﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:03.736

2
00:00:04.003 --> 00:00:07.736

3
00:00:08.005 --> 00:00:11.736

4
00:00:12.008 --> 00:00:15.736

5
00:00:16.010 --> 00:00:19.735

6
00:00:20.011 --> 00:00:23.735

7
00:00:24.012 --> 00:00:27.737
(อาจารย์สุธาสินี) ทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะ

8
00:00:28.014 --> 00:00:31.736
ได้ยินครูนะ คราวที่แล้ว

9
00:00:32.015 --> 00:00:35.736
นะคะ เราพูดถึงในเรื่องของ

10
00:00:36.017 --> 00:00:39.736
เหมือนล่ามไม่ได้ยินเลย อ๋อ ค่ะ

11
00:00:40.018 --> 00:00:43.735
คราวที่แล้วเราพูดถึงเรื่อง list นะ lis

12
00:00:44.021 --> 00:00:47.736
แล้วเราก็ทำข้อสอบไปแล้วนะคะ

13
00:00:48.023 --> 00:00:51.736
เรื่องลิสต์

14
00:00:52.026 --> 00:00:55.736

15
00:00:56.027 --> 00:00:59.736

16
00:01:00.029 --> 00:01:03.735
ได้ไหมคะ

17
00:01:04.031 --> 00:01:07.736

18
00:01:08.033 --> 00:01:11.736
ได้ยินไหมคะ

19
00:01:12.034 --> 00:01:15.736
ยังไม่ได้ยิน

20
00:01:16.036 --> 00:01:19.737

21
00:01:20.037 --> 00:01:23.736

22
00:01:24.038 --> 00:01:27.736

23
00:01:28.040 --> 00:01:31.736

24
00:01:32.041 --> 00:01:35.735

25
00:01:36.043 --> 00:01:39.737

26
00:01:40.044 --> 00:01:43.736

27
00:01:44.047 --> 00:01:47.736
คราวที่แล้วนะคะ เราพูดถึงเรื่อง List ทุกคน

28
00:01:48.049 --> 00:01:51.738
จำได้นะคะ อันนี้คือลิสต์นะ ที่ครูยกตัวอย่างมาให้

29
00:01:52.051 --> 00:01:55.736
ลิสต์ตัวนี้มีขนาดเท่ากับเท่าไหร่

30
00:01:56.053 --> 00:01:59.745
มีขนาดเท่าไหร่ ขนาด คือ

31
00:02:00.055 --> 00:02:03.736
มีจำนวนเท่าไร มี 5 คนอื่นมีเท่าไรคะ

32
00:02:04.057 --> 00:02:07.737
5 โอเค 5 นะคะ

33
00:02:08.058 --> 00:02:11.738
ลิสต์ที่เราเห็นในหน้าจอตรงนี้

34
00:02:12.060 --> 00:02:15.737
จะมีอยู่ 5 ตัวถูกไหมคะ มีข้อมูลอยู่ 5 ตัว

35
00:02:16.063 --> 00:02:19.737
มี 1 มี 2 มี 3 มี 4

36
00:02:20.064 --> 00:02:23.736
แล้วก็มี 5 มีทั้งหมด 5 ตัวนะคะ คราวนี้

37
00:02:24.066 --> 00:02:27.736
เรารู้ได้อย่างไรว่ามันคือลิสต์ เห็น

38
00:02:28.067 --> 00:02:31.737
ก้ามปูเปิด-ก้ามปูปิดไหมคะ

39
00:02:32.069 --> 00:02:35.736
เป็นสัญลักษณ์ที่บอกว่าการเก็บข้อมูลลักษณะ

40
00:02:36.071 --> 00:02:39.741
แบบนี้มีชื่อเรียกว่า "ลิสต์" นะคะ

41
00:02:40.072 --> 00:02:43.736
จะเก็บค่าของข้อมูล

42
00:02:44.074 --> 00:02:47.736
ในลิสต์ index

43
00:02:48.075 --> 00:02:51.736
ก็คือหมายเลขถูกไหมคะ ก็คือหมายเลขของข้อมูล

44
00:02:52.077 --> 00:02:55.736
เราเริ่มต้นที่หมายเลขอะไรเอ่ย

45
00:02:56.078 --> 00:02:59.736
พอเราวาดเป็นช่องใช่ไหมคะ

46
00:03:00.083 --> 00:03:03.737
ในลิสต์นี่ ถ้าเราลองวาด

47
00:03:04.084 --> 00:03:07.741
การจัดเก็บนะ ก็จะเป็น 1

48
00:03:08.085 --> 00:03:11.737

49
00:03:12.086 --> 00:03:15.736
แล้วก็จะเก็บข้อมูลลงไปในช่องแบบนี้

50
00:03:16.091 --> 00:03:19.737
หมายเลขช่องหรือว่า

51
00:03:20.092 --> 00:03:23.737
Index ตัวแรกเราจะเริ่มต้นที่ตรงไหน

52
00:03:24.094 --> 00:03:27.736
ตรงนี้ index เราจะเริ่มที่เราไรเอ่ย

53
00:03:28.095 --> 00:03:31.736
0 นะ ใช่ไหมคะ

54
00:03:32.097 --> 00:03:35.737
1 2 3 แล้วก็ 4

55
00:03:36.098 --> 00:03:39.740
แล้วก็ 4 ก็คือหมายเลขช่อง ถ้าเราวาดรูปให้

56
00:03:40.099 --> 00:03:43.738
เป็นรูปสี่เหลี่ยมในการจัดเก็บข้อมูล แล้วเวลาครูเข้าถึง

57
00:03:44.101 --> 00:03:47.737
ข้อมูลที่อยู่ในลิสต์ ตอนนี้

58
00:03:48.102 --> 00:03:51.737
ครูตั้งชื่อลิสต์ตัวนี้มีชื่อว่า x

59
00:03:52.103 --> 00:03:55.737
x index 3

60
00:03:56.105 --> 00:03:59.737
ตอบเท่ากับเท่าไรเอ่ย index

61
00:04:00.107 --> 00:04:03.737
เป็น 3 ตัวนี้ตอบ 4 ใช่

62
00:04:04.108 --> 00:04:07.737
ตรงนี้ต้องตอบว่า 4 นะคะ ทุกคนจำได้นะ

63
00:04:08.109 --> 00:04:11.741
แล้วถ้า x

64
00:04:12.110 --> 00:04:15.740
เราต้องการหลาย ๆ ค่า 2 จนถึง 4

65
00:04:16.112 --> 00:04:19.737
จะตอบเท่าหับเท่าไหร่คะ

66
00:04:20.114 --> 00:04:23.738
3 กับ...

67
00:04:24.117 --> 00:04:27.737
3 กับอะไรเอ่ย 4 ใช่ไหม

68
00:04:28.118 --> 00:04:31.737
ใช่ไหม คือ 3 กับ 4 นะ มันเริ่มต้นที่ 2 ใช่ไหมคะ ก็คือ

69
00:04:32.119 --> 00:04:35.737
เริ่มต้นที่ 2 ก็คือเริ่มต้ด้วยตัว

70
00:04:36.120 --> 00:04:39.742
ถึง 4 แล้วก็ลดลงมา 1 ช่อง ก็จะได้ข้อมูลตัวนี้

71
00:04:40.122 --> 00:04:43.737
ก็คือ 3 กับ 4

72
00:04:44.123 --> 00:04:47.737
คราวนี้ แล้วเราเอาลิสต์

73
00:04:48.125 --> 00:04:51.738
มาทำอะไรนะคะ เราเก็บข้อมูล

74
00:04:52.126 --> 00:04:55.737
รูปแบบลิสต์ แล้วเราเอามาใช้ทำอะไรนะคะ

75
00:04:56.127 --> 00:04:59.744
วันนี้เราจะพูดถึงโครงสร้างอีกแบบหนึ่ง

76
00:05:00.131 --> 00:05:03.737
ที่มีชื่อว่า stack นะ

77
00:05:04.132 --> 00:05:07.738
สแตกนะคะ สแตกตัวนี้

78
00:05:08.134 --> 00:05:11.739
จะใช้วิธีการเก็บข้อมูลแบบลิสต์

79
00:05:12.135 --> 00:05:15.739
นะคะ แล้วลักษณะแบบไหน

80
00:05:16.136 --> 00:05:19.737
ที่เราจะเรียกว่า "stack" นะคะ ดูด้วยกัน

81
00:05:20.138 --> 00:05:23.737
เขาบอกว่า Stack

82
00:05:24.139 --> 00:05:27.738
ก็คือการที่เราใส่ข้อมูลเข้าไปแล้วก็ดึงออกมา

83
00:05:28.145 --> 00:05:31.737
นะคะ แล้วข้อมูล

84
00:05:32.147 --> 00:05:35.738
ที่ถูกใส่เข้าไปใน Stack จะถูก

85
00:05:36.148 --> 00:05:39.738
เอาออกมาใช้ทีหลัง อันนี้ คือ

86
00:05:40.150 --> 00:05:43.744
วิธีการเก็บข้อมูลแบบ stack หรือที่เรียกว่า

87
00:05:44.152 --> 00:05:47.738
เข้าทีหลังออกก่อน

88
00:05:48.154 --> 00:05:51.738
เข้าก่อนออกทีหลัง ความหมายเหมือนกัน

89
00:05:52.155 --> 00:05:55.740

90
00:05:56.158 --> 00:05:59.737
ยกตัวอย่างเช่น ทุกคนเคย

91
00:06:00.160 --> 00:06:03.738
ไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวไหมคะ ทุกคนเคยไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวนะ

92
00:06:04.161 --> 00:06:07.739
แล้วเห็นถ้วยก๋วยเตี๋ยวก่อนที่เขาจะ

93
00:06:08.166 --> 00:06:11.737
เอามาใส่เส้น ใส่เครื่องปรุง ใส่หมูให้เรา

94
00:06:12.168 --> 00:06:15.738
ชามก๋วยเตี๋ยวมันเรียงขึ้นไปแบบนี้

95
00:06:16.169 --> 00:06:19.737
ใช่ไหมคะ เวลาแม่ค้าเขาจะเอาจามก๋วยเตี๋ยวมาใส่ให้เรา

96
00:06:20.171 --> 00:06:23.738
เขาจะเอาชามก๋วยเตี๋ยวมาใส่ให้เรา เขาเอาชามที่อยู่

97
00:06:24.172 --> 00:06:27.738
ข้างบน หรือชามที่อยู่ข้างล่าง

98
00:06:28.173 --> 00:06:31.737
เอาชามข้างบนหรือข้างล่างคะ ข้างบน

99
00:06:32.175 --> 00:06:35.739
เขาเอาข้างบนมาทำให้เรา

100
00:06:36.176 --> 00:06:39.738
แล้วเวลาเขาล้างจานเสร็จแล้วนี่ เอาจาน

101
00:06:40.178 --> 00:06:43.738
มาซ้อนข้างล่างหรือซ้อนข้างบน ซ้อนข้างบน

102
00:06:44.179 --> 00:06:47.738
ใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้น จานที่

103
00:06:48.183 --> 00:06:51.737
อยู่บนสุดจะถูกเอาออกมาใช้ก่อน

104
00:06:52.185 --> 00:06:55.738
และจากที่อยู่บนสุดนะคะ จะถูก

105
00:06:56.187 --> 00:06:59.737
เอาเข้ามาเก็บทีหลัง อันนี้คือรูปแบบ

106
00:07:00.188 --> 00:07:03.741
ของ Stack เช่นนะคะ เช่น ๆ

107
00:07:04.189 --> 00:07:07.741
เช่น สมมติ ครูมีกระดาษ 1 แผ่นนะ

108
00:07:08.190 --> 00:07:11.738
ครูมีกระดาษอยู่ 1 แผ่น ทุกคนดูนะคะ

109
00:07:12.191 --> 00:07:15.738
ครูจะใส่กระดาษแผ่นที่ 2

110
00:07:16.193 --> 00:07:19.737
เห็นไหมคะ ครูซ่อนกระดาษแผ่นที่ 2 อยู่ข้างบน

111
00:07:20.197 --> 00:07:23.738
ครูใส่ ครูใส่กระดาษ

112
00:07:24.198 --> 00:07:27.743
แผ่นที่ 3 เข้าไปนะคะ แล้วครูก็ใส่

113
00:07:28.199 --> 00:07:31.738
กระดาษแผ่นที่ 4 เข้าไปในมือครู เวลา

114
00:07:32.201 --> 00:07:35.738
ครูจะเอาออกมาใช้ครูจะเอาตัวล่างสุดหรือตัวบนสุดออกมาใช้

115
00:07:36.202 --> 00:07:39.739
ตัวบนสุดถูกไหมคะ

116
00:07:40.204 --> 00:07:43.742
ครูไม่พยายามจะดึงตัวล่างสุดออกมานะคะ ครูจะหยิบตัวบน

117
00:07:44.205 --> 00:07:47.737
สุดอกไปใช้ ซึ่งตัวบนสุดนี่

118
00:07:48.206 --> 00:07:51.738
คือ กระดาษแผ่นที่เราใส่ไปล่าสุดนะคะ

119
00:07:52.207 --> 00:07:55.737
เ

120
00:07:56.209 --> 00:07:59.739
เราสามารถสรุปได้แบบนี้นะ ข้อมูลที่อยู่ใน Stack

121
00:08:00.210 --> 00:08:03.741
ตัวแรกจะอยู่ด้านล่างสุด ข

122
00:08:04.212 --> 00:08:07.738
ข้อมูลที่หย่อนลงไปใน Stack ตัวแรกจะอยู่ด้านล่างสุดเลย

123
00:08:08.213 --> 00:08:11.738
นะคะ ตัวถัดไปก็จะซ้อนขึ้นมา

124
00:08:12.215 --> 00:08:15.738
เรื่อย ๆ ข้อมูลที่

125
00:08:16.216 --> 00:08:19.738
เข้าไปใน Stack เป็นตัวสุดท้าย

126
00:08:20.218 --> 00:08:23.738
นะคะ จะอยู่บนสุด แล้วเวลา

127
00:08:24.219 --> 00:08:27.738
เราเอาข้อมูลใน Stack ออกมาใช้งาน

128
00:08:28.220 --> 00:08:31.738
ข้อมูลที่เข้าไปเป็นตัวล่าสุด

129
00:08:32.221 --> 00:08:35.738
หรือตัวลำดับสุดท้าย  จะถูก

130
00:08:36.223 --> 00:08:39.738
ดึงออกมาใช้งานก่อน ตัวไหน

131
00:08:40.227 --> 00:08:43.738
ที่เข้าไปตัวแรกจะถูกเอามาใช้งาน

132
00:08:44.228 --> 00:08:47.738
เป็นตัวสุดท้ายนะคะ เพราะมันอยู่ล่างสุด

133
00:08:48.229 --> 00:08:51.754
มันก็ใช้ยาก เราต้องใช้ตัวบน ค่อย ๆ ดึงตัวบน

134
00:08:52.230 --> 00:08:55.738
ออกไปก่อน

135
00:08:56.233 --> 00:08:59.747
คราวนี้เวลาเราเอาข้อมูลใส่ใน Stack

136
00:09:00.234 --> 00:09:03.738
เราพูดถึง Stack ก็เหมือนภาชนะนะ Stack

137
00:09:04.235 --> 00:09:07.741
เป็นช่องแบบนี้ เป็นช่องสี่เหลี่ย

138
00:09:08.236 --> 00:09:11.738
ในแนวตั้ง ถ้าเราพูดถึง Stack นะ

139
00:09:12.239 --> 00:09:15.738
ดูรูปนี้ก่อน อย่างนี้ มันจะอยู่ในแนวนอนหรือแนวตั้งก็ได้

140
00:09:16.240 --> 00:09:19.738
มันจะอยู่ในแนวนอนหรือแนวตั้งก็ได้

141
00:09:20.243 --> 00:09:23.738
ถ้าพูดถึง Stack ก้คือเป็นชั้น ๆ

142
00:09:24.246 --> 00:09:27.738
เลื่อนขึ้นไปเรื่อย ๆ นะคะ ใน Stack

143
00:09:28.247 --> 00:09:31.744
เราทำอะไรได้บ้าง เราใส่ข้อมูลลงไป

144
00:09:32.251 --> 00:09:35.738
เราดึงข้อมูลออกมา คราวนี้

145
00:09:36.253 --> 00:09:39.738
stackถ้ามันไม่มีข้อมูลอะไรเลย

146
00:09:40.254 --> 00:09:43.739
เราเรียกว่า "Stack ว่าง" คือ มันมีค่าว่าง ๆ

147
00:09:44.255 --> 00:09:47.738
ไม่มีตัวอักษรอะไรเลยนะ อันนี้

148
00:09:48.257 --> 00:09:51.746
คือ Stack ว่าง

149
00:09:52.258 --> 00:09:55.738
ถ้าเราจะใส่ข้อมูลลงไปใน Stack

150
00:09:56.259 --> 00:09:59.738
เราจะมีคำสั่งที่ชื่อว่า Push

151
00:10:00.260 --> 00:10:03.739
คือคำสั่งตัวนี้นะคะ

152
00:10:04.261 --> 00:10:07.738
คำสั่ง Push ก็คือใส่

153
00:10:08.263 --> 00:10:11.739
ข้อมูลลงไปใน Stack ถ้าต้องการเอา

154
00:10:12.264 --> 00:10:15.739
ข้อมูลออกจาก Stack เราใช้คำสั่ง Pop นะคะ

155
00:10:16.265 --> 00:10:19.739
มีอยู่ 2 ตัวที่ทุกคนต้องรู้จัก

156
00:10:20.269 --> 00:10:23.738
เมื่อพูดถึง Stack คือ Push กับ Pop

157
00:10:24.270 --> 00:10:27.747
Push คือใส่ ก็คือเอ

158
00:10:28.271 --> 00:10:31.738
ส่วน Pop ก็คือเอาออกนะคะ Pop คือ เอาออก

159
00:10:32.272 --> 00:10:35.738

160
00:10:36.273 --> 00:10:39.738
คราวนี้มาดูตัวอย่างนะคะ มีแต่ Push กับ Pop

161
00:10:40.275 --> 00:10:43.738
2 ตัว เราเริ่มต้น Stack ไม่มีอะไรเลย

162
00:10:44.276 --> 00:10:47.739
เป็นค่าว่าง ๆ ถูกไหมคะ เป็น Stack ว่าง

163
00:10:48.277 --> 00:10:51.738
ครูบอกว่าครู Push

164
00:10:52.278 --> 00:10:55.739
คำสั่ง Push Push ค่าอะไร ค่า a เมื่อไรก็ตาม

165
00:10:56.279 --> 00:10:59.739
ที่ใช้คำสั่ง Push ต้องบอกด

166
00:11:00.280 --> 00:11:03.738
จะใส่ค่าอะไรด้วยนะคะ

167
00:11:04.281 --> 00:11:07.738
เรา Push ค่า a ลงไป

168
00:11:08.283 --> 00:11:11.738
เห็นไหม มันก็อยู่ด้านล่างสุดนะคะ ถัดมา

169
00:11:12.284 --> 00:11:15.738
ถ้าครูใส่คำสั่ง

170
00:11:16.285 --> 00:11:19.738
ตัวบนก่อน Push b ก็ใส่ b ลงมาเห็นไหมคะ

171
00:11:20.287 --> 00:11:23.753
ถัดจาก a ก็คือ b Push c

172
00:11:24.288 --> 00:11:27.738
ก็อยู่ถัดขึ้นไป และ Push(D) อยู่

173
00:11:28.289 --> 00:11:31.743
บนสุดนะคะ เรียงตรามลำดับของการ

174
00:11:32.290 --> 00:11:35.742
ใส่ข้อมูลเข้าไป

175
00:11:36.291 --> 00:11:39.749
คราวนี้อยากจะเอาออกบ้าง

176
00:11:40.292 --> 00:11:43.738
เอาข้อมูลออกจาก Stack ไปใช้งาน จะใช้คำสั่ง Pop

177
00:11:44.294 --> 00:11:47.738
Pop นะ Pop

178
00:11:48.296 --> 00:11:51.738
แล้วตามด้วยวงเล็บเปิดและวงเล็บปิด ไม่ต้องใส่ค่าอะไร

179
00:11:52.297 --> 00:11:55.738
เพราะเราจะไปดึงค่าที่อยู่ใน Stack ออกมา

180
00:11:56.298 --> 00:11:59.739

181
00:12:00.300 --> 00:12:03.738
เราสั่งคำสั่ง Pop เราเอาข้อมูล

182
00:12:04.301 --> 00:12:07.739
บนสุดนะคะ Pop ให้เอาข้อมูลบนสุด

183
00:12:08.304 --> 00:12:11.739
ที่อยู่ใน Stack ดึงออกมา

184
00:12:12.307 --> 00:12:15.739
เพราะฉะนั้น เดิมเป็นแบบนี้ ถูกไหม

185
00:12:16.308 --> 00:12:19.738
ครูใช้คำสั่ง Pop อะไรออกมาเอ่ย

186
00:12:20.310 --> 00:12:23.738
ตัว D Dog จะออกมา เพราะ D Dog

187
00:12:24.311 --> 00:12:27.745
อยู่บนสุดนะคะ

188
00:12:28.313 --> 00:12:31.758
ถัดมา

189
00:12:32.314 --> 00:12:35.740
ครู Push คือใส่เข้าไป

190
00:12:36.316 --> 00:12:39.739
ไม่มี D Dog แล้วนะ ครู Push e เห็นไหมคะ เวลา Push

