﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:03.882

2
00:00:04.003 --> 00:00:07.880

3
00:00:08.007 --> 00:00:11.883

4
00:00:12.009 --> 00:00:15.880

5
00:00:16.011 --> 00:00:19.884

6
00:00:20.012 --> 00:00:23.880

7
00:00:24.013 --> 00:00:27.880
(อาจารย์สุธาสินี) ทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะ

8
00:00:28.015 --> 00:00:31.880
ได้ยินครูนะ คราวที่แล้ว

9
00:00:32.016 --> 00:00:35.880
นะคะ เราพูดถึงในเรื่องของ

10
00:00:36.021 --> 00:00:39.882
เหมือนล่ามไม่ได้ยินเลย อ๋อ ค่ะ

11
00:00:40.022 --> 00:00:43.880
คราวที่แล้วเราพูดถึงเรื่อง list นะ lis

12
00:00:44.023 --> 00:00:47.881
แล้วเราก็ทำข้อสอบไปแล้วนะคะ

13
00:00:48.028 --> 00:00:51.882
เรื่องลิสต์

14
00:00:52.030 --> 00:00:55.880

15
00:00:56.032 --> 00:00:59.886

16
00:01:00.034 --> 00:01:03.880
ได้ไหมคะ

17
00:01:04.036 --> 00:01:07.880

18
00:01:08.038 --> 00:01:11.881
ได้ยินไหมคะ

19
00:01:12.039 --> 00:01:15.881
ยังไม่ได้ยิน

20
00:01:16.042 --> 00:01:19.883

21
00:01:20.045 --> 00:01:23.881

22
00:01:24.047 --> 00:01:27.880

23
00:01:28.049 --> 00:01:31.881

24
00:01:32.050 --> 00:01:35.885

25
00:01:36.051 --> 00:01:39.881

26
00:01:40.052 --> 00:01:43.881

27
00:01:44.054 --> 00:01:47.881
คราวที่แล้วนะคะ เราพูดถึงเรื่อง List ทุกคน

28
00:01:48.056 --> 00:01:51.881
จำได้นะคะ อันนี้คือลิสต์นะ ที่ครูยกตัวอย่างมาให้

29
00:01:52.058 --> 00:01:55.881
ลิสต์ตัวนี้มีขนาดเท่ากับเท่าไหร่

30
00:01:56.060 --> 00:01:59.881
มีขนาดเท่าไหร่ ขนาด คือ

31
00:02:00.061 --> 00:02:03.888
มีจำนวนเท่าไร มี 5 คนอื่นมีเท่าไรคะ

32
00:02:04.062 --> 00:02:07.884
5 โอเค 5 นะคะ

33
00:02:08.063 --> 00:02:11.881
ลิสต์ที่เราเห็นในหน้าจอตรงนี้

34
00:02:12.065 --> 00:02:15.882
จะมีอยู่ 5 ตัวถูกไหมคะ มีข้อมูลอยู่ 5 ตัว

35
00:02:16.066 --> 00:02:19.881
มี 1 มี 2 มี 3 มี 4

36
00:02:20.068 --> 00:02:23.881
แล้วก็มี 5 มีทั้งหมด 5 ตัวนะคะ คราวนี้

37
00:02:24.070 --> 00:02:27.881
เรารู้ได้อย่างไรว่ามันคือลิสต์ เห็น

38
00:02:28.072 --> 00:02:31.883
ก้ามปูเปิด-ก้ามปูปิดไหมคะ

39
00:02:32.073 --> 00:02:35.888
เป็นสัญลักษณ์ที่บอกว่าการเก็บข้อมูลลักษณะ

40
00:02:36.075 --> 00:02:39.882
แบบนี้มีชื่อเรียกว่า "ลิสต์" นะคะ

41
00:02:40.076 --> 00:02:43.882
จะเก็บค่าของข้อมูล

42
00:02:44.077 --> 00:02:47.883
ในลิสต์ index

43
00:02:48.078 --> 00:02:51.882
ก็คือหมายเลขถูกไหมคะ ก็คือหมายเลขของข้อมูล

44
00:02:52.079 --> 00:02:55.882
เราเริ่มต้นที่หมายเลขอะไรเอ่ย

45
00:02:56.083 --> 00:02:59.882
พอเราวาดเป็นช่องใช่ไหมคะ

46
00:03:00.085 --> 00:03:03.882
ในลิสต์นี่ ถ้าเราลองวาด

47
00:03:04.086 --> 00:03:07.883
การจัดเก็บนะ ก็จะเป็น 1

48
00:03:08.087 --> 00:03:11.883

49
00:03:12.090 --> 00:03:15.883
แล้วก็จะเก็บข้อมูลลงไปในช่องแบบนี้

50
00:03:16.091 --> 00:03:19.882
หมายเลขช่องหรือว่า

51
00:03:20.094 --> 00:03:23.882
Index ตัวแรกเราจะเริ่มต้นที่ตรงไหน

52
00:03:24.097 --> 00:03:27.882
ตรงนี้ index เราจะเริ่มที่เราไรเอ่ย

53
00:03:28.099 --> 00:03:31.882
0 นะ ใช่ไหมคะ

54
00:03:32.101 --> 00:03:35.882
1 2 3 แล้วก็ 4

55
00:03:36.102 --> 00:03:39.882
แล้วก็ 4 ก็คือหมายเลขช่อง ถ้าเราวาดรูปให้

56
00:03:40.107 --> 00:03:43.882
เป็นรูปสี่เหลี่ยมในการจัดเก็บข้อมูล แล้วเวลาครูเข้าถึง

57
00:03:44.108 --> 00:03:47.882
ข้อมูลที่อยู่ในลิสต์ ตอนนี้

58
00:03:48.109 --> 00:03:51.882
ครูตั้งชื่อลิสต์ตัวนี้มีชื่อว่า x

59
00:03:52.110 --> 00:03:55.883
x index 3

60
00:03:56.111 --> 00:03:59.882
ตอบเท่ากับเท่าไรเอ่ย index

61
00:04:00.112 --> 00:04:03.882
เป็น 3 ตัวนี้ตอบ 4 ใช่

62
00:04:04.113 --> 00:04:07.883
ตรงนี้ต้องตอบว่า 4 นะคะ ทุกคนจำได้นะ

63
00:04:08.114 --> 00:04:11.885
แล้วถ้า x

64
00:04:12.117 --> 00:04:15.883
เราต้องการหลาย ๆ ค่า 2 จนถึง 4

65
00:04:16.118 --> 00:04:19.882
จะตอบเท่าหับเท่าไหร่คะ

66
00:04:20.120 --> 00:04:23.883
3 กับ...

67
00:04:24.121 --> 00:04:27.883
3 กับอะไรเอ่ย 4 ใช่ไหม

68
00:04:28.122 --> 00:04:31.883
ใช่ไหม คือ 3 กับ 4 นะ มันเริ่มต้นที่ 2 ใช่ไหมคะ ก็คือ

69
00:04:32.123 --> 00:04:35.883
เริ่มต้นที่ 2 ก็คือเริ่มต้ด้วยตัว

70
00:04:36.124 --> 00:04:39.886
ถึง 4 แล้วก็ลดลงมา 1 ช่อง ก็จะได้ข้อมูลตัวนี้

71
00:04:40.125 --> 00:04:43.884
ก็คือ 3 กับ 4

72
00:04:44.127 --> 00:04:47.884
คราวนี้ แล้วเราเอาลิสต์

73
00:04:48.129 --> 00:04:51.883
มาทำอะไรนะคะ เราเก็บข้อมูล

74
00:04:52.132 --> 00:04:55.884
รูปแบบลิสต์ แล้วเราเอามาใช้ทำอะไรนะคะ

75
00:04:56.134 --> 00:04:59.884
วันนี้เราจะพูดถึงโครงสร้างอีกแบบหนึ่ง

76
00:05:00.135 --> 00:05:03.883
ที่มีชื่อว่า stack นะ

77
00:05:04.136 --> 00:05:07.884
สแตกนะคะ สแตกตัวนี้

78
00:05:08.138 --> 00:05:11.884
จะใช้วิธีการเก็บข้อมูลแบบลิสต์

79
00:05:12.139 --> 00:05:15.884
นะคะ แล้วลักษณะแบบไหน

80
00:05:16.140 --> 00:05:19.884
ที่เราจะเรียกว่า "stack" นะคะ ดูด้วยกัน

81
00:05:20.142 --> 00:05:23.884
เขาบอกว่า Stack

82
00:05:24.144 --> 00:05:27.884
ก็คือการที่เราใส่ข้อมูลเข้าไปแล้วก็ดึงออกมา

83
00:05:28.145 --> 00:05:31.884
นะคะ แล้วข้อมูล

84
00:05:32.146 --> 00:05:35.884
ที่ถูกใส่เข้าไปใน Stack จะถูก

85
00:05:36.147 --> 00:05:39.884
เอาออกมาใช้ทีหลัง อันนี้ คือ

86
00:05:40.148 --> 00:05:43.884
วิธีการเก็บข้อมูลแบบ stack หรือที่เรียกว่า

87
00:05:44.149 --> 00:05:47.884
เข้าทีหลังออกก่อน

88
00:05:48.151 --> 00:05:51.884
เข้าก่อนออกทีหลัง ความหมายเหมือนกัน

89
00:05:52.152 --> 00:05:55.884

90
00:05:56.153 --> 00:05:59.884
ยกตัวอย่างเช่น ทุกคนเคย

91
00:06:00.154 --> 00:06:03.885
ไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวไหมคะ ทุกคนเคยไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวนะ

92
00:06:04.155 --> 00:06:07.885
แล้วเห็นถ้วยก๋วยเตี๋ยวก่อนที่เขาจะ

93
00:06:08.156 --> 00:06:11.885
เอามาใส่เส้น ใส่เครื่องปรุง ใส่หมูให้เรา

94
00:06:12.157 --> 00:06:15.892
ชามก๋วยเตี๋ยวมันเรียงขึ้นไปแบบนี้

95
00:06:16.158 --> 00:06:19.885
ใช่ไหมคะ เวลาแม่ค้าเขาจะเอาจามก๋วยเตี๋ยวมาใส่ให้เรา

96
00:06:20.159 --> 00:06:23.884
เขาจะเอาชามก๋วยเตี๋ยวมาใส่ให้เรา เขาเอาชามที่อยู่

97
00:06:24.161 --> 00:06:27.885
ข้างบน หรือชามที่อยู่ข้างล่าง

98
00:06:28.163 --> 00:06:31.884
เอาชามข้างบนหรือข้างล่างคะ ข้างบน

99
00:06:32.167 --> 00:06:35.884
เขาเอาข้างบนมาทำให้เรา

100
00:06:36.169 --> 00:06:39.884
แล้วเวลาเขาล้างจานเสร็จแล้วนี่ เอาจาน

101
00:06:40.170 --> 00:06:43.884
มาซ้อนข้างล่างหรือซ้อนข้างบน ซ้อนข้างบน

102
00:06:44.171 --> 00:06:47.884
ใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้น จานที่

103
00:06:48.173 --> 00:06:51.884
อยู่บนสุดจะถูกเอาออกมาใช้ก่อน

104
00:06:52.173 --> 00:06:55.884
และจากที่อยู่บนสุดนะคะ จะถูก

105
00:06:56.175 --> 00:06:59.885
เอาเข้ามาเก็บทีหลัง อันนี้คือรูปแบบ

106
00:07:00.184 --> 00:07:03.884
ของ Stack เช่นนะคะ เช่น ๆ

107
00:07:04.185 --> 00:07:07.885
เช่น สมมติ ครูมีกระดาษ 1 แผ่นนะ

108
00:07:08.186 --> 00:07:11.885
ครูมีกระดาษอยู่ 1 แผ่น ทุกคนดูนะคะ

109
00:07:12.188 --> 00:07:15.885
ครูจะใส่กระดาษแผ่นที่ 2

110
00:07:16.189 --> 00:07:19.884
เห็นไหมคะ ครูซ่อนกระดาษแผ่นที่ 2 อยู่ข้างบน

111
00:07:20.190 --> 00:07:23.885
ครูใส่ ครูใส่กระดาษ

112
00:07:24.191 --> 00:07:27.885
แผ่นที่ 3 เข้าไปนะคะ แล้วครูก็ใส่

113
00:07:28.194 --> 00:07:31.884
กระดาษแผ่นที่ 4 เข้าไปในมือครู เวลา

114
00:07:32.195 --> 00:07:35.885
ครูจะเอาออกมาใช้ครูจะเอาตัวล่างสุดหรือตัวบนสุดออกมาใช้

115
00:07:36.197 --> 00:07:39.884
ตัวบนสุดถูกไหมคะ

116
00:07:40.201 --> 00:07:43.885
ครูไม่พยายามจะดึงตัวล่างสุดออกมานะคะ ครูจะหยิบตัวบน

117
00:07:44.202 --> 00:07:47.885
สุดอกไปใช้ ซึ่งตัวบนสุดนี่

118
00:07:48.203 --> 00:07:51.885
คือ กระดาษแผ่นที่เราใส่ไปล่าสุดนะคะ

119
00:07:52.205 --> 00:07:55.885
เ

120
00:07:56.206 --> 00:07:59.885
เราสามารถสรุปได้แบบนี้นะ ข้อมูลที่อยู่ใน Stack

121
00:08:00.208 --> 00:08:03.885
ตัวแรกจะอยู่ด้านล่างสุด ข

122
00:08:04.210 --> 00:08:07.885
ข้อมูลที่หย่อนลงไปใน Stack ตัวแรกจะอยู่ด้านล่างสุดเลย

123
00:08:08.214 --> 00:08:11.885
นะคะ ตัวถัดไปก็จะซ้อนขึ้นมา

124
00:08:12.215 --> 00:08:15.885
เรื่อย ๆ ข้อมูลที่

125
00:08:16.217 --> 00:08:19.885
เข้าไปใน Stack เป็นตัวสุดท้าย

126
00:08:20.218 --> 00:08:23.885
นะคะ จะอยู่บนสุด แล้วเวลา

127
00:08:24.219 --> 00:08:27.885
เราเอาข้อมูลใน Stack ออกมาใช้งาน

128
00:08:28.220 --> 00:08:31.886
ข้อมูลที่เข้าไปเป็นตัวล่าสุด

129
00:08:32.221 --> 00:08:35.885
หรือตัวลำดับสุดท้าย  จะถูก

130
00:08:36.222 --> 00:08:39.885
ดึงออกมาใช้งานก่อน ตัวไหน

131
00:08:40.224 --> 00:08:43.885
ที่เข้าไปตัวแรกจะถูกเอามาใช้งาน

132
00:08:44.225 --> 00:08:47.886
เป็นตัวสุดท้ายนะคะ เพราะมันอยู่ล่างสุด

133
00:08:48.227 --> 00:08:51.885
มันก็ใช้ยาก เราต้องใช้ตัวบน ค่อย ๆ ดึงตัวบน

134
00:08:52.229 --> 00:08:55.885
ออกไปก่อน

135
00:08:56.232 --> 00:08:59.885
คราวนี้เวลาเราเอาข้อมูลใส่ใน Stack

136
00:09:00.233 --> 00:09:03.885
เราพูดถึง Stack ก็เหมือนภาชนะนะ Stack

137
00:09:04.237 --> 00:09:07.886
เป็นช่องแบบนี้ เป็นช่องสี่เหลี่ย

138
00:09:08.238 --> 00:09:11.886
ในแนวตั้ง ถ้าเราพูดถึง Stack นะ

139
00:09:12.239 --> 00:09:15.885
ดูรูปนี้ก่อน อย่างนี้ มันจะอยู่ในแนวนอนหรือแนวตั้งก็ได้

140
00:09:16.241 --> 00:09:19.886
มันจะอยู่ในแนวนอนหรือแนวตั้งก็ได้

141
00:09:20.240 --> 00:09:23.885
ถ้าพูดถึง Stack ก้คือเป็นชั้น ๆ

142
00:09:24.241 --> 00:09:27.886
เลื่อนขึ้นไปเรื่อย ๆ นะคะ ใน Stack

143
00:09:28.242 --> 00:09:31.885
เราทำอะไรได้บ้าง เราใส่ข้อมูลลงไป

144
00:09:32.244 --> 00:09:35.886
เราดึงข้อมูลออกมา คราวนี้

145
00:09:36.245 --> 00:09:39.887
stackถ้ามันไม่มีข้อมูลอะไรเลย

146
00:09:40.247 --> 00:09:43.885
เราเรียกว่า "Stack ว่าง" คือ มันมีค่าว่าง ๆ

147
00:09:44.248 --> 00:09:47.886
ไม่มีตัวอักษรอะไรเลยนะ อันนี้

148
00:09:48.249 --> 00:09:51.886
คือ Stack ว่าง

149
00:09:52.251 --> 00:09:55.885
ถ้าเราจะใส่ข้อมูลลงไปใน Stack

150
00:09:56.252 --> 00:09:59.886
เราจะมีคำสั่งที่ชื่อว่า Push

151
00:10:00.253 --> 00:10:03.896
คือคำสั่งตัวนี้นะคะ

152
00:10:04.254 --> 00:10:07.886
คำสั่ง Push ก็คือใส่

153
00:10:08.256 --> 00:10:11.891
ข้อมูลลงไปใน Stack ถ้าต้องการเอา

154
00:10:12.259 --> 00:10:15.886
ข้อมูลออกจาก Stack เราใช้คำสั่ง Pop นะคะ

155
00:10:16.260 --> 00:10:19.893
มีอยู่ 2 ตัวที่ทุกคนต้องรู้จัก

156
00:10:20.261 --> 00:10:23.885
เมื่อพูดถึง Stack คือ Push กับ Pop

157
00:10:24.262 --> 00:10:27.886
Push คือใส่ ก็คือเอ

158
00:10:28.263 --> 00:10:31.887
ส่วน Pop ก็คือเอาออกนะคะ Pop คือ เอาออก

159
00:10:32.264 --> 00:10:35.886

160
00:10:36.265 --> 00:10:39.904
คราวนี้มาดูตัวอย่างนะคะ มีแต่ Push กับ Pop

161
00:10:40.267 --> 00:10:43.888
2 ตัว เราเริ่มต้น Stack ไม่มีอะไรเลย

162
00:10:44.269 --> 00:10:47.886
เป็นค่าว่าง ๆ ถูกไหมคะ เป็น Stack ว่าง

163
00:10:48.270 --> 00:10:51.886
ครูบอกว่าครู Push

164
00:10:52.271 --> 00:10:55.892
คำสั่ง Push Push ค่าอะไร ค่า a เมื่อไรก็ตาม

165
00:10:56.272 --> 00:10:59.887
ที่ใช้คำสั่ง Push ต้องบอกด

166
00:11:00.274 --> 00:11:03.892
จะใส่ค่าอะไรด้วยนะคะ

167
00:11:04.281 --> 00:11:07.886
เรา Push ค่า a ลงไป

168
00:11:08.282 --> 00:11:11.886
เห็นไหม มันก็อยู่ด้านล่างสุดนะคะ ถัดมา

169
00:11:12.285 --> 00:11:15.889
ถ้าครูใส่คำสั่ง

170
00:11:16.287 --> 00:11:19.886
ตัวบนก่อน Push b ก็ใส่ b ลงมาเห็นไหมคะ

171
00:11:20.288 --> 00:11:23.887
ถัดจาก a ก็คือ b Push c

172
00:11:24.289 --> 00:11:27.887
ก็อยู่ถัดขึ้นไป และ Push(D) อยู่

173
00:11:28.290 --> 00:11:31.886
บนสุดนะคะ เรียงตรามลำดับของการ

174
00:11:32.291 --> 00:11:35.889
ใส่ข้อมูลเข้าไป

175
00:11:36.292 --> 00:11:39.887
คราวนี้อยากจะเอาออกบ้าง

176
00:11:40.293 --> 00:11:43.904
เอาข้อมูลออกจาก Stack ไปใช้งาน จะใช้คำสั่ง Pop

177
00:11:44.294 --> 00:11:47.886
Pop นะ Pop

178
00:11:48.295 --> 00:11:51.886
แล้วตามด้วยวงเล็บเปิดและวงเล็บปิด ไม่ต้องใส่ค่าอะไร

179
00:11:52.297 --> 00:11:55.887
เพราะเราจะไปดึงค่าที่อยู่ใน Stack ออกมา

180
00:11:56.299 --> 00:11:59.887

181
00:12:00.300 --> 00:12:03.887
เราสั่งคำสั่ง Pop เราเอาข้อมูล

182
00:12:04.302 --> 00:12:07.890
บนสุดนะคะ Pop ให้เอาข้อมูลบนสุด

183
00:12:08.304 --> 00:12:11.887
ที่อยู่ใน Stack ดึงออกมา

184
00:12:12.305 --> 00:12:15.887
เพราะฉะนั้น เดิมเป็นแบบนี้ ถูกไหม

185
00:12:16.306 --> 00:12:19.887
ครูใช้คำสั่ง Pop อะไรออกมาเอ่ย

186
00:12:20.310 --> 00:12:23.887
ตัว D Dog จะออกมา เพราะ D Dog

187
00:12:24.311 --> 00:12:27.888
อยู่บนสุดนะคะ

188
00:12:28.313 --> 00:12:31.886
ถัดมา

189
00:12:32.315 --> 00:12:35.887
ครู Push คือใส่เข้าไป

190
00:12:36.316 --> 00:12:39.887
ไม่มี D Dog แล้วนะ ครู Push e เห็นไหมคะ เวลา Push

191
00:12:40.317 --> 00:12:43.887
ต้องบอกด้วยว่าเราใส่ค่าอะไร

192
00:12:44.319 --> 00:12:47.887
แล้วก็ใส่ตัว e วงเล็บปิด ครู Push ค่า e ลงไป

193
00:12:48.321 --> 00:12:51.887
E จะอยู่ด้านบน C เสร็จแล้ว Push

194
00:12:52.322 --> 00:12:55.887
อีกครั้งหนึ่ง f ก็จะอยู่บนสุดนะคะ

195
00:12:56.326 --> 00:12:59.887
ถัดมาครู Pop

196
00:13:00.328 --> 00:13:03.887
Pop คือ เอาออก เอาอะไรออก ข้างบนสุดคืออะไรคะ

197
00:13:04.329 --> 00:13:07.889
เอา F ออก เพราะฉะนั้นข้อมูล

198
00:13:08.329 --> 00:13:11.890
จะเหลืออยู่ 4 ตัว ก็คือ a, b, c แล้วก็ e

199
00:13:12.331 --> 00:13:15.887

200
00:13:16.332 --> 00:13:19.887
โอเค ถัดมา

201
00:13:20.333 --> 00:13:23.887
เราแทน Stack ด้วยอะไร

202
00:13:24.334 --> 00:13:27.892
นะคะ อย่างที่ครูบอกว่าลิสต์

203
00:13:28.335 --> 00:13:31.887
จะถูกเอามาใช้แทนนะคะ การเก็บข้อมูล

204
00:13:32.337 --> 00:13:35.887
ใน Stack เราพูดถึง Stack แล้วมันจัดเก็บแบบไหน ลิสต์

