﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:04.000

2
00:00:04.004 --> 00:00:08.004

3
00:00:08.007 --> 00:00:12.007

4
00:00:12.010 --> 00:00:16.010

5
00:00:16.014 --> 00:00:20.014

6
00:00:20.017 --> 00:00:24.017

7
00:00:24.023 --> 00:00:28.023
(อาจารย์สุธาสินี) ทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะ

8
00:00:28.026 --> 00:00:32.026
ได้ยินครูนะ คราวที่แล้ว

9
00:00:32.027 --> 00:00:36.027
นะคะ เราพูดถึงในเรื่องของ

10
00:00:36.028 --> 00:00:40.028
เหมือนล่ามไม่ได้ยินเลย อ๋อ ค่ะ

11
00:00:40.031 --> 00:00:44.031
คราวที่แล้วเราพูดถึงเรื่อง list นะ lis

12
00:00:44.031 --> 00:00:48.031
แล้วเราก็ทำข้อสอบไปแล้วนะคะ

13
00:00:48.033 --> 00:00:52.033
เรื่องลิสต์

14
00:00:52.034 --> 00:00:56.034

15
00:00:56.035 --> 00:01:00.035

16
00:01:00.036 --> 00:01:04.036
ได้ไหมคะ

17
00:01:04.041 --> 00:01:08.041

18
00:01:08.046 --> 00:01:12.046
ได้ยินไหมคะ

19
00:01:12.049 --> 00:01:16.049
ยังไม่ได้ยิน

20
00:01:16.050 --> 00:01:20.050

21
00:01:20.052 --> 00:01:24.052

22
00:01:24.055 --> 00:01:28.055

23
00:01:28.056 --> 00:01:32.056

24
00:01:32.059 --> 00:01:36.059

25
00:01:36.060 --> 00:01:40.060

26
00:01:40.062 --> 00:01:44.062

27
00:01:44.064 --> 00:01:48.064
คราวที่แล้วนะคะ เราพูดถึงเรื่อง List ทุกคน

28
00:01:48.065 --> 00:01:52.065
จำได้นะคะ อันนี้คือลิสต์นะ ที่ครูยกตัวอย่างมาให้

29
00:01:52.067 --> 00:01:56.067
ลิสต์ตัวนี้มีขนาดเท่ากับเท่าไหร่

30
00:01:56.068 --> 00:02:00.068
มีขนาดเท่าไหร่ ขนาด คือ

31
00:02:00.069 --> 00:02:04.069
มีจำนวนเท่าไร มี 5 คนอื่นมีเท่าไรคะ

32
00:02:04.070 --> 00:02:08.070
5 โอเค 5 นะคะ

33
00:02:08.071 --> 00:02:12.071
ลิสต์ที่เราเห็นในหน้าจอตรงนี้

34
00:02:12.072 --> 00:02:16.072
จะมีอยู่ 5 ตัวถูกไหมคะ มีข้อมูลอยู่ 5 ตัว

35
00:02:16.073 --> 00:02:20.073
มี 1 มี 2 มี 3 มี 4

36
00:02:20.075 --> 00:02:24.075
แล้วก็มี 5 มีทั้งหมด 5 ตัวนะคะ คราวนี้

37
00:02:24.078 --> 00:02:28.078
เรารู้ได้อย่างไรว่ามันคือลิสต์ เห็น

38
00:02:28.080 --> 00:02:32.080
ก้ามปูเปิด-ก้ามปูปิดไหมคะ

39
00:02:32.081 --> 00:02:36.081
เป็นสัญลักษณ์ที่บอกว่าการเก็บข้อมูลลักษณะ

40
00:02:36.083 --> 00:02:40.083
แบบนี้มีชื่อเรียกว่า "ลิสต์" นะคะ

41
00:02:40.086 --> 00:02:44.086
จะเก็บค่าของข้อมูล

42
00:02:44.092 --> 00:02:48.092
ในลิสต์ index

43
00:02:48.099 --> 00:02:52.099
ก็คือหมายเลขถูกไหมคะ ก็คือหมายเลขของข้อมูล

44
00:02:52.101 --> 00:02:56.101
เราเริ่มต้นที่หมายเลขอะไรเอ่ย

45
00:02:56.103 --> 00:03:00.103
พอเราวาดเป็นช่องใช่ไหมคะ

46
00:03:00.104 --> 00:03:04.104
ในลิสต์นี่ ถ้าเราลองวาด

47
00:03:04.105 --> 00:03:08.105
การจัดเก็บนะ ก็จะเป็น 1

48
00:03:08.106 --> 00:03:12.106

49
00:03:12.110 --> 00:03:16.110
แล้วก็จะเก็บข้อมูลลงไปในช่องแบบนี้

50
00:03:16.111 --> 00:03:20.111
หมายเลขช่องหรือว่า

51
00:03:20.112 --> 00:03:24.112
Index ตัวแรกเราจะเริ่มต้นที่ตรงไหน

52
00:03:24.113 --> 00:03:28.113
ตรงนี้ index เราจะเริ่มที่เราไรเอ่ย

53
00:03:28.115 --> 00:03:32.115
0 นะ ใช่ไหมคะ

54
00:03:32.117 --> 00:03:36.117
1 2 3 แล้วก็ 4

55
00:03:36.120 --> 00:03:40.120
แล้วก็ 4 ก็คือหมายเลขช่อง ถ้าเราวาดรูปให้

56
00:03:40.122 --> 00:03:44.122
เป็นรูปสี่เหลี่ยมในการจัดเก็บข้อมูล แล้วเวลาครูเข้าถึง

57
00:03:44.126 --> 00:03:48.126
ข้อมูลที่อยู่ในลิสต์ ตอนนี้

58
00:03:48.127 --> 00:03:52.127
ครูตั้งชื่อลิสต์ตัวนี้มีชื่อว่า x

59
00:03:52.129 --> 00:03:56.129
x index 3

60
00:03:56.133 --> 00:04:00.133
ตอบเท่ากับเท่าไรเอ่ย index

61
00:04:00.134 --> 00:04:04.134
เป็น 3 ตัวนี้ตอบ 4 ใช่

62
00:04:04.136 --> 00:04:08.136
ตรงนี้ต้องตอบว่า 4 นะคะ ทุกคนจำได้นะ

63
00:04:08.137 --> 00:04:12.137
แล้วถ้า x

64
00:04:12.138 --> 00:04:16.138
เราต้องการหลาย ๆ ค่า 2 จนถึง 4

65
00:04:16.140 --> 00:04:20.140
จะตอบเท่าหับเท่าไหร่คะ

66
00:04:20.141 --> 00:04:24.141
3 กับ...

67
00:04:24.146 --> 00:04:28.146
3 กับอะไรเอ่ย 4 ใช่ไหม

68
00:04:28.147 --> 00:04:32.147
ใช่ไหม คือ 3 กับ 4 นะ มันเริ่มต้นที่ 2 ใช่ไหมคะ ก็คือ

69
00:04:32.149 --> 00:04:36.149
เริ่มต้นที่ 2 ก็คือเริ่มต้ด้วยตัว

70
00:04:36.150 --> 00:04:40.150
ถึง 4 แล้วก็ลดลงมา 1 ช่อง ก็จะได้ข้อมูลตัวนี้

71
00:04:40.151 --> 00:04:44.151
ก็คือ 3 กับ 4

72
00:04:44.155 --> 00:04:48.155
คราวนี้ แล้วเราเอาลิสต์

73
00:04:48.156 --> 00:04:52.156
มาทำอะไรนะคะ เราเก็บข้อมูล

74
00:04:52.158 --> 00:04:56.158
รูปแบบลิสต์ แล้วเราเอามาใช้ทำอะไรนะคะ

75
00:04:56.159 --> 00:05:00.159
วันนี้เราจะพูดถึงโครงสร้างอีกแบบหนึ่ง

76
00:05:00.161 --> 00:05:04.161
ที่มีชื่อว่า stack นะ

77
00:05:04.162 --> 00:05:08.162
สแตกนะคะ สแตกตัวนี้

78
00:05:08.163 --> 00:05:12.163
จะใช้วิธีการเก็บข้อมูลแบบลิสต์

79
00:05:12.164 --> 00:05:16.164
นะคะ แล้วลักษณะแบบไหน

80
00:05:16.165 --> 00:05:20.165
ที่เราจะเรียกว่า "stack" นะคะ ดูด้วยกัน

81
00:05:20.166 --> 00:05:24.166
เขาบอกว่า Stack

82
00:05:24.168 --> 00:05:28.168
ก็คือการที่เราใส่ข้อมูลเข้าไปแล้วก็ดึงออกมา

83
00:05:28.169 --> 00:05:32.169
นะคะ แล้วข้อมูล

84
00:05:32.171 --> 00:05:36.171
ที่ถูกใส่เข้าไปใน Stack จะถูก

85
00:05:36.172 --> 00:05:40.172
เอาออกมาใช้ทีหลัง อันนี้ คือ

86
00:05:40.173 --> 00:05:44.173
วิธีการเก็บข้อมูลแบบ stack หรือที่เรียกว่า

87
00:05:44.177 --> 00:05:48.177
เข้าทีหลังออกก่อน

88
00:05:48.178 --> 00:05:52.178
เข้าก่อนออกทีหลัง ความหมายเหมือนกัน

89
00:05:52.182 --> 00:05:56.182

90
00:05:56.183 --> 00:06:00.183
ยกตัวอย่างเช่น ทุกคนเคย

91
00:06:00.184 --> 00:06:04.184
ไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวไหมคะ ทุกคนเคยไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวนะ

92
00:06:04.186 --> 00:06:08.186
แล้วเห็นถ้วยก๋วยเตี๋ยวก่อนที่เขาจะ

93
00:06:08.187 --> 00:06:12.187
เอามาใส่เส้น ใส่เครื่องปรุง ใส่หมูให้เรา

94
00:06:12.189 --> 00:06:16.189
ชามก๋วยเตี๋ยวมันเรียงขึ้นไปแบบนี้

95
00:06:16.190 --> 00:06:20.190
ใช่ไหมคะ เวลาแม่ค้าเขาจะเอาจามก๋วยเตี๋ยวมาใส่ให้เรา

96
00:06:20.193 --> 00:06:24.193
เขาจะเอาชามก๋วยเตี๋ยวมาใส่ให้เรา เขาเอาชามที่อยู่

97
00:06:24.194 --> 00:06:28.194
ข้างบน หรือชามที่อยู่ข้างล่าง

98
00:06:28.195 --> 00:06:32.195
เอาชามข้างบนหรือข้างล่างคะ ข้างบน

99
00:06:32.196 --> 00:06:36.196
เขาเอาข้างบนมาทำให้เรา

100
00:06:36.198 --> 00:06:40.198
แล้วเวลาเขาล้างจานเสร็จแล้วนี่ เอาจาน

101
00:06:40.199 --> 00:06:44.199
มาซ้อนข้างล่างหรือซ้อนข้างบน ซ้อนข้างบน

102
00:06:44.203 --> 00:06:48.203
ใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้น จานที่

103
00:06:48.208 --> 00:06:52.208
อยู่บนสุดจะถูกเอาออกมาใช้ก่อน

104
00:06:52.210 --> 00:06:56.210
และจากที่อยู่บนสุดนะคะ จะถูก

105
00:06:56.211 --> 00:07:00.211
เอาเข้ามาเก็บทีหลัง อันนี้คือรูปแบบ

106
00:07:00.214 --> 00:07:04.214
ของ Stack เช่นนะคะ เช่น ๆ

107
00:07:04.215 --> 00:07:08.215
เช่น สมมติ ครูมีกระดาษ 1 แผ่นนะ

108
00:07:08.216 --> 00:07:12.216
ครูมีกระดาษอยู่ 1 แผ่น ทุกคนดูนะคะ

109
00:07:12.216 --> 00:07:16.216
ครูจะใส่กระดาษแผ่นที่ 2

110
00:07:16.219 --> 00:07:20.219
เห็นไหมคะ ครูซ่อนกระดาษแผ่นที่ 2 อยู่ข้างบน

111
00:07:20.220 --> 00:07:24.220
ครูใส่ ครูใส่กระดาษ

112
00:07:24.221 --> 00:07:28.221
แผ่นที่ 3 เข้าไปนะคะ แล้วครูก็ใส่

113
00:07:28.224 --> 00:07:32.224
กระดาษแผ่นที่ 4 เข้าไปในมือครู เวลา

114
00:07:32.225 --> 00:07:36.225
ครูจะเอาออกมาใช้ครูจะเอาตัวล่างสุดหรือตัวบนสุดออกมาใช้

115
00:07:36.226 --> 00:07:40.226
ตัวบนสุดถูกไหมคะ

116
00:07:40.227 --> 00:07:44.227
ครูไม่พยายามจะดึงตัวล่างสุดออกมานะคะ ครูจะหยิบตัวบน

117
00:07:44.230 --> 00:07:48.230
สุดอกไปใช้ ซึ่งตัวบนสุดนี่

118
00:07:48.232 --> 00:07:52.232
คือ กระดาษแผ่นที่เราใส่ไปล่าสุดนะคะ

119
00:07:52.236 --> 00:07:56.236
เ

120
00:07:56.238 --> 00:08:00.238
เราสามารถสรุปได้แบบนี้นะ ข้อมูลที่อยู่ใน Stack

121
00:08:00.239 --> 00:08:04.239
ตัวแรกจะอยู่ด้านล่างสุด ข

122
00:08:04.242 --> 00:08:08.242
ข้อมูลที่หย่อนลงไปใน Stack ตัวแรกจะอยู่ด้านล่างสุดเลย

123
00:08:08.243 --> 00:08:12.243
นะคะ ตัวถัดไปก็จะซ้อนขึ้นมา

124
00:08:12.244 --> 00:08:16.244
เรื่อย ๆ ข้อมูลที่

125
00:08:16.246 --> 00:08:20.246
เข้าไปใน Stack เป็นตัวสุดท้าย

126
00:08:20.248 --> 00:08:24.248
นะคะ จะอยู่บนสุด แล้วเวลา

127
00:08:24.250 --> 00:08:28.250
เราเอาข้อมูลใน Stack ออกมาใช้งาน

128
00:08:28.251 --> 00:08:32.251
ข้อมูลที่เข้าไปเป็นตัวล่าสุด

129
00:08:32.254 --> 00:08:36.254
หรือตัวลำดับสุดท้าย  จะถูก

130
00:08:36.255 --> 00:08:40.255
ดึงออกมาใช้งานก่อน ตัวไหน

131
00:08:40.256 --> 00:08:44.256
ที่เข้าไปตัวแรกจะถูกเอามาใช้งาน

132
00:08:44.259 --> 00:08:48.259
เป็นตัวสุดท้ายนะคะ เพราะมันอยู่ล่างสุด

133
00:08:48.260 --> 00:08:52.260
มันก็ใช้ยาก เราต้องใช้ตัวบน ค่อย ๆ ดึงตัวบน

134
00:08:52.261 --> 00:08:56.261
ออกไปก่อน

135
00:08:56.262 --> 00:09:00.262
คราวนี้เวลาเราเอาข้อมูลใส่ใน Stack

136
00:09:00.264 --> 00:09:04.264
เราพูดถึง Stack ก็เหมือนภาชนะนะ Stack

137
00:09:04.265 --> 00:09:08.265
เป็นช่องแบบนี้ เป็นช่องสี่เหลี่ย

138
00:09:08.266 --> 00:09:12.266
ในแนวตั้ง ถ้าเราพูดถึง Stack นะ

139
00:09:12.268 --> 00:09:16.268
ดูรูปนี้ก่อน อย่างนี้ มันจะอยู่ในแนวนอนหรือแนวตั้งก็ได้

140
00:09:16.269 --> 00:09:20.269
มันจะอยู่ในแนวนอนหรือแนวตั้งก็ได้

141
00:09:20.271 --> 00:09:24.271
ถ้าพูดถึง Stack ก้คือเป็นชั้น ๆ

142
00:09:24.273 --> 00:09:28.273
เลื่อนขึ้นไปเรื่อย ๆ นะคะ ใน Stack

143
00:09:28.277 --> 00:09:32.277
เราทำอะไรได้บ้าง เราใส่ข้อมูลลงไป

144
00:09:32.278 --> 00:09:36.278
เราดึงข้อมูลออกมา คราวนี้

145
00:09:36.282 --> 00:09:40.282
stackถ้ามันไม่มีข้อมูลอะไรเลย

146
00:09:40.284 --> 00:09:44.284
เราเรียกว่า "Stack ว่าง" คือ มันมีค่าว่าง ๆ

147
00:09:44.286 --> 00:09:48.286
ไม่มีตัวอักษรอะไรเลยนะ อันนี้

148
00:09:48.287 --> 00:09:52.287
คือ Stack ว่าง

149
00:09:52.289 --> 00:09:56.289
ถ้าเราจะใส่ข้อมูลลงไปใน Stack

150
00:09:56.293 --> 00:10:00.293
เราจะมีคำสั่งที่ชื่อว่า Push

151
00:10:00.294 --> 00:10:04.294
คือคำสั่งตัวนี้นะคะ

152
00:10:04.295 --> 00:10:08.295
คำสั่ง Push ก็คือใส่

153
00:10:08.297 --> 00:10:12.297
ข้อมูลลงไปใน Stack ถ้าต้องการเอา

154
00:10:12.298 --> 00:10:16.298
ข้อมูลออกจาก Stack เราใช้คำสั่ง Pop นะคะ

155
00:10:16.299 --> 00:10:20.299
มีอยู่ 2 ตัวที่ทุกคนต้องรู้จัก

156
00:10:20.301 --> 00:10:24.301
เมื่อพูดถึง Stack คือ Push กับ Pop

157
00:10:24.305 --> 00:10:28.305
Push คือใส่ ก็คือเอ

158
00:10:28.308 --> 00:10:32.308
ส่วน Pop ก็คือเอาออกนะคะ Pop คือ เอาออก

159
00:10:32.309 --> 00:10:36.309

160
00:10:36.311 --> 00:10:40.311
คราวนี้มาดูตัวอย่างนะคะ มีแต่ Push กับ Pop

161
00:10:40.312 --> 00:10:44.312
2 ตัว เราเริ่มต้น Stack ไม่มีอะไรเลย

162
00:10:44.313 --> 00:10:48.313
เป็นค่าว่าง ๆ ถูกไหมคะ เป็น Stack ว่าง

163
00:10:48.314 --> 00:10:52.314
ครูบอกว่าครู Push

164
00:10:52.315 --> 00:10:56.315
คำสั่ง Push Push ค่าอะไร ค่า a เมื่อไรก็ตาม

165
00:10:56.318 --> 00:11:00.318
ที่ใช้คำสั่ง Push ต้องบอกด

166
00:11:00.319 --> 00:11:04.319
จะใส่ค่าอะไรด้วยนะคะ

167
00:11:04.320 --> 00:11:08.320
เรา Push ค่า a ลงไป

168
00:11:08.321 --> 00:11:12.321
เห็นไหม มันก็อยู่ด้านล่างสุดนะคะ ถัดมา

169
00:11:12.322 --> 00:11:16.322
ถ้าครูใส่คำสั่ง

170
00:11:16.325 --> 00:11:20.325
ตัวบนก่อน Push b ก็ใส่ b ลงมาเห็นไหมคะ

171
00:11:20.326 --> 00:11:24.326
ถัดจาก a ก็คือ b Push c

172
00:11:24.327 --> 00:11:28.327
ก็อยู่ถัดขึ้นไป และ Push(D) อยู่

173
00:11:28.331 --> 00:11:32.331
บนสุดนะคะ เรียงตรามลำดับของการ

174
00:11:32.334 --> 00:11:36.334
ใส่ข้อมูลเข้าไป

175
00:11:36.336 --> 00:11:40.336
คราวนี้อยากจะเอาออกบ้าง

176
00:11:40.341 --> 00:11:44.341
เอาข้อมูลออกจาก Stack ไปใช้งาน จะใช้คำสั่ง Pop

177
00:11:44.342 --> 00:11:48.342
Pop นะ Pop

178
00:11:48.343 --> 00:11:52.343
แล้วตามด้วยวงเล็บเปิดและวงเล็บปิด ไม่ต้องใส่ค่าอะไร

179
00:11:52.344 --> 00:11:56.344
เพราะเราจะไปดึงค่าที่อยู่ใน Stack ออกมา

180
00:11:56.345 --> 00:12:00.345

181
00:12:00.346 --> 00:12:04.346
เราสั่งคำสั่ง Pop เราเอาข้อมูล

182
00:12:04.348 --> 00:12:08.348
บนสุดนะคะ Pop ให้เอาข้อมูลบนสุด

183
00:12:08.349 --> 00:12:12.349
ที่อยู่ใน Stack ดึงออกมา

184
00:12:12.350 --> 00:12:16.350
เพราะฉะนั้น เดิมเป็นแบบนี้ ถูกไหม

185
00:12:16.351 --> 00:12:20.351
ครูใช้คำสั่ง Pop อะไรออกมาเอ่ย

186
00:12:20.352 --> 00:12:24.352
ตัว D Dog จะออกมา เพราะ D Dog

187
00:12:24.354 --> 00:12:28.354
อยู่บนสุดนะคะ

188
00:12:28.355 --> 00:12:32.355
ถัดมา

189
00:12:32.356 --> 00:12:36.356
ครู Push คือใส่เข้าไป

190
00:12:36.358 --> 00:12:40.358
ไม่มี D Dog แล้วนะ ครู Push e เห็นไหมคะ เวลา Push

