﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:04.000

2
00:00:04.005 --> 00:00:08.005

3
00:00:08.008 --> 00:00:12.008

4
00:00:12.009 --> 00:00:16.009

5
00:00:16.014 --> 00:00:20.014

6
00:00:20.017 --> 00:00:24.017

7
00:00:24.020 --> 00:00:28.020

8
00:00:28.021 --> 00:00:32.021

9
00:00:32.023 --> 00:00:36.023

10
00:00:36.025 --> 00:00:40.025

11
00:00:40.029 --> 00:00:44.029

12
00:00:44.031 --> 00:00:48.031

13
00:00:48.035 --> 00:00:52.035

14
00:00:52.037 --> 00:00:56.037

15
00:00:56.040 --> 00:01:00.040

16
00:01:00.043 --> 00:01:04.043

17
00:01:04.046 --> 00:01:08.046

18
00:01:08.048 --> 00:01:12.048

19
00:01:12.050 --> 00:01:16.050

20
00:01:16.053 --> 00:01:20.053

21
00:01:20.056 --> 00:01:24.056

22
00:01:24.073 --> 00:01:28.073

23
00:01:28.076 --> 00:01:32.076

24
00:01:32.079 --> 00:01:36.079
(อาจารย์พิเชนทร์) ครับผม สวัสดีครับ

25
00:01:36.083 --> 00:01:40.083
พี่ล่าม พี่ล่ามชื่ออะไรนพ

26
00:01:40.087 --> 00:01:44.087
ขอเสียงพี่ล่ามหน่อย

27
00:01:44.089 --> 00:01:48.089

28
00:01:48.091 --> 00:01:52.091
ปอยไม่มีเสียง

29
00:01:52.094 --> 00:01:56.094

30
00:01:56.096 --> 00:02:00.096

31
00:02:00.099 --> 00:02:04.099

32
00:02:04.101 --> 00:02:08.101
อะไรนะ โอเค ๆ

33
00:02:08.104 --> 00:02:12.104
ชื่อเก๋ อยู่นี่ก็เก๋ อยู่นั่นก็เก๋นะ

34
00:02:12.108 --> 00:02:16.108

35
00:02:16.109 --> 00:02:20.109
ก็วันนี้ก็

36
00:02:20.110 --> 00:02:24.110
มีวิชาผมวิชาเดียวนะครับ ช่วงบ่าย เราคงเจอกัน

37
00:02:24.115 --> 00:02:28.115
นะครับ ประมาณน่าจะครึ่งเทอมนะ

38
00:02:28.117 --> 00:02:32.117
ถอดความมาหรือยังถอดความ

39
00:02:32.119 --> 00:02:36.119
ยังไม่เห็นถอดความเลยนะครับ

40
00:02:36.121 --> 00:02:40.121
ก็ยินดีต้อนรับ

41
00:02:40.122 --> 00:02:44.122
พี่เก๋นะครับ เขาสู่ระบบล่ามออนไลน์ของเรานะครับ

42
00:02:44.124 --> 00:02:48.124
ผมเองก็

43
00:02:48.128 --> 00:02:52.128
เป็นอาจารย์ที่มาทดลองที่นี่นะครับ

44
00:02:52.132 --> 00:02:56.132
พี่เก๋ครับ ทดสอบที่สกลนครน่ะครับ

45
00:02:56.134 --> 00:03:00.134
ก็ต้องขอบคุณทาง TTRS  นะครับ ขอบคุณทาง

46
00:03:00.136 --> 00:03:04.136
กสทช. ขอบคุณทาง Ne

47
00:03:04.137 --> 00:03:08.137
ให้โอกาสเรานะครับ ได้ใช้ล่ามออนไลน์

48
00:03:08.139 --> 00:03:12.139
ใช้มา ใช้ก่อนเพื่อนเลยนะ ของเรา

49
00:03:12.141 --> 00:03:16.141
ใช่ก่อนเพื่อนเลยนะครับ ของเราใช้ก่อนเพื่อนเลยนะครับ

50
00:03:16.142 --> 00:03:20.142
พี่อะไรนะ พี่กาตูน

51
00:03:20.143 --> 00:03:24.143
ลาออกไปแล้วนะครับ เพิ่งเจอกันมาไปกันแล้วนะครับ

52
00:03:24.144 --> 00:03:28.144
ไม่เป็นไรครับ ก็ว่ากันไปนะครับ

53
00:03:28.148 --> 00:03:32.148
ก็คงสักครู่หนึ่งนะครับ พี่เก๋รอสักครู่หนึ่ง

54
00:03:32.186 --> 00:03:36.186
รอ เด็ก ๆ ก่อนสัก 2 3 คน

55
00:03:36.188 --> 00:03:40.188
ให้ข้อมูลพี่เก๋นิดหนึ่งนะครับ

56
00:03:40.192 --> 00:03:44.192
พอดีทางราชภัฏสกลนครเรา มี

57
00:03:44.196 --> 00:03:48.196
ห้องเรียนพิเศษแบบนี้นะครับ 3 ห้องเรียนนะครับ

58
00:03:48.197 --> 00:03:52.197
แต่ ด้วยที่

59
00:03:52.198 --> 00:03:56.198
ผมเองก็เป็นผู้ดูแลทั้งหมดเลยนะครับ ก็

60
00:03:56.200 --> 00:04:00.200
รู้สึกขอบคุณแล้วก็เกรงใจทางด้าน TTRS

61
00:04:00.202 --> 00:04:04.202
ก็เลยขอใช้บริการแค่...

62
00:04:04.203 --> 00:04:08.203

63
00:04:08.204 --> 00:04:12.204
มาครั้งแรกนะครับ

64
00:04:09.780 --> 00:04:13.780

65
00:04:13.781 --> 00:04:17.781
เร

66
00:04:17.784 --> 00:04:21.784

67
00:04:21.785 --> 00:04:25.785

68
00:04:25.790 --> 00:04:29.790
น้อง ๆ ทีมงานทั้งหลาย TTRS

69
00:04:29.792 --> 00:04:33.792
ทำงานหนัก หนักมากนะ

70
00:04:33.793 --> 00:04:37.793
บางคนแทบไม่ได้ดินข้าวเที่ยง

71
00:04:37.795 --> 00:04:41.795
ก็น่าเห็นใจนะครับ ก็ช่วงปีที่แล้วนี่

72
00:04:41.797 --> 00:04:45.797
พี่อี๊ด พี่การ์ตูน ก็ออนไลน์

73
00:04:45.799 --> 00:04:49.799
ออนไลน์จนกลายเป็นครอบครัวเดียวกันนะครับ 2-3

74
00:04:49.800 --> 00:04:53.800
ปีนะครับ มาปีนี้เทอมนี้

75
00:04:53.802 --> 00:04:57.802
บอกไปแล้วนะครับ พี่อิ๋วรายงานว่าลาออกแล้วนะครับ ก็

76
00:04:57.803 --> 00:05:01.803
รู้สึกใจหายนิดหนึ่ง

77
00:05:01.805 --> 00:05:05.805
ครับ ๆ ก็เห็นพี่อิ๋วแจ้งว่า

78
00:05:05.807 --> 00:05:09.807
ให้พี่เก๋มาช่วยนะครับ

79
00:05:09.808 --> 00:05:13.808
เป็นสแตนบายให้ ก็ขอบคุณด้วยนะ

80
00:05:13.809 --> 00:05:17.809
ครับ เรายับรับเรื่อย ๆ นะพี่เก๋

81
00:05:17.811 --> 00:05:21.811
เรื่อย ๆ นะ พี่เก๋ ทุกรุ่น

82
00:05:21.813 --> 00:05:25.813
ปี

83
00:05:25.817 --> 00:05:29.817
ปีหน้าอีก 2 ปีเราจะงดรับ

84
00:05:29.818 --> 00:05:33.818
นะครับ งดรับเด็กคอมพิวเตอร์

85
00:05:33.819 --> 00:05:37.819
เราไม่งดรับเด็กหูครับ เราจะงดรับเอกคอมพิวเตอร์

86
00:05:37.822 --> 00:05:41.822
นะครับเราจะรับใหม่อีก

87
00:05:41.823 --> 00:05:45.823
ปี 2567 นะครัย ปี 2567 ปี

88
00:05:45.825 --> 00:05:49.825
2567 - 2568 ผมกำลังทำ

89
00:05:49.828 --> 00:05:53.828
หลักสูตรใหม่นะครับ เป็นหลักสูตรสำหรับผู้พิการโดยเฉพาะนะครับ

90
00:05:53.830 --> 00:05:57.830

91
00:05:57.832 --> 00:06:01.832
ได้ยินแต่มันเบา

92
00:06:01.833 --> 00:06:05.826
ไม่เป็นไร ๆ

93
00:06:05.834 --> 00:06:09.834
ก็ต้องขอบคุณทาง TTRS อีกครั้งหนึ่งนะครับ

94
00:06:09.835 --> 00:06:13.835
เพราะว่า ลูกศิษท์เราที่จบไป

95
00:06:13.836 --> 00:06:17.836
2 รุ่นนะครับ ก็ตอนนี้ก็ทำงานที่ TTRS นะครับ

96
00:06:17.838 --> 00:06:21.838
น้องปุ๊กกี้นะครับ ที่เป็นนางงามพี่เก๋

97
00:06:21.852 --> 00:06:25.852
คงเห็นนะ ถ้าเขาไปใน TTRS นะครับ

98
00:06:25.854 --> 00:06:29.854
ก็ทำงานที่นั่นเลย

99
00:06:29.857 --> 00:06:33.857
ปี 19, ปี 20 นะครับ ก็ได้รับคำชื่นชม

100
00:06:33.860 --> 00:06:37.860
นะครับ จาก TTRS ว่า

101
00:06:37.862 --> 00:06:41.862
มือสวยนะครับ ล่ามมือสวยนะครับ

102
00:06:41.864 --> 00:06:45.864
แต่เราก็เสียดายอยู่นะครับพี่เก๋

103
00:06:45.865 --> 00:06:49.865
เลยนะครับ แล้วก็รุ่นก่อนนั้นนะครับ เราไม่ได้ใช้

104
00:06:49.866 --> 00:06:53.866
ออนไลน์ล่ามทางไกลเรา เราไปโดน

105
00:06:53.868 --> 00:06:57.868
จากส่วนกลาง ว่าให้ว่าภาษามือเราเป็นภาษาบ้านนอก

106
00:06:57.869 --> 00:07:01.869
นะครับ ผมยังจำคำนี้ได้เลยนะครับ

107
00:07:01.870 --> 00:07:05.870
ผมโดนทางด้านส่วนกลางบอกว่าลูกศิษย์อาจารย์น่ะ

108
00:07:05.872 --> 00:07:09.872
เวลามาใช้ภาษามือกับทางส่วนกลาง

109
00:07:09.873 --> 00:07:13.873
ปรากฏว่าเป็นภาษาแบบบ้านนอกนะ

110
00:07:13.874 --> 00:07:17.874
เขา ใช้คำว่าบ้านนอกผมก็

111
00:07:17.875 --> 00:07:21.875
ไม่ได้ว่าอะไรนะครับ แต่ก็คิดในใจ

112
00:07:21.878 --> 00:07:25.878
ว่าทำไมบ้านนอกอย่างไร เราสกลนครเราก็บ้านนอกอยู่แล้ว

113
00:07:25.879 --> 00:07:29.879
เราก็ไม่รู้นะครับ ใช่ ๆ

114
00:07:29.880 --> 00:07:33.880

115
00:07:33.882 --> 00:07:37.882
แต่พอปีรุ่นที่ 2 นะครับ รุ่นปุ๊กกี้น่ะ รุ่นที่ 1, รุ่นที่ 2

116
00:07:37.885 --> 00:07:41.885
รุ่นที่ 3 รุ่นที่ 4 ในห้องนี้ ณ ปัจจุบัน

117
00:07:41.887 --> 00:07:45.887
คือ รุ่นที่ 5 นะครับ รุ่นที่ 5 น้อง ๆ คุ้นเคยนะครับ

118
00:07:45.888 --> 00:07:49.888
กับทีวี จากที่เรียนกับเรา

119
00:07:49.890 --> 00:07:53.890
แล้วก็จากที่เรียนกับเรานะครับ

120
00:07:53.891 --> 00:07:57.891
ได้หรือยัง

121
00:07:57.892 --> 00:08:01.892
ไอ้พลอย ถอดความ

122
00:08:01.892 --> 00:08:05.892

123
00:08:05.893 --> 00:08:09.893

124
00:08:09.895 --> 00:08:13.895
รอถอดความแป๊บหนึ่งครับพี่เก๋

125
00:08:13.897 --> 00:08:17.897
แป๊บหนึ่ง เรามีอยู่ 2-3 ระบบในชุดเดียวกัน

126
00:08:17.898 --> 00:08:21.898

127
00:08:21.899 --> 00:08:25.899
เราก็ใช้เวลาเกือบ 2 ปีนะครับ

128
00:08:25.901 --> 00:08:29.901
ระบบนี้กว่าจะสำเร็จได้นะครับ

129
00:08:29.903 --> 00:08:33.903
ทางทีมงาน

130
00:08:33.904 --> 00:08:37.904
พี่อิ๋ว ก็มาเทียวไปเทียวมา

131
00:08:37.907 --> 00:08:41.907
นะครับ สกลนคร - กรุงเทพฯ นะครับ ถ้าแถวบ้านผมเรียก

132
00:08:41.909 --> 00:08:45.909
เทียวไปเทียวมาเหมือนไปนา

133
00:08:45.910 --> 00:08:49.910
พี่เก๋

134
00:08:49.910 --> 00:08:53.910
เป็นคนที่ไหนครับ เป็นคน

135
00:08:53.912 --> 00:08:57.912
จังหวัดอะไร กรุงเทพฯ

136
00:08:57.913 --> 00:09:01.913
อ๋อ แต่เป็นคนกรุงเทพโดยกำเนิดหรือ

137
00:09:01.915 --> 00:09:05.915
อย่างนั้นก็ผมสอน ผมจะได้ไม่ใช่ Original ไง

138
00:09:05.916 --> 00:09:09.916
ใช้ อริจินอลไง ไม่ใช่ภาษาถิ่น

139
00:09:09.921 --> 00:09:13.921

140
00:09:13.923 --> 00:09:17.923
เพราะปีที่ 1 ผมสอน ๆ ไป

141
00:09:17.924 --> 00:09:21.924
แล้วผมใช้ภาษาท้องถิ่นนะครับ ภาษาย้อ

142
00:09:21.925 --> 00:09:25.925
ภาษา พื้นที่สกลนคร

143
00:09:25.927 --> 00:09:29.927
แล้วปรากฏพี่ล่ามทำมือไม่เข้าใจ ถอดความ

144
00:09:29.928 --> 00:09:33.928
ก็ใช้เครื่องหมาย ? จนลูกศิษย์ของเรา

145
00:09:33.930 --> 00:09:37.930
ลุกขึ้นแล้วก็ยกมือชี้มาที่ล่ามหน้าจอ

146
00:09:37.931 --> 00:09:41.931
ผมก็เลยมองดูเห็นล่าม ล่ามก็ทำมือ

147
00:09:41.934 --> 00:09:45.934
ชี้โบ้ชี้เบ้บอกว่าอาจารย์พิเชนทร์พูดอะไร

148
00:09:45.940 --> 00:09:49.940
นะครับ ก็เลยเป็นที่มาผมก็เลยแนะนำ

149
00:09:49.944 --> 00:09:53.944
ทางด้าน TTRS ก็รับล่ามภาษามือคนอีสานด้วย

150
00:09:53.945 --> 00:09:57.945
นะครับก็จะได้ฟังภาษาอีสารออก

151
00:09:57.947 --> 00:10:01.947
ก็เป็นที่มานะครับ

152
00:10:01.948 --> 00:10:05.948
ใช่ รับคนอีสานไม่พอ รับคนภาคเหนือด้วย รับคนใต้ด้วย

153
00:10:05.950 --> 00:10:09.950
นะครับ มาเป็นล่าม เอาทุกภาค

154
00:10:09.951 --> 00:10:13.951
ให้ชัดเจนนะครับ เพราะปกติ

155
00:10:13.952 --> 00:10:17.952
เวลาผมสอนผมจะใส่ภาษาถิ่นเป็นส่วนใหญ่นะครับ เพราะ

156
00:10:17.953 --> 00:10:21.953
เด็กท้องถิ่นนะครับ

157
00:10:21.954 --> 00:10:25.954
ได้ไหม ถอดความ ก็จะ

158
00:10:25.955 --> 00:10:29.955
ล่ามอย่างเดียวนะ

159
00:10:29.956 --> 00:10:33.956

160
00:10:33.957 --> 00:10:37.957
อันนี้รอถอดความนิดหนึ่ง

161
00:10:37.961 --> 00:10:41.961
นะครับ

162
00:10:41.962 --> 00:10:45.962

163
00:10:45.966 --> 00:10:49.966

164
00:10:49.970 --> 00:10:53.970

165
00:10:53.971 --> 00:10:57.971

166
00:10:57.974 --> 00:11:01.974

167
00:11:01.977 --> 00:11:05.977
ได้ไหม

168
00:11:05.979 --> 00:11:09.979
อ่าวหรือ

169
00:11:09.981 --> 00:11:13.981
เหมือนกันลูก เหมือนกัน

170
00:11:13.984 --> 00:11:17.984

171
00:11:17.988 --> 00:11:21.988

172
00:11:21.990 --> 00:11:25.990
มาแล้วก็นั่งที่นะครับ

173
00:11:25.994 --> 00:11:29.994
นั่งที่นะครับ

174
00:11:29.995 --> 00:11:33.995
เก้าอี๋พิเศษเรามีให้นะครับ

175
00:11:33.999 --> 00:11:37.999

176
00:11:38.001 --> 00:11:42.001
มาแล้ว ๆ นะครับ ถอดความมาแล้วนะครับ

177
00:11:42.003 --> 00:11:46.003
ทีนี้

178
00:11:46.004 --> 00:11:50.004
จะต้องตั้งใจบรรยายนิดนึงนะครับ

179
00:11:50.005 --> 00:11:54.005
ทีมงานซอฟต์แวร์พาทีจะมา

180
00:11:54.006 --> 00:11:58.006
ขอบันทึกเสียงนะครับ ขอถอดเอาไปทำเป็นโปรแกรมถอดความ

181
00:11:58.007 --> 00:12:02.007
แต่ก็จะมีบางช่วงพี่เก๋นะ จะใช้

182
00:12:02.009 --> 00:12:06.009
ภาษาทองถิ่นนะครับ Orijina;

183
00:12:06.010 --> 00:12:10.010
ให้มีความหลากหลายนะครับ เพราะว่าในห้องเรียนเรา

184
00:12:10.013 --> 00:12:14.013
นะครับ ในห้องเรียนเราขณะนี้ก็

185
00:12:14.015 --> 00:12:18.015
มีน้อง ๆ ปกติอยู่

186
00:12:18.016 --> 00:12:22.016
ประมาณ 30 กว่าคนแล้วก็มีน้อง ๆหูหนวกอีัก

187
00:12:22.023 --> 00:12:26.023
ประมาณ 8 คนนะครับ

188
00:12:26.024 --> 00:12:30.024
ครับ ๆ

189
00:12:30.025 --> 00:12:34.025
ก็... อ๋อ

190
00:12:34.027 --> 00:12:38.027
มันอุบลมันลาวนะ ไม่ใช้ย้อนะ

191
00:12:38.028 --> 00:12:42.028
เดี๋ยวฟังดูแล้วกันนะ ภาษาผมจะฟังออกไหม เพราะ

192
00:12:42.032 --> 00:12:46.032
ว่าเป็นภาษาท้องถิ่นนะครับ

193
00:12:46.034 --> 00:12:50.034
ครบหรือยัง ครบหรือยังเด็ก ๆ

194
00:12:50.036 --> 00:12:54.036
วันนี้นะครับก็

195
00:12:54.038 --> 00:12:58.038
จะพูดถึงนะครับ ความเป็นมา

196
00:12:58.040 --> 00:13:02.040
ของวิชาระบบปฏิบัติการและแพลตฟอร์ม

197
00:13:02.045 --> 00:13:06.045
คอมพิวเตอร์นะครับ เรียนรายวิชาผมก็

198
00:13:06.047 --> 00:13:10.047
ไม่ต้องรีบร้อนนะครับ

199
00:13:10.050 --> 00:13:14.050
ใจเย็น ๆ นะครับ

200
00:13:14.053 --> 00:13:18.053
ค่อย ๆ ไป เราจะไม่รีบไม่ร้อนนะครับ

201
00:13:18.058 --> 00:13:22.058
เห็นไหม ภาษาท้องถิ่นเริ่มมาแล้วนะครับ เก๋

202
00:13:22.059 --> 00:13:26.059
นะครับเราจะไม่รีบ

203
00:13:26.061 --> 00:13:30.061
เนื้อหารายวิชานี้นะครับ ส่วนใหญ่จะเป็นบรรยาย

204
00:13:30.062 --> 00:13:34.062
นะครับ ผมจะสอน

205
00:13:34.065 --> 00:13:38.065
อยู่ประมาณครึ่งเทอมนะครับ สอนประมาณ

206
00:13:38.066 --> 00:13:42.066
ครึ่งเทอม  ส่วน

207
00:13:42.067 --> 00:13:46.067
ครึ่งเทอมหลังผมจะสอนภาคปฏิบัติ

208
00:13:46.068 --> 00:13:50.068
นะครับ พอสอนภาคปฏิบัติผมจะไม่ใช้

209
00:13:50.069 --> 00:13:54.069
ห้องนะครับ เราจะแยกไปสอนที่อาคาร 7

210
00:13:54.071 --> 00:13:58.071
นะครับ พอเวลาเราเรนียนปฏิบัติ

211
00:13:58.072 --> 00:14:02.072
ผมจะไม่ให้มาเรียนทั้งห้องแบบนี้นะครับ ผมจะให้เรียนเป็นกลุ่ม