205
00:13:36.338 --> 00:13:39.887
นั่นล่ะในการเก็บข้อมูล

206
00:13:40.339 --> 00:13:43.887
ลิสต์นะคะ เราสามารถวาดเป็นแนวตั้งหรือแนวนอน

207
00:13:44.340 --> 00:13:47.888
ก็ได้นะ สามารถวาดเป็นแนวนอน

208
00:13:48.343 --> 00:13:51.887
หรือแนวนอนก็ได้ ข้อมูลที่ใส่เข้ามาตัวแรกนะคะ

209
00:13:52.345 --> 00:13:55.887
จะอยู่ที่ index 0 ก็คือข้อมูลตัวแรก

210
00:13:56.346 --> 00:13:59.891
ไล่ไปเรื่อย ๆ จนถึงข้อมูลตัวสุดท้าย

211
00:14:00.347 --> 00:14:03.887

212
00:14:04.348 --> 00:14:07.888
Stack ที่ครูให้มานี่ ที่เก็บอยู่

213
00:14:08.349 --> 00:14:11.888
ในรูปแบบที่เป็นลิสต์นี่

214
00:14:12.350 --> 00:14:15.888
มันมีที่ว่างให้ใส่ได้อีกไหม Stack รูปนี้

215
00:14:16.352 --> 00:14:19.887
มีอยู่ 4 ช่องด้วยกัน ทุกช่องมีค่าไหมคะ

216
00:14:20.353 --> 00:14:23.887
ทุกช่องมีค่านะ

217
00:14:24.355 --> 00:14:27.889
มันเต็มหรือยังคะ

218
00:14:28.356 --> 00:14:31.888
มันมีที่ว่างให้ใส่อีกไหมคะ ไม่มีแล้ว

219
00:14:32.357 --> 00:14:35.896
อย่างนี้เรียกว่า Stack เต็มแล้ว

220
00:14:36.368 --> 00:14:39.889
นะคะ คือ ไม่มีช่องว่างให้เราใส่ข้อมูลตัวใหม่ได้แล้ว

221
00:14:40.369 --> 00:14:43.888
นะคะ แบบนี้เรียกว่า Stack มันเต็มแล้ง

222
00:14:44.371 --> 00:14:47.888

223
00:14:48.373 --> 00:14:51.888

224
00:14:52.375 --> 00:14:55.889
คราวนี้ เรามี 2 คำสั่ง

225
00:14:56.376 --> 00:14:59.888
ที่พูดถึงนะ Push กับ Pop

226
00:15:00.377 --> 00:15:03.888
Push ก็คือใส่ข้อมูลลงไปใน Stack

227
00:15:04.386 --> 00:15:07.888
เช่น ครูมี Stack

228
00:15:08.389 --> 00:15:11.887
อย่างนี้ใช่ไหม มันมีที่ว่างให้ครูใส่ข้อมูลได้ไหมคะ มันมี

229
00:15:12.392 --> 00:15:15.888
ที่ว่างให้ครูใส่ข้อมูลได้ ครู

230
00:15:16.393 --> 00:15:19.888
ก็เลยสั่งคำสั่ง Push 3 ก็คือเอาข้อมูล 3 นี่

231
00:15:20.394 --> 00:15:23.888
ไปหย่อนลงใน Stack มันจะเอามาใส่ช่องนี้

232
00:15:24.395 --> 00:15:27.888
ช่องที่ 1 หรือช่องที่ 2 ค่ะ ช่องที่ 1

233
00:15:28.396 --> 00:15:31.888
ถูกไหม ก็ไล่ลำดับลงมาเรื่อย ๆ

234
00:15:32.397 --> 00:15:35.912
มันอยู่ช่องนี้แล้ว ข้อมูลล่าสุดอยู่ช่องนี้

235
00:15:36.401 --> 00:15:39.891
มันก็ไหลลงไปจนถึงตัวสุดท้าย

236
00:15:40.402 --> 00:15:43.887
ที่มันสามารถจะใส่ได้ ก็คือในช่องตรงนี้ ก็คือจะเอา 3

237
00:15:44.404 --> 00:15:47.890
มาใส่

238
00:15:48.407 --> 00:15:51.888
แล้วเราใส่ด้วยคำสั่งอะไร

239
00:15:52.409 --> 00:15:55.888
เราใช้ List นะคะ

240
00:15:56.410 --> 00:15:59.888
ในการจัดเก็บข้อมูล เราใช้ลิสต์ในการจัดเก็บข้อมูล

241
00:16:00.411 --> 00:16:03.887
เพราะฉะนั้นคำสั่งของการ

242
00:16:04.412 --> 00:16:07.887
เพิ่มข้อมูลลงไปใน Stack ก็คือใช้คำสั่ง

243
00:16:08.413 --> 00:16:11.888
Append ได้เลย เพราะ Append

244
00:16:12.414 --> 00:16:15.887
เป็นคำสั่งของการเพิ่มข้อมูลลงไป

245
00:16:16.416 --> 00:16:19.888
ในลิสต์นะคะ ใส่ชื่อ .

246
00:16:20.417 --> 00:16:23.888
แล้วตามด้วยคำสั่ง Append(d)

247
00:16:24.418 --> 00:16:27.890
ใส่ค่าข้อมูลตัวใหม่แล้วก็วงเล็บปิด

248
00:16:28.419 --> 00:16:31.888
ถัดมา

249
00:16:32.421 --> 00:16:35.888
Pop

250
00:16:36.423 --> 00:16:39.888
คือ เอาออกนะคะ คือ Pop คือ เอาออก

251
00:16:40.424 --> 00:16:43.888
ก่อนที่เราจะเอาข้อมูลออก

252
00:16:44.425 --> 00:16:47.887
เราต้องเช็กก่อนว่า Stack เรา

253
00:16:48.426 --> 00:16:51.888
มีข้อมูลอยู่ไหม ถ้า Stack

254
00:16:52.430 --> 00:16:55.887
มันไม่มีข้อมูลอยู่เลยเราจะเอาอะไรออกมาได้ไหม ไม่ได้

255
00:16:56.432 --> 00:16:59.888
เพราะมันไม่มีข้อมูลอะไรให้เราดึงออกมา

256
00:17:00.435 --> 00:17:03.888
เพราะฉะนั้น อันดับแรกนี่ เราต้องเช็กก่อน

257
00:17:04.436 --> 00:17:07.888
มันมีข้อมูลอยู่ไหมนะคะ มันมีข้อมูลอยู่้ไหม

258
00:17:08.437 --> 00:17:11.888
ถ้ามันไม่มีข้อมูลอยู่เลย เราจะบอกว่า

259
00:17:12.441 --> 00:17:15.888
มันคือ Stack ว่าง เราไม่สามารถทำคำสั่ง Pop

260
00:17:16.442 --> 00:17:19.892
ได้นะคะ แต่ถ้า

261
00:17:20.444 --> 00:17:23.888
Stack ไม่ว่าง เช่น

262
00:17:24.445 --> 00:17:27.908
Stack ไม่ว่างนะ มันมีข้อมูลอยู่ตั้ง 3 ตัว

263
00:17:28.446 --> 00:17:31.888
เราใช้คำสั่ง Pop

264
00:17:32.448 --> 00:17:35.896
ข้อมูลอะไรจะถูกดึงออกมา มีอยู่ 3 ค่านี่

265
00:17:36.450 --> 00:17:39.888
ข้อมูลที่จะเอาออกมาจาก Stack

266
00:17:40.452 --> 00:17:43.888
ก็คือข้อมูลค่าอะไรเอ่ย

267
00:17:44.453 --> 00:17:47.888
อะไรคะ 1 หรือ 2

268
00:17:48.454 --> 00:17:51.888
หรือ 3 3 ใช่ไหม

269
00:17:52.456 --> 00:17:55.888
เอาตัวที่อยู่บนสุด

270
00:17:56.457 --> 00:17:59.888
ตัวล่าสุดถูกไหมคะ ถ้าอยู่ในแนวนอนตัวล่าสุดจะอยู่

271
00:18:00.459 --> 00:18:03.893
ด้านขวา

272
00:18:04.460 --> 00:18:07.888
ถ้าเป็นแนวตั้งตัวล่าสุดจะอยู่ข้างบนใช่ไหมคะ

273
00:18:08.460 --> 00:18:11.891
เลข 3 จะถูก

274
00:18:12.462 --> 00:18:15.888
ดึงออกมานะคะ หลังจากที่เราใช้คำสั่ง Pop

275
00:18:16.463 --> 00:18:19.889

276
00:18:20.465 --> 00:18:23.888
โอเค

277
00:18:24.466 --> 00:18:27.888
ถัดมาตัวนี้จะเป็นคำสั่ง

278
00:18:28.467 --> 00:18:31.889
ที่เราใช้เขียน เช่น

279
00:18:32.468 --> 00:18:35.889
เราจะเช็กว่า Stack นั้นเป็น Stack ว่าง

280
00:18:36.469 --> 00:18:39.888
หรือเปล่า เราก็ดูขนาดของ Stack ใช่ไหมคะ

281
00:18:40.470 --> 00:18:43.888
หาขนาดของ Stack ว่ามันมีขนาด

282
00:18:44.473 --> 00:18:47.894
เท่าไหร่ ถ้าขนาดมันมีค่าเป็น 0

283
00:18:48.475 --> 00:18:51.888
แสดงว่ามันเป็น Stack ว่าง ไม่มีข้อมูลอยู่เลย

284
00:18:52.478 --> 00:18:55.888
ก็ไม่ต้องทำอะไรใช่ไหมคะ แต่ถ้า

285
00:18:56.480 --> 00:18:59.888
มันไม่ใช่ Stack ว่างเราก็

286
00:19:00.482 --> 00:19:03.888
จะดึงค่าที่อยู่บนสุดออกมา

287
00:19:04.484 --> 00:19:07.889
คราวนี้

288
00:19:08.486 --> 00:19:11.888
อันนี้จะเป็นโค้ด เป็นโปรแกรมที่เราจะเขียนทั้งหมด

289
00:19:12.487 --> 00:19:15.889
เดี๋ยวครูบอกอีกทีข้างหลัง

290
00:19:16.489 --> 00:19:19.889
สมมติว่า

291
00:19:20.490 --> 00:19:23.888

292
00:19:24.492 --> 00:19:27.888

293
00:19:28.493 --> 00:19:31.888

294
00:19:32.496 --> 00:19:35.888
ครูอยาก...

295
00:19:36.497 --> 00:19:39.890

296
00:19:40.500 --> 00:19:43.903

297
00:19:44.502 --> 00:19:47.888

298
00:19:48.504 --> 00:19:51.888

299
00:19:52.506 --> 00:19:55.888

300
00:19:56.508 --> 00:19:59.889

301
00:20:00.514 --> 00:20:03.888

302
00:20:04.515 --> 00:20:07.888

303
00:20:08.517 --> 00:20:11.888

304
00:20:12.519 --> 00:20:15.888

305
00:20:16.521 --> 00:20:19.889

306
00:20:20.524 --> 00:20:23.888

307
00:20:24.528 --> 00:20:27.889

308
00:20:28.561 --> 00:20:31.888

309
00:20:32.563 --> 00:20:35.889
คราวนี้ดูนะคะ

310
00:20:36.564 --> 00:20:39.888
ครูมี Stack มาให้ Stack ครูมีกี่ช่องคะ

311
00:20:40.566 --> 00:20:43.888
มี 4 ช่องในแนวตั้งถูกหรือเปล่า

312
00:20:44.567 --> 00:20:47.888
เป็น Stack ในแนวตั้ง มี 4 ช่องนะคะ

313
00:20:48.568 --> 00:20:51.908
ตัวแรก ตัวแรกน่ะจะอยู่

314
00:20:52.569 --> 00:20:55.890
ด้านฐาน จะอยู่ด้านล่างสุดนะ เวลาเราหย่อนข้อมูลลงไป ตัวแรก

315
00:20:56.574 --> 00:20:59.889
จะลงมาอยู่ช่องล่างสุดแล้วค่อยขยับไปช่องถัดไป ๆ

316
00:21:00.576 --> 00:21:03.889
นะคะ จะซ้อนขึ้นไปข้างบนนะ ถ้าเป็น Stack ในแนวตั้ง

317
00:21:04.579 --> 00:21:07.889
คำสั่ง

318
00:21:08.580 --> 00:21:11.888
อย่างที่บอกเรามีแค่ 2 คำสั่งนะ มีแค่ Push กับ Pop

319
00:21:12.582 --> 00:21:15.889
ใช่ไหมคะ Push

320
00:21:16.583 --> 00:21:19.896
ใส่ข้อมูล

321
00:21:20.585 --> 00:21:23.889
กับ Pop

322
00:21:24.587 --> 00:21:27.889
เอาข้อมูลออก คือ ใส่กับเอาออก

323
00:21:28.588 --> 00:21:31.888
นะคะ คราวนี้ดู

324
00:21:32.590 --> 00:21:35.889
Push 5 เห็นไหมคะ ครูใส่หมายเลขช่องก่อนนะ

325
00:21:36.591 --> 00:21:39.889
อันนี้เป็นหมานยเลข 1, 0, 1, 2, 3

326
00:21:40.592 --> 00:21:43.888
เราจะได้เข้าใจตรงกัน โอเค

327
00:21:44.594 --> 00:21:47.889
นะคะ มีหลายเลขช่องแล้วนะ มี 0 1 2 3

328
00:21:48.595 --> 00:21:51.889
ครูสั่ง Push 5 5 จะ

329
00:21:52.596 --> 00:21:55.889
ไปอยู่ที่ช่องไหน ช่องไหนเอ่ย

330
00:21:56.598 --> 00:21:59.894
ช่องหมายเลขอะไร ครูหย่อน 5

331
00:22:00.599 --> 00:22:03.898
ลงไปมันก็จะไหลลงมาอยู่ที่ช่องไหนคะ

332
00:22:04.600 --> 00:22:07.889
ช่อง 0 เห็นไหม พอครูหย่อน 5 ลงมา

333
00:22:08.601 --> 00:22:11.889
ไหลลงมาเรื่อย ๆ จนมาอยู่ที่

334
00:22:12.607 --> 00:22:15.889
ช่อง 0 เสร็จแล้วครูสั่งคำสั่ง Push

335
00:22:16.608 --> 00:22:19.890
10 เดิมมันมี 5 อยู่แล้วนะ

336
00:22:20.609 --> 00:22:23.891
แล้วครูสั่ง Push 10 เพราะฉะนั้น 10 จะมาอยู่ที่ไหนคะ

337
00:22:24.610 --> 00:22:27.889
10 จะมาอยู่ที่

338
00:22:28.611 --> 00:22:31.889
1 ถูกไหมคะ ก็หย่อน 10 ลงมานะ

339
00:22:32.612 --> 00:22:35.889
ถัดมาเดิม

340
00:22:36.616 --> 00:22:39.889
เดิม มี 5 กับ 10 แล้ว ครูเขียนเรียบร้อยก่อน

341
00:22:40.617 --> 00:22:43.889
นะคะ ใส่ที่ช่อง 0 กับช่อง 1 ครู

342
00:22:44.618 --> 00:22:47.888
สั่ง Push 15 ไปอยู่ที่ช่องไหนคะ 2 ใช่ไหม

343
00:22:48.619 --> 00:22:51.890
เห็นไหม พอ Push ข้อมูลลงไป

344
00:22:52.619 --> 00:22:55.890
คราวนี้ จากรูปนี้ ครูสั่ง Pop

345
00:22:56.620 --> 00:22:59.889
เอาอะไรออกมา

346
00:23:00.622 --> 00:23:03.891
จากรูปนี้พอครูสั่ง Pop ปุ๊บ เอาอะไรออกมาคะ

347
00:23:04.623 --> 00:23:07.889
เอาอะไรออกมาเอ่ย

348
00:23:08.623 --> 00:23:11.889
15 ใช่ไหม เอาตัวบนสุด

349
00:23:12.624 --> 00:23:15.889
เลือก

350
00:23:16.625 --> 00:23:19.891
เราเลือก

351
00:23:20.627 --> 00:23:23.891
ตัวบนสุดออกมาใช่ไหมคะ

352
00:23:24.628 --> 00:23:27.892
เพราะฉะนั้น 15 จะถูกดึง

353
00:23:28.632 --> 00:23:31.890
ออกมาข้างนอกเห็นไหมคะ

354
00:23:32.633 --> 00:23:35.889
เพราะฉะนั้น ใน Stack จะเหลือแค่ 10 กับ 5

355
00:23:36.635 --> 00:23:39.891
ครูสั่ง Pop อีกทีหนึ่ง

356
00:23:40.637 --> 00:23:43.890
เอาอะไรออกมาคะ เดิม

357
00:23:44.638 --> 00:23:47.889
มี 5 กับ 10

358
00:23:48.639 --> 00:23:51.890
คราวนี้เอาอะไรออกมา ครูสั่ง Pop ปุ๊บ อะไรออกมาคะ

