﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:03.269

2
00:00:04.001 --> 00:00:07.232
[เสียงดนตรี]

3
00:00:08.003 --> 00:00:11.144

4
00:00:12.005 --> 00:00:15.255

5
00:00:16.007 --> 00:00:19.259

6
00:00:20.009 --> 00:00:23.266
(คุณครูปรเมษฐ) สวัสดีคุณครูปลายทาง

7
00:00:24.010 --> 00:00:27.141
ทางทุกท่าน และลูกศิษย์ที่น่ารัก

8
00:00:28.018 --> 00:00:31.139
ของครูทุกคนทั่วประเทศไทยนะครับ สืบเนื่องจากชั่วโมงที่แล้ว

9
00:00:32.021 --> 00:00:35.153

10
00:00:36.023 --> 00:00:39.157
ให้นักเรียนนั้นได้ศึกษากันในเรื่องของ

11
00:00:40.027 --> 00:00:43.193
โวหารในการเขียนเช่นเดิมนะคะ แต่เราต้องรู้

12
00:00:44.028 --> 00:00:47.164
ถึงแก่นแท้และสามารถนำไปใช้ได้จริงใช่ไหมครูคณิตา

13
00:00:48.039 --> 00:00:51.180
(คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น เด็ก ๆ ทุกคนครับ

14
00:00:52.040 --> 00:00:55.156
เราจะต้องตั้งใจ มุ่งมั่น ฝึกฝน และจะต้องปฏิบัติ

15
00:00:56.042 --> 00:00:59.134
และหนูจะเรียนได้อย่างมีความสุขครับ เดี๋ยวไปเรียน

16
00:01:00.044 --> 00:01:03.197
โวหารในงานเขียน จะต้องมีเลข 2 ด้วยนะ เพราะ

17
00:01:04.045 --> 00:01:07.161
ครั้งที่ 2 นะครับ เดี๋ยวคุณครูคณิตาจะบอก

18
00:01:08.046 --> 00:01:11.134
จุดประสงค์ให้หนู ๆ ได้รับรู้ เพื่อที่จะได้

19
00:01:12.047 --> 00:01:15.130
ปฏิบัติครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ จุดประสงค์การเรียนรู้

20
00:01:16.048 --> 00:01:19.130
ในวันนี้นะคะ 1. บอกความหมายและประเภทของโวหารได้

21
00:01:20.050 --> 00:01:23.132
2. รวบรวมโวหารจากสื่อ

22
00:01:24.051 --> 00:01:27.130
ต่าง ๆ ได้ 3. อธิบายความหมายของข้อความ

23
00:01:28.051 --> 00:01:31.130
ที่เป็นโวหารได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ก็คือสิ่งที่เด็ก ๆ

24
00:01:32.052 --> 00:01:35.130
สิ่งที่เด็ก ๆ ทุกคนจะต้องได้ปฏิบัติในวันนี้ใช่ไหมครับ

25
00:01:36.053 --> 00:01:39.130
ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) โวหารนี่เป็นเรื่องหนึ่งที่สนุก

26
00:01:40.055 --> 00:01:43.130
ในภาษาไทย เด็ก ๆ จะชอบเรียน เพราะเกี่ยวกับการ

27
00:01:44.056 --> 00:01:47.130
เขียน การอ่าน เราจะได้วิเคราะห์ สังเคราะห์

28
00:01:48.057 --> 00:01:51.130
โวหารต่าง ๆ ได้ฝึกการวิเคราะห์

29
00:01:52.058 --> 00:01:55.137
แล้วหนูจะสนุก แล้วหนูจะจำขึ้นใจเรื่องโวหารเลยนะครับ

30
00:01:56.059 --> 00:01:59.130
อีกข้อหนึ่ง ครูคณิตายังบอกไม่หมด (คุณครูคณิตา) อีก

31
00:02:00.060 --> 00:02:03.134
หนึ่งใช่ไหมคะ อีกข้อหนึ่งก็คือบอกความ

32
00:02:04.061 --> 00:02:07.132
สำคัญของการใช้โวหารในการสื่อสารได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) บอกความ

33
00:02:08.062 --> 00:02:11.132
สำคัญแล้วก็เปรียบคุณค่าของโวหารนั่นเอง

34
00:02:12.063 --> 00:02:15.137
ครูมีข้อความมานะ เดี๋ยวครู

35
00:02:16.065 --> 00:02:19.131
จะอ่านให้เด็ก ๆ ฟัง แล้ว

36
00:02:20.066 --> 00:02:23.130
ให้เด็ก ๆ ทำอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ให้เด็ก ๆ นะคะ

37
00:02:24.068 --> 00:02:27.141
ให้เด็ก ๆ จินตนาการค่ะนักเรียน

38
00:02:28.068 --> 00:02:31.130
จินตนาการจากการฟังเสียงของคุณครูปรเมษฐนะคะ

39
00:02:32.069 --> 00:02:35.132
หลังจากนั้นให้เด็ก ๆ วาดรูป

40
00:02:36.070 --> 00:02:39.129
ตามจินตนาการที่นักเรียนได้จินตนาการไว้ค่ะ

41
00:02:40.072 --> 00:02:43.130
ใส่ในไหนคะ ลงในสมุดของตนเอง

42
00:02:44.074 --> 00:02:47.130
(คุณครูปรเมษฐ) คาบนี้ก็จะเป็นเสมือนการ

43
00:02:48.075 --> 00:02:51.130
ใช้วิชาภาษาไทยนั้นบูรณาการในวิชาศิลปะ

44
00:02:52.091 --> 00:02:55.132
และวิชาสร้างสรรค์ที่มีอยู่ในตัวหนู ๆ เองนะครับ

45
00:02:56.093 --> 00:02:59.130
อ่านจบแล้วครูทั้ง 2 คนจะไม่พูดอะไรให้นักเรียนได้วาด

46
00:03:00.094 --> 00:03:03.130
ภาพตามจินตนาการ เมื่อข้อความของครู

47
00:03:04.095 --> 00:03:07.130
จบสิ้น เวลาจะเดิน 2 นาที แล้วหนู ๆ จะต้องทำให้เส

48
00:03:08.114 --> 00:03:11.135
แล้วเดี๋ยวเรามาดูกันว่าภาพที่ครูคณิตาและครูเตรียมมาให้

49
00:03:12.116 --> 00:03:15.137
มันตรงกับใจของหนูหรือเปล่านะครับ

50
00:03:16.116 --> 00:03:19.130
ถ้าพร้อมแล้วเตรียมฟังข้อความนะครับ

51
00:03:20.118 --> 00:03:23.131
ในยามค่ำคืน พระจันทร์

52
00:03:24.120 --> 00:03:27.129
ก็ส่องแสงสุกสว่าง คืนนั้นพระจัทร์ทรงกลด

53
00:03:28.122 --> 00:03:31.130
ท้องฟ้ากระจ่างใส

54
00:03:32.123 --> 00:03:35.131
เห็นดวงดาวส่องแสนระยิบระยับ งามจับตา

55
00:03:36.124 --> 00:03:39.130
เป็นภาพที่สวยงามติดตา

56
00:03:40.125 --> 00:03:43.131
ตรึงใจพวกเราทุกคน

57
00:03:44.131 --> 00:03:48.130

58
00:03:48.132 --> 00:03:52.129

59
00:03:52.135 --> 00:03:56.130

60
00:03:56.136 --> 00:04:00.130

61
00:04:00.146 --> 00:04:04.129

62
00:04:04.148 --> 00:04:08.129

63
00:04:08.152 --> 00:04:12.130

64
00:04:12.154 --> 00:04:16.130

65
00:04:16.155 --> 00:04:20.131

66
00:04:20.156 --> 00:04:24.132

67
00:04:24.158 --> 00:04:28.130

68
00:04:28.160 --> 00:04:32.131

69
00:04:32.161 --> 00:04:36.145

70
00:04:36.162 --> 00:04:40.130
(คุณครูปรเมษฐ) ในยามค่ำคืน พระจันทร์

71
00:04:40.164 --> 00:04:44.130
ก็ส่องแสงสุกสว่าง คืนนั้น

72
00:04:44.165 --> 00:04:48.130
พระจันทร์ทรงกลด ท้องฟ้ากระจ่างใส

73
00:04:48.166 --> 00:04:52.130
เห็นดวงดาวส่องแสงระยิบระยับ

74
00:04:52.167 --> 00:04:56.133
งามจับตา เป็นภาพที่สวยงามติด

75
00:04:56.168 --> 00:05:00.130
ตาตรึงใจ พวกเราทุกคน

76
00:05:00.169 --> 00:05:04.130

77
00:05:04.178 --> 00:05:08.131

78
00:05:08.179 --> 00:05:12.130

79
00:05:12.180 --> 00:05:16.130

80
00:05:16.182 --> 00:05:20.132

81
00:05:20.183 --> 00:05:24.130

82
00:05:24.187 --> 00:05:28.130

83
00:05:28.188 --> 00:05:32.130

84
00:05:32.189 --> 00:05:36.130

85
00:05:36.192 --> 00:05:40.130

86
00:05:40.195 --> 00:05:44.130

87
00:05:44.196 --> 00:05:48.130
(คุณครูคณิตา) หมดเวลาค่ะนักเรียน

88
00:05:48.198 --> 00:05:52.130
เป็นอย่างไรกันบ้างคะ นักเรียนคะ หลังจากที่นักเรียน

89
00:05:52.199 --> 00:05:56.130
ได้วาดภาพนะคะ ลงไปในสมุดแล้ว

90
00:05:56.200 --> 00:06:00.135
จากจินตนาการของนักเรียนนี่ นักเรียนคิดว่า

91
00:06:00.201 --> 00:06:04.130
มันเข้ากับสิ่งที่ครูปรเมษฐอ่าน

92
00:06:04.204 --> 00:06:08.130
ให้นักเรียนฟังหรือเปล่า ลองมองเพื่อนข้าง ๆ สิ

93
00:06:08.205 --> 00:06:12.130
ว่าวาดภาพเหมือนเราหรือเปล่า

94
00:06:12.206 --> 00:06:16.131
แล้วเรามีภาพให้นักเรียนได้ดูไหมคะครูปรเมษฐ

95
00:06:16.207 --> 00:06:20.130
(คุณครูปรเมษฐ) มีสิครับ เด็ก ครับ เดี๋ยวเด็ก ๆ ไปฟังสิ่ง

96
00:06:20.215 --> 00:06:24.130
ที่ครูและครูคณิตาได้เตรียมมานะครับ ว่าตรง

97
00:06:24.215 --> 00:06:28.130
กับของหนูหรือไม่ครับ ไปดูกันเลย

98
00:06:28.216 --> 00:06:32.130
นี่คือภาพดวงจันทร์ น่าจะ

99
00:06:32.217 --> 00:06:36.130
เป็นคืนวันเพ็ญนะครับครูคณิตา

100
00:06:36.218 --> 00:06:40.132
วันเพ็ญนี่เป็นช่วงพระจันทร์เต็มดวงใช่ไมหคตะ

101
00:06:40.219 --> 00:06:44.130
(คุณครูปรเมษฐ) วันเพ็ญนี่คือขึ้น 15 ค่ำ (คุณครูคณิตา) นักเรียนล่ะคะ นักเรียน