191
00:12:40.318 --> 00:12:43.739
ต้องบอกด้วยว่าเราใส่ค่าอะไร

192
00:12:44.318 --> 00:12:47.739
แล้วก็ใส่ตัว e วงเล็บปิด ครู Push ค่า e ลงไป

193
00:12:48.320 --> 00:12:51.738
E จะอยู่ด้านบน C เสร็จแล้ว Push

194
00:12:52.323 --> 00:12:55.739
อีกครั้งหนึ่ง f ก็จะอยู่บนสุดนะคะ

195
00:12:56.327 --> 00:12:59.743
ถัดมาครู Pop

196
00:13:00.328 --> 00:13:03.739
Pop คือ เอาออก เอาอะไรออก ข้างบนสุดคืออะไรคะ

197
00:13:04.329 --> 00:13:07.738
เอา F ออก เพราะฉะนั้นข้อมูล

198
00:13:08.330 --> 00:13:11.738
จะเหลืออยู่ 4 ตัว ก็คือ a, b, c แล้วก็ e

199
00:13:12.331 --> 00:13:15.739

200
00:13:16.332 --> 00:13:19.739
โอเค ถัดมา

201
00:13:20.333 --> 00:13:23.738
เราแทน Stack ด้วยอะไร

202
00:13:24.334 --> 00:13:27.739
นะคะ อย่างที่ครูบอกว่าลิสต์

203
00:13:28.335 --> 00:13:31.740
จะถูกเอามาใช้แทนนะคะ การเก็บข้อมูล

204
00:13:32.336 --> 00:13:35.739
ใน Stack เราพูดถึง Stack แล้วมันจัดเก็บแบบไหน ลิสต์

205
00:13:36.338 --> 00:13:39.738
นั่นล่ะในการเก็บข้อมูล

206
00:13:40.339 --> 00:13:43.739
ลิสต์นะคะ เราสามารถวาดเป็นแนวตั้งหรือแนวนอน

207
00:13:44.342 --> 00:13:47.739
ก็ได้นะ สามารถวาดเป็นแนวนอน

208
00:13:48.344 --> 00:13:51.739
หรือแนวนอนก็ได้ ข้อมูลที่ใส่เข้ามาตัวแรกนะคะ

209
00:13:52.348 --> 00:13:55.739
จะอยู่ที่ index 0 ก็คือข้อมูลตัวแรก

210
00:13:56.350 --> 00:13:59.739
ไล่ไปเรื่อย ๆ จนถึงข้อมูลตัวสุดท้าย

211
00:14:00.351 --> 00:14:03.739

212
00:14:04.353 --> 00:14:07.739
Stack ที่ครูให้มานี่ ที่เก็บอยู่

213
00:14:08.354 --> 00:14:11.739
ในรูปแบบที่เป็นลิสต์นี่

214
00:14:12.356 --> 00:14:15.754
มันมีที่ว่างให้ใส่ได้อีกไหม Stack รูปนี้

215
00:14:16.357 --> 00:14:19.739
มีอยู่ 4 ช่องด้วยกัน ทุกช่องมีค่าไหมคะ

216
00:14:20.358 --> 00:14:23.739
ทุกช่องมีค่านะ

217
00:14:24.360 --> 00:14:27.739
มันเต็มหรือยังคะ

218
00:14:28.361 --> 00:14:31.740
มันมีที่ว่างให้ใส่อีกไหมคะ ไม่มีแล้ว

219
00:14:32.365 --> 00:14:35.746
อย่างนี้เรียกว่า Stack เต็มแล้ว

220
00:14:36.366 --> 00:14:39.740
นะคะ คือ ไม่มีช่องว่างให้เราใส่ข้อมูลตัวใหม่ได้แล้ว

221
00:14:40.367 --> 00:14:43.744
นะคะ แบบนี้เรียกว่า Stack มันเต็มแล้ง

222
00:14:44.368 --> 00:14:47.743

223
00:14:48.371 --> 00:14:51.739

224
00:14:52.372 --> 00:14:55.739
คราวนี้ เรามี 2 คำสั่ง

225
00:14:56.373 --> 00:14:59.739
ที่พูดถึงนะ Push กับ Pop

226
00:15:00.375 --> 00:15:03.741
Push ก็คือใส่ข้อมูลลงไปใน Stack

227
00:15:04.376 --> 00:15:07.741
เช่น ครูมี Stack

228
00:15:08.381 --> 00:15:11.740
อย่างนี้ใช่ไหม มันมีที่ว่างให้ครูใส่ข้อมูลได้ไหมคะ มันมี

229
00:15:12.384 --> 00:15:15.739
ที่ว่างให้ครูใส่ข้อมูลได้ ครู

230
00:15:16.385 --> 00:15:19.741
ก็เลยสั่งคำสั่ง Push 3 ก็คือเอาข้อมูล 3 นี่

231
00:15:20.387 --> 00:15:23.740
ไปหย่อนลงใน Stack มันจะเอามาใส่ช่องนี้

232
00:15:24.389 --> 00:15:27.740
ช่องที่ 1 หรือช่องที่ 2 ค่ะ ช่องที่ 1

233
00:15:28.390 --> 00:15:31.741
ถูกไหม ก็ไล่ลำดับลงมาเรื่อย ๆ

234
00:15:32.391 --> 00:15:35.740
มันอยู่ช่องนี้แล้ว ข้อมูลล่าสุดอยู่ช่องนี้

235
00:15:36.392 --> 00:15:39.740
มันก็ไหลลงไปจนถึงตัวสุดท้าย

236
00:15:40.395 --> 00:15:43.740
ที่มันสามารถจะใส่ได้ ก็คือในช่องตรงนี้ ก็คือจะเอา 3

237
00:15:44.396 --> 00:15:47.739
มาใส่

238
00:15:48.401 --> 00:15:51.747
แล้วเราใส่ด้วยคำสั่งอะไร

239
00:15:52.402 --> 00:15:55.741
เราใช้ List นะคะ

240
00:15:56.404 --> 00:15:59.744
ในการจัดเก็บข้อมูล เราใช้ลิสต์ในการจัดเก็บข้อมูล

241
00:16:00.405 --> 00:16:03.739
เพราะฉะนั้นคำสั่งของการ

242
00:16:04.406 --> 00:16:07.740
เพิ่มข้อมูลลงไปใน Stack ก็คือใช้คำสั่ง

243
00:16:08.408 --> 00:16:11.746
Append ได้เลย เพราะ Append

244
00:16:12.419 --> 00:16:15.740
เป็นคำสั่งของการเพิ่มข้อมูลลงไป

245
00:16:16.420 --> 00:16:19.740
ในลิสต์นะคะ ใส่ชื่อ .

246
00:16:20.424 --> 00:16:23.740
แล้วตามด้วยคำสั่ง Append(d)

247
00:16:24.425 --> 00:16:27.740
ใส่ค่าข้อมูลตัวใหม่แล้วก็วงเล็บปิด

248
00:16:28.428 --> 00:16:31.750
ถัดมา

249
00:16:32.429 --> 00:16:35.740
Pop

250
00:16:36.433 --> 00:16:39.742
คือ เอาออกนะคะ คือ Pop คือ เอาออก

251
00:16:40.434 --> 00:16:43.750
ก่อนที่เราจะเอาข้อมูลออก

252
00:16:44.435 --> 00:16:47.740
เราต้องเช็กก่อนว่า Stack เรา

253
00:16:48.436 --> 00:16:51.742
มีข้อมูลอยู่ไหม ถ้า Stack

254
00:16:52.438 --> 00:16:55.745
มันไม่มีข้อมูลอยู่เลยเราจะเอาอะไรออกมาได้ไหม ไม่ได้

255
00:16:56.442 --> 00:16:59.747
เพราะมันไม่มีข้อมูลอะไรให้เราดึงออกมา

256
00:17:00.443 --> 00:17:03.740
เพราะฉะนั้น อันดับแรกนี่ เราต้องเช็กก่อน

257
00:17:04.444 --> 00:17:07.741
มันมีข้อมูลอยู่ไหมนะคะ มันมีข้อมูลอยู่้ไหม

258
00:17:08.446 --> 00:17:11.750
ถ้ามันไม่มีข้อมูลอยู่เลย เราจะบอกว่า

259
00:17:12.447 --> 00:17:15.740
มันคือ Stack ว่าง เราไม่สามารถทำคำสั่ง Pop

260
00:17:16.448 --> 00:17:19.741
ได้นะคะ แต่ถ้า

261
00:17:20.450 --> 00:17:23.742
Stack ไม่ว่าง เช่น

262
00:17:24.451 --> 00:17:27.741
Stack ไม่ว่างนะ มันมีข้อมูลอยู่ตั้ง 3 ตัว

263
00:17:28.452 --> 00:17:31.741
เราใช้คำสั่ง Pop

264
00:17:32.454 --> 00:17:35.741
ข้อมูลอะไรจะถูกดึงออกมา มีอยู่ 3 ค่านี่

265
00:17:36.454 --> 00:17:39.743
ข้อมูลที่จะเอาออกมาจาก Stack

266
00:17:40.456 --> 00:17:43.742
ก็คือข้อมูลค่าอะไรเอ่ย

267
00:17:44.458 --> 00:17:47.741
อะไรคะ 1 หรือ 2

268
00:17:48.460 --> 00:17:51.741
หรือ 3 3 ใช่ไหม

269
00:17:52.462 --> 00:17:55.744
เอาตัวที่อยู่บนสุด

270
00:17:56.463 --> 00:17:59.744
ตัวล่าสุดถูกไหมคะ ถ้าอยู่ในแนวนอนตัวล่าสุดจะอยู่

271
00:18:00.465 --> 00:18:03.740
ด้านขวา

272
00:18:04.467 --> 00:18:07.745
ถ้าเป็นแนวตั้งตัวล่าสุดจะอยู่ข้างบนใช่ไหมคะ

273
00:18:08.468 --> 00:18:11.741
เลข 3 จะถูก

274
00:18:12.470 --> 00:18:15.741
ดึงออกมานะคะ หลังจากที่เราใช้คำสั่ง Pop

275
00:18:16.471 --> 00:18:19.759

276
00:18:20.473 --> 00:18:23.742
โอเค

277
00:18:24.477 --> 00:18:27.740
ถัดมาตัวนี้จะเป็นคำสั่ง

278
00:18:28.478 --> 00:18:31.741
ที่เราใช้เขียน เช่น

279
00:18:32.479 --> 00:18:35.744
เราจะเช็กว่า Stack นั้นเป็น Stack ว่าง

280
00:18:36.480 --> 00:18:39.741
หรือเปล่า เราก็ดูขนาดของ Stack ใช่ไหมคะ

281
00:18:40.482 --> 00:18:43.742
หาขนาดของ Stack ว่ามันมีขนาด

282
00:18:44.483 --> 00:18:47.742
เท่าไหร่ ถ้าขนาดมันมีค่าเป็น 0

283
00:18:48.485 --> 00:18:51.750
แสดงว่ามันเป็น Stack ว่าง ไม่มีข้อมูลอยู่เลย

284
00:18:52.493 --> 00:18:55.741
ก็ไม่ต้องทำอะไรใช่ไหมคะ แต่ถ้า

285
00:18:56.497 --> 00:18:59.751
มันไม่ใช่ Stack ว่างเราก็

286
00:19:00.499 --> 00:19:03.741
จะดึงค่าที่อยู่บนสุดออกมา

287
00:19:04.501 --> 00:19:07.752
คราวนี้

288
00:19:08.503 --> 00:19:11.742
อันนี้จะเป็นโค้ด เป็นโปรแกรมที่เราจะเขียนทั้งหมด

289
00:19:12.504 --> 00:19:15.742
เดี๋ยวครูบอกอีกทีข้างหลัง

290
00:19:16.507 --> 00:19:19.742
สมมติว่า

291
00:19:20.508 --> 00:19:23.745

292
00:19:24.511 --> 00:19:27.741

293
00:19:28.512 --> 00:19:31.751

294
00:19:32.513 --> 00:19:35.741
ครูอยาก...

295
00:19:36.515 --> 00:19:39.741

296
00:19:40.516 --> 00:19:43.741

297
00:19:44.519 --> 00:19:47.742

298
00:19:48.521 --> 00:19:51.741

299
00:19:52.523 --> 00:19:55.742

300
00:19:56.525 --> 00:19:59.742

301
00:20:00.526 --> 00:20:03.742

302
00:20:04.528 --> 00:20:07.742

303
00:20:08.530 --> 00:20:11.742

304
00:20:12.550 --> 00:20:15.742

305
00:20:16.552 --> 00:20:19.742

306
00:20:20.553 --> 00:20:23.742

307
00:20:24.555 --> 00:20:27.741

308
00:20:28.558 --> 00:20:31.742

309
00:20:32.562 --> 00:20:35.741
คราวนี้ดูนะคะ

310
00:20:36.565 --> 00:20:39.742
ครูมี Stack มาให้ Stack ครูมีกี่ช่องคะ

311
00:20:40.566 --> 00:20:43.742
มี 4 ช่องในแนวตั้งถูกหรือเปล่า

312
00:20:44.568 --> 00:20:47.742
เป็น Stack ในแนวตั้ง มี 4 ช่องนะคะ

313
00:20:48.569 --> 00:20:51.742
ตัวแรก ตัวแรกน่ะจะอยู่

314
00:20:52.571 --> 00:20:55.742
ด้านฐาน จะอยู่ด้านล่างสุดนะ เวลาเราหย่อนข้อมูลลงไป ตัวแรก

315
00:20:56.572 --> 00:20:59.742
จะลงมาอยู่ช่องล่างสุดแล้วค่อยขยับไปช่องถัดไป ๆ

316
00:21:00.577 --> 00:21:03.742
นะคะ จะซ้อนขึ้นไปข้างบนนะ ถ้าเป็น Stack ในแนวตั้ง

317
00:21:04.578 --> 00:21:07.742
คำสั่ง

318
00:21:08.579 --> 00:21:11.742
อย่างที่บอกเรามีแค่ 2 คำสั่งนะ มีแค่ Push กับ Pop

319
00:21:12.580 --> 00:21:15.742
ใช่ไหมคะ Push

320
00:21:16.581 --> 00:21:19.745
ใส่ข้อมูล

321
00:21:20.583 --> 00:21:23.742
กับ Pop

322
00:21:24.584 --> 00:21:27.743
เอาข้อมูลออก คือ ใส่กับเอาออก

323
00:21:28.586 --> 00:21:31.743
นะคะ คราวนี้ดู

324
00:21:32.587 --> 00:21:35.742
Push 5 เห็นไหมคะ ครูใส่หมายเลขช่องก่อนนะ

325
00:21:36.588 --> 00:21:39.742
อันนี้เป็นหมานยเลข 1, 0, 1, 2, 3

326
00:21:40.590 --> 00:21:43.743
เราจะได้เข้าใจตรงกัน โอเค

327
00:21:44.590 --> 00:21:47.744
นะคะ มีหลายเลขช่องแล้วนะ มี 0 1 2 3

328
00:21:48.591 --> 00:21:51.743
ครูสั่ง Push 5 5 จะ

329
00:21:52.593 --> 00:21:55.743
ไปอยู่ที่ช่องไหน ช่องไหนเอ่ย

330
00:21:56.595 --> 00:21:59.742
ช่องหมายเลขอะไร ครูหย่อน 5

331
00:22:00.596 --> 00:22:03.744
ลงไปมันก็จะไหลลงมาอยู่ที่ช่องไหนคะ

332
00:22:04.598 --> 00:22:07.742
ช่อง 0 เห็นไหม พอครูหย่อน 5 ลงมา

333
00:22:08.601 --> 00:22:11.742
ไหลลงมาเรื่อย ๆ จนมาอยู่ที่

334
00:22:12.602 --> 00:22:15.743
ช่อง 0 เสร็จแล้วครูสั่งคำสั่ง Push

335
00:22:16.604 --> 00:22:19.742
10 เดิมมันมี 5 อยู่แล้วนะ

336
00:22:20.606 --> 00:22:23.743
แล้วครูสั่ง Push 10 เพราะฉะนั้น 10 จะมาอยู่ที่ไหนคะ

337
00:22:24.612 --> 00:22:27.742
10 จะมาอยู่ที่

338
00:22:28.614 --> 00:22:31.743
1 ถูกไหมคะ ก็หย่อน 10 ลงมานะ

339
00:22:32.616 --> 00:22:35.742
ถัดมาเดิม

340
00:22:36.617 --> 00:22:39.742
เดิม มี 5 กับ 10 แล้ว ครูเขียนเรียบร้อยก่อน

341
00:22:40.618 --> 00:22:43.742
นะคะ ใส่ที่ช่อง 0 กับช่อง 1 ครู

342
00:22:44.618 --> 00:22:47.742
สั่ง Push 15 ไปอยู่ที่ช่องไหนคะ 2 ใช่ไหม

343
00:22:48.621 --> 00:22:51.743
เห็นไหม พอ Push ข้อมูลลงไป

344
00:22:52.622 --> 00:22:55.742
คราวนี้ จากรูปนี้ ครูสั่ง Pop

345
00:22:56.624 --> 00:22:59.743
เอาอะไรออกมา

346
00:23:00.625 --> 00:23:03.745
จากรูปนี้พอครูสั่ง Pop ปุ๊บ เอาอะไรออกมาคะ

347
00:23:04.626 --> 00:23:07.743
เอาอะไรออกมาเอ่ย

348
00:23:08.627 --> 00:23:11.743
15 ใช่ไหม เอาตัวบนสุด

349
00:23:12.629 --> 00:23:15.743
เลือก

350
00:23:16.631 --> 00:23:19.742
เราเลือก

351
00:23:20.632 --> 00:23:23.742
ตัวบนสุดออกมาใช่ไหมคะ

352
00:23:24.633 --> 00:23:27.742
เพราะฉะนั้น 15 จะถูกดึง

353
00:23:28.634 --> 00:23:31.743
ออกมาข้างนอกเห็นไหมคะ

354
00:23:32.635 --> 00:23:35.743
เพราะฉะนั้น ใน Stack จะเหลือแค่ 10 กับ 5

355
00:23:36.638 --> 00:23:39.743
ครูสั่ง Pop อีกทีหนึ่ง

356
00:23:40.639 --> 00:23:43.743
เอาอะไรออกมาคะ เดิม

357
00:23:44.640 --> 00:23:47.743
มี 5 กับ 10

358
00:23:48.641 --> 00:23:51.743
คราวนี้เอาอะไรออกมา ครูสั่ง Pop ปุ๊บ อะไรออกมาคะ

