﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:04.000

2
00:00:04.006 --> 00:00:08.006

3
00:00:08.011 --> 00:00:12.011

4
00:00:12.013 --> 00:00:16.013

5
00:00:16.016 --> 00:00:20.016

6
00:00:20.018 --> 00:00:24.018

7
00:00:24.020 --> 00:00:28.020

8
00:00:28.024 --> 00:00:32.024

9
00:00:32.027 --> 00:00:36.027

10
00:00:36.029 --> 00:00:40.029

11
00:00:40.031 --> 00:00:44.031

12
00:00:44.033 --> 00:00:48.033
ภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

13
00:00:48.037 --> 00:00:52.037
ปีที่ 6 นั่นเองนะครั

14
00:00:52.038 --> 00:00:56.038
บ วันนี้ตามที่ครูได้เคยกล่าวกับ

15
00:00:56.040 --> 00:01:00.040
มาบ้างนะครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เตรียมสื่อโฆษณามาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

16
00:01:00.043 --> 00:01:04.043

17
00:01:04.044 --> 00:01:08.044
หรือเป็นกล่องของผลิตภัณฑ์อะไรต่าง ๆ

18
00:01:08.046 --> 00:01:12.046
นำแผ่นป้ายที่เป็นแผ่นป้ายโฆษณามา

19
00:01:12.048 --> 00:01:16.048
พวกหนู ๆ ที่เตรียมกันมา วันนี้เราจะได้ใช้

20
00:01:16.049 --> 00:01:20.049
เพราะฉะนั้น เราให้เตรียมสิ่งของเหล่านี้มา เราจะเรียน

21
00:01:20.051 --> 00:01:24.051
ในเรื่องอะไรครับครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) วันนี้เราจะ

22
00:01:24.052 --> 00:01:28.052
การวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือจาก

23
00:01:28.064 --> 00:01:32.064
สื่อโฆษณาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ทำไมเราต้องเคราะ

24
00:01:32.068 --> 00:01:36.068
(คุณครูคณิตา) เพราะว่าในปัจจุบันนะคะ สื่อโฆษณามีเยอะแยะ

25
00:01:36.070 --> 00:01:40.070
มากมายค่ะและนักเรียนนี่สามารถพบเจอได้

26
00:01:40.072 --> 00:01:44.072
ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นทางโทรศัพท์

27
00:01:44.073 --> 00:01:48.073
ทางทีวีหรือว่าตามหนังสือต่าง ๆ เพราะฉะนั้นนี่

28
00:01:48.075 --> 00:01:52.075
สื่อโฆษณาต่าง ๆ จึงมีการใช้คำที่

29
00:01:52.076 --> 00:01:56.076
โน้มน้าวใจอยู่ เราจะพิจารณาได้อย่างไร

30
00:01:56.079 --> 00:02:00.079
สื่อไหนนี่มีความน่าเชื่อถือหรือไม่ เราถึงต้องเรียน

31
00:02:00.081 --> 00:02:04.081
เกี่ยวกับเรื่องนี้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อ๋อ มันก็น่าจะเกี่ยวกับ

32
00:02:04.082 --> 00:02:08.082
ที่เด็ก ๆ เคยเรียน เรื่อง การพูดโน้มน้าว ไปใช่ไหมลูก

33
00:02:08.085 --> 00:02:12.085
เพราะฉะนั้น การพูดโน้มน้าวก็เหมือนการโฆษณานั่นเอง

34
00:02:12.089 --> 00:02:16.089
ใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) วันนั้นเราเพิ่งปฏิบัติไป

35
00:02:16.091 --> 00:02:20.091
ขายสินค้ากัน เราฝึกพูดโน้มนาว ทำ

36
00:02:20.092 --> 00:02:24.092
ต่าง ๆ กัน แต่วันนี้เราต้องมาเป็นผู้วิเคราะห์

37
00:02:24.096 --> 00:02:28.096
ใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) วิเคราะห์สื่อโฆษณา

38
00:02:28.100 --> 00:02:32.100
อยู่ในชีวิตของเรา ว่ามันน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด

39
00:02:32.101 --> 00:02:36.101
ก่อนที่เราเริ่มเรียนครูคณิตาครับ ในเมื่อเราเรียนเรื่อง

40
00:02:36.102 --> 00:02:40.102
การวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือของสื่อโฆษณา

41
00:02:40.104 --> 00:02:44.104
มีอะไรมาให้เด็ก ๆ ดูไหมครับ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ ลองทา

42
00:02:44.105 --> 00:02:48.105
คุณครูมีกิจกรรมอะไรก่อนที่เราจะเริ่มเรียนกันค่ะ

43
00:02:48.110 --> 00:02:52.110
ถูกต้องแล้วค่ะ นั่นก็คือ

44
00:02:52.111 --> 00:02:56.111
กิจกรรมชมโฆษณา ศึกษาแนวทาง

45
00:02:56.117 --> 00:03:00.117
นั่นเองค่ะ จะเป็นอย่างไร เดี๋ยวเราไปรับชมกันเลยค่ะ [เสียงวีดิทัศน์

46
00:03:00.118 --> 00:03:04.118

47
00:03:04.124 --> 00:03:08.124
[เสียงดนตรี]

48
00:03:08.137 --> 00:03:12.137

49
00:03:12.138 --> 00:03:16.138

50
00:03:16.141 --> 00:03:20.141

51
00:03:20.143 --> 00:03:24.143

52
00:03:24.146 --> 00:03:28.146

53
00:03:28.150 --> 00:03:32.150

54
00:03:32.152 --> 00:03:36.152

55
00:03:36.157 --> 00:03:40.157

56
00:03:40.159 --> 00:03:44.159

57
00:03:44.161 --> 00:03:48.161

58
00:03:48.165 --> 00:03:52.165

59
00:03:52.167 --> 00:03:56.167

60
00:03:56.170 --> 00:04:00.170

61
00:04:00.172 --> 00:04:04.172

62
00:04:04.175 --> 00:04:08.175

63
00:04:08.177 --> 00:04:12.177

64
00:04:12.179 --> 00:04:16.179

65
00:04:16.181 --> 00:04:20.181

66
00:04:20.183 --> 00:04:24.183

67
00:04:24.185 --> 00:04:28.185

68
00:04:28.188 --> 00:04:32.188

69
00:04:32.190 --> 00:04:36.190

70
00:04:36.193 --> 00:04:40.193

71
00:04:40.196 --> 00:04:44.196

72
00:04:44.198 --> 00:04:48.198
[เสียงปรบมือ]

73
00:04:48.201 --> 00:04:52.201
(คุณครูคณิตา) ขอขอบคุณสื่อวีดิทัศน์

74
00:04:52.203 --> 00:04:56.203
โควิดที่ว่าร้ายยังต้องพายแพ้ค่ะ

75
00:04:56.210 --> 00:05:00.210
พ่ายแพ้ในทีนี้นี่ ถ้าโดยรวม

76
00:05:00.211 --> 00:05:04.211
นักเรียนนี่ได้ฟังและดูนี่ พ่ายแพ้ต่ออะไรคะ

77
00:05:04.213 --> 00:05:08.213
นั่นก็คือพ่ายแพ้ต่อ

78
00:05:08.215 --> 00:05:12.215
ความไม่ประมาทนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ทีแรก

79
00:05:12.219 --> 00:05:16.219
ที่ครูดูนะ ครูก็คิดว่าโฆษณานี้นะ

80
00:05:16.220 --> 00:05:20.220
น่าจะเกี่ยวกับเรื่องของ COVID ที่ไหนได้

81
00:05:20.222 --> 00:05:24.222
พอไปปิดท้ายเกี่ยวกับเรื่องอะไรครับเด็ก ๆ เกี่ยวกับเรื่องอุบัติเหตุ

82
00:05:24.223 --> 00:05:28.223
ใช่ไหมที่มีคนเสียชีวิต เอาล่ะครับ

83
00:05:28.235 --> 00:05:32.235
โฆษณาที่นำให้นักเรียนนั้น

84
00:05:32.236 --> 00:05:36.236
ได้เริ่มเป็นการศึกษาแนวทางนะครับ ครูก็มีคำถาม

85
00:05:36.237 --> 00:05:40.237
กระตุ้นความคิด

86
00:05:40.238 --> 00:05:44.238
ที่นักเรียนดูไปเมื่อสักครู่นี้นะครับ เชื่อถือได้

87
00:05:44.244 --> 00:05:48.244
ไหนลองช่วยกันตอบสิ

88
00:05:48.246 --> 00:05:52.246
เชื่อถือได้หรือไม่คะ

89
00:05:52.247 --> 00:05:56.247
บอกว่าเชื่อถือได้นะ เพราะว่าจัดทำจากหน่วยงาน

90
00:05:56.247 --> 00:06:00.247
ของรัฐบาล บางคนบอกว่าเชื่อถือไม่ได้

91
00:06:00.248 --> 00:06:04.248
ก็แล้วแต่ขึ้นอยู่กับวิเคราะห์

92
00:06:04.253 --> 00:06:08.253
แล้วถ้าคุณครูคณิตาคิดว่าน่าเชื่อถือไหม (คุณครูคณิตา) คือว่า

93
00:06:08.255 --> 00:06:12.255
มีความน่าเชื่อถือค่ะ เพราะว่านะคะ จากสถิติ

94
00:06:12.256 --> 00:06:16.256
ข้อมูลนะคะ เขาก็ได้กล่าวเอาไว้แล้วในปี

95
00:06:16.257 --> 00:06:20.257
2563 นะคะ นั่นก็คือมีสถิติจาก

96
00:06:20.259 --> 00:06:24.259
จำนวนของผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุนี่เยอะกว่า

97
00:06:24.260 --> 00:06:28.260
แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันนี่ ก็ได้มีการเปลี่ยนแปลง

98
00:06:28.261 --> 00:06:32.261
เนื่องจากว่าเชื้อไวรัสของ COVID-19 นี่

99
00:06:32.264 --> 00:06:36.264
มีความรุนแรงและสามารถแพร่กระจายได้ง่ายมากขึ้น

100
00:06:36.266 --> 00:06:40.266
เพราะฉะนั้น เวลาเราวิเคราะห์อะไรก็ตามเราต้อง

101
00:06:40.268 --> 00:06:44.268
อ้างอิงด้วย หรือเราจะต้องดูด้วยว่า

102
00:06:44.270 --> 00:06:48.270
หรือสื่อนั้นนี่เขาผลิตในช่วงใด

103
00:06:48.271 --> 00:06:52.271
นะคะ แล้วก็นำไปตรวจสอบแล้วก็

104
00:06:52.273 --> 00:06:56.273
เชื่อมั่นได้ว่ามีความน่าเชื่อถือ เอ๊

105
00:06:56.273 --> 00:07:00.273
ถ้าสมมติว่าคุณครูปรเมษฐเอามาให้เด็กดูในปี 25

106
00:07:00.274 --> 00:07:04.274
64 นี่ก็เด็ก ๆ อาจจะ

107
00:07:04.275 --> 00:07:08.275
ไม่จริงหรอกครับครู เนื่องจากสถานการณ์ COVID

108
00:07:08.277 --> 00:07:12.277
มีความรุนแรงมากขึ้นนะคะ ผู้ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ

109
00:07:12.278 --> 00:07:16.278
น้อยกว่าผู้เสียชีวิต

110
00:07:16.279 --> 00:07:20.279
สื่อนี้ไม่มีความน่าเชื่อถือ เพราะฉะนั้น เราจะ

111
00:07:20.281 --> 00:07:24.281
สื่ออะไรก็ตามเราก็จะต้องดูวันที่ผลิตและสิ่งที่เขา

