﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:04.000

2
00:00:04.007 --> 00:00:08.007

3
00:00:08.012 --> 00:00:12.012

4
00:00:12.015 --> 00:00:16.015

5
00:00:16.016 --> 00:00:20.016

6
00:00:20.020 --> 00:00:24.020

7
00:00:24.022 --> 00:00:28.022

8
00:00:28.024 --> 00:00:32.024
ทุกท่าน และนักเรียนปลายทางทุกคน

9
00:00:32.030 --> 00:00:36.030
เข้าสู่รายวิชาภาษาไทย พบกับคุณครูคณิตา และคุณครูปรเมษ

10
00:00:36.033 --> 00:00:40.033

11
00:00:40.035 --> 00:00:44.035
และคุณครูปรเมษฐ ในรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

12
00:00:44.036 --> 00:00:48.036
มีเรื่องสนุก ๆ อะไรให้นักเรียนเล่น

13
00:00:48.037 --> 00:00:52.037
วันนี้นะครับ ครูจะพาไปท่องโลก

14
00:00:52.038 --> 00:00:56.038
แห่งสำนวนไทย สุภาษิต และคำพังเพยนะครับ

15
00:00:56.045 --> 00:01:00.045
ซึ่งก็เป็นเรื่องที่หนู ๆ นั้น

16
00:01:00.046 --> 00:01:04.046
เคนศึกษากันมาแล้ว ในเรื่องก่อน

17
00:01:04.048 --> 00:01:08.048
จะขึ้น ป. 6 นี้นะคะ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ที่เด็ก ๆ นี่ชอบมากเลย

18
00:01:08.049 --> 00:01:12.049
ใช่ไหมคะ เกี่ยวกับเรื่องสุภาษิต คำพังเพย (คุณครูปรเมษฐ)

19
00:01:12.050 --> 00:01:16.050
คราวนี้เดี๋ยวเรามาดูในเนื้อหาของชั้นประถม

20
00:01:16.051 --> 00:01:20.051
ศึกษาปีที่ 6 กันบ้าง ว่าจะมีความสนุก

21
00:01:20.052 --> 00:01:24.052
และความรู้ซ่อนอยู่ข้างในนั้นมากน้อยเพียงใด เด็ก ๆ

22
00:01:24.055 --> 00:01:28.055
ไปศึกษากันเลยครับ

23
00:01:28.056 --> 00:01:32.056
วันนี้ครูคณิตามีรูปภาพมาให้

24
00:01:32.057 --> 00:01:36.057
(คุณครูคณิตา) ค่ะ วันนี้นะคะ ให้นักเรียนนะคะพิจารณา

25
00:01:36.058 --> 00:01:40.058
ภาพนะคะ บนหน้าจอนะคะ หลังจากนั้น

26
00:01:40.062 --> 00:01:44.062
ลองทายดูสิว่าเป็นสำนวนสุภาษิต

27
00:01:44.064 --> 00:01:48.064
คำพังเพยเกี่ยวกับอะไร (คุณครูปรเมษฐ) ทายเป็น

28
00:01:48.065 --> 00:01:52.065
สำนวนเลยใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ นักเรียนสังเกตดู

29
00:01:52.066 --> 00:01:56.066
มีอะไรอยู่บ้างนะ มีนาย นายพราน

30
00:01:56.067 --> 00:02:00.067
มีป่า มีช้างนะคะ แล้วก็มีอะไรอีกคะครูปรเมษฐ

31
00:02:00.068 --> 00:02:04.068

32
00:02:04.069 --> 00:02:08.069
จิ้งจอก (คุณครูคณิตา) แล้วที่สำคัญล่ะค่ะ

33
00:02:08.070 --> 00:02:12.070
คือ (คุณครูปรเมษฐ) มี (คุณครูคณิตา) คืออะไรคะ

34
00:02:12.072 --> 00:02:16.072
ใบอะไรนี่เด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) ใบอะไรเอ่ย

35
00:02:16.073 --> 00:02:20.073
ใบ... ใบอะไรนะ ใบบัว

36
00:02:20.074 --> 00:02:24.074
หรือเปล่าคะ ใช่ไหม (คุณครูปรเมษฐ) ใบบัว ใบบัว

37
00:02:24.076 --> 00:02:28.076
นี่มีหลายชนิดนะครับ ใบบัว

38
00:02:28.077 --> 00:02:32.077
ที่เราน่าจะเปรียบเทียบ คือ ใบบัวหลวง

39
00:02:32.079 --> 00:02:36.079
เด็ก ๆ รู้จักไหม บัวหลวงจะเป็นลักษณะใบที่ใหญ่นะ

40
00:02:36.080 --> 00:02:40.080
นำไปไว้บูชาพระ อันนี้คือใบบัวหลวง

41
00:02:40.082 --> 00:02:44.082
ถ้าเด็ก ๆ จะทายเป็นสำนวน คุณครูช่วยก่อนดีกว่า

42
00:02:44.086 --> 00:02:48.086
ภาพแรกน่ะ

43
00:02:48.090 --> 00:02:52.090
(คุณครูคณิตา) ภาพแรกใช่ไหมคะ พูดพร้อม ๆ กันค่ะ สำนวนอะไรเอ่ย

44
00:02:52.092 --> 00:02:56.092
ช้างตายทั้งตัวเอาใบบัว

45
00:02:56.092 --> 00:03:00.092
มาปิด (คุณครูปรเมษฐ) นี่คือ

46
00:03:00.093 --> 00:03:04.093
ปริศนาสำนวนไทยนั่นเอง ให้นักเรียนลองทายดูนะครับ

47
00:03:04.094 --> 00:03:08.094
ต่อไป ๆ เดี๋ยวคุณครูคณิตาไม่บอกควายหมายหน่อยหรือครับ (คุณครูคณิตา) ความหมาย

48
00:03:08.095 --> 00:03:12.095
นะคะ ก็คือ การกระทำความผิดใหญ่หลวง

49
00:03:12.097 --> 00:03:16.097
ย่อมไม่อาจปกปิดได้นะคะ ต้องมีผู้รู้

50
00:03:16.100 --> 00:03:20.100
ไม่วันใดก็วันหนึ่ง (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ

51
00:03:20.101 --> 00:03:24.101
ช้างตัวใหญ่โต ใบบัวใบนิดเดียวไม่สามารถมาปิด

52
00:03:24.105 --> 00:03:28.105
ช้างได้นะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ (คุณครูปรเมษฐ) ดูสำนวน

53
00:03:28.106 --> 00:03:32.106
นะครับ เปิดภาพปุ๊บให้เวลาคิด 3 วิ

54
00:03:32.107 --> 00:03:36.107
(คุณครูคณิตา) เป็นความรู้เก่านะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา)

55
00:03:36.108 --> 00:03:40.108
ง่ายมากเลยค่ะนักเรียน ตอบ 1 2

56
00:03:40.109 --> 00:03:44.109
3 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คือสำนวน เก่งมากครับ จับ

57
00:03:44.109 --> 00:03:48.109
ปลา 2 มือ (คุณครูปรเมษฐ) จับปลาสองมือ

58
00:03:48.110 --> 00:03:52.110
เห็นเด็ก ๆ จับปลานะ แล้วมีความหมาย

59
00:03:52.111 --> 00:03:56.111
ว่าอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) บอกไว้ก่อนนะคะ มีความหมาย

60
00:03:56.112 --> 00:04:00.112
ในทางที่ดี หรือไม่ดีคะ ตอบเลยค่ะ

61
00:04:00.126 --> 00:04:04.126
คุณครูปรเมษฐคะ

62
00:04:04.127 --> 00:04:08.127
คุณครูปรเมษฐลองบอกสิคะ

63
00:04:08.129 --> 00:04:12.129
ในเชิงบวกหรือเชิงลบค่ะ จับปลา 2 มือนี่ (คุณครูปรเมษฐ)

64
00:04:12.130 --> 00:04:16.130
เอาไว้ตำหนินะ เวลาทำอะไรนี่ เวลาทำอะไรล

65
00:04:16.143 --> 00:04:20.143
ทำ 2 สิ่ง 2 อย่างพร้อมกันบางที

66
00:04:20.144 --> 00:04:24.144
สำเร็จไหม (คุณครูคณิตา) ไม่สำเร็จสักอย่างหนึ่ง หรือว่าทำแล้ว

67
00:04:24.145 --> 00:04:28.145
มันไม่ดีเลยสักอย่างหนึ่งนะคะ เพราะฉะนั้นนี่

68
00:04:28.146 --> 00:04:32.146
หากเราจะทำอะไรอย่างใดอย่างหนึ่งนี่

69
00:04:32.147 --> 00:04:36.147
ทำไมคะ เลือกทำนะคะ อย่าจับปลา

70
00:04:36.148 --> 00:04:40.148
สองมือ เพราะว่าไม่อย่างนั้นนี่ พวกงานต่าง ๆ ที่ทำ

71
00:04:40.149 --> 00:04:44.149
ก็อาจจะไม่สำเร็จหรือออกมาไม่ดีก็ได้ค่ะ

72
00:04:44.151 --> 00:04:48.151
(คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ เปรียบดั่งปลาที่จับ

73
00:04:48.150 --> 00:04:52.150
มือเดียวมันอาจจะหลุดไปได้ ก็สุดท้ายแล้ว

74
00:04:52.151 --> 00:04:56.151
ไม่ได้กินอะไรเลยนะครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เตรียมตัว ดูให้ดีนะ

75
00:04:56.151 --> 00:05:00.151
มีงู

76
00:05:00.152 --> 00:05:04.152
มีเด็ก ลักษณะอาการเขี้ยงหรือ

77
00:05:04.154 --> 00:05:08.154
ออกไป ตอบครับเป็นสำนวน

78
00:05:08.155 --> 00:05:12.155
(คุณครูคณิตา) อะไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) เก่งมาก ขว้างงูไม่พ้นคอ (คุณครูคณิตา) ค่ะ

79
00:05:12.156 --> 00:05:16.156
(คุณครูปรเมษฐ) เป็นอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) กระทำในสิ่ง

80
00:05:16.157 --> 00:05:20.157
ที่เป็นผลร้ายนะคะ แล้วทำไมเอ่ย ย้อน

81
00:05:20.158 --> 00:05:24.158
กลับเข้าตัวเอง (คุณครูปรเมษฐ) เปรียบเสมือนดัง

82
00:05:24.159 --> 00:05:28.159
เราตีงูแต่ไม่ตายดี

83
00:05:28.167 --> 00:05:32.167
แล้วเราจะเขวี้ยงหรือปาทิ้ง แต่สุดท้ายไม่

84
00:05:32.169 --> 00:05:36.169
พ้นตัวเอง กลับมาแว้งกัด ดังที่

85
00:05:36.170 --> 00:05:40.170
ครูคณิตาได้อธิบาย เด็ก ๆ พร้อมนะ

86
00:05:40.171 --> 00:05:44.171
หมดหรือยัง (คุณครูคณิตา) หมดแล้วค่ะ น่าเสียดายจังเลย

