﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:04.000

2
00:00:04.005 --> 00:00:08.005

3
00:00:08.008 --> 00:00:12.008

4
00:00:12.009 --> 00:00:16.009
ตายแล้ว

5
00:00:16.010 --> 00:00:20.010

6
00:00:20.013 --> 00:00:24.013

7
00:00:24.015 --> 00:00:28.015
ที่ 3 ตรงนี้นะคะ

8
00:00:28.017 --> 00:00:32.017
ถ้าเท็จแล้วจริง แล้วให้เป็นจริงนะคะ

9
00:00:32.019 --> 00:00:36.019

10
00:00:36.020 --> 00:00:40.020

11
00:00:40.021 --> 00:00:44.021
แล้วให้เป็นเท็จ

12
00:00:44.024 --> 00:00:48.024
ตัวนี้

13
00:00:48.026 --> 00:00:52.026
หลักการคิดง่าย ๆ นะคะ

14
00:00:52.028 --> 00:00:56.028
คอลัมน์ที่ 2 กับ คอลัมน์ที่ 3

15
00:00:56.030 --> 00:01:00.030
มันจะมี

16
00:01:00.032 --> 00:01:04.032
คิดอย่างนี้นะคะ

17
00:01:04.033 --> 00:01:08.033

18
00:01:08.035 --> 00:01:12.035
ถ้าคนคนหนึ่งเป็นคนไม่ดี ถ้าคนคนหนึ่งเป็นคนไม่ดี

19
00:01:12.038 --> 00:01:16.038
เป็นเท็จ แต่แล้วสุดท้าย

20
00:01:16.039 --> 00:01:20.039
แล้วสุดท้ายนี่ เขากลับใจ

21
00:01:20.041 --> 00:01:24.041
เขากลับใจเป็นคนดี "คนดี" ก็คือจริง

22
00:01:24.042 --> 00:01:28.042
เขาเป็นคนดี ไม่เป็นจริง

23
00:01:28.043 --> 00:01:32.043
ให้เป็นจริง หลักการง่าย ๆ นะคะ

24
00:01:32.044 --> 00:01:36.044
ถ้าเริ่มต้นเข้าเป็นคนไม่ดี แต่สุดท้ายเขากลับใจ

25
00:01:36.045 --> 00:01:40.045
เขายอมรับเป็นคนดี แต่

26
00:01:40.046 --> 00:01:44.046
ถ้าเกิดเริ่มต้นเขาเป็นคนดี

27
00:01:44.047 --> 00:01:48.047
เป็นคนดีนะคะ แล้วสุดท้ายเขาเป็นคนไม่ดี

28
00:01:48.048 --> 00:01:52.048
เราจะยอมรับไม่ได้นะคะ ให้เขาเป็นเท็จเลย

29
00:01:52.052 --> 00:01:56.052
จำง่าย ๆ นะคะ หลักการจำง่าย ๆ

30
00:01:56.055 --> 00:02:00.055
ถ้าเขาเป็นคนไม่ดีเขาเป็น F

31
00:02:00.055 --> 00:02:04.055
แล้วสุดท้ายเขาเป็นคนดี

32
00:02:04.056 --> 00:02:08.056
เราจะให้ประโยคตรงนี้นี่เป็นจริงเลย

33
00:02:08.057 --> 00:02:12.057
ส่วนอันนี้ถ้าเริ่มต้นเขาเป็นคนดี

34
00:02:12.058 --> 00:02:16.058
ให้เป็นจริงนี่ล่ะ แล้วสุดท้ายเขาเป็นคนไม่ดีเขาเป็น F

35
00:02:16.062 --> 00:02:20.062
ถ้าจริงแล้วเท็จจะเป็นเท็จ

36
00:02:20.063 --> 00:02:24.063
จำง่าย ๆ อย่างนี้นะคะ

37
00:02:24.065 --> 00:02:28.065
ต่อไปทวน ๆ อันเดิมอยู่นะคะ

38
00:02:28.066 --> 00:02:32.066
ต่อไปประโยค

39
00:02:32.067 --> 00:02:36.067
ก็ต่อเมื่อจะมีค่าเป็นจริงเป็นจริง ซ้ายมือนี่

40
00:02:36.068 --> 00:02:40.068
มีค่าความจริงที่มันตรงกันนะคะ

41
00:02:40.069 --> 00:02:44.069
ตรงกันก็เราก็ดูได้เลย จริง

42
00:02:44.070 --> 00:02:48.070
ตายแล้ว

43
00:02:48.072 --> 00:02:52.072
ครูคิดผิดนะคะ นักศึกษาแป๊บหนึ่ง

44
00:02:52.072 --> 00:02:56.072

45
00:02:56.073 --> 00:03:00.073
ตัวนี้นะคะ จริง

46
00:03:00.074 --> 00:03:04.074
จริงก็ต่อเมื่อจริง มันตรงกัน

47
00:03:04.076 --> 00:03:08.076
ซ้ายมือกับขวามือมันตรงกัน

48
00:03:08.077 --> 00:03:12.077
เป็นอันเดียวกัน ก็แสดงว่ามีนมีค่าความจริงเป็นจริง

49
00:03:12.078 --> 00:03:16.078
ส่วนอันที่ 2 จริงก็ต่อเมื่อ

50
00:03:16.079 --> 00:03:20.079
เท็จ ตรงนี้นะคะ

51
00:03:20.079 --> 00:03:24.079
จริงก็ต่อเมื่อเท็จ

52
00:03:24.081 --> 00:03:28.081
เครื่องหมายมันต่างกัน มันไม่เหมือนกัน อันหนึ่งเป็นจริ อันหนึ่งเป็นเท็จ ฃ

53
00:03:28.083 --> 00:03:32.083
อย่างนั้นไม่ตรงกันนะคะ ก็ต่อเมื่อ

54
00:03:32.083 --> 00:03:36.083
ตรงนี้จะกลายเป็นเท็จทันที

55
00:03:36.084 --> 00:03:40.084

56
00:03:40.085 --> 00:03:44.085
ดูแถวที่ 3 นะคะ

57
00:03:44.089 --> 00:03:48.089
เท็จก็ต่อเมื่อจริง มันไม่เหมือนกัน

58
00:03:48.090 --> 00:03:52.090
อีกแล้ว ก็แสดงว่าตรงนี้เป็นเท็จ

59
00:03:52.091 --> 00:03:56.091

60
00:03:56.093 --> 00:04:00.093
อันสุดท้ายนะคะ ตรงนี้

61
00:04:00.094 --> 00:04:04.094
เท็จก็ต่อเมื่อเท็จ

62
00:04:04.095 --> 00:04:08.095
ซ้ายมือกับขวามือค่าความจริงมันตรงกัน

63
00:04:08.096 --> 00:04:12.096
ดังนั้น ตรงนี้มีค่าความจริงเป็นจริง

64
00:04:12.097 --> 00:04:16.097
โอ.เค.

65
00:04:16.097 --> 00:04:20.097
ก็เป็นการทบทวนค่าตาราง

66
00:04:20.099 --> 00:04:24.099
ความจริงนะคะ ในกรณีที่เราจะมีค่าตัวเชื่อม

67
00:04:24.100 --> 00:04:28.100
4 ตัว ก็คือมีหรือ และ

68
00:04:28.103 --> 00:04:32.103
ก็ต่อเมื่อ แล้วลองมาดูประโยคบอกเล่านะคะ

69
00:04:32.105 --> 00:04:36.105
ในชีวิตประจำวันเรา ว่าประโยคนั้นมีค่าความ

70
00:04:36.106 --> 00:04:40.106
เป็นจริงหรือเท็จอย่างไร

71
00:04:40.108 --> 00:04:44.108
ประโยคขึ้นมานะคะ

72
00:04:44.110 --> 00:04:48.110

73
00:04:48.111 --> 00:04:52.111

74
00:04:52.112 --> 00:04:56.112

75
00:04:56.116 --> 00:05:00.116

76
00:05:00.118 --> 00:05:04.118

77
00:05:04.119 --> 00:05:08.119

78
00:05:08.120 --> 00:05:12.120

79
00:05:12.122 --> 00:05:16.122

80
00:05:16.125 --> 00:05:20.125

81
00:05:20.128 --> 00:05:24.128
ประโยคนี้

82
00:05:24.130 --> 00:05:28.130
จริงหรือเท็จ ประโยค

83
00:05:28.131 --> 00:05:32.131
โรค COVID-19 รักษาหายได้

84
00:05:32.144 --> 00:05:36.144
และ

85
00:05:36.146 --> 00:05:40.146
ใครเป็นแล้วจะไม่เป็นอีก

86
00:05:40.147 --> 00:05:44.147

87
00:05:44.149 --> 00:05:48.149
คิดนะคะ ว่าเอ๊ะประโยคนี้จะเป็นจริงหรือเท็จ

88
00:05:48.154 --> 00:05:52.154
เราก็มาแยกส่วนประกอบของประพจน์ ว่า

89
00:05:52.155 --> 00:05:56.155
ประพจน์ความรวมนี้ มันรวมด้วยประพจน์เชิงเดี่ยวอะไรบ้าง

90
00:05:56.158 --> 00:06:00.158
เราจะเห็นว่าประพจน์ที่ 1 คือ ตรงนี้นะคะ

91
00:06:00.159 --> 00:06:04.159
โรค COVID-19 ร

92
00:06:04.160 --> 00:06:08.160
รักษาหายได้ เชื่อมกับตัวเชื่อม

93
00:06:08.161 --> 00:06:12.161
อันนี้คือตัวเชื่อมและ

94
00:06:12.162 --> 00:06:16.162
ส่วนประพจน์

95
00:06:16.163 --> 00:06:20.163
ที่ 2 ก็คือข้อความนี้นะคะ ใครเป็นแล้ว

96
00:06:20.164 --> 00:06:24.164
จะไม่เป็นอีก

97
00:06:24.164 --> 00:06:28.164
เรามาดูประโยคที่ 1 สีเขียว

98
00:06:28.165 --> 00:06:32.165
ตรงนี้ โรค COVID-19 รักษา

99
00:06:32.166 --> 00:06:36.166
หายได้จริงหรือเท็จ จริงหรือเท็จเอ่ย

100
00:06:36.167 --> 00:06:40.167
(นักศึกษาชาย) จริงครับ (อาจารย์) ขอบคุณค่ะ ขอบคุณมาก

101
00:06:40.167 --> 00:06:44.167
เป็นจริงก็แสดงว่า

102
00:06:44.169 --> 00:06:48.169
จริง

103
00:06:48.173 --> 00:06:52.173
จริงเชื่อมด้วยและ ประโยค

104
00:06:52.174 --> 00:06:56.174
ที่เขียนด้วยสีเหลือง ใครเป็นแล้วจะไม่เป็นอีก จริงหรือเท็จคะ (นักศึกษาชาย)

105
00:06:56.175 --> 00:07:00.175
เท็จครับผม (อาจารย์) ขอบคุณค่ะ

106
00:07:00.177 --> 00:07:04.177
จริงและเท็จ ดังนั้น ประโยคนี้

107
00:07:04.179 --> 00:07:08.179
อะไรคะ และ (นักศึกษาชาย) จริงครับ

108
00:07:08.182 --> 00:07:12.182
(อาจารย์) ขอบคุณที่ตอบค่ะ

109
00:07:12.183 --> 00:07:16.183
ดีค่ะ มีส่วนร่วม จริง และเท็จ

110
00:07:16.187 --> 00:07:20.187
เท็จ และนี่ ถ้ามีค่าอันหนึ่งอันใด

111
00:07:20.188 --> 00:07:24.188
เป็นเท็จทันที แสดงว่าข้อความรวมนี้ทั้งหมดนี่

112
00:07:24.189 --> 00:07:28.189
มีค่าความจริงเป็นเท็จนะคะ

113
00:07:28.190 --> 00:07:32.190
อันนี้คือตัวอย่างที่เราจะไปวิเคราะห์

114
00:07:32.191 --> 00:07:36.191
อะไรมันจริงอะไรมันเท็จ

115
00:07:36.192 --> 00:07:40.192
มีข้อคำถามไหมคะ

116
00:07:40.193 --> 00:07:44.193
สามารถแชตมาได้นะคะ

117
00:07:44.193 --> 00:07:48.193

118
00:07:48.196 --> 00:07:52.196
โอ.เค. ถ้าไม่มีคำถาม

119
00:07:52.197 --> 00:07:56.197
เดี๋ยวครูจะทวนเนื้อหาถัดไปเลยนะคะ

120
00:07:56.199 --> 00:08:00.199

121
00:08:00.200 --> 00:08:04.200

122
00:08:04.202 --> 00:08:08.202
...

123
00:08:08.203 --> 00:08:12.203

124
00:08:12.212 --> 00:08:16.212

125
00:08:16.214 --> 00:08:20.214

126
00:08:20.217 --> 00:08:24.217

127
00:08:24.219 --> 00:08:28.219
ต่อไปนะคะ จะ

128
00:08:28.221 --> 00:08:32.221
ทบทวนการหาค่าความจริงของประโยคความรวม

129
00:08:32.222 --> 00:08:36.222
ที่มันเชื่อมด้วยตัวเชื่อม

130
00:08:36.223 --> 00:08:40.223
หลาย ๆ ตัวนะคะ เดี๋ยวครูจะยกตัวอย่าง

131
00:08:40.224 --> 00:08:44.224
ตัวนี้ยังทบทวนความรู้เดิมอยู่นะคะ

132
00:08:44.225 --> 00:08:48.225

133
00:08:48.227 --> 00:08:52.227
ถ้าให้ประพจน์ P มีค่า

134
00:08:52.228 --> 00:08:56.228
ความจริง

135
00:08:56.230 --> 00:09:00.230
เป็นจริงนะคะ

136
00:09:00.231 --> 00:09:04.231
ประพจน์ Q

137
00:09:04.233 --> 00:09:08.233
มีค่าความจริง

138
00:09:08.235 --> 00:09:12.235
เป็นเท็จ

139
00:09:12.235 --> 00:09:16.235
แล้วให้ R นะคะ

140
00:09:16.237 --> 00:09:20.237
แล้วให้ R นะคะ

141
00:09:20.238 --> 00:09:24.238
มีค่าความจริงเป็นจริง

142
00:09:24.239 --> 00:09:28.239
ให้หาค่าความจริงนะคะ

143
00:09:28.240 --> 00:09:32.240
จงหาค่า

144
00:09:32.241 --> 00:09:36.241
ความจริงของประโยคความรวมนี้

145
00:09:36.243 --> 00:09:40.243

146
00:09:40.244 --> 00:09:44.244

147
00:09:44.244 --> 00:09:48.244
เอาง่าย ๆ นะคะ

148
00:09:48.246 --> 00:09:52.246
มีตัวเชื่อม 2 ตัว

149
00:09:52.247 --> 00:09:56.247
P หรือ Q แล้ว R เราก็ทำในวงเล็บ

150
00:09:56.248 --> 00:10:00.248
ก่อนเลย ลำดับแรกเราก็จะเขียนค่าความจริงอยู่ในตัว

151
00:10:00.249 --> 00:10:04.249
ประพจน์นะคะ ก็คือ P มีค่าเป็นจริง

152
00:10:04.250 --> 00:10:08.250
เขียนจริงไว้ตรงนี้

153
00:10:08.251 --> 00:10:12.251
Q มีค่าเป็นเท็จ

154
00:10:12.252 --> 00:10:16.252
เป็นจริงเขียนจริงไว้ใต้ตัว R

155
00:10:16.253 --> 00:10:20.253
ตัวเชื่อมนะคะ ตัวเชื่อมให้ทำในวงเล็บก่อน

156
00:10:20.255 --> 00:10:24.255
P P กับ Q มันเชื่อมด้วย

157
00:10:24.256 --> 00:10:28.256
หรือ P

158
00:10:28.256 --> 00:10:32.256
P หรือ Q ตัวหรือนี่

159
00:10:32.257 --> 00:10:36.257
ขอแค่มีอันหนึ่งอันใดเป็นจริงเราจะทำให้ประโยคนั้นเป็นจริงได้ทันที

160
00:10:36.258 --> 00:10:40.258
ดังนั้น ตัวนี้จริงหรือเท็จก็เป็นจริง

161
00:10:40.258 --> 00:10:44.258
(นักศึกษาชาย) จริง (อาจารย์) โอ.เค. ค่ะ ต่อไปเราจะ

162
00:10:44.259 --> 00:10:48.259
เชื่อมก้อนข้างหน้านี่มันเป็นจริง จริงแล้ว

163
00:10:48.260 --> 00:10:52.260
จริง ประโยคถ้าแล้วนี่มันเป็นเท็จกรณีเดียวใช่ไหมคะ

