﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:03.891

2
00:00:04.003 --> 00:00:07.890

3
00:00:08.008 --> 00:00:11.889

4
00:00:12.010 --> 00:00:15.889

5
00:00:16.014 --> 00:00:19.889

6
00:00:20.018 --> 00:00:23.889

7
00:00:24.022 --> 00:00:27.889
(อาจารย์สุธาสินี) ทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะ

8
00:00:28.024 --> 00:00:31.889
ได้ยินครูนะ คราวที่แล้ว

9
00:00:32.030 --> 00:00:35.889
นะคะ เราพูดถึงในเรื่องของ

10
00:00:36.031 --> 00:00:39.890
เหมือนล่ามไม่ได้ยินเลย อ๋อ ค่ะ

11
00:00:40.032 --> 00:00:43.889
คราวที่แล้วเราพูดถึงเรื่อง list นะ lis

12
00:00:44.033 --> 00:00:47.894
แล้วเราก็ทำข้อสอบไปแล้วนะคะ

13
00:00:48.034 --> 00:00:51.889
เรื่องลิสต์

14
00:00:52.035 --> 00:00:55.896

15
00:00:56.037 --> 00:00:59.889

16
00:01:00.039 --> 00:01:03.889
ได้ไหมคะ

17
00:01:04.041 --> 00:01:07.889

18
00:01:08.043 --> 00:01:11.889
ได้ยินไหมคะ

19
00:01:12.045 --> 00:01:15.889
ยังไม่ได้ยิน

20
00:01:16.047 --> 00:01:19.889

21
00:01:20.049 --> 00:01:23.890

22
00:01:24.050 --> 00:01:27.891

23
00:01:28.051 --> 00:01:31.889

24
00:01:32.052 --> 00:01:35.892

25
00:01:36.053 --> 00:01:39.890

26
00:01:40.057 --> 00:01:43.889

27
00:01:44.058 --> 00:01:47.893
คราวที่แล้วนะคะ เราพูดถึงเรื่อง List ทุกคน

28
00:01:48.060 --> 00:01:51.890
จำได้นะคะ อันนี้คือลิสต์นะ ที่ครูยกตัวอย่างมาให้

29
00:01:52.060 --> 00:01:55.890
ลิสต์ตัวนี้มีขนาดเท่ากับเท่าไหร่

30
00:01:56.062 --> 00:01:59.891
มีขนาดเท่าไหร่ ขนาด คือ

31
00:02:00.064 --> 00:02:03.890
มีจำนวนเท่าไร มี 5 คนอื่นมีเท่าไรคะ

32
00:02:04.065 --> 00:02:07.890
5 โอเค 5 นะคะ

33
00:02:08.067 --> 00:02:11.890
ลิสต์ที่เราเห็นในหน้าจอตรงนี้

34
00:02:12.068 --> 00:02:15.890
จะมีอยู่ 5 ตัวถูกไหมคะ มีข้อมูลอยู่ 5 ตัว

35
00:02:16.070 --> 00:02:19.890
มี 1 มี 2 มี 3 มี 4

36
00:02:20.071 --> 00:02:23.890
แล้วก็มี 5 มีทั้งหมด 5 ตัวนะคะ คราวนี้

37
00:02:24.072 --> 00:02:27.890
เรารู้ได้อย่างไรว่ามันคือลิสต์ เห็น

38
00:02:28.074 --> 00:02:31.890
ก้ามปูเปิด-ก้ามปูปิดไหมคะ

39
00:02:32.076 --> 00:02:35.891
เป็นสัญลักษณ์ที่บอกว่าการเก็บข้อมูลลักษณะ

40
00:02:36.078 --> 00:02:39.890
แบบนี้มีชื่อเรียกว่า "ลิสต์" นะคะ

41
00:02:40.080 --> 00:02:43.905
จะเก็บค่าของข้อมูล

42
00:02:44.081 --> 00:02:47.890
ในลิสต์ index

43
00:02:48.083 --> 00:02:51.891
ก็คือหมายเลขถูกไหมคะ ก็คือหมายเลขของข้อมูล

44
00:02:52.084 --> 00:02:55.890
เราเริ่มต้นที่หมายเลขอะไรเอ่ย

45
00:02:56.085 --> 00:02:59.890
พอเราวาดเป็นช่องใช่ไหมคะ

46
00:03:00.086 --> 00:03:03.890
ในลิสต์นี่ ถ้าเราลองวาด

47
00:03:04.087 --> 00:03:07.892
การจัดเก็บนะ ก็จะเป็น 1

48
00:03:08.088 --> 00:03:11.891

49
00:03:12.089 --> 00:03:15.891
แล้วก็จะเก็บข้อมูลลงไปในช่องแบบนี้

50
00:03:16.090 --> 00:03:19.891
หมายเลขช่องหรือว่า

51
00:03:20.091 --> 00:03:23.892
Index ตัวแรกเราจะเริ่มต้นที่ตรงไหน

52
00:03:24.093 --> 00:03:27.890
ตรงนี้ index เราจะเริ่มที่เราไรเอ่ย

53
00:03:28.095 --> 00:03:31.891
0 นะ ใช่ไหมคะ

54
00:03:32.098 --> 00:03:35.890
1 2 3 แล้วก็ 4

55
00:03:36.099 --> 00:03:39.891
แล้วก็ 4 ก็คือหมายเลขช่อง ถ้าเราวาดรูปให้

56
00:03:40.100 --> 00:03:43.892
เป็นรูปสี่เหลี่ยมในการจัดเก็บข้อมูล แล้วเวลาครูเข้าถึง

57
00:03:44.101 --> 00:03:47.892
ข้อมูลที่อยู่ในลิสต์ ตอนนี้

58
00:03:48.102 --> 00:03:51.893
ครูตั้งชื่อลิสต์ตัวนี้มีชื่อว่า x

59
00:03:52.104 --> 00:03:55.891
x index 3

60
00:03:56.105 --> 00:03:59.891
ตอบเท่ากับเท่าไรเอ่ย index

61
00:04:00.106 --> 00:04:03.891
เป็น 3 ตัวนี้ตอบ 4 ใช่

62
00:04:04.108 --> 00:04:07.893
ตรงนี้ต้องตอบว่า 4 นะคะ ทุกคนจำได้นะ

63
00:04:08.109 --> 00:04:11.891
แล้วถ้า x

64
00:04:12.110 --> 00:04:15.891
เราต้องการหลาย ๆ ค่า 2 จนถึง 4

65
00:04:16.111 --> 00:04:19.891
จะตอบเท่าหับเท่าไหร่คะ

66
00:04:20.112 --> 00:04:23.891
3 กับ...

67
00:04:24.113 --> 00:04:27.892
3 กับอะไรเอ่ย 4 ใช่ไหม

68
00:04:28.114 --> 00:04:31.892
ใช่ไหม คือ 3 กับ 4 นะ มันเริ่มต้นที่ 2 ใช่ไหมคะ ก็คือ

69
00:04:32.116 --> 00:04:35.891
เริ่มต้นที่ 2 ก็คือเริ่มต้ด้วยตัว

70
00:04:36.117 --> 00:04:39.894
ถึง 4 แล้วก็ลดลงมา 1 ช่อง ก็จะได้ข้อมูลตัวนี้

71
00:04:40.118 --> 00:04:43.891
ก็คือ 3 กับ 4

72
00:04:44.119 --> 00:04:47.891
คราวนี้ แล้วเราเอาลิสต์

73
00:04:48.121 --> 00:04:51.892
มาทำอะไรนะคะ เราเก็บข้อมูล

74
00:04:52.122 --> 00:04:55.892
รูปแบบลิสต์ แล้วเราเอามาใช้ทำอะไรนะคะ

75
00:04:56.124 --> 00:04:59.892
วันนี้เราจะพูดถึงโครงสร้างอีกแบบหนึ่ง

76
00:05:00.126 --> 00:05:03.892
ที่มีชื่อว่า stack นะ

77
00:05:04.128 --> 00:05:07.892
สแตกนะคะ สแตกตัวนี้

78
00:05:08.131 --> 00:05:11.892
จะใช้วิธีการเก็บข้อมูลแบบลิสต์

79
00:05:12.133 --> 00:05:15.895
นะคะ แล้วลักษณะแบบไหน

80
00:05:16.134 --> 00:05:19.893
ที่เราจะเรียกว่า "stack" นะคะ ดูด้วยกัน

81
00:05:20.135 --> 00:05:23.892
เขาบอกว่า Stack

82
00:05:24.136 --> 00:05:27.892
ก็คือการที่เราใส่ข้อมูลเข้าไปแล้วก็ดึงออกมา

83
00:05:28.137 --> 00:05:31.893
นะคะ แล้วข้อมูล

84
00:05:32.139 --> 00:05:35.893
ที่ถูกใส่เข้าไปใน Stack จะถูก

85
00:05:36.141 --> 00:05:39.892
เอาออกมาใช้ทีหลัง อันนี้ คือ

86
00:05:40.142 --> 00:05:43.893
วิธีการเก็บข้อมูลแบบ stack หรือที่เรียกว่า

87
00:05:44.145 --> 00:05:47.893
เข้าทีหลังออกก่อน

88
00:05:48.146 --> 00:05:51.893
เข้าก่อนออกทีหลัง ความหมายเหมือนกัน

89
00:05:52.147 --> 00:05:55.893

90
00:05:56.149 --> 00:05:59.901
ยกตัวอย่างเช่น ทุกคนเคย

91
00:06:00.150 --> 00:06:03.893
ไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวไหมคะ ทุกคนเคยไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวนะ

92
00:06:04.152 --> 00:06:07.893
แล้วเห็นถ้วยก๋วยเตี๋ยวก่อนที่เขาจะ

93
00:06:08.153 --> 00:06:11.893
เอามาใส่เส้น ใส่เครื่องปรุง ใส่หมูให้เรา

94
00:06:12.157 --> 00:06:15.893
ชามก๋วยเตี๋ยวมันเรียงขึ้นไปแบบนี้

95
00:06:16.158 --> 00:06:19.893
ใช่ไหมคะ เวลาแม่ค้าเขาจะเอาจามก๋วยเตี๋ยวมาใส่ให้เรา

96
00:06:20.160 --> 00:06:23.894
เขาจะเอาชามก๋วยเตี๋ยวมาใส่ให้เรา เขาเอาชามที่อยู่

97
00:06:24.161 --> 00:06:27.893
ข้างบน หรือชามที่อยู่ข้างล่าง

98
00:06:28.165 --> 00:06:31.893
เอาชามข้างบนหรือข้างล่างคะ ข้างบน

99
00:06:32.166 --> 00:06:35.893
เขาเอาข้างบนมาทำให้เรา

100
00:06:36.167 --> 00:06:39.894
แล้วเวลาเขาล้างจานเสร็จแล้วนี่ เอาจาน

101
00:06:40.169 --> 00:06:43.893
มาซ้อนข้างล่างหรือซ้อนข้างบน ซ้อนข้างบน

102
00:06:44.173 --> 00:06:47.893
ใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้น จานที่

103
00:06:48.174 --> 00:06:51.894
อยู่บนสุดจะถูกเอาออกมาใช้ก่อน

104
00:06:52.176 --> 00:06:55.894
และจากที่อยู่บนสุดนะคะ จะถูก

105
00:06:56.177 --> 00:06:59.893
เอาเข้ามาเก็บทีหลัง อันนี้คือรูปแบบ

106
00:07:00.178 --> 00:07:03.894
ของ Stack เช่นนะคะ เช่น ๆ

107
00:07:04.179 --> 00:07:07.896
เช่น สมมติ ครูมีกระดาษ 1 แผ่นนะ

108
00:07:08.181 --> 00:07:11.893
ครูมีกระดาษอยู่ 1 แผ่น ทุกคนดูนะคะ

109
00:07:12.182 --> 00:07:15.894
ครูจะใส่กระดาษแผ่นที่ 2

110
00:07:16.184 --> 00:07:19.893
เห็นไหมคะ ครูซ่อนกระดาษแผ่นที่ 2 อยู่ข้างบน

111
00:07:20.185 --> 00:07:23.893
ครูใส่ ครูใส่กระดาษ

112
00:07:24.187 --> 00:07:27.893
แผ่นที่ 3 เข้าไปนะคะ แล้วครูก็ใส่

113
00:07:28.188 --> 00:07:31.893
กระดาษแผ่นที่ 4 เข้าไปในมือครู เวลา

114
00:07:32.189 --> 00:07:35.894
ครูจะเอาออกมาใช้ครูจะเอาตัวล่างสุดหรือตัวบนสุดออกมาใช้

115
00:07:36.190 --> 00:07:39.895
ตัวบนสุดถูกไหมคะ

116
00:07:40.191 --> 00:07:43.893
ครูไม่พยายามจะดึงตัวล่างสุดออกมานะคะ ครูจะหยิบตัวบน

117
00:07:44.192 --> 00:07:47.894
สุดอกไปใช้ ซึ่งตัวบนสุดนี่

118
00:07:48.196 --> 00:07:51.896
คือ กระดาษแผ่นที่เราใส่ไปล่าสุดนะคะ

119
00:07:52.198 --> 00:07:55.893
เ

120
00:07:56.200 --> 00:07:59.894
เราสามารถสรุปได้แบบนี้นะ ข้อมูลที่อยู่ใน Stack

121
00:08:00.201 --> 00:08:03.894
ตัวแรกจะอยู่ด้านล่างสุด ข

122
00:08:04.202 --> 00:08:07.894
ข้อมูลที่หย่อนลงไปใน Stack ตัวแรกจะอยู่ด้านล่างสุดเลย

123
00:08:08.204 --> 00:08:11.894
นะคะ ตัวถัดไปก็จะซ้อนขึ้นมา

124
00:08:12.206 --> 00:08:15.893
เรื่อย ๆ ข้อมูลที่

125
00:08:16.207 --> 00:08:19.894
เข้าไปใน Stack เป็นตัวสุดท้าย

126
00:08:20.208 --> 00:08:23.894
นะคะ จะอยู่บนสุด แล้วเวลา

127
00:08:24.209 --> 00:08:27.894
เราเอาข้อมูลใน Stack ออกมาใช้งาน

128
00:08:28.210 --> 00:08:31.894
ข้อมูลที่เข้าไปเป็นตัวล่าสุด

129
00:08:32.211 --> 00:08:35.894
หรือตัวลำดับสุดท้าย  จะถูก

130
00:08:36.215 --> 00:08:39.894
ดึงออกมาใช้งานก่อน ตัวไหน

131
00:08:40.216 --> 00:08:43.894
ที่เข้าไปตัวแรกจะถูกเอามาใช้งาน

132
00:08:44.217 --> 00:08:47.894
เป็นตัวสุดท้ายนะคะ เพราะมันอยู่ล่างสุด

133
00:08:48.219 --> 00:08:51.894
มันก็ใช้ยาก เราต้องใช้ตัวบน ค่อย ๆ ดึงตัวบน

134
00:08:52.221 --> 00:08:55.894
ออกไปก่อน

135
00:08:56.222 --> 00:08:59.894
คราวนี้เวลาเราเอาข้อมูลใส่ใน Stack

136
00:09:00.223 --> 00:09:03.894
เราพูดถึง Stack ก็เหมือนภาชนะนะ Stack

137
00:09:04.227 --> 00:09:07.895
เป็นช่องแบบนี้ เป็นช่องสี่เหลี่ย

138
00:09:08.228 --> 00:09:11.894
ในแนวตั้ง ถ้าเราพูดถึง Stack นะ

139
00:09:12.229 --> 00:09:15.895
ดูรูปนี้ก่อน อย่างนี้ มันจะอยู่ในแนวนอนหรือแนวตั้งก็ได้

140
00:09:16.230 --> 00:09:19.894
มันจะอยู่ในแนวนอนหรือแนวตั้งก็ได้

141
00:09:20.231 --> 00:09:23.895
ถ้าพูดถึง Stack ก้คือเป็นชั้น ๆ

142
00:09:24.232 --> 00:09:27.895
เลื่อนขึ้นไปเรื่อย ๆ นะคะ ใน Stack

143
00:09:28.233 --> 00:09:31.895
เราทำอะไรได้บ้าง เราใส่ข้อมูลลงไป

144
00:09:32.235 --> 00:09:35.899
เราดึงข้อมูลออกมา คราวนี้

145
00:09:36.236 --> 00:09:39.894
stackถ้ามันไม่มีข้อมูลอะไรเลย

146
00:09:40.238 --> 00:09:43.895
เราเรียกว่า "Stack ว่าง" คือ มันมีค่าว่าง ๆ

147
00:09:44.239 --> 00:09:47.896
ไม่มีตัวอักษรอะไรเลยนะ อันนี้

148
00:09:48.240 --> 00:09:51.895
คือ Stack ว่าง

149
00:09:52.241 --> 00:09:55.895
ถ้าเราจะใส่ข้อมูลลงไปใน Stack

150
00:09:56.242 --> 00:09:59.895
เราจะมีคำสั่งที่ชื่อว่า Push

151
00:10:00.243 --> 00:10:03.895
คือคำสั่งตัวนี้นะคะ

152
00:10:04.245 --> 00:10:07.895
คำสั่ง Push ก็คือใส่

153
00:10:08.246 --> 00:10:11.895
ข้อมูลลงไปใน Stack ถ้าต้องการเอา

154
00:10:12.247 --> 00:10:15.896
ข้อมูลออกจาก Stack เราใช้คำสั่ง Pop นะคะ

155
00:10:16.249 --> 00:10:19.895
มีอยู่ 2 ตัวที่ทุกคนต้องรู้จัก

156
00:10:20.251 --> 00:10:23.911
เมื่อพูดถึง Stack คือ Push กับ Pop

157
00:10:24.251 --> 00:10:27.896
Push คือใส่ ก็คือเอ

158
00:10:28.253 --> 00:10:31.894
ส่วน Pop ก็คือเอาออกนะคะ Pop คือ เอาออก

159
00:10:32.260 --> 00:10:35.895

160
00:10:36.263 --> 00:10:39.895
คราวนี้มาดูตัวอย่างนะคะ มีแต่ Push กับ Pop

161
00:10:40.268 --> 00:10:43.895
2 ตัว เราเริ่มต้น Stack ไม่มีอะไรเลย

162
00:10:44.270 --> 00:10:47.895
เป็นค่าว่าง ๆ ถูกไหมคะ เป็น Stack ว่าง

163
00:10:48.278 --> 00:10:51.895
ครูบอกว่าครู Push

164
00:10:52.279 --> 00:10:55.902
คำสั่ง Push Push ค่าอะไร ค่า a เมื่อไรก็ตาม

165
00:10:56.281 --> 00:10:59.896
ที่ใช้คำสั่ง Push ต้องบอกด

166
00:11:00.283 --> 00:11:03.901
จะใส่ค่าอะไรด้วยนะคะ

167
00:11:04.286 --> 00:11:07.897
เรา Push ค่า a ลงไป

168
00:11:08.287 --> 00:11:11.896
เห็นไหม มันก็อยู่ด้านล่างสุดนะคะ ถัดมา

169
00:11:12.291 --> 00:11:15.896
ถ้าครูใส่คำสั่ง

170
00:11:16.292 --> 00:11:19.895
ตัวบนก่อน Push b ก็ใส่ b ลงมาเห็นไหมคะ

171
00:11:20.294 --> 00:11:23.895
ถัดจาก a ก็คือ b Push c

172
00:11:24.296 --> 00:11:27.895
ก็อยู่ถัดขึ้นไป และ Push(D) อยู่

173
00:11:28.298 --> 00:11:31.897
บนสุดนะคะ เรียงตรามลำดับของการ

174
00:11:32.303 --> 00:11:35.896
ใส่ข้อมูลเข้าไป

175
00:11:36.304 --> 00:11:39.895
คราวนี้อยากจะเอาออกบ้าง

176
00:11:40.306 --> 00:11:43.895
เอาข้อมูลออกจาก Stack ไปใช้งาน จะใช้คำสั่ง Pop

177
00:11:44.309 --> 00:11:47.895
Pop นะ Pop

178
00:11:48.311 --> 00:11:51.898
แล้วตามด้วยวงเล็บเปิดและวงเล็บปิด ไม่ต้องใส่ค่าอะไร

179
00:11:52.315 --> 00:11:55.895
เพราะเราจะไปดึงค่าที่อยู่ใน Stack ออกมา

180
00:11:56.316 --> 00:11:59.896

181
00:12:00.318 --> 00:12:03.896
เราสั่งคำสั่ง Pop เราเอาข้อมูล

182
00:12:04.319 --> 00:12:07.896
บนสุดนะคะ Pop ให้เอาข้อมูลบนสุด

183
00:12:08.320 --> 00:12:11.895
ที่อยู่ใน Stack ดึงออกมา

184
00:12:12.321 --> 00:12:15.896
เพราะฉะนั้น เดิมเป็นแบบนี้ ถูกไหม

185
00:12:16.323 --> 00:12:19.899
ครูใช้คำสั่ง Pop อะไรออกมาเอ่ย

186
00:12:20.323 --> 00:12:23.895
ตัว D Dog จะออกมา เพราะ D Dog

187
00:12:24.325 --> 00:12:27.895
อยู่บนสุดนะคะ

188
00:12:28.327 --> 00:12:31.896
ถัดมา

189
00:12:32.330 --> 00:12:35.896
ครู Push คือใส่เข้าไป

190
00:12:36.331 --> 00:12:39.896
ไม่มี D Dog แล้วนะ ครู Push e เห็นไหมคะ เวลา Push

191
00:12:40.336 --> 00:12:43.896
ต้องบอกด้วยว่าเราใส่ค่าอะไร

192
00:12:44.339 --> 00:12:47.896
แล้วก็ใส่ตัว e วงเล็บปิด ครู Push ค่า e ลงไป

193
00:12:48.341 --> 00:12:51.896
E จะอยู่ด้านบน C เสร็จแล้ว Push

194
00:12:52.343 --> 00:12:55.897
อีกครั้งหนึ่ง f ก็จะอยู่บนสุดนะคะ

195
00:12:56.347 --> 00:12:59.896
ถัดมาครู Pop

196
00:13:00.348 --> 00:13:03.896
Pop คือ เอาออก เอาอะไรออก ข้างบนสุดคืออะไรคะ

197
00:13:04.351 --> 00:13:07.896
เอา F ออก เพราะฉะนั้นข้อมูล

198
00:13:08.353 --> 00:13:11.896
จะเหลืออยู่ 4 ตัว ก็คือ a, b, c แล้วก็ e

199
00:13:12.354 --> 00:13:15.896

200
00:13:16.358 --> 00:13:19.896
โอเค ถัดมา

201
00:13:20.365 --> 00:13:23.896
เราแทน Stack ด้วยอะไร

202
00:13:24.367 --> 00:13:27.896
นะคะ อย่างที่ครูบอกว่าลิสต์

203
00:13:28.368 --> 00:13:31.900
จะถูกเอามาใช้แทนนะคะ การเก็บข้อมูล

204
00:13:32.369 --> 00:13:35.896
ใน Stack เราพูดถึง Stack แล้วมันจัดเก็บแบบไหน ลิสต์

