﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:04.000

2
00:00:04.003 --> 00:00:08.003

3
00:00:08.005 --> 00:00:12.005

4
00:00:12.007 --> 00:00:16.007

5
00:00:16.009 --> 00:00:20.009

6
00:00:20.011 --> 00:00:24.011

7
00:00:24.014 --> 00:00:28.014
สวัสดีค่ะ

8
00:00:28.016 --> 00:00:32.016
คุณครู (คุณครูนิสาชล) สวัสดีค่ะนักเรียน

9
00:00:32.018 --> 00:00:36.018
สวัสดีคุณครูผู้ควบคุมปลายทางนะคะ

10
00:00:36.019 --> 00:00:40.019
สวัสดีนักเรียนที่อยู่ปลายทางและสวัสดีนักเรียนที่อยู่ต้นทาง

11
00:00:40.021 --> 00:00:44.021
ในวันนี้นี่เราจะเรียนกันในวิชาภาษาไทย กับ

12
00:00:44.022 --> 00:00:48.022
คุณครูนิสาชล รุ่งเนย เช่นเดิมนะคะ นักเรียนคะ ในชีวิตประจำวัน

13
00:00:48.025 --> 00:00:52.025
ของเรานี่เราพบข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ มากมายนะคะ ในตอนเช้านี่

14
00:00:52.028 --> 00:00:56.028
นักเรียนเคยดูทีวีไหม หรือตอนกลับไปบ้าน

15
00:00:56.029 --> 00:01:00.029
ดูทีวีไหมคะ (นักเรียน) ดูค่ะ (คุณครูนิสาชล) ในทีวีมีอะไรให้ดูบ้าง

16
00:01:00.031 --> 00:01:04.031
มีอะไรอีก มีการ์ตูน มี

17
00:01:04.033 --> 00:01:08.033
(คุณครูนิสาชล) อะไรนะคะ มีโฆษณา เพื่อนบอกว่า

18
00:01:08.035 --> 00:01:12.035
มีโฆษณา นักเรียนลองสังเกตโฆษณา เวลาเราดูโฆษณาเรา

19
00:01:12.036 --> 00:01:16.036
ได้รับอะไรจากโฆษณา

20
00:01:16.045 --> 00:01:20.045
การอะไร เพื่อนบอกว่าได้

21
00:01:20.053 --> 00:01:24.053
รับข้อมูลในการชักชวนให้ซื้อสินค้า

22
00:01:24.056 --> 00:01:28.056
แล้วชีวิตประจำวันของนักเรียน นักเรียนเจออะไร

23
00:01:28.057 --> 00:01:32.057
นอกจากในทีวีนี่

24
00:01:32.071 --> 00:01:36.071
(นักเรียน) เซลครับ (คุณครูนิสาชล) เซลล์มา

25
00:01:36.072 --> 00:01:40.072
ขายเครื่องกรองน้ำ

26
00:01:40.080 --> 00:01:44.080
(นักเรียนชาย) ขายรถ (คุณครูนิสาชล)

27
00:01:44.082 --> 00:01:48.082
ขาย... นักเรียนเจอบ่อยเลยในการขายครีม

28
00:01:48.084 --> 00:01:52.084
นักเรียนสังเกตไหมเวลาเขาใช้

29
00:01:52.086 --> 00:01:56.086
ทำไม เกิดอะไรขึ้น

30
00:01:56.087 --> 00:02:00.087
(คุณครูนิสาชล) เขาใช้ภาษาทำไมนักเรียน (นักเรียน) น่าสนใจ (คุณครูนิสาชล) เขาใช้ภาษาที่

31
00:02:00.088 --> 00:02:04.088
น่าสนใจ ชักชวนให้นักเรียนนี่อยากซื้อ

32
00:02:04.091 --> 00:02:08.091
เคยซื้อครีมไหม เคยนะคะ

33
00:02:08.092 --> 00:02:12.092
ถึงเราอยากซื้อ ใช้...

34
00:02:12.098 --> 00:02:16.098
ทาวันนี้ขาวพรุ่งนี้

35
00:02:16.100 --> 00:02:20.100
วันนี้เราจะมาวิเคราะห์

36
00:02:20.101 --> 00:02:24.101
หาเหตุผล ข้อมูลเหตุผล ความสมเหตุสมผลในการ

37
00:02:24.103 --> 00:02:28.103
เขียนประเภทโน้มน้าวใจนะคะ เดี๋ยวเรามาดู

38
00:02:28.105 --> 00:02:32.105

39
00:02:32.106 --> 00:02:36.106
นะคะ วันนี้นี่เราจะเรียนกันในเรื่อง ระบุข้อสังเกต

40
00:02:36.108 --> 00:02:40.108
ประเภทโน้มน้าวใจนะคะ จ

41
00:02:40.110 --> 00:02:44.110
จุดประสงค์ในการเรียนรู้ในวันนี้นะคะ

42
00:02:44.110 --> 00:02:48.110
โน้มน้าวใจได้นะคะ บอกข้อสังเกตของงานเขียน

43
00:02:48.112 --> 00:02:52.112
โน้มน้าวใจแล้วก็นักเรียนนี่ระบุประเภทและแยก

44
00:02:52.113 --> 00:02:56.113
ความสมเหตุสมผลของงานเขียนประเภท

45
00:02:56.114 --> 00:03:00.114
ได้นะคะ คุณครูมีข้อความ 1

46
00:03:00.116 --> 00:03:04.116
ข้อความให้นักเรียนอ่านและนักเรียนลองสังเกตนะ

47
00:03:04.119 --> 00:03:08.119
ประเภทไหน นักเรียนลองอ่านพร้อม ๆ กัน

48
00:03:08.121 --> 00:03:12.121
ชีวิตจะปลอดภัย (คุณครูนิสาชล) เขาบอกว่าขับช้า

49
00:03:12.122 --> 00:03:16.122
อีกนิด ชีวิตจะปลอดภัย นักเรียนจะรู้สึกอย่างไรบ้าง

50
00:03:16.123 --> 00:03:20.123
นักเรียนรู้สึกอย่างไรบ้าง

51
00:03:20.124 --> 00:03:24.124
จากข้อความที่นักเรียนอ่านนักเรียนรู้สึกอย่างไร

52
00:03:24.126 --> 00:03:28.126
เรากำลังขับรถเร็ว (คุณครูนิสาชล) แล้วนักเรียนขับช้าแบบนี้ได้ไหม

53
00:03:28.128 --> 00:03:32.128
ขับมอเตอร์ไซค์ได้ไหม หรือปั่นจักรยาน

54
00:03:32.130 --> 00:03:36.130
เขาบอกว่าขับช้าอีกนิด (นักเรียน) ชีวิตจะปลอดภัย (คุณครูนิสาชล)

55
00:03:36.132 --> 00:03:40.132
วันนี้เขาทำอะไร

56
00:03:40.134 --> 00:03:44.134
ลดความเร็วใช่ไหม เขาบอกให้เรา

57
00:03:44.134 --> 00:03:48.134
ในการโน้มน้าวใจ เชิญชวนให้เราทำอะไร ขับรถช้า ๆ

58
00:03:48.137 --> 00:03:52.137
ชีวิตของเราก็จะปลอดภัยนะคะ

59
00:03:52.138 --> 00:03:56.138
ทีนี้ก่อนเรียนนี่ ชั่วโมงของเราศึกษา

60
00:03:56.139 --> 00:04:00.139
ก่อนนะคะ เดี๋ยวให้นักเรียนศึกษาใบความรู้ที่ครูเตีรย

61
00:04:00.142 --> 00:04:04.142
เดี๋ยวขอตัวแทนแต่ละกลุ่มนะคะ ไปรับใบงานจากคุณครูวง

62
00:04:04.143 --> 00:04:08.143

63
00:04:08.147 --> 00:04:12.147

64
00:04:12.148 --> 00:04:16.148
เดี๋ยวเราศึกษาจากใบความรู้กันก่อนเร็ว

65
00:04:16.150 --> 00:04:20.150

66
00:04:20.152 --> 00:04:24.152
วันนี้ให้เวลาศึกษาใบความรู้ 5 นาที

67
00:04:24.153 --> 00:04:28.153
นักเรียนรคะ นักเรียนฟังคุณครูด้วย

68
00:04:28.156 --> 00:04:32.156
วันนี้คุณครูให้นักเรียนศึกษาใบความรู้ 5 นาที

69
00:04:32.157 --> 00:04:36.157
เดี๋ยวเรามาวิเคราะห์ข้อมูลกันนะคะ เดี๋ยวเรามาเรียนกัน

70
00:04:36.161 --> 00:04:40.161
ได้แล้วเข้าที่ แจกให้เพื่อนเลย

71
00:04:40.163 --> 00:04:44.163

72
00:04:44.164 --> 00:04:48.164

73
00:04:48.166 --> 00:04:52.166

74
00:04:52.168 --> 00:04:56.168
นักเรียนได้

75
00:04:56.170 --> 00:05:00.170
ใบความรู้แล้ว ให้นักเรียนศึกษาใบความรู้ไปพร้อม ๆ กัน

76
00:05:00.172 --> 00:05:04.172
นะคะ ความหมายของการโน้มน้าวใจ

77
00:05:04.196 --> 00:05:08.196
คืออะไรนะคะ การโน้มน้าวใจ

78
00:05:08.197 --> 00:05:12.197
วิธีการโน้มน้าวใจอย่างไรบ้างนะคะ หลักการเขียนโน้มน้ามใจ

79
00:05:12.200 --> 00:05:16.200
ทำอย่างไร นักศึกษาใบความรู้ 5 นาที

80
00:05:16.201 --> 00:05:20.201
เริ่ม

81
00:05:20.217 --> 00:05:24.217

82
00:05:24.218 --> 00:05:28.218

83
00:05:28.220 --> 00:05:32.220

84
00:05:32.226 --> 00:05:36.226

85
00:05:36.228 --> 00:05:40.228

86
00:05:40.230 --> 00:05:44.230

87
00:05:44.232 --> 00:05:48.232

88
00:05:48.237 --> 00:05:52.237

89
00:05:52.242 --> 00:05:56.242

90
00:05:56.248 --> 00:06:00.248
ให้นักเรียน

91
00:06:00.254 --> 00:06:04.254
ศึกษาใบความรู้ด้วยตัวเองก่อนชั่วโมงนี้

92
00:06:04.258 --> 00:06:08.258

93
00:06:08.260 --> 00:06:12.260

94
00:06:12.262 --> 00:06:16.262

95
00:06:16.266 --> 00:06:20.266

96
00:06:20.268 --> 00:06:24.268

97
00:06:24.271 --> 00:06:28.271

98
00:06:28.273 --> 00:06:32.273

99
00:06:32.275 --> 00:06:36.275

100
00:06:36.277 --> 00:06:40.277

101
00:06:40.281 --> 00:06:44.281

102
00:06:44.284 --> 00:06:48.284

103
00:06:48.290 --> 00:06:52.290

104
00:06:52.296 --> 00:06:56.296

105
00:06:56.301 --> 00:07:00.301

106
00:07:00.306 --> 00:07:04.306
เป็นอย่าสงไรกันบ้าง

107
00:07:04.311 --> 00:07:08.311
นักเรียน เข้าใจแล้วใช่ไหม

108
00:07:08.315 --> 00:07:12.315
เดี๋ยวรอเพื่อน ๆ ศึกษาใบความรู้พร้อม ๆ กัน

109
00:07:12.316 --> 00:07:16.316
ก่อนที่จะมาเรียนกับครูนักเรียนต้องศึกษาด้วยตัวเองก่อน