87
00:05:44.172 --> 00:05:48.172
ครูเชื่อว่ามีอีกหลายภาพที่เด็ก ๆ จะได้

88
00:05:48.173 --> 00:05:52.173
ทายสำนวนกันนะครับ ไปดูกันต่อ คำถาม

89
00:05:52.176 --> 00:05:56.176
กระตุ้นความคิดวันนี้นะครับ การใช้สำนวนสุภาษิต

90
00:05:56.177 --> 00:06:00.177
และคำพังเพยนะ จำเป็นจะต้อง

91
00:06:00.179 --> 00:06:04.179
รู้ความหมายหรือไม่ เพราะเหตุใด

92
00:06:04.181 --> 00:06:08.181
อย่างเช่น เมื่อสักครู่ที่ครูคณิตาให้ดูภาพ

93
00:06:08.182 --> 00:06:12.182
ที่ครูให้ดูภาพ ครูจะถามครูคณิตาว่าหมายความว่าอย่างไร

94
00:06:12.183 --> 00:06:16.183
ใช่ไหม เด็ก ๆ คิดว่าจำเป็นไหมละ (คุณครูคณิตา)

95
00:06:16.185 --> 00:06:20.185
ตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ มันจำเป็น

96
00:06:20.186 --> 00:06:24.186
จะต้องรู้ความหมาย แต่อันนั้นไม่เท่าไร รู้ความหมายนี่รู้

97
00:06:24.189 --> 00:06:28.189
รู้ความหมายนี่รู้เพราะเหตุใด

98
00:06:28.190 --> 00:06:32.190
(คุณครูคณิตา) อันนี้เป็นการแสดงความคิดเห็นนะคะ ทำไม

99
00:06:32.191 --> 00:06:36.191
เราจึงต้องรู้ความหมายเกี่ยวกับสำนวน สุภาษิต คำพัง

100
00:06:36.192 --> 00:06:40.192
เพย เพราะอะไรเอ่ย เพราะอะไรนะ

101
00:06:40.194 --> 00:06:44.194
ได้ยินมาแว่ว ๆ นะคะ ว่า

102
00:06:44.195 --> 00:06:48.195
การที่เราจะรู้เกี่ยวกับสำนวนสุภาษิต คำพังเพยนี่

103
00:06:48.195 --> 00:06:52.195
ทำไมเราถึงจะต้องรู้ เพราะว่าเราจำเป็น

104
00:06:52.196 --> 00:06:56.196
จะต้องทราบก่อนใช่ไหมคะ ต้องทราบความหมายก่อน

105
00:06:56.197 --> 00:07:00.197
ทราบความหมายเหล่านั้นเราก็นำมาใช้สื่อสารได้

106
00:07:00.198 --> 00:07:04.198
ตรงตามวัตถุประสงค์นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับผม

107
00:07:04.199 --> 00:07:08.199
มันเป็นที่มา

108
00:07:08.201 --> 00:07:12.201
แห่งการเรียนนะครับ ที่มาของการเรียน

109
00:07:12.202 --> 00:07:16.202
คำพังเพยนั้นก็จะต้องรู้ว่า

110
00:07:16.203 --> 00:07:20.203
เราจะเรียนไปทำไมนะครับ จึงต้องแจ้งจุดประสงค์ให้เราได้รับรู้นะครับ

111
00:07:20.204 --> 00:07:24.204
ก็คือนักเรียนนั้นจะต้องสามารถอธิ

112
00:07:24.205 --> 00:07:28.205
บาย รวบรวมคำสำนวน สุภาษิต คำพังเพย

113
00:07:28.206 --> 00:07:32.206
ที่จะนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน รวมถึง

114
00:07:32.208 --> 00:07:36.208
ต้องเห็นความสำคัญของสำนวนไทยด้วย อันนี้

115
00:07:36.211 --> 00:07:40.211
ก็คือสิ่งที่เด็ก ๆ นั้นจะต้องปฏิบัติ

116
00:07:40.212 --> 00:07:44.212
และจะต้องนำไปใช้ในชีวิตจริงใช่ไหมครับ

117
00:07:44.213 --> 00:07:48.213
นะคะ คู่อยู่คู่กับคนไทยมายาวนาน

118
00:07:48.214 --> 00:07:52.214
ถ้าไม่สำคัญนี่ เราก็คงไม่ต้องมาเรียนรู้กันหรอก ใช่ไหมคะ

119
00:07:52.219 --> 00:07:56.219
คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่แล้วครับผม ไปกันต่อเลยครับ

120
00:07:56.220 --> 00:08:00.220
ทายภาพทราบสำนวน (คุณครูคณิตา)

121
00:08:00.222 --> 00:08:04.222
เมื่อกี้เป็นการวอร์มเครื่อง เป็นการเตรียมความพร้อม

122
00:08:04.236 --> 00:08:08.236
ใช่ไหมคะ เอ่าล่ะค่ะ ตอนนี้นะ

123
00:08:08.238 --> 00:08:12.238
(คุณครูคณิตา) เอาจริงแล้วนะ ๆ (คุณครูปรเมษฐ) เตรียมตัวเลย ครูไม่บอกแล้วนะ

124
00:08:12.239 --> 00:08:16.239
ครูจะให้ดูภาพ แล้วจะบอกความหมาย แล้วจะบอก

125
00:08:16.241 --> 00:08:20.241
เลยนะครับ 1, 2, 3

126
00:08:20.241 --> 00:08:24.241
คิดครับ

127
00:08:24.242 --> 00:08:28.242
ตอบแล้ว ตอบว่าอะไรนะ

128
00:08:28.244 --> 00:08:32.244
อีกครั้งสิ สำนวนนี้มีชื่อว่า เข

129
00:08:32.267 --> 00:08:36.267
ครกขึ้นภูเขา

130
00:08:36.269 --> 00:08:40.269
เดี๋ยวคุณครูขออธิบายก่อนนะ จากรูปนี่

131
00:08:40.272 --> 00:08:44.272
ไม่ใช่ครกที่ใช้ตำน้ำพริกนะนักเรียน โบราณไม่มี

132
00:08:44.273 --> 00:08:48.273
โรงสี โรงสี คือ โรงสีข้าว

133
00:08:48.275 --> 00:08:52.275
ตำข้าว ต้องใช้ไม้เป็นต้น แล้วก็มาขุด

134
00:08:52.277 --> 00:08:56.277
ให้มันเป็นหลุมลงไป ใช้ในการตำข้าว

135
00:08:56.279 --> 00:09:00.279
คุณครูคณิตาแล้วมันมีความหมายว่าอย่างไรล่ะ (คุณครูคณิตา)

136
00:09:00.281 --> 00:09:04.281
หมายก็คือ การทำอะไรก็บรรลุผลนั้น

137
00:09:04.282 --> 00:09:08.282
นะคะ ไม่ใช่สิ่งที่กระทำโดยง่ายค่ะ ส่วนใหญ่นี่จะใช้กับ

138
00:09:08.283 --> 00:09:12.283
งานที่ทำไม่ค่อยสำเร็จนะคะ

139
00:09:12.284 --> 00:09:16.284
ก็คือการเข็น กลิ้ง มันจะเป็น

140
00:09:16.285 --> 00:09:20.285
แบบ นักเรียนลองนึกภาพนะคะ นำครก

141
00:09:20.288 --> 00:09:24.288
ที่คุณครูปรเมษฐบอกใช่ไหมคะ ที่เป็นไม้ต้นใหญ่

142
00:09:24.291 --> 00:09:28.291
ถ้าใครมีนะ แถวบ้านนะ ก็ลองไป... (คุณครูปรเมษฐ) ลองไปเข็น

143
00:09:28.292 --> 00:09:32.292
เลยหรือครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ จะได้รู้ไงคะ ถึงความยาก

144
00:09:32.295 --> 00:09:36.295
ลำบาก ว่ามันยากลำบากขนาดไหน (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ไปทำตาม

145
00:09:36.296 --> 00:09:40.296
ทับขึ้นมาคุณครูคณิตาจะรับผิดชอบอย่างไร (คุณครูคณิตา) อันนี้ก็

146
00:09:40.297 --> 00:09:44.297
ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของนักเรียนนะคะ ว่านักเรียนควร

147
00:09:44.298 --> 00:09:48.298
ทำหรือไม่ทำนะคะ แต่ก็ถ้าหาก

148
00:09:48.299 --> 00:09:52.299
อยากลองนะคะ แต่ถ้าจะลองนะคะ ต้องมีผ้ปกครอง

149
00:09:52.300 --> 00:09:56.300
ดูแลความปลอดภัยด้วยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่าครูคณิตาจะให้ทำจริง

150
00:09:56.301 --> 00:10:00.301
ดูภาพต่อไปครับ

151
00:10:00.302 --> 00:10:04.302
คิดเลย (คุณครูคณิตา) อะไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) นี่

152
00:10:04.303 --> 00:10:08.303
ตอบแล้ว เดี๋ยว ๆ ฟังอีกครั้งหนึ่งสิ

153
00:10:08.313 --> 00:10:12.313
มีปู มีการหยิบ การจับ

154
00:10:12.319 --> 00:10:16.319
เก่งมากครับ จับปูใส่กระด้ง

155
00:10:16.320 --> 00:10:20.320
(คุณครูคณิตา) ความหมายก่อนดีไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) บอกความหมายก่อน (คุณครูคณิตา) ความหมาย

156
00:10:20.321 --> 00:10:24.321
ก็คือ ยากที่จะอยู่นิ่ง ๆ ได้

157
00:10:24.322 --> 00:10:28.322
ยกเว้นว่าปูจะโดนจับมัด เดี๋ยวนักเรียน

158
00:10:28.323 --> 00:10:32.323
จะบอกว่าผมเคยเห็นครับ ปูนอนนิ่งอยู่

159
00:10:32.324 --> 00:10:36.324
เพราะว่ามันจับมัดเสร็จแล้วนะ แต่ถ้าตามปกตินะ

160
00:10:36.325 --> 00:10:40.325
ถ้าปูนี่ไม่โดนจับมัด ไม่ตายนะคะ

161
00:10:40.325 --> 00:10:44.325
เป็นในลักษณะอย่างนี้ ปูจะอยู่ไม่นิ่ง

162
00:10:44.327 --> 00:10:48.327
มันคล้าย ๆ กับอีกสำนวนหนึ่ง คืออะไรนะ

163
00:10:48.328 --> 00:10:52.328
ได้ยินแน่นอนนะคะ ก็คือสำนวนซน

164
00:10:52.329 --> 00:10:56.329
อะไรนะ ซนเหมือน เหมือนอะไรนะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ)