112
00:07:24.282 --> 00:07:28.282
อ้างอิงมาด้วยค่ะ นักเรียนครับ ถึงแม้ว่า

113
00:07:28.283 --> 00:07:32.283
มันจะมีโรคภัยร้าย มาเบียดเบียนเรา

114
00:07:32.292 --> 00:07:36.292
อาจจะบกพร่อง อาจจะเกิดอุปสรรคต่าง ๆ

115
00:07:36.297 --> 00:07:40.297
ในการศึกษาเล่าเรียน นักเรียนอย่าไปคิดว่า

116
00:07:40.298 --> 00:07:44.298
เป็นอุปสรรคนะครับ เราใช้วิกฤติตรงนี้ให้เป็นโอกาสสิ

117
00:07:44.299 --> 00:07:48.299
การที่เราได้อยู่บ้าน การที่เราเรียนน้อยลงนี่

118
00:07:48.301 --> 00:07:52.301
เราเอาเวลาส่วนที่มันเหลือนี่นะ ไปพัฒนา

119
00:07:52.303 --> 00:07:56.303
ตัวเองในด้านทักษะชีวิตต่าง ๆ นะครับ รวมถึงใน

120
00:07:56.305 --> 00:08:00.305
ด้านการเรียนด้วย นักเรียนครับ ยุคสมัยนี้นักเรียน

121
00:08:00.307 --> 00:08:04.307
จะต้องรู้จักขวนขวายหาความรู้ด้วยตนเองแล้วนะครับ

122
00:08:04.309 --> 00:08:08.309
เพราะว่าครูก็มีโอกาสน้อยที่ได้เจอนักเรียนนะครับ

123
00:08:08.313 --> 00:08:12.313
เชื่อได้เลยว่าหลาย ๆ จังหวัดเป็นเช่นนี้นะครับ เอาล่ะครับ

124
00:08:12.314 --> 00:08:16.314
คำถามต่อไปนะครับ โฆษณาดังกล่าวนี่

125
00:08:16.318 --> 00:08:20.318
มีจุดมุ่งหมายอย่างไร ถ้าพูดถึงโฆษณานี้

126
00:08:20.319 --> 00:08:24.319
มีจุดมุ่งหมายอย่างไร ตามโดยหลักโฆษณาทั่ว ๆ ไป

127
00:08:24.322 --> 00:08:28.322
นี่ จุดมุ่งหมายก็คือ

128
00:08:28.325 --> 00:08:32.325
ให้ปฏิบัติตามจุดมุ่งหมายของผู้โฆษณา

129
00:08:32.326 --> 00:08:36.326
สมมติว่าครูคณิตาจะ

130
00:08:36.328 --> 00:08:40.328
เป็นผู้โฆษณา

131
00:08:40.329 --> 00:08:44.329
ใช่ไหมครับ ครูคณิตาก็ต้องทำให้อย่างไรก็ได้ ให้เป็นอย่างไร

132
00:08:44.336 --> 00:08:48.336
(คุณครูคณิตา) พูดโน้มน้าวเชิญชวน เลือกใช้คำที่

133
00:08:48.337 --> 00:08:52.337
ตรงใจกับผู้ฟังนะคะ เพื่อให้ผู้ฟังเกิดความคล้อยตาม

134
00:08:52.338 --> 00:08:56.338
และปฏิบัติตามผู้พูดนั่นเองค่ะ

135
00:08:56.339 --> 00:09:00.339
แล้วถ้าเรามาเปรียบเทียบกับอันนี้ล่ะเด็ก ๆ จุดมุ่งหมาย

136
00:09:00.344 --> 00:09:04.344
ผู้โฆษณานี่เป็นอย่างไร เขา

137
00:09:04.344 --> 00:09:08.344
ต้องการอะไร ต้องการบอกอะไรกับเราครับ ช่วยกันตอบ

138
00:09:08.345 --> 00:09:12.345
จะสรุปให้ฟัง

139
00:09:12.347 --> 00:09:16.347
คุณครูคณิตาครับ

140
00:09:16.347 --> 00:09:20.347
เด็ก ๆ ตอบกันมาแล้ว ประมาณไหนครับ มีจุดมุ่ง

141
00:09:20.348 --> 00:09:24.348
อย่างไร (คุณครูคณิตา) โฆษณานี้นะคะ มีจุดมุ่งหมายก็คือไม่ให้

142
00:09:24.350 --> 00:09:28.350
ผู้คนนะคะ ขับรถโดยความประมาทค่ะ

143
00:09:28.352 --> 00:09:32.352
และอีกอย่างหนึ่งนะคะ เนื่องในสถานการณ์ป

144
00:09:32.353 --> 00:09:36.353
ก็จะต้องเว้นระยะห่าง ใส่แมสก์แล้วก็ดูแล

145
00:09:36.354 --> 00:09:40.354
ตนเองค่ะ ดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาทเพื่อไม่ให้

146
00:09:40.356 --> 00:09:44.356
โรคเชื้อไวรัส COVID-19 เข้ามา

147
00:09:44.358 --> 00:09:48.358
ทำร้ายปอดของเรานั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น นักเรียน

148
00:09:48.360 --> 00:09:52.360
ครับ ตอนนี้ต้องเพิ่มความระมัดระวัง

149
00:09:52.362 --> 00:09:56.362
เท่าทวีคูณเลย ไหนจะต้องระวังตนเอง

150
00:09:56.369 --> 00:10:00.369
จากโรคร้าย ไหนจะต้องระวังตัวเองเดินทางไปไหน

151
00:10:00.371 --> 00:10:04.371
ปลอดภัยเดินได้สะดวก นักเรียนได้ทักษะชีวิต

152
00:10:04.373 --> 00:10:08.373
ในช่วงนี้ล่ะ ครูเชื่อ แล้วก็เก็บเกี่ยวกับประสบการณ์

153
00:10:08.373 --> 00:10:12.373
ในวิกฤตินี้ให้ได้มากที่สุด เพื่อไปปรับใช้

154
00:10:12.375 --> 00:10:16.375
ในชีวิตภายภาคหน้านะครับ เอาล่ะครับ อีก 1 ข้อ

155
00:10:16.376 --> 00:10:20.376
นักเรียนมีหลักในการพิจารณา

156
00:10:20.378 --> 00:10:24.378
สื่อโฆษณาดังกล่าวอย่างไร โฆษณาเมื่อสักครู่นี่

157
00:10:24.379 --> 00:10:28.379
นักเรียนจะใช้หลักอะไรในการพิจารณาบ้าง

158
00:10:28.383 --> 00:10:32.383
นักเรียนตอบมาก่อนนะ เอาหลักของตนเอง

159
00:10:32.384 --> 00:10:36.384
ในการพิจารณา และเดี๋ยวครูคณิตาก็จะเสริมให้นักเรียนนะครับ

160
00:10:36.391 --> 00:10:40.391
ตอบกันหรือยัง

161
00:10:40.395 --> 00:10:44.395
ตอบกันมาหรือยัง คุณครูคณิตาครับ

162
00:10:44.398 --> 00:10:48.398
รวบรวมคำตอบและสรุปให้นักเรียนฟังหน่อยครับ (คุณครูคณิตา)  ค่ะ หลัก

163
00:10:48.400 --> 00:10:52.400
พิจารณาสื่อของโฆษณานะคะ มีหลากหลายค่ะ

164
00:10:52.401 --> 00:10:56.401
แต่ถ้านักเรียนนี่ อยากทราบที่เป็นหลัก

165
00:10:56.402 --> 00:11:00.402
จริง ๆ นักเรียนจะต้องศึกษาใบความรู้ค่ะ

166
00:11:00.404 --> 00:11:04.404
แล้วเดี๋ยวเรามาสรุปความรู้พร้อม ๆ กันนะครับ (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับ

167
00:11:04.404 --> 00:11:08.404
เพราะฉะนั้น อันนี้เป็นคำถามตั้งนำไว้ก่อนนะคะ

168
00:11:08.406 --> 00:11:12.406
แต่บางคนนี่ตอบได้แล้ว วิธีการของฉันนี่เป็นอย่างไร

169
00:11:12.409 --> 00:11:16.409
วิธีการของผมเป็นอย่างไร เชื่อว่าหลายคนตอบได้แล้วนะครับ (คุณครูคณิตา) แล้ว

170
00:11:16.410 --> 00:11:20.410
ของคุณครูปรเมษฐล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ต้องพิจรา

171
00:11:20.416 --> 00:11:24.416
ว่าโฆษณานี่มีความน่าเชื่อถือหรือไม่ การใช้ภาษา

172
00:11:24.418 --> 00:11:28.418
จุดประสงค์จุดมุ่งหมายของผู้พัฒนา

173
00:11:28.419 --> 00:11:32.419
เป็นอย่างไรใช่ไหม อันนี้คือวิธีการของครู ครูจ้อตง

174
00:11:32.420 --> 00:11:36.420
รู้ก่อน ถ้าดูแล้วปฏิบัติตามนี่เกิดผลจริงนะ หรือโฆษณานี่

175
00:11:36.421 --> 00:11:40.421

176
00:11:40.423 --> 00:11:44.423
เราก็ต้องมาวิเคราะห์หลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่าง เพราะฉะนั้น

177
00:11:44.425 --> 00:11:48.425
วิธีการของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน เรามาศึกษาให้

178
00:11:48.426 --> 00:11:52.426
เป็นวิธีทางเดียวกันดีกว่านะคะ การฟัง

179
00:11:52.429 --> 00:11:56.429
สินค้า จะต้องรู้จักวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือ

180
00:11:56.435 --> 00:12:00.435
จากข้อมูลหรือข้อเท็จจริงที่ได้ระบุไว้

181
00:12:00.436 --> 00:12:04.436
ว่าเชื่อถือได้หรือไม่นะ อันนี้ก็คือการวิเค

182
00:12:04.437 --> 00:12:08.437
วิเคราะห์ความน่าเชื่อถือจากสื่อโฆษณา

183
00:12:08.438 --> 00:12:12.438
ในวันนี้นะครับครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ จุดประสงค์การเรียนรู้วันนี้

184
00:12:12.440 --> 00:12:16.440
นะคะ 1. อธิบายหลักการวิเคราะหืความน่าเชื่อถือ

185
00:12:16.443 --> 00:12:20.443
จากการฟังและดูสื่อโฆษณาได้ค่ะ ว

186
00:12:20.453 --> 00:12:24.453
ความน่าเชื่อถือจากการฟังและดูสื่อโฆษณาค่ะ

187
00:12:24.454 --> 00:12:28.454
3 นะคะ

188
00:12:28.458 --> 00:12:32.458
จากการฟังและดูสื่อโฆษณาค่ะ

189
00:12:32.461 --> 00:12:36.461
เป้าหมายหลัก ๆ ของนักเรียนวันนี้ คือการฟังและ

190
00:12:36.463 --> 00:12:40.463
ดูอะไรดูสื่อโฆษณา

191
00:12:40.464 --> 00:12:44.464
และเดี๋ยวนักเรียนก็จะได้ดูของนักเรียนอีก

192
00:12:44.465 --> 00:12:48.465
ดูเพื่ออะไร ดูเพื่อจะวิเคราะห์ วิเคราะห์

193
00:12:48.466 --> 00:12:52.466
ก่อนที่เราจะวิเคราะห์ได้นี่เราต้องรู้อะไรก่อน

194
00:12:52.467 --> 00:12:56.467
หลักการวิเคราะห์ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เมื่อเราวิเคราะห์ได้แล้ว

195
00:12:56.468 --> 00:13:00.468
เราก็จะเห็นประโยชน์ นี่คือการตั้งจุดประสงค์วันนี้นะครับ

