﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:00.571
นี้

2
00:00:00.712 --> 00:00:03.727
เครื่องที่อยู่หน้าเด็กๆมันเป็นเครื่องที่

3
00:00:04.172 --> 00:00:04.545

4
00:00:05.003 --> 00:00:05.970
All In One

5
00:00:07.055 --> 00:00:08.345
ได้ยินหรือเปล่าคะ

6
00:00:11.152 --> 00:00:12.231
อีกแล้วไหม

7
00:00:13.520 --> 00:00:15.530
ว่าอยู่ทำไมพิราบนิ่งจัง

8
00:00:29.006 --> 00:00:30.643
ที่เราไม่ได้ยินนะนี่

9
00:00:31.953 --> 00:00:34.369
ว่าทำไมพิราบอยู่เฉยๆ

10
00:00:39.051 --> 00:00:42.177
ที่ล่ามไม่ได้ยินค่ะตอนนี้ได้ไหม

11
00:00:42.206 --> 00:00:43.777
ไม่ได้ยินที่อาจารย์พูด

12
00:00:45.922 --> 00:00:47.436
ไม่ได้ยินจริงๆด้วย

13
00:00:48.873 --> 00:00:49.853
อย่างไร

14
00:00:50.205 --> 00:00:51.265
รีเซ็ตใหม่

15
00:00:53.211 --> 00:00:55.173
เดี๋ยวรอแป๊บนึงนะเด็กๆ

16
00:01:10.123 --> 00:01:11.313
พรุ่งนี้มี

17
00:01:12.292 --> 00:01:13.295
มีไอ้นั่นนะ

18
00:01:13.382 --> 00:01:14.522
ไหว้ครู

19
00:01:15.432 --> 00:01:16.261
นะนะ

20
00:01:18.242 --> 00:01:19.135
ไม่ๆ

21
00:01:19.402 --> 00:01:20.615
เพื่อนแจ้งมาหมดแล้ว

22
00:01:24.642 --> 00:01:26.000
แจ้งแล้วไม่ใช่หรือ

23
00:01:28.681 --> 00:01:28.979

24
00:01:28.811 --> 00:01:31.925
ว่างหรือยังของเด็กๆนะพอใจหรือยัง

25
00:01:37.082 --> 00:01:37.980
ก็เห็นว่า

26
00:01:38.371 --> 00:01:39.270
เข้านี่

27
00:01:39.583 --> 00:01:40.726
เพราะของคณะน่ะ

28
00:01:43.494 --> 00:01:45.917
ที่บ้านได้ยินเรานะคะเอาใหม่นะ

29
00:01:49.312 --> 00:01:51.112
เริ่มที่ภาพแรกก่อน

30
00:01:51.050 --> 00:01:51.313

31
00:01:53.801 --> 00:01:57.499
ส่วนของอุปกรณ์รับข้อมูลในคอมพิวเตอร์นะคะ

32
00:01:58.224 --> 00:01:59.861
มีคีย์บอร์ด

33
00:01:59.823 --> 00:02:01.181
กลับมาเอานะ

34
00:02:01.992 --> 00:02:02.732
ที่นี้

35
00:02:03.912 --> 00:02:05.568
กลับมาในส่วนที่ 2 ค่ะ

36
00:02:06.150 --> 00:02:08.075
ของอุปกรณ์

37
00:02:08.011 --> 00:02:09.782
ประมวลผลข้อมูล

38
00:02:10.821 --> 00:02:12.354
ภาพที่ 2 นะคะ

39
00:02:13.322 --> 00:02:15.259
ก็จะมี CPU ตัวนี้

40
00:02:15.691 --> 00:02:17.096
คลิปนี้

41
00:02:17.864 --> 00:02:19.983
นึกถึง CPU ที่ว่า

42
00:02:20.752 --> 00:02:23.209
เพลงแต่ก่อนจะเป็น Intel นะคะ

43
00:02:23.751 --> 00:02:24.653
ซื้อเดี๋ยวนี้

44
00:02:24.901 --> 00:02:25.864
อยากเรียกว่า

45
00:02:25.871 --> 00:02:26.551

46
00:02:26.631 --> 00:02:27.202
5

47
00:02:27.460 --> 00:02:28.979
ขอ i7 อย่างนี้

48
00:02:29.833 --> 00:02:31.130
CPU นะคะ

49
00:02:32.391 --> 00:02:35.141
เดี๋ยวเราจะไปเรียนกับวิชาพ

50
00:02:35.673 --> 00:02:38.182
เราจะได้เห็นพวกนี้นะคะ Ram

51
00:02:38.481 --> 00:02:39.066
เล็กๆ

52
00:02:39.643 --> 00:02:41.346
ไม่ฉากเขียวน่ะ

53
00:02:42.462 --> 00:02:44.560
กีฬาไม่ได้ยินอีกแล้วเปล่า

54
00:02:47.532 --> 00:02:48.434
ได้ไหมคะ

55
00:02:50.604 --> 00:02:52.745
เราก็ไม่ได้ยินที่ล่ามทีนี้

56
00:03:09.170 --> 00:03:11.192
รอแป๊บนึงนะเด็กๆ

57
00:03:12.372 --> 00:03:15.052
ตอนนี้ต่างไม่ได้ยินกันและกัน

58
00:03:45.491 --> 00:03:46.209
นั่นสิ

59
00:03:46.571 --> 00:03:49.305
เขาบอกบังคับให้เข้าร่วมด้วยนะ

60
00:03:49.272 --> 00:03:50.893
วันที่ 23 น่ะ

61
00:03:52.732 --> 00:03:53.390
เดี๋ยวนะ

62
00:03:58.113 --> 00:03:58.987
เริ่มตั้งแต่

63
00:03:59.201 --> 00:04:00.594
8:00 น

64
00:04:03.939 --> 00:04:04.762
ที่นี้

65
00:04:08.161 --> 00:04:08.932
ไม่ได้ระบุ

66
00:04:26.101 --> 00:04:27.960
โอเคไหมคะได้ยินไหมคะ

67
00:04:28.530 --> 00:04:29.299
OK

68
00:04:29.938 --> 00:04:31.806
ดูที่พักที่ 2

69
00:04:32.819 --> 00:04:34.843
ตอนในการประมวลผล

70
00:04:36.401 --> 00:04:37.495
กดตรงกลาง

71
00:04:37.488 --> 00:04:39.356
CPU ก็คือ

72
00:04:39.600 --> 00:04:42.939
ตัวที่อยู่ตรงกลางที่มีคำว่า Intel

73
00:04:44.469 --> 00:04:45.766
อยู่ในเครื่อง

74
00:04:46.591 --> 00:04:50.687
เรียนวิชาระบบปฏิบัติการหรือการซ่อมบำรุง

75
00:04:51.390 --> 00:04:53.642
เด็กจะได้เปิดเครื่องดู

76
00:04:54.139 --> 00:04:56.904
แล้วก็จะเห็นอุปกรณ์พวกนี้แน่นอนนะคะ

77
00:04:58.169 --> 00:04:59.274
วิชาเรา

78
00:04:59.390 --> 00:05:01.978
เราไม่ได้เป็นมากแค่มาอธิบาย

79
00:05:02.009 --> 00:05:04.189
ว่ามันมีอุปกรณ์อะไรบ้างนะคะ

80
00:05:04.438 --> 00:05:05.149
Ram

81
00:05:05.789 --> 00:05:07.784
บอกไว้ก่อนว่าไอ้ตัวแสบ

82
00:05:07.769 --> 00:05:10.829
2 อันเล็กๆเขียวๆนี่

83
00:05:10.790 --> 00:05:11.954
คือแรมนะคะ

84
00:05:13.800 --> 00:05:15.284
แล้วก็จะมีฮาร์ดดิสก์

85
00:05:16.741 --> 00:05:18.880
มีแผ่นกลมๆอยู่

86
00:05:19.561 --> 00:05:20.470
ตรงนี้นะคะ

87
00:05:21.291 --> 00:05:21.893
ฮาร์ดดิสก์

88
00:05:23.461 --> 00:05:25.929
ตรงนี้จะเป็นอุปกรณ์ในการประมวลผล

89
00:05:28.769 --> 00:05:31.980
เพราะว่าแรมมันจะช่วยในเรื่องของความเร็วในการ

90
00:05:32.100 --> 00:05:33.722
ประมวลผลได้เร็วขึ้น

91
00:05:34.150 --> 00:05:34.879
ขึ้นอยู่กับ

92
00:05:35.239 --> 00:05:36.110
โปรแกรมนะคะ

93
00:05:37.479 --> 00:05:39.157
แล้วก็ CPU ด้วยนะคะ

94
00:05:39.977 --> 00:05:43.531
ตัวที่ทำให้เร็วก็คือแรมนะคะ

95
00:05:44.542 --> 00:05:46.716
แล้วก็อุปกรณ์ต่อมา

96
00:05:47.100 --> 00:05:48.253
ตาที่สาม

97
00:05:49.088 --> 00:05:51.284
ส่วนของการแสดงผลนะคะ

98
00:05:53.191 --> 00:05:57.070
ในระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์สิ่งที่แสดงผลได้

99
00:05:57.411 --> 00:05:58.471
เมื่อคืนจอภาพ

100
00:05:58.569 --> 00:05:59.151
นะคะ

101
00:06:00.550 --> 00:06:02.130
พอจะมีเครื่องพิมพ์

102
00:06:02.340 --> 00:06:03.602
เครื่องพิมพ์ในที่นี้

103
00:06:04.009 --> 00:06:05.570
ใช่เฉพาะปริ้นเตอร์

104
00:06:06.369 --> 00:06:10.179
ให้นึกถึงเหมือนเวลาที่เขาทำ

105
00:06:11.750 --> 00:06:12.483
เพราะว่า

106
00:06:13.039 --> 00:06:16.133
ถ้าเขาทำโปสเตอร์ก็ใช้คอมพิวเตอร์ทำแล้ว

107
00:06:16.809 --> 00:06:19.154
ก่อนทำโปสเตอร์ของใช้มือ

108
00:06:19.179 --> 00:06:19.830
นะคะ

109
00:06:20.403 --> 00:06:21.729
วิธีใช้โปสเตอร์

110
00:06:22.509 --> 00:06:24.016
คอมพิวเตอร์ทั้งหมดแล้วนะคะ

111
00:06:25.390 --> 00:06:28.459
ที่จัดเก็บข้อมูลก็คือฮาร์ดดิสก์นั้นเอง

112
00:06:29.420 --> 00:06:33.390
บางคนก็มี Flash Drive อะไรพวกนี้อุปกรณ์พวกนี้นะคะ

113
00:06:35.253 --> 00:06:38.714
ที่นี้เราดูการทำงานของคอมพิวเตอร์ไปแล้ว

114
00:06:39.299 --> 00:06:40.768
เรามาดูตัวเรา

115
00:06:41.468 --> 00:06:42.222
คนนี่

116
00:06:43.517 --> 00:06:47.154
คนใช้วิธีการรับข้อมูลผ่านอะไรบ้าง

117
00:06:47.678 --> 00:06:48.363
ไหมคะ

118
00:06:49.918 --> 00:06:53.160
คนนี้มองใช่ไหมใช้ตามอง

119
00:06:53.700 --> 00:06:55.724
รับข้อมูลผ่านการมองเห็น

120
00:06:57.218 --> 00:06:57.769
นะคะ

121
00:06:59.388 --> 00:07:00.334
ใช้หู

122
00:07:00.998 --> 00:07:03.140
นาทีนี้บางคนเหมือนเด็กๆ

123
00:07:03.208 --> 00:07:04.188
ไม่ได้ยิน

124
00:07:05.128 --> 00:07:07.001
เด็กๆตาเห็นใช่ไหมคะ

125
00:07:08.519 --> 00:07:09.241
Lyn

126
00:07:09.799 --> 00:07:11.074
รินพานอะไรคะ

127
00:07:11.779 --> 00:07:13.288
ผ่านจมูกใช่ไหม

128
00:07:13.767 --> 00:07:15.264
ใช้จมูกดมกลิ่น

129
00:07:16.199 --> 00:07:18.337
มีกลิ่นผ่านมารู้เลย

130
00:07:19.268 --> 00:07:21.435
เรารับเข้าไปเราก็ประมวลผล

131
00:07:22.217 --> 00:07:22.881

132
00:07:22.849 --> 00:07:24.415
เดี๋ยวแม่จะถาม

133
00:07:26.568 --> 00:07:27.493
ถามใครดี

134
00:07:28.428 --> 00:07:29.878
จะเป็นผู้โชคดี

135
00:07:30.858 --> 00:07:34.072
วันนี้ลงท้ายด้วยเลข 2 เพราะฉะนั้น

136
00:07:34.508 --> 00:07:37.120
หมายเลข 2 Optra เป็นผู้โชคดี

137
00:07:38.221 --> 00:07:38.495

138
00:07:38.351 --> 00:07:39.337
ต้านะคะ

139
00:07:49.048 --> 00:07:50.286
เดินผ่านห้องน้ำ

140
00:07:52.121 --> 00:07:53.786
ว่าจะได้กินอะไร

141
00:07:54.428 --> 00:07:55.883
ได้กินอะไรนะคะ

142
00:07:57.819 --> 00:08:00.156
อัตราเงินค่าห้องน้ำใช่ไหม

143
00:08:00.762 --> 00:08:03.061
จมูกเราจะได้กลิ่นอะไรครับ

144
00:08:03.769 --> 00:08:04.723
ขอบตาตอบ

145
00:08:05.238 --> 00:08:06.596
เดินผ่านห้องน้ำ

146
00:08:08.369 --> 00:08:11.296
Optra จะได้กลิ่นอะไรเป็นกลุ่มแรก

147
00:08:16.377 --> 00:08:17.743
นี่ไงถามแล้ว

148
00:08:17.727 --> 00:08:18.892

149
00:08:21.759 --> 00:08:22.799
ได้กลิ่นอะไร

150
00:08:26.707 --> 00:08:28.038
ไม่เป็นไร

151
00:08:28.677 --> 00:08:30.808
เหม็นใช่ไหมน้องตอบว่าเหม็น

152
00:08:31.048 --> 00:08:31.618
นะคะ

153
00:08:32.458 --> 00:08:34.331
ปีนี้จะถามคนอื่น

154
00:08:34.699 --> 00:08:36.371
เมื่อกี้จมูกแล้วนะคะ

155
00:08:36.487 --> 00:08:38.422
ที่นี้ภาพการสัมผัส

156
00:08:39.816 --> 00:08:40.871
สมมุติว่า

157
00:08:51.418 --> 00:08:52.123
หุ่น

158
00:08:54.499 --> 00:08:57.868
ให้หลับตาเดี๋ยวองุ่นหลับตานะ

159
00:08:58.657 --> 00:09:01.169
เดี๋ยวแม่จะลองให้องุ่นลองสัมผัส

160
00:09:02.627 --> 00:09:03.994
องุ่นหลับตาก่อน

161
00:09:05.757 --> 00:09:07.240
ตาก่อนหลับตา

162
00:09:10.556 --> 00:09:12.265
องุ่นต้องหลับตานะคะ

163
00:09:13.957 --> 00:09:15.009
หลับหรือยัง

164
00:09:14.977 --> 00:09:15.839
กลับสิ

165
00:09:16.708 --> 00:09:18.271
องุ่นไม่ยอมหลับตา

166
00:09:19.707 --> 00:09:21.479
เดี๋ยวเราจะให้สัมผัสไง

167
00:09:24.709 --> 00:09:25.755
หลับหรือยัง

168
00:09:29.826 --> 00:09:31.134
หลับแล้วใช่ไหม

169
00:09:34.317 --> 00:09:36.353
ตาไว้หลับตาไว้

170
00:09:40.657 --> 00:09:41.903
ห้ามลืมตานะ

171
00:09:49.308 --> 00:09:50.445
ให้ลืมตาได้

172
00:09:52.837 --> 00:09:53.706
เมื่อกี้

173
00:09:54.438 --> 00:09:56.539
ตอนนี้สัมผัสแบบหลับตา

174
00:09:57.257 --> 00:09:58.067
องุ่น

175
00:09:58.027 --> 00:09:59.989
สัมผัสได้ถึงอะไร

176
00:10:03.849 --> 00:10:04.717
ตะกี้

177
00:10:04.807 --> 00:10:05.940
ลองให้เขาจับ

178
00:10:06.986 --> 00:10:08.496
วัตถุชิ้นหนึ่งนะคะ

179
00:10:09.286 --> 00:10:11.147
เป็นลักษณะอย่างไรต่อสัมผัส

180
00:10:17.417 --> 00:10:18.829
มันแข็งใช่ไหม

181
00:10:22.989 --> 00:10:23.589
นะคะ

182
00:10:34.197 --> 00:10:34.759
นะคะ

183
00:10:36.446 --> 00:10:37.321
OK

184
00:10:38.166 --> 00:10:39.967
นั่นแหละคือการสัมผัส

185
00:10:42.074 --> 00:10:42.895
รสชาติ

186
00:10:42.906 --> 00:10:43.933
การลิ้มรส

187
00:10:44.450 --> 00:10:45.144
หรือ

188
00:10:45.550 --> 00:10:47.107
การลิ้มรสผ่านปาก

189
00:10:47.533 --> 00:10:48.598
อันนี้ถาม

190
00:10:49.327 --> 00:10:51.133
มากินสิ่งนี้เข้าไป

191
00:10:51.755 --> 00:10:54.140
เด็กๆจะรู้ถึงรสอะไร

192
00:11:03.165 --> 00:11:03.813
แบงค์

193
00:11:05.277 --> 00:11:07.017
แบงค์เป็นผู้โชคดี

194
00:11:07.647 --> 00:11:09.538
อ้าวพี่ล่ามหายไปไหน

195
00:11:16.619 --> 00:11:18.348
เคยกินหรือเปล่า

196
00:11:23.216 --> 00:11:24.896
ถ้าให้แบงค์กิน

197
00:11:26.097 --> 00:11:27.053
มะนาว

198
00:11:30.015 --> 00:11:31.535
ชอบกินเปรี้ยวไหม

199
00:11:33.858 --> 00:11:35.390
ถ้าเจอมันเอาเข้าไป

200
00:11:35.767 --> 00:11:37.115
รสชาติของมะนาว

201
00:11:37.118 --> 00:11:38.465
เป็นอย่างไรแบงค์

202
00:11:43.208 --> 00:11:44.648
ทีหลังได้ยินไหมคะ

203
00:11:47.818 --> 00:11:48.779
ได้ยินแล้ว

204
00:11:50.188 --> 00:11:51.758
ให้แบงค์กินมะนาว

205
00:11:55.695 --> 00:11:58.787
แบงค์จะรู้สึกถึงรสอะไร

206
00:12:02.036 --> 00:12:03.266
เปรี้ยวจี๊ดไหม

207
00:12:03.756 --> 00:12:04.810
เร็วมากไหม

208
00:12:14.836 --> 00:12:16.947
แล้วแบงค์ชอบกินเยอะๆไหม

209
00:12:29.511 --> 00:12:30.544
ชอบหรือเปล่า

210
00:12:31.745 --> 00:12:32.861
ชอบอยู่หรือ

211
00:12:33.216 --> 00:12:34.136
ใช่ไหม

212
00:12:34.118 --> 00:12:35.030
OK

213
00:12:37.185 --> 00:12:37.917

214
00:12:38.656 --> 00:12:40.880
นั่นก็คือถ้าเป็นคนนี่

215
00:12:41.274 --> 00:12:43.299
ส่วนของการรับข้อมูล

216
00:12:44.486 --> 00:12:47.174
ของคนจะมีมากกว่าคอมพิวเตอร์ใช่ไหม

217
00:12:47.355 --> 00:12:51.061
เพราะคอมพิวเตอร์จะรับได้ผ่านเมาส์ผ่านคีย์บอร์ดนะ