359
00:23:52.642 --> 00:23:55.743
10 ออกมาเห็นไหม 10 ไม่เหลือแล้ว

360
00:23:56.646 --> 00:23:59.745
เพราะฉะนั้น ตอนนี้ ใน Stack เราเหลือกี่ค่าคะ

361
00:24:00.647 --> 00:24:03.743
ค่าเดียว คือเลข 5

362
00:24:04.648 --> 00:24:07.743
จดตัวนี้ไว้ในกระดาษให้ครูหน่อย

363
00:24:08.649 --> 00:24:11.743

364
00:24:12.656 --> 00:24:15.742
เดี๋ยวครูจะให้ทำแบบฝึกหัด

365
00:24:16.659 --> 00:24:19.747
นะคะ

366
00:24:20.660 --> 00:24:23.743

367
00:24:24.662 --> 00:24:27.743

368
00:24:28.663 --> 00:24:31.744

369
00:24:32.664 --> 00:24:35.743

370
00:24:36.665 --> 00:24:39.743

371
00:24:40.668 --> 00:24:43.743

372
00:24:44.670 --> 00:24:47.743

373
00:24:48.671 --> 00:24:51.744

374
00:24:52.673 --> 00:24:55.743

375
00:24:56.675 --> 00:24:59.743

376
00:25:00.677 --> 00:25:03.743

377
00:25:04.678 --> 00:25:07.743

378
00:25:08.682 --> 00:25:11.743

379
00:25:12.684 --> 00:25:15.743

380
00:25:16.686 --> 00:25:19.744

381
00:25:20.688 --> 00:25:23.743
มีกระดาษไหมคะ มีใครไม่มีกระดาษไหมคะ

382
00:25:24.689 --> 00:25:27.743
ครูมีกระดาษมาแจก มีไหมคะ

383
00:25:28.690 --> 00:25:31.744
มันจะมีเส้น

384
00:25:32.691 --> 00:25:35.743

385
00:25:36.694 --> 00:25:39.751

386
00:25:40.696 --> 00:25:43.743

387
00:25:44.698 --> 00:25:47.743

388
00:25:48.700 --> 00:25:51.743

389
00:25:52.703 --> 00:25:55.743

390
00:25:56.705 --> 00:25:59.743

391
00:26:00.709 --> 00:26:03.743

392
00:26:04.713 --> 00:26:07.743

393
00:26:08.714 --> 00:26:11.743

394
00:26:12.716 --> 00:26:15.743

395
00:26:16.719 --> 00:26:19.743

396
00:26:20.721 --> 00:26:23.743

397
00:26:24.723 --> 00:26:27.744

398
00:26:28.724 --> 00:26:31.743

399
00:26:32.725 --> 00:26:35.743

400
00:26:36.726 --> 00:26:39.744

401
00:26:40.729 --> 00:26:43.744

402
00:26:44.731 --> 00:26:47.744

403
00:26:48.733 --> 00:26:51.746

404
00:26:52.735 --> 00:26:55.743

405
00:26:56.737 --> 00:26:59.744

406
00:27:00.739 --> 00:27:03.743

407
00:27:04.742 --> 00:27:07.743

408
00:27:08.745 --> 00:27:11.744

409
00:27:12.747 --> 00:27:16.747

410
00:27:16.753 --> 00:27:20.745

411
00:27:20.759 --> 00:27:24.743

412
00:27:24.760 --> 00:27:28.743

413
00:27:28.761 --> 00:27:32.744

414
00:27:32.762 --> 00:27:36.744

415
00:27:36.764 --> 00:27:40.744

416
00:27:40.765 --> 00:27:44.744

417
00:27:44.766 --> 00:27:48.743

418
00:27:48.769 --> 00:27:52.752

419
00:27:52.770 --> 00:27:56.744

420
00:27:56.771 --> 00:28:00.745

421
00:28:00.772 --> 00:28:04.744

422
00:28:04.773 --> 00:28:08.744

423
00:28:08.777 --> 00:28:12.743

424
00:28:12.778 --> 00:28:16.744

425
00:28:16.779 --> 00:28:20.746

426
00:28:20.780 --> 00:28:24.745

427
00:28:24.781 --> 00:28:28.746

428
00:28:28.783 --> 00:28:32.744

429
00:28:32.785 --> 00:28:36.744

430
00:28:36.786 --> 00:28:40.744

431
00:28:40.788 --> 00:28:44.744

432
00:28:44.790 --> 00:28:48.744

433
00:28:48.792 --> 00:28:52.744

434
00:28:52.793 --> 00:28:56.744

435
00:28:56.794 --> 00:29:00.746

436
00:29:00.795 --> 00:29:04.744

437
00:29:04.796 --> 00:29:08.744

438
00:29:08.797 --> 00:29:12.744

439
00:29:12.798 --> 00:29:16.744

440
00:29:16.799 --> 00:29:20.745

441
00:29:20.800 --> 00:29:24.744

442
00:29:24.801 --> 00:29:28.744

443
00:29:28.802 --> 00:29:32.744

444
00:29:32.803 --> 00:29:36.744

445
00:29:36.804 --> 00:29:40.747

446
00:29:40.805 --> 00:29:44.744

447
00:29:44.807 --> 00:29:48.744

448
00:29:48.808 --> 00:29:52.744

449
00:29:52.809 --> 00:29:56.744

450
00:29:56.810 --> 00:30:00.744

451
00:30:00.811 --> 00:30:04.744

452
00:30:04.812 --> 00:30:08.748

453
00:30:08.813 --> 00:30:12.744

454
00:30:12.815 --> 00:30:16.744

455
00:30:16.817 --> 00:30:20.745

456
00:30:20.818 --> 00:30:24.744

457
00:30:24.819 --> 00:30:28.744

458
00:30:28.820 --> 00:30:32.745

459
00:30:32.822 --> 00:30:36.744

460
00:30:36.824 --> 00:30:40.745
คราวนี้นะคะ ครูมีโจทย์มาให้ แล้วก็มี

461
00:30:40.826 --> 00:30:44.744
คำสั่งมาให้

462
00:30:44.827 --> 00:30:48.745
ทำเหมือนเดิมเลยใช่ไหมคะ แต่ครูมีตัว

463
00:30:48.828 --> 00:30:52.744
เริ่มต้นให้ ครูมีให้อยู่แล้วอยู่ใน Stack

464
00:30:52.829 --> 00:30:56.747
ใช่ไหมคะ อันแรก เราหย่อน

465
00:30:56.831 --> 00:31:00.745
เลข 2 ลงไป อันที่ 2 เขียนของเดิมก่อน

466
00:31:00.833 --> 00:31:04.745
ใช่ไหมคะ แล้วค่อยหย่อนเลข 7 ลงไป

467
00:31:04.835 --> 00:31:08.744
ถัดมาหย่อนเลข 1 Pop

468
00:31:08.836 --> 00:31:12.746
คือ เอาออกนะ คือ เอาออก แล้วบอกครูด้วยว่า

469
00:31:12.837 --> 00:31:16.745
ข้อมูล

470
00:31:16.838 --> 00:31:20.744
ที่เอาออกมา

471
00:31:20.840 --> 00:31:24.748
คืออะไร เสร็จแล้ว

472
00:31:24.841 --> 00:31:28.765
ก็มีคำสั่งตัวสุดท้าย ก็คือ Push ตัวเลข 7 ลงไป

473
00:31:28.845 --> 00:31:32.745

474
00:31:32.847 --> 00:31:36.745
ลองทำดูนะคะ

475
00:31:36.852 --> 00:31:40.745

476
00:31:40.853 --> 00:31:44.749
เพราะฉะนั้น แต่ละข้อ

477
00:31:44.855 --> 00:31:48.744
มันจะต่อเนื่องกันไปนะคะ

478
00:31:48.856 --> 00:31:52.744
ทำตัวแรก ข้อที่ 1 เสร็จ เอาข้อมูลนี่

479
00:31:52.860 --> 00:31:56.745
มาตั้งต้นไว้ก่อนแล้วเราค่อย Push

480
00:31:56.861 --> 00:32:00.747
เลข 7 ลงไป เดี๋ยวเราทำด้วยกัน 1 ข้อนะ

481
00:32:00.862 --> 00:32:04.745
อันนี้คือ Push เลข 2 หย่อนเลข 2

482
00:32:04.863 --> 00:32:08.745
ลงไป

483
00:32:08.864 --> 00:32:12.745

484
00:32:12.865 --> 00:32:16.744
ข้อที่ 2 ครูจะใส่เลข 7 เพราะฉะนั้น ครู

485
00:32:16.866 --> 00:32:20.744
ต้องใส่ข้อมูลเดิมก่อน

486
00:32:20.868 --> 00:32:24.746
และก็หย่อนเลข 7 ลงไป ทำต่อให้ครูหน่อย

487
00:32:24.870 --> 00:32:28.745
อีก 3 อัน

488
00:32:28.873 --> 00:32:32.746

489
00:32:32.875 --> 00:32:36.745

490
00:32:36.877 --> 00:32:40.746

491
00:32:40.878 --> 00:32:44.745

492
00:32:44.879 --> 00:32:48.745

493
00:32:48.880 --> 00:32:52.745

494
00:32:52.886 --> 00:32:56.745

495
00:32:56.889 --> 00:33:00.748

496
00:33:00.890 --> 00:33:04.746

497
00:33:04.891 --> 00:33:08.747

498
00:33:08.893 --> 00:33:12.746

499
00:33:12.894 --> 00:33:16.745

500
00:33:16.896 --> 00:33:20.745

501
00:33:20.899 --> 00:33:24.746

502
00:33:24.900 --> 00:33:28.745

503
00:33:28.902 --> 00:33:32.745

504
00:33:32.903 --> 00:33:36.745

505
00:33:36.904 --> 00:33:40.746

506
00:33:40.907 --> 00:33:44.746

507
00:33:44.910 --> 00:33:48.756

508
00:33:48.914 --> 00:33:52.745

509
00:33:52.915 --> 00:33:56.745

510
00:33:56.917 --> 00:34:00.745

511
00:34:00.918 --> 00:34:04.748

512
00:34:04.919 --> 00:34:08.746

513
00:34:08.920 --> 00:34:12.745

514
00:34:12.921 --> 00:34:16.745

515
00:34:16.923 --> 00:34:20.750

516
00:34:20.924 --> 00:34:24.748

517
00:34:24.926 --> 00:34:28.746

518
00:34:28.928 --> 00:34:32.746

519
00:34:32.929 --> 00:34:36.746

520
00:34:36.930 --> 00:34:40.748

521
00:34:40.931 --> 00:34:44.747

522
00:34:44.932 --> 00:34:48.747

523
00:34:48.934 --> 00:34:52.746

524
00:34:52.935 --> 00:34:56.746

525
00:34:56.937 --> 00:35:00.746

526
00:35:00.938 --> 00:35:04.746

527
00:35:04.941 --> 00:35:08.746

528
00:35:08.942 --> 00:35:12.746

529
00:35:12.943 --> 00:35:16.746

530
00:35:16.944 --> 00:35:20.746

531
00:35:20.947 --> 00:35:24.746

532
00:35:24.952 --> 00:35:28.746

533
00:35:28.953 --> 00:35:32.747

534
00:35:32.956 --> 00:35:36.746

535
00:35:36.958 --> 00:35:40.746

536
00:35:40.962 --> 00:35:44.747

537
00:35:44.967 --> 00:35:48.747

538
00:35:48.968 --> 00:35:52.746

539
00:35:52.969 --> 00:35:56.746

540
00:35:56.971 --> 00:36:00.746

541
00:36:00.972 --> 00:36:04.746

542
00:36:04.976 --> 00:36:08.750

543
00:36:08.977 --> 00:36:12.748

544
00:36:12.978 --> 00:36:16.746

545
00:36:16.979 --> 00:36:20.747

546
00:36:20.980 --> 00:36:24.747

547
00:36:24.981 --> 00:36:28.747

548
00:36:28.983 --> 00:36:32.747

549
00:36:32.985 --> 00:36:36.747

550
00:36:36.987 --> 00:36:40.747

551
00:36:40.988 --> 00:36:44.747

552
00:36:44.990 --> 00:36:48.747

553
00:36:48.991 --> 00:36:52.747

554
00:36:52.992 --> 00:36:56.747

555
00:36:56.994 --> 00:37:00.747

556
00:37:00.995 --> 00:37:04.747

557
00:37:04.996 --> 00:37:08.747

558
00:37:08.997 --> 00:37:12.747

559
00:37:12.999 --> 00:37:16.747

560
00:37:17.000 --> 00:37:20.747

561
00:37:21.003 --> 00:37:24.747

562
00:37:25.004 --> 00:37:28.749

563
00:37:29.005 --> 00:37:32.747

564
00:37:33.007 --> 00:37:36.747

565
00:37:37.008 --> 00:37:40.747

566
00:37:41.011 --> 00:37:44.748

567
00:37:45.012 --> 00:37:48.747

568
00:37:49.015 --> 00:37:52.747

569
00:37:53.019 --> 00:37:56.748

570
00:37:57.021 --> 00:38:00.747

571
00:38:01.023 --> 00:38:04.747

572
00:38:05.027 --> 00:38:08.747

573
00:38:09.031 --> 00:38:12.748

574
00:38:13.033 --> 00:38:16.747

575
00:38:17.034 --> 00:38:20.748

576
00:38:21.036 --> 00:38:24.747

577
00:38:25.039 --> 00:38:28.749

578
00:38:29.041 --> 00:38:32.748

579
00:38:33.042 --> 00:38:36.748

580
00:38:37.043 --> 00:38:40.750

581
00:38:41.045 --> 00:38:44.748

582
00:38:45.047 --> 00:38:48.751

583
00:38:49.048 --> 00:38:52.748

584
00:38:53.058 --> 00:38:56.748

585
00:38:57.060 --> 00:39:00.748

586
00:39:01.062 --> 00:39:04.748

587
00:39:05.064 --> 00:39:08.749

588
00:39:09.066 --> 00:39:12.748

589
00:39:13.069 --> 00:39:16.748

590
00:39:17.073 --> 00:39:20.752

591
00:39:21.075 --> 00:39:24.749

592
00:39:25.076 --> 00:39:28.748

593
00:39:29.078 --> 00:39:32.749

594
00:39:33.079 --> 00:39:36.748

595
00:39:37.080 --> 00:39:40.749

596
00:39:41.084 --> 00:39:44.750

597
00:39:45.085 --> 00:39:48.748

598
00:39:49.086 --> 00:39:52.748

599
00:39:53.087 --> 00:39:56.749

600
00:39:57.088 --> 00:40:00.748

601
00:40:01.090 --> 00:40:04.749

602
00:40:05.091 --> 00:40:08.749

603
00:40:09.092 --> 00:40:12.748

604
00:40:13.094 --> 00:40:16.749

605
00:40:17.095 --> 00:40:20.749

606
00:40:21.096 --> 00:40:24.748

607
00:40:25.097 --> 00:40:28.748

608
00:40:29.100 --> 00:40:32.748

609
00:40:33.102 --> 00:40:36.748
ทีนี้เดี๋ยวเรามาดู

610
00:40:37.103 --> 00:40:40.748

611
00:40:41.105 --> 00:40:44.748

612
00:40:45.106 --> 00:40:48.749
ข้อ 3 นะคะ ครูสั่ง Push 1 ก็คือใส่เลข 1 ลง

613
00:40:49.107 --> 00:40:52.749
ใน Stack เดิม

614
00:40:53.109 --> 00:40:56.748
เอาของเดิมยกมาก่อนนะ อย่าเพิ่งใส่นะ ของเดิม

615
00:40:57.110 --> 00:41:00.748
มี 3 ค่านะ เขียนก่อนนะคะ

616
00:41:01.110 --> 00:41:04.749
เขียนค่าเดิมก่อน ใส่ค่าเดิมมาก่อน

617
00:41:05.111 --> 00:41:08.749
นะคะ เสร็จแล้วครูสั่ง Push 1

618
00:41:09.112 --> 00:41:12.749
1 จะอยู่ด้านบนเลข 7

619
00:41:13.113 --> 00:41:16.749
ใช่ไหมคะ

620
00:41:17.115 --> 00:41:20.749
จากนั้นครูสั่ง Pop Pop คือ เอาออก

621
00:41:21.116 --> 00:41:24.749
บนสุดคืออะไร คือ 1 เพราะฉะนั้น

622
00:41:25.117 --> 00:41:28.749
เอาอะไรออก เอา 1 ออก เพราะฉะนั้น ที่เหลือ

623
00:41:29.118 --> 00:41:32.749
็ก็คือ 5, 2, 7 ใช่ไหมคะ 1

624
00:41:33.119 --> 00:41:36.752
จะถูกเอาออกมาใช่ไหม เพราะฉะนั้น ข้อมูล

625
00:41:37.120 --> 00:41:40.749
ที่นำออกจาก Stack ก็คือ 1

626
00:41:41.121 --> 00:41:44.749
นะคะ

627
00:41:45.123 --> 00:41:48.750
ครูสั่ง Push อีกครั้งหนึ่งทำอย่างไร

628
00:41:49.124 --> 00:41:52.751
ก็เอาของเดิมที่มีอยู่ใน Stack เขียนก่อน

629
00:41:53.125 --> 00:41:56.750
เพราะฉะนั้น กรณีที่ Push ข้อม

630
00:41:57.127 --> 00:42:00.751
ลงไปใน Stack ยกของเดิมมาก่อน

631
00:42:01.129 --> 00:42:04.749
เสร็จแล้ว

632
00:42:05.132 --> 00:42:08.749
ใส่ตัวเลขที่ครูสั่งลงไป ก็คือ 7 7

633
00:42:09.133 --> 00:42:12.749
ก็จะอยู่ด้านบนนะคะ อันนี้คือ

634
00:42:13.134 --> 00:42:16.749
Stack ที่ได้หลังจากที่เราใช้

635
00:42:17.135 --> 00:42:20.749
คำสั่งทั้งหมด 5 คำสั่ง

636
00:42:21.136 --> 00:42:24.750

637
00:42:25.137 --> 00:42:28.750
โอเค

638
00:42:29.138 --> 00:42:32.750

639
00:42:33.140 --> 00:42:36.750
ถัดมาครูเปลี่ยนนะ จากแนวตั้ง

640
00:42:37.141 --> 00:42:40.750
เป็นแนวนอนนะคะ ถ้าครูลองเปลี่ยน Stack เป็นแนวนอน

