﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:04.000

2
00:00:04.003 --> 00:00:07.953

3
00:00:08.007 --> 00:00:12.007

4
00:00:12.009 --> 00:00:15.970

5
00:00:16.015 --> 00:00:20.015

6
00:00:20.027 --> 00:00:23.962

7
00:00:24.031 --> 00:00:27.961
ปลายทางทุกคน วันนี้พบกับครูคณิตา

8
00:00:28.067 --> 00:00:31.957
ในรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

9
00:00:32.094 --> 00:00:35.958
ค่ะ วันนี้นักเรียนไม่ต้องตกใจนะคะ เนื่องจากคุณปรเมษฐนี่ไปฉีดวัคซีนค่ะ ทำให้

10
00:00:36.096 --> 00:00:39.941
ครูปรเมษฐนี่ ไปฉีดวัคซีนค่ะ จ

11
00:00:40.102 --> 00:00:43.942
ไม่สามารถที่จะมาสอนในรายชั่วโมงนี้ได้ค่ะ

12
00:00:44.102 --> 00:00:47.942
เอาล่ะค่ะนักเรียน นักเรียนตอบคำถามกับครูได้ไหมคะ ว่าเรียน

13
00:00:48.105 --> 00:00:51.949
เรื่องอะไรเอ่ย

14
00:00:52.108 --> 00:00:55.951
เรื่องอะไรคะ นั่นก็คือเรื่องคำอุทานนั่นเอง

15
00:00:56.110 --> 00:00:59.952
ค่ะ เดี๋ยวเราไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ

16
00:01:00.111 --> 00:01:03.946
(คุณครูปรเมษฐ) ปวด

17
00:01:04.112 --> 00:01:07.939
แขนสงสัยไม่

18
00:01:08.117 --> 00:01:11.944
มีแฟนมาเคียงกาย เอชา

19
00:01:12.118 --> 00:01:15.949
เอชา เด็ก ๆ ช่วยกันรับด้วย ชา ชะ ชา ช่า

20
00:01:16.120 --> 00:01:19.939
ชา ฉะ ฉ่า ชา นอยแม่

21
00:01:20.125 --> 00:01:23.938
จะไม่มาได้อย่างไรคะ (คุณครูคณิตา) ไหนบอกว่า

22
00:01:24.127 --> 00:01:27.938
จะไม่มาไงคะ (คุณครูปรเมษฐ) จะไม่มาได้ไงครับ เรื่องคำอุทานนี่ เรื่องชอบ

23
00:01:28.128 --> 00:01:31.972
(คุณครูคณิตา) แล้วเมื่อกี้คุณครูคณิตา

24
00:01:32.130 --> 00:01:35.943
พูดว่าอะไรนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) โอ้ย (คุณครูคณิตา)

25
00:01:36.130 --> 00:01:39.946
โอ้ยขนาดนี้ทำไมคะ (คุณครูปรเมษฐ)

26
00:01:40.132 --> 00:01:43.939
โดนฉีดยามา พอเห็นหมอเขาถือเข็มปุ๊บ

27
00:01:44.133 --> 00:01:47.938
ผมก็ตกใจกระโดดเข็มก็ถิ่ม

28
00:01:48.134 --> 00:01:51.938
ทำให้เจ็บหนักกว่าเดิมนะครับ

29
00:01:52.136 --> 00:01:55.938
เด็ก ๆ ครับ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ ไม่ควรเอาเป็นตัวอย่างนะคะ

30
00:01:56.138 --> 00:01:59.938
ให้แพทย์หรือพยาบาลฉีดนะคะ ไม่อย่างนั้นก็จะ

31
00:02:00.142 --> 00:02:03.938
เจ็บปวดเหมือนคุณครูปรเมษฐก็ได้นะคะ

32
00:02:04.143 --> 00:02:07.942
วันนี้เข้าเรื่องกันเลยนะคะ เราจะมาเรียนกันเรื่องคำอุทาน

33
00:02:08.147 --> 00:02:11.941
มาดูกันเลยค่ะ พร้อมที่จะเรียนกันหรือยังคะ

34
00:02:12.149 --> 00:02:15.944
ถ้าพร้อมแล้ว เดี๋ยวเราไปเรียนรู้กันเลยค่ะ เดี๋ยวคุณครูนะคะ

35
00:02:16.157 --> 00:02:19.938
จะให้นักเรียนนะคะ สังเกตแล้วก็พิจารณา

36
00:02:20.161 --> 00:02:23.958
แล้วลองเติมคำอุทานดูนะคะ ว่านักเรียนจะเติมคำว่า

37
00:02:24.162 --> 00:02:27.940
อะไรเดี๋ยวจะให้คุณครูปรเมษฐ

38
00:02:28.163 --> 00:02:31.945
นะคะเป็นผู้เฉลยค่ะ จะเติมคำว่าอะไรดีเอ่ย

39
00:02:32.164 --> 00:02:35.938
(คุณครูปรเมษฐ) หนาว (คุณครูคณิตา) หนาวใช่ไหมคะ เราจะ

40
00:02:36.165 --> 00:02:39.939
เติมคำว่า (คุณครูปรเมษฐ) อูย หนาวจังเลย (คุณครูคณิตา)

41
00:02:40.166 --> 00:02:43.938
ถูกไหมเอ่ย เดี๋ยวเรา

42
00:02:44.167 --> 00:02:47.947
ไปดูข้อถัดไปกันเลยดีกว่าค่ะ จะได้กลับบ้าน

43
00:02:48.172 --> 00:02:51.940
แล้วเราจะเติมคำว่าอะไรคะ คุณครูปรเมษฐคะ

44
00:02:52.173 --> 00:02:55.940

45
00:02:56.176 --> 00:02:59.938
จะเติมคำว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) เย้ได้กลับบ้านแล้ว

46
00:03:00.178 --> 00:03:03.941
อีกครั้งค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เย้ ได้กลับบ้านแล้ว (คุณครูคณิตา)

47
00:03:04.179 --> 00:03:07.938
เด็ก ๆ ละคะ ก็คงจะ เย้ จะได้กลับบ้านแล้ว

48
00:03:08.180 --> 00:03:11.938
ต่อมาค่ะ

49
00:03:12.184 --> 00:03:15.938
ที่ไหนนะ เอ๊ เราจะเติมคำว่าอะไร

50
00:03:16.190 --> 00:03:19.938
เอ่ย คุณครู

51
00:03:20.191 --> 00:03:23.940
ปรเมษฐจะเติมคำว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) เอ๊ะ เอ้

52
00:03:24.192 --> 00:03:27.958
ลืมกระเป๋าสตางค์ไว้ที่ไหนนะ (คุณครูคณิตา) เราใช้ได้หลายคำเลย

53
00:03:28.193 --> 00:03:31.948
ใช่ไหมคะคำอุทานนี่ถ้าเป็นคุณครูปรเมษฐ

54
00:03:32.203 --> 00:03:35.939
นี่ คุณครูปรเมษฐจะใช้คำว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ใช้คำว่า

55
00:03:36.207 --> 00:03:39.939
เอ๊ะ นี่ล่ะครับได้ ถ้าโอ้ย

56
00:03:40.211 --> 00:03:43.939
โอ้ยคือเจ็บนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เอิ๊

57
00:03:44.212 --> 00:03:47.939
เป็นข้อสงสัย เอ๊ะ ลืมกระเป๋าสตางค์ไว้ที่ไหนนะ

58
00:03:48.214 --> 00:03:51.939
นะ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อ๋อ ไม่มี ไม่เคยพก ไม่มีหรอก

59
00:03:52.215 --> 00:03:55.946
(คุณครูคณิตา) โอเคค่ะ ต่อมาค่ะ เรามาดูกันเลยนะคะ

60
00:03:56.219 --> 00:03:59.938
คำที่แสดงอารมณ์ความรู้สึกของผู้พูด เรียกว่า

61
00:04:00.225 --> 00:04:03.939
คำอุทานแสดงอาการและจะมี

62
00:04:04.226 --> 00:04:07.939
เครื่องหมายอัศเจรีย์กำกับอยู่นั่นเอง

63
00:04:08.228 --> 00:04:11.938
ค่ะ คำเหล่านี้นะคะก็คือคำอุทานแสดงอาการ

64
00:04:12.229 --> 00:04:15.938
แสดงอาการนั่นเอง ต่อมาค่ะ เดี๋ยวเรามาดูอีก

65
00:04:16.232 --> 00:04:19.946
คำหนึ่งนะคะ เรามาดูตัวอย่าง

66
00:04:20.233 --> 00:04:23.939
กันก่อน คำว่า อูย แสดงถึงความหนาว

67
00:04:24.234 --> 00:04:27.938
ใช่ไหมคะ แสดงความรู้สึกเจ็บปวด ต่อมาค่ะ

68
00:04:28.235 --> 00:04:31.942
(คุณครูปรเมษฐ) เย่ แสดงความรู้สึกดีใจนะครับ

69
00:04:32.237 --> 00:04:35.939
เอ๊ะ นี่แสดงความรู้สึกสงสัย

70
00:04:36.238 --> 00:04:39.938
นั่นเองครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมา เรามาเรียนรู้คำอุทานอีก

71
00:04:40.240 --> 00:04:43.944
ชนิดหนึ่งนะคะ คำอุทานอีกชนิดหนึ่งนี่

72
00:04:44.241 --> 00:04:47.939
คำที่นิยมใช้นำมาเสริมคำหลัก เพื่อให้

73
00:04:48.243 --> 00:04:51.938
ความหมายนี่ชัดเจนยิ่งขึ้นเราจะเรียกคำอุท่าน

74
00:04:52.244 --> 00:04:55.938
คำอีกชนิดนี้ว่าอย่างไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) เรียกว่าคำอุทาน

75
00:04:56.245 --> 00:04:59.938
เสริมบทนั่นเองนะครับ เพราะฉะนั้นคำอุทานมี 2 ชนิด

76
00:05:00.247 --> 00:05:03.939
ด้วยกัน ชนิดที่เด็ก ๆ จะได้ศึกษานะครับ เราไปดูกันเลย (คุณครูคณิตา)

77
00:05:04.248 --> 00:05:07.938
ตัวอย่างกันเลยดีกว่า เขาขยันดู

78
00:05:08.249 --> 00:05:11.938
หนังสือ ... เสมอ ถ้าเป็นคุณครูปรเมาฐจะเติมคำว่า

79
00:05:12.251 --> 00:05:15.938
อะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) หนังสือ หนังอะไรนะเด็ก ๆ หนังห