196
00:13:00.468 --> 00:13:04.468
เอาล่ะครับ มีคำถามจุดประกายขยายความคิด

197
00:13:04.470 --> 00:13:08.470
สักข้อหนึ่งนะ สื่อโฆษณามีผลต่อการ

198
00:13:08.471 --> 00:13:12.471
ซื้อหรือใช้บริการหรือไม่ เพราะเหตุใด

199
00:13:12.473 --> 00:13:16.473

200
00:13:16.474 --> 00:13:20.474
มีความสำคัญไหมล่ะ มันมีผลไหม

201
00:13:20.475 --> 00:13:24.475
หรือป้ายต่าง ๆ ที่โฆษณานี่มันมีผลไหมนักเรียนคิดว่า

202
00:13:24.477 --> 00:13:28.477
(คุณครูคณิตา) มีหรือไม่มีคะ เด็ก ๆ ตอบว่า

203
00:13:28.480 --> 00:13:32.480
มีค่ะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เหมือนครู

204
00:13:32.482 --> 00:13:36.482
ก็คิดว่ามี แล้วครูคณิตาล่ะครับ (คุณครูคณิตา) มีค่ะ และในปัจจุบันนะคะ

205
00:13:36.482 --> 00:13:40.482
คุณครูคณิตานี่บางครั้งก็ยังตกเป็นทาสของการตลาด

206
00:13:40.483 --> 00:13:44.483
อย่างเช่น ซื้อ 1 แถม 1 ทั้งที่

207
00:13:44.485 --> 00:13:48.485
จริง ๆ แล้วนี่ครูคณิตาต้องการสิ่งของเพียงแค่

208
00:13:48.489 --> 00:13:52.489
อย่างเดียวแต่ก็ตกเป็นทาสของการตลาดเป็นการเชิญชวน

209
00:13:52.496 --> 00:13:56.496
เป็นการโน้มน้าวว่าหากซื้อ 2 ชิ้น จะได้

210
00:13:56.497 --> 00:14:00.497
ราคาที่ถูกกว่า ซึ่งในปัจจุบันนี่เด็ก ๆ หลายคน

211
00:14:00.498 --> 00:14:04.498
นี่ก็อาจจะเป็นแบบคุณครูก็ได้ค่ะ

212
00:14:04.499 --> 00:14:08.499
ที่ขายนั้นน่ะ เขาน่าจะสอบการพูโโน้มน่าว

213
00:14:08.503 --> 00:14:12.503
การเขียนโฆษณาได้เต็มแน่นอน เพราะว่าสามารถที่จะ

214
00:14:12.504 --> 00:14:16.504
ดึงดูดครูภาษาไทยไปซื้อได้นี่

215
00:14:16.506 --> 00:14:20.506
มันมีผลอย่างไรนะ มันมี เพราะสื่อโฆษณา

216
00:14:20.509 --> 00:14:24.509
มันช่วยในการโน้มน้าวใจได้อย่างไรบ้างครับ

217
00:14:24.510 --> 00:14:28.510

218
00:14:28.511 --> 00:14:32.511
สินค้านี้มันอยู่ที่ไหนนะ จะต้องตามไป

219
00:14:32.515 --> 00:14:36.515
ต่างคนต่างความชอบใช่ไหมครูคณิตา

220
00:14:36.517 --> 00:14:40.517
เพราะฉะนั้นนี่ ใน 1 คนที่จะผลิต

221
00:14:40.519 --> 00:14:44.519
สัก 1 อย่างนี้ มันก็จะต้องสำรวจก่อน ถ้าเราผลิตไปขาย

222
00:14:44.521 --> 00:14:48.521
แล้วนี่มันจะมีใครมาสนใจของเรา แล้วเราทำจึง

223
00:14:48.522 --> 00:14:52.522
ทำการโฆษณา การโฆษณา

224
00:14:52.528 --> 00:14:56.528
มันก็เพิ่มยอดอีกใช่ไหม เป็นหลักการตลาด

225
00:14:56.530 --> 00:15:00.530
เด็ก ๆ ครับ เราจึงต้องวิเคราะห์ให้ดี

226
00:15:00.532 --> 00:15:04.532
ถ้าอย่างครูคณิตาพูดนี่

227
00:15:04.533 --> 00:15:08.533
เราก็จะไม่ตกเป็นทาสของการโฆษณาที่

228
00:15:08.535 --> 00:15:12.535
เกินความจริงด้วย เอาล่ะครับ ไปศึกษาใบความรู้กันนะ

229
00:15:12.538 --> 00:15:16.538
ครูมีใบความรู้มาให้นักเรียนนำขึ้นมาเลย

230
00:15:16.538 --> 00:15:20.538
นำขึ้นมา แล้วให้นักเรียนนั้นอ่านก่อน แล้ว

231
00:15:20.539 --> 00:15:24.539
ทำความเข้าใจนะครับ ว่าเนื้อหาในวันนี้จะเป็นประมาณไหน

232
00:15:24.540 --> 00:15:28.540
แล้วเดี๋ยวเรามาสรุปพร้อมกันอีกครั้งหนึ่งครับ

233
00:15:28.541 --> 00:15:32.541
เอาล่ะครับ ลงมือทำเลยไหม (คุณครูคณิตา) ลงมือปฏิบัติ

234
00:15:32.543 --> 00:15:36.543
[เสียงดนตรี]

235
00:15:36.544 --> 00:15:40.544

236
00:15:40.546 --> 00:15:44.546

237
00:15:44.548 --> 00:15:48.548

238
00:15:48.551 --> 00:15:52.551

239
00:15:52.553 --> 00:15:56.553

240
00:15:56.555 --> 00:16:00.555

241
00:16:00.560 --> 00:16:04.560

242
00:16:04.567 --> 00:16:08.567

243
00:16:08.572 --> 00:16:12.572

244
00:16:12.573 --> 00:16:16.573

245
00:16:16.578 --> 00:16:20.578

246
00:16:20.581 --> 00:16:24.581

247
00:16:24.583 --> 00:16:28.583

248
00:16:28.585 --> 00:16:32.585

249
00:16:32.586 --> 00:16:36.586

250
00:16:36.590 --> 00:16:40.590

251
00:16:40.592 --> 00:16:44.592

252
00:16:44.593 --> 00:16:48.593

253
00:16:48.595 --> 00:16:52.595

254
00:16:52.597 --> 00:16:56.597

255
00:16:56.615 --> 00:17:00.615

256
00:17:00.616 --> 00:17:04.616

257
00:17:04.659 --> 00:17:08.659

258
00:17:08.682 --> 00:17:12.682

259
00:17:12.710 --> 00:17:16.710

260
00:17:16.739 --> 00:17:20.739

261
00:17:20.742 --> 00:17:24.742

262
00:17:24.744 --> 00:17:28.744

263
00:17:28.745 --> 00:17:32.745

264
00:17:32.747 --> 00:17:36.747

265
00:17:36.749 --> 00:17:40.749

266
00:17:40.751 --> 00:17:44.751

267
00:17:44.754 --> 00:17:48.754

268
00:17:48.755 --> 00:17:52.755

269
00:17:52.757 --> 00:17:56.757

270
00:17:56.760 --> 00:18:00.760

271
00:18:00.762 --> 00:18:04.762

272
00:18:04.764 --> 00:18:08.764

273
00:18:08.766 --> 00:18:12.766

274
00:18:12.767 --> 00:18:16.767

275
00:18:16.771 --> 00:18:20.771

276
00:18:20.773 --> 00:18:24.773

277
00:18:24.774 --> 00:18:28.774

278
00:18:28.777 --> 00:18:32.777

279
00:18:32.779 --> 00:18:36.779

280
00:18:36.781 --> 00:18:40.781

281
00:18:40.782 --> 00:18:44.782

282
00:18:44.788 --> 00:18:48.788

283
00:18:48.791 --> 00:18:52.791

284
00:18:52.793 --> 00:18:56.793

285
00:18:56.795 --> 00:19:00.795

286
00:19:00.797 --> 00:19:04.797

287
00:19:04.798 --> 00:19:08.798

288
00:19:08.800 --> 00:19:12.800

289
00:19:12.802 --> 00:19:16.802

290
00:19:16.805 --> 00:19:20.805

291
00:19:20.807 --> 00:19:24.807

292
00:19:24.809 --> 00:19:28.809

293
00:19:28.810 --> 00:19:32.810

294
00:19:32.813 --> 00:19:36.813

295
00:19:36.815 --> 00:19:40.815

296
00:19:40.817 --> 00:19:44.817

297
00:19:44.822 --> 00:19:48.822

298
00:19:48.824 --> 00:19:52.824

299
00:19:52.825 --> 00:19:56.825

300
00:19:56.827 --> 00:20:00.827

301
00:20:00.832 --> 00:20:04.832

302
00:20:04.833 --> 00:20:08.833

303
00:20:08.836 --> 00:20:12.836

304
00:20:12.839 --> 00:20:16.839

305
00:20:16.839 --> 00:20:20.839

306
00:20:20.842 --> 00:20:24.842

307
00:20:24.846 --> 00:20:28.846

308
00:20:28.849 --> 00:20:32.849

309
00:20:32.853 --> 00:20:36.853

310
00:20:36.857 --> 00:20:40.857

311
00:20:40.859 --> 00:20:44.859
หมดเวลาค่ะนักเรียน

312
00:20:44.860 --> 00:20:48.860
จากการศึกษาใบความรู้นะคะ เรื่อง การวิเคราะห์สื่

313
00:20:48.862 --> 00:20:52.862
นี่เป็นอย่างไรกันบ้างคะ เป็นไปตามที่คุณครูคณิตา

314
00:20:52.863 --> 00:20:56.863
และคุณครูปรเมษฐได้กล่าวไว้หรือปลเา

315
00:20:56.874 --> 00:21:00.874
เราจะต้องวิเคราะห์เกี่ยวกับเรื่องอะไรบ้าง

316
00:21:00.875 --> 00:21:04.875
เอ๊ นักเรียนคะ นักเรียนพร้อมที่จะสรุป

317
00:21:04.876 --> 00:21:08.876
ไปพร้อม ๆ กับครูหรือยังคะ ถ้าพร้อมแล้ว

318
00:21:08.877 --> 00:21:12.877
เราไปสรุปความรู้พร้อม ๆ กันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เรามาทำความ

319
00:21:12.878 --> 00:21:16.878
รู้จักโฆษณากันดีกว่าว่าเป็นอย่างไรครับ

320
00:21:16.880 --> 00:21:20.880
เอาล่ะครับ โฆษณาคืออะไร เด็ก ๆ อ่านไปพร้อม ๆ

321
00:21:20.881 --> 00:21:24.881
ครูเลยนะครับ โฆษณาหมายถึง การเผย

322
00:21:24.881 --> 00:21:28.881
แพร่หนังสือออกไปยังสาธารณชน

323
00:21:28.885 --> 00:21:32.885
สาธารณชนคืออะไรนะ ประชาชนคนทั่วไปนี่

324
00:21:32.887 --> 00:21:36.887
เราเรียกว่า "สาธารณชน" เพื่อเป็นการ

325
00:21:36.887 --> 00:21:40.887
ชักจูงและโน้มน้าวใจ

326
00:21:40.888 --> 00:21:44.888
หรือผู้ฟังสนใจ เพื่อประโยชน์

327
00:21:44.890 --> 00:21:48.890
ทางการค้าหรือจุดมุ่งหมายอื่น ๆ

328
00:21:48.890 --> 00:21:52.890
นั่น เป็นอย่างนั้นใช่ไหมนั่นคือการโฆษณา

329
00:21:52.891 --> 00:21:56.891
มันก็คือการที่เราพูดโน้มน้าว การเชิญชวน

330
00:21:56.891 --> 00:22:00.891
การชัดจูง ทำอย่างไรก็ได้ให้คน

331
00:22:00.893 --> 00:22:04.893
อื่นนี่เขามาสนใจในสินค้าหรือ

332
00:22:04.894 --> 00:22:08.894
สิ่งที่เราต้องการนำเสนอเขา

333
00:22:08.896 --> 00:22:12.896
เอาล่ะครับ เดี๋ยวไปต่อเลยไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวเด็ก ๆ

