﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:04.000

2
00:00:04.008 --> 00:00:08.008

3
00:00:08.013 --> 00:00:12.013

4
00:00:12.018 --> 00:00:16.018

5
00:00:16.029 --> 00:00:20.029

6
00:00:20.030 --> 00:00:24.030

7
00:00:24.032 --> 00:00:28.032

8
00:00:28.034 --> 00:00:32.034

9
00:00:32.036 --> 00:00:36.036
และคุณครูปรเมษฐ ศรีกำเหนิด ในรายวิชา

10
00:00:36.038 --> 00:00:40.038

11
00:00:40.039 --> 00:00:44.039

12
00:00:44.042 --> 00:00:48.042
ไปศึกษาเกี่ยวกับเรื่องประโยคนะครับ

13
00:00:48.043 --> 00:00:52.043

14
00:00:52.045 --> 00:00:56.045
มันก็มีอยู่ด้วยกันหลายประโยคด้วยกันนะ คุณครูคณิตาจะให้เด็ก

15
00:00:56.050 --> 00:01:00.050

16
00:01:00.050 --> 00:01:04.050
ประโยครวมเป็นอย่างไร เดี๋ยวเราไปดูกันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไปเลยครับ

17
00:01:04.053 --> 00:01:08.053
(คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ พร้อมที่จะเรียนกันหรือยังคะ

18
00:01:08.054 --> 00:01:12.054

19
00:01:12.055 --> 00:01:16.055
หรือยังคะ หยิบสมุดปากกาเข้ามาจดด้วยนะคะ เป็นการหาคว

20
00:01:16.057 --> 00:01:20.057
ให้กับตนเอง เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวเราไปเรียนเกี่ยวกับเรื่องประโนึค

21
00:01:20.058 --> 00:01:24.058

22
00:01:24.060 --> 00:01:28.060

23
00:01:28.061 --> 00:01:32.061
ให้นัอ่านว่าอะไรคะ ฉันและพ่อ

24
00:01:32.064 --> 00:01:36.064
กินข้าว นักเรียนจะทำอย่างไร ให้ประโยคข้างต้น

25
00:01:36.067 --> 00:01:40.067
แบ่งออกมาให้เป็นประโยค

26
00:01:40.068 --> 00:01:44.068
หลายประโยค (คุณครูปรเมษฐ) มันแบ่งได้ด้วยหรือครับนี่ (คุณครูคณิตา) แบ่งได้สิคะ นักเรียนจะแบ่งอย่างไรนะ

27
00:01:44.069 --> 00:01:48.069

28
00:01:48.071 --> 00:01:52.071
นักเรียนจะแบ่งอย่างไรนะ

29
00:01:52.072 --> 00:01:56.072
สัก 1 ประโยคก็ได้ 2 ประโยคก็ได้ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่า

30
00:01:56.073 --> 00:02:00.073
ถ้าให้แบ่งนี่แสดงว่าในประโยคนี้มันมี 2 ประโยครวมกันใช่ไหม

31
00:02:00.074 --> 00:02:04.074
ครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูคิดว่า

32
00:02:04.076 --> 00:02:08.076
เด็ก ๆ จะแบ่งว่าอย่างไรลูก ฉันกินข้าว

33
00:02:08.078 --> 00:02:12.078
แสดงว่าประโยคที่ 2 ต้องบอกว่าอย่างไร พ่อกินข้าว

34
00:02:12.081 --> 00:02:16.081
นั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) แล้วในเมื่อประโยค 2 ประโยค

35
00:02:16.085 --> 00:02:20.085
นี้นี่มันได้แยกออกมาแล้ว

36
00:02:20.089 --> 00:02:24.089
แล้วนักเรียนคะ สังเกตไหมเอ่ย ว่ามันมี

37
00:02:24.090 --> 00:02:28.090
คำอะไรอยู่ที่เรายังไม่ได้ใช้

38
00:02:28.092 --> 00:02:32.092
นั่นก็คือคำว่า "และ" นั่นเองค่ะ คำว่า "และ"

39
00:02:32.094 --> 00:02:36.094
นี่จากที่เราได้เรียนไป และคือคำว่าอะไรเอ่ย

40
00:02:36.098 --> 00:02:40.098
เก่งมากค่ะ นั่นก็คือคำเชื่อม

41
00:02:40.098 --> 00:02:44.098
นั่นเองนะคะ เราจะเชื่อม 2 ประโยคนี้

42
00:02:44.099 --> 00:02:48.099
ให้เป็นประโยครวมได้อย่างไรเอ่ย ตอบ

43
00:02:48.099 --> 00:02:52.099
คุณครูได้ไหมคะ ถูกต้องค่ะ นำคำเชื่อมนี่

44
00:02:52.099 --> 00:02:56.099
เข้ามาเพื่อทำให้ประโยคนั้

45
00:02:56.101 --> 00:03:00.101
กระชับและสละสลวยนั่นเอง เมื่อเราใช้คำเชื่อมนี่

46
00:03:00.102 --> 00:03:04.102
เราก็จะได้ประโยคที่ว่า ฉันและ

47
00:03:04.103 --> 00:03:08.103
พ่อกินข้าวนั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ เรามาดูประโยค

48
00:03:08.105 --> 00:03:12.105
กันดีกว่าค่ะ คุณครูปรเมษฐคะ (คุณครูปรเมษฐ) ขวัญข้าวชอบอ่านหนังสือ

49
00:03:12.106 --> 00:03:16.106
และเขียนหนังสือ

50
00:03:16.109 --> 00:03:20.109
แสดงว่าขวัญข้าวนี่มีพฤติกรรม 2 อย่างใช่ไหมครับ

51
00:03:20.111 --> 00:03:24.111
เด็ก ๆ ครับ ลองแยก อย่างเช่น

52
00:03:24.112 --> 00:03:28.112
จะแยกได้ว่าอย่างไรลูก ประโยคที่ 1 ขวัญข้าว

53
00:03:28.113 --> 00:03:32.113
ชอบอ่านหนังสือ และถ้าประโยคที่ 2 จะ

54
00:03:32.115 --> 00:03:36.115
แยกได้ว่า ขวัญข้าวชอบ

55
00:03:36.122 --> 00:03:40.122
เขียนหนังสือใช่ไหมครับ โดยใช้คำเชื่อมว่า

56
00:03:40.124 --> 00:03:44.124
"และ" เช่นเดียวกันนะครับ เป็นประโยค

57
00:03:44.126 --> 00:03:48.126
ดังนี้นะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ถ้าเรามีคำเชื่อมเข้ามา

58
00:03:48.127 --> 00:03:52.127
เราก็จะได้เป็นขวัญข้าวชอบเขียนหนังสือกับอ่าน

59
00:03:52.129 --> 00:03:56.129
หนังสือนั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ วันนี้นะคะ จุดประสงค์

60
00:03:56.130 --> 00:04:00.130
การเรียนรู้ที่เราจะเรียนในวันนี้มีอะไรบ้างคะคุณครูปรเมษฐ

61
00:04:00.131 --> 00:04:04.131
(คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ จะต้องสามารถบอกลักษณะของ

62
00:04:04.132 --> 00:04:08.132
ประโยครวมได้นะครับ และก็จะต้องแต่งประ

63
00:04:08.133 --> 00:04:12.133
โยครวมและแยกส่วนประกอบของประโยครวมได้นะ

64
00:04:12.136 --> 00:04:16.136
3. ก็คือต้องใช้ประโยครวมได้ตามหลักภาษาไทย

65
00:04:16.137 --> 00:04:20.137
นะลูกนะ (คุณครูคณิตา) ค่ะ นักเรียนคะ หยิบ

66
00:04:20.139 --> 00:04:24.139
ใบความรู้ขึ้นมาเลยค่ะ มีอยู่ในมือแล้วนะ

67
00:04:24.140 --> 00:04:28.140
คะ เดี๋ยวคุณครูจะให้นักเรียนศึกษา

68
00:04:28.142 --> 00:04:32.142
ประโยคสามัญ ประโยครวม ประโยคซ้อนนะคะ

69
00:04:32.143 --> 00:04:36.143
โดยบทบาทของคุณครูปลายทางล่ะค่ะคุณครูประเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ)

70
00:04:36.145 --> 00:04:40.145
ก็ช่วยดูแลอำนวยความสะดวกให้กับนักเรียนนะครับ อีกทั้ง

71
00:04:40.145 --> 00:04:44.145
ให้คำแนะนำนักเรียนในการศึกษาใบความรู้

72
00:04:44.147 --> 00:04:48.147
เด็ก ๆ จะต้องเกิดคำถามแน่เลยครูแพรครับ ทำไมต้องศึกษา

73
00:04:48.147 --> 00:04:52.147
ตั้ง 3 ประโยคด้วยกัน ในเมื่อเรียนประโยคเดียวครับ

74
00:04:52.149 --> 00:04:56.149
(คุณครูคณิตา) ค่ะ เพราะว่ามันเป็นผลที่เกี่ยวเนื่องกันมา ถ้านักเรียน

75
00:04:56.150 --> 00:05:00.150
จะเรียนประโยครวมนักเรียนก็จะต้องรู้ก่อนนะคะว่่า

76
00:05:00.151 --> 00:05:04.151
ประโยคสามัญคืออะไร ถ้านักเรียนสามารถ

77
00:05:04.152 --> 00:05:08.152
ทราบว่าประโยคสามัญคืออะไร นักเรียนก็จะสามารถนำประโยค

78
00:05:08.153 --> 00:05:12.153
สามัญ 2 ประโยคนี่นำมา

79
00:05:12.163 --> 00:05:16.163
เป็นประโยครวมได้โดยใช้คำเชื่อม และ

80
00:05:16.164 --> 00:05:20.164
เราก็จะนำประโยคเหล่านี้มาเป็นคำซ้อนได้

81
00:05:20.165 --> 00:05:24.165
ซึ่งมันก็จะมีวิธีการต่าง ๆ

82
00:05:24.167 --> 00:05:28.167
เราถึงจะต้องเรียนพื้นฐานกันก่อนไงคะ

83
00:05:28.168 --> 00:05:32.168
(คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ คงเข้าใจแล้วนะครับ ว่าทำไมเราต้องศึก

84
00:05:32.180 --> 00:05:36.180
ประโยคถึง 3 ประโยคด้วยกัน 3 ประโยคนี่

85
00:05:36.181 --> 00:05:40.181
เมื่อก่อน สมัยที่ครูเรียนก็ไม่ได้ชื่อนี้นะ ประโยคแรก

86
00:05:40.183 --> 00:05:44.183
ภาษาบาลีบอก เอกรรถประโยค

87
00:05:44.200 --> 00:05:48.200
มาสมัยนี้เปลี่ยนเป็นประโยคพื้นฐานและ

88
00:05:48.202 --> 00:05:52.202
ประโยครวมเมื่อก่อนเรียนประโยคความรวม

89
00:05:52.203 --> 00:05:56.203
อเนกทประโยค ชื่อยากนะ

90
00:05:56.204 --> 00:06:00.204
ครูคณิตา สมัยครูคณิตาเรียนชื่อเดียวกับผมไหม (คุณครูคณิตา) เรียนชื่อเดียวกันค่ะ

