﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:03.919

2
00:00:04.007 --> 00:00:07.915

3
00:00:08.008 --> 00:00:11.907

4
00:00:12.010 --> 00:00:15.904

5
00:00:16.012 --> 00:00:19.899

6
00:00:20.013 --> 00:00:23.902

7
00:00:24.014 --> 00:00:27.912

8
00:00:28.016 --> 00:00:31.936

9
00:00:32.018 --> 00:00:35.930
(อาจารย์) เด็ก ๆ ถ้าเข้ามาแล้วเปิดจอ

10
00:00:36.024 --> 00:00:39.933
วิดีโอด้วยนะคะ

11
00:00:40.026 --> 00:00:43.899
พี่ล่ามได้ยินเสียงอาจารย์ไหม พี่ตูนได้ยินเสียงอาจารย์ไหม

12
00:00:44.030 --> 00:00:47.903
(ล่าม) ได้ยินค่ะ (อาจารย์) โอ.เค.

13
00:00:48.032 --> 00:00:51.958

14
00:00:52.033 --> 00:00:55.920
บอกให้น้อง ๆ เปิดจอด้วยนะคะ

15
00:00:56.034 --> 00:00:59.922
จะได้รู้ว่าใครเข้ามาแล้วบ้าง

16
00:01:00.035 --> 00:01:03.904

17
00:01:04.036 --> 00:01:07.896
โอ.เค. 14 คน

18
00:01:08.038 --> 00:01:11.911
คน รวมพี่ล่ามแล้ว คนอื่น ๆ กำลังทยอยเข้ามานะคะ

19
00:01:12.039 --> 00:01:15.914

20
00:01:16.044 --> 00:01:19.897
ระหว่างรอเพื่อน ๆ

21
00:01:20.046 --> 00:01:23.883

22
00:01:24.047 --> 00:01:27.887

23
00:01:28.048 --> 00:01:31.884
เด็ก ๆ  อยากทราบว่า

24
00:01:32.049 --> 00:01:35.883
ใครเคยเขียนโปรแกรม

25
00:01:36.051 --> 00:01:39.883
มาแล้วบ้าง ให้ตอบในแชท

26
00:01:40.052 --> 00:01:43.884
เคยเขียน เขียนภาษาอะไรมา

27
00:01:44.057 --> 00:01:47.884
ใครยังไม่เคยก็ให้ตอบว่าไม่เคย

28
00:01:48.058 --> 00:01:51.883
โอ.เค. ไหมคะ เข้าไปตอบในแชตเลยคะ ว่า

29
00:01:52.061 --> 00:01:55.884
เคยเขียนมาแล้ว เคยเขียนโปรแกรม

30
00:01:56.063 --> 00:01:59.883
ภาษาอะไรเขียนลงไปอย่างนี้ เข้าใจไหมคะ

31
00:02:00.065 --> 00:02:03.884
ถ้าไม่เคยก็บอกว่ายังไม่เคย

32
00:02:04.068 --> 00:02:07.884
ยังไม่เคย

33
00:02:08.070 --> 00:02:11.888

34
00:02:12.070 --> 00:02:15.884
เดชาพล พิมพ์

35
00:02:16.072 --> 00:02:19.885
แบบพิมพ์สัมผัสได้ไหมลูก

36
00:02:20.073 --> 00:02:23.887
(นักศึกษาชาย) ได้ครับอาจารย์ (อาจารย์) ได้อยู่ใช่ไหมลูก ตอนนี้

37
00:02:24.074 --> 00:02:27.885
ถ้าใช้ ตอนนี้ใช้คอมหรือใช้มือถือลูก

38
00:02:28.077 --> 00:02:31.886
(นักศึกษา) ตอนนี้ใช้คอมฯ ครับ

39
00:02:32.078 --> 00:02:35.886
(อาจารย์) อ๋อ ใช้คอม อย่างนั้นก็พิมพ์ได้อยู่นะ

40
00:02:36.081 --> 00:02:39.890
สันติภาพตอบมาแล้ว ยังไม่เคยครับ

41
00:02:40.087 --> 00:02:43.887
สันติภาพ มาจากไหน มาจากโรงเรียนอะไรครับ

42
00:02:44.088 --> 00:02:47.900
บอกอาจารย์สิ (นักศึกษา) จบจากโรงเรียน

43
00:02:48.090 --> 00:02:51.885
บางละมุง จังหวัดชลบุรีครับผม

44
00:02:52.091 --> 00:02:55.893
(อาจารย์) บางละมุง ชลบุรีหรอคะ (นักศึกษาชาย) จบ

45
00:02:56.093 --> 00:02:59.888
จากโรงเรียนร่วมกับคนปกติ ตอน ม. ปลายครับ

46
00:03:00.095 --> 00:03:03.885
(อาจารย์) ศิริรัตนล่ะคะ จบจาก

47
00:03:04.096 --> 00:03:07.885
อะไรลุก (นักศึกษาหญิง) จบจาก

48
00:03:08.097 --> 00:03:11.887
กศน. ค่ะ (อาจารย์) อ๋อ กศน. นั่นเอง กัญญาณัฐ เรียน

49
00:03:12.099 --> 00:03:15.884
ภาษา C กัญญาณัฐอยู่โรงเรียนอะไร

50
00:03:16.100 --> 00:03:19.885
นะ เรียนโรงเรียนไหนโรงเรียนเดิม

51
00:03:20.101 --> 00:03:23.884
เดิมหรือ

52
00:03:24.103 --> 00:03:27.887
กัญญาณัฐไม่ได้ยินหรือลูก

53
00:03:28.105 --> 00:03:31.885
กุ๊กได้ยินไหมคะ

54
00:03:32.107 --> 00:03:35.892
มุกไม่ได้ยินเสียงแม่หรือ

55
00:03:36.108 --> 00:03:39.885
ไมค์มีปัญหา โอ.เค. ๆ

56
00:03:40.109 --> 00:03:43.887
ไม่เป็นอะไร โอ.เค. ค่ะ

57
00:03:44.112 --> 00:03:47.885
งั้นก็ได้ยินอยู่แต่ไมค์ใช้ไม่ได้

58
00:03:48.113 --> 00:03:51.885
โอ.เค. คนอื่น ๆ  ตอบมาได้

59
00:03:52.114 --> 00:03:55.885
เลยนะคะ เดชาพลก็ยังไม่เคย

60
00:03:56.115 --> 00:03:59.886
ศิริลัษณ์ สันติภาพ

61
00:04:00.116 --> 00:04:03.885

62
00:04:04.117 --> 00:04:07.889
ไม่เคย

63
00:04:08.119 --> 00:04:11.885
คนอื่นหายไปไหนหมด

64
00:04:12.120 --> 00:04:15.885
เพื่อน ๆ หายไปไหนหมด

65
00:04:16.121 --> 00:04:19.885

66
00:04:20.121 --> 00:04:23.886

67
00:04:24.123 --> 00:04:27.889

68
00:04:28.126 --> 00:04:31.886

69
00:04:32.129 --> 00:04:35.894
ตอนนี้

70
00:04:36.132 --> 00:04:39.889
ตอนนี้ที่ตอบแม่มานี่ ใช้

71
00:04:40.133 --> 00:04:43.885
คอมหรือใช้อะไรเอ่ย

72
00:04:44.134 --> 00:04:47.900
(นักศึกษาชาย) ผมใช้โทรศัพท์ครับ

73
00:04:48.138 --> 00:04:51.905
(อาจารย์) สันติภาพใช้อะไรนะคะ (นักศึกษาชาย) ใช้โทรศัพท์มือถือครับ

74
00:04:52.143 --> 00:04:55.924
เมื่อวานที่

75
00:04:56.145 --> 00:04:59.964
นั่งอยู่ DSS ใช่สันติภาพไหมลูก (นักศึกษาชาย)

76
00:05:00.147 --> 00:05:03.987
ใช่ครับผม (อาจารย์) แล้วทำไมไม่ใช้

77
00:05:04.151 --> 00:05:07.889
(นักศึกษาชาย) คอมพิวเตอร์หรอครับ (อาจารย์) ใช่ ๆ

78
00:05:08.155 --> 00:05:11.886
(นักศึกษา) ไมค์ในคอมของผมมีปัญหา

79
00:05:12.156 --> 00:05:15.886
(อาจารย์) อ๋อ (นักศึกษาชาย) เปิดไมค์ไม่ได้

80
00:05:16.158 --> 00:05:19.888
(อาจารย์) โอ.เค. ค่ะ

81
00:05:20.161 --> 00:05:23.889
เพราะความจริงถ้าเขียนจะต้องมาใช้

82
00:05:24.163 --> 00:05:27.894
ห้องแลป เพราะแม่จะดูว่าใครใช้ได้

83
00:05:28.164 --> 00:05:31.886
แต่ทีนี้ปัญหาคือเรายังใช้แล็บไม่ได้

84
00:05:32.165 --> 00:05:35.887

85
00:05:36.166 --> 00:05:39.887

86
00:05:40.169 --> 00:05:43.886

87
00:05:44.170 --> 00:05:47.886
ใช้คอมหรือใช้มือถือลูก (นักศึกษาชาย) ใช้

88
00:05:48.171 --> 00:05:51.887
Notebook ครับ (อาจารย์)

89
00:05:52.172 --> 00:05:55.887
สิริรัตน์ใช้อะไร (นักศึกษาหญิง) ใช้โทรศัพท์ค่ะ (อาจารย์)

90
00:05:56.173 --> 00:05:59.887
มุกใช้อะไรลูก พิมพ์

91
00:06:00.175 --> 00:06:03.886
มาบอกก็ได้ กัญญณัฐ

92
00:06:04.175 --> 00:06:07.886

93
00:06:08.178 --> 00:06:11.887
ตอนนี้ที่เห็นหน้ากัน

94
00:06:12.186 --> 00:06:15.886
มี 1, 2, 3, 4, 5

95
00:06:16.187 --> 00:06:19.894
คนอื่นหายไปไหนหมด ที่เหลือนี่พี่ล่ามทั้งนั้นเลยนะ

96
00:06:20.191 --> 00:06:23.887
หายไปไหนหมด (ล่าม) หนู

97
00:06:24.191 --> 00:06:27.891
ไม่เห็นเด็กหูหนวกเลยค่ะ วันนี้

98
00:06:28.192 --> 00:06:31.888
(ล่าม) เด็กหูหนวกไปไหนหมด (อาจารย์)

99
00:06:32.194 --> 00:06:35.896
เดี๋ยวกำลังตาม รอเพื่อน ๆ แป๊บหนึ่งนะ

100
00:06:36.195 --> 00:06:39.887

101
00:06:40.197 --> 00:06:43.887
(อาจารย์) อ๋อ มุกมีคอมพิวเตอร์อยู่นะ

102
00:06:44.207 --> 00:06:47.887
โอ.เค.

103
00:06:48.209 --> 00:06:51.887
เดชาพลมีคอมพิวเตอร์

104
00:06:52.210 --> 00:06:55.887
อยู่ใช่ไหมคะ (นักศึกษาชาย) ครับ อาจารย์ (อาจารย์)

105
00:06:56.211 --> 00:06:59.888
มีไหมลูก

106
00:07:00.213 --> 00:07:03.887

107
00:07:04.218 --> 00:07:07.887
มีนะครับ โอ.เค.

108
00:07:08.219 --> 00:07:11.887

109
00:07:12.221 --> 00:07:15.887
รออีกสัก

110
00:07:16.224 --> 00:07:19.890
10 นาทีนะ รอเพื่อน ๆ มา

111
00:07:20.234 --> 00:07:23.887
ตอนนี้ผ่อนคลาย เด็ก ๆ จะทำอะไรก่อนก็ได้อีก

112
00:07:24.234 --> 00:07:27.888
10 นาที ค่อยมาเจอกันใหม่

113
00:07:28.237 --> 00:07:31.887
พี่การ์ตูนพักก่อนก็ได้ ยังไม่มี

114
00:07:32.241 --> 00:07:35.889
เด็กหูยังไม่เข้ามา

115
00:07:36.246 --> 00:07:39.887
น่ะสิ กำลังตาม (ล่าม) เหลือแต่หูหนวก

116
00:07:40.249 --> 00:07:43.893
(อาจารย์) เพราะเมื่อวานเขาก็มีเรียนไง

117
00:07:44.258 --> 00:07:47.887
ก็แจ้งไว้แล้ว (ล่าม) อ๋อ ค่ะ (อาจารย์)

118
00:07:48.259 --> 00:07:51.888
(อาจารย์) เลยงงว่าทำไมไม่เข้า

119
00:07:52.259 --> 00:07:55.887
เน็ตที่หอเขามีปัญหาหรือเปล่า

120
00:07:56.263 --> 00:07:59.888
(ล่าม) อันนี้ส่วนใหญ่เด็กอยู่หอ

121
00:08:00.264 --> 00:08:03.888
เพราะว่าถ้าปี 1 ให้เด็กมาแล้ว

122
00:08:04.265 --> 00:08:07.888
มันมาก่อนที่เขาจะประกาศ

123
00:08:08.266 --> 00:08:11.889
(ล่าม) อ๋อ ค่ะ ก็เลยต้องอยู่หอนะ (อาจารย์) ปัญหา

124
00:08:12.268 --> 00:08:15.895
คือ เน็ตที่หอน่ะ มันจะไม่ค่อยเวิร์กเท่าไร

125
00:08:16.270 --> 00:08:19.889
(ล่าม) เข้าใจค่ะ อาจารย์

126
00:08:20.270 --> 00:08:23.888
จะต้องเป็นแบบว่าพอเด็ก ๆ อยู่

127
00:08:24.271 --> 00:08:27.888
หอนะ แล้วพอเรียนน่ะ พร้อม ๆ กันมันก็จะ

128
00:08:28.272 --> 00:08:31.889
ดึงเน็ตกัน (ล่าม) ใช่ (อาจารย์)

129
00:08:32.273 --> 00:08:35.888
น่าจะติดปัญหาอันนี้

130
00:08:36.280 --> 00:08:39.893
เราต้องได้รอแล้วล่ะ เมื่อวานเขาเข้ามา

131
00:08:40.281 --> 00:08:43.888
เขาก็เข้ากันอยู่ เพราะว่าแจ้งแล้ว

132
00:08:44.282 --> 00:08:47.888
พี่ ๆ ก็บอกว่าแจ้งแล้ว

133
00:08:48.283 --> 00:08:51.889
เพราะเมื่อวานเขาก็มีเรียน

134
00:08:52.283 --> 00:08:55.889
เรียนด้วยหรือคะอาจารย์

135
00:08:56.284 --> 00:08:59.889
ของอะไรนะ วิชาเจนเอ็ด

136
00:09:00.285 --> 00:09:03.889
ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร

137
00:09:04.286 --> 00:09:07.891
เพราะว่าอันนั้นเขารวมหลายเซก

138
00:09:08.288 --> 00:09:11.888
หมายเด็กเรียนรวมกัน

139
00:09:12.293 --> 00:09:15.889
ใช่ (ล่าม) ก็เลยต้องเอาน้องหูหนวกเรียนทีเดียวเลยใช่ไหมคะ

140
00:09:16.298 --> 00:09:19.889

141
00:09:20.301 --> 00:09:23.892

142
00:09:24.318 --> 00:09:27.888

143
00:09:28.320 --> 00:09:31.889

144
00:09:32.322 --> 00:09:35.888

145
00:09:36.324 --> 00:09:39.890
มีเจ้ามิ้นต์เข้ามาแล้วคนหนึ่ง

146
00:09:40.325 --> 00:09:43.889
มิ้นเปิดจอ

147
00:09:44.329 --> 00:09:47.890

148
00:09:48.330 --> 00:09:51.889

149
00:09:52.334 --> 00:09:55.889

150
00:09:56.336 --> 00:09:59.888

151
00:10:00.337 --> 00:10:03.889

152
00:10:04.339 --> 00:10:07.888

153
00:10:08.343 --> 00:10:11.889

154
00:10:12.345 --> 00:10:15.889

155
00:10:16.359 --> 00:10:19.889

156
00:10:20.360 --> 00:10:23.889

157
00:10:24.361 --> 00:10:27.890

158
00:10:28.364 --> 00:10:31.889

159
00:10:32.365 --> 00:10:35.891

160
00:10:36.366 --> 00:10:39.889

161
00:10:40.369 --> 00:10:43.889

162
00:10:44.377 --> 00:10:47.889
เขียน Flash

163
00:10:48.378 --> 00:10:51.889
แจ้งว่ากลับบ้านนี่ แล้วกลับมาหรือยัง

164
00:10:52.390 --> 00:10:55.889

165
00:10:56.397 --> 00:10:59.890
ไม่ใช่เธอไปฉีดวัคซีน

166
00:11:00.399 --> 00:11:03.889
วันนี้นะ เธอบอก...

167
00:11:04.400 --> 00:11:07.889
พ่อเขาเรียกกลับน่ะ น่าจะไปฉีดวัคซีน

168
00:11:08.404 --> 00:11:11.889
เจ้าแฝด

169
00:11:12.405 --> 00:11:15.889

170
00:11:16.406 --> 00:11:19.889
นั่นนะสิ

171
00:11:20.407 --> 00:11:23.889

172
00:11:24.409 --> 00:11:27.889

173
00:11:28.418 --> 00:11:31.889

174
00:11:32.419 --> 00:11:35.889

175
00:11:36.421 --> 00:11:39.889

176
00:11:40.422 --> 00:11:43.890

177
00:11:44.423 --> 00:11:47.889

178
00:11:48.424 --> 00:11:51.889

179
00:11:52.426 --> 00:11:55.890
นักเรียนหาย แย่แล้ว เด็ก ๆ

180
00:11:56.427 --> 00:11:59.890

181
00:12:00.429 --> 00:12:03.890

182
00:12:04.431 --> 00:12:07.889

183
00:12:08.431 --> 00:12:11.890

184
00:12:12.434 --> 00:12:15.891

185
00:12:16.436 --> 00:12:19.890

186
00:12:20.437 --> 00:12:23.901
มาแล้ว ๆ เจ้าแฝดมาแล้ว

187
00:12:24.438 --> 00:12:27.891

188
00:12:28.439 --> 00:12:31.897
สวัสดีจ้ะ

189
00:12:32.440 --> 00:12:35.906

190
00:12:36.443 --> 00:12:39.891
มาสาย ๆ พี่การ์ตูนบอกพี่

191
00:12:40.454 --> 00:12:43.889
แฝดมาสาย

192
00:12:44.456 --> 00:12:47.889
ทำอะไรอยู่

193
00:12:48.458 --> 00:12:51.890

194
00:12:52.462 --> 00:12:55.890
(ล่าม) นอนเพิ่งตื่นครับ

195
00:12:56.463 --> 00:12:59.892
แล้วนอนตื่นสายเด้อ

196
00:13:00.464 --> 00:13:03.891
(ล่าม) ใช่ครับ (อาจารย์) อยู่บ้านแล้วตื่นสาย

197
00:13:04.465 --> 00:13:07.892
(ล่าม) ต้องขออภัยด้วยนะครับ

198
00:13:08.468 --> 00:13:11.890

199
00:13:12.468 --> 00:13:15.896

200
00:13:16.469 --> 00:13:19.890
(ล่าม) ตอนนี้ผมอยู่บ้านครับ

201
00:13:20.470 --> 00:13:23.890
ก็เลยตื่นสาย

202
00:13:24.472 --> 00:13:27.890

203
00:13:28.472 --> 00:13:31.890
ครับ ใช่ครับ

204
00:13:32.473 --> 00:13:35.890
สะโลสะเลมาก

205
00:13:36.476 --> 00:13:39.890

206
00:13:40.478 --> 00:13:43.890
โหลงเหลงมากวันนี้

207
00:13:44.482 --> 00:13:47.891
สมาชิก เพื่อน ๆ เขายังไม่เข้ามา

208
00:13:48.483 --> 00:13:51.890
ตอนนี้มีเด็กตา

209
00:13:52.484 --> 00:13:55.892
เด็กปกติ

210
00:13:56.485 --> 00:13:59.890

211
00:14:00.486 --> 00:14:03.890

212
00:14:04.488 --> 00:14:07.890

213
00:14:08.489 --> 00:14:11.890

214
00:14:12.490 --> 00:14:15.890

215
00:14:16.493 --> 00:14:19.890

216
00:14:20.495 --> 00:14:23.891

217
00:14:24.497 --> 00:14:27.890

218
00:14:28.499 --> 00:14:31.890

219
00:14:32.501 --> 00:14:35.891

220
00:14:36.502 --> 00:14:39.890
เริ่มเข้ามาแล้ว ๆ

221
00:14:40.504 --> 00:14:43.890
จันทกานต์

222
00:14:44.505 --> 00:14:47.891
เข้ามาแล้วเปิดกล้อง

223
00:14:48.507 --> 00:14:51.891
บอกเพื่อนเปิดกล้อง

224
00:14:52.509 --> 00:14:55.890

225
00:14:56.511 --> 00:14:59.891
งั้นแฝดเข้ามาแล้วถาม

226
00:15:00.512 --> 00:15:03.891
แฝดเคยเรียนเขียนโปรแกรมมาหรือยัง

227
00:15:04.513 --> 00:15:07.891

228
00:15:08.514 --> 00:15:11.891
เคยเรียนไหม

229
00:15:12.515 --> 00:15:15.891
(ล่าม) เคยครับ (อาจารย์) เคยเขียนโปรแกรมภาษาอะไรมาก่อน

230
00:15:16.516 --> 00:15:19.892
ตอบได้ไหม

231
00:15:20.523 --> 00:15:23.891

232
00:15:24.524 --> 00:15:27.891

233
00:15:28.526 --> 00:15:31.891
(ล่าม) ทางแฝดไม่ค่อยชัดน่ะค่ะ (อาจารย์) นั่นน่ะสิ

234
00:15:32.527 --> 00:15:35.890
ดู... บอกเขาทำมือช้า ๆ

235
00:15:36.530 --> 00:15:39.891
ให้น้องบอกน้องเอาภาพพื้นหลังออก

236
00:15:40.532 --> 00:15:43.891
เออ

237
00:15:44.535 --> 00:15:47.891

238
00:15:48.536 --> 00:15:51.891
(ล่าม) เอาออกแล้วครับ

239
00:15:52.537 --> 00:15:55.891
(อาจารย์) ภาษาอะไรเคยเรียนภาษาอะไรมาลูก

240
00:15:56.538 --> 00:15:59.891

241
00:16:00.539 --> 00:16:03.891

242
00:16:04.541 --> 00:16:07.893

243
00:16:08.543 --> 00:16:11.897
(ล่าม) ก็คือเหมือนกับทำเป็น

244
00:16:12.555 --> 00:16:15.892
วิชา อ้าว น้องหาย แป๊บหนึ่งนะคะ

245
00:16:16.557 --> 00:16:19.891

246
00:16:20.558 --> 00:16:23.895
(อาจารย์) ภากร

247
00:16:24.560 --> 00:16:27.892
ถามภากรบ้าง (ล่าม) เอาใหม่ได้ไหม

248
00:16:28.561 --> 00:16:31.891
นพกิจ เมื่อกี้ ล่ามแบบ

249
00:16:32.562 --> 00:16:35.891
กล้องมันแบบสลับก็เลยแบบภาพ

250
00:16:36.563 --> 00:16:39.891
ขอใหม่ได้ไหม เดี๋ยวพูดให้

251
00:16:40.564 --> 00:16:43.891
(อาจารย์) ถามภากรว่าเคยเรียน

252
00:16:44.565 --> 00:16:47.891

253
00:16:48.567 --> 00:16:51.891
ภากรณ์

254
00:16:52.568 --> 00:16:55.902

255
00:16:56.570 --> 00:16:59.931
หูตึง ใช่ ๆ

256
00:17:00.571 --> 00:17:03.917
ก่อนเรียนคอมพิวเตอร์มีไหม

257
00:17:04.572 --> 00:17:07.922
โปรแกรม ทำเองมีไหม

258
00:17:08.573 --> 00:17:11.894
(อาจารย์) ภากรได้ยินอยู่หรือ

259
00:17:12.574 --> 00:17:15.891
ได้ยินหรือเปล่า

260
00:17:16.576 --> 00:17:19.894
คือ ตอนนี้ ได้ยินเปล่า

261
00:17:20.577 --> 00:17:23.891
ได้ยินหรอ ถ้าอย่างนั้น

262
00:17:24.578 --> 00:17:27.891
(อาจารย์) แต่พูดไม่ได้หรือ

263
00:17:28.579 --> 00:17:31.891
พูดได้ไหม แต่พูดไม่ได้

264
00:17:32.580 --> 00:17:35.891
ภาษามืออย่างเดียวใช่เปล่า (อาจารย์)