334
00:22:12.906 --> 00:22:16.906
อาจจะสงสัยว่าเอ๊ชักจูงอย่างไร

335
00:22:16.907 --> 00:22:20.907
ขออธิบายนะคะ ในการยกตัวอย่างสั้น ๆ นะ

336
00:22:20.908 --> 00:22:24.908
ที่เราสังเกตดูนะคะ ถ้านักเรียนไปยังร้านค้าต่าง ๆ

337
00:22:24.910 --> 00:22:28.910
นักเรียนจะเจอสิ่งของที่

338
00:22:28.911 --> 00:22:32.911
มีการโฆษณา โดยการผ่านตานักเรียนที่หลากหลา

339
00:22:32.913 --> 00:22:36.913
ว่าหากนักเรียนอยากไปซื้อสิ่งของสิ่งหนึ่ง

340
00:22:36.915 --> 00:22:40.915
อย่างเช่น เครื่องปรุงรส

341
00:22:40.916 --> 00:22:44.916
มี 2 ยี่ห้อด้วยกัน ยี่ห้องมีการโฆษณา

342
00:22:44.918 --> 00:22:48.918
อีกยี่ห้อหนึ่งไม่มีการโฆษณา ถ้านักเรียนไปเห็นบนชั้น

343
00:22:48.919 --> 00:22:52.919
วางของนักเรียนคิดว่านักเรียน

344
00:22:52.921 --> 00:22:56.921
จะเลือกซื้อยี่ห้อไหนคะ แน่นอน

345
00:22:56.923 --> 00:23:00.923
อยู่แล้วค่ะ มนุษย์เรานะคะ จะเลือกยี่ห้อที่เราเห็น

346
00:23:00.925 --> 00:23:04.925

347
00:23:04.926 --> 00:23:08.926
เราฟังสิ่งที่เขาโฆษณา มีความอร่อย มีความกล่อมกล่อม

348
00:23:08.943 --> 00:23:12.943
ทำให้เรานี่เกิดความคล้อยตาม โน้มน้าว

349
00:23:12.944 --> 00:23:16.944
ทำไมคะ เชื่อถือว่ายี่ห้อนั้นนี่ เป็นย

350
00:23:16.949 --> 00:23:20.949
ทำไมคะ เชื่อถือว่ายี่ห้อนั้นน

351
00:23:20.951 --> 00:23:24.951
ยี่ห้อนั้นนี่เป็นยี่ห้อที่ดี

352
00:23:24.952 --> 00:23:28.952
ที่เราควรใช้ซึ่งแตกต่างจากอีกย่อหน้าหนึ่งที่ไม่มี

353
00:23:28.958 --> 00:23:32.958
การโฆษณา เมื่อมันมีไม่มีการโฆษณา

354
00:23:32.959 --> 00:23:36.959
เขาไม่ได้ใช้โฆษณาในการชวนเชื่อ ทำให้ประชาชน

355
00:23:36.960 --> 00:23:40.960
หรือทุก ๆ นี่เห็นสินค้าบ่อย ๆ

356
00:23:40.962 --> 00:23:44.962
บ่อย ๆ เมื่อเขาไม่ได้เห็นสินค้าเหล่านั้นบ่อย ๆ

357
00:23:44.962 --> 00:23:48.962
เขาจะเกิดความน่าเชื่อถือในการซื้อสินค้านั้นไหมคะ

358
00:23:48.963 --> 00:23:52.963
ปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นคำถามที่น่าคิดนะนักเรียน

359
00:23:52.965 --> 00:23:56.965
เราไม่เห็นน่ะ เราไม่เห็น แต่เราไปเจอที่ร้านค้า

360
00:23:56.966 --> 00:24:00.966
นักเรียนอาจจะเห็นผ่านสื่อสิ่งใดก็ได้ โทรทัศน์

361
00:24:00.968 --> 00:24:04.968
วิทยุหรือป้ายประกาศหรือแม้กระทั่งสื่อ

362
00:24:04.970 --> 00:24:08.970
ที่นักเรียนชอบหนักหนานี่ ใช่ไหม ยี่ห้แ

363
00:24:08.971 --> 00:24:12.971
มันมียี่ห้อหนึ่งที่ไม่มี

364
00:24:12.974 --> 00:24:16.974
กับอีกยี่ห้อหนึ่งโฆษณาโครม ๆ

365
00:24:16.977 --> 00:24:20.977
ที่ผลิตออกมานี่ อาจจะเหมือนกันก็ได้ แต่

366
00:24:20.982 --> 00:24:24.982
คนเรานี่มักเชื่อในคำชักจูงหรือคำโน้มน้าว มัน

367
00:24:24.987 --> 00:24:28.987
จึงทำให้เกิดการโฆษณาขึ้นอย่างไรครับเด็ก ๆ

368
00:24:28.989 --> 00:24:32.989
ดูหลักการวิเคราะห์สื่อโฆษณากันดีกว่า

369
00:24:32.994 --> 00:24:36.994
นะครับ มีหลักการอะไรบ้างนะครับ 1. เลย ดูการ

370
00:24:36.999 --> 00:24:40.999
ให้ข้อมูลนะ การให้ข้อมูลคืออะไรนักเรียน

371
00:24:41.002 --> 00:24:45.002
มันคือรายละเอียดของสินค้า ว่ามันมีเนื้อหาครบ

372
00:24:45.008 --> 00:24:49.008
หรือไม่นะ อย่างเช่น ขายยาดม ต้องบอก

373
00:24:49.011 --> 00:24:53.011
รายละเอียด ผลิตจากอะไรพิมเสน

374
00:24:53.012 --> 00:24:57.012
เกลือ อะไรอีกล่ะ สมุนไพรต่าง ๆ

375
00:24:57.019 --> 00:25:01.019
ใช่ไหม จะต้องบอกให้ชัดเจน อันนี้คือรายละเอียดของ

376
00:25:01.020 --> 00:25:05.020
สินค้าหรือก็ให้ข้อมูลนั่นเอง ต่อไปครับ

377
00:25:05.022 --> 00:25:09.022
(คุณครูคณิตา) ข้อ 2 นะคะ นั่นก็คือคุณสมบัติสินค้า

378
00:25:09.024 --> 00:25:13.024
หรือบริการนั้นค่ะ ว่าเป็นอย่างไรนั่นเองนะคะ คุณสมบัติของ

379
00:25:13.025 --> 00:25:17.025
สินค้านี่หมายถึงอะไรคะคุณครูปรเมษฐ

380
00:25:17.026 --> 00:25:21.026
(คุณครูปรเมษฐ) คุณสมบัติ ก็คือบอกคุณสมบัติ ก็คือข้อดี

381
00:25:21.030 --> 00:25:25.030
ของมันนะ มันช่วยอะไรเราล่ะ กินยานี้เข้าไป

382
00:25:25.033 --> 00:25:29.033
ความอ้วนหายไปในพริบตาเลย

383
00:25:29.034 --> 00:25:33.034
นี่ คุณสมบัติบอก มันคือยากลด (คุณครูคณิตา)

384
00:25:33.036 --> 00:25:37.036
ความอ้วนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นต้น อะไรอีกล่ะครูคณิตา ช่วยคิดหน่อย

385
00:25:37.036 --> 00:25:41.036
(คุณครูคณิตา) ยาดมนะคะ ดมแล้วทำให้รู้สึก

386
00:25:41.037 --> 00:25:45.037
สดชื่นนะคะ หรือทำให้เรานี่ลดการ

387
00:25:45.038 --> 00:25:49.038
วิงเวียนศีรษะ นี่ก็เป็นคุณสมบัติ

388
00:25:49.041 --> 00:25:53.041
ยาดมนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ปากกาเขียนลื่นดี

389
00:25:53.042 --> 00:25:57.042
ไม่มีติด บอกคุณสมบัติไง ว่ามันเป็นอย่างไร คุณสมบัติก็

390
00:25:57.043 --> 00:26:01.043
เหมือนการโฆษณาไปในตัวแล้วนะครับ ว่าสินค้า

391
00:26:01.044 --> 00:26:05.044
หรือบริการที่เรานำมานำเสนอนั้นเป็นอย่างไร

392
00:26:05.045 --> 00:26:09.045
ต่อไปครับ ครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ ข้อที่ 3 นะะค

393
00:26:09.046 --> 00:26:13.046
นั่นก็คือสื่อโฆษณานั้นเกินความ

394
00:26:13.051 --> 00:26:17.051
เป็นจริงหรือไม่อย่างเช่นตัวอย่างที่คุณครูปรเมษฐ

395
00:26:17.054 --> 00:26:21.054
ได้กล่าวไว้ นั่นก็คือการกินยา

396
00:26:21.055 --> 00:26:25.055
ใช่ไหมคะ กินยาลดความอ้วนแล้วผอมภายในกี่วันคะ

397
00:26:25.055 --> 00:26:29.055
(คุณครูปรเมษฐ) 7 วัน (คุณครูคณิตา) 7 วัน

398
00:26:29.057 --> 00:26:33.057
ถ้าผอมภายใน 7 วัน นักเรียนคิดว่า

399
00:26:33.061 --> 00:26:37.061
ร่างกายของเรานี่จะส่งผลอย่างไรบ้าง

400
00:26:37.062 --> 00:26:41.062
จะเกิดอันตรายต่อร่างกายของนักเรียนหรือไม่

401
00:26:41.064 --> 00:26:45.064
นักเรียนจะต้องวิเคราะห์นะคะ สิ่งเหล่านี้ค่ะเป็น

402
00:26:45.065 --> 00:26:49.065
สิ่งสำคัญที่สุดที่เราจะต้องใช้ในการวิเคราะห์และเลือก

403
00:26:49.068 --> 00:26:53.068
ซื้อสินค้าต่าง ๆ ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ยกตัวอย่าง

404
00:26:53.079 --> 00:26:57.079
ย้อนกลับไปที่โฆษณาเรื่องโควิดกับความประมา

405
00:26:57.080 --> 00:27:01.080
ทำให้เกิดอุบัติเหตุเมื่อสักครู่นี้นะ

406
00:27:01.081 --> 00:27:05.081
นักเรียนว่าพฤติกรรมของตัวละครในโฆษณา

407
00:27:05.082 --> 00:27:09.082
มันเกิดความเป็นจริงไหม มีผู้หญิง

408
00:27:09.084 --> 00:27:13.084
เอาใบผักมาปิดหน้ากัน COVID ทำได้ไหม

409
00:27:13.085 --> 00:27:17.085
(คุณครูคณิตา) ไม่ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วก็คนนั้นเอาขวดน้ำ

410
00:27:17.086 --> 00:27:21.086
มาครอบหัว มันก็เหมือนกลัวจนเกินเหตุ จนเกินไปนะ

411
00:27:21.088 --> 00:27:25.088
แล้วตัว COVID จะมาวิ่ง ๆ แบบนั้นได้ไหมครับ

412
00:27:25.091 --> 00:27:29.091
(คุณครูคณิตา) COVID นะคะ เป็นการกระจายนะคะ

413
00:27:29.093 --> 00:27:33.093
อากาศค่ะ หรือว่าทางละอองต่าง ๆ นะคะ ไม่ว่าจะเป็น

414
00:27:33.094 --> 00:27:37.094
น้ำลายหรือการไอการจามต่าง ๆ เพราะฉะนั้น ฉ

415
00:27:37.097 --> 00:27:41.097
ไม่สามารถที่จะวิ่งเล่น แล้วก็ให้คนนี่

416
00:27:41.098 --> 00:27:45.098
ตามจับได้นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) แต่เหตุที่ต้องทำแบบนั้น ก็เพื่อทำให้

417
00:27:45.099 --> 00:27:49.099
เราเข้าใจง่ายนั่นเอง อันนี้ยกตัวอย่างความเคยชิน