164
00:10:52.261 --> 00:10:56.261
ถ้าต้นทางเธอมาดี แต่สุดท้ายเธอไม่ดี

165
00:10:56.262 --> 00:11:00.262
เขาจะว่าเธอเป็นคนไม่ดี ว่าเท็จเป็นเท็จ

166
00:11:00.263 --> 00:11:04.263
นอกนั้นเป็นจริงหมด เห็นไหมคะ จริงแล้ว

167
00:11:04.266 --> 00:11:08.266
จริง ย่อมมีค่าความจริงเป็น (นักศึกษาชาย) จริงครับ

168
00:11:08.268 --> 00:11:12.268
(อาจารย์) ขอบคุณค่ะ ๆ

169
00:11:12.269 --> 00:11:16.269
อันนี้เป็นจริงนะคะ

170
00:11:16.270 --> 00:11:20.270
โอ.เค. นะคะ อันนี้เป็นการหาค่าความ

171
00:11:20.271 --> 00:11:24.271
จริง ตอบได้ว่า

172
00:11:24.272 --> 00:11:28.272
ประโยคที่โจทย์ถามมา P หรือ Q มีค่าความจริงนะคะ

173
00:11:28.273 --> 00:11:32.273
นะคะ เดี๋ยวครูลองยกตัวอย่างที่ 2

174
00:11:32.274 --> 00:11:36.274
ตัวอย่างที่ 2 แป๊บหนึ่ง

175
00:11:36.275 --> 00:11:40.275

176
00:11:40.276 --> 00:11:44.276

177
00:11:44.277 --> 00:11:48.277
ครูลบเลยดีกว่า

178
00:11:48.279 --> 00:11:52.279
รู้สึกว่ามันจะไม่ค่อย... เท่าไร

179
00:11:52.280 --> 00:11:56.280
โจทย์นะคะ

180
00:11:56.281 --> 00:12:00.281

181
00:12:00.281 --> 00:12:04.281

182
00:12:04.283 --> 00:12:08.283

183
00:12:08.285 --> 00:12:12.285
ยาวขึ้น ยาวขึ้น

184
00:12:12.286 --> 00:12:16.286
ประโยคค่าความจริง ถ้า แล้วนะคะ

185
00:12:16.288 --> 00:12:20.288
ประโยคตัวเชื่อม จะต่อด้วย ถ้าแล้ว

186
00:12:20.289 --> 00:12:24.289
ใหญ่เกิดขึ้น แล้วจะเป็น P อยากรู้ค่า

187
00:12:24.290 --> 00:12:28.290
ความจริงเป็นจริงหรือเท็จ มาดูในประโยค

188
00:12:28.292 --> 00:12:32.292
ปีกกาใหญ่ ตรงนี้นะคะ ปีกกาใหญ่

189
00:12:32.295 --> 00:12:36.295
มีตัวเชื่อม ตัวสุดท้ายนอกสุด

190
00:12:36.296 --> 00:12:40.296
ดังนั้นเราต้องมาทำในวงเล็บเล็กก่อน

191
00:12:40.297 --> 00:12:44.297
นี่มีตัวเชื่อมและ แต่ประโยค P มีตัวนิเศษ

192
00:12:44.297 --> 00:12:48.297
ข้างหน้าอีกทีหนึ่ง ก็วิธีการง่าย ๆ

193
00:12:48.298 --> 00:12:52.298
เราก็เขียนค่าความจริงไว้ใต้ประพจน์ก่อน P

194
00:12:52.299 --> 00:12:56.299
เป็นจริง R เป็น

195
00:12:56.300 --> 00:13:00.300
จริง Q เป็นเท็จ

196
00:13:00.303 --> 00:13:04.303
P เป็นจริง ทำทีละสเต็ปนะคะ สเต็ปแรก

197
00:13:04.304 --> 00:13:08.304
ทำ Not P ก่อน วิเศษ

198
00:13:08.306 --> 00:13:12.306
นี่ของเขา จะทำให้มีค่าความจริงเป็น

199
00:13:12.306 --> 00:13:16.306
เท็จ อันนี้คือ Step

200
00:13:16.310 --> 00:13:20.310
ที่ 1 นะคะ สเต็ปต่อมา ให้ทำตัวเชื่อม และ

201
00:13:20.311 --> 00:13:24.311
ตอนนี้ Not P มีค่าเป็นเท็จแล้ว

202
00:13:24.312 --> 00:13:28.312
และจริง ถ้าและเป็นกรณีเดียว

203
00:13:28.313 --> 00:13:32.313
มันต้องจริงหมด แต่ตอนนี้มันมีเท็จ แสดงว่า

204
00:13:32.315 --> 00:13:36.315
เกิดขึ้นแล้ว ข้างหลังไม่ต้องไปดูเลย จะมีค่าเป็น

205
00:13:36.316 --> 00:13:40.316
อัตโนมัตินะคะ ได้แล้ว

206
00:13:40.317 --> 00:13:44.317
ก็คือเท็จ

207
00:13:44.317 --> 00:13:48.317
และจริง

208
00:13:48.320 --> 00:13:52.320
เท็จและจริง เป็นเท็จ

209
00:13:52.321 --> 00:13:56.321
นักศึกษาสังเกตนะคะ ครูพยายามเขียนให้ตัว S

210
00:13:56.322 --> 00:14:00.322
ตัวนี้มีนตตรงกับตัวอะไรคะ ตัวเชื่อมใช่ไหม

211
00:14:00.323 --> 00:14:04.323
ตัว P ตัว P

212
00:14:04.325 --> 00:14:08.325
ก็อยู่ใต้ P P ตัวนี้ก็อยู่ใต้ R

213
00:14:08.326 --> 00:14:12.326
หรือวิเศษนะคะ ต้องเขียนให้มันตรงกัน

214
00:14:12.330 --> 00:14:16.330
นะคะ ต่อไปก็จะเชื่อมในปีกกา

215
00:14:16.331 --> 00:14:20.331
ใหญ่ได้นะคะ โดยใช้ตัวเชื่อม

216
00:14:20.332 --> 00:14:24.332
ก็ต่อเมื่อ ก็ต่อเมื่อจะมีค่าความจริงเป็น...

217
00:14:24.333 --> 00:14:28.333
ถ้ามันตรงกันซ้ายกับขวา

218
00:14:28.336 --> 00:14:32.336
อย่างไรพิมพ์แชทมาได้

219
00:14:32.337 --> 00:14:36.337

220
00:14:36.338 --> 00:14:40.338

221
00:14:40.339 --> 00:14:44.339

222
00:14:44.343 --> 00:14:48.343
วริษาพิมพ์มาได้นะคะ

223
00:14:48.344 --> 00:14:52.344

224
00:14:52.348 --> 00:14:56.348
โอ.เค. เราจะเชื่อมตัวเชื่อม

225
00:14:56.349 --> 00:15:00.349
ก็ต่อเมื่อนะคะ ก็ต่อเมื่อ

226
00:15:00.350 --> 00:15:04.350
F ก็ต่อเมื่อ F ซ้ายกับขวา

227
00:15:04.351 --> 00:15:08.351
ค่าความจริงตรงกัน ก็แสดงว่ามันมีค่าความจริง

228
00:15:08.352 --> 00:15:12.352
เป็นจริงนะคะ

229
00:15:12.353 --> 00:15:16.353
มาร์คจุดไว้ก่อน

230
00:15:16.354 --> 00:15:20.354
เขียนครูพยายามเขียนให้มันตรงนะคะ

231
00:15:20.355 --> 00:15:24.355
หรือว่าเขียนอยู่บนไอแพดมันจะ

232
00:15:24.356 --> 00:15:28.356
ไม่ค่อยสวยเหมือนเขียนในกระดาษ หรือกระดานใหญ่

233
00:15:28.357 --> 00:15:32.357
ได้จริงนะคะ จริงตัวนี้มันจะตรงกับตัว

234
00:15:32.358 --> 00:15:36.358
จากนั้นเราได้ในวงเล็บปีกกาใหญ่

235
00:15:36.359 --> 00:15:40.359
แล้วนะคะ ว่ามันเป็นจริง เราจะเชื่อมปีกกาใหญ่

236
00:15:40.360 --> 00:15:44.360
ด้วยตัวเชื่อมถ้าแล้ว แล้วก็ดูนะคะ

237
00:15:44.361 --> 00:15:48.361
ถ้าจริงแล้วจริง มีค่าความจริงเป็นจริง

238
00:15:48.362 --> 00:15:52.362
จริงสุดท้ายเลยใช่ไหมคะ

239
00:15:52.365 --> 00:15:56.365

240
00:15:56.368 --> 00:16:00.368

241
00:16:00.370 --> 00:16:04.370
คราวนี้คำตอบก็คือ

242
00:16:04.375 --> 00:16:08.375
ประโยคที่ให้หา

243
00:16:08.377 --> 00:16:12.377
ที่เนื้อหาค่าความจริงสีเขียวนะคะ ทั้งประพจน์

244
00:16:12.378 --> 00:16:16.378
ความรวมตรงนี้ มีค่าความจริงเป็นจริงนะคะ

245
00:16:16.379 --> 00:16:20.379
โอ.เค. ครูก็จะทวนความรู้เดิมสัปดาห์ที่แล้วให้

246
00:16:20.380 --> 00:16:24.380
นะคะ ครั้งนี้เรามาลองดู

247
00:16:24.382 --> 00:16:28.382
โอ.เค. แป๊บหนึ่ง

248
00:16:28.382 --> 00:16:32.382

249
00:16:32.384 --> 00:16:36.384

250
00:16:36.386 --> 00:16:40.386

251
00:16:40.389 --> 00:16:44.389

252
00:16:44.390 --> 00:16:48.390

253
00:16:48.393 --> 00:16:52.393

254
00:16:52.395 --> 00:16:56.395

255
00:16:56.397 --> 00:17:00.397
เดี๋ยวนะคะ แป๊บหนึ่ง

256
00:17:00.399 --> 00:17:04.399
โอ.เค.

257
00:17:04.401 --> 00:17:08.401

258
00:17:08.404 --> 00:17:12.404

259
00:17:12.407 --> 00:17:16.407

260
00:17:16.408 --> 00:17:20.408

261
00:17:20.410 --> 00:17:24.410

262
00:17:24.411 --> 00:17:28.411

263
00:17:28.412 --> 00:17:32.412

264
00:17:32.415 --> 00:17:36.415
ขออนุญาต Stop แชร์นะคะ

265
00:17:36.416 --> 00:17:40.416

266
00:17:40.416 --> 00:17:44.416
... โอ.เค.

267
00:17:44.418 --> 00:17:48.418

268
00:17:48.420 --> 00:17:52.420

269
00:17:52.421 --> 00:17:56.421
เดี๋ยวเรามาลองทำ

270
00:17:56.423 --> 00:18:00.423
แบบฝึกหัด...

271
00:18:00.425 --> 00:18:04.425
โจทย์ตรรกศาสตร์ในข้อสอบ ก.พ. ดูนะคะ

272
00:18:04.426 --> 00:18:08.426
ครูอาจจะยกตัวอย่างเป็นบางข้อ แต่

273
00:18:08.428 --> 00:18:12.428
อย่างเช่นข้อ 75 ตรงนี้

274
00:18:12.430 --> 00:18:16.430
คนทุกคนเป็นสัตว์ 4 ขา สัตว์ 4 ขาทุกตัว

275
00:18:16.434 --> 00:18:20.434
บินได้ ถ้าเราจำ

276
00:18:20.436 --> 00:18:24.436
ตอนนี้อีก 9 นาทีมันจะตัด

277
00:18:24.438 --> 00:18:28.438
เดี๋ยวครูจะทวนด้วยโจทย์ของ กพ.

278
00:18:28.439 --> 00:18:32.439
ถ้า Zoom ทันตัดไป

279
00:18:32.440 --> 00:18:36.440
แล้วเราจะมาเรียนกันต่อในครึ่งหลัง แล้วครูจะส่งเอกสาร

280
00:18:36.441 --> 00:18:40.441
ในช่วงพัก 10 นาทีนี้ให้นะคะ

281
00:18:40.444 --> 00:18:44.444
นั่นคือให้เราพัก เข้าห้องน้ำ

282
00:18:44.444 --> 00:18:48.444
ให้ใหม่ในช่องไลน์กลุ่มนะคะ

283
00:18:48.444 --> 00:18:52.444
ข้อ 75 นะคะ ถ้าเรา

284
00:18:52.447 --> 00:18:56.447
จะใช้การพิสูจน์ความสมเหตุสมผล

285
00:18:56.448 --> 00:19:00.448
โดยใช้แผนภาพออยเลอร์

286
00:19:00.449 --> 00:19:04.449
ยกตัวอย่างเช่น คนทุกคนเป็นสัตว์

287
00:19:04.451 --> 00:19:08.451
4 ขา แสดงว่ามันจะมีเซ็ตใหญ่เกิดขึ้นคือ

288
00:19:08.451 --> 00:19:12.451
เซ็ตของสัตว์ 4 ขา

289
00:19:12.453 --> 00:19:16.453
ตัวนี้ครูใช้เมาส์นะคะ

290
00:19:16.454 --> 00:19:20.454
อาจจะเขียนไม่ค่อยสวยนะคะ สีแดงนี้เป็นสัตว์

291
00:19:20.456 --> 00:19:24.456
4 ขา

292
00:19:24.457 --> 00:19:28.457

293
00:19:28.458 --> 00:19:32.458

294
00:19:32.459 --> 00:19:36.459

295
00:19:36.460 --> 00:19:40.460
โอ.เค. จากนั้นเขาบอกว่า

296
00:19:40.463 --> 00:19:44.463
คนทุกคนเป็นสัตว์ 4 ขา แสดงว่าคน

297
00:19:44.464 --> 00:19:48.464
เป็นศัพท์เซ็ตย่อยนะคะ

298
00:19:48.466 --> 00:19:52.466
สีม่วง คือ เซ็ตของคน

299
00:19:52.468 --> 00:19:56.468

300
00:19:56.469 --> 00:20:00.469
ประโยคที่ 1

301
00:20:00.470 --> 00:20:04.470
ประโยคนี้ เขียนได้เป็นได้ออยเลอร์

302
00:20:04.471 --> 00:20:08.471
นะคะ คือ เซ็ตสีแดงและเซ็ตสีม่วง

303
00:20:08.472 --> 00:20:12.472
สัตว์ 4 ขาทุกตัวบินได้

304
00:20:12.474 --> 00:20:16.474
แสดงว่ามีเซ็ตที่ใหญ่กว่าสีแดง

305
00:20:16.475 --> 00:20:20.475
คือเซ็ตของที่บินได้นะคะ

306
00:20:20.478 --> 00:20:24.478
แทนด้วยสีเขียว

307
00:20:24.479 --> 00:20:28.479
สีเขียวนี่คือ

308
00:20:28.480 --> 00:20:32.480
สิ่งที่บินได้

309
00:20:32.481 --> 00:20:36.481

310
00:20:36.483 --> 00:20:40.483
เป็นเซ็ตนะคะ สิ่งที่บินได้

311
00:20:40.484 --> 00:20:44.484

312
00:20:44.485 --> 00:20:48.485

313
00:20:48.488 --> 00:20:52.488

314
00:20:52.490 --> 00:20:56.490

315
00:20:56.491 --> 00:21:00.491
เขาสรุปว่าฉะนั้น ว่าอะไร ก.ไก่

316
00:21:00.492 --> 00:21:04.492
คนบินไม่ได้ คน คือ เซ็ตสีม่วง เป็นซับเซ็ตของ

317
00:21:04.494 --> 00:21:08.494
อยู่ใช่ไหมคะ เราก็จะเห็นว่า

318
00:21:08.495 --> 00:21:12.495
คนบินได้นะ จากภาพนี้คนเป็น

319
00:21:12.496 --> 00:21:16.496
Sub Set ของสัตว 4 ขา

320
00:21:16.497 --> 00:21:20.497
คนบินได้ ประโยค ก. ไก่ นั่นคือผิด

321
00:21:20.498 --> 00:21:24.498
ไม่ใช่ เขาสรุปผิดนะคะ ต่อไป

322
00:21:24.499 --> 00:21:28.499
ครูจะดู คอ.ควาย ก่อน

323
00:21:28.502 --> 00:21:32.502
สัตว์บินได้ทุกตัวมี 4 ขา

324
00:21:32.506 --> 00:21:36.506
สัตว์บินได้ ทุกตัวมี 4 ขา

325
00:21:36.508 --> 00:21:40.508
จุดที่ครูจะชี้ ตรงที่ Pointer

326
00:21:40.509 --> 00:21:44.509
สีแดงอยู่นี่อยู่ภายใต้เซ็ตสีเขียว

327
00:21:44.511 --> 00:21:48.511
เป็นสิ่งที่บินได้แต่อยู่นอกสีแดง

328
00:21:48.514 --> 00:21:52.514
ซึ่งเขาไม่ใช่สัตว์ 4 ขา เห็นไหม แสดงว่าเขาบินได้

