﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:03.422

2
00:00:04.002 --> 00:00:07.442

3
00:00:08.013 --> 00:00:11.413

4
00:00:12.019 --> 00:00:15.392

5
00:00:16.022 --> 00:00:19.480

6
00:00:20.024 --> 00:00:23.401

7
00:00:24.026 --> 00:00:27.414
นี้ ถือว่าเป็น

8
00:00:28.028 --> 00:00:31.301
วันดีกว่าวันใด เอ

9
00:00:32.030 --> 00:00:35.300
ชา เอชา เอชา

10
00:00:36.032 --> 00:00:39.298
เอชา ชะช่าชา มัน

11
00:00:40.037 --> 00:00:43.310
ถือว่าเป็นวันดี กว่าวันใด

12
00:00:44.039 --> 00:00:47.299
ครูจะไปสอนหนังสือก่อนนักเรียน

13
00:00:48.042 --> 00:00:51.313
จ๋า แล้วก็ได้เวลา

14
00:00:52.043 --> 00:00:55.302
ครูจะต้องไป แล้วพอได้แล้วเวลา

15
00:00:56.045 --> 00:00:59.322
ครูจะไปแล้ว ก็บอกนักเรียน

16
00:01:00.050 --> 00:01:03.296
น้องแก้วให้ชื่น...

17
00:01:04.053 --> 00:01:07.303
โทรศัพท์

18
00:01:08.055 --> 00:01:11.296
นิว ฮัลโหล

19
00:01:12.056 --> 00:01:15.296
ว่าอย่างไรน้องนิว ว่าอย่างไรเพื่อน

20
00:01:16.059 --> 00:01:19.299
โทรมาแต่เช้าเลยนะ นี่กำลังจะ

21
00:01:20.062 --> 00:01:23.297
ไปทำงานนี่เพิ่งตื่น วันนี้ไปแต่เช้าเลย

22
00:01:24.063 --> 00:01:27.298
เพราะว่าคิดถึงนักเรียนปลายทาง ทำไมล่ะ มีนธุระอะไร

23
00:01:28.064 --> 00:01:31.299
โทรมาแต่เช้านี่ ปรึกษา

24
00:01:32.070 --> 00:01:35.296
ที่บ้านนะ ทำไมล่ะ ข้างบ้านที่มีเด็ก

25
00:01:36.079 --> 00:01:39.296
มาเช่าหรือทำไม มีเด็กนักเรียน

26
00:01:40.081 --> 00:01:43.296
ผู้หญิงมาเช่าบ้าน

27
00:01:44.083 --> 00:01:47.297
กี่คนน่ะเพื่อน 4 คน

28
00:01:48.086 --> 00:01:51.296
ก็ดีแล้วเขาจะได้มีรายได้

29
00:01:52.098 --> 00:01:55.304
เขาทำไมกันน่ะ

30
00:01:56.100 --> 00:01:59.309
ไม่ไปโรงเรียน แล้ว...

31
00:02:00.101 --> 00:02:03.296
พาผู้ชายเข้ามา

32
00:02:04.108 --> 00:02:07.296
นักเรียนนั่น ป. อะไร ม. อะไรแล้ว

33
00:02:08.110 --> 00:02:11.300
ม. 1 ม. 2 เองหรือ ในฐานะที่เราเป็นเพื่อนกันนี่นะ

34
00:02:12.114 --> 00:02:15.306
ผมเข้าใจล่ะ ว่าเพื่อนไม่สบายใจ เลยมา

35
00:02:16.114 --> 00:02:19.295
ปรึกษา โทรมาปรึกษา

36
00:02:20.115 --> 00:02:23.297
เขาเสพของมึนเมา สิ่งไม่ดีด้วยหรือ

37
00:02:24.118 --> 00:02:27.297
ข้างบ้านเราเหมือนกันด้วยนี่

38
00:02:28.119 --> 00:02:31.308
แล้วจะให้ทำอย่างไรนี่ เดี๋ยวนะ ๆ

39
00:02:32.121 --> 00:02:35.295
เดี๋ยววันนี้ เดี๋ยวเราขอไปโรงเรียนก่อน

40
00:02:36.134 --> 00:02:39.301
เดี๋ยวไปปรึกษาครูที่สอนคู่กันก่อน ว่าเขามีความเห็น

41
00:02:40.139 --> 00:02:43.295
ว่าอย่างไร แล้วเดี๋ยวพอสอนเสร็จจะโทรกลับไปให้คำปรึกษา

42
00:02:44.140 --> 00:02:47.296
ขอตัวก่อนนะ นักเรียนปลายทางกำลังรออยู่

43
00:02:48.154 --> 00:02:51.298
สวัสดีครับ

44
00:02:52.167 --> 00:02:55.297
(คุณครูคณิตา) สวัสดี

45
00:02:56.169 --> 00:02:59.296
คุณครูปลายทางและนักเรียนปลายทางทุกคนค่ะ

46
00:03:00.171 --> 00:03:03.299
วันนี้พบกับรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปี

47
00:03:04.172 --> 00:03:07.295
ที่ 6 กับคุณครูคณิตา หนุนอนันต์

48
00:03:08.180 --> 00:03:11.301
ค่ะ นักเรียนคะ

49
00:03:12.185 --> 00:03:15.295
เป็นอย่างไรกันบ้าง ได้ทบทวนหรือเปล่า

50
00:03:16.187 --> 00:03:19.297
ในสิ่งที่เราได้เรียนไป แต่เอ๊ คุณครู

51
00:03:20.190 --> 00:03:23.294
ปรเมษฐ คะ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ

52
00:03:24.193 --> 00:03:27.294
(คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนครับ ครูขอปรึกษาครู

53
00:03:28.199 --> 00:03:31.299
คณิตาหน่อยนะครับ คือเมื่อเช้านี้

54
00:03:32.200 --> 00:03:35.306
เพื่อนผมเขาโทร. มา เขาโทร. มาปรึกษาวาส

55
00:03:36.201 --> 00:03:39.295
ที่บ้านเขานี่ มีนักเรียนผู้หญิงนี่

56
00:03:40.203 --> 00:03:43.295
3 - 4 คน มาเช่าบ้านอยู่ข้างบ้านเขา แล้ว

57
00:03:44.206 --> 00:03:47.294
นักเรียนผู้หญิงพวกนั้นนี่ทำพฤติกรรมไม่เหมาะสม

58
00:03:48.218 --> 00:03:51.294
ครุคณิตา เปิดเพลงบ้าง แล้วก็พาผู้ชายเข้ามา

59
00:03:52.219 --> 00:03:55.294
ในบ้าน แล้วก็ไม่รู้เขาทำอะไรกัน

60
00:03:56.220 --> 00:03:59.309
คราวนี้ในฐานะที่เพื่อนผมอยู่บ้านใกล่เรือนเคียง

61
00:04:00.221 --> 00:04:03.299
เขาก็ไม่สบายใจ เขาเห็นว่าเรานี่เป็นครูนี่

62
00:04:04.226 --> 00:04:07.296
ซึ่งสั่งสอนนักเรียน แล้วก็บอกกับนักเรียน

63
00:04:08.230 --> 00:04:11.298
ที่อยู่ไกล ๆ ได้ เขาโทรมาปรึกษาผม ว่า

64
00:04:12.231 --> 00:04:15.306
จะทำอย่างไรดี ผมก็ไม่รู้จะให้คำตอบเขาอย่างไรดี

65
00:04:16.252 --> 00:04:19.295
เพื่อมาเจอครูคณิตาและหนู ๆ ปลายทางทุกคนนี่

66
00:04:20.252 --> 00:04:23.296
ก็เลยได้วางสายไปก่อน ก็เลยไม่ได้ให้คำปรึกษาเขา

67
00:04:24.254 --> 00:04:27.294
คุณครูคณิตาคิดว่า เรื่องที่ผมโทร. มานี่

68
00:04:28.255 --> 00:04:31.295
มันดีไหมครับ (คุณครูคณิตา) หากมองในแง่ดี

69
00:04:32.256 --> 00:04:35.294
นะคะ เพื่อนที่พาผู้หญิง...

70
00:04:36.260 --> 00:04:39.297
ที่พาผู้ชายใช่ไหมคะ อาจจะเป็นเพื่อนกันหรือเปล่า

71
00:04:40.261 --> 00:04:43.302
แล้วก็มันเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นนะคะครู

72
00:04:44.268 --> 00:04:47.302
(คุณครูปรเมษฐ) เขาบอกว่าเปิดเพลงเสียงดัง ไม่หลับไม่

73
00:04:48.274 --> 00:04:51.294
นอนกลางคืน แล้วเหมือนจะดื่มเครื่องดื่มมึนเมากันด้วย

74
00:04:52.275 --> 00:04:55.294
(คุณครูคณิตา) ดื่มเครื่องดื่มมึนเมาด้วย

75
00:04:56.276 --> 00:04:59.295
เป็นสิ่งที่ดีไหมคะนักเรียน

76
00:05:00.288 --> 00:05:03.304
(คุณครูปรเมษฐ) อีกอย่างเป็นผู้หญิงด้วย (คุณครูคณิตา) เป็นผู้หญิงด้วย ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือ

77
00:05:04.290 --> 00:05:07.295
ผู้ชายการดื่มเครื่องดื่มมึนเมานี่ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่

78
00:05:08.291 --> 00:05:11.303
ไม่ดีนะคะนักเรียน เอาล่ะค่ะ วันนี้นี่มันจะ

79
00:05:12.291 --> 00:05:15.302
สอดคล้องกับเรื่องที่เราเรียนหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) นั่นสิ

80
00:05:16.292 --> 00:05:19.322
เกี่ยวกับเรื่องการประพฤติปฏิบัติตัวของผู้หญิงนี่

81
00:05:20.295 --> 00:05:23.294
ในปัจจุบันนี่ก็อย่างที่หนู ๆ นั้นได้รู้ว่า

82
00:05:24.296 --> 00:05:27.294
มันอาจจะมีผู้หญิงบางคนอาจจะทำ

83
00:05:28.297 --> 00:05:32.294
แบบเช่นที่ครูเล่าให้ครูคณิตาฟังนี่ ครูไม่สบายใจเลย

84
00:05:32.305 --> 00:05:36.293
ที่เพื่อนครูนี่โทร. มาเล่าเรื่องนี้ให้ครูฟัง เรา

85
00:05:36.307 --> 00:05:40.298
หาวิธีการแก้ซึ่งในฐานะที่เป็นผู้หญิงนี่ไม่เหมาะสม

86
00:05:40.313 --> 00:05:44.295
ใช่ไหมคุณครูคณิตา เพราะฉะนั้น วันนี้นี่ครูจะให้

87
00:05:44.325 --> 00:05:48.298
นักเรียนได้ศึกษากันในเรื่องอะไรคะ

88
00:05:48.325 --> 00:05:52.293
เรื่องสุภาษิตสอนหญิง

89
00:05:52.326 --> 00:05:56.294
ใช่ไหมคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ ไปกันเลยดีกว่านักเรียน

90
00:05:56.329 --> 00:06:00.302
นักเรียนที่รักของครูครับ ในเรื่องสุภาษิตสอนหญิง

91
00:06:00.337 --> 00:06:04.294
นะครับ ก็จะอยู่ในหนังสือวรรณคดีลำนำ

92
00:06:04.339 --> 00:06:08.306
ตามที่ครูบอกไปเมื่อครั้งก่อน ว่าให้นักเรียนนั้น

93
00:06:08.342 --> 00:06:12.294
พกติดตัวมานะครับ ซึ่ง

94
00:06:12.345 --> 00:06:16.293
จะชื่อเรื่องอะไรนะ อย่าอะไรนะ ในหนังสือ (คุณครูคณิตา) อย่า...