91
00:06:00.205 --> 00:06:04.205
(คุณครูปรเมษฐ) พอเป็นประโยคซ้อน

92
00:06:04.206 --> 00:06:08.206
ประโยคความซ้อน แล้วปัจจุบันเป็นประโยคซ้อน

93
00:06:08.207 --> 00:06:12.207
ในสมัยนักเรียนเรียนนี่ เข้าใจง่ายกว่าสมัยครู

94
00:06:12.208 --> 00:06:16.208
แน่นอน เพราะว่าชื่อนี่เปลี่ยนให้สั้นแล้วก็ง่ายขึ้นนะครับ

95
00:06:16.209 --> 00:06:20.209
ก็มี 3 ประโยคเหมือนเดิมนั่นล่ะ ประโยครวม ประโย

96
00:06:20.210 --> 00:06:24.210
เดี๋ยวเสียเวลา เด็ก ๆ จะได้ไปศึกษาใบความรู้ (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวก่อนค่ะ

97
00:06:24.211 --> 00:06:28.211
คุณครูประเมษฐ เดี๋ยวให้นักเรียนได้ดูตัวอย่าง

98
00:06:28.212 --> 00:06:32.212
ใบความรู้กันก่อนค่ะ นี่คือตัวอย่างของใบความรู้นะคะ

99
00:06:32.213 --> 00:06:36.213
หลังจากที่นักเรียนศึกษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

100
00:06:36.214 --> 00:06:40.214
มาเจอกันค่ะ

101
00:06:40.215 --> 00:06:44.215

102
00:06:44.217 --> 00:06:48.217

103
00:06:48.219 --> 00:06:52.219

104
00:06:52.221 --> 00:06:56.221

105
00:06:56.222 --> 00:07:00.222

106
00:07:00.224 --> 00:07:04.224

107
00:07:04.226 --> 00:07:08.226

108
00:07:08.228 --> 00:07:12.228

109
00:07:12.234 --> 00:07:16.234

110
00:07:16.236 --> 00:07:20.236

111
00:07:20.238 --> 00:07:24.238

112
00:07:24.241 --> 00:07:28.241

113
00:07:28.243 --> 00:07:32.243

114
00:07:32.245 --> 00:07:36.245

115
00:07:36.246 --> 00:07:40.246

116
00:07:40.248 --> 00:07:44.248

117
00:07:44.260 --> 00:07:48.260

118
00:07:48.262 --> 00:07:52.262

119
00:07:52.264 --> 00:07:56.264

120
00:07:56.267 --> 00:08:00.267

121
00:08:00.269 --> 00:08:04.269

122
00:08:04.271 --> 00:08:08.271

123
00:08:08.275 --> 00:08:12.275

124
00:08:12.277 --> 00:08:16.277

125
00:08:16.279 --> 00:08:20.279

126
00:08:20.281 --> 00:08:24.281

127
00:08:24.283 --> 00:08:28.283

128
00:08:28.284 --> 00:08:32.284

129
00:08:32.288 --> 00:08:36.288

130
00:08:36.290 --> 00:08:40.290

131
00:08:40.291 --> 00:08:44.291

132
00:08:44.293 --> 00:08:48.293

133
00:08:48.294 --> 00:08:52.294

134
00:08:52.295 --> 00:08:56.295

135
00:08:56.298 --> 00:09:00.298

136
00:09:00.300 --> 00:09:04.300

137
00:09:04.302 --> 00:09:08.302

138
00:09:08.304 --> 00:09:12.304

139
00:09:12.306 --> 00:09:16.306

140
00:09:16.310 --> 00:09:20.310

141
00:09:20.313 --> 00:09:24.313

142
00:09:24.315 --> 00:09:28.315

143
00:09:28.317 --> 00:09:32.317

144
00:09:32.319 --> 00:09:36.319

145
00:09:36.321 --> 00:09:40.321

146
00:09:40.324 --> 00:09:44.324

147
00:09:44.326 --> 00:09:48.326

148
00:09:48.328 --> 00:09:52.328

149
00:09:52.331 --> 00:09:56.331

150
00:09:56.332 --> 00:10:00.332

151
00:10:00.334 --> 00:10:04.334

152
00:10:04.336 --> 00:10:08.336

153
00:10:08.337 --> 00:10:12.337

154
00:10:12.338 --> 00:10:16.338

155
00:10:16.340 --> 00:10:20.340

156
00:10:20.342 --> 00:10:24.342

157
00:10:24.344 --> 00:10:28.344

158
00:10:28.346 --> 00:10:32.346

159
00:10:32.348 --> 00:10:36.348

160
00:10:36.349 --> 00:10:40.349

161
00:10:40.350 --> 00:10:44.350

162
00:10:44.353 --> 00:10:48.353

163
00:10:48.355 --> 00:10:52.355

164
00:10:52.357 --> 00:10:56.357

165
00:10:56.359 --> 00:11:00.359

166
00:11:00.361 --> 00:11:04.361

167
00:11:04.363 --> 00:11:08.363

168
00:11:08.363 --> 00:11:12.363

169
00:11:12.365 --> 00:11:16.365

170
00:11:16.367 --> 00:11:20.367

171
00:11:20.369 --> 00:11:24.369

172
00:11:24.375 --> 00:11:28.375

173
00:11:28.377 --> 00:11:32.377

174
00:11:32.380 --> 00:11:36.380

175
00:11:36.381 --> 00:11:40.381

176
00:11:40.382 --> 00:11:44.382
(คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ เป็นอย่างไรกันบ้างคะ

177
00:11:44.385 --> 00:11:48.385
จากการที่นักเรียนได้ศึกษาใบความรู้ค่ะ เดี๋ยวเรามา

178
00:11:48.386 --> 00:11:52.386
ทบทวนเกี่ยวกับเรื่องประโยคไปพร้อม ๆ กับครูคณิตาและ

179
00:11:52.387 --> 00:11:56.387
คุณครูปรเมษฐเลยนะคะ เอาล่ะค่ะ ประโยครวม

180
00:11:56.388 --> 00:12:00.388
คืออะไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ตามที่เด็ก ๆ มี

181
00:12:00.390 --> 00:12:04.390
พื้นฐานอยู่ ก็คือกลุ่มคำที่มีใจความครบบริบูรณ์ ประกอบด้วย

182
00:12:04.391 --> 00:12:08.391
มีความหมายชัดเจน ประกอบด้วยประธาน

183
00:12:08.392 --> 00:12:12.392
และภาคแสดง มีประธานและภาคแสดงก็จะ

184
00:12:12.399 --> 00:12:16.399
สมบูรณ์นั่นเองเด็ก ๆ ครับ (คุณครูคณิตา) ย้ำอีกครั้งหนึ่งนะคะ ประโยค

185
00:12:16.400 --> 00:12:20.400
จะประกอบไปด้วยส่วนสำคัญ 2 ส่วนด้วยกัน นั่นก็คือ

186
00:12:20.401 --> 00:12:24.401
ภาคประธานและภาคแสดง ภาคประธานนี่

187
00:12:24.412 --> 00:12:28.412
จะมีนามหรือสรรพนาม อย่างเช่น นามก็จะเป็น

188
00:12:28.413 --> 00:12:32.413
ชื่อนะคะ ยกตัวอย่าง อย่างเช่นชื่อ กริยา

189
00:12:32.415 --> 00:12:36.415
ต่อมา ภาคแสดงนี่จะเป็นกริยาค่ะ

190
00:12:36.416 --> 00:12:40.416
ก็อย่างเช่นคำว่า "ขยัน", คำว่า "เดิน" คำว่า "นอน"

191
00:12:40.417 --> 00:12:44.417
คำว่า "กลิ้ง" คำเหล่านี้ก็จะเป็นภาคแสดง

192
00:12:44.418 --> 00:12:48.418
(คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่ารวมกันปุ๊บนี่สมบูรณ์ทันทีเลยใช่ไหม

193
00:12:48.419 --> 00:12:52.419
แสดงว่าคำกริยาพวกนี้ไม่มีกรรม

194
00:12:52.420 --> 00:12:56.420
มารับก็สมบูรณ์ถูกไหม (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เขาเรียกกริยาเหล่านี้ว่าอะไรนะ

195
00:12:56.423 --> 00:13:00.423
คำกริยาอกรรม กิน นั่ง นอน

196
00:13:00.428 --> 00:13:04.428
ยืน เดิน อะไรพวกนี้

197
00:13:04.428 --> 00:13:08.428
ถ้าให้สมบูรณ์นี่ ในภาคแสดง จะประกอบด้วย กริยา

198
00:13:08.429 --> 00:13:12.429
กรรม ก็จะสมบูรณ์ ประโยคก็จะลงครบสมบุ ณ

199
00:13:12.429 --> 00:13:16.429
เลย แต่อันนี้เข้าใจ

200
00:13:16.433 --> 00:13:20.433
เป็นคำกริยาอกรรม ไม่ต้องมีกรรมมารับนั่นเองครับ

201
00:13:20.434 --> 00:13:24.434
(คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ นักเรียนคะ นักเรียนอาจจะสงสัยว่าภาคประธาน

202
00:13:24.443 --> 00:13:28.443
คืออะไร เมื่อกี้คุณครูได้กล่าวไปแล้วนะคะ

203
00:13:28.451 --> 00:13:32.451
ภาคประธานก็คือ นาม หรือ สรรพนาม แล้วจะเป็นอะไรได้อีก

204
00:13:32.459 --> 00:13:36.459
ไปดูค่ะ ภาคประธาน คือ ส่วนที่ทำหน้าที่คุม...

205
00:13:36.461 --> 00:13:40.461
ขออภัยค่ะ ภาคประธาน

206
00:13:40.463 --> 00:13:44.463
คือ ส่วนที่ทำหน้าที่คุมบทกริยาเพื่อให้

207
00:13:44.463 --> 00:13:48.463
ทราบว่าใคร หรือ อะไร มักเป็นคำนาม หรือ

208
00:13:48.465 --> 00:13:52.465
คำสรรพนามนั่นเองค่ะ

209
00:13:52.466 --> 00:13:56.466
แล้วภาคแสดงล่ะค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ภาคแสดง ก็คือส่วนที่

210
00:13:56.470 --> 00:14:00.470
แสดงอะไรลูก แสดงกริยาอาการของภารประธานนะครับ เพื่อให้ได้

211
00:14:00.471 --> 00:14:04.471
ใจความครบบริบูรณ์ ว่าภาคประธานนั้น

212
00:14:04.474 --> 00:14:08.474
เขามีกริยาอกรรมอย่างไร ประโยคถึงจะสมบูรณ์

213
00:14:08.475 --> 00:14:12.475
เพราะฉะนั้นนี่ ภาคประธานนี่มีส่วนในการขับเคลื่อนกริยา

214
00:14:12.477 --> 00:14:16.477
(คุณครูคณิตา) ค่ะ ใช่แล้ว เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวเรามาดู

215
00:14:16.478 --> 00:14:20.478
ภาคแสดงนะคะ ประกอบด้วย 4 ส่วนย่อยด้วยกัน

216
00:14:20.479 --> 00:14:24.479
4 ส่วนย่อยมีอะไรบ้างนะ นักเรียนตอบครูได้ไหมคะ

217
00:14:24.480 --> 00:14:28.480
คุณครูปลายทางคะ สามารถที่จะ

218
00:14:28.481 --> 00:14:32.481
สอบถามนักเรียนได้เลยนะคะ ว่าภาคแสดง

219
00:14:32.484 --> 00:14:36.484
ที่ประกอบด้วย 4 ส่วนย่อยมีอะไรบ้าง

220
00:14:36.488 --> 00:14:40.488
อะไรบ้าง

221
00:14:40.490 --> 00:14:44.490
เด็ก ๆ คงตอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวเรามาดู

222
00:14:44.492 --> 00:14:48.492
ประกอบด้วย 4 ส่วนย่อย นั่นก็คือบท

223
00:14:48.493 --> 00:14:52.493
กริยาค่ะ มีบทกริยาแล้วจะต้องมีอะไรอีกคะ

224
00:14:52.495 --> 00:14:56.495
บทขยายกริยา คุณครูปรเมษฐคะ

225
00:14:56.496 --> 00:15:00.496
ลองทายดูสิคะ ว่าบทต่อไปนี่เป็นบทอะไรเอ่ย

226
00:15:00.497 --> 00:15:04.497
(คุณครูปรเมษฐ) มีกริยาแล้วก็ต้องมีอะไรครับเด็ก ๆ มีบทกรรม

227
00:15:04.498 --> 00:15:08.498
แล้วก็บทขยายกรรม ถึงจะเป็นภาคแสดง

228
00:15:08.500 --> 00:15:12.500
ที่สมบูรณ์นะครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวเรามา

229
00:15:12.502 --> 00:15:16.502
จำแนกนะคะ ส่วนประกอบของประโยคให้ถูกต้อง

230
00:15:16.503 --> 00:15:20.503
กันดีกว่าค่ะ เด็ก ๆ จะต้องช่วยคุณครูคณิตา

231
00:15:20.508 --> 00:15:24.508
และคุณครูปรเมษฐในการจำแนกส่วนประกอบนะคะ เราไปดู

232
00:15:24.515 --> 00:15:28.515
กันเลยดีกว่า ส่วนประกอบของประโยคมีทั้งภาคประธาน

233
00:15:28.516 --> 00:15:32.516
และภาคแสดงนะ ภาคประธาน

234
00:15:32.517 --> 00:15:36.517
ก็จะมีประธานและบทขยายประธาน ส่วน

235
00:15:36.518 --> 00:15:40.518
ภาคแสดงล่ะคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ก็จะมีส่วนขยายประธาน

236
00:15:40.520 --> 00:15:44.520
ส่วนขยายของกริยานะครับ กรรมและส่วน

237
00:15:44.524 --> 00:15:48.524
บทขยายกรรม หรือส่วนขยายของกรรมนะ ขยาย

238
00:15:48.525 --> 00:15:52.525
เพื่อให้ใจความมันชัดเจนยิ่งขึ้นนั่นเองครับเด็ก ๆ

239
00:15:52.526 --> 00:15:56.526
(คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ จดลงไปในสมุดเลยนะคะ

240
00:15:56.527 --> 00:16:00.527
หน่อยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ทำเป็นตารางแบบนี้เลยเด็ก ๆ

241
00:16:00.529 --> 00:16:04.529
มันจะเข้าใจง่ายลูก

242
00:16:04.530 --> 00:16:08.530
(คุณครูคณิตา) คราวนี้คุณครูนี่ก็มี

243
00:16:08.531 --> 00:16:12.531
ประโยคนะคะให้เด็ก ๆ นี่ได้ทดลอง

244
00:16:12.532 --> 00:16:16.532
ในการแยกนะคะ ว่าส่วนไหนเป็นส่วนภาคประธาน

245
00:16:16.534 --> 00:16:20.534
ส่วนไหนเป็นส่วนภาคแสดง เดี๋ยวเรามา

246
00:16:20.538 --> 00:16:24.538
ดูแล้วแยกไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ เก่ง

247
00:16:24.539 --> 00:16:28.539
ทิ้งขยะลงถัง ประธาน

248
00:16:28.541 --> 00:16:32.541
คืออะไรคะนักเรียน

249
00:16:32.542 --> 00:16:36.542
คือ เก่ง นั่นเอง

250
00:16:36.543 --> 00:16:40.543
ส่วนคำว่า "ทิ้ง" ล่ะคะ ทิ้ง นักเรียนจะไปใส่

251
00:16:40.545 --> 00:16:44.545
ในช่องไหนเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) ทิ้งนี่มันเป็นกริยาอาการไหม

252
00:16:44.545 --> 00:16:48.545
(คุณครูคณิตา) ทิ้งเป็นกริยานะคะ

253
00:16:48.545 --> 00:16:52.545
ทิ้ง แล้วขยะล่ะ

254
00:16:52.550 --> 00:16:56.550
(คุณครูปรเมษฐ) เก่งทิ้งขยะลงถัง

255
00:16:56.550 --> 00:17:00.550
ก็คือเก่งเป็นประธาน ทิ้งก็เป็น

256
00:17:00.552 --> 00:17:04.552
ก็เป็น... (คุณครูคณิตา) เป็นกรรมนั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) แล้วลงถังล่ะ

257
00:17:04.555 --> 00:17:08.555
เด็ก ๆ ครับ เป็นอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เป็นบทขยาย

258
00:17:08.557 --> 00:17:12.557
กริยานะคะ ลงในถัง (คุณครูปรเมษฐ) มันอย่างนี้ลูก

259
00:17:12.559 --> 00:17:16.559
ทิ้ง ทิ้งที่ไหนล่ะ ทิ้งลงถัง

260
00:17:16.563 --> 00:17:20.563
ทำไมถึงไม่เอาไปขยายกรรม มันเป็น

261
00:17:20.564 --> 00:17:24.564
ส่วนของการทิ้ง ทิ้งอย่างไร ทิ้งให้ลงถังไง

262
00:17:24.565 --> 00:17:28.565
กริยา เดี๋ยวเด็ก ๆ จะไม่เข้าใจนะ ครูเลยต้องอธิบายเพิ่ม

263
00:17:28.567 --> 00:17:32.567
ไปกันต่อครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ต่อค่ะ เขาเขียนจดหมายถึงเพื่อน

264
00:17:32.568 --> 00:17:36.568
คำ... ภาคประธานค่ะ

265
00:17:36.571 --> 00:17:40.571
ภาคประธาน ก็คือคำอะไรเอ่ย ก็คือคำว่า "เขา" นั่นเอง

266
00:17:40.574 --> 00:17:44.574

267
00:17:44.575 --> 00:17:48.575
กริยา (คุณครูปรเมษฐ) เขาเขียน เอ้ เขียน

268
00:17:48.576 --> 00:17:52.576
เพราะฉะนั้น

269
00:17:52.577 --> 00:17:56.577

270
00:17:56.578 --> 00:17:56.186
เป็นการแสดง

271
00:18:00.580 --> 00:18:04.580
เป็นกรรม

272
00:18:04.582 --> 00:18:08.582
ทิ้งลงถังเมื่อสักครู่นี้เลยเด็ก ๆ

273
00:18:08.585 --> 00:18:12.585
ขยายส่วนไหน เด็ก ๆ ตอบครู ขยาย

274
00:18:12.587 --> 00:18:16.587
เยี่ยมครับ เป็นการขยายบทกริยา

275
00:18:16.588 --> 00:18:20.588
นั่นเอง เขียนอย่างไรล่ะ

276
00:18:20.589 --> 00:18:24.589
ไปกันต่อ เดี๋ยวนะ ๆ ย้อนก่อน คุณครูคณิตา

277
00:18:24.590 --> 00:18:28.590
เดี๋ยวคำว่า "เขา" ถ้าเทียบกับคำทั้ง 7 ชนิด

278
00:18:28.591 --> 00:18:32.591
ถือว่าเป็นคำอะไรนะ (คุณครูคณิตา) คำสรรพนามนะคะ (คุณครูปรเมษฐ)

279
00:18:32.592 --> 00:18:36.592
ที่คุณครูคณิตาบอกเด็ก ๆ ว่าได้คำนาม และ

280
00:18:36.596 --> 00:18:40.596
คำสรรพยามใช่ไหม เมื่อกี้เมื่อสักครู่ เก่ง เก่งเป็นคำอะไร

281
00:18:40.597 --> 00:18:44.597
(คุณครูคณิตา) เป็นคำ คำอะไรคะ เป็นคำนาม

282
00:18:44.598 --> 00:18:48.598
ก็คือเป็นชื่อเรียกนั่นเองค่ะ ส่วนคำว่า "เขา"

283
00:18:48.599 --> 00:18:52.599
ว่าเขา (คุณครูปรเมษฐ) เขาเป็น (คุณครูคณิตา) คำสรรพนามค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

284
00:18:52.601 --> 00:18:56.601
ไปฟกันต่อเลยครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ พชร

285
00:18:56.605 --> 00:19:00.605
กินปลาทูทอด (คุณครูปรเมษฐ) น่าอร่อยนะ พชรนี่

286
00:19:00.607 --> 00:19:04.607
เด็ก ๆ ตอบครูบ้าง เก่งมากครับ พรช

287
00:19:04.609 --> 00:19:08.609
ประธาน กิน พชรกิน

288
00:19:08.612 --> 00:19:12.612
กินเป็นคำกริยานะครับ ปลาทู

289
00:19:12.613 --> 00:19:16.613
ปลาทูทอด

290
00:19:16.615 --> 00:19:20.615
(คุณครูคณิตา) ปลาทู แสดงว่าปลาดูเป็นอะไร

291
00:19:20.617 --> 00:19:24.617
เป็นกรรมนะครับ เหลือคำว่าทอด ทอดไปขยายอะไร

292
00:19:24.619 --> 00:19:28.619
ทอดก็ต้องขยายปลาทูนั่นเองนะครับ

293
00:19:28.620 --> 00:19:32.620
เป็นการขยายส่วนของกรรมนะ ปลาทู

294
00:19:32.623 --> 00:19:36.623
เป็นผู้ถูกกระทำ แต่ไม่ใช่ปลาทูเฉย ๆ ปลาทูมันโดนทอดมา

295
00:19:36.624 --> 00:19:40.624
นะครับ ทอดจึงเป็นส่วนขยายของกรรมนั่นเอง

296
00:19:40.626 --> 00:19:44.626
(คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ ลูกแมวกินนมแม่แมวนะคะ

297
00:19:44.627 --> 00:19:48.627
อย่างที่บอก ก็คือภาคประธาน ก็คือจะเป็นลูกแมวนะคะ

298
00:19:48.628 --> 00:19:52.628
กริยาค่ะนักเรียน ตอบได้เลยว่าคำว่า "

299
00:19:52.629 --> 00:19:56.629
กินค่ะ นมแม่แมว นมเป็นกรรม แมว

300
00:19:56.630 --> 00:20:00.630
กินนมของแม่แมวนะคะ นมแม่แมวล่ะคะเป็นอย่างไร

301
00:20:00.631 --> 00:20:04.631
(คุณครูปรเมษฐ) แม่แมวเป็นอะไรลูก (คุณครูคณิตา) ตอบได้ไหมเอ่ย ตอบได้ไหม แม่แมว

302
00:20:04.632 --> 00:20:08.632
เป็นบทขยายกริยาหรือบทขยายกรรมคะ

303
00:20:08.633 --> 00:20:12.633
บอกคุณครูหน่อยสิคะ เดี๋ยวเรา

304
00:20:12.634 --> 00:20:16.634
มาดูเฉลยนะคะ คำว่า "แม่แมว" นะคะ เป็น

305
00:20:16.635 --> 00:20:20.635
บทขยายกรรมนั่นเองค่ะ ก็คือกินนม

306
00:20:20.637 --> 00:20:24.637
ของแม่แมว (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเด็ก ๆ เอามาใส่ในบทขยายกรรมนี่ยุ่งเลย