102
00:06:44.239 --> 00:06:48.132
มองภาพที่หน้าจอนี่ นักเรียนคิกว่าสวยไหม

103
00:06:48.240 --> 00:06:52.130
เอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) เชื่อว่าหลาย ๆ คนนี่ภาพคล้าย ๆ กันเลย

104
00:06:52.242 --> 00:06:56.131
ลักษณะคล้าย ๆ กันใช่ไหมครับ เดี๋ยว

105
00:06:56.243 --> 00:07:00.131
ไปดูคำถามกันนะครับ โวหารที่ครูให้อ่าน

106
00:07:00.249 --> 00:07:04.131
หรือที่ครูอ่านให้ฟังนี่นะ เป็นโวหาร

107
00:07:04.250 --> 00:07:08.130
ประเภทใด เด็ก ๆ ตอบให้ครูชื่นใจหน่อยครับ

108
00:07:08.251 --> 00:07:12.130
เก่งมากนะครับ เป็น (คุณครูคณิตา) พรรณนาโวหารค่ะ

109
00:07:12.253 --> 00:07:16.131
(คุณครูปรเมษฐ) เป็นพรรณนาโวหารแน่นอน ดูจากถ้อยคำ

110
00:07:16.255 --> 00:07:20.130
อารมณ์ ความรู้สึก การบรรยายให้เห้นภาพ

111
00:07:20.256 --> 00:07:24.130
มันคือ พรรณนาโวหารนั่นเองครับ ไปดูอีกข้อหนึ่ง

112
00:07:24.257 --> 00:07:28.130
ครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ภาพที่ถ่ายทอดมานี้ ครบถ้วนตามข้อความที

113
00:07:28.258 --> 00:07:32.131
ถ้วนตามข้อความที่ครูนำมาอ่านหรือไม่

114
00:07:32.259 --> 00:07:36.132
นักเรียนคะ ครบถ้วนไหมคะ นักเรียนตอบคำุาม

115
00:07:36.260 --> 00:07:40.133
กับตัวเอง เพราะว่าหนูเป็นคนสร้างสรรค์ภาพ

116
00:07:40.261 --> 00:07:44.131
ขึ้นมาเองครับ หลายคนก็ครบ หลายคนก็

117
00:07:44.265 --> 00:07:48.133
ไม่ครบนะ เป็นไรมั้ยครูคณิตา

118
00:07:48.266 --> 00:07:52.132
เพราะว่าอะไรเอ่ย เพราะว่าจินตนาการ

119
00:07:52.267 --> 00:07:56.132
ของนักเรียนนี่ไม่มีผิดไม่มีถูก และที่สำคัญค

120
00:07:56.268 --> 00:08:00.131
ไม่มีข้อจำกัดค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ อีกคำถามหนึ่ง

121
00:08:00.271 --> 00:08:04.136
เป็นไรไป โวหารประเภทใด

122
00:08:04.273 --> 00:08:08.131
นำมาถ่ายทอดเป็นภาพวาดได้ดีที่สุด เพราะเหตุใด

123
00:08:08.274 --> 00:08:12.133
เด็ก ๆ ตอบเลยครับ (คุณครูคณิตา)

124
00:08:12.279 --> 00:08:16.131
เป็นอะไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ตอบแล้วว่าเป็นพรรณนาโวหาร

125
00:08:16.280 --> 00:08:20.131
ครูต้องการคำว่า "เพราะเหตุใด" พรรณนาโวหาร

126
00:08:20.280 --> 00:08:24.130
ถึงถ่ายทอดเป็นภาพวาดได้ดีที่สุดครับ เด็ก ๆ ครับ

127
00:08:24.282 --> 00:08:28.132
(คุณครูคณิตา) เพราะเหตุใด นี่เราต้องการเหตุผลใช่ไหมค

128
00:08:28.284 --> 00:08:32.130
ทุกอย่างมันต้องมีเหตุผลมากำกับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

129
00:08:32.285 --> 00:08:36.130
บางคนนี่ชอบบางสิ่งบางอย่างนี่ อยู่ ๆ บอกว่าชอบนี่

130
00:08:36.286 --> 00:08:40.131
มันก็ยังไม่ใช่เสมอไปนะ มันต้องมีเหตุผล ทำไมถึงชอบเขา

131
00:08:40.287 --> 00:08:44.130
ชอบเพราะอะไร (คุณครูคณิตา) มันคือเหตุผลที่มารองรับ

132
00:08:44.289 --> 00:08:48.134
นะคะ สนับสนุนความคิดเห็นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

133
00:08:48.290 --> 00:08:52.142
เด็ก ๆ ตอบเสร็จแล้วครับ คราวนี้ถามครูคณิตาบ้าง

134
00:08:52.291 --> 00:08:56.133
(คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ นักเรียนคิดว่าคุณครู

135
00:08:56.292 --> 00:09:00.131
จะตอบว่าอย่างไร ตอบว่าอย่างไรนะ

136
00:09:00.294 --> 00:09:04.130
เดี๋ยวมาทวนคำถามกันอีกรอบค่ะ โวหาร

137
00:09:04.296 --> 00:09:08.136
ที่นำมาถ่ายทอด เมื่อกี้คุณครูบอกไปแล้วนะคะ

138
00:09:08.298 --> 00:09:12.130
ก็คือจะเป็นพรรณนาโวหาร เพราะเหตุใด

139
00:09:12.300 --> 00:09:16.131
เพราะพรรณนาโวหารนี่เป็นการบรรยาย

140
00:09:16.300 --> 00:09:20.132
แบบละเอียดละออ ทำให้เราเห็นภาพได้ชัด

141
00:09:20.301 --> 00:09:24.130
มากยิ่งขึ้น ทำให้เรานี่ เข้าใจ

142
00:09:24.302 --> 00:09:28.137
และรับรู้ถึงอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิดของผู้อ่านค่ะ

143
00:09:28.324 --> 00:09:32.131
ผู้เขียนที่ถ่ายทอดมายังผู้อ่านค่ะ

144
00:09:32.325 --> 00:09:36.131
บอกว่าเฉียบมากครับ ไปดู

145
00:09:36.326 --> 00:09:40.131
กันต่อนะครับ ทบทวนก่อน จากชั่วโมงที่แล้ว

146
00:09:40.328 --> 00:09:44.140
จากที่เด็ก ๆ นั้นได้ศึกษาเรื่องโวหารของเด็ก ๆ ใช่ไหมครับ

147
00:09:44.331 --> 00:09:48.131
เดี๋ยวเรามาทบทวน เพื่อให้ความรู้นั้น

148
00:09:48.335 --> 00:09:52.131
และคงทนถาวรครับเด็ก ๆ ครับ โวหาร

149
00:09:52.337 --> 00:09:56.133
คืออะไร โวหารคือ (คุณครูคณิตา) โวหาร

150
00:09:56.340 --> 00:10:00.130
หมายถึง สำนวนที่ใช้ในการสื่อความ

151
00:10:00.343 --> 00:10:04.131
ซึ่งอาจจะใช้ในการพูดหรือการเขียนค่ะ

152
00:10:04.345 --> 00:10:08.131
ก็คือบางครั้งเราจะเรียกรวมว่า สำนวน

153
00:10:08.346 --> 00:10:12.134
โวหาร เด็ก ๆ จำคำนี้ไว้นะครับ

154
00:10:12.347 --> 00:10:16.132
ไปดูกันเลย ประเภทของโวหาร ยังไม่ให้ขึ้น

155
00:10:16.348 --> 00:10:20.133
ตอบไล่ ครูคณิตาฟังครับ (คุณครูคณิตา) อะไรนะคะ

156
00:10:20.350 --> 00:10:24.131
อะไรนะคะนักเรียน นักเรียนปลายทางคะ มาแล้ว 1

157
00:10:24.351 --> 00:10:28.132
คำตอบนะคะ ก็คือบรรยาย

158
00:10:28.356 --> 00:10:32.131
บรรยายโวหาร อะไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) อะไรนะ (คุณครูคณิตา)

159
00:10:32.361 --> 00:10:36.130
อีกข้อหนึ่ง พรรณ พรรณอะไรนะ พรรณนาโวหารค่ะ

160
00:10:36.362 --> 00:10:40.134
เอาล่ะค่ะ อะไรอีก อะไรอีกนะ

161
00:10:40.363 --> 00:10:44.132
มาทีเดียวเลยนะคะ ก็คือจะมีอะไร

162
00:10:44.364 --> 00:10:48.133
อีกบ้าง จะมีเทศนา มี

163
00:10:48.365 --> 00:10:52.131
อุปมา และมีสาธกนั่นเอง

164
00:10:52.366 --> 00:10:56.134
(คุณครูปรเมษฐ) อันนี้คือประเภทนะ ประเภทที่หนูได้

165
00:10:56.367 --> 00:11:00.134
ศึกษาไปแล้วนะครับ ครูมาทบทวน บรรยาย

166
00:11:00.367 --> 00:11:04.138
โวหารคืออะไร ว่ากันสั้น ๆ นะครับ คือ

167
00:11:04.369 --> 00:11:08.133
การเล่าเรื่องหรือคุณครูคณิตาจะเล่า

168
00:11:08.370 --> 00:11:12.132
บรรยายคือการอธิบายเรื่องราวต่าง ๆ ตามลำดับ

169
00:11:12.371 --> 00:11:16.133
เหตุการณ์ เขียนแบบตรงไป

170
00:11:16.372 --> 00:11:20.131
ตรงมา นั่นเองนะครับ นี่คือบรรยาย ยกตัวอย่าง

171
00:11:20.373 --> 00:11:24.131
ครับ ตัวอย่างบรรยายโวหารคุณครูคณิตาเล่าให้นักเรียน

172
00:11:24.375 --> 00:11:28.131
(คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ น้ำมะพร้าวมีเกลือแร่สูงและ

173
00:11:28.376 --> 00:11:32.141
อุดมไปด้วยแร่ธาตุโพแทสเซียมที่ช่วยในเรื่องควบคุม

174
00:11:32.377 --> 00:11:36.131
และช่วยทำให้หัวใจเต้นเป็นปกติ

175
00:11:36.378 --> 00:11:40.131
หัวใจเต้นเป็นปกติ ช่วยให้ไหลเวียนของโล

176
00:11:40.379 --> 00:11:44.139
ช่วยลำเลียงออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง ทำให้ร่างกาย