95
00:06:16.350 --> 00:06:20.295
อย่าอะไรคะ อย่าชิงสุกก่อนห่าม ใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ)

96
00:06:20.359 --> 00:06:24.295
ไม่งามดี นักเรียนเปิดไปแล้ว

97
00:06:24.360 --> 00:06:28.294
จะได้ศึกษาเนื้อเรื่องไปพร้อม ๆ กันนะครับ การที่จะเรียนวรรณคดี

98
00:06:28.374 --> 00:06:32.313
เข้าใจและรู้เรื่องนี้ นักเรียนจะ

99
00:06:32.376 --> 00:06:36.295
ศึกษาการอธิบายความหมายของคำก่อน

100
00:06:36.380 --> 00:06:40.295
จะทำให้นักเรียนนั้นเข้าใจอย่าง

101
00:06:40.385 --> 00:06:44.294
ถ่องแท้ครับ ไปกันเลยครับเด็ก ๆ ครับ สนทนาประสา

102
00:06:44.393 --> 00:06:48.295
ครู - นักเรียน อย่าชิงสุกก่อนห่าม

103
00:06:48.395 --> 00:06:52.294
นะครับ คำนี้ อย่าชิงสุกก่อนห่ามนี่

104
00:06:52.397 --> 00:06:56.296
เป็นคำหนึ่งที่นักเรียนนั้นน่าจะเคยได้ยิน นักเรียนปลายทาง

105
00:06:56.404 --> 00:07:00.305
ของครูครับ ใครเคยได้ยิน

106
00:07:00.407 --> 00:07:04.296
หรือเคยเห็นคำนี้บ้าง ยกมือ

107
00:07:04.409 --> 00:07:08.294
ขึ้นสูง ๆ เลย เคยได้ยินไหม

108
00:07:08.410 --> 00:07:12.293
คุณครูคณิตาครับ พูดถึงเรื่องอย่าชิงสุกก่อนห่าม

109
00:07:12.416 --> 00:07:16.295
นี่ นักเรียน นักเรียนที่เคยได้ยินนี่

110
00:07:16.422 --> 00:07:20.307
ไหนลองเล่าให้กับคุณครู ให้กับเพื่อน ๆ ฟังได้ไหม

111
00:07:20.423 --> 00:07:24.295
ว่า อย่าชิงสุกก่อนห่ามนี่

112
00:07:24.425 --> 00:07:28.294
ว่าอย่างไร และเคยได้ยินมาจากใคร ไหนลองเล่าให้ฟังหน่อยสิครับ

113
00:07:28.426 --> 00:07:32.305

114
00:07:32.428 --> 00:07:36.293
ได้ฟังนักเรียนเล่าแล้ว

115
00:07:36.429 --> 00:07:40.294
คราวนี้ถามครูคณิตาบ้าง ครูคณิตาเห็นแล้ว

116
00:07:40.430 --> 00:07:44.293
คำนี้นี่ คุณครูคณิตาคิดว่ามีความหมายว่าอย่างไร

117
00:07:44.431 --> 00:07:48.293
แล้วน่าสนใจอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ อาจจะมีความหมายว่าอย่างไรคะ

118
00:07:48.434 --> 00:07:52.302
อย่างแรกเลยนะคะ อย่าชิงสุกก่อนห่าม

119
00:07:52.438 --> 00:07:56.293
เราจะใช้กับพวกผลไม้ใช่ไหมคะ ผลไม้

120
00:07:56.445 --> 00:08:00.293
นักเรียนเห็นรูปหรือเปล่าคะ เห็นรูปหรือเปล่าเอ่ย

121
00:08:00.450 --> 00:08:04.295
มะม่วงนั่นเองนะคะ อันนี้ก็ยังไม่สุกนะคะ

122
00:08:04.452 --> 00:08:08.294
ถ้ามะม่วงสุกจะเป็นสีเหลืองนั่นเอง

123
00:08:08.459 --> 00:08:12.295
แล้วมันเกี่ยวอะไรล่ะ เกี่ยวอะไรกับสำนวน

124
00:08:12.464 --> 00:08:16.304
เด็ก ๆ ตอบได้ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่แสดงว่าคุณครูคณิตากำลัง

125
00:08:16.465 --> 00:08:20.294
นำเรื่องผลไม้เข้ามาผูกโยงกับคำนี้ใช่ไหมครับ

126
00:08:20.470 --> 00:08:24.293
(คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ แล้วฝั่งโน้นเป็นมะม่วงอะไร

127
00:08:24.472 --> 00:08:28.295
คุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) มันมะม่วงอะไรคะ

128
00:08:28.478 --> 00:08:32.293
(คุณครูปรเมษฐ) มันลักษณะของมันนี่ มันสุก

129
00:08:32.480 --> 00:08:36.308
หรือยัง (คุณครูคณิตา) ก็อย่างที่ครูบอกไปนะคะ ว่ามันยังไม่สุก

130
00:08:36.482 --> 00:08:40.293
นะคะ ถ้าผลไม้ หรือว่ามะม่วงนี่

131
00:08:40.491 --> 00:08:44.303
ถ้ามันสุกนะ มะม่วงถ้ามันสุกมันก็จะเป็น

132
00:08:44.491 --> 00:08:48.293
สีเหลืองนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้นี่หวานอร่อย อันนู้นมันจะรู้จึกเป็นอย่างไร

133
00:08:48.494 --> 00:08:52.301
เด็ก ๆ ตอบสิครับ มันเปรี้ยวมันฝาด

134
00:08:52.496 --> 00:08:56.298
คราวนี้ก็นำมาเปรียบเทียบ มะม่วง

135
00:08:56.497 --> 00:09:00.293
นี่ ดูกันง่าย ๆ นะ มะม่วงนี่ ระหว่าง

136
00:09:00.500 --> 00:09:04.292
ที่สุกกับห่ามนี่ นักเรียนว่าอะไร

137
00:09:04.503 --> 00:09:08.297
มันน่าชิมน่าลิ้มลองและอร่อยกว่ากัน

138
00:09:08.505 --> 00:09:12.293
ใช่ครับนักเรียน ก็คิดเช่นเดียวกับครู

139
00:09:12.506 --> 00:09:16.294
สุกนี่รสชาติจะหวาน หอม อร่อยใช่ไหมร

140
00:09:16.507 --> 00:09:20.295
ใช่ไหมครูคณิตา ส่วนตอนมันห่าม

141
00:09:20.512 --> 00:09:24.292
มันอร่อยไหมน่ะ (คุณครูคณิตา) ก็ยังไม่อร่อย

142
00:09:24.514 --> 00:09:28.293
นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ยังไม่อร่อยเท่าที่ควร เพราะฉะนั้น ต้องอยู่ที่ต้น

143
00:09:28.515 --> 00:09:32.295
ของมันก่อน จนกว่ามันจะแก่ หรือเข้าฟัก

144
00:09:32.517 --> 00:09:36.309
เราถึงจะสอยมาแล้วก็มารับประทานมันก็จะอร่อย

145
00:09:36.517 --> 00:09:40.295
เปรียบเสมือนตัวคนใช่ไหมครับ คำว่า "ชิงสุกก่อนห่าม"

146
00:09:40.522 --> 00:09:44.293
ถ้าตีเป็นความหมายในสำนวนสุภาษิตนี่

147
00:09:44.525 --> 00:09:48.293
ก็คือ แปลว่า (คุณครูคณิตา) ทำสิ่งที่ไม่สมควรแก่วัย

148
00:09:48.530 --> 00:09:52.293
หรือยังไม่ถึงเวลาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อย่างเช่น มะม่วงห่าม

149
00:09:52.533 --> 00:09:56.293
นั่นเอง ยังไม่ทันอร่อยเลย คนไปสอยมากินแล้ว

150
00:09:56.534 --> 00:10:00.292
มันก็ไม่ได้มีรสชาติเป็นที่น่าต้องการ อันนี้นำครับ นำมาผูก

151
00:10:00.539 --> 00:10:04.292
โยงสำนวนไทยกับชีวิตประจำวัน และนำมาเป็นคำสอน

152
00:10:04.541 --> 00:10:08.294
เป็นคำสอนให้นักเรียนนะครับ ไปกันต่อ จุดประสงค์ของเรา

153
00:10:08.542 --> 00:10:12.292
ในวันนี้นะครับ 1. จะต้อง (คุณครูคณิตา) บอกหลักการอธิบาย

154
00:10:12.543 --> 00:10:16.292
ความหมายของคำหรือข้อความได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา)

155
00:10:16.553 --> 00:10:20.295
2. อธิบายของคำศัพท์ในบทเรียนได้ค่ะ

156
00:10:20.555 --> 00:10:24.300
3. เห็นถึงประโยชน์ของคำศัพท์ในบทเรียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่คือ

157
00:10:24.556 --> 00:10:28.294
สิ่งที่นักเรียนนั้นจะต้องปฏิบัติได้

158
00:10:28.558 --> 00:10:32.293
อย่างที่บอกเมื่อต้นชั่วโมง เมื่อนักเรียนรู้ถึงความหมาย

159
00:10:32.559 --> 00:10:36.292
หรือคำศัพท์ จะทำให้นักเรียน เรียน

160
00:10:36.561 --> 00:10:40.293
อย่างเข้าใจถ่องแท้แล้วมีความสุข อันนี้เป็นจุด

161
00:10:40.564 --> 00:10:44.295
ประสงค์ที่ต้องเรียนและต้องทราบไว้นะครับ

162
00:10:44.570 --> 00:10:48.302
ไปดูกันต่อเลยดีกว่า สุภาษิตสอนหญิง

163
00:10:48.596 --> 00:10:52.294
อย่าชิงสุกก่อนห่าม ไม่งามดีนี่

164
00:10:52.597 --> 00:10:56.292
สุภาษิตสอนหญิงมา ซึ่งเป็นของ...

