส่วนเดียวเลย คือ เราต้องป้อนไปให้มัน แต่คนนร

547
00:36:24.851 --> 00:36:28.851
ไม่ต้องป้อน เช่น บางทีเหมือนเราเดินไป

548
00:36:28.853 --> 00:36:32.853
หรือนั่งรถ ให้นึกถึงเหมือนเรานั่งรถ

549
00:36:32.854 --> 00:36:36.854
ไปเที่ยวอย่างนี้

550
00:36:36.859 --> 00:36:40.859
สิ่งที่เรารับ ก็คือสิ่งที่เราเห็นใช่ไหมคะ

551
00:36:40.863 --> 00:36:44.863
ได้ยินด้วย

552
00:36:44.865 --> 00:36:48.865
มีเสียงอย่างนั้น อย่างนี้ ใช่ไหมคะ อาจจะบอกได้ว่า

553
00:36:48.866 --> 00:36:52.866
ถึงตลาดแล้วนะ เหมือนเด็กตานี่

554
00:36:52.869 --> 00:36:56.869
มองไม่เห็นแต่ได้ยินเสียงว่าแถวนี้

555
00:36:56.870 --> 00:37:00.870
เป็นแถวไหนอะไรอย่างไร อย่างนี้นะคะ

556
00:37:00.871 --> 00:37:04.871
กับใช้วิธีการสัมผัสใช่ไหมคะ

557
00:37:04.871 --> 00:37:08.871
อย่างนี้เป็นต้น นั่นคือส่วนของการรับข้อมูลของคน

558
00:37:08.874 --> 00:37:12.874
เรามาดูการประมวลผล

559
00:37:12.876 --> 00:37:16.876
ข้อมูลของคน คนใช้วิธีประมวลผล

560
00:37:16.879 --> 00:37:20.879
อย่างไรนะคะ

561
00:37:20.880 --> 00:37:24.880
ของคนนิแยกออกเป็น 3 ส่วนเลย

562
00:37:24.881 --> 00:37:28.881
แยกตามวิธีการคิดคำนวณ

563
00:37:28.884 --> 00:37:32.884
แยกเป็นส่วนของความรู้แล้วก็แยกเป็นส่วน

564
00:37:32.885 --> 00:37:36.885
ของความชัด ก็คือถ้าเกี่ยวกับตัวเลข

565
00:37:36.892 --> 00:37:40.892
นะคะ การประมวลผลในการ

566
00:37:40.895 --> 00:37:44.895
คิดคำนวณ ก็คือเกี่ยวกับตัวเลข สถิติ

567
00:37:44.896 --> 00:37:48.896
นะคะ ความรู้เช่น เหมือนวันนี้

568
00:37:48.898 --> 00:37:52.898
สอนเข้าไปนี่ ป้องเข้าไป ป้อนข้อมูลเข้าไปนี่

569
00:37:52.899 --> 00:37:56.899
นั่นก็คือความรู้

570
00:37:56.901 --> 00:38:00.901
หรือไปศึกษาเอาเอง หรือ

571
00:38:00.902 --> 00:38:04.902
อ่านเอาเองอย่างนี้ หรืออย่างนี้

572
00:38:04.903 --> 00:38:08.903
เด็กยุดใหม่น่าจะไม่นิยมอ่านหนังสือ

573
00:38:08.904 --> 00:38:12.904
ส่วนใหญ่จะเป็นดู Youtube ใช่ไหม

574
00:38:12.905 --> 00:38:16.905
นะคะ ส่วนใหญ่จะไปดูยูทูป

575
00:38:16.906 --> 00:38:20.906
เป็นความรู้ที่ได้จาก

576
00:38:20.907 --> 00:38:24.907
การรับข้อมูลที่บอกไว้ในข้างต้นของคน

577
00:38:24.908 --> 00:38:28.908
การดูการฟัง การกิน

578
00:38:28.909 --> 00:38:32.909
การดมกลิ่นนะคะ อย่างนั้นเป็นต้น

579
00:38:32.910 --> 00:38:36.910
นะคะ ทีนี้ส่วนความจำ

580
00:38:36.912 --> 00:38:40.912
คนจะมีการเก็บความจำอย่างไร ก็คือตั้งแต่เล็กจนโตนี่

581
00:38:40.914 --> 00:38:44.914
มันจะบันทึกอัตโนมัติสมอง

582
00:38:44.915 --> 00:38:48.915
นึกออกนะ เด็ก ๆ บางคนนี่อาจจะจำไม่ได้

583
00:38:48.916 --> 00:38:52.916
ตอนเล็ก ๆ อาจจะจำไม่ได้ แต่

584
00:38:52.917 --> 00:38:56.917
เหมือนเรียนไปนี่ ตอนแรก ๆ ที่สอนไปนี่

585
00:38:56.919 --> 00:39:00.919
อาจจะยังไม่จำใช่ไหมคะ

586
00:39:00.920 --> 00:39:04.920
สิ่งที่เราทำซ้ำ ๆ คนทำซ้ำ ๆ

587
00:39:04.921 --> 00:39:08.921
ความจำที่ดีที่สุด

588
00:39:08.923 --> 00:39:12.923
ก็คือกระทำสิ่งนั้นซ้ำ ๆ ก็คือ

589
00:39:12.924 --> 00:39:16.924
ทำซ้ำบ่อย ๆ ทำซ้ำ

590
00:39:16.925 --> 00:39:20.925
หลาย ๆ ครั้งนะ ก็จะเกิดความจำ ก็จะเปิดทักษะ

591
00:39:20.927 --> 00:39:24.927
เพราะฉะนั้น ที่เด็ก ๆ มาเรียนกันนี่

592
00:39:24.929 --> 00:39:28.929
ถ้าเด็ก ๆ ไปพยายามฝึก นึกออกนะคะ

593
00:39:28.930 --> 00:39:32.930
ไม่พยายามอ่านซ้ำ ๆ หรือไม่ทำ

594
00:39:32.931 --> 00:39:36.931
สิ่งที่แม่สอนไปซ้ำ ๆ ความจำของเด็ก ๆ จะไม่เกิด

595
00:39:36.932 --> 00:39:40.932
สิ่งที่จะทำให้เกิดความจำได้ ก็คือการทำ

596
00:39:40.933 --> 00:39:44.933
ซ้ำ ทำสิ่งนั้นซ้ำ ๆ

597
00:39:44.934 --> 00:39:48.934
นะคะ แล้วมันจะทำให้เกิดอะไร

598
00:39:48.937 --> 00:39:52.937
ต่อ มันจะทำให้เกิดความรู้ได้ด้วย

599
00:39:52.938 --> 00:39:56.938
ไม่มีใครเหมือนที่เมื่อ

600
00:39:56.939 --> 00:40:00.939
เหมือนที่เมื่อตอนต้นแม่ถามไปว่า ใครไปเรียน

601
00:40:00.941 --> 00:40:04.941
เขียนโปรแกรมมาแล้วบ้าง บางคนตอบยังไม่เคยเลย

602
00:40:04.942 --> 00:40:08.942
เห็นไหมคะ ไม่เคยไม่เป็นไร เรามาเรียนรู้

603
00:40:08.943 --> 00:40:12.943
ได้นะคะ เรียนแล้วเราทำอะไร

604
00:40:12.945 --> 00:40:16.945
เราทำซ้ำ ๆ น่ะ ฝึกปกฺบัติ

605
00:40:16.947 --> 00:40:20.947
นั่นเอง วิชาปฏิบัติ

606
00:40:20.948 --> 00:40:24.948
เด็ก ๆ จะต้องเขียนบ่อย ๆ เขียนซ้ำ ๆ

607
00:40:24.949 --> 00:40:28.949
นะคะ เขียนโน้ต

608
00:40:28.950 --> 00:40:32.950
พยายามเขียนโน้ต เขียนโน้ตไว้ด้วย

609
00:40:32.952 --> 00:40:36.952
1. หัดจดด้วย

610
00:40:36.953 --> 00:40:40.953
คือ ที่แม่พบปัญหานี่ ก็คือ

611
00:40:40.954 --> 00:40:44.954
เหมือนเด็กหูน่ะ เขาเห็นอย่างเดียว

612
00:40:44.955 --> 00:40:48.955
เขาไม่ได้ยินนี่ เขาจะจดไม่ได้ เขาจะต้องดูสไลด์

613
00:40:48.956 --> 00:40:52.956
ทีนี้แต่ทีนี้สไลด์เรา

614
00:40:52.957 --> 00:40:56.957
เรามีไว้ให้ดูย้อนหลังได้อีก เด็ก ๆ ควรจะ

615
00:40:56.958 --> 00:41:00.958
ทบทวนด้วยการจด จดด้วยตัวเอง 1 ครั้ง

616
00:41:00.960 --> 00:41:04.960
นะคะ เสร็จแล้วก็ทำซ้ำ ๆ จดซ้ำ ๆ นี่

617
00:41:04.962 --> 00:41:08.962
มันจะเกิดความจำขึ้นมา พอมีความจำแล้วก็จะมีความรู้ขึ้นมา

618
00:41:08.963 --> 00:41:12.963
นะคะ ควรฝึกให้เป็นนิสัย ไม่ใช่

619
00:41:12.964 --> 00:41:16.964
เด็กหูนะคะ เด็กตาก็เหมือนกัน เราจะ

620
00:41:16.965 --> 00:41:20.965
เป็น เรียนแล้ว ทำอย่างไร ทำให้ได้

621
00:41:20.966 --> 00:41:24.966
เรียนให้รู้ ต้องใช้วิธีนี้นะคะ เด็ก ๆ

622
00:41:24.967 --> 00:41:28.967
ไม่เข้าใจต้องถาม

623
00:41:28.968 --> 00:41:32.968
ไม่ต้องกลัวแม่ดุนะคะ วิชานี้เรา

624
00:41:32.970 --> 00:41:36.970
คุยได้ ใครไม่ทันให้ยกมือนะคะ

625
00:41:36.973 --> 00:41:40.973
เราเรียนไปแบบเรียนรู้ร่วมกัน

626
00:41:40.974 --> 00:41:44.974
ไม่รีบไม่ร้อน ค่อย ๆ เรียน นั่นก็คือวิธีการ

627
00:41:44.975 --> 00:41:48.975
การประมวลผลของมนุษย์มันจะมีอยู่ 3 ส่วน

628
00:41:48.978 --> 00:41:52.978
ก็คือเป็น เกิดจากส่วนของการคิดคำนวณ

629
00:41:52.980 --> 00:41:56.980
ส่วนของความรู้แล้วก็ส่วนของความจำ

630
00:41:56.980 --> 00:42:00.980
ทีนี้มาดูการแสดงผลลัพธ์ของมนุษย์ล่ะ

631
00:42:00.984 --> 00:42:04.984
แต่การแสดงผลลัพธ์ของมนุษย์ล่ะ

632
00:42:04.986 --> 00:42:08.986
ป้อนเข้าไปนะคะ แสดงออกได้อย่างไรบ้าง

633
00:42:08.987 --> 00:42:12.987
1 ใช้การพูดออกมา

634
00:42:12.988 --> 00:42:16.988
เหมือนที่แม่ถามนะ

635
00:42:16.990 --> 00:42:20.990
ใคร...

636
00:42:20.991 --> 00:42:24.991
ใครเคยเรียนมาแล้วบ้าง ทุกคนไม่ได้พูด

637
00:42:24.992 --> 00:42:28.992
แต่ใช้วิธี ถ้าเป็นเมื่อกี้ที่เราแชท

638
00:42:28.996 --> 00:42:32.996
ถ้าสมัยก่อน มันก็คือการเขียน

639
00:42:32.999 --> 00:42:36.999
มันก็จะเป็นการพิมพ์นะ หรือ

640
00:42:37.001 --> 00:42:41.001
การอ่าน เห็นไหมคะ การแสดงผลลัพธ์ การอ่านให้ฟัง

641
00:42:41.002 --> 00:42:45.002
หรือพูดให้ฟัง แล้วก็การเคลื่อนไหว

642
00:42:45.004 --> 00:42:49.004
เด็กหูพูดไม่ได้ใช่ไหมคะ แต่ใช่ภาษาม

643
00:42:49.005 --> 00:42:53.005
ภาษามือได้ นั่นก็คือการเคลื่อนไหว

644
00:42:53.007 --> 00:42:57.007
โดยใช้เป็นภาษามืออย่างนี้นะคะ นั่นก็คือการแสดงผล

645
00:42:57.008 --> 00:43:01.008
ของข้อมูลของมนุษย์ ที่

646
00:43:01.012 --> 00:43:05.012
รู้สิ่งที่รับเข้าไป เช่น

647
00:43:05.013 --> 00:43:09.013
สมมติเมื่อเช้าเดี๋ยวจะถามดูนะคะ

648
00:43:09.014 --> 00:43:13.014
เดี๋ยวจะลองถามทีละคน อยากรู้

649
00:43:13.015 --> 00:43:17.015
ตัวเองเป็นมนุษย์และ

650
00:43:17.016 --> 00:43:21.016
ข้อมูลเข้าไปเมื่อเช้านี้ ลองมา

651
00:43:21.017 --> 00:43:25.017
ดูกันนะคะ ทุกคน

652
00:43:25.018 --> 00:43:29.018
ผ่านระบบแรกเลย ที่เด็ก ๆ น่าจะรู้

653
00:43:29.018 --> 00:43:33.018

654
00:43:33.021 --> 00:43:37.021
เมื่อเช้านี้กินข้าวกับอะไร

655
00:43:37.029 --> 00:43:41.029
ลองตอบพิมพ์ตอบมาค่ะ

656
00:43:41.029 --> 00:43:45.029
ทุกคนเลย กินข้าวกับอะไร ตอนเช้า เมื่อเช้า

657
00:43:45.030 --> 00:43:49.030
ตอบมาสิ มาม่าเกาหลีมาแล้วครับ

658
00:43:49.031 --> 00:43:53.031
ยังไม่ได้ทาน

659
00:43:53.034 --> 00:43:57.034
ใครกินข้าวกับอะไรมาแล้วบ้าง

660
00:43:57.035 --> 00:44:01.035
มีคำถามต่อ เพราะฉะนั้น ตอบมาก่อน ๆ

661
00:44:01.037 --> 00:44:05.037
มีใครตอบมาแล้ว เดชาพลบอกมาม่าเกาหลี

662
00:44:05.038 --> 00:44:09.038
มาม่าเกาหลีแต่เช้าเลยหรือลูก

663
00:44:09.040 --> 00:44:13.040
แซบบ่

664
00:44:13.041 --> 00:44:17.041
อร่อยไหม เดชาพล

665
00:44:17.043 --> 00:44:21.043
มาม่าเกาหลี ยังไม่ได้ทาน

666
00:44:21.045 --> 00:44:25.045
อยู่ 2 รสเผ็ดหรือเปล่าลูก

667
00:44:25.047 --> 00:44:29.047
เดชาพลได้ยินไหมครับ

668
00:44:29.048 --> 00:44:33.048
ไม่ได้เปิดเสียงหรือ

669
00:44:33.049 --> 00:44:37.049
รสชาติเป็นอย่างไร มาม่าเกาหลี

670
00:44:37.050 --> 00:44:41.050
มีเผ็ด มีเปรี้ยว (นักศึกษา)

671
00:44:41.051 --> 00:44:45.051
รสเผ็ดครับสีดำ (อาจารย์) อ๋อ รสเผ็ด

672
00:44:45.052 --> 00:44:49.052
แสดงว่าชอบกินเผ็ดใช่ไหม

673
00:44:49.055 --> 00:44:53.055
ชอบกินเผ็ดหรือเปล่าเรา

674
00:44:53.056 --> 00:44:57.056
เดชาพลชอบกินเผ็ดใช่ไหม

675
00:44:57.057 --> 00:45:01.057
ข้าวมันไก่ สันติภาพข้าวมันไก่

676
00:45:01.058 --> 00:45:05.058

677
00:45:05.059 --> 00:45:09.059
ไปซื้อจากไหน ไปซื้อจากไหน สันติภาพ

678
00:45:09.060 --> 00:45:13.060
(นักศึกษา) ไปซื้อที่โรงอาหาร

679
00:45:13.061 --> 00:45:17.061
อย่างถามสันติภาพนี่ ข้อมูลที่สันติภาพ

680
00:45:17.063 --> 00:45:21.063
รับเข้าไป ก็คือโรงอาหารไปอย่างไร

681
00:45:21.064 --> 00:45:25.064
ตอบแม่ได้ไหม (นักศึกษ

682
00:45:25.065 --> 00:45:29.065
(อาจารย์) ไกลไหมครับ (นักศึกษา)

