﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:03.977
[เสียงดนตรี]

2
00:00:04.006 --> 00:00:07.919

3
00:00:08.007 --> 00:00:11.863

4
00:00:12.011 --> 00:00:15.870

5
00:00:16.017 --> 00:00:19.864

6
00:00:20.021 --> 00:00:23.866

7
00:00:24.024 --> 00:00:27.871
(คุณครูคณิตา) สวัสดีคุณครูปลายทางและนักเรียนปล

8
00:00:28.030 --> 00:00:31.878

9
00:00:32.031 --> 00:00:35.858
และคุณครูปรเมษฐ ในรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษา

10
00:00:36.037 --> 00:00:39.859
ปีที่ 6 ค่ะ นักเรียนคะ ในบทเรียน

11
00:00:40.039 --> 00:00:43.859
ที่ผ่านมานี่ นักเรียนจำได้ไหมเอ่ย นักเรียนเรียน

12
00:00:44.041 --> 00:00:47.858

13
00:00:48.042 --> 00:00:51.858
ตอบคุณครูได้ไหมเอ่ย ล่าสุดเลยที่เราได้เรียนรู้ไปนะคะ

14
00:00:52.043 --> 00:00:55.886
นั่นก็คือเกี่ยวกับเรื่องประโยครวมนั่นเองค่ะ

15
00:00:56.050 --> 00:00:59.858
รวมถึง ประโยคสามัญด้วย

16
00:01:00.051 --> 00:01:03.859

17
00:01:04.052 --> 00:01:07.858

18
00:01:08.054 --> 00:01:11.859
ให้นักเรียนตอบคำถามนี้ด้วยนะคะ

19
00:01:12.056 --> 00:01:15.858
คุณครูปรเมษฐคะ วันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่อง

20
00:01:16.058 --> 00:01:19.858
อะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ครับ ถ้าย้อนดูเรื่อง

21
00:01:20.059 --> 00:01:23.858

22
00:01:24.060 --> 00:01:27.858
มี 3 ประโยคใช่ไหม ที่หนูได้ศึกษาไป 1. ก็คือประโยคสามัญ

23
00:01:28.063 --> 00:01:31.858

24
00:01:32.067 --> 00:01:35.862
2. ประโยครวม 3. ก็คืออะไรนะ ประโยคซ้อน เรียนไปหรือยังประ

25
00:01:36.074 --> 00:01:39.859
ซ้อน เพราะฉะนั้นเดีใ๋หย้วนังวกเรีัยนนระวจัน่นาีง้ครแจู้ง จแะ

26
00:01:40.075 --> 00:01:43.860
ของประโยคซ้อนนะครับ พร้อมแล้วเราไปดูกันเลยครับ

27
00:01:44.078 --> 00:01:47.861
เด็ก ๆ ครับ (คุณครูคณิตา) ให้นักเรียนนะคะสังเกตประโยค

28
00:01:48.081 --> 00:01:51.858
ประโยคนะคะ ที่คุณครูนำขึ้นหน้าจอไว้ให้

29
00:01:52.082 --> 00:01:55.861
นะคะ นัทชอบทำความดี เพราะทำแล้ว

30
00:01:56.083 --> 00:01:59.869
มีความสุข แยกเป็นประโยคย่อยอย่างไรคะ

31
00:02:00.085 --> 00:02:03.858
(คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ก็คือ มันก็คือประประโยคซ้อนใช่ไหม

32
00:02:04.090 --> 00:02:07.858
เรายกมานี่ เคยบอกนักเรียนว่าถ้าเป็นประโยครวมนี่

33
00:02:08.092 --> 00:02:11.858
ให้ทำไมนะ พอแยกแล้วทำไมนะ (คุณครูคณิตา) แยกแล้ว

34
00:02:12.095 --> 00:02:15.858
ความหมาย น้ำหนักจะต้องเท่ากันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) น้ำหนัก

35
00:02:16.096 --> 00:02:19.858
ของประโยครวมนี่เท่ากัน อย่างเช่น ครูนี่อ่านหนังสือ

36
00:02:20.098 --> 00:02:23.858
ครูคณิตาอ่านหนังสือนำมารวมกัน

37
00:02:24.100 --> 00:02:27.858
เป็นอะไร ครูประเมษฐและ

38
00:02:28.101 --> 00:02:31.858
ครูคณิตาเป็นอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) อ่านหนังสือค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

39
00:02:32.104 --> 00:02:35.858
ก็เป็น ครูปรเมษฐ

40
00:02:36.105 --> 00:02:39.858
(คุณครูคณิตา) คำว่า "และ" นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) น้ำหนักทั้ง 2 มันเท่ากัน

41
00:02:40.106 --> 00:02:43.858
เพราะมันทำกิจกรรมเหมือนกันนะ เป็นประโยคความรวม

42
00:02:44.107 --> 00:02:47.858
แต่ประโยคความซ้อนมันยิ่งกว่านั้นลูก มันซ้อน

43
00:02:48.109 --> 00:02:51.860
มันใจความมันไม่เหมือนกัน

44
00:02:52.110 --> 00:02:55.858
นี่ถ้าแยกออกปุ๊บนี่มันจะได้ 2 ประโยค

45
00:02:56.113 --> 00:02:59.858
เช่นเดียวกันครูคณิตาครับ

46
00:03:00.113 --> 00:03:03.858
บอกใจความสำคัญเลย 2. คือ ประโยคย่อย อย่างนั้น

47
00:03:04.115 --> 00:03:07.858
เดี๋ยวเราสังเกตประโยคที่ครูนำมาให้ดูนะครับ

48
00:03:08.118 --> 00:03:11.858
นัทชอบทำความดีเพราะทำแล้วมีความสุข แบ่งได้อย่างไร

49
00:03:12.119 --> 00:03:15.857
ครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ถ้าให้ครูคณิตาแบ่งนะคะ

50
00:03:16.120 --> 00:03:19.858
ก็จะแบ่งเป็น 2 ประโยคด้วยค่ะ นั่นก็คือ

51
00:03:20.125 --> 00:03:23.858
นัทชอบทำความดี นัททำแล้ว

52
00:03:24.130 --> 00:03:27.857
มีความสุข แต่เอ๊ ประโยคด้านหลังนี่มัน

53
00:03:28.131 --> 00:03:31.858
(คุณครูปรเมษฐ) ใจความมันสำคัญไม่เท่านะ คือ ครูคณิตา

54
00:03:32.132 --> 00:03:35.857
ต้องการสื่อสารว่าอะไรประโยคนี้ (คุณครูคณิตา) ประโยคที่ต้องการสื่อสารนะคะ

55
00:03:36.136 --> 00:03:39.857
ก็คือนัทชอบทำความดีแล้วมีความสุขค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

56
00:03:40.139 --> 00:03:43.858
นัทนี่ชอบทำความดีนะ แต่ที่เอามาเสริม

57
00:03:44.143 --> 00:03:47.857
ว่านัทชอบทำความดีเพราะอะไร เพราะนัททำเพราะมีความสุข

58
00:03:48.144 --> 00:03:51.858
อันนี้ล่ะครับ คือ ประโยคซ้อน มันจะมีประโยค

59
00:03:52.145 --> 00:03:55.858
หลัก แล้วก็ประโยคย่อยนั่นเองครับ ดูประโยคต่อไ

60
00:03:56.148 --> 00:03:59.858
ครูคณิตาอ่านให้เด็ก ๆ ฟังครับ (คุณครูคณิตา) ต้มยำกุ้ง

61
00:04:00.149 --> 00:04:03.857
เป็นอาหารไทยที่ชาวต่างประเทศรู้จักดี

62
00:04:04.152 --> 00:04:07.857
(คุณครูปรเมษฐ) ต้มยำกุ้งเป็นอาหารไทย

63
00:04:08.153 --> 00:04:11.857
ครูคณิตาต้องการบอกอะไรเป็นหลักเลย

64
00:04:12.154 --> 00:04:15.857
คำว่าอะไรครับ (คุณครูคณิตา) ต้องการที่จะบอกว่าต้มยำกุ้ง

65
00:04:16.157 --> 00:04:19.857
เป็นอาหารไทยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ ต้องการสื่อสารเลย ว่า

66
00:04:20.159 --> 00:04:23.865
ต้มยำกุ้งนี่เป็นอาหารไทยนะ แต่มันเป็นอาหาร

67
00:04:24.161 --> 00:04:27.857
ไทยที่ชาวต่างประเทศรู้จักกันดี สังเกต

68
00:04:28.168 --> 00:04:31.857
จากชาวต่างประเทศนี่ที่เขาพูดถึงอาหารไทย

69
00:04:32.170 --> 00:04:35.857
อะไรอร่อยที่สุด (คุณครูคณิตา) ต้มยำกุ้งค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไหนออกเสียง

70
00:04:36.172 --> 00:04:39.857
(คุณครูคณิตา) ออกอย่างไรคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ต้มยำกุ้ง

71
00:04:40.174 --> 00:04:43.857
นะ ต้มยำกุ้งนี่อร่อยที่สุด มัน

72
00:04:44.178 --> 00:04:47.857
ไม่เหมือนหรือหรือต้องใส่สำเนียงอีก

73
00:04:48.180 --> 00:04:51.857
เดี๋ยวให้นักเรียนนะคะ ก็ลองส่งข้อความมาบอก

74
00:04:52.182 --> 00:04:55.857
คุณครูปรเมษฐนะคะ ว่าสำเนียงนี่เหมือนหรือเปล่านะคะ

75
00:04:56.185 --> 00:04:59.857
(คุณครูปรเมษฐ) นะครับ หลัก ๆ คือต้องการบอกว่าต้มยำกุ้งอร

76
00:05:00.186 --> 00:05:03.861
ใจความรองก็คือชาวต่างประเทศนี่รู้จักกันดี

77
00:05:04.187 --> 00:05:07.859
เอาคำเชื่อมคำว่าอะไร (คุณครูคณิตา) เพราะค่ะ ขอโทษค่ะ

78
00:05:08.188 --> 00:05:11.857
คำว่า "ที่" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาคำว่า "ที่" มาเชื่อม

79
00:05:12.192 --> 00:05:15.857
ให้มันชัดเจนยิ่งขึ้น อันนี้ล่ะครับ มันคือ

80
00:05:16.193 --> 00:05:19.857
ประโยคความซ้อน ไปกันต่อเลยครับเด็ก ๆ

81
00:05:20.194 --> 00:05:23.857
ซึ่ง วันนี้นะคะ ที่คุณครูให้นักเรียนดูประโยค 2 ประโยค