165
00:10:56.600 --> 00:11:00.293
ขอสันนิษฐานนะ

166
00:11:00.603 --> 00:11:04.293
กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานว่า

167
00:11:04.605 --> 00:11:08.292
สันนิษฐานนี่

168
00:11:08.611 --> 00:11:12.294
แต่งในช่วงรัชกาลที่ 3 - 4 ซึ่งคำว่า "สันนิษฐาน"

169
00:11:12.612 --> 00:11:16.298
อาจจะใช่ก็ได้หรือไม่ใช่ก็ได้ใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่

170
00:11:16.613 --> 00:11:20.295
ความคาดเดานั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อาจจะเป็นขา

171
00:11:20.615 --> 00:11:24.299
ซึ่ง เราไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นของคนชื่อ สุนทร

172
00:11:24.617 --> 00:11:28.294
โดยแท้จริง ใช่ไหมครับ เพราะเป็นการสันนิษฐาน อาจจะเป็นของ

173
00:11:28.632 --> 00:11:32.293
ครูไม่ได้ฟันธงว่าเป็นของสุนทรภู่ อาจจะเป็นของนายภู่ หรือ

174
00:11:32.634 --> 00:11:36.295
ของกวีท่านอื่นก็ได้นะครับ คุณครูคณิตาครับ

175
00:11:36.634 --> 00:11:40.305
(คุณครูคณิตา) ค่ะ สุภาษิตสอนหญิงนะคะ เป็น

176
00:11:40.639 --> 00:11:44.293
ประเภทคำสอน เพื่อต้องการเป็นเครื่องเตือน

177
00:11:44.641 --> 00:11:48.293
สติสอนใจสตรีทุกวัย ครอบคลุมทุกเรื่อง

178
00:11:48.643 --> 00:11:52.295
ทั้งกาย วาจา ใจ ค่ะ ครูคณิตา

179
00:11:52.645 --> 00:11:56.299
ผมมีคำถาม เด็ก ๆ ก็เช่นเดียวกัน ผมเป็น

180
00:11:56.646 --> 00:12:00.301
ครูเป็นผู้ชายน่ะนักเรียน ครู

181
00:12:00.653 --> 00:12:04.293
สามารถที่จะศึกษาได้ไหมน่ะ แล้วจะศึกษาไปทำไมน่ะครูคณิตา

182
00:12:04.655 --> 00:12:08.309
(คุณครูคณิตา) ยิ่งเป็นผู้ชายนะคะ อย่าเพิ่งคิดนะคะ

183
00:12:08.657 --> 00:12:12.294
ว่า เรื่องสุภาษิตสอนหญิง ต้องเป็นผู้หญิงเท่าน

184
00:12:12.659 --> 00:12:16.296
เป็นผู้หญิงเท่านั้นที่จะเรียนรู้ ผู้ชายก็สามารถ

185
00:12:16.662 --> 00:12:20.293
ที่จะเรียนรู้ได้ค่ะ เพราะอะไรเอ่ย

186
00:12:20.662 --> 00:12:24.293
เพราะว่าสุภาษิตสอนหญิงนี่มันเกี่ยวข้องทั้งชายและหญิง

187
00:12:24.664 --> 00:12:28.297
ฉะนั้นผู็ชายก็ควรที่จะเรียนรู้

188
00:12:28.664 --> 00:12:32.292
ที่เหมาะและไม่เหมาะสมในการประพฤติกับ

189
00:12:32.666 --> 00:12:36.293
ผู้หญิงนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น

190
00:12:36.668 --> 00:12:40.292
คงเข้าใจแล้วนะ ว่าคนอย่างเรา ๆ ต้องเรียนเช่น

191
00:12:40.671 --> 00:12:44.292
เดียวกันนะครับ เด็กผู้ชาย

192
00:12:44.677 --> 00:12:48.293
ไม่ใช่นะครับ คำสอนต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่ในเรื่อง

193
00:12:48.680 --> 00:12:52.295
สุภาษิตสอนหญิงนี่นะ มัน

194
00:12:52.681 --> 00:12:56.292
ยังทันสมัย ก็คือแต่งเมื่อ 200 - 300 ปีที่แล้วน่ะ

195
00:12:56.685 --> 00:13:00.295
แต่ในปัจจุบันนี้ยังนำมาใช้ได้

196
00:13:00.694 --> 00:13:04.295
ที่ผู้หญิงควรกระทำ จึงจะต้องเรียน

197
00:13:04.699 --> 00:13:08.293
ยังสอดคล้องกับค่านิยมอยู่และก็ยังสอดคล้องกับขนบ

198
00:13:08.700 --> 00:13:12.292
ธรรมเนียมประเพณีไทยเสมอมา

199
00:13:12.701 --> 00:13:16.293
พูดง่าย ๆ ว่ามันเป็นอกาลิโก

200
00:13:16.704 --> 00:13:20.294
มันไม่จำกัดการเวลา มันเหนือการเวลา

201
00:13:20.705 --> 00:13:24.297
ที่จะใช้ได้ยาวไปเลย แปลว่า ไม่

202
00:13:24.707 --> 00:13:28.292
การลิโก แปลว่า กาลเวลา เป็นคำบาลีนะครับ ให้นักเรียน

203
00:13:28.709 --> 00:13:32.294
ได้รับรู้ไว้ คำเหล่านี้อ่านว่าอย่างไร

204
00:13:32.711 --> 00:13:36.297
ไปดูกันเลยครูคณิตาและเด็ก ๆ ครับ คุณครูคณิตา

205
00:13:36.714 --> 00:13:40.295
อ่านพร้อม ๆ กับเด็ก ๆ หน่อย (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ อ่าน

206
00:13:40.716 --> 00:13:44.292
พร้อม ๆ กันเลยค่ะ คำแรกอ่านว่า "

207
00:13:44.716 --> 00:13:48.294
อินังขังขอบ

208
00:13:48.719 --> 00:13:52.294
แปลว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) อินังขังขอบ

209
00:13:52.722 --> 00:13:56.292
ทำให้เกิดเครื่องหมาย ? ในหัวอีกแล้วนะครับ

210
00:13:56.723 --> 00:14:00.292
มันหมายความว่าอย่างไร (คุณครูคณิตา) ก็คือข้อสงสัยใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ

211
00:14:00.724 --> 00:14:04.293
ล่ะ เด็ก ๆ สงสัยเหมือนครูไหมครับ

212
00:14:04.726 --> 00:14:08.294
มันแปลว่าอะไรล่ะ (คุณครูคณิตา) ยังค่ะ

213
00:14:08.727 --> 00:14:12.292
(คุณครูปรเมษฐ) ไม่รู้หรือครับ คำนี้อ่านว่าอะไรครับเด็ก ๆ

214
00:14:12.744 --> 00:14:16.295
(คุณครูคณิตา) คำนี้อ่านว่า "ประ-จ๋อ-ประ-แจ๋"

215
00:14:16.745 --> 00:14:20.297
ประจ๋อประแจ๋ เด็ก ๆ อ่านทวนสิคะ

216
00:14:20.747 --> 00:14:24.293
อ่านว่าอะไรเอ่ย อ่านว่า ประจ๋อประแจ๋"

217
00:14:24.748 --> 00:14:28.292
(คุณครูปรเมษฐ) นี่อีกน่ะ

218
00:14:28.763 --> 00:14:32.312
(คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ อ่านพร้อม ๆ กับครูค่ะ

219
00:14:32.764 --> 00:14:36.301
ก็คือ ลำไพ่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ลำไพ่ คืออย่างไรครับ ลำ

220
00:14:36.767 --> 00:14:40.293
ไพ่อย่างไรล่ะครับ เป็นการพนันหรือเปล่า (คุณครูคณิตา)

221
00:14:40.768 --> 00:14:44.294
เหมือนกันค่ะ คุณครูคณิตาก็ไม่ทราบนะคะ เดี๋ยว

222
00:14:44.769 --> 00:14:48.293
เรียนรู้พร้อม ๆ กันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ล่ะ เป็นจุดประสงค์ที่จะรู้ความ

223
00:14:48.770 --> 00:14:52.294
หมาย ถ้าเราไม่รู้ความหมายนี่ เจอคำ อินังขังขอบ

224
00:14:52.771 --> 00:14:56.292
นักเรียนก็ไม่สามารถที่จะบอกได้ ก็ไม่

225
00:14:56.772 --> 00:15:00.293
เข้าใจนะครับ คำเหล่านี้มีความหมายว่าอย่างไร

226
00:15:00.773 --> 00:15:04.295
เข้าใจหรือไม่ ตามที่ครูนั้นได้บอกนั่นเอง บางคนอาจ

227
00:15:04.786 --> 00:15:08.304
จะรู้ควสามหมายก็ได้ แต่คนที่ไม่รู้ล่ะ

228
00:15:08.787 --> 00:15:12.293
แล้วจะเข้าใจในบทร้อยกรองนั้นอย่างไร สำคัญไหมครับครูคณิตา

229
00:15:12.804 --> 00:15:16.292
เด็ก ๆ ครับ สำคัญ

230
00:15:16.808 --> 00:15:20.297
ครูก็หามาให้ อินังขังขอบ แปลว่า

231
00:15:20.812 --> 00:15:24.293
อย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ อินังขังขอบ นะคะ

232
00:15:24.813 --> 00:15:28.293
คืออะไรคะนักเรียน การเอาใจใส่, เอาใจช่วย,

233
00:15:28.818 --> 00:15:32.299
ดูแล, เหลียวแลนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

234
00:15:32.823 --> 00:15:36.298
ถ้าเกิดคุณครูคณิตาสอนนักเรียนอยู่ คุณครูคณิตา

235
00:15:36.830 --> 00:15:40.300
เป็นผู้ที่มีความอินังขังขอบกับนักเรียน ก็หมายถึง

236
00:15:40.832 --> 00:15:44.293
มีความเข้าใจใส่อะไรอย่างนี้ใช่ไหมครับ

237
00:15:44.835 --> 00:15:48.292
ผมอยากมีคนมาอินังขังขอบบ้างจังเลย ต่อไป

238
00:15:48.841 --> 00:15:52.293
คำว่า (คุณครูคณิตา) ประจ๋อประแจ๋ (คุณครูปรเมษฐ)

239
00:15:52.845 --> 00:15:56.296
หมายความว่าอย่างไร อาการที่พูดเอาอกเอาใจ

240
00:15:56.850 --> 00:16:00.312
หรือประจบประแจง นักเรียนคิดว่ามีความหมาย

241
00:16:00.851 --> 00:16:04.292
เป็นเชิงลบหรือเชิงบวก พูดจาประจ๋อประแจ๋นี่

242
00:16:04.853 --> 00:16:08.292
มันเป็นเชิงลบ ไม่ค่อยดีนะครับ

243
00:16:08.855 --> 00:16:12.293
มันก็เป็นพฤติกรรมที่ไม่ควรนะครับ ต่อไปครับ

244
00:16:12.871 --> 00:16:16.296
ลำไพ่ อันนี้น่าสนใจมาก แปลว่าอะไรครับ

245
00:16:16.872 --> 00:16:20.293
(คุณครูคณิตา) ลำไพ่นะคะ ก็คือเงิน หรือ

246
00:16:20.874 --> 00:16:24.305
ผลประโยชน์ที่หาได้เป็นพิเศษค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อย่างเช่น