165
00:10:56.332 --> 00:11:00.332
ซนเหมือนลิงเหมือค่าง

166
00:11:00.333 --> 00:11:04.333
เปรียบเหมือนดั่งที่ครูนี่ ไปทัศศึกษา

167
00:11:04.335 --> 00:11:08.335
อย่างกับจับปูใส่กระด้งเลยนะ

168
00:11:08.336 --> 00:11:12.336
เป็นการเปรียบเทียบ ไม่อยู่นิ่ง วิ่งไปวิ่งมา

169
00:11:12.339 --> 00:11:16.339
เพราะฉะนั้น เธอจะทำตัวเหมือนปูหรือเปล่าที่ไม่อยู่นิ่ง

170
00:11:16.340 --> 00:11:20.340
อันนี้ให้คิดนะครับ ดูภาพ ต้องดูภาพ

171
00:11:20.342 --> 00:11:24.342
สิ่งที่เป็นภาชนะสานนี่นะครับ เขาเรียกว่า "กระ

172
00:11:24.343 --> 00:11:28.343
ด้งนะ เอาไว้ใช้ในการตากปลาใส่ของ

173
00:11:28.348 --> 00:11:32.348
นะครับ อันนี้คือปู เด็ก ๆ รู้จักแล้วนะ

174
00:11:32.350 --> 00:11:36.350
ไปกันต่อ ภาพต่อไปเตรียมตัวนะครับ

175
00:11:36.356 --> 00:11:40.356
(คุณครูคณิตา) โบราณเลยนะคะ อันนี้ก็

176
00:11:40.357 --> 00:11:44.357
มาลักษณะ อะไรเอ่ย มีอะไรนะ

177
00:11:44.357 --> 00:11:48.357
อะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) รูปปั้นใช่ไหมครับครูคณิตา

178
00:11:48.359 --> 00:11:52.359
มีเขา น่าจะเป็นวัว หรือเป็นความ (คุณครูคณิตา) ไม่แน่ใจ

179
00:11:52.360 --> 00:11:56.360
นักเรียนคะ เมื่อกี้ครูมีคีย์เวิร์ดนะ

180
00:11:56.361 --> 00:12:00.361
มีใบ้นิดหนึ่งนะ มีวัวกับควายนะคะ

181
00:12:00.364 --> 00:12:04.364
ตั้งแต่เห็นภาพแล้วครูคณิตา ตอบว่าสำนวน

182
00:12:04.366 --> 00:12:08.366
(คุณครูคณิตา) ยาวหน่อยนะคะ อยู่บ้านท่าน อย่านิ่ง

183
00:12:08.367 --> 00:12:12.367
ดูดาย ปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่าน

184
00:12:12.370 --> 00:12:16.370
เล่น (คุณครูปรเมษฐ) คราวนี้ดูความหมาย (คุณครูคณิตา) ความหมายนะคะ

185
00:12:16.381 --> 00:12:20.381
เมื่อเราไปอาศัยอยู่บ้านของใครนะคะ

186
00:12:20.383 --> 00:12:24.383
ก็ควรที่จะทำประโยชน์ให้

187
00:12:24.384 --> 00:12:28.384
บ้านเหล่านั้นด้วยนะคะ หรือว่าบ้านคนที่เราไปอาศัยอยู่

188
00:12:28.385 --> 00:12:32.385
ด้วยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ ไปกันต่อเลย

189
00:12:32.386 --> 00:12:36.386
มันรูปผู้หญิงหรือผู้ชายคู่กัน

190
00:12:36.386 --> 00:12:40.386
(คุณครูคณิตา) เขาจะเป็นอะไรคะนักเรียน (คุณครูปรเมษฐ) ไหนลองยืนให้เหมือนสิครับครูคณิตา

191
00:12:40.387 --> 00:12:44.387
(คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ (คุณครูปรเมษฐ) สมมติครูกับครูคณิตาเลยนะภาพนี้

192
00:12:44.389 --> 00:12:48.389
ขยับเข้ามา (คุณครูคณิตา) ค่ะ อาจจะไม่เหมือนในรูปนะคะคร

193
00:12:48.392 --> 00:12:52.392
นะคะ คุณครูปรเมษฐนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ทายสำนวนสิ

194
00:12:52.393 --> 00:12:56.393
ตอบว่าเป็นสำนวนอะไรครับ

195
00:12:56.395 --> 00:13:00.395
กิ่งทองใบหยกนะ เป็นคำโบราณใช่ไหมครูคณิตา

196
00:13:00.396 --> 00:13:04.396
(คุณครูคณิตา) เป็นคำโบราณค่ะ เด็ก ๆ นี่

197
00:13:04.407 --> 00:13:08.407
อาจจะไกลหน่อยนะคะ เขาเรียกว่ายัง เขาเรียกว่า "ยังไม่ถึงวัย"

198
00:13:08.408 --> 00:13:12.408
นะ กิ่งทองใบหยกนะคะ ใช้

199
00:13:12.413 --> 00:13:16.413
กับคำว่า "เหมาะสมกันมาก" เหมือน

200
00:13:16.414 --> 00:13:20.414
คุณครูกับคุณครูปรเมษฐนี

201
00:13:20.415 --> 00:13:24.415
นะคะ สามารถที่จะสอนนักเรียนได้อย่างสนุกสนาน

202
00:13:24.416 --> 00:13:28.416
แต่ว่าสำนวน คำว่า "กิ่งทองใบหยก" นี่ เราจะใช้กับ

203
00:13:28.417 --> 00:13:32.417
ชาย - หญิง ที่จะแต่งงานกันแล้วนะคะ

204
00:13:32.418 --> 00:13:36.418
ต่อไปกันเลยดีกว่าค่ะ เด็ก ๆ คงรอแล้วค่ะ เรื่องสำนว

205
00:13:36.420 --> 00:13:40.420
(คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ทายเลย

206
00:13:40.421 --> 00:13:44.421
ปลูกข้าวครับ ปลูกข้าว คือ การทำนา ที่ไหน

207
00:13:44.422 --> 00:13:48.422
ตอบคำถาม 1 2 3 ทำนาบนหลังคน

208
00:13:48.424 --> 00:13:52.424
คุณครูคณิตาอธิบายความหมายครับ (คุณครูคณิตา)

209
00:13:52.424 --> 00:13:56.424
นักเรียนพิจารณาดูรูปภาพของคนนะคะ

210
00:13:56.428 --> 00:14:00.428
ผอม แห้ง แสดงว่า

211
00:14:00.430 --> 00:14:04.430
การทำนาบนหลังคนเป็นสำนวนที่

212
00:14:04.443 --> 00:14:08.443
เป็นการบอกนะคะ ว่าเป็นการหาผลประโยชน์โดยการ

213
00:14:08.445 --> 00:14:12.445
ขูดรีดจากผู้อื่นนั่นเอง ดูสิ

214
00:14:12.446 --> 00:14:16.446
คนที่หาผลประโยชน์เป็นอย่างไร อ้วน ท้วน

215
00:14:16.449 --> 00:14:20.449
ส่วนคนที่ถูกขูดรีดล่ะคะเป็นอย่างไร ผอมแห้ง

216
00:14:20.450 --> 00:14:24.450
แรงน้อยนะคะ เพราะฉะนั้นนี่เมื่อโตไปนะคะ

217
00:14:24.451 --> 00:14:28.451
อย่าเป็นคนที่ทำนาบนหลังคนนะคะ

218
00:14:28.453 --> 00:14:32.453
จะต้องรู้จักแบ่งปัน เอื้อเฟื้อ เผื่อแพ่

219
00:14:32.457 --> 00:14:36.457
(คุณครูปรเมษฐ) หมดหรือยังครูคณิตา (คุณครูคณิตา) หมดแล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) หมดแล้ว

220
00:14:36.461 --> 00:14:40.461
เด็ก ๆ ยังอยากจะทายอีก ไม่เป้ฯไรครับ เด็ก ๆ

221
00:14:40.463 --> 00:14:44.463
สามารถที่จะไปหาภาพมาทายเล่นกับเพื่อนนะ

222
00:14:44.463 --> 00:14:48.463
ภาพสำนวนที่จะนำมาทายมีมายเลย ใช่ไหมครับครูคณิตา

223
00:14:48.464 --> 00:14:52.464
(คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ หลังจากที่เรานี่ได้ทาย

224
00:14:52.465 --> 00:14:56.465
เกี่ยวกับรูปภาพ สำนวนสุภาษิต คำพังเพย ไปแล้ว

225
00:14:56.466 --> 00:15:00.466
นักเรียนรู้ความหมายเกี่ยวกับสำนวนหรือ

226
00:15:00.468 --> 00:15:04.468
ความหมายเกี่ยวกับคำพังเพย และความหมายเกี่ยวกับ

227
00:15:04.469 --> 00:15:08.469
สุภาษิตบ้างหรือเปล่า (คุณครูปรเมษฐ) ที่คุณครูคณิตาต้องถามนี่

228
00:15:08.471 --> 00:15:12.471
เพราะมันเป็นเรื่องที่หนู ๆ จะได้เรียน

229
00:15:12.472 --> 00:15:16.472
สำนวนสุภาษิตและคำพังเพยใช่ไหมครูคณิตา

230
00:15:16.473 --> 00:15:20.473
ความหมายกันเลยดีกว่านะคะ นักเรียนเตรีมสมุด

231
00:15:20.474 --> 00:15:24.474
ปากกา เตรียมจดด้วยนะคะ จด

232
00:15:24.476 --> 00:15:28.476
ด้วยความเข้าใจของตัวเอง (คุณครูปรเมษฐ) อย่าลืม

233
00:15:28.479 --> 00:15:32.479
นะ สำคัญมากเดี๋ยวจะไม่รู้ว่าเรียนวันไหน

234
00:15:32.481 --> 00:15:36.481
ไปดูกันเลย คำแรกเลยนะครับ

235
00:15:36.486 --> 00:15:40.486
คืออะไรครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) สำนวนค่ะ คือ

236
00:15:40.487 --> 00:15:44.487
คำพูด หรือ ถ้อยคำที่กระทัดรัด

237
00:15:44.489 --> 00:15:48.489
สละสลวยมีความหมายโดยนัย

238
00:15:48.490 --> 00:15:52.490
ความหมายเชิงอุปมาเปรียบเทียบ จะไม่แปลความหมาย

239
00:15:52.491 --> 00:15:56.491
ตรงตามตัวอักษรค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ก็คือคำนิยามของ

240
00:15:56.491 --> 00:16:00.491
หมายของคำว่า "สำนวน" ก็คือแปล

241
00:16:00.493 --> 00:16:04.493
ไม่ตรงความหมายแล้วก็มีความหมายโดยนัย โดยนัย

242
00:16:04.494 --> 00:16:08.494
มันคืออะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เราจะต้องแปลความหมายอีกรอบหนึ่ง