82
00:05:24.196 --> 00:05:27.857
นักเรียนก็คงอาจจะจับทางได้บ้าง

83
00:05:28.197 --> 00:05:31.857
ไม่ได้บ้างนะคะ ไม่เป็นไรค่ะ เพราะวันนี้ครูจะสอน

84
00:05:32.199 --> 00:05:35.858
เกี่ยวกับเรื่องประโยคความซ้อนนี่ให้ชัดเจนแจ่มแจ้ง

85
00:05:36.201 --> 00:05:39.858
มากยิ่งขึ้น ซึ่งเดี๋ยวเราไปดูจุดประสงค์ในวันนี้

86
00:05:40.202 --> 00:05:43.860
กันเลยค่ะ จุดประสงค์การเรียน

87
00:05:44.205 --> 00:05:47.857
รู้ของวันนี้นะคะ ก็คือ 1. บอกประโยชน์

88
00:05:48.206 --> 00:05:51.857
ซ้อนได้ 2. แต่งประโยคซ้อนและจำแนก

89
00:05:52.208 --> 00:05:55.857
ประโยคซ้อนได้ ส่วนข้อที่ 3 ล่ะคะคุณครูปรเมษฐ

90
00:05:56.210 --> 00:05:59.858
(คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ จะต้องใช้ประโยคซ้อนได้ถูกต้องตาม

91
00:06:00.211 --> 00:06:03.859
หลักภาษาไทยนะครับ อันนี้ก็คือที่นักเรียนจะได้ใน

92
00:06:04.212 --> 00:06:07.859
ชั่วโมงนี้ครับ คุยกันก่อนครับครูคณิตาครับ เรา 2 คนนี่

93
00:06:08.214 --> 00:06:11.859
จะชอบพูดติดคำว่า "ประโยคความซ้อน" เดี๋ยวเด็ก ๆ

94
00:06:12.214 --> 00:06:15.857
จะเข้าใจผิดนะ ซึ่งความจริงมันถูกไหม มันถูกนะ ประโยค

95
00:06:16.217 --> 00:06:19.857
ความซ้อนนี่ สมัยครูเรียนเมื่อ 4-5 ปีที่แล้วนี่

96
00:06:20.219 --> 00:06:23.857
ป. 6 นี่ ครูยังเรียนประโยคความซ้อนอยู่

97
00:06:24.220 --> 00:06:27.857
ครูไม่ได้เรียนประโยคความซ้อน ครูเรียก สังชระประโยค

98
00:06:28.225 --> 00:06:31.857
เพราะฉะนั้น ถ้าเกิดครูและครูคณิตาไม่ได้พูดประโยคซ้อน

99
00:06:32.225 --> 00:06:35.857
หรือไม่ได้พูดประโยคซ้อนตามตัวหนังสือนี่

100
00:06:36.228 --> 00:06:39.857
เรื่องประโยคอื่นนะครับ พูดให้เข้าใจ ณ ที่นี้ก่อน

101
00:06:40.230 --> 00:06:43.857
ไม่แน่ บางที่ครูประเมษฐบอกสังขระประโยค

102
00:06:44.232 --> 00:06:47.857
ไม่รู้ยุ่งเลย แต่การที่ครูบอกนักเรียนนี่

103
00:06:48.233 --> 00:06:51.861
มันก็เป็นเรื่องที่ดี เพื่อที่นักเรียนนี่จะได้

104
00:06:52.236 --> 00:06:55.857

105
00:06:56.238 --> 00:06:59.857
กระจ่างแจ้งครับ ไปกันเลย (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ ให้นักเรียน

106
00:07:00.244 --> 00:07:03.857
หยิบใบความรู้ขึ้นมาค่ะ แล้ว

107
00:07:04.248 --> 00:07:07.857
ให้นักเรียนนะคะ ศึกษาใบความรู้

108
00:07:08.250 --> 00:07:11.858
ส่วนคุณครูปลายทางดูแลการทำงานของนักเรียน

109
00:07:12.251 --> 00:07:15.857
ให้คำแนะนำนักเรียนในการทำงาน หรือว่า

110
00:07:16.255 --> 00:07:19.857
ในการอ่านใบความรู้นั่นเองค่ะ นักเรียน

111
00:07:20.256 --> 00:07:23.858
คะ เมื่ออ่านจบแล้ว เดี๋ยวเรามาร่วมกัน

112
00:07:24.261 --> 00:07:27.857
สรุปองค์ความรู้ถ้าพร้อมแล้วเริ่มอ่านได้เลยค่ะ

113
00:07:28.264 --> 00:07:31.857
[เสียงดนตรี]

114
00:07:32.269 --> 00:07:35.857

115
00:07:36.274 --> 00:07:39.856

116
00:07:40.276 --> 00:07:43.856

117
00:07:44.278 --> 00:07:47.857

118
00:07:48.280 --> 00:07:51.856

119
00:07:52.282 --> 00:07:55.858

120
00:07:56.285 --> 00:07:59.858

121
00:08:00.287 --> 00:08:03.857

122
00:08:04.288 --> 00:08:07.857

123
00:08:08.290 --> 00:08:11.856

124
00:08:12.292 --> 00:08:15.858

125
00:08:16.294 --> 00:08:19.856

126
00:08:20.296 --> 00:08:23.856

127
00:08:24.302 --> 00:08:27.856

128
00:08:28.307 --> 00:08:31.857

129
00:08:32.312 --> 00:08:35.856

130
00:08:36.314 --> 00:08:39.858

131
00:08:40.317 --> 00:08:43.860

132
00:08:44.318 --> 00:08:47.859

133
00:08:48.320 --> 00:08:51.859

134
00:08:52.322 --> 00:08:55.856

135
00:08:56.324 --> 00:08:59.859

136
00:09:00.326 --> 00:09:03.857

137
00:09:04.328 --> 00:09:07.857

138
00:09:08.329 --> 00:09:11.856

139
00:09:12.330 --> 00:09:15.857

140
00:09:16.331 --> 00:09:19.860

141
00:09:20.333 --> 00:09:23.856

142
00:09:24.334 --> 00:09:27.862

143
00:09:28.337 --> 00:09:31.859

144
00:09:32.344 --> 00:09:35.856

145
00:09:36.346 --> 00:09:39.856

146
00:09:40.348 --> 00:09:43.857

147
00:09:44.350 --> 00:09:47.857

148
00:09:48.351 --> 00:09:51.857

149
00:09:52.352 --> 00:09:55.856

150
00:09:56.354 --> 00:09:59.856

151
00:10:00.356 --> 00:10:03.856

152
00:10:04.358 --> 00:10:07.859

153
00:10:08.359 --> 00:10:11.856

154
00:10:12.363 --> 00:10:15.856

155
00:10:16.365 --> 00:10:19.858

156
00:10:20.367 --> 00:10:23.856

157
00:10:24.368 --> 00:10:27.857

158
00:10:28.369 --> 00:10:31.860

159
00:10:32.371 --> 00:10:35.856

160
00:10:36.371 --> 00:10:39.862

161
00:10:40.375 --> 00:10:43.856

162
00:10:44.377 --> 00:10:47.859

163
00:10:48.379 --> 00:10:51.856

164
00:10:52.383 --> 00:10:55.856

165
00:10:56.385 --> 00:10:59.858

166
00:11:00.387 --> 00:11:03.859

167
00:11:04.389 --> 00:11:07.856

168
00:11:08.391 --> 00:11:11.859

169
00:11:12.395 --> 00:11:15.856

170
00:11:16.397 --> 00:11:19.856

171
00:11:20.399 --> 00:11:23.857

172
00:11:24.401 --> 00:11:27.856

173
00:11:28.402 --> 00:11:31.856

174
00:11:32.405 --> 00:11:35.856

175
00:11:36.407 --> 00:11:39.856

176
00:11:40.410 --> 00:11:43.856

177
00:11:44.412 --> 00:11:47.856

178
00:11:48.414 --> 00:11:51.856

179
00:11:52.416 --> 00:11:55.862

180
00:11:56.417 --> 00:11:59.856

181
00:12:00.419 --> 00:12:03.856

182
00:12:04.419 --> 00:12:07.856

183
00:12:08.424 --> 00:12:11.857

184
00:12:12.425 --> 00:12:15.856

185
00:12:16.428 --> 00:12:19.859

186
00:12:20.430 --> 00:12:23.856

187
00:12:24.432 --> 00:12:27.856

188
00:12:28.434 --> 00:12:31.856

189
00:12:32.436 --> 00:12:35.856
(คุณครูคณิตา) หมดเวลค่ะ

190
00:12:36.438 --> 00:12:39.861
นักเรียน เดี๋ยวเรามาสรุปองค์ความรู้กันดีกว่านะคะ

191
00:12:40.439 --> 00:12:43.856
ประโยคซ้อน ประโยคซ้อน

192
00:12:44.441 --> 00:12:47.856
คุณครูปรเมษฐคะ ประโยคซ้อนคืออะไรคะ

193
00:12:48.444 --> 00:12:51.856
(คุณครูปรเมษฐ) ประโยคซ้อนหรือครับ ประโยคซ้อน

194
00:12:52.448 --> 00:12:55.856
ที่มีความสำคัญนะ เป็นประโยคหลัก

195
00:12:56.450 --> 00:12:59.856
และมีประโยคย่อย

196
00:13:00.452 --> 00:13:03.858
ย่อยนั้นนะครับ อย่างเช่น ที่ดูไปเมื่อสักครู่นี้นะครับ

197
00:13:04.453 --> 00:13:07.858
คำเชื่อม ก็เช่นคำว่า ที่ ซึ่ง เมื่อ อัน

198
00:13:08.454 --> 00:13:11.856
จน, เพื่อ, ตั้งแต่, เพราะ นะ เด็ก ๆ ทำอย่างไรให้จำให้ได้

199
00:13:12.457 --> 00:13:15.858
นี่ จำคำเชื่อมพวกนี้ได้นี่

200
00:13:16.465 --> 00:13:19.856
ซ้อนได้และก็สามารถรู้ได้ว่าประโยคซ้อน

201
00:13:20.470 --> 00:13:23.857
เป็นอย่างไร อะไรบ้างนะครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ที่, ซึ่ง,

202
00:13:24.471 --> 00:13:27.869
เมื่อ, อัน, จน, เพื่อ, ตั้งแต่, เพราะ

203
00:13:28.486 --> 00:13:31.856
ต่าง ๆ อีกมากมาย (คุณครูปรเมษฐ) มากมายเลยนะ เมื่อก่อนนี่

