﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:03.138

2
00:00:04.004 --> 00:00:07.145

3
00:00:08.007 --> 00:00:11.134

4
00:00:12.009 --> 00:00:15.133

5
00:00:16.014 --> 00:00:19.135

6
00:00:20.019 --> 00:00:23.133
(คุณครูปรเมษฐ) สวัสดีคุณครูทุกท่าน และนักเรียน

7
00:00:24.023 --> 00:00:27.133
ที่น่ารักของคุณครูทุกคนนะครับ วันนี้มาพบ

8
00:00:28.026 --> 00:00:31.137
ครูปรเมษฐ ศรีกำเหนิด

9
00:00:32.030 --> 00:00:35.138
ครูคณิตา หนุนอนันต์ นะครับ ในรายวิชาภาษาไทย

10
00:00:36.046 --> 00:00:39.133
ปีที่ 6 นั่นเองนะครับ วันนี้ครูก็จะ

11
00:00:40.050 --> 00:00:43.133
พานักเรียนนั้นไปศึกษาเกี่ยวกับเรื่อง

12
00:00:44.053 --> 00:00:47.133
ของการเขียนใช่ไหมครูคณิตา ที่เราเคยได้

13
00:00:48.059 --> 00:00:51.133
พูดคุยกับนักเรียนไปเมื่อชั่วโมงที่แล้วนะครับ งานเขียน

14
00:00:52.075 --> 00:00:55.133
ก็เป็นงานเขียนที่นักเรียนนี่เคยผ่านมาแล้วด้วยใช่ไหมครับ

15
00:00:56.076 --> 00:00:59.133
ไม่ว่าจะเป็นการเขียนในเทศกาล วันสำคัญต่าง ๆ

16
00:01:00.081 --> 00:01:03.134
หรืองานกิจกรรมในโรงเรียนก็จะมี

17
00:01:04.084 --> 00:01:07.134
การประกวดงานเขียนประเภทนี่ด้วยยนะครับ

18
00:01:08.093 --> 00:01:11.142
งานเขียนประเภทนี้เขาเรียกว่า (คุณครูคณิตา) งาน้ขียนเรย

19
00:01:12.096 --> 00:01:15.144
ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น ครูก็จะให้นักเรียนนั้น

20
00:01:16.103 --> 00:01:19.133
ได้ไป ต้องเรียกว่าไปทบทวนกันเลยล่ะ

21
00:01:20.105 --> 00:01:23.146
ไปทบทวนเรื่องเรียงความ

22
00:01:24.107 --> 00:01:27.133
เราจะศึกษากันในเรื่องของเรียงความนี้ประมาณ 2 ชั่วโมง

23
00:01:28.110 --> 00:01:31.132
เดี๋ยวเราจะได้รู้ว่า เราจะได้เขียนเรียงความ

24
00:01:32.111 --> 00:01:35.133
พร้อมแล้วไปกันเลย หนู ๆ ที่น่ารักครับ

25
00:01:36.119 --> 00:01:39.135
ก่อนที่เราจะไปเข้าสู่เนื้อหานี่

26
00:01:40.124 --> 00:01:43.141
เดี๋ยวเรามาดูคำถามกระตุ้นความคิดกันก่อน

27
00:01:44.126 --> 00:01:47.132
เกี่ยวกับเรื่องเรียงความนี่นักเรียนเป็น

28
00:01:48.128 --> 00:01:51.134
อย่างไรบ้างดีไหมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ดีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไปกันเลยนะ

29
00:01:52.129 --> 00:01:55.133
เคยเขียนเรียงความหรือไม่ อย่างไร

30
00:01:56.131 --> 00:01:59.133
เขาถามว่าเคยเขียนไหม แล้วเขียนเรื่องอะไร

31
00:02:00.141 --> 00:02:04.141
อย่างไรนั่นเอง นักเรียนตอบคำถามครับ ครูจะได้รู้

32
00:02:04.142 --> 00:02:08.136
แล้วคุณครูของหนูจะได้รู้ว่านักเรียน

33
00:02:08.151 --> 00:02:12.135
เคยเขียนหรือไม่ แล้วเขียนเรื่องอะไรนะ ตอบคำถามครับ

34
00:02:12.160 --> 00:02:16.134
ตอบแล้วครูคณิตา

35
00:02:16.165 --> 00:02:20.135
เด็ก ๆ ช่วยกันตอบแล้ว คราวนี้

36
00:02:20.166 --> 00:02:24.133
ถามครูคณิตาบ้าง ครูคณิตาเคยเขียนไหม (คุณครูคณิตา) เคยเขียน

37
00:02:24.170 --> 00:02:28.133
ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วครูคณิตาเขียนเรื่องอะไร (คุณครูคณิตา) ก็

38
00:02:28.172 --> 00:02:32.144
เขียนหลากหลายแนวนะคะ ไม่ว่าจะเป็นคุณธรรม จริย

39
00:02:32.182 --> 00:02:36.133
การเชิญชวนเกี่ยวกับการลดโลกร้อน ก

40
00:02:36.184 --> 00:02:40.133
ราวต่าง ๆ นะคะ การโน้มน้าวผู้อื่นนี่ก็มีความหล

41
00:02:40.193 --> 00:02:44.133
เป็นงานเขียนที่หลากหลายค่ะ ซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลา

42
00:02:44.194 --> 00:02:48.133
ในการที่จะฝึกหัดเขียนนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

43
00:02:48.199 --> 00:02:52.134
ก็ทุกคนน่ะเชื่ออย่างที่ครูบอกวันนี้

44
00:02:52.202 --> 00:02:56.132
เพียงแค่ทบทวนในหลักการ เพราะนักเรัียน

45
00:02:56.203 --> 00:03:00.139
ในเรื่องของเรียงความนั่นเองนะครับ เรียงความที่นักเรียน

46
00:03:00.204 --> 00:03:04.133
เขียนขึ้นนี่นะครับ ให้ข้อคิดอะไร

47
00:03:04.213 --> 00:03:08.133
แก่สาธารณชนบุคคลทั่วไป แก่ตัวเอง

48
00:03:08.215 --> 00:03:12.135
มันให้ข้อคิดอะไร นักเรียนลองนึกเรื่องที่นักเรียนเคยเขียน

49
00:03:12.216 --> 00:03:16.134
นะครับ แล้วลองบอกครูสิว่า

50
00:03:16.220 --> 00:03:20.133
เรื่องที่หนูเคยเขียนนั้นให้ข้อคิดอะไร

51
00:03:20.227 --> 00:03:24.135

52
00:03:24.244 --> 00:03:28.132
ครูแพรครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ตอบแล้ว

53
00:03:28.246 --> 00:03:32.160
คราวนี้ถามครูคณิตาบ้าง

54
00:03:32.248 --> 00:03:36.132
แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเด็ก ๆ หน่อย ลองยกสิ่งที่

55
00:03:36.259 --> 00:03:40.133
เคยเขียนแล้วบอกสิว่า เรื่องนั้นนี่ให้ข้อคิดอะไร

56
00:03:40.260 --> 00:03:44.134
(คุณครูคณิตา) ค่ะ ก็อย่างที่บอกนะคะ เรียงความทุกเรียงความ

57
00:03:44.275 --> 00:03:48.133
เราจะต้องมีข้อคิดนะคะ หรือทิ้งท้าย

58
00:03:48.277 --> 00:03:52.141
ที่ทำให้ผู้อ่านนี่เกิดความสนใจหรือฉุดคิด

59
00:03:52.281 --> 00:03:56.133
ขึ้นมาได้ว่างานของเรานี่ ต้องการ

60
00:03:56.288 --> 00:04:00.145
ที่จะนำเสนออะไร อย่างเช่นของคุณครูคณิตาทำเกี่ยวกับ

61
00:04:00.294 --> 00:04:04.133
คุณธรรมจริยธรรม คุณครูคณิตาก็อาจจะฝากข้อคิด

62
00:04:04.296 --> 00:04:08.133
ต่าง ๆ ไว้นะคะ ว่าการมีคุณธรรม จริ

63
00:04:08.303 --> 00:04:12.148
ในสังคมนี่จะทำให้สังคมของเราสงบสุขมากขึ้น

64
00:04:12.304 --> 00:04:16.134
นี่ก็เป็นข้อคิดของเรียงความค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น

65
00:04:16.306 --> 00:04:20.164
งานเขียนทุกอย่างนี้ ก็จะแฝงด้วยข้อคิด

66
00:04:20.314 --> 00:04:24.133
ต่าง ๆ ใช่ไหมลูก เรื่องที่หนู ๆ เขียนทั้งนั้นมันจะมี

67
00:04:24.345 --> 00:04:28.135
ข้อคิดในเรื่องอยู่แล้วนะครับ เอาล่ะครับไปดูกันต่อ

68
00:04:28.360 --> 00:04:32.136
เรียงความที่นักเรียนเขียนขึ้นนี่

69
00:04:32.386 --> 00:04:36.132
มีความยาวประมาณเท่าไร เขาก็จะกำหนดใช่ไหม

70
00:04:36.386 --> 00:04:40.133
ประมาณกี่บรรทัด ๆ เด็ก ๆ ประมาณกี่บรรทัดได้ที่หนู ๆ เคยเ

71
00:04:40.391 --> 00:04:44.133
10 เท่าไรบ้างนะ 15 เลยหรือ

72
00:04:44.392 --> 00:04:48.133
(คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะ เวลา

73
00:04:48.395 --> 00:04:52.134
เขากำหนดนี่เขากำหนดประมาณกี่บรรทัดได้คะ (คุณครูปรเมษฐ)

74
00:04:52.408 --> 00:04:56.139
ก็ 10 -15 บรรทัด จะเลยไปกว่านั้นก็ได้

75
00:04:56.409 --> 00:05:00.146
เรียงความนี่เดี๋ยวทบทวนกันหน่อยเด็ก ๆ

76
00:05:00.411 --> 00:05:04.133
กี่ส่วนนะลูก มันจะเป็นแนวในการตอบคำถามนะ

77
00:05:04.413 --> 00:05:08.132
1. คำ... คำอะไร คำนำ

78
00:05:08.415 --> 00:05:12.133
2. คืออะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) 2. คือเนื้อห

79
00:05:12.443 --> 00:05:16.133
ใช่ไหม หรือเนื้อเรื่องก็ได้ใช่ไหม 3. คือสรุป

80
00:05:16.451 --> 00:05:20.134
นั่นเอง คำนำ, เนื้อหา, สรุป ท่องไว้ได้เลย

81
00:05:20.452 --> 00:05:24.133
ไปดูกันต่อ ก็ประมาณ 10 - 15 นะ

82
00:05:24.453 --> 00:05:28.132
ตามกำหนดแต่ว่านักเรียนอาจจะเขียนได้มากกว่านั้นก็ไม่ปัญหาอะไร

83
00:05:28.482 --> 00:05:32.133
นักเรียนคิดว่าองค์ประกอบใดของเรียงความ

84
00:05:32.483 --> 00:05:36.132
ที่ดึงดูดความสนใจได้มากที่สุด มีอยู่

85
00:05:36.485 --> 00:05:40.132
3 องค์ประกอบด้วยกันตอบเลย

86
00:05:40.487 --> 00:05:44.134
ตอบว่าส่วนไหน

87
00:05:44.489 --> 00:05:48.137
เด็ก ๆ ตอบแล้ว ครูคณิตายังไม่รู้สิท่า นักเรียน

88
00:05:48.491 --> 00:05:52.132
ถามครูคณิตาดีกว่า (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูคณิตาคิดว่า