247
00:16:24.882 --> 00:16:28.292
ครู ครู มีอาชีพเป็นครู

248
00:16:28.901 --> 00:16:32.293
พอถึงเวลาตอนเย็น ครูขับรถ

249
00:16:32.903 --> 00:16:36.293
มอเตอร์ไซค์รับจ้าง รถจักรยานยนต์รับจ้างนี่

250
00:16:36.905 --> 00:16:40.292
อันนี้ถือเป็นลำไพ่ไหม (คุณครูคณิตา) เป็นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

251
00:16:40.907 --> 00:16:44.311
ครูคณิตามีความสามารถในการทำกับข้าว

252
00:16:44.909 --> 00:16:48.301
สอนนักเรียน กลับไปทำกับข้าวส่งขายก็ถือว่าเป็นลำไพ่เช่นกัน

253
00:16:48.911 --> 00:16:52.301
(คุณครูคณิตา) เป็นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ลำไพ่นั่นเอง

254
00:16:52.913 --> 00:16:56.293
สามารถใช้ได้นะ ปัจจุบันยังพูดกันอยู่นะ "ลำไพ่" นี่

255
00:16:56.914 --> 00:17:00.293
มาร่วมกันคิด พิจารณา

256
00:17:00.916 --> 00:17:04.292
ของคำศัพท์นี่มันมีประโยชน์อย่างไร ตอบคำถาม

257
00:17:04.918 --> 00:17:08.918

258
00:17:08.920 --> 00:17:12.294
ครับ

259
00:17:12.925 --> 00:17:16.292
นักเรียนก็ตอบ

260
00:17:16.926 --> 00:17:20.293
ครูคณิตา เด็ก ๆ บอกมีประโยชน์อย่างไร (คุณครูคณิตา) อย่างแรก

261
00:17:20.928 --> 00:17:24.298
นักเรียน สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้จากคำ

262
00:17:24.930 --> 00:17:28.930

263
00:17:28.933 --> 00:17:32.297
ํศัพท์ต่าง ๆ นี่จะช่วยให้นักเรียนนะคะ

264
00:17:32.934 --> 00:17:36.292
ก็คือเข้าใจเรื่องที่อ่านได้ง่ายค่ะ หลังจากนั้น

265
00:17:36.936 --> 00:17:40.297
นะคะ มีอะไรอีกคะ (คุณครูปรเมษฐ) หลังจากนั้นใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ

266
00:17:40.937 --> 00:17:44.307
หลังจากนั้นก็เป็นผู้ที่มีความรู้นะคะ จากการ

267
00:17:44.942 --> 00:17:48.942

268
00:17:48.946 --> 00:17:52.295
อ่านเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างมีความสุขนั่นเองค่ะ

269
00:17:52.948 --> 00:17:56.294
(คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ก็คือการที่เรารู้ความหมายของคำใช่ไหมครับ

270
00:17:56.954 --> 00:18:00.293
ตอไปให้นักเรียนช่วยกันเสนอความหมายของคำศัพท์

271
00:18:00.955 --> 00:18:04.293
ที่อยู่ในบทเรียน ว่าเราสามารถที่จะ

272
00:18:04.957 --> 00:18:08.294
ค้นหาความหมายของคำได้จากที่ใบบ้าง

273
00:18:08.959 --> 00:18:12.298
เด็ก ๆ ตอบสิครับ ค้นได้จากที่ใดบ้าง

274
00:18:12.960 --> 00:18:16.293
(คุณครูคณิตา) ที่ใดเอ่ย อย่างแรกนะคะนักเรียน

275
00:18:16.961 --> 00:18:20.293
(คุณครูปรเมษฐ) จากที่ไหนครับ (คุณครูคณิตา) อย่างแรกต้องไปค้นหาที่พจนานุกรม

276
00:18:20.963 --> 00:18:24.293
ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา) แล้วก็คาดเดาความหมายของคำ

277
00:18:24.964 --> 00:18:28.292
จากบริบทข้างเคียงค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ซึ่งบางคำ

278
00:18:28.966 --> 00:18:32.294
ไม่มีความหมายในพจนานุกรม เราก็

279
00:18:32.967 --> 00:18:36.295
มันน่าจะหมายความว่าอย่างไรนั่นเองนะครับ เดี๋ยวเราไปทำกิจกรรมกันนะครับนักเรียน

280
00:18:36.970 --> 00:18:40.298
เดี๋ยวเราจะไปทำกิจกรรมกันนักเรียน

281
00:18:40.971 --> 00:18:44.298
ค้นหาคำศัพท์จากเรื่อง อย่าชิงสุกก่อนห่าม

282
00:18:44.981 --> 00:18:48.293
ไม่งามดี โดยนำคำศัพท์ พร้อมความหมายนี่นะครับ

283
00:18:48.982 --> 00:18:52.299
ขึ้นมาเขียนบนกระดานให้ได้มากที่สุดเลย

284
00:18:52.988 --> 00:18:56.295
แล้วจากนั้นก็ให้เขียนคำและความหมายลงใน

285
00:18:56.991 --> 00:19:00.293
สมุดของตนเอง ให้เป็นพจนานุกรมคำศัพท์ประจำเรื่อง

286
00:19:00.992 --> 00:19:04.292
โดยการอย่างไรครับนักเรียน ให้หาคำศัพท์ก่อน

287
00:19:04.994 --> 00:19:08.293
ลุกขึ้นไปเขียนบนกระดาน หรือไปเขียนบนกระดาน

288
00:19:08.996 --> 00:19:12.294
ดำให้ได้มากที่สุดแล้วแปลความหมายด้วย เมื่อนักเรียรน

289
00:19:12.999 --> 00:19:16.301
ช่วยกันหา ครูคณิตาคิดว่าจะได้คำศัพท์เยอะไหมครับ

290
00:19:17.003 --> 00:19:20.292
(คุณครูคณิตา) เยอะค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ได้เยอะ เพราะนักเรียนช่วยกันหา

291
00:19:21.005 --> 00:19:24.292
นักเรียนมี 30 อาจจะได้คำศัพท์ถึง 60 คำ (คุณครูคณิตา) ถ้า

292
00:19:25.008 --> 00:19:28.293
นักเรียนมีน้อยนะคะ นักเรียนก็สามารถหาคำศัพท์

293
00:19:29.012 --> 00:19:32.292
เพิ่มเติมได้นะคะ จากคนละ 2 คำ เป็นคนละ 50 คำ หรือว่า

294
00:19:33.015 --> 00:19:36.308
ตามที่นักเรียนอยากที่จะเรียนรู้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

295
00:19:37.018 --> 00:19:40.303
คุณครูคณิตาเจอก่อนครูปรเมษฐ

296
00:19:41.020 --> 00:19:44.294
แล้วครูปรเมษฐกำลังจะหาคำนั้นอยู่พอดี จะได้ไหม

297
00:19:45.021 --> 00:19:48.296
(คุณครูคณิตา) ถ้าให้ดีนะคะ ก็จะเปลี่ยนคำนะคะ

298
00:19:49.023 --> 00:19:52.306
เพื่อที่จะได้เรียนรู้คำศัพท์ที่หลากหลายค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

299
00:19:53.025 --> 00:19:56.293
นักเรียนจะได้องค์ความรู้ในคลัง

300
00:19:57.027 --> 00:20:00.294
คำศัพท์ของนักเรียนเป็นอย่างมาก

301
00:20:01.037 --> 00:20:04.293
(คุณครูคณิตา) ค่ะ ในส่วนของคุณครูปลายทางนะคะ ก็ดูแล

302
00:20:05.039 --> 00:20:08.293
การทำกิจกรรมของนักเรียนค่ะ ให้คำแนะนำนักเรียนหา

303
00:20:09.041 --> 00:20:12.301
เกิดความข้องใจค่ะ และให้ความช่วยเหลือ

304
00:20:13.043 --> 00:20:16.293
นักเรียนหากนักเรียนเกิดปัญหาต่าง ๆ ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ

305
00:20:17.045 --> 00:20:20.299
เดี๋ยวครูจะให้นักเรียนทำกิจกรรมนี้นะครับ ให้นักเรียนหาคำ

306
00:20:21.048 --> 00:20:24.299
ศัพท์ในเรื่อง อย่าชิงสุกก่อนห่าม ไม่งามดี

307
00:20:25.050 --> 00:20:28.294
เพราะฉะนั้น ไม่ได้มากเลยให้เวลาทำกี่นาทีดีครู

308
00:20:29.059 --> 00:20:32.295
คณิตา (คุณครูคณิตา) กี่นาทีดีคะ (คุณครูปรเมษฐ)

309
00:20:33.060 --> 00:20:36.301
สัก (คุณครูคณิตา) 10 นาทีดีไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ได้ครับ 10 นาที

310
00:20:37.062 --> 00:20:40.293
เพราะฉะนั้น ตั้งใจทำงาน และทำอย่างมีความสุขครับ

311
00:20:41.063 --> 00:20:44.300
ลงมือ [เสียงดนตรี]

