﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:04.000

2
00:00:04.005 --> 00:00:08.005

3
00:00:08.008 --> 00:00:12.008

4
00:00:12.010 --> 00:00:16.010

5
00:00:16.012 --> 00:00:20.012

6
00:00:20.019 --> 00:00:24.019

7
00:00:24.021 --> 00:00:28.021
(คุณครูปรเมษฐ) สวัสดีคุณครูปลายทางทุกท่าน

8
00:00:28.022 --> 00:00:32.022

9
00:00:32.025 --> 00:00:36.025

10
00:00:36.026 --> 00:00:40.026
พูดให้เ)็นคำพล้องจอ

11
00:00:40.030 --> 00:00:44.030

12
00:00:44.031 --> 00:00:48.031

13
00:00:48.032 --> 00:00:52.032
ในเรื่องของการอะไรวันนี้ (คุณครูคณิตา) วันนี้เราจะเรียน

14
00:00:52.035 --> 00:00:56.035
เรื่องการแต่งกลอนสุภาพค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

15
00:00:56.037 --> 00:01:00.037
การแต่งกลอนสุภาพนะครับ ซึ่งกลอนส

16
00:01:00.038 --> 00:01:04.038
ชนิดหนึ่งใช่ไหมนักเรียน ที่นักเรียนรู้จักกันมา

17
00:01:04.039 --> 00:01:08.039
ยาวนานแล้วนะครับ ได้อ่านกลอนได้เขียนกลอน

18
00:01:08.040 --> 00:01:12.040
กันมาตั้งแต่สมัยนักเรียน

19
00:01:12.040 --> 00:01:16.040
ชั้นประถมต้น ๆ ก็เคยรู้ตัก

20
00:01:16.041 --> 00:01:20.041

21
00:01:20.042 --> 00:01:24.042
จะให้เราได้ศึกษาในเรื่องของการ

22
00:01:24.043 --> 00:01:28.043
แต่งกลอนสุภาพดูสิว่านักเรียนจะทำได้หรือไม่เดี๋ยวเราไปศึกษา

23
00:01:28.044 --> 00:01:32.044
เนื้อหาจะเป็นอย่างไรเดี๋ยวเราไปศึกษากันเลยครับ

24
00:01:32.046 --> 00:01:36.046
(คุณครูคณิตา) ก่อนที่เราจะเรียนเกี่ยวกับกลอนสุภาพ

25
00:01:36.047 --> 00:01:40.047
กิจกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ นะคะ เป็นการกระตุ้นค่ะ

26
00:01:40.048 --> 00:01:44.048
ให้นักเรียนนี่

27
00:01:44.049 --> 00:01:48.049
นั่นก็คือกิจกรรมเรียงร้อยถ้อยคำ นำคล้องจอง

28
00:01:48.050 --> 00:01:52.050
นำคล้องจองค่ะ ซึ่งวันนี้นะคะ คุณครูปรเมษฐ

29
00:01:52.051 --> 00:01:56.051
นี่จะเป็นตัวแทน

30
00:01:56.052 --> 00:02:00.052
จะหาคำนี่มาคล้องจองกัน เพื่อที่จะให้

31
00:02:00.054 --> 00:02:04.054
คำเหล่านั้นเป็นกลอนที่สละสลวยค่ะ

32
00:02:04.054 --> 00:02:08.054

33
00:02:08.055 --> 00:02:12.055
ได้ ไม่มีปัญหาครับครูคณิตาครับ ว่าแต่

34
00:02:12.057 --> 00:02:16.057
กิจกรรมของครูคณิตาเป็นอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) ซึ่งเ

35
00:02:16.058 --> 00:02:20.058

36
00:02:20.059 --> 00:02:24.059
ว่าทำอย่างไร ทำให้ข้อความเหล่านี้

37
00:02:24.063 --> 00:02:28.063
เป็นคำคล้องจองกันค่ะ วันนี้คุณครูมีตัว

38
00:02:28.065 --> 00:02:32.065
ครูก็มีตัวช่วยนะคะ

39
00:02:32.067 --> 00:02:36.067
นั่นก็คือคุณครูปรเมษฐนั่นเองค่ะ

40
00:02:36.068 --> 00:02:40.068
นี่ก็คือคำคล้องจองนะคะ ที่คุณครูให้คุณครูประเมษฐ

41
00:02:40.073 --> 00:02:44.073
ช่วยเรียงให้เป็นคำคล้องจองขึ้นมา

42
00:02:44.073 --> 00:02:48.073
นะคะ ก็เริ่มจากคำว่าอะไรดีคะ

43
00:02:48.075 --> 00:02:52.075
(คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเกิดจะให้ผมเริ่มใช่ไหมเด็ก ๆ

44
00:02:52.076 --> 00:02:56.076
ตามตำรับเรียนรู้ไหวครูก่อนนะ

45
00:02:56.080 --> 00:03:00.080
ก็ควรจะเอาคำว่า "ครู" อาจารย์นะ

46
00:03:00.081 --> 00:03:04.081
(คุณครูคณิตา) เอาคำว่า "ครูอาจารย์" ขึ้นต้นนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เดี่ยวนักเรียน

47
00:03:04.085 --> 00:03:08.085
ครูเรียงสิว่าจะเอาบัตรคำไหนดี

48
00:03:08.087 --> 00:03:12.087
ไปต่อกัน แล้วก็ให้คำมันคล้องจองทั้งหมดนะ

49
00:03:12.087 --> 00:03:16.087
ครูก็มีบัตรคำมา ยังไม่รู้ว่าคล้องจอง

50
00:03:16.088 --> 00:03:20.088
มาช่วยกันครับ เด็ก ๆ พิจารณาคำขึ้นต้น

51
00:03:20.089 --> 00:03:24.089
ว่าครูอาจารย์ คำที่เหลือก็คือประมาณนี้ใช่ไหม

52
00:03:24.090 --> 00:03:28.090
เด็ก ๆ ครับช่วยกันเลือกหน่อย เอาอะไรไปต่อกันดี

53
00:03:28.091 --> 00:03:32.091
คำว่า

54
00:03:32.094 --> 00:03:36.094
คำว่าอะไร ครูอาจารย์ มีเด็กคนหนึ่ง

55
00:03:36.095 --> 00:03:40.095
บอกว่าสานความสุขได้ไหม

56
00:03:40.096 --> 00:03:44.096
ครูอาจารย์สานความสุข

57
00:03:44.097 --> 00:03:48.097
(คุณครูคณิตา) เป็นคำคล้องจองไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) น่าจะใช่นะ น่าจะใช่

58
00:03:48.098 --> 00:03:52.098
คำต่อไปเด็ก ๆ ช่วยกันหน่อย ๆ

59
00:03:52.099 --> 00:03:56.099
คำว่า ปลุกที่ตื่น

60
00:03:56.103 --> 00:04:00.103
(คุณครูคณิตา) สุข ก็คือสุขก็ต้องคู่กับปลุก

61
00:04:00.104 --> 00:04:04.104
(คุณครูปรเมษฐ) ครูอาจารย์สานความสุจป

62
00:04:04.105 --> 00:04:08.105
ตื่นเรารู้หลักการแล้ว

63
00:04:08.106 --> 00:04:12.106
ใช่ไหมครูคณิตา จะไปคล้องกับคำหน้าหรือคำนี้

64
00:04:12.108 --> 00:04:16.108
(คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่าคำนี้

65
00:04:16.109 --> 00:04:20.109
อยู่ใกล้ ๆ ครูเลยค่ะ นั่นก็คือ

66
00:04:20.110 --> 00:04:24.110
ชื่นใจจัง (คุณครูปรเมษฐ) ไหนลองเอามาเรียงสิ ครู

67
00:04:24.111 --> 00:04:28.111
สานความสุข ปลุกพี่ตื่น ชื่นใจจัง

68
00:04:28.112 --> 00:04:32.112
มันก็คล้องจองกันดีนะครูคณิตา

69
00:04:32.113 --> 00:04:36.113
วิธีการแล้ว ครูรู้แล้วว่านักเรียนน่าจะเรียงแบบนี้ จัง

70
00:04:36.113 --> 00:04:40.113
ก็คือคำว่า "จัง" ก็มาตล้องจอง

71
00:04:40.116 --> 00:04:44.116
(คุณครูคณิตา) ตั้งนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตั้งโต๊ะคอย

72
00:04:44.117 --> 00:04:48.117
คำว่า "ตั้งโต๊ะคอย"

73
00:04:48.118 --> 00:04:52.118
ลอยน้ำมา แล้วต่อมาเป็นอะไร ปลาในน้ำหรือ

74
00:04:52.119 --> 00:04:56.119
แล้วก็จำได้ดีสุดท้าย

75
00:04:56.123 --> 00:05:00.123
มีรางวัล อ่านพร้อม ๆ กัน ครูคณิตา

76
00:05:00.124 --> 00:05:04.124
ครูอาจารย์ สานความสุข ปลุก

77
00:05:04.125 --> 00:05:08.125
ที่ตื่น ชื่นใจจัง ตั้งโต๊ะคอย

78
00:05:08.126 --> 00:05:12.126
ลอยน้ำมา

79
00:05:12.127 --> 00:05:16.127
ปลาในน้ำ จำได้ดี มีรางวัล

80
00:05:16.130 --> 00:05:20.130
เหมือนจะเป็นกลอนเลยนะ ปรบมือให้เด็ก ๆ หน่อย

81
00:05:20.133 --> 00:05:24.133
เก่งมากเลย ที่ร่วมทำกิจกรรมกันนะครับ

82
00:05:24.135 --> 00:05:28.135
อันนี้ก็เป็นเพียงแค่คำคล้องจอง

83
00:05:28.136 --> 00:05:32.136
รู้แล้วว่าหลักการมันประมาณนี้นะ ว่าคำคล้องจอง

84
00:05:32.137 --> 00:05:36.137
เอาล่ะครับ เดี๋ยวไปศึกษาเนื้อหากันเลยครับ

85
00:05:36.139 --> 00:05:40.139
(คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะนักเรียน มาถึงช่วงคำถามกระตุ้น