177
00:11:44.381 --> 00:11:48.131
แจ่มใสไม่เครียดจึงทำให้เรา

178
00:11:48.382 --> 00:11:52.133
รู้สึกสดชื่อ กะปรีกะเปร่าค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้

179
00:11:52.385 --> 00:11:56.131
ที่ครูคณิตาได้อ่านบรรยายโวหาร เรื่อง

180
00:11:56.387 --> 00:12:00.138
คุณสมบัติของน้ำมะพร้าวใช่ไหมเด็ก ๆ น้ำมะพร้าวนี่

181
00:12:00.394 --> 00:12:04.132
มีประโยชน์กับเรา เรานี่ใช้น้ำมะพร้าว

182
00:12:04.395 --> 00:12:08.131
ตั้งแต่กำเนิดเกิดเป็นกายา จนสิ้นชีวาวิตักสัยไปเลย

183
00:12:08.400 --> 00:12:12.134
นี่คือการใช้น้ำมะพร้าว

184
00:12:12.401 --> 00:12:16.133
ยกมานะครับ ต่อมาเป็นอะไรนะ (คุณครูคณิตา) เป็นอะไรนะคะ

185
00:12:16.403 --> 00:12:20.131
พรรณนาโวหารค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) พรรณนาโวหารคืออะไรครูคณิตา

186
00:12:20.404 --> 00:12:24.132
(คุณครูคณิตา) พรรณนาโวหาร คือ

187
00:12:24.412 --> 00:12:28.136
การเขียนมุ่งให้แจ่มแจ้ง ละเอียดละออ

188
00:12:28.413 --> 00:12:32.134
ทำให้เกิดอารมณ์ซาบซึ้งเพลิดเพลินไปกับข้อความนั้นค่ะ

189
00:12:32.415 --> 00:12:36.132
(คุณครูปรเมษฐ) คือเห็นภาพพร้อมกับเกิดอารมณ์

190
00:12:36.416 --> 00:12:40.132
ที่ซาบซึ้ง มีอารมณ์ ความรู้สึก เดี๋ยวไปดูตัวอย่

191
00:12:40.417 --> 00:12:44.132
พรรณนา เดี๋ยวไปดูตัวอย่าง

192
00:12:44.418 --> 00:12:48.133
อ่านให้ฟังบ้างคราวนี้ กลิ่นอายของทะเลยาม

193
00:12:48.419 --> 00:12:52.131
ค่ำคืน เด็ก ๆ อ่านด้วยช่วยกัน เนื้อทราย

194
00:12:52.420 --> 00:12:56.133
เม็ดละเอียดที่อยู่ใกล้กับผืนน้ำ

195
00:12:56.421 --> 00:13:00.132
รอคลื่นกระทบเข้าหาฝั่งเป็นระลอก

196
00:13:00.422 --> 00:13:04.131
เสียงเกลียวคลื่นและลมทะเลที่ซัดเข้าฝั่ง

197
00:13:04.427 --> 00:13:08.131
ส่งเสียงกระแทกกับสายลม

198
00:13:08.428 --> 00:13:12.131
ไปพร้อมกับพัดพาเม็ดทรายเข้ามายังชายหาด

199
00:13:12.429 --> 00:13:16.131
แค่นี้ก็เห็นถึงความละเอียดละออของข้อความ

200
00:13:16.430 --> 00:13:20.131
รู้แล้วหรือยังว่าอยู่ที่ไหน (คุณครูคณิตา) อยู่ที่ทะเลค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มา

201
00:13:20.430 --> 00:13:24.132
ฟังต่อ ทำให้กลิ่นอายของน้ำทะเล

202
00:13:24.432 --> 00:13:28.131
ที่เต็มไปด้วยความเค็ม แต่แฝงไปด้วยความ

203
00:13:28.432 --> 00:13:32.144
ดุดันในเวลาเดียวกัน นะครับ

204
00:13:32.432 --> 00:13:36.131
การบรรยายแบบนี้นี่ เห็นภาพ

205
00:13:36.433 --> 00:13:40.134
ชัดเจนอารมณ์มาครบถ้วน

206
00:13:40.441 --> 00:13:44.131
นี่คือพรรณนาโวหารครับเด็ก ๆ ครับ (คุณครูคณิตา) มันทำให้เรา

207
00:13:44.443 --> 00:13:48.140
นะคะ มีอารมณ์ความรู้สึกร่วมกับ

208
00:13:48.444 --> 00:13:52.133
ผู้เขียนนะคะ ว่าเรานี่ เวลาเราอ่านนี่เรา

209
00:13:52.446 --> 00:13:56.133
อยู่บริเวณทะเลนะคะ เราได้ซึมซับ

210
00:13:56.447 --> 00:14:00.134
เกี่ยวกับกลิ่นอายนะ ความเค็มของทะเล

211
00:14:00.448 --> 00:14:04.133
เสียงคลื่นของน้ำนะคะ

212
00:14:04.449 --> 00:14:08.131
มันก็จะเป็นการพรรณนา (คุณครูปรเมษฐ) ไหนลองมาติดที่ปลายนิ้ว

213
00:14:08.450 --> 00:14:12.131
เค็มไหม ถ้าเค็มนี่ก็แสดงว่าครูอ่านได้ทราบซึ้ง

214
00:14:12.451 --> 00:14:16.131
ถึงแม้จะอยู่จังหวัดไหนก็ตาม นี่

215
00:14:16.455 --> 00:14:20.147
มันคือการทำให้้เห็นภาพ นี่ ไหนลองสิ

216
00:14:20.456 --> 00:14:24.135
ถ้าเค็มก็ซาบซึ้งถึงทะเลแล้ว

217
00:14:24.456 --> 00:14:28.132
คุณครูปรเมษฐ เดี๋ยวนะคะ ถ้าคุณครูปรเมษฐ

218
00:14:28.457 --> 00:14:32.132
นะคะ แตะลงไปที่ลิ้นใช่ไหมคะ ก่อนที่นักเรียนจะทำ

219
00:14:32.459 --> 00:14:36.131
กรุณาล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ด้วยนะคะ

220
00:14:36.459 --> 00:14:40.131
เข้าสู่ร่างกายค่ะ ถ้าเป็นแบบนั้นจะไม่ได้กลิ่นอายทันทีเลยครับ

221
00:14:40.460 --> 00:14:44.137
ไปกันต่อดีกว่านะ เทศนาโวหารนะ

222
00:14:44.463 --> 00:14:48.131
อันนี้คือโวหารแห่งการสั่งสอนนะครับ เดี๋ยวคุรครูคณิตา

223
00:14:48.465 --> 00:14:52.144
ลองอ่านให้นักเรียนฟังก่อนนะครับ (คุณครูคณิตา) เทศนาโวหาร คือ

224
00:14:52.469 --> 00:14:56.135
สำนวนหรือข้อความที่ผู้เขียนมุ่งสั่งสอน

225
00:14:56.470 --> 00:15:00.135
ด้านคุณธรรมจริยธรรมหรือจรรโลงใจผู้อ่าน

226
00:15:00.471 --> 00:15:04.135
หรือปลุกใจ จูงใจ ให้ผู้อ่านคล้อยตาม

227
00:15:04.472 --> 00:15:08.133
ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ จำไว้ว่าสั่งสอนคือ เทศนานั่นเอง

228
00:15:08.473 --> 00:15:12.139
ไปดูตัวอย่างกันเลยนะ คุณครูคณิตาอ่านให้

229
00:15:12.482 --> 00:15:16.131
เด็ก ๆ ฟังบ้างวันนี้ (คุณครูคณิตา) ค่ะ หลังจากที่คุณครูอ่านจบแล้ว

230
00:15:16.483 --> 00:15:20.131
ให้นักเรียนตอบด้วยนะคะ ว่าเรื่องนี้

231
00:15:20.484 --> 00:15:24.133
สอนเกี่ยวกับอะไร โอเค

232
00:15:24.485 --> 00:15:28.134
ตัวอย่างเทศนาโวหาร คือ

233
00:15:28.490 --> 00:15:32.137
ความมุ่งมั่น ไม่เกียจคร้าน ต่อการทำสิ่งต่าง ๆ

234
00:15:32.510 --> 00:15:36.150
ผู้ที่มีความขยันหมั่นเพียรจะนำมา

235
00:15:36.511 --> 00:15:40.134
ซึ่งความสำเร็จในชีวิต

236
00:15:40.512 --> 00:15:44.132
ความสำเร็จในชีวิต ถึงแม้จะเหนื่อยยากอย่างไร

237
00:15:44.514 --> 00:15:48.131
ถ้อถอยต้องอดทนเพื่ออนาคตที่ดีในวัน

238
00:15:48.515 --> 00:15:52.131
ข้างหน้าค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับนักเรียน

239
00:15:52.517 --> 00:15:56.131
ตามที่คุณครูคณิตาได้บอกเด็ก ๆ ไว้

240
00:15:56.518 --> 00:16:00.131
ตอบได้หรือยังว่าโวหารนี้สอน

241
00:16:00.519 --> 00:16:04.131
เรื่องอะไร ได้คำตอบแล้วครับ

242
00:16:04.520 --> 00:16:08.133
คือ (คุณครูคณิตา) สอนเกี่ยวกับเรื่องความ

243
00:16:08.521 --> 00:16:12.132
ขยันมั่นเพียรนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ซึ่งความขยัน

244
00:16:12.524 --> 00:16:16.131
ก็เป็นคุณธรรมที่เด็ก ๆ ต้องปฏิบัติ

245
00:16:16.525 --> 00:16:20.132
ทุกวัน ปฏิบัติทุกวัน

246
00:16:20.526 --> 00:16:24.132
เสมอไปนะครับ เพราะว่าถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้เป็นอาชีพ

247
00:16:24.529 --> 00:16:28.132
นักเรียนแล้ว ถึงแม้เราจะไม่ได้เป็นนักเรียนแล้ว

248
00:16:28.531 --> 00:16:32.132
้เราก็ยังต้องยึดคุณธรรมข้อนี้อยู่

249
00:16:32.532 --> 00:16:36.135
นะครับ ต่อไปเป็นอุปมาโวหาร

250
00:16:36.534 --> 00:16:40.131
อุปมาโวหาร เด็ก ๆ ตอบ มันคือโวหารแห่งการเปรียบเทียบ

251
00:16:40.535 --> 00:16:44.131
ถูกต้องครับ ไปดูความหมายเต็ม ๆ ก่อน

252
00:16:44.536 --> 00:16:48.131
ก็คือการเขียนเพื่อเปรียบเทียบ โดยยกตัวอย่างสิ่ง