312
00:20:45.068 --> 00:20:48.300

313
00:20:49.070 --> 00:20:52.299

314
00:20:53.071 --> 00:20:56.296

315
00:20:57.074 --> 00:21:00.295

316
00:21:01.077 --> 00:21:04.305

317
00:21:05.080 --> 00:21:08.293

318
00:21:09.089 --> 00:21:12.297

319
00:21:13.097 --> 00:21:16.295

320
00:21:17.099 --> 00:21:20.301

321
00:21:21.102 --> 00:21:24.300

322
00:21:25.107 --> 00:21:28.294

323
00:21:29.110 --> 00:21:32.303

324
00:21:33.112 --> 00:21:36.293

325
00:21:37.115 --> 00:21:40.294

326
00:21:41.137 --> 00:21:44.304

327
00:21:45.139 --> 00:21:48.293

328
00:21:49.154 --> 00:21:52.301

329
00:21:53.157 --> 00:21:56.294

330
00:21:57.159 --> 00:22:00.293

331
00:22:01.162 --> 00:22:04.295

332
00:22:05.164 --> 00:22:08.295

333
00:22:09.172 --> 00:22:12.294

334
00:22:13.180 --> 00:22:16.301

335
00:22:17.186 --> 00:22:20.295

336
00:22:21.192 --> 00:22:24.296

337
00:22:25.193 --> 00:22:28.297

338
00:22:29.195 --> 00:22:32.295

339
00:22:33.197 --> 00:22:36.293

340
00:22:37.199 --> 00:22:40.300

341
00:22:41.202 --> 00:22:44.295

342
00:22:45.211 --> 00:22:48.310

343
00:22:49.214 --> 00:22:52.305

344
00:22:53.216 --> 00:22:56.294

345
00:22:57.218 --> 00:23:00.294

346
00:23:01.220 --> 00:23:04.299

347
00:23:05.222 --> 00:23:08.296

348
00:23:09.225 --> 00:23:12.297

349
00:23:13.227 --> 00:23:16.313

350
00:23:17.234 --> 00:23:20.294

351
00:23:21.237 --> 00:23:24.294

352
00:23:25.248 --> 00:23:28.293

353
00:23:29.249 --> 00:23:32.298

354
00:23:33.251 --> 00:23:36.294

355
00:23:37.253 --> 00:23:40.293

356
00:23:41.258 --> 00:23:44.296

357
00:23:45.260 --> 00:23:48.293

358
00:23:49.261 --> 00:23:52.305

359
00:23:53.266 --> 00:23:56.293

360
00:23:57.274 --> 00:24:00.294

361
00:24:01.279 --> 00:24:04.297

362
00:24:05.284 --> 00:24:08.297

363
00:24:09.289 --> 00:24:12.301

364
00:24:13.293 --> 00:24:16.294

365
00:24:17.302 --> 00:24:21.299

366
00:24:21.303 --> 00:24:25.294

367
00:24:25.305 --> 00:24:29.294

368
00:24:29.318 --> 00:24:33.301

369
00:24:33.320 --> 00:24:37.304

370
00:24:37.323 --> 00:24:41.298

371
00:24:41.339 --> 00:24:45.295

372
00:24:45.342 --> 00:24:49.294

373
00:24:49.343 --> 00:24:53.343

374
00:24:53.344 --> 00:24:57.344

375
00:24:57.353 --> 00:25:01.353

376
00:25:01.355 --> 00:25:05.307

377
00:25:05.357 --> 00:25:09.295

378
00:25:09.361 --> 00:25:13.304

379
00:25:13.366 --> 00:25:17.303

380
00:25:17.368 --> 00:25:21.310

381
00:25:21.371 --> 00:25:25.299

382
00:25:25.381 --> 00:25:29.304

383
00:25:29.390 --> 00:25:33.305

384
00:25:33.395 --> 00:25:37.295

385
00:25:37.406 --> 00:25:41.297

386
00:25:41.408 --> 00:25:45.295

387
00:25:45.412 --> 00:25:49.294

388
00:25:49.413 --> 00:25:53.296

389
00:25:53.415 --> 00:25:57.295

390
00:25:57.417 --> 00:26:01.305

391
00:26:01.418 --> 00:26:05.294

392
00:26:05.421 --> 00:26:09.295

393
00:26:09.423 --> 00:26:13.294

394
00:26:13.424 --> 00:26:17.299

395
00:26:17.426 --> 00:26:21.294

396
00:26:21.429 --> 00:26:25.301

397
00:26:25.431 --> 00:26:29.302

398
00:26:29.433 --> 00:26:33.297

399
00:26:33.434 --> 00:26:37.295

400
00:26:37.435 --> 00:26:41.295

401
00:26:41.437 --> 00:26:45.297

402
00:26:45.439 --> 00:26:49.301

403
00:26:49.441 --> 00:26:53.303

404
00:26:53.444 --> 00:26:57.299

405
00:26:57.446 --> 00:27:01.297

406
00:27:01.448 --> 00:27:05.298

407
00:27:05.449 --> 00:27:09.296

408
00:27:09.451 --> 00:27:13.308

409
00:27:13.455 --> 00:27:17.298

410
00:27:17.457 --> 00:27:21.295

411
00:27:21.458 --> 00:27:25.294

412
00:27:25.460 --> 00:27:29.294

413
00:27:29.464 --> 00:27:33.294

414
00:27:33.467 --> 00:27:37.312

415
00:27:37.468 --> 00:27:41.296

416
00:27:41.470 --> 00:27:45.299

417
00:27:45.477 --> 00:27:49.294

418
00:27:49.479 --> 00:27:53.294

419
00:27:53.480 --> 00:27:57.298

420
00:27:57.484 --> 00:28:01.303

421
00:28:01.487 --> 00:28:05.294

422
00:28:05.489 --> 00:28:09.299

423
00:28:09.493 --> 00:28:13.294

424
00:28:13.494 --> 00:28:17.300

425
00:28:17.495 --> 00:28:21.296

426
00:28:21.498 --> 00:28:25.295

427
00:28:25.501 --> 00:28:29.295

428
00:28:29.502 --> 00:28:33.314

429
00:28:33.503 --> 00:28:37.315

430
00:28:37.506 --> 00:28:41.296

431
00:28:41.508 --> 00:28:45.311

432
00:28:45.517 --> 00:28:49.304

433
00:28:49.525 --> 00:28:53.295

434
00:28:53.526 --> 00:28:57.295

435
00:28:57.529 --> 00:29:01.297

436
00:29:01.531 --> 00:29:05.301

437
00:29:05.532 --> 00:29:09.295

438
00:29:09.537 --> 00:29:13.294

439
00:29:13.539 --> 00:29:17.305

440
00:29:17.541 --> 00:29:21.308

441
00:29:21.542 --> 00:29:25.294

442
00:29:25.544 --> 00:29:29.294

443
00:29:29.545 --> 00:29:33.297

444
00:29:33.547 --> 00:29:37.298

445
00:29:37.548 --> 00:29:41.294

446
00:29:41.554 --> 00:29:45.297

447
00:29:45.556 --> 00:29:49.294

448
00:29:49.559 --> 00:29:53.297

449
00:29:53.560 --> 00:29:57.295

450
00:29:57.562 --> 00:30:01.294

451
00:30:01.563 --> 00:30:05.303

452
00:30:05.565 --> 00:30:09.298

453
00:30:09.567 --> 00:30:13.294

454
00:30:13.569 --> 00:30:17.294

455
00:30:17.570 --> 00:30:21.308

456
00:30:21.573 --> 00:30:25.294

457
00:30:25.576 --> 00:30:29.295

458
00:30:29.578 --> 00:30:33.304

459
00:30:33.579 --> 00:30:37.294

460
00:30:37.580 --> 00:30:41.301

461
00:30:41.584 --> 00:30:45.294

462
00:30:45.586 --> 00:30:49.305
(คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนครับ ครูเชื่อว่าหนู ๆ

463
00:30:49.587 --> 00:30:53.301
ค้นหาคำศัพท์ได้อย่างเป็นจำนวนมากเลย

464
00:30:53.592 --> 00:30:57.332
แล้วทุกคนก็จะมีองค์ความรู้เต็มคลังคำศัพท์

465
00:30:57.600 --> 00:31:01.295
ประดับสติปัญญา สามารถใช้ได้ตลอดชีวิต

466
00:31:01.601 --> 00:31:05.304
เชื่อว่าอย่างนั้นนะครับ เพราะฉะนั้นครูก็

467
00:31:05.602 --> 00:31:09.294
ค้นหาคำศัพท์เช่นเดียวกันในช่วงเวลา 10 นาทีนี่

468
00:31:09.604 --> 00:31:13.294
จะนำเสนอให้นักเรียนได้ดู

469
00:31:13.607 --> 00:31:17.302
แล้วก็ถ้าเกิดนักเรียนไม่มีคำเหล่านี้ ให้นักเรียนทำอย่างไรครับครูคณิตา

470
00:31:17.616 --> 00:31:21.303
(คุณครูคณิตา) ให้จดเพิ่มเติมลงไปในสมุด

471
00:31:21.618 --> 00:31:25.299
แต่ถ้ามีแล้ว (คุณครูคณิตา) ถ้ามีแล้วก็สามารถ

472
00:31:25.621 --> 00:31:29.304
เขียนคำอธิบายเพิ่มเติมไปก็ได้นะคะ (คุณครูปรเมษฐ)

473
00:31:29.624 --> 00:31:33.295
เพราะฉะนั้น เดี๋ยวเราไปดูกันเลยว่าครูค้นหาคำไหน

474
00:31:33.625 --> 00:31:37.304
เสนอนักเรียนบ้าง ไปเลย คำนี้

475
00:31:37.628 --> 00:31:41.297
อ่านว่าอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) อ่านว่า สาวแส้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

476
00:31:41.629 --> 00:31:45.307
สาวแส้...

477
00:31:45.631 --> 00:31:49.299
มาจากบทกลอนตัวนี้นะครับ หมายความว่าอย่างไรเด็ก ๆ

478
00:31:49.642 --> 00:31:53.295
ครับ ตอบความหมายก่อน เชื่อว่าหลาย ๆ คนต้องเจอ

479
00:31:53.646 --> 00:31:57.300
แปลว่า แปลว่าอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) แปลว่า

480
00:31:57.651 --> 00:32:01.296
หญิงสาวค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) กล่าวถึงผู้หญิงนี่ใช้คำว่า "สาวแส้" ก็ได้ คำ

481
00:32:01.657 --> 00:32:05.302
โบราณ โบราณนี่ใช่ ซ. โซ่ ด้วย

482
00:32:05.659 --> 00:32:09.294
นะครับ แต่ว่าปรฃัจจุบ้นนี้ใช้ ส. เสือ

483
00:32:09.660 --> 00:32:13.295
ถ้าใช้ ซ. โซ้ ต้องใช้ไม้อะไร

484
00:32:13.663 --> 00:32:17.307
ไม้เอกนะ เพราะซ. โซ่เป็นอักษรต่ำ

485
00:32:17.665 --> 00:32:21.295
ไปกันต่อ ดูคำต่อไปนะว่าตรงกันหรือไม่

486
00:32:21.666 --> 00:32:25.296
อินทรีย์ อินทรีย์ตัวนี้นี่

487
00:32:25.668 --> 00:32:29.295
ในบริบท ตรงนี้หมายความว่า

488
00:32:29.673 --> 00:32:33.296
(คุณครูคณิตา) หมายถึงอะไรคะ หมายถึงร่างกายนั่นเองค่ะ

489
00:32:33.674 --> 00:32:37.300
(คุณครูปรเมษฐ) หมายถึง ร่างกาย นะครับ อย่างเช่น เรา 2 คน

490
00:32:37.675 --> 00:32:41.295
มีอินทรีย์นะ ร่างกายของเรานี่

491
00:32:41.683 --> 00:32:45.294
คำว่า อ่านว่าอะไร (คุณครูคณิตา) อ่าน

492
00:32:45.685 --> 00:32:49.307
ดูสิคะ อ่านว่า

493
00:32:49.688 --> 00:32:53.302
ฉะ-หวี ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ฉวี

494
00:32:53.689 --> 00:32:57.303
เป็นคำโบราณนะ ฉวี

495
00:32:57.692 --> 00:33:01.294
(คุณครูปรเมษฐ) ต้องถามเด็ก ๆ ก่อนดีไหม เด็ก ๆ ตอบครับ เชื่อว่าเด็ก ๆ

496
00:33:01.700 --> 00:33:05.296
ต้องเจอ แปลว่าเยี่ยมครับนักเรียน แปลว่า

497
00:33:05.701 --> 00:33:09.311
ผิวกาย ดูฉวี...