307
00:20:24.639 --> 00:20:28.639
กลายเป็นกินอะไรเลย (คุณครูคณิตา) ขยายหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ)

308
00:20:28.640 --> 00:20:32.640
กลายเป็นกินแม่แมวเลยนะ ดูนี่

309
00:20:32.642 --> 00:20:36.642
ต้องดูบริบทด้วย การที่จะแยกส่วนประกอบของประโยค

310
00:20:36.644 --> 00:20:40.644
(คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ หญิงชราคนนั้น

311
00:20:40.645 --> 00:20:44.645
นุ่งผ้าหลายดอกรักค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ประโยคเริ่มยาวขึ

312
00:20:44.646 --> 00:20:48.646
ที่ 1 ใครเป็นประธาน

313
00:20:48.651 --> 00:20:52.651
เด็ก ๆ ตอบครับ หญิงชราเป็นประธาน

314
00:20:52.652 --> 00:20:56.652
มีบทขยายประธานไหม มีไหมลูก (คุณครูคณิตา) มีไหมคะ

315
00:20:56.654 --> 00:21:00.654
มีค่ะ นั่นก็คือคำว่า คนนั้นนั่นเองค่ะ

316
00:21:00.655 --> 00:21:04.655
ต่อมาค่ะ ภาคแสดงค่ะ กริยาคืออะไร

317
00:21:04.656 --> 00:21:08.656
(คุณครูปรเมษฐ) ดูสิ อันไหนที่เป็นการกระทำ แสดงอาการบ้าง

318
00:21:08.657 --> 00:21:12.657
คำว่า... เยี่ยมเลยครับ คำว่า "นุ่ง" นั่นเอง

319
00:21:12.658 --> 00:21:16.658
นุ่ง นุ่งอะไร นุ่งผ้า แสดงว่าผ้าต้องเป็น

320
00:21:16.659 --> 00:21:20.659
กรรม มันยังไม่จบครับเด็ก ๆ มันยังเหลือลายดอกรัก

321
00:21:20.662 --> 00:21:24.662
อีก เด็ก ๆ ดูง่าย ๆ นะ ถ้าหนูเอาลาย

322
00:21:24.664 --> 00:21:28.664
ดอกรักไปเติมที่บทขยายกริยานี่ได้ไหม นุ่ง

323
00:21:28.667 --> 00:21:32.667
ลายดอกรักได้ไหทลูก ไม่ได้ เพราะฉะนั้น

324
00:21:32.668 --> 00:21:36.668
มันเป็นการขยายผ้า ว่าผ้ามันเป็นลายดอกรัก ลายดอกรัก

325
00:21:36.672 --> 00:21:40.672
จึงเป็นส่วนขยายของ (คุณครูคณิตา) กรรมนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับ

326
00:21:40.674 --> 00:21:44.674
นี่การแยกส่วนประกอบของประโยค สนุก

327
00:21:44.675 --> 00:21:48.675
จะตายนะครับ (คุณครูคณิตา) ให้นักเรียนค่ะ พิจารณาประโยค

328
00:21:48.676 --> 00:21:52.676
ต่อไปนี้นะคะ เรามาดูสิ

329
00:21:52.677 --> 00:21:56.677
คุณพ่อเล่านิทาน เมื่อกี้คุณครู

330
00:21:56.678 --> 00:22:00.678
ให้นักเรียนศึกษาไปแล้วใช่ไหมคะ ประโยคสามัญ, ประโยครวม

331
00:22:00.678 --> 00:22:04.678
ประโยครวมและประโยคซ้อน

332
00:22:04.679 --> 00:22:08.679
ว่าประโยคที่คุณครูได้พูดไปนี่

333
00:22:08.680 --> 00:22:12.680
เป็นประโยคชนิดใด (คุณครูปรเมษฐ) คุณพ่อเล่านิทาน

334
00:22:12.680 --> 00:22:16.680
(คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะ บอก

335
00:22:16.683 --> 00:22:20.683
เด็ก ๆ หน่อยสิคะ ว่าประโยคนี้เป็นประโยคอะไร

336
00:22:20.685 --> 00:22:24.685
(คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ครับ มันเป็นคำเชื่อมหรืออะไร

337
00:22:24.686 --> 00:22:28.686
ไม่มีเลย เพราะฉะนั้น ประโยคนี้ต้องเป็นประโยค

338
00:22:28.687 --> 00:22:32.687
สามัญนั่นเองนะครับ มีประธาน กริยา กรรม ครบ

339
00:22:32.688 --> 00:22:36.688
นะ เป็นประโยคสามัญ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ ต่อมาค่ะ

340
00:22:36.690 --> 00:22:40.690
ไปโรงเรียน แต่พี่ไปมหาวิทยาลัย

341
00:22:40.691 --> 00:22:44.691
(คุณครูปรเมษฐ) ฉันไปโรงเรียน พี่ไปมหาวิทยาลัย

342
00:22:44.692 --> 00:22:48.692
แสดงว่ามันเป็นอย่างไรกัน

343
00:22:48.693 --> 00:22:52.693
ทั้งสองฝ่ายนี่ไม่ได้ไปด้วยกันใช่ไหม แต่สามาร

344
00:22:52.695 --> 00:22:56.695
โดยใช้คำเชื่อมคำว่า "แต่" แสดงว่าเป็นคำว่าอะไรลูก

345
00:22:56.696 --> 00:23:00.696
ตอบครู ประโยคความรวม

346
00:23:00.699 --> 00:23:04.699
หรือประโยครวมนั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ

347
00:23:04.702 --> 00:23:08.702
คุณพ่อพาฉันไปชะอำ ซึ่งอยู่ใน

348
00:23:08.703 --> 00:23:12.703
จังหวัดเพชรบุรีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) พ่อพาฉัน

349
00:23:12.704 --> 00:23:16.704
ไปเที่ยวชะอำ น่าจะเป็นประโยคหลักนะ

350
00:23:16.705 --> 00:23:20.705
มาก่อนนี่บอกก่อน ชะอำอยู่ในจังหวัด

351
00:23:20.706 --> 00:23:24.706
เพชรบุรี มันเป็นประโยคหลักและประโยคย่อ

352
00:23:24.713 --> 00:23:28.713
หรือเป็นอนุประโยคน่ะ เขาเรียกว่า

353
00:23:28.715 --> 00:23:32.715
ประโยคอะไรนะลูก ประโยคซ้อนนะ คำว่า

354
00:23:32.716 --> 00:23:36.716
"ซึ่ง" นั่นเองนะครับ ตามที่หนู ๆ ได้ศึกษามา ครูนำมา

355
00:23:36.717 --> 00:23:40.717
ถามดูนะ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะนักเรียน นักเรียนคงตอบ

356
00:23:40.718 --> 00:23:44.718
ได้แล้วนะคะ ว่าคุณพ่อเล่านิทานเป็นประโยค

357
00:23:44.720 --> 00:23:48.720
สามัญ ฉันไปโรงเรียนแต่พี่ไป

358
00:23:48.723 --> 00:23:52.723
มหาวิทยาลัยเป็นประโยครวม และสุดท้าย

359
00:23:52.723 --> 00:23:56.723
นั่นก็คือ คุณพ่อพาฉันไปเที่ยชะอำ ซึ่ง

360
00:23:56.724 --> 00:24:00.724
จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นประโยคซ้อนนั่นเองค่ะ

361
00:24:00.725 --> 00:24:04.725
ซึ่งประโญคนี่ เราสามารถจำแนก

362
00:24:04.726 --> 00:24:08.726
ตามลักษณะโครงสร้างนี่ได้ทั้งหมดกี่ชนิดคะ

363
00:24:08.727 --> 00:24:12.727
ได้ทั้งหมด 3 ชนิดนั้นเองค่ะ ประโยคแรกก็คือ

364
00:24:12.727 --> 00:24:16.727
ก็คือประโยคสามัญ ชนิดที่ 2 ล่ะคะ

365
00:24:16.728 --> 00:24:20.728
ประโยครวมค่ะ และชนิดที่ 3

366
00:24:20.729 --> 00:24:24.729
นั่นก็คือประโยคซ้อน ซึ่งวันนี้นะคะ

367
00:24:24.729 --> 00:24:28.729
คุณครูนี่ก็จะทบทวนประโยคสามัญให้

368
00:24:28.730 --> 00:24:32.730
เดี๋ยวเรามาเรียนเกี่ยวกับประโยคซ้อนกันค่ะ ประโยค

369
00:24:32.732 --> 00:24:36.732
สามัญ เมื่อเช้านี่ คุณครู

370
00:24:36.732 --> 00:24:40.732
ได้ยินเสียงคุณครูปรเมษฐร้องเพลง ร้องเพลงเกี่ยวกับ

371
00:24:40.733 --> 00:24:44.733
อะไรสามัญ สามัญสักอย่าง

372
00:24:44.734 --> 00:24:48.734
(คุณครูปรเมษฐ) เกี่ยวกับเรื่องประโยคครับ เป็นประโยค 3 ส่วน

373
00:24:48.736 --> 00:24:52.736
เขาเรียก "ประโยค 3 ส่วน

374
00:24:52.736 --> 00:24:56.736
เด็ก ๆ รู้แล้วถ้าถามนี่ มีประธาน

375
00:24:56.737 --> 00:25:00.737
กริยา กรรม คุณครูเคยสอนมาหลายเพลงแล้

376
00:25:00.738 --> 00:25:04.738
มาหลายเพลงแล้วสมัยที่หนู ๆ เรียนมา

377
00:25:04.739 --> 00:25:08.739
อย่างนั้นร้อง เพ

378
00:25:08.740 --> 00:25:12.740

379
00:25:12.748 --> 00:25:10.013
ว

380
00:25:16.750 --> 00:25:20.750
เด็ก ๆ ต้องร้องไปกับครูเลย ร้องไปพร้อม ๆ กัน

381
00:25:20.751 --> 00:25:24.751
พร้อมแล้ว เดี๋ยวเริ่มนะเด็ก ๆ นะ ประโยค

382
00:25:24.753 --> 00:25:28.753
3 ส่วน มีประธาน กริยา กรรม ยังฟังใจจำ

383
00:25:28.754 --> 00:25:32.754

384
00:25:32.755 --> 00:25:36.755
กรรม ยังฝังใจจำ คำว่า แมวกินปลา

385
00:25:36.756 --> 00:25:40.756
กินเป็นกริยา กรรมนั่นคือกินปลา

386
00:25:40.757 --> 00:25:44.757
แมวกินปลาเป็นประโยค 3 ส่วน

387
00:25:44.758 --> 00:25:48.758
อีกเที่ยวหนึ่ง ประโยค 3 ส่วน มี

388
00:25:48.759 --> 00:25:52.759
ประธาน กริยา กรรม ยังจำฝังใจ

389
00:25:52.760 --> 00:25:56.760
คำว่า "แมวกินปลา" แมวนั่นเป็น

390
00:25:56.761 --> 00:26:00.761
ประธาน กินเป็นกริยา

391
00:26:00.762 --> 00:26:04.762
กรรมนั้นคือปลา แมวกินปลาเป็นประโยค 3 ส่วน

392
00:26:04.763 --> 00:26:08.763
แมวกินปลา เป็นประโยค 3 ส่วน

393
00:26:08.764 --> 00:26:12.764
(คุณครูคณิตา)