329
00:21:52.516 --> 00:21:56.516
ดังนั้นมีบางสิ่งที่บินได้มี 4 ขา

330
00:21:56.517 --> 00:22:00.517
ตรงที่ pointer อยู่นี่

331
00:22:00.519 --> 00:22:04.519
ไม่ได้มี 4 ขา ดังนั้น ข้อ ค. ควายนี่

332
00:22:04.520 --> 00:22:08.520
ที่เขาสรุปว่า สัตว์บินได้ทุกตัวมี 4 ขา นั่นคือผิด

333
00:22:08.522 --> 00:22:12.522
ครูแย้งด้วยการใช้ Pointer

334
00:22:12.523 --> 00:22:16.523
จำได้ไหมคะ การพิสูจน์จะเป็นจริงได้

335
00:22:16.525 --> 00:22:20.525
ทุก ๆ กรณีเป็นจริงหมด ถ้าสามารถแย้งได้

336
00:22:20.526 --> 00:22:24.526
แม้แต่กรณีเดียว นั่นคือว่าไม่เป็นจริง

337
00:22:24.527 --> 00:22:28.527
ดังนั้นข้อ ค. ควายนี้ก็ผิด

338
00:22:28.531 --> 00:22:32.531

339
00:22:32.535 --> 00:22:36.535
คราวนี้ครูจะดู ง. งูบ้าง

340
00:22:36.546 --> 00:22:40.546
นักศึกษาก็คงเห็นแล้วล่ะ แต่ครูอยากให้เห็นว่า

341
00:22:40.547 --> 00:22:44.547
ข้อที่มันผิด มันผิดเพราะเหตุใด เราจะเรียนรู้จาก

342
00:22:44.551 --> 00:22:48.551
โจทย์ตัวอย่างของแนว กพ

343
00:22:48.553 --> 00:22:52.553
ต่อไปข้อ ง. งู สัตว์ 4 ขาทุกตัวเป็นคน

344
00:22:52.555 --> 00:22:56.555
ครูจะแย้งนะ

345
00:22:56.556 --> 00:23:00.556
สัตว์สี่ขานี่คือเซ็ตสีแดง

346
00:23:00.559 --> 00:23:04.559
4 ขาทุกตัวเป็นคน แต่เซ็ตสีม่วง

347
00:23:04.560 --> 00:23:08.560
อย่างนั้นครูจะแย้งโดยยกตำแหน่ง Pointer

348
00:23:08.562 --> 00:23:12.562
ตรงนี้ เห็นไหมคะ หรือจะขยับตำแหน่ง Pointer

349
00:23:12.563 --> 00:23:16.563
อยู่ในสีแดงแต่ไม่อยู่ในสีม่วง

350
00:23:16.564 --> 00:23:20.564
แต่ไม่อยู่ในสีม่วง

351
00:23:20.566 --> 00:23:24.566
พื้นที่ส่วนนี้ก็คือ

352
00:23:24.567 --> 00:23:28.567
เป็น เขาเรียกว่าเป็นสัตว์ 4 ขา ที่ไม่ใช่คน

353
00:23:28.568 --> 00:23:32.568
เห็นไหมคะ ตรงตำแหน่ง Pointer

354
00:23:32.569 --> 00:23:36.569
นะคะ เขาเป็นสัตว์ 4 ขาแต่

355
00:23:36.570 --> 00:23:40.570
เขาอยู่ในสีแดง แต่ไม่ได้อยู่ในเซ็ตสีม่วง

356
00:23:40.571 --> 00:23:44.571
นะคะ ดังนั้น ข้อ ง. งู นั่นคือผิด

357
00:23:44.572 --> 00:23:48.572
เพราะฉะนั้นข้อสอบถ้าเราวิเคราะห์แบบนี้

358
00:23:48.573 --> 00:23:52.573
ทุกตัวนะคะ กอ. ไก่ ก็ผิด

359
00:23:52.574 --> 00:23:56.574
ง. งู ก็ผิด เหลือ ข. ไข่

360
00:23:56.575 --> 00:24:00.575
ด้วยความมีเหตุมีผลอย่างนี้ เราสามารถใช้ตรรกศาสตร์

361
00:24:00.577 --> 00:24:04.577
ข้อที่ถูกต้องมันต้องเป็นข้อ ข. ไข่

362
00:24:04.578 --> 00:24:08.578
อันนี้คือหลักการของตรรกศาสตร์

363
00:24:08.580 --> 00:24:12.580
คราวนี้เรามาดู ข. ไข่จริง ๆ

364
00:24:12.580 --> 00:24:16.580
คนบินได้ คน คือ เซ็ตสีม่วง

365
00:24:16.587 --> 00:24:20.587
อยู่ภายใต้ เซ็ตสีเขียว

366
00:24:20.588 --> 00:24:24.588
สีเขียว คือ สิ่งที่

367
00:24:24.589 --> 00:24:28.589
บินได้ จึงเป็นการสรุป

368
00:24:28.590 --> 00:24:32.590
ที่ถูกต้องนะคะ

369
00:24:32.590 --> 00:24:36.590
เป็นคำตอบที่ถูกต้อง

370
00:24:36.596 --> 00:24:40.596
โอ.เค. ก็เป็นการทวน

371
00:24:40.613 --> 00:24:44.613
ความรู้นะคะ เดี๋ยวต่อไปเรามาดูข้อใหม่ดู

372
00:24:44.615 --> 00:24:48.615
ครูขอข้ามไปนิดหนึ่งนะคะ

373
00:24:48.620 --> 00:24:52.620
จะลองทวนข้อนี้นะคะ ข้อใด

374
00:24:52.628 --> 00:24:56.628
เป็นประพจน์ที่สมบูรณ์

375
00:24:56.632 --> 00:25:00.632
Not P หรือ Not R

376
00:25:00.634 --> 00:25:04.634
ถ้าเป็นอย่างนี้เราสามารถดึงตัวนิเสธ

377
00:25:04.635 --> 00:25:08.635
Not เอาไว้ข้างนอกก็ได้ หรือจะ Take not เข้ามาข้างในก็ได้

378
00:25:08.636 --> 00:25:12.636
คราวนี้ถ้าเราจะ Take not

379
00:25:12.637 --> 00:25:16.637
อ๋อ เดี๋ยวแป๊บหนึ่งนะคะ

380
00:25:16.640 --> 00:25:20.640
เดี๋ยวครูพาทำตาม ตามที่เราเรียนสัปดาห์ที่แล้วก่อน

