﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:02.814
มันบอกว่าไง

2
00:00:04.538 --> 00:00:05.371
เปิดไม่ได้

3
00:00:14.779 --> 00:00:15.807
ไม่เป็นไร

4
00:00:16.069 --> 00:00:19.950
เดี๋ยวเราจดเลคเชอร์ตามไปละกันนะคะเดี๋ยวอาบสไลด์

5
00:00:20.558 --> 00:00:21.281

6
00:00:23.178 --> 00:00:28.004
เดี๋ยวก่อนก่อนเริ่มเรียนนะคะฝากถึง

7
00:00:27.978 --> 00:00:29.708
คนที่ทำแบบฝึกหัด

8
00:00:29.960 --> 00:00:30.964
ผิดก่อน

9
00:00:31.690 --> 00:00:35.567
ไปดูคะแนนด้วยนะคะคะแนนที่ส่งแบบฝึกหัด

10
00:00:37.840 --> 00:00:38.260

11
00:00:38.860 --> 00:00:42.340
อยากเปิดตรงนี้เพราะมันก็จะเห็นข้อมูลคนอื่นด้วยนะ

12
00:00:43.020 --> 00:00:43.433

13
00:00:47.123 --> 00:00:48.757
คือ

14
00:01:04.589 --> 00:01:04.888

15
00:01:04.719 --> 00:01:05.663
ไม่เห็นหรอ

16
00:01:09.841 --> 00:01:11.504
ตรวจเสร็จแล้วหนี้ในระบบ

17
00:01:12.140 --> 00:01:13.482
แล้วก็ส่งคืนให้เราไปแล้ว

18
00:01:17.519 --> 00:01:19.243
Top comments

19
00:01:19.692 --> 00:01:20.190

20
00:01:21.229 --> 00:01:22.096
บ่เข้าหู

21
00:01:22.449 --> 00:01:23.620
สรุปได้ไหมคะ

22
00:01:25.580 --> 00:01:27.857
จักรพันธ์เข้าขาสูงตัวเองได้ไหม

23
00:01:29.039 --> 00:01:30.723
อะไรกินก่อนซิ

24
00:01:30.828 --> 00:01:35.475
อันนี้คือข้อมูลที่จะเห็นทุกคนก็จะเห็นข้อมูลตัวเองนะคะไม่ได้เห็นข้อมูลเพื่อนแบบ

25
00:01:36.013 --> 00:01:36.981
แบบนี้นะ

26
00:01:37.867 --> 00:01:40.630
สิทธิ์การเข้าถึงของเราไม่เหมือนกันนะคะ

27
00:01:40.748 --> 00:01:42.520
ครูจะเห็นข้อมูลทั้งฉัน

28
00:01:43.049 --> 00:01:46.360
เห็นแบบนี้ใครได้กี่คะแนนครูตรวจเสร็จแล้วนะคะ

29
00:01:47.018 --> 00:01:50.890
แล้วก็เขียน Comment ให้ด้วยค่ะว่าใครทำอะไรผิดตรงไหน

30
00:01:53.098 --> 00:01:55.974
ไม่คอมเม้นทุกคนถ้าได้เต็มก็ไม่มี Comment

31
00:01:56.488 --> 00:01:58.609
Comment คนที่

32
00:01:58.861 --> 00:01:59.306
ผิด

33
00:02:00.078 --> 00:02:03.316
กูจะคอมเม้นว่าผิดข้อไหนนะคะอย่างเช่น

34
00:02:03.788 --> 00:02:04.830
ตัวอย่างขายดี

35
00:02:06.544 --> 00:02:06.978

36
00:02:07.688 --> 00:02:09.694
พระเมษ

37
00:02:11.598 --> 00:02:13.075
ว่าจะ comment ว่า

38
00:02:13.708 --> 00:02:16.007
โทรหาให้บอกความหมายค่ะ

39
00:02:20.748 --> 00:02:24.813
ไม่สามารถบอกได้ว่าทำไมนักศึกษาถึงไม่เห็นแต่ครูตรวจงานเสร็จแล้ว