265
00:17:36.581 --> 00:17:39.900
เพราะเหมือนพี่โจโจ้

266
00:17:40.582 --> 00:17:43.892
รู้จักพี่โจโจ้อยู่นะ

267
00:17:44.584 --> 00:17:47.891
(ล่าม) หนูชื่อพี่โจ

268
00:17:48.586 --> 00:17:51.897
โจ้ รู้เปล่า

269
00:17:52.587 --> 00:17:55.892
รู้ ทราบครับ ทำไมสำคัญตอนนี้

270
00:17:56.588 --> 00:17:59.948
อธิบายว่าชื่อพี่

271
00:18:00.589 --> 00:18:04.055
โจโจ้ตอนนี้อ่านปาก ฝึก ๆ

272
00:18:04.590 --> 00:18:07.988
ใช่ไหม ใช่คราม (อาจารย์)

273
00:18:08.591 --> 00:18:12.003
อ่านปากได้

274
00:18:12.593 --> 00:18:15.920

275
00:18:16.594 --> 00:18:19.891
ประมาณนี้ล่ะหูตึง

276
00:18:20.610 --> 00:18:23.892
ถาม โปรแกรม พิมพ์ ๆ น่ะ

277
00:18:24.619 --> 00:18:27.892
(อาจารย์) เพราะว่าแม่เห็นบางที

278
00:18:28.620 --> 00:18:31.892
เขาประกาศรับสมัครน่ะ หูตึงเขาก็

279
00:18:32.622 --> 00:18:35.897
บอกไว้ ต้องสื่อสารได้ด้วย

280
00:18:36.623 --> 00:18:39.892
พูดไว้เลย

281
00:18:40.626 --> 00:18:43.893
โอ.เค. ต่อไปใครเข้ามาแล้ว

282
00:18:44.627 --> 00:18:47.894
แฝดมาแล้ว

283
00:18:48.628 --> 00:18:51.892
18 คนแล้วเพิ่งเข้ามา

284
00:18:52.630 --> 00:18:55.892
หายไปไหนแล้วโจ้ จันทร์กานต์น่ะ

285
00:18:56.632 --> 00:18:59.892

286
00:19:00.634 --> 00:19:03.903

287
00:19:04.636 --> 00:19:07.899
(อาจารย์) ไอ้นี่

288
00:19:08.637 --> 00:19:11.892
ชื่อเล่นอะไร จันทร์กานต์น่ะ ชื่ออะไรนะ

289
00:19:12.638 --> 00:19:15.892
อบ ๆ

290
00:19:16.639 --> 00:19:19.892
เปิดกล้องหรือเปล่าอบหายไปไหน

291
00:19:20.643 --> 00:19:23.892

292
00:19:24.645 --> 00:19:27.892

293
00:19:28.646 --> 00:19:31.899
อบไม่เปิดกล้องน่ะ

294
00:19:32.649 --> 00:19:35.896
เงียบ...

295
00:19:36.650 --> 00:19:39.892
แล้วก็เจ้ามิ้น

296
00:19:40.652 --> 00:19:43.892

297
00:19:44.664 --> 00:19:47.893

298
00:19:48.666 --> 00:19:51.894
(ล่าม) แฝด ๆ

299
00:19:52.667 --> 00:19:55.895
เตือน ๆ เพื่อนในไลน์หน่อย

300
00:19:56.668 --> 00:19:59.892
ธัญญาลักษณ์

301
00:20:00.669 --> 00:20:03.892
ธัญรัตน์

302
00:20:04.671 --> 00:20:07.892
(อาจารย์) เชอรี่หรือ

303
00:20:08.684 --> 00:20:11.893
ชื่อ

304
00:20:12.686 --> 00:20:15.892
ชื่อภาษามือ

305
00:20:16.689 --> 00:20:19.897
ใช่ไหม

306
00:20:20.699 --> 00:20:23.893
ใช่หรือเปล่า (ล่าม) ใช่ค่ะ (อาจารย์)

307
00:20:24.703 --> 00:20:27.892
ใช่ไหม

308
00:20:28.705 --> 00:20:31.892
เออ ถามเขาหน่อย ว่า

309
00:20:32.708 --> 00:20:35.893
เคยเรียนเขียนโปรแกรมมาแล้วหรือยัง (ล่าม) ตอนนี้เขามอง

310
00:20:36.720 --> 00:20:39.893
(อาจารย์) เดี๋ยวอ่านพี่ล่าม

311
00:20:40.721 --> 00:20:43.893
พอดีว่าทางล่ามไม่เห็น ขอโทษทีค่ะ

312
00:20:44.723 --> 00:20:47.892
เดี๋ยวนะคะ น้องชื่อธัญญาลักษณ์ใช่ไหมคะ

313
00:20:48.728 --> 00:20:51.892

314
00:20:52.729 --> 00:20:55.898
ตรึงหน้าจอได้ค่ะ เดี๋ยวสักครู่หนึ่งค่ะ

315
00:20:56.730 --> 00:20:59.893
ชื่ออบใช่ไหม

316
00:21:00.731 --> 00:21:03.893

317
00:21:04.738 --> 00:21:07.893

318
00:21:08.740 --> 00:21:11.893

319
00:21:12.742 --> 00:21:15.895
ธัญ...

320
00:21:16.743 --> 00:21:19.895
ธัญญลักษณ์

321
00:21:20.747 --> 00:21:23.894
ภาษามือชัดไหม ชัดหรือเปล่า (อาจารย์) ธัญลักษณ์เข้าใจไหมนิ

322
00:21:24.750 --> 00:21:27.901
กัญรัตน

323
00:21:28.751 --> 00:21:31.902
เหมือนดูแต่ไม่ได้ดูกล้อง

324
00:21:32.752 --> 00:21:35.893
ลองจันทร์กานต์

325
00:21:36.754 --> 00:21:39.895
เสื้อแดงน่ะ (อาจารย์) เพิ่งตื่นนอนดูสภาพ

326
00:21:40.754 --> 00:21:43.896
เด็กเพิ่งตื่น (อาจารย์) อบใช่ไหม

327
00:21:44.767 --> 00:21:47.896
ใช่ไหม อบใช่ไหม (ล่าม) ไม่มีใครมองกล้องเลย

328
00:21:48.770 --> 00:21:51.893
(อาจารย์) อบเปล่า อบเปล่า

329
00:21:52.770 --> 00:21:55.893
อบไหม (ล่าม) ชื่อภาษามือ

330
00:21:56.772 --> 00:21:59.893
ภาษามือ (อาจารย์) ไม่ดูกล้องเลย

331
00:22:00.773 --> 00:22:03.893
ดูหรือเปล่า ง่วงนอน สภาพแต่ละคน

332
00:22:04.774 --> 00:22:07.893
แต่ละคน [เสียงหัวเราะ]

333
00:22:08.787 --> 00:22:11.893
(ล่าม) เหมือนยังไม่ฟื้นค่ะ (อาจารย์) สกลฯ ฝนตก (ล่าม)

334
00:22:12.788 --> 00:22:15.893
สกลฝนตกใช่ไหมคะ ฝั่งนี้ปอย ๆ

335
00:22:16.789 --> 00:22:19.893
เห็นพี่เขาหรือเปล่านี่

336
00:22:20.793 --> 00:22:23.896
ไอ้เจ้าอบ เจ้าอบ จันทร์กานต์ (ล่าม)

337
00:22:24.795 --> 00:22:27.893
เปิดกล้องหน่อย เพื่อน เตือน ๆ กล้องเปิด

338
00:22:28.796 --> 00:22:31.895
เตือน ๆ กล้องเปิด

339
00:22:32.797 --> 00:22:35.893
เดินหนีไปแล้ว (อาจารย์) ธัญญารักษ์ก็ไปแล้ว

340
00:22:36.800 --> 00:22:39.894
จันทร์กานต์ ก็ (ล่าม) นิ่งเลย (อาจารย์)

341
00:22:40.808 --> 00:22:43.894
นั่นน่ะสิ ปิดกล้องอีกแล้ว

342
00:22:44.809 --> 00:22:47.896
แต่ละคน

343
00:22:48.810 --> 00:22:51.894
ปิดกล้องหนีเราไปเสียแล้ว

344
00:22:52.811 --> 00:22:55.895

345
00:22:56.822 --> 00:22:59.893
เปิดกล้อง

346
00:23:00.825 --> 00:23:03.893
(ล่าม) จันทร์กา

347
00:23:04.826 --> 00:23:07.893
กานต์ใช่ไหม เสื้อเหลืองน่ะ

348
00:23:08.827 --> 00:23:11.900
ผู้หญิง เสื้อเหลืองน่ะ

349
00:23:12.830 --> 00:23:15.893
เสื้อภาษามือ

350
00:23:16.832 --> 00:23:19.893
ชื่อภาษามือ ผู้หญิง

351
00:23:20.837 --> 00:23:23.900
เสื้อเหลืองน่ะ ภาษามือ

352
00:23:24.838 --> 00:23:27.894

353
00:23:28.849 --> 00:23:31.896
ทำไมคนนี้ไม่คุ้นหน้าเลย

354
00:23:32.857 --> 00:23:35.896
(อาจารย์) ดูกล้อองกันอยู่หรือเปล่า

355
00:23:36.858 --> 00:23:39.893
ไหมนี่ (ล่าม) ล่าม

356
00:23:40.859 --> 00:23:43.894
หูหนวก

357
00:23:44.862 --> 00:23:47.893
หูหนวกล่ามเห็นดีไหม ชัดไหม

358
00:23:48.863 --> 00:23:51.894
มีเห็น ชัดค่ะ ชื่อ

359
00:23:52.874 --> 00:23:55.894
ภาษามือ เสื้อเหลืองน่ะ

360
00:23:56.875 --> 00:23:59.894
เสื้อเหลืองน่ะ เสื้อเหลืองน่ะ

361
00:24:00.876 --> 00:24:03.894
ชื่อภาษามือไหน

362
00:24:04.881 --> 00:24:07.894

363
00:24:08.882 --> 00:24:11.907
ใช่ ๆ ชื่อไหน

364
00:24:12.883 --> 00:24:15.895
ชื่อนี้ใช่ไหม โอ.เค. จันทร์กานต์ชื่อนี้ค่ะ

365
00:24:16.885 --> 00:24:20.885
โอ.เค. ลืมขอโทษก็เลยถาม

366
00:24:20.886 --> 00:24:24.886
เคยเรียนภาษา

367
00:24:24.917 --> 00:24:28.894
ภาษามือดีไหม เมื่อก่อน ภาษามือแบบ

368
00:24:28.942 --> 00:24:32.895
เข้าใจ มีเปล่า โอ.เค.

369
00:24:32.943 --> 00:24:36.898
เข้าใจค่ะ เข้าใจเคยเรียนค่ะ

370
00:24:36.945 --> 00:24:40.894
กลัวไม่เข้าใจ ทีนี้

371
00:24:40.946 --> 00:24:44.894
พร้อมหรือยัง พร้อมหรือยังคะ

372
00:24:44.951 --> 00:24:48.898
พร้อมจะเรียนหรือยัง

373
00:24:48.952 --> 00:24:52.894
พร้อมไหม ๆ

374
00:24:52.954 --> 00:24:56.908
โอ.เค. ค่ะ เดี๋ยวเรามาเริ่มกัน

375
00:24:56.964 --> 00:25:00.895
(ล่าม) เริ่มเรียนนะ (อาจารย์) เรามาเริ่มเรียนกันเลยนะ

376
00:25:00.965 --> 00:25:04.894
เปิดวิดีโอตลอดนะ

377
00:25:04.967 --> 00:25:08.896
เพราะว่าภาพคะแนนให้ มี

378
00:25:08.967 --> 00:25:12.895

379
00:25:12.968 --> 00:25:16.894

380
00:25:16.969 --> 00:25:20.894

381
00:25:20.970 --> 00:25:24.899
ขอโทษ ๆ

382
00:25:24.971 --> 00:25:28.894
เห็นหน้าจออยู่นะ

383
00:25:28.972 --> 00:25:32.895
วิชาของเราก็คือ

384
00:25:32.982 --> 00:25:36.899
อันนี้ อันนี้หัวข้อที่จะสอนในวันนี้ คือ

385
00:25:36.983 --> 00:25:40.895
คอมพิวเตอร์และอังกอลิทึ่ม

386
00:25:40.989 --> 00:25:44.898
ก็คือหลักการเขียนโปรแกรมนะ

387
00:25:44.990 --> 00:25:48.894
หลักการก็คือ

388
00:25:48.991 --> 00:25:52.899
เป็นความรู้เบื้องต้น

389
00:25:52.992 --> 00:25:56.895
ก่อนจะเขียนโปรแกรม เราควรจะต้องมาทำความรู้ก่อนจากว่า

390
00:25:56.993 --> 00:26:00.898
เขียนโปรแกรมอะไร ซึ่ง ณ ตอนนี้

391
00:26:00.994 --> 00:26:04.895
ที่นี้ก็คือเขียนโปรแกรมให้คอมพิวเตอร์นี่ทำงาน

392
00:26:05.000 --> 00:26:08.897
นะคะ

393
00:26:09.002 --> 00:26:12.894
เพราะฉะนั้นสิ่งนั้นที่อยากให้เด็ก ๆ รู้ก็คือ

394
00:26:13.002 --> 00:26:16.895
เราจะต้องรู้ก่อนว่าระหว่างคนนี่

395
00:26:17.004 --> 00:26:20.895
มนุษย์หรือคน หรือคอมพิวเตอร์นี่

396
00:26:21.005 --> 00:26:24.897
มีวิธีการทำงาน

397
00:26:25.009 --> 00:26:28.894
เป็นอย่างไร หรือมีลักษณะของการทำงาน

398
00:26:29.009 --> 00:26:32.894
ของมนุษย์ทำอย่างไร คอมพิวเตอร์ทำอย่างไร

399
00:26:33.010 --> 00:26:36.895
ถ้าลักษณะการทำงานของคนกับคอมพิวเตอร์

400
00:26:37.010 --> 00:26:40.895
มันต่างกันอย่างไร มาดูกัน ดูอย่างแรกก่อน

401
00:26:41.011 --> 00:26:44.895
คอมพิวเตอร์มันจะทำงานได้อยู่

402
00:26:45.012 --> 00:26:48.896
3 อย่าง อย่างแรก คือ

403
00:26:49.014 --> 00:26:52.896
ต้องมี Input หรือการ

404
00:26:53.015 --> 00:26:56.895
รับข้อมูลเข้านะคะ ซึ่งในคอมพิวเตอร์นี่

405
00:26:57.016 --> 00:27:00.898
เราจะเรียกตัวนี้ว่า Input

406
00:27:01.017 --> 00:27:04.899
เข้าไปก่อน ต้องรับข้อมูลเข้าไปก่อน

407
00:27:05.019 --> 00:27:08.895
เสร็จแล้วทำอะไรต่อ

408
00:27:09.020 --> 00:27:12.895
มันจะมีแค่ 3 ขั้นต้อน คอมพิวเตอร์จะทำงานแค่ 3 ลำดับ

409
00:27:13.022 --> 00:27:16.896
ก็คือรับข้อมูลเข้า Input นะคะ

410
00:27:17.023 --> 00:27:20.895
Process แล้วก็แสดงผล

411
00:27:21.025 --> 00:27:24.895
หรือ Output หรือคือมี Input มี Output

412
00:27:25.029 --> 00:27:28.895
มี Process แล้วก็ Output

413
00:27:29.030 --> 00:27:32.895
มันคืออะไรเด็ก ๆ น่าจะงง

414
00:27:33.031 --> 00:27:36.896
อาจจะยังไม่เข้าใจ ว่า Input คืออะไร

415
00:27:37.032 --> 00:27:40.899
นะคะ คือเขาต้องทำตามขั้นตอน

416
00:27:41.033 --> 00:27:44.902
เลยนะ เห็นไหม ต้อง Input เห็นไหมคะ

417
00:27:45.037 --> 00:27:48.895
เรียงตั้งแต่ input ไปก่อนเลย Input

418
00:27:49.038 --> 00:27:52.895
เสร็จแล้วไป Process Process เสร็จแล้วไป

419
00:27:53.047 --> 00:27:56.895
Output ก็คือคอมพิวเตอร์จะต้อง

420
00:27:57.048 --> 00:28:00.896
รับข้อมูล ก็คือเราต้องเขียนโปรแกรม

421
00:28:01.049 --> 00:28:04.896
เพื่อให้คอมพิวเตอร์รับข้อมูลเข้าไป

422
00:28:05.052 --> 00:28:08.896
การสั่งงานคอมพิวเตอร์นั่นเอง

423
00:28:09.053 --> 00:28:12.896
นะคะ Process หรือประมวลผลก็คือ

424
00:28:13.055 --> 00:28:16.896
คำสั่งเข้ามา Input เข้ามานะคะ

425
00:28:17.056 --> 00:28:20.895
ก็จะนำคำสั่งนั้น หรือข้อมูลนั้น

426
00:28:21.057 --> 00:28:24.895
มาทำการประมวลผล การประมวลผล ก็คือ

427
00:28:25.058 --> 00:28:28.895
สิ่งที่สั่งนี่ สั่งให้ทำอะไร

428
00:28:29.060 --> 00:28:32.895
ประมวลเพื่ออะไร เพื่อจัดทำตามคำสั่ง

429
00:28:33.061 --> 00:28:36.895
ของเรานั่นเองนะคะ เสร็จแล้วเมื่อ Process

430
00:28:37.063 --> 00:28:40.896
เสร็จ มันก็จะต้องเป็น Output

431
00:28:41.064 --> 00:28:44.895
แสดงผลนะคะ ต้องมีการแสดงผล

432
00:28:45.067 --> 00:28:48.899
ออกมา เห็นไหมคะ พอแสดงผลเสร็จ

433
00:28:49.068 --> 00:28:52.896
ก็ย้อนกลับไปขั้นตอนเดิม ถ้าเรา

434
00:28:53.069 --> 00:28:56.898
ป้อนคำสั่งเข้าไปใหม่ มันก็จะทำวนอยู่แบบนี้

435
00:28:57.070 --> 00:29:00.897
นะคะ ก็คือขั้นตอนมีแค่นี้

436
00:29:01.071 --> 00:29:04.895
คอมพิวเตอร์นี่ มีแค่ 3 ส่วนนี่ ก็คือรับข้อมูลเข้าไป

437
00:29:05.072 --> 00:29:08.897
ทำการประมวลผลข้อมูล แสดงผลของข้อมูล

438
00:29:09.073 --> 00:29:12.895
นั้นนะคะ

439
00:29:13.074 --> 00:29:16.897
หลักการรับข้อมูลเข้าของ

440
00:29:17.079 --> 00:29:20.896
คอมพิวเตอร์นะคะ

441
00:29:21.081 --> 00:29:24.897
เราใช้อะไรให้ดูที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของเราเป็นหลัก

442
00:29:25.082 --> 00:29:28.896
สิ่งที่จะเป็นตัวนำ

443
00:29:29.083 --> 00:29:32.896
ข้อมูลเข้าไปให้คอมพิวเตอร์ได้ คือ 1. ในรูป

444
00:29:33.088 --> 00:29:36.896
ก็จะมีคีย์บอร์ดใช่ไหมคะ

445
00:29:37.089 --> 00:29:40.902
คีย์บอร์ดจะเป็นตัวคีย์ ตัวพิมพ์ที่

446
00:29:41.090 --> 00:29:44.896
เราจะพิมพ์ข้อความหรือคำสั่งลงไปนั่นเอง

447
00:29:45.091 --> 00:29:48.896
นะคะ แล้วก็เมาส์เห็นไหมคะ

448
00:29:49.092 --> 00:29:52.897
เช่น เหมือนเวลาเราใช้โปรแกรมบางโปรแกรม จะใช้

449
00:29:53.094 --> 00:29:56.896
เมาส์ก็จะเป็นตัวป้อน เหมือนกดเมาส์

450
00:29:57.095 --> 00:30:00.896
กดคลิก OK หรือ คลิกตกลง

451
00:30:01.096 --> 00:30:04.897
อย่างนี้ นั่นก็คือรับคำสั่งผ่านอุปกรณ์ที่เรียกว่า

452
00:30:05.104 --> 00:30:08.896
Input Unit

453
00:30:09.105 --> 00:30:12.899
ก็คือประกอบด้วย คีย์บอร์ด

454
00:30:13.106 --> 00:30:16.896
เมาส์และมียุคใหม่เพิ่มมา เช่น มีเมาส์

455
00:30:17.112 --> 00:30:20.897
ปากกานะคะ เช่น ถ้าเราวาดรูป

456
00:30:21.115 --> 00:30:24.896
คอมพิวเตอร์มันวาดรูปเองไม่ได้

457
00:30:25.116 --> 00:30:28.896
เราใช้เมาส์ปากกาวาด เดี๋ยวพอได้เรียนอีกวิชา

458
00:30:29.118 --> 00:30:32.896
หนึ่งเด็ก ๆ จะได้รู้จักเมาส์ปากกา หรือเรียน

459
00:30:33.119 --> 00:30:36.899
ระบบปฏิบัติการก็จะเห็นลักษณะนั้น

460
00:30:37.120 --> 00:30:40.896
ทีนี้มาดูในส่วนของการประมวลผล

461
00:30:41.122 --> 00:30:44.901
นะคะ

462
00:30:45.123 --> 00:30:48.896
ก็คือเมื่อได้รับข้อมูลจากคีย์บอร์ด

463
00:30:49.124 --> 00:30:52.897
หรือเมาส์แล้ว สิ่งที่จะทำให้

464
00:30:53.128 --> 00:30:56.896
เครื่องคอมพิวเตอร์มันประมวลผลได้

465
00:30:57.134 --> 00:31:00.896
เด็ก ๆ จะมองไม่เห็นค่ะ มันจะอยู่ในเครื่อง

466
00:31:01.135 --> 00:31:04.896
CPU หรือ Cental

467
00:31:05.136 --> 00:31:08.896
Unit ก็คือหน่วยประมวลผลกลางนั่นเอง

468
00:31:09.137 --> 00:31:12.896
มันจะ แล้วก็มีอีกตัวหนึ่ง ที่เรียกว่า หน่วยความจำ