359
00:23:52.641 --> 00:23:55.890
10 ออกมาเห็นไหม 10 ไม่เหลือแล้ว

360
00:23:56.642 --> 00:23:59.890
เพราะฉะนั้น ตอนนี้ ใน Stack เราเหลือกี่ค่าคะ

361
00:24:00.643 --> 00:24:03.890
ค่าเดียว คือเลข 5

362
00:24:04.644 --> 00:24:07.889
จดตัวนี้ไว้ในกระดาษให้ครูหน่อย

363
00:24:08.646 --> 00:24:11.890

364
00:24:12.647 --> 00:24:15.891
เดี๋ยวครูจะให้ทำแบบฝึกหัด

365
00:24:16.649 --> 00:24:19.891
นะคะ

366
00:24:20.650 --> 00:24:23.889

367
00:24:24.652 --> 00:24:27.890

368
00:24:28.655 --> 00:24:31.891

369
00:24:32.657 --> 00:24:35.890

370
00:24:36.659 --> 00:24:39.890

371
00:24:40.661 --> 00:24:43.890

372
00:24:44.663 --> 00:24:47.890

373
00:24:48.665 --> 00:24:51.901

374
00:24:52.666 --> 00:24:55.890

375
00:24:56.667 --> 00:24:59.891

376
00:25:00.668 --> 00:25:03.892

377
00:25:04.671 --> 00:25:07.890

378
00:25:08.673 --> 00:25:11.892

379
00:25:12.675 --> 00:25:15.890

380
00:25:16.677 --> 00:25:19.891

381
00:25:20.679 --> 00:25:23.890
มีกระดาษไหมคะ มีใครไม่มีกระดาษไหมคะ

382
00:25:24.681 --> 00:25:27.891
ครูมีกระดาษมาแจก มีไหมคะ

383
00:25:28.683 --> 00:25:31.892
มันจะมีเส้น

384
00:25:32.684 --> 00:25:35.890

385
00:25:36.686 --> 00:25:39.891

386
00:25:40.688 --> 00:25:43.891

387
00:25:44.690 --> 00:25:47.890

388
00:25:48.692 --> 00:25:51.890

389
00:25:52.694 --> 00:25:55.892

390
00:25:56.696 --> 00:25:59.891

391
00:26:00.698 --> 00:26:03.892

392
00:26:04.700 --> 00:26:07.891

393
00:26:08.701 --> 00:26:11.891

394
00:26:12.703 --> 00:26:15.892

395
00:26:16.705 --> 00:26:19.892

396
00:26:20.707 --> 00:26:23.890

397
00:26:24.708 --> 00:26:27.891

398
00:26:28.711 --> 00:26:31.892

399
00:26:32.712 --> 00:26:35.891

400
00:26:36.714 --> 00:26:39.891

401
00:26:40.716 --> 00:26:43.892

402
00:26:44.718 --> 00:26:47.890

403
00:26:48.720 --> 00:26:51.891

404
00:26:52.722 --> 00:26:55.891

405
00:26:56.723 --> 00:26:59.891

406
00:27:00.726 --> 00:27:03.891

407
00:27:04.728 --> 00:27:07.891

408
00:27:08.730 --> 00:27:11.894

409
00:27:12.731 --> 00:27:15.891

410
00:27:16.734 --> 00:27:19.891

411
00:27:20.738 --> 00:27:23.891

412
00:27:24.745 --> 00:27:27.897

413
00:27:28.749 --> 00:27:31.893

414
00:27:32.754 --> 00:27:35.891

415
00:27:36.759 --> 00:27:39.892

416
00:27:40.761 --> 00:27:43.895

417
00:27:44.763 --> 00:27:47.891

418
00:27:48.765 --> 00:27:51.894

419
00:27:52.767 --> 00:27:55.891

420
00:27:56.769 --> 00:27:59.891

421
00:28:00.771 --> 00:28:03.894

422
00:28:04.773 --> 00:28:07.893

423
00:28:08.775 --> 00:28:11.891

424
00:28:12.777 --> 00:28:15.892

425
00:28:16.779 --> 00:28:19.892

426
00:28:20.781 --> 00:28:23.892

427
00:28:24.783 --> 00:28:27.892

428
00:28:28.784 --> 00:28:31.892

429
00:28:32.787 --> 00:28:35.892

430
00:28:36.791 --> 00:28:39.892

431
00:28:40.793 --> 00:28:43.892

432
00:28:44.795 --> 00:28:47.891

433
00:28:48.797 --> 00:28:51.892

434
00:28:52.799 --> 00:28:55.891

435
00:28:56.801 --> 00:28:59.892

436
00:29:00.803 --> 00:29:03.892

437
00:29:04.805 --> 00:29:07.892

438
00:29:08.807 --> 00:29:11.892

439
00:29:12.809 --> 00:29:15.892

440
00:29:16.811 --> 00:29:19.892

441
00:29:20.814 --> 00:29:23.892

442
00:29:24.816 --> 00:29:27.891

443
00:29:28.817 --> 00:29:31.892

444
00:29:32.819 --> 00:29:35.892

445
00:29:36.822 --> 00:29:39.898

446
00:29:40.826 --> 00:29:43.892

447
00:29:44.828 --> 00:29:47.892

448
00:29:48.831 --> 00:29:51.892

449
00:29:52.833 --> 00:29:55.892

450
00:29:56.835 --> 00:29:59.892

451
00:30:00.837 --> 00:30:03.894

452
00:30:04.838 --> 00:30:07.894

453
00:30:08.843 --> 00:30:11.893

454
00:30:12.848 --> 00:30:15.892

455
00:30:16.850 --> 00:30:19.892

456
00:30:20.852 --> 00:30:23.893

457
00:30:24.854 --> 00:30:27.892

458
00:30:28.855 --> 00:30:31.892

459
00:30:32.858 --> 00:30:35.893

460
00:30:36.862 --> 00:30:39.910
คราวนี้นะคะ ครูมีโจทย์มาให้ แล้วก็มี

461
00:30:40.863 --> 00:30:43.893
คำสั่งมาให้

462
00:30:44.866 --> 00:30:47.892
ทำเหมือนเดิมเลยใช่ไหมคะ แต่ครูมีตัว

463
00:30:48.867 --> 00:30:51.892
เริ่มต้นให้ ครูมีให้อยู่แล้วอยู่ใน Stack

464
00:30:52.867 --> 00:30:55.895
ใช่ไหมคะ อันแรก เราหย่อน

465
00:30:56.869 --> 00:30:59.892
เลข 2 ลงไป อันที่ 2 เขียนของเดิมก่อน

466
00:31:00.871 --> 00:31:03.892
ใช่ไหมคะ แล้วค่อยหย่อนเลข 7 ลงไป

467
00:31:04.872 --> 00:31:07.893
ถัดมาหย่อนเลข 1 Pop

468
00:31:08.877 --> 00:31:11.893
คือ เอาออกนะ คือ เอาออก แล้วบอกครูด้วยว่า

469
00:31:12.878 --> 00:31:15.892
ข้อมูล

470
00:31:16.880 --> 00:31:19.893
ที่เอาออกมา

471
00:31:20.881 --> 00:31:23.893
คืออะไร เสร็จแล้ว

472
00:31:24.882 --> 00:31:27.893
ก็มีคำสั่งตัวสุดท้าย ก็คือ Push ตัวเลข 7 ลงไป

473
00:31:28.883 --> 00:31:31.893

474
00:31:32.885 --> 00:31:35.896
ลองทำดูนะคะ

475
00:31:36.886 --> 00:31:39.892

476
00:31:40.887 --> 00:31:43.892
เพราะฉะนั้น แต่ละข้อ

477
00:31:44.889 --> 00:31:47.892
มันจะต่อเนื่องกันไปนะคะ

478
00:31:48.890 --> 00:31:51.894
ทำตัวแรก ข้อที่ 1 เสร็จ เอาข้อมูลนี่

479
00:31:52.890 --> 00:31:55.893
มาตั้งต้นไว้ก่อนแล้วเราค่อย Push

480
00:31:56.891 --> 00:31:59.893
เลข 7 ลงไป เดี๋ยวเราทำด้วยกัน 1 ข้อนะ

481
00:32:00.892 --> 00:32:03.893
อันนี้คือ Push เลข 2 หย่อนเลข 2

482
00:32:04.893 --> 00:32:07.893
ลงไป

483
00:32:08.895 --> 00:32:11.893

484
00:32:12.897 --> 00:32:16.897
ข้อที่ 2 ครูจะใส่เลข 7 เพราะฉะนั้น ครู

485
00:32:16.898 --> 00:32:20.895
ต้องใส่ข้อมูลเดิมก่อน

486
00:32:20.903 --> 00:32:24.894
และก็หย่อนเลข 7 ลงไป ทำต่อให้ครูหน่อย

487
00:32:24.903 --> 00:32:28.893
อีก 3 อัน

488
00:32:28.909 --> 00:32:32.893

489
00:32:32.910 --> 00:32:36.893

490
00:32:36.911 --> 00:32:40.895

491
00:32:40.912 --> 00:32:44.893

492
00:32:44.913 --> 00:32:48.893

493
00:32:48.918 --> 00:32:52.895

494
00:32:52.919 --> 00:32:56.893

495
00:32:56.921 --> 00:33:00.893

496
00:33:00.923 --> 00:33:04.893

497
00:33:04.924 --> 00:33:08.893

498
00:33:08.925 --> 00:33:12.893

499
00:33:12.926 --> 00:33:16.893

500
00:33:16.927 --> 00:33:20.893

501
00:33:20.928 --> 00:33:24.894

502
00:33:24.929 --> 00:33:28.893

503
00:33:28.930 --> 00:33:32.893

504
00:33:32.931 --> 00:33:36.894

505
00:33:36.932 --> 00:33:40.912

506
00:33:40.933 --> 00:33:44.893

507
00:33:44.934 --> 00:33:48.894

508
00:33:48.935 --> 00:33:52.894

509
00:33:52.937 --> 00:33:56.893

510
00:33:56.938 --> 00:34:00.896

511
00:34:00.939 --> 00:34:04.893

512
00:34:04.944 --> 00:34:08.893

513
00:34:08.946 --> 00:34:12.894

514
00:34:12.947 --> 00:34:16.894

515
00:34:16.949 --> 00:34:20.893

516
00:34:20.950 --> 00:34:24.894

517
00:34:24.950 --> 00:34:28.893

518
00:34:28.954 --> 00:34:32.893

519
00:34:32.955 --> 00:34:36.894

520
00:34:36.957 --> 00:34:40.893

521
00:34:40.958 --> 00:34:44.894

522
00:34:44.959 --> 00:34:48.893

523
00:34:48.960 --> 00:34:52.894

524
00:34:52.961 --> 00:34:56.898

525
00:34:56.962 --> 00:35:00.894

526
00:35:00.963 --> 00:35:04.893

527
00:35:04.964 --> 00:35:08.893

528
00:35:08.965 --> 00:35:12.894

529
00:35:12.966 --> 00:35:16.894

530
00:35:16.969 --> 00:35:20.894

531
00:35:20.971 --> 00:35:24.894

532
00:35:24.972 --> 00:35:28.893

533
00:35:28.974 --> 00:35:32.893

534
00:35:32.975 --> 00:35:36.894

535
00:35:36.977 --> 00:35:40.901

536
00:35:40.978 --> 00:35:44.893

537
00:35:44.981 --> 00:35:48.893

538
00:35:48.984 --> 00:35:52.896

539
00:35:52.985 --> 00:35:56.893

540
00:35:56.987 --> 00:36:00.894

541
00:36:00.988 --> 00:36:04.894

542
00:36:04.990 --> 00:36:08.894

543
00:36:08.992 --> 00:36:12.901

544
00:36:12.993 --> 00:36:16.894

545
00:36:16.994 --> 00:36:20.895

546
00:36:20.995 --> 00:36:24.894

547
00:36:24.996 --> 00:36:28.894

548
00:36:28.997 --> 00:36:32.893

549
00:36:32.999 --> 00:36:36.893

550
00:36:37.001 --> 00:36:40.894

551
00:36:41.002 --> 00:36:44.894

552
00:36:45.003 --> 00:36:48.894

553
00:36:49.006 --> 00:36:52.894

554
00:36:53.009 --> 00:36:56.894

555
00:36:57.011 --> 00:37:00.894

556
00:37:01.012 --> 00:37:04.894

557
00:37:05.014 --> 00:37:08.894

558
00:37:09.017 --> 00:37:12.894

559
00:37:13.019 --> 00:37:16.894

560
00:37:17.020 --> 00:37:20.896

561
00:37:21.022 --> 00:37:24.895

562
00:37:25.024 --> 00:37:28.894

563
00:37:29.026 --> 00:37:32.894

564
00:37:33.029 --> 00:37:36.894

565
00:37:37.030 --> 00:37:40.894

566
00:37:41.032 --> 00:37:44.894

567
00:37:45.033 --> 00:37:48.894

568
00:37:49.035 --> 00:37:52.895

569
00:37:53.037 --> 00:37:56.894

570
00:37:57.038 --> 00:38:00.894

571
00:38:01.039 --> 00:38:04.894

572
00:38:05.041 --> 00:38:08.895

573
00:38:09.042 --> 00:38:12.895

574
00:38:13.043 --> 00:38:16.894

575
00:38:17.045 --> 00:38:20.896

576
00:38:21.046 --> 00:38:24.894

577
00:38:25.048 --> 00:38:28.895

578
00:38:29.050 --> 00:38:32.894

579
00:38:33.053 --> 00:38:36.894

580
00:38:37.054 --> 00:38:40.897

581
00:38:41.056 --> 00:38:44.894

582
00:38:45.057 --> 00:38:48.894

583
00:38:49.060 --> 00:38:52.895

584
00:38:53.065 --> 00:38:56.894

585
00:38:57.069 --> 00:39:00.895

586
00:39:01.070 --> 00:39:04.895

587
00:39:05.071 --> 00:39:08.894

588
00:39:09.072 --> 00:39:12.894

589
00:39:13.073 --> 00:39:16.895

590
00:39:17.074 --> 00:39:20.895

591
00:39:21.075 --> 00:39:24.895

592
00:39:25.079 --> 00:39:28.894

593
00:39:29.081 --> 00:39:32.896

594
00:39:33.083 --> 00:39:36.895

595
00:39:37.084 --> 00:39:40.894

596
00:39:41.087 --> 00:39:44.894

597
00:39:45.090 --> 00:39:48.906

598
00:39:49.091 --> 00:39:52.895

599
00:39:53.092 --> 00:39:56.895

600
00:39:57.095 --> 00:40:00.895

601
00:40:01.096 --> 00:40:04.894

602
00:40:05.097 --> 00:40:08.894

603
00:40:09.099 --> 00:40:12.894

604
00:40:13.101 --> 00:40:16.896

605
00:40:17.104 --> 00:40:20.897

606
00:40:21.105 --> 00:40:24.895

607
00:40:25.106 --> 00:40:28.895

608
00:40:29.107 --> 00:40:32.895

609
00:40:33.109 --> 00:40:36.894
ทีนี้เดี๋ยวเรามาดู

610
00:40:37.110 --> 00:40:40.894

611
00:40:41.111 --> 00:40:44.895

612
00:40:45.112 --> 00:40:48.896
ข้อ 3 นะคะ ครูสั่ง Push 1 ก็คือใส่เลข 1 ลง

613
00:40:49.114 --> 00:40:52.896
ใน Stack เดิม

614
00:40:53.118 --> 00:40:56.895
เอาของเดิมยกมาก่อนนะ อย่าเพิ่งใส่นะ ของเดิม

615
00:40:57.119 --> 00:41:00.896
มี 3 ค่านะ เขียนก่อนนะคะ

616
00:41:01.121 --> 00:41:04.895
เขียนค่าเดิมก่อน ใส่ค่าเดิมมาก่อน

617
00:41:05.122 --> 00:41:08.895
นะคะ เสร็จแล้วครูสั่ง Push 1

618
00:41:09.125 --> 00:41:12.895
1 จะอยู่ด้านบนเลข 7

619
00:41:13.126 --> 00:41:16.895
ใช่ไหมคะ

620
00:41:17.129 --> 00:41:20.900
จากนั้นครูสั่ง Pop Pop คือ เอาออก

621
00:41:21.129 --> 00:41:24.896
บนสุดคืออะไร คือ 1 เพราะฉะนั้น

622
00:41:25.130 --> 00:41:28.913
เอาอะไรออก เอา 1 ออก เพราะฉะนั้น ที่เหลือ

623
00:41:29.132 --> 00:41:32.895
็ก็คือ 5, 2, 7 ใช่ไหมคะ 1

624
00:41:33.134 --> 00:41:36.895
จะถูกเอาออกมาใช่ไหม เพราะฉะนั้น ข้อมูล

625
00:41:37.135 --> 00:41:40.895
ที่นำออกจาก Stack ก็คือ 1

626
00:41:41.137 --> 00:41:44.896
นะคะ

627
00:41:45.153 --> 00:41:48.896
ครูสั่ง Push อีกครั้งหนึ่งทำอย่างไร

628
00:41:49.155 --> 00:41:52.895
ก็เอาของเดิมที่มีอยู่ใน Stack เขียนก่อน

629
00:41:53.156 --> 00:41:56.895
เพราะฉะนั้น กรณีที่ Push ข้อม

630
00:41:57.158 --> 00:42:00.896
ลงไปใน Stack ยกของเดิมมาก่อน

631
00:42:01.159 --> 00:42:04.902
เสร็จแล้ว

632
00:42:05.160 --> 00:42:08.901
ใส่ตัวเลขที่ครูสั่งลงไป ก็คือ 7 7

633
00:42:09.162 --> 00:42:12.895
ก็จะอยู่ด้านบนนะคะ อันนี้คือ

634
00:42:13.164 --> 00:42:16.895
Stack ที่ได้หลังจากที่เราใช้

635
00:42:17.165 --> 00:42:20.895
คำสั่งทั้งหมด 5 คำสั่ง

636
00:42:21.167 --> 00:42:24.896

637
00:42:25.168 --> 00:42:28.896
โอเค

638
00:42:29.169 --> 00:42:32.895

639
00:42:33.171 --> 00:42:36.901
ถัดมาครูเปลี่ยนนะ จากแนวตั้ง

640
00:42:37.171 --> 00:42:40.896
เป็นแนวนอนนะคะ ถ้าครูลองเปลี่ยน Stack เป็นแนวนอน

641
00:42:41.172 --> 00:42:44.896
บ้าง

642
00:42:45.173 --> 00:42:48.896

643
00:42:49.175 --> 00:42:52.896

644
00:42:53.177 --> 00:42:56.895

645
00:42:57.178 --> 00:43:00.896

646
00:43:01.179 --> 00:43:04.897

647
00:43:05.181 --> 00:43:08.896

648
00:43:09.182 --> 00:43:12.896

649
00:43:13.183 --> 00:43:16.896

650
00:43:17.184 --> 00:43:20.896
คราวนี้ครูลองเปลี่ยน Stack เป็นอีกรูปแบบหนึ่ง

651
00:43:21.185 --> 00:43:24.896
เป็นแนวนอนบ้างนะคะ

652
00:43:25.186 --> 00:43:28.896
และครูมีตัวเลข

653
00:43:29.188 --> 00:43:32.896
ที่อยู่ใน Stack ไว้ให้ คือ 3

654
00:43:33.189 --> 00:43:36.896
แล้วก็ 1 ถูกไหม ตัวแรกจะอยู่ซ้ายสุดถูกไหมคะ

655
00:43:37.190 --> 00:43:40.896
ถัดมาก็จะเป็นตัวที่ 2

656
00:43:41.191 --> 00:43:44.905
แล้วครูใช้คำสั่ง Push 5 ข้อที่ 2

657
00:43:45.193 --> 00:43:48.896
ครู Push 6 เสร็จแล้ว

658
00:43:49.194 --> 00:43:52.899
ครู Pop นะคะ ลองทำสิ

659
00:43:53.195 --> 00:43:56.896

660
00:43:57.196 --> 00:44:00.896

661
00:44:01.198 --> 00:44:04.897

662
00:44:05.202 --> 00:44:08.897

663
00:44:09.203 --> 00:44:12.897

664
00:44:13.204 --> 00:44:16.896

665
00:44:17.205 --> 00:44:20.896

666
00:44:21.208 --> 00:44:24.896

667
00:44:25.209 --> 00:44:28.899

668
00:44:29.211 --> 00:44:32.896

669
00:44:33.213 --> 00:44:36.896

670
00:44:37.215 --> 00:44:40.897

671
00:44:41.216 --> 00:44:44.897

672
00:44:45.217 --> 00:44:48.897

673
00:44:49.218 --> 00:44:52.897

674
00:44:53.219 --> 00:44:56.897

675
00:44:57.224 --> 00:45:00.897

676
00:45:01.225 --> 00:45:04.899

677
00:45:05.228 --> 00:45:08.900

678
00:45:09.229 --> 00:45:12.897

679
00:45:13.230 --> 00:45:16.897

680
00:45:17.231 --> 00:45:20.897

681
00:45:21.233 --> 00:45:24.897

682
00:45:25.234 --> 00:45:28.897

683
00:45:29.235 --> 00:45:32.897

684
00:45:33.236 --> 00:45:36.897

685
00:45:37.237 --> 00:45:40.899

686
00:45:41.239 --> 00:45:44.897

687
00:45:45.240 --> 00:45:48.897

688
00:45:49.241 --> 00:45:52.897

689
00:45:53.243 --> 00:45:56.897

690
00:45:57.244 --> 00:46:00.897

691
00:46:01.245 --> 00:46:04.899

692
00:46:05.247 --> 00:46:08.897

693
00:46:09.248 --> 00:46:12.897

694
00:46:13.255 --> 00:46:16.898

695
00:46:17.257 --> 00:46:20.897

696
00:46:21.259 --> 00:46:24.897

697
00:46:25.260 --> 00:46:28.898

698
00:46:29.262 --> 00:46:32.898

699
00:46:33.263 --> 00:46:36.897

700
00:46:37.265 --> 00:46:40.898

701
00:46:41.266 --> 00:46:44.897

702
00:46:45.271 --> 00:46:48.897

703
00:46:49.273 --> 00:46:52.898

704
00:46:53.275 --> 00:46:56.897

705
00:46:57.277 --> 00:47:00.898

706
00:47:01.278 --> 00:47:04.898

707
00:47:05.283 --> 00:47:08.898

708
00:47:09.285 --> 00:47:12.898

709
00:47:13.286 --> 00:47:16.898

710
00:47:17.288 --> 00:47:20.898

711
00:47:21.291 --> 00:47:24.898

712
00:47:25.295 --> 00:47:28.899

713
00:47:29.298 --> 00:47:32.898

714
00:47:33.300 --> 00:47:36.898

715
00:47:37.302 --> 00:47:40.902

716
00:47:41.304 --> 00:47:44.898

717
00:47:45.305 --> 00:47:48.898

718
00:47:49.306 --> 00:47:52.898

719
00:47:53.307 --> 00:47:56.898

720
00:47:57.310 --> 00:48:00.899

721
00:48:01.314 --> 00:48:04.898

722
00:48:05.316 --> 00:48:08.898

723
00:48:09.317 --> 00:48:12.898

724
00:48:13.318 --> 00:48:16.899

725
00:48:17.319 --> 00:48:20.898

726
00:48:21.322 --> 00:48:24.899

727
00:48:25.323 --> 00:48:28.899

728
00:48:29.324 --> 00:48:32.898

729
00:48:33.325 --> 00:48:36.899

730
00:48:37.327 --> 00:48:40.899

731
00:48:41.331 --> 00:48:44.900

732
00:48:45.335 --> 00:48:48.899

733
00:48:49.337 --> 00:48:52.898

734
00:48:53.339 --> 00:48:56.899

735
00:48:57.340 --> 00:49:00.898

736
00:49:01.341 --> 00:49:04.898

737
00:49:05.342 --> 00:49:08.901

738
00:49:09.343 --> 00:49:12.898

739
00:49:13.344 --> 00:49:16.898

740
00:49:17.346 --> 00:49:20.899

741
00:49:21.349 --> 00:49:24.899

742
00:49:25.350 --> 00:49:28.899

743
00:49:29.351 --> 00:49:32.899

744
00:49:33.353 --> 00:49:36.900

745
00:49:37.355 --> 00:49:40.899

746
00:49:41.356 --> 00:49:44.899

747
00:49:45.357 --> 00:49:48.899

748
00:49:49.359 --> 00:49:52.899

749
00:49:53.360 --> 00:49:56.899
คราวนี้นะคะ

750
00:49:57.361 --> 00:50:00.899
มาดูเฉลยด้วยกัน

751
00:50:01.363 --> 00:50:04.899
ครูสั่ง Push 5 แสดงว่า

752
00:50:05.364 --> 00:50:08.900
ครูกำลังจะใส่ข้อมูลลงใน Stack

753
00:50:09.365 --> 00:50:12.899
ครูก็เอาเลข 5 มาหย่อนลงเลยนะ

754
00:50:13.367 --> 00:50:16.900
เอาเลข 5 มาหย่อนเลยนะคะ

755
00:50:17.368 --> 00:50:20.901
ถัดมาครูใช้คำสั่ง Push

756
00:50:21.369 --> 00:50:24.899
ครูใช้คำสั่ง Push ทำอย่างไร เอา

757
00:50:25.370 --> 00:50:28.899
ของเดิมยกลงมาก่อน ยกของเดิม

758
00:50:29.371 --> 00:50:32.899
มาใส่ก่อนนะคะ ก็จะมี 3,

759
00:50:33.375 --> 00:50:36.899
1 แล้วก็ 5

760
00:50:37.376 --> 00:50:40.899
จากนั้น เรา Push ค่าใหม่ ใส่ค่าใหม่

761
00:50:41.378 --> 00:50:44.900
ลงไป ก็คือ 6

762
00:50:45.380 --> 00:50:48.900
โอเคนะ ใส่ค่า 6 ก็คือค่าใหม่ลงไปใน Stack

763
00:50:49.381 --> 00:50:52.899
เสร็จแล้วครูใช้คำสั่ง Pop

764
00:50:53.385 --> 00:50:56.899
ก็คือเอาออก ก็คือเอาตัวล่าสุด

765
00:50:57.387 --> 00:51:00.900
ที่อยู่ด้านขวา เอาออก

766
00:51:01.390 --> 00:51:04.904
เพราะฉะนั้น ค่าที่ถูกเอาออก ก็คือเลข 6

767
00:51:05.394 --> 00:51:08.908
เห็นไหมคะ เอาเลข 6 ออกมา

768
00:51:09.395 --> 00:51:12.900
แล้วเราก็ยกตัวที่เหลือ

769
00:51:13.396 --> 00:51:16.917
ลงมาใส่ ก็จะเหลือเป็น

770
00:51:17.397 --> 00:51:20.904
3, 1 แล้วก็ 5 นะคะ

771
00:51:21.400 --> 00:51:24.900

772
00:51:25.401 --> 00:51:28.899

773
00:51:29.402 --> 00:51:32.900

774
00:51:33.403 --> 00:51:36.899

775
00:51:37.405 --> 00:51:40.900

776
00:51:41.408 --> 00:51:44.899

777
00:51:45.411 --> 00:51:48.902

778
00:51:49.413 --> 00:51:52.901

779
00:51:53.414 --> 00:51:56.900

780
00:51:57.416 --> 00:52:00.902

781
00:52:01.417 --> 00:52:04.900

782
00:52:05.420 --> 00:52:08.901

783
00:52:09.422 --> 00:52:12.899

784
00:52:13.423 --> 00:52:16.900

785
00:52:17.425 --> 00:52:20.900

786
00:52:21.427 --> 00:52:24.899

787
00:52:25.428 --> 00:52:28.900

788
00:52:29.430 --> 00:52:32.900

789
00:52:33.433 --> 00:52:36.900
คราวนี้นะคะ มาดูต่อ

790
00:52:37.435 --> 00:52:40.900
กระดาษที่ครูแจกเอาวางไว้ก่อนนะคะ อย่าเพิ่งใช้ เรายังไม่ใช้ตอนนี้