212
00:14:02.073 --> 00:14:06.073
นะครับ กลุ่มละ 8 คน

213
00:14:06.074 --> 00:14:10.074
นะครับ เดี๋ยวจะบอกว่าสัปดาห์ที่ 1 กลุ่มไหน

214
00:14:10.076 --> 00:14:14.076
สัปดาห์ไหนกลุ่มที่ 8 เรียน

215
00:14:14.085 --> 00:14:18.085
เราจะแยกเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 8 คน พอแยก

216
00:14:18.086 --> 00:14:22.086
เรียนเสร็จสอบเลยให้มันจบ

217
00:14:22.087 --> 00:14:26.087
คือ ภาคปฏิบัตินะครับ ส่วนภาคปฏิบัติจะเรียนอะไร ค่อยว่ากัน

218
00:14:26.090 --> 00:14:30.090
นะครับ มาดูนะครับ

219
00:14:30.091 --> 00:14:34.091
ในบทนี้นะครับ จะพูดถึงพื้นฐาน

220
00:14:34.093 --> 00:14:38.093
พื้นฐานนะครับ พื้นฐานคอมพิวเตอร์เรา

221
00:14:38.097 --> 00:14:42.097
ว่าเป็นมาอย่างไรนะครับ

222
00:14:42.098 --> 00:14:46.098

223
00:14:46.099 --> 00:14:50.099

224
00:14:50.106 --> 00:14:54.106

225
00:14:54.107 --> 00:14:58.107
เหมือนมันไม่โชว์ขึ้นหน้าจอ

226
00:14:58.113 --> 00:15:02.113

227
00:15:02.114 --> 00:15:06.114
ไปอยู่หรือ ทำไมของค่อยไม่เปลี่ยน

228
00:15:06.116 --> 00:15:10.116
อันนี้ไม่เปลี่ยน

229
00:15:10.117 --> 00:15:14.117
เอาแล้ว ระบบนะ

230
00:15:14.120 --> 00:15:18.120
หน้าจอเปลี่ยน แต่หน้าจอ

231
00:15:18.121 --> 00:15:22.121
ผมไม่เปลี่ยนนะครับ

232
00:15:22.123 --> 00:15:26.123

233
00:15:26.125 --> 00:15:30.125
โอเคนะครับ ดูต่อนะครับ

234
00:15:30.127 --> 00:15:34.127
เกิดข้อผิดพลาด

235
00:15:34.128 --> 00:15:38.128
ทางราชภัฏนิดหน่อยนะครับ ค่อย ๆ แก้ไปนะครับ

236
00:15:38.129 --> 00:15:42.129
มาแล้วก็

237
00:15:42.130 --> 00:15:46.130
อย่าเพิ่งคุยกันนะครับ ตั้งใจฟังก่อนนะครับ

238
00:15:46.132 --> 00:15:50.132
อันแรกนะครับเป็นความรู้

239
00:15:50.137 --> 00:15:54.137
เกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์และระบบปฏิบัติการนะครับ

240
00:15:54.139 --> 00:15:58.139
คอมพิวเตอร์

241
00:15:58.140 --> 00:16:02.140
หมายถึงอะไรนะครับ

242
00:16:02.141 --> 00:16:06.141
ในความคิดเรา เราคิดว่า

243
00:16:06.142 --> 00:16:10.142
หมายถึงอะไร ถามมิ่ง

244
00:16:10.144 --> 00:16:14.144
มิ่งคิดว่าคอมพิวเตอร์ในความคิดมิ่งหมายถึงอะไรครับ

245
00:16:14.145 --> 00:16:18.145
ไอ้ที่ตั้งอยู่ข้างหน้าน่ะ

246
00:16:18.154 --> 00:16:22.154
เราคิดว่ามันคืออะไร

247
00:16:22.155 --> 00:16:26.155
ในความคิดเรานะ ไม่ต้องอ่านในสไลด์นะ ความคิดเรา

248
00:16:26.156 --> 00:16:30.156

249
00:16:30.160 --> 00:16:34.160

250
00:16:34.161 --> 00:16:38.161

251
00:16:38.166 --> 00:16:42.166

252
00:16:42.169 --> 00:16:46.169
นี่ ๆ บาสใช่ไหม

253
00:16:46.170 --> 00:16:50.170
บาส ต้า ไอ้ต้า

254
00:16:50.173 --> 00:16:54.173
นี่มิ๊กกี้

255
00:16:54.175 --> 00:16:58.175
ใช่ไหม เดี๋ยวสลับสิ แม็กกี้

256
00:16:58.176 --> 00:17:02.176
กดตรงไหนนะลืมแล้วนี่ ล่ามไอ้นี่หรือเปล่า

257
00:17:02.179 --> 00:17:06.179
ไอ้เราเบอร์อะไร เบอร์ 1

258
00:17:06.180 --> 00:17:10.180
ถามแม็กกี้

259
00:17:10.181 --> 00:17:14.181
ถามแม็กอะไรนะ แม็กกี้

260
00:17:14.187 --> 00:17:18.187
ดูในจอจะได้คุ้นเคย ดูในจอ อยากถามแม็กกี้ว่า

261
00:17:18.189 --> 00:17:22.189
คอมพิวเตอร์ในความคิดของแม็กกี้มันคืออะไร

262
00:17:22.190 --> 00:17:26.190

263
00:17:26.192 --> 00:17:30.192
คืออะไรตอบสิ ๆ

264
00:17:30.194 --> 00:17:34.194
ลองตอบ ตอบเลยหน้าเราตอบตรงนั้นได้เลย

265
00:17:34.195 --> 00:17:38.195
ตอบได้เลยลูก ทำภาษามือ

266
00:17:38.196 --> 00:17:42.196
เลยลูกบอกเลยบอกผ่าพี่เก๋เลย

267
00:17:42.197 --> 00:17:46.197

268
00:17:46.198 --> 00:17:50.198

269
00:17:50.199 --> 00:17:54.199
ไม่เห็นมือหรือ เก้าอี้มันนั่นไป

270
00:17:54.201 --> 00:17:58.201
เห็นมือไหม

271
00:17:58.203 --> 00:18:02.203

272
00:18:02.204 --> 00:18:06.204

273
00:18:06.206 --> 00:18:10.206

274
00:18:10.208 --> 00:18:14.208

275
00:18:14.212 --> 00:18:18.212

276
00:18:18.217 --> 00:18:22.217

277
00:18:22.219 --> 00:18:26.219
เก่งนะนี่ เก่งนะ

278
00:18:26.221 --> 00:18:30.221
ให้ความหมายได้ลึกซึ่งนะครับ

279
00:18:30.223 --> 00:18:34.223
ตี๋นี่เบอร์ 8 ใช่ไหม

280
00:18:34.229 --> 00:18:38.229
ไหนล่ะเบอร์ 8 เบอร์ 8

281
00:18:38.230 --> 00:18:42.230

282
00:18:42.232 --> 00:18:46.232
ตี๋ ตี๋ตอบสิว่า

283
00:18:46.233 --> 00:18:50.233
ในความคิดตี๋คิดว่าคอมพิวเตอร์คืออะไรลูก

284
00:18:50.235 --> 00:18:54.235

285
00:18:54.236 --> 00:18:58.236
ตอบผ่านพี่ล่ามเลย

286
00:18:58.238 --> 00:19:02.238

287
00:19:02.245 --> 00:19:06.245

288
00:19:06.248 --> 00:19:10.248

289
00:19:10.251 --> 00:19:14.251

290
00:19:14.252 --> 00:19:18.252

291
00:19:18.256 --> 00:19:22.256

292
00:19:22.258 --> 00:19:26.258
(ล่าม) ประมาณนี้ครับ

293
00:19:23.049 --> 00:19:27.049

294
00:19:27.051 --> 00:19:31.051

295
00:19:31.055 --> 00:19:35.055
ได

296
00:19:35.057 --> 00:19:39.057
ถามผ

297
00:19:39.059 --> 00:19:43.059
บาส บาสใช่ไหม บาสเบอร์อะไร เบอร์ 7

298
00:19:43.061 --> 00:19:47.061

299
00:19:47.062 --> 00:19:51.062
เอาเสียหน่อย ๆ

300
00:19:51.065 --> 00:19:55.065
ถามบาส คำถามเดียวกันเลย คอมพิวเตอร์

301
00:19:55.080 --> 00:19:59.080
หมายถึงอะไร

302
00:19:59.083 --> 00:20:03.083

303
00:20:03.085 --> 00:20:07.085
(ล่าม) คอมพิวเตอร์ใช่ไหมครับ ก็เกี่ยวกับระบบครับ มี CPU

304
00:20:07.087 --> 00:20:11.087
มีระบบที่สามารถพิมพ์ได้ มีระบบต่าง ๆ ที่

305
00:20:11.089 --> 00:20:15.089
เอาไว้เก็บข้อมูล แล้วก็มีระบบต่าง ๆ

306
00:20:15.091 --> 00:20:19.091
แล้วก็มีความรู้ต่าง ๆ ที่อยุ่ในระบบ

307
00:20:19.093 --> 00:20:23.093
เดี๋ยวนี้เก่งนะนี่ ตอบได้กันหมดเลย

308
00:20:23.095 --> 00:20:27.095
รุ่นก่อน ๆ ไม่ตอบเลยนะครับ จะนั่งยิ้ม ตอนนี้ไม่รู้ว่า

309
00:20:27.096 --> 00:20:31.096
ใครน่าบูด ใครหัวเรา ใครใส่หน้ากากกัน

310
00:20:31.097 --> 00:20:35.097
ใครไม่ใส่หน้ากาก ก็อย่าเอามาแพร่เพื่อน

311
00:20:35.103 --> 00:20:39.103
นะครับ เพราะว่าปี 2, ปี 3 เป็น COVID กันเยอะ

312
00:20:39.105 --> 00:20:43.105
สำหรับเด็ก ๆ ที่ตอบคำถามนะครับ

313
00:20:43.108 --> 00:20:47.108
นี่คือผมพยายามจะให้น้อง ๆ ปี 1 นะ พี่เก๋นะ ว่า

314
00:20:47.109 --> 00:20:51.109
เวลาที่เรีนนในห้อง

315
00:20:51.111 --> 00:20:55.111
ผ่านล่ามออนไลน์นี่เราสามารถที่จะถามอาจารย์ได้ตลอดเวลา

316
00:20:55.112 --> 00:20:59.112
สวิตช์ถามได้ตลอดเวลา เราพยายามถาม

317
00:20:59.113 --> 00:21:03.113
นะครับ ถ้าเราถามอย่างนี้ เราจะสื่อสาร เราจะคุ้นเคยกัน

318
00:21:03.114 --> 00:21:07.114
นะครับเพื่อนหูดีเหมือนกันนะ

319
00:21:07.120 --> 00:21:11.120
เราสามารถกด ผมสามารถกดสวิตช์หน้าพวกเราได้หมดนะครับ

320
00:21:11.127 --> 00:21:15.127
คุยกันได้นะครับ เราจะพยายามศึกษาเรียนรู้กันไป

321
00:21:15.129 --> 00:21:19.129
มันก็จะเป็นการเรียนที่มันจะแหวก ไม่เหมือนกับ

322
00:21:19.140 --> 00:21:23.140
ห้องปกติทุ่วไป มาดูนะครับความหมาย

323
00:21:23.141 --> 00:21:27.141
ของคอมพิวเตอร์ก็มีคนให้เยอะแยะมากมายนะครับ

324
00:21:27.143 --> 00:21:31.143
แต่ในความหมายภาครวม

325
00:21:31.145 --> 00:21:35.145
คอมพิวเตอร์ ก็คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดหนึ่ง

326
00:21:35.147 --> 00:21:39.147
นะครับ ที่ต้องอาศัยไฟ

327
00:21:39.148 --> 00:21:43.148
นะครับ ไม่มีไฟทำงานได้ไหม

328
00:21:43.150 --> 00:21:47.150
ทำไม่ได้ใช่ไหม แต่คอมพิวเตอร์

329
00:21:47.156 --> 00:21:51.156
มีความสามารถที่มากกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป คืออะไรครับ

330
00:21:51.157 --> 00:21:55.157
ในตัวคอมพิวเตอร์เองนะครับจะมี

331
00:21:55.158 --> 00:21:59.158
หน่วยประมวลผลอยู่ข้างในเครื่องใช่ไหม

332
00:21:59.159 --> 00:22:03.159
ที่เรียนเรียกว่า "CPU" ใช่ไหม

333
00:22:03.160 --> 00:22:07.160
มันจำได้ มันคิดได้ มันประมวลผลได้

334
00:22:07.161 --> 00:22:11.161
นี่ควา่มแตกต่างจาก

335
00:22:11.162 --> 00:22:15.162
เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทอื่นนะครับ นั่นหมายความว่า

336
00:22:15.165 --> 00:22:19.165
คอมพิวเตอร์หมายถึงอะไร มีความหมายเยอะแยะมากมายเลยนะครับ ในนี้

337
00:22:19.166 --> 00:22:23.166
เขาสรุปมาให้เรา ก็คือเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างหนึ่ง ที่

338
00:22:23.168 --> 00:22:27.168
สามารถรับข้อมูลและรับชุดคำสั่ง

339
00:22:27.170 --> 00:22:31.170
และไปประมวลผลและแสดงผลออกมาได้นะครับ

340
00:22:31.173 --> 00:22:35.173

341
00:22:35.175 --> 00:22:39.175

342
00:22:39.177 --> 00:22:43.177

343
00:22:43.181 --> 00:22:47.181

344
00:22:47.187 --> 00:22:51.187

345
00:22:51.189 --> 00:22:55.189

346
00:22:55.191 --> 00:22:59.191
คราวนี้เรามาดูประเภทของคอมพิวเตอร์

347
00:22:59.193 --> 00:23:03.193
มีกี่ประเภทนะครับ ในที่นี้นะครับ

348
00:23:03.195 --> 00:23:07.195
เขาแบ่งคอมพิวเตอร์ออกเป็น

349
00:23:07.197 --> 00:23:11.197
ทั้งหมดนะครับ 7

350
00:23:11.198 --> 00:23:15.198
7 ประเภทนะครับ

351
00:23:15.199 --> 00:23:19.199
ก็คือ Super Computer นะครับ Mainframe Computer, Mini Computer,

352
00:23:19.203 --> 00:23:23.203
PC นะครับ แล้วก็ Notebook นะครับ

353
00:23:23.204 --> 00:23:27.204
แล้วก็ Computer Network นะครับ มี 7 ประเภท

354
00:23:27.205 --> 00:23:31.205
ถ้ามาอ่านตำรา

355
00:23:31.206 --> 00:23:35.206
หลายเล่ม ไปค้นคว้าอินเทอร์เน็ตหลายที่นะครับ

356
00:23:35.208 --> 00:23:39.208
หลายคนแต่งนะครับ

357
00:23:39.208 --> 00:23:43.208
หลายคนเขียน ความหมาย ประเภทก็จะ

358
00:23:43.209 --> 00:23:47.209
ไม่เหมือนกันนะครับดังนั่น

359
00:23:47.211 --> 00:23:51.211
วิธีการเรียนทำอย่างไรครับ ในสถานศึกษานั้น

360
00:23:51.213 --> 00:23:55.213
เราเป็นนักศึกษานะครับ ถ้าเกิดว่าเรา

361
00:23:55.215 --> 00:23:59.215
เรียนในห้องนี้นะครับ สไลด์ที่ผมนำมาสอนตอนนี้

362
00:23:59.220 --> 00:24:03.220
บอกว่า 7 ประเภท แสดงว่า

363
00:24:03.236 --> 00:24:07.236
เราก็ต้องท่องไว้เอาไว้สอบนะครับ

364
00:24:07.238 --> 00:24:11.238
ต้องตามอาจารย์ผู้สอนนะ ตามสไลด์ไปนะครับ ผมก็

365
00:24:11.241 --> 00:24:15.241
อยากจะเปลี่ยนเหมือนกันนะ บางทีก็ใช้ร่วมกัน 7 ก็ 7

366
00:24:15.242 --> 00:24:19.242
ดูประเภทที่ 1 นะครับ

367
00:24:19.248 --> 00:24:23.248
Super Computer นะครับ หรือคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่

368
00:24:23.251 --> 00:24:27.251
นะครับ ชื่อก็บอกนะเป็นคอมพิวเตอร์นะครับ

369
00:24:27.252 --> 00:24:31.252
ขนาดใหญ่นะครับ ขนาดใหญ่ ใหญ่แค่ไหน

370
00:24:31.253 --> 00:24:35.253
ใหญ่เท่าห้องเรานี่

371
00:24:35.254 --> 00:24:39.254
ซึ่งถามว่าคอมพิวเตอร์ประเภทนี้ทำอย่างไรครับ

372
00:24:39.255 --> 00:24:43.255
มีราคาแพงที่สุดนะครับ

373
00:24:43.257 --> 00:24:47.257
ทำงานด้วยความเร็วสูงนะครัย เช่น

374
00:24:47.260 --> 00:24:51.260
การประมวลผลที่สับซ้อน

375
00:24:51.261 --> 00:24:55.261
เช่น การสร้างขีปนาวุธ การสร้างยานอวกาศ

376
00:24:55.264 --> 00:24:59.264
นะครับ การพยากรณ์อากาศ

377
00:24:59.280 --> 00:25:03.280
วันนี้ฝนจะตกไหม พรุ่งนี้ฝนจะตกไหม

378
00:25:03.281 --> 00:25:07.281
พวกนี้คือSuper Computerนะครับ

379
00:25:07.283 --> 00:25:11.283
ดูรูปนี้ นี่คือ Super Computer

380
00:25:11.285 --> 00:25:15.285
นะครับ

381
00:25:15.286 --> 00:25:19.286
ถามว่าในประเทศไทยมีไหม มีไหมครับ

382
00:25:19.289 --> 00:25:23.289
เราว่ามีไหมในประเทศไทย

383
00:25:23.291 --> 00:25:27.291
มีไหม

384
00:25:27.292 --> 00:25:31.292
ห้องหนึ่ง ห้องหนึ่ง

385
00:25:31.293 --> 00:25:35.293
ว่ามีไหม Super Computer

386
00:25:35.294 --> 00:25:39.294
มีไหมครับ ดูนี่ดู

387
00:25:39.295 --> 00:25:43.295
เช่น งานพยากรณ์อากาศ

388
00:25:43.297 --> 00:25:47.297
มีไหมประเทศไทยมีไหม ฟังอยู่ทุกเช้า

389
00:25:47.299 --> 00:25:51.299
นะครับ ใช่ไหม ข่าวพยากรณ์อากาศ ดาวเทียมพวกนี้

390
00:25:51.301 --> 00:25:55.301
นะครับ

391
00:25:55.302 --> 00:25:59.302
คอมพิวเตอร์ประเภทที่ 2 นะครับ

392
00:25:59.303 --> 00:26:03.303
คอมพิวเตอร์ขนาดกลาง Mainframe Computer นะครับ

393
00:26:03.307 --> 00:26:07.307
ก็เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีขนาด

394
00:26:07.310 --> 00:26:11.310
เล็กลงมาจาก Super Computer ที่เล็กลงมา

395
00:26:11.312 --> 00:26:15.312
ประมาณสักครึ่งห้อง เมื่อกี้เต็มห้องนะ ประมาณสักครึ่งห้องนะครับ

396
00:26:15.313 --> 00:26:19.313
Mainframe Computer ก็มีประสิทธิภาพ

397
00:26:19.316 --> 00:26:23.316
สูง แต่ก็น้อยกว่า Super Computer

398
00:26:23.318 --> 00:26:27.318
นะครับ ก็ทำงานใน

399
00:26:27.320 --> 00:26:31.320
องค์กรที่เล็กลง เช่น ธนาคาร

400
00:26:31.330 --> 00:26:35.330
บริษัทประกันภัย

401
00:26:35.331 --> 00:26:39.331
นะครับ ธนาคาร เช่นอะไรครับ ธนาคารอย่างที่เราไปกด

402
00:26:39.333 --> 00:26:43.333
เงิน ATM อยูหน้ามหาลัยบ้า

403
00:26:43.334 --> 00:26:47.334
ห้างสรรพสินค้าบ้าง มันจะมี Mainframe Computer อยู่ที่ส่วนกลาง

404
00:26:47.336 --> 00:26:51.336
นะครับ เอาไว้ประมวลผลแล้วก็กระจายออกไป

405
00:26:51.337 --> 00:26:55.337
แต่ละตู้ แต่ละสาขาที่อยู่ตามประเทศไทยของเรา

406
00:26:55.338 --> 00:26:59.338
สถานที่ต่าง ๆ ในประเทศไทยของเรา

407
00:26:59.339 --> 00:27:03.339
นึกภาพตามนะ เช่น เราไปกดสตางค

408
00:27:03.341 --> 00:27:07.341
นะครับ เช่น ธนาคารออมสิน

409
00:27:07.343 --> 00:27:11.343
อย่างนี้นะครับ ธนาคารออมสินก็จะมี

410
00:27:11.345 --> 00:27:15.345
คอมพิวเตอร์ขนาดกลางอยู่

411
00:27:15.346 --> 00:27:19.346
ทั่วประเทศในการกดเงินของเรานะครับ

412
00:27:19.347 --> 00:27:23.347
ฟ้าร้องแล้วนะครับ

413
00:27:23.349 --> 00:27:27.349
เราเคยคิดไหมครับ ว่าในตู้

414
00:27:27.351 --> 00:27:31.351
มีอะไรบ้าง ที่อุบลเคยเห็นไหม

415
00:27:31.353 --> 00:27:35.353
มีอะไรบ้าง รู้ไหมข้างในมันมีอะไรบ้างอยู่ในหลังตู้น่ะ