498
00:33:09.703 --> 00:33:13.312
แสดงว่าผิวกายนี่เป็นที่คนเห็น

499
00:33:13.704 --> 00:33:17.295
ก่อนเลยใช่ไหม ผิวหน้าก็เรียกว่าฉวีใช่ไหม

500
00:33:17.705 --> 00:33:21.296
เป็นผิวหน้าผิวกายเหมือนกันนะครับ เพิ่มเติมไปนะครับ

501
00:33:21.706 --> 00:33:25.301
คำต่อไป (คุณครูคณิตา) คำว่า "พงศา" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

502
00:33:25.707 --> 00:33:29.295
พงศา (คุณครูปรเมษฐ) พงศา พงศา

503
00:33:29.713 --> 00:33:33.300
พงศา หมายความว่าอย่างไรนักเรียน

504
00:33:33.715 --> 00:33:37.318
หมายความว่า ยังไม่ยอมตอบ ยังไม่ยอมตอบ

505
00:33:37.716 --> 00:33:41.294
หมายความว่าอย่างไร ตอบครับ

506
00:33:41.717 --> 00:33:45.333
(คุณครูคณิตา) หมายความว่า ผู้มีชาติสกุล

507
00:33:45.719 --> 00:33:49.302
หรือว่าเชื้อสายสกุลค่ะ ทำไมพงศา

508
00:33:49.720 --> 00:33:53.295
เขาถึงหมายถึงสิ่งเหล่านี้ล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ความหมายของเขา

509
00:33:53.721 --> 00:33:57.296
แปลว่าสกุล คุณครูคณิตาเคยได้ยิน

510
00:33:57.722 --> 00:34:01.294
คำว่า "วงศาขนาญาติ" ไหม

511
00:34:01.727 --> 00:34:05.303
หรือพงศาคนาญาติ (คุณครูคณิตา) เคยได้ยินค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) หมายถึงชื่อสกุลเร

512
00:34:05.730 --> 00:34:09.299
นั่นเอง ไม่รู้ว่าวงศาคณาญาติของครู

513
00:34:09.731 --> 00:34:13.299
คณิตาอยู่ที่ไหนใช่ไหม ก็หมายถึงว่าผมถามว่า

514
00:34:13.741 --> 00:34:17.296
ว่า ต้นสกุล หรือว่าบรรพบุรุษของครูคณิตา

515
00:34:17.743 --> 00:34:21.296
อยู่จังหวัดอะไรประมาณนั้นนะครับ ทำไมครูพูด

516
00:34:21.744 --> 00:34:25.294
คำว่า "วงศา" ล่ะ ทำไมไม่พูด พงศา

517
00:34:25.748 --> 00:34:29.294
พ. พาน กับ ว. แหวน ถ้าในภาษาบาลีนะ

518
00:34:29.748 --> 00:34:33.294
พ. พาน กับ ว. แหวน คือ (คุณครูคณิตา) คืออะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) คือ

519
00:34:33.749 --> 00:34:37.296
เราจะแผงกันไปกันมาได้ อย่างคำว่า "พระ"

520
00:34:37.750 --> 00:34:41.307
พ-ร-ะ พระ

521
00:34:41.751 --> 00:34:45.295
ถ้าแผลง ก็คือใช้ ว. แหวน ร. เเรือ

522
00:34:45.752 --> 00:34:49.319
เช่นเดีญวกัน หมายความว่าอย่างเดียวกันเลย

523
00:34:49.758 --> 00:34:53.321
เกร็ดความรู้เพิ่มเติมนะครับ

524
00:34:53.763 --> 00:34:57.295
(คุณครูคณิตา) คำต่อมานะคะเสนอคำว่า

525
00:34:57.764 --> 00:35:01.298
ปรารมภ์ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ปรารมภ์ (คุณครูคณิตา) ออกเสียงให้ชัด

526
00:35:01.765 --> 00:35:05.311
นะคะ ออกเสียงอีกครั้งนะคะ

527
00:35:05.767 --> 00:35:09.304
(คุณครูปรเมษฐ) ปรารมภ์ ต้องมี ร. เรือ กระดกลิ้น

528
00:35:09.770 --> 00:35:13.301
นะครับหมายความว่าอย่างไร เด็ก ๆ ตอบก่อน

529
00:35:13.772 --> 00:35:17.296
หมายความว่า

530
00:35:17.772 --> 00:35:21.299
หมายความว่า ๆ (คุณครูคณิตา) หมายความว่า วิตกกังวล

531
00:35:21.774 --> 00:35:25.295
รำพึงหรือว่าครุ่นคิดค่ะ

532
00:35:25.784 --> 00:35:29.298
(คุณครูปรเมษฐ) อย่างเช่นที่ครูคณิตาบอกว่า

533
00:35:29.786 --> 00:35:33.294
วันนี้ฉันปรารมภ์ เรื่อง สุภาษิต

534
00:35:33.789 --> 00:35:37.300
เลย หมายถึงว่าครุ่นคิดใช่ไหมครับว่าจะสอน

535
00:35:37.791 --> 00:35:41.296
ประมาณนั้นหรือเปล่าครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ ก็มีความครุ่นคิดนะคะ

536
00:35:41.792 --> 00:35:45.301
มีความวิตกกังวลเล็กน้อยนะคะ

537
00:35:45.795 --> 00:35:49.301
ที่จะให้นักเรียนนี่เข้าใจเนื้อหาได้อย่างถ่อง

538
00:35:49.796 --> 00:35:53.306
แท้ และชัดเจน และนำพฤติกรรมเหล่านั้นมาใช้

539
00:35:53.797 --> 00:35:57.297
(คุณครูปรเมษฐ) นั่นสิครับ เลยเลือกใช้คำนี้มาพูด

540
00:35:57.811 --> 00:36:01.295
ครูก็ไม่รู้ความหมายจึงต้องเปิดหา ต่อไป

541
00:36:01.812 --> 00:36:05.318
คำว่า "ไพล่" พอ-ลอ-ไอ-ไพล

542
00:36:05.815 --> 00:36:09.310
ไพล เอก ไพล่

543
00:36:09.817 --> 00:36:13.317
ไพล่ตัวนี้แปลว่า... แทนที่จะเป็น

544
00:36:13.819 --> 00:36:17.320
กลับเป็นอีกอย่างหนึ่ง อย่างเช่น

545
00:36:17.822 --> 00:36:21.335
แทนที่จะข้าวนี่ ไพล่ไปกินก๋วยเตี๋ยว

546
00:36:21.824 --> 00:36:25.325
คือมันเปลี่ยนไป

547
00:36:25.826 --> 00:36:29.324
เด็ก ๆ เข้าใจความหมายไหม อาจจะเอาไปแต่งประโยคก็ได้นะครับ จะได้เข้าใจมากยิ่งขึ้น

548
00:36:29.827 --> 00:36:33.325
ถ่องแท้ยิ่งขึ้น เพิ่มเติมไปนะครับ

549
00:36:33.830 --> 00:36:37.344
(คุณครูปรเมษฐ) เป็นคำโบราณเช่นเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) ในปัจจุบัน เรา

550
00:36:37.832 --> 00:36:41.370
ไม่ค่อยเจอคำเหล่านี้แล้วนะคะ แล้วเราไม่ใช้

551
00:36:41.845 --> 00:36:45.414
ในชีวิตประจำวันด้วยนะคะ นักเรียนอาจจะไม่คุ้นหู

552
00:36:45.848 --> 00:36:49.437
คุ้นตานะคะ แต่ก็สามารถที่จะจดลงไปเพิ่มเติม

553
00:36:49.850 --> 00:36:53.394
ได้ เพื่อที่จะนำไปเป็น

554
00:36:53.850 --> 00:36:57.402
คำศัพท์คลังความรู้ของนักเรียนนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) อีกอย่าง

555
00:36:57.852 --> 00:37:01.399
มันพบเจอใจบทกลอน ถ้านักเรียนไม่เข้าใจความหมาย

556
00:37:01.856 --> 00:37:05.308
นักเรียนก็จะตีความในบทนั้น ๆ ไม่ได้

557
00:37:05.856 --> 00:37:09.295
นั่นจึงต้องรู้นะครับ ต่อไป ไพล่ แล้วก็พล่าน

558
00:37:09.860 --> 00:37:13.294
พล่าน พล่าน พอ-ลอ-อา-นอ

559
00:37:13.862 --> 00:37:17.308
เอก พล่าน พล่านนี่หมายถึงอะไร

560
00:37:17.867 --> 00:37:21.296
ต้องเจอนะครับ บอกครูมา พล่าน

561
00:37:21.884 --> 00:37:25.299
แปลว่า อาการเป็น

562
00:37:25.886 --> 00:37:29.296
ไปในลักษณะป่วน วุ่น

563
00:37:29.888 --> 00:37:33.295
ซ่าน เป็นอย่างไร เคยได้ยินคำว่า "ดิ้นพล่าน"

564
00:37:33.889 --> 00:37:37.295
(คุณครูคณิตา) เป็นอย่างไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ลักษณธ

565
00:37:37.890 --> 00:37:41.294
ดิ้น กระเสือกกระสน วุ่นวาย แถกไป

566
00:37:41.892 --> 00:37:45.318
สารพัดเลย เหมือนเคยไปตลาดนัด

567
00:37:45.896 --> 00:37:49.296
ไปนัดบ้านคร

568
00:37:49.897 --> 00:37:53.295
คณิตาเคยเห็นแม่ค้าที่เขาเอาปลานี่ ปลา

569
00:37:53.898 --> 00:37:57.296
ที่ยังเป็น ๆ อยู่ในนั้นมาขายไหม อยู่ในกะละมัง

570
00:37:57.899 --> 00:38:01.296
มันดิ้นพล่านไปหมดเลย มันสับสน

571
00:38:01.901 --> 00:38:05.295
วุ่นวายประมาณนั้น

572
00:38:05.901 --> 00:38:09.300
โดนเพื่อนทำร้าย

573
00:38:09.903 --> 00:38:13.295
ลุกดิ้นพล่านนี่ ก็ใช้ความหมายประมาณนี้

574
00:38:13.905 --> 00:38:17.294
นะ ใช่ไหม คำว่า พล่าน พล่าน

575
00:38:17.907 --> 00:38:21.302
ต่อไป พูดผลอ

576
00:38:21.915 --> 00:38:25.295
พูดผลอ เหมือนเป็นคำที่ไม่เคยพบเคยเห็นในชีวิตเลยนะ

