﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:03.483

2
00:00:04.002 --> 00:00:07.482

3
00:00:08.004 --> 00:00:11.482

4
00:00:12.007 --> 00:00:15.483

5
00:00:16.009 --> 00:00:19.483

6
00:00:20.011 --> 00:00:23.482

7
00:00:24.013 --> 00:00:27.483
(อาจารย์สุธาสินี) ทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะ

8
00:00:28.015 --> 00:00:31.483
ได้ยินครูนะ คราวที่แล้ว

9
00:00:32.017 --> 00:00:35.483
นะคะ เราพูดถึงในเรื่องของ

10
00:00:36.019 --> 00:00:39.488
เหมือนล่ามไม่ได้ยินเลย อ๋อ ค่ะ

11
00:00:40.022 --> 00:00:43.485
คราวที่แล้วเราพูดถึงเรื่อง list นะ lis

12
00:00:44.024 --> 00:00:47.484
แล้วเราก็ทำข้อสอบไปแล้วนะคะ

13
00:00:48.026 --> 00:00:51.484
เรื่องลิสต์

14
00:00:52.028 --> 00:00:55.483

15
00:00:56.030 --> 00:00:59.482

16
00:01:00.033 --> 00:01:03.483
ได้ไหมคะ

17
00:01:04.035 --> 00:01:07.482

18
00:01:08.037 --> 00:01:11.483
ได้ยินไหมคะ

19
00:01:12.040 --> 00:01:15.483
ยังไม่ได้ยิน

20
00:01:16.044 --> 00:01:19.483

21
00:01:20.047 --> 00:01:23.483

22
00:01:24.050 --> 00:01:27.482

23
00:01:28.052 --> 00:01:31.482

24
00:01:32.053 --> 00:01:35.483

25
00:01:36.056 --> 00:01:39.485

26
00:01:40.057 --> 00:01:43.484

27
00:01:44.059 --> 00:01:47.483
คราวที่แล้วนะคะ เราพูดถึงเรื่อง List ทุกคน

28
00:01:48.062 --> 00:01:51.483
จำได้นะคะ อันนี้คือลิสต์นะ ที่ครูยกตัวอย่างมาให้

29
00:01:52.063 --> 00:01:55.483
ลิสต์ตัวนี้มีขนาดเท่ากับเท่าไหร่

30
00:01:56.068 --> 00:01:59.483
มีขนาดเท่าไหร่ ขนาด คือ

31
00:02:00.070 --> 00:02:03.483
มีจำนวนเท่าไร มี 5 คนอื่นมีเท่าไรคะ

32
00:02:04.071 --> 00:02:07.483
5 โอเค 5 นะคะ

33
00:02:08.072 --> 00:02:11.483
ลิสต์ที่เราเห็นในหน้าจอตรงนี้

34
00:02:12.074 --> 00:02:15.483
จะมีอยู่ 5 ตัวถูกไหมคะ มีข้อมูลอยู่ 5 ตัว

35
00:02:16.075 --> 00:02:19.483
มี 1 มี 2 มี 3 มี 4

36
00:02:20.077 --> 00:02:23.483
แล้วก็มี 5 มีทั้งหมด 5 ตัวนะคะ คราวนี้

37
00:02:24.079 --> 00:02:27.483
เรารู้ได้อย่างไรว่ามันคือลิสต์ เห็น

38
00:02:28.081 --> 00:02:31.483
ก้ามปูเปิด-ก้ามปูปิดไหมคะ

39
00:02:32.085 --> 00:02:35.483
เป็นสัญลักษณ์ที่บอกว่าการเก็บข้อมูลลักษณะ

40
00:02:36.086 --> 00:02:39.484
แบบนี้มีชื่อเรียกว่า "ลิสต์" นะคะ

41
00:02:40.088 --> 00:02:43.483
จะเก็บค่าของข้อมูล

42
00:02:44.091 --> 00:02:47.483
ในลิสต์ index

43
00:02:48.092 --> 00:02:51.483
ก็คือหมายเลขถูกไหมคะ ก็คือหมายเลขของข้อมูล

44
00:02:52.095 --> 00:02:55.483
เราเริ่มต้นที่หมายเลขอะไรเอ่ย

45
00:02:56.096 --> 00:02:59.483
พอเราวาดเป็นช่องใช่ไหมคะ

46
00:03:00.098 --> 00:03:03.485
ในลิสต์นี่ ถ้าเราลองวาด

47
00:03:04.099 --> 00:03:07.483
การจัดเก็บนะ ก็จะเป็น 1

48
00:03:08.100 --> 00:03:11.483

49
00:03:12.101 --> 00:03:15.483
แล้วก็จะเก็บข้อมูลลงไปในช่องแบบนี้

50
00:03:16.103 --> 00:03:19.483
หมายเลขช่องหรือว่า

51
00:03:20.106 --> 00:03:23.483
Index ตัวแรกเราจะเริ่มต้นที่ตรงไหน

52
00:03:24.107 --> 00:03:27.483
ตรงนี้ index เราจะเริ่มที่เราไรเอ่ย

53
00:03:28.107 --> 00:03:31.483
0 นะ ใช่ไหมคะ

54
00:03:32.110 --> 00:03:35.483
1 2 3 แล้วก็ 4

55
00:03:36.111 --> 00:03:39.484
แล้วก็ 4 ก็คือหมายเลขช่อง ถ้าเราวาดรูปให้

56
00:03:40.112 --> 00:03:43.484
เป็นรูปสี่เหลี่ยมในการจัดเก็บข้อมูล แล้วเวลาครูเข้าถึง

57
00:03:44.113 --> 00:03:47.483
ข้อมูลที่อยู่ในลิสต์ ตอนนี้

58
00:03:48.116 --> 00:03:51.484
ครูตั้งชื่อลิสต์ตัวนี้มีชื่อว่า x

59
00:03:52.118 --> 00:03:55.485
x index 3

60
00:03:56.119 --> 00:03:59.483
ตอบเท่ากับเท่าไรเอ่ย index

61
00:04:00.121 --> 00:04:03.484
เป็น 3 ตัวนี้ตอบ 4 ใช่

62
00:04:04.122 --> 00:04:07.483
ตรงนี้ต้องตอบว่า 4 นะคะ ทุกคนจำได้นะ

63
00:04:08.123 --> 00:04:11.483
แล้วถ้า x

64
00:04:12.124 --> 00:04:15.484
เราต้องการหลาย ๆ ค่า 2 จนถึง 4

65
00:04:16.130 --> 00:04:19.483
จะตอบเท่าหับเท่าไหร่คะ

66
00:04:20.131 --> 00:04:23.484
3 กับ...

67
00:04:24.132 --> 00:04:27.484
3 กับอะไรเอ่ย 4 ใช่ไหม

68
00:04:28.134 --> 00:04:31.484
ใช่ไหม คือ 3 กับ 4 นะ มันเริ่มต้นที่ 2 ใช่ไหมคะ ก็คือ

69
00:04:32.136 --> 00:04:35.484
เริ่มต้นที่ 2 ก็คือเริ่มต้ด้วยตัว

70
00:04:36.137 --> 00:04:39.484
ถึง 4 แล้วก็ลดลงมา 1 ช่อง ก็จะได้ข้อมูลตัวนี้

71
00:04:40.139 --> 00:04:43.484
ก็คือ 3 กับ 4

72
00:04:44.140 --> 00:04:47.483
คราวนี้ แล้วเราเอาลิสต์

73
00:04:48.141 --> 00:04:51.483
มาทำอะไรนะคะ เราเก็บข้อมูล

74
00:04:52.143 --> 00:04:55.486
รูปแบบลิสต์ แล้วเราเอามาใช้ทำอะไรนะคะ

75
00:04:56.144 --> 00:04:59.484
วันนี้เราจะพูดถึงโครงสร้างอีกแบบหนึ่ง

76
00:05:00.146 --> 00:05:03.484
ที่มีชื่อว่า stack นะ

77
00:05:04.156 --> 00:05:07.484
สแตกนะคะ สแตกตัวนี้

78
00:05:08.158 --> 00:05:11.484
จะใช้วิธีการเก็บข้อมูลแบบลิสต์

79
00:05:12.160 --> 00:05:15.484
นะคะ แล้วลักษณะแบบไหน

80
00:05:16.161 --> 00:05:19.484
ที่เราจะเรียกว่า "stack" นะคะ ดูด้วยกัน

81
00:05:20.162 --> 00:05:23.485
เขาบอกว่า Stack

82
00:05:24.163 --> 00:05:27.484
ก็คือการที่เราใส่ข้อมูลเข้าไปแล้วก็ดึงออกมา

83
00:05:28.164 --> 00:05:31.484
นะคะ แล้วข้อมูล

84
00:05:32.165 --> 00:05:35.489
ที่ถูกใส่เข้าไปใน Stack จะถูก

85
00:05:36.168 --> 00:05:39.485
เอาออกมาใช้ทีหลัง อันนี้ คือ

86
00:05:40.173 --> 00:05:43.484
วิธีการเก็บข้อมูลแบบ stack หรือที่เรียกว่า

87
00:05:44.174 --> 00:05:47.484
เข้าทีหลังออกก่อน

88
00:05:48.176 --> 00:05:51.484
เข้าก่อนออกทีหลัง ความหมายเหมือนกัน

89
00:05:52.178 --> 00:05:55.484

90
00:05:56.180 --> 00:05:59.484
ยกตัวอย่างเช่น ทุกคนเคย

91
00:06:00.181 --> 00:06:03.484
ไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวไหมคะ ทุกคนเคยไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวนะ

92
00:06:04.183 --> 00:06:07.484
แล้วเห็นถ้วยก๋วยเตี๋ยวก่อนที่เขาจะ

93
00:06:08.184 --> 00:06:11.487
เอามาใส่เส้น ใส่เครื่องปรุง ใส่หมูให้เรา

94
00:06:12.185 --> 00:06:15.484
ชามก๋วยเตี๋ยวมันเรียงขึ้นไปแบบนี้

95
00:06:16.188 --> 00:06:19.484
ใช่ไหมคะ เวลาแม่ค้าเขาจะเอาจามก๋วยเตี๋ยวมาใส่ให้เรา

96
00:06:20.189 --> 00:06:23.487
เขาจะเอาชามก๋วยเตี๋ยวมาใส่ให้เรา เขาเอาชามที่อยู่

97
00:06:24.191 --> 00:06:27.485
ข้างบน หรือชามที่อยู่ข้างล่าง

98
00:06:28.192 --> 00:06:31.484
เอาชามข้างบนหรือข้างล่างคะ ข้างบน

99
00:06:32.193 --> 00:06:35.488
เขาเอาข้างบนมาทำให้เรา

100
00:06:36.194 --> 00:06:39.485
แล้วเวลาเขาล้างจานเสร็จแล้วนี่ เอาจาน

101
00:06:40.195 --> 00:06:43.485
มาซ้อนข้างล่างหรือซ้อนข้างบน ซ้อนข้างบน

102
00:06:44.200 --> 00:06:47.485
ใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้น จานที่

103
00:06:48.203 --> 00:06:51.484
อยู่บนสุดจะถูกเอาออกมาใช้ก่อน

104
00:06:52.204 --> 00:06:55.484
และจากที่อยู่บนสุดนะคะ จะถูก

105
00:06:56.207 --> 00:06:59.485
เอาเข้ามาเก็บทีหลัง อันนี้คือรูปแบบ

106
00:07:00.208 --> 00:07:03.485
ของ Stack เช่นนะคะ เช่น ๆ

107
00:07:04.210 --> 00:07:07.484
เช่น สมมติ ครูมีกระดาษ 1 แผ่นนะ

108
00:07:08.211 --> 00:07:11.484
ครูมีกระดาษอยู่ 1 แผ่น ทุกคนดูนะคะ

109
00:07:12.214 --> 00:07:15.484
ครูจะใส่กระดาษแผ่นที่ 2

110
00:07:16.216 --> 00:07:19.485
เห็นไหมคะ ครูซ่อนกระดาษแผ่นที่ 2 อยู่ข้างบน

111
00:07:20.217 --> 00:07:23.485
ครูใส่ ครูใส่กระดาษ

112
00:07:24.218 --> 00:07:27.486
แผ่นที่ 3 เข้าไปนะคะ แล้วครูก็ใส่

113
00:07:28.220 --> 00:07:31.484
กระดาษแผ่นที่ 4 เข้าไปในมือครู เวลา

114
00:07:32.221 --> 00:07:35.484
ครูจะเอาออกมาใช้ครูจะเอาตัวล่างสุดหรือตัวบนสุดออกมาใช้

115
00:07:36.222 --> 00:07:39.485
ตัวบนสุดถูกไหมคะ

116
00:07:40.224 --> 00:07:43.485
ครูไม่พยายามจะดึงตัวล่างสุดออกมานะคะ ครูจะหยิบตัวบน

117
00:07:44.225 --> 00:07:47.485
สุดอกไปใช้ ซึ่งตัวบนสุดนี่

118
00:07:48.226 --> 00:07:51.484
คือ กระดาษแผ่นที่เราใส่ไปล่าสุดนะคะ

119
00:07:52.227 --> 00:07:55.485
เ

120
00:07:56.229 --> 00:07:59.485
เราสามารถสรุปได้แบบนี้นะ ข้อมูลที่อยู่ใน Stack

121
00:08:00.230 --> 00:08:03.485
ตัวแรกจะอยู่ด้านล่างสุด ข

122
00:08:04.231 --> 00:08:07.485
ข้อมูลที่หย่อนลงไปใน Stack ตัวแรกจะอยู่ด้านล่างสุดเลย

123
00:08:08.232 --> 00:08:11.484
นะคะ ตัวถัดไปก็จะซ้อนขึ้นมา

124
00:08:12.233 --> 00:08:15.486
เรื่อย ๆ ข้อมูลที่

125
00:08:16.234 --> 00:08:19.485
เข้าไปใน Stack เป็นตัวสุดท้าย

126
00:08:20.236 --> 00:08:23.485
นะคะ จะอยู่บนสุด แล้วเวลา

127
00:08:24.237 --> 00:08:27.485
เราเอาข้อมูลใน Stack ออกมาใช้งาน

128
00:08:28.239 --> 00:08:31.485
ข้อมูลที่เข้าไปเป็นตัวล่าสุด

129
00:08:32.242 --> 00:08:35.484
หรือตัวลำดับสุดท้าย  จะถูก

130
00:08:36.244 --> 00:08:39.485
ดึงออกมาใช้งานก่อน ตัวไหน

131
00:08:40.246 --> 00:08:43.485
ที่เข้าไปตัวแรกจะถูกเอามาใช้งาน

132
00:08:44.247 --> 00:08:47.485
เป็นตัวสุดท้ายนะคะ เพราะมันอยู่ล่างสุด

133
00:08:48.248 --> 00:08:51.485
มันก็ใช้ยาก เราต้องใช้ตัวบน ค่อย ๆ ดึงตัวบน

134
00:08:52.249 --> 00:08:55.485
ออกไปก่อน

135
00:08:56.252 --> 00:08:59.491
คราวนี้เวลาเราเอาข้อมูลใส่ใน Stack

136
00:09:00.253 --> 00:09:03.487
เราพูดถึง Stack ก็เหมือนภาชนะนะ Stack

137
00:09:04.254 --> 00:09:07.486
เป็นช่องแบบนี้ เป็นช่องสี่เหลี่ย

138
00:09:08.257 --> 00:09:11.486
ในแนวตั้ง ถ้าเราพูดถึง Stack นะ

139
00:09:12.258 --> 00:09:15.485
ดูรูปนี้ก่อน อย่างนี้ มันจะอยู่ในแนวนอนหรือแนวตั้งก็ได้

140
00:09:16.260 --> 00:09:19.485
มันจะอยู่ในแนวนอนหรือแนวตั้งก็ได้

141
00:09:20.261 --> 00:09:23.485
ถ้าพูดถึง Stack ก้คือเป็นชั้น ๆ

142
00:09:24.262 --> 00:09:27.485
เลื่อนขึ้นไปเรื่อย ๆ นะคะ ใน Stack

143
00:09:28.263 --> 00:09:31.486
เราทำอะไรได้บ้าง เราใส่ข้อมูลลงไป

144
00:09:32.265 --> 00:09:35.493
เราดึงข้อมูลออกมา คราวนี้

145
00:09:36.266 --> 00:09:39.485
stackถ้ามันไม่มีข้อมูลอะไรเลย

146
00:09:40.268 --> 00:09:43.485
เราเรียกว่า "Stack ว่าง" คือ มันมีค่าว่าง ๆ

147
00:09:44.269 --> 00:09:47.486
ไม่มีตัวอักษรอะไรเลยนะ อันนี้

148
00:09:48.270 --> 00:09:51.489
คือ Stack ว่าง

149
00:09:52.272 --> 00:09:55.485
ถ้าเราจะใส่ข้อมูลลงไปใน Stack

150
00:09:56.273 --> 00:09:59.485
เราจะมีคำสั่งที่ชื่อว่า Push

151
00:10:00.275 --> 00:10:03.485
คือคำสั่งตัวนี้นะคะ

152
00:10:04.276 --> 00:10:07.485
คำสั่ง Push ก็คือใส่

153
00:10:08.277 --> 00:10:11.486
ข้อมูลลงไปใน Stack ถ้าต้องการเอา

154
00:10:12.279 --> 00:10:15.485
ข้อมูลออกจาก Stack เราใช้คำสั่ง Pop นะคะ

155
00:10:16.280 --> 00:10:19.485
มีอยู่ 2 ตัวที่ทุกคนต้องรู้จัก

156
00:10:20.281 --> 00:10:23.485
เมื่อพูดถึง Stack คือ Push กับ Pop

157
00:10:24.283 --> 00:10:27.485
Push คือใส่ ก็คือเอ

158
00:10:28.284 --> 00:10:31.485
ส่วน Pop ก็คือเอาออกนะคะ Pop คือ เอาออก

159
00:10:32.286 --> 00:10:35.485

160
00:10:36.288 --> 00:10:39.485
คราวนี้มาดูตัวอย่างนะคะ มีแต่ Push กับ Pop

161
00:10:40.288 --> 00:10:43.485
2 ตัว เราเริ่มต้น Stack ไม่มีอะไรเลย

162
00:10:44.290 --> 00:10:47.485
เป็นค่าว่าง ๆ ถูกไหมคะ เป็น Stack ว่าง

163
00:10:48.291 --> 00:10:51.485
ครูบอกว่าครู Push

164
00:10:52.292 --> 00:10:55.485
คำสั่ง Push Push ค่าอะไร ค่า a เมื่อไรก็ตาม

165
00:10:56.293 --> 00:10:59.485
ที่ใช้คำสั่ง Push ต้องบอกด

166
00:11:00.296 --> 00:11:03.485
จะใส่ค่าอะไรด้วยนะคะ

167
00:11:04.298 --> 00:11:07.486
เรา Push ค่า a ลงไป

168
00:11:08.299 --> 00:11:11.486
เห็นไหม มันก็อยู่ด้านล่างสุดนะคะ ถัดมา

169
00:11:12.302 --> 00:11:15.486
ถ้าครูใส่คำสั่ง

170
00:11:16.303 --> 00:11:19.488
ตัวบนก่อน Push b ก็ใส่ b ลงมาเห็นไหมคะ

171
00:11:20.305 --> 00:11:23.485
ถัดจาก a ก็คือ b Push c

172
00:11:24.306 --> 00:11:27.485
ก็อยู่ถัดขึ้นไป และ Push(D) อยู่

173
00:11:28.307 --> 00:11:31.485
บนสุดนะคะ เรียงตรามลำดับของการ

174
00:11:32.308 --> 00:11:35.485
ใส่ข้อมูลเข้าไป

175
00:11:36.309 --> 00:11:39.485
คราวนี้อยากจะเอาออกบ้าง

176
00:11:40.310 --> 00:11:43.485
เอาข้อมูลออกจาก Stack ไปใช้งาน จะใช้คำสั่ง Pop

177
00:11:44.311 --> 00:11:47.485
Pop นะ Pop

178
00:11:48.313 --> 00:11:51.485
แล้วตามด้วยวงเล็บเปิดและวงเล็บปิด ไม่ต้องใส่ค่าอะไร

179
00:11:52.314 --> 00:11:55.486
เพราะเราจะไปดึงค่าที่อยู่ใน Stack ออกมา

180
00:11:56.317 --> 00:11:59.486

181
00:12:00.319 --> 00:12:03.485
เราสั่งคำสั่ง Pop เราเอาข้อมูล

182
00:12:04.320 --> 00:12:07.485
บนสุดนะคะ Pop ให้เอาข้อมูลบนสุด

183
00:12:08.321 --> 00:12:11.486
ที่อยู่ใน Stack ดึงออกมา

184
00:12:12.323 --> 00:12:15.486
เพราะฉะนั้น เดิมเป็นแบบนี้ ถูกไหม

185
00:12:16.324 --> 00:12:19.485
ครูใช้คำสั่ง Pop อะไรออกมาเอ่ย

186
00:12:20.324 --> 00:12:23.486
ตัว D Dog จะออกมา เพราะ D Dog

187
00:12:24.326 --> 00:12:27.485
อยู่บนสุดนะคะ

188
00:12:28.329 --> 00:12:31.486
ถัดมา

189
00:12:32.331 --> 00:12:35.485
ครู Push คือใส่เข้าไป

190
00:12:36.334 --> 00:12:39.486
ไม่มี D Dog แล้วนะ ครู Push e เห็นไหมคะ เวลา Push