40
00:02:25.049 --> 00:02:27.087
คะแนนก็ส่งให้แล้ว

41
00:02:27.408 --> 00:02:27.830

42
00:02:30.549 --> 00:02:31.882
เราไม่เห็นแบบนี้นะคะ

43
00:02:31.960 --> 00:02:33.700
เพราะอันนี้มันมีของครู

44
00:02:34.008 --> 00:02:36.106
เราจะเห็นแค่งานของเราเอง

45
00:02:41.750 --> 00:02:43.108
ไม่เห็นสักคนใช่ไหม

46
00:02:44.568 --> 00:02:46.321
เห็นคะแนนตัวเองสักคนใช่ไหม

47
00:02:47.188 --> 00:02:47.493

48
00:02:47.698 --> 00:02:48.312
OK

49
00:02:50.969 --> 00:02:54.819
เวลาเราส่งงานนะคะมันจะมีแจ้งคะแนน

50
00:02:54.929 --> 00:02:55.568

51
00:02:56.087 --> 00:02:57.177
จะขึ้นคะแนน

52
00:02:59.359 --> 00:02:59.849

53
00:03:01.527 --> 00:03:03.409
เดี๋ยวกูขอดูหน้าบิล

54
00:03:03.648 --> 00:03:04.408
เราหน่อย

55
00:03:05.368 --> 00:03:05.625

56
00:03:51.208 --> 00:03:52.996

57
00:03:53.007 --> 00:03:54.848
ไม่เป็นไรค่ะ

58
00:03:54.858 --> 00:03:57.768
เดี๋ยวเขากำหนดให้ใหม่ให้เราดูคะแนนได้นะคะ

59
00:03:59.340 --> 00:04:02.401
เดี๋ยวเรียนก่อนได้ตั้งค่าให้ใหม่

60
00:04:06.697 --> 00:04:08.356
โอเคเดี๋ยวค่อยแจ้ง

61
00:04:12.979 --> 00:04:14.892

62
00:04:16.499 --> 00:04:16.794

63
00:04:16.757 --> 00:04:19.290
เดี๋ยวให้ก็หมดสิทธิ์ให้เห็นคะแนนนะคะ

64
00:04:20.207 --> 00:04:21.090

65
00:04:30.836 --> 00:04:33.125
วันนี้ไม่มีใครเปิดสไลด์ได้เนาะ

66
00:04:34.998 --> 00:04:35.283

67
00:04:35.566 --> 00:04:37.099
งั้นก็ดูสไลด์จาก

68
00:04:37.167 --> 00:04:38.448
ข้างหน้านะคะ

69
00:04:39.726 --> 00:04:44.891
ที่ 3 นะคะพูดเรื่องคอมพิวเตอร์ซอฟแวร์นะคะเดี๋ยวครูเขากำหนดสิทธิ์ให้เข้าถึง

70
00:04:46.328 --> 00:04:47.319
ข้อมูลได้

71
00:04:47.797 --> 00:04:52.784
ทุกคนส่งข้อมูลได้อยู่นะคะเพราะว่าครูเห็นข้อมูลอยู่มีคนเดียวมั้งไม่ส่ง

72
00:04:52.918 --> 00:04:53.991
งานนะคะ

73
00:04:54.517 --> 00:04:56.268
เหลือคือส่งครบ

74
00:04:56.497 --> 00:05:00.213
นะคะมีส่งเลยกำหนดได้มั้งคนนึงนะคะไม่เป็นไร

75
00:05:00.848 --> 00:05:04.242
อย่างน้อยถือว่าส่งอ่ะนะคะก็มีคะแนนให้ไป

76
00:05:04.950 --> 00:05:10.721
คนนี้เป็นเรื่องของซอฟต์แวร์นะคะซึ่งของที่เราพูดถึง Hardware ไปแล้วนะคะ

77
00:05:12.247 --> 00:05:14.312
ดูความหมายก่อนนะคะ

78
00:05:14.098 --> 00:05:17.365
ในข้อสอบมีความหมายของซอฟต์แวร์ด้วยนะคะ

79
00:05:17.557 --> 00:05:22.610
คำว่าซอฟต์แวร์คืออะไรนะคะซอฟต์แวร์ก็คือชุดคำสั่งหรือโปรแกรมนะคะ

80
00:05:22.736 --> 00:05:29.128
ที่ควบคุมการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ด้วยและนะคะทำให้คอมพิวเตอร์ที่เป็นฮาร์ดแวร์ในตัวเครื่อง

81
00:05:29.269 --> 00:05:32.802
ทำงานได้ตามที่เราต้องการนะคะเราเรียกว่า

82
00:05:32.919 --> 00:05:34.763
ซอฟต์แวร์หรือชุด

83
00:05:34.766 --> 00:05:36.421
คำสั่งหรือโปรแกรม

84
00:05:36.567 --> 00:05:37.126

85
00:05:37.718 --> 00:05:38.730
นี้คือ

86
00:05:38.737 --> 00:05:39.756
ความหมาย

87
00:05:41.559 --> 00:05:45.461
แล้วก็มีข้อสอบถามเกี่ยวกับหน้าที่ของซอฟต์แวร์นะคะ

88
00:05:48.786 --> 00:05:49.553

89
00:05:51.158 --> 00:05:53.775
System Software ราคาซอฟต์แวร์ระบบ

90
00:05:54.606 --> 00:05:58.524
หน้าที่ของชุดคำสั่งที่เป็นของตัวระบบนะคะ

91
00:05:58.846 --> 00:06:00.550
ก็ทำหน้าที่ติดต่อกลับ

92
00:06:00.506 --> 00:06:01.891
ตัวฮาร์ดแวร์

93
00:06:01.845 --> 00:06:03.055
หนาวต่างๆ

94
00:06:05.757 --> 00:06:07.971
อำนวยความสะดวกให้กับพวกเครื่องมือ

95
00:06:08.056 --> 00:06:12.076
หรือการทำงานพื้นฐานต่างๆนะคะของฮาร์ดแวร์ไม่ว่าจะเป็น

96
00:06:12.096 --> 00:06:18.123
การคัดลอกไฟล์หรือการแสดงผลทางหน้าจอนี้เป็นหน้าที่ของซอฟต์แวร์ระบบนะคะ

97
00:06:18.567 --> 00:06:23.008
ประเภทของซอฟต์แวร์จะมี 2 ประเภทในข้อสอบมีอันนี้ด้วยนะคะ

