﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:03.593

2
00:00:04.003 --> 00:00:07.631

3
00:00:08.074 --> 00:00:11.659

4
00:00:12.077 --> 00:00:15.611

5
00:00:16.080 --> 00:00:19.648

6
00:00:20.082 --> 00:00:23.608
(คุณครูปรเมษฐ) สวัสดีคุณ

7
00:00:24.083 --> 00:00:27.592
ครูปลายทางทุกท่าน นักเรียนที่น่ารักทุกคนนะครับ

8
00:00:28.085 --> 00:00:31.648
ของครูทุกคนนะครับวันนี้เรามาพบกันในรายวิชา

9
00:00:32.086 --> 00:00:35.607
ภาษาไทยนะครับ ในระดับชั้นประถมศึกษา

10
00:00:36.095 --> 00:00:39.532
ปีที่ 6 นะครับ กับครูคณิตา หนุนอนันต์ และครู

11
00:00:40.103 --> 00:00:43.507
นะครับ เรายังคงอยู่ในเรื่อง อย่าชิงสุก

12
00:00:44.104 --> 00:00:47.602
ก่อนห่ามไม่งามดี หรือหากเทียบกับตัวบทวรรณคดี

13
00:00:48.106 --> 00:00:51.742
ก็อยู่ในวรรณคดีเรื่องอะไรครับ (คุณครูคณิตา) อยู่ในวรรณคดีเรื่องอะไรคะครูปรเมษฐ

14
00:00:52.114 --> 00:00:55.601
(คุณครูปรเมษฐ) ต้องถามนักเรียนครับ ไปอ่านมาหรือเปล่าครับ

15
00:00:56.124 --> 00:00:59.608
สุภาษิตสอนหญิงนั่นเองครับ ตามที่ครู

16
00:01:00.125 --> 00:01:03.648

17
00:01:04.128 --> 00:01:07.506
ท่านได้แต่ง ได้พรรณนาไว้ ล้วนมีแต่คำสอน ทำไม

18
00:01:08.133 --> 00:01:11.501
น้อยจริงครูปรเมษฐ ครูคณิตา ที่หนูไปอ่านมา

19
00:01:12.138 --> 00:01:15.501
นี่ ก็เขายกแต่ส่วนที่จำเป็นกับนักเรียน

20
00:01:16.140 --> 00:01:19.501
ตัวนักเรียนนั้นมาสอน

21
00:01:20.141 --> 00:01:23.501
ส่วนที่เป็นบทร้อยกรองก็จะน้อยนะครับ เพราะฉะนั้น วันนี้

22
00:01:24.148 --> 00:01:27.511
ครูจะให้นักเรียนนั้นได้ศึกษากันต่อในวรรณคดี

23
00:01:28.150 --> 00:01:31.509
เรื่อง อย่าชิงสุกก่อนห่าม ไม่งามดี

24
00:01:32.152 --> 00:01:35.502
ในเรื่องของการอะไรนะ  (คุณครูคณิตา) ในเรื่องของ

25
00:01:36.153 --> 00:01:39.510
อ่านจับใจความค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น เดี๋ยวเราไป

26
00:01:40.157 --> 00:01:43.514
สนุกสนานกับการเรียนการสอนกันเลยครับ อย่าง

27
00:01:44.162 --> 00:01:47.505
ที่ครูนั้นเคยได้บอกนักเรียนไว้นั้น

28
00:01:48.164 --> 00:01:51.522
แรกที่เราเรียนกันเลยนะครับคือว่า

29
00:01:52.166 --> 00:01:55.537
การที่หนูจะเรียนวรรณคดีได้อย่างมีความสุข อย่างเข้าใจนี่

30
00:01:56.168 --> 00:01:59.505
หนูจะต้องทำการบ้าน คือ อ่านมาก่อน และครูก็เชื่อว่า

31
00:02:00.174 --> 00:02:03.506
เด็ก ๆ นั้นต้องกลับไปอ่านมาอย่างแน่นอน

32
00:02:04.183 --> 00:02:07.500
เราจะอ่านจับใจความกันก็คงจะ

33
00:02:08.189 --> 00:02:11.504
ไม่เป็นเรื่องที่ยากมากใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

34
00:02:12.190 --> 00:02:15.500
ครูมีบทความนะ มาให้

35
00:02:16.198 --> 00:02:19.506
เด็ก ๆ ได้อ่าน อ่านเพื่ออะไรนั้น เดี๋ยวอ่านก่อนจะ

36
00:02:20.217 --> 00:02:23.508
บอกว่าให้ทำอะไรเดี๋ยวอ่านพร้อม ๆ กับครูคณิตาเลยครับ

37
00:02:24.218 --> 00:02:27.512
(คุณครูคณิตา) ค่ะ เด็ก ๆ คะ พร้อมหรือยังคะ ถ้าพร้อมแล้ว

38
00:02:28.223 --> 00:02:31.501
เราไปอ่านกันเลยค่ะ เมื่อบุคคล

39
00:02:32.230 --> 00:02:35.500
ที่เรารัก ต้องจากไปไกลแสนไกลยังดินแดน

40
00:02:36.236 --> 00:02:39.501
ที่เราไม่รู้จัก โดยไม่อาจหวนกลับมาได้อีก

41
00:02:40.237 --> 00:02:43.502
จิตใจเราจะสงบได้ยากยิ่ง

42
00:02:44.241 --> 00:02:47.508
ในใจเราคงมีแต่เสียงก้องขึ้นมาถามตัวเรา

43
00:02:48.242 --> 00:02:51.503
เองอยู่เสมอ เขาไปอยู่ ณ

44
00:02:52.246 --> 00:02:55.500
ที่ใด เป็นอยู่อย่างไรบ้าง สุก

45
00:02:56.250 --> 00:02:59.500
หรือทุกข์ประการใด เราจึงอดไม่ได้

46
00:03:00.252 --> 00:03:03.500
ที่จะต้องเป็นห่วงพวกเขาเหล่านั้น (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนครับ เก่งมาก

47
00:03:04.261 --> 00:03:07.501
ที่ตั้งใจอ่าน เข้าใจไหมในบทความที่ครูทั้ง 2 คน

48
00:03:08.262 --> 00:03:11.501
ทั้ง 2 คนนี้ได้ยกมาให้นักเรียนได้อ่าน

49
00:03:12.267 --> 00:03:15.501
น่าจะเกี่ยวกับเรื่องอะไรหรอ เมื่อบุคคลที่เรารักต้อง

50
00:03:16.271 --> 00:03:19.499
จากไปไกลแสนไกล ครูมีคำถาม

51
00:03:20.272 --> 00:03:23.501
นะครับนักเรียน ร่วมกันคิด พินิจบทความ

52
00:03:24.274 --> 00:03:27.500
นะครับ คนที่เรารักจากไปไหน

53
00:03:28.275 --> 00:03:31.505
ในบทความ พูดถึงเรื่องคนที่เรารักใช่ไหมหนู

54
00:03:32.281 --> 00:03:35.499
จากไปไหนล่ะ (คุณครูคณิตา) จากไปไหนคะ (คุณครูปรเมษฐ) จากไปไหนลูก

55
00:03:36.284 --> 00:03:39.512
(คุณครูคณิตา) จาก จากไปที่ไกลแสนไกลใช่ไหมคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ)

56
00:03:40.288 --> 00:03:43.497
แสดงว่ามีโอกาสกลับมาไหม (คุณครูคณิตา) ไม่มีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

57
00:03:44.305 --> 00:03:47.498
นั่นก็คือเขาเป็นอะไรนั่นเองเด็ก ๆ ครับ ถูกต้องครับ

58
00:03:48.306 --> 00:03:51.497
เขาเสียชีวิตนะ เขาเสียชีวิตไปแล้ว บุคคลที่เรารักอาจจะเป็น

59
00:03:52.307 --> 00:03:55.498
ในครอบครัว เพื่อนฝูง ญาติมิตรต่าง ๆ

60
00:03:56.311 --> 00:03:59.499
(คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ อะไรคือสิ่งที่

61
00:04:00.314 --> 00:04:03.499
ทำให้เราทุกข์ใจมากที่สุด เมื่ออ่านนี่

62
00:04:04.319 --> 00:04:07.510
ในบทความนี่ทำไมมันเกิดความทุกข์ใจ เพราะอะไร

63
00:04:08.326 --> 00:04:11.500
เด็ก ๆ ลองตอบสิ

64
00:04:12.327 --> 00:04:15.497
ทุกข์ใจเพราะอะไรลูก คุณครูคณิตาครับ

65
00:04:16.329 --> 00:04:19.498
ทำไม่เราถึงทุกข์ใจ (คุณครูคณิตา) ค่ะ สาเหตุ

66
00:04:20.330 --> 00:04:23.498
ก็คือการจากคนที่เรารักไปนั่นเอง

67
00:04:24.332 --> 00:04:27.499
ค่ะ ทำให้เรานี่เกิดความคิดคะนึง

68
00:04:28.333 --> 00:04:31.498
หวงหานะคะ ก็ส่งผลให้จิตใจของเรานี่

69
00:04:32.335 --> 00:04:35.500
มีความทุกข์นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ

70
00:04:36.336 --> 00:04:39.497
การมีความรักนี่เขาเรียกว่ามันเป็นบ่วง บ่วงชนิดหนึ่ง

71
00:04:40.338 --> 00:04:43.499
ซึ่งมันทำลายได้ยาก เกิดการ

72
00:04:44.339 --> 00:04:47.497
รักพี่รักน้อง บ่วงนี้

73
00:04:48.341 --> 00:04:51.497
เมื่อคนในบ่วงนั้นมันหายไป จะเกิดความคะนึงคิดถึง

74
00:04:52.342 --> 00:04:55.498
อยู่ตลอดเวลาอย่างที่ครูคณิตาท่านได้ว่านะครับ

75
00:04:56.344 --> 00:04:59.509
ข้อต่อไป เหตุใดจิตใจขอ

76
00:05:00.347 --> 00:05:03.500
เมื่อนึกถึงการจากไปของคน

77
00:05:04.348 --> 00:05:07.496
ที่เรารัก ทำไมล่ะลูก ทำไมมันถึงไม่ยอมสงบ

78
00:05:08.354 --> 00:05:11.496
จะคิดอยู่ตลอดเวลาลูก ไหนลองช่วยกันตอบสิ ตอบ

79
00:05:12.356 --> 00:05:15.500
กับคุณครูปลายทางนะครับ ตอบครับ (คุณครูคณิตา) เมื่อกี้

80
00:05:16.357 --> 00:05:19.497
คณิตาและคุณครูปรเมษฐนะคะ ก็ได้พูดเกริ่นนำ

81
00:05:20.360 --> 00:05:23.514
ไปแล้วนะคะ คำตอบนี่ ก็อยู่ในสิ่งที่คุณครู

82
00:05:24.362 --> 00:05:27.499
ได้กล่าวไปนะคะ ทำไมเอ่ยนักเรียน นักเรียนตอบ

83
00:05:28.363 --> 00:05:31.496
ได้หรือยังคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับนักเรียนครับ ไหนดูสิ