791
00:52:41.437 --> 00:52:44.902

792
00:52:45.439 --> 00:52:48.901

793
00:52:49.441 --> 00:52:52.901
เราใช้ Stack ทำอะไร เมื่อกี้

794
00:52:53.442 --> 00:52:56.900
เราพูดถึง Stack ไปแล้วนะ เข้าก่อนออกทีหลัง

795
00:52:57.444 --> 00:53:00.900
นะคะ ข้อมูลไหนเข้าก่อน

796
00:53:01.446 --> 00:53:04.902
จะถูกเอาออกทีหลัง

797
00:53:05.447 --> 00:53:08.903
แล้วเราใช้ Stack ทำอะไรบ้าง

798
00:53:09.450 --> 00:53:12.901
เราใช้ Stack มาทำอะไรบ้าง

799
00:53:13.453 --> 00:53:16.900
ทุกคนบวกเลขเป็นใช่ไหม ทุกคนบวกลบคูณหาร

800
00:53:17.455 --> 00:53:20.901
สมการทางคณิตศาสตร์ได้ Stack

801
00:53:21.468 --> 00:53:24.900
จะถูกเอามาใช้ในการ

802
00:53:25.469 --> 00:53:28.900
หาผลลัพธ์ของสมการคณิตศาสตร์

803
00:53:29.471 --> 00:53:32.900
บวกเลข บวกลบเลขนะคะ

804
00:53:33.471 --> 00:53:36.899
คราวนี้ ก่อนที่จะไปดูรูปแบบของการ

805
00:53:37.475 --> 00:53:40.900
ใช้ Stack แล้ว Stack มันเกี่ย

806
00:53:41.476 --> 00:53:44.900
กับการบวก ลบ คูณ หาร นะคะ เรามาดูรูปแบบก่อนว่า

807
00:53:45.477 --> 00:53:48.900
เราใช้ Stack เพื่อเป็นนิพนธ์

808
00:53:49.478 --> 00:53:52.900
ก็คือลักษณะของสมการ

809
00:53:53.479 --> 00:53:56.900
มีอยู่ 3 รูปแบบ รูปแบบแรกก็คื

810
00:53:57.480 --> 00:54:00.900
ก็คือ

811
00:54:01.481 --> 00:54:04.901
บวก ลบ คูณ หาร จะอยู่ระหว่างตัวเลข

812
00:54:05.482 --> 00:54:08.903
นะคะ อันนี้คือ Infix นิพจน์ตัวที่ 2

813
00:54:09.485 --> 00:54:12.900
ก็คือ Prefix

814
00:54:13.487 --> 00:54:16.900
เครื่องหมาย บวก ลบ คูณ หาร จะอยู่ด้านหน้า

815
00:54:17.488 --> 00:54:20.904
และตัวสุดท้ายคือ

816
00:54:21.491 --> 00:54:24.901
Postfix เครื่องหมายจะไปอยู่ด้านหลังของตัวเลข

817
00:54:25.493 --> 00:54:28.901
AC อันนนี้คือตัวเลขนะคะ

818
00:54:29.494 --> 00:54:32.902
เราจะแทนด้วยตัวเลขใด ๆ

819
00:54:33.495 --> 00:54:36.904
คราวนี้ดูนะคะ ในการคำนวณ

820
00:54:37.498 --> 00:54:40.902
ทางคณิตศาสตร์นะ

821
00:54:41.499 --> 00:54:44.903
เวลาเราเจอนะคะ การบวก ลบ

822
00:54:45.507 --> 00:54:48.901
ที่มันมีมากกว่า 2 ตัวเลข

823
00:54:49.508 --> 00:54:52.900
เช่นแบบนี้

824
00:54:53.509 --> 00:54:56.900
5 + 2 x 2 มันมีตัวเลขมากกว่า 2 ตัว

825
00:54:57.512 --> 00:55:00.903
นะคะ แล้วเรา

826
00:55:01.513 --> 00:55:04.903
จะบวกลบเลขอย่างไร

827
00:55:05.515 --> 00:55:08.900
เรามีลำดับความสัมพันธ์ของ

828
00:55:09.517 --> 00:55:12.903
เครื่องหมาย เจอวงเล็บ

829
00:55:13.518 --> 00:55:16.901
ก่อนทำในวงเล็บ

830
00:55:17.525 --> 00:55:20.901
ใช่ไหมคะ เราเจอในวงเล็บ เรา

831
00:55:21.527 --> 00:55:24.901
บวกลบเลขนี่ในวงเล็บก่อน

832
00:55:25.529 --> 00:55:28.901
จากนั้น ลำดับความสำคัญตัวที่ 2 ที่ต้อง

833
00:55:29.532 --> 00:55:32.901
ทำก่อนก็คือ เครื่องหมาย

834
00:55:33.533 --> 00:55:36.901
ยกกำลัง เช่น 2 ยกกำลัง 2 ถูกไหมคะ

835
00:55:37.534 --> 00:55:40.910
3 ยกกำลัง 2 อย่างนี้เป็นต้น

836
00:55:41.535 --> 00:55:44.904
เจอเลขยกกำลังเสร็จแล้ว

837
00:55:45.536 --> 00:55:48.914
เราจะคำนวณเครื่องหมายไหนต่อไป ก็ค

838
00:55:49.537 --> 00:55:52.900
กับหาร คูณกับหารมีลำดับความสำคัญ

839
00:55:53.538 --> 00:55:56.902
เท่ากันนะคะ มีลำดับความสำคัญ

840
00:55:57.539 --> 00:56:00.901
เท่ากัน ตามด้วยบวกกับลบ

841
00:56:01.542 --> 00:56:04.902
บวกกับลบก็มีความสำคัญ

842
00:56:05.543 --> 00:56:08.900
เท่ากัน แต่จะทำ

843
00:56:09.545 --> 00:56:12.900
หลังการทำเครื่องหมายคูณกับหาร

844
00:56:13.546 --> 00:56:16.900

845
00:56:17.547 --> 00:56:20.902
คราวนี้มาดูโจทย์ครู 2 ตัวนี้

846
00:56:21.549 --> 00:56:24.901
เป็นตัวเลขตัวเดียวกันเลย 5 + 2

847
00:56:25.550 --> 00:56:28.901
x 2 ตัวแรก

848
00:56:29.551 --> 00:56:32.900
ครูมีวงเล็บเปิดกับวงเล็บปิด โจทย์ตัวที่ 2 ไม่มี

849
00:56:33.552 --> 00:56:36.901
วงเล็บนะคะ ครูไม่มีวงเล็บนะ

850
00:56:37.553 --> 00:56:40.901
คราวนี้มาดูข้อแรกก่อน

851
00:56:41.554 --> 00:56:44.904
อย่างที่บอกว่าถ้าเจอวงเล็บ

852
00:56:45.555 --> 00:56:48.901
วงเล็บเปิด วงเล็บปิด ทำ

853
00:56:49.563 --> 00:56:52.902
ข้างในวงเล็บก่อน

854
00:56:53.565 --> 00:56:56.900
เพราะฉะนั้น เราเอาอะไรบวกกันก่อน 5 + 2

855
00:56:57.566 --> 00:57:00.901
เป็นเท่าไรคะ เป็น 7

856
00:57:01.567 --> 00:57:04.901
7 แล้วคูณด้วย 2 เท่ากับเท่าไหร่

857
00:57:05.568 --> 00:57:08.901
เท่ากับเท่าไหร่คะ

858
00:57:09.573 --> 00:57:12.901
เท่ากับ 14

859
00:57:13.574 --> 00:57:16.900

860
00:57:17.575 --> 00:57:20.900
ตัวเลขเท่ากับ 14 ตัวแรกนะคะ เท่ากับ 14

861
00:57:21.577 --> 00:57:24.900
แล้วมาดูข้อ 2 ครูตัด

862
00:57:25.578 --> 00:57:28.900
วงเล็บทิ้งไป 5 + 2 x 2

863
00:57:29.579 --> 00:57:32.903
เราทำตรงไหนก่อน

864
00:57:33.580 --> 00:57:36.901
ย้อนกลับขึ้นมาดูข้างบน ระหว่างบวกกับคูณ

865
00:57:37.581 --> 00:57:40.900
อะไรสำคัญมากกว่ากัน

866
00:57:41.582 --> 00:57:44.899
อะไรมีความสำคัญมากกว่ากันคะ

867
00:57:45.583 --> 00:57:48.899
บวกกับคูณ

868
00:57:49.587 --> 00:57:52.899

869
00:57:53.589 --> 00:57:56.899
ข้างบนเห็นไหมคะว่า 1 นี่

870
00:57:57.590 --> 00:58:00.903
มีความสำคัญมากสุดนะ 2. ความสำคัญรองลงมา

871
00:58:01.592 --> 00:58:04.898
ตัวนี้ เบอร์ 3 ความสำคัญ

872
00:58:05.594 --> 00:58:08.899
รองลงมา เบอร์ 4 ความสำคั

873
00:58:09.596 --> 00:58:12.898
เพราะฉะนั้น คูณกับบวก

874
00:58:13.597 --> 00:58:16.898
อะไรมีความสำคัญมากกว่ากัน

875
00:58:17.600 --> 00:58:20.898
คูณใช่ไหมคะ อันนี้คือมากสุด

876
00:58:21.601 --> 00:58:24.899
มากสุด

877
00:58:25.602 --> 00:58:28.899
เพราะฉะนั้น เรา

878
00:58:29.603 --> 00:58:32.898
ทำอะไรก่อน 5+2 หรือเอา 2

879
00:58:33.604 --> 00:58:36.900
หรือเอา 2 x 2 2 x 2

880
00:58:37.605 --> 00:58:40.898
เป็น 4 4 + 5

881
00:58:41.608 --> 00:58:44.897
5 เป็นเท่าไหร่คะ

882
00:58:45.609 --> 00:58:48.898
เป็น 9

883
00:58:49.610 --> 00:58:52.898
โอเค

884
00:58:53.612 --> 00:58:56.897
ถ้าครูเขียนใหม่

885
00:58:57.613 --> 00:59:00.903

886
00:59:01.615 --> 00:59:04.897

887
00:59:05.616 --> 00:59:08.898
เลข 2 หรือ เดี๋ยวนะ

888
00:59:09.617 --> 00:59:12.897

889
00:59:13.619 --> 00:59:16.897

890
00:59:17.620 --> 00:59:20.897

891
00:59:21.625 --> 00:59:24.897

892
00:59:25.629 --> 00:59:28.896
โจทย์ข้อนี้

893
00:59:29.630 --> 00:59:32.896
5 คูณ 2

894
00:59:33.631 --> 00:59:36.897
เท่ากับ 12 คนอื่น

895
00:59:37.632 --> 00:59:40.896
ได้ไหมคะ เห็นไหม ตัวเลขเดียวกันเลย

896
00:59:41.633 --> 00:59:44.898
สลับแล้วก็คเครื่องหมายมีเหมือนกันเล

897
00:59:45.637 --> 00:59:48.896
แค่สลับตำแหน่งค่าก็เปลี่ยนแล้ว

898
00:59:49.638 --> 00:59:52.896
ทันไหมคะ คูณกับบวกแสดงว่า

899
00:59:53.641 --> 00:59:56.900
ทำคูณก่อน 5 คูณ 2 เป็

900
00:59:57.642 --> 01:00:00.896
เป็น 10 10 + 2 เป็น 12

901
01:00:01.644 --> 01:00:04.896

902
01:00:05.647 --> 01:00:08.896
โอเค

903
01:00:09.649 --> 01:00:12.896
เอาตัวนี้บวกกันก่อน... คูณกันก่อนนะคะ

904
01:00:13.650 --> 01:00:16.896
5 x 2 เป็น 10 แล้ว 10 ค่อยมาบวกกับ

905
01:00:17.653 --> 01:00:20.896
2 โอเค

906
01:00:21.654 --> 01:00:24.895
จะเห็นว่า

907
01:00:25.657 --> 01:00:28.895
อันนี้คือเราคิดใช่ไหม

908
01:00:29.660 --> 01:00:32.895
แล้วเราจะสั่งให้คอมพิวเตอณ์เข้สา

909
01:00:33.661 --> 01:00:36.896
เข้าใจแบบที่เราคิดเมื่อกี้ได้อย่างไร

910
01:00:37.662 --> 01:00:40.897
รู้ว่าถ้าเจอคูณนี่ต้องทำคูณก่อนเลย

911
01:00:41.663 --> 01:00:44.896
เจอวงเล็บเปิด ต้องทำวงเล็บเปิด

912
01:00:45.664 --> 01:00:48.895
ตอนนี้เราจะสั่งให้คอมพิวเตอร์นี่สามารถคำนวณ

913
01:00:49.665 --> 01:00:52.894
ให้ได้แบบที่เราคำนวณเมื่อกี้

914
01:00:53.666 --> 01:00:56.895
เราใช้

915
01:00:57.668 --> 01:01:00.895
Stack เข้ามาช่วยในการคำนวณนะคะ

916
01:01:01.670 --> 01:01:04.894
เราใช้ Stack เข้ามาในการคำนวณ

917
01:01:05.670 --> 01:01:08.894
วิธีการทำแบบไหน

918
01:01:09.670 --> 01:01:12.904
มาดูวิธีการนะคะ เรามีตัวเลขอยู่ชุดหนึ่ง

919
01:01:13.672 --> 01:01:16.896
เราต้องการหาค่าออกมา เช่น

920
01:01:17.673 --> 01:01:20.895
ครูมีตัวเลขชุดนี้ล่ะ

921
01:01:21.674 --> 01:01:24.898
ครูสั่งให้คอมพิวเตอร์คำนวณ จะต้องได้ผลลัพธ์ 9

922
01:01:25.676 --> 01:01:28.894
คอมพิวเตอร์จะคิดแบบไหนนะคะ

923
01:01:29.677 --> 01:01:32.895
1 เราต้องสร้างตารางแบบนี้ก่อน

924
01:01:33.678 --> 01:01:36.895
มี 3 ช่อง ช่องแรก คือ ใส่ Input

925
01:01:37.679 --> 01:01:40.894
ก็คือข้อมูลนำเข้า Stack

926
01:01:41.680 --> 01:01:44.894
แล้วก็ผลลัพธ์นะคะ

927
01:01:45.682 --> 01:01:48.896
เรามีวิธีการทำนี่ 2 ช่วงด้วยกัน ช่วงที่ 1

928
01:01:49.683 --> 01:01:52.904
ต้องแปลงนิพจน์

929
01:01:53.684 --> 01:01:56.894
แบบ Postfix เ

930
01:01:57.687 --> 01:02:00.895
ไปไว้ข้างหลังให้หมดก่อน เอาเครื่องหมาย

931
01:02:01.688 --> 01:02:04.893
ไปไว้ข้างหลังให้หมดก่อนนะคะ แล้วค่อยคำนวณออกมาเป็น

932
01:02:05.689 --> 01:02:08.893
ตัวเลข ผลลัพธ์

933
01:02:09.691 --> 01:02:12.894
เรามี 3 ช่องนะ ทุกคนต้องตีตาราง 3 ช่อง

934
01:02:13.692 --> 01:02:16.895
อันแรกเขียนว่า Input Stack แล้วก็ O

935
01:02:17.693 --> 01:02:20.893
นะคะ ถัดมา

936
01:02:21.694 --> 01:02:24.893
ขั้นตอนวิธีการแปลง

937
01:02:25.695 --> 01:02:28.894
จาก Infix ให้เป็น Po

938
01:02:29.696 --> 01:02:32.901
ทุกคนมีชีตที่ครูให้ แบบนี้เลย

939
01:02:33.697 --> 01:02:36.893
ก็คือสิ่งที่อยู่บนสไลด์นะคะ ครูพรินต์ออกมาให้

940
01:02:37.699 --> 01:02:40.893
เรามีอยู่ทั้งหมด 7 ขั้นตอนด้ว

941
01:02:41.700 --> 01:02:44.893
ทั้งหมด 7 ขั้นตอนด้วยกัน

942
01:02:45.701 --> 01:02:48.908
มีทั้งหมด 7 ขั้นตอนด้วยกัน ครูให้เวลา

943
01:02:49.702 --> 01:02:52.893
2 นาที อ่าน 7 ขั้นตอนน

944
01:02:53.703 --> 01:02:56.893
นี้ในกระดาษของตัวเองสิคะ

945
01:02:57.704 --> 01:03:00.892
ให้อ่านในกระดาษนะ หรือจะอ่านจากหน้าจอก็ได้

946
01:03:01.707 --> 01:03:04.904
ให้เวลา 2 นาทีอยากให้อ่านก่อน

947
01:03:05.708 --> 01:03:08.896

948
01:03:09.710 --> 01:03:12.893

949
01:03:13.711 --> 01:03:16.892

950
01:03:17.712 --> 01:03:20.892

951
01:03:21.715 --> 01:03:24.892

952
01:03:25.718 --> 01:03:28.893

953
01:03:29.719 --> 01:03:32.892

954
01:03:33.721 --> 01:03:36.892

955
01:03:37.725 --> 01:03:40.892

956
01:03:41.726 --> 01:03:44.892

957
01:03:45.727 --> 01:03:48.892

958
01:03:49.728 --> 01:03:52.892

959
01:03:53.731 --> 01:03:56.892

960
01:03:57.733 --> 01:04:00.892

961
01:04:01.735 --> 01:04:04.892

962
01:04:05.737 --> 01:04:08.891

963
01:04:09.739 --> 01:04:12.895

964
01:04:13.739 --> 01:04:16.891

965
01:04:17.742 --> 01:04:20.891

966
01:04:21.744 --> 01:04:24.891

967
01:04:25.746 --> 01:04:28.895

968
01:04:29.748 --> 01:04:32.891

969
01:04:33.750 --> 01:04:36.891

970
01:04:37.752 --> 01:04:40.891

971
01:04:41.754 --> 01:04:44.891

972
01:04:45.756 --> 01:04:48.891

973
01:04:49.757 --> 01:04:52.890

974
01:04:53.758 --> 01:04:56.890

975
01:04:57.760 --> 01:05:00.890
คราวนี้เดี๋ยวมาดูพร้อมกัน

976
01:05:01.761 --> 01:05:04.890
เรามีอยู่ทั้งหมด 7 ขั้นตอนนะคะ เดี๋ยวเราจะ

977
01:05:05.762 --> 01:05:08.891
ลองฝึกนะ แล้วก็เทียบ

978
01:05:09.763 --> 01:05:12.891
ไปทีละขั้น

979
01:05:13.764 --> 01:05:16.890
ขั้นที่ 1 นะคะ กำหนดให้ Stack ว่าง

980
01:05:17.765 --> 01:05:20.890
ก็คือวาดตาราง 3 ช่องนี้

981
01:05:21.769 --> 01:05:24.890
อันดับแรก สร้าง Stack ว่าง ก็คือวาด

982
01:05:25.770 --> 01:05:28.890
3 ช่องนะคะ กี่แถวยังไม่รู้นะ

983
01:05:29.771 --> 01:05:32.890
แต่มีอยู่ 3 คอลัมน์

984
01:05:33.773 --> 01:05:36.890

985
01:05:37.775 --> 01:05:40.890
อันดับที่ 2

986
01:05:41.777 --> 01:05:44.890
อ่านข้อมูลจากซ้ายไปขวา ก็คือ

987
01:05:45.778 --> 01:05:48.890
อ่านข้อมูลทีละตัวใช่ไหมคะ เลข 5

988
01:05:49.780 --> 01:05:52.890
เครื่องหมายบวก เลข เครื่องหมายคูณ แล้วก็เลข 2

989
01:05:53.781 --> 01:05:56.889
อันนี้คืออ่านจากซ้ายไปขวา

990
01:05:57.782 --> 01:06:00.891
ทีละตัวนะคะ แล้วก็อ่านเข้ามาทีละตัว

991
01:06:01.783 --> 01:06:04.891
สมมติครูใช้ตัวเลขนะคะ

992
01:06:05.798 --> 01:06:08.889
ตัวเลขนะคะ เช่น

993
01:06:09.799 --> 01:06:12.889

994
01:06:13.802 --> 01:06:16.889
อ่านข้อมูลจากซ้ายไปขวา ตัวแรก ก็คือ

995
01:06:17.803 --> 01:06:20.889
5 ใช่ไหม อ่านจากซ้าย ซ้ายก็คือตัวแรก

996
01:06:21.804 --> 01:06:24.889
นะคะ ก็คือเลข 5 ถัดมา

997
01:06:25.805 --> 01:06:28.889
ถัดมาขั้นถัดมาเป็นขั้นที่ 3

998
01:06:29.806 --> 01:06:32.889
ถ้าข้อมูลที่อ่านเข้ามา

999
01:06:33.806 --> 01:06:36.889
เป็นตัวเลข เช่น

1000
01:06:37.807 --> 01:06:40.889
เลข 5 ใช่ไหม ข้อมูลที่เราอ่านเข้ามา

1001
01:06:41.810 --> 01:06:44.889
ทันเป็นตัวเลขใช่ไหม ใช่ เอามัน

1002
01:06:45.811 --> 01:06:48.889
ไปไว้ที่ไหน เอามันไปไว้ที่ช่องผลลัพธ์ ก็คือ

1003
01:06:49.812 --> 01:06:52.889
ช่องสุดท้าย

1004
01:06:53.813 --> 01:06:56.889
ก็คือช่องนี้ใช่ไหมคะ ช่อง Output

1005
01:06:57.814 --> 01:07:00.889
ถัดมา ถ้าตัวที

1006
01:07:01.816 --> 01:07:04.897
เราอ่านเข้ามานี่มันไม่ใช่ตัวเลข แสดงว่า

1007
01:07:05.817 --> 01:07:08.889
มันต้องเป็นเครื่องหมายทางคณิตศาสตร์

1008
01:07:09.818 --> 01:07:12.889
อะไรสักอย่างหนึ่งนี่ล่ะ เช่น เครื่องหมายบวก

1009
01:07:13.819 --> 01:07:16.890
เครื่องหมายบวกใช่ไหมคะ เครื่องหมายบวก

1010
01:07:17.820 --> 01:07:20.888
เราอ่านเครื่องหมายบวกเข้ามา

1011
01:07:21.822 --> 01:07:24.888
แล้วเขาให้เราเช็กก่อน ว่า

1012
01:07:25.825 --> 01:07:28.889
แล้วใน Stack มันมีค่าอยู่หรือเปล่า Stack ในช่องนี่

