﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:04.000

2
00:00:04.006 --> 00:00:08.006

3
00:00:08.009 --> 00:00:12.009

4
00:00:12.010 --> 00:00:16.010

5
00:00:16.014 --> 00:00:20.014

6
00:00:20.017 --> 00:00:24.017

7
00:00:24.019 --> 00:00:28.019

8
00:00:28.021 --> 00:00:32.021

9
00:00:32.022 --> 00:00:36.022

10
00:00:36.024 --> 00:00:40.024

11
00:00:40.025 --> 00:00:44.025

12
00:00:44.027 --> 00:00:48.027

13
00:00:48.029 --> 00:00:52.029

14
00:00:52.031 --> 00:00:56.031

15
00:00:56.034 --> 00:01:00.034

16
00:01:00.036 --> 00:01:04.036

17
00:01:04.038 --> 00:01:08.038

18
00:01:08.040 --> 00:01:12.040

19
00:01:12.042 --> 00:01:16.042

20
00:01:16.044 --> 00:01:20.044
(พี่อี๊ด) สวัสดีค่ะ

21
00:01:20.047 --> 00:01:24.047
สวัสดีค่ะ

22
00:01:24.048 --> 00:01:28.048

23
00:01:28.050 --> 00:01:32.050

24
00:01:32.052 --> 00:01:36.052

25
00:01:36.055 --> 00:01:40.055

26
00:01:40.059 --> 00:01:44.059
ได้ยินเสียงค่ะ

27
00:01:44.061 --> 00:01:48.061
ได้ยินเสียง

28
00:01:48.063 --> 00:01:52.063
ล่ามไหมคะ ได้ยินเสียงล่ามไหมคะ

29
00:01:52.064 --> 00:01:56.064
ล่ามพูดอยู่ค่ะ

30
00:01:56.067 --> 00:02:00.067

31
00:02:00.069 --> 00:02:04.069
ค่ะ พูดอยู่ค่ะ ได้ยินไหมคะ

32
00:02:04.071 --> 00:02:08.071
เสียงไปไหมคะ

33
00:02:08.073 --> 00:02:12.073

34
00:02:12.074 --> 00:02:16.074

35
00:02:16.077 --> 00:02:20.077

36
00:02:20.080 --> 00:02:24.080

37
00:02:24.085 --> 00:02:28.085

38
00:02:28.088 --> 00:02:32.088

39
00:02:32.089 --> 00:02:36.089

40
00:02:36.091 --> 00:02:40.091

41
00:02:40.093 --> 00:02:44.093

42
00:02:44.095 --> 00:02:48.095

43
00:02:48.097 --> 00:02:52.097

44
00:02:52.099 --> 00:02:56.099

45
00:02:56.101 --> 00:03:00.101

46
00:03:00.103 --> 00:03:04.103

47
00:03:04.105 --> 00:03:08.105

48
00:03:08.037 --> 00:03:12.037

49
00:03:12.039 --> 00:03:16.039

50
00:03:16.041 --> 00:03:20.041

51
00:03:20.043 --> 00:03:24.043

52
00:03:24.044 --> 00:03:28.044

53
00:03:28.045 --> 00:03:32.045

54
00:03:32.046 --> 00:03:36.046

55
00:03:36.047 --> 00:03:40.047

56
00:03:40.050 --> 00:03:44.050

57
00:03:44.052 --> 00:03:48.052

58
00:03:48.054 --> 00:03:52.054

59
00:03:52.058 --> 00:03:56.058

60
00:03:56.061 --> 00:04:00.061

61
00:04:00.062 --> 00:04:04.062

62
00:04:04.065 --> 00:04:08.065

63
00:04:08.067 --> 00:04:12.067

64
00:04:12.068 --> 00:04:16.068

65
00:04:16.073 --> 00:04:20.073

66
00:04:20.074 --> 00:04:24.074

67
00:04:24.076 --> 00:04:28.076

68
00:04:28.078 --> 00:04:32.078

69
00:04:32.080 --> 00:04:36.080

70
00:04:36.082 --> 00:04:40.082

71
00:04:40.084 --> 00:04:44.084
นะครับ

72
00:04:44.086 --> 00:04:48.086
ให้เรียบร้อย ผู้ชายก็ใส่เนคไทเลยนะครับ

73
00:04:48.088 --> 00:04:52.088
เดี๋ยวใครไปบ้างจะส่งรายชื่อให้นะ

74
00:04:52.089 --> 00:04:56.089
เฉพาะพวกเรานี่ล่ะ ส่วนใครที่ไม่ได้ไปไม่ต้องเสียใจนะ

75
00:04:56.090 --> 00:05:00.090
ทำไม่เอาหนูไปด้วย อย่างตี๋สั้นผมอยากไป

76
00:05:00.091 --> 00:05:04.091
ที่นั่งมันเต็มแล้วนะครับ

77
00:05:04.092 --> 00:05:08.092
ส่วนวันที่ 7 มีนาคม นะครับ 7 มีนาคม

78
00:05:08.093 --> 00:05:12.093
จะไปขอนแก่น

79
00:05:12.095 --> 00:05:16.095
จะไปโรงเรียนเอ็ม

80
00:05:16.097 --> 00:05:20.097
นะครับ จะกลับไปโรงเรียนเอ็ม จะกลับไปคุยกับ ผอ.

81
00:05:20.098 --> 00:05:24.098
ว่าจะอย่างไรนะครับ ไม่แน่อาจจะเอา

82
00:05:24.100 --> 00:05:28.100
เอ็มว่างอยู่น่ะ

83
00:05:28.101 --> 00:05:32.101
เดี๋ยวจะขอคุยกับโรงเรียนตาบอก ว่าจะอย่างไร

84
00:05:32.103 --> 00:05:36.103
ไปด้วยไหมมุก ไม่ต้องไปหรอก 2 ที่แล้ว

85
00:05:36.104 --> 00:05:40.104
เพราะว่ารู้สึกว่าเขาจะปิดแล้วนะครับ วันที่ 7 มีนาคม

86
00:05:40.107 --> 00:05:44.107
ก็ประมาณนี้นะครับ ก็เมื่อเช้า

87
00:05:44.108 --> 00:05:48.108
เพิ่งคุยกับทีมงาน TTRS

88
00:05:48.109 --> 00:05:52.109
ทางล่ามออนไลน์ว่าปีการศึกษาหน้า

89
00:05:52.111 --> 00:05:56.111
จะอย่างไรนะครับ เราจะยังเห็นพี่การ์ตูนอยู่ไหม พี่อี๊ดอยู่ไ

90
00:05:56.112 --> 00:06:00.112
ยังเห็นอยู่ไหมนะครับ ยังเหมือนเดิมนะครับ เรายังเจอกันเหมือนเดิม

91
00:06:00.112 --> 00:06:04.112
ซึ่งปีหน้าก็จะฝากถึงพี่การ์ตูน

92
00:06:04.113 --> 00:06:08.113
ด้วยว่ารุ่นที่ 5 นะครับ รุ่นที่ 5

93
00:06:08.114 --> 00:06:12.114
นะครับ ก็จะมา เรารับ 10 ก็จะใช้ระบบ

94
00:06:12.115 --> 00:06:16.115
ล่ามออนไลน์ไปเรื่อย ๆ นะครับ

95
00:06:16.115 --> 00:06:20.115
จะไม่ให้เราใช้นะครับ ซึ่งเขาก็ยังให้ใช้ตลอดนะครับ

96
00:06:20.116 --> 00:06:24.116
ถ้าเรายังมีนักศึกษาอยู่ ก็อาจารย์พ่อ

97
00:06:24.118 --> 00:06:28.118
อาจารย์แม่ก็ยังดูแลพวกเราต่อไป

98
00:06:28.120 --> 00:06:32.120
อะไรที่ในเวลาถ้าใครหิวข้าว

99
00:06:32.121 --> 00:06:36.121
ก็บอกนะ บอก ไม่ใช้ว่าให้

100
00:06:36.124 --> 00:06:40.124
คนเดียว ไม่ใช่หรอกครับ บอกได้ มุกอยากกินอะไรอย่างนี้

101
00:06:40.125 --> 00:06:44.125
นะครับ อยากกินสเต็กจระเข้

102
00:06:44.127 --> 00:06:48.127
ใช่ไหมหมูแพงต้องกินจระเข้

103
00:06:48.128 --> 00:06:52.128
แทนนะครับ ก็เดี๋ยว

104
00:06:52.129 --> 00:06:56.129
ว่าง ๆ เราค่อยว่ากันนะครับ ค่อยว่ากันอีกที ให้ COVID มันซา ๆ ลงนิดหนึ่ง

105
00:06:56.129 --> 00:07:00.129
ส่วนที่อาจารย์พ่อรับปากว่าจะพาพวกเราไปดูนอกสถานที่

106
00:07:00.131 --> 00:07:04.131
ปรากฏว่าติดต่อไปแล้ว

107
00:07:04.133 --> 00:07:08.133
เขาบอกว่า อาจารย์ ผมไม่ได้กลัวอาจารย์

108
00:07:08.134 --> 00:07:12.134
นะครับ อาจารย์บอกว่าผมไม่ได้กลัวคุณ

109
00:07:12.135 --> 00:07:16.135
แต่เขาไม่ให้เข้าจังหวัดนะครับ ผอ. นค

110
00:07:16.136 --> 00:07:20.136
ติดต่อไปแล้วเขาบอกอาจารย์เขาไม่อยากเสี่ยง

111
00:07:20.137 --> 00:07:24.137
เราไม่อยากเสี่ยง เขาก็กลัวเรา เราก็กลัวเขา

112
00:07:24.137 --> 00:07:28.137
นครพนมบ้านแฝดนะ เห็นว่าวิ่งหนักใช่ไหม

113
00:07:28.140 --> 00:07:32.140
แฝด

114
00:07:32.141 --> 00:07:36.141
แฝดอยู่หรือเปล่าแฝด

115
00:07:36.142 --> 00:07:40.142
เห็นไหม แถวบ้าน

116
00:07:40.142 --> 00:07:44.142
แถวบ้านแฝดก็เยอะใช่ไหม

117
00:07:44.144 --> 00:07:48.144
COVID เห็นแถวนาว่า นาแก

118
00:07:48.146 --> 00:07:52.146
ไปไม่ได้เลย

119
00:07:52.147 --> 00:07:56.147
ใช่ไหม เยอะนะครับ ก็จะคุยกันเรื่อย ๆ แบบนี้

120
00:07:56.148 --> 00:08:00.148
นะครับ อย่างไรโยโกะ ไม่ได้ไอ้นั่นนะ

121
00:08:00.149 --> 00:08:04.149

122
00:08:04.149 --> 00:08:08.149
โยโกะเป็นอย่างไรบ้าง

123
00:08:08.151 --> 00:08:12.151
ก็ระวังตัว จะไปไหนมาไหนนะครับ

124
00:08:12.152 --> 00:08:16.152
ถ้าไปก็ให้บอก ให้แจ้งกันนะครับ ก็เป็นห่วงพวกเราทุกคนนะครับ

125
00:08:16.153 --> 00:08:20.153
เดี๋ยวอย่างไรก็จะไปไหนมาไหน อาจารย์พ่อบกันอาจารย์แม่ก็

126
00:08:20.155 --> 00:08:24.155
จะสื่อสารเราผ่านกลุ่มไลน์ของพวกเรานะครับ ส่วนใคร

127
00:08:24.156 --> 00:08:28.156
มีอะไรจะปรึกษาก็ LINE ส่วนตัวได้

128
00:08:28.157 --> 00:08:32.157
นะครับ เพราะว่าตอนนี้เราต้องช่วยเหลือตัวเองนะครับ ต้องช่วยเหลือตัวเอง

129
00:08:32.158 --> 00:08:36.158
ป้องกันตัวเองด้วย ถ้าเกิดมีใครติดมาคนหนึ่ง ห้องเรา

130
00:08:36.159 --> 00:08:40.159
เรียบร้อยเลย เขาสั่งปิดพวกเราเลยนะครับ

131
00:08:40.161 --> 00:08:44.161
เราจะไม่ได้เจอกันเลยนะครับ เป็นเทอมนะครับ

132
00:08:44.163 --> 00:08:48.163
ก็ให้ตั้งใจนะครับ เดี๋ยวอย่างไรเพิ่งเจอวิทยากร

133
00:08:48.164 --> 00:08:52.164
ก็เดี๋ยวถ้าเกิดหลังจากเรียนจบเทอมจะมีอบรม

134
00:08:52.165 --> 00:08:56.165
นะครับ ก่อนปิดเทอมให้นะครับ ก็เรียน

135
00:08:56.167 --> 00:09:00.167
กับอาจารย์แม่ต่อเลยครับ

136
00:09:00.168 --> 00:09:04.168
(อาจารย์สุธิรา) เปิด

137
00:09:04.169 --> 00:09:08.169
โปรแกรมรอเลยนะคะ เปิด Sublime เลย

138
00:09:08.171 --> 00:09:12.171
เปิดอะไรไม่ได้ทำไม

139
00:09:12.172 --> 00:09:16.172
อัปเดตอยู่หรือ ปล่อยมันไป

140
00:09:16.173 --> 00:09:20.173
ก็ใช้เครื่อง

141
00:09:20.175 --> 00:09:24.175
ไอ้ดอมสิ เครื่องข้าง ๆ ว่าง

142
00:09:24.176 --> 00:09:28.176
ดูนะคะ สัปดาห์ก่อนน่ะ ที่เรา

143
00:09:28.178 --> 00:09:32.178
จะเอาอุปสรรคหรือสิ่งกีดขวางมาวาง

144
00:09:32.179 --> 00:09:36.179
ทีนี้เนื่องจากอย่าลืมว่า

145
00:09:36.180 --> 00:09:40.180
ไอ้ตัวอุปสรรคหรือสิ่งกีดขวางเรามี

146
00:09:40.181 --> 00:09:44.181
ตั้ง 4 อันใช่หรือเปล่า เราก็เลยจะมาพา

147
00:09:44.182 --> 00:09:48.182
เขียนโค้ดอีกแบบหนึ่งนะคะ ก็คือ

148
00:09:48.183 --> 00:09:52.183
มาดูหัวข้อกัน หัวข้อที่เราจะเรียนในวันนี้

149
00:09:52.185 --> 00:09:56.185
หัวข้อที่ 1 function

150
00:09:56.186 --> 00:10:00.186
for loadding multiple image

151
00:10:00.187 --> 00:10:04.187
ก็คือเราจะมาเขียน

152
00:10:04.188 --> 00:10:08.188
โค้ดเพื่อไว้ใช้สำหรับ

153
00:10:08.189 --> 00:10:12.189
เขียนโค้ดที่เรียกว่าเป็น Function

154
00:10:12.191 --> 00:10:16.191
ที่จะเอาไว้โหลดรูปที่

155
00:10:16.192 --> 00:10:20.192
มีหลาย ๆ รูป เพราะฉะนั้น เราเขียนโค้ดนี้ เขียน

156
00:10:20.193 --> 00:10:24.193
ฟังก์ชันนี้ไว้ปุ๊บ แล้วเราจะสามารถเอาไปใช้

157
00:10:24.194 --> 00:10:28.194
กับตัวอื่นได้นึกออกนะ ก็

158
00:10:28.195 --> 00:10:32.195
เขียนแค่ครั้งเดียวเลย ก็คือเป็นฟังก์ชันใช้

159
00:10:32.196 --> 00:10:36.196
ในโปรแกรมอื่น ๆ ได้นะคะ และ 2.

160
00:10:36.198 --> 00:10:40.198
เมื่อมีฟังก์ชันแล้วเราก็ทำคลาส จำได้นะ

161
00:10:40.199 --> 00:10:44.199
เหมือนตอนที่เราไดโนเสาร์ครั้งแรก เราก็ทำ Class ให้มันอยู่

162
00:10:44.200 --> 00:10:48.200
ใช่ไหม เพราะรูปของไดโนเสาร์มัน

163
00:10:48.201 --> 00:10:52.201
เกิดจากเอาภาพหลาย ๆ ภาพมันต่อกัน เพื่อให้มัน

164
00:10:52.202 --> 00:10:56.202
มันเคลื่อนไหวได้นะคะ เพราะฉะนั้น ก้อนหินก็เหมือนกัน

165
00:10:56.203 --> 00:11:00.203
หรือสิ่งกีดขวางที่เราจะเอามาวางเหมือนกัน

166
00:11:00.204 --> 00:11:04.204
จะอยู่มันจะเลื่อนไปตามที่เราวิ่งด้วยใช่ไหม

167
00:11:04.205 --> 00:11:08.205
เพราะฉะนั้น ก็เลยมาทำ Class ให้มัน

168
00:11:08.206 --> 00:11:12.206
หัวข้อที่ 2 คือ class for creating and moving obstacle

169
00:11:12.210 --> 00:11:16.210
ก็คือการสร้าง

170
00:11:16.211 --> 00:11:20.211
คลาสสำหรับไว้สร้าง

171
00:11:20.212 --> 00:11:24.212
แล้วก็เคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวาง

172
00:11:24.214 --> 00:11:28.214
ของเรานั่นเองนะคะ วันนี้โค้ดเยอะ เพราะฉะนั้น

173
00:11:28.215 --> 00:11:32.215
ฟังดี ๆ นะ พอ

174
00:11:32.216 --> 00:11:36.216
เห็นโค้ดน่ะ ถ่ายได้แต่อย่าพิมพ์ก่อน

175
00:11:36.218 --> 00:11:40.218
เข้าใจไหม ให้ดูตามที่พิมพ์ใน Sublime

176
00:11:40.219 --> 00:11:44.219
เพราะเหมือนมันจะมีบางตัว

177
00:11:44.220 --> 00:11:48.220
Sublime มันจะเป็นตัวช่วยใช่ไหมคะ พออาจารย์เปิดโค้ด

178
00:11:48.221 --> 00:11:52.221
เด็ก ๆ ก็จะถ่ายโค้ดไว้เสร็จแล้วก็พิมพ์เลย

179
00:11:52.222 --> 00:11:56.222
ไม่ดูว่าเวลาจริง ๆ จะใช้แล้วจะทำอย่างไรนะ

180
00:11:56.223 --> 00:12:00.223
พร้อมหรือยัง พร้อมจะโค้ดหรือยัง

181
00:12:00.224 --> 00:12:04.224
ถ้าพร้อมนะคะ ไปกันเลย

182
00:12:04.225 --> 00:12:08.225
ไปกันเลยอย่างนั้นน่ะ พร้อมหรือยังเปิด เปิด Sublime

183
00:12:08.226 --> 00:12:12.226
ขึ้นมาก่อน

184
00:12:12.227 --> 00:12:16.227
ตื่นเต้น ๆ แล้ว เห็นไหม

185
00:12:16.228 --> 00:12:20.228
Class มันจะอยู่ตรงนี้ใช่ไหม

186
00:12:20.229 --> 00:12:24.229
สร้างไว้ก่อน class dino นะคะ เพราะฉะนั้น

187
00:12:24.230 --> 00:12:28.230
เด็ก ๆ เปิดเข้ามาปุ๊บ เจอ Class Dino วรรค

188
00:12:28.231 --> 00:12:32.231
ไปเสียก่อน 2 บรรทัด 2 ครั้งนะคะ ก็คือพอเราเจอ

189
00:12:32.232 --> 00:12:36.232
Class Dino เรา เราก็เว้นไว้ 2

190
00:12:36.233 --> 00:12:40.233
Enter  ลงไป 2 ครั้งนะคะ

191
00:12:40.236 --> 00:12:44.236
นี่ เราจะอยู่ที่บรรทัดที่ 3 กัน

192
00:12:44.237 --> 00:12:48.237
นะคะ ทีนี้ตัวเดิม

193
00:12:48.239 --> 00:12:52.239
ตัวเดิมในครั้งก่อนย้อนกลับไปดู

194
00:12:52.241 --> 00:12:56.241
จำได้นะ ไอ้ตัวที่เป็น

195
00:12:56.242 --> 00:13:00.242
ที่เราจะไปโหลดรูปมาน่ะ

196
00:13:00.250 --> 00:13:04.250
โหลดรูปไอ้สิ่งกีดขวางที่

197
00:13:04.252 --> 00:13:08.252
ของเด็ก ๆ ไม่ว่าจะเป็นก้อนหินหรือกล่องของขวัญน่ะ ใน Comment ไป

198
00:13:08.253 --> 00:13:12.253
เสียเลยปิดไปเลยหรือลบออกก็ได้นะคะ

199
00:13:12.254 --> 00:13:16.254
ใช้วิธีลบออกก็ได้ เราจะ

200
00:13:16.255 --> 00:13:20.255
ไม่โหลดจากวิธีนี้ ลบออก Delete ไปเลย

201
00:13:20.256 --> 00:13:24.256
อย่างนี้นะคะ ไอ้ตัวที่เกี่ยวข้อง

202
00:13:24.260 --> 00:13:28.260
กับครั้งก่อนน่ะ ที่เกี่ยวกับ

203
00:13:28.261 --> 00:13:32.261
สิ่งกีดขวางเราน่ะ ลบออกไปเลยนะคะ

204
00:13:32.267 --> 00:13:36.267

205
00:13:36.268 --> 00:13:40.268
ลบไปได้เลย ๆ

206
00:13:40.268 --> 00:13:44.268

207
00:13:44.270 --> 00:13:48.270
ไม่อย่างนั้นมันจะต้อง

208
00:13:48.272 --> 00:13:52.272
เขียนโค้ดเยอะกว่านี้ เราจะพยายาม

209
00:13:52.273 --> 00:13:56.273
ใช้การเขียนให้มันสั้นนะคะ แล้วเอาไปใช้กับตัวอื่น

210
00:13:56.274 --> 00:14:00.274
ได้ด้วย

211
00:14:00.275 --> 00:14:04.275

212
00:14:04.277 --> 00:14:08.277
นะคะ อันดับแรก

213
00:14:08.278 --> 00:14:12.278
ก่อนจะสร้างคลาส เรา

214
00:14:12.278 --> 00:14:16.278
จะมาสร้างฟังก์ชันก่อนนะคะ สร้างเป็นฟังก์ชัน

215
00:14:16.279 --> 00:14:20.279
ก่อนนะ โดย

216
00:14:20.280 --> 00:14:24.280
เป็นฟังก์ชันเพื่อจะใช้สำหรับการนำเข้ารูปภาพ

217
00:14:24.282 --> 00:14:28.282
หลาย ๆ รูป ฟังก์ชันนี้ หมายถึง

218
00:14:28.283 --> 00:14:32.283
ครั้งหน้าเราจะเขียนโปรแกรมใหม่แล้วมีรูป

219
00:14:32.284 --> 00:14:36.284
ที่จะใช้เยอะ ๆ เราก็เอาฟังก์ชันนี้ไปใช้งานได้เลย

220
00:14:36.285 --> 00:14:40.285
นึกออกไหม นั่นก็คือวิธีการเขียน 1 ครั้ง

221
00:14:40.286 --> 00:14:44.286
แล้วใช้ร่วมกันได้นะคะ

222
00:14:44.287 --> 00:14:48.287
ให้ดูก่อนนะ ดูโครงสร้าง

223
00:14:48.288 --> 00:14:52.288
ของมันก่อนนะคะ สังเกตว่า

224
00:14:52.289 --> 00:14:56.289
จากภาพที่เห็นนี่นะคะ สังเกตว่า

225
00:14:56.290 --> 00:15:00.290
ทุกครั้งที่เราจะให้เขียน

226
00:15:00.291 --> 00:15:04.291
โค้ดนะคะ แม่จะพยายามให้เขียนคอมเมนต์

227
00:15:04.292 --> 00:15:08.292
ทุกครั้งเสมอใช่ไหม เพราะอะไร เมื่อเวลา

228
00:15:08.293 --> 00:15:12.293
เราเขียนคอมเมนต์ มันก็คือเป็นการบอกว่าส่วนนี้

229
00:15:12.295 --> 00:15:16.295
นะคะ เราจะเอามัน

230
00:15:16.296 --> 00:15:20.296
ไว้ใช้งานทำอะไรนะคะ ก็คือบอก

231
00:15:20.297 --> 00:15:24.297
บอกตัวคนเขียนเอง จะได้รู้ อ๋อ ตัวส่วนนี้

232
00:15:24.299 --> 00:15:28.299
เราสร้างขึ้นมาเพื่อทำเป็นฟังก์ชันนะ ทำเป็นอะไรนะ

233
00:15:28.300 --> 00:15:32.300
อย่างนี้นะคะ ทีนี้มาดูตรงส่วนที่เป็น

234
00:15:32.302 --> 00:15:36.302
ฟังก์ชันนะคะ ถ้าใช้

235
00:15:36.303 --> 00:15:40.303
ฟังก์ชัน เขียนฟังก์ชันเฉย ๆ จะประกอบด้วยคำว่า

236
00:15:40.304 --> 00:15:44.304
"def" ก็คือ definition ก็คือ

237
00:15:44.306 --> 00:15:48.306
การประกาศนั่นเองนะคะ การประกาศใช้ฟังก์ชัน

238
00:15:48.309 --> 00:15:52.309
แล้วตรงคำว่า "load_sprite

239
00:15:52.310 --> 00:15:56.310
หรือชื่อของฟังก์ชันที่เราสร้างขึ้น เรากำหนดเอง

240
00:15:56.311 --> 00:16:00.311
ตรงนี้นะคะ ตรงที่บอกว่าโหลด sprite

241
00:16:00.313 --> 00:16:04.313
นะคะ ส่วนในวงเล็บ

242
00:16:04.315 --> 00:16:08.315
นั่นก็คือไปเรียกใช้ Libary

243
00:16:08.316 --> 00:16:12.316
name prefic

244
00:16:12.317 --> 00:16:16.317
x = อะไรนี่ นั่นก็คือเราไปเรียกใช้งาน Library

245
00:16:16.317 --> 00:16:20.317
Liarby ใน pygame นะคะ

246
00:16:20.321 --> 00:16:24.321
ไปเรียกมันก็คือไปเรียกฟังก์ชันที่เขาสร้างไว้น่ะ