469
00:31:13.137 --> 00:31:16.896
หรือเมมโมรี่ และส่วนอีกความจำหนึ่ง

470
00:31:17.138 --> 00:31:20.896
สำหรับเก็บข้อมูล ก็คือฮาร์ทดิสก์

471
00:31:21.140 --> 00:31:24.896
ก็คือข้อมูลมันถูกส่งเข้ามา Input เข้ามา

472
00:31:25.140 --> 00:31:28.897
มันจะมาผ่าน CPU

473
00:31:29.141 --> 00:31:32.907
CPU ทำการประมวลผลแล้วเก็บไป

474
00:31:33.145 --> 00:31:36.897
อยู่ในหน่วยความจำที่จะเก็บอยู่ในฮาร์ทดิสก์

475
00:31:37.146 --> 00:31:40.897
นะคะ ตัวนี้

476
00:31:41.150 --> 00:31:44.897
ถ้าได้เรียนระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ก็จะได้เรียนลึกเข้าไปอีก

477
00:31:45.150 --> 00:31:48.897
นะคะ เมื่อทำการ

478
00:31:49.151 --> 00:31:52.909
ประมวลผลข้อมูลเสร็จ คอมพิวเตอร์

479
00:31:53.152 --> 00:31:56.896
จะใช้วิธีการแสดงผลลัพธ์ให้เราเห็นได้อย่างไร

480
00:31:57.153 --> 00:32:00.896
1. แสดงออกทางหน้าจอคอมพิวเตอร์นะคะ

481
00:32:01.155 --> 00:32:04.897
ก็คือเราดูข้อมูลหรือผลลัพธ์

482
00:32:05.156 --> 00:32:08.900
หรือผลลัพธ์หรือคำสั่งต่าง ๆ ที่เราส่งเข้าไปในหน้าจอ

483
00:32:09.157 --> 00:32:12.897
หรือ 2. แสดงทางเครื่องพิมพ์

484
00:32:13.157 --> 00:32:16.897
หรือพรินเตอร์ ก็คือเราสั่งให้มันพรินต์

485
00:32:17.159 --> 00:32:20.896
พรินต์ออกมาให้ดูก็ได้ หรือถ้า

486
00:32:21.161 --> 00:32:24.901
ไม่แสดงก็สามารถรเก็บไว้

487
00:32:25.162 --> 00:32:28.903
Output เอาไปเก็บไว้ใน Hardisk ไว้ก่อน

488
00:32:29.163 --> 00:32:32.897
ยังไม่ต้องแสดง เก็บไว้ก่อนก็ได้นะคะ ก็จะมีที่เก็บ

489
00:32:33.165 --> 00:32:36.896
ก็คือฮาร์ตดิสก์นั่นเอง หรือเก็บไว้

490
00:32:37.165 --> 00:32:40.897
ใน CD อย่างนี้ สมัยก่อนเขาจะเรียกว่า

491
00:32:41.167 --> 00:32:44.897
แผ่นดิสก์ เรียก "แผ่นดิสก์" หรือขึ้นมาหน่อยก็

492
00:32:45.169 --> 00:32:48.897
Handy Drive

493
00:32:49.170 --> 00:32:52.897
แล้วก็ ฮาร์ดดิสก์ไดรท์

494
00:32:53.171 --> 00:32:56.898
เคลื่อนย้ายไปไหนก็ได้แต่ล่าสุด

495
00:32:57.172 --> 00:33:00.898
ก็คือเก็บไว้บน Cloud Computer

496
00:33:01.174 --> 00:33:04.897
เพราะฉะนั้น ในขั้นตอนนี้คอมพิวเตอร์จะต้อง

497
00:33:05.177 --> 00:33:08.897
ทำงานอยู่ 3 ขั้นตอน มันต้องรับข้อมูลเข้ามาก่อน

498
00:33:09.178 --> 00:33:12.897
เท่านั้น อยู่ดี ๆ มันทำงานเองเลยไม่ได้

499
00:33:13.181 --> 00:33:16.898
รับมาเสร็จประมวลผล เสร็จแล้วแสดงผล

500
00:33:17.182 --> 00:33:20.898
นะคะ

501
00:33:21.189 --> 00:33:24.897
เมื่อกี้เรารู้ไปแล้วว่าคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร

502
00:33:25.190 --> 00:33:28.898
ทีนี้เรามาดูคนหรือมนุษย์

503
00:33:29.191 --> 00:33:32.902
อย่างไร

504
00:33:33.192 --> 00:33:36.899
ถ้าเป็นคน วิธีการรับข้อมูลของคนนะคะ

505
00:33:37.193 --> 00:33:40.898
เราจะใช้ข้อมูลผ่าน

506
00:33:41.194 --> 00:33:44.898
ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ก็คือ ตา

507
00:33:45.195 --> 00:33:48.897
หู จมูก

508
00:33:49.196 --> 00:33:52.897
มือ แล้วก็ปาก ผ่านทางตา

509
00:33:53.197 --> 00:33:56.897
ก็คือการมองเห็นใช่ไหม

510
00:33:57.198 --> 00:34:00.903
เหมือนเด็กหูนี่เราไม่ได้ยินใช่ไหมคะ

511
00:34:01.199 --> 00:34:04.900
มีการมองเห็นดีใช่ไหม จะใช้

512
00:34:05.200 --> 00:34:08.898
วิธีการรับข้อมูลจากทางตานะคะ

513
00:34:09.201 --> 00:34:12.898
แต่ทีนี้เด็กตานี่ มองไม่เห็นแต่

514
00:34:13.203 --> 00:34:16.898
ได้ยินชัดเจนใช่ไหมคะ จะใช้การรับข้อมูล

515
00:34:17.204 --> 00:34:20.897
จากเสียงใช่ไหม การได้ยินเสียงนั่นเอง

516
00:34:21.204 --> 00:34:24.901
นะคะ ส่วนอื่น ๆ ที่มีเหมือนกัน ก็คือ

517
00:34:25.206 --> 00:34:28.898
การได้กลิ่น เหมือนจมูก

518
00:34:29.209 --> 00:34:32.897
วิธีการรับข้อมูลผ่านจมูกของเรา เช่น

519
00:34:33.210 --> 00:34:36.898
เหม็น ใช่ไหม กลิ่นเหม็น

520
00:34:37.211 --> 00:34:40.897
กลิ่นหอมนะคะ

521
00:34:41.225 --> 00:34:44.898
ส่วนใหญ่ก็หลัก ๆ นะ

522
00:34:45.226 --> 00:34:48.898
มันก็มีเหม็นกับหอมนะ กลิ่นตุ ๆ

523
00:34:49.227 --> 00:34:52.897
อย่างนี้ มีกลิ่นแปลก ๆ อะไรอย่างนี้

524
00:34:53.229 --> 00:34:56.897
นั่นก็คือลักษณะของการรับข้อมูลของคน

525
00:34:57.232 --> 00:35:00.897
นะคะ การสัมผัสก็คือมือ

526
00:35:01.233 --> 00:35:04.897
เหมือนเด็กตามองไม่เห็นแต่ใช้มือ

527
00:35:05.234 --> 00:35:08.900
สัมผัสแล้วก็รู้ได้ว่า

528
00:35:09.235 --> 00:35:12.901
มีลักษณะอย่างไร มีผิวสัมผัสอย่างไร

529
00:35:13.237 --> 00:35:16.898
มีรูปทรงอย่างไรนะคะ และ

530
00:35:17.239 --> 00:35:20.898
และทางปาก ก็คือรสชาตินั่นเอง

531
00:35:21.240 --> 00:35:24.900
เรารับข้อมูลผ่านตา ก็คือรู้รส

532
00:35:25.251 --> 00:35:28.898
เผ็ด เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม

533
00:35:29.252 --> 00:35:32.901
เป็นรสสัมผัสผ่านปาก รับข้อมูลเข้า

534
00:35:33.253 --> 00:35:36.898
เข้าผ่านปาก เหมือนตัวเล็กรู้รส

535
00:35:37.254 --> 00:35:40.898
นิ้วโป้งตัวเอง เลยลองชิมดู

536
00:35:41.255 --> 00:35:44.898
เห็นไหมคะ พัฒนาการของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันนะคะ

537
00:35:45.257 --> 00:35:48.898
เหมือนเด็กหูไม่ได้ยินแต่จะ

538
00:35:49.258 --> 00:35:52.898
สายตาได้ดีใช่ไหมคะ จะใช้

539
00:35:53.259 --> 00:35:56.901
สายตา ส่วนเด็กตา

540
00:35:57.265 --> 00:36:00.898
มองไม่เห็นแต่ได้ยินชัด แต่

541
00:36:01.267 --> 00:36:04.898
สัมผัสได้ชัดเจน สัมผัส

542
00:36:05.276 --> 00:36:08.898
ของสิ่งนี้มีลักษณะอย่างไร อะไรอย่างไร

543
00:36:09.277 --> 00:36:12.898
นั่นก็คือวิธีการรับข้อมูลของคนจะเป็นอย่างนี้

544
00:36:13.279 --> 00:36:16.898
ของคนนี่ แยกได้หลายส่วนเลย ใช่ไหมคะ

545
00:36:17.280 --> 00:36:20.898
แต่ของคอมพิวเตอร์นี่

546
00:36:21.283 --> 00:36:24.898
มันรับส่วนเดียวเลย คือ เราต้องป้อนไปให้มัน แต่คนนร

547
00:36:25.285 --> 00:36:28.897
ไม่ต้องป้อน เช่น บางทีเหมือนเราเดินไป

548
00:36:29.286 --> 00:36:32.898
หรือนั่งรถ ให้นึกถึงเหมือนเรานั่งรถ

549
00:36:33.291 --> 00:36:36.898
ไปเที่ยวอย่างนี้

550
00:36:37.292 --> 00:36:40.903
สิ่งที่เรารับ ก็คือสิ่งที่เราเห็นใช่ไหมคะ

551
00:36:41.297 --> 00:36:44.898
ได้ยินด้วย

552
00:36:45.301 --> 00:36:48.898
มีเสียงอย่างนั้น อย่างนี้ ใช่ไหมคะ อาจจะบอกได้ว่า

553
00:36:49.302 --> 00:36:52.899
ถึงตลาดแล้วนะ เหมือนเด็กตานี่

554
00:36:53.303 --> 00:36:56.898
มองไม่เห็นแต่ได้ยินเสียงว่าแถวนี้

555
00:36:57.305 --> 00:37:00.898
เป็นแถวไหนอะไรอย่างไร อย่างนี้นะคะ

556
00:37:01.306 --> 00:37:04.898
กับใช้วิธีการสัมผัสใช่ไหมคะ

557
00:37:05.313 --> 00:37:08.898
อย่างนี้เป็นต้น นั่นคือส่วนของการรับข้อมูลของคน

558
00:37:09.315 --> 00:37:12.898
เรามาดูการประมวลผล

559
00:37:13.317 --> 00:37:16.898
ข้อมูลของคน คนใช้วิธีประมวลผล

560
00:37:17.317 --> 00:37:20.903
อย่างไรนะคะ

561
00:37:21.319 --> 00:37:24.900
ของคนนิแยกออกเป็น 3 ส่วนเลย

562
00:37:25.321 --> 00:37:28.898
แยกตามวิธีการคิดคำนวณ

563
00:37:29.322 --> 00:37:32.898
แยกเป็นส่วนของความรู้แล้วก็แยกเป็นส่วน

564
00:37:33.324 --> 00:37:36.898
ของความชัด ก็คือถ้าเกี่ยวกับตัวเลข

565
00:37:37.326 --> 00:37:40.899
นะคะ การประมวลผลในการ

566
00:37:41.327 --> 00:37:44.903
คิดคำนวณ ก็คือเกี่ยวกับตัวเลข สถิติ

567
00:37:45.328 --> 00:37:48.899
นะคะ ความรู้เช่น เหมือนวันนี้

568
00:37:49.329 --> 00:37:52.898
สอนเข้าไปนี่ ป้องเข้าไป ป้อนข้อมูลเข้าไปนี่

569
00:37:53.330 --> 00:37:56.898
นั่นก็คือความรู้

570
00:37:57.332 --> 00:38:00.901
หรือไปศึกษาเอาเอง หรือ

571
00:38:01.333 --> 00:38:04.899
อ่านเอาเองอย่างนี้ หรืออย่างนี้

572
00:38:05.334 --> 00:38:08.901
เด็กยุดใหม่น่าจะไม่นิยมอ่านหนังสือ

573
00:38:09.335 --> 00:38:12.899
ส่วนใหญ่จะเป็นดู Youtube ใช่ไหม

574
00:38:13.336 --> 00:38:16.899
นะคะ ส่วนใหญ่จะไปดูยูทูป

575
00:38:17.338 --> 00:38:20.901
เป็นความรู้ที่ได้จาก

576
00:38:21.339 --> 00:38:24.899
การรับข้อมูลที่บอกไว้ในข้างต้นของคน

577
00:38:25.340 --> 00:38:28.898
การดูการฟัง การกิน

578
00:38:29.340 --> 00:38:32.901
การดมกลิ่นนะคะ อย่างนั้นเป็นต้น

579
00:38:33.342 --> 00:38:36.898
นะคะ ทีนี้ส่วนความจำ

580
00:38:37.343 --> 00:38:40.899
คนจะมีการเก็บความจำอย่างไร ก็คือตั้งแต่เล็กจนโตนี่

581
00:38:41.344 --> 00:38:44.900
มันจะบันทึกอัตโนมัติสมอง

582
00:38:45.345 --> 00:38:48.901
นึกออกนะ เด็ก ๆ บางคนนี่อาจจะจำไม่ได้

583
00:38:49.346 --> 00:38:52.900
ตอนเล็ก ๆ อาจจะจำไม่ได้ แต่

584
00:38:53.347 --> 00:38:56.900
เหมือนเรียนไปนี่ ตอนแรก ๆ ที่สอนไปนี่

585
00:38:57.348 --> 00:39:00.899
อาจจะยังไม่จำใช่ไหมคะ

586
00:39:01.354 --> 00:39:04.898
สิ่งที่เราทำซ้ำ ๆ คนทำซ้ำ ๆ

587
00:39:05.355 --> 00:39:08.899
ความจำที่ดีที่สุด

588
00:39:09.357 --> 00:39:12.899
ก็คือกระทำสิ่งนั้นซ้ำ ๆ ก็คือ

589
00:39:13.359 --> 00:39:16.913
ทำซ้ำบ่อย ๆ ทำซ้ำ

590
00:39:17.361 --> 00:39:20.899
หลาย ๆ ครั้งนะ ก็จะเกิดความจำ ก็จะเปิดทักษะ

591
00:39:21.363 --> 00:39:24.899
เพราะฉะนั้น ที่เด็ก ๆ มาเรียนกันนี่

592
00:39:25.372 --> 00:39:28.898
ถ้าเด็ก ๆ ไปพยายามฝึก นึกออกนะคะ

593
00:39:29.378 --> 00:39:32.907
ไม่พยายามอ่านซ้ำ ๆ หรือไม่ทำ

594
00:39:33.379 --> 00:39:36.899
สิ่งที่แม่สอนไปซ้ำ ๆ ความจำของเด็ก ๆ จะไม่เกิด

595
00:39:37.387 --> 00:39:40.899
สิ่งที่จะทำให้เกิดความจำได้ ก็คือการทำ

596
00:39:41.388 --> 00:39:44.899
ซ้ำ ทำสิ่งนั้นซ้ำ ๆ

597
00:39:45.395 --> 00:39:48.900
นะคะ แล้วมันจะทำให้เกิดอะไร

598
00:39:49.395 --> 00:39:52.899
ต่อ มันจะทำให้เกิดความรู้ได้ด้วย

599
00:39:53.396 --> 00:39:56.905
ไม่มีใครเหมือนที่เมื่อ

600
00:39:57.397 --> 00:40:00.899
เหมือนที่เมื่อตอนต้นแม่ถามไปว่า ใครไปเรียน

601
00:40:01.397 --> 00:40:04.899
เขียนโปรแกรมมาแล้วบ้าง บางคนตอบยังไม่เคยเลย

602
00:40:05.399 --> 00:40:08.899
เห็นไหมคะ ไม่เคยไม่เป็นไร เรามาเรียนรู้

603
00:40:09.404 --> 00:40:12.899
ได้นะคะ เรียนแล้วเราทำอะไร

604
00:40:13.404 --> 00:40:16.900
เราทำซ้ำ ๆ น่ะ ฝึกปกฺบัติ

605
00:40:17.404 --> 00:40:20.900
นั่นเอง วิชาปฏิบัติ

606
00:40:21.406 --> 00:40:24.900
เด็ก ๆ จะต้องเขียนบ่อย ๆ เขียนซ้ำ ๆ

607
00:40:25.407 --> 00:40:28.899
นะคะ เขียนโน้ต

608
00:40:29.409 --> 00:40:32.899
พยายามเขียนโน้ต เขียนโน้ตไว้ด้วย

609
00:40:33.410 --> 00:40:36.899
1. หัดจดด้วย

610
00:40:37.413 --> 00:40:40.900
คือ ที่แม่พบปัญหานี่ ก็คือ

611
00:40:41.414 --> 00:40:44.899
เหมือนเด็กหูน่ะ เขาเห็นอย่างเดียว

612
00:40:45.415 --> 00:40:48.901
เขาไม่ได้ยินนี่ เขาจะจดไม่ได้ เขาจะต้องดูสไลด์

613
00:40:49.417 --> 00:40:52.899
ทีนี้แต่ทีนี้สไลด์เรา

614
00:40:53.418 --> 00:40:56.900
เรามีไว้ให้ดูย้อนหลังได้อีก เด็ก ๆ ควรจะ

615
00:40:57.419 --> 00:41:00.900
ทบทวนด้วยการจด จดด้วยตัวเอง 1 ครั้ง

616
00:41:01.421 --> 00:41:04.899
นะคะ เสร็จแล้วก็ทำซ้ำ ๆ จดซ้ำ ๆ นี่

617
00:41:05.426 --> 00:41:08.900
มันจะเกิดความจำขึ้นมา พอมีความจำแล้วก็จะมีความรู้ขึ้นมา

618
00:41:09.427 --> 00:41:12.900
นะคะ ควรฝึกให้เป็นนิสัย ไม่ใช่

619
00:41:13.428 --> 00:41:16.899
เด็กหูนะคะ เด็กตาก็เหมือนกัน เราจะ

620
00:41:17.429 --> 00:41:20.899
เป็น เรียนแล้ว ทำอย่างไร ทำให้ได้

621
00:41:21.430 --> 00:41:24.899
เรียนให้รู้ ต้องใช้วิธีนี้นะคะ เด็ก ๆ

622
00:41:25.431 --> 00:41:28.899
ไม่เข้าใจต้องถาม

623
00:41:29.432 --> 00:41:32.899
ไม่ต้องกลัวแม่ดุนะคะ วิชานี้เรา

624
00:41:33.433 --> 00:41:36.900
คุยได้ ใครไม่ทันให้ยกมือนะคะ

625
00:41:37.434 --> 00:41:40.901
เราเรียนไปแบบเรียนรู้ร่วมกัน

626
00:41:41.435 --> 00:41:44.900
ไม่รีบไม่ร้อน ค่อย ๆ เรียน นั่นก็คือวิธีการ

627
00:41:45.437 --> 00:41:48.899
การประมวลผลของมนุษย์มันจะมีอยู่ 3 ส่วน

628
00:41:49.437 --> 00:41:52.899
ก็คือเป็น เกิดจากส่วนของการคิดคำนวณ

629
00:41:53.441 --> 00:41:56.899
ส่วนของความรู้แล้วก็ส่วนของความจำ

630
00:41:57.442 --> 00:42:00.900
ทีนี้มาดูการแสดงผลลัพธ์ของมนุษย์ล่ะ

631
00:42:01.443 --> 00:42:04.900
แต่การแสดงผลลัพธ์ของมนุษย์ล่ะ

632
00:42:05.446 --> 00:42:08.899
ป้อนเข้าไปนะคะ แสดงออกได้อย่างไรบ้าง

633
00:42:09.447 --> 00:42:12.899
1 ใช้การพูดออกมา

634
00:42:13.447 --> 00:42:16.900
เหมือนที่แม่ถามนะ

635
00:42:17.449 --> 00:42:20.901
ใคร...