683
00:45:29.066 --> 00:45:33.066
ไกลพอสมควร ในหอหรือตรงไหนลูก

684
00:45:33.067 --> 00:45:37.067
ตรงในหอครับ (อาจารย์) ที่อยู่ตรงหอใช่ไหม

685
00:45:37.068 --> 00:45:41.068
ความจำ สันติภาพ

686
00:45:41.068 --> 00:45:45.068
ใช้วิธีการจำว่าอยู่โรงอาหาร ใช้วิธีไหน

687
00:45:45.069 --> 00:45:49.069
จำได้ไหม (นักศึกษาชาย)

688
00:45:49.070 --> 00:45:53.070
ร้านข้าวแกง (อาจารย์) ร้านข้าวแกง

689
00:45:53.071 --> 00:45:57.071
ร้านก๋วยเตี๋ยว (อาจารย์) มีร้านก๋วยเตี๋ยว

690
00:45:57.071 --> 00:46:01.071
ลักษณะนี้จะเป็นความจำ

691
00:46:01.074 --> 00:46:05.074
สันติภาพรู้แล้วว่าโรงอาหารมีอะไรขาย

692
00:46:05.075 --> 00:46:09.075
นั่นก็คือจำ อาจจะ สันติภาพอาจจะไม่เห็น แต่จะรู้ได้อย่างไร

693
00:46:09.078 --> 00:46:13.078
ใครพาไป หรือใครบอก

694
00:46:13.079 --> 00:46:17.079
(นักศึกษา) วันแรกเพื่อนพาไปครับ

695
00:46:17.079 --> 00:46:21.079
ใช่ไหม (นักศึกษาชาย) ส่วนใหญ่ตรงหอ

696
00:46:21.080 --> 00:46:25.080
มันเลี้ยงครั้งเดียว แล้วก็เดินตรงไปเลย (อาจารย์)

697
00:46:25.082 --> 00:46:29.082
เดี๋ยวนี้ไปเองได้แล้วใช่ไหมครับ (นักศึกษาชาย) ใช่ครับ

698
00:46:29.083 --> 00:46:33.083
(อาจารย์) โอ.เค. คนอื่นต่อ

699
00:46:33.085 --> 00:46:37.085
ใครยังไม่ได้กิน จันทกานต์

700
00:46:37.087 --> 00:46:41.087
ยังไม่ได้กิน สิริลัษณ์ยังไม่ได้กิน

701
00:46:41.091 --> 00:46:45.091
อาฟาเบตก็ยังไม่ได้กิน

702
00:46:45.092 --> 00:46:49.092
ยังไม่ได้กิน นพกิต

703
00:46:49.093 --> 00:46:53.093
แฝดอยู่ไหนเอ่ย

704
00:46:53.094 --> 00:46:57.094
แฝดนะ แฝด กินข้าวกับอะไร

705
00:46:57.095 --> 00:47:01.095
แกงหน่อไม้ แกงหน่อไม้แต่เช้าเลย แกงหน่อไม้อย่างเดียวหรอ

706
00:47:01.096 --> 00:47:05.096
ใครทำให้กิน

707
00:47:05.097 --> 00:47:09.097
อร่อยไหม อร่อยไหม

708
00:47:09.098 --> 00:47:13.098
อร่อย

709
00:47:13.099 --> 00:47:17.099

710
00:47:17.100 --> 00:47:21.100
คนอื่นส่วนใหญ่ยังไม่ได้กินนะ

711
00:47:21.102 --> 00:47:25.102
คนอื่นส่วนใหญ่ยังไม่ได้กินนะ

712
00:47:25.103 --> 00:47:29.103
มีกินไม่กี่คนเอง แหม เลยถามต่อไม่ได้เลย

713
00:47:29.105 --> 00:47:33.105
อดิศรก็ยังไม่ได้กิน เพิ่งตื่นใช่ไหมนี่

714
00:47:33.106 --> 00:47:37.106
สภาพ อดิศรก็ยังไม่ได้กิน

715
00:47:37.109 --> 00:47:41.109
ก็ยังไม่ได้กิน

716
00:47:41.111 --> 00:47:45.111
ข้าวเช้ายังไม่ได้กิน

717
00:47:45.112 --> 00:47:49.112
วริศาก็ยังไม่ได้กิน

718
00:47:49.114 --> 00:47:53.114

719
00:47:53.115 --> 00:47:57.115
เพิ่งพากันตื่น ถามอดิศร

720
00:47:57.117 --> 00:48:01.117
ทำไมวันนี้ตื่นสาย

721
00:48:01.117 --> 00:48:05.117

722
00:48:05.119 --> 00:48:09.119

723
00:48:09.125 --> 00:48:13.125

724
00:48:13.128 --> 00:48:17.128

725
00:48:17.129 --> 00:48:21.129

726
00:48:21.130 --> 00:48:25.130
ตื่นสาย

727
00:48:25.134 --> 00:48:29.134
วาริศาล่ะ ตื่นสายหรือทำไมเข้าห้องช้าล่ะ

728
00:48:29.135 --> 00:48:33.135

729
00:48:33.136 --> 00:48:37.136
เน็ตหลุดอีกแล้ว ถามธัญรัตน์ก็ได้

730
00:48:37.137 --> 00:48:41.137
กัญลัทธ

731
00:48:41.141 --> 00:48:45.141
อยู่หอ หันหนีตลอดเลยลูก

732
00:48:45.142 --> 00:48:49.142
หันหนีกล้องตลอดเลยลูกฉัน

733
00:48:49.144 --> 00:48:53.144
ฮัลโหล อ่าวอยู่ด้วยกัน ไอ้ 2 คนนี้

734
00:48:53.145 --> 00:48:57.145
อยู่บ้านหรืออยู่หอ

735
00:48:57.146 --> 00:49:01.146
มันดูอะไร

736
00:49:01.147 --> 00:49:05.147

737
00:49:05.148 --> 00:49:09.148
(ล่าม) อาจารย์ขา พอดีล่ามไม่เห็นกล้องของ

738
00:49:09.149 --> 00:49:13.149
ธัญลักน่ะค่ะ (อาจารย์) น้องเปิดอยู่นะ

739
00:49:13.150 --> 00:49:17.150
เปิดอยู่ไหน น้องใส่เสื้อแดงดำน่ะค่ะ

740
00:49:17.151 --> 00:49:21.151
เห็นไหมคะ (ล่าม) ไม่เห็นน่ะค่ะ

741
00:49:21.152 --> 00:49:25.152
เห็นแต่วาริศา

742
00:49:25.154 --> 00:49:29.154
น่าจะเป็นสัญญาเน็ต

743
00:49:29.156 --> 00:49:33.156
อย่างนั้นจันทกานต์ล่ะคะ น้องเสื้อเหลือง

744
00:49:33.158 --> 00:49:37.158
สีหู สีตา สภาพเพิ่งตื่นนอน (ล่าม)

745
00:49:37.160 --> 00:49:41.160
เสื้อเหลือง ๆ (ล่าม) ไม่เห็น พอดีว่าหนูเปิดจากจอโน๊ตบุ๊กน่ะค่ะ

746
00:49:41.161 --> 00:49:45.161
โน๊ทบุคน่ะค่ะ

747
00:49:45.162 --> 00:49:49.162
แต่อาจารย์ก็ปักหมุดอยู่นะ

748
00:49:49.163 --> 00:49:53.163
เสื้อเหลืองน่ะค่ะ

749
00:49:53.163 --> 00:49:57.163
จันทกานต์เจ้าอบ ๆ

750
00:49:57.176 --> 00:50:01.176
ตื่นสาย นอน

751
00:50:01.181 --> 00:50:05.181
นอนดึกหรือทำอะไรอยู่ ทำไมวันนี้เข้าเรียนสาย

752
00:50:05.182 --> 00:50:09.182

753
00:50:09.185 --> 00:50:13.185

754
00:50:13.186 --> 00:50:17.186
กล้องมันมัวนะ กล้องเด็กน้อยน่ะ

755
00:50:17.189 --> 00:50:21.189
มองเห็นไม่ค่อยชัดน่ะ เขาทำภาษามือดู

756
00:50:21.190 --> 00:50:25.190
ยากเหมือนกัน

757
00:50:25.192 --> 00:50:29.192
เพราะพี่ล่ามบอกไม่เห็นกล้องน้อง

758
00:50:29.193 --> 00:50:33.193
น่าจะเป็นกับสัญญาณเน็ต

759
00:50:33.194 --> 00:50:37.194
เพราะนี่เราเห็นภาพมันก็เป็นกระตุก ๆ

760
00:50:37.199 --> 00:50:41.199
เห็นไม่ชัดเหมือนกัน (ล่าม) หนูเห็นวริศา

761
00:50:41.200 --> 00:50:45.200
ค่ะ อือ (อาจารย์) ค่ะ ๆ ไม่เป็นไรค่ะ

762
00:50:45.202 --> 00:50:49.202
ปิดกล้องอีก

763
00:50:49.203 --> 00:50:53.203
ภากร

764
00:50:53.205 --> 00:50:57.205
(ล่าม) อันนี้หูหนวกหรือเปล่าคะ

765
00:50:57.207 --> 00:51:01.207
ภากรณ์ (อาจารย์) ภากรณ์หูหนวกค่ะ

766
00:51:01.208 --> 00:51:05.208
หายไปไหนแล้ว Hello

767
00:51:05.210 --> 00:51:09.210

768
00:51:09.211 --> 00:51:13.211
ภากรณ์หายไปแล้ว

769
00:51:13.212 --> 00:51:17.212
ไปกินข้าวหรือยัง รีบไปกินข้าวกันเลยเชี

770
00:51:17.213 --> 00:51:21.213

771
00:51:21.214 --> 00:51:25.214
ไม่เป็นอะไรนะคะ

772
00:51:25.216 --> 00:51:29.216
ไปต่อนะคะ ดูสไลด์เราต่อ

773
00:51:29.219 --> 00:51:33.219

774
00:51:33.220 --> 00:51:37.220
เมื่อกี้ที่ถามไป ก็คือการแสดงผลลัพธ์

775
00:51:37.222 --> 00:51:41.222
ลัพธ์ใช่ไหม ถามจากสิ่งที่เด็ก ๆ

776
00:51:41.224 --> 00:51:45.224
รับมาเมื่อเช้า ก็คือผ่านการกิน กินอะไรเข้าไป

777
00:51:45.226 --> 00:51:49.226
ก็พิมพ์ตอบ หรือเขียนตอบ

778
00:51:49.228 --> 00:51:53.228
ยังไม่ได้กินเลย บางคนก็บอกว่ากินข้าว

779
00:51:53.230 --> 00:51:57.230
มันไก่ บอกบางคนตอบมาม่าเกาหลีนะคะ

780
00:51:57.232 --> 00:52:01.232
เหมือนสัติภาพบอกข้าวมันไก่ ก็เลยถาม

781
00:52:01.233 --> 00:52:05.233
ไปซื้อที่ใหม่ แล้วรู้ได้อย่างไร

782
00:52:05.234 --> 00:52:09.234
โรงอาหารมีอะไร สันติภาพนี้

783
00:52:09.235 --> 00:52:13.235
มีความรู้จากการที่เพื่อนพาไป

784
00:52:13.236 --> 00:52:17.236
เพราะเป็นเด็ก ปี 1 เพราะมาอยู่นี่ยังไม่รู้ใช่ไหม

785
00:52:17.236 --> 00:52:21.236
โรงอาหารอยู่ตรงไหน เพราะเพื่อนพาไป

786
00:52:21.238 --> 00:52:25.238
เขาก็จำ เขามีความรู้

787
00:52:25.239 --> 00:52:29.239
นั่นก็คือในส่วนของคน

788
00:52:29.240 --> 00:52:33.240
ทีนี้ ถ้าทำเป็นตารางให้เห็นนะคะ

789
00:52:33.242 --> 00:52:37.242
เพื่อเปรียบเทียบกระบวนการทำงาน

790
00:52:37.247 --> 00:52:41.247
ของคนกับคอมพิวเตอร์เห็นไหมคะ คนทำงาน

791
00:52:41.248 --> 00:52:45.248
ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ก็คือ ตา หู

792
00:52:45.250 --> 00:52:49.250
จมูก ปาก แล้วก็มือนะคะ

793
00:52:49.254 --> 00:52:53.254
ส่วนคอมพิวเตอร์นี่นะคะ

794
00:52:53.257 --> 00:52:57.257
ผ่านคีบอร์ด ผ่านเมาส์ ผ่าน

795
00:52:57.258 --> 00:53:01.258
อุปกรณ์ที่สำหรับ

796
00:53:01.260 --> 00:53:05.260
รับข้อมูลของคอมพิวเตอร์นั่นเองนะคะ ส่วนการประมวลผล

797
00:53:05.261 --> 00:53:09.261
หรือ Process ก็ใช้สมองในการ

798
00:53:09.263 --> 00:53:13.263
Process นั่นเอง ส่วนสมองของคอมพิวเตอร์

799
00:53:13.265 --> 00:53:17.265
ก็คือ CPU นั่นเองนคะ

800
00:53:17.269 --> 00:53:21.269
เห็นไหมคะ ลักษณะของคอมพิวเตอร์

801
00:53:21.270 --> 00:53:25.270
ก็ทำงานเลียนแบบมาจากคนนั่นล่ะ

802
00:53:25.271 --> 00:53:29.271
เพื่อใช้ในการประมวลผลแล้วก็ต้องมีหน่วยความจำ

803
00:53:29.272 --> 00:53:33.272
เห็นไหมคะ เพื่อเก็บ เก็บข้อมูลแล้วก็

804
00:53:33.273 --> 00:53:37.273
มีฮาร์ดดิสก์ไว้สำหรับเก็บ

805
00:53:37.274 --> 00:53:41.274
ที่จะเกี่ยวกับการประมวลผลนั่นเองนะคะ ตามยุคตามสมัย

806
00:53:41.276 --> 00:53:45.276
ว่าอย่างนั้นเถอะ ทีนี้มาดูในส่วนของการ

807
00:53:45.278 --> 00:53:49.278
แสดงผล ถ้าเป็นคนวิธีการจะแสดงผลลัพธ์

808
00:53:49.279 --> 00:53:53.279
ของคน ก็คือใช้วิธีพูด วิธีอ่าน

809
00:53:53.280 --> 00:53:57.280
วิธีเขียน หรือใช้การเคลื่อนไหว

810
00:53:57.283 --> 00:54:01.283
หรือท่าทางนั่นเอง หรือเด็กหู

811
00:54:01.282 --> 00:54:05.282
พูดไม่ได้ อ่านไม่ได้ก็ใช้ภาษามือ

812
00:54:05.291 --> 00:54:09.291
ก็คือการเคลื่อนไหว ก็คือท่าทางภาษามือนั่นเอง

813
00:54:09.292 --> 00:54:13.292
แต่คอมพิวเตอร์นี่ จะแสดงผ่านหน้าจอ

814
00:54:13.293 --> 00:54:17.293
หรือผ่านเครื่องพิมพ์นะคะ

815
00:54:17.294 --> 00:54:21.294
หรือถ้ายังไม่แสดงเก็บไว้ก็คือเก็บไว้

816
00:54:21.295 --> 00:54:25.295
ในฮาร์ดดิสก์ก็ได้ อย่างนี้นะคะ

817
00:54:25.296 --> 00:54:29.296
ทีนี้สิ่งเรารู้ไปแล้วว่าคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร

818
00:54:29.299 --> 00:54:33.299
ทีนี้เราทำให้คอมพิวเตอร์

819
00:54:33.302 --> 00:54:37.302
ทำงานได้โดยวิธีการเขียนโปรแกรมนี่

820
00:54:37.304 --> 00:54:41.304
มันต้องมีขั้นตอนนะคะ ขั้นตอนการเขียนโ

821
00:54:41.305 --> 00:54:45.305
คอมพิวเตอร์นี่ มีอยู่ด้วยกัน 5 ขั้นตอน

822
00:54:45.307 --> 00:54:49.307
มีอยู่ด้วยกัน 5 ขั้นตอน

823
00:54:49.308 --> 00:54:53.308
บอกแล้วคอมพิวเตอร์นี่อยู่ ๆ ทำเอง

824
00:54:53.309 --> 00:54:57.309
ไม่ได้ ทำด้วยตัวเองไม่ได้นะคะ

825
00:54:57.311 --> 00:55:01.311
คนจะต้องเป็นคนควบคุมหรือสั่งการเท่านั้นนะคะ

826
00:55:01.312 --> 00:55:05.312
หลักในการเขียนโปรแกรม

827
00:55:05.315 --> 00:55:09.315
มี 5 ขั้นนะคะ หลักสำคัญ ๆ นี่

828
00:55:09.317 --> 00:55:13.317
ก็คือ 1. จะต้องมีการวางแผนก่อ

829
00:55:13.318 --> 00:55:17.318
นะคะ อยู่ดี ๆ จะไปสั่งมันทำเลยไม่ได้เดะ

830
00:55:17.324 --> 00:55:21.324
สั่งมาทำเลยไม่ได้

831
00:55:21.325 --> 00:55:25.325
นะคะ เพราะคอมพิวเตอร์บางอย่าง

832
00:55:25.326 --> 00:55:29.326
ทำงานได้เป็นบางอย่าง

833
00:55:29.327 --> 00:55:33.327
เหมือนคอมพิวเตอร์ PC กับโน๊ตบุ๊ก

834
00:55:33.329 --> 00:55:37.329
หรือ Tablat

835
00:55:37.331 --> 00:55:41.331
ลักษระการทำงานก็แตกต่างกัน เพราะเหมือน

836
00:55:41.332 --> 00:55:45.332
ถ้าคอมพิวเตอร์ PC ถ้าจอคอมพิวเตอร์

837
00:55:45.334 --> 00:55:49.334
ไม่ใช่เป็นแบบทัชสกรีน

838
00:55:49.335 --> 00:55:53.335
ถ้าใครใช้มือถือน่ะ

839
00:55:53.344 --> 00:55:57.344
ลักษณะของมันจะมี Touch Screen

840
00:55:57.345 --> 00:56:01.345
การรับข้อมูล

841
00:56:01.346 --> 00:56:05.346
ของมือถือนี่ ก็มีลักษณะคล้าย ๆ คอมพิวเตอร์เหมือนกัน

842
00:56:05.347 --> 00:56:09.347
แต่ทำงานได้ไม่เยอะเท่าคอมพิวเตอร์

843
00:56:09.348 --> 00:56:13.348
ว่าอย่างนั้นเถอะนะคะ ทีนี้

844
00:56:13.351 --> 00:56:17.351
มาดู ขั้นแรก วางแผน

845
00:56:17.355 --> 00:56:21.355
ว่าจะทำอะไร ว่าเราจะให้คอมพิวเตอร์ทำอะไร

846
00:56:21.365 --> 00:56:25.365
เราต้องมีแผนให้มันเสียก่อน

847
00:56:25.365 --> 00:56:29.365
ทำอะไรต่อ ต้องมาวิเคราะห์ค่ะ วิเคราะห์ปัญหา

848
00:56:29.367 --> 00:56:33.367
แผนจะเกิดจากไหน

849
00:56:33.368 --> 00:56:37.368
เกิดจากการที่ เกิดปัญหาขึ้นมาเสียก่อน

850
00:56:37.370 --> 00:56:41.370
ว่าอยู่ ๆ จะเขียนโปรแกรม 1 โปรแกรมนี่จะเป็นอย่างไร

851
00:56:41.370 --> 00:56:45.370
ไม่ใช่นึกอยากเขียนก็เขียน ไม่ใช่ เพราะ

852
00:56:45.372 --> 00:56:49.372
หลักการที่เราจะเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ขึ้นมา

853
00:56:49.373 --> 00:56:53.373
เพื่อพัฒนาระบบหรือไปแก้ปัญหา

854
00:56:53.374 --> 00:56:57.374
ที่คนไม่สามารถไปทำงานได้

855
00:56:57.376 --> 00:57:01.376
อย่างนี้จะเป็นลักษณะนั้นนะคะ

856
00:57:01.377 --> 00:57:05.377
พอทำแผนเสร็จ มาวิเคราะห์ปัญหาก่อนนะคะ

857
00:57:05.378 --> 00:57:09.378
เมื่อรู้ปัญหาแล้ว วิเคราะห์

858
00:57:09.381 --> 00:57:13.381
ออกมาแล้วว่าวิเคราะห์ปัญหาอะไรเป็นอย่างไร

859
00:57:13.382 --> 00:57:17.382
นี่ เราก็ต้องมาออกแบบให้มัน Design นั่นเอง

860
00:57:17.384 --> 00:57:21.384
นะคะ ดีไซน์ให้คอมพิวเตอร์ทำงานนั่งเอง

861
00:57:21.386 --> 00:57:25.386
ออกแบบว่า จะให้คอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร

862
00:57:25.387 --> 00:57:29.387
เมื่อรู้ขั้นตอนการออกแบบแล้ว

863
00:57:29.388 --> 00:57:33.388
มาพัฒนาโปรแกรม ซึ่งในส่วนของ

864
00:57:33.390 --> 00:57:37.390
การพัฒนาโปรแกรมนี่

865
00:57:37.391 --> 00:57:41.391
มีขั้นตอนย่อย ๆ อีก 3 ขั้นตอน

866
00:57:41.392 --> 00:57:45.392
ของการเขียนเห็นไหมคะ เขียนเสียก่อน แล้วก็ทำอะไร

867
00:57:45.393 --> 00:57:49.393
ทดสอบค่ะ ก็คือเอาโปรแกรมที่เราเขียนนี่

868
00:57:49.393 --> 00:57:53.393
ไปทดสอบก่อน ทดสอบเพื่ออะไร

869
00:57:53.395 --> 00:57:57.395
เพื่อหาข้อผิดพลาดหรือดีบัค

870
00:57:57.396 --> 00:58:01.396
เราจะต้อง Coding

871
00:58:01.398 --> 00:58:05.398
Testing ก็คือทดสอบ Test เสร็จก็

872
00:58:05.399 --> 00:58:09.399
ดู Debugging ก็คือดูข้อผลิดพลาด

873
00:58:09.400 --> 00:58:13.400
เป็นไปไม่ได้ว่า เขียนโปรแกรมแล้ว

874
00:58:13.402 --> 00:58:17.402
จะไม่มีบัค ไม่มี Debuging น่ะ

875
00:58:17.402 --> 00:58:21.402
ปกติเขียนโปรแกรมนี่

876
00:58:21.404 --> 00:58:25.404
มันจะต้องเกิดปัญหาเสมอ จะต้องมี Debugging เสมอ

877
00:58:25.405 --> 00:58:29.405
ครั้งแรกจะต้องติด ลืมนั่นลืมนี่

878
00:58:29.406 --> 00:58:33.406
ตรงนั้นพลาดไป ตรงนี้พลาดไป

879
00:58:33.407 --> 00:58:37.407
และสุดท้ายในขั้นตอนการพัฒนา

880
00:58:37.408 --> 00:58:41.408
ก็คือเมื่อเกิดข้อผิดพลากนี่

881
00:58:41.413 --> 00:58:45.413
มันก็จะวนย้อนกลับไปก่อน ก็จะต้องไปดู

882
00:58:45.416 --> 00:58:49.416
ที่ Code ใหม่ แล้วก็ไปดู Coding ฃ

883
00:58:49.418 --> 00:58:53.418
ใหม่ แล้วก็เอามา Test ใหม่ แล้วก็มาดู Debugging ใหม่

884
00:58:53.419 --> 00:58:57.419
เมื่อมันไม่มีปัญหาอะไรแล้วนี่

885
00:58:57.421 --> 00:59:01.421
มันจะอยู่พอใช้ ๆ ไป

886
00:59:01.424 --> 00:59:05.424
มันก็จะมาถึงขั้นตอนสุดท้าย ก็คือรักษา

887
00:59:05.425 --> 00:59:09.425
โปรแกรมนะคะ ต้องคอยหมั่น อาจจะมี

888
00:59:09.426 --> 00:59:13.426
การดูแลรักษาในทีนี้ อาจจะ

889
00:59:13.427 --> 00:59:17.427
ไม่ใช่ทำความสะอาดนะ ของโปรแกรมเช่น

890
00:59:17.428 --> 00:59:21.428
มาดูว่ามีอะไรเพิ่มไหม ก็คือต้องมีการเพิ่มข้

891
00:59:21.429 --> 00:59:25.429
ก็คือต้องมีการอัปเดตข้อมูล เหมือน Windows น่ะ

892
00:59:25.430 --> 00:59:29.430
เดี๋ยวนี้ Windows อัปเดตบ่อย

893
00:59:29.439 --> 00:59:33.439
บางทีทุกเดือนบางที

894
00:59:33.441 --> 00:59:37.441
2 อาทิตย์ 3 อาทิตย์

895
00:59:37.442 --> 00:59:41.442
การมันจะอยู่ในส่วนของการดูแลรักษาโปรแกรม

896
00:59:41.443 --> 00:59:45.443
มันจะมีการอัปเดตออกมา

897
00:59:45.444 --> 00:59:49.444
เพื่อพัฒนาตัวโปรแกรมเพื่อสามารถทำงานได้ดียิ่งขึ้น

898
00:59:49.446 --> 00:59:53.446
ยิ่งขึ้นนะคะ

899
00:59:53.449 --> 00:59:57.449
นี่ก็คือขั้นตอนที่เราจะต้อง

900
00:59:57.450 --> 01:00:01.450
จำไว้นะคะ นั่นก็คือหลักการเขียนโปร

901
01:00:01.452 --> 01:00:05.452
ทีนี้ในส่วนของ

902
01:00:05.453 --> 01:00:09.453
การพัฒนาโปรแกรม

903
01:00:09.454 --> 01:00:13.454
เรามาดูรายละเอียดกันว่า Planning นี่

904
01:00:13.456 --> 01:00:17.456
เห็นไหมคะ ได้มีการอธิบายไว้ว่า

905
01:00:17.457 --> 01:00:21.457
ก็คือการวางแผนนะคะ

906
01:00:21.458 --> 01:00:25.458
วางแผน เราจะวางแผนได้อย่างไร

907
01:00:25.459 --> 01:00:29.459
เราจะต้องมองปัญหาก่อน หาปัญหา

908
01:00:29.462 --> 01:00:33.462
หาขั้นตอน หาเครื่องมือนะตะ

909
01:00:33.463 --> 01:00:37.463
คือเราจะต้องรู้ก่อนว่าสิ่งที่เราจะทำนี่

910
01:00:37.468 --> 01:00:41.468
เรามีเครื่องมือพร้อมไหม

911
01:00:41.469 --> 01:00:45.469
ต้องมาตรวจสอบหน่วยงาน สมมติหน่วยงานหน่วยงานหนึ่งนี่

912
01:00:45.470 --> 01:00:49.470
ต้องการพัฒนาโปรแกรมขึ้นมา 1 โปรแกรมนี่

913
01:00:49.471 --> 01:00:53.471
อยู่ ๆ ทำเลยไม่ได้ เราต้องไปดูก่อนว่า

914
01:00:53.472 --> 01:00:57.472
สิ่งที่จะใช้ในการเขียนโปรแกรม

915
01:00:57.473 --> 01:01:01.473
เครื่องใช่ไหมคะ เราต้องมีคอมพิวเตอร์

916
01:01:01.476 --> 01:01:05.476
เพราะเขียนโปรแกรมด้วยมือไม่ได้ ต้องใช้คอมพิวเตอร์

917
01:01:05.478 --> 01:01:09.478
เพราะถ้าเขียนด้วยมือ เราจะไม่สามารถ Testing

918
01:01:09.484 --> 01:01:13.484
ได้ เมื่อ Tasting ไม่ได้ เราก็มา Debug

919
01:01:13.486 --> 01:01:17.486
เห็นไหมคะ ก็เขียนข้อผิดพลาดไม่ได้

920
01:01:17.488 --> 01:01:21.488
ถึงได้บอกว่า เราจะ

921
01:01:21.490 --> 01:01:25.490
วิชาเราถึงต้องเป็นวิชาปฏิบัติ

922
01:01:25.491 --> 01:01:29.491
มันเขียนด้วยมือไม่ได้ การเขียน

923
01:01:29.494 --> 01:01:33.494
ด้วยมือน่ะ คือ เขียนตอนไปสอบ

924
01:01:33.495 --> 01:01:37.495
เป็นความรู้ ความจำแล้วอันนั้นน่ะ

925
01:01:37.498 --> 01:01:41.498
แต่ในทางปฏิบัติแล้ว มันต้อง

926
01:01:41.499 --> 01:01:45.499
เขียนด้วยคอมพิวเตอร์นะคะ เราต้องมาดูว่าเรามี

927
01:01:45.499 --> 01:01:49.499
เครื่องไม้เครื่องมืออะไร เรามีอะไร

928
01:01:49.500 --> 01:01:53.500
วางแผนว่าถ้าไม่มีจะทำอย่างไรนะคะ

929
01:01:53.503 --> 01:01:57.503
จะใช้อะไรมาช่วยหรือต้องอะไรมาเพิ่ม

930
01:01:57.506 --> 01:02:01.506
ในการวางแผนนะคะ

931
01:02:01.507 --> 01:02:05.507
เสร็จแล้วิเคราะห์ปัญหา

932
01:02:05.508 --> 01:02:09.508
วิเคราะห์ตามอะไร เห็นไหม วิเคราะห์

933
01:02:09.512 --> 01:02:13.512
ตามการทำงานของคอมพิวเตอร์เลย

934
01:02:13.513 --> 01:02:17.513
สิ่งที่เราต้องการ Input

935
01:02:17.514 --> 01:02:21.514
cation หรือการระบุข้อมูลเข้า

936
01:02:21.518 --> 01:02:25.518
ต้องวิเคราะห์ให้เหมือนว่า

937
01:02:25.524 --> 01:02:29.524
เหมือนเราต้องคิดว่าตอนนี้ถ้าเราเป็นคอมพิวเตอร์นี่

938
01:02:29.525 --> 01:02:33.525
สิ่งที่คอมพิวเตอร์รับ

939
01:02:33.528 --> 01:02:37.528
เข้าไปได้มีอะไรบ้าง จะป้อนอะไรเข้าไปในคอมพิวเตอร์บ้าง

940
01:02:37.529 --> 01:02:41.529
เห็นไหมคะ นั่นก็คือวิเคราะห์

941
01:02:41.531 --> 01:02:45.531
ส่วนของการระบุเข้า จะป้อนอะไรเข้าไปให้มัน

942
01:02:45.532 --> 01:02:49.532

943
01:02:49.534 --> 01:02:53.534
ทีนี้เมื่อมองสิ่งที่ป้อนเข้าไป

944
01:02:53.535 --> 01:02:57.535
ต้องมามองสิ่งที่ออกมา ก็คือเมื่อมองข้อมูลนี้

945
01:02:57.536 --> 01:03:01.536
อยากได้อะไรออกมาเห็นไหมคะ การระบุข้อมูลออก

946
01:03:01.537 --> 01:03:05.537
ออก Input Ex... catio

947
01:03:05.539 --> 01:03:09.539
ก็คือต้องดูจากอะไร ต้องดูจาก

948
01:03:09.540 --> 01:03:13.540
สิ่งที่นำเข้า เอาอะไรเข้าไป

949
01:03:13.541 --> 01:03:17.541
แล้วก็มาดูที่ผลลัพธ์ที่เราอยากให้คอมพิวเตอร์แสดง

950
01:03:17.546 --> 01:03:21.546
แสดงผลออกมานะคะ เราอยากให้คอมพิวเตอร์

951
01:03:21.547 --> 01:03:25.547
แสดงอะไรออกมาเห็นไหมคะ นั่นก็คือ

952
01:03:25.548 --> 01:03:29.548
ต้องมาวิเคราะห์แล้วว่าอยากให้คอมพิวเตอร์ทำอะไรได้ แสดงอะไรได้

953
01:03:29.550 --> 01:03:33.550
นะคะ ก็จะเป็นส่วนของ Output

954
01:03:33.551 --> 01:03:37.551
นะคะ และเมื่อรู้ว่าป้อนอะไรเข้าไป

955
01:03:37.552 --> 01:03:41.552
เข้าไปผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ทีนี้มาดู