205
00:13:36.370 --> 00:13:39.896
นั่นล่ะในการเก็บข้อมูล

206
00:13:40.371 --> 00:13:43.896
ลิสต์นะคะ เราสามารถวาดเป็นแนวตั้งหรือแนวนอน

207
00:13:44.372 --> 00:13:47.897
ก็ได้นะ สามารถวาดเป็นแนวนอน

208
00:13:48.373 --> 00:13:51.896
หรือแนวนอนก็ได้ ข้อมูลที่ใส่เข้ามาตัวแรกนะคะ

209
00:13:52.375 --> 00:13:55.896
จะอยู่ที่ index 0 ก็คือข้อมูลตัวแรก

210
00:13:56.376 --> 00:13:59.896
ไล่ไปเรื่อย ๆ จนถึงข้อมูลตัวสุดท้าย

211
00:14:00.378 --> 00:14:03.896

212
00:14:04.379 --> 00:14:07.896
Stack ที่ครูให้มานี่ ที่เก็บอยู่

213
00:14:08.381 --> 00:14:11.900
ในรูปแบบที่เป็นลิสต์นี่

214
00:14:12.382 --> 00:14:15.896
มันมีที่ว่างให้ใส่ได้อีกไหม Stack รูปนี้

215
00:14:16.383 --> 00:14:19.896
มีอยู่ 4 ช่องด้วยกัน ทุกช่องมีค่าไหมคะ

216
00:14:20.384 --> 00:14:23.897
ทุกช่องมีค่านะ

217
00:14:24.385 --> 00:14:27.896
มันเต็มหรือยังคะ

218
00:14:28.387 --> 00:14:31.897
มันมีที่ว่างให้ใส่อีกไหมคะ ไม่มีแล้ว

219
00:14:32.388 --> 00:14:35.897
อย่างนี้เรียกว่า Stack เต็มแล้ว

220
00:14:36.396 --> 00:14:39.896
นะคะ คือ ไม่มีช่องว่างให้เราใส่ข้อมูลตัวใหม่ได้แล้ว

221
00:14:40.397 --> 00:14:43.903
นะคะ แบบนี้เรียกว่า Stack มันเต็มแล้ง

222
00:14:44.399 --> 00:14:47.898

223
00:14:48.400 --> 00:14:51.901

224
00:14:52.401 --> 00:14:55.896
คราวนี้ เรามี 2 คำสั่ง

225
00:14:56.403 --> 00:14:59.896
ที่พูดถึงนะ Push กับ Pop

226
00:15:00.404 --> 00:15:03.898
Push ก็คือใส่ข้อมูลลงไปใน Stack

227
00:15:04.406 --> 00:15:07.897
เช่น ครูมี Stack

228
00:15:08.408 --> 00:15:11.905
อย่างนี้ใช่ไหม มันมีที่ว่างให้ครูใส่ข้อมูลได้ไหมคะ มันมี

229
00:15:12.410 --> 00:15:15.899
ที่ว่างให้ครูใส่ข้อมูลได้ ครู

230
00:15:16.411 --> 00:15:19.897
ก็เลยสั่งคำสั่ง Push 3 ก็คือเอาข้อมูล 3 นี่

231
00:15:20.414 --> 00:15:23.897
ไปหย่อนลงใน Stack มันจะเอามาใส่ช่องนี้

232
00:15:24.415 --> 00:15:27.896
ช่องที่ 1 หรือช่องที่ 2 ค่ะ ช่องที่ 1

233
00:15:28.417 --> 00:15:31.900
ถูกไหม ก็ไล่ลำดับลงมาเรื่อย ๆ

234
00:15:32.420 --> 00:15:35.897
มันอยู่ช่องนี้แล้ว ข้อมูลล่าสุดอยู่ช่องนี้

235
00:15:36.422 --> 00:15:39.899
มันก็ไหลลงไปจนถึงตัวสุดท้าย

236
00:15:40.426 --> 00:15:43.897
ที่มันสามารถจะใส่ได้ ก็คือในช่องตรงนี้ ก็คือจะเอา 3

237
00:15:44.428 --> 00:15:47.896
มาใส่

238
00:15:48.429 --> 00:15:51.897
แล้วเราใส่ด้วยคำสั่งอะไร

239
00:15:52.432 --> 00:15:55.897
เราใช้ List นะคะ

240
00:15:56.434 --> 00:15:59.898
ในการจัดเก็บข้อมูล เราใช้ลิสต์ในการจัดเก็บข้อมูล

241
00:16:00.437 --> 00:16:03.900
เพราะฉะนั้นคำสั่งของการ

242
00:16:04.439 --> 00:16:07.897
เพิ่มข้อมูลลงไปใน Stack ก็คือใช้คำสั่ง

243
00:16:08.440 --> 00:16:11.898
Append ได้เลย เพราะ Append

244
00:16:12.441 --> 00:16:15.900
เป็นคำสั่งของการเพิ่มข้อมูลลงไป

245
00:16:16.442 --> 00:16:19.896
ในลิสต์นะคะ ใส่ชื่อ .

246
00:16:20.444 --> 00:16:23.902
แล้วตามด้วยคำสั่ง Append(d)

247
00:16:24.445 --> 00:16:27.898
ใส่ค่าข้อมูลตัวใหม่แล้วก็วงเล็บปิด

248
00:16:28.447 --> 00:16:31.897
ถัดมา

249
00:16:32.448 --> 00:16:35.896
Pop

250
00:16:36.449 --> 00:16:39.896
คือ เอาออกนะคะ คือ Pop คือ เอาออก

251
00:16:40.450 --> 00:16:43.896
ก่อนที่เราจะเอาข้อมูลออก

252
00:16:44.452 --> 00:16:47.896
เราต้องเช็กก่อนว่า Stack เรา

253
00:16:48.454 --> 00:16:51.896
มีข้อมูลอยู่ไหม ถ้า Stack

254
00:16:52.455 --> 00:16:55.897
มันไม่มีข้อมูลอยู่เลยเราจะเอาอะไรออกมาได้ไหม ไม่ได้

255
00:16:56.457 --> 00:16:59.900
เพราะมันไม่มีข้อมูลอะไรให้เราดึงออกมา

256
00:17:00.458 --> 00:17:03.897
เพราะฉะนั้น อันดับแรกนี่ เราต้องเช็กก่อน

257
00:17:04.458 --> 00:17:07.897
มันมีข้อมูลอยู่ไหมนะคะ มันมีข้อมูลอยู่้ไหม

258
00:17:08.460 --> 00:17:11.900
ถ้ามันไม่มีข้อมูลอยู่เลย เราจะบอกว่า

259
00:17:12.461 --> 00:17:15.897
มันคือ Stack ว่าง เราไม่สามารถทำคำสั่ง Pop

260
00:17:16.463 --> 00:17:19.897
ได้นะคะ แต่ถ้า

261
00:17:20.464 --> 00:17:23.896
Stack ไม่ว่าง เช่น

262
00:17:24.465 --> 00:17:27.897
Stack ไม่ว่างนะ มันมีข้อมูลอยู่ตั้ง 3 ตัว

263
00:17:28.466 --> 00:17:31.897
เราใช้คำสั่ง Pop

264
00:17:32.469 --> 00:17:35.897
ข้อมูลอะไรจะถูกดึงออกมา มีอยู่ 3 ค่านี่

265
00:17:36.471 --> 00:17:39.901
ข้อมูลที่จะเอาออกมาจาก Stack

266
00:17:40.472 --> 00:17:43.897
ก็คือข้อมูลค่าอะไรเอ่ย

267
00:17:44.474 --> 00:17:47.897
อะไรคะ 1 หรือ 2

268
00:17:48.475 --> 00:17:51.897
หรือ 3 3 ใช่ไหม

269
00:17:52.476 --> 00:17:55.897
เอาตัวที่อยู่บนสุด

270
00:17:56.478 --> 00:17:59.897
ตัวล่าสุดถูกไหมคะ ถ้าอยู่ในแนวนอนตัวล่าสุดจะอยู่

271
00:18:00.479 --> 00:18:03.898
ด้านขวา

272
00:18:04.480 --> 00:18:07.897
ถ้าเป็นแนวตั้งตัวล่าสุดจะอยู่ข้างบนใช่ไหมคะ

273
00:18:08.483 --> 00:18:11.897
เลข 3 จะถูก

274
00:18:12.484 --> 00:18:15.923
ดึงออกมานะคะ หลังจากที่เราใช้คำสั่ง Pop

275
00:18:16.486 --> 00:18:19.901

276
00:18:20.496 --> 00:18:23.897
โอเค

277
00:18:24.501 --> 00:18:27.897
ถัดมาตัวนี้จะเป็นคำสั่ง

278
00:18:28.502 --> 00:18:31.897
ที่เราใช้เขียน เช่น

279
00:18:32.503 --> 00:18:35.897
เราจะเช็กว่า Stack นั้นเป็น Stack ว่าง

280
00:18:36.504 --> 00:18:39.897
หรือเปล่า เราก็ดูขนาดของ Stack ใช่ไหมคะ

281
00:18:40.505 --> 00:18:43.897
หาขนาดของ Stack ว่ามันมีขนาด

282
00:18:44.506 --> 00:18:47.905
เท่าไหร่ ถ้าขนาดมันมีค่าเป็น 0

283
00:18:48.507 --> 00:18:51.897
แสดงว่ามันเป็น Stack ว่าง ไม่มีข้อมูลอยู่เลย

284
00:18:52.508 --> 00:18:55.897
ก็ไม่ต้องทำอะไรใช่ไหมคะ แต่ถ้า

285
00:18:56.510 --> 00:18:59.898
มันไม่ใช่ Stack ว่างเราก็

286
00:19:00.513 --> 00:19:03.897
จะดึงค่าที่อยู่บนสุดออกมา

287
00:19:04.515 --> 00:19:07.898
คราวนี้

288
00:19:08.516 --> 00:19:11.898
อันนี้จะเป็นโค้ด เป็นโปรแกรมที่เราจะเขียนทั้งหมด

289
00:19:12.517 --> 00:19:15.897
เดี๋ยวครูบอกอีกทีข้างหลัง

290
00:19:16.518 --> 00:19:19.897
สมมติว่า

291
00:19:20.519 --> 00:19:23.899

292
00:19:24.525 --> 00:19:27.897

293
00:19:28.527 --> 00:19:31.897

294
00:19:32.528 --> 00:19:35.897
ครูอยาก...

295
00:19:36.532 --> 00:19:39.897

296
00:19:40.534 --> 00:19:43.898

297
00:19:44.536 --> 00:19:47.900

298
00:19:48.539 --> 00:19:51.898

299
00:19:52.540 --> 00:19:55.897

300
00:19:56.541 --> 00:19:59.897

301
00:20:00.543 --> 00:20:03.897

302
00:20:04.544 --> 00:20:07.897

303
00:20:08.545 --> 00:20:11.897

304
00:20:12.547 --> 00:20:15.899

305
00:20:16.550 --> 00:20:19.897

306
00:20:20.553 --> 00:20:23.897

307
00:20:24.555 --> 00:20:27.897

308
00:20:28.558 --> 00:20:31.897

309
00:20:32.560 --> 00:20:35.898
คราวนี้ดูนะคะ

310
00:20:36.561 --> 00:20:39.898
ครูมี Stack มาให้ Stack ครูมีกี่ช่องคะ

311
00:20:40.562 --> 00:20:43.897
มี 4 ช่องในแนวตั้งถูกหรือเปล่า

312
00:20:44.563 --> 00:20:47.897
เป็น Stack ในแนวตั้ง มี 4 ช่องนะคะ

313
00:20:48.564 --> 00:20:51.897
ตัวแรก ตัวแรกน่ะจะอยู่

314
00:20:52.565 --> 00:20:55.898
ด้านฐาน จะอยู่ด้านล่างสุดนะ เวลาเราหย่อนข้อมูลลงไป ตัวแรก

315
00:20:56.566 --> 00:20:59.897
จะลงมาอยู่ช่องล่างสุดแล้วค่อยขยับไปช่องถัดไป ๆ

316
00:21:00.571 --> 00:21:03.898
นะคะ จะซ้อนขึ้นไปข้างบนนะ ถ้าเป็น Stack ในแนวตั้ง

317
00:21:04.572 --> 00:21:07.897
คำสั่ง

318
00:21:08.573 --> 00:21:11.900
อย่างที่บอกเรามีแค่ 2 คำสั่งนะ มีแค่ Push กับ Pop

319
00:21:12.574 --> 00:21:15.897
ใช่ไหมคะ Push

320
00:21:16.575 --> 00:21:19.897
ใส่ข้อมูล

321
00:21:20.576 --> 00:21:23.903
กับ Pop

322
00:21:24.577 --> 00:21:27.917
เอาข้อมูลออก คือ ใส่กับเอาออก

323
00:21:28.579 --> 00:21:31.899
นะคะ คราวนี้ดู

324
00:21:32.580 --> 00:21:35.898
Push 5 เห็นไหมคะ ครูใส่หมายเลขช่องก่อนนะ

325
00:21:36.581 --> 00:21:39.898
อันนี้เป็นหมานยเลข 1, 0, 1, 2, 3

326
00:21:40.582 --> 00:21:43.898
เราจะได้เข้าใจตรงกัน โอเค

327
00:21:44.583 --> 00:21:47.897
นะคะ มีหลายเลขช่องแล้วนะ มี 0 1 2 3

328
00:21:48.584 --> 00:21:51.898
ครูสั่ง Push 5 5 จะ

329
00:21:52.585 --> 00:21:55.911
ไปอยู่ที่ช่องไหน ช่องไหนเอ่ย

330
00:21:56.586 --> 00:21:59.898
ช่องหมายเลขอะไร ครูหย่อน 5

331
00:22:00.587 --> 00:22:03.897
ลงไปมันก็จะไหลลงมาอยู่ที่ช่องไหนคะ

332
00:22:04.588 --> 00:22:07.897
ช่อง 0 เห็นไหม พอครูหย่อน 5 ลงมา

333
00:22:08.590 --> 00:22:11.898
ไหลลงมาเรื่อย ๆ จนมาอยู่ที่

334
00:22:12.591 --> 00:22:15.898
ช่อง 0 เสร็จแล้วครูสั่งคำสั่ง Push

335
00:22:16.592 --> 00:22:19.901
10 เดิมมันมี 5 อยู่แล้วนะ

336
00:22:20.593 --> 00:22:23.898
แล้วครูสั่ง Push 10 เพราะฉะนั้น 10 จะมาอยู่ที่ไหนคะ

337
00:22:24.596 --> 00:22:27.898
10 จะมาอยู่ที่

338
00:22:28.608 --> 00:22:31.898
1 ถูกไหมคะ ก็หย่อน 10 ลงมานะ

339
00:22:32.610 --> 00:22:35.898
ถัดมาเดิม

340
00:22:36.611 --> 00:22:39.900
เดิม มี 5 กับ 10 แล้ว ครูเขียนเรียบร้อยก่อน

341
00:22:40.612 --> 00:22:43.899
นะคะ ใส่ที่ช่อง 0 กับช่อง 1 ครู

342
00:22:44.614 --> 00:22:47.908
สั่ง Push 15 ไปอยู่ที่ช่องไหนคะ 2 ใช่ไหม

343
00:22:48.615 --> 00:22:51.898
เห็นไหม พอ Push ข้อมูลลงไป

344
00:22:52.616 --> 00:22:55.898
คราวนี้ จากรูปนี้ ครูสั่ง Pop

345
00:22:56.618 --> 00:22:59.898
เอาอะไรออกมา

346
00:23:00.619 --> 00:23:03.898
จากรูปนี้พอครูสั่ง Pop ปุ๊บ เอาอะไรออกมาคะ

347
00:23:04.620 --> 00:23:07.898
เอาอะไรออกมาเอ่ย

348
00:23:08.621 --> 00:23:11.898
15 ใช่ไหม เอาตัวบนสุด

349
00:23:12.623 --> 00:23:15.898
เลือก

350
00:23:16.624 --> 00:23:19.898
เราเลือก

351
00:23:20.625 --> 00:23:23.898
ตัวบนสุดออกมาใช่ไหมคะ

352
00:23:24.625 --> 00:23:27.899
เพราะฉะนั้น 15 จะถูกดึง

353
00:23:28.626 --> 00:23:31.899
ออกมาข้างนอกเห็นไหมคะ

354
00:23:32.637 --> 00:23:35.906
เพราะฉะนั้น ใน Stack จะเหลือแค่ 10 กับ 5

355
00:23:36.639 --> 00:23:39.900
ครูสั่ง Pop อีกทีหนึ่ง

356
00:23:40.640 --> 00:23:43.898
เอาอะไรออกมาคะ เดิม

357
00:23:44.642 --> 00:23:47.898
มี 5 กับ 10

358
00:23:48.643 --> 00:23:51.898
คราวนี้เอาอะไรออกมา ครูสั่ง Pop ปุ๊บ อะไรออกมาคะ