218
00:12:51.465 --> 00:12:53.052
คอมพิวเตอร์อะไรนะ

219
00:12:53.836 --> 00:12:56.459
เสียงคอมพิวเตอร์ก็เริ่มจะรับได้แล้ว

220
00:12:56.777 --> 00:12:57.782
ให้นึกถึง

221
00:12:58.374 --> 00:12:59.965
เราถาม Siri

222
00:13:00.047 --> 00:13:00.860
ใช่ไหม

223
00:13:01.901 --> 00:13:03.646
ถามเส้นทางกับ SIRI

224
00:13:04.527 --> 00:13:05.149

225
00:13:05.417 --> 00:13:06.120
ถามกลับ

226
00:13:07.277 --> 00:13:08.546
ใช่ไหมคะ

227
00:13:09.136 --> 00:13:11.307
คอมพิวเตอร์ก็จะรับเสียงได้ไหมคะ

228
00:13:11.884 --> 00:13:15.760
คอมพิวเตอร์ยังรับกลิ่นไม่ได้ใช่หรือเปล่า

229
00:13:16.117 --> 00:13:17.593
วินคอมพิวเตอร์รับไม่ได้

230
00:13:18.415 --> 00:13:19.559
แล้วก็การสัมผัส

231
00:13:21.118 --> 00:13:22.413
น่าจะไม่รู้

232
00:13:22.534 --> 00:13:24.136
วันนี้เป็นอย่างไร

233
00:13:25.025 --> 00:13:26.757
เหมือนเวลาเราจับ

234
00:13:28.624 --> 00:13:30.209
มือกับคนอื่นอย่างนี้

235
00:13:30.095 --> 00:13:32.192
คนอื่นมือจะนิ่ม

236
00:13:32.987 --> 00:13:35.140
หรือบางคนมือจะสาก

237
00:13:36.128 --> 00:13:36.881
ทดสอบ

238
00:13:37.596 --> 00:13:39.105
แม็กกี้จับมือแม่สิ

239
00:13:39.836 --> 00:13:40.845
จับมือกัน

240
00:13:42.904 --> 00:13:45.581
เดี๋ยวจะถามนะว่ามือแม่เป็นอย่างไร

241
00:13:52.254 --> 00:13:53.092
แม็กกี้

242
00:13:54.175 --> 00:13:56.328
เมื่อกี้แม็กกี้จับมือแม่ใช่ไหมคะ

243
00:13:57.246 --> 00:13:57.803

244
00:13:58.264 --> 00:13:59.298
หลุดอีกแล้ว

245
00:13:59.805 --> 00:14:00.380
อะไรนะ

246
00:14:02.814 --> 00:14:04.622
มันจะเรียนจบไหมนี่วันนี้

247
00:14:06.786 --> 00:14:10.282
เมื่อกี้เมื่อกี้เมื่อกี้แม็กกี้จับมือแม่

248
00:14:15.305 --> 00:14:16.653
หรือเปล่า

249
00:14:18.695 --> 00:14:21.357
เดี๋ยวนะคะจะให้น้องขยับเก้าอี้นิดนึง

250
00:14:22.025 --> 00:14:23.192
เมื่อกี้ตอนที่

251
00:14:23.304 --> 00:14:24.630
จับมือกับแม่

252
00:14:24.645 --> 00:14:26.263
แม็กกี้จับมือกับแม่

253
00:14:28.105 --> 00:14:30.336
เป็นอย่างไรคะมือแม่เป็นอย่างไร

254
00:14:39.175 --> 00:14:40.815
ก็รู้สึกว่าหนุ่มๆครับ

255
00:14:41.864 --> 00:14:43.557
หนุ่มๆนะโอเค

256
00:14:44.867 --> 00:14:47.676
เมื่อกี้ลองหันไปจับมือออป้าซิ

257
00:14:50.315 --> 00:14:51.073
มือ

258
00:14:51.725 --> 00:14:53.327
อัตราเป็นอย่างไร

259
00:14:56.344 --> 00:14:57.218
เห็นไหม

260
00:14:57.874 --> 00:14:58.603
ครับ

261
00:14:59.097 --> 00:15:00.655
อาจจะแข็งนะครับ

262
00:15:02.163 --> 00:15:02.468

263
00:15:02.804 --> 00:15:05.948
ว่าคนจะรู้ว่าอันไหนแข็งอันไหนนิ่ม

264
00:15:06.323 --> 00:15:07.756
คอมพิวเตอร์จะไม่รู้นะ

265
00:15:08.183 --> 00:15:10.135
อะไรนิ่มอันไหนแข็ง

266
00:15:10.617 --> 00:15:11.287
มันแค่จับ

267
00:15:11.513 --> 00:15:12.171
ได้

268
00:15:12.144 --> 00:15:13.993
แล้วมันก็วาง

269
00:15:15.664 --> 00:15:16.599
จะไม่มี

270
00:15:16.565 --> 00:15:20.022
โทรศัพท์ที่จะรับรู้ในส่วนของการสัมผัส

271
00:15:20.594 --> 00:15:21.247
หรือ

272
00:15:21.754 --> 00:15:22.421

273
00:15:22.383 --> 00:15:23.161
รื้อรถ

274
00:15:23.733 --> 00:15:25.405
จะไม่รู้ 3 ตัวนี้

275
00:15:25.333 --> 00:15:26.958
มันจะไม่รู้เลยนะคะ

276
00:15:28.855 --> 00:15:30.950
เก่งกว่าคอมพิวเตอร์แล้วนะคะ

277
00:15:32.184 --> 00:15:33.612
เราจะทำอย่างไร

278
00:15:33.585 --> 00:15:35.358
คอมพิวเตอร์เก่งเหมือนเรา

279
00:15:38.193 --> 00:15:39.606
มันดูตอบมานะคะ

280
00:15:40.112 --> 00:15:42.399
อันนี้ในส่วนของการรับข้อมูลไปแล้ว

281
00:15:43.122 --> 00:15:44.525
มาดูตัวต่อไป

282
00:15:46.407 --> 00:15:48.521
ที่นี้การประมวลผล

283
00:15:49.284 --> 00:15:51.701
คอมพิวเตอร์ต้องใช้อุปกรณ์ใช่ไหม

284
00:15:51.783 --> 00:15:53.715
เช่น CPU Ram

285
00:15:54.165 --> 00:15:56.364
แต่คนน่ะสิ่งที่ประมวลผล

286
00:15:56.723 --> 00:15:58.271
ก็คืออยู่บนหัวเรา

287
00:15:58.394 --> 00:16:00.267
ก็คือสมองน้อยของเรา

288
00:16:00.373 --> 00:16:01.066
ใช่ไหม

289
00:16:01.334 --> 00:16:01.897
นะคะ

290
00:16:03.253 --> 00:16:04.469
นั่นก็คือหัว

291
00:16:05.124 --> 00:16:06.526
ของเรานั่นเอง

292
00:16:06.410 --> 00:16:08.250
ประมวลผลอะไรได้

293
00:16:10.432 --> 00:16:12.545
เราคิดเลขเป็นถูกไหม

294
00:16:13.313 --> 00:16:14.916
เด็กคิดเลขได้นะคะ

295
00:16:15.813 --> 00:16:16.826
มีความรู้

296
00:16:16.714 --> 00:16:18.821
ความรู้มาจากไหน

297
00:16:19.395 --> 00:16:21.664
เหมือนที่เด็กๆเข้ามาเรียนในห้อง

298
00:16:22.037 --> 00:16:22.909
ก็

299
00:16:23.887 --> 00:16:24.714
ทำไม

300
00:16:26.004 --> 00:16:28.191
มันไม่ล็อกหรือลูกนะคะ

301
00:16:29.655 --> 00:16:32.443
ความรู้เราก็มีความจำ

302
00:16:34.914 --> 00:16:36.342
ประหยัดได้เยอะเลย

303
00:16:37.083 --> 00:16:38.583
คอมพิวเตอร์บางที

304
00:16:39.132 --> 00:16:39.859
ใช่ไหม

305
00:16:40.223 --> 00:16:41.168
เก็บไว้เยอะๆ

306
00:16:41.243 --> 00:16:42.700
เราความจำเต็ม

307
00:16:43.484 --> 00:16:45.852
เคยได้ยินไหมคะว่าความจำเต็ม

308
00:16:46.247 --> 00:16:48.273
รอคอมพิวเตอร์ไม่สามารถ

309
00:16:48.865 --> 00:16:49.544

310
00:16:49.764 --> 00:16:51.025
มันต้องมีพื้นที่เก็บ

311
00:16:51.487 --> 00:16:52.901
พื้นที่เก็บก็มีจำกัด

312
00:16:53.533 --> 00:16:54.741
ในสมองคนน่ะ

313
00:16:56.805 --> 00:16:58.789
เก็บได้เยอะคิดดูว่า

314
00:16:58.695 --> 00:17:02.947
อยู่ในท้อง

315
00:17:03.056 --> 00:17:03.305

316
00:17:03.696 --> 00:17:05.831
จนกระทั่งเรา

317
00:17:05.818 --> 00:17:07.300
จนกระทั่งเรา

318
00:17:07.796 --> 00:17:09.412
นึกออกนะ

319
00:17:09.406 --> 00:17:12.242
ตั้งกี่ปีคอมพิวเตอร์สมเกียรติ

320
00:17:14.221 --> 00:17:17.048
ใครเคยมีความคิดเป็นของตัวเอง

321
00:17:17.606 --> 00:17:18.580
คิดถึง

322
00:17:18.566 --> 00:17:19.983
มือถือก็ได้

323
00:17:19.976 --> 00:17:23.269
มือถือก็เป็นคอมพิวเตอร์แบบใหม่นั่นเองนะ

324
00:17:25.296 --> 00:17:26.040
ปกติ

325
00:17:26.706 --> 00:17:27.860
เด็กๆใช้

326
00:17:28.366 --> 00:17:29.195

327
00:17:29.586 --> 00:17:30.997
นานที่สุดกี่ปี

328
00:17:32.907 --> 00:17:34.840
ถามนะคะ

329
00:17:36.307 --> 00:17:38.645
ใครใช้มือถือเกิน 5 ปีบ้าง

330
00:17:49.546 --> 00:17:52.834
น้องบอกว่าประมาณ 2-3 ปีค่ะอาจารย์

331
00:17:53.527 --> 00:17:54.745
23 ปี

332
00:17:55.387 --> 00:17:56.760
ลองคนอื่นบ้าง

333
00:18:01.018 --> 00:18:01.909
กุ้งนาง

334
00:18:07.156 --> 00:18:09.812
นางใช้มือถือปกติกี่ปี

335
00:18:10.425 --> 00:18:11.583
ทำได้หรือเปล่า

336
00:18:12.670 --> 00:18:14.410
กี่ปีเปลี่ยนเครื่องที

337
00:18:14.386 --> 00:18:15.087
1

338
00:18:25.977 --> 00:18:27.599
ประมาณ 3 ปีค่ะ

339
00:18:27.957 --> 00:18:28.809
คัมภีร์

340
00:18:29.690 --> 00:18:32.727
อยากรู้มีใครใช้เกิน 3 ปีบ้างไหม

341
00:18:44.797 --> 00:18:47.210
อุบลปกติใช้มือถือกี่ปี

342
00:18:47.747 --> 00:18:48.252

343
00:18:49.027 --> 00:18:50.319
ไปนานอยู่นะ

344
00:18:50.749 --> 00:18:51.848
คือเห็นไหมคะ

345
00:18:52.346 --> 00:18:53.908
ช่วงเวลานี้นี่

346
00:18:54.907 --> 00:18:56.887
ไม่เกิน 10 ปีเพราะว่า

347
00:18:57.216 --> 00:18:57.936
ไร

348
00:18:58.498 --> 00:19:01.063
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

349
00:19:02.466 --> 00:19:03.745
นึกถึงเหมือน

350
00:19:04.128 --> 00:19:05.345
เหมือนรถยนต์น่ะ

351
00:19:06.556 --> 00:19:10.252
ทำไมบางคนถึงเปลี่ยนรถบ่อยอย่างนี้เป็นต้นนะคะ

352
00:19:12.896 --> 00:19:13.669
เนื่องจาก

353
00:19:15.068 --> 00:19:15.709
ลักษณะ

354
00:19:16.346 --> 00:19:18.429
สภาพของอุปกรณ์

355
00:19:18.846 --> 00:19:19.623
แล้วน่ะ

356
00:19:20.506 --> 00:19:22.891
เจอฝนจะแดดแล้วมันก็จะ

357
00:19:23.276 --> 00:19:25.163
เสื่อมมันจะไม่เหมือน

358
00:19:25.585 --> 00:19:26.488
2 คน

359
00:19:26.868 --> 00:19:30.086
สมองคนจะเสื่อมก็ต่อเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

360
00:19:31.087 --> 00:19:31.990
หัวฟาด

361
00:19:34.807 --> 00:19:38.154
จะทำให้กระทบกระเทือนทางสมองอย่างที่เขาบอก

362
00:19:39.547 --> 00:19:41.995
โอกาสที่จะเกิดอย่างนั้นก็คือ

363
00:19:42.355 --> 00:19:43.821
เราจะต้องไปแบบ

364
00:19:44.665 --> 00:19:46.520
แรงเงา

365
00:19:46.967 --> 00:19:48.199
ตามหลักของคน

366
00:19:48.566 --> 00:19:51.151
เราก็จะเซฟตัวเองไม่เหมือนมือถือ

367
00:19:53.635 --> 00:19:54.910
ลื่นหลุดมือ

368
00:19:55.428 --> 00:19:56.328
ไม่ออกนะ

369
00:19:58.247 --> 00:20:00.183
มันระวังตัวเองไม่ได้

370
00:20:00.675 --> 00:20:02.411
พวกอุปกรณ์ต่างๆน่ะ

371
00:20:03.878 --> 00:20:06.761
คนน่ะจะมีสัญชาตญาณต่างๆ

372
00:20:08.229 --> 00:20:12.817
เหมือนเวลาเล่นกับเพื่อนแล้วเพื่อนว่างอ่ะไรมาใส่