416
00:27:35.355 --> 00:27:39.355

417
00:27:39.356 --> 00:27:43.356
หัวหน้าห้องหมู่ 1 ทราบไหมว่ามีอะไรข้างใน

418
00:27:43.360 --> 00:27:47.360
รู้ไหมว่าข้งในมันมีอะไรข้างใน

419
00:27:47.362 --> 00:27:51.362
อยู่ในตู้ ATM นั้นนะครับ

420
00:27:51.364 --> 00:27:55.364
1 เครื่องสำรองไฟ เครื่อง UPS

421
00:27:55.366 --> 00:27:59.366
2. มีเครื่องคอมพิวเตอร์ เหมือนเครื่องข้างหลัง

422
00:27:59.368 --> 00:28:03.368
เป็น PC อยู่

423
00:28:03.369 --> 00:28:07.369
ข้างหลังนะครับ แล้วก็เปิด-ปิด ๆ

424
00:28:07.371 --> 00:28:11.371
นะครับ แล้วก็แสดงผลหน้าจอเราใช่ไหม

425
00:28:11.372 --> 00:28:15.372
หน้าที่เราเห็นน่ะ เราก็ไปกดสตางค์น่ะ

426
00:28:15.373 --> 00:28:19.373
ก็มี บางทีไม่ใช่ก็เป็นกดปุ่ม

427
00:28:19.374 --> 00:28:23.374
ฟ้าร้องมาแล้วนะครับ

428
00:28:23.379 --> 00:28:27.379
จะสังเกตว่าบางคนนะ

429
00:28:27.380 --> 00:28:31.380
ถามว่าอาจารย์ครับ ทำไมตู้ ATM ธนาคารออมสิน

430
00:28:31.396 --> 00:28:35.396
ไม่ยอมใช้ Windows 11 สักที

431
00:28:35.397 --> 00:28:39.397
รู้ไหมครับ ว่าในตู้ ATM ทุกตู้น่ะ

432
00:28:39.398 --> 00:28:43.398
ต้องใช้ระบบปฏิบัติการควบคุมครับ เปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมา

433
00:28:43.403 --> 00:28:47.403
แล้วก็ทำงานนะครับ

434
00:28:47.405 --> 00:28:51.405
เดี๋ยวเราจะรู้ว่าทำไมเขาไม่ใช้

435
00:28:51.407 --> 00:28:55.407
ในตู้ ATM แต่ละตู้นะ

436
00:28:55.408 --> 00:28:59.408
ดูต่อนะครับ ประเภทที่ 3

437
00:28:59.410 --> 00:29:03.410
อันนี้รูป Mainframe Computer นะครับ มาดูรูปที่ 3

438
00:29:03.412 --> 00:29:07.412
Mini Computer อันนี้เล็กลง

439
00:29:07.413 --> 00:29:11.413
เล็กลงมาอีกนะครับ

440
00:29:11.415 --> 00:29:15.415
อันนี้ก็ราคาไม่แพงตัวนี้

441
00:29:15.417 --> 00:29:19.417
เป็น Mini Computer ก็ประมวลผล ทำงานที่คุณภาพสูง

442
00:29:19.418 --> 00:29:23.418
เช่นพวก ฟอสิก พวกคำนวณ

443
00:29:23.419 --> 00:29:27.419
ตัวเลขเยอะ ๆ อะไรประมาณนี้นะครับ

444
00:29:27.422 --> 00:29:31.422
นี่รูปภาพนะครับ เก่ามากนะครับ

445
00:29:31.424 --> 00:29:35.424
ประเภทที่ 4 นะครับ ก็คือ PC Personal Computer

446
00:29:35.428 --> 00:29:39.428
ก็เป็นคอมทพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

447
00:29:39.430 --> 00:29:43.430
อยู่ข้างหน้าเรานะครับ เป็นประเภท Personal Computer นะครับ

448
00:29:43.431 --> 00:29:47.431
แต่เครื่องเราที่ตั้งข้างหน้าเราเป็น All in one

449
00:29:47.432 --> 00:29:51.432
ก็จัดอยู่ในประเภทเดียวกันนะครับ Personal Computer All In One

450
00:29:51.433 --> 00:29:55.433
ปัจจุบัน

451
00:29:55.435 --> 00:29:59.435
เป็นอย่างไรครับ คุณภาพของ PC มีขีดความสามารถสูงมาก

452
00:29:59.436 --> 00:30:03.436
นะครับ ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว

453
00:30:03.438 --> 00:30:07.438
ราคาจะสูงมาก เราจับจ้องลำบากมาก

454
00:30:07.439 --> 00:30:11.439
ราคาถูกนะครับแต่คุณภาพสูงตามไปด้วยน

455
00:30:11.440 --> 00:30:15.440
นะครับ ประเภทที่ 5 นะครับ โน้ตบุ๊กนะครับ

456
00:30:15.445 --> 00:30:19.445
ก็เป็นคอมพิวเตอร์

457
00:30:19.446 --> 00:30:23.446
พกพานะครับ Notebook

458
00:30:23.448 --> 00:30:27.448
ปัจจุบันนะครับ

459
00:30:27.452 --> 00:30:31.452
โน้ตบุ๊กราคาแพงหรือถูก ถูกนะ

460
00:30:31.457 --> 00:30:35.457
สมัยอาจารย์เรียน

461
00:30:35.459 --> 00:30:39.459
นะครับ Notebook เครื่องละเป็นแสนนะครับ แสนห้า

462
00:30:39.461 --> 00:30:43.461
หน้าตึดเลยนะครับ ยี่ห้อ IBM

463
00:30:43.462 --> 00:30:47.462
ปัจจุบันโน้ตบุ๊กหมื่นกว่าบาทก็โอเคแล้วนะ

464
00:30:47.463 --> 00:30:51.463
สำหรับพวกเราก็ 25,000 ก็โอเค

465
00:30:51.474 --> 00:30:55.474
นะครับ ถามว่าเอกคอมพิวเตอร์เรา ควรจะมีคอมพิวเตอร์เป็นส่วนตัวไหมครับ

466
00:30:55.475 --> 00:30:59.475
ควรจะมีไหม

467
00:30:59.476 --> 00:31:03.476
หรืออุบลควรจะมีไหม

468
00:31:03.478 --> 00:31:07.478
ควรจะมีไว้นะครับ แล้วก่อนจะซื้อ

469
00:31:07.480 --> 00:31:11.480
ก็ให้เลือกให้มันเหมาะนะครับ อย่าไปซื้อเพราะราคาถูก

470
00:31:11.482 --> 00:31:15.482
เพราะว่าอะไรหลายอย่าง

471
00:31:15.484 --> 00:31:19.484
มันเหมาะกับงานของเราหรือเปล่านะครับ

472
00:31:19.485 --> 00:31:23.485
บางคนไปซื้อมาเล่นเกมอย่างนี้

473
00:31:23.486 --> 00:31:27.486
แต่เขียนโปรแกรมไม่ได้นะครับ ต้องดูด้วย หลังจาก

474
00:31:27.488 --> 00:31:31.488
เรียนรายวิชานี้แล้วเรา

475
00:31:31.489 --> 00:31:35.489
ว่าเลือกซื้อคอมพิวเตอร์มาใช้งานต้องเลือกให้เป็นด้วย ประเภทที่ 6

476
00:31:35.490 --> 00:31:39.490
นะครับ

477
00:31:39.491 --> 00:31:43.491
PAD เคยเห็นไหมนะครับ ให้ดูรูปเลยแล้วกัน

478
00:31:43.492 --> 00:31:47.492
คอมพิวเตอร์พกพาเลขาส่วนตัว

479
00:31:47.494 --> 00:31:51.494
เห็นไหมครับ รู้นี่ ปัจจุบันไม่เห็นเขาใช้กันนะครับ

480
00:31:51.496 --> 00:31:55.496
ไม่ค่อยนิยมนะครับ

481
00:31:55.497 --> 00:31:59.497
ตอนนี้เขาใช้อะไรแทนแล้ว เขาใช้อะไรแทนครับตัวนี้

482
00:31:59.498 --> 00:32:03.498
ตอนนี้มือถือเรา

483
00:32:03.499 --> 00:32:07.499
เราใช่ไหม สมาร์ตโฟนเราเป็นแทบทุกอย่าง

484
00:32:07.502 --> 00:32:11.502
ใช่ไหม ทำได้แทบทุกอย่างเลย

485
00:32:11.503 --> 00:32:15.503
ทำได้เกือบ PC ทำได้เกือบ Notebook

486
00:32:15.504 --> 00:32:19.504
อยู่ในมือถือย่างเดียวแล้ว

487
00:32:19.505 --> 00:32:23.505
ยังมีคนใช้อยู่นะครับ ใช้จดบันทึกนะครับ

488
00:32:23.506 --> 00:32:27.506
แต่ไม่นิยมแล้วนะครับ ในปัจจุบัน

489
00:32:27.507 --> 00:32:31.507
อันสุดท้าย ก็คือประเภท Computer Network

490
00:32:31.508 --> 00:32:35.508
หลักการของคอมพิวเตอร์

491
00:32:35.510 --> 00:32:39.510
คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลบ้าง โน้ตบุ๊กบ้าง

492
00:32:39.511 --> 00:32:43.511
เอามาต่อเชื่อมกันเพื่อให้ติดต่อสื่อสารกันได้ โดยใช้

493
00:32:43.513 --> 00:32:47.513
คำว่า "Internet" นะครับ

494
00:32:47.514 --> 00:32:51.514
เช่นเครื่องของ บาส

495
00:32:51.517 --> 00:32:55.517
ต่อไปหาเครื่องอุบลอย่างนี้

496
00:32:55.518 --> 00:32:59.518
ก็คือเครื่องใครเครื่องมัน โดยเรียกว่า

497
00:32:59.519 --> 00:33:03.519
เช่น ผมมี Notebook บาสมีมือถือ

498
00:33:03.520 --> 00:33:07.520
นะครับ อุบลมี

499
00:33:07.521 --> 00:33:11.521
PC ตั้งโต๊ะอย่างนี้ แต่เราส่งข้อมูลเชื่อม

500
00:33:11.523 --> 00:33:15.523
หากันได้ คุยกันได้ นี่เขาเรียกประเภท

501
00:33:15.524 --> 00:33:19.524
คอมพิวเตอร์เครือข่าย เขาต่อเชื่อมกัน

502
00:33:19.525 --> 00:33:23.525
เป็นปัจจุบัรเป็นที่ง่ายม

503
00:33:23.526 --> 00:33:27.526
ใช่ไหม ขอให้เรามีสัญญาณ WiFi

504
00:33:27.527 --> 00:33:31.527
มาต่อกันได้เลยนะครับ ใน

505
00:33:31.528 --> 00:33:35.528
ปัจจุบันนี้ เห็นไหมครับ ว่าอย่างที่

506
00:33:35.529 --> 00:33:39.529
ผมไม่มีความรู้ด้านภาษามือ

507
00:33:39.530 --> 00:33:43.530
แต่ทำไมผมคุยกับบาสได้

508
00:33:43.536 --> 00:33:47.536
นะครับ ผมคุยกับแม็กกี้ได้

509
00:33:47.537 --> 00:33:51.537
ใช่ไหม ผมคุยกับตี๋น้อยได้นะครับ ยังจำชื่อได้ไม่หมด

510
00:33:51.538 --> 00:33:55.538
นะครับยังจำชื่อไม่ไม่หมดนะครับ

511
00:33:55.539 --> 00:33:59.539
เพิ่งจำได้ 4-5 คนนะครับ เดี๋ยวสักพักนะครับ

512
00:33:59.542 --> 00:34:03.542
วันที่ 7 นะครับ วันที่ 7 นะ

513
00:34:03.543 --> 00:34:07.543
หมู่ 1 นะ ไม่ใช่หมู่ 1 หมู่ 2 อาจารย์พ่อผิด

514
00:34:07.544 --> 00:34:11.544
ออกไปนอกพื้นที่ เราจะ

515
00:34:11.547 --> 00:34:15.547
ไปขี่รถเล่นกันนะครับ

516
00:34:15.548 --> 00:34:19.548
ไปแถวนครพนมนะครับ ไปออกนอกพื้นที่

517
00:34:19.549 --> 00:34:23.549
เบื่อ เบื่อมหาวิทยาลัย

518
00:34:23.553 --> 00:34:27.553
นะครับเดี๋ยวอย่างไงก็จะแจ้งพี่เก๋ไป

519
00:34:27.555 --> 00:34:31.555
สัปดาห์... แต่เดือนหน้าแทบไม่เจอกันนะครับพี่เก๋

520
00:34:31.556 --> 00:34:35.556
นะครับ เดือนหน้าวันหยุดเยอะมากแล้วก็ตรงกับวันที่เราเรียนด้วย

521
00:34:35.561 --> 00:34:39.561
นะครับ มาดูต่อนะครับ

522
00:34:39.563 --> 00:34:43.563
หัวข้อต่อมานะครับองค์ประกอบของ

523
00:34:43.571 --> 00:34:47.571
คอมพิวเตอร์นั้นจะมีองค์ประกอบหลัก ๆ อยู่นะครับ ทั้งหมด

524
00:34:47.573 --> 00:34:51.573
5 ส่วนนะครับ

525
00:34:51.575 --> 00:34:55.575
ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ Peopleware

526
00:34:55.576 --> 00:34:59.576
DATA นะครับ

527
00:34:59.583 --> 00:35:03.583
มาดูองค์ประกอบอันที่ 1 นะครับ Hardware นะครับ

528
00:35:03.588 --> 00:35:07.588
นี่คือองค์ประกอบของฮาร์ดแวร์

529
00:35:07.589 --> 00:35:11.589
นะครับ ถ้าเรามองจอไม่เห็น ให้เรามองจอเพื่อนเรา

530
00:35:11.590 --> 00:35:15.590
นะครับ  Hard ware จะประกอบไปด้วย

531
00:35:15.592 --> 00:35:19.592
อะไรครับ อุปกรณ์ Input ซ้ายมือนะครับ

532
00:35:19.595 --> 00:35:23.595
ไม่ได้หยิบ

533
00:35:23.597 --> 00:35:27.597
แว่นตามา มองไม่เห็นเลยนะครับ

534
00:35:27.598 --> 00:35:31.598
ดูนะครับ ประกอบด้วยส่วนนี้ครับ

535
00:35:31.599 --> 00:35:35.599
หน่วยรับข้อมูลนะครับ หลัก ๆ นะครับ

536
00:35:35.601 --> 00:35:39.601
ตัวรับข้อมูลเสร็จปุ๊บก็ประมวลผล ประมวลผลเสร็ขจ

537
00:35:39.602 --> 00:35:43.602
แล้วก็แสดงผล นี่คือองค์ประกอบ

538
00:35:43.603 --> 00:35:47.603
ด้านHard ware นะครับ

539
00:35:47.605 --> 00:35:51.605
ส่งข้อมูลเข้าไป ส่งเข้าไปปุ๊บ

540
00:35:51.606 --> 00:35:55.606
ประมวลผลเสร็จแสดงผล

541
00:35:55.607 --> 00:35:59.607
นี่คือหลักง่าย ๆ นะครับ หลักการคร่าว ๆ ของฮาร์ดแวร์

542
00:35:59.609 --> 00:36:03.609
นะครับ ถ้า

543
00:36:03.612 --> 00:36:07.612
เกิดข้อมูลนั้นยังไม่อยากจะส่งออกไป

544
00:36:07.614 --> 00:36:11.614
หรือต้องการจะเก็บไว้ เราก็เอามาเก็บไว้ที่ตรงนี้ครับ หน่วยความจำ

545
00:36:11.619 --> 00:36:15.619
ดูองค์ประกอบของฮาร์ดแวร์ต่อนะครับ

546
00:36:15.621 --> 00:36:19.621

547
00:36:19.623 --> 00:36:23.623
คอมพิวเตอร์ก็ช้านะ

548
00:36:23.625 --> 00:36:27.625
มันนานแล้วครับ ตั้งแต่ปี 2559 แล้วนะครับ ไม่ทันใจวัยรุ่นเลยนะครับ

549
00:36:27.627 --> 00:36:31.627
องค์ประกอบฮาร์ดแวร์อันที่ 1 ก็คือ

550
00:36:31.629 --> 00:36:35.629
หน่วยรับข้อมูลนะครับ

551
00:36:35.630 --> 00:36:39.630
หน่วยรับข้อมูลคืออะไรครับ หน่วยรับข้อมูลคืออะไรก็ได้ที่

552
00:36:39.631 --> 00:36:43.631
นำข้อมูลเข้าคอมพิวเตอร์ได้ เราเรียกหน่อยรับข้อมูล

553
00:36:43.632 --> 00:36:47.632
หรือ Input Unit นะครับ เช่นอะไรครับ ที่อยู่ใกล้ ๆ ตัวเรา

554
00:36:47.645 --> 00:36:51.645
เช่น

555
00:36:51.646 --> 00:36:55.646
คีย์บอร์ดนะครับ หรือแป้นพิมพ์

556
00:36:55.648 --> 00:36:59.648
เมาส์ Scaner เครื่องรูดบัตร

557
00:36:59.650 --> 00:37:03.650
ดิจิไทเซอร์ กล้อง ปากกแสง

558
00:37:03.651 --> 00:37:07.651
นะครับเราถือว่าเป็น

559
00:37:07.653 --> 00:37:11.653
หน่วยรับข้อมูล ไมโครโฟนอย่างนี้ เอาเสียงเข้าไปในคอมพิวเตอร์

560
00:37:11.655 --> 00:37:15.655
นะครับ จอ Touch Screen

561
00:37:15.656 --> 00:37:19.656
นะครับ

562
00:37:19.657 --> 00:37:23.657
องค์ประกับอันที่ 2 ของ Hard ware

563
00:37:23.659 --> 00:37:27.659
ก็คือหน่วยประมวลผลกลางนะครับ

564
00:37:27.661 --> 00:37:31.661

565
00:37:31.662 --> 00:37:35.662
หรือเราเรียกว่า Caentral Processing Unit

566
00:37:35.664 --> 00:37:39.664
ก็คือ CPU

567
00:37:39.670 --> 00:37:43.670
พอเราคีย์ข้อมูลเข้าไปผ่าน Unit ปุ๊บ

568
00:37:43.671 --> 00:37:47.671
มันก็จะสื่อเข้ามาหน่วยประมวลผลกลาง

569
00:37:47.672 --> 00:37:51.672
อันนี้เราเรียกว่า "CPU" CPU

570
00:37:51.673 --> 00:37:55.673
หน้าต่าอย่างไร อันนี้

571
00:37:55.675 --> 00:37:59.675
เราเรียกว่า CPU ไหมอุบล ตั้งอยู่ข้างหน้า

572
00:37:59.678 --> 00:38:03.678
ใช่ไหมครับ

573
00:38:03.679 --> 00:38:07.679
ที่ตั้งอยู่ข้างหน้าเรานี่ เราไม่เรียกว่า CPU นะครับ

574
00:38:07.681 --> 00:38:11.681
CPU จะอยู่ข้างในเครื่อง

575
00:38:11.684 --> 00:38:15.684
นะครับ เดี๋ยวเทอมหน้าจะพาเรียนต่อ

576
00:38:15.686 --> 00:38:19.686
เราจะเจออาจารย์อีก 2 วิชา วิชานี้

577
00:38:19.687 --> 00:38:23.687
แล้วก็วิชาหน้า เทอมหน้านะครับ ซึ่งในตัวหน่วยประมวลผลกลาง

578
00:38:23.688 --> 00:38:27.688
ก็จะมีตัวที่ทำหน้าที่ หลัก ๆ อยู่ 23 ตัว

579
00:38:27.689 --> 00:38:31.689
ก็คือ 1. นะครับ ALU

580
00:38:31.692 --> 00:38:35.692
กับ CU นะครับ

581
00:38:35.693 --> 00:38:39.693
2 ตัวนี้นะครับ ALU คืออะไรครับ ALU ก็คือ

582
00:38:39.695 --> 00:38:43.695
ตัวที่ใช้ในการ

583
00:38:43.696 --> 00:38:47.696
ทำ Logical ก็คือคำนวณคณิตศาสตร์

584
00:38:47.697 --> 00:38:51.697
ตรรกวิทยา

585
00:38:51.704 --> 00:38:55.704
นะครับ เทอมนี้เราเรียนคณิตศาสตร์ใช่ไหม

586
00:38:55.707 --> 00:38:59.707
เรียนวันไหน คณิตศาสตร์

587
00:38:59.708 --> 00:39:03.708
วันไหนนะ วันอังคารใช่ไหม

588
00:39:03.710 --> 00:39:07.710
เรียนรวมกันเหมือนกันใช่ไหม นี่

589
00:39:07.711 --> 00:39:11.711
ในคอมพิวเตอร์จะมีหน่วยคำนวณนี้ ทำไมเราถึงเรียนคณิตศาสตร์