956
01:03:41.553 --> 01:03:45.553
การประมวลผลนะคะ เราจะต้องมากำหนด

957
01:03:45.556 --> 01:03:49.556
มันจะต้องประมวลผลอย่างไร ก็คือ

958
01:03:49.556 --> 01:03:53.556
กำหนดวิธีการให้เครื่องมันดำเนินผล

959
01:03:53.557 --> 01:03:57.557
กำหนดให้เครื่องมันคิด เห็นไหมคะ คอมพิวเตอร์มันคิดเองไม่ได้

960
01:03:57.558 --> 01:04:01.558
นะคะ ทำเองไม่ได้ เราต้องสั่งเขา

961
01:04:01.559 --> 01:04:05.559
เพราะฉะนั้น

962
01:04:05.560 --> 01:04:09.560
เราจะสั่งเขาได้ เราต้องเข้าใจการทำงานของคอมพิวเตอร์ก่อน

963
01:04:09.561 --> 01:04:13.561
นะคะ เพราะฉะนั้น องค์ประกอบ

964
01:04:13.563 --> 01:04:17.563
ที่จะทำให้คอมพิวเตอร์ทำงาน

965
01:04:17.564 --> 01:04:21.564
ได้มีอยู่แค่ 3 ส่วนก็คือ Input

966
01:04:21.565 --> 01:04:25.565
Output แล้วก็ Process

967
01:04:25.568 --> 01:04:29.568
เห็นไหมคะ จะย้ำเสมอ ให้ท่องเลย

968
01:04:29.576 --> 01:04:33.576
จะทำงานเมื่อมี Input เข้ามา เสร็จแล้ว

969
01:04:33.578 --> 01:04:37.578
ทำอะไร เสร็จแล้วเมื่อรับ Input เข้ามาคอมพิวเตอร์

970
01:04:37.579 --> 01:04:41.579
ทำการประมวลผล ก็คือ Process Process เพื่ออะไร

971
01:04:41.581 --> 01:04:45.581
เพื่อแสดงผล ก็คือ Output เห็นไหมคะ Input

972
01:04:45.582 --> 01:04:49.582
Process แล้วก็ Output ออกมา

973
01:04:49.583 --> 01:04:53.583
จะต้องดูจาก Input Output

974
01:04:53.584 --> 01:04:57.584
แล้วก็ Process การวิเคราะห์จะดูอีก

975
01:04:57.585 --> 01:05:01.585
มุมหนึ่งนะคะ แต่การทำงานของคอมพิวเตอร์จะเรียงตามขั้น

976
01:05:01.587 --> 01:05:05.587
ก็คือป้อนข้อมูลเข้าไป ประมวลผล

977
01:05:05.589 --> 01:05:09.589
แล้วก็แสดงผล ก็คือ Input, Output แล้วก็ Process

978
01:05:09.590 --> 01:05:13.590
แต่ในขั้นตอนการวิเคราะห์นี่เราจะต้อง

979
01:05:13.591 --> 01:05:17.591
เริ่มจาก Input Output แล้วก็ Process

980
01:05:17.592 --> 01:05:21.592
นะคะ ต่างกัน อย่าจำสับสนนะคะ

981
01:05:21.593 --> 01:05:25.593
ทีนี้เมื่อรู้แล้ว

982
01:05:25.594 --> 01:05:29.594
เห็นไหมคะ เมื่อวิเคราะห์ออกมาแล้ว เราก็มาออกแบบ

983
01:05:29.595 --> 01:05:33.595
ตัวนี้ล่ะค่ะ ที่จะเป็นหลัก

984
01:05:33.596 --> 01:05:37.596
ในการจะเขียนโปรแกรมได้นี่ ไม่ใช่

985
01:05:37.597 --> 01:05:41.597
พอวิเคราะห์เสร็จไปนั่งคีย์ เขียนโปรแกรมนะคะ

986
01:05:41.598 --> 01:05:45.598
มาทำการออกแบบให้มันเสียก่อน

987
01:05:45.599 --> 01:05:49.599
ออกแบบไม่ใช่ออกแบบให้มัน ออกแบบให้คนนี่ล่ะ

988
01:05:49.600 --> 01:05:53.600
ออกแบบให้สมนุษย์นี่นะคะ เพราะอะไร เพราะ

989
01:05:53.601 --> 01:05:57.601
เราจะต้องหลักการ

990
01:05:57.601 --> 01:06:01.601
ออกแบบในสคอมพิวเตอร์นี่ ในภาษาคอมพิวเตอร์

991
01:06:01.602 --> 01:06:05.602
เราจะใช้คำว่า "Algorithm"

992
01:06:05.607 --> 01:06:09.607
เด็ก ๆ จะต้องจำคำนี้นะคะ

993
01:06:09.608 --> 01:06:13.608
เพราะคำนี้ ถ้าถามถึง อัลกอริธึม เมื่อถามถึง

994
01:06:13.609 --> 01:06:17.609
เด็ก ๆ จะต้องเข้าใจให้ได้ก่อน

995
01:06:17.611 --> 01:06:21.611
นะคะ ทีนี้ อัลกอริทึม

996
01:06:21.613 --> 01:06:25.613
ที่เราจะเรียนนี่

997
01:06:25.615 --> 01:06:29.615
วิธีทำจะมีอยู่ 3 ลักษณะก็คือ

998
01:06:29.617 --> 01:06:33.617
อัลกอริทึมแบบที่ 1 เป็นการบรรยายา

999
01:06:33.618 --> 01:06:37.618
นะคะ Manative Description ก็คือ

1000
01:06:37.620 --> 01:06:41.620
ใช้คำพูด ใช้วิธีการบรรยายออกมาเป็นตัวอักษร

1001
01:06:41.621 --> 01:06:45.621
เด็ก ๆ จะต้องเขียนออกมา

1002
01:06:45.623 --> 01:06:49.623
เขียนอัลกอริทึมออกมา

1003
01:06:49.629 --> 01:06:53.629
เขียน เขียนแบบไหน เขียนบรรยาย

1004
01:06:53.630 --> 01:06:57.630
เห็นไหมคะ นั่นก็คืออัลกอริธึมแบบบรรยายนะคะ

1005
01:06:57.631 --> 01:07:01.631
ทีนี้มาดูอัลกอริทึมแบบต่อไป

1006
01:07:01.632 --> 01:07:05.632
แบบเป็นผังลำดับงาน หรือเป็น

1007
01:07:05.634 --> 01:07:09.634
Flowchart ก่อนจะเรียน

1008
01:07:09.635 --> 01:07:13.635
ได้ให้ไปค้นคำนี้มาแล้วใช่ไหมคะ

1009
01:07:13.635 --> 01:07:17.635
อัลกอริทึม โฟร์ชาร์ท

1010
01:07:17.637 --> 01:07:21.637
อันดับสุดท้าย หรือ รหัสจำลอง

1011
01:07:21.641 --> 01:07:25.641
มันจะอ่านว่าซูโด้โค้ด

1012
01:07:25.696 --> 01:07:29.696
มาดูในส่วนของ Flowchart

1013
01:07:29.697 --> 01:07:33.697
ตัวนี้เราจะใช้วิธี

1014
01:07:33.698 --> 01:07:37.698
เขียนเป็นรูปภาพแสดงขั้นตอน

1015
01:07:37.699 --> 01:07:41.699
นะคะ ก็คือเราจะต้องทำรูปภาพ

1016
01:07:41.700 --> 01:07:45.700
ที่แสดงให้เห็นขั้นตอนการทำงานของโปรแกรม

1017
01:07:45.701 --> 01:07:49.701
หรือการแก้ปัญหาของโปรแกรมนั่นเองนะคะ

1018
01:07:49.703 --> 01:07:53.703
และตัวต่อมา ซูโด้โค้ด

1019
01:07:53.704 --> 01:07:57.704
ซูโด้โค้ดตัวนี้

1020
01:07:57.705 --> 01:08:01.705
จะเป็นตัวเริ่มต้นของการเขียนโปรแกรม

1021
01:08:01.707 --> 01:08:05.707
นะคะ จะเป็นคำข้อความนี่

1022
01:08:05.708 --> 01:08:09.708
นี่ที่แสดง

1023
01:08:09.709 --> 01:08:13.709
เขียนแสดงขั้นตอนการทำงานของโปรแกรมนั่นเอง

1024
01:08:13.710 --> 01:08:17.710
สามารถเขียนได้เป็นภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษ

1025
01:08:17.711 --> 01:08:21.711
แต่แม่จะสอนให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษ

1026
01:08:21.713 --> 01:08:25.713
ภาษาอังกฤษแล้วมันจะต่อเนื่องไปถึงการเขียนโปรแกรม

1027
01:08:25.713 --> 01:08:29.713
จะได้จำง่ายแล้วก็ฝึกภาษาอังกฤษไปด้วยในตัว

1028
01:08:29.715 --> 01:08:33.715
สิ่งที่เด็ก ๆ จะต้องใช้

1029
01:08:33.717 --> 01:08:37.717
เพิ่มนะคะ ก็คือ

1030
01:08:37.719 --> 01:08:41.719
ต้องหัดใช้ Google แปล

1031
01:08:41.720 --> 01:08:45.720
ให้คล่อง เวลาเราเรียนนี่เปิดไว้เลย

1032
01:08:45.721 --> 01:08:49.721
Google แปลภาษา เพราะเราจะต้อง

1033
01:08:49.722 --> 01:08:53.722
เอาคำศัพท์คอมพิวเตอร์นี่มาใช้

1034
01:08:53.724 --> 01:08:57.724
คำศัพท์มันก็จะต้องเป็นภาษาอังกฤษนะคะ

1035
01:08:57.725 --> 01:09:01.725
ตั้งชื่อตัวแปรนี่ คอมพิวเตอร์

1036
01:09:01.726 --> 01:09:05.726
มันจะไม่รู้จักการสั่งงานที่เป็นภาษาไทยนะ

1037
01:09:05.726 --> 01:09:09.726
คอมพิวเตอร์จะทำงานผ่านภาษาอังกฤษเท่านั้น

1038
01:09:09.728 --> 01:09:13.728
นะคะ เพราะฉะนั้น เราจะต้อง

1039
01:09:13.730 --> 01:09:17.730
หมั่นใช้โปรแกรม Google แปลให้คล่อง ๆ

1040
01:09:17.731 --> 01:09:21.731
พิมพ์ให้ไว ๆ สิ่งที่อยากให้เด็ก ๆ

1041
01:09:21.732 --> 01:09:25.732
เรียนเพิ่ม ฝึกหัดเพิ่มเติมก็คือ

1042
01:09:25.733 --> 01:09:29.733
นะคะ พิมพ์คอมพิวเตอร์น่ะค่ะ

1043
01:09:29.734 --> 01:09:33.734
น่ะค่ะ เพื่อให้พิมพ์เร็ว เพราะเวลาเขียน

1044
01:09:33.735 --> 01:09:37.735
เวลาเรา Coding น่ะค่ะ เราจะได้ตามกันทันนะคะ

1045
01:09:37.736 --> 01:09:41.736
เมื่อกี้อธิบาย

1046
01:09:41.738 --> 01:09:45.738
ถึงรูปแบบของอัลกอริทึมที่เราจะทำกันไปแล้วนะคะ ทีนี้

1047
01:09:45.739 --> 01:09:49.739
ลองมาดูความหมายของอัลกอริทึม

1048
01:09:49.741 --> 01:09:53.741
อีกทีหนึ่งนะคะ อัลกอริธึม

1049
01:09:53.741 --> 01:09:57.741
มันก็คือการอธิบาย อธิบายการทำงานขอโปรแกรม

1050
01:09:57.742 --> 01:10:01.742
โดยต้องอธิบายให้เป็นขั้นตอน

1051
01:10:01.743 --> 01:10:05.743
นะคะ คอมพิวเตอร์มันจะทำงานเป็นขั้นเป็นตอน

1052
01:10:05.745 --> 01:10:09.745
เท่านั้นนะคะ มันจะไม่เหมือนคนน่ะ

1053
01:10:09.747 --> 01:10:13.747
คนนี่เวลาเขียนอัลกอริทึม สมมติ

1054
01:10:13.748 --> 01:10:17.748
นะคะ สมมติอยากให้เด็ก ๆ

1055
01:10:17.749 --> 01:10:21.749
เมื่อเช้า เมื่อเช้าเดชาพล

1056
01:10:21.750 --> 01:10:25.750
เรามี Case Study

1057
01:10:25.751 --> 01:10:29.751
เพราะจากการกินข้าวเช้าเมื่อเช้า

1058
01:10:29.752 --> 01:10:33.752
มาม่าเกาหลีต้มหรืออย่างไรคะลูก

1059
01:10:33.753 --> 01:10:37.753
(นักศึกษาชาย) เป็นแบบ... (อาจารย์) สำเร็จ

1060
01:10:37.754 --> 01:10:41.754
(นักศึกษาชาย) ต้มครับ เป็นซองครับ (อาจารย์)

1061
01:10:41.755 --> 01:10:45.755
สมมติ สมมตินะคะ

1062
01:10:45.756 --> 01:10:49.756
ตอนนี้จะให้เดชาพล ไม่ให้เขียนแต่จะให้ใช้วิธีการ

1063
01:10:49.760 --> 01:10:53.760
อธิบายการทำมาม่าเกาหลีของเดชาพล

1064
01:10:53.761 --> 01:10:57.761
(นักศึกษาชาย) ก็คือ (อาจารย์) อธิบายให้เพื่อนฟังสิ

1065
01:10:57.762 --> 01:11:01.762
(นักศึกษาชาย) ขั้นแรกก็คือต้มน้ำ

1066
01:11:01.762 --> 01:11:05.762
ก่อนครับ (อาจารย์) ต้อมน้ำก่อน (นักศึกษาชาย) แล้วก็มีวิธีแบบเร็

1067
01:11:05.763 --> 01:11:09.763
กาแบบเร็วอยู่ครับ ก็ต้ม

1068
01:11:09.764 --> 01:11:13.764
พอน้ำเดือด แล้วก็ฉีกซองครับ แล้วก็

1069
01:11:13.765 --> 01:11:17.765
เอาเส้นมันใส่เข้าไปในถ้วยที่เราเตรียมไว้

1070
01:11:17.766 --> 01:11:21.766
จากนั้นก็เอาน้ำร้อนที่เดือดเมื่อกี้น่ะครับ

1071
01:11:21.769 --> 01:11:25.769
ใส่เข้าไปแล้วก็เอาฝาปิดถ้วยครับ แล้วก็

1072
01:11:25.773 --> 01:11:29.773
รอให้เส้นมันสุกครับ ให้เส้น

1073
01:11:29.775 --> 01:11:33.775
มันพร้อมที่จะกินได้แล้ว

1074
01:11:33.776 --> 01:11:37.776
ไปเทน้ำออกแล้วก็ใส่เครื่องปรุงครับ

1075
01:11:37.777 --> 01:11:41.777
แล้วก็

1076
01:11:41.778 --> 01:11:45.778
ถึงขั้นตอนการกินแล้วครับ (อาจารย์) ถึงขั้นตอนการกินแล้วครับ

1077
01:11:45.779 --> 01:11:49.779
นี่คือวิธีของเดชาพลนะ เดี๋ยว

1078
01:11:49.781 --> 01:11:53.781
แม่จะลองถามเพื่อนคนอื่น เอาใครดี

1079
01:11:53.781 --> 01:11:57.781
ลองให้เด็กหูบ้าง พี่แฝด ๆ

1080
01:11:57.782 --> 01:12:01.782
พี่แฝด แฝดนะ

1081
01:12:01.783 --> 01:12:05.783
ถามแฝดนะ ถ้าจะต้มมาม่า

1082
01:12:05.784 --> 01:12:09.784
แฝดนะครับ ถ้าจะต้มมาม่า

1083
01:12:09.787 --> 01:12:13.787
แฝดจะทำอย่างไร ต้มมาม่าเป็นไหม

1084
01:12:13.788 --> 01:12:17.788

1085
01:12:17.790 --> 01:12:21.790

1086
01:12:21.791 --> 01:12:25.791

1087
01:12:25.792 --> 01:12:29.792

1088
01:12:29.794 --> 01:12:33.794
ที่นี้เราไม่ได้ยินเสียงล่ามนะ

1089
01:12:33.796 --> 01:12:37.796
(ล่าม) ขอโทษทีค่ะ ลืมเปิด Mute ค่ะ

1090
01:12:37.799 --> 01:12:41.799

1091
01:12:41.800 --> 01:12:45.800
ไม่เป็นอะไร (ล่าม) ก็ทำบ่อยอยู่ครับ

1092
01:12:45.802 --> 01:12:49.802
(อาจารย์) อย่างนั้นแฝดลองอธิบายการต้มมาม่าของแฝดให้ฟังหน่อย

1093
01:12:49.807 --> 01:12:53.807
บอกขั้นตอน

1094
01:12:53.808 --> 01:12:57.808
บอกขั้นตอนการต้มมาม่า

1095
01:12:57.809 --> 01:13:01.809
อันดับแรกทำอะไรก่อน

1096
01:13:01.810 --> 01:13:05.810

1097
01:13:05.811 --> 01:13:09.811

1098
01:13:09.812 --> 01:13:13.812
(ล่าม) ไม่ใช่ ๆ

1099
01:13:13.814 --> 01:13:17.814
ไม่ใช่ เขา...