84
00:05:32.364 --> 00:05:35.500
เดี๋ยวดูสิครูว่าอย่างไรนะครับ คิดถึง

85
00:05:36.379 --> 00:05:39.496
และเป็นห่วง การคิดถึงและเป็นห่วงนี่ ทำไม

86
00:05:40.380 --> 00:05:43.500
เพราะเราไม่รู้เลยว่าเขาไปอยู่ที่เป็นอย่างไรบ้าง สุข

87
00:05:44.381 --> 00:05:47.500
ทุกข์อย่างไร อันนี้คือการตั้งคำถาม

88
00:05:48.384 --> 00:05:51.500
จากบทความที่อ่าน มันจะเป็นการ

89
00:05:52.389 --> 00:05:55.504
มุ่งไปสู่การจับใจความนั่นเอง ครูถึงให้นักเรียนได้

90
00:05:56.390 --> 00:05:59.496
ดู ได้อ่านกันนะครับ ไปดูคำถามต่อ

91
00:06:00.392 --> 00:06:03.495
ไป การตั้งคำถามและตอบคำถามจากเรื่องที่อ่าน

92
00:06:04.394 --> 00:06:07.495
ช่วยจับประเด็นสำคัญจากเรื่องที่อ่านได้หรือไม่

93
00:06:08.395 --> 00:06:11.495
เด็ก ๆ ตอบเลยว่าเป็นอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) ได้แน่นอนค่ะ

94
00:06:12.397 --> 00:06:15.495
นักเรียน (คุณครูปรเมษฐ) ได้แน่นอน ถ้าเราสามารถตั้งคำถามได้

95
00:06:16.398 --> 00:06:19.495
และตอบคำถามได้นี่ เราตอบได้

96
00:06:20.400 --> 00:06:23.495
ในการจับใจความ ต่อไปครับ นักเรียนมีหลักในการอ่านอย่างไร

97
00:06:24.401 --> 00:06:27.496
จึงสามารถจับประเด็นสำคัญจากเรื่อง

98
00:06:28.403 --> 00:06:31.495
ที่อ่านได้ อันนี้ต้องคิดหน่อย

99
00:06:32.405 --> 00:06:35.501
มีหลักอย่างไรลูก การที่เราจะจับประเด็นได้

100
00:06:36.405 --> 00:06:39.495
มันต้องมีหลักการใช่ไหมลูก ให้เวลาคิด

101
00:06:40.408 --> 00:06:43.495
ตอบครับ ช่วยกันตอบ

102
00:06:44.409 --> 00:06:47.495
1. เลยต้องเป็นอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) 1. เลย เราต้อง

103
00:06:48.411 --> 00:06:51.495
ตั้งคำถามก่อนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อย่างที่ครู

104
00:06:52.419 --> 00:06:55.495
คำถามมาให้นักเรียนตอบนะครับ ตั้งคำถามมันจะนำพา

105
00:06:56.421 --> 00:06:59.503
ไปสู่การ (คุณครูคณิตา) การตอบคำถามนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ

106
00:07:00.424 --> 00:07:03.495
เมื่อเราตอบคำถามได้แล้ว จับใจความได้หรือยังครูคณิตา (คุณครูคณิตา)

107
00:07:04.432 --> 00:07:07.495
ได้แล้วค่ะ แต่สิ่งสุดท้ายนะคะ การที่ทำให้เราจับใจคว

108
00:07:08.437 --> 00:07:11.494
ได้ดียิ่งขึ้นก็คือเราจะต้องมีสมาธิ

109
00:07:12.439 --> 00:07:15.496
ในการอ่านค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) 3 องค์ประกอบนี่ล่ะ เป็นส่วนประกอบ

110
00:07:16.440 --> 00:07:19.495
สำคัญในการที่เราจะอ่านจับใจความ จึงเป็น

111
00:07:20.441 --> 00:07:23.502
ที่มาในการเรียนเรื่องการอ่านจับใจความในวันนี้

112
00:07:24.442 --> 00:07:27.497
นะครับ ชิงสุกก่อนห่ามเป็นสำนวนไทยใช่ไหมครับ

113
00:07:28.444 --> 00:07:31.494
เด็ก ๆ ต้องตอบแล้วครับ 1, 2, 3 พูดพร้อมกันเลย

114
00:07:32.450 --> 00:07:35.495
ดูสิ

115
00:07:36.451 --> 00:07:39.494
ตรงกันหรือไม่ ทำสิ่งที่ไม่สมควร

116
00:07:40.452 --> 00:07:43.494
แก่วัย หรือยังไม่ถึงเวลานั่นเองนะครับ นั่นคือ

117
00:07:44.457 --> 00:07:47.500
คำว่า "ชิงสุกก่อนห่าม" อันนี้สำคัญนะ นำมา

118
00:07:48.458 --> 00:07:51.499
ให้นักเรียนนี่ได้เรียนรู้ไว้ก่อนเลยในสำนวนนี้ เพราะฉะนั้น

119
00:07:52.459 --> 00:07:55.498
เราจะอ่านจับใจความก็ต้องรู้ความหมายนะ

120
00:07:56.460 --> 00:07:59.494
ใจความนี่ทำให้เราสามารถ

121
00:08:00.462 --> 00:08:03.504
เข้าใจ เข้าใจอะไร เข้าใจในเนื้อเรื่อง

122
00:08:04.463 --> 00:08:07.496
ได้เป็นอย่างดี ถ้าเราจับใจความได้ก็เข้าใจใช่ไหมครูคณิตา

123
00:08:08.465 --> 00:08:11.496
(คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มันประกอบกับสิ่งที่เราทำ

124
00:08:12.470 --> 00:08:15.501
คำศัพท์ที่เราไม่รู้มาผนวกรวมกัน

125
00:08:16.472 --> 00:08:19.494
มันจะทำให้การจับใจความเป็นอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) ทำให้การอ่าน

126
00:08:20.477 --> 00:08:23.497
นั้นทำให้เราเข้าใจเนื้อหาได้อย่างถ่องแท้

127
00:08:24.479 --> 00:08:27.495
หรือเข้าใจเนื้อเรื่องได้ดียิ่งขึ้นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ

128
00:08:28.482 --> 00:08:31.494
คุณครูคณิตา และหนู ๆ ทุกคนนะครับ และ

129
00:08:32.483 --> 00:08:35.494
จุดประสงค์จึงต้องเรียนอย่างนี้ครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ จุดประสงค์

130
00:08:36.486 --> 00:08:39.495
การเรียนรู้แรกนะคะ นักเรียนจะต้องบอกหลักการอ่าน

131
00:08:40.487 --> 00:08:43.496
จับใจความได้ค่ะ 2. อ่านจับใจความในเวลา

132
00:08:44.488 --> 00:08:47.493
ที่กำหนดได้ค่ะ 3. นักเรียน

133
00:08:48.492 --> 00:08:51.494
จะต้องบอกประโยชน์ของการอ่านจับใจความได้ค่ะ และนี่ก็คือ

134
00:08:52.494 --> 00:08:56.494
สิ่งที่นักเรียนนั้นจะได้เรียนรู้ ได้กระ

135
00:08:56.496 --> 00:09:00.494
ทำในชั่วโมงนี้นะครับ 1. จะต้องรู้หลัก

136
00:09:00.502 --> 00:09:04.494
รู้หลักแล้วนักเรียนก็ต้องอ่าน

137
00:09:04.504 --> 00:09:08.494
ต้องรู้ประโยชน์ของมันใช่ไหมครับครูคณิตา

138
00:09:08.505 --> 00:09:12.494
และเด็ก ๆ นักเรียนของครูทุกคน เพราะฉะนั้น ไปกัน

139
00:09:12.507 --> 00:09:16.494
เลยนะ นำใบความรู้เรื่องการ

140
00:09:16.508 --> 00:09:20.494
อ่านจับใจความขึ้นมานะครับ เพื่อที่จะได้

141
00:09:20.510 --> 00:09:24.494
เป็นอย่างไรคคุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม

142
00:09:24.519 --> 00:09:28.495
นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เราใช้ใบความรู้ประกอบกับสิ่งที่

143
00:09:28.526 --> 00:09:32.502
ครูนำมานำเสนอ มันจะทำให้นักเรียน

144
00:09:32.527 --> 00:09:36.495
กระจ่างแจ้งในส่วนของหลักการนั่นเอง

145
00:09:36.529 --> 00:09:40.505
ไปกันเลยดีไหมครูคณิตา นักเรียนพร้อมหรือยัง

146
00:09:40.531 --> 00:09:44.500
นำขึ้นมาหรือยังลูก ขึ้นมาแล้วนะ ไม่มีทำอย่างไรล่ะ (คุณครูคณิตา)

147
00:09:44.545 --> 00:09:48.500
ไม่มีนะคะ ก็สามารถดาวน์โหลดได้นะคะ หรือ

148
00:09:48.548 --> 00:09:52.508
นักเรียนจะดูไปพร้อม ๆ กับเพื่อน ๆ ก็ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

149
00:09:52.549 --> 00:09:56.494
เราต้องรู้จักแบ่งปันซึ่งกันและกันนะครับ ไปกันเลย

150
00:09:56.552 --> 00:10:00.499
อ่านจับใจความ

151
00:10:00.554 --> 00:10:04.494
คำว่า "ใจความ" ใจความ มันเป็นค

152
00:10:04.558 --> 00:10:08.494
(คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นคำประสมใช่ไหม

153
00:10:08.563 --> 00:10:12.494
ใจ ณ ที่นี้ คือ หัวใจใช่ไหมครับ แล้วใจความ

154
00:10:12.564 --> 00:10:16.496
มันเป็นอย่างไร (คุณครูคณิตา) ถามนักเรียน

155
00:10:16.566 --> 00:10:20.494
ดีไหมคะ ให้นักเรียนตอบครูก่อน ใจความเป็นอย่างไ

156
00:10:20.567 --> 00:10:24.494
ครับ ตอบครับ ถูกต้อง

157
00:10:24.568 --> 00:10:28.498
มันคือข้อความสำคัญของเรื่อง หัวใจของเรา

158
00:10:28.570 --> 00:10:32.494
สำคัญไหมลูก สำคัญ เป็นอวัยวะที่สำ

159
00:10:32.571 --> 00:10:36.495
คัญของร่างก่ายใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่มีสิ่งนี้เป็

160
00:10:36.572 --> 00:10:40.493
ทันที (คุณครูคณิตา) ตายหรือเปล่าคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ)

161
00:10:40.577 --> 00:10:44.494
หรือตายทันทีเลยครับ เพราะฉะนั้น เช่นเดียวกัน ใจความ ก็คือ

162
00:10:44.578 --> 00:10:48.495
สำคัญของเรื่องนั่นเอง ซึ่งไม่สามารถตัดออกได้

163
00:10:48.581 --> 00:10:52.494
ถ้าตัดออกนี่ เนื้อหาก็จะไม่ครบถ้วนนะครับ

164
00:10:52.583 --> 00:10:56.493
ใช่ไหมครับครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้คือ

165
00:10:56.585 --> 00:11:00.503
ความหมายของคำว่า "ใจความ" เด็ก ๆ จำไว้เลยคะ

166
00:11:00.594 --> 00:11:04.493
นั่นเองนะครับ เพราะฉะนั้น การอ่านจับใจความหมายถึง...