98
00:06:23.486 --> 00:06:27.004
2 ประเภทอะไรบ้างนะคะเขาไม่ได้ถามแค่

99
00:06:27.847 --> 00:06:29.910
ประเภทแล้วก็ถามด้วยว่า

100
00:06:29.959 --> 00:06:33.244
มีกี่ประเภทอะไรบ้างนะคะเนื่องจากจะต้อง

101
00:06:33.216 --> 00:06:35.790
สอบได้ทั้งจำนวนแล้วก็

102
00:06:36.038 --> 00:06:37.521
อะไรบ้างนะคะ

103
00:06:37.766 --> 00:06:44.362
2 ประเภทก็คือซอฟต์แวร์ระบบ System Software และซอฟต์แวร์ประยุกต์ Application Software นะคะ

104
00:06:46.347 --> 00:06:49.070
แล้วในข้อสอบก็ยังถามถึง

105
00:06:49.806 --> 00:06:50.399

106
00:06:50.507 --> 00:06:54.780
ตัวนี้ไม่ถามนะครับประเภทซอฟต์แวร์ระบบมี 2 ประเภทนะคะก็คือ

107
00:06:54.796 --> 00:07:03.187
ระบบปฏิบัติการ operating system OS ที่เรารู้จักนะคะอีกตัวนึงก็คือ Translator ก็คือตัวแปลภาษา

108
00:07:06.387 --> 00:07:11.056
operating system นะคะหรือระบบปฏิบัติการคืออะไร

109
00:07:11.507 --> 00:07:16.065
ชุดคำสั่งหรือชุดโปรแกรมนั้นล่ะค่ะที่อยู่ระหว่างฮาร์ดแวร์กับซอฟต์แวร์ประยุกต์

110
00:07:15.925 --> 00:07:16.622
นะคะ

111
00:07:16.687 --> 00:07:21.291
แต่ตอนนี้เป็นของระบบมีของหลายค่ายเหมือนกันนะคะของบริษัท

112
00:07:21.296 --> 00:07:23.868
หน้าที่ของ OS นะคะ

113
00:07:24.367 --> 00:07:26.722
จัดการ CPU นะคะ

114
00:07:26.676 --> 00:07:30.145
หน่วยความจำรวมถึงอุปกรณ์ภายนอกนะคะ

115
00:07:30.708 --> 00:07:33.370
นี้เป็นหน้าที่ของ OS ระบบจัดการ

116
00:07:33.456 --> 00:07:40.482
ทำไมเราจำเป็นต้องติดตั้งระบบปฏิบัติการนะคะเพื่อให้ส่วนต่างๆที่เป็นฮาร์ดแวร์เนี่ย

117
00:07:40.815 --> 00:07:43.425
งานสัมพันธ์กับซอฟต์แวร์นะคะ

118
00:07:43.826 --> 00:07:49.541
รวมถึงจัดการส่วนอินเตอร์เฟสกับผู้ใช้งานก็เป็นหน้าที่ของ OS เหมือนกันนะคะ

119
00:07:52.336 --> 00:07:53.811
นี่คือ

120
00:07:53.615 --> 00:07:58.738
หน้าที่ติดต่อกับส่วนประกอบต่างๆของฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์และ Application นะคะ

121
00:08:00.156 --> 00:08:07.384
อยู่ตรงกลางนะคะ braking System จะติดต่อทั้ง Application นะคะติดต่อส่วนของจอคีย์บอร์ด

122
00:08:08.086 --> 00:08:10.296
Printer Mouse

123
00:08:10.776 --> 00:08:15.357
ส่วนประกอบรอบข้างทั้งหมดที่จำเป็นที่เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งต้องมีนะคะ

124
00:08:15.457 --> 00:08:17.636
จะทำหน้าที่บริหารจัดการ

125
00:08:18.276 --> 00:08:22.159
แต่ละส่วนทำงานสอดคล้องกันนะคะ

126
00:08:22.247 --> 00:08:26.225
หลักการทำงานของ OS นะคะถ้าครูจำไม่ผิดเนี่ย

127
00:08:26.725 --> 00:08:32.429
ในหลักการทำงานของ OS มีโจทย์อยู่ข้อนึงนะคะมันจะมีมัลติยูสเซอร์มัลติทาสกิ้ง

128
00:08:32.545 --> 00:08:33.680
นะคะ

129
00:08:33.697 --> 00:08:35.743
เขาถามว่า

130
00:08:35.556 --> 00:08:37.997
เขาถามความหมายนะคะ

131
00:08:37.285 --> 00:08:42.850
ฉะนั้นเราจะต้องสามารถบอกได้นะคะไม่ว่าเขาจะถามว่าจะยูเทิร์นหรือมัลติทาสกิ้งนะคะ

132
00:08:43.246 --> 00:08:45.315
เป็นมัลติยูสเซอร์

133
00:08:45.416 --> 00:08:46.997
ตามตัวนะคะ

134
00:08:47.465 --> 00:08:49.962
หมายถึงหน่วยประมวลผลกลางเนี่ย

135
00:08:49.765 --> 00:08:52.936
แบ่งเวลาการทำงานให้กับผู้ใช้หลายๆคน

136
00:08:54.126 --> 00:08:56.182
สามารถใช้งาน

137
00:08:56.044 --> 00:09:01.078
ร่วมกันได้นะคะจริงๆแล้วเนี่ยมันเป็นการแบ่งเวลาทำงานของซีพียูนะคะ

138
00:09:01.166 --> 00:09:04.991
ใครร้องขอการทำงานเข้ามาก่อนคนนั้นก็จะได้ใช้งานโปรแกรมก่อน