641
00:42:41.143 --> 00:42:44.749
บ้าง

642
00:42:45.147 --> 00:42:48.749

643
00:42:49.148 --> 00:42:52.750

644
00:42:53.150 --> 00:42:56.750

645
00:42:57.151 --> 00:43:00.749

646
00:43:01.153 --> 00:43:04.750

647
00:43:05.155 --> 00:43:08.753

648
00:43:09.156 --> 00:43:12.750

649
00:43:13.157 --> 00:43:16.749

650
00:43:17.158 --> 00:43:20.750
คราวนี้ครูลองเปลี่ยน Stack เป็นอีกรูปแบบหนึ่ง

651
00:43:21.159 --> 00:43:24.749
เป็นแนวนอนบ้างนะคะ

652
00:43:25.163 --> 00:43:28.751
และครูมีตัวเลข

653
00:43:29.167 --> 00:43:32.750
ที่อยู่ใน Stack ไว้ให้ คือ 3

654
00:43:33.169 --> 00:43:36.750
แล้วก็ 1 ถูกไหม ตัวแรกจะอยู่ซ้ายสุดถูกไหมคะ

655
00:43:37.170 --> 00:43:40.750
ถัดมาก็จะเป็นตัวที่ 2

656
00:43:41.171 --> 00:43:44.751
แล้วครูใช้คำสั่ง Push 5 ข้อที่ 2

657
00:43:45.172 --> 00:43:48.751
ครู Push 6 เสร็จแล้ว

658
00:43:49.173 --> 00:43:52.753
ครู Pop นะคะ ลองทำสิ

659
00:43:53.174 --> 00:43:56.750

660
00:43:57.177 --> 00:44:00.750

661
00:44:01.179 --> 00:44:04.749

662
00:44:05.180 --> 00:44:08.749

663
00:44:09.183 --> 00:44:12.750

664
00:44:13.186 --> 00:44:16.750

665
00:44:17.189 --> 00:44:20.750

666
00:44:21.192 --> 00:44:24.754

667
00:44:25.194 --> 00:44:28.751

668
00:44:29.195 --> 00:44:32.751

669
00:44:33.198 --> 00:44:36.750

670
00:44:37.200 --> 00:44:40.750

671
00:44:41.201 --> 00:44:44.750

672
00:44:45.206 --> 00:44:48.750

673
00:44:49.208 --> 00:44:52.751

674
00:44:53.220 --> 00:44:56.750

675
00:44:57.222 --> 00:45:00.758

676
00:45:01.223 --> 00:45:04.750

677
00:45:05.224 --> 00:45:08.750

678
00:45:09.226 --> 00:45:12.750

679
00:45:13.228 --> 00:45:16.749

680
00:45:17.229 --> 00:45:20.750

681
00:45:21.231 --> 00:45:24.750

682
00:45:25.232 --> 00:45:28.750

683
00:45:29.233 --> 00:45:32.750

684
00:45:33.235 --> 00:45:36.750

685
00:45:37.236 --> 00:45:40.751

686
00:45:41.237 --> 00:45:44.751

687
00:45:45.240 --> 00:45:48.753

688
00:45:49.242 --> 00:45:52.751

689
00:45:53.243 --> 00:45:56.750

690
00:45:57.246 --> 00:46:00.750

691
00:46:01.247 --> 00:46:04.750

692
00:46:05.251 --> 00:46:08.750

693
00:46:09.252 --> 00:46:12.750

694
00:46:13.255 --> 00:46:16.750

695
00:46:17.256 --> 00:46:20.750

696
00:46:21.260 --> 00:46:24.751

697
00:46:25.263 --> 00:46:28.751

698
00:46:29.264 --> 00:46:32.751

699
00:46:33.265 --> 00:46:36.750

700
00:46:37.267 --> 00:46:40.759

701
00:46:41.269 --> 00:46:44.750

702
00:46:45.270 --> 00:46:48.751

703
00:46:49.272 --> 00:46:52.751

704
00:46:53.277 --> 00:46:56.751

705
00:46:57.279 --> 00:47:00.751

706
00:47:01.280 --> 00:47:04.751

707
00:47:05.282 --> 00:47:08.751

708
00:47:09.285 --> 00:47:12.750

709
00:47:13.288 --> 00:47:16.751

710
00:47:17.292 --> 00:47:20.750

711
00:47:21.294 --> 00:47:24.753

712
00:47:25.295 --> 00:47:28.751

713
00:47:29.299 --> 00:47:32.750

714
00:47:33.305 --> 00:47:36.751

715
00:47:37.308 --> 00:47:40.751

716
00:47:41.310 --> 00:47:44.751

717
00:47:45.313 --> 00:47:48.750

718
00:47:49.314 --> 00:47:52.750

719
00:47:53.316 --> 00:47:56.750

720
00:47:57.319 --> 00:48:00.752

721
00:48:01.322 --> 00:48:04.751

722
00:48:05.326 --> 00:48:08.751

723
00:48:09.330 --> 00:48:12.750

724
00:48:13.334 --> 00:48:16.751

725
00:48:17.339 --> 00:48:20.751

726
00:48:21.343 --> 00:48:24.757

727
00:48:25.347 --> 00:48:28.753

728
00:48:29.350 --> 00:48:32.752

729
00:48:33.355 --> 00:48:36.750

730
00:48:37.357 --> 00:48:40.751

731
00:48:41.360 --> 00:48:44.764

732
00:48:45.361 --> 00:48:48.750

733
00:48:49.364 --> 00:48:52.761

734
00:48:53.369 --> 00:48:56.750

735
00:48:57.371 --> 00:49:00.750

736
00:49:01.373 --> 00:49:04.750

737
00:49:05.379 --> 00:49:08.750

738
00:49:09.381 --> 00:49:12.749

739
00:49:13.386 --> 00:49:16.752

740
00:49:17.388 --> 00:49:20.750

741
00:49:21.389 --> 00:49:24.749

742
00:49:25.391 --> 00:49:28.749

743
00:49:29.392 --> 00:49:32.749

744
00:49:33.393 --> 00:49:36.748

745
00:49:37.394 --> 00:49:40.749

746
00:49:41.396 --> 00:49:44.748

747
00:49:45.398 --> 00:49:48.749

748
00:49:49.400 --> 00:49:52.748

749
00:49:53.401 --> 00:49:56.748
คราวนี้นะคะ

750
00:49:57.402 --> 00:50:00.748
มาดูเฉลยด้วยกัน

751
00:50:01.403 --> 00:50:04.750
ครูสั่ง Push 5 แสดงว่า

752
00:50:05.405 --> 00:50:08.752
ครูกำลังจะใส่ข้อมูลลงใน Stack

753
00:50:09.406 --> 00:50:12.750
ครูก็เอาเลข 5 มาหย่อนลงเลยนะ

754
00:50:13.407 --> 00:50:16.748
เอาเลข 5 มาหย่อนเลยนะคะ

755
00:50:17.408 --> 00:50:20.748
ถัดมาครูใช้คำสั่ง Push

756
00:50:21.409 --> 00:50:24.747
ครูใช้คำสั่ง Push ทำอย่างไร เอา

757
00:50:25.412 --> 00:50:28.748
ของเดิมยกลงมาก่อน ยกของเดิม

758
00:50:29.414 --> 00:50:32.749
มาใส่ก่อนนะคะ ก็จะมี 3,

759
00:50:33.415 --> 00:50:36.751
1 แล้วก็ 5

760
00:50:37.416 --> 00:50:40.747
จากนั้น เรา Push ค่าใหม่ ใส่ค่าใหม่

761
00:50:41.418 --> 00:50:44.747
ลงไป ก็คือ 6

762
00:50:45.420 --> 00:50:48.747
โอเคนะ ใส่ค่า 6 ก็คือค่าใหม่ลงไปใน Stack

763
00:50:49.423 --> 00:50:52.749
เสร็จแล้วครูใช้คำสั่ง Pop

764
00:50:53.426 --> 00:50:56.747
ก็คือเอาออก ก็คือเอาตัวล่าสุด

765
00:50:57.427 --> 00:51:00.748
ที่อยู่ด้านขวา เอาออก

766
00:51:01.429 --> 00:51:04.747
เพราะฉะนั้น ค่าที่ถูกเอาออก ก็คือเลข 6

767
00:51:05.434 --> 00:51:08.746
เห็นไหมคะ เอาเลข 6 ออกมา

768
00:51:09.435 --> 00:51:12.746
แล้วเราก็ยกตัวที่เหลือ

769
00:51:13.436 --> 00:51:16.747
ลงมาใส่ ก็จะเหลือเป็น

770
00:51:17.440 --> 00:51:20.747
3, 1 แล้วก็ 5 นะคะ

771
00:51:21.441 --> 00:51:24.748

772
00:51:25.443 --> 00:51:28.746

773
00:51:29.448 --> 00:51:32.746

774
00:51:33.452 --> 00:51:36.746

775
00:51:37.454 --> 00:51:40.746

776
00:51:41.458 --> 00:51:44.746

777
00:51:45.459 --> 00:51:48.746

778
00:51:49.462 --> 00:51:52.746

779
00:51:53.465 --> 00:51:56.746

780
00:51:57.470 --> 00:52:00.749

781
00:52:01.472 --> 00:52:04.746

782
00:52:05.474 --> 00:52:08.750

783
00:52:09.476 --> 00:52:12.745

784
00:52:13.476 --> 00:52:16.746

785
00:52:17.477 --> 00:52:20.745

786
00:52:21.481 --> 00:52:24.745

787
00:52:25.483 --> 00:52:28.745

788
00:52:29.484 --> 00:52:32.744

789
00:52:33.485 --> 00:52:36.745
คราวนี้นะคะ มาดูต่อ

790
00:52:37.486 --> 00:52:40.745
กระดาษที่ครูแจกเอาวางไว้ก่อนนะคะ อย่าเพิ่งใช้ เรายังไม่ใช้ตอนนี้

791
00:52:41.490 --> 00:52:44.745

792
00:52:45.491 --> 00:52:48.745

793
00:52:49.493 --> 00:52:52.744
เราใช้ Stack ทำอะไร เมื่อกี้

794
00:52:53.501 --> 00:52:56.745
เราพูดถึง Stack ไปแล้วนะ เข้าก่อนออกทีหลัง

795
00:52:57.502 --> 00:53:00.745
นะคะ ข้อมูลไหนเข้าก่อน

796
00:53:01.504 --> 00:53:04.744
จะถูกเอาออกทีหลัง

797
00:53:05.505 --> 00:53:08.744
แล้วเราใช้ Stack ทำอะไรบ้าง

798
00:53:09.507 --> 00:53:12.746
เราใช้ Stack มาทำอะไรบ้าง

799
00:53:13.508 --> 00:53:16.745
ทุกคนบวกเลขเป็นใช่ไหม ทุกคนบวกลบคูณหาร

800
00:53:17.509 --> 00:53:20.744
สมการทางคณิตศาสตร์ได้ Stack

801
00:53:21.510 --> 00:53:24.744
จะถูกเอามาใช้ในการ

802
00:53:25.511 --> 00:53:28.744
หาผลลัพธ์ของสมการคณิตศาสตร์

803
00:53:29.512 --> 00:53:32.744
บวกเลข บวกลบเลขนะคะ

804
00:53:33.513 --> 00:53:36.744
คราวนี้ ก่อนที่จะไปดูรูปแบบของการ

805
00:53:37.514 --> 00:53:40.745
ใช้ Stack แล้ว Stack มันเกี่ย

806
00:53:41.515 --> 00:53:44.743
กับการบวก ลบ คูณ หาร นะคะ เรามาดูรูปแบบก่อนว่า

807
00:53:45.516 --> 00:53:48.743
เราใช้ Stack เพื่อเป็นนิพนธ์

808
00:53:49.519 --> 00:53:52.744
ก็คือลักษณะของสมการ

809
00:53:53.520 --> 00:53:56.744
มีอยู่ 3 รูปแบบ รูปแบบแรกก็คื

810
00:53:57.523 --> 00:54:00.743
ก็คือ

811
00:54:01.526 --> 00:54:04.743
บวก ลบ คูณ หาร จะอยู่ระหว่างตัวเลข

812
00:54:05.527 --> 00:54:08.744
นะคะ อันนี้คือ Infix นิพจน์ตัวที่ 2

813
00:54:09.529 --> 00:54:12.743
ก็คือ Prefix

814
00:54:13.530 --> 00:54:16.743
เครื่องหมาย บวก ลบ คูณ หาร จะอยู่ด้านหน้า

815
00:54:17.531 --> 00:54:20.742
และตัวสุดท้ายคือ

816
00:54:21.533 --> 00:54:24.743
Postfix เครื่องหมายจะไปอยู่ด้านหลังของตัวเลข

817
00:54:25.537 --> 00:54:28.743
AC อันนนี้คือตัวเลขนะคะ

818
00:54:29.539 --> 00:54:32.743
เราจะแทนด้วยตัวเลขใด ๆ

819
00:54:33.540 --> 00:54:36.742
คราวนี้ดูนะคะ ในการคำนวณ

820
00:54:37.541 --> 00:54:40.742
ทางคณิตศาสตร์นะ

821
00:54:41.542 --> 00:54:44.742
เวลาเราเจอนะคะ การบวก ลบ

822
00:54:45.546 --> 00:54:48.742
ที่มันมีมากกว่า 2 ตัวเลข

823
00:54:49.548 --> 00:54:52.743
เช่นแบบนี้

824
00:54:53.550 --> 00:54:56.742
5 + 2 x 2 มันมีตัวเลขมากกว่า 2 ตัว

825
00:54:57.551 --> 00:55:00.742
นะคะ แล้วเรา

826
00:55:01.552 --> 00:55:04.748
จะบวกลบเลขอย่างไร

827
00:55:05.554 --> 00:55:08.743
เรามีลำดับความสัมพันธ์ของ

828
00:55:09.557 --> 00:55:12.742
เครื่องหมาย เจอวงเล็บ

829
00:55:13.558 --> 00:55:16.743
ก่อนทำในวงเล็บ

830
00:55:17.560 --> 00:55:20.742
ใช่ไหมคะ เราเจอในวงเล็บ เรา

831
00:55:21.561 --> 00:55:24.742
บวกลบเลขนี่ในวงเล็บก่อน

832
00:55:25.562 --> 00:55:28.742
จากนั้น ลำดับความสำคัญตัวที่ 2 ที่ต้อง

833
00:55:29.562 --> 00:55:32.742
ทำก่อนก็คือ เครื่องหมาย

834
00:55:33.563 --> 00:55:36.742
ยกกำลัง เช่น 2 ยกกำลัง 2 ถูกไหมคะ

835
00:55:37.566 --> 00:55:40.742
3 ยกกำลัง 2 อย่างนี้เป็นต้น

836
00:55:41.567 --> 00:55:44.742
เจอเลขยกกำลังเสร็จแล้ว

837
00:55:45.568 --> 00:55:48.742
เราจะคำนวณเครื่องหมายไหนต่อไป ก็ค

838
00:55:49.569 --> 00:55:52.747
กับหาร คูณกับหารมีลำดับความสำคัญ

839
00:55:53.570 --> 00:55:56.741
เท่ากันนะคะ มีลำดับความสำคัญ

840
00:55:57.574 --> 00:56:00.741
เท่ากัน ตามด้วยบวกกับลบ

841
00:56:01.577 --> 00:56:04.743
บวกกับลบก็มีความสำคัญ

842
00:56:05.578 --> 00:56:08.741
เท่ากัน แต่จะทำ

843
00:56:09.579 --> 00:56:12.742
หลังการทำเครื่องหมายคูณกับหาร

844
00:56:13.583 --> 00:56:16.741

845
00:56:17.585 --> 00:56:20.741
คราวนี้มาดูโจทย์ครู 2 ตัวนี้

846
00:56:21.586 --> 00:56:24.741
เป็นตัวเลขตัวเดียวกันเลย 5 + 2

847
00:56:25.588 --> 00:56:28.742
x 2 ตัวแรก

848
00:56:29.589 --> 00:56:32.740
ครูมีวงเล็บเปิดกับวงเล็บปิด โจทย์ตัวที่ 2 ไม่มี

849
00:56:33.590 --> 00:56:36.740
วงเล็บนะคะ ครูไม่มีวงเล็บนะ

850
00:56:37.591 --> 00:56:40.740
คราวนี้มาดูข้อแรกก่อน

851
00:56:41.593 --> 00:56:44.740
อย่างที่บอกว่าถ้าเจอวงเล็บ

852
00:56:45.594 --> 00:56:48.741
วงเล็บเปิด วงเล็บปิด ทำ

853
00:56:49.595 --> 00:56:52.741
ข้างในวงเล็บก่อน

854
00:56:53.597 --> 00:56:56.741
เพราะฉะนั้น เราเอาอะไรบวกกันก่อน 5 + 2

855
00:56:57.599 --> 00:57:00.740
เป็นเท่าไรคะ เป็น 7

856
00:57:01.600 --> 00:57:04.740
7 แล้วคูณด้วย 2 เท่ากับเท่าไหร่

857
00:57:05.601 --> 00:57:08.742
เท่ากับเท่าไหร่คะ

858
00:57:09.603 --> 00:57:12.740
เท่ากับ 14

859
00:57:13.604 --> 00:57:16.741

860
00:57:17.607 --> 00:57:20.741
ตัวเลขเท่ากับ 14 ตัวแรกนะคะ เท่ากับ 14

861
00:57:21.608 --> 00:57:24.740
แล้วมาดูข้อ 2 ครูตัด

862
00:57:25.609 --> 00:57:28.740
วงเล็บทิ้งไป 5 + 2 x 2

863
00:57:29.610 --> 00:57:32.740
เราทำตรงไหนก่อน

864
00:57:33.611 --> 00:57:36.739
ย้อนกลับขึ้นมาดูข้างบน ระหว่างบวกกับคูณ

865
00:57:37.612 --> 00:57:40.741
อะไรสำคัญมากกว่ากัน

866
00:57:41.612 --> 00:57:44.739
อะไรมีความสำคัญมากกว่ากันคะ

867
00:57:45.613 --> 00:57:48.739
บวกกับคูณ

868
00:57:49.614 --> 00:57:52.740

869
00:57:53.616 --> 00:57:56.742
ข้างบนเห็นไหมคะว่า 1 นี่

870
00:57:57.617 --> 00:58:00.739
มีความสำคัญมากสุดนะ 2. ความสำคัญรองลงมา

871
00:58:01.618 --> 00:58:04.739
ตัวนี้ เบอร์ 3 ความสำคัญ

872
00:58:05.620 --> 00:58:08.739
รองลงมา เบอร์ 4 ความสำคั

873
00:58:09.621 --> 00:58:12.739
เพราะฉะนั้น คูณกับบวก

874
00:58:13.622 --> 00:58:16.739
อะไรมีความสำคัญมากกว่ากัน

875
00:58:17.624 --> 00:58:20.741
คูณใช่ไหมคะ อันนี้คือมากสุด

876
00:58:21.625 --> 00:58:24.739
มากสุด

877
00:58:25.626 --> 00:58:28.739
เพราะฉะนั้น เรา

878
00:58:29.627 --> 00:58:32.739
ทำอะไรก่อน 5+2 หรือเอา 2

879
00:58:33.628 --> 00:58:36.739
หรือเอา 2 x 2 2 x 2

880
00:58:37.629 --> 00:58:40.739
เป็น 4 4 + 5

881
00:58:41.634 --> 00:58:44.745
5 เป็นเท่าไหร่คะ

882
00:58:45.635 --> 00:58:48.739
เป็น 9

883
00:58:49.637 --> 00:58:52.738
โอเค

884
00:58:53.638 --> 00:58:56.738
ถ้าครูเขียนใหม่

885
00:58:57.639 --> 00:59:00.738

886
00:59:01.641 --> 00:59:04.738

887
00:59:05.642 --> 00:59:08.738
เลข 2 หรือ เดี๋ยวนะ

888
00:59:09.644 --> 00:59:12.738

889
00:59:13.646 --> 00:59:16.739

890
00:59:17.647 --> 00:59:20.738

891
00:59:21.650 --> 00:59:24.738

892
00:59:25.651 --> 00:59:28.738
โจทย์ข้อนี้

893
00:59:29.654 --> 00:59:32.738
5 คูณ 2

894
00:59:33.655 --> 00:59:36.752
เท่ากับ 12 คนอื่น

895
00:59:37.656 --> 00:59:40.738
ได้ไหมคะ เห็นไหม ตัวเลขเดียวกันเลย

896
00:59:41.657 --> 00:59:44.738
สลับแล้วก็คเครื่องหมายมีเหมือนกันเล

897
00:59:45.658 --> 00:59:48.738
แค่สลับตำแหน่งค่าก็เปลี่ยนแล้ว

898
00:59:49.659 --> 00:59:52.738
ทันไหมคะ คูณกับบวกแสดงว่า

899
00:59:53.661 --> 00:59:56.738
ทำคูณก่อน 5 คูณ 2 เป็

900
00:59:57.662 --> 01:00:00.740
เป็น 10 10 + 2 เป็น 12

901
01:00:01.663 --> 01:00:04.739

902
01:00:05.667 --> 01:00:08.739
โอเค

903
01:00:09.668 --> 01:00:12.738
เอาตัวนี้บวกกันก่อน... คูณกันก่อนนะคะ

904
01:00:13.669 --> 01:00:16.738
5 x 2 เป็น 10 แล้ว 10 ค่อยมาบวกกับ

905
01:00:17.670 --> 01:00:20.737
2 โอเค

906
01:00:21.671 --> 01:00:24.737
จะเห็นว่า

907
01:00:25.672 --> 01:00:28.737
อันนี้คือเราคิดใช่ไหม

908
01:00:29.673 --> 01:00:32.737
แล้วเราจะสั่งให้คอมพิวเตอณ์เข้สา

909
01:00:33.675 --> 01:00:36.737
เข้าใจแบบที่เราคิดเมื่อกี้ได้อย่างไร

910
01:00:37.676 --> 01:00:40.737
รู้ว่าถ้าเจอคูณนี่ต้องทำคูณก่อนเลย

911
01:00:41.677 --> 01:00:44.742
เจอวงเล็บเปิด ต้องทำวงเล็บเปิด

912
01:00:45.678 --> 01:00:48.737
ตอนนี้เราจะสั่งให้คอมพิวเตอร์นี่สามารถคำนวณ

913
01:00:49.679 --> 01:00:52.737
ให้ได้แบบที่เราคำนวณเมื่อกี้

914
01:00:53.680 --> 01:00:56.737
เราใช้

915
01:00:57.682 --> 01:01:00.737
Stack เข้ามาช่วยในการคำนวณนะคะ

916
01:01:01.683 --> 01:01:04.737
เราใช้ Stack เข้ามาในการคำนวณ

917
01:01:05.684 --> 01:01:08.736
วิธีการทำแบบไหน

918
01:01:09.685 --> 01:01:12.736
มาดูวิธีการนะคะ เรามีตัวเลขอยู่ชุดหนึ่ง

919
01:01:13.687 --> 01:01:16.737
เราต้องการหาค่าออกมา เช่น

920
01:01:17.688 --> 01:01:20.738
ครูมีตัวเลขชุดนี้ล่ะ

921
01:01:21.689 --> 01:01:24.737
ครูสั่งให้คอมพิวเตอร์คำนวณ จะต้องได้ผลลัพธ์ 9

922
01:01:25.690 --> 01:01:28.737
คอมพิวเตอร์จะคิดแบบไหนนะคะ

923
01:01:29.693 --> 01:01:32.737
1 เราต้องสร้างตารางแบบนี้ก่อน

924
01:01:33.694 --> 01:01:36.737
มี 3 ช่อง ช่องแรก คือ ใส่ Input

925
01:01:37.702 --> 01:01:40.736
ก็คือข้อมูลนำเข้า Stack

926
01:01:41.705 --> 01:01:44.736
แล้วก็ผลลัพธ์นะคะ

927
01:01:45.707 --> 01:01:48.736
เรามีวิธีการทำนี่ 2 ช่วงด้วยกัน ช่วงที่ 1

928
01:01:49.708 --> 01:01:52.737
ต้องแปลงนิพจน์

929
01:01:53.709 --> 01:01:56.736
แบบ Postfix เ

930
01:01:57.710 --> 01:02:00.736
ไปไว้ข้างหลังให้หมดก่อน เอาเครื่องหมาย

931
01:02:01.712 --> 01:02:04.736
ไปไว้ข้างหลังให้หมดก่อนนะคะ แล้วค่อยคำนวณออกมาเป็น