80
00:05:16.255 --> 00:05:19.938
อยู่เสมอนะครับ (คุณครูคณิตา) หนังหาก็คือคำอุทานเสริมบท

81
00:05:20.257 --> 00:05:23.938
(คุณครูปรเมษฐ) มีความหมายไหมครับคุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) มีความหมายไหม

82
00:05:24.258 --> 00:05:27.942
(คุณครูปรเมษฐ) อุทานเสริมบทมีไหมลูก เอามาเสริม

83
00:05:28.263 --> 00:05:31.948
เพื่อให้ความหมายมันชัดเจนยิ่งขึ้นนะครับ

84
00:05:32.265 --> 00:05:35.939
อาจจะสัมผัส

85
00:05:36.268 --> 00:05:39.938
แยกดูสิคะ ว่า

86
00:05:40.270 --> 00:05:43.941
หนังสือหนังหา คำหลักคือคำว่าอะไร (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ช่วยกันดู

87
00:05:44.272 --> 00:05:47.946
ครับ คำหลักคือคำว่า "หนังสือ" คำเสริม

88
00:05:48.273 --> 00:05:51.942
หนังหา นั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) เก่งมากค่ะ ต่อไป

89
00:05:52.274 --> 00:05:55.938
เรามาดูเป็นไข้ก็ไปกิน

90
00:05:56.275 --> 00:05:59.938
... กินยาซะนะ ถ้าเราบอกว่า

91
00:06:00.277 --> 00:06:03.938
ซะนะ ก็จบใช่ไหมคะ แต่มันมีคำเสริม

92
00:06:04.278 --> 00:06:07.938
กินอีก เราจะเติมคำว่าอะไรดี (คุณครูปรเมษฐ) ฟังเด็ก ๆ ตอบก่อน

93
00:06:08.280 --> 00:06:11.938
ว่าตรงกับครูไหมกินอะไรนะ

94
00:06:12.281 --> 00:06:15.938
กินยูกกินยาซะนะ

95
00:06:16.287 --> 00:06:19.938
บางคนว่ากินข้าวกินยานี่ถูกไหมครับครูคณิตา

96
00:06:20.291 --> 00:06:23.938
(คุณครูคณิตา) กินข้าวกินยา

97
00:06:24.297 --> 00:06:27.947
เป็นไข้ก็ต้องกินยาเพราะฉะนั้น ก็เอาคำว่า

98
00:06:28.298 --> 00:06:31.938
กินหยูกมาเสริมให้มันคล้องกันไป ความหมายชัดเจนยิ่งขึ้น

99
00:06:32.303 --> 00:06:35.938
เราจะเห็นผู้หลักผู้ใหญ่ใช่ไหม

100
00:06:36.304 --> 00:06:39.945
พูดคำเหล่านี้ (คุณครูปรเมษฐ) ผู้หลักผู้ใหญ่ของครูคณิตาเป็นคำอุทาน

101
00:06:40.305 --> 00:06:43.939
เสริมบทนั่นเองค่ะ คำว่า

102
00:06:44.306 --> 00:06:47.938
ผู้หลักนะ เป็นคำอุทานเสริมบท ส่วนคำว่า ผู้ใหญ่

103
00:06:48.311 --> 00:06:51.949
ก็คือเป็นคำหลักนั่นเอง เอาล่ะค่ะ

104
00:06:52.314 --> 00:06:55.939
เรามาพิจารณากันดีกว่า คำหลักคำว่า กิน

105
00:06:56.316 --> 00:06:59.938
ยานะครับ แล้วก็คำเสริมก็คือคำว่า

106
00:07:00.318 --> 00:07:03.938
กินหยูกนั่นเองนะครับ เด็ก ๆ ครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ

107
00:07:04.319 --> 00:07:07.942
วันนี้นะคะก็สอดคล้องกันกับเรื่องที่เราจะ

108
00:07:08.320 --> 00:07:11.947
กำลังจะเริ่มเรียนนะคะ นักเรียนน่าจะได้ความรู้กันเพิ่มแล้ว

109
00:07:12.322 --> 00:07:15.938
นะคะ จุดประสงค์การเรียนรู้ของวันนี้ค่ะ

110
00:07:16.323 --> 00:07:19.938
ก็คือ 1. บอกชนิดและหน้าที่ของคำอุทานได้ 2.

111
00:07:20.335 --> 00:07:23.939
(คุณครูปรเมษฐ) ใช้คำอุทานในการสื่อสารได้ 3. ก็คือ

112
00:07:24.345 --> 00:07:27.941
สามารถอภิปรายประโยชน์

113
00:07:28.345 --> 00:07:31.939
ในชีวิตประจำวันของหนู ๆ นั่นเองครับ ไปกันเลย

114
00:07:32.347 --> 00:07:35.938
(คุณครูคณิตา) ค่ะ ให้นักเรียนหยิบใบความรู้ขึ้นมาค่ะ เดี๋ยวเราจะ

115
00:07:36.349 --> 00:07:39.942
มาศึกษาใบความรู้กันก่อนนะคะ เดี๋ยวครูจะให้

116
00:07:40.351 --> 00:07:43.938
เวลานักเรียนนะคะ สักครู่หนึ่งในการอ่านใบความ

117
00:07:44.354 --> 00:07:47.946
รู้เกี่ยวกับเรื่องคำอุทานแล้วเดี๋ยวเรามา

118
00:07:48.357 --> 00:07:51.938
เจอกันอีกครั้งค่ะ

119
00:07:52.358 --> 00:07:55.945

120
00:07:56.359 --> 00:07:59.938

121
00:08:00.361 --> 00:08:03.940

122
00:08:04.362 --> 00:08:07.938

123
00:08:08.365 --> 00:08:11.938

124
00:08:12.367 --> 00:08:15.938

125
00:08:16.369 --> 00:08:19.938

126
00:08:20.369 --> 00:08:23.938

127
00:08:24.370 --> 00:08:27.938

128
00:08:28.372 --> 00:08:31.938

129
00:08:32.374 --> 00:08:35.938

130
00:08:36.376 --> 00:08:39.938

131
00:08:40.377 --> 00:08:43.938

132
00:08:44.379 --> 00:08:47.938

133
00:08:48.380 --> 00:08:51.938

134
00:08:52.382 --> 00:08:55.938

135
00:08:56.384 --> 00:08:59.939

136
00:09:00.386 --> 00:09:03.938

137
00:09:04.390 --> 00:09:07.938

138
00:09:08.394 --> 00:09:11.938

139
00:09:12.398 --> 00:09:15.938

140
00:09:16.404 --> 00:09:19.938

141
00:09:20.409 --> 00:09:23.938

142
00:09:24.411 --> 00:09:27.938

143
00:09:28.414 --> 00:09:31.938

144
00:09:32.417 --> 00:09:35.938

145
00:09:36.449 --> 00:09:39.938

146
00:09:40.451 --> 00:09:43.938

147
00:09:44.453 --> 00:09:47.938

148
00:09:48.455 --> 00:09:51.938

149
00:09:52.457 --> 00:09:55.938

150
00:09:56.458 --> 00:09:59.940

151
00:10:00.472 --> 00:10:03.938

152
00:10:04.478 --> 00:10:07.938

153
00:10:08.479 --> 00:10:11.956

154
00:10:12.485 --> 00:10:15.938

155
00:10:16.486 --> 00:10:19.938

156
00:10:20.489 --> 00:10:23.938

157
00:10:24.495 --> 00:10:27.938

158
00:10:28.499 --> 00:10:31.938

159
00:10:32.501 --> 00:10:35.938

160
00:10:36.506 --> 00:10:39.939

161
00:10:40.508 --> 00:10:43.938

162
00:10:44.510 --> 00:10:47.938
f

163
00:10:48.512 --> 00:10:51.939

164
00:10:52.514 --> 00:10:55.938
(คุณครูคณิตา) เป็นอย่างไรกันบ้างคะนักเรียน ในการ

165
00:10:56.517 --> 00:10:59.938
อ่านทบทวนความรู้นะคะ เกี่ยวกับเรื่องคำอุทานเดี๋ยวเรามาสรุป

166
00:11:00.522 --> 00:11:03.938
เรื่องคำอุทาน นักเรียนคงอ่านเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

167
00:11:04.526 --> 00:11:07.938
ไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ คำอุทาน คำอุทาน

168
00:11:08.527 --> 00:11:11.939
คืออะไร คืออะไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) คำอุทานคือ

169
00:11:12.528 --> 00:11:15.938
คำที่เปล่งออกมาเพื่อแสดง

170
00:11:16.530 --> 00:11:19.938
อารมณ์ความรู้สึกของผู้พูดนั่นเองนะครับ เช่น อารมณ์

171
00:11:20.532 --> 00:11:23.938
เสียใจ ดีใจ ประหลาดใจ สงสาร

172
00:11:24.533 --> 00:11:27.938
ต่าง ๆ นี่ที่เป็นอารมณ์ความรู้สึกของตัง

173
00:11:28.535 --> 00:11:31.954
เราก็มักจะอุทานออกมานั่นเองครับเด็ก ๆ

174
00:11:32.537 --> 00:11:35.938
ครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ วึ่งคำอุทานมักจะอยู่หน้าประโยค

175
00:11:36.538 --> 00:11:39.951
นะคะ จะมีเครื่องหมายอัศเจรีย์อยู่ด้สนหลัง

176
00:11:40.540 --> 00:11:43.938
นั้นค่ะ เอาล่ะค่ะนักเรียน บอกคุณครูได้ไหมคะ ว่า

177
00:11:44.541 --> 00:11:47.938
ชนิดของคำอุทานมีกี่ชนิดเอ่ย

178
00:11:48.549 --> 00:11:51.940
ตอบได้ไหมเอ่ย คุณครูปรเมษฐคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับผม (คุณครูคณิตา)

179
00:11:52.550 --> 00:11:55.945
บอกนักเรียนหน่อยสิคะว่า คำอุทานมี

180
00:11:56.551 --> 00:11:59.938
(คุณครูปรเมษฐ) มีทั้งหมดกี่ชนิดลูก 3

181
00:12:00.553 --> 00:12:03.939
ลบไป 1 เหลือ 2 ชนิดนั่นเอง เด็ก ๆ มี 2 ชนิดนะ

182
00:12:04.560 --> 00:12:07.938
อุทานเสริมบทกับอุทานอะไรนะ (คุณครูคณิตา) อุทานแสดงอาการ