243
00:16:08.495 --> 00:16:12.495
เดี๋ยวนักเรียนอาจจะนึกภาพไม่ออก มาดูตัวอย่างกันดีกว่าค่ะ

244
00:16:12.496 --> 00:16:16.496
คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ครับผม ตัวอย่างสำนวนนะครับ (คุณครูคณิตา)

245
00:16:16.497 --> 00:16:20.497
ตัวอย่างแรก คำว่า "ไขสือ"

246
00:16:20.498 --> 00:16:24.498
คุณครูปรเมษฐอย่ามาทำ

247
00:16:24.499 --> 00:16:28.499
ไขสือแปลว่าอะไร แปลว่าอะไรคะ

248
00:16:28.501 --> 00:16:32.501
แปลว่า ทำเป็นไม่รู้ไม่

249
00:16:32.515 --> 00:16:36.515
ไม่รู้ ไม่เข้าใจเห็นไหม

250
00:16:36.516 --> 00:16:40.516
คำว่าไขสือ ตรงตามตัวไหมคะ สำนวน

251
00:16:40.517 --> 00:16:44.517
จะแปลไม่ตรงตามตัวอักษรและมีความหมายโดยนัย

252
00:16:44.522 --> 00:16:48.522
คือเราจะต้องหาความหมายของ

253
00:16:48.525 --> 00:16:52.525
สำนวนนี้อีกครั้งหนึ่ง (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมา

254
00:16:52.526 --> 00:16:56.526
ปากเสีย นักเรียนคงคุ้น ๆ ล่ะค่ะ

255
00:16:56.529 --> 00:17:00.529
คุณครูปรเมษฐนี่ปากเสียมากเลยนะ เป็นการ

256
00:17:00.530 --> 00:17:04.530
ยกตัวอย่างนะคะคุณครูปรเมษฐ คุณครูปรเมษฐ

257
00:17:04.534 --> 00:17:08.534
ทราบไหมคะ คำว่า "ปากเสีย" หมายความว่าอย่างไร

258
00:17:08.536 --> 00:17:12.536
(คุณครูปรเมษฐ) ปากที่เน่าเสีย (คุณครูคณิตา) ปากที่เน่าเสีย ต้องไ

259
00:17:12.537 --> 00:17:16.537
ทันตแพทย์นะคะ ปากที่เน่าเสียนะ แต่คำว่า "ปากเสีย"

260
00:17:16.538 --> 00:17:20.538
นะคะ ในความหมายเชิงสำนวน หมายถึง ปาก

261
00:17:20.541 --> 00:17:24.541
ที่พูด พูดเป็นอย่างไร พูดว่าร้าย

262
00:17:24.542 --> 00:17:28.542
พูดไม่ดี นักเรียนคะ ก็คือเป็นการพูด

263
00:17:28.546 --> 00:17:32.546
เชิงตัดกำลังใจนะคะ หรือพูดให้ร้ายว

264
00:17:32.547 --> 00:17:36.547
ร้าย ว่าร้ายผู้อื่นนะคะ ซึ่งครูปรเมษฐนี่นะคะ

265
00:17:36.549 --> 00:17:40.549
คุณครูเป็นคนดีนะคะ พูดแต่สรรเสริญเยินยอ

266
00:17:40.550 --> 00:17:44.550
ผู้อื่นนะคะนักเรียน (คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยว ๆ

267
00:17:44.552 --> 00:17:48.552
โดยนัยนี่เดี๋ยวขยายให้นักเรียนเข้าใจตรงนี้เลย

268
00:17:48.552 --> 00:17:52.552
ปากเสีย ที่ครูบอกครูคณิตานี่

269
00:17:52.553 --> 00:17:56.553
พัง อันนั้นคือความหมายโดยตรง แต่ที่ครูคณิตา

270
00:17:56.554 --> 00:18:00.554
บอก ก็คือปากเสีย ก็คือพูดไม่ดี พูดว่าร้ายคนอื่น

271
00:18:00.555 --> 00:18:04.555
คือ ความหมายโดยนัยนะครับ ก็คือสำนวน

272
00:18:04.556 --> 00:18:08.556
มันแปลไม่ตรงความหมายนั่นเอง

273
00:18:08.557 --> 00:18:12.557
ฟังนี่นะครับ อีกสำนวนหนึ่ง (คุณครูคณิตา) คำว่า

274
00:18:12.558 --> 00:18:16.558
ยกเมฆ (คุณครูปรเมษฐ) แบบนี้ หยิบเมฆมา แล้วบกเมฆ

275
00:18:16.559 --> 00:18:20.559
(คุณครูคณิตา) ครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ความหมายโดยอะไร (คุณครูคณิตา)

276
00:18:20.560 --> 00:18:24.560
ตรงค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเป็นโดยนัย (คุณครูคณิตา) คร

277
00:18:24.561 --> 00:18:28.561
เมฆ นี้ไม่สามารถยกได้นะคะ แต่ถ้าเป็นเมฆ

278
00:18:28.563 --> 00:18:32.563
ที่ว่าเป็นตุ๊กตาหรือหมอน น่าจะยกได้

279
00:18:32.564 --> 00:18:36.564
ความหมายของคำว่า "ยกเมฆ" คืออะไรคะ

280
00:18:36.565 --> 00:18:40.565
คือการพูดเรื่องที่มันไม่มีหลักฐานอยู่นั่นเอง

281
00:18:40.567 --> 00:18:44.567
หลักฐานอยู่นั่นเอง นี่ก็คือเป็นหลักฐาน

282
00:18:44.568 --> 00:18:48.568
โดยนัยนะ ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อีกสำนวน

283
00:18:48.569 --> 00:18:52.569
คือ ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์ ลองให้นักเรียน

284
00:18:52.570 --> 00:18:56.570
ไปอ่านบ้างสิ (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เขามีพจนานุกรม

285
00:18:56.571 --> 00:19:00.571
ลองเปิดหาความหมายไปพร้อม ๆ กับครูเลย

286
00:19:00.573 --> 00:19:04.573
จดลงไปนะคะ ชั่วช่างชี ดีช่างสงห์

287
00:19:04.576 --> 00:19:08.576
ไปหาความหมายเพิ่มเติมนะคะ คุณครูปลายทางคะ รบกวน

288
00:19:08.577 --> 00:19:12.577
นะคะ ตรวจสอบคำตอบของนักเรียนด้วยนะคะ

289
00:19:12.578 --> 00:19:16.578
(คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวเราทิ้งไว้เป็นการบ้านดีไหม

290
00:19:16.579 --> 00:19:20.579
ชั่วช่างดี ดีช่างสงฆ์นะ

291
00:19:20.581 --> 00:19:24.581
(คุณครูปรเมษฐ) จดเสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ ไปต่อ

292
00:19:24.582 --> 00:19:28.582
(คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มีตัวอย่างสำนวนอีกแล้วครูคณิตา

293
00:19:28.583 --> 00:19:32.583
ตัวอย่างสำนวนใช่ไหมคะ และให้นักเรียนจดไปค่ะ

294
00:19:32.584 --> 00:19:36.584
แล้วไปหาสำนวนนะคะ แล้วไปหาความหมาย

295
00:19:36.586 --> 00:19:40.586
ของมัน (คุณครูปรเมษฐ) 4 คำ ก็ 4 วินาที

296
00:19:40.587 --> 00:19:44.587
พอไหม (คุณครูคณิตา) โห 4 วินาที เร็วเกินไปค่ะ จดค่ะ

297
00:19:44.588 --> 00:19:48.588
น้ำบ่อน้อย ขมิ้นกับปูน ดินพอกหองหมู

298
00:19:48.589 --> 00:19:52.589
(คุณครูคณิตา) ต่อปากต่อคำ

299
00:19:52.590 --> 00:19:56.590
น้ำบ่อน้อย ถ้าเป็นความหมายโดยตรง ก็เป็น

300
00:19:56.592 --> 00:20:00.592
น้ำที่มีน้ำน้อยใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) อันนี้ค่ะ

301
00:20:00.593 --> 00:20:04.593
นักเรียนคุณครูก็แหม ใจดีกับนักเรียน

302
00:20:04.596 --> 00:20:08.596
อีกแล้วนักเรียนที่น่ารักทุกคนนะคะ

303
00:20:08.598 --> 00:20:12.598
ในที่นี้หมายถึงน้ำลายค่ะ หมายถึง

304
00:20:12.599 --> 00:20:16.599
น้ำลายค่ะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่

305
00:20:16.599 --> 00:20:20.599
น้ำบ่อน้อยนี่หมายถึงน้ำลาย ซึ่งเขาจะใช้

306
00:20:20.600 --> 00:20:24.600
ในช่วง เขาจะใช้ในตัวอย่างหรือความหมาย

307
00:20:24.601 --> 00:20:28.601
ที่ในเชิงเกี่ยวกับการค้าขายนะ อย่างเช่น

308
00:20:28.602 --> 00:20:32.602
การทำมาหากินในยุคนี้นี่เหมือนน้ำบ่อน้อย

309
00:20:32.603 --> 00:20:36.603
ได้บ้างไม่ได้บ้างแต่ละคนนี่ก็ต่างแย่งกัน

310
00:20:36.604 --> 00:20:40.604
น้ำบ่อน้อย น้ำลายน่ะ

311
00:20:40.605 --> 00:20:44.605
มีอะไรคะ มีนิดเดียว ได้บ้าง

312
00:20:44.619 --> 00:20:48.619
ไม่ได้บ้าง เพราะต่างคนต่างแย่งกัน ต่อมา

313
00:20:48.632 --> 00:20:52.632
นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้คือให้หาเอง (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ

314
00:20:52.633 --> 00:20:56.633
ให้หาเองดีกว่านะคะ (คุณครูปรเมษฐ) จดเรียบร้อยนะครับเด็ก ๆ

315
00:20:56.635 --> 00:21:00.635
จะเป็นผู้ตรวจสอบนะครับ ไปกันต่อ ทีนี้คำพังเพย

316
00:21:00.636 --> 00:21:04.636
คำพังเพยคือสิ่งใดไหนเล่า

317
00:21:04.637 --> 00:21:08.637
ถ้อยคำที่เปรียบเทียบเหตุการณ์

318
00:21:08.638 --> 00:21:12.638
หรือเรื่องราวต่าง ๆ ที่พบเห็นในการดำรงชีวิต

319
00:21:12.639 --> 00:21:16.639
รุ่นก่อน ไม่เน้นการสั่งสอน

320
00:21:16.640 --> 00:21:20.640
แต่ใช้ในทำนองเปรียบเทียบ

321
00:21:20.641 --> 00:21:24.641
หรือเป็นข้อคิดสะกิดใจให้นำมาปฏิบัติ

322
00:21:24.650 --> 00:21:28.650
สำนวนมาแล้ว คำพังเพยตามมา

323
00:21:28.654 --> 00:21:32.654
นะครับ คำพังเพย คือ การเปรียบเทียบนะเด็ก ๆ การเปรียบ