191
00:12:40.337 --> 00:12:43.486
ต้องบอกด้วยว่าเราใส่ค่าอะไร

192
00:12:44.338 --> 00:12:47.485
แล้วก็ใส่ตัว e วงเล็บปิด ครู Push ค่า e ลงไป

193
00:12:48.339 --> 00:12:51.485
E จะอยู่ด้านบน C เสร็จแล้ว Push

194
00:12:52.343 --> 00:12:55.485
อีกครั้งหนึ่ง f ก็จะอยู่บนสุดนะคะ

195
00:12:56.345 --> 00:12:59.487
ถัดมาครู Pop

196
00:13:00.350 --> 00:13:03.485
Pop คือ เอาออก เอาอะไรออก ข้างบนสุดคืออะไรคะ

197
00:13:04.351 --> 00:13:07.485
เอา F ออก เพราะฉะนั้นข้อมูล

198
00:13:08.353 --> 00:13:11.486
จะเหลืออยู่ 4 ตัว ก็คือ a, b, c แล้วก็ e

199
00:13:12.354 --> 00:13:15.485

200
00:13:16.355 --> 00:13:19.486
โอเค ถัดมา

201
00:13:20.369 --> 00:13:23.485
เราแทน Stack ด้วยอะไร

202
00:13:24.370 --> 00:13:27.485
นะคะ อย่างที่ครูบอกว่าลิสต์

203
00:13:28.372 --> 00:13:31.486
จะถูกเอามาใช้แทนนะคะ การเก็บข้อมูล

204
00:13:32.375 --> 00:13:35.486
ใน Stack เราพูดถึง Stack แล้วมันจัดเก็บแบบไหน ลิสต์

205
00:13:36.376 --> 00:13:39.488
นั่นล่ะในการเก็บข้อมูล

206
00:13:40.377 --> 00:13:43.487
ลิสต์นะคะ เราสามารถวาดเป็นแนวตั้งหรือแนวนอน

207
00:13:44.379 --> 00:13:47.486
ก็ได้นะ สามารถวาดเป็นแนวนอน

208
00:13:48.380 --> 00:13:51.486
หรือแนวนอนก็ได้ ข้อมูลที่ใส่เข้ามาตัวแรกนะคะ

209
00:13:52.383 --> 00:13:55.486
จะอยู่ที่ index 0 ก็คือข้อมูลตัวแรก

210
00:13:56.384 --> 00:13:59.486
ไล่ไปเรื่อย ๆ จนถึงข้อมูลตัวสุดท้าย

211
00:14:00.386 --> 00:14:03.485

212
00:14:04.388 --> 00:14:07.486
Stack ที่ครูให้มานี่ ที่เก็บอยู่

213
00:14:08.390 --> 00:14:11.485
ในรูปแบบที่เป็นลิสต์นี่

214
00:14:12.392 --> 00:14:15.486
มันมีที่ว่างให้ใส่ได้อีกไหม Stack รูปนี้

215
00:14:16.393 --> 00:14:19.486
มีอยู่ 4 ช่องด้วยกัน ทุกช่องมีค่าไหมคะ

216
00:14:20.395 --> 00:14:23.486
ทุกช่องมีค่านะ

217
00:14:24.396 --> 00:14:27.487
มันเต็มหรือยังคะ

218
00:14:28.397 --> 00:14:31.486
มันมีที่ว่างให้ใส่อีกไหมคะ ไม่มีแล้ว

219
00:14:32.399 --> 00:14:35.486
อย่างนี้เรียกว่า Stack เต็มแล้ว

220
00:14:36.400 --> 00:14:39.487
นะคะ คือ ไม่มีช่องว่างให้เราใส่ข้อมูลตัวใหม่ได้แล้ว

221
00:14:40.404 --> 00:14:43.486
นะคะ แบบนี้เรียกว่า Stack มันเต็มแล้ง

222
00:14:44.405 --> 00:14:47.486

223
00:14:48.407 --> 00:14:51.486

224
00:14:52.408 --> 00:14:55.486
คราวนี้ เรามี 2 คำสั่ง

225
00:14:56.409 --> 00:14:59.487
ที่พูดถึงนะ Push กับ Pop

226
00:15:00.410 --> 00:15:03.494
Push ก็คือใส่ข้อมูลลงไปใน Stack

227
00:15:04.411 --> 00:15:07.486
เช่น ครูมี Stack

228
00:15:08.413 --> 00:15:11.488
อย่างนี้ใช่ไหม มันมีที่ว่างให้ครูใส่ข้อมูลได้ไหมคะ มันมี

229
00:15:12.415 --> 00:15:15.487
ที่ว่างให้ครูใส่ข้อมูลได้ ครู

230
00:15:16.416 --> 00:15:19.487
ก็เลยสั่งคำสั่ง Push 3 ก็คือเอาข้อมูล 3 นี่

231
00:15:20.417 --> 00:15:23.487
ไปหย่อนลงใน Stack มันจะเอามาใส่ช่องนี้

232
00:15:24.418 --> 00:15:27.486
ช่องที่ 1 หรือช่องที่ 2 ค่ะ ช่องที่ 1

233
00:15:28.419 --> 00:15:31.487
ถูกไหม ก็ไล่ลำดับลงมาเรื่อย ๆ

234
00:15:32.419 --> 00:15:35.486
มันอยู่ช่องนี้แล้ว ข้อมูลล่าสุดอยู่ช่องนี้

235
00:15:36.419 --> 00:15:39.487
มันก็ไหลลงไปจนถึงตัวสุดท้าย

236
00:15:40.420 --> 00:15:43.487
ที่มันสามารถจะใส่ได้ ก็คือในช่องตรงนี้ ก็คือจะเอา 3

237
00:15:44.421 --> 00:15:47.486
มาใส่

238
00:15:48.422 --> 00:15:51.487
แล้วเราใส่ด้วยคำสั่งอะไร

239
00:15:52.424 --> 00:15:55.487
เราใช้ List นะคะ

240
00:15:56.426 --> 00:15:59.487
ในการจัดเก็บข้อมูล เราใช้ลิสต์ในการจัดเก็บข้อมูล

241
00:16:00.427 --> 00:16:03.487
เพราะฉะนั้นคำสั่งของการ

242
00:16:04.428 --> 00:16:07.487
เพิ่มข้อมูลลงไปใน Stack ก็คือใช้คำสั่ง

243
00:16:08.429 --> 00:16:11.487
Append ได้เลย เพราะ Append

244
00:16:12.430 --> 00:16:15.487
เป็นคำสั่งของการเพิ่มข้อมูลลงไป

245
00:16:16.432 --> 00:16:19.487
ในลิสต์นะคะ ใส่ชื่อ .

246
00:16:20.433 --> 00:16:23.499
แล้วตามด้วยคำสั่ง Append(d)

247
00:16:24.435 --> 00:16:27.488
ใส่ค่าข้อมูลตัวใหม่แล้วก็วงเล็บปิด

248
00:16:28.436 --> 00:16:31.487
ถัดมา

249
00:16:32.437 --> 00:16:35.488
Pop

250
00:16:36.439 --> 00:16:39.489
คือ เอาออกนะคะ คือ Pop คือ เอาออก

251
00:16:40.440 --> 00:16:43.487
ก่อนที่เราจะเอาข้อมูลออก

252
00:16:44.441 --> 00:16:47.487
เราต้องเช็กก่อนว่า Stack เรา

253
00:16:48.443 --> 00:16:51.487
มีข้อมูลอยู่ไหม ถ้า Stack

254
00:16:52.444 --> 00:16:55.487
มันไม่มีข้อมูลอยู่เลยเราจะเอาอะไรออกมาได้ไหม ไม่ได้

255
00:16:56.446 --> 00:16:59.488
เพราะมันไม่มีข้อมูลอะไรให้เราดึงออกมา

256
00:17:00.447 --> 00:17:03.487
เพราะฉะนั้น อันดับแรกนี่ เราต้องเช็กก่อน

257
00:17:04.448 --> 00:17:07.487
มันมีข้อมูลอยู่ไหมนะคะ มันมีข้อมูลอยู่้ไหม

258
00:17:08.449 --> 00:17:11.487
ถ้ามันไม่มีข้อมูลอยู่เลย เราจะบอกว่า

259
00:17:12.450 --> 00:17:15.489
มันคือ Stack ว่าง เราไม่สามารถทำคำสั่ง Pop

260
00:17:16.452 --> 00:17:19.492
ได้นะคะ แต่ถ้า

261
00:17:20.453 --> 00:17:23.487
Stack ไม่ว่าง เช่น

262
00:17:24.454 --> 00:17:27.488
Stack ไม่ว่างนะ มันมีข้อมูลอยู่ตั้ง 3 ตัว

263
00:17:28.455 --> 00:17:31.488
เราใช้คำสั่ง Pop

264
00:17:32.456 --> 00:17:35.488
ข้อมูลอะไรจะถูกดึงออกมา มีอยู่ 3 ค่านี่

265
00:17:36.457 --> 00:17:39.487
ข้อมูลที่จะเอาออกมาจาก Stack

266
00:17:40.458 --> 00:17:43.488
ก็คือข้อมูลค่าอะไรเอ่ย

267
00:17:44.460 --> 00:17:47.487
อะไรคะ 1 หรือ 2

268
00:17:48.461 --> 00:17:51.487
หรือ 3 3 ใช่ไหม

269
00:17:52.462 --> 00:17:55.487
เอาตัวที่อยู่บนสุด

270
00:17:56.464 --> 00:17:59.488
ตัวล่าสุดถูกไหมคะ ถ้าอยู่ในแนวนอนตัวล่าสุดจะอยู่

271
00:18:00.467 --> 00:18:03.487
ด้านขวา

272
00:18:04.468 --> 00:18:07.487
ถ้าเป็นแนวตั้งตัวล่าสุดจะอยู่ข้างบนใช่ไหมคะ

273
00:18:08.470 --> 00:18:11.488
เลข 3 จะถูก

274
00:18:12.472 --> 00:18:15.488
ดึงออกมานะคะ หลังจากที่เราใช้คำสั่ง Pop

275
00:18:16.474 --> 00:18:19.488

276
00:18:20.476 --> 00:18:23.488
โอเค

277
00:18:24.478 --> 00:18:27.488
ถัดมาตัวนี้จะเป็นคำสั่ง

278
00:18:28.481 --> 00:18:31.488
ที่เราใช้เขียน เช่น

279
00:18:32.482 --> 00:18:35.488
เราจะเช็กว่า Stack นั้นเป็น Stack ว่าง

280
00:18:36.483 --> 00:18:39.488
หรือเปล่า เราก็ดูขนาดของ Stack ใช่ไหมคะ

281
00:18:40.485 --> 00:18:43.488
หาขนาดของ Stack ว่ามันมีขนาด

282
00:18:44.486 --> 00:18:47.488
เท่าไหร่ ถ้าขนาดมันมีค่าเป็น 0

283
00:18:48.487 --> 00:18:51.488
แสดงว่ามันเป็น Stack ว่าง ไม่มีข้อมูลอยู่เลย

284
00:18:52.488 --> 00:18:55.488
ก็ไม่ต้องทำอะไรใช่ไหมคะ แต่ถ้า

285
00:18:56.489 --> 00:18:59.488
มันไม่ใช่ Stack ว่างเราก็

286
00:19:00.490 --> 00:19:03.488
จะดึงค่าที่อยู่บนสุดออกมา

287
00:19:04.491 --> 00:19:07.488
คราวนี้

288
00:19:08.493 --> 00:19:12.488
อันนี้จะเป็นโค้ด เป็นโปรแกรมที่เราจะเขียนทั้งหมด

289
00:19:12.494 --> 00:19:16.488
เดี๋ยวครูบอกอีกทีข้างหลัง

290
00:19:16.496 --> 00:19:20.488
สมมติว่า

291
00:19:20.497 --> 00:19:24.488

292
00:19:24.499 --> 00:19:28.488

293
00:19:28.500 --> 00:19:32.490

294
00:19:32.500 --> 00:19:36.489
ครูอยาก...

295
00:19:36.501 --> 00:19:40.496

296
00:19:40.502 --> 00:19:44.488

297
00:19:44.505 --> 00:19:48.488

298
00:19:48.506 --> 00:19:52.489

299
00:19:52.507 --> 00:19:56.489

300
00:19:56.508 --> 00:20:00.488

301
00:20:00.512 --> 00:20:04.488

302
00:20:04.514 --> 00:20:08.488

303
00:20:08.515 --> 00:20:12.489

304
00:20:12.516 --> 00:20:16.488

305
00:20:16.518 --> 00:20:20.489

306
00:20:20.520 --> 00:20:24.489

307
00:20:24.522 --> 00:20:28.489

308
00:20:28.525 --> 00:20:32.489

309
00:20:32.527 --> 00:20:36.489
คราวนี้ดูนะคะ

310
00:20:36.530 --> 00:20:40.489
ครูมี Stack มาให้ Stack ครูมีกี่ช่องคะ

311
00:20:40.532 --> 00:20:44.489
มี 4 ช่องในแนวตั้งถูกหรือเปล่า

312
00:20:44.533 --> 00:20:48.489
เป็น Stack ในแนวตั้ง มี 4 ช่องนะคะ

313
00:20:48.536 --> 00:20:52.491
ตัวแรก ตัวแรกน่ะจะอยู่

314
00:20:52.536 --> 00:20:56.489
ด้านฐาน จะอยู่ด้านล่างสุดนะ เวลาเราหย่อนข้อมูลลงไป ตัวแรก

315
00:20:56.539 --> 00:21:00.489
จะลงมาอยู่ช่องล่างสุดแล้วค่อยขยับไปช่องถัดไป ๆ

316
00:21:00.540 --> 00:21:04.489
นะคะ จะซ้อนขึ้นไปข้างบนนะ ถ้าเป็น Stack ในแนวตั้ง

317
00:21:04.541 --> 00:21:08.489
คำสั่ง

318
00:21:08.543 --> 00:21:12.489
อย่างที่บอกเรามีแค่ 2 คำสั่งนะ มีแค่ Push กับ Pop

319
00:21:12.544 --> 00:21:16.493
ใช่ไหมคะ Push

320
00:21:16.545 --> 00:21:20.489
ใส่ข้อมูล

321
00:21:20.546 --> 00:21:24.489
กับ Pop

322
00:21:24.547 --> 00:21:28.489
เอาข้อมูลออก คือ ใส่กับเอาออก

323
00:21:28.548 --> 00:21:32.489
นะคะ คราวนี้ดู

324
00:21:32.551 --> 00:21:36.491
Push 5 เห็นไหมคะ ครูใส่หมายเลขช่องก่อนนะ

325
00:21:36.552 --> 00:21:40.489
อันนี้เป็นหมานยเลข 1, 0, 1, 2, 3

326
00:21:40.554 --> 00:21:44.490
เราจะได้เข้าใจตรงกัน โอเค

327
00:21:44.555 --> 00:21:48.489
นะคะ มีหลายเลขช่องแล้วนะ มี 0 1 2 3

328
00:21:48.556 --> 00:21:52.489
ครูสั่ง Push 5 5 จะ

329
00:21:52.557 --> 00:21:56.490
ไปอยู่ที่ช่องไหน ช่องไหนเอ่ย

330
00:21:56.558 --> 00:22:00.490
ช่องหมายเลขอะไร ครูหย่อน 5

331
00:22:00.559 --> 00:22:04.489
ลงไปมันก็จะไหลลงมาอยู่ที่ช่องไหนคะ

332
00:22:04.560 --> 00:22:08.490
ช่อง 0 เห็นไหม พอครูหย่อน 5 ลงมา

333
00:22:08.561 --> 00:22:12.495
ไหลลงมาเรื่อย ๆ จนมาอยู่ที่

334
00:22:12.564 --> 00:22:16.489
ช่อง 0 เสร็จแล้วครูสั่งคำสั่ง Push

335
00:22:16.565 --> 00:22:20.489
10 เดิมมันมี 5 อยู่แล้วนะ

336
00:22:20.568 --> 00:22:24.490
แล้วครูสั่ง Push 10 เพราะฉะนั้น 10 จะมาอยู่ที่ไหนคะ

337
00:22:24.569 --> 00:22:28.490
10 จะมาอยู่ที่

338
00:22:28.570 --> 00:22:32.490
1 ถูกไหมคะ ก็หย่อน 10 ลงมานะ

339
00:22:32.571 --> 00:22:36.489
ถัดมาเดิม

340
00:22:36.572 --> 00:22:40.489
เดิม มี 5 กับ 10 แล้ว ครูเขียนเรียบร้อยก่อน

341
00:22:40.573 --> 00:22:44.489
นะคะ ใส่ที่ช่อง 0 กับช่อง 1 ครู

342
00:22:44.576 --> 00:22:48.489
สั่ง Push 15 ไปอยู่ที่ช่องไหนคะ 2 ใช่ไหม

343
00:22:48.577 --> 00:22:52.490
เห็นไหม พอ Push ข้อมูลลงไป

344
00:22:52.578 --> 00:22:56.489
คราวนี้ จากรูปนี้ ครูสั่ง Pop

345
00:22:56.579 --> 00:23:00.489
เอาอะไรออกมา

346
00:23:00.583 --> 00:23:04.490
จากรูปนี้พอครูสั่ง Pop ปุ๊บ เอาอะไรออกมาคะ

347
00:23:04.584 --> 00:23:08.489
เอาอะไรออกมาเอ่ย

348
00:23:08.585 --> 00:23:12.490
15 ใช่ไหม เอาตัวบนสุด

349
00:23:12.586 --> 00:23:16.489
เลือก

350
00:23:16.587 --> 00:23:20.490
เราเลือก

351
00:23:20.588 --> 00:23:24.489
ตัวบนสุดออกมาใช่ไหมคะ

352
00:23:24.589 --> 00:23:28.490
เพราะฉะนั้น 15 จะถูกดึง

353
00:23:28.591 --> 00:23:32.490
ออกมาข้างนอกเห็นไหมคะ

354
00:23:32.594 --> 00:23:36.490
เพราะฉะนั้น ใน Stack จะเหลือแค่ 10 กับ 5

355
00:23:36.598 --> 00:23:40.490
ครูสั่ง Pop อีกทีหนึ่ง

356
00:23:40.599 --> 00:23:44.490
เอาอะไรออกมาคะ เดิม

357
00:23:44.600 --> 00:23:48.490
มี 5 กับ 10

358
00:23:48.603 --> 00:23:52.489
คราวนี้เอาอะไรออกมา ครูสั่ง Pop ปุ๊บ อะไรออกมาคะ