373
00:20:13.219 --> 00:20:14.771
ความรู้สึกของคนน่ะ

374
00:20:15.206 --> 00:20:16.461
จะมีการหลบ

375
00:20:16.557 --> 00:20:17.910
มาทำอะไร

376
00:20:18.537 --> 00:20:19.310
ถ้าสมมุติ

377
00:20:19.306 --> 00:20:21.842
กำลังยืนอยู่กำลังอะไรน่ะ

378
00:20:22.887 --> 00:20:25.467
หนูน้อยเห็นหนูน้อยจะหลบไหมคะ

379
00:20:26.218 --> 00:20:27.176
เมื่อกี้

380
00:20:27.305 --> 00:20:28.272
Optra

381
00:20:31.409 --> 00:20:34.061
คือสัญญาสัญชาตญาณของคนน่ะ

382
00:20:34.035 --> 00:20:35.690
ซับซ้อนกว่า

383
00:20:37.427 --> 00:20:39.034
ที่พยายามทำ

384
00:20:39.605 --> 00:20:41.482
ไอนั่นก็คือจะ

385
00:20:41.596 --> 00:20:42.357
เอา

386
00:20:42.618 --> 00:20:43.375
นี่แหละ

387
00:20:44.538 --> 00:20:46.263
วิธีคิดของคน

388
00:20:46.266 --> 00:20:49.084
ความรู้ความจำของคน

389
00:20:49.527 --> 00:20:50.368
บ่ต้องเอา

390
00:20:51.069 --> 00:20:52.329
องค์ประกอบของ

391
00:20:52.928 --> 00:20:54.193
เรามาสร้าง

392
00:20:56.827 --> 00:20:59.845
เหมือนถ้าให้หุ่นยนต์มาเป็นหมอให้นึกถึงนะคะ

393
00:21:00.540 --> 00:21:02.715
แล้วมีกรณีนึงเช่น

394
00:21:03.426 --> 00:21:04.767
เป็นหมอนี่

395
00:21:05.735 --> 00:21:07.700
คนนี้ยังไงก็ไม่รอด

396
00:21:08.817 --> 00:21:12.146
เด็กๆคิดว่าหมอจะทำคนไข้ตายไหม

397
00:21:12.017 --> 00:21:13.901
ไม่ใช่ไหมคะ

398
00:21:13.675 --> 00:21:18.291
แต่ถ้าเป็นหุ่นยนต์มันจะประมวลแล้วเป๊ะตามนั้น

399
00:21:18.496 --> 00:21:21.914
ถ้าไม่รอดก็คือตายนึกออกไหม

400
00:21:22.335 --> 00:21:23.387
มันก็คือ

401
00:21:24.187 --> 00:21:26.588
ในความคิดของคนกับหุ่นยนต์

402
00:21:27.206 --> 00:21:29.072
มันยังมีช่องว่างนิดนึง

403
00:21:29.255 --> 00:21:30.694
ที่เขาเรียกว่า

404
00:21:32.259 --> 00:21:35.973
คนมันยังมีความคิดว่าคือคนด้วยกัน

405
00:21:36.936 --> 00:21:38.645
อาจจะอยู่ต่อไปได้

406
00:21:39.755 --> 00:21:41.241
ถ้าเป็นหุ่น

407
00:21:42.504 --> 00:21:45.873
พอมันโดนสั่งว่าถ้ามันเป็นเคสนี้

408
00:21:46.475 --> 00:21:47.930
I got

409
00:21:47.885 --> 00:21:49.370
รายได้

410
00:21:49.486 --> 00:21:51.292
สถานะผู้ชาย

411
00:21:52.297 --> 00:21:54.195
ว่าจะทำตามคำสั่ง

412
00:21:54.286 --> 00:21:55.711
ตามคำสั่งเป๊ะ

413
00:21:57.498 --> 00:21:58.997
มันจะไม่มีแบบว่า

414
00:21:58.967 --> 00:22:03.004
น้าตายไม่ได้มันยังไม่มีโมเม้นนั้น

415
00:22:03.955 --> 00:22:05.649
คือมันไม่มี

416
00:22:05.626 --> 00:22:07.366
ความละเอียดเท่าคน

417
00:22:07.870 --> 00:22:10.247
ความละเอียดอ่อนทางจิตใจ

418
00:22:10.484 --> 00:22:11.203
รู้สึก

419
00:22:11.316 --> 00:22:11.902

420
00:22:12.347 --> 00:22:14.030
โลภโกรธหลง

421
00:22:18.228 --> 00:22:19.152

422
00:22:19.126 --> 00:22:21.007
วิธีการแสดงผล

423
00:22:22.385 --> 00:22:23.634
ของคนนะคะ

424
00:22:24.887 --> 00:22:26.057
ก็คือถ้า

425
00:22:28.155 --> 00:22:30.535
ใช้ผักทำโทษนะคะเด็กๆ

426
00:22:30.466 --> 00:22:32.933
ก็ใช้ผ่านภาษามือใช่ไหมคะ

427
00:22:34.177 --> 00:22:34.833
หรือ

428
00:22:35.196 --> 00:22:35.919

429
00:22:35.906 --> 00:22:40.112
หรือเขียนให้เห็นใช่ไหมคะเหมือนสั่งการบ้านไป

430
00:22:40.506 --> 00:22:41.555
มาส่งแม่

431
00:22:44.347 --> 00:22:47.238
คือพิมพ์มาส่งง่ายใช่ไหมคะ

432
00:22:48.256 --> 00:22:50.922
แล้วก็ผ่านการเคลื่อนไหวใช่ไหมครับ

433
00:22:51.145 --> 00:22:52.783
พ่อแม่บอกยืนขึ้น

434
00:22:55.687 --> 00:22:58.171
เด็กๆเหมือนเสียงของเราดังเลย

435
00:23:00.034 --> 00:23:02.119
ขึ้นแบบนี้เป็นต้น

436
00:23:02.477 --> 00:23:04.552
คือผ่านการเคลื่อนไหว

437
00:23:06.825 --> 00:23:08.852
กำลังประมวลผลของคนจะ

438
00:23:09.768 --> 00:23:11.463
ดีกว่าคอมพิวเตอร์

439
00:23:11.556 --> 00:23:12.865
แบบนี้นะคะ

440
00:23:15.395 --> 00:23:16.583
ก็เลยทำเป็น

441
00:23:16.677 --> 00:23:19.085
ตารางเปรียบเทียบให้เห็น

442
00:23:20.978 --> 00:23:21.966
อันนี้มนุษย์

443
00:23:23.086 --> 00:23:24.325
ประมวลผลโดย

444
00:23:24.305 --> 00:23:25.116
ผ่าน

445
00:23:27.837 --> 00:23:28.742
สมอ

446
00:23:29.565 --> 00:23:30.921
อุปกรณ์คอมพิวเตอร์

447
00:23:32.317 --> 00:23:35.544
ประมวลผลต่อ CPU หรือหน่วยประมวลผล

448
00:23:36.215 --> 00:23:37.972
ส่วนของการนำ

449
00:23:38.076 --> 00:23:39.313
เข้าข้อมูล

450
00:23:39.735 --> 00:23:44.241
คือผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 คือตาหูจมูกปาก

451
00:23:45.174 --> 00:23:46.290
แล้วก็มือ

452
00:23:46.266 --> 00:23:47.502
แบบนี้นะคะ

453
00:23:48.376 --> 00:23:50.331
อ้วนคอมพิวเตอร์ก็คือผ่าน

454
00:23:50.686 --> 00:23:52.051
คีย์บอร์ดกับเมาส์

455
00:23:54.906 --> 00:23:56.942
ส่วนของ output ก็คือ

456
00:23:57.726 --> 00:23:59.153
ของคนก็คือ

457
00:23:59.764 --> 00:24:04.671
แสดงผลผ่านการพูดการอ่านการเขียนการเคลื่อนไหว

458
00:24:05.528 --> 00:24:09.038
เครื่องคอมพิวเตอร์ก็คือผ่านหน้าจอเท่านั้น

459
00:24:10.644 --> 00:24:11.315
ราคา

460
00:24:16.226 --> 00:24:17.395
เดี๋ยวขอเบรค

461
00:24:17.634 --> 00:24:19.401
ซัก 10 นาทีก่อนนะคะ

462
00:24:21.475 --> 00:24:23.424
ใครจะไปเข้าห้องน้ำ

463
00:24:24.035 --> 00:24:25.606
วันนี้แม่เบรคให้

464
00:24:34.334 --> 00:24:35.318
โอเคนะคะ

465
00:24:38.625 --> 00:24:40.247
พร้อมเรียนต่อไหม

466
00:24:41.186 --> 00:24:41.717

467
00:24:43.755 --> 00:24:44.603
OK

468
00:24:50.534 --> 00:24:51.451
เดี๋ยวนะคะ

469
00:24:52.394 --> 00:24:54.216
ข้อต่อมาเรา

470
00:24:54.828 --> 00:24:56.081
แล้ว

471
00:24:56.304 --> 00:24:58.494
เราจะเขียนโปรแกรมนี่

472
00:25:00.085 --> 00:25:02.171
เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์กันนี่

473
00:25:02.703 --> 00:25:04.445
เราต้องทำอย่างไร

474
00:25:05.655 --> 00:25:07.202
วิธีการเขียน

475
00:25:07.956 --> 00:25:08.939
โปรแกรม

476
00:25:10.257 --> 00:25:14.460
มันก็มี 5 ขั้นตอนก็คือวางแผนวิเคราะห์

477
00:25:14.804 --> 00:25:15.652
ออกแบบ

478
00:25:16.536 --> 00:25:20.859
ดูแลรักษานะคะมาดูที่ขั้นตอนแรกก่อนนะคะ

479
00:25:25.376 --> 00:25:26.613
การวางแผน

480
00:25:26.715 --> 00:25:27.492
running

481
00:25:29.666 --> 00:25:33.070
ก่อนจะเขียนเราก็ต้องรู้ก่อนว่า

482
00:25:33.055 --> 00:25:35.622
เราต้องการเขียนอะไร

483
00:25:36.365 --> 00:25:37.813
ต้องวางแผนก่อน

484
00:25:37.805 --> 00:25:38.560
ว่า

485
00:25:39.405 --> 00:25:41.778
ต้องการพัฒนาอะไร

486
00:25:44.138 --> 00:25:44.958
มันมี

487
00:25:45.355 --> 00:25:47.601
ลำดับขั้นอย่างไร

488
00:25:48.366 --> 00:25:49.059
นะคะ

489
00:25:50.345 --> 00:25:51.574
พอวางแผนเสร็จ

490
00:25:52.654 --> 00:25:56.822
ก็ต้องมาวิเคราะห์วิเคราะห์อะไรวิเคราะห์เพื่อให้รู้ว่า

491
00:25:57.897 --> 00:26:00.459
อะไรคือข้อมูลที่จะต้องนำเข้า

492
00:26:01.357 --> 00:26:02.973
เข้ามาดูข้อมูลข้าว

493
00:26:03.468 --> 00:26:04.160
Wood

494
00:26:04.494 --> 00:26:06.443
บอกอย่างนี้ว่า input

495
00:26:08.455 --> 00:26:10.563
ป้อนข้อมูลอะไรเข้าไป

496
00:26:11.274 --> 00:26:11.972
พอ

497
00:26:13.385 --> 00:26:14.667
ขออะไรอีก

498
00:26:16.977 --> 00:26:20.047
เมื่อป้อนเข้าไปแล้วสิ่งที่เราต้องการออกมา

499
00:26:20.557 --> 00:26:22.151
ออกไหมคะก็คือ

500
00:26:22.418 --> 00:26:23.790
ให้อะไรเข้าไป

501
00:26:25.236 --> 00:26:27.465
แล้วจะได้อะไรออกมา

502
00:26:28.627 --> 00:26:29.072
และ

503
00:26:29.336 --> 00:26:30.400
สุดท้าย

504
00:26:31.507 --> 00:26:33.877
มากำหนดวิธีการก็คือ

505
00:26:36.577 --> 00:26:39.657
แล้วคอมพิวเตอร์มันจะต้องประมวลผลอย่างไร

506
00:26:41.814 --> 00:26:42.468
นะคะ

507
00:26:43.225 --> 00:26:44.492
ลีลาศไม่ได้ยิน

508
00:26:50.724 --> 00:26:53.067
ตอนแรกเห็นไอ้นี่กับเราอยู่

509
00:26:53.667 --> 00:26:55.491
เราก็เลยไปเลย

510
00:26:55.848 --> 00:26:56.530
นะคะ

511
00:27:00.644 --> 00:27:02.703
ที่ราบได้ยินหรือยัง

512
00:27:03.138 --> 00:27:04.137
บินไหมคะ

513
00:27:10.058 --> 00:27:12.259
นะคะก็คือเราจะต้อง

514
00:27:13.827 --> 00:27:14.819
รู้ก่อนว่า

515
00:27:16.006 --> 00:27:18.535
เราจะสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำอะไร

516
00:27:20.294 --> 00:27:21.236
เสร็จแล้ว

517
00:27:21.125 --> 00:27:22.846
พอสั่งเข้าไปแล้ว

518
00:27:22.723 --> 00:27:25.141
เราก็ต้องรู้ก่อนว่า

519
00:27:25.672 --> 00:27:27.699
แล้วถ้าให้คอมพิวเตอร์ทำ

520
00:27:28.354 --> 00:27:30.207
แล้วที่ต้องการจะออกมา

521
00:27:30.084 --> 00:27:31.531
คืออะไร

522
00:27:31.936 --> 00:27:33.861
เหมือนแม่สั่งทำการบ้าน

523
00:27:34.774 --> 00:27:36.920
เด็กๆจะต้องส่งมาก็คือ

524
00:27:37.584 --> 00:27:39.484
นั่นคือผลลัพธ์ใช่ไหมคะ

525
00:27:40.147 --> 00:27:41.334
ไม่ใช่ว่า

526
00:27:43.097 --> 00:27:44.770
ทำการบ้านบอกให้

527
00:27:46.357 --> 00:27:49.032
ไปทำรายงานมาส่งแต่ที่เด็กๆ

528
00:27:49.234 --> 00:27:50.426
ทำมาส่งคือ

529
00:27:51.925 --> 00:27:53.365
กระดาษ 1 แผ่น

530
00:27:53.334 --> 00:27:57.169
ถูกต้องไหมรายงานไม่ควรเป็นกระดาษ 1 แผ่น

531
00:27:57.555 --> 00:27:58.364
ได้ไหมคะ

532
00:28:01.136 --> 00:28:06.138
พอรู้วิธีเข้าข้อมูลแล้วข้อมูลที่จะเข้าข้อมูลที่จะออก

533
00:28:06.515 --> 00:28:08.354
เราก็ต้องรู้ว่า

534
00:28:08.245 --> 00:28:12.578
เราจะใส่ให้คอมพิวเตอร์ทำงานอย่างอย่างไร

535
00:28:13.935 --> 00:28:15.331
ใครเคยเห็น

536
00:28:15.475 --> 00:28:16.087
ตู้

537
00:28:15.985 --> 00:28:17.484
จปร

538
00:28:17.335 --> 00:28:20.145
เหรียญน้ำดื่ม

539
00:28:19.954 --> 00:28:23.150
เครื่องดื่มอัตโนมัติน่ะเห็นไหม

540
00:28:23.537 --> 00:28:28.320
หลักการก็คือใส่เหรียญเข้าไปเสร็จแล้วก็ไปทำอะไรไปเลือกใช่ไหมลูก

541
00:28:30.575 --> 00:28:33.202
เราต้องไปเลือกว่าจะเอาน้ำอะไรใช่ไหมคะ

542
00:28:33.077 --> 00:28:35.320
อักเสบ

543
00:28:39.538 --> 00:28:40.420
เราต้องหยอด

544
00:28:40.306 --> 00:28:41.764
จำนวนเงิน

545
00:28:42.996 --> 00:28:44.989
ไม่เท่ากับราคาใช่ไหมคะ

546
00:28:45.106 --> 00:28:46.298
มันถึงจะได้

547
00:28:46.195 --> 00:28:48.544
น้ำออกมาน่ะ

548
00:28:49.076 --> 00:28:49.560

549
00:28:50.487 --> 00:28:52.850
ในตู้นั้นมีโค้กมีเป๊ปซี่

550
00:28:52.725 --> 00:28:54.461
พี่น้ำส้ม

551
00:28:54.965 --> 00:28:56.044
60 บาท

552
00:28:57.398 --> 00:28:58.544
ส้ม 10 บาท

553
00:28:58.422 --> 00:29:04.246
เราอยากได้น้ำส้มเราเลือกน้ำส้มเสร็จเราต้องหยอดเหรียญ