247
00:16:24.321 --> 00:16:28.321
มาใช้งานนะคะ แล้วส่วน

248
00:16:28.322 --> 00:16:32.322
ต่อมา อันที่ 2 นี่

249
00:16:32.324 --> 00:16:36.324
image ตัวที่ 2 ต่อจาก def

250
00:16:36.325 --> 00:16:40.325
ตัวแปรชื่อ "image" สำหรับไว้ทำอะไรนะคะ

251
00:16:40.326 --> 00:16:44.326
มีคอมเมนต์อธิบายไว้ Declear

252
00:16:44.327 --> 00:16:48.327
the imgaes ก็คือการประกาศตัวแปรนี่

253
00:16:48.329 --> 00:16:52.329
เพื่อเก็บรูปเห็นไหมคะ ก็คือ รูป image

254
00:16:52.330 --> 00:16:56.330
= เครื่องหมาย

255
00:16:56.331 --> 00:17:00.331
อะไรนะ วงเล็บ

256
00:17:00.334 --> 00:17:04.334
สี่เหลี่ยมนี่ จะเรียกอะไร ภาษาไทย-ภาษาอังกฤษนี่นะคะ

257
00:17:04.335 --> 00:17:08.335
ก้ามปูนี่นะคะ มัน

258
00:17:08.336 --> 00:17:12.336
จะใช้ก็คือเราประกาศเพื่อให้มันเป็น

259
00:17:12.337 --> 00:17:16.337
ที่สำหรับเก็บรูปที่เราจะนำมานั่นเองนะคะ

260
00:17:16.338 --> 00:17:20.338
เสร็จแล้วเมื่อมันจะเอารูปเข้ามานี่ เราก็เลย

261
00:17:20.339 --> 00:17:24.339
จะต้องบอกแล้วรูปมันมีหลายรูปนะ เราก็เลยต้อง

262
00:17:24.341 --> 00:17:28.341
มาทำ loop เพราะคำสั่ง for for ก็คือ

263
00:17:28.342 --> 00:17:32.342
การสร้าง Loop ใช่ไหม for i in range

264
00:17:32.343 --> 00:17:36.343
เนื่องจาก

265
00:17:36.345 --> 00:17:40.345
เริ่มที่ 0 เพราะอะไร ค่าเริ่มต้น

266
00:17:40.346 --> 00:17:44.346
นะคะ โดยปกตินี่ เวลาคอมพิวเตอร์มันนับ มันนับ

267
00:17:44.347 --> 00:17:48.347
ที่ 0 นึกออกนะ 0, 1, 2, 3 น่ะ

268
00:17:48.349 --> 00:17:52.349
มันนับแล้วนะคะ เพราะฉะนั้น ก็เลยต้องเริ่มที่ 0

269
00:17:52.351 --> 00:17:56.351
แล้วก็ตามด้วยคำว่า "Number of image"

270
00:17:56.352 --> 00:18:00.352
หมายถึงจำนวนของรูปที่เราจะเอามาใช้นั่นเอง

271
00:18:00.355 --> 00:18:04.355
นึกออกไหม นะคะ

272
00:18:04.356 --> 00:18:08.356
แต่ตรงนี้ยังไม่ใส่ number นะ แค่บอก

273
00:18:08.357 --> 00:18:12.357
ให้รู้ว่าในส่วนนี้จะเป็นส่วนของรูปนะคะ

274
00:18:12.358 --> 00:18:16.358
แล้วก็ทำ pad ให้มันเพราะเราจะต้องไปบอกว่า

275
00:18:16.359 --> 00:18:20.359
รูปมันจะเอามาจากไหนใช่ไหม ต้องบอกเส้นทางนะคะ

276
00:18:20.360 --> 00:18:24.360
แล้วก็เลยมาเป็นการแปลง

277
00:18:24.361 --> 00:18:28.361
แปรงภาพต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเงื่อนไขที่จะต้องมีนะคะ

278
00:18:28.362 --> 00:18:32.362
พร้อมหรือยัง เดี๋ยวพร้อมแล้วจะ

279
00:18:32.364 --> 00:18:36.364
พาโค้ดแล้วนะคะ เริ่มที่ Comment ก่อนเลย

280
00:18:36.365 --> 00:18:40.365
เปิด Sublime

281
00:18:40.366 --> 00:18:44.366

282
00:18:44.366 --> 00:18:48.366
ฟังก์ชันตัวนี้เราจะเอาไว้ก่อน

283
00:18:48.367 --> 00:18:52.367
ก่อน Class เพราะว่ามันจะเป็นเพื่อเรียกใช้

284
00:18:52.369 --> 00:18:56.369
ทุกอย่างที่อยู่ภายในได้หมดเลยนะคะ ก็เลยจะเอาไว้ก่อน class

285
00:18:56.369 --> 00:19:00.369
เพราะฉะนั้น ใส่ Comment ก่อน พิมพ์

286
00:19:00.370 --> 00:19:04.370
Hastag

287
00:19:04.372 --> 00:19:08.372
ขอโทษ

288
00:19:08.373 --> 00:19:12.373

289
00:19:12.380 --> 00:19:16.380
แล้วก็

290
00:19:16.381 --> 00:19:20.381
แล้วก็ต้องพิมพ์

291
00:19:20.382 --> 00:19:24.382
คอมเมนต์เป็นภาษาไทยก็ได้นะคะ สร้างฟังก์ชัน...

292
00:19:24.383 --> 00:19:28.383

293
00:19:28.384 --> 00:19:32.384
สร้างฟังก์ชัน

294
00:19:32.385 --> 00:19:36.385

295
00:19:36.386 --> 00:19:40.386

296
00:19:40.387 --> 00:19:44.387

297
00:19:44.389 --> 00:19:48.389

298
00:19:48.390 --> 00:19:52.390

299
00:19:52.394 --> 00:19:56.394
รูปภาพ

300
00:19:56.395 --> 00:20:00.395

301
00:20:00.400 --> 00:20:04.400
นะคะ เราจะสร้างฟังก์ชัน

302
00:20:04.403 --> 00:20:08.403
เพื่อจะใช้สำหรับใช้นำเข้า

303
00:20:08.406 --> 00:20:12.406
สำหรับใช้ก็ได้ เอาภาษาธรรมดา ๆ

304
00:20:12.407 --> 00:20:16.407
จะได้เข้าใจ สำหรับใช้นำ

305
00:20:16.408 --> 00:20:20.408
รูปภาพ

306
00:20:20.410 --> 00:20:24.410
นำรูปภาพเข้ามา

307
00:20:24.412 --> 00:20:28.412

308
00:20:28.414 --> 00:20:32.414
สำหรับใช้โหลดดีกว่านะ ทับศัพท์ไปเลยนะ

309
00:20:32.415 --> 00:20:36.415
รูปอยู่ว่าโหลดของเราแปลว่าอะไรนะคะ สำหรับโหลด

310
00:20:36.417 --> 00:20:40.417

311
00:20:40.419 --> 00:20:44.419
ทับศัพท์ไปเลย

312
00:20:44.420 --> 00:20:48.420

313
00:20:48.421 --> 00:20:52.421
มันไปเปลี่ยนภาษาไทย เดี๋ยวก่อน

314
00:20:52.425 --> 00:20:56.425
สำหรับโหลดรูปภาพหลาย ๆ รูปนะคะ จะได้เข้าใจง่าย ๆ

315
00:20:56.428 --> 00:21:00.428
อธิบายด้วยคำภาษาไทย อันดับแรก

316
00:21:00.431 --> 00:21:04.431
ก็คือการประกาศตัวแปร

317
00:21:04.432 --> 00:21:08.432
d ปุ๊บนะคะ ให้เด็ก ๆ

318
00:21:08.433 --> 00:21:12.433
เลือก def function เห็นไหม ทำให้เรารู้ว่า

319
00:21:12.435 --> 00:21:16.435
เราจะสร้างฟังก์ชัน ก็คือมาจากคำว่า "

320
00:21:16.436 --> 00:21:20.436
definition function นั่นเองนะคะ

321
00:21:20.437 --> 00:21:24.437
definish

322
00:21:24.439 --> 00:21:28.439
นะคะ เห็นไหมถ้าเลือกอันนี้

323
00:21:28.442 --> 00:21:32.442
เด็ก ๆ สังเกตเห็นใช่ไหม มันจะขึ้นส่วน

324
00:21:32.444 --> 00:21:36.444
ต่าง ๆ ขึ้นมาให้เลยนะคะ

325
00:21:36.445 --> 00:21:40.445
ตรงส่วนของตัวที่มี Function รี่

326
00:21:40.447 --> 00:21:44.447
มันก็คือส่วนที่เราจะ

327
00:21:44.448 --> 00:21:48.448
กำหนดชื่อตัวแปรให้ฟังก์ชัน

328
00:21:48.449 --> 00:21:52.449
ของฟังก์ชันนะคะ ส่วนของฟังก์ชันสีเขียว ๆ นี่

329
00:21:52.450 --> 00:21:56.450
หมายถึงชื่อของมันนี่ หมายถึงชื่อ ในที่นี้เราจะใช้

330
00:21:56.451 --> 00:22:00.451
ชื่อว่า load_

331
00:22:00.452 --> 00:22:04.452

332
00:22:04.453 --> 00:22:08.453
sprites นะคะ sprites ที่มาจาก sprite ชีส

333
00:22:08.455 --> 00:22:12.455
ภาพที่เรียง เรียงภาพเข้ามา โหลด

334
00:22:12.457 --> 00:22:16.457
แบบการเรียงเข้า

335
00:22:16.459 --> 00:22:20.459
นะคะ

336
00:22:20.461 --> 00:22:24.461
โหลด sprites นะเด็ก ๆ โหลด sprites

337
00:22:24.462 --> 00:22:28.462

338
00:22:28.463 --> 00:22:32.463

339
00:22:32.465 --> 00:22:36.465
sprites เราเติม s มันมี

340
00:22:36.465 --> 00:22:40.465
หลายตัวนะคะ เด็ก ๆ

341
00:22:40.466 --> 00:22:44.466
จะต้องได้ Function รูปแบบ Function แบบนี้ขึ้นมานะ

342
00:22:44.467 --> 00:22:48.467

343
00:22:48.468 --> 00:22:52.468

344
00:22:52.470 --> 00:22:56.470
มาดูในวงเล็บ ในวงเล็บนะคะ

345
00:22:56.470 --> 00:23:00.470
เมื่อได้ชื่อ Function แล้วนะคะ

346
00:23:00.472 --> 00:23:04.472
ชื่อฟังก์ชันก็คือ load_sprites

347
00:23:04.473 --> 00:23:08.473
เติม s นะคะ เพราะเราบอกแล้ว

348
00:23:08.474 --> 00:23:12.474
ว่าฟังก์ชันนี้เราจะใช้สร้างเพื่อการโหลดรูปภาพ

349
00:23:12.476 --> 00:23:16.476
เข้ามา รูปภาพหลาย ๆ รูปนะคะ

350
00:23:16.477 --> 00:23:20.477

351
00:23:20.479 --> 00:23:24.479
ว่าอย่างไร ข้างหลัง

352
00:23:24.481 --> 00:23:28.481
เสร็จหมดหรือยัง บรรทัดแรก

353
00:23:28.482 --> 00:23:32.482
โอเคหรือยังคะ ใครยังไม่เสร็จ

354
00:23:32.485 --> 00:23:36.485

355
00:23:36.485 --> 00:23:40.485
มันจะไม่พิมพ์นะ มันจะอะไร มันจะ

356
00:23:40.486 --> 00:23:44.486
เลือกก่อนแล้วจะขึ้น

357
00:23:44.487 --> 00:23:48.487
ตอนนี้ส่วนที่เราจะพิมพ์

358
00:23:48.489 --> 00:23:52.489
ตอนนี้ส่วนที่เราจะพิมพ์ต่อไปนะคะ ก็คือ

359
00:23:52.490 --> 00:23:56.490
ส่วนที่อยู่ในวงเล็บนะคะ ก็คือจะ

360
00:23:56.493 --> 00:24:00.493
กำหนด

361
00:24:00.495 --> 00:24:04.495

362
00:24:04.496 --> 00:24:08.496

363
00:24:08.497 --> 00:24:12.497

364
00:24:12.501 --> 00:24:16.501

365
00:24:16.503 --> 00:24:20.503

366
00:24:20.504 --> 00:24:24.504

367
00:24:24.509 --> 00:24:28.509

368
00:24:28.513 --> 00:24:32.513
พิมพ์

369
00:24:32.517 --> 00:24:36.517
image นะคะ image

370
00:24:36.520 --> 00:24:40.520
พอ i-m ปุ๊บ สังเกต

371
00:24:40.522 --> 00:24:44.522
พิมพ์แค่ i-m ก็ได้ แล้ว

372
00:24:44.523 --> 00:24:48.523
Enter แล้วก็ตามด้วยเครื่องหมายอันเดอร์สกอร์

373
00:24:48.525 --> 00:24:52.525
name n-a-

374
00:24:52.526 --> 00:24:56.526
m-a-n-

375
00:24:56.527 --> 00:25:00.527
prefix นะคะ

376
00:25:00.528 --> 00:25:04.528

377
00:25:04.530 --> 00:25:08.530

378
00:25:08.531 --> 00:25:12.531
แล้วก็ใส่ comma

379
00:25:12.532 --> 00:25:16.532
สังเกตว่า

380
00:25:16.533 --> 00:25:20.533
ในวงเล็บนี่ส่วนที่เราพิมพ์มันเป็นสีส้มนี่ มันหมายถึง

381
00:25:20.535 --> 00:25:24.535
เป็นฟังก์ชันหรือคลาสที่

382
00:25:24.536 --> 00:25:28.536
pygame มันสร้างไว้แล้วนะคะ แล้วเราไปเรียกใช้งาน

383
00:25:28.537 --> 00:25:32.537
นะคะ image_name_prefix

384
00:25:32.538 --> 00:25:36.538
อีกตัวหนึ่ง วรรค ต้องวรรคนะคะ พอ

385
00:25:36.541 --> 00:25:40.541
ใส่คอมม่าแล้วต้องวรรคนะคะ

386
00:25:40.542 --> 00:25:44.542
ต้องเคาะด้วยแล้วก็ตามด้วย image อีก เลือกค่ะ

387
00:25:44.543 --> 00:25:48.543
เห็นไหม พอพิมพ์ i แล้ว มันไปที่ image้ลย

388
00:25:48.545 --> 00:25:52.545
_ อีก

389
00:25:52.546 --> 00:25:56.546

390
00:25:56.547 --> 00:26:00.547

391
00:26:00.550 --> 00:26:04.550

392
00:26:04.551 --> 00:26:08.551

393
00:26:08.555 --> 00:26:12.555

394
00:26:12.559 --> 00:26:16.559
ยาวอยู่โค้ดนี้

395
00:26:16.560 --> 00:26:20.560
บอกเลยว่ายาว ตั้งใจนะครับทุกคน

396
00:26:20.562 --> 00:26:24.562

397
00:26:24.563 --> 00:26:28.563

398
00:26:28.565 --> 00:26:32.565
โอเค

399
00:26:32.567 --> 00:26:36.567
นะคะ

400
00:26:36.568 --> 00:26:40.568

401
00:26:40.569 --> 00:26:44.569

402
00:26:44.571 --> 00:26:48.571
image พิมพ์ไปแล้วไม่เป็นไร

403
00:26:48.572 --> 00:26:52.572
พิมพ์ เลื่อนมาข้างหน้านะคะ

404
00:26:52.573 --> 00:26:56.573
number

405
00:26:56.575 --> 00:27:00.575
_of

406
00:27:00.576 --> 00:27:04.576
นี่คือเราบอกฟังก์ชันนี้ว่า

407
00:27:04.577 --> 00:27:08.577
ถ้าจะโหลดรูปมานะคะ ก็คือมันจะไปโหลด

408
00:27:08.580 --> 00:27:12.580
image_name_prefix

409
00:27:12.582 --> 00:27:16.582
ก็คือไปโหลดชื่อ ไปโหลด number of image

410
00:27:16.584 --> 00:27:20.584
ต้องมีการบอกชื่อนะคะ

411
00:27:20.585 --> 00:27:24.585
ต้องบอกชื่อ บอกจำนวนของรูป

412
00:27:24.586 --> 00:27:28.586
นะคะ บอกอะไรอีก

413
00:27:28.587 --> 00:27:32.587
เราจะให้มันบอก

414
00:27:32.592 --> 00:27:36.592
size size ก็คือขนาด

415
00:27:36.594 --> 00:27:40.594
z-e นะคะ

416
00:27:40.595 --> 00:27:44.595
size_x

417
00:27:44.596 --> 00:27:48.596
นั่นหมายถึงบอก size ก็

418
00:27:48.597 --> 00:27:52.597
คือตำแหน่งของ

419
00:27:52.598 --> 00:27:56.598
ขนาดรูปน่ะค่ะ รูปในแกน x นึกออกนะ

420
00:27:56.602 --> 00:28:00.602
size_x โดยกำหนดค่าเริ่มต้น

421
00:28:00.603 --> 00:28:04.603
= 0

422
00:28:04.605 --> 00:28:08.605
แล้วก็ใส่ Comma นะคะ

423
00:28:08.606 --> 00:28:12.606
มี size_x ก็ต้องมี size_y

424
00:28:12.607 --> 00:28:16.607
นึกออกนะ

425
00:28:16.611 --> 00:28:20.611
_

426
00:28:20.612 --> 00:28:24.612
ด้วยนะคะ y

427
00:28:24.614 --> 00:28:28.614
= 0 เหมือนกัน ก็คือบอกค่าเริ่มต้น

428
00:28:28.615 --> 00:28:32.615
ให้เริ่มที่ตำแหน่ง

429
00:28:32.616 --> 00:28:36.616
x 0 y 0 นั่นเองนะคะ ขนาดก็เริ่มที่

430
00:28:36.617 --> 00:28:40.617
0,0

431
00:28:40.618 --> 00:28:44.618

432
00:28:44.619 --> 00:28:48.619

433
00:28:48.621 --> 00:28:52.621

434
00:28:52.622 --> 00:28:56.622
บรรทัดต่อมานะคะ เด็ก ๆ จะเห็น

435
00:28:56.625 --> 00:29:00.625
ตรงส่วนของ

436
00:29:00.626 --> 00:29:04.626
ไหนล่ะ ส่วนของ pass

437
00:29:04.627 --> 00:29:08.627
นึกออกนะ

438
00:29:08.628 --> 00:29:12.628
เรา Delete

439
00:29:12.629 --> 00:29:16.629
คำว่า "tuch" ออก

440
00:29:16.630 --> 00:29:20.630
ไม่เคลื่อนนะ ตำแหน่งตรงอยู่ให้ตรงนะคะ นึกออกนะ ตำแหน่ง

441
00:29:20.632 --> 00:29:24.632
จะอยู่ตรงตำแหน่งนี้มันเป็น Tempate

442
00:29:24.633 --> 00:29:28.633
เราจะประกาศตัวแปร

443
00:29:28.635 --> 00:29:32.635
image นะคะ

444
00:29:32.636 --> 00:29:36.636
Enter เลยนะคะ เท่ากับ

445
00:29:36.637 --> 00:29:40.637
เครื่องหมายสี่เหลี่ยม

446
00:29:40.638 --> 00:29:44.638
ก้ามปูนะคะ

447
00:29:44.640 --> 00:29:48.640

448
00:29:48.643 --> 00:29:52.643
ก็คือตรงนี้เวลา

449
00:29:52.645 --> 00:29:56.645
บอกแล้ว Comment น่ะ จะใส่ไว้ข้างบนก็ได้ ไว้

450
00:29:56.646 --> 00:30:00.646
ข้างในคือเหมือนเรามีตัวแปรนี่ บางที

451
00:30:00.647 --> 00:30:04.647
อาจจะต้องบอกตัวคนเขียนเอง นึกออกไหม ว่า

452
00:30:04.648 --> 00:30:08.648
มันไว้ใช้ทำอะไร ก็จะใส่คอมเมนต์

453
00:30:08.649 --> 00:30:12.649
เพิ่มอีกสักครั้งหนึ่งนะคะ บอกว่า

454
00:30:12.650 --> 00:30:16.650

455
00:30:16.652 --> 00:30:20.652
ประกาศตัวแปรเพื่อ

456
00:30:20.653 --> 00:30:24.653
เก็บ

457
00:30:24.654 --> 00:30:28.654
เพื่อใช้สัมผัส

458
00:30:28.655 --> 00:30:32.655
เก็บรูปภาพนั่นเอง

459
00:30:32.658 --> 00:30:36.658

460
00:30:36.659 --> 00:30:40.659
เพราะอะไร เพราะบอกไว้ว่า

461
00:30:40.660 --> 00:30:44.660
ไอ้ตัวนี้มันจะเป็นแบบลักษณะของ

462
00:30:44.662 --> 00:30:48.662
เป็นแบบ

463
00:30:48.663 --> 00:30:52.663
มันก็จะเป็น

464
00:30:52.664 --> 00:30:56.664
แบบที่เป็นปีกกานี่

465
00:30:56.667 --> 00:31:00.667
จะเป็นลักษณะ list หรือ tuple

466
00:31:00.668 --> 00:31:04.668
ของรูปจะอยู่แนวนี้จังหวะนี้

467
00:31:04.669 --> 00:31:08.669
คือ บอกลักษณะนี้นะคะ ตรงส่วนของ

468
00:31:08.670 --> 00:31:12.670
การประกาศฟังก์ชันเสร็จแล้ว ต่อมานะคะ

469
00:31:12.671 --> 00:31:16.671
เราจะมาสร้าง loop นะคะ

470
00:31:16.674 --> 00:31:20.674
วิธีการก็คือให้เด็ก ๆ กด Enter ไป 2 ครั้ง

471
00:31:20.676 --> 00:31:24.676
เราจะเริ่มที่บรรทัดที่ 2

472
00:31:24.676 --> 00:31:28.676
เราจะไม่พิมพ์ติดบรรทัดที่ 1 นึกออกนะ

473
00:31:28.677 --> 00:31:32.677
ให้เห็นว่าเสร็จส่วนของฟังก์ชันไปแล้ว เรา

474
00:31:32.678 --> 00:31:36.678
มาทำ loop ในฟังก์ชันนี้ loop ที่เราใช้

475
00:31:36.679 --> 00:31:40.679
ชื่อว่า for เปลี่ยน

476
00:31:40.680 --> 00:31:44.680
เห็นไหมคะ พอขึ้น f ปุ๊บ ให้เลือก

477
00:31:44.680 --> 00:31:48.680
for loop คลิกอย่างนี้เลย

478
00:31:48.681 --> 00:31:52.681
โอเคไหมเด็ก ๆ จะต้องได้โครงสร้างของ loop for

479
00:31:52.682 --> 00:31:56.682
แบบนี้ขึ้นมา

480
00:31:56.687 --> 00:32:00.687
นะคะ ใครไม่ขึ้นยกมือ ดู ใครถึงตรงนี้หรือยัง

481
00:32:00.689 --> 00:32:04.689

482
00:32:04.691 --> 00:32:08.691
แฝดทันไหม

483
00:32:08.692 --> 00:32:12.692
ดูวิธีการใส่ for loop ดี ๆ นะคะ

484
00:32:12.712 --> 00:32:16.712
พอเราพิมพ์ f ด้วยตัว...