139
00:09:05.326 --> 00:09:05.783

140
00:09:05.907 --> 00:09:09.795
อันนี้เราเรียกการทำงานแบบมัลติ User นะคะ

141
00:09:11.348 --> 00:09:14.801
ส่วนมัลติทากส์นะคะมัลติทาสกิ้งก็คือ

142
00:09:15.244 --> 00:09:19.344
ระบบปฏิบัติการที่สามารถทำงานหลายงานพร้อมกันได้

143
00:09:19.727 --> 00:09:22.992
อัลติมิเตอร์คือ LINE คนทำงานพร้อมกันได้

144
00:09:23.066 --> 00:09:27.494
แต่มัลติทาสกิ้งคือทำงานหลายงานพร้อมกันได้

145
00:09:27.545 --> 00:09:28.966
ผู้ชายอาจจะคนเดียว

146
00:09:29.525 --> 00:09:30.717
ทำรายงาน

147
00:09:31.195 --> 00:09:34.212
ถ้าเกิดมัลติยูสเซอร์คือผู้ชายหลายคนนะคะ

148
00:09:38.105 --> 00:09:42.111
ตอนนี้ประเภทของระบบปฏิบัติการนะคะจะมี

149
00:09:42.264 --> 00:09:49.585
ระบบปฏิบัติการที่ทำงานบนเครื่องพีซีน่ะค่ะแต่เราแยกประเภทเป็นไมโครคอมพิวเตอร์ก็คือเครื่องตั้งโต๊ะ

150
00:09:49.045 --> 00:09:52.185
ที่เราใช้งานเราเรียกเครื่อง PC หรือเครื่องไมโคร

151
00:09:52.185 --> 00:09:55.794
เรียกไมโครคอมพิวเตอร์แปลว่าแบ่งตามขนาดของเครื่อง

152
00:09:56.156 --> 00:09:57.419
ใหญ่สุดเป็น

153
00:09:58.204 --> 00:09:59.930
ขนาดใหญ่สุดคือ

154
00:10:00.315 --> 00:10:02.302
ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์อันนี้คือขนาด

155
00:10:02.236 --> 00:10:04.214
นะคะเด็กโรงพยาบาลก็จะเป็น

156
00:10:06.648 --> 00:10:07.273

157
00:10:08.374 --> 00:10:09.788
หนูสิ

158
00:10:10.295 --> 00:10:12.008
เรียนมาแล้วสิ

159
00:10:12.345 --> 00:10:14.063
Super แล้วมาเป็น

160
00:10:16.635 --> 00:10:17.195

161
00:10:17.464 --> 00:10:17.697

162
00:10:18.044 --> 00:10:22.402
คือให้แยกประเภทให้ออกนะว่า

163
00:10:20.667 --> 00:10:24.253
ถ้าพูดถึงไมโครคอมพิวเตอร์แปลว่าเขาเรียงตามขนาด

164
00:10:25.086 --> 00:10:25.640

165
00:10:25.595 --> 00:10:29.493
แต่ถ้าเกิดตามประเภทการใช้งานเราจะเรียกคอมพิวเตอร์ PC

166
00:10:29.886 --> 00:10:32.851
คอมพิวเตอร์คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

167
00:10:32.885 --> 00:10:34.952
ถ้าแบบนี้แปลว่าเขาแบ่งตามขนาด

168
00:10:34.935 --> 00:10:35.636
นะคะ

169
00:10:36.727 --> 00:10:41.590
เป็นระบบปฏิบัติการที่ทำงานบนเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์นะคะ

170
00:10:41.465 --> 00:10:43.387
อาการของ

171
00:10:44.725 --> 00:10:50.802
บริษัท Microsoft นะคะเที่ยวใช้งานการก็คือ Windows นะคะแล้วก็เตรียมการแบบเปิด

172
00:10:50.425 --> 00:10:52.493
ของหลายบริษัทนะคะ

173
00:10:53.116 --> 00:10:55.400
รวมถึงระบบดังของบริษัท

174
00:10:55.545 --> 00:10:57.016
เปิ้ลนะคะ

175
00:10:58.295 --> 00:10:59.633
เป็นพวกตระกูล

176
00:11:00.085 --> 00:11:00.987

177
00:11:00.725 --> 00:11:01.681

178
00:11:03.034 --> 00:11:06.601
จะมีหน้าตาของระบบปฏิบัติการ

179
00:11:08.405 --> 00:11:12.629
แต่ละประเภทมาให้ดูนะคะจริงๆเรา

180
00:11:11.544 --> 00:11:14.343
น่าจะเคยเห็นอยู่แล้วแหละอันนี้เป็น Linux นะคะ

181
00:11:15.646 --> 00:11:23.002
ตาก็จะเป็นวันนี้แต่ถ้าเกิดเป็นแม็คนะคะเป็นระบบบริการสำหรับเครื่องของบริษัท Apple นะคะของ Mac เนี้ย

182
00:11:23.073 --> 00:11:27.015
มันก็จะมีหน้าตาต่างไปเราเราเคยใช้งานชั้นชั้นบนนะ

183
00:11:27.804 --> 00:11:31.249
เครื่องมาร์คเคยใช้ใช่ไหมคะ

184
00:11:31.644 --> 00:11:32.940

185
00:11:33.634 --> 00:11:36.517
หน้าตาของตัวระบบการจะถูกออกแบบมา

186
00:11:37.284 --> 00:11:41.677
อาจจะมีตำแหน่งหรือการใช้งานที่แตกต่างกันไปเพราะเป็นคนละค่ายกับ Windows นะคะ