554
00:29:04.757 --> 00:29:06.929
ได้เงิน 12 บาทใช่ไหมคะ

555
00:29:08.421 --> 00:29:10.789
แล้วเราก็จะกดปุ่มว่า

556
00:29:11.297 --> 00:29:12.365
เรื่องน้ำส้ม

557
00:29:12.317 --> 00:29:14.016
น้ำส้มมันถึงจะ

558
00:29:14.426 --> 00:29:16.121
หล่นลงมาให้

559
00:29:18.078 --> 00:29:21.258
เราจะต้องเลือกก่อนว่าเราจะซื้ออะไร

560
00:29:22.628 --> 00:29:23.591
พอเลือกเสร็จ

561
00:29:23.657 --> 00:29:26.058
เราก็ต้องใส่จำนวนเงิน

562
00:29:26.668 --> 00:29:28.372
ตามราคาสินค้า

563
00:29:28.718 --> 00:29:30.495
ต้องหยอดเหรียญลงไป

564
00:29:31.470 --> 00:29:35.196
พอคอมพิวเตอร์มันได้เหรียญครบตามจำนวนแล้ว

565
00:29:35.376 --> 00:29:39.271
มันก็จะส่งน้ำส้มออกมาให้นะคะ

566
00:29:41.908 --> 00:29:45.852
นั่นก็คือวิธีการประมวลผลของคอมพิวเตอร์

567
00:29:48.186 --> 00:29:50.787
ปีนี้ในส่วนของออกแบบ

568
00:29:52.087 --> 00:29:53.896
เราก็ดีไซน์

569
00:29:55.737 --> 00:29:59.157
พูดถึงอัลกอริทึมก็คือการ

570
00:29:59.386 --> 00:30:01.570
ออกแบบให้คอมพิวเตอร์รู้

571
00:30:02.326 --> 00:30:04.593
โดยนำคนออกแบบ

572
00:30:05.845 --> 00:30:08.442
อันนี้เขียนได้ 3 แบบก็คือ

573
00:30:08.857 --> 00:30:11.388
บรรยายแล้วก็แบบผังงาน

574
00:30:12.757 --> 00:30:14.512
แบตเปลี่ยนเป็น

575
00:30:14.497 --> 00:30:16.369
รหัสจำลอง

576
00:30:16.868 --> 00:30:17.525
นะคะ

577
00:30:18.268 --> 00:30:19.488
เราก็ผัง

578
00:30:19.868 --> 00:30:22.096
ลำดับงานหรือโฟชาร์ต

579
00:30:24.607 --> 00:30:26.311
ที่นี่จะข้ามล่ะคะ

580
00:30:26.396 --> 00:30:28.698
ส่วนต่อไปไปโผล่ตรงนี้เลย

581
00:30:33.266 --> 00:30:35.057
เดี๋ยวจะไม่เข้าใจ

582
00:30:36.399 --> 00:30:37.254
มาดู

583
00:30:38.066 --> 00:30:40.837
สิ่งที่เราจะทำวันนี้ก็คือ

584
00:30:41.398 --> 00:30:42.750
อัลกอริทึม

585
00:30:44.789 --> 00:30:46.786
มันจะเป็นวิธีการ

586
00:30:47.028 --> 00:30:49.922
ลำดับขั้นตอนที่จะให้คอมพิวเตอร์น่ะ

587
00:30:50.477 --> 00:30:52.876
เราจะไปสั่งคอมพิวเตอร์

588
00:30:54.261 --> 00:30:58.046
เราจะลำดับขั้นตอนอย่างไรให้มันสามารถ

589
00:31:00.148 --> 00:31:00.725

590
00:31:03.670 --> 00:31:04.960
แบบที่ 1 นะคะ

591
00:31:06.040 --> 00:31:08.351
ที่เราจะพาเขียนในวันนี้

592
00:31:09.036 --> 00:31:09.688

593
00:31:11.028 --> 00:31:13.797
สอนวิธีสำหรับการเขียนโปรแกรม

594
00:31:14.288 --> 00:31:17.186
หรือการเขียนแบบอัลกอริทึมนะคะ

595
00:31:17.877 --> 00:31:19.353
เขาระบุไว้ว่า

596
00:31:19.479 --> 00:31:23.674
ถ้าเราจะเขียนอัลกอริทึมให้ดีคือ 1

597
00:31:25.878 --> 00:31:28.577
เราจะต้องเขียนให้มันชัดเจนก็คือ

598
00:31:29.531 --> 00:31:31.651
ให้มันรับอะไรเข้าไป

599
00:31:33.241 --> 00:31:35.619
ให้มันแสดงอะไรออกมา

600
00:31:36.061 --> 00:31:40.699
ต้องระบุลงไปเจาะจงลงไปนะคะ 2 ข้อที่ 2

601
00:31:40.800 --> 00:31:42.336
ลำดับการเขียน

602
00:31:42.976 --> 00:31:45.436
ต้องเขียนให้เป็นขั้นๆเลย

603
00:31:45.406 --> 00:31:46.758
เหมือนที่แม่บอก

604
00:31:47.270 --> 00:31:48.962
ถ้าเราจะซื้อน้ำส้ม

605
00:31:50.659 --> 00:31:53.456
เราจะต้องรู้ราคาว่าน้ำส้มราคาเท่าไหร่

606
00:31:53.680 --> 00:31:56.906
เสร็จแล้วก็หยอดเหรียญใช่ไหมคะพ่อหยอดเหรียญเสร็จ

607
00:31:57.387 --> 00:32:01.788
เอายอดครบตามจำนวนอำเภอน้ำส้มน้ำส้มถึงจะออกมา

608
00:32:02.318 --> 00:32:03.234
มันจะต้อง

609
00:32:03.470 --> 00:32:05.081
ตามลำดับขั้นตอน

610
00:32:05.709 --> 00:32:06.498
ไม่ใช่

611
00:32:09.037 --> 00:32:10.977
ตอนนี้หนูนึกออกนะ

612
00:32:13.449 --> 00:32:20.547
เราต้องบอกให้คอมพิวเตอร์มันทำงานไปตามขั้นที่เราบอกมันไม่สามารถกระโดดข้ามไปข้ามมา

613
00:32:21.659 --> 00:32:23.029
สมมุติบอกว่า

614
00:32:25.619 --> 00:32:27.323
เดี๋ยว Optra ไปซื้อ

615
00:32:27.288 --> 00:32:29.367
กาแฟ Amazon ให้แม่

616
00:32:30.548 --> 00:32:31.466
ตาก

617
00:32:31.638 --> 00:32:33.091
พ่อไปที่ปั๊ม

618
00:32:35.858 --> 00:32:40.329
แวะเซเว่นซื้อขนมตัวเองถ้าเป็นคนมันจะ

619
00:32:40.788 --> 00:32:43.053
นอกเหนือคำสั่งนึกออกไหม

620
00:32:43.156 --> 00:32:45.888
เพราะอะไรเพราะแม่ไม่ได้ไปด้วยใช่ไหม

621
00:32:46.937 --> 00:32:49.736
ป้าแอบเข้าเซเว่นไปแล้ว

622
00:32:50.068 --> 00:32:51.581
ตั้งค่าคอมพิวเตอร์น่ะ

623
00:32:53.139 --> 00:32:54.269
ถ้าเราสั่งปุ๊บ

624
00:32:55.188 --> 00:32:56.311
ให้นึกถึง

625
00:32:56.537 --> 00:32:57.731
ทำไมเขา

626
00:32:58.970 --> 00:33:01.499
มีระบบขับอัตโนมัติ

627
00:33:02.101 --> 00:33:03.739
เพราะคอมพิวเตอร์มันจะ

628
00:33:03.701 --> 00:33:06.365
ไม่ออกนอกเส้นทางนึกออกไหม

629
00:33:08.700 --> 00:33:10.846
เดี๋ยวนี้พวกรถส่งของ

630
00:33:10.941 --> 00:33:12.952
ก็จะปิดระบบนี้ไว้

631
00:33:13.179 --> 00:33:15.523
เพราะว่ามันจะควบคุมไม่ให้

632
00:33:15.489 --> 00:33:16.532
คนขับรถ

633
00:33:17.540 --> 00:33:21.737
นำรถออกไปนอกเส้นทางได้อย่างนี้เป็นต้นนะคะ

634
00:33:29.459 --> 00:33:30.297
ปรากฏ

635
00:33:33.489 --> 00:33:35.109
ในคอมคือเครื่องมัน

636
00:33:35.541 --> 00:33:37.344
ประมวลผลช้า

637
00:33:37.458 --> 00:33:40.767
น้องสงสัยทำไมพี่รามไม่ได้ยิน

638
00:33:42.899 --> 00:33:44.887
สัญญาณมันน่าจะหลุด

639
00:33:46.099 --> 00:33:48.319
โอเคพี่ล่างได้ยินแล้ว

640
00:33:49.358 --> 00:33:51.786
คือเครื่องน้องภาพมันหยุดไป

641
00:33:53.140 --> 00:33:57.011
เล่นกับคอมนะคะคอมมันประมวลผลแบบที่บอก

642
00:33:57.039 --> 00:33:59.615
ความเร็วในการประมวลผลน่ะ

643
00:34:02.218 --> 00:34:06.161
และอัลกอริทึมที่ดีต้องมีจุดสิ้นสุดเสมอ

644
00:34:06.642 --> 00:34:15.813
เราต้องทำไปเรื่อยๆหมุนๆอยู่นั่นแหละไม่หยุดนะคะแล้วมันก็จะทำได้ไม่หยุดเพราะมันเป็นคอมไง

645
00:34:15.804 --> 00:34:17.257
มันจะไม่เหมือนคนนะ

646
00:34:17.852 --> 00:34:26.417
ทำเหนื่อยคนก็จะหยุดพักนะแต่คอมพิวเตอร์ไม่รู้จักเหนื่อยมันก็จะทำไปเรื่อยๆตามหลักก็คือมันก็ต้องมีบอกว่าจบตอนไหน

647
00:34:26.314 --> 00:34:28.137
มันบอกกะระยะเวลา

648
00:34:28.494 --> 00:34:31.600
ใช้เวลาในการทำเท่าไรอะไรอย่างนี้

649
00:34:33.803 --> 00:34:34.080

650
00:34:34.066 --> 00:34:36.032
มาๆข้อต่อมาก็คือ

651
00:34:35.994 --> 00:34:36.263

652
00:34:36.373 --> 00:34:41.860
ตามหลักเวลาให้คอมพิวเตอร์ทำงานนี่เราต้องให้มันประมวลผลให้น้อยที่สุดคือ

653
00:34:42.643 --> 00:34:45.254
ไปเยอะอย่าเยอะกับมันว่าอย่างนั้นเถอะ

654
00:34:45.462 --> 00:34:48.549
สั่งสั้นๆคุณอ้วนมันก็เข้าใจแล้วนะคะ

655
00:34:48.596 --> 00:34:49.048

656
00:34:48.853 --> 00:34:52.844
แล้วก็ต้องสามารถแก้ไขดัดแปลงได้โปรแกรมที่เราเขียนน่ะ

657
00:34:53.334 --> 00:34:54.321
ใช้ทำแล้ว

658
00:34:55.645 --> 00:34:56.745
ไม่รู้

659
00:34:57.114 --> 00:34:58.585
ไม่รู้จะแก้อย่างไร

660
00:34:58.713 --> 00:34:59.748
ไม่ต้องค่ะ

661
00:35:02.044 --> 00:35:02.693
ปีนี้

662
00:35:03.203 --> 00:35:05.753
เอามาเราจะต้องทำนะคะ

663
00:35:07.364 --> 00:35:10.644
การเขียนวิธีแบบมาตรฐาน

664
00:35:12.483 --> 00:35:13.589
อย่าให้เด็กๆเปิด

665
00:35:14.533 --> 00:35:14.913

666
00:35:15.683 --> 00:35:16.885
Gmail

667
00:35:19.206 --> 00:35:21.072
เปิดอีเมลนะคะ

668
00:35:21.195 --> 00:35:22.653
เปิดอีเมลตัวเอง

669
00:35:22.664 --> 00:35:24.585
อีเมลมหาลัยจำได้ไหม

670
00:35:25.733 --> 00:35:28.185
เข้าคลาสรูมเรามีไว้ให้

671
00:35:28.804 --> 00:35:30.864
เป็นห้องเรียนของเรานะคะ

672
00:35:32.974 --> 00:35:33.230

673
00:35:33.802 --> 00:35:34.248

674
00:35:36.373 --> 00:35:37.763
อะไรนะ

675
00:35:37.784 --> 00:35:38.591

676
00:35:40.533 --> 00:35:41.023

677
00:35:40.912 --> 00:35:43.463

678
00:35:44.882 --> 00:35:45.453

679
00:35:45.333 --> 00:35:46.476

680
00:35:46.482 --> 00:35:48.006

681
00:35:47.892 --> 00:35:48.516

682
00:35:50.964 --> 00:35:53.438

683
00:35:53.334 --> 00:35:56.142
ไม่ได้ขึ้นกดผิด

684
00:35:56.023 --> 00:35:58.879
Windows อะไร

685
00:35:58.774 --> 00:36:02.408
OK

686
00:36:02.294 --> 00:36:06.028
ไปไหน classroom จำได้ไหมคะ

687
00:36:06.135 --> 00:36:07.274
นั่งไว้ให้แล้ว

688
00:36:08.754 --> 00:36:11.495
วันนี้ให้เด็กๆเข้ากลุ่มนะคะ

689
00:36:12.158 --> 00:36:15.238
มันมีใบงานที่เราทำไปด้วยกัน

690
00:36:15.234 --> 00:36:15.833

691
00:36:17.616 --> 00:36:18.985
ชั่วโมงนี้นะคะ

692
00:36:21.458 --> 00:36:21.919

693
00:36:23.125 --> 00:36:26.297
อยู่ตรงนี้ค่ะใบงานสัปดาห์ที่ 2

694
00:36:26.762 --> 00:36:27.228

695
00:36:27.793 --> 00:36:29.623
รอบบ่ายไปแล้วเข้าไปเปิด

696
00:36:30.156 --> 00:36:31.137
งานได้เลย

697
00:36:32.526 --> 00:36:33.647
มีไฟล์ Word

698
00:36:33.754 --> 00:36:34.567
คะ

699
00:36:36.774 --> 00:36:38.563
เวลาส่ง

700
00:36:39.843 --> 00:36:41.351
ที่รักแต่งงานนะคะ

701
00:36:41.323 --> 00:36:43.450
ส่งงานกลับเข้ามาในคลาส

702
00:36:44.454 --> 00:36:45.757
อิ่มตื้อ

703
00:36:46.455 --> 00:36:48.329
แล้วก็รหัสตัวเองไว้

704
00:36:48.897 --> 00:36:49.673
ตีหัว

705
00:36:50.484 --> 00:36:51.847
รายงานตัวเองนะคะ

706
00:36:53.494 --> 00:36:55.527
ไฟล์งานมันจะเป็นขวดละ

707
00:36:56.765 --> 00:36:58.949
ก็อย่าลืมใส่ชื่อ

708
00:36:59.064 --> 00:37:00.617
ใส่รหัสด้วย

709
00:37:03.293 --> 00:37:04.202
กินไหมคะ

710
00:37:04.703 --> 00:37:05.931
เข้าไปเจอไหม

711
00:37:08.094 --> 00:37:10.136
อาไปงานจะเป็นอย่างนี้นะคะ

712
00:37:14.883 --> 00:37:15.583

713
00:37:17.113 --> 00:37:18.031
อยู่หัว

714
00:37:18.274 --> 00:37:18.914

715
00:37:21.344 --> 00:37:22.575
มีแบบขั้นตอน

716
00:37:23.073 --> 00:37:24.232
วิธีมาตรฐาน

717
00:37:24.794 --> 00:37:27.399
อยากปลูกฝังให้เด็กจะได้

718
00:37:28.833 --> 00:37:29.423
ทำ

719
00:37:29.986 --> 00:37:32.214
ไปงานนี้แล้วส่งกลับมา

720
00:37:33.183 --> 00:37:35.456
ส่งเข้าใน classroom ของเรานะคะ

721
00:37:35.553 --> 00:37:36.592
ชั่วโมง

722
00:37:38.682 --> 00:37:39.282

723
00:37:40.222 --> 00:37:41.140
เป็นอย่างไร

724
00:37:41.693 --> 00:37:46.034
ทิ้งไว้เลยก็ได้จะได้ดูไปด้วยจะได้ทำความเข้าใจไปด้วยนะคะ