86
00:05:40.140 --> 00:05:44.140
ค่ะ วันนี้คุณครูก็มีคำถามมาถามนักเรียนอีกเช่นเคย

87
00:05:44.141 --> 00:05:48.141
นั่นก็คือเหตุใดนักเรียนจึงนำคำมาเรียงต่อกัน

88
00:05:48.142 --> 00:05:52.142
เช่นนั้นคะ เพราะอะไรเคย (คุณครูปรเมษฐ) คำเมื่อสักครู่นี้

89
00:05:52.144 --> 00:05:56.144
นะครับ ครูคณิตา ทำไมเราถึงเอามาเรียงต่อกัน

90
00:05:56.146 --> 00:06:00.146
ล่ะ ต่อกันเช่นนั้น ต่อกันเพื่ออะไร

91
00:06:00.147 --> 00:06:04.147
ช่วยกันตอบหน่อยเร็ว ตอบแล้ว

92
00:06:04.148 --> 00:06:08.148
ครูรวบรวมมาเป็นคำตอบของนักเรียน

93
00:06:08.155 --> 00:06:12.155
เพราะคำในแต่ลำคำนี่นะครับ มันมีการสัมผัสกัน

94
00:06:12.156 --> 00:06:16.156
มันสัมผัสอะไรบ้างล่ะ สระเหมือนกัน สัมผัสอักษร

95
00:06:16.158 --> 00:06:20.158
ซึ่งคำเหล่านี้นี่นะ ที่สัมผัสคล้องจองกันนี่

96
00:06:20.159 --> 00:06:24.159
มันก็จะเป็นพื้นฐานในการแต่งคำประพันธ์

97
00:06:24.161 --> 00:06:28.161
ซึ่งคนไทยก็ต้องมีความรู้ในรื่องคำคลองจอง

98
00:06:28.162 --> 00:06:32.162
คำคล้องจองถึงจะแต่ง

99
00:06:32.165 --> 00:06:36.165
(คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับ อีกสักข้อหนึ่งครูคณิตาครับ

100
00:06:36.166 --> 00:06:40.166
(คุณครูคณิตา) นักเรียนรู้จักคำว่าสัมผัสหรือไม่ มี

101
00:06:40.172 --> 00:06:44.172
ความหมายว่าอย่างไร (คุณครูปรเมษฐ) ผมว่าสัมผัสนี่มันมีความหา

102
00:06:44.174 --> 00:06:48.174
อย่างไรนะ ต้องรู้ความหมายก่อน

103
00:06:48.175 --> 00:06:52.175
เรียบร้อย

104
00:06:52.176 --> 00:06:56.176
เด็ก ๆ ช่วยกันตอบแล้วมันหมายความว่าอ

105
00:06:56.177 --> 00:07:00.177
ต้องกัน คล้องจองกัน

106
00:07:00.177 --> 00:07:04.177
ของถ้อยคำค่ะ ต้องกันในที่นี้คืออะไรคะ

107
00:07:04.178 --> 00:07:08.178
ปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ก็หมายถึงไม้นี่สัมผัส

108
00:07:08.179 --> 00:07:12.179
กับไม้ด้วยกัน ก็คือการสัมผัสกันนะครับ

109
00:07:12.181 --> 00:07:16.181
คำก็เช่นเดียวกัน คำจะมาต่อกันมันยังไม่เกิด

110
00:07:16.183 --> 00:07:20.183
สัมผัสแต่ถ้าคำมาต่อกันแล้วมีสระ

111
00:07:20.184 --> 00:07:24.184
ที่ตรงกัน หรือพยัญชนะชนะที่ตรงกัน ก็คือการต้องกัน

112
00:07:24.185 --> 00:07:28.185
ถูกกันต้องเป็นคำคล้องจองกัน

113
00:07:28.186 --> 00:07:32.186
สัมผัสนี่มันมีคือการ

114
00:07:32.187 --> 00:07:36.187
คล้องจองกัน ถ้าเป็นคำนะ ถ้าเป็นสิ่งอื่น

115
00:07:36.189 --> 00:07:40.189
การถูกกัน ต้องกันเป็นการสัมผัสกันแล้วนะครับ

116
00:07:40.190 --> 00:07:44.190
คำคล้องจองคืออะไรเด็ก ๆ ครับ (คุณครูคณิตา)

117
00:07:44.191 --> 00:07:48.191
คืออะไร ตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ คุณครูปลายทาง

118
00:07:48.192 --> 00:07:52.192
สามารถร่วมแสดงความคิดเห็นกับนักเรียนได้นะคะ

119
00:07:52.193 --> 00:07:56.193
(คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับ คำคล้องจองคือ (คุณครูคณิตา) คำคล้องจอง

120
00:07:56.194 --> 00:08:00.194
คือ คำที่มีสระเดียวกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อย่างเช

121
00:08:00.196 --> 00:08:04.196
ครูอาจารย์คล้องกับคำว่าสานความสุข

122
00:08:04.199 --> 00:08:08.199
ใช่ไหม จานกับสานคล้องกันก็คือสระเดียวกัน ต่อไปอะไร

123
00:08:08.200 --> 00:08:12.200
(คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ต่อไปเป็นอะไรอีครับ (คุณครูคณิตา) คำที่มี

124
00:08:12.201 --> 00:08:16.201
เดียวกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) จารกับสาน

125
00:08:16.206 --> 00:08:20.206
(คุณครูคณิตา) แม่กนนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับ ต่อไป

126
00:08:20.207 --> 00:08:24.207
(คุณครูคณิตา) พยัญชนะต้นต่างกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

127
00:08:24.209 --> 00:08:28.209
แต่มันใช้สระเดียวกัน สะกดมาตราเดียว

128
00:08:28.210 --> 00:08:32.210
กันนะครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ อาจมีเสียงวรรณยุกต์ต่างกันค่ะ

129
00:08:32.211 --> 00:08:36.211
แต่ถ้าเรามีคำที่มีสระเดียวกัน

130
00:08:36.212 --> 00:08:40.212
มีมาตราตัวสะกดเดียวกัน ถามว่าคล้องจองกันไหมค

131
00:08:40.213 --> 00:08:44.213
คะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นไหมลูก เป็นทันทีนะ

132
00:08:44.215 --> 00:08:48.215
ถามว่าทำไมต้องมีพยัญชนะต้นต่างกัน

133
00:08:48.216 --> 00:08:52.216
ต่างกัน ก็คำไทยเราเป็นคำแห่งดนตรีนะ มันมี

134
00:08:52.217 --> 00:08:56.217
วรรณยุกต์มันก็สามารถที่จะคล้องจองกันได้

135
00:08:56.218 --> 00:09:00.218
เพราะเรานี่รวบคำ รวยบภาษา เราถึงได้มีคำใช้

136
00:09:00.219 --> 00:09:04.219
นะครับนักเรียน (คุณครูคณิตา) มาถึงช่วงกิจกรรมคล้องจองคล้องใจ

137
00:09:04.220 --> 00:09:08.220
ค่ะ คำถามก็คือการพูดจาสื่อสารของคนไทย

138
00:09:08.221 --> 00:09:12.221
มีลักษณะเป็นอย่างไร คุณครูจะบอกใบ้ให้นะคะ

139
00:09:12.222 --> 00:09:16.222
ให้นักเรียนพิจารณาจากการพูดจาของคุณครูปรเมษฐ

140
00:09:16.224 --> 00:09:20.224
ค่ะ แล้วนักเรียนจะสามารถตอบได้อย่างง่ายดายเลยค่ะ

141
00:09:20.225 --> 00:09:24.225
(คุณครูปรเมษฐ) ทำไมล่ะครูคณิตาครับ

142
00:09:24.229 --> 00:09:28.229
เด็ก ๆ จะสังเกตอะไรได้จากการพูดของครูครับ (คุณครูคณิตา) การพูดจาสื่สอาร

143
00:09:28.230 --> 00:09:32.230
(คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ลองตอบสิว่า

144
00:09:32.231 --> 00:09:36.231
หนูจะตอบถูกไปตรงใจครูคณิตาหรือเปล่า

145
00:09:36.232 --> 00:09:40.232
ทำไมลูก (คุณครูคณิตา)

146
00:09:40.234 --> 00:09:44.234
เพราะว่าคนไทยนะคะ ชอบพูดออกมาเป็นคำคล้องจองค่ะ

147
00:09:44.235 --> 00:09:48.235
หรือกลอนนะคะ เพราะคนไทยเป็นคนเจ้าบท

148
00:09:48.236 --> 00:09:52.236
นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คนไทยเป็นเจ้าบทเจ้ากลอนใช่ไหมครูคณิต

149
00:09:52.237 --> 00:09:56.237
ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชนี่