359
00:23:52.604 --> 00:23:56.490
10 ออกมาเห็นไหม 10 ไม่เหลือแล้ว

360
00:23:56.606 --> 00:24:00.490
เพราะฉะนั้น ตอนนี้ ใน Stack เราเหลือกี่ค่าคะ

361
00:24:00.608 --> 00:24:04.490
ค่าเดียว คือเลข 5

362
00:24:04.609 --> 00:24:08.490
จดตัวนี้ไว้ในกระดาษให้ครูหน่อย

363
00:24:08.610 --> 00:24:12.490

364
00:24:12.611 --> 00:24:16.490
เดี๋ยวครูจะให้ทำแบบฝึกหัด

365
00:24:16.613 --> 00:24:20.492
นะคะ

366
00:24:20.614 --> 00:24:24.490

367
00:24:24.617 --> 00:24:28.490

368
00:24:28.618 --> 00:24:32.490

369
00:24:32.619 --> 00:24:36.490

370
00:24:36.620 --> 00:24:40.490

371
00:24:40.624 --> 00:24:44.490

372
00:24:44.625 --> 00:24:48.491

373
00:24:48.627 --> 00:24:52.491

374
00:24:52.628 --> 00:24:56.490

375
00:24:56.629 --> 00:25:00.494

376
00:25:00.630 --> 00:25:04.490

377
00:25:04.631 --> 00:25:08.490

378
00:25:08.634 --> 00:25:12.492

379
00:25:12.635 --> 00:25:16.490

380
00:25:16.636 --> 00:25:20.490

381
00:25:20.637 --> 00:25:24.490
มีกระดาษไหมคะ มีใครไม่มีกระดาษไหมคะ

382
00:25:24.638 --> 00:25:28.490
ครูมีกระดาษมาแจก มีไหมคะ

383
00:25:28.639 --> 00:25:32.490
มันจะมีเส้น

384
00:25:32.641 --> 00:25:36.490

385
00:25:36.644 --> 00:25:40.490

386
00:25:40.646 --> 00:25:44.490

387
00:25:44.647 --> 00:25:48.490

388
00:25:48.649 --> 00:25:52.491

389
00:25:52.651 --> 00:25:56.490

390
00:25:56.652 --> 00:26:00.494

391
00:26:00.653 --> 00:26:04.491

392
00:26:04.655 --> 00:26:08.490

393
00:26:08.658 --> 00:26:12.491

394
00:26:12.664 --> 00:26:16.490

395
00:26:16.665 --> 00:26:20.490

396
00:26:20.666 --> 00:26:24.490

397
00:26:24.667 --> 00:26:28.490

398
00:26:28.668 --> 00:26:32.490

399
00:26:32.671 --> 00:26:36.490

400
00:26:36.672 --> 00:26:40.490

401
00:26:40.676 --> 00:26:44.490

402
00:26:44.677 --> 00:26:48.491

403
00:26:48.678 --> 00:26:52.490

404
00:26:52.679 --> 00:26:56.491

405
00:26:56.681 --> 00:27:00.490

406
00:27:00.682 --> 00:27:04.491

407
00:27:04.683 --> 00:27:08.490

408
00:27:08.684 --> 00:27:12.491

409
00:27:12.685 --> 00:27:16.490

410
00:27:16.686 --> 00:27:20.491

411
00:27:20.691 --> 00:27:24.491

412
00:27:24.692 --> 00:27:28.490

413
00:27:28.694 --> 00:27:32.491

414
00:27:32.697 --> 00:27:36.491

415
00:27:36.698 --> 00:27:40.490

416
00:27:40.704 --> 00:27:44.493

417
00:27:44.706 --> 00:27:48.491

418
00:27:48.707 --> 00:27:52.491

419
00:27:52.710 --> 00:27:56.491

420
00:27:56.712 --> 00:28:00.491

421
00:28:00.713 --> 00:28:04.491

422
00:28:04.714 --> 00:28:08.491

423
00:28:08.715 --> 00:28:12.491

424
00:28:12.717 --> 00:28:16.491

425
00:28:16.719 --> 00:28:20.491

426
00:28:20.720 --> 00:28:24.491

427
00:28:24.721 --> 00:28:28.491

428
00:28:28.723 --> 00:28:32.491

429
00:28:32.724 --> 00:28:36.491

430
00:28:36.726 --> 00:28:40.497

431
00:28:40.727 --> 00:28:44.491

432
00:28:44.729 --> 00:28:48.491

433
00:28:48.732 --> 00:28:52.491

434
00:28:52.734 --> 00:28:56.491

435
00:28:56.735 --> 00:29:00.491

436
00:29:00.737 --> 00:29:04.491

437
00:29:04.739 --> 00:29:08.491

438
00:29:08.740 --> 00:29:12.491

439
00:29:12.741 --> 00:29:16.491

440
00:29:16.742 --> 00:29:20.491

441
00:29:20.743 --> 00:29:24.491

442
00:29:24.745 --> 00:29:28.491

443
00:29:28.748 --> 00:29:32.494

444
00:29:32.750 --> 00:29:36.491

445
00:29:36.751 --> 00:29:40.497

446
00:29:40.754 --> 00:29:44.491

447
00:29:44.755 --> 00:29:48.491

448
00:29:48.757 --> 00:29:52.492

449
00:29:52.758 --> 00:29:56.491

450
00:29:56.760 --> 00:30:00.493

451
00:30:00.761 --> 00:30:04.491

452
00:30:04.762 --> 00:30:08.492

453
00:30:08.763 --> 00:30:12.492

454
00:30:12.764 --> 00:30:16.491

455
00:30:16.765 --> 00:30:20.492

456
00:30:20.766 --> 00:30:24.491

457
00:30:24.769 --> 00:30:28.491

458
00:30:28.770 --> 00:30:32.491

459
00:30:32.773 --> 00:30:36.491

460
00:30:36.776 --> 00:30:40.491
คราวนี้นะคะ ครูมีโจทย์มาให้ แล้วก็มี

461
00:30:40.777 --> 00:30:44.491
คำสั่งมาให้

462
00:30:44.779 --> 00:30:48.492
ทำเหมือนเดิมเลยใช่ไหมคะ แต่ครูมีตัว

463
00:30:48.782 --> 00:30:52.491
เริ่มต้นให้ ครูมีให้อยู่แล้วอยู่ใน Stack

464
00:30:52.783 --> 00:30:56.491
ใช่ไหมคะ อันแรก เราหย่อน

465
00:30:56.785 --> 00:31:00.491
เลข 2 ลงไป อันที่ 2 เขียนของเดิมก่อน

466
00:31:00.786 --> 00:31:04.492
ใช่ไหมคะ แล้วค่อยหย่อนเลข 7 ลงไป

467
00:31:04.787 --> 00:31:08.492
ถัดมาหย่อนเลข 1 Pop

468
00:31:08.789 --> 00:31:12.492
คือ เอาออกนะ คือ เอาออก แล้วบอกครูด้วยว่า

469
00:31:12.790 --> 00:31:16.494
ข้อมูล

470
00:31:16.791 --> 00:31:20.492
ที่เอาออกมา

471
00:31:20.792 --> 00:31:24.492
คืออะไร เสร็จแล้ว

472
00:31:24.794 --> 00:31:28.491
ก็มีคำสั่งตัวสุดท้าย ก็คือ Push ตัวเลข 7 ลงไป

473
00:31:28.795 --> 00:31:32.491

474
00:31:32.796 --> 00:31:36.492
ลองทำดูนะคะ

475
00:31:36.799 --> 00:31:40.491

476
00:31:40.802 --> 00:31:44.492
เพราะฉะนั้น แต่ละข้อ

477
00:31:44.807 --> 00:31:48.493
มันจะต่อเนื่องกันไปนะคะ

478
00:31:48.809 --> 00:31:52.491
ทำตัวแรก ข้อที่ 1 เสร็จ เอาข้อมูลนี่

479
00:31:52.810 --> 00:31:56.495
มาตั้งต้นไว้ก่อนแล้วเราค่อย Push

480
00:31:56.813 --> 00:32:00.492
เลข 7 ลงไป เดี๋ยวเราทำด้วยกัน 1 ข้อนะ

481
00:32:00.814 --> 00:32:04.492
อันนี้คือ Push เลข 2 หย่อนเลข 2

482
00:32:04.815 --> 00:32:08.492
ลงไป

483
00:32:08.816 --> 00:32:12.493

484
00:32:12.817 --> 00:32:16.492
ข้อที่ 2 ครูจะใส่เลข 7 เพราะฉะนั้น ครู

485
00:32:16.818 --> 00:32:20.492
ต้องใส่ข้อมูลเดิมก่อน

486
00:32:20.819 --> 00:32:24.492
และก็หย่อนเลข 7 ลงไป ทำต่อให้ครูหน่อย

487
00:32:24.820 --> 00:32:28.492
อีก 3 อัน

488
00:32:28.821 --> 00:32:32.492

489
00:32:32.824 --> 00:32:36.492

490
00:32:36.826 --> 00:32:40.494

491
00:32:40.827 --> 00:32:44.492

492
00:32:44.828 --> 00:32:48.492

493
00:32:48.829 --> 00:32:52.492

494
00:32:52.830 --> 00:32:56.492

495
00:32:56.833 --> 00:33:00.493

496
00:33:00.835 --> 00:33:04.492

497
00:33:04.836 --> 00:33:08.492

498
00:33:08.837 --> 00:33:12.492

499
00:33:12.838 --> 00:33:16.492

500
00:33:16.840 --> 00:33:20.493

501
00:33:20.841 --> 00:33:24.493

502
00:33:24.843 --> 00:33:28.502

503
00:33:28.844 --> 00:33:32.492

504
00:33:32.846 --> 00:33:36.494

505
00:33:36.847 --> 00:33:40.493

506
00:33:40.850 --> 00:33:44.493

507
00:33:44.852 --> 00:33:48.492

508
00:33:48.853 --> 00:33:52.493

509
00:33:52.854 --> 00:33:56.493

510
00:33:56.855 --> 00:34:00.492

511
00:34:00.856 --> 00:34:04.502

512
00:34:04.858 --> 00:34:08.493

513
00:34:08.859 --> 00:34:12.505

514
00:34:12.862 --> 00:34:16.493

515
00:34:16.866 --> 00:34:20.492

516
00:34:20.867 --> 00:34:24.493

517
00:34:24.868 --> 00:34:28.492

518
00:34:28.869 --> 00:34:32.493

519
00:34:32.870 --> 00:34:36.493

520
00:34:36.871 --> 00:34:40.493

521
00:34:40.873 --> 00:34:44.493

522
00:34:44.874 --> 00:34:48.493

523
00:34:48.875 --> 00:34:52.493

524
00:34:52.877 --> 00:34:56.493

525
00:34:56.878 --> 00:35:00.494

526
00:35:00.880 --> 00:35:04.493

527
00:35:04.883 --> 00:35:08.493

528
00:35:08.887 --> 00:35:12.493

529
00:35:12.888 --> 00:35:16.493

530
00:35:16.890 --> 00:35:20.493

531
00:35:20.892 --> 00:35:24.493

532
00:35:24.893 --> 00:35:28.494

533
00:35:28.895 --> 00:35:32.494

534
00:35:32.899 --> 00:35:36.494

535
00:35:36.900 --> 00:35:40.493

536
00:35:40.904 --> 00:35:44.493

537
00:35:44.906 --> 00:35:48.493

538
00:35:48.907 --> 00:35:52.493

539
00:35:52.908 --> 00:35:56.493

540
00:35:56.909 --> 00:36:00.494

541
00:36:00.912 --> 00:36:04.493

542
00:36:04.913 --> 00:36:08.494

543
00:36:08.914 --> 00:36:12.493

544
00:36:12.916 --> 00:36:16.494

545
00:36:16.918 --> 00:36:20.493

546
00:36:20.919 --> 00:36:24.493

547
00:36:24.921 --> 00:36:28.493

548
00:36:28.923 --> 00:36:32.493

549
00:36:32.924 --> 00:36:36.495

550
00:36:36.926 --> 00:36:40.494

551
00:36:40.928 --> 00:36:44.494

552
00:36:44.930 --> 00:36:48.493

553
00:36:48.932 --> 00:36:52.494

554
00:36:52.933 --> 00:36:56.494

555
00:36:56.935 --> 00:37:00.494

556
00:37:00.937 --> 00:37:04.494

557
00:37:04.939 --> 00:37:08.494

558
00:37:08.940 --> 00:37:12.494

559
00:37:12.941 --> 00:37:16.494

560
00:37:16.942 --> 00:37:20.494

561
00:37:20.943 --> 00:37:24.494

562
00:37:24.945 --> 00:37:28.494

563
00:37:28.946 --> 00:37:32.494

564
00:37:32.948 --> 00:37:36.499

565
00:37:36.951 --> 00:37:40.494

566
00:37:40.952 --> 00:37:44.495

567
00:37:44.954 --> 00:37:48.495

568
00:37:48.956 --> 00:37:52.494

569
00:37:52.957 --> 00:37:56.494

570
00:37:56.958 --> 00:38:00.494

571
00:38:00.960 --> 00:38:04.494

572
00:38:04.965 --> 00:38:08.494

573
00:38:08.967 --> 00:38:12.495

574
00:38:12.969 --> 00:38:16.495

575
00:38:16.970 --> 00:38:20.495

576
00:38:20.973 --> 00:38:24.494

577
00:38:24.976 --> 00:38:28.498

578
00:38:28.977 --> 00:38:32.494

579
00:38:32.978 --> 00:38:36.494

580
00:38:36.980 --> 00:38:40.495

581
00:38:40.981 --> 00:38:44.496

582
00:38:44.982 --> 00:38:48.494

583
00:38:48.983 --> 00:38:52.497

584
00:38:52.984 --> 00:38:56.495

585
00:38:56.988 --> 00:39:00.500

586
00:39:00.990 --> 00:39:04.494

587
00:39:04.992 --> 00:39:08.495

588
00:39:08.993 --> 00:39:12.497

589
00:39:12.995 --> 00:39:16.495

590
00:39:16.997 --> 00:39:20.495

591
00:39:21.000 --> 00:39:24.496

592
00:39:25.001 --> 00:39:28.495

593
00:39:29.004 --> 00:39:32.497

594
00:39:33.005 --> 00:39:36.495

595
00:39:37.006 --> 00:39:40.495

596
00:39:41.007 --> 00:39:44.495

597
00:39:45.010 --> 00:39:48.495

598
00:39:49.012 --> 00:39:52.495

599
00:39:53.014 --> 00:39:56.495

600
00:39:57.015 --> 00:40:00.495

601
00:40:01.016 --> 00:40:04.495

602
00:40:05.017 --> 00:40:08.495

603
00:40:09.018 --> 00:40:12.495

604
00:40:13.021 --> 00:40:16.495

605
00:40:17.022 --> 00:40:20.497

606
00:40:21.024 --> 00:40:24.495

607
00:40:25.025 --> 00:40:28.495

608
00:40:29.026 --> 00:40:32.495

609
00:40:33.027 --> 00:40:36.495
ทีนี้เดี๋ยวเรามาดู

610
00:40:37.029 --> 00:40:40.496

611
00:40:41.031 --> 00:40:44.496

612
00:40:45.032 --> 00:40:48.495
ข้อ 3 นะคะ ครูสั่ง Push 1 ก็คือใส่เลข 1 ลง

613
00:40:49.034 --> 00:40:52.495
ใน Stack เดิม

614
00:40:53.036 --> 00:40:56.495
เอาของเดิมยกมาก่อนนะ อย่าเพิ่งใส่นะ ของเดิม

615
00:40:57.036 --> 00:41:00.496
มี 3 ค่านะ เขียนก่อนนะคะ

616
00:41:01.037 --> 00:41:04.495
เขียนค่าเดิมก่อน ใส่ค่าเดิมมาก่อน

617
00:41:05.039 --> 00:41:08.495
นะคะ เสร็จแล้วครูสั่ง Push 1

618
00:41:09.040 --> 00:41:12.496
1 จะอยู่ด้านบนเลข 7

619
00:41:13.042 --> 00:41:16.496
ใช่ไหมคะ

620
00:41:17.045 --> 00:41:20.507
จากนั้นครูสั่ง Pop Pop คือ เอาออก

621
00:41:21.049 --> 00:41:24.498
บนสุดคืออะไร คือ 1 เพราะฉะนั้น

622
00:41:25.050 --> 00:41:28.496
เอาอะไรออก เอา 1 ออก เพราะฉะนั้น ที่เหลือ

623
00:41:29.052 --> 00:41:32.496
็ก็คือ 5, 2, 7 ใช่ไหมคะ 1

624
00:41:33.053 --> 00:41:36.496
จะถูกเอาออกมาใช่ไหม เพราะฉะนั้น ข้อมูล

625
00:41:37.054 --> 00:41:40.496
ที่นำออกจาก Stack ก็คือ 1

626
00:41:41.055 --> 00:41:44.496
นะคะ

627
00:41:45.057 --> 00:41:48.496
ครูสั่ง Push อีกครั้งหนึ่งทำอย่างไร

628
00:41:49.058 --> 00:41:52.495
ก็เอาของเดิมที่มีอยู่ใน Stack เขียนก่อน

629
00:41:53.059 --> 00:41:56.496
เพราะฉะนั้น กรณีที่ Push ข้อม

630
00:41:57.060 --> 00:42:00.496
ลงไปใน Stack ยกของเดิมมาก่อน

631
00:42:01.061 --> 00:42:04.496
เสร็จแล้ว

632
00:42:05.062 --> 00:42:08.496
ใส่ตัวเลขที่ครูสั่งลงไป ก็คือ 7 7

633
00:42:09.063 --> 00:42:12.496
ก็จะอยู่ด้านบนนะคะ อันนี้คือ

634
00:42:13.066 --> 00:42:16.496
Stack ที่ได้หลังจากที่เราใช้

635
00:42:17.067 --> 00:42:20.496
คำสั่งทั้งหมด 5 คำสั่ง

636
00:42:21.068 --> 00:42:24.496

637
00:42:25.071 --> 00:42:28.496
โอเค

638
00:42:29.073 --> 00:42:32.496

639
00:42:33.074 --> 00:42:36.496
ถัดมาครูเปลี่ยนนะ จากแนวตั้ง

640
00:42:37.076 --> 00:42:40.497
เป็นแนวนอนนะคะ ถ้าครูลองเปลี่ยน Stack เป็นแนวนอน