89
00:05:52.492 --> 00:05:56.133
ส่วนไหนของเรียงความ เขียนให้มะน

90
00:05:56.508 --> 00:06:00.133
ดึงดูดใจอะไร (คุณครูคณิตา) ในความคิดเห็นของครูคณิตานะคะ

91
00:06:00.510 --> 00:06:04.138
นะคะ คิดว่าในส่วนของคำนำค่ะ

92
00:06:04.512 --> 00:06:08.133
หรือว่าการเกริ่นเข้าสู่เรื่องนั่นเองค่ะ

93
00:06:08.515 --> 00:06:12.133
ยากที่สุด เพราะว่าการเขียนคำนามทำให้ผู้คนสรุป

94
00:06:12.522 --> 00:06:16.132
ที่จะอ่านเนื้อหาและสรุปของเรานี่ เราจะต้องมีวิธีการ

95
00:06:16.530 --> 00:06:20.133
ในการชักจูง โน้มน้าว ในการใช้

96
00:06:20.536 --> 00:06:24.137
ทำให้ผู้คนนั้นดึงดูดและทำให้ผู้คนสนใจ

97
00:06:24.540 --> 00:06:28.142
เกี่ยวกับงานชิ้นนั้นอยากจะอ่านเนื้อหาเหล่านั้นให้มากยิ่งขึ้นค่ะ

98
00:06:28.543 --> 00:06:32.141
เพราะฉะนั้นนี่ การเขียนคำนำนี่ ถือว่าเป็นการเขียนที่ยาก

99
00:06:32.567 --> 00:06:36.132
ครูคณิตาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สำหรับครูก็เช่นเดียวกันนะ

100
00:06:36.573 --> 00:06:40.133
เพราะว่า การที่จะทำให้ใครคนใดคนหนึ่งนี่สนใจ

101
00:06:40.576 --> 00:06:44.166
ในสิ่งที่เราขึ้นมานี่ มันต้องเห็นอะไรก่อน

102
00:06:44.597 --> 00:06:48.132
มันก็ต้องเป็นส่วนหน้า ส่วนนำ

103
00:06:48.598 --> 00:06:52.132
ถ้าพูดถึงเรื่องของเรียงความนี่นะ ก็ต้องพูดถึงคำนำก่อน

104
00:06:52.605 --> 00:06:56.139
ถ้าอ่านคำนำแล้วมันดึงดูดใจ สะดุดใจ น่าติดตาม

105
00:06:56.617 --> 00:07:00.133
เนื้อหาและสรุปของหนูก็จะเป็นอย่างไร ก็จะ

106
00:07:00.618 --> 00:07:04.137
ได้ถูกอ่านด้วยเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้น นักเรียน

107
00:07:04.619 --> 00:07:08.133
ก็คงคิดไม่ต่างจากครู เนื้อหาเป็นเรื่องที่ง่ายนะ

108
00:07:08.625 --> 00:07:12.133
เพราะเรารู้คำนำแล้วเนื้อหาเราก็ร่างได้ยาวแล้ว

109
00:07:12.646 --> 00:07:16.133
บอกว่าเราต้องการอะไรแค่นั้นเองก็จบแล้ว แต่ส่วน

110
00:07:16.650 --> 00:07:20.133
ที่จะให้ดึงดูดใจของคนนี่ ก็คือส่วนแรก

111
00:07:20.651 --> 00:07:24.133
นั่นเองนะ ไปกันต่อ

112
00:07:24.653 --> 00:07:28.134
นี่ไง นี่ไง ส่วนใดของเรียงความที่เขียนยากที่สุด

113
00:07:28.655 --> 00:07:32.136
ใช่ไหม ก็คือ

114
00:07:32.656 --> 00:07:36.136
ข้อสุดท้าย นักเรียนต้องการพัฒนาการเขียนเรียงความ

115
00:07:36.671 --> 00:07:40.137
ของตนเองให้ดีขึ้นหรือไม่ ต้องการพัฒนาไหม

116
00:07:40.674 --> 00:07:44.133
แล้ว เพราะเหตุใด

117
00:07:44.677 --> 00:07:48.133
ตอบคำถาม

118
00:07:48.684 --> 00:07:52.133
เด็ก ๆ ตอบแล้ว

119
00:07:52.708 --> 00:07:56.134
ครูคณิตา ถามเด็ก ๆ แทนไหม

120
00:07:56.709 --> 00:08:00.135
(คุณครูคณิตา) ก็อยากให้ถามว่างานของครู

121
00:08:00.712 --> 00:08:04.138
ต้องการที่จะพัฒนาเรียงความหรือไม่

122
00:08:04.719 --> 00:08:08.133
ก็คือต้องการที่พัฒนาเรียงความของตนเองนะคะ

123
00:08:08.727 --> 00:08:12.134
ให้ดียิ่งขึ้นค่ะ อย่างที่บอกมนุษย์เราไม่มี

124
00:08:12.728 --> 00:08:16.132
ความสมบูรณ์ไม่มีความ Perfect เพราะฉะนั้น เราต้อง

125
00:08:16.733 --> 00:08:20.138
ใฝ่เเรียน ใฝ่รู้

126
00:08:20.735 --> 00:08:24.133
ให้ทักษะนั้นดียิ่งขึ้นไปอีกค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

127
00:08:24.736 --> 00:08:28.135
ก็พัฒนาเพื่อที่จะให้มันดียิ่งขึ้นนั่นเอง เชื่อว่า

128
00:08:28.740 --> 00:08:32.133
นักเรียนทุกคนก็คิดในรูปแบบเดียวกันนะครับ ว่า

129
00:08:32.745 --> 00:08:36.132
คนเรานี่มันก็ต้องพัฒนานะ ถ้าเขียนแล้วเขียนแย่ลง

130
00:08:36.752 --> 00:08:40.132
จะเขียนทำไมใช่ไหมครูคณิตา เพราะฉะนั้น เมื่อเรา

131
00:08:40.758 --> 00:08:44.137
เคยเขียนเรียงควมครั้งแรกแล้วนี่ ครั้งที่ 2

132
00:08:44.762 --> 00:08:48.133
ต้องดีกว่าใช่ไหม ครั้งที่ 3 ครั้งที่ 4 ครั้งที่ 5 มันต้ิ

133
00:08:48.769 --> 00:08:52.137
ไปนี่มันก็จะต้องดียิ่ง ๆ ขึ้นไปเพราะฉะนั้น ทุกคน

134
00:08:52.772 --> 00:08:56.135
ก็ต้องมีการพัฒนา พัฒนา เพราะเราต้องการให้มันดีขึ้น

135
00:08:56.773 --> 00:09:00.133
ดีขึ้นใช่ไหมลูก ไปกันดีกว่า

136
00:09:00.776 --> 00:09:04.134
ทำให้เราต้องเรียนในวันนี้นะ จุดประสงค์ก็คือ

137
00:09:04.781 --> 00:09:08.135
ต้องบอกหลักการได้ ว่าเรียงความนี้เขียนอย่างไร

138
00:09:08.794 --> 00:09:12.132
2. เลยทักษะใช่ไหม ก็จะต้องวางแผนได้ใช่ไหม

139
00:09:12.796 --> 00:09:16.143
ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) และ 3. จะต้อง

140
00:09:16.797 --> 00:09:20.133
บอกประโยชน์ของการเขียนเรียงความได้ ว่าเรียงความ

141
00:09:20.798 --> 00:09:24.134
ให้ประโยชน์อะไรแก่เราใช่ไหม

142
00:09:24.800 --> 00:09:28.135
เดี๋ยวไปศึกษาเรียงความกัน ครูมีเรียงความมาเรื่องอะไรไปดูกัน

143
00:09:28.807 --> 00:09:32.141
นะครับ เรื่องอะไร ไปดูกัน ชื่อเรื่องอะไรครับ

144
00:09:32.810 --> 00:09:36.133
(คุณครูคณิตา) ให้นักเรียนนะคะ ร่วมกันอ่านเรียงความ เรื่อง

145
00:09:36.846 --> 00:09:40.133
ประหยัดสร้างชาติไทย แล้วพิจารณาว่าเนื้อหา

146
00:09:40.847 --> 00:09:44.140
ดังกล่าว ส่วนใดควรเป็นคำนำ เนื้อเรื่อง

147
00:09:44.849 --> 00:09:48.132
หรือสรุปค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูมีอยู่ด้วยกัน

148
00:09:48.850 --> 00:09:52.146
4 ภาพ เดี๋ยวครูจะเลื่อนไปเรื่อย ๆ ให้นักเรียน

149
00:09:52.854 --> 00:09:56.132
อ่านนะ อ่านแล้วก็

150
00:09:56.857 --> 00:10:00.132
ลองคิดสิว่าในภาพทั้ง 4 ภาพที่เป็นเนื้อหา

151
00:10:00.878 --> 00:10:04.137
มันควรจะอยู่ส่วนใดก็ให้จำไว้ พร้อมแล้ว

152
00:10:04.879 --> 00:10:08.134
เดี๋ยวไปอ่านกันเลยครับ

153
00:10:08.880 --> 00:10:12.133
[เสียงดนตรี]