150
00:09:56.239 --> 00:10:00.239
สมัย เยี่ยมเลยครับ กรุงศรีอยุธานะ

151
00:10:00.241 --> 00:10:04.241
สมัยนั้นถือว่าเป็นยุคทองของกลอนเลย

152
00:10:04.242 --> 00:10:08.242
สีปราชญ์เป็นกวีผู้หนึ่ง

153
00:10:08.243 --> 00:10:12.243
กับพระนารายณ์ แล้วก็ทำความชอบ

154
00:10:12.244 --> 00:10:16.244
ได้แหวนมา 1 วงครับ ตอนที่จะเดินเข้าเฝ้า

155
00:10:16.245 --> 00:10:20.245
พระมหากษัตริย์หรือพระนารายณ์

156
00:10:20.252 --> 00:10:24.252
ถามเลย ถ้าเกิดเป็นคนปกติ

157
00:10:24.253 --> 00:10:28.253
(คุณครูคณิตา) แหวนสวยจังเลยได้มาจากไหน (คุณครูปรเมษฐ) แต่คนโบราณ

158
00:10:28.254 --> 00:10:32.254
ไม่ใช่อย่างนั้นครับ ถามเป็นบทร้อยกรองเลย ถามเป็นโคล

159
00:10:32.255 --> 00:10:36.255
นายประตูถามศรีปราชญ์ว่า แหวนนี้

160
00:10:36.256 --> 00:10:40.256
ท่านได้แต่ใดมา สีปราช ในเมื่อเขาขึ้น

161
00:10:40.257 --> 00:10:44.257
ก็ต้องตอบกลับเป็น (คุณครูคณิตา) เป็นโคลงค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตอบกลับเป็ํ

162
00:10:44.258 --> 00:10:48.258
เป็นบทร้อยกรองมา

163
00:10:48.259 --> 00:10:52.259
สีปราชบอกว่า จอมพิพบโลกาให้มา

164
00:10:52.264 --> 00:10:56.264
มาเป็นคำคล้องจองเลย

165
00:10:56.266 --> 00:11:00.266
นายประตูก็ถามต่อว่า ทำชอบสิ่งใดมา

166
00:11:00.267 --> 00:11:04.267
วานบอก สีปราชญ์บอกว่า เราแต่งกลอนถวาย

167
00:11:04.269 --> 00:11:08.269
แต่งโคลงถวายท่านไท้ถวาย

168
00:11:08.272 --> 00:11:12.272
แค่พูดจากันหน้าประตูวังน่ะ

169
00:11:12.274 --> 00:11:16.274
ได้โครง 1 บทเลยคิดดู บ่งบอกถึงความ

170
00:11:16.275 --> 00:11:20.275
เป็นเจ้าบทเจ้ากลอนของคนไทยนะครับ ไท้นี่แปลว่าอะไร

171
00:11:20.276 --> 00:11:24.276
รู้ไหม (คุณครูคณิตา) ไม่ทราบเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไท้นี่

172
00:11:24.277 --> 00:11:28.277
ถ้าเทียงก็คือพระมหากษัตริย์

173
00:11:28.278 --> 00:11:32.278
พระมหากษัตริย์นั่นเองนะครับ นี่

174
00:11:32.285 --> 00:11:36.285
คำที่เกิดขึ้นในโครงบทหนึ่งนี่

175
00:11:36.286 --> 00:11:40.286
มันเป็นคำที่หลากหลาย คำที่เหมือนกัน หรือคำ

176
00:11:40.286 --> 00:11:44.286
หรือเรียกว่าคำ "ไวพจน์" นี่

177
00:11:44.287 --> 00:11:48.287
อันนี้คือที่ครูเล่าให้ฟังนี่ มันเป็นลักษณธคนไทย

178
00:11:48.289 --> 00:11:52.289
คำมีความเป็นเจ้าบทเจ้ากลอน

179
00:11:52.290 --> 00:11:56.290
(คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับ ซึ่งมาถึงจุดประสงค์ของ

180
00:11:56.291 --> 00:12:00.291
การเรียนรู้ในวันนี้จะต้องทำอย่างไรบ้าง (คุณครูคณิตา)1

181
00:12:00.296 --> 00:12:04.296
บอกหลักการแต่งกลอนสุภาพได้ค่ะ 2.

182
00:12:04.297 --> 00:12:08.297
โยงคำสัมผัสในการแต่งกลอนสุภาพได้ค่ะ 3.

183
00:12:08.298 --> 00:12:12.298
อธิบายคุณค่าของการแต่งกลอนสุภาพค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) พูดง่าย ๆ ว่า

184
00:12:12.299 --> 00:12:16.299
นักเรียนจะต้องศึกษาให้ถ่องแท้

185
00:12:16.303 --> 00:12:20.303
แจ่มแจ้งเกี่ยวกับเรื่องการแต่งกลอนสุภาพ

186
00:12:20.305 --> 00:12:24.305
ว่ามันจะเป็นอย่างไร จะทำได้ไหม ทำได้หรือเปล่า เดี๋ยวเรา

187
00:12:24.310 --> 00:12:28.310
ไปศึกษากันนะครับ อ่านพร้อม ๆ กันเด็ก ๆ

188
00:12:28.310 --> 00:12:32.310
ถึงม้วยดินสิ้นฟ้ามหาสุมทร

189
00:12:32.311 --> 00:12:36.311
ไม่สิ้นสุดความรักสมัครสมาน

190
00:12:36.314 --> 00:12:40.314
แม้นเกิดในใต้หล้าสุธาธาร

191
00:12:40.317 --> 00:12:44.317
ขอพบพานพิศวาสไม่คลาดคลา

192
00:12:44.318 --> 00:12:48.318
เป็นบทร้อยกรองของสุนทรภู่นะ

193
00:12:48.319 --> 00:12:52.319
ยกมาเป็นกลอนสุภาพด้วยบอกไว้เลยนะ ลองสักเกต

194
00:12:52.320 --> 00:12:56.320
ครูจะให้นักเรียนสังเกตอะไร ลองดูที่คำ

195
00:12:56.323 --> 00:13:00.323
(คุณครูคณิตา) คำ มีคำคล้องจองกันอยู่นะคะ

196
00:13:00.330 --> 00:13:04.330
ซึ่งวันนี้เมื่อนักเรียนได้อ่านบทแล้วนะคะ

197
00:13:04.331 --> 00:13:08.331
คุณครูก็มีคำถามกระตุ้นความคิดมาถามนักเรียนค่ะ

198
00:13:08.332 --> 00:13:12.332
นั่นก็คือตามประสบการณ์เดิมของนักเรียนนี่ กลอน

199
00:13:12.333 --> 00:13:16.333
ดังกล่าวมีการสัมผัสอย่างไรบ้าง (คุณครูปรเมษฐ)

200
00:13:16.334 --> 00:13:20.334
กลอน 1 บทนี่มันจะต้องมีสัมผัสใช่ไหม

201
00:13:20.335 --> 00:13:24.335
อย่างไรบ้าง ช่วยกันตอบหน่อย (คุณครูคณิตา) สัมผัสอะไรคะ

202
00:13:24.336 --> 00:13:28.336
(คุณครูปรเมษฐ) เหมือนครูทั้ง 2 คนพูดไปแล้วด้วย

203
00:13:28.337 --> 00:13:32.337
สัมผัสอะไรบ้าง 1 คือสัมผัส

204
00:13:32.341 --> 00:13:36.341
(คุณครูคณิตา) อักษระค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) และก็สัมผัส(คุณครูคณิตา)

205
00:13:36.342 --> 00:13:40.342
(คุณครูปรเมษฐ) สัมผัสอักษรบางที่เรียกสัมผัสสระ

206
00:13:40.343 --> 00:13:44.343
สัมผัสอยู่ 2 ชนิดนี่ล่ะ มันทำให้เกิด

207
00:13:44.344 --> 00:13:48.344
หกรือกลอนขึ้นมานั่นเองนะครับ ไปสังเกตกันดีกว่าว้่

208
00:13:48.345 --> 00:13:52.345
มันสัมผัสกันอย่างไรนะครับ ถึงม้วยดิน

209
00:13:52.349 --> 00:13:56.349
สิ้นฟ้ามหาสมุทร

210
00:13:56.351 --> 00:14:00.351
(คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ ดินกับสิ้น สัมผัสกันนะคะ (คุณครูปรเมษฐ)

211
00:14:00.352 --> 00:14:04.352
ฟ้ากับมหา (คุณครูคณิตา) สัมผัสสระค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

212
00:14:04.353 --> 00:14:08.353
กันใช่ไหม แสดงว่าดินกับสิ้นนี่สัมผัสกัน

213
00:14:08.355 --> 00:14:12.355
ตัวสะกดเหมือนกัน สระเดียวกัน ใช่ไหม

214
00:14:12.357 --> 00:14:16.357
สระเดียวกัน สัมผัสกัน นี่เรียกว่า "สัมผัสใน"

215
00:14:16.359 --> 00:14:20.359
ในนะในบทร้อยกรองนะ สมุทร สิ้นสุด

216
00:14:20.360 --> 00:14:24.360
สัมผัสกันใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ใช่คะ (คุณครูปรเมษฐ)

217
00:14:24.361 --> 00:14:28.361
(คุณครูคณิตา) สุด ก็เป็นสัมผัส อะไรคะ

218
00:14:28.362 --> 00:14:32.362
สัมผัสสระนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