167
00:11:04.595 --> 00:11:08.495
(คุณครูคณิตา) การอ่านจับใจความนะคะ จึงหมายถึง

168
00:11:08.596 --> 00:11:12.495
การอ่านเพื่อค้นคว้าสาระสำคัญของเรื่องที่อ่าน

169
00:11:12.597 --> 00:11:16.494
นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อ่านเพื่อค้นคว้าสาระคัญ สาระสำคัญ

170
00:11:16.599 --> 00:11:20.494
ก็คือใจความนั่นเอง ถ้าเราสามารถ

171
00:11:20.608 --> 00:11:24.505
รู้ตรงนี้ การอ่านจับใจความ

172
00:11:24.610 --> 00:11:28.497
(คุณครูคณิตา) ค่ะ แล้วเราจะมีหลักการในการอ่านจับใจความ

173
00:11:28.611 --> 00:11:32.494
อย่างไร เดี๋ยวเราไปศึกษาไปพร้อมกันเลยนะครับ

174
00:11:32.611 --> 00:11:36.495
หลักการอ่านจับใจความนะครับ

175
00:11:36.613 --> 00:11:40.494
อันดับแรกเลย อ่าน คิด

176
00:11:40.614 --> 00:11:44.500
เขียน แล้วก็ เรียบเรียง มีหลักอยู่

177
00:11:44.617 --> 00:11:48.501
4 ข้อ อ่าน อ่านอะไรลูก ไปดูกันนะครับ

178
00:11:48.619 --> 00:11:52.507
เพื่อทำความเข้าใจโดยการอ่านทั้งหมด มีเนื้อความมา

179
00:11:52.621 --> 00:11:56.494
หนูอ่านทั้งหมด อ่านให้เข้าใจ ต่อมาคิด คิดคืออะไรคร

180
00:11:56.623 --> 00:12:00.503
ก็คือเป็นการตั้งคำถามค่ะ ใครทำอะไร

181
00:12:00.639 --> 00:12:04.499
ที่ไหน, เมื่อไหร่, อย่างไร นะคะ

182
00:12:04.641 --> 00:12:08.499
(คุณครูปรเมษฐ) ตั้งคำถามเพื่ออะไรล่ะ เพื่อให้รู้จุดมุ่งหมาย

183
00:12:08.647 --> 00:12:12.496
ของเรื่องใช่ไหมเด็ก ๆ

184
00:12:12.648 --> 00:12:16.495
เรื่องนั่นเอง และเขียน เขียนอะไรลูก

185
00:12:16.650 --> 00:12:20.499
ร่างข้อความไว้เป็นตอน ๆ เมื่อเรา

186
00:12:20.651 --> 00:12:24.498
อ่านบทความ 1 บท หรืออ่านกลอน 1 บท เราก็ร่างไว้

187
00:12:24.653 --> 00:12:28.497
ว่าเขากำลังจะสื่อสารหรือพูดถึงเรื่องอะไร ต่อไป

188
00:12:28.655 --> 00:12:32.494
ครับทำอย่างไร (คุณครูคณิตา) ค่ะ สิ่งสุดท้ายนะคะเป็นสิ่งสำคัญ

189
00:12:32.656 --> 00:12:36.497
นักเรียนจะต้องสรุปให้เป็นภาษา

190
00:12:36.659 --> 00:12:40.494
ตนเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้สำคัญมาก เราจะนำมาพูด

191
00:12:40.665 --> 00:12:44.494
มาสื่อสารให้กับคนอื่นได้นี่ ภาษา ภาษา

192
00:12:44.666 --> 00:12:48.494
จะต้องเป็นภาษาของตัวเราเอง เพราะเราเข้าใจใช่ไหม

193
00:12:48.679 --> 00:12:52.494
ครูคณิตา เรื่องเดียวกัน

194
00:12:52.680 --> 00:12:56.494
ถ้าบอกให้ครูปรเมษฐกับครูคณิตาอ่านจับใจความ

195
00:12:56.685 --> 00:13:00.493
ทั้ง 2 คนนี้จะพูดได้เหมือนกันไหม ถูกครับ

196
00:13:00.685 --> 00:13:04.495
ไม่เหมือนหรอก แต่สิ่งที่มันเหมือนกัน

197
00:13:04.687 --> 00:13:08.494
คืออะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) สิ่งที่เหมือนกันนะคะ ก็คือใจความ

198
00:13:08.689 --> 00:13:12.494
สำคัญของเรื่องนั่นเองค่ะ ส่วนเนื้อหารายละเอียด

199
00:13:12.691 --> 00:13:16.498
เพิ่มเติมนี่ก็ขึ้นอยู่กับความเข้าใจค่ะ และขึ้นอยู่

200
00:13:16.692 --> 00:13:20.494
เรียบเรียงตามภาษาของตนเองในการเขียนค่ะ

201
00:13:20.697 --> 00:13:24.494
การพุดก็ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ฉันใดก็ฉันนั้นนะครับ นักเรียนเช่นเดียวกัน

202
00:13:24.698 --> 00:13:28.495
ครูเชื่อว่าก็เป็นแบบนี้นะครับ เพราะฉะนั้น เดี๋ยวเราไปดู

203
00:13:28.698 --> 00:13:32.493
ตัวอย่างการอ่านจับใจความ อ่าน

204
00:13:32.706 --> 00:13:36.497
พร้อม ๆ กับครูนะครับ การเดิน การไหว้นั้น

205
00:13:36.710 --> 00:13:40.494
การออกกำลังกายด้วยอุปกรณ์ต่าง ๆ

206
00:13:40.711 --> 00:13:44.494
ตลอดจนการหายใจลึก ๆ ล้วนมีส่วนทำให้

207
00:13:44.713 --> 00:13:48.493
สุขภาพแข็งแรง นักเรียนบอกครูปรเมษฐ

208
00:13:48.715 --> 00:13:52.518
อ่านคำว่า "ไหว้น้ำ" ต้องเป็นน้ำด้วยล่ะ

209
00:13:52.717 --> 00:13:56.494
นักเรียนบอกว่าครูอ่านผิดหรือเปล้

210
00:13:56.721 --> 00:14:00.494
ผิดไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ผิดไหมคะ ผิดไหมเอ่ย

211
00:14:00.722 --> 00:14:04.513
ทำไมครูปรเมษฐถึงอ่านว่าว่ายน้ำล่ะคะ

212
00:14:04.724 --> 00:14:08.495
นั้มนี่ นัม สระอำ

213
00:14:08.730 --> 00:14:12.496
เป็นสระเสียงสั้้น ที่นักเรียนออกแล้วำได้ยินนะ

214
00:14:12.734 --> 00:14:16.494
ได้ยินนี่นะ คือ น้ำ ถ้าน้ำสะกดอย่างไรครูคณิตา

215
00:14:16.736 --> 00:14:20.493
(คุณครูคณิตา) สระ อา หรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกครับ

216
00:14:20.744 --> 00:14:24.493
ม โท น้ำ นักเรียนจะอ่านกันแบบนั้น

217
00:14:24.755 --> 00:14:28.494
แล้วผิดไหมล่ะ (คุณครูคณิตา) ผิดสิคะ (คุณครูปรเมษฐ) ผิด

218
00:14:28.759 --> 00:14:32.498
ตามหลักภาษาไทย เพราะฉะนั้น คำนี้นะให้ออกเสียงใหม่

219
00:14:32.760 --> 00:14:36.495
ให้ออกเป็น นั้ม น อัม นำ โท นั้ม

220
00:14:36.761 --> 00:14:40.498
ไม่ต้องไปลากเสียงมันจะผิดหลักการ คราวนี้

221
00:14:40.765 --> 00:14:44.494
นักเรียนฟังครูพูดแล้ว ลองจับใจความดู

222
00:14:44.768 --> 00:14:48.500
เดี๋ยวจะเรียกเลขที่ตอบดีไหม ให้เวลาคิด

223
00:14:48.769 --> 00:14:52.504
สักครู่หนึ่ง

224
00:14:52.771 --> 00:14:56.544
ได้หรือยังครูคณิตา

225
00:14:56.772 --> 00:15:00.594
ใจความสำคัญฃ

226
00:15:00.776 --> 00:15:04.609
คืออะไรนะครับ ใจความสำคัญ คือ การ

227
00:15:04.778 --> 00:15:08.630
ทำให้สุขภาพแข็งแรง

228
00:15:08.783 --> 00:15:12.493
ทำไมจึงสรุปอย่างนี้ครับ ดู

229
00:15:12.786 --> 00:15:16.493
ใจความสุดท้ายเลยนะ "ล้วนมีส่วนทำให้สุขภาพแข็ง

230
00:15:16.787 --> 00:15:20.493
คือ ทุกสิ่งทุกอย่างมันทำอะไรให้หมดเลยครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ทำให้

231
00:15:20.795 --> 00:15:24.498
สุขภาพแข็งแรงนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น การทำให้สุข

232
00:15:24.796 --> 00:15:28.499
ก็มีอะไรบ้างน่ะ การเดินใช่ไหมลูก การว่ายน้ำ ตลอด

233
00:15:28.798 --> 00:15:32.492
ด้วยอุปกรณ์ต่าง ๆ ตลอดจนกวานหายใจลึก ๆ

234
00:15:32.799 --> 00:15:36.495
มันมีส่วนทำให้แข็งแรงทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น ครูสรุปใจความสำคัญ

235
00:15:36.801 --> 00:15:40.494
ว่า การที่เราจะทำให้สุขภาพเราแข็งแรงนั้น

236
00:15:40.803 --> 00:15:44.493
สามารถทำได้ (คุณครูคณิตา) หลายวิธีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

237
00:15:44.804 --> 00:15:48.527
อันนี้คือใจความสำคัญใช่ไหมลูก ด฿อีกบทความหนึ่ง

238
00:15:48.807 --> 00:15:52.600
คุณครูคณิตาอ่านกับเด็ก ๆ บ้างครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ

239
00:15:52.808 --> 00:15:56.568
อ่านไปพร้อม ๆ กับคุณครูเลยนะคะ การอดนอน

240
00:15:56.809 --> 00:16:00.608
อย่างหนึ่ง อาจส่งผลให้เกิดสิวได้

241
00:16:00.813 --> 00:16:04.639
เพราะความเครียดส่งผลต่อระบบต่าง ๆ ขิองร่างกาย

242
00:16:04.814 --> 00:16:08.534
มีการเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมน ซึ่งส่งผลให้เกิด

243
00:16:08.817 --> 00:16:12.558
การเห่อของสิวได้ สังเกตได้ว่าเด็ฏวัยรุ่น

244
00:16:12.818 --> 00:16:16.638
หลายคนพอใกล้สอบจะมีสิวเห่อขึ้น

245
00:16:16.820 --> 00:16:20.499
เป็นสืลเนื้้อมมกจากความเครียดนั่นเอง

246
00:16:20.823 --> 00:16:24.561
(คุณครูปรเมษฐ) ตั้งสมาธิให้เวลาสักครู่ จับใจ

247
00:16:24.824 --> 00:16:28.612
ความ

248
00:16:28.827 --> 00:16:32.621

249
00:16:32.830 --> 00:16:36.624
ใครได้แล้ว ยกมือ

250
00:16:36.832 --> 00:16:40.625
ตอบกับคุณครูปลายทาง ครูจะฟังก่อน

251
00:16:40.833 --> 00:16:44.493

252
00:16:44.835 --> 00:16:48.493
เรียบร้อยหรือยังครับ เรียบร้อยแล้ว คุณครูปลายทางครับ