1100
01:13:17.816 --> 01:13:21.816

1101
01:13:21.818 --> 01:13:25.818
มาม่ารู้ไหม (อาจารย์) ลองสิ

1102
01:13:25.819 --> 01:13:29.819
ต้ม ทำแบบไหน

1103
01:13:29.820 --> 01:13:33.820
ขั้นตอนทำแบบไหน

1104
01:13:33.821 --> 01:13:37.821
(ล่าม) มาม่านะครับ แล้วก็

1105
01:13:37.822 --> 01:13:41.822
กดน้ำร้อน แล้วก็รอ แล้วก็คน

1106
01:13:41.822 --> 01:13:45.822
แล้วก็พักเอาไว้ครับ

1107
01:13:45.823 --> 01:13:49.823
แล้วก็หมดครับ (อาจารย์) โอ.เค.

1108
01:13:49.824 --> 01:13:53.824
เห็นไหม ของเดชาพล ก็คือ

1109
01:13:53.825 --> 01:13:57.825
ต้มน้ำก่อนนะ ขั้นตอนเวลาบอก

1110
01:13:57.826 --> 01:14:01.826
แต่แฝดบอกว่ากดน้ำร้อนเลย

1111
01:14:01.827 --> 01:14:05.827
ข้ามขั้นตอนหนึ่งไป ก็คือแฝดจะไม่ได้บอกต้มน้ำ

1112
01:14:05.827 --> 01:14:09.827
เห็นไหมคะ อัลกอริธึมนี่จะเป็นการบอก

1113
01:14:09.828 --> 01:14:13.828
การทำงานนั่นเองเห็นไหมคะ ซึ่ง

1114
01:14:13.829 --> 01:14:17.829
ซึ่งในความเป็นจริงนี่ถ้าไม่บอกเหมือนแฝดข้ามขั้นตอนการต้มน้ำร้อย

1115
01:14:17.830 --> 01:14:21.830
เหมือนแฝดน่ะข้ามขั้นตอนการต้มน้ำร้อน แต่ละ

1116
01:14:21.833 --> 01:14:25.833
ไว้ในฐานที่เข้าใจ ก็คือเขามีน้ำร้อนอยู่แล้ว

1117
01:14:25.834 --> 01:14:29.834
เขาก็เลยข้ามขั้นตอนนี้ ให้นึกถึงคอมพิวเตอร์

1118
01:14:29.835 --> 01:14:33.835
อยู่ดี ๆ นึกออกนะ น้ำมันไม่ร้อนแล้วเราจะต

1119
01:14:33.836 --> 01:14:37.836
เราจะต้มมาม่าได้ไหม ไม่ได้

1120
01:14:37.836 --> 01:14:41.836
ใช่ไหมคะ ก็คืออัลกอริธึมนี่ จะเป็นการบอกขั้นตอน ก็คือ

1121
01:14:41.837 --> 01:14:45.837
มันจะต้องทำอย่างไรให้เราได้กินมาม่า

1122
01:14:45.838 --> 01:14:49.838
ก็คือบอกขั้นตอนว่า... แต่ไม่

1123
01:14:49.839 --> 01:14:53.839
ไม่ใช่วิธีการกินดิบนึกออกนะ

1124
01:14:53.840 --> 01:14:57.840
กิน ใช่ไหมคะ คือ ถ้ากินดิบ ก็คือเปิดซอง

1125
01:14:57.841 --> 01:15:01.841
แกะมาม่ากิน แต่อันนี้

1126
01:15:01.842 --> 01:15:05.842
เราอยากรู้ว่าถ้าเราจะกินต้มมาม่า

1127
01:15:05.843 --> 01:15:09.843
ขอลองอีกคนหนึ่ง

1128
01:15:09.844 --> 01:15:13.844
วาริศาสิ เห็นพี่เขาไหม

1129
01:15:13.845 --> 01:15:17.845

1130
01:15:17.846 --> 01:15:21.846
เอาเป็น... ไม่เอาต้มมาม่าแล้ว

1131
01:15:21.847 --> 01:15:25.847
ไข่เจียว ทำไข่เจียวสิ

1132
01:15:25.848 --> 01:15:29.848
เคยทำไข่เจียงไหม วาริศา

1133
01:15:29.850 --> 01:15:33.850
(ล่าม) มีค่ะ เคยทำค่ะ (อาจารย์)

1134
01:15:33.851 --> 01:15:37.851
ไหนลองบอกสิ ถ้าวาริษาทำไข่เจียว ทำอย่างไร

1135
01:15:37.852 --> 01:15:41.852

1136
01:15:41.852 --> 01:15:45.852
สัญญาณกล้องวาริศาไม่ค่อย... (ล่าม)

1137
01:15:45.854 --> 01:15:49.854
แล้วก็จะใช้ซ้อม เหยาะซีอิ้ว

1138
01:15:49.855 --> 01:15:53.855
แล้วก็คนอนะคะ ตีให้ผสมกันค่ะ แล้วก็

1139
01:15:53.856 --> 01:15:57.856
ตั้งกระทะนะคะ ร้อนแล้วก็เทน้ำมันลงไปค่ะ

1140
01:15:57.857 --> 01:16:01.857
แล้วก็เทไข่ที่เมื่อกี้ผสมนะคะ

1141
01:16:01.858 --> 01:16:05.858
แล้วก็ ขอโทษนะ ภาษามือ

1142
01:16:05.859 --> 01:16:09.859
(อาจารย์) สัญญาณ

1143
01:16:09.861 --> 01:16:13.861
ไม่ค่อยชัด

1144
01:16:13.862 --> 01:16:17.862
กล้องมันไหว

1145
01:16:17.864 --> 01:16:21.864

1146
01:16:21.865 --> 01:16:25.865
ก็จะมีการตอกไข่ค่ะ

1147
01:16:25.866 --> 01:16:29.866
ลงในถ้วยนะคะ แล้วก็ใส่น้ำปลา

1148
01:16:29.867 --> 01:16:33.867
ค่ะ แล้วก็ใส่เครื่องปรุง

1149
01:16:33.868 --> 01:16:37.868
ต่าง ๆ แล้วก็ใช้ซ้อมคน ซ้อม

1150
01:16:37.869 --> 01:16:41.869
ตีไข่น่ะค่ะ จากนั้นก็นำกระทะลงบนเตา

1151
01:16:41.871 --> 01:16:45.871
แล้วก็รอให้กระทะเดือดนะคะ แล้วก็ใส่ไข่ เสร็จ

1152
01:16:45.872 --> 01:16:49.872
แล้วก็เราก็จะโปะใส่ข้าวค่ะ

1153
01:16:49.874 --> 01:16:53.874
แล้วก็จะเปาะใส่ข้าว (อาจารย์) เสร็จแล้ว

1154
01:16:53.876 --> 01:16:57.876
ขนาดนี้อธิบายละเอียดนะคะ

1155
01:16:57.877 --> 01:17:01.877
เพราะบอกตั้งแต่ตีไข่ยันกระทั่งใส่เครื่องปรุง

1156
01:17:01.878 --> 01:17:05.878
ใช้ส้อมด้วย ใช้ส้อมตีนะคะ

1157
01:17:05.879 --> 01:17:09.879
เดี๋ยวลองภากรณ์บ้าง

1158
01:17:09.880 --> 01:17:13.880
เคยตีไข่ใหม่ เดี๋ยวลองเปรียบเทียบเทียบ

1159
01:17:13.881 --> 01:17:17.881
ภากรได้ยินไหมครับ (ล่าม) คนหูหนวก

1160
01:17:17.883 --> 01:17:21.883
หรือคนหู... (อาจารย์) หูหนวก เสื้อสีเทา (อาจารย์)

1161
01:17:21.884 --> 01:17:25.884
สักครู่นะคะ เดี๋ยวล่ามขอตรึงแป๊บนะคะ

1162
01:17:25.885 --> 01:17:29.885

1163
01:17:29.886 --> 01:17:33.886
ภากรหูตึงน่ะ

1164
01:17:33.887 --> 01:17:37.887
(ล่าม) ค่ะ (อาจารย์)

1165
01:17:37.888 --> 01:17:41.888
เคยทำไข่เจียวไหม

1166
01:17:41.888 --> 01:17:45.888
(ล่าม) ก็ทำครับ แต่ส่วนใหญ่จะ

1167
01:17:45.890 --> 01:17:49.890
ใส่น้ำปลาครับ

1168
01:17:49.894 --> 01:17:53.894

1169
01:17:53.894 --> 01:17:57.894
ให้มันเค็ม

1170
01:17:57.895 --> 01:18:01.895
ดูก่อน ๆ ใจเย็น

1171
01:18:01.897 --> 01:18:05.897
ใจเย็น ๆ เดี๋ยว ๆ (อาจารย์)

1172
01:18:05.898 --> 01:18:09.898
มืออย่างไว (ล่าม) เดี๋ยว ๆ (อาจารย์)

1173
01:18:09.898 --> 01:18:13.898
ช้า ๆ หน่อยลูก

1174
01:18:13.899 --> 01:18:17.899
(อาจารย์) ช้า ๆ

1175
01:18:17.900 --> 01:18:21.900
อย่าให้แบบ

1176
01:18:21.901 --> 01:18:25.901
ใจเย็น ๆ เดี๋ยว

1177
01:18:25.903 --> 01:18:29.903
เราจะล่ามพูดด้วย เริ่ม

1178
01:18:29.904 --> 01:18:33.904
ไข่เจียวทำแบบไหน

1179
01:18:33.905 --> 01:18:37.905

1180
01:18:37.906 --> 01:18:41.906
วิธีไข่เจียวของคุณน่ะ

1181
01:18:41.908 --> 01:18:45.908
ภาษามือ อือ ครับ

1182
01:18:45.909 --> 01:18:49.909
ก็จะรอให้น้ำมันร้อน

1183
01:18:49.911 --> 01:18:53.911
ไข่เจียวนะ

1184
01:18:53.911 --> 01:18:57.911
มีหรือ เกี่ยวแบบไหน

1185
01:18:57.912 --> 01:19:01.912
อ๋อ มีใส่หมูสับ (อาจารย์) มีใส่หมูสับด้วย

1186
01:19:01.913 --> 01:19:05.913
มีหมูสับด้วยนะ

1187
01:19:05.915 --> 01:19:09.915
เอาใหม่

1188
01:19:09.916 --> 01:19:13.916

1189
01:19:13.917 --> 01:19:17.917
อธิบายใหม่

1190
01:19:17.919 --> 01:19:21.919

1191
01:19:21.920 --> 01:19:25.920
(อาจารย์) ทำใหม่ ๆ ทำช้า ๆ

1192
01:19:25.921 --> 01:19:29.921
แม่จะได้ดูด้วย

1193
01:19:29.923 --> 01:19:33.923
ภากรณ์นี่ก็

1194
01:19:33.924 --> 01:19:37.924
(อาจารย์) น้ำปลาไหมชิม

1195
01:19:37.925 --> 01:19:41.925
(ล่าม) น้ำปลาหรือ ครับ น้ำปลา

1196
01:19:41.926 --> 01:19:45.926
นะครับ (อาจารย์) ใส่น้ำปลา (ล่าม)

1197
01:19:45.927 --> 01:19:49.927
แล้วอย่างไรต่อ

1198
01:19:49.928 --> 01:19:53.928
แล้วก็น้ำมัน

1199
01:19:53.929 --> 01:19:57.929
รอให้มันร้อน

1200
01:19:57.930 --> 01:20:01.930
(อาจารย์) ต่อครับต่อ ทำต่อ

1201
01:20:01.931 --> 01:20:05.931
อะไรเอ่ย

1202
01:20:05.932 --> 01:20:09.932

1203
01:20:09.934 --> 01:20:13.934
เย็น

1204
01:20:13.935 --> 01:20:17.935
รอให้มันร้อนใช่ไหม

1205
01:20:17.936 --> 01:20:21.936
น้ำมัน อือ แล้ว

1206
01:20:21.937 --> 01:20:25.937
ต่อไหน

1207
01:20:25.938 --> 01:20:29.938

1208
01:20:29.940 --> 01:20:33.940
แดง

1209
01:20:33.941 --> 01:20:37.941
เป็นจุด ๆ

1210
01:20:37.944 --> 01:20:41.944
มะเขือหรือ

1211
01:20:41.945 --> 01:20:45.945
มะเขือเทศหรือแครอท (

1212
01:20:45.946 --> 01:20:49.946
สีแดง (ล่าม) ส้ม ๆ หรือแดง ๆ

1213
01:20:49.948 --> 01:20:53.948
แดง ๆ เป็นจุด ๆ

1214
01:20:53.949 --> 01:20:57.949
(อาจารย์) พริกหรือเปล่า (ล่าม) เห็นหรือเปล่า

1215
01:20:57.950 --> 01:21:01.950
ใส่พริกหรือ

1216
01:21:01.951 --> 01:21:05.951

1217
01:21:05.952 --> 01:21:09.952
เออเว้ย อันนี้เหมือนจะไม่ค่อยได้ภาษามือค่ะ

1218
01:21:09.953 --> 01:21:13.953
ภากรเรียน

1219
01:21:13.954 --> 01:21:17.954
ที่ไหนนะ น้อง

1220
01:21:17.955 --> 01:21:21.955
เรียนโรงเรียนอะไร

1221
01:21:21.958 --> 01:21:25.958
เมื่อก่อนเรียนไหน

1222
01:21:25.960 --> 01:21:29.960
โรงเรียนไม่มีเลยหรือ

1223
01:21:29.961 --> 01:21:33.961
(อาจารย์) ไม่มีอย่างไร

1224
01:21:33.964 --> 01:21:37.964
จบ ม.6 อยู่ (ล่าม) ม.6

1225
01:21:37.965 --> 01:21:41.965
เรียนที่ไหน

1226
01:21:41.966 --> 01:21:45.966
หูตึง

1227
01:21:45.969 --> 01:21:49.969
ถาม ใช่

1228
01:21:49.972 --> 01:21:53.972
ถาม

1229
01:21:53.972 --> 01:21:57.972
โรงเรียนเมื่อก่อน เรียนที่ไหน

1230
01:21:57.973 --> 01:22:01.973

1231
01:22:01.974 --> 01:22:05.974

1232
01:22:05.976 --> 01:22:09.976
ก็ยังตอบน้ำปลาอยู่ เดี๋ยวก่อน (อาจารย์)

1233
01:22:09.977 --> 01:22:13.977
ไม่เข้าใจคำถามเราแน่เลย

1234
01:22:13.979 --> 01:22:17.979
เกิดอุดรหรือ

1235
01:22:17.980 --> 01:22:21.980
นี่... (ล่าม) เมื่อก่อนเรียนที่ไหน

1236
01:22:21.981 --> 01:22:25.981
ที่ไหน

1237
01:22:25.983 --> 01:22:29.983
เขาทำ ก. ไก่ ส.

1238
01:22:29.984 --> 01:22:33.984
กศ

1239
01:22:33.984 --> 01:22:37.984
เขาทำ ก. ไก่

1240
01:22:37.985 --> 01:22:41.985
โรงเรียนหูหนวกเปล่า

1241
01:22:41.986 --> 01:22:45.986
มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย

1242
01:22:45.987 --> 01:22:49.987
อส. อก.