641
00:42:41.077 --> 00:42:44.496
บ้าง

642
00:42:45.081 --> 00:42:48.496

643
00:42:49.083 --> 00:42:52.496

644
00:42:53.085 --> 00:42:56.496

645
00:42:57.091 --> 00:43:00.496

646
00:43:01.097 --> 00:43:04.496

647
00:43:05.099 --> 00:43:08.496

648
00:43:09.100 --> 00:43:12.496

649
00:43:13.105 --> 00:43:16.496

650
00:43:17.106 --> 00:43:20.496
คราวนี้ครูลองเปลี่ยน Stack เป็นอีกรูปแบบหนึ่ง

651
00:43:21.107 --> 00:43:24.496
เป็นแนวนอนบ้างนะคะ

652
00:43:25.108 --> 00:43:28.497
และครูมีตัวเลข

653
00:43:29.109 --> 00:43:32.497
ที่อยู่ใน Stack ไว้ให้ คือ 3

654
00:43:33.110 --> 00:43:36.497
แล้วก็ 1 ถูกไหม ตัวแรกจะอยู่ซ้ายสุดถูกไหมคะ

655
00:43:37.111 --> 00:43:40.496
ถัดมาก็จะเป็นตัวที่ 2

656
00:43:41.113 --> 00:43:44.496
แล้วครูใช้คำสั่ง Push 5 ข้อที่ 2

657
00:43:45.114 --> 00:43:48.496
ครู Push 6 เสร็จแล้ว

658
00:43:49.115 --> 00:43:52.496
ครู Pop นะคะ ลองทำสิ

659
00:43:53.116 --> 00:43:56.496

660
00:43:57.119 --> 00:44:00.497

661
00:44:01.121 --> 00:44:04.496

662
00:44:05.123 --> 00:44:08.496

663
00:44:09.125 --> 00:44:12.497

664
00:44:13.127 --> 00:44:16.496

665
00:44:17.129 --> 00:44:20.507

666
00:44:21.130 --> 00:44:24.496

667
00:44:25.131 --> 00:44:28.496

668
00:44:29.133 --> 00:44:32.496

669
00:44:33.138 --> 00:44:36.496

670
00:44:37.139 --> 00:44:40.498

671
00:44:41.140 --> 00:44:44.496

672
00:44:45.141 --> 00:44:48.496

673
00:44:49.143 --> 00:44:52.497

674
00:44:53.145 --> 00:44:56.496

675
00:44:57.147 --> 00:45:00.496

676
00:45:01.157 --> 00:45:04.497

677
00:45:05.159 --> 00:45:08.497

678
00:45:09.160 --> 00:45:12.497

679
00:45:13.162 --> 00:45:16.497

680
00:45:17.163 --> 00:45:20.504

681
00:45:21.165 --> 00:45:24.497

682
00:45:25.167 --> 00:45:28.497

683
00:45:29.168 --> 00:45:32.497

684
00:45:33.169 --> 00:45:36.497

685
00:45:37.172 --> 00:45:40.498

686
00:45:41.173 --> 00:45:44.501

687
00:45:45.176 --> 00:45:48.497

688
00:45:49.177 --> 00:45:52.497

689
00:45:53.180 --> 00:45:56.497

690
00:45:57.182 --> 00:46:00.497

691
00:46:01.183 --> 00:46:04.497

692
00:46:05.185 --> 00:46:08.497

693
00:46:09.187 --> 00:46:12.497

694
00:46:13.188 --> 00:46:16.497

695
00:46:17.189 --> 00:46:20.497

696
00:46:21.190 --> 00:46:24.497

697
00:46:25.193 --> 00:46:28.497

698
00:46:29.195 --> 00:46:32.497

699
00:46:33.197 --> 00:46:36.497

700
00:46:37.199 --> 00:46:40.497

701
00:46:41.203 --> 00:46:44.498

702
00:46:45.207 --> 00:46:48.497

703
00:46:49.209 --> 00:46:52.497

704
00:46:53.210 --> 00:46:56.498

705
00:46:57.211 --> 00:47:00.498

706
00:47:01.214 --> 00:47:04.497

707
00:47:05.216 --> 00:47:08.497

708
00:47:09.220 --> 00:47:12.500

709
00:47:13.222 --> 00:47:16.498

710
00:47:17.226 --> 00:47:20.497

711
00:47:21.230 --> 00:47:24.497

712
00:47:25.234 --> 00:47:28.497

713
00:47:29.235 --> 00:47:32.500

714
00:47:33.236 --> 00:47:36.497

715
00:47:37.239 --> 00:47:40.503

716
00:47:41.242 --> 00:47:44.497

717
00:47:45.245 --> 00:47:48.497

718
00:47:49.247 --> 00:47:52.498

719
00:47:53.249 --> 00:47:56.498

720
00:47:57.250 --> 00:48:00.499

721
00:48:01.252 --> 00:48:04.498

722
00:48:05.253 --> 00:48:08.498

723
00:48:09.255 --> 00:48:12.498

724
00:48:13.257 --> 00:48:16.497

725
00:48:17.260 --> 00:48:20.497

726
00:48:21.261 --> 00:48:24.497

727
00:48:25.263 --> 00:48:28.497

728
00:48:29.264 --> 00:48:32.497

729
00:48:33.265 --> 00:48:36.500

730
00:48:37.268 --> 00:48:40.499

731
00:48:41.270 --> 00:48:44.498

732
00:48:45.272 --> 00:48:48.497

733
00:48:49.273 --> 00:48:52.496

734
00:48:53.275 --> 00:48:56.496

735
00:48:57.276 --> 00:49:00.498

736
00:49:01.277 --> 00:49:04.496

737
00:49:05.280 --> 00:49:08.496

738
00:49:09.281 --> 00:49:12.496

739
00:49:13.287 --> 00:49:16.496

740
00:49:17.288 --> 00:49:20.496

741
00:49:21.290 --> 00:49:24.496

742
00:49:25.292 --> 00:49:28.498

743
00:49:29.294 --> 00:49:32.495

744
00:49:33.296 --> 00:49:36.495

745
00:49:37.299 --> 00:49:40.502

746
00:49:41.300 --> 00:49:44.496

747
00:49:45.302 --> 00:49:48.495

748
00:49:49.306 --> 00:49:52.495

749
00:49:53.311 --> 00:49:56.495
คราวนี้นะคะ

750
00:49:57.314 --> 00:50:00.495
มาดูเฉลยด้วยกัน

751
00:50:01.332 --> 00:50:04.495
ครูสั่ง Push 5 แสดงว่า

752
00:50:05.333 --> 00:50:08.495
ครูกำลังจะใส่ข้อมูลลงใน Stack

753
00:50:09.336 --> 00:50:12.494
ครูก็เอาเลข 5 มาหย่อนลงเลยนะ

754
00:50:13.337 --> 00:50:16.494
เอาเลข 5 มาหย่อนเลยนะคะ

755
00:50:17.339 --> 00:50:20.494
ถัดมาครูใช้คำสั่ง Push

756
00:50:21.342 --> 00:50:24.494
ครูใช้คำสั่ง Push ทำอย่างไร เอา

757
00:50:25.343 --> 00:50:28.494
ของเดิมยกลงมาก่อน ยกของเดิม

758
00:50:29.348 --> 00:50:32.495
มาใส่ก่อนนะคะ ก็จะมี 3,

759
00:50:33.354 --> 00:50:36.499
1 แล้วก็ 5

760
00:50:37.355 --> 00:50:40.494
จากนั้น เรา Push ค่าใหม่ ใส่ค่าใหม่

761
00:50:41.357 --> 00:50:44.496
ลงไป ก็คือ 6

762
00:50:45.358 --> 00:50:48.493
โอเคนะ ใส่ค่า 6 ก็คือค่าใหม่ลงไปใน Stack

763
00:50:49.360 --> 00:50:52.493
เสร็จแล้วครูใช้คำสั่ง Pop

764
00:50:53.365 --> 00:50:56.493
ก็คือเอาออก ก็คือเอาตัวล่าสุด

765
00:50:57.366 --> 00:51:00.494
ที่อยู่ด้านขวา เอาออก

766
00:51:01.367 --> 00:51:04.493
เพราะฉะนั้น ค่าที่ถูกเอาออก ก็คือเลข 6

767
00:51:05.368 --> 00:51:08.493
เห็นไหมคะ เอาเลข 6 ออกมา

768
00:51:09.369 --> 00:51:12.494
แล้วเราก็ยกตัวที่เหลือ

769
00:51:13.370 --> 00:51:16.493
ลงมาใส่ ก็จะเหลือเป็น

770
00:51:17.371 --> 00:51:20.510
3, 1 แล้วก็ 5 นะคะ

771
00:51:21.372 --> 00:51:24.493

772
00:51:25.373 --> 00:51:28.492

773
00:51:29.375 --> 00:51:32.492

774
00:51:33.378 --> 00:51:36.492

775
00:51:37.380 --> 00:51:40.492

776
00:51:41.382 --> 00:51:44.492

777
00:51:45.384 --> 00:51:48.492

778
00:51:49.386 --> 00:51:52.493

779
00:51:53.388 --> 00:51:56.492

780
00:51:57.390 --> 00:52:00.492

781
00:52:01.392 --> 00:52:04.501

782
00:52:05.394 --> 00:52:08.492

783
00:52:09.396 --> 00:52:12.492

784
00:52:13.399 --> 00:52:16.491

785
00:52:17.401 --> 00:52:20.492

786
00:52:21.402 --> 00:52:24.492

787
00:52:25.403 --> 00:52:28.491

788
00:52:29.404 --> 00:52:32.501

789
00:52:33.406 --> 00:52:36.492
คราวนี้นะคะ มาดูต่อ

790
00:52:37.408 --> 00:52:40.497
กระดาษที่ครูแจกเอาวางไว้ก่อนนะคะ อย่าเพิ่งใช้ เรายังไม่ใช้ตอนนี้

791
00:52:41.413 --> 00:52:44.491

792
00:52:45.414 --> 00:52:48.491

793
00:52:49.416 --> 00:52:52.491
เราใช้ Stack ทำอะไร เมื่อกี้

794
00:52:53.418 --> 00:52:56.491
เราพูดถึง Stack ไปแล้วนะ เข้าก่อนออกทีหลัง

795
00:52:57.420 --> 00:53:00.491
นะคะ ข้อมูลไหนเข้าก่อน

796
00:53:01.423 --> 00:53:04.490
จะถูกเอาออกทีหลัง

797
00:53:05.424 --> 00:53:08.492
แล้วเราใช้ Stack ทำอะไรบ้าง

798
00:53:09.425 --> 00:53:12.491
เราใช้ Stack มาทำอะไรบ้าง

799
00:53:13.427 --> 00:53:16.490
ทุกคนบวกเลขเป็นใช่ไหม ทุกคนบวกลบคูณหาร

800
00:53:17.428 --> 00:53:20.490
สมการทางคณิตศาสตร์ได้ Stack

801
00:53:21.429 --> 00:53:24.490
จะถูกเอามาใช้ในการ

802
00:53:25.430 --> 00:53:28.490
หาผลลัพธ์ของสมการคณิตศาสตร์

803
00:53:29.433 --> 00:53:32.490
บวกเลข บวกลบเลขนะคะ

804
00:53:33.434 --> 00:53:36.490
คราวนี้ ก่อนที่จะไปดูรูปแบบของการ

805
00:53:37.435 --> 00:53:40.490
ใช้ Stack แล้ว Stack มันเกี่ย

806
00:53:41.436 --> 00:53:44.490
กับการบวก ลบ คูณ หาร นะคะ เรามาดูรูปแบบก่อนว่า

807
00:53:45.438 --> 00:53:48.490
เราใช้ Stack เพื่อเป็นนิพนธ์

808
00:53:49.439 --> 00:53:52.490
ก็คือลักษณะของสมการ

809
00:53:53.443 --> 00:53:56.490
มีอยู่ 3 รูปแบบ รูปแบบแรกก็คื

810
00:53:57.443 --> 00:54:00.490
ก็คือ

811
00:54:01.444 --> 00:54:04.490
บวก ลบ คูณ หาร จะอยู่ระหว่างตัวเลข

812
00:54:05.444 --> 00:54:08.490
นะคะ อันนี้คือ Infix นิพจน์ตัวที่ 2

813
00:54:09.445 --> 00:54:12.490
ก็คือ Prefix

814
00:54:13.448 --> 00:54:16.490
เครื่องหมาย บวก ลบ คูณ หาร จะอยู่ด้านหน้า

815
00:54:17.449 --> 00:54:20.489
และตัวสุดท้ายคือ

816
00:54:21.450 --> 00:54:24.490
Postfix เครื่องหมายจะไปอยู่ด้านหลังของตัวเลข

817
00:54:25.451 --> 00:54:28.489
AC อันนนี้คือตัวเลขนะคะ

818
00:54:29.452 --> 00:54:32.490
เราจะแทนด้วยตัวเลขใด ๆ

819
00:54:33.453 --> 00:54:36.489
คราวนี้ดูนะคะ ในการคำนวณ

820
00:54:37.457 --> 00:54:40.489
ทางคณิตศาสตร์นะ

821
00:54:41.458 --> 00:54:44.489
เวลาเราเจอนะคะ การบวก ลบ

822
00:54:45.459 --> 00:54:48.489
ที่มันมีมากกว่า 2 ตัวเลข

823
00:54:49.460 --> 00:54:52.489
เช่นแบบนี้

824
00:54:53.461 --> 00:54:56.489
5 + 2 x 2 มันมีตัวเลขมากกว่า 2 ตัว

825
00:54:57.462 --> 00:55:00.489
นะคะ แล้วเรา

826
00:55:01.464 --> 00:55:04.489
จะบวกลบเลขอย่างไร

827
00:55:05.466 --> 00:55:08.491
เรามีลำดับความสัมพันธ์ของ

828
00:55:09.469 --> 00:55:12.489
เครื่องหมาย เจอวงเล็บ

829
00:55:13.472 --> 00:55:16.490
ก่อนทำในวงเล็บ

830
00:55:17.473 --> 00:55:20.488
ใช่ไหมคะ เราเจอในวงเล็บ เรา

831
00:55:21.474 --> 00:55:24.489
บวกลบเลขนี่ในวงเล็บก่อน

832
00:55:25.475 --> 00:55:28.488
จากนั้น ลำดับความสำคัญตัวที่ 2 ที่ต้อง

833
00:55:29.476 --> 00:55:32.488
ทำก่อนก็คือ เครื่องหมาย

834
00:55:33.478 --> 00:55:36.488
ยกกำลัง เช่น 2 ยกกำลัง 2 ถูกไหมคะ

835
00:55:37.479 --> 00:55:40.488
3 ยกกำลัง 2 อย่างนี้เป็นต้น

836
00:55:41.480 --> 00:55:44.488
เจอเลขยกกำลังเสร็จแล้ว

837
00:55:45.482 --> 00:55:48.491
เราจะคำนวณเครื่องหมายไหนต่อไป ก็ค

838
00:55:49.486 --> 00:55:52.488
กับหาร คูณกับหารมีลำดับความสำคัญ

839
00:55:53.487 --> 00:55:56.488
เท่ากันนะคะ มีลำดับความสำคัญ

840
00:55:57.488 --> 00:56:00.488
เท่ากัน ตามด้วยบวกกับลบ

841
00:56:01.490 --> 00:56:04.488
บวกกับลบก็มีความสำคัญ

842
00:56:05.491 --> 00:56:08.488
เท่ากัน แต่จะทำ

843
00:56:09.493 --> 00:56:13.488
หลังการทำเครื่องหมายคูณกับหาร

844
00:56:13.494 --> 00:56:17.488

845
00:56:17.495 --> 00:56:21.488
คราวนี้มาดูโจทย์ครู 2 ตัวนี้

846
00:56:21.495 --> 00:56:25.487
เป็นตัวเลขตัวเดียวกันเลย 5 + 2

847
00:56:25.497 --> 00:56:29.488
x 2 ตัวแรก

848
00:56:29.496 --> 00:56:33.488
ครูมีวงเล็บเปิดกับวงเล็บปิด โจทย์ตัวที่ 2 ไม่มี

849
00:56:33.497 --> 00:56:37.487
วงเล็บนะคะ ครูไม่มีวงเล็บนะ

850
00:56:37.497 --> 00:56:41.491
คราวนี้มาดูข้อแรกก่อน

851
00:56:41.498 --> 00:56:45.488
อย่างที่บอกว่าถ้าเจอวงเล็บ

852
00:56:45.500 --> 00:56:49.487
วงเล็บเปิด วงเล็บปิด ทำ

853
00:56:49.501 --> 00:56:53.487
ข้างในวงเล็บก่อน

854
00:56:53.532 --> 00:56:57.491
เพราะฉะนั้น เราเอาอะไรบวกกันก่อน 5 + 2

855
00:56:57.535 --> 00:57:01.488
เป็นเท่าไรคะ เป็น 7

856
00:57:01.537 --> 00:57:05.486
7 แล้วคูณด้วย 2 เท่ากับเท่าไหร่

857
00:57:05.538 --> 00:57:09.486
เท่ากับเท่าไหร่คะ

858
00:57:09.541 --> 00:57:13.486
เท่ากับ 14

859
00:57:13.543 --> 00:57:17.486

860
00:57:17.543 --> 00:57:21.487
ตัวเลขเท่ากับ 14 ตัวแรกนะคะ เท่ากับ 14

861
00:57:21.545 --> 00:57:25.487
แล้วมาดูข้อ 2 ครูตัด

862
00:57:25.548 --> 00:57:29.487
วงเล็บทิ้งไป 5 + 2 x 2

863
00:57:29.549 --> 00:57:33.486
เราทำตรงไหนก่อน

864
00:57:33.551 --> 00:57:37.487
ย้อนกลับขึ้นมาดูข้างบน ระหว่างบวกกับคูณ

865
00:57:37.552 --> 00:57:41.486
อะไรสำคัญมากกว่ากัน

866
00:57:41.553 --> 00:57:45.487
อะไรมีความสำคัญมากกว่ากันคะ

867
00:57:45.554 --> 00:57:49.486
บวกกับคูณ

868
00:57:49.556 --> 00:57:53.487

869
00:57:53.557 --> 00:57:57.486
ข้างบนเห็นไหมคะว่า 1 นี่

870
00:57:57.558 --> 00:58:01.486
มีความสำคัญมากสุดนะ 2. ความสำคัญรองลงมา

871
00:58:01.560 --> 00:58:05.486
ตัวนี้ เบอร์ 3 ความสำคัญ

872
00:58:05.561 --> 00:58:09.486
รองลงมา เบอร์ 4 ความสำคั

873
00:58:09.562 --> 00:58:13.486
เพราะฉะนั้น คูณกับบวก

874
00:58:13.563 --> 00:58:17.485
อะไรมีความสำคัญมากกว่ากัน

875
00:58:17.565 --> 00:58:21.486
คูณใช่ไหมคะ อันนี้คือมากสุด

876
00:58:21.567 --> 00:58:25.485
มากสุด

877
00:58:25.569 --> 00:58:29.485
เพราะฉะนั้น เรา

878
00:58:29.571 --> 00:58:33.485
ทำอะไรก่อน 5+2 หรือเอา 2

879
00:58:33.574 --> 00:58:37.485
หรือเอา 2 x 2 2 x 2

880
00:58:37.575 --> 00:58:41.485
เป็น 4 4 + 5

881
00:58:41.576 --> 00:58:45.486
5 เป็นเท่าไหร่คะ

882
00:58:45.577 --> 00:58:49.486
เป็น 9

883
00:58:49.579 --> 00:58:53.485
โอเค

884
00:58:53.580 --> 00:58:57.485
ถ้าครูเขียนใหม่

885
00:58:57.581 --> 00:59:01.487

886
00:59:01.583 --> 00:59:05.485

887
00:59:05.584 --> 00:59:09.485
เลข 2 หรือ เดี๋ยวนะ

888
00:59:09.588 --> 00:59:13.485

889
00:59:13.590 --> 00:59:17.485

890
00:59:17.591 --> 00:59:21.485

891
00:59:21.592 --> 00:59:25.485

892
00:59:25.593 --> 00:59:29.484
โจทย์ข้อนี้

893
00:59:29.594 --> 00:59:33.485
5 คูณ 2

894
00:59:33.595 --> 00:59:37.484
เท่ากับ 12 คนอื่น

895
00:59:37.596 --> 00:59:41.489
ได้ไหมคะ เห็นไหม ตัวเลขเดียวกันเลย

896
00:59:41.597 --> 00:59:45.484
สลับแล้วก็คเครื่องหมายมีเหมือนกันเล

897
00:59:45.599 --> 00:59:49.484
แค่สลับตำแหน่งค่าก็เปลี่ยนแล้ว

898
00:59:49.600 --> 00:59:53.484
ทันไหมคะ คูณกับบวกแสดงว่า

899
00:59:53.601 --> 00:59:57.484
ทำคูณก่อน 5 คูณ 2 เป็

900
00:59:57.603 --> 01:00:01.485
เป็น 10 10 + 2 เป็น 12

901
01:00:01.606 --> 01:00:05.501

902
01:00:05.608 --> 01:00:09.484
โอเค

903
01:00:09.609 --> 01:00:13.485
เอาตัวนี้บวกกันก่อน... คูณกันก่อนนะคะ

904
01:00:13.613 --> 01:00:17.487
5 x 2 เป็น 10 แล้ว 10 ค่อยมาบวกกับ

905
01:00:17.614 --> 01:00:21.484
2 โอเค

906
01:00:21.615 --> 01:00:25.484
จะเห็นว่า

907
01:00:25.616 --> 01:00:29.484
อันนี้คือเราคิดใช่ไหม

908
01:00:29.618 --> 01:00:33.484
แล้วเราจะสั่งให้คอมพิวเตอณ์เข้สา

909
01:00:33.619 --> 01:00:37.484
เข้าใจแบบที่เราคิดเมื่อกี้ได้อย่างไร

910
01:00:37.620 --> 01:00:41.484
รู้ว่าถ้าเจอคูณนี่ต้องทำคูณก่อนเลย

911
01:00:41.622 --> 01:00:45.485
เจอวงเล็บเปิด ต้องทำวงเล็บเปิด

912
01:00:45.625 --> 01:00:49.483
ตอนนี้เราจะสั่งให้คอมพิวเตอร์นี่สามารถคำนวณ

913
01:00:49.626 --> 01:00:53.484
ให้ได้แบบที่เราคำนวณเมื่อกี้

914
01:00:53.627 --> 01:00:57.484
เราใช้

915
01:00:57.628 --> 01:01:01.484
Stack เข้ามาช่วยในการคำนวณนะคะ

916
01:01:01.629 --> 01:01:05.484
เราใช้ Stack เข้ามาในการคำนวณ

917
01:01:05.631 --> 01:01:09.484
วิธีการทำแบบไหน

918
01:01:09.633 --> 01:01:13.484
มาดูวิธีการนะคะ เรามีตัวเลขอยู่ชุดหนึ่ง

919
01:01:13.636 --> 01:01:17.483
เราต้องการหาค่าออกมา เช่น

920
01:01:17.638 --> 01:01:21.504
ครูมีตัวเลขชุดนี้ล่ะ

921
01:01:21.638 --> 01:01:25.486
ครูสั่งให้คอมพิวเตอร์คำนวณ จะต้องได้ผลลัพธ์ 9

922
01:01:25.640 --> 01:01:29.483
คอมพิวเตอร์จะคิดแบบไหนนะคะ

923
01:01:29.644 --> 01:01:33.484
1 เราต้องสร้างตารางแบบนี้ก่อน

924
01:01:33.645 --> 01:01:37.483
มี 3 ช่อง ช่องแรก คือ ใส่ Input

925
01:01:37.646 --> 01:01:41.483
ก็คือข้อมูลนำเข้า Stack

926
01:01:41.647 --> 01:01:45.483
แล้วก็ผลลัพธ์นะคะ

927
01:01:45.650 --> 01:01:49.483
เรามีวิธีการทำนี่ 2 ช่วงด้วยกัน ช่วงที่ 1

928
01:01:49.653 --> 01:01:53.483
ต้องแปลงนิพจน์

929
01:01:53.656 --> 01:01:57.483
แบบ Postfix เ

930
01:01:57.657 --> 01:02:01.483
ไปไว้ข้างหลังให้หมดก่อน เอาเครื่องหมาย

931
01:02:01.658 --> 01:02:05.487
ไปไว้ข้างหลังให้หมดก่อนนะคะ แล้วค่อยคำนวณออกมาเป็น