253
00:16:48.838 --> 00:16:52.494
ถ้าคนที่กล้าแสดงออกตอบคำถาม

254
00:16:52.839 --> 00:16:56.492
กับคุณครูแล้วตรงกับสิ่งที่ผม

255
00:16:56.844 --> 00:17:00.501
เสนอ ให้คะแนนพิเศษเขาเลยนะครับ เพราะ

256
00:17:00.849 --> 00:17:04.499
ข้อหนึ่งที่นักเรียนควรจะปฏบัติใจความสำคัญว่า

257
00:17:04.854 --> 00:17:08.493
อย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะใจความสำคัญของเรื่องนี้นะคะ

258
00:17:08.857 --> 00:17:12.498
ก็คือการอดนอนจัดเป็นสาเหตุ

259
00:17:12.864 --> 00:17:16.492
อย่างหนึ่งของการเกิดสิว เพราะเป็นเหตุผลของ

260
00:17:16.868 --> 00:17:20.520
(คุณครูปรเมษฐ) โอ้โหข้อความตั้ง 5 บรรทัด แต่เรา

261
00:17:20.878 --> 00:17:24.497
สามารถจับใจความได้แค่ 2 บรรทักแค่นั้นเอง

262
00:17:24.884 --> 00:17:28.518
ถ้ารวม ๆ กันแค่บรรทัดเดียวใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

263
00:17:28.893 --> 00:17:32.506
อ่านจับใจความ เรารู้สาระของมัน เห่อ

264
00:17:32.916 --> 00:17:36.496
คืออะไร เห่อ นี่เดี๋ยวนักเรียนไม่รู้ความหมายเห่อคือ

265
00:17:36.918 --> 00:17:40.495
การขึ้น เป็นผด ผื่น เล็ก ๆ น้อย ๆ นี่

266
00:17:40.920 --> 00:17:44.493
อย่างเช่น เห่อผื่น, เห่อสิว เป็นต้น เป็นคำไทย

267
00:17:44.922 --> 00:17:48.499
นะครับ ให้นักเรียนได้รู้ นักเรียนต้องรู้ความหมาย

268
00:17:48.922 --> 00:17:52.492
ต้องรู้ความหมายด้วยนะ อันนี้คือเรื่องการอดนอน

269
00:17:52.924 --> 00:17:56.495
ใช่ไหม ต่อไป เป็นกลอน

270
00:17:56.926 --> 00:18:00.494
ไม่ใช่เป็นกลอน เป็นโคลงสี่สุภาพ

271
00:18:00.928 --> 00:18:04.492
อ่านพร้อม ๆ กับครู เสียสินสงวนศักดิ์ไว้

272
00:18:04.933 --> 00:18:08.491
วงศ์หงส์ เสียศักดิ์สู้ประสงค์

273
00:18:08.937 --> 00:18:12.507
สิ่งรู้ เสียรู้ เร่งดำรง

274
00:18:12.959 --> 00:18:16.494
ความสัตย์ ไว้นา เสียสัตย์

275
00:18:16.962 --> 00:18:20.491
อย่าเสียสู้ ชีพม้วยมรณา

276
00:18:20.965 --> 00:18:24.492
คำยาก ดูไปพร้อม ๆ กันนักเรียน

277
00:18:24.967 --> 00:18:28.498
เสียสินสงวนสัตว์ไว้บนหัว

278
00:18:28.968 --> 00:18:32.493
(คุณครูคณิตา) ทรัพย์สินค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ทรัพย์สินเงินทอง

279
00:18:32.975 --> 00:18:36.497
สกุล หรือ วงค์ตระกูลเรา

280
00:18:36.978 --> 00:18:40.496
ยอมนี่นะ เสียเงินทองก็ยอมเสียได้เพื่อรักษา

281
00:18:40.980 --> 00:18:44.495
(คุณครูคณิตา) เพื่อรักษาชื่อเสียงวงศ์ตระกูลค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

282
00:18:44.982 --> 00:18:48.492
เสียศักดิ์สู้ประสงค์ สิ่งรู้ ยอม

283
00:18:48.984 --> 00:18:52.495
เสียศักดิ์ศรี เพื่อ

284
00:18:52.985 --> 00:18:56.492
(คุณครูปรเมษฐ) ยอมไหมครับ (คุณครูคณิตา) ยอม (คุณครูปรเมษฐ) เป็นสิ่งที่ต้องได้

285
00:18:56.986 --> 00:19:00.492
เป็นเรื่องที่ควรกระทำ เสียรู้ เร่งดำรง

286
00:19:00.993 --> 00:19:04.491
ความสัตย์ ไว้นา ยอมที่จะเสียความรู้ ยอมที่จะเสียรู้

287
00:19:04.994 --> 00:19:08.492
เพื่อ แลกมาด้วยความสัตย์ ความสัตย์

288
00:19:08.998 --> 00:19:12.492
คือความจริงใช่ไหม ความจริงความซื่อสัตย์นี่

289
00:19:13.000 --> 00:19:16.491
ความซื่อสัตย์ เสียสัตย์อย่าเสียเชื่อ

290
00:19:17.009 --> 00:19:20.492
ชีพม้วยมรณา คำนี้ล่ะครับ ใจความสำคัญ

291
00:19:21.010 --> 00:19:24.491
คือ ถ้าให้เราเสียความสัตย์ ความซื่

292
00:19:25.011 --> 00:19:28.492
ยอมเป็นอะไรดีกว่าครับครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ยอมตาย

293
00:19:29.014 --> 00:19:32.490
ดีกว่าค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใจความสำคัญอยู่ตรงนี้ล่ะค่ะ พช

294
00:19:33.015 --> 00:19:36.491
อะไรนะครับนักเรียน พูดพร้อม ๆ กัน เสีย...

295
00:19:37.016 --> 00:19:40.498
ขอยอมตาย ถ้าต้องยอม

296
00:19:41.018 --> 00:19:44.492
เสียความสัตย์ หรือเสียความจริง

297
00:19:45.022 --> 00:19:48.490
ความบริสุทธิ์จริวนั่นเองในความซื่อสัตย์

298
00:19:49.026 --> 00:19:52.497
อันนี้ก็เป็นคุณธรรมนะครับ ที่นักเรียนนั้น

299
00:19:53.031 --> 00:19:56.491
สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตได้ ใช่ไหมครู

300
00:19:57.032 --> 00:20:00.491
คณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เราต้องพูดความจริง

301
00:20:01.034 --> 00:20:04.528
ความสัตย์ คือ ความจริง เป็นสิ่งไม่ตาย

302
00:20:05.035 --> 00:20:08.540
เดี๋ยวเราจะอ่านจับใจความเรื่อง อย่า

303
00:20:09.037 --> 00:20:12.550
ชิงสุกก่อนห่ามไม่งามดี โดยนักเรียนจะอ่านเรื่องการอ่าน

304
00:20:13.038 --> 00:20:16.550
จับใจความจากเนื้อเรื่องอย่าชิงสุกก่อนห่ามไม่งามดี

305
00:20:17.054 --> 00:20:20.577
แล้วทำใบงานเรื่องสุภาษิตสอนหญิง สอนใจ

306
00:20:21.055 --> 00:20:24.494
นำใบงานขึ้นมาครับ รูปร่างหน้าตาจะเป็นอย่างนี้ครับ

307
00:20:25.070 --> 00:20:28.492
คำชี้แจงของเราว่าอย่างไร อ่าน

308
00:20:29.088 --> 00:20:32.491
สรุปใจความสำคัญข้อคิดที่ได้

309
00:20:33.090 --> 00:20:36.504
และแนวทางการนแนวคิดที่ได้ไปประยุกต์ใช้

310
00:20:37.091 --> 00:20:40.493
กับชีวิตจริงของตนเอง วิธีการ

311
00:20:41.092 --> 00:20:44.494
ของครูก็คือ ครูจะให้นักเรียนนั้นทำจาก

312
00:20:45.094 --> 00:20:48.500
หนังสือวรรณคดีลำนำใช่ไหมคุณครูคณิตา

313
00:20:49.095 --> 00:20:52.491
หน้า 91 เปิดหนังสือครับ ก็จะเจอบทกลอนเลย

314
00:20:53.096 --> 00:20:56.490
เรื่อง สุภาษิตสอนหญิง เขายกมาแค่

315
00:20:57.098 --> 00:21:00.525
ส่วนที่สำคัญกับนักเรียน เพราะฉะนั้น ขึ้นต้นนี่

316
00:21:01.103 --> 00:21:04.500
เดี๋ยวครูจะต้องขึ้นต้นให้นะ แล้วทำอย่างไร

317
00:21:05.104 --> 00:21:08.493
ในใบงานออย่างนี้นะครับ กลอนที่นักเรียนจะได้นี่

318
00:21:09.111 --> 00:21:12.502
บท 1 ก็ 1 คน ครูก็จะให้นักเรียน

319
00:21:13.112 --> 00:21:16.490
เขียน 2 ช่องนี่ แล้วช่อง 2 ช่องนี้ใน

320
00:21:17.115 --> 00:21:20.515
ใบงานนี้นะครับ แล้วก็บอกใจความสำคัญ ข้อคิดที่ได้

321
00:21:21.117 --> 00:21:24.508
แล้วก็แนวทางในการทำความคิดไปใช้

322
00:21:25.118 --> 00:21:28.511
ให้เขียนบทกลอนก่อน ยกบทกลอนขึ้นมาถึงจะ

323
00:21:29.121 --> 00:21:32.513
เขียนใจความสำคัญในใบงานนั้น

324
00:21:33.122 --> 00:21:36.550
ใจความสำคัญก็บอกแล้วมันไม่ได้เยอะใช่ไหมครูคณิตา

325
00:21:37.125 --> 00:21:40.632
เมื่อเราอยากทำความเข้าใจแ้ลว

326
00:21:41.132 --> 00:21:44.491
เดี๋ยวไปดูบทที่จะได้เริ่มทำกันเลย

327
00:21:45.153 --> 00:21:48.491
นะครับ อันนี้เป็นบทขึ้นนะครับ เดี๋ยวครูจะ

328
00:21:49.154 --> 00:21:52.505
ท่องเป็นทำนองเสนาะให้ฟังเพื่อเป็นศิริมงคล

329
00:21:53.161 --> 00:21:56.492
ในการที่จะทำงานนะครับ บทจริง ๆ เขาขึ้นอย่างนี้นะคีรับ