253
00:16:48.537 --> 00:16:52.136
ที่คล้ายคลึงกันมาเปรียบเพื่อให้เกิดความชัดเจน

254
00:16:52.540 --> 00:16:56.133
ด้านความหมาย ด้านภาพ และเกิดอารมณ์

255
00:16:56.541 --> 00:17:00.134
ความรู้สึกมากยิ่งขึ้น อันนี้คือ อุปมาโวหาร

256
00:17:00.549 --> 00:17:04.132
อย่างเช่น ครูเปรียบคุณครูคณิตาของหนู ๆ ทุกคน

257
00:17:04.553 --> 00:17:08.131
สวยดุจดั่งพระจันทร์ในคืนวันเพ็ญ

258
00:17:08.555 --> 00:17:12.131
เป็นอุปมาโวหาร (คุณครูคณิตา) เป็นค่ะ

259
00:17:12.560 --> 00:17:16.133
แต่ถ้า เมื่อกี้นะคะ เป็นการเปรียบอุปมา

260
00:17:16.560 --> 00:17:20.134
ใช่ไหมคะ เป็นการเปรียบเทียบ ครูเหมือน

261
00:17:20.568 --> 00:17:24.138
ดวงจันทร์ นักเรียน นักเรียนคิดว่าดวงจันทร์สวยไหมคะ

262
00:17:24.569 --> 00:17:28.131
ตามหลักความเป็นจริง ดวงจันทร์สวยไหมเอ่ย

263
00:17:28.579 --> 00:17:32.138
ดวงจันทร์มีรูปร่างอย่างไรคะ กลม

264
00:17:32.580 --> 00:17:36.137
ผิวของดวงจันทร์เป็นอย่างไร

265
00:17:36.584 --> 00:17:40.131
ขรุขระนะคะ สรุปว่าคุณครูปรเมษฐคะ คุณครูปรเมษฐ

266
00:17:40.590 --> 00:17:44.131
ชมคุณครูจริง ๆ ใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ผมก็

267
00:17:44.592 --> 00:17:48.132
ใช้อุบายคนโบราณนะครับ ถ้าครูคณิตานี่

268
00:17:48.594 --> 00:17:52.131
จะเอาวิทยาศาสตร์มาอธิบายนี่ คุณครูคณิตาต้องคุยกับพี่ปื๊ดนะครับ

269
00:17:52.602 --> 00:17:56.132
เพราะฉะนั้น คนโบราณนี่

270
00:17:56.603 --> 00:18:00.134
จะมองดวงจันทร์เนียน ขาว ผ่อน

271
00:18:00.604 --> 00:18:04.137
ไม่ชอบหรือครับที่ผมชมนี่ (คุณครูคณิตา) ถ้าเป็นการชม

272
00:18:04.605 --> 00:18:08.131
คุณครูคณิตารู้สึกชอบค่ะ แต่ถ้าในสมัย

273
00:18:08.606 --> 00:18:12.132
ปัจจุบันนะคะ ก็จะมีกล้องใช่ไหมคะ ส่องไปถึงดวงจันทร์ ก็

274
00:18:12.608 --> 00:18:16.132
จะเห็นถึงความละเอียดละออนะคะ เอาล่ะค่ะ นักเรียนคงสงสัย

275
00:18:16.609 --> 00:18:20.136
พี่ปื้ดนี่เป็นใครคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) พี่ปื้ดนี่

276
00:18:20.612 --> 00:18:24.133
ทีมงานที่ทำให้หนู ๆ เห็นครูนะครับ มีพี่ปื๊ด

277
00:18:24.613 --> 00:18:28.132
พี่หนุ่ยนะครับ ถ้าไม่มี 3 คนนี้นักเรียนไม่เห็นครูนะ

278
00:18:28.614 --> 00:18:32.136
ไปกันต่อดีกว่าครูคณิตา ต่อไปเป็นตัวอย่างใช่หรือเปล่ส

279
00:18:32.616 --> 00:18:36.131
(คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อุปมาโวหารนะครับ ต้องให้ครูคณิตา

280
00:18:36.617 --> 00:18:40.147
อ่านแล้วคราวนี้ (คุณครูคณิตา) อสุรผีเสื้อเหลือจะอด

281
00:18:40.620 --> 00:18:44.132
แค้นโอรสราวกับไฟไหม้มังสา

282
00:18:44.621 --> 00:18:48.132
ช่างหลอกหลอนผ่อนผันจำนรรจา

283
00:18:48.622 --> 00:18:52.132
แม้นจะว่าแต่โดยดี ไม่เห็นฟัง

284
00:18:52.623 --> 00:18:56.167
(คุณครูปรเมษฐ) นะครับ อันนี้ครูยกมาจากเรื่องพระอภัยมณี

285
00:18:56.629 --> 00:19:00.132
หนีนางผีเสื้อของสุนทรภู่นะครับ

286
00:19:00.630 --> 00:19:04.133
เป็นอุปมา ดูจากคำไหน ครูก็บอกชัดเจนอยู่แล้วครับ

287
00:19:04.632 --> 00:19:08.136
(คุณครูคณิตา) ราวกับ (คุณครูปรเมษฐ) เมื่อวานที่ครูคณิตา

288
00:19:08.634 --> 00:19:12.134
บอกให้เด็ก ๆ เป็นกลวิธีในการจำนี่ มีวิธีอย่างไรบ้างนะครับ

289
00:19:12.637 --> 00:19:16.131
(คุณครูคณิตา) มีคำว่า "เหมือน",

290
00:19:16.644 --> 00:19:20.132
ประดุจ, ดั่ง, เฉก, เช่น,

291
00:19:20.645 --> 00:19:24.137
ราว ราวกับ แล้วก็มีอีก

292
00:19:24.678 --> 00:19:28.133
หลาย ๆ คำเลยนะคะ ที่ทำให้เราเห็นถึงการเปรียบเทียบ

293
00:19:28.680 --> 00:19:32.132
(คุณครูปรเมษฐ) ครับผม ต่อไปเป็น

294
00:19:32.681 --> 00:19:36.132
สาธกโวหารนะครับ

295
00:19:36.682 --> 00:19:40.132
สาธกโวหาร คือ สำนวนหรือ

296
00:19:40.685 --> 00:19:44.132
ข้อความที่มุงให้ความชัดเจน โดยการยกตัวอย่าง

297
00:19:44.688 --> 00:19:48.132
เพื่ออธิบายหรือสนับสนุนความคิดเห็น

298
00:19:48.689 --> 00:19:52.133
ให้นักแน่นน่าเชื่อถือค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สาธก เอาตัวแดงเลย

299
00:19:52.691 --> 00:19:56.132
เอามาคู่กัน สาธกคือการยกตัวอย่าง

300
00:19:56.692 --> 00:20:00.132
ไปดูตัวอย่างกันเลยนะครับ เดี๋ยวครูอ่านให้ฟังบ้าง

301
00:20:00.693 --> 00:20:04.132
สงสารครูคณิตานะ น้ำคือชีวิต

302
00:20:04.694 --> 00:20:08.132
หากปราศจากน้ำ ก็ปราศจากสิ่งมีชีวิต

303
00:20:08.695 --> 00:20:12.138
ด้วยเหตุที่ว่า น้ำมีหน้าที่ที่

304
00:20:12.699 --> 00:20:16.133
สำคัญในร่างกาย เช่น ควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย

305
00:20:16.700 --> 00:20:20.133
รักษาปริมาณความเข้มข้นของ

306
00:20:20.701 --> 00:20:24.132
ของเหลวในร่างกาย รักษาความชุ่มชื้น

307
00:20:24.703 --> 00:20:28.140
ของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย เป็นต้น

308
00:20:28.704 --> 00:20:32.143
ก็คือสาธก คุณครูคณิตาบอกเด็ก ๆ

309
00:20:32.704 --> 00:20:36.132
หน่อยได้ไหมว่าตรงไหนล่ะครับ

310
00:20:36.725 --> 00:20:40.156
ที่เรามองให้เห็นแล้วว่าเป็นสาธกโวหารแบบชัดเจน

311
00:20:40.729 --> 00:20:44.138
ตรงไหนคะนักเรียน นักเรียนคะ

312
00:20:44.738 --> 00:20:48.137
ช่วยคุณครูคณิตาตอบหน่อยค่ะ ว่าตรงไหนเอ่ย

313
00:20:48.739 --> 00:20:52.132
พิจารณานะคะ จากหน้าจอ

314
00:20:52.741 --> 00:20:56.132
ตรงไหนคะนักเรียน น้ำคือชีวิต ปราศจาก มีหน้าที่

315
00:20:56.747 --> 00:21:00.132
ยกตัวอย่างเช่น เป็น

316
00:21:00.761 --> 00:21:04.132
ตรงเช่นใช่ไหมคะ เช่น

317
00:21:04.761 --> 00:21:08.136
ก็คือเป็นการสาธกโวหารนะ

318
00:21:08.762 --> 00:21:12.152
ก็คือการยกตัวอย่างนั่นเอง

319
00:21:12.764 --> 00:21:16.132
(คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนบอกว่าเป็นบรรยายโวหารผิดไหม (

320
00:21:16.765 --> 00:21:20.132
ผิดไหม ก็ไม่ผิดนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) คือการอธิบาย

321
00:21:20.766 --> 00:21:24.132
ใช่ไหมครับเด็ก ๆ ก็ได้

322
00:21:24.767 --> 00:21:28.132
คือว่ามันมีการยกตัวอย่าง เช่น มันมีหน้าที่ของน้ำนะ

323
00:21:28.767 --> 00:21:32.131
ยกน้ำมา น้ำนี่คือชีวิตของเรา ยกตัวอย่าง

324
00:21:32.769 --> 00:21:36.131
เช่น ทำอะไรบ้าง นี่ล่ะที่เป็นสาธกโวหาร

325
00:21:36.770 --> 00:21:40.133
(คุณครูคณิตา) บรรยายนี่มันจะเป็นตามขั้นตอนใช่ไหมคะ

326
00:21:40.774 --> 00:21:44.135
1, 2, 3, 4 แต่ถ้าเป็นสาธก สาธกโวหารมันก็

327
00:21:44.774 --> 00:21:48.132
เป็นตัวอย่าง อย่างเช่น น้ำ น้ำนี่

328
00:21:48.783 --> 00:21:52.134
ยกตัวอย่าง อย่างเช่น น้ำคอยควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย

329
00:21:52.784 --> 00:21:56.136
การยกเขาเรียกว่ายกหน้าที่ของน้ำนี่

330
00:21:56.786 --> 00:22:00.132
มาบอก นี่ก็คือสาธกโวหารนั่นเองค่ะ

331
00:22:00.787 --> 00:22:04.131
(คุณครูปรเมษฐ) ครับผม จบยังนี่ (คุณครูคณิตา) จบแล้ว (คุณครูปรเมษฐ)

332
00:22:04.790 --> 00:22:08.132
ครบแล้วนะครับ คราวนี้มาสรุปอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้ให้บันทึง