154
00:10:12.881 --> 00:10:16.144

155
00:10:16.882 --> 00:10:20.133

156
00:10:20.886 --> 00:10:24.133

157
00:10:24.890 --> 00:10:28.132

158
00:10:28.892 --> 00:10:32.133

159
00:10:32.896 --> 00:10:36.133

160
00:10:36.900 --> 00:10:40.135

161
00:10:40.904 --> 00:10:44.135

162
00:10:44.909 --> 00:10:48.134

163
00:10:48.910 --> 00:10:52.133

164
00:10:52.912 --> 00:10:56.133

165
00:10:56.914 --> 00:11:00.132

166
00:11:00.957 --> 00:11:04.132

167
00:11:04.960 --> 00:11:08.133

168
00:11:08.963 --> 00:11:12.133

169
00:11:12.965 --> 00:11:16.133

170
00:11:16.976 --> 00:11:20.137

171
00:11:20.979 --> 00:11:24.134

172
00:11:24.981 --> 00:11:28.135

173
00:11:28.988 --> 00:11:32.136

174
00:11:32.990 --> 00:11:36.133

175
00:11:36.996 --> 00:11:40.133

176
00:11:41.000 --> 00:11:44.133

177
00:11:45.002 --> 00:11:48.136

178
00:11:49.006 --> 00:11:52.133

179
00:11:53.009 --> 00:11:56.133

180
00:11:57.010 --> 00:12:00.133

181
00:12:01.016 --> 00:12:04.133

182
00:12:05.028 --> 00:12:08.133

183
00:12:09.032 --> 00:12:12.133

184
00:12:13.045 --> 00:12:16.133

185
00:12:17.047 --> 00:12:20.133

186
00:12:21.049 --> 00:12:24.133

187
00:12:25.050 --> 00:12:28.132

188
00:12:29.052 --> 00:12:32.138

189
00:12:33.053 --> 00:12:36.138

190
00:12:37.056 --> 00:12:40.133

191
00:12:41.078 --> 00:12:44.134

192
00:12:45.080 --> 00:12:48.132

193
00:12:49.086 --> 00:12:52.135

194
00:12:53.091 --> 00:12:56.133

195
00:12:57.107 --> 00:13:00.136

196
00:13:01.118 --> 00:13:04.133

197
00:13:05.121 --> 00:13:08.133

198
00:13:09.125 --> 00:13:12.133

199
00:13:13.127 --> 00:13:16.141

200
00:13:17.132 --> 00:13:20.133

201
00:13:21.138 --> 00:13:25.133

202
00:13:25.141 --> 00:13:29.133

203
00:13:29.145 --> 00:13:33.133

204
00:13:33.149 --> 00:13:37.137

205
00:13:37.150 --> 00:13:41.133

206
00:13:41.153 --> 00:13:45.133

207
00:13:45.155 --> 00:13:49.133

208
00:13:49.156 --> 00:13:53.147

209
00:13:53.157 --> 00:13:57.137

210
00:13:57.161 --> 00:14:01.134

211
00:14:01.163 --> 00:14:05.136

212
00:14:05.168 --> 00:14:09.133

213
00:14:09.191 --> 00:14:13.133

214
00:14:13.192 --> 00:14:17.146

215
00:14:17.194 --> 00:14:21.133

216
00:14:21.196 --> 00:14:25.135

217
00:14:25.198 --> 00:14:29.133

218
00:14:29.200 --> 00:14:33.141

219
00:14:33.202 --> 00:14:37.135

220
00:14:37.208 --> 00:14:41.133

221
00:14:41.215 --> 00:14:45.133

222
00:14:45.217 --> 00:14:49.135

223
00:14:49.221 --> 00:14:53.133

224
00:14:53.224 --> 00:14:57.133

225
00:14:57.225 --> 00:15:01.133

226
00:15:01.227 --> 00:15:05.133

227
00:15:05.229 --> 00:15:09.133

228
00:15:09.231 --> 00:15:13.133

229
00:15:13.232 --> 00:15:17.133
(คุณครูปรเมษฐ) เรียง

230
00:15:17.234 --> 00:15:21.134
ลำดับจับความ

231
00:15:21.236 --> 00:15:25.133

232
00:15:25.238 --> 00:15:29.133
ตามท้องเรื่อง

233
00:15:29.242 --> 00:15:33.133
เรียบร้อยแล้วใช่ไหม

234
00:15:33.248 --> 00:15:37.134
ที่ได้อ่านกันไปนะ มีอยู่ด้วยกัน 4

235
00:15:37.266 --> 00:15:41.137
ภาพด้วยกันนะครับ ที่เป็นเนื้อความใช่ไหม คราวนี้

236
00:15:41.267 --> 00:15:45.137
ครูก็จะให้นักเรียนนี่ ลองนำ 4 ส่วนเมื่อสักครู่

237
00:15:45.272 --> 00:15:49.135
มาต่อเนื่องกันว่ามันเป็นส่วนใดของเรียงความ

238
00:15:49.274 --> 00:15:53.145
มีอยู่กันด้วยกันกี่ส่วนนะครูคณิตา (คุณครูคณิตา)

239
00:15:53.282 --> 00:15:57.143
เรียงความมีทั้งหมด 3 ส่วนด้วยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) 1.

240
00:15:57.284 --> 00:16:01.133
(คุณครูคณิตา) 1. ก็คือคำนำค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) 2. ก็คือ (คุณครูคณิตา)

241
00:16:01.285 --> 00:16:05.133
(คุณครูปรเมษฐ) 3. ก็คือสรุปค่ะ (คุณครูคณิตา)

242
00:16:05.289 --> 00:16:09.134
4 ภาพเมื่อสักครู่นี่ มันก็จะมาต่อกัน

243
00:16:09.295 --> 00:16:13.137
จนเป็นเรียงความ 1 เรื่อง เดี๋ยวมาดูมันขึ้นต้นวา

244
00:16:13.311 --> 00:16:17.134
เป็นคำนำ พร้อมหรือยัง พร้อมแล้วไป

245
00:16:17.312 --> 00:16:21.134
ครูคณิตาอ่านก่อนเลย

246
00:16:21.314 --> 00:16:25.136
อ่านพร้อม ๆ กับเด็ก ๆ เดี๋ยวผมนับ 1 2 3

247
00:16:25.315 --> 00:16:29.133
(คุณครูคณิตา) ในปัจจุบันนี้ เป็นยุคที่ค่าครองชีพสูง

248
00:16:29.316 --> 00:16:33.134
ครอบครัวส่วนใหญ่ มักจะประบสบปัญหา

249
00:16:33.320 --> 00:16:37.134
รายรับไม่เพียงพอกับรายจ่าย ดังนั้นสิ่งที่ประชาชน

250
00:16:37.323 --> 00:16:41.136
จำเป็นควรจะปฏิบัติที่สุดคือการประหยัดนั่นเอง

251
00:16:41.331 --> 00:16:45.141
(คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ครับ ส่วนนี้นี้

252
00:16:45.332 --> 00:16:49.137
นักเรียนคิดว่าจะอยู่ในส่วนไหน

253
00:16:49.365 --> 00:16:53.133
คำนำเนื้อเรื่องหรือสรุปยกมือตอบครับ

254
00:16:53.396 --> 00:16:57.133
1, 2, 3 เฉลยเลยไหม เป็น...

255
00:16:57.403 --> 00:17:01.133
(คุณครูคณิตา) ส่วนของคำนำนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียน

256
00:17:01.410 --> 00:17:05.135
จะรู้ได้เลยว่าเขาน่าจะพูดถึงอะไรในเรื่องนี้ครับ

257
00:17:05.412 --> 00:17:09.133
ตอบ เรื่องของการ

258
00:17:09.414 --> 00:17:13.134
ประหยัดนั่นเองใช่ไหม มันเป็นการ

259
00:17:13.425 --> 00:17:17.133
เขียนคำนำไม่ต้องยาว แต่

260
00:17:17.427 --> 00:17:21.134
มันสามารถที่จะดึงดูดใจเราให้อยากอ่านต่อได้นั่นเอง

261
00:17:21.429 --> 00:17:25.134
ไปอ่านกันต่อเลยดีกว่า เดี๋ยวผมบ้างนะ

262
00:17:25.435 --> 00:17:29.141
เด็ก ๆ อ่านพร้อม ๆ กับครูช่วยกัน 1, 2, 3

263
00:17:29.438 --> 00:17:33.141
การประหยัด หมายถึง การจัด

264
00:17:33.442 --> 00:17:37.134
สัดส่วนรายรับให้พอเหมาะกับอัตภาพ

265
00:17:37.443 --> 00:17:41.188
ใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นและมีประโยชน์รวมทั้ง

266
00:17:41.448 --> 00:17:45.136
รู้จักเก็บออมเอาไว้ใช้ในยามจำเป็น

267
00:17:45.451 --> 00:17:49.134
เช่น ในยามเจ็บไข้ได้ป่วยหรือยามชรา

268
00:17:49.453 --> 00:17:53.134
ที่เราไม่สามารถหาทรัพย์มาใช้ได้ ความประหยัด

269
00:17:53.454 --> 00:17:57.133
เป็นคุณสมบัติอย่างหนึ่งที่เรา

270
00:17:57.455 --> 00:18:01.136
ควรจะฝึกฝนเอาไว้ เพราะถ้าเราหาทรัพย์มาใช้แล้ว

271
00:18:01.460 --> 00:18:05.134
ใช้จ่ายไปช่วงมื้อหนึ่งมื้อหนึ่ง

272
00:18:05.465 --> 00:18:09.134
ชีวิตของเราคงต้องเดือดร้อนแน่นอน

273
00:18:09.466 --> 00:18:13.133
การประหยัดไม่ใช่การหาทรัพย์แล้วไม่ใช้จ่ายเลย

274
00:18:13.471 --> 00:18:17.138
หรือที่เราเรียกว่า "ตระหนี่" แต่

275
00:18:17.478 --> 00:18:21.134
เป็นการรู้จักใช้จ่ายทรัพย์อย่างมีเหตุผล

276
00:18:21.479 --> 00:18:25.134
ไม่ใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย หากประชา

277
00:18:25.480 --> 00:18:29.134
ชนทุกคนปฏิบัติได้จะช่วยขจัด

278
00:18:29.482 --> 00:18:33.137
ปัญหาด้านเศรษฐกิจในครอบครัวได้อีกทางหนึ่ง

279
00:18:33.484 --> 00:18:37.133
เด็ก ๆ ครับ เด็ก ๆ ก็น่าจะตอบได้ทันนี้นี่

280
00:18:37.485 --> 00:18:41.136
ส่วนนี้น่าจะเป็นในส่วนของเนื้อเรื่อง

281
00:18:41.497 --> 00:18:45.134
ใช่ไหม ก็จะมีอีกภาพ

282
00:18:45.499 --> 00:18:49.142
ใช่ไหมครับครูคณิตา ที่เป็นส่วนต่อกัน

283
00:18:49.501 --> 00:18:53.134
ไปดูต่อเลย ครูคณิตาบ้างคราวนี้

284
00:18:53.503 --> 00:18:57.135
(คุณครูคณิตา) ในฐานะที่เราเป็นเด็ก เราควร

285
00:18:57.518 --> 00:19:01.144
ช่วยเหลือครอบครัวประหยัดรายจ่ายด้วย

286
00:19:01.519 --> 00:19:05.133
ครอบครัวของข้าพเจ้ารายได้ไม่มากนัก

287
00:19:05.520 --> 00:19:09.135
แต่เราไม่เดือดร้อนเรื่องค่าครองชีพ เพราะ

288
00:19:09.525 --> 00:19:13.145
คุณพ่อคุณแม่ท่านจัดแบ่งเงินไว้เป็นส่วน

289
00:19:13.526 --> 00:19:17.137
โดยจัดเป็นหมวดได้แก่ ค่าอาหาร,

290
00:19:17.538 --> 00:19:21.133
ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม

291
00:19:21.543 --> 00:19:25.133
ค่าใช้จ่ายเด็ดเตล็ด เช่น เสื้อผ้า

292
00:19:25.546 --> 00:19:29.145
การพักผ่อน และมีเงินออมเก็บไว้ทุกเดือน

293
00:19:29.568 --> 00:19:33.139
หากครอบครัวมีความจำเป็นต้องใช้จ่ายเงิน

294
00:19:33.570 --> 00:19:37.134
ก็สามารถไปถอนเงินมาใช้จ่ายได้ค่ะ

295
00:19:37.587 --> 00:19:41.141
(คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนครับในส่วนนี้ก็จะเป็นส่วนของ

296
00:19:41.588 --> 00:19:45.133
ที่ต่อจากเนื้อหาเมื่อสักครู่นี้นะครับ

297
00:19:45.589 --> 00:19:49.133
ก็จะต้องเป็นอะไร เท่าไรของเรียงความ

298
00:19:49.593 --> 00:19:53.134
เป็นเนื้อเรื่องหรือเนื้อหานั่นเองครับ และส่วนสุดท้าย