932
01:02:05.713 --> 01:02:08.736
ตัวเลข ผลลัพธ์

933
01:02:09.714 --> 01:02:12.736
เรามี 3 ช่องนะ ทุกคนต้องตีตาราง 3 ช่อง

934
01:02:13.716 --> 01:02:16.736
อันแรกเขียนว่า Input Stack แล้วก็ O

935
01:02:17.717 --> 01:02:20.748
นะคะ ถัดมา

936
01:02:21.718 --> 01:02:24.736
ขั้นตอนวิธีการแปลง

937
01:02:25.719 --> 01:02:28.736
จาก Infix ให้เป็น Po

938
01:02:29.720 --> 01:02:32.735
ทุกคนมีชีตที่ครูให้ แบบนี้เลย

939
01:02:33.721 --> 01:02:36.735
ก็คือสิ่งที่อยู่บนสไลด์นะคะ ครูพรินต์ออกมาให้

940
01:02:37.722 --> 01:02:40.736
เรามีอยู่ทั้งหมด 7 ขั้นตอนด้ว

941
01:02:41.723 --> 01:02:44.735
ทั้งหมด 7 ขั้นตอนด้วยกัน

942
01:02:45.724 --> 01:02:48.735
มีทั้งหมด 7 ขั้นตอนด้วยกัน ครูให้เวลา

943
01:02:49.725 --> 01:02:52.735
2 นาที อ่าน 7 ขั้นตอนน

944
01:02:53.726 --> 01:02:56.735
นี้ในกระดาษของตัวเองสิคะ

945
01:02:57.727 --> 01:03:00.735
ให้อ่านในกระดาษนะ หรือจะอ่านจากหน้าจอก็ได้

946
01:03:01.728 --> 01:03:04.735
ให้เวลา 2 นาทีอยากให้อ่านก่อน

947
01:03:05.729 --> 01:03:08.735

948
01:03:09.730 --> 01:03:12.735

949
01:03:13.733 --> 01:03:16.735

950
01:03:17.739 --> 01:03:20.735

951
01:03:21.744 --> 01:03:24.747

952
01:03:25.750 --> 01:03:29.735

953
01:03:29.751 --> 01:03:33.737

954
01:03:33.752 --> 01:03:37.735

955
01:03:37.753 --> 01:03:41.736

956
01:03:41.766 --> 01:03:45.735

957
01:03:45.767 --> 01:03:49.735

958
01:03:49.767 --> 01:03:53.735

959
01:03:53.768 --> 01:03:57.735

960
01:03:57.769 --> 01:04:01.735

961
01:04:01.770 --> 01:04:05.735

962
01:04:05.771 --> 01:04:09.735

963
01:04:09.772 --> 01:04:13.735

964
01:04:13.773 --> 01:04:17.735

965
01:04:17.774 --> 01:04:21.734

966
01:04:21.775 --> 01:04:25.735

967
01:04:25.776 --> 01:04:29.735

968
01:04:29.777 --> 01:04:33.735

969
01:04:33.780 --> 01:04:37.735

970
01:04:37.781 --> 01:04:41.738

971
01:04:41.787 --> 01:04:45.735

972
01:04:45.788 --> 01:04:49.734

973
01:04:49.788 --> 01:04:53.737

974
01:04:53.789 --> 01:04:57.734

975
01:04:57.790 --> 01:05:01.734
คราวนี้เดี๋ยวมาดูพร้อมกัน

976
01:05:01.792 --> 01:05:05.734
เรามีอยู่ทั้งหมด 7 ขั้นตอนนะคะ เดี๋ยวเราจะ

977
01:05:05.793 --> 01:05:09.734
ลองฝึกนะ แล้วก็เทียบ

978
01:05:09.795 --> 01:05:13.734
ไปทีละขั้น

979
01:05:13.796 --> 01:05:17.755
ขั้นที่ 1 นะคะ กำหนดให้ Stack ว่าง

980
01:05:17.798 --> 01:05:21.735
ก็คือวาดตาราง 3 ช่องนี้

981
01:05:21.801 --> 01:05:25.735
อันดับแรก สร้าง Stack ว่าง ก็คือวาด

982
01:05:25.802 --> 01:05:29.734
3 ช่องนะคะ กี่แถวยังไม่รู้นะ

983
01:05:29.804 --> 01:05:33.734
แต่มีอยู่ 3 คอลัมน์

984
01:05:33.805 --> 01:05:37.734

985
01:05:37.807 --> 01:05:41.734
อันดับที่ 2

986
01:05:41.808 --> 01:05:45.735
อ่านข้อมูลจากซ้ายไปขวา ก็คือ

987
01:05:45.809 --> 01:05:49.737
อ่านข้อมูลทีละตัวใช่ไหมคะ เลข 5

988
01:05:49.811 --> 01:05:53.736
เครื่องหมายบวก เลข เครื่องหมายคูณ แล้วก็เลข 2

989
01:05:53.812 --> 01:05:57.733
อันนี้คืออ่านจากซ้ายไปขวา

990
01:05:57.813 --> 01:06:01.739
ทีละตัวนะคะ แล้วก็อ่านเข้ามาทีละตัว

991
01:06:01.814 --> 01:06:05.734
สมมติครูใช้ตัวเลขนะคะ

992
01:06:05.820 --> 01:06:09.734
ตัวเลขนะคะ เช่น

993
01:06:09.822 --> 01:06:13.734

994
01:06:13.823 --> 01:06:17.734
อ่านข้อมูลจากซ้ายไปขวา ตัวแรก ก็คือ

995
01:06:17.823 --> 01:06:21.735
5 ใช่ไหม อ่านจากซ้าย ซ้ายก็คือตัวแรก

996
01:06:21.824 --> 01:06:25.738
นะคะ ก็คือเลข 5 ถัดมา

997
01:06:25.825 --> 01:06:29.733
ถัดมาขั้นถัดมาเป็นขั้นที่ 3

998
01:06:29.827 --> 01:06:33.734
ถ้าข้อมูลที่อ่านเข้ามา

999
01:06:33.830 --> 01:06:37.734
เป็นตัวเลข เช่น

1000
01:06:37.831 --> 01:06:41.734
เลข 5 ใช่ไหม ข้อมูลที่เราอ่านเข้ามา

1001
01:06:41.833 --> 01:06:45.734
ทันเป็นตัวเลขใช่ไหม ใช่ เอามัน

1002
01:06:45.834 --> 01:06:49.734
ไปไว้ที่ไหน เอามันไปไว้ที่ช่องผลลัพธ์ ก็คือ

1003
01:06:49.835 --> 01:06:53.735
ช่องสุดท้าย

1004
01:06:53.837 --> 01:06:57.734
ก็คือช่องนี้ใช่ไหมคะ ช่อง Output

1005
01:06:57.839 --> 01:07:01.733
ถัดมา ถ้าตัวที

1006
01:07:01.840 --> 01:07:05.733
เราอ่านเข้ามานี่มันไม่ใช่ตัวเลข แสดงว่า

1007
01:07:05.841 --> 01:07:09.734
มันต้องเป็นเครื่องหมายทางคณิตศาสตร์

1008
01:07:09.842 --> 01:07:13.738
อะไรสักอย่างหนึ่งนี่ล่ะ เช่น เครื่องหมายบวก

1009
01:07:13.843 --> 01:07:17.734
เครื่องหมายบวกใช่ไหมคะ เครื่องหมายบวก

1010
01:07:17.844 --> 01:07:21.734
เราอ่านเครื่องหมายบวกเข้ามา

1011
01:07:21.846 --> 01:07:25.733
แล้วเขาให้เราเช็กก่อน ว่า

1012
01:07:25.848 --> 01:07:29.734
แล้วใน Stack มันมีค่าอยู่หรือเปล่า Stack ในช่องนี่

1013
01:07:29.848 --> 01:07:33.734
ช่องนี้ ช่องที่ 2 นี่ มัน

1014
01:07:33.849 --> 01:07:37.733
มีค่าอยู่ไหม ถ้ามันไม่มีค่าอยู่เลย

1015
01:07:37.852 --> 01:07:41.734
ก็หย่อนมันลงไปใน Stack

1016
01:07:41.853 --> 01:07:45.733
แต่ถ้าใน Stack มันมีข้อมูล

1017
01:07:45.854 --> 01:07:49.734
อยู่แล้ว เราจะต้องทำการ

1018
01:07:49.855 --> 01:07:53.735
เปรียบเทียบก่อน ว่าข้อมูล

1019
01:07:53.856 --> 01:07:57.733
ที่เราอ่านเข้ามานี่

1020
01:07:57.857 --> 01:08:01.733
มันมีค่ามากกว่า หรือน้อยกว่าตัวที่อยู่ใน

1021
01:08:01.859 --> 01:08:05.733
Stack

1022
01:08:05.860 --> 01:08:09.733
ถ้ามันมากกว่า

1023
01:08:09.862 --> 01:08:13.733
ถ้ากรณีที่ตัวที่เราอ่านมีค่ามากกว่า

1024
01:08:13.862 --> 01:08:17.734
ก็หย่อนลงไปใน Stack ได้เลย

1025
01:08:17.863 --> 01:08:21.733
ถ้าสิ่งที่

1026
01:08:21.864 --> 01:08:25.733
เราอ่านเข้ามามันมีค่าน้อยกว่าสิ่งที่

1027
01:08:25.865 --> 01:08:29.733
อยู่ใน Stack

1028
01:08:29.866 --> 01:08:33.733
ให้เอาเครื่องหมายใน Stack

1029
01:08:33.867 --> 01:08:37.733
ออกไปไว้ที่ผลลัพธ์

1030
01:08:37.869 --> 01:08:41.746
แล้วเอาเครื่องหมายตัวที่เราอ่านเข้ามาหย่อนลงไปใน Stack

1031
01:08:41.870 --> 01:08:45.732
โอเค

1032
01:08:45.871 --> 01:08:49.733
ถ้า

1033
01:08:49.872 --> 01:08:53.733
เราอ่านจนครบข้อมูล

1034
01:08:53.873 --> 01:08:57.732
ทุกตัวแล้ว เรายังมีข้อมูลอยู่ใน Stack

1035
01:08:57.874 --> 01:09:01.733
เราก็ดึงมันออกมา ก็คือ Pop มันออกมา

1036
01:09:01.875 --> 01:09:05.733
เป็นผลลัพธ์

1037
01:09:05.876 --> 01:09:09.733
มาดูตัวอย่างนะ ทุกคนถือ... ดุตัวอย่าง

1038
01:09:09.878 --> 01:09:13.733
ที่เป็นขั้นตอนด้วยนะคะ

1039
01:09:13.880 --> 01:09:17.732

1040
01:09:17.880 --> 01:09:21.733

1041
01:09:21.880 --> 01:09:25.733

1042
01:09:25.881 --> 01:09:29.733
โอเค

1043
01:09:29.882 --> 01:09:33.732
โจทย์

1044
01:09:33.884 --> 01:09:37.733
ที่ครูให้ ทุกคนดูที่หน้าจอนะคะ

1045
01:09:37.885 --> 01:09:41.734
ครูมีโจทย์

1046
01:09:41.886 --> 01:09:45.732
มาให้นะคะ ก็คือ 5 + 2

1047
01:09:45.887 --> 01:09:49.732
x 2

1048
01:09:49.889 --> 01:09:53.734
อันดับแรกครูต้องทำอะไร

1049
01:09:53.890 --> 01:09:57.734
อันดับแรกวาดตาราง 3 ช่อง

1050
01:09:57.892 --> 01:10:01.733
วาดตาราง 3 ช่อง จำนวนแถว

1051
01:10:01.893 --> 01:10:05.732
ก็เอาข้อมูลตัวเลขกับเครื่องหมาย

1052
01:10:05.894 --> 01:10:09.732
มาใส่ทีละบรรทัด 5

1053
01:10:09.895 --> 01:10:13.737
ที่ 1 ถูกไหมคะ บวกบรรทัด

1054
01:10:13.896 --> 01:10:17.732
ใส่เลข 2 บรรทัดถัดมาใส่เครื่องหมายคูณ

1055
01:10:17.897 --> 01:10:21.732
แล้วก็ใส่เลข 2

1056
01:10:21.898 --> 01:10:25.736
เราก็จะวาดตารางเรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะ จำนวนแถว

1057
01:10:25.899 --> 01:10:29.733
ขึ้นอยู่กับจำนวนข้อมูล

1058
01:10:29.900 --> 01:10:33.733
ในโจทย์ว่ามีกี่ตัว ก็สร้างแถว

1059
01:10:33.901 --> 01:10:37.732
ใส่ข้อมูลให้เลย

1060
01:10:37.902 --> 01:10:41.733
เรากำหนด

1061
01:10:41.903 --> 01:10:45.733
tack ว่างแล้วใช่ไหมคะ

1062
01:10:45.904 --> 01:10:49.732
ถัดมา ต้องอ่านข้อมูลทีละตัว

1063
01:10:49.905 --> 01:10:53.732
เราต้องอ่านข้อมูลทีละตัวจากซ้าย

1064
01:10:53.906 --> 01:10:57.732
ไปขวา ตัวแรกคืออะไรคะ

1065
01:10:57.907 --> 01:11:01.734
คือ 5 ใช่ไหม ครูเขียนเรียงแล้ว

1066
01:11:01.908 --> 01:11:05.732
5 บวก... มี 2 มีคูณ แล้วก็มี 2

1067
01:11:05.909 --> 01:11:09.732
อันนี้คือข้อมูลที่เราอ่านจากซ้ายไปขวา

1068
01:11:09.913 --> 01:11:13.732
ตัวแรก เป็นตัวเลขใช่ไหมคะ

1069
01:11:13.914 --> 01:11:17.734
มันเป็นตัวเลขแล้วมันตรงกับตัวไหน

1070
01:11:17.915 --> 01:11:21.735
ในขั้นตอน ข้อ

1071
01:11:21.916 --> 01:11:25.732
3 ที่บอกว่าถ้าเป็นตัวเลข

1072
01:11:25.918 --> 01:11:29.732
ให้เอาไปไว้ที่ไหน เอาไปไว้ที่

1073
01:11:29.919 --> 01:11:33.732
ผลลัพธ์ ถ้าเป็น

1074
01:11:33.922 --> 01:11:37.732
ตัวเลข เอาไปไว้ที่ผลลัพธ์ได้เลย

1075
01:11:37.925 --> 01:11:41.732
ถัดมา

1076
01:11:41.926 --> 01:11:45.732
เจอเครื่องหมายบวกนะคะ เจอเครื่องหมายบวก

1077
01:11:45.928 --> 01:11:49.732
ตอนนี้ใน Stack มันไม่มีค่า

1078
01:11:49.930 --> 01:11:53.732
อะไรเลย ทำอย่างไรคะ

1079
01:11:53.933 --> 01:11:57.732
ก็ใส่ได้เลย ใส่เครื่องหมายบวก

1080
01:11:57.933 --> 01:12:01.731
ลงมาได้เลย ถ้ามันเป็น Stack ว่าง เห็นไหมคะ

1081
01:12:01.934 --> 01:12:05.732
ตัวบนเป็น Stack ว่าง เราก็เอาใส่ได้เลย

1082
01:12:05.935 --> 01:12:09.731
แล้วก็เขียน 5 ลงมาเหมือนเดิมนะคะ

1083
01:12:09.936 --> 01:12:13.732
ยก 5 ลงมาเหมือนเดิมนะ

1084
01:12:13.937 --> 01:12:17.732
ดู ดูพร้อมครูก่อนนะ

1085
01:12:17.939 --> 01:12:21.732
เดี๋ยวครู...

1086
01:12:21.942 --> 01:12:25.732
จะถ่ายรูป

1087
01:12:25.943 --> 01:12:29.731
เอาขึ้น Classroom ให้

1088
01:12:29.944 --> 01:12:33.731
ถัดมา เลข 2 ใช่ไหมคะ เลข 2 มันเป็นอะไร

1089
01:12:33.946 --> 01:12:37.731
ตัวเลข เพราะฉะนั้นต้องเอาไปไว้ที่ไหน

1090
01:12:37.947 --> 01:12:41.731
ไปไว้ที่ผลลัพธ์

1091
01:12:41.949 --> 01:12:45.731
ตรงกับข้อ 3 ในขั้นตอนนะ

1092
01:12:45.950 --> 01:12:49.732
เอา 2 มาไว้ที่ Output แต่ต้องเขียน

1093
01:12:49.953 --> 01:12:53.731
หลัง ก็คือเขียนต่อจากเลข 5

1094
01:12:53.956 --> 01:12:57.731
นะคะ

1095
01:12:57.957 --> 01:13:01.732

1096
01:13:01.958 --> 01:13:05.732
ถัดมา

1097
01:13:05.960 --> 01:13:09.731
ยกเครื่องหมายบวกลงมาด้วยนะ

1098
01:13:09.961 --> 01:13:13.732
เพราะมันอยู่ใน Stack นะคะ เรายังไม่ได้เอาอะไรออก

1099
01:13:13.965 --> 01:13:17.732
หรือเอาอะไรเข้าเพิ่ม

1100
01:13:17.966 --> 01:13:21.731
ถัดมา เป็นเครื่องหมายคูณ

1101
01:13:21.968 --> 01:13:25.732
ใน Stack

1102
01:13:25.969 --> 01:13:29.732
เรามีเครื่องหมายบวกอยู่แล้วนะคะ

1103
01:13:29.970 --> 01:13:33.731
ใน Stack นี่เรามีเครื่องหมายบวกอยู่แล้ว

1104
01:13:33.971 --> 01:13:37.734
ตัวที่เราอ่านเข้ามา คือ คูณ เรา

1105
01:13:37.972 --> 01:13:41.731
จะต้องทำการเปรียบเทียบ

1106
01:13:41.973 --> 01:13:45.731
ค่าที่เราอ่านเข้ามาใหม่ คือ คูณ

1107
01:13:45.974 --> 01:13:49.731
กับตัวเดิมที่อยู่ใน Stack

1108
01:13:49.975 --> 01:13:53.731
คือ บวก เราเปรียบเทียบ ถูกไหมคะ

1109
01:13:53.976 --> 01:13:57.731
กับตัวบนสุดคือเครื่องหมายบวก สิ่งท

1110
01:13:57.977 --> 01:14:01.731
คืออะไร คูณมีค่า

1111
01:14:01.978 --> 01:14:05.731
มากกว่าบวก ให้ทำอย่างไร

1112
01:14:05.979 --> 01:14:09.731
ก็เอาคูณหย่อนลงมาได้เลย

1113
01:14:09.980 --> 01:14:13.731
ใส่คูณ

1114
01:14:13.981 --> 01:14:17.731
ลงไปใน Stack ได้เลยนะคะ ผลลัพธ์ก็เป็นเหมือนเดิม

