﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:04.000

2
00:00:04.009 --> 00:00:08.009

3
00:00:08.014 --> 00:00:12.014

4
00:00:12.018 --> 00:00:16.018

5
00:00:16.020 --> 00:00:20.020

6
00:00:20.022 --> 00:00:24.022

7
00:00:24.023 --> 00:00:28.023

8
00:00:28.025 --> 00:00:32.025

9
00:00:32.028 --> 00:00:36.028

10
00:00:36.030 --> 00:00:40.030

11
00:00:40.032 --> 00:00:44.032

12
00:00:44.034 --> 00:00:48.034

13
00:00:48.036 --> 00:00:52.036

14
00:00:52.038 --> 00:00:56.038

15
00:00:56.040 --> 00:01:00.040

16
00:01:00.042 --> 00:01:04.042
และคุณครูปรเมษฐ ศรีกำเหนิด ในรายวิชาภาษาไทย

17
00:01:04.052 --> 00:01:08.052
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ

18
00:01:08.054 --> 00:01:12.054
เกี่ยวกับเรื่องเดิมอีกแล้วใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) เราจะเรียน

19
00:01:12.058 --> 00:01:16.058
(คุณครูปรเมษฐ) การโต้วาทีนั่นเองครับ

20
00:01:16.059 --> 00:01:20.059
ในส่วนของเมื่อชั่วโมงที่แล้วนี่ เด็ก ๆ ก็

21
00:01:20.062 --> 00:01:24.062
รู้แล้วว่าจะต้องวางแผนอย่างไรใช่ไหมในกลุ่มว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง

22
00:01:24.063 --> 00:01:28.063
(คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คิดญัตติได้แล้ว

23
00:01:28.064 --> 00:01:32.064
ก็วางแผนว่าฝ่ายเสนอจะพูดประเด็นไหน

24
00:01:32.067 --> 00:01:36.067
นะครับ ในวันนี้เราไปทบทวนเนื้อหาหน่อยดีไหม

25
00:01:36.069 --> 00:01:40.069
(คุณครูคณิตา) ดีค่ะ ซึ่งวันนี้นะคะ คุณครูก็มีคำถามกระตุ้นความคิด

26
00:01:40.070 --> 00:01:44.070
มาถามนักเรียนด้วยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับผม (คุณครูคณิตา)

27
00:01:44.078 --> 00:01:48.078
คำถามแรกนะคะ กลุ่มของนักเรียนมีการวางแผนอย่างไร

28
00:01:48.079 --> 00:01:52.079
ในการโต้วาทีคะ นักเรียนสามารถตอบคุณครูปลายทาง

29
00:01:52.081 --> 00:01:56.081
ได้เลยค่ะ

30
00:01:56.084 --> 00:02:00.084
การวางแผนในการโต้วาทีนี่

31
00:02:00.085 --> 00:02:04.085
มันก็จะมีหลากหลายรูปแบบนะคะ ขึ้นอยู่กับกลวิธี

32
00:02:04.086 --> 00:02:08.086
ของแต่ละกลุ่มที่จะนำข้อมูลต่าง ๆ

33
00:02:08.088 --> 00:02:12.088
มาใช้แล้วก็นำมาตอบโต้นะคะ

34
00:02:12.090 --> 00:02:16.090
กับฝ่ายตรงข้ามได้ ทำอย่างไรก็ได้ให้ฝ่ายตรงข้าม

35
00:02:16.094 --> 00:02:20.094
มีความน่าเชื่อถือน้อย

36
00:02:20.095 --> 00:02:24.095
ทำอย่างไรก็ได้ให้ฝ่ายของเรานี่ใช้วิธีการ

37
00:02:24.097 --> 00:02:28.097
ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการพูด วาธศิล

38
00:02:28.098 --> 00:02:32.098
ในการโน้มน้าวในการชักจูงผู้ฟัง

39
00:02:32.099 --> 00:02:36.099
นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) การวางแผนนี่ก็จะแบ่งหัวหน้า

40
00:02:36.100 --> 00:02:40.100
แล้วก็ผู้สนับสนุนด้วยใช่ไหมครับครูคณิตา

41
00:02:40.101 --> 00:02:44.101
ใครเป็นหัวหน้าฝ่ายเสนอครับ ยกมือ

42
00:02:44.102 --> 00:02:48.102
สูง ๆ เลย ให้ครูเห็นหน่อย ของแต่ละกลุ่มนะ

43
00:02:48.104 --> 00:02:52.104
ฝ่ายเสนอบ้างยกมือครับที่แบ่งกันแล้ว

44
00:02:52.105 --> 00:02:56.105
แสดงว่าที่เหลืออยู่ฝ่ายค้านใช่ไหม

45
00:02:56.108 --> 00:03:00.108
ให้ครูดูหน่อยครับ นี่คือโฉมหน้าของ

46
00:03:00.109 --> 00:03:04.109
หัวหน้าฝ่ายค้านกับฝ่ายเสนอเป็น

47
00:03:04.110 --> 00:03:08.110
โต้วาทีนะครับ ผู้สนับสนุนฝ่ายค้าน

48
00:03:08.111 --> 00:03:12.111
ไหน แสดงว่าเด็ก ๆ แบ่งกลุ่มกันเรียบร้อย อันนี้ก็เป็น

49
00:03:12.112 --> 00:03:16.112
แบ่งกลุ่มเรียบร้อย นี่ก็เป็นวิธีการทำงานของเด็ก ใช่

50
00:03:16.113 --> 00:03:20.113
การแบ่งกลุ่ม การเป็นผู้สนับสนุน

51
00:03:20.114 --> 00:03:24.114
หรือว่าเป็นหัวหน้าต่าง ๆ นี่ก็คือว่าเป็นการที่นักเรียนนี่

52
00:03:24.115 --> 00:03:28.115
ได้แบ่งกลุ่มแล้วได้แบ่งหน้าที่กันแล้วใช่ไหมคะ

53
00:03:28.116 --> 00:03:32.116
นักเรียนคะ วันนี้พร้อมที่จะเรียนรู้ไปพร้อมกับครูคณิตา

54
00:03:32.117 --> 00:03:36.117
และคุณครูปรเมษฐแล้วหรือยังคะ ถ้าพร้อมแล้ว

55
00:03:36.118 --> 00:03:40.118
เดี๋ยวเราไปทบทวนเกี่ยวกับโต้วาที

56
00:03:40.119 --> 00:03:44.119
ซึ่งจุดประสงค์การเรียนรู้ของวันนี้มีอะไรบ้าง

57
00:03:44.120 --> 00:03:48.120
ไปชมกันค่ะ จุดประสงค์การเรียนรู้ในวันนี้นะคะ

58
00:03:48.121 --> 00:03:52.121
1. บอกหลักการพูดโต้วาทีได้ 2.

59
00:03:52.122 --> 00:03:56.122
เลือกใช้ข้อมูลการโต้วาทีได้อย่าง

60
00:03:56.125 --> 00:04:00.125
นะคะ เห็นความสำคัญของการโต้วาทีค่ะ ซึ่งวันนี้นะคะ

61
00:04:00.126 --> 00:04:04.126
คุณครูก็มีกลวิธีการโต้วาทีมา

62
00:04:04.128 --> 00:04:08.128
ได้เรียนรู้กันค่ะ กลวิธีการโต้วาทีมี

63
00:04:08.129 --> 00:04:12.129
อะไรบ้างคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ก็จะต้องแบ่งเป็น 2 ฝ่ายด้วยกันนะครับ

64
00:04:12.130 --> 00:04:16.130
ก็คือของฝ่ายเสนอและของฝ่ายค้านนั่นเอง

65
00:04:16.132 --> 00:04:20.132
ไปดูกันเลย ว่าแต่ละฝ่ายจะมีกลวิธี

66
00:04:20.133 --> 00:04:24.133
เด็ดพลายอย่างไรในการโต้วาทีครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เรามาดู

67
00:04:24.135 --> 00:04:28.135
กลวิธีการนำเสนอกันก่อนนะคะ

68
00:04:28.136 --> 00:04:32.136
มีอะไรบ้างคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ)

69
00:04:32.137 --> 00:04:36.137
ก็จะต้องเสนอข้อมูลใช่ไหมลูกที่เป็นหลัก

70
00:04:36.138 --> 00:04:40.138
หนักแน่น น่าเชื่อถือและก็เสริมประเด็นหลัก

71
00:04:40.139 --> 00:04:44.139
ให้หนักแน่นยิ่งขึ้น อย่างเช่น ญัตติ

72
00:04:44.140 --> 00:04:48.140
อะไรนะ ผู้หญิงหรือผู้ชายเพศไหนจะดีกว่ากัน

73
00:04:48.141 --> 00:04:52.141
ฝ่ายเสนอคือฝ่ายไหน (คุณครูคณิตา) ฝ่ายเสนอ

74
00:04:52.142 --> 00:04:56.142
อาจจะฝ่ายผู้หญิงค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ผู้หญิงขึ้นก่อนย

75
00:04:56.143 --> 00:05:00.143
ผู้หญิงหรือผู้ชายฝ่ายไหนจะดีกว่ากัน สมมตินะ

76
00:05:00.143 --> 00:05:04.143
ฝ่ายเสนอก็จะพูดสนับสนุนว่าฝ่ายผู้หญิงเ

77
00:05:04.144 --> 00:05:08.144
ดีอย่างไรใช่ไหม ให้หนักแน่นนะครับ

78
00:05:08.145 --> 00:05:12.145
ฝ่ายค้านก็คือผู้ชายใช่ไหมครับ ถึงแม้ว่าครูจะเป็นผู้ชาย

79
00:05:12.147 --> 00:05:16.147
ครูจะเป็นผู้ชาย แต่ถ้าครูจับฉลากได้ฝ่ายเสนอ

80
00:05:16.148 --> 00:05:20.148
ก็ต้องพูดสนับสนุนข้อมูลให้ผู้หญิง ถูกไหมครูคณิตา

81
00:05:20.149 --> 00:05:24.149
(คุณครูคณิตา) ถูกค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ข้อต่อไปครับ (คุณครูคณิตา) ข้อต่อมานะคะ