636
00:42:21.453 --> 00:42:24.899
ใครเคยเรียนมาแล้วบ้าง ทุกคนไม่ได้พูด

637
00:42:25.454 --> 00:42:28.901
แต่ใช้วิธี ถ้าเป็นเมื่อกี้ที่เราแชท

638
00:42:29.459 --> 00:42:32.900
ถ้าสมัยก่อน มันก็คือการเขียน

639
00:42:33.473 --> 00:42:36.899
มันก็จะเป็นการพิมพ์นะ หรือ

640
00:42:37.474 --> 00:42:40.900
การอ่าน เห็นไหมคะ การแสดงผลลัพธ์ การอ่านให้ฟัง

641
00:42:41.475 --> 00:42:44.900
หรือพูดให้ฟัง แล้วก็การเคลื่อนไหว

642
00:42:45.476 --> 00:42:48.900
เด็กหูพูดไม่ได้ใช่ไหมคะ แต่ใช่ภาษาม

643
00:42:49.478 --> 00:42:52.900
ภาษามือได้ นั่นก็คือการเคลื่อนไหว

644
00:42:53.481 --> 00:42:56.902
โดยใช้เป็นภาษามืออย่างนี้นะคะ นั่นก็คือการแสดงผล

645
00:42:57.482 --> 00:43:00.906
ของข้อมูลของมนุษย์ ที่

646
00:43:01.484 --> 00:43:04.903
รู้สิ่งที่รับเข้าไป เช่น

647
00:43:05.484 --> 00:43:08.902
สมมติเมื่อเช้าเดี๋ยวจะถามดูนะคะ

648
00:43:09.492 --> 00:43:12.900
เดี๋ยวจะลองถามทีละคน อยากรู้

649
00:43:13.493 --> 00:43:16.900
ตัวเองเป็นมนุษย์และ

650
00:43:17.496 --> 00:43:20.903
ข้อมูลเข้าไปเมื่อเช้านี้ ลองมา

651
00:43:21.497 --> 00:43:24.903
ดูกันนะคะ ทุกคน

652
00:43:25.498 --> 00:43:28.900
ผ่านระบบแรกเลย ที่เด็ก ๆ น่าจะรู้

653
00:43:29.499 --> 00:43:32.903

654
00:43:33.501 --> 00:43:36.900
เมื่อเช้านี้กินข้าวกับอะไร

655
00:43:37.504 --> 00:43:40.901
ลองตอบพิมพ์ตอบมาค่ะ

656
00:43:41.523 --> 00:43:44.900
ทุกคนเลย กินข้าวกับอะไร ตอนเช้า เมื่อเช้า

657
00:43:45.524 --> 00:43:48.900
ตอบมาสิ มาม่าเกาหลีมาแล้วครับ

658
00:43:49.525 --> 00:43:52.900
ยังไม่ได้ทาน

659
00:43:53.527 --> 00:43:56.902
ใครกินข้าวกับอะไรมาแล้วบ้าง

660
00:43:57.530 --> 00:44:00.900
มีคำถามต่อ เพราะฉะนั้น ตอบมาก่อน ๆ

661
00:44:01.531 --> 00:44:04.912
มีใครตอบมาแล้ว เดชาพลบอกมาม่าเกาหลี

662
00:44:05.533 --> 00:44:08.907
มาม่าเกาหลีแต่เช้าเลยหรือลูก

663
00:44:09.534 --> 00:44:12.909
แซบบ่

664
00:44:13.535 --> 00:44:16.900
อร่อยไหม เดชาพล

665
00:44:17.536 --> 00:44:20.900
มาม่าเกาหลี ยังไม่ได้ทาน

666
00:44:21.537 --> 00:44:24.900
อยู่ 2 รสเผ็ดหรือเปล่าลูก

667
00:44:25.545 --> 00:44:28.901
เดชาพลได้ยินไหมครับ

668
00:44:29.546 --> 00:44:32.900
ไม่ได้เปิดเสียงหรือ

669
00:44:33.547 --> 00:44:36.900
รสชาติเป็นอย่างไร มาม่าเกาหลี

670
00:44:37.549 --> 00:44:40.907
มีเผ็ด มีเปรี้ยว (นักศึกษา)

671
00:44:41.554 --> 00:44:44.900
รสเผ็ดครับสีดำ (อาจารย์) อ๋อ รสเผ็ด

672
00:44:45.556 --> 00:44:48.901
แสดงว่าชอบกินเผ็ดใช่ไหม

673
00:44:49.560 --> 00:44:52.900
ชอบกินเผ็ดหรือเปล่าเรา

674
00:44:53.561 --> 00:44:56.900
เดชาพลชอบกินเผ็ดใช่ไหม

675
00:44:57.562 --> 00:45:00.901
ข้าวมันไก่ สันติภาพข้าวมันไก่

676
00:45:01.563 --> 00:45:04.903

677
00:45:05.565 --> 00:45:08.901
ไปซื้อจากไหน ไปซื้อจากไหน สันติภาพ

678
00:45:09.566 --> 00:45:12.903
(นักศึกษา) ไปซื้อที่โรงอาหาร

679
00:45:13.567 --> 00:45:16.901
อย่างถามสันติภาพนี่ ข้อมูลที่สันติภาพ

680
00:45:17.568 --> 00:45:20.900
รับเข้าไป ก็คือโรงอาหารไปอย่างไร

681
00:45:21.569 --> 00:45:24.900
ตอบแม่ได้ไหม (นักศึกษ

682
00:45:25.571 --> 00:45:28.905
(อาจารย์) ไกลไหมครับ (นักศึกษา)

683
00:45:29.580 --> 00:45:32.901
ไกลพอสมควร ในหอหรือตรงไหนลูก

684
00:45:33.581 --> 00:45:36.900
ตรงในหอครับ (อาจารย์) ที่อยู่ตรงหอใช่ไหม

685
00:45:37.582 --> 00:45:40.901
ความจำ สันติภาพ

686
00:45:41.584 --> 00:45:44.900
ใช้วิธีการจำว่าอยู่โรงอาหาร ใช้วิธีไหน

687
00:45:45.585 --> 00:45:48.901
จำได้ไหม (นักศึกษาชาย)

688
00:45:49.586 --> 00:45:52.903
ร้านข้าวแกง (อาจารย์) ร้านข้าวแกง

689
00:45:53.587 --> 00:45:56.902
ร้านก๋วยเตี๋ยว (อาจารย์) มีร้านก๋วยเตี๋ยว

690
00:45:57.588 --> 00:46:00.900
ลักษณะนี้จะเป็นความจำ

691
00:46:01.596 --> 00:46:04.901
สันติภาพรู้แล้วว่าโรงอาหารมีอะไรขาย

692
00:46:05.597 --> 00:46:08.901
นั่นก็คือจำ อาจจะ สันติภาพอาจจะไม่เห็น แต่จะรู้ได้อย่างไร

693
00:46:09.599 --> 00:46:12.914
ใครพาไป หรือใครบอก

694
00:46:13.604 --> 00:46:16.906
(นักศึกษา) วันแรกเพื่อนพาไปครับ

695
00:46:17.605 --> 00:46:20.901
ใช่ไหม (นักศึกษาชาย) ส่วนใหญ่ตรงหอ

696
00:46:21.606 --> 00:46:24.901
มันเลี้ยงครั้งเดียว แล้วก็เดินตรงไปเลย (อาจารย์)

697
00:46:25.609 --> 00:46:28.902
เดี๋ยวนี้ไปเองได้แล้วใช่ไหมครับ (นักศึกษาชาย) ใช่ครับ

698
00:46:29.610 --> 00:46:32.901
(อาจารย์) โอ.เค. คนอื่นต่อ

699
00:46:33.611 --> 00:46:36.901
ใครยังไม่ได้กิน จันทกานต์

700
00:46:37.612 --> 00:46:40.901
ยังไม่ได้กิน สิริลัษณ์ยังไม่ได้กิน

701
00:46:41.613 --> 00:46:44.901
อาฟาเบตก็ยังไม่ได้กิน

702
00:46:45.619 --> 00:46:48.901
ยังไม่ได้กิน นพกิต

703
00:46:49.620 --> 00:46:52.901
แฝดอยู่ไหนเอ่ย

704
00:46:53.621 --> 00:46:56.901
แฝดนะ แฝด กินข้าวกับอะไร

705
00:46:57.622 --> 00:47:00.908
แกงหน่อไม้ แกงหน่อไม้แต่เช้าเลย แกงหน่อไม้อย่างเดียวหรอ

706
00:47:01.623 --> 00:47:04.901
ใครทำให้กิน

707
00:47:05.624 --> 00:47:08.906
อร่อยไหม อร่อยไหม

708
00:47:09.625 --> 00:47:12.900
อร่อย

709
00:47:13.627 --> 00:47:16.900

710
00:47:17.629 --> 00:47:20.901
คนอื่นส่วนใหญ่ยังไม่ได้กินนะ

711
00:47:21.630 --> 00:47:24.906
คนอื่นส่วนใหญ่ยังไม่ได้กินนะ

712
00:47:25.631 --> 00:47:28.901
มีกินไม่กี่คนเอง แหม เลยถามต่อไม่ได้เลย

713
00:47:29.632 --> 00:47:32.904
อดิศรก็ยังไม่ได้กิน เพิ่งตื่นใช่ไหมนี่

714
00:47:33.633 --> 00:47:36.901
สภาพ อดิศรก็ยังไม่ได้กิน

715
00:47:37.634 --> 00:47:40.901
ก็ยังไม่ได้กิน

716
00:47:41.635 --> 00:47:44.901
ข้าวเช้ายังไม่ได้กิน

717
00:47:45.636 --> 00:47:48.903
วริศาก็ยังไม่ได้กิน

718
00:47:49.637 --> 00:47:52.901

719
00:47:53.639 --> 00:47:56.902
เพิ่งพากันตื่น ถามอดิศร

720
00:47:57.640 --> 00:48:00.903
ทำไมวันนี้ตื่นสาย

721
00:48:01.642 --> 00:48:04.901

722
00:48:05.644 --> 00:48:08.902

723
00:48:09.646 --> 00:48:12.903

724
00:48:13.648 --> 00:48:16.901

725
00:48:17.650 --> 00:48:20.901

726
00:48:21.652 --> 00:48:24.902
ตื่นสาย

727
00:48:25.654 --> 00:48:28.901
วาริศาล่ะ ตื่นสายหรือทำไมเข้าห้องช้าล่ะ

728
00:48:29.655 --> 00:48:32.901

729
00:48:33.658 --> 00:48:36.901
เน็ตหลุดอีกแล้ว ถามธัญรัตน์ก็ได้

730
00:48:37.659 --> 00:48:40.907
กัญลัทธ

731
00:48:41.662 --> 00:48:44.902
อยู่หอ หันหนีตลอดเลยลูก

732
00:48:45.663 --> 00:48:48.901
หันหนีกล้องตลอดเลยลูกฉัน

733
00:48:49.664 --> 00:48:52.904
ฮัลโหล อ่าวอยู่ด้วยกัน ไอ้ 2 คนนี้

734
00:48:53.666 --> 00:48:56.901
อยู่บ้านหรืออยู่หอ

735
00:48:57.667 --> 00:49:00.902
มันดูอะไร

736
00:49:01.668 --> 00:49:04.901

737
00:49:05.671 --> 00:49:08.903
(ล่าม) อาจารย์ขา พอดีล่ามไม่เห็นกล้องของ

738
00:49:09.672 --> 00:49:12.902
ธัญลักน่ะค่ะ (อาจารย์) น้องเปิดอยู่นะ

739
00:49:13.677 --> 00:49:16.909
เปิดอยู่ไหน น้องใส่เสื้อแดงดำน่ะค่ะ

740
00:49:17.683 --> 00:49:20.902
เห็นไหมคะ (ล่าม) ไม่เห็นน่ะค่ะ

741
00:49:21.686 --> 00:49:24.903
เห็นแต่วาริศา

742
00:49:25.690 --> 00:49:28.901
น่าจะเป็นสัญญาเน็ต

743
00:49:29.691 --> 00:49:32.902
อย่างนั้นจันทกานต์ล่ะคะ น้องเสื้อเหลือง

744
00:49:33.693 --> 00:49:36.905
สีหู สีตา สภาพเพิ่งตื่นนอน (ล่าม)

745
00:49:37.694 --> 00:49:40.901
เสื้อเหลือง ๆ (ล่าม) ไม่เห็น พอดีว่าหนูเปิดจากจอโน๊ตบุ๊กน่ะค่ะ

746
00:49:41.695 --> 00:49:44.902
โน๊ทบุคน่ะค่ะ

747
00:49:45.696 --> 00:49:48.903
แต่อาจารย์ก็ปักหมุดอยู่นะ

748
00:49:49.697 --> 00:49:52.901
เสื้อเหลืองน่ะค่ะ

749
00:49:53.698 --> 00:49:56.902
จันทกานต์เจ้าอบ ๆ

750
00:49:57.699 --> 00:50:00.901
ตื่นสาย นอน

751
00:50:01.702 --> 00:50:04.901
นอนดึกหรือทำอะไรอยู่ ทำไมวันนี้เข้าเรียนสาย

752
00:50:05.703 --> 00:50:08.901

753
00:50:09.705 --> 00:50:12.911

754
00:50:13.710 --> 00:50:16.902
กล้องมันมัวนะ กล้องเด็กน้อยน่ะ

755
00:50:17.717 --> 00:50:20.914
มองเห็นไม่ค่อยชัดน่ะ เขาทำภาษามือดู

756
00:50:21.717 --> 00:50:24.906
ยากเหมือนกัน

757
00:50:25.718 --> 00:50:28.901
เพราะพี่ล่ามบอกไม่เห็นกล้องน้อง

758
00:50:29.740 --> 00:50:32.902
น่าจะเป็นกับสัญญาณเน็ต

759
00:50:33.741 --> 00:50:36.902
เพราะนี่เราเห็นภาพมันก็เป็นกระตุก ๆ

760
00:50:37.744 --> 00:50:40.906
เห็นไม่ชัดเหมือนกัน (ล่าม) หนูเห็นวริศา

761
00:50:41.748 --> 00:50:44.902
ค่ะ อือ (อาจารย์) ค่ะ ๆ ไม่เป็นไรค่ะ

762
00:50:45.752 --> 00:50:48.905
ปิดกล้องอีก

763
00:50:49.753 --> 00:50:52.902
ภากร

764
00:50:53.754 --> 00:50:56.902
(ล่าม) อันนี้หูหนวกหรือเปล่าคะ

765
00:50:57.756 --> 00:51:00.911
ภากรณ์ (อาจารย์) ภากรณ์หูหนวกค่ะ

766
00:51:01.758 --> 00:51:04.902
หายไปไหนแล้ว Hello

767
00:51:05.758 --> 00:51:08.903

768
00:51:09.760 --> 00:51:12.923
ภากรณ์หายไปแล้ว

769
00:51:13.761 --> 00:51:16.902
ไปกินข้าวหรือยัง รีบไปกินข้าวกันเลยเชี

770
00:51:17.764 --> 00:51:20.902

771
00:51:21.766 --> 00:51:24.902
ไม่เป็นอะไรนะคะ

772
00:51:25.767 --> 00:51:28.903
ไปต่อนะคะ ดูสไลด์เราต่อ

773
00:51:29.768 --> 00:51:32.903

774
00:51:33.776 --> 00:51:36.903
เมื่อกี้ที่ถามไป ก็คือการแสดงผลลัพธ์

775
00:51:37.777 --> 00:51:40.903
ลัพธ์ใช่ไหม ถามจากสิ่งที่เด็ก ๆ

776
00:51:41.778 --> 00:51:44.919
รับมาเมื่อเช้า ก็คือผ่านการกิน กินอะไรเข้าไป

777
00:51:45.779 --> 00:51:48.902
ก็พิมพ์ตอบ หรือเขียนตอบ

778
00:51:49.780 --> 00:51:52.902
ยังไม่ได้กินเลย บางคนก็บอกว่ากินข้าว

779
00:51:53.789 --> 00:51:56.902
มันไก่ บอกบางคนตอบมาม่าเกาหลีนะคะ

780
00:51:57.790 --> 00:52:00.902
เหมือนสัติภาพบอกข้าวมันไก่ ก็เลยถาม

781
00:52:01.792 --> 00:52:04.902
ไปซื้อที่ใหม่ แล้วรู้ได้อย่างไร

782
00:52:05.792 --> 00:52:08.902
โรงอาหารมีอะไร สันติภาพนี้

783
00:52:09.796 --> 00:52:12.904
มีความรู้จากการที่เพื่อนพาไป

784
00:52:13.796 --> 00:52:16.903
เพราะเป็นเด็ก ปี 1 เพราะมาอยู่นี่ยังไม่รู้ใช่ไหม

785
00:52:17.800 --> 00:52:20.902
โรงอาหารอยู่ตรงไหน เพราะเพื่อนพาไป

786
00:52:21.801 --> 00:52:24.904
เขาก็จำ เขามีความรู้

787
00:52:25.802 --> 00:52:28.903
นั่นก็คือในส่วนของคน

788
00:52:29.804 --> 00:52:32.904
ทีนี้ ถ้าทำเป็นตารางให้เห็นนะคะ

789
00:52:33.805 --> 00:52:36.902
เพื่อเปรียบเทียบกระบวนการทำงาน

790
00:52:37.808 --> 00:52:40.903
ของคนกับคอมพิวเตอร์เห็นไหมคะ คนทำงาน

791
00:52:41.809 --> 00:52:44.906
ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ก็คือ ตา หู

792
00:52:45.813 --> 00:52:48.903
จมูก ปาก แล้วก็มือนะคะ

793
00:52:49.814 --> 00:52:52.902
ส่วนคอมพิวเตอร์นี่นะคะ

794
00:52:53.816 --> 00:52:56.904
ผ่านคีบอร์ด ผ่านเมาส์ ผ่าน

795
00:52:57.818 --> 00:53:00.902
อุปกรณ์ที่สำหรับ

796
00:53:01.823 --> 00:53:04.902
รับข้อมูลของคอมพิวเตอร์นั่นเองนะคะ ส่วนการประมวลผล

797
00:53:05.825 --> 00:53:08.903
หรือ Process ก็ใช้สมองในการ

798
00:53:09.826 --> 00:53:12.902
Process นั่นเอง ส่วนสมองของคอมพิวเตอร์

799
00:53:13.828 --> 00:53:16.903
ก็คือ CPU นั่นเองนคะ

800
00:53:17.830 --> 00:53:20.905
เห็นไหมคะ ลักษณะของคอมพิวเตอร์

801
00:53:21.831 --> 00:53:24.905
ก็ทำงานเลียนแบบมาจากคนนั่นล่ะ

802
00:53:25.833 --> 00:53:28.904
เพื่อใช้ในการประมวลผลแล้วก็ต้องมีหน่วยความจำ

803
00:53:29.834 --> 00:53:32.910
เห็นไหมคะ เพื่อเก็บ เก็บข้อมูลแล้วก็

804
00:53:33.835 --> 00:53:36.903
มีฮาร์ดดิสก์ไว้สำหรับเก็บ

805
00:53:37.836 --> 00:53:40.903
ที่จะเกี่ยวกับการประมวลผลนั่นเองนะคะ ตามยุคตามสมัย

806
00:53:41.837 --> 00:53:44.903
ว่าอย่างนั้นเถอะ ทีนี้มาดูในส่วนของการ

807
00:53:45.838 --> 00:53:48.903
แสดงผล ถ้าเป็นคนวิธีการจะแสดงผลลัพธ์

808
00:53:49.841 --> 00:53:52.903
ของคน ก็คือใช้วิธีพูด วิธีอ่าน

809
00:53:53.843 --> 00:53:56.907
วิธีเขียน หรือใช้การเคลื่อนไหว

810
00:53:57.849 --> 00:54:00.903
หรือท่าทางนั่นเอง หรือเด็กหู

811
00:54:01.851 --> 00:54:04.903
พูดไม่ได้ อ่านไม่ได้ก็ใช้ภาษามือ

812
00:54:05.853 --> 00:54:08.907
ก็คือการเคลื่อนไหว ก็คือท่าทางภาษามือนั่นเอง

813
00:54:09.854 --> 00:54:12.904
แต่คอมพิวเตอร์นี่ จะแสดงผ่านหน้าจอ

814
00:54:13.855 --> 00:54:16.903
หรือผ่านเครื่องพิมพ์นะคะ

815
00:54:17.857 --> 00:54:20.905
หรือถ้ายังไม่แสดงเก็บไว้ก็คือเก็บไว้

816
00:54:21.859 --> 00:54:24.910
ในฮาร์ดดิสก์ก็ได้ อย่างนี้นะคะ

817
00:54:25.861 --> 00:54:28.903
ทีนี้สิ่งเรารู้ไปแล้วว่าคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร

818
00:54:29.862 --> 00:54:32.904
ทีนี้เราทำให้คอมพิวเตอร์

819
00:54:33.867 --> 00:54:36.903
ทำงานได้โดยวิธีการเขียนโปรแกรมนี่

820
00:54:37.867 --> 00:54:40.907
มันต้องมีขั้นตอนนะคะ ขั้นตอนการเขียนโ

821
00:54:41.870 --> 00:54:44.904
คอมพิวเตอร์นี่ มีอยู่ด้วยกัน 5 ขั้นตอน

822
00:54:45.871 --> 00:54:48.903
มีอยู่ด้วยกัน 5 ขั้นตอน

823
00:54:49.872 --> 00:54:52.904
บอกแล้วคอมพิวเตอร์นี่อยู่ ๆ ทำเอง

824
00:54:53.873 --> 00:54:56.903
ไม่ได้ ทำด้วยตัวเองไม่ได้นะคะ

825
00:54:57.874 --> 00:55:00.903
คนจะต้องเป็นคนควบคุมหรือสั่งการเท่านั้นนะคะ

826
00:55:01.888 --> 00:55:05.888
หลักในการเขียนโปรแกรม

827
00:55:05.894 --> 00:55:09.894
มี 5 ขั้นนะคะ หลักสำคัญ ๆ นี่

828
00:55:09.896 --> 00:55:13.896
ก็คือ 1. จะต้องมีการวางแผนก่อ

829
00:55:13.897 --> 00:55:17.897
นะคะ อยู่ดี ๆ จะไปสั่งมันทำเลยไม่ได้เดะ

830
00:55:17.898 --> 00:55:21.898
สั่งมาทำเลยไม่ได้

831
00:55:21.898 --> 00:55:25.898
นะคะ เพราะคอมพิวเตอร์บางอย่าง

832
00:55:25.900 --> 00:55:29.900
ทำงานได้เป็นบางอย่าง

833
00:55:29.938 --> 00:55:33.904
เหมือนคอมพิวเตอร์ PC กับโน๊ตบุ๊ก

834
00:55:33.950 --> 00:55:37.903
หรือ Tablat

835
00:55:37.962 --> 00:55:41.903
ลักษระการทำงานก็แตกต่างกัน เพราะเหมือน

836
00:55:41.966 --> 00:55:45.903
ถ้าคอมพิวเตอร์ PC ถ้าจอคอมพิวเตอร์

837
00:55:45.967 --> 00:55:49.906
ไม่ใช่เป็นแบบทัชสกรีน

838
00:55:49.972 --> 00:55:53.904
ถ้าใครใช้มือถือน่ะ

839
00:55:53.977 --> 00:55:57.904
ลักษณะของมันจะมี Touch Screen

840
00:55:57.978 --> 00:56:01.905
การรับข้อมูล

841
00:56:01.979 --> 00:56:05.904
ของมือถือนี่ ก็มีลักษณะคล้าย ๆ คอมพิวเตอร์เหมือนกัน

842
00:56:05.988 --> 00:56:09.905
แต่ทำงานได้ไม่เยอะเท่าคอมพิวเตอร์

843
00:56:09.991 --> 00:56:13.904
ว่าอย่างนั้นเถอะนะคะ ทีนี้

844
00:56:13.994 --> 00:56:17.904
มาดู ขั้นแรก วางแผน

845
00:56:17.995 --> 00:56:21.904
ว่าจะทำอะไร ว่าเราจะให้คอมพิวเตอร์ทำอะไร

846
00:56:21.999 --> 00:56:25.903
เราต้องมีแผนให้มันเสียก่อน

847
00:56:25.999 --> 00:56:29.903
ทำอะไรต่อ ต้องมาวิเคราะห์ค่ะ วิเคราะห์ปัญหา

848
00:56:30.000 --> 00:56:33.903
แผนจะเกิดจากไหน

849
00:56:34.001 --> 00:56:37.903
เกิดจากการที่ เกิดปัญหาขึ้นมาเสียก่อน

850
00:56:38.002 --> 00:56:41.903
ว่าอยู่ ๆ จะเขียนโปรแกรม 1 โปรแกรมนี่จะเป็นอย่างไร

851
00:56:42.010 --> 00:56:45.905
ไม่ใช่นึกอยากเขียนก็เขียน ไม่ใช่ เพราะ

852
00:56:46.024 --> 00:56:49.903
หลักการที่เราจะเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ขึ้นมา

853
00:56:50.024 --> 00:56:53.905
เพื่อพัฒนาระบบหรือไปแก้ปัญหา

854
00:56:54.026 --> 00:56:57.903
ที่คนไม่สามารถไปทำงานได้

855
00:56:58.029 --> 00:57:01.903
อย่างนี้จะเป็นลักษณะนั้นนะคะ

856
00:57:02.030 --> 00:57:05.903
พอทำแผนเสร็จ มาวิเคราะห์ปัญหาก่อนนะคะ

857
00:57:06.033 --> 00:57:09.902
เมื่อรู้ปัญหาแล้ว วิเคราะห์

858
00:57:10.033 --> 00:57:13.903
ออกมาแล้วว่าวิเคราะห์ปัญหาอะไรเป็นอย่างไร

859
00:57:14.039 --> 00:57:17.905
นี่ เราก็ต้องมาออกแบบให้มัน Design นั่นเอง

860
00:57:18.040 --> 00:57:21.904
นะคะ ดีไซน์ให้คอมพิวเตอร์ทำงานนั่งเอง

861
00:57:22.041 --> 00:57:25.903
ออกแบบว่า จะให้คอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร

862
00:57:26.059 --> 00:57:29.902
เมื่อรู้ขั้นตอนการออกแบบแล้ว

863
00:57:30.060 --> 00:57:33.903
มาพัฒนาโปรแกรม ซึ่งในส่วนของ

864
00:57:34.068 --> 00:57:37.902
การพัฒนาโปรแกรมนี่

865
00:57:38.069 --> 00:57:41.902
มีขั้นตอนย่อย ๆ อีก 3 ขั้นตอน

866
00:57:42.070 --> 00:57:45.902
ของการเขียนเห็นไหมคะ เขียนเสียก่อน แล้วก็ทำอะไร

867
00:57:46.070 --> 00:57:49.902
ทดสอบค่ะ ก็คือเอาโปรแกรมที่เราเขียนนี่

868
00:57:50.070 --> 00:57:53.902
ไปทดสอบก่อน ทดสอบเพื่ออะไร

869
00:57:54.072 --> 00:57:57.902
เพื่อหาข้อผิดพลาดหรือดีบัค

870
00:57:58.074 --> 00:58:01.904
เราจะต้อง Coding

871
00:58:02.074 --> 00:58:05.902
Testing ก็คือทดสอบ Test เสร็จก็

872
00:58:06.075 --> 00:58:09.912
ดู Debugging ก็คือดูข้อผลิดพลาด

873
00:58:10.075 --> 00:58:13.902
เป็นไปไม่ได้ว่า เขียนโปรแกรมแล้ว

874
00:58:14.076 --> 00:58:17.902
จะไม่มีบัค ไม่มี Debuging น่ะ

875
00:58:18.082 --> 00:58:21.902
ปกติเขียนโปรแกรมนี่

876
00:58:22.087 --> 00:58:25.902
มันจะต้องเกิดปัญหาเสมอ จะต้องมี Debugging เสมอ

877
00:58:26.088 --> 00:58:29.901
ครั้งแรกจะต้องติด ลืมนั่นลืมนี่

878
00:58:30.089 --> 00:58:33.922
ตรงนั้นพลาดไป ตรงนี้พลาดไป

879
00:58:34.090 --> 00:58:37.911
และสุดท้ายในขั้นตอนการพัฒนา

880
00:58:38.091 --> 00:58:41.901
ก็คือเมื่อเกิดข้อผิดพลากนี่

881
00:58:42.092 --> 00:58:45.902
มันก็จะวนย้อนกลับไปก่อน ก็จะต้องไปดู

882
00:58:46.093 --> 00:58:49.904
ที่ Code ใหม่ แล้วก็ไปดู Coding ฃ

883
00:58:50.094 --> 00:58:53.907
ใหม่ แล้วก็เอามา Test ใหม่ แล้วก็มาดู Debugging ใหม่

884
00:58:54.095 --> 00:58:57.901
เมื่อมันไม่มีปัญหาอะไรแล้วนี่

885
00:58:58.096 --> 00:59:01.912
มันจะอยู่พอใช้ ๆ ไป

886
00:59:02.101 --> 00:59:05.902
มันก็จะมาถึงขั้นตอนสุดท้าย ก็คือรักษา

887
00:59:06.104 --> 00:59:09.901
โปรแกรมนะคะ ต้องคอยหมั่น อาจจะมี

888
00:59:10.105 --> 00:59:13.901
การดูแลรักษาในทีนี้ อาจจะ

889
00:59:14.108 --> 00:59:17.902
ไม่ใช่ทำความสะอาดนะ ของโปรแกรมเช่น

890
00:59:18.109 --> 00:59:21.901
มาดูว่ามีอะไรเพิ่มไหม ก็คือต้องมีการเพิ่มข้

891
00:59:22.110 --> 00:59:25.902
ก็คือต้องมีการอัปเดตข้อมูล เหมือน Windows น่ะ

892
00:59:26.111 --> 00:59:29.902
เดี๋ยวนี้ Windows อัปเดตบ่อย

893
00:59:30.112 --> 00:59:33.905
บางทีทุกเดือนบางที

894
00:59:34.113 --> 00:59:37.903
2 อาทิตย์ 3 อาทิตย์

895
00:59:38.116 --> 00:59:41.905
การมันจะอยู่ในส่วนของการดูแลรักษาโปรแกรม

896
00:59:42.119 --> 00:59:45.906
มันจะมีการอัปเดตออกมา

897
00:59:46.121 --> 00:59:49.903
เพื่อพัฒนาตัวโปรแกรมเพื่อสามารถทำงานได้ดียิ่งขึ้น

898
00:59:50.126 --> 00:59:53.904
ยิ่งขึ้นนะคะ

899
00:59:54.127 --> 00:59:57.903
นี่ก็คือขั้นตอนที่เราจะต้อง

900
00:59:58.128 --> 01:00:01.910
จำไว้นะคะ นั่นก็คือหลักการเขียนโปร

901
01:00:02.129 --> 01:00:05.905
ทีนี้ในส่วนของ

902
01:00:06.130 --> 01:00:09.904
การพัฒนาโปรแกรม

903
01:00:10.134 --> 01:00:13.904
เรามาดูรายละเอียดกันว่า Planning นี่

904
01:00:14.135 --> 01:00:17.905
เห็นไหมคะ ได้มีการอธิบายไว้ว่า

905
01:00:18.136 --> 01:00:21.905
ก็คือการวางแผนนะคะ

906
01:00:22.137 --> 01:00:25.916
วางแผน เราจะวางแผนได้อย่างไร

907
01:00:26.138 --> 01:00:29.917
เราจะต้องมองปัญหาก่อน หาปัญหา

908
01:00:30.140 --> 01:00:33.907
หาขั้นตอน หาเครื่องมือนะตะ

909
01:00:34.141 --> 01:00:37.905
คือเราจะต้องรู้ก่อนว่าสิ่งที่เราจะทำนี่

910
01:00:38.142 --> 01:00:41.906
เรามีเครื่องมือพร้อมไหม

911
01:00:42.143 --> 01:00:45.907
ต้องมาตรวจสอบหน่วยงาน สมมติหน่วยงานหน่วยงานหนึ่งนี่

912
01:00:46.144 --> 01:00:49.906
ต้องการพัฒนาโปรแกรมขึ้นมา 1 โปรแกรมนี่

913
01:00:50.145 --> 01:00:53.908
อยู่ ๆ ทำเลยไม่ได้ เราต้องไปดูก่อนว่า

914
01:00:54.146 --> 01:00:57.908
สิ่งที่จะใช้ในการเขียนโปรแกรม

915
01:00:58.148 --> 01:01:01.907
เครื่องใช่ไหมคะ เราต้องมีคอมพิวเตอร์

916
01:01:02.152 --> 01:01:05.911
เพราะเขียนโปรแกรมด้วยมือไม่ได้ ต้องใช้คอมพิวเตอร์

917
01:01:06.154 --> 01:01:09.907
เพราะถ้าเขียนด้วยมือ เราจะไม่สามารถ Testing

918
01:01:10.155 --> 01:01:13.910
ได้ เมื่อ Tasting ไม่ได้ เราก็มา Debug

919
01:01:14.156 --> 01:01:17.908
เห็นไหมคะ ก็เขียนข้อผิดพลาดไม่ได้

920
01:01:18.159 --> 01:01:21.908
ถึงได้บอกว่า เราจะ

921
01:01:22.160 --> 01:01:25.908
วิชาเราถึงต้องเป็นวิชาปฏิบัติ

922
01:01:26.161 --> 01:01:29.908
มันเขียนด้วยมือไม่ได้ การเขียน

923
01:01:30.163 --> 01:01:33.908
ด้วยมือน่ะ คือ เขียนตอนไปสอบ

924
01:01:34.163 --> 01:01:37.909
เป็นความรู้ ความจำแล้วอันนั้นน่ะ

925
01:01:38.164 --> 01:01:41.909
แต่ในทางปฏิบัติแล้ว มันต้อง

926
01:01:42.165 --> 01:01:45.915
เขียนด้วยคอมพิวเตอร์นะคะ เราต้องมาดูว่าเรามี

927
01:01:46.166 --> 01:01:49.913
เครื่องไม้เครื่องมืออะไร เรามีอะไร

928
01:01:50.167 --> 01:01:53.911
วางแผนว่าถ้าไม่มีจะทำอย่างไรนะคะ

929
01:01:54.169 --> 01:01:57.910
จะใช้อะไรมาช่วยหรือต้องอะไรมาเพิ่ม

930
01:01:58.170 --> 01:02:01.910
ในการวางแผนนะคะ

931
01:02:02.172 --> 01:02:05.910
เสร็จแล้วิเคราะห์ปัญหา

932
01:02:06.174 --> 01:02:09.912
วิเคราะห์ตามอะไร เห็นไหม วิเคราะห์

933
01:02:10.178 --> 01:02:13.910
ตามการทำงานของคอมพิวเตอร์เลย

934
01:02:14.180 --> 01:02:17.911
สิ่งที่เราต้องการ Input

935
01:02:18.183 --> 01:02:21.927
cation หรือการระบุข้อมูลเข้า

936
01:02:22.198 --> 01:02:25.911
ต้องวิเคราะห์ให้เหมือนว่า

937
01:02:26.199 --> 01:02:29.911
เหมือนเราต้องคิดว่าตอนนี้ถ้าเราเป็นคอมพิวเตอร์นี่

938
01:02:30.200 --> 01:02:33.912
สิ่งที่คอมพิวเตอร์รับ

939
01:02:34.202 --> 01:02:37.911
เข้าไปได้มีอะไรบ้าง จะป้อนอะไรเข้าไปในคอมพิวเตอร์บ้าง

940
01:02:38.203 --> 01:02:41.912
เห็นไหมคะ นั่นก็คือวิเคราะห์

941
01:02:42.207 --> 01:02:45.915
ส่วนของการระบุเข้า จะป้อนอะไรเข้าไปให้มัน

942
01:02:46.208 --> 01:02:49.912

943
01:02:50.209 --> 01:02:53.912
ทีนี้เมื่อมองสิ่งที่ป้อนเข้าไป

944
01:02:54.210 --> 01:02:57.919
ต้องมามองสิ่งที่ออกมา ก็คือเมื่อมองข้อมูลนี้

945
01:02:58.214 --> 01:03:01.920
อยากได้อะไรออกมาเห็นไหมคะ การระบุข้อมูลออก

946
01:03:02.215 --> 01:03:05.913
ออก Input Ex... catio

947
01:03:06.216 --> 01:03:09.913
ก็คือต้องดูจากอะไร ต้องดูจาก

948
01:03:10.219 --> 01:03:13.915
สิ่งที่นำเข้า เอาอะไรเข้าไป

949
01:03:14.221 --> 01:03:17.920
แล้วก็มาดูที่ผลลัพธ์ที่เราอยากให้คอมพิวเตอร์แสดง

950
01:03:18.227 --> 01:03:21.916
แสดงผลออกมานะคะ เราอยากให้คอมพิวเตอร์

951
01:03:22.232 --> 01:03:25.913
แสดงอะไรออกมาเห็นไหมคะ นั่นก็คือ

952
01:03:26.233 --> 01:03:29.918
ต้องมาวิเคราะห์แล้วว่าอยากให้คอมพิวเตอร์ทำอะไรได้ แสดงอะไรได้

953
01:03:30.238 --> 01:03:33.917
นะคะ ก็จะเป็นส่วนของ Output

954
01:03:34.242 --> 01:03:37.914
นะคะ และเมื่อรู้ว่าป้อนอะไรเข้าไป

955
01:03:38.245 --> 01:03:41.914
เข้าไปผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ทีนี้มาดู

956
01:03:42.246 --> 01:03:45.933
การประมวลผลนะคะ เราจะต้องมากำหนด

957
01:03:46.248 --> 01:03:49.914
มันจะต้องประมวลผลอย่างไร ก็คือ

958
01:03:50.248 --> 01:03:53.916
กำหนดวิธีการให้เครื่องมันดำเนินผล

959
01:03:54.249 --> 01:03:57.919
กำหนดให้เครื่องมันคิด เห็นไหมคะ คอมพิวเตอร์มันคิดเองไม่ได้

960
01:03:58.266 --> 01:04:01.915
นะคะ ทำเองไม่ได้ เราต้องสั่งเขา

961
01:04:02.266 --> 01:04:05.917
เพราะฉะนั้น

962
01:04:06.268 --> 01:04:09.916
เราจะสั่งเขาได้ เราต้องเข้าใจการทำงานของคอมพิวเตอร์ก่อน

963
01:04:10.280 --> 01:04:13.919
นะคะ เพราะฉะนั้น องค์ประกอบ

964
01:04:14.282 --> 01:04:17.916
ที่จะทำให้คอมพิวเตอร์ทำงาน

965
01:04:18.284 --> 01:04:21.915
ได้มีอยู่แค่ 3 ส่วนก็คือ Input

966
01:04:22.290 --> 01:04:25.921
Output แล้วก็ Process

967
01:04:26.300 --> 01:04:29.915
เห็นไหมคะ จะย้ำเสมอ ให้ท่องเลย

968
01:04:30.308 --> 01:04:33.918
จะทำงานเมื่อมี Input เข้ามา เสร็จแล้ว

969
01:04:34.312 --> 01:04:37.924
ทำอะไร เสร็จแล้วเมื่อรับ Input เข้ามาคอมพิวเตอร์

970
01:04:38.313 --> 01:04:41.916
ทำการประมวลผล ก็คือ Process Process เพื่ออะไร

971
01:04:42.316 --> 01:04:45.916
เพื่อแสดงผล ก็คือ Output เห็นไหมคะ Input

972
01:04:46.319 --> 01:04:49.917
Process แล้วก็ Output ออกมา

973
01:04:50.323 --> 01:04:53.919
จะต้องดูจาก Input Output

974
01:04:54.325 --> 01:04:57.917
แล้วก็ Process การวิเคราะห์จะดูอีก

975
01:04:58.326 --> 01:05:01.917
มุมหนึ่งนะคะ แต่การทำงานของคอมพิวเตอร์จะเรียงตามขั้น

976
01:05:02.327 --> 01:05:05.917
ก็คือป้อนข้อมูลเข้าไป ประมวลผล

977
01:05:06.330 --> 01:05:09.917
แล้วก็แสดงผล ก็คือ Input, Output แล้วก็ Process

978
01:05:10.332 --> 01:05:13.918
แต่ในขั้นตอนการวิเคราะห์นี่เราจะต้อง

979
01:05:14.359 --> 01:05:17.917
เริ่มจาก Input Output แล้วก็ Process

980
01:05:18.359 --> 01:05:21.918
นะคะ ต่างกัน อย่าจำสับสนนะคะ

981
01:05:22.362 --> 01:05:25.917
ทีนี้เมื่อรู้แล้ว

982
01:05:26.363 --> 01:05:29.920
เห็นไหมคะ เมื่อวิเคราะห์ออกมาแล้ว เราก็มาออกแบบ

983
01:05:30.363 --> 01:05:33.920
ตัวนี้ล่ะค่ะ ที่จะเป็นหลัก

984
01:05:34.365 --> 01:05:37.920
ในการจะเขียนโปรแกรมได้นี่ ไม่ใช่

985
01:05:38.366 --> 01:05:41.919
พอวิเคราะห์เสร็จไปนั่งคีย์ เขียนโปรแกรมนะคะ

986
01:05:42.366 --> 01:05:45.918
มาทำการออกแบบให้มันเสียก่อน

987
01:05:46.367 --> 01:05:49.918
ออกแบบไม่ใช่ออกแบบให้มัน ออกแบบให้คนนี่ล่ะ

988
01:05:50.373 --> 01:05:53.918
ออกแบบให้สมนุษย์นี่นะคะ เพราะอะไร เพราะ

989
01:05:54.376 --> 01:05:57.919
เราจะต้องหลักการ

990
01:05:58.391 --> 01:06:01.920
ออกแบบในสคอมพิวเตอร์นี่ ในภาษาคอมพิวเตอร์

991
01:06:02.392 --> 01:06:05.929
เราจะใช้คำว่า "Algorithm"

992
01:06:06.396 --> 01:06:09.920
เด็ก ๆ จะต้องจำคำนี้นะคะ

993
01:06:10.397 --> 01:06:13.921
เพราะคำนี้ ถ้าถามถึง อัลกอริธึม เมื่อถามถึง

994
01:06:14.398 --> 01:06:17.920
เด็ก ๆ จะต้องเข้าใจให้ได้ก่อน

995
01:06:18.399 --> 01:06:21.920
นะคะ ทีนี้ อัลกอริทึม

996
01:06:22.400 --> 01:06:25.921
ที่เราจะเรียนนี่

997
01:06:26.403 --> 01:06:29.924
วิธีทำจะมีอยู่ 3 ลักษณะก็คือ

998
01:06:30.404 --> 01:06:33.920
อัลกอริทึมแบบที่ 1 เป็นการบรรยายา

999
01:06:34.406 --> 01:06:37.921
นะคะ Manative Description ก็คือ

1000
01:06:38.407 --> 01:06:41.920
ใช้คำพูด ใช้วิธีการบรรยายออกมาเป็นตัวอักษร

1001
01:06:42.423 --> 01:06:45.921
เด็ก ๆ จะต้องเขียนออกมา

1002
01:06:46.425 --> 01:06:49.927
เขียนอัลกอริทึมออกมา

1003
01:06:50.427 --> 01:06:53.921
เขียน เขียนแบบไหน เขียนบรรยาย

1004
01:06:54.428 --> 01:06:57.921
เห็นไหมคะ นั่นก็คืออัลกอริธึมแบบบรรยายนะคะ

1005
01:06:58.428 --> 01:07:01.921
ทีนี้มาดูอัลกอริทึมแบบต่อไป

1006
01:07:02.429 --> 01:07:05.921
แบบเป็นผังลำดับงาน หรือเป็น

1007
01:07:06.430 --> 01:07:09.921
Flowchart ก่อนจะเรียน

1008
01:07:10.432 --> 01:07:13.922
ได้ให้ไปค้นคำนี้มาแล้วใช่ไหมคะ

1009
01:07:14.433 --> 01:07:17.922
อัลกอริทึม โฟร์ชาร์ท

1010
01:07:18.434 --> 01:07:21.921
อันดับสุดท้าย หรือ รหัสจำลอง

1011
01:07:22.436 --> 01:07:25.921
มันจะอ่านว่าซูโด้โค้ด

1012
01:07:26.437 --> 01:07:29.922
มาดูในส่วนของ Flowchart

1013
01:07:30.441 --> 01:07:33.922
ตัวนี้เราจะใช้วิธี

1014
01:07:34.442 --> 01:07:37.929
เขียนเป็นรูปภาพแสดงขั้นตอน

1015
01:07:38.443 --> 01:07:41.923
นะคะ ก็คือเราจะต้องทำรูปภาพ

1016
01:07:42.447 --> 01:07:45.922
ที่แสดงให้เห็นขั้นตอนการทำงานของโปรแกรม

1017
01:07:46.448 --> 01:07:49.923
หรือการแก้ปัญหาของโปรแกรมนั่นเองนะคะ

1018
01:07:50.457 --> 01:07:53.922
และตัวต่อมา ซูโด้โค้ด

1019
01:07:54.460 --> 01:07:57.923
ซูโด้โค้ดตัวนี้

1020
01:07:58.461 --> 01:08:01.923
จะเป็นตัวเริ่มต้นของการเขียนโปรแกรม

1021
01:08:02.462 --> 01:08:05.923
นะคะ จะเป็นคำข้อความนี่

1022
01:08:06.462 --> 01:08:09.923
นี่ที่แสดง

1023
01:08:10.463 --> 01:08:13.923
เขียนแสดงขั้นตอนการทำงานของโปรแกรมนั่นเอง

1024
01:08:14.464 --> 01:08:17.924
สามารถเขียนได้เป็นภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษ

1025
01:08:18.465 --> 01:08:21.923
แต่แม่จะสอนให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษ

1026
01:08:22.467 --> 01:08:25.926
ภาษาอังกฤษแล้วมันจะต่อเนื่องไปถึงการเขียนโปรแกรม

1027
01:08:26.467 --> 01:08:29.923
จะได้จำง่ายแล้วก็ฝึกภาษาอังกฤษไปด้วยในตัว

1028
01:08:30.473 --> 01:08:33.924
สิ่งที่เด็ก ๆ จะต้องใช้

1029
01:08:34.474 --> 01:08:37.926
เพิ่มนะคะ ก็คือ

1030
01:08:38.478 --> 01:08:41.925
ต้องหัดใช้ Google แปล

1031
01:08:42.479 --> 01:08:45.924
ให้คล่อง เวลาเราเรียนนี่เปิดไว้เลย

1032
01:08:46.480 --> 01:08:49.925
Google แปลภาษา เพราะเราจะต้อง

1033
01:08:50.486 --> 01:08:53.924
เอาคำศัพท์คอมพิวเตอร์นี่มาใช้

1034
01:08:54.488 --> 01:08:57.924
คำศัพท์มันก็จะต้องเป็นภาษาอังกฤษนะคะ

1035
01:08:58.489 --> 01:09:01.924
ตั้งชื่อตัวแปรนี่ คอมพิวเตอร์

1036
01:09:02.490 --> 01:09:05.924
มันจะไม่รู้จักการสั่งงานที่เป็นภาษาไทยนะ

1037
01:09:06.491 --> 01:09:09.925
คอมพิวเตอร์จะทำงานผ่านภาษาอังกฤษเท่านั้น

1038
01:09:10.492 --> 01:09:13.924
นะคะ เพราะฉะนั้น เราจะต้อง

1039
01:09:14.494 --> 01:09:17.927
หมั่นใช้โปรแกรม Google แปลให้คล่อง ๆ

1040
01:09:18.496 --> 01:09:21.924
พิมพ์ให้ไว ๆ สิ่งที่อยากให้เด็ก ๆ

1041
01:09:22.497 --> 01:09:25.924
เรียนเพิ่ม ฝึกหัดเพิ่มเติมก็คือ

1042
01:09:26.498 --> 01:09:29.925
นะคะ พิมพ์คอมพิวเตอร์น่ะค่ะ

1043
01:09:30.499 --> 01:09:33.925
น่ะค่ะ เพื่อให้พิมพ์เร็ว เพราะเวลาเขียน

1044
01:09:34.500 --> 01:09:37.925
เวลาเรา Coding น่ะค่ะ เราจะได้ตามกันทันนะคะ

1045
01:09:38.501 --> 01:09:41.928
เมื่อกี้อธิบาย

1046
01:09:42.502 --> 01:09:45.925
ถึงรูปแบบของอัลกอริทึมที่เราจะทำกันไปแล้วนะคะ ทีนี้