485
00:32:16.714 --> 00:32:20.714
พอเห็นคำว่า for ที่มี for loop น่ะ ให้

486
00:32:20.715 --> 00:32:24.715
เลือกใช้มันเลยนะคะ

487
00:32:24.716 --> 00:32:28.716
พอคลิก 1 ครั้ง โครงสร้างของ

488
00:32:28.717 --> 00:32:32.717
for loop มันจะขึ้นมาแบบนี้

489
00:32:32.719 --> 00:32:36.719

490
00:32:36.720 --> 00:32:40.720

491
00:32:40.722 --> 00:32:44.722

492
00:32:44.724 --> 00:32:48.724

493
00:32:48.729 --> 00:32:52.729
for ตัวแปรที่เราจะตั้งชื่อ ก็คือเราใช้

494
00:32:52.732 --> 00:32:56.732
for นี้ก็คือใช้ว่า for_i นะคะ

495
00:32:56.734 --> 00:33:00.734
ไม่ใช้ x เราจะใช้ตัวแปร

496
00:33:00.735 --> 00:33:04.735
for i เฉย ๆ นะคะ

497
00:33:04.737 --> 00:33:08.737
ตรงนี้ range ใช้ range เฉย ๆ

498
00:33:08.743 --> 00:33:12.743

499
00:33:12.744 --> 00:33:16.744

500
00:33:16.745 --> 00:33:20.745
in นะคะ in range r-

501
00:33:20.747 --> 00:33:24.747
a-n-g-e r-a-n-

502
00:33:24.749 --> 00:33:28.749
g-e นะคะ

503
00:33:28.750 --> 00:33:32.750
ค่าเริ่มต้นของ i เราจะเริ่มที่

504
00:33:32.751 --> 00:33:36.751
0 บอกแล้วว่าจะเริ่มที่ 0 นะคะ

505
00:33:36.752 --> 00:33:40.752
เวลาให้มันนับให้มันเริ่มที่ 0

506
00:33:40.753 --> 00:33:44.753
ถ้าไม่เริ่ม 0 เริ่ม 1 ก็ได้นะ

507
00:33:44.754 --> 00:33:48.754
แต่จะเริ่มที่ 0 นี่ จะให้ดูว่าเริ่มที่ 0

508
00:33:48.755 --> 00:33:52.755
หมายถึงอย่างไร แล้วก็ตรงนี้ number_

509
00:33:52.759 --> 00:33:56.759
of_image หมายถึงภาพ

510
00:33:56.763 --> 00:34:00.763
ของภาพนั่นเอง หมายเลขของภาพน่ะ

511
00:34:00.766 --> 00:34:04.766
ก็คือสมมติรูปนี้เรามี 10 รูป นึกออกไหม

512
00:34:04.767 --> 00:34:08.767
อย่างนี้ เพราะฉะนั้น ไอ้รูปอุปสรรค

513
00:34:08.769 --> 00:34:12.769
เราให้ใส่กี่รูปลูก เพราะฉะนั้น เราก็ใส่

514
00:34:12.770 --> 00:34:16.770
เป็น 4 นะคะ เอ้ย

515
00:34:16.771 --> 00:34:20.771
ไม่ใช่ 4 สมมติว่ายังไม่รู้ ใช้แบบกลาง ๆ

516
00:34:20.772 --> 00:34:24.772

517
00:34:24.773 --> 00:34:28.773
ถ้าเอา

518
00:34:28.778 --> 00:34:32.778
แบบยังไม่รู้นะคะ เราก็

519
00:34:32.784 --> 00:34:36.784
ใส่ จำได้นะ เราประกาศไอ้ตัว

520
00:34:36.786 --> 00:34:40.786
number_of_image มาแล้ว

521
00:34:40.787 --> 00:34:44.787
แล้วพอขึ้น number_of_image คลิก

522
00:34:44.788 --> 00:34:48.788
เพื่อเลือก

523
00:34:48.789 --> 00:34:52.789
เพราะเรา นี่ ๆ ตรงฟังก์ชันนี้มันมีแล้วใช่ไหม

524
00:34:52.791 --> 00:34:56.791
เห็นไหม ไม่ต้องไปพิมพ์ใหม่ เพราะ

525
00:34:56.792 --> 00:35:00.792
ถ้าพิมพ์ใหม่บางคนพิมพ์ผิดใช่ไหมคะ

526
00:35:00.794 --> 00:35:04.794
เรียกใช้สิ่งที่อยู่ในฟังก์ชันที่เราสร้างนี่

527
00:35:04.795 --> 00:35:08.795
ถ้าอันไหนที่มันสร้างไปแล้ว มันจะมีขึ้นมา

528
00:35:08.796 --> 00:35:12.796
แค่พิมพ์ nu นี่แล้วเราก็ไปเลือก number_

529
00:35:12.797 --> 00:35:16.797
of_image ได้เลย

530
00:35:16.798 --> 00:35:20.798

531
00:35:20.801 --> 00:35:24.801

532
00:35:24.802 --> 00:35:28.802

533
00:35:28.808 --> 00:35:32.808
พอตรง path นะ ตรง path

534
00:35:32.809 --> 00:35:36.809
เราทำอย่างไรคะ ลบออกใช่ไหม บอกแล้วลบออก

535
00:35:36.811 --> 00:35:40.811

536
00:35:40.812 --> 00:35:44.812
ตรงนี้เราจะประกาศตัวแปรนะคะ

537
00:35:44.814 --> 00:35:48.814
ชื่อว่า path

538
00:35:48.816 --> 00:35:52.816

539
00:35:52.817 --> 00:35:56.817

540
00:35:56.818 --> 00:36:00.818

541
00:36:00.820 --> 00:36:04.820
ประกาศตัวแปรหน่อย

542
00:36:04.822 --> 00:36:08.822
t-h pad

543
00:36:08.823 --> 00:36:12.823
วรรค แล้วก็ตามด้วย

544
00:36:12.824 --> 00:36:16.824
เครื่องหมาย =

545
00:36:16.824 --> 00:36:20.824
เราจะเรียกตัวนี้มานะคะ

546
00:36:20.827 --> 00:36:24.827
ฟังก์ชันนี้ พิมพ์ i ปุ๊บ แล้วเลือก

547
00:36:24.829 --> 00:36:28.829

548
00:36:28.831 --> 00:36:32.831
ไม่ขึ้น im

549
00:36:32.832 --> 00:36:36.832
แล้วเลือก image_name

550
00:36:36.834 --> 00:36:40.834
prefix นี่มาใช้

551
00:36:40.835 --> 00:36:44.835
เห็นไหมคะ

552
00:36:44.837 --> 00:36:48.837

553
00:36:48.838 --> 00:36:52.838
ตามด้วยเครื่องหมายบวก

554
00:36:52.841 --> 00:36:56.841
เครื่องหมาย + ลูก

555
00:36:56.842 --> 00:37:00.842
วรรค เครื่องหมายบวก

556
00:37:00.843 --> 00:37:04.843
แล้วก็วรรค

557
00:37:04.845 --> 00:37:08.845
str str มาจาก

558
00:37:08.846 --> 00:37:12.846
String นะคะ สังเกตถ้าเป็น

559
00:37:12.847 --> 00:37:16.847
ฟ้า ๆ อย่างนี้ มันจะเป็นฟังก์ชัน

560
00:37:16.848 --> 00:37:20.848
ฟังก์ชันที่เขาสร้างไว้แล้ว

561
00:37:20.849 --> 00:37:24.849
ชื่อ str นะคะ string ในวงเล็บ

562
00:37:24.850 --> 00:37:28.850
ใส่วงเล็บเข้าไป

563
00:37:28.851 --> 00:37:32.851
เครื่องหมายวงเล็บหายไปไหน

564
00:37:32.852 --> 00:37:36.852
เดี๋ยว ๆ

565
00:37:36.853 --> 00:37:40.853
นะคะ ข้างในวงเล็บเราจะใส่อะไรลงไป ใส่

566
00:37:40.855 --> 00:37:44.855
i ตัวนี้ i นี่

567
00:37:44.856 --> 00:37:48.856
เริ่มต้นที่ i ก็คือ

568
00:37:48.857 --> 00:37:52.857
เลือก i แรกนะคะ i ตัวที่ 1

569
00:37:52.858 --> 00:37:56.858

570
00:37:56.859 --> 00:38:00.859
แล้วก็ตามด้วย

571
00:38:00.860 --> 00:38:04.860
วรรค เครืองหมายบวก

572
00:38:04.861 --> 00:38:08.861
นะคะ

573
00:38:08.862 --> 00:38:12.862
แล้วก็ตามด้วยเครื่องหมายคำพูด Single quote หรือ Double quote ก็ได้

574
00:38:12.863 --> 00:38:16.863

575
00:38:16.864 --> 00:38:20.864

576
00:38:20.866 --> 00:38:24.866

577
00:38:24.867 --> 00:38:28.867
.png

578
00:38:28.868 --> 00:38:32.868
คือบอกให้รู้ว่าไอ้นี่

579
00:38:32.871 --> 00:38:36.871
มันเป็นชื่อของรูป เห็นไหมคะ

580
00:38:36.872 --> 00:38:40.872
ที่มีลักษณะเป็นข้อความนะคะ

581
00:38:40.874 --> 00:38:44.874
แล้วก็จะต้อง

582
00:38:44.875 --> 00:38:48.875
ลงท้ายด้วยนามสกุล .png

583
00:38:48.876 --> 00:38:52.876
นะคะ

584
00:38:52.877 --> 00:38:56.877

585
00:38:56.878 --> 00:39:00.878

586
00:39:00.881 --> 00:39:04.881

587
00:39:04.882 --> 00:39:08.882
กด Enter ค่ะ อันนี้เงื่อนไข

588
00:39:08.883 --> 00:39:12.883
ของ path ได้แล้วนะคะ ต่อไปจะเป็นเงื่อนไขของรูปที่

589
00:39:12.884 --> 00:39:16.884
จะเอามาใช้ เรา

590
00:39:16.885 --> 00:39:20.885
เลือก image นะคะ

591
00:39:20.887 --> 00:39:24.887

592
00:39:24.889 --> 00:39:28.889
=

593
00:39:28.891 --> 00:39:32.891
py ปุ๊บ เลือก

594
00:39:32.892 --> 00:39:36.892
pygame

595
00:39:36.893 --> 00:39:40.893
พิมพ์ p-y

596
00:39:40.894 --> 00:39:44.894
แล้วให้คลิกเลือก pygame นะคะ

597
00:39:44.896 --> 00:39:48.896
.image im

598
00:39:48.896 --> 00:39:52.896

599
00:39:52.903 --> 00:39:56.903
. อะไร .load ค่ะ .load นะคะ

600
00:39:56.904 --> 00:40:00.904
แล้วก็ใส่เครื่องหมายวงเล็บ

601
00:40:00.905 --> 00:40:04.905
คือ โดยปกติถ้าเรียก

602
00:40:04.906 --> 00:40:08.906
image_pygame.load นี่ มันจะต้องฃ

603
00:40:08.907 --> 00:40:12.907
ตามด้วยชื่อใช่ไหม แต่ทีนี้

604
00:40:12.909 --> 00:40:16.909
เห็นไหมคะ มันเป็น loop น่ะ มันก็

605
00:40:16.910 --> 00:40:20.910
จะวนไปเรียก เรียกตามอะไร ตาม

606
00:40:20.911 --> 00:40:24.911
path ที่สร้างไว้เห็นไหม

607
00:40:24.913 --> 00:40:28.913
ในวงเล็บนี้ เราใส่คำว่า path เข้าไปแทน

608
00:40:28.914 --> 00:40:32.914
ให้เลือกคำว่า "path" ที่เราสร้าง ตัวแปรที่เราสร้าง

609
00:40:32.916 --> 00:40:36.916
เห็นไหม

610
00:40:36.920 --> 00:40:40.920

611
00:40:40.926 --> 00:40:44.926
ทันไหมคะ

612
00:40:44.928 --> 00:40:48.928
เด็ก ๆ ทันไหม ทันอยู่นะคะ

613
00:40:48.929 --> 00:40:52.929
ตั้งใจดูนะคะ จะไปช้า ๆ ไม่รีบ ๆ

614
00:40:52.930 --> 00:40:56.930
เสร็จแล้วพอเหมือนมันมีค่าน่ะค่ะ

615
00:40:56.932 --> 00:41:00.932

616
00:41:00.933 --> 00:41:04.933

617
00:41:04.935 --> 00:41:08.935
คือ ตอนโหลดน่ะนึกออกนะ

618
00:41:08.937 --> 00:41:12.937
การโหลดมาน่ะ ตรง path

619
00:41:12.943 --> 00:41:16.943
เสร็จแล้ว

620
00:41:16.944 --> 00:41:20.944
พอมาเป็น image น่ะค่ะ ให้มันแปลงค่า

621
00:41:20.945 --> 00:41:24.945
ก็เลยใส่ .

622
00:41:24.946 --> 00:41:28.946
นะคะ .convert

623
00:41:28.947 --> 00:41:32.947

624
00:41:32.947 --> 00:41:36.947
convert นะคะ

625
00:41:36.947 --> 00:41:40.947
convert c-o-n-

626
00:41:40.949 --> 00:41:44.949
v-e-r-t convert

627
00:41:44.949 --> 00:41:48.949
ตามด้วยเครื่องหมาย Underscore

628
00:41:48.950 --> 00:41:52.950
alpha

629
00:41:52.951 --> 00:41:56.951
a-l-p-

630
00:41:56.952 --> 00:42:00.952
h-a นะคะ แล้วก็วงเล็บเปิดวงเล็บปิดนะคะ

631
00:42:00.953 --> 00:42:04.953
จบ

632
00:42:04.954 --> 00:42:08.954
ก็คือ

633
00:42:08.955 --> 00:42:12.955
เมื่อไปโหลดภาพนี้ตาม path นี่ ให้โหลด

634
00:42:12.956 --> 00:42:16.956
ด้วย แปลงมันด้วยนะคะ

635
00:42:16.958 --> 00:42:20.958

636
00:42:20.960 --> 00:42:24.960

637
00:42:24.962 --> 00:42:28.962
ทีนี้พอได้ loop แล้ว ให้มากำหนด

638
00:42:28.963 --> 00:42:32.963
เงื่อนไขภายใน loop ให้มันก่อนนะคะ ใช้

639
00:42:32.964 --> 00:42:36.964
if ค่ะ

640
00:42:36.966 --> 00:42:40.966
เด็ก ๆ สังเกตนะ ใช้วิธีการพอกด Enter น่ะ

641
00:42:40.966 --> 00:42:44.966
ตัวโปรแกรมมันจะจัดย่อหน้าให้ใช่ไหม เราพิมพ์

642
00:42:44.967 --> 00:42:48.967
i-f

643
00:42:48.969 --> 00:42:52.969
เลือก if condition

644
00:42:52.970 --> 00:42:56.970
if condition ที่มีคำว่า "if condition" ข้างหลังอย่างนี้

645
00:42:56.971 --> 00:43:00.971

646
00:43:00.972 --> 00:43:04.972

647
00:43:04.973 --> 00:43:08.973

648
00:43:08.977 --> 00:43:12.977

649
00:43:12.979 --> 00:43:16.979
ตอนนี้เราจะกำหนดเงื่อนไขนะคะ เงื่อนไขนี้

650
00:43:16.981 --> 00:43:20.981
เราจะบอกไว้ว่าถ้า ถ้าขนาด

651
00:43:20.982 --> 00:43:24.982
ก็คือเราจะไปเรียกใช้ตัวนี้แล้วนะคะ

652
00:43:24.983 --> 00:43:28.983
ตัว size_x, size_y ที่เราสร้าง

653
00:43:28.984 --> 00:43:32.984
พิมพ์ s ปุ๊บ

654
00:43:32.985 --> 00:43:36.985
s-i ปุ๊บ ให้เลือก size_x เห็นไหมคะ

655
00:43:36.985 --> 00:43:40.985

656
00:43:40.986 --> 00:43:44.986
ให้มีค่า

657
00:43:44.987 --> 00:43:48.987
มากกว่าหรือน้อยกว่าใชไหม 0

658
00:43:48.988 --> 00:43:52.988
นะคะ

659
00:43:52.989 --> 00:43:56.989
และ and นะคะ

660
00:43:56.990 --> 00:44:00.990
and เลือกจากที่มันขึ้นอย่างนี้นะคะ and นี่

661
00:44:00.999 --> 00:44:04.999
คลิกเลือก

662
00:44:05.002 --> 00:44:09.002
เป็นคำสั่งที่สร้างแล้วสังเกตสีด้วย

663
00:44:09.003 --> 00:44:13.003
ถ้าเป็นคำสั่ง และ

664
00:44:13.005 --> 00:44:17.005
si เหมือนเดิม si แล้วเลือกเป็น size_y

665
00:44:17.006 --> 00:44:21.006
แทน

666
00:44:21.008 --> 00:44:25.008
ใส่เครื่องหมายน้อยกว่า 0 เหมือนกัน

667
00:44:25.010 --> 00:44:29.010
มากกว่า 0 น้อยกว่า 0 ใส่เข้าไป

668
00:44:29.011 --> 00:44:33.011

669
00:44:33.012 --> 00:44:37.012

670
00:44:37.013 --> 00:44:41.013

671
00:44:41.014 --> 00:44:45.014
โอเคนะคะ

672
00:44:45.016 --> 00:44:49.016
บอกเงื่อนไขแล้วนะคะ ว่า

673
00:44:49.017 --> 00:44:53.017
มันจะทำงานถ้าขนาดรูปน่ะ นึกออกนะ

674
00:44:53.018 --> 00:44:57.018
ตำแหน่งของรูป ขนาดของรูปมันมากกว่า 0

675
00:44:57.020 --> 00:45:01.020
ใช่ไหม

676
00:45:01.021 --> 00:45:05.021

677
00:45:05.022 --> 00:45:09.022

678
00:45:09.031 --> 00:45:13.031
เราจะ

679
00:45:13.033 --> 00:45:17.033
ให้ตัวแปร image นะคะ

680
00:45:17.035 --> 00:45:21.035
i-m-a-g-e เท่ากับ

681
00:45:21.036 --> 00:45:25.036
วรรค วรรคก่อน แล้วกดเครื่องหมายเท่ากับ

682
00:45:25.037 --> 00:45:29.037

683
00:45:29.039 --> 00:45:33.039
แล้วก็วรรค ตามด้วย

684
00:45:33.040 --> 00:45:37.040
p ปุ๊บ

685
00:45:37.041 --> 00:45:41.041
เลือก pygame นะคะ = pygame

686
00:45:41.042 --> 00:45:45.042

687
00:45:45.043 --> 00:45:49.043
. ค่ะ ใส่ .

688
00:45:49.044 --> 00:45:53.044
พิมพ์ tr ก่อน

689
00:45:53.045 --> 00:45:57.045
ไม่ขึ้น tran

690
00:45:57.046 --> 00:46:01.046
s transform น่ะ เราจะให้มันแปลงภาพให้

691
00:46:01.047 --> 00:46:05.047
ปรับขนาดภาพ

692
00:46:05.049 --> 00:46:09.049
a-n-s-

693
00:46:09.050 --> 00:46:13.050
f-o-r-m

694
00:46:13.051 --> 00:46:17.051

695
00:46:17.052 --> 00:46:21.052
transform นะคะ

696
00:46:21.053 --> 00:46:25.053
เลือก scale

697
00:46:25.054 --> 00:46:29.054
ไม่ใช่เลือกสิ พิมพ์ scale ไหม

698
00:46:29.055 --> 00:46:33.055
s-c-a-l-e เห็นไหมคะ

699
00:46:33.056 --> 00:46:37.056
นะคะ scale แล้วก็

700
00:46:37.058 --> 00:46:41.058
ใส่วงเล็บ

701
00:46:41.058 --> 00:46:45.058

702
00:46:45.059 --> 00:46:49.059

703
00:46:49.060 --> 00:46:53.060

704
00:46:53.064 --> 00:46:57.064
ในที่นี้ก็คือบอกว่าไฟล์ภาพ

705
00:46:57.066 --> 00:47:01.066
ก็คือ image ที่เราสร้างนั่นเอง ก็คือตัวนี้

706
00:47:01.067 --> 00:47:05.067
ที่เราไปโหลดมานี่ก็คือตัวนี้มันจะไปเรียกใช้ตัวนี้

707
00:47:05.068 --> 00:47:09.068
image นะคะ

708
00:47:09.069 --> 00:47:13.069
แล้วก็ใส่ ,

709
00:47:13.070 --> 00:47:17.070
ถูกแล้ว comma วรรค แล้วตาม

710
00:47:17.071 --> 00:47:21.071
ด้วยวงเล็บอีก 1 ครั้ง

711
00:47:21.076 --> 00:47:25.076
ดูดี ๆ นะคะ อันนี้

712
00:47:25.077 --> 00:47:29.077
ตรง scale นี่มีวงเล็บซ้อนวงเล็บ

713
00:47:29.079 --> 00:47:33.079
นะเด็ก ๆ ดูดี ๆ

714
00:47:33.081 --> 00:47:37.081
สังเกตว่าเมื่อเรามีวงเล็บเปิดเราก็ต้องมี

715
00:47:37.083 --> 00:47:41.083
วงเล็บจะต้องครบนะคะ ไม่ใช่

716
00:47:41.084 --> 00:47:45.084
เปิดมา 3 อัน พอใส่

717
00:47:45.085 --> 00:47:49.085
วงเล็บอันนี้ไอ้นี่หายไม่ใช่นะคะ

718
00:47:49.088 --> 00:47:53.088
มันจะผิด

719
00:47:53.090 --> 00:47:57.090

720
00:47:57.092 --> 00:48:01.092
มีวงเล็บซ้อนนะคะ ในวงเล็บซ้อนเราใส่อะไร ใส่

721
00:48:01.093 --> 00:48:05.093
size_x

722
00:48:05.093 --> 00:48:09.093
ใส่ size_x แล้วก็ใส่ size_y

723
00:48:09.095 --> 00:48:13.095
ค่ะ

724
00:48:13.096 --> 00:48:17.096
ล้นแล้ว

725
00:48:17.097 --> 00:48:21.097
เดี๋ยวลดขนาดลงโอเคเห็นนะ

726
00:48:21.102 --> 00:48:25.102
ยังเห็นอยู่ใช่ไหม

727
00:48:25.103 --> 00:48:29.103
ดูดี ๆ นะคะ ส่วนใหญ่ ถ้าจะผิด ตรงนี้ล่ะ

728
00:48:29.105 --> 00:48:33.105
เมื่อมีวงเล็บซ้อนน่ะ บางทีเด็ก ๆ

729
00:48:33.106 --> 00:48:37.106
ไปเผลอลบวงเล็บออกอันหนึ่งน่ะ วงเล็บปิดน่ะ

730
00:48:37.107 --> 00:48:41.107
เพราะฉะนั้น สังเกตถ้าเรามีวงเล็บ 2 วงเล็บนี่

731
00:48:41.107 --> 00:48:45.107
เราต้องนับนะคะ มีเปิดก็ต้องมีปิด

732
00:48:45.108 --> 00:48:49.108
ถ้าวงเล็บข้างหน้ามี 3

733
00:48:49.109 --> 00:48:53.109
เหมือนสมมติเรามีเพิ่มมาอีกอันหนึ่งนะคะ

734
00:48:53.111 --> 00:48:57.111
ถ้าเรามีวงเล็บเพิ่มมาอีกอันหนึ่งอย่างนี้

735
00:48:57.115 --> 00:49:01.115
เด็ก ๆ ก็ต้องมี

736
00:49:01.115 --> 00:49:05.115
นะคะ ไม่ใช่ว่าเปิดแล้วปิดไม่ครบ

737
00:49:05.116 --> 00:49:09.116
นะคะ อันนี้ทำตัวอย่างให้ดูไม่ต้องพิมพ์นะ

738
00:49:09.118 --> 00:49:13.118

739
00:49:13.119 --> 00:49:17.119

740
00:49:17.120 --> 00:49:21.120

741
00:49:21.123 --> 00:49:25.123
ตรงส่วนนี้นะคะ ก็คือพอ

742
00:49:25.125 --> 00:49:29.125
มันไปโหลดรูปเข้ามาปุ๊บนี่ให้มัน

743
00:49:29.126 --> 00:49:33.126
จัดการกับขนาดรูปภาพน่ะค่ะ ถ้ามันใหญ่มาก

744
00:49:33.127 --> 00:49:37.127
นะคะ เพราะบางคนยังไม่แปลงรูป

745
00:49:37.128 --> 00:49:41.128
นะ อธิบายเลยนะคะ คำสั่ง

746
00:49:41.129 --> 00:49:45.129
pygame.transform.scale นี่เป็นคำสั่ง

747
00:49:45.130 --> 00:49:49.130
สำหรับแปลงภาพที่เราจะโหลดน่ะค่ะ

748
00:49:49.131 --> 00:49:53.131
ก็คือให้ลดขนาด ตัว size_x, size_y นี่

749
00:49:53.133 --> 00:49:57.133
ถ้าโดยปกติแบบโหลดเข้ามารูปเดียวแล้วโหลด

750
00:49:57.134 --> 00:50:01.134
ให้มันลดขนาดนี่ ก็คือบอกขนาดว่า

751
00:50:01.134 --> 00:50:05.134
ตรงแกนนี้เท่าไร ตรงแกนนี้เท่าไรน่ะค่ะ

752
00:50:05.136 --> 00:50:09.136
รูปมันก็จะได้ขนาด

753
00:50:09.137 --> 00:50:13.137
ตามที่เรากำหนดนะคะ

754
00:50:13.138 --> 00:50:17.138

755
00:50:17.140 --> 00:50:21.140
เมื่อได้ส่วนของตัวนี้แล้วนะคะ

756
00:50:21.141 --> 00:50:25.141
เดี๋ยวเราจะปิดเงื่อนไขแล้วนะคะ Enter ลงไป

757
00:50:25.143 --> 00:50:29.143
แล้วคลิก back space

758
00:50:29.143 --> 00:50:33.143
ย้อนหลังไป 1 tap คลิกเครื่องหมาย backspace นะคะ

759
00:50:33.144 --> 00:50:37.144
ไม่ใช่กด นี่

760
00:50:37.149 --> 00:50:41.149
จะปิดแล้วนะคะ เราจะปิด

761
00:50:41.150 --> 00:50:45.150
เงื่อนไขแล้ว เพราะฉะนั้น ตำแหน่งมันจะตรง

762
00:50:45.152 --> 00:50:49.152
กับ if พอดีเห็นไหม

763
00:50:49.153 --> 00:50:53.153

764
00:50:53.154 --> 00:50:57.154
im

765
00:50:57.156 --> 00:51:01.156
image ค่ะ เลือก image

766
00:51:01.157 --> 00:51:05.157
.append

767
00:51:05.158 --> 00:51:09.158

768
00:51:09.160 --> 00:51:13.160
append นี่เลย

769
00:51:13.162 --> 00:51:17.162
append แล้วใส่วงเล็บ

770
00:51:17.163 --> 00:51:21.163
image ใช่ไหมคะ i-m ค่ะ

771
00:51:21.164 --> 00:51:25.164
สิ่งที่เราต้องการ คือ image นะคะ

772
00:51:25.165 --> 00:51:29.165

773
00:51:29.165 --> 00:51:33.165
เมื่อ...