381
00:25:20.652 --> 00:25:24.652
โอ.เค. ขอใช้วิธีเดิม

382
00:25:24.667 --> 00:25:28.667
เราจะทำตารางค่าความจริงนะคะ

383
00:25:28.669 --> 00:25:32.669
ตารางค่าความจริง

384
00:25:32.670 --> 00:25:36.670

385
00:25:36.671 --> 00:25:40.671

386
00:25:40.672 --> 00:25:44.672

387
00:25:44.673 --> 00:25:48.673
P R

388
00:25:48.676 --> 00:25:52.676
มี 4 แถวนะคะ

389
00:25:52.679 --> 00:25:56.679
แถวที่ 1 แถวที่ 2

390
00:25:56.681 --> 00:26:00.681
แถวที่ 3 แถวที่ 4

391
00:26:00.682 --> 00:26:04.682
โอ.เค. อันนี้คือตัวที่โจทย์ให้มา

392
00:26:04.683 --> 00:26:08.683
ตัวนี้ตัวที่โจทย์ให้มา ก็คือ

393
00:26:08.684 --> 00:26:12.684
not P ในวงเล็บ

394
00:26:12.689 --> 00:26:16.689
not p ในวงเล็บ

395
00:26:16.690 --> 00:26:20.690
อีก 2 นาทีคงจะไม่พอแล้วนะนักศึกษา

396
00:26:20.695 --> 00:26:24.695
เดี๋ยวเรามาพักตรงหาค่าความจริง

397
00:26:24.696 --> 00:26:28.696
ที่เป็นไปได้ของ 4 กรณีของตัวโจทย์ก่อนนะคะ

398
00:26:28.700 --> 00:26:32.700
อันนี้เป็นจริง จริง

399
00:26:32.701 --> 00:26:36.701
เท็จ มันมีวิธีที่ง่ายกว่านี้อีกนะคะ

400
00:26:36.705 --> 00:26:40.705
แต่ว่าครูขอให้เราทำตามวิธีที่เราทำตาม

401
00:26:40.706 --> 00:26:44.706
ในสัปดาห์ที่แล้วเพื่อเป็นการทวนนะคะ

402
00:26:44.708 --> 00:26:48.708
โอ.เค. มาดู

403
00:26:48.724 --> 00:26:52.724
อันที่ 1 ตรงนี้ ไม่ทราบว่ามอง

404
00:26:52.727 --> 00:26:56.727
ตาม Pointer เล็ก ๆ เห็นอยู่นะคะ

405
00:26:56.728 --> 00:27:00.728
P เป็นจริง จริงหรืออะไร

406
00:27:00.730 --> 00:27:04.730
ก็ชั่ง ประโยคนี้เป็น

407
00:27:04.732 --> 00:27:08.732
จริง P เป็นจริง ตรง Pointer

408
00:27:08.733 --> 00:27:12.733
คือชี้อยู่นี่ P เป็นจริ ง

409
00:27:12.734 --> 00:27:16.734
จะมีค่าความจริงเป็นจริง พอถอดวงเล็บออก

410
00:27:16.736 --> 00:27:20.736
มาเจอ not ทำให้ประโยคนี้เป็นจริง

411
00:27:20.739 --> 00:27:24.739
อีก 1 นาที ต่อไป

412
00:27:24.740 --> 00:27:28.740
ทำนองเดียวกัน P เป็นจริง เป็นอะไรก็ช่าง

413
00:27:28.742 --> 00:27:32.742
ต่อมา P

414
00:27:32.743 --> 00:27:36.743
เป็นเท็จ เท็จหรือ R R มีค่า

415
00:27:36.745 --> 00:27:40.745
ความจริงเป็นจริง R มีค่าความจริงเป็นเท็จ

416
00:27:40.746 --> 00:27:44.746
นะคะ จริงเจอ Not ปั๊บ กลายเป็นเท็จ

417
00:27:44.756 --> 00:27:48.756
เป็นเท็จนะคะ

418
00:27:48.758 --> 00:27:52.758
ก็จะได้เท็จหรือเท็จ

419
00:27:52.759 --> 00:27:56.759
เป็นเท็จ แต่มี Not ข้างหน้ากลายเป็นจริง

420
00:27:56.760 --> 00:28:00.760
ถัดมา

421
00:28:00.762 --> 00:28:04.762
R เป็น เท็จ เจอ

422
00:28:04.764 --> 00:28:08.764
เจอ not ข้างหน้านะคะ ก็เป็นจริง

423
00:28:08.765 --> 00:28:12.765
โอ.เค. เดี๋ยวนักศึกษาคะ เราพักเบรก 10 นาที

424
00:28:12.765 --> 00:28:16.765
ทำมาข้อนี้ต่อในช่วงครึ่งหลังนะคะ

425
00:28:16.767 --> 00:28:20.767

426
00:28:20.768 --> 00:28:24.768

427
00:28:24.769 --> 00:28:28.769

428
00:28:28.770 --> 00:28:32.770

429
00:28:32.773 --> 00:28:36.773

430
00:28:36.775 --> 00:28:40.775

431
00:28:40.777 --> 00:28:44.777

432
00:28:44.780 --> 00:28:48.780

433
00:28:48.781 --> 00:28:52.781

434
00:28:52.789 --> 00:28:56.789

435
00:28:56.791 --> 00:29:00.791

436
00:29:00.793 --> 00:29:04.793

437
00:29:04.794 --> 00:29:08.794

438
00:29:08.796 --> 00:29:12.796

439
00:29:12.798 --> 00:29:16.798

440
00:29:16.800 --> 00:29:20.800

441
00:29:20.802 --> 00:29:24.802

442
00:29:24.804 --> 00:29:28.804

443
00:29:28.807 --> 00:29:32.807

444
00:29:32.808 --> 00:29:36.808

445
00:29:36.812 --> 00:29:40.812

446
00:29:40.816 --> 00:29:44.816

447
00:29:44.818 --> 00:29:48.818

448
00:29:48.818 --> 00:29:52.818

449
00:29:52.824 --> 00:29:56.824

450
00:29:56.826 --> 00:30:00.826

451
00:30:00.828 --> 00:30:04.828

452
00:30:04.829 --> 00:30:08.829

453
00:30:08.831 --> 00:30:12.831

454
00:30:12.832 --> 00:30:16.832

455
00:30:16.835 --> 00:30:20.835

456
00:30:20.840 --> 00:30:24.840

457
00:30:24.843 --> 00:30:28.843

458
00:30:28.846 --> 00:30:32.846

459
00:30:32.847 --> 00:30:36.847

460
00:30:36.848 --> 00:30:40.848

461
00:30:40.851 --> 00:30:44.851

462
00:30:44.853 --> 00:30:48.853

463
00:30:48.854 --> 00:30:52.854

464
00:30:52.856 --> 00:30:56.856

465
00:30:56.857 --> 00:31:00.857

466
00:31:00.859 --> 00:31:04.859

467
00:31:04.861 --> 00:31:08.861

468
00:31:08.863 --> 00:31:12.863

469
00:31:12.864 --> 00:31:16.864

470
00:31:16.866 --> 00:31:20.866

471
00:31:20.867 --> 00:31:24.867

472
00:31:24.870 --> 00:31:28.870

473
00:31:28.871 --> 00:31:32.871

474
00:31:32.872 --> 00:31:36.872

475
00:31:36.875 --> 00:31:40.875

476
00:31:40.877 --> 00:31:44.877

477
00:31:44.879 --> 00:31:48.879

478
00:31:48.881 --> 00:31:52.881

479
00:31:52.882 --> 00:31:56.882

480
00:31:56.884 --> 00:32:00.884

481
00:32:00.885 --> 00:32:04.885

482
00:32:04.888 --> 00:32:08.888

483
00:32:08.890 --> 00:32:12.890

484
00:32:12.890 --> 00:32:16.890

485
00:32:16.891 --> 00:32:20.891

486
00:32:20.892 --> 00:32:24.892

487
00:32:24.893 --> 00:32:28.893

488
00:32:28.895 --> 00:32:32.895

489
00:32:32.896 --> 00:32:36.896

490
00:32:36.898 --> 00:32:40.898

491
00:32:40.900 --> 00:32:44.900

492
00:32:44.903 --> 00:32:48.903

493
00:32:48.907 --> 00:32:52.907

494
00:32:52.908 --> 00:32:56.908

495
00:32:56.911 --> 00:33:00.911

496
00:33:00.913 --> 00:33:04.913

497
00:33:04.915 --> 00:33:08.915

498
00:33:08.917 --> 00:33:12.917

499
00:33:12.919 --> 00:33:16.919

500
00:33:16.921 --> 00:33:20.921

501
00:33:20.923 --> 00:33:24.923

502
00:33:24.924 --> 00:33:28.924

503
00:33:28.927 --> 00:33:32.927

504
00:33:32.928 --> 00:33:36.928

505
00:33:36.930 --> 00:33:40.930

506
00:33:40.932 --> 00:33:44.932

507
00:33:44.934 --> 00:33:48.934

508
00:33:48.936 --> 00:33:52.936

509
00:33:52.936 --> 00:33:56.936

510
00:33:56.939 --> 00:34:00.939

511
00:34:00.941 --> 00:34:04.941

512
00:34:04.942 --> 00:34:08.942

513
00:34:08.944 --> 00:34:12.944

514
00:34:12.945 --> 00:34:16.945

515
00:34:16.947 --> 00:34:20.947

516
00:34:20.951 --> 00:34:24.951

517
00:34:24.953 --> 00:34:28.953

518
00:34:28.957 --> 00:34:32.957

519
00:34:32.959 --> 00:34:36.959

520
00:34:36.960 --> 00:34:40.960

521
00:34:40.964 --> 00:34:44.964

522
00:34:44.966 --> 00:34:48.966

523
00:34:48.968 --> 00:34:52.968

524
00:34:52.973 --> 00:34:56.973

525
00:34:56.975 --> 00:35:00.975

526
00:35:00.977 --> 00:35:04.977

527
00:35:04.978 --> 00:35:08.978

528
00:35:08.980 --> 00:35:12.980

529
00:35:12.983 --> 00:35:16.983

530
00:35:16.984 --> 00:35:20.984

531
00:35:20.986 --> 00:35:24.986

532
00:35:24.988 --> 00:35:28.988

533
00:35:28.990 --> 00:35:32.990

534
00:35:32.999 --> 00:35:36.999

535
00:35:37.001 --> 00:35:41.001

536
00:35:41.003 --> 00:35:45.003

537
00:35:45.004 --> 00:35:49.004

538
00:35:49.005 --> 00:35:53.005

539
00:35:53.007 --> 00:35:57.007

540
00:35:57.008 --> 00:36:01.008

541
00:36:01.010 --> 00:36:05.010

542
00:36:05.012 --> 00:36:09.012

543
00:36:09.014 --> 00:36:13.014

544
00:36:13.017 --> 00:36:17.017

545
00:36:17.019 --> 00:36:21.019

546
00:36:21.021 --> 00:36:25.021

547
00:36:25.024 --> 00:36:29.024

548
00:36:29.028 --> 00:36:33.028

549
00:36:33.029 --> 00:36:37.029

550
00:36:37.033 --> 00:36:41.033

551
00:36:41.035 --> 00:36:45.035

552
00:36:45.037 --> 00:36:49.037

553
00:36:49.040 --> 00:36:53.040

554
00:36:53.042 --> 00:36:57.042

555
00:36:57.043 --> 00:37:01.043

556
00:37:01.045 --> 00:37:05.045

557
00:37:05.048 --> 00:37:09.048

558
00:37:09.050 --> 00:37:13.050

559
00:37:13.051 --> 00:37:17.051

560
00:37:17.053 --> 00:37:21.053

561
00:37:21.055 --> 00:37:25.055

562
00:37:25.056 --> 00:37:29.056

563
00:37:29.058 --> 00:37:33.058

564
00:37:33.059 --> 00:37:37.059

565
00:37:37.060 --> 00:37:41.060

566
00:37:41.062 --> 00:37:45.062

567
00:37:45.064 --> 00:37:49.064

568
00:37:49.066 --> 00:37:53.066

569
00:37:53.068 --> 00:37:57.068

570
00:37:57.070 --> 00:38:01.070

571
00:38:01.072 --> 00:38:05.072

572
00:38:05.074 --> 00:38:09.074

573
00:38:09.075 --> 00:38:13.075

574
00:38:13.077 --> 00:38:17.077

575
00:38:17.079 --> 00:38:21.079

576
00:38:21.081 --> 00:38:25.081

577
00:38:25.083 --> 00:38:29.083

578
00:38:29.085 --> 00:38:33.085

579
00:38:33.087 --> 00:38:37.087

580
00:38:37.089 --> 00:38:41.089

581
00:38:41.091 --> 00:38:45.091

582
00:38:45.092 --> 00:38:49.092

583
00:38:49.094 --> 00:38:53.094

584
00:38:53.096 --> 00:38:57.096

585
00:38:57.098 --> 00:39:01.098

586
00:39:01.100 --> 00:39:05.100

587
00:39:05.103 --> 00:39:09.103

588
00:39:09.106 --> 00:39:13.106

589
00:39:13.108 --> 00:39:17.108

590
00:39:17.110 --> 00:39:21.110

591
00:39:21.112 --> 00:39:25.112

592
00:39:25.113 --> 00:39:29.113

593
00:39:29.116 --> 00:39:33.116

594
00:39:33.117 --> 00:39:37.117

595
00:39:37.119 --> 00:39:41.119

596
00:39:41.123 --> 00:39:45.123

597
00:39:45.126 --> 00:39:49.126

598
00:39:49.127 --> 00:39:53.127

599
00:39:53.128 --> 00:39:57.128

600
00:39:57.131 --> 00:40:01.131

601
00:40:01.133 --> 00:40:05.133

602
00:40:05.135 --> 00:40:09.135

603
00:40:09.137 --> 00:40:13.137

604
00:40:13.139 --> 00:40:17.139

605
00:40:17.141 --> 00:40:21.141

606
00:40:21.143 --> 00:40:25.143

607
00:40:25.150 --> 00:40:29.150

608
00:40:29.152 --> 00:40:33.152

609
00:40:33.155 --> 00:40:37.155

610
00:40:37.157 --> 00:40:41.157

611
00:40:41.159 --> 00:40:45.159

612
00:40:45.161 --> 00:40:49.161

613
00:40:49.168 --> 00:40:53.168

614
00:40:53.171 --> 00:40:57.171

615
00:40:57.180 --> 00:41:01.180

616
00:41:01.182 --> 00:41:05.182

617
00:41:05.185 --> 00:41:09.185

618
00:41:09.186 --> 00:41:13.186

619
00:41:13.190 --> 00:41:17.190

620
00:41:17.193 --> 00:41:21.193

621
00:41:21.195 --> 00:41:25.195

622
00:41:25.198 --> 00:41:29.198

623
00:41:29.199 --> 00:41:33.199

624
00:41:33.203 --> 00:41:37.203

625
00:41:37.205 --> 00:41:41.205

626
00:41:41.208 --> 00:41:45.208

627
00:41:45.211 --> 00:41:49.211

628
00:41:49.213 --> 00:41:53.213

629
00:41:53.215 --> 00:41:57.215

630
00:41:57.217 --> 00:42:01.217

631
00:42:01.218 --> 00:42:05.218

632
00:42:05.220 --> 00:42:09.220

633
00:42:09.222 --> 00:42:13.222

634
00:42:13.224 --> 00:42:17.224

635
00:42:17.227 --> 00:42:21.227

636
00:42:21.228 --> 00:42:25.228

637
00:42:25.230 --> 00:42:29.230

638
00:42:29.230 --> 00:42:33.230

639
00:42:33.232 --> 00:42:37.232

640
00:42:37.234 --> 00:42:41.234

641
00:42:41.235 --> 00:42:45.235

642
00:42:45.237 --> 00:42:49.237

643
00:42:49.239 --> 00:42:53.239

644
00:42:53.240 --> 00:42:57.240

645
00:42:57.242 --> 00:43:01.242

646
00:43:01.244 --> 00:43:05.244

647
00:43:05.246 --> 00:43:09.246

648
00:43:09.247 --> 00:43:13.247

649
00:43:13.249 --> 00:43:17.249

650
00:43:17.251 --> 00:43:21.251

651
00:43:21.253 --> 00:43:25.253

652
00:43:25.255 --> 00:43:29.255

653
00:43:29.257 --> 00:43:33.257

654
00:43:33.259 --> 00:43:37.259

655
00:43:37.261 --> 00:43:41.261

656
00:43:41.263 --> 00:43:45.263

657
00:43:45.264 --> 00:43:49.264

658
00:43:49.266 --> 00:43:53.266

659
00:43:53.268 --> 00:43:57.268

660
00:43:57.270 --> 00:44:01.270

661
00:44:01.272 --> 00:44:05.272

662
00:44:05.273 --> 00:44:09.273

663
00:44:09.275 --> 00:44:13.275

664
00:44:13.277 --> 00:44:17.277

665
00:44:17.279 --> 00:44:21.279

666
00:44:21.281 --> 00:44:25.281

667
00:44:25.283 --> 00:44:29.283

668
00:44:29.287 --> 00:44:33.287

669
00:44:33.289 --> 00:44:37.289

670
00:44:37.291 --> 00:44:41.291
โอ.เค. สวัสดีค่ะ แป๊บหนึ่ง

671
00:44:41.294 --> 00:44:45.294
สวัสดีค่ะ ได้ยินเสียง

672
00:44:45.296 --> 00:44:49.296
ชัดเจนไหมคะ (ล่าม) สวัสดีค่ะอาจารย์ (อาจารย์) ...

673
00:44:49.297 --> 00:44:53.297
(ล่าม) อาจารย์ได้ยินเสียงล่ามใช่ไหมคะ

674
00:44:53.298 --> 00:44:57.298
(อาจารย์) ได้ยินค่ะ ๆ

675
00:44:57.299 --> 00:45:01.299
เดี๋ยวช่วยกันไม่รู้เน็ตเรา

676
00:45:01.301 --> 00:45:05.301
มันจะเสถียรมากน้อยแค่ไหน (ล่าม) ค่ะ (อาจารย์)

677
00:45:05.302 --> 00:45:09.302
นักศึกษาพักหายเหนื่อยแล้วใช่ไหมคะ มีใครแอบไปคิด

678
00:45:09.303 --> 00:45:13.303
มาก่อนครูไหม

679
00:45:13.305 --> 00:45:17.305

680
00:45:17.306 --> 00:45:21.306
โอ.เค. เดี๋ยว

681
00:45:21.308 --> 00:45:25.308
เรามาลองดู

682
00:45:25.310 --> 00:45:29.310
3 ข้อเมื่อกี้นะคะ

683
00:45:29.311 --> 00:45:33.311
เดี๋ยวรอเพื่อนเข้ามานะคะ

684
00:45:33.312 --> 00:45:37.312
เอ็ม เอ็ม ชื่อเอ็ม

685
00:45:37.313 --> 00:45:41.313

686
00:45:41.314 --> 00:45:45.314

687
00:45:45.315 --> 00:45:49.315
นักศึกษาอาจจะจดโจทย์

688
00:45:49.316 --> 00:45:53.316
ไว้ก็ได้นะคะ ตอนที่ครูส่งไปให้

689
00:45:53.317 --> 00:45:57.317
หรือจะเปิดจากไฟล์ PDF ที่เคยส่งให้ก็ได้นะคะ

690
00:45:57.318 --> 00:46:01.318
ตอนนี้

691
00:46:01.319 --> 00:46:05.319
เมื่อกี้เราทำแนวข้อสอบ

692
00:46:05.321 --> 00:46:09.321
ขอที่ถามว่า ข้อใด

693
00:46:09.322 --> 00:46:13.322
เขียนในไอแพดแป๊บหนึ่ง

694
00:46:13.323 --> 00:46:17.323

695
00:46:17.324 --> 00:46:21.324
ข้อใดเป็นประพจน์ที่สมบูรณ์

696
00:46:21.325 --> 00:46:25.325

697
00:46:25.326 --> 00:46:29.326

698
00:46:29.329 --> 00:46:33.329
ข้อความ

699
00:46:33.331 --> 00:46:37.331
Not P หรือ Not R

700
00:46:37.332 --> 00:46:41.332
เมื่อกี้น่ะ ก่อนที่เราจะพักเบรก

701
00:46:41.333 --> 00:46:45.333
ครูใช้ตารางค่าความจริงใช่ไหมคะ

702
00:46:45.334 --> 00:46:49.334
P R จริง

703
00:46:49.336 --> 00:46:53.336
จริงเท็จ เท็จ

704
00:46:53.337 --> 00:46:57.337
อันนี้จริง เท็จ จริง เท็จ

705
00:46:57.338 --> 00:47:01.338
ส่วนประโยคนี้ Not P

706
00:47:01.340 --> 00:47:05.340
หรือ R โอ.เค. นะคะ

707
00:47:05.341 --> 00:47:09.341
คืออยู่ตรงนี้นะ เมื่อกี้เราวิเคราะห์พร้อมกันแล้ว

708
00:47:09.342 --> 00:47:13.342
ว่า P ยP ตัวนี้เป็นจริงใช่ไหมคะ

709
00:47:13.352 --> 00:47:17.352
P ตัวนี้อยากเป็นจริง

710
00:47:17.353 --> 00:47:21.353

711
00:47:21.354 --> 00:47:25.354

712
00:47:25.356 --> 00:47:29.356
ถัดมา P เป็นจริงเหมือนเดิมนะคะ

713
00:47:29.357 --> 00:47:33.357
จริงหรืออะไรก็ตามก็เป็นจริง

714
00:47:33.358 --> 00:47:37.358
ข้างหน้ากลายเป็นเท็จ

715
00:47:37.359 --> 00:47:41.359

716
00:47:41.360 --> 00:47:45.360
ต่อมาบรรทัดที่ 3

717
00:47:45.362 --> 00:47:49.362
อันนี้เป็นเท็จ อันนี้เป็นจริง ตรงนี้นะคะ

718
00:47:49.363 --> 00:47:53.363
จริงเจอ Not ปั๊บกลายเป็น

719
00:47:53.363 --> 00:47:57.363
เท็จหรือเท็จกลายเป็นเท็จ พอเท็จเจอนิเศษ

720
00:47:57.364 --> 00:48:01.364
ตรงนี้กลายเป็นจริง

721
00:48:01.364 --> 00:48:05.364
ต่อมาบรรทัดที่ 4 นะคะ

722
00:48:05.365 --> 00:48:09.365
Not เท็จ ข้างหน้าจะเป็นเท็จ

723
00:48:09.367 --> 00:48:13.367
ก็ตาม P ถือว่าในวงเล็บนี้กลายเป็นความจริง

724
00:48:13.368 --> 00:48:17.368
แต่มาเจอ Not ข้างหน้าเลยเป็นเท็จ

725
00:48:17.368 --> 00:48:21.368
มันจะสมมูล หรือ

726
00:48:21.369 --> 00:48:25.369
Smamoon

727
00:48:25.370 --> 00:48:29.370
ความจริงที่ตรงกันนะคะ ประเดี๋ยวครูจะบอก

728
00:48:29.371 --> 00:48:33.371
เทคนิดการใช้คุณสมบัติของการ

729
00:48:33.373 --> 00:48:37.373
วิเศษมีคุณสมบัติอยู่ว่า P not P

730
00:48:37.374 --> 00:48:41.374
Not P มีค่าเท่ากับ P

731
00:48:41.374 --> 00:48:45.374
นิเศษเจอนิเศษกลายเป็นไม่นิเศษแล้ว

732
00:48:45.375 --> 00:48:49.375
เหมือนลบเจอลบหลายเป็นบวกนะคะ

733
00:48:49.376 --> 00:48:53.376
นิเศษ ของ นิเศษ กลายเป็นไม่มีนิเศษ

734
00:48:53.377 --> 00:48:57.377
เราใช้นิเศษ

735
00:48:57.377 --> 00:49:01.377
Test เข้ามาในวงเล็บ

736
00:49:01.380 --> 00:49:05.380
สิ่งที่ได้ ก็คือ Not มาเจอ P ก็กลายเป็น

737
00:49:05.381 --> 00:49:09.381
not P ใช่ไหมคะ

738
00:49:09.382 --> 00:49:13.382
คราวนี้

739
00:49:13.383 --> 00:49:17.383
Not ตัวนี้ Take เข้ามา

740
00:49:17.384 --> 00:49:21.384
มาเจอหรือ หรือมันตรงข้ามกับและ

741
00:49:21.391 --> 00:49:25.391
พอมาเจอ นิเศษปั๊บ จากหรือกลายเป็นและ

742
00:49:25.392 --> 00:49:29.392
เป็นและ

743
00:49:29.393 --> 00:49:33.393
และปึ๊บ ถัดจากนั้น

744
00:49:33.393 --> 00:49:37.393
ตัวนี้นะคะ เทดเข้ามา

745
00:49:37.396 --> 00:49:41.396
not ของ not r กลายเป็นไม่มี not

746
00:49:41.398 --> 00:49:45.398
ก็คือ ไม่ปฏิเสธแล้ว ก็คือกลายเป็น

747
00:49:45.398 --> 00:49:49.398
R อันนี้คือคุณสมบัติของการ Take นิเสธ

748
00:49:49.400 --> 00:49:53.400
เทคนิเสธเข้าไปในวงเล็บนะคะ

749
00:49:53.401 --> 00:49:57.401
เทค นิเศษเข้าไปจะกลายเป็นตัวนี้

750
00:49:57.403 --> 00:50:01.403
เราจะได้รู้เลยว่าประโยค

751
00:50:01.402 --> 00:50:05.402
Not R นี่ Equipvarent

752
00:50:05.403 --> 00:50:09.403
ซึ่งเป็น Choice เลือก

753
00:50:09.404 --> 00:50:13.404
นะคะ ครูจะเอาข้อสีแดงมาเขียนตรงนี้

754
00:50:13.405 --> 00:50:17.405

755
00:50:17.409 --> 00:50:21.409
Not P

756
00:50:21.411 --> 00:50:25.411
และ R

757
00:50:25.412 --> 00:50:29.412
ตัวที่ 1 นะคะ R และ not P

758
00:50:29.414 --> 00:50:33.414
Not P และ R เท่ากับ สามารถอ่าน

759
00:50:33.417 --> 00:50:37.417
สลับที่ได้ และ Not P เป็นจริง

760
00:50:37.419 --> 00:50:41.419
Not P

761
00:50:41.424 --> 00:50:45.424
เท็จและอะไรก็ตามเป็นเท็จหมด

762
00:50:45.426 --> 00:50:49.426
ต่อไปตัวนี้นะคะ จริง

763
00:50:49.430 --> 00:50:53.430
P เป็นจริง Not ออกมาเป็นเท็จ

764
00:50:53.431 --> 00:50:57.431
และอะไรก็ตาม P เป็นเท็จหมด

765
00:50:57.432 --> 00:51:01.432
มีนักศึกษาทยอย ๆ เข้าห้องเรียนนะคะ นี่

766
00:51:01.434 --> 00:51:05.434
ต่อไปอันที่ 3 ตัวนี้นะคะ

767
00:51:05.437 --> 00:51:09.437
เท็จ เป็นเท็จ

768
00:51:09.439 --> 00:51:13.439
จริงและ R ก็เป็นจริง จริงและจริงมีค่าความจริงก็