183
00:12:08.567 --> 00:12:11.938
อาการนั่นเองครับ (คุณครูคณิตา) แสดงอาการ

184
00:12:12.568 --> 00:12:15.938
กันก่อนนะคะ คำอุทานแสดงอาการแสดง

185
00:12:16.572 --> 00:12:19.938
อารมณ์ความรู้สึกโดยตรงของผู้พูด

186
00:12:20.574 --> 00:12:23.938
มักอยู่หน้าประโยคและมักมีเครื่องหมายอัศเจรีย์กำกับ

187
00:12:24.575 --> 00:12:27.938
ค่ะ ส่วนคำอุทานเสริมบทล่ะคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ)

188
00:12:28.577 --> 00:12:31.938
คำอุทานเสริมบทนะครับ จะเป็นการใช้

189
00:12:32.579 --> 00:12:35.938
นะลูกนะ ใช้เพื่อเน้นความหมาย

190
00:12:36.581 --> 00:12:39.938
ครูบอกให้ความหมายมันมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น อันนี้ไม่จำเป็นต้อง

191
00:12:40.582 --> 00:12:43.938
ใส่เครื่องหมายอัศเจรีย์เสริมบทนะลูกนะ (คุณครูปรเมษฐ

192
00:12:44.585 --> 00:12:47.939
เราก็มักจะเจอคำอุทาน และใช้คำอุทานเหล่านี้

193
00:12:48.594 --> 00:12:51.943
ในชีวิตประจำวันครูเชื่อว่า

194
00:12:52.595 --> 00:12:55.941
นักเรียนนะคะ ก็จะต้องใช้คำอุทานเหล่านี้

195
00:12:56.597 --> 00:12:59.938
ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นคำอุทานในชีว

196
00:13:00.598 --> 00:13:03.950
คำอุทานเสริมบทนี่ อย่างน้อยเราจะต้องได้ยินนะ

197
00:13:04.599 --> 00:13:07.939
สัก 1 คำนะ

198
00:13:08.601 --> 00:13:11.938
โอเคค่ะ ต่อมาค่ะ เรามาดูตัวอย่างชนิดของคำ

199
00:13:12.604 --> 00:13:15.938
อุทานกันดีกว่า เอ้ เราจะเริ่มคำอุทานไหน

200
00:13:16.606 --> 00:13:19.938
กันก่อนดีนะ เรามาเริ่มตัวอย่าง

201
00:13:20.609 --> 00:13:23.938
คำอุทานแสดงอาการ

202
00:13:24.611 --> 00:13:27.938
กันก่อนเลยนะคะ อย่างแรกเลยค่ะ แสดงการร้องเรียก

203
00:13:28.613 --> 00:13:31.941
หรือบอกให้รู้ตัวค่ะ เราจะใช้คำอุทาน

204
00:13:32.615 --> 00:13:35.938
อะไรบ้างคะ (คุณครูปรเมษฐ) แน่ะ, นี่แน่ะ, เฮ้ เป็นกา

205
00:13:36.616 --> 00:13:39.938
ยกตัวอย่างนะ อย่างเช่น วินมานั่งอยู่นี่เอง

206
00:13:40.617 --> 00:13:43.938
เฮ้! วินมานั่งอยู่นี่เอง

207
00:13:44.618 --> 00:13:47.938
(คุณครูคณิตา) วินนี่ก็คือ วินมอเตอร์ไซต์

208
00:13:48.628 --> 00:13:51.941
หมายถึงชื่อนะ จะเป็นวินมอเตอร์ไซค์ก็ได้นะ

209
00:13:52.632 --> 00:13:55.938
มารับ (คุณครูคณิตา) ก็ถือว่าเป็นการเรียกนะ

210
00:13:56.633 --> 00:13:59.938
เรียกมาเหมือนกันนะคะ ได้ทั้งหมดนะคะนักเรียน อันต่อมานะคะ

211
00:14:00.634 --> 00:14:03.938
แสดงความตกใจ คุณครูปรเมษฐคะ (คุณครูปรเมษฐ) ว้ายตายจริง

212
00:14:04.635 --> 00:14:07.938
ว้าย, ตายจริง, คุณพระช่วย

213
00:14:08.638 --> 00:14:11.939
ถ้าเกิดเป็นของฝรั่งเขาจะเรียกว่าอะไรนะ โอ้พระเจ้า

214
00:14:12.642 --> 00:14:15.940
Oh พระเจ้า หรือว่าอะไรครับ (คุณครูคณิตา) Oh My

215
00:14:16.644 --> 00:14:19.938
ของฝรั่งเขา อย่างเช่นตัวอย่างนี้นะ ว้าย

216
00:14:20.650 --> 00:14:23.939
ต้องบอกว่าอย่างไรเด็ก ๆ ว้าย คนตกน้ำนะ

217
00:14:24.651 --> 00:14:27.938
น่าจะเป็นเสียงของอะไร ถ้าผู้ชาย

218
00:14:28.664 --> 00:14:31.945
จะว้ายไหม ก็ว้ายล่ะ แต่ว้ายแบบไม่ต้องแสดงอาการมาก

219
00:14:32.674 --> 00:14:35.938
เห้ย คนตกน้ำอะไรประมาณนั้นนะครับ (คุณครูคณิตา) ถ้าเราจะ

220
00:14:36.677 --> 00:14:39.941
ใช้คำอุทานอื่นได้ไหมครับ

221
00:14:40.681 --> 00:14:43.938
(คุณครูปรเมษฐ) ได้สิครับ ใช้ได้ดูที่บริบทเลย

222
00:14:44.683 --> 00:14:47.938
ตายจริง คนตกน้ำนี่ ทำอย่างไรดี คุณพระช่วยคนตก

223
00:14:48.684 --> 00:14:51.938
น้ำ มันจะดีหรือไม่ดีนี่ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เราจะต้องใช้

224
00:14:52.686 --> 00:14:55.938
คำอุทานให้ถูกต้องด้วยนะคะ ขึ้นอยู่กับ

225
00:14:56.687 --> 00:14:59.938
บริบทด้วยนะคะ ตายจริงคนตกน้ำ

226
00:15:00.689 --> 00:15:03.938
แล้วอย่างไรต่อ เราก็ไม่รู้สิคะ มันก็ผิดนะ (คุณครูปรเมษฐ)

227
00:15:04.690 --> 00:15:07.938
ถือว่าผิดบริบท (คุณครูปรเมษฐ) ครูคณิตาจะใช้

228
00:15:08.692 --> 00:15:11.938
(คุณครูคณิตา) ตายจริง วันนี้ฉันลืมทำการบ้านมา

229
00:15:12.695 --> 00:15:15.938
ก็คือเป็นการแสดงความตกใจ

230
00:15:16.696 --> 00:15:19.938
นั่นเองนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) โอ้ คุณพระช่วย ฉันสอบได้ที่หนึ่ง

231
00:15:20.701 --> 00:15:23.938
นี่ได้ไหม (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ นี่ก็เป็น

232
00:15:24.717 --> 00:15:27.938
ตัวอย่างนะคะนักเรียน เอาล่ะค่ะ ต่อมาค่ะ แสดงความเสียดาย

233
00:15:28.726 --> 00:15:31.938
ผิดหวังสงสารตัวอย่างมีอะไรบ้างคะ

234
00:15:32.728 --> 00:15:35.938
(คุณครูปรเมษฐ) โถ โธ่ อนิจจัง พุทโธ่

235
00:15:36.729 --> 00:15:39.939
ถ้าเกิดภาษาเพชรบุรี คำว่าอนิจจัง

236
00:15:40.736 --> 00:15:43.941
อนิจจัง ใช่คำว่า "อนิจจีง"

237
00:15:44.737 --> 00:15:47.941
เป็นคำอุทานภาษาถิ่นนะ

238
00:15:48.738 --> 00:15:51.938
ยกตัวอย่างนี่อะไรนี่ ลูกนกหรือ ยกตัวอย่าง โถ่

239
00:15:52.743 --> 00:15:55.938
นกเปียกฝน นี่เป็นต้นนะครับ (คุณครูคณิตา) แสดง

240
00:15:56.744 --> 00:15:59.938
ถึงความสงสารนะคะ ต่อมาค่ะ

241
00:16:00.747 --> 00:16:03.943
แสดงความไม่พอใจโกรธเคือง

242
00:16:04.750 --> 00:16:07.938
คุณครูปรเมษฐคะ (คุณครูปรเมษฐ) เหม่ ฮึ่ม

243
00:16:08.751 --> 00:16:11.938
ชิชะ เล่นด้วยทพเคลิ้มนะ

244
00:16:12.753 --> 00:16:15.938
นี่คือการแสดงความไม่พอใจ สมมตอันนี้คือครู

245
00:16:16.758 --> 00:16:19.938
คณิตานี่ เข้าใจหารูปนะคะ

246
00:16:20.759 --> 00:16:23.938
ฮึ่ม ใครหยิบกระเป๋าของฉันไป ถ้าให้เหมือนชีวิตจริง

247
00:16:24.761 --> 00:16:27.938
ไหมครูคณิตา หึ้ม ใครเอาโทรศัพท์ฉันไป

248
00:16:28.762 --> 00:16:31.938
เอามาคืนเดี๋ยวนี้ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ การหยิบของผู้

249
00:16:32.764 --> 00:16:35.939
ถือว่าการหยิบของผู้อื่นโดยที่

250
00:16:36.765 --> 00:16:39.940
ไม่ได้รับอนุญาตถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดี เราไม่ควรทำนะคะ

251
00:16:40.766 --> 00:16:43.938
ต่อมาค่ะ ข้อที่ 5 ค่ะ แสดงความประหลสดใจค่ะ

252
00:16:44.771 --> 00:16:47.938
เช่นอะไรบ้างคะ (คุณครูปรเมษฐ) ฮะ, ฮ้า, ว้าว, โอ้โฮ ฃ

253
00:16:48.776 --> 00:16:51.938
ว้าว โอ้โฮ

254
00:16:52.778 --> 00:16:55.938
ตัวอย่าง เจ้าบ่าว เจ้าสาวใช่ไหม แต่งประโยค

255
00:16:56.780 --> 00:16:59.941
ว่า โอ้โฮ เจ้าบ่าวเจ้าสาว

256
00:17:00.781 --> 00:17:03.938
เป็นการแสดงความประหลายใจ

257
00:17:04.783 --> 00:17:07.939
อย่างหนึ่งนั่นเองนะคะนักเรียน

258
00:17:08.790 --> 00:17:11.938
เอาล่ะค่ะ ข้อที่ 6 ค่ะ แสดงถึงความเข้าใจหรือรับรู้ เราจะใช้