333
00:22:08.790 --> 00:22:12.150
ครั้งนี้ให้บันทึกไว้ในสมุดให้ชัดเจนครับ

334
00:22:12.792 --> 00:22:16.133
โวหารมี 1. คือ บรรยายโวหาร

335
00:22:16.793 --> 00:22:20.131
คือ อธิบายเหตุการณ์

336
00:22:20.798 --> 00:22:24.132
ตามลำดับชันเจน ต่อไปเป็น (คุณครูคณิตา) พรรณนาโวหารค่ะ

337
00:22:24.806 --> 00:22:28.131
คือการเล่าเรื่องโดยใส่อารมณ์ความรู้สึกค่ะ

338
00:22:28.807 --> 00:22:32.131
(คุณครูปรเมษฐ) และต่อไป ก็คือเทศนาโวหาร คืออะไรครับ

339
00:22:32.808 --> 00:22:36.131
การชี้แนะสั่งสอนให้เห็นคุณและโทษ

340
00:22:36.809 --> 00:22:40.131
อันนี้ครูสรุปมาให้นะ ต่อไปเป็นสาธกโวหาร

341
00:22:40.810 --> 00:22:44.132
ก็คือ (คุณครูคณิตา) การยกตัวอย่างประกอบค่ะ

342
00:22:44.811 --> 00:22:48.131
(คุณครูปรเมษฐ) และสุดท้าย คือ อุปมาโวหาร

343
00:22:48.813 --> 00:22:52.131
คืออะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) คือ การใช้ข้อความ

344
00:22:52.817 --> 00:22:56.133
เปรียบเทียบให้เห็นภาพค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนครับ นักเรียน

345
00:22:56.819 --> 00:23:00.131
คัดลอกลงไปนะ นักเรียนจะทำเป็นแผนผังความคิด

346
00:23:00.822 --> 00:23:04.138
อย่างเช่นครูนี้ก็ได้ หรือจะเขียนเป็น

347
00:23:04.823 --> 00:23:08.131
ข้อ ๆ ก็ได้ เพื่อความเข้าใจ

348
00:23:08.823 --> 00:23:12.131
ของนักเรียนทุกคนะครับ ลงมือปฏิบัติให้เวลา 1 นาทีนะครับ

349
00:23:12.824 --> 00:23:16.131

350
00:23:16.825 --> 00:23:20.138
[เสียงดนตรี]

351
00:23:20.830 --> 00:23:24.137

352
00:23:24.831 --> 00:23:28.136

353
00:23:28.832 --> 00:23:32.132

354
00:23:32.834 --> 00:23:36.131

355
00:23:36.835 --> 00:23:40.131

356
00:23:40.837 --> 00:23:44.131

357
00:23:44.839 --> 00:23:48.131

358
00:23:48.840 --> 00:23:52.131

359
00:23:52.842 --> 00:23:56.131

360
00:23:56.845 --> 00:24:00.132

361
00:24:00.846 --> 00:24:04.131

362
00:24:04.847 --> 00:24:08.133

363
00:24:08.849 --> 00:24:12.148

364
00:24:12.850 --> 00:24:16.135
โอเคครับ ครูก็

365
00:24:16.851 --> 00:24:20.130
มีกิจกรรมให้เด็ก ๆ ได้ทำอีกแล้วนะครับ กิจกรรมนี้มีชื่อว่า

366
00:24:20.852 --> 00:24:24.139
ผ่านอักษร ถือเป็นการ

367
00:24:24.853 --> 00:24:28.131
ทดสอบตัวเองนะครับ เดี๋ยวครูก็จะมีตัวอย่าง

368
00:24:28.854 --> 00:24:32.131
มาให้เหมือนเมื่อวานเลย ข้อความคล้าย ๆ กัน ให้นักเรียน

369
00:24:32.858 --> 00:24:36.130
ทายโวหารว่าเป็นโวหารชนิดใด

370
00:24:36.859 --> 00:24:40.134
จากข้อความที่ครูกำหนด และเดี๋ยวครูจะเฉลยไปเลย

371
00:24:40.860 --> 00:24:44.138
โดยครูไม่ต้องอธบายเพิ่ม ดีไหมครูคณิตา

372
00:24:44.861 --> 00:24:48.134
เพราะฉะนั้น มีอยู่กี่ข้อไม่รู้ แต่ถ้าครู

373
00:24:48.865 --> 00:24:52.138
ปลายทางจะเก็บเป็นคะแนนเก็บก็ได้เลย

374
00:24:52.866 --> 00:24:56.131
ให้เขียนลงไปในสมุดก็ได้นะ ดีไหม (คุณครูคณิตา) ไม่ต้องเขียนลงในสมุด

375
00:24:56.867 --> 00:25:00.138
ก็ได้ค่ะ เพราะว่าอะไรคะ เพราะว่า

376
00:25:00.866 --> 00:25:04.132
คาบที่ผ่านมาเราก็ได้บอกไปแล้วใช่ไหมคะ ไม่เชิงบอก

377
00:25:04.867 --> 00:25:08.130
ก็เป็นการเรียนรู้ไปแล้วนะคะ วันนี้ก็เป็นการทบทวน

378
00:25:08.871 --> 00:25:12.132
ความจำของนักเรียน (คุณครูปรเมษฐ) ให้ทายเลย ว่ากันง่าย ๆ พร้อม

379
00:25:12.872 --> 00:25:16.130
แล้ว ตั้งสติสมาธิให้ดี มองมาที่จอโทร

380
00:25:16.873 --> 00:25:20.133
มองมาที่จอโทรทัศน์ครับ ไปพร้อม ๆ กัน

381
00:25:20.874 --> 00:25:24.131

382
00:25:24.875 --> 00:25:28.130
[เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) เป็น

383
00:25:28.876 --> 00:25:32.130
บรรยายโวหารนะครับ

384
00:25:32.880 --> 00:25:36.137
เป็นการบรรยาย ต่อไปพร้อมนะครับ (คุณครูคณิตา) ตั้งสตินะคะ

385
00:25:36.890 --> 00:25:40.135

386
00:25:40.892 --> 00:25:44.134
[เสียงดนตรี]

387
00:25:44.893 --> 00:25:48.130

388
00:25:48.895 --> 00:25:52.130

389
00:25:52.899 --> 00:25:56.130
(คุณครูปรเมษฐ) ตอบแล้วครูเฉลยครับ

390
00:25:56.899 --> 00:26:00.130
เทศนาโวหาร คือ การสอนนั่นเอง

391
00:26:00.900 --> 00:26:04.130

392
00:26:04.901 --> 00:26:08.130
ครูไม่ให้เวลาคิด ตอบเลย (คุณครูคณิตา)

393
00:26:08.902 --> 00:26:12.131
อะไรเอ่ย อุปมาโวหารค่ะ

394
00:26:12.905 --> 00:26:16.133
มีคำว่า "ดัง" อยู่นั่นเองนะคะ

395
00:26:16.906 --> 00:26:20.130
ต่อมาค่ะ

396
00:26:20.908 --> 00:26:24.129

397
00:26:24.910 --> 00:26:28.130

398
00:26:28.911 --> 00:26:32.130
(คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับ เด็ก ๆ ตอบ

399
00:26:32.915 --> 00:26:36.130
ครูเฉลยเป็นสาธกโวหารนะครับ

400
00:26:36.916 --> 00:26:40.137
เป็นการยกตัวอย่างเด็กน้อยคนหนึ่งขึ้นมานะครับ ต่อไป ง่ายอีกแล้ว ตอบเลย

401
00:26:40.919 --> 00:26:44.133
ง่ายอีกแล้ว

402
00:26:44.924 --> 00:26:48.130
ตอบเลยครับ เก่งมาก (คุณครูคณิตา)

403
00:26:48.925 --> 00:26:52.130
อุปมาโวหารนะคะ ก็คือคำว่าเหมือน

404
00:26:52.930 --> 00:26:56.132
เหมือน ความโกรธนั้นเหมือนทะเลบ้า หรือทะเลคลั่ง

405
00:26:56.931 --> 00:27:00.133
นั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) ครับผม

406
00:27:00.936 --> 00:27:04.131
[เสียงดนตรี]

407
00:27:04.941 --> 00:27:08.130
เห็นภาพ

408
00:27:08.942 --> 00:27:12.130
ตอบเป็น เห็นภาพถูกต้อง (คุณครูคณิตา) พรรณนาโวหารค่ะ

409
00:27:12.943 --> 00:27:16.131
ถูกต้อง (คุณครูคณิตา) พรรณนาโวหารค่ะ

410
00:27:16.945 --> 00:27:20.130
(คุณครูปรเมษฐ) เก่งมากเลย ตอบถูกกันทุกข้อเลย ต่อไปครับ

411
00:27:20.946 --> 00:27:24.130
(คุณครูคณิตา) ง่ายมากเลยค่ะนักเรียน

412
00:27:24.947 --> 00:27:28.134
นักเรียนเห็น เห็นปุ๊บตอบปั๊บได้เลย เห็นปุ๊บ

413
00:27:28.949 --> 00:27:32.130
ทันทีเลยนะคะ ว่าเป็นโวหาร

414
00:27:32.950 --> 00:27:36.131
อุปมาโวหารค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

415
00:27:36.951 --> 00:27:40.130
มีคำสังเกตจำนวนมากเลยนะครับ มีการสังเกต

416
00:27:40.952 --> 00:27:44.129
ถ่อยคำ ถ้าจะบอกว่าเป็นพรรณนาก็เชิงพรรณนาได้

417
00:27:44.953 --> 00:27:48.131
ชัดเจนนะครับ เพราะอุปมาจะคู่กับ (คุณครูคณิตา) พรรณนา

418
00:27:48.953 --> 00:27:52.131
โวหารค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ

419
00:27:52.959 --> 00:27:56.129

420
00:27:56.963 --> 00:28:00.129

421
00:28:00.965 --> 00:28:04.131
(คุณครูปรเมษฐ) ตอบกันแล้วสิ เป็น

422
00:28:04.966 --> 00:28:08.130
บรรยายโวหารนะ บางคนบอกว่าเป็นพรรณนา

423
00:28:08.970 --> 00:28:12.129
มันเห็นภาพจริงครับ แต่มันยังไม่ใส่

424
00:28:12.971 --> 00:28:16.130
(คุณครูคณิตา) ยังไม่ใส่อารมณ์ความรู้สึกยังไม่ละเอียดพอ

425
00:28:16.974 --> 00:28:20.129
นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ จึงต้องเป็นบรรยาย

426
00:28:20.974 --> 00:28:24.129
นั่นเองนะครับ สิ่งที่หนู ๆ

427
00:28:24.975 --> 00:28:28.130
รอคอยนะครับ เดี๋ยวเราไปดูกันเลยครับ

428
00:28:28.976 --> 00:28:32.138
จะให้เด็ก ๆ นั้นทำอะไรนะครับ เดี๋ยวคุณครูคณิตา

429
00:28:32.977 --> 00:28:36.130
จะชี้แจงครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ บทบาทของนักเรียนปลายทางและค

430
00:28:36.979 --> 00:28:40.130
และคุณครูปลายทางนะคะ เดี๋ยวเรามาดู

431
00:28:40.980 --> 00:28:44.131
คำชี้แจงของนักเรียนปลายทางกันก่อนค่ะ 1. การบรรยา

432
00:28:44.982 --> 00:28:48.130
โวหารประเภทต่าง ๆ จากหนังสือพิมพ์ 2. ตัด

433
00:28:48.984 --> 00:28:52.130
ข้อความที่เป็นโวหารจากหนังสือพิมพ์ 3.

