﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:04.000
(อาจารย์พิเชนทร์) ดูนะครับ

2
00:00:04.003 --> 00:00:08.003
บทนี้เรื่องของ

3
00:00:08.005 --> 00:00:12.005

4
00:00:12.008 --> 00:00:16.008

5
00:00:16.011 --> 00:00:20.011
เรื่องของการจัดการ

6
00:00:20.013 --> 00:00:24.013
CPU นะครับ CPU

7
00:00:24.015 --> 00:00:28.015

8
00:00:28.016 --> 00:00:32.016

9
00:00:32.018 --> 00:00:36.018
CPU นะครับ ถือเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญ

10
00:00:36.021 --> 00:00:40.021
นะครับ ในคอมพิวเตอร์

11
00:00:40.024 --> 00:00:44.024
ของเรานะครับ

12
00:00:44.025 --> 00:00:47.991

13
00:00:48.026 --> 00:00:52.026
กี่คน

14
00:00:52.028 --> 00:00:56.028

15
00:00:56.030 --> 00:01:00.030

16
00:01:00.034 --> 00:01:04.034

17
00:01:04.038 --> 00:01:08.038
ยกเลิกไปแล้ว

18
00:01:08.043 --> 00:01:12.043
เคยบอกว่ายกเลิกทั้งเทอมไปแแล้ว

19
00:01:12.044 --> 00:01:16.044

20
00:01:16.045 --> 00:01:20.045
อย่างไร เสียเวลาเขา

21
00:01:20.046 --> 00:01:24.046
เดี๋ยวจะ

22
00:01:24.048 --> 00:01:28.048
ปฏิบัติแล้ว

23
00:01:28.049 --> 00:01:32.049

24
00:01:32.050 --> 00:01:36.050

25
00:01:36.054 --> 00:01:40.054

26
00:01:40.056 --> 00:01:44.056

27
00:01:44.057 --> 00:01:48.057

28
00:01:48.059 --> 00:01:52.059

29
00:01:52.061 --> 00:01:56.061

30
00:01:56.062 --> 00:02:00.062

31
00:02:00.067 --> 00:02:04.067

32
00:02:04.069 --> 00:02:08.069

33
00:02:08.072 --> 00:02:12.072

34
00:02:12.074 --> 00:02:16.074

35
00:02:16.077 --> 00:02:20.077

36
00:02:20.081 --> 00:02:24.081

37
00:02:24.083 --> 00:02:28.083

38
00:02:28.085 --> 00:02:32.085

39
00:02:32.087 --> 00:02:36.087

40
00:02:36.088 --> 00:02:40.088
UPS ใครดัง

41
00:02:40.089 --> 00:02:44.089
UPS ดัง UPS มันดัง

42
00:02:44.091 --> 00:02:48.091
เสียบปลั๊ก

43
00:02:48.092 --> 00:02:52.092
เครื่องไว้

44
00:02:52.093 --> 00:02:56.093

45
00:02:56.095 --> 00:03:00.095

46
00:03:00.097 --> 00:03:04.097

47
00:03:04.099 --> 00:03:08.099

48
00:03:08.103 --> 00:03:12.103
เครื่องไหน

49
00:03:12.106 --> 00:03:16.106

50
00:03:16.109 --> 00:03:20.109

51
00:03:20.111 --> 00:03:24.111

52
00:03:24.113 --> 00:03:28.113

53
00:03:28.114 --> 00:03:32.114

54
00:03:32.116 --> 00:03:36.116

55
00:03:36.120 --> 00:03:40.120

56
00:03:40.123 --> 00:03:44.123

57
00:03:44.125 --> 00:03:48.125

58
00:03:48.126 --> 00:03:52.126

59
00:03:52.127 --> 00:03:56.127

60
00:03:56.132 --> 00:04:00.132

61
00:04:00.134 --> 00:04:04.134

62
00:04:04.142 --> 00:04:08.142

63
00:04:08.144 --> 00:04:12.144

64
00:04:12.145 --> 00:04:16.145

65
00:04:16.148 --> 00:04:20.148

66
00:04:20.151 --> 00:04:24.151

67
00:04:24.153 --> 00:04:28.153

68
00:04:28.156 --> 00:04:32.156

69
00:04:32.158 --> 00:04:36.158

70
00:04:36.159 --> 00:04:40.159

71
00:04:40.160 --> 00:04:44.160

72
00:04:44.162 --> 00:04:48.162

73
00:04:48.164 --> 00:04:52.164

74
00:04:52.166 --> 00:04:56.166

75
00:04:56.170 --> 00:05:00.170

76
00:05:00.173 --> 00:05:04.173

77
00:05:04.174 --> 00:05:08.174

78
00:05:08.175 --> 00:05:12.175
ครับก็บทที่ 3 นะครับ

79
00:05:12.177 --> 00:05:16.177
เดี๋ยวสัปดาห์หน้าก็

80
00:05:16.178 --> 00:05:20.178
อีก 2 บทแล้วก็

81
00:05:20.180 --> 00:05:24.180
ก่อนรับปริญญาเราจะสอบ Midterm

82
00:05:24.182 --> 00:05:28.182
นะครับ

83
00:05:28.183 --> 00:05:32.183
CPU นะครับ เราจะเห็นว่ามันมีความสำคัญนะครับ

84
00:05:32.184 --> 00:05:36.184
เป็นหัวใจหลักของคอมพิวเตอร์เลย ดังนั้น

85
00:05:36.187 --> 00:05:40.187
การที่เราจะใช้งาน CPU ให้คุ้มค่าก็

86
00:05:40.188 --> 00:05:44.188
เป็นหน้าที่หนึ่งของพวกเรานะครับ ที่

87
00:05:44.190 --> 00:05:48.190
ต้องจัดการ จัดการอย่างไรดีนะครับ

88
00:05:48.192 --> 00:05:52.192
นี่คือหลักการของการจัดการ CPU

89
00:05:52.193 --> 00:05:56.193
นะครับ

90
00:05:56.195 --> 00:06:00.195
การจัดการ

91
00:06:00.197 --> 00:06:04.197
Processor นะครับ Processor หรือ CPU ตัวเดียวกันนะครับ

92
00:06:04.198 --> 00:06:08.198
การเปลี่ยนสถานะของ CPU

93
00:06:08.200 --> 00:06:12.200
ถือว่าเป็นมีค่าใช้จ่ายนะครับ

94
00:06:12.202 --> 00:06:16.202
ค่าใช้จ่ายในที่นี้

95
00:06:16.204 --> 00:06:20.204
ของ CPU นี่ ก็คือเรื่องของเวลานะครับ

96
00:06:20.205 --> 00:06:24.205
การทำงานส่วนใหญ่ของ โปรเซสเซอร์ นะครับ ของ

97
00:06:24.206 --> 00:06:28.206
CPU นี่ก็คือเรื่องของเวลา

98
00:06:28.207 --> 00:06:32.207
นะครับ เราจะทำอย่างไรให้มัน

99
00:06:32.208 --> 00:06:36.208
ใช้งานได้อย่างเต็มที่ อย่างมีประสิทธิภาพ มันก็เป็นหน้าที่

100
00:06:36.209 --> 00:06:40.209
ของระบบปฏิบัติการนะครับ

101
00:06:40.214 --> 00:06:44.214
ซึ่งตัวของ

102
00:06:44.215 --> 00:06:48.215
CPU จะเสียเวลาอยู่ 3...

103
00:06:48.217 --> 00:06:52.217
3 งานนะครับ ก็คือ 1.

104
00:06:52.218 --> 00:06:56.218
เก็บค่า Reguster และ

105
00:06:56.219 --> 00:07:00.219
ของเครื่อง คือ เปิดขึ้นมาปุ๊บ

106
00:07:00.220 --> 00:07:04.220
เก็บไว้แล้วนะครับ เสียเวลาดู

107
00:07:04.221 --> 00:07:08.221
อันที่ 1 นะครับ อันที่ 2 คัดเลือก Process

108
00:07:08.223 --> 00:07:12.223
ในสถานะพร้อม เพื่อเข้ามา

109
00:07:12.224 --> 00:07:16.224
ครอบครองตัวมันเอง นี่ก็เสียเวลา

110
00:07:16.225 --> 00:07:20.225
นะครับ อันที่ 3

111
00:07:20.229 --> 00:07:24.229
โหลดค่า Register และสถานะ

112
00:07:24.231 --> 00:07:28.231
ของเครื่องบน PCB นี่คือสถานะ

113
00:07:28.232 --> 00:07:32.232
เกิดการเสียเวลาขึ้นนะครับ

114
00:07:32.234 --> 00:07:36.234

115
00:07:36.237 --> 00:07:40.237
หน้าที่อันหนึ่งของระบบปฏิบัติการ

116
00:07:40.238 --> 00:07:44.238
เลยนะครับ หน้าที่อันหนึ่งเลย นอกจาก

117
00:07:44.240 --> 00:07:48.240
การจัดการ Process แล้วนะครับ บทที่แล้วนะครับ บทที่ 2