259
00:17:12.799 --> 00:17:15.939
คำว่า "อือ, อ๋อ"

260
00:17:16.804 --> 00:17:19.939
อ๋อ เข้าใจแล้ว นี่คือเป็นตัวอย่าง

261
00:17:20.808 --> 00:17:23.938
นะคะนักเรียนต่อมาค่ะ แสดงความ

262
00:17:24.809 --> 00:17:27.949
เจ็บปวดค่ะ ให้คุณครูปรเมษฐเป็นผู้แสดงดีกว่าค่ะ

263
00:17:28.813 --> 00:17:31.938
(คุณครูปรเมษฐ) โอ้ย เจ็บ

264
00:17:32.814 --> 00:17:35.948
ถ้าคนวัยรุ่นก็ โอ้ย

265
00:17:36.824 --> 00:17:39.938
โอ้ย

266
00:17:40.825 --> 00:17:43.938
ได้ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ได้ ก็ถือเป็นคำ

267
00:17:44.831 --> 00:17:47.938
อุทานเหมือนกันนะคะ คำว่า โอย โอ้ย

268
00:17:48.835 --> 00:17:51.938
(คุณครูปรเมษฐ) โอ้ย เจ็บจังเลยให้นักเรียนดูหน่อย (คุณครูคณิตา) โอ้ย

269
00:17:52.837 --> 00:17:55.938
เจ็บจังเลยนี่ก็คือเป็นคำ...

270
00:17:56.841 --> 00:17:59.939
(คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเจ็บมาก ๆ ถ้าเจ็บมาก ๆ ว่าอย่างไรนะ (คุณครูคณิตา)

271
00:18:00.842 --> 00:18:03.938
เมื่อกี้ก็คือเจ็บแล้วนะคะ

272
00:18:04.844 --> 00:18:07.938
คำว่า "โอ้ย" เหมือนเดิมค่ะ

273
00:18:08.846 --> 00:18:11.938
เอาล่ะค่ะ ต่อมาค่ะ แสดงความพอใจ

274
00:18:12.847 --> 00:18:15.938
เบื่อหน่ายนะคะ เราจะใช้คำว่าอะไรคะ คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ)

275
00:18:16.849 --> 00:18:19.938
เฮ่อ เฮ่อเหนื่อยจังเลย เฮ่อ

276
00:18:20.853 --> 00:18:23.938
รถติดอีกแล้ว ไปสอนนักเรียนไม่ทันแน่เลย

277
00:18:24.857 --> 00:18:27.938
(คุณครูคณิตา) ใช่เบื่อหน่ายถึงการที่

278
00:18:28.858 --> 00:18:31.938
รถนะคะ จราจรติดขัดนั่นเอง ต่อมาค่ะ แสดงถึงความ

279
00:18:32.860 --> 00:18:35.938
โล่งใจ (คุณครูปรเมษฐ) เฮอ เฮอ

280
00:18:36.862 --> 00:18:39.938
ทำการบ้านเสร็จเสียที (คุณครูคณิตา) นั่น

281
00:18:40.863 --> 00:18:43.939
สิคะ คำถึงแสดงถึงความ

282
00:18:44.864 --> 00:18:47.938
โล่งใจค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เฮอ ถึงเชียงใหม่เสียที นั่งรถมา

283
00:18:48.869 --> 00:18:51.938
ตั้ง 3 วันแล้ว (คุณครูคณิตา) โอ้โฮ 3 วันเลยหรือค

284
00:18:52.870 --> 00:18:55.938
(คุณครูปรเมษฐ) ก็แวะไปตลอดทาง

285
00:18:56.872 --> 00:18:59.938
จนถึง 3 วันไม่ลงจากรถเลย

286
00:19:00.874 --> 00:19:03.940
ว่าเป็นความอดทนที่ดีมากเลยนะคะ ต่อมาค่ะ แสดงความ

287
00:19:04.876 --> 00:19:07.938
ดีใจค่ะ ตัวอย่างคำว่า ไชโย

288
00:19:08.877 --> 00:19:11.938
ตัวอย่าง ไชโยเราชนะแล้ว มีตัวอย่าง

289
00:19:12.879 --> 00:19:15.944
อื่นไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไชโย

290
00:19:16.880 --> 00:19:19.938
บอลไทยได้ไปบอลโลกแล้ว เป็นต้นนะครับ (คุณครูคณิตา)

291
00:19:20.881 --> 00:19:23.939
คือ คำเหล่านี้นะคะ เป็นคำอุทานแสดงอาการค่ะ

292
00:19:24.882 --> 00:19:27.938
นักเรียนคะ ดูทั้ง 10 ตัวอย่างแล้ว

293
00:19:28.884 --> 00:19:31.938
เดี๋ยวนักเรียนอาจจะลืมคำอุทานอีกชนิดหนึ่ง

294
00:19:32.894 --> 00:19:35.938
ไปหรือเปล่า คำอุทานอีกชนิดหนึ่งก็คือคำอุทาน

295
00:19:36.895 --> 00:19:39.938
เสริมบท หรือคำสร้อยนั่นเองค่ะ

296
00:19:40.899 --> 00:19:43.938
ตัวอย่างกันเลยนะคะ คำอุทานเสริมบท

297
00:19:44.901 --> 00:19:47.957
คำสร้อยคือคำที่เสริมเข้าไปเพื่อให้

298
00:19:48.902 --> 00:19:51.938
เกิดความคล้องจอง คำเสริมจะไม่มีความหมาย เป็นการเน้นคำ

299
00:19:52.910 --> 00:19:55.937
ให้ชัดเจน อย่างเช่นที่คุณครูได้ยกตัวอย่างไป

300
00:19:56.910 --> 00:19:59.938
คำว่า "หนังสือหนังหา" หนังหา

301
00:20:00.912 --> 00:20:03.939
ไม่มีความหมายแต่เป็นการเติมเข้าไป

302
00:20:04.914 --> 00:20:07.938
เพื่อให้มีความหมายชัดเจนยิ่งขึ้น อย่างเช่น คำ

303
00:20:08.915 --> 00:20:11.937
ที่คุณครูก็ได้พ๔ดไป ผู้ใหญ่มีความหมาย

304
00:20:12.917 --> 00:20:15.939
ผู้หลักมีความหมายไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่มีครับ เอามาให้

305
00:20:16.921 --> 00:20:19.940
คล้องจองเป็นคำสร้อยเฉย ๆ ถ้าผู้หลักผู้ใหญ่ก็

306
00:20:20.923 --> 00:20:23.937
คู่กับลุกเด็กเล็กแดง คำก็มีคำเดียว หมายถึงคำว่า ลูกเด

307
00:20:24.927 --> 00:20:27.937
หรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) คำว่าเด็ก

308
00:20:28.927 --> 00:20:31.951
ทั่ว ๆ ไป ลูกเด็กเล็กแดง

309
00:20:32.928 --> 00:20:35.937
ให้มัน (คุณครูคณิตา) ให้มันดูแบบคล้องจอง

310
00:20:36.933 --> 00:20:39.937
นะคะ เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวเรามาดูตัวอย่างกันเลยนะคะ ตัวอย่างคำอุทาน

311
00:20:40.935 --> 00:20:43.936
เสริมบทค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) กระดูกกระเดี๊ยว

312
00:20:44.936 --> 00:20:47.937
ดูตัวแดงนะนักเรียน (คุณครูคณิตา) กระดูกกระเดี้ยว กระดูกเป็นคำหลัก

313
00:20:48.940 --> 00:20:52.936
ใช่ไหมเป็นคำหลักนะคะ

314
00:20:52.941 --> 00:20:56.936
ส่วนคำว่ากระเดี้ยวเป็นคำเสริมนั่นเอง ต่อมา

315
00:20:56.943 --> 00:21:00.936
(คุณครูปรเมษฐ) เข้าอก เข้าใจ มันได้เข้าไปในอกไหม

316
00:21:00.943 --> 00:21:04.936
มันคือการเข้าอกเข้าใจ แต่

317
00:21:04.953 --> 00:21:08.937
เข้าใจนี่มีความหมายเสริมให้เข้าใจยิ่งขึ้น

318
00:21:08.966 --> 00:21:12.936
ผู้หลัก ผู้ใหญ่ เป็นต้นนะคะ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ

319
00:21:12.971 --> 00:21:16.939
มือไม้ (คุณครูปรเมษฐ) เขาจะพูดถึงอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) พูดถึงมือค่ะ

320
00:21:16.971 --> 00:21:20.936
(คุณครูปรเมษฐ) พูดถึงแม่ อย่างเช่น แหมเด็กคนนี้

321
00:21:20.976 --> 00:21:24.937
อะไรเด็กคนนี้เป็นอย่างไร (คุณครูคณิตา) มือไม้ก็คือเป็น

322
00:21:24.978 --> 00:21:28.936
การไม่เคารพ หรือเป็นการไม่ไหว้ผู้ใหญ่อะไรอย่างนี้

323
00:21:28.985 --> 00:21:32.936
(คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) ตัวอย่าง ยกตัวอย่าง เช่น

324
00:21:32.986 --> 00:21:36.936
คำว่า "ปากเปิก" ถามว่าคำหลักคือคำอะไร

325
00:21:36.988 --> 00:21:40.936
ก็คือคำว่าปากนั่นเองนะ

326
00:21:40.991 --> 00:21:44.936
ส่วนคำสร้อย คำที่เสริมเข้ามาคือคำว่า เปิด

327
00:21:44.992 --> 00:21:48.939
ไม่มีสัมมาคารวะเลย

328
00:21:48.995 --> 00:21:52.935
เป็นการเสริมเข้าไปนั่นเอง

329
00:21:52.996 --> 00:21:56.937
ต่อมาค่ะ ปืนผาหน้าไม้

330
00:21:56.998 --> 00:22:00.935
(คุณครูปรเมษฐ) คล้อวจองเลยนะครับ (คุณครูคณิตา) คล้องเลยค่ะ เติมเข้าไป

331
00:22:01.001 --> 00:22:04.936
ตึกรามบ้านช่อง

332
00:22:05.003 --> 00:22:08.935
บ้านนะ บ้านช่องที่เราอยู่นั่นเองนะคะ

333
00:22:09.004 --> 00:22:12.938
เรามาดูให้นักเรียนค่ะลอง

334
00:22:13.009 --> 00:22:16.935
เติมดูนะคะว่า คำอุทานเสริมบท นักเรียนจะเติมคำว่าอะไร