204
00:13:32.487 --> 00:13:35.856
ร้องเป็นเพลงนะ

205
00:13:36.488 --> 00:13:39.859
ส่วนใหญ่เจออยู่แค่ 4 คำ

206
00:13:40.489 --> 00:13:43.856
เจอมากนี่เราจะได้รู้ว่า อ๋อ อย่างนี้

207
00:13:44.490 --> 00:13:47.867
เป็นประโยคซ้อนนะ (คุณครูคณิตา)

208
00:13:48.492 --> 00:13:51.869
นะคะ อ่านและพิจารณาประโยคค่ะ

209
00:13:52.494 --> 00:13:55.856
เรามาดูกันเลยดีกว่า นักเรียนกลับบ้านเมื่อโรงเรียนเลิด

210
00:13:56.501 --> 00:13:59.870
ประโยคหลักคืออะไร

211
00:14:00.502 --> 00:14:03.856
ประโยคย่อยคืออะไร คุณครูปลายทางคะ

212
00:14:04.505 --> 00:14:07.858
ให้นักเรียนนะคะ ร่วมกันพิจารณาด้วยนะคะ

213
00:14:08.515 --> 00:14:11.856
แล้วตอบด้วยนะคะ ว่าประโยคหลักและประโยคย่อย

214
00:14:12.518 --> 00:14:15.856
ของประโยคข้างตนนี่คืออะไรค่ะ

215
00:14:16.535 --> 00:14:19.856
(คุณครูปรเมษฐ) ตอบแล้วคุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ

216
00:14:20.540 --> 00:14:23.857
ประโยคหลักของประโยคนี้คืออะไรคะ

217
00:14:24.550 --> 00:14:27.864
เด็ก ๆ บอกว่านักเรียนกลับบ้านครับ

218
00:14:28.552 --> 00:14:31.856
แสดงว่าต้องการสื่อสารสำคัญ คือ นักเรียนกลับบ้าน

219
00:14:32.554 --> 00:14:35.856
แสดงว่าถ้าเป็นประโยคย่อยก็คือ

220
00:14:36.555 --> 00:14:39.861
โรงเรียนเลิกโดยใช้คำเชื่อว่า

221
00:14:40.558 --> 00:14:43.859
นี่ ๆ นี่คือประโยคซ้อนครับ เห็นไหม

222
00:14:44.558 --> 00:14:47.859
ในประโยคนี่ใจความมันไม่เท่ากันเหมือนประโยค

223
00:14:48.560 --> 00:14:51.856
รวมนะครับ ไปกันต่อครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ นักเรียนเริ่มจับทาง

224
00:14:52.561 --> 00:14:55.856
ได้แล้วนะคะ เดี๋ยวเรามาดูข้อต่อไปกันเลยดีกว่า

225
00:14:56.562 --> 00:14:59.856
ก็คือคุณครูอธิบายเพื่อให้นักเรียน

226
00:15:00.566 --> 00:15:03.856
เข้าใจค่ะ ประโยคหลักคืออะไร ประโยค

227
00:15:04.568 --> 00:15:07.856
ย่อยคืออะไร ตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

228
00:15:08.569 --> 00:15:11.856
เยี่ยมเลยตอบแล้วครับ

229
00:15:12.570 --> 00:15:15.857
ประโญคหลัก ก็คือครูอธิบาย ประโยคย่อย

230
00:15:16.571 --> 00:15:19.856
ก็คืออธิบายเพื่อให้นักเรียนเข้าใจ นี่เป็นประโยค

231
00:15:20.572 --> 00:15:23.856
ซ้อน ใช้ประโยค

232
00:15:24.574 --> 00:15:27.856
นะ (คุณครูคณิตา) นักเรียนจะสังเกตนะคะ ว่าหลังคำเชื่อมนี่

233
00:15:28.576 --> 00:15:31.856
ส่วนใหญ่จะเป็นประโยคย่อย

234
00:15:32.578 --> 00:15:35.856
ใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ มันเป็นประโยคย่อย หลังคำเชื่อมนี่ (คุณครูคณิตา)

235
00:15:36.580 --> 00:15:39.856
เอาล่ะค่ะมาดู เขาทำงานจนหมดแรง ประโยค

236
00:15:40.581 --> 00:15:43.856
หลักคืออะไร ประโยคย่อยคืออะไร

237
00:15:44.584 --> 00:15:47.856
ข้อนี้ ลุกขึ้นยืนครับ เลขที่ 5 ตอบคำถามหน่อย

238
00:15:48.586 --> 00:15:51.856
ตอบมาว่า... เยี่ยมเลยครับ

239
00:15:52.587 --> 00:15:55.860
เขาทำงาน เขาทำงาาน ประโยคย่อยคืออะไร

240
00:15:56.589 --> 00:15:59.860
เขาทำงานแล้วเขาต้องเป็นอย่างไร เขาทำงานเขาต้องหมดแรง

241
00:16:00.591 --> 00:16:03.856
จน นะครับ

242
00:16:04.591 --> 00:16:07.856
(คุณครูคณิตา) มีคำเชื่อมด้วยนะคะ เอาล่ะค่ะ หลังจากนี้

243
00:16:08.593 --> 00:16:11.856
ค่ะ ให้นักเรียนจอบคุณครูปลายทาง ว่าประโยคหลักคืออะไร

244
00:16:12.594 --> 00:16:15.856
ประโยคย่อยคืออะไร และคำเชื่อม

245
00:16:16.595 --> 00:16:19.859
คืออะไร หลักจากนี้ครูให้นักเรียนแยกคำเชื่อมออกมา

246
00:16:20.598 --> 00:16:23.856
แล้วนะคะ เพื่อที่จะให้นักเรียนนี่จับทางได้

247
00:16:24.603 --> 00:16:27.856
ถูกต้อง ว่าหลังประโยคนี่ หลังคำเชื่อม

248
00:16:28.607 --> 00:16:31.856
นี่จะมีประโยคย่อยอยู่ แต่

249
00:16:32.613 --> 00:16:35.856
มันก็ไม่จำเป็นเสมอไป ที่คำเชื่อมนี่อยู่

250
00:16:36.621 --> 00:16:39.856
หลังประโยคหลักใช่ไหมคะ บางครั้งนี่ คำเชื่อมนี่

251
00:16:40.636 --> 00:16:43.859
บ้างครั้งประโยคย่อยนี่

252
00:16:44.637 --> 00:16:47.858
อาจจะอยู่ด้านหน้าและประโยคหลักอยู่

253
00:16:48.640 --> 00:16:51.861
โดยมีคำเชื่อมก็ได้ใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา)

254
00:16:52.641 --> 00:16:55.856
ถูกไหมคะนักเรียนคิดว่าถูกไหม ถามคุณครูปรเมษฐดีกว่า

255
00:16:56.643 --> 00:16:59.858
ที่คุณครูคณิตาพูดนี่ถูกต้องไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ส่วนใหญ่

256
00:17:00.644 --> 00:17:03.856
มันก็จะเป็นประโยคหลักมาก่อน เพื่อเราจะต้องการสื่อสาร

257
00:17:04.646 --> 00:17:07.856
ว่าอย่างไรล่ะ สื่อสารว่าอย่างไร ก็บอกจากข้างหน้าก่อน

258
00:17:08.651 --> 00:17:11.856
แล้วค่อยไปบอกข้างหลัง ขยายความนั่นเองครับครูคณิตาครับ

259
00:17:12.652 --> 00:17:15.856
ซึ่งส่วนใหญ่นี่ประโยคหลักมา

260
00:17:16.654 --> 00:17:19.858
ประโยคย่อยนะ ประโยคความซ้อน (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะนักเรียนดู

261
00:17:20.655 --> 00:17:23.856
ประโยคนี้ค่ะ

262
00:17:24.657 --> 00:17:27.859
คุณครูอธิบายเพื่อให้นักเรียนเข้าใจ

263
00:17:28.658 --> 00:17:31.856
(คุณครูปรเมษฐ) ครูคณิตานี้ก็หลอกเด็กอีกแล้ว

264
00:17:32.659 --> 00:17:35.857
หรือคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ ต่อไปเลย เขาสร้าง

265
00:17:36.660 --> 00:17:39.856
ฐานะได้มั่นคงเพราะขยันทำงาน

266
00:17:40.673 --> 00:17:43.856
เด็ก ๆ ครับ ตอบตามที่คุณครูคณิตาได้บอก

267
00:17:44.681 --> 00:17:47.856
ไว้ลูก (คุณครูคณิตา) ประโยคหลักคืออะไร ประโยคย่อย

268
00:17:48.682 --> 00:17:51.856
และคำเชื่อมคือคำว่าอะไร (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา)

269
00:17:52.684 --> 00:17:55.858
ตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาให้ดังถึงหัวหินเลยนะ

270
00:17:56.685 --> 00:17:59.856
เดี๋ยวให้ครูคณิตาไปให้รางวัลดีไหมครับ

271
00:18:00.686 --> 00:18:03.856
(คุณครูคณิตา) แต่คุณครูปรเมษฐจะต้องเป็นคนหารางวัลมาให้ครูคณิตา

272
00:18:04.690 --> 00:18:07.856
(คุณครูปรเมษฐ) ได้ไม่มีปัญหาครับ

273
00:18:08.692 --> 00:18:11.856
เขาสร้างฐานะได้มั่นคง นี่คือการที่เราต้องการบอก

274
00:18:12.696 --> 00:18:15.856
เลยนี่ ต้องการสื่อสารว่าเขาสร้างฐานะได้มั่งคงนะ

275
00:18:16.699 --> 00:18:19.876
ประโยคย่อยคืออะไรเด็ก ๆ เขาทำงาน

276
00:18:20.701 --> 00:18:23.857
แต่ตัดคำว่า "เขา" ออกเวลาเชื่อม

277
00:18:24.703 --> 00:18:27.856
เยี่ยมเลยครับ คำว่า "เพราะ" นะครับ เขาสร้างฐานะ

278
00:18:28.705 --> 00:18:31.856
ได้มั่นคง

279
00:18:32.707 --> 00:18:35.856
เพราะขยันทำงานนั่นเอง (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ

280
00:18:36.708 --> 00:18:39.858
ต่อมา (คุณครูปรเมษฐ) พิชิตประโยคซ้อน (คุณครูคณิตา) พิชิตคุณครูปลายทาง

281
00:18:40.710 --> 00:18:43.857
(คุณครูปรเมษฐ) พิชิตคืออะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวให้นักเรียน

282
00:18:44.711 --> 00:18:47.856
ลองทดสอบความมั่นใจ ลอง

283
00:18:48.714 --> 00:18:51.856
ทดสอบความรู้ความเข้าใจที่นักเรียนได้เรียนร่วมกันมา