932
01:02:05.659 --> 01:02:09.482
ตัวเลข ผลลัพธ์

933
01:02:09.661 --> 01:02:13.483
เรามี 3 ช่องนะ ทุกคนต้องตีตาราง 3 ช่อง

934
01:02:13.662 --> 01:02:17.483
อันแรกเขียนว่า Input Stack แล้วก็ O

935
01:02:17.663 --> 01:02:21.482
นะคะ ถัดมา

936
01:02:21.664 --> 01:02:25.483
ขั้นตอนวิธีการแปลง

937
01:02:25.666 --> 01:02:29.483
จาก Infix ให้เป็น Po

938
01:02:29.667 --> 01:02:33.483
ทุกคนมีชีตที่ครูให้ แบบนี้เลย

939
01:02:33.669 --> 01:02:37.483
ก็คือสิ่งที่อยู่บนสไลด์นะคะ ครูพรินต์ออกมาให้

940
01:02:37.670 --> 01:02:41.483
เรามีอยู่ทั้งหมด 7 ขั้นตอนด้ว

941
01:02:41.672 --> 01:02:45.483
ทั้งหมด 7 ขั้นตอนด้วยกัน

942
01:02:45.674 --> 01:02:49.485
มีทั้งหมด 7 ขั้นตอนด้วยกัน ครูให้เวลา

943
01:02:49.675 --> 01:02:53.482
2 นาที อ่าน 7 ขั้นตอนน

944
01:02:53.680 --> 01:02:57.483
นี้ในกระดาษของตัวเองสิคะ

945
01:02:57.681 --> 01:03:01.485
ให้อ่านในกระดาษนะ หรือจะอ่านจากหน้าจอก็ได้

946
01:03:01.683 --> 01:03:05.482
ให้เวลา 2 นาทีอยากให้อ่านก่อน

947
01:03:05.685 --> 01:03:09.482

948
01:03:09.686 --> 01:03:13.482

949
01:03:13.687 --> 01:03:17.482

950
01:03:17.689 --> 01:03:21.482

951
01:03:21.692 --> 01:03:25.482

952
01:03:25.693 --> 01:03:29.482

953
01:03:29.695 --> 01:03:33.484

954
01:03:33.696 --> 01:03:37.482

955
01:03:37.698 --> 01:03:41.482

956
01:03:41.699 --> 01:03:45.482

957
01:03:45.700 --> 01:03:49.482

958
01:03:49.701 --> 01:03:53.482

959
01:03:53.702 --> 01:03:57.482

960
01:03:57.704 --> 01:04:01.482

961
01:04:01.705 --> 01:04:05.483

962
01:04:05.707 --> 01:04:09.482

963
01:04:09.711 --> 01:04:13.482

964
01:04:13.713 --> 01:04:17.482

965
01:04:17.714 --> 01:04:21.481

966
01:04:21.717 --> 01:04:25.482

967
01:04:25.719 --> 01:04:29.481

968
01:04:29.720 --> 01:04:33.481

969
01:04:33.721 --> 01:04:37.481

970
01:04:37.725 --> 01:04:41.481

971
01:04:41.727 --> 01:04:45.481

972
01:04:45.728 --> 01:04:49.481

973
01:04:49.731 --> 01:04:53.481

974
01:04:53.733 --> 01:04:57.482

975
01:04:57.734 --> 01:05:01.481
คราวนี้เดี๋ยวมาดูพร้อมกัน

976
01:05:01.736 --> 01:05:05.481
เรามีอยู่ทั้งหมด 7 ขั้นตอนนะคะ เดี๋ยวเราจะ

977
01:05:05.737 --> 01:05:09.481
ลองฝึกนะ แล้วก็เทียบ

978
01:05:09.739 --> 01:05:13.481
ไปทีละขั้น

979
01:05:13.740 --> 01:05:17.482
ขั้นที่ 1 นะคะ กำหนดให้ Stack ว่าง

980
01:05:17.741 --> 01:05:21.481
ก็คือวาดตาราง 3 ช่องนี้

981
01:05:21.742 --> 01:05:25.481
อันดับแรก สร้าง Stack ว่าง ก็คือวาด

982
01:05:25.743 --> 01:05:29.481
3 ช่องนะคะ กี่แถวยังไม่รู้นะ

983
01:05:29.746 --> 01:05:33.481
แต่มีอยู่ 3 คอลัมน์

984
01:05:33.747 --> 01:05:37.481

985
01:05:37.748 --> 01:05:41.481
อันดับที่ 2

986
01:05:41.749 --> 01:05:45.481
อ่านข้อมูลจากซ้ายไปขวา ก็คือ

987
01:05:45.750 --> 01:05:49.481
อ่านข้อมูลทีละตัวใช่ไหมคะ เลข 5

988
01:05:49.752 --> 01:05:53.481
เครื่องหมายบวก เลข เครื่องหมายคูณ แล้วก็เลข 2

989
01:05:53.754 --> 01:05:57.480
อันนี้คืออ่านจากซ้ายไปขวา

990
01:05:57.755 --> 01:06:01.481
ทีละตัวนะคะ แล้วก็อ่านเข้ามาทีละตัว

991
01:06:01.758 --> 01:06:05.481
สมมติครูใช้ตัวเลขนะคะ

992
01:06:05.762 --> 01:06:09.481
ตัวเลขนะคะ เช่น

993
01:06:09.763 --> 01:06:13.481

994
01:06:13.765 --> 01:06:17.480
อ่านข้อมูลจากซ้ายไปขวา ตัวแรก ก็คือ

995
01:06:17.766 --> 01:06:21.480
5 ใช่ไหม อ่านจากซ้าย ซ้ายก็คือตัวแรก

996
01:06:21.767 --> 01:06:25.480
นะคะ ก็คือเลข 5 ถัดมา

997
01:06:25.768 --> 01:06:29.481
ถัดมาขั้นถัดมาเป็นขั้นที่ 3

998
01:06:29.769 --> 01:06:33.480
ถ้าข้อมูลที่อ่านเข้ามา

999
01:06:33.770 --> 01:06:37.481
เป็นตัวเลข เช่น

1000
01:06:37.772 --> 01:06:41.480
เลข 5 ใช่ไหม ข้อมูลที่เราอ่านเข้ามา

1001
01:06:41.773 --> 01:06:45.480
ทันเป็นตัวเลขใช่ไหม ใช่ เอามัน

1002
01:06:45.775 --> 01:06:49.480
ไปไว้ที่ไหน เอามันไปไว้ที่ช่องผลลัพธ์ ก็คือ

1003
01:06:49.776 --> 01:06:53.487
ช่องสุดท้าย

1004
01:06:53.778 --> 01:06:57.481
ก็คือช่องนี้ใช่ไหมคะ ช่อง Output

1005
01:06:57.778 --> 01:07:01.480
ถัดมา ถ้าตัวที

1006
01:07:01.779 --> 01:07:05.480
เราอ่านเข้ามานี่มันไม่ใช่ตัวเลข แสดงว่า

1007
01:07:05.782 --> 01:07:09.484
มันต้องเป็นเครื่องหมายทางคณิตศาสตร์

1008
01:07:09.783 --> 01:07:13.480
อะไรสักอย่างหนึ่งนี่ล่ะ เช่น เครื่องหมายบวก

1009
01:07:13.785 --> 01:07:17.480
เครื่องหมายบวกใช่ไหมคะ เครื่องหมายบวก

1010
01:07:17.787 --> 01:07:21.482
เราอ่านเครื่องหมายบวกเข้ามา

1011
01:07:21.791 --> 01:07:25.480
แล้วเขาให้เราเช็กก่อน ว่า

1012
01:07:25.792 --> 01:07:29.481
แล้วใน Stack มันมีค่าอยู่หรือเปล่า Stack ในช่องนี่

1013
01:07:29.793 --> 01:07:33.480
ช่องนี้ ช่องที่ 2 นี่ มัน

1014
01:07:33.794 --> 01:07:37.480
มีค่าอยู่ไหม ถ้ามันไม่มีค่าอยู่เลย

1015
01:07:37.795 --> 01:07:41.480
ก็หย่อนมันลงไปใน Stack

1016
01:07:41.796 --> 01:07:45.480
แต่ถ้าใน Stack มันมีข้อมูล

1017
01:07:45.797 --> 01:07:49.480
อยู่แล้ว เราจะต้องทำการ

1018
01:07:49.798 --> 01:07:53.480
เปรียบเทียบก่อน ว่าข้อมูล

1019
01:07:53.799 --> 01:07:57.480
ที่เราอ่านเข้ามานี่

1020
01:07:57.800 --> 01:08:01.480
มันมีค่ามากกว่า หรือน้อยกว่าตัวที่อยู่ใน

1021
01:08:01.802 --> 01:08:05.480
Stack

1022
01:08:05.804 --> 01:08:09.480
ถ้ามันมากกว่า

1023
01:08:09.805 --> 01:08:13.480
ถ้ากรณีที่ตัวที่เราอ่านมีค่ามากกว่า

1024
01:08:13.807 --> 01:08:17.480
ก็หย่อนลงไปใน Stack ได้เลย

1025
01:08:17.808 --> 01:08:21.479
ถ้าสิ่งที่

1026
01:08:21.812 --> 01:08:25.480
เราอ่านเข้ามามันมีค่าน้อยกว่าสิ่งที่

1027
01:08:25.813 --> 01:08:29.480
อยู่ใน Stack

1028
01:08:29.814 --> 01:08:33.481
ให้เอาเครื่องหมายใน Stack

1029
01:08:33.818 --> 01:08:37.486
ออกไปไว้ที่ผลลัพธ์

1030
01:08:37.822 --> 01:08:41.480
แล้วเอาเครื่องหมายตัวที่เราอ่านเข้ามาหย่อนลงไปใน Stack

1031
01:08:41.823 --> 01:08:45.479
โอเค

1032
01:08:45.825 --> 01:08:49.480
ถ้า

1033
01:08:49.826 --> 01:08:53.479
เราอ่านจนครบข้อมูล

1034
01:08:53.827 --> 01:08:57.499
ทุกตัวแล้ว เรายังมีข้อมูลอยู่ใน Stack

1035
01:08:57.828 --> 01:09:01.481
เราก็ดึงมันออกมา ก็คือ Pop มันออกมา

1036
01:09:01.829 --> 01:09:05.480
เป็นผลลัพธ์

1037
01:09:05.831 --> 01:09:09.479
มาดูตัวอย่างนะ ทุกคนถือ... ดุตัวอย่าง

1038
01:09:09.832 --> 01:09:13.479
ที่เป็นขั้นตอนด้วยนะคะ

1039
01:09:13.835 --> 01:09:17.480

1040
01:09:17.837 --> 01:09:21.480

1041
01:09:21.839 --> 01:09:25.480

1042
01:09:25.845 --> 01:09:29.479
โอเค

1043
01:09:29.846 --> 01:09:33.482
โจทย์

1044
01:09:33.851 --> 01:09:37.479
ที่ครูให้ ทุกคนดูที่หน้าจอนะคะ

1045
01:09:37.856 --> 01:09:41.479
ครูมีโจทย์

1046
01:09:41.857 --> 01:09:45.479
มาให้นะคะ ก็คือ 5 + 2

1047
01:09:45.858 --> 01:09:49.480
x 2

1048
01:09:49.864 --> 01:09:53.480
อันดับแรกครูต้องทำอะไร

1049
01:09:53.865 --> 01:09:57.479
อันดับแรกวาดตาราง 3 ช่อง

1050
01:09:57.868 --> 01:10:01.479
วาดตาราง 3 ช่อง จำนวนแถว

1051
01:10:01.869 --> 01:10:05.479
ก็เอาข้อมูลตัวเลขกับเครื่องหมาย

1052
01:10:05.871 --> 01:10:09.479
มาใส่ทีละบรรทัด 5

1053
01:10:09.872 --> 01:10:13.482
ที่ 1 ถูกไหมคะ บวกบรรทัด

1054
01:10:13.873 --> 01:10:17.480
ใส่เลข 2 บรรทัดถัดมาใส่เครื่องหมายคูณ

1055
01:10:17.874 --> 01:10:21.479
แล้วก็ใส่เลข 2

1056
01:10:21.877 --> 01:10:25.482
เราก็จะวาดตารางเรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะ จำนวนแถว

1057
01:10:25.880 --> 01:10:29.479
ขึ้นอยู่กับจำนวนข้อมูล

1058
01:10:29.883 --> 01:10:33.480
ในโจทย์ว่ามีกี่ตัว ก็สร้างแถว

1059
01:10:33.884 --> 01:10:37.479
ใส่ข้อมูลให้เลย

1060
01:10:37.885 --> 01:10:41.479
เรากำหนด

1061
01:10:41.886 --> 01:10:45.479
tack ว่างแล้วใช่ไหมคะ

1062
01:10:45.887 --> 01:10:49.479
ถัดมา ต้องอ่านข้อมูลทีละตัว

1063
01:10:49.888 --> 01:10:53.479
เราต้องอ่านข้อมูลทีละตัวจากซ้าย

1064
01:10:53.891 --> 01:10:57.479
ไปขวา ตัวแรกคืออะไรคะ

1065
01:10:57.894 --> 01:11:01.479
คือ 5 ใช่ไหม ครูเขียนเรียงแล้ว

1066
01:11:01.895 --> 01:11:05.479
5 บวก... มี 2 มีคูณ แล้วก็มี 2

1067
01:11:05.896 --> 01:11:09.479
อันนี้คือข้อมูลที่เราอ่านจากซ้ายไปขวา

1068
01:11:09.897 --> 01:11:13.479
ตัวแรก เป็นตัวเลขใช่ไหมคะ

1069
01:11:13.898 --> 01:11:17.479
มันเป็นตัวเลขแล้วมันตรงกับตัวไหน

1070
01:11:17.900 --> 01:11:21.479
ในขั้นตอน ข้อ

1071
01:11:21.903 --> 01:11:25.479
3 ที่บอกว่าถ้าเป็นตัวเลข

1072
01:11:25.904 --> 01:11:29.479
ให้เอาไปไว้ที่ไหน เอาไปไว้ที่

1073
01:11:29.905 --> 01:11:33.479
ผลลัพธ์ ถ้าเป็น

1074
01:11:33.906 --> 01:11:37.478
ตัวเลข เอาไปไว้ที่ผลลัพธ์ได้เลย

1075
01:11:37.907 --> 01:11:41.482
ถัดมา

1076
01:11:41.908 --> 01:11:45.478
เจอเครื่องหมายบวกนะคะ เจอเครื่องหมายบวก

1077
01:11:45.912 --> 01:11:49.478
ตอนนี้ใน Stack มันไม่มีค่า

1078
01:11:49.914 --> 01:11:53.478
อะไรเลย ทำอย่างไรคะ

1079
01:11:53.915 --> 01:11:57.478
ก็ใส่ได้เลย ใส่เครื่องหมายบวก

1080
01:11:57.916 --> 01:12:01.478
ลงมาได้เลย ถ้ามันเป็น Stack ว่าง เห็นไหมคะ

1081
01:12:01.917 --> 01:12:05.479
ตัวบนเป็น Stack ว่าง เราก็เอาใส่ได้เลย

1082
01:12:05.918 --> 01:12:09.479
แล้วก็เขียน 5 ลงมาเหมือนเดิมนะคะ

1083
01:12:09.919 --> 01:12:13.479
ยก 5 ลงมาเหมือนเดิมนะ

1084
01:12:13.922 --> 01:12:17.478
ดู ดูพร้อมครูก่อนนะ

1085
01:12:17.923 --> 01:12:21.478
เดี๋ยวครู...

1086
01:12:21.924 --> 01:12:25.479
จะถ่ายรูป

1087
01:12:25.925 --> 01:12:29.479
เอาขึ้น Classroom ให้

1088
01:12:29.926 --> 01:12:33.478
ถัดมา เลข 2 ใช่ไหมคะ เลข 2 มันเป็นอะไร

1089
01:12:33.928 --> 01:12:37.478
ตัวเลข เพราะฉะนั้นต้องเอาไปไว้ที่ไหน

1090
01:12:37.930 --> 01:12:41.478
ไปไว้ที่ผลลัพธ์

1091
01:12:41.932 --> 01:12:45.481
ตรงกับข้อ 3 ในขั้นตอนนะ

1092
01:12:45.934 --> 01:12:49.478
เอา 2 มาไว้ที่ Output แต่ต้องเขียน

1093
01:12:49.935 --> 01:12:53.478
หลัง ก็คือเขียนต่อจากเลข 5

1094
01:12:53.936 --> 01:12:57.478
นะคะ

1095
01:12:57.940 --> 01:13:01.478

1096
01:13:01.942 --> 01:13:05.478
ถัดมา

1097
01:13:05.944 --> 01:13:09.478
ยกเครื่องหมายบวกลงมาด้วยนะ

1098
01:13:09.945 --> 01:13:13.478
เพราะมันอยู่ใน Stack นะคะ เรายังไม่ได้เอาอะไรออก

1099
01:13:13.947 --> 01:13:17.478
หรือเอาอะไรเข้าเพิ่ม

1100
01:13:17.948 --> 01:13:21.478
ถัดมา เป็นเครื่องหมายคูณ

1101
01:13:21.952 --> 01:13:25.478
ใน Stack

1102
01:13:25.954 --> 01:13:29.478
เรามีเครื่องหมายบวกอยู่แล้วนะคะ

1103
01:13:29.955 --> 01:13:33.479
ใน Stack นี่เรามีเครื่องหมายบวกอยู่แล้ว

1104
01:13:33.956 --> 01:13:37.478
ตัวที่เราอ่านเข้ามา คือ คูณ เรา

1105
01:13:37.959 --> 01:13:41.478
จะต้องทำการเปรียบเทียบ

1106
01:13:41.960 --> 01:13:45.478
ค่าที่เราอ่านเข้ามาใหม่ คือ คูณ

1107
01:13:45.961 --> 01:13:49.478
กับตัวเดิมที่อยู่ใน Stack

1108
01:13:49.962 --> 01:13:53.478
คือ บวก เราเปรียบเทียบ ถูกไหมคะ

1109
01:13:53.963 --> 01:13:57.478
กับตัวบนสุดคือเครื่องหมายบวก สิ่งท

1110
01:13:57.964 --> 01:14:01.478
คืออะไร คูณมีค่า

1111
01:14:01.966 --> 01:14:05.478
มากกว่าบวก ให้ทำอย่างไร

1112
01:14:05.967 --> 01:14:09.478
ก็เอาคูณหย่อนลงมาได้เลย

1113
01:14:09.968 --> 01:14:13.477
ใส่คูณ

1114
01:14:13.969 --> 01:14:17.478
ลงไปใน Stack ได้เลยนะคะ ผลลัพธ์ก็เป็นเหมือนเดิม