110
00:07:16.317 --> 00:07:20.317

111
00:07:20.318 --> 00:07:24.318

112
00:07:24.319 --> 00:07:28.319
ใครศึกษาใบความรู้

113
00:07:28.322 --> 00:07:32.322
ให้นักเรียนหันหน้ามาหาคุณครูได้เลย เพราะว่านักเรียนหลายคน

114
00:07:32.323 --> 00:07:36.323
เชื่อว่านักเรียนหลาย ๆ คนอ่านแล้ว เขาใจพอเล็กน้อย

115
00:07:36.325 --> 00:07:40.325
ใช่ไหมนะคะ

116
00:07:40.329 --> 00:07:44.329
นักตัวตรง นักเรียนนั่งตัวตรงลูก

117
00:07:44.330 --> 00:07:48.330
ศึกษาใบความรู้กันเรียบร้อยแล้ว จากที่นักเรียนศึกษาใบ

118
00:07:48.332 --> 00:07:52.332
ความรู้ไปนะคะ การเขียนโน้มน้าวใจ

119
00:07:52.334 --> 00:07:56.334
คืออะไรคะ (นักเรียน) การพยายม

120
00:07:56.335 --> 00:08:00.335
การพยายามเปลี่ยนแปลงอะไร

121
00:08:00.336 --> 00:08:04.336
(นักเรียน) ความเชื่อ (คุณครูนิสาชล) ความเชื่อของผู้คน

122
00:08:04.337 --> 00:08:08.337
ใช่ไหม ทีนี้เรามาดูกันนะคะ การโน้มน้าวใจ

123
00:08:08.338 --> 00:08:12.338
คือ การพยายามเปลี่ยนแปลงความเชื่อ ทัศนคติ

124
00:08:12.341 --> 00:08:16.341
การกระทำของบุคคลนะคะ ด้วยกลวิธี

125
00:08:16.342 --> 00:08:20.342
ที่เหมาะสมนะคะ

126
00:08:20.344 --> 00:08:24.344
ให้มีผลกระทบต่อผู้นั้นนะคะ เราอยากจะเปลี่ยน สมมติครูขาย

127
00:08:24.345 --> 00:08:28.345
ครีม คุณครูก็พยายามพูด

128
00:08:28.349 --> 00:08:32.349
ใช้ภาษานะคะ โน้มน้าว

129
00:08:32.349 --> 00:08:36.349
ใช่ไหมคะ ครูกำลังเปลี่ยนความคิดของนักเรียนให้หันมาซื้อ

130
00:08:36.352 --> 00:08:40.352
สินค้าของคุณครูนะคะ ต่อไปการเขียนโน้มน้าว การเขียนโน้มน้าวใจ

131
00:08:40.357 --> 00:08:44.357
การเขียนโน้มน้าวนะคะ จึงเป็นวิธีการ

132
00:08:44.358 --> 00:08:48.358
วิธีการเพื่อให้ผู้อ่านรู้สึก...

133
00:08:48.359 --> 00:08:52.359
(นักเรียน) เกิดความคล้อยตาม (คุณครูนิสาชล) เกิดความคล้อยตาม

134
00:08:52.360 --> 00:08:56.360
อยากทำตาม อยากซื้อ แล้วก็อยา

135
00:08:56.362 --> 00:09:00.362
ใช่ไหมนะคะ ผู้ที่ส่งสารไปนะคะ

136
00:09:00.364 --> 00:09:04.364
ทีนี้เรามาดูก่อนที่เราจะเชื่อ

137
00:09:04.364 --> 00:09:08.364
ในการพูด ในการเขียนนี่ เราต้องดูวิเคราะห์

138
00:09:08.365 --> 00:09:12.365
สมเหตุสมผลนะคะ นักเรียนดูบนกระดานนะ ดูบนกระดาน

139
00:09:12.369 --> 00:09:16.369
ความสมเหตุสมผลของงานเขียน

140
00:09:16.374 --> 00:09:20.374
ที่น่าเชื่อถือ สามารถโน้มน้าวใจ

141
00:09:20.375 --> 00:09:24.375
ผู้รับสารได้นะคะ ผู้เขียนจะต้องมีอะไรก่อนเลย

142
00:09:24.376 --> 00:09:28.376
(นักเรียน) ความรู้ (คุณครูนิสาชล) ผู้เขียนนี่จะต้องมีความรู้

143
00:09:28.378 --> 00:09:32.378
ทำไม เรื่องที่ตัวเอง

144
00:09:32.380 --> 00:09:36.380
ส่งสารไปเพื่อโน้มน้าวใจให้ผู้คนสนใจ

145
00:09:36.381 --> 00:09:40.381
ใช่หรือไม่นะคะ ต่อไป

146
00:09:40.382 --> 00:09:44.382
ดน้มน้าวใจนี่ เขียนที่ไหนได้บ้าง

147
00:09:44.383 --> 00:09:48.383
เขียนได้จาก... จากการขายสินค้า จากอะไรอีก

148
00:09:48.385 --> 00:09:52.385
การโฆษณา (คุณครูนิสาชล) การโฆษณาสินค้าชวน

149
00:09:52.387 --> 00:09:56.387
แล้วก็การเขียนรณรงค์ใช่ไหม เช่น

150
00:09:56.388 --> 00:10:00.388
ที่ครูนำมาให้ดูขับช้า ๆ

151
00:10:00.391 --> 00:10:04.391
ทำไม อีกนิดชีวิตจะ

152
00:10:04.393 --> 00:10:08.393
มีอะไรอีกที่นักเรียนเคยได้ยิน คำขวัญ

153
00:10:08.395 --> 00:10:12.395
เช่น ยาเสพติดนักเรียนเคยได้ยินไหม เขาพูดว่าอย่างไร

154
00:10:12.396 --> 00:10:16.396
เขาพูดว่าอย่างไร

155
00:10:16.397 --> 00:10:20.397
มีอะไรอีก นะคะ

156
00:10:20.398 --> 00:10:24.398
ต่อไปคำขวัญนักเรียน คำขวัญ

157
00:10:24.400 --> 00:10:28.400
มีอะไรอีกคะ

158
00:10:28.415 --> 00:10:32.415
การเขียนเชิญชวน แล้วก็การหาเสียงเลือกตั้ง

159
00:10:32.416 --> 00:10:36.416
เราจะพบจากที่ไหนได้มากที่สุด ก็คือการขายสินค้า

160
00:10:36.418 --> 00:10:40.418
การโฆษณาขายสินค้านะคะ

161
00:10:40.420 --> 00:10:44.420
ทีนี้เรามาดูหลัก หลักในการเขียนบ้าง

162
00:10:44.424 --> 00:10:48.424
หลักในการเขียน 1. เลย ต้องใช้

163
00:10:48.427 --> 00:10:52.427
ภาษาที่สุภาพในการเขียนนะคะ

164
00:10:52.431 --> 00:10:56.431
จะทำให้ทำไม

165
00:10:56.432 --> 00:11:00.432
ผู้ฟังนี่อยากซื้อสินค้าของเรา

166
00:11:00.434 --> 00:11:04.434
มากขึ้นใช่ไหม 2. ใใช้เหตุผลที่ทำไม

167
00:11:04.436 --> 00:11:08.436
มีความน่าเชื่อถือนะคะ แล้ว

168
00:11:08.438 --> 00:11:12.438
ในการสนับสนุนงานเขียน เพื่อให้ผู้อ่านเกิดความสนใจ

169
00:11:12.441 --> 00:11:16.441
แล้วก็เชื่อถือใช่ไหม ต่อไปเขียนให้ (นักเรียน)

170
00:11:16.443 --> 00:11:20.443
เขียนให้ถูกกาลเทศะ สำคัญมาก

171
00:11:20.447 --> 00:11:24.447
ต้องเขียนให้ถูกกาลเทศะ และเหมาะสม

172
00:11:24.449 --> 00:11:28.449
ต่อไปค่ะนักเรียน ใช้ภาษา

173
00:11:28.450 --> 00:11:32.450
ที่เกิดความ

174
00:11:32.451 --> 00:11:36.451
เร้าความสนใจนะคะ แล้วต้องมีความหมายที่ชัดเจน

175
00:11:36.453 --> 00:11:40.453
แล้วก็เห็นภาพด้วยนะคะ

176
00:11:40.455 --> 00:11:44.455
เวลาเราเขียน เราก็ต้องทำไมอีก อ่านทบทวนเพื่อตรวจ

177
00:11:44.456 --> 00:11:48.456
ข้อบกพร่องนะคะ แล้วก็ไม่เขียนทำไม

178
00:11:48.461 --> 00:11:52.461
เขียนวนไปวนมานะคะ ทำให้ผู้อ่านนี่เกิดความ

179
00:11:52.462 --> 00:11:56.462
สับสนนะคะ แล้วก็ไม่เขียนจนเกินความจริง

180
00:11:56.463 --> 00:12:00.463
นะคะ อย่างที่คุณครูบอกไป ทาวันนี้ขาวพรุ่งนี้

181
00:12:00.470 --> 00:12:04.470
เกินความจริงเราต้องทำให้อยู่ในเหตุแล

182
00:12:04.471 --> 00:12:08.471
นะคะ ให้มันมีความน่าเชื่อถือ เกิดความ

183
00:12:08.472 --> 00:12:12.472
น่าสนใจนะคะ ไปได้หรือยัง ไปแล้วนะ ต่อไป ข้อ

184
00:12:12.473 --> 00:12:16.473
สังเกตของงานเขียนนักเรียน เราจะสังเกตได้ว่าอย่างไร

185
00:12:16.477 --> 00:12:20.477
1. การแสดงให้เห็นถึงความน่าเชื่อถือของ

186
00:12:20.482 --> 00:12:24.482
บุคคลที่โน้มน้าวใจใช่ไหมนะคะ

187
00:12:24.484 --> 00:12:28.484
ต้องมี 3 ประการคือเขาต้องเป็นคนที่มี

188
00:12:28.488 --> 00:12:32.488
ต้องมีความรู้จริงในการเขียน ต้องมีคุณธรรม

189
00:12:32.508 --> 00:12:36.508
ต้องมี... (นักเรียน) ความปรารถนาดี (คุณครูนิสาชล) ปรารถนาดีด้วย