359
00:23:52.644 --> 00:23:55.898
10 ออกมาเห็นไหม 10 ไม่เหลือแล้ว

360
00:23:56.646 --> 00:23:59.900
เพราะฉะนั้น ตอนนี้ ใน Stack เราเหลือกี่ค่าคะ

361
00:24:00.648 --> 00:24:03.899
ค่าเดียว คือเลข 5

362
00:24:04.649 --> 00:24:07.899
จดตัวนี้ไว้ในกระดาษให้ครูหน่อย

363
00:24:08.652 --> 00:24:11.898

364
00:24:12.654 --> 00:24:15.900
เดี๋ยวครูจะให้ทำแบบฝึกหัด

365
00:24:16.658 --> 00:24:19.902
นะคะ

366
00:24:20.660 --> 00:24:23.899

367
00:24:24.663 --> 00:24:27.899

368
00:24:28.666 --> 00:24:31.899

369
00:24:32.669 --> 00:24:35.899

370
00:24:36.671 --> 00:24:39.899

371
00:24:40.673 --> 00:24:43.898

372
00:24:44.675 --> 00:24:47.898

373
00:24:48.679 --> 00:24:51.900

374
00:24:52.681 --> 00:24:55.899

375
00:24:56.682 --> 00:24:59.898

376
00:25:00.685 --> 00:25:03.899

377
00:25:04.687 --> 00:25:07.899

378
00:25:08.689 --> 00:25:11.899

379
00:25:12.691 --> 00:25:15.899

380
00:25:16.696 --> 00:25:19.899

381
00:25:20.699 --> 00:25:23.899
มีกระดาษไหมคะ มีใครไม่มีกระดาษไหมคะ

382
00:25:24.700 --> 00:25:27.908
ครูมีกระดาษมาแจก มีไหมคะ

383
00:25:28.701 --> 00:25:31.899
มันจะมีเส้น

384
00:25:32.702 --> 00:25:35.900

385
00:25:36.705 --> 00:25:39.900

386
00:25:40.707 --> 00:25:43.900

387
00:25:44.709 --> 00:25:47.906

388
00:25:48.711 --> 00:25:51.899

389
00:25:52.713 --> 00:25:55.899

390
00:25:56.715 --> 00:25:59.899

391
00:26:00.717 --> 00:26:03.900

392
00:26:04.721 --> 00:26:07.900

393
00:26:08.723 --> 00:26:11.902

394
00:26:12.725 --> 00:26:15.901

395
00:26:16.726 --> 00:26:19.900

396
00:26:20.728 --> 00:26:23.902

397
00:26:24.730 --> 00:26:27.899

398
00:26:28.732 --> 00:26:31.900

399
00:26:32.734 --> 00:26:35.900

400
00:26:36.739 --> 00:26:39.901

401
00:26:40.741 --> 00:26:43.900

402
00:26:44.742 --> 00:26:47.900

403
00:26:48.746 --> 00:26:51.901

404
00:26:52.748 --> 00:26:55.901

405
00:26:56.751 --> 00:26:59.899

406
00:27:00.753 --> 00:27:03.900

407
00:27:04.755 --> 00:27:07.904

408
00:27:08.757 --> 00:27:11.900

409
00:27:12.759 --> 00:27:15.906

410
00:27:16.763 --> 00:27:19.901

411
00:27:20.765 --> 00:27:23.899

412
00:27:24.767 --> 00:27:27.900

413
00:27:28.768 --> 00:27:31.900

414
00:27:32.769 --> 00:27:35.900

415
00:27:36.772 --> 00:27:39.900

416
00:27:40.774 --> 00:27:43.900

417
00:27:44.777 --> 00:27:47.903

418
00:27:48.779 --> 00:27:51.900

419
00:27:52.780 --> 00:27:55.900

420
00:27:56.782 --> 00:27:59.906

421
00:28:00.784 --> 00:28:03.901

422
00:28:04.786 --> 00:28:07.901

423
00:28:08.788 --> 00:28:11.900

424
00:28:12.790 --> 00:28:15.901

425
00:28:16.792 --> 00:28:19.900

426
00:28:20.794 --> 00:28:23.900

427
00:28:24.796 --> 00:28:27.905

428
00:28:28.802 --> 00:28:31.901

429
00:28:32.804 --> 00:28:35.900

430
00:28:36.806 --> 00:28:39.902

431
00:28:40.808 --> 00:28:43.901

432
00:28:44.809 --> 00:28:47.900

433
00:28:48.812 --> 00:28:51.901

434
00:28:52.813 --> 00:28:55.900

435
00:28:56.816 --> 00:28:59.901

436
00:29:00.818 --> 00:29:03.901

437
00:29:04.820 --> 00:29:07.901

438
00:29:08.822 --> 00:29:11.901

439
00:29:12.824 --> 00:29:15.901

440
00:29:16.825 --> 00:29:19.901

441
00:29:20.830 --> 00:29:23.903

442
00:29:24.836 --> 00:29:27.903

443
00:29:28.840 --> 00:29:31.900

444
00:29:32.842 --> 00:29:35.901

445
00:29:36.844 --> 00:29:39.901

446
00:29:40.847 --> 00:29:43.901

447
00:29:44.849 --> 00:29:47.901

448
00:29:48.854 --> 00:29:51.901

449
00:29:52.855 --> 00:29:55.901

450
00:29:56.858 --> 00:29:59.901

451
00:30:00.860 --> 00:30:03.900

452
00:30:04.862 --> 00:30:07.901

453
00:30:08.865 --> 00:30:11.901

454
00:30:12.867 --> 00:30:15.901

455
00:30:16.869 --> 00:30:19.901

456
00:30:20.871 --> 00:30:23.901

457
00:30:24.873 --> 00:30:27.901

458
00:30:28.875 --> 00:30:31.902

459
00:30:32.878 --> 00:30:35.901

460
00:30:36.881 --> 00:30:39.902
คราวนี้นะคะ ครูมีโจทย์มาให้ แล้วก็มี

461
00:30:40.887 --> 00:30:43.903
คำสั่งมาให้

462
00:30:44.889 --> 00:30:47.902
ทำเหมือนเดิมเลยใช่ไหมคะ แต่ครูมีตัว

463
00:30:48.890 --> 00:30:51.901
เริ่มต้นให้ ครูมีให้อยู่แล้วอยู่ใน Stack

464
00:30:52.891 --> 00:30:55.904
ใช่ไหมคะ อันแรก เราหย่อน

465
00:30:56.892 --> 00:30:59.901
เลข 2 ลงไป อันที่ 2 เขียนของเดิมก่อน

466
00:31:00.893 --> 00:31:03.901
ใช่ไหมคะ แล้วค่อยหย่อนเลข 7 ลงไป

467
00:31:04.895 --> 00:31:07.901
ถัดมาหย่อนเลข 1 Pop

468
00:31:08.896 --> 00:31:11.902
คือ เอาออกนะ คือ เอาออก แล้วบอกครูด้วยว่า

469
00:31:12.897 --> 00:31:15.920
ข้อมูล

470
00:31:16.899 --> 00:31:19.903
ที่เอาออกมา

471
00:31:20.901 --> 00:31:23.901
คืออะไร เสร็จแล้ว

472
00:31:24.902 --> 00:31:27.904
ก็มีคำสั่งตัวสุดท้าย ก็คือ Push ตัวเลข 7 ลงไป

473
00:31:28.904 --> 00:31:31.901

474
00:31:32.905 --> 00:31:36.901
ลองทำดูนะคะ

475
00:31:36.907 --> 00:31:40.902

476
00:31:40.911 --> 00:31:44.901
เพราะฉะนั้น แต่ละข้อ

477
00:31:44.913 --> 00:31:48.902
มันจะต่อเนื่องกันไปนะคะ

478
00:31:48.914 --> 00:31:52.901
ทำตัวแรก ข้อที่ 1 เสร็จ เอาข้อมูลนี่

479
00:31:52.915 --> 00:31:56.902
มาตั้งต้นไว้ก่อนแล้วเราค่อย Push

480
00:31:56.926 --> 00:32:00.902
เลข 7 ลงไป เดี๋ยวเราทำด้วยกัน 1 ข้อนะ

481
00:32:00.927 --> 00:32:04.902
อันนี้คือ Push เลข 2 หย่อนเลข 2

482
00:32:04.929 --> 00:32:08.901
ลงไป

483
00:32:08.930 --> 00:32:12.901

484
00:32:12.931 --> 00:32:16.902
ข้อที่ 2 ครูจะใส่เลข 7 เพราะฉะนั้น ครู

485
00:32:16.932 --> 00:32:20.901
ต้องใส่ข้อมูลเดิมก่อน

486
00:32:20.933 --> 00:32:24.901
และก็หย่อนเลข 7 ลงไป ทำต่อให้ครูหน่อย

487
00:32:24.934 --> 00:32:28.902
อีก 3 อัน

488
00:32:28.935 --> 00:32:32.902

489
00:32:32.936 --> 00:32:36.901

490
00:32:36.946 --> 00:32:40.902

491
00:32:40.947 --> 00:32:44.902

492
00:32:44.948 --> 00:32:48.902

493
00:32:48.949 --> 00:32:52.913

494
00:32:52.950 --> 00:32:56.902

495
00:32:56.951 --> 00:33:00.902

496
00:33:00.952 --> 00:33:04.906

497
00:33:04.953 --> 00:33:08.902

498
00:33:08.954 --> 00:33:12.902

499
00:33:12.955 --> 00:33:16.902

500
00:33:16.957 --> 00:33:20.902

501
00:33:20.959 --> 00:33:24.902

502
00:33:24.960 --> 00:33:28.904

503
00:33:28.961 --> 00:33:32.902

504
00:33:32.962 --> 00:33:36.902

505
00:33:36.969 --> 00:33:40.902

506
00:33:40.971 --> 00:33:44.902

507
00:33:44.972 --> 00:33:48.905

508
00:33:48.974 --> 00:33:52.902

509
00:33:52.976 --> 00:33:56.902

510
00:33:56.980 --> 00:34:00.903

511
00:34:00.984 --> 00:34:04.902

512
00:34:04.985 --> 00:34:08.902

513
00:34:08.986 --> 00:34:12.903

514
00:34:12.987 --> 00:34:16.908

515
00:34:16.988 --> 00:34:20.902

516
00:34:20.989 --> 00:34:24.903

517
00:34:24.990 --> 00:34:28.903

518
00:34:28.991 --> 00:34:32.902

519
00:34:32.992 --> 00:34:36.902

520
00:34:36.993 --> 00:34:40.903

521
00:34:40.994 --> 00:34:44.907

522
00:34:44.999 --> 00:34:48.903

523
00:34:49.002 --> 00:34:52.903

524
00:34:53.004 --> 00:34:56.908

525
00:34:57.005 --> 00:35:00.902

526
00:35:01.006 --> 00:35:04.902

527
00:35:05.007 --> 00:35:08.902

528
00:35:09.008 --> 00:35:12.903

529
00:35:13.009 --> 00:35:16.902

530
00:35:17.013 --> 00:35:20.903

531
00:35:21.014 --> 00:35:24.902

532
00:35:25.015 --> 00:35:28.903

533
00:35:29.016 --> 00:35:32.907

534
00:35:33.017 --> 00:35:36.903

535
00:35:37.019 --> 00:35:40.902

536
00:35:41.022 --> 00:35:44.902

537
00:35:45.023 --> 00:35:48.903

538
00:35:49.025 --> 00:35:52.903

539
00:35:53.026 --> 00:35:56.902

540
00:35:57.027 --> 00:36:00.904

541
00:36:01.028 --> 00:36:04.902

542
00:36:05.029 --> 00:36:08.902

543
00:36:09.034 --> 00:36:12.903

544
00:36:13.036 --> 00:36:16.903

545
00:36:17.037 --> 00:36:20.902

546
00:36:21.039 --> 00:36:24.902

547
00:36:25.040 --> 00:36:28.903

548
00:36:29.042 --> 00:36:32.903

549
00:36:33.044 --> 00:36:36.903

550
00:36:37.045 --> 00:36:40.903

551
00:36:41.047 --> 00:36:44.903

552
00:36:45.048 --> 00:36:48.910

553
00:36:49.049 --> 00:36:52.903

554
00:36:53.050 --> 00:36:56.904

555
00:36:57.052 --> 00:37:00.903

556
00:37:01.056 --> 00:37:04.903

557
00:37:05.057 --> 00:37:08.902

558
00:37:09.058 --> 00:37:12.903

559
00:37:13.059 --> 00:37:16.916

560
00:37:17.062 --> 00:37:20.903

561
00:37:21.063 --> 00:37:24.904

562
00:37:25.064 --> 00:37:28.903

563
00:37:29.065 --> 00:37:32.903

564
00:37:33.067 --> 00:37:36.903

565
00:37:37.070 --> 00:37:40.903

566
00:37:41.071 --> 00:37:44.903

567
00:37:45.072 --> 00:37:48.903

568
00:37:49.073 --> 00:37:52.903

569
00:37:53.076 --> 00:37:56.905

570
00:37:57.077 --> 00:38:00.903

571
00:38:01.078 --> 00:38:04.910

572
00:38:05.079 --> 00:38:08.903

573
00:38:09.081 --> 00:38:12.905

574
00:38:13.083 --> 00:38:16.903

575
00:38:17.084 --> 00:38:20.903

576
00:38:21.086 --> 00:38:24.903

577
00:38:25.087 --> 00:38:28.903

578
00:38:29.090 --> 00:38:32.903

579
00:38:33.093 --> 00:38:36.905

580
00:38:37.095 --> 00:38:40.903

581
00:38:41.096 --> 00:38:44.903

582
00:38:45.097 --> 00:38:48.903

583
00:38:49.099 --> 00:38:52.903

584
00:38:53.100 --> 00:38:56.903

585
00:38:57.101 --> 00:39:00.903

586
00:39:01.103 --> 00:39:04.904

587
00:39:05.104 --> 00:39:08.903

588
00:39:09.106 --> 00:39:12.903

589
00:39:13.107 --> 00:39:16.904

590
00:39:17.108 --> 00:39:20.903

591
00:39:21.109 --> 00:39:24.907

592
00:39:25.111 --> 00:39:28.907

593
00:39:29.113 --> 00:39:32.903

594
00:39:33.114 --> 00:39:36.904

595
00:39:37.115 --> 00:39:40.903

596
00:39:41.116 --> 00:39:44.903

597
00:39:45.117 --> 00:39:48.903

598
00:39:49.119 --> 00:39:52.912

599
00:39:53.120 --> 00:39:56.908

600
00:39:57.121 --> 00:40:00.904

601
00:40:01.123 --> 00:40:04.903

602
00:40:05.124 --> 00:40:08.905

603
00:40:09.125 --> 00:40:12.906

604
00:40:13.126 --> 00:40:16.904

605
00:40:17.127 --> 00:40:20.903

606
00:40:21.128 --> 00:40:24.924

607
00:40:25.129 --> 00:40:28.904

608
00:40:29.130 --> 00:40:32.904

609
00:40:33.132 --> 00:40:36.904
ทีนี้เดี๋ยวเรามาดู

610
00:40:37.133 --> 00:40:40.903

611
00:40:41.135 --> 00:40:44.903

612
00:40:45.136 --> 00:40:48.903
ข้อ 3 นะคะ ครูสั่ง Push 1 ก็คือใส่เลข 1 ลง

613
00:40:49.137 --> 00:40:52.904
ใน Stack เดิม

614
00:40:53.138 --> 00:40:56.906
เอาของเดิมยกมาก่อนนะ อย่าเพิ่งใส่นะ ของเดิม

615
00:40:57.139 --> 00:41:00.904
มี 3 ค่านะ เขียนก่อนนะคะ

616
00:41:01.140 --> 00:41:04.904
เขียนค่าเดิมก่อน ใส่ค่าเดิมมาก่อน

617
00:41:05.141 --> 00:41:08.904
นะคะ เสร็จแล้วครูสั่ง Push 1

618
00:41:09.142 --> 00:41:12.903
1 จะอยู่ด้านบนเลข 7

619
00:41:13.143 --> 00:41:16.904
ใช่ไหมคะ

620
00:41:17.144 --> 00:41:20.905
จากนั้นครูสั่ง Pop Pop คือ เอาออก

621
00:41:21.144 --> 00:41:24.904
บนสุดคืออะไร คือ 1 เพราะฉะนั้น

622
00:41:25.146 --> 00:41:28.906
เอาอะไรออก เอา 1 ออก เพราะฉะนั้น ที่เหลือ

623
00:41:29.148 --> 00:41:32.905
็ก็คือ 5, 2, 7 ใช่ไหมคะ 1

624
00:41:33.150 --> 00:41:36.905
จะถูกเอาออกมาใช่ไหม เพราะฉะนั้น ข้อมูล

625
00:41:37.151 --> 00:41:40.903
ที่นำออกจาก Stack ก็คือ 1

626
00:41:41.153 --> 00:41:44.904
นะคะ

627
00:41:45.155 --> 00:41:48.904
ครูสั่ง Push อีกครั้งหนึ่งทำอย่างไร

628
00:41:49.156 --> 00:41:52.904
ก็เอาของเดิมที่มีอยู่ใน Stack เขียนก่อน

629
00:41:53.157 --> 00:41:56.905
เพราะฉะนั้น กรณีที่ Push ข้อม

630
00:41:57.158 --> 00:42:00.905
ลงไปใน Stack ยกของเดิมมาก่อน

631
00:42:01.159 --> 00:42:04.913
เสร็จแล้ว

632
00:42:05.162 --> 00:42:08.905
ใส่ตัวเลขที่ครูสั่งลงไป ก็คือ 7 7

633
00:42:09.163 --> 00:42:12.918
ก็จะอยู่ด้านบนนะคะ อันนี้คือ

634
00:42:13.164 --> 00:42:16.904
Stack ที่ได้หลังจากที่เราใช้

635
00:42:17.166 --> 00:42:20.917
คำสั่งทั้งหมด 5 คำสั่ง

636
00:42:21.168 --> 00:42:24.905

637
00:42:25.170 --> 00:42:28.904
โอเค

638
00:42:29.172 --> 00:42:32.905

639
00:42:33.173 --> 00:42:36.917
ถัดมาครูเปลี่ยนนะ จากแนวตั้ง

640
00:42:37.174 --> 00:42:40.905
เป็นแนวนอนนะคะ ถ้าครูลองเปลี่ยน Stack เป็นแนวนอน

641
00:42:41.176 --> 00:42:44.907
บ้าง

642
00:42:45.179 --> 00:42:48.904

643
00:42:49.180 --> 00:42:52.904

644
00:42:53.181 --> 00:42:56.904

645
00:42:57.182 --> 00:43:00.906

646
00:43:01.183 --> 00:43:04.905

647
00:43:05.185 --> 00:43:08.906

648
00:43:09.187 --> 00:43:12.907

649
00:43:13.190 --> 00:43:16.906

650
00:43:17.191 --> 00:43:20.905
คราวนี้ครูลองเปลี่ยน Stack เป็นอีกรูปแบบหนึ่ง

651
00:43:21.192 --> 00:43:24.905
เป็นแนวนอนบ้างนะคะ

652
00:43:25.194 --> 00:43:28.905
และครูมีตัวเลข

653
00:43:29.196 --> 00:43:32.911
ที่อยู่ใน Stack ไว้ให้ คือ 3

654
00:43:33.197 --> 00:43:36.905
แล้วก็ 1 ถูกไหม ตัวแรกจะอยู่ซ้ายสุดถูกไหมคะ

655
00:43:37.199 --> 00:43:40.906
ถัดมาก็จะเป็นตัวที่ 2

656
00:43:41.200 --> 00:43:44.906
แล้วครูใช้คำสั่ง Push 5 ข้อที่ 2

657
00:43:45.201 --> 00:43:48.904
ครู Push 6 เสร็จแล้ว

658
00:43:49.202 --> 00:43:52.905
ครู Pop นะคะ ลองทำสิ

659
00:43:53.203 --> 00:43:56.906

660
00:43:57.205 --> 00:44:00.905

661
00:44:01.206 --> 00:44:04.905

662
00:44:05.207 --> 00:44:08.905

663
00:44:09.208 --> 00:44:12.905

664
00:44:13.210 --> 00:44:16.905

665
00:44:17.212 --> 00:44:20.905

666
00:44:21.214 --> 00:44:24.905

667
00:44:25.215 --> 00:44:28.905

668
00:44:29.219 --> 00:44:32.907

669
00:44:33.220 --> 00:44:36.905

670
00:44:37.221 --> 00:44:40.906

671
00:44:41.224 --> 00:44:44.906

672
00:44:45.225 --> 00:44:48.905

673
00:44:49.227 --> 00:44:52.905

674
00:44:53.228 --> 00:44:56.905

675
00:44:57.232 --> 00:45:00.906

676
00:45:01.233 --> 00:45:04.908

677
00:45:05.237 --> 00:45:08.905

678
00:45:09.238 --> 00:45:12.905

679
00:45:13.240 --> 00:45:16.906

680
00:45:17.241 --> 00:45:20.906

681
00:45:21.243 --> 00:45:24.906

682
00:45:25.246 --> 00:45:28.906

683
00:45:29.248 --> 00:45:32.906

684
00:45:33.251 --> 00:45:36.906

685
00:45:37.253 --> 00:45:40.907

686
00:45:41.255 --> 00:45:44.906

687
00:45:45.256 --> 00:45:48.906

688
00:45:49.257 --> 00:45:52.906

689
00:45:53.258 --> 00:45:56.906

690
00:45:57.260 --> 00:46:00.906

691
00:46:01.261 --> 00:46:04.906

692
00:46:05.264 --> 00:46:08.906

693
00:46:09.265 --> 00:46:12.906

694
00:46:13.268 --> 00:46:16.908

695
00:46:17.269 --> 00:46:20.906

696
00:46:21.270 --> 00:46:24.906

697
00:46:25.272 --> 00:46:28.906

698
00:46:29.273 --> 00:46:32.906

699
00:46:33.276 --> 00:46:36.906

700
00:46:37.278 --> 00:46:40.919

701
00:46:41.280 --> 00:46:44.906

702
00:46:45.284 --> 00:46:48.915

703
00:46:49.297 --> 00:46:52.907

704
00:46:53.301 --> 00:46:56.906

705
00:46:57.306 --> 00:47:00.906

706
00:47:01.315 --> 00:47:04.906

707
00:47:05.321 --> 00:47:08.908

708
00:47:09.324 --> 00:47:12.906

709
00:47:13.329 --> 00:47:16.907

710
00:47:17.333 --> 00:47:20.914

711
00:47:21.335 --> 00:47:24.906

712
00:47:25.338 --> 00:47:28.907

713
00:47:29.340 --> 00:47:32.907

714
00:47:33.341 --> 00:47:36.907

715
00:47:37.343 --> 00:47:40.907

716
00:47:41.344 --> 00:47:44.907

717
00:47:45.346 --> 00:47:48.907

718
00:47:49.350 --> 00:47:52.907

719
00:47:53.351 --> 00:47:56.907

720
00:47:57.352 --> 00:48:00.907

721
00:48:01.354 --> 00:48:04.908

722
00:48:05.356 --> 00:48:08.907

723
00:48:09.358 --> 00:48:12.907

724
00:48:13.359 --> 00:48:16.911

725
00:48:17.362 --> 00:48:20.907

726
00:48:21.366 --> 00:48:24.907

727
00:48:25.367 --> 00:48:28.907

728
00:48:29.368 --> 00:48:32.907

729
00:48:33.370 --> 00:48:36.908

730
00:48:37.372 --> 00:48:40.908

731
00:48:41.375 --> 00:48:44.907

732
00:48:45.376 --> 00:48:48.907

733
00:48:49.378 --> 00:48:52.908

734
00:48:53.379 --> 00:48:56.908

735
00:48:57.380 --> 00:49:00.908

736
00:49:01.382 --> 00:49:04.908

737
00:49:05.383 --> 00:49:08.908

738
00:49:09.386 --> 00:49:12.913

739
00:49:13.388 --> 00:49:16.910

740
00:49:17.390 --> 00:49:20.907

741
00:49:21.392 --> 00:49:24.907

742
00:49:25.394 --> 00:49:28.908

743
00:49:29.396 --> 00:49:32.908

744
00:49:33.398 --> 00:49:36.910

745
00:49:37.400 --> 00:49:40.909

746
00:49:41.402 --> 00:49:44.908

747
00:49:45.404 --> 00:49:48.908

748
00:49:49.406 --> 00:49:52.907

749
00:49:53.408 --> 00:49:56.908
คราวนี้นะคะ

750
00:49:57.409 --> 00:50:00.907
มาดูเฉลยด้วยกัน

751
00:50:01.412 --> 00:50:04.908
ครูสั่ง Push 5 แสดงว่า

752
00:50:05.413 --> 00:50:08.911
ครูกำลังจะใส่ข้อมูลลงใน Stack

753
00:50:09.416 --> 00:50:12.908
ครูก็เอาเลข 5 มาหย่อนลงเลยนะ

754
00:50:13.417 --> 00:50:16.908
เอาเลข 5 มาหย่อนเลยนะคะ

755
00:50:17.418 --> 00:50:20.908
ถัดมาครูใช้คำสั่ง Push

756
00:50:21.419 --> 00:50:24.908
ครูใช้คำสั่ง Push ทำอย่างไร เอา

757
00:50:25.420 --> 00:50:28.908
ของเดิมยกลงมาก่อน ยกของเดิม

758
00:50:29.421 --> 00:50:32.918
มาใส่ก่อนนะคะ ก็จะมี 3,

759
00:50:33.425 --> 00:50:36.908
1 แล้วก็ 5

760
00:50:37.426 --> 00:50:40.912
จากนั้น เรา Push ค่าใหม่ ใส่ค่าใหม่

761
00:50:41.428 --> 00:50:44.909
ลงไป ก็คือ 6

762
00:50:45.429 --> 00:50:48.908
โอเคนะ ใส่ค่า 6 ก็คือค่าใหม่ลงไปใน Stack

763
00:50:49.430 --> 00:50:52.910
เสร็จแล้วครูใช้คำสั่ง Pop

764
00:50:53.433 --> 00:50:56.908
ก็คือเอาออก ก็คือเอาตัวล่าสุด

765
00:50:57.434 --> 00:51:00.908
ที่อยู่ด้านขวา เอาออก

766
00:51:01.437 --> 00:51:04.908
เพราะฉะนั้น ค่าที่ถูกเอาออก ก็คือเลข 6

767
00:51:05.438 --> 00:51:08.908
เห็นไหมคะ เอาเลข 6 ออกมา

768
00:51:09.439 --> 00:51:12.908
แล้วเราก็ยกตัวที่เหลือ

769
00:51:13.440 --> 00:51:16.908
ลงมาใส่ ก็จะเหลือเป็น

770
00:51:17.442 --> 00:51:20.909
3, 1 แล้วก็ 5 นะคะ

771
00:51:21.443 --> 00:51:24.909

772
00:51:25.445 --> 00:51:28.908

773
00:51:29.446 --> 00:51:32.908

774
00:51:33.449 --> 00:51:36.909

775
00:51:37.451 --> 00:51:40.908

776
00:51:41.452 --> 00:51:44.908

777
00:51:45.453 --> 00:51:48.909

778
00:51:49.456 --> 00:51:52.909

779
00:51:53.457 --> 00:51:56.908

780
00:51:57.459 --> 00:52:00.909

781
00:52:01.461 --> 00:52:04.908

782
00:52:05.465 --> 00:52:08.909

783
00:52:09.466 --> 00:52:12.908

784
00:52:13.467 --> 00:52:16.911

785
00:52:17.471 --> 00:52:20.908

786
00:52:21.473 --> 00:52:24.909

787
00:52:25.474 --> 00:52:28.908

788
00:52:29.477 --> 00:52:32.909

789
00:52:33.478 --> 00:52:36.909
คราวนี้นะคะ มาดูต่อ

790
00:52:37.480 --> 00:52:40.909
กระดาษที่ครูแจกเอาวางไว้ก่อนนะคะ อย่าเพิ่งใช้ เรายังไม่ใช้ตอนนี้