394
00:26:12.765 --> 00:26:16.765
เด็ก ๆ คะ ปรบมือให้คุณครูปรเมษฐหน่อยค่ะ

395
00:26:16.766 --> 00:26:20.766
ร้องเสียงเพราะมากเลยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ปรบมือ

396
00:26:20.771 --> 00:26:24.771
ให้ตัวเองด้วย ปรบมือให้ตัวเองด้วย เก่งมาก ๆ

397
00:26:24.773 --> 00:26:28.773
นะครับ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ

398
00:26:28.774 --> 00:26:32.774
เพลงนี้นะคะ จำแล้วก็สามารถที่จะนำไปใช้ได้

399
00:26:32.778 --> 00:26:36.778
เกี่ยวกับเรื่องประโยคสามัญนะคะ เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวเรา

400
00:26:36.779 --> 00:26:40.779
มาเรียนและทบทวนเกี่ยวกับเรื่องประโยคสามัญดีกว่าค่ะ

401
00:26:40.780 --> 00:26:44.780
ประโยคสามัญหรือประโยคใจความเดียว

402
00:26:44.781 --> 00:26:48.781
คือ ประโยคที่กล่าวถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพียงสิ่งเดียว

403
00:26:48.783 --> 00:26:52.783
และสิ่งนั้นแสดงกริยาอาการหรือ

404
00:26:52.784 --> 00:26:56.784
อยู่ในสภาพเดียว โดยประโยคสามัญนี่

405
00:26:56.785 --> 00:27:00.785
คุณครูปรเมษฐได้พูดไปแล้วใช่ไหมคะ ก่อนจะมี 3 ส่วน

406
00:27:00.794 --> 00:27:04.794
แต่เอ๊ ก่อนที่จะมี 3 ส่วน ต้องมีกี่ส่วนก่อนคะ

407
00:27:04.795 --> 00:27:08.795
(คุณครูปรเมษฐ) มันจะมี 2 ส่วนก่อนใช่ไหมเด็ก ๆ ก็คือส่วนของ...

408
00:27:08.796 --> 00:27:12.796
(คุณครูคณิตา) ส่วนของภาคประธาน แล้วก็

409
00:27:12.799 --> 00:27:16.799
ภาคแสดงนั่นก็คือประธานกับกริยา

410
00:27:16.801 --> 00:27:20.801
นั่นเองนะคะ อย่างเช่นประโยคที่คุณครูได้ยก

411
00:27:20.803 --> 00:27:24.803
มาให้ นั่นก็คือพลอยร้องเพลง

412
00:27:24.804 --> 00:27:28.804
พลอยร้องเพลง พลอยเป็น

413
00:27:28.805 --> 00:27:32.805
ประธาน ร้องเพลงเป็นกริยา โดย

414
00:27:32.806 --> 00:27:36.806
ไม่ต้องมีกรรมมาเติมเต็ม ก็สามารถเป็นประโยค

415
00:27:36.808 --> 00:27:40.808
ที่มีใจความสมบูรณ์ได้ มาดูตัวอย่างที่ 2 ค่ะ

416
00:27:40.809 --> 00:27:44.809
แมวลายกระโดด

417
00:27:44.812 --> 00:27:48.812
เห็นไหมคะ ไม่ต้องมีกรรมมาก็เป็นคำ

418
00:27:48.813 --> 00:27:52.813
ที่จะเป็นใจความที่สมบูรณ์ได้ แมว

419
00:27:52.815 --> 00:27:56.815
ลายกระโดด คราวนี้ค่ะ มาถึงประโยค

420
00:27:56.816 --> 00:28:00.816
3 ส่วนค่ะ ที่คุณครูปรเมษฐได้น้องเพลงไป

421
00:28:00.817 --> 00:28:04.817
คุณครูปรเมษฐคะ แดงตีระนาด

422
00:28:04.818 --> 00:28:08.818
มันจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนได้อย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ตามเพลงเลย

423
00:28:08.822 --> 00:28:12.822
แดงเป็นประธาน ตีเป็น

424
00:28:12.824 --> 00:28:16.824
กริยา กรรมนั้นคือระนาด แดง

425
00:28:16.826 --> 00:28:20.826
เป็นผู้กระทำเป็นประธาน ตีเป็นกริยา

426
00:28:20.828 --> 00:28:24.828
นี่คือท่าตีใช่ไหม ระนาด

427
00:28:24.830 --> 00:28:28.830
เพราะเป็นกรรม 3 ส่วน (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ

428
00:28:28.831 --> 00:28:32.831
(คุณครูปรเมษฐ) แก้วร้อยพว

429
00:28:32.832 --> 00:28:36.832
ประธาน ร้อยเป็นกริยา แล้วก็พวงมาลัย

430
00:28:36.833 --> 00:28:40.833
เป็นกรรม เยี่ยมเลย

431
00:28:40.836 --> 00:28:44.836
(คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะนักเรียน นักเรียนก็คงที่จะเข้าใจเกี่ยว

432
00:28:44.837 --> 00:28:48.837
กับเรื่องประโยคสามัญเพิ่มขึ้นแล้วนะคะ

433
00:28:48.838 --> 00:28:52.838
มีกิจกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ มาร่วมกันเล่นนะคะ

434
00:28:52.840 --> 00:28:56.840
ระหว่างครู ครูคณิตาและคุณครูปรเมษฐ

435
00:28:56.840 --> 00:29:00.840
รวมถึงนักเรียนค่ะ เดี๋ยวเรามาช่วยกันแต่งประโยค

436
00:29:00.841 --> 00:29:04.841
3 ส่วนให้มีใจความสมบูรณ์กันค่ะ เดี๋ยวเราไปเล่นกันค่ะ

437
00:29:04.842 --> 00:29:08.842

438
00:29:08.843 --> 00:29:12.843
นักเรียนคะ เดี๋ยวเรามาเล่นกิจกรรมกันเลย

439
00:29:12.847 --> 00:29:16.847
ดีกว่านะคะ กิจกรรมนี้เดี๋ยวคุณครูจะให้นักเรียนนะคะ

440
00:29:16.850 --> 00:29:20.850
เลือกคำในประธาน กริยา

441
00:29:20.850 --> 00:29:24.850
และกรรมค่ะ เลือกมาอย่างละ 1 คำนะคะ

442
00:29:24.851 --> 00:29:28.851
แล้วมาเติมลงไปในรถประโยค 3 ส่วนค่ะ

443
00:29:28.852 --> 00:29:32.852
เติมอย่างไรก็ได้ให้ประโยคมี

444
00:29:32.854 --> 00:29:36.854
ใจความที่สมบูรณ์ค่ะ เอาล่ะค่ะเดี๋ยวเราจะให้คร

445
00:29:36.855 --> 00:29:40.855
เป็นผู้เริ่มก่อนนะคะ คุณครูปรเมษฐคะ

446
00:29:40.856 --> 00:29:44.856
เลือกประธาน กริยา และกรรมดูสิคะ ทำอย่างไรก็ได้

447
00:29:44.858 --> 00:29:48.858
ก็ได้ให้รถประโยค 3 ส่วนนี้มีใจความที่

448
00:29:48.859 --> 00:29:52.859
สมบูรณ์ด้วย (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนมา

449
00:29:52.861 --> 00:29:56.861
ทับทรงมาที่ครูเลย สงสัญญาณจิตมา

450
00:29:56.862 --> 00:30:00.862
นักเรียนมาทั่วประเทศแล้วครับ อยู่ในร่างข้าพเจ้า

451
00:30:00.863 --> 00:30:04.863
ต้องเลือกประธานก่อนใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ค่ะ

452
00:30:04.864 --> 00:30:08.864
เลือกอะไรก่อนก็ได้ค่ะ ให้มีประโยคสมบูรณ์

453
00:30:08.866 --> 00:30:12.866
เป็นนักเรียนนะ มานะนี่

454
00:30:12.871 --> 00:30:16.871
อยู่ในตัวละครสมัยที่

455
00:30:16.872 --> 00:30:20.872
พ่อแม่เราเรียนใช่ไหม มานะ มาณี กิตติ ชูใจ

456
00:30:20.873 --> 00:30:24.873
(คุณครูคณิตา) ครูเรียนแก้วกับกล้าค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อ่อ

457
00:30:24.875 --> 00:30:28.875
ต้องเอากรรมไปด้วย มานะ

458
00:30:28.883 --> 00:30:32.883
นม เอ๊ เด็ก ๆ ช่วยครูเลือกกริยา

459
00:30:32.884 --> 00:30:36.884
หน่อยสิ มีคำว่าอะไรบ้างนี่

460
00:30:36.885 --> 00:30:40.885
ได้ไหม ๆ เอาคำไหนดี มานะ

461
00:30:40.887 --> 00:30:44.887
นม เดี๋ยวถามพี่ปื๊ด พี่ปื๊ดเลือกอะไรครับ

462
00:30:44.889 --> 00:30:48.889
เอาคำว่าอะไรดีครูคณิตาครับ

463
00:30:48.889 --> 00:30:52.889
(คุณครูคณิตา) เดี๋ยวคุณครูคณิตาจะบอกใบ้ให้นะคะ มีคำว่า "กิน"

464
00:30:52.893 --> 00:30:56.893
กับคำว่า "ดื่ม" ค่ะ ถ้าเป็นนักเนื่องจากนี่

465
00:30:56.895 --> 00:31:00.895
จะเลือกคำใด (คุณครูปรเมษฐ) นึกว่ามีคำนี้ให้เลือกอีกนะ

466
00:31:00.896 --> 00:31:04.896
นมนี่เป็นน้ำใช่ไหม เพราะฉะนั้น ต้องใช้คำว่า "ดื่ม"

467
00:31:04.897 --> 00:31:08.897
นะครับ มานะดื่มนม ถูกไหมครับ (คุณครูคณิตา)

468
00:31:08.898 --> 00:31:12.898
ถูกต้องค่ะ นี่ก็เป็นประโยค 3

469
00:31:12.899 --> 00:31:16.899
นั่นก็คือมานะเป็นประธาน ดื่มเป็น

470
00:31:16.900 --> 00:31:20.900
กริยา และนม ก็คือกรรมนั่นเองค่ะ

471
00:31:20.902 --> 00:31:24.902
เอาล่ะค่ะ คุณครูปรเมษฐคะ นำประโยคที่คุณครูปรเมษฐ

472
00:31:24.903 --> 00:31:28.903
เลือกนะคะไปไว้ด้นข้างเลยค่ะ นักเรียนคะ

473
00:31:28.904 --> 00:31:32.904
คุณครูคณิตาจะแต่งประโยคว่า

474
00:31:32.905 --> 00:31:36.905
ประโยคอะไรเอ่ย

475
00:31:36.907 --> 00:31:40.907
ประโยคนี้ค่ะ คุณยาย

476
00:31:40.908 --> 00:31:44.908
คุณยายทำอะไรเอ่ย

477
00:31:44.910 --> 00:31:48.910
คุณยาย

478
00:31:48.911 --> 00:31:52.911
ไป ไหนดีนะ (คุณครูปรเมษฐ) มีเด็กชุมพรเขาส่งสัญญาณ