118
00:07:48.241 --> 00:07:52.241
การจัดการ CPU เราจะทำอย่างไร

119
00:07:52.243 --> 00:07:56.243
ในการทำงานของ CPU จะมีประสิทธิภาพมากหรือน้อย

120
00:07:56.245 --> 00:08:00.245
ขึ้นอยู่กับ CPU ขึ้นอยู่กับ

121
00:08:00.249 --> 00:08:04.249
ตัวของระบบปฏิบัติการด้วยนะครับ

122
00:08:04.250 --> 00:08:08.250
เรามาดูกันว่าในการคัดเลือก

123
00:08:08.251 --> 00:08:12.251
หา Process เข้ามา Run นะครับ ถือเป็นหน้าที่

124
00:08:12.252 --> 00:08:16.252
อันหนึ่งของ OS ซึ่งเราเรียกว่า "การจัด

125
00:08:16.253 --> 00:08:20.253
คิวในระยะสั้น ก็คือหมายความว่า

126
00:08:20.256 --> 00:08:24.256
การจัดคิวระยะสั้น หมายถึง การที่มันเลือก

127
00:08:24.257 --> 00:08:28.257
เอา Process ที่ต้องการไปครอบครอง CPU

128
00:08:28.257 --> 00:08:32.257
ซึ่งการจัดคิวระยะสั้นก็มีหลายรูปแบบนะครับ

129
00:08:32.259 --> 00:08:36.259

130
00:08:36.261 --> 00:08:40.261
แบบที่ 1

131
00:08:40.262 --> 00:08:44.262
นะครับ แบบที่ 1 เลย ก็คือการจัดคิวแบบ FCFS

132
00:08:44.263 --> 00:08:48.263
นะครับ Fist come

133
00:08:48.265 --> 00:08:52.265
นะครับ คือ  Process

134
00:08:52.266 --> 00:08:56.266
ไหนมารอคิวก่อน ได้

135
00:08:56.268 --> 00:09:00.268
เข้าไปครอบครอง CPU ก่อนนะครับ อันนี้

136
00:09:00.269 --> 00:09:04.269
จัดง่ายนะครับ มี Process 10 ตัวเข้า

137
00:09:04.271 --> 00:09:08.271
มาเข้าคิวหนึ่ง 2, 3, 4, 5, 6 ก็เข้า

138
00:09:08.272 --> 00:09:12.272
ตามคิวที่ตัวเอง ต่อคิวเอาไว้

139
00:09:12.274 --> 00:09:16.274
นะครับ แต่ถ้า Pr

140
00:09:16.275 --> 00:09:20.275
Process เข้าไปใน CPU แล้วต้องการเข้าไป

141
00:09:20.277 --> 00:09:24.277
ใช้งานอุปกรณ์ Input Output เช่น

142
00:09:24.278 --> 00:09:28.278
ส่งข้อมูลไปที่ Printer

143
00:09:28.282 --> 00:09:32.282
นะครับ Process ออกไปปุ๊บ Process ใหม่ก็เข้ามาแทนที่

144
00:09:32.290 --> 00:09:36.290
ก็มาครอบครองแทนนะครับ ใน CPU เรานั้น

145
00:09:36.291 --> 00:09:40.291
เข้าไปครอบครองได้ทีละ Process

146
00:09:40.292 --> 00:09:44.292
นะครับ

147
00:09:44.293 --> 00:09:48.293

148
00:09:48.294 --> 00:09:52.294
ข้อดีจัดคิวง่าย อันนี้ง่ายเลยครับ

149
00:09:52.297 --> 00:09:56.297
ไม่ยุ่งยากนะครับ ข้อเสียต้องรอนาน

150
00:09:56.298 --> 00:10:00.298
ทำไมต้องรอ เนื่องจากว่า

151
00:10:00.300 --> 00:10:04.300
ตัวของ Process สมมตินะครับ

152
00:10:04.301 --> 00:10:08.301
Process A ต้องการเข้าไปครอบครอง

153
00:10:08.302 --> 00:10:12.302
CPU 1 วินาที Process B ต้องการ

154
00:10:12.303 --> 00:10:16.303
CPU 2 ชั่วโมง Process C

155
00:10:16.305 --> 00:10:20.305
ต้องการ 3 วินาที

156
00:10:20.307 --> 00:10:24.307
นั่นแสดงว่า Process C ต้องรอ

157
00:10:24.308 --> 00:10:28.308
ถึง 2 ชั่วโมงนะครับ

158
00:10:28.309 --> 00:10:32.309
ถึงต้องรอนานนะครับ

159
00:10:32.311 --> 00:10:36.311

160
00:10:36.313 --> 00:10:40.313
เป็นการจัดคิวแบบ RR นะครับ

161
00:10:40.315 --> 00:10:44.315
Round Robin

162
00:10:44.317 --> 00:10:48.317
นะครับ เป็นการจัดคิวแบบวนลูป วนลูป

163
00:10:48.318 --> 00:10:52.318
ก็คือหมายความว่า

164
00:10:52.319 --> 00:10:56.319
เข้าไปแล้วนะครับ มีเวลาควอนตัม

165
00:10:56.321 --> 00:11:00.321
มาจับนะครับ

166
00:11:00.323 --> 00:11:04.323
เป็นการเข้าไปแบบวนลูป

167
00:11:04.326 --> 00:11:08.326
แบบ FCFS แบบที่ 1

168
00:11:08.326 --> 00:11:12.326
ไม่มีเวลาควอนตัม แบบนี้

169
00:11:12.328 --> 00:11:16.328
มีเวลาควอนตัม เวลาควอนตัมคืออะไรครับ

170
00:11:16.329 --> 00:11:20.329
จำได้ไหม หาย

171
00:11:20.330 --> 00:11:24.330
ไป 2-3 อาทิตย์ เวลาควอนตัม

172
00:11:24.332 --> 00:11:28.332
เวลาควอนตัมคืออะไร

173
00:11:28.333 --> 00:11:32.333
หูดีตอบหน่อยสิ เวลาควอนตัมคืออะไร

174
00:11:32.337 --> 00:11:36.337
อาทิตย์หน้าก็...

175
00:11:36.338 --> 00:11:40.338
อีก 2 บท ที่ตัดไปก่อนรับปริญญาสอบ

176
00:11:40.340 --> 00:11:44.340
นะครับ

177
00:11:44.341 --> 00:11:48.341
เวลาควอนตัมคืออะไรครับ เวลาที่

178
00:11:48.343 --> 00:11:52.343
ให้ CPU

179
00:11:52.344 --> 00:11:56.344
หรือให้ Process เข้าไปครอบครอง CPU ได้นานเท่าไหร่

180
00:11:56.345 --> 00:12:00.345
เช่น 5 วิ 10 วิ 15 วิ ก็ว่าไป

181
00:12:00.346 --> 00:12:04.346
นะครับ การจัดคิวแบบที่ 3 นะครับ

182
00:12:04.347 --> 00:12:08.347
การจัดคิว

183
00:12:08.349 --> 00:12:12.349
แบบลำดับความสำคัญ

184
00:12:12.350 --> 00:12:16.350
การจัดคิวแบบนี้จะดูว่า Process ที่มารอคิวนั้น

185
00:12:16.351 --> 00:12:20.351
มีความสำคัญมากน้อยขนาดไหนนะครับ

186
00:12:20.352 --> 00:12:24.352
เราจะเป็นคนกำหนดเองนะครับว่า โปรเซส

187
00:12:24.354 --> 00:12:28.354
มาก-น้อยขนาดไหนนะครับ ยกตัวอย่างเช่น

188
00:12:28.355 --> 00:12:32.355
ซ่ายมือ

189
00:12:32.357 --> 00:12:36.357
นะครับ Process A

190
00:12:36.358 --> 00:12:40.358
B C D E

191
00:12:40.359 --> 00:12:44.359
ลำดับความสำคัญเท่ากับ 10 8 5 4

192
00:12:44.360 --> 00:12:48.360
มันจะเรียงเข้าตามคิวที่มี

193
00:12:48.361 --> 00:12:52.361
ลำดับความสำคัญมากน้อยนะครับ แต่สังเกต

194
00:12:52.362 --> 00:12:56.362
นะครับ พอ Process E เข้ามาต่อคิว

195
00:12:56.366 --> 00:13:00.366
Process มีความสำคัญเท่ากับ 6

196
00:13:00.368 --> 00:13:04.368
มันต้องการคิวแบบใหม่แล้วนะครับ

197
00:13:04.369 --> 00:13:08.369
จัดคิวเป็นแบบ A B E

198
00:13:08.371 --> 00:13:12.371
C D  นะครับ นี่

199
00:13:12.377 --> 00:13:16.377
การจัดคิวโดยลำดับความสำคัญนะครับ

200
00:13:16.378 --> 00:13:20.378
เราจะรู้ได้อย่างไรว่า Process มีความสำคัญ

201
00:13:20.383 --> 00:13:24.383
Process ใดไม่มีความสำคัญนะครับ สำคัญ

202
00:13:24.384 --> 00:13:28.384
มากน้อยต่างกันอย่างไร เรามาดู

203
00:13:28.385 --> 00:13:32.385
หลักพิจาณานะครับ 1.