191
00:12:40.359 --> 00:12:44.359
ต้องบอกด้วยว่าเราใส่ค่าอะไร

192
00:12:44.361 --> 00:12:48.361
แล้วก็ใส่ตัว e วงเล็บปิด ครู Push ค่า e ลงไป

193
00:12:48.363 --> 00:12:52.363
E จะอยู่ด้านบน C เสร็จแล้ว Push

194
00:12:52.364 --> 00:12:56.364
อีกครั้งหนึ่ง f ก็จะอยู่บนสุดนะคะ

195
00:12:56.366 --> 00:13:00.366
ถัดมาครู Pop

196
00:13:00.367 --> 00:13:04.367
Pop คือ เอาออก เอาอะไรออก ข้างบนสุดคืออะไรคะ

197
00:13:04.369 --> 00:13:08.369
เอา F ออก เพราะฉะนั้นข้อมูล

198
00:13:08.370 --> 00:13:12.370
จะเหลืออยู่ 4 ตัว ก็คือ a, b, c แล้วก็ e

199
00:13:12.372 --> 00:13:16.372

200
00:13:16.373 --> 00:13:20.373
โอเค ถัดมา

201
00:13:20.375 --> 00:13:24.375
เราแทน Stack ด้วยอะไร

202
00:13:24.376 --> 00:13:28.376
นะคะ อย่างที่ครูบอกว่าลิสต์

203
00:13:28.377 --> 00:13:32.377
จะถูกเอามาใช้แทนนะคะ การเก็บข้อมูล

204
00:13:32.379 --> 00:13:36.379
ใน Stack เราพูดถึง Stack แล้วมันจัดเก็บแบบไหน ลิสต์

205
00:13:36.380 --> 00:13:40.380
นั่นล่ะในการเก็บข้อมูล

206
00:13:40.383 --> 00:13:44.383
ลิสต์นะคะ เราสามารถวาดเป็นแนวตั้งหรือแนวนอน

207
00:13:44.384 --> 00:13:48.384
ก็ได้นะ สามารถวาดเป็นแนวนอน

208
00:13:48.385 --> 00:13:52.385
หรือแนวนอนก็ได้ ข้อมูลที่ใส่เข้ามาตัวแรกนะคะ

209
00:13:52.387 --> 00:13:56.387
จะอยู่ที่ index 0 ก็คือข้อมูลตัวแรก

210
00:13:56.389 --> 00:14:00.389
ไล่ไปเรื่อย ๆ จนถึงข้อมูลตัวสุดท้าย

211
00:14:00.391 --> 00:14:04.391

212
00:14:04.401 --> 00:14:08.401
Stack ที่ครูให้มานี่ ที่เก็บอยู่

213
00:14:08.402 --> 00:14:12.402
ในรูปแบบที่เป็นลิสต์นี่

214
00:14:12.404 --> 00:14:16.404
มันมีที่ว่างให้ใส่ได้อีกไหม Stack รูปนี้

215
00:14:16.407 --> 00:14:20.407
มีอยู่ 4 ช่องด้วยกัน ทุกช่องมีค่าไหมคะ

216
00:14:20.408 --> 00:14:24.408
ทุกช่องมีค่านะ

217
00:14:24.410 --> 00:14:28.410
มันเต็มหรือยังคะ

218
00:14:28.411 --> 00:14:32.411
มันมีที่ว่างให้ใส่อีกไหมคะ ไม่มีแล้ว

219
00:14:32.412 --> 00:14:36.412
อย่างนี้เรียกว่า Stack เต็มแล้ว

220
00:14:36.413 --> 00:14:40.413
นะคะ คือ ไม่มีช่องว่างให้เราใส่ข้อมูลตัวใหม่ได้แล้ว

221
00:14:40.417 --> 00:14:44.417
นะคะ แบบนี้เรียกว่า Stack มันเต็มแล้ง

222
00:14:44.418 --> 00:14:48.418

223
00:14:48.418 --> 00:14:52.418

224
00:14:52.420 --> 00:14:56.420
คราวนี้ เรามี 2 คำสั่ง

225
00:14:56.458 --> 00:15:00.458
ที่พูดถึงนะ Push กับ Pop

226
00:15:00.461 --> 00:15:04.461
Push ก็คือใส่ข้อมูลลงไปใน Stack

227
00:15:04.462 --> 00:15:08.462
เช่น ครูมี Stack

228
00:15:08.463 --> 00:15:12.463
อย่างนี้ใช่ไหม มันมีที่ว่างให้ครูใส่ข้อมูลได้ไหมคะ มันมี

229
00:15:12.465 --> 00:15:16.465
ที่ว่างให้ครูใส่ข้อมูลได้ ครู

230
00:15:16.466 --> 00:15:20.466
ก็เลยสั่งคำสั่ง Push 3 ก็คือเอาข้อมูล 3 นี่

231
00:15:20.468 --> 00:15:24.468
ไปหย่อนลงใน Stack มันจะเอามาใส่ช่องนี้

232
00:15:24.469 --> 00:15:28.469
ช่องที่ 1 หรือช่องที่ 2 ค่ะ ช่องที่ 1

233
00:15:28.473 --> 00:15:32.473
ถูกไหม ก็ไล่ลำดับลงมาเรื่อย ๆ

234
00:15:32.476 --> 00:15:36.476
มันอยู่ช่องนี้แล้ว ข้อมูลล่าสุดอยู่ช่องนี้

235
00:15:36.477 --> 00:15:40.477
มันก็ไหลลงไปจนถึงตัวสุดท้าย

236
00:15:40.478 --> 00:15:44.478
ที่มันสามารถจะใส่ได้ ก็คือในช่องตรงนี้ ก็คือจะเอา 3

237
00:15:44.479 --> 00:15:48.479
มาใส่

238
00:15:48.482 --> 00:15:52.482
แล้วเราใส่ด้วยคำสั่งอะไร

239
00:15:52.483 --> 00:15:56.483
เราใช้ List นะคะ

240
00:15:56.490 --> 00:16:00.490
ในการจัดเก็บข้อมูล เราใช้ลิสต์ในการจัดเก็บข้อมูล

241
00:16:00.492 --> 00:16:04.492
เพราะฉะนั้นคำสั่งของการ

242
00:16:04.493 --> 00:16:08.493
เพิ่มข้อมูลลงไปใน Stack ก็คือใช้คำสั่ง

243
00:16:08.496 --> 00:16:12.496
Append ได้เลย เพราะ Append

244
00:16:12.497 --> 00:16:16.497
เป็นคำสั่งของการเพิ่มข้อมูลลงไป

245
00:16:16.500 --> 00:16:20.500
ในลิสต์นะคะ ใส่ชื่อ .

246
00:16:20.501 --> 00:16:24.501
แล้วตามด้วยคำสั่ง Append(d)

247
00:16:24.502 --> 00:16:28.502
ใส่ค่าข้อมูลตัวใหม่แล้วก็วงเล็บปิด

248
00:16:28.503 --> 00:16:32.503
ถัดมา

249
00:16:32.504 --> 00:16:36.504
Pop

250
00:16:36.505 --> 00:16:40.505
คือ เอาออกนะคะ คือ Pop คือ เอาออก

251
00:16:40.506 --> 00:16:44.506
ก่อนที่เราจะเอาข้อมูลออก

252
00:16:44.508 --> 00:16:48.508
เราต้องเช็กก่อนว่า Stack เรา

253
00:16:48.510 --> 00:16:52.510
มีข้อมูลอยู่ไหม ถ้า Stack

254
00:16:52.511 --> 00:16:56.511
มันไม่มีข้อมูลอยู่เลยเราจะเอาอะไรออกมาได้ไหม ไม่ได้

255
00:16:56.513 --> 00:17:00.513
เพราะมันไม่มีข้อมูลอะไรให้เราดึงออกมา

256
00:17:00.514 --> 00:17:04.514
เพราะฉะนั้น อันดับแรกนี่ เราต้องเช็กก่อน

257
00:17:04.516 --> 00:17:08.516
มันมีข้อมูลอยู่ไหมนะคะ มันมีข้อมูลอยู่้ไหม

258
00:17:08.519 --> 00:17:12.519
ถ้ามันไม่มีข้อมูลอยู่เลย เราจะบอกว่า

259
00:17:12.521 --> 00:17:16.521
มันคือ Stack ว่าง เราไม่สามารถทำคำสั่ง Pop

260
00:17:16.523 --> 00:17:20.523
ได้นะคะ แต่ถ้า

261
00:17:20.524 --> 00:17:24.524
Stack ไม่ว่าง เช่น

262
00:17:24.525 --> 00:17:28.525
Stack ไม่ว่างนะ มันมีข้อมูลอยู่ตั้ง 3 ตัว

263
00:17:28.527 --> 00:17:32.527
เราใช้คำสั่ง Pop

264
00:17:32.528 --> 00:17:36.528
ข้อมูลอะไรจะถูกดึงออกมา มีอยู่ 3 ค่านี่

265
00:17:36.531 --> 00:17:40.531
ข้อมูลที่จะเอาออกมาจาก Stack

266
00:17:40.532 --> 00:17:44.532
ก็คือข้อมูลค่าอะไรเอ่ย

267
00:17:44.534 --> 00:17:48.534
อะไรคะ 1 หรือ 2

268
00:17:48.536 --> 00:17:52.536
หรือ 3 3 ใช่ไหม

269
00:17:52.537 --> 00:17:56.537
เอาตัวที่อยู่บนสุด

270
00:17:56.538 --> 00:18:00.538
ตัวล่าสุดถูกไหมคะ ถ้าอยู่ในแนวนอนตัวล่าสุดจะอยู่

271
00:18:00.539 --> 00:18:04.539
ด้านขวา

272
00:18:04.540 --> 00:18:08.540
ถ้าเป็นแนวตั้งตัวล่าสุดจะอยู่ข้างบนใช่ไหมคะ

273
00:18:08.541 --> 00:18:12.541
เลข 3 จะถูก

274
00:18:12.542 --> 00:18:16.542
ดึงออกมานะคะ หลังจากที่เราใช้คำสั่ง Pop

275
00:18:16.543 --> 00:18:20.543

276
00:18:20.545 --> 00:18:24.545
โอเค

277
00:18:24.546 --> 00:18:28.546
ถัดมาตัวนี้จะเป็นคำสั่ง

278
00:18:28.549 --> 00:18:32.549
ที่เราใช้เขียน เช่น

279
00:18:32.550 --> 00:18:36.550
เราจะเช็กว่า Stack นั้นเป็น Stack ว่าง

280
00:18:36.551 --> 00:18:40.551
หรือเปล่า เราก็ดูขนาดของ Stack ใช่ไหมคะ

281
00:18:40.554 --> 00:18:44.554
หาขนาดของ Stack ว่ามันมีขนาด

282
00:18:44.555 --> 00:18:48.555
เท่าไหร่ ถ้าขนาดมันมีค่าเป็น 0

283
00:18:48.559 --> 00:18:52.559
แสดงว่ามันเป็น Stack ว่าง ไม่มีข้อมูลอยู่เลย

284
00:18:52.561 --> 00:18:56.561
ก็ไม่ต้องทำอะไรใช่ไหมคะ แต่ถ้า

285
00:18:56.562 --> 00:19:00.562
มันไม่ใช่ Stack ว่างเราก็

286
00:19:00.563 --> 00:19:04.563
จะดึงค่าที่อยู่บนสุดออกมา

287
00:19:04.564 --> 00:19:08.564
คราวนี้

288
00:19:08.565 --> 00:19:12.565
อันนี้จะเป็นโค้ด เป็นโปรแกรมที่เราจะเขียนทั้งหมด

289
00:19:12.566 --> 00:19:16.566
เดี๋ยวครูบอกอีกทีข้างหลัง

290
00:19:16.567 --> 00:19:20.567
สมมติว่า

291
00:19:20.569 --> 00:19:24.569

292
00:19:24.571 --> 00:19:28.571

293
00:19:28.573 --> 00:19:32.573

294
00:19:32.575 --> 00:19:36.575
ครูอยาก...

295
00:19:36.578 --> 00:19:40.578

296
00:19:40.584 --> 00:19:44.584

297
00:19:44.588 --> 00:19:48.588

298
00:19:48.590 --> 00:19:52.590

299
00:19:52.593 --> 00:19:56.593

300
00:19:56.595 --> 00:20:00.595

301
00:20:00.597 --> 00:20:04.597

302
00:20:04.599 --> 00:20:08.599

303
00:20:08.602 --> 00:20:12.602

304
00:20:12.604 --> 00:20:16.604

305
00:20:16.606 --> 00:20:20.606

306
00:20:20.610 --> 00:20:24.610

307
00:20:24.615 --> 00:20:28.615

308
00:20:28.616 --> 00:20:32.616

309
00:20:32.618 --> 00:20:36.618
คราวนี้ดูนะคะ

310
00:20:36.620 --> 00:20:40.620
ครูมี Stack มาให้ Stack ครูมีกี่ช่องคะ

311
00:20:40.625 --> 00:20:44.625
มี 4 ช่องในแนวตั้งถูกหรือเปล่า

312
00:20:44.629 --> 00:20:48.629
เป็น Stack ในแนวตั้ง มี 4 ช่องนะคะ

313
00:20:48.630 --> 00:20:52.630
ตัวแรก ตัวแรกน่ะจะอยู่

314
00:20:52.632 --> 00:20:56.632
ด้านฐาน จะอยู่ด้านล่างสุดนะ เวลาเราหย่อนข้อมูลลงไป ตัวแรก

315
00:20:56.633 --> 00:21:00.633
จะลงมาอยู่ช่องล่างสุดแล้วค่อยขยับไปช่องถัดไป ๆ

316
00:21:00.636 --> 00:21:04.636
นะคะ จะซ้อนขึ้นไปข้างบนนะ ถ้าเป็น Stack ในแนวตั้ง

317
00:21:04.638 --> 00:21:08.638
คำสั่ง

318
00:21:08.640 --> 00:21:12.640
อย่างที่บอกเรามีแค่ 2 คำสั่งนะ มีแค่ Push กับ Pop

319
00:21:12.641 --> 00:21:16.641
ใช่ไหมคะ Push

320
00:21:16.642 --> 00:21:20.642
ใส่ข้อมูล

321
00:21:20.643 --> 00:21:24.643
กับ Pop

322
00:21:24.645 --> 00:21:28.645
เอาข้อมูลออก คือ ใส่กับเอาออก

323
00:21:28.646 --> 00:21:32.646
นะคะ คราวนี้ดู

324
00:21:32.647 --> 00:21:36.647
Push 5 เห็นไหมคะ ครูใส่หมายเลขช่องก่อนนะ

325
00:21:36.649 --> 00:21:40.649
อันนี้เป็นหมานยเลข 1, 0, 1, 2, 3

326
00:21:40.650 --> 00:21:44.650
เราจะได้เข้าใจตรงกัน โอเค

327
00:21:44.652 --> 00:21:48.652
นะคะ มีหลายเลขช่องแล้วนะ มี 0 1 2 3

328
00:21:48.653 --> 00:21:52.653
ครูสั่ง Push 5 5 จะ

329
00:21:52.655 --> 00:21:56.655
ไปอยู่ที่ช่องไหน ช่องไหนเอ่ย

330
00:21:56.658 --> 00:22:00.658
ช่องหมายเลขอะไร ครูหย่อน 5

331
00:22:00.659 --> 00:22:04.659
ลงไปมันก็จะไหลลงมาอยู่ที่ช่องไหนคะ

332
00:22:04.660 --> 00:22:08.660
ช่อง 0 เห็นไหม พอครูหย่อน 5 ลงมา

333
00:22:08.661 --> 00:22:12.661
ไหลลงมาเรื่อย ๆ จนมาอยู่ที่

334
00:22:12.662 --> 00:22:16.662
ช่อง 0 เสร็จแล้วครูสั่งคำสั่ง Push

335
00:22:16.663 --> 00:22:20.663
10 เดิมมันมี 5 อยู่แล้วนะ

336
00:22:20.664 --> 00:22:24.664
แล้วครูสั่ง Push 10 เพราะฉะนั้น 10 จะมาอยู่ที่ไหนคะ

337
00:22:24.665 --> 00:22:28.665
10 จะมาอยู่ที่

338
00:22:28.667 --> 00:22:32.667
1 ถูกไหมคะ ก็หย่อน 10 ลงมานะ

339
00:22:32.668 --> 00:22:36.668
ถัดมาเดิม

340
00:22:36.672 --> 00:22:40.672
เดิม มี 5 กับ 10 แล้ว ครูเขียนเรียบร้อยก่อน

341
00:22:40.674 --> 00:22:44.674
นะคะ ใส่ที่ช่อง 0 กับช่อง 1 ครู

342
00:22:44.675 --> 00:22:48.675
สั่ง Push 15 ไปอยู่ที่ช่องไหนคะ 2 ใช่ไหม

343
00:22:48.677 --> 00:22:52.677
เห็นไหม พอ Push ข้อมูลลงไป

344
00:22:52.679 --> 00:22:56.679
คราวนี้ จากรูปนี้ ครูสั่ง Pop

345
00:22:56.681 --> 00:23:00.681
เอาอะไรออกมา

346
00:23:00.683 --> 00:23:04.683
จากรูปนี้พอครูสั่ง Pop ปุ๊บ เอาอะไรออกมาคะ

347
00:23:04.685 --> 00:23:08.685
เอาอะไรออกมาเอ่ย

348
00:23:08.686 --> 00:23:12.686
15 ใช่ไหม เอาตัวบนสุด

349
00:23:12.687 --> 00:23:16.687
เลือก

350
00:23:16.688 --> 00:23:20.688
เราเลือก

351
00:23:20.690 --> 00:23:24.690
ตัวบนสุดออกมาใช่ไหมคะ

352
00:23:24.691 --> 00:23:28.691
เพราะฉะนั้น 15 จะถูกดึง

353
00:23:28.693 --> 00:23:32.693
ออกมาข้างนอกเห็นไหมคะ

354
00:23:32.697 --> 00:23:36.697
เพราะฉะนั้น ใน Stack จะเหลือแค่ 10 กับ 5

355
00:23:36.698 --> 00:23:40.698
ครูสั่ง Pop อีกทีหนึ่ง

356
00:23:40.699 --> 00:23:44.699
เอาอะไรออกมาคะ เดิม

357
00:23:44.700 --> 00:23:48.700
มี 5 กับ 10

358
00:23:48.705 --> 00:23:52.705
คราวนี้เอาอะไรออกมา ครูสั่ง Pop ปุ๊บ อะไรออกมาคะ