187
00:11:42.844 --> 00:11:48.554
เครื่อง Mac เนี่ยจะเน้นไปทางด้านกราฟิกการใช้งานจะจัดเฉพาะด้านนั้นนะคะ

188
00:11:50.403 --> 00:12:00.403
แล้วก็จะมีระบบปฏิบัติการสำหรับทำงานบนเครื่องที่มีขนาดเล็กลงนะคะไม่ว่าจะเป็นพวกพ็อกเก็ตพีซีนะคะหรือเป็นพวกแท็บเล็ตพบ pda พวกนั้นนะคะ

189
00:12:01.213 --> 00:12:02.305
vdox

190
00:12:02.564 --> 00:12:03.385

191
00:12:03.524 --> 00:12:05.851
เครื่องพวกนี้แยกออกมานะคะ

192
00:12:09.025 --> 00:12:11.587
จากเครื่อง PC แล้วนะคะ

193
00:12:12.485 --> 00:12:18.845
เรื่องที่มีขนาดเล็กลงแล้วยังมีระบบการสำหรับเครือข่ายนะคะเราเรียกว่า Network operating

194
00:12:18.823 --> 00:12:19.055

195
00:12:19.334 --> 00:12:21.691
หรือ natoey

196
00:12:22.473 --> 00:12:25.953
ซึ่งข้อแตกต่างคือถ้าเป็นระบบสมการสำหรับ

197
00:12:26.565 --> 00:12:31.221
ระบบเครือข่ายเนี่ยจะจัดการทางด้านการติดต่อสื่อสารระหว่างเครื่อง

198
00:12:31.503 --> 00:12:33.743
คอมพิวเตอร์ตั้งแต่ 2 เครื่องขึ้นไปนะคะ

199
00:12:34.763 --> 00:12:41.091
ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในเครือข่ายเดียวกันเนี่ยสามารถใช้รีสอร์ทหรือทรัพยากรร่วมกันได้นะคะ

200
00:12:41.044 --> 00:12:42.359
ไม่ว่าจะเป็น

201
00:12:43.084 --> 00:12:51.927
ปริ้นเตอร์สแกนเนอร์อุปกรณ์อื่นที่ต่ออยู่ในวงเดียวกันสามารถใช้อุปกรณ์ร่วมกันอันนี้คือประโยชน์ของระบบปฏิบัติการของเครือข่ายนะคะ

202
00:12:52.243 --> 00:12:55.608
ขอเป็นการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์มากกว่า 2 เครื่อง

203
00:12:56.724 --> 00:13:00.130
สิ่งที่จะต้องเพิ่มขึ้นมามากกว่าระบบการของเครื่อง

204
00:13:00.492 --> 00:13:03.505
ไมโครคอมพิวเตอร์ทั่วไปก็คือความปลอดภัย

205
00:13:03.632 --> 00:13:04.130

206
00:13:04.403 --> 00:13:07.559
การทำงานจะเป็นแบบ client Server นะคะ

207
00:13:08.433 --> 00:13:12.611
จึงมีหลายตัวก่อนนี้นะคะสไลด์เขาทำมาแค่ Windows NT

208
00:13:13.553 --> 00:13:16.317
ระบบจัดการสำหรับเครือข่ายนะคะ

209
00:13:16.763 --> 00:13:21.161
นอกจากนี้ก็จะมีระบบปฏิบัติการที่เป็นแบบ open นะคะ Open

210
00:13:21.562 --> 00:13:23.090
writing System

211
00:13:25.537 --> 00:13:27.236
ซึ่งปัจจุบันนะคะ

212
00:13:27.765 --> 00:13:30.849
สามารถนำไปใช้งานบนเครื่องต่างๆได้

213
00:13:31.417 --> 00:13:31.714

214
00:13:32.123 --> 00:13:35.881
คือสมัยก่อนเนี่ยระบบปฏิบัติการ 1 ระบบเนี่ย

215
00:13:36.013 --> 00:13:38.830
จะสามารถใช้ได้เฉพาะกับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่โต๊ะ

216
00:13:38.644 --> 00:13:40.620
ที่ผลิตในบริษัทเดียวกัน

217
00:13:40.955 --> 00:13:43.394
เขาจำกัดสิทธิ์ในการใช้งาน

218
00:13:43.513 --> 00:13:45.494
แต่ตอนนี้นะคะมันคอส

219
00:13:46.332 --> 00:13:48.093
ปอบนาคือ

220
00:13:48.823 --> 00:13:53.570
บริษัทที่ผลิตก็สามารถไปใช้กับบริษัทฯได้นะคะอันนี้คือ

221
00:13:54.003 --> 00:13:55.408
ระบบแบบเปิด

222
00:13:55.415 --> 00:13:56.104

223
00:13:57.274 --> 00:13:58.798
วันนี้เรามาดู

224
00:13:59.574 --> 00:14:04.205
ที่ 2 ต่อจากระบบปฏิบัติการก็คือ Translator

225
00:14:05.013 --> 00:14:09.057
ในกลุ่มของซอฟต์แวร์ระบบนะคะมี 2 ตัวคือระบบสมการกราฟ