324
00:21:32.656 --> 00:21:36.656
เทียบ การเสียดสี ประชดประชัน

325
00:21:36.657 --> 00:21:40.657
ถ้อยคำที่จะนำมาใช้เกี่ยวกับคำพังเพย

326
00:21:40.658 --> 00:21:44.658
ถ้าครูอธิบายแบบนี้ไม่เห็นภาพ เดี๋ยวไปดูกันดีกว่า

327
00:21:44.659 --> 00:21:48.659
นะครับ (คุณครูคณิตา) นักเรียนจำไว้นะคะ เมื่อไหร่ก็ตาม

328
00:21:48.666 --> 00:21:52.666
เจออะไรที่เป็นลักษณะของเสียดสี ให้นึกไว้เลย

329
00:21:52.668 --> 00:21:56.668
พังเพย มาดูตัวอย่างกันเลยดีกว่า

330
00:21:56.669 --> 00:22:00.669
ขิงก็รา ข่าก็แรง เป็นลักษณะ

331
00:22:00.670 --> 00:22:04.670
การเสียดสีนะ การเสียดสีอย่างไรเอ่ย

332
00:22:04.673 --> 00:22:08.673
ก็คือความหมายนะคะ ต่างคนนี่ต่างไม่ยอม

333
00:22:08.674 --> 00:22:12.674
ลดละกันอย่างเช่น อารมณ์ร้อนกันทั้งคู่นี่ ต่าง

334
00:22:12.677 --> 00:22:16.677
ไม่มีคนใดคนหนึ่งนี่ยอมเย็นเลยนะคะ

335
00:22:16.678 --> 00:22:20.678
ยอมที่เป็นฝ่ายขอโทษก่อนนะคะ ต่างคนต่าง

336
00:22:20.679 --> 00:22:24.679
ร้อน อารมณ์ร้อนใส่กันทั้งคู่ ถ้า

337
00:22:24.680 --> 00:22:28.680
อารมณ์ร้อนใส่กันทั้งคู่นี่ จะเป็นอย่างไรคะ ความสัมพันธ์

338
00:22:28.683 --> 00:22:32.683
จะพังลงนะ จะทำให้

339
00:22:32.684 --> 00:22:36.684
อาจจะกลายเป็นว่าเลิกเป็นเพื่อนเลยก็ได้

340
00:22:36.685 --> 00:22:40.685
นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) แต่สำหรับครูนี่อารมณ์เย็นตลอดเวลานะครับ (คุณครูคณิตา)

341
00:22:40.686 --> 00:22:44.686
คณิตาจะอารมณ์ร้อนคุณครูก็จะเป็นน้ำไปดับไฟนะ

342
00:22:44.688 --> 00:22:48.688
ต่อไป ทำนาบนหลังคน รู้ความหมายแล้ว

343
00:22:48.690 --> 00:22:52.690
อันนี้บอกเลยนะ ก็คือทำไมครูคณิตา (คุณครูคณิตา)

344
00:22:52.691 --> 00:22:56.691
ค้นหาสิ่งที่ยากจะค้นหาได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

345
00:22:56.692 --> 00:23:00.692
เอาไปเทียบกัน เอาไปเปรียบเทียบกับงมเข็มในมหาสมุทรนะคะ

346
00:23:00.693 --> 00:23:04.693
ต่อไป ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำค่ะ

347
00:23:04.694 --> 00:23:08.694
(คุณครูปรเมษฐ) ตำทำไมล่ะ ตำแล้วทิ้งน่ะ เป็นการเสียดสี

348
00:23:08.695 --> 00:23:12.695
(คุณครูคณิตา) ก็คือ ความหมายก็คือการลงทุนไปไม่คุ้มทุน

349
00:23:12.697 --> 00:23:16.697
ไม่ได้ผลประโยชน์นะคะ ก็คือไม่คุ้มทุนนั่นเอง

350
00:23:16.698 --> 00:23:20.698
ต่อไป อันนี้เป็นการบ้านนะคะ

351
00:23:20.699 --> 00:23:24.699
ฝากไว้ให้นักเรียนไปค้นคว้าหาความรู้

352
00:23:24.700 --> 00:23:28.700
เกี่ยวกับความหมายของคำพังเพยต่อนะคะ นำขึ้น

353
00:23:28.700 --> 00:23:32.700
ให้รีบตัก รักวัวให้ผูก รักลูกต้องตี

354
00:23:32.703 --> 00:23:36.703
ทำไมต้องผูกวัว ทำไมต้องตีลูกนะ

355
00:23:36.705 --> 00:23:40.705
ดูนะคะ รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา

356
00:23:40.707 --> 00:23:44.707
นะ แล้วก็ข้างในสดใสข้างในเป็นโพรง

357
00:23:44.709 --> 00:23:48.709
ความหมายว่าอย่างไร (คุณครูปรเมษฐ) มันมีอีกคำหนึ่งนะ ข้างนอกสุกใส ข้างในติ๊งโหน่ง

358
00:23:48.710 --> 00:23:52.710
เด็ก ๆ เคยได้ยินเปล่า มี 2 คำนะครับ

359
00:23:52.712 --> 00:23:56.712
รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา

360
00:23:56.713 --> 00:24:00.713
เด็ก ๆ จดให้เรียบร้อย

361
00:24:00.714 --> 00:24:04.714
(คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คงจดกันเรียบร้อยแล้วนะคะ

362
00:24:04.715 --> 00:24:08.715
ต่อมาค่ะ เรามาดูเกี่ยวกับอะไรเลย มีสำนวน

363
00:24:08.716 --> 00:24:12.716
ไปแล้ว (คุณครูปรเมษฐ) มีสำนวนแล้วใช่หรือเปล่า พังเพยแล้ว ต่อไป

364
00:24:12.717 --> 00:24:16.717
ก็น่าจะเป็นคำ (คุณครูคณิตา) สุภาษิตค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สุภาษิ

365
00:24:16.720 --> 00:24:20.720
คืออะไรครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) สุภาษิตคือคำกล่าวที่มีจุดมุ่งหม

366
00:24:20.721 --> 00:24:24.721
คำกล่าวที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อการสั่งสอน

367
00:24:24.722 --> 00:24:28.722
เตือนสติให้คิด ไม่มีการเสียดสี

368
00:24:28.723 --> 00:24:32.723
หรือติชมอย่างคำพังเพย

369
00:24:32.724 --> 00:24:36.724
เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่ว ๆ ไปค่ะ

370
00:24:36.725 --> 00:24:40.725
(คุณครูปรเมษฐ) ก็คือการสั่งสอนใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คล้าย ๆ กับ

371
00:24:40.728 --> 00:24:44.728
เทศนาโวหารใช่ไหม เป็นหลักการสั่งสอนนะครับ

372
00:24:44.728 --> 00:24:48.728
เอาล่ะครับนักเรียนเรามาดูตัวอย่างสุภาษิต

373
00:24:48.729 --> 00:24:52.729
นะครับโดยนักเรียนจะต้องบันทึกไว้แล้วไปหาความหมายนะครับ

374
00:24:52.730 --> 00:24:56.730
คำแรกเลย ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว

375
00:24:56.731 --> 00:25:00.731
อันนี้ยังไม่ต้องบันทึก คุณครูคณิตาบอกได้เลยไหม ทำอย่างไร

376
00:25:00.732 --> 00:25:04.732
(คุณครูคณิตา) การทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว

377
00:25:04.733 --> 00:25:08.733
หมายถึงพฤติกรรมนะคะ ถ้านักเรียนมีพฤติกรรมดี

378
00:25:08.735 --> 00:25:12.735
นักเรียนก็จะได้สิ่งที่ดี ๆ ตอบแทน ถ้านักเรียนทำชั่ว

379
00:25:12.739 --> 00:25:16.739
พฤติกรรมที่... ก็คือผลที่ไม่ดีนี่

380
00:25:16.740 --> 00:25:20.740
ตอบแทนกลับมานั่นเอง แล้วก็ชิงสุกก่อนห่าม

381
00:25:20.741 --> 00:25:24.741
และเห็นกงจักรเป็นดอกบัวอันนี้ให้ไป

382
00:25:24.743 --> 00:25:28.743
(คุณครูคณิตา) หานะคะ ค้นหา ถือว่าเป็นการไฝ่เรียนไฝ่รู้

383
00:25:28.751 --> 00:25:32.751
ใฝ่รู้ของนักเรียนนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไปกันต่อ (คุณครูคณิตา)

384
00:25:32.753 --> 00:25:36.753
ที่นักเรียนควรจะปฏิบัติครับ

385
00:25:36.754 --> 00:25:40.754
การศึกษาสำนวนไทยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มันต้องมีประโยชน์

386
00:25:40.755 --> 00:25:44.755
ไม่อย่างนั้นเราจะไม่ศึกษากันนะครับ ประโยชน์ข้อที่ 1 กัน

387
00:25:44.759 --> 00:25:48.759
นะครับ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 1 ค่ะ ทำให้ใช้ภาษา

388
00:25:48.760 --> 00:25:52.760
ในการเขียนเรียงความต่าง ๆ ได้ดีขึ้น

389
00:25:52.761 --> 00:25:56.761
คุณค่าให้กับงานเขียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ก็คือประโยชน์ข้อแรกนะ

390
00:25:56.762 --> 00:26:00.762
เป็นการเพิ่มคุณค่า ทำให้งานเขียนนั้นนี่กระจ่างแจ้ง

391
00:26:00.763 --> 00:26:04.763
เข้าใจยิ่งขึ้นนั่นเองนะครับ ต่อไป

392
00:26:04.765 --> 00:26:08.765
ได้คติ การศึกษาสำนวนจะได้คติสอนใจ

393
00:26:08.766 --> 00:26:12.766
ก็คือข้อคิดนั่นเองทุกสำนวนเลย ทุกสุภาษิต

394
00:26:12.767 --> 00:26:16.767
ทุกคำพังเพยเอย มันแทรกข้อคิดทั้งสิ้น

395
00:26:16.768 --> 00:26:20.768
ต่อไป ได้ข้อคิดด้านการเรียน (คุณครูคณิตา) ด้านการเรียนนะคะ

396
00:26:20.770 --> 00:26:24.770
ฝนทั่งให้เป็นเข็ม

397
00:26:24.774 --> 00:26:28.774
ไปหาความหมายนะคะ ต่อมาค่ะ

398
00:26:28.782 --> 00:26:32.782
รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม นะคะ