1047
01:09:46.503 --> 01:09:49.925
ลองมาดูความหมายของอัลกอริทึม

1048
01:09:50.504 --> 01:09:53.926
อีกทีหนึ่งนะคะ อัลกอริธึม

1049
01:09:54.505 --> 01:09:57.926
มันก็คือการอธิบาย อธิบายการทำงานขอโปรแกรม

1050
01:09:58.510 --> 01:10:01.926
โดยต้องอธิบายให้เป็นขั้นตอน

1051
01:10:02.525 --> 01:10:05.927
นะคะ คอมพิวเตอร์มันจะทำงานเป็นขั้นเป็นตอน

1052
01:10:06.525 --> 01:10:09.926
เท่านั้นนะคะ มันจะไม่เหมือนคนน่ะ

1053
01:10:10.527 --> 01:10:13.926
คนนี่เวลาเขียนอัลกอริทึม สมมติ

1054
01:10:14.528 --> 01:10:17.926
นะคะ สมมติอยากให้เด็ก ๆ

1055
01:10:18.529 --> 01:10:21.926
เมื่อเช้า เมื่อเช้าเดชาพล

1056
01:10:22.530 --> 01:10:25.928
เรามี Case Study

1057
01:10:26.531 --> 01:10:29.927
เพราะจากการกินข้าวเช้าเมื่อเช้า

1058
01:10:30.534 --> 01:10:33.932
มาม่าเกาหลีต้มหรืออย่างไรคะลูก

1059
01:10:34.536 --> 01:10:37.927
(นักศึกษาชาย) เป็นแบบ... (อาจารย์) สำเร็จ

1060
01:10:38.539 --> 01:10:41.927
(นักศึกษาชาย) ต้มครับ เป็นซองครับ (อาจารย์)

1061
01:10:42.541 --> 01:10:45.927
สมมติ สมมตินะคะ

1062
01:10:46.542 --> 01:10:49.927
ตอนนี้จะให้เดชาพล ไม่ให้เขียนแต่จะให้ใช้วิธีการ

1063
01:10:50.542 --> 01:10:53.927
อธิบายการทำมาม่าเกาหลีของเดชาพล

1064
01:10:54.543 --> 01:10:57.927
(นักศึกษาชาย) ก็คือ (อาจารย์) อธิบายให้เพื่อนฟังสิ

1065
01:10:58.544 --> 01:11:01.927
(นักศึกษาชาย) ขั้นแรกก็คือต้มน้ำ

1066
01:11:02.545 --> 01:11:05.928
ก่อนครับ (อาจารย์) ต้อมน้ำก่อน (นักศึกษาชาย) แล้วก็มีวิธีแบบเร็

1067
01:11:06.550 --> 01:11:09.927
กาแบบเร็วอยู่ครับ ก็ต้ม

1068
01:11:10.551 --> 01:11:13.928
พอน้ำเดือด แล้วก็ฉีกซองครับ แล้วก็

1069
01:11:14.552 --> 01:11:17.928
เอาเส้นมันใส่เข้าไปในถ้วยที่เราเตรียมไว้

1070
01:11:18.553 --> 01:11:21.928
จากนั้นก็เอาน้ำร้อนที่เดือดเมื่อกี้น่ะครับ

1071
01:11:22.554 --> 01:11:25.928
ใส่เข้าไปแล้วก็เอาฝาปิดถ้วยครับ แล้วก็

1072
01:11:26.556 --> 01:11:29.930
รอให้เส้นมันสุกครับ ให้เส้น

1073
01:11:30.557 --> 01:11:33.927
มันพร้อมที่จะกินได้แล้ว

1074
01:11:34.558 --> 01:11:37.928
ไปเทน้ำออกแล้วก็ใส่เครื่องปรุงครับ

1075
01:11:38.559 --> 01:11:41.928
แล้วก็

1076
01:11:42.561 --> 01:11:45.928
ถึงขั้นตอนการกินแล้วครับ (อาจารย์) ถึงขั้นตอนการกินแล้วครับ

1077
01:11:46.562 --> 01:11:49.928
นี่คือวิธีของเดชาพลนะ เดี๋ยว

1078
01:11:50.565 --> 01:11:53.928
แม่จะลองถามเพื่อนคนอื่น เอาใครดี

1079
01:11:54.566 --> 01:11:57.928
ลองให้เด็กหูบ้าง พี่แฝด ๆ

1080
01:11:58.567 --> 01:12:01.928
พี่แฝด แฝดนะ

1081
01:12:02.568 --> 01:12:05.929
ถามแฝดนะ ถ้าจะต้มมาม่า

1082
01:12:06.569 --> 01:12:09.929
แฝดนะครับ ถ้าจะต้มมาม่า

1083
01:12:10.570 --> 01:12:13.929
แฝดจะทำอย่างไร ต้มมาม่าเป็นไหม

1084
01:12:14.571 --> 01:12:17.928

1085
01:12:18.573 --> 01:12:21.929

1086
01:12:22.575 --> 01:12:25.928

1087
01:12:26.576 --> 01:12:29.929

1088
01:12:30.577 --> 01:12:33.929
ที่นี้เราไม่ได้ยินเสียงล่ามนะ

1089
01:12:34.578 --> 01:12:37.929
(ล่าม) ขอโทษทีค่ะ ลืมเปิด Mute ค่ะ

1090
01:12:38.579 --> 01:12:41.929

1091
01:12:42.581 --> 01:12:45.931
ไม่เป็นอะไร (ล่าม) ก็ทำบ่อยอยู่ครับ

1092
01:12:46.589 --> 01:12:49.929
(อาจารย์) อย่างนั้นแฝดลองอธิบายการต้มมาม่าของแฝดให้ฟังหน่อย

1093
01:12:50.597 --> 01:12:53.936
บอกขั้นตอน

1094
01:12:54.598 --> 01:12:57.929
บอกขั้นตอนการต้มมาม่า

1095
01:12:58.599 --> 01:13:01.933
อันดับแรกทำอะไรก่อน

1096
01:13:02.600 --> 01:13:05.930

1097
01:13:06.601 --> 01:13:09.931

1098
01:13:10.603 --> 01:13:13.932
(ล่าม) ไม่ใช่ ๆ

1099
01:13:14.605 --> 01:13:17.930
ไม่ใช่ เขา...

1100
01:13:18.607 --> 01:13:21.937

1101
01:13:22.609 --> 01:13:25.930
มาม่ารู้ไหม (อาจารย์) ลองสิ

1102
01:13:26.610 --> 01:13:29.930
ต้ม ทำแบบไหน

1103
01:13:30.611 --> 01:13:33.933
ขั้นตอนทำแบบไหน

1104
01:13:34.613 --> 01:13:37.930
(ล่าม) มาม่านะครับ แล้วก็

1105
01:13:38.615 --> 01:13:41.930
กดน้ำร้อน แล้วก็รอ แล้วก็คน

1106
01:13:42.616 --> 01:13:45.938
แล้วก็พักเอาไว้ครับ

1107
01:13:46.617 --> 01:13:49.930
แล้วก็หมดครับ (อาจารย์) โอ.เค.

1108
01:13:50.619 --> 01:13:53.930
เห็นไหม ของเดชาพล ก็คือ

1109
01:13:54.620 --> 01:13:57.930
ต้มน้ำก่อนนะ ขั้นตอนเวลาบอก

1110
01:13:58.621 --> 01:14:01.931
แต่แฝดบอกว่ากดน้ำร้อนเลย

1111
01:14:02.623 --> 01:14:05.931
ข้ามขั้นตอนหนึ่งไป ก็คือแฝดจะไม่ได้บอกต้มน้ำ

1112
01:14:06.631 --> 01:14:09.931
เห็นไหมคะ อัลกอริธึมนี่จะเป็นการบอก

1113
01:14:10.632 --> 01:14:13.931
การทำงานนั่นเองเห็นไหมคะ ซึ่ง

1114
01:14:14.633 --> 01:14:17.931
ซึ่งในความเป็นจริงนี่ถ้าไม่บอกเหมือนแฝดข้ามขั้นตอนการต้มน้ำร้อย

1115
01:14:18.634 --> 01:14:21.932
เหมือนแฝดน่ะข้ามขั้นตอนการต้มน้ำร้อน แต่ละ

1116
01:14:22.634 --> 01:14:25.935
ไว้ในฐานที่เข้าใจ ก็คือเขามีน้ำร้อนอยู่แล้ว

1117
01:14:26.635 --> 01:14:29.934
เขาก็เลยข้ามขั้นตอนนี้ ให้นึกถึงคอมพิวเตอร์

1118
01:14:30.636 --> 01:14:33.938
อยู่ดี ๆ นึกออกนะ น้ำมันไม่ร้อนแล้วเราจะต

1119
01:14:34.638 --> 01:14:37.931
เราจะต้มมาม่าได้ไหม ไม่ได้

1120
01:14:38.639 --> 01:14:41.932
ใช่ไหมคะ ก็คืออัลกอริธึมนี่ จะเป็นการบอกขั้นตอน ก็คือ

1121
01:14:42.640 --> 01:14:45.932
มันจะต้องทำอย่างไรให้เราได้กินมาม่า

1122
01:14:46.641 --> 01:14:49.934
ก็คือบอกขั้นตอนว่า... แต่ไม่

1123
01:14:50.644 --> 01:14:53.932
ไม่ใช่วิธีการกินดิบนึกออกนะ

1124
01:14:54.646 --> 01:14:57.932
กิน ใช่ไหมคะ คือ ถ้ากินดิบ ก็คือเปิดซอง

1125
01:14:58.648 --> 01:15:01.933
แกะมาม่ากิน แต่อันนี้

1126
01:15:02.650 --> 01:15:05.932
เราอยากรู้ว่าถ้าเราจะกินต้มมาม่า

1127
01:15:06.655 --> 01:15:09.932
ขอลองอีกคนหนึ่ง

1128
01:15:10.657 --> 01:15:13.949
วาริศาสิ เห็นพี่เขาไหม

1129
01:15:14.658 --> 01:15:17.932

1130
01:15:18.659 --> 01:15:21.939
เอาเป็น... ไม่เอาต้มมาม่าแล้ว

1131
01:15:22.660 --> 01:15:25.933
ไข่เจียว ทำไข่เจียวสิ

1132
01:15:26.665 --> 01:15:29.937
เคยทำไข่เจียงไหม วาริศา

1133
01:15:30.667 --> 01:15:33.932
(ล่าม) มีค่ะ เคยทำค่ะ (อาจารย์)

1134
01:15:34.676 --> 01:15:37.933
ไหนลองบอกสิ ถ้าวาริษาทำไข่เจียว ทำอย่างไร

1135
01:15:38.679 --> 01:15:41.933

1136
01:15:42.681 --> 01:15:45.933
สัญญาณกล้องวาริศาไม่ค่อย... (ล่าม)

1137
01:15:46.682 --> 01:15:49.933
แล้วก็จะใช้ซ้อม เหยาะซีอิ้ว

1138
01:15:50.687 --> 01:15:53.937
แล้วก็คนอนะคะ ตีให้ผสมกันค่ะ แล้วก็

1139
01:15:54.688 --> 01:15:57.933
ตั้งกระทะนะคะ ร้อนแล้วก็เทน้ำมันลงไปค่ะ

1140
01:15:58.689 --> 01:16:01.935
แล้วก็เทไข่ที่เมื่อกี้ผสมนะคะ

1141
01:16:02.691 --> 01:16:05.935
แล้วก็ ขอโทษนะ ภาษามือ

1142
01:16:06.692 --> 01:16:09.933
(อาจารย์) สัญญาณ

1143
01:16:10.693 --> 01:16:13.934
ไม่ค่อยชัด

1144
01:16:14.695 --> 01:16:17.939
กล้องมันไหว

1145
01:16:18.696 --> 01:16:21.934

1146
01:16:22.698 --> 01:16:25.934
ก็จะมีการตอกไข่ค่ะ

1147
01:16:26.698 --> 01:16:29.943
ลงในถ้วยนะคะ แล้วก็ใส่น้ำปลา

1148
01:16:30.699 --> 01:16:33.933
ค่ะ แล้วก็ใส่เครื่องปรุง

1149
01:16:34.702 --> 01:16:37.933
ต่าง ๆ แล้วก็ใช้ซ้อมคน ซ้อม

1150
01:16:38.710 --> 01:16:41.937
ตีไข่น่ะค่ะ จากนั้นก็นำกระทะลงบนเตา

1151
01:16:42.712 --> 01:16:45.934
แล้วก็รอให้กระทะเดือดนะคะ แล้วก็ใส่ไข่ เสร็จ

1152
01:16:46.716 --> 01:16:49.935
แล้วก็เราก็จะโปะใส่ข้าวค่ะ

1153
01:16:50.717 --> 01:16:53.934
แล้วก็จะเปาะใส่ข้าว (อาจารย์) เสร็จแล้ว

1154
01:16:54.718 --> 01:16:57.934
ขนาดนี้อธิบายละเอียดนะคะ

1155
01:16:58.719 --> 01:17:01.939
เพราะบอกตั้งแต่ตีไข่ยันกระทั่งใส่เครื่องปรุง

1156
01:17:02.720 --> 01:17:05.934
ใช้ส้อมด้วย ใช้ส้อมตีนะคะ

1157
01:17:06.721 --> 01:17:09.934
เดี๋ยวลองภากรณ์บ้าง

1158
01:17:10.722 --> 01:17:13.939
เคยตีไข่ใหม่ เดี๋ยวลองเปรียบเทียบเทียบ

1159
01:17:14.724 --> 01:17:17.934
ภากรได้ยินไหมครับ (ล่าม) คนหูหนวก

1160
01:17:18.731 --> 01:17:21.937
หรือคนหู... (อาจารย์) หูหนวก เสื้อสีเทา (อาจารย์)

1161
01:17:22.733 --> 01:17:25.934
สักครู่นะคะ เดี๋ยวล่ามขอตรึงแป๊บนะคะ

1162
01:17:26.736 --> 01:17:29.934

1163
01:17:30.737 --> 01:17:33.934
ภากรหูตึงน่ะ

1164
01:17:34.739 --> 01:17:37.934
(ล่าม) ค่ะ (อาจารย์)

1165
01:17:38.740 --> 01:17:41.934
เคยทำไข่เจียวไหม

1166
01:17:42.741 --> 01:17:45.934
(ล่าม) ก็ทำครับ แต่ส่วนใหญ่จะ

1167
01:17:46.744 --> 01:17:49.936
ใส่น้ำปลาครับ

1168
01:17:50.745 --> 01:17:53.935

1169
01:17:54.747 --> 01:17:57.935
ให้มันเค็ม

1170
01:17:58.754 --> 01:18:01.935
ดูก่อน ๆ ใจเย็น

1171
01:18:02.755 --> 01:18:05.935
ใจเย็น ๆ เดี๋ยว ๆ (อาจารย์)

1172
01:18:06.758 --> 01:18:09.935
มืออย่างไว (ล่าม) เดี๋ยว ๆ (อาจารย์)

1173
01:18:10.760 --> 01:18:13.936
ช้า ๆ หน่อยลูก

1174
01:18:14.760 --> 01:18:17.935
(อาจารย์) ช้า ๆ

1175
01:18:18.761 --> 01:18:21.941
อย่าให้แบบ

1176
01:18:22.762 --> 01:18:25.935
ใจเย็น ๆ เดี๋ยว

1177
01:18:26.763 --> 01:18:29.937
เราจะล่ามพูดด้วย เริ่ม

1178
01:18:30.764 --> 01:18:33.939
ไข่เจียวทำแบบไหน

1179
01:18:34.765 --> 01:18:37.936

1180
01:18:38.767 --> 01:18:41.939
วิธีไข่เจียวของคุณน่ะ

1181
01:18:42.768 --> 01:18:45.935
ภาษามือ อือ ครับ

1182
01:18:46.770 --> 01:18:49.936
ก็จะรอให้น้ำมันร้อน

1183
01:18:50.773 --> 01:18:53.936
ไข่เจียวนะ

1184
01:18:54.774 --> 01:18:57.936
มีหรือ เกี่ยวแบบไหน

1185
01:18:58.783 --> 01:19:01.936
อ๋อ มีใส่หมูสับ (อาจารย์) มีใส่หมูสับด้วย

1186
01:19:02.784 --> 01:19:05.936
มีหมูสับด้วยนะ

1187
01:19:06.787 --> 01:19:09.939
เอาใหม่

1188
01:19:10.790 --> 01:19:13.936

1189
01:19:14.792 --> 01:19:17.939
อธิบายใหม่

1190
01:19:18.794 --> 01:19:21.936

1191
01:19:22.796 --> 01:19:25.936
(อาจารย์) ทำใหม่ ๆ ทำช้า ๆ

1192
01:19:26.797 --> 01:19:29.936
แม่จะได้ดูด้วย

1193
01:19:30.798 --> 01:19:33.936
ภากรณ์นี่ก็

1194
01:19:34.799 --> 01:19:37.937
(อาจารย์) น้ำปลาไหมชิม

1195
01:19:38.800 --> 01:19:41.937
(ล่าม) น้ำปลาหรือ ครับ น้ำปลา

1196
01:19:42.801 --> 01:19:45.937
นะครับ (อาจารย์) ใส่น้ำปลา (ล่าม)

1197
01:19:46.802 --> 01:19:49.937
แล้วอย่างไรต่อ

1198
01:19:50.806 --> 01:19:53.937
แล้วก็น้ำมัน

1199
01:19:54.809 --> 01:19:57.938
รอให้มันร้อน

1200
01:19:58.811 --> 01:20:01.937
(อาจารย์) ต่อครับต่อ ทำต่อ

1201
01:20:02.816 --> 01:20:05.937
อะไรเอ่ย

1202
01:20:06.820 --> 01:20:09.937

1203
01:20:10.822 --> 01:20:13.937
เย็น

1204
01:20:14.823 --> 01:20:17.937
รอให้มันร้อนใช่ไหม

1205
01:20:18.825 --> 01:20:21.938
น้ำมัน อือ แล้ว

1206
01:20:22.826 --> 01:20:25.937
ต่อไหน

1207
01:20:26.831 --> 01:20:29.938

1208
01:20:30.833 --> 01:20:33.937
แดง

1209
01:20:34.834 --> 01:20:37.937
เป็นจุด ๆ

1210
01:20:38.838 --> 01:20:41.937
มะเขือหรือ

1211
01:20:42.839 --> 01:20:45.937
มะเขือเทศหรือแครอท (

1212
01:20:46.840 --> 01:20:49.937
สีแดง (ล่าม) ส้ม ๆ หรือแดง ๆ

1213
01:20:50.842 --> 01:20:53.938
แดง ๆ เป็นจุด ๆ

1214
01:20:54.843 --> 01:20:57.938
(อาจารย์) พริกหรือเปล่า (ล่าม) เห็นหรือเปล่า

1215
01:20:58.844 --> 01:21:01.938
ใส่พริกหรือ

1216
01:21:02.845 --> 01:21:05.938

1217
01:21:06.848 --> 01:21:09.938
เออเว้ย อันนี้เหมือนจะไม่ค่อยได้ภาษามือค่ะ

1218
01:21:10.850 --> 01:21:13.938
ภากรเรียน

1219
01:21:14.851 --> 01:21:17.950
ที่ไหนนะ น้อง

1220
01:21:18.852 --> 01:21:21.938
เรียนโรงเรียนอะไร

1221
01:21:22.855 --> 01:21:25.941
เมื่อก่อนเรียนไหน

1222
01:21:26.857 --> 01:21:29.938
โรงเรียนไม่มีเลยหรือ

1223
01:21:30.864 --> 01:21:33.938
(อาจารย์) ไม่มีอย่างไร

1224
01:21:34.865 --> 01:21:37.938
จบ ม.6 อยู่ (ล่าม) ม.6

1225
01:21:38.866 --> 01:21:41.939
เรียนที่ไหน

1226
01:21:42.868 --> 01:21:45.938
หูตึง

1227
01:21:46.869 --> 01:21:49.939
ถาม ใช่

1228
01:21:50.870 --> 01:21:53.938
ถาม

1229
01:21:54.873 --> 01:21:57.938
โรงเรียนเมื่อก่อน เรียนที่ไหน

1230
01:21:58.876 --> 01:22:01.938

1231
01:22:02.878 --> 01:22:05.938

1232
01:22:06.880 --> 01:22:09.939
ก็ยังตอบน้ำปลาอยู่ เดี๋ยวก่อน (อาจารย์)

1233
01:22:10.881 --> 01:22:13.939
ไม่เข้าใจคำถามเราแน่เลย

1234
01:22:14.883 --> 01:22:17.939
เกิดอุดรหรือ

1235
01:22:18.884 --> 01:22:22.884
นี่... (ล่าม) เมื่อก่อนเรียนที่ไหน

1236
01:22:22.895 --> 01:22:26.895
ที่ไหน

1237
01:22:26.896 --> 01:22:30.896
เขาทำ ก. ไก่ ส.

1238
01:22:30.897 --> 01:22:34.897
กศ

1239
01:22:34.899 --> 01:22:38.899
เขาทำ ก. ไก่

1240
01:22:38.907 --> 01:22:42.907
โรงเรียนหูหนวกเปล่า

1241
01:22:42.908 --> 01:22:46.908
มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย

1242
01:22:46.914 --> 01:22:50.914
อส. อก.

1243
01:22:50.916 --> 01:22:54.916
มหาลัยถามเมื่อก่อน

1244
01:22:54.917 --> 01:22:58.917
ถามเมื่อก่อน เมื่อก่อน ที่ไหนน่ะ

1245
01:22:58.918 --> 01:23:02.918
อ.ด. ใช่ไหม

1246
01:23:02.920 --> 01:23:06.920
ใช่ไหม เมื่อก่อนเรียนที่ไหน

1247
01:23:06.921 --> 01:23:10.921

1248
01:23:10.922 --> 01:23:14.922
สก.

1249
01:23:14.926 --> 01:23:18.926
เขาทำ สก. แล้วเขาทำมหาวิทยาลัย อ๋อ โสตฯ นนฯ

1250
01:23:18.930 --> 01:23:22.930

1251
01:23:22.931 --> 01:23:26.931
อโศกนนท์ นนท์ใช่ไหม

1252
01:23:26.933 --> 01:23:30.933
(อาจารย์) โสตนนฯ (ล่าม) โสต

1253
01:23:30.933 --> 01:23:34.933
นนทบุรีใช่หรือเปล่า

1254
01:23:34.936 --> 01:23:38.936
(อาจารย์) อยู่นนทบุรีหรือ

1255
01:23:38.943 --> 01:23:42.940
โรงเรียนเมื่อก่อนเรียนไหน

1256
01:23:42.944 --> 01:23:46.940
พิมพ์ได้ไหม พิมพ์

1257
01:23:46.948 --> 01:23:50.940

1258
01:23:50.967 --> 01:23:54.940

1259
01:23:54.968 --> 01:23:58.941
มีพิมพ์น่ะ พิมพ์อันนี้

1260
01:23:58.969 --> 01:24:02.943
ในนี้ ทำไมอันนี้ดูไม่ค่อยเข้าใจมือ

1261
01:24:02.970 --> 01:24:06.947
ใช่ค่ะ (อาจารย์) เพื่อนเจ้าแฝด

1262
01:24:06.974 --> 01:24:10.940
นะนี่ (ล่าม) เดี๋ยวหนูลองถามแฝด

1263
01:24:10.988 --> 01:24:14.940
แปีบนะคะ

1264
01:24:14.993 --> 01:24:18.940
แฝด ๆ ถามหน่อย

1265
01:24:18.994 --> 01:24:22.941
เพื่อนหูตึงชื่อไหน อันนี้ค่ะ

1266
01:24:22.999 --> 01:24:26.941
ชื่อภาษามืออันนี้ค่ะ

1267
01:24:27.000 --> 01:24:30.943
(อาจารย์) ภากร (ล่าม) เขาบอกเขาได้ภาษามือ

1268
01:24:31.001 --> 01:24:34.940
น้อยน่ะครับ ภากรณ์เขาบอกแบบนั้น

1269
01:24:35.004 --> 01:24:38.941
เขาเรียนที่ไหน เขาบอกภาษามือนิดเดียวใช่ไหม

1270
01:24:39.005 --> 01:24:42.940
เป็นหูตึงใช่หรือเปล่า

1271
01:24:43.010 --> 01:24:46.941
อยู่ที่โรงเรียหูดีครับ

1272
01:24:47.013 --> 01:24:50.944
เมื่อก่อน อยู่คนเดียว เป็นหูหนวกคนเดียว

1273
01:24:51.014 --> 01:24:54.941
แล้วบังเอิญว่าไม่ได้มีการเรียนภาษามือเลยครับ

1274
01:24:55.016 --> 01:24:58.943
จากนั้นสมาคม...