418
00:27:49.100 --> 00:27:53.100
ก็เอามาคิดกันได้ วิเคราะห์กันได้ จริง ๆ โควิด

419
00:27:53.103 --> 00:27:57.103
มันก็ไม่สามารถที่จะทำอย่างนั้นได้

420
00:27:57.103 --> 00:28:01.103
COVID เหมือนคนนี่ล่ะ วิ่งไปทั่วเลย

421
00:28:01.106 --> 00:28:05.106
คนเดียวใช่ไหม แต่ถ้าหลาย ๆ คนก็จะสมจริงกว่านั้น

422
00:28:05.107 --> 00:28:09.107
ก็ COVID ตอนนี้ กระจายอยู่ตามอากาศ

423
00:28:09.108 --> 00:28:13.108
ก็คือการใส่แมสก์ ใส่หน้ากากอนามัยนั่นเองนะครับ

424
00:28:13.110 --> 00:28:17.110
นักเรียนอย่างเช่น ครูทั้ง 2 คน

425
00:28:17.112 --> 00:28:21.112
นะครับ เอาล่ะครับ ต่อไป ข้อที่ 4 นี่

426
00:28:21.115 --> 00:28:25.115
โฆษณานั้นมันขัดต่อศีลธรรมหรือไม่

427
00:28:25.118 --> 00:28:29.118
ศีลธรรมหรือเสื่อมเสียต่อวประเพณ

428
00:28:29.119 --> 00:28:33.119
และวัฒนธรรมอันดีงาม เมื่อสื่อโฆษณานั้น

429
00:28:33.121 --> 00:28:37.121
ออกมาสู่สาธารณชนแล้วนี่นะครับ ต้อง

430
00:28:37.122 --> 00:28:41.122
วิเคราะห์กันข้อนี้สำคัญ ถ้าเกิดโฆษณานั้นมันไปทำให้

431
00:28:41.123 --> 00:28:45.123
เสื่อมเสียประเพณี วัฒนธรรมของเรานี่

432
00:28:45.126 --> 00:28:49.126
ไม่ได้นะครับ เพราะฉะนั้น โฆษณาจำพวกนี้นี่

433
00:28:49.128 --> 00:28:53.128
จะได้ออกมาสู่สาธารณชนก่อน

434
00:28:53.130 --> 00:28:57.130
เพราะถ้าออกมานี่ มันทำให้เกิดการ

435
00:28:57.131 --> 00:29:01.131
โน้มน้าวให้เราไปเชื่อและปฏิบัติผิด ๆ

436
00:29:01.133 --> 00:29:05.133
มันก็จะไม่ดี เพราะฉะนั้นนี่ เด็ก ๆ อาจจะไม่เห็นโฆษณาแบบนี้

437
00:29:05.135 --> 00:29:09.135
นะครับ แล้วก็ไม่ควรที่จะเห็นด้วย เพราะว่าวัฒนธรรม

438
00:29:09.137 --> 00:29:13.137
ประเพณีนี่มันเป็นสิ่งที่ปลูกฝังมาอย่างยาวนานใช่ไหม

439
00:29:13.139 --> 00:29:17.139
รวมถึงศีลธรรม ศีลธรรมคือความดีงาม

440
00:29:17.140 --> 00:29:21.140
ที่เอาศีลเป็นที่ตั้ง ที่เราปลูก

441
00:29:21.143 --> 00:29:25.143
ถ้าเกิดโฆษณาประเภทนี้ออกมาแล้วเราเสพ เราดู

442
00:29:25.146 --> 00:29:29.146
บ่อย ๆ เราก็จะประพฤติกรรม คราวนี้เราก็จะ

443
00:29:29.148 --> 00:29:33.148
ขัดต่อศีลธรรมและประเพณี

444
00:29:33.150 --> 00:29:37.150
ใช่ไหมครับ เอาล่ะครับ เรามาจุดประกายขยายความคิด

445
00:29:37.151 --> 00:29:41.151
อีกสักนิดหนึ่งโฆษณาคืออะไร เด็ก ๆ

446
00:29:41.154 --> 00:29:45.154
ต้องตอบได้แล้ว ให้เวลา

447
00:29:45.156 --> 00:29:49.156
(คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ ตอบแล้วค่ะ โฆษณานะคะ

448
00:29:49.158 --> 00:29:53.158

449
00:29:53.159 --> 00:29:57.159
การเผยแพร่ข้อมูลค่ะ เพื่อเชิญชวน ชักจู

450
00:29:57.163 --> 00:30:01.163
ให้คล้อยตามและใช้บริการนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเด็ก ๆ ตอบ

451
00:30:01.166 --> 00:30:05.166
จากใบความรู้ก็จะยาว เราเรียนเรื่องการ

452
00:30:05.170 --> 00:30:09.170
ย่อความมาแล้วนะครับ เพราะฉะนั้น เราจะต้องสรุป

453
00:30:09.174 --> 00:30:13.174
ให้เป็นองค์ความรู้ของตนเอง อันนี้เป็นสิ่งสำคัญ

454
00:30:13.183 --> 00:30:17.183
เผยแพร่ข้อมูลเพื่อเชิญชวนชักจูง

455
00:30:17.186 --> 00:30:21.186
ให้คนอื่นคล้อยตาม

456
00:30:21.187 --> 00:30:25.187
เราเรียนอะไรมาเราก็ต้องนำมาใช้ให้

457
00:30:25.189 --> 00:30:29.189
เกิดผลประโยชน์ในชีวิตจริง เอาล่ะครับ

458
00:30:29.191 --> 00:30:33.191
อีกข้อหนึ่ง ครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) คำถามนะคะ

459
00:30:33.192 --> 00:30:37.192
มีอยู่ว่าจุดประสงค์ของการโฆษณาคืออะไร

460
00:30:37.196 --> 00:30:41.196
คะ เด็ก ๆ ตอบเลย

461
00:30:41.197 --> 00:30:45.197
อยู่กับมือแล้ว ช่วยกันตอบ

462
00:30:45.199 --> 00:30:49.199
มาทีละข้อเลยครับ จุดประสงค์ของการโฆษณาคือ...

463
00:30:49.200 --> 00:30:53.200
(คุณครูคณิตา) 1. ค่ะ แนะนำ ชักจูง หรือเชิญชวนค่ะ

464
00:30:53.203 --> 00:30:57.203
(คุณครูปรเมษฐ) กระตุ้นความสนใจ

465
00:30:57.204 --> 00:31:01.204
เมื่อแนะนำชักจูงแล้ว

466
00:31:01.205 --> 00:31:05.205

467
00:31:05.207 --> 00:31:09.207
ให้เขามาสนใจในสินค้าของเรา อาจจะเป็นวิธีการ

468
00:31:09.209 --> 00:31:13.209
ขายสินค้าหรือวิธีการพูดที่ไพเราะ

469
00:31:13.210 --> 00:31:17.210
น้ำเสียงดึงดูดเป็นการกระตุ้นความสนใจ

470
00:31:17.211 --> 00:31:21.211
แล้วก็ทำให้คนนั้นมาสนใจในสินค้าหรือบริก

471
00:31:21.212 --> 00:31:25.212
หรือสิ่งที่เรามีจุดมุ่งหมายในการทำขึ้นมานั่นเองครับ

472
00:31:25.214 --> 00:31:29.214
อีกข้อหนึ่งล่ะครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ

473
00:31:29.215 --> 00:31:33.215
สร้างภาพพจน์ที่ดีขององค์กรค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วมันสร้าง

474
00:31:33.216 --> 00:31:37.216
ที่ดีให้องค์กรอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เพราะว่า

475
00:31:37.217 --> 00:31:41.217
การสร้างภาพพจน์ที่ดีหรือสร้าง

476
00:31:41.219 --> 00:31:45.219
ก็จะส่งผลต่อสินค้านั้น ๆ ค่ะ อย่างเช่น

477
00:31:45.225 --> 00:31:49.225
องค์กรนี้เป็นองค์กรของการรักโลกค่ะ เพราะฉะนั้น

478
00:31:49.225 --> 00:31:53.225
สินค้าที่องค์กรได้ใช้มาก็เป็นอะไรคะ

479
00:31:53.226 --> 00:31:57.226
เป็นผลิตภัณฑ์ที่รักษ์โลกนั่นเองค่ะ ก็จะทำให้

480
00:31:57.227 --> 00:32:01.227
คนในทั่วโลกนะคะ หรือทั่วประเทศนี่

481
00:32:01.229 --> 00:32:05.229
เกิดความคล้อยตามว่าถ้าใช้สิ่งของของบริษัทนี้

482
00:32:05.231 --> 00:32:09.231
ก็จะช่วยรักษ์โลกเพิ่มมากขึ้นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มันก็จะเป็น

483
00:32:09.232 --> 00:32:13.232
สร้างภาพพจน์ที่ดีให้แก่องค์กรหรือผู้ที่

484
00:32:13.233 --> 00:32:17.233
โฆษณาสินค้าหรือบริการหรือ

485
00:32:17.235 --> 00:32:21.235
จุดมุ่งหมาย จุดประสงค์ ของผู้ที่โฆษณานั่นเอง

486
00:32:21.236 --> 00:32:25.236
เอาล่ะครับ อีกข้อหนึ่ง มาจากใบความรู้ทั้งนั้น นักเรียนมีหลักในการวิเคราะห์

487
00:32:25.237 --> 00:32:29.237

488
00:32:29.238 --> 00:32:33.238
ของสื่อโฆษณาอย่างไร

489
00:32:33.240 --> 00:32:37.240
ต้องตอบได้แล้วอันนี้ เป็นคำถามที่เราถาม

490
00:32:37.242 --> 00:32:41.242
ไว้เมื่อข้างต้นใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่แล้ว

491
00:32:41.243 --> 00:32:45.243
นะคะ บอกให้เด็ก ๆ นะคะ อ่านใบความรู้ก่อนนะคะ

492
00:32:45.252 --> 00:32:49.252
เพราะว่าหลักการวิเคราะห์นั้นมีไม่เยอะค่ะ

493
00:32:49.254 --> 00:32:53.254

494
00:32:53.255 --> 00:32:57.255
1. ต้องเป็นอย่างไรก่อน (คุณครูคณิตา) ฟัง

495
00:32:57.270 --> 00:33:01.270
ไตร่ตรองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ต้องฟังให้ดี ไตร่ตรองสิว่า

496
00:33:01.270 --> 00:33:05.270
เอ๊ มันใช่หรือไม่นะ

497
00:33:05.275 --> 00:33:09.275
เขาพูดถูกต้องตามโฆษณาหรือไม่

498
00:33:09.283 --> 00:33:13.283
คำสื่อสารชัดเจนหรือไม่ ต้องฟังไตร่ตรอง อันนี้คือหลักการ

499
00:33:13.284 --> 00:33:17.284
วิเคราะห์นะ (คุณครูคณิตา) ศึกษาข้อมูล

500
00:33:17.296 --> 00:33:21.296
รายละเอียดของสินค้าค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นสิ่งสำคัญไหม (คุณครูปรเมษฐ)

501
00:33:21.297 --> 00:33:25.297
สิ่งสำคัญค่ะ เพราะว่าสินค้าบางประเภทนี่ก็

502
00:33:25.300 --> 00:33:29.300
จะมีสิ่งที่ผู้บริโภคบางคนนะคะ

503
00:33:29.301 --> 00:33:33.301
ที่อาจจะเกิดอาการแพ้จากสารเคมีนั้น ๆ

504
00:33:33.302 --> 00:33:37.302
นักเรียนนะคะ หรือว่าผู้ใช้บริการทั่วไปนี่จะต้อง