590
00:39:11.713 --> 00:39:15.713
ทำไมเราไม่เรียนคณิตศาสตร์ ทั่วไป

591
00:39:15.715 --> 00:39:19.715
เพราะอะไรครับ เพราะคอมพิวเตอร์เวลา

592
00:39:19.716 --> 00:39:23.716
มันคุยกันมันจะไม่คุยภาษาเรานะ คอมพิวเตอร์มันจะ

593
00:39:23.721 --> 00:39:27.721
คุยกันเป็นภาษาอะไรครับ

594
00:39:27.721 --> 00:39:31.721
รู้ไหมคอมพิวเตอร์คุยกันภาษาอะไรเช่นคอมพิวเตอร?๋

595
00:39:31.722 --> 00:39:35.722
เครื่องอุบลจะคุยกับคอมพิวเตอร์ดเครื่องแม็กกี้ จะคุยกับคอมพิวเตอร์

596
00:39:35.725 --> 00:39:39.725
เครื่องอะไรล่ะ มิ่งนะ

597
00:39:39.727 --> 00:39:43.727
อย่างนี้ มันใช้ภาษาอะไรคุยกันรู้ไหม มิ่ง

598
00:39:43.728 --> 00:39:47.728
เหมือนเรา เหมือนอาจารย์จะคุยกับ

599
00:39:47.730 --> 00:39:51.730
พี่ปุ๋ย ปุ๋ยกินข้าวแล้วบ่นี่

600
00:39:51.731 --> 00:39:55.731
ไปสิใด๋มา นี่ภาษาท้องถิ่นนะ

601
00:39:55.734 --> 00:39:59.734
นี่คุยกัน ภาษาย้อเรานะครับ แต่เวลาคอมพิวเตอร์

602
00:39:59.735 --> 00:40:03.735
มันคุยกันมันใช้ภาษาอะไรรู้ไหมครับ

603
00:40:03.737 --> 00:40:07.737
ลองเดาสิ อุบลลองเดาสิ ภาษาจีน, ภาษาญี่ปุ่น

604
00:40:07.740 --> 00:40:11.740
ภาษาอังกฤษหรือภาษาอะไรเอ่ย

605
00:40:11.740 --> 00:40:15.740
เราคิดว่าภาษาอะไร

606
00:40:15.741 --> 00:40:19.741
เหมือนผมโทรศัพทย์หาอุบล

607
00:40:19.746 --> 00:40:23.746
อุบลกินข้าวแลกับหยังหำ

608
00:40:23.747 --> 00:40:27.747
อุบลก็ตอบ กินข้าวไปซิว

609
00:40:27.750 --> 00:40:31.750
รู้ไหมอุบล ที่เราคุยกันนี่ใช้ภาษาอะไร

610
00:40:31.751 --> 00:40:35.751
แต่เรานี่ภาษาเราใช่

611
00:40:35.752 --> 00:40:39.752
คอมพิวเตอร์มันจะคุยกันด้วยภาษาเลขฐานนะครับ

612
00:40:39.753 --> 00:40:43.753

613
00:40:43.755 --> 00:40:47.755
เลขฐานอะไรเอ่ย

614
00:40:47.757 --> 00:40:51.757
เลขฐาน 2 ใช่ไหมก็คือ 0 กับ 1

615
00:40:51.758 --> 00:40:55.758
เช่น ผมจะคุยกับ

616
00:40:55.760 --> 00:40:59.760
ไอ้มิ่ง 01001

617
00:40:59.761 --> 00:41:03.761
000 มิ่งก็ตอบคืนมา 0001100

618
00:41:03.762 --> 00:41:07.762
นี่ภาษาคอมพิวเตอร์มันคุยกัน

619
00:41:07.764 --> 00:41:11.764
เรียกว่า "ภาษาเครื่อง" เดี๋ยวเราค่อยเข้าไปรายละเอียดลึก ๆ นะครับ

620
00:41:11.766 --> 00:41:15.766
นี่ครับ เดี๋ยวให้ทำ มองเบื้อต้นก่อน

621
00:41:15.768 --> 00:41:19.768

622
00:41:19.775 --> 00:41:23.775
องค์ประกอบ

623
00:41:23.777 --> 00:41:27.777
หน่วยเก็บข้อมูลนะครับ พอเรา Input ปุ๊บนะครับ

624
00:41:27.780 --> 00:41:31.780
เข้าไปประมวลผล ประมวลผล

625
00:41:31.782 --> 00:41:35.782
เสร็จนะครับ ถ้าไม่ออกแสดงผลก็ต้องมาเก็บในหน่วยข้อมูล

626
00:41:35.784 --> 00:41:39.784
หน่วยเก็บข้อมูลก็จะมีอยู่

627
00:41:39.787 --> 00:41:43.787
2 ประเภทนะครับ ก็คือหน่วยเก็บข้อมูล

628
00:41:43.790 --> 00:41:47.790
หลักนะครับ Primary

629
00:41:47.796 --> 00:41:51.796
Storage นะครับ แล้วก็หน่วยข้อมูลสำรองนะครับ Secondare Storage

630
00:41:51.798 --> 00:41:55.798

631
00:41:55.801 --> 00:41:59.801
มาดูอันที่ 1 นะครับ หน่วยเก็บข้อมูลหลัก Primary นะครับ

632
00:41:59.804 --> 00:42:03.804
2 ตัวนี้นะครับ ต่างกันอย่างไรครับ ก็มี

633
00:42:03.805 --> 00:42:07.805
อันหนึ่งนะครับ เริ่มตะล่อม

634
00:42:07.808 --> 00:42:11.808
นะครับ

635
00:42:11.813 --> 00:42:15.813
Ram ก็คือหน่วยความจำหลักที่อยู่ในคอมพิวเตอร์นะครับ

636
00:42:15.824 --> 00:42:19.824
ข้อแตกต่างของ Ram กับ Rom ผมไม่เจาะลึกนะครับ

637
00:42:19.825 --> 00:42:23.825
เพราะผมจะสอนในรายวิชาต่อไป RAM ก็คืออะไีครับ

638
00:42:23.829 --> 00:42:27.829
Random

639
00:42:27.835 --> 00:42:31.835
อันนี้ก็คือต้องอาศัยไฟเลี้ยง ก็คือ

640
00:42:31.836 --> 00:42:35.836
คุณเปิดคอมพิวเตอร์ปุ๊บ คุณเปิดปุ่มปั๊บ

641
00:42:35.837 --> 00:42:39.837
มันถึงจะทำงานนะครับ

642
00:42:39.839 --> 00:42:43.839
ปิดไฟปุ๊บหายเลยนี่คือ

643
00:42:43.841 --> 00:42:47.841
ประเภท Ram ส่วน

644
00:42:47.843 --> 00:42:51.843
หน่วยความจำหลักประเภท ROM

645
00:42:51.844 --> 00:42:55.844
นะครับ Read Only Memory

646
00:42:55.850 --> 00:42:59.850
อ่านอย่างเดียวนะครับ

647
00:42:59.851 --> 00:43:03.851
นะครับ ก็คืออันนี้ไม่ต้องอาศัยไฟเลี้ยง

648
00:43:03.853 --> 00:43:07.853
ไฟจะดับก็ช่สง จะปิดปลั๊กหรือเปิดปลั๊ก

649
00:43:07.856 --> 00:43:11.856
มันจะเก็บความจำไว้อยู่ในคอมพิวเตอร์เรานะครับ

650
00:43:11.857 --> 00:43:15.857
ให้รู้แค่นี้ก่อนพอนะครับ

651
00:43:15.858 --> 00:43:19.858
เดี๋ยวปวดหัวนะ มันจะค่อยยากขึ้น ๆ นะครับ

652
00:43:19.859 --> 00:43:23.859
ส่วนหน่วยเก็บข้อมูลสำรอง

653
00:43:23.861 --> 00:43:27.861
เนื่องจาก RAM นี่ เราเปิดใช้อยู่ ถ้าไฟดับ เรา

654
00:43:27.862 --> 00:43:31.862
ปิดคเรื่องข้อมูลหาย ดังนั่นเราจะต้อง

655
00:43:31.864 --> 00:43:35.864
ไปเก็บในหน่วยเก็บข้อมูลสำรอง เช่นอะไรครับ

656
00:43:35.866 --> 00:43:39.866
หน่วนเก็บข้อมูลสำรอง ปัจจุบันเราใช้อะไรเอ่ย

657
00:43:39.867 --> 00:43:43.867
คืออะไรครับ

658
00:43:43.869 --> 00:43:47.869
แผ่น Disk มีใคร

659
00:43:47.870 --> 00:43:51.870
ยังใช้แผ่นดิสก์อยู่ไหม มีไหม

660
00:43:51.874 --> 00:43:55.874
CD ROM ไม่ค่อยเห็นแล้วนะ

661
00:43:55.875 --> 00:43:59.875
ปัจจุบัน อย่างมากก็ Flash Drive ใช่ไหม

662
00:43:59.877 --> 00:44:03.877
หน่วยเก็บข้อมูลสำรอง

663
00:44:03.878 --> 00:44:07.878
Harddisk ปัจจุบันเป็นอย่างไร

664
00:44:07.879 --> 00:44:11.879
ในหน่วยความจำเหล่านั้นเราเก็บไหม เราไม่เก็บแล้วนะ

665
00:44:11.880 --> 00:44:15.880
เราโยนขึ้นไหน เราโยนขึ้น Cloud

666
00:44:15.887 --> 00:44:19.887
แล้ว Cloud เป็นหน่วยความจำ

667
00:44:19.888 --> 00:44:23.888
ประเภทไหนเอ่ย รู้ไหม

668
00:44:23.889 --> 00:44:27.889
โยนคำถามไว้นะ อาทิตย์หน้าเราจะมาถาม

669
00:44:27.890 --> 00:44:31.890
เราโยนขึ้น Cloud เราควรจัดให้อยู่ในหน่วยความจำ

670
00:44:31.891 --> 00:44:35.891
แบบไหยหลักหรือสำรอง

671
00:44:35.897 --> 00:44:39.897
นะครับ เรียนกับผม ผมจะพยายามให้พวกเราคิดตามนะ

672
00:44:39.899 --> 00:44:43.899
ให้คิดตาม ไม่ให้คิดเองนะ ให้

673
00:44:43.900 --> 00:44:47.900
คิดตามแล้วก็ตอบ ให้มีปฏิสัมพันธ์กันนะครับ

674
00:44:47.901 --> 00:44:51.901

675
00:44:51.903 --> 00:44:55.903
องค์ประกอบอันสุดท้ายของ Hardware คือ

676
00:44:55.904 --> 00:44:59.904
Output ก็คือพอเราคีย์ข้อมูล

677
00:44:59.906 --> 00:45:03.906
นะครับ เข้าไป Process ประมวลผลปุ๊บ

678
00:45:03.908 --> 00:45:07.908
เราก็ต้องแสดงผลมันถึงจครบ

679
00:45:07.910 --> 00:45:11.910
กระบวนการของคอมพิวเตอร์ด้าน Hardware

680
00:45:11.911 --> 00:45:15.911
นะครับ หน่วยแสดงผลก็

681
00:45:15.912 --> 00:45:19.912
เช่นอะไรครับ หน่วยแสดงผล

682
00:45:19.913 --> 00:45:23.913

683
00:45:23.915 --> 00:45:27.915
เช่น จอภาพ

684
00:45:27.916 --> 00:45:31.916
อะไรอีก ลำโพงใช่ไหม โจรเจกเตอร์

685
00:45:31.918 --> 00:45:35.918
ฉายออกไป ลำโพง ออกเสียงออกมา

686
00:45:35.922 --> 00:45:39.922
อะไรอีก

687
00:45:39.923 --> 00:45:43.923
พอตเตอร์ รู้จักเครื่องพอตเตอร์ไหม ที่เขาไปพรินต์

688
00:45:43.925 --> 00:45:47.925
ไวนิลติดตามป้ายใหญ่ ๆ น่ะ

689
00:45:47.926 --> 00:45:51.926
นั่นเขาใช้ Plotter ในการพรินต์ เครื่องพิมพ์

690
00:45:51.927 --> 00:45:55.927
อะไรอีก

691
00:45:55.929 --> 00:45:59.929
ลองนึกตามนะครับ ทุกอย่างที่ผมพูดน่ะ

692
00:45:59.930 --> 00:46:03.930
มันจะออกข้อสอบตอนกลางภาค แบบฝึกหัด

693
00:46:03.933 --> 00:46:07.933
ที่ให้ไปวันนี้นะครับ ก็ทำ ๆ แล้วส่ง ส่งเสร็จแล้วจะคืนให้

694
00:46:07.934 --> 00:46:11.934
นะครับงานสัปดาห์ที่แล้วเดี๋ยวผมจะตรวจให้

695
00:46:11.935 --> 00:46:15.935
ผมเห็นวางที่โต๊ะนะครับ เดี๋ยวผมจะส่งคืนให้

696
00:46:15.936 --> 00:46:19.936
เก็บไว้เอาไว้อ่านสอบนะครับ เราจะสอบ 2 ครั้งนะครับ

697
00:46:19.937 --> 00:46:23.937
สอบกลางภาค แล้วก็ปลายภาคนะครับ ในการสอบ

698
00:46:23.938 --> 00:46:27.938
ในการตัดเกรด จะไม่ตัดอิงเกรนนะครับ

699
00:46:27.939 --> 00:46:31.939
ผมจะไม่ตัดอิงเกณฑ์นะครับ จะตัดอิงกลุ่ม

700
00:46:31.940 --> 00:46:35.940
ทั้งห้อง 2 ห้องเรานี่

701
00:46:35.943 --> 00:46:39.943
ใครได้คะแนนสูงสุด ได้ A เช่น คะแนนเต็ม 100

702
00:46:39.944 --> 00:46:43.944
หัวหกน้าห้องได้ 5

703
00:46:43.945 --> 00:46:47.945
สมมตินะ หัวหน้าห้องได้ A เลย นี่คืออิงกลุ่ม

704
00:46:47.947 --> 00:46:51.947
นะครับ

705
00:46:51.951 --> 00:46:55.951
หลายคนถามว่าทำไมอาจารย์ไม่อิงเกณฑ์

706
00:46:55.952 --> 00:46:59.952
ผมสอนรายวิชานี้เข้าปีที่

707
00:46:59.956 --> 00:47:03.956
25 จะเข้าปีที่ 26 นะครับ

708
00:47:03.957 --> 00:47:07.957
เคยตัดอิงเกณฑ์แล้ว 2 - 3 รุ่น ไม่ไหวครับ เด็ก

709
00:47:07.964 --> 00:47:11.964
เราตกเยอะนะครับ เช่น คะแนนสอบกลางภาค

710
00:47:11.967 --> 00:47:15.967
20 คะแนน สูงสุด

711
00:47:15.968 --> 00:47:19.968
2 คะแนนอะไรประมาณนี้ ไม่เชื่อถามพี่พลอยได้นะครับ

712
00:47:19.972 --> 00:47:23.972
ถ้าอิงเกณฑ์ คะแนนเต็ม 30 บางคนได้ 5

713
00:47:23.975 --> 00:47:27.975
บางคนได้ 0 ใช่ไหมพี่พลอย ตอบไม่ได้เลย ได้ 0

714
00:47:27.976 --> 00:47:31.976
อิงกลุ่ม

715
00:47:31.977 --> 00:47:35.977
มาดูต่อนะครับ องค์ประกอบที่ 2 นะครับ

716
00:47:35.978 --> 00:47:39.978
ก็คือซอฟต์แวร์ องค์ประกอบแรกฮาร์ดแวร์

717
00:47:39.980 --> 00:47:43.980
ผ่านได้แล้วนะครับ อันที่ 2 คือ ฮาร์ดแวร์นะครับ

718
00:47:43.986 --> 00:47:47.986
Software นี่ก็

719
00:47:47.987 --> 00:47:51.987
แบ่งออกเป็นประเภทย่อยอีก 2 ประเภท, 3 ประเภทนะครับ

720
00:47:51.989 --> 00:47:55.989
แสดงว่าพี่เก๋นี่

721
00:47:56.006 --> 00:48:00.006
ล่ามคนเดียวทั้งชั่วโมงใช่ไหมครับ

722
00:48:00.011 --> 00:48:04.011
เก่งนะนี่ แต่ก่อน

723
00:48:04.013 --> 00:48:08.013
เขาจะพักครึ่งกันใช่ไหมครับ เปลี่ยนกันใช่ไหมปุ๋ย

724
00:48:08.015 --> 00:48:12.015
เขาจะช่วยกัน พี่เก๋นี่สุดยอดมากนะครับ

725
00:48:12.016 --> 00:48:16.016
ถ้าพูดภาษาเราก็นั่งผู้เดียวเลย เป็นตาเมื่อย

726
00:48:16.017 --> 00:48:20.017
ฟังออกไหม พี่เก๋ฟังออกไหม

727
00:48:20.018 --> 00:48:24.018
ไม่น่าฟังออกนะครับ

728
00:48:24.019 --> 00:48:28.019
ดูซอฟต์แวร์นะครับ ดูซอฟต

729
00:48:28.020 --> 00:48:32.020
พยายามไม่ไปไวนะครับ เอื้อพี่เก๋ด้วย

730
00:48:32.021 --> 00:48:36.021
เดี่ยวพูดท ปกติผมเป็นคนสอนหนังสือไวนะครับ

731
00:48:36.026 --> 00:48:40.026
ตั้งแต่เปิดสอนนักศึกษากลุ่มพิเศษตั้งแต่ปี 2558

732
00:48:40.027 --> 00:48:44.027
ต้องเปลี่ยนสไตล์สอนนะครับ

733
00:48:44.029 --> 00:48:48.029
ต้องพูดช้าลงนะครับ พูดช้าลง คิดช้างลง ไม่อย่างนั้น

734
00:48:48.031 --> 00:48:52.031
ลูก ๆ เราไปไม่ทัน

735
00:48:52.036 --> 00:48:56.036
ดูซอฟต์แวร์นะครับ ซอฟต์แวร์คืออะไรครับ

736
00:48:56.040 --> 00:49:00.040
หรือชุดคำสั่งที่ทำให้คอมพิวเตอร์ทำงาน

737
00:49:00.041 --> 00:49:04.041
รู้แค่นี้พอนะครับ

738
00:49:04.043 --> 00:49:08.043
ซึ่งแบ่งออกเป็นหลายระบบนะครับ ซอปต์แสร่

739
00:49:08.048 --> 00:49:12.048
ซอฟต์แวร์สำเร็จรูป, ซอฟต์แวร์ประยุกต์

740
00:49:12.049 --> 00:49:16.049
เราเอาแค่นี้พอนะครับ

741
00:49:16.053 --> 00:49:20.053
เราเอาตัวนี้พอนะครับ แค่นี้พอ เราเอาเบื้องต้น พื้นฐาน

742
00:49:20.058 --> 00:49:24.058
เราจะพาเจาะลึกเขาไปในแต่ละตัว

743
00:49:24.060 --> 00:49:28.060

744
00:49:28.061 --> 00:49:32.061
ในการเรียนวิชาคอมพิวเตอร์นั้นนะครับ

745
00:49:32.065 --> 00:49:36.065
เราจะพยายามค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไปนะครับ

746
00:49:36.068 --> 00:49:40.068
มาปี 1 เดี๋ยว ซ๊อกก่อนนะครับ

747
00:49:40.069 --> 00:49:44.069
เราจัดรายวิชาที่มันซอฟต์ ๆ ให้เราก่อนนะครับ

748
00:49:44.070 --> 00:49:48.070
มาดูซอฟต์แวร์ประเภทที่ 1 นะครับ ก็คือ

749
00:49:48.071 --> 00:49:52.071
ระบบ หรือ System Software

750
00:49:52.073 --> 00:49:56.073
ชื่อก็บอกนะครับ System คือ

751
00:49:56.076 --> 00:50:00.076
ระบบ เป็นซอฟต์แวร์ที่ควบคุมระบบทั้งหมดนะครับ ซึ่ง

752
00:50:00.078 --> 00:50:04.078
ซอฟต์แวร์ประเภทนี้เป็นซอฟต์แวร์ที่สำคัญ

753
00:50:04.080 --> 00:50:08.080
นะครับ ถ้าไม่มีซอฟต์แวร์ประเภทนี้ คอมพิวเตอร์

754
00:50:08.081 --> 00:50:12.081
ทำงานไม่ได้ก็คือ

755
00:50:12.083 --> 00:50:16.083
ก็คือประเภท System Software หรือซอฟต์แวร์ระบบนะครับ

756
00:50:16.085 --> 00:50:20.085
ซอฟต์แวร์ระบบ

757
00:50:20.087 --> 00:50:24.087
ก็ยังมีย่อยออกไปอีกนะครับ ในที่นี้จะยกตัวอย่างให้ดู

758
00:50:24.089 --> 00:50:28.089
เช่นอันดับที่ 1

759
00:50:28.090 --> 00:50:32.090
ซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการนะครับ

760
00:50:32.091 --> 00:50:36.091
หรือ Operation System หรือ OS

761
00:50:36.093 --> 00:50:40.093
นะครับ ก็คือรายวิชาหลักที่เราเรียนวันนี่ล่ะ ก็คือ OS

762
00:50:40.094 --> 00:50:44.094
ซอฟต์แวร์นี้นะครับเป็น

763
00:50:44.096 --> 00:50:48.096
ซอฟต์แวร์ที่เปรียบเสมือนนะครับ ตัว

764
00:50:48.098 --> 00:50:52.098
ระบบหน่วยคอมพิวเตอร์ทั้งหมด เพื่อให้ติดต่อกับผู้ใช้ได้นะครับ