82
00:05:24.151 --> 00:05:28.151
นั่นก็คือเสนอข้อมูลที่เป็นผลลบกับฝ่ายตรงข่าม

83
00:05:28.152 --> 00:05:32.152
ข้อนี้นี่เป็นอย่างไรคะค

84
00:05:32.153 --> 00:05:36.153
(คุณครูปรเมษฐ) ก็พูดในเรื่องที่มันไม่ดีของฝ่ายตรงข้ามไงครับครูคณิตา

85
00:05:36.153 --> 00:05:40.153
ก็คือเราเสนอข้อมูลในส่วนของเราดี

86
00:05:40.154 --> 00:05:44.154
แล้วก็เสนอข้อมูลฝ่ายตรงข้ามนี่ไม่ดี เพื่อ

87
00:05:44.154 --> 00:05:48.154
ให้มันเกิดประเด็นการขัดแย้งใช่ไหมลูก (คุณครูคณิตา) ในส่วน

88
00:05:48.157 --> 00:05:52.157
ที่เป็นข้อมูลที่ไม่ดีค่ะ ต้องเป็นข้อมูล

89
00:05:52.158 --> 00:05:56.158
ข้อมูลที่เท็จจริงเท่านั้นนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เท็จจริง

90
00:05:56.160 --> 00:06:00.160
หรือเป็นความจริง (คุณครูคณิตา) ขออภัยค่ะ ต้องเป็นข้อมูลที่เป็นความ

91
00:06:00.161 --> 00:06:04.161
ต่อมานะคะ คืออะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ต้องเสนอประเด็น

92
00:06:04.161 --> 00:06:08.161
ที่ไม่สำคัญหรือไม่เกี่ยวข้อ

93
00:06:08.165 --> 00:06:12.165
เพื่อหลอกล่อ อันนี้ก็เป็นกลวิธีเลยล่ะ ต้องหลอกล่อ

94
00:06:12.166 --> 00:06:16.166
ให้ได้นะ เขาเรียกว่า "มีลูกล่อลูกชน"

95
00:06:16.168 --> 00:06:20.168
(คุณครูคณิตา) ค่ะ เอาล่ะค่ะ ต่อมานะคะ กลวิธี

96
00:06:20.169 --> 00:06:24.169
ของการค้านค่ะ หรือว่าฝ่ายค้าน ฝ่ายค้าน

97
00:06:24.171 --> 00:06:28.171
จะมีกลวิธีอย่างไรในการที่เราจะเสนอ

98
00:06:28.172 --> 00:06:32.172
ฝ่ายเสนอนี่ให้อยู่หมัดค่ะ เดี๋ยวเราไปดูเลยนะคะ

99
00:06:32.174 --> 00:06:36.174
ของฝ่ายค้าน ก็คือ ถ้าค้านเขาตกเหมือนยกเราขึ้น

100
00:06:36.175 --> 00:06:40.175
หมายความว่าอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ)

101
00:06:40.176 --> 00:06:44.176
ก็คือถ้าเขาพูดสิ่งใดมาก็ตาม

102
00:06:44.178 --> 00:06:48.178
ฝ่ายเสนออะไรก็ตาม ฝ่ายค้านจำทุกประเด็นได้

103
00:06:48.179 --> 00:06:52.179
แล้วก็พููดคัดค้าน

104
00:06:52.180 --> 00:06:56.180
ทุกประเด็นได้ทั้งหมด เขาเรียกว่า

105
00:06:56.180 --> 00:07:00.180
ค้านตก ก็คือการเสริมฝ่ายเราครูคณิตา

106
00:07:00.182 --> 00:07:04.182
เสริมฝ่ายเรา ฝ่ายเราก็จะได้เปรียบ การเป็นฝ่ายค้านนะ

107
00:07:04.182 --> 00:07:08.182
ชื่อก็บอกว่าฝ่ายค้าน เพราะฉะนั้น ชื่อก็เสียเปรียบ

108
00:07:08.183 --> 00:07:12.183
อยู่แล้ว แต่จะทำอย่างไรล่ะ

109
00:07:12.185 --> 00:07:16.185
ให้ฝ่ายของเรานี่มันได้เปรียบเขา

110
00:07:16.186 --> 00:07:20.186
ให้มันขาดให้หมดนะ ถ้าเป็นครูก็จะเรียก

111
00:07:20.189 --> 00:07:24.189
หรือค้านให้ตกนี่ ยกเราขึ้น ก็คือเราจะ

112
00:07:24.189 --> 00:07:28.189
เป็นฝ่ายได้เปรียบแทน (คุณครูคณิตา) นั่นก็คือสามารถ

113
00:07:28.190 --> 00:07:32.190
ปัดข้อมูลของฝ่ายเสนอได้ทั้งหมดนะคะ

114
00:07:32.191 --> 00:07:36.191
ก็จะทำให้ฝ่ายค้านของเรานี่ได้เปรียบมากยิ่งขึ้นนั่นเองค่ะ

115
00:07:36.192 --> 00:07:40.192
ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ต้องค้านด้วยเหตุผลนะครับ

116
00:07:40.193 --> 00:07:44.193
ค้านได้ตกจริง แต่การที่จะค้านได้ตกนี่

117
00:07:44.194 --> 00:07:48.194
นะครับ ข้อมูลและหลักฐานนี่ต้องน่าเชื่อถือ

118
00:07:48.195 --> 00:07:52.195
กว่าฝ่ายเสนอด้วย ถึงจะเรียกว่า "ค้านแล้วประสบผล

119
00:07:52.196 --> 00:07:56.196
(คุณครูคณิตา) ก็แสดงว่าฝ่ายค้านนี่ข้อมูลแน่น

120
00:07:56.197 --> 00:08:00.197
(คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ (คุณครูคณิตา) เพื่อที่จะ 1. นี่ก็คือค้านฝ่ายเสนน

121
00:08:00.198 --> 00:08:04.198
ให้ได้ 2. นั่นก็คือมีวิธีการนะคะ

122
00:08:04.199 --> 00:08:08.199
การพูด รวมถึงหลักฐานนี่ การพูดโน้มน้าว

123
00:08:08.200 --> 00:08:12.200
ผู้ฟังหรือคณะกรรมการนี่ให้มา

124
00:08:12.202 --> 00:08:16.202
อยู่ฝั่งของเราด้วยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนได้ยินที่ครูบอกแล้ว

125
00:08:16.203 --> 00:08:20.203
นักเรียนต้องเตรียมตัวให้ดีนะครับ

126
00:08:20.204 --> 00:08:24.204
ก็คือผู้ที่ควบคุมเพื่อนที่เป็นผู้สนับสนุนแต่ละฝ่าย

127
00:08:24.205 --> 00:08:28.205
เราจะวางแผนอย่างไรใช่ไหมครูคณิตา ญัตติเรามีอยู่แล้ว

128
00:08:28.206 --> 00:08:32.206
เวลาเราพูดกันจริง ๆ นี่ต้องควบคุม

129
00:08:32.207 --> 00:08:36.207
พูดอย่างไรให้เราเป็นฝ่ายได้เปรียบนั่นเองครับ

130
00:08:36.209 --> 00:08:40.209
(คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ สืบเนื่องจากที่คุณครูปรเมษฐได้พูดบอกไปแล้ว

131
00:08:40.210 --> 00:08:44.210
ฝ่ายค้านค่ะ หรือว่าฝ่ายเสนอนี่

132
00:08:44.211 --> 00:08:48.211
รู้จักก่อนค่ะ รู้จักค้านเรื่องหน้านะคะ หรือ

133
00:08:48.212 --> 00:08:52.212
ดักทางของฝ่ายตรงข้ามค่ะ ดักทางของฝ่ายตรงข่า

134
00:08:52.213 --> 00:08:56.213
ฝ่ายค้านหรือฝ่ายเสนอนี่ เราจะต้องมีวิธี

135
00:08:56.214 --> 00:09:00.214
คาดคะเนถึงข้อมูลของอีกฝ่ายที่จะนำเสนอ

136
00:09:00.215 --> 00:09:04.215
แล้วเราทำอย่างไรต่อคะ (คุณครูปรเมษฐ) เราก็คัดค้าน

137
00:09:04.218 --> 00:09:08.218
ก็คือการดูก่อนว่า ดูเราก่อน

138
00:09:08.219 --> 00:09:12.219
ดูตัวเองก่อนนักเรียน นักเรียนได้ญัตติอะไร ดูข้อบกพร่อง

139
00:09:12.220 --> 00:09:16.220
เขาจะสามารถโต้กับเราได้

140
00:09:16.222 --> 00:09:20.222
เขาเรียกว่า "อุดรอยรั่ว"

141
00:09:20.223 --> 00:09:24.223
ของเราน่ะ เราต้องพูดไปก่อน พูดอย่างไรไม่ใช่พูดเรื่องไม่ดีนะ

142
00:09:24.224 --> 00:09:28.224
สิ่งที่ไม่ดีของเรา เราต้องพูดให้มันดี

143
00:09:28.225 --> 00:09:32.225
ฝ่ายเสนอเขาก็จะไม่สามารถที่จะทำอะไรเราได้ เพราะเรา

144
00:09:32.227 --> 00:09:36.227
พูดข้อมูลตรงนั้นไปแล้ว ที่เขาเตรียมโจมตีเราน่ะ

145
00:09:36.228 --> 00:09:40.228
แต่เราพูดไปเสียก่อนแล้ว ถ้าเป็นครูคณิตาเอาอะไรมาพูดล่ะครับ

146
00:09:40.230 --> 00:09:44.230
ไม่มีแล้ว (คุณครูคณิตา) เสียเปรียบเลยนะคะ หากเตรียมข้อมู

147
00:09:44.231 --> 00:09:48.231
แล้วอีกฝ่ายตรงข้ามนะคะ ได้พูดดักทางข้อมูล

148
00:09:48.233 --> 00:09:52.233
ในสิ่งที่เราพูดเตรียมไว้หมดแล้ว คงเครียดนะคะ

149
00:09:52.234 --> 00:09:56.234
ฝ่ายตรงข้ามนี่ (คุณครูปรเมษฐ) ฝ่ายเสนอก็ต้องเตรียม