505
00:33:37.307 --> 00:33:41.307
บริการทั่วไปนี่ ต้องศึกษาให้ดีค่ะ

506
00:33:41.308 --> 00:33:45.308
เพราะว่าเป็นผลประโยชน์ต่อตนเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ ต

507
00:33:45.310 --> 00:33:49.310
ต้องพิจารณาคุณสมบัติของสินค้า

508
00:33:49.311 --> 00:33:53.311
ยาชนิดนี้ใช้แล้วเป็นอย่างไร

509
00:33:53.314 --> 00:33:57.314
ขนมนี้กินแล้วเป็นอย่างไร

510
00:33:57.314 --> 00:34:01.314
คุณสมบัติ ต้องศึกษาและพิจารณาให้ดีกว่าเมื่อ

511
00:34:01.316 --> 00:34:05.316
ได้บริโภคเข้าไปหรือเราได้ใช้แล้วนี่

512
00:34:05.317 --> 00:34:09.317
กับตัวเราบ้าง นี่ต้องพิจารณา บางครั้งเกินความจริง

513
00:34:09.318 --> 00:34:13.318
ถ้าเกินความจริงถ้าเราบริโภคหรือรับประทานเข้าไปจะ

514
00:34:13.320 --> 00:34:17.320
เกิดผลเสียต่อร่างกายก็จะเกิดเรื่องเลยนะครับ

515
00:34:17.322 --> 00:34:21.322
ต่อไปนี้คือการพิจารณาความน่าเชื่อถือ มาคู่กัน

516
00:34:21.328 --> 00:34:25.328
ความน่าเชื่อถือก็พิจารณา

517
00:34:25.330 --> 00:34:29.330
องค์ประกอบต่าง ๆ ที่มันเกิดขึ้น

518
00:34:29.331 --> 00:34:33.331
นโฆษณา ว่ามันทำให้สินค้าหรือบริการเหล่านั้นนี่

519
00:34:33.336 --> 00:34:37.336
มันน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใดนั่นเองครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ

520
00:34:37.338 --> 00:34:41.338
เดี๋ยวเราไปดูถัดไปกันเลยดีกว่านะคะ

521
00:34:41.340 --> 00:34:45.340
เดี๋ยวเราจะให้ฝึกวิเคราะห์ให้เหมาะความ

522
00:34:45.343 --> 00:34:49.343
วิเคราะห์ให้เหมาะความเป็นอย่างไร

523
00:34:49.344 --> 00:34:53.344
การวิเคราะห์สื่อโฆษณานั่นเองนะ

524
00:34:53.351 --> 00:34:57.351
มาดังนี้นะครับ 1. ดูข้อมูลรายละเอียด

525
00:34:57.355 --> 00:35:01.355
ของสินค้าตามที่ได้บอกไปเมื่อสักครู่นะครับ ต่อไป (คุณครูคณิตา)

526
00:35:01.357 --> 00:35:05.357
คุณสมบัติของสินค้าเป็นอย่างไร

527
00:35:05.358 --> 00:35:09.358
(คุณครูปรเมษฐ) ลองศึกษาคุณสมบัติให้ดีนะครับ ต่อไป

528
00:35:09.360 --> 00:35:13.360
ข้อความในโฆษณาเกินความเป็นจริงหรือไม่ นี่คือประเด็นในการ

529
00:35:13.366 --> 00:35:17.366
วิเคราะห์นะครับ ต่อไปครับ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 4 ค่ะ ขัดต่อ

530
00:35:17.370 --> 00:35:21.370
ศีลธรรมประเพณีหรือไม่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อย่างที่บอก

531
00:35:21.372 --> 00:35:25.372
ประเภทนี้นี่ก็ไม่ค่อยได้ออกสู่สาธารณชน

532
00:35:25.374 --> 00:35:29.374
ดีว่าบางครั้งนี่อาจจะขัดต่อศีลธรรมประเพณี

533
00:35:29.376 --> 00:35:33.376
ถ้าเราไปประพฤติตาม

534
00:35:33.380 --> 00:35:37.380
อันนี้ก็ไม่ควรทำนะครับ ข้อสุดท้ายครับ พิจารณาว่า

535
00:35:37.381 --> 00:35:41.381
ควรซื้อหรือไม่ควรซื้อค่ะ

536
00:35:41.382 --> 00:35:45.382
เดี๋ยวมีตัวอย่างสินค้า โฆษณามาให้นักเรียนดูนะ

537
00:35:45.384 --> 00:35:49.384
ไปดูกันเลยดีกว่า นี่คืออะไรนี่ครูคณิตา

538
00:35:49.386 --> 00:35:53.386
(คุณครูคณิตา) เป็นเครื่องดื่มชูกำลังค่ะ

539
00:35:53.395 --> 00:35:57.395
สารพาเฮโล

540
00:35:57.397 --> 00:36:01.397
(คุณครูปรเมษฐ) ชื่อน่าสนใจนะ สาระพาเฮโลมันเป็นการรวมคน

541
00:36:01.399 --> 00:36:05.399

542
00:36:05.401 --> 00:36:09.401
แล้วสรรพคุณ คุณสมบัติเขาเป็นอย่างไร (คุณครูคณิตา)

543
00:36:09.405 --> 00:36:13.405
หัวสมองฉับไว ใจไม่สั่น ทำงานได้ทั้งวันทั้งคืน

544
00:36:13.410 --> 00:36:17.410
ชอบตรงข้อสุดท้ายนี่ล่ะ ทำงานได้ทั้งวันทั้งคืน

545
00:36:17.413 --> 00:36:21.413
ทั้งคือ ก็คือว่าถ้าดื่มเข้าแล้วนี่ กลางคืน

546
00:36:21.417 --> 00:36:25.417
ไม่ต้องนอนเลย (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าดื่มทุกวันก็ไม่ต้องนอนทุกวันเลย

547
00:36:25.419 --> 00:36:29.419

548
00:36:29.419 --> 00:36:33.419
ข้อมูลรายละเอียดของสินค้าเป็นอย่างไร

549
00:36:33.421 --> 00:36:37.421
ไหนช่วยกันสิ (คุณครูคณิตา) ข้อมูลรายละเอียดของสินค้าค่ะ

550
00:36:37.424 --> 00:36:41.424
ให้นักเรียนพิจารณานะคะ ว่าสินค้าตัวนี้

551
00:36:41.425 --> 00:36:45.425
เป็นสินค้าประเภทใด เป็นประเภทเครื่องดื่มค่ะ

552
00:36:45.427 --> 00:36:49.427
มีความน่าสนใจหรือไม่ รวมถึงสิ่งที่

553
00:36:49.436 --> 00:36:53.436
เขาได้สื่อโฆษณาไว้นะคะ ว่า

554
00:36:53.437 --> 00:36:57.437
มีความน่าเชื่อถือ และชักจูงโน้มน้าว

555
00:36:57.439 --> 00:37:01.439
สามารถที่จะซื้อเครื่องดื่มนั้นหรือไม่ค่ะ ลองดูนะคะ

556
00:37:01.442 --> 00:37:05.442

557
00:37:05.443 --> 00:37:09.443
ทำจากอะไร มีไหม (คุณครูคณิตา) มีไหมคะนี่ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่มี

558
00:37:09.444 --> 00:37:13.444
อันนี้ก็บอกได้ โฆษณานี้นะครับ มีข้อมูลอย่างไร

559
00:37:13.446 --> 00:37:17.446
ครูคณิตา มีข้อมูลนะคะ ก็คือเป็นเครื่องดื่ม

560
00:37:17.448 --> 00:37:21.448
ชูกำลังค่ะ แล้วก็ส่วนสรรพคุณนะคะ

561
00:37:21.449 --> 00:37:25.449
การพูดโน้มน้าวใจก็จะเป็น 2 หัวข้อนี้ค่ะ

562
00:37:25.450 --> 00:37:29.450

563
00:37:29.451 --> 00:37:33.451
แต่ไม่มีการบอกสรรพคุณ ส่วนผสมของเค

564
00:37:33.452 --> 00:37:37.452
เครื่องดื่มชูกำลังค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่คือส่วนสำคัญ ไม่มีบอกเลยว่าทำจากอะไร

565
00:37:37.453 --> 00:37:41.453
นะครับ เพราะฉะนั้น โฆษณาที่ดีต้องบอกด้วยว่าทำมาจากอะไร

566
00:37:41.458 --> 00:37:45.458
นะครับ ดูประเด็นถัดไป คุณสมบัติของสินค้า

567
00:37:45.459 --> 00:37:49.459
ตามเครื่องหมายคำพูดนั่นเลย ดื่มแล้วหัวสมอง

568
00:37:49.460 --> 00:37:53.460
ฉับไวใจไม่สั่นทำงานได้ทั้งวันทั้งคืน

569
00:37:53.463 --> 00:37:57.463
นี่คุณสมบัตินะครับ เป็นการโน้มน้าวใจ

570
00:37:57.464 --> 00:38:01.464
(คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ ดื่มแล้วหัวสมองฉับไว นักเรียนลองดู

571
00:38:01.468 --> 00:38:05.468
ดูสิคะว่าหัวสมองฉับไวจริงหรือเปล่า

572
00:38:05.469 --> 00:38:09.469
ถ้าเราดื่มเข้าไป เพราะฉะนั้น ประเด็นถัดไปเลยครับ

573
00:38:09.471 --> 00:38:13.471
ข้อความในโฆษณาเกินความเป็นจริงหรือไม่

574
00:38:13.474 --> 00:38:17.474
ตามที่ครูคณิตาได้วงไว้

575
00:38:17.476 --> 00:38:21.476
แค่ดื่มเข้าไป หัวสมองฉํบไวเลยหรือ (คุณครูคณิตา) จริง

576
00:38:21.478 --> 00:38:25.478
(คุณครูปรเมษฐ) เกินความเป็นจริงไหม (คุณครูคณิตา) คำตอบนั่นก็คือ

577
00:38:25.479 --> 00:38:29.479
เกินความเป็ฯจริงค่ะ

578
00:38:29.481 --> 00:38:33.481
เอ๊ ทำไมถึงใจไม่สั่น เครื่องดื่ม

579
00:38:33.483 --> 00:38:37.483
ชูกำลังนี่ผสมพวกคาเฟอีนหรือไม่คะ

580
00:38:37.488 --> 00:38:41.488
ใจของเรานี่สั่นได้นะคะ แล้วก็

581
00:38:41.493 --> 00:38:45.493
แล้วก็อีกอย่างหนึ่งนี่

582
00:38:45.494 --> 00:38:49.494
ว่าใจไม่สั่น คนบางคนอาจจะแพ้เครื่องดื่ม

583
00:38:49.497 --> 00:38:53.497
นี้ก็ได้แต่เขารับประกันเลย

584
00:38:53.498 --> 00:38:57.498
แสดงว่าน่าเชื่อถือได้หรือไม่คะ

585
00:38:57.500 --> 00:39:01.500
เด็ก ๆ หลายคนก็บอกน่าเชื่อได้ และไม่น่าเชื่อถือ

586
00:39:01.503 --> 00:39:05.503
ขึ้นอยู่กับบุคคลนะคะ ต่อมาค่ะ

587
00:39:05.504 --> 00:39:09.504
ข้อสุดท้ายที่คุณครูอยากให้นักเรียนพ

588
00:39:09.506 --> 00:39:13.506
ทำงานได้ทั้งวันทั้งคืนค่ะ คุณครูอยากจะซื้อไว้

589
00:39:13.507 --> 00:39:17.507

590
00:39:17.511 --> 00:39:21.511
เต็ม 12 วัน ไม่ต้องหลับต้องนอนถ้าเป็นแบบนั้น

591
00:39:21.514 --> 00:39:25.514
โฆษณานะ การโฆษณาจะให้ดี

592
00:39:25.515 --> 00:39:29.515
ต้องให้เป็นความจริงมีเหตุผลนะ

593
00:39:29.516 --> 00:39:33.516
แต่ถ้าแบบนี้นี่ ไม่ได้บอกส่วนประกอบเลย

594
00:39:33.517 --> 00:39:37.517
มันทำมาจากอะไร แล้วจะมาบอกได้อย่างไรใจไม่สั่น ทำงานได้ทั้วง