765
00:50:52.101 --> 00:50:56.101

766
00:50:56.102 --> 00:51:00.102
เป็นไงครับ

767
00:51:00.104 --> 00:51:04.104
ทำงานได้ไหมอุบล ทำงานไม่ได้นะครับ

768
00:51:04.110 --> 00:51:08.110
ต้องมีซอฟต์แวร์ระบบ หรือ OS

769
00:51:08.113 --> 00:51:12.113
หรือระบบปฏิบัติการนะครับ เดี๋ยวเราจะค่อย พูดถึงบทที่ 3

770
00:51:12.114 --> 00:51:16.114
4 5 เราจะพุดถึงแต่ตัวนี้ตัวเดียวเลย

771
00:51:16.116 --> 00:51:20.116
นะครับ

772
00:51:20.117 --> 00:51:24.117
ซอฟต์แวร์ระบบนะครับ

773
00:51:24.120 --> 00:51:28.120
อันต่อมา ก็คือตัวของ Translator

774
00:51:28.123 --> 00:51:32.123
โปรแกรมนะครับ

775
00:51:32.124 --> 00:51:36.124
หรือโปรแกรมแปลภาษา

776
00:51:36.126 --> 00:51:40.126
โปแกรมแปลภาษา ก็

777
00:51:40.127 --> 00:51:44.127
คือ แปลภาษาจากระดับสูง

778
00:51:44.129 --> 00:51:48.129
เป็นภาาษาเครื่อง

779
00:51:48.134 --> 00:51:52.134
นะครับ ซึ่งในการแปลภาษานั้นนะครับ

780
00:51:52.136 --> 00:51:56.136
ในคางคอมพิวเตอร์เรามีอยู่ 2 แบบนะครับ 2 แบบ

781
00:51:56.141 --> 00:52:00.141
ก็คือแปลแบบทีเดียวเลยนะครับ เราเรียกว่า "

782
00:52:00.143 --> 00:52:04.143
การ Compl

783
00:52:04.145 --> 00:52:08.145
แปลทีละบรรทัด ๆ ๆ เราเรียกว่า

784
00:52:08.146 --> 00:52:12.146
ซึ่งปัจจุบันนี้นะครับ

785
00:52:12.151 --> 00:52:16.151
หลักการของการเขียนโปรแกรมก็เปลี่ยนไปเยอะ หลักการเขียนโปรแกรมก

786
00:52:16.155 --> 00:52:20.155
ใช้ตัวแปลภาษานั้น

787
00:52:20.157 --> 00:52:24.157
นะครับ เป็นตัวของ Compiler นะครับ เพราะตอนนี้

788
00:52:24.159 --> 00:52:28.159
เราเรียนการเขียนโปรแกรมใช่ไหมอุบล

789
00:52:28.160 --> 00:52:32.160
การเขียนโปรแกรมนะ เรียนกับอาจารย์นะ พอเราจะ

790
00:52:32.166 --> 00:52:36.166
แปลให้คอมพิวเตอร์มันรู้นะครับเราต้องใช้

791
00:52:36.170 --> 00:52:40.170
โปรแกรมแปลภาษานะครับ

792
00:52:40.171 --> 00:52:44.171
เหมือนห้อง 1 เรียนกับอาจารย์ชายแดนใช่ไหม เรียน

793
00:52:44.172 --> 00:52:48.172
การเขียนโปรแกรมใช่ไหม นั่นล่ะ พอเราเขียน เราใช้โปรแกรมอะไ

794
00:52:48.174 --> 00:52:52.174
Phyton หรือเปล่า

795
00:52:52.176 --> 00:52:56.176
หรือยัง ห้อง 1

796
00:52:56.177 --> 00:53:00.177
Python ใช่ไหม Python เป็นภาษา

797
00:53:00.178 --> 00:53:04.178
ระดับสูง แต่ถ้าให้คอมพิวเตอร์รู้จัก

798
00:53:04.180 --> 00:53:08.180
ที่มันรู้จักก็คือการ

799
00:53:08.181 --> 00:53:12.181
แปลภาษาก็ต้องใช้ระบบ

800
00:53:12.182 --> 00:53:16.182
เข้าไปแปลด้วยนะ ระบบ Compriler

801
00:53:16.183 --> 00:53:20.183
นะครับ

802
00:53:20.185 --> 00:53:24.185

803
00:53:24.187 --> 00:53:28.187
พักหายใจให้พี่เก๋

804
00:53:28.188 --> 00:53:32.188
ดูซอฟต์แวร์ระบบตัวต่อมานะครับ

805
00:53:32.190 --> 00:53:36.190
โปแกรมอรรถประโยชน์ประโยชน์นะครับ หรือ Utility Program

806
00:53:36.191 --> 00:53:40.191
สมัยผมเรียนเขาเรียกว่า

807
00:53:40.193 --> 00:53:44.193
Software Tool ก็คือโปรแกรมที่

808
00:53:44.193 --> 00:53:48.193
อำนวยความสะดวกให้กับคอมพิวเตอร์เรา

809
00:53:48.195 --> 00:53:52.195
นะครับ ปัจจุบัน เขาใช้คำว่า "โปรแกรมอรรถประโยชน์"

810
00:53:52.196 --> 00:53:56.196
Uyility ฌฟพ

811
00:53:56.197 --> 00:54:00.197
โปรแกรมนี้ทำหน้าที่อะไรครับ

812
00:54:00.198 --> 00:54:04.198
ทำหน้าที่ช่วยให้ผู้ใช้ติดต่อคอมพิวเตอร์ได้

813
00:54:04.199 --> 00:54:08.199
ง่ายขึ้น ช่วยให้ผู้ใช้สามารถที่จะ

814
00:54:08.201 --> 00:54:12.201
อะไรเข้าเรียกว่าสิ่งอำนวยความสะดวก

815
00:54:12.202 --> 00:54:16.202
นะครับ เช่น Software Tools ต่าง ๆ

816
00:54:16.204 --> 00:54:20.204
Software Tools Norton’s Utilities โปรแกรม

817
00:54:20.205 --> 00:54:24.205
สแกนไวรัส โปรแกรมพวกจัดเรียงข้อมูล โปรแกรม

818
00:54:24.205 --> 00:54:28.205
ช่วยอะไรเขาเรียก

819
00:54:28.206 --> 00:54:32.206
แปลงเสียงอะไรพวกนี้นะครับ หรือโปรแกรมช่วย

820
00:54:32.222 --> 00:54:36.222
เช็กเครื่องนะครับ เดี๋ยวเราค่อยเรียนกันไปนะครับ

821
00:54:36.225 --> 00:54:40.225
ให้รู้ประมาณนี้ก่อนนะครับ

822
00:54:40.230 --> 00:54:44.230
Soft ประเภทที่ 2 นะครับ

823
00:54:44.232 --> 00:54:48.232
ซอฟต์แวร์สำเร็จรูป

824
00:54:48.234 --> 00:54:52.234
นะครับ Package Software

825
00:54:52.235 --> 00:54:56.235
ซอฟต์แวร์สำเร็จรูป หรือซอฟต์แวร์ประยุกต

826
00:54:56.238 --> 00:55:00.238
งานเฉพาะด้าน

827
00:55:00.239 --> 00:55:04.239
เช่น งานคงคลัง, งานบัญชี, งานสต๊อก

828
00:55:04.241 --> 00:55:08.241
อะไรพวกนี้นะครับ

829
00:55:08.244 --> 00:55:12.244
อีกประเภท ก็คือซอฟต์แวร์ประยุกต์

830
00:55:12.245 --> 00:55:16.245
Adminition Soft

831
00:55:16.248 --> 00:55:20.248
จริง ๆ package Software กับ

832
00:55:20.250 --> 00:55:24.250
Application  Software ก็ไม่ค่อยมีความแตกต่างกันมาก

833
00:55:24.252 --> 00:55:28.252
มันก็จะเป็น เห็นไหม มันก็จะคล้าย ๆ ตัว Packet

834
00:55:28.253 --> 00:55:32.253
คล้าย ๆ กันแบบ แพ็กเกรต

835
00:55:32.255 --> 00:55:36.255
เช่นอะไรครับ พวกโปรแกรมเกี่ยวกับ Word, Excel, Powe

836
00:55:36.256 --> 00:55:40.256
นึกออกไหมครับ นี่คือพวก ซอฟต์แวร์ Application  Software

837
00:55:40.257 --> 00:55:44.257
ซึ่งเราใช้อยู่นะครับ

838
00:55:44.262 --> 00:55:48.262
คราวนี้องค์ประกอบที่ 3 ของคอมพิวเตอร์ก็คือ

839
00:55:48.264 --> 00:55:52.264
คนนะครับ คน บุคลากรทาง

840
00:55:52.265 --> 00:55:56.265
ด้านคนนะครับ ก็คือ People Ware นะครับ People Ware

841
00:55:56.267 --> 00:56:00.267
ก็จะประกอบด้วยทั้งหมดนะครับ อยู่

842
00:56:00.269 --> 00:56:04.269
5 ส่วน 6 ส่วนนะครับ

843
00:56:04.270 --> 00:56:08.270
ก็คือ 1. ผู้ออกแบบระบบ 2. โปรแกรมเมอร์

844
00:56:08.272 --> 00:56:12.272
3. ผู้บริหารฐานข้อมูล 4. ผู้ปฏิบัติการ

845
00:56:12.273 --> 00:56:16.273
5. ผู้ใช้ 6. ผู้บริหาร ที่คือผู้เกี่ยวข้อง

846
00:56:16.275 --> 00:56:20.275
ทางด้านคอมพิวเตอร์นะครับดูส่วนที่ 1 นะครับ

847
00:56:20.276 --> 00:56:24.276

848
00:56:24.279 --> 00:56:28.279
SAD นะครับ System Analysis and Design

849
00:56:28.280 --> 00:56:32.280
นะครับ เป็นนักวิเคราะห์ระบบ นักออกแบบระบบ

850
00:56:32.283 --> 00:56:36.283
นะครับ

851
00:56:36.285 --> 00:56:40.285
หนึ่งในวัตถุประสงค์ของนักคอมพิวเตอร์

852
00:56:40.290 --> 00:56:44.290
เราจะต้องเป็นนักวิเคราะห์ระบบให้ได้

853
00:56:44.299 --> 00:56:48.299
นะครับ ก็คือเป็นนักออกแบบระบบ เช่น ออกแบบระบบ

854
00:56:48.301 --> 00:56:52.301
สินค้าคงคลัง นะครบ

855
00:56:52.302 --> 00:56:56.302
ไปออกแบบว่ามันมีอะไรบ้าง เป็นต้นนะครับ

856
00:56:56.303 --> 00:57:00.303
อันที่ 2 ก็คือ

857
00:57:00.305 --> 00:57:04.305
โปรแกรมเมอร์ ก็คือบุคคลที่เขียนโปรแกรมนะครับ ที่

858
00:57:04.309 --> 00:57:08.309
เรียกว่า โปรแกรมเมอร์นะครับ

859
00:57:08.310 --> 00:57:12.310
มีความคาดหวังว่าเราจบเอกคอมฯ เรานะ เราก็เป็นนัก

860
00:57:12.311 --> 00:57:16.311
ออกแบบระบบแล้วก็

861
00:57:16.313 --> 00:57:20.313
เขียนโปรแกรมขึ้นมาใช้ได้ตามต้องการนะครับ ต่อมา

862
00:57:20.315 --> 00:57:24.315

863
00:57:24.316 --> 00:57:28.316
ต่อมาก็คือผู้บริหารฐานข้อมูลนะครับ

864
00:57:28.318 --> 00:57:32.318

865
00:57:32.319 --> 00:57:36.319
DBA นะครับ

866
00:57:36.321 --> 00:57:40.321
Database Adminstrator นะครับก็คือเป็นผู้

867
00:57:40.323 --> 00:57:44.323
ดูแลระบบในองค์กร พวกฐานข้อมูลนะครับ

868
00:57:44.324 --> 00:57:48.324

869
00:57:48.326 --> 00:57:52.326
5. ก็คือผู้ปฏิบัติการนะครับ

870
00:57:52.329 --> 00:57:56.329
คือผู้ใช้งานนะครับ 6 ผู้ใช้งานคือผู้ใช้นะครับ

871
00:57:56.330 --> 00:58:00.330
User ผู้ใช้นะครับ

872
00:58:00.332 --> 00:58:04.332
อันนี้ไม่พูดเยอะนะครับ ตอนนี้เราเป็นผู้ใช้อยู่นะครับ

873
00:58:04.333 --> 00:58:08.333
เรียนปี 1 เทอม 1 ผู้ใช้งานทั่วไป เรียกว่า "UserW

874
00:58:08.335 --> 00:58:12.335
สุดท้ายผู้ที่เกี่ยวข้องนะครับก็คือ ผู้บริหารนะครัย

875
00:58:12.338 --> 00:58:16.338
หลายคนถามผู้บริหารมันเกี่ยวข้อง

876
00:58:16.340 --> 00:58:20.340
กับองค์ประกอบคอมพิวเตอร์ส่วนของคนได้อย่างไร

877
00:58:20.355 --> 00:58:24.355
ก็คือเขาบอกว่า ณ ยุคปัจจุบันนี้นะครับ

878
00:58:24.360 --> 00:58:28.360
ถ้าจะให้เทคโนโลยี

879
00:58:28.365 --> 00:58:32.365
เข้ามามีบทบาทในองค์กรนั้น บุคคลที่สำคัญที่สุด คือ

880
00:58:32.373 --> 00:58:36.373
ผู้บริหารนะครับ ถ้าผู้บริหารนะครับ

881
00:58:36.374 --> 00:58:40.374
ไม่มีความคิด หรือไม่มีทัศนคติ หรือไม่มีวิสัยทัศน์

882
00:58:40.375 --> 00:58:44.375
ในการมอเทคโนโลยีหรือไม่ตามเทคโนโลยี

883
00:58:44.376 --> 00:58:48.376
จะทำให้องค์กรนั้นล้าสมัย ล้าหลัง

884
00:58:48.377 --> 00:58:52.377
นะครับ ใช่ไหม ถ้าเราย้อนกลับไปสมัยเรียนมัธยม

885
00:58:52.378 --> 00:58:56.378
โรงเรียนมัธยมทำอะไรกันครับ

886
00:58:56.379 --> 00:59:00.379
แข่งกัน

887
00:59:00.380 --> 00:59:04.380
ผอ. ทำอะไรแข่งกัน โรงเรียนมัธยม

888
00:59:04.382 --> 00:59:08.382
สร้างโดมแข่งกันแม่นบ่

889
00:59:08.385 --> 00:59:12.385
ใช่ไหม สกลล่างก็โดม

890
00:59:12.386 --> 00:59:16.386
อะไรขาวแดง

891
00:59:16.388 --> 00:59:20.388
สร้างโดมแข่งกัน แต่ถ้าเมื่อไหร่

892
00:59:20.389 --> 00:59:24.389
ผอ. แข่งกันสร้าง

893
00:59:24.390 --> 00:59:28.390
IT แข่งกัน เรียนรู้ผ่านระบบเครือข่าย เรียนรู้ผ่าน

894
00:59:28.392 --> 00:59:32.392
โซเชียวเน็ตเวิร์ค

895
00:59:32.393 --> 00:59:36.393
ก็จะเป็นอีกแบบหนึ่งนะครับ เขาถึงบอกว่าผู้บริหารมีส่วนสำคัญมากนะครับ

896
00:59:36.395 --> 00:59:40.395
ในการใช้งานทางด้านคอมพิวเตอร์เรานะครับ

897
00:59:40.397 --> 00:59:44.397
ส่วนที่

898
00:59:44.399 --> 00:59:48.399
4นะครับ เดี๋ยวผม

899
00:59:48.401 --> 00:59:52.401
ขอข้ามเลยนะครับ มี

900
00:59:52.404 --> 00:59:56.404
83 สไลด์นะครับ เดี๋ยว

901
00:59:56.406 --> 01:00:00.406

902
01:00:00.408 --> 01:00:04.408

903
01:00:04.410 --> 01:00:08.410

904
01:00:08.413 --> 01:00:12.413
อาจจะมาตรงนี้เลยนะครับ

905
01:00:12.415 --> 01:00:16.415
ตรงระบบปฏิบัติการนะครับ

906
01:00:16.417 --> 01:00:20.417
ก็เดี๋ยวขอ ขอเบรค

907
01:00:20.432 --> 01:00:24.432
สัก 10 นาทีนะครับ สัก 10 นาที ให้พวกเรา

908
01:00:24.437 --> 01:00:28.437
ได้หายใจนะครับ แล้วก็ให้พี่เก๋ได้พักสักช่วงหนึ่ง

909
01:00:28.438 --> 01:00:32.438
ก็สัก 10 นาทีนะครับ ก็เดี๋ยว

910
01:00:32.441 --> 01:00:36.441
14.00 นะครับ

911
01:00:36.444 --> 01:00:40.444
15 ก็พอ

912
01:00:40.445 --> 01:00:44.445
พักก่อนนะครับ

913
01:00:44.446 --> 01:00:48.446

914
01:00:48.451 --> 01:00:52.451

915
01:00:52.453 --> 01:00:56.453

916
01:00:56.457 --> 01:01:00.457

917
01:01:00.459 --> 01:01:04.459

918
01:01:04.461 --> 01:01:08.461

919
01:01:08.465 --> 01:01:12.465

920
01:01:12.468 --> 01:01:16.468

921
01:01:16.470 --> 01:01:20.470

922
01:01:20.473 --> 01:01:24.473

923
01:01:24.476 --> 01:01:28.476

924
01:01:28.478 --> 01:01:32.478

925
01:01:32.481 --> 01:01:36.481

926
01:01:36.484 --> 01:01:40.484

927
01:01:40.487 --> 01:01:44.487

928
01:01:44.490 --> 01:01:48.490

929
01:01:48.493 --> 01:01:52.493

930
01:01:52.494 --> 01:01:56.494

931
01:01:56.497 --> 01:02:00.497

932
01:02:00.501 --> 01:02:04.501

933
01:02:04.504 --> 01:02:08.504

934
01:02:08.507 --> 01:02:12.507

935
01:02:12.508 --> 01:02:16.508

936
01:02:16.511 --> 01:02:20.511

937
01:02:20.513 --> 01:02:24.513

938
01:02:24.514 --> 01:02:28.514

939
01:02:28.517 --> 01:02:32.517

940
01:02:32.520 --> 01:02:36.520

941
01:02:36.526 --> 01:02:40.526

942
01:02:40.528 --> 01:02:44.528

943
01:02:44.532 --> 01:02:48.532

944
01:02:48.533 --> 01:02:52.533

945
01:02:52.536 --> 01:02:56.536

946
01:02:56.538 --> 01:03:00.538

947
01:03:00.539 --> 01:03:04.539

948
01:03:04.541 --> 01:03:08.541

949
01:03:08.544 --> 01:03:12.544

950
01:03:12.547 --> 01:03:16.547

951
01:03:16.550 --> 01:03:20.550

952
01:03:20.552 --> 01:03:24.552

953
01:03:24.554 --> 01:03:28.554

954
01:03:28.557 --> 01:03:32.557

955
01:03:32.559 --> 01:03:36.559

956
01:03:36.561 --> 01:03:40.561

957
01:03:40.563 --> 01:03:44.563

958
01:03:44.565 --> 01:03:48.565

959
01:03:48.566 --> 01:03:52.566

960
01:03:52.569 --> 01:03:56.569

961
01:03:56.571 --> 01:04:00.571

962
01:04:00.572 --> 01:04:04.572

963
01:04:04.575 --> 01:04:08.575

964
01:04:08.577 --> 01:04:12.577

965
01:04:12.580 --> 01:04:16.580

966
01:04:16.582 --> 01:04:20.582
[เสียงหัวเราะ]

967
01:04:20.584 --> 01:04:24.584

968
01:04:24.587 --> 01:04:28.587

969
01:04:28.588 --> 01:04:32.588

970
01:04:32.590 --> 01:04:36.590

971
01:04:36.591 --> 01:04:40.591

972
01:04:40.592 --> 01:04:44.592

973
01:04:44.595 --> 01:04:48.595

974
01:04:48.597 --> 01:04:52.597

975
01:04:52.602 --> 01:04:56.602

976
01:04:56.604 --> 01:05:00.604

977
01:05:00.606 --> 01:05:04.606

978
01:05:04.609 --> 01:05:08.609

979
01:05:08.611 --> 01:05:12.611

980
01:05:12.612 --> 01:05:16.612

981
01:05:16.616 --> 01:05:20.616

982
01:05:20.619 --> 01:05:24.619

983
01:05:24.622 --> 01:05:28.622

984
01:05:28.623 --> 01:05:32.623

985
01:05:32.625 --> 01:05:36.625

986
01:05:36.627 --> 01:05:40.627

987
01:05:40.629 --> 01:05:44.629

988
01:05:44.631 --> 01:05:48.631

989
01:05:48.634 --> 01:05:52.634

990
01:05:52.640 --> 01:05:56.640

991
01:05:56.646 --> 01:06:00.646

992
01:06:00.653 --> 01:06:04.653

993
01:06:04.655 --> 01:06:08.655

994
01:06:08.657 --> 01:06:12.657

995
01:06:12.659 --> 01:06:16.659

996
01:06:16.661 --> 01:06:20.661

997
01:06:20.663 --> 01:06:24.663

998
01:06:24.670 --> 01:06:28.670

999
01:06:28.673 --> 01:06:32.673

1000
01:06:32.675 --> 01:06:36.675

1001
01:06:36.677 --> 01:06:40.677

1002
01:06:40.679 --> 01:06:44.679

1003
01:06:44.681 --> 01:06:48.681

1004
01:06:48.683 --> 01:06:52.683

1005
01:06:52.684 --> 01:06:56.684

1006
01:06:56.686 --> 01:07:00.686

1007
01:07:00.687 --> 01:07:04.687

1008
01:07:04.689 --> 01:07:08.689

1009
01:07:08.693 --> 01:07:12.693

1010
01:07:12.695 --> 01:07:16.695

1011
01:07:16.697 --> 01:07:20.697

1012
01:07:20.699 --> 01:07:24.699

1013
01:07:24.701 --> 01:07:28.701

1014
01:07:28.702 --> 01:07:32.702

1015
01:07:32.703 --> 01:07:36.703

1016
01:07:36.705 --> 01:07:40.705

1017
01:07:40.706 --> 01:07:44.706

1018
01:07:44.708 --> 01:07:48.708

1019
01:07:48.709 --> 01:07:52.709

1020
01:07:52.712 --> 01:07:56.712

1021
01:07:56.714 --> 01:08:00.714

1022
01:08:00.716 --> 01:08:04.716

1023
01:08:04.719 --> 01:08:08.719

1024
01:08:08.722 --> 01:08:12.722

1025
01:08:12.724 --> 01:08:16.724
ดูต่อเลยนะครับ

1026
01:08:16.727 --> 01:08:20.727
หัวข้อต่อมานะครับ

1027
01:08:20.728 --> 01:08:24.728
เราจะพูดถึงเรื่องของ OS นะครับ

1028
01:08:24.730 --> 01:08:28.730
หรือระบบปฏิบัติการนะครับ ว่า

1029
01:08:28.731 --> 01:08:32.731
ระบบปฏิบัติการที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้มันคืออะไร