150
00:09:56.236 --> 00:10:00.236
หาข้อมูลกันใหม่ล่ะ ในการที่มาโจมตีฝ่ายค้านให้ได้

151
00:10:00.237 --> 00:10:04.237
มันเป็นอย่างนี้มันถึงสนุกไงครับ

152
00:10:04.239 --> 00:10:08.239
ชิงพริบกันนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่

153
00:10:08.240 --> 00:10:12.240
ค้านไม่ได้ให้ปล่อยไป ไม่ต้องไปเก็บมานะ

154
00:10:12.241 --> 00:10:16.241
คิดแล้วเราค้านไม่ได้ สมมติฝ่ายเสนอ

155
00:10:16.242 --> 00:10:20.242
อันไหนที่เราค้านไม่ได้

156
00:10:20.243 --> 00:10:24.243
ไม่ต้องไปรื้อขึ้น ถ้ารื้อขึ้นมาเป็นอย่างไร

157
00:10:24.245 --> 00:10:28.245
ก็ถือว่าเป็นการตอกย้ำว่า

158
00:10:28.246 --> 00:10:32.246
มันเป็นสิ่งที่ไม่ดีจริง ๆ นะ ก็อาจทำให้

159
00:10:32.248 --> 00:10:36.248
ลังเลแล้วก็ทำให้สิ่งที่เราพูดนั้นไม่น่าเชื่อถือค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

160
00:10:36.249 --> 00:10:40.249
เราก็เสียเปรียบทันทีเลย อะไรที่ค้านไม่ได้ก็

161
00:10:40.250 --> 00:10:44.250
ปล่อยไปตามน้ำ ไม่ต้องเอากลับมา (คุณครูคณิตา) ผู้ผ

162
00:10:44.251 --> 00:10:48.251
อาจจะลืมไปก็ได้นะคะ อาจจะแบบ...

163
00:10:48.253 --> 00:10:52.253
มันจะทำให้การพูดนำเสนอของเราดีกว่า

164
00:10:52.254 --> 00:10:56.254
นั่นเองค่ะ ต่อมาค่ะ วิธีการโต้วาที

165
00:10:56.255 --> 00:11:00.255
เอาล่ะค่ะ การโต้วาทีนี่ก็เข้าใกล้

166
00:11:00.256 --> 00:11:04.256
ขึ้นมาเรื่อย ๆ แล้วนะคะ เดี๋ยวเรามาดู

167
00:11:04.257 --> 00:11:08.257
วิธีการโต้วาทีค่ะ ข้อที่ 1 คืออะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) เมื่อ

168
00:11:08.263 --> 00:11:12.263
เริ่มพูดนะครับ ก็ต้องทักทายผู้ดำเนินรายการ คณะ

169
00:11:12.264 --> 00:11:16.264
กรรมการ ฝ่ายตรงข้ามและผู้ชม เช่น

170
00:11:16.266 --> 00:11:20.266
เรียนท่านประธานที่เคารพ

171
00:11:20.267 --> 00:11:24.267
ท่านคณะกรรมการ ผู้ฟังที่มีเกียรติ แ

172
00:11:24.268 --> 00:11:28.268
ที่มีเกียรติ และ สมมติครูเป็นฝ่ายค้าน

173
00:11:28.270 --> 00:11:32.270
ครูก็จะบอก และท่านฝ่ายค้านที่เคารพทุก

174
00:11:32.272 --> 00:11:36.272
(คุณครูคณิตา) ฝ่ายเสนอหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) ฝ่ายเสนอใช่ไหม

175
00:11:36.273 --> 00:11:40.273
สมมติครูเป็นฝ่ายค้าน และท่านฝ่ายเสนอ

176
00:11:40.274 --> 00:11:44.274
น่ารักทุกท่าน เหมือนเป็นการเหน็บแนม

177
00:11:44.275 --> 00:11:48.275
เป็นการชมแต่ฟังแล้ว เอ๊ะ น่ารักจริงหรือเปล่านะ

178
00:11:48.276 --> 00:11:52.276
(คุณครูปรเมษฐ) เราเป็นคู่ต่อสู้กัน

179
00:11:52.277 --> 00:11:56.277
(คุณครูคณิตา)เอาล่ะค่ะ ต่อมาค่ะ ต้องขึ้นต้นให้น่าสนใจ

180
00:11:56.278 --> 00:12:00.278
และลงท้ายให้จับใจค่ะ โดยใช้เพลง

181
00:12:00.279 --> 00:12:04.279
กลอนหรือคำคมค่ะ นี่ก็เป็นส่วนที่

182
00:12:04.280 --> 00:12:08.280
ทำให้เรานี่ดึงดูดผู้ฟังให้ได้มากขึ้น

183
00:12:08.284 --> 00:12:12.284
(คุณครูปรเมษฐ) นี่อย่างเช่น คนที่มีความสามารถนะ พวกหัวหน้าฝ่ายเสนอ

184
00:12:12.285 --> 00:12:16.285
หรือฝ่ายค้านนี่ ถ้าเขามีความสามารถเขา

185
00:12:16.286 --> 00:12:20.286
แต่เพลงนั้น ไม่ใช่ร้องเพลงอะไรก็ได้นะ เพลงนั้นต้อง

186
00:12:20.287 --> 00:12:24.287
เป็นอย่างไรลูก เกี่ยวข้องกับญัตติ และเพลงนั้นต้องมา

187
00:12:24.289 --> 00:12:28.289
สนับสนุนฝ่ายเรา อย่างเช่น ญัตติ เป็นโสดดีกว่า

188
00:12:28.291 --> 00:12:32.291
เป็นโสดดีกว่าแต่งงาน ฝ่ายค้าน

189
00:12:32.292 --> 00:12:36.292
คือ ฝ่ายแต่งงานใช่ไหม

190
00:12:36.294 --> 00:12:40.294
(คุณครูคณิตา) เป็นโสดดีกว่าแต่งงาน

191
00:12:40.295 --> 00:12:44.295
เป็นโสดดีกว่าแต่งงาน ฝ่ายค้าน คือ

192
00:12:44.296 --> 00:12:48.296
ฝ่าย... เด็ก ๆ คิด แต่งงานใช่ไหม (คุณครูคณิตา)

193
00:12:48.297 --> 00:12:52.297
ฝ่ายโสดหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) ฝ่ายเสนอไง เป็นโสด

194
00:12:52.298 --> 00:12:56.298
(คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สมมติญัตตินี้ครับ ฝ่ายค้าน

195
00:12:56.300 --> 00:13:00.300
ขึ้นเลย เป็นโสดทำไม

196
00:13:00.301 --> 00:13:04.301
อยู่ไปให้เศร้าเหงาทรวง (คุณครูคณิตา) พอแล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

197
00:13:04.302 --> 00:13:08.302
แบบนี้คือการใช้วาทศิลป์

198
00:13:08.303 --> 00:13:12.303
มันก็จะทำให้ดึงดูดน่าสนใจ นี่

199
00:13:12.304 --> 00:13:16.304
ยกญัตติให้เห็นเลยนะครับ (คุณครูคณิตา) รวมถึงใช้คำคมนะคะ

200
00:13:16.305 --> 00:13:20.305
การใช้คำคมปิดท้ายนี้ ก็จะทำให้น่าสนใจ

201
00:13:20.308 --> 00:13:24.308
น่าสนใจและจะทำให้ผู้ฟังนี่เกิดความคิด และ

202
00:13:24.308 --> 00:13:28.308
ทำให้เรานี่คิดตามในสิ่งที่เราพูด ทำให้

203
00:13:28.309 --> 00:13:32.309
การพูดของเรานี่น่าสนใจเพิ่มมากขึ้น

204
00:13:32.310 --> 00:13:36.310
นั่นเองค่ะ ต่อมาค่ะ ต้องมีสไตล์หรือจุดเด่น

205
00:13:36.312 --> 00:13:40.312
เป็นของตนเองค่ะ เป็นอย่างไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ)

206
00:13:40.313 --> 00:13:44.313
แปลว่าอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ก็สไตล์ ก็จะเป้น

207
00:13:44.314 --> 00:13:48.314
รูปแบบลักษณะของตนเอง เป็นเอกลักษณ์

208
00:13:48.315 --> 00:13:52.315
หรืออัตลักของแต่ละคน

209
00:13:52.316 --> 00:13:56.316
มาดของครูคณิตา

210
00:13:56.317 --> 00:14:00.317
ครูคณิตาก็จะนำเสนอข้อมูลเชิงวิชาการแน่นเลย

211
00:14:00.318 --> 00:14:04.318
ก็ไปเด็ดขาดเลย สมมติครูเป็นมา

212
00:14:04.321 --> 00:14:08.321
เป็นมาดแห่งศิลปิน ครูก็ร้องรำ

213
00:14:08.322 --> 00:14:12.322
อะไรตามสไตล์ ตามอัตลักษณ์ของครูนี่

214
00:14:12.323 --> 00:14:16.323
เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละคร ต้องนำมาใช้นะครับ

215
00:14:16.324 --> 00:14:20.324
อย่า เขาเรียกว่า "อย่าไปแสดงมาก" เอา

216
00:14:20.326 --> 00:14:24.326
เรื่องจริงของเรานี่ล่ะ เอาชีวิตจริงของเรามาใส่ในการพูด

217
00:14:24.327 --> 00:14:28.327
ด้วยถ้อยคำที่สุภาพไม่หบายโลน

218
00:14:28.328 --> 00:14:32.328
อันนี้คือการโต้วาทีนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ หรือเราจะเรียกว่า

219
00:14:32.329 --> 00:14:36.329
ตัวตนที่แท้จริงของเราก็ได้ค่ะ

220
00:14:36.330 --> 00:14:40.330
ทำให้เรานี่ดูมีมิตินะคะ แล้วก็ทำให้คนฟังนี่

221
00:14:40.331 --> 00:14:44.331
ดูมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น