725
00:37:47.643 --> 00:37:49.150
มีใครยังไม่ได้เปิด

726
00:37:49.373 --> 00:37:50.231
เดี๋ยวถาม

727
00:37:53.605 --> 00:37:54.524
แม็กกี้

728
00:37:55.144 --> 00:37:56.385
กงยู

729
00:37:57.003 --> 00:37:57.599
ก่อน

730
00:37:58.033 --> 00:37:59.088
ไม่ไปทีละคน

731
00:38:00.413 --> 00:38:01.697
ตาดูอยู่ไหม

732
00:38:04.387 --> 00:38:06.573
เปิดเสร็จหรือยัง

733
00:38:09.005 --> 00:38:09.696

734
00:38:09.963 --> 00:38:12.907
ไปยังเข้า classroom ได้ยกมือนะคะ

735
00:38:16.247 --> 00:38:16.801
แก้ม

736
00:38:16.698 --> 00:38:17.193

737
00:38:17.090 --> 00:38:17.586

738
00:38:20.273 --> 00:38:22.133
เด็กๆเข้าอยู่ใช่ไหม

739
00:38:22.003 --> 00:38:26.296
ยังจำ

740
00:38:26.175 --> 00:38:26.986

741
00:38:27.333 --> 00:38:28.259
อีเมลใหม่

742
00:38:29.574 --> 00:38:31.552
ของมหาวิทยาลัยไม่ได้ใช่ไหม

743
00:38:31.494 --> 00:38:32.951
พากันหมดทุกคนเลย

744
00:38:35.652 --> 00:38:37.175
โอนเข้าหรือยังลูก

745
00:38:37.643 --> 00:38:39.233
เข้าแล้วนะ OK ครับ

746
00:38:43.913 --> 00:38:45.302
เงินเข้าหรือยังครับ

747
00:38:46.153 --> 00:38:46.883
ยัง

748
00:38:47.494 --> 00:38:49.722
100 ยังเปิดใช้งานหรือยัง

749
00:38:51.154 --> 00:38:52.317
เลิกงานแล้วนะ

750
00:38:52.244 --> 00:38:53.569
มีงานแล้วนะคะ

751
00:38:53.525 --> 00:38:54.438
OK

752
00:38:59.924 --> 00:39:01.381
พี่น้อยเสร็จหรือยังครับ

753
00:39:02.104 --> 00:39:02.914
เลี้ยงครับ

754
00:39:07.034 --> 00:39:08.401
เปิดแล้วโอเคครับ

755
00:39:11.574 --> 00:39:12.291

756
00:39:13.563 --> 00:39:14.154
หมุน

757
00:39:15.034 --> 00:39:16.579
หุ่นกำลังเปิด

758
00:39:17.723 --> 00:39:19.659
เดี๋ยวย้อนกลับมานี่มานี่

759
00:39:19.703 --> 00:39:21.686
เมื่อกี้เปิดหรือยังครับ

760
00:39:24.313 --> 00:39:25.607
ผมอยู่

761
00:39:27.574 --> 00:39:29.378
น่าจะยัง

762
00:39:30.135 --> 00:39:32.845
ทำอะไรอยู่

763
00:39:34.107 --> 00:39:35.996
เปิดเสร็จหรือยังครับ

764
00:39:40.447 --> 00:39:40.982

765
00:39:42.565 --> 00:39:42.826

766
00:39:42.814 --> 00:39:43.096

767
00:39:43.973 --> 00:39:45.009
อย่างใช่ไหม

768
00:39:45.003 --> 00:39:46.063
สายัณห์

769
00:39:46.604 --> 00:39:48.410
เปิดให้หรือยัง

770
00:39:48.773 --> 00:39:49.576
หลวงปู่หมุน

771
00:39:50.136 --> 00:39:51.164
กุ้งนาง

772
00:39:51.605 --> 00:39:52.846
เปิดได้แล้วบ่

773
00:39:53.724 --> 00:39:55.118
เมนูกุ้งนางให้ด้วยนะ

774
00:39:55.123 --> 00:39:55.376

775
00:39:55.773 --> 00:39:56.477
OK

776
00:40:01.214 --> 00:40:03.018
ห้องน้ำเปิดหรือยังคะ

777
00:40:04.995 --> 00:40:05.779
OK

778
00:40:06.523 --> 00:40:08.734
เปิดครบหมดทุกคนแล้วนะคะ

779
00:40:11.075 --> 00:40:12.312
หุ่นหรือ

780
00:40:13.315 --> 00:40:15.538
พี่ล่ะเมื่อกี้เปิดได้หรือยัง

781
00:40:19.525 --> 00:40:21.697
กี่เปอร์เซ็นต์หรือยัง

782
00:40:23.683 --> 00:40:25.019
หรือยังลูกแม็กกี้

783
00:40:25.997 --> 00:40:26.356

784
00:40:29.834 --> 00:40:30.514

785
00:40:30.406 --> 00:40:36.537
OK

786
00:40:36.764 --> 00:40:38.847
เปิดแล้วนะคะโอเคค่ะ

787
00:40:45.724 --> 00:40:46.262

788
00:40:50.074 --> 00:40:51.793
เหลือองุ่นใช่ไหม

789
00:40:52.003 --> 00:40:53.772
เหลือองุ่นคนเดียวนะ

790
00:40:57.954 --> 00:41:00.492
องุ่นจำรหัสผ่านไม่ได้

791
00:41:02.052 --> 00:41:04.658
บัตรประชาชนไม่ใช่หรือ

792
00:41:04.863 --> 00:41:06.320
เมลมหาวิทยาลัย

793
00:41:14.464 --> 00:41:15.652

794
00:41:22.673 --> 00:41:23.724
อย่าเพิ่งทำ

795
00:41:23.954 --> 00:41:25.260
เดี๋ยวสอนก่อน

796
00:41:51.814 --> 00:41:53.092
เข้าเมลไม่ได้บอก

797
00:41:56.743 --> 00:42:00.447
ยังเหลือ 160 ยังไม่ได้รอก่อนนะคะ

798
00:42:05.103 --> 00:42:08.573
เราบอกแล้วเดี๋ยวมหาวิทยาลัยมันจะได้ใช้บ่อย

799
00:42:14.957 --> 00:42:15.861

800
00:42:18.984 --> 00:42:19.584

801
00:42:20.404 --> 00:42:20.980

802
00:42:21.494 --> 00:42:21.879

803
00:42:25.403 --> 00:42:26.573
ได้หรือยัง

804
00:42:31.753 --> 00:42:33.500
บอกแล้วว่าอย่าลืมนะ

805
00:42:34.444 --> 00:42:35.789
ใครตกวิชา

806
00:42:35.663 --> 00:42:37.415
ชักจะใช้เลยไหม

807
00:42:37.965 --> 00:42:38.535
ที่นี่

808
00:43:04.494 --> 00:43:06.042
เปลี่ยนเมลหรือ

809
00:43:09.423 --> 00:43:09.691

810
00:43:09.551 --> 00:43:09.827

811
00:43:17.811 --> 00:43:18.100

812
00:43:35.434 --> 00:43:36.070
แล้ว

813
00:43:36.078 --> 00:43:36.782

814
00:43:37.033 --> 00:43:38.166
เน็ตที่ได้มา

815
00:43:38.826 --> 00:43:40.294
ลองแล้วไม่ได้หรือ

816
00:43:42.151 --> 00:43:43.688
ใช่มันเปลี่ยนรหัสบ่

817
00:43:46.632 --> 00:43:47.459
โอเคนะคะ

818
00:43:47.592 --> 00:43:50.158
สำหรับเพื่อนๆมาดูกัน

819
00:43:50.726 --> 00:43:51.222

820
00:43:52.006 --> 00:43:53.949
สไลด์เราต่อดีกว่า

821
00:43:54.969 --> 00:43:56.308
ไปต่อไม่ได้

822
00:43:56.751 --> 00:43:58.734
เราจะมาเขียน

823
00:44:00.201 --> 00:44:01.485
อัลกอริทึม

824
00:44:01.481 --> 00:44:02.522
แบบที่ 1

825
00:44:02.962 --> 00:44:05.431
แบบขั้นตอนวิธีแบบมาตรฐาน

826
00:44:06.802 --> 00:44:10.712
ของคะหอมแก้มทำระดับงานในวันนี้นะคะ

827
00:44:13.083 --> 00:44:14.038
แบบแรก

828
00:44:15.122 --> 00:44:16.408
มีตัวอย่างว่า

829
00:44:17.173 --> 00:44:19.180
ก็นิดนึง

830
00:44:19.731 --> 00:44:22.948
อันนี้อยู่ในงานมี

831
00:44:23.393 --> 00:44:24.725
ตัวอย่างวิธีเขียน

832
00:44:24.994 --> 00:44:25.556
นะคะ

833
00:44:25.445 --> 00:44:26.906
เช่น

834
00:44:27.803 --> 00:44:29.025
วันนี้

835
00:44:29.153 --> 00:44:30.426
อย่างนี้ก็คือ

836
00:44:30.942 --> 00:44:32.342
เขียนอัลกอริทึม

837
00:44:32.483 --> 00:44:34.643
เพื่อคำนวณหาพื้นที่

838
00:44:34.534 --> 00:44:35.985
สามเหลี่ยม

839
00:44:36.442 --> 00:44:38.122
รูปสามเหลี่ยมนั่นเองเด็กๆ

840
00:44:40.603 --> 00:44:42.851
ตรงนี้เห็นไหมคะใน

841
00:44:44.323 --> 00:44:45.147
ในใบ

842
00:44:45.152 --> 00:44:47.186
เปิดใช้งานซิมคู่

843
00:44:47.263 --> 00:44:48.337
จะไปด้วยก็ได้

844
00:44:48.163 --> 00:44:52.334
มันก็ดีกว่า Siri ใช่ไหมคะ

845
00:44:52.394 --> 00:44:53.342
คือ

846
00:44:53.801 --> 00:44:58.065
เราจะมองที่ตัวนี้มหาชัยหรือภาษาอังกฤษก็ได้

847
00:44:58.093 --> 00:45:00.320
ตั้งชื่ออัลกอริทึมนี้ว่า

848
00:45:00.202 --> 00:45:06.240
ไข่ Angel area พื้นที่สามเหลี่ยมอย่างนี้

849
00:45:07.433 --> 00:45:09.291
ภาษาอังกฤษหรือเป็นภาษาไทยคือ

850
00:45:09.862 --> 00:45:10.808
สามเหลี่ยม

851
00:45:11.914 --> 00:45:12.479
หี

852
00:45:13.132 --> 00:45:15.509
บอกแล้วว่าการประมวลผลใช่ไหม

853
00:45:15.383 --> 00:45:18.519
กำลังจะต้องรู้ว่าคุณคืออะไร

854
00:45:19.151 --> 00:45:19.653

855
00:45:19.920 --> 00:45:21.267
ของพื้นที่สามเหลี่ยม

856
00:45:21.520 --> 00:45:23.818
ก็ต้องมีความยาวของฐาน

857
00:45:23.701 --> 00:45:28.192
สูตรการหาพื้นที่สามเหลี่ยมก็คือ

858
00:45:28.573 --> 00:45:29.775
1 ส่วน 2

859
00:45:29.652 --> 00:45:31.060
คุณขาน

860
00:45:31.263 --> 00:45:33.607
กลุ่มสูงไหม

861
00:45:35.303 --> 00:45:38.289
เพราะฉะนั้นเราก็ต้องออกความยาวฐาน

862
00:45:38.242 --> 00:45:41.249
อากาศมันยาวเท่าไรนะคะ

863
00:45:41.312 --> 00:45:43.734
แล้วบอกความสูงเห็นไหมคะ

864
00:45:44.323 --> 00:45:47.242
สามเหลี่ยมนี้มีความสูงเท่าไรนะคะ

865
00:45:48.613 --> 00:45:49.418
ไอ้นี้

866
00:45:49.385 --> 00:45:50.508
แค่นี้นะคะ

867
00:45:51.493 --> 00:45:56.437
มีเพิ่มบอกอะตอมเป็นเลขจำนวนเต็มหรือจำนวนจริงนะ

868
00:45:56.676 --> 00:45:58.512
ทำให้เป็นเลขที่มีค่าลบ

869
00:45:58.540 --> 00:46:00.060
เพราะในคอมพิวเตอร์น่ะ

870
00:46:00.003 --> 00:46:01.963
ตัวเลขของคอมพิวเตอร์

871
00:46:02.310 --> 00:46:03.589
ที่เป็นลบ

872
00:46:05.062 --> 00:46:06.857
แล้วก็มีค่าที่เป็นจำนวนจริง

873
00:46:07.365 --> 00:46:07.850
ราคา

874
00:46:08.583 --> 00:46:12.455
เต็มจำนวนเต็มนั้นหมายถึงไม่มีทศนิยมนั้นเองลูก

875
00:46:13.120 --> 00:46:13.964
แต่ถ้า

876
00:46:14.142 --> 00:46:15.402
ทศนิยม

877
00:46:16.772 --> 00:46:19.553
มันจะเรียกว่าจำนวนจริงนะคะ

878
00:46:21.514 --> 00:46:22.924
เสร็จแล้วสิ่งที่

879
00:46:23.364 --> 00:46:23.946

880
00:46:24.584 --> 00:46:25.992
แสดงผลออกมา

881
00:46:26.446 --> 00:46:27.219
ก็คือ

882
00:46:27.797 --> 00:46:29.045
แสดงท่า

883
00:46:29.146 --> 00:46:30.456
พื้นที่เห็นไหมคะ

884
00:46:30.803 --> 00:46:32.519
ที่ของสามเหลี่ยมนี้

885
00:46:32.465 --> 00:46:34.032
พื้นที่สามเหลี่ยมนี้

886
00:46:34.002 --> 00:46:35.996
ที่เท่าไร

887
00:46:37.851 --> 00:46:39.865
ว่าจะสั่งคอมพิวเตอร์เนี่ย

888
00:46:40.491 --> 00:46:43.691
ตามหลักแล้วก็คือต้องบอกอีกเริ่มต้นเห็นไหมคะ

889
00:46:44.014 --> 00:46:45.904
มีอิน

890
00:46:45.805 --> 00:46:48.555
ภาษาไทยมีแต่พูดเก่งมาก

891
00:46:48.621 --> 00:46:49.584
เริ่มต้น

892
00:46:49.833 --> 00:46:52.277
อย่างนี้นะคะเราก็คือมี

893
00:46:52.392 --> 00:46:54.753
อัลกอริทึม bnk

894
00:46:54.700 --> 00:46:55.606
Begin

895
00:46:55.721 --> 00:46:58.161
เขียนเป็นภาษาอังกฤษเพราะอะไร

896
00:46:59.064 --> 00:47:01.059
เขียนซูโดโค้ด

897
00:47:02.581 --> 00:47:02.864

898
00:47:02.971 --> 00:47:04.727
เป็นภาษาอังกฤษ

899
00:47:05.211 --> 00:47:08.999
ต่างกันตั้งแต่แรกแบบนี้ก็จะเข้าใจง่าย

900
00:47:09.022 --> 00:47:09.613
นะคะ

901
00:47:10.234 --> 00:47:10.900
คือ

902
00:47:11.264 --> 00:47:12.250
เราควรจะ

903
00:47:13.003 --> 00:47:14.321
หาคำศัพท์ด้วย

904
00:47:14.542 --> 00:47:15.830
อะไรอย่างนี้ด้วยนะครับ

905
00:47:17.048 --> 00:47:19.537
เงื่อนไขเราก็ต้องใส่

906
00:47:19.673 --> 00:47:20.245
นะคะ

907
00:47:22.881 --> 00:47:26.451
ไม่มีไม่มีบอกตั้งแต่ขั้นตอนออกก่อนว่า

908
00:47:27.052 --> 00:47:28.777
ขนาดยาว x ความยาวน่ะ

909
00:47:29.362 --> 00:47:30.306
ถ้าเป็น

910
00:47:31.021 --> 00:47:35.165
กระสุนหรือไม่คะคือให้มันติดลบนั่นเอง

911
00:47:35.823 --> 00:47:37.439
ค่าตัวเลขติดลบ

912
00:47:38.442 --> 00:47:42.381
เลยต้องมาหางานตรวจสอบให้คอมพิวเตอร์ตรวจสอบ

913
00:47:42.420 --> 00:47:45.254
ถ้าน้อยกว่า 0 หรือไม่นะคะ

914
00:47:46.582 --> 00:47:46.967

915
00:47:47.803 --> 00:47:50.961
การกำหนดเงื่อนไขถ้ามันมีเงื่อนไขปุ๊บนี่

916
00:47:51.144 --> 00:47:52.531
เราจะใช้คำว่าอีฟ

917
00:47:52.482 --> 00:47:53.502
ถ้า

918
00:47:54.151 --> 00:47:54.843

919
00:47:56.002 --> 00:47:57.981
5 แล้วนะเอว

920
00:48:00.362 --> 00:48:01.187
ถ้ามี

921
00:48:02.530 --> 00:48:05.007
อีกก็ใส่เข้าไปอีกเหมือนกันนะคะ

922
00:48:05.091 --> 00:48:06.198
ทุกครั้งที่

923
00:48:06.321 --> 00:48:06.824
โจทย์

924
00:48:08.432 --> 00:48:10.548
จบเรือมนุษย์

925
00:48:10.991 --> 00:48:12.007
ก็บอกแล้วว่า

926
00:48:13.422 --> 00:48:13.996
ต้องบอก

927
00:48:15.214 --> 00:48:18.122
ตกมา 2 วันแล้ว

928
00:48:21.364 --> 00:48:24.222
หน้าเก่าอัด 2 แผ่นนี้ออกร้อนเท่าไหร่

929
00:48:24.372 --> 00:48:25.574
เราก็แค่ให้

930
00:48:25.721 --> 00:48:26.415
input

931
00:48:26.812 --> 00:48:28.894
คำว่ากินยาเข้าไปแทน

932
00:48:28.793 --> 00:48:30.313
อะไรอย่างนี้แทนนะคะ

933
00:48:30.201 --> 00:48:32.890
อีกอัน

934
00:48:33.401 --> 00:48:34.546
เปลี่ยนเป็นแบบ

935
00:48:35.771 --> 00:48:36.970
มาตรฐาน

936
00:48:37.492 --> 00:48:38.930
รู้จักที่จะให้ทำ

937
00:48:40.764 --> 00:48:42.483
ให้เด็กๆเขียน

938
00:48:42.363 --> 00:48:46.012
ตอนวิธีเพื่อหาเลขคู่เลขคี่

939
00:48:46.521 --> 00:48:48.032
ให้ทำในงาน

940
00:48:49.152 --> 00:48:51.130
เปิดใช้งานควบคู่กันไปค่ะ

941
00:48:58.432 --> 00:49:00.797
เดี๋ยวพาน้องทำอันแรกก่อน

942
00:49:05.662 --> 00:49:06.409
ไหมคะ

943
00:49:06.810 --> 00:49:08.083
ขั้นตอนวิธี

944
00:49:09.242 --> 00:49:10.127
คู่

945
00:49:10.271 --> 00:49:11.158
เล็กกี้

946
00:49:11.040 --> 00:49:15.158
ลองอันที่เป็นภาษาอังกฤษ

947
00:49:15.002 --> 00:49:16.461
เพราะฉะนั้น

948
00:49:17.182 --> 00:49:18.127
ขายอะไรคะ

949
00:49:18.652 --> 00:49:19.723
Google

950
00:49:20.001 --> 00:49:20.949
แปลภาษา

951
00:49:21.400 --> 00:49:22.278
หาคำว่า

952
00:49:22.561 --> 00:49:23.376
ไอ้คู่

953
00:49:23.642 --> 00:49:24.976
แล้วก็เล่นขี้

954
00:49:24.861 --> 00:49:27.153
แปลเป็นภาษาอังกฤษ

955
00:49:27.042 --> 00:49:28.439
ไปอย่างไร

956
00:49:31.590 --> 00:49:32.401
อันดับแรก

957
00:49:32.290 --> 00:49:34.319
ชื่อเข้าไป

958
00:49:36.074 --> 00:49:36.752
คู่

959
00:49:36.651 --> 00:49:38.304
ลัคกี้นะคะ

960
00:49:41.002 --> 00:49:41.290

961
00:49:41.131 --> 00:49:41.938

962
00:49:41.830 --> 00:49:51.830
อะไรเจอแล้วพิมพ์เลยนะคะเพราะงานนี้ต้องใส่ต้องอม H