359
00:23:52.706 --> 00:23:56.706
10 ออกมาเห็นไหม 10 ไม่เหลือแล้ว

360
00:23:56.710 --> 00:24:00.710
เพราะฉะนั้น ตอนนี้ ใน Stack เราเหลือกี่ค่าคะ

361
00:24:00.711 --> 00:24:04.711
ค่าเดียว คือเลข 5

362
00:24:04.712 --> 00:24:08.712
จดตัวนี้ไว้ในกระดาษให้ครูหน่อย

363
00:24:08.713 --> 00:24:12.713

364
00:24:12.714 --> 00:24:16.714
เดี๋ยวครูจะให้ทำแบบฝึกหัด

365
00:24:16.716 --> 00:24:20.716
นะคะ

366
00:24:20.718 --> 00:24:24.718

367
00:24:24.719 --> 00:24:28.719

368
00:24:28.721 --> 00:24:32.721

369
00:24:32.723 --> 00:24:36.723

370
00:24:36.726 --> 00:24:40.726

371
00:24:40.731 --> 00:24:44.731

372
00:24:44.733 --> 00:24:48.733

373
00:24:48.735 --> 00:24:52.735

374
00:24:52.738 --> 00:24:56.738

375
00:24:56.742 --> 00:25:00.742

376
00:25:00.745 --> 00:25:04.745

377
00:25:04.747 --> 00:25:08.747

378
00:25:08.752 --> 00:25:12.735

379
00:25:12.755 --> 00:25:16.755

380
00:25:16.757 --> 00:25:20.757

381
00:25:20.760 --> 00:25:24.760
มีกระดาษไหมคะ มีใครไม่มีกระดาษไหมคะ

382
00:25:24.765 --> 00:25:28.765
ครูมีกระดาษมาแจก มีไหมคะ

383
00:25:28.767 --> 00:25:32.767
มันจะมีเส้น

384
00:25:32.768 --> 00:25:36.768

385
00:25:36.769 --> 00:25:40.769

386
00:25:40.770 --> 00:25:44.770

387
00:25:44.776 --> 00:25:48.776

388
00:25:48.777 --> 00:25:52.777

389
00:25:52.782 --> 00:25:56.782

390
00:25:56.783 --> 00:26:00.783

391
00:26:00.785 --> 00:26:04.785

392
00:26:04.788 --> 00:26:08.788

393
00:26:08.790 --> 00:26:12.790

394
00:26:12.793 --> 00:26:16.793

395
00:26:16.795 --> 00:26:20.795

396
00:26:20.797 --> 00:26:24.797

397
00:26:24.800 --> 00:26:28.800

398
00:26:28.802 --> 00:26:32.802

399
00:26:32.804 --> 00:26:36.804

400
00:26:36.807 --> 00:26:40.807

401
00:26:40.808 --> 00:26:44.808

402
00:26:44.815 --> 00:26:48.815

403
00:26:48.816 --> 00:26:52.816

404
00:26:52.819 --> 00:26:56.819

405
00:26:56.821 --> 00:27:00.821

406
00:27:00.826 --> 00:27:04.826

407
00:27:04.829 --> 00:27:08.829

408
00:27:08.830 --> 00:27:12.830

409
00:27:12.834 --> 00:27:16.834

410
00:27:16.836 --> 00:27:20.836

411
00:27:20.838 --> 00:27:24.838

412
00:27:24.839 --> 00:27:28.839

413
00:27:28.841 --> 00:27:32.841

414
00:27:32.843 --> 00:27:36.843

415
00:27:36.844 --> 00:27:40.844

416
00:27:40.847 --> 00:27:44.847

417
00:27:44.849 --> 00:27:48.849

418
00:27:48.851 --> 00:27:52.851

419
00:27:52.853 --> 00:27:56.853

420
00:27:56.855 --> 00:28:00.855

421
00:28:00.856 --> 00:28:04.856

422
00:28:04.858 --> 00:28:08.858

423
00:28:08.863 --> 00:28:12.863

424
00:28:12.865 --> 00:28:16.865

425
00:28:16.867 --> 00:28:20.867

426
00:28:20.869 --> 00:28:24.869

427
00:28:24.871 --> 00:28:28.871

428
00:28:28.873 --> 00:28:32.873

429
00:28:32.875 --> 00:28:36.875

430
00:28:36.878 --> 00:28:40.878

431
00:28:40.881 --> 00:28:44.881

432
00:28:44.882 --> 00:28:48.882

433
00:28:48.883 --> 00:28:52.883

434
00:28:52.886 --> 00:28:56.886

435
00:28:56.888 --> 00:29:00.888

436
00:29:00.890 --> 00:29:04.890

437
00:29:04.892 --> 00:29:08.892

438
00:29:08.894 --> 00:29:12.894

439
00:29:12.895 --> 00:29:16.895

440
00:29:16.897 --> 00:29:20.897

441
00:29:20.899 --> 00:29:24.899

442
00:29:24.902 --> 00:29:28.902

443
00:29:28.903 --> 00:29:32.903

444
00:29:32.905 --> 00:29:36.905

445
00:29:36.907 --> 00:29:40.907

446
00:29:40.909 --> 00:29:44.909

447
00:29:44.911 --> 00:29:48.911

448
00:29:48.914 --> 00:29:52.914

449
00:29:52.916 --> 00:29:56.916

450
00:29:56.918 --> 00:30:00.918

451
00:30:00.919 --> 00:30:04.919

452
00:30:04.922 --> 00:30:08.922

453
00:30:08.923 --> 00:30:12.923

454
00:30:12.926 --> 00:30:16.926

455
00:30:16.928 --> 00:30:20.928

456
00:30:20.930 --> 00:30:24.930

457
00:30:24.932 --> 00:30:28.932

458
00:30:28.934 --> 00:30:32.934

459
00:30:32.939 --> 00:30:36.939

460
00:30:36.940 --> 00:30:40.940
คราวนี้นะคะ ครูมีโจทย์มาให้ แล้วก็มี

461
00:30:40.942 --> 00:30:44.942
คำสั่งมาให้

462
00:30:44.949 --> 00:30:48.949
ทำเหมือนเดิมเลยใช่ไหมคะ แต่ครูมีตัว

463
00:30:48.951 --> 00:30:52.951
เริ่มต้นให้ ครูมีให้อยู่แล้วอยู่ใน Stack

464
00:30:52.952 --> 00:30:56.952
ใช่ไหมคะ อันแรก เราหย่อน

465
00:30:56.958 --> 00:31:00.958
เลข 2 ลงไป อันที่ 2 เขียนของเดิมก่อน

466
00:31:00.960 --> 00:31:04.960
ใช่ไหมคะ แล้วค่อยหย่อนเลข 7 ลงไป

467
00:31:04.961 --> 00:31:08.961
ถัดมาหย่อนเลข 1 Pop

468
00:31:08.963 --> 00:31:12.963
คือ เอาออกนะ คือ เอาออก แล้วบอกครูด้วยว่า

469
00:31:12.965 --> 00:31:16.965
ข้อมูล

470
00:31:16.966 --> 00:31:20.966
ที่เอาออกมา

471
00:31:20.971 --> 00:31:24.971
คืออะไร เสร็จแล้ว

472
00:31:24.972 --> 00:31:28.972
ก็มีคำสั่งตัวสุดท้าย ก็คือ Push ตัวเลข 7 ลงไป

473
00:31:28.973 --> 00:31:32.973

474
00:31:32.974 --> 00:31:36.974
ลองทำดูนะคะ

475
00:31:36.979 --> 00:31:40.979

476
00:31:40.980 --> 00:31:44.980
เพราะฉะนั้น แต่ละข้อ

477
00:31:44.984 --> 00:31:48.984
มันจะต่อเนื่องกันไปนะคะ

478
00:31:48.986 --> 00:31:52.986
ทำตัวแรก ข้อที่ 1 เสร็จ เอาข้อมูลนี่

479
00:31:52.987 --> 00:31:56.987
มาตั้งต้นไว้ก่อนแล้วเราค่อย Push

480
00:31:56.989 --> 00:32:00.989
เลข 7 ลงไป เดี๋ยวเราทำด้วยกัน 1 ข้อนะ

481
00:32:00.991 --> 00:32:04.991
อันนี้คือ Push เลข 2 หย่อนเลข 2

482
00:32:04.992 --> 00:32:08.992
ลงไป

483
00:32:08.994 --> 00:32:12.994

484
00:32:12.996 --> 00:32:16.996
ข้อที่ 2 ครูจะใส่เลข 7 เพราะฉะนั้น ครู

485
00:32:16.997 --> 00:32:20.997
ต้องใส่ข้อมูลเดิมก่อน

486
00:32:20.999 --> 00:32:24.999
และก็หย่อนเลข 7 ลงไป ทำต่อให้ครูหน่อย

487
00:32:25.001 --> 00:32:29.001
อีก 3 อัน

488
00:32:29.001 --> 00:32:33.001

489
00:32:33.002 --> 00:32:37.002

490
00:32:37.004 --> 00:32:41.004

491
00:32:41.005 --> 00:32:45.005

492
00:32:45.011 --> 00:32:49.011

493
00:32:49.013 --> 00:32:53.013

494
00:32:53.015 --> 00:32:57.015

495
00:32:57.017 --> 00:33:01.017

496
00:33:01.019 --> 00:33:05.019

497
00:33:05.020 --> 00:33:09.020

498
00:33:09.022 --> 00:33:13.022

499
00:33:13.026 --> 00:33:17.026

500
00:33:17.028 --> 00:33:21.028

501
00:33:21.030 --> 00:33:25.030

502
00:33:25.032 --> 00:33:29.032

503
00:33:29.034 --> 00:33:33.034

504
00:33:33.037 --> 00:33:37.037

505
00:33:37.039 --> 00:33:41.039

506
00:33:41.041 --> 00:33:45.041

507
00:33:45.043 --> 00:33:49.043

508
00:33:49.045 --> 00:33:53.045

509
00:33:53.046 --> 00:33:57.046

510
00:33:57.049 --> 00:34:01.049

511
00:34:01.051 --> 00:34:05.051

512
00:34:05.054 --> 00:34:09.054

513
00:34:09.061 --> 00:34:13.061

514
00:34:13.064 --> 00:34:17.064

515
00:34:17.065 --> 00:34:21.065

516
00:34:21.068 --> 00:34:25.068

517
00:34:25.070 --> 00:34:29.070

518
00:34:29.073 --> 00:34:33.073

519
00:34:33.075 --> 00:34:37.075

520
00:34:37.077 --> 00:34:41.077

521
00:34:41.079 --> 00:34:45.079

522
00:34:45.081 --> 00:34:49.081

523
00:34:49.083 --> 00:34:53.083

524
00:34:53.085 --> 00:34:57.085

525
00:34:57.087 --> 00:35:01.087

526
00:35:01.089 --> 00:35:05.089

527
00:35:05.091 --> 00:35:09.091

528
00:35:09.093 --> 00:35:13.093

529
00:35:13.096 --> 00:35:17.096

530
00:35:17.098 --> 00:35:21.098

531
00:35:21.100 --> 00:35:25.100

532
00:35:25.102 --> 00:35:29.102

533
00:35:29.103 --> 00:35:33.103

534
00:35:33.105 --> 00:35:37.105

535
00:35:37.107 --> 00:35:41.107

536
00:35:41.109 --> 00:35:45.109

537
00:35:45.111 --> 00:35:49.111

538
00:35:49.112 --> 00:35:53.112

539
00:35:53.114 --> 00:35:57.114

540
00:35:57.116 --> 00:36:01.116

541
00:36:01.117 --> 00:36:05.117

542
00:36:05.119 --> 00:36:09.119

543
00:36:09.122 --> 00:36:13.122

544
00:36:13.124 --> 00:36:17.124

545
00:36:17.126 --> 00:36:21.126

546
00:36:21.128 --> 00:36:25.128

547
00:36:25.130 --> 00:36:29.130

548
00:36:29.134 --> 00:36:33.134

549
00:36:33.137 --> 00:36:37.137

550
00:36:37.140 --> 00:36:41.140

551
00:36:41.142 --> 00:36:45.142

552
00:36:45.144 --> 00:36:49.144

553
00:36:49.146 --> 00:36:53.146

554
00:36:53.148 --> 00:36:57.148

555
00:36:57.150 --> 00:37:01.150

556
00:37:01.152 --> 00:37:05.152

557
00:37:05.154 --> 00:37:09.154

558
00:37:09.157 --> 00:37:13.157

559
00:37:13.159 --> 00:37:17.159

560
00:37:17.161 --> 00:37:21.161

561
00:37:21.163 --> 00:37:25.163

562
00:37:25.165 --> 00:37:29.165

563
00:37:29.167 --> 00:37:33.167

564
00:37:33.171 --> 00:37:37.171

565
00:37:37.176 --> 00:37:41.176

566
00:37:41.180 --> 00:37:45.180

567
00:37:45.182 --> 00:37:49.182

568
00:37:49.184 --> 00:37:53.184

569
00:37:53.187 --> 00:37:57.187

570
00:37:57.189 --> 00:38:01.189

571
00:38:01.191 --> 00:38:05.191

572
00:38:05.193 --> 00:38:09.193

573
00:38:09.195 --> 00:38:13.195

574
00:38:13.198 --> 00:38:17.198

575
00:38:17.200 --> 00:38:21.200

576
00:38:21.201 --> 00:38:25.201

577
00:38:25.203 --> 00:38:29.203

578
00:38:29.204 --> 00:38:33.204

579
00:38:33.206 --> 00:38:37.206

580
00:38:37.208 --> 00:38:41.208

581
00:38:41.209 --> 00:38:45.209

582
00:38:45.210 --> 00:38:49.210

583
00:38:49.212 --> 00:38:53.212

584
00:38:53.214 --> 00:38:57.214

585
00:38:57.216 --> 00:39:01.216

586
00:39:01.218 --> 00:39:05.218

587
00:39:05.221 --> 00:39:09.221

588
00:39:09.222 --> 00:39:13.222

589
00:39:13.225 --> 00:39:17.225

590
00:39:17.226 --> 00:39:21.226

591
00:39:21.227 --> 00:39:25.227

592
00:39:25.229 --> 00:39:29.229

593
00:39:29.231 --> 00:39:33.231

594
00:39:33.233 --> 00:39:37.233

595
00:39:37.238 --> 00:39:41.238

596
00:39:41.240 --> 00:39:45.240

597
00:39:45.242 --> 00:39:49.242

598
00:39:49.244 --> 00:39:53.244

599
00:39:53.247 --> 00:39:57.247

600
00:39:57.250 --> 00:40:01.250

601
00:40:01.253 --> 00:40:05.253

602
00:40:05.255 --> 00:40:09.255

603
00:40:09.257 --> 00:40:13.257

604
00:40:13.259 --> 00:40:17.259

605
00:40:17.261 --> 00:40:21.261

606
00:40:21.264 --> 00:40:25.264

607
00:40:25.267 --> 00:40:29.267

608
00:40:29.269 --> 00:40:33.269

609
00:40:33.273 --> 00:40:37.273
ทีนี้เดี๋ยวเรามาดู

610
00:40:37.277 --> 00:40:41.277

611
00:40:41.278 --> 00:40:45.278

612
00:40:45.279 --> 00:40:49.279
ข้อ 3 นะคะ ครูสั่ง Push 1 ก็คือใส่เลข 1 ลง

613
00:40:49.280 --> 00:40:53.280
ใน Stack เดิม

614
00:40:53.283 --> 00:40:57.283
เอาของเดิมยกมาก่อนนะ อย่าเพิ่งใส่นะ ของเดิม

615
00:40:57.284 --> 00:41:01.284
มี 3 ค่านะ เขียนก่อนนะคะ

616
00:41:01.285 --> 00:41:05.285
เขียนค่าเดิมก่อน ใส่ค่าเดิมมาก่อน

617
00:41:05.287 --> 00:41:09.287
นะคะ เสร็จแล้วครูสั่ง Push 1

618
00:41:09.288 --> 00:41:13.288
1 จะอยู่ด้านบนเลข 7

619
00:41:13.290 --> 00:41:17.290
ใช่ไหมคะ

620
00:41:17.291 --> 00:41:21.291
จากนั้นครูสั่ง Pop Pop คือ เอาออก

621
00:41:21.298 --> 00:41:25.298
บนสุดคืออะไร คือ 1 เพราะฉะนั้น

622
00:41:25.301 --> 00:41:29.301
เอาอะไรออก เอา 1 ออก เพราะฉะนั้น ที่เหลือ

623
00:41:29.302 --> 00:41:33.302
็ก็คือ 5, 2, 7 ใช่ไหมคะ 1

624
00:41:33.304 --> 00:41:37.304
จะถูกเอาออกมาใช่ไหม เพราะฉะนั้น ข้อมูล

625
00:41:37.305 --> 00:41:41.305
ที่นำออกจาก Stack ก็คือ 1

626
00:41:41.306 --> 00:41:45.306
นะคะ

627
00:41:45.311 --> 00:41:49.311
ครูสั่ง Push อีกครั้งหนึ่งทำอย่างไร

628
00:41:49.312 --> 00:41:53.312
ก็เอาของเดิมที่มีอยู่ใน Stack เขียนก่อน

629
00:41:53.314 --> 00:41:57.314
เพราะฉะนั้น กรณีที่ Push ข้อม

630
00:41:57.315 --> 00:42:01.315
ลงไปใน Stack ยกของเดิมมาก่อน

631
00:42:01.316 --> 00:42:05.316
เสร็จแล้ว

632
00:42:05.317 --> 00:42:09.317
ใส่ตัวเลขที่ครูสั่งลงไป ก็คือ 7 7

633
00:42:09.319 --> 00:42:13.319
ก็จะอยู่ด้านบนนะคะ อันนี้คือ

634
00:42:13.321 --> 00:42:17.321
Stack ที่ได้หลังจากที่เราใช้

635
00:42:17.322 --> 00:42:21.322
คำสั่งทั้งหมด 5 คำสั่ง

636
00:42:21.324 --> 00:42:25.324

637
00:42:25.325 --> 00:42:29.325
โอเค

638
00:42:29.327 --> 00:42:33.327

639
00:42:33.329 --> 00:42:37.329
ถัดมาครูเปลี่ยนนะ จากแนวตั้ง

640
00:42:37.330 --> 00:42:41.330
เป็นแนวนอนนะคะ ถ้าครูลองเปลี่ยน Stack เป็นแนวนอน