219
00:14:32.363 --> 00:14:36.363
ไม่สิ้นสุดความรักสมัตรสมาน

220
00:14:36.364 --> 00:14:40.364
คำว่าอะไรอีกครับ รักกับสมัคร

221
00:14:40.365 --> 00:14:44.365
ใช้ตัวสะกดมาตราเดียวกัน

222
00:14:44.366 --> 00:14:48.366
มาน น่าจะไปต่อไป (คุณครูคณิตา)

223
00:14:48.368 --> 00:14:52.368
ต่อไหมคะ ต่อนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มานกับธาร

224
00:14:52.369 --> 00:14:56.369
สัมผัสสระเหมือนกันนะครับ แม้นเกิด

225
00:14:56.370 --> 00:15:00.370
ในใต้หล้าสุธาธาร

226
00:15:00.372 --> 00:15:04.372
สัมผัสกับคำว่า

227
00:15:04.372 --> 00:15:08.372
ธานั่นเอง ขอพบพานพิศวาส

228
00:15:08.374 --> 00:15:12.374
ไม่คลาดคลา ดูต่อ น่าจะคำไหนอีก

229
00:15:12.375 --> 00:15:16.375
ธารตรงนี้ไปสัมผัสกับคำว่า "พาน"

230
00:15:16.376 --> 00:15:20.376
การสัมผัสสระนะครับ วาส

231
00:15:20.377 --> 00:15:24.377
น่าจะสัมผัสกับคำว่า "คลาด" นั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ)

232
00:15:24.378 --> 00:15:28.378
อันนี้เรียกว่าสัมผัสอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใน

233
00:15:28.381 --> 00:15:32.381
นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สัมผัสในหรือเป็นการสัมผัส

234
00:15:32.382 --> 00:15:36.382
สระใช่ไหมครับ เอาล่ะครับ ไปดูกันต่อ (คุณครูคณิตา)

235
00:15:36.383 --> 00:15:40.383
ขยันมาโรงเรียน

236
00:15:40.385 --> 00:15:44.385
หมั่นเพียรอ่านหนังสือ

237
00:15:44.386 --> 00:15:48.386
นับถือพระคุณครู กตัญญู

238
00:15:48.387 --> 00:15:52.387
ต่อพ่อแม่ ไม่แยเสยาเสพติด

239
00:15:52.387 --> 00:15:56.387
คบมิตรที่ดีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ก็เป็นคำสอนนะครับ

240
00:15:56.390 --> 00:16:00.390
นี่ครูคณิตาคิดว่ามีการสัมผัสกันไหมนี่

241
00:16:00.391 --> 00:16:04.391
(คุณครูคณิตา) มีไหมคะ นักเรียนคะ ตอบคุณครูปลายทางหน่อยค่ะ

242
00:16:04.392 --> 00:16:08.392
ว่ามีคำสัมผัสอยู่หรือเปล่าคะ

243
00:16:08.393 --> 00:16:12.393
เด็ก ๆ ตอบว่ามีค่ะคุณครูปรเมษฐ เรา

244
00:16:12.396 --> 00:16:16.396
ไปค้นหากันใช่ไหมครูคณิตา ขยันมาโรงเรียน

245
00:16:16.397 --> 00:16:20.397
พระคุณครูกตัญญูต่อพ่อแม่ไม่แยแส

246
00:16:20.400 --> 00:16:24.400
คบมิตรที่ดี ถ้าถามว่าเป็นคำสอนนี่ เอาไว้สอนใคร

247
00:16:24.401 --> 00:16:28.401
ตอบได้เลยว่าสอนหนู ๆ นั่นล่ะ เพราะขยันมาโรงเรียน

248
00:16:28.402 --> 00:16:32.402
(คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มันเป็นหน้าที่ของใคร

249
00:16:32.403 --> 00:16:36.403
เดี๋ยวตอบว่าของครู ครูก็ใช่นะ แต่ว่านักเรียน

250
00:16:36.404 --> 00:16:40.404
นี่ชัดเจนกว่าใช่ไหม เดี๋ยวเราจะไปหากันใช่ไหม

251
00:16:40.405 --> 00:16:44.405
มันมีการสัมผัสอย่างไรนะครับขยัน

252
00:16:44.408 --> 00:16:48.408
มาโรงเรียน มันน่าจะไปคล้องกับคำว่า

253
00:16:48.409 --> 00:16:52.409
(คุณครูคณิตา) โรงเรียน หมั่นเพียรค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อ่าน

254
00:16:52.410 --> 00:16:56.410
หนังสือนะนับอะไรนะ  สือน่าจะไป

255
00:16:56.411 --> 00:17:00.411
(คุณครูคณิตา) นับอะไรนะ นับถือพระคุณ (คุณครูปรเมษฐ)

256
00:17:00.412 --> 00:17:04.412
พระคุณครู ครูก็จะมาคล้องกับคำว่าอะไร

257
00:17:04.413 --> 00:17:08.413
่ของเมื่อกี้นี้กตัญญูต่อพ่อแม่

258
00:17:08.415 --> 00:17:12.415
ไม่แยแสยาเสพติด

259
00:17:12.416 --> 00:17:16.416
ติดก็คล้องจองกับคำว่า "มิตร"

260
00:17:16.417 --> 00:17:20.417
นี่คือหลักการสังเกตนะ

261
00:17:20.419 --> 00:17:24.419
กลอนนี่มันมีสัมผัส คำสอนนี้มันมีสัมผัส

262
00:17:24.421 --> 00:17:28.421
เอาล่ะครับ ไปดูต่อ แสงสว่างกลางใจใช่

263
00:17:28.428 --> 00:17:32.428
ใครอื่นมีนับหมื่นนับแสนไม่แม้นเหมือน

264
00:17:32.430 --> 00:17:36.430
จะมีใครไหนเล่าคอยเฝ้าเตือน

265
00:17:36.431 --> 00:17:40.431
นวลนางจางจากจร

266
00:17:40.432 --> 00:17:44.432
พูดเปรียบเทียบกับความรักเลยนะเป็นการ

267
00:17:44.434 --> 00:17:48.434
พรรณนาใช่ไหมครูคณิตา ไปดูสัมผัสมคล้องจอง

268
00:17:48.435 --> 00:17:52.435
กันดีกว่า (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวให้นักเรียนนะคะ ลองพิจารณาจาก

269
00:17:52.437 --> 00:17:56.437
บทกลอนข้างต้นนี้นักเรียนคิดว่าในบทกลอนนี้

270
00:17:56.438 --> 00:18:00.438
เด่นในเรื่องด้านสัมผัสสระ

271
00:18:00.440 --> 00:18:04.440
หรือสัมผัสพยัญชนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) สังเกตคำกลอ

272
00:18:04.441 --> 00:18:08.441
ก่อนที่คุณครูจะ

273
00:18:08.442 --> 00:18:12.442
เฉลยนะคะ  ให้นักเรียนตอบคุณครูปลายทางก่อนค่ะ

274
00:18:12.443 --> 00:18:16.443
เด่นด้านไหนนะ คุณครู

275
00:18:16.444 --> 00:18:20.444
ปรเมษฐคะเฉลยเลยดีไหมคะ

276
00:18:20.446 --> 00:18:24.446
เอาล่ะครับ กลอนเมื่อสักครู่นะ ครูก็ทำ

277
00:18:24.447 --> 00:18:28.447
ให้มันเป็นแดงเสีย จะได้รู้ว่าสัมผัสมันอยู่ตรงไหนบ้าง

278
00:18:28.448 --> 00:18:32.448
อันนี้คือการสัมผัสสระนะสว่างกลาง

279
00:18:32.449 --> 00:18:36.449
สัมผัสกันนะ เป็นการสัมผัสในด้วย

280
00:18:36.450 --> 00:18:40.450
อื่นหมื่น แสนแม้น

281
00:18:40.451 --> 00:18:44.451
เล่าเฝ้าเตือนเหมือนนางจาง

282
00:18:44.452 --> 00:18:48.452
สัมผัสสระก็โดดนเด่นนะ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ

283
00:18:48.454 --> 00:18:52.454
สว่างนะคะ สว่างก็คือจะสัมผัสสระค่ะ

284
00:18:52.455 --> 00:18:56.455
ใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) อันนี้ก็คือใจกับ

285
00:18:56.457 --> 00:19:00.457
ใช่ไหมคะ อื่น อื่น

286
00:19:00.464 --> 00:19:04.464
กับหมื่น เดี๋ยวคุณครูขอเปลี่ยนสีนะคะ สีอะไร

287
00:19:04.465 --> 00:19:08.465
ดีคะนักเรียนสีเขียวแล้วกันค่ะ อื่นกับอะไรคะ

288
00:19:08.466 --> 00:19:12.466
(คุณครูปรเมษฐ) หมื่น (คุณครูคณิตา) หมื่นนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) สัมผัสส

289
00:19:12.467 --> 00:19:16.467
แสนคู่กับแม้น

290
00:19:16.468 --> 00:19:20.468
แล้วก็คำว่าเหมือน

291
00:19:20.469 --> 00:19:24.469
นะคะ แล้วก็อย่างหนึ่งก็คือ คลาย ไหน

292
00:19:24.474 --> 00:19:28.474
สระใอ ไม้มะไร

293
00:19:28.478 --> 00:19:32.478
(คุณครูปรเมษฐ) สัมผัสสระเช่นเดียวกันเพราะเสียงมันออก

