﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:03.867

2
00:00:04.005 --> 00:00:07.879

3
00:00:08.006 --> 00:00:11.876

4
00:00:12.007 --> 00:00:15.888

5
00:00:16.009 --> 00:00:19.897

6
00:00:20.010 --> 00:00:23.880

7
00:00:24.013 --> 00:00:27.870

8
00:00:28.014 --> 00:00:31.922

9
00:00:32.015 --> 00:00:35.858
(อาจารย์) เด็ก ๆ ถ้าเข้ามาแล้วเปิดจอ

10
00:00:36.016 --> 00:00:39.909
วิดีโอด้วยนะคะ

11
00:00:40.017 --> 00:00:43.869
พี่ล่ามได้ยินเสียงอาจารย์ไหม พี่ตูนได้ยินเสียงอาจารย์ไหม

12
00:00:44.026 --> 00:00:47.890
(ล่าม) ได้ยินค่ะ (อาจารย์) โอ.เค.

13
00:00:48.027 --> 00:00:51.848

14
00:00:52.032 --> 00:00:55.895
บอกให้น้อง ๆ เปิดจอด้วยนะคะ

15
00:00:56.033 --> 00:00:59.900
จะได้รู้ว่าใครเข้ามาแล้วบ้าง

16
00:01:00.048 --> 00:01:03.855

17
00:01:04.057 --> 00:01:07.840
โอ.เค. 14 คน

18
00:01:08.058 --> 00:01:11.838
คน รวมพี่ล่ามแล้ว คนอื่น ๆ กำลังทยอยเข้ามานะคะ

19
00:01:12.059 --> 00:01:15.838

20
00:01:16.062 --> 00:01:19.838
ระหว่างรอเพื่อน ๆ

21
00:01:20.063 --> 00:01:23.838

22
00:01:24.064 --> 00:01:27.839

23
00:01:28.074 --> 00:01:31.838
เด็ก ๆ  อยากทราบว่า

24
00:01:32.075 --> 00:01:35.838
ใครเคยเขียนโปรแกรม

25
00:01:36.076 --> 00:01:39.840
มาแล้วบ้าง ให้ตอบในแชท

26
00:01:40.077 --> 00:01:43.838
เคยเขียน เขียนภาษาอะไรมา

27
00:01:44.082 --> 00:01:47.839
ใครยังไม่เคยก็ให้ตอบว่าไม่เคย

28
00:01:48.084 --> 00:01:51.838
โอ.เค. ไหมคะ เข้าไปตอบในแชตเลยคะ ว่า

29
00:01:52.085 --> 00:01:55.838
เคยเขียนมาแล้ว เคยเขียนโปรแกรม

30
00:01:56.087 --> 00:01:59.845
ภาษาอะไรเขียนลงไปอย่างนี้ เข้าใจไหมคะ

31
00:02:00.088 --> 00:02:03.839
ถ้าไม่เคยก็บอกว่ายังไม่เคย

32
00:02:04.089 --> 00:02:07.840
ยังไม่เคย

33
00:02:08.090 --> 00:02:11.839

34
00:02:12.091 --> 00:02:15.839
เดชาพล พิมพ์

35
00:02:16.092 --> 00:02:19.840
แบบพิมพ์สัมผัสได้ไหมลูก

36
00:02:20.093 --> 00:02:23.841
(นักศึกษาชาย) ได้ครับอาจารย์ (อาจารย์) ได้อยู่ใช่ไหมลูก ตอนนี้

37
00:02:24.094 --> 00:02:27.839
ถ้าใช้ ตอนนี้ใช้คอมหรือใช้มือถือลูก

38
00:02:28.095 --> 00:02:31.839
(นักศึกษา) ตอนนี้ใช้คอมฯ ครับ

39
00:02:32.096 --> 00:02:35.839
(อาจารย์) อ๋อ ใช้คอม อย่างนั้นก็พิมพ์ได้อยู่นะ

40
00:02:36.099 --> 00:02:39.841
สันติภาพตอบมาแล้ว ยังไม่เคยครับ

41
00:02:40.110 --> 00:02:43.840
สันติภาพ มาจากไหน มาจากโรงเรียนอะไรครับ

42
00:02:44.111 --> 00:02:47.842
บอกอาจารย์สิ (นักศึกษา) จบจากโรงเรียน

43
00:02:48.112 --> 00:02:51.841
บางละมุง จังหวัดชลบุรีครับผม

44
00:02:52.115 --> 00:02:55.843
(อาจารย์) บางละมุง ชลบุรีหรอคะ (นักศึกษาชาย) จบ

45
00:02:56.117 --> 00:02:59.840
จากโรงเรียนร่วมกับคนปกติ ตอน ม. ปลายครับ

46
00:03:00.120 --> 00:03:03.840
(อาจารย์) ศิริรัตนล่ะคะ จบจาก

47
00:03:04.124 --> 00:03:07.840
อะไรลุก (นักศึกษาหญิง) จบจาก

48
00:03:08.125 --> 00:03:11.846
กศน. ค่ะ (อาจารย์) อ๋อ กศน. นั่นเอง กัญญาณัฐ เรียน

49
00:03:12.125 --> 00:03:15.840
ภาษา C กัญญาณัฐอยู่โรงเรียนอะไร

50
00:03:16.129 --> 00:03:19.840
นะ เรียนโรงเรียนไหนโรงเรียนเดิม

51
00:03:20.130 --> 00:03:23.842
เดิมหรือ

52
00:03:24.131 --> 00:03:27.841
กัญญาณัฐไม่ได้ยินหรือลูก

53
00:03:28.132 --> 00:03:31.840
กุ๊กได้ยินไหมคะ

54
00:03:32.133 --> 00:03:35.840
มุกไม่ได้ยินเสียงแม่หรือ

55
00:03:36.134 --> 00:03:39.846
ไมค์มีปัญหา โอ.เค. ๆ

56
00:03:40.135 --> 00:03:43.844
ไม่เป็นอะไร โอ.เค. ค่ะ

57
00:03:44.138 --> 00:03:47.841
งั้นก็ได้ยินอยู่แต่ไมค์ใช้ไม่ได้

58
00:03:48.138 --> 00:03:51.841
โอ.เค. คนอื่น ๆ  ตอบมาได้

59
00:03:52.139 --> 00:03:55.841
เลยนะคะ เดชาพลก็ยังไม่เคย

60
00:03:56.140 --> 00:03:59.840
ศิริลัษณ์ สันติภาพ

61
00:04:00.141 --> 00:04:03.846

62
00:04:04.142 --> 00:04:07.845
ไม่เคย

63
00:04:08.143 --> 00:04:11.842
คนอื่นหายไปไหนหมด

64
00:04:12.144 --> 00:04:15.840
เพื่อน ๆ หายไปไหนหมด

65
00:04:16.145 --> 00:04:19.841

66
00:04:20.147 --> 00:04:23.841

67
00:04:24.148 --> 00:04:27.844

68
00:04:28.150 --> 00:04:31.852

69
00:04:32.152 --> 00:04:35.860
ตอนนี้

70
00:04:36.153 --> 00:04:39.881
ตอนนี้ที่ตอบแม่มานี่ ใช้

71
00:04:40.154 --> 00:04:43.940
คอมหรือใช้อะไรเอ่ย

72
00:04:44.157 --> 00:04:47.950
(นักศึกษาชาย) ผมใช้โทรศัพท์ครับ

73
00:04:48.159 --> 00:04:51.853
(อาจารย์) สันติภาพใช้อะไรนะคะ (นักศึกษาชาย) ใช้โทรศัพท์มือถือครับ

74
00:04:52.160 --> 00:04:55.841
เมื่อวานที่

75
00:04:56.161 --> 00:04:59.841
นั่งอยู่ DSS ใช่สันติภาพไหมลูก (นักศึกษาชาย)

76
00:05:00.162 --> 00:05:03.841
ใช่ครับผม (อาจารย์) แล้วทำไมไม่ใช้

77
00:05:04.173 --> 00:05:07.843
(นักศึกษาชาย) คอมพิวเตอร์หรอครับ (อาจารย์) ใช่ ๆ

78
00:05:08.175 --> 00:05:11.842
(นักศึกษา) ไมค์ในคอมของผมมีปัญหา

79
00:05:12.176 --> 00:05:15.842
(อาจารย์) อ๋อ (นักศึกษาชาย) เปิดไมค์ไม่ได้

80
00:05:16.177 --> 00:05:19.841
(อาจารย์) โอ.เค. ค่ะ

81
00:05:20.179 --> 00:05:23.849
เพราะความจริงถ้าเขียนจะต้องมาใช้

82
00:05:24.180 --> 00:05:27.842
ห้องแลป เพราะแม่จะดูว่าใครใช้ได้

83
00:05:28.182 --> 00:05:31.844
แต่ทีนี้ปัญหาคือเรายังใช้แล็บไม่ได้

84
00:05:32.198 --> 00:05:35.842

85
00:05:36.199 --> 00:05:39.842

86
00:05:40.201 --> 00:05:43.842

87
00:05:44.203 --> 00:05:47.845
ใช้คอมหรือใช้มือถือลูก (นักศึกษาชาย) ใช้

88
00:05:48.205 --> 00:05:51.842
Notebook ครับ (อาจารย์)

89
00:05:52.206 --> 00:05:55.842
สิริรัตน์ใช้อะไร (นักศึกษาหญิง) ใช้โทรศัพท์ค่ะ (อาจารย์)

90
00:05:56.211 --> 00:05:59.842
มุกใช้อะไรลูก พิมพ์

91
00:06:00.212 --> 00:06:03.842
มาบอกก็ได้ กัญญณัฐ

92
00:06:04.213 --> 00:06:07.842

93
00:06:08.213 --> 00:06:11.842
ตอนนี้ที่เห็นหน้ากัน

94
00:06:12.215 --> 00:06:15.842
มี 1, 2, 3, 4, 5

95
00:06:16.216 --> 00:06:19.842
คนอื่นหายไปไหนหมด ที่เหลือนี่พี่ล่ามทั้งนั้นเลยนะ

96
00:06:20.217 --> 00:06:23.844
หายไปไหนหมด (ล่าม) หนู

97
00:06:24.219 --> 00:06:27.843
ไม่เห็นเด็กหูหนวกเลยค่ะ วันนี้

98
00:06:28.220 --> 00:06:31.842
(ล่าม) เด็กหูหนวกไปไหนหมด (อาจารย์)

99
00:06:32.223 --> 00:06:35.842
เดี๋ยวกำลังตาม รอเพื่อน ๆ แป๊บหนึ่งนะ

100
00:06:36.224 --> 00:06:39.842

101
00:06:40.226 --> 00:06:43.842
(อาจารย์) อ๋อ มุกมีคอมพิวเตอร์อยู่นะ

102
00:06:44.227 --> 00:06:47.842
โอ.เค.

103
00:06:48.229 --> 00:06:51.842
เดชาพลมีคอมพิวเตอร์

104
00:06:52.232 --> 00:06:55.856
อยู่ใช่ไหมคะ (นักศึกษาชาย) ครับ อาจารย์ (อาจารย์)

105
00:06:56.233 --> 00:06:59.843
มีไหมลูก

106
00:07:00.236 --> 00:07:03.843

107
00:07:04.237 --> 00:07:07.842
มีนะครับ โอ.เค.

108
00:07:08.239 --> 00:07:11.854

109
00:07:12.241 --> 00:07:15.842
รออีกสัก

110
00:07:16.242 --> 00:07:19.845
10 นาทีนะ รอเพื่อน ๆ มา

111
00:07:20.243 --> 00:07:23.843
ตอนนี้ผ่อนคลาย เด็ก ๆ จะทำอะไรก่อนก็ได้อีก

112
00:07:24.244 --> 00:07:27.842
10 นาที ค่อยมาเจอกันใหม่

113
00:07:28.246 --> 00:07:31.843
พี่การ์ตูนพักก่อนก็ได้ ยังไม่มี

114
00:07:32.247 --> 00:07:35.843
เด็กหูยังไม่เข้ามา

115
00:07:36.248 --> 00:07:39.849
น่ะสิ กำลังตาม (ล่าม) เหลือแต่หูหนวก

116
00:07:40.250 --> 00:07:43.843
(อาจารย์) เพราะเมื่อวานเขาก็มีเรียนไง

117
00:07:44.254 --> 00:07:47.843
ก็แจ้งไว้แล้ว (ล่าม) อ๋อ ค่ะ (อาจารย์)

118
00:07:48.257 --> 00:07:51.843
(อาจารย์) เลยงงว่าทำไมไม่เข้า

119
00:07:52.258 --> 00:07:55.843
เน็ตที่หอเขามีปัญหาหรือเปล่า

120
00:07:56.267 --> 00:07:59.845
(ล่าม) อันนี้ส่วนใหญ่เด็กอยู่หอ

121
00:08:00.268 --> 00:08:03.843
เพราะว่าถ้าปี 1 ให้เด็กมาแล้ว

122
00:08:04.279 --> 00:08:07.843
มันมาก่อนที่เขาจะประกาศ

123
00:08:08.279 --> 00:08:11.843
(ล่าม) อ๋อ ค่ะ ก็เลยต้องอยู่หอนะ (อาจารย์) ปัญหา

124
00:08:12.280 --> 00:08:15.845
คือ เน็ตที่หอน่ะ มันจะไม่ค่อยเวิร์กเท่าไร

125
00:08:16.280 --> 00:08:19.844
(ล่าม) เข้าใจค่ะ อาจารย์

126
00:08:20.281 --> 00:08:23.843
จะต้องเป็นแบบว่าพอเด็ก ๆ อยู่

127
00:08:24.283 --> 00:08:27.843
หอนะ แล้วพอเรียนน่ะ พร้อม ๆ กันมันก็จะ

128
00:08:28.285 --> 00:08:31.843
ดึงเน็ตกัน (ล่าม) ใช่ (อาจารย์)

129
00:08:32.286 --> 00:08:35.846
น่าจะติดปัญหาอันนี้

130
00:08:36.287 --> 00:08:39.843
เราต้องได้รอแล้วล่ะ เมื่อวานเขาเข้ามา

131
00:08:40.289 --> 00:08:43.843
เขาก็เข้ากันอยู่ เพราะว่าแจ้งแล้ว

132
00:08:44.290 --> 00:08:47.843
พี่ ๆ ก็บอกว่าแจ้งแล้ว

133
00:08:48.290 --> 00:08:51.843
เพราะเมื่อวานเขาก็มีเรียน

134
00:08:52.291 --> 00:08:55.843
เรียนด้วยหรือคะอาจารย์

135
00:08:56.292 --> 00:08:59.848
ของอะไรนะ วิชาเจนเอ็ด

136
00:09:00.293 --> 00:09:03.843
ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร

137
00:09:04.294 --> 00:09:07.845
เพราะว่าอันนั้นเขารวมหลายเซก

138
00:09:08.295 --> 00:09:11.843
หมายเด็กเรียนรวมกัน

139
00:09:12.298 --> 00:09:15.847
ใช่ (ล่าม) ก็เลยต้องเอาน้องหูหนวกเรียนทีเดียวเลยใช่ไหมคะ

140
00:09:16.299 --> 00:09:19.843

141
00:09:20.302 --> 00:09:23.851

142
00:09:24.310 --> 00:09:27.843

143
00:09:28.310 --> 00:09:31.844

144
00:09:32.313 --> 00:09:35.843

145
00:09:36.315 --> 00:09:39.843
มีเจ้ามิ้นต์เข้ามาแล้วคนหนึ่ง

146
00:09:40.318 --> 00:09:43.844
มิ้นเปิดจอ

147
00:09:44.329 --> 00:09:47.845

148
00:09:48.331 --> 00:09:51.844

149
00:09:52.333 --> 00:09:55.843

150
00:09:56.335 --> 00:09:59.845

151
00:10:00.335 --> 00:10:03.849

152
00:10:04.339 --> 00:10:07.844

153
00:10:08.341 --> 00:10:11.844

154
00:10:12.344 --> 00:10:15.844

155
00:10:16.345 --> 00:10:19.844

156
00:10:20.359 --> 00:10:23.843

157
00:10:24.360 --> 00:10:27.844

158
00:10:28.363 --> 00:10:31.844

159
00:10:32.364 --> 00:10:35.844

160
00:10:36.368 --> 00:10:39.844

161
00:10:40.370 --> 00:10:43.844

162
00:10:44.371 --> 00:10:47.845
เขียน Flash

163
00:10:48.373 --> 00:10:51.844
แจ้งว่ากลับบ้านนี่ แล้วกลับมาหรือยัง

164
00:10:52.374 --> 00:10:55.854

165
00:10:56.375 --> 00:10:59.847
ไม่ใช่เธอไปฉีดวัคซีน

166
00:11:00.376 --> 00:11:03.846
วันนี้นะ เธอบอก...

167
00:11:04.380 --> 00:11:07.845
พ่อเขาเรียกกลับน่ะ น่าจะไปฉีดวัคซีน

168
00:11:08.381 --> 00:11:11.845
เจ้าแฝด

169
00:11:12.382 --> 00:11:15.849

170
00:11:16.383 --> 00:11:19.844
นั่นนะสิ

171
00:11:20.384 --> 00:11:23.845

172
00:11:24.385 --> 00:11:27.845

173
00:11:28.389 --> 00:11:31.845

174
00:11:32.389 --> 00:11:35.844

175
00:11:36.393 --> 00:11:39.857

176
00:11:40.395 --> 00:11:43.845

177
00:11:44.396 --> 00:11:47.844

178
00:11:48.398 --> 00:11:51.845

179
00:11:52.401 --> 00:11:55.849
นักเรียนหาย แย่แล้ว เด็ก ๆ

180
00:11:56.406 --> 00:11:59.844

181
00:12:00.408 --> 00:12:03.845

182
00:12:04.413 --> 00:12:07.845

183
00:12:08.415 --> 00:12:11.958

184
00:12:12.417 --> 00:12:15.844

185
00:12:16.418 --> 00:12:19.844

186
00:12:20.419 --> 00:12:23.845
มาแล้ว ๆ เจ้าแฝดมาแล้ว

187
00:12:24.420 --> 00:12:27.845

188
00:12:28.422 --> 00:12:31.845
สวัสดีจ้ะ

189
00:12:32.423 --> 00:12:35.845

190
00:12:36.425 --> 00:12:39.845
มาสาย ๆ พี่การ์ตูนบอกพี่

191
00:12:40.438 --> 00:12:43.855
แฝดมาสาย

192
00:12:44.444 --> 00:12:47.845
ทำอะไรอยู่

193
00:12:48.446 --> 00:12:51.846

194
00:12:52.447 --> 00:12:55.850
(ล่าม) นอนเพิ่งตื่นครับ

195
00:12:56.451 --> 00:12:59.846
แล้วนอนตื่นสายเด้อ

196
00:13:00.452 --> 00:13:03.845
(ล่าม) ใช่ครับ (อาจารย์) อยู่บ้านแล้วตื่นสาย

197
00:13:04.453 --> 00:13:07.846
(ล่าม) ต้องขออภัยด้วยนะครับ

198
00:13:08.455 --> 00:13:11.846

199
00:13:12.457 --> 00:13:15.845

200
00:13:16.458 --> 00:13:19.846
(ล่าม) ตอนนี้ผมอยู่บ้านครับ

201
00:13:20.459 --> 00:13:23.845
ก็เลยตื่นสาย

202
00:13:24.461 --> 00:13:27.845

203
00:13:28.466 --> 00:13:31.847
ครับ ใช่ครับ

204
00:13:32.468 --> 00:13:35.845
สะโลสะเลมาก

205
00:13:36.487 --> 00:13:39.846

206
00:13:40.488 --> 00:13:43.845
โหลงเหลงมากวันนี้

207
00:13:44.491 --> 00:13:47.845
สมาชิก เพื่อน ๆ เขายังไม่เข้ามา

208
00:13:48.492 --> 00:13:51.846
ตอนนี้มีเด็กตา

209
00:13:52.494 --> 00:13:55.845
เด็กปกติ

210
00:13:56.502 --> 00:13:59.846

211
00:14:00.503 --> 00:14:03.846

212
00:14:04.504 --> 00:14:07.846

213
00:14:08.506 --> 00:14:11.846

214
00:14:12.517 --> 00:14:15.845

215
00:14:16.519 --> 00:14:19.845

216
00:14:20.526 --> 00:14:23.846

217
00:14:24.530 --> 00:14:27.845

218
00:14:28.531 --> 00:14:31.849

219
00:14:32.536 --> 00:14:35.845

220
00:14:36.538 --> 00:14:39.845
เริ่มเข้ามาแล้ว ๆ

221
00:14:40.540 --> 00:14:43.845
จันทกานต์

222
00:14:44.542 --> 00:14:47.845
เข้ามาแล้วเปิดกล้อง

223
00:14:48.542 --> 00:14:51.848
บอกเพื่อนเปิดกล้อง

224
00:14:52.543 --> 00:14:55.846

225
00:14:56.545 --> 00:14:59.846
งั้นแฝดเข้ามาแล้วถาม

226
00:15:00.546 --> 00:15:03.846
แฝดเคยเรียนเขียนโปรแกรมมาหรือยัง

227
00:15:04.547 --> 00:15:07.846

228
00:15:08.549 --> 00:15:11.848
เคยเรียนไหม

229
00:15:12.553 --> 00:15:15.846
(ล่าม) เคยครับ (อาจารย์) เคยเขียนโปรแกรมภาษาอะไรมาก่อน

230
00:15:16.556 --> 00:15:19.846
ตอบได้ไหม

231
00:15:20.558 --> 00:15:23.848

232
00:15:24.560 --> 00:15:27.846

233
00:15:28.561 --> 00:15:31.846
(ล่าม) ทางแฝดไม่ค่อยชัดน่ะค่ะ (อาจารย์) นั่นน่ะสิ

234
00:15:32.564 --> 00:15:35.846
ดู... บอกเขาทำมือช้า ๆ

235
00:15:36.566 --> 00:15:39.846
ให้น้องบอกน้องเอาภาพพื้นหลังออก

236
00:15:40.570 --> 00:15:43.846
เออ

237
00:15:44.576 --> 00:15:47.846

238
00:15:48.578 --> 00:15:51.847
(ล่าม) เอาออกแล้วครับ

239
00:15:52.581 --> 00:15:55.846
(อาจารย์) ภาษาอะไรเคยเรียนภาษาอะไรมาลูก

240
00:15:56.583 --> 00:15:59.854

241
00:16:00.586 --> 00:16:03.849

242
00:16:04.590 --> 00:16:07.846

243
00:16:08.592 --> 00:16:11.847
(ล่าม) ก็คือเหมือนกับทำเป็น

244
00:16:12.593 --> 00:16:15.853
วิชา อ้าว น้องหาย แป๊บหนึ่งนะคะ

245
00:16:16.594 --> 00:16:19.848

246
00:16:20.596 --> 00:16:23.848
(อาจารย์) ภากร

247
00:16:24.597 --> 00:16:27.847
ถามภากรบ้าง (ล่าม) เอาใหม่ได้ไหม

248
00:16:28.598 --> 00:16:31.846
นพกิจ เมื่อกี้ ล่ามแบบ

249
00:16:32.604 --> 00:16:35.849
กล้องมันแบบสลับก็เลยแบบภาพ

250
00:16:36.604 --> 00:16:39.850
ขอใหม่ได้ไหม เดี๋ยวพูดให้

251
00:16:40.605 --> 00:16:43.864
(อาจารย์) ถามภากรว่าเคยเรียน

252
00:16:44.606 --> 00:16:47.868

253
00:16:48.611 --> 00:16:51.879
ภากรณ์

254
00:16:52.613 --> 00:16:55.880

255
00:16:56.616 --> 00:16:59.849
หูตึง ใช่ ๆ

256
00:17:00.617 --> 00:17:03.847
ก่อนเรียนคอมพิวเตอร์มีไหม

257
00:17:04.623 --> 00:17:07.849
โปรแกรม ทำเองมีไหม

258
00:17:08.624 --> 00:17:11.851
(อาจารย์) ภากรได้ยินอยู่หรือ

259
00:17:12.626 --> 00:17:15.846
ได้ยินหรือเปล่า

260
00:17:16.629 --> 00:17:19.847
คือ ตอนนี้ ได้ยินเปล่า

261
00:17:20.630 --> 00:17:23.847
ได้ยินหรอ ถ้าอย่างนั้น

262
00:17:24.632 --> 00:17:27.849
(อาจารย์) แต่พูดไม่ได้หรือ

263
00:17:28.633 --> 00:17:31.847
พูดได้ไหม แต่พูดไม่ได้

264
00:17:32.635 --> 00:17:35.847
ภาษามืออย่างเดียวใช่เปล่า (อาจารย์)