226
00:14:09.183 --> 00:14:13.092
ตัวแปลภาษาคอมพิวเตอร์นะคะเราเรียนไปแล้วว่า

227
00:14:13.024 --> 00:14:17.021
ถ้าเป็นภาษาระดับสูงนะคะมันจะมีตัวแปลภาษา

228
00:14:19.234 --> 00:14:19.844
วันนี้

229
00:14:20.444 --> 00:14:20.877

230
00:14:21.341 --> 00:14:22.699
อ้วน

231
00:14:23.002 --> 00:14:26.328
เนื่องจากคอมพิวเตอร์เนี่ยแต่ละภาษานะคะ

232
00:14:26.913 --> 00:14:29.088
คือแต่ละประเทศมีการ

233
00:14:29.407 --> 00:14:33.746
เขียนซอฟต์แวร์หรือชุดคำสั่งขึ้นมานะคะซึ่งภาษาที่มนุษย์ใช้งานเนี่ย

234
00:14:33.882 --> 00:14:35.667
คอมพิวเตอร์ไม่เข้าใจ

235
00:14:36.323 --> 00:14:39.400
คอมพิวเตอร์เข้าใจภาษาเดียวก็คือภาษาเครื่องเท่านั้น

236
00:14:39.453 --> 00:14:43.218
นะคะภาษาเครื่องที่แสดงเป็นสถานะทางไฟฟ้าคือสูงต่ำ

237
00:14:43.553 --> 00:14:45.203
สูงสุดต่ำสุดก็คือ

238
00:14:45.152 --> 00:14:47.979
0 กับ 1 นั่นแหละนอนกับออมแค่นั้นนะคะ

239
00:14:47.843 --> 00:14:51.088
นอกจากนั้นเราจะเรียกว่าเป็นภาษาสำหรับมนุษย์

240
00:14:50.973 --> 00:14:52.697
ราคาผักสำหรับสูง

241
00:14:54.243 --> 00:15:00.402
วันนี้พอมนุษย์เขียนโปรแกรมโดยใช้ภาษาตัวเองคอมพิวเตอร์ก็จะไม่เข้าใจในสิ่งที่มนุษย์สั่งงาน

242
00:15:00.383 --> 00:15:04.201
ก็เลยจำเป็นต้องมีตัว Translator เพื่อทำให้คอมพิวเตอร์เนี่ย

243
00:15:04.412 --> 00:15:05.610
มีความเข้าใจ

244
00:15:06.082 --> 00:15:08.817
หาในคำสั่งที่มนุษย์เขียนนะคะ

245
00:15:10.113 --> 00:15:11.236
โดยนะครับ

246
00:15:11.524 --> 00:15:15.434
ตัวโปรแกรมที่เราเขียนขึ้นมาเนี่ยเราจะเรียกว่า source Code

247
00:15:15.612 --> 00:15:17.025
ส่วนโปรแกรมที่

248
00:15:17.348 --> 00:15:20.517
ที่ใช้ Translator แล้วเนี่ยเราจะเรียกว่า object

249
00:15:20.416 --> 00:15:21.124
โพสต์

250
00:15:21.633 --> 00:15:24.992
แปลแล้วอ่ะจะได้เป็น object Code ออกมานะคะ

251
00:15:26.811 --> 00:15:29.108
ตัวแปลภาษาคอมพิวเตอร์

252
00:15:29.691 --> 00:15:34.121
ข้อสอบถามว่าข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ตัวแปลภาษาคอม

253
00:15:35.072 --> 00:15:37.582
หาตัวแปรมีอยู่ 3 ตัว

254
00:15:37.952 --> 00:15:39.160
หาคือ

255
00:15:39.612 --> 00:15:40.895
Amber

256
00:15:41.603 --> 00:15:43.000
อินเตอร์พรีเตอร์

257
00:15:42.942 --> 00:15:44.653
และคอมไพเลอร์

258
00:15:44.801 --> 00:15:47.966
แปลว่ามันก็จะมีอีกซอยนึงที่ไม่ใช่

259
00:15:48.321 --> 00:15:48.938

260
00:15:50.431 --> 00:15:52.827
ซึ่งลักษณะนะคะของ

261
00:15:52.601 --> 00:15:58.734
assembly เนี่ยจะแปลภาษาที่เป็นสัญลักษณ์ภาษาสมัยก่อนอ่ะก่อนหน้านี้นะคะเราจะใช้ assembly

262
00:15:59.960 --> 00:16:06.812
โปรแกรมตัวแปลภาษาของ SCB ก็คือภาษาก็คือตัวแปรที่เรียกว่าอยู่แล้วนะคะ

263
00:16:06.561 --> 00:16:10.011
ส่วนอินเทอร์พรีเตอร์เนี่ยเป็นตัวแปลภาษาทีละ

264
00:16:10.203 --> 00:16:11.027
คำสั่ง

265
00:16:12.120 --> 00:16:15.699
เวลาเราเขียนโปรแกรมที่เป็นแบบสติ๊กเกอร์แบบโครงสร้างอ่ะค่ะ

266
00:16:16.221 --> 00:16:18.637
เราก็ขี่คำสั่งไปนะคะ

267
00:16:18.592 --> 00:16:21.441
อินเตอร์พรีเตอร์เนี่ยจะแปลทีละบรรทัด

268
00:16:22.040 --> 00:16:22.682

269
00:16:22.811 --> 00:16:23.997
ไม่มีการเก็บเอา

270
00:16:24.092 --> 00:16:26.555
object Code เอาไว้นะคะทำให้

271
00:16:26.841 --> 00:16:32.731
ทุกครั้งที่มีการคอมไพล์หรือทุกครั้งที่มีการรันโปรแกรมต้องแปลใหม่เพราะมันไม่ได้เก็บ