284
00:18:52.714 --> 00:18:55.856
รวมถึงจากการอ่านใบความรู้ด้วย ดูสิ

285
00:18:56.715 --> 00:18:59.866
ว่า 2 ประโยคที่คุณครูได้เตรียมไว้ให้นี้

286
00:19:00.717 --> 00:19:03.856
นักเรียนจะสามารถแยกประโยคหลักและประโยคย่อย

287
00:19:04.719 --> 00:19:07.856
ได้หรือเปล่า พร้อมหรือยังคะ ถ้าพร้อมแล้ว เรา

288
00:19:08.721 --> 00:19:11.856
มาพิชิตประโยคกันเลยดีกว่าค่ะ

289
00:19:12.722 --> 00:19:15.856
ฉันซักเสื้อที่คุณแม่

290
00:19:16.724 --> 00:19:19.858
ซื้อให้ ประโยคใดเป็นประโยคหลัก และประโยค

291
00:19:20.728 --> 00:19:23.856
ใดเป็นประโยคย่อยคะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่จะไปพิชิตกันใช่ไหมนี่ (คุณครูคณิตา)

292
00:19:24.739 --> 00:19:27.856
ใช่ไหมครับนี่ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ นี่ก็ให้นักเรียน

293
00:19:28.741 --> 00:19:31.856
ตอบเพื่อเป็นการทดสอบความเข้าใจของตนเอง

294
00:19:32.742 --> 00:19:35.857
นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เมื่อสักครู่นี้พอเห็นกิจกรรม

295
00:19:36.743 --> 00:19:39.856
แล้วครูนึกว่้าจะให้ไปปีนยอดเขา

296
00:19:40.744 --> 00:19:43.858
อันนี้ก็สบายเลยสิตอบง่าย พิชิตนี่

297
00:19:44.747 --> 00:19:47.856
เป็นคำสูงใหญ่นะ ต้องต่อสู้ ฝ่าฟันนะ กว่าจะได้นี่

298
00:19:48.748 --> 00:19:51.856
(คุณครูคณิตา) การที่เราจะเข้าใจองค์ความรู้ต่าง ๆ นี่

299
00:19:52.749 --> 00:19:55.856
ว่าเราจะต้องฝ่าฟันเกี่ยวกับความไม่เข้าใจ

300
00:19:56.750 --> 00:19:59.857
กับเรื่องต่าง ๆ ที่เราต้องการเรียนรู้

301
00:20:00.751 --> 00:20:03.856
เป็นการพิชิตเหมือนกันนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วเมื่อเรา

302
00:20:04.755 --> 00:20:07.860
ไม่เข้าใจมันจะต้องไม่ย่อท้อใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็เป็นคุณ

303
00:20:08.757 --> 00:20:11.856
ธรรมที่เด็ก ๆ นั้นนี่ก็สามารถที่จะนำไป

304
00:20:12.759 --> 00:20:15.856
อะไรที่ไม่เข้าใจก็อย่าไปยอม ต้องสู้ให้มันเข้าใจให้ได้

305
00:20:16.768 --> 00:20:19.863
ใช่ไหมครับ ก็เป็นคุณธรรม 1 ข้อนะ ต้องไม่ย่อท้อ

306
00:20:20.769 --> 00:20:23.856
ต่ออุปสรรคใด ๆ เป็นกลอนอีกแล้ว พูดติดไปหมด

307
00:20:24.772 --> 00:20:27.856
เลยวันนี้(คุณครูคณิตา)  เอาล่ะค่ะ ครูปรเมษฐเด็ก ๆ คงตอบแล้วคะ

308
00:20:28.775 --> 00:20:31.856
ประโยคหลักคืออะไรเอ่ย

309
00:20:32.776 --> 00:20:35.857
คุณครูปรเมษฐคะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ตอบว่าอย่างไรครับ ฉันซักเสื้อ

310
00:20:36.779 --> 00:20:39.859
ฉันซักเสื้อ แล้วประโยคย่อย

311
00:20:40.784 --> 00:20:43.859
ล่ะครับ (คุณครูคณิตา) ประโยคย่อย รวมถึงคำเชื่อมด้วยนะคะ

312
00:20:44.789 --> 00:20:47.858
นั่นก็คือที่คุณแม่ซื้อให้ค่ะ คำว่า "ที่"

313
00:20:48.792 --> 00:20:51.859
ก็คือคำเชื่อมนั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ

314
00:20:52.801 --> 00:20:55.861
(คุณครูปรเมษฐ) ไปพิชิต พิชิตข้อที่ 2 ใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ ตั้งสติ

315
00:20:56.802 --> 00:20:59.856
ดี ๆ นะคะ อีกข้อหนึ่งค่ะ ใครที่พลาดข้อนี้

316
00:21:00.803 --> 00:21:03.856
เรามาเริ่มใหม่กัน ดาว

317
00:21:04.804 --> 00:21:07.856
สอนหนังสือเพื่อนที่เรียนอ่อน ประโยคใด

318
00:21:08.806 --> 00:21:11.856
เป็นประโยคหลัก ประโยคใดเป็นประโยคย่อย

319
00:21:12.808 --> 00:21:15.856
(คุณครูปรเมษฐ) เรียนอ่อนนี่คืออะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เรียนอ่อน

320
00:21:16.811 --> 00:21:19.856
เรียนไม่เก่งหรืออาจจะไม่ถนัด

321
00:21:20.812 --> 00:21:23.856
ในวิชานั้น ๆ ค่ะ จึงจะต้องฝึกฝนเพิ่มเติม

322
00:21:24.815 --> 00:21:27.856
นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ผมกับเด็ก ๆ นี่ตีความไปว่าเรียนไปแล้ว

323
00:21:28.817 --> 00:21:31.856
ตัวอ่อนรำไปเลยไม่ใช่หรือ (คุณครูคณิตา)

324
00:21:32.818 --> 00:21:35.857
แล้วแต่ความเข้าใจของบุคคลค่ะ

325
00:21:36.820 --> 00:21:39.856
เอาล่ะค่ะ เด็ก ๆ ตอบแล้วหรือยังเอ่ย

326
00:21:40.823 --> 00:21:43.859
เด็ก ๆ ตอบแล้วนะคะ เดี๋ยวเราเฉลย

327
00:21:44.825 --> 00:21:47.856
กันเลยค่ะ ประโยคหลักก็คือดาวสอนหนังสือเพื่อน

328
00:21:48.826 --> 00:21:51.856
เพื่อน ส่วนประโยคย่อยค่ะ ก็คือ

329
00:21:52.829 --> 00:21:55.856
คำว่า "เรียนอ่อน" โดยมีคำเชื่อม ก็คือ

330
00:21:56.830 --> 00:21:59.876
"ที่" นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูคณิตาครับ ความจริง

331
00:22:00.831 --> 00:22:03.858
ที่จะ เด็ก ๆ จะเข้าใจนะ เป็นอย่างไร

332
00:22:04.831 --> 00:22:07.856
เพื่อนเป็นอย่างไร เพื่อนเรียนอ่อนนั่นเอง

333
00:22:08.833 --> 00:22:11.856
แล้วเราเอาคำว่าเพื่อนออกไง เอาคำว่า "ที่" มาเชื่อม นี่คือ

334
00:22:12.834 --> 00:22:15.856
ประโยคซ้อนนะครับ (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ เข้าใจ

335
00:22:16.837 --> 00:22:19.856
เพิ่มขึ้นกันแล้วหรือยังเอ่ย

336
00:22:20.839 --> 00:22:23.861
ครูคิดว่านักเรียนี่มีความสามารถนะคะ

337
00:22:24.841 --> 00:22:27.856
เก่งเป็นอย่างมากเลย ครูเชื่อถือศักยภาพของนักเรียน

338
00:22:28.841 --> 00:22:31.862
นักเรียนนี่เข้าใจแล้ว (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าไม่เข้าใจครูจะให้ครูคณิตา

339
00:22:32.842 --> 00:22:35.856
ไปเข้าฝันนะเรื่องประโยคซ้อนนี่ นักเรียนต้อง

340
00:22:36.845 --> 00:22:39.857
แจ่มพบจบสมัยนะครับ ไปกันต่อครูคณิตา

341
00:22:40.847 --> 00:22:43.860
เรามาดู ถึงเวลาที่นักเรียนรอคอยค่ะ

342
00:22:44.848 --> 00:22:47.856
นักเรียนคะ อย่าลืมนะคะ ในการทำ

343
00:22:48.850 --> 00:22:51.857
ใบงานทุกครั้งให้นักเรียนหยิบใบความรู้

344
00:22:52.851 --> 00:22:55.856
ดูเพิ่มเติมด้วยนะคะ หากนักเรียนไม่เข้าใจตรงไหนนี่

345
00:22:56.855 --> 00:22:59.856
ในใบความรู้จะมีการอธิบายอยู่นะคะ

346
00:23:00.856 --> 00:23:03.856
เอาล่ะค่ะ ถึงช่วงให้นักเรียนทำใบงาน

347
00:23:04.863 --> 00:23:08.857
เรื่องจำแนกประโยคซ้อนค่ะ บทบาทของ

348
00:23:08.869 --> 00:23:12.856
นักเรียนก็คือให้นักเรียนทำใบงานเรื่องจำแนก

349
00:23:12.870 --> 00:23:16.857
ประโยคซ้อน และใบงานแผนภาพความคิดประโยค

350
00:23:16.871 --> 00:23:20.857
ครูไม่ได้บอกว่าให้ทำแผนภาพ

351
00:23:20.875 --> 00:23:24.857
ความคิดประโยคซ้อนอย่างเดียว คำว่า "ประโยค"

352
00:23:24.876 --> 00:23:28.857
ในชั่วโมงที่แล้วนี่ เราได้เรียนก็คือ

353
00:23:28.880 --> 00:23:32.857
กี่ประโยคคะ ในชั่วโมงที่แล้ว เราได้เรียนไป

354
00:23:32.882 --> 00:23:36.857
2 ประโยค ก็คือประโยคสามัญและประโยครวม

355
00:23:36.883 --> 00:23:40.856
รวมถึงคาบนี้เราได้เรียนเกี่ยวกับประโยคซ้อน

356
00:23:40.884 --> 00:23:44.857
แผนภาพความคิดของนักเรียนจะต้องมีกี่หัวข้อเอ่ย

357
00:23:44.889 --> 00:23:48.857
คุณครูปรเมษฐคะ 2+1

358
00:23:48.894 --> 00:23:52.857
ได้เท่าไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) 2 + 1 ก็ได้

359
00:23:52.895 --> 00:23:56.857
121 ครับ (คุณครูคณิตา) เก่งนะคะนี่ (คุณครูปรเมษฐ) เอ้ย