1275
01:24:59.017 --> 01:25:02.941

1276
01:25:03.018 --> 01:25:06.943
(อาจารย์) เห็นไหม เจ้าแฝดตอบเป็นล่ำเป็นสัน

1277
01:25:07.019 --> 01:25:10.943
ใช่ ๆ

1278
01:25:11.034 --> 01:25:14.947
แฝดน่ะ แฝดพามาเรียนนะคนนี้

1279
01:25:15.041 --> 01:25:18.947

1280
01:25:19.043 --> 01:25:22.945

1281
01:25:23.045 --> 01:25:26.941
ก็คือเรียนโรงเรียนหุดีมาก่อน

1282
01:25:27.047 --> 01:25:30.942
โอ.เค. ค่ะ

1283
01:25:31.051 --> 01:25:34.942
เพราะคนนี้แฝดนี่ล่ะ

1284
01:25:35.052 --> 01:25:38.941
ภากรณ์น่ะ แฝดเป็นคนชวนมาเรียน (ล่าม)

1285
01:25:39.056 --> 01:25:42.941
เรียนที่นี่ใช่ไหม ใช่ไหม ๆ

1286
01:25:43.057 --> 01:25:46.943
ใช่ไหม แฝดชวนมา

1287
01:25:47.058 --> 01:25:50.942
ภากร ภากรสมมติภาษามืองงน่

1288
01:25:51.061 --> 01:25:54.941
ถามนะ เป็นห่วง

1289
01:25:55.062 --> 01:25:58.959
(อาจารย์) เดี๋ยวจะคุยกันไม่รู้เรื่อง

1290
01:25:59.064 --> 01:26:02.953
คุยกับแฝด ถามแฝดบ่อย ๆ

1291
01:26:03.065 --> 01:26:06.942

1292
01:26:07.066 --> 01:26:10.941
ฝากหน่อย ภากรณ์ฝากหน่อย

1293
01:26:11.067 --> 01:26:14.942
ภาษามือน้อย (อาจารย์) โอ.เค. ค่ะ ไม่เป็นไร

1294
01:26:15.068 --> 01:26:18.942
เห็นไหมคะ อัลกอริทึมของแต่ละคน

1295
01:26:19.074 --> 01:26:22.942
(ล่าม) เดี๋ยวนะครับ พอดีว่าผมหอพักน่ะ

1296
01:26:23.075 --> 01:26:26.942
อยู่ร่วมกัน กินข้าวร่วมกัน

1297
01:26:27.077 --> 01:26:30.950
เดี๋ยวผมจะช่วยดูให้นะครับ

1298
01:26:31.098 --> 01:26:34.942
โอ.เค.

1299
01:26:35.099 --> 01:26:38.942
ช่วยสอน เราต้องร่วมด้วยช่วกยัน

1300
01:26:39.100 --> 01:26:42.941
โอ.เค.

1301
01:26:43.102 --> 01:26:46.941
บอกเธออยู่ว่าเธอต้องหัดพูด เพราะเธอได้ยิน

1302
01:26:47.103 --> 01:26:50.941

1303
01:26:51.104 --> 01:26:54.941
โอ.เค. คือเห็นไหมคะ

1304
01:26:55.111 --> 01:26:58.941
เมื่อกี้ตอนที่บอกให้อธิบายขั้นตอน

1305
01:26:59.113 --> 01:27:02.941
อัลกอริทึ่มเป็นการอธิบายขั้นตอน

1306
01:27:03.114 --> 01:27:06.941
จะให้คอมพิวเตอร์ทำงาน ทีนี้ลอง

1307
01:27:07.115 --> 01:27:10.939
ให้เด็ก ๆ นึกภาพเหมือน

1308
01:27:11.124 --> 01:27:14.939
ถ้าเพื่อนบางคน

1309
01:27:15.126 --> 01:27:18.949

1310
01:27:19.130 --> 01:27:22.940
ถ้าใครที่ไม่เคยเจียวไข่ ก็ไม่สามารถ

1311
01:27:23.142 --> 01:27:26.938
อธิบายขั้นตอนได้นะคะ ว่ามันทำอย่างไร

1312
01:27:27.143 --> 01:27:30.938
นะคะ ใช่ไหม ถ้าไม่เคยทำเลย

1313
01:27:31.149 --> 01:27:34.937
มันจะบอกไม่ได้ใช่ไหมคะ ว่า

1314
01:27:35.153 --> 01:27:38.937
การเจียวไข่นี่ 1. มันต้องมีไข่น่ะ

1315
01:27:39.154 --> 01:27:42.936
ไข่เอาไปทำอะไร ต้องเอาไปตีก่อนนะคะ ไข่เจียวนี่

1316
01:27:43.155 --> 01:27:46.939
เราต้องเอาไข่ไปตีก่อน

1317
01:27:47.156 --> 01:27:50.937
ไม่อย่างนั้นไม่เรียกว่าไข่เจียวถูกไหม

1318
01:27:51.157 --> 01:27:54.944
กับไข่ดาวเห็นไหม จะสั่งคอมพิวเตอร์ทำงาน

1319
01:27:55.158 --> 01:27:58.935
นี่ต้องบอกให้คอมพิวเตอร์เข้าใจ

1320
01:27:59.159 --> 01:28:02.936
สิ่งที่เราจะสั่งมันด้วย

1321
01:28:03.160 --> 01:28:07.036

1322
01:28:07.162 --> 01:28:10.941
บางอย่างมันข้ามขั้นตอนไม่ได้

1323
01:28:11.165 --> 01:28:15.137
ถ้าไม่ใช้น้ำมัน มันจะไม่เรียกว่าไข่เจียว

1324
01:28:15.172 --> 01:28:18.942
มันต้องใช้น้ำมันช่วย อย่างนี้

1325
01:28:19.183 --> 01:28:22.933
ต้องดูว่ามีส่วนประกอบอะไร วิธีทำอะไร

1326
01:28:23.183 --> 01:28:26.932
เหมือนไข่เจียวจะเจียวได้ถ้าน้ำมันไม่ร้อน

1327
01:28:27.186 --> 01:28:30.932
ไข่มัน เขาบอกว่าอะไร ไข่มันจะไม่ฟู

1328
01:28:31.194 --> 01:28:34.932

1329
01:28:35.196 --> 01:28:38.932
มันก็จะดูไม่น่ากินนะ บางคนไข่เจียวมีใส่หมูสับด้วย

1330
01:28:39.197 --> 01:28:42.932
เหมือนของภากรใส่หมูสับ ใส่มะเขือเทศ

1331
01:28:43.198 --> 01:28:46.935
ใส่พริกสักอย่างนะคะ แล้วแต่นะคะ

1332
01:28:47.200 --> 01:28:50.930
แต่สิ่งที่อยากให้รู้ ก็คือ

1333
01:28:51.201 --> 01:28:54.930
การอธิบาย เราจะอธิบายอย่างไร

1334
01:28:55.206 --> 01:28:58.936
ให้เราได้ไข่เจียว 1 ฟองออกมา

1335
01:28:59.207 --> 01:29:02.929
นั่นก็เหมือนกัน เราจะอธิบายอย่างไรให้คอมพิวเตอร์ทำงาน

1336
01:29:03.207 --> 01:29:07.207
ให้ได้สิ่งที่เราต้องการ

1337
01:29:07.208 --> 01:29:10.929
หรือ Output Input อะไรเข้าไป

1338
01:29:11.280 --> 01:29:14.939
ได้อะไรออกมา มองให้เห็น

1339
01:29:15.307 --> 01:29:18.929
ภาพนะคะ ว่าเราจะป้อนอะไรให้คอมพิวเตอร์แล้ว

1340
01:29:19.308 --> 01:29:22.928
แล้วเราอยากให้คอมพิวเตอร์แสดงอะไรออกมาให้

1341
01:29:23.312 --> 01:29:26.927
ส่วนการ Process หรือขั้นตอน

1342
01:29:27.314 --> 01:29:30.927
จะให้มันได้ผลลัพธ์นั้นออกมา

1343
01:29:31.315 --> 01:29:34.927
ขั้นตอนในการเขียนอัลกอริทึมของเรานั่นเอง

1344
01:29:35.316 --> 01:29:38.927
ทีนี้มาดู มาดูต่อนะคะ

1345
01:29:39.319 --> 01:29:42.926

1346
01:29:43.320 --> 01:29:46.926

1347
01:29:47.321 --> 01:29:50.927

1348
01:29:51.324 --> 01:29:54.926
เห็นไหมคะ

1349
01:29:55.327 --> 01:29:58.925
เราอธิบายไว้ว่า อัลกอริทึ่ม หมายถึง

1350
01:29:59.328 --> 01:30:02.925
ลำดับขั้นตอน วิธีในการทำงานของโปรแกรม

1351
01:30:03.329 --> 01:30:06.926
เพื่อแก้ปัญหาในที่นี้ก็คือแสดงผล

1352
01:30:07.330 --> 01:30:10.924
มันแสดงผล ก็คือให้คอมพิวเตอร์แสดงผลนะคะ

1353
01:30:11.332 --> 01:30:14.924
ทีนี้สิ่งที่เราจะต้องทำก็คือ เขียน

1354
01:30:15.332 --> 01:30:18.923
อธิบายอัลกอริทึมนี่เราจะเขียนได้ว่าอย่างไร

1355
01:30:19.333 --> 01:30:22.923
นะคะ ลองมาดูตัวอย่างของเรากัน

1356
01:30:23.345 --> 01:30:26.923
ต้มไข่

1357
01:30:27.347 --> 01:30:30.925
เห็นไหม วิธีการ

1358
01:30:31.350 --> 01:30:34.922
เขียนอัลกอริทึมเขียนได้หลายแบบเลย เหมือนที่เมื่อกี้

1359
01:30:35.351 --> 01:30:38.921
ถามเมื่อกี้ว่าทอดไข่เจียว

1360
01:30:39.352 --> 01:30:42.923
ทำอย่างไร แต่ละคนอธิบายไม่เหมือนกัน

1361
01:30:43.354 --> 01:30:46.925
สามารถเขียนได้หลายแบบ แบบอันนี้เขียนต้มไข่ไก่

1362
01:30:47.357 --> 01:30:50.921
ต้องการให้มันได้ออกมา ก็คือ

1363
01:30:51.358 --> 01:30:54.920
ไข่ต้มใช่ไหมคะ เราอยากได้ไข่ต้มนี่

1364
01:30:55.360 --> 01:30:58.919
อันดับแรก

1365
01:30:59.368 --> 01:31:02.919
ก็คือต้องต้มน้ำก่อน ใช่ไหม

1366
01:31:03.373 --> 01:31:06.918
ใช่ไหม เอาไข่ใส่ลงไปเลยใช่หรือเปล่า

1367
01:31:07.374 --> 01:31:10.918
แต่อันนี้บอกไว้เลยว่าต้มน้ำให้เดือด

1368
01:31:11.375 --> 01:31:14.918
รอ 10 นาที เปิดไฟ ติดเตา

1369
01:31:15.378 --> 01:31:18.918
มีปลอกไข่ด้วย แต่อันนี้บอก

1370
01:31:19.396 --> 01:31:22.917
ต้มน้ำใส่ไข่ รอ 5 นาที

1371
01:31:23.397 --> 01:31:26.918
ก็ได้ไข่ ได้ไข่เหมือนกันไม่ได้บอกว่าปอกไข่

1372
01:31:27.405 --> 01:31:30.916
ทีนี้ ก่อนที่เราจะเขียนได้

1373
01:31:31.407 --> 01:31:34.931
เราต้องรู้คุณสมบัติของมันก่อน

1374
01:31:35.408 --> 01:31:38.924
คุณสมบัติของอัลกอริทึม คุณสมบัติ

1375
01:31:39.415 --> 01:31:42.915
ข้อที่ 1.

1376
01:31:43.415 --> 01:31:46.925
มันจะต้องสร้างขึ้นจากกฎเกณฑ์

1377
01:31:47.418 --> 01:31:50.915
ให้มัน เห็นไหมคะ กฎเกณฑ์คืออะไร

1378
01:31:51.419 --> 01:31:54.920
วิธีการหรือกลุ่มขั้นตอน

1379
01:31:55.420 --> 01:31:58.914
กระบวนวิธีการคืออะไร

1380
01:31:59.421 --> 01:32:02.913
นะคะ ท

1381
01:32:03.431 --> 01:32:06.915
ที่เราจะทำอย่างไรก็แล้วแต่ คือให้มันเห็นขั้นตอน

1382
01:32:07.432 --> 01:32:10.913
ที่จะให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์ของไข่ต้ม 1 ฟอง

1383
01:32:11.440 --> 01:32:14.912
เราจะมีขั้นตอนอย่างไร

1384
01:32:15.444 --> 01:32:18.913
นั่นก็คือมีกฎ มีเกณฑ์ หรือมีขั้นตอนนั่นเอง

1385
01:32:19.445 --> 01:32:22.912
ทีนี้เขาบอกไว้ว่า กฎเกณฑ์ที่

1386
01:32:23.447 --> 01:32:26.911
สร้างอัลกอริทึมในข้อที่ 2 บอกว่า

1387
01:32:27.448 --> 01:32:30.913
ที่สร้างอัลกอริทึมต้องไม่คลุมเครือ

1388
01:32:31.449 --> 01:32:34.913
เมื่อกี้ เห็นไหมคะ เหมือนตอนภากรณ์อธิบาย

1389
01:32:35.450 --> 01:32:38.910
เนื่องจากภากรณ์ไม่เข้าใจภาษามือ อธิบาย

1390
01:32:39.451 --> 01:32:42.910
มันก็เลยเป็นคลุมเครือ

1391
01:32:43.452 --> 01:32:46.909
เหมือนบอกอะไรสีแดง ๆ นี่ พอถามบอกไม่ได้

1392
01:32:47.453 --> 01:32:50.910
เห็นไหมคะ คือ คลุมเครือ

1393
01:32:51.454 --> 01:32:54.909
คืออะไร ซึ่งถ้าเรา

1394
01:32:55.455 --> 01:32:58.920
คอมพิวเตอร์นี่มันจะทำตามสิ่งที่เราระบุลงไป

1395
01:32:59.456 --> 01:33:02.908
ลงไปเห็นไหมคะ มีระบบ มีระเบียนบ

1396
01:33:03.457 --> 01:33:06.908
อ่านแล้วไม่สับสน อ่านแล้ว

1397
01:33:07.458 --> 01:33:10.907
เข้าใจ

1398
01:33:11.459 --> 01:33:14.907
อ่านแล้วเข้าใจเสร็จแล้วทำอย่างไร

1399
01:33:15.462 --> 01:33:18.907
มาสู่ข้อที่ 3.

1400
01:33:19.463 --> 01:33:22.906
มันจะมาอะไรตอนนี้

1401
01:33:23.463 --> 01:33:26.909
คอมพิวเตอร์จะอัพเดตเสียแล้ว

1402
01:33:27.467 --> 01:33:30.907
การประมวลผลต้องเป็นไปตามลำดับที

1403
01:33:31.468 --> 01:33:34.907
ที่แน่นอน ต้องมีขั้นตอนที่แน่นอน

1404
01:33:35.468 --> 01:33:38.910
เพื่อให้คอมพิวเตอร์ทำงาน เห็นไหมคะ ก็คือ

1405
01:33:39.483 --> 01:33:42.905
เหมือนจะทำไข่ต้มได้มันต้องต้มน้ำ

1406
01:33:43.483 --> 01:33:46.914
เพราะต้องมีน้ำร้อนถูกต้องไหม มันต้องมีน้ำร้อน

1407
01:33:47.493 --> 01:33:50.904
ใช่ไหมคะ จึงจะเป็นกระบวนการต้มไข่

1408
01:33:51.521 --> 01:33:54.904
เด็ก ๆ ไม่บอกว่าต้มน้ำนี่ เด็ก ๆ เอาไข่ใส่น้ำ

1409
01:33:55.521 --> 01:33:58.904
น้ำนั่นจะเป็นน้ำเย็น มันจะไม่เป็นไข่ต้ม

1410
01:33:59.522 --> 01:34:02.904
แน่นอน ก็คือไข่แช่น้ำอย่างนี้

1411
01:34:03.524 --> 01:34:06.904
เราต้องระบุลงไปด้วยว่านัำที่ใช้คืออย่างไร

1412
01:34:07.525 --> 01:34:10.904
น้ำเย็น น้ำต้ม มีขึ้นตอน

1413
01:34:11.527 --> 01:34:14.903
มันก็ต้องต้มใช่ไหม อย่างนี้

1414
01:34:15.528 --> 01:34:18.903
เป็นไปตามลำดับขั้นตอน อยู่ดี ๆ

1415
01:34:19.531 --> 01:34:22.902
เองได้ไหม ไม่ได้ใช่ไหมคะ

1416
01:34:23.532 --> 01:34:26.904
ถึงจะเป็นน้ำร้อน เห็นไหมคะ

1417
01:34:27.534 --> 01:34:30.902
มีขั้นตอนแล้วต้องให้ได้

1418
01:34:31.535 --> 01:34:34.901
ผลลัพธ์ตามที่กำหนดเห็นไหมคะ เพราะสิ่งที่

1419
01:34:35.536 --> 01:34:38.901
อยากได้ ก็คือไข่ต้ม

1420
01:34:39.537 --> 01:34:42.905
ถ้าเด็ก ๆ ไม่ทำให้น้ำร้อน

1421
01:34:43.538 --> 01:34:46.901
ถ้าสมมติต้มแค่ 3 นาที

1422
01:34:47.539 --> 01:34:50.900
ไหม 3 นาทีได้แค่ไข่ลวก

1423
01:34:51.540 --> 01:34:54.900
ไข่ลวก ขึ้นอะไรตอนนี้นี่

1424
01:34:55.541 --> 01:34:58.900
ไข่ลวกใช่ไหมคะ ไม่เป็นไข่ต้ม

1425
01:34:59.542 --> 01:35:02.900
ต้องมาดูที่ผลลัพธ์ ต้องมาดูสิ่งที่

1426
01:35:03.543 --> 01:35:06.900
ถ้า 3 นาทีได้ไข่ลวก แต่ถ้าต้มนี่

1427
01:35:07.550 --> 01:35:10.899
มันต้องนานมากกว่า 2 นาที

1428
01:35:11.552 --> 01:35:14.899
ในตัวอย่าง ถึงได้บอกว่า ระบุว่าต้องต้มกี่นาที

1429
01:35:15.553 --> 01:35:18.923
เห็นไหมต้องบอกด้วยว่าต้องต้มกี่นาที

1430
01:35:19.554 --> 01:35:22.898
ไข่ใส่น้ำร้อน 1 นาทีเป็นไข่ลวก

1431
01:35:23.556 --> 01:35:26.899
หรือยัง ยัง ความร้อนยังไม่น่าจะได้

1432
01:35:27.560 --> 01:35:30.898
อย่างนี้เป็นต้นนะคะ เสร็จแล้วอะไร

1433
01:35:31.563 --> 01:35:34.898
ต้องมีจุดสิ้นสุด ก็คือ เวลา

1434
01:35:35.566 --> 01:35:38.897
เขียนนี่ อยู่ ๆ บอกต้มไข่ไม่ได้ ต้องมี

1435
01:35:39.568 --> 01:35:42.897
จุดเริ่มแล้วก็มีจุดสิ้นสุด ก็คือ

1436
01:35:43.575 --> 01:35:46.897
มี Start แล้วก็มี End End ก็คือสิ้นสุด

1437
01:35:47.578 --> 01:35:50.900
เวลาอัลกอริทึ่ม

1438
01:35:51.579 --> 01:35:54.896
ทีนี้ลองมาดู

1439
01:35:55.580 --> 01:35:58.896
คุณสมบัติที่เด็ก ๆ จะต้องจำ

1440
01:35:59.581 --> 01:36:02.896
1.