190
00:12:36.511 --> 00:12:40.511
ต่อไปข้อที่ 2 นี่ แสดงให้เห็นถึง

191
00:12:40.513 --> 00:12:44.513
กระบวนการของเหตุและผล

192
00:12:44.513 --> 00:12:48.513
ของผู้โน้มน้าวใจ แสดงให้เห็นว่า

193
00:12:48.514 --> 00:12:52.514
มีเหตุมีผลที่หนักแน่นแล้วก็น่าเชื่อถือ

194
00:12:52.517 --> 00:12:56.517
นะคะ ต่อไป ข้อที่ 3 นะคะ

195
00:12:56.518 --> 00:13:00.518
การแสดงให้เห็นถึงความรู้สึกและอารมณ์นะคะ

196
00:13:00.520 --> 00:13:04.520
นักเรียนลองอ่าน ลองอ่านดูข้อที่ 3 (นักเรียน)

197
00:13:04.521 --> 00:13:08.521
ให้เห็นถึงความรู้สึกและอารมณ์

198
00:13:08.528 --> 00:13:12.528
ร่วมบุคคลที่มีอารมณ์ร่วม

199
00:13:12.530 --> 00:13:16.530
กัน คล้อยตามกันได้ง่ายกว่าบุคคล

200
00:13:16.536 --> 00:13:20.536
ที่มีความรู้สึกอคติ

201
00:13:20.537 --> 00:13:24.537
ต่อกัน เมื่อใดที่ผู้โน้มน้าวใจ

202
00:13:24.538 --> 00:13:28.538
ึค้นพบและแสดงอารมณ์ร่วมออกมา

203
00:13:28.539 --> 00:13:32.539
การโน้มน้าวใจก็จะประสบ

204
00:13:32.540 --> 00:13:36.540
ความสำเร็จ (คุณครูนิสาชล) นะคะ ข้อความนี้นักเรียนจับประเด็นได้ว่าอย่างไร

205
00:13:36.543 --> 00:13:40.543
ถ้าสมมติว่าอะไรนะ

206
00:13:40.543 --> 00:13:44.543
อยู่แล้ว เวลาที่เราพูด

207
00:13:44.546 --> 00:13:48.546
เขาไม่สนใจ เราพยายามใช้ภาษาเขาก็จะทำไมนักเรียน

208
00:13:48.547 --> 00:13:52.547
เป็นอย่างไรคะ ไม่สนใจใช่ไหม

209
00:13:52.548 --> 00:13:56.548
ต่อไป ข้อที่ 4 ข้อที่ 4 นะคะ อ่านพร้อมกัน

210
00:13:56.549 --> 00:14:00.549
(นักเรียน) การแสดงให้เห็นทางเลือกทั้ง

211
00:14:00.551 --> 00:14:04.551
ด้านดีและด้านเสีย ผู้โน้มน้าวใจต้องโน้มน้า

212
00:14:04.552 --> 00:14:08.552
ต้องโน้มน้าวผู้รับสารให้เชื่อถือ

213
00:14:08.554 --> 00:14:12.554
เชื่อถือหรือปฏิบัติเฉพาะทางที่

214
00:14:12.556 --> 00:14:16.556
ตนต้องการโดยชี้ให้เห็นว่า

215
00:14:16.556 --> 00:14:20.556
สิ่งนั้นมีด้านที่เป็นโทษ

216
00:14:20.557 --> 00:14:24.557
อย่างไร ด้านที่เป็นคุณอย่างไร (คุณครูนิสาชล) เวลา

217
00:14:24.558 --> 00:14:28.558
ที่เราสังเกตงานเขียนนี่เขาจะต้องระบุอะไรนักเรียน

218
00:14:28.560 --> 00:14:32.560
ให้เห็นทั้งด้านดี

219
00:14:32.560 --> 00:14:36.560
และด้านไม่ดี เพื่อให้เราเกิดเลือกแล้วต้องการ

220
00:14:36.562 --> 00:14:40.562
ใช่ไหม เราจะได้เห็นทั้งด้านที่มันดี แล

221
00:14:40.562 --> 00:14:44.562
ด้านที่มันดีด้วย แล้วเราก็จะทำไมนักเรียน

222
00:14:44.563 --> 00:14:48.563
ได้ทำไมคะ เลือก นักเรียนสามารถเลือกได้

223
00:14:48.567 --> 00:14:52.567
ใช่ไหมคะ ต่อไปนะคะ ข้อที่ 5

224
00:14:52.568 --> 00:14:56.568
การสร้างความสุขให้แก่ผู้รับสาร

225
00:14:56.569 --> 00:15:00.569
นะคะ ต่อไป การเร้าอารมณ์ให้เกิด

226
00:15:00.570 --> 00:15:04.570
แรงกล้าใช่ไหมคะ ไม่ว่าจะดี

227
00:15:04.572 --> 00:15:08.572
เสียใจ โกรธแค้น

228
00:15:08.574 --> 00:15:12.574
เหตุผลอย่างถี่ถ้วนใช่ไหมคะ

229
00:15:12.575 --> 00:15:16.575
ต่อไปคุณครูมี 1 ข้อความ

230
00:15:16.577 --> 00:15:20.577
นะคะ อ่านพร้อมกัน เราทุกคน

231
00:15:20.579 --> 00:15:24.579
จึงควรตระหนักถึงความสำคัญ

232
00:15:24.580 --> 00:15:28.580
ช่วยกันอนุรักษ์และพัฒนา

233
00:15:28.582 --> 00:15:32.582
ภาษาไทยให้คงอยู่กับ

234
00:15:32.584 --> 00:15:36.584
ชาติไทยตลอดไป อย่าให้ภาษา

235
00:15:36.585 --> 00:15:40.585
ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ

236
00:15:40.586 --> 00:15:44.586
ต้องถูกทำลายด้วยมือ

237
00:15:44.588 --> 00:15:48.588
ของคนไทยเอง (คุณครูนิสาชล) นักเรียนลองวิเคราะห์สิคะ

238
00:15:48.590 --> 00:15:52.590
หาเหตุและผล อันนี้เขาให้ทำอะไร

239
00:15:52.591 --> 00:15:56.591
เราทำไม เห็นทางด้านดี

240
00:15:56.592 --> 00:16:00.592
และด้านไม่ดี เห็นไหม มีไหมคะ (นักเรียน)

241
00:16:00.593 --> 00:16:04.593
มี(คุณครูนิสาชล) หนูลองวิเคราะห์ให้ครูฟัง

242
00:16:04.595 --> 00:16:08.595
ลองวิเคราะห์ให้ครูฟังหน่อยสิ

243
00:16:08.609 --> 00:16:12.609
ลองวิเคราะห์กันในกลุ่มเร็ว นักเรียนลองวิเคราะห์กันในกลุ่มว่า

244
00:16:12.610 --> 00:16:16.610
ข้อความที่คุณครูให้มานี่ เ้ป็นอย่างไรน

245
00:16:16.612 --> 00:16:20.612
เป็นอย่างไรนะคะ

246
00:16:20.616 --> 00:16:24.616
เขากำลังให้เราทำอะไร

247
00:16:24.617 --> 00:16:28.617
โน้มน้าวใจเราในเรื่องอะไรนะคะ

248
00:16:28.618 --> 00:16:32.618

249
00:16:32.619 --> 00:16:36.619

250
00:16:36.621 --> 00:16:40.621
เขากำลังโน้มน้าวใจให้เราทำอะไร

251
00:16:40.627 --> 00:16:44.627
ให้เราเห็นอะไรนะคะ

252
00:16:44.629 --> 00:16:48.629
ให้เวลาช่วยกันวิเคราะห์

253
00:16:48.635 --> 00:16:52.635

254
00:16:52.654 --> 00:16:56.654
นักเรียนปลายทางด้วยนะคะ

255
00:16:56.655 --> 00:17:00.655
ลองวิเคราะห์ดูนะคะ ว่าบนกระดานเราอ่านแล้วเราได้อะไร

256
00:17:00.659 --> 00:17:04.659
นะคะ

257
00:17:04.672 --> 00:17:08.672
เป็นอย่างไรกันบ้าง

258
00:17:08.674 --> 00:17:12.674
ไหนใครพร้อมตอบ ใครคิดว่าตัวเองตอบได้ นักเรียนตอบได้

259
00:17:12.676 --> 00:17:16.676
ยกมือ

260
00:17:16.678 --> 00:17:20.678
ไหนลองวิเคราะห์

261
00:17:20.679 --> 00:17:24.679
ให้คุณครูฟังหน่อย (นักเรียนหญิง) ในบทความค่ะ

262
00:17:24.681 --> 00:17:28.681
เขาต้องการให้เราช่วยกันดูแลรักษาภาษาไทย

263
00:17:28.684 --> 00:17:32.684
ถ้าเราไม่ดูแลรักษาภาษาไทย ก็จะ

264
00:17:32.686 --> 00:17:36.686
สูญหายไปค่ะ แต่ถ้าเราดูแลรักษาภาษาไทยก็จะเป็นมรดก

265
00:17:36.688 --> 00:17:40.688
ให้ลูกหลานต่อไปค่ะ (คุณครูนิสาชล) ปรบมือให้เพื่อนหน่อย

266
00:17:40.690 --> 00:17:44.690
นักเรียนกลุ่มอื่น ๆ ว่าอย่างไรบ้าง

267
00:17:44.691 --> 00:17:48.691
นักเรียนชายกลุ่มนั้น นักเรียนว่าอย่างไรคะ

268
00:17:48.693 --> 00:17:52.693
ออกมาจากความคิดของเรานิดหนึ่ง

269
00:17:52.694 --> 00:17:56.694
ตามความเข้าใจของนักเรียน นักเรียนคิดว่าข้อความนี้

270
00:17:56.695 --> 00:18:00.695

271
00:18:00.700 --> 00:18:04.700
นักเรียนตอบ 1 คนเร็ว

272
00:18:04.719 --> 00:18:08.719
ปรบมือให้เพื่อนหน่อยเร็ว

273
00:18:08.721 --> 00:18:12.721
ลองวิเคราะห์สิคะ ว่า

274
00:18:12.723 --> 00:18:16.723
ข้อความนี้เขาให้อะไรกับเรา (นักเรียน) คนไทยไม่ช่วยกันอนุรักษ

275
00:18:16.724 --> 00:18:20.724
อนุรักษ์ภาษาไทยครับ ทำให้

276
00:18:20.726 --> 00:18:24.726
เริ่มเสื่อมสลายครับ (คุณครูนิสาชล) ใช่ไหม ใช่ไหมนะคะ