204
00:13:32.387 --> 00:13:36.387
ผู้ใช้เป็นเจ้าของ Process เป็น

205
00:13:36.388 --> 00:13:40.388
คนกำหนดเองนะครับ หรือตัวเราเองนะ

206
00:13:40.389 --> 00:13:44.389
กำหนดเองว่า Process ใด มีความสำคะย

207
00:13:44.390 --> 00:13:48.390
มาก-น้อยขนาดไหนนะครับ เช่น

208
00:13:48.390 --> 00:13:52.390
Process ของผู้ควบคุม

209
00:13:52.392 --> 00:13:56.392
หรือผู้ดูแลระบบมีความสำคัญมากกว่า

210
00:13:56.393 --> 00:14:00.393
Process ของ User ธรรมดา

211
00:14:00.395 --> 00:14:04.395
2.

212
00:14:04.396 --> 00:14:08.396
ประเภทของ Process

213
00:14:08.399 --> 00:14:12.399
นะครับ ประเภทของ Process Process

214
00:14:12.400 --> 00:14:16.400
ที่มีความ

215
00:14:16.403 --> 00:14:20.403
อยู่ในโหมดของแบบ... มักมีความสำคัญ

216
00:14:20.405 --> 00:14:24.405
น้อยกว่าโหมดโต้ตอบ โหมดแบตช์

217
00:14:24.406 --> 00:14:28.406
คืออะไรครับ โหมดแบต

218
00:14:28.408 --> 00:14:32.408
คือ การทำงานเป็นลำดับขั้น

219
00:14:32.409 --> 00:14:36.409
นะครับ ผมยกตัวอย่างเช่นนะ

220
00:14:36.410 --> 00:14:40.410
สมมตินะ สมมตินะ เรา

221
00:14:40.411 --> 00:14:44.411
เขียนเกม เรากำหนดว่า

222
00:14:44.412 --> 00:14:48.412
อยู่ในโหมดของ

223
00:14:48.413 --> 00:14:52.413
เรายิงระเบิดออกไป

224
00:14:52.414 --> 00:14:56.414
2 วันถึงรู้ว่าระเบิด

225
00:14:56.416 --> 00:15:00.416
โดนฝั่งตรงข้ามหรือเปล่านะครับ มันจะประมวลผล

226
00:15:00.418 --> 00:15:04.418
เป็นลำดับขั้ยตอนไปเรื่อย ๆ แต่ถ้า

227
00:15:04.419 --> 00:15:08.419
โหมดโต้ตอบ ยิงปุ๊บ

228
00:15:08.421 --> 00:15:12.421
สวนปั๊บ เหมือนเกมนะครับ หรือเอาตัวอย่าง

229
00:15:12.424 --> 00:15:16.424
หนึ่ง เช่น อุบลนะ อุบลนี่

230
00:15:16.426 --> 00:15:20.426
ผมเดินมา

231
00:15:20.427 --> 00:15:24.427
เขกหัวอุบลเลย ถ้า

232
00:15:24.428 --> 00:15:28.428
อยู่ในโหมดแบตช์ อุบลจะคิดว่าเพราะอะไร

233
00:15:28.429 --> 00:15:32.429
อาจารย์ถึงมาเขกหัวผม แล้วอุบล

234
00:15:32.430 --> 00:15:36.430
ก็คิดต่อไปว่า เจ็บ

235
00:15:36.432 --> 00:15:40.432
เจ็บแล้วไปหาหมออะไรประมาณนี้นะครับ เป็นขั้นเป็นตอนไป

236
00:15:40.433 --> 00:15:44.433
แต่ถ้าเป็นในโหมดโต้ตอบ

237
00:15:44.434 --> 00:15:48.434
ผมเขกหัวอุบลปั๊บ อุบลสวนกำปั้นมาปั๊บ

238
00:15:48.435 --> 00:15:52.435
นี่คือโหมดของการแบบโต้ตอบนะครับ

239
00:15:52.437 --> 00:15:56.437
ดังนั้น การเขียนโปรแกรมในคอมพิวเตอร์เรานะครับ มันมีอยู่หลายโหมดนะครับ

240
00:15:56.438 --> 00:16:00.438

241
00:16:00.440 --> 00:16:04.440
ดังนั้น โหมดโต้ตอบมักจะมี

242
00:16:04.441 --> 00:16:08.441
ความสำคัญมากกว่าโหมดแบตช์

243
00:16:08.442 --> 00:16:12.442
เพราะแบตช์ต้องรอประมวลผลนะครับ

244
00:16:12.444 --> 00:16:16.444
วิธีการ

245
00:16:16.445 --> 00:16:20.445
พิจารณาลำดับความสำคัญอันที่ 3

246
00:16:20.446 --> 00:16:24.446
ก็คือ ถ้าเราอยากรู้ว่า

247
00:16:24.447 --> 00:16:28.447
Process ใดสำคัญกว่ากัน

248
00:16:28.449 --> 00:16:32.449
ผู้ใช้ยอมจ่ายสตางค์

249
00:16:32.450 --> 00:16:36.450
เราเคยสังเกตไหมครับ เวลา

250
00:16:36.452 --> 00:16:40.452
เราเปิดเว็บไซต์

251
00:16:40.453 --> 00:16:44.453
บางทีเราเปิดขึ้นมา เว็บไซต์บางเว็บไซต์

252
00:16:44.454 --> 00:16:48.454
เป็นรูปกากบาท เคยเห็นไหม เคยสังเกตไหม

253
00:16:48.456 --> 00:16:52.456
โดยเฉพาะ

254
00:16:52.457 --> 00:16:56.457
เว็บไซต์ที่เกี่ยวกับการศึกษา

255
00:16:56.459 --> 00:17:00.459
ช้าไหมครับ

256
00:17:00.461 --> 00:17:04.461
เช่น เว็บฯ หมาวิทยาลัยเรานี่

257
00:17:04.462 --> 00:17:08.462
บางทีเปิดเข้าพร้อม ๆ กันหลาย ๆ คน หลาย ๆ พันคน

258
00:17:08.464 --> 00:17:12.464
เอาง่าย ๆ ตอนนี้เราปริญญาใช่ไหม รับปรญญา

259
00:17:12.465 --> 00:17:16.465
เปิดเข้าลงทะเบียนพร้อม ๆ กันเป็นอย่างไรครับ

260
00:17:16.467 --> 00:17:20.467
ล่มไหม

261
00:17:20.468 --> 00:17:24.468
เข้าแทบไม่ได้เลยนะครับ

262
00:17:24.473 --> 00:17:28.473
ผมเคยบอกนักศึกษา

263
00:17:28.474 --> 00:17:32.474
แล้วก็บอกมาทุกรุ่นนะ การเขียนโปรแกรมให้เราไปดู

264
00:17:32.475 --> 00:17:36.475
การเขียนโปรแกรมของเว็บฯ โป๊

265
00:17:36.477 --> 00:17:40.477
ไม่ให้ไปดูเว็บ(ไซต์)โป๊นะ

266
00:17:40.478 --> 00:17:44.478
ไปดู Code ของ Sorce

267
00:17:44.480 --> 00:17:48.480
ของเว็บโป๊ ทำไมเขียนแล้วมันขึ้นเร็วจัง

268
00:17:48.481 --> 00:17:52.481
ทั้งภาพเครื่อนไหว ทั้งภาพนิ่ง ภาพ

269
00:17:52.482 --> 00:17:56.482
ทุกอย่างนะ สังเกตนะ แต่พอเราเวลาเราไปเขียน

270
00:17:56.484 --> 00:18:00.484
เว็บของเรา พอเราขึ้นไปปุ๊บ เป็นอย่างไรครับ

271
00:18:00.486 --> 00:18:04.486
ช้า บางทีไม่เห็น บางทีไม่มี

272
00:18:04.488 --> 00:18:08.488
เพราะอะไรครับ เพราะเราไม่จ่ายสตางค์

273
00:18:08.494 --> 00:18:12.494
เว็บนี่ พวกเว็บการพนันง่าย ๆ

274
00:18:12.497 --> 00:18:16.497
เว็บการพนันตัวดีเลย เห็นไหมขึ้นทุกที่

275
00:18:16.498 --> 00:18:20.498
เว็บการพนันเขา

276
00:18:20.500 --> 00:18:24.500
สามารถทำให้มันเร็วได้ เพราะเขาไปเช่าพื้นที่

277
00:18:24.501 --> 00:18:28.501
เขายอมเสียสตางค์เยอะ นี่คือ

278
00:18:28.502 --> 00:18:32.502
มีความสำคัญมากในระบบนะครับ

279
00:18:32.504 --> 00:18:36.504
มีใคร

280
00:18:36.507 --> 00:18:40.413
เคยเข้าไปดูไหม

281
00:18:40.508 --> 00:18:44.508
เข้าไปดูแล้วอย่า

282
00:18:44.510 --> 00:18:48.510
ไปเล่นนะ ผมเคยสอนนักศึกษา

283
00:18:48.512 --> 00:18:52.512
เข้าไปดู ให้ไปดูโค้ดของมัน

284
00:18:52.513 --> 00:18:56.513
ว่าเขาเขียนอย่างไรนะครับ แล้วเราเอา

285
00:18:56.515 --> 00:19:00.515
มาเขียนตามนะครับ

286
00:19:00.517 --> 00:19:04.517
อันที่ 4 นะครับ

287
00:19:04.518 --> 00:19:08.518
วิธีการพิจารณาอันที่ 4 ก็คือเวลา

288
00:19:08.519 --> 00:19:12.519
นะครับ ระยะเวลาที่ Process

289
00:19:12.520 --> 00:19:16.520
นั้นอยู่ในระดับนะครับ

290
00:19:16.521 --> 00:19:20.521
ถ้า Process ใด

291
00:19:20.523 --> 00:19:24.523
อยู่ในระบบนาน

292
00:19:24.525 --> 00:19:28.525
นั่นแสดงว่ามันมีความสำคัญนะครับ เช่น Process

293
00:19:28.527 --> 00:19:32.527
ของอะไรครับ

294
00:19:32.528 --> 00:19:36.528
เราเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมาปุ๊บ