1030
01:08:32.735 --> 01:08:36.735
นะครับมันมีความเป็นมาอย่างไร

1031
01:08:36.741 --> 01:08:40.741
ในสมัยก่อนนะครับ ในสมัยโบราณเรานะครับ

1032
01:08:40.744 --> 01:08:44.744
ในการใช้งานคอมพิวเตอร์ หรือใช้งาน

1033
01:08:44.745 --> 01:08:48.745
เครื่องประดิษฐ์ หรือเครื่องคำนวณอะไรก็แล้วแต่

1034
01:08:48.746 --> 01:08:52.746
สมัย ม. 6 นะครับ

1035
01:08:52.747 --> 01:08:56.747
เราคงนึกภาพออกนะครับ ว่า

1036
01:08:56.749 --> 01:09:00.749
ที่ผลิตเครื่องอะไรขึ้นมา ผลิจคอมพิวเตอร์ ผลิต

1037
01:09:00.750 --> 01:09:04.750
เครื่องประดิษฐ์ คน ๆ นั้นใช้งานได้อยู่คนเดียว

1038
01:09:04.751 --> 01:09:08.751
นะครับนอกจากผู้ผลิต

1039
01:09:08.763 --> 01:09:12.763
นะครับ คอมพิวเตอร์ก็เช่นเดียวกันนะครับ

1040
01:09:12.765 --> 01:09:16.765
สมัยเริ่มแรกเลยนะครับ ก็คือใครสร้างขึ้นมา

1041
01:09:16.771 --> 01:09:20.771
ก็คือใช้ได้อยู่คนเดียวนะครับ

1042
01:09:20.773 --> 01:09:24.773
ไม่มีความรู้คอมพิวเตอร์ใช้คอมพิวเตอรไม่ได้เลยนะครับ

1043
01:09:24.775 --> 01:09:28.775
ในสมัยยุคแรก ๆ นะครับ

1044
01:09:28.782 --> 01:09:32.782
คราวนี้มาดูในหัวข้อของ

1045
01:09:32.784 --> 01:09:36.784
หน่วยควบคุมอุปกรณ์นะครับ หรือ Chanel นะครับ

1046
01:09:36.786 --> 01:09:40.786
เขาบอกว่า

1047
01:09:40.799 --> 01:09:44.799
หน่วยประมวลผลในเครื่องคอมพิวเตอร์นะครับ

1048
01:09:44.801 --> 01:09:48.801
ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของระบบ

1049
01:09:48.803 --> 01:09:52.803
ซึ่งในระบบคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ Super Computer Mainframe Computer นี่

1050
01:09:52.804 --> 01:09:56.804
ใช่ไหมครับ

1051
01:09:56.806 --> 01:10:00.806
Mainframe Computer นี่ เวลามันทำงานนะครับ มันจะ

1052
01:10:00.808 --> 01:10:04.808
ไม่ใช้ตัวของหน่วยประมวลผลหลัก

1053
01:10:04.810 --> 01:10:08.810
ในส่วนที่มีส่วนสำคัญน้อยนะครับ

1054
01:10:08.811 --> 01:10:12.811
นึกง่าย ๆ เช่น

1055
01:10:12.814 --> 01:10:16.814
สมมติว่าห้องเรานี่เป็น Super Computer

1056
01:10:16.815 --> 01:10:20.815
มี CPU อยู่ทั้งหมด หรือมีหน่วยประมวลผล

1057
01:10:20.817 --> 01:10:24.817
อยู่ทั้งหมด 30 หน่วยใหญ่ สมมตินะ หน่วยใหญ่

1058
01:10:24.820 --> 01:10:28.820
แต่พอเราจะให้

1059
01:10:28.821 --> 01:10:32.821
ไปทำงานที่เล็กลง เราจะไม่ใช้ 30 หน่วยนี้

1060
01:10:32.822 --> 01:10:36.822
ในการทำงานนะครับ

1061
01:10:36.824 --> 01:10:40.824
เราจะไปสร้างส่วนเล็ก ๆ ต่อไป เช่น เราจะสร้าง OS เล็ก

1062
01:10:40.826 --> 01:10:44.826
ที่ติดต่อกับอุปกรณ์

1063
01:10:44.827 --> 01:10:48.827
ไปติดต่อกับภายนอก คือ ไปติดต่อกับอะไรก็แล้วแต่

1064
01:10:48.828 --> 01:10:52.828
ที่นอกเหนือจากตัวหลัก ๆ ของ CPU เรา

1065
01:10:52.829 --> 01:10:56.829
ซึ่งเขาจะใช้คำว่า "Processer ติดต่อกับอุปกรณ์

1066
01:10:56.831 --> 01:11:00.831
ข้าง ถ้าจะไปติดต่อกับอุปกรณ์รอบข้า

1067
01:11:00.842 --> 01:11:04.842
เราจะไม่ใช้ตัวของ Processor หลักเป็นตัวติดต่อโดยตรง

1068
01:11:04.844 --> 01:11:08.844
นะครับ หรือบางทีเขาใช้ตัว IO

1069
01:11:08.845 --> 01:11:12.845
หรือ Data Chanel หรือบางทีเรียกสั้น ๆ ว่า "Chanel"

1070
01:11:12.847 --> 01:11:16.847
Chanal คืออะไร

1071
01:11:16.848 --> 01:11:20.848
ชาแนลคืออะไร ในทีนี้ชาแนล

1072
01:11:20.849 --> 01:11:24.849
คืออะไรเอ่ยอุบล คือ

1073
01:11:24.853 --> 01:11:28.853
คือ Processer ใช่ไหม Processer

1074
01:11:28.858 --> 01:11:32.858
ในระบบ

1075
01:11:32.861 --> 01:11:36.861
คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่นะครับ ที่ทำหน้าที่

1076
01:11:36.867 --> 01:11:40.867
ในการติดต่อกับอุปกรณ์รอบข้าง

1077
01:11:40.872 --> 01:11:44.872
นะครับ ในคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่เท่านั้นนะครับ อย่าง ญฉ

1078
01:11:44.874 --> 01:11:48.874
อย่าง Note Book ไม่ใช้

1079
01:11:48.875 --> 01:11:52.875
ใช้อะไรเราค่อยว่ากันต่อนะครับ

1080
01:11:52.878 --> 01:11:56.878
นี่เห็นไหม ถ้าเป็น

1081
01:11:56.879 --> 01:12:00.879
ในระบบเล็ก ๆ ถ้ามันจะ

1082
01:12:00.881 --> 01:12:04.881
ไปติดต่อกับอุปกรณ์ภายนอกมันจะใช้การติดต่อ

1083
01:12:04.882 --> 01:12:08.882
Input, Output นั้นนะครับ มันจะติดต่อผ่าน Port

1084
01:12:08.889 --> 01:12:12.889

1085
01:12:12.893 --> 01:12:16.893
ถ้าเป็นพวก Super Computerหรือคอมพิวเตอร์

1086
01:12:16.895 --> 01:12:20.895
ขนาดใหญ่  ใช้ Chanal ในการติดต่อ

1087
01:12:20.896 --> 01:12:24.896
แต่พออย่าง PC เรา อย่างโน้ตบุ๊กเรา

1088
01:12:24.897 --> 01:12:28.897
นะครับ มันจะใช้พอร์ทในการติดต่อ

1089
01:12:28.901 --> 01:12:32.901
รู้จัก Prot ใช่ไหม รู้จัก Port ไหม

1090
01:12:32.903 --> 01:12:36.903
ที่เราไปเสียบ

1091
01:12:36.904 --> 01:12:40.904
ต่อพอร์ท USB พอร์ทอะไร

1092
01:12:40.908 --> 01:12:44.908
พวกนี้ติดต่อผ่านช่องนี้

1093
01:12:44.909 --> 01:12:48.909
คราวนี้ พอ

1094
01:12:48.912 --> 01:12:52.912
เมื่อมีการติดต่อผ่านทั้ง พอร์ท ผ่านทั้ง

1095
01:12:52.913 --> 01:12:56.913
เรามาดูว่าในการติดต่อระหว่างอุปกรณ์รอบข้างระหว่าง CPU

1096
01:12:56.916 --> 01:13:00.916
มันมีวิธีการติดต่ออย่างไร ในนี้

1097
01:13:00.918 --> 01:13:04.918
มันแบ่งออกเป็น 3 แบบ 1. การติดต่อแบบ Prol link นะครับ

1098
01:13:04.920 --> 01:13:08.920

1099
01:13:08.921 --> 01:13:12.921

1100
01:13:12.923 --> 01:13:16.923

1101
01:13:16.925 --> 01:13:20.925
นะครับ Plor link

1102
01:13:20.928 --> 01:13:24.928
การติดต่อแบบนี้ก็คือ

1103
01:13:24.929 --> 01:13:28.929
การติดต่อที่ทุกช่วงเวลานะครับ CPU

1104
01:13:28.932 --> 01:13:32.932
จะหยุดทำงาน แล้วก็ไปเช็กว่า

1105
01:13:32.933 --> 01:13:36.933
อุปกรณ์ใดบ้างที่ต้องการจะติดต่อกับ CPU

1106
01:13:36.935 --> 01:13:40.935
หยุด ถ้าตัวอย่างเช่น

1107
01:13:40.938 --> 01:13:44.938
ตัวผมเอง อาจารย์เองนี่เป็น CPU

1108
01:13:44.943 --> 01:13:48.943
นะครับ หรือเป็น Prosensor

1109
01:13:48.945 --> 01:13:52.945
สอน ๆ อยู่ สอน ๆ อยู่ แล้วยกตัวอย่าง ก็คือเราเป็น

1110
01:13:52.946 --> 01:13:56.946
เ็นอุปกรณ์รอบข้าง ถ้าสมมติว่า

1111
01:13:56.948 --> 01:14:00.948
อยากถาม หรือ

1112
01:14:00.950 --> 01:14:04.950
CPU อยากถาม เช่น อย่างผมเป็น CPU

1113
01:14:04.952 --> 01:14:08.952
ถ้าเป็นแบบ Prol Link ผมจะหยุด แล้วเริ่มภาม

1114
01:14:08.954 --> 01:14:12.954
แล้วเริ่มถามนนะครับ

1115
01:14:12.955 --> 01:14:16.955
แม็กกี้ ตั้งแต่คนที่ 1 ถามไปเรื่อย ๆ ครับ จนถึง

1116
01:14:16.958 --> 01:14:20.958
คนสุดท้าย 40 คน ก็ถามถึง 40

1117
01:14:20.963 --> 01:14:24.963
นี่คือลักษณะของ Prol Link ซึ่ง

1118
01:14:24.969 --> 01:14:28.969
การติดต่อแบบนี้ปัญหาที่

1119
01:14:28.971 --> 01:14:32.971
เกิดระบบล่าช้า

1120
01:14:32.972 --> 01:14:36.972
นะครับ เช่น ไปถามอุปกรณ์รอบข้าง อุปกรณ์รอบข้าง

1121
01:14:36.974 --> 01:14:40.974
40 ตัว ไม่มีอุปกรณ์ใดต้องการ CPU

1122
01:14:40.975 --> 01:14:44.975
นะครับเสียเวลาข้อเสียของมัน

1123
01:14:44.979 --> 01:14:48.979
นะครับ ข้อเสีย คือ เสียเวลานะครับ

1124
01:14:48.981 --> 01:14:52.981
การติดต่ออันที่ 2 ก็คือ

1125
01:14:52.983 --> 01:14:56.983
Interup ลักษณะการต่อแบบนี้นะครับ เป็นการ

1126
01:14:56.984 --> 01:15:00.984
ลดข้อเสียของแบบ

1127
01:15:00.986 --> 01:15:04.986
ก็คือแทนที่จะไปเช็กไปถามอุปกรณ์รอบข้าง

1128
01:15:04.998 --> 01:15:08.998
วิธีการ Interrupt

1129
01:15:09.001 --> 01:15:13.001
ส่งสัญญาณมาแทน เช่น

1130
01:15:13.004 --> 01:15:17.004
ถ้าผมสอน ๆ อยู่เป็น CPU

1131
01:15:17.007 --> 01:15:21.007
เป็นอุปกรณ์รอบข้าง สอน ๆ อยู่ถามอุบล อุบลยกมือเลย

1132
01:15:21.009 --> 01:15:25.009
พออุบลสอนเสร็จปุ๊บ ผมก็

1133
01:15:25.011 --> 01:15:29.011
สอนต่อ นี่นี่เป็นลักษณะการติดต่อแบบ Interrup

1134
01:15:29.013 --> 01:15:33.013
ก็คือ

1135
01:15:33.014 --> 01:15:37.014
CPU ไม่ต้องถามอุปกรณ์รอบข้าง อุปกรณ์รอบข้าง

1136
01:15:37.015 --> 01:15:41.015
มาถามเองนะครับ แบบที่ 3 นะครับ แบบ

1137
01:15:41.017 --> 01:15:45.017
Mail Box

1138
01:15:45.018 --> 01:15:49.018
นะครับในการติดต่อแบบนี้ก็คือ

1139
01:15:49.021 --> 01:15:53.021
ไปลดข้อเสียทั้ง 2 แบบนะครับ

1140
01:15:53.023 --> 01:15:57.023
หลักการลอง Mailbox

1141
01:15:57.025 --> 01:16:01.025
จะกันเนื้อความจำบางส่วน

1142
01:16:01.038 --> 01:16:05.038
เก็บข้อมูล

1143
01:16:05.042 --> 01:16:09.042
ยกตัวอย่างเช่น เมื่อ

1144
01:16:09.043 --> 01:16:13.043
อุปกรณ์รอบข้างต้องการจะใช้ CPU

1145
01:16:13.045 --> 01:16:17.045
ถ้าเป็น interrup ถ้าเป็น Mail Box

1146
01:16:17.051 --> 01:16:21.051
หน่วยคึวา่มจำบางส่วนที่กันเอาไว

1147
01:16:21.052 --> 01:16:25.052
แล้วสักระยะหนึ่ง CPU จะหยุด แล้ว

1148
01:16:25.053 --> 01:16:29.053
ไปเช็กที่หน่วยความจำแล้วก็ส่งสัญญามาที่ Mailblox

1149
01:16:29.055 --> 01:16:33.055
นะครับ นี่คือแบบ Mail Box

1150
01:16:33.056 --> 01:16:37.056
ถามว่าทำไมแบบ Mailbox ทำไมถึงเรากว่า

1151
01:16:37.062 --> 01:16:41.062
แบบที่ 1 ช้า แบบที่ 2 ก็ยังช้าอยู่ แบบที่ 3 เร็วกว่า

1152
01:16:41.063 --> 01:16:45.063
เพราะอะไรครับ เพราะแบบที่ 3 CPU กับหน่วยความจำ

1153
01:16:45.064 --> 01:16:49.064
จะอยู่ติดกัน เดี๋ยวเราจะดู เราจะเห็น

1154
01:16:49.065 --> 01:16:53.065
โครงสร้างของระบบนะครับเดี๋ยวให้ดู

1155
01:16:53.067 --> 01:16:57.067

1156
01:16:57.068 --> 01:17:01.068
คราวนี้มาดูว่า

1157
01:17:01.069 --> 01:17:05.069
ระบบปฏิบัติการเรานั้นนะครับ

1158
01:17:05.070 --> 01:17:09.070
เป็นมาอย่างไร

1159
01:17:09.072 --> 01:17:13.072
ในยุคแรกนั้นนะครับ ระบบปฏิบัติการของเรานะครับ

1160
01:17:13.073 --> 01:17:17.073
จะใช้ภาษาเครื่องทั้งหมดในการติดต่อ

1161
01:17:17.075 --> 01:17:21.075
คนที่สร้างขึ้นมาก็คือคนที่ใช้ได้อยู่คนเดียวนะครับ

1162
01:17:21.077 --> 01:17:25.077

1163
01:17:25.079 --> 01:17:29.079
ต่อมาก็มีจากความยุ่งยากการใช้ภาษาเครื่องนะครับ

1164
01:17:29.081 --> 01:17:33.081
ก็มีคนคิดชุดคำสั่งขึ้นมา

1165
01:17:33.082 --> 01:17:37.082
เพื่อสามารถทำงานได้ง่ายขึ้นนะครับ ภาษาแรก ๆ เลย

1166
01:17:37.083 --> 01:17:41.083
ที่เราใช้ก็คือภาษา

1167
01:17:41.084 --> 01:17:45.084
แอสแซมบลี้

1168
01:17:45.087 --> 01:17:49.087
ซึ่งภาษาแอสแซมบลี้ ก็ถูก

1169
01:17:49.092 --> 01:17:53.092
แปลเป็นภาษาเครื่อง เราเรียกว่า Assembler นะครับ

1170
01:17:53.094 --> 01:17:57.094

1171
01:17:57.095 --> 01:18:01.095

1172
01:18:01.097 --> 01:18:05.097
เขาบอกว่าการทำงานของ แอสแซมเบลอร์ นั้นนะครับ

1173
01:18:05.101 --> 01:18:09.101
จะมีทำงานที่เร็ว เพราะอะไรครับ เพราะภาษาเครื่อง 1 คำสั่ง

1174
01:18:09.102 --> 01:18:13.102
ก็ต่อคำสั่งเลย

1175
01:18:13.104 --> 01:18:17.104
นะครับ เขาบอกว่าภาษาแอสแซมบลี้เป็นภาษา

1176
01:18:17.105 --> 01:18:21.105
ที่ใกล้เคียงภาษาเครื่องมากที่สุด

1177
01:18:21.108 --> 01:18:25.108
สมัยที่อาจารย์เรียนนะครับ อาจารย์ต้องเรียน

1178
01:18:25.109 --> 01:18:29.109
เขียนโปรแกรมด้วยภาษา แอลซันบี้

1179
01:18:29.111 --> 01:18:33.111
แต่รุ่นพวกเราไม่เรียนแล้วครับ ปวดหัว

1180
01:18:33.112 --> 01:18:37.112
เรียนยากนะครับ

1181
01:18:37.113 --> 01:18:41.113
ซึ่งภาษา Assembly เราถือว่าเป็นภาษาระดับต่ำ

1182
01:18:41.114 --> 01:18:45.114
ที่ใกล้เคียงภาาษเครื่อง

1183
01:18:45.116 --> 01:18:49.116
ใช้คำไม่กี่คำก็ทำงานเลยนะครับ

1184
01:18:49.118 --> 01:18:53.118
ต่อมาก็มีคนพัฒนานะครับ ภาษาที่

1185
01:18:53.120 --> 01:18:57.120
ให้มันใช้งานง่าย เป็นโครงสร้างนะครับ เขียนขึ้นมาง่าย

1186
01:18:57.122 --> 01:19:01.122
ก็คือภาษาระดับสูง

1187
01:19:01.128 --> 01:19:05.128
นะครับ เช่น ภาษาอะไรครับ ภาษา C, ภาษาเบสิก

1188
01:19:05.140 --> 01:19:09.140
ภาษาอัสคาร ภาษา

1189
01:19:09.141 --> 01:19:13.141
อะไรที่เราเขียนอยู่ปัจจุบันอย่างนี้

1190
01:19:13.143 --> 01:19:17.143
ใช่ไหมที่เราเขียนในปัจจุบัน

1191
01:19:17.144 --> 01:19:21.144
Python อะไรพวกนี้นะครับ ซึ่ง

1192
01:19:21.146 --> 01:19:25.146
ภาษาในคอมพิวเตอร์แบ่งเป็น 3 ระดับ ระดับต่ำ

1193
01:19:25.147 --> 01:19:29.147
สูงมาก สูงมาก ๆ Very Very High

1194
01:19:29.149 --> 01:19:33.149
เยอะ ๆ ไปอีกนะครับก็ไม่เป็นไร

1195
01:19:33.153 --> 01:19:37.153
เราไม่ต้องพูดถึงขนาดนั้นนะครับ ซึ่งภาษาระดับสูงต้องมาแปลนะครับ