641
00:42:41.332 --> 00:42:45.332
บ้าง

642
00:42:45.333 --> 00:42:49.333

643
00:42:49.334 --> 00:42:53.334

644
00:42:53.335 --> 00:42:57.335

645
00:42:57.337 --> 00:43:01.337

646
00:43:01.342 --> 00:43:05.342

647
00:43:05.345 --> 00:43:09.345

648
00:43:09.351 --> 00:43:13.351

649
00:43:13.353 --> 00:43:17.353

650
00:43:17.355 --> 00:43:21.355
คราวนี้ครูลองเปลี่ยน Stack เป็นอีกรูปแบบหนึ่ง

651
00:43:21.359 --> 00:43:25.359
เป็นแนวนอนบ้างนะคะ

652
00:43:25.360 --> 00:43:29.360
และครูมีตัวเลข

653
00:43:29.361 --> 00:43:33.361
ที่อยู่ใน Stack ไว้ให้ คือ 3

654
00:43:33.364 --> 00:43:37.364
แล้วก็ 1 ถูกไหม ตัวแรกจะอยู่ซ้ายสุดถูกไหมคะ

655
00:43:37.365 --> 00:43:41.365
ถัดมาก็จะเป็นตัวที่ 2

656
00:43:41.367 --> 00:43:45.367
แล้วครูใช้คำสั่ง Push 5 ข้อที่ 2

657
00:43:45.373 --> 00:43:49.373
ครู Push 6 เสร็จแล้ว

658
00:43:49.375 --> 00:43:53.375
ครู Pop นะคะ ลองทำสิ

659
00:43:53.377 --> 00:43:57.377

660
00:43:57.378 --> 00:44:01.378

661
00:44:01.382 --> 00:44:05.382

662
00:44:05.387 --> 00:44:09.387

663
00:44:09.389 --> 00:44:13.389

664
00:44:13.391 --> 00:44:17.391

665
00:44:17.393 --> 00:44:21.393

666
00:44:21.394 --> 00:44:25.394

667
00:44:25.396 --> 00:44:29.396

668
00:44:29.399 --> 00:44:33.399

669
00:44:33.401 --> 00:44:37.401

670
00:44:37.403 --> 00:44:41.403

671
00:44:41.404 --> 00:44:45.404

672
00:44:45.406 --> 00:44:49.406

673
00:44:49.408 --> 00:44:53.408

674
00:44:53.410 --> 00:44:57.410

675
00:44:57.412 --> 00:45:01.412

676
00:45:01.414 --> 00:45:05.414

677
00:45:05.416 --> 00:45:09.416

678
00:45:09.418 --> 00:45:13.418

679
00:45:13.420 --> 00:45:17.420

680
00:45:17.422 --> 00:45:21.422

681
00:45:21.424 --> 00:45:25.424

682
00:45:25.426 --> 00:45:29.426

683
00:45:29.429 --> 00:45:33.429

684
00:45:33.431 --> 00:45:37.431

685
00:45:37.433 --> 00:45:41.433

686
00:45:41.435 --> 00:45:45.435

687
00:45:45.437 --> 00:45:49.437

688
00:45:49.439 --> 00:45:53.439

689
00:45:53.443 --> 00:45:57.443

690
00:45:57.445 --> 00:46:01.445

691
00:46:01.448 --> 00:46:05.448

692
00:46:05.450 --> 00:46:09.450

693
00:46:09.452 --> 00:46:13.452

694
00:46:13.454 --> 00:46:17.454

695
00:46:17.457 --> 00:46:21.457

696
00:46:21.459 --> 00:46:25.459

697
00:46:25.461 --> 00:46:29.461

698
00:46:29.463 --> 00:46:33.463

699
00:46:33.466 --> 00:46:37.466

700
00:46:37.468 --> 00:46:41.468

701
00:46:41.470 --> 00:46:45.470

702
00:46:45.472 --> 00:46:49.472

703
00:46:49.474 --> 00:46:53.474

704
00:46:53.476 --> 00:46:57.476

705
00:46:57.478 --> 00:47:01.478

706
00:47:01.482 --> 00:47:05.482

707
00:47:05.484 --> 00:47:09.484

708
00:47:09.486 --> 00:47:13.486

709
00:47:13.488 --> 00:47:17.488

710
00:47:17.490 --> 00:47:21.490

711
00:47:21.491 --> 00:47:25.491

712
00:47:25.493 --> 00:47:29.493

713
00:47:29.495 --> 00:47:33.495

714
00:47:33.498 --> 00:47:37.498

715
00:47:37.502 --> 00:47:41.502

716
00:47:41.503 --> 00:47:45.503

717
00:47:45.505 --> 00:47:49.505

718
00:47:49.508 --> 00:47:53.508

719
00:47:53.510 --> 00:47:57.510

720
00:47:57.511 --> 00:48:01.511

721
00:48:01.513 --> 00:48:05.513

722
00:48:05.517 --> 00:48:09.517

723
00:48:09.519 --> 00:48:13.519

724
00:48:13.522 --> 00:48:17.522

725
00:48:17.524 --> 00:48:21.524

726
00:48:21.526 --> 00:48:25.526

727
00:48:25.528 --> 00:48:29.528

728
00:48:29.529 --> 00:48:33.529

729
00:48:33.531 --> 00:48:37.531

730
00:48:37.534 --> 00:48:41.534

731
00:48:41.538 --> 00:48:45.538

732
00:48:45.540 --> 00:48:49.540

733
00:48:49.542 --> 00:48:53.542

734
00:48:53.544 --> 00:48:57.544

735
00:48:57.546 --> 00:49:01.546

736
00:49:01.548 --> 00:49:05.548

737
00:49:05.550 --> 00:49:09.550

738
00:49:09.552 --> 00:49:13.552

739
00:49:13.554 --> 00:49:17.554

740
00:49:17.556 --> 00:49:21.556

741
00:49:21.558 --> 00:49:25.558

742
00:49:25.560 --> 00:49:29.560

743
00:49:29.563 --> 00:49:33.563

744
00:49:33.565 --> 00:49:37.565

745
00:49:37.567 --> 00:49:41.567

746
00:49:41.569 --> 00:49:45.569

747
00:49:45.572 --> 00:49:49.572

748
00:49:49.577 --> 00:49:53.577

749
00:49:53.579 --> 00:49:57.579
คราวนี้นะคะ

750
00:49:57.584 --> 00:50:01.584
มาดูเฉลยด้วยกัน

751
00:50:01.586 --> 00:50:05.586
ครูสั่ง Push 5 แสดงว่า

752
00:50:05.590 --> 00:50:09.590
ครูกำลังจะใส่ข้อมูลลงใน Stack

753
00:50:09.591 --> 00:50:13.591
ครูก็เอาเลข 5 มาหย่อนลงเลยนะ

754
00:50:13.592 --> 00:50:17.592
เอาเลข 5 มาหย่อนเลยนะคะ

755
00:50:17.594 --> 00:50:21.594
ถัดมาครูใช้คำสั่ง Push

756
00:50:21.596 --> 00:50:25.596
ครูใช้คำสั่ง Push ทำอย่างไร เอา

757
00:50:25.600 --> 00:50:29.600
ของเดิมยกลงมาก่อน ยกของเดิม

758
00:50:29.602 --> 00:50:33.602
มาใส่ก่อนนะคะ ก็จะมี 3,

759
00:50:33.603 --> 00:50:37.603
1 แล้วก็ 5

760
00:50:37.610 --> 00:50:41.610
จากนั้น เรา Push ค่าใหม่ ใส่ค่าใหม่

761
00:50:41.616 --> 00:50:45.616
ลงไป ก็คือ 6

762
00:50:45.618 --> 00:50:49.618
โอเคนะ ใส่ค่า 6 ก็คือค่าใหม่ลงไปใน Stack

763
00:50:49.619 --> 00:50:53.619
เสร็จแล้วครูใช้คำสั่ง Pop

764
00:50:53.620 --> 00:50:57.620
ก็คือเอาออก ก็คือเอาตัวล่าสุด

765
00:50:57.622 --> 00:51:01.622
ที่อยู่ด้านขวา เอาออก

766
00:51:01.623 --> 00:51:05.623
เพราะฉะนั้น ค่าที่ถูกเอาออก ก็คือเลข 6

767
00:51:05.624 --> 00:51:09.624
เห็นไหมคะ เอาเลข 6 ออกมา

768
00:51:09.626 --> 00:51:13.626
แล้วเราก็ยกตัวที่เหลือ

769
00:51:13.633 --> 00:51:17.633
ลงมาใส่ ก็จะเหลือเป็น

770
00:51:17.641 --> 00:51:21.641
3, 1 แล้วก็ 5 นะคะ

771
00:51:21.647 --> 00:51:25.647

772
00:51:25.648 --> 00:51:29.648

773
00:51:29.649 --> 00:51:33.649

774
00:51:33.651 --> 00:51:37.651

775
00:51:37.652 --> 00:51:41.652

776
00:51:41.653 --> 00:51:45.653

777
00:51:45.656 --> 00:51:49.656

778
00:51:49.658 --> 00:51:53.658

779
00:51:53.660 --> 00:51:57.660

780
00:51:57.662 --> 00:52:01.662

781
00:52:01.664 --> 00:52:05.664

782
00:52:05.666 --> 00:52:09.666

783
00:52:09.669 --> 00:52:13.669

784
00:52:13.671 --> 00:52:17.671

785
00:52:17.673 --> 00:52:21.673

786
00:52:21.676 --> 00:52:25.676

787
00:52:25.683 --> 00:52:29.683

788
00:52:29.685 --> 00:52:33.685

789
00:52:33.687 --> 00:52:37.687
คราวนี้นะคะ มาดูต่อ

790
00:52:37.688 --> 00:52:41.688
กระดาษที่ครูแจกเอาวางไว้ก่อนนะคะ อย่าเพิ่งใช้ เรายังไม่ใช้ตอนนี้

791
00:52:41.689 --> 00:52:45.689

792
00:52:45.689 --> 00:52:49.689

793
00:52:49.690 --> 00:52:53.690
เราใช้ Stack ทำอะไร เมื่อกี้

794
00:52:53.695 --> 00:52:57.695
เราพูดถึง Stack ไปแล้วนะ เข้าก่อนออกทีหลัง

795
00:52:57.696 --> 00:53:01.696
นะคะ ข้อมูลไหนเข้าก่อน

796
00:53:01.698 --> 00:53:05.698
จะถูกเอาออกทีหลัง

797
00:53:05.699 --> 00:53:09.699
แล้วเราใช้ Stack ทำอะไรบ้าง

798
00:53:09.699 --> 00:53:13.699
เราใช้ Stack มาทำอะไรบ้าง

799
00:53:13.700 --> 00:53:17.700
ทุกคนบวกเลขเป็นใช่ไหม ทุกคนบวกลบคูณหาร

800
00:53:17.701 --> 00:53:21.701
สมการทางคณิตศาสตร์ได้ Stack

801
00:53:21.703 --> 00:53:25.703
จะถูกเอามาใช้ในการ

802
00:53:25.704 --> 00:53:29.704
หาผลลัพธ์ของสมการคณิตศาสตร์

803
00:53:29.706 --> 00:53:33.706
บวกเลข บวกลบเลขนะคะ

804
00:53:33.707 --> 00:53:37.707
คราวนี้ ก่อนที่จะไปดูรูปแบบของการ

805
00:53:37.709 --> 00:53:41.709
ใช้ Stack แล้ว Stack มันเกี่ย

806
00:53:41.711 --> 00:53:45.711
กับการบวก ลบ คูณ หาร นะคะ เรามาดูรูปแบบก่อนว่า

807
00:53:45.713 --> 00:53:49.713
เราใช้ Stack เพื่อเป็นนิพนธ์

808
00:53:49.714 --> 00:53:53.714
ก็คือลักษณะของสมการ

809
00:53:53.720 --> 00:53:57.720
มีอยู่ 3 รูปแบบ รูปแบบแรกก็คื

810
00:53:57.721 --> 00:54:01.721
ก็คือ

811
00:54:01.723 --> 00:54:05.723
บวก ลบ คูณ หาร จะอยู่ระหว่างตัวเลข

812
00:54:05.727 --> 00:54:09.727
นะคะ อันนี้คือ Infix นิพจน์ตัวที่ 2

813
00:54:09.728 --> 00:54:13.728
ก็คือ Prefix

814
00:54:13.729 --> 00:54:17.729
เครื่องหมาย บวก ลบ คูณ หาร จะอยู่ด้านหน้า

815
00:54:17.730 --> 00:54:21.730
และตัวสุดท้ายคือ

816
00:54:21.732 --> 00:54:25.732
Postfix เครื่องหมายจะไปอยู่ด้านหลังของตัวเลข

817
00:54:25.733 --> 00:54:29.733
AC อันนนี้คือตัวเลขนะคะ

818
00:54:29.735 --> 00:54:33.735
เราจะแทนด้วยตัวเลขใด ๆ

819
00:54:33.736 --> 00:54:37.736
คราวนี้ดูนะคะ ในการคำนวณ

820
00:54:37.742 --> 00:54:41.742
ทางคณิตศาสตร์นะ

821
00:54:41.744 --> 00:54:45.744
เวลาเราเจอนะคะ การบวก ลบ

822
00:54:45.745 --> 00:54:49.745
ที่มันมีมากกว่า 2 ตัวเลข

823
00:54:49.746 --> 00:54:53.746
เช่นแบบนี้

824
00:54:53.748 --> 00:54:57.748
5 + 2 x 2 มันมีตัวเลขมากกว่า 2 ตัว

825
00:54:57.749 --> 00:55:01.749
นะคะ แล้วเรา

826
00:55:01.751 --> 00:55:05.751
จะบวกลบเลขอย่างไร

827
00:55:05.752 --> 00:55:09.752
เรามีลำดับความสัมพันธ์ของ

828
00:55:09.754 --> 00:55:13.754
เครื่องหมาย เจอวงเล็บ

829
00:55:13.757 --> 00:55:17.757
ก่อนทำในวงเล็บ

830
00:55:17.758 --> 00:55:21.758
ใช่ไหมคะ เราเจอในวงเล็บ เรา

831
00:55:21.760 --> 00:55:25.760
บวกลบเลขนี่ในวงเล็บก่อน

832
00:55:25.761 --> 00:55:29.761
จากนั้น ลำดับความสำคัญตัวที่ 2 ที่ต้อง

833
00:55:29.762 --> 00:55:33.762
ทำก่อนก็คือ เครื่องหมาย

834
00:55:33.765 --> 00:55:37.765
ยกกำลัง เช่น 2 ยกกำลัง 2 ถูกไหมคะ

835
00:55:37.766 --> 00:55:41.766
3 ยกกำลัง 2 อย่างนี้เป็นต้น

836
00:55:41.767 --> 00:55:45.767
เจอเลขยกกำลังเสร็จแล้ว

837
00:55:45.768 --> 00:55:49.768
เราจะคำนวณเครื่องหมายไหนต่อไป ก็ค

838
00:55:49.769 --> 00:55:53.769
กับหาร คูณกับหารมีลำดับความสำคัญ

839
00:55:53.770 --> 00:55:57.770
เท่ากันนะคะ มีลำดับความสำคัญ

840
00:55:57.771 --> 00:56:01.771
เท่ากัน ตามด้วยบวกกับลบ

841
00:56:01.772 --> 00:56:05.772
บวกกับลบก็มีความสำคัญ

842
00:56:05.774 --> 00:56:09.774
เท่ากัน แต่จะทำ

843
00:56:09.775 --> 00:56:13.775
หลังการทำเครื่องหมายคูณกับหาร

844
00:56:13.775 --> 00:56:17.775

845
00:56:17.780 --> 00:56:21.780
คราวนี้มาดูโจทย์ครู 2 ตัวนี้

846
00:56:21.783 --> 00:56:25.783
เป็นตัวเลขตัวเดียวกันเลย 5 + 2

847
00:56:25.786 --> 00:56:29.786
x 2 ตัวแรก

848
00:56:29.788 --> 00:56:33.788
ครูมีวงเล็บเปิดกับวงเล็บปิด โจทย์ตัวที่ 2 ไม่มี

849
00:56:33.792 --> 00:56:37.792
วงเล็บนะคะ ครูไม่มีวงเล็บนะ

850
00:56:37.797 --> 00:56:41.797
คราวนี้มาดูข้อแรกก่อน

851
00:56:41.798 --> 00:56:45.798
อย่างที่บอกว่าถ้าเจอวงเล็บ

852
00:56:45.799 --> 00:56:49.799
วงเล็บเปิด วงเล็บปิด ทำ

853
00:56:49.801 --> 00:56:53.801
ข้างในวงเล็บก่อน

854
00:56:53.802 --> 00:56:57.802
เพราะฉะนั้น เราเอาอะไรบวกกันก่อน 5 + 2

855
00:56:57.804 --> 00:57:01.804
เป็นเท่าไรคะ เป็น 7

856
00:57:01.805 --> 00:57:05.805
7 แล้วคูณด้วย 2 เท่ากับเท่าไหร่

857
00:57:05.806 --> 00:57:09.806
เท่ากับเท่าไหร่คะ

858
00:57:09.808 --> 00:57:13.808
เท่ากับ 14

859
00:57:13.809 --> 00:57:17.809

860
00:57:17.810 --> 00:57:21.810
ตัวเลขเท่ากับ 14 ตัวแรกนะคะ เท่ากับ 14

861
00:57:21.812 --> 00:57:25.812
แล้วมาดูข้อ 2 ครูตัด

862
00:57:25.813 --> 00:57:29.813
วงเล็บทิ้งไป 5 + 2 x 2

863
00:57:29.814 --> 00:57:33.814
เราทำตรงไหนก่อน

864
00:57:33.821 --> 00:57:37.821
ย้อนกลับขึ้นมาดูข้างบน ระหว่างบวกกับคูณ

865
00:57:37.822 --> 00:57:41.822
อะไรสำคัญมากกว่ากัน

866
00:57:41.823 --> 00:57:45.823
อะไรมีความสำคัญมากกว่ากันคะ

867
00:57:45.825 --> 00:57:49.825
บวกกับคูณ

868
00:57:49.827 --> 00:57:53.827

869
00:57:53.831 --> 00:57:57.831
ข้างบนเห็นไหมคะว่า 1 นี่

870
00:57:57.838 --> 00:58:01.838
มีความสำคัญมากสุดนะ 2. ความสำคัญรองลงมา

871
00:58:01.840 --> 00:58:05.840
ตัวนี้ เบอร์ 3 ความสำคัญ

872
00:58:05.843 --> 00:58:09.843
รองลงมา เบอร์ 4 ความสำคั

873
00:58:09.844 --> 00:58:13.844
เพราะฉะนั้น คูณกับบวก

874
00:58:13.848 --> 00:58:17.848
อะไรมีความสำคัญมากกว่ากัน

875
00:58:17.849 --> 00:58:21.849
คูณใช่ไหมคะ อันนี้คือมากสุด

876
00:58:21.852 --> 00:58:25.852
มากสุด

877
00:58:25.854 --> 00:58:29.854
เพราะฉะนั้น เรา

878
00:58:29.856 --> 00:58:33.856
ทำอะไรก่อน 5+2 หรือเอา 2

879
00:58:33.857 --> 00:58:37.857
หรือเอา 2 x 2 2 x 2

880
00:58:37.859 --> 00:58:41.859
เป็น 4 4 + 5

881
00:58:41.860 --> 00:58:45.860
5 เป็นเท่าไหร่คะ

882
00:58:45.861 --> 00:58:49.861
เป็น 9

883
00:58:49.862 --> 00:58:53.862
โอเค

884
00:58:53.863 --> 00:58:57.863
ถ้าครูเขียนใหม่

885
00:58:57.865 --> 00:59:01.865

886
00:59:01.866 --> 00:59:05.866

887
00:59:05.867 --> 00:59:09.867
เลข 2 หรือ เดี๋ยวนะ

888
00:59:09.869 --> 00:59:13.869

889
00:59:13.870 --> 00:59:17.870

890
00:59:17.871 --> 00:59:21.871

891
00:59:21.873 --> 00:59:25.873

892
00:59:25.875 --> 00:59:29.875
โจทย์ข้อนี้

893
00:59:29.877 --> 00:59:33.877
5 คูณ 2

894
00:59:33.879 --> 00:59:37.879
เท่ากับ 12 คนอื่น

895
00:59:37.880 --> 00:59:41.880
ได้ไหมคะ เห็นไหม ตัวเลขเดียวกันเลย

896
00:59:41.881 --> 00:59:45.881
สลับแล้วก็คเครื่องหมายมีเหมือนกันเล

897
00:59:45.883 --> 00:59:49.883
แค่สลับตำแหน่งค่าก็เปลี่ยนแล้ว

898
00:59:49.884 --> 00:59:53.884
ทันไหมคะ คูณกับบวกแสดงว่า

899
00:59:53.885 --> 00:59:57.885
ทำคูณก่อน 5 คูณ 2 เป็

900
00:59:57.886 --> 01:00:01.886
เป็น 10 10 + 2 เป็น 12

901
01:00:01.888 --> 01:00:05.888

902
01:00:05.889 --> 01:00:09.889
โอเค

903
01:00:09.890 --> 01:00:13.890
เอาตัวนี้บวกกันก่อน... คูณกันก่อนนะคะ

904
01:00:13.892 --> 01:00:17.892
5 x 2 เป็น 10 แล้ว 10 ค่อยมาบวกกับ

905
01:00:17.893 --> 01:00:21.893
2 โอเค

906
01:00:21.894 --> 01:00:25.894
จะเห็นว่า

907
01:00:25.895 --> 01:00:29.895
อันนี้คือเราคิดใช่ไหม

908
01:00:29.897 --> 01:00:33.897
แล้วเราจะสั่งให้คอมพิวเตอณ์เข้สา

909
01:00:33.900 --> 01:00:37.900
เข้าใจแบบที่เราคิดเมื่อกี้ได้อย่างไร

910
01:00:37.902 --> 01:00:41.902
รู้ว่าถ้าเจอคูณนี่ต้องทำคูณก่อนเลย

911
01:00:41.904 --> 01:00:45.904
เจอวงเล็บเปิด ต้องทำวงเล็บเปิด

912
01:00:45.906 --> 01:00:49.906
ตอนนี้เราจะสั่งให้คอมพิวเตอร์นี่สามารถคำนวณ

913
01:00:49.909 --> 01:00:53.909
ให้ได้แบบที่เราคำนวณเมื่อกี้

914
01:00:53.910 --> 01:00:57.910
เราใช้

915
01:00:57.911 --> 01:01:01.911
Stack เข้ามาช่วยในการคำนวณนะคะ

916
01:01:01.912 --> 01:01:05.912
เราใช้ Stack เข้ามาในการคำนวณ

917
01:01:05.913 --> 01:01:09.913
วิธีการทำแบบไหน

918
01:01:09.914 --> 01:01:13.914
มาดูวิธีการนะคะ เรามีตัวเลขอยู่ชุดหนึ่ง

919
01:01:13.915 --> 01:01:17.915
เราต้องการหาค่าออกมา เช่น

920
01:01:17.916 --> 01:01:21.916
ครูมีตัวเลขชุดนี้ล่ะ

921
01:01:21.918 --> 01:01:25.918
ครูสั่งให้คอมพิวเตอร์คำนวณ จะต้องได้ผลลัพธ์ 9

922
01:01:25.919 --> 01:01:29.919
คอมพิวเตอร์จะคิดแบบไหนนะคะ

923
01:01:29.920 --> 01:01:33.920
1 เราต้องสร้างตารางแบบนี้ก่อน

924
01:01:33.921 --> 01:01:37.921
มี 3 ช่อง ช่องแรก คือ ใส่ Input

925
01:01:37.922 --> 01:01:41.922
ก็คือข้อมูลนำเข้า Stack

926
01:01:41.923 --> 01:01:45.923
แล้วก็ผลลัพธ์นะคะ

927
01:01:45.925 --> 01:01:49.925
เรามีวิธีการทำนี่ 2 ช่วงด้วยกัน ช่วงที่ 1

928
01:01:49.926 --> 01:01:53.926
ต้องแปลงนิพจน์

929
01:01:53.928 --> 01:01:57.928
แบบ Postfix เ

930
01:01:57.929 --> 01:02:01.929
ไปไว้ข้างหลังให้หมดก่อน เอาเครื่องหมาย

931
01:02:01.931 --> 01:02:05.931
ไปไว้ข้างหลังให้หมดก่อนนะคะ แล้วค่อยคำนวณออกมาเป็น