769
00:51:13.440 --> 00:51:17.440
เป็นจริง

770
00:51:17.443 --> 00:51:21.443
ถัดมาสุดท้าย P เป็นเท็จ

771
00:51:21.448 --> 00:51:25.448
P เป็นเท็จ Not

772
00:51:25.448 --> 00:51:29.448
กลายเป็นจริง R เป็นเท็จ

773
00:51:29.450 --> 00:51:33.450
y ถ้ามีประโยคกลายเป็นเท็จหมด

774
00:51:33.451 --> 00:51:37.451
นะคะ ตรงนี้ก็กลายเป็นเท็จไป

775
00:51:37.453 --> 00:51:41.453

776
00:51:41.454 --> 00:51:45.454
เราจะเห็นว่า

777
00:51:45.456 --> 00:51:49.456
ประโยคของเขามีค่าความจริงเป็นอย่างไรเอ่ย

778
00:51:49.457 --> 00:51:53.457
เห็นไหม ตรงกันทุก ๆ กรณีเลย

779
00:51:53.458 --> 00:51:57.458
แบบนี้นะคะ ถ้าอย่างนี้

780
00:51:57.460 --> 00:52:01.460
เราก็จะสรุปได้ว่า Not ของ P

781
00:52:01.460 --> 00:52:05.460
หรือ not R อีควิเวเลนช์

782
00:52:05.462 --> 00:52:09.462
กับ Not P และ R ตอบข้อ

783
00:52:09.463 --> 00:52:13.463
ก. ไก่นะคะ ตอบข้อนี้

784
00:52:13.464 --> 00:52:17.464
ต่อไปขอที่ 2

785
00:52:17.465 --> 00:52:21.465
ข้อที่ 2 นะคะ ข้อใด

786
00:52:21.465 --> 00:52:25.465
เป็นสัจจะนอรัน

787
00:52:25.467 --> 00:52:29.467

788
00:52:29.468 --> 00:52:33.468

789
00:52:33.470 --> 00:52:37.470

790
00:52:37.472 --> 00:52:41.472
สัจนิรันดร์ ก็คือ

791
00:52:41.474 --> 00:52:45.474
มีค่าความจริงเป็นจริงทุกกรณี ก. ไก่

792
00:52:45.476 --> 00:52:49.476
ตัวเลือกเขานะคะ

793
00:52:49.477 --> 00:52:53.477
p และ r ข. ไข่

794
00:52:53.480 --> 00:52:57.480
P หรือ Q ค. ควาย

795
00:52:57.481 --> 00:53:01.481
หรือ Q ค. ควาย

796
00:53:01.482 --> 00:53:05.482
Not P หรือ P

797
00:53:05.483 --> 00:53:09.483
ง. งู not p

798
00:53:09.484 --> 00:53:13.484
และ P โอ.เค. เรามาวิเคราะห์ตัว

799
00:53:13.485 --> 00:53:17.485
ที่ 1 นะคะ ถ้าบอกว่าเป็นสัจจะนิรันดร์

800
00:53:17.486 --> 00:53:21.486
แสดงว่า

801
00:53:21.487 --> 00:53:25.487
ทุกกรณีต้องเป็น

802
00:53:25.488 --> 00:53:29.488
ต้องมีค่าความจริงเป็นจริงเท่านั้น

803
00:53:29.489 --> 00:53:33.489
เป็นเท็จ ห้ามเป็นเท็จ ดังนั้น ครูจะยกกรณี

804
00:53:33.490 --> 00:53:37.490
ที่มันเป็นเท็จมาแย้งนะคะ ว่ามันไม่เป็นสัจจะนิรันดร์

805
00:53:37.491 --> 00:53:41.491
ข้อ ก. ไก่ นี่ มันจะเป็นเท็จได้เมื่อไรบ้าง

806
00:53:41.492 --> 00:53:45.492
ประโยคและ เราจำได้นะคะ ประโยคและ

807
00:53:45.493 --> 00:53:49.493
อันใดเป็นเท็จ จะถือว่ามันเป็นเท็จอย่างเช่น

808
00:53:49.496 --> 00:53:53.496
จริงและเท็จ ตรงนี้จะให้ค่าความจริงเป็นอะไรคะ

809
00:53:53.497 --> 00:53:57.497
เป็นเท็จ แสดงว่าประโยคนี้

810
00:53:57.498 --> 00:54:01.498
ไม่เป็นสัจนิรันดร์นะคะ (ล่าม)

811
00:54:01.499 --> 00:54:05.499
ขอโทษนะคะอาจารย์ พอดีว่าน้อง

812
00:54:05.500 --> 00:54:09.500
ที่ชื่อนพกิจน่ะค่ะ จะต้องไปฉีดยา ไปฉีดวัคซีน

813
00:54:09.501 --> 00:54:13.501
ตอนนี้น่ะค่ะ โดยที่ให้คุณแม่พาไป

814
00:54:13.502 --> 00:54:17.502
ก็เลยจะขอออกก่อนน่ะค่ะ

815
00:54:17.502 --> 00:54:21.502
เดี๋ยวตอนเช็กชื่อให้ครูล่ามทวนให้อีกทีนะคะ

816
00:54:21.503 --> 00:54:25.503
ขอให้แข็งแรงค่ะ

817
00:54:25.504 --> 00:54:29.504
ดื่มน้ำเยอะ ๆ เทคแคร์ค่ะ

818
00:54:29.505 --> 00:54:33.505
โอ.เค. ค่ะ

819
00:54:33.506 --> 00:54:37.506
(ล่าม) ขอบคุณครับ

820
00:54:37.508 --> 00:54:41.508
โอ.เค. ขอ ข. ไข่ ก็จะยกกรณีที่ขัดแย้งนะคะ

821
00:54:41.509 --> 00:54:45.509
ข้อ ข. ไข่ นี่

822
00:54:45.510 --> 00:54:49.510
ขอ. ไข่นี่ มันจะเป็นในกรณีไหนบ้าง

823
00:54:49.511 --> 00:54:53.511
หรือมันมีกรณีนี้นะคะ เท็จ

824
00:54:53.512 --> 00:54:57.512
หรือเท็จ ให้ค่าความจริงเป็นเท็จ

825
00:54:57.513 --> 00:55:01.513
แสดงว่ามันไม่เป็นจริงทุกกรณี ประโยคนี้

826
00:55:01.516 --> 00:55:05.516
ก็ไม่เป็นสัจนิรันดร์ ก็ผิด ต่อไป

827
00:55:05.518 --> 00:55:09.518
ตัวนี้ อันที่ 4 บ้าง

828
00:55:09.519 --> 00:55:13.519
อันที่ 4 นี่ มันจะเป็นจริงหรือเท็จ

829
00:55:13.520 --> 00:55:17.520
มันจะเป็นจริงหรือเท็จ เรามาลองดู

830
00:55:17.521 --> 00:55:21.521

831
00:55:21.522 --> 00:55:25.522
P

832
00:55:25.523 --> 00:55:29.523
Not P เราใช้ค่าความจริงนะคะ

833
00:55:29.524 --> 00:55:33.524
และ P P อาจจะเป็นจริงก็ได้

834
00:55:33.528 --> 00:55:37.528
อันที่ 2 เป็นเท็จปั๊บ Not P

835
00:55:37.529 --> 00:55:41.529
ค่าความจริงมันจะเป็นจริงนะคะ

836
00:55:41.531 --> 00:55:45.531
เท็จก็กลายเป็นจริง เอาคอลัมน์ที่ 2

837
00:55:45.532 --> 00:55:49.532
มาเชื่อมกันด้วยตัว "และ" เราจะเห็นว่า

838
00:55:49.533 --> 00:55:53.533
จริงและเท็จก็กลายเป็นเท็จ

839
00:55:53.534 --> 00:55:57.534
เท็จและจริงก็กลายเป็นเท็จ แสดงว่าอันนี้

840
00:55:57.534 --> 00:56:01.534
ไม่เป็นสัจจนิรันดร์

841
00:56:01.537 --> 00:56:05.537
แต่เรารู้อีกต่อว่า

842
00:56:05.538 --> 00:56:09.538
ที่มันเป็นเท็จทั้งหมด มันเป็นประโยคขัดแย้ง

843
00:56:09.540 --> 00:56:13.540
อันนี้ทวนนะคะ

844
00:56:13.542 --> 00:56:17.542
แต่เป็นประโยคขัดแย้ง

845
00:56:17.542 --> 00:56:21.542
แต่เป็นประโยคขัดแย้ง

846
00:56:21.543 --> 00:56:25.543
นะคะ ข้อนี้ก็ไม่จริง ถ้าทำข้อสอบ

847
00:56:25.543 --> 00:56:29.543
ตัวเลือกมี 4 ตัว แล้วใช้เหตุผลที่ถูกต้อง

848
00:56:29.548 --> 00:56:33.548
วิเคราะห์แล้ว พบว่า ก. ไก้่ก็ผิด

849
00:56:33.553 --> 00:56:37.553
ค. ควายแทบจะไม่ต้องคิดเลย

850
00:56:37.555 --> 00:56:41.555
สรุปว่ามันเป็นอย่างไรนะคะ

851
00:56:41.556 --> 00:56:45.556
เวลาเราทำข้อสอบที่มันจำกัดกับเวลา เรา

852
00:56:45.557 --> 00:56:49.557
มาดูข้อ ค. ควาย

853
00:56:49.559 --> 00:56:53.559
ข้อ ค. ควาย ครูใช้สีเขียวนะคะ

854
00:56:53.560 --> 00:56:57.560
ทำตารางค่าความจริงมา

855
00:56:57.561 --> 00:57:01.561

856
00:57:01.561 --> 00:57:05.561
อันนี้คือ P นี่ Not P

857
00:57:05.563 --> 00:57:09.563
มาเชื่อมกับตัว P เชื่อม หรือ

858
00:57:09.565 --> 00:57:13.565
P อาจจะเป็นจริงหรือเท็จก็ได้

859
00:57:13.566 --> 00:57:17.566
Not ของเขาจากจริงกลายเป็นเท็จ

860
00:57:17.568 --> 00:57:21.568
จากเท็จหลายเป็น เอา 2 อันนี้

861
00:57:21.568 --> 00:57:25.568
มาเชื่อมตัวเชื่อม

862
00:57:25.570 --> 00:57:29.570
เป็นจริง จริงหรือเท็จก็

863
00:57:29.572 --> 00:57:33.572
หรือจริงก็เป็นจริง เห็นไหมคะ

864
00:57:33.573 --> 00:57:37.573
เป็นจริงทุกกรณี

865
00:57:37.574 --> 00:57:41.574
เราเจอ สัจนิรันดร์แล้วนะคะ

866
00:57:41.575 --> 00:57:45.575
ข้อ คอ. ควายก็เป็นคำตอบที่ถูกต้อง

867
00:57:45.577 --> 00:57:49.577
สัจจะนิรันดร์

868
00:57:49.578 --> 00:57:53.578
โอ.เค. ข้อที่สุดท้าย

869
00:57:53.580 --> 00:57:57.580
ข้อที่สุดท้ายนี้ ข้อใดเป็น

870
00:57:57.581 --> 00:58:01.581
ประโยคขัดแย้งซึ่ง

871
00:58:01.582 --> 00:58:05.582
ตัวเลือกเหมือนกันซึ่ง

872
00:58:05.584 --> 00:58:09.584
เรารู้แล้วนะคะ ข้อถัดไปนะคะ เขาถามว่า

873
00:58:09.589 --> 00:58:13.589
ซึ่งเรารู้ว่าอันนี้นะ not P และ P

874
00:58:13.592 --> 00:58:17.592
และ P เป็นประโยคขัดแย้ง ตอบ งอ. งู

875
00:58:17.593 --> 00:58:21.593
มันตัวเลือกตัวเดี๋ยวกันแต่มันเปลี่ยนโจทย์เฉย ๆ นะคะ

876
00:58:21.594 --> 00:58:25.594
โอ.เค. อย่างนั้นข้อถัดไปตอบ ง. งูนะคะ

877
00:58:25.595 --> 00:58:29.595
อันนี้ก็เนื้อหาตรรกะศาสตร์

878
00:58:29.596 --> 00:58:33.596
เพียงเท่านี้นะคะ นักศึกษามีคำถาม

879
00:58:33.597 --> 00:58:37.597
หรือจะเปิดไมค์คุยถามได้นะคะ

880
00:58:37.598 --> 00:58:41.598
ถ้าไม่มีก็จะ

881
00:58:41.599 --> 00:58:45.599
แนะนำเรื่องใหม่ ที่จะเป็นพีชคณิตบุรีน

882
00:58:45.599 --> 00:58:49.599
นะคะ มันจะเป็น...

883
00:58:49.600 --> 00:58:53.600
เป็นการประยุกต์ใช้คณิตศาสตร์ของเรื่องตรรกศาสตร์

884
00:58:53.600 --> 00:58:57.600
แต่ว่ามันจะมีกฎกติกาที่แตกต่าง

885
00:58:57.602 --> 00:59:01.602
นิดหนึ่งนะคะ เอกสารไฟล์ครูส่งให้ในช่อง

886
00:59:01.603 --> 00:59:05.603
ไลน์แล้วขอให้โหลดเลย ในวันนี้คงสอน

887
00:59:05.604 --> 00:59:09.604
ไม่จบ Sheet นะคะ เพราะมันใช้เวลาเยอะ

888
00:59:09.605 --> 00:59:13.605
คุยกันในประเด็นพื้นฐานของมันเสียก่อน โอ.เค.

889
00:59:13.606 --> 00:59:17.606

890
00:59:17.607 --> 00:59:21.607

891
00:59:21.609 --> 00:59:25.609

892
00:59:25.611 --> 00:59:29.611

893
00:59:29.613 --> 00:59:33.613

894
00:59:33.614 --> 00:59:37.614

895
00:59:37.616 --> 00:59:41.616

896
00:59:41.617 --> 00:59:45.617

897
00:59:45.619 --> 00:59:49.619
โอ.เค. นะคะ เดี๋ยวแป๊บหนึ่งนะคะ

898
00:59:49.620 --> 00:59:53.620
นะคะ กำลังเปิดไฟล์ค่ะ

899
00:59:53.622 --> 00:59:57.622
พีชคณิตบูรล

900
00:59:57.623 --> 01:00:01.623

901
01:00:01.624 --> 01:00:05.624

902
01:00:05.626 --> 01:00:09.626

903
01:00:09.628 --> 01:00:13.628

904
01:00:13.630 --> 01:00:17.630

905
01:00:17.631 --> 01:00:21.631

906
01:00:21.634 --> 01:00:25.634

907
01:00:25.637 --> 01:00:29.637

908
01:00:29.638 --> 01:00:33.638

909
01:00:33.641 --> 01:00:37.641

910
01:00:37.643 --> 01:00:41.643

911
01:00:41.647 --> 01:00:45.647

912
01:00:45.648 --> 01:00:49.648

913
01:00:49.650 --> 01:00:53.650
โอ.เค. ตรงนี้นะคะ จะเป็น

914
01:00:53.652 --> 01:00:57.652
หัวข้อถัดมานะคะ ที่เราจะคุยกันในช่

915
01:00:57.653 --> 01:01:01.653
ท้ายตรงนี้ พีชคณิตบูลีนคืออะไร

916
01:01:01.654 --> 01:01:05.654
มันจะเป็น

917
01:01:05.655 --> 01:01:09.655
เอาเรื่องของ ไฟฟ้า

918
01:01:09.656 --> 01:01:13.656
หรือพวกวงจรไฟฟ้านะคะ มาเชื่อมกับ

919
01:01:13.657 --> 01:01:17.657
นิพจน์ต่าง ๆ เมื่อเราเรียนเมื่อสักครู่นะคะ

920
01:01:17.659 --> 01:01:21.659
คือ ที่มาของมันก็คือ  Claude Shannon

921
01:01:21.660 --> 01:01:25.660
นี่ มีการเชื่อมคล้าย ๆ กับลักษณะ

922
01:01:25.662 --> 01:01:29.662
ของตรรกศาสตร์นะคะ แล้วเขาก็มีการนำเสนอไว้

923
01:01:29.663 --> 01:01:33.663
โดยเขาให้สังเกตดังนี้นะคะ

924
01:01:33.664 --> 01:01:37.664
ก็คือมีคนเข้ามาในห้อง แป๊บหนึ่ง

925
01:01:37.665 --> 01:01:41.665
ถ้าสวิตช์เปิดตรงนี้

926
01:01:41.666 --> 01:01:45.666
เห็นไหมคะ เขาจะใช้สัญลักษณ์แบบนี้นะคะ ไฟฟ้า

927
01:01:45.667 --> 01:01:49.667
Switch เปิด

928
01:01:49.667 --> 01:01:53.667
ถ้าไฟฟ้ามันเดินทางมาตรงนี้นะคะ

929
01:01:53.669 --> 01:01:57.669
ไฟฟ้าเดินทาง

930
01:01:57.670 --> 01:02:01.670
มาตรงนี้สะพานมันยกขึ้น สะพานมันเปิด

931
01:02:01.671 --> 01:02:05.671
ไม่สามารถทำงานเห็นไหมคะ เพราะไฟมันไปตรงเส้นนี้

932
01:02:05.672 --> 01:02:09.672
นะคะ นี่คือลักษณะสวิตช์เปิด

933
01:02:09.674 --> 01:02:13.674
เดี๋ยวแป๊บหนึ่ง

934
01:02:13.675 --> 01:02:17.675
โอ.เค.