399
00:26:32.783 --> 00:26:36.783
อาจจะบอกให้เล็กน้อยนะ ก็คือ

400
00:26:36.785 --> 00:26:40.785
เป็นการเรียนรู้ โดยที่เป็นการเรียนรู้ไปเถอะไม่เสีย

401
00:26:40.787 --> 00:26:44.787
หายอะไรนะคะ ต่อมาอีกสำนวนหนึ่งนะคะ ก็คือ

402
00:26:44.788 --> 00:26:48.788
ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอดนะคะ ก็คือความรู้

403
00:26:48.795 --> 00:26:52.795
มีเยอะ แต่ไม่สามารถที่จะนำไปใช้ประโยชน์ได้

404
00:26:52.797 --> 00:26:56.797
ต่อมา (คุณครูปรเมษฐ) ให้

405
00:26:56.798 --> 00:27:00.798
ข้อคิดคติสอนใจในการคบค้าสมาคม

406
00:27:00.802 --> 00:27:04.802
คบคนให้ดูหน้า ซื้อผ้าให้ดูเนื้อ

407
00:27:04.803 --> 00:27:08.803
เลือกคบใครก็จะต้องดูให้ถึงภายใน จะซื้อ

408
00:27:08.805 --> 00:27:12.805
ผ้า ก็ต้องพินิจพิจารณา

409
00:27:12.806 --> 00:27:16.806
ตัดสินใจซื้อนะ ต่อไปคบเด็กสร้างบ้าน คบ

410
00:27:16.807 --> 00:27:20.807
คนหัวล้านสร้างเมือง

411
00:27:20.808 --> 00:27:24.808
ในสมัยก่อนนะ ก็จะมีลักษณะขี้เบื่อง่ายนะคะ

412
00:27:24.809 --> 00:27:28.809
เป็นคนเบื่อง่าย ทำอะไรนี่ก็ยังไม่มีวุฒิภาวะ

413
00:27:28.810 --> 00:27:32.810
มากพอ ส่วนคนเขาบอกว่าว่ากันว่า

414
00:27:32.811 --> 00:27:36.811
หัวล้านมักจะขี้น้อยใจ จะเป็นเหมือนเด็ก

415
00:27:36.812 --> 00:27:40.812
ทำอะไรกับคนเหล่านี้นี่มักจะไม่ประสบ

416
00:27:40.825 --> 00:27:44.825
ความสำเร็จนั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ

417
00:27:44.828 --> 00:27:48.828
ให้คติสอนใจด้านต่าง ๆ นะคะ ก็คือ

418
00:27:48.829 --> 00:27:52.829
ด้านการครองเรือนค่ะ มีสำนวน

419
00:27:52.831 --> 00:27:56.831
อะไรบ้างคะ (คุณครูปรเมษฐ) ความในอย่านำออก ความนอกอย่านำเข้านะครับ เรื่องในบ้าน

420
00:27:56.832 --> 00:28:00.832
ไม่ควรไปพูดที่อื่น ปลูกเรือนตามใจผู้อยู้

421
00:28:00.834 --> 00:28:04.834
ผูกอู่ตามใจผู้นอนนะครับ

422
00:28:04.835 --> 00:28:08.835
ปลูกบ้านนี่ ก็จะต้องคำนึงก่อนว่าผู้อยู่บ้านนั้น

423
00:28:08.838 --> 00:28:12.838
เป็นอย่างไรนะ อู่ ณ ที่นี้คือเปล

424
00:28:12.843 --> 00:28:16.843
ก็ต้องดูว่าผู้ที่นอนน่ะเป้นเด็ก

425
00:28:16.844 --> 00:28:20.844
(คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมานะคะ ก็คือด้านความรัก

426
00:28:20.844 --> 00:28:24.844
นะคะ มีอะไรบ้างคุณครูปรเมษฐ ยามรักน้ำต้มผัก

427
00:28:24.845 --> 00:28:28.845
ก็ว่าหวานนะ รักยาวให้บั่นรักสั้นให้

428
00:28:28.846 --> 00:28:32.846
ต่อ รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี

429
00:28:32.847 --> 00:28:36.847
มีเยอะเลยนะ ให้ข้อคิดนักเรียนสักข้อสิครับ (คุณครูคณิตา)

430
00:28:36.847 --> 00:28:40.847
เรื่อง รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตีก็แล้วกันนะคะ

431
00:28:40.860 --> 00:28:44.860
ของการอะไรคะ อบรมสั่งสอนนะ

432
00:28:44.861 --> 00:28:48.861
ว่า ทำไมคะ อย่าเลี้ยงลูกด้วยความทะนุทนอม

433
00:28:48.862 --> 00:28:52.862
ลูกนี่ทำอะไรผิดก็รู้สักสั่งสอน

434
00:28:52.864 --> 00:28:56.864
บ้างนะคะ เอาล่ะค่ะ ต่อมาค่ะ 3. ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นการ

435
00:28:56.865 --> 00:29:00.865
บอกถึงความเป็นอยู่ของคนไทย เช่น

436
00:29:00.868 --> 00:29:04.868
หมูไปไก่มา เป็นการทำอะไรครับ คนไทย

437
00:29:04.869 --> 00:29:08.869
ชอบมีการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกันนะ

438
00:29:08.870 --> 00:29:12.870
แบ่งสันปันส่วน ใช่ในการ

439
00:29:12.871 --> 00:29:16.871
แบ่งสัดส่วน แบ่งส่วน แบ่งเลือกนาต่าง ๆ แบ่ง

440
00:29:16.871 --> 00:29:20.871
ของกิน คนไทยก็จะชอบแลกเปลี่ยนกัน อัฐ

441
00:29:20.872 --> 00:29:24.872
ยาย อัฐแปลว่าอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) อัฐ

442
00:29:24.874 --> 00:29:28.874
หมายถึง เบี้ยในสมัยก่อน หรือเปล่าค่ะ อัฐยาย

443
00:29:28.875 --> 00:29:32.875
ซื้อขนมยายนี่ ความหมายก็คือเอาทรัพย์จากผู้ปกครอง

444
00:29:32.877 --> 00:29:36.877
หญิงค่ะ นี่ก็เป็นลักษณะของการแต่งงาน

445
00:29:36.877 --> 00:29:40.877
เอาเงินสินสอดนี่จากฝ่ายหญิงมาสู่ขอ

446
00:29:40.881 --> 00:29:44.881
ฝ่ายหญิงนั่นเอง นั่นเป็นการอัฐยายซื้อขนมยายนั่นเองนะคะ

447
00:29:44.882 --> 00:29:48.882
(คุณครูปรเมษฐ) ครับ ต่อไป เป็นการรักษา

448
00:29:48.883 --> 00:29:52.883
วัฒนธรรมทางภาษาให้

449
00:29:52.892 --> 00:29:56.892
ล้ำค่าของคนไทยให้ลูกหลานได้ภาคภูมิใจ

450
00:29:56.895 --> 00:30:00.895
เช่น สำนวนว่า ไม่มีนะ เดี๋ยวเราไปทำกิจกรรม

451
00:30:00.897 --> 00:30:04.897
เพิ่มเติมความรู้ดีกว่าครูคณิตา ให้ทำอะไรครับ (คุณครูคณิตา) กิจกรรม

452
00:30:04.898 --> 00:30:08.898
ของวันนี้นะคะ ให้นักเรียนรวบรวมคำสำนวนสุ

453
00:30:08.899 --> 00:30:12.899
สุภาษิตคำพังเพย พร้อมทั้งความหมาย แล้วจัดทำ

454
00:30:12.901 --> 00:30:16.901
เป็นพจนานุกรมสำนวนไทยประจำกลุ่มค่ะ

455
00:30:16.901 --> 00:30:20.901
โดยใช้ใบความรู้เรื่อง สำนวน สุภาษิต

456
00:30:20.902 --> 00:30:24.902
คำพังเพยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ คำชี้แจงนะครับ (คุณครูคณิตา) คำชี้แจง

457
00:30:24.903 --> 00:30:28.903
นะคะ ก็คำชี้แจงของนักเรียน ก็ให้นักเรียน

458
00:30:28.906 --> 00:30:32.906
รวบรวมสำนวนสุภาษิตคำพังเพยนะคะ

459
00:30:32.907 --> 00:30:36.907
แล้วจัดทำเป็นพจนานุกรมสำนวนไทยประจำกลุ่ม

460
00:30:36.909 --> 00:30:40.909
โดยใช้ใบความรู้เรื่องสำนวน สุภาษิต คำพังเพย นะคะ

461
00:30:40.911 --> 00:30:44.911
COVID-19 นะคะ นักเรียนอาจจะนั่ง

462
00:30:44.911 --> 00:30:48.911

463
00:30:48.915 --> 00:30:52.915
ค่อยนำมารวบรวมเป็นเล่ม เป็น

464
00:30:52.916 --> 00:30:56.916
พขนานุกรมของกลุ่มก็ได้ แล้วคุณครูปลายทางล่ะค่ะ

465
00:30:56.919 --> 00:31:00.919
อย่างไร (คุณครูปรเมษฐ) ครูก็ดูแลนะครับ การทำงานของนักเรียน

466
00:31:00.921 --> 00:31:04.921
ให้คำแนะนำนักเรียน ในส่วนที่ไม่เข้าใจต่าง ๆ นะครับ

467
00:31:04.922 --> 00:31:08.922
ให้นักเรียนดูหรือครับ (คุณครูคณิตา) มีตัวอย่างสิคะ แต่ก่อนที่จะ

468
00:31:08.936 --> 00:31:12.936
ดูตัวอย่างเป็นเล่มนี่ ดูตัวอย่างใบความรู้

469
00:31:12.940 --> 00:31:16.940
รูปแบบใบความรู้นะคะ จะมีอยู่ทั้งหมด 2 แผ่น

470
00:31:16.941 --> 00:31:20.941
ด้วยกันนะ ให้นักเรียนนะคะ ลองดูนะคะ ครูปรเมษฐคะ

471
00:31:20.942 --> 00:31:24.942
(คุณครูปรเมษฐ) นี่นะครับ (คุณครูคณิตา) นี่คือตัวอย่างนะคะ

472
00:31:24.943 --> 00:31:28.943
ให้นักเรียนเลือกสำนววนนะในใบความรู้

473
00:31:28.944 --> 00:31:32.944
เป็นรูปเล่มนะคะ เอาล่ะค่ะนักเรียน

474
00:31:32.947 --> 00:31:36.947
นี่ก็คือตัวอย่างนะคะ เป็นสมุดนะคะ

475
00:31:36.959 --> 00:31:40.959
สมุดทำมือนะ เป็นรูปเล่มนะ ในนี้ก็

476
00:31:40.964 --> 00:31:44.964
จะมีลักษณะของสำนวนสุภาษิต

477
00:31:44.965 --> 00:31:48.965
พจนานุกรมเราจะเรียงจาก ก. ไก่ ถึง ฮ. นกฮูกนะคะ

478
00:31:48.966 --> 00:31:52.966
เอาล่ะค่ะ นี่นะคะ จะเป็นลักษณะอย่างนี้นะคะ

479
00:31:52.967 --> 00:31:56.967
ผมช่วยถือดีกว่า (คุณครูคณิตา) ช่วยถือนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้เป็นรูปเล่ม