774
00:51:33.166 --> 00:51:37.166
ดูนะคะ มีปิด

775
00:51:37.168 --> 00:51:41.168
ของ if for for เป็น loop

776
00:51:41.169 --> 00:51:45.169
ก็ต้องมีปิดของ for ด้วยเหมือนกัน Enter

777
00:51:45.171 --> 00:51:49.171
ลงไป แล้วกด back space

778
00:51:49.173 --> 00:51:53.173
เห็นไหมมันจะไปปิดของ for แล้ว

779
00:51:53.173 --> 00:51:57.173
ตำแหน่งที่ปิดมันจะตรงกับ for พอดี

780
00:51:57.173 --> 00:52:01.173

781
00:52:01.174 --> 00:52:05.174
พิมพ์ return ค่ะ

782
00:52:05.175 --> 00:52:09.175
เมื่อหมดออกจาก loop นี่ต้องให้มัน return 8ค

783
00:52:09.176 --> 00:52:13.176
ให้มันคืนค่า เพราะฉะนั้น ต้องใช้คำว่า

784
00:52:13.177 --> 00:52:17.177
นะคะ

785
00:52:17.178 --> 00:52:21.178
return อะไร

786
00:52:21.180 --> 00:52:25.180
return ค่าให้อะไร ให้ image ค่ะ

787
00:52:25.182 --> 00:52:29.182
นะคะ ให้ image ของเรา

788
00:52:29.183 --> 00:52:33.183

789
00:52:33.184 --> 00:52:37.184
เพื่อให้เห็นเป็นส่วน ๆ ชัด

790
00:52:37.186 --> 00:52:41.186
ตรง if แม่ก็จะเว้นนะ

791
00:52:41.187 --> 00:52:45.187
จะได้รู้ว่า อ๋อ ตรงนี้เป็นของส่วนนี้ จะดูง่ายกว่า

792
00:52:45.188 --> 00:52:49.188
นี่เห็นไหม loop มันจะมาสิ้นสุดเมื่อมา

793
00:52:49.189 --> 00:52:53.189
เจอคำว่า "return"

794
00:52:53.190 --> 00:52:57.190
เงื่อนไขก็จะมา

795
00:52:57.191 --> 00:53:01.191
จนกว่าจะเจอส่วนปิดที่ตรงกับเขาน่ะ

796
00:53:01.192 --> 00:53:05.192
ใน if เงื่อนไขก็จะสิ้นสุดตรงนี้นะคะ

797
00:53:05.193 --> 00:53:09.193
มันก็จะวนกลับไป กลับไปเอารูปมาแล้วทำ

798
00:53:09.195 --> 00:53:13.195
ซ้ำ ๆ

799
00:53:13.196 --> 00:53:17.196
นี่คือส่วนของ

800
00:53:17.198 --> 00:53:21.198
อะไรล่ะ

801
00:53:21.199 --> 00:53:25.199
ส่วนของการสร้างฟังก์ชันนะคะ

802
00:53:25.202 --> 00:53:29.202
สำหรับ สำหรับทำอะไร

803
00:53:29.203 --> 00:53:33.203
สำหรับใช้โหลดรูปภาพหลาย ๆ รูปนะคะ

804
00:53:33.204 --> 00:53:37.204
ก็คือพอสั่งปุ๊บนี่

805
00:53:37.206 --> 00:53:41.206
มันจะเข้าไปเช็กก่อนเลย เริ่มที่ตำแหน่งที่ 0

806
00:53:41.207 --> 00:53:45.207
จำนวนเท่าไรก็แล้วแต่เริ่มแล้ว path

807
00:53:45.209 --> 00:53:49.209
ก็จะบอกเส้นทาง อยู่ตรงนี้นะคะ

808
00:53:49.211 --> 00:53:53.211
แล้ว image จะไปโหลดภาพนั้นมาแล้ว convert เรียบร้อยแล้วนะคะ

809
00:53:53.211 --> 00:53:57.211
เสร้จแล้วก็วางตำแหน่งให้มัน กำหนดขนาด

810
00:53:57.217 --> 00:54:01.217
ก็คือตำแหน่งหรือขนาดนี่ โดยมีเงื่อนไขว่า

811
00:54:01.217 --> 00:54:05.217
ถ้าขนาดของรูปเป็นเท่านี้ ๆ นะคะ คือ

812
00:54:05.218 --> 00:54:09.218
ถ้ามันมากกว่าเห็นไหม ก็ให้ทำการ

813
00:54:09.219 --> 00:54:13.219
ปรับขนาดมันเสีย pygame_transform_scale

814
00:54:13.220 --> 00:54:17.220
ปรับขนาดมันสะ แล้วก็ปรับขนาด

815
00:54:17.221 --> 00:54:21.221
เรียบร้อย ก็แสดงภาพนั้นออกมา เมื่อ

816
00:54:21.222 --> 00:54:25.222
ถ้ามันตรวจสอบเงื่อนไข ทำถูกปุ๊บ วนลูปปุ๊บ

817
00:54:25.223 --> 00:54:29.223
เห็นไหมคะ มันก็จะคืนค่ากับส่งค่า

818
00:54:29.224 --> 00:54:33.224
กลับคืนไปเริ่มใหม่แล้วคุณก็ไปเริ่มใหม่

819
00:54:33.227 --> 00:54:37.227
มันก็จะวนซ้ำไปเรื่อย ๆ เห็นไหมคะ

820
00:54:37.228 --> 00:54:41.228
เสร็จแล้วในส่วนของ format

821
00:54:41.229 --> 00:54:45.229
ถ้า run นี่มันจะไม่เห็นอะไรขึ้น เพราะเรายังไม่

822
00:54:45.230 --> 00:54:49.230
เริ่มนะ ไม่เชื่อกด Ctrl + B

823
00:54:49.230 --> 00:54:53.230
ถ้าจะเกิด Error นั่นก็คือการประกาศตัวแปรไม่สมบูรณ์

824
00:54:53.231 --> 00:54:57.231
ลองกด Ctrl + B ดูก็ได้

825
00:54:57.232 --> 00:55:01.232
นี่ ถ้าผ่านไม่มี error นี่ แสดงว่าผ่าน

826
00:55:01.233 --> 00:55:05.233
อยู่นะคะ แต่

827
00:55:05.235 --> 00:55:09.235
แต่รูปยังไม่มา เพราะอะไร เพราะยังไม่ได้เียบรูป

828
00:55:09.236 --> 00:55:13.236
แค่บอกเงื่อนไข บอกวิธีการว่า

829
00:55:13.237 --> 00:55:17.237
เราจะไปทำการดาวน์โหลดรูปมาใช้นี่

830
00:55:17.239 --> 00:55:21.239
จะเรียกไอ้รูปนี้มาใช้

831
00:55:21.240 --> 00:55:25.240
มันอยู่ที่ Class ค่ะ มาดูสไลด์ต่อไป

832
00:55:25.241 --> 00:55:29.241
ส่วนของฟังก์ชันที่เราสร้างนี่

833
00:55:29.242 --> 00:55:33.242
เพื่อจะไปใช้สำหรับในการโหลด

834
00:55:33.245 --> 00:55:37.245
มาใช่ไหม แต่ส่วนของรูป

835
00:55:37.246 --> 00:55:41.246
ที่จะโผล่มานะคะ จะอยู่ในส่วนที่ 2

836
00:55:41.247 --> 00:55:45.247
ส่วนของ class นั่นเองเห็นไหมคะ

837
00:55:45.248 --> 00:55:49.248
เราจะสร้างและเคลื่อนย้าย

838
00:55:49.249 --> 00:55:53.249
ไม่ใช่สร้างอย่างเดียวด้วย

839
00:55:53.250 --> 00:55:57.250
มันต้องย้ายได้ด้วย ก็คือไอ้รูปภูเขา

840
00:55:57.251 --> 00:56:01.251
ไอ้หน้าที่เราเลื่อนเห็นไหม พอเวลา

841
00:56:01.255 --> 00:56:05.255
ไอ้ตัว Dino เราวิ่ง สิ่งกีดขวาง

842
00:56:05.256 --> 00:56:09.256
อุปสรรคของเรามันต้องเคลื่อนตามไปด้วยนะคะ

843
00:56:09.257 --> 00:56:13.257
Class นี่จะยาว เด็ก ๆ

844
00:56:13.259 --> 00:56:17.259
ตรง class นี่บอกเลยนะ ต้องใจเย็น ๆ นะ

845
00:56:17.260 --> 00:56:21.260
เพราะมันเยอะ โค้ดมันเยอะหน่อยนะคะ

846
00:56:21.262 --> 00:56:25.262
เหมือนเดิม

847
00:56:25.262 --> 00:56:29.262
ก็คือพอเวลาเราจะสร้าง Class ใหม่

848
00:56:29.264 --> 00:56:33.264
เราก็ต้องใส่คอมเมนต์เพื่อจะบอกว่า class นี่เอาไว้ทำอะไร

849
00:56:33.265 --> 00:56:37.265
ใช่ไหมคะ ซึ่งในตัวนี้นะคะ

850
00:56:37.266 --> 00:56:41.266
optacle ของเราในเ

851
00:56:41.268 --> 00:56:45.268
ก็คือแม่จะใช้ก้อนหิน ของเด็ก ๆ อุปสรรค สิ่งกีดขวาง

852
00:56:45.269 --> 00:56:49.269
ของเด็ก ๆ เป็นอะไร เด็ก ๆ

853
00:56:49.270 --> 00:56:53.270
็ก็ไม่ต้องใช้ Rock เหมือนกันนึกออกนะ มันจะ

854
00:56:53.271 --> 00:56:57.271
ตามตัวไอ้สิ่งกีดขวางที่เราจะเอามาใช้น่ะ

855
00:56:57.272 --> 00:57:01.272
เพราะบางคนเป็นอะไรนะ ของมุก

856
00:57:01.274 --> 00:57:05.274
เอาอะไรเป็นสิ่งกีดขวางลูก

857
00:57:05.275 --> 00:57:09.275
ถ้านึกไม่ออก เหมือนที่บอกนะ

858
00:57:09.277 --> 00:57:13.277
ใช้คำว่า obs ใช่ไหมคะ ที่มาจาก

859
00:57:13.277 --> 00:57:17.277
Obstacle ก็ได้

860
00:57:17.278 --> 00:57:21.278
แต่อันนี้เหมือนแม่รู้แล้ว แม่จะใช้ก้อนหินเป็นตัวสิ่งกีดขวาง

861
00:57:21.282 --> 00:57:25.282
หรืออุปสรรค แม่ก็เลยตั้งชื่อ class ว่า

862
00:57:25.283 --> 00:57:29.283
rock เสียเลย แต่ทีนี้ชื่อนี้

863
00:57:29.284 --> 00:57:33.284
เด็ก ๆ ไม่ใช่ rock ก็ได้นะคะ ให้นึกถึง

864
00:57:33.285 --> 00:57:37.285
สิ่งกีดขวางของตัวเอง นึกออกนะ

865
00:57:37.286 --> 00:57:41.286
บางคนเป็นของขวัญนึกออกนะ ก็ให้ตั้งชื่อนั้นก็ได้

866
00:57:41.287 --> 00:57:45.287
แต่อย่าลืมนะคะ กฏของการตั้งชื่อ Class

867
00:57:45.291 --> 00:57:49.291
ก็คือตัวแปรนี่

868
00:57:49.292 --> 00:57:53.292
ไม่ใช่ตัวแปร ชื่อของ class นี่ ตัวแรก ตัว

869
00:57:53.293 --> 00:57:57.293
อักษรตัวแรกจะต้องเป็นตัวพิมพ์ใหญ่เสมอ

870
00:57:57.294 --> 00:58:01.294
สังเกตว่าเห็นไหม ชื่อ Class กับชื่อ Function นี่ใช้ตัวเล็กได้

871
00:58:01.295 --> 00:58:05.295
กับชื่อฟังก์ชัน ฟังก์ชันนี่ ใช้ตัวเล็กได้

872
00:58:05.296 --> 00:58:09.296
เห็นไหม แต่ชื่อ class นี่

873
00:58:09.297 --> 00:58:13.297
ห้าม ต้องมีตัวใหญ่ที่ตัวแรก

874
00:58:13.297 --> 00:58:17.297
หรือใหญ่ทั้งหมดเลยก็ได้นะคะ โอเค

875
00:58:17.298 --> 00:58:21.298
เรามาเริ่มกัน พร้อมจะโค้ดไหม

876
00:58:21.299 --> 00:58:25.299
เพราะบอกเลยว่าเฉพาะ class นี่ดูนะคะ

877
00:58:25.300 --> 00:58:29.300
ส่วนแรก class name นะคะ ก็คือระบุชื่อ

878
00:58:29.301 --> 00:58:33.301
ของ Class ที่เราจะไว้ใช้งานนี่

879
00:58:33.302 --> 00:58:37.302
นะคะ แล้วใน Class นั้นประกิอบ

880
00:58:37.303 --> 00:58:41.303
ฟังก์ชัน

881
00:58:41.304 --> 00:58:45.304
มี function init

882
00:58:45.305 --> 00:58:49.305
บอกแล้ว init ก็คือฟังก์ชัน

883
00:58:49.306 --> 00:58:53.306
สำหรับกำหนดค่าต่าง ๆ เบื้องต้นนั่นเอง

884
00:58:53.307 --> 00:58:57.307
นะคะ ต่อมาฟังก์ชัน

885
00:58:57.308 --> 00:59:01.308
get rock ก็คือ ฟังก์ชันสำหรับ

886
00:59:01.308 --> 00:59:05.308
เอารูปน่ะค่ะ เอารูปมาใช้น่ะ

887
00:59:05.310 --> 00:59:09.310
แล้วต่อมาเป็นฟังก์ชันที่ชื่อว่า "

888
00:59:09.313 --> 00:59:13.313
update.speed

889
00:59:13.314 --> 00:59:17.314
คือ ความจริงมันจะเหมือน

890
00:59:17.315 --> 00:59:21.315
background น่ะ ภาพมันไม่ได้เคลื่อน

891
00:59:21.316 --> 00:59:25.316
หลอกว่าภาพมันเคลื่อน นึกออกนะ

892
00:59:25.317 --> 00:59:29.317
มันก็เลยต้องมีความเร็วของการเคลื่อนที่

893
00:59:29.317 --> 00:59:33.317
ของภาพเข้าไปด้วยนะคะ พอมันมีการเคลื่อนเข้าไปนี่

894
00:59:33.318 --> 00:59:37.318
มันก็ต้องอัปเดตมันตลอดนะคะ

895
00:59:37.319 --> 00:59:41.319
เสร็จแล้ว ส่วนของฟังก์ชัน draw ก็คือ

896
00:59:41.320 --> 00:59:45.320
แสดงไอ้ตัว

897
00:59:45.321 --> 00:59:49.321
อุปสรรคน่ะ หรือสิ่งกีดขวางขึ้นมา

898
00:59:49.322 --> 00:59:53.322
นะคะ และฟังก์ชันสุดท้าย ฟังก์ชัน

899
00:59:53.323 --> 00:59:57.323
update ในที่นี้ คือ อัปเดตทั้งหมด

900
00:59:57.324 --> 01:00:01.324
อัปเดตแต่ละส่วนน่ะ อันนี้จะมีเงื่อนไขเยอะสุด

901
01:00:01.325 --> 01:00:05.325
นะคะ ไม่รู้จะถึง update ไหม

902
01:00:05.327 --> 01:00:09.327
นะคะ ค่อย ๆ ไปนะคะ เพราะฉะนั้น

903
01:00:09.328 --> 01:00:13.328
โค้ดตรงนี้จะค่อนข้างเยอะนะคะ เพราะฉะนั้น ใจเย็น ๆ

904
01:00:13.330 --> 01:00:17.330
พร้อมแล้วเริ่มเลยนะคะ เริ่ม Codding กันเลย

905
01:00:17.331 --> 01:00:21.331
ไปที่ sublime กลับไปที่

906
01:00:21.332 --> 01:00:25.332
Sublime

907
01:00:25.333 --> 01:00:29.333
ตอนนี้เราสร้างฟังก์ชันเสร็จแล้ว

908
01:00:29.334 --> 01:00:33.334
ส่วนต่อมาเราจะสร้าง class นะคะ

909
01:00:33.335 --> 01:00:37.335
กด Enter จาก return_image

910
01:00:37.336 --> 01:00:41.336
เราเสร็จไปแล้ว ตอนนี้เราจะสร้าง Class

911
01:00:41.337 --> 01:00:45.337
กด Enter ลงไป 2 ครั้งนะคะ

912
01:00:45.338 --> 01:00:49.338
แล้วก็กด Backspace

913
01:00:49.339 --> 01:00:53.339
กลับคืนให้มันกลับไปชิด เพราะมันเป็น...

914
01:00:53.341 --> 01:00:57.341
เราจะใส่คอมเมนต์ก่อน

915
01:00:57.342 --> 01:01:01.342

916
01:01:01.344 --> 01:01:05.344

917
01:01:05.344 --> 01:01:09.344

918
01:01:09.348 --> 01:01:13.348
สร้าง Class

919
01:01:13.350 --> 01:01:17.350
สิ่งกีดขวางหรืออุปสรรค

920
01:01:17.352 --> 01:01:21.352

921
01:01:21.353 --> 01:01:25.353
เอาสิ่งกีดขวางเลยแล้วกัน ไม่วงเล็บอุปสรรคแล้วนะ

922
01:01:25.354 --> 01:01:29.354
ในที่นี้ก็คือ

923
01:01:29.356 --> 01:01:33.356
ก้อนหิน Rock นะคะ

924
01:01:33.357 --> 01:01:37.357
ก็คือตัวสิ่งกีดขวาง

925
01:01:37.357 --> 01:01:41.357
ของแม่มันคือ rock น่ะ หรือก้อนหินน่ะ

926
01:01:41.360 --> 01:01:45.360
แม่ก็เลยใช้ชื่อนี้นะคะ เพราะฉะนั้น

927
01:01:45.362 --> 01:01:49.362
พอเวลาสร้างปุ๊บนะคะ พิมพ์ class

928
01:01:49.363 --> 01:01:53.363
ปุ๊บนี่ ให้เด็ก ๆ คลิกที่

929
01:01:53.364 --> 01:01:57.364
Class new class เห็นไหม มันจะสร้าง

930
01:01:57.365 --> 01:02:01.365
อย่างนี้ขึ้นมาให้ต้องคลิกอย่างนี้นะคะ

931
01:02:01.366 --> 01:02:05.366
ดูใหม่นะ พิมพ์ c-l ปุ๊บนี่

932
01:02:05.367 --> 01:02:09.367
เลือก class new class นะคะ

933
01:02:09.368 --> 01:02:13.368
ให้มันขึ้น Template ของ class ขึ้นมาแบบนี้นะคะ

934
01:02:13.369 --> 01:02:17.369

935
01:02:17.371 --> 01:02:21.371

936
01:02:21.372 --> 01:02:25.372
ในส่วนของ class name นะคะ

937
01:02:25.373 --> 01:02:29.373
ชื่อ Class นะคะ

938
01:02:29.375 --> 01:02:33.375

939
01:02:33.376 --> 01:02:37.376
ตรงส่วนนี้

940
01:02:37.378 --> 01:02:41.378
นะคะ ตรงส่วน class name นี่ ให้เด็ก ๆ

941
01:02:41.380 --> 01:02:45.380
นึกถึงสิ่งกีดขวางของตัวเอง

942
01:02:45.381 --> 01:02:49.381
เช่น ถ้าใครใช้ก้อนหิน

943
01:02:49.381 --> 01:02:53.381
อาจจะใช้คำว่า "Rock"

944
01:02:53.390 --> 01:02:57.390
ภาษาอังกฤษนะ ก้อนหิน Rock ก็แปลว่าก้อนหินก็ได้

945
01:02:57.391 --> 01:03:01.391
หรือ stone ก็ได้

946
01:03:01.392 --> 01:03:05.392
ถ้าบอกแล้วถ้าใครนึกชื่อภาษาอังกฤษไม่ออก

947
01:03:05.393 --> 01:03:09.393
ใช้ Google แปลช่วยนะคะ ถ้าของใครเป็น

948
01:03:09.395 --> 01:03:13.395
ขอนไม้ ถ้าของใครเป็นขอนไม้ ก็ใช้

949
01:03:13.396 --> 01:03:17.396
ขอนไม้ภาษาไทยแล้วให้ Google มัน

950
01:03:17.397 --> 01:03:21.397
ก็ไปก๊อป(ปี้)มา อันนั้นคือชื่อ Class

951
01:03:21.400 --> 01:03:25.400
ของเรา จะได้รู้ว่าสิ่งกีดขวางตัวนี้

952
01:03:25.400 --> 01:03:29.400
มันหมายถึงอะไรนะคะ ในที่นี้

953
01:03:29.402 --> 01:03:33.402
สิ่งกีดขวาง ก็คือ

954
01:03:33.404 --> 01:03:37.404

955
01:03:37.404 --> 01:03:41.404
ก้อนหิน

956
01:03:41.407 --> 01:03:45.407
อันนี้เราระบุไป

957
01:03:45.407 --> 01:03:49.407
เพื่อจะได้รู้นะ หรือว่า rock นั่นเอง

958
01:03:49.408 --> 01:03:53.408

959
01:03:53.409 --> 01:03:57.409
ตรงส่วนนี้ค่ะ ของเด็ก ๆ

960
01:03:57.410 --> 01:04:01.410
ชื่อมันก็จะเปลี่ยนไปตามชื่อสิ่งกีดขวางเรานะ

961
01:04:01.411 --> 01:04:05.411
เพราะฉะนั้น Class name บอกแล้วให้สังเกตที่

962
01:04:05.415 --> 01:04:09.415
เห็นไหมคะ ตรงชื่อแรกนี่

963
01:04:09.416 --> 01:04:13.416
ต้องเป็นตัวพิมพ์ใหญ่เสมอนะคะ

964
01:04:13.417 --> 01:04:17.417
class name แม่จะใช้คำว่า "Rock"

965
01:04:17.418 --> 01:04:21.418

966
01:04:21.420 --> 01:04:25.420
เด็ก ๆ ใช้ชื่ออะไรเด็ก ๆ ก็เปลี่ยนนะคะ

967
01:04:25.421 --> 01:04:29.421
ใน object เราไม่ใส่ มันจะ

968
01:04:29.422 --> 01:04:33.422
เอาไปสร้างไว้ข้างใน เราลบออกนะคะ

969
01:04:33.424 --> 01:04:37.424

970
01:04:37.425 --> 01:04:41.425
บรรทัดนี้

971
01:04:41.427 --> 01:04:45.427
มันอธิบายเฉย ๆ มันลบออกได้นะคะ

972
01:04:45.428 --> 01:04:49.428

973
01:04:49.429 --> 01:04:53.429
เห็นไหมคะ definition

974
01:04:53.430 --> 01:04:57.430
_init นี่ขึ้นมาเลย

975
01:04:57.431 --> 01:05:01.431
เป็นส่วนของการกำหนดค่าเบื้องต้นใน class นะคะ

976
01:05:01.432 --> 01:05:05.432

977
01:05:05.433 --> 01:05:09.433

978
01:05:09.438 --> 01:05:13.438
Class name ของเราอันนี้ก็คืออะไรคะ rock เห็นไหมคะ

979
01:05:13.438 --> 01:05:17.438
เลือกเลย

980
01:05:17.439 --> 01:05:21.439
เดี๋ยวแป๊บ

981
01:05:21.440 --> 01:05:25.440
ขอถ่ายโค้ดบอกแล้วโค้ดมันเยอะ

982
01:05:25.441 --> 01:05:29.441

983
01:05:29.442 --> 01:05:33.442

984
01:05:33.443 --> 01:05:37.443

985
01:05:37.445 --> 01:05:41.445

986
01:05:41.446 --> 01:05:45.446

987
01:05:45.448 --> 01:05:49.448

988
01:05:49.449 --> 01:05:53.449

989
01:05:53.454 --> 01:05:57.454

990
01:05:57.456 --> 01:06:01.456

991
01:06:01.457 --> 01:06:05.457

992
01:06:05.458 --> 01:06:09.458

993
01:06:09.460 --> 01:06:13.460
เพื่อให้เห็น

994
01:06:13.463 --> 01:06:17.463
บอกแล้วนะคะ เพื่อเราต้องการให้เห็น

995
01:06:17.463 --> 01:06:21.463
ชัดเจน เราก็จะเว้นสัก 1 บรรทัดตรง

996
01:06:21.465 --> 01:06:25.465
ฟังก์ชัน init นี่

997
01:06:25.466 --> 01:06:29.466
แยกสัดส่วนให้ชัดเจน

998
01:06:29.470 --> 01:06:33.470
โอเค

999
01:06:33.471 --> 01:06:37.471

1000
01:06:37.473 --> 01:06:41.473

1001
01:06:41.474 --> 01:06:45.474
นะคะ ตรงส่วน super นะคะ

1002
01:06:45.475 --> 01:06:49.475
กำหนดค่าตรงนี้เราจะลบออกนะคะ

1003
01:06:49.476 --> 01:06:53.476

1004
01:06:53.477 --> 01:06:57.477
เด็ก ๆ ดูดี ๆ นะคะ ตรงโครงสร้างมันต้องไม่เคลื่อน