294
00:19:32.479 --> 00:19:36.479
เป็นตัวอย่าง (คุณครูปรเมษฐ) สัมผัสสระ

295
00:19:36.481 --> 00:19:40.481
มันยังไม่ใช่แค่นี้กลอนบทนี้ (คุณครูคณิตา) มันมีอะไรอี

296
00:19:40.482 --> 00:19:44.482
เด็ก ๆ ไปดูกันต่อเลย ไปพิจารณากัน

297
00:19:44.483 --> 00:19:48.483
กลอนบทเดิมเลยครับ ไปสังเกตคำที่แดง ๆ นะ

298
00:19:48.488 --> 00:19:52.488
หมื่นไม่แม้นเหมือน หมื่น

299
00:19:52.490 --> 00:19:56.490
แม้นเหมือนใครคอยลาลับเลือน นวลนาง

300
00:19:56.493 --> 00:20:00.493
จางจากจร (คุณครูคณิตา) เอ๊

301
00:20:00.495 --> 00:20:04.495
เด็ก ๆ สามารถตอบได้ทันทีเลยค่ะ มีสัมผัสสระ

302
00:20:04.496 --> 00:20:08.496
แล้วจะต้องมีสัมผัสอะไรนะคะ

303
00:20:08.497 --> 00:20:12.497
สัมผัสอักษรนั่นเองนะครับ หรือสัมผัสพยัญชนะ

304
00:20:12.499 --> 00:20:16.499
ก็เรียกได้นะครับ (คุณครูคณิตา) ทำไมถึงเป็นสัมผัส

305
00:20:16.499 --> 00:20:20.499
พยัญชนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นสัมผัสพยัญชนะหรือสัมผัสอักษร

306
00:20:20.500 --> 00:20:24.500
เด็ก ๆ คำนี่มันใช้ ม. ม้า

307
00:20:24.501 --> 00:20:28.501
มาผสมหมดเลยนะครับ (คุณครูคณิตา) ไม่

308
00:20:28.502 --> 00:20:32.502
แม้นเหมือนหมื่น หมื่นไม่แม้นเหมือน

309
00:20:32.503 --> 00:20:36.503
ม. ม้าใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ซึ่งในวรรคเดียว

310
00:20:36.506 --> 00:20:40.506
แต่ใช้เสียง ม.ม้า ไปเสีย

311
00:20:40.509 --> 00:20:44.509
มันก็ทำให้กลอนนี่มันสละสลวย อย่างเช่น

312
00:20:44.512 --> 00:20:48.512
วรรคสุดท้ายนี่ วรรคส่งนี่ ลาลับเลือน

313
00:20:48.515 --> 00:20:52.515
นวลนาง เล่น น.หนู

314
00:20:52.516 --> 00:20:56.516
นี่คือการสัมผัสอักษรหรือพยัญชนะ ไปดูกันต่อ

315
00:20:56.518 --> 00:21:00.518
ดีกว่านะ ครูคือผู้

316
00:21:00.520 --> 00:21:04.520
กระดับวิญญาณมนุษย์ ให้สูงสุดกว่าสัตว์

317
00:21:04.521 --> 00:21:08.521
ครูคือผู้สั่งสมอุดมการณ์

318
00:21:08.522 --> 00:21:12.522
เพื่อมวลชนใช่ตนเอง ของอาจารย์เนาวรัตน

319
00:21:12.523 --> 00:21:16.523
ไปวิเคราะห์กันดีกว่า

320
00:21:16.524 --> 00:21:20.524
ดูเส้นนะ ถ้าเกิดสีส้มก็จะเป็น

321
00:21:20.525 --> 00:21:24.525
สัมผัสอักษร สีแดงก็เป็นสัมผัสสะร

322
00:21:24.528 --> 00:21:28.528
ไปดูกันเลย (คุณครูคณิตา) นักเรียนสังเกตนะคะ (คุณครูปรเมษฐ)

323
00:21:28.529 --> 00:21:32.529
มีสัมผัสอักษรนะ เพราะว่าใช้

324
00:21:32.531 --> 00:21:36.531
(คุณครูปรเมษฐ) สูงสุด นี่ อักษร

325
00:21:36.533 --> 00:21:40.533
สัตว์ อยู่ในวรรคเดียวกัน ครูคือ

326
00:21:40.534 --> 00:21:44.534
สั่งสมอะไรอีก

327
00:21:44.535 --> 00:21:48.535
มารกับมวล นี่ก็เป็นสัมผัสอักษรใช่ไหม

328
00:21:48.537 --> 00:21:52.537
ชนกับใช่ ช. ช้าง เล่นเสียง

329
00:21:52.539 --> 00:21:56.539
เหมือนกัน ต่อไปแดงนี่เป็นสัมผัสสระใช่ไหมครูคณิตา

330
00:21:56.541 --> 00:22:00.541
(คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มนุษย์ก็มาคล้องจองกับคำว่า "สุด"

331
00:22:00.541 --> 00:22:04.541
นะ สัตว์รับรัจ นะ แล้วก็ฉานกับ

332
00:22:04.542 --> 00:22:08.542
การณ์ มารกับการณ์

333
00:22:08.543 --> 00:22:12.543
ชน กับ ตน นี่ก็เป็นการสัมผัสสระนั่นเอง

334
00:22:12.545 --> 00:22:16.545
ในบทร้อยกรองนะครับ นี่ก็คือการใช้คำ

335
00:22:16.546 --> 00:22:20.546
สัมผัสกันใช่ไหมครูคณิตา มันก็เลยเกิดเป็นบทร้อย

336
00:22:20.548 --> 00:22:24.548
ขึ้นมา นี่ครูเอากลอนนี่มายกให้เห็นเลย

337
00:22:24.548 --> 00:22:28.548
ว่ามันมีสัมผัสกันอย่างไร มันก็ทำให้นักเรียนเข้าใจ

338
00:22:28.549 --> 00:22:32.549
เลยใช่ไหมครับ เอาล่ะครับ เพราะฉะนั้น ครูจะให้ศึกษา

339
00:22:32.551 --> 00:22:36.551
ใบความรู้ แล้วเดี๋ยวเราได้มาอภิปราย

340
00:22:36.552 --> 00:22:40.552
นะครับ ลงมือเลย [เสียงดนตรี]

341
00:22:40.553 --> 00:22:44.553

342
00:22:44.554 --> 00:22:48.554

343
00:22:48.556 --> 00:22:52.556

344
00:22:52.558 --> 00:22:56.558

345
00:22:56.566 --> 00:23:00.566

346
00:23:00.569 --> 00:23:04.569

347
00:23:04.571 --> 00:23:08.571

348
00:23:08.573 --> 00:23:12.573

349
00:23:12.576 --> 00:23:16.576

350
00:23:16.577 --> 00:23:20.577

351
00:23:20.579 --> 00:23:24.579

352
00:23:24.581 --> 00:23:28.581

353
00:23:28.583 --> 00:23:32.583

354
00:23:32.584 --> 00:23:36.584

355
00:23:36.586 --> 00:23:40.586

356
00:23:40.588 --> 00:23:44.588

357
00:23:44.590 --> 00:23:48.590

358
00:23:48.592 --> 00:23:52.592

359
00:23:52.593 --> 00:23:56.593

360
00:23:56.594 --> 00:24:00.594

361
00:24:00.596 --> 00:24:04.596

362
00:24:04.598 --> 00:24:08.598

363
00:24:08.600 --> 00:24:12.600

364
00:24:12.602 --> 00:24:16.602

365
00:24:16.604 --> 00:24:20.604

366
00:24:20.605 --> 00:24:24.605

367
00:24:24.607 --> 00:24:28.607

368
00:24:28.609 --> 00:24:32.609

369
00:24:32.611 --> 00:24:36.611

370
00:24:36.613 --> 00:24:40.613

371
00:24:40.615 --> 00:24:44.615

372
00:24:44.617 --> 00:24:48.617

373
00:24:48.620 --> 00:24:52.620

374
00:24:52.623 --> 00:24:56.623

375
00:24:56.625 --> 00:25:00.625

376
00:25:00.627 --> 00:25:04.627

377
00:25:04.629 --> 00:25:08.629

378
00:25:08.631 --> 00:25:12.631

379
00:25:12.632 --> 00:25:16.632

380
00:25:16.637 --> 00:25:20.637

381
00:25:20.638 --> 00:25:24.638

382
00:25:24.640 --> 00:25:28.640

383
00:25:28.641 --> 00:25:32.641

384
00:25:32.644 --> 00:25:36.644

385
00:25:36.645 --> 00:25:40.645

386
00:25:40.647 --> 00:25:44.647

387
00:25:44.648 --> 00:25:48.648

388
00:25:48.649 --> 00:25:52.649

389
00:25:52.651 --> 00:25:56.651

390
00:25:56.653 --> 00:26:00.653

391
00:26:00.654 --> 00:26:04.654

392
00:26:04.656 --> 00:26:08.656

393
00:26:08.658 --> 00:26:12.658

394
00:26:12.660 --> 00:26:16.660

395
00:26:16.662 --> 00:26:20.662

396
00:26:20.664 --> 00:26:24.664

397
00:26:24.666 --> 00:26:28.666

398
00:26:28.668 --> 00:26:32.668

399
00:26:32.670 --> 00:26:36.670

400
00:26:36.672 --> 00:26:40.672

401
00:26:40.675 --> 00:26:44.675

402
00:26:44.677 --> 00:26:48.677

403
00:26:48.678 --> 00:26:52.678

404
00:26:52.679 --> 00:26:56.679

405
00:26:56.683 --> 00:27:00.683

406
00:27:00.685 --> 00:27:04.685

407
00:27:04.688 --> 00:27:08.688

408
00:27:08.689 --> 00:27:12.689

409
00:27:12.691 --> 00:27:16.691

410
00:27:16.692 --> 00:27:20.692

411
00:27:20.696 --> 00:27:24.696

412
00:27:24.697 --> 00:27:28.697

413
00:27:28.699 --> 00:27:32.699

414
00:27:32.701 --> 00:27:36.701

415
00:27:36.703 --> 00:27:40.703

416
00:27:40.705 --> 00:27:44.705

417
00:27:44.706 --> 00:27:48.706
(คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะนักเรียน

418
00:27:48.708 --> 00:27:52.708
พร้อมแล้วนะคะ เดี๋ยวเราไปรู้จักเกี่ยวกับกลอนสุภาพ

419
00:27:52.709 --> 00:27:56.709

420
00:27:56.710 --> 00:28:00.710
กลอนสุภาพแปดคำประจำบ่อน

421
00:28:00.711 --> 00:28:04.711
กลอนนี้มี 8 คำใช่ไหม 8 วรรคนะ

422
00:28:04.713 --> 00:28:08.713

423
00:28:08.715 --> 00:28:12.715
ส่องแสดง ตอนสามแจ้งสามคำครบจำนวน

424
00:28:12.716 --> 00:28:16.716
มันอย่างไรนักเรียน แสดงว่ากลอน 1 วรรค

425
00:28:16.717 --> 00:28:20.717

426
00:28:20.719 --> 00:28:24.719
ในคำ ตอนต้น 3

427
00:28:24.720 --> 00:28:28.720
3 คำ 2 คำ 3 คำ ประมาณนี้นะครับ ก็จะครบ 8 คำ

428
00:28:28.721 --> 00:28:32.721

429
00:28:32.722 --> 00:28:36.722
นั่นเองนะครับ มีกำหนดบทระยะกะสัมผัส

430
00:28:36.723 --> 00:28:40.723
ให้ฟาดฟัดชัดความตามกระสวน

431
00:28:40.724 --> 00:28:44.724

432
00:28:44.725 --> 00:28:48.725
ฟังเสนาะเพราะจับใจ ต้องรู้จักกลอนสุภาพ

433
00:28:48.726 --> 00:28:52.726
ก่อนนะครับ ได้รู้จักอะไร

434
00:28:52.727 --> 00:28:56.727

435
00:28:56.728 --> 00:29:00.728
มันบอกอะไรบ้าง บอกจำนวนคำแต่ละวรรคใช่ไหม ตอ

436
00:29:00.730 --> 00:29:04.730
หน้ามี 3 คำ กลางมี 3 คำ

437
00:29:04.731 --> 00:29:08.731

438
00:29:08.732 --> 00:29:12.732
(คุณครูปรเมษฐ) 8 คำใช่ไหมเด็ก ๆ เรียกว่า ฎกลอนแปด

439
00:29:12.735 --> 00:29:16.735
ก็เอามาเรียงร้อยให้มันเป็น 8 คำ

440
00:29:16.737 --> 00:29:20.737

441
00:29:20.738 --> 00:29:24.738
ตอนต้นสามตอนสองส่องแสดง

442
00:29:24.739 --> 00:29:28.739
ตอน 3 แจ้ง 8 คำพอดี

443
00:29:28.740 --> 00:29:32.740

444
00:29:32.742 --> 00:29:36.742
1 บทนี่ มีทั้งหมด 4 วรรคใช่ไหมครู

445
00:29:36.743 --> 00:29:40.743
มี 12 คำนะ นี่คือ 1 บท (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ จะงงไหมคะ

446
00:29:40.745 --> 00:29:44.745

447
00:29:44.746 --> 00:29:48.746
คือตรงไหนลูก (คุณครูคณิตา) นี่คือ (คุณครูปรเมษฐ) นั่นล่ะครับ (คุณครูคณิตา) นี่คือ 1

448
00:29:48.748 --> 00:29:52.748
(คุณครูปรเมษฐ) วรรคที่ 1 หรือวรรคสะดับ

449
00:29:52.749 --> 00:29:56.749
วรรคสลับ เรียกได้ 2 แบบ

450
00:29:56.750 --> 00:30:00.750
อยู่ตรงนี้นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) วรรคที่ 2 เรียก "วรรครับ

451
00:30:00.754 --> 00:30:04.754
และวรรคที่ 3 เรียกวรรครอง

452
00:30:04.755 --> 00:30:08.755
วรรที่ 4 เรียกวรรคส่ง

453
00:30:08.756 --> 00:30:12.756
กลอนมีแค่ 4 วรรค แค่นั้นเองนะครับ

454
00:30:12.760 --> 00:30:16.760
ไปดูกันต่อ เหมือนเดิมเลย คราวนี้ครู

455
00:30:16.761 --> 00:30:20.761
จะให้โยงสัมผัสใช่ไหม เด็ก ๆ จะต้อง

456
00:30:20.762 --> 00:30:24.762
ไปโยงกันเลยดีกว่า จากที่ศึกษากลอนไปหลายบทเลย

457
00:30:24.763 --> 00:30:28.763
คำนี้คำสุดท้ายของ

458
00:30:28.765 --> 00:30:32.765
วรรที่ 1 ก็จะไปสัมผัสกับคำที่ 3

459
00:30:32.766 --> 00:30:36.766
(คุณครูคณิตา) คำที่ 3 ของวรรคที่ 2 ค่ะ หรือจะพูดว่าคำสุดท้าย

460
00:30:36.768 --> 00:30:40.768
ของวรรคสะดับจะไปสัมผัสกับวรร

461
00:30:40.769 --> 00:30:44.769
หรือคำที่ 5 ของวรรครอง เขียว

462
00:30:44.770 --> 00:30:48.770
นี่คือ ถ้าเกิดนักเรียนเลือกให้ไปสัมผัสคำที่ 5

463
00:30:48.773 --> 00:30:52.773
แต่ถ้าเกิดเลือกไปสัมผัสวรรรอง

464
00:30:52.774 --> 00:30:56.774
นะครับ ดูต่อแล้วก็คำสุดท้ายของ

465
00:30:56.776 --> 00:31:00.776
วรรค 2 หรือวรรครอง ก็จะไปสัมผัส

466
00:31:00.777 --> 00:31:04.777
สัมผัสกับคำสุดท้ายของวรรค...

467
00:31:04.781 --> 00:31:08.781
คำสุดท้ายของวรรครับจะไป

468
00:31:08.782 --> 00:31:12.782
หรือวรรคที่ 3 แล้วคำสุดท้ายของวรรครอง

469
00:31:12.783 --> 00:31:16.783
ก็จะไปสัมผัสกับวรรคที่ 5

470
00:31:16.784 --> 00:31:20.784
นั่นเองนะครับ และยังไม่หมดครูคณิตา

471
00:31:20.785 --> 00:31:24.785
มันต้องมีสัมผัสระหว่างบทนะครับ

472
00:31:24.786 --> 00:31:28.786
กลอนแต่ละบทมันต้องสัมผัสกัน หรือว่าวรรค

473
00:31:28.787 --> 00:31:32.787
ส่งหรือวรรคที่ 4 จะไปสัมผัสกับคำสุดท้าย

474
00:31:32.788 --> 00:31:36.788
ของวรรครับในบทถัดไป นี่

475
00:31:36.790 --> 00:31:40.790
อันนี้คือเห็นไว้ก่อน เดี๋ยวนักเรียนโยงจริงนี่

476
00:31:40.794 --> 00:31:44.794
อันนี้เทียบไปในใบความรู้

477
00:31:44.795 --> 00:31:48.795
ให้ทำใบงานกันดีกว่า วันนี้ให้รู้จักกันก่อนว่า

478
00:31:48.796 --> 00:31:52.796
มันโยงอย่างไร เรื่องอะไรใบงานนี้ (คุณครูคณิตา) เรื่องกลอนที่ใช่

479
00:31:52.797 --> 00:31:56.797
ใจเราชอบค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับไปดูหน้าตา

480
00:31:56.798 --> 00:32:00.798
เป็นอย่างไรนะ ให้นักเรียนทำใบงาน เรื่อง กลอนที่ใช่

481
00:32:00.799 --> 00:32:04.799
ใจเราชอบ แล้วเดี๋ยวให้นำเสนอนะ ส่วนคุณครูให้ทำอย่างไร

482
00:32:04.802 --> 00:32:08.802
ส่วนคุณครูปลายทางนะคะ ก็คอยดูแลการทำงาน

483
00:32:08.803 --> 00:32:12.803
ของนักเรียนนะคะ คอยให้คำแนะนำ

484
00:32:12.805 --> 00:32:16.805
เลือกกลอนมาเติมในใบงานนะคะ

485
00:32:16.806 --> 00:32:20.806
โยงสัมผัสให้ถูกต้องและคอยชี้แนะหากนักเรียน

486
00:32:20.807 --> 00:32:24.807
เกิดข้อสงสัยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) โดยการโยงสัมผัสนี่ ดูจา

487
00:32:24.808 --> 00:32:28.808
จากใบความรู้ก็ได้ หรือจากที่ครูให้ดูเมื่อสักครู่นี้