299
00:19:53.600 --> 00:19:57.134
ก็คือดังนี้นะครับ การประหยัด

300
00:19:57.604 --> 00:20:01.134
ทำให้คนมีฐานะมั่นคง ส่งผลไปถึง

301
00:20:01.609 --> 00:20:05.134
ประเทศชาติก็จะมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

302
00:20:05.611 --> 00:20:09.146
ตามมา เราคงได้ยินเรื่องราวของผู้ประสบ

303
00:20:09.614 --> 00:20:13.134
ความสำเร็จในชีวิต ที่ไต้เต้า

304
00:20:13.615 --> 00:20:17.138
มากแล้ว นั่นคือ เราต้องรู้จัก

305
00:20:17.619 --> 00:20:21.134
ข่มใจตัวเอง ให้มีความรู้จัก

306
00:20:21.621 --> 00:20:25.137
ที่ตนมีและหมั่นเก็บออกไว้เป็นทุนรอง

307
00:20:25.626 --> 00:20:29.135
สำหรับอนาคตภายหน้าต่อไปดังคำกลอน

308
00:20:29.629 --> 00:20:33.137
จากเรื่องสภาษิตสอนหญิง ที่ว่า

309
00:20:33.630 --> 00:20:37.134
มีสลึงพึงประจบให้ครบบาท

310
00:20:37.634 --> 00:20:41.134
ให้ขาดสิ่งของต้องประสงค์

311
00:20:41.639 --> 00:20:45.135
จงมักน้อยกินน้อยค่อยบรรจง

312
00:20:45.641 --> 00:20:49.135
อย่าจ่ายลงให้มากจะยากนาน

313
00:20:49.644 --> 00:20:53.139
อันนี้ก็จะเป็นส่วนของสรุปนั่นเอง

314
00:20:53.661 --> 00:20:57.170
ครบ 3 ส่วนของเรียงความ นี่ความจริง

315
00:20:57.684 --> 00:21:01.135
แทบไม่ต้องสอนนักเรียนก็สามารถเขียนได้แล้วใช่ไหม

316
00:21:01.686 --> 00:21:05.134
(คุณครูปรเมษฐ) 1. ประสบการณ์เดิมมี 2. ได้ดูเนื้อหา

317
00:21:05.690 --> 00:21:09.146
ใหม่ ๆ ที่ครูยกมาให้ดูนี่ แล้ว

318
00:21:09.691 --> 00:21:13.147
มันก็จะทำให้เราเกิดความคิดในการเขียนได้

319
00:21:13.692 --> 00:21:17.141
ไปศึกษากันสักหน่อยหนึ่ง นี่ครูเอาคำกลอนมานะ

320
00:21:17.700 --> 00:21:21.134
จากเรื่องสุภาษิตสอนหญิง การที่จะเขียนเรียงความ

321
00:21:21.704 --> 00:21:25.135
ให้มันทนในใจเรานี่ ถ้าเกิดยก

322
00:21:25.709 --> 00:21:29.133
เพลงมาใส่ตอนท้ายได้สักท่อนหนึ่งที่

323
00:21:29.717 --> 00:21:33.134
หรือยกสุภาษิตกลอนมาใส่นี่

324
00:21:33.723 --> 00:21:37.139
เรียงความนั้นจะมีเสน่ห์และน่าอ่านมาก ไป

325
00:21:37.725 --> 00:21:41.134
กันดีกว่านะ ค้นคว้าหาความรู้นะครับ

326
00:21:41.729 --> 00:21:45.133
ครูก็มีใบความรู้มาให้นักเรียนนั้นได้

327
00:21:45.730 --> 00:21:49.133
ศึกษากัน ครูคณิตาครับ เกี่ยวกับเรื่องอะไรนี่

328
00:21:49.738 --> 00:21:53.134
(คุณครูคณิตา) เรื่องการเขียนเรียงความค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ให้นักเรียน

329
00:21:53.739 --> 00:21:57.137
นำใบความรู้นี่นะครับขึ้นมาเปิด

330
00:21:57.741 --> 00:22:01.137
กำกับแล้วเดี๋ยวเราไปศึกษาพร้อม ๆ กันเลยดีไหมครูคณิตา

331
00:22:01.744 --> 00:22:05.146
[เสียงดนตรี]

332
00:22:05.746 --> 00:22:09.133

333
00:22:09.748 --> 00:22:13.133

334
00:22:13.752 --> 00:22:17.141

335
00:22:17.753 --> 00:22:21.134

336
00:22:21.758 --> 00:22:25.134

337
00:22:25.760 --> 00:22:29.137

338
00:22:29.765 --> 00:22:33.133

339
00:22:33.770 --> 00:22:37.133

340
00:22:37.775 --> 00:22:41.133

341
00:22:41.779 --> 00:22:45.135

342
00:22:45.782 --> 00:22:49.134

343
00:22:49.783 --> 00:22:53.137

344
00:22:53.785 --> 00:22:57.143

345
00:22:57.796 --> 00:23:01.134

346
00:23:01.798 --> 00:23:05.133

347
00:23:05.801 --> 00:23:09.135

348
00:23:09.807 --> 00:23:13.134

349
00:23:13.814 --> 00:23:17.137

350
00:23:17.815 --> 00:23:21.134

351
00:23:21.817 --> 00:23:25.133

352
00:23:25.819 --> 00:23:29.140

353
00:23:29.820 --> 00:23:33.134

354
00:23:33.825 --> 00:23:37.134

355
00:23:37.829 --> 00:23:41.133

356
00:23:41.832 --> 00:23:45.138

357
00:23:45.835 --> 00:23:49.133

358
00:23:49.836 --> 00:23:53.141

359
00:23:53.845 --> 00:23:57.135

360
00:23:57.846 --> 00:24:01.133

361
00:24:01.847 --> 00:24:05.138

362
00:24:05.850 --> 00:24:09.141

363
00:24:09.852 --> 00:24:13.136

364
00:24:13.860 --> 00:24:17.138

365
00:24:17.867 --> 00:24:21.133

366
00:24:21.870 --> 00:24:25.133

367
00:24:25.871 --> 00:24:29.133

368
00:24:29.875 --> 00:24:33.151

369
00:24:33.878 --> 00:24:37.135

370
00:24:37.880 --> 00:24:41.134

371
00:24:41.881 --> 00:24:45.133

372
00:24:45.890 --> 00:24:49.135

373
00:24:49.892 --> 00:24:53.136

374
00:24:53.894 --> 00:24:57.139

375
00:24:57.897 --> 00:25:01.133

376
00:25:01.900 --> 00:25:05.132

377
00:25:05.904 --> 00:25:09.133

378
00:25:09.914 --> 00:25:13.132

379
00:25:13.916 --> 00:25:17.135

380
00:25:17.921 --> 00:25:21.132

381
00:25:21.928 --> 00:25:25.132

382
00:25:25.932 --> 00:25:29.132

383
00:25:29.935 --> 00:25:33.133

384
00:25:33.936 --> 00:25:37.131

385
00:25:37.939 --> 00:25:41.132

386
00:25:41.947 --> 00:25:45.141

387
00:25:45.952 --> 00:25:49.131

388
00:25:49.955 --> 00:25:53.131

389
00:25:53.958 --> 00:25:57.135

390
00:25:57.959 --> 00:26:01.133

391
00:26:01.963 --> 00:26:05.137
(คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับ

392
00:26:05.965 --> 00:26:09.131
การที่นักเรียนนั้นได้ดูใบความรู้นะครับ

393
00:26:09.967 --> 00:26:13.134
ประกอบกับภาพใบความรู้นั่นล่ะ ที่ครูขึ้น

394
00:26:13.970 --> 00:26:17.132
ทางจอโทรทัศน์นะครับ เดี๋ยวให้นักเรียนนั้นมาศึกษา

395
00:26:17.977 --> 00:26:21.131
เรื่องเรียงความอีกสักครั้งหนึ่งนะครับ

396
00:26:21.979 --> 00:26:25.142
ทบทวนกับครูอีกรอบหนึ่ง การเขียนเรียงความ

397
00:26:26.005 --> 00:26:29.131
การเขียนเรียงความคืออะไรครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) การ

398
00:26:30.015 --> 00:26:33.135
นำความคิดเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ที่ผู้เขียนสนใจ

399
00:26:34.018 --> 00:26:37.131
นำมาเรียบเรียงโดยอาศัยขอเท็จจริง

400
00:26:38.023 --> 00:26:41.131
เห็นของผู้เขียนให้ผู้อ่านได้เข้าใจตามที่ผู้เขี่ยน

401
00:26:42.025 --> 00:26:45.131
ต้องการค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือการเขียนสื่อสารอย่างหนึ่งใช่ไหมครับ

402
00:26:46.028 --> 00:26:49.132
(คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ที่เราก็จะต้องการให้

403
00:26:50.057 --> 00:26:53.132
ผู้อ่านนั้นน่ะเข้าใจตามที่เราเขียนนั่นเอง

404
00:26:54.062 --> 00:26:57.131
นะครับ องค์ประกอบของ

405
00:26:58.064 --> 00:27:01.131
การเขียนเรียงความมีอะไรบ้างไปดูนะ

406
00:27:02.066 --> 00:27:05.131
(คุณครูคณิตา) คำนำนั่นเองค่ะ

407
00:27:06.068 --> 00:27:09.131
หรือการเปิดเรื่องค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ส่วนนี้ี่สำคัญมากนะครับ

408
00:27:10.069 --> 00:27:13.133
2. ก็คือเนื้อเรื่องหรือเนื้อหา และ 3. ก็คือ

409
00:27:14.071 --> 00:27:17.131
(คุณครูคณิตา) สรุปหรือการปิดเรื่องนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

410
00:27:18.077 --> 00:27:21.132
ถ้าขาด 3 ส่วนนี้มันก็จะ

411
00:27:22.083 --> 00:27:25.130
นั่นเองนะครับ คำนำเป็นอย่างไรไปดูกันหน่อย

412
00:27:26.123 --> 00:27:29.131
นะครับ คำนำนี่นะครับ มันจะต้องบอกความมุ่งหมาย

413
00:27:30.123 --> 00:27:33.132
ว่าเราจะต้องการสื่อหรือต้องการ

414
00:27:34.125 --> 00:27:37.131
เขียนถึงเรื่องอะไร ก็จะต้องใส่รายละเอียดไปใน

415
00:27:38.129 --> 00:27:41.130
คำนำนี่ล่ะให้มันมีความลึกซึ้งแล้วก็

416
00:27:42.133 --> 00:27:45.130
เป็นอย่างไรลูกที่สำคัญเลย มันต้องให้ความชัดเจน

417
00:27:46.137 --> 00:27:50.133
จนผู้อ่านเขาเข้าใจว่าเราจะเขียนเรื่องอะไร

418
00:27:50.138 --> 00:27:54.130
ต่อไปครับครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) 2. ก็คือบอกแนวของเรื่อง

419
00:27:54.140 --> 00:27:58.132
แนวของเรื่องในที่นี้นะคะ ก็คือเราจะต้องบอกว่า

420
00:27:58.152 --> 00:28:02.130
1. นี่เราต้องการที่จะเชิญชวนหรือ

421
00:28:02.153 --> 00:28:06.133
เราต้องการที่จะบอกเล่าเหตุการณ์ต่าง ๆ หรือ

422
00:28:06.154 --> 00:28:10.129
ประสลการณ์ หรือเรานี่ต้องการที่จะ

423
00:28:10.155 --> 00:28:14.136
เรื่องราวเรียงความนั้นไปในทิศทาง

424
00:28:14.155 --> 00:28:18.131
ใดเราก็ต้องบอกให้ได้ด้วยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือการ

425
00:28:18.167 --> 00:28:22.130
บอกแนวใช่ไหมครับ อันนี้สำคัญมา ต้องทำให้ผู้อ่านเ

426
00:28:22.179 --> 00:28:26.129
ในคำนำนี่ ถ้าผู้อ่านเข้าใจแล้วนี่

427
00:28:26.182 --> 00:28:30.132
ในส่วนอื่น ๆ นี่มันก็จะติดตามมา คือเขาก็จะอ่านต่อ

428
00:28:30.184 --> 00:28:34.130
ใช่ไหมครับ ใช่ไหมเด็ก ๆ นะครับ ต่อไป ก็คือ

429
00:28:34.185 --> 00:28:38.129
การ (คุณครูคณิตา) นำเข้าสู่เรื่องค่ะ คำนำนะคะ

430
00:28:38.186 --> 00:28:42.133
เป็นการเป็นส่วนเปิดเรื่องเลยในการ

431
00:28:42.195 --> 00:28:46.131
นำเข้าสู่เรื่อง เพราะฉะนั้น

432
00:28:46.197 --> 00:28:50.137
มีคำที่เชื่อมโยงกับเนื้อหานั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับผม และสุดท้าย

433
00:28:50.198 --> 00:28:54.136
ต้องไม่ยาวเกินไป ก็มีอยู่คำพูดหนึ่งสั้น ๆ

434
00:28:54.220 --> 00:28:58.129
กระชับ จับใจความได้

435
00:28:58.221 --> 00:29:02.129
ชัดเจนแล้วก็จับใจความได้นี่ล่ะครับ คือ คำนำ

436
00:29:02.227 --> 00:29:06.130
ที่สำคัญมันจะต้องดึงดูดความสนใจอันนี้สำคัญมากเลย

437
00:29:06.229 --> 00:29:10.128
ดึงดูดความสนใจ จะทำให้ผู้อ่านนั้นี่

438
00:29:10.230 --> 00:29:14.132
ผู้อ่านนั้นน่ะ อ่านต่อไปถึงเนื้อเรื่องแล้วก็สรุป

439
00:29:14.237 --> 00:29:18.131
เนื้อเรื่องบ้างเป็นอย่างไรไปดูกัน

440
00:29:18.238 --> 00:29:22.128
(คุณครูคณิตา) เนื้อเรื่องแรกนะคะ ก็คือสื่อถึง

441
00:29:22.248 --> 00:29:26.128
ความคิดค่ะ ความคิดของเราในที่นี้ ก็คือ

442
00:29:26.266 --> 00:29:30.155
นำว่าเรื่องที่เราต้องการที่จะพูดหรือ

443
00:29:30.271 --> 00:29:34.129
สิ่งที่เราต้องการจะสื่อนั้น

444
00:29:34.273 --> 00:29:38.133
(คุณครูปรเมษฐ) เรียงตามความสำคัญ ก็คือไล่ไปทีละประเด็นใช่ไหม

445
00:29:38.277 --> 00:29:42.128
ครูคณิตา ตามที่คำนำนั้นจะเขียนเรื่องอะไร

446
00:29:42.279 --> 00:29:46.129
อย่างเช่น เมื่อสักครู่เขียนเรื่องอะไร

447
00:29:46.285 --> 00:29:50.128
คราวนี้ก็ไล่ไปสิ ความสำคัญของการประหยัด

448
00:29:50.295 --> 00:29:54.128
ไปเพื่ออะไร ประหยัดแล้วเกิดอะไรขึ้น ผลของการประหยัด

449
00:29:54.301 --> 00:29:58.128
เป็นอย่างไร นี่คือการเขียนเนื้อเรื่อง

450
00:29:58.302 --> 00:30:02.129
นะครับ ต่อไปประโยคสัมพันธ์กัน สนับสนุน

451
00:30:02.303 --> 00:30:06.134
ข้อมูลสำคัญนะ ในเรื่องนี่ ทุกส่วนจะต้องเป็นอย่างไรหมดเลยครูคณิตา

452
00:30:06.306 --> 00:30:10.128
จะต้องเป็นอย่างไรหมดเลยครูคณิตา (คุณครูคณิตา) จะต้องสมันพันธ

453
00:30:10.312 --> 00:30:14.128
เด็ก ๆ ครับ และส่วนที่สัมพันธ์กันนี่จะไปหยิบ

454
00:30:14.314 --> 00:30:18.132
ข้อมูลสำคัญ ถ้ายกเรื่องแรกก็สนับสนุนเรื่องการ

455
00:30:18.316 --> 00:30:22.129
การอะไร ประหยัดนั่นเอง ใช่ไหมครับ

456
00:30:22.319 --> 00:30:26.128
เพราะฉะนั้น ในเนื้อหาเนื้อเรื่อง

457
00:30:26.322 --> 00:30:30.128
เชื่อมโยงกันนะ เขียนแล้วมันจะต้องเป็นปึกแผ่น

458
00:30:30.324 --> 00:30:34.128
นั่นเองนะครับ ต่อไป (คุณครูคณิตา) แต่ละย่อหน้า

459
00:30:34.329 --> 00:30:38.146
จะต้องสัมพันธ์กันค่ะ เนื้อเรื่องนะคะ ไม่จำเป็นต้อง

460
00:30:38.332 --> 00:30:42.128
มีแค่ 1 ย่อหน้าเท่านั้นนะคะ แต่นักเรียนสามารถ

461
00:30:42.334 --> 00:30:46.129
2 ย่อหน้า 3 ย่อหน้า แต่ส่วนที่สำคัญที่สุด แต่ละ

462
00:30:46.348 --> 00:30:50.132
ของเนื้อเรื่องจะต้องเนื้อหาสัมพันธ์กันค่ะ

463
00:30:50.351 --> 00:30:54.127
(คุณครูปรเมษฐ) นะครับ ก็อย่างเช่น เรียงความเรื่อง

464
00:30:54.355 --> 00:30:58.132
การประหยัดนี่นะ ที่ครูยกตัวอย่างมาก็

465
00:30:58.356 --> 00:31:02.129
มี 2 ย่อหน้าใช่ไหม ไม่จำเป็นต้อง 3 ย่อหน

466
00:31:02.361 --> 00:31:06.130
ย่อหน้านะ เนื้อเรื่องนี่หรือเนื้อหามันจะ

467
00:31:06.367 --> 00:31:10.131
หลายย่อหน้าได้ แต่คำนำกับสรุปนี่

468
00:31:10.368 --> 00:31:14.129
ใช่ไหมครุคณิตาแล้วก็จบใช่ไหม รายละเอียดต

469
00:31:14.370 --> 00:31:18.127
ต้องชัดเจน อันนี้สำคัญนะ การที่จะเขียนเนื้อเรื่อง

470
00:31:18.375 --> 00:31:22.127
เขียนเนื้อเรื่อง เนื้อหาในนั้นนี่จะต้องชัดเจน

471
00:31:22.379 --> 00:31:26.163
ถูกต้องด้วยใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เนื้อเรื่องนะครับ ต่

472
00:31:26.391 --> 00:31:30.132
ก็คือสรุปนะ ไปดูกันสรุปเป็นอย่างไร

473
00:31:30.392 --> 00:31:34.127
(คุณครูคณิตา) สรุปค่ะ 1. ก็คือสรุปใจความสำคัญ

474
00:31:34.395 --> 00:31:38.127
ให้ตรงกับจุดมุ่งหมายค่ะ นั่นก็คือการเขียนเรียง

475
00:31:38.396 --> 00:31:42.127
ความนี่เราตั้งเป้าหมายไว้แล้วใช่ไหมคะ ว่า

476
00:31:42.398 --> 00:31:46.128
เราจะเขียนในแนวลักษณะใด 1. แนวการเชิญชวน

477
00:31:46.400 --> 00:31:50.128
2. แนวการบอกเล่า 3.

478
00:31:50.406 --> 00:31:54.127
นี่ เราก็ตั้งแนวไว้แล้วเพราะฉะนั้นนี่ สรุปใจความ

479
00:31:54.409 --> 00:31:58.128
สำคัญนี่ เราจะต้องสรุปให้ตรงกับ

480
00:31:58.410 --> 00:32:02.127
จุดมุ่งหมายของเราว่าเราต้องการที่จะ

481
00:32:02.412 --> 00:32:06.127
สื่อถึงอะไรหรือบอกอะไรนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่าส่วนของสรุป

482
00:32:06.415 --> 00:32:10.128
มันก็จะต้องสัมพันธ์กับ

483
00:32:10.416 --> 00:32:14.128
่ส่วนคำนำใช่ไหมครูคณิตา เพราะคำนำตั้งจุดมุ่้งหมาย

484
00:32:14.439 --> 00:32:18.127
ว่าเราจะเขียนเรื่องอะไร เพราะฉะนั้น

485
00:32:18.449 --> 00:32:22.126
ตอบสรุปนี่ มันก็จะสรุปของส่วนคำนำนั้นี่

486
00:32:22.450 --> 00:32:26.129
ว่ามันเป็นอย่างไรนั่นเอง ต่อไป

487
00:32:26.451 --> 00:32:30.128
ตรงนี้ล่ะครับ ประทับใจอย่างไร

488
00:32:30.454 --> 00:32:34.127
อาจจะใช้ถ้อยทำที่สละสวย สรุปแล้ว

489
00:32:34.455 --> 00:32:38.127
มันลึกซึ้งกินแล้ว แล้วก็สร้างความจรรโลง

490
00:32:38.460 --> 00:32:42.129
นั่นเองและมันก็เป็นย่อหน้าสุดท้ายใช่ไหมครูคณิตา

491
00:32:42.461 --> 00:32:46.127
ของเรียงความ ย่อหน้าสุดท้าย ก็คือสรุป

492
00:32:46.462 --> 00:32:50.131
ปิดเรื่องจบพอดีนะครับ ต่อไปครับ (คุณครูคณิตา) สรุปเป็น

493
00:32:50.466 --> 00:32:54.127
คำประพันธ์ค่ะ ก็จะทำให้เรียงความนั้นนะคะ

494
00:32:54.485 --> 00:32:58.126
น่าสนใจหรือน่าอ่านมากยิ่งขึ้นนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) พูดง่าย ๆ

495
00:32:58.487 --> 00:33:02.126
มีเสน่ห์นั่นเอง ต่อไปสรุปเป็นประโยค

496
00:33:02.489 --> 00:33:06.128
บอกเล่าหรือประโยคคำถามได้

497
00:33:06.490 --> 00:33:10.126
อันนี้คือการ วิธีการ แนวทางของ

498
00:33:10.494 --> 00:33:14.128
การสรุปนั่นเองนะครับ เดี๋ยวไปดูหลักการก่อนหน่อยว่าการ

499
00:33:14.495 --> 00:33:18.127
เรียงความอย่างไรนะครับ 1. ครับ ตั้งจุดประสงค์ให้