295
00:19:36.530 --> 00:19:40.530
Process ที่ Run ก่อนเพื่อนเลย คือ Process ระบบปฏิบะัติการ

296
00:19:40.531 --> 00:19:44.531
มันจะรันก่อนเพื่อนเลย

297
00:19:44.534 --> 00:19:48.534
นั่นแสดงว่ามันมีความสำคัญมาก

298
00:19:48.535 --> 00:19:52.535
นะครับ ถ้าเราไม่เชื่อเราก็ลองไป

299
00:19:52.538 --> 00:19:56.538
ลบนะครับ ลบออก ลบระบบปฏิบัติการ

300
00:19:56.540 --> 00:20:00.540
ออกจากเครื่อง เครื่องเราก็จะทำงานไม่ได้นะครับ

301
00:20:00.541 --> 00:20:04.541
นอกจากโปรแกรมระบบปฏิบัติการแล้ว ระบบอะไรอีกครับ

302
00:20:04.542 --> 00:20:08.542
ที่มันอยู่ในระบบนาน ๆ เลย

303
00:20:08.543 --> 00:20:12.543
โปรแกรมอะไรครับ

304
00:20:12.548 --> 00:20:16.548
ลองนึกดูสิ เปิดขึ้นมาแล้ว

305
00:20:16.549 --> 00:20:20.549
มีตลอดเห็นตลอดอย่างนี้ นอกจากระบบปฏิบัติการ

306
00:20:20.551 --> 00:20:24.551
แล้วอะไรอีก

307
00:20:24.554 --> 00:20:28.554
โปรแกรมอะไร

308
00:20:28.556 --> 00:20:32.556
เติมอะไรเอ่ย

309
00:20:32.557 --> 00:20:36.557
โปรแกรม Antivirus

310
00:20:36.558 --> 00:20:40.558
ส่วนมากทุกเครื่องจะลง Anti

311
00:20:40.560 --> 00:20:44.560
นะครับ Antivirus

312
00:20:44.561 --> 00:20:48.561
ก็จะมีทั้งใช้ฟรี เสียสตางค์

313
00:20:48.563 --> 00:20:52.563
ผมแนะนำ

314
00:20:52.564 --> 00:20:56.564
นะครับว่า อย่าไปโหลดโปรแกรมที่

315
00:20:56.565 --> 00:21:00.565
บอกว่าใช้ฟรีตลอดชีวิต

316
00:21:00.568 --> 00:21:04.568
นะครับ ใช้ฟรีตลอดชาติ เขาเขียนไว้นะ

317
00:21:04.569 --> 00:21:08.569
ไอ้ตัวนั้นล่ะครับ ตัวดีครับ เป็นไวรัส

318
00:21:08.572 --> 00:21:12.572
ยอมเสียเงิน

319
00:21:12.573 --> 00:21:16.573
500 1,000

320
00:21:16.574 --> 00:21:20.574
นะครับ ผมเคยโดนมาแล้ว

321
00:21:20.576 --> 00:21:24.576
นะครับ ก็คือไม่ยอมเสียสตางค์ เพราะใช้ฟรี

322
00:21:24.578 --> 00:21:28.578
มาตลอด สุดท้ายตัวมันเอง เป็นไวรัสเอง

323
00:21:28.582 --> 00:21:32.582
นี่คือการจัดคิวแบบ

324
00:21:32.583 --> 00:21:36.583
เรียงลำดับความสำคัญนะครับ ผู้ใช้

325
00:21:36.589 --> 00:21:40.589
กำหนดเองนะครับ อยู่ในระบบ

326
00:21:40.590 --> 00:21:44.590
นาน ๆ นะครับ ยอมจ่ายตังเพิ่มมขึ้นนะครับ

327
00:21:44.590 --> 00:21:48.590
ประเภทของ Process นะครับ ทีนี้มาดูการจัดคิว

328
00:21:48.592 --> 00:21:52.592
แบบที่ 4 นะครับ แบบที่ 4

329
00:21:52.594 --> 00:21:56.594
การจัดคิวแบบ SJN

330
00:21:56.595 --> 00:22:00.595
นะครับ Shortest job next

331
00:22:00.596 --> 00:22:04.596
เป็นอย่างไรการจัดคิวแบบนี้ การจัดคิวแบบนี้

332
00:22:04.598 --> 00:22:08.598
เขาบอกเป็นการคัดเลือก Process ด้วยวิธีการ

333
00:22:08.599 --> 00:22:12.599
เลือกเอา Process ที่ต้องการเวลาน้อยที่สุด

334
00:22:12.601 --> 00:22:16.601
Process มารอคิว 1 2 3

335
00:22:16.603 --> 00:22:20.603
4 5 มันจะคำนวณว่าเข้าไปใน

336
00:22:20.606 --> 00:22:24.606
CPU แล้วเข้าไปครอบครอง CPU แล้วต้องการ

337
00:22:24.607 --> 00:22:28.607
เวลาน้อยที่สุด

338
00:22:28.609 --> 00:22:32.609
เช่น process A

339
00:22:32.611 --> 00:22:36.611
ต้องการใช้ 5 วินาที Process B

340
00:22:36.614 --> 00:22:40.614
ต้องการใช้ 6 วินาที Process

341
00:22:40.616 --> 00:22:44.616
C ต้องการใช้ 10 วินาที

342
00:22:44.619 --> 00:22:48.619
กำหนดเวลาควอนตัม ไว้ที่

343
00:22:48.619 --> 00:22:52.619
5 วิ(นาที)นะครับ Process ที่ต้องการ

344
00:22:52.621 --> 00:22:56.564
เวลาน้อยที่สุดคืออะไรครับ

345
00:22:56.623 --> 00:23:00.623
คืออะไรเอ่ย Process A

346
00:23:00.624 --> 00:23:04.624
หรือ B หรือ C

347
00:23:04.627 --> 00:23:08.627
A B C Process อะไรครับ

348
00:23:08.628 --> 00:23:12.628

349
00:23:12.630 --> 00:23:16.630
Process ที่ต้องการเวลาน้อยที่สุด

350
00:23:16.631 --> 00:23:20.631
ชื่อก็บอกแล้วต้องการเวลาน้อยที่สุด

351
00:23:20.633 --> 00:23:24.633
เป็น Process A นะครับ

352
00:23:24.634 --> 00:23:28.634
การจัดคิว

353
00:23:28.635 --> 00:23:32.635
แบบที่ 5 นะครับ

354
00:23:32.638 --> 00:23:36.638
แบบที่ 5 การจัดคิวแบบ SRT

355
00:23:36.639 --> 00:23:40.639
การจัดการ การจัดคิวแบบ SRT นี้

356
00:23:40.641 --> 00:23:44.641
จะคล้าย ๆ กับการจัดคิวแบบ SJN

357
00:23:44.642 --> 00:23:48.642
แต่ SRT จะเลือกเอา Process ที่เหลือเวลา

358
00:23:48.643 --> 00:23:52.643
น้อยที่สุด จากตัวอย่างเมื่อกี้

359
00:23:52.645 --> 00:23:56.645
Process A ต้องการ 1 วิฯ Process B

360
00:23:56.646 --> 00:24:00.646
ต้องการ 5 วิ Process C ต้องการ 8 วิ

361
00:24:00.648 --> 00:24:04.648
สมมตินะ การจัดคิว

362
00:24:04.649 --> 00:24:08.649
แบบ SRT จะเลือกเอา ฉญ๊ mujgs]nvg;]kohv

363
00:24:08.651 --> 00:24:12.651
เมื่อมันเข้าไปครอบครอง CPU แล้ว Process A

364
00:24:12.653 --> 00:24:16.653
ใช้ 1 วิ หรือว่า 4 วิ ใช่ไหม

365
00:24:16.654 --> 00:24:20.654
เพราะเวลาควอนตัมกำหนดไว้ 5 วิ Process A

366
00:24:20.655 --> 00:24:24.655
ต้องการ 5 วิฯ เข้าไป 5 วิ

367