1005
01:06:57.478 --> 01:07:01.478
ไปกว่านี้นะ ดูตำแหน่งดี ๆ ด้วยนะ

1006
01:07:01.484 --> 01:07:05.484
self ที่ 1

1007
01:07:05.485 --> 01:07:09.485

1008
01:07:09.486 --> 01:07:13.486

1009
01:07:13.488 --> 01:07:17.488

1010
01:07:17.489 --> 01:07:21.489
นะคะ

1011
01:07:21.491 --> 01:07:25.491
ตรงตัวนี้นะคะ self ตัวแรก

1012
01:07:25.494 --> 01:07:29.494
นะคะ ตรงนี้

1013
01:07:29.495 --> 01:07:33.495
เราจะใส่ตัวแปนชื่อว่า speed

1014
01:07:33.497 --> 01:07:37.497

1015
01:07:37.498 --> 01:07:41.498
จะบอกว่า

1016
01:07:41.499 --> 01:07:45.499
ใส่ชื่อตัวแปร มันน่าจะเป็นใส่ฟังก์ชันนี่ล่ะ ชื่อ speed นะคะ

1017
01:07:45.501 --> 01:07:49.501
กำหนดให้ความเร็วมันน่าจะเริ่มที่ 5

1018
01:07:49.502 --> 01:07:53.502

1019
01:07:53.504 --> 01:07:57.504

1020
01:07:57.505 --> 01:08:01.505
เราจะกำหนดค่าให้ speed

1021
01:08:01.507 --> 01:08:05.507
เท่ากับ 5 นะคะ

1022
01:08:05.508 --> 01:08:09.508

1023
01:08:09.509 --> 01:08:13.509
ตรงตัวที่ 2 นะคะ เราจะสร้างตัวแปร

1024
01:08:13.510 --> 01:08:17.510
rock ค่ะ

1025
01:08:17.511 --> 01:08:21.511
rock_image

1026
01:08:21.512 --> 01:08:25.512
ก็คือตัวแปรนี้ก็คือตัวแปรของไอ้รูปก้อนหิน

1027
01:08:25.513 --> 01:08:29.513
เรานี่เองนะคะ บอกให้รู้ว่าตรงนี้มันจะเป็น

1028
01:08:29.514 --> 01:08:33.514
รูปก้อนหินนะคะ แล้วจะเท่ากับอะไร

1029
01:08:33.514 --> 01:08:37.514
arg นี่มาจากคำว่า

1030
01:08:37.515 --> 01:08:41.515
argument นะคะ argument ก็คือ

1031
01:08:41.516 --> 01:08:45.516
ส่วนของ

1032
01:08:45.517 --> 01:08:49.517
event หรือเงื่อนไขต่าง ๆ นี่

1033
01:08:49.518 --> 01:08:53.518
เพื่ออธิบายส่วนนี้นะคะ ในที่นี้

1034
01:08:53.520 --> 01:08:57.520
ก็คือเราจะไปเรียกใช้ตัวนี้มานะคะ

1035
01:08:57.522 --> 01:09:01.522
load_sprites

1036
01:09:01.522 --> 01:09:05.522
เลือก load_sprites เลย

1037
01:09:05.523 --> 01:09:09.523
จะได้ไม่ผิด ใส่วงเล็บด้วยนะคะ

1038
01:09:09.524 --> 01:09:13.524
ใส่วงเล็บเข้าไปพอใส่วงเล็บ

1039
01:09:13.525 --> 01:09:17.525
บอกให้รู้ว่าเป็นฟังก์ชัน

1040
01:09:17.526 --> 01:09:21.526
ฟังก์ชัน load_sprites นะคะ

1041
01:09:21.528 --> 01:09:25.528

1042
01:09:25.529 --> 01:09:29.529

1043
01:09:29.530 --> 01:09:33.530

1044
01:09:33.531 --> 01:09:37.531

1045
01:09:37.537 --> 01:09:41.537
ใส่เครื่องหมายคำพูดค่ะ

1046
01:09:41.538 --> 01:09:45.538
ในวงเล็บเข้าไปในวงเล็บนะคะ

1047
01:09:45.539 --> 01:09:49.539
ก็คือเราจะให้มันไปโหลดรูป

1048
01:09:49.540 --> 01:09:53.540
อะไร รูปก้อนหินของเรานั่นเอง

1049
01:09:53.542 --> 01:09:57.542

1050
01:09:57.542 --> 01:10:01.542

1051
01:10:01.546 --> 01:10:05.546
rock ตามด้วยเครื่องหมาย Underscore

1052
01:10:05.548 --> 01:10:09.548
คือ เนื่องจาก

1053
01:10:09.549 --> 01:10:13.549
รูปมันมีหลายรูปนึกออกนะ

1054
01:10:13.550 --> 01:10:17.550
ใส่ Underscore ไว้เว้นแต่ไม่ใส่ตัวเลข

1055
01:10:17.551 --> 01:10:21.551
เพราะอะไร เพราะการใช้ฟังก์ชัน load_sprites

1056
01:10:21.553 --> 01:10:25.553
มันจะไปวนลูปเพื่อดึงรูปที่ 0, 1, 2, 3

1057
01:10:25.554 --> 01:10:29.554
มาใช้นึกออกไหมลูกนะคะ

1058
01:10:29.556 --> 01:10:33.556

1059
01:10:33.557 --> 01:10:37.557
หลังเครื่องหมายคำพูด

1060
01:10:37.558 --> 01:10:41.558
ที่เรียกโหลดชื่อรูปนะคะ

1061
01:10:41.559 --> 01:10:45.559
ใส่ , 1 ครั้ง

1062
01:10:45.560 --> 01:10:49.560
แล้วก็กดวรรค

1063
01:10:49.561 --> 01:10:53.561

1064
01:10:53.562 --> 01:10:57.562
ตรงนี้นะคะ

1065
01:10:57.563 --> 01:11:01.563
เด็ก ๆ ดูดี ๆ นะคะ ตำแหน่งใน load

1066
01:11:01.564 --> 01:11:05.564
ไอ้ส่วนที่อยู่ในวงเล็บมันมาจากไหน

1067
01:11:05.565 --> 01:11:09.565
เห็นไหมคะ image_name_perfix

1068
01:11:09.566 --> 01:11:13.566
ก็คือ image name

1069
01:11:13.568 --> 01:11:17.568
เห็นไหม แล้วก็ตามด้วย pefix

1070
01:11:17.568 --> 01:11:21.568
อะไรก็แล้วแต่เห็นไหม อันนี้คือ image name

1071
01:11:21.569 --> 01:11:25.569
มันมี 3 เห็นไหม

1072
01:11:25.572 --> 01:11:29.572
3, 4, 5 เอ้ย 1, 2,

1073
01:11:29.574 --> 01:11:33.574
3, 4 เพราะฉะนั้น number ก็คือ

1074
01:11:33.576 --> 01:11:37.576
จำนวนของเราคือเท่าไรคะ รูปเรามีกี่รูป

1075
01:11:37.577 --> 01:11:41.577
4 เพราะฉะนั้น ก็คือหมายเลข 4

1076
01:11:41.578 --> 01:11:45.578
เข้าใจนะ

1077
01:11:45.579 --> 01:11:49.579
, ตัวที่ 2 ค่าของตัว

1078
01:11:49.581 --> 01:11:53.581
ที่ 2 คือ size_x

1079
01:11:53.583 --> 01:11:57.583
= 0 ในที่นี้ ก็คือ

1080
01:11:57.585 --> 01:12:01.585
ตำแหน่งที่เราจะเอา...

1081
01:12:01.585 --> 01:12:05.585
เรื่องมันยาวนี่

1082
01:12:05.586 --> 01:12:09.586
น้ำท่าจะหมดขวด

1083
01:12:09.588 --> 01:12:13.588
ก็ถึงบอกไง

1084
01:12:13.591 --> 01:12:17.591
เล่นเกมไงเห็นไหม เห็นง่าย ๆ สนุก ๆ น่ะ

1085
01:12:17.593 --> 01:12:21.593
คนเขียนโค้ดมันไม่ได้เขียนเสร็จบรรทัดเดียวนะ

1086
01:12:21.594 --> 01:12:25.594
เข้าใจหรือยัง เพราะฉะนั้น เขาอยากได้เงิน

1087
01:12:25.596 --> 01:12:29.596
ก็ต้องแบ่งให้เขา เข้าใจไหม

1088
01:12:29.597 --> 01:12:33.597
เห็นไหมลูก ใช่ไหมล่ะ

1089
01:12:33.598 --> 01:12:37.598
เห็นไหมล่ะ เกม 1 เกม กว่าจะทำได้ เขียนโปรแกรมไม่รู้ตั้งกี่

1090
01:12:37.599 --> 01:12:41.599
บรรทัดนะ นะคะ

1091
01:12:41.600 --> 01:12:45.600
ดีเทลมันเยอะอยู่นะทำเกมน่ะ

1092
01:12:45.602 --> 01:12:49.602
ค่าตัวที่ 2  ให้นึกถึงนะ

1093
01:12:49.602 --> 01:12:53.602
บอกแล้วว่าเวลาใน 1 หน้าจอนี่ ตำแหน่งของ

1094
01:12:53.604 --> 01:12:57.604
รูปที่เราจะไปวางน่ะค่ะ size size

1095
01:12:57.606 --> 01:13:01.606
เช่น สมมติ สมมติ

1096
01:13:01.606 --> 01:13:05.606
ก้อนหินเราจะวางที่ตำแหน่งนี้ นึกออกนะ

1097
01:13:05.608 --> 01:13:09.608
เช่น สมมติกะไป

1098
01:13:09.609 --> 01:13:13.609
300 อยู่ที่ตำแหน่ง 300

1099
01:13:13.610 --> 01:13:17.610
อย่างนี้นะ แล้วก็บรรทัดที่

1100
01:13:17.662 --> 01:13:21.662
500 นึกออกไหม นั่นคือ size_x, size_y

1101
01:13:21.665 --> 01:13:25.665
เพราะฉะนั้น ค่าตรงนี้ size x

1102
01:13:25.666 --> 01:13:29.666
นะคะ

1103
01:13:29.667 --> 01:13:33.667
ก้อนหินที่เราจะเอาไปวาง ถ้าใคร

1104
01:13:33.668 --> 01:13:37.668
จะได้หนก่อนตัวเองพากันวางไว้ตรงไหนล่ะ

1105
01:13:37.669 --> 01:13:41.669
นึกไม่ออกให้ดูตำแหน่งของอะไรนะ ตำแหน่ง

1106
01:13:41.670 --> 01:13:45.670
ของน้องไดโนเสาร์ใช่ไหม

1107
01:13:45.671 --> 01:13:49.671
น้องไดโนเสาร์ เราเอาน้องวางที่ไหน

1108
01:13:49.672 --> 01:13:53.672
ดูที่ค่าเริ่มต้นของน้องไดโนเสาร์สิ อยู่ไหน

1109
01:13:53.674 --> 01:13:57.674
dino เดี๋ยวนะแป๊บหนึ่ง

1110
01:13:57.674 --> 01:14:01.674
คือมันจะไม่เกินอะไรลูก คือมันจะไม่เกิน

1111
01:14:01.675 --> 01:14:05.675
ไอ้ตัว... นี่ ทำไมล่ะนี่

1112
01:14:05.676 --> 01:14:09.676
แป๊บหนึ่งนะคะ นี่ ๆ ๆ เห็นไหม

1113
01:14:09.676 --> 01:14:13.676
ไดโนเสาร์มันเริ่มที่... สมมติ

1114
01:14:13.677 --> 01:14:17.677
จากหน้าจอเรานี่นะคะ

1115
01:14:17.679 --> 01:14:21.679
ว่า 600 500 อะไรก็แล้วแต่

1116
01:14:21.680 --> 01:14:25.680
Dino เริ่มวางที่ตำแหน่งที่ 10 ก็จะประมาณนี้

1117
01:14:25.682 --> 01:14:29.682
10 แล้วก็บรรทัดที่ 380

1118
01:14:29.682 --> 01:14:33.682
อยู่ตรงนี้ชิดขอบพื้นดินพอดี dino

1119
01:14:33.684 --> 01:14:37.684
ก็จะอยู่ตรงนี้ เพราะฉะนั้น ก้อนหิน

1120
01:14:37.685 --> 01:14:41.685
อยู่ตรงกับ dino พอดีไหม ไม่ควร เราควร

1121
01:14:41.687 --> 01:14:45.687
ให้มันวิ่งไปสักเท่าไรดี มันน่าจะอยู่

1122
01:14:45.688 --> 01:14:49.688
ประมาณตรงนี้ บวกเข้าไปอีก เพราะฉะนั้น ไม่อยู่ที่ตำแหน่ง

1123
01:14:49.689 --> 01:14:53.689
ที่ 10 แล้ว แน่นอนล่ะ เพิ่มอีกสัก

1124
01:14:53.690 --> 01:14:57.690
ดูอะไรเป็นหลักด้วย อย่าลืมนะคะ ก็คือดูพื้นที่หน้าจอ

1125
01:14:57.691 --> 01:15:01.691
ของเราด้วยใช่ไหม screen_width เรา

1126
01:15:01.692 --> 01:15:05.692
800 มันก็ต้องไม่เกิน 800 ล่ะ

1127
01:15:05.695 --> 01:15:09.695
screen high ไม่เกิน 510 มันต้อง

1128
01:15:09.696 --> 01:15:13.696
510 ล่ะนะคะ เพราะฉะนั้น

1129
01:15:13.698 --> 01:15:17.698

1130
01:15:17.703 --> 01:15:21.703
แนวของก้อนหินกับแนวเท้าของไดโนเสาร์นี่

1131
01:15:21.704 --> 01:15:25.704
เท่ากันแน่นอน ของแม่เท่าไรนะ

1132
01:15:25.705 --> 01:15:29.705
เดี๋ยว ๆ ๆ ตัว dino

1133
01:15:29.706 --> 01:15:33.706
อยู่ที่ 380 นี่ เพราะฉะนั้น size y แม่

1134
01:15:33.707 --> 01:15:37.707
นี่จะอยู่ที่ประมาณ 380 แล้วล่ะ จำนวนบรรทัด

1135
01:15:37.708 --> 01:15:41.708
อยู่ที่ 380 แต่ size_x

1136
01:15:41.709 --> 01:15:45.709
มันต้องมากกว่า 10 อยู่แล้วนะคะ แม่จะบวกเพิ่มไป

1137
01:15:45.710 --> 01:15:49.710
อีก 500 เพราะฉะนั้นเป็น

1138
01:15:49.711 --> 01:15:53.711
510 กับ

1139
01:15:53.712 --> 01:15:57.712
380

1140
01:15:57.714 --> 01:16:01.714

1141
01:16:01.716 --> 01:16:05.716
เห็นไหมคะ ค่ามันจะเท่ากับจำนวน

1142
01:16:05.717 --> 01:16:09.717
ตรงนี้เลย 1, 2, 3, 4

1143
01:16:09.718 --> 01:16:13.718
เห็นไหม ฟังก์ชันนี้ เห็นไหม

1144
01:16:13.719 --> 01:16:17.719
ในฟังก์ชัน load_sprites สิ่งที่อยู่ใน load

1145
01:16:17.720 --> 01:16:21.720
ตรงกับที่เราใส่เข้าไป

1146
01:16:21.722 --> 01:16:25.722

1147
01:16:25.722 --> 01:16:29.722
นะคะ แต่

1148
01:16:29.725 --> 01:16:33.725
ต้องดูตามหน้าจอนะ เพราะบางคนตั้งค่า

1149
01:16:33.726 --> 01:16:37.726
ไม่เท่ากันใช่หรือเปล่า เราก็ไปดูที่

1150
01:16:37.727 --> 01:16:41.727

1151
01:16:41.730 --> 01:16:45.730
ตัวเกมเราน่ะ ที่วางไว้ตัวแรกเป็นหลัก

1152
01:16:45.730 --> 01:16:49.730
นะ เราจะรู้เลยว่าตรงบรรทัดนี่

1153
01:16:49.731 --> 01:16:53.731
มันก็น่าจะวางระดับเดียวกับ

1154
01:16:53.732 --> 01:16:57.732
ตัวการ์ตูนเราใช่หรือเปล่า แต่ตรง

1155
01:16:57.732 --> 01:17:01.732
ตำแหน่งแกน x น่ะ แกน x

1156
01:17:01.733 --> 01:17:05.733
มันจะอยู่ตรงกันพอดีไม่ได้

1157
01:17:05.735 --> 01:17:09.735
นะคะ มาดู

1158
01:17:09.737 --> 01:17:13.737
ส่วนต่อไป เพิ่งได้แค่บรรทัดเดียวเอง

1159
01:17:13.738 --> 01:17:17.738

1160
01:17:17.741 --> 01:17:21.741
บรรทัดต่อมานะคะ

1161
01:17:21.743 --> 01:17:25.743
เราจะต้องบอกต่ออีก มันยังไม่เสร็จ เพราะมัน

1162
01:17:25.745 --> 01:17:29.745
ไม่ได้มีแค่รูปเดียวใช่ไหมคะ เรา

1163
01:17:29.746 --> 01:17:33.746
ไม่ได้โหลดมาแค่รูปเดียวนะ

1164
01:17:33.747 --> 01:17:37.747

1165
01:17:37.749 --> 01:17:41.749

1166
01:17:41.750 --> 01:17:45.750

1167
01:17:45.752 --> 01:17:49.752

1168
01:17:49.755 --> 01:17:53.755

1169
01:17:53.759 --> 01:17:57.759
หลักการ คือ มัน

1170
01:17:57.761 --> 01:18:01.761
จะให้มีรูปเพื่อมาสลับน่ะค่ะ

1171
01:18:01.762 --> 01:18:05.762
ให้มันเหมือนรูปมัน

1172
01:18:05.763 --> 01:18:09.763
เคลื่อนที่น่ะ รูปมันเคลื่อนไหว แต่ความจริงรูปมันไม่ได้เคลื่อนไหว

1173
01:18:09.764 --> 01:18:13.764
นะคะ เพราะฉะนั้น เราก็จะเพิ่ม self

1174
01:18:13.765 --> 01:18:17.765
self ขึ้นมาอีก 1 บรรทัด

1175
01:18:17.766 --> 01:18:21.766
ไม่อยากให้เด็ก ๆ พิมพ์ผิด ให้เด็ก ๆ  copy

1176
01:18:21.771 --> 01:18:25.771
นะคะ ก๊อปปี้ส่วนนี้

1177
01:18:25.772 --> 01:18:29.772
self

1178
01:18:29.773 --> 01:18:33.773
.rock.image เพราะเราจะใช้เหมือนกัน

1179
01:18:33.774 --> 01:18:37.774
เพียงแต่จะตัวเลขเพิ่มมา

1180
01:18:37.775 --> 01:18:41.775
กด Ctrl + C แล้วก็

1181
01:18:41.776 --> 01:18:45.776
กด Crtl + V เพื่อวาง

1182
01:18:45.777 --> 01:18:49.777

1183
01:18:49.778 --> 01:18:53.778
ใส่เครื่องหมาย Underscore

1184
01:18:53.779 --> 01:18:57.779
ก็คือ 0

1185
01:18:57.780 --> 01:19:01.780

1186
01:19:01.781 --> 01:19:05.781

1187
01:19:05.784 --> 01:19:09.784

1188
01:19:09.786 --> 01:19:13.786
เดี๋ยวนะคะ เราจะพิมพ์บรรทัดนี้

1189
01:19:13.791 --> 01:19:17.791
ได้บรรทัดเดียวเราก็ก๊อบปี้ได้

1190
01:19:17.791 --> 01:19:21.791
เราจะมี self.rock

1191
01:19:21.792 --> 01:19:25.792

1192
01:19:25.794 --> 01:19:29.794
image 0 แล้วก็ตามด้วย

1193
01:19:29.796 --> 01:19:33.796
self นะคะ self แล้ว

1194
01:19:33.796 --> 01:19:37.796
ตามด้วย .

1195
01:19:37.798 --> 01:19:41.798
r-e r-e-c-t นะคะ

1196
01:19:41.801 --> 01:19:45.801
.rect

1197
01:19:45.803 --> 01:19:49.803
_ เหมือนกันก็คือ 0

1198
01:19:49.804 --> 01:19:53.804

1199
01:19:53.805 --> 01:19:57.805

1200
01:19:57.807 --> 01:20:01.807
วรรค 1 ครั้ง แล้วกดเครื่องหมายเท่ากับ

1201
01:20:01.811 --> 01:20:05.811
ตอนนี้นะคะ

1202
01:20:05.815 --> 01:20:09.815
ตอนนี้บอกว่าไปโหลดภาพนี่ แล้วทีนี้

1203
01:20:09.816 --> 01:20:13.816
มันจะต้องเหมือนให้มันทำการ

1204
01:20:13.817 --> 01:20:17.817
จัดการกับภาพนี้นะคะ คือ บอกแล้วว่า

1205
01:20:17.818 --> 01:20:21.818
มันต้องมีอย่างน้อย 2 ภาพเพื่อสลับน่ะ

1206
01:20:21.823 --> 01:20:25.823
เหมือนก้อนหินมันเคลื่อน

1207
01:20:25.824 --> 01:20:29.824
นะคะ เพราะฉะนั้น

1208
01:20:29.825 --> 01:20:33.825
self.rock_image_0 นี่

1209
01:20:33.826 --> 01:20:37.826
หมายถึงไอ้ก้อนหินภาพที่ 1 นี่

1210
01:20:37.826 --> 01:20:41.826
เท่ากับ

1211
01:20:41.827 --> 01:20:45.827
= อะไร

1212
01:20:45.828 --> 01:20:49.828
พิมพ์ self

1213
01:20:49.829 --> 01:20:53.829
คลิกเลือก self นะคะ .

1214
01:20:53.830 --> 01:20:57.830
rock ให้เลือก rock.image นะคะ

1215
01:20:57.832 --> 01:21:01.832
ให้เลือก rock_image

1216
01:21:01.834 --> 01:21:05.834

1217
01:21:05.834 --> 01:21:09.834
ใส่ก้ามปูเข้าไปแล้วก็ใส่ตัวเลข 0

1218
01:21:09.835 --> 01:21:13.835
0, 0, 0 เห็นไหม 0 เหมือนกัน

1219
01:21:13.836 --> 01:21:17.836
เพราะคือบอกแล้วว่าเป็นรูปที่ 0 น่ะ เป็น

1220
01:21:17.837 --> 01:21:21.837
รูปลำดับที่ 0 น่ะ

1221
01:21:21.838 --> 01:21:25.838

1222
01:21:25.839 --> 01:21:29.839
Colon ค่ะ Colon

1223
01:21:29.839 --> 01:21:33.839
แล้วก็วรรค ใส่ , แล้วก็วรรค

1224
01:21:33.840 --> 01:21:37.840

1225
01:21:37.842 --> 01:21:41.842

1226
01:21:41.843 --> 01:21:45.843

1227
01:21:45.845 --> 01:21:49.845

1228
01:21:49.846 --> 01:21:53.846
แล้วก็พิมพ์ self อีกเหมือนเดิม s-e-l-f

1229
01:21:53.848 --> 01:21:57.848

1230
01:21:57.849 --> 01:22:01.849
ตามด้วย . นะคะ

1231
01:22:01.850 --> 01:22:05.850

1232
01:22:05.851 --> 01:22:09.851
. เลือก

1233
01:22:09.853 --> 01:22:13.853
rock_image เหมือนเดิม

1234
01:22:13.855 --> 01:22:17.855
ใส่ก้ามปูใช่ไหมคะ ก้ามปูแล้วก็ 0

1235
01:22:17.856 --> 01:22:21.856
เข้าไป ไม่ใช่ปีกกา ขอโทษ

1236
01:22:21.859 --> 01:22:25.859
ก้ามปู แล้วก็ 0

1237
01:22:25.861 --> 01:22:29.861

1238
01:22:29.862 --> 01:22:33.862

1239
01:22:33.867 --> 01:22:37.867
. นะคะ ใส่ .