1115
01:14:17.971 --> 01:14:21.481
ตัวถัดมาคือเลข 2

1116
01:14:21.971 --> 01:14:25.477
เลข 2 มันเป็นตัวเลขใช่ไหม เอามาไว้ที่

1117
01:14:25.974 --> 01:14:29.478
ผลลัพธ์นะคะ เอามาต่อด้านหลัง

1118
01:14:29.976 --> 01:14:33.478
เสร็จแล้วเราพบว่า

1119
01:14:33.982 --> 01:14:37.478
ไม่มีข้อมูลแล้ว ข้อมูลมันหมดแล้วน่ะ

1120
01:14:37.983 --> 01:14:41.478
ข้อมูลมันหมดแล้วนะคะ แต่สิ่งที่เราเจอคืออะไร

1121
01:14:41.985 --> 01:14:45.478
ใน Stack ยังมีข้อมูลอยู่

1122
01:14:45.987 --> 01:14:49.477
เพราะฉะนั้น ต้องดึงค่า

1123
01:14:49.992 --> 01:14:53.478
ออกจาก Stack ให้หมด เราเอาอะไรออกมาก่อนคะ

1124
01:14:53.993 --> 01:14:57.477
ตัวล่าสุด ตัวบนสุด คือ คูณ

1125
01:14:57.995 --> 01:15:01.478
เอาคูณมาต่อท้ายที่ Output หรือว่าผลลั

1126
01:15:01.998 --> 01:15:05.478
เอาคูณออกมาแล้วมันเหลืออีกตัวหนึ่งใช่ไหม

1127
01:15:05.999 --> 01:15:09.478
ก็เอาบวกออกมา

1128
01:15:10.000 --> 01:15:13.478
อันนี้คือผลลัพธ์ ผลลัพธ์สุดท้าย

1129
01:15:14.002 --> 01:15:17.477
นะคะ

1130
01:15:18.003 --> 01:15:21.477
จะอยู่ในรูปแบบของ Postfix คือ แปลงนิพจน์

1131
01:15:22.005 --> 01:15:25.477

1132
01:15:26.007 --> 01:15:29.477
ได้ไหมคะ เดี๋ยวเรามาทำพร้อมกันอีกตัวหนึ่ง

1133
01:15:30.008 --> 01:15:33.477
หนึ่ง

1134
01:15:34.012 --> 01:15:37.477

1135
01:15:38.016 --> 01:15:41.477

1136
01:15:42.017 --> 01:15:45.477

1137
01:15:46.018 --> 01:15:49.477

1138
01:15:50.019 --> 01:15:53.477

1139
01:15:54.021 --> 01:15:57.477
3 + 5 x 1

1140
01:15:58.022 --> 01:16:01.478

1141
01:16:02.023 --> 01:16:05.478

1142
01:16:06.025 --> 01:16:09.477

1143
01:16:10.027 --> 01:16:13.477
ครูมีโจทย์ใช่ไหมคะ 3 + 5 x 1

1144
01:16:14.030 --> 01:16:17.477
ผลลัพธ์เท่ากับเท่าไหร่เอ่ย ตอบ

1145
01:16:18.032 --> 01:16:21.477
เท่ากับ

1146
01:16:22.033 --> 01:16:25.478
อันนี้ตอบเท่ากับเท่าไหร่เอ่ย

1147
01:16:26.034 --> 01:16:29.478
8

1148
01:16:30.037 --> 01:16:33.477
ข้างหลังตอบอะไร

1149
01:16:34.038 --> 01:16:37.477
ได้เท่ากับอะไรคะ คำตอบ

1150
01:16:38.039 --> 01:16:41.477
ก็คือ 8

1151
01:16:42.041 --> 01:16:45.479
เอา 5 x 1 ก่อนได้เท่าไร

1152
01:16:46.042 --> 01:16:49.477
ค่อยบวกกับ 3

1153
01:16:50.044 --> 01:16:53.480
5 1 เป็น 5 แล้วบวกกับ 3

1154
01:16:54.045 --> 01:16:57.477
8

1155
01:16:58.046 --> 01:17:01.477
เดี๋ยวเราจะมาทำ จะมาแปลงนิพจน์กัน

1156
01:17:02.047 --> 01:17:05.478
นะคะ แล้วเราจะมาหาค่าว่ามันได้ 8 ได้อย่างไร

1157
01:17:06.048 --> 01:17:09.478
อันนี้เรากำลังจะมาแสดงวิธีทำ

1158
01:17:10.051 --> 01:17:13.477
ค่าว่า 8 มันมาจากไหน เราสั่งให้คอมพิวเตอร์มัน

1159
01:17:14.054 --> 01:17:17.477
คิดแบบไหน อันดับแรก วาด Stack ว่าง

1160
01:17:18.055 --> 01:17:21.477
ฉะนั้น ครูบอกว่าต้องมีคอลัมน์อยู่ 3 คอลัมน์

1161
01:17:22.056 --> 01:17:25.477

1162
01:17:26.057 --> 01:17:29.477

1163
01:17:30.058 --> 01:17:33.477

1164
01:17:34.059 --> 01:17:37.477
ครูมี 3 คอลัมน์แล้ว มี

1165
01:17:38.061 --> 01:17:41.477
In put Stack

1166
01:17:42.063 --> 01:17:45.477
แล้วก็ Output

1167
01:17:46.064 --> 01:17:49.477
จากนั้นครูวาดตารางเลย

1168
01:17:50.065 --> 01:17:53.477
โดยเอาข้อมูลมาใส่ในแต่ละแถวเลยนะคะ

1169
01:17:54.066 --> 01:17:57.477
ครูอ่านเข้ามาทีละตัว

1170
01:17:58.067 --> 01:18:01.477
ซ้ายไปขวา ตัวแรก คือ 3 ถัดมา

1171
01:18:02.068 --> 01:18:05.477
คือเครื่องหมายบวก เลข 5

1172
01:18:06.069 --> 01:18:09.477
นะคะ เครื่องหมายคูณ

1173
01:18:10.070 --> 01:18:13.477
แล้วก็เลข 1 อันนี้ครูวดตารา

1174
01:18:14.071 --> 01:18:17.477
เสร็จแล้ว

1175
01:18:18.073 --> 01:18:21.477

1176
01:18:22.077 --> 01:18:25.478

1177
01:18:26.079 --> 01:18:29.477
ทุกคน

1178
01:18:30.081 --> 01:18:33.477
วาดตามครูก่อนเลย เราวาด

1179
01:18:34.082 --> 01:18:37.477
ตารางเปล่า ๆ แบบนี้ก่อนนะคะ

1180
01:18:38.083 --> 01:18:41.477
คอลัมน์แรก หรือช่องแรก เอา

1181
01:18:42.084 --> 01:18:45.478
ตัวเลขกับเครื่องหมาย

1182
01:18:46.085 --> 01:18:49.477
มาเรียงใส่ทีละบรรทัด

1183
01:18:50.086 --> 01:18:53.477

1184
01:18:54.088 --> 01:18:57.477

1185
01:18:58.090 --> 01:19:01.477

1186
01:19:02.091 --> 01:19:05.477

1187
01:19:06.093 --> 01:19:09.476

1188
01:19:10.094 --> 01:19:13.476

1189
01:19:14.096 --> 01:19:17.476

1190
01:19:18.099 --> 01:19:21.476

1191
01:19:22.101 --> 01:19:25.476

1192
01:19:26.102 --> 01:19:29.480

1193
01:19:30.104 --> 01:19:33.477

1194
01:19:34.105 --> 01:19:37.476

1195
01:19:38.108 --> 01:19:41.477

1196
01:19:42.110 --> 01:19:45.477

1197
01:19:46.114 --> 01:19:49.476

1198
01:19:50.116 --> 01:19:53.476

1199
01:19:54.117 --> 01:19:57.476

1200
01:19:58.119 --> 01:20:01.476

1201
01:20:02.121 --> 01:20:05.477
คราวนี้

1202
01:20:06.123 --> 01:20:09.476
พอทุกคนลอกตารางเสร็จแล้วใช่ไหมคะ เดี๋ยวเราจะมาทำด้วยกัน

1203
01:20:10.125 --> 01:20:13.476
เริ่มต้นตัวแรก

1204
01:20:14.126 --> 01:20:17.476
ใช่ไหมคะทุกคน เริ่มต้นตัวแรกมันเป็นตัวเลข

1205
01:20:18.127 --> 01:20:21.476
ใช่หรือเปล่า เพราะฉะนั้นเอาไปไว้ที่ช่องทางไหน

1206
01:20:22.128 --> 01:20:25.476
ทางขวา

1207
01:20:26.130 --> 01:20:29.476
ใส่ก่อนเลข 3 ใช่ถูกต้อง

1208
01:20:30.131 --> 01:20:33.476
ถัดมา

1209
01:20:34.134 --> 01:20:37.476
เป็นเครื่องหมายบวกใช่ไหมคะ

1210
01:20:38.135 --> 01:20:41.476
ตรงนี้มีอะไรไหม ไม่มี

1211
01:20:42.137 --> 01:20:45.476
เพราะฉะนั้น เอา + มาใส่ตรงนี้ได้เลยไหม

1212
01:20:46.139 --> 01:20:49.477
ถ้าเป็นเครื่องหมาย เอาลงที่

1213
01:20:50.140 --> 01:20:53.476
Stack เพราะฉะนั้นตอนนี้ Stack

1214
01:20:54.142 --> 01:20:57.476
ก็ใส่เครื่องหมายบวกได้เลย

1215
01:20:58.143 --> 01:21:01.476
3 ยกลงมาเหมือนเดิมนะคะ เหมือน

1216
01:21:02.144 --> 01:21:05.476
ตรง Output ยก 3 ลงมาเหมือนเดิม

1217
01:21:06.145 --> 01:21:09.476

1218
01:21:10.149 --> 01:21:13.476

1219
01:21:14.151 --> 01:21:17.508
ถัดมาเลข 5 เป็นตัวเลข

1220
01:21:18.152 --> 01:21:21.476
เอาไว้ที่ไหน เอาไว้

1221
01:21:22.154 --> 01:21:25.476
Output ใช่ไหม ฉะนั้น เอาของเด

1222
01:21:26.155 --> 01:21:29.476
ยกลงมาก่อน คือ 3 เราเอาเลขอะไรมาใส่

1223
01:21:30.156 --> 01:21:33.476
เลข 5 นะคะ อันนี้

1224
01:21:34.156 --> 01:21:37.476
ยกลงมาไหม เครื่องหมายบวกยกลงมาด้วยนะ

1225
01:21:38.158 --> 01:21:41.476
ยกลงมาด้วย

1226
01:21:42.168 --> 01:21:45.476

1227
01:21:46.170 --> 01:21:49.476

1228
01:21:50.171 --> 01:21:53.476
เสร็จแล้ว ถัดมา

1229
01:21:54.172 --> 01:21:57.476
เครื่องหมายคูณ

1230
01:21:58.173 --> 01:22:01.476
คูณต้องเอามาลง Stack ใช่หรือเปล่า แต่คูณ

1231
01:22:02.174 --> 01:22:05.476
มันมากกว่าบวกใช่ไหม คูณ

1232
01:22:06.175 --> 01:22:09.476
กับบวก อะไรมากกว่ากัน คูณ เพราะฉะนั้น

1233
01:22:10.176 --> 01:22:13.476
เราก็ใส่ลงไปใน Stack ได้เลย โดย

1234
01:22:14.177 --> 01:22:17.476
โดยเอาของเดิมลงมาก่อน

1235
01:22:18.180 --> 01:22:21.476
แล้วก็ใส่เครื่องหมายคูณ

1236
01:22:22.181 --> 01:22:25.476
อันนี้ยกลงมาเหมือนเดิมไหม ยกลงมาเหมือนเดิม

1237
01:22:26.182 --> 01:22:29.475

1238
01:22:30.184 --> 01:22:33.475
ตรงสุดท้าย 1 เอาไว้ที่ไหน

1239
01:22:34.187 --> 01:22:37.475
Output แต่มีของเดิมอยู่แล้วใช่ไหม

1240
01:22:38.188 --> 01:22:41.475
ยกของเดิมลงมาก่อน แล้วก็ใส่เลข 1

1241
01:22:42.189 --> 01:22:45.474

1242
01:22:46.190 --> 01:22:49.474
อันนี้ยกลงมาเลยได้ไหม ได้นะคะ ใน Stack

1243
01:22:50.190 --> 01:22:53.474
เราก็ยกเครื่องหมายออกมา เครื่องหมายนะคะ

1244
01:22:54.194 --> 01:22:57.473
บวกกับคูณ

1245
01:22:58.195 --> 01:23:01.473

1246
01:23:02.197 --> 01:23:05.473
เสร็จแล้ว

1247
01:23:06.199 --> 01:23:09.473
ผลลัพธ์ที่ได้ ตอนนี้ข้อมูลหมดแล้วใช่ไหม

1248
01:23:10.200 --> 01:23:13.473
ใน Stack ยังมีอยู่ ใน Stack ยังมีอยู่ ต้อง

1249
01:23:14.201 --> 01:23:17.472
เอาออกมา ต้อง Pop ออกมา ใช่ไหมคะ

1250
01:23:18.203 --> 01:23:21.472
ยกตรง Output ของเดิมลงมาก่อน Pop

1251
01:23:22.204 --> 01:23:25.473
บวกกับคูณเอาอะไรออกมาก่อน

1252
01:23:26.205 --> 01:23:29.471
คูณ แล้วตามด้วยบวก เห็นไหมคะ

1253
01:23:30.208 --> 01:23:33.471
เอาตัวแรกออกมาก่อน แล้วเอาตัวที่ 2

1254
01:23:34.209 --> 01:23:37.471
ออกมา

1255
01:23:38.212 --> 01:23:41.471

1256
01:23:42.214 --> 01:23:45.470

1257
01:23:46.216 --> 01:23:49.470

1258
01:23:50.217 --> 01:23:53.469
เดี๋ยวต่ออีกนิดหนึ่งนะคะ เดี๋ยวเขียนตรงนี้ให้เสร็จก่อน

1259
01:23:54.218 --> 01:23:57.469

1260
01:23:58.219 --> 01:24:01.469

1261
01:24:02.222 --> 01:24:05.469
เรายังไม่ได้ค่าเลข 8 เลย

1262
01:24:06.223 --> 01:24:09.469
จะทำอย่างไรให้ได้เลข 8

1263
01:24:10.224 --> 01:24:13.468
8

1264
01:24:14.226 --> 01:24:17.468
ถัดมา เสร็จหรือยังคะ

1265
01:24:18.227 --> 01:24:21.468
เดี๋ยวรอเพื่อน

1266
01:24:22.228 --> 01:24:25.467
แป๊บหนึ่งนะ

1267
01:24:26.229 --> 01:24:29.467

1268
01:24:30.231 --> 01:24:33.467

1269
01:24:34.232 --> 01:24:37.466
โอเค เราได้ผลลัพธ์

1270
01:24:38.234 --> 01:24:41.466
แล้วใช่ไหมคะ จากตารางที่เราทำใน Stack

1271
01:24:42.235 --> 01:24:45.466

1272
01:24:46.237 --> 01:24:49.466
พอได้ค่าผลลัพธ์แล้วนี่ คือ ตัวนี้

1273
01:24:50.238 --> 01:24:53.466
351 คูณ บวก

1274
01:24:54.239 --> 01:24:57.465
มาหาผลลัพธ์ต่อนะคะ ค่านี้จะเป็นค่าสุดท้ายแล้ว

1275
01:24:58.241 --> 01:25:01.465
ที่เราจะได้คำตอบออกมา

1276
01:25:02.244 --> 01:25:05.465

1277
01:25:06.246 --> 01:25:09.465
ตัวแรกตัวนี้ใช่ไหมคะ

1278
01:25:10.247 --> 01:25:13.465
ขั้นตอนถัดมา ถ้าเป็น

1279
01:25:14.248 --> 01:25:17.464
ตัวเลข ถ้าเป็นตัวเลขจะ Push

1280
01:25:18.249 --> 01:25:21.464
ลง Stack อันนี้อีกอันหนึ่งนะ อีก

1281
01:25:22.250 --> 01:25:25.466
ขั้นตอนหนึ่วนะคะ ถ้าเป็นตัวเลขจะ P

1282
01:25:26.251 --> 01:25:29.464
ลง Stack ดูพร้อมครูเลย ตัวที่ 1 มา

1283
01:25:30.252 --> 01:25:33.463
คือตัวเลขอะไรคะ เลข 3

1284
01:25:34.254 --> 01:25:37.463
เราเอาใส่ใน Stack

1285
01:25:38.255 --> 01:25:41.463
ดูพร้อมกันนะ เลข 3

1286
01:25:42.256 --> 01:25:45.463
ตัวแรก เอาลง Stack ตัวถัดมา

1287
01:25:46.260 --> 01:25:49.462
เลขอะไรคะ เลข 5

1288
01:25:50.262 --> 01:25:53.462
ก็เอาเลข 5 Push ลง  Stack เหมือนกัน

1289
01:25:54.263 --> 01:25:57.462

1290
01:25:58.265 --> 01:26:01.462
ตัวถัดมาเลขอะไร

1291
01:26:02.266 --> 01:26:05.461
เลข 1 ก็เอาเลข 1

1292
01:26:06.267 --> 01:26:09.461
Push ลง Stack เหมือนกัน

1293
01:26:10.268 --> 01:26:13.461

1294
01:26:14.270 --> 01:26:17.461

1295
01:26:18.275 --> 01:26:21.461
ถัดมา

1296
01:26:22.276 --> 01:26:25.461
เราเครื่องหมายคูณ ให้

1297
01:26:26.277 --> 01:26:29.460
Pop ค่าบนสุดอออกมา แล้ว

1298
01:26:30.279 --> 01:26:33.460
วางไว้ขวามือ เอาเลข 1 ออกมา เห็นไหมคะ

1299
01:26:34.280 --> 01:26:37.462
จากนั้นใส่เครื่องหมาย

1300
01:26:38.285 --> 01:26:41.460
ถ้ามันเครื่องหมายนะ ตัวที่เราอ่านมา เรา Pop

1301
01:26:42.286 --> 01:26:45.459
ตัวเลขออกมาก่อน แล้วใส่เครื่องหมาย

1302
01:26:46.287 --> 01:26:49.459
แล้วเอาตัวที่ 2 ออกมาแบบนี้

1303
01:26:50.290 --> 01:26:53.459
นี่นะคะ เอาตัวบนสุดออกมา

1304
01:26:54.291 --> 01:26:57.459
แล้วใส่เครื่องหมายที่เราอ่าน แล้วเอา

1305
01:26:58.292 --> 01:27:01.459
ตัวข้อมูล

1306
01:27:02.292 --> 01:27:05.458
ตัวเลขที่อยู่ใน Stack ตัวถัดมานี่ออกมา ได้ผลลัพธ์อะไรคะ

1307
01:27:06.293 --> 01:27:09.458
5 x 1 เป็น 5

1308
01:27:10.294 --> 01:27:13.458
ตอนนี้ใน Stack 1 กับ 5 ออก

1309
01:27:14.296 --> 01:27:17.458
ไปแล้วนะ เราได้ผลลัพธ์

1310
01:27:18.297 --> 01:27:21.458
คือ 5 แล้วอย่างไรต่อ

1311
01:27:22.298 --> 01:27:25.457
ก็ Push ลง Stack

1312
01:27:26.301 --> 01:27:29.457
เอาเลข 5 Push ลงไปใน Stack

1313
01:27:30.304 --> 01:27:33.457
ตอนนี้เอาออกไปแล้ว 2 เหลือ 3

1314
01:27:34.305 --> 01:27:37.457
พอคูณเสร็จเอา 5 กลับเข้ามา

1315
01:27:38.307 --> 01:27:41.457

1316
01:27:42.309 --> 01:27:45.457
ดูนะคะ ถัดมา

1317
01:27:46.311 --> 01:27:49.456
อ่านเครื่องหมายบวก

1318
01:27:50.315 --> 01:27:53.456
ทำเหมือนเดิมเลย เอาอะไรออกมาคะ

1319
01:27:54.316 --> 01:27:57.456

1320
01:27:58.318 --> 01:28:01.456
เอา 5 ออกมาไว้ทางขวามือ แล้วก็ใส่เครื่องหมายบวก

1321
01:28:02.319 --> 01:28:05.456
แล้วก้เอา 3 ออกมา คำตอบเป็นเท่าไหร่คะ

1322
01:28:06.320 --> 01:28:09.455
เป็น 8

1323
01:28:10.321 --> 01:28:13.455

1324
01:28:14.322 --> 01:28:17.455
แล้วก็เอา 8 ใส่ลงไปใน Stack จะเหลือเป็นค่าสุดท้าย