791
00:52:41.482 --> 00:52:44.910

792
00:52:45.485 --> 00:52:48.909

793
00:52:49.486 --> 00:52:52.909
เราใช้ Stack ทำอะไร เมื่อกี้

794
00:52:53.487 --> 00:52:56.909
เราพูดถึง Stack ไปแล้วนะ เข้าก่อนออกทีหลัง

795
00:52:57.488 --> 00:53:00.908
นะคะ ข้อมูลไหนเข้าก่อน

796
00:53:01.489 --> 00:53:04.908
จะถูกเอาออกทีหลัง

797
00:53:05.492 --> 00:53:08.918
แล้วเราใช้ Stack ทำอะไรบ้าง

798
00:53:09.493 --> 00:53:12.909
เราใช้ Stack มาทำอะไรบ้าง

799
00:53:13.494 --> 00:53:16.909
ทุกคนบวกเลขเป็นใช่ไหม ทุกคนบวกลบคูณหาร

800
00:53:17.496 --> 00:53:20.909
สมการทางคณิตศาสตร์ได้ Stack

801
00:53:21.498 --> 00:53:24.912
จะถูกเอามาใช้ในการ

802
00:53:25.504 --> 00:53:28.910
หาผลลัพธ์ของสมการคณิตศาสตร์

803
00:53:29.505 --> 00:53:32.911
บวกเลข บวกลบเลขนะคะ

804
00:53:33.506 --> 00:53:36.909
คราวนี้ ก่อนที่จะไปดูรูปแบบของการ

805
00:53:37.507 --> 00:53:40.909
ใช้ Stack แล้ว Stack มันเกี่ย

806
00:53:41.508 --> 00:53:44.909
กับการบวก ลบ คูณ หาร นะคะ เรามาดูรูปแบบก่อนว่า

807
00:53:45.510 --> 00:53:48.910
เราใช้ Stack เพื่อเป็นนิพนธ์

808
00:53:49.511 --> 00:53:52.909
ก็คือลักษณะของสมการ

809
00:53:53.512 --> 00:53:56.910
มีอยู่ 3 รูปแบบ รูปแบบแรกก็คื

810
00:53:57.513 --> 00:54:00.909
ก็คือ

811
00:54:01.516 --> 00:54:04.909
บวก ลบ คูณ หาร จะอยู่ระหว่างตัวเลข

812
00:54:05.517 --> 00:54:08.911
นะคะ อันนี้คือ Infix นิพจน์ตัวที่ 2

813
00:54:09.518 --> 00:54:12.908
ก็คือ Prefix

814
00:54:13.520 --> 00:54:16.909
เครื่องหมาย บวก ลบ คูณ หาร จะอยู่ด้านหน้า

815
00:54:17.521 --> 00:54:20.909
และตัวสุดท้ายคือ

816
00:54:21.525 --> 00:54:24.909
Postfix เครื่องหมายจะไปอยู่ด้านหลังของตัวเลข

817
00:54:25.525 --> 00:54:28.909
AC อันนนี้คือตัวเลขนะคะ

818
00:54:29.526 --> 00:54:32.909
เราจะแทนด้วยตัวเลขใด ๆ

819
00:54:33.527 --> 00:54:36.909
คราวนี้ดูนะคะ ในการคำนวณ

820
00:54:37.528 --> 00:54:40.909
ทางคณิตศาสตร์นะ

821
00:54:41.529 --> 00:54:44.909
เวลาเราเจอนะคะ การบวก ลบ

822
00:54:45.530 --> 00:54:48.910
ที่มันมีมากกว่า 2 ตัวเลข

823
00:54:49.532 --> 00:54:52.910
เช่นแบบนี้

824
00:54:53.533 --> 00:54:56.909
5 + 2 x 2 มันมีตัวเลขมากกว่า 2 ตัว

825
00:54:57.534 --> 00:55:00.909
นะคะ แล้วเรา

826
00:55:01.538 --> 00:55:04.909
จะบวกลบเลขอย่างไร

827
00:55:05.539 --> 00:55:08.910
เรามีลำดับความสัมพันธ์ของ

828
00:55:09.541 --> 00:55:12.909
เครื่องหมาย เจอวงเล็บ

829
00:55:13.542 --> 00:55:16.911
ก่อนทำในวงเล็บ

830
00:55:17.543 --> 00:55:20.910
ใช่ไหมคะ เราเจอในวงเล็บ เรา

831
00:55:21.545 --> 00:55:24.910
บวกลบเลขนี่ในวงเล็บก่อน

832
00:55:25.547 --> 00:55:28.910
จากนั้น ลำดับความสำคัญตัวที่ 2 ที่ต้อง

833
00:55:29.549 --> 00:55:32.909
ทำก่อนก็คือ เครื่องหมาย

834
00:55:33.550 --> 00:55:36.919
ยกกำลัง เช่น 2 ยกกำลัง 2 ถูกไหมคะ

835
00:55:37.551 --> 00:55:40.910
3 ยกกำลัง 2 อย่างนี้เป็นต้น

836
00:55:41.552 --> 00:55:44.909
เจอเลขยกกำลังเสร็จแล้ว

837
00:55:45.553 --> 00:55:48.910
เราจะคำนวณเครื่องหมายไหนต่อไป ก็ค

838
00:55:49.554 --> 00:55:52.920
กับหาร คูณกับหารมีลำดับความสำคัญ

839
00:55:53.557 --> 00:55:56.910
เท่ากันนะคะ มีลำดับความสำคัญ

840
00:55:57.558 --> 00:56:00.911
เท่ากัน ตามด้วยบวกกับลบ

841
00:56:01.559 --> 00:56:04.910
บวกกับลบก็มีความสำคัญ

842
00:56:05.561 --> 00:56:08.909
เท่ากัน แต่จะทำ

843
00:56:09.562 --> 00:56:12.910
หลังการทำเครื่องหมายคูณกับหาร

844
00:56:13.563 --> 00:56:16.910

845
00:56:17.565 --> 00:56:20.912
คราวนี้มาดูโจทย์ครู 2 ตัวนี้

846
00:56:21.566 --> 00:56:24.910
เป็นตัวเลขตัวเดียวกันเลย 5 + 2

847
00:56:25.568 --> 00:56:28.909
x 2 ตัวแรก

848
00:56:29.569 --> 00:56:32.910
ครูมีวงเล็บเปิดกับวงเล็บปิด โจทย์ตัวที่ 2 ไม่มี

849
00:56:33.570 --> 00:56:36.910
วงเล็บนะคะ ครูไม่มีวงเล็บนะ

850
00:56:37.572 --> 00:56:40.911
คราวนี้มาดูข้อแรกก่อน

851
00:56:41.574 --> 00:56:44.910
อย่างที่บอกว่าถ้าเจอวงเล็บ

852
00:56:45.575 --> 00:56:48.909
วงเล็บเปิด วงเล็บปิด ทำ

853
00:56:49.576 --> 00:56:52.915
ข้างในวงเล็บก่อน

854
00:56:53.578 --> 00:56:56.911
เพราะฉะนั้น เราเอาอะไรบวกกันก่อน 5 + 2

855
00:56:57.579 --> 00:57:00.914
เป็นเท่าไรคะ เป็น 7

856
00:57:01.580 --> 00:57:04.910
7 แล้วคูณด้วย 2 เท่ากับเท่าไหร่

857
00:57:05.581 --> 00:57:08.909
เท่ากับเท่าไหร่คะ

858
00:57:09.583 --> 00:57:12.910
เท่ากับ 14

859
00:57:13.584 --> 00:57:16.910

860
00:57:17.586 --> 00:57:20.918
ตัวเลขเท่ากับ 14 ตัวแรกนะคะ เท่ากับ 14

861
00:57:21.587 --> 00:57:24.910
แล้วมาดูข้อ 2 ครูตัด

862
00:57:25.588 --> 00:57:28.916
วงเล็บทิ้งไป 5 + 2 x 2

863
00:57:29.589 --> 00:57:32.909
เราทำตรงไหนก่อน

864
00:57:33.590 --> 00:57:36.910
ย้อนกลับขึ้นมาดูข้างบน ระหว่างบวกกับคูณ

865
00:57:37.591 --> 00:57:40.910
อะไรสำคัญมากกว่ากัน

866
00:57:41.595 --> 00:57:44.909
อะไรมีความสำคัญมากกว่ากันคะ

867
00:57:45.597 --> 00:57:48.909
บวกกับคูณ

868
00:57:49.601 --> 00:57:52.909

869
00:57:53.603 --> 00:57:56.909
ข้างบนเห็นไหมคะว่า 1 นี่

870
00:57:57.604 --> 00:58:00.909
มีความสำคัญมากสุดนะ 2. ความสำคัญรองลงมา

871
00:58:01.605 --> 00:58:04.909
ตัวนี้ เบอร์ 3 ความสำคัญ

872
00:58:05.606 --> 00:58:08.908
รองลงมา เบอร์ 4 ความสำคั

873
00:58:09.607 --> 00:58:12.908
เพราะฉะนั้น คูณกับบวก

874
00:58:13.608 --> 00:58:16.909
อะไรมีความสำคัญมากกว่ากัน

875
00:58:17.609 --> 00:58:20.908
คูณใช่ไหมคะ อันนี้คือมากสุด

876
00:58:21.610 --> 00:58:24.908
มากสุด

877
00:58:25.615 --> 00:58:28.908
เพราะฉะนั้น เรา

878
00:58:29.617 --> 00:58:32.907
ทำอะไรก่อน 5+2 หรือเอา 2

879
00:58:33.619 --> 00:58:36.908
หรือเอา 2 x 2 2 x 2

880
00:58:37.620 --> 00:58:40.907
เป็น 4 4 + 5

881
00:58:41.622 --> 00:58:44.908
5 เป็นเท่าไหร่คะ

882
00:58:45.624 --> 00:58:48.907
เป็น 9

883
00:58:49.625 --> 00:58:52.907
โอเค

884
00:58:53.628 --> 00:58:56.908
ถ้าครูเขียนใหม่

885
00:58:57.630 --> 00:59:00.908

886
00:59:01.632 --> 00:59:04.907

887
00:59:05.634 --> 00:59:08.907
เลข 2 หรือ เดี๋ยวนะ

888
00:59:09.635 --> 00:59:12.908

889
00:59:13.637 --> 00:59:16.907

890
00:59:17.638 --> 00:59:20.906

891
00:59:21.639 --> 00:59:24.907

892
00:59:25.641 --> 00:59:28.907
โจทย์ข้อนี้

893
00:59:29.642 --> 00:59:32.906
5 คูณ 2

894
00:59:33.644 --> 00:59:36.907
เท่ากับ 12 คนอื่น

895
00:59:37.646 --> 00:59:40.906
ได้ไหมคะ เห็นไหม ตัวเลขเดียวกันเลย

896
00:59:41.648 --> 00:59:44.906
สลับแล้วก็คเครื่องหมายมีเหมือนกันเล

897
00:59:45.649 --> 00:59:48.906
แค่สลับตำแหน่งค่าก็เปลี่ยนแล้ว

898
00:59:49.650 --> 00:59:52.925
ทันไหมคะ คูณกับบวกแสดงว่า

899
00:59:53.651 --> 00:59:56.906
ทำคูณก่อน 5 คูณ 2 เป็

900
00:59:57.653 --> 01:00:00.906
เป็น 10 10 + 2 เป็น 12

901
01:00:01.654 --> 01:00:04.905

902
01:00:05.656 --> 01:00:08.905
โอเค

903
01:00:09.656 --> 01:00:12.906
เอาตัวนี้บวกกันก่อน... คูณกันก่อนนะคะ

904
01:00:13.657 --> 01:00:16.906
5 x 2 เป็น 10 แล้ว 10 ค่อยมาบวกกับ

905
01:00:17.658 --> 01:00:20.907
2 โอเค

906
01:00:21.659 --> 01:00:24.905
จะเห็นว่า

907
01:00:25.660 --> 01:00:28.905
อันนี้คือเราคิดใช่ไหม

908
01:00:29.662 --> 01:00:32.905
แล้วเราจะสั่งให้คอมพิวเตอณ์เข้สา

909
01:00:33.663 --> 01:00:36.905
เข้าใจแบบที่เราคิดเมื่อกี้ได้อย่างไร

910
01:00:37.664 --> 01:00:40.905
รู้ว่าถ้าเจอคูณนี่ต้องทำคูณก่อนเลย

911
01:00:41.666 --> 01:00:44.905
เจอวงเล็บเปิด ต้องทำวงเล็บเปิด

912
01:00:45.680 --> 01:00:48.905
ตอนนี้เราจะสั่งให้คอมพิวเตอร์นี่สามารถคำนวณ

913
01:00:49.685 --> 01:00:52.905
ให้ได้แบบที่เราคำนวณเมื่อกี้

914
01:00:53.686 --> 01:00:56.905
เราใช้

915
01:00:57.687 --> 01:01:00.905
Stack เข้ามาช่วยในการคำนวณนะคะ

916
01:01:01.688 --> 01:01:04.904
เราใช้ Stack เข้ามาในการคำนวณ

917
01:01:05.691 --> 01:01:08.904
วิธีการทำแบบไหน

918
01:01:09.692 --> 01:01:12.905
มาดูวิธีการนะคะ เรามีตัวเลขอยู่ชุดหนึ่ง

919
01:01:13.693 --> 01:01:16.904
เราต้องการหาค่าออกมา เช่น

920
01:01:17.694 --> 01:01:20.904
ครูมีตัวเลขชุดนี้ล่ะ

921
01:01:21.695 --> 01:01:24.904
ครูสั่งให้คอมพิวเตอร์คำนวณ จะต้องได้ผลลัพธ์ 9

922
01:01:25.698 --> 01:01:28.904
คอมพิวเตอร์จะคิดแบบไหนนะคะ

923
01:01:29.698 --> 01:01:32.904
1 เราต้องสร้างตารางแบบนี้ก่อน

924
01:01:33.700 --> 01:01:36.904
มี 3 ช่อง ช่องแรก คือ ใส่ Input

925
01:01:37.701 --> 01:01:40.905
ก็คือข้อมูลนำเข้า Stack

926
01:01:41.704 --> 01:01:44.903
แล้วก็ผลลัพธ์นะคะ

927
01:01:45.705 --> 01:01:48.903
เรามีวิธีการทำนี่ 2 ช่วงด้วยกัน ช่วงที่ 1

928
01:01:49.715 --> 01:01:52.904
ต้องแปลงนิพจน์

929
01:01:53.716 --> 01:01:56.904
แบบ Postfix เ

930
01:01:57.717 --> 01:02:00.905
ไปไว้ข้างหลังให้หมดก่อน เอาเครื่องหมาย

931
01:02:01.718 --> 01:02:04.903
ไปไว้ข้างหลังให้หมดก่อนนะคะ แล้วค่อยคำนวณออกมาเป็น

932
01:02:05.720 --> 01:02:08.904
ตัวเลข ผลลัพธ์

933
01:02:09.721 --> 01:02:12.904
เรามี 3 ช่องนะ ทุกคนต้องตีตาราง 3 ช่อง

934
01:02:13.722 --> 01:02:16.903
อันแรกเขียนว่า Input Stack แล้วก็ O

935
01:02:17.723 --> 01:02:20.905
นะคะ ถัดมา

936
01:02:21.724 --> 01:02:24.903
ขั้นตอนวิธีการแปลง

937
01:02:25.730 --> 01:02:28.920
จาก Infix ให้เป็น Po

938
01:02:29.731 --> 01:02:32.903
ทุกคนมีชีตที่ครูให้ แบบนี้เลย

939
01:02:33.735 --> 01:02:36.903
ก็คือสิ่งที่อยู่บนสไลด์นะคะ ครูพรินต์ออกมาให้

940
01:02:37.739 --> 01:02:40.902
เรามีอยู่ทั้งหมด 7 ขั้นตอนด้ว

941
01:02:41.740 --> 01:02:44.902
ทั้งหมด 7 ขั้นตอนด้วยกัน

942
01:02:45.742 --> 01:02:48.903
มีทั้งหมด 7 ขั้นตอนด้วยกัน ครูให้เวลา

943
01:02:49.743 --> 01:02:52.903
2 นาที อ่าน 7 ขั้นตอนน

944
01:02:53.744 --> 01:02:56.903
นี้ในกระดาษของตัวเองสิคะ

945
01:02:57.745 --> 01:03:00.902
ให้อ่านในกระดาษนะ หรือจะอ่านจากหน้าจอก็ได้

946
01:03:01.748 --> 01:03:04.906
ให้เวลา 2 นาทีอยากให้อ่านก่อน

947
01:03:05.750 --> 01:03:08.902

948
01:03:09.752 --> 01:03:12.902

949
01:03:13.754 --> 01:03:16.901

950
01:03:17.756 --> 01:03:20.902

951
01:03:21.757 --> 01:03:24.902

952
01:03:25.759 --> 01:03:28.901

953
01:03:29.761 --> 01:03:32.901

954
01:03:33.762 --> 01:03:36.901

955
01:03:37.764 --> 01:03:40.901

956
01:03:41.766 --> 01:03:44.901

957
01:03:45.769 --> 01:03:48.902

958
01:03:49.770 --> 01:03:52.901

959
01:03:53.771 --> 01:03:56.901

960
01:03:57.774 --> 01:04:00.901

961
01:04:01.776 --> 01:04:04.902

962
01:04:05.784 --> 01:04:08.901

963
01:04:09.787 --> 01:04:12.902

964
01:04:13.788 --> 01:04:16.901

965
01:04:17.791 --> 01:04:20.901

966
01:04:21.796 --> 01:04:24.901

967
01:04:25.797 --> 01:04:28.901

968
01:04:29.799 --> 01:04:32.901

969
01:04:33.801 --> 01:04:36.904

970
01:04:37.802 --> 01:04:40.902

971
01:04:41.804 --> 01:04:44.900

972
01:04:45.806 --> 01:04:48.904

973
01:04:49.808 --> 01:04:52.902

974
01:04:53.810 --> 01:04:56.901

975
01:04:57.811 --> 01:05:00.900
คราวนี้เดี๋ยวมาดูพร้อมกัน

976
01:05:01.812 --> 01:05:04.900
เรามีอยู่ทั้งหมด 7 ขั้นตอนนะคะ เดี๋ยวเราจะ

977
01:05:05.815 --> 01:05:08.900
ลองฝึกนะ แล้วก็เทียบ

978
01:05:09.817 --> 01:05:12.902
ไปทีละขั้น

979
01:05:13.820 --> 01:05:16.900
ขั้นที่ 1 นะคะ กำหนดให้ Stack ว่าง

980
01:05:17.823 --> 01:05:20.900
ก็คือวาดตาราง 3 ช่องนี้

981
01:05:21.823 --> 01:05:24.900
อันดับแรก สร้าง Stack ว่าง ก็คือวาด

982
01:05:25.824 --> 01:05:28.900
3 ช่องนะคะ กี่แถวยังไม่รู้นะ

983
01:05:29.825 --> 01:05:32.899
แต่มีอยู่ 3 คอลัมน์

984
01:05:33.826 --> 01:05:36.899

985
01:05:37.828 --> 01:05:40.899
อันดับที่ 2

986
01:05:41.828 --> 01:05:44.900
อ่านข้อมูลจากซ้ายไปขวา ก็คือ

987
01:05:45.829 --> 01:05:48.899
อ่านข้อมูลทีละตัวใช่ไหมคะ เลข 5

988
01:05:49.830 --> 01:05:52.899
เครื่องหมายบวก เลข เครื่องหมายคูณ แล้วก็เลข 2

989
01:05:53.831 --> 01:05:56.899
อันนี้คืออ่านจากซ้ายไปขวา

990
01:05:57.834 --> 01:06:00.899
ทีละตัวนะคะ แล้วก็อ่านเข้ามาทีละตัว

991
01:06:01.835 --> 01:06:04.899
สมมติครูใช้ตัวเลขนะคะ

992
01:06:05.838 --> 01:06:08.899
ตัวเลขนะคะ เช่น

993
01:06:09.839 --> 01:06:12.899

994
01:06:13.841 --> 01:06:16.899
อ่านข้อมูลจากซ้ายไปขวา ตัวแรก ก็คือ

995
01:06:17.842 --> 01:06:20.899
5 ใช่ไหม อ่านจากซ้าย ซ้ายก็คือตัวแรก

996
01:06:21.843 --> 01:06:24.899
นะคะ ก็คือเลข 5 ถัดมา

997
01:06:25.844 --> 01:06:28.899
ถัดมาขั้นถัดมาเป็นขั้นที่ 3

998
01:06:29.845 --> 01:06:32.898
ถ้าข้อมูลที่อ่านเข้ามา

999
01:06:33.846 --> 01:06:36.900
เป็นตัวเลข เช่น

1000
01:06:37.848 --> 01:06:40.898
เลข 5 ใช่ไหม ข้อมูลที่เราอ่านเข้ามา

1001
01:06:41.849 --> 01:06:44.905
ทันเป็นตัวเลขใช่ไหม ใช่ เอามัน

1002
01:06:45.851 --> 01:06:48.898
ไปไว้ที่ไหน เอามันไปไว้ที่ช่องผลลัพธ์ ก็คือ

1003
01:06:49.854 --> 01:06:52.899
ช่องสุดท้าย

1004
01:06:53.854 --> 01:06:56.898
ก็คือช่องนี้ใช่ไหมคะ ช่อง Output

1005
01:06:57.857 --> 01:07:00.901
ถัดมา ถ้าตัวที

1006
01:07:01.858 --> 01:07:04.898
เราอ่านเข้ามานี่มันไม่ใช่ตัวเลข แสดงว่า

1007
01:07:05.861 --> 01:07:08.898
มันต้องเป็นเครื่องหมายทางคณิตศาสตร์

1008
01:07:09.862 --> 01:07:12.898
อะไรสักอย่างหนึ่งนี่ล่ะ เช่น เครื่องหมายบวก

1009
01:07:13.863 --> 01:07:16.898
เครื่องหมายบวกใช่ไหมคะ เครื่องหมายบวก

1010
01:07:17.864 --> 01:07:20.898
เราอ่านเครื่องหมายบวกเข้ามา

1011
01:07:21.865 --> 01:07:24.899
แล้วเขาให้เราเช็กก่อน ว่า

1012
01:07:25.866 --> 01:07:28.898
แล้วใน Stack มันมีค่าอยู่หรือเปล่า Stack ในช่องนี่