488
00:32:28.809 --> 00:32:32.809
ก็ได้นะครับ เอาล่ะครับ ไปดูรูปร่างหน้าตากันเลย

489
00:32:32.812 --> 00:32:36.812
ให้ยกกลอนที่ชอบเลยนะนักเรียน ปรึกษาคุณคร๔

490
00:32:36.813 --> 00:32:40.813
ก่อนว่าใช้กลอนแปดไหม ใช่กลอนสุภาพไหม

491
00:32:40.816 --> 00:32:44.816
ยกมาจากวรรณคดีลำนำ

492
00:32:44.818 --> 00:32:48.818
มีเป็นจำนวนมากเลย สามารถยกมาได้ 2 บท

493
00:32:48.826 --> 00:32:52.826
นำมาเรียงแล้วเขียน แล้วก็บอกจำนวนคำ

494
00:32:52.827 --> 00:32:56.827
ว่าแต่ละบทนี่มันมีคำประมาณเท่าไร

495
00:32:56.828 --> 00:33:00.828
เดี๋ยวนะ 1 บท มี 4 วรรคใช่ไหม  1 2 3 4

496
00:33:00.830 --> 00:33:04.830
คิดง่าย ๆ เลยคิดง่าย ๆ นะ (คุณครูคณิตา) วรรคละ 8 ค่ะ

497
00:33:04.832 --> 00:33:08.832
(คุณครูปรเมษฐ) เอาวิชาคณิตศาสตร์เข้ามาประยุกต์หน่ยอย

498
00:33:08.833 --> 00:33:12.833
มีจำนวนคำประมาณ 8 ใช่ไหม

499
00:33:12.835 --> 00:33:16.835
8 วรรคละ 8

500
00:33:16.837 --> 00:33:20.837
8 * 4 = 30

501
00:33:20.838 --> 00:33:24.838
ยกกลอนมานะ 2 บท แล้วโยงสัมผัสใ

502
00:33:24.840 --> 00:33:28.840
ให้เรียบร้อย ว่าแล้วลงมือปฏิบัติได้ครับ

503
00:33:28.841 --> 00:33:32.841
เด็ก ๆ ครับ [เสียงดนตรี]

504
00:33:32.842 --> 00:33:36.842

505
00:33:36.844 --> 00:33:40.844

506
00:33:40.846 --> 00:33:44.846

507
00:33:44.848 --> 00:33:48.848

508
00:33:48.850 --> 00:33:52.850

509
00:33:52.852 --> 00:33:56.852

510
00:33:56.853 --> 00:34:00.853

511
00:34:00.855 --> 00:34:04.855

512
00:34:04.857 --> 00:34:08.857

513
00:34:08.857 --> 00:34:12.857

514
00:34:12.859 --> 00:34:16.859

515
00:34:16.861 --> 00:34:20.861

516
00:34:20.862 --> 00:34:24.862

517
00:34:24.864 --> 00:34:28.864

518
00:34:28.866 --> 00:34:32.866

519
00:34:32.868 --> 00:34:36.868

520
00:34:36.870 --> 00:34:40.870

521
00:34:40.872 --> 00:34:44.872

522
00:34:44.874 --> 00:34:48.874

523
00:34:48.876 --> 00:34:52.876

524
00:34:52.878 --> 00:34:56.878

525
00:34:56.881 --> 00:35:00.881

526
00:35:00.883 --> 00:35:04.883

527
00:35:04.885 --> 00:35:08.885

528
00:35:08.887 --> 00:35:12.887

529
00:35:12.889 --> 00:35:16.889

530
00:35:16.891 --> 00:35:20.891

531
00:35:20.894 --> 00:35:24.894

532
00:35:24.897 --> 00:35:28.897

533
00:35:28.898 --> 00:35:32.898

534
00:35:32.900 --> 00:35:36.900

535
00:35:36.901 --> 00:35:40.901

536
00:35:40.903 --> 00:35:44.903

537
00:35:44.906 --> 00:35:48.906

538
00:35:48.907 --> 00:35:52.907

539
00:35:52.909 --> 00:35:56.909

540
00:35:56.911 --> 00:36:00.911

541
00:36:00.913 --> 00:36:04.913

542
00:36:04.915 --> 00:36:08.915

543
00:36:08.918 --> 00:36:12.918

544
00:36:12.920 --> 00:36:16.920

545
00:36:16.922 --> 00:36:20.922

546
00:36:20.924 --> 00:36:24.924

547
00:36:24.927 --> 00:36:28.927

548
00:36:28.929 --> 00:36:32.929

549
00:36:32.931 --> 00:36:36.931

550
00:36:36.933 --> 00:36:40.933

551
00:36:40.935 --> 00:36:44.935

552
00:36:44.937 --> 00:36:48.937

553
00:36:48.939 --> 00:36:52.939

554
00:36:52.940 --> 00:36:56.940

555
00:36:56.943 --> 00:37:00.943

556
00:37:00.945 --> 00:37:04.945

557
00:37:04.948 --> 00:37:08.948

558
00:37:08.950 --> 00:37:12.950

559
00:37:12.952 --> 00:37:16.952

560
00:37:16.953 --> 00:37:20.953

561
00:37:20.955 --> 00:37:24.955

562
00:37:24.957 --> 00:37:28.957

563
00:37:28.959 --> 00:37:32.959

564
00:37:32.961 --> 00:37:36.961

565
00:37:36.962 --> 00:37:40.962

566
00:37:40.963 --> 00:37:44.963

567
00:37:44.965 --> 00:37:48.965

568
00:37:48.968 --> 00:37:52.968

569
00:37:52.970 --> 00:37:56.970

570
00:37:56.972 --> 00:38:00.972

571
00:38:00.973 --> 00:38:04.973

572
00:38:04.975 --> 00:38:08.975

573
00:38:08.977 --> 00:38:12.977

574
00:38:12.979 --> 00:38:16.979

575
00:38:16.981 --> 00:38:20.981

576
00:38:20.983 --> 00:38:24.983

577
00:38:24.985 --> 00:38:28.985

578
00:38:28.986 --> 00:38:32.986

579
00:38:32.988 --> 00:38:36.988

580
00:38:36.991 --> 00:38:40.991

581
00:38:40.993 --> 00:38:44.993

582
00:38:44.995 --> 00:38:48.995

583
00:38:49.016 --> 00:38:53.016

584
00:38:53.018 --> 00:38:57.018

585
00:38:57.021 --> 00:39:01.021

586
00:39:01.021 --> 00:39:05.021

587
00:39:05.025 --> 00:39:09.025

588
00:39:09.027 --> 00:39:13.027

589
00:39:13.029 --> 00:39:17.029

590
00:39:17.032 --> 00:39:21.032

591
00:39:21.034 --> 00:39:25.034

592
00:39:25.035 --> 00:39:29.035

593
00:39:29.037 --> 00:39:33.037

594
00:39:33.040 --> 00:39:37.040

595
00:39:37.042 --> 00:39:41.042

596
00:39:41.044 --> 00:39:45.044

597
00:39:45.047 --> 00:39:49.047

598
00:39:49.050 --> 00:39:53.050

599
00:39:53.052 --> 00:39:57.052

600
00:39:57.054 --> 00:40:01.054

601
00:40:01.056 --> 00:40:05.056

602
00:40:05.058 --> 00:40:09.058

603
00:40:09.060 --> 00:40:13.060

604
00:40:13.062 --> 00:40:17.062

605
00:40:17.064 --> 00:40:21.064

606
00:40:21.066 --> 00:40:25.066

607
00:40:25.067 --> 00:40:29.067

608
00:40:29.069 --> 00:40:33.069

609
00:40:33.071 --> 00:40:37.071

610
00:40:37.073 --> 00:40:41.073

611
00:40:41.075 --> 00:40:45.075

612
00:40:45.076 --> 00:40:49.076

613
00:40:49.078 --> 00:40:53.078

614
00:40:53.080 --> 00:40:57.080

615
00:40:57.083 --> 00:41:01.083

616
00:41:01.084 --> 00:41:05.084

617
00:41:05.085 --> 00:41:09.085

618
00:41:09.087 --> 00:41:13.087

619
00:41:13.089 --> 00:41:17.089

620
00:41:17.093 --> 00:41:21.093

621
00:41:21.095 --> 00:41:25.095

622
00:41:25.097 --> 00:41:29.097

623
00:41:29.099 --> 00:41:33.099

624
00:41:33.102 --> 00:41:37.102

625
00:41:37.104 --> 00:41:41.104

626
00:41:41.107 --> 00:41:45.107

627
00:41:45.109 --> 00:41:49.109

628
00:41:49.112 --> 00:41:53.112

629
00:41:53.115 --> 00:41:57.115

630
00:41:57.119 --> 00:42:01.119

631
00:42:01.122 --> 00:42:05.122

632
00:42:05.123 --> 00:42:09.123

633
00:42:09.126 --> 00:42:13.126

634
00:42:13.132 --> 00:42:17.132

635
00:42:17.135 --> 00:42:21.135

636
00:42:21.138 --> 00:42:25.138

637
00:42:25.139 --> 00:42:29.139

638
00:42:29.142 --> 00:42:33.142

639
00:42:33.145 --> 00:42:37.145

640
00:42:37.147 --> 00:42:41.147

641
00:42:41.148 --> 00:42:45.148

642
00:42:45.150 --> 00:42:49.150

643
00:42:49.152 --> 00:42:53.152

644
00:42:53.154 --> 00:42:57.154

645
00:42:57.156 --> 00:43:01.156

646
00:43:01.158 --> 00:43:05.158

647
00:43:05.160 --> 00:43:09.160

648
00:43:09.162 --> 00:43:13.162

649
00:43:13.165 --> 00:43:17.165

650
00:43:17.167 --> 00:43:21.167

651
00:43:21.169 --> 00:43:25.169

652
00:43:25.172 --> 00:43:29.172

653
00:43:29.173 --> 00:43:33.173

654
00:43:33.174 --> 00:43:37.174
(คุณครูคณิตา) หมดเวลาค่ะนักเรียน หากนักเรียน

655
00:43:37.175 --> 00:43:41.175
ยังทำใบงานไม่เรียบร้อยนะคะ สามารถหาเวลาว่างนะคะ