265
00:17:36.648 --> 00:17:39.846
เพราะเหมือนพี่โจโจ้

266
00:17:40.649 --> 00:17:43.890
รู้จักพี่โจโจ้อยู่นะ

267
00:17:44.656 --> 00:17:47.929
(ล่าม) หนูชื่อพี่โจ

268
00:17:48.657 --> 00:17:51.957
โจ้ รู้เปล่า

269
00:17:52.658 --> 00:17:55.959
รู้ ทราบครับ ทำไมสำคัญตอนนี้

270
00:17:56.659 --> 00:18:00.008
อธิบายว่าชื่อพี่

271
00:18:00.661 --> 00:18:03.847
โจโจ้ตอนนี้อ่านปาก ฝึก ๆ

272
00:18:04.662 --> 00:18:07.848
ใช่ไหม ใช่คราม (อาจารย์)

273
00:18:08.663 --> 00:18:11.847
อ่านปากได้

274
00:18:12.674 --> 00:18:15.848

275
00:18:16.677 --> 00:18:19.846
ประมาณนี้ล่ะหูตึง

276
00:18:20.678 --> 00:18:23.849
ถาม โปรแกรม พิมพ์ ๆ น่ะ

277
00:18:24.678 --> 00:18:27.847
(อาจารย์) เพราะว่าแม่เห็นบางที

278
00:18:28.680 --> 00:18:31.847
เขาประกาศรับสมัครน่ะ หูตึงเขาก็

279
00:18:32.681 --> 00:18:35.847
บอกไว้ ต้องสื่อสารได้ด้วย

280
00:18:36.682 --> 00:18:39.847
พูดไว้เลย

281
00:18:40.683 --> 00:18:43.848
โอ.เค. ต่อไปใครเข้ามาแล้ว

282
00:18:44.684 --> 00:18:47.847
แฝดมาแล้ว

283
00:18:48.686 --> 00:18:51.848
18 คนแล้วเพิ่งเข้ามา

284
00:18:52.687 --> 00:18:55.847
หายไปไหนแล้วโจ้ จันทร์กานต์น่ะ

285
00:18:56.689 --> 00:18:59.847

286
00:19:00.690 --> 00:19:03.847

287
00:19:04.692 --> 00:19:07.848
(อาจารย์) ไอ้นี่

288
00:19:08.696 --> 00:19:11.847
ชื่อเล่นอะไร จันทร์กานต์น่ะ ชื่ออะไรนะ

289
00:19:12.697 --> 00:19:15.847
อบ ๆ

290
00:19:16.702 --> 00:19:19.848
เปิดกล้องหรือเปล่าอบหายไปไหน

291
00:19:20.702 --> 00:19:23.847

292
00:19:24.704 --> 00:19:27.847

293
00:19:28.717 --> 00:19:31.847
อบไม่เปิดกล้องน่ะ

294
00:19:32.719 --> 00:19:35.847
เงียบ...

295
00:19:36.720 --> 00:19:39.847
แล้วก็เจ้ามิ้น

296
00:19:40.721 --> 00:19:43.847

297
00:19:44.723 --> 00:19:47.847

298
00:19:48.725 --> 00:19:51.847
(ล่าม) แฝด ๆ

299
00:19:52.726 --> 00:19:55.848
เตือน ๆ เพื่อนในไลน์หน่อย

300
00:19:56.727 --> 00:19:59.850
ธัญญาลักษณ์

301
00:20:00.728 --> 00:20:03.851
ธัญรัตน์

302
00:20:04.731 --> 00:20:07.847
(อาจารย์) เชอรี่หรือ

303
00:20:08.732 --> 00:20:11.847
ชื่อ

304
00:20:12.734 --> 00:20:15.848
ชื่อภาษามือ

305
00:20:16.736 --> 00:20:19.847
ใช่ไหม

306
00:20:20.737 --> 00:20:23.847
ใช่หรือเปล่า (ล่าม) ใช่ค่ะ (อาจารย์)

307
00:20:24.738 --> 00:20:27.847
ใช่ไหม

308
00:20:28.740 --> 00:20:31.848
เออ ถามเขาหน่อย ว่า

309
00:20:32.742 --> 00:20:35.852
เคยเรียนเขียนโปรแกรมมาแล้วหรือยัง (ล่าม) ตอนนี้เขามอง

310
00:20:36.748 --> 00:20:39.848
(อาจารย์) เดี๋ยวอ่านพี่ล่าม

311
00:20:40.750 --> 00:20:43.848
พอดีว่าทางล่ามไม่เห็น ขอโทษทีค่ะ

312
00:20:44.751 --> 00:20:47.848
เดี๋ยวนะคะ น้องชื่อธัญญาลักษณ์ใช่ไหมคะ

313
00:20:48.752 --> 00:20:51.858

314
00:20:52.753 --> 00:20:55.848
ตรึงหน้าจอได้ค่ะ เดี๋ยวสักครู่หนึ่งค่ะ

315
00:20:56.755 --> 00:20:59.848
ชื่ออบใช่ไหม

316
00:21:00.756 --> 00:21:03.849

317
00:21:04.758 --> 00:21:07.848

318
00:21:08.760 --> 00:21:11.849

319
00:21:12.764 --> 00:21:15.848
ธัญ...

320
00:21:16.766 --> 00:21:19.848
ธัญญลักษณ์

321
00:21:20.767 --> 00:21:23.848
ภาษามือชัดไหม ชัดหรือเปล่า (อาจารย์) ธัญลักษณ์เข้าใจไหมนิ

322
00:21:24.770 --> 00:21:27.848
กัญรัตน

323
00:21:28.771 --> 00:21:31.848
เหมือนดูแต่ไม่ได้ดูกล้อง

324
00:21:32.772 --> 00:21:35.857
ลองจันทร์กานต์

325
00:21:36.773 --> 00:21:39.848
เสื้อแดงน่ะ (อาจารย์) เพิ่งตื่นนอนดูสภาพ

326
00:21:40.775 --> 00:21:43.851
เด็กเพิ่งตื่น (อาจารย์) อบใช่ไหม

327
00:21:44.776 --> 00:21:47.848
ใช่ไหม อบใช่ไหม (ล่าม) ไม่มีใครมองกล้องเลย

328
00:21:48.777 --> 00:21:51.848
(อาจารย์) อบเปล่า อบเปล่า

329
00:21:52.781 --> 00:21:55.848
อบไหม (ล่าม) ชื่อภาษามือ

330
00:21:56.783 --> 00:21:59.848
ภาษามือ (อาจารย์) ไม่ดูกล้องเลย

331
00:22:00.784 --> 00:22:03.848
ดูหรือเปล่า ง่วงนอน สภาพแต่ละคน

332
00:22:04.786 --> 00:22:07.848
แต่ละคน [เสียงหัวเราะ]

333
00:22:08.787 --> 00:22:11.848
(ล่าม) เหมือนยังไม่ฟื้นค่ะ (อาจารย์) สกลฯ ฝนตก (ล่าม)

334
00:22:12.788 --> 00:22:15.848
สกลฝนตกใช่ไหมคะ ฝั่งนี้ปอย ๆ

335
00:22:16.793 --> 00:22:19.848
เห็นพี่เขาหรือเปล่านี่

336
00:22:20.826 --> 00:22:23.848
ไอ้เจ้าอบ เจ้าอบ จันทร์กานต์ (ล่าม)

337
00:22:24.829 --> 00:22:27.850
เปิดกล้องหน่อย เพื่อน เตือน ๆ กล้องเปิด

338
00:22:28.830 --> 00:22:31.848
เตือน ๆ กล้องเปิด

339
00:22:32.831 --> 00:22:35.849
เดินหนีไปแล้ว (อาจารย์) ธัญญารักษ์ก็ไปแล้ว

340
00:22:36.832 --> 00:22:39.848
จันทร์กานต์ ก็ (ล่าม) นิ่งเลย (อาจารย์)

341
00:22:40.832 --> 00:22:43.849
นั่นน่ะสิ ปิดกล้องอีกแล้ว

342
00:22:44.833 --> 00:22:47.849
แต่ละคน

343
00:22:48.835 --> 00:22:51.849
ปิดกล้องหนีเราไปเสียแล้ว

344
00:22:52.838 --> 00:22:55.848

345
00:22:56.839 --> 00:23:00.839
เปิดกล้อง

346
00:23:00.841 --> 00:23:04.841
(ล่าม) จันทร์กา

347
00:23:04.842 --> 00:23:08.842
กานต์ใช่ไหม เสื้อเหลืองน่ะ

348
00:23:08.844 --> 00:23:12.844
ผู้หญิง เสื้อเหลืองน่ะ

349
00:23:12.845 --> 00:23:16.845
เสื้อภาษามือ

350
00:23:16.854 --> 00:23:20.848
ชื่อภาษามือ ผู้หญิง

351
00:23:20.853 --> 00:23:24.848
เสื้อเหลืองน่ะ ภาษามือ

352
00:23:24.859 --> 00:23:28.848

353
00:23:28.858 --> 00:23:32.849
ทำไมคนนี้ไม่คุ้นหน้าเลย

354
00:23:32.861 --> 00:23:36.850
(อาจารย์) ดูกล้อองกันอยู่หรือเปล่า

355
00:23:36.878 --> 00:23:40.849
ไหมนี่ (ล่าม) ล่าม

356
00:23:40.884 --> 00:23:44.852
หูหนวก

357
00:23:44.888 --> 00:23:48.851
หูหนวกล่ามเห็นดีไหม ชัดไหม

358
00:23:48.890 --> 00:23:52.849
มีเห็น ชัดค่ะ ชื่อ

359
00:23:52.891 --> 00:23:56.849
ภาษามือ เสื้อเหลืองน่ะ

360
00:23:56.895 --> 00:24:00.850
เสื้อเหลืองน่ะ เสื้อเหลืองน่ะ

361
00:24:00.896 --> 00:24:04.849
ชื่อภาษามือไหน

362
00:24:04.897 --> 00:24:08.850

363
00:24:08.899 --> 00:24:12.849
ใช่ ๆ ชื่อไหน

364
00:24:12.901 --> 00:24:16.849
ชื่อนี้ใช่ไหม โอ.เค. จันทร์กานต์ชื่อนี้ค่ะ

365
00:24:16.902 --> 00:24:20.849
โอ.เค. ลืมขอโทษก็เลยถาม

366
00:24:20.908 --> 00:24:24.852
เคยเรียนภาษา

367
00:24:24.909 --> 00:24:28.849
ภาษามือดีไหม เมื่อก่อน ภาษามือแบบ

368
00:24:28.910 --> 00:24:32.849
เข้าใจ มีเปล่า โอ.เค.

369
00:24:32.915 --> 00:24:36.851
เข้าใจค่ะ เข้าใจเคยเรียนค่ะ

370
00:24:36.919 --> 00:24:40.852
กลัวไม่เข้าใจ ทีนี้

371
00:24:40.920 --> 00:24:44.849
พร้อมหรือยัง พร้อมหรือยังคะ

372
00:24:44.921 --> 00:24:48.850
พร้อมจะเรียนหรือยัง

373
00:24:48.924 --> 00:24:52.850
พร้อมไหม ๆ

374
00:24:52.925 --> 00:24:56.849
โอ.เค. ค่ะ เดี๋ยวเรามาเริ่มกัน

375
00:24:56.926 --> 00:25:00.849
(ล่าม) เริ่มเรียนนะ (อาจารย์) เรามาเริ่มเรียนกันเลยนะ

376
00:25:00.929 --> 00:25:04.849
เปิดวิดีโอตลอดนะ

377
00:25:04.929 --> 00:25:08.849
เพราะว่าภาพคะแนนให้ มี

378
00:25:08.930 --> 00:25:12.855

379
00:25:12.937 --> 00:25:16.850

380
00:25:16.939 --> 00:25:20.849

381
00:25:20.941 --> 00:25:24.849
ขอโทษ ๆ

382
00:25:24.942 --> 00:25:28.849
เห็นหน้าจออยู่นะ

383
00:25:28.944 --> 00:25:32.850
วิชาของเราก็คือ

384
00:25:32.945 --> 00:25:36.854
อันนี้ อันนี้หัวข้อที่จะสอนในวันนี้ คือ

385
00:25:36.946 --> 00:25:40.851
คอมพิวเตอร์และอังกอลิทึ่ม

386
00:25:40.947 --> 00:25:44.849
ก็คือหลักการเขียนโปรแกรมนะ

387
00:25:44.948 --> 00:25:48.850
หลักการก็คือ

388
00:25:48.948 --> 00:25:52.849
เป็นความรู้เบื้องต้น

389
00:25:52.949 --> 00:25:56.849
ก่อนจะเขียนโปรแกรม เราควรจะต้องมาทำความรู้ก่อนจากว่า

390
00:25:56.950 --> 00:26:00.849
เขียนโปรแกรมอะไร ซึ่ง ณ ตอนนี้

391
00:26:00.951 --> 00:26:04.850
ที่นี้ก็คือเขียนโปรแกรมให้คอมพิวเตอร์นี่ทำงาน

392
00:26:04.952 --> 00:26:08.850
นะคะ

393
00:26:08.953 --> 00:26:12.849
เพราะฉะนั้นสิ่งนั้นที่อยากให้เด็ก ๆ รู้ก็คือ

394
00:26:12.954 --> 00:26:16.850
เราจะต้องรู้ก่อนว่าระหว่างคนนี่

395
00:26:16.956 --> 00:26:20.850
มนุษย์หรือคน หรือคอมพิวเตอร์นี่

396
00:26:20.958 --> 00:26:24.850
มีวิธีการทำงาน

397
00:26:24.960 --> 00:26:28.850
เป็นอย่างไร หรือมีลักษณะของการทำงาน

398
00:26:28.961 --> 00:26:32.850
ของมนุษย์ทำอย่างไร คอมพิวเตอร์ทำอย่างไร

399
00:26:32.963 --> 00:26:36.852
ถ้าลักษณะการทำงานของคนกับคอมพิวเตอร์

400
00:26:36.970 --> 00:26:40.850
มันต่างกันอย่างไร มาดูกัน ดูอย่างแรกก่อน

401
00:26:40.975 --> 00:26:44.853
คอมพิวเตอร์มันจะทำงานได้อยู่

402
00:26:44.975 --> 00:26:48.850
3 อย่าง อย่างแรก คือ

403
00:26:48.976 --> 00:26:52.850
ต้องมี Input หรือการ

404
00:26:52.980 --> 00:26:56.850
รับข้อมูลเข้านะคะ ซึ่งในคอมพิวเตอร์นี่

405
00:26:56.982 --> 00:27:00.854
เราจะเรียกตัวนี้ว่า Input

406
00:27:00.983 --> 00:27:04.850
เข้าไปก่อน ต้องรับข้อมูลเข้าไปก่อน

407
00:27:04.985 --> 00:27:08.850
เสร็จแล้วทำอะไรต่อ

408
00:27:08.987 --> 00:27:12.850
มันจะมีแค่ 3 ขั้นต้อน คอมพิวเตอร์จะทำงานแค่ 3 ลำดับ

409
00:27:12.988 --> 00:27:16.850
ก็คือรับข้อมูลเข้า Input นะคะ

410
00:27:16.990 --> 00:27:20.851
Process แล้วก็แสดงผล

411
00:27:20.991 --> 00:27:24.851
หรือ Output หรือคือมี Input มี Output

412
00:27:24.992 --> 00:27:28.850
มี Process แล้วก็ Output

413
00:27:28.993 --> 00:27:32.850
มันคืออะไรเด็ก ๆ น่าจะงง

414
00:27:32.994 --> 00:27:36.854
อาจจะยังไม่เข้าใจ ว่า Input คืออะไร

415
00:27:36.996 --> 00:27:40.850
นะคะ คือเขาต้องทำตามขั้นตอน

416
00:27:40.998 --> 00:27:44.852
เลยนะ เห็นไหม ต้อง Input เห็นไหมคะ

417
00:27:44.999 --> 00:27:48.868
เรียงตั้งแต่ input ไปก่อนเลย Input

418
00:27:49.001 --> 00:27:52.856
เสร็จแล้วไป Process Process เสร็จแล้วไป

419
00:27:53.002 --> 00:27:56.851
Output ก็คือคอมพิวเตอร์จะต้อง

420
00:27:57.003 --> 00:28:00.851
รับข้อมูล ก็คือเราต้องเขียนโปรแกรม

421
00:28:01.004 --> 00:28:04.852
เพื่อให้คอมพิวเตอร์รับข้อมูลเข้าไป

422
00:28:05.005 --> 00:28:08.850
การสั่งงานคอมพิวเตอร์นั่นเอง

423
00:28:09.006 --> 00:28:12.850
นะคะ Process หรือประมวลผลก็คือ

424
00:28:13.007 --> 00:28:16.850
คำสั่งเข้ามา Input เข้ามานะคะ

425
00:28:17.009 --> 00:28:20.850
ก็จะนำคำสั่งนั้น หรือข้อมูลนั้น

426
00:28:21.010 --> 00:28:24.850
มาทำการประมวลผล การประมวลผล ก็คือ

427
00:28:25.011 --> 00:28:28.850
สิ่งที่สั่งนี่ สั่งให้ทำอะไร

428
00:28:29.012 --> 00:28:32.851
ประมวลเพื่ออะไร เพื่อจัดทำตามคำสั่ง

429
00:28:33.014 --> 00:28:36.850
ของเรานั่นเองนะคะ เสร็จแล้วเมื่อ Process

430
00:28:37.015 --> 00:28:40.850
เสร็จ มันก็จะต้องเป็น Output

431
00:28:41.016 --> 00:28:44.858
แสดงผลนะคะ ต้องมีการแสดงผล

432
00:28:45.017 --> 00:28:48.850
ออกมา เห็นไหมคะ พอแสดงผลเสร็จ

433
00:28:49.018 --> 00:28:52.850
ก็ย้อนกลับไปขั้นตอนเดิม ถ้าเรา

434
00:28:53.020 --> 00:28:56.850
ป้อนคำสั่งเข้าไปใหม่ มันก็จะทำวนอยู่แบบนี้

435
00:28:57.022 --> 00:29:00.850
นะคะ ก็คือขั้นตอนมีแค่นี้

436
00:29:01.026 --> 00:29:04.851
คอมพิวเตอร์นี่ มีแค่ 3 ส่วนนี่ ก็คือรับข้อมูลเข้าไป

437
00:29:05.027 --> 00:29:08.850
ทำการประมวลผลข้อมูล แสดงผลของข้อมูล

438
00:29:09.028 --> 00:29:12.851
นั้นนะคะ

439
00:29:13.037 --> 00:29:16.851
หลักการรับข้อมูลเข้าของ

440
00:29:17.038 --> 00:29:20.851
คอมพิวเตอร์นะคะ

441
00:29:21.039 --> 00:29:24.851
เราใช้อะไรให้ดูที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของเราเป็นหลัก

442
00:29:25.049 --> 00:29:28.851
สิ่งที่จะเป็นตัวนำ

443
00:29:29.050 --> 00:29:32.851
ข้อมูลเข้าไปให้คอมพิวเตอร์ได้ คือ 1. ในรูป

444
00:29:33.052 --> 00:29:36.851
ก็จะมีคีย์บอร์ดใช่ไหมคะ

445
00:29:37.053 --> 00:29:40.853
คีย์บอร์ดจะเป็นตัวคีย์ ตัวพิมพ์ที่

446
00:29:41.054 --> 00:29:44.851
เราจะพิมพ์ข้อความหรือคำสั่งลงไปนั่นเอง

447
00:29:45.059 --> 00:29:48.851
นะคะ แล้วก็เมาส์เห็นไหมคะ

448
00:29:49.060 --> 00:29:52.851
เช่น เหมือนเวลาเราใช้โปรแกรมบางโปรแกรม จะใช้

449
00:29:53.061 --> 00:29:56.856
เมาส์ก็จะเป็นตัวป้อน เหมือนกดเมาส์

450
00:29:57.065 --> 00:30:00.851
กดคลิก OK หรือ คลิกตกลง

451
00:30:01.066 --> 00:30:04.851
อย่างนี้ นั่นก็คือรับคำสั่งผ่านอุปกรณ์ที่เรียกว่า

452
00:30:05.069 --> 00:30:08.852
Input Unit

453
00:30:09.070 --> 00:30:12.851
ก็คือประกอบด้วย คีย์บอร์ด

454
00:30:13.071 --> 00:30:16.852
เมาส์และมียุคใหม่เพิ่มมา เช่น มีเมาส์

455
00:30:17.072 --> 00:30:20.851
ปากกานะคะ เช่น ถ้าเราวาดรูป

456
00:30:21.073 --> 00:30:24.854
คอมพิวเตอร์มันวาดรูปเองไม่ได้

457
00:30:25.075 --> 00:30:28.851
เราใช้เมาส์ปากกาวาด เดี๋ยวพอได้เรียนอีกวิชา

458
00:30:29.076 --> 00:30:32.851
หนึ่งเด็ก ๆ จะได้รู้จักเมาส์ปากกา หรือเรียน

459
00:30:33.077 --> 00:30:36.851
ระบบปฏิบัติการก็จะเห็นลักษณะนั้น

460
00:30:37.078 --> 00:30:40.851
ทีนี้มาดูในส่วนของการประมวลผล

461
00:30:41.079 --> 00:30:44.851
นะคะ

462
00:30:45.081 --> 00:30:48.851
ก็คือเมื่อได้รับข้อมูลจากคีย์บอร์ด

463
00:30:49.081 --> 00:30:52.852
หรือเมาส์แล้ว สิ่งที่จะทำให้

464
00:30:53.082 --> 00:30:56.851
เครื่องคอมพิวเตอร์มันประมวลผลได้

465
00:30:57.083 --> 00:31:00.851
เด็ก ๆ จะมองไม่เห็นค่ะ มันจะอยู่ในเครื่อง

466
00:31:01.084 --> 00:31:04.851
CPU หรือ Cental

467
00:31:05.085 --> 00:31:08.851
Unit ก็คือหน่วยประมวลผลกลางนั่นเอง

468
00:31:09.086 --> 00:31:12.852
มันจะ แล้วก็มีอีกตัวหนึ่ง ที่เรียกว่า หน่วยความจำ