963
00:49:53.349 --> 00:49:56.715
อะไรหาคำว่าเล็กเป็นภาษาอังกฤษเจอแล้ว

964
00:49:56.553 --> 00:50:00.729
ไปเข้าไปแทนคำว่าขั้นตอนวิธีได้เลย

965
00:50:01.540 --> 00:50:02.909
ใส่เข้าไปเลยนะคะ

966
00:50:02.761 --> 00:50:12.761

967
00:50:31.680 --> 00:50:32.461
มาดู

968
00:50:33.553 --> 00:50:34.707
ในส่วนของ input

969
00:50:35.531 --> 00:50:36.561
เราจะหา

970
00:50:36.561 --> 00:50:38.960
เลขเป็นเลขคู่เลขคี่ได้

971
00:50:39.711 --> 00:50:40.487
ตอบ

972
00:50:40.602 --> 00:50:41.375
อะไรคะ

973
00:50:42.399 --> 00:50:44.972
เราก็ต้องปล้นอะไรเข้าไปให้เขา

974
00:50:45.413 --> 00:50:46.909
ตัวเลขใช่ไหมคะ

975
00:50:48.572 --> 00:50:49.338
ถูกไหม

976
00:50:49.852 --> 00:50:52.857
เพราะเราจะใส่ปีนี้อย่าให้ระบุ

977
00:50:53.051 --> 00:50:53.501

978
00:50:53.631 --> 00:50:55.382
อยากนอนตัวเลขกี่ตัว

979
00:51:04.029 --> 00:51:06.287
อย่างนั้นแม่กับลูกให้ก่อนก็ได้

980
00:51:06.210 --> 00:51:07.030
สมมุติ

981
00:51:06.909 --> 00:51:09.018
ไม่อยากจีบเยอะ

982
00:51:09.279 --> 00:51:09.894

983
00:51:09.789 --> 00:51:12.847
เราให้ระบุว่า

984
00:51:12.863 --> 00:51:13.107

985
00:51:13.254 --> 00:51:14.252
ใส่

986
00:51:14.401 --> 00:51:16.172
ตัวเลขจำนวนเต็ม

987
00:51:18.513 --> 00:51:24.006
เพราะอะไรเพราะถ้าเป็นจำนวนเต็มเด็กๆไม่ต้องใส่ทศนิยมนะไม่ต้องใส่จุด

988
00:51:23.819 --> 00:51:28.117
ใส่แค่ 1 2 3 11 12 อะไรอย่างนี้นึกออกไหม

989
00:51:29.012 --> 00:51:30.990
เลขที่เป็นจำนวนเต็มนะคะ

990
00:51:33.428 --> 00:51:35.144
จำนวนเต็มกี่หลัก

991
00:51:35.728 --> 00:51:37.004
แค่ 2 หลัก

992
00:51:40.278 --> 00:51:42.197
หลักสิบหลักฐานนึกออกไหม

993
00:51:45.338 --> 00:51:47.802
เพราะฉะนั้นตรง input ก็บอกว่าให้

994
00:51:49.177 --> 00:51:50.266
รับค่า

995
00:51:51.418 --> 00:51:55.691
คอมพิวเตอร์เป็นตัวรับค่านะให้รับค่าเลขจำนวนเต็ม

996
00:51:56.728 --> 00:51:57.248

997
00:51:59.359 --> 00:52:00.626
เขียนอย่างนี้นะคะ

998
00:52:03.385 --> 00:52:06.719
สิ่งที่เป็น output ก็คือสิ่งที่เราจะหา

999
00:52:07.737 --> 00:52:10.958
ที่ต้องการให้มาแสดงออกมาก็คืออะไรคะ

1000
00:52:11.709 --> 00:52:12.914
คือเลขอะไร

1001
00:52:17.726 --> 00:52:20.888
คำสั่งคือให้หาเลขคู่เลขคี่ใช่ไหมคะ

1002
00:52:22.077 --> 00:52:24.663
วุฒิจะออกมาจะต้องเป็นเลขอะไรคะ

1003
00:52:28.355 --> 00:52:29.702
ได้ทั้ง 2 เลขนะ

1004
00:52:31.489 --> 00:52:33.025
คือเลขคู่

1005
00:52:33.028 --> 00:52:35.657
ต้องมีคำว่าหรือเลขคี่

1006
00:52:35.646 --> 00:52:36.151
เพราะ

1007
00:52:36.157 --> 00:52:42.787
ตอนที่เราใส่ข้อมูลเข้าไปหรือให้คนอื่นใส่เราจะไม่รู้เลยว่าเขาป้อนเลขอะไรเข้าไป

1008
00:52:43.076 --> 00:52:44.124
ออกไหม

1009
00:52:45.508 --> 00:52:53.574
คอมพิวเตอร์มันจะเป็นตัวประมวลผลออกมาว่าเลขที่ถ่ายออกมานั้นออกมาแล้วจะเป็นเลขคู่หรือจะเป็นเลขคี่

1010
00:52:54.467 --> 00:53:03.049
ฉะนั้นเอาผู้ที่ได้ออกมาก็คือมีความที่จะเป็นเลขคู่ก็ได้เลขที่ก็ได้เพราะฉะนั้นเวลาเขียนเอาพุดก็ต้องบอกว่า

1011
00:53:03.035 --> 00:53:05.474
เลขคู่หรือเลขคี่

1012
00:53:07.586 --> 00:53:13.775
คือคอมพิวเตอร์มันก็จะแสดงทั้ง 2 คนน่ะแล้วแต่ว่าเลขที่ป้อนเข้าไปเป็นตัวไหนออกมา

1013
00:53:14.756 --> 00:53:20.018
เพราะฉะนั้นต้องเอาพุทราใส่คำว่าเลขคู่หรือเลขคี่ลงไปนะคะ

1014
00:53:42.076 --> 00:53:44.745
ตรงส่วนอื่นที่พอเริ่มมีกิน

1015
00:53:45.408 --> 00:53:46.301
ในนี้

1016
00:53:46.878 --> 00:53:49.137
วงเล็บปีกกาใหญ่เห็นไหมคะ

1017
00:53:49.565 --> 00:53:55.329
เขาบอกว่าใส่คำอธิบายอัลกอริทึมหรือ comment ลงไปก็ได้อาจจะบอกว่า

1018
00:53:55.716 --> 00:53:58.052
บีกินไม่ทำอะไร

1019
00:53:58.468 --> 00:53:59.746
จะบอกไว้ว่า

1020
00:53:59.747 --> 00:54:01.242
เริ่มรับค่า

1021
00:54:02.305 --> 00:54:04.298
เป็นคำสั่งเพื่อให้

1022
00:54:06.398 --> 00:54:08.391
คอมพิวเตอร์รับค่านะคะ

1023
00:54:09.025 --> 00:54:13.239
ไอ้พวกอีฟมันเป็นเงื่อนไขเป็นส่วนของการโปรเซสแล้ว

1024
00:54:15.938 --> 00:54:17.340
เราต้องมาดูว่า

1025
00:54:17.986 --> 00:54:19.020
ตัว

1026
00:54:22.977 --> 00:54:28.186
ในตัวงานเราน่ะมันต้องทำอีกไหมมีเงื่อนไขไหมเห็นไหมคะ

1027
00:54:28.156 --> 00:54:28.933
นะคะ

1028
00:54:30.658 --> 00:54:30.935

1029
00:54:30.786 --> 00:54:33.890
เป็นเอวไหมอย่างนี้เป็นต้นนะคะ

1030
00:54:35.516 --> 00:54:36.819
แต่ที่มีแน่ๆ

1031
00:54:38.076 --> 00:54:41.683
คือส่วนของคำสั่งสำหรับรับข้อมูลใช่ไหมคะ

1032
00:54:43.717 --> 00:54:44.949
Begin เริ่ม

1033
00:54:45.068 --> 00:54:49.003
ทำอะไรคำสั่งในการรับข้อมูลในคอมพิวเตอร์นะคะ

1034
00:54:50.566 --> 00:54:52.619
ภาษาอังกฤษก็จะมีแก๊ส

1035
00:54:53.515 --> 00:54:54.175
Believe

1036
00:54:58.826 --> 00:55:00.740
แล้วก็มี 2 อันนี้

1037
00:55:00.998 --> 00:55:01.262

1038
00:55:01.127 --> 00:55:01.510

1039
00:55:01.516 --> 00:55:07.310
ใช้ get up Please ใช้ตัวไหนก็ได้อะไรเก็บ Number เห็นไหม

1040
00:55:07.209 --> 00:55:09.289
แล้วก็ตามด้วยชื่อตัวแปร

1041
00:55:09.516 --> 00:55:12.168
ต้องบอกว่าสั่งให้มารับอะไร

1042
00:55:12.266 --> 00:55:13.742
Number นะคะ

1043
00:55:14.316 --> 00:55:19.005
คือรับจำนวนตัวเลขอย่างนี้นะคะเดี๋ยวพิมพ์ให้ดูนะคะ

1044
00:55:19.558 --> 00:55:19.812

1045
00:55:19.817 --> 00:55:21.171
ก็คือเราจะต้องบอก

1046
00:55:23.078 --> 00:55:24.632
เริ่มต้นก็คือ

1047
00:55:46.889 --> 00:55:49.679
ใช่ไหมเพราะถ้าไม่ป้อนตัวเลขเข้าไปให้น่ะ

1048
00:55:49.636 --> 00:55:50.606
มันก็จะ

1049
00:55:52.138 --> 00:55:54.285
คำนวณไม่ได้ไงว่ารถ

1050
00:55:54.566 --> 00:55:59.979
หมายเลขนี้เป็นเลขคู่หรือเลขคี่เลขอะไรเด็ด number ค่ะใช้คำว่า Number

1051
00:56:00.147 --> 00:56:01.566
เพราะตัวเลขภาษาอังกฤษ

1052
00:56:01.939 --> 00:56:03.024
ก็คือ Number

1053
00:56:05.395 --> 00:56:05.967
นะคะ

1054
00:56:08.786 --> 00:56:12.896
พอเราเข้าไปแล้วเสร็จแล้วจะเป็นขั้นตอนที่เรียกว่า

1055
00:56:17.628 --> 00:56:19.637
จะใช้คอมเม้นมาอยู่ตรงนี้

1056
00:56:24.916 --> 00:56:25.882
Comment

1057
00:56:26.515 --> 00:56:27.742
เราบอกว่าเริ่ม

1058
00:56:28.317 --> 00:56:29.273
เริ่มให้

1059
00:56:31.317 --> 00:56:33.577
ให้เขียนบอกเป็นภาษาไทย

1060
00:56:34.075 --> 00:56:42.236
จะได้รู้ว่ามันทำอะไรคือตรงส่วนที่คอมเม้นเราสามารถพิมพ์เป็นภาษาไทยได้เพื่อเราจะได้รู้ว่าตรงนี้

1061
00:56:42.396 --> 00:56:46.745
ก็คือเราบอกให้คอมพิวเตอร์มาทำอะไรรับจำนวนรับค่า

1062
00:56:49.945 --> 00:56:51.260
รับค่าตัวเลข

1063
00:56:54.949 --> 00:56:55.704
ตัวเลข

1064
00:57:01.916 --> 00:57:06.017
เห็นไหมคะก็เลยสั่ง get Number เสร็จแล้วทำอะไร

1065
00:57:12.867 --> 00:57:13.440

1066
00:57:19.074 --> 00:57:19.711
ให้

1067
00:57:42.437 --> 00:57:44.110
เป็นขั้นตอนต่อมา

1068
00:57:45.438 --> 00:57:47.009
คือพอรับค่าตัวเลข

1069
00:57:46.978 --> 00:57:51.299
เอามาเราก็ให้คอมพิวเตอร์ประมวลผลว่าตัวเลขที่

1070
00:57:51.586 --> 00:57:53.999
มานั้นเป็นเลขคู่หรือเลขคี่

1071
00:57:54.918 --> 00:57:59.107
วิธีการหาเลขคู่หรือเลขคี่นั่นก็คืออะไรเอ่ย

1072
00:58:04.575 --> 00:58:06.842
ใช้อีกก็ได้นะคะ

1073
00:58:10.278 --> 00:58:15.805
เพราะมันเป็นเงื่อนไขเพราะมันมี 2 ทางเลือกใช่ไหมว่าเป็นเลขคู่หรือเป็นเลขที่

1074
00:58:16.290 --> 00:58:16.694

1075
00:58:16.927 --> 00:58:20.672
condition การตัดสินใจเมื่อตัวนี้เป็นอย่างไร

1076
00:58:22.436 --> 00:58:23.541
ถ้า Number

1077
00:58:25.567 --> 00:58:27.705
คะถ้านำเลยใช่ไหม

1078
00:58:27.809 --> 00:58:31.855
เพราะสิ่งที่เราเข้าใส่เข้ามาก็คือ Number ใช่ไหม

1079
00:58:32.225 --> 00:58:33.455
ถ้า Number

1080
00:58:43.036 --> 00:58:44.662
ตัวเลขหารด้วย

1081
00:58:45.347 --> 00:58:46.622
หารด้วยเท่าไร

1082
00:58:48.356 --> 00:58:50.999
ถึงจะรู้เป็นเลขคู่หรือเลขคี่

1083
00:58:52.197 --> 00:58:53.053
อ่านนะคะ

1084
00:58:56.106 --> 00:59:00.229
ในคอมพิวเตอร์เครื่องหมายของคอมพิวเตอร์ก็คือ slash นะลูก

1085
00:59:02.886 --> 00:59:05.274
คอมพิวเตอร์จะไม่ใช้เครื่องหมายหาร

1086
00:59:06.475 --> 00:59:09.756
แบบมีขีดกลางแล้วก็มีจุดบน 2 จุดนะ

1087
00:59:09.995 --> 00:59:14.126
คอมพิวเตอร์จะใช้เครื่องหมายหารของคอมพิวเตอร์คือ slash

1088
00:59:26.246 --> 00:59:27.675
หาร 2 แล้ว

1089
00:59:29.386 --> 00:59:30.820
เพ็ญนะคะเจน

1090
00:59:31.690 --> 00:59:33.552
พรุ่งนี้แล้วนี่

1091
00:59:37.317 --> 00:59:39.067
หาร 2 แล้วลงตัว

1092
00:59:40.650 --> 00:59:41.222
นะคะ

1093
00:59:44.676 --> 00:59:46.287
ตรงนี้ก็จะต้อง

1094
01:00:03.496 --> 01:00:06.539
ให้มันแสดงผลคำสั่งแสดงผล

1095
01:00:09.320 --> 01:00:11.939
ในคอมพิวเตอร์มีคำสั่งพริ้น

1096
01:00:12.138 --> 01:00:13.422
หรือ Display

1097
01:00:14.248 --> 01:00:15.924
คือถ้าใช้ปริ้น

1098
01:00:15.919 --> 01:00:18.808
หมายถึงให้แสดงทางเครื่องปริ้นเตอร์

1099
01:00:18.915 --> 01:00:22.440
แต่ถ้าใช้ดีจะแสดงทางหน้าจอ

1100
01:00:22.516 --> 01:00:23.721
ซึ่งตอนนี้

1101
01:00:24.237 --> 01:00:29.940
เราไม่มีในห้องเราไม่มีเครื่องปริ้นเตอร์ให้นึกถึงเราก็ให้แสดงทางหน้าจอ

1102
01:00:30.126 --> 01:00:31.018
ก็คือ

1103
01:00:32.817 --> 01:00:33.837
Display

1104
01:00:35.956 --> 01:00:37.319
Play อะไร

1105
01:00:39.997 --> 01:00:40.906
เจ๊เล็ก

1106
01:00:41.075 --> 01:00:44.896
พี่ได้ภาษาอังกฤษแล้วใช่ไหมเดี๋ยวแม่จะถาม

1107
01:00:47.795 --> 01:00:48.026

1108
01:00:47.927 --> 01:00:48.572

1109
01:00:50.617 --> 01:00:51.456
แม็กกี้

1110
01:00:52.916 --> 01:00:57.168
ครูภาษาอังกฤษว่าอย่างไรลูกสะกดมาซิแม็กกี้

1111
01:00:58.296 --> 01:01:00.155
รู้หรือยังเจอหรือยัง

1112
01:01:00.280 --> 01:01:04.973
ภาษาอังกฤษว่าอย่างไรครับกดให้ดูซิว่ามีตัวอะไรบ้าง

1113
01:01:05.716 --> 01:01:07.012
คำว่าเลขคู่

1114
01:01:08.726 --> 01:01:10.999
กฎมือซ้ายมือสะกดให้ดูซิ

1115
01:01:13.978 --> 01:01:15.264
เปิดดูได้นะคะ

1116
01:01:17.495 --> 01:01:23.763
มีตัวอะไรบ้างสะกดให้พี่ล่ามดูด้วยเพราะพี่ล่ามจะบอกแม่แม่จะได้พิมพ์ลงไป

1117
01:01:28.116 --> 01:01:32.963
ให้นึกถึงนะเด็กๆลองเปิดเครื่องคิดเลขในมือถือก็ได้นะคะ

1118
01:01:39.705 --> 01:01:39.994

1119
01:01:39.956 --> 01:01:43.624
เปิดไม่ได้เลยครับเพราะว่าอินเตอร์เน็ตมีปัญหาครับ