330
00:21:57.162 --> 00:22:00.490
ขอเจริญเรื่องตำรับฉบับ

331
00:22:01.165 --> 00:22:04.490
สอน ชาวประชา

332
00:22:05.167 --> 00:22:08.490
ราษฎรสิ้นทั้งหลาย

333
00:22:09.171 --> 00:22:12.495
อันความชั่ว

334
00:22:13.174 --> 00:22:16.491
อย่าให้มัว มีระคาย

335
00:22:17.175 --> 00:22:20.490
จะสืบสายสุริยวงศ์เป็น

336
00:22:21.176 --> 00:22:24.493
มงคล อันนี้คือบทขึ้นต้น

337
00:22:25.196 --> 00:22:28.494
เพื่อเป็นสิริมงลแก่นักเรียน

338
00:22:29.209 --> 00:22:32.497
หมายความว่าอะไร สุภาษิตสอนหญิง

339
00:22:33.210 --> 00:22:36.490
ตามเรื่องก็บอกนะครับ จะดำเนินเรื่องตำรับสำหรับสอน

340
00:22:37.213 --> 00:22:40.492
เอาไว้ทำอะไรนั่นเอง (คุณครูคณิตา) เพื่อเอาไว้สอนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาไว้สอน

341
00:22:41.214 --> 00:22:44.492
ก็มีเรื่องราวต่าง ๆ ที่จะปรากฏหลังจากบทกลอน

342
00:22:45.216 --> 00:22:48.490
เป็นเรื่องการสอนทั้งนั้นเลย เป็นสิริมงคล

343
00:22:49.217 --> 00:22:52.493
สกุลวงศ์ หรือ สุริยวงศ์

344
00:22:53.224 --> 00:22:56.491
เพราะฉะนั้น ตั้งใจ วิธีการ เดี๋ยวจะแบ่งอย่างนี้

345
00:22:57.236 --> 00:23:00.490
และนักเรียนทุกคน บทที่ 1 ก็จะอยู่ในห้า

346
00:23:01.238 --> 00:23:04.490
หน้า 91 ดูนะ เลขที่ที่จะรับผิดชอบ

347
00:23:05.240 --> 00:23:08.500
เดี๋ยวจะเข้าใจแล้วทำทีเดียว หมายเลขที่

348
00:23:09.242 --> 00:23:12.490
28, 37 หมายถึงอะไรครูคณิตา

349
00:23:13.245 --> 00:23:16.490
(คุณครูคณิตา) คุณครูคณิตาก็สงสัยเหมือนกันนะคะครูปรเมษฐ

350
00:23:17.246 --> 00:23:20.490
หมายถึงเลขที่ที่นักเรียนนะคะ มีเลขที่ดังกล่าว

351
00:23:21.248 --> 00:23:24.490
นี่ ทำบทนี้หรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องแล้วครับ

352
00:23:25.255 --> 00:23:28.491
เลขที่เหล่านี้นะครับ ดูให้ชัดเจน

353
00:23:29.257 --> 00:23:32.490
ทำเครื่องหมายในหนังสือของตัวเองได้เลย วาส

354
00:23:33.264 --> 00:23:36.490
บทนี้นะ ขึ้นต้นว่าผู้ใดเกิดเป็นสตรีอันมีศักดิ์

355
00:23:37.267 --> 00:23:40.492
ไปจบที่ การนินทา เรียบร้อยแล้ว

356
00:23:41.271 --> 00:23:44.494
นะครับ ทำเครื่องหมายไว้นะ บทต่อไป

357
00:23:45.274 --> 00:23:48.490
ขึ้นต้นเป็นสาวแซ่ ลงท้าย

358
00:23:49.278 --> 00:23:52.492
จากกายนาง เลขที่รับผิดชอบคือเลขที่อะไรครับ (คุณครูคณิตา) เลข

359
00:23:53.288 --> 00:23:56.494
ที่ 2, 11, 20, 29

360
00:23:57.289 --> 00:24:00.490
และ 38 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ทำเครื่องหมายบัดเดี๋ยวนี้

361
00:24:01.292 --> 00:24:04.498
เดี๋ยวจะได้ลงมือทำงาน ต่อไป บทถัดไป

362
00:24:05.294 --> 00:24:08.495
จะนุ่งห่ม ลงว่าอย่าเหลือเกิน

363
00:24:09.300 --> 00:24:12.490
ขึ้นต้นจะนุ่งห่ม ลงท้าย อย่าเหลือเกิน

364
00:24:13.301 --> 00:24:16.490
เลขที่ (คุณครูคณิตา) เลขที่ 3 เลขที่ 12 เลขที่ 31

365
00:24:17.322 --> 00:24:20.490
และ

366
00:24:21.335 --> 00:24:24.491
เลขที่ 34 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) บุคคลเหล่านี้รับผิดชอบ

367
00:24:25.339 --> 00:24:28.490
จับใจความสำคัญบทนี้ ขึ้นต้น แม้ลูกดี

368
00:24:29.340 --> 00:24:32.495
ลงท้ายว่าเจริญพร ขึ้นต้น

369
00:24:33.348 --> 00:24:36.491
แม้นลูกดี

370
00:24:37.352 --> 00:24:40.490
ว่าเจริญพร เลขที่รับผิดชอบดังนี้ครับ (คุณครูคณิตา) เลขที่รับผิดชอบ

371
00:24:41.359 --> 00:24:44.493
ก็คือเลขที่ 4 เลขที่ 13,

372
00:24:45.360 --> 00:24:48.506
31 และ 40 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ต่อไป

373
00:24:49.364 --> 00:24:52.491
ขึ้นต้น จงรักนวล ลงท้าย มักไม่ดี ขึ้นต้น

374
00:24:53.369 --> 00:24:56.494
มักไม่ดี ขึ้นต้น จงรักนวล ลงท้าย

375
00:24:57.373 --> 00:25:00.490
เลขที่รับผิดชอบเลขอะไรครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา)

376
00:25:01.375 --> 00:25:04.490
เลขที่ 23, 32

377
00:25:05.377 --> 00:25:08.490
และ 41 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ ทำเครื่องหมายครับ

378
00:25:09.379 --> 00:25:12.489
เมื่อสุกงอม ลงท้าย อย่าปรารมณ์

379
00:25:13.426 --> 00:25:16.489
เลขที่ 6 ค่ะ เลขที่ 15,

380
00:25:17.428 --> 00:25:20.489
33 และ 42 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ต่อไป

381
00:25:21.429 --> 00:25:24.489
อย่าคิดเลย ลง้ทายไม่อับจน

382
00:25:25.432 --> 00:25:28.489
(คุณครูคณิตา) เลขที่ 7 ค่ะ เลขที่ 16

383
00:25:29.433 --> 00:25:32.491
25, 34 และ 43 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

384
00:25:33.435 --> 00:25:36.490
ต่อไปครับ ถ้าแม้นทำลงท้ายไพล่

385
00:25:37.452 --> 00:25:40.491
เชือนแช เลขทีรับผิดชอบ (คุณครูคณิตา) เลขที่

386
00:25:41.453 --> 00:25:44.502
17 เลขที่ 26, 35

387
00:25:45.454 --> 00:25:48.491
และ 44 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ ต่อไปขึ้นต้น เมื่อเหนื่อย

388
00:25:49.455 --> 00:25:52.490
อ่อน ลงท้ายค่อยถามกันฯ สุดท้ายแล้วบทสุดท้ายแล้ว

389
00:25:53.458 --> 00:25:56.491
เลขที่รับผิดชอบครับ (คุณครูคณิตา) เลขที่ 9,

390
00:25:57.459 --> 00:26:00.490
เลขที่ 18, 27, 36

391
00:26:01.463 --> 00:26:04.492
และ 45 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) รู้งานของตัวเองแล้วใช่ไหมครับ

392
00:26:05.465 --> 00:26:08.495
ให้นำข้อความเหล่านี้ นำบทกลอน

393
00:26:09.469 --> 00:26:12.504
ที่ได้รับมอบหมาย ไปลงในใบงาน แล้วจับใจความสำคัญ

394
00:26:13.471 --> 00:26:16.504
นักเรียนใช้หนังสือได้เลยนะครับ หรือจะดูจาก

395
00:26:17.474 --> 00:26:20.505
จอโทรทัศน์ที่เดี๋ยวจะขึ้นให้ แต่ครู

396
00:26:21.481 --> 00:26:24.493
จากหนังสือแล้วนะครับ ทำงานให้เรียบร้อยนะครับ คุณครูคณิตา

397
00:26:25.484 --> 00:26:28.491
กำหนดเวลาให้จับใจความสักกี่นาที (คุณครูคณิตา) กี่นาทีดีคะ

398
00:26:29.486 --> 00:26:32.493
(คุณครูปรเมษฐ) มีแค่บทเดียว 10 นาที (คุณครูคณิตา) 10 นาที (คุณครูปรเมษฐ)

399
00:26:33.487 --> 00:26:36.490
นะ 10 นาที จัดการให้เสร็จนะลูก

400
00:26:37.488 --> 00:26:40.493
ปรึกษากันได้ เลขที่ที่ทำด้วยกันนี่ ลงมือทำครับ

401
00:26:41.490 --> 00:26:44.490
10 นาที [เสียงดนตรี]