00:24:24.657 --> 00:24:28.657
ควอนตัม 5 วิฯ เหลือ 0

368
00:24:28.659 --> 00:24:32.659
Process ต้องการ 8 เ

369
00:24:32.660 --> 00:24:36.660
เข้าไปยัง

370
00:24:36.661 --> 00:24:40.661
เหลือ 3 ครบ 3 ก็คือ

371
00:24:40.663 --> 00:24:44.663
จะเอา Process B นะครับ ต่างกันนะครับ SRT

372
00:24:44.663 --> 00:24:48.663
เหลือเวลาน้อยที่สุด แต่ SJN

373
00:24:48.665 --> 00:24:52.665
ต้องการเวลาน้อยที่สุดนะครับ

374
00:24:52.666 --> 00:24:56.666

375
00:24:56.669 --> 00:25:00.669
6. การจัดคิวแบบหลายระดับ

376
00:25:00.671 --> 00:25:04.671
เมื่อกี้เป็นระดับเดียวนะครับ ดู

377
00:25:04.672 --> 00:25:08.672
รูปประกอบเลยนะครับ เห็นไหมครับ CPU

378
00:25:08.673 --> 00:25:12.673
การจัดคิวแบบระดับเดียว

379
00:25:12.674 --> 00:25:16.674
ข้างบน เห็นไหมครับ นี่ข้างบน

380
00:25:16.675 --> 00:25:20.675
การจัดคิวแบบหลายระดับ

381
00:25:20.676 --> 00:25:24.676

382
00:25:24.677 --> 00:25:28.677
คิวที่ 1 คิวที่ 2 คิวที่ n

383
00:25:28.680 --> 00:25:32.680
ถ้าเกิดการจัดคิวแบบนี้ แบบหลายระดับ

384
00:25:32.682 --> 00:25:36.682
ก็เป็นลักษณะของการทำงานหลายโปรแกรม

385
00:25:36.684 --> 00:25:40.684
นะครับ

386
00:25:40.685 --> 00:25:44.685
ต่อมาเรื่องของ

387
00:25:44.686 --> 00:25:48.686
การจัดคิวในระยะยาวนะครับ

388
00:25:48.687 --> 00:25:52.687
การจัดคิวระยะยาว ต่างกับการจัดคิวระยะสั้นไหม

389
00:25:52.688 --> 00:25:56.688
ในระยะยาวนั้นเป็นการจัดคิวในระยะที่ไม่

390
00:25:56.690 --> 00:26:00.690
เกิดขึ้นในการจัดคิว

391
00:26:00.691 --> 00:26:04.691
แบบ Round-robin เพราะการจัดคิวระยะยาว

392
00:26:04.692 --> 00:26:08.692
เข้าไปครอบครอง CPU แล้วต้องจบ

393
00:26:08.694 --> 00:26:12.694
นะครับ ต้องจบ

394
00:26:12.696 --> 00:26:16.696
แต่มันไม่จบนะครับ Round-robin ไม่จบ

395
00:26:16.697 --> 00:26:20.697
การจัดคิวในระยะยาวจะไม่เกิดขึ้นเลย

396
00:26:20.698 --> 00:26:24.698
กับการจัดคิวแบบ round-robin แต่ส่วนอื่น

397
00:26:24.699 --> 00:26:28.699
เหมือนกันนะครับ

398
00:26:28.701 --> 00:26:32.701

399
00:26:32.702 --> 00:26:36.702
คราวนี้มาดูระบบหลาย Processor นะครับ หลาย Processor

400
00:26:36.705 --> 00:26:40.705
ช่วงรับปริญญาวางแผนไว้

401
00:26:40.707 --> 00:26:44.707
กันไว้หรือยังครับ

402
00:26:44.708 --> 00:26:48.708
ไม่ได้มาเรียน

403
00:26:48.712 --> 00:26:52.712
กันเกือบเดือนเลยนะครับ เราจะ

404
00:26:52.715 --> 00:26:56.715
ปิดกันตั้งแต่นู่นน่ะ วันที่ 9 9, 10, 11

405
00:26:56.717 --> 00:27:00.717
12 ก็เข้ามามหาวิทยาลัยไม่ได้แล้ว

406
00:27:00.718 --> 00:27:04.718
นะครับ ตึกนี้ก็จะไม่ใช่

407
00:27:04.720 --> 00:27:08.720
ของเราแล้วนะครับ แล้วก็ยาวจนถึงโน่นน่ะ

408
00:27:08.721 --> 00:27:12.721
วันที่ 23 นู่นน่ะ กันยา ปิดเทอม

409
00:27:12.723 --> 00:27:16.723
น้อยนะ ปิดเทอมน้อยนะครับ

410
00:27:16.725 --> 00:27:20.725
เราก็ เขาให้เราอยู่ไหม อยู่หอไหม

411
00:27:20.726 --> 00:27:24.726
อุบล ยังไม่รู้ใช่ไหม ยังไม่ประกาศใช่ไหม

412
00:27:24.728 --> 00:27:28.728
มันคง

413
00:27:28.729 --> 00:27:32.729
ไม่อยู่แล้วมั้งใช่ไหมนะ

414
00:27:32.730 --> 00:27:36.730
ตั้ง 10 วันก่อน 1 อาทิตย์

415
00:27:36.732 --> 00:27:40.732
20 วันนะครับ

416
00:27:40.733 --> 00:27:44.733
รับปริญญา แต่ปีนี้ก็ค่อนข้าง

417
00:27:44.734 --> 00:27:48.734
โชคดีนะครับ ก็เราคงไม่รับดึก

418
00:27:48.736 --> 00:27:52.736
ดึกมาก ก้คง 4 โมงเย็น 5 โมงเย็น น่

419
00:27:52.736 --> 00:27:56.736
นะครับ เราดูรุ่นพี่เราแล้วกันนะครับ

420
00:27:56.740 --> 00:28:00.740
จบแล้วรับปริญญา

421
00:28:00.741 --> 00:28:04.741
รุ่นพี่ที่เป็นเด็กหูหนวกเรา

422
00:28:04.743 --> 00:28:08.743
2 คนใช่ไหม ใช่ไหมพลอย 2 คน

423
00:28:08.746 --> 00:28:12.746
ไอ้น้ำหวาน น้ำหวานกับออฟ

424
00:28:12.746 --> 00:28:16.746
ไอ้รุ่นพลอยนี่

425
00:28:16.748 --> 00:28:20.748
ปีถัดไปใช่ไหม ถัด... ยังไม่ถึงนะครับ

426
00:28:20.749 --> 00:28:24.749

427
00:28:24.753 --> 00:28:28.753
ก็คงต้องถามล่ะนะ

428
00:28:28.754 --> 00:28:32.754
ว่ามารับแล้วรับคนสุดท้ายไหม

429
00:28:32.757 --> 00:28:36.757
หรือว่าจะรับปกติ เพราะ

430
00:28:36.758 --> 00:28:40.758
ว่าอาจารย์มี อาจารย์เป็นฝ่าย

431
00:28:40.763 --> 00:28:44.763
อยู่ข้างในหอประชุมนะ แล้วไม่รู้ว่า

432
00:28:44.765 --> 00:28:48.765
ไอ้นวัตกรรมน่ะ

433
00:28:48.766 --> 00:28:52.766
กี่คน

434
00:28:52.767 --> 00:28:56.767
จำได้ไหม ปุ๋ยจำได้ไหม

435
00:28:56.769 --> 00:29:00.769
ที่จบไป มันต้องรับด้วยกันนะ

436
00:29:00.770 --> 00:29:04.770

437
00:29:04.772 --> 00:29:08.772

438
00:29:08.774 --> 00:29:12.774
แค่นั้นใช่ไหม

439
00:29:12.777 --> 00:29:16.777
เพราะว่าไอ้นวัตกรรมรุ่นพลอยใช่ไหม

440
00:29:16.779 --> 00:29:20.779

441
00:29:20.780 --> 00:29:24.780

442
00:29:24.782 --> 00:29:28.782
ยังใช่ไหม

443
00:29:28.786 --> 00:29:32.786
ไม่ใช่อะไรหรอก เดี๋ยวอาจารย์ต้องวางแผนว่าเข้าหอประชุม