360
00:23:56.897 --> 00:24:00.859
ใช่ไหม (คุณครูคณิตา) เก่งไหมคะนักเรียน ค่ะ

361
00:24:00.899 --> 00:24:04.857
คุณครูปรเมษฐเป็นอัจฉริยะมากเลยค่ะ

362
00:24:04.900 --> 00:24:08.862
นั่นก็คือ 3 ค่ะ เพราะฉะนั้น หัวข้อของนักเรียน

363
00:24:08.905 --> 00:24:12.859
จะต้องมีทั้งหมด 3 ประโยคด้วยกันค่ะ ในการเขียนแผนภา

364
00:24:12.906 --> 00:24:16.857
ความคิดค่ะ ส่วนบทบาทของคุณครูปลายทางล่ะคะ

365
00:24:16.906 --> 00:24:20.857
(คุณครูปรเมษฐ) คุณครูนะครับ ก็ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับนักเรียน

366
00:24:20.907 --> 00:24:24.857
ในกรณีที่หลาย ๆ คนนี่บางทียังไม่เข้าใจ

367
00:24:24.908 --> 00:24:28.857
เนื่องจากจะเป็นผมกับครูคณิตาอธิบาย

368
00:24:28.910 --> 00:24:32.857
นะครับ คุณครูก็ต้องช่วยไขข้อกระจ่าง

369
00:24:32.917 --> 00:24:36.857
ด้วยนะครับ เพื่อที่จะนักเรียนเข้าใจอย่างถ่องแท้ แล้วก็

370
00:24:36.917 --> 00:24:40.857
ทำใบงานได้อย่างมีความสุขนะครับ (คุณครูคณิตา) หรือคุณครูปลายทาง

371
00:24:40.918 --> 00:24:44.859
มีเคล็ดลับแต่ละบุคคลในการแยกประโยค

372
00:24:44.920 --> 00:24:48.857
สามารถที่จะนำมาบอกนักเรียนรวมถึง

373
00:24:48.921 --> 00:24:52.857
อาจจะส่งข้อความ หากคุณครูคณิตา หรือคุณครูปรเมษฐ

374
00:24:52.927 --> 00:24:56.857
เป็นการเผยแพร่ความรู้อีกทางหนึ่งก็ได้นะคะ

375
00:24:56.928 --> 00:25:00.858
เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวเรามาดูใบงานกันเลยดีกว่าค่ะ ใบงานที่ 1 นะคะ

376
00:25:00.929 --> 00:25:04.858
จำแนกประโยคซ้อนจะเป็นรูปแบบนี้นะคะ

377
00:25:04.934 --> 00:25:08.857
จะมีทั้งหมด 5 ประโยคด้วยกัน ให้นักเรียนแยก

378
00:25:08.937 --> 00:25:12.857
ประโยคหลักและประโยคย่อย ในประโยคย่อยนั้นให้นักเรียน

379
00:25:12.943 --> 00:25:16.859
วงเล็บเขียนคำเชื่อมลงไปด้วยนะคะ

380
00:25:16.945 --> 00:25:20.859
(คุณครูปรเมษฐ) แล้วครูคณิตามีประโยคมาให้ใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) มีสิคะ (คุณครูปรเมษฐ) อ๋อ

381
00:25:20.947 --> 00:25:24.861
ไม่ต้องแต่งเอง เพราะฉะนั้น ง่ายมากเลย ไม่ต้องพิชิต

382
00:25:24.948 --> 00:25:28.858
ทำได้เลย ง่ายนะ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ

383
00:25:28.949 --> 00:25:32.857
ใบงานที่ 2 ค่ะ ก็คือเป็นแผนภาพความคิดค่พ

384
00:25:32.950 --> 00:25:36.859
ซึ่งนักเรียนไม่ต้องไปค้นหาแล้วว่าเอ๊

385
00:25:36.951 --> 00:25:40.857
ประโยคมีกี่ชนิดนะ คุณครูปรเมษฐ และคุณ

386
00:25:40.952 --> 00:25:44.858
ได้ทำไว้ให้แล้วนะคะ นั่นก็คือประโยคสามัญ ประโยครวม

387
00:25:44.954 --> 00:25:48.857
และประโยคซ้อน ให้นักเรียนนี่ทำสรุปใน

388
00:25:48.954 --> 00:25:52.858
รูปแบบที่ตนเองเข้าใจค่ะ พร้อมแล้ว

389
00:25:52.957 --> 00:25:56.857
หรือยังเอ่ย หลังจากการ

390
00:25:56.959 --> 00:26:00.858
การทำใบงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวเรามาเจอ

391
00:26:00.959 --> 00:26:04.858
กันอีกครั้งหนึ่งค่ะ ถ้าพร้อมแล้วลงมือทำได้เลยค่ะ

392
00:26:04.960 --> 00:26:08.857
[เสียงดนตรี]