469
00:31:13.087 --> 00:31:16.851
หรือเมมโมรี่ และส่วนอีกความจำหนึ่ง

470
00:31:17.089 --> 00:31:20.851
สำหรับเก็บข้อมูล ก็คือฮาร์ทดิสก์

471
00:31:21.091 --> 00:31:24.852
ก็คือข้อมูลมันถูกส่งเข้ามา Input เข้ามา

472
00:31:25.092 --> 00:31:28.852
มันจะมาผ่าน CPU

473
00:31:29.093 --> 00:31:32.851
CPU ทำการประมวลผลแล้วเก็บไป

474
00:31:33.099 --> 00:31:36.851
อยู่ในหน่วยความจำที่จะเก็บอยู่ในฮาร์ทดิสก์

475
00:31:37.101 --> 00:31:40.852
นะคะ ตัวนี้

476
00:31:41.102 --> 00:31:44.852
ถ้าได้เรียนระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ก็จะได้เรียนลึกเข้าไปอีก

477
00:31:45.103 --> 00:31:48.855
นะคะ เมื่อทำการ

478
00:31:49.104 --> 00:31:52.852
ประมวลผลข้อมูลเสร็จ คอมพิวเตอร์

479
00:31:53.104 --> 00:31:56.853
จะใช้วิธีการแสดงผลลัพธ์ให้เราเห็นได้อย่างไร

480
00:31:57.107 --> 00:32:00.852
1. แสดงออกทางหน้าจอคอมพิวเตอร์นะคะ

481
00:32:01.108 --> 00:32:04.852
ก็คือเราดูข้อมูลหรือผลลัพธ์

482
00:32:05.110 --> 00:32:08.852
หรือผลลัพธ์หรือคำสั่งต่าง ๆ ที่เราส่งเข้าไปในหน้าจอ

483
00:32:09.112 --> 00:32:12.851
หรือ 2. แสดงทางเครื่องพิมพ์

484
00:32:13.113 --> 00:32:16.854
หรือพรินเตอร์ ก็คือเราสั่งให้มันพรินต์

485
00:32:17.114 --> 00:32:20.852
พรินต์ออกมาให้ดูก็ได้ หรือถ้า

486
00:32:21.116 --> 00:32:24.851
ไม่แสดงก็สามารถรเก็บไว้

487
00:32:25.117 --> 00:32:28.852
Output เอาไปเก็บไว้ใน Hardisk ไว้ก่อน

488
00:32:29.118 --> 00:32:32.858
ยังไม่ต้องแสดง เก็บไว้ก่อนก็ได้นะคะ ก็จะมีที่เก็บ

489
00:32:33.123 --> 00:32:36.852
ก็คือฮาร์ตดิสก์นั่นเอง หรือเก็บไว้

490
00:32:37.124 --> 00:32:40.852
ใน CD อย่างนี้ สมัยก่อนเขาจะเรียกว่า

491
00:32:41.124 --> 00:32:44.852
แผ่นดิสก์ เรียก "แผ่นดิสก์" หรือขึ้นมาหน่อยก็

492
00:32:45.125 --> 00:32:48.852
Handy Drive

493
00:32:49.126 --> 00:32:52.852
แล้วก็ ฮาร์ดดิสก์ไดรท์

494
00:32:53.127 --> 00:32:56.852
เคลื่อนย้ายไปไหนก็ได้แต่ล่าสุด

495
00:32:57.135 --> 00:33:00.853
ก็คือเก็บไว้บน Cloud Computer

496
00:33:01.136 --> 00:33:04.852
เพราะฉะนั้น ในขั้นตอนนี้คอมพิวเตอร์จะต้อง

497
00:33:05.140 --> 00:33:08.852
ทำงานอยู่ 3 ขั้นตอน มันต้องรับข้อมูลเข้ามาก่อน

498
00:33:09.145 --> 00:33:12.855
เท่านั้น อยู่ดี ๆ มันทำงานเองเลยไม่ได้

499
00:33:13.147 --> 00:33:16.852
รับมาเสร็จประมวลผล เสร็จแล้วแสดงผล

500
00:33:17.150 --> 00:33:20.852
นะคะ

501
00:33:21.154 --> 00:33:24.853
เมื่อกี้เรารู้ไปแล้วว่าคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร

502
00:33:25.156 --> 00:33:28.852
ทีนี้เรามาดูคนหรือมนุษย์

503
00:33:29.157 --> 00:33:32.852
อย่างไร

504
00:33:33.158 --> 00:33:36.855
ถ้าเป็นคน วิธีการรับข้อมูลของคนนะคะ

505
00:33:37.165 --> 00:33:40.852
เราจะใช้ข้อมูลผ่าน

506
00:33:41.167 --> 00:33:44.853
ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ก็คือ ตา

507
00:33:45.168 --> 00:33:48.853
หู จมูก

508
00:33:49.169 --> 00:33:52.852
มือ แล้วก็ปาก ผ่านทางตา

509
00:33:53.172 --> 00:33:56.853
ก็คือการมองเห็นใช่ไหม

510
00:33:57.173 --> 00:34:00.855
เหมือนเด็กหูนี่เราไม่ได้ยินใช่ไหมคะ

511
00:34:01.174 --> 00:34:04.856
มีการมองเห็นดีใช่ไหม จะใช้

512
00:34:05.175 --> 00:34:08.859
วิธีการรับข้อมูลจากทางตานะคะ

513
00:34:09.176 --> 00:34:12.852
แต่ทีนี้เด็กตานี่ มองไม่เห็นแต่

514
00:34:13.188 --> 00:34:16.852
ได้ยินชัดเจนใช่ไหมคะ จะใช้การรับข้อมูล

515
00:34:17.207 --> 00:34:20.852
จากเสียงใช่ไหม การได้ยินเสียงนั่นเอง

516
00:34:21.208 --> 00:34:24.857
นะคะ ส่วนอื่น ๆ ที่มีเหมือนกัน ก็คือ

517
00:34:25.211 --> 00:34:28.856
การได้กลิ่น เหมือนจมูก

518
00:34:29.212 --> 00:34:32.857
วิธีการรับข้อมูลผ่านจมูกของเรา เช่น

519
00:34:33.212 --> 00:34:36.852
เหม็น ใช่ไหม กลิ่นเหม็น

520
00:34:37.218 --> 00:34:40.852
กลิ่นหอมนะคะ

521
00:34:41.219 --> 00:34:44.852
ส่วนใหญ่ก็หลัก ๆ นะ

522
00:34:45.221 --> 00:34:48.852
มันก็มีเหม็นกับหอมนะ กลิ่นตุ ๆ

523
00:34:49.222 --> 00:34:52.854
อย่างนี้ มีกลิ่นแปลก ๆ อะไรอย่างนี้

524
00:34:53.224 --> 00:34:56.855
นั่นก็คือลักษณะของการรับข้อมูลของคน

525
00:34:57.225 --> 00:35:00.853
นะคะ การสัมผัสก็คือมือ

526
00:35:01.226 --> 00:35:04.854
เหมือนเด็กตามองไม่เห็นแต่ใช้มือ

527
00:35:05.227 --> 00:35:08.852
สัมผัสแล้วก็รู้ได้ว่า

528
00:35:09.229 --> 00:35:12.853
มีลักษณะอย่างไร มีผิวสัมผัสอย่างไร

529
00:35:13.229 --> 00:35:16.853
มีรูปทรงอย่างไรนะคะ และ

530
00:35:17.233 --> 00:35:20.854
และทางปาก ก็คือรสชาตินั่นเอง

531
00:35:21.236 --> 00:35:24.853
เรารับข้อมูลผ่านตา ก็คือรู้รส

532
00:35:25.236 --> 00:35:28.853
เผ็ด เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม

533
00:35:29.241 --> 00:35:32.854
เป็นรสสัมผัสผ่านปาก รับข้อมูลเข้า

534
00:35:33.242 --> 00:35:36.854
เข้าผ่านปาก เหมือนตัวเล็กรู้รส

535
00:35:37.243 --> 00:35:40.853
นิ้วโป้งตัวเอง เลยลองชิมดู

536
00:35:41.243 --> 00:35:44.869
เห็นไหมคะ พัฒนาการของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันนะคะ

537
00:35:45.244 --> 00:35:48.854
เหมือนเด็กหูไม่ได้ยินแต่จะ

538
00:35:49.246 --> 00:35:52.853
สายตาได้ดีใช่ไหมคะ จะใช้

539
00:35:53.247 --> 00:35:56.853
สายตา ส่วนเด็กตา

540
00:35:57.249 --> 00:36:00.853
มองไม่เห็นแต่ได้ยินชัด แต่

541
00:36:01.251 --> 00:36:04.853
สัมผัสได้ชัดเจน สัมผัส

542
00:36:05.252 --> 00:36:08.854
ของสิ่งนี้มีลักษณะอย่างไร อะไรอย่างไร

543
00:36:09.255 --> 00:36:12.853
นั่นก็คือวิธีการรับข้อมูลของคนจะเป็นอย่างนี้

544
00:36:13.256 --> 00:36:16.854
ของคนนี่ แยกได้หลายส่วนเลย ใช่ไหมคะ

545
00:36:17.257 --> 00:36:20.853
แต่ของคอมพิวเตอร์นี่

546
00:36:21.268 --> 00:36:24.857
มันรับส่วนเดียวเลย คือ เราต้องป้อนไปให้มัน แต่คนนร

547
00:36:25.272 --> 00:36:28.853
ไม่ต้องป้อน เช่น บางทีเหมือนเราเดินไป

548
00:36:29.275 --> 00:36:32.853
หรือนั่งรถ ให้นึกถึงเหมือนเรานั่งรถ

549
00:36:33.276 --> 00:36:36.853
ไปเที่ยวอย่างนี้

550
00:36:37.277 --> 00:36:40.853
สิ่งที่เรารับ ก็คือสิ่งที่เราเห็นใช่ไหมคะ

551
00:36:41.279 --> 00:36:44.853
ได้ยินด้วย

552
00:36:45.280 --> 00:36:48.854
มีเสียงอย่างนั้น อย่างนี้ ใช่ไหมคะ อาจจะบอกได้ว่า

553
00:36:49.282 --> 00:36:52.854
ถึงตลาดแล้วนะ เหมือนเด็กตานี่

554
00:36:53.283 --> 00:36:56.853
มองไม่เห็นแต่ได้ยินเสียงว่าแถวนี้

555
00:36:57.285 --> 00:37:00.853
เป็นแถวไหนอะไรอย่างไร อย่างนี้นะคะ

556
00:37:01.286 --> 00:37:04.856
กับใช้วิธีการสัมผัสใช่ไหมคะ

557
00:37:05.292 --> 00:37:08.853
อย่างนี้เป็นต้น นั่นคือส่วนของการรับข้อมูลของคน

558
00:37:09.293 --> 00:37:12.853
เรามาดูการประมวลผล

559
00:37:13.309 --> 00:37:16.853
ข้อมูลของคน คนใช้วิธีประมวลผล

560
00:37:17.310 --> 00:37:20.853
อย่างไรนะคะ

561
00:37:21.311 --> 00:37:24.853
ของคนนิแยกออกเป็น 3 ส่วนเลย

562
00:37:25.314 --> 00:37:28.854
แยกตามวิธีการคิดคำนวณ

563
00:37:29.324 --> 00:37:32.853
แยกเป็นส่วนของความรู้แล้วก็แยกเป็นส่วน

564
00:37:33.325 --> 00:37:36.855
ของความชัด ก็คือถ้าเกี่ยวกับตัวเลข

565
00:37:37.326 --> 00:37:40.855
นะคะ การประมวลผลในการ

566
00:37:41.342 --> 00:37:44.854
คิดคำนวณ ก็คือเกี่ยวกับตัวเลข สถิติ

567
00:37:45.343 --> 00:37:48.855
นะคะ ความรู้เช่น เหมือนวันนี้

568
00:37:49.344 --> 00:37:52.856
สอนเข้าไปนี่ ป้องเข้าไป ป้อนข้อมูลเข้าไปนี่

569
00:37:53.347 --> 00:37:56.853
นั่นก็คือความรู้

570
00:37:57.348 --> 00:38:00.854
หรือไปศึกษาเอาเอง หรือ

571
00:38:01.349 --> 00:38:04.854
อ่านเอาเองอย่างนี้ หรืออย่างนี้

572
00:38:05.350 --> 00:38:08.854
เด็กยุดใหม่น่าจะไม่นิยมอ่านหนังสือ

573
00:38:09.351 --> 00:38:12.856
ส่วนใหญ่จะเป็นดู Youtube ใช่ไหม

574
00:38:13.356 --> 00:38:16.853
นะคะ ส่วนใหญ่จะไปดูยูทูป

575
00:38:17.358 --> 00:38:20.855
เป็นความรู้ที่ได้จาก

576
00:38:21.360 --> 00:38:24.858
การรับข้อมูลที่บอกไว้ในข้างต้นของคน

577
00:38:25.369 --> 00:38:28.853
การดูการฟัง การกิน

578
00:38:29.374 --> 00:38:32.853
การดมกลิ่นนะคะ อย่างนั้นเป็นต้น

579
00:38:33.375 --> 00:38:36.854
นะคะ ทีนี้ส่วนความจำ

580
00:38:37.376 --> 00:38:40.854
คนจะมีการเก็บความจำอย่างไร ก็คือตั้งแต่เล็กจนโตนี่

581
00:38:41.381 --> 00:38:44.860
มันจะบันทึกอัตโนมัติสมอง

582
00:38:45.384 --> 00:38:48.853
นึกออกนะ เด็ก ๆ บางคนนี่อาจจะจำไม่ได้

583
00:38:49.385 --> 00:38:52.855
ตอนเล็ก ๆ อาจจะจำไม่ได้ แต่

584
00:38:53.386 --> 00:38:56.854
เหมือนเรียนไปนี่ ตอนแรก ๆ ที่สอนไปนี่

585
00:38:57.390 --> 00:39:00.854
อาจจะยังไม่จำใช่ไหมคะ

586
00:39:01.390 --> 00:39:04.854
สิ่งที่เราทำซ้ำ ๆ คนทำซ้ำ ๆ

587
00:39:05.391 --> 00:39:08.854
ความจำที่ดีที่สุด

588
00:39:09.400 --> 00:39:12.853
ก็คือกระทำสิ่งนั้นซ้ำ ๆ ก็คือ

589
00:39:13.408 --> 00:39:16.855
ทำซ้ำบ่อย ๆ ทำซ้ำ

590
00:39:17.409 --> 00:39:20.854
หลาย ๆ ครั้งนะ ก็จะเกิดความจำ ก็จะเปิดทักษะ

591
00:39:21.410 --> 00:39:24.854
เพราะฉะนั้น ที่เด็ก ๆ มาเรียนกันนี่

592
00:39:25.411 --> 00:39:28.865
ถ้าเด็ก ๆ ไปพยายามฝึก นึกออกนะคะ

593
00:39:29.412 --> 00:39:32.854
ไม่พยายามอ่านซ้ำ ๆ หรือไม่ทำ

594
00:39:33.415 --> 00:39:36.854
สิ่งที่แม่สอนไปซ้ำ ๆ ความจำของเด็ก ๆ จะไม่เกิด

595
00:39:37.415 --> 00:39:40.854
สิ่งที่จะทำให้เกิดความจำได้ ก็คือการทำ

596
00:39:41.416 --> 00:39:44.854
ซ้ำ ทำสิ่งนั้นซ้ำ ๆ

597
00:39:45.417 --> 00:39:48.854
นะคะ แล้วมันจะทำให้เกิดอะไร

598
00:39:49.418 --> 00:39:52.855
ต่อ มันจะทำให้เกิดความรู้ได้ด้วย

599
00:39:53.418 --> 00:39:56.854
ไม่มีใครเหมือนที่เมื่อ

600
00:39:57.419 --> 00:40:00.854
เหมือนที่เมื่อตอนต้นแม่ถามไปว่า ใครไปเรียน

601
00:40:01.420 --> 00:40:04.854
เขียนโปรแกรมมาแล้วบ้าง บางคนตอบยังไม่เคยเลย

602
00:40:05.421 --> 00:40:08.855
เห็นไหมคะ ไม่เคยไม่เป็นไร เรามาเรียนรู้

603
00:40:09.422 --> 00:40:12.855
ได้นะคะ เรียนแล้วเราทำอะไร

604
00:40:13.423 --> 00:40:16.854
เราทำซ้ำ ๆ น่ะ ฝึกปกฺบัติ

605
00:40:17.424 --> 00:40:20.854
นั่นเอง วิชาปฏิบัติ

606
00:40:21.425 --> 00:40:24.854
เด็ก ๆ จะต้องเขียนบ่อย ๆ เขียนซ้ำ ๆ

607
00:40:25.426 --> 00:40:28.860
นะคะ เขียนโน้ต

608
00:40:29.427 --> 00:40:32.854
พยายามเขียนโน้ต เขียนโน้ตไว้ด้วย

609
00:40:33.428 --> 00:40:36.857
1. หัดจดด้วย

610
00:40:37.434 --> 00:40:40.855
คือ ที่แม่พบปัญหานี่ ก็คือ

611
00:40:41.450 --> 00:40:44.855
เหมือนเด็กหูน่ะ เขาเห็นอย่างเดียว

612
00:40:45.458 --> 00:40:48.854
เขาไม่ได้ยินนี่ เขาจะจดไม่ได้ เขาจะต้องดูสไลด์

613
00:40:49.459 --> 00:40:52.854
ทีนี้แต่ทีนี้สไลด์เรา

614
00:40:53.462 --> 00:40:56.854
เรามีไว้ให้ดูย้อนหลังได้อีก เด็ก ๆ ควรจะ

615
00:40:57.469 --> 00:41:00.854
ทบทวนด้วยการจด จดด้วยตัวเอง 1 ครั้ง

616
00:41:01.470 --> 00:41:04.854
นะคะ เสร็จแล้วก็ทำซ้ำ ๆ จดซ้ำ ๆ นี่

617
00:41:05.473 --> 00:41:08.855
มันจะเกิดความจำขึ้นมา พอมีความจำแล้วก็จะมีความรู้ขึ้นมา

618
00:41:09.474 --> 00:41:12.857
นะคะ ควรฝึกให้เป็นนิสัย ไม่ใช่

619
00:41:13.475 --> 00:41:16.854
เด็กหูนะคะ เด็กตาก็เหมือนกัน เราจะ

620
00:41:17.475 --> 00:41:20.854
เป็น เรียนแล้ว ทำอย่างไร ทำให้ได้

621
00:41:21.477 --> 00:41:24.855
เรียนให้รู้ ต้องใช้วิธีนี้นะคะ เด็ก ๆ

622
00:41:25.478 --> 00:41:28.854
ไม่เข้าใจต้องถาม

623
00:41:29.479 --> 00:41:32.854
ไม่ต้องกลัวแม่ดุนะคะ วิชานี้เรา

624
00:41:33.483 --> 00:41:36.855
คุยได้ ใครไม่ทันให้ยกมือนะคะ

625
00:41:37.484 --> 00:41:40.855
เราเรียนไปแบบเรียนรู้ร่วมกัน

626
00:41:41.485 --> 00:41:44.857
ไม่รีบไม่ร้อน ค่อย ๆ เรียน นั่นก็คือวิธีการ

627
00:41:45.486 --> 00:41:48.855
การประมวลผลของมนุษย์มันจะมีอยู่ 3 ส่วน

628
00:41:49.486 --> 00:41:52.855
ก็คือเป็น เกิดจากส่วนของการคิดคำนวณ

629
00:41:53.488 --> 00:41:56.857
ส่วนของความรู้แล้วก็ส่วนของความจำ

630
00:41:57.491 --> 00:42:00.855
ทีนี้มาดูการแสดงผลลัพธ์ของมนุษย์ล่ะ

631
00:42:01.493 --> 00:42:04.855
แต่การแสดงผลลัพธ์ของมนุษย์ล่ะ

632
00:42:05.495 --> 00:42:08.854
ป้อนเข้าไปนะคะ แสดงออกได้อย่างไรบ้าง

633
00:42:09.498 --> 00:42:12.855
1 ใช้การพูดออกมา

634
00:42:13.509 --> 00:42:16.855
เหมือนที่แม่ถามนะ

635
00:42:17.510 --> 00:42:20.855
ใคร...