500
00:33:18.499 --> 00:33:22.126
ชัดเจนค่ะ ในการเขียนเรียงความของแต่ละเรื่อง

501
00:33:22.503 --> 00:33:26.128
นักเรียนจะต้องมีจุดประสงค์ที่แน่ชัด

502
00:33:26.509 --> 00:33:30.132
เขียนเรียงความเกี่ยวกับอะไร

503
00:33:30.512 --> 00:33:34.129
(คุณครูปรเมษฐ) ต่อไปก็ต้องวางโครงเรื่อง

504
00:33:34.513 --> 00:33:38.126
ให้มันสอดคล้องกับจุดประสงค์ ว่าเราเขียน

505
00:33:38.514 --> 00:33:42.129
เรื่องอะไร ในโครงเรื่องนี้มันก็จะต้อง

506
00:33:42.517 --> 00:33:46.130
สอดคล้องกับจุดประสงค์หรือจุดมุ่งหมาย

507
00:33:46.518 --> 00:33:50.129
ต่อไปครับ (คุณครูคณิตา) เขียนโครงเรื่องตามลำดับค่ะ การเขียน

508
00:33:50.519 --> 00:33:54.126
เรื่องราวแต่ละเรื่องนี่เราจะต้องวางโครงเรื่องก่อนนะคะ

509
00:33:54.525 --> 00:33:58.129
จะทำให้การเขียนของเรานี่มีความ

510
00:33:58.526 --> 00:34:02.127
สัมพันธ์กันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ และก็ต้อง

511
00:34:02.527 --> 00:34:06.126
เขียนคำนำ อันดับแรกเลยใช่ไหม เพราะเขียนทุกอย่าง

512
00:34:06.532 --> 00:34:10.156
จบแล้ว มาเขียนคำนำแล้วนทีนี้ อย่างที่บอก

513
00:34:10.542 --> 00:34:14.126
ต้องให้น่าติดตามน่าสนใจ มึงถึงจะอ่าน

514
00:34:14.543 --> 00:34:18.134
ไปถึงเนื้อเรื่องแล้วก็สรุปนั่นเองนะครับ ต่อไป

515
00:34:18.546 --> 00:34:22.139
เขียนเนื้อหาให้ได้ทั้งสาระ ความรู้ แล้วก็ความคิด

516
00:34:22.547 --> 00:34:26.126
ในเนื้อหานี่มันต้องแฝงทุกสิ่งอย่างใช่ไหมครูคณิตา

517
00:34:26.552 --> 00:34:30.128
ก็จะใส่ในเนื้อหานี้ล่ะ ตั้งจุดมุ่งหมายไว้แล้วต้องการบอกอะไร

518
00:34:30.553 --> 00:34:34.126
พอเข้าเนื้อหาปุ๊บ

519
00:34:34.562 --> 00:34:38.132
เล่าเป็นประเด็น ๆ แล้วก็เป็นอย่างไรนะ (คุณครูคณิตา) สรุป

520
00:34:38.577 --> 00:34:42.126
ประเด็นที่กล่าวมาทั้งหมดค่ะ ฝากข้อคิดและข้อเสนอแนะ

521
00:34:42.578 --> 00:34:46.127
ให้ผู้อ่านค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) พูดง่าย ๆ ที่ครูยกหลักการ

522
00:34:46.587 --> 00:34:50.126
มาทั้งหมดมันก็อยู่ใน 3 ส่วน ก็คือ คำนำ, เนื้อเรื่อง, แล้วก็

523
00:34:50.590 --> 00:34:54.128
สรุปนั่นเองนะครับ ไปดูลักษณะ

524
00:34:54.592 --> 00:34:58.127
ของเรียงความที่ดีว่าเป็นอย่างไรนะครับ

525
00:34:58.600 --> 00:35:02.129
ต้องมีรูปแบบครบใช่ไหมครูคณิตา

526
00:35:02.608 --> 00:35:06.126
คำนำ เนื้อเรื่อง และสรุป คำนี้นี่

527
00:35:06.609 --> 00:35:10.127
ครูพูดหลายครั้งแล้วนะ เพราะฉะนั้น คำนี้ติด

528
00:35:10.610 --> 00:35:14.140
คำนำ เนื้อเรื่อง สรุป เป็นแนวทางในการเขียนเรียงความ ต่อไปครับ

529
00:35:14.621 --> 00:35:18.126
(คุณครูคณิตา) เนื้อเรื่องชัดเจนมีสาระค่ะ

530
00:35:18.625 --> 00:35:22.126
เนื้อหานั่นเองนะคะ จะต้องมีสาระ

531
00:35:22.633 --> 00:35:26.129
มีความชัดเจนว่าเราเขียนเกี่ยวกับเรื่องอะไร วัตถุ

532
00:35:26.655 --> 00:35:30.129
ประสงค์ของการเขียนเรียงความของเรื่องนี้

533
00:35:30.656 --> 00:35:34.126
เราต้องการที่จะสื่อถึงอะไรค่ะ

534
00:35:34.658 --> 00:35:38.128
นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) และก็จะต้องเรียงลำดับเรื่อง

535
00:35:38.659 --> 00:35:42.126
ให้มันเป็นอย่างไรลูก ให้มันเข้าใจง่ายนะ

536
00:35:42.661 --> 00:35:46.127
จากเนื้อเรื่องของครูคณิตาที่ชัดเจนนี่

537
00:35:46.662 --> 00:35:50.131
ให้มันเข้าใจง่ายนะครับ ต่อไปอะไรอีกครับ

538
00:35:50.679 --> 00:35:54.129
(คุณครูคณิตา) ใช้ภาษาถูกตามอักขรวิธี

539
00:35:54.682 --> 00:35:58.126
ก็คือการใช้ภาษาระดับ

540
00:35:58.684 --> 00:36:02.133
ทางการนะคะ ในการเขียนเรียงความต่าง ๆ หรือกา

541
00:36:02.686 --> 00:36:06.127
การใช้ภาษาที่สุภาพนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) การเขียน

542
00:36:06.687 --> 00:36:10.126
เรียงความนี่ ก็คืองายเขียนชนิดหนึ่งใช่ไหม

543
00:36:10.690 --> 00:36:14.145
เพราะฉะนั้นนี่ จะนำไปประกวนประขันกันนี่

544
00:36:14.696 --> 00:36:18.126
มันก็จะต้องใช้ภาษาให้ถูกต้อง

545
00:36:18.698 --> 00:36:22.127
เขียนผิด เขียนถูกก็ไม่ได้นะครูคณิตา เพราะฉ

546
00:36:22.699 --> 00:36:26.129
อักขระวิธีทิ้งไม่ได้นะ ต้องใช้

547
00:36:26.701 --> 00:36:30.130
ทุกงานเขียนก็ต้องใช้ให้ถูกต้อง ต่อไปต้องแฝง

548
00:36:30.702 --> 00:36:34.126
ข้อคิดที่เป็นประโยชน์และสร้างสรรค์นะ

549
00:36:34.703 --> 00:36:38.127
ทุกงานเขียนเลย อย่างที่ครูบอกมันต้องมีข้อคิด มี

550
00:36:38.710 --> 00:36:42.126
แนวคิดหรือคติคำแฝงอยู่ในเรียงความก็เช่นเดียวกัน

551
00:36:42.711 --> 00:36:46.126
ข้อคิดนี่ มันจะไปอยู่ปรากฏส่วนไหน

552
00:36:46.715 --> 00:36:50.131
เด็ก ๆ ลองคาดคะเนดูสิ

553
00:36:50.717 --> 00:36:54.130
ไปอยู่ในส่วนของสรุป สรุปนี่ก็คือ

554
00:36:54.721 --> 00:36:58.127
ฝากข้อคิด ฝากแนวทางการปฏิบัติ

555
00:36:58.726 --> 00:37:02.125
ก็จะต้องฝากไว้นะครับ ต่อไปครับ (คุณครูคณิตา) ใช้สุภาษิต

556
00:37:02.728 --> 00:37:06.137
หรือคำประพันธ์แทรกในเรียงความค่ะ ก็จะทำให้

557
00:37:06.730 --> 00:37:10.125
เรียงความนั้นน่าสนใจมากยิ่งขึ้น อีกทั้งสุภาษิต

558
00:37:10.733 --> 00:37:14.125
หรือคำประพันนั้นให้คำสอนต่าง ๆ นะคะ ถ้าเรา

559
00:37:14.735 --> 00:37:18.125
เลือกสุภาษิตหรือคำประพันธ์นี่มาใช้ให้สอดคล้อง

560
00:37:18.740 --> 00:37:22.129
จะทำให้งานเขียนของเรานั้นน่าสนใจมากยิ่งขึ้นค่ะ

561
00:37:22.761 --> 00:37:26.126
(คุณครูปรเมษฐ) ครูคณิตาถ้าเราบอกให้ใช้คำสุภาพหรือคำ

562
00:37:26.767 --> 00:37:30.127
นักเรียนไปยกเรื่องอะไรมาใส่

563
00:37:30.781 --> 00:37:34.149
ส่ง ๆ เดช ๆ ได้ไหม มันจะต้องให้มันสอดคล้อง

564
00:37:34.782 --> 00:37:38.126
ตามที่คุณครูท่านบอกใช่ไหม อย่างเช่นครูบอก

565
00:37:38.789 --> 00:37:42.129
แล้วครูยกมีสลึงพึงประจบให้ครบบาทนี่เป็นอย่างไร

566
00:37:42.791 --> 00:37:46.125
(คุณครูคณิตา) เพราะเนื้อหาสัมพันธ์กันค่ะ(คุณครูปรเมษฐ)

567
00:37:46.795 --> 00:37:50.126
การที่จะใช้ ก็จะต้องดูความสัมพันธ์ของเนื้อหาด้วยนะ

568
00:37:50.796 --> 00:37:54.127
หนูเขียนอีกอย่างหนึ่งหนูไปยกอีกอย่างหนึ่ง

569
00:37:54.798 --> 00:37:58.126
กับครูปรเมษฐ

570
00:37:58.799 --> 00:38:02.125
น่าสนใจ ไม่ใช่นะลูก มันต้องดูความสอดคล้องกันด้วย

571
00:38:02.801 --> 00:38:06.126
ถ้ายกมาใส่ต้องให้มันสอดคล้องถึงจะ

572
00:38:06.804 --> 00:38:10.125
ใช้ได้และมีเสน่ห์นะครับ เอาล่ะครับ การเขียนเรียงความ

573
00:38:10.810 --> 00:38:14.127
ที่ดีมีหลักการเขียนอย่างไร พึ่งจะผ่านมาเมื่อ

574
00:38:14.811 --> 00:38:18.127
สักครู่ลองยกกันมาสิ คนละนิดคนละหน่อย ตอบเลย

575
00:38:18.813 --> 00:38:22.127

576
00:38:22.819 --> 00:38:26.130
เฉลยดีกว่าครูคณิตา ครูก็จะยกมาสัก 2 - ข

577
00:38:26.821 --> 00:38:30.125
1. (คุณครูคณิตา) 1. เขียนเรียงความ

578
00:38:30.826 --> 00:38:34.125
ให้น่าสนใจค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ต่อไปครับ

579
00:38:34.830 --> 00:38:38.127
อันนี้สำคัญมากแล้วก็ (คุณครูคณิตา) สรุปเรื่องให้เข้าใจผู้อ่าน