1013
01:07:29.867 --> 01:07:32.898
ช่องนี้ ช่องที่ 2 นี่ มัน

1014
01:07:33.868 --> 01:07:36.898
มีค่าอยู่ไหม ถ้ามันไม่มีค่าอยู่เลย

1015
01:07:37.869 --> 01:07:40.900
ก็หย่อนมันลงไปใน Stack

1016
01:07:41.875 --> 01:07:44.898
แต่ถ้าใน Stack มันมีข้อมูล

1017
01:07:45.876 --> 01:07:48.898
อยู่แล้ว เราจะต้องทำการ

1018
01:07:49.880 --> 01:07:52.897
เปรียบเทียบก่อน ว่าข้อมูล

1019
01:07:53.881 --> 01:07:56.897
ที่เราอ่านเข้ามานี่

1020
01:07:57.883 --> 01:08:00.897
มันมีค่ามากกว่า หรือน้อยกว่าตัวที่อยู่ใน

1021
01:08:01.884 --> 01:08:04.897
Stack

1022
01:08:05.886 --> 01:08:08.898
ถ้ามันมากกว่า

1023
01:08:09.887 --> 01:08:12.898
ถ้ากรณีที่ตัวที่เราอ่านมีค่ามากกว่า

1024
01:08:13.888 --> 01:08:16.898
ก็หย่อนลงไปใน Stack ได้เลย

1025
01:08:17.890 --> 01:08:20.897
ถ้าสิ่งที่

1026
01:08:21.891 --> 01:08:24.897
เราอ่านเข้ามามันมีค่าน้อยกว่าสิ่งที่

1027
01:08:25.893 --> 01:08:28.899
อยู่ใน Stack

1028
01:08:29.894 --> 01:08:32.897
ให้เอาเครื่องหมายใน Stack

1029
01:08:33.895 --> 01:08:36.898
ออกไปไว้ที่ผลลัพธ์

1030
01:08:37.896 --> 01:08:40.898
แล้วเอาเครื่องหมายตัวที่เราอ่านเข้ามาหย่อนลงไปใน Stack

1031
01:08:41.897 --> 01:08:44.897
โอเค

1032
01:08:45.900 --> 01:08:48.897
ถ้า

1033
01:08:49.900 --> 01:08:52.897
เราอ่านจนครบข้อมูล

1034
01:08:53.902 --> 01:08:56.898
ทุกตัวแล้ว เรายังมีข้อมูลอยู่ใน Stack

1035
01:08:57.903 --> 01:09:00.897
เราก็ดึงมันออกมา ก็คือ Pop มันออกมา

1036
01:09:01.910 --> 01:09:05.896
เป็นผลลัพธ์

1037
01:09:05.911 --> 01:09:09.896
มาดูตัวอย่างนะ ทุกคนถือ... ดุตัวอย่าง

1038
01:09:09.912 --> 01:09:13.896
ที่เป็นขั้นตอนด้วยนะคะ

1039
01:09:13.913 --> 01:09:17.896

1040
01:09:17.913 --> 01:09:21.896

1041
01:09:21.914 --> 01:09:25.896

1042
01:09:25.916 --> 01:09:29.896
โอเค

1043
01:09:29.917 --> 01:09:33.896
โจทย์

1044
01:09:33.918 --> 01:09:37.896
ที่ครูให้ ทุกคนดูที่หน้าจอนะคะ

1045
01:09:37.919 --> 01:09:41.896
ครูมีโจทย์

1046
01:09:41.920 --> 01:09:45.896
มาให้นะคะ ก็คือ 5 + 2

1047
01:09:45.922 --> 01:09:49.896
x 2

1048
01:09:49.923 --> 01:09:53.896
อันดับแรกครูต้องทำอะไร

1049
01:09:53.923 --> 01:09:57.895
อันดับแรกวาดตาราง 3 ช่อง

1050
01:09:57.925 --> 01:10:01.895
วาดตาราง 3 ช่อง จำนวนแถว

1051
01:10:01.926 --> 01:10:05.896
ก็เอาข้อมูลตัวเลขกับเครื่องหมาย

1052
01:10:05.927 --> 01:10:09.898
มาใส่ทีละบรรทัด 5

1053
01:10:09.931 --> 01:10:13.896
ที่ 1 ถูกไหมคะ บวกบรรทัด

1054
01:10:13.955 --> 01:10:17.896
ใส่เลข 2 บรรทัดถัดมาใส่เครื่องหมายคูณ

1055
01:10:17.956 --> 01:10:21.896
แล้วก็ใส่เลข 2

1056
01:10:21.957 --> 01:10:25.895
เราก็จะวาดตารางเรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะ จำนวนแถว

1057
01:10:25.958 --> 01:10:29.896
ขึ้นอยู่กับจำนวนข้อมูล

1058
01:10:29.959 --> 01:10:33.895
ในโจทย์ว่ามีกี่ตัว ก็สร้างแถว

1059
01:10:33.960 --> 01:10:37.895
ใส่ข้อมูลให้เลย

1060
01:10:37.961 --> 01:10:41.897
เรากำหนด

1061
01:10:41.962 --> 01:10:45.898
tack ว่างแล้วใช่ไหมคะ

1062
01:10:45.963 --> 01:10:49.895
ถัดมา ต้องอ่านข้อมูลทีละตัว

1063
01:10:49.964 --> 01:10:53.895
เราต้องอ่านข้อมูลทีละตัวจากซ้าย

1064
01:10:53.965 --> 01:10:57.895
ไปขวา ตัวแรกคืออะไรคะ

1065
01:10:57.966 --> 01:11:01.895
คือ 5 ใช่ไหม ครูเขียนเรียงแล้ว

1066
01:11:01.967 --> 01:11:05.895
5 บวก... มี 2 มีคูณ แล้วก็มี 2

1067
01:11:05.968 --> 01:11:09.895
อันนี้คือข้อมูลที่เราอ่านจากซ้ายไปขวา

1068
01:11:09.968 --> 01:11:13.895
ตัวแรก เป็นตัวเลขใช่ไหมคะ

1069
01:11:13.969 --> 01:11:17.895
มันเป็นตัวเลขแล้วมันตรงกับตัวไหน

1070
01:11:17.970 --> 01:11:21.894
ในขั้นตอน ข้อ

1071
01:11:21.971 --> 01:11:25.895
3 ที่บอกว่าถ้าเป็นตัวเลข

1072
01:11:25.973 --> 01:11:29.895
ให้เอาไปไว้ที่ไหน เอาไปไว้ที่

1073
01:11:29.974 --> 01:11:33.895
ผลลัพธ์ ถ้าเป็น

1074
01:11:33.977 --> 01:11:37.894
ตัวเลข เอาไปไว้ที่ผลลัพธ์ได้เลย

1075
01:11:37.979 --> 01:11:41.894
ถัดมา

1076
01:11:41.981 --> 01:11:45.895
เจอเครื่องหมายบวกนะคะ เจอเครื่องหมายบวก

1077
01:11:45.983 --> 01:11:49.894
ตอนนี้ใน Stack มันไม่มีค่า

1078
01:11:49.987 --> 01:11:53.895
อะไรเลย ทำอย่างไรคะ

1079
01:11:53.988 --> 01:11:57.894
ก็ใส่ได้เลย ใส่เครื่องหมายบวก

1080
01:11:57.989 --> 01:12:01.894
ลงมาได้เลย ถ้ามันเป็น Stack ว่าง เห็นไหมคะ

1081
01:12:01.994 --> 01:12:05.895
ตัวบนเป็น Stack ว่าง เราก็เอาใส่ได้เลย

1082
01:12:05.996 --> 01:12:09.898
แล้วก็เขียน 5 ลงมาเหมือนเดิมนะคะ

1083
01:12:09.997 --> 01:12:13.894
ยก 5 ลงมาเหมือนเดิมนะ

1084
01:12:13.998 --> 01:12:17.895
ดู ดูพร้อมครูก่อนนะ

1085
01:12:17.999 --> 01:12:21.894
เดี๋ยวครู...

1086
01:12:22.001 --> 01:12:25.894
จะถ่ายรูป

1087
01:12:26.002 --> 01:12:29.901
เอาขึ้น Classroom ให้

1088
01:12:30.003 --> 01:12:33.894
ถัดมา เลข 2 ใช่ไหมคะ เลข 2 มันเป็นอะไร

1089
01:12:34.004 --> 01:12:37.895
ตัวเลข เพราะฉะนั้นต้องเอาไปไว้ที่ไหน

1090
01:12:38.007 --> 01:12:41.897
ไปไว้ที่ผลลัพธ์

1091
01:12:42.008 --> 01:12:45.894
ตรงกับข้อ 3 ในขั้นตอนนะ

1092
01:12:46.009 --> 01:12:49.894
เอา 2 มาไว้ที่ Output แต่ต้องเขียน

1093
01:12:50.011 --> 01:12:53.894
หลัง ก็คือเขียนต่อจากเลข 5

1094
01:12:54.012 --> 01:12:57.894
นะคะ

1095
01:12:58.013 --> 01:13:01.894

1096
01:13:02.014 --> 01:13:05.894
ถัดมา

1097
01:13:06.016 --> 01:13:09.894
ยกเครื่องหมายบวกลงมาด้วยนะ

1098
01:13:10.017 --> 01:13:13.894
เพราะมันอยู่ใน Stack นะคะ เรายังไม่ได้เอาอะไรออก

1099
01:13:14.018 --> 01:13:17.894
หรือเอาอะไรเข้าเพิ่ม

1100
01:13:18.019 --> 01:13:21.894
ถัดมา เป็นเครื่องหมายคูณ

1101
01:13:22.020 --> 01:13:25.894
ใน Stack

1102
01:13:26.022 --> 01:13:29.894
เรามีเครื่องหมายบวกอยู่แล้วนะคะ

1103
01:13:30.025 --> 01:13:33.894
ใน Stack นี่เรามีเครื่องหมายบวกอยู่แล้ว

1104
01:13:34.026 --> 01:13:37.893
ตัวที่เราอ่านเข้ามา คือ คูณ เรา

1105
01:13:38.026 --> 01:13:41.895
จะต้องทำการเปรียบเทียบ

1106
01:13:42.027 --> 01:13:45.893
ค่าที่เราอ่านเข้ามาใหม่ คือ คูณ

1107
01:13:46.029 --> 01:13:49.893
กับตัวเดิมที่อยู่ใน Stack

1108
01:13:50.030 --> 01:13:53.893
คือ บวก เราเปรียบเทียบ ถูกไหมคะ

1109
01:13:54.031 --> 01:13:57.893
กับตัวบนสุดคือเครื่องหมายบวก สิ่งท

1110
01:13:58.032 --> 01:14:01.894
คืออะไร คูณมีค่า

1111
01:14:02.033 --> 01:14:05.893
มากกว่าบวก ให้ทำอย่างไร

1112
01:14:06.035 --> 01:14:09.893
ก็เอาคูณหย่อนลงมาได้เลย

1113
01:14:10.036 --> 01:14:13.893
ใส่คูณ

1114
01:14:14.037 --> 01:14:17.894
ลงไปใน Stack ได้เลยนะคะ ผลลัพธ์ก็เป็นเหมือนเดิม

1115
01:14:18.038 --> 01:14:21.895
ตัวถัดมาคือเลข 2

1116
01:14:22.039 --> 01:14:25.893
เลข 2 มันเป็นตัวเลขใช่ไหม เอามาไว้ที่

1117
01:14:26.040 --> 01:14:29.899
ผลลัพธ์นะคะ เอามาต่อด้านหลัง

1118
01:14:30.041 --> 01:14:33.893
เสร็จแล้วเราพบว่า

1119
01:14:34.042 --> 01:14:37.893
ไม่มีข้อมูลแล้ว ข้อมูลมันหมดแล้วน่ะ

1120
01:14:38.043 --> 01:14:41.894
ข้อมูลมันหมดแล้วนะคะ แต่สิ่งที่เราเจอคืออะไร

1121
01:14:42.044 --> 01:14:45.896
ใน Stack ยังมีข้อมูลอยู่

1122
01:14:46.048 --> 01:14:49.894
เพราะฉะนั้น ต้องดึงค่า

1123
01:14:50.049 --> 01:14:53.893
ออกจาก Stack ให้หมด เราเอาอะไรออกมาก่อนคะ

1124
01:14:54.050 --> 01:14:57.893
ตัวล่าสุด ตัวบนสุด คือ คูณ

1125
01:14:58.051 --> 01:15:01.893
เอาคูณมาต่อท้ายที่ Output หรือว่าผลลั

1126
01:15:02.052 --> 01:15:05.893
เอาคูณออกมาแล้วมันเหลืออีกตัวหนึ่งใช่ไหม

1127
01:15:06.053 --> 01:15:09.893
ก็เอาบวกออกมา

1128
01:15:10.054 --> 01:15:13.893
อันนี้คือผลลัพธ์ ผลลัพธ์สุดท้าย

1129
01:15:14.056 --> 01:15:17.894
นะคะ

1130
01:15:18.058 --> 01:15:21.893
จะอยู่ในรูปแบบของ Postfix คือ แปลงนิพจน์

1131
01:15:22.059 --> 01:15:25.892

1132
01:15:26.060 --> 01:15:29.893
ได้ไหมคะ เดี๋ยวเรามาทำพร้อมกันอีกตัวหนึ่ง

1133
01:15:30.061 --> 01:15:33.893
หนึ่ง

1134
01:15:34.062 --> 01:15:37.893

1135
01:15:38.064 --> 01:15:41.893

1136
01:15:42.068 --> 01:15:45.893

1137
01:15:46.070 --> 01:15:49.892

1138
01:15:50.071 --> 01:15:53.893

1139
01:15:54.072 --> 01:15:57.892
3 + 5 x 1

1140
01:15:58.073 --> 01:16:01.892

1141
01:16:02.074 --> 01:16:05.893

1142
01:16:06.077 --> 01:16:09.893

1143
01:16:10.078 --> 01:16:13.893
ครูมีโจทย์ใช่ไหมคะ 3 + 5 x 1

1144
01:16:14.079 --> 01:16:17.893
ผลลัพธ์เท่ากับเท่าไหร่เอ่ย ตอบ

1145
01:16:18.080 --> 01:16:21.892
เท่ากับ

1146
01:16:22.081 --> 01:16:25.893
อันนี้ตอบเท่ากับเท่าไหร่เอ่ย

1147
01:16:26.082 --> 01:16:29.892
8

1148
01:16:30.084 --> 01:16:33.892
ข้างหลังตอบอะไร

1149
01:16:34.085 --> 01:16:37.893
ได้เท่ากับอะไรคะ คำตอบ

1150
01:16:38.085 --> 01:16:41.892
ก็คือ 8

1151
01:16:42.087 --> 01:16:45.893
เอา 5 x 1 ก่อนได้เท่าไร

1152
01:16:46.088 --> 01:16:49.893
ค่อยบวกกับ 3

1153
01:16:50.089 --> 01:16:53.892
5 1 เป็น 5 แล้วบวกกับ 3

1154
01:16:54.093 --> 01:16:57.892
8

1155
01:16:58.095 --> 01:17:01.894
เดี๋ยวเราจะมาทำ จะมาแปลงนิพจน์กัน

1156
01:17:02.096 --> 01:17:05.892
นะคะ แล้วเราจะมาหาค่าว่ามันได้ 8 ได้อย่างไร

1157
01:17:06.099 --> 01:17:09.892
อันนี้เรากำลังจะมาแสดงวิธีทำ

1158
01:17:10.100 --> 01:17:13.894
ค่าว่า 8 มันมาจากไหน เราสั่งให้คอมพิวเตอร์มัน

1159
01:17:14.101 --> 01:17:17.892
คิดแบบไหน อันดับแรก วาด Stack ว่าง

1160
01:17:18.104 --> 01:17:21.892
ฉะนั้น ครูบอกว่าต้องมีคอลัมน์อยู่ 3 คอลัมน์

1161
01:17:22.105 --> 01:17:25.892

1162
01:17:26.106 --> 01:17:29.894

1163
01:17:30.107 --> 01:17:33.892

1164
01:17:34.110 --> 01:17:37.892
ครูมี 3 คอลัมน์แล้ว มี

1165
01:17:38.113 --> 01:17:41.891
In put Stack

1166
01:17:42.114 --> 01:17:45.892
แล้วก็ Output

1167
01:17:46.119 --> 01:17:49.895
จากนั้นครูวาดตารางเลย

1168
01:17:50.120 --> 01:17:53.891
โดยเอาข้อมูลมาใส่ในแต่ละแถวเลยนะคะ

1169
01:17:54.122 --> 01:17:57.892
ครูอ่านเข้ามาทีละตัว

1170
01:17:58.123 --> 01:18:01.899
ซ้ายไปขวา ตัวแรก คือ 3 ถัดมา

1171
01:18:02.124 --> 01:18:05.891
คือเครื่องหมายบวก เลข 5

1172
01:18:06.125 --> 01:18:09.892
นะคะ เครื่องหมายคูณ

1173
01:18:10.127 --> 01:18:13.891
แล้วก็เลข 1 อันนี้ครูวดตารา

1174
01:18:14.128 --> 01:18:17.892
เสร็จแล้ว

1175
01:18:18.129 --> 01:18:21.892

1176
01:18:22.130 --> 01:18:25.892

1177
01:18:26.132 --> 01:18:29.892
ทุกคน

1178
01:18:30.133 --> 01:18:33.892
วาดตามครูก่อนเลย เราวาด

1179
01:18:34.134 --> 01:18:37.892
ตารางเปล่า ๆ แบบนี้ก่อนนะคะ

1180
01:18:38.135 --> 01:18:41.891
คอลัมน์แรก หรือช่องแรก เอา

1181
01:18:42.137 --> 01:18:45.891
ตัวเลขกับเครื่องหมาย

1182
01:18:46.138 --> 01:18:49.892
มาเรียงใส่ทีละบรรทัด

1183
01:18:50.144 --> 01:18:53.892

1184
01:18:54.145 --> 01:18:57.892

1185
01:18:58.147 --> 01:19:01.892

1186
01:19:02.149 --> 01:19:05.891

1187
01:19:06.152 --> 01:19:09.891

1188
01:19:10.157 --> 01:19:13.891

1189
01:19:14.158 --> 01:19:17.891

1190
01:19:18.159 --> 01:19:21.892

1191
01:19:22.163 --> 01:19:25.891

1192
01:19:26.165 --> 01:19:29.892

1193
01:19:30.167 --> 01:19:33.891

1194
01:19:34.169 --> 01:19:37.892

1195
01:19:38.170 --> 01:19:41.891

1196
01:19:42.171 --> 01:19:45.891

1197
01:19:46.172 --> 01:19:49.891

1198
01:19:50.173 --> 01:19:53.891

1199
01:19:54.174 --> 01:19:57.891

1200
01:19:58.178 --> 01:20:01.891

1201
01:20:02.179 --> 01:20:05.891
คราวนี้

1202
01:20:06.180 --> 01:20:09.894
พอทุกคนลอกตารางเสร็จแล้วใช่ไหมคะ เดี๋ยวเราจะมาทำด้วยกัน

1203
01:20:10.182 --> 01:20:13.891
เริ่มต้นตัวแรก

1204
01:20:14.185 --> 01:20:17.892
ใช่ไหมคะทุกคน เริ่มต้นตัวแรกมันเป็นตัวเลข

1205
01:20:18.189 --> 01:20:21.891
ใช่หรือเปล่า เพราะฉะนั้นเอาไปไว้ที่ช่องทางไหน

1206
01:20:22.190 --> 01:20:25.893
ทางขวา

1207
01:20:26.192 --> 01:20:29.891
ใส่ก่อนเลข 3 ใช่ถูกต้อง

1208
01:20:30.193 --> 01:20:33.891
ถัดมา

1209
01:20:34.194 --> 01:20:37.891
เป็นเครื่องหมายบวกใช่ไหมคะ

1210
01:20:38.199 --> 01:20:41.896
ตรงนี้มีอะไรไหม ไม่มี

1211
01:20:42.200 --> 01:20:45.895
เพราะฉะนั้น เอา + มาใส่ตรงนี้ได้เลยไหม

1212
01:20:46.202 --> 01:20:49.891
ถ้าเป็นเครื่องหมาย เอาลงที่

1213
01:20:50.203 --> 01:20:53.892
Stack เพราะฉะนั้นตอนนี้ Stack

1214
01:20:54.204 --> 01:20:57.893
ก็ใส่เครื่องหมายบวกได้เลย

1215
01:20:58.205 --> 01:21:01.891
3 ยกลงมาเหมือนเดิมนะคะ เหมือน

1216
01:21:02.206 --> 01:21:05.891
ตรง Output ยก 3 ลงมาเหมือนเดิม

1217
01:21:06.207 --> 01:21:09.891

1218
01:21:10.208 --> 01:21:13.891

1219
01:21:14.209 --> 01:21:17.891
ถัดมาเลข 5 เป็นตัวเลข

1220
01:21:18.210 --> 01:21:21.891
เอาไว้ที่ไหน เอาไว้

1221
01:21:22.211 --> 01:21:25.892
Output ใช่ไหม ฉะนั้น เอาของเด

1222
01:21:26.212 --> 01:21:29.892
ยกลงมาก่อน คือ 3 เราเอาเลขอะไรมาใส่

1223
01:21:30.213 --> 01:21:33.891
เลข 5 นะคะ อันนี้

1224
01:21:34.214 --> 01:21:37.891
ยกลงมาไหม เครื่องหมายบวกยกลงมาด้วยนะ

1225
01:21:38.216 --> 01:21:41.891
ยกลงมาด้วย

1226
01:21:42.216 --> 01:21:45.891

1227
01:21:46.217 --> 01:21:49.891

1228
01:21:50.219 --> 01:21:53.890
เสร็จแล้ว ถัดมา

1229
01:21:54.220 --> 01:21:57.891
เครื่องหมายคูณ

1230
01:21:58.220 --> 01:22:01.893
คูณต้องเอามาลง Stack ใช่หรือเปล่า แต่คูณ

1231
01:22:02.221 --> 01:22:05.890
มันมากกว่าบวกใช่ไหม คูณ

1232
01:22:06.223 --> 01:22:09.891
กับบวก อะไรมากกว่ากัน คูณ เพราะฉะนั้น

1233
01:22:10.224 --> 01:22:13.896
เราก็ใส่ลงไปใน Stack ได้เลย โดย

1234
01:22:14.226 --> 01:22:17.890
โดยเอาของเดิมลงมาก่อน

1235
01:22:18.227 --> 01:22:21.891
แล้วก็ใส่เครื่องหมายคูณ

1236
01:22:22.229 --> 01:22:25.890
อันนี้ยกลงมาเหมือนเดิมไหม ยกลงมาเหมือนเดิม

1237
01:22:26.231 --> 01:22:29.890

1238
01:22:30.232 --> 01:22:33.891
ตรงสุดท้าย 1 เอาไว้ที่ไหน

1239
01:22:34.235 --> 01:22:37.892
Output แต่มีของเดิมอยู่แล้วใช่ไหม

1240
01:22:38.236 --> 01:22:41.890
ยกของเดิมลงมาก่อน แล้วก็ใส่เลข 1

1241
01:22:42.240 --> 01:22:45.890

1242
01:22:46.242 --> 01:22:49.891
อันนี้ยกลงมาเลยได้ไหม ได้นะคะ ใน Stack

1243
01:22:50.243 --> 01:22:53.890
เราก็ยกเครื่องหมายออกมา เครื่องหมายนะคะ

1244
01:22:54.244 --> 01:22:57.890
บวกกับคูณ

1245
01:22:58.245 --> 01:23:01.890

1246
01:23:02.246 --> 01:23:05.890
เสร็จแล้ว

1247
01:23:06.247 --> 01:23:09.890
ผลลัพธ์ที่ได้ ตอนนี้ข้อมูลหมดแล้วใช่ไหม

1248
01:23:10.248 --> 01:23:13.892
ใน Stack ยังมีอยู่ ใน Stack ยังมีอยู่ ต้อง

1249
01:23:14.249 --> 01:23:17.890
เอาออกมา ต้อง Pop ออกมา ใช่ไหมคะ

1250
01:23:18.250 --> 01:23:21.890
ยกตรง Output ของเดิมลงมาก่อน Pop

1251
01:23:22.253 --> 01:23:25.891
บวกกับคูณเอาอะไรออกมาก่อน

1252
01:23:26.255 --> 01:23:29.892
คูณ แล้วตามด้วยบวก เห็นไหมคะ

1253
01:23:30.256 --> 01:23:33.890
เอาตัวแรกออกมาก่อน แล้วเอาตัวที่ 2

1254
01:23:34.257 --> 01:23:37.890
ออกมา

1255
01:23:38.257 --> 01:23:41.890

1256
01:23:42.258 --> 01:23:45.890

1257
01:23:46.261 --> 01:23:49.890

1258
01:23:50.262 --> 01:23:53.890
เดี๋ยวต่ออีกนิดหนึ่งนะคะ เดี๋ยวเขียนตรงนี้ให้เสร็จก่อน