1013
01:07:29.826 --> 01:07:32.888
ช่องนี้ ช่องที่ 2 นี่ มัน

1014
01:07:33.827 --> 01:07:36.889
มีค่าอยู่ไหม ถ้ามันไม่มีค่าอยู่เลย

1015
01:07:37.828 --> 01:07:40.889
ก็หย่อนมันลงไปใน Stack

1016
01:07:41.830 --> 01:07:44.888
แต่ถ้าใน Stack มันมีข้อมูล

1017
01:07:45.831 --> 01:07:48.888
อยู่แล้ว เราจะต้องทำการ

1018
01:07:49.832 --> 01:07:52.888
เปรียบเทียบก่อน ว่าข้อมูล

1019
01:07:53.833 --> 01:07:56.902
ที่เราอ่านเข้ามานี่

1020
01:07:57.836 --> 01:08:00.891
มันมีค่ามากกว่า หรือน้อยกว่าตัวที่อยู่ใน

1021
01:08:01.837 --> 01:08:04.888
Stack

1022
01:08:05.837 --> 01:08:08.894
ถ้ามันมากกว่า

1023
01:08:09.838 --> 01:08:12.888
ถ้ากรณีที่ตัวที่เราอ่านมีค่ามากกว่า

1024
01:08:13.839 --> 01:08:16.888
ก็หย่อนลงไปใน Stack ได้เลย

1025
01:08:17.840 --> 01:08:20.889
ถ้าสิ่งที่

1026
01:08:21.841 --> 01:08:24.888
เราอ่านเข้ามามันมีค่าน้อยกว่าสิ่งที่

1027
01:08:25.842 --> 01:08:28.887
อยู่ใน Stack

1028
01:08:29.843 --> 01:08:32.888
ให้เอาเครื่องหมายใน Stack

1029
01:08:33.843 --> 01:08:36.887
ออกไปไว้ที่ผลลัพธ์

1030
01:08:37.844 --> 01:08:40.887
แล้วเอาเครื่องหมายตัวที่เราอ่านเข้ามาหย่อนลงไปใน Stack

1031
01:08:41.845 --> 01:08:44.887
โอเค

1032
01:08:45.846 --> 01:08:48.887
ถ้า

1033
01:08:49.849 --> 01:08:52.887
เราอ่านจนครบข้อมูล

1034
01:08:53.853 --> 01:08:56.887
ทุกตัวแล้ว เรายังมีข้อมูลอยู่ใน Stack

1035
01:08:57.856 --> 01:09:00.887
เราก็ดึงมันออกมา ก็คือ Pop มันออกมา

1036
01:09:01.857 --> 01:09:04.886
เป็นผลลัพธ์

1037
01:09:05.859 --> 01:09:08.887
มาดูตัวอย่างนะ ทุกคนถือ... ดุตัวอย่าง

1038
01:09:09.861 --> 01:09:12.887
ที่เป็นขั้นตอนด้วยนะคะ

1039
01:09:13.862 --> 01:09:16.886

1040
01:09:17.863 --> 01:09:20.895

1041
01:09:21.865 --> 01:09:24.887

1042
01:09:25.867 --> 01:09:28.886
โอเค

1043
01:09:29.868 --> 01:09:32.886
โจทย์

1044
01:09:33.869 --> 01:09:36.888
ที่ครูให้ ทุกคนดูที่หน้าจอนะคะ

1045
01:09:37.871 --> 01:09:40.887
ครูมีโจทย์

1046
01:09:41.873 --> 01:09:44.887
มาให้นะคะ ก็คือ 5 + 2

1047
01:09:45.874 --> 01:09:48.887
x 2

1048
01:09:49.876 --> 01:09:52.887
อันดับแรกครูต้องทำอะไร

1049
01:09:53.877 --> 01:09:56.887
อันดับแรกวาดตาราง 3 ช่อง

1050
01:09:57.878 --> 01:10:00.888
วาดตาราง 3 ช่อง จำนวนแถว

1051
01:10:01.879 --> 01:10:04.886
ก็เอาข้อมูลตัวเลขกับเครื่องหมาย

1052
01:10:05.880 --> 01:10:08.886
มาใส่ทีละบรรทัด 5

1053
01:10:09.881 --> 01:10:12.887
ที่ 1 ถูกไหมคะ บวกบรรทัด

1054
01:10:13.883 --> 01:10:16.886
ใส่เลข 2 บรรทัดถัดมาใส่เครื่องหมายคูณ

1055
01:10:17.884 --> 01:10:20.886
แล้วก็ใส่เลข 2

1056
01:10:21.886 --> 01:10:24.886
เราก็จะวาดตารางเรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะ จำนวนแถว

1057
01:10:25.887 --> 01:10:28.886
ขึ้นอยู่กับจำนวนข้อมูล

1058
01:10:29.891 --> 01:10:32.886
ในโจทย์ว่ามีกี่ตัว ก็สร้างแถว

1059
01:10:33.892 --> 01:10:36.886
ใส่ข้อมูลให้เลย

1060
01:10:37.893 --> 01:10:40.889
เรากำหนด

1061
01:10:41.894 --> 01:10:44.886
tack ว่างแล้วใช่ไหมคะ

1062
01:10:45.895 --> 01:10:48.891
ถัดมา ต้องอ่านข้อมูลทีละตัว

1063
01:10:49.896 --> 01:10:53.885
เราต้องอ่านข้อมูลทีละตัวจากซ้าย

1064
01:10:53.898 --> 01:10:57.886
ไปขวา ตัวแรกคืออะไรคะ

1065
01:10:57.899 --> 01:11:01.885
คือ 5 ใช่ไหม ครูเขียนเรียงแล้ว

1066
01:11:01.902 --> 01:11:05.885
5 บวก... มี 2 มีคูณ แล้วก็มี 2

1067
01:11:05.903 --> 01:11:09.887
อันนี้คือข้อมูลที่เราอ่านจากซ้ายไปขวา

1068
01:11:09.904 --> 01:11:13.886
ตัวแรก เป็นตัวเลขใช่ไหมคะ

1069
01:11:13.905 --> 01:11:17.885
มันเป็นตัวเลขแล้วมันตรงกับตัวไหน

1070
01:11:17.907 --> 01:11:21.885
ในขั้นตอน ข้อ

1071
01:11:21.908 --> 01:11:25.885
3 ที่บอกว่าถ้าเป็นตัวเลข

1072
01:11:25.910 --> 01:11:29.885
ให้เอาไปไว้ที่ไหน เอาไปไว้ที่

1073
01:11:29.915 --> 01:11:33.885
ผลลัพธ์ ถ้าเป็น

1074
01:11:33.918 --> 01:11:37.885
ตัวเลข เอาไปไว้ที่ผลลัพธ์ได้เลย

1075
01:11:37.919 --> 01:11:41.885
ถัดมา

1076
01:11:41.920 --> 01:11:45.885
เจอเครื่องหมายบวกนะคะ เจอเครื่องหมายบวก

1077
01:11:45.920 --> 01:11:49.885
ตอนนี้ใน Stack มันไม่มีค่า

1078
01:11:49.921 --> 01:11:53.885
อะไรเลย ทำอย่างไรคะ

1079
01:11:53.923 --> 01:11:57.886
ก็ใส่ได้เลย ใส่เครื่องหมายบวก

1080
01:11:57.924 --> 01:12:01.885
ลงมาได้เลย ถ้ามันเป็น Stack ว่าง เห็นไหมคะ

1081
01:12:01.930 --> 01:12:05.885
ตัวบนเป็น Stack ว่าง เราก็เอาใส่ได้เลย

1082
01:12:05.931 --> 01:12:09.885
แล้วก็เขียน 5 ลงมาเหมือนเดิมนะคะ

1083
01:12:09.932 --> 01:12:13.885
ยก 5 ลงมาเหมือนเดิมนะ

1084
01:12:13.933 --> 01:12:17.890
ดู ดูพร้อมครูก่อนนะ

1085
01:12:17.935 --> 01:12:21.885
เดี๋ยวครู...

1086
01:12:21.941 --> 01:12:25.888
จะถ่ายรูป

1087
01:12:25.942 --> 01:12:29.896
เอาขึ้น Classroom ให้

1088
01:12:29.943 --> 01:12:33.885
ถัดมา เลข 2 ใช่ไหมคะ เลข 2 มันเป็นอะไร

1089
01:12:33.944 --> 01:12:37.885
ตัวเลข เพราะฉะนั้นต้องเอาไปไว้ที่ไหน

1090
01:12:37.946 --> 01:12:41.885
ไปไว้ที่ผลลัพธ์

1091
01:12:41.947 --> 01:12:45.885
ตรงกับข้อ 3 ในขั้นตอนนะ

1092
01:12:45.947 --> 01:12:49.885
เอา 2 มาไว้ที่ Output แต่ต้องเขียน

1093
01:12:49.948 --> 01:12:53.885
หลัง ก็คือเขียนต่อจากเลข 5

1094
01:12:53.950 --> 01:12:57.885
นะคะ

1095
01:12:57.951 --> 01:13:01.888

1096
01:13:01.953 --> 01:13:05.885
ถัดมา

1097
01:13:05.956 --> 01:13:09.884
ยกเครื่องหมายบวกลงมาด้วยนะ

1098
01:13:09.958 --> 01:13:13.884
เพราะมันอยู่ใน Stack นะคะ เรายังไม่ได้เอาอะไรออก

1099
01:13:13.959 --> 01:13:17.898
หรือเอาอะไรเข้าเพิ่ม

1100
01:13:17.960 --> 01:13:21.887
ถัดมา เป็นเครื่องหมายคูณ

1101
01:13:21.962 --> 01:13:25.884
ใน Stack

1102
01:13:25.966 --> 01:13:29.884
เรามีเครื่องหมายบวกอยู่แล้วนะคะ

1103
01:13:29.967 --> 01:13:33.889
ใน Stack นี่เรามีเครื่องหมายบวกอยู่แล้ว

1104
01:13:33.968 --> 01:13:37.884
ตัวที่เราอ่านเข้ามา คือ คูณ เรา

1105
01:13:37.969 --> 01:13:41.886
จะต้องทำการเปรียบเทียบ

1106
01:13:41.970 --> 01:13:45.886
ค่าที่เราอ่านเข้ามาใหม่ คือ คูณ

1107
01:13:45.971 --> 01:13:49.884
กับตัวเดิมที่อยู่ใน Stack

1108
01:13:49.973 --> 01:13:53.884
คือ บวก เราเปรียบเทียบ ถูกไหมคะ

1109
01:13:53.974 --> 01:13:57.884
กับตัวบนสุดคือเครื่องหมายบวก สิ่งท

1110
01:13:57.976 --> 01:14:01.884
คืออะไร คูณมีค่า

1111
01:14:01.979 --> 01:14:05.884
มากกว่าบวก ให้ทำอย่างไร

1112
01:14:05.980 --> 01:14:09.889
ก็เอาคูณหย่อนลงมาได้เลย

1113
01:14:09.981 --> 01:14:13.890
ใส่คูณ

1114
01:14:13.983 --> 01:14:17.885
ลงไปใน Stack ได้เลยนะคะ ผลลัพธ์ก็เป็นเหมือนเดิม

1115
01:14:17.986 --> 01:14:21.884
ตัวถัดมาคือเลข 2

1116
01:14:21.997 --> 01:14:25.884
เลข 2 มันเป็นตัวเลขใช่ไหม เอามาไว้ที่

1117
01:14:25.997 --> 01:14:29.884
ผลลัพธ์นะคะ เอามาต่อด้านหลัง

1118
01:14:30.000 --> 01:14:33.884
เสร็จแล้วเราพบว่า

1119
01:14:34.002 --> 01:14:37.884
ไม่มีข้อมูลแล้ว ข้อมูลมันหมดแล้วน่ะ

1120
01:14:38.002 --> 01:14:41.890
ข้อมูลมันหมดแล้วนะคะ แต่สิ่งที่เราเจอคืออะไร

1121
01:14:42.002 --> 01:14:45.883
ใน Stack ยังมีข้อมูลอยู่

1122
01:14:46.003 --> 01:14:49.883
เพราะฉะนั้น ต้องดึงค่า

1123
01:14:50.004 --> 01:14:53.884
ออกจาก Stack ให้หมด เราเอาอะไรออกมาก่อนคะ

1124
01:14:54.005 --> 01:14:57.884
ตัวล่าสุด ตัวบนสุด คือ คูณ

1125
01:14:58.006 --> 01:15:01.884
เอาคูณมาต่อท้ายที่ Output หรือว่าผลลั

1126
01:15:02.007 --> 01:15:05.884
เอาคูณออกมาแล้วมันเหลืออีกตัวหนึ่งใช่ไหม

1127
01:15:06.008 --> 01:15:09.884
ก็เอาบวกออกมา

1128
01:15:10.009 --> 01:15:13.883
อันนี้คือผลลัพธ์ ผลลัพธ์สุดท้าย

1129
01:15:14.013 --> 01:15:17.883
นะคะ

1130
01:15:18.014 --> 01:15:21.883
จะอยู่ในรูปแบบของ Postfix คือ แปลงนิพจน์

1131
01:15:22.015 --> 01:15:25.883

1132
01:15:26.016 --> 01:15:29.884
ได้ไหมคะ เดี๋ยวเรามาทำพร้อมกันอีกตัวหนึ่ง

1133
01:15:30.017 --> 01:15:33.884
หนึ่ง

1134
01:15:34.018 --> 01:15:37.884

1135
01:15:38.019 --> 01:15:41.884

1136
01:15:42.020 --> 01:15:45.883

1137
01:15:46.021 --> 01:15:49.884

1138
01:15:50.022 --> 01:15:53.883

1139
01:15:54.025 --> 01:15:57.883
3 + 5 x 1

1140
01:15:58.026 --> 01:16:01.883

1141
01:16:02.028 --> 01:16:05.883

1142
01:16:06.029 --> 01:16:09.884

1143
01:16:10.030 --> 01:16:13.883
ครูมีโจทย์ใช่ไหมคะ 3 + 5 x 1

1144
01:16:14.031 --> 01:16:17.883
ผลลัพธ์เท่ากับเท่าไหร่เอ่ย ตอบ

1145
01:16:18.032 --> 01:16:21.885
เท่ากับ

1146
01:16:22.034 --> 01:16:25.883
อันนี้ตอบเท่ากับเท่าไหร่เอ่ย

1147
01:16:26.035 --> 01:16:29.885
8

1148
01:16:30.036 --> 01:16:33.883
ข้างหลังตอบอะไร

1149
01:16:34.037 --> 01:16:37.883
ได้เท่ากับอะไรคะ คำตอบ

1150
01:16:38.038 --> 01:16:41.882
ก็คือ 8

1151
01:16:42.039 --> 01:16:45.883
เอา 5 x 1 ก่อนได้เท่าไร

1152
01:16:46.040 --> 01:16:49.883
ค่อยบวกกับ 3

1153
01:16:50.041 --> 01:16:53.883
5 1 เป็น 5 แล้วบวกกับ 3

1154
01:16:54.042 --> 01:16:57.883
8

1155
01:16:58.043 --> 01:17:01.884
เดี๋ยวเราจะมาทำ จะมาแปลงนิพจน์กัน

1156
01:17:02.044 --> 01:17:05.882
นะคะ แล้วเราจะมาหาค่าว่ามันได้ 8 ได้อย่างไร

1157
01:17:06.045 --> 01:17:09.883
อันนี้เรากำลังจะมาแสดงวิธีทำ

1158
01:17:10.047 --> 01:17:13.883
ค่าว่า 8 มันมาจากไหน เราสั่งให้คอมพิวเตอร์มัน

1159
01:17:14.048 --> 01:17:17.882
คิดแบบไหน อันดับแรก วาด Stack ว่าง

1160
01:17:18.049 --> 01:17:21.883
ฉะนั้น ครูบอกว่าต้องมีคอลัมน์อยู่ 3 คอลัมน์

1161
01:17:22.051 --> 01:17:25.883

1162
01:17:26.052 --> 01:17:29.882

1163
01:17:30.053 --> 01:17:33.883

1164
01:17:34.054 --> 01:17:37.885
ครูมี 3 คอลัมน์แล้ว มี

1165
01:17:38.059 --> 01:17:41.883
In put Stack

1166
01:17:42.059 --> 01:17:45.883
แล้วก็ Output

1167
01:17:46.060 --> 01:17:49.883
จากนั้นครูวาดตารางเลย

1168
01:17:50.061 --> 01:17:53.882
โดยเอาข้อมูลมาใส่ในแต่ละแถวเลยนะคะ

1169
01:17:54.062 --> 01:17:57.883
ครูอ่านเข้ามาทีละตัว

1170
01:17:58.064 --> 01:18:01.884
ซ้ายไปขวา ตัวแรก คือ 3 ถัดมา

1171
01:18:02.065 --> 01:18:05.883
คือเครื่องหมายบวก เลข 5

1172
01:18:06.067 --> 01:18:09.883
นะคะ เครื่องหมายคูณ

1173
01:18:10.069 --> 01:18:13.883
แล้วก็เลข 1 อันนี้ครูวดตารา

1174
01:18:14.070 --> 01:18:17.884
เสร็จแล้ว

1175
01:18:18.071 --> 01:18:21.883

1176
01:18:22.072 --> 01:18:25.882

1177
01:18:26.076 --> 01:18:29.882
ทุกคน

1178
01:18:30.078 --> 01:18:33.886
วาดตามครูก่อนเลย เราวาด

1179
01:18:34.082 --> 01:18:37.882
ตารางเปล่า ๆ แบบนี้ก่อนนะคะ

1180
01:18:38.084 --> 01:18:41.882
คอลัมน์แรก หรือช่องแรก เอา

1181
01:18:42.085 --> 01:18:45.882
ตัวเลขกับเครื่องหมาย

1182
01:18:46.086 --> 01:18:49.882
มาเรียงใส่ทีละบรรทัด

1183
01:18:50.088 --> 01:18:53.883

1184
01:18:54.089 --> 01:18:57.882

1185
01:18:58.094 --> 01:19:01.883

1186
01:19:02.095 --> 01:19:05.882

1187
01:19:06.097 --> 01:19:09.882

1188
01:19:10.098 --> 01:19:13.882

1189
01:19:14.100 --> 01:19:17.882

1190
01:19:18.102 --> 01:19:21.882

1191
01:19:22.103 --> 01:19:25.882

1192
01:19:26.105 --> 01:19:29.882

1193
01:19:30.106 --> 01:19:33.882

1194
01:19:34.108 --> 01:19:37.882

1195
01:19:38.109 --> 01:19:41.882

1196
01:19:42.110 --> 01:19:45.882

1197
01:19:46.112 --> 01:19:49.884

1198
01:19:50.113 --> 01:19:53.882

1199
01:19:54.115 --> 01:19:57.882

1200
01:19:58.116 --> 01:20:01.882

1201
01:20:02.117 --> 01:20:05.882
คราวนี้

1202
01:20:06.118 --> 01:20:09.882
พอทุกคนลอกตารางเสร็จแล้วใช่ไหมคะ เดี๋ยวเราจะมาทำด้วยกัน

1203
01:20:10.123 --> 01:20:13.882
เริ่มต้นตัวแรก

1204
01:20:14.125 --> 01:20:17.882
ใช่ไหมคะทุกคน เริ่มต้นตัวแรกมันเป็นตัวเลข

1205
01:20:18.126 --> 01:20:21.881
ใช่หรือเปล่า เพราะฉะนั้นเอาไปไว้ที่ช่องทางไหน

1206
01:20:22.127 --> 01:20:25.882
ทางขวา

1207
01:20:26.128 --> 01:20:29.881
ใส่ก่อนเลข 3 ใช่ถูกต้อง

1208
01:20:30.129 --> 01:20:33.881
ถัดมา

1209
01:20:34.130 --> 01:20:37.882
เป็นเครื่องหมายบวกใช่ไหมคะ

1210
01:20:38.131 --> 01:20:41.882
ตรงนี้มีอะไรไหม ไม่มี

1211
01:20:42.132 --> 01:20:45.882
เพราะฉะนั้น เอา + มาใส่ตรงนี้ได้เลยไหม

1212
01:20:46.133 --> 01:20:49.881
ถ้าเป็นเครื่องหมาย เอาลงที่

1213
01:20:50.137 --> 01:20:53.881
Stack เพราะฉะนั้นตอนนี้ Stack

1214
01:20:54.138 --> 01:20:57.881
ก็ใส่เครื่องหมายบวกได้เลย

1215
01:20:58.140 --> 01:21:01.885
3 ยกลงมาเหมือนเดิมนะคะ เหมือน

1216
01:21:02.141 --> 01:21:05.882
ตรง Output ยก 3 ลงมาเหมือนเดิม

1217
01:21:06.142 --> 01:21:09.882

1218
01:21:10.143 --> 01:21:13.882

1219
01:21:14.145 --> 01:21:17.881
ถัดมาเลข 5 เป็นตัวเลข

1220
01:21:18.147 --> 01:21:21.882
เอาไว้ที่ไหน เอาไว้

1221
01:21:22.149 --> 01:21:25.882
Output ใช่ไหม ฉะนั้น เอาของเด

1222
01:21:26.149 --> 01:21:29.881
ยกลงมาก่อน คือ 3 เราเอาเลขอะไรมาใส่

1223
01:21:30.153 --> 01:21:33.882
เลข 5 นะคะ อันนี้

1224
01:21:34.154 --> 01:21:37.881
ยกลงมาไหม เครื่องหมายบวกยกลงมาด้วยนะ

1225
01:21:38.156 --> 01:21:41.881
ยกลงมาด้วย

1226
01:21:42.157 --> 01:21:45.882

1227
01:21:46.161 --> 01:21:49.881

1228
01:21:50.162 --> 01:21:53.881
เสร็จแล้ว ถัดมา

1229
01:21:54.166 --> 01:21:57.882
เครื่องหมายคูณ

1230
01:21:58.167 --> 01:22:01.883
คูณต้องเอามาลง Stack ใช่หรือเปล่า แต่คูณ

1231
01:22:02.169 --> 01:22:05.881
มันมากกว่าบวกใช่ไหม คูณ

1232
01:22:06.172 --> 01:22:09.881
กับบวก อะไรมากกว่ากัน คูณ เพราะฉะนั้น

1233
01:22:10.182 --> 01:22:13.881
เราก็ใส่ลงไปใน Stack ได้เลย โดย

1234
01:22:14.185 --> 01:22:17.881
โดยเอาของเดิมลงมาก่อน

1235
01:22:18.190 --> 01:22:21.881
แล้วก็ใส่เครื่องหมายคูณ

1236
01:22:22.191 --> 01:22:25.881
อันนี้ยกลงมาเหมือนเดิมไหม ยกลงมาเหมือนเดิม

1237
01:22:26.192 --> 01:22:29.881

1238
01:22:30.193 --> 01:22:33.881
ตรงสุดท้าย 1 เอาไว้ที่ไหน

1239
01:22:34.194 --> 01:22:37.883
Output แต่มีของเดิมอยู่แล้วใช่ไหม

1240
01:22:38.196 --> 01:22:41.881
ยกของเดิมลงมาก่อน แล้วก็ใส่เลข 1

1241
01:22:42.197 --> 01:22:45.882

1242
01:22:46.198 --> 01:22:49.882
อันนี้ยกลงมาเลยได้ไหม ได้นะคะ ใน Stack

1243
01:22:50.199 --> 01:22:53.881
เราก็ยกเครื่องหมายออกมา เครื่องหมายนะคะ

1244
01:22:54.200 --> 01:22:57.881
บวกกับคูณ

1245
01:22:58.202 --> 01:23:01.888

1246
01:23:02.203 --> 01:23:05.881
เสร็จแล้ว

1247
01:23:06.204 --> 01:23:09.881
ผลลัพธ์ที่ได้ ตอนนี้ข้อมูลหมดแล้วใช่ไหม

1248
01:23:10.205 --> 01:23:13.881
ใน Stack ยังมีอยู่ ใน Stack ยังมีอยู่ ต้อง

1249
01:23:14.207 --> 01:23:17.880
เอาออกมา ต้อง Pop ออกมา ใช่ไหมคะ

1250
01:23:18.208 --> 01:23:21.882
ยกตรง Output ของเดิมลงมาก่อน Pop

1251
01:23:22.209 --> 01:23:25.881
บวกกับคูณเอาอะไรออกมาก่อน

1252
01:23:26.210 --> 01:23:29.881
คูณ แล้วตามด้วยบวก เห็นไหมคะ

1253
01:23:30.211 --> 01:23:33.881
เอาตัวแรกออกมาก่อน แล้วเอาตัวที่ 2

1254
01:23:34.212 --> 01:23:37.882
ออกมา

1255
01:23:38.216 --> 01:23:41.888

1256
01:23:42.217 --> 01:23:45.880

1257
01:23:46.219 --> 01:23:49.880

1258
01:23:50.220 --> 01:23:53.881
เดี๋ยวต่ออีกนิดหนึ่งนะคะ เดี๋ยวเขียนตรงนี้ให้เสร็จก่อน