580
00:38:38.831 --> 00:38:42.125
ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูนี่สรุปมานักเรียนลองคาดคะเนสิ

581
00:38:42.848 --> 00:38:46.145
ถ้าให้น่าสนใจนี่น่าจะเป็นส่วนของอะไรครับ

582
00:38:46.854 --> 00:38:50.125
ให้เนื้อหาชัดเจน

583
00:38:50.865 --> 00:38:54.126
ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เนื้อหาหรือเนื้อเรื่อง และสุดท้ายสรุปเนื้อหา

584
00:38:54.866 --> 00:38:58.143
มันก็จะเป็นส่วนของการสรุปนั่นเองนะ

585
00:38:58.870 --> 00:39:02.133
แค่นี้เองนักเรียน เรียงความก็จะง่าย

586
00:39:02.876 --> 00:39:06.132
น่าใฝ่หาจะตายไปครับ เอาล่ะครับ

587
00:39:06.878 --> 00:39:10.125
เดี๋ยวเรามาทำใบงาน สานเรียงความ สาน

588
00:39:10.880 --> 00:39:14.126
แปลว่าประสานต่อกันใช่ไหม

589
00:39:14.895 --> 00:39:18.129
มันเป็นอย่างไร ในเรื่องนี้เหมือนจะมีใบงาน 2 ใบนะครูคณิตา

590
00:39:18.896 --> 00:39:22.127
นักเรียนนำขึ้นมา ตามที่ครูได้บอกไว้ว่า

591
00:39:22.897 --> 00:39:26.125
ใช้ใบงานเรื่องอะไรบ้าง การที่เราทำใบงานนะ

592
00:39:26.898 --> 00:39:30.129
บทบาทของหนู ๆ ก็คือทำอะไรลูก

593
00:39:30.900 --> 00:39:34.125
(คุณครูคณิตา) ให้นักเรียนนะคะทำใบงาน เรื่อง การ

594
00:39:34.902 --> 00:39:38.128
ตอบคำถาม เตรียมการเขียนเรียงความค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คุณคตร

595
00:39:38.911 --> 00:39:42.124
นะครับ ก็ดูแลนักเรียนเช่นเดิมนะครับ ให้คำแนะนำ

596
00:39:42.917 --> 00:39:46.124
ให้การปรึกษานะครับนักเรียนที่ไม่เข้าใจ

597
00:39:46.922 --> 00:39:50.138
สำคัญนะครับ ครูต้องสุ่มผลงานของนักเรียน

598
00:39:50.925 --> 00:39:54.126
คำตอบจากใบงานที่เดี๋ยวนักเรียนจะได้ทำกันนี่นะครับ

599
00:39:54.926 --> 00:39:58.124
เพื่อที่จะนำเสนอ เพื่อที่จะสืบ

600
00:39:58.950 --> 00:40:02.126
สืบเนื่องสืบสานไปในใบงานต่อไป ใบงาน

601
00:40:02.957 --> 00:40:06.125
ที่ 1 กันเลยนะครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้คือใบงานที่ 1

602
00:40:06.965 --> 00:40:10.127
ที่ชื่อใบงานว่าอะไรนะ (คุณครูคณิตา)

603
00:40:10.967 --> 00:40:14.125
การตอบคำถาม เตรียมการเขียนเรียงความค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) การใช้หนู

604
00:40:14.968 --> 00:40:18.126
คำถามก่อนนี่ มันก็จะนำพาไปสู่การเขียนเรียงความไง

605
00:40:18.972 --> 00:40:22.125
ลูก ๆ เรียงความจะต้อง

606
00:40:22.973 --> 00:40:26.129
วางโครงเรื่องคำถามที่ครูให้ตอบ

607
00:40:26.974 --> 00:40:30.132
ไปดูกันเลยดีกว่านะครับ

608
00:40:30.983 --> 00:40:34.125
ครูให้นักเรียนตอบคำถามนะ มีอยู่ด้วยกันกี่ข้อไม่รู้

609
00:40:34.998 --> 00:40:38.125
ไปดูหน้าแรก ครูถามว่าเพื่อนที่สนิทชื่ออะไร

610
00:40:39.008 --> 00:40:42.125
นะครับ 2. เพื่อสนิทคนนี้

611
00:40:43.010 --> 00:40:46.129
อยู่ที่ไหน มีนิสัยอย่างไร การที่เรา

612
00:40:47.011 --> 00:40:50.125
จะเป็นเพื่อนสนิทกันได้ต้องรู้อะไร (คุณครูคณิตา) รู้

613
00:40:51.013 --> 00:40:54.127
นิสัยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ ข้อ 3 นี้ก็

614
00:40:55.015 --> 00:40:58.132
ให้นักเรียนเขียนบรรยายลักษณะท่าทาง

615
00:40:59.017 --> 00:41:02.126
ของเพื่อนสนิท คนที่นักเรียนเอ่ยชื่อนี่เป็น

616
00:41:03.021 --> 00:41:06.130
อย่างไร ก็เขียนบรรยายเลย เขาเป็นอย่างไร อ้วน ผอม จอมซน

617
00:41:07.030 --> 00:41:10.134
อะไรก็ว่าไปนะครับ แล้วก็ข้อที่ 4

618
00:41:11.031 --> 00:41:14.142
(คุณครูคณิตา) วคามสัมพันธ์ระหว่าเพื่อนกับนักเรียนเป็นอย่างไรค่ะ

619
00:41:15.044 --> 00:41:18.124
จะทำให้เป็นการคิดถึง

620
00:41:19.049 --> 00:41:22.125
เกี่ยวกับความสัมพันธ์นั้นๆ  นะคะ ระหว่างนักเรีย

621
00:41:23.050 --> 00:41:26.124
กับเพื่อนนั้นมีความสัมพันธ์ที่ต่อกันเป็นอย่างไร (คุณครูปรเมษฐ)

622
00:41:27.051 --> 00:41:30.127
แล้วข้อที่ 5 ครับ นักเรียนน่ะ มีความประทับใจเกี่ยวกับเพื่อน

623
00:41:31.052 --> 00:41:34.129
ในเรื่องอะไรบ้าง เพราะอะไร

624
00:41:35.054 --> 00:41:38.124
นักเรียนก็เขียนตอบมาแล้วมันเป็นแนวทางอย่างไร

625
00:41:39.057 --> 00:41:42.134
เดี๋ยวนักเรียนต้องทำใบงานนี้ก่อนนะ เดี๋ยวไปดู

626
00:41:43.058 --> 00:41:46.129

627
00:41:47.063 --> 00:41:50.124
ของการมีเพื่อนดีเป็นอย่างไร และการจะ

628
00:41:51.064 --> 00:41:54.125
เป็นเพื่อนที่ดีควรทำอย่างไรพร้อมยกตัวอย่างสัก 3 ตัวอย่าง

629
00:41:55.072 --> 00:41:58.125
ก็บอกสิว่าแนวคิดของ

630
00:41:59.079 --> 00:42:02.124
การมีเพื่อนดีทำอย่างไรนะ และการจะเป็นเพื่อนที่ดี

631
00:42:03.080 --> 00:42:06.125
ปฏิบัติอย่างไรนั่นเองครับ อันนี้คือใบงานที่ 1 นะ

632
00:42:07.082 --> 00:42:10.126
นักเรียนจะต้องทำอันนี้ให้สำเร็จก่อนนะครับ

633
00:42:11.085 --> 00:42:14.124
พอนักเรียนทำเสร็จแล้วนะครับ นักเรียนก็นำคำตอบนั่นล่ะ

634
00:42:15.096 --> 00:42:18.124
มาเขียนในใบงานที่ 2 นำคำตอบเห็นชอบ

635
00:42:19.098 --> 00:42:22.125

636
00:42:23.103 --> 00:42:26.137
เรียงความของนักเรียนโดยง่ายเลยนะ

637
00:42:27.111 --> 00:42:30.124
บทบาทของนักเรียนทำใบงานต่อไปไปดูครับ

638
00:42:31.111 --> 00:42:34.124
(คุณครูคณิตา) ให้นักเรียนนะคะ ตอบคำถามในใบงาน เรื่อง

639
00:42:35.113 --> 00:42:38.129
สร้างสรรค์ โดยมีแนวการเขียนดังนี้ค่ะ ข้อ 1.

640
00:42:39.115 --> 00:42:42.126
เป็นแนวการเขียนคำนำ ข้อ 2 - 5 เป็นการเขียนเนื้อเรื่อง

641
00:42:43.116 --> 00:42:46.124
เป็นแนวการเขียนเนื้อเรื่อว และข้อ 6

642
00:42:47.120 --> 00:42:50.124
(คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่าเมื่อสักครู่ 6 ข้อที่นักเรียน

643
00:42:51.123 --> 00:42:54.124
ได้ทำเสร็จนี่นำมาเรียบเรียงได้เลยใช่ไหม

644
00:42:55.125 --> 00:42:58.143
เป็นคำนำ เพื่อนคนนี้มีชื่ออะไร นักเรียนก็ว่าไปเลย

645
00:42:59.126 --> 00:43:02.124
จะต้องเขาเป็นอย่างไร เขาอย่างนู้นอย่างนี้

646
00:43:03.127 --> 00:43:06.125
อธิบายไปเลย เพราะตั้งแต่ข้อ 2 ถึงข้อ 5 นำมาเรียง

647
00:43:07.128 --> 00:43:10.125
แต่โดยการใช้คำเชื่อมให้สละสลวย

648
00:43:11.130 --> 00:43:14.125
ให้คุณครูปลายทางช่วยดู

649
00:43:15.133 --> 00:43:18.125
สุดท้ายคือเอาข้อ 6 นั่นล่ะ

650
00:43:19.134 --> 00:43:22.124
มายก 3 ข้อ จบไหม ในใบงานนั้นนะครับ คุณครู

651
00:43:23.138 --> 00:43:27.124
ก็ต้องดูแลนะ ให้นักเรียนทำงานอย่างมีความสุข

652
00:43:27.139 --> 00:43:31.133
แล้วก็คุณครูต้องช่วยสำคัญมากเลยในการที่จะ

653
00:43:31.141 --> 00:43:35.133
นำทั้ง 6 ข้อนี่มาเขียนในใบงานนะครับ เพราะฉะนั้น