1259
01:23:54.263 --> 01:23:57.890

1260
01:23:58.267 --> 01:24:01.891

1261
01:24:02.269 --> 01:24:05.890
เรายังไม่ได้ค่าเลข 8 เลย

1262
01:24:06.270 --> 01:24:09.890
จะทำอย่างไรให้ได้เลข 8

1263
01:24:10.271 --> 01:24:13.891
8

1264
01:24:14.273 --> 01:24:17.892
ถัดมา เสร็จหรือยังคะ

1265
01:24:18.276 --> 01:24:21.890
เดี๋ยวรอเพื่อน

1266
01:24:22.277 --> 01:24:25.893
แป๊บหนึ่งนะ

1267
01:24:26.278 --> 01:24:29.890

1268
01:24:30.279 --> 01:24:33.890

1269
01:24:34.281 --> 01:24:37.890
โอเค เราได้ผลลัพธ์

1270
01:24:38.282 --> 01:24:41.890
แล้วใช่ไหมคะ จากตารางที่เราทำใน Stack

1271
01:24:42.283 --> 01:24:45.890

1272
01:24:46.284 --> 01:24:49.890
พอได้ค่าผลลัพธ์แล้วนี่ คือ ตัวนี้

1273
01:24:50.285 --> 01:24:53.890
351 คูณ บวก

1274
01:24:54.286 --> 01:24:57.890
มาหาผลลัพธ์ต่อนะคะ ค่านี้จะเป็นค่าสุดท้ายแล้ว

1275
01:24:58.287 --> 01:25:01.890
ที่เราจะได้คำตอบออกมา

1276
01:25:02.288 --> 01:25:05.890

1277
01:25:06.289 --> 01:25:09.890
ตัวแรกตัวนี้ใช่ไหมคะ

1278
01:25:10.291 --> 01:25:13.890
ขั้นตอนถัดมา ถ้าเป็น

1279
01:25:14.293 --> 01:25:17.891
ตัวเลข ถ้าเป็นตัวเลขจะ Push

1280
01:25:18.294 --> 01:25:21.890
ลง Stack อันนี้อีกอันหนึ่งนะ อีก

1281
01:25:22.295 --> 01:25:25.891
ขั้นตอนหนึ่วนะคะ ถ้าเป็นตัวเลขจะ P

1282
01:25:26.297 --> 01:25:29.889
ลง Stack ดูพร้อมครูเลย ตัวที่ 1 มา

1283
01:25:30.299 --> 01:25:33.890
คือตัวเลขอะไรคะ เลข 3

1284
01:25:34.300 --> 01:25:37.893
เราเอาใส่ใน Stack

1285
01:25:38.302 --> 01:25:41.889
ดูพร้อมกันนะ เลข 3

1286
01:25:42.304 --> 01:25:45.889
ตัวแรก เอาลง Stack ตัวถัดมา

1287
01:25:46.305 --> 01:25:49.889
เลขอะไรคะ เลข 5

1288
01:25:50.306 --> 01:25:53.889
ก็เอาเลข 5 Push ลง  Stack เหมือนกัน

1289
01:25:54.307 --> 01:25:57.890

1290
01:25:58.310 --> 01:26:01.892
ตัวถัดมาเลขอะไร

1291
01:26:02.312 --> 01:26:05.889
เลข 1 ก็เอาเลข 1

1292
01:26:06.313 --> 01:26:09.898
Push ลง Stack เหมือนกัน

1293
01:26:10.314 --> 01:26:13.890

1294
01:26:14.316 --> 01:26:17.889

1295
01:26:18.317 --> 01:26:21.889
ถัดมา

1296
01:26:22.318 --> 01:26:25.889
เราเครื่องหมายคูณ ให้

1297
01:26:26.319 --> 01:26:29.889
Pop ค่าบนสุดอออกมา แล้ว

1298
01:26:30.320 --> 01:26:33.889
วางไว้ขวามือ เอาเลข 1 ออกมา เห็นไหมคะ

1299
01:26:34.322 --> 01:26:37.890
จากนั้นใส่เครื่องหมาย

1300
01:26:38.323 --> 01:26:41.894
ถ้ามันเครื่องหมายนะ ตัวที่เราอ่านมา เรา Pop

1301
01:26:42.324 --> 01:26:45.890
ตัวเลขออกมาก่อน แล้วใส่เครื่องหมาย

1302
01:26:46.325 --> 01:26:49.889
แล้วเอาตัวที่ 2 ออกมาแบบนี้

1303
01:26:50.326 --> 01:26:53.889
นี่นะคะ เอาตัวบนสุดออกมา

1304
01:26:54.327 --> 01:26:57.896
แล้วใส่เครื่องหมายที่เราอ่าน แล้วเอา

1305
01:26:58.328 --> 01:27:01.889
ตัวข้อมูล

1306
01:27:02.329 --> 01:27:05.890
ตัวเลขที่อยู่ใน Stack ตัวถัดมานี่ออกมา ได้ผลลัพธ์อะไรคะ

1307
01:27:06.332 --> 01:27:09.890
5 x 1 เป็น 5

1308
01:27:10.333 --> 01:27:13.891
ตอนนี้ใน Stack 1 กับ 5 ออก

1309
01:27:14.334 --> 01:27:17.889
ไปแล้วนะ เราได้ผลลัพธ์

1310
01:27:18.335 --> 01:27:21.890
คือ 5 แล้วอย่างไรต่อ

1311
01:27:22.336 --> 01:27:25.890
ก็ Push ลง Stack

1312
01:27:26.337 --> 01:27:29.889
เอาเลข 5 Push ลงไปใน Stack

1313
01:27:30.340 --> 01:27:33.889
ตอนนี้เอาออกไปแล้ว 2 เหลือ 3

1314
01:27:34.341 --> 01:27:37.889
พอคูณเสร็จเอา 5 กลับเข้ามา

1315
01:27:38.343 --> 01:27:41.889

1316
01:27:42.344 --> 01:27:45.889
ดูนะคะ ถัดมา

1317
01:27:46.346 --> 01:27:49.889
อ่านเครื่องหมายบวก

1318
01:27:50.347 --> 01:27:53.889
ทำเหมือนเดิมเลย เอาอะไรออกมาคะ

1319
01:27:54.348 --> 01:27:57.889

1320
01:27:58.349 --> 01:28:01.889
เอา 5 ออกมาไว้ทางขวามือ แล้วก็ใส่เครื่องหมายบวก

1321
01:28:02.351 --> 01:28:05.889
แล้วก้เอา 3 ออกมา คำตอบเป็นเท่าไหร่คะ

1322
01:28:06.352 --> 01:28:09.889
เป็น 8

1323
01:28:10.356 --> 01:28:13.889

1324
01:28:14.358 --> 01:28:17.889
แล้วก็เอา 8 ใส่ลงไปใน Stack จะเหลือเป็นค่าสุดท้าย

1325
01:28:18.359 --> 01:28:21.899
นี่คือคำตอบของ

1326
01:28:22.360 --> 01:28:25.899
โจทย์ข้อนี้ ได้เท่ากันเลยไหม

1327
01:28:26.361 --> 01:28:29.889
ได้เท่ากันเลย คือ 8

1328
01:28:30.362 --> 01:28:33.889
จะเห็นว่านี่คือกระบวนการคอมพิวเตอร์คิดค่า

1329
01:28:34.363 --> 01:28:37.889
ตัวเลขให้เรานะคะ กว่าจะได้เลข 8

1330
01:28:38.368 --> 01:28:41.889
ออกมานี่ คอมพิวเตอร์ต้องคิดแบบนี้นะคะ

1331
01:28:42.369 --> 01:28:45.889

1332
01:28:46.370 --> 01:28:49.889

1333
01:28:50.371 --> 01:28:53.889

1334
01:28:54.372 --> 01:28:57.888
โอเค

1335
01:28:58.373 --> 01:29:01.888
ใครเสร็จแล้ว

1336
01:29:02.374 --> 01:29:05.889
ครูให้เบรกอีก 5 นาที จดตัวนี้ให้เสร็จนะคะ

1337
01:29:06.375 --> 01:29:09.889
ครูให้เบรก 5 นาที

1338
01:29:10.376 --> 01:29:13.888

1339
01:29:14.377 --> 01:29:17.888

1340
01:29:18.380 --> 01:29:21.888

1341
01:29:22.383 --> 01:29:25.888

1342
01:29:26.384 --> 01:29:29.888

1343
01:29:30.386 --> 01:29:33.888

1344
01:29:34.387 --> 01:29:37.888

1345
01:29:38.388 --> 01:29:41.888

1346
01:29:42.389 --> 01:29:45.889

1347
01:29:46.390 --> 01:29:49.889

1348
01:29:50.391 --> 01:29:53.888

1349
01:29:54.392 --> 01:29:57.889

1350
01:29:58.394 --> 01:30:01.888

1351
01:30:02.397 --> 01:30:05.888

1352
01:30:06.402 --> 01:30:09.889

1353
01:30:10.406 --> 01:30:13.888

1354
01:30:14.409 --> 01:30:17.890

1355
01:30:18.414 --> 01:30:21.888

1356
01:30:22.417 --> 01:30:25.888

1357
01:30:26.422 --> 01:30:29.888

1358
01:30:30.425 --> 01:30:33.895

1359
01:30:34.431 --> 01:30:37.889

1360
01:30:38.436 --> 01:30:41.889

1361
01:30:42.438 --> 01:30:45.892

1362
01:30:46.439 --> 01:30:49.888

1363
01:30:50.440 --> 01:30:53.888

1364
01:30:54.443 --> 01:30:57.888

1365
01:30:58.444 --> 01:31:01.890

1366
01:31:02.445 --> 01:31:05.888

1367
01:31:06.446 --> 01:31:09.889

1368
01:31:10.447 --> 01:31:13.888

1369
01:31:14.448 --> 01:31:17.889

1370
01:31:18.451 --> 01:31:21.888

1371
01:31:22.452 --> 01:31:25.888

1372
01:31:26.454 --> 01:31:29.888

1373
01:31:30.456 --> 01:31:33.888

1374
01:31:34.458 --> 01:31:37.888

1375
01:31:38.459 --> 01:31:41.887

1376
01:31:42.461 --> 01:31:45.887

1377
01:31:46.465 --> 01:31:49.887

1378
01:31:50.466 --> 01:31:53.887

1379
01:31:54.467 --> 01:31:57.886

1380
01:31:58.469 --> 01:32:01.885

1381
01:32:02.471 --> 01:32:05.885

1382
01:32:06.473 --> 01:32:09.885

1383
01:32:10.476 --> 01:32:13.885

1384
01:32:14.477 --> 01:32:17.885

1385
01:32:18.479 --> 01:32:21.884

1386
01:32:22.480 --> 01:32:25.884

1387
01:32:26.481 --> 01:32:29.884

1388
01:32:30.483 --> 01:32:33.884

1389
01:32:34.486 --> 01:32:37.883

1390
01:32:38.487 --> 01:32:41.883

1391
01:32:42.489 --> 01:32:45.883

1392
01:32:46.490 --> 01:32:49.893

1393
01:32:50.492 --> 01:32:53.883

1394
01:32:54.493 --> 01:32:57.882

1395
01:32:58.495 --> 01:33:01.881

1396
01:33:02.498 --> 01:33:05.882

1397
01:33:06.500 --> 01:33:09.881

1398
01:33:10.502 --> 01:33:13.881

1399
01:33:14.504 --> 01:33:17.881

1400
01:33:18.505 --> 01:33:21.881

1401
01:33:22.506 --> 01:33:25.880

1402
01:33:26.508 --> 01:33:29.880

1403
01:33:30.508 --> 01:33:33.879

1404
01:33:34.509 --> 01:33:37.881

1405
01:33:38.510 --> 01:33:41.879

1406
01:33:42.512 --> 01:33:45.879

1407
01:33:46.514 --> 01:33:49.879

1408
01:33:50.515 --> 01:33:53.878

1409
01:33:54.519 --> 01:33:57.878

1410
01:33:58.520 --> 01:34:01.879

1411
01:34:02.521 --> 01:34:05.878

1412
01:34:06.523 --> 01:34:09.877

1413
01:34:10.525 --> 01:34:13.877

1414
01:34:14.526 --> 01:34:17.877

1415
01:34:18.528 --> 01:34:21.877

1416
01:34:22.529 --> 01:34:25.876

1417
01:34:26.530 --> 01:34:29.876

1418
01:34:30.531 --> 01:34:33.876

1419
01:34:34.533 --> 01:34:37.882

1420
01:34:38.534 --> 01:34:41.876

1421
01:34:42.536 --> 01:34:45.876

1422
01:34:46.538 --> 01:34:49.875

1423
01:34:50.540 --> 01:34:53.874

1424
01:34:54.542 --> 01:34:57.874

1425
01:34:58.543 --> 01:35:01.874

1426
01:35:02.544 --> 01:35:05.874

1427
01:35:06.546 --> 01:35:09.874

1428
01:35:10.548 --> 01:35:13.880

1429
01:35:14.549 --> 01:35:17.874

1430
01:35:18.550 --> 01:35:21.873

1431
01:35:22.551 --> 01:35:25.873

1432
01:35:26.552 --> 01:35:29.873

1433
01:35:30.554 --> 01:35:33.873

1434
01:35:34.555 --> 01:35:37.872

1435
01:35:38.557 --> 01:35:41.872

1436
01:35:42.559 --> 01:35:45.872

1437
01:35:46.560 --> 01:35:49.871

1438
01:35:50.562 --> 01:35:53.872

1439
01:35:54.564 --> 01:35:57.871

1440
01:35:58.565 --> 01:36:01.871

1441
01:36:02.566 --> 01:36:05.871

1442
01:36:06.570 --> 01:36:09.870

1443
01:36:10.571 --> 01:36:13.870

1444
01:36:14.572 --> 01:36:17.870

1445
01:36:18.574 --> 01:36:21.870

1446
01:36:22.576 --> 01:36:25.870

1447
01:36:26.578 --> 01:36:29.870

1448
01:36:30.579 --> 01:36:33.870

1449
01:36:34.580 --> 01:36:37.869

1450
01:36:38.583 --> 01:36:41.869

1451
01:36:42.584 --> 01:36:45.869

1452
01:36:46.585 --> 01:36:49.868

1453
01:36:50.588 --> 01:36:53.869

1454
01:36:54.589 --> 01:36:57.868

1455
01:36:58.592 --> 01:37:01.868

1456
01:37:02.594 --> 01:37:05.868

1457
01:37:06.595 --> 01:37:09.867

1458
01:37:10.601 --> 01:37:13.867

1459
01:37:14.602 --> 01:37:17.867

1460
01:37:18.606 --> 01:37:21.867

1461
01:37:22.607 --> 01:37:25.867

1462
01:37:26.608 --> 01:37:29.867

1463
01:37:30.610 --> 01:37:33.867

1464
01:37:34.612 --> 01:37:37.869

1465
01:37:38.614 --> 01:37:41.866

1466
01:37:42.615 --> 01:37:45.866

1467
01:37:46.617 --> 01:37:49.866

1468
01:37:50.619 --> 01:37:53.866

1469
01:37:54.621 --> 01:37:57.866

1470
01:37:58.622 --> 01:38:01.865

1471
01:38:02.625 --> 01:38:05.867

1472
01:38:06.629 --> 01:38:09.865

1473
01:38:10.630 --> 01:38:13.865

1474
01:38:14.631 --> 01:38:17.868

1475
01:38:18.634 --> 01:38:21.865

1476
01:38:22.635 --> 01:38:25.864

1477
01:38:26.638 --> 01:38:29.864

1478
01:38:30.640 --> 01:38:33.864

1479
01:38:34.643 --> 01:38:37.870

1480
01:38:38.644 --> 01:38:41.864

1481
01:38:42.648 --> 01:38:45.863

1482
01:38:46.650 --> 01:38:49.863

1483
01:38:50.652 --> 01:38:53.864

1484
01:38:54.654 --> 01:38:57.863

1485
01:38:58.658 --> 01:39:01.863

1486
01:39:02.663 --> 01:39:05.862

1487
01:39:06.666 --> 01:39:09.863

1488
01:39:10.668 --> 01:39:13.863

1489
01:39:14.670 --> 01:39:17.885

1490
01:39:18.672 --> 01:39:21.862

1491
01:39:22.673 --> 01:39:25.862

1492
01:39:26.674 --> 01:39:29.861
ค่ะ เดี๋ยวมาต่ออีกนิดหนึ่ง

1493
01:39:30.675 --> 01:39:33.861

1494
01:39:34.676 --> 01:39:37.863
คราวนี้มาดูอีก 1 ตัวอย่างนะคะ

1495
01:39:38.677 --> 01:39:41.861

1496
01:39:42.679 --> 01:39:45.860
ครูมีโจทย์ให้

1497
01:39:46.679 --> 01:39:49.860

1498
01:39:50.680 --> 01:39:53.862
5 x 2

1499
01:39:54.682 --> 01:39:57.860
+ 2

1500
01:39:58.683 --> 01:40:01.859
ตอนนี้เราทำ

1501
01:40:02.684 --> 01:40:05.859
จาก Prefix ให้เป็น

1502
01:40:06.685 --> 01:40:09.859
Postfix ก่อนนะคะ

1503
01:40:10.687 --> 01:40:13.859
อันดับแรก

1504
01:40:14.688 --> 01:40:17.860
ต้องวาดตารางก่อนใช่ไหมคะ

1505
01:40:18.691 --> 01:40:21.859
วาดตาราง Stack ว่าง

1506
01:40:22.692 --> 01:40:25.861
ครูก็วาด 3 ช่องเหมือนเดิม แล้วก็

1507
01:40:26.694 --> 01:40:29.858
ตรง Input ครูก็เอาข้อมูลแต่ละตัว

1508
01:40:30.695 --> 01:40:33.858
มาใส่ลงในแต่ละบรรทัด

1509
01:40:34.696 --> 01:40:37.863

1510
01:40:38.698 --> 01:40:41.857

1511
01:40:42.700 --> 01:40:45.871

1512
01:40:46.702 --> 01:40:49.856

1513
01:40:50.704 --> 01:40:53.856
เริ่มต้นเลย หย่อนเข้ามาตัวเลข

1514
01:40:54.705 --> 01:40:57.856
คือ เลข 5 ใช่ไหม มันเป็นตัวเลข เพราะฉะนั้น

1515
01:40:58.706 --> 01:41:01.856
เอาไปไว้ที่ Output

1516
01:41:02.706 --> 01:41:05.856
นะคะ นะ ถ้าเป็นตัวเลข เอาไปไว้ที่ Output

1517
01:41:06.707 --> 01:41:09.857
ได้เลย ตัวถัดมา

1518
01:41:10.709 --> 01:41:13.855
เครื่องหมายคูณ

1519
01:41:14.710 --> 01:41:17.855
แสดงว่าต้องเอาไปไว้ใน Stack

1520
01:41:18.711 --> 01:41:21.855
ตอนนี้ Stack มันเป็น Stack ว่าง

1521
01:41:22.714 --> 01:41:25.855
เราก็เลยเอาคูณมาใส่ใน

1522
01:41:26.715 --> 01:41:29.856
Stack ได้เลย ส่วน Output

1523
01:41:30.717 --> 01:41:33.854
ก็ยก 5 ลงมาเหมือนเดิม

1524
01:41:34.719 --> 01:41:37.855

1525
01:41:38.720 --> 01:41:41.856
โอเคนะ ยังเป็นเหมือนเดิมอญู่นะ

1526
01:41:42.721 --> 01:41:45.854
2 บรรทัดแรก ถัดมา

1527
01:41:46.722 --> 01:41:49.853
เจอเลข 2 เลข 2

1528
01:41:50.723 --> 01:41:53.868
2 มันเป็นตัวเลข ต้องเอาไปไว้ที่

1529
01:41:54.724 --> 01:41:57.853
Output เพราะฉะนั้น 2

1530
01:41:58.725 --> 01:42:01.855
จะอยู่ต่อจากเลข 5 นะคะ ใน Stack

1531
01:42:02.726 --> 01:42:05.852
ก็ยกลงมาเหมือนเดิม

1532
01:42:06.727 --> 01:42:09.852

1533
01:42:10.730 --> 01:42:13.852
ถึงตรงนี้นะคะ

1534
01:42:14.731 --> 01:42:17.852

1535
01:42:18.733 --> 01:42:21.852
ถัดมาข้อมูลที่เราอ่านมา

1536
01:42:22.734 --> 01:42:25.851
เครื่องหมายบวก พอเราเจอ

1537
01:42:26.735 --> 01:42:29.852
เครื่องหมายบวก ครูบอกว่าต้องเอามัน

1538
01:42:30.736 --> 01:42:33.851
ไปไว้ใน Stack แต่ก่อนอื่น ก่อนที่จะ

1539
01:42:34.737 --> 01:42:37.852
เอาไปไว้ใน Stack เดิม

1540
01:42:38.741 --> 01:42:41.851
เรามีข้อมูลใน Stack หรือเปล่า มีใช่หรือเปล่า มีเครื่องหมายคูณ