434
00:28:52.985 --> 00:28:56.132
ส่งตัวแทนกลุ่มออกมานำเสนอโวหารต่าง ๆ

435
00:28:56.986 --> 00:29:00.130
นะคะ จากหนังสือพิมพ์ใช่ไหมคะ

436
00:29:00.988 --> 00:29:04.136
ข้อ 4 ช่วยกันพิจารณาโวหารร่วมกันนะคะ

437
00:29:04.989 --> 00:29:08.129
ว่าเป็นประเภทใด เพราะเหตุใด

438
00:29:08.990 --> 00:29:12.129
(คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น เด็ก ๆ จะต้องนำเสนอใช่ไหมครับ

439
00:29:12.991 --> 00:29:16.130
หน้าชั้นเรียน จะได้กี่โวหารก็แล้วแต่

440
00:29:16.992 --> 00:29:20.130
จะต้องหาให้ครบสัก 5 โวหารนะครับ คุณครูปลายทางก็

441
00:29:20.993 --> 00:29:24.131
ช่วยแจกหนังสือพิมพ์ตามที่ผมได้แจ้งไว้

442
00:29:24.994 --> 00:29:28.135
เมื่อชั่วโมงที่แล้วนะครับ ให้พอกับจำนวนนักเรียนนะครับ

443
00:29:28.995 --> 00:29:32.130
แล้วก็ดูแลการทำกิจกรรมของนักเรียน ให้นักเรียน

444
00:29:32.996 --> 00:29:36.130
ประกอบกิจกรรมอย่างมีความสุข หลังจากที่เด็ก ๆ ทำกิจกรรมนี้

445
00:29:36.997 --> 00:29:40.130
เสร็จเรียบร้อยนะครับ ครูก็มีใบงานอีก 1 ใบ ไปดู

446
00:29:40.998 --> 00:29:44.130
กันนะครับ ใบงานนี้มีชื่อว่า (คุณครูคณิตา)

447
00:29:44.999 --> 00:29:48.137
ชื่อว่าอะไรคะ อธิบายข้อคงาม

448
00:29:49.000 --> 00:29:52.130
ที่เป็นโวหาร ก็ให้นักเรียนทำนะครับ ถ้า

449
00:29:53.000 --> 00:29:56.129
ใครทำเสร็จในเวลาที่ครูกำหนดนี่ คุณครูปลายทาง

450
00:29:57.002 --> 00:30:00.140
ก็จะให้คะแนนพิเศษ ถือว่าเป็นคนที่ตรงต่อเวลา มีความขยัน

451
00:30:01.007 --> 00:30:04.130
มั่นเพียรในการทำงานนะครับ เป็นคุณธรรม

452
00:30:05.010 --> 00:30:08.129
ควรจะปฏิบัติ อันนี้คือรูปร่างหน้าตาของใบงาน

453
00:30:09.011 --> 00:30:12.129
นักเรียนตอบนะ ใบงานมีอยู่ด้วยกันประมาณ 2 ข้อใช่ไหมครูคณิตนา

454
00:30:13.012 --> 00:30:16.129
ใช่ค่ะ 2 ข้อ (คุณครูปรเมษฐ) ให้บอกว่าบทร้อยกรองที่ให้มานี่

455
00:30:17.021 --> 00:30:20.130
กล่าวถึงอะไร (คุณครูปรเมษฐ) เสร็จแล้วก็บอกคุณครู

456
00:30:21.022 --> 00:30:24.130
พร้อมที่จะทำกิจกรรมกันหรือยัง มี 2 กิจกรรมนะที่หนู

457
00:30:25.022 --> 00:30:28.129
จะต้องทำ ครูให้เวลาหนูในการลงมือทำ

458
00:30:29.023 --> 00:30:32.129
กิจกรรม กี่นาทีครูคณิตา (คุณครูคณิตา) กี่นาทีคะ

459
00:30:33.025 --> 00:30:36.133
15 นาทีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วเดี๋ยวเรากลับมาเจอกันอีก

460
00:30:37.027 --> 00:30:40.129
ในการสรุปบทเรียนของหนู ๆ นั่นเองครับ

461
00:30:41.027 --> 00:30:44.138
เพราะฉะนั้น ตั้งใจทำกิจกรรมอย่างมีความสุข

462
00:30:45.028 --> 00:30:48.143
ในเวลา 15 นาทีครับ [เสียงดนตรี]