577
00:38:25.916 --> 00:38:29.295
(คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ ไม่ค่อยได้ยินเลยนะคะ คำเหล่านี้นะ

578
00:38:29.918 --> 00:38:33.297
เชื่อว่านักเรียนต้องพบบ้าง พูดผลอ

579
00:38:33.920 --> 00:38:37.298
พูดผลอ 1 2 3 ตอบครับ หมายความว่า

580
00:38:37.921 --> 00:38:41.295
(คุณครูคณิตา)  หมายความว่าพูดประจบประแจงนั่นเอง

581
00:38:41.923 --> 00:38:45.295
ก็คล้าย ๆ กับประจ๋อประแจ๋ใช่ไหมคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ)

582
00:38:45.926 --> 00:38:49.295
ใช่ครับครูคณิตา ความหมายไปในทางที่ไม่ดี

583
00:38:49.935 --> 00:38:53.294
เป็นความหมายในทางที่ไม่ดีนะ

584
00:38:53.945 --> 00:38:57.295
(คุณครูปรเมษฐ) มาจากบทกลอนว่าอย่าเที่ยวพล่าน

585
00:38:57.946 --> 00:39:01.294
พูดผลอประจ๋อประแจ๋

586
00:39:01.948 --> 00:39:05.296
ก็คือสอนผู้หญิงนะ ว่าอย่าไปทำอะไรวุ่นวาย

587
00:39:05.948 --> 00:39:09.295
ทำให้ไปพูดจาประจบประแจงเพ้อเจ้อ

588
00:39:09.949 --> 00:39:13.295
เป็นการสอนนะครับ ต่อไป เป็นคำว่า

589
00:39:13.952 --> 00:39:17.297
พิไร (คุณครูคณิตา) พิไรค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) พิ

590
00:39:17.954 --> 00:39:21.294
ไร (คุณครูคณิตา) พิไร แปลว่าอะไรเอ่ย

591
00:39:21.955 --> 00:39:25.295
ครูเชื่อว่าเด็ก ๆ หาคำศัพท์เหล่านี้เจอนะคะ พิไร

592
00:39:25.957 --> 00:39:29.294
แปลว่าอะไรคะ แปลว่า

593
00:39:29.965 --> 00:39:33.313
รำพัน, ร่ำว่า, ร่ำร้อง นั่นเองค่ะ

594
00:39:33.966 --> 00:39:37.294
(คุณครูปรเมษฐ) มันให้กระจ่างหน่อยครับ

595
00:39:37.967 --> 00:39:41.316
ยกตัวอย่างให้ฟังหน่อยครูคณิตา (คุณครูคณิตา) อย่างเช่นคำว่าอะไรดีนะ

596
00:39:41.975 --> 00:39:45.300
เด็ก ๆ คะ ช่วยคุณครูยกตัวอย่างหน่อยได้ไหมคะ

597
00:39:45.976 --> 00:39:49.295
คำว่า "พิรี้พิไร" นี่ หมายถึง

598
00:39:49.978 --> 00:39:53.296
ของการรำพัน ร่ำว่า ร่ำร้องไหมคะครูปรเมษฐ

599
00:39:53.983 --> 00:39:57.296
หมายถึงการอยากจะได้อยากจะว่า ก็ใช้

600
00:39:57.987 --> 00:40:01.298
พิไรนะ เป็นคำโบราณอีกแล้วนะครับ เจอในบทกลอน

601
00:40:01.989 --> 00:40:05.296
ถ้าไม่รู้ความหมายก็จะแปลไม่ได้นั่นเอง

602
00:40:05.994 --> 00:40:09.296
เพิ่มเติมไปนะครับ ต่อไป

603
00:40:09.995 --> 00:40:13.294
หลู่ หลู่ อันนี้นักเรียนต้องเคย

604
00:40:13.996 --> 00:40:17.295
ได้ยิน จะอยู่คู่กับคำว่า "ลบ" เป็น

605
00:40:17.998 --> 00:40:21.294
ลบหลู่ คล้องจองกันเกินเลย ก็คือ

606
00:40:21.999 --> 00:40:25.294
เป็นคำว่าหลบหลู่ดูหมิ่น คำว่าหลบหลู่

607
00:40:26.000 --> 00:40:29.295
ว่าอย่างไร นักเรียนตอบ

608
00:40:30.001 --> 00:40:33.295
เก่งมากครับ หมายความว่า

609
00:40:34.003 --> 00:40:37.295
(คุณครูคณิตา) หมายความว่า ลบคุณ, ดูถูก, ไม่นับถือ

610
00:40:38.005 --> 00:40:41.295
ค่ะ อย่างเช่น เธอ หลบหลู่เขา

611
00:40:42.006 --> 00:40:45.297
ก็จะเป็นการ อาจจะเป็นการดูถูกนะคะ ก็เป็นการกระทำ

612
00:40:46.008 --> 00:40:49.295
ที่ไม่ดีนะคะ ใช่ไหมคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ

613
00:40:50.011 --> 00:40:53.295
อย่างเช่น คำว่า "นักเรียนหลู่

614
00:40:54.013 --> 00:40:57.294
ครูบา เคยเจอในบทกลอน ก็หมายถึงนักเรียน

615
00:40:58.015 --> 00:41:01.299
ที่เป็นอย่างไร ไม่นับถือครูบาอาจารย์

616
00:41:02.016 --> 00:41:05.294
ก็เป็นพฤติกรรมที่ไม่ควรกระทำนะ เป็นบาปแก่ตัวด้วย

617
00:41:06.017 --> 00:41:09.305
ไม่ดีนะครับ ต่อไป (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ คำ

618
00:41:10.019 --> 00:41:13.295
สุดท้าย ก็คือคำว่า "ระอิดระอา"

619
00:41:14.021 --> 00:41:17.294
(คุณครูปรเมษฐ) ออกเสียงชัด ๆ ตาครูคณิตาอีกครั้งครับ (คุณครูคณิตา)

620
00:41:18.022 --> 00:41:21.294
ว่าระอิดระอาค่ะ

621
00:41:22.029 --> 00:41:25.294
(คุณครูปรเมษฐ) นะครับ หมายความว่าอย่างไร นักเรียนตอบครับ 1, 2, 3

622
00:41:26.032 --> 00:41:29.297
เฉลย (คุณครูคณิตา) หมายความว่า

623
00:41:30.037 --> 00:41:33.295
เบื่อหน่ายหรือหมดกำลังใจเพราะถูกรบกวน

624
00:41:34.040 --> 00:41:37.294
ทำให้เกิดความรำคาญค่ะ หรือมีเหตุ

625
00:41:38.041 --> 00:41:41.294
ติดขัดบ่อยนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ระอิดระอา

626
00:41:42.042 --> 00:41:45.303
อันนี้ยังใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน

627
00:41:46.043 --> 00:41:49.294
ในชีวิตประจำวันนะ คำเหล่านี้นะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ เรียน

628
00:41:50.044 --> 00:41:53.295
ภาษาไทย ระอิดระอาได้ไหม ไม่ได้นะ

629
00:41:54.046 --> 00:41:57.294
เรียนภาษาไทยต้องมีความสุข เราจะไม่ระอิดระอา

630
00:41:58.051 --> 00:42:01.295
ต่อกันและกันใช่ไหมครับนักเรียน นักเรียน

631
00:42:02.052 --> 00:42:05.294
บันทึกไป ครูเชื่อว่าระหว่างที่ครูทั้ง 2 คน

632
00:42:06.053 --> 00:42:09.313
ได้อธิบายให้นักเรียนฟังนี่ นักเรียนจะบันทึกเป็นที่เรียบร้อย

633
00:42:10.054 --> 00:42:13.295
แล้วนะครับ เพราะฉะนั้น เดี๋ยวเราไปสรุปบทเรียน

634
00:42:14.055 --> 00:42:17.306
พากเพียรความรู้กันดีกว่านะครับ

635
00:42:18.057 --> 00:42:21.294
คำถามนะครับ คุณครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) การศึกษาความหมาย

636
00:42:22.060 --> 00:42:25.294
ของคำประโยค และข้อความในบทเรียน

637
00:42:26.065 --> 00:42:29.299
ก่อนการอ่านเนื้อเรื่องมีประโยชน์อย่างไรคะ

638
00:42:30.075 --> 00:42:33.295
นักเรียนคะ ลองคิดดูสิว่า การทบทวน

639
00:42:34.078 --> 00:42:37.300
การศึกษาความหมายหรือคำต่าง ๆ ก่อนที่

640
00:42:38.080 --> 00:42:41.294
เราจะเริ่มเรียนนี่ มันช่วยให้เรานี่ เรียน

641
00:42:42.082 --> 00:42:45.298
เป็นอย่างไร (คุณครูปรเมษฐ) นั่นล่ะครับ มันคือประโยชน์

642
00:42:46.083 --> 00:42:49.295
ของการศึกษานั่นเอง นักเรียนครับ

643
00:42:50.084 --> 00:42:53.308
ให้ช่วยกันตอบ ช่วยกันเสนอนะ มันเป็นความคิด

644
00:42:54.085 --> 00:42:57.297
เห็นของนักเรียนไม่มีผิดนะ จะเสนออย่างไร

645
00:42:58.087 --> 00:43:01.295
ก็ได้ ขอให้อยู่ในขอบข่าบขอบเขตก็พอ

646
00:43:02.089 --> 00:43:05.296
นะครับ ครูจะรอฟังนักเรียนนะ เดี๋ยวจะให้ครูคณิตาสรุ

647
00:43:06.102 --> 00:43:09.297

648
00:43:10.104 --> 00:43:13.294

649
00:43:14.106 --> 00:43:17.297
เอาล่ะครับครูคณิตาครับ นักเรียนได้เสนอ

650
00:43:18.115 --> 00:43:21.295
เรื่องการศึกษาความหมายของคำ

651
00:43:22.120 --> 00:43:25.294
มาเป็นจำนวนมากเลย เดี๋ยวครูคณิตาสรุปมา

652
00:43:26.122 --> 00:43:29.304
เป็นประเด็นครับ มีประโยชน์

653
00:43:30.124 --> 00:43:33.296
อย่างไรบ้าง นั่นก็คือ 1. ค่ะ

654
00:43:34.130 --> 00:43:37.294
จะทำให้สามารถอ่านเนื้อเรื่องได้มากขชึ้นนั่นเอง

655
00:43:38.131 --> 00:43:41.294
มากขึ้นนั่นเองค่ะ 2. ได้รู้ความหมายของคำศัพท์มากข