277
00:18:24.734 --> 00:18:28.734
ทีนี้

278
00:18:28.736 --> 00:18:32.736
มาวิเคราะห์พร้อม ๆ กันนะคะ จาก

279
00:18:32.737 --> 00:18:36.737
ข้อความข้างต้นนี่ จากที่อังวราบอกเลย เชิญชวนให้

280
00:18:36.739 --> 00:18:40.739
คนไทยทำไมคะ (นักเรียน) อนุรักษ์ให้คนไทยนี่

281
00:18:40.741 --> 00:18:44.741
ตระหนักถึงภาษาไทย

282
00:18:44.741 --> 00:18:48.741
ของเราแล้วก็ช่วยกันอนุรักษ์นะคะ

283
00:18:48.742 --> 00:18:52.742
ให้คนไทยนี่ให้พวกเรานี่ช่วยกันอนุรักษ์ภาษาไทย

284
00:18:52.744 --> 00:18:56.744
ถ้าเราไม่ช่วยกันอนุรักษ์ภาษาไทย

285
00:18:56.745 --> 00:19:00.745
(นักเรียน) สูญหาย (คุณครูนิสาชล) อะไรนะคะ (นักเรียน) สูญหายไป (คุณครูนิสาชล)

286
00:19:00.746 --> 00:19:04.746
สูญหาย สูญหายเพราะอะไร

287
00:19:04.748 --> 00:19:08.748
อนุรักษ์ เพราะฉะนั้น นักเรียนต้องช่วย

288
00:19:08.749 --> 00:19:12.749
อนุรักษ์ภาษาไทยของเรา อ่านให้ออก อ่านให้ถูก

289
00:19:12.751 --> 00:19:16.751
เขียนให้ถูกต้อง

290
00:19:16.752 --> 00:19:20.752
(นักเรียน) อ่านได้ (คุณครูนิสาชล) ได้ เขียนถูกต้องหรือยัง

291
00:19:20.760 --> 00:19:24.760
ภาษาไทยต้องมี (นักเรียน) มีหัว (คุณครูนิสาชล) มีหัวเพื่อนบอก

292
00:19:24.761 --> 00:19:28.761
หลักเกณฑ์ในการเขียนนี่นักเรียนต้องเขียนให้ถูกต้อง

293
00:19:28.762 --> 00:19:32.762
ทีนี้ นักเรียน

294
00:19:32.764 --> 00:19:36.764
ให้นักเรียนทำใบงาน ใบงานจะอยู่ด้านหลัง ให้นักเรียนกลับด้าน

295
00:19:36.766 --> 00:19:40.766
นะคะ ให้นักเรียนกลับด้านนะคะ

296
00:19:40.768 --> 00:19:44.768
นี่นะคะ

297
00:19:44.769 --> 00:19:48.769
เริ่มนะคะ เริ่มทำได้

298
00:19:48.772 --> 00:19:52.772
เริ่มทำได้

299
00:19:52.773 --> 00:19:56.773

300
00:19:56.775 --> 00:20:00.775
ไหนอ่านคำสั่งพร้อม ๆ กันหน่อย เขาให้ทำอะไร

301
00:20:00.777 --> 00:20:04.777

302
00:20:04.779 --> 00:20:08.779
ที่เป็นการโน้มน้าวใจ ที่มี

303
00:20:08.779 --> 00:20:12.779
ความสมเหตุสมผล และขีดเครื่องหมายผิด

304
00:20:12.781 --> 00:20:16.781

305
00:20:16.783 --> 00:20:20.783
โน้มน้าวใจ (คุณครูนิสาชล) เริ่มทำได้

306
00:20:20.785 --> 00:20:24.785
นะคะ เริ่ม

307
00:20:24.787 --> 00:20:28.787

308
00:20:28.796 --> 00:20:32.796

309
00:20:32.799 --> 00:20:36.799

310
00:20:36.801 --> 00:20:40.801

311
00:20:40.806 --> 00:20:44.806
อ่านแล้ววิเคราะห์นะคะ

312
00:20:44.807 --> 00:20:48.807
อ่านแล้ววิเคราะห์ดู ฃ

313
00:20:48.808 --> 00:20:52.808
ว่าข้อความแต่ละข้อความนี่

314
00:20:52.809 --> 00:20:56.809
สมเหตุสมผลหรือไม่

315
00:20:56.810 --> 00:21:00.810
ชักชวนให้เราปฏิบัติตามหรือไม่นะคะ

316
00:21:00.812 --> 00:21:04.812

317
00:21:04.813 --> 00:21:08.813

318
00:21:08.815 --> 00:21:12.815

319
00:21:12.820 --> 00:21:16.820

320
00:21:16.823 --> 00:21:20.823

321
00:21:20.824 --> 00:21:24.824

322
00:21:24.825 --> 00:21:28.825

323
00:21:28.827 --> 00:21:32.827

324
00:21:32.829 --> 00:21:36.829

325
00:21:36.833 --> 00:21:40.833

326
00:21:40.837 --> 00:21:44.837

327
00:21:44.842 --> 00:21:48.842
นักเรียนช่วยกันได้นะ ภายในกลุ่มน่ะ นักเรียน

328
00:21:48.843 --> 00:21:52.843
ช่วยกันภายในกลุ่มช่วยอ่านแล้วนักเรียนช่วยกันวิเคราะห์

329
00:21:52.844 --> 00:21:56.844

330
00:21:56.845 --> 00:22:00.845
นักเรียนปลายทางคะ นักเรียนลองทำแบบฝึกหัดดูนะคะ แล้วนักเรียนว

331
00:22:00.845 --> 00:22:04.845
ว่าสารโน้มน้าวใจนี่มีความสมเหตุสมผลมากแค่ไหน

332
00:22:04.846 --> 00:22:08.846
นักเรียนก็ลองขีดดู

333
00:22:08.848 --> 00:22:12.848
นะคะ

334
00:22:12.851 --> 00:22:16.851

335
00:22:16.853 --> 00:22:20.853

336
00:22:20.856 --> 00:22:24.856

337
00:22:24.858 --> 00:22:28.858

338
00:22:28.860 --> 00:22:32.860

339
00:22:32.860 --> 00:22:36.860

340
00:22:36.862 --> 00:22:40.862

341
00:22:40.865 --> 00:22:44.865

342
00:22:44.866 --> 00:22:48.866

343
00:22:48.868 --> 00:22:52.868

344
00:22:52.870 --> 00:22:56.870

345
00:22:56.872 --> 00:23:00.872
ดู

346
00:23:00.873 --> 00:23:04.873
การใช้ภาษาด้วยนะนักเรียน

347
00:23:04.875 --> 00:23:08.875
ดูการใช้ภาษาด้วยนะคะ ว่ามันวกวนหรือเปล่า

348
00:23:08.877 --> 00:23:12.877
สับสนไหม อ่านแล้วมันเกิดความสับสนไหมนะคะ

349
00:23:12.878 --> 00:23:16.878
ว่าการใช้ภาษาของเขานี่ อ่านแล้วเราเข้าใจหรือเปล่า

350
00:23:16.881 --> 00:23:20.881
อ่านแล้วโน้มน้าวใจเรามากน้อยแค่ไหนนะคะ

351
00:23:20.883 --> 00:23:24.883
อะไรเกิดความจริงคะ

352
00:23:24.884 --> 00:23:28.884
ข้อไหนลูก ข้อ 5 ว่าไง ทิ้งขยะให้เป็

353
00:23:28.886 --> 00:23:32.886
เพิ่มราศีแก่บ้านเมือง

354
00:23:32.888 --> 00:23:36.888

355
00:23:36.891 --> 00:23:40.891

356
00:23:40.895 --> 00:23:44.895

357
00:23:44.896 --> 00:23:48.896

358
00:23:48.898 --> 00:23:52.898
เพิ่มราศีในที่นี้คืออะไรน่ะ

359
00:23:52.900 --> 00:23:56.900
สะอาดน่าอยู่ไหม

360
00:23:56.902 --> 00:24:00.902

361
00:24:00.905 --> 00:24:04.905

362
00:24:04.911 --> 00:24:08.911

363
00:24:08.918 --> 00:24:12.918

364
00:24:12.923 --> 00:24:16.923

365
00:24:16.925 --> 00:24:20.925

366
00:24:20.927 --> 00:24:24.927
กลุ่มนี้เป็นอย่างไรบ้าง

367
00:24:24.929 --> 00:24:28.929
ข้อไหนเอ่ย ข้อไหนลูก

368
00:24:28.931 --> 00:24:32.931
เกิดความสงสัย ข้อไหนคะ

369
00:24:32.932 --> 00:24:36.932
ข้อ 3 ทำไมเอ่ย ไหน ประหยัดน้ำวันนี้ก่อน

370
00:24:36.935 --> 00:24:40.935
จะไม่มีน้ำใช้ เขาให้เราทำอะไรน่ะ

371
00:24:40.936 --> 00:24:44.936
เขาให้เราทำไม ประหยัดน้ำ ใช้น้ำอย่างประ

372
00:24:44.938 --> 00:24:48.938
เพราะว่าวันข้างหน้าเราจะได้ทำไม จะได้มีน้ำใช้ไง

373
00:24:48.939 --> 00:24:52.939
ถูกไหมน่ะ

374
00:24:52.940 --> 00:24:56.940
ถ้าเราไม่ประหยัดน้ำ เราใช้น้ำอย่าง

375
00:24:56.941 --> 00:25:00.941
ใช่

376
00:25:00.945 --> 00:25:04.945

377
00:25:04.946 --> 00:25:08.946

378
00:25:08.948 --> 00:25:12.948
ไหนใครทำเสร็จเรียบร้อยนักเรียน

379
00:25:12.952 --> 00:25:16.952
เดี๋ยวรอเพื่อน

380
00:25:16.953 --> 00:25:20.953
เดี๋ยวรอเพื่อน โอเค

381
00:25:20.954 --> 00:25:24.954
เดี๋ยวรอเพื่อน

382
00:25:24.955 --> 00:25:28.955
ทำถึงข้อ 5 หรือยัง

383
00:25:28.959 --> 00:25:32.959
อันนี้ดูตามสไลด์นี่ ทำหน้านี้

384
00:25:32.960 --> 00:25:36.960
เสร็จหรือยังคะ ข้อ 1 - 5 เสร็จแล้ว ต่อไป

385
00:25:36.964 --> 00:25:40.964
มีอีก 5 ข้อ

386
00:25:40.964 --> 00:25:44.964
มีอีก 5 ข้อนะ

387
00:25:44.966 --> 00:25:48.966

388
00:25:48.968 --> 00:25:52.968

389
00:25:52.972 --> 00:25:56.972

390
00:25:56.973 --> 00:26:00.973

391
00:26:00.977 --> 00:26:04.977

392
00:26:04.979 --> 00:26:08.979

393
00:26:08.985 --> 00:26:12.985

394
00:26:12.989 --> 00:26:16.989

395
00:26:17.001 --> 00:26:21.001

396
00:26:21.003 --> 00:26:25.003

397
00:26:25.007 --> 00:26:29.007

398
00:26:29.011 --> 00:26:33.011
เดี๋ยวเรามาเฉลยพ

399
00:26:33.015 --> 00:26:37.015
พร้อม ๆ กัน

400
00:26:37.018 --> 00:26:41.018

401
00:26:41.024 --> 00:26:45.024
เป็นอย่างไรบ้าง

402
00:26:45.026 --> 00:26:49.026
วิเคราะห์ได้ไหมว่ามันมีความสมเหตุสมผลไหม โน้มน้าวใจ