480
00:31:56.986 --> 00:32:00.986
นะครับ ก็ถามว่านักเรียนจำเป็นจะต้องทำแบบนี้

481
00:32:00.994 --> 00:32:04.994
ไหม ไม่จำเป็นนะ

482
00:32:04.996 --> 00:32:08.996
ขอให้กระดาษที่นักเรียนจะนำมาประกบ

483
00:32:08.997 --> 00:32:12.997
ของเธอนี่มันเท่ากัน ในกลุ่มเธอก็จะสวยงามนะครับ

484
00:32:13.000 --> 00:32:17.000
อย่างเช่นที่ครูนำมาให้เห็นเป็นตัวอย่าง

485
00:32:17.001 --> 00:32:21.001
เป็น (คุณครูคณิตา) ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่

486
00:32:21.002 --> 00:32:25.002
วาดรูปภาพนะคะ วาดรูปตกแต่งให้สวยงาม

487
00:32:25.004 --> 00:32:29.004
แล้วก็ใส่สำนวนไปแล้วก็บอกความหมายนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่นะครับ

488
00:32:29.011 --> 00:32:33.011
สวยงามมากนะครับ เป็นตัวอย่างของรุ่นพี่ปีที่แล้ว

489
00:32:33.013 --> 00:32:37.013
ที่เขาทำไว้ให้ดูนะครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะนักเรียน

490
00:32:37.014 --> 00:32:41.014
แล้วให้คุณครูปลายทางนะคะ ถ้านักเรียนไม่ได้เตรียมกระดาษมา ให้

491
00:32:41.015 --> 00:32:45.015
คุณครูปลายทางนะคะ อำนวยความสะดวกให้นักเรียนด้วยนะคะ

492
00:32:45.016 --> 00:32:49.016
พร้อมหรือยังคะ ถ้าพร้อมแล้วลงมือทำ

493
00:32:49.017 --> 00:32:53.017
ได้เลยค่ะ

494
00:32:53.019 --> 00:32:57.019
[เสียงดนตรี]

495
00:32:57.020 --> 00:33:01.020

496
00:33:01.021 --> 00:33:05.021

497
00:33:05.022 --> 00:33:09.022

498
00:33:09.025 --> 00:33:13.025

499
00:33:13.028 --> 00:33:17.028

500
00:33:17.030 --> 00:33:21.030

501
00:33:21.041 --> 00:33:25.041

502
00:33:25.043 --> 00:33:29.043

503
00:33:29.044 --> 00:33:33.044

504
00:33:33.052 --> 00:33:37.052

505
00:33:37.054 --> 00:33:41.054

506
00:33:41.056 --> 00:33:45.056

507
00:33:45.058 --> 00:33:49.058

508
00:33:49.065 --> 00:33:53.065

509
00:33:53.066 --> 00:33:57.066

510
00:33:57.069 --> 00:34:01.069

511
00:34:01.070 --> 00:34:05.070

512
00:34:05.072 --> 00:34:09.072

513
00:34:09.075 --> 00:34:13.075

514
00:34:13.077 --> 00:34:17.077

515
00:34:17.080 --> 00:34:21.080

516
00:34:21.081 --> 00:34:25.081

517
00:34:25.083 --> 00:34:29.083

518
00:34:29.085 --> 00:34:33.085

519
00:34:33.088 --> 00:34:37.088

520
00:34:37.090 --> 00:34:41.090

521
00:34:41.094 --> 00:34:45.094

522
00:34:45.096 --> 00:34:49.096

523
00:34:49.098 --> 00:34:53.098

524
00:34:53.100 --> 00:34:57.100

525
00:34:57.102 --> 00:35:01.102

526
00:35:01.105 --> 00:35:05.105

527
00:35:05.107 --> 00:35:09.107

528
00:35:09.109 --> 00:35:13.109

529
00:35:13.113 --> 00:35:17.113

530
00:35:17.115 --> 00:35:21.115

531
00:35:21.117 --> 00:35:25.117

532
00:35:25.119 --> 00:35:29.119

533
00:35:29.122 --> 00:35:33.122

534
00:35:33.124 --> 00:35:37.124

535
00:35:37.126 --> 00:35:41.126

536
00:35:41.127 --> 00:35:45.127

537
00:35:45.129 --> 00:35:49.129

538
00:35:49.130 --> 00:35:53.130

539
00:35:53.132 --> 00:35:57.132

540
00:35:57.134 --> 00:36:01.134

541
00:36:01.135 --> 00:36:05.135

542
00:36:05.137 --> 00:36:09.137

543
00:36:09.140 --> 00:36:13.140

544
00:36:13.142 --> 00:36:17.142

545
00:36:17.144 --> 00:36:21.144

546
00:36:21.146 --> 00:36:25.146

547
00:36:25.148 --> 00:36:29.148

548
00:36:29.150 --> 00:36:33.150

549
00:36:33.152 --> 00:36:37.152

550
00:36:37.154 --> 00:36:41.154

551
00:36:41.156 --> 00:36:45.156

552
00:36:45.157 --> 00:36:49.157

553
00:36:49.159 --> 00:36:53.159

554
00:36:53.162 --> 00:36:57.162

555
00:36:57.164 --> 00:37:01.164

556
00:37:01.166 --> 00:37:05.166

557
00:37:05.168 --> 00:37:09.168

558
00:37:09.169 --> 00:37:13.169

559
00:37:13.171 --> 00:37:17.171

560
00:37:17.173 --> 00:37:21.173

561
00:37:21.175 --> 00:37:25.175

562
00:37:25.176 --> 00:37:29.176

563
00:37:29.177 --> 00:37:33.177

564
00:37:33.179 --> 00:37:37.179

565
00:37:37.181 --> 00:37:41.181

566
00:37:41.183 --> 00:37:45.183

567
00:37:45.185 --> 00:37:49.185

568
00:37:49.187 --> 00:37:53.187

569
00:37:53.189 --> 00:37:57.189

570
00:37:57.192 --> 00:38:01.192

571
00:38:01.195 --> 00:38:05.195

572
00:38:05.197 --> 00:38:09.197

573
00:38:09.201 --> 00:38:13.201

574
00:38:13.203 --> 00:38:17.203

575
00:38:17.205 --> 00:38:21.205

576
00:38:21.206 --> 00:38:25.206

577
00:38:25.207 --> 00:38:29.207

578
00:38:29.210 --> 00:38:33.210

579
00:38:33.212 --> 00:38:37.212

580
00:38:37.216 --> 00:38:41.216

581
00:38:41.218 --> 00:38:45.218

582
00:38:45.218 --> 00:38:49.218

583
00:38:49.221 --> 00:38:53.221

584
00:38:53.223 --> 00:38:57.223

585
00:38:57.224 --> 00:39:01.224

586
00:39:01.228 --> 00:39:05.228

587
00:39:05.229 --> 00:39:09.229

588
00:39:09.233 --> 00:39:13.233

589
00:39:13.235 --> 00:39:17.235

590
00:39:17.238 --> 00:39:21.238

591
00:39:21.240 --> 00:39:25.240

592
00:39:25.243 --> 00:39:29.243

593
00:39:29.244 --> 00:39:33.244

594
00:39:33.248 --> 00:39:37.248

595
00:39:37.251 --> 00:39:41.251

596
00:39:41.253 --> 00:39:45.253

597
00:39:45.255 --> 00:39:49.255

598
00:39:49.256 --> 00:39:53.256

599
00:39:53.258 --> 00:39:57.258

600
00:39:57.260 --> 00:40:01.260

601
00:40:01.262 --> 00:40:05.262

602
00:40:05.265 --> 00:40:09.265

603
00:40:09.267 --> 00:40:13.267

604
00:40:13.269 --> 00:40:17.269

605
00:40:17.271 --> 00:40:21.271

606
00:40:21.274 --> 00:40:25.274

607
00:40:25.278 --> 00:40:29.278

608
00:40:29.280 --> 00:40:33.280

609
00:40:33.282 --> 00:40:37.282

610
00:40:37.285 --> 00:40:41.285

611
00:40:41.312 --> 00:40:45.312

612
00:40:45.313 --> 00:40:49.313

613
00:40:49.314 --> 00:40:53.314

614
00:40:53.316 --> 00:40:57.316

615
00:40:57.318 --> 00:41:01.318

616
00:41:01.320 --> 00:41:05.320

617
00:41:05.322 --> 00:41:09.322

618
00:41:09.323 --> 00:41:13.323

619
00:41:13.326 --> 00:41:17.326

620
00:41:17.329 --> 00:41:21.329

621
00:41:21.332 --> 00:41:25.332

622
00:41:25.334 --> 00:41:29.334

623
00:41:29.336 --> 00:41:33.336

624
00:41:33.339 --> 00:41:37.339

625
00:41:37.341 --> 00:41:41.341

626
00:41:41.342 --> 00:41:45.342

627
00:41:45.345 --> 00:41:49.345

628
00:41:49.347 --> 00:41:53.347

629
00:41:53.350 --> 00:41:57.350

630
00:41:57.353 --> 00:42:01.353

631
00:42:01.354 --> 00:42:05.354

632
00:42:05.356 --> 00:42:09.356

633
00:42:09.363 --> 00:42:13.363

634
00:42:13.365 --> 00:42:17.365

635
00:42:17.367 --> 00:42:21.367

636
00:42:21.370 --> 00:42:25.370

637
00:42:25.371 --> 00:42:29.371

638
00:42:29.375 --> 00:42:33.375

639
00:42:33.377 --> 00:42:37.377

640
00:42:37.379 --> 00:42:41.379

641
00:42:41.382 --> 00:42:45.382

642
00:42:45.385 --> 00:42:49.385

643
00:42:49.387 --> 00:42:53.387

644
00:42:53.389 --> 00:42:57.389
(คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับคนเก่งของครู ครูเชื่อว่าเรา