335
00:22:17.011 --> 00:22:20.937
ลงไป (คุณครูปรเมษฐ) ไปกันเลยครับ คนเติมนะ ข้อที่ 1 เติมครับ

336
00:22:21.012 --> 00:22:24.935
1 2 3 เติมว่า ถูกต้องครับ ลืมหูลืมตา

337
00:22:25.013 --> 00:22:28.940
เตรียมตัวให้พร้อมนะครับ 1, 2, 3

338
00:22:29.023 --> 00:22:32.935
หมดอะไรนะ หมดเรี่ยว หมด

339
00:22:33.025 --> 00:22:36.937
แรงนะครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ รำคาญ

340
00:22:37.027 --> 00:22:40.939
เราจะเติมคำว่าอะไรเอ่ย

341
00:22:41.029 --> 00:22:44.934
รำคงรำคาญเห็นไหมคะคำเหล่านี้

342
00:22:45.033 --> 00:22:48.934
เป็นคำอุทานเสริมบทนั่นเอง จะสังเกตดูนะคะ ว่า

343
00:22:49.034 --> 00:22:52.934
จะไม่มีเครื่องหมาย เครื่องหมายอะไรกำกับคะ

344
00:22:53.036 --> 00:22:56.934
ตอบได้ไหมเอ่ย นั่นก็คือเครื่องหมายอัสเจร

345
00:22:57.037 --> 00:23:00.934
นั่นเองค่ะ นอกจากนี้ยังมีอะไรอีกคะ

346
00:23:01.038 --> 00:23:04.934
คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) นอกจากนี้นะครับ คำอุทานเสริมบทยังอยู่

347
00:23:05.042 --> 00:23:08.943
ที่อยู่ในบทสร้อยกลอนโครง เช่น

348
00:23:09.048 --> 00:23:12.934
นา, แฉ,

349
00:23:13.049 --> 00:23:16.934
เฮย อ้า โอ้

350
00:23:17.051 --> 00:23:20.938
อย่างเช่น บทโคลงสี่สุภาพนักเรียนจะต้องเคยได้ยินและ

351
00:23:21.060 --> 00:23:24.934
เคยท่องแล้ว เสียงลือ เสียงเล่าอ้าง

352
00:23:25.062 --> 00:23:28.934
อันใด พี่เอย เอยตัวนี้ก็ลงมา

353
00:23:29.065 --> 00:23:32.933
เป็นคำสร้อย เสียงยศ

354
00:23:33.067 --> 00:23:36.934
พี่หลับใหล ลืมตื่น ลืมพี่ สอง...

355
00:23:37.068 --> 00:23:40.934
เผื่อ นี่คำพวกนี้นี่จะไปใส่ตอนท้ายโคลง

356
00:23:41.072 --> 00:23:44.934
ให้เกิดความไพเราะยิ่งขึ้น มีความหมายไหมครับ (คุณครูคณิตา) ไม่มี

357
00:23:45.073 --> 00:23:48.933
ความหมายนั่นเองนะคะ ต่อมาค่ะนอกจานี้กนคะะ

358
00:23:49.074 --> 00:23:52.933
นอกจากนี้นะคะ มีคำอุทานที่มีเลียนเสียงธรรมชาติด้วย

359
00:23:53.076 --> 00:23:56.933
อย่างเช่น คำว่า ปืนค่ะ

360
00:23:57.078 --> 00:24:00.933
เสียงปืน ปืนเวลาเราได้ยินมันจะเป็นเสียงอย่างไร

361
00:24:01.090 --> 00:24:04.933
เอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) ตู้มปัง ๆ นะครับ

362
00:24:05.094 --> 00:24:08.933
(คุณครูคณิตา) ตู้มนี่เสียงระเบิดหรือเปล่าคุณครูปรเมษฐ

363
00:24:09.097 --> 00:24:12.933
9 RPG (คุณครูคณิตา) อันนี้ครูก็ไม่ค่อยมีความรู้

364
00:24:13.098 --> 00:24:16.933
เรื่องปืนนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ถ้าลูกกดนะ ลูกซองจะดัง ปัง ๆ

365
00:24:17.099 --> 00:24:20.937
ดังเปรี้ยง เพราะฉะนั้น เดี๋ยวเด็ก ๆ

366
00:24:21.101 --> 00:24:24.933
จะเข้าใจผิด มันจะต้องปังอย่างเดียว หลายชนิด ดังได้หลายอย่าง

367
00:24:25.102 --> 00:24:28.933
ปืนนี่ ปัง ปัง ถูกที่สุดละ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ

368
00:24:29.103 --> 00:24:32.933
เสียงน้ำไหลค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) น้ำไหลนี่

369
00:24:33.111 --> 00:24:36.933
เป็นการบอกให้เรามีกำลังใจนะ

370
00:24:37.113 --> 00:24:40.933
ซู่ ซู่ (คุณครูคณิตา) ต่อมา ไก่ขันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อะ ทำบ้าง

371
00:24:41.114 --> 00:24:44.933
(คุณครูคณิตา) ไก่ขัน (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ทำให้ครูฟังบ้าง

372
00:24:45.115 --> 00:24:48.932
3 เยี่ยมมากนะครับ

373
00:24:49.117 --> 00:24:52.933
ขันทั้งตัวผู้และตัวเมียเลย ตัวผู้

374
00:24:53.118 --> 00:24:56.934
ขันอย่างไร ตัวเมียมันขันหรือคุณครูคณิตา คุณครูคณิตา

375
00:24:57.127 --> 00:25:00.933
ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ครูปรเมษฐคะผู้มีความรู้นี่

376
00:25:01.128 --> 00:25:04.932
ตอบคุณครูได้ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ)

377
00:25:05.130 --> 00:25:08.933
อย่างเดียวนะครับ ขันให้ฟังอีกเที่ยวหนึ่ง

378
00:25:09.132 --> 00:25:12.932
1 2 3 โอ้โฮ เก่งจังเลย ให้ทำอะไรก็ทำ เด็กพวกนี้นี่ ไป

379
00:25:13.132 --> 00:25:16.932
ดีกว่าครับ (คุณครูคณิตา) ลองทำเสียงธรรมชาติ

380
00:25:17.133 --> 00:25:20.933
ให้เด็ก ๆ ฟังสิคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เอ๊ก

381
00:25:21.134 --> 00:25:24.932
อันนี้ไก่กำลัง

382
00:25:25.136 --> 00:25:28.932
ฝึกขัน ถ้าไก่โต้งนี่ เวลาเราไว้ทำไก่ชนจะขันอีก

383
00:25:29.139 --> 00:25:32.932
แบบหนึ่ง เอ้ก อี้ เอก เอ้ก

384
00:25:33.143 --> 00:25:36.932
แต่ถ้าไก่แจ้นี่ ก็จะเป็น

385
00:25:37.144 --> 00:25:40.931
เอ้ก อันนี้ไก่แจ้นะครับ (คุณครูคณิตา)

386
00:25:41.146 --> 00:25:44.931
อะ เด็ก ๆ ปรบมือให้คุณครูปรเมษฐหน่อยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็

387
00:25:45.147 --> 00:25:48.932
แล้วนะ (คุณครูคณิตา) มีความรู้เรื่องไก่เป็นอย่างมากเลยนะคะ

388
00:25:49.148 --> 00:25:52.933
ขอนับถือและชื่นชมเลยค่ะ คุณครูคณิตาก็คงได้แค่ เอ๊ก อิ เอ๊ก เอ๊ก

389
00:25:53.160 --> 00:25:56.931
้ได้เพียงแค่เอ้กอีเอ้กเอ้ก เท่านั้นนะคะ

390
00:25:57.162 --> 00:26:00.939
(คุณครูปรเมษฐ) นี่ แล้วไก่ของฝรั่งไม่ได้ขันแบบนี้นะ (คุณครูคณิตา) ขัน

391
00:26:01.163 --> 00:26:04.931
อย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) อะไรสักอย่างนี่ล่ะ

392
00:26:05.164 --> 00:26:08.933
ครูนก ครูสอนภาษาอังกฤษ ครูกตัญชรี

393
00:26:09.169 --> 00:26:12.931
เขานะ เขาจะรู้ว่าขันอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะเรา

394
00:26:13.169 --> 00:26:16.931
มาทำกิจกรรมไปพร้อม ๆ กันเลยนะคะ อ่านบทสนทนา

395
00:26:17.171 --> 00:26:20.931
ต่อไปนี้แล้วเติมคำลงในช่องว่าง เดี๋ยวทำำไป

396
00:26:21.172 --> 00:26:24.931
พร้อม ๆ กันเลยนะคะ ... เธอไปทำอะไรมา

397
00:26:25.174 --> 00:26:28.931
มือถึงได้เลอะเทอะ

398
00:26:29.178 --> 00:26:32.931
อย่างนี้ เราจะตอบว่าอย่างไรดีนะ

399
00:26:33.179 --> 00:26:36.931
เอ๊ะ เธอไปทำอะไรมา อะไรคะ

400
00:26:37.180 --> 00:26:40.931
คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) มือไม้ถึงได้เละเทอะ

401
00:26:41.186 --> 00:26:44.932
เลอะเทอะคู่กับคำว่า เปรอะเปื้อน

402
00:26:45.188 --> 00:26:48.932
นั่นเอง เอ๊ะ นี่คืออะไร สงสัย

403
00:26:49.193 --> 00:26:52.930
หนอ มือไม้ถึงได้เลอะเทอะเปอะเปื้อน

404
00:26:53.195 --> 00:26:56.931
(คุณครูคณิตา) คำเหล่านี้ก็เป็นคำอุทานเสริมบทนะคะ

405
00:26:57.197 --> 00:27:00.931
ต่อมาค่ะ ไม่น่าถามเลย

406
00:27:01.198 --> 00:27:04.931
ฉันก็ระบายสีไงล่ะ แล้วเธอล่ะ กินข้าวหรือยัง

407
00:27:05.199 --> 00:27:08.931
จะตอบว่าอะไรดีนะ (คุณครูปรเมษฐ) บี

408
00:27:09.201 --> 00:27:12.930
จะพูดอย่างไรก่อน อุทานมาครับ โธ่

409
00:27:13.202 --> 00:27:16.930
ไม่น่าถามเลยฉันก็ระบายสีไงล่ะ

410
00:27:17.206 --> 00:27:20.930
แล้วเธอกินข้าว กิน ... ปลา หรือยัง เยี่ยมเลย

411
00:27:21.207 --> 00:27:24.930
นะครับ เยี่ยมเลยครับเด็ก ๆ

412
00:27:25.208 --> 00:27:28.931
อุทานเสริมบท

413
00:27:29.210 --> 00:27:32.930
ฉันกินข้าวแล้วแต่ต้องกิน (คุณครูคณิตา)