403
00:26:49.027 --> 00:26:53.027
ที่ดีน่าทำตามน่าปฏิบัติตาม เดี๋ยวใคร

404
00:26:53.031 --> 00:26:57.031
ไหนใครยังไม่เสร็จเรียบร้อย

405
00:26:57.032 --> 00:27:01.032
ใครเสร็จแล้วหันหน้ามาหาคุณครูนะ

406
00:27:01.033 --> 00:27:05.033
ใครทำเสร็จเรียบร้อยแล้วหันหน้ากลับมาหาคุณครูเร็ว

407
00:27:05.037 --> 00:27:09.037

408
00:27:09.040 --> 00:27:13.040
นักเรียนปลายทางเป็นอย่างไรกันบ้างคะ เสร็จเรียบร้อยไหม

409
00:27:13.041 --> 00:27:17.041
เสร็จเรียบร้อยแล้วเดี๋ยวเรามาดูเฉลย

410
00:27:17.044 --> 00:27:21.044
ไปพร้อม ๆ กันนะคะ นักเรียน

411
00:27:21.045 --> 00:27:25.045
เดี๋ยวเรามาวิเคราะห์ นักเรียนดูใบงาน

412
00:27:25.047 --> 00:27:29.047
ไปพร้อม ๆ กับคุณครูนะคะ

413
00:27:29.048 --> 00:27:33.048
ทีนี้เรามาดูนะคะ ข้อที่ 1

414
00:27:33.049 --> 00:27:37.049
ข้อที่ 1 ตอบว่าอย่างไร

415
00:27:37.050 --> 00:27:41.050
เขาบอกว่าข้อความบอกว่าบ้านเมือง

416
00:27:41.053 --> 00:27:45.053
ด้วยมือเรา (คุณครูนิสาชล) บ้านเมืองสวย

417
00:27:45.055 --> 00:27:49.055
ด้วยมือเรา เป็นอย่างไร โน้มน้าวใจ มีความสมเหตุ

418
00:27:49.059 --> 00:27:53.059
สมผลไหม อะไรเป็นเหตุอะไรเป็นผล

419
00:27:53.062 --> 00:27:57.062
(นักเรียน) บ้านเมือง (คุณครูนิสาชล) บ้านเมืองทำไม บ้านเมืองสวย

420
00:27:57.063 --> 00:28:01.063
เพราะ เพราะด้วยมือของเรา เรา

421
00:28:01.065 --> 00:28:05.065
ทำอะไร ช่วยกันทำความสะอาดใช่ไหม

422
00:28:05.066 --> 00:28:09.066
อันนี้ตอบอะไรคะ (นักเรียน) ถูก (คุณครูนิสาชล) ถูกต้อง

423
00:28:09.069 --> 00:28:13.069
ถูกต้องนะคะ ถูกต้อง นักเรียนตรวจของตัวเองได้เลย

424
00:28:13.070 --> 00:28:17.070
นะคะ ต่อไป

425
00:28:17.071 --> 00:28:21.071
ข้อที่ 2 เขาบอกวว่า

426
00:28:21.072 --> 00:28:25.072
อ่านพร้อม ๆ กันด้วย (นักเรียน) ปฏิบัติตามกฎจราจรน

427
00:28:25.073 --> 00:28:29.073
ปฏิบัติตามกฏในที่นี้

428
00:28:29.074 --> 00:28:33.074
ตามกฎอะไร (นักเรียน) กฎจราจร

429
00:28:33.075 --> 00:28:37.075
กฎจราจรก็จะทำไม ลดปัญหาจราจร

430
00:28:37.121 --> 00:28:41.121
อันนี้ถูกต้องไหม ถูกต้องนะคะ เก่งมาก

431
00:28:41.124 --> 00:28:45.124
นะคะ ถูกต้อง

432
00:28:45.124 --> 00:28:49.124
เริ่มเข้าใจหรือยัง เริ่มเข้าใจหรือยัง

433
00:28:49.125 --> 00:28:53.125
ต่อไป

434
00:28:53.127 --> 00:28:57.127
(นักเรียน) ประหยัดน้ำวันนี้

435
00:28:57.128 --> 00:29:01.128
ก่อนที่จะไม่มีน้ำใช้ (คุณครูนิสาชล) ประหยัดน้ำวันนี้

436
00:29:01.131 --> 00:29:05.131
วันนี้ก่อนที่เราจะ (นักเรียน) ไม่มีน้ำใช้ (คุณครูนิสาชล)

437
00:29:05.132 --> 00:29:09.132
นักเรียนคิดว่าสมเหตุสมผลไหม

438
00:29:09.135 --> 00:29:13.135
สมเหตุสมผลไหมคะ (นักเรียน) สมเหตุสมผล (คุณครูนิสาชล)

439
00:29:13.138 --> 00:29:17.138
สมผลไหม สมเหตุสมผลนะถูกต้อง

440
00:29:17.140 --> 00:29:21.140
ต่อไป ข้อที่ 4 เขาบอกว่า

441
00:29:21.141 --> 00:29:25.141
(นักเรียน) ใช้น้ำอย่างคุ้มค่าเพื่อ

442
00:29:25.142 --> 00:29:29.142
วันนี้เผื่อวันหน้า

443
00:29:29.143 --> 00:29:33.143
ใช้น้ำอย่างคุ้มค่า อย่างประหยัดนั่นเองนะคะ

444
00:29:33.144 --> 00:29:37.144
เพื่อวันนี้แล้วก็ไปเผื่อวันหน้าด้วย เพื่อให้

445
00:29:37.145 --> 00:29:41.145
เรานีทำไม มีน้ำใช้นะคะ

446
00:29:41.146 --> 00:29:45.146
หรือว่าอาบน้ำแล้วเปิดน้ำทิ้ง

447
00:29:45.148 --> 00:29:49.148
ประหยัดใช่ไหม อันนี้ตอบอะไรล่ะ (นักเรียน) ถูก (คุณครูนิสาชล) ถูกต้อง

448
00:29:49.149 --> 00:29:53.149
นะคะ ต่อไป

449
00:29:53.151 --> 00:29:57.151
(นักเรียน) ทิ้งชยะให้เป็นที่ เพิ่ม

450
00:29:57.151 --> 00:30:01.151
ราศีแก่บ้านเมือง (คุณครูนิสาชล) เป็นอย่างไร ทิ้งขยะให้เป็นที่

451
00:30:01.158 --> 00:30:05.158
เพิ่มราศีแก่บ้านเมือง

452
00:30:05.158 --> 00:30:09.158
เป็นอย่างไรคะ เพื่อให้บ้านเมือง

453
00:30:09.160 --> 00:30:13.160
ทำไม สวยงาม สะอาดน่าอยู่ น่ามอง

454
00:30:13.162 --> 00:30:17.162
นะคะ อันนี้ถูกไหมน่ะ

455
00:30:17.165 --> 00:30:21.165
นักเรียนทิ้งขยะเป็นที่ไหม อยู่บ้าน

456
00:30:21.167 --> 00:30:25.167
แล้วอยู่โรงเรียนล่ะ ทิ้งขยะเป็นที่ไหม

457
00:30:25.170 --> 00:30:29.170
นักเรียนไม่ใช่นั่งตรงไหนทานแล้วก็นั่งตรงนั้น

458
00:30:29.171 --> 00:30:33.171
นักเรียนต้องทิ้งขยะให้เป็นที่นะคะ ต่อไป

459
00:30:33.173 --> 00:30:37.173
ข้อที่ 6 ทีนี้ล่ะ เขาบอกว่า... (นักเรียน) ถ้

460
00:30:37.190 --> 00:30:41.190

461
00:30:41.193 --> 00:30:45.193
ถ้าทิ้งขยะตรงนี้ จริงไหม

462
00:30:45.195 --> 00:30:49.195
แล้วถ้าบอกว่าห้ามทิ้งขยะบริเวณนี้แล้วยังทิ้งอยู่ล่ะ

463
00:30:49.196 --> 00:30:53.196
นักเรียนไม่เชื่อเขาก็เลยใส่มาปรับทีละ 2,000

464
00:30:53.198 --> 00:30:57.198
เป็นอย่างไร

465
00:30:57.199 --> 00:31:01.199
เขาก็ไม่ปรับใช่ไหม

466
00:31:01.202 --> 00:31:05.202
ถ้าไม่มีใคร

467
00:31:05.207 --> 00:31:09.207
นักเรียนก็ยังทิ้งอยู่ ฝ่าฝืน

468
00:31:09.212 --> 00:31:13.212
ก็เลยต้องปรับ 2,000 เลยนะคะ

469
00:31:13.213 --> 00:31:17.213
ถูกไหม

470
00:31:17.214 --> 00:31:21.214
ถูกนะคะ ถูกด้วย

471
00:31:21.218 --> 00:31:25.218
ต่อไป

472
00:31:25.218 --> 00:31:29.218
ต่อไปค่ะนักเรียนอ่านพร้อมกัน

473
00:31:29.219 --> 00:31:33.219
ทางรอดของโลก

474
00:31:33.221 --> 00:31:37.221
มีอยู่ทางเดียวเท่านั้น (คุณครูนิสาชล) ทางรอดของโลก

475
00:31:37.222 --> 00:31:41.222
มีอยู่ทางเดียวเท่านั้นถูกไหม

476
00:31:41.234 --> 00:31:45.234
โน้มน้าวใจไหม สมเหตุสมผลไหม

477
00:31:45.236 --> 00:31:49.236
(นักเรียน) ผิด (คุณครูนิสาชล) ผิดนะคะ ผิด มาดูผิดไหม

478
00:31:49.236 --> 00:31:53.236
ข้อนี้ตอบผิดนะคะ

479
00:31:53.238 --> 00:31:57.238
ตอบผิด ต่อไป ต่อไปค่ะนักเรียน ข้อที่ 8

480
00:31:57.239 --> 00:32:01.239
(นักเรียน) บ้านสะอาด เมืองสะอาด คนในชาติมีความสุข