402
00:26:45.508 --> 00:26:49.493

403
00:26:49.519 --> 00:26:53.490

404
00:26:53.527 --> 00:26:57.491

405
00:26:57.537 --> 00:27:01.496

406
00:27:01.538 --> 00:27:05.494

407
00:27:05.547 --> 00:27:09.494

408
00:27:09.548 --> 00:27:13.496

409
00:27:13.552 --> 00:27:17.490

410
00:27:17.555 --> 00:27:21.494

411
00:27:21.561 --> 00:27:25.496

412
00:27:25.562 --> 00:27:29.492

413
00:27:29.563 --> 00:27:33.491

414
00:27:33.567 --> 00:27:37.494

415
00:27:37.575 --> 00:27:41.491

416
00:27:41.577 --> 00:27:45.492

417
00:27:45.582 --> 00:27:49.494

418
00:27:49.584 --> 00:27:53.490

419
00:27:53.586 --> 00:27:57.499

420
00:27:57.590 --> 00:28:01.494

421
00:28:01.594 --> 00:28:05.491

422
00:28:05.599 --> 00:28:09.491

423
00:28:09.613 --> 00:28:13.491

424
00:28:13.616 --> 00:28:17.492

425
00:28:17.631 --> 00:28:21.491

426
00:28:21.637 --> 00:28:25.490

427
00:28:25.637 --> 00:28:29.492

428
00:28:29.638 --> 00:28:33.491

429
00:28:33.639 --> 00:28:37.491

430
00:28:37.643 --> 00:28:41.494

431
00:28:41.644 --> 00:28:45.491

432
00:28:45.646 --> 00:28:49.491

433
00:28:49.646 --> 00:28:53.491

434
00:28:53.649 --> 00:28:57.491

435
00:28:57.650 --> 00:29:01.491

436
00:29:01.652 --> 00:29:05.491

437
00:29:05.654 --> 00:29:09.491

438
00:29:09.656 --> 00:29:13.491

439
00:29:13.657 --> 00:29:17.491

440
00:29:17.660 --> 00:29:21.507

441
00:29:21.661 --> 00:29:25.491

442
00:29:25.667 --> 00:29:29.491

443
00:29:29.669 --> 00:29:33.503

444
00:29:33.671 --> 00:29:37.491

445
00:29:37.673 --> 00:29:41.492

446
00:29:41.676 --> 00:29:45.491

447
00:29:45.677 --> 00:29:49.491

448
00:29:49.679 --> 00:29:53.491

449
00:29:53.698 --> 00:29:57.495

450
00:29:57.700 --> 00:30:01.492

451
00:30:01.701 --> 00:30:05.491

452
00:30:05.704 --> 00:30:09.492

453
00:30:09.705 --> 00:30:13.491

454
00:30:13.707 --> 00:30:17.491

455
00:30:17.712 --> 00:30:21.491

456
00:30:21.714 --> 00:30:25.491

457
00:30:25.717 --> 00:30:29.492

458
00:30:29.717 --> 00:30:33.492

459
00:30:33.718 --> 00:30:37.492

460
00:30:37.734 --> 00:30:41.492

461
00:30:41.744 --> 00:30:45.491

462
00:30:45.747 --> 00:30:49.494

463
00:30:49.749 --> 00:30:53.493

464
00:30:53.751 --> 00:30:57.491

465
00:30:57.752 --> 00:31:01.494

466
00:31:01.754 --> 00:31:05.492

467
00:31:05.760 --> 00:31:09.492

468
00:31:09.764 --> 00:31:13.494

469
00:31:13.766 --> 00:31:17.496

470
00:31:17.767 --> 00:31:21.494

471
00:31:21.769 --> 00:31:25.492

472
00:31:25.771 --> 00:31:29.493

473
00:31:29.772 --> 00:31:33.492

474
00:31:33.778 --> 00:31:37.492

475
00:31:37.781 --> 00:31:41.493

476
00:31:41.784 --> 00:31:45.494

477
00:31:45.793 --> 00:31:49.493

478
00:31:49.797 --> 00:31:53.495

479
00:31:53.802 --> 00:31:57.491

480
00:31:57.803 --> 00:32:01.498

481
00:32:01.806 --> 00:32:05.494

482
00:32:05.808 --> 00:32:09.492

483
00:32:09.810 --> 00:32:13.491

484
00:32:13.811 --> 00:32:17.494

485
00:32:17.818 --> 00:32:21.495

486
00:32:21.820 --> 00:32:25.493

487
00:32:25.824 --> 00:32:29.492

488
00:32:29.831 --> 00:32:33.493

489
00:32:33.833 --> 00:32:37.492

490
00:32:37.835 --> 00:32:41.492

491
00:32:41.836 --> 00:32:45.494

492
00:32:45.838 --> 00:32:49.493

493
00:32:49.840 --> 00:32:53.492

494
00:32:53.843 --> 00:32:57.492

495
00:32:57.845 --> 00:33:01.492

496
00:33:01.846 --> 00:33:05.492

497
00:33:05.848 --> 00:33:09.492

498
00:33:09.850 --> 00:33:13.492

499
00:33:13.853 --> 00:33:17.492

500
00:33:17.856 --> 00:33:21.496

501
00:33:21.859 --> 00:33:25.493

502
00:33:25.862 --> 00:33:29.492

503
00:33:29.863 --> 00:33:33.520

504
00:33:33.864 --> 00:33:37.496

505
00:33:37.866 --> 00:33:41.493

506
00:33:41.867 --> 00:33:45.492

507
00:33:45.869 --> 00:33:49.492

508
00:33:49.871 --> 00:33:53.492

509
00:33:53.872 --> 00:33:57.495

510
00:33:57.874 --> 00:34:01.494

511
00:34:01.876 --> 00:34:05.492

512
00:34:05.876 --> 00:34:09.496

513
00:34:09.878 --> 00:34:13.493

514
00:34:13.880 --> 00:34:17.493

515
00:34:17.880 --> 00:34:21.493

516
00:34:21.882 --> 00:34:25.492

517
00:34:25.884 --> 00:34:29.492

518
00:34:29.885 --> 00:34:33.492

519
00:34:33.890 --> 00:34:37.492

520
00:34:37.891 --> 00:34:41.492

521
00:34:41.893 --> 00:34:45.492

522
00:34:45.895 --> 00:34:49.493

523
00:34:49.897 --> 00:34:53.492

524
00:34:53.900 --> 00:34:57.492

525
00:34:57.903 --> 00:35:01.495

526
00:35:01.905 --> 00:35:05.494

527
00:35:05.912 --> 00:35:09.493

528
00:35:09.923 --> 00:35:13.492

529
00:35:13.925 --> 00:35:17.492

530
00:35:17.927 --> 00:35:21.493

531
00:35:21.928 --> 00:35:25.492

532
00:35:25.930 --> 00:35:29.492

533
00:35:29.933 --> 00:35:33.492

534
00:35:33.937 --> 00:35:37.492

535
00:35:37.939 --> 00:35:41.496

536
00:35:41.941 --> 00:35:45.493

537
00:35:45.944 --> 00:35:49.492

538
00:35:49.948 --> 00:35:53.493

539
00:35:53.951 --> 00:35:57.493

540
00:35:57.955 --> 00:36:01.493

541
00:36:01.958 --> 00:36:05.494

542
00:36:05.960 --> 00:36:09.494

543
00:36:09.962 --> 00:36:13.498

544
00:36:13.964 --> 00:36:17.493

545
00:36:17.971 --> 00:36:21.493

546
00:36:21.973 --> 00:36:25.493

547
00:36:25.974 --> 00:36:29.500

548
00:36:29.978 --> 00:36:33.499

549
00:36:33.980 --> 00:36:37.494

550
00:36:37.982 --> 00:36:41.494

551
00:36:41.984 --> 00:36:45.494
(คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับ

552
00:36:45.986 --> 00:36:49.495
นักเรียนทุกคนกลับมาพบกันอีกครั้งหนึ่งนะครับ

553
00:36:49.987 --> 00:36:53.503
เชื่อว่าจับใจความกันอย่าสนุกนานกันเลยทีเดียว

554
00:36:53.989 --> 00:36:57.499
ต้องรู้แล้วว่าบทของตนเองนั้นใจความสำคัญคืออะไร

555
00:36:57.991 --> 00:37:01.495
ได้แนวคิดแล้ว ได้วิธีการนำไปใช้แล้ว

556
00:37:01.992 --> 00:37:05.494
พร้อมกันอีกครั้งหนึ่งนะ ในกิจกรรมสรุปใจความ

557
00:37:05.997 --> 00:37:09.497
ตามท้องเรื่อง ไปกันเลยครับ เลขที่ 1

558
00:37:10.002 --> 00:37:13.495
รับผิดชอบบทนี้ ผู้ใดเกิดเป็นสตรีอันมีศักดิ์

559
00:37:14.003 --> 00:37:17.497
บำรุงร่างกายไว้ให้เป็นผล

560
00:37:18.004 --> 00:37:21.495
จึงจะพ้นภัยพาลการนินทา

561
00:37:22.007 --> 00:37:25.507
จับใจความสำคัญได้ว่าอย่างไรเด็ก ๆ ครับ ไปดูกันเลย

562
00:37:26.008 --> 00:37:29.536
บอกไว้ก่อนนะ เดี๋ยวนักเรียนสามารถเพิ่มเติมได้

563
00:37:30.010 --> 00:37:33.498
ใช่ไหมครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพิ่มเติม

564
00:37:34.011 --> 00:37:37.495
เดียวกันนี่ ในที่เหล่านี้นะ

565
00:37:38.015 --> 00:37:41.496
ถ้าเกิดตรงแล้วก็ไม่ต้องเพิ่มเติม ก็คือจับใจความได้ดี

566
00:37:42.017 --> 00:37:45.496
ใจความสำคัญว่าอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ใจความสำคัญของเรื่องนี้นะคะ

567
00:37:46.018 --> 00:37:49.496
ก็คือ ผู้หญิงจะต้องรั

568
00:37:50.020 --> 00:37:53.496
(คุณครูปรเมษฐ) แค่นิดเดียวเองเห็นไหม 4 บรรทัดนี่

569
00:37:54.021 --> 00:37:57.495
เขียนนะ นักเรียนเขียน 2 บรรทัด ใจความสำคัญเท่านี้เอง

570
00:37:58.023 --> 00:38:01.496
ล่ะครับได้อะไร (คุณครูคณิตา) ข้อคิดที่ได้นะคะ ก็คือ

571
00:38:02.023 --> 00:38:05.499
การรักนวลสงวนตัว (คุณครูปรเมษฐ) ครับ

572
00:38:06.024 --> 00:38:09.502
อันนี้สอนผู้หญิงโดยถ่องแท้เลยนะครับ

573
00:38:10.025 --> 00:38:13.495
การที่หนูจะนำไปใช้ ไปใช่อย่างไรบ่ะครับ (คุณครูคณิตา)

574
00:38:14.029 --> 00:38:17.516
ไม่ทำในสิ่งที่ไม่สมควรก่อนเวลาอันควร

575
00:38:18.033 --> 00:38:21.503
ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่ใช่เรื่องเหล่านั้นอย่างเดียวนะ หลาย ๆ

576
00:38:22.036 --> 00:38:25.497
ที่เราจะต้องพิจารณาให้ดีก่อนว่าควรทำ

577
00:38:26.037 --> 00:38:29.495
หรือไม่ควรกระทำนั่นเองนะครับ ต่อไป

578
00:38:30.040 --> 00:38:33.500
บทต่อไปคุณครูคณิตาอ่านบ้างสิครับ (คุณครูคณิตา) เป็นสาวแส้

579
00:38:34.042 --> 00:38:37.495
แร่รวยสวยสะอาด ก็หมาย

580
00:38:38.043 --> 00:38:41.495
มณีอันมีค่า แม้นแตกร้าวรานร่อย

581
00:38:42.044 --> 00:38:45.496
ถอยราคา จะพลอยพา

582
00:38:46.045 --> 00:38:49.495
หอมหายจากกายนาง (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนครับ

583
00:38:50.046 --> 00:38:53.495
จับใจความว่าอย่างไรครับคุณ

584
00:38:54.047 --> 00:38:57.495
38 ใจความสำคัญว่าอย่างนี้นะครับ

585
00:38:58.050 --> 00:39:01.495
ผู้หญิงนี่ เปรียบเสมือนแก้วมณีลูก แก้วมณี

586
00:39:02.053 --> 00:39:05.496
เป็นสิ่งที่มีค่านะ หากถ้าแก้วมณีเหล่านั้น

587
00:39:06.055 --> 00:39:09.495
แตกร้าวไป เสียหายไป ก็เป็นอย่างไรครับครูคณิตา

588
00:39:10.060 --> 00:39:13.495
(คุณครูคณิตา) ก็ไม่สามารถที่จะกลับคืนมาได้

589
00:39:14.061 --> 00:39:17.496
ก็คือว่าเป็นการหมดคุณค่าในตัวเองหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ)

590
00:39:18.063 --> 00:39:21.496
เช่นเดียวกัน ผู้หญิงนี่เปรียบเสมือนแก้วมณีเลย ถ้าผิดพลาด