1441
01:36:03.582 --> 01:36:06.896
ความถูกต้องมันต้องมีความถูกต้อง

1442
01:36:07.584 --> 01:36:10.895
เช่น ต้องการไข่ต้ม สิ่งที่ถูกต้อง

1443
01:36:11.584 --> 01:36:14.897
ดูจากผลลัพธ์จากสิ่งที่เราได้ออกมา

1444
01:36:15.585 --> 01:36:18.895
ก็คือ เช่น

1445
01:36:19.588 --> 01:36:22.895
อยากได้ไข่ต้มทำอย่างไร อยากได้ไข่เจียวทำอย่างไร ไข่เจียว

1446
01:36:23.590 --> 01:36:26.894
กับไข่ต้ม วิธีการต่างกัน

1447
01:36:27.624 --> 01:36:30.895
นั่นก็คือวิธีการเช็กความถูกต้องก่อน

1448
01:36:31.626 --> 01:36:34.895
คืออะไร

1449
01:36:35.628 --> 01:36:38.894
เหมือนไข่ในน้ำร้อน ถ้าไข่ต้มนี่

1450
01:36:39.628 --> 01:36:42.894
เพราะฉะนั้น ต้องใช้เวลากี่นาที

1451
01:36:43.630 --> 01:36:46.901
ถูกไหม ถ้าไข่อยู่ในน้ำร้อน 3 นาทีไม่เรียกว่าเป็นไข่ต้ม

1452
01:36:47.633 --> 01:36:50.893
ถูกไหม มันจะเป็นไข่ลวก ถูกไหม

1453
01:36:51.634 --> 01:36:54.893
อย่างนี้เป็นต้น ต้องมีความถูกต้องนะคะ

1454
01:36:55.635 --> 01:36:58.893
ต้องอ่านง่าย อ่านง่ายในที่นี้

1455
01:36:59.635 --> 01:37:02.892
อธิบายเหมือนเมื่อกี้ที่เด็ก ๆ อธิบายขั้นตอน

1456
01:37:03.641 --> 01:37:06.892
อย่างวาริศา วาริศาอธิบายละเอียดนะคะ

1457
01:37:07.643 --> 01:37:10.895
อธิบายดีด้วย ตอกไข่ แล้วก็ตีไข่

1458
01:37:11.646 --> 01:37:14.892
เห็นไหมคะ ตอนทำไข่เจียวน่ะค่ะ

1459
01:37:15.646 --> 01:37:18.892
อ่านแล้วเข้าใจเลยว่า

1460
01:37:19.648 --> 01:37:22.893
ด้วยนะ ไข่มันจะต้องโดนตี

1461
01:37:23.649 --> 01:37:26.891
เพราะไข่ในน้ำมันนี่ ทอดไข่ในน้ำมัน

1462
01:37:27.655 --> 01:37:30.891
แต่ไข่ดาวไม่ต้องตีไข่ให้แตกใช่ไหมคะ

1463
01:37:31.657 --> 01:37:34.891
ใช่ไหมคะ แค่ตอกไข่ใส่ลงไป 1 ฟอง

1464
01:37:35.658 --> 01:37:38.891
เพราะฉะนั้น เมื่ออ่านออกมาแล้วนี่

1465
01:37:39.659 --> 01:37:42.894
คืออะไร นะคะ

1466
01:37:43.661 --> 01:37:46.890
คุณสมบัติต่อมา ต้องปรับปรุงได้

1467
01:37:47.662 --> 01:37:50.890
Is of offidication ปรับปรุง

1468
01:37:51.663 --> 01:37:54.891
ในอนาคต ก็คือสามารถปรับปรุงหรือดัดแปลงได้

1469
01:37:55.664 --> 01:37:58.890
นะคะ เช่น เหมือนเมื่อกี้

1470
01:37:59.665 --> 01:38:02.890
ของปรับปรุงเช่นไข่เจียวของ

1471
01:38:03.666 --> 01:38:06.889
ภากร ภากรบอกใส่

1472
01:38:07.667 --> 01:38:10.889
ภากรณ์บอกใส่หมูสับเข้าไปด้วย ในอนาคต

1473
01:38:11.671 --> 01:38:14.889
เราต้องเป็นไข่เจียวหมูสับ

1474
01:38:15.679 --> 01:38:18.890
ก็ปรับปรุงได้ลักษณะนี้

1475
01:38:19.680 --> 01:38:22.892
ใหม่ได้ Reuse abillity

1476
01:38:23.681 --> 01:38:26.888
นำกลับมาใช้ใหม่ได้

1477
01:38:27.682 --> 01:38:30.889
ก็คือเขียนใหม่แล้ว เอากลับมาใช้กี่ครั้งก็ได้ เพราะการ

1478
01:38:31.683 --> 01:38:34.890
เจียวไข่มันไม่ได้มีอะไรพิศดารเลย

1479
01:38:35.684 --> 01:38:38.888
ใช่ไหมคะ ขั้นตอนมันมาเป็นอย่างไร

1480
01:38:39.685 --> 01:38:42.890
คนนี้เอาไปใช้ก็ได้ ใช้ซ้ำได้

1481
01:38:43.687 --> 01:38:46.894
วิธีการมันเหมือนกัน เอามาใช้ด้วยกันได้

1482
01:38:47.688 --> 01:38:50.888
และต้องมีประสิทธิภาพ

1483
01:38:51.689 --> 01:38:54.887
ประสิทธิภาพอย่างไร เหมือนถ้าอธิบายดี ๆ เหมือนวาริศานี่

1484
01:38:55.690 --> 01:38:58.887
เห็นไหม วาริศาบอกกระทั่งว่าน้ำมันจะต้องร้อนนะคะ

1485
01:38:59.691 --> 01:39:02.887
ถึงค่อยใส่ไข่ลงไป ไข่จะได้ฟู ๆ

1486
01:39:03.692 --> 01:39:06.887
ฟู ๆ ใช่ไหมคะ อย่างนี้เป็นต้น

1487
01:39:07.697 --> 01:39:10.888
ประสิทธิภาพของการทำงานด้วยอย่างนี้เห็นไหมคะ

1488
01:39:11.699 --> 01:39:14.886
นั่นคือต้องมีคุณสมบัติพวกนี้

1489
01:39:15.700 --> 01:39:18.887
ทีนี้ก่อนจะเขียนได้นี่

1490
01:39:19.701 --> 01:39:22.886
ก่อนจะเขียนได้นี่มันต้องมาดูเกณฑ์ประสิทธิภาพ

1491
01:39:23.702 --> 01:39:26.886
เวลาเขียนนี่

1492
01:39:27.703 --> 01:39:30.889
สังเกตที่เขียนไว้ อัลกอริธึม

1493
01:39:31.704 --> 01:39:34.885
ไข่ต้มอันที่ 1 ไข่ต้มอันที่ 2

1494
01:39:35.705 --> 01:39:38.886
ในการดำเนินการน้อยที่สุด

1495
01:39:39.708 --> 01:39:42.885
จับเวลาอะไรทุกอย่างนี่นะคะ ก็คือ

1496
01:39:43.711 --> 01:39:46.885
ขั้นตอนที่มันมีขั้นตอนน้อย

1497
01:39:47.712 --> 01:39:50.886
แต่สามารถครอบคลุมวิธีการ เหมือนที่บอก ไข่

1498
01:39:51.713 --> 01:39:54.890
ต้มนี่นะคะ เราจะทำไข่ต้มนี่ใช้น้ำอะไร

1499
01:39:55.716 --> 01:39:58.885
มันต้องใช้อะไร ใช้น้ำเปล่าไม่ได้ใช่ไหมคะ

1500
01:39:59.717 --> 01:40:02.884
ร้อนแล้วใช้เวลาเท่าไร

1501
01:40:03.719 --> 01:40:06.884
เห็นไหมคะ น้ำธรรมดาไม่สามารถทำให้เกิดไข่ต้มได้

1502
01:40:07.720 --> 01:40:10.885
ใช่ไหมนะคะ แต่ไม่จำเป็นต้องมา

1503
01:40:11.737 --> 01:40:14.887
เปิดเตาปิดเตาเพราะอะไร เพราะ

1504
01:40:15.738 --> 01:40:18.884
บอกแล้วว่าลดขึ้นตอน ก็คือเราบอกว่าลดขั้นตอน

1505
01:40:19.742 --> 01:40:22.887
นั่นหมายถึงเราต้องเปิดเตา หรือบางที

1506
01:40:23.752 --> 01:40:26.884
บางคนไม่ได้ใช้เตาแก๊ส

1507
01:40:27.753 --> 01:40:30.883
บางคนใช้เตาถ่าน บางคนใช้กระทะไฟฟ้า

1508
01:40:31.759 --> 01:40:34.883
แต่สิ่งที่จะทำให้

1509
01:40:35.767 --> 01:40:38.883
น้ำร้อนก็คือการต้ม ไปลดขั้นตอนที่

1510
01:40:39.768 --> 01:40:42.883
ไม่จำเป็นนะคะ ต้องใช้หน่วยความจำน้อย

1511
01:40:43.769 --> 01:40:46.883
เพราะอะไร คอมพิวเตอร์

1512
01:40:47.770 --> 01:40:50.884
ใช้พื้นที่ ก็คือหน่วยความจำน้อยเกิดจากอะไร

1513
01:40:51.771 --> 01:40:54.885
เกิดจากการเขียน Coding ยิ่ง Coding น้อย ๆ

1514
01:40:55.772 --> 01:40:58.882
นะคะ พอเราเขียนอัลกอริทึม

1515
01:40:59.773 --> 01:41:02.882
ไม่ยืดเยื้อ ไม่ยาวเกินไปนี่ โค้ด

1516
01:41:03.785 --> 01:41:06.888
โปรแกรมที่เราจะเขียนออกมา

1517
01:41:07.790 --> 01:41:10.882
ไม่มีความยาวมาก มันก็จะเป็นการใช้หน่วยความจำน้อยที่สุด

1518
01:41:11.791 --> 01:41:14.883
เห็นไหมะคะ ก็คือการเขียนโค้ดน้อย

1519
01:41:15.792 --> 01:41:18.883
พื้นที่จัดเก็บของคอมพิวเตอร์ 1 Byte

1520
01:41:19.794 --> 01:41:22.882
เท่ากับกี่บิตอะไรพวกนี้ นั่นคือพื้นที่

1521
01:41:23.795 --> 01:41:26.882
มันจะไปกินหน่วยความจำค่ะ เมื่อเรากด

1522
01:41:27.796 --> 01:41:30.883
1 ตัวอักษรหรือกดเมาส์ 1 ครั้ง

1523
01:41:31.797 --> 01:41:34.881
มันจะใช้หน่วยความจำไปแล้ว ถูกไหมคะ

1524
01:41:35.799 --> 01:41:38.883
ต้องให้มีการใช้หน่วยความจำน้อยที่สุด อัลกอริธึม

1525
01:41:39.804 --> 01:41:42.881
ต้องมีความยืดหยุ่น ยืดหยุ่นอย่างไร ต้องสามารถปรับได้

1526
01:41:43.805 --> 01:41:46.881
นะคะ เช่น ขั้นตอนนี้

1527
01:41:47.806 --> 01:41:50.881
สามารถเพิ่มหรือลดขั้นตอน

1528
01:41:51.807 --> 01:41:54.883
ที่เราเขียนน่ะได้นะคะ บางขั้นตอน

1529
01:41:55.809 --> 01:41:58.881
ไม่จำเป็นเอาออกก็ได้ ใช้เวลา

1530
01:41:59.814 --> 01:42:02.881
ในการพัฒนาน้อยที่สุด

1531
01:42:03.815 --> 01:42:06.880
เห็นไหมส่วนใหญ่มันจะเกี่ยวข้องกับเวลา

1532
01:42:07.819 --> 01:42:10.890
ต้องเขียนให้สั้น กะทัดรัดนั่นเองนะคะ

1533
01:42:11.822 --> 01:42:14.880
แล้วก็ต้องง่ายต่อความเข้าใจ ก็คือ

1534
01:42:15.823 --> 01:42:18.881
พอเขียนแล้ว ที่บอก Re useable

1535
01:42:19.824 --> 01:42:22.880
เอาไปใช้ด้วยได้ ก็คือ

1536
01:42:23.828 --> 01:42:26.883
มันจะทำอย่างนี้ อย่างนี้นะคะ

1537
01:42:27.829 --> 01:42:30.880
มันก็จะต้องเขียนให้คนอื่นเอาไปเขียนต่อได้

1538
01:42:31.830 --> 01:42:34.879
เขียนอัลกอริทึม คือ ไม่ต้องไปอธิบาย

1539
01:42:35.831 --> 01:42:38.880
นี่จะทำอย่างนี้ต้องทำอย่างนี้

1540
01:42:39.832 --> 01:42:42.887
ทีนี้ เ

1541
01:42:43.833 --> 01:42:46.883
เราจะเขียนได้อย่างไร เราจะต้องไปวิเคราะห์

1542
01:42:47.835 --> 01:42:50.879
งานที่เด็ก ๆ จะต้องไปทำนะคะ

1543
01:42:51.845 --> 01:42:54.879
ให้เด็ก ๆ ดูว่า

1544
01:42:55.852 --> 01:42:58.879
เห็นสไลด์หน้านี้นะ สไลด์ที่

1545
01:42:59.853 --> 01:43:02.885
ข้างบนที่บอกว่า Input คืออะไร Output คืออะไร Process คืออะไร

1546
01:43:03.856 --> 01:43:06.887
นั่นก็คือหมายถึง

1547
01:43:07.858 --> 01:43:10.885
ในขั้นตอนนี้ ต้มน้ำให้เดือดนี่

1548
01:43:11.859 --> 01:43:14.878
ให้เด็ก ๆ เขียนว่ามันเป็น Input

1549
01:43:15.863 --> 01:43:18.878
ให้เด็ก ๆ ลองวิเคราะห์ว่า แต่ละส่วนที่แม่

1550
01:43:19.866 --> 01:43:22.882
เขียนลงมาในนี้อะไรคือ

1551
01:43:23.867 --> 01:43:26.878
Input อะไรคือ Process เห็นไหมคะ

1552
01:43:27.868 --> 01:43:30.878
เป็น Input Process

1553
01:43:31.869 --> 01:43:34.877
Input หรือ Output หรือ Process

1554
01:43:35.870 --> 01:43:38.878
Input Process หรือ Output

1555
01:43:39.890 --> 01:43:43.878
Process หรือ Output ตอกไข่เป็น Input Pr

1556
01:43:43.892 --> 01:43:47.878
ผลลัพธ์คืออะไร เราจะได้อะไรออกมา

1557
01:43:47.898 --> 01:43:51.878
อันนี้ให้ตอบนะคะ ว่า

1558
01:43:51.904 --> 01:43:55.877
สิ่งที่ทำไปนี่ออกมาแล้วผลลัพธ์มันจะออกมาเป็นอะไร

1559
01:43:55.906 --> 01:43:59.877
นึกออกนะ

1560
01:43:59.908 --> 01:44:03.879
ตัวนี้ทำส่ง

1561
01:44:03.910 --> 01:44:07.878
ใน Google Classroom เรา เดี๋ยวจะเอา

1562
01:44:07.921 --> 01:44:11.881
งานนี้เข้าไปใส่ไว้ใน Classroom

1563
01:44:11.922 --> 01:44:15.877
นะคะ แล้วเด็ก ๆ พิมพ์นะคะ

1564
01:44:15.924 --> 01:44:19.877
พิมพ์นะคะ จะได้ว่าการต้มน้ำเดือดนี่

1565
01:44:19.924 --> 01:44:23.877
ลองวิเคราะห์ดูว่า Input Output หรือ Process

1566
01:44:23.926 --> 01:44:27.877
หรือเป็น Output เพราะเราจะต้องรู้

1567
01:44:27.927 --> 01:44:31.878
รู้ว่าสิ่งที่เราจะใส่ให้คอมพิวเตอร์

1568
01:44:31.929 --> 01:44:35.881
ใน 3 ส่วนนี้ สิ่งที่อธิบายด้วยการบรรยาย

1569
01:44:35.930 --> 01:44:39.877
ต้มน้ำให้เดือด เป็นกระบวนการไหน

1570
01:44:39.931 --> 01:44:43.877
เป็นกระบวนการของ Input เป็น

1571
01:44:43.932 --> 01:44:47.882
Process หรือเป็นกระบวนการของ Output

1572
01:44:47.933 --> 01:44:51.876

1573
01:44:51.943 --> 01:44:55.879
เข้าใจไหมคะ ทำเป็นการบ้าน ส่ง

1574
01:44:55.944 --> 01:44:59.879
ใน Class

1575
01:44:59.952 --> 01:45:03.876
ศิริรัตน์ ศิริรัตน์เข้าใจไหมลูก

1576
01:45:03.952 --> 01:45:07.875
เข้าใจงานที่สั่งไหม

1577
01:45:07.953 --> 01:45:11.876
ให้ดูจากสไลด์เมื่อกี้นะ

1578
01:45:11.954 --> 01:45:15.876
แล้วข้างบนน่ะมันจะมีบอก Input Process หรือ Output

1579
01:45:15.959 --> 01:45:19.877
Process หรือ Output

1580
01:45:19.972 --> 01:45:23.878
ให้สิริรัตน์เขียนว่าต้มน้ำให้เดือดนี่

1581
01:45:23.973 --> 01:45:27.875
Input Output หรือเป็น Process

1582
01:45:27.974 --> 01:45:31.875
เข้าใจไหมลูก

1583
01:45:31.978 --> 01:45:35.892
เรามีสไลด์อยู่ใน Class

1584
01:45:35.982 --> 01:45:39.875
เข้าใจนะ เด็ก ๆ ทุกคนไปย้อนดูเนื้อหาได้นะะค

1585
01:45:39.983 --> 01:45:43.877
ที่อธิบายไว้ว่า Input คือกระบวนการอะไร

1586
01:45:43.987 --> 01:45:47.876
Output คือ กระบวนการอะไร

1587
01:45:47.988 --> 01:45:51.876
คือกระบวนการอะไร ให้ลองเขียนนะคะ

1588
01:45:51.988 --> 01:45:55.875
เพื่อจะได้รู้ว่าในความเข้าใจของเด็ก ๆ นี่

1589
01:45:55.989 --> 01:45:59.875
ถ้าขั้นตอนนี้ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์นี่

1590
01:45:59.990 --> 01:46:03.875
คำบรรยายเป็นภาษาไทยนี่ คอมพิวเตอร์

1591
01:46:03.992 --> 01:46:07.877
จะประมวลผลนี่ มันจะเป็นส่วนของ Input

1592
01:46:07.995 --> 01:46:11.890
หรือ Process หรือ Output

1593
01:46:11.997 --> 01:46:15.885
นะคะ มีใครสงสัยให้ถาม

1594
01:46:15.998 --> 01:46:19.874

1595
01:46:19.999 --> 01:46:23.880
เห็นไหม คือ

1596
01:46:24.002 --> 01:46:27.874
ขั้นตอนที่อยู่ข้างบนน่ะ

1597
01:46:28.004 --> 01:46:31.883
เอามาใส่ในช่องของข้อความ

1598
01:46:32.008 --> 01:46:35.876
ไว้ว่าต้มน้ำให้เดือดนี่ เด็ก ๆ คิดว่ามันจะเป็น

1599
01:46:36.009 --> 01:46:39.875
Input หรือจะเป็น Process หรือจะเป็น Output

1600
01:46:40.018 --> 01:46:43.873
ก็คือเด็ก ๆ ต้องมาวิเคราะห์ก่อนว่า ส่วนนี้

1601
01:46:44.019 --> 01:46:47.874
เด็ก ๆ คิดว่าเป็นการรับข้อมูล

1602
01:46:48.026 --> 01:46:51.874
หรือการแสดงผลลัพธ์นะคะ

1603
01:46:52.028 --> 01:46:55.874
เพราะตอนนี้ต้องนึก

1604
01:46:56.029 --> 01:46:59.875
ต้องจำลองตัวเองเป็นคอมพิวเตอร์ไปด้วย

1605
01:47:00.030 --> 01:47:03.874
เราจะเขียนโปรแกรมได้ เราต้องรู้ว่าคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร

1606
01:47:04.031 --> 01:47:07.875
เพราะฉะนั้น ถ้าเราจะรู้ว่าคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร

1607
01:47:08.032 --> 01:47:11.874
นะคะ

1608
01:47:12.033 --> 01:47:15.873
ต้องสมมติตัวเอง ถ้าฉันเป็นคอมนะนี่

1609
01:47:16.035 --> 01:47:19.873
ถ้าฉันเอาตัวนี้เข้ามา

1610
01:47:20.036 --> 01:47:23.873
สิ่งที่ฉันเอาเข้ามาคืออะไร

1611
01:47:24.037 --> 01:47:27.882

1612
01:47:28.038 --> 01:47:31.875
โอ.เค. ไหมคะ ถ้าโอ.เค. สัปดาห์นี้เราจะ

1613
01:47:32.039 --> 01:47:35.873

1614
01:47:36.041 --> 01:47:39.875

1615
01:47:40.042 --> 01:47:43.873
สันติภาพเข้าใจไหมลูก

1616
01:47:44.043 --> 01:47:47.872
ลอง ลองดู ลองคิด บอกแล้วนะ

1617
01:47:48.046 --> 01:47:51.872
เราต้องนึกว่าเราเป็นคอมพิวเตอร์ใช่ไหม

1618
01:47:52.053 --> 01:47:55.880
สันติภาพใช้จินตนาการ

1619
01:47:56.054 --> 01:47:59.873
เด็กตาใช้จินตนาการได้

1620
01:48:00.055 --> 01:48:03.872
ถ้าฉันเป็นคอมฯ นะ

1621
01:48:04.056 --> 01:48:07.872
สิ่งที่เรียกว่า Input สำหรับคอมพิวเตอร์มันคืออะไร

1622
01:48:08.056 --> 01:48:11.873
ไปย้อนอ่านสไลด์ดูก่อน

1623
01:48:12.057 --> 01:48:15.872
นะคะ ส่วนของ Input คืออะไร

1624
01:48:16.058 --> 01:48:19.872
แล้วก็ส่วนของ Output คืออะไร เด็ก ๆ จะ

1625
01:48:20.059 --> 01:48:23.872
เห็นเลยว่า น่าจะ ตัวนี้น่าจะเป็น Input นะ

1626
01:48:24.060 --> 01:48:27.879
ตัวนี้น่าจะเป็น Process นะ ตัวนี้น่าจะเป็น Output

1627
01:48:28.062 --> 01:48:31.872
อย่างนี้นะคะ

1628
01:48:32.063 --> 01:48:35.872
มันจะ ลอง ลองใส่ดู

1629
01:48:36.064 --> 01:48:39.872
นะ ลอง ๆ

1630
01:48:40.066 --> 01:48:43.871
คือ วิธีการมันเหมือนจะเป็นการจับคู่น่ะ

1631
01:48:44.067 --> 01:48:47.874
แต่ไม่ทำให้ดูเป็นการจับคู่

1632
01:48:48.068 --> 01:48:51.873
ว่าข้อนี้มันจะเป็น Input

1633
01:48:52.069 --> 01:48:55.882
หรือจะเป็น Output เลือกมาตอบ

1634
01:48:56.070 --> 01:48:59.871
มาตอบ เพียงแต่ว่าเลือกลงถูกหรือผิด

1635
01:49:00.072 --> 01:49:03.871
นะคะ

1636
01:49:04.074 --> 01:49:07.871
แล้วเราทำส่งใน classroom

1637
01:49:08.075 --> 01:49:11.871
ห้องเรียนเราน่ะ จำได้นะ เดี๋ยวจะส่ง

1638
01:49:12.077 --> 01:49:15.874
ส่งตัวงานเข้าไป

1639
01:49:16.078 --> 01:49:19.871
มีใครสงสัยอะไรอีกไหม

1640
01:49:20.087 --> 01:49:23.871
เอกสารอยู่ใน Classroom เรานะคะ

1641
01:49:24.089 --> 01:49:27.870
ไปเปิดดูย้อนหลังได้ ส่วนตัวงาน

1642
01:49:28.091 --> 01:49:31.874
เดี๋ยวจะเอาส่งเข้า...

1643
01:49:32.093 --> 01:49:35.879
เพิ่มให้ตอนท้ายคาบ

1644
01:49:36.094 --> 01:49:39.871
ใน google drive เลย

1645
01:49:40.097 --> 01:49:43.871
โอ.เค. ค่ะ ถ้าอย่างนั้นสัปดาห์นี้

1646
01:49:44.098 --> 01:49:47.871
ขอจบการนำเสนอ

1647
01:49:48.100 --> 01:49:51.871
เพียงเท่านี้

1648
01:49:52.101 --> 01:49:55.878
สวัสดีเด็ก ๆ ทุก ๆ คน ขอบใจมากค่ะ

1649
01:49:56.102 --> 01:49:59.879
(ล่าม) ขอบคุณค่ะ อาจารย์ (อาจารย์) สวัสดีค่ะ

1650
01:50:00.103 --> 01:50:03.871

1651
01:50:04.103 --> 01:50:07.870
ทดลองอะไรอีกไหม

1652
01:50:08.110 --> 01:50:11.870

1653
01:50:12.111 --> 01:50:15.870

1654
01:50:16.112 --> 01:50:19.870

1655
01:50:20.113 --> 01:50:23.870

1656
01:50:24.118 --> 01:50:27.870

1657
01:50:28.119 --> 01:50:31.871

1658
01:50:32.131 --> 01:50:35.870

1659
01:50:36.133 --> 01:50:39.870
[สิ้นสุดการถอดความ]

1660
01:50:40.134 --> 01:50:43.870

1661
01:50:44.134 --> 01:50:47.870

1662
01:50:48.137 --> 01:50:51.870

1663
01:50:52.138 --> 01:50:55.875
-

1664
01:50:56.139 --> 01:50:59.871

1665
01:51:00.142 --> 01:51:04.142

1666
01:51:04.144 --> 01:51:08.144

1667
01:51:08.145 --> 01:51:08.150

1668
01:51:12.150 --> 01:51:12.150