481
00:32:01.241 --> 00:32:05.241
(คุณครูนิสาชล) นักเรียนครูได้ยินเสียง 2 เสียง 3

482
00:32:05.242 --> 00:32:09.242
อ่านให้พร้อม ๆ กัน เอาใหม่ (นักเรียน) บ้านสะอาด

483
00:32:09.246 --> 00:32:13.246
เมืองสะอาด คนในชาติมี

484
00:32:13.249 --> 00:32:17.249
ความสุข (คุณครูนิสาชล) สมเหตุสมผลไหม

485
00:32:17.250 --> 00:32:21.250
โน้มน้าวใจเราไหม (นักเรียน) โน้มน้าวใจ (คุณครูนิสาชล)

486
00:32:21.255 --> 00:32:25.255
(นักเรียน) ถูก (คุณครูนิสาชล) ถูกนะคะ

487
00:32:25.263 --> 00:32:29.263
นักเรียนถ้าใครตอบผิดนี่ใช้ปากกาแดง

488
00:32:29.264 --> 00:32:33.264
ตรวจได้เลยนะคะ ต่อไป ข้อที่ ข้อที่เท่าไร

489
00:32:33.265 --> 00:32:37.265
(นักเรียน) ข้อที่ 9 (คุณครูนิสาชล) ข้อที่ 9 นักเรียนดูข้อนี้ (นักเรียน) อุทยาน

490
00:32:37.269 --> 00:32:41.269
รอบมหาสถานนั้นเล่าก็ง

491
00:32:41.270 --> 00:32:45.270
ก็งามไม่น้อย เต็มไปด้วย

492
00:32:45.272 --> 00:32:49.272
ต้นไม้นานาพันธุ์ ไม้ดอก

493
00:32:49.274 --> 00:32:53.274
และลดาวัลย์งามน่าทัศนา

494
00:32:53.275 --> 00:32:57.275
(คุณครูนิสาชล) ข้อนี้เป็นการใช้ภาษาโน้มน้าวใจ

495
00:32:57.277 --> 00:33:01.277
ไหมนักเรียน (นักเรียน) โน้มน้าว (คุณครูนิสาชล) อะไรล่ะ

496
00:33:01.279 --> 00:33:05.279
เป็นประโยคอะไร (นักเรียน) บอกเล่า (คุณครูนิสาชล) บอกเล่า

497
00:33:05.283 --> 00:33:09.283
ถึงอะไรล่ะ พูด

498
00:33:09.284 --> 00:33:13.284
ถึงอะไร พูดถึง...

499
00:33:13.285 --> 00:33:17.285
พูดถึงที่ไหน อุทยาน

500
00:33:17.287 --> 00:33:21.287
นะคะ ข้อนี้ตอบอะไร บางคน

501
00:33:21.289 --> 00:33:25.289
บอกถูก บางคนบอกผิด ตอบอะไร

502
00:33:25.291 --> 00:33:29.291
ตอบถูกด้วยนะคะ

503
00:33:29.293 --> 00:33:33.293
ข้อสุดท้ายกันบ้างนะคะ

504
00:33:33.295 --> 00:33:37.295
ข้อสุดท้ายกันบ้างนะคะ ข้อสุดท้าย

505
00:33:37.296 --> 00:33:41.296
อ่านพร้อมกัน 1, 2, 3

506
00:33:41.298 --> 00:33:45.298
โลหิต คือ สายธารแห่งชีวิต

507
00:33:45.301 --> 00:33:49.301
ถ้าร่างกายขาดโลหิต

508
00:33:49.304 --> 00:33:53.304
ชีวิตก็อยู่ไม่ได้

509
00:33:53.309 --> 00:33:57.309
โลหิตจึงเป็นน้ำหล่อเลี้ยง

510
00:33:57.313 --> 00:34:01.313
ร่างกายที่จำเป็นอย่างยิ่ง

511
00:34:01.317 --> 00:34:05.317
เพื่อให้มีชีวิตอยู่ได้ (คุณครูนิสาชล) นักเรียน

512
00:34:05.322 --> 00:34:09.322
คิดว่าจริงไหม (นักเรียน) จริง (คุณครูนิสาชล) จริงไหม

513
00:34:09.323 --> 00:34:13.323
เราไม่ต้องทานข้าว เราไม่ต้องทานน้ำเข้าไป

514
00:34:13.327 --> 00:34:17.327
ได้ไหม เขาบอกว่าโลหิตคือสายธาร

515
00:34:17.328 --> 00:34:21.328
แห่งชีวิต ถ้าร่างกายขาดโลหิต

516
00:34:21.331 --> 00:34:25.331
ก็อยู่ไม่ได้ นักเรียนลองฟัง ลองอ่านวิเคราะห์ให้ดีนะคะ

517
00:34:25.332 --> 00:34:29.332
ใช่ไหม

518
00:34:29.333 --> 00:34:33.333
ใช่ไหม

519
00:34:33.334 --> 00:34:37.334
เป็นอย่างไร ไหนลองวิเคราะห์ข้อนี้สิ เป็นอย่างไรนักเรียน

520
00:34:37.335 --> 00:34:41.335
มีเหตุและผลหรือยัง

521
00:34:41.336 --> 00:34:45.336
นักเรียน

522
00:34:45.337 --> 00:34:49.337
คิดว่าอย่างไรนักเรียน

523
00:34:49.338 --> 00:34:53.338
เป็นอย่างไรไหนอธิบาย

524
00:34:53.340 --> 00:34:57.340
ว่าอย่างไรคะนักเรียน ข้อนี้ตอบถูกไหม

525
00:34:57.341 --> 00:35:01.341
(นักเรียน) ผิด (คุณครูนิสาชล) ถูกหรือผิด เพราะอะไร

526
00:35:01.343 --> 00:35:05.343

527
00:35:05.351 --> 00:35:09.351
เขาแค่บอกเฉย ๆ

528
00:35:09.352 --> 00:35:13.352

529
00:35:13.354 --> 00:35:17.354
คนเราก็ต้องมีเลือดใช่

530
00:35:17.356 --> 00:35:21.356
แต่เราจะมีแค่เลือกอย่างเดียว

531
00:35:21.357 --> 00:35:25.357
หรือนักเรียน อันนี้ตอบอะไรล่ะ (นักเรียน)

532
00:35:25.359 --> 00:35:29.359
ผิด (คุณครูนิสาชล) อันนี้ยังไม่สมเหตุสมผล

533
00:35:29.360 --> 00:35:33.360
ข้อนี้ตอบผิดนะคะ ตอบผิดนะ

534
00:35:33.361 --> 00:35:37.361
ไหนใครถูกทุกข้อเลย มีไหม

535
00:35:37.363 --> 00:35:41.363
ใครถูกทุกข้อเลย

536
00:35:41.364 --> 00:35:45.364
ทุกข้อเลย

537
00:35:45.365 --> 00:35:49.365
ใครได้ 8 คะแนนมีไหมนะ

538
00:35:49.368 --> 00:35:53.368
แสดงว่านักเรียนเริ่มวิเคราะห์

539
00:35:53.369 --> 00:35:57.369
นะคะ ได้หรือยัง ได้แล้วนะ

540
00:35:57.371 --> 00:36:01.371
นักเรียนให้คะแนนตัวเองเลย วันนี้เรา

541
00:36:01.374 --> 00:36:05.374
ได้เท่าไร (นักเรียน)

542
00:36:05.375 --> 00:36:09.375
บางคน ไหนมีใครได้ 9 บ้าง

543
00:36:09.376 --> 00:36:13.376
ได้ 9 เห็นไหม มีคนได้ 9 ด้วย ได้ 10,

544
00:36:13.377 --> 00:36:17.377
9 8

545
00:36:17.378 --> 00:36:21.378
7 คะแนนมีไหมคะ มี 1 คน 2 คน

546
00:36:21.380 --> 00:36:25.380
ได้ 6 คะแนน 5 คะแนน ใครได้น้อยกว่า 5 คะแนน

547
00:36:25.382 --> 00:36:29.382
มีไหม ใครได้น้อยกว่า 5 คะแนนไหม

548
00:36:29.383 --> 00:36:33.383
นักเรียนปรบมือให้ตัวเองนะคะ

549
00:36:33.385 --> 00:36:37.385
วันนี้เราเรียนในเรื่องของอะไรไป

550
00:36:37.387 --> 00:36:41.387
(นักเรียน) การ...

551
00:36:41.388 --> 00:36:45.388
ความสมเหตุสมผลของงานเขียน

552
00:36:45.390 --> 00:36:49.390
โน้มน้าวใจนะคะ ทีนี้เรามาสรุปกันนิดหนึ่ง

553
00:36:49.391 --> 00:36:53.391
นะคะ จากที่เราได้เรียนไป

554
00:36:53.392 --> 00:36:57.392
ของงานเขียนไปแล้วนะคะ ทบทวน

555
00:36:57.394 --> 00:37:01.394
ความรู้นะคะ ทบทวนความรู้

556
00:37:01.395 --> 00:37:05.395
งานเขียนโน้มน้าวใจ

557
00:37:05.397 --> 00:37:09.397
นะคะ

558
00:37:09.399 --> 00:37:13.399
ข้อที่ 1 งานเขียนโน้มน้าวใจ งานเขียนโน้มน้าวใจคืออะไรคะ

559
00:37:13.401 --> 00:37:17.401
(นักเรียน) การเขียน...