414
00:27:33.211 --> 00:27:36.931
มันมีคู่กับคำว่ากินยา เด็ก ๆ ครับ กินอะไร กินหยูก

415
00:27:37.212 --> 00:27:40.930
อยู่ กินยาสักหน่อย เพราะ

416
00:27:41.213 --> 00:27:44.930
รู้สึกเจ็บคอ อ่านผิดยุ่งเลยนะ ดีนะ

417
00:27:45.214 --> 00:27:48.930
ที่ไปหาหมอมาแล้วก่อนจะป่วยหนัก

418
00:27:49.216 --> 00:27:52.930
จน จนอะไร จนล้มหมอนนอนเสื่อ

419
00:27:53.217 --> 00:27:56.930
ก็เป็นคำแสดงถึงอาการเจ็บป่วย

420
00:27:57.218 --> 00:28:00.930
(คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ เอาล่ะค่ะนักเรียน

421
00:28:01.219 --> 00:28:04.930
เวลาที่นักเรียนรอคอยนะคะ ให้นักเรียน

422
00:28:05.223 --> 00:28:08.931
ค่ะ หยิบใบงานเรื่อง คำอุทานสื่ออารมณ์

423
00:28:09.224 --> 00:28:12.931
ขึ้นมาค่ะ เดี๋ยวเรานะคะ

424
00:28:13.225 --> 00:28:16.931
จะมาให้นักเรียนได้ทำใบงาน

425
00:28:17.227 --> 00:28:20.930
เรื่อง คำอุทานสื่ออารมณ์บทบาทของคุณครูปลายทาง

426
00:28:21.230 --> 00:28:24.930
ของนักเรียนปลายทางมีอะไรบ้างคะ คุณครูปรเมษฐ

427
00:28:25.231 --> 00:28:28.931
ก็ให้ช่วยดูแลการทำงาน รวมถึงการให้คำ

428
00:28:29.235 --> 00:28:32.930
ปรึกษากับนักเรียนนะครับ เชื่อว่า

429
00:28:33.236 --> 00:28:36.930
ตามทันคุณครูต้องให้ความรู้เพิ่มเติมนะครับ

430
00:28:37.238 --> 00:28:40.931
เพื่อเขาเหล่านั้นจะสามารถทำรายงานได้อย่างราบรื่นและมีค

431
00:28:41.239 --> 00:28:44.931
เพื่อนคนอื่นครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เดี๋ยวเรามาดู

432
00:28:45.245 --> 00:28:48.930
ใบงานเรื่องคำอุทานสื่ออารมณ์ค่ะ ให้นักเรียน

433
00:28:49.249 --> 00:28:52.930
นะคะ อ่านนิทานเรื่อง แตงโม

434
00:28:53.250 --> 00:28:56.930
เจ้ามดแดงจอมขี้เกียจค่ะ แล้วเลือกคำอุทานจากเรื่องแล้ว

435
00:28:57.251 --> 00:29:00.930
แต่งประโยคค่ะ การแต่งประโยคนี่จำเป็นจะต้อง

436
00:29:01.252 --> 00:29:04.930
เอาในเนื้อเรื่องเข้ามาไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่จำเป็นครับ เอาคำ

437
00:29:05.255 --> 00:29:08.931
อุทานจากเรื่องมาเฉย ๆ แล้วเราก็มา

438
00:29:09.259 --> 00:29:12.933
แต่งประโยคใหม่ โดยสมมติเหตุการณ์ขึ้นเอง

439
00:29:13.261 --> 00:29:16.930
เป็นการที่เราสามารถประเมินค่าได้

440
00:29:17.262 --> 00:29:20.930
ถ้าทำได้ก็ถือว่าประสบผลสำเร็จในการเรียนวันนี้ครีบ

441
00:29:21.268 --> 00:29:24.932
ตัวอย่างนะคะ ของนิทาน

442
00:29:25.270 --> 00:29:28.931
เดี๋ยวเรามาดูตัวอย่างของใบงานกันเลยนะคะ จงยกตัวอย่างของคำ

443
00:29:29.271 --> 00:29:32.931
ที่มีคำอุทาน จากเรื่อง แตงโมเจ้ามดแดง

444
00:29:33.273 --> 00:29:36.931
จอมขี้เกียจและวิเคราะห์อารมณ์

445
00:29:37.278 --> 00:29:40.931
ในประโยคนั้น ยกตัวอย่างเช่น

446
00:29:41.280 --> 00:29:44.931
อนิจจา เจ้าแตงโม ถูกลงโทษอีกแล้ว

447
00:29:45.281 --> 00:29:48.930
อนิจา เป็นการแสดงอารมณ์อย่างไรคะ

448
00:29:49.282 --> 00:29:52.930
สงสาร เป็นการ

449
00:29:53.283 --> 00:29:56.931
นำคำอุทานในเรื่องมาแต่ง

450
00:29:57.284 --> 00:30:00.931
ประโยคอย่างที่บอกนะคะ ไม่จำเป็นจะต้องเอา

451
00:30:01.286 --> 00:30:04.931
เรื่องมาแต่งนะ ก็คือนำประโยคจากเรื่องอื่

452
00:30:05.288 --> 00:30:08.931
อื่น ๆ นี่มาแต่งได้ แต่ต้องใช้อุทานในเรื่องเท่านั้น