656
00:43:41.177 --> 00:43:45.177
ทำให้ใบงานนั้นเรียบร้อยสมบูรณ์และ

657
00:43:45.178 --> 00:43:49.178
ส่งคุณครูปลายทางนะคะ ที่เป็นเจ้าของรายวิ

658
00:43:49.179 --> 00:43:53.179
เอาล่ะค่ะ มาถึงช่วงกอนสุภาพทร

659
00:43:53.180 --> 00:43:57.180
คุณครูก็มีคำถามอีกเช่นเคยค่ะ นั่นก็คือ

660
00:43:57.181 --> 00:44:01.181
การแต่งกลอนสุภาพที่มีสัมผัส

661
00:44:01.183 --> 00:44:05.183
ต้องทำอย่างไร นักเรียนตอบคุณครูปลายทงาได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

662
00:44:05.184 --> 00:44:09.184
ช่วยกันคิดลูกเป็นการแสดง

663
00:44:09.185 --> 00:44:13.185
ความคิดเห็นนะครับ ยังไม่มีผิดอยู่แล้ว

664
00:44:13.187 --> 00:44:17.187
ต้องทำอย่างไร ช่วยกันคิดนะลูก

665
00:44:17.188 --> 00:44:21.188
วันนี้เรายังไม่ได้แต่งนะ แต่ถ้าจะทำให้มันไพเราะ

666
00:44:21.188 --> 00:44:25.188
ต้องดูคำใช่ไหม

667
00:44:25.189 --> 00:44:29.189
เลือกคำที่เป็นอย่างไรกัน

668
00:44:29.189 --> 00:44:33.189
คล้องจองกัน (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วนำมาแต่งกลอน

669
00:44:33.191 --> 00:44:37.191
คำที่เกิดการคล้องจอง

670
00:44:37.192 --> 00:44:41.192
หรือสัมผัสอักษร ต้องทำให้กลอนบทนั้น ๆ

671
00:44:41.193 --> 00:44:45.193
มีความสละสลวยแล้วก็ไพเราะไงล่ะ

672
00:44:45.194 --> 00:44:49.194
ใช่ไหมลูก คิดเหมือนครูหรือเปล่า เหมือนกันนะ

673
00:44:49.195 --> 00:44:53.195
เราต้องเลือกคำให้ดี มันถึงจะทำให้กลอนนั

674
00:44:53.196 --> 00:44:57.196
ไพเราะและอีกอย่างที่สำคัญวันนี้ยังไม่ได้แต่งนะ

675
00:44:57.197 --> 00:45:01.197
แต่ให้รู้ไว้เลย ฉันทลักษณ์ ที่เรา

676
00:45:01.198 --> 00:45:05.198
เรียนแผนผังไปนี่ ฉันทลักษณ์

677
00:45:05.199 --> 00:45:09.199
ตามที่เขากำหนดมาลักษณะบังคับที่เขากำหนดมา

678
00:45:09.204 --> 00:45:13.204
ก็อย่าให้พลาด มันก็จะทำให้กลอนนั้น

679
00:45:13.206 --> 00:45:17.206
คุณครูประเมษฐคะ คุณครูคณิตาสงสัยอีกข้อ

680
00:45:17.207 --> 00:45:21.207
นั่นก็คือถ้าเนื้อหาในบทกลอน

681
00:45:21.208 --> 00:45:25.208
ไม่เชื่อมโยงกัน จะเกิดผลเสียงอย่างไรคะ

682
00:45:25.209 --> 00:45:29.209
(คุณครูปรเมษฐ) อันนี้เด็ก ๆ ก็น่าจะช่วยกันตอบได้นะครับ

683
00:45:29.212 --> 00:45:33.212
กลอนของหนูที่แต่งมาถ้าเนื้อหามันไปคนละทิศคนละทาง

684
00:45:33.214 --> 00:45:37.214
พูดง่าย ๆ กลอนบทนั้นจะรู้เรื่องไหม

685
00:45:37.213 --> 00:45:41.213
ไม่รู้เรื่องนะ สื่อความหมายได้ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ไม่ได้

686
00:45:41.214 --> 00:45:45.214
ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่ได้นะ เพราะฉะนั้น การแต่งกลอน

687
00:45:45.216 --> 00:45:49.216
ครูนี่ เวลาครูนี่จะแต่งกลอน

688
00:45:49.219 --> 00:45:53.219
ครูจะแต่งเรื่องอะไร แล้วครูจะเขียนก่อน เป็นร้อยแก้ว

689
00:45:53.221 --> 00:45:57.221
ร้อยแก้ว

690
00:45:57.222 --> 00:46:01.222
แล้วครูถึงจะทำให้คำมันสัมผัสคล้องจองกัน

691
00:46:01.225 --> 00:46:05.225
เรื่องก็จะเป็นเรื่องเดียวกัน ดีกว่านักเรียนนักนึก

692
00:46:05.226 --> 00:46:09.226
ทีละบท ๆ นำมาใส่แล้วก็ไม่ได้เข้ากันเลย

693
00:46:09.227 --> 00:46:13.227
กลอนบทนั้นก็หมดความหมายไป ไม่ได้ความ

694
00:46:13.230 --> 00:46:17.230
สื่อความไม่ได้ ก็ไม่มีประโยชน์ในการแต่ง แม้

695
00:46:17.231 --> 00:46:21.231
สัมผัสจะถูกกันทั้งหมดแต่

696
00:46:21.233 --> 00:46:25.233
เนื้อเรื่องไม่ถูกต้อง เนื้อเรื่องไม่ไปต

697
00:46:25.255 --> 00:46:29.255
กลอนก็จะไม่มีคุณค่าเลยนะเด็ก ๆวันนี้

698
00:46:29.256 --> 00:46:33.256
ก็ไว้เท่านี้นะครับ บทเรียนครั้งต่อไปเราจะเรียนกันในเรื่อ

699
00:46:33.257 --> 00:46:37.257
(คุณครูคณิตา) ในเรื่อง แต่งกลอนสุภาพ (๒) 8jt

700
00:46:37.258 --> 00:46:41.258
(คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่ายังอยู่ในเรื่องของการแต่งกลอน

701
00:46:41.260 --> 00:46:45.260
คาบต่อไปนี่นักเรียนต้องได้แต่งกลอนอย่างแน่นอน

702
00:46:45.261 --> 00:46:49.261
ใบงานเรื่อง เติมคำสร้างสรรค์

703
00:46:49.262 --> 00:46:53.262
บทกลอนนะ แล้วก็ดอกไม้หลากชนิดเลย นำ

704
00:46:53.262 --> 00:46:57.262
ดอกไม้มาโรงเรียนอย่างน้อยคนละ 1 ชนิด

705
00:46:57.263 --> 00:47:01.263
นำมาทำอะไร ยังไม่บอก คาบต่อไป เดี๋ยวเรามาศึกาา

706
00:47:01.265 --> 00:47:05.265
นักเรียนสามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ตามที่อยู่เ

707
00:47:05.267 --> 00:47:09.267
เอาล่ะครับนักเรียนครับ

708
00:47:09.269 --> 00:47:13.269
ที่นักเรียน

709
00:47:13.270 --> 00:47:17.270
นักเรียนอันนี้เป็นจุดเริ่มต้นนะ

710
00:47:17.271 --> 00:47:21.271
มาเองแล้วนำมาโยงสัมผัสเองนี่ มันก็ทำให

711
00:47:21.272 --> 00:47:25.272
เกิดความเข้าใจในเรื่องของสัมผัส

712
00:47:25.273 --> 00:47:29.273
ก็ให้คุณครูท่านตรวจแล้วเราก็ดูว่าเร

713
00:47:29.274 --> 00:47:33.274
แล้วเราก็ปรับแก้ใช่ไหมครูคณิตา มันก็ทำให้เรานี่

714
00:47:33.275 --> 00:47:37.275
มีความรู้ ความเข้าใจเพิ่มมากขึ้นนักเรียนครับ สำหรับวันนี้

715
00:47:37.276 --> 00:47:41.276
ครูทั้ง 2 คนขอลาหนู ๆ ไปก่อนนะครับ

716
00:47:41.277 --> 00:47:45.277
สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ

717
00:47:45.280 --> 00:47:49.280
[เสียงดนตรี]

718
00:47:49.281 --> 00:47:53.281

719
00:47:53.283 --> 00:47:57.283

720
00:47:57.287 --> 00:48:01.287

721
00:48:01.290 --> 00:48:05.290

722
00:48:05.293 --> 00:48:08.301

723
00:48:09.294 --> 00:48:12.295

724
00:48:13.296 --> 00:48:13.298

725
00:48:17.299 --> 00:48:17.302