560
00:37:17.402 --> 00:37:21.402
เดี๋ยวขอ

561
00:37:21.403 --> 00:37:25.403
เป็นกลุ่ม กลุ่มที่ 1 กลุ่มที่ 1

562
00:37:25.404 --> 00:37:29.404
ไม่ ๆ กลุ่มที่ 1

563
00:37:29.405 --> 00:37:33.405
ฟังเพื่อนด้วยนะ เพื่อนตอบว่าอย่างไร

564
00:37:33.407 --> 00:37:37.407
(นักเรียนชาย) การเปลี่ยนแปลงทัศนคติของคนคนหนึ่ง (คุณครูนิสาชล) การเปลี่ยนแปลง

565
00:37:37.409 --> 00:37:41.409
ทัศนคติของบุคคล

566
00:37:41.411 --> 00:37:45.411
ใช่ไหม กลุ่มที่ 2 ตอบว่าอย่างไร

567
00:37:45.417 --> 00:37:49.417
กลุ่มที่ 2 ตอบว่าอย่างไร (นักเรียนหญิง) คือ

568
00:37:49.418 --> 00:37:53.418
การเปลี่ยนความเชื่อทัศนคติของผู้อื่น

569
00:37:53.420 --> 00:37:57.420
ด้วยกลวิธีที่เหมาะสมค่ะ (คุณครูนิสาชล) ใช่ไหมคะ

570
00:37:57.422 --> 00:38:01.422
กลุ่มที่ 3 กลุ่มที่ 3 อยู่ไหนเอ่ย ตอบให้ครูฟังหน่อย

571
00:38:01.425 --> 00:38:05.425
นักเรียนช่วยกันตอบแทนคุณ

572
00:38:05.426 --> 00:38:09.426
ว่าการเขียนโน้มน้าวใจคืออะไร

573
00:38:09.427 --> 00:38:13.427
นะคะ ลองตอบคุณครูหน่อย การเขียน

574
00:38:13.427 --> 00:38:17.427
โน้มน้าวใจคือ (นักเรียน) การเปลี่ยนแปลง

575
00:38:17.428 --> 00:38:21.428
ความเชื่อ ทัศนคติ ทำให้

576
00:38:21.430 --> 00:38:25.430
ความเชื่อทัศนคติทำให้เกิดการยอมรับ

577
00:38:25.430 --> 00:38:29.430
นะคะ ต่อไปกลุ่มที่ 4 กลุ่มที่ 4

578
00:38:29.431 --> 00:38:33.431
ไหนลองตอบให้คุณครูฟังสิคะ ว่าการเขียนโน้มน้าว

579
00:38:33.433 --> 00:38:37.433
ตามความคิดของเรา (นักเรียนหญิง)

580
00:38:37.435 --> 00:38:41.435
การเปลี่ยนแปลงความเชื่อทัศนคติบุคคลอื่นด้วย

581
00:38:41.435 --> 00:38:45.435
เพื่อด้วยวิธีการต่าง ๆ ค่ะ

582
00:38:45.436 --> 00:38:49.436
(คุณครูนิสาชล) ต่อไปกลุ่มสุดท้าย กลุ่มสุดท้าย

583
00:38:49.438 --> 00:38:53.438

584
00:38:53.440 --> 00:38:57.440
กลุ่มสุดท้าย

585
00:38:57.442 --> 00:39:01.442

586
00:39:01.443 --> 00:39:05.443
คนอื่นด้วยกลวิธีที่เหมาะสมค่ะ

587
00:39:05.445 --> 00:39:09.445
ความเชื่อของบุคคลด้วยกลวิธี

588
00:39:09.445 --> 00:39:13.445
ที่... ต่าง ๆ ที่เหมาะสมนะคะ เรามาดูกัน

589
00:39:13.447 --> 00:39:17.447
นะคะ เห็นไหมคะ พยายามเปลี่ยนทัศนคติ

590
00:39:17.453 --> 00:39:21.453
เพื่อให้บุคคลนั้น

591
00:39:21.455 --> 00:39:25.455
คล่อยตาม ปฏิบัติตาม อยากทำตามนะคะ

592
00:39:25.456 --> 00:39:29.456
การเขียนโน้มน้าวใจนี่จึงเป็นการเขียน

593
00:39:29.458 --> 00:39:33.458
เพื่อให้ผู้อ่านทำไมคะ

594
00:39:33.458 --> 00:39:37.458
คล้อยตาม เกิดอยากจะทำตาม อยากปฏิบัติ

595
00:39:37.460 --> 00:39:41.460
ตามด้วยการใช้ภาษาที่ทำไม

596
00:39:41.461 --> 00:39:45.461
ภาษาที่ ภาษาที่

597
00:39:45.462 --> 00:39:49.462
สุภาพ เหมาะสม ถูกต้อง

598
00:39:49.463 --> 00:39:53.463
ชัดเจน เร้าอารมณ์

599
00:39:53.464 --> 00:39:57.464
กระทำตาม ให้ปฏิบัติตามใช่ไหม

600
00:39:57.465 --> 00:40:01.465
(นักเรียน) ได้ (คุณครูนิสาชล) ลองฝึกเขียนนะคะ

601
00:40:01.466 --> 00:40:05.466
เช่น คำขวัญให้รณรงค์ก็ได้ฝึกเขียน

602
00:40:05.467 --> 00:40:09.467
ต่อไป ต่อไป ต่อไปนะคะนักเรียน

603
00:40:09.468 --> 00:40:13.468
หลักการเขียนโน้มน้าวใจเป็นอย่างไร

604
00:40:13.469 --> 00:40:17.469
เป็นอย่างไร ลองตอบกลุ่มละ 1 ข้อสิ

605
00:40:17.477 --> 00:40:21.477
เป็นอย่างไร

606
00:40:21.478 --> 00:40:25.478
เพื่อนบอกว่าต้องเป็น...

607
00:40:25.483 --> 00:40:29.483
ต้องมีความน่าเชื่อถือถ้าไม่มีความน่าเชื่อถือ

608
00:40:29.486 --> 00:40:33.486
เกิดอะไรขึ้นล่ะ (นักเรียน) เกิดความไม่ยอมรับ (คุณครูนิสาชล)

609
00:40:33.487 --> 00:40:37.487
ไม่ยอมรับ อะไร

610
00:40:37.489 --> 00:40:41.489
เอาทีละข้อเมื่อกี้หนูตอบว่า

611
00:40:41.490 --> 00:40:45.490
ให้เกิดความน่าเชื่อถือนะคะ

612
00:40:45.491 --> 00:40:49.491
ต้องให้เห็นถึงด้านดีและด้านเสีย มีอะไรอีกนอกจากนี้ ต้องใช้

613
00:40:49.492 --> 00:40:53.492
อารมณ์ร่วม

614
00:40:53.494 --> 00:40:57.494
เกิดอารมณ์คล้อยตาม อยากทำตามใช่ไหม

615
00:40:57.497 --> 00:41:01.497
มีอะไรอีกคะ (นักเรียน) แสดงให้เห็นภาพ (คุณครูนิสาชล) แสดงให้เห็นภาพ

616
00:41:01.498 --> 00:41:05.498
ใช้ภาษาให้เกิดภาพให้เราเกิดจินตนาการ

617
00:41:05.499 --> 00:41:09.499
อยากซื้อ อยากปฏิบัติ อยากทำตามใช่ไหม มีอไร

618
00:41:09.500 --> 00:41:13.500
(นักเรียน) อย่าเกินจริง (คุณครูนิสาชล) อย่าเกินจริง

619
00:41:13.502 --> 00:41:17.502
อย่าเกินจริงนี่เป็นเรื่องที่สำคัญนะคะ

620
00:41:17.505 --> 00:41:21.505
ให้ภาษาที่น่าเชื่อถือ

621
00:41:21.506 --> 00:41:25.506
สุภาพ มีอะไรอีก (นักเรียน) เหมาะสม (คุณครูนิสาชล) เหมาะสม อ่อนโยนด้วย

622
00:41:25.510 --> 00:41:29.510
นะคะ ถูกต้องตามกาลเทศะ

623
00:41:29.513 --> 00:41:33.513
มีอะไรอีกไหม เร็ว พยายามตอบหน่อย

624
00:41:33.513 --> 00:41:37.513
(นักเรียน) สร้างความสุขให้แก่ผู้รับ (คุณครูนิสาชล) สร้างความุข

625
00:41:37.516 --> 00:41:41.516
ผู้รับสารนะคะ มีอะไรอีก

626
00:41:41.517 --> 00:41:45.517
คิดอยู่ แป๊บหนึ่ง แทนคุณ

627
00:41:45.518 --> 00:41:49.518
เร้าอารมณ์ ต้องใช้ภาษาที่เร้าอารมณ์ ต้องทำ

628
00:41:49.519 --> 00:41:53.519
ให้เราให้

629
00:41:53.520 --> 00:41:57.520
มีอะไรอีก ทีนี้เรามาดูแต่ละข้อ

630
00:41:57.523 --> 00:42:01.523
ของคุณครูนะคะ สรุป นักเรียนดูนะ ไม่คุยกัน

631
00:42:01.528 --> 00:42:05.528
ไม่คุยกันนะคะ ใช้ภาษา

632
00:42:05.529 --> 00:42:09.529
ที่สุภาพ เมื่อกี้นักเรียนตอบมาถูกต้อง

633
00:42:09.530 --> 00:42:13.530
ใช้ภาษาที่สุภาพในการเขียนนะคะ ทำไมต้องใช้ภาษาที่สุภาพ (นักเรียน)

634
00:42:13.531 --> 00:42:17.531
ให้ผู้รับสาร

635
00:42:17.532 --> 00:42:21.532
ต่อไป 2. (นักเรียน) เขียนให้ถูกกาลเทศะ

636
00:42:21.534 --> 00:42:25.534
เหมาะสมกับบุคคล (คุณครูนิสาชล) เขียนให้มันถูกต้อง

637
00:42:25.535 --> 00:42:29.535
ตามกาลเทศะใช่ไหม

638
00:42:29.536 --> 00:42:33.536
เหมาะสมกับบุคคลนะคะ มีอะไรอีก

639
00:42:33.537 --> 00:42:37.537
(นักเรียน) อ่านทบทวนเพื่อหาข้อบกพร่อง

640
00:42:37.538 --> 00:42:41.538
ในการเขียน อ่านแล้ว

641
00:42:41.539 --> 00:42:45.539
พอเวลาเราเขียนแล้วนี่ ทบทวน

642
00:42:45.540 --> 00:42:49.540
บกพร่องในงานเขียนนะคะ มีอะไรอีก ๆ (นักเรียน)

643
00:42:49.542 --> 00:42:53.542
ใช้เหตุผลที่น่าเชื่อถือ

644
00:42:53.546 --> 00:42:57.546
สนับสนุนงานเขียน เพื่อให้ผู้อ่านเกิดความ

645
00:42:57.551 --> 00:43:01.551
เชื่อถือและยอมรับ (คุณครูนิสาชล) ต่อไปมีอีกไหม เห็นไหม

646
00:43:01.553 --> 00:43:05.553
ใช้ภาษา

647
00:43:05.556 --> 00:43:09.556
เร้าความสนใจ (คุณครูนิสาชล) ให้ภาษาที่เร้าความสนใจ

648
00:43:09.557 --> 00:43:13.557
เห็นภาพ เห็นด้วย อยากปฏิบัติตาม

649
00:43:13.558 --> 00:43:17.558
สุดท้ายไม่วกวน

650
00:43:17.560 --> 00:43:21.560
ให้เกิดความสับสน ทีนี้

651
00:43:21.561 --> 00:43:25.561
ให้เกิดความสับสน ทีนี้คุณครูอยากเห็นความคิดของนักเรียน