463
00:30:49.030 --> 00:30:52.129

464
00:30:53.032 --> 00:30:56.130

465
00:30:57.034 --> 00:31:00.131

466
00:31:01.036 --> 00:31:04.129

467
00:31:05.037 --> 00:31:08.131

468
00:31:09.039 --> 00:31:12.130

469
00:31:13.041 --> 00:31:16.129

470
00:31:17.043 --> 00:31:20.129

471
00:31:21.045 --> 00:31:24.129

472
00:31:25.047 --> 00:31:28.129

473
00:31:29.048 --> 00:31:32.129

474
00:31:33.051 --> 00:31:36.129

475
00:31:37.054 --> 00:31:40.132

476
00:31:41.056 --> 00:31:44.129

477
00:31:45.058 --> 00:31:48.130

478
00:31:49.060 --> 00:31:52.129

479
00:31:53.061 --> 00:31:56.129

480
00:31:57.063 --> 00:32:00.130

481
00:32:01.065 --> 00:32:04.129

482
00:32:05.067 --> 00:32:08.129

483
00:32:09.068 --> 00:32:12.129

484
00:32:13.070 --> 00:32:16.130

485
00:32:17.073 --> 00:32:20.131

486
00:32:21.074 --> 00:32:24.129

487
00:32:25.075 --> 00:32:28.129

488
00:32:29.076 --> 00:32:32.129

489
00:32:33.077 --> 00:32:36.129

490
00:32:37.080 --> 00:32:40.129

491
00:32:41.082 --> 00:32:44.129

492
00:32:45.083 --> 00:32:48.129

493
00:32:49.086 --> 00:32:52.135

494
00:32:53.089 --> 00:32:56.136

495
00:32:57.093 --> 00:33:00.129

496
00:33:01.095 --> 00:33:04.129

497
00:33:05.097 --> 00:33:08.134

498
00:33:09.099 --> 00:33:12.133

499
00:33:13.101 --> 00:33:16.129

500
00:33:17.103 --> 00:33:20.130

501
00:33:21.105 --> 00:33:24.129

502
00:33:25.107 --> 00:33:28.129

503
00:33:29.108 --> 00:33:32.130

504
00:33:33.110 --> 00:33:36.129

505
00:33:37.112 --> 00:33:40.129

506
00:33:41.114 --> 00:33:44.129

507
00:33:45.116 --> 00:33:48.129

508
00:33:49.118 --> 00:33:52.129

509
00:33:53.120 --> 00:33:56.129

510
00:33:57.123 --> 00:34:00.129

511
00:34:01.126 --> 00:34:04.128

512
00:34:05.127 --> 00:34:09.127

513
00:34:09.129 --> 00:34:13.129

514
00:34:13.133 --> 00:34:17.129

515
00:34:17.136 --> 00:34:21.129

516
00:34:21.143 --> 00:34:25.128

517
00:34:25.146 --> 00:34:29.128

518
00:34:29.150 --> 00:34:33.134

519
00:34:33.151 --> 00:34:37.130

520
00:34:37.152 --> 00:34:41.128

521
00:34:41.156 --> 00:34:45.129

522
00:34:45.160 --> 00:34:49.130

523
00:34:49.161 --> 00:34:53.131

524
00:34:53.170 --> 00:34:57.129

525
00:34:57.173 --> 00:35:01.129

526
00:35:01.174 --> 00:35:05.132

527
00:35:05.175 --> 00:35:09.129

528
00:35:09.176 --> 00:35:13.129

529
00:35:13.178 --> 00:35:17.128

530
00:35:17.180 --> 00:35:21.130

531
00:35:21.182 --> 00:35:25.129

532
00:35:25.183 --> 00:35:29.128

533
00:35:29.185 --> 00:35:33.129

534
00:35:33.186 --> 00:35:37.129

535
00:35:37.187 --> 00:35:41.129

536
00:35:41.191 --> 00:35:45.129

537
00:35:45.193 --> 00:35:49.129

538
00:35:49.195 --> 00:35:53.128

539
00:35:53.197 --> 00:35:57.129

540
00:35:57.198 --> 00:36:01.129

541
00:36:01.199 --> 00:36:05.128

542
00:36:05.200 --> 00:36:09.131

543
00:36:09.205 --> 00:36:13.129

544
00:36:13.209 --> 00:36:17.129

545
00:36:17.210 --> 00:36:21.129

546
00:36:21.211 --> 00:36:25.128

547
00:36:25.212 --> 00:36:29.129

548
00:36:29.213 --> 00:36:33.129

549
00:36:33.215 --> 00:36:37.128

550
00:36:37.215 --> 00:36:41.128

551
00:36:41.216 --> 00:36:45.129

552
00:36:45.217 --> 00:36:49.132

553
00:36:49.219 --> 00:36:53.130

554
00:36:53.221 --> 00:36:57.128

555
00:36:57.222 --> 00:37:01.128

556
00:37:01.223 --> 00:37:05.128

557
00:37:05.224 --> 00:37:09.128

558
00:37:09.225 --> 00:37:13.129

559
00:37:13.226 --> 00:37:17.129

560
00:37:17.227 --> 00:37:21.129

561
00:37:21.228 --> 00:37:25.129

562
00:37:25.229 --> 00:37:29.128

563
00:37:29.230 --> 00:37:33.128

564
00:37:33.231 --> 00:37:37.129

565
00:37:37.234 --> 00:37:41.128

566
00:37:41.235 --> 00:37:45.129

567
00:37:45.237 --> 00:37:49.129

568
00:37:49.238 --> 00:37:53.128

569
00:37:53.244 --> 00:37:57.129

570
00:37:57.246 --> 00:38:01.128

571
00:38:01.247 --> 00:38:05.130

572
00:38:05.249 --> 00:38:09.128

573
00:38:09.253 --> 00:38:13.128

574
00:38:13.254 --> 00:38:17.129

575
00:38:17.255 --> 00:38:21.130

576
00:38:21.256 --> 00:38:25.134

577
00:38:25.257 --> 00:38:29.132

578
00:38:29.258 --> 00:38:33.129

579
00:38:33.260 --> 00:38:37.132

580
00:38:37.262 --> 00:38:41.128

581
00:38:41.263 --> 00:38:45.136

582
00:38:45.264 --> 00:38:49.129

583
00:38:49.265 --> 00:38:53.129

584
00:38:53.268 --> 00:38:57.128

585
00:38:57.270 --> 00:39:01.128

586
00:39:01.272 --> 00:39:05.129

587
00:39:05.274 --> 00:39:09.128

588
00:39:09.276 --> 00:39:13.128

589
00:39:13.278 --> 00:39:17.129

590
00:39:17.279 --> 00:39:21.133

591
00:39:21.281 --> 00:39:25.128

592
00:39:25.283 --> 00:39:29.129

593
00:39:29.285 --> 00:39:33.129

594
00:39:33.287 --> 00:39:37.129

595
00:39:37.288 --> 00:39:41.131

596
00:39:41.290 --> 00:39:45.128

597
00:39:45.292 --> 00:39:49.128

598
00:39:49.294 --> 00:39:53.128

599
00:39:53.295 --> 00:39:57.128

600
00:39:57.296 --> 00:40:01.128

601
00:40:01.297 --> 00:40:05.130

602
00:40:05.308 --> 00:40:09.128

603
00:40:09.309 --> 00:40:13.128

604
00:40:13.310 --> 00:40:17.129

605
00:40:17.312 --> 00:40:21.128

606
00:40:21.313 --> 00:40:25.131

607
00:40:25.314 --> 00:40:29.128

608
00:40:29.314 --> 00:40:33.128

609
00:40:33.317 --> 00:40:37.128

610
00:40:37.319 --> 00:40:41.128

611
00:40:41.319 --> 00:40:45.128

612
00:40:45.321 --> 00:40:49.131

613
00:40:49.327 --> 00:40:53.128

614
00:40:53.327 --> 00:40:57.128

615
00:40:57.328 --> 00:41:01.128

616
00:41:01.329 --> 00:41:05.129

617
00:41:05.331 --> 00:41:09.128

618
00:41:09.332 --> 00:41:13.128

619
00:41:13.333 --> 00:41:17.129

620
00:41:17.335 --> 00:41:21.136

621
00:41:21.337 --> 00:41:25.139

622
00:41:25.340 --> 00:41:29.128

623
00:41:29.342 --> 00:41:33.129

624
00:41:33.345 --> 00:41:37.136

625
00:41:37.346 --> 00:41:41.128

626
00:41:41.347 --> 00:41:45.128

627
00:41:45.349 --> 00:41:49.128

628
00:41:49.350 --> 00:41:53.129

629
00:41:53.351 --> 00:41:57.128

630
00:41:57.352 --> 00:42:01.129

631
00:42:01.354 --> 00:42:05.128

632
00:42:05.355 --> 00:42:09.129

633
00:42:09.356 --> 00:42:13.128

634
00:42:13.357 --> 00:42:17.128

635
00:42:17.358 --> 00:42:21.128

636
00:42:21.359 --> 00:42:25.129

637
00:42:25.360 --> 00:42:29.128

638
00:42:29.362 --> 00:42:33.128

639
00:42:33.365 --> 00:42:37.128

640
00:42:37.369 --> 00:42:41.128

641
00:42:41.371 --> 00:42:45.128

642
00:42:45.373 --> 00:42:49.128

643
00:42:49.374 --> 00:42:53.128

644
00:42:53.375 --> 00:42:57.136

645
00:42:57.376 --> 00:43:01.128

646
00:43:01.377 --> 00:43:05.131

647
00:43:05.378 --> 00:43:09.128

648
00:43:09.380 --> 00:43:13.128

649
00:43:13.381 --> 00:43:17.128

650
00:43:17.382 --> 00:43:21.129

651
00:43:21.383 --> 00:43:25.383

652
00:43:25.385 --> 00:43:29.128

653
00:43:29.662 --> 00:43:33.130

654
00:43:33.688 --> 00:43:37.128

655
00:43:37.690 --> 00:43:41.129

656
00:43:41.692 --> 00:43:45.128

657
00:43:45.693 --> 00:43:49.130

658
00:43:49.696 --> 00:43:53.128

659
00:43:53.698 --> 00:43:57.128

660
00:43:57.707 --> 00:44:01.128

661
00:44:01.708 --> 00:44:05.128

662
00:44:05.709 --> 00:44:09.128

663
00:44:09.710 --> 00:44:13.128

664
00:44:13.711 --> 00:44:17.128

665
00:44:17.714 --> 00:44:21.132

666
00:44:21.717 --> 00:44:25.128

667
00:44:25.718 --> 00:44:29.183

668
00:44:29.720 --> 00:44:33.135

669
00:44:33.721 --> 00:44:37.128

670
00:44:37.723 --> 00:44:41.128

671
00:44:41.725 --> 00:44:45.128

672
00:44:45.726 --> 00:44:49.144

673
00:44:49.728 --> 00:44:53.128

674
00:44:53.730 --> 00:44:57.129

675
00:44:57.734 --> 00:45:01.133

676
00:45:01.736 --> 00:45:05.128

677
00:45:05.738 --> 00:45:09.130

678
00:45:09.740 --> 00:45:13.128

679
00:45:13.742 --> 00:45:17.128

680
00:45:17.744 --> 00:45:21.132

681
00:45:21.745 --> 00:45:25.128

682
00:45:25.748 --> 00:45:29.128

683
00:45:29.748 --> 00:45:33.128

684
00:45:33.750 --> 00:45:37.129

685
00:45:37.752 --> 00:45:41.128

686
00:45:41.753 --> 00:45:45.138

687
00:45:45.754 --> 00:45:49.128

688
00:45:49.756 --> 00:45:53.128
(คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนครับ

689
00:45:53.759 --> 00:45:57.131
ลงมือทำกิจกรรมเรียบร้อยแล้วนะครับ วันนี้

690
00:45:57.760 --> 00:46:01.128
เรามาร่วมกันสรุปบทเรียนพากเพียรความรู้

691
00:46:01.761 --> 00:46:05.128
นะครับ ครูีคำถามเช่นเดิม คำถามน่าคิด

692
00:46:05.769 --> 00:46:09.128
พินิจพิจารณา นักเรียนได้ประโยชน์อะไร

693
00:46:09.770 --> 00:46:13.128
จากการเรียนในเรื่องของ

694
00:46:13.771 --> 00:46:17.129
โวหารได้ ไหนลองบอกให้ครูชื่อนใจสิ

695
00:46:17.772 --> 00:46:21.129
เดี๋ยวคุณครูคณิตาจะรวบรวมคำตอบ

696
00:46:21.776 --> 00:46:25.130
และก็จะมาขึ้นให้นักเรียน นักเรียนตอบก่อน แล้วมาดูว่า

697
00:46:25.777 --> 00:46:29.128
ตรงกันหรือไม่ ตอบกับคุณครูปลายทาง

698
00:46:29.779 --> 00:46:33.128
ได้เลยนะครับ คุณครูคณิตา

699
00:46:33.780 --> 00:46:37.132
ครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูคณิตาจะรวบรวมมาให้เด็ก ๆ

700
00:46:37.781 --> 00:46:41.136
ได้ฟังนะครับอย่างไรบ้างครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ให้เวลานักเรียนได้

701
00:46:41.782 --> 00:46:45.128
รวบรวมคำตอบกันก่อนนะคะ

702
00:46:45.785 --> 00:46:49.128
อาจจะยังกำลังคิดอยู่ ฉะนั้นให้เวลานักเรียน

703
00:46:49.788 --> 00:46:53.128
อีกสักนิดหนึ่งนะคะ เพื่อที่จะ

704
00:46:53.788 --> 00:46:57.128
คิดคำตอบมาให้ที่ดีสุดนะคะ ตอบกับคุณครูปลายทางนะคะ

705
00:46:57.789 --> 00:47:01.128
เอาล่ะค่ะ เรามาคุยกันดีกว่าค่ะ

706
00:47:01.791 --> 00:47:05.131
ระหว่างที่นักเรียนนี่ กำลังแลกเปลี่ยนความรู้กับคุณครูปลายทางนะคะ

707
00:47:05.792 --> 00:47:09.150
คุณครูปรเมษฐคะ หากว่าถ้าเรานี่เรียนโวหารนะคะ

708
00:47:09.793 --> 00:47:13.128
จากการเรียนโวหาร เราก็ได้เรียนโวหารมา

709
00:47:13.794 --> 00:47:17.129
มากมายใช่ไหมคะ โวหารนี่

710
00:47:17.797 --> 00:47:21.129
มันสำคัญไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) มันมีความสำคัญครับ แล้วนักเรียน

711
00:47:21.798 --> 00:47:25.129
เชื่อไหมว่า ที่นักเรียนพูด

712
00:47:25.799 --> 00:47:29.128
หรือสื่อสารกับใครก็แล้วแต่ มันก็เป็นโวหาร

713
00:47:29.800 --> 00:47:33.130
ทั้งสิ้นนะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อย่างที่คุณครู

714
00:47:33.801 --> 00:47:37.129
และครูคณิตามาสอนพวกหนู มันก็คือการมาบรรยาย

715
00:47:37.803 --> 00:47:41.128
ใช่ไหม นะครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวเรามา

716
00:47:41.804 --> 00:47:45.128
สรุปกันดีกว่านะคะ ว่าสิ่งที่นักเรียนตอบนี่

717
00:47:45.805 --> 00:47:49.129
จะเหมือนกับของคุณครูปรเมษฐและคุณครูคณิตาหรือเปล่า

718
00:47:49.806 --> 00:47:53.133
(คุณครูปรเมษฐ) ไปกันเลย ดูนะครับ (คุณครูคณิตา) มาดู ทำให้รู้ว่า

719
00:47:53.807 --> 00:47:57.128
การสื่อสารจะน่าสนใจ

720
00:47:57.808 --> 00:48:01.131
และชัดเจนขึ้น ถ้าเราใช้โวหารประกอบการสื่อสาร

721
00:48:01.809 --> 00:48:05.131
หลากหลาย นี่คือคำตอบสรุป

722
00:48:05.810 --> 00:48:09.130
ง่าย ๆ เลยนะคะ ว่าการที่เราจะสื่อสาร

723
00:48:09.811 --> 00:48:13.130
เป็นการพูดหรือการเขียน ถ้าเราจะทำให้

724
00:48:13.812 --> 00:48:17.128
สิ่งเหล่านั้นนี่น่าสนใจมากขึ้น

725
00:48:17.813 --> 00:48:21.128
เราก็จะต้องเลือกใช้โวหารที่มันเข้ากับงานเขียน

726
00:48:21.814 --> 00:48:25.129
ใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกครับครูคณิตาครับ อีกข้อหนึ่ง เด็ก ๆ