1541
01:42:42.742 --> 01:42:45.850
เพราะฉะนั้นเราต้

1542
01:42:46.743 --> 01:42:49.850
ต้องเปรียบเทียบความสำคัญก่อน บวก

1543
01:42:50.744 --> 01:42:53.851
มันน้อยกว่าหรือมากกว่าคูณ

1544
01:42:54.745 --> 01:42:57.850
น้อยกว่า ใช่ไหม บวก

1545
01:42:58.748 --> 01:43:01.850
มีค่าน้อยกว่าคูณ เพราะฉะนั้น

1546
01:43:02.749 --> 01:43:05.850
ทำอย่างไรคะ เอาคูณ

1547
01:43:06.750 --> 01:43:09.850
ออกมา

1548
01:43:10.751 --> 01:43:13.849
บวกมีค่าน้อยกว่าคูณ เพราะฉะนั้น

1549
01:43:14.752 --> 01:43:17.849
ต้องเอา

1550
01:43:18.754 --> 01:43:21.849
ข้อมูลที่อยู่บน Stack นี่ คือ คูณ เอามาไว้ที่

1551
01:43:22.757 --> 01:43:25.849
Output เห็นไหมคะ

1552
01:43:26.758 --> 01:43:29.848
เอามาไว้ที่ Output เสร็จแล้ว เราถึงเอา

1553
01:43:30.759 --> 01:43:33.848
เครื่องหมายบวก Push ลงไปใน Stack

1554
01:43:34.761 --> 01:43:37.847
นะคะ แล้วค่อยเอาเครื่องหมายบวก

1555
01:43:38.762 --> 01:43:41.848
ใส่ลงไปใน Stack ได้เลย เพราะ Stack มันว่าง

1556
01:43:42.766 --> 01:43:45.848
เพราะฉะนั้น ตรง Output จะเป็น

1557
01:43:46.768 --> 01:43:49.853
5, 2 แล้วก็เครื่องหมาย๕

1558
01:43:50.769 --> 01:43:53.847
ทำไมคูณ

1559
01:43:54.773 --> 01:43:57.847
ถึงต้องออกมา เพราะบวกมันน้อยกว่าคูณ

1560
01:43:58.782 --> 01:44:01.856
เห็นไหมคะ บวกมันน้อยกว่าคูณ

1561
01:44:02.785 --> 01:44:05.848
เลยเอาคูณออกมา

1562
01:44:06.786 --> 01:44:09.846
ถัดมาเลขอะไรคะ เลข 2

1563
01:44:10.787 --> 01:44:13.854
เอาไปไว้ที่ Output ได้เลย ก็เอามันไปต่อท้ายคูณ

1564
01:44:14.788 --> 01:44:17.846
เอามันมาต่อท้ายคูณใช้หรือเปล่า เพราะมันคือคูณ

1565
01:44:18.789 --> 01:44:21.846
เอา 2 มาต่อท้าย

1566
01:44:22.791 --> 01:44:25.845

1567
01:44:26.792 --> 01:44:29.845
ตอนนี้เราอ่านข้อมูลครบหมดแล้ว

1568
01:44:30.795 --> 01:44:33.845
แต่ใน Stack มันยังมีบวกค้างอยู่ เพราะฉะนั้น

1569
01:44:34.797 --> 01:44:37.845
ต้อง Pop มันออกมา แ

1570
01:44:38.798 --> 01:44:41.845
นะคะ Pop มันออกมาและไว้ข้างหลัง

1571
01:44:42.799 --> 01:44:45.855

1572
01:44:46.801 --> 01:44:49.846

1573
01:44:50.804 --> 01:44:53.844

1574
01:44:54.806 --> 01:44:57.844

1575
01:44:58.808 --> 01:45:01.844

1576
01:45:02.810 --> 01:45:05.844

1577
01:45:06.814 --> 01:45:09.843

1578
01:45:10.815 --> 01:45:13.846

1579
01:45:14.818 --> 01:45:17.844

1580
01:45:18.820 --> 01:45:21.843

1581
01:45:22.822 --> 01:45:25.843
โอเคนะ

1582
01:45:26.824 --> 01:45:29.845
แบบฝึกหัด ช่วยครูทำหน่อยตอนนี้เลย

1583
01:45:30.825 --> 01:45:33.842
ครูโจทย์ให้นะคะ 3 หาร 1

1584
01:45:34.827 --> 01:45:37.842
ลบ 2 แล้วครูก็บอกว่าหาร

1585
01:45:38.829 --> 01:45:41.842
นี่ มันมีค่ามากกว่าลบนะ

1586
01:45:42.830 --> 01:45:45.843
หาค่าผลลัพธ์ของนิพจน์

1587
01:45:46.833 --> 01:45:49.848
Postfix ให้ครูหน่อย

1588
01:45:50.834 --> 01:45:53.844
จะได้อะไร เริ่มต้น

1589
01:45:54.836 --> 01:45:57.842
ทุกคนตีตารางก่อน

1590
01:45:58.838 --> 01:46:01.841

1591
01:46:02.840 --> 01:46:05.841

1592
01:46:06.843 --> 01:46:09.844
ลองทำดูสิคะ มีกระดาษไหม

1593
01:46:10.845 --> 01:46:13.841
ไม่มีมาเอาข้างหน้า

1594
01:46:14.846 --> 01:46:17.845
ครูมีกระดาษให้นะ

1595
01:46:18.851 --> 01:46:21.841

1596
01:46:22.855 --> 01:46:25.840

1597
01:46:26.857 --> 01:46:29.840

1598
01:46:30.859 --> 01:46:33.841
แบบฝึกหัด 1 ข้อนะคะ ทำตอนนี้เลย

1599
01:46:34.866 --> 01:46:37.840

1600
01:46:38.870 --> 01:46:41.853

1601
01:46:42.872 --> 01:46:45.840

1602
01:46:46.873 --> 01:46:49.839
เหมือนกับโจทย์ที่ครูให้ไป

1603
01:46:50.876 --> 01:46:53.839
นะคะ คล้าย ๆ กับโจทย์ที่ครูให้ไป

1604
01:46:54.878 --> 01:46:57.839
จดแล้วด้วยนะ

1605
01:46:58.882 --> 01:47:01.839

1606
01:47:02.884 --> 01:47:05.839

1607
01:47:06.887 --> 01:47:09.839

1608
01:47:10.890 --> 01:47:13.838

1609
01:47:14.892 --> 01:47:17.839

1610
01:47:18.894 --> 01:47:21.838

1611
01:47:22.896 --> 01:47:25.839

1612
01:47:26.900 --> 01:47:29.839

1613
01:47:30.902 --> 01:47:33.838

1614
01:47:34.904 --> 01:47:37.838

1615
01:47:38.907 --> 01:47:42.838

1616
01:47:42.910 --> 01:47:46.838

1617
01:47:46.912 --> 01:47:50.837

1618
01:47:50.914 --> 01:47:54.838

1619
01:47:54.915 --> 01:47:58.837

1620
01:47:58.915 --> 01:48:02.837

1621
01:48:02.917 --> 01:48:06.837

1622
01:48:06.919 --> 01:48:10.837

1623
01:48:10.920 --> 01:48:14.837

1624
01:48:14.921 --> 01:48:18.837

1625
01:48:18.922 --> 01:48:22.836

1626
01:48:22.922 --> 01:48:26.837

1627
01:48:26.924 --> 01:48:30.836

1628
01:48:30.926 --> 01:48:34.836

1629
01:48:34.927 --> 01:48:38.836

1630
01:48:38.928 --> 01:48:42.836
เหมือนโจทย์สุดท้ายที่ครูให้ไปเมื่อกี้เลยนะ

1631
01:48:42.930 --> 01:48:46.837
ลบ

1632
01:48:46.934 --> 01:48:50.836
มันน้อยกว่าหารใช่ไหมคะ เรา

1633
01:48:50.938 --> 01:48:54.835
เปรียบเทียบกัน ลบมันน้อยกว่าหาร

1634
01:48:54.939 --> 01:48:58.835
เพราะฉะนั้น

1635
01:48:58.940 --> 01:49:02.835
ก็ต้องเอาหารออกมา

1636
01:49:02.941 --> 01:49:06.835

1637
01:49:06.943 --> 01:49:10.835

1638
01:49:10.945 --> 01:49:14.835

1639
01:49:14.946 --> 01:49:18.835

1640
01:49:18.947 --> 01:49:22.836

1641
01:49:22.948 --> 01:49:26.834

1642
01:49:26.950 --> 01:49:30.834

1643
01:49:30.952 --> 01:49:34.834

1644
01:49:34.956 --> 01:49:38.834

1645
01:49:38.957 --> 01:49:42.834

1646
01:49:42.958 --> 01:49:46.834

1647
01:49:46.960 --> 01:49:50.834

1648
01:49:50.961 --> 01:49:54.833

1649
01:49:54.962 --> 01:49:58.833

1650
01:49:58.966 --> 01:50:02.834

1651
01:50:02.967 --> 01:50:06.833

1652
01:50:06.969 --> 01:50:10.833

1653
01:50:10.974 --> 01:50:14.833

1654
01:50:14.976 --> 01:50:18.833

1655
01:50:18.978 --> 01:50:22.833

1656
01:50:22.979 --> 01:50:26.833

1657
01:50:26.981 --> 01:50:30.833

1658
01:50:30.983 --> 01:50:34.832

1659
01:50:34.984 --> 01:50:38.832

1660
01:50:38.986 --> 01:50:42.833

1661
01:50:42.987 --> 01:50:46.833

1662
01:50:46.989 --> 01:50:50.832

1663
01:50:50.990 --> 01:50:54.832

1664
01:50:54.991 --> 01:50:58.832

1665
01:50:58.993 --> 01:51:02.831

1666
01:51:02.994 --> 01:51:06.831

1667
01:51:06.995 --> 01:51:10.831

1668
01:51:10.997 --> 01:51:14.831

1669
01:51:14.998 --> 01:51:18.831

1670
01:51:18.999 --> 01:51:22.831

1671
01:51:23.001 --> 01:51:26.831

1672
01:51:27.003 --> 01:51:30.831

1673
01:51:31.005 --> 01:51:34.831

1674
01:51:35.010 --> 01:51:38.830

1675
01:51:39.011 --> 01:51:42.830

1676
01:51:43.014 --> 01:51:46.831

1677
01:51:47.016 --> 01:51:50.831

1678
01:51:51.018 --> 01:51:54.830

1679
01:51:55.020 --> 01:51:58.830

1680
01:51:59.022 --> 01:52:02.830

1681
01:52:03.025 --> 01:52:06.831

1682
01:52:07.028 --> 01:52:10.830

1683
01:52:11.030 --> 01:52:14.830

1684
01:52:15.031 --> 01:52:18.830

1685
01:52:19.034 --> 01:52:22.829

1686
01:52:23.035 --> 01:52:26.831

1687
01:52:27.037 --> 01:52:30.829

1688
01:52:31.040 --> 01:52:34.829

1689
01:52:35.042 --> 01:52:38.829

1690
01:52:39.044 --> 01:52:42.829

1691
01:52:43.045 --> 01:52:46.829

1692
01:52:47.046 --> 01:52:50.829

1693
01:52:51.047 --> 01:52:54.829

1694
01:52:55.049 --> 01:52:58.829

1695
01:52:59.052 --> 01:53:02.828

1696
01:53:03.053 --> 01:53:06.829

1697
01:53:07.056 --> 01:53:10.829

1698
01:53:11.057 --> 01:53:14.828

1699
01:53:15.058 --> 01:53:18.828

1700
01:53:19.059 --> 01:53:22.828

1701
01:53:23.060 --> 01:53:26.828

1702
01:53:27.061 --> 01:53:30.828

1703
01:53:31.063 --> 01:53:34.828

1704
01:53:35.064 --> 01:53:38.828

1705
01:53:39.065 --> 01:53:42.829

1706
01:53:43.067 --> 01:53:46.827

1707
01:53:47.072 --> 01:53:50.827

1708
01:53:51.073 --> 01:53:54.827

1709
01:53:55.076 --> 01:53:58.827

1710
01:53:59.077 --> 01:54:02.827

1711
01:54:03.078 --> 01:54:06.827

1712
01:54:07.080 --> 01:54:10.827

1713
01:54:11.081 --> 01:54:14.827

1714
01:54:15.084 --> 01:54:18.827

1715
01:54:19.085 --> 01:54:22.827
คราวนี้นะคะ ดูด้วยกัน

1716
01:54:23.087 --> 01:54:26.826

1717
01:54:27.088 --> 01:54:30.826
3

1718
01:54:31.089 --> 01:54:34.826
เอา 3 ไปไว้ที่ไหนคะ ที่ Output

1719
01:54:35.091 --> 01:54:38.826
เห็นไหมคะ เอา 3 ไปไว้ที่ Output

1720
01:54:39.092 --> 01:54:42.826
เครื่องหมายหาร เอาเครื่องหมายหารไปไว้ที่ไหน Stack

1721
01:54:43.093 --> 01:54:46.826
เพราะมันเป็น Stack ว่าง เราก็หย่อนเครื่องหมา

1722
01:54:47.094 --> 01:54:50.826
Output เรายกมันลงมาด้วยนะ

1723
01:54:51.095 --> 01:54:54.825

1724
01:54:55.097 --> 01:54:58.826
ถัดไป เราอ่านเจอเลข 1 ใช่ไหมคะ เราต้องเอาเลข 1 ไปไว้

1725
01:54:59.098 --> 01:55:02.827
ที่ไหน Output

1726
01:55:03.101 --> 01:55:06.834
ยกลงมาก่อน เสร็จแล้วก็เติมเลข 1 ลงไป

1727
01:55:07.102 --> 01:55:10.826
ใน Stack ยังเหมือนเดิมนะ

1728
01:55:11.103 --> 01:55:14.826
เรายังมีเครื่องหมายหารอยู่ เราก็ยกลงมาได้เลย

1729
01:55:15.105 --> 01:55:18.825
ถัดมา

1730
01:55:19.107 --> 01:55:22.825
เครื่องหมายลบใช่ไหมคะ เดิมใน Stack เรามี

1731
01:55:23.108 --> 01:55:26.825
หารอยู่แล้วใช่ไหม ครูเขียนให้ดูก่อน

1732
01:55:27.109 --> 01:55:30.825
เรามีหารอยู่แล้วนี่ เราเอาลบมาเทียบกับ

1733
01:55:31.119 --> 01:55:34.828
หาร ปรากฎว่าค

1734
01:55:35.121 --> 01:55:38.825
ค่าลบมันน้อยกว่า

1735
01:55:39.122 --> 01:55:42.825
ให้ทำอย่างไร

1736
01:55:43.124 --> 01:55:46.825
ให้เอาหารนี่ เอาออกมาไว้ที่

1737
01:55:47.129 --> 01:55:50.825
Output เพราะฉะนั้น จะได้เป็น

1738
01:55:51.130 --> 01:55:54.824
3, 1 แล้วก็หาร ตรงนี้หายไปใช่ไหมคะ

1739
01:55:55.132 --> 01:55:58.825
เสร็จแล้วก็ใส่ค่าลบ

1740
01:55:59.135 --> 01:56:02.824
ลงมาใน Stack

1741
01:56:03.137 --> 01:56:06.824
ถัดมาหย่อนอะไร

1742
01:56:07.138 --> 01:56:10.824
ยกของเดิมลงมาก่อนที่ Output แล้วก็ใส่เลข 2

1743
01:56:11.139 --> 01:56:14.824
ใน Stack หรืออะไรคะ

1744
01:56:15.141 --> 01:56:18.824
เครื่องหมายลบใช่ไม อ่านครบหมดแล้วนะ

1745
01:56:19.142 --> 01:56:22.824
แต่ใน Stack

1746
01:56:23.144 --> 01:56:26.823
เราต้องเอาค่าจาก Stack ออกมา เป็น

1747
01:56:27.146 --> 01:56:30.825
3 1 หาร 2 แล้วอะไรคะ ลบ

1748
01:56:31.147 --> 01:56:34.823
เห็นไหม

1749
01:56:35.148 --> 01:56:38.824
เราเอาค่าที่อยู๋ใน Stack ตัวสุดท้ายมาใส่ข้างหล

1750
01:56:39.150 --> 01:56:42.823
ได้เลยนะคะ

1751
01:56:43.151 --> 01:56:46.823
โอเค

1752
01:56:47.153 --> 01:56:50.825
อีกข้อหนึ่ง

1753
01:56:51.156 --> 01:56:54.823
แล้วจะให้เลิก ครูให้โจทย์มาแค่นี้เอง ว

1754
01:56:55.157 --> 01:56:58.823

1755
01:56:59.158 --> 01:57:02.823

1756
01:57:03.162 --> 01:57:06.830

1757
01:57:07.163 --> 01:57:10.824

1758
01:57:11.164 --> 01:57:14.822
โจทย์ข้อนี้อันดับแรก

1759
01:57:15.168 --> 01:57:18.826
วาดตารางก่อนเลย ตีตารางค่ะ

1760
01:57:19.169 --> 01:57:22.823

1761
01:57:23.170 --> 01:57:26.823

1762
01:57:27.171 --> 01:57:30.822

1763
01:57:31.172 --> 01:57:34.822

1764
01:57:35.173 --> 01:57:38.822

1765
01:57:39.174 --> 01:57:42.829

1766
01:57:43.175 --> 01:57:46.822

1767
01:57:47.176 --> 01:57:50.822

1768
01:57:51.177 --> 01:57:54.822

1769
01:57:55.180 --> 01:57:58.822

1770
01:57:59.184 --> 01:58:02.821

1771
01:58:03.185 --> 01:58:06.825

1772
01:58:07.186 --> 01:58:10.822

1773
01:58:11.189 --> 01:58:14.821

1774
01:58:15.190 --> 01:58:18.821

1775
01:58:19.192 --> 01:58:22.822

1776
01:58:23.193 --> 01:58:26.821

1777
01:58:27.195 --> 01:58:30.822

1778
01:58:31.198 --> 01:58:34.821

1779
01:58:35.199 --> 01:58:38.823

1780
01:58:39.200 --> 01:58:42.821

1781
01:58:43.201 --> 01:58:46.821

1782
01:58:47.203 --> 01:58:50.821

1783
01:58:51.206 --> 01:58:54.821

1784
01:58:55.207 --> 01:58:58.820

1785
01:58:59.209 --> 01:59:02.829

1786
01:59:03.211 --> 01:59:06.824

1787
01:59:07.213 --> 01:59:10.826

1788
01:59:11.214 --> 01:59:14.822

1789
01:59:15.215 --> 01:59:18.821

1790
01:59:19.216 --> 01:59:22.821

1791
01:59:23.218 --> 01:59:26.820

1792
01:59:27.219 --> 01:59:30.820

1793
01:59:31.221 --> 01:59:34.820

1794
01:59:35.229 --> 01:59:38.821

1795
01:59:39.231 --> 01:59:42.820

1796
01:59:43.232 --> 01:59:46.820

1797
01:59:47.234 --> 01:59:50.820
ดูนิดหนึ่ง

1798
01:59:51.235 --> 01:59:54.822
คูณมันมากกว่าลบ

1799
01:59:55.236 --> 01:59:58.819
ใช่หรือเปล่า คูณมันมีค่ามากกว่าลบ

1800
01:59:59.237 --> 02:00:02.820
ก็ Push คูณลง  Stack ได้เลย

1801
02:00:03.240 --> 02:00:06.822
นะคะ Push คูณ

1802
02:00:07.241 --> 02:00:10.819
ลงใน Stack ได้เลย

1803
02:00:11.245 --> 02:00:14.819

1804
02:00:15.247 --> 02:00:18.819

1805
02:00:19.249 --> 02:00:22.819

1806
02:00:23.250 --> 02:00:26.819

1807
02:00:27.251 --> 02:00:30.819

1808
02:00:31.253 --> 02:00:34.819

1809
02:00:35.254 --> 02:00:38.819

1810
02:00:39.256 --> 02:00:42.825

1811
02:00:43.258 --> 02:00:46.819

1812
02:00:47.259 --> 02:00:50.818

1813
02:00:51.261 --> 02:00:54.818

1814
02:00:55.262 --> 02:00:58.818

1815
02:00:59.263 --> 02:01:02.822

1816
02:01:03.264 --> 02:01:06.818

1817
02:01:07.266 --> 02:01:10.818

1818
02:01:11.269 --> 02:01:14.818

1819
02:01:15.272 --> 02:01:18.818

1820
02:01:19.273 --> 02:01:22.818

1821
02:01:23.276 --> 02:01:26.818

1822
02:01:27.277 --> 02:01:30.818

1823
02:01:31.281 --> 02:01:34.818

1824
02:01:35.283 --> 02:01:38.817

1825
02:01:39.286 --> 02:01:42.818

1826
02:01:43.287 --> 02:01:46.817

1827
02:01:47.292 --> 02:01:50.817

1828
02:01:51.294 --> 02:01:54.819

1829
02:01:55.297 --> 02:01:58.817

1830
02:01:59.301 --> 02:02:02.817

1831
02:02:03.305 --> 02:02:06.817

1832
02:02:07.309 --> 02:02:10.819

1833
02:02:11.314 --> 02:02:14.817

1834
02:02:15.318 --> 02:02:18.818

1835
02:02:19.320 --> 02:02:22.817

1836
02:02:23.321 --> 02:02:26.817

1837
02:02:27.324 --> 02:02:30.817

1838
02:02:31.326 --> 02:02:34.819

1839
02:02:35.327 --> 02:02:38.816

1840
02:02:39.329 --> 02:02:42.818

1841
02:02:43.330 --> 02:02:46.816

1842
02:02:47.331 --> 02:02:50.816

1843
02:02:51.333 --> 02:02:54.816

1844
02:02:55.337 --> 02:02:58.816

1845
02:02:59.339 --> 02:03:02.818

1846
02:03:03.340 --> 02:03:06.817

1847
02:03:07.342 --> 02:03:10.816

1848
02:03:11.345 --> 02:03:14.817

1849
02:03:15.349 --> 02:03:18.816

1850
02:03:19.352 --> 02:03:22.815

1851
02:03:23.355 --> 02:03:26.816

1852
02:03:27.362 --> 02:03:30.816

1853
02:03:31.365 --> 02:03:34.815

1854
02:03:35.367 --> 02:03:38.815

1855
02:03:39.369 --> 02:03:42.815

1856
02:03:43.373 --> 02:03:46.815

1857
02:03:47.374 --> 02:03:50.815

1858
02:03:51.376 --> 02:03:54.815

1859
02:03:55.377 --> 02:03:58.815

1860
02:03:59.379 --> 02:04:02.815

1861
02:04:03.380 --> 02:04:06.815

1862
02:04:07.382 --> 02:04:10.815

1863
02:04:11.384 --> 02:04:14.815
โอเค

1864
02:04:15.386 --> 02:04:18.815
มาดูนะคะ

1865
02:04:19.387 --> 02:04:22.816
นะคะ 6

1866
02:04:23.388 --> 02:04:26.815
เป็นตัวเลข เอาไว้ที่ Output ใช่หรือเปล่า

1867
02:04:27.389 --> 02:04:30.814
ลบ เอาไว้ที่ Stack นะคะ

1868
02:04:31.390 --> 02:04:34.815
6 ก็ใส่มาเหมือนเดิม

1869
02:04:35.391 --> 02:04:38.814
5 เอาไว้ที่ไหนคะ เอาไว้ที่

1870
02:04:39.392 --> 02:04:42.814
Stack ก็ยกลงมาเหมือนเดิมนะคะ

1871
02:04:43.393 --> 02:04:46.816
ถัดมาคูณ

1872
02:04:47.394 --> 02:04:50.815
เจอคูณ

1873
02:04:51.396 --> 02:04:54.814
ใช่ไหมคะ เจอคูณให้เ

1874
02:04:55.397 --> 02:04:58.814
ปรากฏว่าคูณมีค่ามากกว่าลบ

1875
02:04:59.398 --> 02:05:02.814
ให้ Push คูณลง Stack

1876
02:05:03.400 --> 02:05:06.814
ได้เลย เพราะฉะนั้น

1877
02:05:07.401 --> 02:05:10.814
Stack เดิมเป็น push

1878
02:05:11.402 --> 02:05:14.814
ครูบอกว่า Push ลงมาได้เลยนะคะ เพราะคูณ

1879
02:05:15.405 --> 02:05:18.818
มันมากกว่านะ มันมากกว่านะคะ

1880
02:05:19.406 --> 02:05:22.813
ข้างหลัง คือ 6 กับ 5

1881
02:05:23.407 --> 02:05:26.813
ถัดมา 2

1882
02:05:27.408 --> 02:05:30.814
เป็นตัวเลขไว้ข้างหลังนะคะ

1883
02:05:31.409 --> 02:05:34.813
Stack มีเท่าไรยกลงมา

1884
02:05:35.410 --> 02:05:38.814
โอเค เสร็จแล้ว หมดแล้วนะ ผลลัพธ์

1885
02:05:39.411 --> 02:05:42.813
สุดท้ายที่ได้ 6, 5, 2

1886
02:05:43.412 --> 02:05:46.813
เอาคูณออกมาก่อน แล้วตามด้วยลบนะคะ

1887
02:05:47.415 --> 02:05:50.813
เห็นนะโอเค

1888
02:05:51.417 --> 02:05:54.813

1889
02:05:55.418 --> 02:05:58.813
ทุกคนดู

1890
02:05:59.420 --> 02:06:02.813
นะคะ

1891
02:06:03.423 --> 02:06:06.813

1892
02:06:07.425 --> 02:06:10.813

1893
02:06:11.427 --> 02:06:14.813

1894
02:06:15.429 --> 02:06:18.813
เราสังเกตนะ

1895
02:06:19.431 --> 02:06:22.813
ทำไมตัวนี้

1896
02:06:23.432 --> 02:06:26.812
เอาหารออกมา ตัวนี้ไม่ได้เอาอะไรออกมานะคะ ตัวนี้