935
01:02:17.676 --> 01:02:21.676
อีกลักษณะคือ Switch ปิด

936
01:02:21.678 --> 01:02:25.678
ถ้าสวิตช์ปิดนี่ มันจะเป็นแบบนี้

937
01:02:25.679 --> 01:02:29.679
ปิด

938
01:02:29.680 --> 01:02:33.680
Switch มันปิ

939
01:02:33.681 --> 01:02:37.681
วงจรมันจะครบ ไฟจะสว่าง

940
01:02:37.682 --> 01:02:41.682
ถ้าเป็นอย่างนี้เราจะให้ค่าความจริงของมัน

941
01:02:41.683 --> 01:02:45.683
นะคะ อันนี้ให้สัญลักษณ์เป็น 0

942
01:02:45.683 --> 01:02:49.683
นะคะ คือ 0 นี่ไฟมันไม่สว่าง

943
01:02:49.684 --> 01:02:53.684
ไฟมันดับนะคะ หลอดไฟมันไม่ติด

944
01:02:53.687 --> 01:02:57.687
หลอดไฟมันไม่ติด สวิตช์มันอ้าอยู่นะคะ

945
01:02:57.687 --> 01:03:01.687
สวิตย์มันอ้าปั๊บ

946
01:03:01.688 --> 01:03:05.688
มันมีค่าความจริงเป็นเท็จ ให้มันเป้น 0

947
01:03:05.689 --> 01:03:09.689
แต่ถ้าเกิดเราไปกดสวิซ

948
01:03:09.690 --> 01:03:13.690
ตรงนี้ คือ สวิตช์มันปิด

949
01:03:13.691 --> 01:03:17.691
นักศึกษาอย่าสับสนนะคะ

950
01:03:17.692 --> 01:03:21.692
เปิด Switch หน่อย แต่จริง ๆ แล้วเราทำให้สะพานมัน

951
01:03:21.694 --> 01:03:25.694
จริงไหม จริงไหม

952
01:03:25.696 --> 01:03:29.696
อันนี้อย่าไปสับสนกับการเปิด-ปิดไฟของเรานะคะ

953
01:03:29.697 --> 01:03:33.697
ในชีวิตปกติของเรานะคะ การที่เราไปสวิตช์

954
01:03:33.698 --> 01:03:37.698
นั่นคือเราทำให้ Switch มันเป็นอย่างไรคะ

955
01:03:37.699 --> 01:03:41.699
สมบูรณ์ให้ไฟมันเดินทางได้

956
01:03:41.700 --> 01:03:45.700
ไฟมันสว่างเห็นไหม

957
01:03:45.702 --> 01:03:49.702
นี่ ตอนนี้ต้องทำ คอนเซปนี้

958
01:03:49.703 --> 01:03:53.703
ก่อน ถ้าเราไปเปิด Switch ไฟในบ้านเรา

959
01:03:53.704 --> 01:03:57.704
เราไปเปิดไฟในสวิตซ์บ้านเรา

960
01:03:57.705 --> 01:04:01.705
มันอ้า มันอ้า สะพานไฟมันอ้าขึ้นนะ

961
01:04:01.706 --> 01:04:05.706
ไฟมันไม่ครบวงจร ค่าความจริง

962
01:04:05.707 --> 01:04:09.707
มันเป็น 0 นะคะ แต่ถ้า

963
01:04:09.709 --> 01:04:13.709
เราไปเปิดสวิตซ์ไฟบ้าน

964
01:04:13.710 --> 01:04:17.710
มันปิดลง สวิตช์มันปิดลงปุ๊บ ไฟมันวิ่ง ต้องให้

965
01:04:17.712 --> 01:04:21.712
หลอดไฟมันสว่าง ค่าความจริง

966
01:04:21.714 --> 01:04:25.714
1 ตัวนี้

967
01:04:25.715 --> 01:04:29.715
โอ.เค. นะคะ แล้วคราวนี้นี่

968
01:04:29.716 --> 01:04:33.716
ในวงจรไฟฟ้านี่ อันนี้จะ

969
01:04:33.717 --> 01:04:37.717
แสดงรูปภาพของวงจรไฟฟ้า

970
01:04:37.718 --> 01:04:41.718
ส่วนแรกนะคะ เราแทนด้วยต

971
01:04:41.719 --> 01:04:45.719
เซลล์ มันจะมีขัวบวกกับขั้วลบ

972
01:04:45.720 --> 01:04:49.720
นะคะ มาเจอตรงนี้

973
01:04:49.720 --> 01:04:53.720
สวิตช์มันเปิด สวิตช์มันเปิด เดินทางไม่ได้

974
01:04:53.722 --> 01:04:57.722
เห็นไหมคะ มันเดินทางไฟเดินทางมาหาหลอดไฟตัวนี้

975
01:04:57.723 --> 01:05:01.723
ไม่ได้นะคะ อย่างนี้ไฟมันก็ดับ

976
01:05:01.724 --> 01:05:05.724
ค่าความจริง มันจะเป็นอะไรคะ เป็น 0 นะ

977
01:05:05.731 --> 01:05:09.731
แต่ถ้าเป็นแบบนี้ล่ะ

978
01:05:09.732 --> 01:05:13.732
มีการเชื่อมสะพานมาอีก มีการเชื่อม

979
01:05:13.733 --> 01:05:17.733
สวิตซ์เข้ามาอีก 2 ตัว

980
01:05:17.734 --> 01:05:21.734
ตัว P ก็เปิด ตัว Q ก็เปิด ไฟจะเป็นอย่างไรคะ

981
01:05:21.735 --> 01:05:25.735
ไม่ติดเหมือนเดิม หลอดไฟ

982
01:05:25.736 --> 01:05:29.736
ก็มีค่าความจริงเป็น 0 ลักษณะนี้

983
01:05:29.737 --> 01:05:33.737
นะคะ การที่เอาสวิตซ์มาเพิ่มนี่

984
01:05:33.738 --> 01:05:37.738
ก็คือการเชื่อม Logic ตรรกศาสตร์

985
01:05:37.739 --> 01:05:41.739
พีชคณิตบุรีนตรงนี้ล่ะ

986
01:05:41.740 --> 01:05:45.740
อย่างแรกเลย ถ้าสวิตซ์ P เปิด

987
01:05:45.742 --> 01:05:49.742
ขึ้นอ้าอย่างนี้นะคะ อ้าอย่างนี้

988
01:05:49.743 --> 01:05:53.743
Q ก็เปิดอ้า ไฟครบวงจรไหม

989
01:05:53.744 --> 01:05:57.744
ไม่ครบ หลอดไฟสว่างไหม

990
01:05:57.745 --> 01:06:01.745
ไม่สว่าง ไม่สว่างหลอดไฟตรงนี้

991
01:06:01.748 --> 01:06:05.748
เป็นอะไรคะ มันดับหรือไม่สว่าง

992
01:06:05.750 --> 01:06:09.750
มันก็จะเป็น 0 นะคะ เป็นดับ อันนี้ คือ

993
01:06:09.751 --> 01:06:13.751
ผลลัพธ์คือหลอดไฟจะดับ

994
01:06:13.753 --> 01:06:17.753
ถ้า P เปิด ถ้า P เปิดอ้าแบบนี้

995
01:06:17.756 --> 01:06:21.756
แต่ Q ปิด ตรงนี้ปิดลง

996
01:06:21.758 --> 01:06:25.758
ไฟก็เดินทางมาหาหลอดไฟได้ไหม หลอดไฟก็

997
01:06:25.760 --> 01:06:29.760
อย่างไรอยู่คะ ก็ดับเหมือนเดิม อันที่ 3

998
01:06:29.761 --> 01:06:33.761
อันที่ 3 สวิตซ์ P นี้ปิดลง

999
01:06:33.762 --> 01:06:37.762
ไฟเดินทางมาถึงจุดนี้ แต่เดินทางต่อไปไม่ได้

1000
01:06:37.763 --> 01:06:41.763
เพราะว่า Q มันเปิด หลอดไปมันก็ดับนะคะ

1001
01:06:41.764 --> 01:06:45.764
หลอดไฟจะสว่างก็คือ สวิตช์ P

1002
01:06:45.765 --> 01:06:49.765
จะต้องปิดลงและ Q จะต้องปิดลงไฟ

1003
01:06:49.766 --> 01:06:53.766
ถึงจะสว่างนะคะ

1004
01:06:53.767 --> 01:06:57.767
ถ้าเขียนเป็นตัวเชื่อ Logic นะคะ

1005
01:06:57.768 --> 01:07:01.768
ของตัวเชื่อมและ

1006
01:07:01.769 --> 01:07:05.769
ก็จะเกิดเป็นแบบนี้นะคะ P Q P

1007
01:07:05.770 --> 01:07:09.770
ก็คือตัวนี้ล่ะ P คือสวิตซ์

1008
01:07:09.771 --> 01:07:13.771
Q คือ สวิตช์ Q นะคะ Q

1009
01:07:13.772 --> 01:07:17.772
เป็นกรณีเดียวคืออะไรคะ จริงและจริงเป็นจริง

1010
01:07:17.773 --> 01:07:21.773
โอ.เค. ไหมคะ เขาเลยเปรียบ

1011
01:07:21.775 --> 01:07:25.775
เขาเลยเปรียบเทียบว่าการเสียบสวิตซ์ไฟอนุกรมนี่

1012
01:07:25.776 --> 01:07:29.776
ค่าความจริงที่ตรงกับตัวเชื่อม

1013
01:07:29.777 --> 01:07:33.777
เป็นจริงกรณีเดียว คือทุก ๆ อันต้องเป็นจริงหมด

1014
01:07:33.778 --> 01:07:37.778
สอดคล้องกับกรณีที่ทุกสวิตซ์จะปิดลง

1015
01:07:37.781 --> 01:07:41.781
นะคะ ไฟมันถึงจะสว่าง ไฟสว่างก็คือ

1016
01:07:41.782 --> 01:07:45.782
เป็นจริง อันนี้นี่คือตรรกศาสตร์อันเดิมเรานะคะ

1017
01:07:45.782 --> 01:07:49.782
ตรรกะอันเดิมเรา

1018
01:07:49.783 --> 01:07:53.783
แต่พอมาเขียนเป็น

1019
01:07:53.783 --> 01:07:57.783
Logic เมื่อกี้เราตกลงกันว่าอย่างไรคะ

1020
01:07:57.785 --> 01:08:01.785
ถ้าหลอดไฟติดตรงนี้เป็นอะไรคะ

1021
01:08:01.786 --> 01:08:05.786
เป็น 0 ไฟสว่างเป็น 1 ตรงนี้

1022
01:08:05.787 --> 01:08:09.787
สวิตซ์เปิดให้เป็น 0 สวิตซ์ปิดให้เป็น 1 อันนี้

1023
01:08:09.788 --> 01:08:13.788
คือกติกาของเรา ปึ๊บ ๆ

1024
01:08:13.788 --> 01:08:17.788
โอ.เค. พอเรามาเขียนเป็น Logic ของ

1025
01:08:17.791 --> 01:08:21.791
พีชคณิตบุริน

1026
01:08:21.792 --> 01:08:25.792
ถ้าถึง

1027
01:08:25.793 --> 01:08:29.793
ตรงนี้นักศึกษาลองดูนะคะ

1028
01:08:29.794 --> 01:08:33.794
หลอดไฟมันติดนะคะ

1029
01:08:33.795 --> 01:08:37.795
ถ้าสวิตช์ P มันปิดลง

1030
01:08:37.796 --> 01:08:41.796
เป็นเลข 1 สวิตซ์ Q

1031
01:08:41.797 --> 01:08:45.797
มันปิด ปิดลงให้ไฟมันเดินได้ ให้มันเป็นเลข 1

1032
01:08:45.798 --> 01:08:49.798
พูดง่าย ๆ คือ เขาใช้เลข 1

1033
01:08:49.799 --> 01:08:53.799
กับเลข 0 มาบอกว่า สวิตช์ ปิดลง

1034
01:08:53.802 --> 01:08:57.802
ให้ไฟมันเดินได้หรือมันเปิดอ้าอยู่น่ะ

1035
01:08:57.803 --> 01:09:01.803
ตรงนี้อย่างเช่นแถวที่ 1 ตรงนี้

1036
01:09:01.804 --> 01:09:05.804
สวิตช์ P เปิด ไฟมันเดินไม่ได้ เป็น 0

1037
01:09:05.805 --> 01:09:09.805
Q สวิตช์ Q มันเปิด

1038
01:09:09.806 --> 01:09:13.806
เป็น 0 ผลลัพธ์ Y

1039
01:09:13.807 --> 01:09:17.807
ก็คือมันเชื่อมด้วยตัวเชื่อมและนะคะ

1040
01:09:17.809 --> 01:09:21.809
ก็เป็น 0 เห็นไหมคะ อันนี้

1041
01:09:21.810 --> 01:09:25.810
เราก็จะบอกว่า 0 และ 0 เป็น 0

1042
01:09:25.810 --> 01:09:29.810
นะคะ สังเกตมันจะต่างกันกับตัว

1043
01:09:29.811 --> 01:09:33.811
ตรรกศาสตร์เดิมที่เราเรียนตัวนี้นะคะ

1044
01:09:33.812 --> 01:09:37.812
ตัวนี้ ความรู้ของเราเพิ่มเติมเข้ามา ถ้าพูด

1045
01:09:37.813 --> 01:09:41.813
ของการต่อสวิตช์ไฟ นอร์เกต

1046
01:09:41.814 --> 01:09:45.814
ด้านซ้ายสุดตรงนี้นะคะ

1047
01:09:45.817 --> 01:09:49.817
โอ.เค. คราวนี้ไปดูการต่ออนุกรม

1048
01:09:49.818 --> 01:09:53.818
ขนาน การต่ออนุกรมขนานมีหน้าตาแบบนี้นะคะ

1049
01:09:53.819 --> 01:09:57.819
คือมีสวิตช์ 2 สวิตช์มาเชื่อมกัน

1050
01:09:57.820 --> 01:10:01.820
ด้วยตัวเชื่อมการต่อแบบขนานนะคะ

1051
01:10:01.820 --> 01:10:05.820
สังเกตว่าตัวนี้แบตเตอรี่

1052
01:10:05.821 --> 01:10:09.821
ไฟเดินมาทางปุ๊บ ๆ ไฟอยู๋ตรงนี้นะคะ

1053
01:10:09.822 --> 01:10:13.822
ไฟก็จะแยกเป็น 2 ทาง เหมือนท่อประปา

1054
01:10:13.823 --> 01:10:17.823
มาถึงจุดแยกนี้ ถ้าสวิตซ์ไฟ

1055
01:10:17.824 --> 01:10:21.824
ตรงนี้ P เปิดอยู่ไฟก็ไปไม่ได้ มันก็ค้างเต่อ

1056
01:10:21.825 --> 01:10:25.825
ตรงนี้ล่ะ ส่วนข้างล่าง

1057
01:10:25.826 --> 01:10:29.826
ไฟเดินมาถึง Q ถ้าสวิตช์ไฟเปิด

1058
01:10:29.836 --> 01:10:33.836
หลอดไฟก็ไม่ทำงานมันก็ดับ เร

1059
01:10:33.842 --> 01:10:37.842
แจกแจงการทำงานของสวิตซ์ 2 ตัวนี้

1060
01:10:37.843 --> 01:10:41.843
P, Q ได้เหมือนตารางนี้ ได้ 4 กรณีนะคะ

1061
01:10:41.846 --> 01:10:45.846
เรามาดูผลลัพธ์ไฟจะสว่างหรือปิดเมื่อไร

1062
01:10:45.846 --> 01:10:49.846
อย่างแรกเลยถ้า P ปิดลง

1063
01:10:49.847 --> 01:10:53.847
และ

1064
01:10:53.852 --> 01:10:57.852
q ก็ปิด โอ.เค. ไฟเดินทางมาเส้นทางไหนก็ได้

1065
01:10:57.853 --> 01:11:01.853
ครูเริ่มจะหมดเสียงแล้ว

1066
01:11:01.854 --> 01:11:05.854
หลอดไฟมันก็จะสว่างคิดตามทันนะคะ

1067
01:11:05.857 --> 01:11:09.857
ไฟสว่าง

1068
01:11:09.858 --> 01:11:13.858
กรณีที่ 2 p สวิตช์ปิดลง แต่สวิตช์เปิด

1069
01:11:13.859 --> 01:11:17.859

1070
01:11:17.860 --> 01:11:21.860
สว่างคะ ขอตัวแทนห้องเลย (นักศึกษาชาย) สว่างครับ