932
01:02:05.932 --> 01:02:09.932
ตัวเลข ผลลัพธ์

933
01:02:09.933 --> 01:02:13.933
เรามี 3 ช่องนะ ทุกคนต้องตีตาราง 3 ช่อง

934
01:02:13.934 --> 01:02:17.934
อันแรกเขียนว่า Input Stack แล้วก็ O

935
01:02:17.935 --> 01:02:21.935
นะคะ ถัดมา

936
01:02:21.943 --> 01:02:25.943
ขั้นตอนวิธีการแปลง

937
01:02:25.944 --> 01:02:29.944
จาก Infix ให้เป็น Po

938
01:02:29.945 --> 01:02:33.945
ทุกคนมีชีตที่ครูให้ แบบนี้เลย

939
01:02:33.958 --> 01:02:37.958
ก็คือสิ่งที่อยู่บนสไลด์นะคะ ครูพรินต์ออกมาให้

940
01:02:37.959 --> 01:02:41.959
เรามีอยู่ทั้งหมด 7 ขั้นตอนด้ว

941
01:02:41.960 --> 01:02:45.960
ทั้งหมด 7 ขั้นตอนด้วยกัน

942
01:02:45.961 --> 01:02:49.961
มีทั้งหมด 7 ขั้นตอนด้วยกัน ครูให้เวลา

943
01:02:49.962 --> 01:02:53.962
2 นาที อ่าน 7 ขั้นตอนน

944
01:02:53.964 --> 01:02:57.964
นี้ในกระดาษของตัวเองสิคะ

945
01:02:57.967 --> 01:03:01.967
ให้อ่านในกระดาษนะ หรือจะอ่านจากหน้าจอก็ได้

946
01:03:01.969 --> 01:03:05.969
ให้เวลา 2 นาทีอยากให้อ่านก่อน

947
01:03:05.970 --> 01:03:09.970

948
01:03:09.971 --> 01:03:13.971

949
01:03:13.974 --> 01:03:17.974

950
01:03:17.979 --> 01:03:21.979

951
01:03:21.981 --> 01:03:25.981

952
01:03:25.983 --> 01:03:29.983

953
01:03:29.985 --> 01:03:33.985

954
01:03:33.987 --> 01:03:37.987

955
01:03:37.992 --> 01:03:41.992

956
01:03:41.994 --> 01:03:45.994

957
01:03:45.996 --> 01:03:49.996

958
01:03:49.998 --> 01:03:53.998

959
01:03:54.000 --> 01:03:58.000

960
01:03:58.004 --> 01:04:02.004

961
01:04:02.007 --> 01:04:06.007

962
01:04:06.009 --> 01:04:10.009

963
01:04:10.011 --> 01:04:14.011

964
01:04:14.013 --> 01:04:18.013

965
01:04:18.014 --> 01:04:22.014

966
01:04:22.017 --> 01:04:26.017

967
01:04:26.021 --> 01:04:30.021

968
01:04:30.023 --> 01:04:34.023

969
01:04:34.028 --> 01:04:38.028

970
01:04:38.032 --> 01:04:42.032

971
01:04:42.036 --> 01:04:46.036

972
01:04:46.038 --> 01:04:50.038

973
01:04:50.043 --> 01:04:54.043

974
01:04:54.046 --> 01:04:58.046

975
01:04:58.048 --> 01:05:02.048
คราวนี้เดี๋ยวมาดูพร้อมกัน

976
01:05:02.051 --> 01:05:06.051
เรามีอยู่ทั้งหมด 7 ขั้นตอนนะคะ เดี๋ยวเราจะ

977
01:05:06.052 --> 01:05:10.052
ลองฝึกนะ แล้วก็เทียบ

978
01:05:10.053 --> 01:05:14.053
ไปทีละขั้น

979
01:05:14.054 --> 01:05:18.054
ขั้นที่ 1 นะคะ กำหนดให้ Stack ว่าง

980
01:05:18.054 --> 01:05:22.054
ก็คือวาดตาราง 3 ช่องนี้

981
01:05:22.056 --> 01:05:26.056
อันดับแรก สร้าง Stack ว่าง ก็คือวาด

982
01:05:26.058 --> 01:05:30.058
3 ช่องนะคะ กี่แถวยังไม่รู้นะ

983
01:05:30.060 --> 01:05:34.060
แต่มีอยู่ 3 คอลัมน์

984
01:05:34.061 --> 01:05:38.061

985
01:05:38.062 --> 01:05:42.062
อันดับที่ 2

986
01:05:42.064 --> 01:05:46.064
อ่านข้อมูลจากซ้ายไปขวา ก็คือ

987
01:05:46.065 --> 01:05:50.065
อ่านข้อมูลทีละตัวใช่ไหมคะ เลข 5

988
01:05:50.068 --> 01:05:54.068
เครื่องหมายบวก เลข เครื่องหมายคูณ แล้วก็เลข 2

989
01:05:54.070 --> 01:05:58.070
อันนี้คืออ่านจากซ้ายไปขวา

990
01:05:58.077 --> 01:06:02.077
ทีละตัวนะคะ แล้วก็อ่านเข้ามาทีละตัว

991
01:06:02.078 --> 01:06:06.078
สมมติครูใช้ตัวเลขนะคะ

992
01:06:06.079 --> 01:06:10.079
ตัวเลขนะคะ เช่น

993
01:06:10.080 --> 01:06:14.080

994
01:06:14.082 --> 01:06:18.082
อ่านข้อมูลจากซ้ายไปขวา ตัวแรก ก็คือ

995
01:06:18.087 --> 01:06:22.087
5 ใช่ไหม อ่านจากซ้าย ซ้ายก็คือตัวแรก

996
01:06:22.088 --> 01:06:26.088
นะคะ ก็คือเลข 5 ถัดมา

997
01:06:26.090 --> 01:06:30.090
ถัดมาขั้นถัดมาเป็นขั้นที่ 3

998
01:06:30.091 --> 01:06:34.091
ถ้าข้อมูลที่อ่านเข้ามา

999
01:06:34.092 --> 01:06:38.092
เป็นตัวเลข เช่น

1000
01:06:38.093 --> 01:06:42.093
เลข 5 ใช่ไหม ข้อมูลที่เราอ่านเข้ามา

1001
01:06:42.096 --> 01:06:46.096
ทันเป็นตัวเลขใช่ไหม ใช่ เอามัน

1002
01:06:46.097 --> 01:06:50.097
ไปไว้ที่ไหน เอามันไปไว้ที่ช่องผลลัพธ์ ก็คือ

1003
01:06:50.098 --> 01:06:54.098
ช่องสุดท้าย

1004
01:06:54.100 --> 01:06:58.100
ก็คือช่องนี้ใช่ไหมคะ ช่อง Output

1005
01:06:58.101 --> 01:07:02.101
ถัดมา ถ้าตัวที

1006
01:07:02.102 --> 01:07:06.102
เราอ่านเข้ามานี่มันไม่ใช่ตัวเลข แสดงว่า

1007
01:07:06.104 --> 01:07:10.104
มันต้องเป็นเครื่องหมายทางคณิตศาสตร์

1008
01:07:10.105 --> 01:07:14.105
อะไรสักอย่างหนึ่งนี่ล่ะ เช่น เครื่องหมายบวก

1009
01:07:14.106 --> 01:07:18.106
เครื่องหมายบวกใช่ไหมคะ เครื่องหมายบวก

1010
01:07:18.109 --> 01:07:22.109
เราอ่านเครื่องหมายบวกเข้ามา

1011
01:07:22.110 --> 01:07:26.110
แล้วเขาให้เราเช็กก่อน ว่า

1012
01:07:26.113 --> 01:07:30.113
แล้วใน Stack มันมีค่าอยู่หรือเปล่า Stack ในช่องนี่

1013
01:07:30.118 --> 01:07:34.118
ช่องนี้ ช่องที่ 2 นี่ มัน

1014
01:07:34.119 --> 01:07:38.119
มีค่าอยู่ไหม ถ้ามันไม่มีค่าอยู่เลย

1015
01:07:38.121 --> 01:07:42.121
ก็หย่อนมันลงไปใน Stack

1016
01:07:42.123 --> 01:07:46.123
แต่ถ้าใน Stack มันมีข้อมูล

1017
01:07:46.126 --> 01:07:50.126
อยู่แล้ว เราจะต้องทำการ

1018
01:07:50.128 --> 01:07:54.128
เปรียบเทียบก่อน ว่าข้อมูล

1019
01:07:54.129 --> 01:07:58.129
ที่เราอ่านเข้ามานี่

1020
01:07:58.130 --> 01:08:02.130
มันมีค่ามากกว่า หรือน้อยกว่าตัวที่อยู่ใน

1021
01:08:02.135 --> 01:08:06.135
Stack

1022
01:08:06.137 --> 01:08:10.137
ถ้ามันมากกว่า

1023
01:08:10.138 --> 01:08:14.138
ถ้ากรณีที่ตัวที่เราอ่านมีค่ามากกว่า

1024
01:08:14.140 --> 01:08:18.140
ก็หย่อนลงไปใน Stack ได้เลย

1025
01:08:18.141 --> 01:08:22.141
ถ้าสิ่งที่

1026
01:08:22.143 --> 01:08:26.143
เราอ่านเข้ามามันมีค่าน้อยกว่าสิ่งที่

1027
01:08:26.146 --> 01:08:30.146
อยู่ใน Stack

1028
01:08:30.148 --> 01:08:34.148
ให้เอาเครื่องหมายใน Stack

1029
01:08:34.150 --> 01:08:38.150
ออกไปไว้ที่ผลลัพธ์

1030
01:08:38.151 --> 01:08:42.151
แล้วเอาเครื่องหมายตัวที่เราอ่านเข้ามาหย่อนลงไปใน Stack

1031
01:08:42.152 --> 01:08:46.152
โอเค

1032
01:08:46.153 --> 01:08:50.153
ถ้า

1033
01:08:50.155 --> 01:08:54.155
เราอ่านจนครบข้อมูล

1034
01:08:54.158 --> 01:08:58.158
ทุกตัวแล้ว เรายังมีข้อมูลอยู่ใน Stack

1035
01:08:58.158 --> 01:09:02.158
เราก็ดึงมันออกมา ก็คือ Pop มันออกมา

1036
01:09:02.160 --> 01:09:06.160
เป็นผลลัพธ์

1037
01:09:06.162 --> 01:09:10.162
มาดูตัวอย่างนะ ทุกคนถือ... ดุตัวอย่าง

1038
01:09:10.164 --> 01:09:14.164
ที่เป็นขั้นตอนด้วยนะคะ

1039
01:09:14.165 --> 01:09:18.165

1040
01:09:18.166 --> 01:09:22.166

1041
01:09:22.169 --> 01:09:26.169

1042
01:09:26.170 --> 01:09:30.170
โอเค

1043
01:09:30.176 --> 01:09:34.176
โจทย์

1044
01:09:34.178 --> 01:09:38.178
ที่ครูให้ ทุกคนดูที่หน้าจอนะคะ

1045
01:09:38.180 --> 01:09:42.180
ครูมีโจทย์

1046
01:09:42.187 --> 01:09:46.187
มาให้นะคะ ก็คือ 5 + 2

1047
01:09:46.189 --> 01:09:50.189
x 2

1048
01:09:50.193 --> 01:09:54.193
อันดับแรกครูต้องทำอะไร

1049
01:09:54.197 --> 01:09:58.197
อันดับแรกวาดตาราง 3 ช่อง

1050
01:09:58.199 --> 01:10:02.199
วาดตาราง 3 ช่อง จำนวนแถว

1051
01:10:02.205 --> 01:10:06.205
ก็เอาข้อมูลตัวเลขกับเครื่องหมาย

1052
01:10:06.207 --> 01:10:10.207
มาใส่ทีละบรรทัด 5

1053
01:10:10.208 --> 01:10:14.208
ที่ 1 ถูกไหมคะ บวกบรรทัด

1054
01:10:14.211 --> 01:10:18.211
ใส่เลข 2 บรรทัดถัดมาใส่เครื่องหมายคูณ

1055
01:10:18.211 --> 01:10:22.211
แล้วก็ใส่เลข 2

1056
01:10:22.213 --> 01:10:26.213
เราก็จะวาดตารางเรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะ จำนวนแถว

1057
01:10:26.214 --> 01:10:30.214
ขึ้นอยู่กับจำนวนข้อมูล

1058
01:10:30.217 --> 01:10:34.217
ในโจทย์ว่ามีกี่ตัว ก็สร้างแถว

1059
01:10:34.218 --> 01:10:38.218
ใส่ข้อมูลให้เลย

1060
01:10:38.219 --> 01:10:42.219
เรากำหนด

1061
01:10:42.220 --> 01:10:46.220
tack ว่างแล้วใช่ไหมคะ

1062
01:10:46.221 --> 01:10:50.221
ถัดมา ต้องอ่านข้อมูลทีละตัว

1063
01:10:50.222 --> 01:10:54.222
เราต้องอ่านข้อมูลทีละตัวจากซ้าย

1064
01:10:54.224 --> 01:10:58.224
ไปขวา ตัวแรกคืออะไรคะ

1065
01:10:58.239 --> 01:11:02.239
คือ 5 ใช่ไหม ครูเขียนเรียงแล้ว

1066
01:11:02.241 --> 01:11:06.241
5 บวก... มี 2 มีคูณ แล้วก็มี 2

1067
01:11:06.242 --> 01:11:10.242
อันนี้คือข้อมูลที่เราอ่านจากซ้ายไปขวา

1068
01:11:10.249 --> 01:11:14.249
ตัวแรก เป็นตัวเลขใช่ไหมคะ

1069
01:11:14.257 --> 01:11:18.257
มันเป็นตัวเลขแล้วมันตรงกับตัวไหน

1070
01:11:18.263 --> 01:11:22.263
ในขั้นตอน ข้อ

1071
01:11:22.265 --> 01:11:26.265
3 ที่บอกว่าถ้าเป็นตัวเลข

1072
01:11:26.266 --> 01:11:30.266
ให้เอาไปไว้ที่ไหน เอาไปไว้ที่

1073
01:11:30.267 --> 01:11:34.267
ผลลัพธ์ ถ้าเป็น

1074
01:11:34.268 --> 01:11:38.268
ตัวเลข เอาไปไว้ที่ผลลัพธ์ได้เลย

1075
01:11:38.269 --> 01:11:42.269
ถัดมา

1076
01:11:42.270 --> 01:11:46.270
เจอเครื่องหมายบวกนะคะ เจอเครื่องหมายบวก

1077
01:11:46.272 --> 01:11:50.272
ตอนนี้ใน Stack มันไม่มีค่า

1078
01:11:50.273 --> 01:11:54.273
อะไรเลย ทำอย่างไรคะ

1079
01:11:54.274 --> 01:11:58.274
ก็ใส่ได้เลย ใส่เครื่องหมายบวก

1080
01:11:58.275 --> 01:12:02.275
ลงมาได้เลย ถ้ามันเป็น Stack ว่าง เห็นไหมคะ

1081
01:12:02.276 --> 01:12:06.276
ตัวบนเป็น Stack ว่าง เราก็เอาใส่ได้เลย

1082
01:12:06.277 --> 01:12:10.277
แล้วก็เขียน 5 ลงมาเหมือนเดิมนะคะ

1083
01:12:10.279 --> 01:12:14.279
ยก 5 ลงมาเหมือนเดิมนะ

1084
01:12:14.280 --> 01:12:18.280
ดู ดูพร้อมครูก่อนนะ

1085
01:12:18.281 --> 01:12:22.281
เดี๋ยวครู...

1086
01:12:22.284 --> 01:12:26.284
จะถ่ายรูป

1087
01:12:26.285 --> 01:12:30.285
เอาขึ้น Classroom ให้

1088
01:12:30.286 --> 01:12:34.286
ถัดมา เลข 2 ใช่ไหมคะ เลข 2 มันเป็นอะไร

1089
01:12:34.289 --> 01:12:38.289
ตัวเลข เพราะฉะนั้นต้องเอาไปไว้ที่ไหน

1090
01:12:38.292 --> 01:12:42.292
ไปไว้ที่ผลลัพธ์

1091
01:12:42.297 --> 01:12:46.297
ตรงกับข้อ 3 ในขั้นตอนนะ

1092
01:12:46.298 --> 01:12:50.298
เอา 2 มาไว้ที่ Output แต่ต้องเขียน

1093
01:12:50.299 --> 01:12:54.299
หลัง ก็คือเขียนต่อจากเลข 5

1094
01:12:54.305 --> 01:12:58.305
นะคะ

1095
01:12:58.306 --> 01:13:02.306

1096
01:13:02.308 --> 01:13:06.308
ถัดมา

1097
01:13:06.311 --> 01:13:10.311
ยกเครื่องหมายบวกลงมาด้วยนะ

1098
01:13:10.314 --> 01:13:14.314
เพราะมันอยู่ใน Stack นะคะ เรายังไม่ได้เอาอะไรออก

1099
01:13:14.315 --> 01:13:18.315
หรือเอาอะไรเข้าเพิ่ม

1100
01:13:18.316 --> 01:13:22.316
ถัดมา เป็นเครื่องหมายคูณ

1101
01:13:22.318 --> 01:13:26.318
ใน Stack

1102
01:13:26.327 --> 01:13:30.327
เรามีเครื่องหมายบวกอยู่แล้วนะคะ

1103
01:13:30.328 --> 01:13:34.328
ใน Stack นี่เรามีเครื่องหมายบวกอยู่แล้ว

1104
01:13:34.329 --> 01:13:38.329
ตัวที่เราอ่านเข้ามา คือ คูณ เรา

1105
01:13:38.331 --> 01:13:42.331
จะต้องทำการเปรียบเทียบ

1106
01:13:42.332 --> 01:13:46.332
ค่าที่เราอ่านเข้ามาใหม่ คือ คูณ

1107
01:13:46.333 --> 01:13:50.333
กับตัวเดิมที่อยู่ใน Stack

1108
01:13:50.335 --> 01:13:54.335
คือ บวก เราเปรียบเทียบ ถูกไหมคะ

1109
01:13:54.336 --> 01:13:58.336
กับตัวบนสุดคือเครื่องหมายบวก สิ่งท

1110
01:13:58.337 --> 01:14:02.337
คืออะไร คูณมีค่า

1111
01:14:02.340 --> 01:14:06.340
มากกว่าบวก ให้ทำอย่างไร

1112
01:14:06.342 --> 01:14:10.342
ก็เอาคูณหย่อนลงมาได้เลย

1113
01:14:10.344 --> 01:14:14.344
ใส่คูณ

1114
01:14:14.345 --> 01:14:18.345
ลงไปใน Stack ได้เลยนะคะ ผลลัพธ์ก็เป็นเหมือนเดิม