393
00:26:08.961 --> 00:26:12.857

394
00:26:12.962 --> 00:26:16.858

395
00:26:16.964 --> 00:26:20.857

396
00:26:20.965 --> 00:26:24.857

397
00:26:24.966 --> 00:26:28.858

398
00:26:28.967 --> 00:26:32.859

399
00:26:32.970 --> 00:26:36.857

400
00:26:36.972 --> 00:26:40.857

401
00:26:40.973 --> 00:26:44.857

402
00:26:44.974 --> 00:26:48.858

403
00:26:48.975 --> 00:26:52.858

404
00:26:52.978 --> 00:26:56.858

405
00:26:56.978 --> 00:27:00.858

406
00:27:00.979 --> 00:27:04.858

407
00:27:04.980 --> 00:27:08.858

408
00:27:08.982 --> 00:27:12.858

409
00:27:12.983 --> 00:27:16.858

410
00:27:16.984 --> 00:27:20.858

411
00:27:20.986 --> 00:27:24.858

412
00:27:24.990 --> 00:27:28.858

413
00:27:28.995 --> 00:27:32.857

414
00:27:32.999 --> 00:27:36.858

415
00:27:37.003 --> 00:27:40.858

416
00:27:41.007 --> 00:27:44.858

417
00:27:45.012 --> 00:27:48.858

418
00:27:49.017 --> 00:27:52.858

419
00:27:53.021 --> 00:27:56.858

420
00:27:57.024 --> 00:28:00.858

421
00:28:01.027 --> 00:28:04.858

422
00:28:05.030 --> 00:28:08.859

423
00:28:09.034 --> 00:28:12.858

424
00:28:13.039 --> 00:28:16.858

425
00:28:17.043 --> 00:28:20.858

426
00:28:21.048 --> 00:28:24.858

427
00:28:25.050 --> 00:28:28.860

428
00:28:29.056 --> 00:28:32.858

429
00:28:33.059 --> 00:28:36.858

430
00:28:37.060 --> 00:28:40.858

431
00:28:41.061 --> 00:28:44.858

432
00:28:45.064 --> 00:28:48.859

433
00:28:49.066 --> 00:28:52.858

434
00:28:53.067 --> 00:28:56.860

435
00:28:57.068 --> 00:29:00.859

436
00:29:01.070 --> 00:29:04.859

437
00:29:05.071 --> 00:29:08.858

438
00:29:09.072 --> 00:29:12.858

439
00:29:13.076 --> 00:29:16.862

440
00:29:17.078 --> 00:29:20.858

441
00:29:21.080 --> 00:29:24.858

442
00:29:25.081 --> 00:29:28.858

443
00:29:29.082 --> 00:29:32.858

444
00:29:33.084 --> 00:29:36.858

445
00:29:37.088 --> 00:29:40.858

446
00:29:41.091 --> 00:29:44.859

447
00:29:45.095 --> 00:29:48.863

448
00:29:49.100 --> 00:29:52.858

449
00:29:53.104 --> 00:29:56.858

450
00:29:57.107 --> 00:30:00.859

451
00:30:01.111 --> 00:30:04.859

452
00:30:05.118 --> 00:30:08.858

453
00:30:09.123 --> 00:30:12.859

454
00:30:13.127 --> 00:30:16.858

455
00:30:17.132 --> 00:30:20.859

456
00:30:21.136 --> 00:30:24.859

457
00:30:25.139 --> 00:30:28.859

458
00:30:29.143 --> 00:30:32.861

459
00:30:33.145 --> 00:30:36.859

460
00:30:37.149 --> 00:30:40.859

461
00:30:41.150 --> 00:30:44.859

462
00:30:45.157 --> 00:30:48.858

463
00:30:49.159 --> 00:30:52.859

464
00:30:53.160 --> 00:30:56.858

465
00:30:57.164 --> 00:31:00.858

466
00:31:01.166 --> 00:31:04.858

467
00:31:05.168 --> 00:31:08.858

468
00:31:09.170 --> 00:31:12.868

469
00:31:13.172 --> 00:31:16.859

470
00:31:17.173 --> 00:31:20.859

471
00:31:21.177 --> 00:31:24.858

472
00:31:25.180 --> 00:31:28.858

473
00:31:29.182 --> 00:31:32.859

474
00:31:33.183 --> 00:31:36.859

475
00:31:37.184 --> 00:31:40.859

476
00:31:41.185 --> 00:31:44.859

477
00:31:45.187 --> 00:31:48.859

478
00:31:49.188 --> 00:31:52.859

479
00:31:53.190 --> 00:31:56.859

480
00:31:57.192 --> 00:32:00.860

481
00:32:01.193 --> 00:32:04.859

482
00:32:05.194 --> 00:32:08.860

483
00:32:09.197 --> 00:32:12.859

484
00:32:13.201 --> 00:32:16.859

485
00:32:17.204 --> 00:32:20.860

486
00:32:21.208 --> 00:32:24.859

487
00:32:25.212 --> 00:32:28.859

488
00:32:29.216 --> 00:32:32.862

489
00:32:33.222 --> 00:32:36.859

490
00:32:37.238 --> 00:32:40.859

491
00:32:41.244 --> 00:32:44.863

492
00:32:45.245 --> 00:32:48.859

493
00:32:49.247 --> 00:32:52.859

494
00:32:53.249 --> 00:32:56.859

495
00:32:57.251 --> 00:33:00.859

496
00:33:01.253 --> 00:33:04.859

497
00:33:05.258 --> 00:33:08.861

498
00:33:09.259 --> 00:33:12.859

499
00:33:13.262 --> 00:33:16.859

500
00:33:17.264 --> 00:33:20.859

501
00:33:21.265 --> 00:33:24.859

502
00:33:25.268 --> 00:33:28.859

503
00:33:29.270 --> 00:33:32.859

504
00:33:33.271 --> 00:33:36.859

505
00:33:37.273 --> 00:33:40.859

506
00:33:41.274 --> 00:33:44.859

507
00:33:45.276 --> 00:33:48.859

508
00:33:49.278 --> 00:33:52.859

509
00:33:53.283 --> 00:33:56.859

510
00:33:57.284 --> 00:34:00.859

511
00:34:01.285 --> 00:34:04.858

512
00:34:05.287 --> 00:34:08.858

513
00:34:09.287 --> 00:34:12.858

514
00:34:13.289 --> 00:34:16.859

515
00:34:17.291 --> 00:34:20.859

516
00:34:21.292 --> 00:34:24.858

517
00:34:25.293 --> 00:34:28.858

518
00:34:29.294 --> 00:34:32.862

519
00:34:33.312 --> 00:34:36.858

520
00:34:37.314 --> 00:34:40.858

521
00:34:41.315 --> 00:34:44.859

522
00:34:45.318 --> 00:34:48.860

523
00:34:49.320 --> 00:34:52.859

524
00:34:53.321 --> 00:34:56.859

525
00:34:57.322 --> 00:35:00.859

526
00:35:01.324 --> 00:35:04.859

527
00:35:05.326 --> 00:35:08.861

528
00:35:09.328 --> 00:35:12.858

529
00:35:13.332 --> 00:35:16.860

530
00:35:17.335 --> 00:35:20.858

531
00:35:21.337 --> 00:35:24.858

532
00:35:25.338 --> 00:35:28.858

533
00:35:29.340 --> 00:35:32.858

534
00:35:33.342 --> 00:35:36.858

535
00:35:37.343 --> 00:35:40.858

536
00:35:41.345 --> 00:35:44.858

537
00:35:45.347 --> 00:35:48.858

538
00:35:49.348 --> 00:35:52.858

539
00:35:53.350 --> 00:35:56.858

540
00:35:57.352 --> 00:36:00.858

541
00:36:01.354 --> 00:36:04.866

542
00:36:05.357 --> 00:36:08.858

543
00:36:09.370 --> 00:36:12.858

544
00:36:13.370 --> 00:36:16.858

545
00:36:17.371 --> 00:36:20.858

546
00:36:21.373 --> 00:36:24.858

547
00:36:25.375 --> 00:36:28.858

548
00:36:29.377 --> 00:36:32.858

549
00:36:33.378 --> 00:36:36.858

550
00:36:37.380 --> 00:36:40.858

551
00:36:41.382 --> 00:36:44.858

552
00:36:45.384 --> 00:36:48.858

553
00:36:49.386 --> 00:36:52.864

554
00:36:53.388 --> 00:36:56.858

555
00:36:57.390 --> 00:37:00.858

556
00:37:01.392 --> 00:37:04.858

557
00:37:05.393 --> 00:37:08.858

558
00:37:09.395 --> 00:37:12.858

559
00:37:13.398 --> 00:37:16.858

560
00:37:17.399 --> 00:37:20.858

561
00:37:21.403 --> 00:37:24.858

562
00:37:25.405 --> 00:37:28.858

563
00:37:29.406 --> 00:37:32.858

564
00:37:33.407 --> 00:37:36.858

565
00:37:37.409 --> 00:37:40.858

566
00:37:41.411 --> 00:37:44.858

567
00:37:45.413 --> 00:37:48.858

568
00:37:49.414 --> 00:37:52.858

569
00:37:53.416 --> 00:37:56.859

570
00:37:57.416 --> 00:38:00.858

571
00:38:01.417 --> 00:38:04.858

572
00:38:05.420 --> 00:38:08.858

573
00:38:09.422 --> 00:38:12.858

574
00:38:13.424 --> 00:38:16.858

575
00:38:17.426 --> 00:38:20.858

576
00:38:21.428 --> 00:38:24.858

577
00:38:25.430 --> 00:38:28.858

578
00:38:29.432 --> 00:38:32.858

579
00:38:33.434 --> 00:38:36.858

580
00:38:37.435 --> 00:38:40.858

581
00:38:41.436 --> 00:38:44.858

582
00:38:45.438 --> 00:38:48.858

583
00:38:49.439 --> 00:38:52.858

584
00:38:53.441 --> 00:38:56.858

585
00:38:57.443 --> 00:39:00.858

586
00:39:01.445 --> 00:39:04.858

587
00:39:05.447 --> 00:39:08.858

588
00:39:09.449 --> 00:39:12.858

589
00:39:13.451 --> 00:39:16.858

590
00:39:17.458 --> 00:39:20.858

591
00:39:21.460 --> 00:39:24.858

592
00:39:25.462 --> 00:39:28.858

593
00:39:29.464 --> 00:39:32.858

594
00:39:33.466 --> 00:39:36.858

595
00:39:37.468 --> 00:39:40.860

596
00:39:41.470 --> 00:39:44.858

597
00:39:45.471 --> 00:39:48.857

598
00:39:49.473 --> 00:39:52.857

599
00:39:53.475 --> 00:39:56.858

600
00:39:57.475 --> 00:40:00.859

601
00:40:01.480 --> 00:40:04.858

602
00:40:05.481 --> 00:40:08.858

603
00:40:09.483 --> 00:40:12.858

604
00:40:13.484 --> 00:40:16.858

605
00:40:17.487 --> 00:40:20.858

606
00:40:21.490 --> 00:40:24.858

607
00:40:25.492 --> 00:40:28.858

608
00:40:29.494 --> 00:40:32.858

609
00:40:33.496 --> 00:40:36.858

610
00:40:37.498 --> 00:40:40.860

611
00:40:41.500 --> 00:40:44.858

612
00:40:45.500 --> 00:40:48.858

613
00:40:49.501 --> 00:40:52.858

614
00:40:53.503 --> 00:40:56.858

615
00:40:57.505 --> 00:41:00.858

616
00:41:01.507 --> 00:41:04.858

617
00:41:05.509 --> 00:41:08.858
(คุณครูคณิตา) หมดเวลาค่ะ

618
00:41:09.510 --> 00:41:12.858
นักเรียน อย่าลืมนะคะ เขียนเพิ่ม

619
00:41:13.511 --> 00:41:16.858
เติมให้เรียบร้อยด้วยนะคะ หากนักเรียนคนใดนี่

620
00:41:17.513 --> 00:41:20.858

621
00:41:21.515 --> 00:41:24.858
อย่าลืมเก็บใบงานนักเรียนไปตรวจและให้คะแนนด้วยนะคะ

622
00:41:25.516 --> 00:41:28.859
เอาล่ะค่ะ มาถึงแนวการตอบ เดี๋ยวเรามาดูแนวการตอบ

623
00:41:29.517 --> 00:41:32.858
กันดีกว่าว่าประโยคหลักและประโยคย่อย

624
00:41:33.518 --> 00:41:36.858
ที่คุณครูกำหนดให้นี่นักเรียนจะแยกได้ถูกต้อง

625
00:41:37.519 --> 00:41:40.858
หรือเปล่า เดี๋ยวจะให้คุณครูปรเมษฐเป็นผู้เฉลยนะคะ

626
00:41:41.520 --> 00:41:44.858
เรามาดูกันเลยค่ะ ประโยคที่ 1 นะคะ

627
00:41:45.521 --> 00:41:48.858
ก็คือมดแดงเป็นมดชนิดหนึ่งซึ่งมีมากกว่า

628
00:41:49.522 --> 00:41:52.859
15,000 ชนิด ประโยคใดเป็น

629
00:41:53.523 --> 00:41:56.859
ประโยคหลัก ประโยคใดเป็็นประโยคย่อย (คุณครูปรเมษฐ)

630
00:41:57.524 --> 00:42:00.859
นี่เก่งมากเลยนะ ช่างไปนับมาได้ 15,000 ชนิดเลยหรือครับ (คุณครูคณิตา)

631
00:42:01.525 --> 00:42:04.859
อาจจะมากกว่านั้น (คุณครูปรเมษฐ) กี่วัน (คุณครูคณิตา) ครูไม่ได้นั่งนับ

632
00:42:05.526 --> 00:42:08.860
ไปค้นหาข้อมูลมานะคะ (คุณครูปรเมษฐ) อ๋อ

633
00:42:09.528 --> 00:42:12.859
ถ้าเกิดจะแยกนี่นะเด็ก ๆ อันดับแรกนี่หา

634
00:42:13.530 --> 00:42:16.859
คำเชื่อมคือคำว่าอะไรครับ คำว่า "ซึ่ง" นะ

635
00:42:17.531 --> 00:42:20.859
คำว่าซึ่ง มีแดง ๆ ไหม เขียนได้ไหม (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ

636
00:42:21.533 --> 00:42:24.859
สักครู่นะคะคุณครูปรเมษฐอย่าใจร้อนค่ะ

637
00:42:25.534 --> 00:42:28.859
เอาล่ะค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่คือคำเชื่อม คำว่า "ซึ่ง" นะลูกนะ

638
00:42:29.536 --> 00:42:32.859
เพราะฉะนั้นนี่ เมื่อเราเจอ

639
00:42:33.537 --> 00:42:36.860
คำเชื่อใแล้วนี่ เราก็จะรู้ประโยคหลักและประโยคย่อย

640
00:42:37.539 --> 00:42:40.860
ก็คืออะไรลูก อ่านพร้อม ๆ กันมดแดง

641
00:42:41.540 --> 00:42:44.864
เป็นมดชนิดหนึ่งนะ นี่เป็นการบบอก

642
00:42:45.542 --> 00:42:48.869
มันคือมดชนิดหนึ่งนะ แล้วก็เสริมให้มันชัดเจนยิ่งขึ้น

643
00:42:49.545 --> 00:42:52.859
ก็มดแดงนี่มีมากกว่า 15,000 ชนิด

644
00:42:53.546 --> 00:42:56.862
ใช่ไหมครับ เป็นอนุประโยคหรือประโยคย่อยนั่นเอง

645
00:42:57.548 --> 00:43:00.866
ใช้คำเชื่อมว่า "ซึ่ง" นี่นะครับ

646
00:43:01.550 --> 00:43:04.864
(คุณครูคณิตา) สิ่งสำคัญนะคะนักเรียน นักเรียนจะสังเกตได้ว่า

647
00:43:05.552 --> 00:43:08.860
คุณครูจะหาคำเชื่อมก่อนนั่นเองนะคะ แล้วจะมา

648
00:43:09.555 --> 00:43:12.859
พิจารณานะคะ ว่าประโยคใดเป็นประโยคหลัก

649
00:43:13.556 --> 00:43:16.859
ประโยคใดเป็นประโยคย่อยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ

650
00:43:17.558 --> 00:43:20.859
(คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ จะเขียนว่ามดมีมากกว่า 15,000 ชนิด

651
00:43:21.561 --> 00:43:24.863
ถูกไหม (คุณครูคณิตา) ถูกไหมนะ ก็ได้นะคะ

652
00:43:25.562 --> 00:43:28.859
สามารถเขียนได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องเลยมันเป็นประโยคที่สมบูรณ์นะ

653
00:43:29.566 --> 00:43:32.859
มีมากกว่า มดมีมากกว่า 15,000 ชนิดก็ได้

654
00:43:33.571 --> 00:43:36.860
เพราะว่ามันเป็นการขยายแล้วก็ประโยคสมบูรณ์ด้วย ต่อไป

655
00:43:37.572 --> 00:43:40.859
ข้อที่ 2 (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะข้อที่ 2 ค่ะ คุณปู้ปล่อย

656
00:43:41.573 --> 00:43:44.861
ที่ติดตาข่าย (คุณครูปรเมษฐ) คุณปู่ปล่อยนกพิราบ

657
00:43:45.574 --> 00:43:48.860
ปล่อยทำไมล่ะ ดูคำเชื่อมก่อน คำเชื่อมคือคำว่า

658
00:43:49.575 --> 00:43:52.859
เยี่ยมเลยครับ คำว่า "ที่" ครับ พอเจอคำเชื่อมแล้ว

659
00:43:53.577 --> 00:43:56.859
เราก็จะรู้ประโยคหลักแล้ว ประโยคหลักเราต้องการสื่อสารว่า

660
00:43:57.578 --> 00:44:00.860
คุณปู่ปล่อยนกพิราบครับนักเรียน

661
00:44:01.580 --> 00:44:04.859
ถูกเปล่า ถูกเขียนถูกเลยนะครับ ประโยค

662
00:44:05.583 --> 00:44:08.865
หรืออนุประโยค ก็คือนกพิราบติด

663
00:44:09.584 --> 00:44:12.859
ตาข่ายนั่นเอง ใช้คำเชื่อมที่

664
00:44:13.585 --> 00:44:16.860
ครับ นี่ถ้าเด็ก ๆ อาจจะเขียนว่านกพิราบติดตาข่าย

665
00:44:17.586 --> 00:44:20.860
ก็ได้นะครับ จะได้เข้าใจ เพราะมันเป็น 2 ประโยค

666
00:44:21.588 --> 00:44:24.860
มารวมกันนั่นเอง มีหลักมีย่อย ต่อไป (คุณครูคณิตา) ข้อ 3

667
00:44:25.588 --> 00:44:28.860
ค่ะ นักเรียนผู้ที่ได้รับรางวัลดีเด่น

668
00:44:29.589 --> 00:44:32.860
ของฉันเอง ประโยคหลักและประโยคย่อย

669
00:44:33.590 --> 00:44:36.860
คืออะไรคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ครับ บอกครู

670
00:44:37.592 --> 00:44:40.862
คณิตาสิครับ ว่าคำเชื่อมคือคำว่าอะไร เดี๋ยวครูจะได้ขีดเส้นใต้

671
00:44:41.592 --> 00:44:44.860
คำเชื่อมคือคำว่า (คุณครูคณิตา) คำว่าอะไรนะคะ

672
00:44:45.593 --> 00:44:48.860
นักเรียนผู้ที่ได้รับรางวัล

673
00:44:49.594 --> 00:44:52.860
เอ๊ คุณครูขอพิจารณาสักครู่หนึ่งนะคะ

674
00:44:53.596 --> 00:44:56.860
คำว่า "เป็น" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คำว่า "เป็น" หรือครับ (คุณครูคณิตา) คำว่า "เป็น" เป็น

675
00:44:57.609 --> 00:45:00.860
คำเชื่อม (คุณครูปรเมษฐ) อ๋อ คำว่า "เป็น" ใช่ไหม

676
00:45:01.610 --> 00:45:04.860
เพราะฉะนั้น ถ้าคำว่า "เป็น" เป็นคำเชื่อม

677
00:45:05.611 --> 00:45:08.860
เด็ก ๆ ก็จะรู้ประโยคหลัก แล้วเราต้องสื่อสารว่าอะไรครับ

678
00:45:09.632 --> 00:45:12.860
บอกว่านักเรียนผู้ที่ได้รับรางวัลดีเด่นนี่นะ มันมีคำว่า "

679
00:45:13.634 --> 00:45:16.860
ที่ ไม่ใช่ใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่ใช่

680
00:45:17.636 --> 00:45:20.860
นะครับ ที่ตรงนี้เป็นการบอกอะไรครับ

681
00:45:21.638 --> 00:45:24.861
เป็นประโยคของเขานะครับ เราต้องดู 2 ประโยคก่อน มีประโยคหลักกับประโยค

682
00:45:25.639 --> 00:45:28.860
ต้องการสื่อสารว่านักเรียนที่ได้รับรางวัลดีเด่น

683
00:45:29.641 --> 00:45:32.860
ก็ต้องขยายให้เข้าใจ ด้วยการใส่ประัโยคย่อย

684
00:45:33.643 --> 00:45:36.860
ก็คือผู้ที่ได้รับรางวัลดีเด่น

685
00:45:37.647 --> 00:45:40.860
เป็นพี่ชายของฉันเองนั่นเองนะครับ

686
00:45:41.651 --> 00:45:44.865
(คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ ตำรวจจับผู้ร้ายซึ่งขาย

687
00:45:45.652 --> 00:45:48.860
ยาเสพติด เป็นสิ่งที่ไม่ดีเลยนะคะนี่ (คุณครูปรเมษฐ)

688
00:45:49.653 --> 00:45:52.860
คำอะไรเป็นคำเชื่อม สุดยอด

689
00:45:53.655 --> 00:45:56.860
"ซึ่ง" นะ ซึ่งเป็นคำเชื่อม เพราะฉะนั้น

690
00:45:57.657 --> 00:46:00.860
ประโยคหลัก คือ ตำรวจจับผู้

691
00:46:01.657 --> 00:46:04.860
ร้าย จับไปไหนล่ะ ผู้ร้ายถูกจับเพราะอะไ

692
00:46:05.658 --> 00:46:08.865
ผู้รายขายยาเสพติดเป็น

693
00:46:09.660 --> 00:46:12.867
ประโยคย่อย ใช้คำเชื่อมว่า "ซึ่ง" นั่นเองนะครับ

694
00:46:13.661 --> 00:46:16.860
อาจจะเขียนว่าผู้ร้ายขายยาเสพติดก็ได้

695
00:46:17.662 --> 00:46:20.860
ใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ ศักดิ์ชัย

696
00:46:21.668 --> 00:46:24.860
จนพุงกาง (คุณครูปรเมษฐ) เด็กชายศักดิ์ชัยอยู่ไหน

697
00:46:25.669 --> 00:46:28.860
ยกมือให้ดูหน่อย ใครไม่ยกนะ ไม่ได้นะ

698
00:46:29.670 --> 00:46:32.861
ต้องยกนะ ศักดิ์ชัยยกมือนะ กินอิ่ม

699
00:46:33.672 --> 00:46:36.865
นะครับ ดูคำเชื่อม คำว่า ศักดิ์ชัย

700
00:46:37.678 --> 00:46:40.861
ใครตอบครับ คำว่า เยี่ยมเลย คำว่า "จน"

701
00:46:41.681 --> 00:46:44.861
ใช่ไหมครูคณิตา ถูกไหมนี้ (คุณครูคณิตา) ถูกค่ะ

702
00:46:45.682 --> 00:46:48.860
(คุณครูปรเมษฐ) ถูกนะ ประโยคหลัก คือ ศักดิ์

703
00:46:49.683 --> 00:46:52.860
ชัยกินอิ่ม ใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

704
00:46:53.684 --> 00:46:56.862
ศักดิ์ชัยกินอิ่ม ประโยคย่อยคือ

705
00:46:57.686 --> 00:47:00.868
ศักดิ์ชัยพุงกาง หรืออะไรครับ

706
00:47:01.691 --> 00:47:04.861
(คุณครูคณิตา) จนพุงกางนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) พุงกาง ใช้คำว่า "จน"

707
00:47:05.698 --> 00:47:08.861
จนนะครับ นักเรียนเขียนแบบครูก็ได้

708
00:47:09.702 --> 00:47:12.861
ประโยคนี้ต้องการสื่อสารว่าอะไรเด็ก ๆ

709
00:47:13.715 --> 00:47:16.860
กินอิ่ม ต้องการสื่อสารว่าศักดิ์ชัยกินอิ่มแค่นั้น

710
00:47:17.717 --> 00:47:20.867
ไอ้จนพุงกางนี่เป็นการขยาย เป็นการนำ

711
00:47:21.717 --> 00:47:24.860
มาซ้อนให้มันชัดเจนยิ่งขึ้น (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ

712
00:47:25.723 --> 00:47:28.861
มาถึงช่วงสุดท้ายนะคะ ก็คือ

713
00:47:29.724 --> 00:47:32.861
สรุปบทเรียน เขียนองค์ความรู้ค่ะ วันนี้ครูก็มี

714
00:47:33.734 --> 00:47:36.860
คำถามมาถามนักเรียนอีกแล้วนะคะ เดี๋ยวไปดูคำถาม

715
00:47:37.740 --> 00:47:40.862
กันเลยค่ะ ในชีวิตประจำวันของนักเรียนมีการ

716
00:47:41.744 --> 00:47:44.861
ใช้ประโยคซ้อนเพื่อสื่อสารในประโยคใดบ้าง

717
00:47:45.745 --> 00:47:48.861

718
00:47:49.747 --> 00:47:52.861
ใช้ประโยคซ้อนในการสื่อสารใดบ้างนะในชีวิตประจำ

719
00:47:53.747 --> 00:47:56.861
วันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ลองช่วยกันแสดง

720
00:47:57.748 --> 00:48:00.861
ความคิดเห็นนะลูกนะ

721
00:48:01.749 --> 00:48:04.864
หนูก็จะต้องไปคิดแล้วว่า เราเคยใช้ประโยคซ้อนในการ

722
00:48:05.750 --> 00:48:08.861
สื่อสารอย่างไรบ้าง และนำมาแลกเปลี่ยน พูดให้เพื่อนฟัง

723
00:48:09.755 --> 00:48:12.861
สิ ช่วยกันเสนอมา ใช้ในโอกาสใดบ้าง

724
00:48:13.755 --> 00:48:16.861
ก็สามารถที่จะแลกเปลี่ยนความรู้กับนักเรียน

725
00:48:17.758 --> 00:48:20.861
ได้นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ เดี๋ยวเรามาดูกันดีกว่า ที่