1115
01:14:17.982 --> 01:14:21.731
ตัวถัดมาคือเลข 2

1116
01:14:21.983 --> 01:14:25.738
เลข 2 มันเป็นตัวเลขใช่ไหม เอามาไว้ที่

1117
01:14:25.984 --> 01:14:29.732
ผลลัพธ์นะคะ เอามาต่อด้านหลัง

1118
01:14:29.985 --> 01:14:33.731
เสร็จแล้วเราพบว่า

1119
01:14:33.987 --> 01:14:37.731
ไม่มีข้อมูลแล้ว ข้อมูลมันหมดแล้วน่ะ

1120
01:14:37.988 --> 01:14:41.731
ข้อมูลมันหมดแล้วนะคะ แต่สิ่งที่เราเจอคืออะไร

1121
01:14:41.989 --> 01:14:45.732
ใน Stack ยังมีข้อมูลอยู่

1122
01:14:45.990 --> 01:14:49.731
เพราะฉะนั้น ต้องดึงค่า

1123
01:14:49.991 --> 01:14:53.731
ออกจาก Stack ให้หมด เราเอาอะไรออกมาก่อนคะ

1124
01:14:53.992 --> 01:14:57.731
ตัวล่าสุด ตัวบนสุด คือ คูณ

1125
01:14:57.993 --> 01:15:01.731
เอาคูณมาต่อท้ายที่ Output หรือว่าผลลั

1126
01:15:01.994 --> 01:15:05.733
เอาคูณออกมาแล้วมันเหลืออีกตัวหนึ่งใช่ไหม

1127
01:15:05.997 --> 01:15:09.731
ก็เอาบวกออกมา

1128
01:15:09.998 --> 01:15:13.731
อันนี้คือผลลัพธ์ ผลลัพธ์สุดท้าย

1129
01:15:13.999 --> 01:15:17.732
นะคะ

1130
01:15:18.000 --> 01:15:21.732
จะอยู่ในรูปแบบของ Postfix คือ แปลงนิพจน์

1131
01:15:22.001 --> 01:15:25.730

1132
01:15:26.002 --> 01:15:29.731
ได้ไหมคะ เดี๋ยวเรามาทำพร้อมกันอีกตัวหนึ่ง

1133
01:15:30.003 --> 01:15:33.734
หนึ่ง

1134
01:15:34.005 --> 01:15:37.731

1135
01:15:38.006 --> 01:15:41.731

1136
01:15:42.008 --> 01:15:45.731

1137
01:15:46.009 --> 01:15:49.731

1138
01:15:50.010 --> 01:15:53.731

1139
01:15:54.012 --> 01:15:57.731
3 + 5 x 1

1140
01:15:58.013 --> 01:16:01.731

1141
01:16:02.014 --> 01:16:05.731

1142
01:16:06.015 --> 01:16:09.731

1143
01:16:10.017 --> 01:16:13.731
ครูมีโจทย์ใช่ไหมคะ 3 + 5 x 1

1144
01:16:14.019 --> 01:16:17.731
ผลลัพธ์เท่ากับเท่าไหร่เอ่ย ตอบ

1145
01:16:18.020 --> 01:16:21.732
เท่ากับ

1146
01:16:22.022 --> 01:16:25.731
อันนี้ตอบเท่ากับเท่าไหร่เอ่ย

1147
01:16:26.023 --> 01:16:29.730
8

1148
01:16:30.025 --> 01:16:33.730
ข้างหลังตอบอะไร

1149
01:16:34.026 --> 01:16:37.731
ได้เท่ากับอะไรคะ คำตอบ

1150
01:16:38.027 --> 01:16:41.730
ก็คือ 8

1151
01:16:42.028 --> 01:16:45.730
เอา 5 x 1 ก่อนได้เท่าไร

1152
01:16:46.029 --> 01:16:49.730
ค่อยบวกกับ 3

1153
01:16:50.030 --> 01:16:53.731
5 1 เป็น 5 แล้วบวกกับ 3

1154
01:16:54.031 --> 01:16:57.730
8

1155
01:16:58.032 --> 01:17:01.731
เดี๋ยวเราจะมาทำ จะมาแปลงนิพจน์กัน

1156
01:17:02.033 --> 01:17:05.731
นะคะ แล้วเราจะมาหาค่าว่ามันได้ 8 ได้อย่างไร

1157
01:17:06.034 --> 01:17:09.730
อันนี้เรากำลังจะมาแสดงวิธีทำ

1158
01:17:10.035 --> 01:17:13.738
ค่าว่า 8 มันมาจากไหน เราสั่งให้คอมพิวเตอร์มัน

1159
01:17:14.036 --> 01:17:17.731
คิดแบบไหน อันดับแรก วาด Stack ว่าง

1160
01:17:18.037 --> 01:17:21.731
ฉะนั้น ครูบอกว่าต้องมีคอลัมน์อยู่ 3 คอลัมน์

1161
01:17:22.038 --> 01:17:25.730

1162
01:17:26.040 --> 01:17:29.730

1163
01:17:30.040 --> 01:17:33.730

1164
01:17:34.041 --> 01:17:37.730
ครูมี 3 คอลัมน์แล้ว มี

1165
01:17:38.043 --> 01:17:41.731
In put Stack

1166
01:17:42.047 --> 01:17:45.730
แล้วก็ Output

1167
01:17:46.048 --> 01:17:49.731
จากนั้นครูวาดตารางเลย

1168
01:17:50.055 --> 01:17:53.730
โดยเอาข้อมูลมาใส่ในแต่ละแถวเลยนะคะ

1169
01:17:54.056 --> 01:17:57.730
ครูอ่านเข้ามาทีละตัว

1170
01:17:58.057 --> 01:18:01.730
ซ้ายไปขวา ตัวแรก คือ 3 ถัดมา

1171
01:18:02.058 --> 01:18:05.730
คือเครื่องหมายบวก เลข 5

1172
01:18:06.060 --> 01:18:09.731
นะคะ เครื่องหมายคูณ

1173
01:18:10.064 --> 01:18:13.731
แล้วก็เลข 1 อันนี้ครูวดตารา

1174
01:18:14.065 --> 01:18:17.732
เสร็จแล้ว

1175
01:18:18.066 --> 01:18:21.730

1176
01:18:22.067 --> 01:18:25.731

1177
01:18:26.068 --> 01:18:29.730
ทุกคน

1178
01:18:30.069 --> 01:18:33.742
วาดตามครูก่อนเลย เราวาด

1179
01:18:34.070 --> 01:18:37.730
ตารางเปล่า ๆ แบบนี้ก่อนนะคะ

1180
01:18:38.073 --> 01:18:41.730
คอลัมน์แรก หรือช่องแรก เอา

1181
01:18:42.077 --> 01:18:45.730
ตัวเลขกับเครื่องหมาย

1182
01:18:46.078 --> 01:18:49.730
มาเรียงใส่ทีละบรรทัด

1183
01:18:50.079 --> 01:18:53.730

1184
01:18:54.080 --> 01:18:57.730

1185
01:18:58.081 --> 01:19:01.729

1186
01:19:02.085 --> 01:19:05.730

1187
01:19:06.088 --> 01:19:09.730

1188
01:19:10.091 --> 01:19:13.730

1189
01:19:14.094 --> 01:19:17.730

1190
01:19:18.095 --> 01:19:21.730

1191
01:19:22.098 --> 01:19:25.730

1192
01:19:26.103 --> 01:19:29.731

1193
01:19:30.104 --> 01:19:33.730

1194
01:19:34.105 --> 01:19:37.731

1195
01:19:38.108 --> 01:19:41.730

1196
01:19:42.110 --> 01:19:45.730

1197
01:19:46.112 --> 01:19:49.730

1198
01:19:50.113 --> 01:19:53.730

1199
01:19:54.114 --> 01:19:57.730

1200
01:19:58.115 --> 01:20:01.729

1201
01:20:02.117 --> 01:20:05.729
คราวนี้

1202
01:20:06.118 --> 01:20:09.730
พอทุกคนลอกตารางเสร็จแล้วใช่ไหมคะ เดี๋ยวเราจะมาทำด้วยกัน

1203
01:20:10.119 --> 01:20:13.730
เริ่มต้นตัวแรก

1204
01:20:14.120 --> 01:20:17.731
ใช่ไหมคะทุกคน เริ่มต้นตัวแรกมันเป็นตัวเลข

1205
01:20:18.121 --> 01:20:21.729
ใช่หรือเปล่า เพราะฉะนั้นเอาไปไว้ที่ช่องทางไหน

1206
01:20:22.122 --> 01:20:25.729
ทางขวา

1207
01:20:26.124 --> 01:20:29.729
ใส่ก่อนเลข 3 ใช่ถูกต้อง

1208
01:20:30.126 --> 01:20:33.729
ถัดมา

1209
01:20:34.127 --> 01:20:37.729
เป็นเครื่องหมายบวกใช่ไหมคะ

1210
01:20:38.130 --> 01:20:41.729
ตรงนี้มีอะไรไหม ไม่มี

1211
01:20:42.131 --> 01:20:45.729
เพราะฉะนั้น เอา + มาใส่ตรงนี้ได้เลยไหม

1212
01:20:46.132 --> 01:20:49.730
ถ้าเป็นเครื่องหมาย เอาลงที่

1213
01:20:50.136 --> 01:20:53.730
Stack เพราะฉะนั้นตอนนี้ Stack

1214
01:20:54.137 --> 01:20:57.729
ก็ใส่เครื่องหมายบวกได้เลย

1215
01:20:58.138 --> 01:21:01.730
3 ยกลงมาเหมือนเดิมนะคะ เหมือน

1216
01:21:02.139 --> 01:21:05.730
ตรง Output ยก 3 ลงมาเหมือนเดิม

1217
01:21:06.142 --> 01:21:09.729

1218
01:21:10.144 --> 01:21:13.729

1219
01:21:14.145 --> 01:21:17.729
ถัดมาเลข 5 เป็นตัวเลข

1220
01:21:18.147 --> 01:21:21.733
เอาไว้ที่ไหน เอาไว้

1221
01:21:22.149 --> 01:21:25.729
Output ใช่ไหม ฉะนั้น เอาของเด

1222
01:21:26.150 --> 01:21:29.729
ยกลงมาก่อน คือ 3 เราเอาเลขอะไรมาใส่

1223
01:21:30.152 --> 01:21:33.729
เลข 5 นะคะ อันนี้

1224
01:21:34.153 --> 01:21:37.730
ยกลงมาไหม เครื่องหมายบวกยกลงมาด้วยนะ

1225
01:21:38.155 --> 01:21:41.730
ยกลงมาด้วย

1226
01:21:42.156 --> 01:21:45.729

1227
01:21:46.157 --> 01:21:49.732

1228
01:21:50.158 --> 01:21:53.729
เสร็จแล้ว ถัดมา

1229
01:21:54.159 --> 01:21:57.729
เครื่องหมายคูณ

1230
01:21:58.161 --> 01:22:01.729
คูณต้องเอามาลง Stack ใช่หรือเปล่า แต่คูณ

1231
01:22:02.162 --> 01:22:05.729
มันมากกว่าบวกใช่ไหม คูณ

1232
01:22:06.163 --> 01:22:09.729
กับบวก อะไรมากกว่ากัน คูณ เพราะฉะนั้น

1233
01:22:10.164 --> 01:22:13.730
เราก็ใส่ลงไปใน Stack ได้เลย โดย

1234
01:22:14.165 --> 01:22:17.729
โดยเอาของเดิมลงมาก่อน

1235
01:22:18.166 --> 01:22:21.730
แล้วก็ใส่เครื่องหมายคูณ

1236
01:22:22.167 --> 01:22:25.729
อันนี้ยกลงมาเหมือนเดิมไหม ยกลงมาเหมือนเดิม

1237
01:22:26.169 --> 01:22:29.729

1238
01:22:30.170 --> 01:22:33.729
ตรงสุดท้าย 1 เอาไว้ที่ไหน

1239
01:22:34.171 --> 01:22:37.729
Output แต่มีของเดิมอยู่แล้วใช่ไหม

1240
01:22:38.172 --> 01:22:41.729
ยกของเดิมลงมาก่อน แล้วก็ใส่เลข 1

1241
01:22:42.174 --> 01:22:45.728

1242
01:22:46.176 --> 01:22:49.728
อันนี้ยกลงมาเลยได้ไหม ได้นะคะ ใน Stack

1243
01:22:50.176 --> 01:22:53.728
เราก็ยกเครื่องหมายออกมา เครื่องหมายนะคะ

1244
01:22:54.177 --> 01:22:57.731
บวกกับคูณ

1245
01:22:58.178 --> 01:23:01.728

1246
01:23:02.178 --> 01:23:05.726
เสร็จแล้ว

1247
01:23:06.179 --> 01:23:09.729
ผลลัพธ์ที่ได้ ตอนนี้ข้อมูลหมดแล้วใช่ไหม

1248
01:23:10.180 --> 01:23:13.726
ใน Stack ยังมีอยู่ ใน Stack ยังมีอยู่ ต้อง

1249
01:23:14.181 --> 01:23:17.726
เอาออกมา ต้อง Pop ออกมา ใช่ไหมคะ

1250
01:23:18.182 --> 01:23:21.726
ยกตรง Output ของเดิมลงมาก่อน Pop

1251
01:23:22.187 --> 01:23:25.725
บวกกับคูณเอาอะไรออกมาก่อน

1252
01:23:26.188 --> 01:23:29.725
คูณ แล้วตามด้วยบวก เห็นไหมคะ

1253
01:23:30.189 --> 01:23:33.725
เอาตัวแรกออกมาก่อน แล้วเอาตัวที่ 2

1254
01:23:34.190 --> 01:23:37.725
ออกมา

1255
01:23:38.192 --> 01:23:41.724

1256
01:23:42.193 --> 01:23:45.724

1257
01:23:46.194 --> 01:23:49.724

1258
01:23:50.195 --> 01:23:53.724
เดี๋ยวต่ออีกนิดหนึ่งนะคะ เดี๋ยวเขียนตรงนี้ให้เสร็จก่อน

1259
01:23:54.196 --> 01:23:57.724

1260
01:23:58.200 --> 01:24:01.723

1261
01:24:02.201 --> 01:24:05.722
เรายังไม่ได้ค่าเลข 8 เลย

1262
01:24:06.202 --> 01:24:09.723
จะทำอย่างไรให้ได้เลข 8

1263
01:24:10.204 --> 01:24:13.725
8

1264
01:24:14.205 --> 01:24:17.722
ถัดมา เสร็จหรือยังคะ

1265
01:24:18.207 --> 01:24:21.722
เดี๋ยวรอเพื่อน

1266
01:24:22.208 --> 01:24:25.721
แป๊บหนึ่งนะ

1267
01:24:26.209 --> 01:24:29.721

1268
01:24:30.210 --> 01:24:33.721

1269
01:24:34.212 --> 01:24:37.720
โอเค เราได้ผลลัพธ์

1270
01:24:38.212 --> 01:24:41.723
แล้วใช่ไหมคะ จากตารางที่เราทำใน Stack

1271
01:24:42.213 --> 01:24:45.720

1272
01:24:46.217 --> 01:24:49.720
พอได้ค่าผลลัพธ์แล้วนี่ คือ ตัวนี้

1273
01:24:50.218 --> 01:24:53.720
351 คูณ บวก

1274
01:24:54.219 --> 01:24:57.719
มาหาผลลัพธ์ต่อนะคะ ค่านี้จะเป็นค่าสุดท้ายแล้ว

1275
01:24:58.220 --> 01:25:01.719
ที่เราจะได้คำตอบออกมา

1276
01:25:02.221 --> 01:25:05.718

1277
01:25:06.223 --> 01:25:09.719
ตัวแรกตัวนี้ใช่ไหมคะ

1278
01:25:10.224 --> 01:25:13.721
ขั้นตอนถัดมา ถ้าเป็น

1279
01:25:14.226 --> 01:25:17.718
ตัวเลข ถ้าเป็นตัวเลขจะ Push

1280
01:25:18.227 --> 01:25:21.725
ลง Stack อันนี้อีกอันหนึ่งนะ อีก

1281
01:25:22.228 --> 01:25:25.718
ขั้นตอนหนึ่วนะคะ ถ้าเป็นตัวเลขจะ P

1282
01:25:26.229 --> 01:25:29.719
ลง Stack ดูพร้อมครูเลย ตัวที่ 1 มา

1283
01:25:30.231 --> 01:25:33.717
คือตัวเลขอะไรคะ เลข 3

1284
01:25:34.232 --> 01:25:37.717
เราเอาใส่ใน Stack

1285
01:25:38.233 --> 01:25:41.723
ดูพร้อมกันนะ เลข 3

1286
01:25:42.235 --> 01:25:45.717
ตัวแรก เอาลง Stack ตัวถัดมา

1287
01:25:46.237 --> 01:25:49.717
เลขอะไรคะ เลข 5

1288
01:25:50.238 --> 01:25:53.716
ก็เอาเลข 5 Push ลง  Stack เหมือนกัน

1289
01:25:54.239 --> 01:25:57.715

1290
01:25:58.241 --> 01:26:01.715
ตัวถัดมาเลขอะไร

1291
01:26:02.242 --> 01:26:05.715
เลข 1 ก็เอาเลข 1

1292
01:26:06.243 --> 01:26:09.715
Push ลง Stack เหมือนกัน

1293
01:26:10.245 --> 01:26:13.715

1294
01:26:14.249 --> 01:26:17.715

1295
01:26:18.251 --> 01:26:21.715
ถัดมา

1296
01:26:22.253 --> 01:26:25.730
เราเครื่องหมายคูณ ให้

1297
01:26:26.254 --> 01:26:29.714
Pop ค่าบนสุดอออกมา แล้ว

1298
01:26:30.255 --> 01:26:33.714
วางไว้ขวามือ เอาเลข 1 ออกมา เห็นไหมคะ

1299
01:26:34.256 --> 01:26:37.714
จากนั้นใส่เครื่องหมาย

1300
01:26:38.258 --> 01:26:41.713
ถ้ามันเครื่องหมายนะ ตัวที่เราอ่านมา เรา Pop

1301
01:26:42.258 --> 01:26:45.713
ตัวเลขออกมาก่อน แล้วใส่เครื่องหมาย

1302
01:26:46.259 --> 01:26:49.713
แล้วเอาตัวที่ 2 ออกมาแบบนี้

1303
01:26:50.260 --> 01:26:53.715
นี่นะคะ เอาตัวบนสุดออกมา

1304
01:26:54.261 --> 01:26:57.713
แล้วใส่เครื่องหมายที่เราอ่าน แล้วเอา

1305
01:26:58.262 --> 01:27:01.712
ตัวข้อมูล

1306
01:27:02.263 --> 01:27:05.712
ตัวเลขที่อยู่ใน Stack ตัวถัดมานี่ออกมา ได้ผลลัพธ์อะไรคะ

1307
01:27:06.264 --> 01:27:09.712
5 x 1 เป็น 5

1308
01:27:10.265 --> 01:27:13.718
ตอนนี้ใน Stack 1 กับ 5 ออก

1309
01:27:14.266 --> 01:27:17.718
ไปแล้วนะ เราได้ผลลัพธ์

1310
01:27:18.267 --> 01:27:21.713
คือ 5 แล้วอย่างไรต่อ

1311
01:27:22.268 --> 01:27:25.711
ก็ Push ลง Stack

1312
01:27:26.269 --> 01:27:29.711
เอาเลข 5 Push ลงไปใน Stack

1313
01:27:30.270 --> 01:27:33.710
ตอนนี้เอาออกไปแล้ว 2 เหลือ 3

1314
01:27:34.270 --> 01:27:37.711
พอคูณเสร็จเอา 5 กลับเข้ามา

1315
01:27:38.271 --> 01:27:41.710

1316
01:27:42.272 --> 01:27:45.710
ดูนะคะ ถัดมา

1317
01:27:46.273 --> 01:27:49.714
อ่านเครื่องหมายบวก

1318
01:27:50.276 --> 01:27:53.710
ทำเหมือนเดิมเลย เอาอะไรออกมาคะ

1319
01:27:54.280 --> 01:27:57.710

1320
01:27:58.283 --> 01:28:01.709
เอา 5 ออกมาไว้ทางขวามือ แล้วก็ใส่เครื่องหมายบวก

1321
01:28:02.284 --> 01:28:05.709
แล้วก้เอา 3 ออกมา คำตอบเป็นเท่าไหร่คะ

1322
01:28:06.285 --> 01:28:09.709
เป็น 8

1323
01:28:10.287 --> 01:28:13.709

1324
01:28:14.288 --> 01:28:17.708
แล้วก็เอา 8 ใส่ลงไปใน Stack จะเหลือเป็นค่าสุดท้าย