1115
01:14:18.347 --> 01:14:22.347
ตัวถัดมาคือเลข 2

1116
01:14:22.349 --> 01:14:26.349
เลข 2 มันเป็นตัวเลขใช่ไหม เอามาไว้ที่

1117
01:14:26.350 --> 01:14:30.350
ผลลัพธ์นะคะ เอามาต่อด้านหลัง

1118
01:14:30.356 --> 01:14:34.356
เสร็จแล้วเราพบว่า

1119
01:14:34.358 --> 01:14:38.358
ไม่มีข้อมูลแล้ว ข้อมูลมันหมดแล้วน่ะ

1120
01:14:38.362 --> 01:14:42.362
ข้อมูลมันหมดแล้วนะคะ แต่สิ่งที่เราเจอคืออะไร

1121
01:14:42.364 --> 01:14:46.364
ใน Stack ยังมีข้อมูลอยู่

1122
01:14:46.365 --> 01:14:50.365
เพราะฉะนั้น ต้องดึงค่า

1123
01:14:50.367 --> 01:14:54.367
ออกจาก Stack ให้หมด เราเอาอะไรออกมาก่อนคะ

1124
01:14:54.369 --> 01:14:58.369
ตัวล่าสุด ตัวบนสุด คือ คูณ

1125
01:14:58.371 --> 01:15:02.371
เอาคูณมาต่อท้ายที่ Output หรือว่าผลลั

1126
01:15:02.372 --> 01:15:06.372
เอาคูณออกมาแล้วมันเหลืออีกตัวหนึ่งใช่ไหม

1127
01:15:06.374 --> 01:15:10.374
ก็เอาบวกออกมา

1128
01:15:10.377 --> 01:15:14.377
อันนี้คือผลลัพธ์ ผลลัพธ์สุดท้าย

1129
01:15:14.385 --> 01:15:18.385
นะคะ

1130
01:15:18.387 --> 01:15:22.387
จะอยู่ในรูปแบบของ Postfix คือ แปลงนิพจน์

1131
01:15:22.389 --> 01:15:26.389

1132
01:15:26.390 --> 01:15:30.390
ได้ไหมคะ เดี๋ยวเรามาทำพร้อมกันอีกตัวหนึ่ง

1133
01:15:30.391 --> 01:15:34.391
หนึ่ง

1134
01:15:34.392 --> 01:15:38.392

1135
01:15:38.394 --> 01:15:42.394

1136
01:15:42.396 --> 01:15:46.396

1137
01:15:46.398 --> 01:15:50.398

1138
01:15:50.400 --> 01:15:54.400

1139
01:15:54.406 --> 01:15:58.406
3 + 5 x 1

1140
01:15:58.408 --> 01:16:02.399

1141
01:16:02.411 --> 01:16:06.411

1142
01:16:06.412 --> 01:16:10.412

1143
01:16:10.417 --> 01:16:14.417
ครูมีโจทย์ใช่ไหมคะ 3 + 5 x 1

1144
01:16:14.423 --> 01:16:18.423
ผลลัพธ์เท่ากับเท่าไหร่เอ่ย ตอบ

1145
01:16:18.424 --> 01:16:22.424
เท่ากับ

1146
01:16:22.426 --> 01:16:26.426
อันนี้ตอบเท่ากับเท่าไหร่เอ่ย

1147
01:16:26.428 --> 01:16:30.428
8

1148
01:16:30.430 --> 01:16:34.430
ข้างหลังตอบอะไร

1149
01:16:34.431 --> 01:16:38.431
ได้เท่ากับอะไรคะ คำตอบ

1150
01:16:38.433 --> 01:16:42.433
ก็คือ 8

1151
01:16:42.434 --> 01:16:46.434
เอา 5 x 1 ก่อนได้เท่าไร

1152
01:16:46.435 --> 01:16:50.435
ค่อยบวกกับ 3

1153
01:16:50.440 --> 01:16:54.440
5 1 เป็น 5 แล้วบวกกับ 3

1154
01:16:54.443 --> 01:16:58.443
8

1155
01:16:58.445 --> 01:17:02.445
เดี๋ยวเราจะมาทำ จะมาแปลงนิพจน์กัน

1156
01:17:02.451 --> 01:17:06.451
นะคะ แล้วเราจะมาหาค่าว่ามันได้ 8 ได้อย่างไร

1157
01:17:06.453 --> 01:17:10.453
อันนี้เรากำลังจะมาแสดงวิธีทำ

1158
01:17:10.454 --> 01:17:14.454
ค่าว่า 8 มันมาจากไหน เราสั่งให้คอมพิวเตอร์มัน

1159
01:17:14.459 --> 01:17:18.459
คิดแบบไหน อันดับแรก วาด Stack ว่าง

1160
01:17:18.460 --> 01:17:22.460
ฉะนั้น ครูบอกว่าต้องมีคอลัมน์อยู่ 3 คอลัมน์

1161
01:17:22.461 --> 01:17:26.461

1162
01:17:26.462 --> 01:17:30.462

1163
01:17:30.464 --> 01:17:34.464

1164
01:17:34.474 --> 01:17:38.474
ครูมี 3 คอลัมน์แล้ว มี

1165
01:17:38.475 --> 01:17:42.475
In put Stack

1166
01:17:42.477 --> 01:17:46.477
แล้วก็ Output

1167
01:17:46.479 --> 01:17:50.479
จากนั้นครูวาดตารางเลย

1168
01:17:50.480 --> 01:17:54.480
โดยเอาข้อมูลมาใส่ในแต่ละแถวเลยนะคะ

1169
01:17:54.485 --> 01:17:58.485
ครูอ่านเข้ามาทีละตัว

1170
01:17:58.487 --> 01:18:02.487
ซ้ายไปขวา ตัวแรก คือ 3 ถัดมา

1171
01:18:02.490 --> 01:18:06.490
คือเครื่องหมายบวก เลข 5

1172
01:18:06.492 --> 01:18:10.492
นะคะ เครื่องหมายคูณ

1173
01:18:10.493 --> 01:18:14.493
แล้วก็เลข 1 อันนี้ครูวดตารา

1174
01:18:14.494 --> 01:18:18.494
เสร็จแล้ว

1175
01:18:18.496 --> 01:18:22.496

1176
01:18:22.497 --> 01:18:26.497

1177
01:18:26.498 --> 01:18:30.498
ทุกคน

1178
01:18:30.499 --> 01:18:34.499
วาดตามครูก่อนเลย เราวาด

1179
01:18:34.502 --> 01:18:38.502
ตารางเปล่า ๆ แบบนี้ก่อนนะคะ

1180
01:18:38.503 --> 01:18:42.503
คอลัมน์แรก หรือช่องแรก เอา

1181
01:18:42.504 --> 01:18:46.504
ตัวเลขกับเครื่องหมาย

1182
01:18:46.506 --> 01:18:50.506
มาเรียงใส่ทีละบรรทัด

1183
01:18:50.507 --> 01:18:54.507

1184
01:18:54.509 --> 01:18:58.509

1185
01:18:58.510 --> 01:19:02.510

1186
01:19:02.514 --> 01:19:06.514

1187
01:19:06.516 --> 01:19:10.516

1188
01:19:10.517 --> 01:19:14.517

1189
01:19:14.519 --> 01:19:18.519

1190
01:19:18.520 --> 01:19:22.520

1191
01:19:22.522 --> 01:19:26.522

1192
01:19:26.524 --> 01:19:30.524

1193
01:19:30.528 --> 01:19:34.528

1194
01:19:34.530 --> 01:19:38.530

1195
01:19:38.531 --> 01:19:42.531

1196
01:19:42.534 --> 01:19:46.534

1197
01:19:46.537 --> 01:19:50.537

1198
01:19:50.539 --> 01:19:54.539

1199
01:19:54.540 --> 01:19:58.540

1200
01:19:58.543 --> 01:20:02.543

1201
01:20:02.546 --> 01:20:06.546
คราวนี้

1202
01:20:06.548 --> 01:20:10.548
พอทุกคนลอกตารางเสร็จแล้วใช่ไหมคะ เดี๋ยวเราจะมาทำด้วยกัน

1203
01:20:10.550 --> 01:20:14.550
เริ่มต้นตัวแรก

1204
01:20:14.551 --> 01:20:18.551
ใช่ไหมคะทุกคน เริ่มต้นตัวแรกมันเป็นตัวเลข

1205
01:20:18.553 --> 01:20:22.553
ใช่หรือเปล่า เพราะฉะนั้นเอาไปไว้ที่ช่องทางไหน

1206
01:20:22.555 --> 01:20:26.555
ทางขวา

1207
01:20:26.556 --> 01:20:30.556
ใส่ก่อนเลข 3 ใช่ถูกต้อง

1208
01:20:30.559 --> 01:20:34.559
ถัดมา

1209
01:20:34.560 --> 01:20:38.560
เป็นเครื่องหมายบวกใช่ไหมคะ

1210
01:20:38.561 --> 01:20:42.561
ตรงนี้มีอะไรไหม ไม่มี

1211
01:20:42.563 --> 01:20:46.563
เพราะฉะนั้น เอา + มาใส่ตรงนี้ได้เลยไหม

1212
01:20:46.564 --> 01:20:50.564
ถ้าเป็นเครื่องหมาย เอาลงที่

1213
01:20:50.565 --> 01:20:54.565
Stack เพราะฉะนั้นตอนนี้ Stack

1214
01:20:54.566 --> 01:20:58.566
ก็ใส่เครื่องหมายบวกได้เลย

1215
01:20:58.567 --> 01:21:02.567
3 ยกลงมาเหมือนเดิมนะคะ เหมือน

1216
01:21:02.570 --> 01:21:06.570
ตรง Output ยก 3 ลงมาเหมือนเดิม

1217
01:21:06.571 --> 01:21:10.571

1218
01:21:10.572 --> 01:21:14.572

1219
01:21:14.573 --> 01:21:18.573
ถัดมาเลข 5 เป็นตัวเลข

1220
01:21:18.576 --> 01:21:22.576
เอาไว้ที่ไหน เอาไว้

1221
01:21:22.578 --> 01:21:26.578
Output ใช่ไหม ฉะนั้น เอาของเด

1222
01:21:26.580 --> 01:21:30.580
ยกลงมาก่อน คือ 3 เราเอาเลขอะไรมาใส่

1223
01:21:30.581 --> 01:21:34.581
เลข 5 นะคะ อันนี้

1224
01:21:34.582 --> 01:21:38.582
ยกลงมาไหม เครื่องหมายบวกยกลงมาด้วยนะ

1225
01:21:38.583 --> 01:21:42.583
ยกลงมาด้วย

1226
01:21:42.585 --> 01:21:46.585

1227
01:21:46.586 --> 01:21:50.586

1228
01:21:50.588 --> 01:21:54.588
เสร็จแล้ว ถัดมา

1229
01:21:54.589 --> 01:21:58.589
เครื่องหมายคูณ

1230
01:21:58.595 --> 01:22:02.595
คูณต้องเอามาลง Stack ใช่หรือเปล่า แต่คูณ

1231
01:22:02.597 --> 01:22:06.597
มันมากกว่าบวกใช่ไหม คูณ

1232
01:22:06.600 --> 01:22:10.600
กับบวก อะไรมากกว่ากัน คูณ เพราะฉะนั้น

1233
01:22:10.601 --> 01:22:14.601
เราก็ใส่ลงไปใน Stack ได้เลย โดย

1234
01:22:14.604 --> 01:22:18.604
โดยเอาของเดิมลงมาก่อน

1235
01:22:18.605 --> 01:22:22.605
แล้วก็ใส่เครื่องหมายคูณ

1236
01:22:22.606 --> 01:22:26.606
อันนี้ยกลงมาเหมือนเดิมไหม ยกลงมาเหมือนเดิม

1237
01:22:26.608 --> 01:22:30.608

1238
01:22:30.610 --> 01:22:34.610
ตรงสุดท้าย 1 เอาไว้ที่ไหน

1239
01:22:34.613 --> 01:22:38.613
Output แต่มีของเดิมอยู่แล้วใช่ไหม

1240
01:22:38.614 --> 01:22:42.614
ยกของเดิมลงมาก่อน แล้วก็ใส่เลข 1

1241
01:22:42.627 --> 01:22:46.627

1242
01:22:46.628 --> 01:22:50.628
อันนี้ยกลงมาเลยได้ไหม ได้นะคะ ใน Stack

1243
01:22:50.633 --> 01:22:54.633
เราก็ยกเครื่องหมายออกมา เครื่องหมายนะคะ

1244
01:22:54.634 --> 01:22:58.634
บวกกับคูณ

1245
01:22:58.635 --> 01:23:02.635

1246
01:23:02.636 --> 01:23:06.636
เสร็จแล้ว

1247
01:23:06.639 --> 01:23:10.639
ผลลัพธ์ที่ได้ ตอนนี้ข้อมูลหมดแล้วใช่ไหม

1248
01:23:10.640 --> 01:23:14.640
ใน Stack ยังมีอยู่ ใน Stack ยังมีอยู่ ต้อง

1249
01:23:14.641 --> 01:23:18.641
เอาออกมา ต้อง Pop ออกมา ใช่ไหมคะ

1250
01:23:18.643 --> 01:23:22.643
ยกตรง Output ของเดิมลงมาก่อน Pop

1251
01:23:22.644 --> 01:23:26.644
บวกกับคูณเอาอะไรออกมาก่อน

1252
01:23:26.645 --> 01:23:30.645
คูณ แล้วตามด้วยบวก เห็นไหมคะ

1253
01:23:30.647 --> 01:23:34.647
เอาตัวแรกออกมาก่อน แล้วเอาตัวที่ 2

1254
01:23:34.648 --> 01:23:38.648
ออกมา

1255
01:23:38.650 --> 01:23:42.650

1256
01:23:42.652 --> 01:23:46.652

1257
01:23:46.656 --> 01:23:50.656

1258
01:23:50.659 --> 01:23:54.659
เดี๋ยวต่ออีกนิดหนึ่งนะคะ เดี๋ยวเขียนตรงนี้ให้เสร็จก่อน

1259
01:23:54.661 --> 01:23:58.661

1260
01:23:58.662 --> 01:24:02.662

1261
01:24:02.663 --> 01:24:06.663
เรายังไม่ได้ค่าเลข 8 เลย

1262
01:24:06.665 --> 01:24:10.665
จะทำอย่างไรให้ได้เลข 8

1263
01:24:10.666 --> 01:24:14.666
8

1264
01:24:14.668 --> 01:24:18.668
ถัดมา เสร็จหรือยังคะ

1265
01:24:18.670 --> 01:24:22.670
เดี๋ยวรอเพื่อน

1266
01:24:22.675 --> 01:24:26.675
แป๊บหนึ่งนะ

1267
01:24:26.676 --> 01:24:30.676

1268
01:24:30.678 --> 01:24:34.678

1269
01:24:34.679 --> 01:24:38.679
โอเค เราได้ผลลัพธ์

1270
01:24:38.682 --> 01:24:42.682
แล้วใช่ไหมคะ จากตารางที่เราทำใน Stack

1271
01:24:42.684 --> 01:24:46.684

1272
01:24:46.685 --> 01:24:50.685
พอได้ค่าผลลัพธ์แล้วนี่ คือ ตัวนี้

1273
01:24:50.686 --> 01:24:54.686
351 คูณ บวก

1274
01:24:54.687 --> 01:24:58.687
มาหาผลลัพธ์ต่อนะคะ ค่านี้จะเป็นค่าสุดท้ายแล้ว

1275
01:24:58.688 --> 01:25:02.688
ที่เราจะได้คำตอบออกมา

1276
01:25:02.689 --> 01:25:06.689

1277
01:25:06.690 --> 01:25:10.690
ตัวแรกตัวนี้ใช่ไหมคะ

1278
01:25:10.691 --> 01:25:14.691
ขั้นตอนถัดมา ถ้าเป็น

1279
01:25:14.692 --> 01:25:18.692
ตัวเลข ถ้าเป็นตัวเลขจะ Push

1280
01:25:18.693 --> 01:25:22.693
ลง Stack อันนี้อีกอันหนึ่งนะ อีก

1281
01:25:22.697 --> 01:25:26.697
ขั้นตอนหนึ่วนะคะ ถ้าเป็นตัวเลขจะ P

1282
01:25:26.698 --> 01:25:30.698
ลง Stack ดูพร้อมครูเลย ตัวที่ 1 มา

1283
01:25:30.699 --> 01:25:34.699
คือตัวเลขอะไรคะ เลข 3

1284
01:25:34.701 --> 01:25:38.701
เราเอาใส่ใน Stack

1285
01:25:38.702 --> 01:25:42.702
ดูพร้อมกันนะ เลข 3

1286
01:25:42.703 --> 01:25:46.703
ตัวแรก เอาลง Stack ตัวถัดมา

1287
01:25:46.704 --> 01:25:50.704
เลขอะไรคะ เลข 5

1288
01:25:50.706 --> 01:25:54.706
ก็เอาเลข 5 Push ลง  Stack เหมือนกัน

1289
01:25:54.709 --> 01:25:58.709

1290
01:25:58.711 --> 01:26:02.711
ตัวถัดมาเลขอะไร

1291
01:26:02.713 --> 01:26:06.713
เลข 1 ก็เอาเลข 1

1292
01:26:06.714 --> 01:26:10.714
Push ลง Stack เหมือนกัน

1293
01:26:10.715 --> 01:26:14.715

1294
01:26:14.717 --> 01:26:18.717

1295
01:26:18.720 --> 01:26:22.720
ถัดมา

1296
01:26:22.725 --> 01:26:26.725
เราเครื่องหมายคูณ ให้

1297
01:26:26.727 --> 01:26:30.727
Pop ค่าบนสุดอออกมา แล้ว

1298
01:26:30.728 --> 01:26:34.728
วางไว้ขวามือ เอาเลข 1 ออกมา เห็นไหมคะ

1299
01:26:34.730 --> 01:26:38.730
จากนั้นใส่เครื่องหมาย

1300
01:26:38.731 --> 01:26:42.731
ถ้ามันเครื่องหมายนะ ตัวที่เราอ่านมา เรา Pop

1301
01:26:42.732 --> 01:26:46.732
ตัวเลขออกมาก่อน แล้วใส่เครื่องหมาย

1302
01:26:46.733 --> 01:26:50.733
แล้วเอาตัวที่ 2 ออกมาแบบนี้

1303
01:26:50.735 --> 01:26:54.735
นี่นะคะ เอาตัวบนสุดออกมา

1304
01:26:54.736 --> 01:26:58.736
แล้วใส่เครื่องหมายที่เราอ่าน แล้วเอา

1305
01:26:58.737 --> 01:27:02.737
ตัวข้อมูล

1306
01:27:02.738 --> 01:27:06.738
ตัวเลขที่อยู่ใน Stack ตัวถัดมานี่ออกมา ได้ผลลัพธ์อะไรคะ

1307
01:27:06.739 --> 01:27:10.739
5 x 1 เป็น 5

1308
01:27:10.741 --> 01:27:14.741
ตอนนี้ใน Stack 1 กับ 5 ออก

1309
01:27:14.742 --> 01:27:18.742
ไปแล้วนะ เราได้ผลลัพธ์

1310
01:27:18.744 --> 01:27:22.744
คือ 5 แล้วอย่างไรต่อ

1311
01:27:22.745 --> 01:27:26.745
ก็ Push ลง Stack

1312
01:27:26.746 --> 01:27:30.746
เอาเลข 5 Push ลงไปใน Stack

1313
01:27:30.747 --> 01:27:34.747
ตอนนี้เอาออกไปแล้ว 2 เหลือ 3

1314
01:27:34.748 --> 01:27:38.748
พอคูณเสร็จเอา 5 กลับเข้ามา

1315
01:27:38.750 --> 01:27:42.750

1316
01:27:42.753 --> 01:27:46.753
ดูนะคะ ถัดมา

1317
01:27:46.755 --> 01:27:50.755
อ่านเครื่องหมายบวก

1318
01:27:50.757 --> 01:27:54.757
ทำเหมือนเดิมเลย เอาอะไรออกมาคะ

1319
01:27:54.759 --> 01:27:58.759

1320
01:27:58.760 --> 01:28:02.760
เอา 5 ออกมาไว้ทางขวามือ แล้วก็ใส่เครื่องหมายบวก

1321
01:28:02.761 --> 01:28:06.761
แล้วก้เอา 3 ออกมา คำตอบเป็นเท่าไหร่คะ

1322
01:28:06.762 --> 01:28:10.762
เป็น 8

1323
01:28:10.764 --> 01:28:14.764

1324
01:28:14.765 --> 01:28:18.765
แล้วก็เอา 8 ใส่ลงไปใน Stack จะเหลือเป็นค่าสุดท้าย