595
00:39:37.518 --> 00:39:41.518
ทั้งคืนนะ ถ้าเราจะมาวิเคราะห์นี่

596
00:39:41.519 --> 00:39:45.519
ฟันธงได้เลยว่าน่าเชื่อ

597
00:39:45.525 --> 00:39:49.525
ประเด็นต่าง ๆ นี่นะ เป็นความไม่จริง

598
00:39:49.530 --> 00:39:53.530
เราก็ยังไม่สามารถฟันธงได้อีกล่ะ เพราะ

599
00:39:53.531 --> 00:39:57.531
เรายังไม่ได้ดื่มจริง แต่ข้อมูลที่โฆษณา

600
00:39:57.534 --> 00:40:01.534
ตัวบ่งบอกได้แล้วครับ ว่าตัวโฆษณานั้นเป็นอย่างไร และ

601
00:40:01.536 --> 00:40:05.536
เมื่อได้พิจารณาของตัวเอง

602
00:40:05.538 --> 00:40:09.538
นำมาวิเคราะห์นะ แล้วพอเป็นของหนู ๆ เอง มันเป็นแบบนี้นะ

603
00:40:09.539 --> 00:40:13.539
ตรงกันหรือไม่ หรือว่าโฆษณาของนักเรียนมีองค์ประกอบ

604
00:40:13.541 --> 00:40:17.541
น่าเชื่อถือก็เป็นไปได้ครับ

605
00:40:17.542 --> 00:40:21.542
(คุณครูคณิตา) ขัดต่อศีลธรรมประเพณีหรือไม่

606
00:40:21.544 --> 00:40:25.544
นี้นะคะ ตอบเลยค่ะ ว่าไม่ได้ขัดค่ะ เพราะไม่ได้เกี่ยวข้องกันค่ะ

607
00:40:25.547 --> 00:40:29.547
(คุณครูปรเมษฐ) ไม่ได้เกี่ยวข้องกับประเพณีเลยนะครับ

608
00:40:29.548 --> 00:40:33.548
ถ้าเกิดคนที่นำไปใช้นี่

609
00:40:33.552 --> 00:40:37.552
ทำงานทั้งวันทั้งคืน มันก็เป็นการทารุณโหดร้าย

610
00:40:37.562 --> 00:40:41.562

611
00:40:41.563 --> 00:40:45.563
ก็จะทำงานไม่มีหยุดเลย ก็คือทำงานไม่พัดด

612
00:40:45.570 --> 00:40:49.570
นายจ้างก็ชอบใจสิแบบนี้ มันก็ขัดต่อศีลธรรมนะ

613
00:40:49.571 --> 00:40:53.571
มีการให้ลูกน้องได้พักผ่อนเลย

614
00:40:53.572 --> 00:40:57.572
ก็ได้นะครับ เอาล่ะครับ ยังไม่สุดท้ายครับครูคณิตา

615
00:40:57.573 --> 00:41:01.573
พิจารณาเลยอันนี้ ควรซื้อหรือไม่ควรซื้อ

616
00:41:01.575 --> 00:41:05.575
(คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ หลายคนตอบควรครับ

617
00:41:05.580 --> 00:41:09.580
ควรเพราะว่าอยากได้ข้อสุดท้าย

618
00:41:09.581 --> 00:41:13.581
(คุณครูคณิตา) คุณครูก็อยากได้ค่ะ แต่ถ้านึกถึงสภาพเป็นจจริงแล้ว

619
00:41:13.585 --> 00:41:17.585
ของคนเราต้องได้รับการพักผ่อนให้เพียงพอค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ

620
00:41:17.590 --> 00:41:21.590
แต่ชื่อเขาน่าสนใจนะ สารพาเฮโล

621
00:41:21.593 --> 00:41:25.593
กำลังดี (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ มาดูโฆษณาต่อไป

622
00:41:25.594 --> 00:41:29.594
ก็คือชื่ออะไรนี่ ชื่อภาษาอังกฤษ

623
00:41:29.601 --> 00:41:33.601
Organix Herb

624
00:41:33.602 --> 00:41:37.602
นี่ต้องให้คุณครูอัณชลี

625
00:41:37.603 --> 00:41:41.603
มาอ่านให้ฟังแบบสำเนียงภาษาอังกฤษก็น่าจะดี

626
00:41:41.605 --> 00:41:45.605
เขาบอกอะไรบ้างครูคณิตาครับ

627
00:41:45.607 --> 00:41:49.607
ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าของเราค่ะ เป็นผลิตภัณฑ

628
00:41:49.608 --> 00:41:53.608
จากธรรมชาติแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ค่ะ

629
00:41:53.609 --> 00:41:57.609
สารสะกัดที่มีคุณค่า

630
00:41:57.613 --> 00:42:01.613
(คุณครูปรเมษฐ) น่าสนใจอีกแล้วครับ พูดง่าย ๆ ก็ครีมบำรุงผิวหน้า

631
00:42:01.614 --> 00:42:05.614

632
00:42:05.616 --> 00:42:09.616
(คุณครูคณิตา) Organic

633
00:42:09.616 --> 00:42:13.616
นะคะ ก็คือสกัดจากธรรมชาติ ไม่ใช้สารเคมีนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

634
00:42:13.618 --> 00:42:17.618
น่าสนใจนะครับ ให้นักเรียนพิจารณานะครับ

635
00:42:17.620 --> 00:42:21.620
เป็นผลิตภัณฑ์ Organic

636
00:42:21.621 --> 00:42:25.621
100%

637
00:42:25.623 --> 00:42:29.623
ส่วนรปะกอบของชิ้นนั้นนะคะ

638
00:42:29.625 --> 00:42:33.625
นักเรียนจะได้เข้าใจไปด้วยนะครับ ข้อมูลรายล

639
00:42:33.626 --> 00:42:37.626
คุณครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) รายละเอียดของสินค้านะคะ ก็อย่างที่

640
00:42:37.633 --> 00:42:41.633
คุณครูได้กล่าวไว้นั่นเองค่ะ เป็นผลิตภัณฑ์บำรุง

641
00:42:41.634 --> 00:42:45.634
ผิวหน้านะคะ เป็นผลิตภัณฑ์

642
00:42:45.636 --> 00:42:49.636
เขาผลิตมาจากออแกนิกแท้ 100 เปอร์เซ้น

643
00:42:49.643 --> 00:42:53.643
คุณสมบัติของสินค้าเป็นอย่างไรนี่

644
00:42:53.644 --> 00:42:57.644
ได้กล่าวไว้ไหมคะนี่ (คุณครูปรเมษฐ) กล่าวไหม

645
00:42:57.645 --> 00:43:01.645
มันเต็มเปี่ยมไปด้วยสารสกัด

646
00:43:01.649 --> 00:43:05.649

647
00:43:05.653 --> 00:43:09.653
แต่ไม่ได้บอก

648
00:43:09.656 --> 00:43:13.656
แค่บอกว่ามีประโยชน์ต่อผิวหน้าคุณ ครูคิดว่าโฆษณา

649
00:43:13.657 --> 00:43:17.657
ประเภทนี้นี่ บางครั้งการที่เขาไม่ได้พูดเกินจริง

650
00:43:17.663 --> 00:43:21.663
มันทำให้เราน่าเชื่อถือนะ ครูคณิตาคิดแบบ

651
00:43:21.666 --> 00:43:25.666
(คุณครูคณิตา) คิดค่ะ เหมือนกันค่ะ เพราะว่าเป็นโฆษณานะคะ

652
00:43:25.667 --> 00:43:29.667
เขาไม่ได้กล่าวเกินจริง

653
00:43:29.672 --> 00:43:33.672
ภายใน 3 วัน (คุณครูปรเมษฐ) อันนั้นน่ากลัว (คุณครูคณิตา) น่ากลัว

654
00:43:33.674 --> 00:43:37.674
(คุณครูปรเมษฐ) แต่อันนี้นี่ถ้าเกิดประเด็นที่ 2

655
00:43:37.689 --> 00:43:41.689
มันเป็นเรื่องจริงนี่ ของที่ทำมาจาก

656
00:43:41.691 --> 00:43:45.691
มนุษย์เราก็คือธรรมชาติใช่ไหมครูคณิตา

657
00:43:45.692 --> 00:43:49.692
มันก็คู่กับธรรมชาติ ของมาจากธรรมชาติมาอยู่ใบหน้า

658
00:43:49.693 --> 00:43:53.693
ของเรานี่ ครูคิดว่าอย่างนี้มันน่าจะเกิดอะไรขึ้น

659
00:43:53.694 --> 00:43:57.694
มันก็น่าจะอยู่ด้วยกันได้ มันก็น่าจะอยู่

660
00:43:57.703 --> 00:44:01.703
อย่างว่านะครับ เอาล่ะครับ เกินจริงหรือไม่นี่

661
00:44:01.705 --> 00:44:05.705
(คุณครูคณิตา) เกินจริงหรือไม่คะ เด็ก ๆ ก็

662
00:44:05.706 --> 00:44:09.706
ก็ลองเปรียบเทียบดูนะคะ ว่าเกินจริงหรือไม่

663
00:44:09.709 --> 00:44:13.709
ไปอย่างรวดเร็วเลยนะคะ ออแกนิกธรรมชาติ

664
00:44:13.711 --> 00:44:17.711

665
00:44:17.712 --> 00:44:21.712
ของการใช้คำโฆษณาแล้วนี่ ถือว่า

666
00:44:21.716 --> 00:44:25.716
ไม่เกินจริงค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ 100 เปอร์เซ็นต์

667
00:44:25.718 --> 00:44:29.718
มาให้ครูจะเชื่อเลย เพราะว่าส่วนประกอบมันจะได้

668
00:44:29.723 --> 00:44:33.723
ยืนยันรับรองมานะครับ เอาล่ะครับ

669
00:44:33.725 --> 00:44:37.725
หรือไม่ครูคณิตา(คุณครูคณิตา) ไม่ขัดค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) และควรซื้อไหม

670
00:44:37.728 --> 00:44:41.728
ควรซื้อไหมคะ แล้วแต่นักเรียนเลยค่ะ

671
00:44:41.736 --> 00:44:45.736
นักเรียนเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ เดี๋ยวไปดู

672
00:44:45.738 --> 00:44:49.738
ปูนใช่ไหมนี่ (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

673
00:44:49.740 --> 00:44:53.740
ผสมเหล้าแห้งไวในพริบตา

674
00:44:53.741 --> 00:44:57.741
ปูนซีเมนต์ ตรา เสือสมิง เท่านั้น

675
00:44:57.742 --> 00:45:01.742
ว่าเท่านั้น แล้วก็บอกสุดท้ายก่อนจะปิดโฆษณา รับน้ำหนัก

676
00:45:01.743 --> 00:45:05.743
โลกทั้งใบยังรับได้

677
00:45:05.746 --> 00:45:09.746
ไปพิจารณาดีกว่าครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา)

678
00:45:09.760 --> 00:45:13.760
ข้อมูลรายละเอียดนะคะ ก็คือจะเป็นการ

679
00:45:13.762 --> 00:45:17.762
โฆษณาเกี่ยวกับปูนใช่ไหมคะ

680
00:45:17.764 --> 00:45:21.764
ปูนนี่ก็ใช้ไว้เทพื้น อะไรต่าง ๆ

681
00:45:21.765 --> 00:45:25.765
บอกความแข็งแรงใช่ไหม คุณสมบัติสินค้าเป็นอย่างไร