636
00:42:21.512 --> 00:42:24.855
ใครเคยเรียนมาแล้วบ้าง ทุกคนไม่ได้พูด

637
00:42:25.517 --> 00:42:28.855
แต่ใช้วิธี ถ้าเป็นเมื่อกี้ที่เราแชท

638
00:42:29.518 --> 00:42:32.858
ถ้าสมัยก่อน มันก็คือการเขียน

639
00:42:33.520 --> 00:42:36.857
มันก็จะเป็นการพิมพ์นะ หรือ

640
00:42:37.521 --> 00:42:40.858
การอ่าน เห็นไหมคะ การแสดงผลลัพธ์ การอ่านให้ฟัง

641
00:42:41.522 --> 00:42:44.859
หรือพูดให้ฟัง แล้วก็การเคลื่อนไหว

642
00:42:45.525 --> 00:42:48.862
เด็กหูพูดไม่ได้ใช่ไหมคะ แต่ใช่ภาษาม

643
00:42:49.528 --> 00:42:52.855
ภาษามือได้ นั่นก็คือการเคลื่อนไหว

644
00:42:53.531 --> 00:42:56.855
โดยใช้เป็นภาษามืออย่างนี้นะคะ นั่นก็คือการแสดงผล

645
00:42:57.534 --> 00:43:00.858
ของข้อมูลของมนุษย์ ที่

646
00:43:01.535 --> 00:43:04.857
รู้สิ่งที่รับเข้าไป เช่น

647
00:43:05.536 --> 00:43:08.857
สมมติเมื่อเช้าเดี๋ยวจะถามดูนะคะ

648
00:43:09.542 --> 00:43:12.855
เดี๋ยวจะลองถามทีละคน อยากรู้

649
00:43:13.545 --> 00:43:16.855
ตัวเองเป็นมนุษย์และ

650
00:43:17.546 --> 00:43:20.855
ข้อมูลเข้าไปเมื่อเช้านี้ ลองมา

651
00:43:21.546 --> 00:43:24.863
ดูกันนะคะ ทุกคน

652
00:43:25.549 --> 00:43:28.855
ผ่านระบบแรกเลย ที่เด็ก ๆ น่าจะรู้

653
00:43:29.550 --> 00:43:32.855

654
00:43:33.552 --> 00:43:36.858
เมื่อเช้านี้กินข้าวกับอะไร

655
00:43:37.557 --> 00:43:40.855
ลองตอบพิมพ์ตอบมาค่ะ

656
00:43:41.559 --> 00:43:44.856
ทุกคนเลย กินข้าวกับอะไร ตอนเช้า เมื่อเช้า

657
00:43:45.560 --> 00:43:48.855
ตอบมาสิ มาม่าเกาหลีมาแล้วครับ

658
00:43:49.561 --> 00:43:52.855
ยังไม่ได้ทาน

659
00:43:53.568 --> 00:43:56.856
ใครกินข้าวกับอะไรมาแล้วบ้าง

660
00:43:57.569 --> 00:44:00.855
มีคำถามต่อ เพราะฉะนั้น ตอบมาก่อน ๆ

661
00:44:01.573 --> 00:44:04.855
มีใครตอบมาแล้ว เดชาพลบอกมาม่าเกาหลี

662
00:44:05.582 --> 00:44:08.856
มาม่าเกาหลีแต่เช้าเลยหรือลูก

663
00:44:09.583 --> 00:44:12.862
แซบบ่

664
00:44:13.583 --> 00:44:16.855
อร่อยไหม เดชาพล

665
00:44:17.584 --> 00:44:20.857
มาม่าเกาหลี ยังไม่ได้ทาน

666
00:44:21.585 --> 00:44:24.855
อยู่ 2 รสเผ็ดหรือเปล่าลูก

667
00:44:25.586 --> 00:44:28.855
เดชาพลได้ยินไหมครับ

668
00:44:29.588 --> 00:44:32.856
ไม่ได้เปิดเสียงหรือ

669
00:44:33.588 --> 00:44:36.855
รสชาติเป็นอย่างไร มาม่าเกาหลี

670
00:44:37.589 --> 00:44:40.859
มีเผ็ด มีเปรี้ยว (นักศึกษา)

671
00:44:41.590 --> 00:44:44.855
รสเผ็ดครับสีดำ (อาจารย์) อ๋อ รสเผ็ด

672
00:44:45.594 --> 00:44:48.855
แสดงว่าชอบกินเผ็ดใช่ไหม

673
00:44:49.598 --> 00:44:52.855
ชอบกินเผ็ดหรือเปล่าเรา

674
00:44:53.599 --> 00:44:56.856
เดชาพลชอบกินเผ็ดใช่ไหม

675
00:44:57.600 --> 00:45:00.855
ข้าวมันไก่ สันติภาพข้าวมันไก่

676
00:45:01.600 --> 00:45:04.855

677
00:45:05.611 --> 00:45:08.856
ไปซื้อจากไหน ไปซื้อจากไหน สันติภาพ

678
00:45:09.614 --> 00:45:12.870
(นักศึกษา) ไปซื้อที่โรงอาหาร

679
00:45:13.615 --> 00:45:16.856
อย่างถามสันติภาพนี่ ข้อมูลที่สันติภาพ

680
00:45:17.617 --> 00:45:20.856
รับเข้าไป ก็คือโรงอาหารไปอย่างไร

681
00:45:21.622 --> 00:45:24.855
ตอบแม่ได้ไหม (นักศึกษ

682
00:45:25.623 --> 00:45:28.856
(อาจารย์) ไกลไหมครับ (นักศึกษา)

683
00:45:29.637 --> 00:45:32.856
ไกลพอสมควร ในหอหรือตรงไหนลูก

684
00:45:33.642 --> 00:45:36.856
ตรงในหอครับ (อาจารย์) ที่อยู่ตรงหอใช่ไหม

685
00:45:37.644 --> 00:45:40.862
ความจำ สันติภาพ

686
00:45:41.647 --> 00:45:44.857
ใช้วิธีการจำว่าอยู่โรงอาหาร ใช้วิธีไหน

687
00:45:45.653 --> 00:45:48.855
จำได้ไหม (นักศึกษาชาย)

688
00:45:49.654 --> 00:45:52.855
ร้านข้าวแกง (อาจารย์) ร้านข้าวแกง

689
00:45:53.655 --> 00:45:56.856
ร้านก๋วยเตี๋ยว (อาจารย์) มีร้านก๋วยเตี๋ยว

690
00:45:57.656 --> 00:46:00.856
ลักษณะนี้จะเป็นความจำ

691
00:46:01.658 --> 00:46:04.856
สันติภาพรู้แล้วว่าโรงอาหารมีอะไรขาย

692
00:46:05.659 --> 00:46:08.856
นั่นก็คือจำ อาจจะ สันติภาพอาจจะไม่เห็น แต่จะรู้ได้อย่างไร

693
00:46:09.660 --> 00:46:12.856
ใครพาไป หรือใครบอก

694
00:46:13.661 --> 00:46:16.856
(นักศึกษา) วันแรกเพื่อนพาไปครับ

695
00:46:17.662 --> 00:46:20.856
ใช่ไหม (นักศึกษาชาย) ส่วนใหญ่ตรงหอ

696
00:46:21.664 --> 00:46:24.859
มันเลี้ยงครั้งเดียว แล้วก็เดินตรงไปเลย (อาจารย์)

697
00:46:25.669 --> 00:46:28.856
เดี๋ยวนี้ไปเองได้แล้วใช่ไหมครับ (นักศึกษาชาย) ใช่ครับ

698
00:46:29.670 --> 00:46:32.856
(อาจารย์) โอ.เค. คนอื่นต่อ

699
00:46:33.671 --> 00:46:36.856
ใครยังไม่ได้กิน จันทกานต์

700
00:46:37.673 --> 00:46:40.856
ยังไม่ได้กิน สิริลัษณ์ยังไม่ได้กิน

701
00:46:41.686 --> 00:46:44.856
อาฟาเบตก็ยังไม่ได้กิน

702
00:46:45.688 --> 00:46:48.856
ยังไม่ได้กิน นพกิต

703
00:46:49.689 --> 00:46:52.856
แฝดอยู่ไหนเอ่ย

704
00:46:53.691 --> 00:46:56.856
แฝดนะ แฝด กินข้าวกับอะไร

705
00:46:57.693 --> 00:47:00.856
แกงหน่อไม้ แกงหน่อไม้แต่เช้าเลย แกงหน่อไม้อย่างเดียวหรอ

706
00:47:01.696 --> 00:47:04.856
ใครทำให้กิน

707
00:47:05.697 --> 00:47:08.859
อร่อยไหม อร่อยไหม

708
00:47:09.698 --> 00:47:12.859
อร่อย

709
00:47:13.699 --> 00:47:16.856

710
00:47:17.700 --> 00:47:20.856
คนอื่นส่วนใหญ่ยังไม่ได้กินนะ

711
00:47:21.701 --> 00:47:24.856
คนอื่นส่วนใหญ่ยังไม่ได้กินนะ

712
00:47:25.707 --> 00:47:28.856
มีกินไม่กี่คนเอง แหม เลยถามต่อไม่ได้เลย

713
00:47:29.709 --> 00:47:32.856
อดิศรก็ยังไม่ได้กิน เพิ่งตื่นใช่ไหมนี่

714
00:47:33.710 --> 00:47:36.856
สภาพ อดิศรก็ยังไม่ได้กิน

715
00:47:37.711 --> 00:47:40.857
ก็ยังไม่ได้กิน

716
00:47:41.712 --> 00:47:44.856
ข้าวเช้ายังไม่ได้กิน

717
00:47:45.715 --> 00:47:48.857
วริศาก็ยังไม่ได้กิน

718
00:47:49.723 --> 00:47:52.856

719
00:47:53.724 --> 00:47:56.858
เพิ่งพากันตื่น ถามอดิศร

720
00:47:57.725 --> 00:48:00.856
ทำไมวันนี้ตื่นสาย

721
00:48:01.727 --> 00:48:04.857

722
00:48:05.728 --> 00:48:08.857

723
00:48:09.729 --> 00:48:12.856

724
00:48:13.732 --> 00:48:16.858

725
00:48:17.734 --> 00:48:20.856

726
00:48:21.737 --> 00:48:24.859
ตื่นสาย

727
00:48:25.743 --> 00:48:28.857
วาริศาล่ะ ตื่นสายหรือทำไมเข้าห้องช้าล่ะ

728
00:48:29.746 --> 00:48:32.856

729
00:48:33.748 --> 00:48:36.857
เน็ตหลุดอีกแล้ว ถามธัญรัตน์ก็ได้

730
00:48:37.749 --> 00:48:40.861
กัญลัทธ

731
00:48:41.750 --> 00:48:44.856
อยู่หอ หันหนีตลอดเลยลูก

732
00:48:45.752 --> 00:48:48.856
หันหนีกล้องตลอดเลยลูกฉัน

733
00:48:49.753 --> 00:48:52.856
ฮัลโหล อ่าวอยู่ด้วยกัน ไอ้ 2 คนนี้

734
00:48:53.755 --> 00:48:56.856
อยู่บ้านหรืออยู่หอ

735
00:48:57.757 --> 00:49:00.856
มันดูอะไร

736
00:49:01.758 --> 00:49:04.856

737
00:49:05.777 --> 00:49:08.869
(ล่าม) อาจารย์ขา พอดีล่ามไม่เห็นกล้องของ

738
00:49:09.778 --> 00:49:12.857
ธัญลักน่ะค่ะ (อาจารย์) น้องเปิดอยู่นะ

739
00:49:13.779 --> 00:49:16.857
เปิดอยู่ไหน น้องใส่เสื้อแดงดำน่ะค่ะ

740
00:49:17.780 --> 00:49:20.856
เห็นไหมคะ (ล่าม) ไม่เห็นน่ะค่ะ

741
00:49:21.781 --> 00:49:24.857
เห็นแต่วาริศา

742
00:49:25.784 --> 00:49:28.857
น่าจะเป็นสัญญาเน็ต

743
00:49:29.785 --> 00:49:32.858
อย่างนั้นจันทกานต์ล่ะคะ น้องเสื้อเหลือง

744
00:49:33.788 --> 00:49:36.856
สีหู สีตา สภาพเพิ่งตื่นนอน (ล่าม)

745
00:49:37.790 --> 00:49:40.857
เสื้อเหลือง ๆ (ล่าม) ไม่เห็น พอดีว่าหนูเปิดจากจอโน๊ตบุ๊กน่ะค่ะ

746
00:49:41.791 --> 00:49:44.866
โน๊ทบุคน่ะค่ะ

747
00:49:45.791 --> 00:49:48.860
แต่อาจารย์ก็ปักหมุดอยู่นะ

748
00:49:49.792 --> 00:49:52.857
เสื้อเหลืองน่ะค่ะ

749
00:49:53.805 --> 00:49:56.857
จันทกานต์เจ้าอบ ๆ

750
00:49:57.810 --> 00:50:00.857
ตื่นสาย นอน

751
00:50:01.812 --> 00:50:04.858
นอนดึกหรือทำอะไรอยู่ ทำไมวันนี้เข้าเรียนสาย

752
00:50:05.816 --> 00:50:08.858

753
00:50:09.820 --> 00:50:12.857

754
00:50:13.822 --> 00:50:16.858
กล้องมันมัวนะ กล้องเด็กน้อยน่ะ

755
00:50:17.823 --> 00:50:20.864
มองเห็นไม่ค่อยชัดน่ะ เขาทำภาษามือดู

756
00:50:21.824 --> 00:50:24.857
ยากเหมือนกัน

757
00:50:25.827 --> 00:50:28.859
เพราะพี่ล่ามบอกไม่เห็นกล้องน้อง

758
00:50:29.831 --> 00:50:32.858
น่าจะเป็นกับสัญญาณเน็ต

759
00:50:33.832 --> 00:50:36.857
เพราะนี่เราเห็นภาพมันก็เป็นกระตุก ๆ

760
00:50:37.834 --> 00:50:40.857
เห็นไม่ชัดเหมือนกัน (ล่าม) หนูเห็นวริศา

761
00:50:41.843 --> 00:50:45.843
ค่ะ อือ (อาจารย์) ค่ะ ๆ ไม่เป็นไรค่ะ

762
00:50:45.845 --> 00:50:49.845
ปิดกล้องอีก

763
00:50:49.846 --> 00:50:53.846
ภากร

764
00:50:53.847 --> 00:50:57.847
(ล่าม) อันนี้หูหนวกหรือเปล่าคะ

765
00:50:57.848 --> 00:51:01.848
ภากรณ์ (อาจารย์) ภากรณ์หูหนวกค่ะ

766
00:51:01.849 --> 00:51:05.849
หายไปไหนแล้ว Hello

767
00:51:05.853 --> 00:51:09.853

768
00:51:09.855 --> 00:51:13.855
ภากรณ์หายไปแล้ว

769
00:51:13.873 --> 00:51:17.860
ไปกินข้าวหรือยัง รีบไปกินข้าวกันเลยเชี

770
00:51:17.877 --> 00:51:21.858

771
00:51:21.879 --> 00:51:25.859
ไม่เป็นอะไรนะคะ

772
00:51:25.880 --> 00:51:29.860
ไปต่อนะคะ ดูสไลด์เราต่อ

773
00:51:29.882 --> 00:51:33.857

774
00:51:33.884 --> 00:51:37.857
เมื่อกี้ที่ถามไป ก็คือการแสดงผลลัพธ์

775
00:51:37.887 --> 00:51:41.857
ลัพธ์ใช่ไหม ถามจากสิ่งที่เด็ก ๆ

776
00:51:41.901 --> 00:51:45.857
รับมาเมื่อเช้า ก็คือผ่านการกิน กินอะไรเข้าไป

777
00:51:45.903 --> 00:51:49.857
ก็พิมพ์ตอบ หรือเขียนตอบ

778
00:51:49.904 --> 00:51:53.857
ยังไม่ได้กินเลย บางคนก็บอกว่ากินข้าว

779
00:51:53.905 --> 00:51:57.858
มันไก่ บอกบางคนตอบมาม่าเกาหลีนะคะ

780
00:51:57.906 --> 00:52:01.857
เหมือนสัติภาพบอกข้าวมันไก่ ก็เลยถาม

781
00:52:01.908 --> 00:52:05.857
ไปซื้อที่ใหม่ แล้วรู้ได้อย่างไร

782
00:52:05.909 --> 00:52:09.858
โรงอาหารมีอะไร สันติภาพนี้

783
00:52:09.911 --> 00:52:13.859
มีความรู้จากการที่เพื่อนพาไป

784
00:52:13.912 --> 00:52:17.857
เพราะเป็นเด็ก ปี 1 เพราะมาอยู่นี่ยังไม่รู้ใช่ไหม

785
00:52:17.930 --> 00:52:21.857
โรงอาหารอยู่ตรงไหน เพราะเพื่อนพาไป

786
00:52:21.932 --> 00:52:25.858
เขาก็จำ เขามีความรู้

787
00:52:25.937 --> 00:52:29.857
นั่นก็คือในส่วนของคน

788
00:52:29.942 --> 00:52:33.857
ทีนี้ ถ้าทำเป็นตารางให้เห็นนะคะ

789
00:52:33.944 --> 00:52:37.858
เพื่อเปรียบเทียบกระบวนการทำงาน

790
00:52:37.945 --> 00:52:41.859
ของคนกับคอมพิวเตอร์เห็นไหมคะ คนทำงาน

791
00:52:41.945 --> 00:52:45.857
ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ก็คือ ตา หู

792
00:52:45.946 --> 00:52:49.857
จมูก ปาก แล้วก็มือนะคะ

793
00:52:49.950 --> 00:52:53.868
ส่วนคอมพิวเตอร์นี่นะคะ

794
00:52:53.951 --> 00:52:57.857
ผ่านคีบอร์ด ผ่านเมาส์ ผ่าน

795
00:52:57.953 --> 00:53:01.861
อุปกรณ์ที่สำหรับ

796
00:53:01.954 --> 00:53:05.866
รับข้อมูลของคอมพิวเตอร์นั่นเองนะคะ ส่วนการประมวลผล

797
00:53:05.955 --> 00:53:09.870
หรือ Process ก็ใช้สมองในการ

798
00:53:09.957 --> 00:53:13.859
Process นั่นเอง ส่วนสมองของคอมพิวเตอร์

799
00:53:13.961 --> 00:53:17.858
ก็คือ CPU นั่นเองนคะ

800
00:53:17.961 --> 00:53:21.858
เห็นไหมคะ ลักษณะของคอมพิวเตอร์

801
00:53:21.971 --> 00:53:25.858
ก็ทำงานเลียนแบบมาจากคนนั่นล่ะ

802
00:53:25.971 --> 00:53:29.858
เพื่อใช้ในการประมวลผลแล้วก็ต้องมีหน่วยความจำ

803
00:53:29.974 --> 00:53:33.858
เห็นไหมคะ เพื่อเก็บ เก็บข้อมูลแล้วก็

804
00:53:33.976 --> 00:53:37.858
มีฮาร์ดดิสก์ไว้สำหรับเก็บ

805
00:53:37.977 --> 00:53:41.858
ที่จะเกี่ยวกับการประมวลผลนั่นเองนะคะ ตามยุคตามสมัย

806
00:53:41.978 --> 00:53:45.858
ว่าอย่างนั้นเถอะ ทีนี้มาดูในส่วนของการ

807
00:53:45.979 --> 00:53:49.858
แสดงผล ถ้าเป็นคนวิธีการจะแสดงผลลัพธ์

808
00:53:49.982 --> 00:53:53.858
ของคน ก็คือใช้วิธีพูด วิธีอ่าน

809
00:53:53.984 --> 00:53:57.859
วิธีเขียน หรือใช้การเคลื่อนไหว

810
00:53:58.000 --> 00:54:01.858
หรือท่าทางนั่นเอง หรือเด็กหู

811
00:54:02.000 --> 00:54:05.858
พูดไม่ได้ อ่านไม่ได้ก็ใช้ภาษามือ

812
00:54:06.001 --> 00:54:09.866
ก็คือการเคลื่อนไหว ก็คือท่าทางภาษามือนั่นเอง

813
00:54:10.002 --> 00:54:13.861
แต่คอมพิวเตอร์นี่ จะแสดงผ่านหน้าจอ

814
00:54:14.003 --> 00:54:17.858
หรือผ่านเครื่องพิมพ์นะคะ

815
00:54:18.005 --> 00:54:21.858
หรือถ้ายังไม่แสดงเก็บไว้ก็คือเก็บไว้

816
00:54:22.006 --> 00:54:25.862
ในฮาร์ดดิสก์ก็ได้ อย่างนี้นะคะ

817
00:54:26.007 --> 00:54:29.860
ทีนี้สิ่งเรารู้ไปแล้วว่าคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร

818
00:54:30.007 --> 00:54:33.858
ทีนี้เราทำให้คอมพิวเตอร์

819
00:54:34.008 --> 00:54:37.859
ทำงานได้โดยวิธีการเขียนโปรแกรมนี่

820
00:54:38.009 --> 00:54:41.859
มันต้องมีขั้นตอนนะคะ ขั้นตอนการเขียนโ

821
00:54:42.010 --> 00:54:45.858
คอมพิวเตอร์นี่ มีอยู่ด้วยกัน 5 ขั้นตอน

822
00:54:46.011 --> 00:54:49.859
มีอยู่ด้วยกัน 5 ขั้นตอน

823
00:54:50.012 --> 00:54:53.859
บอกแล้วคอมพิวเตอร์นี่อยู่ ๆ ทำเอง

824
00:54:54.014 --> 00:54:57.859
ไม่ได้ ทำด้วยตัวเองไม่ได้นะคะ

825
00:54:58.015 --> 00:55:01.874
คนจะต้องเป็นคนควบคุมหรือสั่งการเท่านั้นนะคะ

826
00:55:02.016 --> 00:55:05.858
หลักในการเขียนโปรแกรม

827
00:55:06.018 --> 00:55:09.858
มี 5 ขั้นนะคะ หลักสำคัญ ๆ นี่

828
00:55:10.021 --> 00:55:13.858
ก็คือ 1. จะต้องมีการวางแผนก่อ

829
00:55:14.022 --> 00:55:17.858
นะคะ อยู่ดี ๆ จะไปสั่งมันทำเลยไม่ได้เดะ

830
00:55:18.023 --> 00:55:21.859
สั่งมาทำเลยไม่ได้

831
00:55:22.025 --> 00:55:25.858
นะคะ เพราะคอมพิวเตอร์บางอย่าง

832
00:55:26.026 --> 00:55:29.859
ทำงานได้เป็นบางอย่าง

833
00:55:30.028 --> 00:55:33.859
เหมือนคอมพิวเตอร์ PC กับโน๊ตบุ๊ก

834
00:55:34.029 --> 00:55:37.862
หรือ Tablat

835
00:55:38.032 --> 00:55:41.858
ลักษระการทำงานก็แตกต่างกัน เพราะเหมือน

836
00:55:42.032 --> 00:55:45.858
ถ้าคอมพิวเตอร์ PC ถ้าจอคอมพิวเตอร์

837
00:55:46.033 --> 00:55:49.858
ไม่ใช่เป็นแบบทัชสกรีน

838
00:55:50.035 --> 00:55:53.859
ถ้าใครใช้มือถือน่ะ

839
00:55:54.037 --> 00:55:57.860
ลักษณะของมันจะมี Touch Screen

840
00:55:58.039 --> 00:56:01.858
การรับข้อมูล

841
00:56:02.040 --> 00:56:05.859
ของมือถือนี่ ก็มีลักษณะคล้าย ๆ คอมพิวเตอร์เหมือนกัน

842
00:56:06.041 --> 00:56:09.859
แต่ทำงานได้ไม่เยอะเท่าคอมพิวเตอร์

843
00:56:10.041 --> 00:56:13.858
ว่าอย่างนั้นเถอะนะคะ ทีนี้

844
00:56:14.043 --> 00:56:17.858
มาดู ขั้นแรก วางแผน

845
00:56:18.044 --> 00:56:21.858
ว่าจะทำอะไร ว่าเราจะให้คอมพิวเตอร์ทำอะไร

846
00:56:22.045 --> 00:56:25.858
เราต้องมีแผนให้มันเสียก่อน

847
00:56:26.046 --> 00:56:29.858
ทำอะไรต่อ ต้องมาวิเคราะห์ค่ะ วิเคราะห์ปัญหา

848
00:56:30.047 --> 00:56:33.858
แผนจะเกิดจากไหน

849
00:56:34.049 --> 00:56:37.857
เกิดจากการที่ เกิดปัญหาขึ้นมาเสียก่อน

850
00:56:38.050 --> 00:56:41.858
ว่าอยู่ ๆ จะเขียนโปรแกรม 1 โปรแกรมนี่จะเป็นอย่างไร

851
00:56:42.051 --> 00:56:45.857
ไม่ใช่นึกอยากเขียนก็เขียน ไม่ใช่ เพราะ

852
00:56:46.055 --> 00:56:49.859
หลักการที่เราจะเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ขึ้นมา

853
00:56:50.056 --> 00:56:53.860
เพื่อพัฒนาระบบหรือไปแก้ปัญหา

854
00:56:54.057 --> 00:56:57.858
ที่คนไม่สามารถไปทำงานได้

855
00:56:58.057 --> 00:57:01.858
อย่างนี้จะเป็นลักษณะนั้นนะคะ

856
00:57:02.061 --> 00:57:05.857
พอทำแผนเสร็จ มาวิเคราะห์ปัญหาก่อนนะคะ

857
00:57:06.064 --> 00:57:09.866
เมื่อรู้ปัญหาแล้ว วิเคราะห์

858
00:57:10.066 --> 00:57:13.858
ออกมาแล้วว่าวิเคราะห์ปัญหาอะไรเป็นอย่างไร

859
00:57:14.074 --> 00:57:17.858
นี่ เราก็ต้องมาออกแบบให้มัน Design นั่นเอง

860
00:57:18.075 --> 00:57:21.857
นะคะ ดีไซน์ให้คอมพิวเตอร์ทำงานนั่งเอง

861
00:57:22.076 --> 00:57:25.857
ออกแบบว่า จะให้คอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร

862
00:57:26.076 --> 00:57:29.857
เมื่อรู้ขั้นตอนการออกแบบแล้ว

863
00:57:30.077 --> 00:57:33.856
มาพัฒนาโปรแกรม ซึ่งในส่วนของ

864
00:57:34.078 --> 00:57:37.856
การพัฒนาโปรแกรมนี่

865
00:57:38.079 --> 00:57:41.856
มีขั้นตอนย่อย ๆ อีก 3 ขั้นตอน

866
00:57:42.082 --> 00:57:45.861
ของการเขียนเห็นไหมคะ เขียนเสียก่อน แล้วก็ทำอะไร

867
00:57:46.083 --> 00:57:49.866
ทดสอบค่ะ ก็คือเอาโปรแกรมที่เราเขียนนี่

868
00:57:50.084 --> 00:57:53.857
ไปทดสอบก่อน ทดสอบเพื่ออะไร

869
00:57:54.087 --> 00:57:57.856
เพื่อหาข้อผิดพลาดหรือดีบัค

870
00:57:58.088 --> 00:58:01.856
เราจะต้อง Coding

871
00:58:02.089 --> 00:58:05.856
Testing ก็คือทดสอบ Test เสร็จก็

872
00:58:06.090 --> 00:58:09.857
ดู Debugging ก็คือดูข้อผลิดพลาด

873
00:58:10.091 --> 00:58:13.856
เป็นไปไม่ได้ว่า เขียนโปรแกรมแล้ว

874
00:58:14.092 --> 00:58:17.856
จะไม่มีบัค ไม่มี Debuging น่ะ

875
00:58:18.093 --> 00:58:21.856
ปกติเขียนโปรแกรมนี่

876
00:58:22.094 --> 00:58:25.856
มันจะต้องเกิดปัญหาเสมอ จะต้องมี Debugging เสมอ

877
00:58:26.095 --> 00:58:29.862
ครั้งแรกจะต้องติด ลืมนั่นลืมนี่

878
00:58:30.107 --> 00:58:33.856
ตรงนั้นพลาดไป ตรงนี้พลาดไป

879
00:58:34.108 --> 00:58:37.856
และสุดท้ายในขั้นตอนการพัฒนา

880
00:58:38.109 --> 00:58:41.856
ก็คือเมื่อเกิดข้อผิดพลากนี่

881
00:58:42.110 --> 00:58:45.857
มันก็จะวนย้อนกลับไปก่อน ก็จะต้องไปดู

882
00:58:46.112 --> 00:58:49.856
ที่ Code ใหม่ แล้วก็ไปดู Coding ฃ

883
00:58:50.113 --> 00:58:53.856
ใหม่ แล้วก็เอามา Test ใหม่ แล้วก็มาดู Debugging ใหม่

884
00:58:54.114 --> 00:58:57.856
เมื่อมันไม่มีปัญหาอะไรแล้วนี่

885
00:58:58.115 --> 00:59:01.856
มันจะอยู่พอใช้ ๆ ไป

886
00:59:02.128 --> 00:59:05.856
มันก็จะมาถึงขั้นตอนสุดท้าย ก็คือรักษา

887
00:59:06.131 --> 00:59:09.857
โปรแกรมนะคะ ต้องคอยหมั่น อาจจะมี

888
00:59:10.133 --> 00:59:13.857
การดูแลรักษาในทีนี้ อาจจะ

889
00:59:14.136 --> 00:59:17.857
ไม่ใช่ทำความสะอาดนะ ของโปรแกรมเช่น

890
00:59:18.137 --> 00:59:21.857
มาดูว่ามีอะไรเพิ่มไหม ก็คือต้องมีการเพิ่มข้

891
00:59:22.138 --> 00:59:25.861
ก็คือต้องมีการอัปเดตข้อมูล เหมือน Windows น่ะ

892
00:59:26.139 --> 00:59:29.858
เดี๋ยวนี้ Windows อัปเดตบ่อย

893
00:59:30.140 --> 00:59:33.858
บางทีทุกเดือนบางที

894
00:59:34.143 --> 00:59:37.861
2 อาทิตย์ 3 อาทิตย์

895
00:59:38.146 --> 00:59:41.859
การมันจะอยู่ในส่วนของการดูแลรักษาโปรแกรม

896
00:59:42.147 --> 00:59:45.859
มันจะมีการอัปเดตออกมา

897
00:59:46.148 --> 00:59:49.859
เพื่อพัฒนาตัวโปรแกรมเพื่อสามารถทำงานได้ดียิ่งขึ้น

898
00:59:50.149 --> 00:59:53.859
ยิ่งขึ้นนะคะ

899
00:59:54.150 --> 00:59:57.861
นี่ก็คือขั้นตอนที่เราจะต้อง

900
00:59:58.151 --> 01:00:01.863
จำไว้นะคะ นั่นก็คือหลักการเขียนโปร

901
01:00:02.152 --> 01:00:05.860
ทีนี้ในส่วนของ

902
01:00:06.153 --> 01:00:09.861
การพัฒนาโปรแกรม

903
01:00:10.154 --> 01:00:13.860
เรามาดูรายละเอียดกันว่า Planning นี่

904
01:00:14.155 --> 01:00:17.860
เห็นไหมคะ ได้มีการอธิบายไว้ว่า

905
01:00:18.156 --> 01:00:21.860
ก็คือการวางแผนนะคะ

906
01:00:22.171 --> 01:00:25.861
วางแผน เราจะวางแผนได้อย่างไร

907
01:00:26.178 --> 01:00:29.861
เราจะต้องมองปัญหาก่อน หาปัญหา

908
01:00:30.185 --> 01:00:33.861
หาขั้นตอน หาเครื่องมือนะตะ

909
01:00:34.187 --> 01:00:37.861
คือเราจะต้องรู้ก่อนว่าสิ่งที่เราจะทำนี่

910
01:00:38.188 --> 01:00:41.880
เรามีเครื่องมือพร้อมไหม

911
01:00:42.189 --> 01:00:45.871
ต้องมาตรวจสอบหน่วยงาน สมมติหน่วยงานหน่วยงานหนึ่งนี่

912
01:00:46.193 --> 01:00:49.863
ต้องการพัฒนาโปรแกรมขึ้นมา 1 โปรแกรมนี่

913
01:00:50.194 --> 01:00:53.870
อยู่ ๆ ทำเลยไม่ได้ เราต้องไปดูก่อนว่า

914
01:00:54.203 --> 01:00:57.862
สิ่งที่จะใช้ในการเขียนโปรแกรม

915
01:00:58.204 --> 01:01:01.869
เครื่องใช่ไหมคะ เราต้องมีคอมพิวเตอร์

916
01:01:02.205 --> 01:01:05.864
เพราะเขียนโปรแกรมด้วยมือไม่ได้ ต้องใช้คอมพิวเตอร์

917
01:01:06.205 --> 01:01:09.863
เพราะถ้าเขียนด้วยมือ เราจะไม่สามารถ Testing

918
01:01:10.206 --> 01:01:13.863
ได้ เมื่อ Tasting ไม่ได้ เราก็มา Debug

919
01:01:14.207 --> 01:01:17.866
เห็นไหมคะ ก็เขียนข้อผิดพลาดไม่ได้

920
01:01:18.208 --> 01:01:21.864
ถึงได้บอกว่า เราจะ

921
01:01:22.210 --> 01:01:25.869
วิชาเราถึงต้องเป็นวิชาปฏิบัติ

922
01:01:26.211 --> 01:01:29.864
มันเขียนด้วยมือไม่ได้ การเขียน

923
01:01:30.212 --> 01:01:33.864
ด้วยมือน่ะ คือ เขียนตอนไปสอบ

924
01:01:34.213 --> 01:01:37.865
เป็นความรู้ ความจำแล้วอันนั้นน่ะ

925
01:01:38.213 --> 01:01:41.864
แต่ในทางปฏิบัติแล้ว มันต้อง

926
01:01:42.215 --> 01:01:45.865
เขียนด้วยคอมพิวเตอร์นะคะ เราต้องมาดูว่าเรามี

927
01:01:46.220 --> 01:01:49.869
เครื่องไม้เครื่องมืออะไร เรามีอะไร

928
01:01:50.223 --> 01:01:53.865
วางแผนว่าถ้าไม่มีจะทำอย่างไรนะคะ

929
01:01:54.224 --> 01:01:57.865
จะใช้อะไรมาช่วยหรือต้องอะไรมาเพิ่ม

930
01:01:58.225 --> 01:02:01.865
ในการวางแผนนะคะ

931
01:02:02.226 --> 01:02:05.866
เสร็จแล้วิเคราะห์ปัญหา

932
01:02:06.227 --> 01:02:09.869
วิเคราะห์ตามอะไร เห็นไหม วิเคราะห์

933
01:02:10.228 --> 01:02:13.866
ตามการทำงานของคอมพิวเตอร์เลย

934
01:02:14.229 --> 01:02:17.866
สิ่งที่เราต้องการ Input

935
01:02:18.239 --> 01:02:21.866
cation หรือการระบุข้อมูลเข้า

936
01:02:22.241 --> 01:02:25.870
ต้องวิเคราะห์ให้เหมือนว่า

937
01:02:26.245 --> 01:02:29.867
เหมือนเราต้องคิดว่าตอนนี้ถ้าเราเป็นคอมพิวเตอร์นี่

938
01:02:30.246 --> 01:02:33.867
สิ่งที่คอมพิวเตอร์รับ

939
01:02:34.247 --> 01:02:37.867
เข้าไปได้มีอะไรบ้าง จะป้อนอะไรเข้าไปในคอมพิวเตอร์บ้าง

940
01:02:38.255 --> 01:02:41.867
เห็นไหมคะ นั่นก็คือวิเคราะห์

941
01:02:42.258 --> 01:02:45.872
ส่วนของการระบุเข้า จะป้อนอะไรเข้าไปให้มัน

942
01:02:46.278 --> 01:02:49.867

943
01:02:50.280 --> 01:02:53.871
ทีนี้เมื่อมองสิ่งที่ป้อนเข้าไป

944
01:02:54.281 --> 01:02:57.870
ต้องมามองสิ่งที่ออกมา ก็คือเมื่อมองข้อมูลนี้

945
01:02:58.283 --> 01:03:01.868
อยากได้อะไรออกมาเห็นไหมคะ การระบุข้อมูลออก

946
01:03:02.288 --> 01:03:05.872
ออก Input Ex... catio

947
01:03:06.289 --> 01:03:09.868
ก็คือต้องดูจากอะไร ต้องดูจาก

948
01:03:10.290 --> 01:03:13.868
สิ่งที่นำเข้า เอาอะไรเข้าไป

949
01:03:14.296 --> 01:03:17.869
แล้วก็มาดูที่ผลลัพธ์ที่เราอยากให้คอมพิวเตอร์แสดง

950
01:03:18.307 --> 01:03:21.871
แสดงผลออกมานะคะ เราอยากให้คอมพิวเตอร์

951
01:03:22.309 --> 01:03:25.878
แสดงอะไรออกมาเห็นไหมคะ นั่นก็คือ

952
01:03:26.310 --> 01:03:29.870
ต้องมาวิเคราะห์แล้วว่าอยากให้คอมพิวเตอร์ทำอะไรได้ แสดงอะไรได้

953
01:03:30.311 --> 01:03:33.874
นะคะ ก็จะเป็นส่วนของ Output

954
01:03:34.312 --> 01:03:37.869
นะคะ และเมื่อรู้ว่าป้อนอะไรเข้าไป

955
01:03:38.313 --> 01:03:41.871
เข้าไปผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ทีนี้มาดู

956
01:03:42.315 --> 01:03:45.869
การประมวลผลนะคะ เราจะต้องมากำหนด

957
01:03:46.316 --> 01:03:49.873
มันจะต้องประมวลผลอย่างไร ก็คือ

958
01:03:50.317 --> 01:03:53.870
กำหนดวิธีการให้เครื่องมันดำเนินผล

959
01:03:54.319 --> 01:03:57.870
กำหนดให้เครื่องมันคิด เห็นไหมคะ คอมพิวเตอร์มันคิดเองไม่ได้

960
01:03:58.320 --> 01:04:01.874
นะคะ ทำเองไม่ได้ เราต้องสั่งเขา

961
01:04:02.321 --> 01:04:05.871
เพราะฉะนั้น

962
01:04:06.325 --> 01:04:09.881
เราจะสั่งเขาได้ เราต้องเข้าใจการทำงานของคอมพิวเตอร์ก่อน

963
01:04:10.326 --> 01:04:13.875
นะคะ เพราะฉะนั้น องค์ประกอบ

964
01:04:14.328 --> 01:04:17.871
ที่จะทำให้คอมพิวเตอร์ทำงาน

965
01:04:18.336 --> 01:04:21.872
ได้มีอยู่แค่ 3 ส่วนก็คือ Input

966
01:04:22.339 --> 01:04:25.871
Output แล้วก็ Process

967
01:04:26.340 --> 01:04:29.873
เห็นไหมคะ จะย้ำเสมอ ให้ท่องเลย

968
01:04:30.341 --> 01:04:33.871
จะทำงานเมื่อมี Input เข้ามา เสร็จแล้ว

969
01:04:34.343 --> 01:04:37.871
ทำอะไร เสร็จแล้วเมื่อรับ Input เข้ามาคอมพิวเตอร์

970
01:04:38.344 --> 01:04:41.872
ทำการประมวลผล ก็คือ Process Process เพื่ออะไร

971
01:04:42.344 --> 01:04:45.872
เพื่อแสดงผล ก็คือ Output เห็นไหมคะ Input

972
01:04:46.348 --> 01:04:49.883
Process แล้วก็ Output ออกมา

973
01:04:50.352 --> 01:04:53.872
จะต้องดูจาก Input Output

974
01:04:54.353 --> 01:04:57.872
แล้วก็ Process การวิเคราะห์จะดูอีก

975
01:04:58.353 --> 01:05:01.873
มุมหนึ่งนะคะ แต่การทำงานของคอมพิวเตอร์จะเรียงตามขั้น

976
01:05:02.354 --> 01:05:05.873
ก็คือป้อนข้อมูลเข้าไป ประมวลผล

977
01:05:06.355 --> 01:05:09.873
แล้วก็แสดงผล ก็คือ Input, Output แล้วก็ Process

978
01:05:10.356 --> 01:05:13.873
แต่ในขั้นตอนการวิเคราะห์นี่เราจะต้อง

979
01:05:14.356 --> 01:05:17.873
เริ่มจาก Input Output แล้วก็ Process

980
01:05:18.357 --> 01:05:21.888
นะคะ ต่างกัน อย่าจำสับสนนะคะ

981
01:05:22.358 --> 01:05:25.874
ทีนี้เมื่อรู้แล้ว

982
01:05:26.359 --> 01:05:29.874
เห็นไหมคะ เมื่อวิเคราะห์ออกมาแล้ว เราก็มาออกแบบ

983
01:05:30.360 --> 01:05:33.874
ตัวนี้ล่ะค่ะ ที่จะเป็นหลัก

984
01:05:34.361 --> 01:05:37.874
ในการจะเขียนโปรแกรมได้นี่ ไม่ใช่

985
01:05:38.363 --> 01:05:41.875
พอวิเคราะห์เสร็จไปนั่งคีย์ เขียนโปรแกรมนะคะ

986
01:05:42.365 --> 01:05:45.874
มาทำการออกแบบให้มันเสียก่อน

987
01:05:46.367 --> 01:05:49.879
ออกแบบไม่ใช่ออกแบบให้มัน ออกแบบให้คนนี่ล่ะ

988
01:05:50.368 --> 01:05:53.877
ออกแบบให้สมนุษย์นี่นะคะ เพราะอะไร เพราะ

989
01:05:54.370 --> 01:05:57.875
เราจะต้องหลักการ

990
01:05:58.371 --> 01:06:01.877
ออกแบบในสคอมพิวเตอร์นี่ ในภาษาคอมพิวเตอร์

991
01:06:02.374 --> 01:06:05.875
เราจะใช้คำว่า "Algorithm"

992
01:06:06.376 --> 01:06:09.874
เด็ก ๆ จะต้องจำคำนี้นะคะ

993
01:06:10.378 --> 01:06:13.875
เพราะคำนี้ ถ้าถามถึง อัลกอริธึม เมื่อถามถึง

994
01:06:14.379 --> 01:06:17.875
เด็ก ๆ จะต้องเข้าใจให้ได้ก่อน

995
01:06:18.390 --> 01:06:21.875
นะคะ ทีนี้ อัลกอริทึม

996
01:06:22.391 --> 01:06:25.882
ที่เราจะเรียนนี่

997
01:06:26.392 --> 01:06:29.876
วิธีทำจะมีอยู่ 3 ลักษณะก็คือ

998
01:06:30.394 --> 01:06:33.881
อัลกอริทึมแบบที่ 1 เป็นการบรรยายา

999
01:06:34.397 --> 01:06:37.875
นะคะ Manative Description ก็คือ

1000
01:06:38.401 --> 01:06:41.875
ใช้คำพูด ใช้วิธีการบรรยายออกมาเป็นตัวอักษร

1001
01:06:42.410 --> 01:06:45.876
เด็ก ๆ จะต้องเขียนออกมา

1002
01:06:46.411 --> 01:06:49.893
เขียนอัลกอริทึมออกมา

1003
01:06:50.413 --> 01:06:53.876
เขียน เขียนแบบไหน เขียนบรรยาย

1004
01:06:54.418 --> 01:06:57.876
เห็นไหมคะ นั่นก็คืออัลกอริธึมแบบบรรยายนะคะ

1005
01:06:58.419 --> 01:07:01.877
ทีนี้มาดูอัลกอริทึมแบบต่อไป

1006
01:07:02.420 --> 01:07:05.878
แบบเป็นผังลำดับงาน หรือเป็น

1007
01:07:06.422 --> 01:07:09.876
Flowchart ก่อนจะเรียน

1008
01:07:10.423 --> 01:07:13.877
ได้ให้ไปค้นคำนี้มาแล้วใช่ไหมคะ

1009
01:07:14.423 --> 01:07:17.876
อัลกอริทึม โฟร์ชาร์ท

1010
01:07:18.425 --> 01:07:21.877
อันดับสุดท้าย หรือ รหัสจำลอง

1011
01:07:22.426 --> 01:07:25.877
มันจะอ่านว่าซูโด้โค้ด

1012
01:07:26.426 --> 01:07:29.877
มาดูในส่วนของ Flowchart

1013
01:07:30.435 --> 01:07:33.878
ตัวนี้เราจะใช้วิธี

1014
01:07:34.436 --> 01:07:37.877
เขียนเป็นรูปภาพแสดงขั้นตอน

1015
01:07:38.437 --> 01:07:41.877
นะคะ ก็คือเราจะต้องทำรูปภาพ

1016
01:07:42.439 --> 01:07:45.877
ที่แสดงให้เห็นขั้นตอนการทำงานของโปรแกรม

1017
01:07:46.440 --> 01:07:49.878
หรือการแก้ปัญหาของโปรแกรมนั่นเองนะคะ

1018
01:07:50.442 --> 01:07:53.878
และตัวต่อมา ซูโด้โค้ด

1019
01:07:54.446 --> 01:07:57.878
ซูโด้โค้ดตัวนี้

1020
01:07:58.447 --> 01:08:01.878
จะเป็นตัวเริ่มต้นของการเขียนโปรแกรม

1021
01:08:02.448 --> 01:08:05.878
นะคะ จะเป็นคำข้อความนี่

1022
01:08:06.450 --> 01:08:09.880
นี่ที่แสดง

1023
01:08:10.451 --> 01:08:13.878
เขียนแสดงขั้นตอนการทำงานของโปรแกรมนั่นเอง

1024
01:08:14.452 --> 01:08:17.878
สามารถเขียนได้เป็นภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษ

1025
01:08:18.453 --> 01:08:21.879
แต่แม่จะสอนให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษ

1026
01:08:22.455 --> 01:08:25.879
ภาษาอังกฤษแล้วมันจะต่อเนื่องไปถึงการเขียนโปรแกรม

1027
01:08:26.457 --> 01:08:29.880
จะได้จำง่ายแล้วก็ฝึกภาษาอังกฤษไปด้วยในตัว

1028
01:08:30.459 --> 01:08:33.879
สิ่งที่เด็ก ๆ จะต้องใช้

1029
01:08:34.460 --> 01:08:37.879
เพิ่มนะคะ ก็คือ

1030
01:08:38.461 --> 01:08:41.879
ต้องหัดใช้ Google แปล

1031
01:08:42.462 --> 01:08:45.880
ให้คล่อง เวลาเราเรียนนี่เปิดไว้เลย

1032
01:08:46.463 --> 01:08:49.885
Google แปลภาษา เพราะเราจะต้อง

1033
01:08:50.473 --> 01:08:53.882
เอาคำศัพท์คอมพิวเตอร์นี่มาใช้

1034
01:08:54.474 --> 01:08:57.879
คำศัพท์มันก็จะต้องเป็นภาษาอังกฤษนะคะ

1035
01:08:58.480 --> 01:09:01.880
ตั้งชื่อตัวแปรนี่ คอมพิวเตอร์

1036
01:09:02.481 --> 01:09:05.883
มันจะไม่รู้จักการสั่งงานที่เป็นภาษาไทยนะ

1037
01:09:06.484 --> 01:09:09.880
คอมพิวเตอร์จะทำงานผ่านภาษาอังกฤษเท่านั้น

1038
01:09:10.485 --> 01:09:13.880
นะคะ เพราะฉะนั้น เราจะต้อง

1039
01:09:14.486 --> 01:09:17.882
หมั่นใช้โปรแกรม Google แปลให้คล่อง ๆ

1040
01:09:18.489 --> 01:09:21.881
พิมพ์ให้ไว ๆ สิ่งที่อยากให้เด็ก ๆ

1041
01:09:22.492 --> 01:09:25.882
เรียนเพิ่ม ฝึกหัดเพิ่มเติมก็คือ

1042
01:09:26.493 --> 01:09:29.880
นะคะ พิมพ์คอมพิวเตอร์น่ะค่ะ

1043
01:09:30.495 --> 01:09:33.884
น่ะค่ะ เพื่อให้พิมพ์เร็ว เพราะเวลาเขียน

1044
01:09:34.496 --> 01:09:37.880
เวลาเรา Coding น่ะค่ะ เราจะได้ตามกันทันนะคะ

1045
01:09:38.497 --> 01:09:41.882
เมื่อกี้อธิบาย

1046
01:09:42.498 --> 01:09:45.883
ถึงรูปแบบของอัลกอริทึมที่เราจะทำกันไปแล้วนะคะ ทีนี้