1325
01:28:18.289 --> 01:28:21.708
นี่คือคำตอบของ

1326
01:28:22.290 --> 01:28:25.708
โจทย์ข้อนี้ ได้เท่ากันเลยไหม

1327
01:28:26.291 --> 01:28:29.728
ได้เท่ากันเลย คือ 8

1328
01:28:30.293 --> 01:28:33.708
จะเห็นว่านี่คือกระบวนการคอมพิวเตอร์คิดค่า

1329
01:28:34.294 --> 01:28:37.710
ตัวเลขให้เรานะคะ กว่าจะได้เลข 8

1330
01:28:38.295 --> 01:28:41.708
ออกมานี่ คอมพิวเตอร์ต้องคิดแบบนี้นะคะ

1331
01:28:42.296 --> 01:28:45.707

1332
01:28:46.298 --> 01:28:49.707

1333
01:28:50.300 --> 01:28:53.707

1334
01:28:54.302 --> 01:28:57.707
โอเค

1335
01:28:58.303 --> 01:29:01.707
ใครเสร็จแล้ว

1336
01:29:02.304 --> 01:29:05.706
ครูให้เบรกอีก 5 นาที จดตัวนี้ให้เสร็จนะคะ

1337
01:29:06.305 --> 01:29:09.706
ครูให้เบรก 5 นาที

1338
01:29:10.306 --> 01:29:13.706

1339
01:29:14.307 --> 01:29:17.706

1340
01:29:18.309 --> 01:29:21.706

1341
01:29:22.311 --> 01:29:25.706

1342
01:29:26.317 --> 01:29:29.705

1343
01:29:30.325 --> 01:29:33.705

1344
01:29:34.328 --> 01:29:37.705

1345
01:29:38.331 --> 01:29:41.705

1346
01:29:42.335 --> 01:29:45.705

1347
01:29:46.339 --> 01:29:49.704

1348
01:29:50.340 --> 01:29:53.706

1349
01:29:54.342 --> 01:29:57.705

1350
01:29:58.343 --> 01:30:01.704

1351
01:30:02.344 --> 01:30:05.704

1352
01:30:06.346 --> 01:30:09.703

1353
01:30:10.349 --> 01:30:13.704

1354
01:30:14.350 --> 01:30:17.705

1355
01:30:18.352 --> 01:30:21.726

1356
01:30:22.354 --> 01:30:25.703

1357
01:30:26.355 --> 01:30:29.703

1358
01:30:30.358 --> 01:30:33.702

1359
01:30:34.360 --> 01:30:37.702

1360
01:30:38.363 --> 01:30:41.704

1361
01:30:42.364 --> 01:30:45.702

1362
01:30:46.369 --> 01:30:49.701

1363
01:30:50.371 --> 01:30:53.701

1364
01:30:54.373 --> 01:30:57.703

1365
01:30:58.374 --> 01:31:01.701

1366
01:31:02.375 --> 01:31:05.700

1367
01:31:06.376 --> 01:31:09.700

1368
01:31:10.378 --> 01:31:13.701

1369
01:31:14.380 --> 01:31:17.700

1370
01:31:18.381 --> 01:31:21.703

1371
01:31:22.382 --> 01:31:25.700

1372
01:31:26.384 --> 01:31:29.700

1373
01:31:30.395 --> 01:31:33.698

1374
01:31:34.396 --> 01:31:37.698

1375
01:31:38.399 --> 01:31:41.704

1376
01:31:42.401 --> 01:31:45.698

1377
01:31:46.402 --> 01:31:49.706

1378
01:31:50.403 --> 01:31:53.698

1379
01:31:54.404 --> 01:31:57.697

1380
01:31:58.406 --> 01:32:01.697

1381
01:32:02.409 --> 01:32:05.697

1382
01:32:06.410 --> 01:32:09.696

1383
01:32:10.412 --> 01:32:13.697

1384
01:32:14.413 --> 01:32:17.696

1385
01:32:18.415 --> 01:32:21.696

1386
01:32:22.417 --> 01:32:25.696

1387
01:32:26.417 --> 01:32:29.696

1388
01:32:30.419 --> 01:32:33.695

1389
01:32:34.421 --> 01:32:37.695

1390
01:32:38.422 --> 01:32:41.696

1391
01:32:42.424 --> 01:32:45.696

1392
01:32:46.425 --> 01:32:49.695

1393
01:32:50.428 --> 01:32:53.694

1394
01:32:54.429 --> 01:32:57.704

1395
01:32:58.431 --> 01:33:01.694

1396
01:33:02.431 --> 01:33:05.693

1397
01:33:06.433 --> 01:33:09.693

1398
01:33:10.434 --> 01:33:13.693

1399
01:33:14.435 --> 01:33:17.693

1400
01:33:18.439 --> 01:33:21.693

1401
01:33:22.440 --> 01:33:25.692

1402
01:33:26.445 --> 01:33:29.692

1403
01:33:30.447 --> 01:33:33.693

1404
01:33:34.449 --> 01:33:37.692

1405
01:33:38.451 --> 01:33:41.693

1406
01:33:42.453 --> 01:33:45.691

1407
01:33:46.454 --> 01:33:49.691

1408
01:33:50.456 --> 01:33:53.691

1409
01:33:54.459 --> 01:33:57.692

1410
01:33:58.460 --> 01:34:01.691

1411
01:34:02.463 --> 01:34:05.691

1412
01:34:06.464 --> 01:34:09.692

1413
01:34:10.466 --> 01:34:13.691

1414
01:34:14.467 --> 01:34:17.690

1415
01:34:18.469 --> 01:34:21.690

1416
01:34:22.470 --> 01:34:25.690

1417
01:34:26.472 --> 01:34:29.690

1418
01:34:30.473 --> 01:34:33.689

1419
01:34:34.476 --> 01:34:37.689

1420
01:34:38.479 --> 01:34:41.688

1421
01:34:42.481 --> 01:34:45.688

1422
01:34:46.482 --> 01:34:49.689

1423
01:34:50.484 --> 01:34:53.688

1424
01:34:54.485 --> 01:34:57.688

1425
01:34:58.487 --> 01:35:01.688

1426
01:35:02.488 --> 01:35:05.688

1427
01:35:06.491 --> 01:35:09.688

1428
01:35:10.493 --> 01:35:13.687

1429
01:35:14.495 --> 01:35:17.687

1430
01:35:18.497 --> 01:35:21.687

1431
01:35:22.499 --> 01:35:25.687

1432
01:35:26.500 --> 01:35:29.686

1433
01:35:30.501 --> 01:35:33.686

1434
01:35:34.503 --> 01:35:37.690

1435
01:35:38.505 --> 01:35:41.686

1436
01:35:42.506 --> 01:35:45.686

1437
01:35:46.509 --> 01:35:49.686

1438
01:35:50.512 --> 01:35:53.685

1439
01:35:54.515 --> 01:35:57.685

1440
01:35:58.516 --> 01:36:01.685

1441
01:36:02.518 --> 01:36:05.685

1442
01:36:06.523 --> 01:36:09.685

1443
01:36:10.527 --> 01:36:13.684

1444
01:36:14.532 --> 01:36:17.691

1445
01:36:18.533 --> 01:36:21.685

1446
01:36:22.535 --> 01:36:25.684

1447
01:36:26.537 --> 01:36:29.684

1448
01:36:30.538 --> 01:36:33.686

1449
01:36:34.540 --> 01:36:37.683

1450
01:36:38.541 --> 01:36:41.683

1451
01:36:42.543 --> 01:36:45.683

1452
01:36:46.545 --> 01:36:49.684

1453
01:36:50.548 --> 01:36:53.683

1454
01:36:54.550 --> 01:36:57.684

1455
01:36:58.551 --> 01:37:01.683

1456
01:37:02.553 --> 01:37:05.682

1457
01:37:06.558 --> 01:37:09.683

1458
01:37:10.562 --> 01:37:13.682

1459
01:37:14.564 --> 01:37:17.682

1460
01:37:18.565 --> 01:37:21.686

1461
01:37:22.570 --> 01:37:25.682

1462
01:37:26.572 --> 01:37:29.681

1463
01:37:30.574 --> 01:37:33.681

1464
01:37:34.576 --> 01:37:37.682

1465
01:37:38.577 --> 01:37:41.681

1466
01:37:42.579 --> 01:37:45.683

1467
01:37:46.580 --> 01:37:49.681

1468
01:37:50.582 --> 01:37:53.680

1469
01:37:54.587 --> 01:37:57.680

1470
01:37:58.591 --> 01:38:01.680

1471
01:38:02.593 --> 01:38:05.680

1472
01:38:06.595 --> 01:38:09.680

1473
01:38:10.596 --> 01:38:13.681

1474
01:38:14.598 --> 01:38:17.679

1475
01:38:18.601 --> 01:38:21.680

1476
01:38:22.604 --> 01:38:25.679

1477
01:38:26.606 --> 01:38:29.680

1478
01:38:30.608 --> 01:38:33.679

1479
01:38:34.610 --> 01:38:37.679

1480
01:38:38.612 --> 01:38:41.679

1481
01:38:42.616 --> 01:38:45.679

1482
01:38:46.618 --> 01:38:49.679

1483
01:38:50.620 --> 01:38:53.684

1484
01:38:54.621 --> 01:38:57.681

1485
01:38:58.624 --> 01:39:01.678

1486
01:39:02.626 --> 01:39:05.678

1487
01:39:06.628 --> 01:39:09.678

1488
01:39:10.633 --> 01:39:13.677

1489
01:39:14.635 --> 01:39:17.704

1490
01:39:18.637 --> 01:39:21.677

1491
01:39:22.639 --> 01:39:25.677

1492
01:39:26.640 --> 01:39:29.677
ค่ะ เดี๋ยวมาต่ออีกนิดหนึ่ง

1493
01:39:30.641 --> 01:39:33.677

1494
01:39:34.643 --> 01:39:37.677
คราวนี้มาดูอีก 1 ตัวอย่างนะคะ

1495
01:39:38.644 --> 01:39:41.677

1496
01:39:42.645 --> 01:39:45.677
ครูมีโจทย์ให้

1497
01:39:46.647 --> 01:39:49.677

1498
01:39:50.648 --> 01:39:53.676
5 x 2

1499
01:39:54.649 --> 01:39:57.676
+ 2

1500
01:39:58.651 --> 01:40:01.676
ตอนนี้เราทำ

1501
01:40:02.653 --> 01:40:05.676
จาก Prefix ให้เป็น

1502
01:40:06.654 --> 01:40:09.675
Postfix ก่อนนะคะ

1503
01:40:10.655 --> 01:40:13.676
อันดับแรก

1504
01:40:14.656 --> 01:40:17.676
ต้องวาดตารางก่อนใช่ไหมคะ

1505
01:40:18.657 --> 01:40:21.677
วาดตาราง Stack ว่าง

1506
01:40:22.658 --> 01:40:25.676
ครูก็วาด 3 ช่องเหมือนเดิม แล้วก็

1507
01:40:26.660 --> 01:40:29.677
ตรง Input ครูก็เอาข้อมูลแต่ละตัว

1508
01:40:30.678 --> 01:40:33.685
มาใส่ลงในแต่ละบรรทัด

1509
01:40:34.680 --> 01:40:37.675

1510
01:40:38.681 --> 01:40:41.675

1511
01:40:42.684 --> 01:40:45.675

1512
01:40:46.686 --> 01:40:49.674

1513
01:40:50.688 --> 01:40:53.675
เริ่มต้นเลย หย่อนเข้ามาตัวเลข

1514
01:40:54.689 --> 01:40:57.675
คือ เลข 5 ใช่ไหม มันเป็นตัวเลข เพราะฉะนั้น

1515
01:40:58.690 --> 01:41:01.674
เอาไปไว้ที่ Output

1516
01:41:02.693 --> 01:41:05.674
นะคะ นะ ถ้าเป็นตัวเลข เอาไปไว้ที่ Output

1517
01:41:06.696 --> 01:41:09.674
ได้เลย ตัวถัดมา

1518
01:41:10.700 --> 01:41:13.674
เครื่องหมายคูณ

1519
01:41:14.701 --> 01:41:17.674
แสดงว่าต้องเอาไปไว้ใน Stack

1520
01:41:18.703 --> 01:41:21.675
ตอนนี้ Stack มันเป็น Stack ว่าง

1521
01:41:22.704 --> 01:41:25.673
เราก็เลยเอาคูณมาใส่ใน

1522
01:41:26.705 --> 01:41:29.673
Stack ได้เลย ส่วน Output

1523
01:41:30.707 --> 01:41:33.673
ก็ยก 5 ลงมาเหมือนเดิม

1524
01:41:34.708 --> 01:41:37.673

1525
01:41:38.710 --> 01:41:41.673
โอเคนะ ยังเป็นเหมือนเดิมอญู่นะ

1526
01:41:42.714 --> 01:41:45.673
2 บรรทัดแรก ถัดมา

1527
01:41:46.715 --> 01:41:49.673
เจอเลข 2 เลข 2

1528
01:41:50.717 --> 01:41:53.674
2 มันเป็นตัวเลข ต้องเอาไปไว้ที่

1529
01:41:54.718 --> 01:41:57.673
Output เพราะฉะนั้น 2

1530
01:41:58.719 --> 01:42:01.672
จะอยู่ต่อจากเลข 5 นะคะ ใน Stack

1531
01:42:02.721 --> 01:42:05.672
ก็ยกลงมาเหมือนเดิม

1532
01:42:06.722 --> 01:42:09.674

1533
01:42:10.724 --> 01:42:13.672
ถึงตรงนี้นะคะ

1534
01:42:14.725 --> 01:42:17.683

1535
01:42:18.727 --> 01:42:21.672
ถัดมาข้อมูลที่เราอ่านมา

1536
01:42:22.728 --> 01:42:25.672
เครื่องหมายบวก พอเราเจอ

1537
01:42:26.730 --> 01:42:29.672
เครื่องหมายบวก ครูบอกว่าต้องเอามัน

1538
01:42:30.731 --> 01:42:33.672
ไปไว้ใน Stack แต่ก่อนอื่น ก่อนที่จะ

1539
01:42:34.732 --> 01:42:37.672
เอาไปไว้ใน Stack เดิม

1540
01:42:38.733 --> 01:42:41.671
เรามีข้อมูลใน Stack หรือเปล่า มีใช่หรือเปล่า มีเครื่องหมายคูณ

1541
01:42:42.737 --> 01:42:45.671
เพราะฉะนั้นเราต้

1542
01:42:46.739 --> 01:42:49.675
ต้องเปรียบเทียบความสำคัญก่อน บวก

1543
01:42:50.741 --> 01:42:53.671
มันน้อยกว่าหรือมากกว่าคูณ

1544
01:42:54.744 --> 01:42:57.671
น้อยกว่า ใช่ไหม บวก

1545
01:42:58.745 --> 01:43:01.671
มีค่าน้อยกว่าคูณ เพราะฉะนั้น

1546
01:43:02.746 --> 01:43:06.671
ทำอย่างไรคะ เอาคูณ

1547
01:43:06.748 --> 01:43:10.671
ออกมา

1548
01:43:10.748 --> 01:43:14.674
บวกมีค่าน้อยกว่าคูณ เพราะฉะนั้น

1549
01:43:14.750 --> 01:43:18.671
ต้องเอา

1550
01:43:18.751 --> 01:43:22.676
ข้อมูลที่อยู่บน Stack นี่ คือ คูณ เอามาไว้ที่

1551
01:43:22.752 --> 01:43:26.673
Output เห็นไหมคะ

1552
01:43:26.754 --> 01:43:30.670
เอามาไว้ที่ Output เสร็จแล้ว เราถึงเอา

1553
01:43:30.755 --> 01:43:34.670
เครื่องหมายบวก Push ลงไปใน Stack

1554
01:43:34.760 --> 01:43:38.672
นะคะ แล้วค่อยเอาเครื่องหมายบวก

1555
01:43:38.762 --> 01:43:42.670
ใส่ลงไปใน Stack ได้เลย เพราะ Stack มันว่าง

1556
01:43:42.765 --> 01:43:46.672
เพราะฉะนั้น ตรง Output จะเป็น

1557
01:43:46.765 --> 01:43:50.670
5, 2 แล้วก็เครื่องหมาย๕

1558
01:43:50.766 --> 01:43:54.670
ทำไมคูณ

1559
01:43:54.767 --> 01:43:58.670
ถึงต้องออกมา เพราะบวกมันน้อยกว่าคูณ

1560
01:43:58.768 --> 01:44:02.670
เห็นไหมคะ บวกมันน้อยกว่าคูณ

1561
01:44:02.769 --> 01:44:06.669
เลยเอาคูณออกมา

1562
01:44:06.770 --> 01:44:10.670
ถัดมาเลขอะไรคะ เลข 2

1563
01:44:10.771 --> 01:44:14.672
เอาไปไว้ที่ Output ได้เลย ก็เอามันไปต่อท้ายคูณ

1564
01:44:14.772 --> 01:44:18.669
เอามันมาต่อท้ายคูณใช้หรือเปล่า เพราะมันคือคูณ

1565
01:44:18.774 --> 01:44:22.669
เอา 2 มาต่อท้าย

1566
01:44:22.776 --> 01:44:26.669

1567
01:44:26.779 --> 01:44:30.670
ตอนนี้เราอ่านข้อมูลครบหมดแล้ว

1568
01:44:30.780 --> 01:44:34.669
แต่ใน Stack มันยังมีบวกค้างอยู่ เพราะฉะนั้น

1569
01:44:34.781 --> 01:44:38.669
ต้อง Pop มันออกมา แ

1570
01:44:38.783 --> 01:44:42.669
นะคะ Pop มันออกมาและไว้ข้างหลัง

1571
01:44:42.784 --> 01:44:46.669

1572
01:44:46.785 --> 01:44:50.668

1573
01:44:50.786 --> 01:44:54.669

1574
01:44:54.787 --> 01:44:58.668

1575
01:44:58.789 --> 01:45:02.668

1576
01:45:02.790 --> 01:45:06.668

1577
01:45:06.791 --> 01:45:10.672

1578
01:45:10.792 --> 01:45:14.671

1579
01:45:14.793 --> 01:45:18.668

1580
01:45:18.794 --> 01:45:22.668

1581
01:45:22.796 --> 01:45:26.668
โอเคนะ

1582
01:45:26.803 --> 01:45:30.670
แบบฝึกหัด ช่วยครูทำหน่อยตอนนี้เลย

1583
01:45:30.804 --> 01:45:34.667
ครูโจทย์ให้นะคะ 3 หาร 1

1584
01:45:34.805 --> 01:45:38.667
ลบ 2 แล้วครูก็บอกว่าหาร

1585
01:45:38.807 --> 01:45:42.667
นี่ มันมีค่ามากกว่าลบนะ

1586
01:45:42.809 --> 01:45:46.667
หาค่าผลลัพธ์ของนิพจน์

1587
01:45:46.813 --> 01:45:50.667
Postfix ให้ครูหน่อย

1588
01:45:50.814 --> 01:45:54.673
จะได้อะไร เริ่มต้น

1589
01:45:54.815 --> 01:45:58.670
ทุกคนตีตารางก่อน

1590
01:45:58.816 --> 01:46:02.669

1591
01:46:02.818 --> 01:46:06.668

1592
01:46:06.819 --> 01:46:10.672
ลองทำดูสิคะ มีกระดาษไหม

1593
01:46:10.821 --> 01:46:14.666
ไม่มีมาเอาข้างหน้า

1594
01:46:14.822 --> 01:46:18.667
ครูมีกระดาษให้นะ

1595
01:46:18.824 --> 01:46:22.667

1596
01:46:22.825 --> 01:46:26.666

1597
01:46:26.829 --> 01:46:30.666

1598
01:46:30.830 --> 01:46:34.666
แบบฝึกหัด 1 ข้อนะคะ ทำตอนนี้เลย

1599
01:46:34.831 --> 01:46:38.669

1600
01:46:38.832 --> 01:46:42.666

1601
01:46:42.833 --> 01:46:46.666

1602
01:46:46.835 --> 01:46:50.665
เหมือนกับโจทย์ที่ครูให้ไป

1603
01:46:50.836 --> 01:46:54.665
นะคะ คล้าย ๆ กับโจทย์ที่ครูให้ไป

1604
01:46:54.837 --> 01:46:58.665
จดแล้วด้วยนะ

1605
01:46:58.841 --> 01:47:02.665

1606
01:47:02.843 --> 01:47:06.666

1607
01:47:06.844 --> 01:47:10.665

1608
01:47:10.846 --> 01:47:14.665

1609
01:47:14.848 --> 01:47:18.665

1610
01:47:18.850 --> 01:47:22.664

1611
01:47:22.851 --> 01:47:26.664

1612
01:47:26.852 --> 01:47:30.667

1613
01:47:30.853 --> 01:47:34.665

1614
01:47:34.854 --> 01:47:38.665

1615
01:47:38.855 --> 01:47:42.665

1616
01:47:42.857 --> 01:47:46.666

1617
01:47:46.861 --> 01:47:50.664

1618
01:47:50.862 --> 01:47:54.666

1619
01:47:54.863 --> 01:47:58.664

1620
01:47:58.864 --> 01:48:02.664

1621
01:48:02.865 --> 01:48:06.664

1622
01:48:06.867 --> 01:48:10.664

1623
01:48:10.868 --> 01:48:14.666

1624
01:48:14.869 --> 01:48:18.663

1625
01:48:18.871 --> 01:48:22.664

1626
01:48:22.872 --> 01:48:26.664

1627
01:48:26.873 --> 01:48:30.664

1628
01:48:30.874 --> 01:48:34.663

1629
01:48:34.875 --> 01:48:38.663

1630
01:48:38.876 --> 01:48:42.672
เหมือนโจทย์สุดท้ายที่ครูให้ไปเมื่อกี้เลยนะ

1631
01:48:42.877 --> 01:48:46.670
ลบ

1632
01:48:46.878 --> 01:48:50.663
มันน้อยกว่าหารใช่ไหมคะ เรา

1633
01:48:50.879 --> 01:48:54.663
เปรียบเทียบกัน ลบมันน้อยกว่าหาร

1634
01:48:54.882 --> 01:48:58.663
เพราะฉะนั้น

1635
01:48:58.884 --> 01:49:02.663
ก็ต้องเอาหารออกมา

1636
01:49:02.886 --> 01:49:06.662

1637
01:49:06.886 --> 01:49:10.663

1638
01:49:10.892 --> 01:49:14.663

1639
01:49:14.893 --> 01:49:18.662

1640
01:49:18.895 --> 01:49:22.662

1641
01:49:22.897 --> 01:49:26.663

1642
01:49:26.898 --> 01:49:30.662

1643
01:49:30.899 --> 01:49:34.663

1644
01:49:34.900 --> 01:49:38.662

1645
01:49:38.901 --> 01:49:42.662

1646
01:49:42.904 --> 01:49:46.663

1647
01:49:46.906 --> 01:49:50.662

1648
01:49:50.907 --> 01:49:54.661

1649
01:49:54.908 --> 01:49:58.662

1650
01:49:58.910 --> 01:50:02.661

1651
01:50:02.911 --> 01:50:06.670

1652
01:50:06.912 --> 01:50:10.662

1653
01:50:10.915 --> 01:50:14.661

1654
01:50:14.916 --> 01:50:18.662

1655
01:50:18.919 --> 01:50:22.662

1656
01:50:22.921 --> 01:50:26.661

1657
01:50:26.923 --> 01:50:30.661

1658
01:50:30.924 --> 01:50:34.661

1659
01:50:34.927 --> 01:50:38.661

1660
01:50:38.929 --> 01:50:42.661

1661
01:50:42.932 --> 01:50:46.661

1662
01:50:46.933 --> 01:50:50.661

1663
01:50:50.934 --> 01:50:54.662

1664
01:50:54.935 --> 01:50:58.661

1665
01:50:58.939 --> 01:51:02.660

1666
01:51:02.941 --> 01:51:06.661

1667
01:51:06.942 --> 01:51:10.661

1668
01:51:10.945 --> 01:51:14.660

1669
01:51:14.946 --> 01:51:18.661

1670
01:51:18.947 --> 01:51:22.660

1671
01:51:22.948 --> 01:51:26.660

1672
01:51:26.949 --> 01:51:30.660

1673
01:51:30.950 --> 01:51:34.660

1674
01:51:34.951 --> 01:51:38.660

1675
01:51:38.953 --> 01:51:42.660

1676
01:51:42.958 --> 01:51:46.662

1677
01:51:46.959 --> 01:51:50.660

1678
01:51:50.960 --> 01:51:54.659

1679
01:51:54.962 --> 01:51:58.659

1680
01:51:58.963 --> 01:52:02.659

1681
01:52:02.964 --> 01:52:06.659

1682
01:52:06.965 --> 01:52:10.659

1683
01:52:10.967 --> 01:52:14.659

1684
01:52:14.972 --> 01:52:18.659

1685
01:52:18.974 --> 01:52:22.659

1686
01:52:22.975 --> 01:52:26.659

1687
01:52:26.976 --> 01:52:30.659

1688
01:52:30.978 --> 01:52:34.659

1689
01:52:34.979 --> 01:52:38.659

1690
01:52:38.981 --> 01:52:42.658

1691
01:52:42.983 --> 01:52:46.659

1692
01:52:46.987 --> 01:52:50.658

1693
01:52:50.988 --> 01:52:54.659

1694
01:52:54.990 --> 01:52:58.660

1695
01:52:58.992 --> 01:53:02.658

1696
01:53:02.993 --> 01:53:06.658

1697
01:53:06.995 --> 01:53:10.658

1698
01:53:10.997 --> 01:53:14.658

1699
01:53:14.998 --> 01:53:18.658

1700
01:53:19.000 --> 01:53:22.658

1701
01:53:23.001 --> 01:53:26.657

1702
01:53:27.002 --> 01:53:30.658

1703
01:53:31.005 --> 01:53:34.658

1704
01:53:35.006 --> 01:53:38.660

1705
01:53:39.008 --> 01:53:42.657

1706
01:53:43.009 --> 01:53:46.657

1707
01:53:47.010 --> 01:53:50.657

1708
01:53:51.011 --> 01:53:54.657

1709
01:53:55.016 --> 01:53:58.657

1710
01:53:59.018 --> 01:54:02.657

1711
01:54:03.020 --> 01:54:06.659

1712
01:54:07.021 --> 01:54:10.661

1713
01:54:11.024 --> 01:54:14.657

1714
01:54:15.026 --> 01:54:18.657

1715
01:54:19.027 --> 01:54:22.656
คราวนี้นะคะ ดูด้วยกัน

1716
01:54:23.029 --> 01:54:26.656

1717
01:54:27.031 --> 01:54:30.657
3

1718
01:54:31.032 --> 01:54:34.656
เอา 3 ไปไว้ที่ไหนคะ ที่ Output

1719
01:54:35.034 --> 01:54:38.656
เห็นไหมคะ เอา 3 ไปไว้ที่ Output

1720
01:54:39.036 --> 01:54:42.656
เครื่องหมายหาร เอาเครื่องหมายหารไปไว้ที่ไหน Stack