1259
01:23:54.221 --> 01:23:57.881

1260
01:23:58.223 --> 01:24:01.881

1261
01:24:02.226 --> 01:24:05.881
เรายังไม่ได้ค่าเลข 8 เลย

1262
01:24:06.227 --> 01:24:09.881
จะทำอย่างไรให้ได้เลข 8

1263
01:24:10.231 --> 01:24:13.884
8

1264
01:24:14.234 --> 01:24:17.881
ถัดมา เสร็จหรือยังคะ

1265
01:24:18.236 --> 01:24:21.881
เดี๋ยวรอเพื่อน

1266
01:24:22.237 --> 01:24:25.881
แป๊บหนึ่งนะ

1267
01:24:26.238 --> 01:24:29.881

1268
01:24:30.239 --> 01:24:33.881

1269
01:24:34.241 --> 01:24:37.881
โอเค เราได้ผลลัพธ์

1270
01:24:38.242 --> 01:24:41.882
แล้วใช่ไหมคะ จากตารางที่เราทำใน Stack

1271
01:24:42.245 --> 01:24:45.881

1272
01:24:46.247 --> 01:24:49.884
พอได้ค่าผลลัพธ์แล้วนี่ คือ ตัวนี้

1273
01:24:50.248 --> 01:24:53.880
351 คูณ บวก

1274
01:24:54.249 --> 01:24:57.882
มาหาผลลัพธ์ต่อนะคะ ค่านี้จะเป็นค่าสุดท้ายแล้ว

1275
01:24:58.250 --> 01:25:01.881
ที่เราจะได้คำตอบออกมา

1276
01:25:02.251 --> 01:25:05.880

1277
01:25:06.252 --> 01:25:09.880
ตัวแรกตัวนี้ใช่ไหมคะ

1278
01:25:10.254 --> 01:25:13.880
ขั้นตอนถัดมา ถ้าเป็น

1279
01:25:14.255 --> 01:25:17.880
ตัวเลข ถ้าเป็นตัวเลขจะ Push

1280
01:25:18.257 --> 01:25:21.881
ลง Stack อันนี้อีกอันหนึ่งนะ อีก

1281
01:25:22.259 --> 01:25:25.881
ขั้นตอนหนึ่วนะคะ ถ้าเป็นตัวเลขจะ P

1282
01:25:26.260 --> 01:25:29.880
ลง Stack ดูพร้อมครูเลย ตัวที่ 1 มา

1283
01:25:30.261 --> 01:25:33.888
คือตัวเลขอะไรคะ เลข 3

1284
01:25:34.264 --> 01:25:37.881
เราเอาใส่ใน Stack

1285
01:25:38.265 --> 01:25:41.880
ดูพร้อมกันนะ เลข 3

1286
01:25:42.267 --> 01:25:45.880
ตัวแรก เอาลง Stack ตัวถัดมา

1287
01:25:46.269 --> 01:25:49.880
เลขอะไรคะ เลข 5

1288
01:25:50.270 --> 01:25:53.882
ก็เอาเลข 5 Push ลง  Stack เหมือนกัน

1289
01:25:54.273 --> 01:25:57.880

1290
01:25:58.276 --> 01:26:01.880
ตัวถัดมาเลขอะไร

1291
01:26:02.277 --> 01:26:05.880
เลข 1 ก็เอาเลข 1

1292
01:26:06.278 --> 01:26:09.881
Push ลง Stack เหมือนกัน

1293
01:26:10.280 --> 01:26:13.881

1294
01:26:14.283 --> 01:26:17.880

1295
01:26:18.285 --> 01:26:21.880
ถัดมา

1296
01:26:22.286 --> 01:26:25.880
เราเครื่องหมายคูณ ให้

1297
01:26:26.287 --> 01:26:29.881
Pop ค่าบนสุดอออกมา แล้ว

1298
01:26:30.288 --> 01:26:33.880
วางไว้ขวามือ เอาเลข 1 ออกมา เห็นไหมคะ

1299
01:26:34.293 --> 01:26:37.882
จากนั้นใส่เครื่องหมาย

1300
01:26:38.294 --> 01:26:41.889
ถ้ามันเครื่องหมายนะ ตัวที่เราอ่านมา เรา Pop

1301
01:26:42.295 --> 01:26:45.881
ตัวเลขออกมาก่อน แล้วใส่เครื่องหมาย

1302
01:26:46.297 --> 01:26:49.881
แล้วเอาตัวที่ 2 ออกมาแบบนี้

1303
01:26:50.299 --> 01:26:53.880
นี่นะคะ เอาตัวบนสุดออกมา

1304
01:26:54.301 --> 01:26:57.880
แล้วใส่เครื่องหมายที่เราอ่าน แล้วเอา

1305
01:26:58.303 --> 01:27:01.880
ตัวข้อมูล

1306
01:27:02.304 --> 01:27:05.880
ตัวเลขที่อยู่ใน Stack ตัวถัดมานี่ออกมา ได้ผลลัพธ์อะไรคะ

1307
01:27:06.305 --> 01:27:09.880
5 x 1 เป็น 5

1308
01:27:10.306 --> 01:27:13.880
ตอนนี้ใน Stack 1 กับ 5 ออก

1309
01:27:14.307 --> 01:27:17.880
ไปแล้วนะ เราได้ผลลัพธ์

1310
01:27:18.309 --> 01:27:21.880
คือ 5 แล้วอย่างไรต่อ

1311
01:27:22.310 --> 01:27:25.882
ก็ Push ลง Stack

1312
01:27:26.311 --> 01:27:29.880
เอาเลข 5 Push ลงไปใน Stack

1313
01:27:30.313 --> 01:27:33.880
ตอนนี้เอาออกไปแล้ว 2 เหลือ 3

1314
01:27:34.314 --> 01:27:37.880
พอคูณเสร็จเอา 5 กลับเข้ามา

1315
01:27:38.315 --> 01:27:41.880

1316
01:27:42.318 --> 01:27:45.883
ดูนะคะ ถัดมา

1317
01:27:46.319 --> 01:27:49.881
อ่านเครื่องหมายบวก

1318
01:27:50.320 --> 01:27:53.880
ทำเหมือนเดิมเลย เอาอะไรออกมาคะ

1319
01:27:54.324 --> 01:27:57.893

1320
01:27:58.325 --> 01:28:01.880
เอา 5 ออกมาไว้ทางขวามือ แล้วก็ใส่เครื่องหมายบวก

1321
01:28:02.326 --> 01:28:05.880
แล้วก้เอา 3 ออกมา คำตอบเป็นเท่าไหร่คะ

1322
01:28:06.330 --> 01:28:09.880
เป็น 8

1323
01:28:10.332 --> 01:28:13.880

1324
01:28:14.334 --> 01:28:17.880
แล้วก็เอา 8 ใส่ลงไปใน Stack จะเหลือเป็นค่าสุดท้าย

1325
01:28:18.336 --> 01:28:21.879
นี่คือคำตอบของ

1326
01:28:22.339 --> 01:28:25.880
โจทย์ข้อนี้ ได้เท่ากันเลยไหม

1327
01:28:26.342 --> 01:28:29.880
ได้เท่ากันเลย คือ 8

1328
01:28:30.344 --> 01:28:33.880
จะเห็นว่านี่คือกระบวนการคอมพิวเตอร์คิดค่า

1329
01:28:34.345 --> 01:28:37.880
ตัวเลขให้เรานะคะ กว่าจะได้เลข 8

1330
01:28:38.348 --> 01:28:41.880
ออกมานี่ คอมพิวเตอร์ต้องคิดแบบนี้นะคะ

1331
01:28:42.350 --> 01:28:45.880

1332
01:28:46.351 --> 01:28:49.879

1333
01:28:50.352 --> 01:28:53.879

1334
01:28:54.353 --> 01:28:57.879
โอเค

1335
01:28:58.354 --> 01:29:01.879
ใครเสร็จแล้ว

1336
01:29:02.355 --> 01:29:05.879
ครูให้เบรกอีก 5 นาที จดตัวนี้ให้เสร็จนะคะ

1337
01:29:06.356 --> 01:29:09.880
ครูให้เบรก 5 นาที

1338
01:29:10.357 --> 01:29:13.880

1339
01:29:14.359 --> 01:29:17.879

1340
01:29:18.361 --> 01:29:21.880

1341
01:29:22.362 --> 01:29:25.879

1342
01:29:26.363 --> 01:29:29.879

1343
01:29:30.365 --> 01:29:33.879

1344
01:29:34.370 --> 01:29:37.879

1345
01:29:38.371 --> 01:29:41.881

1346
01:29:42.376 --> 01:29:45.879

1347
01:29:46.378 --> 01:29:49.879

1348
01:29:50.380 --> 01:29:53.879

1349
01:29:54.381 --> 01:29:57.880

1350
01:29:58.383 --> 01:30:01.881

1351
01:30:02.385 --> 01:30:05.879

1352
01:30:06.386 --> 01:30:09.880

1353
01:30:10.387 --> 01:30:13.879

1354
01:30:14.390 --> 01:30:17.879

1355
01:30:18.392 --> 01:30:21.880

1356
01:30:22.394 --> 01:30:25.879

1357
01:30:26.395 --> 01:30:29.879

1358
01:30:30.396 --> 01:30:33.880

1359
01:30:34.398 --> 01:30:37.880

1360
01:30:38.401 --> 01:30:41.879

1361
01:30:42.402 --> 01:30:45.879

1362
01:30:46.403 --> 01:30:49.879

1363
01:30:50.405 --> 01:30:53.879

1364
01:30:54.409 --> 01:30:57.879

1365
01:30:58.413 --> 01:31:01.879

1366
01:31:02.416 --> 01:31:05.878

1367
01:31:06.418 --> 01:31:09.878

1368
01:31:10.420 --> 01:31:13.878

1369
01:31:14.421 --> 01:31:17.878

1370
01:31:18.423 --> 01:31:21.877

1371
01:31:22.427 --> 01:31:25.876

1372
01:31:26.431 --> 01:31:29.876

1373
01:31:30.437 --> 01:31:33.876

1374
01:31:34.438 --> 01:31:37.876

1375
01:31:38.440 --> 01:31:41.876

1376
01:31:42.442 --> 01:31:45.875

1377
01:31:46.444 --> 01:31:49.875

1378
01:31:50.448 --> 01:31:53.875

1379
01:31:54.449 --> 01:31:57.875

1380
01:31:58.450 --> 01:32:01.874

1381
01:32:02.452 --> 01:32:05.874

1382
01:32:06.453 --> 01:32:09.874

1383
01:32:10.455 --> 01:32:13.873

1384
01:32:14.460 --> 01:32:17.876

1385
01:32:18.461 --> 01:32:21.873

1386
01:32:22.463 --> 01:32:25.872

1387
01:32:26.466 --> 01:32:29.873

1388
01:32:30.469 --> 01:32:33.873

1389
01:32:34.470 --> 01:32:37.872

1390
01:32:38.475 --> 01:32:41.872

1391
01:32:42.479 --> 01:32:45.871

1392
01:32:46.480 --> 01:32:49.871

1393
01:32:50.483 --> 01:32:53.871

1394
01:32:54.487 --> 01:32:57.870

1395
01:32:58.490 --> 01:33:01.872

1396
01:33:02.494 --> 01:33:05.870

1397
01:33:06.498 --> 01:33:09.870

1398
01:33:10.501 --> 01:33:13.870

1399
01:33:14.502 --> 01:33:17.869

1400
01:33:18.505 --> 01:33:21.869

1401
01:33:22.507 --> 01:33:25.868

1402
01:33:26.511 --> 01:33:29.869

1403
01:33:30.515 --> 01:33:33.868

1404
01:33:34.517 --> 01:33:37.869

1405
01:33:38.518 --> 01:33:41.868

1406
01:33:42.520 --> 01:33:45.868

1407
01:33:46.523 --> 01:33:49.868

1408
01:33:50.525 --> 01:33:53.867

1409
01:33:54.526 --> 01:33:57.866

1410
01:33:58.527 --> 01:34:01.873

1411
01:34:02.530 --> 01:34:05.867

1412
01:34:06.532 --> 01:34:09.866

1413
01:34:10.534 --> 01:34:13.866

1414
01:34:14.535 --> 01:34:17.865

1415
01:34:18.537 --> 01:34:21.865

1416
01:34:22.539 --> 01:34:25.865

1417
01:34:26.541 --> 01:34:29.865

1418
01:34:30.542 --> 01:34:33.865

1419
01:34:34.545 --> 01:34:37.865

1420
01:34:38.548 --> 01:34:41.865

1421
01:34:42.550 --> 01:34:45.864

1422
01:34:46.551 --> 01:34:49.864

1423
01:34:50.552 --> 01:34:53.864

1424
01:34:54.553 --> 01:34:57.864

1425
01:34:58.554 --> 01:35:01.863

1426
01:35:02.557 --> 01:35:05.863

1427
01:35:06.559 --> 01:35:09.863

1428
01:35:10.563 --> 01:35:13.863

1429
01:35:14.565 --> 01:35:17.864

1430
01:35:18.568 --> 01:35:21.862

1431
01:35:22.570 --> 01:35:25.862

1432
01:35:26.572 --> 01:35:29.862

1433
01:35:30.574 --> 01:35:33.861

1434
01:35:34.576 --> 01:35:37.861

1435
01:35:38.577 --> 01:35:41.861

1436
01:35:42.579 --> 01:35:45.861

1437
01:35:46.580 --> 01:35:49.861

1438
01:35:50.582 --> 01:35:53.860

1439
01:35:54.587 --> 01:35:57.861

1440
01:35:58.589 --> 01:36:01.860

1441
01:36:02.598 --> 01:36:05.860

1442
01:36:06.599 --> 01:36:09.860

1443
01:36:10.604 --> 01:36:13.859

1444
01:36:14.610 --> 01:36:17.860

1445
01:36:18.614 --> 01:36:21.859

1446
01:36:22.617 --> 01:36:25.859

1447
01:36:26.621 --> 01:36:29.859

1448
01:36:30.623 --> 01:36:33.858

1449
01:36:34.625 --> 01:36:37.858

1450
01:36:38.626 --> 01:36:41.858

1451
01:36:42.629 --> 01:36:45.858

1452
01:36:46.631 --> 01:36:49.858

1453
01:36:50.632 --> 01:36:53.858

1454
01:36:54.635 --> 01:36:57.858

1455
01:36:58.637 --> 01:37:01.858

1456
01:37:02.638 --> 01:37:05.857

1457
01:37:06.640 --> 01:37:09.857

1458
01:37:10.642 --> 01:37:13.857

1459
01:37:14.643 --> 01:37:17.857

1460
01:37:18.646 --> 01:37:21.857

1461
01:37:22.648 --> 01:37:25.856

1462
01:37:26.650 --> 01:37:29.856

1463
01:37:30.652 --> 01:37:33.856

1464
01:37:34.654 --> 01:37:37.856

1465
01:37:38.656 --> 01:37:41.856

1466
01:37:42.659 --> 01:37:45.855

1467
01:37:46.662 --> 01:37:49.855

1468
01:37:50.664 --> 01:37:53.855

1469
01:37:54.666 --> 01:37:57.855

1470
01:37:58.668 --> 01:38:01.859

1471
01:38:02.670 --> 01:38:05.855

1472
01:38:06.671 --> 01:38:09.854

1473
01:38:10.673 --> 01:38:13.854

1474
01:38:14.675 --> 01:38:17.854

1475
01:38:18.677 --> 01:38:21.855

1476
01:38:22.679 --> 01:38:25.854

1477
01:38:26.691 --> 01:38:29.853

1478
01:38:30.693 --> 01:38:33.854

1479
01:38:34.695 --> 01:38:37.855

1480
01:38:38.697 --> 01:38:41.876

1481
01:38:42.698 --> 01:38:45.853

1482
01:38:46.700 --> 01:38:49.853

1483
01:38:50.702 --> 01:38:53.852

1484
01:38:54.704 --> 01:38:57.852

1485
01:38:58.709 --> 01:39:01.855

1486
01:39:02.711 --> 01:39:05.854

1487
01:39:06.713 --> 01:39:09.851

1488
01:39:10.715 --> 01:39:13.851

1489
01:39:14.717 --> 01:39:17.853

1490
01:39:18.719 --> 01:39:21.851

1491
01:39:22.720 --> 01:39:25.850

1492
01:39:26.722 --> 01:39:29.850
ค่ะ เดี๋ยวมาต่ออีกนิดหนึ่ง

1493
01:39:30.723 --> 01:39:33.850

1494
01:39:34.725 --> 01:39:37.854
คราวนี้มาดูอีก 1 ตัวอย่างนะคะ

1495
01:39:38.726 --> 01:39:41.851

1496
01:39:42.728 --> 01:39:45.850
ครูมีโจทย์ให้

1497
01:39:46.729 --> 01:39:49.850

1498
01:39:50.731 --> 01:39:53.848
5 x 2

1499
01:39:54.732 --> 01:39:57.848
+ 2

1500
01:39:58.734 --> 01:40:01.861
ตอนนี้เราทำ

1501
01:40:02.736 --> 01:40:05.848
จาก Prefix ให้เป็น

1502
01:40:06.737 --> 01:40:09.850
Postfix ก่อนนะคะ

1503
01:40:10.738 --> 01:40:13.847
อันดับแรก

1504
01:40:14.739 --> 01:40:17.847
ต้องวาดตารางก่อนใช่ไหมคะ

1505
01:40:18.740 --> 01:40:21.847
วาดตาราง Stack ว่าง

1506
01:40:22.742 --> 01:40:25.847
ครูก็วาด 3 ช่องเหมือนเดิม แล้วก็

1507
01:40:26.743 --> 01:40:29.847
ตรง Input ครูก็เอาข้อมูลแต่ละตัว

1508
01:40:30.744 --> 01:40:33.847
มาใส่ลงในแต่ละบรรทัด

1509
01:40:34.747 --> 01:40:37.848

1510
01:40:38.748 --> 01:40:41.846

1511
01:40:42.751 --> 01:40:45.846

1512
01:40:46.753 --> 01:40:49.845

1513
01:40:50.755 --> 01:40:53.846
เริ่มต้นเลย หย่อนเข้ามาตัวเลข

1514
01:40:54.757 --> 01:40:57.845
คือ เลข 5 ใช่ไหม มันเป็นตัวเลข เพราะฉะนั้น

1515
01:40:58.758 --> 01:41:01.846
เอาไปไว้ที่ Output

1516
01:41:02.759 --> 01:41:05.846
นะคะ นะ ถ้าเป็นตัวเลข เอาไปไว้ที่ Output

1517
01:41:06.762 --> 01:41:09.845
ได้เลย ตัวถัดมา

1518
01:41:10.764 --> 01:41:13.844
เครื่องหมายคูณ

1519
01:41:14.765 --> 01:41:17.847
แสดงว่าต้องเอาไปไว้ใน Stack

1520
01:41:18.766 --> 01:41:21.844
ตอนนี้ Stack มันเป็น Stack ว่าง

1521
01:41:22.769 --> 01:41:25.844
เราก็เลยเอาคูณมาใส่ใน

1522
01:41:26.770 --> 01:41:29.843
Stack ได้เลย ส่วน Output

1523
01:41:30.771 --> 01:41:33.843
ก็ยก 5 ลงมาเหมือนเดิม

1524
01:41:34.773 --> 01:41:37.843

1525
01:41:38.775 --> 01:41:41.843
โอเคนะ ยังเป็นเหมือนเดิมอญู่นะ

1526
01:41:42.790 --> 01:41:45.842
2 บรรทัดแรก ถัดมา

1527
01:41:46.793 --> 01:41:49.842
เจอเลข 2 เลข 2

1528
01:41:50.794 --> 01:41:53.842
2 มันเป็นตัวเลข ต้องเอาไปไว้ที่

1529
01:41:54.796 --> 01:41:57.842
Output เพราะฉะนั้น 2

1530
01:41:58.798 --> 01:42:01.843
จะอยู่ต่อจากเลข 5 นะคะ ใน Stack

1531
01:42:02.800 --> 01:42:05.841
ก็ยกลงมาเหมือนเดิม

1532
01:42:06.801 --> 01:42:09.841

1533
01:42:10.803 --> 01:42:13.844
ถึงตรงนี้นะคะ

1534
01:42:14.804 --> 01:42:17.841

1535
01:42:18.806 --> 01:42:21.841
ถัดมาข้อมูลที่เราอ่านมา

1536
01:42:22.807 --> 01:42:25.840
เครื่องหมายบวก พอเราเจอ

1537
01:42:26.808 --> 01:42:29.848
เครื่องหมายบวก ครูบอกว่าต้องเอามัน

1538
01:42:30.809 --> 01:42:33.845
ไปไว้ใน Stack แต่ก่อนอื่น ก่อนที่จะ

1539
01:42:34.810 --> 01:42:37.840
เอาไปไว้ใน Stack เดิม

1540
01:42:38.811 --> 01:42:41.840
เรามีข้อมูลใน Stack หรือเปล่า มีใช่หรือเปล่า มีเครื่องหมายคูณ