479
00:31:52.913 --> 00:31:56.913
มาให้เลือกกริยาให้ครับ เขาให้เลือกกรรมให้

480
00:31:56.915 --> 00:32:00.915
(คุณครูปรเมษฐ) เขาให้เลือกกรรมให้

481
00:32:00.917 --> 00:32:04.917
ไป ไปไหนดีเด็ก ๆ

482
00:32:04.922 --> 00:32:08.922
ไปนิทาน โทรทัศน์ได้ไหม ไม่ได้

483
00:32:08.929 --> 00:32:12.929
คือ สถานที่ คือ คำว่า... เยี่ยมเลยครับ (คุณครูคณิตา) ตลาดนั่นเองค่ะ

484
00:32:12.934 --> 00:32:16.934
(คุณครูปรเมษฐ) คุณยายไปตลาด ตรงนี้นะครูคณิตา

485
00:32:16.935 --> 00:32:20.935
(คุณครูคณิตา) สมบูรณ์แล้วนะคะ คุณยายเป็นประธาน ไปเป็นกริยา

486
00:32:20.938 --> 00:32:24.938
และตลาด ก็คือกรรมนั่นเองค่ะ

487
00:32:24.939 --> 00:32:28.939
(คุณครูปรเมษฐ) สมบูรณ์แล้วต้องหยิบออกใช่ไหม (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ เดี๋ยว

488
00:32:28.940 --> 00:32:32.940
มาดูอีก 1 ประโยคนะคะ นักเรียนและคุณครูปลายทาง

489
00:32:32.941 --> 00:32:36.941
สามารถนำสื่อนี้นะคะ ไปเล่นได้นะ เป็นการ

490
00:32:36.942 --> 00:32:40.942
ทบทวนความรู้เกี่ยวกับประโยคสามัญนะคะ เอาล่ะค่ะ

491
00:32:40.943 --> 00:32:44.943
คุณครูปรเมษฐคะ เลือกอีก 1 ประโยคค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ

492
00:32:44.944 --> 00:32:48.944
บอกให้ผมเลือกกริยาให้ครับ เลือกคำว่า ปลูก

493
00:32:48.945 --> 00:32:52.945
แล้วคุณครูคณิตาเลือกประธานครับ (คุณครูคณิตา)

494
00:32:52.946 --> 00:32:56.946
เอาเป็นภารโรงแล้วกันค่ะ

495
00:32:56.948 --> 00:33:00.948
(คุณครูปรเมษฐ) ภารโรงปลูก... สมบูรณ์หรือ

496
00:33:00.949 --> 00:33:04.949
ยัง (คุณครูคณิตา) ยังค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มันต้องมีกรรม

497
00:33:04.953 --> 00:33:08.953
อะไรดีล่ะ (คุณครูคณิตา) ปลูกช้างได้ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ช้างจะโตไหมครับ

498
00:33:08.954 --> 00:33:12.954
ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ช้างไม่ต้องปลูก

499
00:33:12.955 --> 00:33:16.955
แต่ช้างมันก็โตได้นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ช้างมันกินนมไงมันถึงโต

500
00:33:16.956 --> 00:33:20.956
นมถึงโต ต้องปลูกคะน้าสิ เพราะครูเก

501
00:33:20.958 --> 00:33:24.958
ไปปลูกคะน้า (คุณครูคณิตา) ได้ใจความที่สมบูรณ์แล้วนะคะ

502
00:33:24.959 --> 00:33:28.959
ภารโรงปลูกคะน้า สมบูรณ์ไหมลูก สมบูรณ์

503
00:33:28.966 --> 00:33:32.966
อีกประโยคหนึ่งเอาออก (คุณครูคณิตา) อีกประโยคดีกว่า

504
00:33:32.967 --> 00:33:36.967
(คุณครูปรเมษฐ) ครู... เด็กสุราษ

505
00:33:36.969 --> 00:33:40.969
บอกว่าเอาคำว่า "เล่น" มาเป็นกริยาให้หน่อย

506
00:33:40.970 --> 00:33:44.970
เล่นอะไรดีนะ คำกริยา

507
00:33:44.974 --> 00:33:48.974
ถ้าอย่างนั้นคุณครูขอ

508
00:33:48.975 --> 00:33:52.975
เลือกคำว่า "คุณแม่" ค่ะ

509
00:33:52.976 --> 00:33:56.976
เล่นอะไรได้บ้าง เอาล่ะครับ ครูคณิตา

510
00:33:56.977 --> 00:34:00.977
ต้องจนมุมแน่เลยเด็ก ๆ ครับ มันไม่เหลือคำอะไรแล้ว

511
00:34:00.982 --> 00:34:04.982
(คุณครูคณิตา) คุณครูคณิตาจนมุมได้อย่างไรคะ เมื่อกี้คุณครูปรเมษฐเลือก

512
00:34:04.983 --> 00:34:08.983
กริยา คุณครูปรเมษฐเลือกประธาน เพราะฉะนั้น

513
00:34:08.984 --> 00:34:12.984
คุณครูปรเมษฐค่ะ ในการเลือกให้ประโยค

514
00:34:12.985 --> 00:34:16.985
สมบูรณ์ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ มันมี ปลา งู ช้าง

515
00:34:16.985 --> 00:34:20.985
ลิง, โทรทัศน์, นิทาน, โถ, ยา นี่ คุณแม่เล่นอะไ

516
00:34:20.986 --> 00:34:24.986
ได้ล่ะ (คุณครูคณิตา) เล่นอะไรดีคะ

517
00:34:24.988 --> 00:34:28.988
(คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐนะคะ แพ้คุณครู

518
00:34:28.996 --> 00:34:32.996
คณิตาแล้วนะคะ เอาล่ะค่ะ คุณแม่ดู

519
00:34:32.997 --> 00:34:36.997
ดูอะไรได้บ้างเอ่ย ให้ดูประโยค 3 ส่วนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ดูงู

520
00:34:36.998 --> 00:34:40.998
(คุณครูคณิตา) ดูงู (คุณครูปรเมษฐ) ได้ไหมล่ะ (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

521
00:34:40.999 --> 00:34:44.999
ดูปลาได้ไหม (คุณครูคณิตา) ดูได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ดูช้างได้ไหม

522
00:34:45.000 --> 00:34:49.000
แต่ดูที่สมบูรณ์ ดูโทรทัศน์ดีกว่า มีข่าวสาร

523
00:34:49.003 --> 00:34:53.003
ให้ดูด้วย เยี่ยม (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ เอาล่ะค่ะนักเรียน เป็น

524
00:34:53.005 --> 00:34:57.005
อย่างไรกันบ้างคะ สนุกไหมเอ่ย ถ้าสนุกนะคะ เดี๋ยวคราวหน

525
00:34:57.006 --> 00:35:01.006
คุณครูจะมีกิจกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เล่นอีกนะคะ

526
00:35:01.007 --> 00:35:05.007
เดี๋ยวเราไปเรียนรู้กันต่อในประโยค

527
00:35:05.008 --> 00:35:09.008
รวมกันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)  เด็ก ๆ ทุกคน

528
00:35:09.009 --> 00:35:13.009
ครับ จากที่ครูได้พาหนู ๆ ทำกิจกรรม 3 ส่วนนี่

529
00:35:13.010 --> 00:35:17.010
ประโยค 3 ส่วนนี่ เด็ก ๆ จะต้องเกิดคำถามแน่เลย

530
00:35:17.015 --> 00:35:21.015
คุณครูบอกว่าจะต้องเรียนเรื่อ ประโยครวม ทำไม

531
00:35:21.016 --> 00:35:25.016
ถึงไปประโยคสามัญ ประโยค 3 ส่วนอะไรมากมายเลย

532
00:35:25.017 --> 00:35:29.017
นักเรียนครับ ประโยคพื้นฐานนี่เราต้องรู้ก่อน

533
00:35:29.020 --> 00:35:33.020
มันต้องรู้ก่อน ถ้าเราไม่มีความรู้

534
00:35:33.021 --> 00:35:37.021
หรือประโยคพื้นฐานเลยนี่ มันก็ไม่สามารถต่อยอด

535
00:35:37.022 --> 00:35:41.022
ไปถึงประโยครวมได้ถูกไหมลูก ฉะนั้น จึงต้องรู้

536
00:35:41.023 --> 00:35:45.023
แล้วเดี๋ยวเด็ก ๆ จะเข้าใจ

537
00:35:45.024 --> 00:35:49.024
ถ่องแท้แน่นอนเข้าใจถูกต้องใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ

538
00:35:49.025 --> 00:35:53.025
เรามาดูประโยครวมกันเลยนะคะ

539
00:35:53.025 --> 00:35:57.025
แล้วตั้งใจฟังด้วยนะคะ เอาล่ะค่ะ เรามาดูประโยค

540
00:35:57.026 --> 00:36:01.026
รวม คือ ประโยคที่มีประโยคสามัญตั้งแต่ 2

541
00:36:01.027 --> 00:36:05.027
ขึ้นไปมารวมกัน โดยมีคำเชื่อมประโยค

542
00:36:05.028 --> 00:36:09.028
มาเชื่อมทั้ง 2 ประโยคนั่นเอง เห็นไหมล่ะคะ

543
00:36:09.030 --> 00:36:13.030
ทำไมคุณครูถึงย้ำนักย้ำหนาเกี่ยวกับประโยค

544
00:36:13.032 --> 00:36:17.032
สามัญ เพราะ ประโยครวม นี่ก็คือ ประโยคสามัญ

545
00:36:17.035 --> 00:36:21.035
2 ประโยค มารวมกันโดย

546
00:36:21.036 --> 00:36:25.036
มีคำเชื่อมมาเชื่อมทั้ง 2 ประโยคไว้นั่นเอง

547
00:36:25.038 --> 00:36:29.038
นี่คือสาเหตุนะคะ ที่คุณครูคณิตาและคุณครูปรเมษฐ

548
00:36:29.040 --> 00:36:33.040
ย้ำนะคะ เอาล่ะค่ะเรามาดูเพื่อให้ประโยคติดต่อกัน

549
00:36:33.041 --> 00:36:37.041
เป็นประโยคเดียวกัน นั่นก็คือประโยคเดียวกันนี่มี

550
00:36:37.043 --> 00:36:41.043
ทั้งหมด 4 ลักษณะ ประโยครวม

551
00:36:41.044 --> 00:36:45.044
จะมีอยู่ 4 ลักษณะด้วยกันนะคะ มีอะไรบ้าง

552
00:36:45.046 --> 00:36:49.046
เดี๋ยวเราไปดูกันเลยค่ะ คุณครูปรเมษฐคะ (คุณครูปรเมษฐ)

553
00:36:49.047 --> 00:36:53.047
อันดับแรกนะครับ เป็นประโยครวมที่มีใจความ

554
00:36:53.048 --> 00:36:57.048
คล้อยตามกัน ใจความ

555
00:36:57.052 --> 00:37:01.052
ขัดแย้งกัน ใจความให้เลือกอย่างใดอย่าง

556
00:37:01.053 --> 00:37:05.053
หนึ่ง และก็ใจความแสดงความเป็นเหตุ

557
00:37:05.054 --> 00:37:09.054
เป็นผลกัน จำไว้ 4 อย่างนะ 1. คล้อยตาม

558
00:37:09.055 --> 00:37:13.055
2. ขัดแย้ง 3. ให้เลือก 4. เป็นเหตุเป็นผล

559
00:37:13.056 --> 00:37:17.056
1. คล้อยตาม

560
00:37:17.057 --> 00:37:21.057
มีอยู่แค่ 4 ประเภทแค่นั้นล่ะครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ

561
00:37:21.058 --> 00:37:25.058
มาดูตัวอย่างกันนะคะ ประโยคความรวม

562
00:37:25.059 --> 00:37:29.059
ที่มีใจความคล้อยตามกันเป็นอย่างไร นั่นก็คือ

563
00:37:29.063 --> 00:37:33.063
เป็นประโยคที่ประกอบด้วยประโยคเล็กตั้งแต่ 2

564
00:37:33.063 --> 00:37:37.063
ประโยคขึ้นไป มีใจความคล้อยตาม

565
00:37:37.065 --> 00:37:41.065
เวลา และการกระทำ นักเรียน

566
00:37:41.066 --> 00:37:45.066
อาจจะไม่เห็นภาพ คุณครูก็มีตัวอย่างมาให้ดูนะคะ

567
00:37:45.067 --> 00:37:49.067
ประโยคเล็กหรือประโยคสามัญนั่นเองนะคะ

568
00:37:49.068 --> 00:37:53.068
2 ประโยคนะ จะทำอย่างไรให้มีใจความคล้อยตามกัน

569
00:37:53.071 --> 00:37:57.071
พี่ขี่จักรยาน น้องขี่จักรยาน

570
00:37:57.072 --> 00:38:01.072
คุณครูมีคำเชื่อมมาให้ค่ะ คำว่า "แลพ" กับคำว่า "แต่"

571
00:38:01.073 --> 00:38:05.073
ให้นักเรียนเลือกเลยค่ะ ว่านักเรียนจะใช้คำเชื่อมใด

572
00:38:05.075 --> 00:38:09.075
ในการเชื่อมประโยคให้มีใจความ

573
00:38:09.080 --> 00:38:13.080
คล้อยตามกัน ตอบเลยค่ะ

574
00:38:13.081 --> 00:38:17.081
คุณครูปรเมษฐคะ เราจะเติมคำเชื่อม

575
00:38:17.082 --> 00:38:21.082
ว่าอะไรดีคะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ บอกว่าต้องเติมคำว่า "และ" ครับ

576
00:38:21.083 --> 00:38:25.083
เพราะว่ามันไปด้วยกัน พี่ก็ขี่จักรยาน

577
00:38:25.084 --> 00:38:29.084
จึงบอกว่า พี่และน้องขี่จักรยาน

578
00:38:29.085 --> 00:38:33.085
ขยายหน่อยหนึ่ง ประโยครวมนี่ เด็ก ๆ ครับ

579
00:38:33.087 --> 00:38:37.087
เมื่อเราทำการแยกประโยคออกเป็น 2 ประโยค

580
00:38:37.090 --> 00:38:41.090
นี่ น้ำหนักมันจะเท่ากัน พี่ก็ขี่จักรย

581
00:38:41.092 --> 00:38:45.092
น้องก็ขี่จักรยาน ทั้ง 2 ฝ่ายทำอะไร

582
00:38:45.093 --> 00:38:49.093
เหมือนกัน คล้ายกันนะครับ เพราะฉะนั้น

583
00:38:49.095 --> 00:38:53.095
มันต้องเท่ากันนะ เป็นอีกเรื่องหนึ่งนะ ไปกันต่อเลย

584
00:38:53.096 --> 00:38:57.096
(คุณครูคณิตา) ประโยครวมที่มีใจความขัดแย้งเป็นอย่างไรบ้างคะ

585
00:38:57.097 --> 00:39:01.097
(คุณครูปรเมษฐ) ประโยคที่มีใจความขัดแย้งนะ ก็ประกอบด้วยประโยค

586
00:39:01.098 --> 00:39:05.098
ตั้งแต่ 2 ประโยคขึ้นไป มันมีเนื้อความที่

587
00:39:05.099 --> 00:39:09.099
ขัดแย้งกัน แล้วก็มีการกระทำที่แตกต่างกัน

588
00:39:09.100 --> 00:39:13.100
หรือ ในกรณีที่ผลเกิดขึ้นนั้นแตกต่าง

589
00:39:13.102 --> 00:39:17.102
ไปดูตัวอย่างประโยคเลยครับ (คุณครูคณิตา) ตัวอย่าง พี่ตีฆ้อง

590
00:39:17.104 --> 00:39:21.104
น้องตีตะโพน คำว่า "และ"

591
00:39:21.104 --> 00:39:25.104
กับคำว่า "แต่" ถ้าจะทำให้มีใจความขัดแย้งกัน เราจะ

592
00:39:25.105 --> 00:39:29.105
ต้องใช้คำว่า "แต่" นั่นเองค่ะ

593
00:39:29.107 --> 00:39:33.107
พี่ตีฆ้องแต่น้องตีตะโพน

594
00:39:33.108 --> 00:39:37.108
นั่นก็คือเป็นการขัดแย้ง

595
00:39:37.109 --> 00:39:41.109
ทำการคนละอย่างนะ ต่อมาค่ะ

596
00:39:41.108 --> 00:39:45.108
เรามาดูตัวอย่างต่อมาค่ะ หมิวชอบเรียน

597
00:39:45.109 --> 00:39:49.109
ภาษาไทย หลิวชิบเรียนคณิตศาสตร์

598
00:39:49.110 --> 00:39:53.110
เราจะเติมคำว่าอะไรให้ เราจะเติมคำเชื่อมว่าอะไรให้มีใจความ

599
00:39:53.113 --> 00:39:57.113
ขัดแย้งคะ ถูกต้องค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คำว่า...

600
00:39:57.114 --> 00:40:01.114
(คุณครูคณิตา) ก็คือคำว่าแต่นั่นเองค่ะ หมิว

601
00:40:01.115 --> 00:40:05.115
ชอบเรียนภาษาไทย แต่หลิวชอบเรียน

602
00:40:05.117 --> 00:40:09.117
คณิตศาสตร์ เห็นไหมคะ เป็นประโยค

603
00:40:09.118 --> 00:40:13.118
ที่ขัดแย้งกันแล้ว แค่เติมคำว่า "แต่"

604
00:40:13.119 --> 00:40:17.119
เข้าไปอีก เอาล่ะค่ะ เรามาดูกันอีก การ

605
00:40:17.120 --> 00:40:21.120
ที่มีใจความให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง

606
00:40:21.122 --> 00:40:25.122
เป็นอย่างไรคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) จะประกอบด้วย

607
00:40:25.123 --> 00:40:29.123
2 ประโยคนะครับ แล้วก็ในประโยคนั้น

608
00:40:29.124 --> 00:40:33.124
นี่ จะกำหนดให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง

609
00:40:33.125 --> 00:40:37.125
เธออยากไปเที่ยวทะเล เธออยากไปเที่ยวน้ำตก

610
00:40:37.127 --> 00:40:41.127
เธอนี่ มันอยาก 2 อย่างนะ ใช้คำเชื่อม

611
00:40:41.128 --> 00:40:45.128
และกับหรือ หนูจะเชื่อมอย่างไรให้มัน

612
00:40:45.129 --> 00:40:49.129
เลือก เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ถ้าใช้คำว่าและ

613
00:40:49.130 --> 00:40:53.130
(คุณครูคณิตา) ไม่ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เธอไปเที่ยวทะเลและเธออยากไปเที่ยวน

614
00:40:53.132 --> 00:40:57.132
แสดงว่าไปทั้งคู่ อันนี้บอกให้เลือก

615
00:40:57.133 --> 00:41:01.133
เยี่ยมเลย ใช้คำว่า "หรือ" จะได้ประโยคเต

616
00:41:01.134 --> 00:41:05.134
ทะเล หรือ น้ำตก ครูคณิตา

617
00:41:05.135 --> 00:41:09.135
เลือกไปอะไรครับ (คุณครูคณิตา) ไปไหนก็ได้ค่ะ เลือก

618
00:41:09.136 --> 00:41:13.136
บนหน้าจอนะคะ แล้วเลือกคำเชื่อมค่ะ

619
00:41:13.139 --> 00:41:17.139
ทำอย่างไรให้เป็นประโยครวมนะคะ

620
00:41:17.140 --> 00:41:21.140
ที่มีใจความ เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง (คุณครูปรเมษฐ) เลือก

621
00:41:21.141 --> 00:41:25.141
คำว่า "หรือ" นะครับ คุณชอบดนตรีไทยหรือดนตรีสากล

622
00:41:25.143 --> 00:41:29.143
ต้องเลือก ต่อไปเป็นเหตุเป็นผลกัน ไปดูกันเลยครับ

623
00:41:29.144 --> 00:41:33.144
ดูนะ ประกอบด้วยประโยค

624
00:41:33.164 --> 00:41:37.164
สามัญนะครับ 2 ประโยคขึ้นไป ประโยคแรกเป็

625
00:41:37.164 --> 00:41:41.164
ประโยคหลังเป็นผล ไปดูประโยคหลังกันครับ

626
00:41:41.165 --> 00:41:45.165
เขาตั้งใจเรียน เขาประสบความสำเร็จ ครูคณิตาให้เชื่อม

627
00:41:45.166 --> 00:41:49.166
เพราะ... จึง, ถึง... ก็ นักเรียน

628
00:41:49.167 --> 00:41:53.167
คิดครับ เชื่อมอย่างไร

629
00:41:53.168 --> 00:41:57.168
เพราะเขาตั้งใจเรียนจึงประสบ

630
00:41:57.173 --> 00:42:01.173
ความสำเร็จ เขาจึงประสบความสำเร็จนั่นเองครับ

631
00:42:01.174 --> 00:42:05.174
(คุณครูคณิตา) ต่อมา เขาเดินตากฝน เขาไม่

632
00:42:05.175 --> 00:42:09.175
สบาย นักเรียนคะให้เชื่อมเป็นเหตุเป็นผล

633
00:42:09.179 --> 00:42:13.179
ใช้คำว่า "เพราะ" กับ "จึง" ถูกต้องค่ะ

634
00:42:13.179 --> 00:42:17.179
เพราะเขาเดินตากฝน เขาจึงไม่สบายค่ะ

635
00:42:17.181 --> 00:42:21.181
ต่อมานะคะ ถึงเวลาที่นักเรียน

636
00:42:21.181 --> 00:42:25.181
รอคอยค่ะ ก็คือให้นักเรียนค่ะทำใบงานเรื่อง

637
00:42:25.182 --> 00:42:29.182
ประโยครวมค่ะ ทำอย่างไรกันบ้างนะ แต่ก่อน

638
00:42:29.183 --> 00:42:33.183
ที่เราจะทำนี่ คุณครูปลายทางดูแลการทำงานของนักเรียน

639
00:42:33.184 --> 00:42:37.184
และคอยให้คำชี้แนะด้วยนะคะ นี่คือตัวอย่าง

640
00:42:37.185 --> 00:42:41.185
ค่ะ ของใบงานประโยครวม มีอยู่ทั้งหมด

641
00:42:41.186 --> 00:42:45.186
5 ประโยคให้นักเรียนแต่งประโยคมานะ

642
00:42:45.187 --> 00:42:49.187
ให้แยกว่าอันไหนเป็นประโยคหลัก เป็นประโยค

643
00:42:49.189 --> 00:42:53.189
สามัญแล้วก็ประโยคสามัญแล้วก็ให้แยกมานะคะ

644
00:42:53.191 --> 00:42:57.191
เดี๋ยวหลังจากที่นักเรียนทำเสร็จเรียบร้อยแล้วนี่