222
00:14:44.333 --> 00:14:48.333
ก็คือคนฟังนี่มองเราแล้วนี่ เรามีความน่าเชื่อถือ

223
00:14:48.336 --> 00:14:52.336
มากขึ้นนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูเชื่อว่านักเรียนได้โต้วาทีแล้ว

224
00:14:52.338 --> 00:14:56.338
เพื่อน ๆ จะเห็นอะไรในตัวของหนูเยอะเลย

225
00:14:56.339 --> 00:15:00.339
มันจะปรากฏขึ้นตอนโต้วาทีนั่นล่ะ เพราะทุกคนต้องงัด

226
00:15:00.341 --> 00:15:04.341
วาทะศิล กิลเม็ด ออกมา

227
00:15:04.342 --> 00:15:08.342
ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ต้องทำให้ผู้ชมและคณะกรรมการ

228
00:15:08.343 --> 00:15:12.343
เชื่อเราแล้วกลายมาเป็นพวกเราให้มากที่สุด อย่างเช่น

229
00:15:12.344 --> 00:15:16.344
ตอนสุดท้ายเวลาเขาจะลงน่ะ ครูคณิตาเคยฟังไหม

230
00:15:16.345 --> 00:15:20.345
(คุณครูปรเมษฐ) อย่างไรก็ตาม กระผมขอยืนยัน นั่งยัน

231
00:15:20.346 --> 00:15:24.346
นอนยัน ตะแคงยันอะไรก็ว่าไป ว่า

232
00:15:24.347 --> 00:15:28.347
สิ่งนั้นไม่ดีเท่าสิ่งนี้แน่นอน

233
00:15:28.348 --> 00:15:32.348
เอาข้อเท็จจริงข้อคิดเห็นมาว่า ตราบใด

234
00:15:32.349 --> 00:15:36.349
ยังขึ้นอยู่ทางทิศ... ทิศไหน ตะวันออก

235
00:15:36.349 --> 00:15:40.349
และตกทางทิศตะวันตก กระผมก็ขอยืนยันว

236
00:15:40.350 --> 00:15:44.350
ว่าแต่งงานดีกว่า

237
00:15:44.351 --> 00:15:48.351
สมมติ นี่คือการปิดท้ายนี่

238
00:15:48.352 --> 00:15:52.352
ทำให้ผู้ชมเขาเข้ามาอยู่ฝ่ายเรา (คุณครูคณิตา) เป็นการ

239
00:15:52.353 --> 00:15:56.353
เพิ่มความเชื่อมั่นนั่นเองนะคะ ต่อมาค่ะ

240
00:15:56.354 --> 00:16:00.354
ห้ามนำเรื่องเกี่ยวกับสถาบันชาติ

241
00:16:00.355 --> 00:16:04.355
มาพูดถึงหรืออ้างอิง

242
00:16:04.356 --> 00:16:08.356
การไม่สมควรค่ะ และไม่พูดในสิ่งที่ผิดศีลธรรม

243
00:16:08.357 --> 00:16:12.357
ด้วยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ อันนี้ไม่ควรยุ่งเกี่ยวนะ

244
00:16:12.359 --> 00:16:16.359
บางคนยกพระราชดำรัส หรือ

245
00:16:16.360 --> 00:16:20.360
พระบรมราโชวาทมาก็ไม่ควร เพราะการที่ยก

246
00:16:20.362 --> 00:16:24.362
ประเด็นดังกล่าวมานี่ อีกฝ่ายหนึ่งสามารถคัดค้านได้ไหม

247
00:16:24.364 --> 00:16:28.364
มันก็คัดค้านไม่ได้ จึงห้ามนำเรื่อง

248
00:16:28.365 --> 00:16:32.365
เกี่ยวกับสถาบันชาติ ศาสนานี่ ห้ามแตะต้อง

249
00:16:32.366 --> 00:16:36.366
ให้เอาประเด็นที่ล่างกว่านั้นมาพูดกันได้ แต่ 3 สถาบันหลักนี่

250
00:16:36.368 --> 00:16:40.368
ไม่เราไม่ควรจะไปแตะต้อง

251
00:16:40.371 --> 00:16:44.371
(คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ต้องพูดให้น่าเชื่อถือที่สุดนะครับ

252
00:16:44.372 --> 00:16:48.372
มีหลักฐานอ้างอิงเหนือกว่าฝ่ายตรงข้าม ในกรณี

253
00:16:48.374 --> 00:16:52.374
ที่ญัตติไม่ได้สดนะ พวกหนู ๆ กำหนดแล้ว

254
00:16:52.376 --> 00:16:56.376
ญัตติกำหนดแล้ว

255
00:16:56.377 --> 00:17:00.377
เตรียมข้อมูลได้เต็มที่เลย หนูอาจจะเอารูปภาพมาก็ได้

256
00:17:00.379 --> 00:17:04.379
นำรูปภาพ นำสื่อต่าง ๆ

257
00:17:04.383 --> 00:17:08.383
มาให้กับผู้ฟังได้เห็น ได้รู้

258
00:17:08.384 --> 00:17:12.384
้เขาได้ ไม่ธรรมดานะนี่ ฝ่ายนี้เตรียมตัวมาดี

259
00:17:12.385 --> 00:17:16.385
แต่ถ้าญัตติสด ก็ว่ากันอีกเรื่องหนึ่ง

260
00:17:16.386 --> 00:17:20.386
ญัตติสดเป็นอะไรที่สนุก ถ้าจับกันเดี๋ยวนั้น

261
00:17:20.387 --> 00:17:24.387
มันจะให้เห็นถึงกลเม็ดของแต่ละทีมเลย

262
00:17:24.388 --> 00:17:28.388
นะครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ ใช้เวลาให้พอดี

263
00:17:28.389 --> 00:17:32.389
และคุ้มค่าให้มากที่สุดค่ะ อย่างเช่น

264
00:17:32.391 --> 00:17:36.391
ฝ่ายหัวหน้าใช่ไหมคะของแต่ละฝ่ายนี่

265
00:17:36.392 --> 00:17:40.392
เวลาในการนำเสนอก็คือ 5 นาทีนะคะ

266
00:17:40.393 --> 00:17:44.393
จะต้องใช้เวลาให้คุ้มค่า และตอนสรุปนี้ใช้

267
00:17:44.394 --> 00:17:48.394
3 นาที ซึ่ง 3 นาทีนี่เป็นเวลาที่มีค่ามาก

268
00:17:48.395 --> 00:17:52.395
ในการที่จะโน้มน้าวชักจูงให้

269
00:17:52.397 --> 00:17:56.397
มาอยู่ฝ่ายเราค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ

270
00:17:56.398 --> 00:18:00.398
อยากจะโต้กันเต็มทีแล้วครับครูคณิตาครับ สุดท้ายแล้ว

271
00:18:00.400 --> 00:18:04.400
ต้องมีน้ำใจ ครูได้บอกไปในชั่วโมงที่แล้ว

272
00:18:04.401 --> 00:18:08.401
การโต้วาทีก็เหมือนกีฬา เราต้องมีน้ำใจนัก

273
00:18:08.404 --> 00:18:12.404
รู้แพ้รู้ชนะ เพราะว่าการโต้แต่ละครั้งนี่ต้องมีผู้แพ

274
00:18:12.404 --> 00:18:16.404
ผู้ชนะ บางครั้งอาจจะเสมอ เราก็จับมือสามัคคี

275
00:18:16.410 --> 00:18:20.410
เพราะอย่างไรเสีย เราก็ยังอยู่ในสถาบันเดียวกัน

276
00:18:20.413 --> 00:18:24.413
ยังเป็นคนไทยเหมือนกัน โต้เพื่อให้มันเกิดความรู้ ให้มัน

277
00:18:24.414 --> 00:18:28.414
เกิดประเด็นแล้วนำประเด็นเหล่านั้นไปปรับใช้

278
00:18:28.415 --> 00:18:32.415
ในชีวิต นี่คือการโต้วาทีนะครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ

279
00:18:32.416 --> 00:18:36.416
มาถึงการทบทวนองค์ประกอบการโต้วาที

280
00:18:36.417 --> 00:18:40.417
กันค่ะ องค์ประกอบการโต้วาทีนั้นมีอะไรบ้าง

281
00:18:40.420 --> 00:18:44.420
เดี๋ยวเราไปทบทวนค่ะ ในแต่ละทีมนะคะ จะมีสมาชิก

282
00:18:44.421 --> 00:18:48.421
3 - 4 คนนะคะ และมีหัวหน้าทีมนี่

283
00:18:48.422 --> 00:18:52.422
1 คน ที่เหลือจะเป็นผู้สนับสนุนค่ะ

284
00:18:52.423 --> 00:18:56.423
แล้วก็จะมีผู้โต้วาทีนะคะ ขาดไม่ได้เลย

285
00:18:56.424 --> 00:19:00.424
หลังจากนั้นค่ะ ผู้ที่ตัดสินแพ้ชนะนี่ ก็คือ

286
00:19:00.425 --> 00:19:04.425
คณะกรรมการตัดสินค่ะ แล้วก็

287
00:19:04.426 --> 00:19:08.426
เวลาที่ใช้ในการโต้วาที ก็แล้วแต่ความเหมาะสม

288
00:19:08.430 --> 00:19:12.430
ของแต่ละที่ อาจจะกำหนดไม่เท่ากันก็ได้นะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ

289
00:19:12.435 --> 00:19:16.435
ต่อมาค่ะ เรามาทบทวนเกี่ยวกับญัตติกันก่อนค่ะ

290
00:19:16.437 --> 00:19:20.437
ญัตติคืออะไรคะคุณครู

291
00:19:20.439 --> 00:19:24.439
โต้วาทีนะ ต้องใช้หัวข้อที่น่าสนใจ ต้องเป็นเรื่องจริง

292
00:19:24.440 --> 00:19:28.440
โต้แล้วมันเสริมสติปัญญาเรา สุดท้ายห้ามให้ร้าย

293
00:19:28.441 --> 00:19:32.441
กับผู้อื่น มันสำคัญมากนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ

294
00:19:32.447 --> 00:19:36.447
ประธานการโต้วาทีนะคะ ก็คือเป็นผู้สำคัญ

295
00:19:36.448 --> 00:19:40.448
อีกคนหนึ่งนะคะ มีหน้าที่ควบคุมการโต้วาทีค่ะ

296
00:19:40.450 --> 00:19:44.450
แนะนำผู้โต้วาที และรักษาเวลา สรุป

297
00:19:44.451 --> 00:19:48.451
การตัดสินค่ะ ก็คือประธานการโต้วาทีนี่

298
00:19:48.452 --> 00:19:52.452
หากพูดเกี่ยวกับผลการตัดสินถือเป็นที่เด็ดขาด

299
00:19:52.453 --> 00:19:56.453
(คุณครูปรเมษฐ) เด็ดขาด จบที่ประธานครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ

300
00:19:56.454 --> 00:20:00.454
(คุณครูปรเมษฐ) ผู้โต้วาทีก็แบ่งเป็น 2 ฝ่ายใช่ไหมเด็ก ๆ ครับ ก็คือ

301
00:20:00.455 --> 00:20:04.455
ฝ่ายเสนอและหัวหน้าฝ่ายค้าน แล้วก็ผู้สนับสนุน

302
00:20:04.456 --> 00:20:08.456
ฝ่ายละ 2 - 4 คน แต่โดยมากที่

303
00:20:08.457 --> 00:20:12.457
จะใช้โต้กันนี่ก็จะใช้ทีมละ 3 คน หัวหน้า 1

304
00:20:12.458 --> 00:20:16.458
ผู้สนับสนุน 2 ก็เป็น 3 นะครับ (คุณครูคณิตา) ได้นะคะ ขึ้นอยู่กับ

305
00:20:16.460 --> 00:20:20.460
จำนวนของนักเรียนแล้วกันนะคะ ต่อมาค่ะ ควรใช้คณะกรร

306
00:20:20.461 --> 00:20:24.461
ตัดสินค่ะ ควรใช้คณะกรรมการ 3 - 5 คน

307
00:20:24.462 --> 00:20:28.462
และควรเป็นจำนวนคี่ด้วยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เหมาะสมที่สุดก็เป็น

308
00:20:28.463 --> 00:20:32.463
3 กับ 5 (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ ต่อมาค่ะ เวลา

309
00:20:32.464 --> 00:20:36.464
ที่ใช้ในการโต้วาทีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เวลาที่ใช้นะครับ ตามความเหมาะสมก็

310
00:20:36.464 --> 00:20:40.464
คนละ 5 นาทีแล้วก็ให้พูดสรุปคนละ 3 นาทีนะครับ

311
00:20:40.466 --> 00:20:44.466
แล้วก็ผู้สนับสนุน โดยมากจะใช้พูด 3 นาที

312
00:20:44.467 --> 00:20:48.467
ถ้าตามหลักสูตรเขาบอกอย่างนี้ 4 3 3 3

313
00:20:48.468 --> 00:20:52.468
ก็คือหัวหน้าพูด 4 หรือ 5 ก็ได้นะ

314
00:20:52.469 --> 00:20:56.469
ผู้สนับสนุน 2 คน ใช่ไหม

315
00:20:56.470 --> 00:21:00.470
แล้วก็หัวหน้าขึ้นมาพูดสรุปอีกครั้งหนึ่ง

316
00:21:00.500 --> 00:21:04.500
อีก 3 เป็น 4 3 3 3 หลักสูตรเขา

317
00:21:04.501 --> 00:21:08.501
(คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ ขั้นตอนในการโต้วาทีค่ะ

318
00:21:08.503 --> 00:21:12.503
มีอะไรบ้างคะ 1. ประธานกล่าวแนะนำ

319
00:21:12.504 --> 00:21:16.504
2. หัวหน้าฝ่ายเสนอพูด 3. หัวหน้าฝ่ายค้านพูน

320
00:21:16.505 --> 00:21:20.505
4. คือ (คุณครูปรเมษฐ) ผู้สนับสนุนของทั้งสองฝ่าย

321
00:21:20.507 --> 00:21:24.507
นะครับ ขึ้นพูดนะครับ แล้วก็สุดท้ายก็จะ

322
00:21:24.508 --> 00:21:28.508
จบที่หัวหน้าฝ่ายค้านพูดจบ

323
00:21:28.509 --> 00:21:32.509
การโต้วาทีครับ (คุณครูคณิตา) นี่จะเป็นขึ้นตอน

324
00:21:32.511 --> 00:21:36.511
ในการโต้วาทีนะคะ เอาล่ะค่ะ เรามาดูกติกา

325
00:21:36.512 --> 00:21:40.512
การโต้วาทีกันดีกว่าค่ะ

326
00:21:40.513 --> 00:21:44.513
มีอะไรบ้าง อย่างแรกเลยนะคะ แต่ละทีม

327
00:21:44.516 --> 00:21:48.516
จะต้องมีสมาชิก 3 หรือ 4 คนค่ะ 2. ก็คือ

328
00:21:48.517 --> 00:21:52.517
จะต้องมีหัวหน้าทีมนะคะ ที่เหลือก็จะเป็น

329
00:21:52.526 --> 00:21:56.526
ผู้สนับสนุนนั่นเองค่ะ ต่อมาค่ะ

330
00:21:56.527 --> 00:22:00.527
(คุณครูปรเมษฐ) เวลาที่ใช้นะครับ ก็คือหัวหน้าทีมจะมีเวลา

331
00:22:00.528 --> 00:22:04.528
5 นาทีนะครับ ส่วนผู้สนับสนุน ก็จะมีคนละ

332
00:22:04.529 --> 00:22:08.529
เวลา 3 นาที และหัวหน้าก็จะได้พูดตอนสุดท้ายนะ

333
00:22:08.546 --> 00:22:12.546
อีกตามขั้นตอนนะ อีกคนละ 3 นาที ก็จะจบนะครับ

334
00:22:12.547 --> 00:22:16.547
ไอ้ตรง 5 นาทีอาจจะเป็น 4 ก็ได้ (คุณครูคณิตา)

335
00:22:16.548 --> 00:22:20.548
ตามความเหมาะสมนะคะ ต่อมาค่ะ ก่อนเวลา

336
00:22:20.549 --> 00:22:24.549
นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก่อนเวลา (คุณครูคณิตา) ก่อนเวลา 30 วินาทีค่ะ

337
00:22:24.550 --> 00:22:28.550
จะมีเสียงสัญญาณเตือน 1 ครั้งค่ะ

338
00:22:28.553 --> 00:22:32.553
จะมีสัญญาณเตือน 2 ครั้งค่ะ

339
00:22:32.554 --> 00:22:36.554
และเมื่อเวลาเกินไปทุก ๆ 30 วินาทีนะคะ

340
00:22:36.555 --> 00:22:40.555
จะมีสัญญาณเตือน 1 ครั้งค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ย

341
00:22:40.556 --> 00:22:44.556
ก็ยิ่งเสียคะแนน (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ

342
00:22:44.557 --> 00:22:48.557
นี่นะคะ หากพูดสั้นกว่าเวลาที่กำหนด 30 วินาที

343
00:22:48.559 --> 00:22:52.559
หรือพูดเกินเวลาทุก ๆ 30 วินาทีค่ะ

344
00:22:52.560 --> 00:22:56.560
จะเกิดอะไรขึ้นคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ)

345
00:22:56.561 --> 00:23:00.561
เวลาที่กำหนดมาต้องให้พอดี

346
00:23:00.562 --> 00:23:04.562
ขาดเหลือได้ไม่เกิน 30 วินาทีตามเกณฑ์การตัดสิน

347
00:23:04.564 --> 00:23:08.564
(คุณครูคณิตา) เพราะฉะนั้น นะคะ ถ้าเป็นญัตติ

348
00:23:08.565 --> 00:23:12.565
นักเรียนสามารถที่จะร่างบทพูดแล้วก็ฝึกซ่อมนะคะ

349
00:23:12.568 --> 00:23:16.568
ใช้เวลานี่ไม่เกินตามที่กำหนดค่ะ ก็จะทำให้ไม่เสียคะแนน

350
00:23:16.570 --> 00:23:20.570
ในส่วนนั้นไปนะคะ ต่อมาค่ะ ((คุณครูปรเมษฐ)

351
00:23:20.571 --> 00:23:24.571
นะครับ ก็จะเริ่มจากหัวหน้าฝ่ายเสนอขึ้นพูดก่อน

352
00:23:24.572 --> 00:23:28.572
เสนอเสร็จปุ๊บ หัวหน้าฝ่ายค้านขึ้นพูดนะครับ

353
00:23:28.572 --> 00:23:32.572
แล้วก็สลับกัน โดยการ ฝ่ายค้านพูดเสร็จ

354
00:23:32.574 --> 00:23:36.574
สนับสนุนฝ่ายเสนอและฝ่ายค้านสลับกันไปจนครบ

355
00:23:36.577 --> 00:23:40.577
แล้วก็ไปสุดท้ายรอบการสรุปนะ

356
00:23:40.578 --> 00:23:44.578
(คุณครูปรเมษฐ) หัวหน้าฝ่ายค้านก็ต้องพูดก่อน

357
00:23:44.579 --> 00:23:48.579
ตอนแรกนั้นฝ่ายเสนอพูดก่อนแล้ว ครั้งสุดท้ายให้หัวหน้าฝ่ายค้านพูดบ้าง

358
00:23:48.580 --> 00:23:52.580
แล้วก็ปิดที่หัวหน้าฝ่ายเสนอ แสดงว่าหัวหน้าฝ่ายเสนอ

359
00:23:52.584 --> 00:23:56.584
จะอยู่ตอนหัวแล้วก็ตอนท้าย

360
00:23:56.585 --> 00:24:00.585
ทั้งเปิดทั้งปิดเลยนะครับ (คุณครูคณิตา) ถือว่าได้เปรียบนะคะ (คุณครูปรเมษฐ)

361
00:24:00.586 --> 00:24:04.586
ถ้าตามความคิดได้เปรียบ อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับกลเม

362
00:24:04.587 --> 00:24:08.587
เด็ดพรายของแต่ละบุคคล

363
00:24:08.588 --> 00:24:12.588
ของตัวเองนี่ให้ได้เปรียบยิ่ง ๆ ขึ้นไป หรือจะเสียเปรียบเขาก็

364
00:24:12.589 --> 00:24:16.589
ขึ้นอยู่ที่การพูดนะครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ ถึงเวลาที่นักเรียน

365
00:24:16.590 --> 00:24:20.590
รอคอยแล้วค่ะ นั่นก็คือให้นักเรียนนะคะ

366
00:24:20.592 --> 00:24:24.592
ฝึกซ้อมการพูดโต้วาทีค่ะ ซึ่งบทบาท

367
00:24:24.593 --> 00:24:28.593
ของนักเรียนนะคะ ก็จับกลุ่มนะคะ ฝึกซ้อม

368
00:24:28.596 --> 00:24:32.596
การพูดโต้วาที โดยการฝึกซ้อมนี่ อาจจะร่าง

369
00:24:32.601 --> 00:24:36.601
บทพูดลงในสมุดนะคะ หรือว่าลงในกระดาษ A4

370
00:24:36.601 --> 00:24:40.601
ถ้าเป็นกระกาษ A4 ก็

371
00:24:40.602 --> 00:24:44.602
รบกวนนะคะ ช่วยแจกกระดาษ A4

372
00:24:44.603 --> 00:24:48.603
เผื่อคุณครูนี่จะเก็บเอาไว้เป็นคะแนนเพิ่มเติมได้ค่ะ

373
00:24:48.605 --> 00:24:52.605
ส่วนบทบาทของคุณครูปลายทางล่ะคะ

374
00:24:52.607 --> 00:24:56.607
ก็จะต้องดูแลนักเรียนให้เป็นพิเศษหน่อยนะครับ

375
00:24:56.608 --> 00:25:00.608
เรื่องการแบ่งกลุ่ม เรื่องการจัดกลุ่มของนักเรียนนี่

376
00:25:00.615 --> 00:25:04.615
ก็ต้องคุณครูก็ต้องเป็นหน้าที่หลักในการโต้วาทีด้วย

377
00:25:04.616 --> 00:25:08.616
หรือเป็นผู้ดำเนินรายการให้เด็ก ๆ

378
00:25:08.617 --> 00:25:12.617
เพราะฉะนั้นนี่ เมื่อชั่วโมงที่แล้วที่เด็ก ๆ ทำใบงานเรื่อง การร่างญัตติ

379
00:25:12.618 --> 00:25:16.618
ใช่ไหมครูคณิตา บางกลุ่มญัตติอาจจะไม่ตรงกัน

380
00:25:16.619 --> 00:25:20.619
สามารถที่กำหนดใหม่ได้เลย

381
00:25:20.620 --> 00:25:24.620
ก็ได้นะครับ ว่ากลุ่มนี้มีจำนวนคนเท่านี้ให้โต้ญัตติอะไร

382
00:25:24.621 --> 00:25:28.621
ให้โต้ญัตติอะไร ตามที่

383
00:25:28.623 --> 00:25:32.623
กติกาเขากำหนด แล้วคุณครู

384
00:25:32.624 --> 00:25:36.624
ตามแต่เวลาที่เหมาะสมแล้วกันนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ

385
00:25:36.625 --> 00:25:40.625
เอาล่ะค่ะ เด็ก ๆ คะ พร้อมหรือยังคะ ถ้ามพร้อมแล้ว

386
00:25:40.626 --> 00:25:44.626
นะคะ ลงมือปฏิบัติทำกิจกรรมกลุ่ม ฝึกซ้อม

387
00:25:44.627 --> 00:25:48.627
การพูดโต้วาทีได้เลยค่ะ [เสียงดนตรี]