1721
01:54:43.037 --> 01:54:46.656
เพราะมันเป็น Stack ว่าง เราก็หย่อนเครื่องหมา

1722
01:54:47.038 --> 01:54:50.666
Output เรายกมันลงมาด้วยนะ

1723
01:54:51.040 --> 01:54:54.656

1724
01:54:55.044 --> 01:54:58.659
ถัดไป เราอ่านเจอเลข 1 ใช่ไหมคะ เราต้องเอาเลข 1 ไปไว้

1725
01:54:59.046 --> 01:55:02.656
ที่ไหน Output

1726
01:55:03.047 --> 01:55:06.656
ยกลงมาก่อน เสร็จแล้วก็เติมเลข 1 ลงไป

1727
01:55:07.048 --> 01:55:10.656
ใน Stack ยังเหมือนเดิมนะ

1728
01:55:11.051 --> 01:55:14.656
เรายังมีเครื่องหมายหารอยู่ เราก็ยกลงมาได้เลย

1729
01:55:15.053 --> 01:55:18.656
ถัดมา

1730
01:55:19.054 --> 01:55:22.656
เครื่องหมายลบใช่ไหมคะ เดิมใน Stack เรามี

1731
01:55:23.056 --> 01:55:26.657
หารอยู่แล้วใช่ไหม ครูเขียนให้ดูก่อน

1732
01:55:27.057 --> 01:55:30.656
เรามีหารอยู่แล้วนี่ เราเอาลบมาเทียบกับ

1733
01:55:31.058 --> 01:55:34.656
หาร ปรากฎว่าค

1734
01:55:35.061 --> 01:55:38.656
ค่าลบมันน้อยกว่า

1735
01:55:39.062 --> 01:55:42.655
ให้ทำอย่างไร

1736
01:55:43.063 --> 01:55:46.655
ให้เอาหารนี่ เอาออกมาไว้ที่

1737
01:55:47.068 --> 01:55:50.666
Output เพราะฉะนั้น จะได้เป็น

1738
01:55:51.069 --> 01:55:54.655
3, 1 แล้วก็หาร ตรงนี้หายไปใช่ไหมคะ

1739
01:55:55.075 --> 01:55:58.655
เสร็จแล้วก็ใส่ค่าลบ

1740
01:55:59.077 --> 01:56:02.658
ลงมาใน Stack

1741
01:56:03.078 --> 01:56:06.656
ถัดมาหย่อนอะไร

1742
01:56:07.079 --> 01:56:10.655
ยกของเดิมลงมาก่อนที่ Output แล้วก็ใส่เลข 2

1743
01:56:11.080 --> 01:56:14.655
ใน Stack หรืออะไรคะ

1744
01:56:15.081 --> 01:56:18.654
เครื่องหมายลบใช่ไม อ่านครบหมดแล้วนะ

1745
01:56:19.083 --> 01:56:22.659
แต่ใน Stack

1746
01:56:23.085 --> 01:56:26.655
เราต้องเอาค่าจาก Stack ออกมา เป็น

1747
01:56:27.088 --> 01:56:30.654
3 1 หาร 2 แล้วอะไรคะ ลบ

1748
01:56:31.089 --> 01:56:34.655
เห็นไหม

1749
01:56:35.093 --> 01:56:38.657
เราเอาค่าที่อยู๋ใน Stack ตัวสุดท้ายมาใส่ข้างหล

1750
01:56:39.094 --> 01:56:42.654
ได้เลยนะคะ

1751
01:56:43.096 --> 01:56:46.654
โอเค

1752
01:56:47.097 --> 01:56:50.654
อีกข้อหนึ่ง

1753
01:56:51.099 --> 01:56:54.654
แล้วจะให้เลิก ครูให้โจทย์มาแค่นี้เอง ว

1754
01:56:55.100 --> 01:56:58.654

1755
01:56:59.101 --> 01:57:02.654

1756
01:57:03.102 --> 01:57:06.655

1757
01:57:07.104 --> 01:57:10.654

1758
01:57:11.107 --> 01:57:14.654
โจทย์ข้อนี้อันดับแรก

1759
01:57:15.108 --> 01:57:18.654
วาดตารางก่อนเลย ตีตารางค่ะ

1760
01:57:19.111 --> 01:57:22.655

1761
01:57:23.112 --> 01:57:26.654

1762
01:57:27.114 --> 01:57:30.653

1763
01:57:31.116 --> 01:57:34.654

1764
01:57:35.118 --> 01:57:38.654

1765
01:57:39.119 --> 01:57:42.653

1766
01:57:43.121 --> 01:57:46.653

1767
01:57:47.123 --> 01:57:50.653

1768
01:57:51.126 --> 01:57:54.653

1769
01:57:55.128 --> 01:57:58.656

1770
01:57:59.130 --> 01:58:02.656

1771
01:58:03.132 --> 01:58:06.653

1772
01:58:07.133 --> 01:58:10.654

1773
01:58:11.134 --> 01:58:14.653

1774
01:58:15.138 --> 01:58:18.653

1775
01:58:19.139 --> 01:58:22.653

1776
01:58:23.140 --> 01:58:26.652

1777
01:58:27.143 --> 01:58:30.652

1778
01:58:31.145 --> 01:58:34.653

1779
01:58:35.149 --> 01:58:38.656

1780
01:58:39.152 --> 01:58:42.653

1781
01:58:43.153 --> 01:58:46.653

1782
01:58:47.155 --> 01:58:50.652

1783
01:58:51.156 --> 01:58:54.653

1784
01:58:55.157 --> 01:58:58.652

1785
01:58:59.161 --> 01:59:02.652

1786
01:59:03.162 --> 01:59:06.653

1787
01:59:07.163 --> 01:59:10.652

1788
01:59:11.165 --> 01:59:14.652

1789
01:59:15.167 --> 01:59:18.652

1790
01:59:19.168 --> 01:59:22.651

1791
01:59:23.170 --> 01:59:26.651

1792
01:59:27.171 --> 01:59:30.652

1793
01:59:31.172 --> 01:59:34.652

1794
01:59:35.175 --> 01:59:38.652

1795
01:59:39.176 --> 01:59:42.652

1796
01:59:43.178 --> 01:59:46.651

1797
01:59:47.179 --> 01:59:50.651
ดูนิดหนึ่ง

1798
01:59:51.183 --> 01:59:54.651
คูณมันมากกว่าลบ

1799
01:59:55.184 --> 01:59:58.653
ใช่หรือเปล่า คูณมันมีค่ามากกว่าลบ

1800
01:59:59.186 --> 02:00:02.653
ก็ Push คูณลง  Stack ได้เลย

1801
02:00:03.187 --> 02:00:06.653
นะคะ Push คูณ

1802
02:00:07.190 --> 02:00:10.654
ลงใน Stack ได้เลย

1803
02:00:11.193 --> 02:00:14.651

1804
02:00:15.195 --> 02:00:18.650

1805
02:00:19.197 --> 02:00:22.651

1806
02:00:23.198 --> 02:00:26.651

1807
02:00:27.200 --> 02:00:30.650

1808
02:00:31.205 --> 02:00:34.670

1809
02:00:35.208 --> 02:00:38.653

1810
02:00:39.213 --> 02:00:42.660

1811
02:00:43.217 --> 02:00:46.650

1812
02:00:47.221 --> 02:00:50.650

1813
02:00:51.223 --> 02:00:54.650

1814
02:00:55.224 --> 02:00:58.664

1815
02:00:59.228 --> 02:01:02.650

1816
02:01:03.229 --> 02:01:06.650

1817
02:01:07.248 --> 02:01:10.650

1818
02:01:11.250 --> 02:01:14.650

1819
02:01:15.251 --> 02:01:18.650

1820
02:01:19.254 --> 02:01:22.653

1821
02:01:23.256 --> 02:01:26.650

1822
02:01:27.258 --> 02:01:30.650

1823
02:01:31.260 --> 02:01:34.650

1824
02:01:35.261 --> 02:01:38.651

1825
02:01:39.262 --> 02:01:42.649

1826
02:01:43.263 --> 02:01:46.649

1827
02:01:47.265 --> 02:01:50.650

1828
02:01:51.266 --> 02:01:54.649

1829
02:01:55.267 --> 02:01:58.649

1830
02:01:59.269 --> 02:02:02.649

1831
02:02:03.271 --> 02:02:06.649

1832
02:02:07.273 --> 02:02:10.649

1833
02:02:11.276 --> 02:02:14.649

1834
02:02:15.279 --> 02:02:18.649

1835
02:02:19.281 --> 02:02:22.649

1836
02:02:23.285 --> 02:02:26.649

1837
02:02:27.288 --> 02:02:30.649

1838
02:02:31.289 --> 02:02:34.649

1839
02:02:35.291 --> 02:02:38.648

1840
02:02:39.292 --> 02:02:42.648

1841
02:02:43.294 --> 02:02:46.649

1842
02:02:47.295 --> 02:02:50.648

1843
02:02:51.296 --> 02:02:54.648

1844
02:02:55.298 --> 02:02:58.648

1845
02:02:59.300 --> 02:03:02.648

1846
02:03:03.303 --> 02:03:06.648

1847
02:03:07.305 --> 02:03:10.648

1848
02:03:11.307 --> 02:03:14.650

1849
02:03:15.309 --> 02:03:18.648

1850
02:03:19.310 --> 02:03:22.648

1851
02:03:23.313 --> 02:03:26.648

1852
02:03:27.316 --> 02:03:30.647

1853
02:03:31.318 --> 02:03:34.648

1854
02:03:35.320 --> 02:03:38.648

1855
02:03:39.322 --> 02:03:42.648

1856
02:03:43.323 --> 02:03:46.647

1857
02:03:47.325 --> 02:03:50.648

1858
02:03:51.326 --> 02:03:54.647

1859
02:03:55.327 --> 02:03:58.647

1860
02:03:59.330 --> 02:04:02.647

1861
02:04:03.332 --> 02:04:06.647

1862
02:04:07.333 --> 02:04:10.647

1863
02:04:11.334 --> 02:04:14.647
โอเค

1864
02:04:15.336 --> 02:04:18.647
มาดูนะคะ

1865
02:04:19.337 --> 02:04:22.647
นะคะ 6

1866
02:04:23.340 --> 02:04:26.647
เป็นตัวเลข เอาไว้ที่ Output ใช่หรือเปล่า

1867
02:04:27.341 --> 02:04:30.647
ลบ เอาไว้ที่ Stack นะคะ

1868
02:04:31.350 --> 02:04:34.647
6 ก็ใส่มาเหมือนเดิม

1869
02:04:35.351 --> 02:04:38.647
5 เอาไว้ที่ไหนคะ เอาไว้ที่

1870
02:04:39.352 --> 02:04:42.649
Stack ก็ยกลงมาเหมือนเดิมนะคะ

1871
02:04:43.353 --> 02:04:46.647
ถัดมาคูณ

1872
02:04:47.355 --> 02:04:50.653
เจอคูณ

1873
02:04:51.357 --> 02:04:54.646
ใช่ไหมคะ เจอคูณให้เ

1874
02:04:55.359 --> 02:04:58.646
ปรากฏว่าคูณมีค่ามากกว่าลบ

1875
02:04:59.360 --> 02:05:02.648
ให้ Push คูณลง Stack

1876
02:05:03.363 --> 02:05:06.646
ได้เลย เพราะฉะนั้น

1877
02:05:07.370 --> 02:05:10.646
Stack เดิมเป็น push

1878
02:05:11.371 --> 02:05:14.646
ครูบอกว่า Push ลงมาได้เลยนะคะ เพราะคูณ

1879
02:05:15.373 --> 02:05:18.646
มันมากกว่านะ มันมากกว่านะคะ

1880
02:05:19.375 --> 02:05:22.650
ข้างหลัง คือ 6 กับ 5

1881
02:05:23.376 --> 02:05:26.646
ถัดมา 2

1882
02:05:27.378 --> 02:05:30.646
เป็นตัวเลขไว้ข้างหลังนะคะ

1883
02:05:31.379 --> 02:05:34.645
Stack มีเท่าไรยกลงมา

1884
02:05:35.380 --> 02:05:38.645
โอเค เสร็จแล้ว หมดแล้วนะ ผลลัพธ์

1885
02:05:39.381 --> 02:05:42.645
สุดท้ายที่ได้ 6, 5, 2

1886
02:05:43.382 --> 02:05:46.651
เอาคูณออกมาก่อน แล้วตามด้วยลบนะคะ

1887
02:05:47.383 --> 02:05:50.645
เห็นนะโอเค

1888
02:05:51.384 --> 02:05:54.644

1889
02:05:55.386 --> 02:05:58.647
ทุกคนดู

1890
02:05:59.387 --> 02:06:02.644
นะคะ

1891
02:06:03.389 --> 02:06:06.644

1892
02:06:07.391 --> 02:06:10.644

1893
02:06:11.393 --> 02:06:14.645

1894
02:06:15.394 --> 02:06:18.644
เราสังเกตนะ

1895
02:06:19.395 --> 02:06:22.644
ทำไมตัวนี้

1896
02:06:23.397 --> 02:06:26.644
เอาหารออกมา ตัวนี้ไม่ได้เอาอะไรออกมานะคะ ตัวนี้

1897
02:06:27.400 --> 02:06:30.644
วิธีการสังเกต โอเค

1898
02:06:31.401 --> 02:06:34.647
ลบเทียบกับหาร ลบ

1899
02:06:35.402 --> 02:06:38.644
มันมีค่าน้อยกว่าหารเห็นไหมคะ

1900
02:06:39.403 --> 02:06:42.644
ลบมีค่าน้อยกว่าหาร

1901
02:06:43.404 --> 02:06:46.646
เลยต้องเอาหาร

1902
02:06:47.405 --> 02:06:50.644
ออกมา

1903
02:06:51.406 --> 02:06:54.643
แต่ถ้า Input

1904
02:06:55.408 --> 02:06:58.643
ที่ใส่เข้าไปนี่ มีค่ามากกว่า เรา็

1905
02:06:59.409 --> 02:07:02.644
ใส่ลงไปใน Stack ได้เลย

1906
02:07:03.410 --> 02:07:06.643
ถ้าตัวซ้ายมันมากกว่าตัวบนตรงนี้

1907
02:07:07.411 --> 02:07:10.644
เราก็ใส่ลงไปใน Stack ได้เลยนะคะ

1908
02:07:11.412 --> 02:07:14.644

1909
02:07:15.414 --> 02:07:18.643
โอเค

1910
02:07:19.416 --> 02:07:22.643
ต้องกลับไปทบทวนอีกรอบหนึ่งนะ นะคะ

1911
02:07:23.417 --> 02:07:26.643
เดี๋ยวสัปดาห์หน้าครูจะทวน

1912
02:07:27.418 --> 02:07:30.642
ให้อีกรอบหนึ่ง

1913
02:07:31.428 --> 02:07:34.643

1914
02:07:35.430 --> 02:07:38.642
โอเค

1915
02:07:39.433 --> 02:07:42.648
เดี๋ยวทั้งหมดนี้ครูจะอัปที่ Classroom ให้นะคะ

1916
02:07:43.434 --> 02:07:46.642
เดี๋ยวครูจะไปสแกนให้ แล้วก็อัปโหลด

1917
02:07:47.435 --> 02:07:50.643
ให้ โอเค

1918
02:07:51.436 --> 02:07:54.642

1919
02:07:55.437 --> 02:07:58.642

1920
02:07:59.438 --> 02:08:02.646

1921
02:08:03.440 --> 02:08:06.641

1922
02:08:07.445 --> 02:08:10.642

1923
02:08:11.447 --> 02:08:14.642

1924
02:08:15.451 --> 02:08:18.641
เดี๋ยวครูเช็กชื่อหน่อยนะคะ

1925
02:08:19.454 --> 02:08:22.642

1926
02:08:23.456 --> 02:08:26.642

1927
02:08:27.461 --> 02:08:30.641

1928
02:08:31.463 --> 02:08:34.641

1929
02:08:35.465 --> 02:08:38.641

1930
02:08:39.467 --> 02:08:42.642

1931
02:08:43.469 --> 02:08:46.641

1932
02:08:47.472 --> 02:08:50.640
ครูเช็กชื่อหน่อย

1933
02:08:51.474 --> 02:08:54.640
ศิริลักษณ์

1934
02:08:55.476 --> 02:08:58.640
02

1935
02:08:59.477 --> 02:09:02.641
มาไหม 02

1936
02:09:03.478 --> 02:09:06.641
คนนี้หรือ

1937
02:09:07.479 --> 02:09:10.640
03

1938
02:09:11.481 --> 02:09:14.640
อดิศร เป็น COVID

1939
02:09:15.482 --> 02:09:18.649
4 นพกิต

1940
02:09:19.483 --> 02:09:22.644
คนนี้ 5.

1941
02:09:23.485 --> 02:09:26.640
พงพร ไหน

1942
02:09:27.487 --> 02:09:30.640
อ๋อ จันทกานต์

1943
02:09:31.489 --> 02:09:34.642
ไหนคะ

1944
02:09:35.490 --> 02:09:38.644
กัญญานัฐ

1945
02:09:39.491 --> 02:09:42.648
ธัญญาลักษณ์

1946
02:09:43.492 --> 02:09:46.640
อ๋อ โอเค วริษา

1947
02:09:47.493 --> 02:09:50.639
คนนี้

1948
02:09:51.494 --> 02:09:54.639
ภัทรดา 11 ไม่มา

1949
02:09:55.495 --> 02:09:58.645
เทพอักษร

1950
02:09:59.499 --> 02:10:02.640
ธนภัทร 15 โอเค

1951
02:10:03.500 --> 02:10:06.639
ภากร

1952
02:10:07.501 --> 02:10:10.639
16 โอเค ค่ะ เจอกันสัปดาห์หน้า

1953
02:10:11.508 --> 02:10:14.640

1954
02:10:15.510 --> 02:10:18.639

1955
02:10:19.513 --> 02:10:22.639

1956
02:10:23.515 --> 02:10:26.638

1957
02:10:27.517 --> 02:10:31.517

1958
02:10:31.519 --> 02:10:35.519

1959
02:10:35.522 --> 02:10:35.526

1960
02:10:39.526 --> 02:10:39.528