1243
01:22:49.988 --> 01:22:53.988
มหาลัยถามเมื่อก่อน

1244
01:22:54.005 --> 01:22:58.005
ถามเมื่อก่อน เมื่อก่อน ที่ไหนน่ะ

1245
01:22:58.006 --> 01:23:02.006
อ.ด. ใช่ไหม

1246
01:23:02.008 --> 01:23:06.008
ใช่ไหม เมื่อก่อนเรียนที่ไหน

1247
01:23:06.009 --> 01:23:10.009

1248
01:23:10.010 --> 01:23:14.010
สก.

1249
01:23:14.011 --> 01:23:18.011
เขาทำ สก. แล้วเขาทำมหาวิทยาลัย อ๋อ โสตฯ นนฯ

1250
01:23:18.013 --> 01:23:22.013

1251
01:23:22.020 --> 01:23:26.020
อโศกนนท์ นนท์ใช่ไหม

1252
01:23:26.021 --> 01:23:30.021
(อาจารย์) โสตนนฯ (ล่าม) โสต

1253
01:23:30.021 --> 01:23:34.021
นนทบุรีใช่หรือเปล่า

1254
01:23:34.023 --> 01:23:38.023
(อาจารย์) อยู่นนทบุรีหรือ

1255
01:23:38.047 --> 01:23:42.047
โรงเรียนเมื่อก่อนเรียนไหน

1256
01:23:42.049 --> 01:23:46.049
พิมพ์ได้ไหม พิมพ์

1257
01:23:46.050 --> 01:23:50.050

1258
01:23:50.051 --> 01:23:54.051

1259
01:23:54.052 --> 01:23:58.052
มีพิมพ์น่ะ พิมพ์อันนี้

1260
01:23:58.054 --> 01:24:02.054
ในนี้ ทำไมอันนี้ดูไม่ค่อยเข้าใจมือ

1261
01:24:02.056 --> 01:24:06.056
ใช่ค่ะ (อาจารย์) เพื่อนเจ้าแฝด

1262
01:24:06.057 --> 01:24:10.057
นะนี่ (ล่าม) เดี๋ยวหนูลองถามแฝด

1263
01:24:10.057 --> 01:24:14.057
แปีบนะคะ

1264
01:24:14.059 --> 01:24:18.059
แฝด ๆ ถามหน่อย

1265
01:24:18.061 --> 01:24:22.061
เพื่อนหูตึงชื่อไหน อันนี้ค่ะ

1266
01:24:22.064 --> 01:24:26.064
ชื่อภาษามืออันนี้ค่ะ

1267
01:24:26.065 --> 01:24:30.065
(อาจารย์) ภากร (ล่าม) เขาบอกเขาได้ภาษามือ

1268
01:24:30.069 --> 01:24:34.069
น้อยน่ะครับ ภากรณ์เขาบอกแบบนั้น

1269
01:24:34.072 --> 01:24:38.072
เขาเรียนที่ไหน เขาบอกภาษามือนิดเดียวใช่ไหม

1270
01:24:38.078 --> 01:24:42.078
เป็นหูตึงใช่หรือเปล่า

1271
01:24:42.078 --> 01:24:46.078
อยู่ที่โรงเรียหูดีครับ

1272
01:24:46.079 --> 01:24:50.079
เมื่อก่อน อยู่คนเดียว เป็นหูหนวกคนเดียว

1273
01:24:50.080 --> 01:24:54.080
แล้วบังเอิญว่าไม่ได้มีการเรียนภาษามือเลยครับ

1274
01:24:54.081 --> 01:24:58.081
จากนั้นสมาคม...

1275
01:24:58.083 --> 01:25:02.083

1276
01:25:02.084 --> 01:25:06.084
(อาจารย์) เห็นไหม เจ้าแฝดตอบเป็นล่ำเป็นสัน

1277
01:25:06.086 --> 01:25:10.086
ใช่ ๆ

1278
01:25:10.088 --> 01:25:14.088
แฝดน่ะ แฝดพามาเรียนนะคนนี้

1279
01:25:14.090 --> 01:25:18.090

1280
01:25:18.092 --> 01:25:22.092

1281
01:25:22.093 --> 01:25:26.093
ก็คือเรียนโรงเรียนหุดีมาก่อน

1282
01:25:26.096 --> 01:25:30.096
โอ.เค. ค่ะ

1283
01:25:30.096 --> 01:25:34.096
เพราะคนนี้แฝดนี่ล่ะ

1284
01:25:34.097 --> 01:25:38.097
ภากรณ์น่ะ แฝดเป็นคนชวนมาเรียน (ล่าม)

1285
01:25:38.098 --> 01:25:42.098
เรียนที่นี่ใช่ไหม ใช่ไหม ๆ

1286
01:25:42.099 --> 01:25:46.099
ใช่ไหม แฝดชวนมา

1287
01:25:46.101 --> 01:25:50.101
ภากร ภากรสมมติภาษามืองงน่

1288
01:25:50.101 --> 01:25:54.101
ถามนะ เป็นห่วง

1289
01:25:54.103 --> 01:25:58.103
(อาจารย์) เดี๋ยวจะคุยกันไม่รู้เรื่อง

1290
01:25:58.104 --> 01:26:02.104
คุยกับแฝด ถามแฝดบ่อย ๆ

1291
01:26:02.106 --> 01:26:06.106

1292
01:26:06.107 --> 01:26:10.107
ฝากหน่อย ภากรณ์ฝากหน่อย

1293
01:26:10.108 --> 01:26:14.108
ภาษามือน้อย (อาจารย์) โอ.เค. ค่ะ ไม่เป็นไร

1294
01:26:14.109 --> 01:26:18.109
เห็นไหมคะ อัลกอริทึมของแต่ละคน

1295
01:26:18.109 --> 01:26:22.109
(ล่าม) เดี๋ยวนะครับ พอดีว่าผมหอพักน่ะ

1296
01:26:22.110 --> 01:26:26.110
อยู่ร่วมกัน กินข้าวร่วมกัน

1297
01:26:26.111 --> 01:26:30.111
เดี๋ยวผมจะช่วยดูให้นะครับ

1298
01:26:30.112 --> 01:26:34.112
โอ.เค.

1299
01:26:34.113 --> 01:26:38.113
ช่วยสอน เราต้องร่วมด้วยช่วกยัน

1300
01:26:38.114 --> 01:26:42.114
โอ.เค.

1301
01:26:42.115 --> 01:26:46.115
บอกเธออยู่ว่าเธอต้องหัดพูด เพราะเธอได้ยิน

1302
01:26:46.116 --> 01:26:50.116

1303
01:26:50.117 --> 01:26:54.117
โอ.เค. คือเห็นไหมคะ

1304
01:26:54.118 --> 01:26:58.118
เมื่อกี้ตอนที่บอกให้อธิบายขั้นตอน

1305
01:26:58.119 --> 01:27:02.119
อัลกอริทึ่มเป็นการอธิบายขั้นตอน

1306
01:27:02.120 --> 01:27:06.120
จะให้คอมพิวเตอร์ทำงาน ทีนี้ลอง

1307
01:27:06.121 --> 01:27:10.121
ให้เด็ก ๆ นึกภาพเหมือน

1308
01:27:10.123 --> 01:27:14.123
ถ้าเพื่อนบางคน

1309
01:27:14.124 --> 01:27:18.124

1310
01:27:18.125 --> 01:27:22.125
ถ้าใครที่ไม่เคยเจียวไข่ ก็ไม่สามารถ

1311
01:27:22.127 --> 01:27:26.127
อธิบายขั้นตอนได้นะคะ ว่ามันทำอย่างไร

1312
01:27:26.128 --> 01:27:30.128
นะคะ ใช่ไหม ถ้าไม่เคยทำเลย

1313
01:27:30.129 --> 01:27:34.129
มันจะบอกไม่ได้ใช่ไหมคะ ว่า

1314
01:27:34.131 --> 01:27:38.131
การเจียวไข่นี่ 1. มันต้องมีไข่น่ะ

1315
01:27:38.134 --> 01:27:42.134
ไข่เอาไปทำอะไร ต้องเอาไปตีก่อนนะคะ ไข่เจียวนี่

1316
01:27:42.137 --> 01:27:46.137
เราต้องเอาไข่ไปตีก่อน

1317
01:27:46.138 --> 01:27:50.138
ไม่อย่างนั้นไม่เรียกว่าไข่เจียวถูกไหม

1318
01:27:50.139 --> 01:27:54.139
กับไข่ดาวเห็นไหม จะสั่งคอมพิวเตอร์ทำงาน

1319
01:27:54.140 --> 01:27:58.140
นี่ต้องบอกให้คอมพิวเตอร์เข้าใจ

1320
01:27:58.142 --> 01:28:02.142
สิ่งที่เราจะสั่งมันด้วย

1321
01:28:02.143 --> 01:28:06.143

1322
01:28:06.145 --> 01:28:10.145
บางอย่างมันข้ามขั้นตอนไม่ได้

1323
01:28:10.146 --> 01:28:14.146
ถ้าไม่ใช้น้ำมัน มันจะไม่เรียกว่าไข่เจียว

1324
01:28:14.147 --> 01:28:18.147
มันต้องใช้น้ำมันช่วย อย่างนี้

1325
01:28:18.148 --> 01:28:22.148
ต้องดูว่ามีส่วนประกอบอะไร วิธีทำอะไร

1326
01:28:22.149 --> 01:28:26.149
เหมือนไข่เจียวจะเจียวได้ถ้าน้ำมันไม่ร้อน

1327
01:28:26.150 --> 01:28:30.150
ไข่มัน เขาบอกว่าอะไร ไข่มันจะไม่ฟู

1328
01:28:30.151 --> 01:28:34.151

1329
01:28:34.152 --> 01:28:38.152
มันก็จะดูไม่น่ากินนะ บางคนไข่เจียวมีใส่หมูสับด้วย

1330
01:28:38.160 --> 01:28:42.160
เหมือนของภากรใส่หมูสับ ใส่มะเขือเทศ

1331
01:28:42.161 --> 01:28:46.161
ใส่พริกสักอย่างนะคะ แล้วแต่นะคะ

1332
01:28:46.162 --> 01:28:50.162
แต่สิ่งที่อยากให้รู้ ก็คือ

1333
01:28:50.163 --> 01:28:54.163
การอธิบาย เราจะอธิบายอย่างไร

1334
01:28:54.165 --> 01:28:58.165
ให้เราได้ไข่เจียว 1 ฟองออกมา

1335
01:28:58.166 --> 01:29:02.166
นั่นก็เหมือนกัน เราจะอธิบายอย่างไรให้คอมพิวเตอร์ทำงาน

1336
01:29:02.167 --> 01:29:06.167
ให้ได้สิ่งที่เราต้องการ

1337
01:29:06.168 --> 01:29:10.168
หรือ Output Input อะไรเข้าไป

1338
01:29:10.170 --> 01:29:14.170
ได้อะไรออกมา มองให้เห็น

1339
01:29:14.171 --> 01:29:18.171
ภาพนะคะ ว่าเราจะป้อนอะไรให้คอมพิวเตอร์แล้ว

1340
01:29:18.171 --> 01:29:22.171
แล้วเราอยากให้คอมพิวเตอร์แสดงอะไรออกมาให้

1341
01:29:22.173 --> 01:29:26.173
ส่วนการ Process หรือขั้นตอน

1342
01:29:26.174 --> 01:29:30.174
จะให้มันได้ผลลัพธ์นั้นออกมา

1343
01:29:30.175 --> 01:29:34.175
ขั้นตอนในการเขียนอัลกอริทึมของเรานั่นเอง

1344
01:29:34.176 --> 01:29:38.176
ทีนี้มาดู มาดูต่อนะคะ

1345
01:29:38.177 --> 01:29:42.177

1346
01:29:42.178 --> 01:29:46.178

1347
01:29:46.180 --> 01:29:50.180

1348
01:29:50.182 --> 01:29:54.182
เห็นไหมคะ

1349
01:29:54.184 --> 01:29:58.184
เราอธิบายไว้ว่า อัลกอริทึ่ม หมายถึง

1350
01:29:58.185 --> 01:30:02.185
ลำดับขั้นตอน วิธีในการทำงานของโปรแกรม

1351
01:30:02.186 --> 01:30:06.186
เพื่อแก้ปัญหาในที่นี้ก็คือแสดงผล

1352
01:30:06.187 --> 01:30:10.187
มันแสดงผล ก็คือให้คอมพิวเตอร์แสดงผลนะคะ

1353
01:30:10.188 --> 01:30:14.188
ทีนี้สิ่งที่เราจะต้องทำก็คือ เขียน

1354
01:30:14.189 --> 01:30:18.189
อธิบายอัลกอริทึมนี่เราจะเขียนได้ว่าอย่างไร

1355
01:30:18.190 --> 01:30:22.190
นะคะ ลองมาดูตัวอย่างของเรากัน

1356
01:30:22.192 --> 01:30:26.192
ต้มไข่

1357
01:30:26.193 --> 01:30:30.193
เห็นไหม วิธีการ

1358
01:30:30.197 --> 01:30:34.197
เขียนอัลกอริทึมเขียนได้หลายแบบเลย เหมือนที่เมื่อกี้

1359
01:30:34.199 --> 01:30:38.199
ถามเมื่อกี้ว่าทอดไข่เจียว

1360
01:30:38.202 --> 01:30:42.202
ทำอย่างไร แต่ละคนอธิบายไม่เหมือนกัน

1361
01:30:42.204 --> 01:30:46.204
สามารถเขียนได้หลายแบบ แบบอันนี้เขียนต้มไข่ไก่

1362
01:30:46.206 --> 01:30:50.206
ต้องการให้มันได้ออกมา ก็คือ

1363
01:30:50.207 --> 01:30:54.207
ไข่ต้มใช่ไหมคะ เราอยากได้ไข่ต้มนี่

1364
01:30:54.208 --> 01:30:58.208
อันดับแรก

1365
01:30:58.210 --> 01:31:02.210
ก็คือต้องต้มน้ำก่อน ใช่ไหม

1366
01:31:02.213 --> 01:31:06.213
ใช่ไหม เอาไข่ใส่ลงไปเลยใช่หรือเปล่า

1367
01:31:06.217 --> 01:31:10.217
แต่อันนี้บอกไว้เลยว่าต้มน้ำให้เดือด

1368
01:31:10.219 --> 01:31:14.219
รอ 10 นาที เปิดไฟ ติดเตา

1369
01:31:14.220 --> 01:31:18.220
มีปลอกไข่ด้วย แต่อันนี้บอก

1370
01:31:18.220 --> 01:31:22.220
ต้มน้ำใส่ไข่ รอ 5 นาที

1371
01:31:22.222 --> 01:31:26.222
ก็ได้ไข่ ได้ไข่เหมือนกันไม่ได้บอกว่าปอกไข่

1372
01:31:26.223 --> 01:31:30.223
ทีนี้ ก่อนที่เราจะเขียนได้

1373
01:31:30.224 --> 01:31:34.224
เราต้องรู้คุณสมบัติของมันก่อน

1374
01:31:34.225 --> 01:31:38.225
คุณสมบัติของอัลกอริทึม คุณสมบัติ

1375
01:31:38.226 --> 01:31:42.226
ข้อที่ 1.