1196
01:19:37.158 --> 01:19:41.158
ก็คือคอมไพล์เลอร์ที่ผมกล่าวไปข้างต้น

1197
01:19:41.162 --> 01:19:45.162
ก็เป็นภาษาเครื่องนะครับ

1198
01:19:45.163 --> 01:19:49.163

1199
01:19:49.165 --> 01:19:53.165
ภาษาเครื่องนั่นก็คือมันจะแปลเป็นโค้ดนะครับ

1200
01:19:53.166 --> 01:19:57.166

1201
01:19:57.168 --> 01:20:01.168
โค้ดอ่านออกไหมครับ โค้ด อ่านออกไหม โค้ด

1202
01:20:01.169 --> 01:20:05.169

1203
01:20:05.170 --> 01:20:09.170
ใครอ่านโค้ดออกยกมือขึ้น

1204
01:20:09.172 --> 01:20:13.172
นะครับ มันจะมีอยู่ 2 คำ คือ Code

1205
01:20:13.173 --> 01:20:17.173
กับคำว่า "Code" ในการเขียนโปรแกรมของเรา

1206
01:20:17.175 --> 01:20:21.175
นะครับ

1207
01:20:21.179 --> 01:20:25.179
Sourc Code อ่านออกไหม

1208
01:20:25.180 --> 01:20:29.180
อ่าว ตอบไม่ได้ไม่เป็นไร เพราะเราเพิ่งเรียนปี 1

1209
01:20:29.182 --> 01:20:33.182
นะครับ เราเพิ่งตกแต่ง Souece Code

1210
01:20:33.183 --> 01:20:37.183
นึกออกไหมตอนเราเขียนโปร

1211
01:20:37.184 --> 01:20:41.184
คีย์คำสั่งไป มีตำราวาง

1212
01:20:41.186 --> 01:20:45.186
คีย์เข้าไป นั่นคือ Sose code

1213
01:20:45.188 --> 01:20:49.188
แต่เราพอเราคีย์ดเสร็จปุ๊บ เราต้องเอาไป

1214
01:20:49.190 --> 01:20:53.190
Compild

1215
01:20:53.191 --> 01:20:57.191
คราวนี้โค้ดอ่านออกไหม อ่านไม่ออกครับ โค้ดยังอ่านไม่ออก

1216
01:20:57.192 --> 01:21:01.192
นะครับ

1217
01:21:01.193 --> 01:21:05.193

1218
01:21:05.195 --> 01:21:09.195
เขาบอกนะครับ

1219
01:21:09.197 --> 01:21:13.197
พอเราพัฒนาเรื่อย ๆ มานะครับ เขาก็เอาตัวของ

1220
01:21:13.198 --> 01:21:17.198
โปรแกรมแอสแซมบลี้

1221
01:21:17.201 --> 01:21:21.201
มารวมเข้ากับระบบของเรานะครับ มีโปรแกรมหนึ่งนะครับ ที่เราเรียกว่า Loader

1222
01:21:21.202 --> 01:21:25.202
Loader หมายถึง

1223
01:21:25.203 --> 01:21:29.203
ซอฟต์แวร์นะครับ ที่ทำหน้าที่ในการ

1224
01:21:29.206 --> 01:21:33.206
โหลดโปรแกรมจากแผ่นดิสก์ไปหน่วยความจำ

1225
01:21:33.207 --> 01:21:37.207
นะครับ ถ้าใครนึกภาพไม่ออก อย่างเช่น

1226
01:21:37.211 --> 01:21:41.211
ผมมี

1227
01:21:41.213 --> 01:21:45.213
โปรแกรมอยู่ในเครื่อง อยู่ในแผ่นดิสก์นะ

1228
01:21:45.216 --> 01:21:49.216
ผมก็เสียบแผ่นดิสก์เข้าไปในเครื่อง

1229
01:21:49.218 --> 01:21:53.218
นะครับ โปรแกรม Loader นี้ จะทำหน้าที่โหลด

1230
01:21:53.219 --> 01:21:57.219
โปรแกรมจากแผ่นลงไปใส่ในเครื่องไว้

1231
01:21:57.223 --> 01:22:01.223
ถ้าเขาถามว่าโหลดเดอร์คืออะไรครับ โหลดเดอร์ คือ โปรแกรม

1232
01:22:01.226 --> 01:22:05.226
ที่ทำหน้าที่ในการโหลดโปรแกรมจาก

1233
01:22:05.229 --> 01:22:09.229
ระบบจากแผ่นดิสก์ลงไปสู่เครื่องคอมพิวเตอร์นะครับ

1234
01:22:09.231 --> 01:22:13.231
ต่อมาคนก็ไปคิดว่าเราจะทำอย่างไรดี

1235
01:22:13.232 --> 01:22:17.232
ไม่ต้องให้มันโหลดเลยได้ไหม มันเสียเวลานะครับ ก็คือ

1236
01:22:17.233 --> 01:22:21.233
เอาตัวของ Loader

1237
01:22:21.235 --> 01:22:25.235
และ Assembly มารวมกันเลยครับ

1238
01:22:25.236 --> 01:22:29.236
กลายมาเป็นโปรแกรมระบบ

1239
01:22:29.237 --> 01:22:33.237
เปิดเครื่องขึ้นมาปุ๊บต้องใส่แผ่นไหม

1240
01:22:33.238 --> 01:22:37.238
ไม่ต้องใส่โหลดมาเลย

1241
01:22:37.241 --> 01:22:41.241
แปลเป็นภาษาเครื่องให้เลยนะครับ กลายเป็นโปรแกรมระบบ

1242
01:22:41.242 --> 01:22:45.242
เพื่ออะไรครับเพื่อทำหน้าที่

1243
01:22:45.244 --> 01:22:49.244
อำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้นะครับ

1244
01:22:49.247 --> 01:22:53.247

1245
01:22:53.252 --> 01:22:57.252
ซึ่งต่อมาก็มีการพัฒนาขึ้นมาเรื่อย ๆ นะครับ

1246
01:22:57.256 --> 01:23:01.256
ก็กลายมาเป็นโปรแกรมระบบปฏิบัติการ

1247
01:23:01.257 --> 01:23:05.257

1248
01:23:05.258 --> 01:23:09.258

1249
01:23:09.261 --> 01:23:13.261
นี่ครับ กลายมาเป็น OS ครับ

1250
01:23:13.262 --> 01:23:17.262
ก็คือที่เราใช้ในปัจจุบัน

1251
01:23:17.264 --> 01:23:21.264
ถ้าใครนึกภาพไม่ออกว่าโปรแกรม OS ในปัจจุบันคืออะไร

1252
01:23:21.267 --> 01:23:25.267
เราพูดถึง ก็คือ Windows ใช่ไหม

1253
01:23:25.274 --> 01:23:29.274
Windows ถ้าแพลตฟอร์มอื่น ในโทรศัพท์

1254
01:23:29.275 --> 01:23:33.275
เราคืออะไรครับ

1255
01:23:33.290 --> 01:23:37.290
Android ใช่ไหม Android, iOS,

1256
01:23:37.291 --> 01:23:41.291
Windows Phone

1257
01:23:41.292 --> 01:23:45.292
เยอะแยะครับ Linux อะไรพวกนี้ ก็จะเป็นโปรแกรม

1258
01:23:45.293 --> 01:23:49.293
ระบบปฏิบัติการซึ่งเราจะค่อย ๆ เรียนไป

1259
01:23:49.294 --> 01:23:53.294
แต่ละตัวไปนะครับ

1260
01:23:53.296 --> 01:23:57.296
เขาบอกว่าระบบปฏิบัติการนั้น

1261
01:23:57.298 --> 01:24:01.298
อาจเป็นได้ทั้งซอฟต์แวร์ และฮาร์ดแวร์นะครับ

1262
01:24:01.299 --> 01:24:05.299
แต่ที่นิยม

1263
01:24:05.300 --> 01:24:09.300
ในปัจจุบันจะเป็นลักษณะของซอฟต์แวร์นะครับ ซอฟต์แวร์

1264
01:24:09.301 --> 01:24:13.301
เช่น เครื่องเราใช่ไหมครับ

1265
01:24:13.302 --> 01:24:17.302
เราไช้ Windows 8 สักพัก Windows 10 ออกมา

1266
01:24:17.303 --> 01:24:21.303
สักพัก 11 มาด็ใช่  11

1267
01:24:21.304 --> 01:24:25.304
เป็นซอฟต์แวร์ OS นะครับ ถ้าเป็น Hardware os

1268
01:24:25.308 --> 01:24:29.308
มันจะอยู่ในเครื่องของเราเลย

1269
01:24:29.309 --> 01:24:33.309
เราเปลี่ยนแปลงได้ไหม ได้ไหมครับ ถ้าอยู่ในเครื่อง

1270
01:24:33.313 --> 01:24:37.313
เปลี่ยนไม่ได้่นะครับถ้าอยากเปลี่ยนก็ต้องซื้อเครื่องใหม่

1271
01:24:37.316 --> 01:24:41.316
เหมือนโทรศัพท์อย่างนี้ เหมือนของผมอย่างนี้ ตอนนี้

1272
01:24:41.319 --> 01:24:45.319

1273
01:24:45.322 --> 01:24:49.322
Andriond เวอร์ชันเท่าไรครับ

1274
01:24:49.323 --> 01:24:53.323
16 บ่อ ของผมได้แค่ 8

1275
01:24:53.326 --> 01:24:57.326
ของผมได้แค่ 8 ต้องการอัปเดต

1276
01:24:57.328 --> 01:25:01.328
มันบอกว่าถ้าพูดภาษาเรานะ

1277
01:25:01.330 --> 01:25:05.330
ไปซื้อเครื่องใหม่โลด มันอัปไม่ได้นึกออกไหม

1278
01:25:05.331 --> 01:25:09.331
มันเป็นอยู่ใน Hardward นะครับ

1279
01:25:09.334 --> 01:25:13.334
เขาบอกว่านะครับ ถ้าเครื่องไหน

1280
01:25:13.335 --> 01:25:17.335
ไม่มีระบบปฏิบัติการ เครื่องนั้นก็ไม่ทำงานนะครับ

1281
01:25:17.338 --> 01:25:21.338
เหมือนโทรศัพท์เราอย่างนี้ ไม่มีแอนดรอยด์

1282
01:25:21.339 --> 01:25:25.339
ไม่มี iOS นะครับ

1283
01:25:25.343 --> 01:25:29.343
เครื่องในห้องเราอย่างนี้ เราลบ Windows ออก เราใช้ไม่ได้ อย่าง

1284
01:25:29.345 --> 01:25:33.345
เครื่องแอปเปิ้ลแหวงของเรานะ

1285
01:25:33.347 --> 01:25:37.347
ถ้าเราลบ iOS ออกก็ใช้ไม่ได้ ถ้าว่าลง Wimdow

1286
01:25:37.361 --> 01:25:41.361
เครื่อง Mac เรา ไอ้เครื่องข้างหลังเรา

1287
01:25:41.367 --> 01:25:45.367
ได้ไหมครับ ไอ้เครื่องข้างหลังเราน่ะ เครื่องบักแอปเปิลแหว่งเราน่ะ

1288
01:25:45.369 --> 01:25:49.369
ลงได้ไหมครับ

1289
01:25:49.370 --> 01:25:53.370
เอา Windows 11 ลงได้ไหม ปุ๋ย

1290
01:25:53.371 --> 01:25:57.371
ลงได้ไหม

1291
01:25:57.373 --> 01:26:01.373
ไปลงใส่เครื่องแอปเปิล เราคิดว่าได้ไหมครับ

1292
01:26:01.374 --> 01:26:05.374
ได้นะครับ

1293
01:26:05.376 --> 01:26:09.376
แต่ไม่ควรลง ไม่ควรตำนะครับ

1294
01:26:09.381 --> 01:26:13.381
ผมอยากใช้คำว่าอย่าหาทำ

1295
01:26:13.384 --> 01:26:17.384
ระบบปฏิบัติการเขารองรับกับเครื่องเขาแล้ว

1296
01:26:17.386 --> 01:26:21.386
ผมเห็นเครื่องอาคาร 7 เรา ไปลงหมดเลย

1297
01:26:21.388 --> 01:26:25.388
เครื่องราคา 80,000 บาท ไปเอา Windows ลง เพื่อ ผมถาม

1298
01:26:25.389 --> 01:26:29.389
นะครับผมถามคำถามหลายอยาตารย์ถาม

1299
01:26:29.392 --> 01:26:33.392
เรามีเครื่อง Mac มา เรามีเครื่อง iOS มา

1300
01:26:33.393 --> 01:26:37.393
ไปเอา Windows ลง เพื่ออะไร

1301
01:26:37.394 --> 01:26:41.394
เราค่อยว่ากันอีกทีหนึ่งนะครับ

1302
01:26:41.396 --> 01:26:45.396

1303
01:26:45.401 --> 01:26:49.401
อันนี้พูดไปแล้วนะครับ

1304
01:26:49.402 --> 01:26:53.402
คราวนี้มาดูหน้าที่ของระบบปฏิบัติการเรานะครับ

1305
01:26:53.406 --> 01:26:57.406
ว่ามีหน้าที่อะไรบ้างนะครับ 1. ติดต่อกับผู้ใช้

1306
01:26:57.407 --> 01:27:01.407
นะครับหน้าที่อันแรกเลยติดต่อกัยผู้ัใช่

1307
01:27:01.408 --> 01:27:05.408
ถ้า OS หรือระบบปฏิบัติการไหนติดต่อกับผู้ใช้ได้ดี

1308
01:27:05.416 --> 01:27:09.416
ได้สะดวกคนก็ทำไมครับ

1309
01:27:09.418 --> 01:27:13.418
นิยมใช้ เช่น เราใช้ Windows

1310
01:27:13.421 --> 01:27:17.421
11 กับอีกคนนึงใช้

1311
01:27:17.423 --> 01:27:21.423
Windows 3.1 อย่างนี้ หรือบางคนไปใช้ Linux อย่างนี้

1312
01:27:21.425 --> 01:27:25.425
บางคนไปใช้ IOS

1313
01:27:25.426 --> 01:27:29.426

1314
01:27:29.429 --> 01:27:33.429
ต้องติดต่อ

1315
01:27:33.430 --> 01:27:37.430
กับผู้ใช้ ถ้า OS ไหนติดต่อกับผู้ใช้ง่ายคนก็ใช้

1316
01:27:37.433 --> 01:27:41.433
นะครับ ตอนนี้ตลาด

1317
01:27:41.434 --> 01:27:45.434
ก็คือของWindows นะครับ

1318
01:27:45.436 --> 01:27:49.436
หน้าที่อันที่ 2 ของ OS คือ

1319
01:27:49.440 --> 01:27:53.440
ควบคุมอุปกรณ์และการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งหมดเลย

1320
01:27:53.443 --> 01:27:57.443
นะครับ คอมพิวเตอร์

1321
01:27:57.445 --> 01:28:01.445
จะทำอะไร จะติดต่อกับใคร เล่นเน็ตได้ไหม

1322
01:28:01.452 --> 01:28:05.452
พรินท์เตอร์ได้ไหม

1323
01:28:05.453 --> 01:28:09.453
OS ดำเนินการควบคุมทั้งหมดนะครับ

1324
01:28:09.454 --> 01:28:13.454
ผมเลยยกตัวอย่างให้ฟัง เช่น

1325
01:28:13.463 --> 01:28:17.463
ถ้าเกิดเราใช้ Windows Me เราไม่ทันหรอก

1326
01:28:17.464 --> 01:28:21.464
ยกตัวอย่างให้ดู windown me

1327
01:28:21.466 --> 01:28:25.466
เปิดหนังที่มีความจุ 5 GB

1328
01:28:25.470 --> 01:28:29.470
นะครับ 5 GB

1329
01:28:29.475 --> 01:28:33.475
เปิดไม่ได้หรอกครับ เพราะ Windows Me ไม่รู้จ

1330
01:28:33.476 --> 01:28:37.476
ไฟล์ใหญ่ขนาดนั้นเป็นต้น

1331
01:28:37.477 --> 01:28:41.477

1332
01:28:41.478 --> 01:28:45.478
หน้าที่อันที่ 3 ก็คือจัดสรร

1333
01:28:45.479 --> 01:28:49.479
ทุกอย่างในระบบ เพื่อให้มันการแบ่งการใช้งานได้อย่างเมา

1334
01:28:49.480 --> 01:28:53.480
นะครับ

1335
01:28:53.482 --> 01:28:57.482
เพราะอะไรครับ ตัวอย่างเช่น เขาบอกว่า

1336
01:28:57.484 --> 01:29:01.484
ทำไมต้องมีการจัดสรร นี่ครับ

1337
01:29:01.487 --> 01:29:05.487
เขาบอก นี่ครับ ทรัพยากรมีจำกัดครับ

1338
01:29:05.488 --> 01:29:09.488
มี CPU ตัวเดียวทำอย่างไรครับทีนี้

1339
01:29:09.490 --> 01:29:13.490
ต้องจัดสรร คนนี้ก็อยากใช้ คนนี้ก็อยากใช้

1340
01:29:13.492 --> 01:29:17.492
มี 10 คนจะใช้อย่างไรพร้อมกัน มัน

1341
01:29:17.493 --> 01:29:21.493
ก็ต้องมีวิธีการจัดสรร หน้าที่ตรงนี้ก็คือระบบป

1342
01:29:21.494 --> 01:29:25.494

1343
01:29:25.496 --> 01:29:29.496

1344
01:29:29.498 --> 01:29:33.498
หรือเขาบอกทำไมต้องจัดสรร มีทรัพยากรหลายประเภท

1345
01:29:33.502 --> 01:29:37.502
แต่โปรแกรมมีความต้องการใช้

1346
01:29:37.503 --> 01:29:41.503
อย่างเดียวกันทำอย่างไรก็ต้องจัดสรรค์

1347
01:29:41.504 --> 01:29:45.504
นะครับ เช่น มีพรินเตอร์

1348
01:29:45.505 --> 01:29:49.505
มีปริ้นเตอร์วางอยู่เครื่องเดียวหน้าห้องเรา

1349
01:29:49.507 --> 01:29:53.507
บอกฉันก็อยากให้พรินต์เตอร์ ทำอย่างไรครับ ก็ต้องจัดสรรให้

1350
01:29:53.509 --> 01:29:57.509
นะครับ

1351
01:29:57.511 --> 01:30:01.511
มาดู

1352
01:30:01.512 --> 01:30:05.512
วิวัฒนาการของระบบปฏิบัติการกัน

1353
01:30:05.513 --> 01:30:09.513
นะครับ หัวข้อสุดท้ายแล้ว

1354
01:30:09.514 --> 01:30:13.514
นะครับ

1355
01:30:13.518 --> 01:30:17.518
สัปดาห์แรก ๆ อาจารย์ก็จะบรรยายประมาณนี้นะครับ จะใช้เวลานาน

1356
01:30:17.519 --> 01:30:21.519
แต่พอสัปดาห์ถัด ๆ ไปก็เริ่มน้อยลง ๆ

1357
01:30:21.522 --> 01:30:25.522
เพราะเราจะเรียนแบบผู้ใหญ่นะครับ

1358
01:30:25.524 --> 01:30:29.524
มาดูวิวัฒนาการของ

1359
01:30:29.531 --> 01:30:33.531
เขาถือว่าไม่มีระบบปฏิบัติการเลยครับ

1360
01:30:33.534 --> 01:30:37.534
เพราะคอมพิวเตอร์ยุคแรก

1361
01:30:37.535 --> 01:30:41.535
เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้หลอดสูญญากาศเป็นหลัก

1362
01:30:41.537 --> 01:30:45.537
ภาษาเครื่องอย่างเดียวครับเวลาป้อนข้อมูลให้คอมพิวเตอร

1363
01:30:45.538 --> 01:30:49.538
นะครับ

1364
01:30:49.539 --> 01:30:53.539
ยุคที่ 2 นะครับ ประมาณ

1365
01:30:53.541 --> 01:30:57.541
ยุด 1955 ถึง 1964

1366
01:30:57.543 --> 01:31:01.543
นะครับยุกคนัเป็นยุกต์

1367
01:31:01.549 --> 01:31:05.549
ทรานซิสเตอร์นะครับ เป็นลักษณะการทำงาน

1368
01:31:05.553 --> 01:31:09.553
แบบทำงานซ้ำ ๆ กันนะครับ

1369
01:31:09.556 --> 01:31:13.556
ทำงานแบบเดิม ๆ นะครับ หรือเราเรียกแชตช์

1370
01:31:13.562 --> 01:31:17.562
นะครับยุกต์นี้ก็

1371
01:31:17.573 --> 01:31:21.573
มีระบบปฏิบัติการแล้วนะครับ แต่ยัง

1372
01:31:21.576 --> 01:31:25.576
ไม่มีความสามารถเยอะนะครับ มีใครเกิดหรือยังยุคนี้