1047
01:09:46.508 --> 01:09:49.881
ลองมาดูความหมายของอัลกอริทึม

1048
01:09:50.518 --> 01:09:53.881
อีกทีหนึ่งนะคะ อัลกอริธึม

1049
01:09:54.519 --> 01:09:57.881
มันก็คือการอธิบาย อธิบายการทำงานขอโปรแกรม

1050
01:09:58.519 --> 01:10:01.881
โดยต้องอธิบายให้เป็นขั้นตอน

1051
01:10:02.521 --> 01:10:05.884
นะคะ คอมพิวเตอร์มันจะทำงานเป็นขั้นเป็นตอน

1052
01:10:06.523 --> 01:10:09.884
เท่านั้นนะคะ มันจะไม่เหมือนคนน่ะ

1053
01:10:10.524 --> 01:10:13.882
คนนี่เวลาเขียนอัลกอริทึม สมมติ

1054
01:10:14.525 --> 01:10:17.882
นะคะ สมมติอยากให้เด็ก ๆ

1055
01:10:18.526 --> 01:10:21.881
เมื่อเช้า เมื่อเช้าเดชาพล

1056
01:10:22.530 --> 01:10:25.884
เรามี Case Study

1057
01:10:26.532 --> 01:10:29.881
เพราะจากการกินข้าวเช้าเมื่อเช้า

1058
01:10:30.533 --> 01:10:33.882
มาม่าเกาหลีต้มหรืออย่างไรคะลูก

1059
01:10:34.534 --> 01:10:37.893
(นักศึกษาชาย) เป็นแบบ... (อาจารย์) สำเร็จ

1060
01:10:38.534 --> 01:10:41.884
(นักศึกษาชาย) ต้มครับ เป็นซองครับ (อาจารย์)

1061
01:10:42.536 --> 01:10:45.886
สมมติ สมมตินะคะ

1062
01:10:46.537 --> 01:10:49.882
ตอนนี้จะให้เดชาพล ไม่ให้เขียนแต่จะให้ใช้วิธีการ

1063
01:10:50.538 --> 01:10:53.882
อธิบายการทำมาม่าเกาหลีของเดชาพล

1064
01:10:54.540 --> 01:10:57.882
(นักศึกษาชาย) ก็คือ (อาจารย์) อธิบายให้เพื่อนฟังสิ

1065
01:10:58.544 --> 01:11:01.883
(นักศึกษาชาย) ขั้นแรกก็คือต้มน้ำ

1066
01:11:02.545 --> 01:11:05.883
ก่อนครับ (อาจารย์) ต้อมน้ำก่อน (นักศึกษาชาย) แล้วก็มีวิธีแบบเร็

1067
01:11:06.547 --> 01:11:09.883
กาแบบเร็วอยู่ครับ ก็ต้ม

1068
01:11:10.548 --> 01:11:13.883
พอน้ำเดือด แล้วก็ฉีกซองครับ แล้วก็

1069
01:11:14.549 --> 01:11:17.886
เอาเส้นมันใส่เข้าไปในถ้วยที่เราเตรียมไว้

1070
01:11:18.550 --> 01:11:21.883
จากนั้นก็เอาน้ำร้อนที่เดือดเมื่อกี้น่ะครับ

1071
01:11:22.551 --> 01:11:25.884
ใส่เข้าไปแล้วก็เอาฝาปิดถ้วยครับ แล้วก็

1072
01:11:26.552 --> 01:11:29.883
รอให้เส้นมันสุกครับ ให้เส้น

1073
01:11:30.553 --> 01:11:33.884
มันพร้อมที่จะกินได้แล้ว

1074
01:11:34.554 --> 01:11:37.886
ไปเทน้ำออกแล้วก็ใส่เครื่องปรุงครับ

1075
01:11:38.555 --> 01:11:41.883
แล้วก็

1076
01:11:42.556 --> 01:11:45.883
ถึงขั้นตอนการกินแล้วครับ (อาจารย์) ถึงขั้นตอนการกินแล้วครับ

1077
01:11:46.558 --> 01:11:49.884
นี่คือวิธีของเดชาพลนะ เดี๋ยว

1078
01:11:50.565 --> 01:11:53.884
แม่จะลองถามเพื่อนคนอื่น เอาใครดี

1079
01:11:54.567 --> 01:11:57.883
ลองให้เด็กหูบ้าง พี่แฝด ๆ

1080
01:11:58.569 --> 01:12:01.884
พี่แฝด แฝดนะ

1081
01:12:02.570 --> 01:12:05.884
ถามแฝดนะ ถ้าจะต้มมาม่า

1082
01:12:06.571 --> 01:12:09.884
แฝดนะครับ ถ้าจะต้มมาม่า

1083
01:12:10.585 --> 01:12:13.884
แฝดจะทำอย่างไร ต้มมาม่าเป็นไหม

1084
01:12:14.586 --> 01:12:17.884

1085
01:12:18.589 --> 01:12:21.886

1086
01:12:22.591 --> 01:12:25.886

1087
01:12:26.593 --> 01:12:29.885

1088
01:12:30.594 --> 01:12:33.885
ที่นี้เราไม่ได้ยินเสียงล่ามนะ

1089
01:12:34.595 --> 01:12:37.884
(ล่าม) ขอโทษทีค่ะ ลืมเปิด Mute ค่ะ

1090
01:12:38.605 --> 01:12:41.886

1091
01:12:42.607 --> 01:12:45.888
ไม่เป็นอะไร (ล่าม) ก็ทำบ่อยอยู่ครับ

1092
01:12:46.607 --> 01:12:49.885
(อาจารย์) อย่างนั้นแฝดลองอธิบายการต้มมาม่าของแฝดให้ฟังหน่อย

1093
01:12:50.608 --> 01:12:53.885
บอกขั้นตอน

1094
01:12:54.609 --> 01:12:57.890
บอกขั้นตอนการต้มมาม่า

1095
01:12:58.611 --> 01:13:01.885
อันดับแรกทำอะไรก่อน

1096
01:13:02.611 --> 01:13:05.885

1097
01:13:06.613 --> 01:13:09.885

1098
01:13:10.615 --> 01:13:13.885
(ล่าม) ไม่ใช่ ๆ

1099
01:13:14.617 --> 01:13:17.885
ไม่ใช่ เขา...

1100
01:13:18.618 --> 01:13:21.885

1101
01:13:22.620 --> 01:13:25.885
มาม่ารู้ไหม (อาจารย์) ลองสิ

1102
01:13:26.621 --> 01:13:29.885
ต้ม ทำแบบไหน

1103
01:13:30.622 --> 01:13:33.885
ขั้นตอนทำแบบไหน

1104
01:13:34.627 --> 01:13:37.886
(ล่าม) มาม่านะครับ แล้วก็

1105
01:13:38.628 --> 01:13:41.888
กดน้ำร้อน แล้วก็รอ แล้วก็คน

1106
01:13:42.629 --> 01:13:45.887
แล้วก็พักเอาไว้ครับ

1107
01:13:46.630 --> 01:13:49.886
แล้วก็หมดครับ (อาจารย์) โอ.เค.

1108
01:13:50.637 --> 01:13:53.906
เห็นไหม ของเดชาพล ก็คือ

1109
01:13:54.639 --> 01:13:57.905
ต้มน้ำก่อนนะ ขั้นตอนเวลาบอก

1110
01:13:58.640 --> 01:14:01.889
แต่แฝดบอกว่ากดน้ำร้อนเลย

1111
01:14:02.644 --> 01:14:05.886
ข้ามขั้นตอนหนึ่งไป ก็คือแฝดจะไม่ได้บอกต้มน้ำ

1112
01:14:06.645 --> 01:14:09.887
เห็นไหมคะ อัลกอริธึมนี่จะเป็นการบอก

1113
01:14:10.647 --> 01:14:13.887
การทำงานนั่นเองเห็นไหมคะ ซึ่ง

1114
01:14:14.649 --> 01:14:17.887
ซึ่งในความเป็นจริงนี่ถ้าไม่บอกเหมือนแฝดข้ามขั้นตอนการต้มน้ำร้อย

1115
01:14:18.653 --> 01:14:21.896
เหมือนแฝดน่ะข้ามขั้นตอนการต้มน้ำร้อน แต่ละ

1116
01:14:22.654 --> 01:14:25.886
ไว้ในฐานที่เข้าใจ ก็คือเขามีน้ำร้อนอยู่แล้ว

1117
01:14:26.656 --> 01:14:29.887
เขาก็เลยข้ามขั้นตอนนี้ ให้นึกถึงคอมพิวเตอร์

1118
01:14:30.657 --> 01:14:33.889
อยู่ดี ๆ นึกออกนะ น้ำมันไม่ร้อนแล้วเราจะต

1119
01:14:34.658 --> 01:14:37.887
เราจะต้มมาม่าได้ไหม ไม่ได้

1120
01:14:38.659 --> 01:14:41.892
ใช่ไหมคะ ก็คืออัลกอริธึมนี่ จะเป็นการบอกขั้นตอน ก็คือ

1121
01:14:42.661 --> 01:14:45.887
มันจะต้องทำอย่างไรให้เราได้กินมาม่า

1122
01:14:46.673 --> 01:14:49.889
ก็คือบอกขั้นตอนว่า... แต่ไม่

1123
01:14:50.673 --> 01:14:53.887
ไม่ใช่วิธีการกินดิบนึกออกนะ

1124
01:14:54.674 --> 01:14:57.887
กิน ใช่ไหมคะ คือ ถ้ากินดิบ ก็คือเปิดซอง

1125
01:14:58.675 --> 01:15:01.888
แกะมาม่ากิน แต่อันนี้

1126
01:15:02.676 --> 01:15:05.891
เราอยากรู้ว่าถ้าเราจะกินต้มมาม่า

1127
01:15:06.677 --> 01:15:09.887
ขอลองอีกคนหนึ่ง

1128
01:15:10.678 --> 01:15:13.888
วาริศาสิ เห็นพี่เขาไหม

1129
01:15:14.680 --> 01:15:17.906

1130
01:15:18.681 --> 01:15:21.887
เอาเป็น... ไม่เอาต้มมาม่าแล้ว

1131
01:15:22.682 --> 01:15:25.889
ไข่เจียว ทำไข่เจียวสิ

1132
01:15:26.684 --> 01:15:29.888
เคยทำไข่เจียงไหม วาริศา

1133
01:15:30.686 --> 01:15:33.887
(ล่าม) มีค่ะ เคยทำค่ะ (อาจารย์)

1134
01:15:34.686 --> 01:15:37.899
ไหนลองบอกสิ ถ้าวาริษาทำไข่เจียว ทำอย่างไร

1135
01:15:38.687 --> 01:15:41.890

1136
01:15:42.689 --> 01:15:45.888
สัญญาณกล้องวาริศาไม่ค่อย... (ล่าม)

1137
01:15:46.693 --> 01:15:49.888
แล้วก็จะใช้ซ้อม เหยาะซีอิ้ว

1138
01:15:50.694 --> 01:15:53.888
แล้วก็คนอนะคะ ตีให้ผสมกันค่ะ แล้วก็

1139
01:15:54.695 --> 01:15:57.888
ตั้งกระทะนะคะ ร้อนแล้วก็เทน้ำมันลงไปค่ะ

1140
01:15:58.699 --> 01:16:01.898
แล้วก็เทไข่ที่เมื่อกี้ผสมนะคะ

1141
01:16:02.704 --> 01:16:05.889
แล้วก็ ขอโทษนะ ภาษามือ

1142
01:16:06.707 --> 01:16:09.888
(อาจารย์) สัญญาณ

1143
01:16:10.708 --> 01:16:13.888
ไม่ค่อยชัด

1144
01:16:14.714 --> 01:16:17.888
กล้องมันไหว

1145
01:16:18.715 --> 01:16:21.889

1146
01:16:22.716 --> 01:16:25.888
ก็จะมีการตอกไข่ค่ะ

1147
01:16:26.717 --> 01:16:29.889
ลงในถ้วยนะคะ แล้วก็ใส่น้ำปลา

1148
01:16:30.721 --> 01:16:33.897
ค่ะ แล้วก็ใส่เครื่องปรุง

1149
01:16:34.722 --> 01:16:37.891
ต่าง ๆ แล้วก็ใช้ซ้อมคน ซ้อม

1150
01:16:38.723 --> 01:16:41.889
ตีไข่น่ะค่ะ จากนั้นก็นำกระทะลงบนเตา

1151
01:16:42.724 --> 01:16:45.889
แล้วก็รอให้กระทะเดือดนะคะ แล้วก็ใส่ไข่ เสร็จ

1152
01:16:46.725 --> 01:16:49.889
แล้วก็เราก็จะโปะใส่ข้าวค่ะ

1153
01:16:50.727 --> 01:16:53.890
แล้วก็จะเปาะใส่ข้าว (อาจารย์) เสร็จแล้ว

1154
01:16:54.728 --> 01:16:57.889
ขนาดนี้อธิบายละเอียดนะคะ

1155
01:16:58.729 --> 01:17:01.889
เพราะบอกตั้งแต่ตีไข่ยันกระทั่งใส่เครื่องปรุง

1156
01:17:02.734 --> 01:17:05.889
ใช้ส้อมด้วย ใช้ส้อมตีนะคะ

1157
01:17:06.735 --> 01:17:09.890
เดี๋ยวลองภากรณ์บ้าง

1158
01:17:10.736 --> 01:17:13.889
เคยตีไข่ใหม่ เดี๋ยวลองเปรียบเทียบเทียบ

1159
01:17:14.737 --> 01:17:17.890
ภากรได้ยินไหมครับ (ล่าม) คนหูหนวก

1160
01:17:18.740 --> 01:17:21.890
หรือคนหู... (อาจารย์) หูหนวก เสื้อสีเทา (อาจารย์)

1161
01:17:22.741 --> 01:17:25.896
สักครู่นะคะ เดี๋ยวล่ามขอตรึงแป๊บนะคะ

1162
01:17:26.744 --> 01:17:29.889

1163
01:17:30.745 --> 01:17:33.890
ภากรหูตึงน่ะ

1164
01:17:34.746 --> 01:17:37.890
(ล่าม) ค่ะ (อาจารย์)

1165
01:17:38.748 --> 01:17:41.890
เคยทำไข่เจียวไหม

1166
01:17:42.749 --> 01:17:45.890
(ล่าม) ก็ทำครับ แต่ส่วนใหญ่จะ

1167
01:17:46.751 --> 01:17:49.890
ใส่น้ำปลาครับ

1168
01:17:50.752 --> 01:17:53.890

1169
01:17:54.753 --> 01:17:57.894
ให้มันเค็ม

1170
01:17:58.754 --> 01:18:01.890
ดูก่อน ๆ ใจเย็น

1171
01:18:02.755 --> 01:18:05.890
ใจเย็น ๆ เดี๋ยว ๆ (อาจารย์)

1172
01:18:06.756 --> 01:18:09.904
มืออย่างไว (ล่าม) เดี๋ยว ๆ (อาจารย์)

1173
01:18:10.756 --> 01:18:13.891
ช้า ๆ หน่อยลูก

1174
01:18:14.757 --> 01:18:17.890
(อาจารย์) ช้า ๆ

1175
01:18:18.760 --> 01:18:21.890
อย่าให้แบบ

1176
01:18:22.761 --> 01:18:25.890
ใจเย็น ๆ เดี๋ยว

1177
01:18:26.773 --> 01:18:29.891
เราจะล่ามพูดด้วย เริ่ม

1178
01:18:30.781 --> 01:18:33.890
ไข่เจียวทำแบบไหน

1179
01:18:34.783 --> 01:18:37.892

1180
01:18:38.786 --> 01:18:41.893
วิธีไข่เจียวของคุณน่ะ

1181
01:18:42.787 --> 01:18:45.891
ภาษามือ อือ ครับ

1182
01:18:46.789 --> 01:18:49.891
ก็จะรอให้น้ำมันร้อน

1183
01:18:50.790 --> 01:18:53.891
ไข่เจียวนะ

1184
01:18:54.792 --> 01:18:57.891
มีหรือ เกี่ยวแบบไหน

1185
01:18:58.794 --> 01:19:01.894
อ๋อ มีใส่หมูสับ (อาจารย์) มีใส่หมูสับด้วย

1186
01:19:02.797 --> 01:19:05.891
มีหมูสับด้วยนะ

1187
01:19:06.798 --> 01:19:09.894
เอาใหม่

1188
01:19:10.799 --> 01:19:13.891

1189
01:19:14.800 --> 01:19:17.891
อธิบายใหม่

1190
01:19:18.801 --> 01:19:21.891

1191
01:19:22.802 --> 01:19:25.892
(อาจารย์) ทำใหม่ ๆ ทำช้า ๆ

1192
01:19:26.803 --> 01:19:29.891
แม่จะได้ดูด้วย

1193
01:19:30.804 --> 01:19:33.892
ภากรณ์นี่ก็

1194
01:19:34.806 --> 01:19:37.892
(อาจารย์) น้ำปลาไหมชิม

1195
01:19:38.807 --> 01:19:41.892
(ล่าม) น้ำปลาหรือ ครับ น้ำปลา

1196
01:19:42.808 --> 01:19:45.892
นะครับ (อาจารย์) ใส่น้ำปลา (ล่าม)

1197
01:19:46.811 --> 01:19:49.893
แล้วอย่างไรต่อ

1198
01:19:50.812 --> 01:19:53.892
แล้วก็น้ำมัน

1199
01:19:54.814 --> 01:19:57.892
รอให้มันร้อน

1200
01:19:58.816 --> 01:20:01.892
(อาจารย์) ต่อครับต่อ ทำต่อ

1201
01:20:02.817 --> 01:20:05.892
อะไรเอ่ย

1202
01:20:06.818 --> 01:20:09.892

1203
01:20:10.822 --> 01:20:13.899
เย็น

1204
01:20:14.823 --> 01:20:17.892
รอให้มันร้อนใช่ไหม

1205
01:20:18.824 --> 01:20:21.892
น้ำมัน อือ แล้ว

1206
01:20:22.825 --> 01:20:25.892
ต่อไหน

1207
01:20:26.827 --> 01:20:29.892

1208
01:20:30.829 --> 01:20:33.892
แดง

1209
01:20:34.833 --> 01:20:37.892
เป็นจุด ๆ

1210
01:20:38.837 --> 01:20:41.896
มะเขือหรือ

1211
01:20:42.838 --> 01:20:45.893
มะเขือเทศหรือแครอท (

1212
01:20:46.839 --> 01:20:50.839
สีแดง (ล่าม) ส้ม ๆ หรือแดง ๆ

1213
01:20:50.843 --> 01:20:54.843
แดง ๆ เป็นจุด ๆ

1214
01:20:54.845 --> 01:20:58.845
(อาจารย์) พริกหรือเปล่า (ล่าม) เห็นหรือเปล่า

1215
01:20:58.846 --> 01:21:02.846
ใส่พริกหรือ

1216
01:21:02.847 --> 01:21:06.847

1217
01:21:06.848 --> 01:21:10.848
เออเว้ย อันนี้เหมือนจะไม่ค่อยได้ภาษามือค่ะ

1218
01:21:10.850 --> 01:21:14.850
ภากรเรียน

1219
01:21:14.851 --> 01:21:18.851
ที่ไหนนะ น้อง

1220
01:21:18.852 --> 01:21:22.852
เรียนโรงเรียนอะไร

1221
01:21:22.853 --> 01:21:26.853
เมื่อก่อนเรียนไหน

1222
01:21:26.854 --> 01:21:30.854
โรงเรียนไม่มีเลยหรือ

1223
01:21:30.855 --> 01:21:34.855
(อาจารย์) ไม่มีอย่างไร

1224
01:21:34.856 --> 01:21:38.856
จบ ม.6 อยู่ (ล่าม) ม.6

1225
01:21:38.859 --> 01:21:42.859
เรียนที่ไหน

1226
01:21:42.860 --> 01:21:46.860
หูตึง

1227
01:21:46.863 --> 01:21:50.863
ถาม ใช่

1228
01:21:50.865 --> 01:21:54.865
ถาม

1229
01:21:54.867 --> 01:21:58.867
โรงเรียนเมื่อก่อน เรียนที่ไหน

1230
01:21:58.868 --> 01:22:02.868

1231
01:22:02.869 --> 01:22:06.869

1232
01:22:06.873 --> 01:22:10.873
ก็ยังตอบน้ำปลาอยู่ เดี๋ยวก่อน (อาจารย์)

1233
01:22:10.876 --> 01:22:14.876
ไม่เข้าใจคำถามเราแน่เลย

1234
01:22:14.878 --> 01:22:18.878
เกิดอุดรหรือ

1235
01:22:18.879 --> 01:22:22.879
นี่... (ล่าม) เมื่อก่อนเรียนที่ไหน

1236
01:22:22.880 --> 01:22:26.880
ที่ไหน

1237
01:22:26.881 --> 01:22:30.881
เขาทำ ก. ไก่ ส.

1238
01:22:30.882 --> 01:22:34.882
กศ

1239
01:22:34.883 --> 01:22:38.883
เขาทำ ก. ไก่

1240
01:22:38.885 --> 01:22:42.885
โรงเรียนหูหนวกเปล่า

1241
01:22:42.886 --> 01:22:46.886
มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย

1242
01:22:46.888 --> 01:22:50.888
อส. อก.

1243
01:22:50.890 --> 01:22:54.890
มหาลัยถามเมื่อก่อน

1244
01:22:54.890 --> 01:22:58.890
ถามเมื่อก่อน เมื่อก่อน ที่ไหนน่ะ

1245
01:22:58.892 --> 01:23:02.892
อ.ด. ใช่ไหม

1246
01:23:02.893 --> 01:23:06.893
ใช่ไหม เมื่อก่อนเรียนที่ไหน

1247
01:23:06.911 --> 01:23:10.895

1248
01:23:10.916 --> 01:23:14.896
สก.

1249
01:23:14.917 --> 01:23:18.896
เขาทำ สก. แล้วเขาทำมหาวิทยาลัย อ๋อ โสตฯ นนฯ

1250
01:23:18.919 --> 01:23:22.896

1251
01:23:22.920 --> 01:23:26.898
อโศกนนท์ นนท์ใช่ไหม

1252
01:23:26.920 --> 01:23:30.896
(อาจารย์) โสตนนฯ (ล่าม) โสต

1253
01:23:30.932 --> 01:23:34.897
นนทบุรีใช่หรือเปล่า

1254
01:23:34.933 --> 01:23:38.898
(อาจารย์) อยู่นนทบุรีหรือ

1255
01:23:38.935 --> 01:23:42.895
โรงเรียนเมื่อก่อนเรียนไหน

1256
01:23:42.940 --> 01:23:46.895
พิมพ์ได้ไหม พิมพ์

1257
01:23:46.941 --> 01:23:50.895

1258
01:23:50.942 --> 01:23:54.895

1259
01:23:54.943 --> 01:23:58.895
มีพิมพ์น่ะ พิมพ์อันนี้

1260
01:23:58.944 --> 01:24:02.896
ในนี้ ทำไมอันนี้ดูไม่ค่อยเข้าใจมือ

1261
01:24:02.945 --> 01:24:06.897
ใช่ค่ะ (อาจารย์) เพื่อนเจ้าแฝด

1262
01:24:06.946 --> 01:24:10.895
นะนี่ (ล่าม) เดี๋ยวหนูลองถามแฝด

1263
01:24:10.947 --> 01:24:14.896
แปีบนะคะ

1264
01:24:14.948 --> 01:24:18.895
แฝด ๆ ถามหน่อย

1265
01:24:18.952 --> 01:24:22.900
เพื่อนหูตึงชื่อไหน อันนี้ค่ะ

1266
01:24:22.953 --> 01:24:26.896
ชื่อภาษามืออันนี้ค่ะ

1267
01:24:26.954 --> 01:24:30.896
(อาจารย์) ภากร (ล่าม) เขาบอกเขาได้ภาษามือ

1268
01:24:30.957 --> 01:24:34.896
น้อยน่ะครับ ภากรณ์เขาบอกแบบนั้น

1269
01:24:34.958 --> 01:24:38.900
เขาเรียนที่ไหน เขาบอกภาษามือนิดเดียวใช่ไหม

1270
01:24:38.959 --> 01:24:42.898
เป็นหูตึงใช่หรือเปล่า

1271
01:24:42.960 --> 01:24:46.896
อยู่ที่โรงเรียหูดีครับ

1272
01:24:46.961 --> 01:24:50.898
เมื่อก่อน อยู่คนเดียว เป็นหูหนวกคนเดียว

1273
01:24:50.969 --> 01:24:54.896
แล้วบังเอิญว่าไม่ได้มีการเรียนภาษามือเลยครับ

1274
01:24:54.976 --> 01:24:58.899
จากนั้นสมาคม...