591
00:39:22.064 --> 00:39:25.495
ลงไปแล้วนี่ มันไม่สามารถแก้ไขได้

592
00:39:26.065 --> 00:39:29.495
ข้อคิดที่ได้ (คุณครูคณิตา) ข้อคิดที่ได้ค่ะ คือ

593
00:39:30.069 --> 00:39:33.496
กระทำตนให้มีค่านะคะ (คุณครูปรเมษฐ) กระทำตนให้มีค่า

594
00:39:34.070 --> 00:39:37.495
โดยการอย่างไรลูก ทำตัวให้เป็นผู้หญิง

595
00:39:38.072 --> 00:39:41.504
ที่ดี ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงที่ดี หรือ

596
00:39:42.084 --> 00:39:45.497
มีค่าต่อผู้อื่นและต่อตนเอง

597
00:39:46.086 --> 00:39:49.499
อันนี้สำคัญมากนะครับ ก็การนำไปใช้ จะใช้อย่างไร

598
00:39:50.088 --> 00:39:53.495
ยกตัวอย่างเช่น (คุณครูคณิตา) การนำไปใช้นะคะ

599
00:39:54.089 --> 00:39:57.495
ก่อนทำอะไรต้องคิดให้ดี เพราะหากแตกร้าวไป

600
00:39:58.091 --> 00:40:01.496
เปรียบเหมือนแก้วมณีที่แตกร้าวไม่สามารถ

601
00:40:02.093 --> 00:40:05.500
ซ่อมแซมดังเดิมได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ นั่นคือการ

602
00:40:06.094 --> 00:40:09.501
นำไปใช้ เพราะฉะนั้น ก่อนทำอะไรต้องคิด นี่

603
00:40:10.097 --> 00:40:13.507
การนำไปใช้นะครับ ต่อไป การนุ่งห่มดู

604
00:40:14.099 --> 00:40:17.495
ศักดิ์สงวน ให้สมควรรับพักตร์

605
00:40:18.101 --> 00:40:21.497
จะผัดหน้าทาแป้งแต่งอินทรีย์

606
00:40:22.102 --> 00:40:25.497
ดูฉวีผิมเนื้ออย่าเหลือเกิน

607
00:40:26.103 --> 00:40:29.495
จับใจความสำคัญ หรือจับใจความได้อย่างไร

608
00:40:30.106 --> 00:40:33.499
ไปดูกันเลยครับ ว่าอย่างไรครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา)

609
00:40:34.107 --> 00:40:37.500
ก็คือจะแต่งกายนุ่งห่มสิ่งใดนะคะ ต้อง

610
00:40:38.108 --> 00:40:41.498
เรียบร้อยพองามค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เรียบร้อยพองาน คือ

611
00:40:42.109 --> 00:40:45.503
พอไปวัดไปวาได้ ไม่มากเกินไป อินทรีย์ แปลว่าอะไร

612
00:40:46.110 --> 00:40:49.496
เมื่อชั่วโมงที่แล้วว่าร่างกาย

613
00:40:50.114 --> 00:40:53.513
ข้อคิดที่ได้ล่ะครับ (คุณครูคณิตา) ข้อคิดที่ได้นะคะ ครวแต่งกาย

614
00:40:54.132 --> 00:40:57.495
ให้พองามค่ะ พอเหมาะพอควรตามกาลเทศะ

615
00:40:58.134 --> 00:41:01.495
ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วหนูจะนำไปใช้อย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) นำไป

616
00:41:02.135 --> 00:41:05.496
แต่งกายที่เหมาะสมนะคะ กับตัวเรานะคะ

617
00:41:06.136 --> 00:41:09.501
ไม่แต่งจนเกินงาม อย่างที่คุณครูบอกนะคะ การแต่งอะไร

618
00:41:10.138 --> 00:41:13.496
ก็แต่งได้ แต่ขึ้นอยู่กับกาลเทศะและการให้เกียรติ

619
00:41:14.151 --> 00:41:17.496
สถานที่ รวมถึงบุคคลที่เราจะไปพบด้วยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

620
00:41:18.152 --> 00:41:21.496
สิ่งสำคัญมากนะ กาลเทศะนี่สำคัญ ความเหมาะสม

621
00:41:22.153 --> 00:41:25.495
และกาลเทศะต้องดูให้ดีนะครับ โดยเฉพาะ

622
00:41:26.156 --> 00:41:29.505
ผู้หญิงนะ ต่อไป

623
00:41:30.157 --> 00:41:33.504
อ่านพร้อม ๆ กับครูนะครับ แม้นลูกดี

624
00:41:34.161 --> 00:41:37.510
ศรีสง่า ญาติวงศ์พงศาก็ผ่องใส

625
00:41:38.164 --> 00:41:41.496
ถึงเพื่อนบ้านฐานถิ่นที่ใกล้ไกล

626
00:41:42.165 --> 00:41:45.495
ก็มีใจสรรเสริญเจริญพร

627
00:41:46.189 --> 00:41:49.499
คุณครูคณิตาครับ เด็ก ๆ จับใจความได้ว่าอย่างไรครับ

628
00:41:50.191 --> 00:41:53.496
(คุณครูคณิตา) ค่ะ เรามาดูใจความสำคัญของเรื่องนี้นะคะ

629
00:41:54.193 --> 00:41:57.498
ก็คือพ่อแม่ที่มีลูกประพฤติดีนะคะ

630
00:41:58.214 --> 00:42:01.498
ญาติพี่น้องรวมถึงบุคคลอื่นนี่ต่างพากันสรร

631
00:42:02.216 --> 00:42:05.496
เสริญนั่นเองค่ะ อย่างที่บอกคือการประพฤติตน

632
00:42:06.217 --> 00:42:09.502
ถ้าเราประพฤติตนดีมันก็จะส่งผล

633
00:42:10.222 --> 00:42:13.497
ต่อครอบครัวของเราด้วยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ

634
00:42:14.223 --> 00:42:17.495
เด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) ข้อคิดที่ได้นะคะ ถ้าประพฤติตนดี

635
00:42:18.224 --> 00:42:21.497
นี่ ผู้คนก้๖่างพากันสรรเสริญ ยกย่องนะคะ

636
00:42:22.225 --> 00:42:25.495
(คุณครูปรเมษฐ) นะครับ และหนูจะนำไปใช้ได้อย่างไร

637
00:42:26.226 --> 00:42:29.496
(คุณครูคณิตา) ก็คือจะนำไปใช้ ก็คือประพฤติ

638
00:42:30.232 --> 00:42:33.496
ไม่ให้มีใครนี่มาว่าได้นั่นเองค่ะ

639
00:42:34.237 --> 00:42:37.496
หากเขาว่านี่ เขาอาจจะกล่าวไปถึงวงศ์ตระก฿ล

640
00:42:38.239 --> 00:42:41.496
ก็ได้ซึ่งมันก่อให้เกิดความเสื่อมเสียนะคะ

641
00:42:42.240 --> 00:42:45.504
เราจะประพฤติ หรือเราจะทำอะไรก็ควร

642
00:42:46.242 --> 00:42:49.496
ที่จะระมัดระวังนะคะ อย่าให้เขากล่าวว่า

643
00:42:50.243 --> 00:42:53.496
เสียหายได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ อันนี้เป็นสิ่งสำคัญ ตระกู

644
00:42:54.245 --> 00:42:57.496
อยู่สูงและดีครับ ต่อไปจงรักนวล

645
00:42:58.250 --> 00:43:01.497
สงวนงามห้ามใจไว้ อย่า

646
00:43:02.262 --> 00:43:05.504
หลงใหลจำคำที่ร่ำสอน คิดถึง

647
00:43:06.263 --> 00:43:09.495
หน้าบิดาแลมารดร อย่ารีบรอน

648
00:43:10.265 --> 00:43:13.496
มักไม่ดี เด็ก ๆ ครับ ใจความสำคัญว่าอย่างไร

649
00:43:14.269 --> 00:43:17.496
(คุณครูคณิตา) ใจความสำคัญของเรื่องนี้ค่ะ ก็คือการรักนวลสงวนตัว

650
00:43:18.286 --> 00:43:21.501
ค่ะ ก่อนจะทำสิ่งใดนี่ให้นึกถึงคำสอน

651
00:43:22.287 --> 00:43:25.495
ของพ่อแม่ไว้ก่นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้สำคัญนะครับ

652
00:43:26.288 --> 00:43:29.495
นะครับ ข้อคิดที่หนูได้ล่ะครับ (คุณครูคณิตา) ข้อคิดที่ได้นะคะ

653
00:43:30.290 --> 00:43:33.515
สั้น ๆ เลยค่ะ ก็คือการรักนวลสงวนตัวค่ะ

654
00:43:34.291 --> 00:43:37.496
(คุณครูปรเมษฐ) ต่อไปการนำไปใช้ใช้อย่างไรที่หนู ๆ ตอบมา (คุณครูคณิตา)

655
00:43:38.292 --> 00:43:41.496
การนำไปใช้ ใช้อย่างไรเอ่ย การรนำไปใช้นะคะ

656
00:43:42.295 --> 00:43:45.497
ที่จะทำสิ่งใดก็ตามนี่ให้นึกถึง

657
00:43:46.296 --> 00:43:49.496
คำสอนต่าง ๆ ของพ่อแม่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) พ่อแม่ทุกคน

658
00:43:50.300 --> 00:43:53.499
สอนลูกนี่ก็ต้องการให้ลูกนี่เป็นคนดี เป็น

659
00:43:54.301 --> 00:43:57.498
คือ ดีกว่าพ่อแม่ เพราะฉะนั้นจำคำท่านไว้และนำ

660
00:43:58.313 --> 00:44:01.496
มาปฏิบัตินั่นเองครับ ต่อไปครับ เมื่อสุกงอม

661
00:44:02.314 --> 00:44:05.507
หมอหวนจึงควรหล่น อยู่กับต้นอย่าให้พราก

662
00:44:06.315 --> 00:44:09.510
ไปจากที่ อย่าชิงสุกก่อนห่ามไม่งามดี

663
00:44:10.315 --> 00:44:13.503
เมื่อบุญมี ก็คงมาอย่าปรารมภ์

664
00:44:14.328 --> 00:44:17.496
วิตกครุ่นคิดใช่ไหม ดูใจความสำคัญ

665
00:44:18.333 --> 00:44:21.496
ว่าอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) ใจความสำคัญของเรื่องนี้นะครับ

666
00:44:22.335 --> 00:44:25.500
ควรที่จะอยู่บนตนก่อนที่จะสุกงอม

667
00:44:26.336 --> 00:44:29.496
หล่นจากต้นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เขานำมาเปรียบเทียบกับคนนั่นเอง

668
00:44:30.338 --> 00:44:33.503
อย่าเพิ่งทำสิ่งใดก่อนที่มันจะถึงวัยนะครับ ข้อคิดที่ได้ล่ะครับ

669
00:44:34.339 --> 00:44:37.497
(คุณครูคณิตา) ข้อคิดที่ได้นะคะ ก็คือ

670
00:44:38.344 --> 00:44:41.496
อย่าชิงสุกก่อนห่ามนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เปรียบเทียบกับผลไม้นั่นเองครับ