1541
01:42:42.812 --> 01:42:45.840
เพราะฉะนั้นเราต้

1542
01:42:46.814 --> 01:42:49.842
ต้องเปรียบเทียบความสำคัญก่อน บวก

1543
01:42:50.818 --> 01:42:53.839
มันน้อยกว่าหรือมากกว่าคูณ

1544
01:42:54.819 --> 01:42:57.839
น้อยกว่า ใช่ไหม บวก

1545
01:42:58.820 --> 01:43:01.838
มีค่าน้อยกว่าคูณ เพราะฉะนั้น

1546
01:43:02.821 --> 01:43:05.838
ทำอย่างไรคะ เอาคูณ

1547
01:43:06.823 --> 01:43:09.839
ออกมา

1548
01:43:10.825 --> 01:43:13.838
บวกมีค่าน้อยกว่าคูณ เพราะฉะนั้น

1549
01:43:14.826 --> 01:43:17.838
ต้องเอา

1550
01:43:18.828 --> 01:43:21.838
ข้อมูลที่อยู่บน Stack นี่ คือ คูณ เอามาไว้ที่

1551
01:43:22.829 --> 01:43:25.838
Output เห็นไหมคะ

1552
01:43:26.830 --> 01:43:29.838
เอามาไว้ที่ Output เสร็จแล้ว เราถึงเอา

1553
01:43:30.832 --> 01:43:33.837
เครื่องหมายบวก Push ลงไปใน Stack

1554
01:43:34.834 --> 01:43:37.837
นะคะ แล้วค่อยเอาเครื่องหมายบวก

1555
01:43:38.835 --> 01:43:41.837
ใส่ลงไปใน Stack ได้เลย เพราะ Stack มันว่าง

1556
01:43:42.836 --> 01:43:45.837
เพราะฉะนั้น ตรง Output จะเป็น

1557
01:43:46.837 --> 01:43:49.836
5, 2 แล้วก็เครื่องหมาย๕

1558
01:43:50.838 --> 01:43:53.836
ทำไมคูณ

1559
01:43:54.839 --> 01:43:57.836
ถึงต้องออกมา เพราะบวกมันน้อยกว่าคูณ

1560
01:43:58.841 --> 01:44:01.841
เห็นไหมคะ บวกมันน้อยกว่าคูณ

1561
01:44:02.842 --> 01:44:05.836
เลยเอาคูณออกมา

1562
01:44:06.845 --> 01:44:09.836
ถัดมาเลขอะไรคะ เลข 2

1563
01:44:10.846 --> 01:44:13.835
เอาไปไว้ที่ Output ได้เลย ก็เอามันไปต่อท้ายคูณ

1564
01:44:14.847 --> 01:44:17.836
เอามันมาต่อท้ายคูณใช้หรือเปล่า เพราะมันคือคูณ

1565
01:44:18.848 --> 01:44:21.835
เอา 2 มาต่อท้าย

1566
01:44:22.849 --> 01:44:25.835

1567
01:44:26.851 --> 01:44:29.835
ตอนนี้เราอ่านข้อมูลครบหมดแล้ว

1568
01:44:30.852 --> 01:44:33.835
แต่ใน Stack มันยังมีบวกค้างอยู่ เพราะฉะนั้น

1569
01:44:34.853 --> 01:44:37.835
ต้อง Pop มันออกมา แ

1570
01:44:38.855 --> 01:44:41.834
นะคะ Pop มันออกมาและไว้ข้างหลัง

1571
01:44:42.859 --> 01:44:45.834

1572
01:44:46.861 --> 01:44:49.834

1573
01:44:50.863 --> 01:44:53.836

1574
01:44:54.864 --> 01:44:57.835

1575
01:44:58.865 --> 01:45:01.833

1576
01:45:02.868 --> 01:45:05.833

1577
01:45:06.871 --> 01:45:09.834

1578
01:45:10.872 --> 01:45:13.833

1579
01:45:14.873 --> 01:45:17.834

1580
01:45:18.875 --> 01:45:21.833

1581
01:45:22.877 --> 01:45:25.833
โอเคนะ

1582
01:45:26.878 --> 01:45:29.833
แบบฝึกหัด ช่วยครูทำหน่อยตอนนี้เลย

1583
01:45:30.879 --> 01:45:33.832
ครูโจทย์ให้นะคะ 3 หาร 1

1584
01:45:34.880 --> 01:45:37.832
ลบ 2 แล้วครูก็บอกว่าหาร

1585
01:45:38.883 --> 01:45:41.836
นี่ มันมีค่ามากกว่าลบนะ

1586
01:45:42.884 --> 01:45:45.847
หาค่าผลลัพธ์ของนิพจน์

1587
01:45:46.886 --> 01:45:49.839
Postfix ให้ครูหน่อย

1588
01:45:50.889 --> 01:45:53.831
จะได้อะไร เริ่มต้น

1589
01:45:54.891 --> 01:45:57.832
ทุกคนตีตารางก่อน

1590
01:45:58.893 --> 01:46:01.831

1591
01:46:02.895 --> 01:46:05.834

1592
01:46:06.897 --> 01:46:10.831
ลองทำดูสิคะ มีกระดาษไหม

1593
01:46:10.901 --> 01:46:14.830
ไม่มีมาเอาข้างหน้า

1594
01:46:14.904 --> 01:46:18.831
ครูมีกระดาษให้นะ

1595
01:46:18.905 --> 01:46:22.830

1596
01:46:22.906 --> 01:46:26.830

1597
01:46:26.907 --> 01:46:30.830

1598
01:46:30.908 --> 01:46:34.830
แบบฝึกหัด 1 ข้อนะคะ ทำตอนนี้เลย

1599
01:46:34.910 --> 01:46:38.830

1600
01:46:38.912 --> 01:46:42.829

1601
01:46:42.913 --> 01:46:46.830

1602
01:46:46.914 --> 01:46:50.829
เหมือนกับโจทย์ที่ครูให้ไป

1603
01:46:50.915 --> 01:46:54.829
นะคะ คล้าย ๆ กับโจทย์ที่ครูให้ไป

1604
01:46:54.917 --> 01:46:58.829
จดแล้วด้วยนะ

1605
01:46:58.918 --> 01:47:02.829

1606
01:47:02.919 --> 01:47:06.829

1607
01:47:06.922 --> 01:47:10.829

1608
01:47:10.926 --> 01:47:14.828

1609
01:47:14.930 --> 01:47:18.829

1610
01:47:18.934 --> 01:47:22.828

1611
01:47:22.936 --> 01:47:26.828

1612
01:47:26.938 --> 01:47:30.828

1613
01:47:30.939 --> 01:47:34.828

1614
01:47:34.940 --> 01:47:38.828

1615
01:47:38.941 --> 01:47:42.827

1616
01:47:42.942 --> 01:47:46.827

1617
01:47:46.943 --> 01:47:50.829

1618
01:47:50.944 --> 01:47:54.827

1619
01:47:54.946 --> 01:47:58.827

1620
01:47:58.948 --> 01:48:02.827

1621
01:48:02.949 --> 01:48:06.827

1622
01:48:06.950 --> 01:48:10.828

1623
01:48:10.951 --> 01:48:14.826

1624
01:48:14.955 --> 01:48:18.826

1625
01:48:18.960 --> 01:48:22.826

1626
01:48:22.961 --> 01:48:26.826

1627
01:48:26.962 --> 01:48:30.826

1628
01:48:30.965 --> 01:48:34.828

1629
01:48:34.966 --> 01:48:38.826

1630
01:48:38.967 --> 01:48:42.834
เหมือนโจทย์สุดท้ายที่ครูให้ไปเมื่อกี้เลยนะ

1631
01:48:42.972 --> 01:48:46.825
ลบ

1632
01:48:46.973 --> 01:48:50.829
มันน้อยกว่าหารใช่ไหมคะ เรา

1633
01:48:50.974 --> 01:48:54.825
เปรียบเทียบกัน ลบมันน้อยกว่าหาร

1634
01:48:54.975 --> 01:48:58.826
เพราะฉะนั้น

1635
01:48:58.977 --> 01:49:02.825
ก็ต้องเอาหารออกมา

1636
01:49:02.978 --> 01:49:06.825

1637
01:49:06.979 --> 01:49:10.825

1638
01:49:10.980 --> 01:49:14.825

1639
01:49:14.982 --> 01:49:18.825

1640
01:49:18.983 --> 01:49:22.824

1641
01:49:22.984 --> 01:49:26.825

1642
01:49:26.985 --> 01:49:30.825

1643
01:49:30.986 --> 01:49:34.826

1644
01:49:34.987 --> 01:49:38.824

1645
01:49:38.991 --> 01:49:42.824

1646
01:49:42.995 --> 01:49:46.824

1647
01:49:46.999 --> 01:49:50.824

1648
01:49:51.003 --> 01:49:54.823

1649
01:49:55.004 --> 01:49:58.823

1650
01:49:59.005 --> 01:50:02.823

1651
01:50:03.006 --> 01:50:06.824

1652
01:50:07.007 --> 01:50:10.824

1653
01:50:11.009 --> 01:50:14.823

1654
01:50:15.011 --> 01:50:18.823

1655
01:50:19.012 --> 01:50:22.822

1656
01:50:23.014 --> 01:50:26.823

1657
01:50:27.015 --> 01:50:30.822

1658
01:50:31.018 --> 01:50:34.822

1659
01:50:35.019 --> 01:50:38.823

1660
01:50:39.020 --> 01:50:42.822

1661
01:50:43.022 --> 01:50:46.822

1662
01:50:47.023 --> 01:50:50.822

1663
01:50:51.024 --> 01:50:54.822

1664
01:50:55.025 --> 01:50:58.822

1665
01:50:59.027 --> 01:51:02.821

1666
01:51:03.028 --> 01:51:06.821

1667
01:51:07.029 --> 01:51:10.822

1668
01:51:11.030 --> 01:51:14.822

1669
01:51:15.035 --> 01:51:18.821

1670
01:51:19.037 --> 01:51:22.821

1671
01:51:23.038 --> 01:51:26.821

1672
01:51:27.040 --> 01:51:30.821

1673
01:51:31.042 --> 01:51:34.821

1674
01:51:35.043 --> 01:51:38.821

1675
01:51:39.044 --> 01:51:42.823

1676
01:51:43.045 --> 01:51:46.820

1677
01:51:47.047 --> 01:51:50.820

1678
01:51:51.050 --> 01:51:54.820

1679
01:51:55.051 --> 01:51:58.820

1680
01:51:59.055 --> 01:52:02.820

1681
01:52:03.055 --> 01:52:06.820

1682
01:52:07.056 --> 01:52:10.820

1683
01:52:11.057 --> 01:52:14.820

1684
01:52:15.058 --> 01:52:18.820

1685
01:52:19.061 --> 01:52:22.820

1686
01:52:23.062 --> 01:52:26.819

1687
01:52:27.064 --> 01:52:30.820

1688
01:52:31.065 --> 01:52:34.820

1689
01:52:35.066 --> 01:52:38.819

1690
01:52:39.069 --> 01:52:42.819

1691
01:52:43.071 --> 01:52:46.819

1692
01:52:47.074 --> 01:52:50.819

1693
01:52:51.075 --> 01:52:54.819

1694
01:52:55.079 --> 01:52:58.819

1695
01:52:59.081 --> 01:53:02.819

1696
01:53:03.082 --> 01:53:06.819

1697
01:53:07.086 --> 01:53:10.818

1698
01:53:11.089 --> 01:53:14.818

1699
01:53:15.091 --> 01:53:18.818

1700
01:53:19.092 --> 01:53:22.818

1701
01:53:23.093 --> 01:53:26.818

1702
01:53:27.094 --> 01:53:30.818

1703
01:53:31.095 --> 01:53:34.818

1704
01:53:35.096 --> 01:53:38.822

1705
01:53:39.097 --> 01:53:42.818

1706
01:53:43.099 --> 01:53:46.818

1707
01:53:47.101 --> 01:53:50.817

1708
01:53:51.102 --> 01:53:54.817

1709
01:53:55.103 --> 01:53:58.817

1710
01:53:59.104 --> 01:54:02.817

1711
01:54:03.105 --> 01:54:06.817

1712
01:54:07.106 --> 01:54:10.817

1713
01:54:11.107 --> 01:54:14.817

1714
01:54:15.108 --> 01:54:18.816

1715
01:54:19.109 --> 01:54:22.817
คราวนี้นะคะ ดูด้วยกัน

1716
01:54:23.110 --> 01:54:26.818

1717
01:54:27.111 --> 01:54:30.817
3

1718
01:54:31.113 --> 01:54:34.816
เอา 3 ไปไว้ที่ไหนคะ ที่ Output

1719
01:54:35.114 --> 01:54:38.818
เห็นไหมคะ เอา 3 ไปไว้ที่ Output

1720
01:54:39.116 --> 01:54:42.817
เครื่องหมายหาร เอาเครื่องหมายหารไปไว้ที่ไหน Stack

1721
01:54:43.117 --> 01:54:46.816
เพราะมันเป็น Stack ว่าง เราก็หย่อนเครื่องหมา

1722
01:54:47.118 --> 01:54:50.819
Output เรายกมันลงมาด้วยนะ

1723
01:54:51.119 --> 01:54:54.816

1724
01:54:55.121 --> 01:54:58.816
ถัดไป เราอ่านเจอเลข 1 ใช่ไหมคะ เราต้องเอาเลข 1 ไปไว้

1725
01:54:59.122 --> 01:55:02.816
ที่ไหน Output

1726
01:55:03.123 --> 01:55:06.818
ยกลงมาก่อน เสร็จแล้วก็เติมเลข 1 ลงไป

1727
01:55:07.124 --> 01:55:10.815
ใน Stack ยังเหมือนเดิมนะ

1728
01:55:11.125 --> 01:55:14.815
เรายังมีเครื่องหมายหารอยู่ เราก็ยกลงมาได้เลย

1729
01:55:15.126 --> 01:55:18.815
ถัดมา

1730
01:55:19.129 --> 01:55:22.815
เครื่องหมายลบใช่ไหมคะ เดิมใน Stack เรามี

1731
01:55:23.132 --> 01:55:26.815
หารอยู่แล้วใช่ไหม ครูเขียนให้ดูก่อน

1732
01:55:27.133 --> 01:55:30.815
เรามีหารอยู่แล้วนี่ เราเอาลบมาเทียบกับ

1733
01:55:31.134 --> 01:55:34.815
หาร ปรากฎว่าค

1734
01:55:35.134 --> 01:55:38.815
ค่าลบมันน้อยกว่า

1735
01:55:39.137 --> 01:55:42.815
ให้ทำอย่างไร

1736
01:55:43.138 --> 01:55:46.814
ให้เอาหารนี่ เอาออกมาไว้ที่

1737
01:55:47.139 --> 01:55:50.815
Output เพราะฉะนั้น จะได้เป็น

1738
01:55:51.140 --> 01:55:54.816
3, 1 แล้วก็หาร ตรงนี้หายไปใช่ไหมคะ

1739
01:55:55.141 --> 01:55:58.815
เสร็จแล้วก็ใส่ค่าลบ

1740
01:55:59.143 --> 01:56:02.815
ลงมาใน Stack

1741
01:56:03.144 --> 01:56:06.818
ถัดมาหย่อนอะไร

1742
01:56:07.144 --> 01:56:10.814
ยกของเดิมลงมาก่อนที่ Output แล้วก็ใส่เลข 2

1743
01:56:11.145 --> 01:56:14.818
ใน Stack หรืออะไรคะ

1744
01:56:15.147 --> 01:56:18.814
เครื่องหมายลบใช่ไม อ่านครบหมดแล้วนะ

1745
01:56:19.148 --> 01:56:22.814
แต่ใน Stack

1746
01:56:23.150 --> 01:56:26.814
เราต้องเอาค่าจาก Stack ออกมา เป็น

1747
01:56:27.151 --> 01:56:30.814
3 1 หาร 2 แล้วอะไรคะ ลบ

1748
01:56:31.154 --> 01:56:34.814
เห็นไหม

1749
01:56:35.155 --> 01:56:38.813
เราเอาค่าที่อยู๋ใน Stack ตัวสุดท้ายมาใส่ข้างหล