645
00:42:57.391 --> 00:43:01.391
ที่จะร่างเป็นเค้าโครงของตัวเองได้แล้วนะครับ

646
00:43:01.393 --> 00:43:05.393
ให้นักเรียนนั้นนำสิ่งที่

647
00:43:05.394 --> 00:43:09.394
นำมาผนวกรวมในเล่มกับเพื่อนนี่นะ งานกลุ่ม

648
00:43:09.395 --> 00:43:13.395
ที่สร้างสำนวนขึ้นมาพร้อมบอกสำนวน บอกความหมาย

649
00:43:13.396 --> 00:43:17.396
นะครับ ให้กลับไปทำเป็นการบ้านนะ ไปทำเป็น

650
00:43:17.398 --> 00:43:21.398
การบ้าน ตกแต่งให้สวยงาม แล้วนำมา

651
00:43:21.403 --> 00:43:25.403
ผนวกรวมกับของเพื่อนในกลุ่ม เพื่อที่จะส่งกับ

652
00:43:25.403 --> 00:43:29.403
คุณครูนะครับ ซึ่งทำงานก้ต้องทำให้เรียบร้อย

653
00:43:29.404 --> 00:43:33.404
สวยงามและน่าสนใจนะครับ กลับไปทำเป็นการบ้าน

654
00:43:33.406 --> 00:43:37.406
เรามาสรุปบทเรียนกันดีกว่า สรุปบทเรียน

655
00:43:37.407 --> 00:43:41.407
เขียนองค์ความรู้ครับ คุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ

656
00:43:41.408 --> 00:43:45.408
นักเรียนคะ สำนวนไทยมีความสำคัญอย่างไร

657
00:43:45.412 --> 00:43:49.412
ลองตอบคุณครูปลายทางดูสิคะ

658
00:43:49.413 --> 00:43:53.413
หลังจากที่เราได้เรียนรู้กัน คุณครูปรเมษฐคะ

659
00:43:53.415 --> 00:43:57.415
เสียงคำตอบของนักเรียนหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) หลายคนเลยครับ

660
00:43:57.416 --> 00:44:01.416
บางคนยังคิดอยู่ บางคนตอบแล้ว ครู

661
00:44:01.418 --> 00:44:05.418
จะรอทั้งประเทศแล้วเดี๋ยวสรุปทีเดียว

662
00:44:05.423 --> 00:44:09.423
ว่านักเรียนนั้นน่ะ

663
00:44:09.425 --> 00:44:13.425
ไหนดูคำตอบของนักเรียนดีกว่าครับ

664
00:44:13.427 --> 00:44:17.427
ช่วยสะท้อนให้เห็นถึงสภาพสังคม

665
00:44:17.428 --> 00:44:21.428
และวัฒนธรรมของคนไทยนั่นเอง

666
00:44:21.429 --> 00:44:25.429
อันนี้คือความสำคัญของสำนวนไทย ที่อยู๋มายาวนาน

667
00:44:25.430 --> 00:44:29.430
ทำไมตรงคำถามนี้บอกว่าสำนวนไทยอย่างเดียวครับ

668
00:44:29.433 --> 00:44:33.433
เพราะว่า สำนวนสุภาษิต คำพังเพย นี่นะครับ

669
00:44:33.434 --> 00:44:37.434
เวลาที่เราจะพูดถึงหรือเราจะกล่าวถึงนี่

670
00:44:37.437 --> 00:44:41.437
เราจะพูดรวมเป็นคำว่า (คุณครูคณิตา) "สำนวน" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สำนวน

671
00:44:41.438 --> 00:44:45.438
หรือสำนวนไทยนั่นเองนะครับ ไปดูอีกสักข้อหนึ่งคุณ

672
00:44:45.439 --> 00:44:49.439
ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ อีกข้อหนึ่งนะคะ นักเรียนจะ

673
00:44:49.440 --> 00:44:53.440
เลือกใช้สำนวนไทยในการสื่อสารอย่างไร

674
00:44:53.441 --> 00:44:57.441
(คุณครูปรเมษฐ) หนูจะมีหลักการอย่างไรล่ะครับ ที่จะ

675
00:44:57.442 --> 00:45:01.442
นำสำนวนนั้นน่ะมาสื่อสารกับคนอื่น สื่อสารไป

676
00:45:01.443 --> 00:45:05.443
เพื่ออะไร แล้วสื่อสารไปเพื่ออะไร

677
00:45:05.444 --> 00:45:09.444
เคยพูดไปแล้วใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) เอ๊

678
00:45:09.445 --> 00:45:13.445
ทำไมเราถึง

679
00:45:13.446 --> 00:45:17.446
มีการเลือกใช้ นักเรียนมีหลักการอย่างไรเอ่ยในการนำสำนวน

680
00:45:17.447 --> 00:45:21.447
มาใช้นะ เอาล่ะค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตอบ ๆ

681
00:45:21.448 --> 00:45:25.448
เก่งนะ คนนั้นเก่งมากเลย มี

682
00:45:25.456 --> 00:45:29.456
อยู่เด็กคนหนึ่งที่ตั้งใจตลอดเวลา คนนั้น

683
00:45:29.458 --> 00:45:33.458
ก็จะเป็นผู้ที่เจริญยิ่งในวันข้างหน้านะครับ

684
00:45:33.460 --> 00:45:37.460
คนที่ตั้งใจเรียนนี่นะครับ ได้คำตอบมาที่เรียบร้อย

685
00:45:37.461 --> 00:45:41.461
มาได้ดังนี้ (คุณครูคณิตา)

686
00:45:41.464 --> 00:45:45.464
จะต้องศึกษาความหมายของสำนวน

687
00:45:45.468 --> 00:45:49.468
และสุภาษิตให้เข้าใจก่อนนะคะ ก่อนที่จะ

688
00:45:49.469 --> 00:45:53.469
นำไปใช่อย่างที่บอกนะคะ ถ้านักเรียนไม่รู้ความหมาย

689
00:45:53.470 --> 00:45:57.470
นักเรียนก็ไม่สามารถนำสุภาษิตเหล่านั้นนี่ไปใช้

690
00:45:57.471 --> 00:46:01.471
ได้ตาม ตามความประสงค์ของนักเรียน

691
00:46:01.474 --> 00:46:05.474
นั่นเองนะ หากนักเรียนต้องการที่จะนำ

692
00:46:05.475 --> 00:46:09.475
สำนวน สำนวนหนึ่งนี่ ถ้านักเรียนไม่รู้จัก

693
00:46:09.476 --> 00:46:13.476
นั้นมีความหมายว่าอย่างไร นักเรียน

694
00:46:13.477 --> 00:46:17.477
จะสามารถนำสำนวนเหล่านั้นไปใช้ได้ไหมคะ

695
00:46:17.477 --> 00:46:21.477
(คุณครูปรเมษฐ) อย่างที่บอกนะครับ ก็ไม่สามารถใช้ได้ หากนำไปใช้

696
00:46:21.480 --> 00:46:25.480
มันก็จะใช้ไม่เข้ากับเรื่องที่นักเรียนต้องการสื่อสาร

697
00:46:25.481 --> 00:46:29.481
อะไร นักเรียนไม่รู้ความหมาย เพราะฉะนั้น นักเรียน

698
00:46:29.482 --> 00:46:33.482
จึงต้องศึกษาให้รู้ความหมาย

699
00:46:33.482 --> 00:46:37.482
เอาล่ะครับ บทเรียนครั้งต่อไปนะครับ ก็ยังอยู่

700
00:46:37.484 --> 00:46:41.484
ในเรื่องของสำนวน สุภาษิต คำพังเพย นะครับ นักเรียน

701
00:46:41.487 --> 00:46:45.487
เตรียมตัวดังนี้นะ ใบงาน

702
00:46:45.487 --> 00:46:49.487
เรื่อง สำนวนชวนคิดนะ แล้วก็

703
00:46:49.489 --> 00:46:53.489
ให้นักเรียนเตรียมพวกหนังสือพวกสำนวนไทย

704
00:46:53.490 --> 00:46:57.490
นะครับ หรือ หนูจะไปค้นหาเพิ่มเติมที่เรียนไปในวันนี้

705
00:46:57.492 --> 00:47:01.492
ไปวันนี้นี่ เพื่อที่จะนำมาใช้ในคาบต่อไป

706
00:47:01.493 --> 00:47:05.493
เพราะว่าสำนวนไทยนี่มีมากมาย ที่

707
00:47:05.495 --> 00:47:09.495
ให้นักเรียนไปค้นหา สำนวนรอนักเรียนอยู่

708
00:47:09.496 --> 00:47:13.496
กลับไวันนี้ ไปทบทวนค้นหาความรู้นะครับ (คุณครูคณิตา)

709
00:47:13.497 --> 00:47:17.497
ขอเวลาสักครู่หนึ่งนะคะ 30 วิ(นาที)

710
00:47:17.498 --> 00:47:21.498
นักเรียนคะ นักเรียนอาจจะสงสัยว่า หนังสือเล่มเล็กนี่

711
00:47:21.499 --> 00:47:25.499
เราจำกัดจำนวนสำนวนไหม ไม่จำกัด

712
00:47:25.500 --> 00:47:29.500
นะคะ ขึ้นอยู่กับตามความเหมาะสมนะคะ แล้วเราจะส่ง

713
00:47:29.501 --> 00:47:33.501
เมื่อไรนักเรียนคะ หันไปถามคุณครูปลายทางเลยค่ะ

714
00:47:33.502 --> 00:47:37.502
ว่าคุณครูปลายทางกำหนดระยะเวลาในการ

715
00:47:37.506 --> 00:47:41.506
ทำพจนานุกรมสำนวนของนักเรียนนี่

716
00:47:41.508 --> 00:47:45.508
จะส่งได้วันไหนนะ ให้คุณครูปลายทาง

717
00:47:45.509 --> 00:47:49.509
กำหนดเวลาในการส่งนะคะ คุณครูปลายทางคะ

718
00:47:49.510 --> 00:47:53.510
ดูผลงานของนักเรียนนะคะ แล้วก็คำนวณ

719
00:47:53.512 --> 00:47:57.512
เวลาให้เหมาะสมด้วยนะคะ สำหรับวันนี้

720
00:47:57.518 --> 00:48:01.518
(คุณครูปรเมษฐ) ครูทั้งสองคนต้องขอลาไปก่อนนคร

721
00:48:01.532 --> 00:48:05.532
คุณครูปลายทางสวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) บ้ายบาย

722
00:48:05.534 --> 00:48:09.534
[เสียงดนตรี]

723
00:48:09.535 --> 00:48:13.535

724
00:48:13.538 --> 00:48:17.538

725
00:48:17.540 --> 00:48:21.540

726
00:48:21.545 --> 00:48:25.545

727
00:48:25.548 --> 00:48:29.548

728
00:48:29.551 --> 00:48:32.552

729
00:48:33.552 --> 00:48:36.553

730
00:48:37.553 --> 00:48:40.554

731
00:48:41.556 --> 00:48:44.559

732
00:48:45.558 --> 00:48:48.562

733
00:48:49.561 --> 00:48:52.565

734
00:48:53.563 --> 00:48:56.567

735
00:48:57.564 --> 00:49:00.567

736
00:49:01.566 --> 00:49:01.566

737
00:49:05.568 --> 00:49:05.572

738
00:49:13.574 --> 00:49:13.578

739
00:49:09.572 --> 00:49:09.573