444
00:29:32.787 --> 00:29:36.787
นะครับ ต้องมีล่าม

445
00:29:36.791 --> 00:29:40.791
นะครับ  มีล่ามในหอประชุม แต่อาจารย์ก็

446
00:29:40.792 --> 00:29:44.792
ใช้

447
00:29:44.793 --> 00:29:48.793
เบนซ์ อาจารย์ธิดารัตน์

448
00:29:48.795 --> 00:29:52.795
ก็เพิ่งภาษามือได้อยู่นะครับ

449
00:29:52.796 --> 00:29:56.796
ดูนะครับดูต่อ ระบบหลายโปรแกรม หรือ

450
00:29:56.798 --> 00:30:00.798
ระบบหลาย PProcessor หรือระบบหลาย CPYU

451
00:30:00.802 --> 00:30:04.802
วิธีการนะครับ

452
00:30:04.803 --> 00:30:08.803
ก็คือในการทำงานในคอมพิวเตอร์นั้น ถ้ามี CPU

453
00:30:08.804 --> 00:30:12.804
ตัวเดียวก็ทำตัวเดียว ถ้ามีหลายตัวก็ทำหลายตัว

454
00:30:12.805 --> 00:30:16.805
ทำคู่ขนานกันไป ทีนี้ระบบ Processor

455
00:30:16.806 --> 00:30:20.806
นะครับ ดังต่อไปนี้นะครับ

456
00:30:20.808 --> 00:30:24.808
ระบบคอมพิวเตอร์ประเภท SISD

457
00:30:24.809 --> 00:30:28.809
Single instruction single data

458
00:30:28.810 --> 00:30:32.810
นะครับ

459
00:30:32.813 --> 00:30:36.813
คอมพิวเตอร์ที่ใช้งานทั่ว ๆ ไป ก็คือเครื่องพวกนี้

460
00:30:36.816 --> 00:30:40.816
นะครับ มี CPU 1 ตัว มีหน่วยความจำ

461
00:30:40.817 --> 00:30:44.817
1 ชุด มีคำสั่ง

462
00:30:44.817 --> 00:30:48.817
1 คำสั่ง มีผลลัพธ์ 1 ผลลัพธ์

463
00:30:48.821 --> 00:30:52.821
มีข้อมูลชุดเดียว ก็คือคอมพิวเตอร์ทั่ว ๆ ไป

464
00:30:52.822 --> 00:30:56.822
ที่ตั้งอยู่ข้างหน้าเรานี่ล่ะ โน้ตบุกก็ใช่

465
00:30:56.823 --> 00:31:00.823
นะครับ การทำงานของระบบ

466
00:31:00.824 --> 00:31:04.824
คอมพิวเตอณืแบบนี้นะครับ เป็นการทำงานรั

467
00:31:04.827 --> 00:31:08.827
ทีละคำสั่ง คำสั่ง คำสั่ง ทำงานเข้าไปนะครับ

468
00:31:08.828 --> 00:31:12.828
ประเภทที่ 2 ระบบ

469
00:31:12.830 --> 00:31:16.830
คอมพิวเตอร์ประเภท MISD

470
00:31:16.831 --> 00:31:20.831
MISD MISD นี้

471
00:31:20.832 --> 00:31:24.832
ที่มี CPU 2 ตัวขึ้นไปนะครับ

472
00:31:24.833 --> 00:31:28.833
ทำงานคู่ขนานกันนะครับ มีคำสั่งเอ็กซ๊คิ้ว

473
00:31:28.836 --> 00:31:32.836
เป็นของตัวเอง มีข้อมูลเป็นของตัวเอง

474
00:31:32.837 --> 00:31:36.837
นะครับ มีคำสั่ง

475
00:31:36.838 --> 00:31:40.838
เห็นไหมครับ คำสั่งที่ 1 2 3

476
00:31:40.840 --> 00:31:44.809
I คือคำสั่งนะครับ

477
00:31:44.841 --> 00:31:48.841
D คือข้อมูล มีหลาย

478
00:31:48.842 --> 00:31:52.842
คำสั่ง มีข้อมูลชุดเดียวกันนะครับ

479
00:31:52.850 --> 00:31:56.850
ดูตัวอย่างการทำงาน

480
00:31:56.853 --> 00:32:00.853
ถ้าเป็นการคำนวณหาฟังก์ชัน X

481
00:32:00.855 --> 00:32:04.855
นะครับ ในระบบคอมพิวเตอร์

482
00:32:04.857 --> 00:32:08.857
แบบ SISD ก็คือทำงาน

483
00:32:08.858 --> 00:32:12.858
หาค่า X ยกกำลัง 2 คูณผลลัพธ์จากข้อ 1 ด้วย 2

484
00:32:12.859 --> 00:32:16.859
เพิ่มค่าผลลัพธ์จากข้อ 2 และ 4

485
00:32:16.861 --> 00:32:20.861
นะครับ

486
00:32:20.861 --> 00:32:24.861
แต่ถ้าเป็นระบบคอมพิวเตอร์ประเภท MISD

487
00:32:24.862 --> 00:32:28.862
นะครับ คำสั่งที่ 1

488
00:32:28.864 --> 00:32:32.864
ยกกำลัง 2 คำสั่งที่ 2 คูณ 2 คำสั่งที่ 3

489
00:32:32.865 --> 00:32:36.865
คูณ 4 ได้ผลลัพธ์ออกมาเลย

490
00:32:36.866 --> 00:32:40.866
นี่คือหาค่า x

491
00:32:40.867 --> 00:32:44.867
2 ตัวนี้ CISD MISD

492
00:32:44.868 --> 00:32:48.868
ทำงานเร็วกว่านะครับ

493
00:32:48.869 --> 00:32:52.869
คือช่วยกันทำงานว่าง่าย ๆ CPU หลายตัวช่วยกันทำงาน

494
00:32:52.870 --> 00:32:56.870
นะครับ ประเภทที่ 3

495
00:32:56.871 --> 00:33:00.871
ระบบคอมพิวเตอร์

496
00:33:00.872 --> 00:33:04.872
ประเภท SIMD

497
00:33:04.873 --> 00:33:08.873
นะครับ

498
00:33:08.874 --> 00:33:12.874
คอมพิวเตอร์ประเภทนี้ มีคำสั่ง คำสั่งเด

499
00:33:12.876 --> 00:33:16.876
เห็นไหมครับ คำสั่งเดียวเลย

500
00:33:16.877 --> 00:33:20.877
แต่มีข้อมูลหลายชุด

501
00:33:20.879 --> 00:33:24.879
เป็นคอมพิวเตอร์ประเภทที่ใช้คำนวณ

502
00:33:24.885 --> 00:33:28.885
เมทริก คำนวณด้านคณิตศาสตร์

503
00:33:28.886 --> 00:33:32.886

504
00:33:32.888 --> 00:33:36.888
ประเภทสุดท้าย ประเภทที่ 4 นะครับ ประเภทที่ 4

505
00:33:36.889 --> 00:33:40.889
ระบบคอมพิวเตอร์ประเภท

506
00:33:40.892 --> 00:33:44.892
MIMD MIMD

507
00:33:44.894 --> 00:33:48.894
นะครับ เป็นการทำงานของคอมพิวเตอร์

508
00:33:48.896 --> 00:33:52.896
หลาย ๆ ตัวทำงาน มีคำสั่งของใครของมัน มี

509
00:33:52.898 --> 00:33:56.898
ข้อมูลเป็นของใครของมัน หรือ

510
00:33:56.900 --> 00:34:00.900
จะเรียกง่าย ๆ ว่าเป็นคอมพิวเตอร์ ประ

511
00:34:00.901 --> 00:34:04.901
แต่ละตัวนะครับ MIMD มันทำงานอย่างไรครับ

512
00:34:04.902 --> 00:34:08.902
MIND ทำงานอย่างไรครับ MIMD

513
00:34:08.904 --> 00:34:12.904
ก็คือเครื่องใคร

514
00:34:12.905 --> 00:34:16.905
เครื่องมันนะครับ

515
00:34:16.906 --> 00:34:20.906
แต่ทำงาน

516
00:34:20.909 --> 00:34:24.909
เชื่อมโยงหากันนะครับ งง

517
00:34:24.910 --> 00:34:28.910
ไหมครับ MIMD เครื่องนี้

518
00:34:28.911 --> 00:34:32.911
เป็นแบบ SISD SISD

519
00:34:32.913 --> 00:34:36.913
แต่มาเชื่อมต่อเข้าหากัน กลายเป็น MIMD

520
00:34:36.914 --> 00:34:40.849
นะครับ

521
00:34:40.915 --> 00:34:44.915
เมื่อมันมี CPU หลายตัวนะครับ

522
00:34:44.916 --> 00:34:48.916
มาทำงานด้วยกันนะครับ ตัวของ

523
00:34:48.917 --> 00:34:52.917
ระบบคอมพิวเตอร์ MIMD นั้นทำงานอิสระ

524
00:34:52.918 --> 00:34:56.918
ต่อกันเลยนะครับ จึงต้องมีกลไก

525
00:34:56.919 --> 00:35:00.919
ทำงานประสานงานกันนะครับ เราเรียกว่า

526
00:35:00.921 --> 00:35:04.921
การเชื่อมโยง มาดู

527
00:35:04.923 --> 00:35:08.923
การเชื่อมโยง มีอยู่ 2 ประเภทนะครับ

528
00:35:08.925 --> 00:35:12.925
1. การเชื่อมโยงอย่าง

529
00:35:12.926 --> 00:35:16.926
หลวม ก็คือมี CPU แต่ละตัวมีหน่วย

530
00:35:16.929 --> 00:35:20.929
ความจำหลัก และหน่วยความจำรองเป็นของตัวเอง

531
00:35:20.930 --> 00:35:24.930
และติดต่อกันผ่านช่องทางสื่อสารร่วม

532
00:35:24.931 --> 00:35:28.931
เป็นอย่างไรครับ ช่องทางสื่อสารร่วม ก็คือผ่านพอร์ต ผ่าน