1240
01:22:37.869 --> 01:22:41.869
.get ค่ะ

1241
01:22:41.870 --> 01:22:45.870
พิมพ์ ge ge เลือก

1242
01:22:45.872 --> 01:22:49.872
เลือก get.rect

1243
01:22:49.873 --> 01:22:53.873
ก็คือเราจะไปใช้ฟังก์ชันที่ชื่อว่า

1244
01:22:53.875 --> 01:22:57.875
get.rect นะคะ ใส่ฟังก์ชันเข้าไปก็จะเป็น get.rect

1245
01:22:57.877 --> 01:23:01.877
สังเกตพอเลือกปุ๊บ

1246
01:23:01.879 --> 01:23:05.879
ใช้ปุ๊บมันจะต้องเปลี่ยน สีมันจะต้องเปลี่ยนเห็นไหมคะ

1247
01:23:05.888 --> 01:23:09.888
ดูดี ๆ นะคะ บรรทัดนี้จะยาวหน่อย

1248
01:23:09.890 --> 01:23:13.890
เดี๋ยวลดขนาดลงให้อีก

1249
01:23:13.891 --> 01:23:17.891
บรรทัดนี้เริ่มที่ตรงนี้นะคะ

1250
01:23:17.897 --> 01:23:21.897
self.rock_image

1251
01:23:21.898 --> 01:23:25.898
_0

1252
01:23:25.900 --> 01:23:29.900
แล้วก็ใส่ ,

1253
01:23:29.901 --> 01:23:33.901
แล้วก็วรรค self.rect_0 =

1254
01:23:33.902 --> 01:23:37.902

1255
01:23:37.904 --> 01:23:41.904
= self_rock_image

1256
01:23:41.905 --> 01:23:45.905
ในก้ามปูนะคะ ก็คือใน list

1257
01:23:45.907 --> 01:23:49.907
ลำดับที่ 0 นี้มันคือ self.rock_image

1258
01:23:49.908 --> 01:23:53.908
ที่ get.rect เข้ามา

1259
01:23:53.909 --> 01:23:57.909
อันที่ 1 เพื่อไม่ให้พิมพ์ผิด เพราะฉะนั้น

1260
01:23:57.911 --> 01:24:01.911
ก๊อปปี้ค่ะ ก๊อปปี้บรรทัดนี้ ก๊อปฯ เลย

1261
01:24:01.912 --> 01:24:05.912
ทำแถบเลือกแล้วกด Crtl + C

1262
01:24:05.913 --> 01:24:09.913
ก็แล้วก็วางแล้วก็ Ctrl + V

1263
01:24:09.914 --> 01:24:13.914
โอเค ถูกต้อง

1264
01:24:13.915 --> 01:24:17.915
ตำแหน่งไม่โย้นะคะ ถ้ามันโย้

1265
01:24:17.916 --> 01:24:21.916
เด็ก ๆ จะต้องกด space bar กลับคืน

1266
01:24:21.918 --> 01:24:25.918
เปลี่ยนจาก 0 เป็นอะไร

1267
01:24:25.918 --> 01:24:29.918
1 เพราะบอกว่าแล้วใช้ 2 ลำดับ

1268
01:24:29.919 --> 01:24:33.919
0 แล้วก็ 1 เพราะฉะนั้น 0 เปลี่ยนเป็น

1269
01:24:33.920 --> 01:24:37.920
1 ให้หมด จะได้ไม่เกิดปัญหาพิมพ์ผิด

1270
01:24:37.921 --> 01:24:41.921
เหมือนที่แม่บอก

1271
01:24:41.922 --> 01:24:45.922
เขียนโค้ดแบบขี้โกง ๆ บ้าง

1272
01:24:45.923 --> 01:24:49.923
อะไรบ้างนะคะ โอเคไหม เห็นไหม

1273
01:24:49.925 --> 01:24:53.925
แก้เช็กให้ครบด้วยนะ ไม่ใช่

1274
01:24:53.926 --> 01:24:57.926
1 0 เด้อ แก้ให้มันครบทุกตัวด้วยเด้อ

1275
01:24:57.928 --> 01:25:01.928
ไม่ใช่อันหนึ่งเป็น 0 อันหนึ่งเป็น 1

1276
01:25:01.929 --> 01:25:05.929
ก็คือ rock_image ก็ต้องเป็น 1, 1, 1

1277
01:25:05.930 --> 01:25:09.930
ทั้งหมดนะคะ แก้ให้ครบด้วย แก้ให้ครบทุกตัว

1278
01:25:09.932 --> 01:25:13.932
นะคะ

1279
01:25:13.933 --> 01:25:17.933

1280
01:25:17.934 --> 01:25:21.934

1281
01:25:21.935 --> 01:25:25.935

1282
01:25:25.937 --> 01:25:29.937

1283
01:25:29.938 --> 01:25:33.938

1284
01:25:33.940 --> 01:25:37.940

1285
01:25:37.942 --> 01:25:41.942

1286
01:25:41.943 --> 01:25:45.943

1287
01:25:45.945 --> 01:25:49.945

1288
01:25:49.947 --> 01:25:53.947

1289
01:25:53.952 --> 01:25:57.952
โอเคไหม

1290
01:25:57.954 --> 01:26:01.954
บรรทัดที่ 2 นี่ไม่น่าจะช้า

1291
01:26:01.956 --> 01:26:05.956
เพราะแก้แค่ตัวเลขใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้น เราจะมาเริ่ม

1292
01:26:05.956 --> 01:26:09.956
กด Enter เพื่อเว้น 1 บรรทัดนะคะ

1293
01:26:09.958 --> 01:26:13.958
แล้วก็ Tab ให้มันตรงกับ

1294
01:26:13.959 --> 01:26:17.959
self ของเรา

1295
01:26:17.961 --> 01:26:21.961
เราจะมาทำ

1296
01:26:21.964 --> 01:26:25.964
อีกส่วนหนึ่งนะคะ ก็คือส่วนของการวางตำแหน่ง

1297
01:26:25.965 --> 01:26:29.965
นะคะ ใช้ self เหมือนเดิม

1298
01:26:29.966 --> 01:26:33.966
s-e นะคะ

1299
01:26:33.967 --> 01:26:37.967
แล้วก็คลิก self

1300
01:26:37.968 --> 01:26:41.968
ตามด้วย . rect re

1301
01:26:41.969 --> 01:26:45.969
เลือก rect_0

1302
01:26:45.970 --> 01:26:49.970
เพราะเราสร้างไว้แล้วนึกออกนะ

1303
01:26:49.971 --> 01:26:53.971

1304
01:26:53.971 --> 01:26:57.971
ตามด้วย .bottom

1305
01:26:57.971 --> 01:27:01.971
.bottom

1306
01:27:01.972 --> 01:27:05.972
กำหนดจุดสูง นึกออกนะ

1307
01:27:05.974 --> 01:27:09.974
buttom นะคะ

1308
01:27:09.974 --> 01:27:13.974
กำหนดจุด

1309
01:27:13.976 --> 01:27:17.976
=

1310
01:27:17.977 --> 01:27:21.977

1311
01:27:21.979 --> 01:27:25.979

1312
01:27:25.982 --> 01:27:29.982

1313
01:27:29.985 --> 01:27:33.985

1314
01:27:33.989 --> 01:27:37.989

1315
01:27:37.989 --> 01:27:41.989
g อันนี้

1316
01:27:41.990 --> 01:27:45.990
เรา... มันจะเป็นชื่อตัวแปรที่เราสร้างไว้นะคะ

1317
01:27:45.993 --> 01:27:49.993
สร้างไว้สำหรับ GROUND_HEIGHT ก็คือความสูง

1318
01:27:49.994 --> 01:27:53.994
ของคือ

1319
01:27:53.995 --> 01:27:57.995
ไอ้รูปจากพื้นน่ะ นะคะ

1320
01:27:57.998 --> 01:28:01.998

1321
01:28:01.999 --> 01:28:05.999
ตรงนี้

1322
01:28:06.002 --> 01:28:10.002
จะได้เห็นชัดเจนให้เด็ก ๆ พิมพ์

1323
01:28:10.003 --> 01:28:14.003
ด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด จะได้รู้ เพราะฉะนั้น

1324
01:28:14.005 --> 01:28:18.005
กด Capelock แล้วก็พิมพ์ G-R

1325
01:28:18.006 --> 01:28:22.006
U-N-D GROUND แล้วตามด้วย

1326
01:28:22.007 --> 01:28:26.007
underscore H-I-G-

1327
01:28:26.008 --> 01:28:30.008
H-T ให้พิมพ์ด้วยตัวพิมพ์ใหญ่

1328
01:28:30.009 --> 01:28:34.009

1329
01:28:34.010 --> 01:28:38.010

1330
01:28:38.011 --> 01:28:42.011

1331
01:28:42.012 --> 01:28:46.012
แล้วก็ใส่เครื่อง... แล้วก็วรรค

1332
01:28:46.014 --> 01:28:50.014
แล้วก็กดเครื่องหมายลบนะคะ -

1333
01:28:50.016 --> 01:28:54.016
แล้วก็วรรค 11 ก็คือให้มันลบออก

1334
01:28:54.017 --> 01:28:58.017
จากพื้นน่ะ 11

1335
01:28:58.018 --> 01:29:02.018
11 11 Pixel

1336
01:29:02.019 --> 01:29:06.019
ประมาณนี้นะคะ

1337
01:29:06.020 --> 01:29:10.020
ทีนี้

1338
01:29:10.022 --> 01:29:14.022
มาที่ตัวที่ 2

1339
01:29:14.024 --> 01:29:18.024
ตัวที่ 2 นี่ คืออะไร

1340
01:29:18.025 --> 01:29:22.025
ดูนะคะ self

1341
01:29:22.026 --> 01:29:26.026
พิมพ์ self เลือก self นะคะ

1342
01:29:26.026 --> 01:29:30.026
.rect เลือก

1343
01:29:30.028 --> 01:29:34.028
rect

1344
01:29:34.028 --> 01:29:38.028
เลือก rect_0 เหมือนเดิม แต่ .

1345
01:29:38.029 --> 01:29:42.029
เป็น left

1346
01:29:42.030 --> 01:29:46.030
left ตัวเล็กนะคะ

1347
01:29:46.031 --> 01:29:50.031
แล้วก็พิมพ์ l-e-f-t

1348
01:29:50.032 --> 01:29:54.032
left ข้างซ้าย ตัวนี้มากจากไหน

1349
01:29:54.033 --> 01:29:58.033
ค่าตัวนี้จะใช้เรียกตัวแปรนี้นะคะ

1350
01:29:58.034 --> 01:30:02.034
จำได้นะ นี่

1351
01:30:02.035 --> 01:30:06.035
screen_width

1352
01:30:06.035 --> 01:30:10.035
ให้เหมือน

1353
01:30:10.036 --> 01:30:14.036
GROUND_HEIGHT นะคะ เพราะฉะนั้น จะแก้...

1354
01:30:14.039 --> 01:30:18.039
ไม่แก้ ๆ

1355
01:30:18.040 --> 01:30:22.040
มันสร้างมาแล้ว ไม่แก้ ไอ้ตัวนั้นมันสร้างมาแล้ว

1356
01:30:22.041 --> 01:30:26.041
=

1357
01:30:26.043 --> 01:30:30.043
ตรงตัว

1358
01:30:30.044 --> 01:30:34.044
นี้ของเด็ก ๆ น่ะ ตัวแปรของเด็ก ๆ ชื่ออะไร

1359
01:30:34.045 --> 01:30:38.045
นึกถึงนะ เข้าใจไหมคะ

1360
01:30:38.046 --> 01:30:42.046
ก็คือตัวนี้ เพราะฉะนั้น ถ้าแม่พิมพ์นี่

1361
01:30:42.048 --> 01:30:46.048
มันจะขึ้นมาเลยเพราะมันสร้างแล้ว

1362
01:30:46.049 --> 01:30:50.049
s-c นี่ แม่ก็จะเลือก

1363
01:30:50.051 --> 01:30:54.051
screen_width ที่แม่สร้าง

1364
01:30:54.051 --> 01:30:58.051
นึกออกนะคะ มันจะตรงกับตัวนี้ ดูดี ๆ นะคะ

1365
01:30:58.052 --> 01:31:02.052
ตรงกับตัวนี้นี่ ตรง

1366
01:31:02.053 --> 01:31:06.053
พื้น พื้นฉากเกมเราน่ะ

1367
01:31:06.054 --> 01:31:10.054
พื้นที่เกมเราน่ะ เพราะฉะนั้น มันมาจากตัวนี้

1368
01:31:10.055 --> 01:31:14.055
นะคะ มาจากตัวแปร screen_width

1369
01:31:14.056 --> 01:31:18.056
นะคะ

1370
01:31:18.057 --> 01:31:22.057
บอกให้ Class นี้มันรู้ว่า

1371
01:31:22.058 --> 01:31:26.058
ภาพที่จะเอามาวางนี่ ตำแหน่งที่

1372
01:31:26.059 --> 01:31:30.059
0 นี่มันเริ่มที่ด้านซ้ายนี่จะมีค่า

1373
01:31:30.060 --> 01:31:34.060
เท่ากับไอ้ตัว screen_width นี่

1374
01:31:34.062 --> 01:31:38.062
ตรงมุมซ้ายน่ะ

1375
01:31:38.063 --> 01:31:42.063
นะคะ

1376
01:31:42.064 --> 01:31:46.064
โอเคไหม โอเค

1377
01:31:46.066 --> 01:31:50.066
อันดับต่อมา

1378
01:31:50.067 --> 01:31:54.067

1379
01:31:54.069 --> 01:31:58.069
Enter

1380
01:31:58.070 --> 01:32:02.070
เพื่อเว้น 1 บรรทัดนะคะ ก๊อปฯ ลูก

1381
01:32:02.071 --> 01:32:06.071
ประโยคเดิมแป๊ะ ก๊อบฯ จาก 0

1382
01:32:06.072 --> 01:32:10.072
แล้วแก้เป็นอะไรคะ เราใช้รูป 2 รูป 0 กับ 1 นะคะ

1383
01:32:10.073 --> 01:32:14.073
Copy ค่ะ

1384
01:32:14.074 --> 01:32:18.074
วาง

1385
01:32:18.076 --> 01:32:22.076
แล้วแก้จาก 0 เป็น 1 ให้หมด

1386
01:32:22.077 --> 01:32:26.077

1387
01:32:26.080 --> 01:32:30.080

1388
01:32:30.082 --> 01:32:34.082

1389
01:32:34.083 --> 01:32:38.083

1390
01:32:38.084 --> 01:32:42.084
แล้วก็มาแก้

1391
01:32:42.086 --> 01:32:46.086
ตรง ตรงอันที่

1392
01:32:46.087 --> 01:32:50.087
self.

1393
01:32:50.087 --> 01:32:54.087
rect_1 นี่ ตรงเท่ากับ

1394
01:32:54.089 --> 01:32:58.089
ค่าของตัวนี้

1395
01:32:58.091 --> 01:33:02.091
มันจะมาจาก

1396
01:33:02.091 --> 01:33:06.091

1397
01:33:06.092 --> 01:33:10.092
self. นะคะ

1398
01:33:10.094 --> 01:33:14.094
..rect_0

1399
01:33:14.095 --> 01:33:18.095
เพราะอะไร เพราะรูปที่ 1 กับรูปที่ 2

1400
01:33:18.096 --> 01:33:22.096
มันจะอยู่ห่างออกมานึกออกไหม

1401
01:33:22.097 --> 01:33:26.097
ก็คือหมายถึงพอเราวางภาพที่ 1 เข้าไปแล้ว

1402
01:33:26.097 --> 01:33:30.097
ภาพที่ 2 มันก็จะนึกออกนะ

1403
01:33:30.100 --> 01:33:34.100
นะคะ เพราะฉะนั้น เมื่อภาพที่ 1 ปรากฏนี่

1404
01:33:34.100 --> 01:33:38.100
มันบอกว่าให้บวกเพิ่มขึ้นไป

1405
01:33:38.100 --> 01:33:42.100
.right ทางขวา

1406
01:33:42.101 --> 01:33:46.101
เพิ่มทางขวาเพื่อจะวางตำแหน่ง

1407
01:33:46.103 --> 01:33:50.103
r-i-g-h-t .right

1408
01:33:50.103 --> 01:33:54.103
+ อะไร วรรค

1409
01:33:54.104 --> 01:33:58.104
แล้วก็ตามด้วยเครื่องหมาย +

1410
01:33:58.105 --> 01:34:02.105
บวกด้วย

1411
01:34:02.106 --> 01:34:06.106
จำนวนของ int int มาจาก

1412
01:34:06.108 --> 01:34:10.108
integer นั่นเอง int

1413
01:34:10.109 --> 01:34:14.109
ในวงเล็บที่นี้ ก็คือ

1414
01:34:14.110 --> 01:34:18.110

1415
01:34:18.111 --> 01:34:22.111
screen

1416
01:34:22.112 --> 01:34:26.112
ก็คือมาจากค่าของ screen_width

1417
01:34:26.114 --> 01:34:30.114
หาร 2

1418
01:34:30.115 --> 01:34:34.115

1419
01:34:34.117 --> 01:34:38.117
ตรงการวรรคหนึ่งด้วยนะคะ หารด้วย 2

1420
01:34:38.119 --> 01:34:42.119

1421
01:34:42.120 --> 01:34:46.120

1422
01:34:46.121 --> 01:34:50.121

1423
01:34:50.123 --> 01:34:54.123
ใส่อะไรเข้ามาเพิ่ม บรรทัดนี้

1424
01:34:54.126 --> 01:34:58.126
ใส่ speed ระยะ ความเร็วน่ะ

1425
01:34:58.128 --> 01:35:02.128
ความเร็วในการไอ้นี่ self พิมพ์ self

1426
01:35:02.128 --> 01:35:06.128
.speed

1427
01:35:06.130 --> 01:35:10.130
s ปุ๊บ เลือก speed เลย self ปุ๊บ

1428
01:35:10.131 --> 01:35:14.131
. self ให้เลือก speed นะคะ

1429
01:35:14.132 --> 01:35:18.132
เพระาเราจะใส่ speed ให้มัน

1430
01:35:18.134 --> 01:35:22.134
= speed

1431
01:35:22.135 --> 01:35:26.135
เลือก speed นะคะ

1432
01:35:26.136 --> 01:35:30.136

1433
01:35:30.139 --> 01:35:34.139

1434
01:35:34.139 --> 01:35:38.139

1435
01:35:38.141 --> 01:35:42.141

1436
01:35:42.142 --> 01:35:46.142
ในส่วนนี้ก็คือ

1437
01:35:46.146 --> 01:35:50.146
เมื่อประกาศตัวแปร rect_0 rect_1 แล้ว

1438
01:35:50.148 --> 01:35:54.148
ใช่ไหม ทีนี้ก็ต้องให้มัน

1439
01:35:54.150 --> 01:35:58.150
ทำงานสิ ก็คือ self

1440
01:35:58.151 --> 01:36:02.151
self.

1441
01:36:02.158 --> 01:36:06.158
เลข 0

1442
01:36:06.158 --> 01:36:10.158
นะคะ =

1443
01:36:10.160 --> 01:36:14.160

1444
01:36:14.161 --> 01:36:18.161
สมมติ ๆ ไม่สมมติล่ะ ตั้งค่าให้มันล่ะ

1445
01:36:18.162 --> 01:36:22.162
กำหนดค่าเริ่มต้นให้มันที่ 240

1446
01:36:22.162 --> 01:36:26.162

1447
01:36:26.171 --> 01:36:30.171
แล้ว self

1448
01:36:30.172 --> 01:36:34.172
.

1449
01:36:34.174 --> 01:36:38.174
เลข 1 =

1450
01:36:38.176 --> 01:36:42.176

1451
01:36:42.177 --> 01:36:46.177
720 กำหนดค่าเริ่มต้น

1452
01:36:46.179 --> 01:36:50.179
นะคะ ก็คือตำแหน่งที่จะวางมันนี่ จะประมาณนี้

1453
01:36:50.179 --> 01:36:54.179
แต่พอบวกลบอะไรนี่

1454
01:36:54.183 --> 01:36:58.183
button_left button อะไรนี่

1455
01:36:58.185 --> 01:37:02.185
ิอันนี้ คือ

1456
01:37:02.186 --> 01:37:06.186
ในส่วนของการกำหนดค่า

1457
01:37:06.188 --> 01:37:10.188
ของ Class Rock เราเสร็จ

1458
01:37:10.189 --> 01:37:14.189
ส่วนนี้แล้วนะ อย่าลืมเรายังมีอีกกี่ส่วน

1459
01:37:14.190 --> 01:37:18.190
ส่วนต่อไป เห็นไหมคะ

1460
01:37:18.191 --> 01:37:22.191
ส่วนของการวาง

1461
01:37:22.192 --> 01:37:26.192
รูปก้อนหินที่เราสร้างไว้

1462
01:37:26.193 --> 01:37:30.193
แล้วก็อัปเดตมันนะคะ แล้วก็วาด แล้วก็

1463
01:37:30.195 --> 01:37:34.195
แสดงผลมันอีก 3 ฟังก์ชัน

1464
01:37:34.197 --> 01:37:38.197
นะคะ

1465
01:37:38.198 --> 01:37:42.198
โอเคนะคะ

1466
01:37:42.200 --> 01:37:46.200
เพราะฉะนั้น เราก็จะถ่ายก่อน

1467
01:37:46.201 --> 01:37:50.201
ถ่ายก่อน ๆ

1468
01:37:50.202 --> 01:37:54.202

1469
01:37:54.203 --> 01:37:58.203

1470
01:37:58.204 --> 01:38:02.204

1471
01:38:02.207 --> 01:38:06.207

1472
01:38:06.208 --> 01:38:10.208
ไปทำฟังก์ชันต่อนะคะ ฟังก์ชันต่อไป

1473
01:38:10.209 --> 01:38:14.209
เมื่อกี้กำหนดค่าเบื้องต้นให้มันไปแล้ว

1474
01:38:14.210 --> 01:38:18.210
part นี้เสร็จ เอ้ย function นี้เสร็จแล้ว

1475
01:38:18.211 --> 01:38:22.211
Enter เพื่อเว้น 1 บรรทัด

1476
01:38:22.212 --> 01:38:26.212
Tab เข้าไป 1 จะต้องตรงกับ... เห็นไหมคะ

1477
01:38:26.213 --> 01:38:30.213
def นี้นะคะ

1478
01:38:30.214 --> 01:38:34.214
พิมพ์ d

1479
01:38:34.215 --> 01:38:38.215
เลือก def function เหมือนเดิม

1480
01:38:38.216 --> 01:38:42.216
เราอาจจะทำฟังก์ชันใหม่แล้ว ฟังก์ชัน

1481
01:38:42.218 --> 01:38:46.218
แรกเสร็จไปแล้ว ฟังก์ชันที่ 2

1482
01:38:46.222 --> 01:38:50.222
ตัวนี้เป็นฟังก์ชันที่ 2 นะคะ

1483
01:38:50.224 --> 01:38:54.224
สำหรับ get_rock

1484
01:38:54.225 --> 01:38:58.225
ก็คือก้อนหินน่ะค่ะ

1485
01:38:58.228 --> 01:39:02.228
เอาตัวก้อนหิน รูปก้อนหินของเรานะคะ

1486
01:39:02.229 --> 01:39:06.229
เราจะใช้ชื่อฟังก์ชัน

1487
01:39:06.231 --> 01:39:10.231
ว่า get_rock นะคะ พิมพ์

1488
01:39:10.242 --> 01:39:14.242
g-e-t_

1489
01:39:14.247 --> 01:39:18.247
rock

1490
01:39:18.248 --> 01:39:22.248
ในวงเล็บ

1491
01:39:22.250 --> 01:39:26.250
เราเรียก self ค่ะ เราเรียก self มาใช้

1492
01:39:26.251 --> 01:39:30.251

1493
01:39:30.251 --> 01:39:34.251
เห็นไหม

1494
01:39:34.254 --> 01:39:38.254

1495
01:39:38.256 --> 01:39:42.256
ตรง pass นะคะ ลบออก แล้ว enter

1496
01:39:42.257 --> 01:39:46.257
1 บรรทัด

1497
01:39:46.258 --> 01:39:50.258
เราจะมีตัวแปร 2 ตัว ก็คือ current_rock

1498
01:39:50.259 --> 01:39:54.259
นะคะ ก็คือตำแหน่งของ

1499
01:39:54.260 --> 01:39:58.260
รูปก้อนหินปัจจุบันกับ

1500
01:39:58.261 --> 01:40:02.261
rock ก็คือ

1501
01:40:02.262 --> 01:40:06.262
รูปก้อนหินถัดไป

1502
01:40:06.276 --> 01:40:10.276
มันจะเหมือนคือเขาบอกว่า

1503
01:40:10.277 --> 01:40:14.277
มันจะเหมือนก้อนหินมันเคลื่อนได้ ที่จริง

1504
01:40:14.278 --> 01:40:18.278
มันตั้งเฉย ๆ นั่นล่ะนะคะ เพราะฉะนั้น

1505
01:40:18.279 --> 01:40:22.279
เราก็จะมี 2 ตัวแปร ก็คือตัวแปรที่ 1

1506
01:40:22.281 --> 01:40:26.281
current ไม่ใช่ current_sprites นะ

1507
01:40:26.281 --> 01:40:30.281
current เหมือนกัน

1508
01:40:30.282 --> 01:40:34.282
แต่เป็น current_rock

1509
01:40:34.283 --> 01:40:38.283

1510
01:40:38.284 --> 01:40:42.284

1511
01:40:42.285 --> 01:40:46.285
นะคะ

1512
01:40:46.288 --> 01:40:50.288

1513
01:40:50.290 --> 01:40:54.290
วรรค เท่ากับ เท่ากับอะไรนะ current_rock

1514
01:40:54.294 --> 01:40:58.294
เราก็คือจะเลือก self ใส่ก้ามปู

1515
01:40:58.295 --> 01:41:02.295
ค่ะ ใส่ก้ามปูก่อน

1516
01:41:02.296 --> 01:41:06.296
แล้วก็พิมพ์ self นะคะ

1517
01:41:06.297 --> 01:41:10.297
.