453
00:30:09.303 --> 00:30:12.931
ถ้าพร้อมแล้วเดี๋ยวเราไปทำใบงาน

454
00:30:13.304 --> 00:30:16.931
กันเลยดีกว่าค่ะ

455
00:30:17.305 --> 00:30:20.930

456
00:30:21.307 --> 00:30:24.930

457
00:30:25.309 --> 00:30:28.930

458
00:30:29.311 --> 00:30:32.930

459
00:30:33.313 --> 00:30:36.931

460
00:30:37.318 --> 00:30:40.930

461
00:30:41.321 --> 00:30:44.931

462
00:30:45.342 --> 00:30:48.930

463
00:30:49.344 --> 00:30:52.930

464
00:30:53.346 --> 00:30:56.930

465
00:30:57.348 --> 00:31:00.930

466
00:31:01.350 --> 00:31:04.930

467
00:31:05.351 --> 00:31:08.932

468
00:31:09.355 --> 00:31:12.930

469
00:31:13.356 --> 00:31:16.930

470
00:31:17.358 --> 00:31:20.931

471
00:31:21.360 --> 00:31:24.930

472
00:31:25.365 --> 00:31:28.930

473
00:31:29.369 --> 00:31:32.930

474
00:31:33.369 --> 00:31:36.930

475
00:31:37.373 --> 00:31:40.931

476
00:31:41.378 --> 00:31:44.930

477
00:31:45.383 --> 00:31:48.933

478
00:31:49.385 --> 00:31:52.931

479
00:31:53.388 --> 00:31:56.930

480
00:31:57.392 --> 00:32:00.931

481
00:32:01.396 --> 00:32:04.931

482
00:32:05.415 --> 00:32:08.931

483
00:32:09.423 --> 00:32:12.930

484
00:32:13.424 --> 00:32:16.931

485
00:32:17.428 --> 00:32:20.931

486
00:32:21.430 --> 00:32:24.931

487
00:32:25.432 --> 00:32:28.931

488
00:32:29.434 --> 00:32:32.931

489
00:32:33.435 --> 00:32:36.931

490
00:32:37.438 --> 00:32:40.931

491
00:32:41.440 --> 00:32:44.931

492
00:32:45.441 --> 00:32:48.931

493
00:32:49.443 --> 00:32:52.931

494
00:32:53.444 --> 00:32:56.931

495
00:32:57.448 --> 00:33:00.931

496
00:33:01.453 --> 00:33:04.931

497
00:33:05.457 --> 00:33:08.931

498
00:33:09.463 --> 00:33:12.931

499
00:33:13.468 --> 00:33:16.931

500
00:33:17.473 --> 00:33:20.931

501
00:33:21.475 --> 00:33:24.931

502
00:33:25.477 --> 00:33:28.931

503
00:33:29.480 --> 00:33:32.931

504
00:33:33.482 --> 00:33:36.933

505
00:33:37.483 --> 00:33:40.931

506
00:33:41.485 --> 00:33:44.931

507
00:33:45.487 --> 00:33:48.931

508
00:33:49.491 --> 00:33:52.931

509
00:33:53.497 --> 00:33:56.931

510
00:33:57.501 --> 00:34:00.931

511
00:34:01.506 --> 00:34:04.931

512
00:34:05.510 --> 00:34:08.931

513
00:34:09.516 --> 00:34:12.934

514
00:34:13.524 --> 00:34:16.935

515
00:34:17.529 --> 00:34:20.931

516
00:34:21.540 --> 00:34:24.931

517
00:34:25.542 --> 00:34:28.931

518
00:34:29.543 --> 00:34:32.931

519
00:34:33.546 --> 00:34:36.931

520
00:34:37.549 --> 00:34:40.931

521
00:34:41.555 --> 00:34:44.932

522
00:34:45.560 --> 00:34:48.931

523
00:34:49.564 --> 00:34:52.931

524
00:34:53.570 --> 00:34:56.933

525
00:34:57.573 --> 00:35:00.931

526
00:35:01.579 --> 00:35:04.931

527
00:35:05.581 --> 00:35:08.931

528
00:35:09.588 --> 00:35:12.934

529
00:35:13.593 --> 00:35:16.931

530
00:35:17.595 --> 00:35:20.931

531
00:35:21.596 --> 00:35:24.931

532
00:35:25.598 --> 00:35:28.931

533
00:35:29.602 --> 00:35:32.931

534
00:35:33.628 --> 00:35:36.931

535
00:35:37.631 --> 00:35:40.932

536
00:35:41.635 --> 00:35:44.931

537
00:35:45.638 --> 00:35:48.931

538
00:35:49.642 --> 00:35:52.931

539
00:35:53.643 --> 00:35:56.931

540
00:35:57.660 --> 00:36:00.931

541
00:36:01.663 --> 00:36:04.931

542
00:36:05.665 --> 00:36:08.931

543
00:36:09.667 --> 00:36:12.931

544
00:36:13.668 --> 00:36:16.931

545
00:36:17.671 --> 00:36:20.931

546
00:36:21.673 --> 00:36:24.931

547
00:36:25.678 --> 00:36:28.931

548
00:36:29.682 --> 00:36:32.931

549
00:36:33.684 --> 00:36:36.931

550
00:36:37.686 --> 00:36:40.931

551
00:36:41.688 --> 00:36:44.931

552
00:36:45.692 --> 00:36:48.931

553
00:36:49.695 --> 00:36:52.932

554
00:36:53.697 --> 00:36:56.931

555
00:36:57.699 --> 00:37:00.931

556
00:37:01.701 --> 00:37:04.931

557
00:37:05.703 --> 00:37:08.931

558
00:37:09.705 --> 00:37:12.932

559
00:37:13.707 --> 00:37:16.931

560
00:37:17.709 --> 00:37:20.931

561
00:37:21.711 --> 00:37:24.931

562
00:37:25.720 --> 00:37:28.934

563
00:37:29.722 --> 00:37:32.935

564
00:37:33.723 --> 00:37:36.933

565
00:37:37.726 --> 00:37:40.934

566
00:37:41.729 --> 00:37:44.931

567
00:37:45.730 --> 00:37:48.931

568
00:37:49.732 --> 00:37:52.931

569
00:37:53.733 --> 00:37:56.931

570
00:37:57.736 --> 00:38:00.931

571
00:38:01.738 --> 00:38:04.931

572
00:38:05.740 --> 00:38:08.931

573
00:38:09.742 --> 00:38:12.932

574
00:38:13.744 --> 00:38:16.931

575
00:38:17.747 --> 00:38:20.931

576
00:38:21.750 --> 00:38:24.931

577
00:38:25.752 --> 00:38:28.931

578
00:38:29.754 --> 00:38:32.931

579
00:38:33.756 --> 00:38:36.931

580
00:38:37.758 --> 00:38:40.931

581
00:38:41.760 --> 00:38:44.931

582
00:38:45.770 --> 00:38:48.932

583
00:38:49.773 --> 00:38:52.931

584
00:38:53.781 --> 00:38:56.931

585
00:38:57.786 --> 00:39:00.931

586
00:39:01.788 --> 00:39:04.931

587
00:39:05.791 --> 00:39:08.931

588
00:39:09.795 --> 00:39:12.931

589
00:39:13.796 --> 00:39:16.931

590
00:39:17.799 --> 00:39:20.931

591
00:39:21.801 --> 00:39:24.931

592
00:39:25.803 --> 00:39:28.931

593
00:39:29.805 --> 00:39:32.931

594
00:39:33.807 --> 00:39:36.931

595
00:39:37.809 --> 00:39:40.932

596
00:39:41.811 --> 00:39:44.931

597
00:39:45.813 --> 00:39:48.931

598
00:39:49.817 --> 00:39:52.931

599
00:39:53.822 --> 00:39:56.934

600
00:39:57.826 --> 00:40:00.931

601
00:40:01.832 --> 00:40:04.931

602
00:40:05.839 --> 00:40:08.931

603
00:40:09.843 --> 00:40:12.937

604
00:40:13.845 --> 00:40:16.931
(คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนคะ ทำ

605
00:40:17.849 --> 00:40:20.931
ใบงานเสร็จกันแล้วหรือยังเอ่ย ถ้าเสร็จแล้ว

606
00:40:21.860 --> 00:40:24.931
อย่าลืมส่งคุณครูปลายทางด้วยนะคะ

607
00:40:25.861 --> 00:40:28.931
นี่ก็ให้นักเรียนหาเวลาว่างทำ

608
00:40:29.862 --> 00:40:32.931
แล้วส่งคุณครูด้วยนะคะ เอาล่ะค่ะ วันนี้ก่อนที่จะ

609
00:40:33.863 --> 00:40:36.931
สรุปบทเรียนเขียนองค์ความรู้คุณครูก็มี

610
00:40:37.868 --> 00:40:40.931
กิจกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้นักเรียนได้ร่วมกันเล่นกับคุ

611
00:40:41.871 --> 00:40:44.931
กันเล่นนะคะ กับคุณครูปรเมษฐนะคะ นี่

612
00:40:45.872 --> 00:40:48.931
ก็คือซองขนม หรือซองลูกอมนั่นเอง เป็นซองลูกอม

613
00:40:49.873 --> 00:40:52.931
คำอุทานนะคะ เดี๋ยวเรา

614
00:40:53.875 --> 00:40:56.931
มาแบ่งชนิดกันนะว่าคำอุทานในซอง

615
00:40:57.877 --> 00:41:00.931
ขนมนี้ เป็นคำอุทานชนิดใดบ้าง

616
00:41:01.879 --> 00:41:04.931
เด็ก ๆ นี่จะต้องช่วยคุณคร

617
00:41:05.880 --> 00:41:08.931
คุณครูปรเมษฐพร้อมหรือยังคะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นลูกอมหรือขนม

618
00:41:09.883 --> 00:41:12.937
ก็ทั้งลูกอม ทั้งขนม แล้วแต่

619
00:41:13.885 --> 00:41:16.931
ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเด็ก ๆ อยากได้ทำอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา

620
00:41:17.892 --> 00:41:20.932
(คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ ทำนะคะ สามารถที่จะขอไฟล์ได้นะคะ

621
00:41:21.894 --> 00:41:24.931
แต่จะต้องทานเองนะคะ

622
00:41:25.896 --> 00:41:28.931
เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวเรามาเริ่มเล่นกันดีกว่านะคะ คุณครูปรเม

623
00:41:29.897 --> 00:41:32.931
ครูเลือกด้วยนะครับเด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ

624
00:41:33.908 --> 00:41:36.931
อย่าลืมช่วยคุณครูปรเมษฐด้วยนะคะ คำแรกนะคะนักเรียน

625
00:41:37.909 --> 00:41:40.933

626
00:41:41.911 --> 00:41:44.931

627
00:41:45.914 --> 00:41:48.931
ตอบถูกนี่ แกะรับประทานได้เลยไหม

628
00:41:49.916 --> 00:41:52.931
(คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ เด็ก ๆ อยากรับประทานจริง ๆ หรือคะ

629
00:41:53.918 --> 00:41:56.931
คุณครูปรเมษฐคุณครูปรเมษฐ

630
00:41:57.918 --> 00:42:00.931
จะรับประทานจริง ๆ หรือคะ (คุณครูปรเมษฐ) คิดแทน

631
00:42:01.920 --> 00:42:04.933
นั้นล่ะครูคณิตาบอกเป็นขนมลูกอม

632
00:42:05.924 --> 00:42:08.933
เด็ก ๆ ดูประโยคแรกนะ เวรกรรมจริงหนอ

633
00:42:09.925 --> 00:42:12.934
กินหนอ ใครช่างทำได้ลงคอ

634
00:42:13.926 --> 00:42:16.954
คำว่าหนอใช่ไหม คุณครูคณิตา

635
00:42:17.927 --> 00:42:20.931
มันเป็นคำอุทานแบบใด หนอนี่เป็นคำ

636
00:42:21.932 --> 00:42:24.931
อุทานอะไรครับ

637
00:42:25.937 --> 00:42:28.931
แสดงอาการค่ะ อย่างที่บอกนะคะ

638
00:42:29.938 --> 00:42:32.932
ก็คือมีเครื่องหมายอะไรอยู่คะ นั่นก็คือเครื่องหมาย

639
00:42:33.949 --> 00:42:37.931
อัศเจรีย์นั่นเองค่ะ เพราะฉะนั้น

640
00:42:37.950 --> 00:42:41.933
เป็นคำอุทานแสดงอาการนั่นเองค่ะ

641
00:42:41.951 --> 00:42:45.931
(คุณครูปรเมษฐ) ไชโยพวกเราชนะแล้ว เด็ก ๆ

642
00:42:45.952 --> 00:42:49.932
ครับ ก็ตอบได้เลยครับ

643
00:42:49.953 --> 00:42:53.931
แสดงอาการดีใจ ไชโย (คุณครูคณิตา) ต่อมา

644
00:42:53.954 --> 00:42:57.931
เดี๋ยวเรามาดูกันเลยดีกว่า

645
00:42:57.957 --> 00:43:01.932
(คุณครูปรเมษฐ) โอ้ยเจ็บ

646
00:43:01.962 --> 00:43:05.931
จังเลย ตอบได้เลยนะครับ เยี่ยมครับ

647
00:43:05.964 --> 00:43:09.932
แสดงอาการเจ็บปวดนั่นเอง แสดงอาการ

648
00:43:09.968 --> 00:43:13.931
เจ็บปวดนะครับ หนังสือหนังหา

649
00:43:13.970 --> 00:43:17.934
ก็เป็นคำอุทานอะไรลูก คำอุทานแสดง

650
00:43:17.974 --> 00:43:21.931
(คุณครูคณิตา) หืม (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ไหม ไม่ใช่

651
00:43:21.975 --> 00:43:25.931
หนังสือหนังหานะครับ (คุณครูคณิตา) แหม่ครูปรเมษฐ

652
00:43:25.981 --> 00:43:29.932
พูดสะคุณครูคณิตาตกใจเลยนะคะ

653
00:43:29.988 --> 00:43:33.932
ต่อมาค่ะ

654
00:43:33.992 --> 00:43:37.933
(คุณครูปรเมษฐ) กินข้าว กินปลา กินพิซซ่า

655
00:43:37.994 --> 00:43:41.932
แหม่ ทำกันได้ลงคอนะ

656
00:43:41.995 --> 00:43:45.932
กินข้าวกินปลาเด็ก ๆ ครับ เป็นคำอุทานชนิดไหน

657
00:43:45.996 --> 00:43:49.932
คำอุทานเสริมบทนั่นเอง

658
00:43:50.000 --> 00:43:53.932
ครับ แหม ทำกันได้ลงคอ ก็เป็นคำอุทานแสดงอาการนั่นเอง

659
00:43:54.003 --> 00:43:57.932
นะครับ ใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ ชุด

660
00:43:58.013 --> 00:44:01.931
สุดท้ายค่ะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) อ๋อ ฉัน