1120
01:01:44.437 --> 01:01:46.432
งั้นเดี๋ยวถามคนอื่นก็ได้

1121
01:01:51.745 --> 01:01:52.766
รามกระตุก

1122
01:01:54.818 --> 01:01:56.108
ถามแบงค์ดีกว่า

1123
01:01:59.427 --> 01:02:01.087
แบงค์แบงค์

1124
01:02:02.046 --> 01:02:03.132
คำว่า

1125
01:02:03.646 --> 01:02:06.044
คำว่าเลขคู่ในภาษาอังกฤษ

1126
01:02:06.017 --> 01:02:06.972
สะกดซิ

1127
01:02:07.997 --> 01:02:10.962
กดคำว่าเลขคู่ในภาษาอังกฤษให้ฟังสิ

1128
01:02:11.076 --> 01:02:12.811
มีคำว่าอะไรบ้าง

1129
01:02:13.567 --> 01:02:14.748
หาเจอหรือยัง

1130
01:02:15.165 --> 01:02:16.489
ให้ search คำว่า

1131
01:02:16.518 --> 01:02:17.809
คู่เลขคี่

1132
01:02:32.837 --> 01:02:35.363
ไหนลองสะกดซิแบงค์ลองสะกดซิ

1133
01:02:43.584 --> 01:02:44.449
No No No

1134
01:02:45.754 --> 01:02:47.189
โต๊ะหลังไอ้แบงค์น่ะ

1135
01:02:48.197 --> 01:02:49.375
น้อยไปโต๊ะแบงค์

1136
01:02:49.985 --> 01:02:52.384
บอกให้แบงค์สะกดให้พี่เขาฟัง

1137
01:02:57.213 --> 01:02:57.700

1138
01:02:59.965 --> 01:03:00.513
กด

1139
01:03:02.333 --> 01:03:04.230
e v e n

1140
01:03:04.443 --> 01:03:05.689
Event นะคะ

1141
01:03:05.664 --> 01:03:07.556
e v e n

1142
01:03:11.034 --> 01:03:11.581
ก็คือ

1143
01:03:11.424 --> 01:03:11.914
เมื่อคืน

1144
01:03:12.253 --> 01:03:15.050
อะไรก็แล้วแต่ที่หารด้วย 2 นะคะ

1145
01:03:16.995 --> 01:03:17.285

1146
01:03:17.377 --> 01:03:18.353
ตัวนี่

1147
01:03:19.482 --> 01:03:20.925
condition ออกนะ

1148
01:03:22.626 --> 01:03:24.767
Number ที่มันหารด้วย 2 นะคะ

1149
01:03:28.702 --> 01:03:29.006
แล้ว

1150
01:03:28.963 --> 01:03:31.939
ตัวนี่มันจะให้มันแสดงคำว่า

1151
01:03:35.232 --> 01:03:36.719
เป็นภาษาไทยนะคะ

1152
01:03:40.922 --> 01:03:45.506
ใครแสดงต้องใส่เครื่องหมายคำพูดด้วยถ้าแสดงเป็นข้อความนะคะ

1153
01:03:48.151 --> 01:03:53.335
การแสดงผลในคอมพิวเตอร์ถ้าแสดงเป็นข้อความเราต้องมีเครื่องหมายคำพูดนะคะ

1154
01:04:08.391 --> 01:04:10.292
วันนี้อยากให้แสดงเป็น

1155
01:04:10.884 --> 01:04:12.458
ภาษาไทยแล้วกัน

1156
01:04:13.122 --> 01:04:14.856
Event ก็คือเลขคู่

1157
01:04:16.510 --> 01:04:19.120
ใส่เป็นอย่างนี้ก็ได้นะคะ

1158
01:04:19.330 --> 01:04:20.178
eeprom

1159
01:04:20.233 --> 01:04:21.155
เท่ากัน

1160
01:04:22.401 --> 01:04:29.455
มีทั้งภาษาไทยภาษาอังกฤษเด็กๆจะได้จำได้ทั้งภาษาไทยภาษาอังกฤษก็คือให้มันแสดงคำว่า Event

1161
01:04:33.090 --> 01:04:33.331

1162
01:04:33.222 --> 01:04:35.313
วรรค Lego อย่างนี้นะคะ

1163
01:04:38.151 --> 01:04:41.258
บอกให้รู้ว่าไอ้เลขที่ป้อนเข้ามาเมื่อกี้นี้

1164
01:04:41.732 --> 01:04:42.979
มันคือเลขคู่นะ

1165
01:04:44.480 --> 01:04:45.000
help

1166
01:04:45.189 --> 01:04:45.663
help

1167
01:04:45.631 --> 01:04:45.844

1168
01:04:46.020 --> 01:04:48.233
คือถ้ามันหารด้วย 2 แล้ว

1169
01:04:48.709 --> 01:04:50.213
ไม่ลงตัวนะคะ

1170
01:04:53.259 --> 01:04:55.339
เราจะให้มันแสดงคำว่า

1171
01:04:55.949 --> 01:04:57.191
เลขที่แทน

1172
01:04:59.270 --> 01:05:01.358
เพราะฉะนั้นมันก็จะเป็นอะไรคะ

1173
01:05:09.072 --> 01:05:11.670
ไอ้ตรงนี้มันเป็นเงื่อนไขว่า

1174
01:05:11.748 --> 01:05:14.221
ตัวเลขนี้มาหารด้วย 2 นะคะ

1175
01:05:14.572 --> 01:05:15.259
แล้ว

1176
01:05:15.721 --> 01:05:18.885
จริงมันจะมีต่ออยู่นะหารด้วย 2

1177
01:05:19.880 --> 01:05:20.953
ให้มีเศษ

1178
01:05:21.990 --> 01:05:23.000
ไม่มีเศษ

1179
01:05:23.209 --> 01:05:23.897
นะคะ

1180
01:05:25.002 --> 01:05:26.861
เลขนี้ก็จะเป็นเลขคู่

1181
01:05:27.629 --> 01:05:28.574
แต่ถ้าเอ๋

1182
01:05:28.968 --> 01:05:29.924
นี่

1183
01:05:30.758 --> 01:05:34.162
หมายความว่าถ้าหารด้วย 2 แล้วมันมีเศษ

1184
01:05:34.668 --> 01:05:36.007
เราก็จะต้อง

1185
01:05:37.798 --> 01:05:39.266
บอกว่าเลขนี้

1186
01:05:45.548 --> 01:05:46.173
นะคะ

1187
01:05:48.677 --> 01:05:51.295
ภาษาอังกฤษเดี๋ยวถามคนต่อไป

1188
01:05:53.419 --> 01:05:55.354
พี่อ๊อฟป้าน่าจะได้แล้ว

1189
01:05:56.868 --> 01:05:57.621
ต้า

1190
01:05:59.949 --> 01:06:01.866
สะกดเลขที่ภาษาอังกฤษ

1191
01:06:02.376 --> 01:06:03.835
หาเจอแล้วใช่ไหม

1192
01:06:05.260 --> 01:06:07.564
บ้านเลขที่ในภาษาอังกฤษสิ

1193
01:06:08.138 --> 01:06:09.148
กดมาสิ

1194
01:06:10.568 --> 01:06:13.842
ให้พี่เขาเห็นด้วยมีตัวอะไรบ้าง

1195
01:06:23.307 --> 01:06:24.337
GIS

1196
01:06:24.329 --> 01:06:26.049
p l a y

1197
01:06:26.946 --> 01:06:28.416
แล้วก็ Number ครับ

1198
01:06:30.857 --> 01:06:32.090
คือเลขคี่

1199
01:06:31.948 --> 01:06:38.223
เดี๋ยวนะมีตัวอะไรบ้างนะเอาใหม่เอาใหม่

1200
01:06:42.187 --> 01:06:43.033
B

1201
01:06:43.526 --> 01:06:44.174

1202
01:06:44.807 --> 01:06:45.105

1203
01:06:47.817 --> 01:06:48.536

1204
01:06:49.668 --> 01:06:50.312

1205
01:06:50.698 --> 01:06:51.324

1206
01:06:54.090 --> 01:06:54.753

1207
01:06:56.779 --> 01:06:57.622
y

1208
01:07:01.186 --> 01:07:01.457

1209
01:07:04.397 --> 01:07:05.412
ไม่ใช่แล้ว

1210
01:07:06.259 --> 01:07:07.430
คำว่าเลข

1211
01:07:07.918 --> 01:07:08.296

1212
01:07:08.747 --> 01:07:09.984
ในภาษาอังกฤษ

1213
01:07:11.116 --> 01:07:12.744
ไม่ใช่ดิสนารี

1214
01:07:14.825 --> 01:07:15.259

1215
01:07:15.346 --> 01:07:17.922
ขี้ภาษาอังกฤษว่าอย่างไร

1216
01:07:18.345 --> 01:07:19.058
ไหน

1217
01:07:19.054 --> 01:07:20.415
search อย่างไรนะ

1218
01:07:33.197 --> 01:07:33.646

1219
01:07:33.646 --> 01:07:34.856
ไม่ใช่หรือ

1220
01:07:44.718 --> 01:07:46.391
เลขคู่เลขคี่นี่

1221
01:07:49.194 --> 01:07:50.488
ไปหาอะไรมานะ

1222
01:07:52.464 --> 01:07:53.763
เป็นด้วยนะ

1223
01:07:56.625 --> 01:07:57.069

1224
01:07:59.894 --> 01:08:04.480
คำว่าเลขคู่เลขคี่ก็คืออ๊อดกับอีเว้นนะคะ

1225
01:08:26.384 --> 01:08:26.862
นี่นะคะ

1226
01:08:26.833 --> 01:08:27.102

1227
01:08:29.335 --> 01:08:29.712

1228
01:08:29.716 --> 01:08:30.635
ขั้นตอน

1229
01:08:30.613 --> 01:08:30.997

1230
01:08:31.505 --> 01:08:32.140
ชื่อ

1231
01:08:34.136 --> 01:08:35.422
ณตอนนี้

1232
01:09:01.845 --> 01:09:08.033
ต้องหาเลขคู่เลขคี่ได้เราต้องป้อนจำนวนตัวเลขให้คอมพิวเตอร์นะคะ

1233
01:09:17.142 --> 01:09:19.076
ที่บอกว่าให้ใส่จำนวนเต็ม

1234
01:09:19.062 --> 01:09:22.320
ถ้าเวลามาคำนวณในการหาร

1235
01:09:22.963 --> 01:09:28.208
ก็จะทำให้รู้ผลว่าเป็นหรือไม่เป็นเศษผ้าใส่โทรศัพท์

1236
01:09:28.342 --> 01:09:29.632
มันจะเกิด

1237
01:09:30.134 --> 01:09:30.652
เยอะ

1238
01:09:31.295 --> 01:09:31.855
นะคะ

1239
01:09:58.822 --> 01:09:59.717

1240
01:09:59.841 --> 01:10:04.719
พอเราบอกว่า input คืออะไรเอาคุณคือให้มาแสดงข้อความ

1241
01:10:05.094 --> 01:10:06.454
บอกให้มัน

1242
01:10:06.373 --> 01:10:10.856
เขาบอกว่ามีข้อความบอกแล้วว่าเด็กๆ

1243
01:10:10.782 --> 01:10:13.151
ต้องใส่เครื่องหมายคำพูดทุกครั้ง

1244
01:10:14.052 --> 01:10:18.804
แสดงผลก็คือใช้คำสั่ง Display แสดงทางหน้าจอนะคะ

1245
01:10:27.350 --> 01:10:27.639

1246
01:10:33.501 --> 01:10:33.798

1247
01:10:42.083 --> 01:10:45.180
ประมวลผลตัวเลขที่รับเข้ามา

1248
01:10:45.731 --> 01:10:46.467
นะคะ

1249
01:10:47.521 --> 01:10:48.608
ว่าจำนวนนั้นน่ะ

1250
01:10:48.931 --> 01:10:49.950
หารด้วย 2

1251
01:10:50.150 --> 01:10:52.979
ใส่รายละเอียดเข้าไปเพื่อให้ตัวเองรู้ว่า

1252
01:10:53.543 --> 01:10:57.386
กำลังสั่งคอมพิวเตอร์ให้มันทำอะไรอย่างนี้เป็นต้นนะคะ

1253
01:10:58.871 --> 01:10:59.620
ถ้าสมมุติ

1254
01:11:00.150 --> 01:11:01.605
ของเราไม่มีเคส

1255
01:11:02.390 --> 01:11:03.480
ไม่มีฟอ

1256
01:11:04.441 --> 01:11:05.641
เราก็สามารถลบ

1257
01:11:07.249 --> 01:11:10.345
พวกคอนดิชั่นพวกนี้ออกได้นะคะ

1258
01:11:11.420 --> 01:11:12.778
ถ้าไม่ลบนะคะ

1259
01:11:14.241 --> 01:11:15.192
เด็กๆก็

1260
01:11:20.000 --> 01:11:20.983
บันทึกน่ะ

1261
01:11:23.971 --> 01:11:25.964
อีกชื่อหนึ่งก็ได้

1262
01:11:26.528 --> 01:11:28.744
เพราะเวลาเซฟส่งตัวต้นฉบับ

1263
01:11:29.470 --> 01:11:30.895
มันก็โหลดใหม่ได้นะ

1264
01:11:31.401 --> 01:11:34.035
ถ้าเราไม่มีเงื่อนไขอื่นเราก็ลบออก

1265
01:11:34.599 --> 01:11:35.112
เพราะ

1266
01:11:35.760 --> 01:11:36.853
รถเสร็จแล้ว

1267
01:11:37.289 --> 01:11:38.853
สังเกตตำแหน่งเริ่มต้น

1268
01:11:39.211 --> 01:11:40.130
ของพี่กิน

1269
01:11:41.331 --> 01:11:44.207
ดีกินกะเป็นก็ต้องตรงกันนะคะ

1270
01:11:45.111 --> 01:11:45.377

1271
01:11:46.130 --> 01:11:47.249
ขยับเข้าไปหน่อย

1272
01:11:49.019 --> 01:11:49.663
นะคะ

1273
01:11:50.109 --> 01:11:51.278
มีเริ่มต้น

1274
01:11:52.029 --> 01:11:55.419
ส่วนรูปแบบของตอนนี้มันก็ต้องอยู่ตรงกัน

1275
01:11:56.509 --> 01:12:01.549
นี่ก็คือเศษวิธีการเขียนแบบมาตรฐานก็คือ 1 เราจะต้องระบุว่า

1276
01:12:01.830 --> 01:12:04.422
สิ่งที่เราจะทำนี่คืออะไร

1277
01:12:05.419 --> 01:12:07.055
วุฒิอะไรเข้าไป

1278
01:12:07.018 --> 01:12:09.692
แสดงผลอะไรออกมาเห็นไหมคะ

1279
01:12:09.958 --> 01:12:13.058
แล้วก็มาประมวลผลหรือใช้คำสั่ง

1280
01:12:13.098 --> 01:12:13.753
เริ่ม

1281
01:12:15.278 --> 01:12:16.894
เริ่มตั้งแต่รับค่า

1282
01:12:17.008 --> 01:12:19.591
การประมวลผลโดยเงื่อนไข

1283
01:12:20.718 --> 01:12:22.837
ถ้า Number หารด้วย 2 แล้ว

1284
01:12:23.217 --> 01:12:23.743

1285
01:12:25.327 --> 01:12:26.260
ส่งตัวนี้

1286
01:12:27.116 --> 01:12:34.491
ก็คือแสดงผลเป็นเลขคู่ไม่ลงตัวคือแสดงผลเป็นเลขคี่แล้วก็ n f อย่างนี้เป็นต้นนะคะ

1287
01:12:35.507 --> 01:12:39.589
นี่คือการเขียนอัลกอริทึมแบบวิธีมาตรฐาน

1288
01:12:41.141 --> 01:12:44.226
อาจจะเขียนเป็นภาษาไทยทั้งหมดก็ได้อย่างนี้นะคะ

1289
01:12:44.719 --> 01:12:47.314
แต่ต้องพยายามให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษ

1290
01:12:47.538 --> 01:12:49.541
เด็กๆจะได้จำได้ว่า

1291
01:12:50.293 --> 01:12:52.043
พูดถึงการรับค่า

1292
01:12:53.550 --> 01:12:54.793
ในคอมพิวเตอร์นี่

1293
01:12:55.218 --> 01:12:57.645
มันก็น่าจะไปเก็ตอย่างนี้นะคะ

1294
01:12:59.247 --> 01:13:00.506
ทีนี้มาดู

1295
01:13:01.037 --> 01:13:02.187
จากตัวนี้แล้ว

1296
01:13:03.026 --> 01:13:05.837
เราจะต้องเขียนให้มันเป็นชุดคำสั่งเทียม

1297
01:13:06.036 --> 01:13:07.885
วิธีการเขียนเป็นอย่างไร

1298
01:13:09.496 --> 01:13:11.349
ดูสไลด์ต่อไปเลยนะคะ

1299
01:13:13.016 --> 01:13:14.154

1300
01:13:15.577 --> 01:13:16.026

1301
01:13:16.787 --> 01:13:21.565
พอเราเขียนแบบวิธีมาตรฐานเสร็จมันก็จะเข้ามาสู่ขั้นตอนการเขียน

1302
01:13:22.617 --> 01:13:23.701
รหัสเทียม

1303
01:13:23.698 --> 01:13:25.576
หรือซูโดโค้ดนะคะ

1304
01:13:26.268 --> 01:13:27.953
pseudo Code มันคืออะไร

1305
01:13:28.506 --> 01:13:29.527
คือคำสั่ง

1306
01:13:29.987 --> 01:13:33.529
คำสั่งเลยทีนี้เขียนให้เห็นว่าเป็นคำสั่งเลยนะคะ