272
00:16:32.800 --> 00:16:33.486

273
00:16:33.631 --> 00:16:39.303
ซึ่งแตกต่างจากคอมไพเลอร์ที่แปลทั้งแปลครั้งเดียวทั้งตัวโปรแกรมเลย

274
00:16:39.900 --> 00:16:40.474

275
00:16:40.861 --> 00:16:44.163
แล้วก็จะมีการเก็บ object Code คือตัว

276
00:16:44.760 --> 00:16:49.343
โปรแกรมที่เราเขียนเสร็จแล้วอ่ะเป็น object Code นะมีการเก็บเอาไว้นะคะ

277
00:16:51.559 --> 00:16:54.375
ร้านเวลาการการคอมไพล์โปรแกรมเนี่ย

278
00:16:54.310 --> 00:16:55.143
ถ้า

279
00:16:55.601 --> 00:17:00.414
ภาษาที่เราใช้นะคะใช้ตัวคอมไพเลอร์จะทำให้แปลได้เร็ว

280
00:17:00.400 --> 00:17:00.893

281
00:17:02.772 --> 00:17:09.201
คราวนี้เรามาดูประเภทที่ 2 ในประเภทซอฟต์แวร์ระบบไปแล้วตัวนี้เป็นซอฟต์แวร์ประยุกต์

282
00:17:10.210 --> 00:17:13.001
Application Software หมายถึง

283
00:17:13.099 --> 00:17:17.183
โปรแกรมประยุกต์แปลตามตัวก็คือโปรแกรมที่ทำหน้าที่

284
00:17:18.030 --> 00:17:22.741
ตามความต้องการของผู้ใช้นะคะมี 2 ประเภทก็คือ

285
00:17:23.531 --> 00:17:28.684
facial Foam ซอฟต์แวร์หมายถึงซอฟต์แวร์สำหรับทำงานเฉพาะด้านนะคะ

286
00:17:28.649 --> 00:17:31.127
กับซอฟต์แวร์สำหรับงานทั่วไป

287
00:17:31.540 --> 00:17:32.021

288
00:17:34.619 --> 00:17:37.941
ในข้อสอบไม่ได้ถามแบบนี้

289
00:17:38.398 --> 00:17:39.131
แปลให้

290
00:17:39.358 --> 00:17:41.390
ตัวอย่างเลยนะคะว่า

291
00:17:41.720 --> 00:17:43.628
ข้อใดเป็นซอฟต์แวร์ประยุกต์

292
00:17:43.579 --> 00:17:46.116
ก็จะมีชื่อโปรแกรมมาให้เลือก

293
00:17:46.651 --> 00:17:52.289
ฉะนั้นเราต้องแยกให้ออกว่าตัวไหนเป็นซอฟต์แวร์ระบบตัวไหนเป็นซอฟต์แวร์ประยุกต์

294
00:17:52.669 --> 00:17:53.174

295
00:17:54.652 --> 00:17:55.627

296
00:17:55.609 --> 00:18:01.055
คราวนี้เรามาดู Special purpose ซอฟต์แวร์ก่อนซอฟต์แวร์สำหรับงานเฉพาะด้านนะคะ

297
00:18:01.049 --> 00:18:04.529
คำว่าเฉพาะด้านคือพัฒนาขึ้นมาสำหรับทำงาน

298
00:18:04.698 --> 00:18:07.182
ได้งานหนึ่งเท่านั้นเช่น

299
00:18:07.200 --> 00:18:09.521
โปรแกรมสำหรับคำนวณค่าน้ำ

300
00:18:10.779 --> 00:18:12.904
ก็คำนวณได้แต่ค่าน้ำ

301
00:18:13.399 --> 00:18:15.003
เฉพาะด้านนะคะ

302
00:18:14.940 --> 00:18:17.707
หรือโปรแกรมสำหรับการฝากถอนเงิน

303
00:18:18.078 --> 00:18:22.184
ก็มีข้อจำกัดคือทำงานเฉพาะการฝากถอนเงินเท่านั้นอย่างนี้ค่ะ

304
00:18:22.679 --> 00:18:25.745
ส่วนมากแล้วนะคะถ้าเป็น Special โพสต์เนี่ย

305
00:18:26.199 --> 00:18:29.255
ซอฟต์แวร์ประเภทนี้จะไม่มีขายทั่วไป

306
00:18:29.149 --> 00:18:29.930
นะคะ

307
00:18:30.879 --> 00:18:34.159
อ๋อถ้าบริษัทหรือองค์กรไหนที่จำเป็นต้องใช้

308
00:18:34.078 --> 00:18:38.819
แล้วมีคนที่มีความรู้ทางด้านการเขียนโปรแกรมเขาก็จะพัฒนาเอง

309
00:18:39.839 --> 00:18:45.950
ถ้าเกิดบริษัทจำเป็นต้องใช้แต่ไม่มีคนพัฒนาเราก็จะจ้างเอาซอสในการพัฒนา