1325
01:28:18.787 --> 01:28:22.787
นี่คือคำตอบของ

1326
01:28:22.788 --> 01:28:26.788
โจทย์ข้อนี้ ได้เท่ากันเลยไหม

1327
01:28:26.791 --> 01:28:30.791
ได้เท่ากันเลย คือ 8

1328
01:28:30.792 --> 01:28:34.792
จะเห็นว่านี่คือกระบวนการคอมพิวเตอร์คิดค่า

1329
01:28:34.793 --> 01:28:38.793
ตัวเลขให้เรานะคะ กว่าจะได้เลข 8

1330
01:28:38.794 --> 01:28:42.794
ออกมานี่ คอมพิวเตอร์ต้องคิดแบบนี้นะคะ

1331
01:28:42.795 --> 01:28:46.795

1332
01:28:46.796 --> 01:28:50.796

1333
01:28:50.797 --> 01:28:54.797

1334
01:28:54.800 --> 01:28:58.800
โอเค

1335
01:28:58.805 --> 01:29:02.805
ใครเสร็จแล้ว

1336
01:29:02.807 --> 01:29:06.807
ครูให้เบรกอีก 5 นาที จดตัวนี้ให้เสร็จนะคะ

1337
01:29:06.809 --> 01:29:10.809
ครูให้เบรก 5 นาที

1338
01:29:10.811 --> 01:29:14.811

1339
01:29:14.812 --> 01:29:18.812

1340
01:29:18.814 --> 01:29:22.814

1341
01:29:22.816 --> 01:29:26.816

1342
01:29:26.821 --> 01:29:30.821

1343
01:29:30.826 --> 01:29:34.826

1344
01:29:34.827 --> 01:29:38.827

1345
01:29:38.830 --> 01:29:42.830

1346
01:29:42.832 --> 01:29:46.832

1347
01:29:46.834 --> 01:29:50.834

1348
01:29:50.836 --> 01:29:54.836

1349
01:29:54.838 --> 01:29:58.838

1350
01:29:58.840 --> 01:30:02.840

1351
01:30:02.843 --> 01:30:06.843

1352
01:30:06.846 --> 01:30:10.846

1353
01:30:10.847 --> 01:30:14.847

1354
01:30:14.849 --> 01:30:18.849

1355
01:30:18.851 --> 01:30:22.851

1356
01:30:22.854 --> 01:30:26.854

1357
01:30:26.856 --> 01:30:30.856

1358
01:30:30.857 --> 01:30:34.857

1359
01:30:34.859 --> 01:30:38.859

1360
01:30:38.862 --> 01:30:42.862

1361
01:30:42.864 --> 01:30:46.864

1362
01:30:46.866 --> 01:30:50.866

1363
01:30:50.867 --> 01:30:54.867

1364
01:30:54.869 --> 01:30:58.869

1365
01:30:58.870 --> 01:31:02.870

1366
01:31:02.873 --> 01:31:06.873

1367
01:31:06.875 --> 01:31:10.875

1368
01:31:10.877 --> 01:31:14.877

1369
01:31:14.879 --> 01:31:18.879

1370
01:31:18.881 --> 01:31:22.881

1371
01:31:22.890 --> 01:31:26.890

1372
01:31:26.892 --> 01:31:30.892

1373
01:31:30.895 --> 01:31:34.895

1374
01:31:34.898 --> 01:31:38.898

1375
01:31:38.900 --> 01:31:42.900

1376
01:31:42.903 --> 01:31:46.903

1377
01:31:46.905 --> 01:31:50.905

1378
01:31:50.906 --> 01:31:54.906

1379
01:31:54.917 --> 01:31:58.917

1380
01:31:58.919 --> 01:32:02.919

1381
01:32:02.921 --> 01:32:06.921

1382
01:32:06.923 --> 01:32:10.923

1383
01:32:10.925 --> 01:32:14.925

1384
01:32:14.927 --> 01:32:18.927

1385
01:32:18.929 --> 01:32:22.929

1386
01:32:22.931 --> 01:32:26.931

1387
01:32:26.932 --> 01:32:30.932

1388
01:32:30.933 --> 01:32:34.933

1389
01:32:34.935 --> 01:32:38.935

1390
01:32:38.936 --> 01:32:42.936

1391
01:32:42.939 --> 01:32:46.939

1392
01:32:46.941 --> 01:32:50.941

1393
01:32:50.943 --> 01:32:54.943

1394
01:32:54.945 --> 01:32:58.945

1395
01:32:58.947 --> 01:33:02.947

1396
01:33:02.949 --> 01:33:06.949

1397
01:33:06.951 --> 01:33:10.951

1398
01:33:10.954 --> 01:33:14.954

1399
01:33:14.956 --> 01:33:18.956

1400
01:33:18.965 --> 01:33:22.965

1401
01:33:22.968 --> 01:33:26.968

1402
01:33:26.970 --> 01:33:30.970

1403
01:33:30.972 --> 01:33:34.972

1404
01:33:34.974 --> 01:33:38.974

1405
01:33:38.977 --> 01:33:42.977

1406
01:33:42.979 --> 01:33:46.979

1407
01:33:46.981 --> 01:33:50.981

1408
01:33:50.983 --> 01:33:54.983

1409
01:33:54.985 --> 01:33:58.985

1410
01:33:58.987 --> 01:34:02.987

1411
01:34:02.990 --> 01:34:06.990

1412
01:34:06.992 --> 01:34:10.992

1413
01:34:10.993 --> 01:34:14.993

1414
01:34:14.995 --> 01:34:18.995

1415
01:34:18.996 --> 01:34:22.996

1416
01:34:22.998 --> 01:34:26.998

1417
01:34:26.999 --> 01:34:30.999

1418
01:34:31.001 --> 01:34:35.001

1419
01:34:35.002 --> 01:34:39.002

1420
01:34:39.005 --> 01:34:43.005

1421
01:34:43.006 --> 01:34:47.006

1422
01:34:47.008 --> 01:34:51.008

1423
01:34:51.010 --> 01:34:55.010

1424
01:34:55.012 --> 01:34:59.012

1425
01:34:59.014 --> 01:35:03.014

1426
01:35:03.016 --> 01:35:07.016

1427
01:35:07.019 --> 01:35:11.019

1428
01:35:11.021 --> 01:35:15.021

1429
01:35:15.024 --> 01:35:19.024

1430
01:35:19.027 --> 01:35:23.027

1431
01:35:23.029 --> 01:35:27.029

1432
01:35:27.031 --> 01:35:31.031

1433
01:35:31.039 --> 01:35:35.039

1434
01:35:35.041 --> 01:35:39.041

1435
01:35:39.044 --> 01:35:43.044

1436
01:35:43.046 --> 01:35:47.046

1437
01:35:47.049 --> 01:35:51.049

1438
01:35:51.050 --> 01:35:55.050

1439
01:35:55.053 --> 01:35:59.053

1440
01:35:59.054 --> 01:36:03.054

1441
01:36:03.057 --> 01:36:07.057

1442
01:36:07.059 --> 01:36:11.059

1443
01:36:11.063 --> 01:36:15.063

1444
01:36:15.066 --> 01:36:19.066

1445
01:36:19.069 --> 01:36:23.069

1446
01:36:23.071 --> 01:36:27.071

1447
01:36:27.073 --> 01:36:31.073

1448
01:36:31.075 --> 01:36:35.075

1449
01:36:35.076 --> 01:36:39.076

1450
01:36:39.078 --> 01:36:43.078

1451
01:36:43.082 --> 01:36:47.082

1452
01:36:47.083 --> 01:36:51.083

1453
01:36:51.085 --> 01:36:55.085

1454
01:36:55.087 --> 01:36:59.087

1455
01:36:59.089 --> 01:37:03.089

1456
01:37:03.091 --> 01:37:07.091

1457
01:37:07.093 --> 01:37:11.093

1458
01:37:11.094 --> 01:37:15.094

1459
01:37:15.099 --> 01:37:19.099

1460
01:37:19.101 --> 01:37:23.101

1461
01:37:23.104 --> 01:37:27.104

1462
01:37:27.107 --> 01:37:31.107

1463
01:37:31.109 --> 01:37:35.109

1464
01:37:35.112 --> 01:37:39.112

1465
01:37:39.113 --> 01:37:43.113

1466
01:37:43.114 --> 01:37:47.114

1467
01:37:47.117 --> 01:37:51.117

1468
01:37:51.120 --> 01:37:55.120

1469
01:37:55.123 --> 01:37:59.123

1470
01:37:59.125 --> 01:38:03.125

1471
01:38:03.127 --> 01:38:07.127

1472
01:38:07.129 --> 01:38:11.129

1473
01:38:11.131 --> 01:38:15.131

1474
01:38:15.133 --> 01:38:19.133

1475
01:38:19.135 --> 01:38:23.135

1476
01:38:23.136 --> 01:38:27.136

1477
01:38:27.138 --> 01:38:31.138

1478
01:38:31.141 --> 01:38:35.141

1479
01:38:35.142 --> 01:38:39.142

1480
01:38:39.145 --> 01:38:43.145

1481
01:38:43.147 --> 01:38:47.147

1482
01:38:47.149 --> 01:38:51.149

1483
01:38:51.152 --> 01:38:55.152

1484
01:38:55.156 --> 01:38:59.156

1485
01:38:59.161 --> 01:39:03.161

1486
01:39:03.163 --> 01:39:07.163

1487
01:39:07.165 --> 01:39:11.165

1488
01:39:11.166 --> 01:39:15.166

1489
01:39:15.168 --> 01:39:19.168

1490
01:39:19.169 --> 01:39:23.169

1491
01:39:23.170 --> 01:39:27.170

1492
01:39:27.173 --> 01:39:31.173
ค่ะ เดี๋ยวมาต่ออีกนิดหนึ่ง

1493
01:39:31.176 --> 01:39:35.176

1494
01:39:35.177 --> 01:39:39.177
คราวนี้มาดูอีก 1 ตัวอย่างนะคะ

1495
01:39:39.179 --> 01:39:43.179

1496
01:39:43.183 --> 01:39:47.183
ครูมีโจทย์ให้

1497
01:39:47.187 --> 01:39:51.187

1498
01:39:51.189 --> 01:39:55.189
5 x 2

1499
01:39:55.191 --> 01:39:59.191
+ 2

1500
01:39:59.193 --> 01:40:03.193
ตอนนี้เราทำ

1501
01:40:03.195 --> 01:40:07.195
จาก Prefix ให้เป็น

1502
01:40:07.200 --> 01:40:11.200
Postfix ก่อนนะคะ

1503
01:40:11.202 --> 01:40:15.202
อันดับแรก

1504
01:40:15.203 --> 01:40:19.203
ต้องวาดตารางก่อนใช่ไหมคะ

1505
01:40:19.204 --> 01:40:23.204
วาดตาราง Stack ว่าง

1506
01:40:23.206 --> 01:40:27.206
ครูก็วาด 3 ช่องเหมือนเดิม แล้วก็

1507
01:40:27.207 --> 01:40:31.207
ตรง Input ครูก็เอาข้อมูลแต่ละตัว

1508
01:40:31.209 --> 01:40:35.209
มาใส่ลงในแต่ละบรรทัด

1509
01:40:35.210 --> 01:40:39.210

1510
01:40:39.211 --> 01:40:43.211

1511
01:40:43.213 --> 01:40:47.213

1512
01:40:47.216 --> 01:40:51.216

1513
01:40:51.220 --> 01:40:55.220
เริ่มต้นเลย หย่อนเข้ามาตัวเลข

1514
01:40:55.225 --> 01:40:59.225
คือ เลข 5 ใช่ไหม มันเป็นตัวเลข เพราะฉะนั้น

1515
01:40:59.229 --> 01:41:03.229
เอาไปไว้ที่ Output

1516
01:41:03.233 --> 01:41:07.233
นะคะ นะ ถ้าเป็นตัวเลข เอาไปไว้ที่ Output

1517
01:41:07.234 --> 01:41:11.234
ได้เลย ตัวถัดมา

1518
01:41:11.235 --> 01:41:15.235
เครื่องหมายคูณ

1519
01:41:15.238 --> 01:41:19.238
แสดงว่าต้องเอาไปไว้ใน Stack

1520
01:41:19.241 --> 01:41:23.241
ตอนนี้ Stack มันเป็น Stack ว่าง

1521
01:41:23.243 --> 01:41:27.243
เราก็เลยเอาคูณมาใส่ใน

1522
01:41:27.244 --> 01:41:31.244
Stack ได้เลย ส่วน Output

1523
01:41:31.246 --> 01:41:35.246
ก็ยก 5 ลงมาเหมือนเดิม

1524
01:41:35.248 --> 01:41:39.248

1525
01:41:39.250 --> 01:41:43.250
โอเคนะ ยังเป็นเหมือนเดิมอญู่นะ

1526
01:41:43.251 --> 01:41:47.251
2 บรรทัดแรก ถัดมา

1527
01:41:47.255 --> 01:41:51.255
เจอเลข 2 เลข 2

1528
01:41:51.258 --> 01:41:55.258
2 มันเป็นตัวเลข ต้องเอาไปไว้ที่

1529
01:41:55.259 --> 01:41:59.259
Output เพราะฉะนั้น 2

1530
01:41:59.260 --> 01:42:03.260
จะอยู่ต่อจากเลข 5 นะคะ ใน Stack

1531
01:42:03.261 --> 01:42:07.261
ก็ยกลงมาเหมือนเดิม

1532
01:42:07.262 --> 01:42:11.262

1533
01:42:11.265 --> 01:42:15.265
ถึงตรงนี้นะคะ

1534
01:42:15.267 --> 01:42:19.267

1535
01:42:19.268 --> 01:42:23.268
ถัดมาข้อมูลที่เราอ่านมา

1536
01:42:23.269 --> 01:42:27.269
เครื่องหมายบวก พอเราเจอ

1537
01:42:27.272 --> 01:42:31.272
เครื่องหมายบวก ครูบอกว่าต้องเอามัน

1538
01:42:31.273 --> 01:42:35.273
ไปไว้ใน Stack แต่ก่อนอื่น ก่อนที่จะ

1539
01:42:35.274 --> 01:42:39.274
เอาไปไว้ใน Stack เดิม

1540
01:42:39.275 --> 01:42:43.275
เรามีข้อมูลใน Stack หรือเปล่า มีใช่หรือเปล่า มีเครื่องหมายคูณ

1541
01:42:43.277 --> 01:42:47.277
เพราะฉะนั้นเราต้

1542
01:42:47.279 --> 01:42:51.279
ต้องเปรียบเทียบความสำคัญก่อน บวก

1543
01:42:51.280 --> 01:42:55.280
มันน้อยกว่าหรือมากกว่าคูณ

1544
01:42:55.281 --> 01:42:59.281
น้อยกว่า ใช่ไหม บวก

1545
01:42:59.283 --> 01:43:03.283
มีค่าน้อยกว่าคูณ เพราะฉะนั้น

1546
01:43:03.290 --> 01:43:07.290
ทำอย่างไรคะ เอาคูณ

1547
01:43:07.291 --> 01:43:11.291
ออกมา

1548
01:43:11.293 --> 01:43:15.293
บวกมีค่าน้อยกว่าคูณ เพราะฉะนั้น

1549
01:43:15.294 --> 01:43:19.294
ต้องเอา

1550
01:43:19.295 --> 01:43:23.295
ข้อมูลที่อยู่บน Stack นี่ คือ คูณ เอามาไว้ที่

1551
01:43:23.296 --> 01:43:27.296
Output เห็นไหมคะ

1552
01:43:27.297 --> 01:43:31.297
เอามาไว้ที่ Output เสร็จแล้ว เราถึงเอา

1553
01:43:31.301 --> 01:43:35.301
เครื่องหมายบวก Push ลงไปใน Stack

1554
01:43:35.302 --> 01:43:39.302
นะคะ แล้วค่อยเอาเครื่องหมายบวก

1555
01:43:39.303 --> 01:43:43.303
ใส่ลงไปใน Stack ได้เลย เพราะ Stack มันว่าง

1556
01:43:43.307 --> 01:43:47.307
เพราะฉะนั้น ตรง Output จะเป็น

1557
01:43:47.308 --> 01:43:51.308
5, 2 แล้วก็เครื่องหมาย๕

1558
01:43:51.310 --> 01:43:55.310
ทำไมคูณ

1559
01:43:55.311 --> 01:43:59.311
ถึงต้องออกมา เพราะบวกมันน้อยกว่าคูณ

1560
01:43:59.313 --> 01:44:03.313
เห็นไหมคะ บวกมันน้อยกว่าคูณ

1561
01:44:03.315 --> 01:44:07.315
เลยเอาคูณออกมา

1562
01:44:07.321 --> 01:44:11.321
ถัดมาเลขอะไรคะ เลข 2

1563
01:44:11.324 --> 01:44:15.324
เอาไปไว้ที่ Output ได้เลย ก็เอามันไปต่อท้ายคูณ

1564
01:44:15.326 --> 01:44:19.326
เอามันมาต่อท้ายคูณใช้หรือเปล่า เพราะมันคือคูณ

1565
01:44:19.327 --> 01:44:23.327
เอา 2 มาต่อท้าย

1566
01:44:23.328 --> 01:44:27.328

1567
01:44:27.331 --> 01:44:31.331
ตอนนี้เราอ่านข้อมูลครบหมดแล้ว

1568
01:44:31.332 --> 01:44:35.332
แต่ใน Stack มันยังมีบวกค้างอยู่ เพราะฉะนั้น

1569
01:44:35.334 --> 01:44:39.334
ต้อง Pop มันออกมา แ

1570
01:44:39.335 --> 01:44:43.335
นะคะ Pop มันออกมาและไว้ข้างหลัง

1571
01:44:43.341 --> 01:44:47.341

1572
01:44:47.342 --> 01:44:51.342

1573
01:44:51.344 --> 01:44:55.344

1574
01:44:55.346 --> 01:44:59.346

1575
01:44:59.352 --> 01:45:03.352

1576
01:45:03.354 --> 01:45:07.354

1577
01:45:07.356 --> 01:45:11.356

1578
01:45:11.359 --> 01:45:15.359

1579
01:45:15.362 --> 01:45:19.362

1580
01:45:19.363 --> 01:45:23.363

1581
01:45:23.366 --> 01:45:27.366
โอเคนะ

1582
01:45:27.368 --> 01:45:31.368
แบบฝึกหัด ช่วยครูทำหน่อยตอนนี้เลย

1583
01:45:31.373 --> 01:45:35.373
ครูโจทย์ให้นะคะ 3 หาร 1

1584
01:45:35.377 --> 01:45:39.377
ลบ 2 แล้วครูก็บอกว่าหาร

1585
01:45:39.380 --> 01:45:43.380
นี่ มันมีค่ามากกว่าลบนะ

1586
01:45:43.381 --> 01:45:47.381
หาค่าผลลัพธ์ของนิพจน์

1587
01:45:47.383 --> 01:45:51.383
Postfix ให้ครูหน่อย

1588
01:45:51.388 --> 01:45:55.388
จะได้อะไร เริ่มต้น

1589
01:45:55.390 --> 01:45:59.390
ทุกคนตีตารางก่อน

1590
01:45:59.391 --> 01:46:03.391

1591
01:46:03.392 --> 01:46:07.392

1592
01:46:07.394 --> 01:46:11.394
ลองทำดูสิคะ มีกระดาษไหม

1593
01:46:11.395 --> 01:46:15.395
ไม่มีมาเอาข้างหน้า

1594
01:46:15.397 --> 01:46:19.397
ครูมีกระดาษให้นะ

1595
01:46:19.400 --> 01:46:23.400

1596
01:46:23.401 --> 01:46:27.401

1597
01:46:27.403 --> 01:46:31.403

1598
01:46:31.409 --> 01:46:35.409
แบบฝึกหัด 1 ข้อนะคะ ทำตอนนี้เลย

1599
01:46:35.410 --> 01:46:39.410

1600
01:46:39.411 --> 01:46:43.411

1601
01:46:43.413 --> 01:46:47.413

1602
01:46:47.415 --> 01:46:51.415
เหมือนกับโจทย์ที่ครูให้ไป

1603
01:46:51.418 --> 01:46:55.418
นะคะ คล้าย ๆ กับโจทย์ที่ครูให้ไป

1604
01:46:55.419 --> 01:46:59.419
จดแล้วด้วยนะ

1605
01:46:59.421 --> 01:47:03.421

1606
01:47:03.423 --> 01:47:07.423

1607
01:47:07.426 --> 01:47:11.426

1608
01:47:11.428 --> 01:47:15.428

1609
01:47:15.431 --> 01:47:19.431

1610
01:47:19.433 --> 01:47:23.433

1611
01:47:23.438 --> 01:47:27.438

1612
01:47:27.440 --> 01:47:31.440

1613
01:47:31.441 --> 01:47:35.441

1614
01:47:35.444 --> 01:47:39.444

1615
01:47:39.445 --> 01:47:43.445

1616
01:47:43.447 --> 01:47:47.447

1617
01:47:47.448 --> 01:47:51.448

1618
01:47:51.451 --> 01:47:55.451

1619
01:47:55.453 --> 01:47:59.453

1620
01:47:59.455 --> 01:48:03.455

1621
01:48:03.460 --> 01:48:07.460

1622
01:48:07.463 --> 01:48:11.463

1623
01:48:11.471 --> 01:48:15.471

1624
01:48:15.474 --> 01:48:19.474

1625
01:48:19.477 --> 01:48:23.477

1626
01:48:23.479 --> 01:48:27.479

1627
01:48:27.480 --> 01:48:31.480

1628
01:48:31.484 --> 01:48:35.484

1629
01:48:35.488 --> 01:48:39.488

1630
01:48:39.494 --> 01:48:43.494
เหมือนโจทย์สุดท้ายที่ครูให้ไปเมื่อกี้เลยนะ

1631
01:48:43.497 --> 01:48:47.497
ลบ

1632
01:48:47.499 --> 01:48:51.499
มันน้อยกว่าหารใช่ไหมคะ เรา

1633
01:48:51.500 --> 01:48:55.500
เปรียบเทียบกัน ลบมันน้อยกว่าหาร

1634
01:48:55.504 --> 01:48:59.504
เพราะฉะนั้น

1635
01:48:59.506 --> 01:49:03.506
ก็ต้องเอาหารออกมา

1636
01:49:03.507 --> 01:49:07.507

1637
01:49:07.512 --> 01:49:11.512

1638
01:49:11.513 --> 01:49:15.513

1639
01:49:15.517 --> 01:49:19.517

1640
01:49:19.518 --> 01:49:23.518

1641
01:49:23.520 --> 01:49:27.520

1642
01:49:27.522 --> 01:49:31.522

1643
01:49:31.528 --> 01:49:35.528

1644
01:49:35.530 --> 01:49:39.530

1645
01:49:39.533 --> 01:49:43.533

1646
01:49:43.535 --> 01:49:47.535

1647
01:49:47.536 --> 01:49:51.536

1648
01:49:51.538 --> 01:49:55.538

1649
01:49:55.541 --> 01:49:59.541

1650
01:49:59.560 --> 01:50:03.560

1651
01:50:03.562 --> 01:50:07.562

1652
01:50:07.563 --> 01:50:11.563

1653
01:50:11.565 --> 01:50:15.565

1654
01:50:15.567 --> 01:50:19.567

1655
01:50:19.569 --> 01:50:23.569

1656
01:50:23.578 --> 01:50:27.578

1657
01:50:27.581 --> 01:50:31.581

1658
01:50:31.582 --> 01:50:35.582

1659
01:50:35.585 --> 01:50:39.585

1660
01:50:39.587 --> 01:50:43.587

1661
01:50:43.590 --> 01:50:47.590

1662
01:50:47.592 --> 01:50:51.592

1663
01:50:51.593 --> 01:50:55.593

1664
01:50:55.595 --> 01:50:59.595

1665
01:50:59.597 --> 01:51:03.597

1666
01:51:03.600 --> 01:51:07.600

1667
01:51:07.604 --> 01:51:11.604

1668
01:51:11.606 --> 01:51:15.606

1669
01:51:15.608 --> 01:51:19.608

1670
01:51:19.610 --> 01:51:23.610

1671
01:51:23.612 --> 01:51:27.612

1672
01:51:27.613 --> 01:51:31.613

1673
01:51:31.615 --> 01:51:35.615

1674
01:51:35.618 --> 01:51:39.618

1675
01:51:39.621 --> 01:51:43.621

1676
01:51:43.625 --> 01:51:47.625

1677
01:51:47.629 --> 01:51:51.629

1678
01:51:51.631 --> 01:51:55.631

1679
01:51:55.633 --> 01:51:59.633

1680
01:51:59.636 --> 01:52:03.636

1681
01:52:03.638 --> 01:52:07.638

1682
01:52:07.640 --> 01:52:11.640

1683
01:52:11.641 --> 01:52:15.641

1684
01:52:15.645 --> 01:52:19.645

1685
01:52:19.647 --> 01:52:23.647

1686
01:52:23.650 --> 01:52:27.650

1687
01:52:27.656 --> 01:52:31.656

1688
01:52:31.658 --> 01:52:35.658

1689
01:52:35.661 --> 01:52:39.661

1690
01:52:39.662 --> 01:52:43.662

1691
01:52:43.665 --> 01:52:47.665

1692
01:52:47.667 --> 01:52:51.667

1693
01:52:51.670 --> 01:52:55.670

1694
01:52:55.672 --> 01:52:59.672

1695
01:52:59.674 --> 01:53:03.674

1696
01:53:03.675 --> 01:53:07.675

1697
01:53:07.678 --> 01:53:11.678

1698
01:53:11.680 --> 01:53:15.680

1699
01:53:15.683 --> 01:53:19.683

1700
01:53:19.685 --> 01:53:23.685

1701
01:53:23.688 --> 01:53:27.688

1702
01:53:27.691 --> 01:53:31.691

1703
01:53:31.693 --> 01:53:35.693

1704
01:53:35.695 --> 01:53:39.695

1705
01:53:39.697 --> 01:53:43.697

1706
01:53:43.699 --> 01:53:47.699

1707
01:53:47.701 --> 01:53:51.701

1708
01:53:51.703 --> 01:53:55.703

1709
01:53:55.705 --> 01:53:59.705

1710
01:53:59.707 --> 01:54:03.707

1711
01:54:03.709 --> 01:54:07.709

1712
01:54:07.712 --> 01:54:11.712

1713
01:54:11.714 --> 01:54:15.714

1714
01:54:15.716 --> 01:54:19.716

1715
01:54:19.718 --> 01:54:23.718
คราวนี้นะคะ ดูด้วยกัน

1716
01:54:23.721 --> 01:54:27.721

1717
01:54:27.722 --> 01:54:31.722
3

1718
01:54:31.725 --> 01:54:35.725
เอา 3 ไปไว้ที่ไหนคะ ที่ Output

1719
01:54:35.727 --> 01:54:39.727
เห็นไหมคะ เอา 3 ไปไว้ที่ Output

1720
01:54:39.728 --> 01:54:43.728
เครื่องหมายหาร เอาเครื่องหมายหารไปไว้ที่ไหน Stack