1750
01:56:39.158 --> 01:56:42.814
ได้เลยนะคะ

1751
01:56:43.158 --> 01:56:46.814
โอเค

1752
01:56:47.159 --> 01:56:50.819
อีกข้อหนึ่ง

1753
01:56:51.160 --> 01:56:54.813
แล้วจะให้เลิก ครูให้โจทย์มาแค่นี้เอง ว

1754
01:56:55.161 --> 01:56:58.813

1755
01:56:59.162 --> 01:57:02.813

1756
01:57:03.163 --> 01:57:06.820

1757
01:57:07.165 --> 01:57:10.814

1758
01:57:11.168 --> 01:57:14.813
โจทย์ข้อนี้อันดับแรก

1759
01:57:15.169 --> 01:57:18.817
วาดตารางก่อนเลย ตีตารางค่ะ

1760
01:57:19.171 --> 01:57:22.812

1761
01:57:23.173 --> 01:57:26.812

1762
01:57:27.174 --> 01:57:30.813

1763
01:57:31.176 --> 01:57:34.813

1764
01:57:35.179 --> 01:57:38.812

1765
01:57:39.180 --> 01:57:42.812

1766
01:57:43.182 --> 01:57:46.818

1767
01:57:47.183 --> 01:57:50.812

1768
01:57:51.185 --> 01:57:54.813

1769
01:57:55.190 --> 01:57:58.812

1770
01:57:59.192 --> 01:58:02.812

1771
01:58:03.194 --> 01:58:06.812

1772
01:58:07.195 --> 01:58:10.812

1773
01:58:11.196 --> 01:58:14.811

1774
01:58:15.197 --> 01:58:18.812

1775
01:58:19.198 --> 01:58:22.812

1776
01:58:23.200 --> 01:58:26.820

1777
01:58:27.201 --> 01:58:30.812

1778
01:58:31.203 --> 01:58:34.811

1779
01:58:35.204 --> 01:58:38.812

1780
01:58:39.205 --> 01:58:42.812

1781
01:58:43.206 --> 01:58:46.814

1782
01:58:47.208 --> 01:58:50.811

1783
01:58:51.210 --> 01:58:54.811

1784
01:58:55.211 --> 01:58:58.811

1785
01:58:59.214 --> 01:59:02.810

1786
01:59:03.215 --> 01:59:06.811

1787
01:59:07.216 --> 01:59:10.811

1788
01:59:11.219 --> 01:59:14.812

1789
01:59:15.222 --> 01:59:18.812

1790
01:59:19.223 --> 01:59:22.810

1791
01:59:23.225 --> 01:59:26.811

1792
01:59:27.227 --> 01:59:30.812

1793
01:59:31.231 --> 01:59:34.810

1794
01:59:35.233 --> 01:59:38.810

1795
01:59:39.235 --> 01:59:42.810

1796
01:59:43.237 --> 01:59:46.813

1797
01:59:47.238 --> 01:59:50.812
ดูนิดหนึ่ง

1798
01:59:51.241 --> 01:59:54.810
คูณมันมากกว่าลบ

1799
01:59:55.242 --> 01:59:58.810
ใช่หรือเปล่า คูณมันมีค่ามากกว่าลบ

1800
01:59:59.243 --> 02:00:02.810
ก็ Push คูณลง  Stack ได้เลย

1801
02:00:03.243 --> 02:00:06.816
นะคะ Push คูณ

1802
02:00:07.246 --> 02:00:10.810
ลงใน Stack ได้เลย

1803
02:00:11.247 --> 02:00:14.809

1804
02:00:15.250 --> 02:00:18.809

1805
02:00:19.251 --> 02:00:22.809

1806
02:00:23.253 --> 02:00:26.809

1807
02:00:27.254 --> 02:00:30.810

1808
02:00:31.255 --> 02:00:34.809

1809
02:00:35.257 --> 02:00:38.809

1810
02:00:39.260 --> 02:00:42.809

1811
02:00:43.261 --> 02:00:46.809

1812
02:00:47.263 --> 02:00:50.809

1813
02:00:51.265 --> 02:00:54.809

1814
02:00:55.266 --> 02:00:58.809

1815
02:00:59.269 --> 02:01:02.808

1816
02:01:03.270 --> 02:01:06.809

1817
02:01:07.271 --> 02:01:10.808

1818
02:01:11.273 --> 02:01:14.809

1819
02:01:15.275 --> 02:01:18.810

1820
02:01:19.277 --> 02:01:22.809

1821
02:01:23.279 --> 02:01:26.808

1822
02:01:27.280 --> 02:01:30.808

1823
02:01:31.283 --> 02:01:34.808

1824
02:01:35.284 --> 02:01:38.808

1825
02:01:39.286 --> 02:01:42.807

1826
02:01:43.290 --> 02:01:46.807

1827
02:01:47.292 --> 02:01:50.808

1828
02:01:51.293 --> 02:01:54.808

1829
02:01:55.295 --> 02:01:58.810

1830
02:01:59.297 --> 02:02:02.807

1831
02:02:03.298 --> 02:02:06.809

1832
02:02:07.299 --> 02:02:10.807

1833
02:02:11.302 --> 02:02:14.807

1834
02:02:15.304 --> 02:02:18.807

1835
02:02:19.306 --> 02:02:22.807

1836
02:02:23.307 --> 02:02:26.807

1837
02:02:27.309 --> 02:02:30.808

1838
02:02:31.310 --> 02:02:34.807

1839
02:02:35.312 --> 02:02:38.807

1840
02:02:39.313 --> 02:02:42.807

1841
02:02:43.316 --> 02:02:46.806

1842
02:02:47.318 --> 02:02:50.807

1843
02:02:51.319 --> 02:02:54.807

1844
02:02:55.321 --> 02:02:58.808

1845
02:02:59.322 --> 02:03:02.809

1846
02:03:03.324 --> 02:03:06.806

1847
02:03:07.325 --> 02:03:10.806

1848
02:03:11.327 --> 02:03:14.806

1849
02:03:15.329 --> 02:03:18.806

1850
02:03:19.330 --> 02:03:22.806

1851
02:03:23.331 --> 02:03:26.806

1852
02:03:27.333 --> 02:03:30.806

1853
02:03:31.336 --> 02:03:34.806

1854
02:03:35.337 --> 02:03:38.806

1855
02:03:39.339 --> 02:03:42.806

1856
02:03:43.341 --> 02:03:46.807

1857
02:03:47.342 --> 02:03:50.806

1858
02:03:51.345 --> 02:03:54.806

1859
02:03:55.347 --> 02:03:58.812

1860
02:03:59.348 --> 02:04:02.807

1861
02:04:03.351 --> 02:04:06.805

1862
02:04:07.353 --> 02:04:10.807

1863
02:04:11.354 --> 02:04:14.805
โอเค

1864
02:04:15.357 --> 02:04:18.805
มาดูนะคะ

1865
02:04:19.359 --> 02:04:22.805
นะคะ 6

1866
02:04:23.362 --> 02:04:26.805
เป็นตัวเลข เอาไว้ที่ Output ใช่หรือเปล่า

1867
02:04:27.364 --> 02:04:30.805
ลบ เอาไว้ที่ Stack นะคะ

1868
02:04:31.365 --> 02:04:34.805
6 ก็ใส่มาเหมือนเดิม

1869
02:04:35.366 --> 02:04:38.804
5 เอาไว้ที่ไหนคะ เอาไว้ที่

1870
02:04:39.367 --> 02:04:42.809
Stack ก็ยกลงมาเหมือนเดิมนะคะ

1871
02:04:43.368 --> 02:04:46.805
ถัดมาคูณ

1872
02:04:47.369 --> 02:04:50.804
เจอคูณ

1873
02:04:51.370 --> 02:04:54.805
ใช่ไหมคะ เจอคูณให้เ

1874
02:04:55.372 --> 02:04:58.804
ปรากฏว่าคูณมีค่ามากกว่าลบ

1875
02:04:59.373 --> 02:05:02.805
ให้ Push คูณลง Stack

1876
02:05:03.375 --> 02:05:06.804
ได้เลย เพราะฉะนั้น

1877
02:05:07.376 --> 02:05:10.804
Stack เดิมเป็น push

1878
02:05:11.377 --> 02:05:14.804
ครูบอกว่า Push ลงมาได้เลยนะคะ เพราะคูณ

1879
02:05:15.378 --> 02:05:18.804
มันมากกว่านะ มันมากกว่านะคะ

1880
02:05:19.382 --> 02:05:22.805
ข้างหลัง คือ 6 กับ 5

1881
02:05:23.383 --> 02:05:26.804
ถัดมา 2

1882
02:05:27.384 --> 02:05:30.804
เป็นตัวเลขไว้ข้างหลังนะคะ

1883
02:05:31.385 --> 02:05:34.804
Stack มีเท่าไรยกลงมา

1884
02:05:35.387 --> 02:05:38.804
โอเค เสร็จแล้ว หมดแล้วนะ ผลลัพธ์

1885
02:05:39.389 --> 02:05:42.804
สุดท้ายที่ได้ 6, 5, 2

1886
02:05:43.393 --> 02:05:46.804
เอาคูณออกมาก่อน แล้วตามด้วยลบนะคะ

1887
02:05:47.393 --> 02:05:50.810
เห็นนะโอเค

1888
02:05:51.397 --> 02:05:54.804

1889
02:05:55.399 --> 02:05:58.804
ทุกคนดู

1890
02:05:59.400 --> 02:06:02.803
นะคะ

1891
02:06:03.403 --> 02:06:06.803

1892
02:06:07.404 --> 02:06:10.803

1893
02:06:11.406 --> 02:06:14.803

1894
02:06:15.407 --> 02:06:18.803
เราสังเกตนะ

1895
02:06:19.413 --> 02:06:22.803
ทำไมตัวนี้

1896
02:06:23.415 --> 02:06:26.803
เอาหารออกมา ตัวนี้ไม่ได้เอาอะไรออกมานะคะ ตัวนี้

1897
02:06:27.418 --> 02:06:30.804
วิธีการสังเกต โอเค

1898
02:06:31.420 --> 02:06:34.803
ลบเทียบกับหาร ลบ

1899
02:06:35.421 --> 02:06:38.803
มันมีค่าน้อยกว่าหารเห็นไหมคะ

1900
02:06:39.422 --> 02:06:42.803
ลบมีค่าน้อยกว่าหาร

1901
02:06:43.424 --> 02:06:46.802
เลยต้องเอาหาร

1902
02:06:47.425 --> 02:06:50.802
ออกมา

1903
02:06:51.427 --> 02:06:54.803
แต่ถ้า Input

1904
02:06:55.430 --> 02:06:58.805
ที่ใส่เข้าไปนี่ มีค่ามากกว่า เรา็

1905
02:06:59.431 --> 02:07:02.802
ใส่ลงไปใน Stack ได้เลย

1906
02:07:03.434 --> 02:07:06.803
ถ้าตัวซ้ายมันมากกว่าตัวบนตรงนี้

1907
02:07:07.436 --> 02:07:10.808
เราก็ใส่ลงไปใน Stack ได้เลยนะคะ

1908
02:07:11.438 --> 02:07:14.802

1909
02:07:15.439 --> 02:07:18.802
โอเค

1910
02:07:19.440 --> 02:07:22.802
ต้องกลับไปทบทวนอีกรอบหนึ่งนะ นะคะ

1911
02:07:23.441 --> 02:07:26.803
เดี๋ยวสัปดาห์หน้าครูจะทวน

1912
02:07:27.442 --> 02:07:30.802
ให้อีกรอบหนึ่ง

1913
02:07:31.443 --> 02:07:34.802

1914
02:07:35.445 --> 02:07:38.802
โอเค

1915
02:07:39.447 --> 02:07:42.802
เดี๋ยวทั้งหมดนี้ครูจะอัปที่ Classroom ให้นะคะ

1916
02:07:43.448 --> 02:07:46.801
เดี๋ยวครูจะไปสแกนให้ แล้วก็อัปโหลด

1917
02:07:47.450 --> 02:07:50.801
ให้ โอเค

1918
02:07:51.452 --> 02:07:54.802

1919
02:07:55.453 --> 02:07:58.802

1920
02:07:59.454 --> 02:08:02.802

1921
02:08:03.455 --> 02:08:06.801

1922
02:08:07.458 --> 02:08:10.801

1923
02:08:11.460 --> 02:08:14.801

1924
02:08:15.461 --> 02:08:18.801
เดี๋ยวครูเช็กชื่อหน่อยนะคะ

1925
02:08:19.463 --> 02:08:22.801

1926
02:08:23.465 --> 02:08:26.801

1927
02:08:27.469 --> 02:08:30.801

1928
02:08:31.472 --> 02:08:34.801

1929
02:08:35.474 --> 02:08:38.802

1930
02:08:39.478 --> 02:08:42.801

1931
02:08:43.483 --> 02:08:46.800

1932
02:08:47.488 --> 02:08:50.801
ครูเช็กชื่อหน่อย

1933
02:08:51.491 --> 02:08:54.800
ศิริลักษณ์

1934
02:08:55.492 --> 02:08:58.801
02

1935
02:08:59.495 --> 02:09:02.806
มาไหม 02

1936
02:09:03.497 --> 02:09:06.800
คนนี้หรือ

1937
02:09:07.498 --> 02:09:10.800
03

1938
02:09:11.500 --> 02:09:14.804
อดิศร เป็น COVID

1939
02:09:15.501 --> 02:09:18.800
4 นพกิต

1940
02:09:19.503 --> 02:09:22.800
คนนี้ 5.

1941
02:09:23.506 --> 02:09:26.803
พงพร ไหน

1942
02:09:27.508 --> 02:09:30.800
อ๋อ จันทกานต์

1943
02:09:31.509 --> 02:09:34.800
ไหนคะ

1944
02:09:35.510 --> 02:09:38.800
กัญญานัฐ

1945
02:09:39.511 --> 02:09:42.800
ธัญญาลักษณ์

1946
02:09:43.512 --> 02:09:46.800
อ๋อ โอเค วริษา

1947
02:09:47.513 --> 02:09:50.802
คนนี้

1948
02:09:51.515 --> 02:09:54.803
ภัทรดา 11 ไม่มา

1949
02:09:55.516 --> 02:09:58.801
เทพอักษร

1950
02:09:59.518 --> 02:10:02.799
ธนภัทร 15 โอเค

1951
02:10:03.519 --> 02:10:06.799
ภากร

1952
02:10:07.520 --> 02:10:10.800
16 โอเค ค่ะ เจอกันสัปดาห์หน้า

1953
02:10:11.522 --> 02:10:14.799

1954
02:10:15.523 --> 02:10:18.799

1955
02:10:19.525 --> 02:10:22.799

1956
02:10:23.526 --> 02:10:26.799

1957
02:10:27.527 --> 02:10:30.799

1958
02:10:31.529 --> 02:10:34.799

1959
02:10:35.532 --> 02:10:38.799

1960
02:10:39.534 --> 02:10:42.799
[สิ้นสุดการถอดความ]

1961
02:10:43.535 --> 02:10:46.799

1962
02:10:47.537 --> 02:10:50.799

1963
02:10:51.538 --> 02:10:54.799

1964
02:10:55.539 --> 02:10:58.798

1965
02:10:59.541 --> 02:11:02.798
-

1966
02:11:03.542 --> 02:11:06.799

1967
02:11:07.544 --> 02:11:10.798

1968
02:11:11.546 --> 02:11:14.798

1969
02:11:15.548 --> 02:11:18.799

1970
02:11:19.550 --> 02:11:22.800

1971
02:11:23.552 --> 02:11:26.798
(อาจารย์สุธาสินี) ทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะ

1972
02:11:27.553 --> 02:11:30.798
ได้ยินครูนะ คราวที่แล้ว

1973
02:11:31.554 --> 02:11:34.798

1974
02:11:35.556 --> 02:11:38.798
เหมือนล่ามไม่ได้ยินเลย อ๋อ ค่ะ

1975
02:11:39.558 --> 02:11:42.798
คราวที่แล้วเราพูดถึงเรื่อง list นะ lis

1976
02:11:43.562 --> 02:11:46.798
แล้วเราก็ทำข้อสอบไปแล้วนะคะ

1977
02:11:47.563 --> 02:11:50.797
นะคะ เราพูดถึงในเรื่องของ

1978
02:11:51.564 --> 02:11:54.798

1979
02:11:55.566 --> 02:11:58.798

1980
02:11:59.568 --> 02:12:02.798
ได้ไหมคะ

1981
02:12:03.569 --> 02:12:06.797
เรื่องลิสต์

1982
02:12:07.570 --> 02:12:10.798
ได้ยินไหมคะ

1983
02:12:11.573 --> 02:12:14.797
ยังไม่ได้ยิน

1984
02:12:15.574 --> 02:12:18.797

1985
02:12:19.578 --> 02:12:22.797

1986
02:12:23.580 --> 02:12:26.797

1987
02:12:27.582 --> 02:12:30.797

1988
02:12:31.586 --> 02:12:34.797

1989
02:12:35.588 --> 02:12:38.797

1990
02:12:39.590 --> 02:12:42.797

1991
02:12:43.592 --> 02:12:46.797
คราวที่แล้วนะคะ เราพูดถึงเรื่อง List ทุกคน

1992
02:12:47.593 --> 02:12:50.798
จำได้นะคะ อันนี้คือลิสต์นะ ที่ครูยกตัวอย่างมาให้

1993
02:12:51.594 --> 02:12:54.797

1994
02:12:55.595 --> 02:12:58.797
มีขนาดเท่าไหร่ ขนาด คือ

1995
02:12:59.596 --> 02:13:02.797
มีจำนวนเท่าไร มี 5 คนอื่นมีเท่าไรคะ

1996
02:13:03.597 --> 02:13:06.812
5 โอเค 5 นะคะ

1997
02:13:07.598 --> 02:13:10.799
ลิสต์ตัวนี้มีขนาดเท่ากับเท่าไหร่

1998
02:13:11.599 --> 02:13:14.796
จะมีอยู่ 5 ตัวถูกไหมคะ มีข้อมูลอยู่ 5 ตัว

1999
02:13:15.601 --> 02:13:18.796
มี 1 มี 2 มี 3 มี 4

2000
02:13:19.602 --> 02:13:22.798
แล้วก็มี 5 มีทั้งหมด 5 ตัวนะคะ คราวนี้

2001
02:13:23.603 --> 02:13:26.796
ลิสต์ที่เราเห็นในหน้าจอตรงนี้

2002
02:13:27.604 --> 02:13:30.796
ก้ามปูเปิด-ก้ามปูปิดไหมคะ

2003
02:13:31.606 --> 02:13:34.796
เป็นสัญลักษณ์ที่บอกว่าการเก็บข้อมูลลักษณะ

2004
02:13:35.607 --> 02:13:38.796
แบบนี้มีชื่อเรียกว่า "ลิสต์" นะคะ

2005
02:13:39.610 --> 02:13:42.796
เรารู้ได้อย่างไรว่ามันคือลิสต์ เห็น

2006
02:13:43.612 --> 02:13:46.796
ในลิสต์ index

2007
02:13:47.613 --> 02:13:50.795
ก็คือหมายเลขถูกไหมคะ ก็คือหมายเลขของข้อมูล

2008
02:13:51.614 --> 02:13:54.795
เราเริ่มต้นที่หมายเลขอะไรเอ่ย

2009
02:13:55.616 --> 02:13:58.795
จะเก็บค่าของข้อมูล

2010
02:13:59.618 --> 02:14:02.795
ในลิสต์นี่ ถ้าเราลองวาด

2011
02:14:03.620 --> 02:14:06.795
การจัดเก็บนะ ก็จะเป็น 1

2012
02:14:07.621 --> 02:14:10.795

2013
02:14:11.624 --> 02:14:14.795
พอเราวาดเป็นช่องใช่ไหมคะ

2014
02:14:15.625 --> 02:14:18.794
หมายเลขช่องหรือว่า

2015
02:14:19.627 --> 02:14:22.794
Index ตัวแรกเราจะเริ่มต้นที่ตรงไหน

2016
02:14:23.628 --> 02:14:26.795
ตรงนี้ index เราจะเริ่มที่เราไรเอ่ย

2017
02:14:27.629 --> 02:14:30.794
แล้วก็จะเก็บข้อมูลลงไปในช่องแบบนี้

2018
02:14:31.630 --> 02:14:34.795
1 2 3 แล้วก็ 4

2019
02:14:35.631 --> 02:14:38.794
แล้วก็ 4 ก็คือหมายเลขช่อง ถ้าเราวาดรูปให้

2020
02:14:39.633 --> 02:14:42.794
เป็นรูปสี่เหลี่ยมในการจัดเก็บข้อมูล แล้วเวลาครูเข้าถึง

2021
02:14:43.634 --> 02:14:46.794
0 นะ ใช่ไหมคะ

2022
02:14:47.636 --> 02:14:50.794
ครูตั้งชื่อลิสต์ตัวนี้มีชื่อว่า x

2023
02:14:51.639 --> 02:14:54.794
x index 3

2024
02:14:55.641 --> 02:14:58.794
ตอบเท่ากับเท่าไรเอ่ย index

2025
02:14:59.642 --> 02:15:02.794
ข้อมูลที่อยู่ในลิสต์ ตอนนี้

2026
02:15:03.644 --> 02:15:06.794
ตรงนี้ต้องตอบว่า 4 นะคะ ทุกคนจำได้นะ

2027
02:15:07.645 --> 02:15:10.793
แล้วถ้า x

2028
02:15:11.646 --> 02:15:14.793
เราต้องการหลาย ๆ ค่า 2 จนถึง 4

2029
02:15:15.647 --> 02:15:18.793
เป็น 3 ตัวนี้ตอบ 4 ใช่

2030
02:15:19.648 --> 02:15:22.794
3 กับ...

2031
02:15:23.650 --> 02:15:26.793
3 กับอะไรเอ่ย 4 ใช่ไหม

2032
02:15:27.651 --> 02:15:30.793
ใช่ไหม คือ 3 กับ 4 นะ มันเริ่มต้นที่ 2 ใช่ไหมคะ ก็คือ

2033
02:15:31.655 --> 02:15:34.794
จะตอบเท่าหับเท่าไหร่คะ

2034
02:15:35.657 --> 02:15:38.793
ถึง 4 แล้วก็ลดลงมา 1 ช่อง ก็จะได้ข้อมูลตัวนี้

2035
02:15:39.658 --> 02:15:42.796
ก็คือ 3 กับ 4

2036
02:15:43.658 --> 02:15:46.792
คราวนี้ แล้วเราเอาลิสต์

2037
02:15:47.659 --> 02:15:50.793
เริ่มต้นที่ 2 ก็คือเริ่มต้ด้วยตัว

2038
02:15:51.661 --> 02:15:54.793
รูปแบบลิสต์ แล้วเราเอามาใช้ทำอะไรนะคะ

2039
02:15:55.663 --> 02:15:58.792
วันนี้เราจะพูดถึงโครงสร้างอีกแบบหนึ่ง

2040
02:15:59.664 --> 02:16:02.792
ที่มีชื่อว่า stack นะ

2041
02:16:03.668 --> 02:16:06.793
มาทำอะไรนะคะ เราเก็บข้อมูล

2042
02:16:07.672 --> 02:16:10.792
จะใช้วิธีการเก็บข้อมูลแบบลิสต์

2043
02:16:11.673 --> 02:16:14.792
นะคะ แล้วลักษณะแบบไหน

2044
02:16:15.677 --> 02:16:18.792
ที่เราจะเรียกว่า "stack" นะคะ ดูด้วยกัน

2045
02:16:19.678 --> 02:16:22.792
สแตกนะคะ สแตกตัวนี้

2046
02:16:23.679 --> 02:16:26.791
ก็คือการที่เราใส่ข้อมูลเข้าไปแล้วก็ดึงออกมา

2047
02:16:27.681 --> 02:16:30.792
นะคะ แล้วข้อมูล

2048
02:16:31.683 --> 02:16:34.792
ที่ถูกใส่เข้าไปใน Stack จะถูก

2049
02:16:35.684 --> 02:16:38.791
เขาบอกว่า Stack

2050
02:16:39.685 --> 02:16:42.792
วิธีการเก็บข้อมูลแบบ stack หรือที่เรียกว่า

2051
02:16:43.688 --> 02:16:46.791
เข้าทีหลังออกก่อน

2052
02:16:47.694 --> 02:16:50.791
เข้าก่อนออกทีหลัง ความหมายเหมือนกัน

2053
02:16:51.695 --> 02:16:54.791
เอาออกมาใช้ทีหลัง อันนี้ คือ

2054
02:16:55.697 --> 02:16:58.791
ยกตัวอย่างเช่น ทุกคนเคย

2055
02:16:59.698 --> 02:17:02.792
ไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวไหมคะ ทุกคนเคยไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวนะ

2056
02:17:03.699 --> 02:17:06.791
แล้วเห็นถ้วยก๋วยเตี๋ยวก่อนที่เขาจะ

2057
02:17:07.701 --> 02:17:10.790

2058
02:17:11.703 --> 02:17:14.790
ชามก๋วยเตี๋ยวมันเรียงขึ้นไปแบบนี้

2059
02:17:15.704 --> 02:17:18.790
ใช่ไหมคะ เวลาแม่ค้าเขาจะเอาจามก๋วยเตี๋ยวมาใส่ให้เรา

2060
02:17:19.705 --> 02:17:22.790
เขาจะเอาชามก๋วยเตี๋ยวมาใส่ให้เรา เขาเอาชามที่อยู่

2061
02:17:23.706 --> 02:17:26.791
เอามาใส่เส้น ใส่เครื่องปรุง ใส่หมูให้เรา

2062
02:17:27.707 --> 02:17:30.796
เอาชามข้างบนหรือข้างล่างคะ ข้างบน

2063
02:17:31.708 --> 02:17:34.791
เขาเอาข้างบนมาทำให้เรา

2064
02:17:35.709 --> 02:17:38.791
แล้วเวลาเขาล้างจานเสร็จแล้วนี่ เอาจาน

2065
02:17:39.711 --> 02:17:42.790
ข้างบน หรือชามที่อยู่ข้างล่าง

2066
02:17:43.714 --> 02:17:46.790
ใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้น จานที่

2067
02:17:47.715 --> 02:17:50.790
อยู่บนสุดจะถูกเอาออกมาใช้ก่อน

2068
02:17:51.716 --> 02:17:54.791
และจากที่อยู่บนสุดนะคะ จะถูก

2069
02:17:55.717 --> 02:17:58.791
มาซ้อนข้างล่างหรือซ้อนข้างบน ซ้อนข้างบน

2070
02:17:59.719 --> 02:18:02.794
ของ Stack เช่นนะคะ เช่น ๆ

2071
02:18:03.722 --> 02:18:06.790
เช่น สมมติ ครูมีกระดาษ 1 แผ่นนะ

2072
02:18:07.723 --> 02:18:10.791
ครูมีกระดาษอยู่ 1 แผ่น ทุกคนดูนะคะ

2073
02:18:11.724 --> 02:18:14.789
เอาเข้ามาเก็บทีหลัง อันนี้คือรูปแบบ

2074
02:18:15.726 --> 02:18:18.795
เห็นไหมคะ ครูซ่อนกระดาษแผ่นที่ 2 อยู่ข้างบน

2075
02:18:19.727 --> 02:18:22.789
ครูใส่ ครูใส่กระดาษ

2076
02:18:23.728 --> 02:18:26.799
แผ่นที่ 3 เข้าไปนะคะ แล้วครูก็ใส่

2077
02:18:27.730 --> 02:18:30.789
ครูจะใส่กระดาษแผ่นที่ 2

2078
02:18:31.736 --> 02:18:34.789
ครูจะเอาออกมาใช้ครูจะเอาตัวล่างสุดหรือตัวบนสุดออกมาใช้

2079
02:18:35.737 --> 02:18:38.789
ตัวบนสุดถูกไหมคะ

2080
02:18:39.738 --> 02:18:42.789
ครูไม่พยายามจะดึงตัวล่างสุดออกมานะคะ ครูจะหยิบตัวบน

2081
02:18:43.739 --> 02:18:46.788
กระดาษแผ่นที่ 4 เข้าไปในมือครู เวลา

2082
02:18:47.740 --> 02:18:50.788
คือ กระดาษแผ่นที่เราใส่ไปล่าสุดนะคะ

2083
02:18:51.741 --> 02:18:54.789
เ

2084
02:18:55.742 --> 02:18:58.788
เราสามารถสรุปได้แบบนี้นะ ข้อมูลที่อยู่ใน Stack

2085
02:18:59.744 --> 02:19:03.744
สุดอก

2086
02:19:03.745 --> 02:19:03.747

2087
02:19:07.748 --> 02:19:07.751

2088
02:19:11.752 --> 02:19:11.756

2089
02:47:13.443 --> 02:47:16.446

2090
02:47:17.445 --> 02:47:20.445

2091
02:47:21.447 --> 02:47:24.447

2092
02:47:25.449 --> 02:47:25.451

2093
02:47:29.451 --> 02:47:29.455