1307
01:13:34.657 --> 01:13:37.230
เป็นคำสั่งที่ใกล้เคียงกับภาษาอังกฤษ

1308
01:13:37.665 --> 01:13:39.914
มันจะมีโครงสร้างเหมือนที่บอกน่ะ

1309
01:13:40.477 --> 01:13:44.137
บอกว่ามีเริ่มต้นมีจบมีอะไรอย่างนี้

1310
01:13:44.697 --> 01:13:45.479
เห็นไหมคะ

1311
01:13:46.106 --> 01:13:47.271
เขาบอกว่า

1312
01:13:47.765 --> 01:13:49.930
เริ่มต้นให้ใช้คำว่าบิกินี่

1313
01:13:51.687 --> 01:13:51.981

1314
01:13:52.067 --> 01:13:54.317
พอจบจบและเย็นนะคะ

1315
01:13:54.496 --> 01:13:56.299
เวลาอ่านหรือเขียนข้อมูล

1316
01:13:56.675 --> 01:13:57.777
ใช้คำว่า Live

1317
01:13:57.957 --> 01:13:59.388
ปริ้นนะคะ

1318
01:14:00.257 --> 01:14:02.924
จะระบุไว้เลยว่าเป็นนิดเป็นปริ้นนะคะ

1319
01:14:03.719 --> 01:14:05.964
เราจะต้องใช้แค่ L กับลิ้นนะคะ

1320
01:14:07.755 --> 01:14:11.310
เป็นการทดสอบเงื่อนไขก็ใช้ If else

1321
01:14:11.406 --> 01:14:12.880
พวกนี้

1322
01:14:13.707 --> 01:14:15.383
ถ้าเป็นคำซ้ำ

1323
01:14:15.888 --> 01:14:17.014
จะใช้ Wifi

1324
01:14:18.256 --> 01:14:20.027
เลนส์ wide เป็นต้นนะคะ

1325
01:14:21.326 --> 01:14:24.042
รูปแบบของการเขียนซูโดโค้ด

1326
01:14:24.397 --> 01:14:26.138
สั่งเทียมนะคะ

1327
01:14:28.695 --> 01:14:29.335

1328
01:14:29.716 --> 01:14:32.015
ถ้ารับข้อมูลแสดงผลเห็นไหมคะ

1329
01:14:32.357 --> 01:14:33.432
เมื่อคืน Live

1330
01:14:33.895 --> 01:14:36.022
แสดงก็คือปริ้นเห็นไหม

1331
01:14:36.516 --> 01:14:38.161
นี่คือคำสั่งมานะคะ

1332
01:14:38.886 --> 01:14:39.992
มานี่มาจาก

1333
01:14:40.554 --> 01:14:41.605

1334
01:14:41.835 --> 01:14:43.058
หรือตัวแปร

1335
01:14:45.427 --> 01:14:47.292
เราจะบอกให้คอมพิวเตอร์

1336
01:14:48.625 --> 01:14:50.620
อะไรนี่ต้องมีตัวแปร

1337
01:14:53.296 --> 01:14:56.493
ใช้ในการสั่งงานมันเหมือนตัวแปร Number

1338
01:14:58.307 --> 01:15:02.627
เวลาตั้งชื่อตัวแปรมันจะสื่อถึงความหมายของคำนั้นด้วยนะคะ

1339
01:15:03.954 --> 01:15:05.230
มีการเปรียบเทียบ

1340
01:15:06.005 --> 01:15:08.108
เราจะใช้เงื่อนไขที่เรียกว่า

1341
01:15:08.365 --> 01:15:10.589
If then Else นะคะ

1342
01:15:11.387 --> 01:15:12.779
ถ้าเป็นแบบทางเลือก

1343
01:15:13.436 --> 01:15:14.195
เราจะใช้

1344
01:15:14.846 --> 01:15:17.382
ขายที่เรียกว่าเฟซนะคะ

1345
01:15:19.017 --> 01:15:21.464
แล้วก็ตามด้วยตัวแปรที่เรากำหนด

1346
01:15:22.023 --> 01:15:23.650
แล้วก็ตามด้วยเงื่อนไขว่า

1347
01:15:25.094 --> 01:15:26.459
อะไรอย่างนี้นะคะ

1348
01:15:27.074 --> 01:15:29.546
จบด้วย nks เสมอนะคะ

1349
01:15:30.474 --> 01:15:31.194
ที่นี้

1350
01:15:32.004 --> 01:15:34.501
ให้ทำงานแบบวนรอบซ้ำๆ

1351
01:15:35.725 --> 01:15:38.499
ในคอมพิวเตอร์มาใช้คำว่าวาย

1352
01:15:40.595 --> 01:15:42.350
แล้วก็ ripples

1353
01:15:43.344 --> 01:15:45.296
computer reservation

1354
01:15:47.125 --> 01:15:48.038
ไปดู

1355
01:15:48.723 --> 01:15:50.491
แล้วก็ ny นะคะ

1356
01:15:51.614 --> 01:15:52.877
แล้วก็มีอีกนิด

1357
01:15:54.623 --> 01:15:57.161
Sunsilk ส่วนใหญ่จะใช้ 2 ตัวนี้

1358
01:15:57.506 --> 01:16:00.750
คอมมิวเตชั่นนี่จะไม่ค่อยใช้เท่าไหร่นะคะ

1359
01:16:01.476 --> 01:16:03.505
ใช้อยู่แค่ 2 ตัวบน

1360
01:16:06.024 --> 01:16:09.853
ถ้าในตัวอย่างเมื่อกี้ตัวอย่างแรกที่เราบอกวิธีการเขียน

1361
01:16:10.053 --> 01:16:11.207
อัลกอริทึม

1362
01:16:12.176 --> 01:16:15.282
แบบเป็นขั้นตอนแบบเป็นวิธีมาตรฐาน

1363
01:16:15.504 --> 01:16:17.049
ที่นี้เรามาเขียน

1364
01:16:18.454 --> 01:16:20.476
คำสั่งเทียม

1365
01:16:20.442 --> 01:16:21.881
หรือซูโดโค้ด

1366
01:16:21.974 --> 01:16:24.572
การคำนวณหาพื้นที่นะคะ

1367
01:16:27.793 --> 01:16:29.596
เด็กๆดูเปรียบเทียบได้นะคะ

1368
01:16:29.975 --> 01:16:34.217
นี่คือแบบที่เป็นชุดคำสั่งเทียมในการหาพื้นที่สามเหลี่ยมนะคะ

1369
01:16:34.643 --> 01:16:35.543
ให้ดูก่อน

1370
01:16:38.364 --> 01:16:39.957
แล้วก็แบบมาตรฐาน

1371
01:16:40.534 --> 01:16:41.438
ในการเขียน

1372
01:16:41.813 --> 01:16:42.668
เห็นไหมคะ

1373
01:16:43.925 --> 01:16:45.617
มาตรฐานจะยาวหน่อย

1374
01:16:45.654 --> 01:16:47.802
แต่มันจะมีรายละเอียดไง

1375
01:16:47.892 --> 01:16:50.147
มันจะทำให้เราเข้าใจก็คือ

1376
01:16:50.645 --> 01:16:52.601
เราควรเขียนแบบมาตรฐานก่อน

1377
01:16:52.823 --> 01:16:56.165
เพื่อให้เรารู้ว่าไอ้สิ่งที่เราจะเอามาทำนี่

1378
01:16:56.663 --> 01:16:57.331
เห็นไหม

1379
01:16:57.303 --> 01:16:58.690
แม่แบบมาตรฐานน่ะ

1380
01:16:59.173 --> 01:17:02.160
สามารถเขียนเป็นภาษาไทยได้อย่างที่บอกนะคะ

1381
01:17:02.884 --> 01:17:04.445
เขียนเป็นภาษาอังกฤษน่ะ

1382
01:17:09.471 --> 01:17:10.082

1383
01:17:12.094 --> 01:17:13.485
คือถ้าพูดถึงนะ

1384
01:17:16.253 --> 01:17:18.860
ตัวที่ในใบงานนี้ในตัวอย่าง

1385
01:17:19.265 --> 01:17:19.815
ราคา

1386
01:17:21.125 --> 01:17:25.974
เด็กๆไปปรับได้แก้ไขใหม่ได้เขียนแบบตัวเองได้อธิบายเอง

1387
01:17:26.564 --> 01:17:27.130
ปีนี้

1388
01:17:27.773 --> 01:17:29.965
พอมาเขียนเป็น

1389
01:17:29.954 --> 01:17:30.636
นะคะ

1390
01:17:32.064 --> 01:17:33.609
กินก็เริ่มเลย

1391
01:17:33.851 --> 01:17:35.298
นิดอะไร

1392
01:17:35.782 --> 01:17:37.956
รับค่าเบรคกับใคร

1393
01:17:38.463 --> 01:17:38.972

1394
01:17:38.971 --> 01:17:41.847
ก็คือฐาน High ก็คือสูงนะคะ

1395
01:17:43.581 --> 01:17:45.653
คอมพิวเตอร์ก็คือให้มันคำนวณน่ะค่ะ

1396
01:17:47.054 --> 01:17:48.208
area

1397
01:17:48.651 --> 01:17:52.333
เท่ากับเศษ 1 ส่วน 2 คูณฐานคูณสูง

1398
01:17:52.811 --> 01:17:54.389
ไม่ต้องให้ปริ้นออกมา

1399
01:17:54.341 --> 01:17:56.992
เป็นอะไรเป็นอะไรเสร็จแล้วจบ

1400
01:17:56.973 --> 01:17:57.882
เห็นไหมคะ

1401
01:17:58.897 --> 01:17:59.816
ฉะนั้น

1402
01:18:05.491 --> 01:18:08.432
พอเป็นโค้ชของหาเลขคู่เลขคี่

1403
01:18:10.623 --> 01:18:12.605
โอ้โหน่าจะเขียนง่ายกว่า

1404
01:18:12.674 --> 01:18:13.929
ให้ลองเขียนเอง

1405
01:18:14.284 --> 01:18:15.991
ส่งเป็นการบ้านนะคะ

1406
01:18:18.891 --> 01:18:19.431

1407
01:18:19.530 --> 01:18:21.547
จำไม่ได้ไม่เข้าใจ

1408
01:18:21.639 --> 01:18:23.594
ย้อนกลับไปดูเห็นไหม

1409
01:18:23.831 --> 01:18:25.452
เพราะมันจะมีตัวอย่างนะ

1410
01:18:25.681 --> 01:18:28.282
มันจะมีตัวอย่างแบบวิธีมาตรฐาน

1411
01:18:30.551 --> 01:18:32.502
แล้วก็วิธีเขียนรหัสเทียม

1412
01:18:32.982 --> 01:18:36.320
เด็กๆก็ลองย้อนกลับไปดูเปรียบเทียบกัน

1413
01:18:37.274 --> 01:18:39.202
รูปแบบเดียวกันแล้วนะคะ

1414
01:18:39.832 --> 01:18:41.376
แล้วก็ลองเขียนออกมาดู

1415
01:18:42.402 --> 01:18:43.090

1416
01:18:43.731 --> 01:18:45.420
เข้าไปในตัวนี้นะคะ

1417
01:18:47.063 --> 01:18:48.351
ส่งเข้าไปในใบงาน

1418
01:18:49.110 --> 01:18:50.453
สำหรับสัปดาห์นี้

1419
01:18:50.970 --> 01:18:52.945
เราจะพอแค่ pseudo Code

1420
01:18:52.831 --> 01:18:55.004
เพราะว่าเขียนผังงานน่ะ

1421
01:18:56.351 --> 01:18:58.807
มันต้องวาดรูปมันจะช้ากว่านี้

1422
01:18:58.909 --> 01:19:01.611
เราจะเอาไว้ต่อในสัปดาห์หน้านะคะ

1423
01:19:02.702 --> 01:19:04.371
มีใครสงสัยการบ้าน

1424
01:19:04.572 --> 01:19:05.179
ถาม

1425
01:19:06.234 --> 01:19:08.293
สมุดเข้าอีเมลได้หรือยัง

1426
01:19:12.381 --> 01:19:13.198
OK

1427
01:19:13.910 --> 01:19:16.019
ก็คือแก้ Password ใช่ไหม

1428
01:19:17.500 --> 01:19:18.661
เข้าไปขอใหม่

1429
01:19:19.029 --> 01:19:20.063
โอเคนะคะ

1430
01:19:20.951 --> 01:19:22.539
พ่อไปทำใบงานนะคะ

1431
01:19:23.004 --> 01:19:25.637
มอบหมายแล้วก็ส่งเข้าไป

1432
01:19:29.080 --> 01:19:29.715

1433
01:19:29.852 --> 01:19:32.612
iPhone มันไม่ต้องมาอธิบายแล้ว

1434
01:19:33.879 --> 01:19:34.329

1435
01:19:34.460 --> 01:19:38.074
นายแบบมาตรฐานเราอธิบายไปแล้วนึกออกมะ

1436
01:19:38.551 --> 01:19:40.462
Photo Code ก็คือบอกเลย

1437
01:19:40.469 --> 01:19:44.151
ขั้นตอน B กินอะไรเป็นอะไรคอมพิวเตอร์ออกมา

1438
01:19:44.761 --> 01:19:47.207
แล้วก็แสดงอะไรออกมาจบ

1439
01:19:47.189 --> 01:19:47.445

1440
01:19:47.902 --> 01:19:49.712
จะบอกแค่

1441
01:19:51.480 --> 01:19:53.812
pseudo Code ก็จะสั้นกว่านะคะ

1442
01:19:54.252 --> 01:19:55.200
ลองดู

1443
01:19:56.361 --> 01:19:59.310
เกี่ยวกันอยู่แล้วก็หาเหมือนกัน

1444
01:19:59.238 --> 01:20:00.458
เหมือนกันเลย

1445
01:20:00.708 --> 01:20:02.256
เอาพุธเหมือนกันนะคะ

1446
01:20:03.149 --> 01:20:05.669
แกแค่ตรงนี้ส่วนข้างในนี้

1447
01:20:07.249 --> 01:20:08.325
แล้วก็ส่วนนี้

1448
01:20:08.909 --> 01:20:09.474

1449
01:20:10.641 --> 01:20:12.011
ไม่ต้องใช้ is ไง

1450
01:20:12.119 --> 01:20:13.460
ให้ใช้เป็นอะไร

1451
01:20:14.383 --> 01:20:16.656
หรือจะใช้ If ใส่เข้าไป

1452
01:20:18.102 --> 01:20:20.855
แต่ไม่ต้องใส่คำอธิบายนะคะ

1453
01:20:22.769 --> 01:20:24.448
เพราะฉะนั้นซ่อมเสร็จแล้ว

1454
01:20:25.009 --> 01:20:27.282
ส่งเข้าไปในระบบได้เลยนะคะ

1455
01:20:28.089 --> 01:20:29.493
สำหรับสัปดาห์นี้

1456
01:20:30.970 --> 01:20:32.350
ไม่มีใครถาม

1457
01:20:33.209 --> 01:20:34.316
เราจะขอจบ

1458
01:20:38.018 --> 01:20:40.490
นักเรียนในวันนี้เพียงแค่นี้นะคะ

1459
01:20:41.739 --> 01:20:45.178
เด็กจะได้มีเวลานั่งทำถามเพื่อนก็ได้

1460
01:20:45.400 --> 01:20:46.788
พูดดีกันก็ได้นะคะ

1461
01:20:47.639 --> 01:20:49.212
ทำเรื่องเดียวกัน

1462
01:20:52.369 --> 01:20:54.047
คือจะกู้โลก

1463
01:20:56.270 --> 01:20:57.956
วิธีมาตรฐาน

1464
01:20:57.689 --> 01:20:59.996
เลขคู่เลขคี่วิธีมาตรฐาน

1465
01:21:00.628 --> 01:21:02.962
แล้วเอามาทำเป็น pseudo Code นะคะ

1466
01:21:04.022 --> 01:21:06.089
จะใส่อะไรเข้าไป

1467
01:21:07.481 --> 01:21:08.454
โอเคนะคะ

1468
01:21:10.042 --> 01:21:10.829
ถ้าอย่างนั้น

1469
01:21:11.391 --> 01:21:13.189
สัปดาห์นี้สวัสดีค่ะเด็กๆ

1470
01:21:15.481 --> 01:21:16.387
สวัสดีค่ะ

1471
01:21:18.430 --> 01:21:20.315
ขอบคุณพี่ไกด์ด้วยนะคะเด็กๆ

1472
01:21:21.368 --> 01:21:23.641
Optra อยู่หน้าจอพอดี

1473
01:21:24.249 --> 01:21:25.045

1474
01:21:25.919 --> 01:21:27.279
ขอบคุณพี่เขาด้วย

1475
01:21:28.479 --> 01:21:30.052
ออฟต้าขอบคุณก่อนครับ

1476
01:21:34.049 --> 01:21:34.777
ok ครับ

1477
01:21:35.638 --> 01:21:36.576
สวัสดีครับ

1478
01:21:37.117 --> 01:21:38.172
สวัสดีค่ะ

1479
01:21:48.509 --> 01:21:49.836
ลองทำดูนะคะ

1480
01:21:51.838 --> 01:21:53.505
เปิดสไลด์ดูก็ได้นะคะ

1481
01:21:53.880 --> 01:21:56.415
เพราะใน classroom เราก็มีสไลด์

1482
01:21:56.510 --> 01:21:58.043
อยู่ที่ Powerpoint

1483
01:21:59.197 --> 01:22:00.405
สัปดาห์ที่ 2 นะ

1484
01:22:01.238 --> 01:22:04.075
เปิด LINE ดูจากใน classroom ได้เลยนะคะ

1485
01:22:06.050 --> 01:22:08.644
เปิดดูควบคู่กับการทำใบงานได้

1486
01:22:08.862 --> 01:22:09.715
โอเคค่ะ

1487
01:22:16.347 --> 01:22:16.827

1488
01:22:17.184 --> 01:22:18.429
คุณพี่ไก่ค่ะ

1489
01:22:18.966 --> 01:22:21.590
ออฟต้าถามอยู่ OK

1490
01:22:22.938 --> 01:22:25.737
ใครอยากถามถามเลยนะคะยกมือ