1373
01:31:25.577 --> 01:31:29.577
1964 ยังนะ

1374
01:31:29.578 --> 01:31:33.578
ยุกต์ที่ 3 นะครับ

1375
01:31:33.579 --> 01:31:37.579
ประมาณยุค

1376
01:31:37.582 --> 01:31:41.582
1968 - 1980 นะครับ ยุคนี้เป็นยุคที่มี

1377
01:31:41.583 --> 01:31:45.583
Multi Programming และเป็นจุดเริ่มต้องของ

1378
01:31:45.584 --> 01:31:49.584
นะครับก็ก็คือ ลักษณะ

1379
01:31:49.587 --> 01:31:53.587
การทำงานมากกว่า 1 อย่างในเวลาเดียวกันนะครับ

1380
01:31:53.590 --> 01:31:57.590
เป็นแนวความคิดนะครับ และนวความคิดยุคนี้

1381
01:31:57.592 --> 01:32:01.592
มีแนวความคิดของระบบ Rail-Time

1382
01:32:01.593 --> 01:32:05.593
เป้นอย่างไรครับ Rale ะรทำ

1383
01:32:05.595 --> 01:32:09.595
ทำงานปั๊บ สั่งปุ๊บทำงานปั๊บนะครับ

1384
01:32:09.599 --> 01:32:13.599
นี่คือลักษณะของยุคที่ 3

1385
01:32:13.601 --> 01:32:17.601
นะครับ

1386
01:32:17.602 --> 01:32:21.602
1980นะครับนี่ผมพึ่งเกิดได้ 7 ปี

1387
01:32:21.604 --> 01:32:25.604
ยังเรียนประถมอยู่เลยนะครับ

1388
01:32:25.605 --> 01:32:29.605
ยุคต่อมานะครับ ยุคที่ 4 เป็นยุค 1980

1389
01:32:29.606 --> 01:32:33.606
จนถึง ณ ปัจจุบันนี้นะครับ เป็นลักษณะของ

1390
01:32:33.608 --> 01:32:37.608

1391
01:32:37.609 --> 01:32:41.609
Virtual Machines นะครับ เป็นอย่างไรครับ

1392
01:32:41.612 --> 01:32:45.612
เหมือนการสื่อสาร ยุคปัญญาประดิษฐ์

1393
01:32:45.617 --> 01:32:49.617
ยุคผู้เชี่ยวชาญนะครับ เน้นเครือข่าย

1394
01:32:49.618 --> 01:32:53.618
OS ปัจจุบันจะเน้นเครือข

1395
01:32:53.620 --> 01:32:57.620
เชื่อมหากัน จำลอง ข้ามแพลตฟอร์ม

1396
01:32:57.622 --> 01:33:01.622
นะครับ

1397
01:33:01.623 --> 01:33:05.623
สมัยก่อนนะครับ ถ้าเราจะส่งข้อมูลจาก Windows

1398
01:33:05.625 --> 01:33:09.625
ก็ต้องส่งไปหา Windowอีกเครื่อง

1399
01:33:09.626 --> 01:33:13.626
แต่ปัจจุบันเป็นอย่างไรครับ

1400
01:33:13.628 --> 01:33:17.628
เดี๋ยวผมยกตัวอย่างให้ดูจะได้นึกภาพออก

1401
01:33:17.630 --> 01:33:21.630
เราจะได้มองภาพออก เราเล่น LINE เครื่อง

1402
01:33:21.631 --> 01:33:25.631
ผมใชเ Androi

1403
01:33:25.633 --> 01:33:29.633
ใช้แอปเปิล สมมตินะ เครื่องพี่พลอยใช้โน้ตบุ๊ก

1404
01:33:29.635 --> 01:33:33.635
ถามว่าเราคุยกันได้ไหม

1405
01:33:33.636 --> 01:33:37.636
อ่าน LINE คุยได้ไหม คุยได้ใช่ไหม

1406
01:33:37.645 --> 01:33:41.645
ผมข้ามแพลต์ฟอมต์

1407
01:33:41.648 --> 01:33:45.648
ยุคปัจจุบันแล้วนะครับ ข้ามแพลตฟอร์มได้

1408
01:33:45.649 --> 01:33:49.649

1409
01:33:49.651 --> 01:33:53.651
นี่คือวิวัฒนาการของระบบปฏิบัติการนะครับ

1410
01:33:53.657 --> 01:33:57.657

1411
01:33:57.658 --> 01:34:01.658
จบนะครับ บทที่ 1

1412
01:34:01.659 --> 01:34:05.659
นะครับ มีใครจะถามอะไรไหม

1413
01:34:05.660 --> 01:34:09.660
นะครับ ถ้าไม่มี

1414
01:34:09.662 --> 01:34:13.662
นะครับก็ ให้ทำ

1415
01:34:13.664 --> 01:34:17.664
แบบฝึกหัดนะครับ ผมเห็นหลายคนทำเสร็จแล้วนะครับ

1416
01:34:17.665 --> 01:34:21.665
ฟังบ้าง ไม่ฟังบ้าง บางคนก็ก้มหน้า

1417
01:34:21.666 --> 01:34:25.666
ก้นตาเปิดโทรศัพท์ลอกอย่างเดียว ทั้งนี้ทั้งนั้นนะครับ

1418
01:34:25.668 --> 01:34:29.668
ในการเรียนวิชาทางด้าน

1419
01:34:29.671 --> 01:34:33.671
ปฏิบัติการนั้นนะครับ ก็อยากจะแนะนำพวกเราว่าเราจะต้อง

1420
01:34:33.672 --> 01:34:37.672
เรียนให้เข้าใจนะครับ

1421
01:34:37.674 --> 01:34:41.674
ให้เข้าใจ พาเราเข้าใจปุ๊บ เราจะปฏิบัติได้

1422
01:34:41.675 --> 01:34:45.675
นะครับ แล้ว

1423
01:34:45.677 --> 01:34:49.677
ณ ปัจจุบันนี้นะครับ รุ่นพวกเรานี่โชคดีนะครับ

1424
01:34:49.679 --> 01:34:53.679
สมัยผมนี่ผมเรียนคอมพิวเตอร์นี่

1425
01:34:53.681 --> 01:34:57.681
มีนักศึกษา  50 คน มีคอมพิวเตอร์

1426
01:34:57.683 --> 01:35:01.683
5เครื่องนึกภาพเอา

1427
01:35:01.686 --> 01:35:05.686
10 คนต่อเครื่อง ทำอย่างไรครับ จะได้ใช้คอมพิวเตอร์

1428
01:35:05.688 --> 01:35:09.688
ไม่มีทางเลยครับ แต่รุ่นพวกเราเป็นอย่างไรครับ

1429
01:35:09.693 --> 01:35:13.693
คอมพิวเตอร์เหลือคนนะ

1430
01:35:13.698 --> 01:35:17.698
ห้อง 8 มีอยู่ 8 คนคอมพิวเตอร์

1431
01:35:17.702 --> 01:35:21.702
ในห้องเท่าไร 30 เครื่องนะครับ ดังนั้นนะครับ

1432
01:35:21.703 --> 01:35:25.703
ในการเรียน

1433
01:35:25.704 --> 01:35:29.704
ในระดับอุดมศึกษานะครับ ปี  ยังไม่เท่าไร

1434
01:35:29.705 --> 01:35:33.705
นะครับว่าเรามาเรียนสาย

1435
01:35:33.711 --> 01:35:37.711
อาจารย์ตามไหม

1436
01:35:37.719 --> 01:35:41.719
เราไม่ส่งการบ้านอาจารย์ตามไหม

1437
01:35:41.720 --> 01:35:45.720
ตามบ้าง ไม่ตามบ้าง ใช่ไหม ถ้าอาจารย์ใจดี

1438
01:35:45.721 --> 01:35:49.721
หน่อยก็ตาม ถ้าคนไหนไม่ใจดีก็ไม่ตาม

1439
01:35:49.725 --> 01:35:53.725
แต่พอเช็ก ๆ ๆ มา ไม่มีทำอย่างไรครับ ก็ 0

1440
01:35:53.726 --> 01:35:57.726
นะครับ เราต้องปรับตัวนะครับ เพราะอะไรครับ

1441
01:35:57.728 --> 01:36:01.728
เพราะมีรุ่นพี่เรา เมื่อปีที่แล้ว หรือปี 2 นะ

1442
01:36:01.731 --> 01:36:05.731
ก็โทษรุ่นพี่มากไม่ได้เพราะรุ่นที่แล้ว

1443
01:36:05.732 --> 01:36:09.732
ออนไลน์ 100 เปอร์เซ็นต์เลยครับ 1 ปีเต็ม ๆ

1444
01:36:09.733 --> 01:36:13.733
แต่เราโชคดีมา On Site เลย

1445
01:36:13.736 --> 01:36:17.736
แต่รุ่นพี่เราออนไลน์ ๆ เป็นอย่างไรครับพี่ปุ๋ย

1446
01:36:17.737 --> 01:36:21.737
หายเกรียงเลย

1447
01:36:21.738 --> 01:36:25.738
ลาออกประมาณ 10 กว่าคน รุ่นพี่เรา แล้วก็เริ่มปรับตัว

1448
01:36:25.743 --> 01:36:29.743
ถ้าไม่เข้าใจอะไรนะครับ

1449
01:36:29.745 --> 01:36:33.745
ไปถามอาจารย์ทุกคนได้ในสาขาวิชา ถ้าถามแล้ว

1450
01:36:33.746 --> 01:36:37.746
เชาอาจตอบบ้างไม่ตอบบ้างก็อย่าไปโกรธอาจารย์

1451
01:36:37.753 --> 01:36:41.753
นะครับ เพราะเราคือนักศึกษานะครับ ท่องไว้ นักศึกษา

1452
01:36:41.755 --> 01:36:45.755
เราอาจจะศึกษาจากอินเทอร์เน็ตก็ได้

1453
01:36:45.759 --> 01:36:49.759
ศึกษากับใครก็ได้นะครับ เราจงทำตัวให้เป้นน้ำ

1454
01:36:49.762 --> 01:36:53.762
นะครับถ้าล้นแก้วเมื่อไหร่

1455
01:36:53.764 --> 01:36:57.764
มันเติมเต็มไม่ได้นะครับ ก็ฝากพวกเราเอาไว้นะครับ

1456
01:36:57.781 --> 01:37:01.781
ก็ให้กำลังใจนะครับ ในปีแรก

1457
01:37:01.783 --> 01:37:05.783
ปี 1 นะครับ กิจกรรมก็อย่างนี้ล่ะครับ ก

1458
01:37:05.788 --> 01:37:09.788
นะครับเหมือนสัปดาห์ก่อน

1459
01:37:09.789 --> 01:37:13.789
อาจารย์ปิยวรรณ ปิยวรรณเป็นที่ปรึกษาไหม

1460
01:37:13.790 --> 01:37:17.790
หรืออาจารย์ธาสินี

1461
01:37:17.796 --> 01:37:21.796
ที่ปรึกษานะ อาจารย์ก็บ่นว่าพวกเราไม่เข้ากิจกรรม

1462
01:37:21.800 --> 01:37:25.800
รอบที่แล้วได้เข้าไหม

1463
01:37:25.801 --> 01:37:29.801
อาทิตย์ก่อนน่ะ

1464
01:37:29.803 --> 01:37:33.803
เข้าอยู่นิดหนึ่งใช่ไหม นิดเดียว

1465
01:37:33.804 --> 01:37:37.804
เข้านิดเดียว อันนี้เขาเข้าหมดอยู่แล้ว

1466
01:37:37.806 --> 01:37:41.806
รุ่นนี้มันน้อยไง 7- 8 คน

1467
01:37:41.811 --> 01:37:45.811
ที่มันไม่เข้านะครับ

1468
01:37:45.813 --> 01:37:49.813
ก็ฝาก

1469
01:37:49.817 --> 01:37:53.817
ให้ร่วม ร่วมเพราะอะไรครับ ให้เราศึกษากับคนอื่น

1470
01:37:53.818 --> 01:37:57.818
ร่วมบางที่เราอาจสอบไม่ผ่าน

1471
01:37:57.820 --> 01:38:01.820
อาจารย์ก็มาร่วมกิจกรรมช่วยครูตลอด

1472
01:38:01.831 --> 01:38:05.831
อาจารย์ก็จะใจอ่อน เขาก็จะช่วยพวกเรา

1473
01:38:05.832 --> 01:38:09.832
นี่คือการเรียนรู้ในราชภัฏสกลนครของเรา

1474
01:38:09.834 --> 01:38:13.834
ไม่เหมือนมหาลัยใหญ่  ๆ

1475
01:38:13.835 --> 01:38:17.835
เราก็จะเรียนกันแบบนี้ล่ะครับ ก็แบบพ่อ แบบลูก

1476
01:38:17.836 --> 01:38:21.836
แบบพ่อ แบบแม่ แบบพี่ แบบน้อง

1477
01:38:21.837 --> 01:38:25.837
เชื่อไหมว่ารุ่นพี่เราเรียนไม่ผ่าน บางทีตามไปถึงบ้าน

1478
01:38:25.838 --> 01:38:29.838
นะครับ รุ่นยพี่เรารุ่นที่แล้วไป

1479
01:38:29.839 --> 01:38:33.839
ติด i ผมไป 5 คนนะครับ ติด i คืออะไรครับ

1480
01:38:33.840 --> 01:38:37.840
เกรดไม่ถึง ผมเลยติด I ไว้

1481
01:38:37.845 --> 01:38:41.845
เพิ่งแก้ให้เมื่อวันจันทร์นะครับ

1482
01:38:41.847 --> 01:38:45.847
ให้ A ติก i ให้ A เลย

1483
01:38:45.848 --> 01:38:49.848
แต่ปรากฏว่าให้ A ไปแล้วเกรดไม่ถึง 2 ก็

1484
01:38:49.849 --> 01:38:53.849
โดน Rety นะ

1485
01:38:53.851 --> 01:38:57.851
ปี 1 เทอม 1 เทอม 2 เกรดเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 2.00 นะครับ

1486
01:38:57.853 --> 01:39:01.853
ไม่งั้นพวกเรา

1487
01:39:01.854 --> 01:39:05.854
ถามว่าส Retry คือ ไล่ออกนะครับ

1488
01:39:05.855 --> 01:39:09.855
แต่ถ้าเราเรียนแล้ว 4 ปี 2.00 คือจบ

1489
01:39:09.857 --> 01:39:13.857
เราอยากไปซีเรียสกับเรื่องเกรดมาก

1490
01:39:13.858 --> 01:39:17.858
ว่าอย่าต่ำกว่า 2 ถ้าต่ำกว่า 2 คืออะไรครับ

1491
01:39:17.859 --> 01:39:21.859
นะครับ เห็นไหมเมื่อเช้า พี่ ๆ เพื่อน ๆ

1492
01:39:21.863 --> 01:39:25.863
3. กว่า ๆ เหมือน

1493
01:39:25.866 --> 01:39:29.866
เมือนพี่ปอยเท่าไรนะ พี่ปอย 3. เท่าไรนะ

1494
01:39:29.871 --> 01:39:33.871
3.87 นี่จบเกรียตินิยม

1495
01:39:33.872 --> 01:39:37.872
จบเกียรตินิยมอันดับ 1 นะครับ นี่รุ่นพี่เรา

1496
01:39:37.873 --> 01:39:41.873
หลายคนถามแล้ว แล้วอาจารย์พ่อ

1497
01:39:41.876 --> 01:39:45.876
เกรดเท่าไร ผมจบ รู้ไหมปุ๋ย อาจารย์จบเกรดเฉลี่ยน

1498
01:39:45.877 --> 01:39:49.877
เท่าไหร่

1499
01:39:49.879 --> 01:39:53.879
ผมเองผมเรียนระดับอนุปริญญานะครับ

1500
01:39:53.882 --> 01:39:57.882
เกรดเฉลี่ยจบ 2.05 นะครับ

1501
01:39:57.884 --> 01:40:01.884
เห็นไหม 05 ก็จบได้

1502
01:40:01.891 --> 01:40:05.891
2.00 ก็จบ

1503
01:40:05.897 --> 01:40:09.897
นะครับ ผมกับเพื่อนผมนี่กอดคอกันจบด้วยกัน

1504
01:40:09.902 --> 01:40:13.902
ผม 2.05 เพื่อนผมเสี่ยพักเสี่ยแพง

1505
01:40:13.903 --> 01:40:17.903
2.00 ตอนนี้เป็นผู้อำนวยการอยู่

1506
01:40:17.904 --> 01:40:21.904
ผมจบ 2.05 ตอนนี้ก็เป็นยอาจารย์อยู่

1507
01:40:21.905 --> 01:40:25.905
ตอนผมไปสมัครเรียนปริญญาโทเขาไม่รับ เขาไม่รับ

1508
01:40:25.906 --> 01:40:29.906
เพราะอะไรรู้ไหม เขาบอกเกรดไม่ถึง

1509
01:40:29.909 --> 01:40:33.909
เขาบอกเกรดไม่ถึง เกรดต้อง 2.75

1510
01:40:33.910 --> 01:40:37.910
แต่ก็ไปตีหน้าเศร้าเอา

1511
01:40:37.912 --> 01:40:41.912
แล้วบอกว่าเราเรียนมารยาท

1512
01:40:41.913 --> 01:40:45.913
เราน่าจะทำบุญไว้เยอะ อาจารย์ที่สอบสัมภาษณ์เขาก็เห็นใจ

1513
01:40:45.914 --> 01:40:49.914
เขาก็ให้เราเรียน ถึงจบโทมาได้ ดังนั้น

1514
01:40:49.915 --> 01:40:53.915
การเรียน ตัวเกรตเฉลี่ย

1515
01:40:53.917 --> 01:40:57.917
ไม่ใช่ตัวชี้วัดพวกเราว่าพวกเราเก่งหรือไม่เก่ง

1516
01:40:57.918 --> 01:41:01.918
นะครับ นี่มีตัวอย่างให้ดู

1517
01:41:01.920 --> 01:41:05.920
ผมจบ 2.05 ปัจจุบันยังไม่ได้ขนาดนี้เลย

1518
01:41:05.921 --> 01:41:09.921
นะครับแต่เราก็ต้องพยายาม

1519
01:41:09.922 --> 01:41:13.922
โดยเฉพาะห้อง 2 นะ ลูก ๆ ผมทุกคนนะครับ

1520
01:41:13.923 --> 01:41:17.923
พยายาม ไม่มีอะไรเหนือความคาดหมายนะ

1521
01:41:17.924 --> 01:41:21.924
รุ่นพี่เราหลายคนจบแล้ว เพิ่งมีงานทำ ส่ง

1522
01:41:21.927 --> 01:41:25.927
ข่าวมาว่าได้งานใหม่อีกแล้ว

1523
01:41:25.929 --> 01:41:29.929
ไอ้นี่เปลี่ยนงานไป 8 งานแล้วนะครับ

1524
01:41:29.931 --> 01:41:33.931
เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ก็ไม่เป็นไร ได้เงินเดือนดี ก็ไม่เป็นไร

1525
01:41:33.934 --> 01:41:37.934
วันนี้ก็ขอขอบคุณพี่เก๋มากนะครับ ที่ช่วย

1526
01:41:37.936 --> 01:41:41.936
ล่ามนะครับก็คงเจอกันใน

1527
01:41:41.937 --> 01:41:45.937
สัปดาห์หน้านะครับ ถ้าสัปดาห์ไหนเราหยุด หรือเราไม่ได้

1528
01:41:45.939 --> 01:41:49.939
ใช้ล่ามออนไลน์เราก็จะแจ้งให้ทราบก่อนล่วงหน้า

1529
01:41:49.952 --> 01:41:53.952
ครับ ก็ขอบคุณพี่ล่ามมากนะครับ วันนี้ก็คง

1530
01:41:53.954 --> 01:41:57.954
พอแค่นี้นะครับขอบคุณครับ

1531
01:41:57.956 --> 01:42:01.956
ปิดระบบเลย พลอย

1532
01:42:01.957 --> 01:42:05.957
ปิดระบบได้เลย

1533
01:42:05.959 --> 01:42:09.959

1534
01:42:09.960 --> 01:42:13.960
โอเคนะครับเดี๋ยวเราเจอกัน

1535
01:42:13.960 --> 01:42:17.960
ให้หัวหน้าห้องรวบรวมแบบฝึกหัดส่งและไว้ที่โต๊ะอาจารย์นะครับ

1536
01:42:17.961 --> 01:42:21.961
โอเคครับ เจอกันสัปดาห์หน้าไป

1537
01:42:21.963 --> 01:42:25.963

1538
01:42:25.965 --> 01:42:29.965

1539
01:42:29.966 --> 01:42:33.966

1540
01:42:33.968 --> 01:42:37.968

1541
01:42:37.969 --> 01:42:41.969

1542
01:42:41.971 --> 01:42:41.973

1543
01:42:45.974 --> 01:42:45.976

1544
01:42:49.977 --> 01:42:52.979

1545
01:42:53.979 --> 01:42:56.979

1546
01:42:57.982 --> 01:42:57.984

1547
01:43:01.984 --> 01:43:01.986

1548
01:43:13.994 --> 01:43:16.997

1549
01:43:17.999 --> 01:43:21.003

1550
01:43:22.001 --> 01:43:25.002

1551
01:43:26.002 --> 01:43:29.006

1552
01:43:30.005 --> 01:43:33.008

1553
01:43:34.006 --> 01:43:37.009

1554
01:43:38.020 --> 01:43:41.023

1555
01:43:42.023 --> 01:43:45.027

1556
01:43:46.028 --> 01:43:49.032

1557
01:43:50.034 --> 01:43:53.038

1558
01:43:54.037 --> 01:43:57.040

1559
01:43:58.039 --> 01:44:01.042

1560
01:44:02.042 --> 01:44:05.058

1561
01:44:06.046 --> 01:44:09.050

1562
01:44:10.048 --> 01:44:13.051

1563
01:44:14.051 --> 01:44:17.053

1564
01:44:18.054 --> 01:44:21.057

1565
01:44:22.056 --> 01:44:25.058

1566
01:44:26.059 --> 01:44:29.061

1567
01:44:30.062 --> 01:44:33.066

1568
01:44:34.066 --> 01:44:37.069

1569
01:44:38.069 --> 01:44:41.070

1570
01:44:42.072 --> 01:44:45.072

1571
01:44:46.075 --> 01:44:49.075

1572
01:44:50.077 --> 01:44:50.079

1573
01:44:54.079 --> 01:44:54.083

1574
01:45:02.090 --> 01:45:02.094

1575
01:44:58.084 --> 01:44:58.089