726
00:48:21.760 --> 00:48:24.869
เด็ก ๆ และคุณครูได้แสดงความคิดเห็นกันมา

727
00:48:25.765 --> 00:48:28.861
นั้น มันจะละหม้ายคล้ายคลึง

728
00:48:29.767 --> 00:48:32.861
คณิตาได้นำมาให้ดูไหมนะครับ ไปกันเลย

729
00:48:33.768 --> 00:48:36.861
ชีวิตประจำวันนี่นะครับ ก็มีการใช้ประโยคซ้อนในการสื้อสาร

730
00:48:37.770 --> 00:48:40.861
ในการพูดหรือแม้กระทั่งการเขียน

731
00:48:41.770 --> 00:48:44.867
ก็ยังใช้ประโยคซ้อนในการสื่อสารนะครับ

732
00:48:45.773 --> 00:48:48.861
มีการใช้อยู่ตลอด คุณครูคณิตาครับ

733
00:48:49.778 --> 00:48:52.861
ยกตัวอย่าง ครูปรเมษฐ

734
00:48:53.783 --> 00:48:56.863
และครูคณิตาสอนหนัง

735
00:48:57.787 --> 00:49:00.865
สือนักเรียนที่อยู่ปลายทาง ครูถามนักเรียนก่อน

736
00:49:01.789 --> 00:49:04.861
ในประโยคนี้มันประกอบด้วยกันกี่ประโยค

737
00:49:05.791 --> 00:49:08.861
ถ้าแยกแล้วจริง ๆ นี่ มีประโยคอะไรบ้าง

738
00:49:09.792 --> 00:49:12.861
ตอบชื่อของประโยคก่อนนะ มีคำว่า "และ" คำว่า "ที่"

739
00:49:13.793 --> 00:49:16.861
นี่ เป็นประโยคอะไรบ้าง แล้วเดี๋ยว

740
00:49:17.798 --> 00:49:20.861
ลองแยกกัน คุณครูคณิตา

741
00:49:21.800 --> 00:49:24.861
คิดก่อน รู้แล้วใช้ไหมครับ มันประกอบด้วย

742
00:49:25.801 --> 00:49:28.862
ประโยคอะไรบ้างเด็ก ๆ 1. คือประโยค... (คุณครูคณิตา)

743
00:49:29.803 --> 00:49:32.862
นะคะ ก็เราจะแยกใช่ไหมคะ เราก็จะแยกเป็นคุณครู

744
00:49:33.805 --> 00:49:36.861
ปรเมษฐสอนนักเรียน

745
00:49:37.807 --> 00:49:40.861
ที่อยู่ปลายทางหรือเปล่าคะ ใช่ไหมเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) หนังสือไป

746
00:49:41.809 --> 00:49:44.861
ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) คุณครูตกคำว่า "หนังสือ" ไป

747
00:49:45.811 --> 00:49:48.862
ค่ะ แหม่ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ได้ว่าคุณครูปรเมษฐสอน

748
00:49:49.812 --> 00:49:52.861
หนังสือนักเรียน คุณครูคณิตา

749
00:49:53.813 --> 00:49:56.868
สอนหนังสือนักเรียน แสดงว่าครูเอาคำเชื่อมคำว่า

750
00:49:57.814 --> 00:50:00.861
"และ" มาเชื่อม ประโยคตรงนี้เป็นประโยค...

751
00:50:01.816 --> 00:50:04.862
(คุณครูคณิตา) ประโยคอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ประโยครวม ประโยครวมใช่ไหม

752
00:50:05.817 --> 00:50:08.861
เพราะมันแยกได้ 2 ประโยคเท่ากัน

753
00:50:09.818 --> 00:50:12.861
มันไปต่อว่า "ที่อยู่ปลายทาง"

754
00:50:13.820 --> 00:50:16.862
ที่นี่เป็นประโยคอะไรครู

755
00:50:17.820 --> 00:50:20.863
คณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ที่หรือคะ เป็นประโยค

756
00:50:21.821 --> 00:50:24.861
ที่เป็นคำเชื่อมหรือเปล่าคะ

757
00:50:25.822 --> 00:50:28.861
แล้วตรงกลังคำว่าที่นี่เป็นลักษณะของประโยคอะไร

758
00:50:29.844 --> 00:50:32.864
(คุณครูคณิตา) เป็นประโยคย่อยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ประโยคย่อย แสดงว่า

759
00:50:33.849 --> 00:50:36.862
ก็คือประโยคซ้อนนั่นเอง ถ้าเราแยก

760
00:50:37.851 --> 00:50:40.861
ก็จะบอกว่าครูปรเมษฐและครูคณิตา

761
00:50:41.852 --> 00:50:44.861
สอนหนังสือนักเรียน ใช้คำเชื่อมคำว่า

762
00:50:45.853 --> 00:50:48.864
(คุณครูคณิตา) ใช้คำเชื่อมคำว่า "ที่" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ที่

763
00:50:49.856 --> 00:50:52.863
นะครับ เราไปเชื่อมประโยคย่อยว่าอะไร นักเรียน

764
00:50:53.857 --> 00:50:56.862
ปลายทางนั่นเองนะครับ ก็เลย

765
00:50:57.859 --> 00:51:00.861
ใช้คำว่า "ที่" มาเชื่อม นี่คือการวิเคราะห์

766
00:51:01.860 --> 00:51:05.860
และคิดจากประโยคที่ครูนั้นแต่งขึ้นมานะคะ ต่อไป

767
00:51:05.861 --> 00:51:09.861
เลยครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะมาดูคำถามต่อไปค่ะ

768
00:51:09.869 --> 00:51:13.862
ในการสื่อสารต้องคำนึงถึงสิ่งใด

769
00:51:13.872 --> 00:51:17.862
คุณครูปลายทางคะ ให้นักเรียนร่วมกันตอบคำถามได้เลยค่ะ

770
00:51:17.877 --> 00:51:21.862
เราจะต้องคำนึงถึงสิ่งใดนะ

771
00:51:21.882 --> 00:51:25.862
สิ่งสำคัญเลยนะคะ ที่ขาดไม่ได้เลย

772
00:51:25.884 --> 00:51:29.861
เดี๋ยวเรามาดูคำตอบกันดีกว่านะคะ

773
00:51:29.886 --> 00:51:33.862
สิ่งสำคัญที่เราควรจะคำนึง นั่นก็คือ

774
00:51:33.887 --> 00:51:37.861
ในเรื่องประโยคซ้อนนั่นก็คือคำเชื่อมนั่นเอง

775
00:51:37.888 --> 00:51:41.864
ค่ะ กล่าวคือการใช้ประโยคซ้อนในการสื่อสาร

776
00:51:41.897 --> 00:51:45.861
คำนึงถึงการใช้คำเชื่อมประโยคค่ะ

777
00:51:45.899 --> 00:51:49.861
นั่นเป็นสิ่งสำคัญนะคะ การที่เราจะทำให้ประโยค

778
00:51:49.901 --> 00:51:53.861
ซ้อนนั้นมีความสมบูรณ์ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ต้องมีคำเชื่อม

779
00:51:53.902 --> 00:51:57.861
ใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้นเด็ก ๆ ก็จำ

780
00:51:57.904 --> 00:52:01.861
คำเชื่อมที่คุณครูและคุณครูคณิตา

781
00:52:01.905 --> 00:52:05.861
จำไว้ มันเอาไปใช้ในการแยกประโยคซ้อนนะ

782
00:52:05.906 --> 00:52:09.861
ถ้าจำคำเชื่อมได้ นักเรียนก็จะสามารถแยกประโยคซ้อนได้

783
00:52:09.907 --> 00:52:13.862
นะครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะบทเรียนครั้งต่อไปเราจะเรียนกัน

784
00:52:13.913 --> 00:52:17.861
เรื่องประโยคเพื่อการสื่อสารค่ะ

785
00:52:17.918 --> 00:52:21.861
สิ่งที่นักเรียนจะต้องเตรียมนะคะ ก็คือใบความรู้

786
00:52:21.919 --> 00:52:25.862
เรื่อง ประโยคเพื่อการสื่อสารค่ะ 2. ก็คือ

787
00:52:25.921 --> 00:52:29.864
อะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือใบงานประโยคเพื่อการสื่อสาร

788
00:52:29.921 --> 00:52:33.861
ประโยคนี่ทุกวันเลยนะครูคณิตาครับ

789
00:52:33.923 --> 00:52:37.861
นี่ถ้าเป็นพระแล้วมา

790
00:52:37.924 --> 00:52:41.862
เรียน 9 ประโยคเป็นมหาได้เลยนะครับนี่ (คุณครูคณิตา) อันนั้น

791
00:52:41.929 --> 00:52:45.861
ถ้าสนใจก็ไปศึกษาเพิ่มเติมนะคะ เอาล่ะค่ะ วันนี้

792
00:52:45.930 --> 00:52:49.861
จบลงเพียงเท่านี้ นักเรียนอย่าลืมไปศึกษาเพิ่มเติม

793
00:52:49.931 --> 00:52:53.866
หากยังไม่เข้าใจนะคะ สามารถค้นคว้าหาความรู้

794
00:52:53.933 --> 00:52:57.861
จากหนังสือหรือสื่อต่าง ๆ รวมถึงถามคุณครู

795
00:52:57.938 --> 00:53:01.861
ปลายทางได้ค่ะ สำหรับวันนี้คุณครูคณิตาและครูปรเมษฐ

796
00:53:01.940 --> 00:53:05.861
ขอลาไปก่อนค่ะ สวัสดีค่ะ

797
00:53:05.941 --> 00:53:09.862
[เสียงดนตรี]

798
00:53:09.943 --> 00:53:13.862

799
00:53:13.945 --> 00:53:17.861

800
00:53:17.946 --> 00:53:21.861

801
00:53:21.947 --> 00:53:25.861

802
00:53:25.948 --> 00:53:29.862

803
00:53:29.950 --> 00:53:33.862

804
00:53:33.951 --> 00:53:37.861

805
00:53:37.954 --> 00:53:41.862

806
00:53:41.956 --> 00:53:45.861
-

807
00:53:45.961 --> 00:53:49.861

808
00:53:49.963 --> 00:53:53.862

809
00:53:53.965 --> 00:53:57.861
[เสียงดนตรี]

810
00:53:57.967 --> 00:54:01.861

811
00:54:01.968 --> 00:54:05.968
(คุณครูคณิตา) สวัสดีคุณ

812
00:54:05.969 --> 00:54:09.969