1071
01:11:21.862 --> 01:11:25.862
(อาจารย์) สว่างเพราะว่าไฟมันทางสายสวิตซ์

1072
01:11:25.864 --> 01:11:29.864
p นะคะ ก็สว่าง อันที่ 3

1073
01:11:29.865 --> 01:11:33.865
P เปิด Q ปิด

1074
01:11:33.868 --> 01:11:37.868
เพราะว่าไฟมันไปตรงสวิตซ์ Q

1075
01:11:37.869 --> 01:11:41.869
แต่คราวนี้ในกรณีที่ P กับ Q

1076
01:11:41.870 --> 01:11:45.870
มันเปิดอ้าออกพร้อมกันเลย ไฟมันไม่มีมาหา

1077
01:11:45.873 --> 01:11:49.873
หลอดไฟมันจะดับ ถ้าเชื่อมด้วยตัวเชื่อม

1078
01:11:49.874 --> 01:11:53.874
หรือในทางตรรกศาสตร์

1079
01:11:53.878 --> 01:11:57.878
อันนี้มันคือไฟมันจะมา P หรือ Q ก็ได้ใช่ไหมคะ

1080
01:11:57.879 --> 01:12:01.879
ปกติตรรกศาสตร์เรานี่ ตัวเชื่อมหรือขอให้

1081
01:12:01.880 --> 01:12:05.880
อันหนึ่งอันใดเป็นจริงนี่

1082
01:12:05.881 --> 01:12:09.881
สำหรับของเรื่อง พรีชนิดบุรีนี่

1083
01:12:09.882 --> 01:12:13.882
แตกต่างกันในบางประเด็นเล็กน้อย

1084
01:12:13.882 --> 01:12:17.882
นะคะ เดี๋ยวเราเรามาลองแทนตัวเลขดู ในขั้นตอนต่อไปนะคะ

1085
01:12:17.884 --> 01:12:21.884
โอ.เค.

1086
01:12:21.885 --> 01:12:25.885
ตัวนี้ถ้าแทนเป็นตัวเลขจะแทนเป็นตัวอะไรคะ

1087
01:12:25.886 --> 01:12:29.886
เดี๋ยวลองแทนนิดหนึ่งนะคะ

1088
01:12:29.889 --> 01:12:33.889
ลองเช็กความเข้าใจหน่อย

1089
01:12:33.891 --> 01:12:37.891

1090
01:12:37.895 --> 01:12:41.895
(นักศึกษาชาย) 0 0 0 ครับ

1091
01:12:41.897 --> 01:12:45.897
(อาจารย์) โอ.เค. ค่ะ

1092
01:12:45.899 --> 01:12:49.899
0, 0, 0 โอ.เค. มันตัวแทนนักศึกษาตอบมา

1093
01:12:49.900 --> 01:12:53.900
ก่อนครูเขียนอีก ต่อไปเลยนะคะ

1094
01:12:53.903 --> 01:12:57.903
ต่อไป อันนี้ ก็คือเป็นวงจร

1095
01:12:57.904 --> 01:13:01.904
ตรรกะนะคะ หรือวงจร

1096
01:13:01.905 --> 01:13:05.905
Logic ไม่ใช่ Logic อย่างเดียว

1097
01:13:05.907 --> 01:13:09.907
ซึ่งเอาเรื่องของวงจรไฟฟ้า

1098
01:13:09.908 --> 01:13:13.908
ระบบของตรรกะนะคะ

1099
01:13:13.909 --> 01:13:17.909
คือ 0, 1, 0, 1 มาใช้แทน

1100
01:13:17.910 --> 01:13:21.910
ค่าสถานการณ์ต่าง ๆ นะคะ

1101
01:13:21.911 --> 01:13:25.911

1102
01:13:25.912 --> 01:13:29.912
ตอนนี้ Zoom เหลืออีก 9 นาที

1103
01:13:29.915 --> 01:13:33.915
คราวนี้ตรรกะของวงจรตรรกะนะคะ

1104
01:13:33.920 --> 01:13:37.920
ของวงจรตรรกะ จะมี Operaat

1105
01:13:37.921 --> 01:13:41.921
หรือตัวเชื่อมพื้นฐานมัน ตัวนี้จะทับศัพท์

1106
01:13:41.922 --> 01:13:45.922
เลยนะคะ มีเกรด มันมีเกรดนะคะ

1107
01:13:45.923 --> 01:13:49.923
เกตของทางออกของมันนั่นล่ะ ตัวแรก

1108
01:13:49.925 --> 01:13:53.925
คือ เชื่อมด้วย and and คือ ตัวนี้

1109
01:13:53.930 --> 01:13:57.930
เชื่อม อันที่ 2 เชื่อมด้วย All

1110
01:13:57.931 --> 01:14:01.931
นิเศษ คือ เชื่อมด้วย Not

1111
01:14:01.932 --> 01:14:05.932
พื้นฐาน 3 อันนี้แต่

1112
01:14:05.932 --> 01:14:09.932
ในขั้นต่อไป ก็จะมีตัวเชื่อมอันอื่นอีก

1113
01:14:09.934 --> 01:14:13.934
ในการปรับลดวงจรให้มันมีประสิทธิภาพมากขึ้น

1114
01:14:13.938 --> 01:14:17.938
นะคะ มันจะมีอันนี้

1115
01:14:17.939 --> 01:14:21.939
ครูก็ไม่รู้จะเรียกอย่างไรนะคะ เป็นศัพท์

1116
01:14:21.946 --> 01:14:25.946
ทางด้าน ก็เลยว่า X all

1117
01:14:25.947 --> 01:14:29.947
x all ตรงนี้

1118
01:14:29.948 --> 01:14:33.948
เดี๋ยวค่อย เดี๋ยวเกตอันอื่น ๆ ที่ซับซ้อนไว้คุยกัน

1119
01:14:33.949 --> 01:14:37.949
คราวหน้านะคะ อันนี้

1120
01:14:37.951 --> 01:14:41.951
ตรงนี้ค่อย่าวกันนะคะ เดี๋ยวตอนนี้เรามาดู

1121
01:14:41.952 --> 01:14:45.952
เพื่อให้มันใช้คำเรียก

1122
01:14:45.953 --> 01:14:49.953
จากตรรกศาสตร์ทั่วไป

1123
01:14:49.958 --> 01:14:53.958
เรียกว่าอะไรคะ AND Gate

1124
01:14:53.960 --> 01:14:57.960
OR Gate

1125
01:14:57.962 --> 01:15:01.962
not gate

1126
01:15:01.963 --> 01:15:05.963
ตอนนี้ Zoom เหลือ

1127
01:15:05.965 --> 01:15:09.965
อีกสักประมาณ 8 นาทีนะคะ

1128
01:15:09.969 --> 01:15:13.969
เดี๋ยวเราไปกันช้า ๆ แป๊บหนึ่ง

1129
01:15:13.972 --> 01:15:17.972

1130
01:15:17.973 --> 01:15:21.973
เดี๋ยวแป๊บหนึ่งนะคะ

1131
01:15:21.975 --> 01:15:25.975

1132
01:15:25.979 --> 01:15:29.979

1133
01:15:29.980 --> 01:15:33.980

1134
01:15:33.981 --> 01:15:37.981
ขั้นแรกนะคะ

1135
01:15:37.985 --> 01:15:41.985
นักศึกษามองเห็นไหมคะ

1136
01:15:41.986 --> 01:15:45.986
เดี๋ยวครูจะซูมใหญ่แล้ว

1137
01:15:45.988 --> 01:15:49.988
ทำไมมันไม่เห็นใหญ่

1138
01:15:49.990 --> 01:15:53.990
ครูคลิกผิด ครูแชร์

1139
01:15:53.991 --> 01:15:57.991
ผิดที่ ครูต้องแชร์

1140
01:15:57.993 --> 01:16:01.993
ตัวนี้ โอ.เค.

1141
01:16:01.994 --> 01:16:05.994

1142
01:16:05.995 --> 01:16:09.995
ตัวแรกนะคะ นพกิตมาแล้วหรือ ฉีดวัคซีนไวจัง

1143
01:16:09.996 --> 01:16:13.996
AND Gate

1144
01:16:13.996 --> 01:16:17.996
นี่เป็น Input ตั้งแต่ 2 Input ขึ้นไป

1145
01:16:17.998 --> 01:16:21.998
ก็คือ Input เข้าตรงนี้นะคะ

1146
01:16:22.000 --> 01:16:26.000
00 นี่ก็คือเป็น

1147
01:16:26.001 --> 01:16:30.001
B แล้วสัญลักษณ์ของ AND Gate จะใช้เป็น

1148
01:16:30.002 --> 01:16:34.002
ตัวเหมือน จะเรียกอย่างไร

1149
01:16:34.003 --> 01:16:38.003
เหมือนตัวเสียบไฟฟ้า เต้าเสียบ

1150
01:16:38.009 --> 01:16:42.009
นี่คือสัญลักษณ์เขานะคะ

1151
01:16:42.010 --> 01:16:46.010
ก็คือมี Input 2 ตัว คือ Input

1152
01:16:46.011 --> 01:16:50.011
ของที่เข้าทาง A คือ ตัวนี้

1153
01:16:50.012 --> 01:16:54.012
และ input เข้าทาง b

1154
01:16:54.013 --> 01:16:58.013
ก็เหมือนกับ... เขาเรียกอะไร

1155
01:16:58.014 --> 01:17:02.014
มันเหมือนกับใส่หมวกตรงนี้น่ะ

1156
01:17:02.015 --> 01:17:06.015
คือ Process ในกระบวนการ คือ Process ในการทำงาน

1157
01:17:06.016 --> 01:17:10.016
เป็น Output Output ก็คือตัว y

1158
01:17:10.018 --> 01:17:14.018
สัญลักษณ์ภาษาอังกฤษมี 3 ตัว

1159
01:17:14.024 --> 01:17:18.024
มี A มี B มี Y

1160
01:17:18.025 --> 01:17:22.025
คือ สัญญาณเข้า Process ตรงนี้

1161
01:17:22.026 --> 01:17:26.026
แล้วก็ออก ออก 1 ขา

1162
01:17:26.027 --> 01:17:30.027
ก็คือ Y ตัวนี้เปรียบเสมือนการ

1163
01:17:30.029 --> 01:17:34.029
คูณกันของ Input เราจะใช้สัญลักษณ์

1164
01:17:34.030 --> 01:17:38.030
a * b ตรงนี้นะคะ

1165
01:17:38.031 --> 01:17:42.031
มันจะมีสัญลักษณ์ของ an gate

1166
01:17:42.032 --> 01:17:46.032
สัญลักษณ์ของเขานะคะ เรามาดูว่า Output

1167
01:17:46.033 --> 01:17:50.033
Y มันจะมีค่าความจริงเป็นอะไรบ้าง

1168
01:17:50.034 --> 01:17:54.034
คราวนี้ a นี่ เป็น Input นะคะ

1169
01:17:54.035 --> 01:17:58.035
ถ้าเกิด input มันมีค่าเป็น

1170
01:17:58.036 --> 01:18:02.036
0 0 นี่คือสวิตซ์มันเปิดหรือ

1171
01:18:02.039 --> 01:18:06.039
ปิดคะ จำได้ไหม จำได้ไหม

1172
01:18:06.040 --> 01:18:10.040
(นักศึกษาชาย) เปิดครับ (อาจารย์) เดี๋ยวทวนเพื่อนนิดหนึ่งนะคะ

1173
01:18:10.041 --> 01:18:14.041

1174
01:18:14.043 --> 01:18:18.043
ตรงนี้นะคะ

1175
01:18:18.044 --> 01:18:22.044

1176
01:18:22.046 --> 01:18:26.046
0 เปิดนะคะ 0 คือ เปิด

1177
01:18:26.048 --> 01:18:30.048
ถ้าปิด เปิดเป็น 1 ปิดเป็น 0

1178
01:18:30.049 --> 01:18:34.049
มันจะผิดนะคะ ให้เราจำว่าถ้าไฟเดินไม่ได้มีค่าเป็น

1179
01:18:34.049 --> 01:18:38.049
ไฟแดงไม่ได้มันมีค่าเป็น 0

1180
01:18:38.050 --> 01:18:42.050
ไฟเดินไม่ได้ เป็นสวติช์มันปิด

1181
01:18:42.050 --> 01:18:46.050
โอ.เค.

1182
01:18:46.052 --> 01:18:50.052

1183
01:18:50.053 --> 01:18:54.053
อันนี้

1184
01:18:54.054 --> 01:18:58.054
0 a เป็น 0 นะคะ เพราะ y 0

1185
01:18:58.055 --> 01:19:02.055
0 1 ก็เป็น 0

1186
01:19:02.057 --> 01:19:06.057
1 0 ก็เป็น 0 สุดท้าย A เป็น 1

1187
01:19:06.063 --> 01:19:10.063
B เป็น 1 แล้วคือเปิดสวิตซ์ด้วยกันทั้งคู่

1188
01:19:10.064 --> 01:19:14.064
นะคะ เหมือนต่ออนุกรม ไฟก็จะสว่างได้

1189
01:19:14.064 --> 01:19:18.064
y ก็จะมีค่าเป็น 1

1190
01:19:18.066 --> 01:19:22.066
โอ.เค. เหลือ 4 นาทีเดี๋ยววันนี้

1191
01:19:22.069 --> 01:19:26.069
เราคุยกันถึงแค่ AND Gate ก่อนนะคะ

1192
01:19:26.070 --> 01:19:30.070
ส่วนเนื้อหาถัด ๆ ไป ก็ฝากให้

1193
01:19:30.072 --> 01:19:34.072
ให้เราไปดูมาล่วงหน้านะคะ

1194
01:19:34.073 --> 01:19:38.073
เดี๋ยวครูขอจบบรรยายเพียงเท่านี้ก่อนดีกว่า

1195
01:19:38.077 --> 01:19:42.077
เพราะว่าเดี๋ยว Zoom จะเหลือ 3 นาที 4 นาที

1196
01:19:42.078 --> 01:19:46.078
ก็เลยอยากจะชวนนักศึกษาคุยเล็กน้อย

1197
01:19:46.079 --> 01:19:50.079
ขออนุญาต

1198
01:19:50.080 --> 01:19:54.080
เปิดกล้องนิดหนึ่งได้ไหมคะ ก่อนที่เราจะลากันวันนี้

1199
01:19:54.081 --> 01:19:58.081
นะ เดี๋ยวการบ้านครูจะให้พวกเรา

1200
01:19:58.082 --> 01:20:02.082
ไปอ่านล่วงหน้าก่อนนะคะ

1201
01:20:02.083 --> 01:20:06.083

1202
01:20:06.085 --> 01:20:10.085

1203
01:20:10.086 --> 01:20:14.086
โอ.เค.