1721
01:54:43.729 --> 01:54:47.729
เพราะมันเป็น Stack ว่าง เราก็หย่อนเครื่องหมา

1722
01:54:47.731 --> 01:54:51.731
Output เรายกมันลงมาด้วยนะ

1723
01:54:51.732 --> 01:54:55.732

1724
01:54:55.733 --> 01:54:59.733
ถัดไป เราอ่านเจอเลข 1 ใช่ไหมคะ เราต้องเอาเลข 1 ไปไว้

1725
01:54:59.734 --> 01:55:03.734
ที่ไหน Output

1726
01:55:03.738 --> 01:55:07.738
ยกลงมาก่อน เสร็จแล้วก็เติมเลข 1 ลงไป

1727
01:55:07.739 --> 01:55:11.739
ใน Stack ยังเหมือนเดิมนะ

1728
01:55:11.741 --> 01:55:15.741
เรายังมีเครื่องหมายหารอยู่ เราก็ยกลงมาได้เลย

1729
01:55:15.742 --> 01:55:19.742
ถัดมา

1730
01:55:19.743 --> 01:55:23.743
เครื่องหมายลบใช่ไหมคะ เดิมใน Stack เรามี

1731
01:55:23.744 --> 01:55:27.744
หารอยู่แล้วใช่ไหม ครูเขียนให้ดูก่อน

1732
01:55:27.745 --> 01:55:31.745
เรามีหารอยู่แล้วนี่ เราเอาลบมาเทียบกับ

1733
01:55:31.747 --> 01:55:35.747
หาร ปรากฎว่าค

1734
01:55:35.748 --> 01:55:39.748
ค่าลบมันน้อยกว่า

1735
01:55:39.750 --> 01:55:43.750
ให้ทำอย่างไร

1736
01:55:43.751 --> 01:55:47.751
ให้เอาหารนี่ เอาออกมาไว้ที่

1737
01:55:47.753 --> 01:55:51.753
Output เพราะฉะนั้น จะได้เป็น

1738
01:55:51.754 --> 01:55:55.754
3, 1 แล้วก็หาร ตรงนี้หายไปใช่ไหมคะ

1739
01:55:55.757 --> 01:55:59.757
เสร็จแล้วก็ใส่ค่าลบ

1740
01:55:59.758 --> 01:56:03.758
ลงมาใน Stack

1741
01:56:03.759 --> 01:56:07.759
ถัดมาหย่อนอะไร

1742
01:56:07.761 --> 01:56:11.761
ยกของเดิมลงมาก่อนที่ Output แล้วก็ใส่เลข 2

1743
01:56:11.766 --> 01:56:15.766
ใน Stack หรืออะไรคะ

1744
01:56:15.767 --> 01:56:19.767
เครื่องหมายลบใช่ไม อ่านครบหมดแล้วนะ

1745
01:56:19.768 --> 01:56:23.768
แต่ใน Stack

1746
01:56:23.771 --> 01:56:27.771
เราต้องเอาค่าจาก Stack ออกมา เป็น

1747
01:56:27.772 --> 01:56:31.772
3 1 หาร 2 แล้วอะไรคะ ลบ

1748
01:56:31.774 --> 01:56:35.774
เห็นไหม

1749
01:56:35.775 --> 01:56:39.775
เราเอาค่าที่อยู๋ใน Stack ตัวสุดท้ายมาใส่ข้างหล

1750
01:56:39.777 --> 01:56:43.777
ได้เลยนะคะ

1751
01:56:43.779 --> 01:56:47.779
โอเค

1752
01:56:47.780 --> 01:56:51.780
อีกข้อหนึ่ง

1753
01:56:51.781 --> 01:56:55.781
แล้วจะให้เลิก ครูให้โจทย์มาแค่นี้เอง ว

1754
01:56:55.783 --> 01:56:59.783

1755
01:56:59.783 --> 01:57:03.783

1756
01:57:03.784 --> 01:57:07.784

1757
01:57:07.785 --> 01:57:11.785

1758
01:57:11.786 --> 01:57:15.786
โจทย์ข้อนี้อันดับแรก

1759
01:57:15.787 --> 01:57:19.787
วาดตารางก่อนเลย ตีตารางค่ะ

1760
01:57:19.789 --> 01:57:23.789

1761
01:57:23.793 --> 01:57:27.793

1762
01:57:27.794 --> 01:57:31.794

1763
01:57:31.795 --> 01:57:35.795

1764
01:57:35.798 --> 01:57:39.798

1765
01:57:39.800 --> 01:57:43.800

1766
01:57:43.805 --> 01:57:47.805

1767
01:57:47.809 --> 01:57:51.809

1768
01:57:51.810 --> 01:57:55.810

1769
01:57:55.813 --> 01:57:59.813

1770
01:57:59.815 --> 01:58:03.815

1771
01:58:03.816 --> 01:58:07.816

1772
01:58:07.819 --> 01:58:11.819

1773
01:58:11.821 --> 01:58:15.821

1774
01:58:15.823 --> 01:58:19.823

1775
01:58:19.826 --> 01:58:23.826

1776
01:58:23.828 --> 01:58:27.828

1777
01:58:27.830 --> 01:58:31.830

1778
01:58:31.832 --> 01:58:35.832

1779
01:58:35.836 --> 01:58:39.836

1780
01:58:39.837 --> 01:58:43.837

1781
01:58:43.840 --> 01:58:47.840

1782
01:58:47.842 --> 01:58:51.842

1783
01:58:51.845 --> 01:58:55.845

1784
01:58:55.847 --> 01:58:59.847

1785
01:58:59.849 --> 01:59:03.849

1786
01:59:03.851 --> 01:59:07.851

1787
01:59:07.853 --> 01:59:11.853

1788
01:59:11.856 --> 01:59:15.856

1789
01:59:15.858 --> 01:59:19.858

1790
01:59:19.859 --> 01:59:23.859

1791
01:59:23.860 --> 01:59:27.860

1792
01:59:27.862 --> 01:59:31.862

1793
01:59:31.866 --> 01:59:35.866

1794
01:59:35.869 --> 01:59:39.869

1795
01:59:39.870 --> 01:59:43.870

1796
01:59:43.874 --> 01:59:47.874

1797
01:59:47.876 --> 01:59:51.876
ดูนิดหนึ่ง

1798
01:59:51.879 --> 01:59:55.879
คูณมันมากกว่าลบ

1799
01:59:55.880 --> 01:59:59.880
ใช่หรือเปล่า คูณมันมีค่ามากกว่าลบ

1800
01:59:59.883 --> 02:00:03.883
ก็ Push คูณลง  Stack ได้เลย

1801
02:00:03.885 --> 02:00:07.885
นะคะ Push คูณ

1802
02:00:07.886 --> 02:00:11.886
ลงใน Stack ได้เลย

1803
02:00:11.888 --> 02:00:15.888

1804
02:00:15.889 --> 02:00:19.889

1805
02:00:19.892 --> 02:00:23.892

1806
02:00:23.896 --> 02:00:27.896

1807
02:00:27.898 --> 02:00:31.898

1808
02:00:31.900 --> 02:00:35.900

1809
02:00:35.902 --> 02:00:39.902

1810
02:00:39.904 --> 02:00:43.904

1811
02:00:43.906 --> 02:00:47.906

1812
02:00:47.910 --> 02:00:51.910

1813
02:00:51.912 --> 02:00:55.912

1814
02:00:55.914 --> 02:00:59.914

1815
02:00:59.915 --> 02:01:03.915

1816
02:01:03.917 --> 02:01:07.917

1817
02:01:07.919 --> 02:01:11.919

1818
02:01:11.921 --> 02:01:15.921

1819
02:01:15.923 --> 02:01:19.923

1820
02:01:19.927 --> 02:01:23.927

1821
02:01:23.929 --> 02:01:27.929

1822
02:01:27.931 --> 02:01:31.931

1823
02:01:31.933 --> 02:01:35.933

1824
02:01:35.935 --> 02:01:39.935

1825
02:01:39.937 --> 02:01:43.937

1826
02:01:43.939 --> 02:01:47.939

1827
02:01:47.941 --> 02:01:51.941

1828
02:01:51.944 --> 02:01:55.944

1829
02:01:55.951 --> 02:01:59.951

1830
02:01:59.953 --> 02:02:03.953

1831
02:02:03.955 --> 02:02:07.955

1832
02:02:07.957 --> 02:02:11.957

1833
02:02:11.959 --> 02:02:15.959

1834
02:02:15.961 --> 02:02:19.961

1835
02:02:19.962 --> 02:02:23.962

1836
02:02:23.968 --> 02:02:27.968

1837
02:02:27.971 --> 02:02:31.971

1838
02:02:31.972 --> 02:02:35.972

1839
02:02:35.977 --> 02:02:39.977

1840
02:02:39.979 --> 02:02:43.979

1841
02:02:43.980 --> 02:02:47.980

1842
02:02:47.982 --> 02:02:51.982

1843
02:02:51.984 --> 02:02:55.984

1844
02:02:55.986 --> 02:02:59.986

1845
02:02:59.988 --> 02:03:03.988

1846
02:03:03.989 --> 02:03:07.989

1847
02:03:07.991 --> 02:03:11.991

1848
02:03:11.993 --> 02:03:15.993

1849
02:03:15.997 --> 02:03:19.997

1850
02:03:19.999 --> 02:03:23.999

1851
02:03:24.001 --> 02:03:28.001

1852
02:03:28.003 --> 02:03:32.003

1853
02:03:32.005 --> 02:03:36.005

1854
02:03:36.008 --> 02:03:40.008

1855
02:03:40.010 --> 02:03:44.010

1856
02:03:44.012 --> 02:03:48.012

1857
02:03:48.015 --> 02:03:52.015

1858
02:03:52.019 --> 02:03:56.019

1859
02:03:56.021 --> 02:04:00.021

1860
02:04:00.023 --> 02:04:04.023

1861
02:04:04.025 --> 02:04:08.025

1862
02:04:08.028 --> 02:04:12.028

1863
02:04:12.030 --> 02:04:16.030
โอเค

1864
02:04:16.032 --> 02:04:20.032
มาดูนะคะ

1865
02:04:20.033 --> 02:04:24.033
นะคะ 6

1866
02:04:24.034 --> 02:04:28.034
เป็นตัวเลข เอาไว้ที่ Output ใช่หรือเปล่า

1867
02:04:28.035 --> 02:04:32.035
ลบ เอาไว้ที่ Stack นะคะ

1868
02:04:32.037 --> 02:04:36.037
6 ก็ใส่มาเหมือนเดิม

1869
02:04:36.039 --> 02:04:40.039
5 เอาไว้ที่ไหนคะ เอาไว้ที่

1870
02:04:40.041 --> 02:04:44.041
Stack ก็ยกลงมาเหมือนเดิมนะคะ

1871
02:04:44.042 --> 02:04:48.042
ถัดมาคูณ

1872
02:04:48.049 --> 02:04:52.049
เจอคูณ

1873
02:04:52.052 --> 02:04:56.052
ใช่ไหมคะ เจอคูณให้เ

1874
02:04:56.053 --> 02:05:00.053
ปรากฏว่าคูณมีค่ามากกว่าลบ

1875
02:05:00.055 --> 02:05:04.055
ให้ Push คูณลง Stack

1876
02:05:04.058 --> 02:05:08.058
ได้เลย เพราะฉะนั้น

1877
02:05:08.061 --> 02:05:12.061
Stack เดิมเป็น push

1878
02:05:12.063 --> 02:05:16.063
ครูบอกว่า Push ลงมาได้เลยนะคะ เพราะคูณ

1879
02:05:16.064 --> 02:05:20.064
มันมากกว่านะ มันมากกว่านะคะ

1880
02:05:20.065 --> 02:05:24.065
ข้างหลัง คือ 6 กับ 5

1881
02:05:24.066 --> 02:05:28.066
ถัดมา 2

1882
02:05:28.066 --> 02:05:32.066
เป็นตัวเลขไว้ข้างหลังนะคะ

1883
02:05:32.068 --> 02:05:36.068
Stack มีเท่าไรยกลงมา

1884
02:05:36.069 --> 02:05:40.069
โอเค เสร็จแล้ว หมดแล้วนะ ผลลัพธ์

1885
02:05:40.070 --> 02:05:44.070
สุดท้ายที่ได้ 6, 5, 2

1886
02:05:44.072 --> 02:05:48.072
เอาคูณออกมาก่อน แล้วตามด้วยลบนะคะ

1887
02:05:48.073 --> 02:05:52.073
เห็นนะโอเค

1888
02:05:52.075 --> 02:05:56.075

1889
02:05:56.077 --> 02:06:00.077
ทุกคนดู

1890
02:06:00.078 --> 02:06:04.078
นะคะ

1891
02:06:04.080 --> 02:06:08.080

1892
02:06:08.081 --> 02:06:12.081

1893
02:06:12.086 --> 02:06:16.086

1894
02:06:16.092 --> 02:06:20.092
เราสังเกตนะ

1895
02:06:20.096 --> 02:06:24.096
ทำไมตัวนี้

1896
02:06:24.098 --> 02:06:28.098
เอาหารออกมา ตัวนี้ไม่ได้เอาอะไรออกมานะคะ ตัวนี้

1897
02:06:28.099 --> 02:06:32.099
วิธีการสังเกต โอเค

1898
02:06:32.100 --> 02:06:36.100
ลบเทียบกับหาร ลบ

1899
02:06:36.101 --> 02:06:40.101
มันมีค่าน้อยกว่าหารเห็นไหมคะ

1900
02:06:40.105 --> 02:06:44.105
ลบมีค่าน้อยกว่าหาร

1901
02:06:44.106 --> 02:06:48.106
เลยต้องเอาหาร

1902
02:06:48.106 --> 02:06:52.106
ออกมา

1903
02:06:52.107 --> 02:06:56.107
แต่ถ้า Input

1904
02:06:56.108 --> 02:07:00.108
ที่ใส่เข้าไปนี่ มีค่ามากกว่า เรา็

1905
02:07:00.109 --> 02:07:04.109
ใส่ลงไปใน Stack ได้เลย

1906
02:07:04.110 --> 02:07:08.110
ถ้าตัวซ้ายมันมากกว่าตัวบนตรงนี้

1907
02:07:08.111 --> 02:07:12.111
เราก็ใส่ลงไปใน Stack ได้เลยนะคะ

1908
02:07:12.112 --> 02:07:16.112

1909
02:07:16.113 --> 02:07:20.113
โอเค

1910
02:07:20.115 --> 02:07:24.115
ต้องกลับไปทบทวนอีกรอบหนึ่งนะ นะคะ

1911
02:07:24.117 --> 02:07:28.117
เดี๋ยวสัปดาห์หน้าครูจะทวน

1912
02:07:28.118 --> 02:07:32.118
ให้อีกรอบหนึ่ง

1913
02:07:32.123 --> 02:07:36.123

1914
02:07:36.125 --> 02:07:40.125
โอเค

1915
02:07:40.126 --> 02:07:44.126
เดี๋ยวทั้งหมดนี้ครูจะอัปที่ Classroom ให้นะคะ

1916
02:07:44.127 --> 02:07:48.127
เดี๋ยวครูจะไปสแกนให้ แล้วก็อัปโหลด

1917
02:07:48.129 --> 02:07:52.129
ให้ โอเค

1918
02:07:52.130 --> 02:07:56.130

1919
02:07:56.131 --> 02:08:00.131

1920
02:08:00.133 --> 02:08:04.133

1921
02:08:04.135 --> 02:08:08.135

1922
02:08:08.140 --> 02:08:12.140

1923
02:08:12.144 --> 02:08:16.144

1924
02:08:16.146 --> 02:08:20.146
เดี๋ยวครูเช็กชื่อหน่อยนะคะ

1925
02:08:20.148 --> 02:08:24.148

1926
02:08:24.149 --> 02:08:28.140

1927
02:08:28.150 --> 02:08:32.150

1928
02:08:32.151 --> 02:08:36.151

1929
02:08:36.153 --> 02:08:40.153

1930
02:08:40.155 --> 02:08:44.155

1931
02:08:44.157 --> 02:08:48.157

1932
02:08:48.159 --> 02:08:52.159
ครูเช็กชื่อหน่อย

1933
02:08:52.161 --> 02:08:56.161
ศิริลักษณ์

1934
02:08:56.163 --> 02:09:00.163
02

1935
02:09:00.165 --> 02:09:04.165
มาไหม 02

1936
02:09:04.166 --> 02:09:08.166
คนนี้หรือ

1937
02:09:08.167 --> 02:09:12.167
03

1938
02:09:12.171 --> 02:09:16.171
อดิศร เป็น COVID

1939
02:09:16.172 --> 02:09:20.172
4 นพกิต

1940
02:09:20.173 --> 02:09:24.173
คนนี้ 5.

1941
02:09:24.174 --> 02:09:28.174
พงพร ไหน

1942
02:09:28.175 --> 02:09:32.175
อ๋อ จันทกานต์

1943
02:09:32.176 --> 02:09:36.176
ไหนคะ

1944
02:09:36.177 --> 02:09:40.177
กัญญานัฐ

1945
02:09:40.178 --> 02:09:44.178
ธัญญาลักษณ์

1946
02:09:44.181 --> 02:09:48.181
อ๋อ โอเค วริษา

1947
02:09:48.182 --> 02:09:52.182
คนนี้

1948
02:09:52.183 --> 02:09:56.183
ภัทรดา 11 ไม่มา

1949
02:09:56.185 --> 02:10:00.185
เทพอักษร

1950
02:10:00.186 --> 02:10:04.186
ธนภัทร 15 โอเค

1951
02:10:04.189 --> 02:10:08.189
ภากร

1952
02:10:08.190 --> 02:10:12.190
16 โอเค ค่ะ เจอกันสัปดาห์หน้า

1953
02:10:12.192 --> 02:10:16.192

1954
02:10:16.193 --> 02:10:20.193

1955
02:10:20.194 --> 02:10:24.194

1956
02:10:24.196 --> 02:10:28.196

1957
02:10:28.197 --> 02:10:32.197

1958
02:10:32.199 --> 02:10:36.199

1959
02:10:36.203 --> 02:10:40.203

1960
02:10:40.204 --> 02:10:44.204
[สิ้นสุดการถอดความ]

1961
02:10:44.207 --> 02:10:48.207

1962
02:10:48.208 --> 02:10:52.208

1963
02:10:52.211 --> 02:10:55.213

1964
02:10:56.213 --> 02:10:56.214

1965
02:11:00.215 --> 02:11:00.216