661
00:44:02.016 --> 00:44:05.932
เข้าใจแล้วล่ะ เพราะว่าฉันขี้หลงขี้ลืม

662
00:44:06.017 --> 00:44:09.931
แต่งเป็นประโยคเลย อ๋อ คำอุทาน

663
00:44:10.018 --> 00:44:13.932
อะไรลูก คำอุทานแสดงอาการครับ เอ๊ะ หรือ

664
00:44:14.020 --> 00:44:17.931
อ๋อ นี่เข้าใจไหม (คุณครูคณิตา) อ๋อค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เอ๊ะหรืออ๋อครับ

665
00:44:18.023 --> 00:44:21.933
(คุณครูคณิตา) เอ๊ะ สงสัยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าอ๋อเข้าใจนักเรียนอ๋อ

666
00:44:22.024 --> 00:44:25.931
ครับ อ๋อ เยี่ยม ๆ ใช้ได้ ขี้หลง ขี้ลืม

667
00:44:26.025 --> 00:44:29.932
เป็นคำอุทานเสริมบทครับ เยี่ยมครับเด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ

668
00:44:30.026 --> 00:44:33.934
นักเรียน นักเรียนนี่ก็คงเข้าใจเป็นที่

669
00:44:34.028 --> 00:44:37.932
เรียบร้อยแล้วว่าคำอุทานมีทั้งหมด 2 ชนิด

670
00:44:38.029 --> 00:44:41.932
นะคะ เดี๋ยวเราจะมาสรุปองค์ความรู้กันเลยดีกว่าค่ะ

671
00:44:42.030 --> 00:44:45.931
(คุณครูปรเมษฐ) อ๋อ เข้าใจแล้วล่ะ (คุณครูคณิตา) มาถึงช่วง

672
00:44:46.031 --> 00:44:49.931
ท้ายบทค่ะ สรุปบทเรียนเขียนองค์ความรู้ ครู

673
00:44:50.032 --> 00:44:53.932
ก็มีคำถามมาถามนักเรียนค่ะ

674
00:44:54.033 --> 00:44:57.937
คำอุทานมีกี่ชนิด และมีหน้าที่อย่างไรบ้าง นักเรียน

675
00:44:58.035 --> 00:45:01.932
ตอบได้ไหมคะ คุณครูเชื่อว่าเด็ก

676
00:45:02.035 --> 00:45:05.931
นักเรียนตอบได้นะคะ เพราะว่าเราย้ำไปหลายครั้งมากเลย

677
00:45:06.037 --> 00:45:09.931
ใช่ไหมคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่แล้วครับตอบมาแล้ว

678
00:45:10.039 --> 00:45:13.931
สองชนิดนั่นเองนะครับ คือคำอุทานบอกชนิดหรือค

679
00:45:14.040 --> 00:45:17.932
แสดงอาการนะครับ คำที่แสดงอาการ

680
00:45:18.042 --> 00:45:21.938
ของผู้พูดเราเรียกว่า "อุทานแสดงอาการ"

681
00:45:22.043 --> 00:45:25.933
ก็คือคำอุทาน

682
00:45:26.045 --> 00:45:29.931
เสริมบทนั่นเป็นคำสร้อย ใช้เพื่อเน้นความหมายคำให้ชัดเจน

683
00:45:30.047 --> 00:45:33.932
หรือเพื่อความคล้องจองกันนะครับ อันนี้ก็คือ

684
00:45:34.047 --> 00:45:37.931
ชนิดและก็หน้าที่ของคำอุทานใช่ไหมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา)

685
00:45:38.049 --> 00:45:41.933
ต่อมาค่ะ มาดูอีกคำถามหนึ่งค่ะ

686
00:45:42.050 --> 00:45:45.932
การใช้คำอุทานในการสื่อสารมีประโยชน์อย่างไร

687
00:45:46.051 --> 00:45:49.932
นักเรียนนี่ก็คงจะตอบได้แล้วใช่ไหมคะ

688
00:45:50.053 --> 00:45:53.932
การสื่อสารในชีวิตประจำวันนี่

689
00:45:54.053 --> 00:45:57.932
จะต้องมีคำอุทานเพิ่มเติมเข้าไป

690
00:45:58.054 --> 00:46:01.931
อยู่แล้วบางครั้งเราอาจจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ได้ อย่าง

691
00:46:02.056 --> 00:46:05.932
ที่คุณครูปรเมษฐไปฉีดวัคซีนมา ครูปรเมษฐ

692
00:46:06.057 --> 00:46:09.941
ก็ได้อุทานออกมาถึงคำว่า "โอ้ย" แสดงถึง

693
00:46:10.061 --> 00:46:13.932
ความเจ็บป่วยนะคะ ฉะนั้นนี่

694
00:46:14.063 --> 00:46:17.931
การใช้คำอุทานนี่ ก็เพื่อให้

695
00:46:18.064 --> 00:46:21.932
สารให้สารที่เราจะสื่อนั้นชัดเจนยิ่งขึ้นนะคะ

696
00:46:22.065 --> 00:46:25.932
ชัดเจนยิ่งขึ้นนั่นเองค่ะ มีอะไรเพิ่มเติมไหมคะครูปรเมษฐ

697
00:46:26.067 --> 00:46:29.931
(คุณครูปรเมษฐ) มันเป็นการสื่อสารให้ชัดเจนใช่ไหมครูคณิตา

698
00:46:30.071 --> 00:46:33.932
เพื่อแสดงถึงอารมณ์ความรู้สึกของเรา

699
00:46:34.073 --> 00:46:37.931
คำอุทาน เด็ก ๆ คำ ทำไมถึงต้องเรียนล่ะ

700
00:46:38.074 --> 00:46:41.931
บอกว่ามันเป็นคำที่เราใช้ในชีวิตอยู่แล้ว ก็อย่างที่บอก

701
00:46:42.083 --> 00:46:45.931
หลายคนอาจจะเกิด โอ้พระเจ้า

702
00:46:46.086 --> 00:46:49.931
เซอร์ไพร์สเลยก็ได้ นี่ฉันพูดคำพวกนี้อยู่แล้ว

703
00:46:50.086 --> 00:46:53.932
เขาเรียกว่าคำอุทาน นี่ไงทำไม

704
00:46:54.088 --> 00:46:57.931
จะต้องเรียน เรียนเพื่ออะไร เพื่อรู้หลักของมัน

705
00:46:58.089 --> 00:47:01.932
ว่าสิ่งที่หนูพูดกันในชีวิตประจำวัน

706
00:47:02.094 --> 00:47:05.933
มันคือคำอุทานนะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ การที่เรา

707
00:47:06.096 --> 00:47:09.933
เรียนรู้นี่มันก็มีคุณธรรมนะคะ

708
00:47:10.098 --> 00:47:13.932
ความขยันหมั่นเพียร ไฝ่เรียนใฝ่รู้ค่ะ เพิ่ม

709
00:47:14.100 --> 00:47:17.931
องค์ความรู้ให้กับตัวนักเรียนด้วยค่ะ เอาล่ะค่ะ

710
00:47:18.102 --> 00:47:21.934
เรามาดูบทเรียนครั้งถัดไปค่ะ เราจะเรียนกันในเรื่องประโยครวม

711
00:47:22.102 --> 00:47:25.933
เรื่อง ประโยครวม สิ่งที่จะต้องเตรียมมี

712
00:47:26.103 --> 00:47:29.936
อะไรบ้างคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) สิ่งที่เด็ก ๆ ต้องเตรียมนะครับ ใบงาน

713
00:47:30.116 --> 00:47:33.931
เรื่องประโยคสามัญ ประโยครวม แล้วก็

714
00:47:34.117 --> 00:47:37.931
ประโยคซ้อนนะครับ แล้วก็ใบงานเรื่องประโยครวม

715
00:47:38.118 --> 00:47:41.932
ไอ้ประโยครวมนี่ เมื่อก่อนเขาเรียกว่าประโยคครวาม

716
00:47:42.119 --> 00:47:45.932
(คุณครูปรเมษฐ) แต่ในบรรทัดฐานตัเงเป็นองค์รวม เดี๋ยวเด็ก ๆ

717
00:47:46.121 --> 00:47:49.931
ไม่เข้าใจ ไปศึกษาเพิ่มเติมมาก่อนนะ กลับไปวันนี้นี่

718
00:47:50.121 --> 00:47:53.938
ไปเปิดดูในหนังสือภาษาพาที หรือไป

719
00:47:54.122 --> 00:47:57.932
ค้นหารใน WWW. หรืออินเทอร์เน็ตต

720
00:47:58.124 --> 00:48:01.931
เพื่อสร้างองค์ความรู้มาก่อน

721
00:48:02.125 --> 00:48:05.931
(คุณครูคณิตา) นักเรียนนะคะ ก็สามารถ

722
00:48:06.126 --> 00:48:09.931
ดาวน์โหลดได้ที่นี้เลยค่ะ

723
00:48:10.128 --> 00:48:13.931
วันนี้คุณครูคณิตาและคุณครูปรเมษฐก็

724
00:48:14.129 --> 00:48:17.931
ต้องขอลานักเรียนไปก่อนนะคะ

725
00:48:18.129 --> 00:48:21.931
สวัสดีค่ะ

726
00:48:22.131 --> 00:48:25.931

727
00:48:26.132 --> 00:48:29.931

728
00:48:30.134 --> 00:48:33.931

729
00:48:34.136 --> 00:48:37.932

730
00:48:38.138 --> 00:48:41.932

731
00:48:42.145 --> 00:48:45.931
-

732
00:48:46.147 --> 00:48:49.932

733
00:48:50.149 --> 00:48:53.933

734
00:48:54.151 --> 00:48:57.931

735
00:48:58.153 --> 00:49:01.931

736
00:49:02.154 --> 00:49:05.931
ในรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

737
00:49:06.156 --> 00:49:09.931

738
00:49:10.157 --> 00:49:13.931

739
00:49:14.158 --> 00:49:17.932
ปลายทางทุกคน วันนี้พบกับครูคณิตา

740
00:49:18.162 --> 00:49:21.931
เอาล่ะค่ะนักเรียน นักเรียนตอบคำถามกับครูได้ไหมคะ ว่าเรียน

741
00:49:22.164 --> 00:49:25.931
ค่ะ วันนี้นักเรียนไม่ต้องตกใจนะคะ เนื่องจากคุณปรเมษฐนี่ไปฉีดวัคซีนค่ะ ทำให้

742
00:49:26.165 --> 00:49:30.165
ครูปรเมษ

743
00:49:30.179 --> 00:49:34.179

744
00:49:34.181 --> 00:49:34.185