1518
01:41:10.298 --> 01:41:14.298
rock ในที่นี้ให้เลือก rock_

1519
01:41:14.300 --> 01:41:18.300
image_0 นะคะ

1520
01:41:18.301 --> 01:41:22.301
เห็นไหม เด็ก ๆ สังเกตมันจะเลื่อนได้นะนี่ ๆ ๆ

1521
01:41:22.302 --> 01:41:26.302
r ปุ๊บเรามาหา rock_image_0 ของเรานะคะ

1522
01:41:26.303 --> 01:41:30.303
เห็นไหมคะ

1523
01:41:30.304 --> 01:41:34.304
นะคะ ใส่ ,

1524
01:41:34.305 --> 01:41:38.305
แล้วก็กดวรรค

1525
01:41:38.310 --> 01:41:42.310

1526
01:41:42.312 --> 01:41:46.312
ก็คือมันมี 2 อัน

1527
01:41:46.312 --> 01:41:50.312
มันมี 2 อัน มันเริ่มที่

1528
01:41:50.313 --> 01:41:54.313
self.rock_image_0

1529
01:41:54.314 --> 01:41:58.314
ต้องมีอะไรคะ self.

1530
01:41:58.316 --> 01:42:02.316
เลือก rock_image_1

1531
01:42:02.317 --> 01:42:06.317
นะคะ

1532
01:42:06.319 --> 01:42:10.319

1533
01:42:10.320 --> 01:42:14.320

1534
01:42:14.322 --> 01:42:18.322
เพราะฉะนั้น ถ้าสร้างไว้แล้วนี่

1535
01:42:18.324 --> 01:42:22.324
มันจะขึ้นมาให้เราเลือกได้เลย ไม่ต้องพิมพ์ใหม่ มันจะ

1536
01:42:22.325 --> 01:42:26.325
ไม่ผิดเห็นไหมคะ หลักการใช้ Sublime

1537
01:42:26.325 --> 01:42:30.325
นะคะ จะเป็นอย่างนี้ ชื่อมันจะไม่ผิดนะคะ

1538
01:42:30.326 --> 01:42:34.326
ได้ตัวแปรแรกแล้วสำหรับ

1539
01:42:34.327 --> 01:42:38.327
current_rock ทีนี้สำหรับ

1540
01:42:38.330 --> 01:42:42.330

1541
01:42:42.332 --> 01:42:46.332
พิมพ์ตัวแปรนะคะ ตัวแปร

1542
01:42:46.333 --> 01:42:50.333
r-o-c-k rock_

1543
01:42:50.334 --> 01:42:54.334
r-e-

1544
01:42:54.335 --> 01:42:58.335
c-t

1545
01:42:58.336 --> 01:43:02.336
rect =

1546
01:43:02.337 --> 01:43:06.337
เหมือนเดิมค่ะ ปีกกา

1547
01:43:06.339 --> 01:43:10.339
ก้ามปู ๆ

1548
01:43:10.341 --> 01:43:14.341
เห็นไหม สังเกตง่าย ๆ

1549
01:43:14.343 --> 01:43:18.343
ข้างบน self.rock เราก็จะ

1550
01:43:18.349 --> 01:43:22.349
เลือก self_rock ใช่ไหมคะ

1551
01:43:22.350 --> 01:43:26.350
เพราะฉะนั้น เราก็จะเรียก s-e

1552
01:43:26.352 --> 01:43:30.352
self.

1553
01:43:30.352 --> 01:43:34.352
r เลือก เลข 0

1554
01:43:34.354 --> 01:43:38.354
แล้วก็ self เหมือนเดิม

1555
01:43:38.355 --> 01:43:42.355
self.

1556
01:43:42.356 --> 01:43:46.356
rect 1 เห็นไหมคะ

1557
01:43:46.358 --> 01:43:50.358
มันจะมาเป็นคู่ rock_0 rect

1558
01:43:50.359 --> 01:43:54.359
ก็ reck_1 เหมือนกัน

1559
01:43:54.360 --> 01:43:58.360
ถ้าสร้างไม่แล้ว จะพิมพ์ไม่ผิด

1560
01:43:58.362 --> 01:44:02.362
มันจะขึ้น มันก็จะไม่เกิดปัญหา

1561
01:44:02.363 --> 01:44:06.363
unfile name

1562
01:44:06.364 --> 01:44:10.364
อย่างนี้หรือ Name error อย่างนี้นะคะ

1563
01:44:10.365 --> 01:44:14.365
เห็นไหมคะ มันจะแก้ได้ ๆ

1564
01:44:14.366 --> 01:44:18.366

1565
01:44:18.368 --> 01:44:22.368
พอได้เสร็จมันจะต้องทำการ return ค่านะคะ

1566
01:44:22.369 --> 01:44:26.369
Return ค่าทุกครั้งนะคะ ใช้คำสั่ง

1567
01:44:26.370 --> 01:44:30.370
return ค่ะ เลือก return

1568
01:44:30.371 --> 01:44:34.371
return อะไร return

1569
01:44:34.372 --> 01:44:38.372
กับ rock_rect นั่นเอง

1570
01:44:38.373 --> 01:44:42.373
เลือก current_rock นะคะ

1571
01:44:42.374 --> 01:44:46.374

1572
01:44:46.375 --> 01:44:50.375
กับ rock_rect ที่เราสร้าง

1573
01:44:50.376 --> 01:44:54.376
พอเรียกมาตำแหน่งมันเหมือนจะเลื่อนแต่มันไม่เลื่อน

1574
01:44:54.377 --> 01:44:58.377
แต่ความจริงมันไม่เลื่อนก็คือ Return ค่ากลับไป

1575
01:44:58.378 --> 01:45:02.378
นะคะ มันเหมือนหลอกที่ทำ Background

1576
01:45:02.379 --> 01:45:06.379
หลักการเดียวกันนะคะ

1577
01:45:06.380 --> 01:45:10.380
ส่วนของการนำ

1578
01:45:10.381 --> 01:45:14.381
ก้อนหินมาแล้ว มาเพิ่ม

1579
01:45:14.382 --> 01:45:18.382
อีกฟังก์ชันหนึ่งนะคะ ฟังก์ชันนี้ชื่อว่า "

1580
01:45:18.383 --> 01:45:22.383
update_speed สร้างฟังก์ชันใหม่

1581
01:45:22.385 --> 01:45:26.385
พิมพ์ d ปุ๊บ เลือก def function

1582
01:45:26.386 --> 01:45:30.386
ตรง Function name

1583
01:45:30.387 --> 01:45:34.387
เราจะพิมพ์ตรงชื่อฟังก์ชันเขียว ๆ

1584
01:45:34.388 --> 01:45:38.388
นี่นะคะ เราจะพิมพ์ว่า

1585
01:45:38.390 --> 01:45:42.390
update update_speed ค่ะ

1586
01:45:42.390 --> 01:45:46.390
สร้างไว้แล้ว เราก็ใส่

1587
01:45:46.392 --> 01:45:50.392
_ เข้าไป แล้วก็ speed

1588
01:45:50.393 --> 01:45:54.393

1589
01:45:54.392 --> 01:45:58.392
ก็คือ update ให้ความเร็วของ...

1590
01:45:58.393 --> 01:46:02.393
ให้เหมือนว่าค่าที่มันโดน

1591
01:46:02.394 --> 01:46:06.394
รูปมันเอาเข้ามาน่ะ มันมีการเปลี่ยนแปลงน่ะ มันต้องมีการอัปเดต

1592
01:46:06.395 --> 01:46:10.395
นะคะ

1593
01:46:10.397 --> 01:46:14.397

1594
01:46:14.398 --> 01:46:18.398
ในวงเล็บสิ่งที่เราจะมีก็คือ self

1595
01:46:18.399 --> 01:46:22.399
กับ speed

1596
01:46:22.399 --> 01:46:26.399
self นะคะ แล้วก็ฟังก์ชัน speed

1597
01:46:26.405 --> 01:46:30.405
ที่เราสร้าง speed นะคะ

1598
01:46:30.406 --> 01:46:34.406
2 ตัว

1599
01:46:34.408 --> 01:46:38.408
ส่วนของ object ที่ใช้ ก็คือ

1600
01:46:38.412 --> 01:46:42.412
object ของ self กับ speed นั่นเอง

1601
01:46:42.413 --> 01:46:46.413

1602
01:46:46.414 --> 01:46:50.414
มาเริ่มกันเลย

1603
01:46:50.415 --> 01:46:54.415
กำหนดค่าให้เลย กำหนด self

1604
01:46:54.416 --> 01:46:58.416
ก็คือ self.speed ค่ะ

1605
01:46:58.417 --> 01:47:02.417
self.speed

1606
01:47:02.418 --> 01:47:06.418
นะคะ

1607
01:47:06.419 --> 01:47:10.419
= speed

1608
01:47:10.420 --> 01:47:14.420
นั่นเอง

1609
01:47:14.421 --> 01:47:18.421
ส่วนที่ 2

1610
01:47:18.422 --> 01:47:22.422
เป็น self ของ

1611
01:47:22.423 --> 01:47:26.423
ของอะไร self.range

1612
01:47:26.424 --> 01:47:30.424
range นะคะ range ก็คือพิกัด

1613
01:47:30.425 --> 01:47:34.425
range แล้วตามด้วย _

1614
01:47:34.426 --> 01:47:38.426
0

1615
01:47:38.428 --> 01:47:42.428
ใส่เครื่องหมาย +

1616
01:47:42.429 --> 01:47:46.429
แล้วก็ = ก็คือให้ความเร็ว

1617
01:47:46.430 --> 01:47:50.430
มันเพิ่มขึ้น +=

1618
01:47:50.432 --> 01:47:54.432
นี่หมายถึงความเร็วมันเพิ่มขึ้นนะคะ

1619
01:47:54.432 --> 01:47:58.432
= อยู่ไหนล่ะ

1620
01:47:58.433 --> 01:48:02.433
+=

1621
01:48:02.434 --> 01:48:06.434
1 ให้เพิ่มทีละ 1 เพิ่ม speed มัน

1622
01:48:06.436 --> 01:48:10.436

1623
01:48:10.437 --> 01:48:14.437
นะคะ ส่วนของ self

1624
01:48:14.438 --> 01:48:18.438
self.range_1

1625
01:48:18.439 --> 01:48:22.439
range_1

1626
01:48:22.442 --> 01:48:26.442
ตำแหน่งที่ 1 นี่ ใส่บวก

1627
01:48:26.443 --> 01:48:30.443
แล้วก็ = เหมือนกัน เพิ่ม 1 เหมือนกัน

1628
01:48:30.444 --> 01:48:34.444

1629
01:48:34.448 --> 01:48:38.448

1630
01:48:38.449 --> 01:48:42.449
นะคะ ได้ส่วนของ Update_speed แล้ว

1631
01:48:42.450 --> 01:48:46.450
นะคะ สำหรับทำการ

1632
01:48:46.451 --> 01:48:50.451
เพิ่มความเร็วน่ะ เพิ่มความเร็วนะคะ

1633
01:48:50.453 --> 01:48:54.453
มาสร้างฟังก์ชันต่อไปค่ะ ฟังก์ชัน

1634
01:48:54.455 --> 01:48:58.455
draw

1635
01:48:58.458 --> 01:49:02.458

1636
01:49:02.458 --> 01:49:06.458
โอเคถูกแล้ว

1637
01:49:06.460 --> 01:49:10.460
ยังเหลืออีก 1 ฟังก์ชัน draw ถูกแล้ว

1638
01:49:10.462 --> 01:49:14.462
ก็คือฟังก์ชันนี้

1639
01:49:14.463 --> 01:49:18.463
สำหรับให้มันแสดงไอ้ตัวก้อนหินเรานั่นเองนะคะ

1640
01:49:18.466 --> 01:49:22.466
พิมพ์ d แล้วเลือก def function เหมือนเดิม

1641
01:49:22.467 --> 01:49:26.467
ชื่อฟังก์ชันเราจะใช้ว่า

1642
01:49:26.468 --> 01:49:30.468
draw d-r-a-w

1643
01:49:30.469 --> 01:49:34.469

1644
01:49:34.470 --> 01:49:38.470

1645
01:49:38.474 --> 01:49:42.474

1646
01:49:42.476 --> 01:49:46.476
Object ที่ใช้ก็คือ self นะคะ

1647
01:49:46.477 --> 01:49:50.477
s-e

1648
01:49:50.478 --> 01:49:54.478
ใช้ object เดียวค่ะ

1649
01:49:54.480 --> 01:49:58.480
ส่วนของ

1650
01:49:58.481 --> 01:50:02.481
path Enter ลงไป

1651
01:50:02.483 --> 01:50:06.483
เว้น 1 บรรทัดนะคะ

1652
01:50:06.485 --> 01:50:10.485

1653
01:50:10.486 --> 01:50:14.486
screen.

1654
01:50:14.488 --> 01:50:18.488
blit

1655
01:50:18.490 --> 01:50:22.490
ใช้คำสั่ง screen.bilt นะคะ

1656
01:50:22.491 --> 01:50:26.491
b-l-i-t นี่

1657
01:50:26.493 --> 01:50:30.493
ใส่วงเล็บ

1658
01:50:30.495 --> 01:50:34.495

1659
01:50:34.496 --> 01:50:38.496

1660
01:50:38.498 --> 01:50:42.498
เรียกใช้ self

1661
01:50:42.500 --> 01:50:46.500
self.rock_image

1662
01:50:46.501 --> 01:50:50.501
_0 นะคะ เพราะฉะนั้น เลือกใช้ self_0 นะคะ

1663
01:50:50.503 --> 01:50:54.503
ิพิมพ์ image ปุ๊บ

1664
01:50:54.505 --> 01:50:58.505

1665
01:50:58.507 --> 01:51:02.507
ให้เลือก rock_

1666
01:51:02.508 --> 01:51:06.508
image_0 นะคะ

1667
01:51:06.510 --> 01:51:10.510
แล้วก็ self อีกตัวหนึ่ง

1668
01:51:10.511 --> 01:51:14.511
ที่เราจะใช้ ก็คือ self.range_0 ค่ะ

1669
01:51:14.513 --> 01:51:18.513
. นะคะ r

1670
01:51:18.514 --> 01:51:22.514
เลือก rect_

1671
01:51:22.515 --> 01:51:26.515
0

1672
01:51:26.516 --> 01:51:30.516

1673
01:51:30.517 --> 01:51:34.517
วาด rock ที่ 0

1674
01:51:34.521 --> 01:51:38.521
เห็นไหมคะ ให้ทำซ้ำจะได้คล่อง ๆ

1675
01:51:38.521 --> 01:51:42.521
screen.blit เหมือนเดิม

1676
01:51:42.524 --> 01:51:46.524

1677
01:51:46.526 --> 01:51:50.526
ในวงเล็บ

1678
01:51:50.528 --> 01:51:54.528
เรียกใช้ self

1679
01:51:54.529 --> 01:51:58.529
.

1680
01:51:58.530 --> 01:52:02.530
rock_image_1 ค่ะ

1681
01:52:02.532 --> 01:52:06.532
แล้วก็เรียกใช้ self

1682
01:52:06.533 --> 01:52:10.533
.

1683
01:52:10.534 --> 01:52:14.534
.rect_1 ค่ะ

1684
01:52:14.535 --> 01:52:18.535
โอเคไหม

1685
01:52:18.537 --> 01:52:22.537

1686
01:52:22.539 --> 01:52:26.539
นะคะ ก็คือเราวาด 2 รูปใช่ไหมคะ

1687
01:52:26.541 --> 01:52:30.541
ต้องวาง 2 รูป ก็คือภาพที่ 1 กับ...

1688
01:52:30.542 --> 01:52:34.542
ก้อนหินก้อนที่ 1 กับก้อนหินก้อนที่ 2 นะคะ

1689
01:52:34.543 --> 01:52:38.543

1690
01:52:38.544 --> 01:52:42.544

1691
01:52:42.545 --> 01:52:46.545

1692
01:52:46.548 --> 01:52:50.548

1693
01:52:50.551 --> 01:52:54.551

1694
01:52:54.555 --> 01:52:58.555

1695
01:52:58.557 --> 01:53:02.557

1696
01:53:02.561 --> 01:53:06.561
โอเคไหม เสร็จแล้วนะ

1697
01:53:06.563 --> 01:53:10.563
ไปฟังก์ชันสุดท้ายแล้วนะคะ

1698
01:53:10.564 --> 01:53:14.564

1699
01:53:14.566 --> 01:53:18.566
ก็คือฟังก์ชันสุดท้าย

1700
01:53:18.567 --> 01:53:22.567
ที่เราจะทำ ก็คือตัวนี้นะคะ

1701
01:53:22.568 --> 01:53:26.568
ฟังก์ชัน update นี่

1702
01:53:26.570 --> 01:53:30.570
ตัวนี้จะมีเงื่อนไข

1703
01:53:30.570 --> 01:53:34.570
เพื่อให้มันไป Random ดึงภาพ

1704
01:53:34.571 --> 01:53:38.571
นะคะ

1705
01:53:38.573 --> 01:53:42.573
ลืมแก้โค้ด

1706
01:53:42.574 --> 01:53:46.574
โอเค

1707
01:53:46.576 --> 01:53:50.576

1708
01:53:50.577 --> 01:53:54.577

1709
01:53:54.579 --> 01:53:58.579

1710
01:53:58.582 --> 01:54:02.582

1711
01:54:02.584 --> 01:54:06.584

1712
01:54:06.586 --> 01:54:10.586
โอเคนะคะ

1713
01:54:10.588 --> 01:54:14.588
โค้ดต่อ ๆ เดี๋ยว

1714
01:54:14.590 --> 01:54:18.590
จะไปต่อไม่ได้

1715
01:54:18.592 --> 01:54:22.592

1716
01:54:22.593 --> 01:54:26.593

1717
01:54:26.594 --> 01:54:30.594
เหมือนเดิมค่ะ ประกาศ

1718
01:54:30.596 --> 01:54:34.596
ฟังก์ชัน def ฟังก์ชันเหมือนเดิม

1719
01:54:34.599 --> 01:54:38.599
ชื่อฟังก์ชันที่เราจะใช้ คือ

1720
01:54:38.600 --> 01:54:42.600
update

1721
01:54:42.601 --> 01:54:46.601

1722
01:54:46.602 --> 01:54:50.602
สังเกตนะครับ เหมือนใน dino

1723
01:54:50.603 --> 01:54:54.603
มันก็มีอัปเดต แต่อย่าลืมว่ามันอยู่ใน class

1724
01:54:54.604 --> 01:54:58.604
เพราะเราสร้างไว้ใน class มันจะไม่ทับซ้อนกันนะคะ

1725
01:54:58.605 --> 01:55:02.605
มันจะเป็นของฟังก์ชัน

1726
01:55:02.606 --> 01:55:06.606
ของ Class นี้เท่านั้นนะคะ

1727
01:55:06.606 --> 01:55:10.606

1728
01:55:10.607 --> 01:55:14.607
ใน update object ที่จะใช้

1729
01:55:14.608 --> 01:55:18.608
นะคะ ใช้ self อย่างเดียว

1730
01:55:18.609 --> 01:55:22.609

1731
01:55:22.610 --> 01:55:26.610

1732
01:55:26.614 --> 01:55:30.614
ตัวแรกที่เราจะเรียกใช้ ก็คือ

1733
01:55:30.616 --> 01:55:34.616
se self.

1734
01:55:34.616 --> 01:55:38.616
r-e .

1735
01:55:38.617 --> 01:55:42.617
rec 0 นะคะ

1736
01:55:42.618 --> 01:55:46.618
.left

1737
01:55:46.619 --> 01:55:50.619
left

1738
01:55:50.620 --> 01:55:54.620
วรรค -=

1739
01:55:54.621 --> 01:55:58.621
ใส่เครื่องหมาย - และเครื่องหมาย =

1740
01:55:58.623 --> 01:56:02.623

1741
01:56:02.624 --> 01:56:06.624

1742
01:56:06.625 --> 01:56:10.625
วรรค

1743
01:56:10.627 --> 01:56:14.627
เรียกใช้ฟังก์ชัน integer

1744
01:56:14.629 --> 01:56:18.629
int นะคะ แล้วก็ใส่วงเล็บเข้าไป

1745
01:56:18.631 --> 01:56:22.631
ใน int เราจะเรียกใช้

1746
01:56:22.632 --> 01:56:26.632
self_speed มาใช้ค่ะ self

1747
01:56:26.634 --> 01:56:30.634

1748
01:56:30.635 --> 01:56:34.635

1749
01:56:34.636 --> 01:56:38.636
self.speed นะคะ

1750
01:56:38.637 --> 01:56:42.637

1751
01:56:42.638 --> 01:56:46.638

1752
01:56:46.639 --> 01:56:50.639
ไม่ให้เป็นการเสียเวลา ก๊อปปี้

1753
01:56:50.640 --> 01:56:54.640
เปลี่ยนจาก rect_0 เป็น rect_1

1754
01:56:54.641 --> 01:56:58.641
โอเคไหม Copy นะคะ แล้วก็

1755
01:56:58.644 --> 01:57:02.644
วาง แก้ที่

1756
01:57:02.645 --> 01:57:06.645
เลข 0 เป็น 1 แค่นั้นนะคะ

1757
01:57:06.646 --> 01:57:10.646
ค่าอื่นเหมือนกัน เพราะฉะนั้น ใช้

1758
01:57:10.648 --> 01:57:14.648
วิธีการ copy แล้วแก้ตำแหน่งอย่างเดียว

1759
01:57:14.648 --> 01:57:18.648
ทีนี้เราจะมาใส่เงื่อนไขแล้ว

1760
01:57:18.649 --> 01:57:22.649
เพื่อตรวจสอบนะคะ

1761
01:57:22.650 --> 01:57:26.650

1762
01:57:26.652 --> 01:57:30.652
if ค่ะ if condition

1763
01:57:30.655 --> 01:57:34.655
เลือก if condition

1764
01:57:34.656 --> 01:57:38.656

1765
01:57:38.657 --> 01:57:42.657

1766
01:57:42.659 --> 01:57:46.659

1767
01:57:46.660 --> 01:57:50.660

1768
01:57:50.664 --> 01:57:54.664
โอเคนะคะ

1769
01:57:54.666 --> 01:57:58.666
สิ่งที่จะมือ ก็คือ self พิมพ์ self ก่อน

1770
01:57:58.669 --> 01:58:02.669
self. อะไร .rect ค่ะ

1771
01:58:02.670 --> 01:58:06.670
เลือก rect 0

1772
01:58:06.671 --> 01:58:10.671
ข้างบน

1773
01:58:10.672 --> 01:58:14.672
เป็น left เพราะฉะนั้น ก็ต้องเป็น right

1774
01:58:14.673 --> 01:58:18.673
จะทำเมื่อเป็น right นะคะ

1775
01:58:18.675 --> 01:58:22.675

1776
01:58:22.676 --> 01:58:26.676

1777
01:58:26.677 --> 01:58:30.677
มากกว่า 0

1778
01:58:30.678 --> 01:58:34.678
มากกว่าแล้วก็วรรค 0

1779
01:58:34.679 --> 01:58:38.679
โอเค

1780
01:58:38.680 --> 01:58:42.680

1781
01:58:42.682 --> 01:58:46.682

1782
01:58:46.687 --> 01:58:50.687

1783
01:58:50.689 --> 01:58:54.689

1784
01:58:54.691 --> 01:58:58.691
ในเงื่อนไขนะคะ

1785
01:58:58.692 --> 01:59:02.692
ตัวนี้มันมีเงื่อนไขซ้อนเยอะ เพราะว่า

1786
01:59:02.693 --> 01:59:06.693
ประกาศตัวแปรชื่อ temp t-e-

1787
01:59:06.695 --> 01:59:10.695
m-p temp_

1788
01:59:10.696 --> 01:59:14.696
position p-o-

1789
01:59:14.698 --> 01:59:18.698
s-i-

1790
01:59:18.699 --> 01:59:22.699
t-i-o-n

1791
01:59:22.700 --> 01:59:26.700

1792
01:59:26.701 --> 01:59:30.701
=

1793
01:59:30.702 --> 01:59:34.702

1794
01:59:34.703 --> 01:59:38.703
self นะคะ เรียกใช้ self

1795
01:59:38.704 --> 01:59:42.704

1796
01:59:42.705 --> 01:59:46.705
.rect แต่เป็นเลข 1 นะคะ

1797
01:59:46.707 --> 01:59:50.707

1798
01:59:50.708 --> 01:59:54.708
.right ค่ะ

1799
01:59:54.709 --> 01:59:58.709
right .right นะคะ

1800
01:59:58.710 --> 02:00:02.710

1801
02:00:02.712 --> 02:00:06.712
ทีนี้ให้มัน

1802
02:00:06.713 --> 02:00:10.713
เพิ่มค่า

1803
02:00:10.714 --> 02:00:14.714
บวก ในเครื่องหมาย +

1804
02:00:14.715 --> 02:00:18.715
เพิ่มค่าโดยการไป random นะคะ

1805
02:00:18.717 --> 02:00:22.717
ใช้คำสั่ง

1806
02:00:22.717 --> 02:00:26.717
random

1807
02:00:26.718 --> 02:00:30.718
สร้าง Random ขึ้นมา

1808
02:00:30.719 --> 02:00:34.719
randam.