727
00:48:25.815 --> 00:48:29.129
รอคำตอบอยู่นะ นักเรียนจะนำโวหารไปใช้

728
00:48:29.817 --> 00:48:33.131
ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร อันนี้คือเป้าหมายของครูเลยครับ นักเรียน

729
00:48:33.818 --> 00:48:37.128
จะนำไปใช้ในการทำสิ่งใดบ้างนั่นเอง

730
00:48:37.819 --> 00:48:41.140
(คุณครูคณิตา) จากการเรียนนี้นะคะ โวหารทั้ง 5 ชนิด

731
00:48:41.820 --> 00:48:45.128
จะเอาไปทำอะไรได้บ้าง (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ

732
00:48:45.821 --> 00:48:49.129
ตอบกันหรือยัง (คุณครูคณิตา) ตอบกันหรือยังคะ

733
00:48:49.822 --> 00:48:53.128
(คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยวมาดูกันดีกว่านะ คุณครูคณิตาก็รวบรวม

734
00:48:53.823 --> 00:48:57.131
ซึ่งรวบรวมมาจากหนู ๆ นั่นล่ะนะ

735
00:48:57.824 --> 00:49:01.128
ครับ (คุณครูคณิตา) ใช้ประกอบการพูดค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

736
00:49:01.826 --> 00:49:05.141
2. ก็คือ (คุณครูคณิตา) 2. ใช้ประกอบ

737
00:49:05.827 --> 00:49:09.141
การพูดนี่ก็อย่างเช่น นักเรียนอาจจะมีการ

738
00:49:09.828 --> 00:49:13.134
นำอุปมา เธอเบาเหมือน

739
00:49:13.829 --> 00:49:17.132
ปุยนุ่น ก็เป็นการอุปมาใช่ไหมคะ

740
00:49:17.830 --> 00:49:21.131
คุณครูคณิตาดุเหมือนเสือ คุณครูปรเมษฐ

741
00:49:21.832 --> 00:49:25.132
ใจดีเหมือน... อะไรก็ว่าไป

742
00:49:25.833 --> 00:49:29.130
ให้นักเรียนเติมเอาเองนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วถ้า

743
00:49:29.834 --> 00:49:33.132
นักเรียนเขาเติมอย่างอื่นขึ้นมาทำอย่างไร

744
00:49:33.834 --> 00:49:37.128
เป็นความหมายเชิงทางบวกนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เติมให้ดีนะครับ

745
00:49:37.836 --> 00:49:41.130
นี่ก็คือการใช้ประโยชน์จากโวหาร

746
00:49:41.837 --> 00:49:45.129
การเขียน การบรรยายความ การ

747
00:49:45.838 --> 00:49:49.129
แต่งกลอน ทุกอย่างนี่หนูก็จะต้องนำโวหาร

748
00:49:49.839 --> 00:49:53.130
ไปสอดแทรกอยู่แล้ว โวหารนี่จึงจำเป็น

749
00:49:53.840 --> 00:49:57.129
กับชีวิตประจำวันของเรานะครับ (คุณครูคณิตา) งานเขียนที่นักเรียน

750
00:49:57.841 --> 00:50:01.129
จะต้องเจอ และนักเรียนจะต้องใช้นี่ ส่วนใหญ่ที่เจอจะเป็น

751
00:50:01.843 --> 00:50:05.128
การเขียนเรียงความซึ่ง

752
00:50:05.844 --> 00:50:09.129
ป.5 และ ป.6 ครูเชื่อว่านักเรียน

753
00:50:09.845 --> 00:50:13.131
จะต้องนำสิ่งเหล่านี้มาเขียน ในเมื่อ ป. 6 นะคะ

754
00:50:13.846 --> 00:50:17.128
เรียนเกี่ยวกับโวหารทั้ง 5 ชนิดแล้วนี่ ครูเชื่อว่าโวหาร

755
00:50:17.847 --> 00:50:21.129
ประเภทต่าง ๆ ใช่ไหมคะครูปร

756
00:50:21.848 --> 00:50:25.128
นำโวหารเหล่านั้นมาใช้จะทำให้งานเขียนเป็นอย่างไร

757
00:50:25.849 --> 00:50:29.129
ขึ้นคะ (คุณครูปรเมษฐ) งานเขียนจะสละสลวย

758
00:50:29.850 --> 00:50:33.128
และน่าอ่าน น่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่งครับ เพราะฉะนั้น ใช้โวหาร

759
00:50:33.851 --> 00:50:37.129
ในชีวิตประจำวันให้ถูกต้อง

760
00:50:37.854 --> 00:50:41.129
ไปดูครั้งต่อไปครูจะให้นักเรียนค้นหาเกี่ยวกับ

761
00:50:41.855 --> 00:50:45.135
(คุณครูคณิตา) สำนวนสุภาษิต คำพังเพยค่ะ

762
00:50:45.857 --> 00:50:49.135
มีเลข 1 แสดงว่ามีชั่วโมงที่ 2 นะครับ สิ่งที่ต้องเตรัยม

763
00:50:49.858 --> 00:50:53.129
มีดังนี้นะครับ 1. คือ ใบความรู้ เรื่อง

764
00:50:53.858 --> 00:50:57.128
สำนวนสุภาษิต แล้วก็ 2. คือ (คุณครูคณิตา)

765
00:50:57.859 --> 00:51:01.129
เกี่ยวกับสำนวนไทยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนเตรียมตัวมาเรียน

766
00:51:01.859 --> 00:51:05.129
ให้พร้อมนะครับ สำหรับนักเรียนที่สน

767
00:51:05.860 --> 00:51:09.128
ใจจะดาวน์โหลดข้อมูลเพิ่มเติม ก็ตามที่อยู่ด้านล่างนะค

768
00:51:09.862 --> 00:51:13.128
วันนี้ครูและครูคณิตา

769
00:51:13.865 --> 00:51:17.135
จึงต้องขอลานักเรียนไปก่อนครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ

770
00:51:17.871 --> 00:51:21.128
บ๊ายบาย

771
00:51:21.872 --> 00:51:25.128
[เสียงดนตรี]

772
00:51:25.873 --> 00:51:29.144

773
00:51:29.874 --> 00:51:33.129

774
00:51:33.876 --> 00:51:37.128

775
00:51:37.878 --> 00:51:41.128

776
00:51:41.880 --> 00:51:45.128

777
00:51:45.882 --> 00:51:49.128

778
00:51:49.883 --> 00:51:53.130

779
00:51:53.885 --> 00:51:57.129
-

780
00:51:57.886 --> 00:52:01.129

781
00:52:01.887 --> 00:52:05.128

782
00:52:05.890 --> 00:52:09.129
[เสียงดนตรี]

783
00:52:09.891 --> 00:52:13.129

784
00:52:13.893 --> 00:52:17.128
ของครูทุกคนทั่วประเทศไทยนะครับ สืบเนื่องจากชั่วโมงที่แล้ว

785
00:52:17.893 --> 00:52:21.129

786
00:52:21.896 --> 00:52:25.129
(คุณครูปรเมษฐ) สวัสดีคุณครูปลายทาง

787
00:52:25.897 --> 00:52:29.147
ทางทุกท่าน และลูกศิษย์ที่น่ารัก

788
00:52:29.897 --> 00:52:33.139
ถึงแก่นแท้และสามารถนำไปใช้ได้จริงใช่ไหมครูคณิตา

789
00:52:33.898 --> 00:52:37.135

790
00:52:37.900 --> 00:52:41.136
ให้นักเรียนนั้นได้ศึกษากันในเรื่องของ

791
00:52:41.901 --> 00:52:45.135
โวหารในการเขียนเช่นเดิมนะคะ แต่เราต้องรู้

792
00:52:45.902 --> 00:52:49.132
โวหารในงานเขียน จะต้องมีเลข 2 ด้วยนะ เพราะ

793
00:52:49.902 --> 00:52:53.132
(คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น เด็ก ๆ ทุกคนครับ

794
00:52:53.904 --> 00:52:57.137
เราจะต้องตั้งใจ มุ่งมั่น ฝึกฝน และจะต้องปฏิบัติ

795
00:52:57.905 --> 00:53:01.140
และหนูจะเรียนได้อย่างมีความสุขครับ เดี๋ยวไปเรียน

796
00:53:01.906 --> 00:53:05.135
ในวันนี้นะคะ 1. บอกความหมายและประเภทของโวหารได้

797
00:53:05.907 --> 00:53:09.166
ครั้งที่ 2 นะครับ เดี๋ยวคุณครูคณิตาจะบอก

798
00:53:09.909 --> 00:53:13.160
จุดประสงค์ให้หนู ๆ ได้รับรู้ เพื่อที่จะได้

799
00:53:13.910 --> 00:53:17.157
ปฏิบัติครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ จุดประสงค์การเรียนรู้

800
00:53:17.911 --> 00:53:21.151
สิ่งที่เด็ก ๆ ทุกคนจะต้องได้ปฏิบัติในวันนี้ใช่ไหมครับ

801
00:53:21.911 --> 00:53:25.150
2. รวบรวมโวหารจากสื่อ

802
00:53:25.914 --> 00:53:29.162
ต่าง ๆ ได้ 3. อธิบายความหมายของข้อความ

803
00:53:29.915 --> 00:53:33.147
ที่เป็นโวหารได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ก็คือสิ่งที่เด็ก ๆ

804
00:53:33.917 --> 00:53:37.148
โวหารต่าง ๆ ได้ฝึกการวิเคราะห์

805
00:53:37.919 --> 00:53:41.153
ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) โวหารนี่เป็นเรื่องหนึ่งที่สนุก

806
00:53:41.920 --> 00:53:45.153
ในภาษาไทย เด็ก ๆ จะชอบเรียน เพราะเกี่ยวกับการ

807
00:53:45.921 --> 00:53:49.154
เขียน การอ่าน เราจะได้วิเคราะห์ สังเคราะห์

808
00:53:49.922 --> 00:53:53.157
สำคัญของการใช้โวหารในการสื่อสารได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) บอกความ

809
00:53:53.923 --> 00:53:57.151
แล้วหนูจะสนุก แล้วหนูจะจำขึ้นใจเรื่องโวหารเลยนะครับ

810
00:53:57.924 --> 00:54:01.160
อีกข้อหนึ่ง ครูคณิตายังบอกไม่หมด (คุณครูคณิตา) อีก

811
00:54:01.925 --> 00:54:05.168
หนึ่งใช่ไหมคะ อีกข้อหนึ่งก็คือบอกความ

812
00:54:05.926 --> 00:54:09.926
ให้เด็ก ๆ ทำอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ให้เด็ก ๆ นะค

813
00:54:09.927 --> 00:54:13.927

814
00:54:13.929 --> 00:54:13.934

815
00:54:17.934 --> 00:54:17.936

816
00:54:21.936 --> 00:54:21.936