533
00:35:28.932 --> 00:35:32.932
สายแลนนะครับ ผ่าน

534
00:35:32.933 --> 00:35:36.933
ไวไฟนะครับนี่

535
00:35:36.934 --> 00:35:40.934
มี CPU เป็นของตัวเอง

536
00:35:40.935 --> 00:35:44.935
มีหน่วยความจำเป็นของตัวเอง ติดต่อผ่านหน่วยความจำร่ส

537
00:35:44.936 --> 00:35:48.936

538
00:35:48.937 --> 00:35:52.937

539
00:35:52.940 --> 00:35:56.940
การติดต่ออย่างนี้ อย่างแน่นนะครับ

540
00:35:56.941 --> 00:36:00.941
ก็ก่อให้เกิดการใช้งาน

541
00:36:00.943 --> 00:36:04.943
แบบคอมพิวเตอร์เครือข่ายนะครับ การเชื่อมโยง

542
00:36:04.944 --> 00:36:08.944
อย่างแน่นนะครับ มาดูอันที่ 2 การเชื่อมโยงอย่าแ

543
00:36:08.947 --> 00:36:12.947
หมายถึง CPU มีการใช้

544
00:36:12.949 --> 00:36:16.949
หน่วยความจำร่วมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

545
00:36:16.951 --> 00:36:20.951
นะครับ

546
00:36:20.955 --> 00:36:24.955
นี่ CPU ตัวที่ 1 ตัวที่ 1

547
00:36:24.957 --> 00:36:28.957
ตัวที่ 2 ตัวที่ 3 มีหน่วยความจำเป็นของตัวเอง

548
00:36:28.958 --> 00:36:32.958
ใช้หน่วยความจำร่วมกัน

549
00:36:32.959 --> 00:36:36.959
นะครับ

550
00:36:36.960 --> 00:36:40.960

551
00:36:40.962 --> 00:36:44.962
เห็นไหมครับ รูปครับ

552
00:36:44.964 --> 00:36:48.964
การทำงานในระบบหลายโปรแกรม

553
00:36:48.965 --> 00:36:52.965
หลายระบบหลาย Processor นะครับ หรือหลาย CPU

554
00:36:52.967 --> 00:36:56.967
มีวิธีการควบคุม

555
00:36:56.968 --> 00:37:00.968
ถ้าเป็นอิสระ

556
00:37:00.969 --> 00:37:04.969
เป็นแบบอย่างแน่นนะครับ อิสระ

557
00:37:04.970 --> 00:37:08.970
การทำงานอิสระนั้น ในการเชื่อมโยงอย่างหลวมจะมีการ

558
00:37:08.972 --> 00:37:12.972
ทำงานที่ส่งข้อมูลอย่างเดียว

559
00:37:12.973 --> 00:37:16.973
นะครับ

560
00:37:16.974 --> 00:37:20.974
วิธีการควบคุม

561
00:37:20.976 --> 00:37:24.976
อีกแบบหนึ่งนะครับ รูปแบบหนึ่ง ก็คือ

562
00:37:24.977 --> 00:37:28.977
ที่เรา

563
00:37:28.979 --> 00:37:32.979
มักใช้กันนะครับ ในระบบเชื่อมโยงอย่างแน่น ก็คือ

564
00:37:32.980 --> 00:37:36.980
การให้ CPU ตัวหนึ่งเป็น

565
00:37:36.981 --> 00:37:40.981
มาสเตอร์นะครับ เป็นมาสเตอร์ เห็น

566
00:37:40.984 --> 00:37:44.984
ไหมครับ ถ้าเป็นอย่างหลวม อย่างหลวมก็

567
00:37:44.985 --> 00:37:48.985
CPU เครื่องนี้ CPU เครื่องนี้

568
00:37:48.986 --> 00:37:52.986
CPU เครื่องนี้ เครื่องนี้ เวลาจะเชื่อมโยงกัน

569
00:37:52.988 --> 00:37:56.988
ทำอย่างไร ติดต่อผ่านสาย นึกออกไหม

570
00:37:56.991 --> 00:38:00.991
นึกออกไหม ติดต่อกันผ่านสาย

571
00:38:00.992 --> 00:38:04.992
ผ่านระบบเครือข่าย แต่ถ้า

572
00:38:04.993 --> 00:38:08.993
เป็ยการเชื่อมโยงอย่างแน่น หมายความว่า

573
00:38:08.996 --> 00:38:12.996
ในเมนบอร์ดเรานั้นมี CPU

574
00:38:12.997 --> 00:38:16.997
มากกว่า 1 ตัว 1 2 3 4 5

575
00:38:16.998 --> 00:38:20.998
อยู่ใน Mainboard เดียวกันนะ

576
00:38:20.999 --> 00:38:24.999
CPU ตัวที่ 1 เขาจะกำหนดให้เป็น Master

577
00:38:25.001 --> 00:38:29.001
CPU ตัวที่ 2 จะถูกกำหนดเป็น

578
00:38:29.002 --> 00:38:33.002
Feres ก็คือ

579
00:38:33.003 --> 00:38:37.003
ในคอมพิวเตอร์เครื่องนี้นะครับ เครื่องข้างหน้าอาจารย์นี่

580
00:38:37.004 --> 00:38:41.004
มี CPU อยู่ 2 ตัว หรือ 3 ตัว หรือ 4 ตัว

581
00:38:41.007 --> 00:38:45.007
การให้มันจะเชื่อมโยงหากัน

582
00:38:45.008 --> 00:38:49.008
มันจะใช้ระบบ Master served

583
00:38:49.009 --> 00:38:53.009
พอเราทำงานไปสักระยะหนึ่ง

584
00:38:53.011 --> 00:38:57.011
Master เริ่มมีปัญหา

585
00:38:57.012 --> 00:39:01.012
เริ่มทำงานน้อยลง ความร้อนเยอะขึ้น

586
00:39:01.013 --> 00:39:05.013
มันก็สลับตัวของServed

587
00:39:05.016 --> 00:39:09.016
มาเป็น Master แทน ถ้าระบบปฏิบัติการ

588
00:39:09.018 --> 00:39:13.018
ทำได้ขนาดนี้เราเรียกว่าระบบ

589
00:39:13.019 --> 00:39:17.019
สมมาตรนะครับ

590
00:39:17.020 --> 00:39:21.020
งงไหม

591
00:39:21.022 --> 00:39:25.022
ระบบสมมาตร ก็คือการที่ตัวของ

592
00:39:25.024 --> 00:39:29.024
คอมพิวเตอร์นี่นะครับ

593
00:39:29.025 --> 00:39:33.025
กำหนดเป็นระบบมาสเตอร์สเลฟ

594
00:39:33.027 --> 00:39:37.027
CPU 5 ตัว

595
00:39:37.029 --> 00:39:41.029
ตัวที่ 1 เป็น Master 2 3 4 5 เป็น slave

596
00:39:41.030 --> 00:39:45.030
แต่ถ้า

597
00:39:45.034 --> 00:39:49.034
ทำงานไปสักระยะหนึ่งแล้ว ปรากฏว่าตัวของมาสเตอร์

598
00:39:49.035 --> 00:39:53.035
นี่ทำงานหนักมาก

599
00:39:53.037 --> 00:39:57.037
ระบบปฏิบัติการเองสามารถสลับ

600
00:39:57.038 --> 00:40:01.038
เปลี่ยนให้เป็นตัวมาสเตอร์เป็นตัวสเลฟ ตัวสเลฟเป็น

601
00:40:01.040 --> 00:40:05.040
เราเรียกระบบนี้ว่า "ระบบสมมาตร"

602
00:40:05.040 --> 00:40:09.040
นะครับ ถามว่าทุกวันนี้ทำได้หรือยัง

603
00:40:09.041 --> 00:40:13.041
ทำได้แล้วนะครับ นี่คือหลักการของ

604
00:40:13.043 --> 00:40:17.043
การจัดการ CPU นะครับ

605
00:40:17.045 --> 00:40:21.045

606
00:40:21.046 --> 00:40:25.046
จบบทที่ 3 นะครับ

607
00:40:25.047 --> 00:40:29.047
มีใครจะถามไหม

608
00:40:29.050 --> 00:40:33.050
เหลืออีก 1 สัปดาห์นะ

609
00:40:33.052 --> 00:40:37.052
สัปดาห์หน้าเราก็

610
00:40:37.053 --> 00:40:41.053
นะครับ 2 บทจบ อย่าลืมว่า

611
00:40:41.055 --> 00:40:45.055
เทอมนี้ยัง... เพราะว่าห้องแล็บเรายังไม่สมบูรณ์นะครับ

612
00:40:45.056 --> 00:40:49.056
เพราะว่าตึก 7 อาคาร 7 ห้องยังไม่เสร็จ

613
00:40:49.057 --> 00:40:53.057
เราไม่ต้องตกใจนะครับ ว่าเทอมนี้ได้เรียนน้อยนะครับ

614
00:40:53.064 --> 00:40:57.064
เทอมหน้าเจอกันอีก 1 วิชา เทอมหน้าจะเป็นวิชา

615
00:40:57.065 --> 00:41:01.065
ต่อยอดจากวิชานี้ ก็คือวิชาซ่อมบำรุงนะครับ

616
00:41:01.066 --> 00:41:05.066
เทอมนี้เรากำหนดไว้ว่า ครูต้องการให้เรา

617
00:41:05.067 --> 00:41:09.067
รู้จัก Concept ของระบบปฏิบัติการ

618
00:41:09.071 --> 00:41:13.071
ว่าเป็นอย่างไร แล้วก้สามารถ

619
00:41:13.073 --> 00:41:17.073
ลงโปรแกรมระบบปฏิบัติการได้ หลังจากงานรับปริญญา

620
00:41:17.075 --> 00:41:21.075
นะครับ ผมจะแยกกลุ่มเรียน

621
00:41:21.077 --> 00:41:25.077
นะครับ

622
00:41:25.078 --> 00:41:29.078
ผมจะทำตารางออกมาให้

623
00:41:29.080 --> 00:41:33.080
นะครับ ว่าเอากลุ่มละ...