1325
01:28:18.323 --> 01:28:21.455
นี่คือคำตอบของ

1326
01:28:22.325 --> 01:28:25.454
โจทย์ข้อนี้ ได้เท่ากันเลยไหม

1327
01:28:26.327 --> 01:28:29.454
ได้เท่ากันเลย คือ 8

1328
01:28:30.328 --> 01:28:33.454
จะเห็นว่านี่คือกระบวนการคอมพิวเตอร์คิดค่า

1329
01:28:34.329 --> 01:28:37.454
ตัวเลขให้เรานะคะ กว่าจะได้เลข 8

1330
01:28:38.330 --> 01:28:41.454
ออกมานี่ คอมพิวเตอร์ต้องคิดแบบนี้นะคะ

1331
01:28:42.330 --> 01:28:45.454

1332
01:28:46.332 --> 01:28:49.453

1333
01:28:50.334 --> 01:28:53.453

1334
01:28:54.336 --> 01:28:57.455
โอเค

1335
01:28:58.337 --> 01:29:01.453
ใครเสร็จแล้ว

1336
01:29:02.339 --> 01:29:05.453
ครูให้เบรกอีก 5 นาที จดตัวนี้ให้เสร็จนะคะ

1337
01:29:06.340 --> 01:29:09.453
ครูให้เบรก 5 นาที

1338
01:29:10.342 --> 01:29:13.452

1339
01:29:14.343 --> 01:29:17.453

1340
01:29:18.345 --> 01:29:21.452

1341
01:29:22.348 --> 01:29:25.452

1342
01:29:26.350 --> 01:29:29.452

1343
01:29:30.352 --> 01:29:33.452

1344
01:29:34.354 --> 01:29:37.451

1345
01:29:38.356 --> 01:29:41.451

1346
01:29:42.361 --> 01:29:45.451

1347
01:29:46.363 --> 01:29:49.451

1348
01:29:50.367 --> 01:29:53.451

1349
01:29:54.371 --> 01:29:57.451

1350
01:29:58.376 --> 01:30:01.451

1351
01:30:02.379 --> 01:30:05.450

1352
01:30:06.383 --> 01:30:09.450

1353
01:30:10.387 --> 01:30:13.450

1354
01:30:14.389 --> 01:30:17.450

1355
01:30:18.392 --> 01:30:21.450

1356
01:30:22.394 --> 01:30:25.449

1357
01:30:26.395 --> 01:30:29.449

1358
01:30:30.398 --> 01:30:33.450

1359
01:30:34.400 --> 01:30:37.448

1360
01:30:38.403 --> 01:30:41.448

1361
01:30:42.404 --> 01:30:45.448

1362
01:30:46.405 --> 01:30:49.447

1363
01:30:50.408 --> 01:30:53.447

1364
01:30:54.409 --> 01:30:57.447

1365
01:30:58.412 --> 01:31:01.447

1366
01:31:02.414 --> 01:31:05.447

1367
01:31:06.416 --> 01:31:09.446

1368
01:31:10.418 --> 01:31:13.446

1369
01:31:14.420 --> 01:31:17.446

1370
01:31:18.422 --> 01:31:21.446

1371
01:31:22.424 --> 01:31:25.446

1372
01:31:26.426 --> 01:31:29.445

1373
01:31:30.430 --> 01:31:33.445

1374
01:31:34.433 --> 01:31:37.445

1375
01:31:38.435 --> 01:31:41.445

1376
01:31:42.438 --> 01:31:45.444

1377
01:31:46.440 --> 01:31:49.444

1378
01:31:50.442 --> 01:31:53.444

1379
01:31:54.444 --> 01:31:57.443

1380
01:31:58.446 --> 01:32:01.443

1381
01:32:02.448 --> 01:32:05.443

1382
01:32:06.449 --> 01:32:09.444

1383
01:32:10.451 --> 01:32:13.443

1384
01:32:14.453 --> 01:32:17.442

1385
01:32:18.458 --> 01:32:21.442

1386
01:32:22.460 --> 01:32:25.442

1387
01:32:26.462 --> 01:32:29.442

1388
01:32:30.464 --> 01:32:33.441

1389
01:32:34.466 --> 01:32:37.442

1390
01:32:38.468 --> 01:32:41.443

1391
01:32:42.471 --> 01:32:45.441

1392
01:32:46.472 --> 01:32:49.441

1393
01:32:50.474 --> 01:32:53.440

1394
01:32:54.478 --> 01:32:57.440

1395
01:32:58.482 --> 01:33:01.441

1396
01:33:02.484 --> 01:33:05.439

1397
01:33:06.487 --> 01:33:09.439

1398
01:33:10.489 --> 01:33:13.439

1399
01:33:14.491 --> 01:33:17.439

1400
01:33:18.494 --> 01:33:22.439

1401
01:33:22.496 --> 01:33:26.439

1402
01:33:26.497 --> 01:33:30.439

1403
01:33:30.498 --> 01:33:34.439

1404
01:33:34.502 --> 01:33:38.438

1405
01:33:38.506 --> 01:33:42.438

1406
01:33:42.507 --> 01:33:46.438

1407
01:33:46.508 --> 01:33:50.437

1408
01:33:50.511 --> 01:33:54.437

1409
01:33:54.514 --> 01:33:58.437

1410
01:33:58.515 --> 01:34:02.437

1411
01:34:02.516 --> 01:34:06.437

1412
01:34:06.517 --> 01:34:10.438

1413
01:34:10.518 --> 01:34:14.437

1414
01:34:14.519 --> 01:34:18.436

1415
01:34:18.520 --> 01:34:22.436

1416
01:34:22.521 --> 01:34:26.436

1417
01:34:26.522 --> 01:34:30.435

1418
01:34:30.528 --> 01:34:34.435

1419
01:34:34.529 --> 01:34:38.440

1420
01:34:38.530 --> 01:34:42.435

1421
01:34:42.531 --> 01:34:46.435

1422
01:34:46.535 --> 01:34:50.435

1423
01:34:50.536 --> 01:34:54.435

1424
01:34:54.537 --> 01:34:58.434

1425
01:34:58.539 --> 01:35:02.434

1426
01:35:02.545 --> 01:35:06.434

1427
01:35:06.547 --> 01:35:10.434

1428
01:35:10.549 --> 01:35:14.433

1429
01:35:14.550 --> 01:35:18.434

1430
01:35:18.551 --> 01:35:22.433

1431
01:35:22.552 --> 01:35:26.433

1432
01:35:26.554 --> 01:35:30.433

1433
01:35:30.555 --> 01:35:34.433

1434
01:35:34.556 --> 01:35:38.433

1435
01:35:38.557 --> 01:35:42.433

1436
01:35:42.559 --> 01:35:46.433

1437
01:35:46.561 --> 01:35:50.435

1438
01:35:50.562 --> 01:35:54.432

1439
01:35:54.563 --> 01:35:58.434

1440
01:35:58.564 --> 01:36:02.432

1441
01:36:02.565 --> 01:36:06.431

1442
01:36:06.566 --> 01:36:10.431

1443
01:36:10.567 --> 01:36:14.432

1444
01:36:14.569 --> 01:36:18.431

1445
01:36:18.571 --> 01:36:22.431

1446
01:36:22.572 --> 01:36:26.430

1447
01:36:26.574 --> 01:36:30.430

1448
01:36:30.576 --> 01:36:34.430

1449
01:36:34.578 --> 01:36:38.430

1450
01:36:38.579 --> 01:36:42.432

1451
01:36:42.581 --> 01:36:46.430

1452
01:36:46.582 --> 01:36:50.430

1453
01:36:50.583 --> 01:36:54.430

1454
01:36:54.585 --> 01:36:58.429

1455
01:36:58.588 --> 01:37:02.429

1456
01:37:02.591 --> 01:37:06.429

1457
01:37:06.595 --> 01:37:10.429

1458
01:37:10.598 --> 01:37:14.431

1459
01:37:14.599 --> 01:37:18.428

1460
01:37:18.600 --> 01:37:22.430

1461
01:37:22.601 --> 01:37:26.428

1462
01:37:26.602 --> 01:37:30.428

1463
01:37:30.603 --> 01:37:34.429

1464
01:37:34.604 --> 01:37:38.431

1465
01:37:39.026 --> 01:37:42.428

1466
01:37:43.088 --> 01:37:46.428

1467
01:37:47.089 --> 01:37:50.428

1468
01:37:51.090 --> 01:37:54.427

1469
01:37:55.091 --> 01:37:58.427

1470
01:37:59.092 --> 01:38:02.427

1471
01:38:03.094 --> 01:38:06.427

1472
01:38:07.096 --> 01:38:10.426

1473
01:38:11.097 --> 01:38:14.427

1474
01:38:15.099 --> 01:38:18.426

1475
01:38:19.101 --> 01:38:22.426

1476
01:38:23.102 --> 01:38:26.426

1477
01:38:27.105 --> 01:38:30.426

1478
01:38:31.106 --> 01:38:34.426

1479
01:38:35.107 --> 01:38:38.426

1480
01:38:39.109 --> 01:38:42.425

1481
01:38:43.111 --> 01:38:46.425

1482
01:38:47.112 --> 01:38:50.425

1483
01:38:51.115 --> 01:38:54.425

1484
01:38:55.119 --> 01:38:58.426

1485
01:38:59.120 --> 01:39:02.425

1486
01:39:03.122 --> 01:39:06.425

1487
01:39:07.123 --> 01:39:10.425

1488
01:39:11.125 --> 01:39:14.428

1489
01:39:15.126 --> 01:39:18.424

1490
01:39:19.128 --> 01:39:22.424

1491
01:39:23.130 --> 01:39:26.427

1492
01:39:27.132 --> 01:39:30.424
ค่ะ เดี๋ยวมาต่ออีกนิดหนึ่ง

1493
01:39:31.133 --> 01:39:34.424

1494
01:39:35.135 --> 01:39:38.424
คราวนี้มาดูอีก 1 ตัวอย่างนะคะ

1495
01:39:39.136 --> 01:39:42.424

1496
01:39:43.137 --> 01:39:46.424
ครูมีโจทย์ให้

1497
01:39:47.140 --> 01:39:50.425

1498
01:39:51.142 --> 01:39:54.424
5 x 2

1499
01:39:55.143 --> 01:39:58.423
+ 2

1500
01:39:59.145 --> 01:40:02.423
ตอนนี้เราทำ

1501
01:40:03.146 --> 01:40:06.423
จาก Prefix ให้เป็น

1502
01:40:07.148 --> 01:40:10.424
Postfix ก่อนนะคะ

1503
01:40:11.149 --> 01:40:14.422
อันดับแรก

1504
01:40:15.150 --> 01:40:18.422
ต้องวาดตารางก่อนใช่ไหมคะ

1505
01:40:19.153 --> 01:40:22.422
วาดตาราง Stack ว่าง

1506
01:40:23.154 --> 01:40:26.422
ครูก็วาด 3 ช่องเหมือนเดิม แล้วก็

1507
01:40:27.156 --> 01:40:30.422
ตรง Input ครูก็เอาข้อมูลแต่ละตัว

1508
01:40:31.157 --> 01:40:34.422
มาใส่ลงในแต่ละบรรทัด

1509
01:40:35.159 --> 01:40:38.422

1510
01:40:39.160 --> 01:40:42.422

1511
01:40:43.161 --> 01:40:46.422

1512
01:40:47.162 --> 01:40:50.421

1513
01:40:51.164 --> 01:40:54.423
เริ่มต้นเลย หย่อนเข้ามาตัวเลข

1514
01:40:55.168 --> 01:40:58.421
คือ เลข 5 ใช่ไหม มันเป็นตัวเลข เพราะฉะนั้น

1515
01:40:59.171 --> 01:41:02.421
เอาไปไว้ที่ Output

1516
01:41:03.172 --> 01:41:06.421
นะคะ นะ ถ้าเป็นตัวเลข เอาไปไว้ที่ Output

1517
01:41:07.173 --> 01:41:10.421
ได้เลย ตัวถัดมา

1518
01:41:11.176 --> 01:41:14.421
เครื่องหมายคูณ

1519
01:41:15.177 --> 01:41:18.421
แสดงว่าต้องเอาไปไว้ใน Stack

1520
01:41:19.178 --> 01:41:22.421
ตอนนี้ Stack มันเป็น Stack ว่าง

1521
01:41:23.179 --> 01:41:26.421
เราก็เลยเอาคูณมาใส่ใน

1522
01:41:27.183 --> 01:41:30.420
Stack ได้เลย ส่วน Output

1523
01:41:31.186 --> 01:41:34.420
ก็ยก 5 ลงมาเหมือนเดิม

1524
01:41:35.187 --> 01:41:38.422

1525
01:41:39.188 --> 01:41:42.420
โอเคนะ ยังเป็นเหมือนเดิมอญู่นะ

1526
01:41:43.189 --> 01:41:46.420
2 บรรทัดแรก ถัดมา

1527
01:41:47.193 --> 01:41:50.420
เจอเลข 2 เลข 2

1528
01:41:51.195 --> 01:41:54.419
2 มันเป็นตัวเลข ต้องเอาไปไว้ที่

1529
01:41:55.196 --> 01:41:58.420
Output เพราะฉะนั้น 2

1530
01:41:59.198 --> 01:42:02.422
จะอยู่ต่อจากเลข 5 นะคะ ใน Stack

1531
01:42:03.199 --> 01:42:06.420
ก็ยกลงมาเหมือนเดิม

1532
01:42:07.200 --> 01:42:10.420

1533
01:42:11.202 --> 01:42:14.421
ถึงตรงนี้นะคะ

1534
01:42:15.203 --> 01:42:18.419

1535
01:42:19.205 --> 01:42:22.419
ถัดมาข้อมูลที่เราอ่านมา

1536
01:42:23.206 --> 01:42:26.419
เครื่องหมายบวก พอเราเจอ

1537
01:42:27.207 --> 01:42:30.419
เครื่องหมายบวก ครูบอกว่าต้องเอามัน

1538
01:42:31.208 --> 01:42:34.419
ไปไว้ใน Stack แต่ก่อนอื่น ก่อนที่จะ

1539
01:42:35.210 --> 01:42:38.419
เอาไปไว้ใน Stack เดิม

1540
01:42:39.211 --> 01:42:42.419
เรามีข้อมูลใน Stack หรือเปล่า มีใช่หรือเปล่า มีเครื่องหมายคูณ

1541
01:42:43.212 --> 01:42:46.418
เพราะฉะนั้นเราต้

1542
01:42:47.213 --> 01:42:50.418
ต้องเปรียบเทียบความสำคัญก่อน บวก

1543
01:42:51.214 --> 01:42:54.418
มันน้อยกว่าหรือมากกว่าคูณ

1544
01:42:55.215 --> 01:42:58.418
น้อยกว่า ใช่ไหม บวก

1545
01:42:59.216 --> 01:43:02.418
มีค่าน้อยกว่าคูณ เพราะฉะนั้น

1546
01:43:03.217 --> 01:43:06.421
ทำอย่างไรคะ เอาคูณ

1547
01:43:07.218 --> 01:43:10.419
ออกมา

1548
01:43:11.219 --> 01:43:14.418
บวกมีค่าน้อยกว่าคูณ เพราะฉะนั้น

1549
01:43:15.220 --> 01:43:18.417
ต้องเอา

1550
01:43:19.221 --> 01:43:22.417
ข้อมูลที่อยู่บน Stack นี่ คือ คูณ เอามาไว้ที่

1551
01:43:23.222 --> 01:43:26.417
Output เห็นไหมคะ

1552
01:43:27.223 --> 01:43:30.417
เอามาไว้ที่ Output เสร็จแล้ว เราถึงเอา

1553
01:43:31.226 --> 01:43:34.417
เครื่องหมายบวก Push ลงไปใน Stack

1554
01:43:35.227 --> 01:43:38.417
นะคะ แล้วค่อยเอาเครื่องหมายบวก

1555
01:43:39.228 --> 01:43:42.417
ใส่ลงไปใน Stack ได้เลย เพราะ Stack มันว่าง

1556
01:43:43.229 --> 01:43:46.416
เพราะฉะนั้น ตรง Output จะเป็น

1557
01:43:47.231 --> 01:43:50.416
5, 2 แล้วก็เครื่องหมาย๕

1558
01:43:51.233 --> 01:43:54.417
ทำไมคูณ

1559
01:43:55.233 --> 01:43:58.417
ถึงต้องออกมา เพราะบวกมันน้อยกว่าคูณ

1560
01:43:59.234 --> 01:44:02.416
เห็นไหมคะ บวกมันน้อยกว่าคูณ

1561
01:44:03.235 --> 01:44:06.416
เลยเอาคูณออกมา

1562
01:44:07.236 --> 01:44:10.417
ถัดมาเลขอะไรคะ เลข 2

1563
01:44:11.237 --> 01:44:14.416
เอาไปไว้ที่ Output ได้เลย ก็เอามันไปต่อท้ายคูณ

1564
01:44:15.239 --> 01:44:18.416
เอามันมาต่อท้ายคูณใช้หรือเปล่า เพราะมันคือคูณ

1565
01:44:19.240 --> 01:44:22.416
เอา 2 มาต่อท้าย

1566
01:44:23.241 --> 01:44:26.425

1567
01:44:27.242 --> 01:44:30.416
ตอนนี้เราอ่านข้อมูลครบหมดแล้ว

1568
01:44:31.247 --> 01:44:34.416
แต่ใน Stack มันยังมีบวกค้างอยู่ เพราะฉะนั้น

1569
01:44:35.248 --> 01:44:38.415
ต้อง Pop มันออกมา แ

1570
01:44:39.249 --> 01:44:42.415
นะคะ Pop มันออกมาและไว้ข้างหลัง

1571
01:44:43.250 --> 01:44:46.415

1572
01:44:47.252 --> 01:44:50.415

1573
01:44:51.253 --> 01:44:54.415

1574
01:44:55.255 --> 01:44:58.415

1575
01:44:59.257 --> 01:45:02.415

1576
01:45:03.259 --> 01:45:06.415

1577
01:45:07.261 --> 01:45:10.415

1578
01:45:11.263 --> 01:45:14.415

1579
01:45:15.265 --> 01:45:18.414

1580
01:45:19.267 --> 01:45:22.414

1581
01:45:23.268 --> 01:45:26.414
โอเคนะ

1582
01:45:27.269 --> 01:45:30.414
แบบฝึกหัด ช่วยครูทำหน่อยตอนนี้เลย

1583
01:45:31.272 --> 01:45:34.414
ครูโจทย์ให้นะคะ 3 หาร 1

1584
01:45:35.273 --> 01:45:38.414
ลบ 2 แล้วครูก็บอกว่าหาร

1585
01:45:39.277 --> 01:45:42.414
นี่ มันมีค่ามากกว่าลบนะ

1586
01:45:43.278 --> 01:45:46.414
หาค่าผลลัพธ์ของนิพจน์

1587
01:45:47.279 --> 01:45:50.414
Postfix ให้ครูหน่อย

1588
01:45:51.280 --> 01:45:54.413
จะได้อะไร เริ่มต้น

1589
01:45:55.281 --> 01:45:58.419
ทุกคนตีตารางก่อน

1590
01:45:59.282 --> 01:46:02.414

1591
01:46:03.284 --> 01:46:06.413

1592
01:46:07.288 --> 01:46:10.413
ลองทำดูสิคะ มีกระดาษไหม

1593
01:46:11.291 --> 01:46:14.413
ไม่มีมาเอาข้างหน้า

1594
01:46:15.293 --> 01:46:18.414
ครูมีกระดาษให้นะ

1595
01:46:19.297 --> 01:46:22.414

1596
01:46:23.299 --> 01:46:26.413

1597
01:46:27.301 --> 01:46:30.413

1598
01:46:31.303 --> 01:46:34.413
แบบฝึกหัด 1 ข้อนะคะ ทำตอนนี้เลย

1599
01:46:35.304 --> 01:46:38.412

1600
01:46:39.308 --> 01:46:42.415

1601
01:46:43.311 --> 01:46:46.413

1602
01:46:47.313 --> 01:46:50.412
เหมือนกับโจทย์ที่ครูให้ไป

1603
01:46:51.314 --> 01:46:54.412
นะคะ คล้าย ๆ กับโจทย์ที่ครูให้ไป

1604
01:46:55.315 --> 01:46:58.412
จดแล้วด้วยนะ

1605
01:46:59.316 --> 01:47:02.412

1606
01:47:03.317 --> 01:47:06.412

1607
01:47:07.320 --> 01:47:10.412

1608
01:47:11.323 --> 01:47:14.412

1609
01:47:15.325 --> 01:47:18.412

1610
01:47:19.326 --> 01:47:22.413

1611
01:47:23.327 --> 01:47:26.412

1612
01:47:27.329 --> 01:47:30.411

1613
01:47:31.331 --> 01:47:34.411

1614
01:47:35.332 --> 01:47:38.411

1615
01:47:39.337 --> 01:47:42.411

1616
01:47:43.340 --> 01:47:46.411

1617
01:47:47.345 --> 01:47:50.411

1618
01:47:51.348 --> 01:47:54.411

1619
01:47:55.350 --> 01:47:58.411

1620
01:47:59.352 --> 01:48:02.411

1621
01:48:03.354 --> 01:48:06.410

1622
01:48:07.358 --> 01:48:10.413

1623
01:48:11.362 --> 01:48:14.411

1624
01:48:15.366 --> 01:48:18.410

1625
01:48:19.370 --> 01:48:22.410

1626
01:48:23.374 --> 01:48:26.410

1627
01:48:27.376 --> 01:48:30.410

1628
01:48:31.378 --> 01:48:34.410

1629
01:48:35.380 --> 01:48:38.414

1630
01:48:39.382 --> 01:48:42.410
เหมือนโจทย์สุดท้ายที่ครูให้ไปเมื่อกี้เลยนะ

1631
01:48:43.384 --> 01:48:46.410
ลบ

1632
01:48:47.387 --> 01:48:50.410
มันน้อยกว่าหารใช่ไหมคะ เรา

1633
01:48:51.388 --> 01:48:54.410
เปรียบเทียบกัน ลบมันน้อยกว่าหาร

1634
01:48:55.389 --> 01:48:58.409
เพราะฉะนั้น

1635
01:48:59.391 --> 01:49:02.412
ก็ต้องเอาหารออกมา

1636
01:49:03.392 --> 01:49:06.409

1637
01:49:07.393 --> 01:49:10.409

1638
01:49:11.394 --> 01:49:14.409

1639
01:49:15.396 --> 01:49:18.412

1640
01:49:19.400 --> 01:49:22.409

1641
01:49:23.403 --> 01:49:26.409

1642
01:49:27.405 --> 01:49:30.409

1643
01:49:31.408 --> 01:49:34.409

1644
01:49:35.423 --> 01:49:38.409

1645
01:49:39.424 --> 01:49:42.408

1646
01:49:43.426 --> 01:49:46.408

1647
01:49:47.428 --> 01:49:50.408

1648
01:49:51.430 --> 01:49:54.408

1649
01:49:55.432 --> 01:49:58.408

1650
01:49:59.433 --> 01:50:02.408

1651
01:50:03.435 --> 01:50:06.408

1652
01:50:07.436 --> 01:50:10.408

1653
01:50:11.441 --> 01:50:14.408

1654
01:50:15.443 --> 01:50:18.409

1655
01:50:19.445 --> 01:50:22.408

1656
01:50:23.447 --> 01:50:26.408

1657
01:50:27.448 --> 01:50:30.408

1658
01:50:31.450 --> 01:50:34.407

1659
01:50:35.451 --> 01:50:38.407

1660
01:50:39.454 --> 01:50:42.407

1661
01:50:43.456 --> 01:50:46.407

1662
01:50:47.457 --> 01:50:50.408

1663
01:50:51.459 --> 01:50:54.407

1664
01:50:55.461 --> 01:50:58.407

1665
01:50:59.462 --> 01:51:02.407

1666
01:51:03.465 --> 01:51:06.407

1667
01:51:07.466 --> 01:51:10.407

1668
01:51:11.467 --> 01:51:14.407

1669
01:51:15.470 --> 01:51:18.407

1670
01:51:19.472 --> 01:51:22.407

1671
01:51:23.474 --> 01:51:26.407

1672
01:51:27.477 --> 01:51:30.406

1673
01:51:31.479 --> 01:51:34.406

1674
01:51:35.481 --> 01:51:38.406

1675
01:51:39.484 --> 01:51:42.407

1676
01:51:43.486 --> 01:51:46.406

1677
01:51:47.488 --> 01:51:50.406

1678
01:51:51.490 --> 01:51:54.406

1679
01:51:55.493 --> 01:51:59.406

1680
01:51:59.494 --> 01:52:03.406

1681
01:52:03.495 --> 01:52:07.409

1682
01:52:07.496 --> 01:52:11.406

1683
01:52:11.498 --> 01:52:15.406

1684
01:52:15.499 --> 01:52:19.406

1685
01:52:19.500 --> 01:52:23.406

1686
01:52:23.501 --> 01:52:27.407

1687
01:52:27.502 --> 01:52:31.406

1688
01:52:31.503 --> 01:52:35.405

1689
01:52:35.504 --> 01:52:39.405

1690
01:52:39.507 --> 01:52:43.408

1691
01:52:43.508 --> 01:52:47.405

1692
01:52:47.509 --> 01:52:51.405

1693
01:52:51.510 --> 01:52:55.406

1694
01:52:55.511 --> 01:52:59.407

1695
01:52:59.512 --> 01:53:03.408

1696
01:53:03.514 --> 01:53:07.405

1697
01:53:07.516 --> 01:53:11.405

1698
01:53:11.517 --> 01:53:15.405

1699
01:53:15.519 --> 01:53:19.405

1700
01:53:19.520 --> 01:53:23.404

1701
01:53:23.521 --> 01:53:27.406

1702
01:53:27.522 --> 01:53:31.405

1703
01:53:31.524 --> 01:53:35.404

1704
01:53:35.525 --> 01:53:39.404

1705
01:53:39.526 --> 01:53:43.405

1706
01:53:43.527 --> 01:53:47.404

1707
01:53:47.528 --> 01:53:51.404

1708
01:53:51.529 --> 01:53:55.404

1709
01:53:55.532 --> 01:53:59.404

1710
01:53:59.533 --> 01:54:03.408

1711
01:54:03.534 --> 01:54:07.404

1712
01:54:07.535 --> 01:54:11.404

1713
01:54:11.536 --> 01:54:15.404

1714
01:54:15.538 --> 01:54:19.404

1715
01:54:19.539 --> 01:54:23.410
คราวนี้นะคะ ดูด้วยกัน

1716
01:54:23.540 --> 01:54:27.403

1717
01:54:27.541 --> 01:54:31.403
3

1718
01:54:31.543 --> 01:54:35.404
เอา 3 ไปไว้ที่ไหนคะ ที่ Output

1719
01:54:35.551 --> 01:54:39.413
เห็นไหมคะ เอา 3 ไปไว้ที่ Output

1720
01:54:39.552 --> 01:54:43.403
เครื่องหมายหาร เอาเครื่องหมายหารไปไว้ที่ไหน Stack