1204
01:20:14.088 --> 01:20:18.088

1205
01:20:18.091 --> 01:20:22.091
แป๊บหนึ่ง

1206
01:20:22.093 --> 01:20:26.093

1207
01:20:26.095 --> 01:20:30.095
ที่เหลือสะดวกเปิดกล้องไหมคะ ครูขอบันทึกภาพ

1208
01:20:30.096 --> 01:20:34.096
สักนิดหนึ่งค่ะ

1209
01:20:34.097 --> 01:20:38.097

1210
01:20:38.098 --> 01:20:42.098

1211
01:20:42.101 --> 01:20:46.101

1212
01:20:46.102 --> 01:20:50.102
ค่ะ

1213
01:20:50.104 --> 01:20:54.104
ขออนุญาตสอบถามคุณครูล่าม

1214
01:20:54.105 --> 01:20:58.105
ช่วยสะท้อนนิดหนึ่งหน่อยค่ะ

1215
01:20:58.108 --> 01:21:02.108
ช่วยแนะนำด้วยนะคะ

1216
01:21:02.110 --> 01:21:06.110

1217
01:21:06.111 --> 01:21:10.111
จะพูดให้ช้าลงนะคะ

1218
01:21:10.113 --> 01:21:14.113
โอ.เค. ค่ะ ก็ขอบคุณคุณครูล่ามด้วยนะคะ

1219
01:21:14.117 --> 01:21:18.117
ช่วยสะท้อน สำหรับนักศึกษาถ้าครูพูดเร็วไป

1220
01:21:18.119 --> 01:21:22.119
ให้พิมพ์แชตบอกครูได้นะคะ

1221
01:21:22.120 --> 01:21:26.120
ถ้าไม่กล้าเปิดไมค์พูดนะคะ

1222
01:21:26.121 --> 01:21:30.121
ก็เนื้อหาที่จะคุยกันต่อไปจะเป็นเรื่อง

1223
01:21:30.122 --> 01:21:34.122
ของพีชคณิตบูลีน คำศัพท์

1224
01:21:34.123 --> 01:21:38.123
มันจะเพิ่มมากขึ้นเป็นทางคำศัพท์เฉพาะ

1225
01:21:38.126 --> 01:21:42.126
และมันอาจจะสับสนกับตรรกศาสตร์

1226
01:21:42.127 --> 01:21:46.127
สักครู่นะคะ ครูก็เลยขอมอบหมายเวลา

1227
01:21:46.130 --> 01:21:50.130
ที่เหลือตรงนี้ให้เราไปอ่านสไลด์ที่ครูให้ไว้ล่วงหน้า

1228
01:21:50.131 --> 01:21:54.131
โอ.เค. ไหมคะ เรามีเวลาเหลือ 1 ชั่วโมง

1229
01:21:54.132 --> 01:21:58.132
นะคะ ใน 1 ชั่วโมงนี้ ครูให้ไปอ่านเอกสารเบื้องต้น

1230
01:21:58.133 --> 01:22:02.133
เบื้องต้นนะคะ แล้วสัปดาห์หน้าเราก็จะมาฟัง

1231
01:22:02.134 --> 01:22:06.134
คำบรรยายหรือคำอธิบายจากครู แล้วเราก็จะ

1232
01:22:06.135 --> 01:22:10.135
เน้นการทำงานในห้องเรียนออนไลน์เราเลยนะคะ

1233
01:22:10.136 --> 01:22:14.136
การบ้านอาจจะมีไม่มาก

1234
01:22:14.138 --> 01:22:18.138
นะคะ เพราะว่ามันจะมีอุปสรรคในการสื่อสารระหว่าง

1235
01:22:18.139 --> 01:22:22.139
ครูกับนักศึกษาอยู่ ถ้าไม่มีครูล่ามครูก็จะลำบากมาก

1236
01:22:22.141 --> 01:22:26.141
นะคะ ดังนั้น ก็

1237
01:22:26.142 --> 01:22:30.142
การบ้านอาจจะมีไม่เยอะ ก็ให้พวกเราอ่านชีตมาก่อน

1238
01:22:30.143 --> 01:22:34.143
ตอนนี้ครูจะเช็กชื่อได้ไหมเอ่ย

1239
01:22:34.143 --> 01:22:38.143

1240
01:22:38.144 --> 01:22:42.144

1241
01:22:42.146 --> 01:22:46.146

1242
01:22:46.147 --> 01:22:50.147

1243
01:22:50.148 --> 01:22:54.148
ถ้าอย่างไรพิมพ์แช็ตบอกได้นะคะ

1244
01:22:54.151 --> 01:22:58.151
หรือว่า น้องยุ้ยใช่ไหมคะ

1245
01:22:58.152 --> 01:23:02.152
ทิพย์รัตน์มาไหมคะ

1246
01:23:02.153 --> 01:23:06.153
(ล่าม) ยังไม่มาเลยค่ะ

1247
01:23:06.155 --> 01:23:10.155

1248
01:23:10.156 --> 01:23:14.156
(ล่าม) ค่ะ รบกวนน้องยุ้ยตอบแทนก็ได้นะคะ

1249
01:23:14.157 --> 01:23:18.157
สิริรัตน์มาไหมคะ

1250
01:23:18.158 --> 01:23:22.158

1251
01:23:22.159 --> 01:23:26.159

1252
01:23:26.160 --> 01:23:30.160

1253
01:23:30.161 --> 01:23:34.161

1254
01:23:34.164 --> 01:23:38.164

1255
01:23:38.168 --> 01:23:42.168

1256
01:23:42.170 --> 01:23:46.170

1257
01:23:46.173 --> 01:23:50.173

1258
01:23:50.174 --> 01:23:54.174

1259
01:23:54.176 --> 01:23:58.176

1260
01:23:58.178 --> 01:24:02.178

1261
01:24:02.180 --> 01:24:06.180

1262
01:24:06.181 --> 01:24:10.181

1263
01:24:10.182 --> 01:24:14.182

1264
01:24:14.184 --> 01:24:18.184

1265
01:24:18.185 --> 01:24:22.185

1266
01:24:22.189 --> 01:24:26.189

1267
01:24:26.190 --> 01:24:30.190

1268
01:24:30.191 --> 01:24:34.191

1269
01:24:34.193 --> 01:24:38.193

1270
01:24:38.195 --> 01:24:42.195

1271
01:24:42.196 --> 01:24:46.196

1272
01:24:46.204 --> 01:24:50.204

1273
01:24:50.205 --> 01:24:54.205

1274
01:24:54.207 --> 01:24:58.207

1275
01:24:58.209 --> 01:25:02.209

1276
01:25:02.210 --> 01:25:06.210

1277
01:25:06.212 --> 01:25:10.212

1278
01:25:10.220 --> 01:25:14.220

1279
01:25:14.222 --> 01:25:18.222

1280
01:25:18.224 --> 01:25:22.224

1281
01:25:22.226 --> 01:25:26.226

1282
01:25:26.228 --> 01:25:30.228

1283
01:25:30.229 --> 01:25:34.229

1284
01:25:34.230 --> 01:25:38.230

1285
01:25:38.233 --> 01:25:42.233

1286
01:25:42.235 --> 01:25:46.235

1287
01:25:46.237 --> 01:25:50.237

1288
01:25:50.239 --> 01:25:54.239

1289
01:25:54.242 --> 01:25:58.242

1290
01:25:58.244 --> 01:26:02.244

1291
01:26:02.248 --> 01:26:06.248

1292
01:26:06.250 --> 01:26:10.250

1293
01:26:10.252 --> 01:26:14.252

1294
01:26:14.254 --> 01:26:18.254

1295
01:26:18.256 --> 01:26:22.256

1296
01:26:22.257 --> 01:26:26.257

1297
01:26:26.260 --> 01:26:30.260

1298
01:26:30.261 --> 01:26:34.261

1299
01:26:34.263 --> 01:26:38.263

1300
01:26:38.265 --> 01:26:42.265

1301
01:26:42.266 --> 01:26:46.266

1302
01:26:46.269 --> 01:26:50.269

1303
01:26:50.270 --> 01:26:54.270

1304
01:26:54.272 --> 01:26:58.272

1305
01:26:58.274 --> 01:27:02.274

1306
01:27:02.277 --> 01:27:06.277

1307
01:27:06.279 --> 01:27:10.279

1308
01:27:10.280 --> 01:27:14.280

1309
01:27:14.282 --> 01:27:18.282

1310
01:27:18.283 --> 01:27:22.283

1311
01:27:22.286 --> 01:27:26.286

1312
01:27:26.287 --> 01:27:30.287

1313
01:27:30.290 --> 01:27:34.290

1314
01:27:34.292 --> 01:27:38.292

1315
01:27:38.297 --> 01:27:42.297

1316
01:27:42.299 --> 01:27:46.299

1317
01:27:46.300 --> 01:27:50.300

1318
01:27:50.301 --> 01:27:54.301

1319
01:27:54.303 --> 01:27:58.303

1320
01:27:58.305 --> 01:28:02.305
(อาจารย์) สวัสดีค่ะ ได้ยินเสียงอาจารย์ไหมคะ (ล่าม) ได้ยินค่ะ

1321
01:28:02.306 --> 01:28:06.306
(อาจารย์) ขอบคุณค่ะ พอดี

1322
01:28:06.306 --> 01:28:10.306
ไมค์มีปัญหาเลยใช้สมาร์ตโฟน

1323
01:28:10.313 --> 01:28:14.313
ขอแชร์บันทึก

1324
01:28:14.320 --> 01:28:18.320
เล็กน้อยนะคะ อาจจะรบกวน

1325
01:28:18.321 --> 01:28:22.321
น้องยุ้ยช่วยตอบแทนใน สำหรับ

1326
01:28:22.322 --> 01:28:26.322
นักศึกษาบางคนนะคะ

1327
01:28:26.323 --> 01:28:30.323

1328
01:28:30.324 --> 01:28:34.324
ศิริลักษณ์นี่มาไหมเอ่ย

1329
01:28:34.328 --> 01:28:38.328

1330
01:28:38.330 --> 01:28:42.330

1331
01:28:42.331 --> 01:28:46.331
นักศึกษาน้องมาอยู่ค่ะ

1332
01:28:46.332 --> 01:28:50.332
(อาจารย์) ช่วยต่อให้นิดหนึ่งนะคะ หน้าจอสกรีน

1333
01:28:50.335 --> 01:28:54.335
บางอย่างมันไม่เห็นเฟรม

1334
01:28:54.336 --> 01:28:58.336
โอ.เค. อดิษร

1335
01:28:58.337 --> 01:29:02.337
อดิศรค่ะ

1336
01:29:02.338 --> 01:29:06.338
(ล่าม) มาค่ะ (อาจารย์) มานะคะ

1337
01:29:06.339 --> 01:29:10.339
นพกฤตมา

1338
01:29:10.340 --> 01:29:14.340
ถ้าไปตลาดเจอนพกิต ครูจะจำนพกิตได้นะคะ

1339
01:29:14.341 --> 01:29:18.341
โอ.เค. พงศธร

1340
01:29:18.342 --> 01:29:22.342
(ล่าม) พงษ์พรค่ะ (อาจารย์) พงษ์พร โอ.เค. ค่

1341
01:29:22.344 --> 01:29:26.344
โอ.เค. ค่ะ (เจ้าหน้าที่) พรมพร

1342
01:29:26.345 --> 01:29:30.345
(ล่าม) คนไหนนะ

1343
01:29:30.347 --> 01:29:34.347
ค่ะวันนี้ (อาจารย์) โอ.เค. ค่ะจันทกานต์

1344
01:29:34.348 --> 01:29:38.348
(ล่าม) จันทร์กานต์มาค่ะ (อาจารย์) โอ.เค.

1345
01:29:38.349 --> 01:29:42.349
กัญญารัตน์

1346
01:29:42.350 --> 01:29:46.350

1347
01:29:46.351 --> 01:29:50.351
ธัญญลักษณ์ (ล่าม) ธัญญลักษณ์มาค่ะ

1348
01:29:50.353 --> 01:29:54.353
(อาจารย์) ขอบคุณนะคะ เดี๋ยวต้องเลี้ยงกาแฟ

1349
01:29:54.355 --> 01:29:58.355
น้องยุ้ยแล้ว ช่วยเช็กชื่อ

1350
01:29:58.355 --> 01:30:02.355
เดชาพล (นักศึกษาชาย) มาครับ

1351
01:30:02.357 --> 01:30:06.357
แว๊บ ๆ อยู่

1352
01:30:06.358 --> 01:30:10.358
วาริศาค่ะ (ล่าม) วาริศา

1353
01:30:10.359 --> 01:30:14.359
มาค่ะ หวีผม

1354
01:30:14.360 --> 01:30:18.360
พัทรดา (ล่าม)

1355
01:30:18.361 --> 01:30:22.361
มาค่ะ

1356
01:30:22.362 --> 01:30:26.362
โอ.เค. เทพอักษรมานะคะ เมื่อกี้เห็น (นักศึกษาชาย) มาคร

1357
01:30:26.364 --> 01:30:30.364

1358
01:30:30.365 --> 01:30:34.365
(อาจารย์) ต่อไปธนพัทค่ะ

1359
01:30:34.366 --> 01:30:38.366
(อาจารย์) สันติภาพ (นักศึกษาชาย) มาครับ

1360
01:30:38.367 --> 01:30:42.367
(อาจารย์) โอ.เค. ภากรณ์

1361
01:30:42.368 --> 01:30:46.368
ภากรณ์มาค่ะ (อาจารย์) โอ.เค.

1362
01:30:46.369 --> 01:30:50.369
โอ.เค. จะมีวันนี้

1363
01:30:50.369 --> 01:30:54.369
ที่ไม่ได้เข้า Class ก็จะมีทิพรัตน์

1364
01:30:54.372 --> 01:30:58.372
ใช่ไหมคะ (ล่าม)  ค่ะ ใช่ค่ะ (อาจารย์) แล้วก็

1365
01:30:58.373 --> 01:31:02.373
พงษ์ภรณ์ 2 คน

1366
01:31:02.374 --> 01:31:06.374
สำหรับวันนี้ก็

1367
01:31:06.375 --> 01:31:10.375
ก็มีการทบทวนตรรกศาสตร์

1368
01:31:10.376 --> 01:31:14.376
ให้เรานะคะ แล้วก็

1369
01:31:14.377 --> 01:31:18.377
แนะนำเนื้อหา พีชคณิตบุรีน

1370
01:31:18.380 --> 01:31:22.380
มันมีการคิดที่แตกต่างกันเล็กน้อย เพื่อไม่ให้

1371
01:31:22.398 --> 01:31:26.398
นักศึกษาสับสนก็เลยขอมอบหมายเวลาที่เหลือ

1372
01:31:26.399 --> 01:31:30.399
ในคลาสเรียนวันนี้ให้ไปอ่านเอกสารล่วงหน้าก่อน

1373
01:31:30.400 --> 01:31:34.400
แล้วสัปดาห์หน้าเราจะเรียนเอกสารตัวนี้

1374
01:31:34.401 --> 01:31:38.401
ก็คือว่าน่าจะอยากให้มันไปได้เร็วขึ้น

1375
01:31:38.402 --> 01:31:42.402
ครูก็จะพูดให้ช้าลงนะคะ

1376
01:31:42.403 --> 01:31:46.403
พูดให้ช้าลง ทั้งนั้นทั้งนี้ ก็คืออยากให้นักศ

1377
01:31:46.404 --> 01:31:50.404
มีความเข้าใจมากที่สุด ครูก็จะค่อยเป็นค่อยไป

1378
01:31:50.405 --> 01:31:54.405
นะคะ สำหรับการเรียนการสอนมีข้อเสนอแนะ

1379
01:31:54.406 --> 01:31:58.406
นักศึกษาสามารถบอกครูได้แล้วก็คุณครูล่ามด้วยนะคะ

1380
01:31:58.407 --> 01:32:02.407
บอกได้นะคะ (ล่าม) ค่ะ ๆ อาจารย์ (ล่าม) ได้ค่ะ ขอบคุณค่ะ

1381
01:32:02.408 --> 01:32:06.408
(อาจารย์) ค่ะ งั้นวันนี้เท่านี้นะคะ

1382
01:32:06.408 --> 01:32:10.408
(นักศึกษาชาย) สวัสดีครับ (อาจารย์)  ค่ะ

1383
01:32:10.409 --> 01:32:14.409
[สิ้นสุดการถอดความ]

1384
01:32:14.411 --> 01:32:18.411

1385
01:32:18.412 --> 01:32:22.412

1386
01:32:22.414 --> 01:32:26.414

1387
01:32:26.416 --> 01:32:30.416

1388
01:32:30.418 --> 01:32:34.418

1389
01:32:34.420 --> 01:32:37.421