671
00:44:42.346 --> 00:44:45.504
การนำไปใช้ล่ะลูก (คุณครูคณิตา) การรนำไปใช้คือ อย่า

672
00:44:46.352 --> 00:44:49.496
ก่อนเวลาอันควรค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่คือสิ่งที่หนู

673
00:44:50.358 --> 00:44:53.507
จะไปปฏิบัตินะครับ อย่าคิดเลยคู่เชยคงหาได้

674
00:44:54.359 --> 00:44:57.496
อุตส่าห์ทำลำไพ่เก็บประสม อย่าเกียจ

675
00:44:58.360 --> 00:45:01.496
คร้าน การสตรีต้องนิยม

676
00:45:02.361 --> 00:45:05.503
ลำไพ่แปลว่ารายได้นอกเหนือหรือรายได้พิเศษใช่ไหมครับ

677
00:45:06.362 --> 00:45:09.501
ไปดูกันสิ ใจความสำคัญได้ว่าอย่างไร (คุณครูคณิตา) ใจความสำคัญของเรื่องนี้

678
00:45:10.363 --> 00:45:13.505
นี้นะคะ อย่ารีบคิดเรื่องการมีคู่ครองค่ะ

679
00:45:14.365 --> 00:45:17.496
ให้ขยันทำงานเก็บเงินจะได้มีกินมีใช้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

680
00:45:18.367 --> 00:45:21.502
เรื่องที่สำคัญ เราจะต้องขยันทำมาหากินนะครับ ข้อคิดนะลูก ได้ว่าอย่างไร

681
00:45:22.368 --> 00:45:25.496
ทำมาหากินนะลูก ข้อคิดที่ได้ (คุณครูคณิตา)

682
00:45:26.371 --> 00:45:29.497
รู้จักขยันทำงานเก็บเงินค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เก็บหอมรอม

683
00:45:30.371 --> 00:45:33.498
ริบนั่นเองนะครับ การนำไปใช้ล่ะครับ (คุณครูคณิตา) การ

684
00:45:34.372 --> 00:45:37.496
นะคะ นักเรียนสามารถที่จะนำข้อคิดนี้ไปปรับใช้

685
00:45:38.374 --> 00:45:41.514
ในชีวิตประจำวันได้เลยค่ะ ก็คือไม่เกียจคร้าน

686
00:45:42.377 --> 00:45:45.496
ในการทำงาน หมั่นเก็บเงินทองไว้ (คุณครูปรเมษฐ) อย่างเช่น

687
00:45:46.379 --> 00:45:49.496
คุณครูแต่ล่ะวิชาสั่งการบ้านนี่ ทำ

688
00:45:50.380 --> 00:45:53.508
ให้เสร็จเสียเราจะได้สบายและเราจะได้ความรู้ด้วย เป็น

689
00:45:54.381 --> 00:45:57.497
เรื่องที่ดีนะครับ ต่อไป ถ้าแม้นทำสิ่งใดให้ตลอด

690
00:45:58.383 --> 00:46:01.498
อย่าทิ้งทอดเที่ยวไปไม่เป้นผล เขม้นขะมักรักงาน

691
00:46:02.385 --> 00:46:05.495
การของตน อย่าซุกซนคบเพื่อนไหล่

692
00:46:06.386 --> 00:46:09.498
ใจความสำคัญว่าอย่างไร (คุณครูคณิตา) ใจความสำคัญ

693
00:46:10.388 --> 00:46:13.496
ก็คือทำงานใดให้ตั้งใจทำจนสำเร็จ

694
00:46:14.390 --> 00:46:17.496
ไม่ใช่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คำว่า "ไพล่" ครับ

695
00:46:18.391 --> 00:46:21.499
สลับไปสลับมา ข้อคิดที่ได้ล่ะลูก (คุณครูคณิตา) ก็คือ

696
00:46:22.393 --> 00:46:25.496
ทำงานของตนเองนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้ว

697
00:46:26.395 --> 00:46:29.503
หนูจะนำไปใช้ได้อย่างไร (คุณครูคณิตา) นำไปใช้ ก็คือเวลาการทำงาน

698
00:46:30.396 --> 00:46:33.496
นักเรียนจะต้องมีความเอาใจใส่กับงานนะคะ จน

699
00:46:34.397 --> 00:46:37.496
สำเร็จ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้คือการนำไปใช้ สุดท้ายแล้ว เลข

700
00:46:38.399 --> 00:46:41.496
สุดท้ายเมื่อเหนื่อยอ่อนนอนหลับอยู่กับบ้าน อย่าเที่ยวพล่าน

701
00:46:42.407 --> 00:46:45.496
พูดผลอประจ๋อประแจ๋ อะไรฉาว

702
00:46:46.408 --> 00:46:49.509
กราวเกรียวอย่าเหลียวแล ฟังให้แน่เนื้อความค่อย

703
00:46:50.410 --> 00:46:53.503
ถามกัน ใจความสำคัญได้ว่า (คุณครูคณิตา) ให้อยู่บ้านอย่า

704
00:46:54.411 --> 00:46:57.506
บ้านอย่าพูดเพ้อเจ้อประจบประแจง

705
00:46:58.416 --> 00:47:01.496
ฟังสิ่งใดแล้วคิดก่อนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่คือใจความสำคัญ แล้วข้อคิดล่ะครับ

706
00:47:02.439 --> 00:47:05.497
(คุณครูคณิตา) ข้อคิดนะคะ ฟังหูไว้หูค่ะ

707
00:47:06.441 --> 00:47:09.499
และไม่พูดประจบประแจงผู้อื่นค่ะ

708
00:47:10.442 --> 00:47:13.496
นำไปใช้ ไม่เชื่อคำพูดผู้อื่นง่าย ๆ ค่ะ ฟัง

709
00:47:14.446 --> 00:47:17.498
สำนวน ฟังหูไว้หูนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ฟังให้แน่เนื้อความ

710
00:47:18.486 --> 00:47:21.501
ค่อยถามกัน ไม่เชื่อใครง่าย ๆ ต้องพิสูจน์ก่อนนะครับ

711
00:47:22.487 --> 00:47:25.503
เสร็จเรียบร้อย การที่หนูได้จับใจความ

712
00:47:26.488 --> 00:47:29.511
เรื่องที่ดีและก็สามารถนำไปใช้ได้จริงนะครับ เดี๋ยวบทกลอน

713
00:47:30.491 --> 00:47:33.496
ต่อ ๆ ไป ก็ค่อยมาว่าในชั่วโมงต่อ ๆ ไปนะ ไปสรุป

714
00:47:34.492 --> 00:47:37.496
ดีกว่านักเรียนครับ สรุปบทเรียน พากเพียรความรู้

715
00:47:38.493 --> 00:47:41.496
สั้น ๆ ง่าย ๆ นะครับ การอ่านจับใจความได้ดี

716
00:47:42.494 --> 00:47:46.494
นี่ มันมีประโยชน์กับผู้อ่านอย่างไร เด็ก ๆ

717
00:47:46.496 --> 00:47:50.496
ตอบ ให้เวลาคิด

718
00:47:50.509 --> 00:47:54.496

719
00:47:54.525 --> 00:47:58.496
เรียบร้อยแล้วครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ เรา

720
00:47:58.526 --> 00:48:02.496
มาดูคำตอบกันเลยนะคะ ทำให้ผู้อ่านนี่

721
00:48:02.527 --> 00:48:06.496
สามารถนำข้อคิดที่ได้ไปประยุกต์ใช้กับ

722
00:48:06.528 --> 00:48:10.497
ชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิผล และ

723
00:48:10.531 --> 00:48:14.496
ในการดำเนินชีวิตค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เห็นได้อีกอย่างการอ่าน

724
00:48:14.537 --> 00:48:18.496
ใจความเป็นสิ่งสำคัญนะครับ บทเรียน

725
00:48:18.538 --> 00:48:22.496
ครั้งต่อไป เราจะเรียนกันในเรื่อง (คุณครูคณิตา) อ่าน

726
00:48:22.540 --> 00:48:26.500
ร้อยกรองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) หนู ๆ จะต้องเตรียมนะครับ สิ่งสำคัญในการ

727
00:48:26.545 --> 00:48:30.496
นำมาอ่านบทร้อยกรองก็คือ หนังสือวรรณคดี

728
00:48:30.546 --> 00:48:34.499
ปีที่ 6 อย่าลืมพกมานะครับ ซึ่ง

729
00:48:34.548 --> 00:48:38.499
(คุณครูคณิตา) สามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่นี่เลยค่ะ

730
00:48:38.550 --> 00:48:42.497
(คุณครูปรเมษฐ) อย่าลืมนะครับ ไปทบทวนเพิ่มเติม ไปอ่าน

731
00:48:42.551 --> 00:48:46.496
เนื้อหาที่ต่อจากวันนี้ แล้วชั่วโมงต่อไป นักเรียนจะ

732
00:48:46.554 --> 00:48:50.513
เรียนอย่างเข้าใจนี่หนู ๆ ได้ข้อคำสอนไปหลายข้อแล้วนะ

733
00:48:50.556 --> 00:48:54.498
เพราะฉะนั้น เด็ก ๆ ครับ อย่าลืม หนู ๆ ต้องทบทวน

734
00:48:54.558 --> 00:48:58.497
แล้วหนูจะเป็นยอดแห่งมนุษย์ จะเก่งนะครับ

735
00:48:58.560 --> 00:49:02.497
คุณครูทั้ง 2 คนขอลานักเรียนไปก่อนครับสวัสดีครับ (คุณครูคณิตา)

736
00:49:02.561 --> 00:49:06.496

737
00:49:06.562 --> 00:49:10.496
[เสียงดนตรี]

738
00:49:10.564 --> 00:49:14.498

739
00:49:14.564 --> 00:49:18.496

740
00:49:18.565 --> 00:49:22.496

741
00:49:22.566 --> 00:49:26.496

742
00:49:26.575 --> 00:49:30.496

743
00:49:30.576 --> 00:49:34.497

744
00:49:34.577 --> 00:49:38.497

745
00:49:38.578 --> 00:49:42.497

746
00:49:42.580 --> 00:49:46.499

747
00:49:46.582 --> 00:49:50.496

748
00:49:50.583 --> 00:49:54.496
-

749
00:49:54.584 --> 00:49:58.496

750
00:49:58.585 --> 00:50:02.496

751
00:50:02.586 --> 00:50:06.496

752
00:50:06.587 --> 00:50:10.496

753
00:50:10.589 --> 00:50:14.497

754
00:50:14.592 --> 00:50:18.496
(คุณครูปรเมษฐ) สวัสดีคุณ

755
00:50:18.594 --> 00:50:22.496
ครูปลายทางทุกท่าน นักเรียนที่น่ารักทุกคนนะครับ

756
00:50:22.600 --> 00:50:26.498
ของครูทุกคนนะครับวันนี้เรามาพบกันในรายวิชา

757
00:50:26.605 --> 00:50:30.605
ภาษาไ

758
00:50:30.613 --> 00:50:34.613

759
00:50:34.617 --> 00:50:34.618

760
00:50:38.618 --> 00:50:38.622