1897
02:06:27.433 --> 02:06:30.813
วิธีการสังเกต โอเค

1898
02:06:31.434 --> 02:06:34.821
ลบเทียบกับหาร ลบ

1899
02:06:35.436 --> 02:06:38.812
มันมีค่าน้อยกว่าหารเห็นไหมคะ

1900
02:06:39.437 --> 02:06:42.812
ลบมีค่าน้อยกว่าหาร

1901
02:06:43.439 --> 02:06:46.812
เลยต้องเอาหาร

1902
02:06:47.440 --> 02:06:50.812
ออกมา

1903
02:06:51.442 --> 02:06:54.812
แต่ถ้า Input

1904
02:06:55.445 --> 02:06:58.820
ที่ใส่เข้าไปนี่ มีค่ามากกว่า เรา็

1905
02:06:59.446 --> 02:07:02.815
ใส่ลงไปใน Stack ได้เลย

1906
02:07:03.447 --> 02:07:06.813
ถ้าตัวซ้ายมันมากกว่าตัวบนตรงนี้

1907
02:07:07.451 --> 02:07:10.812
เราก็ใส่ลงไปใน Stack ได้เลยนะคะ

1908
02:07:11.452 --> 02:07:14.812

1909
02:07:15.454 --> 02:07:18.812
โอเค

1910
02:07:19.456 --> 02:07:22.811
ต้องกลับไปทบทวนอีกรอบหนึ่งนะ นะคะ

1911
02:07:23.457 --> 02:07:26.811
เดี๋ยวสัปดาห์หน้าครูจะทวน

1912
02:07:27.458 --> 02:07:30.812
ให้อีกรอบหนึ่ง

1913
02:07:31.462 --> 02:07:34.818

1914
02:07:35.464 --> 02:07:38.811
โอเค

1915
02:07:39.465 --> 02:07:42.812
เดี๋ยวทั้งหมดนี้ครูจะอัปที่ Classroom ให้นะคะ

1916
02:07:43.466 --> 02:07:46.811
เดี๋ยวครูจะไปสแกนให้ แล้วก็อัปโหลด

1917
02:07:47.467 --> 02:07:50.811
ให้ โอเค

1918
02:07:51.468 --> 02:07:54.811

1919
02:07:55.470 --> 02:07:58.811

1920
02:07:59.473 --> 02:08:02.812

1921
02:08:03.477 --> 02:08:06.813

1922
02:08:07.480 --> 02:08:10.811

1923
02:08:11.481 --> 02:08:14.811

1924
02:08:15.482 --> 02:08:18.811
เดี๋ยวครูเช็กชื่อหน่อยนะคะ

1925
02:08:19.483 --> 02:08:22.811

1926
02:08:23.484 --> 02:08:26.810

1927
02:08:27.486 --> 02:08:30.813

1928
02:08:31.488 --> 02:08:34.811

1929
02:08:35.490 --> 02:08:38.811

1930
02:08:39.492 --> 02:08:42.810

1931
02:08:43.494 --> 02:08:46.810

1932
02:08:47.496 --> 02:08:50.810
ครูเช็กชื่อหน่อย

1933
02:08:51.497 --> 02:08:54.810
ศิริลักษณ์

1934
02:08:55.502 --> 02:08:58.810
02

1935
02:08:59.504 --> 02:09:02.812
มาไหม 02

1936
02:09:03.506 --> 02:09:06.810
คนนี้หรือ

1937
02:09:07.510 --> 02:09:10.810
03

1938
02:09:11.512 --> 02:09:14.822
อดิศร เป็น COVID

1939
02:09:15.514 --> 02:09:18.811
4 นพกิต

1940
02:09:19.515 --> 02:09:22.809
คนนี้ 5.

1941
02:09:23.516 --> 02:09:26.809
พงพร ไหน

1942
02:09:27.518 --> 02:09:30.825
อ๋อ จันทกานต์

1943
02:09:31.519 --> 02:09:34.816
ไหนคะ

1944
02:09:35.520 --> 02:09:38.815
กัญญานัฐ

1945
02:09:39.526 --> 02:09:42.809
ธัญญาลักษณ์

1946
02:09:43.529 --> 02:09:46.809
อ๋อ โอเค วริษา

1947
02:09:47.530 --> 02:09:50.810
คนนี้

1948
02:09:51.534 --> 02:09:54.814
ภัทรดา 11 ไม่มา

1949
02:09:55.536 --> 02:09:58.809
เทพอักษร

1950
02:09:59.537 --> 02:10:02.809
ธนภัทร 15 โอเค

1951
02:10:03.540 --> 02:10:06.809
ภากร

1952
02:10:07.542 --> 02:10:10.809
16 โอเค ค่ะ เจอกันสัปดาห์หน้า

1953
02:10:11.543 --> 02:10:14.809

1954
02:10:15.545 --> 02:10:18.809

1955
02:10:19.547 --> 02:10:22.809

1956
02:10:23.549 --> 02:10:26.809

1957
02:10:27.550 --> 02:10:30.809

1958
02:10:31.552 --> 02:10:34.810

1959
02:10:35.554 --> 02:10:38.808

1960
02:10:39.555 --> 02:10:42.808
[สิ้นสุดการถอดความ]

1961
02:10:43.556 --> 02:10:46.809

1962
02:10:47.557 --> 02:10:50.808

1963
02:10:51.558 --> 02:10:54.808

1964
02:10:55.559 --> 02:10:58.808

1965
02:10:59.560 --> 02:11:02.808
-

1966
02:11:03.562 --> 02:11:06.808

1967
02:11:07.564 --> 02:11:10.808

1968
02:11:11.569 --> 02:11:14.808

1969
02:11:15.571 --> 02:11:18.808

1970
02:11:19.573 --> 02:11:22.807

1971
02:11:23.577 --> 02:11:26.808
(อาจารย์สุธาสินี) ทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะ

1972
02:11:27.578 --> 02:11:30.817
ได้ยินครูนะ คราวที่แล้ว

1973
02:11:31.579 --> 02:11:34.807

1974
02:11:35.581 --> 02:11:38.807
เหมือนล่ามไม่ได้ยินเลย อ๋อ ค่ะ

1975
02:11:39.583 --> 02:11:42.810
คราวที่แล้วเราพูดถึงเรื่อง list นะ lis

1976
02:11:43.584 --> 02:11:46.807
แล้วเราก็ทำข้อสอบไปแล้วนะคะ

1977
02:11:47.586 --> 02:11:50.807
นะคะ เราพูดถึงในเรื่องของ

1978
02:11:51.587 --> 02:11:54.807

1979
02:11:55.589 --> 02:11:58.807

1980
02:11:59.591 --> 02:12:02.807
ได้ไหมคะ

1981
02:12:03.593 --> 02:12:06.807
เรื่องลิสต์

1982
02:12:07.594 --> 02:12:10.807
ได้ยินไหมคะ

1983
02:12:11.595 --> 02:12:14.813
ยังไม่ได้ยิน

1984
02:12:15.596 --> 02:12:18.808

1985
02:12:19.598 --> 02:12:22.807

1986
02:12:23.599 --> 02:12:26.806

1987
02:12:27.603 --> 02:12:30.807

1988
02:12:31.605 --> 02:12:34.807

1989
02:12:35.607 --> 02:12:38.807

1990
02:12:39.608 --> 02:12:42.806

1991
02:12:43.611 --> 02:12:46.809
คราวที่แล้วนะคะ เราพูดถึงเรื่อง List ทุกคน

1992
02:12:47.611 --> 02:12:50.812
จำได้นะคะ อันนี้คือลิสต์นะ ที่ครูยกตัวอย่างมาให้

1993
02:12:51.614 --> 02:12:54.806

1994
02:12:55.616 --> 02:12:58.806
มีขนาดเท่าไหร่ ขนาด คือ

1995
02:12:59.617 --> 02:13:02.809
มีจำนวนเท่าไร มี 5 คนอื่นมีเท่าไรคะ

1996
02:13:03.618 --> 02:13:06.806
5 โอเค 5 นะคะ

1997
02:13:07.619 --> 02:13:10.806
ลิสต์ตัวนี้มีขนาดเท่ากับเท่าไหร่

1998
02:13:11.620 --> 02:13:14.815
จะมีอยู่ 5 ตัวถูกไหมคะ มีข้อมูลอยู่ 5 ตัว

1999
02:13:15.621 --> 02:13:18.806
มี 1 มี 2 มี 3 มี 4

2000
02:13:19.622 --> 02:13:22.806
แล้วก็มี 5 มีทั้งหมด 5 ตัวนะคะ คราวนี้

2001
02:13:23.623 --> 02:13:26.809
ลิสต์ที่เราเห็นในหน้าจอตรงนี้

2002
02:13:27.625 --> 02:13:30.806
ก้ามปูเปิด-ก้ามปูปิดไหมคะ

2003
02:13:31.626 --> 02:13:34.806
เป็นสัญลักษณ์ที่บอกว่าการเก็บข้อมูลลักษณะ

2004
02:13:35.629 --> 02:13:38.806
แบบนี้มีชื่อเรียกว่า "ลิสต์" นะคะ

2005
02:13:39.631 --> 02:13:42.810
เรารู้ได้อย่างไรว่ามันคือลิสต์ เห็น

2006
02:13:43.631 --> 02:13:46.808
ในลิสต์ index

2007
02:13:47.633 --> 02:13:50.805
ก็คือหมายเลขถูกไหมคะ ก็คือหมายเลขของข้อมูล

2008
02:13:51.634 --> 02:13:54.805
เราเริ่มต้นที่หมายเลขอะไรเอ่ย

2009
02:13:55.638 --> 02:13:58.807
จะเก็บค่าของข้อมูล

2010
02:13:59.639 --> 02:14:02.805
ในลิสต์นี่ ถ้าเราลองวาด

2011
02:14:03.641 --> 02:14:06.805
การจัดเก็บนะ ก็จะเป็น 1

2012
02:14:07.642 --> 02:14:10.805

2013
02:14:11.644 --> 02:14:14.805
พอเราวาดเป็นช่องใช่ไหมคะ

2014
02:14:15.645 --> 02:14:18.805
หมายเลขช่องหรือว่า

2015
02:14:19.646 --> 02:14:22.805
Index ตัวแรกเราจะเริ่มต้นที่ตรงไหน

2016
02:14:23.646 --> 02:14:26.804
ตรงนี้ index เราจะเริ่มที่เราไรเอ่ย

2017
02:14:27.647 --> 02:14:30.804
แล้วก็จะเก็บข้อมูลลงไปในช่องแบบนี้

2018
02:14:31.648 --> 02:14:34.804
1 2 3 แล้วก็ 4

2019
02:14:35.652 --> 02:14:38.804
แล้วก็ 4 ก็คือหมายเลขช่อง ถ้าเราวาดรูปให้

2020
02:14:39.654 --> 02:14:42.805
เป็นรูปสี่เหลี่ยมในการจัดเก็บข้อมูล แล้วเวลาครูเข้าถึง

2021
02:14:43.655 --> 02:14:46.804
0 นะ ใช่ไหมคะ

2022
02:14:47.656 --> 02:14:50.803
ครูตั้งชื่อลิสต์ตัวนี้มีชื่อว่า x

2023
02:14:51.657 --> 02:14:54.803
x index 3

2024
02:14:55.658 --> 02:14:58.803
ตอบเท่ากับเท่าไรเอ่ย index

2025
02:14:59.659 --> 02:15:02.803
ข้อมูลที่อยู่ในลิสต์ ตอนนี้

2026
02:15:03.660 --> 02:15:06.803
ตรงนี้ต้องตอบว่า 4 นะคะ ทุกคนจำได้นะ

2027
02:15:07.661 --> 02:15:10.804
แล้วถ้า x

2028
02:15:11.662 --> 02:15:14.803
เราต้องการหลาย ๆ ค่า 2 จนถึง 4

2029
02:15:15.664 --> 02:15:18.803
เป็น 3 ตัวนี้ตอบ 4 ใช่

2030
02:15:19.665 --> 02:15:22.803
3 กับ...

2031
02:15:23.667 --> 02:15:26.803
3 กับอะไรเอ่ย 4 ใช่ไหม

2032
02:15:27.669 --> 02:15:30.803
ใช่ไหม คือ 3 กับ 4 นะ มันเริ่มต้นที่ 2 ใช่ไหมคะ ก็คือ

2033
02:15:31.669 --> 02:15:34.803
จะตอบเท่าหับเท่าไหร่คะ

2034
02:15:35.670 --> 02:15:38.803
ถึง 4 แล้วก็ลดลงมา 1 ช่อง ก็จะได้ข้อมูลตัวนี้

2035
02:15:39.756 --> 02:15:42.803
ก็คือ 3 กับ 4

2036
02:15:43.759 --> 02:15:46.802
คราวนี้ แล้วเราเอาลิสต์

2037
02:15:47.760 --> 02:15:50.802
เริ่มต้นที่ 2 ก็คือเริ่มต้ด้วยตัว

2038
02:15:51.761 --> 02:15:54.802
รูปแบบลิสต์ แล้วเราเอามาใช้ทำอะไรนะคะ

2039
02:15:55.762 --> 02:15:58.803
วันนี้เราจะพูดถึงโครงสร้างอีกแบบหนึ่ง

2040
02:15:59.763 --> 02:16:02.802
ที่มีชื่อว่า stack นะ

2041
02:16:03.764 --> 02:16:06.802
มาทำอะไรนะคะ เราเก็บข้อมูล

2042
02:16:07.765 --> 02:16:10.803
จะใช้วิธีการเก็บข้อมูลแบบลิสต์

2043
02:16:11.766 --> 02:16:14.802
นะคะ แล้วลักษณะแบบไหน

2044
02:16:15.767 --> 02:16:18.802
ที่เราจะเรียกว่า "stack" นะคะ ดูด้วยกัน

2045
02:16:19.769 --> 02:16:22.802
สแตกนะคะ สแตกตัวนี้

2046
02:16:23.770 --> 02:16:26.804
ก็คือการที่เราใส่ข้อมูลเข้าไปแล้วก็ดึงออกมา

2047
02:16:27.778 --> 02:16:30.802
นะคะ แล้วข้อมูล

2048
02:16:31.782 --> 02:16:34.801
ที่ถูกใส่เข้าไปใน Stack จะถูก

2049
02:16:35.784 --> 02:16:38.801
เขาบอกว่า Stack

2050
02:16:39.785 --> 02:16:42.801
วิธีการเก็บข้อมูลแบบ stack หรือที่เรียกว่า

2051
02:16:43.786 --> 02:16:46.801
เข้าทีหลังออกก่อน

2052
02:16:47.787 --> 02:16:50.801
เข้าก่อนออกทีหลัง ความหมายเหมือนกัน

2053
02:16:51.789 --> 02:16:54.801
เอาออกมาใช้ทีหลัง อันนี้ คือ

2054
02:16:55.791 --> 02:16:58.801
ยกตัวอย่างเช่น ทุกคนเคย

2055
02:16:59.793 --> 02:17:02.800
ไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวไหมคะ ทุกคนเคยไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวนะ

2056
02:17:03.795 --> 02:17:06.801
แล้วเห็นถ้วยก๋วยเตี๋ยวก่อนที่เขาจะ

2057
02:17:07.796 --> 02:17:10.801

2058
02:17:11.798 --> 02:17:14.800
ชามก๋วยเตี๋ยวมันเรียงขึ้นไปแบบนี้

2059
02:17:15.799 --> 02:17:18.801
ใช่ไหมคะ เวลาแม่ค้าเขาจะเอาจามก๋วยเตี๋ยวมาใส่ให้เรา

2060
02:17:19.800 --> 02:17:22.800
เขาจะเอาชามก๋วยเตี๋ยวมาใส่ให้เรา เขาเอาชามที่อยู่

2061
02:17:23.802 --> 02:17:26.800
เอามาใส่เส้น ใส่เครื่องปรุง ใส่หมูให้เรา

2062
02:17:27.805 --> 02:17:30.801
เอาชามข้างบนหรือข้างล่างคะ ข้างบน

2063
02:17:31.806 --> 02:17:34.800
เขาเอาข้างบนมาทำให้เรา

2064
02:17:35.808 --> 02:17:38.800
แล้วเวลาเขาล้างจานเสร็จแล้วนี่ เอาจาน

2065
02:17:39.809 --> 02:17:42.800
ข้างบน หรือชามที่อยู่ข้างล่าง

2066
02:17:43.810 --> 02:17:46.805
ใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้น จานที่

2067
02:17:47.811 --> 02:17:50.799
อยู่บนสุดจะถูกเอาออกมาใช้ก่อน

2068
02:17:51.812 --> 02:17:54.800
และจากที่อยู่บนสุดนะคะ จะถูก

2069
02:17:55.813 --> 02:17:58.803
มาซ้อนข้างล่างหรือซ้อนข้างบน ซ้อนข้างบน

2070
02:17:59.814 --> 02:18:02.800
ของ Stack เช่นนะคะ เช่น ๆ

2071
02:18:03.815 --> 02:18:06.799
เช่น สมมติ ครูมีกระดาษ 1 แผ่นนะ

2072
02:18:07.818 --> 02:18:10.800
ครูมีกระดาษอยู่ 1 แผ่น ทุกคนดูนะคะ

2073
02:18:11.819 --> 02:18:14.806
เอาเข้ามาเก็บทีหลัง อันนี้คือรูปแบบ

2074
02:18:15.820 --> 02:18:18.803
เห็นไหมคะ ครูซ่อนกระดาษแผ่นที่ 2 อยู่ข้างบน

2075
02:18:19.821 --> 02:18:22.799
ครูใส่ ครูใส่กระดาษ

2076
02:18:23.823 --> 02:18:26.799
แผ่นที่ 3 เข้าไปนะคะ แล้วครูก็ใส่

2077
02:18:27.824 --> 02:18:30.799
ครูจะใส่กระดาษแผ่นที่ 2

2078
02:18:31.825 --> 02:18:34.821
ครูจะเอาออกมาใช้ครูจะเอาตัวล่างสุดหรือตัวบนสุดออกมาใช้

2079
02:18:35.827 --> 02:18:38.799
ตัวบนสุดถูกไหมคะ

2080
02:18:39.828 --> 02:18:42.799
ครูไม่พยายามจะดึงตัวล่างสุดออกมานะคะ ครูจะหยิบตัวบน

2081
02:18:43.830 --> 02:18:46.798
กระดาษแผ่นที่ 4 เข้าไปในมือครู เวลา

2082
02:18:47.831 --> 02:18:50.798
คือ กระดาษแผ่นที่เราใส่ไปล่าสุดนะคะ

2083
02:18:51.832 --> 02:18:54.804
เ

2084
02:18:55.834 --> 02:18:58.798
เราสามารถสรุปได้แบบนี้นะ ข้อมูลที่อยู่ใน Stack

2085
02:18:59.835 --> 02:19:02.798
สุดอกไปใช้ ซึ่งตัวบนสุดนี่

2086
02:19:03.835 --> 02:19:06.798
ข้อมูลที่หย่อนลงไปใน Stack ตัวแรกจะอยู่ด้านล่างสุดเลย

2087
02:19:07.837 --> 02:19:10.798
นะคะ ตัวถัดไปก็จะซ้อนขึ้นมา

2088
02:19:11.838 --> 02:19:14.798
เรื่อย ๆ ข้อมูลที่

2089
02:19:15.839 --> 02:19:18.798
ตัวแรกจะอยู่ด้านล่างสุด ข

2090
02:19:19.840 --> 02:19:22.797
นะคะ จะอยู่บนสุด แล้วเวลา

2091
02:19:23.841 --> 02:19:26.797
เราเอาข้อมูลใน Stack ออกมาใช้งาน

2092
02:19:27.845 --> 02:19:31.845
ข