1275
01:24:58.978 --> 01:25:02.901

1276
01:25:02.982 --> 01:25:06.896
(อาจารย์) เห็นไหม เจ้าแฝดตอบเป็นล่ำเป็นสัน

1277
01:25:06.984 --> 01:25:10.899
ใช่ ๆ

1278
01:25:10.985 --> 01:25:14.912
แฝดน่ะ แฝดพามาเรียนนะคนนี้

1279
01:25:14.988 --> 01:25:18.896

1280
01:25:18.989 --> 01:25:22.897

1281
01:25:22.990 --> 01:25:26.896
ก็คือเรียนโรงเรียนหุดีมาก่อน

1282
01:25:26.992 --> 01:25:30.898
โอ.เค. ค่ะ

1283
01:25:30.992 --> 01:25:34.899
เพราะคนนี้แฝดนี่ล่ะ

1284
01:25:34.993 --> 01:25:38.900
ภากรณ์น่ะ แฝดเป็นคนชวนมาเรียน (ล่าม)

1285
01:25:39.008 --> 01:25:42.896
เรียนที่นี่ใช่ไหม ใช่ไหม ๆ

1286
01:25:43.009 --> 01:25:46.902
ใช่ไหม แฝดชวนมา

1287
01:25:47.010 --> 01:25:50.898
ภากร ภากรสมมติภาษามืองงน่

1288
01:25:51.012 --> 01:25:54.896
ถามนะ เป็นห่วง

1289
01:25:55.018 --> 01:25:58.906
(อาจารย์) เดี๋ยวจะคุยกันไม่รู้เรื่อง

1290
01:25:59.019 --> 01:26:02.897
คุยกับแฝด ถามแฝดบ่อย ๆ

1291
01:26:03.020 --> 01:26:06.897

1292
01:26:07.021 --> 01:26:10.897
ฝากหน่อย ภากรณ์ฝากหน่อย

1293
01:26:11.023 --> 01:26:14.898
ภาษามือน้อย (อาจารย์) โอ.เค. ค่ะ ไม่เป็นไร

1294
01:26:15.024 --> 01:26:18.897
เห็นไหมคะ อัลกอริทึมของแต่ละคน

1295
01:26:19.025 --> 01:26:22.897
(ล่าม) เดี๋ยวนะครับ พอดีว่าผมหอพักน่ะ

1296
01:26:23.029 --> 01:26:26.896
อยู่ร่วมกัน กินข้าวร่วมกัน

1297
01:26:27.030 --> 01:26:30.896
เดี๋ยวผมจะช่วยดูให้นะครับ

1298
01:26:31.031 --> 01:26:34.896
โอ.เค.

1299
01:26:35.032 --> 01:26:38.906
ช่วยสอน เราต้องร่วมด้วยช่วกยัน

1300
01:26:39.041 --> 01:26:42.904
โอ.เค.

1301
01:26:43.043 --> 01:26:46.895
บอกเธออยู่ว่าเธอต้องหัดพูด เพราะเธอได้ยิน

1302
01:26:47.049 --> 01:26:50.895

1303
01:26:51.050 --> 01:26:54.898
โอ.เค. คือเห็นไหมคะ

1304
01:26:55.051 --> 01:26:58.894
เมื่อกี้ตอนที่บอกให้อธิบายขั้นตอน

1305
01:26:59.053 --> 01:27:02.894
อัลกอริทึ่มเป็นการอธิบายขั้นตอน

1306
01:27:03.054 --> 01:27:06.893
จะให้คอมพิวเตอร์ทำงาน ทีนี้ลอง

1307
01:27:07.061 --> 01:27:10.893
ให้เด็ก ๆ นึกภาพเหมือน

1308
01:27:11.075 --> 01:27:14.894
ถ้าเพื่อนบางคน

1309
01:27:15.076 --> 01:27:18.892

1310
01:27:19.077 --> 01:27:22.892
ถ้าใครที่ไม่เคยเจียวไข่ ก็ไม่สามารถ

1311
01:27:23.078 --> 01:27:26.893
อธิบายขั้นตอนได้นะคะ ว่ามันทำอย่างไร

1312
01:27:27.079 --> 01:27:30.891
นะคะ ใช่ไหม ถ้าไม่เคยทำเลย

1313
01:27:31.081 --> 01:27:34.891
มันจะบอกไม่ได้ใช่ไหมคะ ว่า

1314
01:27:35.082 --> 01:27:38.890
การเจียวไข่นี่ 1. มันต้องมีไข่น่ะ

1315
01:27:39.083 --> 01:27:42.890
ไข่เอาไปทำอะไร ต้องเอาไปตีก่อนนะคะ ไข่เจียวนี่

1316
01:27:43.085 --> 01:27:46.889
เราต้องเอาไข่ไปตีก่อน

1317
01:27:47.088 --> 01:27:50.923
ไม่อย่างนั้นไม่เรียกว่าไข่เจียวถูกไหม

1318
01:27:51.090 --> 01:27:55.053
กับไข่ดาวเห็นไหม จะสั่งคอมพิวเตอร์ทำงาน

1319
01:27:55.091 --> 01:27:58.988
นี่ต้องบอกให้คอมพิวเตอร์เข้าใจ

1320
01:27:59.093 --> 01:28:02.890
สิ่งที่เราจะสั่งมันด้วย

1321
01:28:03.094 --> 01:28:06.890

1322
01:28:07.095 --> 01:28:10.887
บางอย่างมันข้ามขั้นตอนไม่ได้

1323
01:28:11.102 --> 01:28:14.887
ถ้าไม่ใช้น้ำมัน มันจะไม่เรียกว่าไข่เจียว

1324
01:28:15.108 --> 01:28:18.887
มันต้องใช้น้ำมันช่วย อย่างนี้

1325
01:28:19.109 --> 01:28:22.886
ต้องดูว่ามีส่วนประกอบอะไร วิธีทำอะไร

1326
01:28:23.110 --> 01:28:26.888
เหมือนไข่เจียวจะเจียวได้ถ้าน้ำมันไม่ร้อน

1327
01:28:27.111 --> 01:28:30.887
ไข่มัน เขาบอกว่าอะไร ไข่มันจะไม่ฟู

1328
01:28:31.112 --> 01:28:34.886

1329
01:28:35.114 --> 01:28:38.886
มันก็จะดูไม่น่ากินนะ บางคนไข่เจียวมีใส่หมูสับด้วย

1330
01:28:39.115 --> 01:28:42.885
เหมือนของภากรใส่หมูสับ ใส่มะเขือเทศ

1331
01:28:43.116 --> 01:28:46.884
ใส่พริกสักอย่างนะคะ แล้วแต่นะคะ

1332
01:28:47.118 --> 01:28:50.884
แต่สิ่งที่อยากให้รู้ ก็คือ

1333
01:28:51.120 --> 01:28:54.884
การอธิบาย เราจะอธิบายอย่างไร

1334
01:28:55.121 --> 01:28:58.884
ให้เราได้ไข่เจียว 1 ฟองออกมา

1335
01:28:59.122 --> 01:29:02.883
นั่นก็เหมือนกัน เราจะอธิบายอย่างไรให้คอมพิวเตอร์ทำงาน

1336
01:29:03.131 --> 01:29:06.883
ให้ได้สิ่งที่เราต้องการ

1337
01:29:07.133 --> 01:29:10.882
หรือ Output Input อะไรเข้าไป

1338
01:29:11.134 --> 01:29:14.882
ได้อะไรออกมา มองให้เห็น

1339
01:29:15.135 --> 01:29:18.884
ภาพนะคะ ว่าเราจะป้อนอะไรให้คอมพิวเตอร์แล้ว

1340
01:29:19.136 --> 01:29:22.882
แล้วเราอยากให้คอมพิวเตอร์แสดงอะไรออกมาให้

1341
01:29:23.137 --> 01:29:26.882
ส่วนการ Process หรือขั้นตอน

1342
01:29:27.139 --> 01:29:30.881
จะให้มันได้ผลลัพธ์นั้นออกมา

1343
01:29:31.140 --> 01:29:34.881
ขั้นตอนในการเขียนอัลกอริทึมของเรานั่นเอง

1344
01:29:35.141 --> 01:29:38.881
ทีนี้มาดู มาดูต่อนะคะ

1345
01:29:39.142 --> 01:29:42.880

1346
01:29:43.143 --> 01:29:46.881

1347
01:29:47.144 --> 01:29:50.880

1348
01:29:51.147 --> 01:29:54.879
เห็นไหมคะ

1349
01:29:55.152 --> 01:29:58.879
เราอธิบายไว้ว่า อัลกอริทึ่ม หมายถึง

1350
01:29:59.153 --> 01:30:02.879
ลำดับขั้นตอน วิธีในการทำงานของโปรแกรม

1351
01:30:03.167 --> 01:30:06.879
เพื่อแก้ปัญหาในที่นี้ก็คือแสดงผล

1352
01:30:07.170 --> 01:30:10.878
มันแสดงผล ก็คือให้คอมพิวเตอร์แสดงผลนะคะ

1353
01:30:11.171 --> 01:30:14.879
ทีนี้สิ่งที่เราจะต้องทำก็คือ เขียน

1354
01:30:15.172 --> 01:30:18.877
อธิบายอัลกอริทึมนี่เราจะเขียนได้ว่าอย่างไร

1355
01:30:19.173 --> 01:30:22.877
นะคะ ลองมาดูตัวอย่างของเรากัน

1356
01:30:23.174 --> 01:30:26.879
ต้มไข่

1357
01:30:27.176 --> 01:30:30.875
เห็นไหม วิธีการ

1358
01:30:31.188 --> 01:30:34.879
เขียนอัลกอริทึมเขียนได้หลายแบบเลย เหมือนที่เมื่อกี้

1359
01:30:35.190 --> 01:30:38.875
ถามเมื่อกี้ว่าทอดไข่เจียว

1360
01:30:39.192 --> 01:30:42.874
ทำอย่างไร แต่ละคนอธิบายไม่เหมือนกัน

1361
01:30:43.193 --> 01:30:46.875
สามารถเขียนได้หลายแบบ แบบอันนี้เขียนต้มไข่ไก่

1362
01:30:47.195 --> 01:30:50.874
ต้องการให้มันได้ออกมา ก็คือ

1363
01:30:51.197 --> 01:30:54.874
ไข่ต้มใช่ไหมคะ เราอยากได้ไข่ต้มนี่

1364
01:30:55.199 --> 01:30:58.879
อันดับแรก

1365
01:30:59.200 --> 01:31:02.875
ก็คือต้องต้มน้ำก่อน ใช่ไหม

1366
01:31:03.201 --> 01:31:06.872
ใช่ไหม เอาไข่ใส่ลงไปเลยใช่หรือเปล่า

1367
01:31:07.202 --> 01:31:10.872
แต่อันนี้บอกไว้เลยว่าต้มน้ำให้เดือด

1368
01:31:11.209 --> 01:31:14.871
รอ 10 นาที เปิดไฟ ติดเตา

1369
01:31:15.210 --> 01:31:18.871
มีปลอกไข่ด้วย แต่อันนี้บอก

1370
01:31:19.211 --> 01:31:22.871
ต้มน้ำใส่ไข่ รอ 5 นาที

1371
01:31:23.212 --> 01:31:26.870
ก็ได้ไข่ ได้ไข่เหมือนกันไม่ได้บอกว่าปอกไข่

1372
01:31:27.216 --> 01:31:30.876
ทีนี้ ก่อนที่เราจะเขียนได้

1373
01:31:31.217 --> 01:31:34.870
เราต้องรู้คุณสมบัติของมันก่อน

1374
01:31:35.218 --> 01:31:38.874
คุณสมบัติของอัลกอริทึม คุณสมบัติ

1375
01:31:39.219 --> 01:31:42.869
ข้อที่ 1.

1376
01:31:43.221 --> 01:31:46.869
มันจะต้องสร้างขึ้นจากกฎเกณฑ์

1377
01:31:47.222 --> 01:31:50.868
ให้มัน เห็นไหมคะ กฎเกณฑ์คืออะไร

1378
01:31:51.224 --> 01:31:54.868
วิธีการหรือกลุ่มขั้นตอน

1379
01:31:55.225 --> 01:31:58.867
กระบวนวิธีการคืออะไร

1380
01:31:59.228 --> 01:32:02.867
นะคะ ท

1381
01:32:03.230 --> 01:32:06.867
ที่เราจะทำอย่างไรก็แล้วแต่ คือให้มันเห็นขั้นตอน

1382
01:32:07.244 --> 01:32:10.870
ที่จะให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์ของไข่ต้ม 1 ฟอง

1383
01:32:11.249 --> 01:32:14.876
เราจะมีขั้นตอนอย่างไร

1384
01:32:15.251 --> 01:32:18.867
นั่นก็คือมีกฎ มีเกณฑ์ หรือมีขั้นตอนนั่นเอง

1385
01:32:19.252 --> 01:32:22.866
ทีนี้เขาบอกไว้ว่า กฎเกณฑ์ที่

1386
01:32:23.253 --> 01:32:26.865
สร้างอัลกอริทึมในข้อที่ 2 บอกว่า

1387
01:32:27.255 --> 01:32:30.871
ที่สร้างอัลกอริทึมต้องไม่คลุมเครือ

1388
01:32:31.256 --> 01:32:34.865
เมื่อกี้ เห็นไหมคะ เหมือนตอนภากรณ์อธิบาย

1389
01:32:35.263 --> 01:32:38.864
เนื่องจากภากรณ์ไม่เข้าใจภาษามือ อธิบาย

1390
01:32:39.264 --> 01:32:42.865
มันก็เลยเป็นคลุมเครือ

1391
01:32:43.265 --> 01:32:46.864
เหมือนบอกอะไรสีแดง ๆ นี่ พอถามบอกไม่ได้

1392
01:32:47.277 --> 01:32:50.863
เห็นไหมคะ คือ คลุมเครือ

1393
01:32:51.281 --> 01:32:54.871
คืออะไร ซึ่งถ้าเรา

1394
01:32:55.286 --> 01:32:58.862
คอมพิวเตอร์นี่มันจะทำตามสิ่งที่เราระบุลงไป

1395
01:32:59.286 --> 01:33:02.862
ลงไปเห็นไหมคะ มีระบบ มีระเบียนบ

1396
01:33:03.289 --> 01:33:06.865
อ่านแล้วไม่สับสน อ่านแล้ว

1397
01:33:07.290 --> 01:33:10.862
เข้าใจ

1398
01:33:11.300 --> 01:33:14.861
อ่านแล้วเข้าใจเสร็จแล้วทำอย่างไร

1399
01:33:15.302 --> 01:33:18.861
มาสู่ข้อที่ 3.

1400
01:33:19.304 --> 01:33:22.860
มันจะมาอะไรตอนนี้

1401
01:33:23.308 --> 01:33:26.860
คอมพิวเตอร์จะอัพเดตเสียแล้ว

1402
01:33:27.308 --> 01:33:30.860
การประมวลผลต้องเป็นไปตามลำดับที

1403
01:33:31.309 --> 01:33:34.860
ที่แน่นอน ต้องมีขั้นตอนที่แน่นอน

1404
01:33:35.312 --> 01:33:38.866
เพื่อให้คอมพิวเตอร์ทำงาน เห็นไหมคะ ก็คือ

1405
01:33:39.313 --> 01:33:42.859
เหมือนจะทำไข่ต้มได้มันต้องต้มน้ำ

1406
01:33:43.315 --> 01:33:46.858
เพราะต้องมีน้ำร้อนถูกต้องไหม มันต้องมีน้ำร้อน

1407
01:33:47.316 --> 01:33:50.859
ใช่ไหมคะ จึงจะเป็นกระบวนการต้มไข่

1408
01:33:51.317 --> 01:33:54.858
เด็ก ๆ ไม่บอกว่าต้มน้ำนี่ เด็ก ๆ เอาไข่ใส่น้ำ

1409
01:33:55.318 --> 01:33:58.858
น้ำนั่นจะเป็นน้ำเย็น มันจะไม่เป็นไข่ต้ม

1410
01:33:59.319 --> 01:34:02.858
แน่นอน ก็คือไข่แช่น้ำอย่างนี้

1411
01:34:03.320 --> 01:34:06.858
เราต้องระบุลงไปด้วยว่านัำที่ใช้คืออย่างไร

1412
01:34:07.321 --> 01:34:10.857
น้ำเย็น น้ำต้ม มีขึ้นตอน

1413
01:34:11.323 --> 01:34:14.857
มันก็ต้องต้มใช่ไหม อย่างนี้

1414
01:34:15.324 --> 01:34:18.857
เป็นไปตามลำดับขั้นตอน อยู่ดี ๆ

1415
01:34:19.325 --> 01:34:22.856
เองได้ไหม ไม่ได้ใช่ไหมคะ

1416
01:34:23.326 --> 01:34:26.856
ถึงจะเป็นน้ำร้อน เห็นไหมคะ

1417
01:34:27.327 --> 01:34:30.856
มีขั้นตอนแล้วต้องให้ได้

1418
01:34:31.327 --> 01:34:34.856
ผลลัพธ์ตามที่กำหนดเห็นไหมคะ เพราะสิ่งที่

1419
01:34:35.328 --> 01:34:38.855
อยากได้ ก็คือไข่ต้ม

1420
01:34:39.329 --> 01:34:42.855
ถ้าเด็ก ๆ ไม่ทำให้น้ำร้อน

1421
01:34:43.336 --> 01:34:46.855
ถ้าสมมติต้มแค่ 3 นาที

1422
01:34:47.337 --> 01:34:50.854
ไหม 3 นาทีได้แค่ไข่ลวก

1423
01:34:51.338 --> 01:34:54.855
ไข่ลวก ขึ้นอะไรตอนนี้นี่

1424
01:34:55.343 --> 01:34:58.855
ไข่ลวกใช่ไหมคะ ไม่เป็นไข่ต้ม

1425
01:34:59.344 --> 01:35:02.854
ต้องมาดูที่ผลลัพธ์ ต้องมาดูสิ่งที่

1426
01:35:03.345 --> 01:35:06.853
ถ้า 3 นาทีได้ไข่ลวก แต่ถ้าต้มนี่

1427
01:35:07.346 --> 01:35:10.855
มันต้องนานมากกว่า 2 นาที

1428
01:35:11.355 --> 01:35:14.853
ในตัวอย่าง ถึงได้บอกว่า ระบุว่าต้องต้มกี่นาที

1429
01:35:15.357 --> 01:35:18.852
เห็นไหมต้องบอกด้วยว่าต้องต้มกี่นาที

1430
01:35:19.367 --> 01:35:22.853
ไข่ใส่น้ำร้อน 1 นาทีเป็นไข่ลวก

1431
01:35:23.368 --> 01:35:26.852
หรือยัง ยัง ความร้อนยังไม่น่าจะได้

1432
01:35:27.369 --> 01:35:30.852
อย่างนี้เป็นต้นนะคะ เสร็จแล้วอะไร

1433
01:35:31.371 --> 01:35:34.852
ต้องมีจุดสิ้นสุด ก็คือ เวลา

1434
01:35:35.377 --> 01:35:38.851
เขียนนี่ อยู่ ๆ บอกต้มไข่ไม่ได้ ต้องมี

1435
01:35:39.378 --> 01:35:42.852
จุดเริ่มแล้วก็มีจุดสิ้นสุด ก็คือ

1436
01:35:43.380 --> 01:35:46.851
มี Start แล้วก็มี End End ก็คือสิ้นสุด

1437
01:35:47.382 --> 01:35:50.851
เวลาอัลกอริทึ่ม

1438
01:35:51.383 --> 01:35:54.853
ทีนี้ลองมาดู

1439
01:35:55.384 --> 01:35:58.850
คุณสมบัติที่เด็ก ๆ จะต้องจำ

1440
01:35:59.385 --> 01:36:02.850
1.