388
00:25:48.628 --> 00:25:52.628

389
00:25:52.629 --> 00:25:56.629

390
00:25:56.631 --> 00:26:00.631

391
00:26:00.633 --> 00:26:04.633

392
00:26:04.635 --> 00:26:08.635

393
00:26:08.637 --> 00:26:12.637

394
00:26:12.639 --> 00:26:16.639

395
00:26:16.640 --> 00:26:20.640

396
00:26:20.642 --> 00:26:24.642

397
00:26:24.644 --> 00:26:28.644

398
00:26:28.646 --> 00:26:32.646

399
00:26:32.648 --> 00:26:36.648

400
00:26:36.649 --> 00:26:40.649

401
00:26:40.654 --> 00:26:44.654

402
00:26:44.656 --> 00:26:48.656

403
00:26:48.658 --> 00:26:52.658

404
00:26:52.660 --> 00:26:56.660

405
00:26:56.661 --> 00:27:00.661

406
00:27:00.663 --> 00:27:04.663

407
00:27:04.665 --> 00:27:08.665

408
00:27:08.667 --> 00:27:12.667

409
00:27:12.669 --> 00:27:16.669

410
00:27:16.672 --> 00:27:20.672

411
00:27:20.674 --> 00:27:24.674

412
00:27:24.677 --> 00:27:28.677

413
00:27:28.680 --> 00:27:32.680

414
00:27:32.683 --> 00:27:36.683

415
00:27:36.685 --> 00:27:40.685

416
00:27:40.687 --> 00:27:44.687

417
00:27:44.688 --> 00:27:48.688

418
00:27:48.690 --> 00:27:52.690

419
00:27:52.692 --> 00:27:56.692

420
00:27:56.693 --> 00:28:00.693

421
00:28:00.696 --> 00:28:04.696

422
00:28:04.698 --> 00:28:08.698

423
00:28:08.700 --> 00:28:12.700

424
00:28:12.702 --> 00:28:16.702

425
00:28:16.703 --> 00:28:20.703

426
00:28:20.705 --> 00:28:24.705

427
00:28:24.707 --> 00:28:28.707

428
00:28:28.709 --> 00:28:32.709

429
00:28:32.711 --> 00:28:36.711

430
00:28:36.713 --> 00:28:40.713

431
00:28:40.715 --> 00:28:44.715

432
00:28:44.717 --> 00:28:48.717

433
00:28:48.719 --> 00:28:52.719

434
00:28:52.721 --> 00:28:56.721

435
00:28:56.722 --> 00:29:00.722

436
00:29:00.724 --> 00:29:04.724

437
00:29:04.726 --> 00:29:08.726

438
00:29:08.728 --> 00:29:12.728

439
00:29:12.730 --> 00:29:16.730

440
00:29:16.732 --> 00:29:20.732

441
00:29:20.734 --> 00:29:24.734

442
00:29:24.735 --> 00:29:28.735

443
00:29:28.736 --> 00:29:32.736

444
00:29:32.737 --> 00:29:36.737

445
00:29:36.738 --> 00:29:40.738

446
00:29:40.740 --> 00:29:44.740

447
00:29:44.742 --> 00:29:48.742

448
00:29:48.743 --> 00:29:52.743

449
00:29:52.745 --> 00:29:56.745

450
00:29:56.746 --> 00:30:00.746

451
00:30:00.752 --> 00:30:04.752

452
00:30:04.753 --> 00:30:08.753

453
00:30:08.755 --> 00:30:12.755

454
00:30:12.757 --> 00:30:16.757

455
00:30:16.758 --> 00:30:20.758

456
00:30:20.761 --> 00:30:24.761

457
00:30:24.763 --> 00:30:28.763

458
00:30:28.765 --> 00:30:32.765

459
00:30:32.767 --> 00:30:36.767

460
00:30:36.769 --> 00:30:40.769

461
00:30:40.778 --> 00:30:44.778

462
00:30:44.780 --> 00:30:48.780

463
00:30:48.782 --> 00:30:52.782

464
00:30:52.784 --> 00:30:56.784

465
00:30:56.786 --> 00:31:00.786

466
00:31:00.788 --> 00:31:04.788

467
00:31:04.789 --> 00:31:08.789

468
00:31:08.797 --> 00:31:12.797

469
00:31:12.799 --> 00:31:16.799

470
00:31:16.801 --> 00:31:20.801

471
00:31:20.803 --> 00:31:24.803

472
00:31:24.805 --> 00:31:28.805

473
00:31:28.806 --> 00:31:32.806

474
00:31:32.811 --> 00:31:36.811

475
00:31:36.812 --> 00:31:40.812

476
00:31:40.814 --> 00:31:44.814

477
00:31:44.817 --> 00:31:48.817

478
00:31:48.819 --> 00:31:52.819

479
00:31:52.821 --> 00:31:56.821

480
00:31:56.824 --> 00:32:00.824

481
00:32:00.826 --> 00:32:04.826

482
00:32:04.828 --> 00:32:08.828

483
00:32:08.831 --> 00:32:12.831

484
00:32:12.834 --> 00:32:16.834

485
00:32:16.836 --> 00:32:20.836

486
00:32:20.838 --> 00:32:24.838

487
00:32:24.840 --> 00:32:28.840

488
00:32:28.842 --> 00:32:32.842

489
00:32:32.847 --> 00:32:36.847

490
00:32:36.849 --> 00:32:40.849

491
00:32:40.853 --> 00:32:44.853

492
00:32:44.858 --> 00:32:48.858

493
00:32:48.859 --> 00:32:52.859

494
00:32:52.862 --> 00:32:56.862

495
00:32:56.866 --> 00:33:00.866

496
00:33:00.871 --> 00:33:04.871

497
00:33:04.875 --> 00:33:08.875

498
00:33:08.876 --> 00:33:12.876

499
00:33:12.878 --> 00:33:16.878

500
00:33:16.880 --> 00:33:20.880

501
00:33:20.881 --> 00:33:24.881

502
00:33:24.886 --> 00:33:28.886

503
00:33:28.888 --> 00:33:32.888

504
00:33:32.890 --> 00:33:36.890

505
00:33:36.893 --> 00:33:40.893

506
00:33:40.895 --> 00:33:44.895

507
00:33:44.897 --> 00:33:48.897

508
00:33:48.899 --> 00:33:52.899

509
00:33:52.901 --> 00:33:56.901

510
00:33:56.903 --> 00:34:00.903

511
00:34:00.905 --> 00:34:04.905

512
00:34:04.908 --> 00:34:08.908

513
00:34:08.910 --> 00:34:12.910

514
00:34:12.912 --> 00:34:16.912

515
00:34:16.915 --> 00:34:20.915

516
00:34:20.917 --> 00:34:24.917

517
00:34:24.918 --> 00:34:28.918

518
00:34:28.919 --> 00:34:32.919

519
00:34:32.921 --> 00:34:36.921

520
00:34:36.923 --> 00:34:40.923

521
00:34:40.924 --> 00:34:44.924

522
00:34:44.927 --> 00:34:48.927

523
00:34:48.929 --> 00:34:52.929

524
00:34:52.931 --> 00:34:56.931

525
00:34:56.932 --> 00:35:00.932

526
00:35:00.934 --> 00:35:04.934

527
00:35:04.937 --> 00:35:08.937

528
00:35:08.940 --> 00:35:12.940

529
00:35:12.943 --> 00:35:16.943

530
00:35:16.945 --> 00:35:20.945

531
00:35:20.947 --> 00:35:24.947

532
00:35:24.949 --> 00:35:28.949

533
00:35:28.950 --> 00:35:32.950

534
00:35:32.952 --> 00:35:36.952

535
00:35:36.954 --> 00:35:40.954

536
00:35:40.956 --> 00:35:44.956

537
00:35:44.958 --> 00:35:48.958

538
00:35:48.961 --> 00:35:52.961

539
00:35:52.963 --> 00:35:56.963

540
00:35:56.964 --> 00:36:00.964

541
00:36:00.966 --> 00:36:04.966

542
00:36:04.968 --> 00:36:08.968

543
00:36:08.970 --> 00:36:12.970

544
00:36:12.973 --> 00:36:16.973

545
00:36:16.975 --> 00:36:20.975

546
00:36:20.975 --> 00:36:24.975

547
00:36:24.977 --> 00:36:28.977

548
00:36:28.978 --> 00:36:32.978

549
00:36:32.980 --> 00:36:36.980

550
00:36:36.981 --> 00:36:40.981

551
00:36:40.983 --> 00:36:44.983

552
00:36:44.985 --> 00:36:48.985

553
00:36:48.987 --> 00:36:52.987

554
00:36:52.988 --> 00:36:56.988

555
00:36:56.990 --> 00:37:00.990

556
00:37:00.992 --> 00:37:04.992

557
00:37:04.994 --> 00:37:08.994

558
00:37:08.999 --> 00:37:12.999

559
00:37:13.001 --> 00:37:17.001

560
00:37:17.002 --> 00:37:21.002

561
00:37:21.004 --> 00:37:25.004

562
00:37:25.006 --> 00:37:29.006

563
00:37:29.007 --> 00:37:33.007

564
00:37:33.009 --> 00:37:37.009

565
00:37:37.010 --> 00:37:41.010

566
00:37:41.014 --> 00:37:45.014

567
00:37:45.015 --> 00:37:49.015

568
00:37:49.016 --> 00:37:53.016

569
00:37:53.018 --> 00:37:57.018

570
00:37:57.019 --> 00:38:01.019

571
00:38:01.020 --> 00:38:05.020

572
00:38:05.022 --> 00:38:09.022

573
00:38:09.024 --> 00:38:13.024

574
00:38:13.026 --> 00:38:17.026

575
00:38:17.028 --> 00:38:21.028

576
00:38:21.030 --> 00:38:25.030

577
00:38:25.032 --> 00:38:29.032

578
00:38:29.034 --> 00:38:33.034

579
00:38:33.037 --> 00:38:37.037

580
00:38:37.040 --> 00:38:41.040

581
00:38:41.042 --> 00:38:45.042

582
00:38:45.044 --> 00:38:49.044

583
00:38:49.047 --> 00:38:53.047

584
00:38:53.049 --> 00:38:57.049

585
00:38:57.051 --> 00:39:01.051

586
00:39:01.053 --> 00:39:05.053

587
00:39:05.056 --> 00:39:09.056

588
00:39:09.058 --> 00:39:13.058

589
00:39:13.060 --> 00:39:17.060

590
00:39:17.062 --> 00:39:21.062

591
00:39:21.064 --> 00:39:25.064

592
00:39:25.065 --> 00:39:29.065

593
00:39:29.067 --> 00:39:33.067

594
00:39:33.069 --> 00:39:37.069

595
00:39:37.070 --> 00:39:41.070

596
00:39:41.072 --> 00:39:45.072

597
00:39:45.074 --> 00:39:49.074

598
00:39:49.077 --> 00:39:53.077

599
00:39:53.078 --> 00:39:57.078

600
00:39:57.083 --> 00:40:01.083

601
00:40:01.085 --> 00:40:05.085

602
00:40:05.087 --> 00:40:09.087

603
00:40:09.089 --> 00:40:13.089

604
00:40:13.090 --> 00:40:17.090

605
00:40:17.093 --> 00:40:21.093

606
00:40:21.095 --> 00:40:25.095

607
00:40:25.097 --> 00:40:29.097

608
00:40:29.099 --> 00:40:33.099

609
00:40:33.101 --> 00:40:37.101

610
00:40:37.103 --> 00:40:41.103

611
00:40:41.105 --> 00:40:45.105

612
00:40:45.106 --> 00:40:49.106

613
00:40:49.108 --> 00:40:53.108

614
00:40:53.110 --> 00:40:57.110

615
00:40:57.112 --> 00:41:01.112

616
00:41:01.114 --> 00:41:05.114

617
00:41:05.115 --> 00:41:09.115

618
00:41:09.117 --> 00:41:13.117

619
00:41:13.119 --> 00:41:17.119

620
00:41:17.120 --> 00:41:21.120

621
00:41:21.123 --> 00:41:25.123

622
00:41:25.125 --> 00:41:29.125

623
00:41:29.127 --> 00:41:33.127

624
00:41:33.130 --> 00:41:37.130

625
00:41:37.132 --> 00:41:41.132

626
00:41:41.134 --> 00:41:45.134

627
00:41:45.136 --> 00:41:49.136

628
00:41:49.139 --> 00:41:53.139

629
00:41:53.141 --> 00:41:57.141

630
00:41:57.142 --> 00:42:01.142

631
00:42:01.145 --> 00:42:05.145

632
00:42:05.147 --> 00:42:09.147

633
00:42:09.149 --> 00:42:13.149

634
00:42:13.151 --> 00:42:17.151

635
00:42:17.153 --> 00:42:21.153

636
00:42:21.155 --> 00:42:25.155

637
00:42:25.157 --> 00:42:29.157

638
00:42:29.159 --> 00:42:33.159

639
00:42:33.161 --> 00:42:37.161

640
00:42:37.163 --> 00:42:41.163

641
00:42:41.165 --> 00:42:45.165

642
00:42:45.167 --> 00:42:49.167

643
00:42:49.168 --> 00:42:53.168

644
00:42:53.170 --> 00:42:57.170

645
00:42:57.171 --> 00:43:01.171

646
00:43:01.173 --> 00:43:05.173

647
00:43:05.174 --> 00:43:09.174

648
00:43:09.176 --> 00:43:13.176

649
00:43:13.178 --> 00:43:17.178

650
00:43:17.179 --> 00:43:21.179

651
00:43:21.181 --> 00:43:25.181

652
00:43:25.183 --> 00:43:29.183

653
00:43:29.186 --> 00:43:33.186

654
00:43:33.187 --> 00:43:37.187

655
00:43:37.189 --> 00:43:41.189

656
00:43:41.191 --> 00:43:45.191

657
00:43:45.193 --> 00:43:49.193

658
00:43:49.195 --> 00:43:53.195

659
00:43:53.197 --> 00:43:57.197

660
00:43:57.199 --> 00:44:01.199

661
00:44:01.205 --> 00:44:05.205

662
00:44:05.207 --> 00:44:09.207

663
00:44:09.209 --> 00:44:13.209

664
00:44:13.211 --> 00:44:17.211

665
00:44:17.213 --> 00:44:21.213

666
00:44:21.215 --> 00:44:25.215

667
00:44:25.218 --> 00:44:29.218

668
00:44:29.220 --> 00:44:33.220

669
00:44:33.222 --> 00:44:37.222

670
00:44:37.224 --> 00:44:41.224

671
00:44:41.226 --> 00:44:45.226

672
00:44:45.228 --> 00:44:49.228

673
00:44:49.230 --> 00:44:53.230

674
00:44:53.232 --> 00:44:57.232

675
00:44:57.233 --> 00:45:01.233

676
00:45:01.236 --> 00:45:05.236

677
00:45:05.239 --> 00:45:09.239

678
00:45:09.241 --> 00:45:13.241

679
00:45:13.243 --> 00:45:17.243

680
00:45:17.245 --> 00:45:21.245

681
00:45:21.247 --> 00:45:25.247

682
00:45:25.249 --> 00:45:29.249

683
00:45:29.253 --> 00:45:33.253

684
00:45:33.255 --> 00:45:37.255

685
00:45:37.257 --> 00:45:41.257

686
00:45:41.259 --> 00:45:45.259

687
00:45:45.261 --> 00:45:49.261

688
00:45:49.263 --> 00:45:53.263

689
00:45:53.265 --> 00:45:57.265
(คุณครูคณิตา) หมดเวลาค่ะนักเรียน มาถึงช่วงสรุปทบเรียน

690
00:45:57.267 --> 00:46:01.267
เขียนองค์ความรู้ค่ะ วันนี้คุณครูก็มีคำถามมาถามนักเรียน

691
00:46:01.268 --> 00:46:05.268
อีกเช่นเคยนะคะ จากที่นักเรียนได้ซักซ้อมการโต้วาที