656
00:43:42.133 --> 00:43:45.294
เพิ่มมากขึ้นนะคะ และ 3.สามารถนำไปใช้ในการ

657
00:43:46.138 --> 00:43:49.295
ในการอ่านเนื้อเรื่องอื่น ๆ ได้ค่ะ ซึ่งนักเรียน

658
00:43:50.139 --> 00:43:53.295
นี่ สามาารถที่จะนำคำศัพท์เหล่านี้นี่

659
00:43:54.141 --> 00:43:57.294
ไปใช้กับบทเรียนอื่น ๆ ใน

660
00:43:58.148 --> 00:44:01.298
วรรณคดีลำนำก็ได้นะคะ หากนักเรียนเจอคำเหล่านี้นี่

661
00:44:02.149 --> 00:44:05.295
เราก็จะรู้คำศัพท์เลย สามารถ

662
00:44:06.155 --> 00:44:09.296
อ่านแล้ว เข้าใขเนื้อเรื่องได้เลย ไม่จำเป็น

663
00:44:10.156 --> 00:44:13.304
ที่จะเปิดพจนานุกรมหาความหมายได้อีกใช่ไหมคะครูปรเมษฐ

664
00:44:14.159 --> 00:44:17.296
(คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับคุณครูคณิตาครับ และอีกอย่างหนึ่งนี่ที่เรารู้

665
00:44:18.165 --> 00:44:21.296
ความหมายของคำศัพท์เพิ่มมากขึ้นนี่ มันก็

666
00:44:22.168 --> 00:44:25.296
เปรียบเสมือนคลังปัญญา เปรียบเสมือน

667
00:44:26.185 --> 00:44:29.303
เราจะไปเจอคำอะไรก็ตามแต่ ถ้าเรารู้ความหมาย

668
00:44:30.187 --> 00:44:33.296
เราก็สามารถเข้าใจและยังสามารถ

669
00:44:34.189 --> 00:44:37.303
อธิบาย ถ่ายทอดให้กับผู้อื่นฟังได้อีก อันนี้คือประโยชน์ของ

670
00:44:38.190 --> 00:44:41.296
ความหมายของคำศัพท์ ได้เรียนรู้ความหมายของคำศัพท์

671
00:44:42.194 --> 00:44:45.302
เป็นคลังปัญญาของเรา และเรื่องที่นำไปใช้

672
00:44:46.195 --> 00:44:49.296
อ่านเรื่องนี่ เป็นเรื่องที่สำคัญมากคุณครูคณิตา

673
00:44:50.195 --> 00:44:53.295
รู้ศัพท์เท่ากับอ่านเรื่องเข้าใจ อ่านเรื่อง

674
00:44:54.196 --> 00:44:57.294
เข้าใจ เท่ากับถ่ายทอดได้ นักเรียนครับอันนี้

675
00:44:58.197 --> 00:45:01.295
เป็นกลวิธีในการเรียนภาษาไทย เรียนวรรณคดี

676
00:45:02.198 --> 00:45:05.301
เรียนในเรื่องที่เราไม่สามารถแปลไทย

677
00:45:06.956 --> 00:45:10.301
ให้เป็นไทยอีกทีหนึ่งได้ แล้วเราเข้าใจนี่ มันคือสุดยอด

678
00:45:10.958 --> 00:45:14.310
ครับ เยี่ยม ถ้านักเรียนสาารถที่จะรู้คำศัพท

679
00:45:14.960 --> 00:45:18.295
ยิ่งยอดเลยครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ ถือ

680
00:45:18.964 --> 00:45:22.301
เป็นคลังความรู้ส่วนตัวนะคะ นักเรียนคะ

681
00:45:22.969 --> 00:45:26.299
หากในสมุดของนักเรียนนะคะ ยังจดไม่เรียบ

682
00:45:26.971 --> 00:45:30.296
ร้อย สามารถที่จะจด และทำสมุด

683
00:45:30.972 --> 00:45:34.298
ของเราให้น่าอ่านได้ค่ะ เพื่อที่เราจะได้ไป

684
00:45:34.974 --> 00:45:38.303
ทบทวนและจำคำศัพท์เหล่านั้นให้มาก

685
00:45:38.975 --> 00:45:42.296
ยิ่งขึ้นนั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) ครูเชื่อว่าวันนี้นี่

686
00:45:42.976 --> 00:45:46.296
เรายังไม่ได้เข้าสู่เนื้อหา ครูเชื่อว่า

687
00:45:46.978 --> 00:45:50.297
จะต้องกลับไปใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้แน่นอน

688
00:45:50.989 --> 00:45:54.305
เรื่องนักเรียนครับ ไปอ่านมาล่วงหน้าก่อน

689
00:45:54.990 --> 00:45:58.298
สุภาษิตสอนหญิงที่นักเรียนได้เรียนนี่มีไม่กี่บทหรอก

690
00:45:58.992 --> 00:46:02.300
ครับ แต่จริง ๆ แล้วสุภาษิตฉบับจริง

691
00:46:02.993 --> 00:46:06.299
เล่มหนาประมาณนี้เลยนะครับนักเรียน คำสอน

692
00:46:06.994 --> 00:46:10.301
เป็นจำนวนมากที่นักเรียนสามารถนำมาปรับได้ ใคร

693
00:46:10.996 --> 00:46:14.299
สนใจใคร่รู้ ก็สามารถที่จะไป Search

694
00:46:15.000 --> 00:46:18.300
หรือไปค้นหาในอินเทอร์เน็ตได้

695
00:46:19.004 --> 00:46:22.298
ผู้ที่รู้ เป็นผู้ที่เยี่ยม แต่ถ้าใคร

696
00:46:23.008 --> 00:46:26.296
ไม่ค้นหาเพิ่มเติม อ่านจากหนังสือวรรณคดีลำนำ

697
00:46:27.010 --> 00:46:30.303
อ่านมาให้จบ บางครั้งครูอาจจะแค่ชี้แนวทาง

698
00:46:31.011 --> 00:46:34.306
นักเรียนก็เข้าใจแล้ว เพราะนักเรียนอ่านมาก่อนแล้ว

699
00:46:35.013 --> 00:46:38.296
จะพูดทุกครั้งเลย เรียนวรรณดี

700
00:46:39.022 --> 00:46:42.297
และเข้าใจมันจะต้องทำการบ้านคืออ่านมาก่อน

701
00:46:43.028 --> 00:46:46.303
แล้วพอเข้าห้องมาเรียนด้วยกันนี่ จะเรียนอย่างเข้าใจ

702
00:46:47.032 --> 00:46:50.298
พริ้วเลยครับ สติปัญญาของนักเรียน

703
00:46:51.034 --> 00:46:54.297
ต่อไปคุณครูคณิตาจะสอนเรื่องอะไรครับ (คุณครูคณิตา) บทเรียนครั้งต่อไป

704
00:46:55.035 --> 00:46:58.299
เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่อง อ่านจับใจความค่ะ

705
00:46:59.036 --> 00:47:02.301
สิ่งที่นักเรียนจะต้องเตรียมนะคะ มีอะไรบ้างคะคุณครู

706
00:47:03.039 --> 00:47:06.307
ปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) สิ่งที่หนู ๆ จะต้องเตรียมมา

707
00:47:07.040 --> 00:47:10.300
ใบความรู้ครับ เรื่องหลักการอ่านจับใจความ

708
00:47:11.044 --> 00:47:14.302
2. ต้องเตรียมใบงานเรื่อง สุภาษิต

709
00:47:15.065 --> 00:47:18.300
สอนหญิงสอนใจ แสดงว่าพรุ่งนี้นี่เราจะ

710
00:47:19.067 --> 00:47:22.298
อ่านจับใจความกัน แล้วทำใบงานกัน ยังไม่บอกว่า

711
00:47:23.068 --> 00:47:26.305
ทำอย่างไรซึ่งสามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่ (คุณครูคณิตา) สามารถดาวน๋ด

712
00:47:27.074 --> 00:47:30.307
ข้อมูลได้ที่นี่เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

713
00:47:31.079 --> 00:47:34.316
สำหรับวันนี้นะครับ ครูจะต้องเน้นย้ำนักเรียนนะ

714
00:47:35.080 --> 00:47:38.306
ให้นักเรียนกลับไปอ่าน อย่างไรเสียก็ตาม

715
00:47:39.082 --> 00:47:42.298
ให้กลับไปอ่าน อ่านแล้วให้รู้

716
00:47:43.083 --> 00:47:46.306
จากบ้านมาก่อน แล้วเดี๋ยวมาเรียนในห้องนี่แล้วมันจะเข้าใจ วันนี้

717
00:47:47.084 --> 00:47:50.298
สุภาษิตสอนหญิงน่าสนใจมากครับ วันนี้ครูค

718
00:47:51.091 --> 00:47:54.307
ครูปรเมษฐขอลานักเรียนไปก่อนครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค

719
00:47:55.093 --> 00:47:58.298
[เสียงดนตรี]

720
00:47:59.094 --> 00:48:02.303

721
00:48:03.096 --> 00:48:06.298

722
00:48:07.098 --> 00:48:10.298

723
00:48:11.099 --> 00:48:14.303

724
00:48:15.101 --> 00:48:18.314

725
00:48:19.103 --> 00:48:22.303

726
00:48:23.106 --> 00:48:26.298

727
00:48:27.108 --> 00:48:30.298

728
00:48:31.110 --> 00:48:34.298

729
00:48:35.114 --> 00:48:38.300

730
00:48:39.117 --> 00:48:42.303

731
00:48:43.119 --> 00:48:46.299

732
00:48:47.121 --> 00:48:50.305

733
00:48:51.123 --> 00:48:54.300
-

734
00:48:55.125 --> 00:48:58.299

735
00:48:59.129 --> 00:49:02.299

736
00:49:03.134 --> 00:49:06.299

737
00:49:07.137 --> 00:49:10.301

738
00:49:11.139 --> 00:49:14.299
นี้ ถือว่าเป็น

739
00:49:15.140 --> 00:49:18.301
วันดีกว่าวันใด เอ

740
00:49:19.142 --> 00:49:22.303

741
00:49:23.144 --> 00:49:26.300

742
00:49:27.146 --> 00:49:30.341
ถือว่าเป็นวันดี กว่าวันใด

743
00:49:31.147 --> 00:49:34.299
ครูจะไปสอนหนังสือก่อนนักเรียน

744
00:49:35.148 --> 00:49:38.299
ชา เอชา เอชา

745
00:49:39.153 --> 00:49:42.299
เอชา ชะช่าชา มัน

746
00:49:43.157 --> 00:49:46.299
ครูจะไปแล้ว ก็บอกนักเรียน

747
00:49:47.161 --> 00:49:50.302
น้องแก้วให้ชื่น...

748
00:49:51.162 --> 00:49:54.298
จ๋า แล้วก็ได้เวลา

749
00:49:55.164 --> 00:49:59.164
ครูจะต

750
00:49:59.165 --> 00:50:03.165

751
00:50:03.170 --> 00:50:03.172

752
00:50:07.172 --> 00:50:07.174