652
00:43:25.563 --> 00:43:29.563
แต่ละกลุ่มลองช่วยกันเขียนได้ไหม

653
00:43:29.564 --> 00:43:33.564
ได้ไหม ครูขอเป็นการเชิญชวนได้ไหมคะ

654
00:43:33.565 --> 00:43:37.565
กลุ่มละ 1 ข้อเลยดีไหม นักเรียนหันหน้าเข้าหากัน

655
00:43:37.567 --> 00:43:41.567
นักเรียนหันหน้าเข้าหากัน

656
00:43:41.569 --> 00:43:45.569
ไหนลองเขียนสิคะ ใส่สมุด

657
00:43:45.570 --> 00:43:49.570
ก็ได้ เวลายังเหลืออยู่นะคะ

658
00:43:49.572 --> 00:43:53.572
ลองวิเคราะห์สิ

659
00:43:53.576 --> 00:43:57.576
เดี๋ยวให้นำเสนอ ให้เวลาเขียน

660
00:43:57.581 --> 00:44:01.581
2 นาที

661
00:44:01.603 --> 00:44:05.603
นักเรียนต้องเขียนให้

662
00:44:05.604 --> 00:44:09.604
มีความอะไร มีความน่าเชื่อถือ

663
00:44:09.607 --> 00:44:13.607
เมื่อกี้นักเรียนตอบว่าอย่างไรบ้างนะคะ

664
00:44:13.609 --> 00:44:17.609
า

665
00:44:17.612 --> 00:44:21.612

666
00:44:21.614 --> 00:44:25.614
นักเรียนต้องเขียนให้มีความสมเหตุสมผลกัน

667
00:44:25.624 --> 00:44:29.624
กันใช้ภาษาที่

668
00:44:29.626 --> 00:44:33.626
ใช้ภาษาที่สุภาพนะคะ

669
00:44:33.629 --> 00:44:37.629
เขียนให้เกิดความโน้มน้าวใจ ให้ผู้อ่าน

670
00:44:37.631 --> 00:44:41.631
อยากปฏิบัติตาม นักเรียนเอาง่าย ๆ เลย

671
00:44:41.632 --> 00:44:45.632
ในโรงเรียนเรา โรงเรียนเลย เรา

672
00:44:45.634 --> 00:44:49.634
เห็นอะไรบ้าง นักเรียนคะ นักเรียนฟังครูนะ

673
00:44:49.636 --> 00:44:53.636
นักเรียน นักเรียนลองยกตัวอย่

674
00:44:53.638 --> 00:44:57.638
ในโรงเรียนเรา นักเรียนเห็นอะไรบ้าง ทิ้งขยะ

675
00:44:57.640 --> 00:45:01.640
เป็นอย่างไร การแต่งกายมีไหม นักเรียนลองเขียนดู

676
00:45:01.641 --> 00:45:05.641
นะคะ โดยใช้ภาษา

677
00:45:05.642 --> 00:45:09.642
ที่เหมาะสม

678
00:45:09.643 --> 00:45:13.643

679
00:45:13.644 --> 00:45:17.644

680
00:45:17.646 --> 00:45:21.646
กลุ่มละ

681
00:45:21.649 --> 00:45:25.649
1 ข้อนะ กลุ่มละ 1 ข้อความ 1 ประโยค

682
00:45:25.654 --> 00:45:29.654
ก็ได้

683
00:45:29.658 --> 00:45:33.658
เดี๋ยวให้นำเสนอ

684
00:45:33.660 --> 00:45:37.660

685
00:45:37.661 --> 00:45:41.661

686
00:45:41.663 --> 00:45:45.663

687
00:45:45.665 --> 00:45:49.665

688
00:45:49.668 --> 00:45:53.668
นักเรียนก็อธิบายด้วยนะ

689
00:45:53.670 --> 00:45:57.670
อธิบายด้วย

690
00:45:57.674 --> 00:46:01.674

691
00:46:01.676 --> 00:46:05.676

692
00:46:05.679 --> 00:46:09.679
ให้เกิดความโน้มน้าว โน้มน้าวใจ

693
00:46:09.682 --> 00:46:13.682
เวลาเพื่อน ๆ ในโรงเรียนอ่านแล้วอยากปฏิบัติตามนะคะ

694
00:46:13.684 --> 00:46:17.684

695
00:46:17.685 --> 00:46:21.685
เช่น แต่งกายให้สุภาพ แล้วอย่างไรต่อดี

696
00:46:21.686 --> 00:46:25.686

697
00:46:25.688 --> 00:46:29.688

698
00:46:29.689 --> 00:46:33.689

699
00:46:33.691 --> 00:46:37.691
เป็นอย่างไรบ้างนักเรียน แทนคุณ

700
00:46:37.694 --> 00:46:41.694
เป็นอย่างไรคะ ได้ไหม ยังคิดไม่ออกนะ

701
00:46:41.701 --> 00:46:45.701
ยังคิดไม่ออก

702
00:46:45.702 --> 00:46:49.702
นักเรียนลองช่วยกันวิเคราะห์นะ

703
00:46:49.704 --> 00:46:53.704

704
00:46:53.719 --> 00:46:57.719

705
00:46:57.726 --> 00:47:01.726
เพื่อนบอกว่าประหยัด

706
00:47:01.729 --> 00:47:05.729
น้ำประหยัดไฟ

707
00:47:05.731 --> 00:47:09.731

708
00:47:09.734 --> 00:47:13.734
เริ่มดีแล้ว เริ่มดี

709
00:47:13.737 --> 00:47:17.737
อีกนิดหนึ่งหาเหตุหาผลให้ได้

710
00:47:17.739 --> 00:47:21.739
อะไรเป็นเหตุ อะไรเป็นผล ถ้าเราทำแบบนี้จะเกิดอะไร

711
00:47:21.743 --> 00:47:25.743
ถ้าเราประหยัดน้ำ ประหยัดไฟแล้ว

712
00:47:25.744 --> 00:47:29.744

713
00:47:29.745 --> 00:47:33.745
กลุ่มนี้เป็นอย่างไรบ้างนักเรียน

714
00:47:33.746 --> 00:47:37.746
ได้หรือยัง ได้แล้ว

715
00:47:37.747 --> 00:47:41.747
ไหนกลุ่มไหนเสร็จแล้วบ้าง

716
00:47:41.750 --> 00:47:45.750
(นักเรียนชาย) ผมครับ เดี๋ยวอธิบายเอง (คุณครูนิสาชล)

717
00:47:45.754 --> 00:47:49.754
พอ

718
00:47:49.756 --> 00:47:53.756

719
00:47:53.758 --> 00:47:57.758

720
00:47:57.761 --> 00:48:01.761
กลุ่มที่ 1

721
00:48:01.762 --> 00:48:05.762
เรียบร้อยแล้วเดี๋ยวขอสัก 1 กลุ่มได้ไหม

722
00:48:05.764 --> 00:48:09.764
ขอสัก 1 กลุ่ม ออกมานำเสนอ

723
00:48:09.788 --> 00:48:13.788
หน่อยสิคะ กลุ่มนี้

724
00:48:13.793 --> 00:48:17.793
เพื่อนบอกกลุ่มนี้อยากนำเสนอ

725
00:48:17.800 --> 00:48:21.800

726
00:48:21.829 --> 00:48:25.829

727
00:48:25.831 --> 00:48:29.831
นักเรียนเดี๋ยวฟังเพื่อนนะ

728
00:48:29.833 --> 00:48:33.833
เพื่อนใช้ภาษาในการโน้มน้าวเป็นอย่างไร

729
00:48:33.835 --> 00:48:37.835
ให้เพื่อน ๆ ฟังหน่อยสิคะ ว่าเราได้อย่างไรคะ (นักเรียนหญิง) แต่งก

730
00:48:37.837 --> 00:48:41.837
ตามขนบทำเนียมไทย

731
00:48:41.840 --> 00:48:45.840
แต่งกายให้เหมาะสมตามขนบธรรมเนียมไทย

732
00:48:45.848 --> 00:48:49.848
โน้มน้าวใจไหม โน้มน้าวใจว่า

733
00:48:49.850 --> 00:48:53.850
ให้เราทำไม แต่งกายให้

734
00:48:53.850 --> 00:48:57.850
เหมาะสม เพื่อให้ถูกต้องตาม

735
00:48:57.852 --> 00:49:01.852
ถูกต้องตามวัฒนธรรมหรือขนบธรรมเนียมประเพณีไทย

736
00:49:01.853 --> 00:49:05.853
นะคะ นักเรียนแต่งตัว แต่งกายเรียบร้อยไหมถ้าเพื่อนแต่งตัวแบบนี้

737
00:49:05.857 --> 00:49:09.857
นะคะ ขอบคุณเพื่อนมา ปรบมือให้เพื่อนหน่อยเร็ว

738
00:49:09.858 --> 00:49:13.858
[เสียงปรบมือ] นะคะ ทีนี้

739
00:49:13.859 --> 00:49:17.859
ในวันนี้นี่นักเรียนหันหน้ามาหาครูก่อน

740
00:49:17.864 --> 00:49:21.864
เราเรียนกันในเรื่องของการสังเกตใช่ไหม

741
00:49:21.866 --> 00:49:25.866
สังเกตแล้วก็... สังเกต

742
00:49:25.867 --> 00:49:29.867
งานเขียนโน้มน้าวใจนะคะ เวลาที่นักเรียนได้

743
00:49:29.868 --> 00:49:33.868
ข่าวสารมา นักเรียนต้องกลับไปวิเคราะห์ให้ได้

744
00:49:33.876 --> 00:49:37.876
ว่าสารหรือโน้มน้าวใจนั้นเป็นเหตุเป็นผล

745
00:49:37.879 --> 00:49:41.879
น่าปฏิบัติตามมากน้อยแค่ไหนนะคะ เวลาที่นักเรียนดูข่าว

746
00:49:41.889 --> 00:49:45.889
หรือดูโฆษณา ให้นักเรียนวิเคราะห์

747
00:49:45.890 --> 00:49:49.890
ตามหลักการแบบนี้เลยได้ไหมคะ (นักเรียน) ได้ (คุณครูนิสาชล) สำหรับ

748
00:49:49.891 --> 00:49:53.891
วันนี้ครูฝากไว้แค่นี้นะคะ สวัสดีค่ะนักเรียน (นักเรียน) นักเรียนทั้งหมด

749
00:49:53.893 --> 00:49:57.893
ทำความเคารพ

750
00:49:57.896 --> 00:50:01.896
(นักเรียน) ขอบคุณครับ / ค่ะ คุณครู

751
00:50:01.897 --> 00:50:05.897
[เสียงดนตรี]

752
00:50:05.899 --> 00:50:09.899

753
00:50:09.899 --> 00:50:13.899

754
00:50:13.902 --> 00:50:16.903

755
00:50:17.905 --> 00:50:20.905

756
00:50:21.907 --> 00:50:24.911

757
00:50:25.909 --> 00:50:25.911