682
00:45:25.766 --> 00:45:29.766
ผสมง่ายนะคะ แห้งไวภายในพริบตา

683
00:45:29.768 --> 00:45:33.768
ใช่หรือเปล่าคะ นักเรียนลองกระพริบตาดู

684
00:45:33.769 --> 00:45:37.769
ปูนแห่งเลย ถามว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ (คุณครูปรเมษฐ)

685
00:45:37.770 --> 00:45:41.770
คำถามนี้ได้เลยใช่ไหม

686
00:45:41.771 --> 00:45:45.771
นะครับ แต่คำโฆษณา

687
00:45:45.776 --> 00:45:49.776
เพราะช่างทุกคนน่ะ ก็อยากให้ปูนเป็นอย่างไร แห่งไว จะได้ทำงาน

688
00:45:49.781 --> 00:45:53.781
อื่นต่อใช่ไหม

689
00:45:53.784 --> 00:45:57.784
ขัดต่อศีลธรรมประ

690
00:45:57.821 --> 00:46:01.821
(คุณครูคณิตา) ควรซื้อหรือไม่ควรซื้อคะ (คุณครูปรเมษฐ)

691
00:46:01.825 --> 00:46:05.825
นะครับ เดี๋ยวไปดูกิจกรรมต่อไป ให้หนู ๆ

692
00:46:05.826 --> 00:46:09.826
วิเคราะห์สื่อโฆษณาของตัว ที่นักเรียนได้เตรียมมา

693
00:46:09.828 --> 00:46:13.828
ตามประเด็นที่ครูจะให้นะครับ 1. บอกข้อมูล

694
00:46:13.830 --> 00:46:17.830
2 คุณสมบัติ 3. คือ

695
00:46:17.831 --> 00:46:21.831
4. คือ ขัดต่อศีลธรรมประเพณีหรือไหม่

696
00:46:21.831 --> 00:46:25.831
พิจารณาประเด็นสุดท้าย ควรซื้อหรือไม่ควรซื้อ ให้เด็ก ๆ

697
00:46:25.833 --> 00:46:29.833
ลงมือปฏิบัติโดยการนำเสนอ

698
00:46:29.835 --> 00:46:33.835
ให้กับเพื่อน ๆ ได้รับฟัง ดีไหมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) กีค่ะ

699
00:46:33.838 --> 00:46:37.838
หน้านั้นนี่ก็เราก็จะมาดูกันก่อนนะคะ ว่า

700
00:46:37.845 --> 00:46:41.845
บทบาทของนักเรียนปลายทางและคุณครูปลายทาง

701
00:46:41.850 --> 00:46:45.850
เป็นอย่างไร บทบาทของนักเรียน

702
00:46:45.856 --> 00:46:49.856
ให้นักเรียนนะคะ ทำใบงานเรื่อง การวิเคราะห์สื่อโฆษณาค่ะ ส่วนคุณครู

703
00:46:49.857 --> 00:46:53.857
ปลายทางนะคะ ก็คอยให้การดูแล

704
00:46:53.861 --> 00:46:57.861
และสุดท้ายนะคะ นำสื่อที่นักเรียนได้วิเค

705
00:46:57.863 --> 00:47:01.863
ไปตรวจและให้คะแนนด้วยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไปดูใบงานกันเลย นี่คือ

706
00:47:01.865 --> 00:47:05.865
รูปร่างหน้าตาของใบงานนะครับ มีประเด็น

707
00:47:05.869 --> 00:47:09.869
ทั้งหมดกี่ประเด็น (คุณครูคณิตา) 5 ประเด็นด้วยกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

708
00:47:09.870 --> 00:47:13.870
ก็ให้นักเรียนลงมือทำ โดยการวิเคราะห์สื่อโฆษณาที่หนู ๆ

709
00:47:13.873 --> 00:47:17.873
เตรียมมานั่นเอง

710
00:47:17.874 --> 00:47:21.874
แล้วก็ทำประเด็นถัดมาเรื่อย ๆ จนเสร็จนะครับ

711
00:47:21.876 --> 00:47:25.876
ลงมือครับ [เสียงดนตรี]

712
00:47:25.878 --> 00:47:29.878

713
00:47:29.880 --> 00:47:33.880

714
00:47:33.882 --> 00:47:37.882

715
00:47:37.884 --> 00:47:41.884

716
00:47:41.886 --> 00:47:45.886

717
00:47:45.888 --> 00:47:49.888

718
00:47:49.890 --> 00:47:53.890

719
00:47:53.893 --> 00:47:57.893

720
00:47:57.897 --> 00:48:01.897

721
00:48:01.899 --> 00:48:05.899

722
00:48:05.901 --> 00:48:09.901

723
00:48:09.903 --> 00:48:13.903

724
00:48:13.905 --> 00:48:17.905

725
00:48:17.907 --> 00:48:21.907

726
00:48:21.910 --> 00:48:25.910

727
00:48:25.913 --> 00:48:29.913

728
00:48:29.915 --> 00:48:33.915

729
00:48:33.917 --> 00:48:37.917

730
00:48:37.919 --> 00:48:41.919

731
00:48:41.924 --> 00:48:45.924

732
00:48:45.930 --> 00:48:49.930

733
00:48:49.935 --> 00:48:53.935

734
00:48:53.940 --> 00:48:57.940

735
00:48:57.945 --> 00:49:01.945

736
00:49:01.948 --> 00:49:05.948

737
00:49:05.951 --> 00:49:09.951

738
00:49:09.953 --> 00:49:13.953

739
00:49:13.955 --> 00:49:17.955

740
00:49:17.958 --> 00:49:21.958

741
00:49:21.960 --> 00:49:25.960

742
00:49:25.969 --> 00:49:29.969

743
00:49:29.970 --> 00:49:33.970

744
00:49:33.972 --> 00:49:37.972

745
00:49:37.975 --> 00:49:41.975

746
00:49:41.977 --> 00:49:45.977

747
00:49:45.979 --> 00:49:49.979

748
00:49:49.983 --> 00:49:53.983

749
00:49:53.984 --> 00:49:57.984

750
00:49:57.990 --> 00:50:01.990

751
00:50:01.995 --> 00:50:05.995

752
00:50:05.998 --> 00:50:09.998

753
00:50:10.000 --> 00:50:14.000

754
00:50:14.013 --> 00:50:18.013

755
00:50:18.016 --> 00:50:22.016

756
00:50:22.018 --> 00:50:26.018

757
00:50:26.029 --> 00:50:30.029
(คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะนักเรียน

758
00:50:30.031 --> 00:50:34.031
ยังทำใบงานไม่เสร็จ ไม่เป็นอะไรนะคะ

759
00:50:34.034 --> 00:50:38.034
เก็บไว้ทำเวลาว่างค่ะ ส่วนคุณครูปลายทางนะคะ อย่าลืมเก็บ

760
00:50:38.042 --> 00:50:42.042
ใบงานของนักเรียนในคาบเรียนถัดไป

761
00:50:42.049 --> 00:50:46.049
ได้เวลาแล้วหนู นักเรียน-ครูรู้คิด

762
00:50:46.054 --> 00:50:50.054
ความรู้กันครับ ตั้งคำถามเลย ถ้านักเรียนจะโฆษณาสินค้า

763
00:50:50.056 --> 00:50:54.056
ชนิดหนึ่งให้น่าเชื่อถือ

764
00:50:54.058 --> 00:50:58.058
ทำอย่างนี้เลยนักเรียนครับ 1.

765
00:50:58.069 --> 00:51:02.069
(คุณครูคณิตา) บอกรายละเอียดของสินค้าให้ชัดเจนค่ะ 2.

766
00:51:02.071 --> 00:51:06.071
นะคะ ไม่

767
00:51:06.072 --> 00:51:10.072
3. มีเหตุผลในการอะฺบายสินค้าค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ข้อนี้ล่ะครับ

768
00:51:10.074 --> 00:51:14.074
ถ้ามีเหตุผลนี่มันจะทำโฆษณาสินค้านั้นน่าเชื่อถือยิ่ง ๆ ขึ้นไป

769
00:51:14.074 --> 00:51:18.074
นะครับ และข้อที่ 4 นะครับ ราคา (คุณครูคณิตา) สมเหตุ

770
00:51:18.075 --> 00:51:22.075
(คุณครูปรเมษฐ) ราคาก็เป็นสิ่งสำคัญนะครับ ในการที่

771
00:51:22.077 --> 00:51:26.077
พิจารณาเลือกซื้อใช่ไหมครับ อีกข้อหนึ่งครูคณิตา การวิเคระา

772
00:51:26.079 --> 00:51:30.079
ความน่าเชื่อถือจากสื่อโฆษณามีประโยชน์

773
00:51:30.080 --> 00:51:34.080
อย่างไร มันมีประโยชน์อย่างไร เด็ก ๆ

774
00:51:34.085 --> 00:51:38.085
พร้อม ๆ กันเลยนะครับ 1. (คุณครูคณิตา) ช่วยให้เลือกซื้อสินค้า

775
00:51:38.086 --> 00:51:42.086
มีคุณภาพค่ะ เราต้องวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือ

776
00:51:42.088 --> 00:51:46.088
ที่ดีมีคุณภาพนะครับ ต่อจากนั้นครับ (คุณครูคณิตา) ใช้บริการ

777
00:51:46.089 --> 00:51:50.089
ตามที่ต้องการและปลอดภัยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้คือสิ่งสำคัญ

778
00:51:50.102 --> 00:51:54.102
ในการพิจารณาเลือกซื้อวิเค

779
00:51:54.102 --> 00:51:58.102
นั่นเองนะครับ บทเรียนครั้งต่อไปนะครับ ก็ยังคง

780
00:51:58.105 --> 00:52:02.105
อยู่ในเรื่องของการวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือจากสื่อโฆษณา

781
00:52:02.107 --> 00:52:06.107
เหมือนเดิมนะครับ เอาล่ะครับ สิ่งที่นักเรียนจะต้องเตรียมมีอะไรบ้าง

782
00:52:06.108 --> 00:52:10.108
นั่นก็คือ 1. ก็คือใบความรู้ เรื่อง หลักการ

783
00:52:10.109 --> 00:52:14.109
ความน่าเชื่อถือสื่อโฆษณาค่ะ 2. นะคะ ใบงาน

784
00:52:14.111 --> 00:52:18.111
เรื่อง การวิเคราะห์สื่อโฆษณา

785
00:52:18.123 --> 00:52:22.123
นักเรียนก็สามารถที่จะไปดาวน์โหลดข้อมูลได้

786
00:52:22.124 --> 00:52:26.124
เอาล่ะครับนักเรียน วันนี้นักเรียนก็มีงานที่จะ

787
00:52:26.144 --> 00:52:30.144
กลับไปทำ แต่ถ้าใครทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว นักเรียนก็

788
00:52:30.152 --> 00:52:34.152
ได้หมดภาระในการทำงานวันนี้แล้วนะครับ วันต่อไปนะ

789
00:52:34.155 --> 00:52:38.155
มาเตรียมมาเรียนในเรื่องเดิม และเราจะสนุกสนานไปกับการวิเคคาะห

790
00:52:38.156 --> 00:52:42.156
สื่อโฆษณาด้วยกันอีกครั้งหนึ่งนะครับ วันนี้ครูทั้ง 2 คน

791
00:52:42.158 --> 00:52:46.158
ขอลาไปก่อนครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]

792
00:52:46.161 --> 00:52:50.161

793
00:52:50.168 --> 00:52:54.168
[เสียงดนตรี]

794
00:52:54.169 --> 00:52:58.169

795
00:52:58.172 --> 00:53:02.172

796
00:53:02.174 --> 00:53:06.174

797
00:53:06.176 --> 00:53:09.177

798
00:53:10.178 --> 00:53:13.178

799
00:53:14.180 --> 00:53:14.182

800
00:53:18.183 --> 00:53:18.187