1441
01:36:03.386 --> 01:36:06.859
ความถูกต้องมันต้องมีความถูกต้อง

1442
01:36:07.387 --> 01:36:10.849
เช่น ต้องการไข่ต้ม สิ่งที่ถูกต้อง

1443
01:36:11.389 --> 01:36:14.849
ดูจากผลลัพธ์จากสิ่งที่เราได้ออกมา

1444
01:36:15.391 --> 01:36:18.849
ก็คือ เช่น

1445
01:36:19.392 --> 01:36:22.849
อยากได้ไข่ต้มทำอย่างไร อยากได้ไข่เจียวทำอย่างไร ไข่เจียว

1446
01:36:23.392 --> 01:36:26.849
กับไข่ต้ม วิธีการต่างกัน

1447
01:36:27.393 --> 01:36:30.849
นั่นก็คือวิธีการเช็กความถูกต้องก่อน

1448
01:36:31.394 --> 01:36:34.849
คืออะไร

1449
01:36:35.401 --> 01:36:38.854
เหมือนไข่ในน้ำร้อน ถ้าไข่ต้มนี่

1450
01:36:39.423 --> 01:36:42.848
เพราะฉะนั้น ต้องใช้เวลากี่นาที

1451
01:36:43.424 --> 01:36:46.848
ถูกไหม ถ้าไข่อยู่ในน้ำร้อน 3 นาทีไม่เรียกว่าเป็นไข่ต้ม

1452
01:36:47.425 --> 01:36:50.847
ถูกไหม มันจะเป็นไข่ลวก ถูกไหม

1453
01:36:51.426 --> 01:36:54.848
อย่างนี้เป็นต้น ต้องมีความถูกต้องนะคะ

1454
01:36:55.428 --> 01:36:58.849
ต้องอ่านง่าย อ่านง่ายในที่นี้

1455
01:36:59.437 --> 01:37:02.851
อธิบายเหมือนเมื่อกี้ที่เด็ก ๆ อธิบายขั้นตอน

1456
01:37:03.440 --> 01:37:06.848
อย่างวาริศา วาริศาอธิบายละเอียดนะคะ

1457
01:37:07.440 --> 01:37:10.847
อธิบายดีด้วย ตอกไข่ แล้วก็ตีไข่

1458
01:37:11.443 --> 01:37:14.849
เห็นไหมคะ ตอนทำไข่เจียวน่ะค่ะ

1459
01:37:15.444 --> 01:37:18.849
อ่านแล้วเข้าใจเลยว่า

1460
01:37:19.445 --> 01:37:22.846
ด้วยนะ ไข่มันจะต้องโดนตี

1461
01:37:23.446 --> 01:37:26.845
เพราะไข่ในน้ำมันนี่ ทอดไข่ในน้ำมัน

1462
01:37:27.447 --> 01:37:30.846
แต่ไข่ดาวไม่ต้องตีไข่ให้แตกใช่ไหมคะ

1463
01:37:31.447 --> 01:37:34.846
ใช่ไหมคะ แค่ตอกไข่ใส่ลงไป 1 ฟอง

1464
01:37:35.448 --> 01:37:38.845
เพราะฉะนั้น เมื่ออ่านออกมาแล้วนี่

1465
01:37:39.449 --> 01:37:42.845
คืออะไร นะคะ

1466
01:37:43.450 --> 01:37:46.844
คุณสมบัติต่อมา ต้องปรับปรุงได้

1467
01:37:47.454 --> 01:37:50.844
Is of offidication ปรับปรุง

1468
01:37:51.455 --> 01:37:54.844
ในอนาคต ก็คือสามารถปรับปรุงหรือดัดแปลงได้

1469
01:37:55.456 --> 01:37:58.844
นะคะ เช่น เหมือนเมื่อกี้

1470
01:37:59.457 --> 01:38:02.844
ของปรับปรุงเช่นไข่เจียวของ

1471
01:38:03.458 --> 01:38:06.844
ภากร ภากรบอกใส่

1472
01:38:07.462 --> 01:38:10.843
ภากรณ์บอกใส่หมูสับเข้าไปด้วย ในอนาคต

1473
01:38:11.463 --> 01:38:14.843
เราต้องเป็นไข่เจียวหมูสับ

1474
01:38:15.464 --> 01:38:18.843
ก็ปรับปรุงได้ลักษณะนี้

1475
01:38:19.465 --> 01:38:22.845
ใหม่ได้ Reuse abillity

1476
01:38:23.466 --> 01:38:26.843
นำกลับมาใช้ใหม่ได้

1477
01:38:27.467 --> 01:38:30.850
ก็คือเขียนใหม่แล้ว เอากลับมาใช้กี่ครั้งก็ได้ เพราะการ

1478
01:38:31.468 --> 01:38:34.842
เจียวไข่มันไม่ได้มีอะไรพิศดารเลย

1479
01:38:35.472 --> 01:38:38.845
ใช่ไหมคะ ขั้นตอนมันมาเป็นอย่างไร

1480
01:38:39.473 --> 01:38:42.848
คนนี้เอาไปใช้ก็ได้ ใช้ซ้ำได้

1481
01:38:43.476 --> 01:38:46.843
วิธีการมันเหมือนกัน เอามาใช้ด้วยกันได้

1482
01:38:47.477 --> 01:38:50.842
และต้องมีประสิทธิภาพ

1483
01:38:51.484 --> 01:38:54.842
ประสิทธิภาพอย่างไร เหมือนถ้าอธิบายดี ๆ เหมือนวาริศานี่

1484
01:38:55.485 --> 01:38:58.842
เห็นไหม วาริศาบอกกระทั่งว่าน้ำมันจะต้องร้อนนะคะ

1485
01:38:59.486 --> 01:39:02.841
ถึงค่อยใส่ไข่ลงไป ไข่จะได้ฟู ๆ

1486
01:39:03.488 --> 01:39:06.843
ฟู ๆ ใช่ไหมคะ อย่างนี้เป็นต้น

1487
01:39:07.491 --> 01:39:10.841
ประสิทธิภาพของการทำงานด้วยอย่างนี้เห็นไหมคะ

1488
01:39:11.492 --> 01:39:14.841
นั่นคือต้องมีคุณสมบัติพวกนี้

1489
01:39:15.492 --> 01:39:18.843
ทีนี้ก่อนจะเขียนได้นี่

1490
01:39:19.493 --> 01:39:22.854
ก่อนจะเขียนได้นี่มันต้องมาดูเกณฑ์ประสิทธิภาพ

1491
01:39:23.504 --> 01:39:26.849
เวลาเขียนนี่

1492
01:39:27.507 --> 01:39:30.840
สังเกตที่เขียนไว้ อัลกอริธึม

1493
01:39:31.508 --> 01:39:34.847
ไข่ต้มอันที่ 1 ไข่ต้มอันที่ 2

1494
01:39:35.509 --> 01:39:38.840
ในการดำเนินการน้อยที่สุด

1495
01:39:39.509 --> 01:39:42.840
จับเวลาอะไรทุกอย่างนี่นะคะ ก็คือ

1496
01:39:43.510 --> 01:39:46.848
ขั้นตอนที่มันมีขั้นตอนน้อย

1497
01:39:47.511 --> 01:39:50.839
แต่สามารถครอบคลุมวิธีการ เหมือนที่บอก ไข่

1498
01:39:51.514 --> 01:39:54.846
ต้มนี่นะคะ เราจะทำไข่ต้มนี่ใช้น้ำอะไร

1499
01:39:55.514 --> 01:39:58.842
มันต้องใช้อะไร ใช้น้ำเปล่าไม่ได้ใช่ไหมคะ

1500
01:39:59.515 --> 01:40:02.839
ร้อนแล้วใช้เวลาเท่าไร

1501
01:40:03.516 --> 01:40:06.843
เห็นไหมคะ น้ำธรรมดาไม่สามารถทำให้เกิดไข่ต้มได้

1502
01:40:07.517 --> 01:40:10.839
ใช่ไหมนะคะ แต่ไม่จำเป็นต้องมา

1503
01:40:11.523 --> 01:40:14.839
เปิดเตาปิดเตาเพราะอะไร เพราะ

1504
01:40:15.525 --> 01:40:18.841
บอกแล้วว่าลดขึ้นตอน ก็คือเราบอกว่าลดขั้นตอน

1505
01:40:19.525 --> 01:40:22.838
นั่นหมายถึงเราต้องเปิดเตา หรือบางที

1506
01:40:23.526 --> 01:40:26.838
บางคนไม่ได้ใช้เตาแก๊ส

1507
01:40:27.528 --> 01:40:30.838
บางคนใช้เตาถ่าน บางคนใช้กระทะไฟฟ้า

1508
01:40:31.533 --> 01:40:34.838
แต่สิ่งที่จะทำให้

1509
01:40:35.533 --> 01:40:38.838
น้ำร้อนก็คือการต้ม ไปลดขั้นตอนที่

1510
01:40:39.534 --> 01:40:42.839
ไม่จำเป็นนะคะ ต้องใช้หน่วยความจำน้อย

1511
01:40:43.538 --> 01:40:46.837
เพราะอะไร คอมพิวเตอร์

1512
01:40:47.544 --> 01:40:50.839
ใช้พื้นที่ ก็คือหน่วยความจำน้อยเกิดจากอะไร

1513
01:40:51.545 --> 01:40:54.837
เกิดจากการเขียน Coding ยิ่ง Coding น้อย ๆ

1514
01:40:55.548 --> 01:40:58.837
นะคะ พอเราเขียนอัลกอริทึม

1515
01:40:59.549 --> 01:41:02.837
ไม่ยืดเยื้อ ไม่ยาวเกินไปนี่ โค้ด

1516
01:41:03.550 --> 01:41:06.842
โปรแกรมที่เราจะเขียนออกมา

1517
01:41:07.551 --> 01:41:10.838
ไม่มีความยาวมาก มันก็จะเป็นการใช้หน่วยความจำน้อยที่สุด

1518
01:41:11.555 --> 01:41:14.839
เห็นไหมะคะ ก็คือการเขียนโค้ดน้อย

1519
01:41:15.556 --> 01:41:18.837
พื้นที่จัดเก็บของคอมพิวเตอร์ 1 Byte

1520
01:41:19.557 --> 01:41:22.837
เท่ากับกี่บิตอะไรพวกนี้ นั่นคือพื้นที่

1521
01:41:23.558 --> 01:41:26.836
มันจะไปกินหน่วยความจำค่ะ เมื่อเรากด

1522
01:41:27.560 --> 01:41:30.836
1 ตัวอักษรหรือกดเมาส์ 1 ครั้ง

1523
01:41:31.562 --> 01:41:34.836
มันจะใช้หน่วยความจำไปแล้ว ถูกไหมคะ

1524
01:41:35.563 --> 01:41:38.836
ต้องให้มีการใช้หน่วยความจำน้อยที่สุด อัลกอริธึม

1525
01:41:39.564 --> 01:41:42.838
ต้องมีความยืดหยุ่น ยืดหยุ่นอย่างไร ต้องสามารถปรับได้

1526
01:41:43.578 --> 01:41:46.842
นะคะ เช่น ขั้นตอนนี้

1527
01:41:47.580 --> 01:41:50.835
สามารถเพิ่มหรือลดขั้นตอน

1528
01:41:51.581 --> 01:41:54.838
ที่เราเขียนน่ะได้นะคะ บางขั้นตอน

1529
01:41:55.583 --> 01:41:58.836
ไม่จำเป็นเอาออกก็ได้ ใช้เวลา

1530
01:41:59.584 --> 01:42:02.842
ในการพัฒนาน้อยที่สุด

1531
01:42:03.618 --> 01:42:06.846
เห็นไหมส่วนใหญ่มันจะเกี่ยวข้องกับเวลา

1532
01:42:07.619 --> 01:42:10.835
ต้องเขียนให้สั้น กะทัดรัดนั่นเองนะคะ

1533
01:42:11.621 --> 01:42:14.843
แล้วก็ต้องง่ายต่อความเข้าใจ ก็คือ

1534
01:42:15.630 --> 01:42:18.835
พอเขียนแล้ว ที่บอก Re useable

1535
01:42:19.631 --> 01:42:22.835
เอาไปใช้ด้วยได้ ก็คือ

1536
01:42:23.633 --> 01:42:26.837
มันจะทำอย่างนี้ อย่างนี้นะคะ

1537
01:42:27.635 --> 01:42:30.834
มันก็จะต้องเขียนให้คนอื่นเอาไปเขียนต่อได้

1538
01:42:31.637 --> 01:42:34.834
เขียนอัลกอริทึม คือ ไม่ต้องไปอธิบาย

1539
01:42:35.638 --> 01:42:38.835
นี่จะทำอย่างนี้ต้องทำอย่างนี้

1540
01:42:39.646 --> 01:42:42.842
ทีนี้ เ

1541
01:42:43.647 --> 01:42:46.835
เราจะเขียนได้อย่างไร เราจะต้องไปวิเคราะห์

1542
01:42:47.650 --> 01:42:50.836
งานที่เด็ก ๆ จะต้องไปทำนะคะ

1543
01:42:51.651 --> 01:42:54.834
ให้เด็ก ๆ ดูว่า

1544
01:42:55.652 --> 01:42:58.833
เห็นสไลด์หน้านี้นะ สไลด์ที่

1545
01:42:59.653 --> 01:43:02.834
ข้างบนที่บอกว่า Input คืออะไร Output คืออะไร Process คืออะไร

1546
01:43:03.654 --> 01:43:06.833
นั่นก็คือหมายถึง

1547
01:43:07.654 --> 01:43:10.837
ในขั้นตอนนี้ ต้มน้ำให้เดือดนี่

1548
01:43:11.655 --> 01:43:14.833
ให้เด็ก ๆ เขียนว่ามันเป็น Input

1549
01:43:15.656 --> 01:43:18.834
ให้เด็ก ๆ ลองวิเคราะห์ว่า แต่ละส่วนที่แม่

1550
01:43:19.657 --> 01:43:22.833
เขียนลงมาในนี้อะไรคือ

1551
01:43:23.658 --> 01:43:26.832
Input อะไรคือ Process เห็นไหมคะ

1552
01:43:27.659 --> 01:43:30.832
เป็น Input Process

1553
01:43:31.660 --> 01:43:34.833
Input หรือ Output หรือ Process

1554
01:43:35.663 --> 01:43:38.832
Input Process หรือ Output

1555
01:43:39.664 --> 01:43:42.833
Process หรือ Output ตอกไข่เป็น Input Pr

1556
01:43:43.665 --> 01:43:46.832
ผลลัพธ์คืออะไร เราจะได้อะไรออกมา

1557
01:43:47.666 --> 01:43:50.849
อันนี้ให้ตอบนะคะ ว่า

1558
01:43:51.667 --> 01:43:54.835
สิ่งที่ทำไปนี่ออกมาแล้วผลลัพธ์มันจะออกมาเป็นอะไร

1559
01:43:55.671 --> 01:43:58.832
นึกออกนะ

1560
01:43:59.676 --> 01:44:02.833
ตัวนี้ทำส่ง

1561
01:44:03.677 --> 01:44:06.833
ใน Google Classroom เรา เดี๋ยวจะเอา

1562
01:44:07.678 --> 01:44:10.834
งานนี้เข้าไปใส่ไว้ใน Classroom

1563
01:44:11.681 --> 01:44:14.832
นะคะ แล้วเด็ก ๆ พิมพ์นะคะ

1564
01:44:15.681 --> 01:44:18.831
พิมพ์นะคะ จะได้ว่าการต้มน้ำเดือดนี่

1565
01:44:19.683 --> 01:44:22.832
ลองวิเคราะห์ดูว่า Input Output หรือ Process

1566
01:44:23.684 --> 01:44:26.832
หรือเป็น Output เพราะเราจะต้องรู้

1567
01:44:27.685 --> 01:44:30.833
รู้ว่าสิ่งที่เราจะใส่ให้คอมพิวเตอร์

1568
01:44:31.686 --> 01:44:34.831
ใน 3 ส่วนนี้ สิ่งที่อธิบายด้วยการบรรยาย

1569
01:44:35.687 --> 01:44:38.832
ต้มน้ำให้เดือด เป็นกระบวนการไหน

1570
01:44:39.689 --> 01:44:42.831
เป็นกระบวนการของ Input เป็น

1571
01:44:43.690 --> 01:44:46.842
Process หรือเป็นกระบวนการของ Output

1572
01:44:47.691 --> 01:44:50.831

1573
01:44:51.693 --> 01:44:54.833
เข้าใจไหมคะ ทำเป็นการบ้าน ส่ง

1574
01:44:55.693 --> 01:44:58.830
ใน Class

1575
01:44:59.695 --> 01:45:02.830
ศิริรัตน์ ศิริรัตน์เข้าใจไหมลูก

1576
01:45:03.697 --> 01:45:06.830
เข้าใจงานที่สั่งไหม

1577
01:45:07.707 --> 01:45:10.831
ให้ดูจากสไลด์เมื่อกี้นะ

1578
01:45:11.708 --> 01:45:14.830
แล้วข้างบนน่ะมันจะมีบอก Input Process หรือ Output

1579
01:45:15.712 --> 01:45:18.835
Process หรือ Output

1580
01:45:19.713 --> 01:45:22.830
ให้สิริรัตน์เขียนว่าต้มน้ำให้เดือดนี่

1581
01:45:23.715 --> 01:45:26.833
Input Output หรือเป็น Process

1582
01:45:27.717 --> 01:45:30.830
เข้าใจไหมลูก

1583
01:45:31.719 --> 01:45:34.829
เรามีสไลด์อยู่ใน Class

1584
01:45:35.724 --> 01:45:38.830
เข้าใจนะ เด็ก ๆ ทุกคนไปย้อนดูเนื้อหาได้นะะค

1585
01:45:39.725 --> 01:45:42.830
ที่อธิบายไว้ว่า Input คือกระบวนการอะไร

1586
01:45:43.726 --> 01:45:46.829
Output คือ กระบวนการอะไร

1587
01:45:47.727 --> 01:45:50.829
คือกระบวนการอะไร ให้ลองเขียนนะคะ

1588
01:45:51.728 --> 01:45:54.829
เพื่อจะได้รู้ว่าในความเข้าใจของเด็ก ๆ นี่

1589
01:45:55.729 --> 01:45:58.829
ถ้าขั้นตอนนี้ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์นี่

1590
01:45:59.730 --> 01:46:02.829
คำบรรยายเป็นภาษาไทยนี่ คอมพิวเตอร์

1591
01:46:03.731 --> 01:46:06.838
จะประมวลผลนี่ มันจะเป็นส่วนของ Input

1592
01:46:07.734 --> 01:46:10.834
หรือ Process หรือ Output

1593
01:46:11.735 --> 01:46:14.829
นะคะ มีใครสงสัยให้ถาม

1594
01:46:15.739 --> 01:46:18.830

1595
01:46:19.744 --> 01:46:22.828
เห็นไหม คือ

1596
01:46:23.746 --> 01:46:26.829
ขั้นตอนที่อยู่ข้างบนน่ะ

1597
01:46:27.747 --> 01:46:30.832
เอามาใส่ในช่องของข้อความ

1598
01:46:31.748 --> 01:46:34.829
ไว้ว่าต้มน้ำให้เดือดนี่ เด็ก ๆ คิดว่ามันจะเป็น

1599
01:46:35.750 --> 01:46:38.828
Input หรือจะเป็น Process หรือจะเป็น Output

1600
01:46:39.751 --> 01:46:42.830
ก็คือเด็ก ๆ ต้องมาวิเคราะห์ก่อนว่า ส่วนนี้

1601
01:46:43.753 --> 01:46:46.829
เด็ก ๆ คิดว่าเป็นการรับข้อมูล

1602
01:46:47.754 --> 01:46:50.830
หรือการแสดงผลลัพธ์นะคะ

1603
01:46:51.755 --> 01:46:54.828
เพราะตอนนี้ต้องนึก

1604
01:46:55.759 --> 01:46:58.828
ต้องจำลองตัวเองเป็นคอมพิวเตอร์ไปด้วย

1605
01:46:59.768 --> 01:47:02.828
เราจะเขียนโปรแกรมได้ เราต้องรู้ว่าคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร

1606
01:47:03.770 --> 01:47:06.828
เพราะฉะนั้น ถ้าเราจะรู้ว่าคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร

1607
01:47:07.770 --> 01:47:10.828
นะคะ

1608
01:47:11.773 --> 01:47:14.828
ต้องสมมติตัวเอง ถ้าฉันเป็นคอมนะนี่

1609
01:47:15.774 --> 01:47:18.829
ถ้าฉันเอาตัวนี้เข้ามา

1610
01:47:19.783 --> 01:47:22.832
สิ่งที่ฉันเอาเข้ามาคืออะไร

1611
01:47:23.784 --> 01:47:26.828

1612
01:47:27.786 --> 01:47:30.827
โอ.เค. ไหมคะ ถ้าโอ.เค. สัปดาห์นี้เราจะ

1613
01:47:31.787 --> 01:47:34.829

1614
01:47:35.792 --> 01:47:38.828

1615
01:47:39.792 --> 01:47:42.827
สันติภาพเข้าใจไหมลูก

1616
01:47:43.797 --> 01:47:46.827
ลอง ลองดู ลองคิด บอกแล้วนะ

1617
01:47:47.801 --> 01:47:50.827
เราต้องนึกว่าเราเป็นคอมพิวเตอร์ใช่ไหม

1618
01:47:51.802 --> 01:47:54.827
สันติภาพใช้จินตนาการ

1619
01:47:55.809 --> 01:47:58.827
เด็กตาใช้จินตนาการได้

1620
01:47:59.811 --> 01:48:02.827
ถ้าฉันเป็นคอมฯ นะ

1621
01:48:03.812 --> 01:48:06.828
สิ่งที่เรียกว่า Input สำหรับคอมพิวเตอร์มันคืออะไร

1622
01:48:07.813 --> 01:48:10.827
ไปย้อนอ่านสไลด์ดูก่อน

1623
01:48:11.814 --> 01:48:14.827
นะคะ ส่วนของ Input คืออะไร

1624
01:48:15.815 --> 01:48:18.827
แล้วก็ส่วนของ Output คืออะไร เด็ก ๆ จะ

1625
01:48:19.816 --> 01:48:22.827
เห็นเลยว่า น่าจะ ตัวนี้น่าจะเป็น Input นะ

1626
01:48:23.817 --> 01:48:26.827
ตัวนี้น่าจะเป็น Process นะ ตัวนี้น่าจะเป็น Output

1627
01:48:27.819 --> 01:48:30.826
อย่างนี้นะคะ

1628
01:48:31.822 --> 01:48:34.827
มันจะ ลอง ลองใส่ดู

1629
01:48:35.823 --> 01:48:38.826
นะ ลอง ๆ

1630
01:48:39.824 --> 01:48:42.826
คือ วิธีการมันเหมือนจะเป็นการจับคู่น่ะ

1631
01:48:43.825 --> 01:48:46.827
แต่ไม่ทำให้ดูเป็นการจับคู่

1632
01:48:47.826 --> 01:48:50.826
ว่าข้อนี้มันจะเป็น Input

1633
01:48:51.827 --> 01:48:54.826
หรือจะเป็น Output เลือกมาตอบ

1634
01:48:55.829 --> 01:48:58.826
มาตอบ เพียงแต่ว่าเลือกลงถูกหรือผิด

1635
01:48:59.843 --> 01:49:03.826
นะคะ

1636
01:49:03.846 --> 01:49:07.826
แล้วเราทำส่งใน classroom

1637
01:49:07.858 --> 01:49:11.826
ห้องเรียนเราน่ะ จำได้นะ เดี๋ยวจะส่ง

1638
01:49:11.859 --> 01:49:15.826
ส่งตัวงานเข้าไป

1639
01:49:15.860 --> 01:49:19.826
มีใครสงสัยอะไรอีกไหม

1640
01:49:19.861 --> 01:49:23.825
เอกสารอยู่ใน Classroom เรานะคะ

1641
01:49:23.870 --> 01:49:27.826
ไปเปิดดูย้อนหลังได้ ส่วนตัวงาน

1642
01:49:27.871 --> 01:49:31.825
เดี๋ยวจะเอาส่งเข้า...

1643
01:49:31.874 --> 01:49:35.825
เพิ่มให้ตอนท้ายคาบ

1644
01:49:35.875 --> 01:49:39.830
ใน google drive เลย

1645
01:49:39.877 --> 01:49:43.825
โอ.เค. ค่ะ ถ้าอย่างนั้นสัปดาห์นี้

1646
01:49:43.881 --> 01:49:47.825
ขอจบการนำเสนอ

1647
01:49:47.882 --> 01:49:51.826
เพียงเท่านี้

1648
01:49:51.883 --> 01:49:55.825
สวัสดีเด็ก ๆ ทุก ๆ คน ขอบใจมากค่ะ

1649
01:49:55.893 --> 01:49:59.826
(ล่าม) ขอบคุณค่ะ อาจารย์ (อาจารย์) สวัสดีค่ะ

1650
01:49:59.894 --> 01:50:03.837

1651
01:50:03.895 --> 01:50:07.825
ทดลองอะไรอีกไหม

1652
01:50:07.904 --> 01:50:11.825

1653
01:50:11.905 --> 01:50:15.825

1654
01:50:15.906 --> 01:50:19.825

1655
01:50:19.908 --> 01:50:23.825

1656
01:50:23.909 --> 01:50:27.825

1657
01:50:27.910 --> 01:50:31.825

1658
01:50:31.911 --> 01:50:35.825

1659
01:50:35.913 --> 01:50:39.825
[สิ้นสุดการถอดความ]

1660
01:50:39.914 --> 01:50:43.824

1661
01:50:43.915 --> 01:50:47.827

1662
01:50:47.916 --> 01:50:51.916

1663
01:50:51.917 --> 01:50:55.917

1664
01:50:55.919 --> 01:50:55.920