654
00:43:35.145 --> 00:43:39.124
ฝากคุณครูด้วยนะครับ นี่คือใบงานนะครับ เรื่อง

655
00:43:39.147 --> 00:43:43.137
เขียนเรียงความสร้างสรรค์นักเรียนพร้อมหรือยัง

656
00:43:43.155 --> 00:43:47.125
ถ้าพร้อมแล้ว ใบงาน 2 ใบนี้

657
00:43:47.179 --> 00:43:51.124
ลงมือได้ครับ

658
00:43:51.189 --> 00:43:55.124

659
00:43:55.197 --> 00:43:59.124

660
00:43:59.199 --> 00:44:03.124

661
00:44:03.203 --> 00:44:07.126

662
00:44:07.229 --> 00:44:11.125

663
00:44:11.243 --> 00:44:15.124

664
00:44:15.245 --> 00:44:19.130

665
00:44:19.246 --> 00:44:23.128

666
00:44:23.247 --> 00:44:27.125

667
00:44:27.250 --> 00:44:31.124

668
00:44:31.252 --> 00:44:35.124

669
00:44:35.253 --> 00:44:39.124

670
00:44:39.258 --> 00:44:43.124

671
00:44:43.272 --> 00:44:47.124

672
00:44:47.277 --> 00:44:51.133

673
00:44:51.281 --> 00:44:55.124

674
00:44:55.284 --> 00:44:59.124

675
00:44:59.287 --> 00:45:03.124

676
00:45:03.288 --> 00:45:07.124

677
00:45:07.291 --> 00:45:11.124

678
00:45:11.293 --> 00:45:15.124

679
00:45:15.299 --> 00:45:19.124

680
00:45:19.305 --> 00:45:23.133

681
00:45:23.307 --> 00:45:27.127

682
00:45:27.309 --> 00:45:31.125

683
00:45:31.310 --> 00:45:35.124

684
00:45:35.311 --> 00:45:39.128

685
00:45:39.316 --> 00:45:43.124

686
00:45:43.319 --> 00:45:47.124

687
00:45:47.321 --> 00:45:51.124

688
00:45:51.322 --> 00:45:55.124

689
00:45:55.323 --> 00:45:59.127

690
00:45:59.326 --> 00:46:03.124

691
00:46:03.327 --> 00:46:07.126

692
00:46:07.329 --> 00:46:11.124

693
00:46:11.330 --> 00:46:15.123

694
00:46:15.331 --> 00:46:19.124

695
00:46:19.333 --> 00:46:23.124

696
00:46:23.335 --> 00:46:27.124

697
00:46:27.337 --> 00:46:31.126

698
00:46:31.338 --> 00:46:35.124

699
00:46:35.341 --> 00:46:39.125

700
00:46:39.349 --> 00:46:43.130

701
00:46:43.350 --> 00:46:47.124

702
00:46:47.351 --> 00:46:51.125

703
00:46:51.353 --> 00:46:55.123

704
00:46:55.354 --> 00:46:59.124

705
00:46:59.355 --> 00:47:03.125

706
00:47:03.360 --> 00:47:07.123

707
00:47:07.363 --> 00:47:11.123

708
00:47:11.365 --> 00:47:15.124

709
00:47:15.369 --> 00:47:19.124

710
00:47:19.372 --> 00:47:23.125

711
00:47:23.373 --> 00:47:27.124

712
00:47:27.375 --> 00:47:31.125

713
00:47:31.376 --> 00:47:35.124

714
00:47:35.378 --> 00:47:39.125

715
00:47:39.379 --> 00:47:43.124

716
00:47:43.383 --> 00:47:47.124

717
00:47:47.387 --> 00:47:51.123

718
00:47:51.389 --> 00:47:55.124

719
00:47:55.392 --> 00:47:59.123

720
00:47:59.399 --> 00:48:03.124

721
00:48:03.400 --> 00:48:07.127

722
00:48:07.408 --> 00:48:11.123

723
00:48:11.412 --> 00:48:15.123

724
00:48:15.421 --> 00:48:19.123

725
00:48:19.422 --> 00:48:23.123

726
00:48:23.424 --> 00:48:27.123

727
00:48:27.427 --> 00:48:31.123

728
00:48:31.429 --> 00:48:35.123

729
00:48:35.430 --> 00:48:39.124

730
00:48:39.431 --> 00:48:43.126

731
00:48:43.432 --> 00:48:47.124

732
00:48:47.435 --> 00:48:51.127

733
00:48:51.436 --> 00:48:55.125

734
00:48:55.452 --> 00:48:59.129

735
00:48:59.454 --> 00:49:03.124

736
00:49:03.456 --> 00:49:07.124

737
00:49:07.458 --> 00:49:11.125

738
00:49:11.459 --> 00:49:15.125

739
00:49:15.463 --> 00:49:19.124

740
00:49:19.464 --> 00:49:23.129

741
00:49:23.465 --> 00:49:27.124

742
00:49:27.467 --> 00:49:31.124

743
00:49:31.469 --> 00:49:35.125

744
00:49:35.472 --> 00:49:39.130

745
00:49:39.475 --> 00:49:43.124

746
00:49:43.479 --> 00:49:47.136

747
00:49:47.492 --> 00:49:51.125

748
00:49:51.494 --> 00:49:55.125

749
00:49:55.495 --> 00:49:59.125

750
00:49:59.502 --> 00:50:03.125

751
00:50:03.503 --> 00:50:07.125

752
00:50:07.507 --> 00:50:11.127

753
00:50:11.526 --> 00:50:15.125

754
00:50:15.528 --> 00:50:19.125

755
00:50:19.532 --> 00:50:23.125

756
00:50:23.533 --> 00:50:27.128

757
00:50:27.535 --> 00:50:31.125

758
00:50:31.536 --> 00:50:35.125

759
00:50:35.576 --> 00:50:39.138

760
00:50:39.584 --> 00:50:43.125

761
00:50:43.588 --> 00:50:47.125

762
00:50:47.591 --> 00:50:51.125

763
00:50:51.594 --> 00:50:55.127
(คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ครับ

764
00:50:55.601 --> 00:50:59.126
ครูเชื่อว่านักเรียนนั้นในช่วงเวลา

765
00:50:59.602 --> 00:51:03.133
แป๊บเดียวนี่ไม่น่าจะเขียนเรียงความได้เป็นเรื่องนะครับ

766
00:51:03.604 --> 00:51:07.126
แต่อย่างน้อยใบงานแรกนี่ใบงานแรก

767
00:51:07.605 --> 00:51:11.126
มันเป็นแนวทางในการทำใบงานที่ 2 ก็

768
00:51:11.607 --> 00:51:15.126
ฝากให้นักเรียนนั้นกลับไปเขียนเรียงความ

769
00:51:15.608 --> 00:51:19.126
หาที่สงบ ๆ เขียนถึงเพื่อนคนดังกล่าว

770
00:51:19.612 --> 00:51:23.126
แล้วค่อยนำมาส่งกับครูในชั่วโมงถัดไปนะครับ

771
00:51:23.613 --> 00:51:27.126
เดี๋ยวเรามาสรุปความรู้ครูนักเรียนกันดีกว่านะครับ

772
00:51:27.620 --> 00:51:31.127
เอาล่ะครับ แนวทาง มีคำถามมาถามนะ

773
00:51:31.621 --> 00:51:35.126
การวางแผนก่อนการเขียนเรียงความมีประโยชน์

774
00:51:35.625 --> 00:51:39.126
อย่างไร เด็ก ๆ ช่วยกันตอบหน่อย มันมีประโยชน์อย่างไรบ้าง

775
00:51:39.627 --> 00:51:43.133
เดี๋ยวคุณครูคณิตาจะรวบรวมคำตอบมาสนุ

776
00:51:43.628 --> 00:51:47.132
อีกครั้งหนึ่งนะครับ

777
00:51:47.630 --> 00:51:51.134

778
00:51:51.640 --> 00:51:55.127
มีประโยชน์อย่างไรมากคุณครูคณิตาครับที่เด็ก ๆ

779
00:51:55.641 --> 00:51:59.126
มีประโยชน์ก็คือทำให้การเขียนเรียงความนั่้น

780
00:51:59.642 --> 00:52:03.137
เป็นลำดับขั้นตอนค่ะ แล้วก็มีความสัมพันธ์

781
00:52:03.648 --> 00:52:07.126
ที่เชื่อมโยงซึ่งกันและกันค่ะ ทำให้การ

782
00:52:07.654 --> 00:52:11.127
ง่ายมากขึ้นและเข้าใจได้มากขึ้นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่คือประโยชน์ใช่ไหมครู

783
00:52:11.654 --> 00:52:15.127
คณิตา อีกข้อหนึ่งการปฏิบัติตามหลักการเขียน

784
00:52:15.655 --> 00:52:19.129
เรียงความนั้นมีประโยชน์อย่างไร พอปฏิบัติตามหลักด

785
00:52:19.656 --> 00:52:23.129
มันมัประโยชน์อย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) ก็ทำให้

786
00:52:23.657 --> 00:52:27.130
น่าสนใจและน่าอ่านมากยิ่งขึ้นค่ะ

787
00:52:27.664 --> 00:52:31.127
อย่างที่บอกนะคะ การเขียนเรียงความ จะต้องมีคำนำ เนื้อ

788
00:52:31.685 --> 00:52:35.127
สรุป นะคะ แล้วก็หลักการต่าง ๆ ในการเขียนเรียงความ

789
00:52:35.691 --> 00:52:39.130
อีกมากมายที่เราจะต้องนำมาปรับและประยุกต์ใช้ให้

790
00:52:39.692 --> 00:52:43.129
งานเขียนเรียงความนั้นดียิ่งขึ้นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับ

791
00:52:43.696 --> 00:52:47.126
บทเรียนครั้งต่อไป ก็คงจะอยู่ในเรื่องของเรียงความอีก

792
00:52:47.700 --> 00:52:51.126
ความเช่นเดิมนะครับ นักเรียนก็เตรียมตัวดังนี้นะ

793
00:52:51.709 --> 00:52:55.134
ใบความรู้ เรื่อง การเขียนแผนภาพความคิด

794
00:52:55.713 --> 00:52:59.127
เพื่อใช้พัฒนาความคิดและการ

795
00:52:59.718 --> 00:53:03.126
เรียงความสร้างสรรค์ครับ (คุณครูคณิตา) ซึ่งคุณครูนะคะ ดาวน์โหลด

796
00:53:03.723 --> 00:53:07.126
ข้อมูลได้ที่นี่เลยค่ะ อย่าลืมนครับ

797
00:53:07.725 --> 00:53:11.126
กลับไปเขียนถึงเพื่อนที่เรารักและสนิท

798
00:53:11.726 --> 00:53:15.127
สละสลวยเป็นเรียงความเรื่องแรก

799
00:53:15.730 --> 00:53:19.127
ของชั้นประถมศึกษาปี่ที่ 6

800
00:53:19.732 --> 00:53:23.127
ตั้งใจนะครับ วันนี้ไว้เท่านี้ครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ

801
00:53:23.733 --> 00:53:27.126
[เสียงดนตร

802
00:53:27.748 --> 00:53:31.127
[เสียงดนตรี] -

803
00:53:31.750 --> 00:53:35.127

804
00:53:35.752 --> 00:53:39.126

805
00:53:39.755 --> 00:53:43.126

806
00:53:43.767 --> 00:53:47.128

807
00:53:47.768 --> 00:53:51.127
ที่น่ารักของคุณครูทุกคนนะครับ วันนี้มาพบ

808
00:53:51.772 --> 00:53:55.127
ครูปรเมษฐ ศรีกำเหนิด

809
00:53:55.776 --> 00:53:59.127

810
00:53:59.777 --> 00:54:03.133
(คุณครูปรเมษฐ) สวัสดีคุณครูทุกท่าน และนักเรียน

811
00:54:03.778 --> 00:54:07.128
พานักเรียนนั้นไปศึกษาเกี่ยวกับเรื่อง

812
00:54:07.782 --> 00:54:11.782
ของการเขียนใช่ไหมครูคณิตา ที่

813
00:54:11.783 --> 00:54:15.783

814
00:54:15.792 --> 00:54:15.793

815
00:54:19.793 --> 00:54:19.794

816
00:54:23.794 --> 00:54:23.795