1376
01:31:42.227 --> 01:31:46.227
มันจะต้องสร้างขึ้นจากกฎเกณฑ์

1377
01:31:46.228 --> 01:31:50.228
ให้มัน เห็นไหมคะ กฎเกณฑ์คืออะไร

1378
01:31:50.230 --> 01:31:54.230
วิธีการหรือกลุ่มขั้นตอน

1379
01:31:54.231 --> 01:31:58.231
กระบวนวิธีการคืออะไร

1380
01:31:58.232 --> 01:32:02.232
นะคะ ท

1381
01:32:02.234 --> 01:32:06.234
ที่เราจะทำอย่างไรก็แล้วแต่ คือให้มันเห็นขั้นตอน

1382
01:32:06.235 --> 01:32:10.235
ที่จะให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์ของไข่ต้ม 1 ฟอง

1383
01:32:10.237 --> 01:32:14.237
เราจะมีขั้นตอนอย่างไร

1384
01:32:14.239 --> 01:32:18.239
นั่นก็คือมีกฎ มีเกณฑ์ หรือมีขั้นตอนนั่นเอง

1385
01:32:18.240 --> 01:32:22.240
ทีนี้เขาบอกไว้ว่า กฎเกณฑ์ที่

1386
01:32:22.241 --> 01:32:26.241
สร้างอัลกอริทึมในข้อที่ 2 บอกว่า

1387
01:32:26.242 --> 01:32:30.242
ที่สร้างอัลกอริทึมต้องไม่คลุมเครือ

1388
01:32:30.244 --> 01:32:34.244
เมื่อกี้ เห็นไหมคะ เหมือนตอนภากรณ์อธิบาย

1389
01:32:34.244 --> 01:32:38.244
เนื่องจากภากรณ์ไม่เข้าใจภาษามือ อธิบาย

1390
01:32:38.246 --> 01:32:42.246
มันก็เลยเป็นคลุมเครือ

1391
01:32:42.263 --> 01:32:46.263
เหมือนบอกอะไรสีแดง ๆ นี่ พอถามบอกไม่ได้

1392
01:32:46.264 --> 01:32:50.264
เห็นไหมคะ คือ คลุมเครือ

1393
01:32:50.266 --> 01:32:54.266
คืออะไร ซึ่งถ้าเรา

1394
01:32:54.268 --> 01:32:58.268
คอมพิวเตอร์นี่มันจะทำตามสิ่งที่เราระบุลงไป

1395
01:32:58.270 --> 01:33:02.270
ลงไปเห็นไหมคะ มีระบบ มีระเบียนบ

1396
01:33:02.272 --> 01:33:06.272
อ่านแล้วไม่สับสน อ่านแล้ว

1397
01:33:06.273 --> 01:33:10.273
เข้าใจ

1398
01:33:10.275 --> 01:33:14.275
อ่านแล้วเข้าใจเสร็จแล้วทำอย่างไร

1399
01:33:14.276 --> 01:33:18.276
มาสู่ข้อที่ 3.

1400
01:33:18.277 --> 01:33:22.277
มันจะมาอะไรตอนนี้

1401
01:33:22.278 --> 01:33:26.278
คอมพิวเตอร์จะอัพเดตเสียแล้ว

1402
01:33:26.280 --> 01:33:30.280
การประมวลผลต้องเป็นไปตามลำดับที

1403
01:33:30.281 --> 01:33:34.281
ที่แน่นอน ต้องมีขั้นตอนที่แน่นอน

1404
01:33:34.287 --> 01:33:38.287
เพื่อให้คอมพิวเตอร์ทำงาน เห็นไหมคะ ก็คือ

1405
01:33:38.288 --> 01:33:42.288
เหมือนจะทำไข่ต้มได้มันต้องต้มน้ำ

1406
01:33:42.290 --> 01:33:46.290
เพราะต้องมีน้ำร้อนถูกต้องไหม มันต้องมีน้ำร้อน

1407
01:33:46.291 --> 01:33:50.291
ใช่ไหมคะ จึงจะเป็นกระบวนการต้มไข่

1408
01:33:50.291 --> 01:33:54.291
เด็ก ๆ ไม่บอกว่าต้มน้ำนี่ เด็ก ๆ เอาไข่ใส่น้ำ

1409
01:33:54.292 --> 01:33:58.292
น้ำนั่นจะเป็นน้ำเย็น มันจะไม่เป็นไข่ต้ม

1410
01:33:58.293 --> 01:34:02.293
แน่นอน ก็คือไข่แช่น้ำอย่างนี้

1411
01:34:02.295 --> 01:34:06.295
เราต้องระบุลงไปด้วยว่านัำที่ใช้คืออย่างไร

1412
01:34:06.296 --> 01:34:10.296
น้ำเย็น น้ำต้ม มีขึ้นตอน

1413
01:34:10.297 --> 01:34:14.297
มันก็ต้องต้มใช่ไหม อย่างนี้

1414
01:34:14.303 --> 01:34:18.303
เป็นไปตามลำดับขั้นตอน อยู่ดี ๆ

1415
01:34:18.304 --> 01:34:22.304
เองได้ไหม ไม่ได้ใช่ไหมคะ

1416
01:34:22.306 --> 01:34:26.306
ถึงจะเป็นน้ำร้อน เห็นไหมคะ

1417
01:34:26.308 --> 01:34:30.308
มีขั้นตอนแล้วต้องให้ได้

1418
01:34:30.309 --> 01:34:34.309
ผลลัพธ์ตามที่กำหนดเห็นไหมคะ เพราะสิ่งที่

1419
01:34:34.310 --> 01:34:38.310
อยากได้ ก็คือไข่ต้ม

1420
01:34:38.312 --> 01:34:42.312
ถ้าเด็ก ๆ ไม่ทำให้น้ำร้อน

1421
01:34:42.313 --> 01:34:46.313
ถ้าสมมติต้มแค่ 3 นาที

1422
01:34:46.314 --> 01:34:50.314
ไหม 3 นาทีได้แค่ไข่ลวก

1423
01:34:50.316 --> 01:34:54.316
ไข่ลวก ขึ้นอะไรตอนนี้นี่

1424
01:34:54.317 --> 01:34:58.317
ไข่ลวกใช่ไหมคะ ไม่เป็นไข่ต้ม

1425
01:34:58.318 --> 01:35:02.318
ต้องมาดูที่ผลลัพธ์ ต้องมาดูสิ่งที่

1426
01:35:02.319 --> 01:35:06.319
ถ้า 3 นาทีได้ไข่ลวก แต่ถ้าต้มนี่

1427
01:35:06.320 --> 01:35:10.320
มันต้องนานมากกว่า 2 นาที

1428
01:35:10.321 --> 01:35:14.321
ในตัวอย่าง ถึงได้บอกว่า ระบุว่าต้องต้มกี่นาที

1429
01:35:14.322 --> 01:35:18.322
เห็นไหมต้องบอกด้วยว่าต้องต้มกี่นาที

1430
01:35:18.322 --> 01:35:22.322
ไข่ใส่น้ำร้อน 1 นาทีเป็นไข่ลวก

1431
01:35:22.323 --> 01:35:26.323
หรือยัง ยัง ความร้อนยังไม่น่าจะได้

1432
01:35:26.323 --> 01:35:30.323
อย่างนี้เป็นต้นนะคะ เสร็จแล้วอะไร

1433
01:35:30.324 --> 01:35:34.324
ต้องมีจุดสิ้นสุด ก็คือ เวลา

1434
01:35:34.325 --> 01:35:38.325
เขียนนี่ อยู่ ๆ บอกต้มไข่ไม่ได้ ต้องมี

1435
01:35:38.326 --> 01:35:42.326
จุดเริ่มแล้วก็มีจุดสิ้นสุด ก็คือ

1436
01:35:42.327 --> 01:35:46.327
มี Start แล้วก็มี End End ก็คือสิ้นสุด

1437
01:35:46.329 --> 01:35:50.329
เวลาอัลกอริทึ่ม

1438
01:35:50.330 --> 01:35:54.330
ทีนี้ลองมาดู

1439
01:35:54.330 --> 01:35:58.330
คุณสมบัติที่เด็ก ๆ จะต้องจำ

1440
01:35:58.332 --> 01:36:02.332
1.

1441
01:36:02.333 --> 01:36:06.333
ความถูกต้องมันต้องมีความถูกต้อง

1442
01:36:06.334 --> 01:36:10.334
เช่น ต้องการไข่ต้ม สิ่งที่ถูกต้อง

1443
01:36:10.336 --> 01:36:14.336
ดูจากผลลัพธ์จากสิ่งที่เราได้ออกมา

1444
01:36:14.337 --> 01:36:18.337
ก็คือ เช่น

1445
01:36:18.338 --> 01:36:22.338
อยากได้ไข่ต้มทำอย่างไร อยากได้ไข่เจียวทำอย่างไร ไข่เจียว

1446
01:36:22.339 --> 01:36:26.339
กับไข่ต้ม วิธีการต่างกัน

1447
01:36:26.341 --> 01:36:30.341
นั่นก็คือวิธีการเช็กความถูกต้องก่อน

1448
01:36:30.343 --> 01:36:34.343
คืออะไร

1449
01:36:34.344 --> 01:36:38.344
เหมือนไข่ในน้ำร้อน ถ้าไข่ต้มนี่

1450
01:36:38.346 --> 01:36:42.346
เพราะฉะนั้น ต้องใช้เวลากี่นาที

1451
01:36:42.347 --> 01:36:46.347
ถูกไหม ถ้าไข่อยู่ในน้ำร้อน 3 นาทีไม่เรียกว่าเป็นไข่ต้ม

1452
01:36:46.348 --> 01:36:50.348
ถูกไหม มันจะเป็นไข่ลวก ถูกไหม

1453
01:36:50.350 --> 01:36:54.350
อย่างนี้เป็นต้น ต้องมีความถูกต้องนะคะ

1454
01:36:54.351 --> 01:36:58.351
ต้องอ่านง่าย อ่านง่ายในที่นี้

1455
01:36:58.351 --> 01:37:02.351
อธิบายเหมือนเมื่อกี้ที่เด็ก ๆ อธิบายขั้นตอน

1456
01:37:02.352 --> 01:37:06.352
อย่างวาริศา วาริศาอธิบายละเอียดนะคะ

1457
01:37:06.354 --> 01:37:10.354
อธิบายดีด้วย ตอกไข่ แล้วก็ตีไข่

1458
01:37:10.355 --> 01:37:14.355
เห็นไหมคะ ตอนทำไข่เจียวน่ะค่ะ

1459
01:37:14.356 --> 01:37:18.356
อ่านแล้วเข้าใจเลยว่า

1460
01:37:18.357 --> 01:37:22.357
ด้วยนะ ไข่มันจะต้องโดนตี

1461
01:37:22.357 --> 01:37:26.357
เพราะไข่ในน้ำมันนี่ ทอดไข่ในน้ำมัน

1462
01:37:26.359 --> 01:37:30.359
แต่ไข่ดาวไม่ต้องตีไข่ให้แตกใช่ไหมคะ

1463
01:37:30.515 --> 01:37:34.515
ใช่ไหมคะ แค่ตอกไข่ใส่ลงไป 1 ฟอง

1464
01:37:34.525 --> 01:37:38.525
เพราะฉะนั้น เมื่ออ่านออกมาแล้วนี่

1465
01:37:38.527 --> 01:37:42.527
คืออะไร นะคะ

1466
01:37:42.528 --> 01:37:46.528
คุณสมบัติต่อมา ต้องปรับปรุงได้

1467
01:37:46.529 --> 01:37:50.529
Is of offidication ปรับปรุง

1468
01:37:50.530 --> 01:37:54.530
ในอนาคต ก็คือสามารถปรับปรุงหรือดัดแปลงได้

1469
01:37:54.531 --> 01:37:58.531
นะคะ เช่น เหมือนเมื่อกี้

1470
01:37:58.533 --> 01:38:02.533
ของปรับปรุงเช่นไข่เจียวของ

1471
01:38:02.536 --> 01:38:06.536
ภากร ภากรบอกใส่

1472
01:38:06.538 --> 01:38:10.538
ภากรณ์บอกใส่หมูสับเข้าไปด้วย ในอนาคต

1473
01:38:10.539 --> 01:38:14.539
เราต้องเป็นไข่เจียวหมูสับ

1474
01:38:14.540 --> 01:38:18.540
ก็ปรับปรุงได้ลักษณะนี้

1475
01:38:18.541 --> 01:38:22.541
ใหม่ได้ Reuse abillity

1476
01:38:22.542 --> 01:38:26.542
นำกลับมาใช้ใหม่ได้

1477
01:38:26.543 --> 01:38:30.543
ก็คือเขียนใหม่แล้ว เอากลับมาใช้กี่ครั้งก็ได้ เพราะการ

1478
01:38:30.544 --> 01:38:34.544
เจียวไข่มันไม่ได้มีอะไรพิศดารเลย

1479
01:38:34.545 --> 01:38:38.545
ใช่ไหมคะ ขั้นตอนมันมาเป็นอย่างไร

1480
01:38:38.546 --> 01:38:42.546
คนนี้เอาไปใช้ก็ได้ ใช้ซ้ำได้

1481
01:38:42.547 --> 01:38:46.547
วิธีการมันเหมือนกัน เอามาใช้ด้วยกันได้

1482
01:38:46.548 --> 01:38:50.548
และต้องมีประสิทธิภาพ

1483
01:38:50.549 --> 01:38:54.549
ประสิทธิภาพอย่างไร เหมือนถ้าอธิบายดี ๆ เหมือนวาริศานี่

1484
01:38:54.549 --> 01:38:58.549
เห็นไหม วาริศาบอกกระทั่งว่าน้ำมันจะต้องร้อนนะคะ

1485
01:38:58.550 --> 01:39:02.550
ถึงค่อยใส่ไข่ลงไป ไข่จะได้ฟู ๆ

1486
01:39:02.552 --> 01:39:06.552
ฟู ๆ ใช่ไหมคะ อย่างนี้เป็นต้น

1487
01:39:06.553 --> 01:39:10.553
ประสิทธิภาพของการทำงานด้วยอย่างนี้เห็นไหมคะ

1488
01:39:10.554 --> 01:39:14.554
นั่นคือต้องมีคุณสมบัติพวกนี้

1489
01:39:14.554 --> 01:39:18.554
ทีนี้ก่อนจะเขียนได้นี่

1490
01:39:18.556 --> 01:39:22.556
ก่อนจะเขียนได้นี่มันต้องมาดูเกณฑ์ประสิทธิภาพ

1491
01:39:22.557 --> 01:39:26.557
เวลาเขียนนี่

1492
01:39:26.559 --> 01:39:30.559
สังเกตที่เขียนไว้ อัลกอริธึม

1493
01:39:30.561 --> 01:39:34.561
ไข่ต้มอันที่ 1 ไข่ต้มอันที่ 2

1494
01:39:34.562 --> 01:39:38.562
ในการดำเนินการน้อยที่สุด

1495
01:39:38.563 --> 01:39:42.563
จับเวลาอะไรทุกอย่างนี่นะคะ ก็คือ

1496
01:39:42.565 --> 01:39:46.565
ขั้นตอนที่มันมีขั้นตอนน้อย

1497
01:39:46.566 --> 01:39:50.566
แต่สามารถครอบคลุมวิธีการ เหมือนที่บอก ไข่

1498
01:39:50.569 --> 01:39:54.569
ต้มนี่นะคะ เราจะทำไข่ต้มนี่ใช้น้ำอะไร

1499
01:39:54.570 --> 01:39:58.570
มันต้องใช้อะไร ใช้น้ำเปล่าไม่ได้ใช่ไหมคะ

1500
01:39:58.571 --> 01:40:02.571
ร้อนแล้วใช้เวลาเท่าไร

1501
01:40:02.572 --> 01:40:06.572
เห็นไหมคะ น้ำธรรมดาไม่สามารถทำให้เกิดไข่ต้มได้

1502
01:40:06.573 --> 01:40:10.573
ใช่ไหมนะคะ แต่ไม่จำเป็นต้องมา

1503
01:40:10.574 --> 01:40:14.574
เปิดเตาปิดเตาเพราะอะไร เพราะ

1504
01:40:14.575 --> 01:40:18.575
บอกแล้วว่าลดขึ้นตอน ก็คือเราบอกว่าลดขั้นตอน

1505
01:40:18.577 --> 01:40:22.577
นั่นหมายถึงเราต้องเปิดเตา หรือบางที

1506
01:40:22.579 --> 01:40:26.579
บางคนไม่ได้ใช้เตาแก๊ส

1507
01:40:26.580 --> 01:40:30.580
บางคนใช้เตาถ่าน บางคนใช้กระทะไฟฟ้า

1508
01:40:30.581 --> 01:40:34.581
แต่สิ่งที่จะทำให้

1509
01:40:34.582 --> 01:40:38.582
น้ำร้อนก็คือการต้ม ไปลดขั้นตอนที่

1510
01:40:38.583 --> 01:40:42.583
ไม่จำเป็นนะคะ ต้องใช้หน่วยความจำน้อย

1511
01:40:42.584 --> 01:40:46.584
เพราะอะไร คอมพิวเตอร์

1512
01:40:46.585 --> 01:40:50.585
ใช้พื้นที่ ก็คือหน่วยความจำน้อยเกิดจากอะไร

1513
01:40:50.586 --> 01:40:54.586
เกิดจากการเขียน Coding ยิ่ง Coding น้อย ๆ

1514
01:40:54.587 --> 01:40:58.587
นะคะ พอเราเขียนอัลกอริทึม

1515
01:40:58.588 --> 01:41:02.588
ไม่ยืดเยื้อ ไม่ยาวเกินไปนี่ โค้ด

1516
01:41:02.589 --> 01:41:06.589
โปรแกรมที่เราจะเขียนออกมา

1517
01:41:06.590 --> 01:41:10.590
ไม่มีความยาวมาก มันก็จะเป็นการใช้หน่วยความจำน้อยที่สุด