692
00:46:05.270 --> 00:46:09.270
เกิดปัญหาอะไรขึ้นบ้างคะ ตอบคุณครู

693
00:46:09.271 --> 00:46:13.271
ได้เลยค่ะ

694
00:46:13.273 --> 00:46:17.273
อาจจะเป็นปัญหาเกี่ยวกับการนึก

695
00:46:17.282 --> 00:46:21.282
เหตุผลในการโต้ตอบฝ่ายตรงข้ามใ

696
00:46:21.284 --> 00:46:25.284
หรือจะเป็นปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น อย่างเช่น เอ้

697
00:46:25.285 --> 00:46:29.285
ฉันอยากเป็นฝ่ายเสนอนะ ฉันไม่อยากอยู่ฝ่ายค้าน

698
00:46:29.288 --> 00:46:33.288
เป็นปัญหาระหว่างกลุ่มนะคะ ซึ่งนักเรียนนี่

699
00:46:33.290 --> 00:46:37.290
ไม่ว่านักเรียนจะอยู่ฝ่ายไหนก็ตามนะคะ นักเรียน

700
00:46:37.291 --> 00:46:41.291
ก็จะต้องทำใจให้เป็นกลางและนำเสนอ

701
00:46:41.294 --> 00:46:45.294
สิ่งที่ตนเองได้รับมอบหมายอย่างดี

702
00:46:45.295 --> 00:46:49.295
และจะมีวิธีแก้ปัญหาอย่างไร เมื่อกี้

703
00:46:49.296 --> 00:46:53.296
คุณครูก็ได้กล่าวไปแล้วใช่ไหมคะ ถ้าคุณครูปรเมษฐ

704
00:46:53.298 --> 00:46:57.298
เจอปัญหาในการโต้วาทีนี่ คุณครูปรเมษฐ

705
00:46:57.299 --> 00:47:01.299
จะมีวิธีการแก้ปัญหาได้อย่างไรบ้างคะ (คุณครูปรเมษฐ) วิธีการนะ

706
00:47:01.301 --> 00:47:05.301
เด็ก ๆ อย่างเช่นที่คุณครูคณิตาบอกไม่พอ

707
00:47:05.304 --> 00:47:09.304
อาจจะไม่พอใจในฝ่ายตนเองใช่ไหม เราได้รับ

708
00:47:09.308 --> 00:47:13.308
ญัตติแล้วนี่ เมื่อเราจะต้องพูดนี่

709
00:47:13.309 --> 00:47:17.309
ถึงแม้ว่าเราจะไม่ชอบเลยที่อยู่ฝ่ายเสนอ

710
00:47:17.310 --> 00:47:21.310
มันคัดค้านกับตัวเอง

711
00:47:21.311 --> 00:47:25.311
จะดีกว่ากันนี่ สมมติครูเป็นผู้ชายนี่ แต่ครูอยู่ฝ่ายเสนอ

712
00:47:25.313 --> 00:47:29.313
ถือต้องพูดให้ผู้หญิงดี ครูก็จะต้องพูดให้

713
00:47:29.314 --> 00:47:33.314
ดีที่สุด จะว่าทำใจให้เป็นกลาง

714
00:47:33.316 --> 00:47:37.316
ต้องทำใจให้เอนเอียงไปฝ่ายตัวเองให้มากที่สุด

715
00:47:37.317 --> 00:47:41.317
ต้องว่าอย่างนี้เลย แล้วเราจะพูดได้ดี ส่วนเรื่อง

716
00:47:41.318 --> 00:47:45.318
ก็เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ นะครับ นักเรียน การทำงาน

717
00:47:45.326 --> 00:47:49.326
ย่อมมีปัญหา งานคือปัญหา ถ้าเกิดมันไม่มีปัญหา

718
00:47:49.333 --> 00:47:53.333
มันจะไม่ใช่งาน เราต้องรู้จักการแก้ปัญหา

719
00:47:53.333 --> 00:47:57.333
มันมีวิธีการต่าง ๆ มากมาย ที่จะทำให้เรานี่

720
00:47:57.335 --> 00:48:01.335
ดำเนินงานให้ประสบความสำเร็จ มันอยู่ที่ทักษะ

721
00:48:01.336 --> 00:48:05.336
การทำงานของพวกหนู ๆ ในการแบ่งใช่ไหม

722
00:48:05.337 --> 00:48:09.337
(คุณครูปรเมษฐ) แบ่งกัน วางแผนกัน ใครจะเป็นหัวหน้า

723
00:48:09.338 --> 00:48:13.338
ผู้สนับสนุน ถ้าเราสามารถจัดการตรงนี้ได้นี่ปัญหาเกิดไหม

724
00:48:13.339 --> 00:48:17.339
(คุณครูคณิตา) ไม่เกิดค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เว้นแต่ปัญหาส่วนตัวไม่ควรนำม

725
00:48:17.340 --> 00:48:21.340
ได้ดีนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ การพูดโต้วาทีค่ะ

726
00:48:21.341 --> 00:48:25.341
มีความสำคัญอย่างไรคะ ตอบคุณครูปลายทาง

727
00:48:25.342 --> 00:48:29.342
ได้เลยค่ะ

728
00:48:29.343 --> 00:48:33.343
คุณครูปรเมษฐคะ คิดว่า

729
00:48:33.344 --> 00:48:37.344
การพูดโต้วาทีนี่มีความสำคัญอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) การพูดโต้วาที

730
00:48:37.345 --> 00:48:41.345
ใช่ไหมเด็ก ๆ ครับ ก็คือ

731
00:48:41.346 --> 00:48:45.346
เป็นการ เหมือนเป็นการพูดโน้มน้าวนั่นล่ะ

732
00:48:45.347 --> 00:48:49.347
เรื่อง การเขียนโน้มน้ามเอย การพูดโน้มน้าวเอย

733
00:48:49.348 --> 00:48:53.348
คือการพูดโน้มน้าวเลยพูดง่าย ๆ

734
00:48:53.349 --> 00:48:57.349
เราใช้เหตุและผลใช่ไหมเด็ก ๆ

735
00:48:57.350 --> 00:49:01.350
เรานำเหตุและผลมาโน้นน้าวให้ผู้ฟัง

736
00:49:01.354 --> 00:49:05.354
คล้อยตามเรา นี่ล่ะครับ

737
00:49:05.356 --> 00:49:09.356
คือการโต้วาที (คุณครูคณิตา) ค่ะ นี่ก็คือความสำคัญ

738
00:49:09.356 --> 00:49:13.356
ของการโต้วาทีนะคะ เอาล่ะค่ะ บทเรื่องครั้งต่อไปนะคะ

739
00:49:13.357 --> 00:49:17.357
เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่อง เรื่องโต้วาที 3 ค่ะ

740
00:49:17.358 --> 00:49:21.358
ซึ่งสิ่งที่นักเรียนจะต้องเตรียมนะคะ

741
00:49:21.359 --> 00:49:25.359
นั่นก็คือใบงาน เรื่อง การโต้วาทีค่ะ นักเรียนสามารถ

742
00:49:25.360 --> 00:49:29.360
ที่จะไปดาวน์โหลดนะคะ คุณครูปลายทางก็ไปดาวน์ฺโหลเ

743
00:49:29.361 --> 00:49:33.361
มาให้นักเรียนนะคะ ได้ดูแล้วก็

744
00:49:33.367 --> 00:49:37.367
ได้นะคะ เพื่อเป็นการเตรียมตัวค่ะ ซึ่งสามารถดาวน์โหลดข้อมูล

745
00:49:37.369 --> 00:49:41.369
ได้ที่นี่เลยค่ะ

746
00:49:41.371 --> 00:49:45.371
เอาล่ะค่ะ คุณครูปรเมษฐคะ วันนี้มีอะไร

747
00:49:45.372 --> 00:49:49.372
อยากจะฝากเด็ก ๆ ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนครับ ครูเชื่อว่า

748
00:49:49.373 --> 00:49:53.373
คุณครูแต่ละท่านเขาจะวางแผนเรื่อง

749
00:49:53.376 --> 00:49:57.376
การจัดแข่งขันการโต้วาที

750
00:49:57.378 --> 00:50:01.378
ก็ตามแต่คุณครูท่านตั้ง ครูคิดว่าครู

751
00:50:01.380 --> 00:50:05.380
จะได้ชมการโต้วาทีของเด็ก ๆ ปลายทาง

752
00:50:05.381 --> 00:50:09.381
หลาย ๆ คนนะครับ ถ้าเกิดคุณครูท่านมีความ

753
00:50:09.382 --> 00:50:13.382
เมตตาอัดเป็นคลิปวิดีโอส่งมาช่อง DLTV

754
00:50:13.385 --> 00:50:17.385
ก็จะเป็นเรื่องที่ดีมาก ครุก็จะนำมาศึกษา

755
00:50:17.385 --> 00:50:21.385
ได้นำมาดูใช่ไหมครูคณิตา อ๋อ นี่คือผลผลิต

756
00:50:21.386 --> 00:50:25.386
ผมได้สอนไป ที่ครูได้สอนหนู ๆ ไปนะ แล้วหนู ๆ ทำได้นี่

757
00:50:25.387 --> 00:50:29.387
มันก็จะเป็นสิ่งที่ดีแล้วครูก็จะนำมาพัฒนาการเรียน

758
00:50:29.388 --> 00:50:33.388
การสอนให้มันดียิ่ง ๆ ขึ้นไป ครูเชื่อว่าครูกำหย

759
00:50:33.389 --> 00:50:37.389
ให้แล้วนะครับ ชั่วโมงต่อไปนะ ครูก็จะมี

760
00:50:37.391 --> 00:50:41.391
อะไรมาให้นักเรียนดู รับรองว่าสนุกแน่นอนครับ

761
00:50:41.394 --> 00:50:45.394
วันนี้ไว้เท่านี้ครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ

762
00:50:45.395 --> 00:50:49.395
[เสียงดนตรี]

763
00:50:49.397 --> 00:50:53.397

764
00:50:53.402 --> 00:50:57.402

765
00:50:57.404 --> 00:51:01.404

766
00:51:01.406 --> 00:51:05.406

767
00:51:05.409 --> 00:51:09.409

768
00:51:09.413 --> 00:51:13.413

769
00:51:13.416 --> 00:51:16.416

770
00:51:17.418 --> 00:51:17.418