1721
01:54:43.553 --> 01:54:47.403
เพราะมันเป็น Stack ว่าง เราก็หย่อนเครื่องหมา

1722
01:54:47.554 --> 01:54:51.403
Output เรายกมันลงมาด้วยนะ

1723
01:54:51.557 --> 01:54:55.403

1724
01:54:55.557 --> 01:54:59.403
ถัดไป เราอ่านเจอเลข 1 ใช่ไหมคะ เราต้องเอาเลข 1 ไปไว้

1725
01:54:59.561 --> 01:55:03.403
ที่ไหน Output

1726
01:55:03.564 --> 01:55:07.403
ยกลงมาก่อน เสร็จแล้วก็เติมเลข 1 ลงไป

1727
01:55:07.566 --> 01:55:11.403
ใน Stack ยังเหมือนเดิมนะ

1728
01:55:11.568 --> 01:55:15.409
เรายังมีเครื่องหมายหารอยู่ เราก็ยกลงมาได้เลย

1729
01:55:15.570 --> 01:55:19.402
ถัดมา

1730
01:55:19.571 --> 01:55:23.402
เครื่องหมายลบใช่ไหมคะ เดิมใน Stack เรามี

1731
01:55:23.574 --> 01:55:27.405
หารอยู่แล้วใช่ไหม ครูเขียนให้ดูก่อน

1732
01:55:27.575 --> 01:55:31.402
เรามีหารอยู่แล้วนี่ เราเอาลบมาเทียบกับ

1733
01:55:31.577 --> 01:55:35.403
หาร ปรากฎว่าค

1734
01:55:35.580 --> 01:55:39.402
ค่าลบมันน้อยกว่า

1735
01:55:39.581 --> 01:55:43.402
ให้ทำอย่างไร

1736
01:55:43.583 --> 01:55:47.402
ให้เอาหารนี่ เอาออกมาไว้ที่

1737
01:55:47.585 --> 01:55:51.402
Output เพราะฉะนั้น จะได้เป็น

1738
01:55:51.584 --> 01:55:55.403
3, 1 แล้วก็หาร ตรงนี้หายไปใช่ไหมคะ

1739
01:55:55.586 --> 01:55:59.402
เสร็จแล้วก็ใส่ค่าลบ

1740
01:55:59.587 --> 01:56:03.406
ลงมาใน Stack

1741
01:56:03.588 --> 01:56:07.402
ถัดมาหย่อนอะไร

1742
01:56:07.589 --> 01:56:11.403
ยกของเดิมลงมาก่อนที่ Output แล้วก็ใส่เลข 2

1743
01:56:11.590 --> 01:56:15.402
ใน Stack หรืออะไรคะ

1744
01:56:15.591 --> 01:56:19.402
เครื่องหมายลบใช่ไม อ่านครบหมดแล้วนะ

1745
01:56:19.592 --> 01:56:23.401
แต่ใน Stack

1746
01:56:23.593 --> 01:56:27.402
เราต้องเอาค่าจาก Stack ออกมา เป็น

1747
01:56:27.594 --> 01:56:31.401
3 1 หาร 2 แล้วอะไรคะ ลบ

1748
01:56:31.595 --> 01:56:35.401
เห็นไหม

1749
01:56:35.597 --> 01:56:39.401
เราเอาค่าที่อยู๋ใน Stack ตัวสุดท้ายมาใส่ข้างหล

1750
01:56:39.598 --> 01:56:43.401
ได้เลยนะคะ

1751
01:56:43.599 --> 01:56:47.401
โอเค

1752
01:56:47.600 --> 01:56:51.401
อีกข้อหนึ่ง

1753
01:56:51.601 --> 01:56:55.401
แล้วจะให้เลิก ครูให้โจทย์มาแค่นี้เอง ว

1754
01:56:55.602 --> 01:56:59.401

1755
01:56:59.604 --> 01:57:03.401

1756
01:57:03.605 --> 01:57:07.400

1757
01:57:07.607 --> 01:57:11.410

1758
01:57:11.609 --> 01:57:15.400
โจทย์ข้อนี้อันดับแรก

1759
01:57:15.610 --> 01:57:19.400
วาดตารางก่อนเลย ตีตารางค่ะ

1760
01:57:19.611 --> 01:57:23.401

1761
01:57:23.612 --> 01:57:27.400

1762
01:57:27.613 --> 01:57:31.400

1763
01:57:31.614 --> 01:57:35.400

1764
01:57:35.616 --> 01:57:39.400

1765
01:57:39.617 --> 01:57:43.400

1766
01:57:43.618 --> 01:57:47.400

1767
01:57:47.619 --> 01:57:51.403

1768
01:57:51.620 --> 01:57:55.400

1769
01:57:55.622 --> 01:57:59.400

1770
01:57:59.623 --> 01:58:03.400

1771
01:58:03.625 --> 01:58:07.400

1772
01:58:07.627 --> 01:58:11.400

1773
01:58:11.628 --> 01:58:15.400

1774
01:58:15.631 --> 01:58:19.400

1775
01:58:19.632 --> 01:58:23.405

1776
01:58:23.633 --> 01:58:27.399

1777
01:58:27.640 --> 01:58:31.399

1778
01:58:31.641 --> 01:58:35.399

1779
01:58:35.642 --> 01:58:39.400

1780
01:58:39.644 --> 01:58:43.400

1781
01:58:43.645 --> 01:58:47.399

1782
01:58:47.646 --> 01:58:51.399

1783
01:58:51.647 --> 01:58:55.399

1784
01:58:55.648 --> 01:58:59.399

1785
01:58:59.649 --> 01:59:03.399

1786
01:59:03.651 --> 01:59:07.398

1787
01:59:07.651 --> 01:59:11.399

1788
01:59:11.652 --> 01:59:15.400

1789
01:59:15.653 --> 01:59:19.398

1790
01:59:19.654 --> 01:59:23.398

1791
01:59:23.662 --> 01:59:27.398

1792
01:59:27.666 --> 01:59:31.398

1793
01:59:31.672 --> 01:59:35.401

1794
01:59:35.674 --> 01:59:39.399

1795
01:59:39.676 --> 01:59:43.398

1796
01:59:43.677 --> 01:59:47.398

1797
01:59:47.678 --> 01:59:51.398
ดูนิดหนึ่ง

1798
01:59:51.679 --> 01:59:55.398
คูณมันมากกว่าลบ

1799
01:59:55.680 --> 01:59:59.398
ใช่หรือเปล่า คูณมันมีค่ามากกว่าลบ

1800
01:59:59.682 --> 02:00:03.398
ก็ Push คูณลง  Stack ได้เลย

1801
02:00:03.685 --> 02:00:07.398
นะคะ Push คูณ

1802
02:00:07.687 --> 02:00:11.398
ลงใน Stack ได้เลย

1803
02:00:11.688 --> 02:00:15.398

1804
02:00:15.692 --> 02:00:19.398

1805
02:00:19.693 --> 02:00:23.398

1806
02:00:23.694 --> 02:00:27.399

1807
02:00:27.698 --> 02:00:31.397

1808
02:00:31.699 --> 02:00:35.397

1809
02:00:35.700 --> 02:00:39.397

1810
02:00:39.703 --> 02:00:43.397

1811
02:00:43.703 --> 02:00:47.397

1812
02:00:47.705 --> 02:00:51.397

1813
02:00:51.708 --> 02:00:55.397

1814
02:00:55.708 --> 02:00:59.397

1815
02:00:59.709 --> 02:01:03.397

1816
02:01:03.710 --> 02:01:07.397

1817
02:01:07.711 --> 02:01:11.401

1818
02:01:11.713 --> 02:01:15.397

1819
02:01:15.715 --> 02:01:19.397

1820
02:01:19.717 --> 02:01:23.398

1821
02:01:23.719 --> 02:01:27.396

1822
02:01:27.721 --> 02:01:31.397

1823
02:01:31.723 --> 02:01:35.396

1824
02:01:35.724 --> 02:01:39.396

1825
02:01:39.725 --> 02:01:43.396

1826
02:01:43.727 --> 02:01:47.396

1827
02:01:47.728 --> 02:01:51.397

1828
02:01:51.730 --> 02:01:55.397

1829
02:01:55.731 --> 02:01:59.396

1830
02:01:59.732 --> 02:02:03.396

1831
02:02:03.733 --> 02:02:07.397

1832
02:02:07.737 --> 02:02:11.396

1833
02:02:11.740 --> 02:02:15.396

1834
02:02:15.742 --> 02:02:19.396

1835
02:02:19.745 --> 02:02:23.395

1836
02:02:23.746 --> 02:02:27.396

1837
02:02:27.747 --> 02:02:31.396

1838
02:02:31.748 --> 02:02:35.395

1839
02:02:35.751 --> 02:02:39.395

1840
02:02:39.753 --> 02:02:43.396

1841
02:02:43.755 --> 02:02:47.395

1842
02:02:47.756 --> 02:02:51.395

1843
02:02:51.758 --> 02:02:55.395

1844
02:02:55.760 --> 02:02:59.395

1845
02:02:59.761 --> 02:03:03.395

1846
02:03:03.765 --> 02:03:07.395

1847
02:03:07.770 --> 02:03:11.395

1848
02:03:11.774 --> 02:03:15.397

1849
02:03:15.778 --> 02:03:19.395

1850
02:03:19.779 --> 02:03:23.395

1851
02:03:23.781 --> 02:03:27.395

1852
02:03:27.782 --> 02:03:31.395

1853
02:03:31.783 --> 02:03:35.394

1854
02:03:35.784 --> 02:03:39.395

1855
02:03:39.785 --> 02:03:43.395

1856
02:03:43.786 --> 02:03:47.394

1857
02:03:47.787 --> 02:03:51.395

1858
02:03:51.791 --> 02:03:55.394

1859
02:03:55.792 --> 02:03:59.394

1860
02:03:59.794 --> 02:04:03.394

1861
02:04:03.796 --> 02:04:07.394

1862
02:04:07.797 --> 02:04:11.396

1863
02:04:11.798 --> 02:04:15.394
โอเค

1864
02:04:15.799 --> 02:04:19.394
มาดูนะคะ

1865
02:04:19.800 --> 02:04:23.394
นะคะ 6

1866
02:04:23.802 --> 02:04:27.394
เป็นตัวเลข เอาไว้ที่ Output ใช่หรือเปล่า

1867
02:04:27.802 --> 02:04:31.393
ลบ เอาไว้ที่ Stack นะคะ

1868
02:04:31.803 --> 02:04:35.393
6 ก็ใส่มาเหมือนเดิม

1869
02:04:35.804 --> 02:04:39.393
5 เอาไว้ที่ไหนคะ เอาไว้ที่

1870
02:04:39.808 --> 02:04:43.393
Stack ก็ยกลงมาเหมือนเดิมนะคะ

1871
02:04:43.810 --> 02:04:47.393
ถัดมาคูณ

1872
02:04:47.811 --> 02:04:51.393
เจอคูณ

1873
02:04:51.813 --> 02:04:55.396
ใช่ไหมคะ เจอคูณให้เ

1874
02:04:55.814 --> 02:04:59.393
ปรากฏว่าคูณมีค่ามากกว่าลบ

1875
02:04:59.817 --> 02:05:03.393
ให้ Push คูณลง Stack

1876
02:05:03.818 --> 02:05:07.393
ได้เลย เพราะฉะนั้น

1877
02:05:07.819 --> 02:05:11.397
Stack เดิมเป็น push

1878
02:05:11.821 --> 02:05:15.392
ครูบอกว่า Push ลงมาได้เลยนะคะ เพราะคูณ

1879
02:05:15.823 --> 02:05:19.392
มันมากกว่านะ มันมากกว่านะคะ

1880
02:05:19.824 --> 02:05:23.392
ข้างหลัง คือ 6 กับ 5

1881
02:05:23.825 --> 02:05:27.393
ถัดมา 2

1882
02:05:27.827 --> 02:05:31.393
เป็นตัวเลขไว้ข้างหลังนะคะ

1883
02:05:31.829 --> 02:05:35.392
Stack มีเท่าไรยกลงมา

1884
02:05:35.831 --> 02:05:39.392
โอเค เสร็จแล้ว หมดแล้วนะ ผลลัพธ์

1885
02:05:39.832 --> 02:05:43.392
สุดท้ายที่ได้ 6, 5, 2

1886
02:05:43.833 --> 02:05:47.392
เอาคูณออกมาก่อน แล้วตามด้วยลบนะคะ

1887
02:05:47.834 --> 02:05:51.392
เห็นนะโอเค

1888
02:05:51.835 --> 02:05:55.391

1889
02:05:55.838 --> 02:05:59.392
ทุกคนดู

1890
02:05:59.839 --> 02:06:03.391
นะคะ

1891
02:06:03.841 --> 02:06:07.391

1892
02:06:07.843 --> 02:06:11.391

1893
02:06:11.845 --> 02:06:15.391

1894
02:06:15.846 --> 02:06:19.391
เราสังเกตนะ

1895
02:06:19.848 --> 02:06:23.390
ทำไมตัวนี้

1896
02:06:23.854 --> 02:06:27.390
เอาหารออกมา ตัวนี้ไม่ได้เอาอะไรออกมานะคะ ตัวนี้

1897
02:06:27.856 --> 02:06:31.391
วิธีการสังเกต โอเค

1898
02:06:31.857 --> 02:06:35.391
ลบเทียบกับหาร ลบ

1899
02:06:35.862 --> 02:06:39.390
มันมีค่าน้อยกว่าหารเห็นไหมคะ

1900
02:06:39.863 --> 02:06:43.390
ลบมีค่าน้อยกว่าหาร

1901
02:06:43.864 --> 02:06:47.390
เลยต้องเอาหาร

1902
02:06:47.866 --> 02:06:51.390
ออกมา

1903
02:06:51.868 --> 02:06:55.390
แต่ถ้า Input

1904
02:06:55.872 --> 02:06:59.390
ที่ใส่เข้าไปนี่ มีค่ามากกว่า เรา็

1905
02:06:59.875 --> 02:07:03.390
ใส่ลงไปใน Stack ได้เลย

1906
02:07:03.876 --> 02:07:07.390
ถ้าตัวซ้ายมันมากกว่าตัวบนตรงนี้

1907
02:07:07.878 --> 02:07:11.390
เราก็ใส่ลงไปใน Stack ได้เลยนะคะ

1908
02:07:11.880 --> 02:07:15.389

1909
02:07:15.881 --> 02:07:19.390
โอเค

1910
02:07:19.882 --> 02:07:23.389
ต้องกลับไปทบทวนอีกรอบหนึ่งนะ นะคะ

1911
02:07:23.885 --> 02:07:27.389
เดี๋ยวสัปดาห์หน้าครูจะทวน

1912
02:07:27.886 --> 02:07:31.389
ให้อีกรอบหนึ่ง

1913
02:07:31.888 --> 02:07:35.389

1914
02:07:35.889 --> 02:07:39.389
โอเค

1915
02:07:39.892 --> 02:07:43.390
เดี๋ยวทั้งหมดนี้ครูจะอัปที่ Classroom ให้นะคะ

1916
02:07:43.895 --> 02:07:47.389
เดี๋ยวครูจะไปสแกนให้ แล้วก็อัปโหลด

1917
02:07:47.896 --> 02:07:51.389
ให้ โอเค

1918
02:07:51.898 --> 02:07:55.388

1919
02:07:55.900 --> 02:07:59.390

1920
02:07:59.902 --> 02:08:03.388

1921
02:08:03.903 --> 02:08:07.389

1922
02:08:07.904 --> 02:08:11.388

1923
02:08:11.906 --> 02:08:15.388

1924
02:08:15.907 --> 02:08:19.391
เดี๋ยวครูเช็กชื่อหน่อยนะคะ

1925
02:08:19.908 --> 02:08:23.388

1926
02:08:23.912 --> 02:08:27.388

1927
02:08:27.915 --> 02:08:31.388

1928
02:08:31.917 --> 02:08:35.388

1929
02:08:35.919 --> 02:08:39.388

1930
02:08:39.920 --> 02:08:43.388

1931
02:08:43.923 --> 02:08:47.388

1932
02:08:47.927 --> 02:08:51.387
ครูเช็กชื่อหน่อย

1933
02:08:51.930 --> 02:08:55.387
ศิริลักษณ์

1934
02:08:55.933 --> 02:08:59.387
02

1935
02:08:59.935 --> 02:09:03.387
มาไหม 02

1936
02:09:03.937 --> 02:09:07.387
คนนี้หรือ

1937
02:09:07.939 --> 02:09:11.391
03

1938
02:09:11.940 --> 02:09:15.387
อดิศร เป็น COVID

1939
02:09:15.941 --> 02:09:19.386
4 นพกิต

1940
02:09:19.942 --> 02:09:23.387
คนนี้ 5.

1941
02:09:23.944 --> 02:09:27.387
พงพร ไหน

1942
02:09:27.945 --> 02:09:31.386
อ๋อ จันทกานต์

1943
02:09:31.946 --> 02:09:35.386
ไหนคะ

1944
02:09:35.951 --> 02:09:39.386
กัญญานัฐ

1945
02:09:39.953 --> 02:09:43.386
ธัญญาลักษณ์

1946
02:09:43.955 --> 02:09:47.386
อ๋อ โอเค วริษา

1947
02:09:47.956 --> 02:09:51.386
คนนี้

1948
02:09:51.958 --> 02:09:55.386
ภัทรดา 11 ไม่มา

1949
02:09:55.960 --> 02:09:59.391
เทพอักษร

1950
02:09:59.961 --> 02:10:03.386
ธนภัทร 15 โอเค

1951
02:10:03.963 --> 02:10:07.386
ภากร

1952
02:10:07.964 --> 02:10:11.386
16 โอเค ค่ะ เจอกันสัปดาห์หน้า

1953
02:10:11.966 --> 02:10:15.386

1954
02:10:15.968 --> 02:10:19.385

1955
02:10:19.969 --> 02:10:23.386

1956
02:10:23.976 --> 02:10:27.976

1957
02:10:27.977 --> 02:10:31.977

1958
02:10:31.980 --> 02:10:31.981

1959
02:10:35.990 --> 02:10:35.994

1960
02:10:39.994 --> 02:10:39.995