1518
01:41:10.590 --> 01:41:14.590
เห็นไหมะคะ ก็คือการเขียนโค้ดน้อย

1519
01:41:14.591 --> 01:41:18.591
พื้นที่จัดเก็บของคอมพิวเตอร์ 1 Byte

1520
01:41:18.592 --> 01:41:22.592
เท่ากับกี่บิตอะไรพวกนี้ นั่นคือพื้นที่

1521
01:41:22.593 --> 01:41:26.593
มันจะไปกินหน่วยความจำค่ะ เมื่อเรากด

1522
01:41:26.594 --> 01:41:30.594
1 ตัวอักษรหรือกดเมาส์ 1 ครั้ง

1523
01:41:30.595 --> 01:41:34.595
มันจะใช้หน่วยความจำไปแล้ว ถูกไหมคะ

1524
01:41:34.596 --> 01:41:38.596
ต้องให้มีการใช้หน่วยความจำน้อยที่สุด อัลกอริธึม

1525
01:41:38.596 --> 01:41:42.596
ต้องมีความยืดหยุ่น ยืดหยุ่นอย่างไร ต้องสามารถปรับได้

1526
01:41:42.598 --> 01:41:46.598
นะคะ เช่น ขั้นตอนนี้

1527
01:41:46.599 --> 01:41:50.599
สามารถเพิ่มหรือลดขั้นตอน

1528
01:41:50.600 --> 01:41:54.600
ที่เราเขียนน่ะได้นะคะ บางขั้นตอน

1529
01:41:54.600 --> 01:41:58.600
ไม่จำเป็นเอาออกก็ได้ ใช้เวลา

1530
01:41:58.601 --> 01:42:02.601
ในการพัฒนาน้อยที่สุด

1531
01:42:02.605 --> 01:42:06.605
เห็นไหมส่วนใหญ่มันจะเกี่ยวข้องกับเวลา

1532
01:42:06.605 --> 01:42:10.605
ต้องเขียนให้สั้น กะทัดรัดนั่นเองนะคะ

1533
01:42:10.605 --> 01:42:14.605
แล้วก็ต้องง่ายต่อความเข้าใจ ก็คือ

1534
01:42:14.605 --> 01:42:18.605
พอเขียนแล้ว ที่บอก Re useable

1535
01:42:18.606 --> 01:42:22.606
เอาไปใช้ด้วยได้ ก็คือ

1536
01:42:22.606 --> 01:42:26.606
มันจะทำอย่างนี้ อย่างนี้นะคะ

1537
01:42:26.607 --> 01:42:30.607
มันก็จะต้องเขียนให้คนอื่นเอาไปเขียนต่อได้

1538
01:42:30.608 --> 01:42:34.608
เขียนอัลกอริทึม คือ ไม่ต้องไปอธิบาย

1539
01:42:34.612 --> 01:42:38.612
นี่จะทำอย่างนี้ต้องทำอย่างนี้

1540
01:42:38.614 --> 01:42:42.614
ทีนี้ เ

1541
01:42:42.615 --> 01:42:46.615
เราจะเขียนได้อย่างไร เราจะต้องไปวิเคราะห์

1542
01:42:46.616 --> 01:42:50.616
งานที่เด็ก ๆ จะต้องไปทำนะคะ

1543
01:42:50.618 --> 01:42:54.618
ให้เด็ก ๆ ดูว่า

1544
01:42:54.619 --> 01:42:58.619
เห็นสไลด์หน้านี้นะ สไลด์ที่

1545
01:42:58.620 --> 01:43:02.620
ข้างบนที่บอกว่า Input คืออะไร Output คืออะไร Process คืออะไร

1546
01:43:02.622 --> 01:43:06.622
นั่นก็คือหมายถึง

1547
01:43:06.623 --> 01:43:10.623
ในขั้นตอนนี้ ต้มน้ำให้เดือดนี่

1548
01:43:10.624 --> 01:43:14.624
ให้เด็ก ๆ เขียนว่ามันเป็น Input

1549
01:43:14.625 --> 01:43:18.625
ให้เด็ก ๆ ลองวิเคราะห์ว่า แต่ละส่วนที่แม่

1550
01:43:18.626 --> 01:43:22.626
เขียนลงมาในนี้อะไรคือ

1551
01:43:22.628 --> 01:43:26.628
Input อะไรคือ Process เห็นไหมคะ

1552
01:43:26.628 --> 01:43:30.628
เป็น Input Process

1553
01:43:30.629 --> 01:43:34.629
Input หรือ Output หรือ Process

1554
01:43:34.629 --> 01:43:38.629
Input Process หรือ Output

1555
01:43:38.631 --> 01:43:42.631
Process หรือ Output ตอกไข่เป็น Input Pr

1556
01:43:42.632 --> 01:43:46.632
ผลลัพธ์คืออะไร เราจะได้อะไรออกมา

1557
01:43:46.633 --> 01:43:50.633
อันนี้ให้ตอบนะคะ ว่า

1558
01:43:50.634 --> 01:43:54.634
สิ่งที่ทำไปนี่ออกมาแล้วผลลัพธ์มันจะออกมาเป็นอะไร

1559
01:43:54.635 --> 01:43:58.635
นึกออกนะ

1560
01:43:58.636 --> 01:44:02.636
ตัวนี้ทำส่ง

1561
01:44:02.637 --> 01:44:06.637
ใน Google Classroom เรา เดี๋ยวจะเอา

1562
01:44:06.638 --> 01:44:10.638
งานนี้เข้าไปใส่ไว้ใน Classroom

1563
01:44:10.639 --> 01:44:14.639
นะคะ แล้วเด็ก ๆ พิมพ์นะคะ

1564
01:44:14.640 --> 01:44:18.640
พิมพ์นะคะ จะได้ว่าการต้มน้ำเดือดนี่

1565
01:44:18.640 --> 01:44:22.640
ลองวิเคราะห์ดูว่า Input Output หรือ Process

1566
01:44:22.642 --> 01:44:26.642
หรือเป็น Output เพราะเราจะต้องรู้

1567
01:44:26.643 --> 01:44:30.643
รู้ว่าสิ่งที่เราจะใส่ให้คอมพิวเตอร์

1568
01:44:30.644 --> 01:44:34.644
ใน 3 ส่วนนี้ สิ่งที่อธิบายด้วยการบรรยาย

1569
01:44:34.645 --> 01:44:38.645
ต้มน้ำให้เดือด เป็นกระบวนการไหน

1570
01:44:38.646 --> 01:44:42.646
เป็นกระบวนการของ Input เป็น

1571
01:44:42.647 --> 01:44:46.647
Process หรือเป็นกระบวนการของ Output

1572
01:44:46.649 --> 01:44:50.649

1573
01:44:50.650 --> 01:44:54.650
เข้าใจไหมคะ ทำเป็นการบ้าน ส่ง

1574
01:44:54.651 --> 01:44:58.651
ใน Class

1575
01:44:58.652 --> 01:45:02.652
ศิริรัตน์ ศิริรัตน์เข้าใจไหมลูก

1576
01:45:02.653 --> 01:45:06.653
เข้าใจงานที่สั่งไหม

1577
01:45:06.656 --> 01:45:10.656
ให้ดูจากสไลด์เมื่อกี้นะ

1578
01:45:10.657 --> 01:45:14.657
แล้วข้างบนน่ะมันจะมีบอก Input Process หรือ Output

1579
01:45:14.659 --> 01:45:18.659
Process หรือ Output

1580
01:45:18.661 --> 01:45:22.661
ให้สิริรัตน์เขียนว่าต้มน้ำให้เดือดนี่

1581
01:45:22.662 --> 01:45:26.662
Input Output หรือเป็น Process

1582
01:45:26.663 --> 01:45:30.663
เข้าใจไหมลูก

1583
01:45:30.664 --> 01:45:34.664
เรามีสไลด์อยู่ใน Class

1584
01:45:34.665 --> 01:45:38.665
เข้าใจนะ เด็ก ๆ ทุกคนไปย้อนดูเนื้อหาได้นะะค

1585
01:45:38.666 --> 01:45:42.666
ที่อธิบายไว้ว่า Input คือกระบวนการอะไร

1586
01:45:42.667 --> 01:45:46.667
Output คือ กระบวนการอะไร

1587
01:45:46.668 --> 01:45:50.668
คือกระบวนการอะไร ให้ลองเขียนนะคะ

1588
01:45:50.669 --> 01:45:54.669
เพื่อจะได้รู้ว่าในความเข้าใจของเด็ก ๆ นี่

1589
01:45:54.670 --> 01:45:58.670
ถ้าขั้นตอนนี้ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์นี่

1590
01:45:58.671 --> 01:46:02.671
คำบรรยายเป็นภาษาไทยนี่ คอมพิวเตอร์

1591
01:46:02.672 --> 01:46:06.672
จะประมวลผลนี่ มันจะเป็นส่วนของ Input

1592
01:46:06.673 --> 01:46:10.673
หรือ Process หรือ Output

1593
01:46:10.674 --> 01:46:14.674
นะคะ มีใครสงสัยให้ถาม

1594
01:46:14.674 --> 01:46:18.674

1595
01:46:18.676 --> 01:46:22.676
เห็นไหม คือ

1596
01:46:22.678 --> 01:46:26.678
ขั้นตอนที่อยู่ข้างบนน่ะ

1597
01:46:26.679 --> 01:46:30.679
เอามาใส่ในช่องของข้อความ

1598
01:46:30.680 --> 01:46:34.680
ไว้ว่าต้มน้ำให้เดือดนี่ เด็ก ๆ คิดว่ามันจะเป็น

1599
01:46:34.681 --> 01:46:38.681
Input หรือจะเป็น Process หรือจะเป็น Output

1600
01:46:38.682 --> 01:46:42.682
ก็คือเด็ก ๆ ต้องมาวิเคราะห์ก่อนว่า ส่วนนี้

1601
01:46:42.683 --> 01:46:46.683
เด็ก ๆ คิดว่าเป็นการรับข้อมูล

1602
01:46:46.684 --> 01:46:50.684
หรือการแสดงผลลัพธ์นะคะ

1603
01:46:50.684 --> 01:46:54.684
เพราะตอนนี้ต้องนึก

1604
01:46:54.686 --> 01:46:58.686
ต้องจำลองตัวเองเป็นคอมพิวเตอร์ไปด้วย

1605
01:46:58.686 --> 01:47:02.686
เราจะเขียนโปรแกรมได้ เราต้องรู้ว่าคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร

1606
01:47:02.687 --> 01:47:06.687
เพราะฉะนั้น ถ้าเราจะรู้ว่าคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร

1607
01:47:06.690 --> 01:47:10.690
นะคะ

1608
01:47:10.692 --> 01:47:14.692
ต้องสมมติตัวเอง ถ้าฉันเป็นคอมนะนี่

1609
01:47:14.693 --> 01:47:18.693
ถ้าฉันเอาตัวนี้เข้ามา

1610
01:47:18.695 --> 01:47:22.695
สิ่งที่ฉันเอาเข้ามาคืออะไร

1611
01:47:22.698 --> 01:47:26.698

1612
01:47:26.699 --> 01:47:30.699
โอ.เค. ไหมคะ ถ้าโอ.เค. สัปดาห์นี้เราจะ

1613
01:47:30.700 --> 01:47:34.700

1614
01:47:34.701 --> 01:47:38.701

1615
01:47:38.701 --> 01:47:42.701
สันติภาพเข้าใจไหมลูก

1616
01:47:42.703 --> 01:47:46.703
ลอง ลองดู ลองคิด บอกแล้วนะ

1617
01:47:46.704 --> 01:47:50.704
เราต้องนึกว่าเราเป็นคอมพิวเตอร์ใช่ไหม

1618
01:47:50.705 --> 01:47:54.705
สันติภาพใช้จินตนาการ

1619
01:47:54.706 --> 01:47:58.706
เด็กตาใช้จินตนาการได้

1620
01:47:58.707 --> 01:48:02.707
ถ้าฉันเป็นคอมฯ นะ

1621
01:48:02.708 --> 01:48:06.708
สิ่งที่เรียกว่า Input สำหรับคอมพิวเตอร์มันคืออะไร

1622
01:48:06.709 --> 01:48:10.709
ไปย้อนอ่านสไลด์ดูก่อน

1623
01:48:10.710 --> 01:48:14.710
นะคะ ส่วนของ Input คืออะไร

1624
01:48:14.711 --> 01:48:18.711
แล้วก็ส่วนของ Output คืออะไร เด็ก ๆ จะ

1625
01:48:18.711 --> 01:48:22.711
เห็นเลยว่า น่าจะ ตัวนี้น่าจะเป็น Input นะ

1626
01:48:22.711 --> 01:48:26.711
ตัวนี้น่าจะเป็น Process นะ ตัวนี้น่าจะเป็น Output

1627
01:48:26.713 --> 01:48:30.713
อย่างนี้นะคะ

1628
01:48:30.714 --> 01:48:34.714
มันจะ ลอง ลองใส่ดู

1629
01:48:34.716 --> 01:48:38.716
นะ ลอง ๆ

1630
01:48:38.717 --> 01:48:42.717
คือ วิธีการมันเหมือนจะเป็นการจับคู่น่ะ

1631
01:48:42.718 --> 01:48:46.718
แต่ไม่ทำให้ดูเป็นการจับคู่

1632
01:48:46.720 --> 01:48:50.720
ว่าข้อนี้มันจะเป็น Input

1633
01:48:50.728 --> 01:48:54.728
หรือจะเป็น Output เลือกมาตอบ

1634
01:48:54.729 --> 01:48:58.729
มาตอบ เพียงแต่ว่าเลือกลงถูกหรือผิด

1635
01:48:58.730 --> 01:49:02.730
นะคะ

1636
01:49:02.731 --> 01:49:06.731
แล้วเราทำส่งใน classroom

1637
01:49:06.731 --> 01:49:10.731
ห้องเรียนเราน่ะ จำได้นะ เดี๋ยวจะส่ง

1638
01:49:10.734 --> 01:49:14.734
ส่งตัวงานเข้าไป

1639
01:49:14.735 --> 01:49:18.735
มีใครสงสัยอะไรอีกไหม

1640
01:49:18.736 --> 01:49:22.736
เอกสารอยู่ใน Classroom เรานะคะ

1641
01:49:22.737 --> 01:49:26.737
ไปเปิดดูย้อนหลังได้ ส่วนตัวงาน

1642
01:49:26.738 --> 01:49:30.738
เดี๋ยวจะเอาส่งเข้า...

1643
01:49:30.739 --> 01:49:34.739
เพิ่มให้ตอนท้ายคาบ

1644
01:49:34.741 --> 01:49:38.741
ใน google drive เลย

1645
01:49:38.742 --> 01:49:42.742
โอ.เค. ค่ะ ถ้าอย่างนั้นสัปดาห์นี้

1646
01:49:42.743 --> 01:49:46.743
ขอจบการนำเสนอ

1647
01:49:46.745 --> 01:49:50.745
เพียงเท่านี้

1648
01:49:50.746 --> 01:49:54.746
สวัสดีเด็ก ๆ ทุก ๆ คน ขอบใจมากค่ะ

1649
01:49:54.747 --> 01:49:58.747
(ล่าม) ขอบคุณค่ะ อาจารย์ (อาจารย์) สวัสดีค่ะ

1650
01:49:58.750 --> 01:50:02.750

1651
01:50:02.751 --> 01:50:06.751
ทดลองอะไรอีกไหม

1652
01:50:06.752 --> 01:50:10.752

1653
01:50:10.753 --> 01:50:14.753

1654
01:50:14.755 --> 01:50:18.755

1655
01:50:18.771 --> 01:50:22.771

1656
01:50:22.776 --> 01:50:26.776

1657
01:50:26.778 --> 01:50:30.778

1658
01:50:30.780 --> 01:50:34.780

1659
01:50:34.783 --> 01:50:38.783
[สิ้นสุดการถอดความ]

1660
01:50:38.784 --> 01:50:42.784

1661
01:50:42.785 --> 01:50:46.785

1662
01:50:46.788 --> 01:50:50.788

1663
01:50:50.790 --> 01:50:50.794