645
00:42:57.194 --> 00:43:01.194
จะมีแนวคำตอบมาให้นักเรียน แต่ก่อนจะมีแนวคำตอบ

646
00:43:01.195 --> 00:43:05.195
มาให้นักเรียนลงมือทำก่อนค่ะ แล้วเดี๋ยวเรามาเจอกันค่ะ

647
00:43:05.197 --> 00:43:09.197
[เสียงดนตรี]

648
00:43:09.198 --> 00:43:13.198

649
00:43:13.199 --> 00:43:17.199

650
00:43:17.200 --> 00:43:21.200

651
00:43:21.202 --> 00:43:25.202

652
00:43:25.204 --> 00:43:29.204

653
00:43:29.207 --> 00:43:33.207

654
00:43:33.210 --> 00:43:37.210

655
00:43:37.213 --> 00:43:41.213

656
00:43:41.214 --> 00:43:45.214

657
00:43:45.217 --> 00:43:49.217

658
00:43:49.219 --> 00:43:53.219

659
00:43:53.221 --> 00:43:57.221

660
00:43:57.223 --> 00:44:01.223

661
00:44:01.225 --> 00:44:05.225

662
00:44:05.226 --> 00:44:09.226

663
00:44:09.227 --> 00:44:13.227

664
00:44:13.229 --> 00:44:17.229

665
00:44:17.231 --> 00:44:21.231

666
00:44:21.233 --> 00:44:25.233

667
00:44:25.235 --> 00:44:29.235

668
00:44:29.237 --> 00:44:33.237

669
00:44:33.240 --> 00:44:37.240

670
00:44:37.242 --> 00:44:41.242

671
00:44:41.244 --> 00:44:45.244

672
00:44:45.247 --> 00:44:49.247

673
00:44:49.249 --> 00:44:53.249

674
00:44:53.251 --> 00:44:57.251

675
00:44:57.253 --> 00:45:01.253

676
00:45:01.255 --> 00:45:05.255

677
00:45:05.258 --> 00:45:09.258

678
00:45:09.260 --> 00:45:13.260

679
00:45:13.262 --> 00:45:17.262

680
00:45:17.264 --> 00:45:21.264

681
00:45:21.265 --> 00:45:25.265

682
00:45:25.267 --> 00:45:29.267

683
00:45:29.269 --> 00:45:33.269

684
00:45:33.272 --> 00:45:37.272

685
00:45:37.274 --> 00:45:41.274

686
00:45:41.276 --> 00:45:45.276

687
00:45:45.280 --> 00:45:49.280

688
00:45:49.281 --> 00:45:53.281

689
00:45:53.285 --> 00:45:57.285

690
00:45:57.287 --> 00:46:01.287

691
00:46:01.305 --> 00:46:05.305

692
00:46:05.307 --> 00:46:09.307

693
00:46:09.311 --> 00:46:13.311

694
00:46:13.312 --> 00:46:17.312

695
00:46:17.314 --> 00:46:21.314

696
00:46:21.316 --> 00:46:25.316

697
00:46:25.317 --> 00:46:29.317

698
00:46:29.322 --> 00:46:33.322

699
00:46:33.326 --> 00:46:37.326

700
00:46:37.328 --> 00:46:41.328

701
00:46:41.333 --> 00:46:45.333

702
00:46:45.335 --> 00:46:49.335

703
00:46:49.342 --> 00:46:53.342

704
00:46:53.344 --> 00:46:57.344

705
00:46:57.346 --> 00:47:01.346

706
00:47:01.347 --> 00:47:05.347

707
00:47:05.349 --> 00:47:09.349

708
00:47:09.352 --> 00:47:13.352

709
00:47:13.354 --> 00:47:17.354

710
00:47:17.356 --> 00:47:21.356

711
00:47:21.359 --> 00:47:25.359

712
00:47:25.361 --> 00:47:29.361

713
00:47:29.363 --> 00:47:33.363

714
00:47:33.365 --> 00:47:37.365

715
00:47:37.372 --> 00:47:41.372

716
00:47:41.374 --> 00:47:45.374

717
00:47:45.376 --> 00:47:49.376

718
00:47:49.379 --> 00:47:53.379

719
00:47:53.381 --> 00:47:57.381

720
00:47:57.384 --> 00:48:01.384

721
00:48:01.386 --> 00:48:05.386

722
00:48:05.389 --> 00:48:09.389
(คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ

723
00:48:09.394 --> 00:48:13.394
แต่งประโยคเป็นอย่างไรกันบ้าง เดี๋ยวมาดูแนว

724
00:48:13.401 --> 00:48:17.401
คำตอบกันเลยค่ะ แนวคำตอบที่ครูจะให้ดู

725
00:48:17.402 --> 00:48:21.402
ก็คือมีทั้งหมด 3 ข้อด้วยกัน

726
00:48:21.404 --> 00:48:25.404
เรามาดูนะคะ ฉันและเธออ่านหนังสือ

727
00:48:25.413 --> 00:48:29.413
ในห้องสมุด เราจะแยกออกเป็นประโยคสามัญ

728
00:48:29.415 --> 00:48:33.415
นั่นก็คือ ฉันอ่านหนังสือในห้องสม

729
00:48:33.416 --> 00:48:37.416
ที่ 2 ล่ะค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เธออ่านหนังสือในห้องสมุด

730
00:48:37.417 --> 00:48:41.417
ใช้คำเชื่อมว่า "และ" ขีดเส้นใต้

731
00:48:41.419 --> 00:48:45.419
(คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ เธอจะไปเที่ยวสวนสัตว์

732
00:48:45.424 --> 00:48:49.424
หรือชายทะเล เป้นการให้เลือกใช่ไหมคะ

733
00:48:49.424 --> 00:48:53.424
ประโยคสามัญประโยคแรก เธอจะไปเที่ยวสวนสัตว์

734
00:48:53.425 --> 00:48:57.425
(คุณครูปรเมษฐ) ประโยคที่ 2 ก็คือ เธอจะไปเที่ยว

735
00:48:57.425 --> 00:49:01.425
ทะเลนั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) มีคำเชื่อมก็คือคำว่า "หรือ"

736
00:49:01.426 --> 00:49:05.426
หรือ ให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งค่ะ ต่อมาค่ะ

737
00:49:05.427 --> 00:49:09.427
ข้อที่ 3 พี่ชอบเล่นเทนนิส

738
00:49:09.428 --> 00:49:13.428
แต่น้องชอบเล่นปิงปอง (คุณครูปรเมษฐ) มันเป็นอย่างไรกัน

739
00:49:13.430 --> 00:49:17.430
ที่ยกมานี่ (คุณครูคณิตา) ขัดแย้งกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คำเชื่อม

740
00:49:17.432 --> 00:49:21.432
คือคำว่า "แต่" ประโยคที่ 1

741
00:49:21.433 --> 00:49:25.433
คือ น้องชอบเล่นปิงปอง เอาคำว่า "แต่" มาเชื่อม

742
00:49:25.434 --> 00:49:29.434
มันทำกิจกรรมไม่เหมือนกันนั่นเองครับ เอาล่ะค่ะ มาถึง

743
00:49:29.436 --> 00:49:33.436
ช่วงสรุปบทเรียน เขียนองค์ความรู้ค่ะ วันนี้

744
00:49:33.437 --> 00:49:37.437
ครูก็มีคีำถามมาถามนักเรียนเล็กน้อยนะคะ นักเรียน

745
00:49:37.440 --> 00:49:41.440
จะนำความรู้เรื่องประโยครวมไปใช้ในชีวิตประจำวัน

746
00:49:41.440 --> 00:49:45.440
ได้อย่างไรเอ่ย

747
00:49:45.441 --> 00:49:49.441
คุณครูปลายทางคะ สามารถที่จะสอบถาม

748
00:49:49.442 --> 00:49:53.442
นักเรียนเพิ่มเติมได้นะคะ

749
00:49:53.446 --> 00:49:57.446
คุณครูปรเมษฐคะ หลังจากที่เราได้ทบทวนเรื่องประโยคสามัญ

750
00:49:57.453 --> 00:50:01.453
และเรียนเกี่ยวกับเรื่องประโยครวมนี่

751
00:50:01.472 --> 00:50:05.472
เราสามารถที่จะนำประโยครวมนี่ไปใช้ในชีวิตประจำวัน

752
00:50:05.473 --> 00:50:09.473
ได้อย่างไรบ้าง (คุณครูปรเมษฐ) ใช้ในการสื่อสาร

753
00:50:09.476 --> 00:50:13.476
ก็ยังต้องใช้ประโยครวมอยู่ ใช้ในการ

754
00:50:13.477 --> 00:50:17.477
แต่งประโยค ก็ยังใช้ประโยครวมอยู่นะครับ

755
00:50:17.478 --> 00:50:21.478
เราได้รู้ลักษณะของประโยคนี่ มันก็จะทำ

756
00:50:21.480 --> 00:50:25.480
ให้การสื่อสารนี่เป็นผล ประสบผล

757
00:50:25.481 --> 00:50:29.481
โดยที่หนูเข้าใจหลักการของประโยครวม

758
00:50:29.482 --> 00:50:33.482
มันรวมอย่างไร มันขัดแย้งอย่างไร

759
00:50:33.483 --> 00:50:37.483
หรือมันเป็นเหตุเป็นผลอย่างไร อันนี้คือการ

760
00:50:37.484 --> 00:50:41.484
ศึกษาเรื่องประโยครวมค่ะ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ เรามาดูบทเรียน

761
00:50:41.487 --> 00:50:45.487
กันเลยค่ะ บทเรียนครั้งถัดไปเราจะเรียน

762
00:50:45.488 --> 00:50:49.488
เกี่ยวกับเรื่องประโยคซ้อน สิ่งที่นักเรียนจะต้องเตรียม

763
00:50:49.489 --> 00:50:53.489
ก็คือใบความรู้เรื่อง ประโยค

764
00:50:53.490 --> 00:50:57.490
ซ้อน 2. ใบงานเรื่องการจำแนกประโยคซ้อน

765
00:50:57.492 --> 00:51:01.492
3. ใบงานเรื่อง แผนภาพความคิดประโยคค่ะ

766
00:51:01.494 --> 00:51:05.494
ซึ่งนักเรียนสามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่นี่เลยค่ะ

767
00:51:05.494 --> 00:51:09.494
และอย่าลืมนะคะ ส่วนสำคัญ ใบ

768
00:51:09.495 --> 00:51:13.495
งานวันนี้อย่าลืมส้่งคุณครูปลายทางด้วยนะคะ

769
00:51:13.496 --> 00:51:17.496
คุณครูคณิตาและคุณครูปรเมษฐขอลาไปก่อน

770
00:51:17.509 --> 00:51:21.509
สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]

771
00:51:21.510 --> 00:51:25.510

772
00:51:25.511 --> 00:51:29.511

773
00:51:29.514 --> 00:51:33.514

774
00:51:33.515 --> 00:51:37.515

775
00:51:37.517 --> 00:51:40.518

776
00:51:41.519 --> 00:51:44.521

777
00:51:45.520 --> 00:51:48.522

778
00:51:49.521 --> 00:51:52.522

779
00:51:53.522 --> 00:51:56.526

780
00:51:57.525 --> 00:51:57.526

781
00:52:01.527 --> 00:52:01.531

782
00:52:13.534 --> 00:52:13.538

783
00:52:05.532 --> 00:52:05.533

784
00:52:09.533 --> 00:52:09.534