624
00:41:33.088 --> 00:41:37.088
ห้อง 2 นี่ทั้งห้องเลยนะ 8 คน

625
00:41:37.092 --> 00:41:41.092
8 คนนะครับ 8 คน ส่วนห้อง 1 ก็

626
00:41:41.094 --> 00:41:45.094
8... 8 x 8

627
00:41:45.095 --> 00:41:49.095
16 x 16 = 32 กี่คนห้อง 1

628
00:41:49.097 --> 00:41:53.097
34 ใช่ไหม ก็ประมาณกลุ่มละ 8 คน มี 2 กลุ่ม 9 คน

629
00:41:53.101 --> 00:41:57.101
นะครับ พอเราแบ่งกลุ่มเรียนแล้ว

630
00:41:57.103 --> 00:42:01.103
ผมจะสอนวิธีการว่า เราจะลง

631
00:42:01.104 --> 00:42:05.104
OS อย่างไรนะครับ พอสอนแยกสอน

632
00:42:05.106 --> 00:42:09.106
กลุ่มเสร็จปุ๊บ ตอนแยกสอนกลุ่ม

633
00:42:09.110 --> 00:42:13.110
ก็จะสอบด้วย สอบปฏิบัติ

634
00:42:13.110 --> 00:42:17.110
ทำให้มันเป็นนครับ เทอมที่ 1

635
00:42:17.111 --> 00:42:21.111
ปี 1 เทอมนี้ยังไม่คาดหวังอะไรเยอะนะครับ ส่วน

636
00:42:21.114 --> 00:42:25.114
ปี 1 เทอม 2 ก็ต่อเข้าไปอีก

637
00:42:25.116 --> 00:42:29.116
ครับ มีใครสงสัยอะไรไหมครับ

638
00:42:29.120 --> 00:42:33.120
ไม่มีนะ

639
00:42:33.121 --> 00:42:37.121
ช่วงเราแยกกลุ่มเรียน

640
00:42:37.122 --> 00:42:41.122
นะครับ ก็คงไม่ได้ใช้ล่ามออนไลน์แล้ว

641
00:42:41.124 --> 00:42:45.124
นะครับ เพราะว่าเราจะ Move ไปเรียนที่อาคาร 7

642
00:42:45.125 --> 00:42:49.125
นะครับ ก็ใช้ล่ามออนไลน์อีกครั้งหนึ่ง

643
00:42:49.126 --> 00:42:53.126
ก็สัปดาห์หน้า สัปดาห์หน้านะ ถ้าจะใช้น่ะ ถ้าจะใช้

644
00:42:53.128 --> 00:42:57.128
จะบรรยายอีกครั้งเดียวนะครับ อีกครั้งเดียว

645
00:42:57.131 --> 00:43:01.131
พอสัปดาห์ก่อนสอบ

646
00:43:01.132 --> 00:43:05.132
วันที่ 8 วันที่ 8 จะสอบ

647
00:43:05.133 --> 00:43:09.133
วันที่ 8 กันยายน นะครับ สอบ ส่วนวันที่ 1

648
00:43:09.134 --> 00:43:13.134
กันยานี่ยังสอนอยู่

649
00:43:13.136 --> 00:43:17.136
ก็

650
00:43:17.138 --> 00:43:21.138
ใช้ล่ามอีกนะครับ

651
00:43:21.139 --> 00:43:25.139
เกรงใจล่าม

652
00:43:25.141 --> 00:43:29.141
ไม่ใช่อะไรหรอก วันเดียว มารอ

653
00:43:29.142 --> 00:43:33.142
นะครับ มารอแค่ล่ามครึ่งวันนะครับ

654
00:43:33.143 --> 00:43:37.143
เดี๋ยวอาจารย์จะจัด เดี๋ยวอาจารย์จะ

655
00:43:37.145 --> 00:43:41.145
จัดใหม่นะครับ จะจัดระบบล่ามออนไลน์ใหม่ เพราะ

656
00:43:41.147 --> 00:43:45.147
ว่าทางนั้นก็ขาดล่ามนะครับ

657
00:43:45.149 --> 00:43:49.149
แล้วก็จะทำหนังสือนะครับ

658
00:43:49.151 --> 00:43:53.151
หนังสือ ขอความอนุเคระห์นะครับ

659
00:43:53.152 --> 00:43:57.152
อย่างเป็นทางการ ต่อไปเราก็จะเป็นล่ามที่

660
00:43:57.154 --> 00:44:01.154
จะออนไลน์ไม่ออนไลน์ก็ต้องมีหนังสือ

661
00:44:01.155 --> 00:44:05.155
เอาไว้ให้เรานะครับ มีอะไรจะถาม

662
00:44:05.158 --> 00:44:09.158
ไหมครับ

663
00:44:09.159 --> 00:44:13.159

664
00:44:13.160 --> 00:44:17.160
ถ้าไม่มีนะครับ ก็รวบรวมกันส่งนะครับ อย่าลืมเอา

665
00:44:17.163 --> 00:44:21.163
คืนนะ อยู่ที่โต๊ะน่ะผมตรวจแล้วนะ ก็

666
00:44:21.165 --> 00:44:25.165
รวบรวมส่งไว้ที่โต๊ะ

667
00:44:25.169 --> 00:44:29.169
เจอกันสัปดาห์หน้านะครับ

668
00:44:29.175 --> 00:44:33.175

669
00:44:33.176 --> 00:44:37.176

670
00:44:37.180 --> 00:44:41.180

671
00:44:41.182 --> 00:44:45.182
เอามาเลย ส่งมาเลย ส่งได้ ส่งได้

672
00:44:45.183 --> 00:44:49.183
ส่งนะ ใครไม่ส่งอาจารย์

673
00:44:49.184 --> 00:44:53.184

674
00:44:53.185 --> 00:44:57.185
ส่งมา ทยอยส่งมา ห้อง 2

675
00:44:57.187 --> 00:45:01.187
เขาส่ง 100 เปอร์เซ็นต์เลยนะ ห้อง 2 น่ะ

676
00:45:01.191 --> 00:45:05.191
ห้อง 1 ยังขาดเยอะ

677
00:45:05.192 --> 00:45:09.192

678
00:45:09.193 --> 00:45:13.193

679
00:45:13.197 --> 00:45:17.197

680
00:45:17.200 --> 00:45:21.200

681
00:45:21.202 --> 00:45:25.202

682
00:45:25.205 --> 00:45:29.205

683
00:45:29.207 --> 00:45:33.207

684
00:45:33.209 --> 00:45:37.209

685
00:45:37.211 --> 00:45:41.211

686
00:45:41.212 --> 00:45:45.212

687
00:45:45.215 --> 00:45:49.215

688
00:45:49.220 --> 00:45:53.220

689
00:45:53.222 --> 00:45:57.222

690
00:45:57.224 --> 00:46:01.224

691
00:46:01.227 --> 00:46:05.227

692
00:46:05.232 --> 00:46:09.232

693
00:46:09.234 --> 00:46:13.234

694
00:46:13.236 --> 00:46:17.236

695
00:46:17.237 --> 00:46:21.237

696
00:46:21.242 --> 00:46:25.242

697
00:46:25.244 --> 00:46:29.244

698
00:46:29.246 --> 00:46:33.246

699
00:46:33.249 --> 00:46:37.249

700
00:46:37.251 --> 00:46:41.251

701
00:46:41.252 --> 00:46:45.252

702
00:46:45.253 --> 00:46:49.253

703
00:46:49.255 --> 00:46:52.258

704
00:46:53.257 --> 00:46:56.260

705
00:47:01.260 --> 00:47:00.262

706
00:47:05.263 --> 00:47:08.265

707
00:47:09.266 --> 00:47:09.268

708
00:47:13.269 --> 00:47:13.271

709
00:47:17.272 --> 00:47:17.276