1809
02:00:34.721 --> 02:00:38.721

1810
02:00:38.722 --> 02:00:42.722

1811
02:00:42.723 --> 02:00:46.723

1812
02:00:46.725 --> 02:00:50.725
r-a-n-d นะคะ

1813
02:00:50.727 --> 02:00:54.727
rand อันนี้เราสร้างนะคะ randrange

1814
02:00:54.729 --> 02:00:58.729
ก็คือ

1815
02:00:58.729 --> 02:01:02.729
พิกัดด้วย ตำแหน่งด้วย r-a-g-

1816
02:01:02.732 --> 02:01:06.732
e

1817
02:01:06.733 --> 02:01:10.733

1818
02:01:10.734 --> 02:01:14.734
ใส่วงเล็บค่ะ

1819
02:01:14.735 --> 02:01:18.735
ในวงเล็บ

1820
02:01:18.736 --> 02:01:22.736
นะคะ เราจะมี object 2 ตัว

1821
02:01:22.738 --> 02:01:26.738
ก็คือ self.range_0 กับ self.

1822
02:01:26.739 --> 02:01:30.739
rang_1 นั่นเองเรียกใช้

1823
02:01:30.740 --> 02:01:34.740
self.

1824
02:01:34.741 --> 02:01:38.741
ra นะคะ range_0

1825
02:01:38.742 --> 02:01:42.742
เราสร้างไว้แล้ว คลิกเลือกไว้เลย

1826
02:01:42.744 --> 02:01:46.744
self อีกเหมือนกัน

1827
02:01:46.744 --> 02:01:50.744
.range 1

1828
02:01:50.746 --> 02:01:54.746
สร้างไว้แล้วนะ ไม่ต้องพิมพ์นะ

1829
02:01:54.747 --> 02:01:58.747
สังเกตนะคะ เราสร้างไว้แล้ว เราคลิกเลือกมาใช้

1830
02:01:58.748 --> 02:02:02.748
ได้เลย ถ้าพิมพ์เดี๋ยวพิมพ์ผิดอีก

1831
02:02:02.748 --> 02:02:06.748
แล้วก็บอกว่า Unknow

1832
02:02:06.749 --> 02:02:10.749
แล้วก็จะไม่รู้จักตัวแปรนะคะ เพราะฉะนั้น

1833
02:02:10.751 --> 02:02:14.751
อย่าพิมพ์นะ เพราะบอกว่าอันไหนสร้างแล้ว เด็ก ๆ

1834
02:02:14.752 --> 02:02:18.752
พิมพ์ปุ๊บนี่ ใช้วิธีการนี้นะคะ

1835
02:02:18.754 --> 02:02:22.754
ก็คือสมมติบอก เหมือน range_1

1836
02:02:22.754 --> 02:02:26.754
พอเราพิมพ์ ra แล้วเราก็มาเลื่อนหา range_1

1837
02:02:26.754 --> 02:02:30.754
นะคะ มันจะทำให้เราพิมพ์

1838
02:02:30.756 --> 02:02:34.756
ชื่อฟังก์ชันหรือตัวแปรที่เราสร้างไว้น่ะ

1839
02:02:34.757 --> 02:02:38.757
ไม่ผิด

1840
02:02:38.757 --> 02:02:42.757
โอเคนะคะ นี่เพิ่งเงื่อนไข

1841
02:02:42.759 --> 02:02:46.759
ที่ 1 เอง ไปที่เงื่อนไขถัดไป

1842
02:02:46.761 --> 02:02:50.761
เงื่อนไขถัดไปจะอยู่ตรงกับ

1843
02:02:50.762 --> 02:02:54.762
temp นะคะ ยังไม่เคลื่อนนะคะ

1844
02:02:54.764 --> 02:02:58.764
ไม่ได้อยู่กับ if แรกนะคะ มันเป็นเงื่อนไขที่อยู่ข้างใน

1845
02:02:58.765 --> 02:03:02.765
เพราะฉะนั้น กด if เลือก ifcondition

1846
02:03:02.767 --> 02:03:06.767

1847
02:03:06.769 --> 02:03:10.769

1848
02:03:10.771 --> 02:03:14.771

1849
02:03:14.771 --> 02:03:18.771
ในนี้นะคะ เงื่อนไขนี้นะคะ

1850
02:03:18.772 --> 02:03:22.772

1851
02:03:22.775 --> 02:03:26.775
เราจะให้ตัวแปร temp

1852
02:03:26.777 --> 02:03:30.777
temp_position เราสร้างไว้แล้ว

1853
02:03:30.779 --> 02:03:34.779
คลิกเลือก เครื่องหมาย

1854
02:03:34.780 --> 02:03:38.780
มากกว่าน้อยกว่า

1855
02:03:38.782 --> 02:03:42.782
screen_width

1856
02:03:42.784 --> 02:03:46.784
SCREEN_WIDTH:

1857
02:03:46.785 --> 02:03:50.785
ก็คือไม่ให้

1858
02:03:50.787 --> 02:03:54.787
มันเกินไม่ให้

1859
02:03:54.787 --> 02:03:58.787

1860
02:03:58.788 --> 02:04:02.788
ถ้ามันน้อยกว่านะคะ

1861
02:04:02.789 --> 02:04:06.789
น้อยกว่าขนาดของหน้าจอที่เรากำหนด

1862
02:04:06.790 --> 02:04:10.790
ในการเล่นเกมนี่ มันก็จะทำงานนะคะ

1863
02:04:10.791 --> 02:04:14.791
ทำอะไร ให้มันไปทำอะไร เราก็จะให้มัน

1864
02:04:14.791 --> 02:04:18.791
ตรง pass นะคะ ให้มันเรียกใช้

1865
02:04:18.792 --> 02:04:22.792
self

1866
02:04:22.792 --> 02:04:26.792
.

1867
02:04:26.794 --> 02:04:30.794
หา rect

1868
02:04:30.795 --> 02:04:34.795

1869
02:04:34.797 --> 02:04:38.797
rect แรกของเราก็คือ 0 ค่ะ

1870
02:04:38.800 --> 02:04:42.800
rect_0.left

1871
02:04:42.801 --> 02:04:46.801

1872
02:04:46.803 --> 02:04:50.803

1873
02:04:50.803 --> 02:04:54.803
นะคะ เท่ากับอะไร

1874
02:04:54.805 --> 02:04:58.805
= temp_position ไง

1875
02:04:58.806 --> 02:05:02.806
เท่ากับตัวนี้นะคะ

1876
02:05:02.807 --> 02:05:06.807
เราก็พิมพ์ te ก็ได้

1877
02:05:06.808 --> 02:05:10.808
น่าจะขึ้น เลือก temp_position

1878
02:05:10.809 --> 02:05:14.809
นี่ ๆ

1879
02:05:14.811 --> 02:05:18.811
เห็นไหม ซ้อนแล้ว มีเงื่อนไขซ้อนข้างใน

1880
02:05:18.812 --> 02:05:22.812

1881
02:05:22.815 --> 02:05:26.815
if if 1

1882
02:05:26.822 --> 02:05:30.822
ถ้า ๆ ต่อไปแล้ว

1883
02:05:30.824 --> 02:05:34.824
ถ้า แล้ว นะคะ ให้อยู่ตรงตำแหน่ง if

1884
02:05:34.824 --> 02:05:38.824
else นะคะ else e-l-

1885
02:05:38.827 --> 02:05:42.827
s-e นี่ else

1886
02:05:42.830 --> 02:05:46.830
นะคะ

1887
02:05:46.831 --> 02:05:50.831
ใส่

1888
02:05:50.832 --> 02:05:54.832
: ไม่ใช่ ;

1889
02:05:54.834 --> 02:05:58.834

1890
02:05:58.836 --> 02:06:02.836

1891
02:06:02.837 --> 02:06:06.837
ใน else นะคะ ใน else

1892
02:06:06.837 --> 02:06:10.837
เรียกใช้ self

1893
02:06:10.838 --> 02:06:14.838
self.rect_0 ค่ะ

1894
02:06:14.839 --> 02:06:18.839
rect_0.

1895
02:06:18.840 --> 02:06:22.840
left

1896
02:06:22.841 --> 02:06:26.841
ให้มีค่าเท่ากับ...

1897
02:06:26.843 --> 02:06:30.843

1898
02:06:30.844 --> 02:06:34.844
เท่ากับอะไรเอ่ย = SCREEN_WID

1899
02:06:34.846 --> 02:06:38.846
นะคะ ให้มันเท่ากับพื้นที่

1900
02:06:38.847 --> 02:06:42.847
ที่เรากำหนด

1901
02:06:42.847 --> 02:06:46.847
ฉากที่เรากำหนด

1902
02:06:46.848 --> 02:06:50.848

1903
02:06:50.850 --> 02:06:54.850

1904
02:06:54.852 --> 02:06:58.852
ฃ

1905
02:06:58.853 --> 02:07:02.853

1906
02:07:02.855 --> 02:07:06.855

1907
02:07:06.857 --> 02:07:10.857
แล้วก็สร้าง

1908
02:07:10.859 --> 02:07:14.859
ตัวแปรเพิ่มนะคะ สร้างตัวแปรให้ตรง

1909
02:07:14.860 --> 02:07:18.860
กับตำแหน่ง if ค่ะ เราจะปิดเงื่อนไขนี้

1910
02:07:18.860 --> 02:07:22.860

1911
02:07:22.861 --> 02:07:26.861

1912
02:07:26.862 --> 02:07:30.862
เหมือนกัน t-e-m-p_

1913
02:07:30.866 --> 02:07:34.866
แต่ไม่ใช่ temp_position แต่เป็น temp_

1914
02:07:34.869 --> 02:07:38.869
index ตัวแปรชื่อ temp_index

1915
02:07:38.871 --> 02:07:42.871

1916
02:07:42.872 --> 02:07:46.872
วรรค

1917
02:07:46.873 --> 02:07:50.873
= ตัวแปรชื่อ temp_index

1918
02:07:50.876 --> 02:07:54.876
ทำการ random ก็คือไปสุ่ม random  สร้างไว้แล้วนะคะ

1919
02:07:54.877 --> 02:07:58.877

1920
02:07:58.880 --> 02:08:02.880
คลิกเลือก random.

1921
02:08:02.882 --> 02:08:06.882

1922
02:08:06.883 --> 02:08:10.883
randrange ก็สร้างไว้แล้ว เลือกrand

1923
02:08:10.885 --> 02:08:14.885
นะคะ

1924
02:08:14.889 --> 02:08:18.889
ใส่วงเล็บ

1925
02:08:18.890 --> 02:08:22.890
ค่าที่ใส่ก็คือ 0

1926
02:08:22.892 --> 02:08:26.892
กับ 5 ค่ะ

1927
02:08:26.894 --> 02:08:30.894

1928
02:08:30.894 --> 02:08:34.894
กำหนดค่าให้ตัวแปร

1929
02:08:34.896 --> 02:08:38.896
เสร็จแล้วนะคะ เราจะไปเรียกใช้

1930
02:08:38.897 --> 02:08:42.897
self

1931
02:08:42.898 --> 02:08:46.898
.rock เลือก

1932
02:08:46.900 --> 02:08:50.900
rock_image_0

1933
02:08:50.904 --> 02:08:54.904

1934
02:08:54.905 --> 02:08:58.905

1935
02:08:58.906 --> 02:09:02.906
เห็นไหมคะ

1936
02:09:02.906 --> 02:09:06.906
เพราะฉะนั้น สร้างไว้แล้วไม่น่าจะเสียเวลาพิมพ์มาก

1937
02:09:06.908 --> 02:09:10.908
ตามด้วยมีค่าเท่ากับ

1938
02:09:10.908 --> 02:09:14.908
= นะคะ

1939
02:09:14.910 --> 02:09:18.910
ไม่ใช่บวก =

1940
02:09:18.912 --> 02:09:22.912
self.rock

1941
02:09:22.912 --> 02:09:26.912
rock ในที่นี้เราจะใช้

1942
02:09:26.913 --> 02:09:30.913
rock_image นะคะ

1943
02:09:30.914 --> 02:09:34.914
rock_image ค่ะ rock_image แล้วใส่

1944
02:09:34.915 --> 02:09:38.915
ก้ามปู

1945
02:09:38.916 --> 02:09:42.916

1946
02:09:42.917 --> 02:09:46.917

1947
02:09:46.918 --> 02:09:50.918
เรียกตัวแปร temp_index

1948
02:09:50.919 --> 02:09:54.919
มาใช้ค่ะ temp_index

1949
02:09:54.920 --> 02:09:58.920

1950
02:09:58.921 --> 02:10:02.921
ก็คือให้มันสุ่ม

1951
02:10:02.923 --> 02:10:06.923
ค่ารูปที่อยู่ข้างในน่ะ

1952
02:10:06.925 --> 02:10:10.925

1953
02:10:10.926 --> 02:10:14.926
เราเสร็จ if นี้แล้วนะคะ

1954
02:10:14.929 --> 02:10:18.929
if นี้เสร็จไปแล้ว การกำหนด

1955
02:10:18.929 --> 02:10:22.929
ตำแหน่งเสร็จแล้ว ต่อมา

1956
02:10:22.930 --> 02:10:26.930
ได้เลข 0 แล้ว

1957
02:10:26.932 --> 02:10:30.932
มันก็ต้องมี rect_1 นะคะ

1958
02:10:30.934 --> 02:10:34.934
นะคะ

1959
02:10:34.936 --> 02:10:38.936

1960
02:10:38.938 --> 02:10:42.938
ใช้หลักการ copy เด็ก ๆ เพราะมันคือ

1961
02:10:42.939 --> 02:10:46.939
โค้ดชุดเดียวกันเพียงแต่

1962
02:10:46.940 --> 02:10:50.940
เราจะแก้ที่ตัวเลขมันนะคะ

1963
02:10:50.941 --> 02:10:54.941

1964
02:10:54.942 --> 02:10:58.942
ก๊อบตั้งแต่ if self

1965
02:10:58.942 --> 02:11:02.942
โอเคไหม

1966
02:11:02.942 --> 02:11:06.942
นึกออกนะ เพราะมันเป็น ตัวนี้

1967
02:11:06.943 --> 02:11:10.943
คือ ของชุดนี้ใช่ไหม แต่มันเริ่มที่

1968
02:11:10.945 --> 02:11:14.945
rect_0 ใช่ไหม เราจะเปลี่ยนเป็น rect_1

1969
02:11:14.945 --> 02:11:18.945
นะคะ เพราะฉะนั้น เราจะต้องก๊อปฯ ตั้งแต่

1970
02:11:18.946 --> 02:11:22.946
if self_rect_0

1971
02:11:22.949 --> 02:11:26.949
temp_index นี่นะคะ

1972
02:11:26.950 --> 02:11:30.950
กด Crtl + C แล้วก็กด Enter

1973
02:11:30.952 --> 02:11:34.952
Tab ให้ตรงกับตัวนี้

1974
02:11:34.954 --> 02:11:38.954
ตัวนี้นะคะ Tab ให้ตรงกับตัวนี้นะคะ

1975
02:11:38.955 --> 02:11:42.955
ตำแหน่งน่ะ ขอโทษ ๆ เด็ก ๆ ดูตำแหน่งดี ๆ นะคะ

1976
02:11:42.956 --> 02:11:46.956
ตัวนี้เสร็จแล้วนะ

1977
02:11:46.957 --> 02:11:50.957
ตัวเลข 0 นี่ เสร็จแล้ว เสร็จที่ temp_index

1978
02:11:50.958 --> 02:11:54.958
กด Ctrl + V

1979
02:11:54.961 --> 02:11:58.961
เห็นไหมคะ ตำแหน่งเดียวกันนะ

1980
02:11:58.961 --> 02:12:02.961
ตำแหน่งเดียวกัน แต่เปลี่ยนจาก rect_0 เป็นอะไร

1981
02:12:02.962 --> 02:12:06.962
1 ค่อย ๆ ดูนะคะ

1982
02:12:06.963 --> 02:12:10.963
เปลี่ยนตรงไหนบ้าง เมื่อกี้เป็น 0 เปลี่ยน

1983
02:12:10.964 --> 02:12:14.964
เป็น 1

1984
02:12:14.964 --> 02:12:18.964
แล้วจากนี้ เห็นไหมคะ จาก rect

1985
02:12:18.965 --> 02:12:22.965
ให้เปลี่ยนเป็น 0 สลับค่ากัน

1986
02:12:22.966 --> 02:12:26.966
เข้าใจนะ

1987
02:12:26.968 --> 02:12:30.968
แล้วก็ตรงนี้เห็นไหมคะ

1988
02:12:30.969 --> 02:12:34.969

1989
02:12:34.970 --> 02:12:38.970
ตรงนี้ไม่เปลี่ยน ตรงนี้

1990
02:12:38.972 --> 02:12:42.972
ไม่เปลี่ยน มาเปลี่ยนตรงนี้ค่ะ มาเปลี่ยนตรง...

1991
02:12:42.974 --> 02:12:46.974
นี่เห็นไหม เลข 0 นี่

1992
02:12:46.975 --> 02:12:50.975
ตรงนี้เปลี่ยน เปลี่ยนเป็น 1 else

1993
02:12:50.976 --> 02:12:54.976
else นี่ก็เปลี่ยนตรง else นี่ก็เปลี่ยนเห็นไหมคะ

1994
02:12:54.978 --> 02:12:58.978

1995
02:12:58.979 --> 02:13:02.979
แล้วก็ตรง rock_image_0

1996
02:13:02.980 --> 02:13:06.980
ก็เป็น rock_imag

1997
02:13:06.981 --> 02:13:10.981
เปลี่ยนเหมือนกัน

1998
02:13:10.982 --> 02:13:14.982

1999
02:13:14.984 --> 02:13:18.984
ค่าอื่นเท่ากันนะคะ

2000
02:13:18.985 --> 02:13:22.985
นี่คือ update คือ

2001
02:13:22.986 --> 02:13:26.986
อัปเดตค่าโอเคนะคะ

2002
02:13:26.988 --> 02:13:30.988
เพื่อความชัวร์ หมดแล้วนะคะ

2003
02:13:30.990 --> 02:13:34.990
เราจะ Ctrl + B เพื่อเช็ก

2004
02:13:34.991 --> 02:13:38.991
โค้ดหน่อยหนึ่ง

2005
02:13:38.993 --> 02:13:42.993
โอเคไหม ถ้าผ่าน Error จะไม่ขึ้น

2006
02:13:42.995 --> 02:13:46.995
แต่ไอ้นี่

2007
02:13:46.996 --> 02:13:50.996
ยังไม่ขึ้น เดี๋ยวเราเอาไว้ต่อสัปดาห์ต่อไป

2008
02:13:50.996 --> 02:13:54.996
เพิ่ง... เรายังไม่เรียกใช้มันน่ะ

2009
02:13:54.997 --> 02:13:58.997
เราสร้าง Class แล้วเราไม่เรียกใช้มันนี่มันจะไม่ขึ้นนะ

2010
02:13:58.997 --> 02:14:02.997
จำได้นะ ให้นึกถึง เหมือน...

2011
02:14:02.997 --> 02:14:06.997
สร้าง dino ใช่หรือเปล่า สร้าง dino เสร็จแล้วนี่

2012
02:14:06.998 --> 02:14:10.998
เห็นไหม เราต้องมาเรียกใช้งานตัว dino ด้วย ต้องเรียก

2013
02:14:10.998 --> 02:14:14.998
ใช้ Class มัน ถ้าไม่เรียกมันก็ไม่ขึ้นนะ

2014
02:14:15.000 --> 02:14:19.000
เรายังไม่ได้เรียกนะ เราค่อยสร้าง

2015
02:14:19.001 --> 02:14:23.001
ในสัปดาห์หน้า อันดับแรกก็คือ Save ค่ะ

2016
02:14:23.002 --> 02:14:27.002
อย่าลืม save ใครกด Ctrl + B

2017
02:14:27.002 --> 02:14:31.002
Error ยกมือ เดี๋ยวไปดูโค้ด

2018
02:14:31.003 --> 02:14:35.003
ยังมี Error อีกหรือ

2019
02:14:35.006 --> 02:14:39.006
บอกแล้วให้ค่อย ๆ ดูตามเราไป

2020
02:14:39.007 --> 02:14:43.007
คือ ถ้าจะผิด 1 ชื่อ ชัวร์เลย

2021
02:14:43.008 --> 02:14:47.008
นะคะ ถ้าจะผิด

2022
02:14:47.009 --> 02:14:51.009

2023
02:14:51.010 --> 02:14:55.010
ถ้ามันจะผิดน่ะ

2024
02:14:55.011 --> 02:14:59.011
มันจะผิดที่ชื่อเสียเป็นส่วนใหญ่

2025
02:14:59.012 --> 02:15:03.012
ทำตามแล้วดูดี ๆ rock_1

2026
02:15:03.019 --> 02:15:07.019
rect ชื่อมันจะขึ้นมาตามนั้นนะ

2027
02:15:07.020 --> 02:15:11.020
ถ้าทำตามน่ะจะไม่ผิด แต่ถ้าพิมพ์เองจะผิด

2028
02:15:11.021 --> 02:15:15.021
ใช่ไหม สังเกตหลายทีแล้ว

2029
02:15:15.022 --> 02:15:19.022
ไหนเครื่องใคร Error บ้าง

2030
02:15:19.022 --> 02:15:23.022
นิว นิว Error ไหม

2031
02:15:23.022 --> 02:15:27.022

2032
02:15:27.023 --> 02:15:31.023

2033
02:15:31.024 --> 02:15:35.024

2034
02:15:35.025 --> 02:15:39.025

2035
02:15:39.027 --> 02:15:43.027

2036
02:15:43.028 --> 02:15:47.028

2037
02:15:47.029 --> 02:15:51.029
ก็จะประมาณ 40 บรรทัดนะคะ

2038
02:15:51.031 --> 02:15:55.031
ทั้ง Class ทั้ง Fuction นี่

2039
02:15:55.032 --> 02:15:59.032
ไว้บ้างอะไรบ้าง

2040
02:15:59.033 --> 02:16:03.033
บางคนพิมพ์ไม่ทันนะคะ

2041
02:16:03.034 --> 02:16:07.034

2042
02:16:07.035 --> 02:16:11.035
1 ชั่วโมงต่อ 10 บรรทัด

2043
02:16:11.036 --> 02:16:15.036
ถึงได้บอกว่า... เห็นไหม

2044
02:16:15.037 --> 02:16:19.037
ทำไมถึงบังคับให้พิมพ์ดีดน่ะ มันจะช่วยได้นะคะ

2045
02:16:19.038 --> 02:16:23.038
จำแป้นได้น่ะ มันก็จะไปได้เร็วขึ้น

2046
02:16:23.039 --> 02:16:27.039

2047
02:16:27.040 --> 02:16:31.040
เดี๋ยวเราไว้ต่อสัปดาห์หน้านะคะ

2048
02:16:31.041 --> 02:16:35.041
สัปดาห์นี้ ราตรีสวัส

2049
02:16:35.042 --> 02:16:39.042
ขอบคุณพี่ ๆ ก่อน ขอบคุณพี่การ์ตูน

2050
02:16:39.044 --> 02:16:43.044
กับพี่อี๊ดนะคะ ที่มาช่วยเป็นล่ามให้เรา

2051
02:16:43.045 --> 02:16:47.045
ในวันนี้นะคะ ไว้เจอกันสัปดาห์หน้าค่ะ

2052
02:16:47.046 --> 02:16:51.046
(พี่อี๊ด) สวัสดีค่ะ (อาจารย์สุธิรา) ความจริงเราจะ

2053
02:16:51.047 --> 02:16:55.047
วันพฤหัสบดี หัวหน้าบอก

2054
02:16:55.048 --> 02:16:59.048
ขอบคุณ

2055
02:16:59.050 --> 02:17:03.050
น้อง ๆ ขอบคุณพี่ ๆ นะคะ

2056
02:17:03.053 --> 02:17:07.053
(พี่อี๊ด) ค่ะ สวัสดีค่ะอาจารย์ (อาจารย์สุธิรา) ค่ะ

2057
02:17:07.054 --> 02:17:11.054
เซฟเสร็จหรือยัง

2058
02:17:11.055 --> 02:17:15.055
โอเคแล้วนะ ทีนี้เดี๋ยวไปดู ใครยัง

2059
02:17:15.056 --> 02:17:19.056
โค้ดผิด ๆ ถูก ๆ

2060
02:17:19.057 --> 02:17:23.057

2061
02:17:23.058 --> 02:17:27.058

2062
02:17:27.060 --> 02:17:31.060

2063
02:17:31.061 --> 02:17:35.061

2064
02:17:35.065 --> 02:17:39.065

2065
02:17:39.069 --> 02:17:43.069

2066
02:17:43.070 --> 02:17:46.071

2067
02:17:47.072 --> 02:17:50.072

2068
02:17:51.073 --> 02:17:54.074

2069
02:17:55.075 --> 02:17:58.077

2070
02:17:59.077 --> 02:17:59.078

2071
02:18:03.081 --> 02:18:03.085

2072
02:18:11.087 --> 02:18:11.091

2073
02:18:07.085 --> 02:18:07.086