310
00:18:46.559 --> 00:18:49.776
เขาสอนก็คือบริษัทที่รับเขียนโปรแกรม

311
00:18:50.839 --> 00:18:51.067

312
00:18:50.969 --> 00:18:53.939
กับหน่วยงานเราเรียกการเอา sourcing

313
00:18:54.299 --> 00:18:54.797

314
00:18:55.069 --> 00:18:58.880
ไปจ้างเขาพัฒนาซอฟต์แวร์ให้นั่นแหละเพราะว่า

315
00:18:58.270 --> 00:19:01.804
หน่วยงานเรามีระบบงานนี้ซึ่งไม่เหมือนที่อื่นไง

316
00:19:01.849 --> 00:19:05.438
เราก็ไปจ้างหน่วยงานพัฒนาให้เราเรียกว่าจ้างบริษัทเอ้าซอส

317
00:19:05.369 --> 00:19:06.023

318
00:19:06.007 --> 00:19:07.913
ก็จะมีทำสัญญากันว่า

319
00:19:08.102 --> 00:19:09.295
ถอดล้างจาน

320
00:19:09.478 --> 00:19:13.736
เริ่มทำสัญญาคุย requirement กันไปแล้วใช้เวลานานแค่ไหนในการพัฒนา

321
00:19:14.078 --> 00:19:18.277
เขาจะดูแลตัวโปรแกรมนี้ให้นานแค่ไหนขึ้นอยู่กับข้อตกลง

322
00:19:18.371 --> 00:19:20.646
ขึ้นอยู่กับสัญญาที่ทำร่วมกันนะคะ

323
00:19:21.758 --> 00:19:24.401
ถ้าเกิดเป็นโปรแกรมเฉพาะด้าน

324
00:19:24.517 --> 00:19:28.911
ที่หลายหน่วยงานมีการใช้งานเช่นระบบสินค้าคงคลังหรือ

325
00:19:28.999 --> 00:19:30.336
ระบบบัญชีเนี่ย

326
00:19:30.851 --> 00:19:32.050
น่าจะมีขาย

327
00:19:32.708 --> 00:19:36.297
ที่วางขายแต่ราคาค่อนข้างสูง

328
00:19:36.417 --> 00:19:36.987
นะคะ

329
00:19:39.618 --> 00:19:48.451
วันนี้เรามาดู general-purpose Software คือซอฟต์แวร์สำหรับงานทั่วไปนะคะงานทั่วไปจะมีการแบ่งประเภทออกไปอีกนะคะว่า

330
00:19:48.658 --> 00:19:51.596
เช่นซอฟต์แวร์สำหรับการวิเคราะห์

331
00:19:52.178 --> 00:19:53.697
ตารางอิเล็กทรอนิกส์

332
00:19:54.550 --> 00:19:58.229
เรารู้จักเราจะใช้ของบริษัทไมโครซอฟท์ก็คือ Excel

333
00:19:58.959 --> 00:20:01.587
ตารางอิเล็กทรอนิกส์คือตารางคำนวณ

334
00:20:02.097 --> 00:20:03.424
อนุมัตินะคะ

335
00:20:04.849 --> 00:20:14.849
หรือซอฟต์แวร์สำหรับจัดการข้อมูลเราเรียก Word processing คือซอฟต์แวร์สำหรับการประมวลผลคำนะคะเราก็ใช้ของ Microsoft เหมือนกันก็คือเราใช้ Microsoft Word

336
00:20:15.277 --> 00:20:15.841

337
00:20:18.038 --> 00:20:19.955
นอกจากนี้ก็จะมีโปรแกรมสำหรับ

338
00:20:19.887 --> 00:20:23.155
การจัดการพวกงาน Public ต่างๆนะคะ

339
00:20:23.478 --> 00:20:25.843
การพิมพ์ต่างๆนะคะ

340
00:20:26.227 --> 00:20:27.956
เช่นจัดการพวก

341
00:20:28.398 --> 00:20:32.401
งานกราฟิกตกแต่งภาพตัดต่อวีดีโออัดเสียง

342
00:20:32.816 --> 00:20:36.614
ไปพรุ่งนี้นะคะเป็นงานเฉพาะด้านงานทางด้านกราฟฟิกนะคะ

343
00:20:36.468 --> 00:20:39.701
หรือซอฟต์แวร์สำหรับการทำ presentation นะคะ

344
00:20:39.597 --> 00:20:42.428
ที่เราใช้ของค่ายกกระสอบก็คือ Powerpoint

345
00:20:42.547 --> 00:20:43.794

346
00:20:45.557 --> 00:20:49.478
นอกจากนี้นะคะก็จะมีซอฟต์แวร์ที่ทำหน้าที่จัดการ

347
00:20:49.457 --> 00:20:51.264
เป็นซอฟต์แวร์ประเภทจัดการ

348
00:20:51.697 --> 00:20:54.867
ข้อมูลที่มีปริมาณเยอะๆหรือจัดการข้อมูลให้เป็นระบบ

349
00:20:55.086 --> 00:21:00.245
เราเรียกว่า database Software หรือซอฟต์แวร์สำหรับจัดการฐานข้อมูลนะคะ

350
00:21:00.207 --> 00:21:03.290
มีหลายตัวที่ใช้งานกันอยู่ทุกวันนี้นะคะ

351
00:21:03.228 --> 00:21:05.867
ถ้าเป็นของ Microsoft เนี่ยจะเป็น

352
00:21:06.807 --> 00:21:09.741
access Microsoft Access นะคะ

353
00:21:10.137 --> 00:21:16.287
หรือถ้าเป็นของค่ายอื่นนะคะเช่นของ oracle db2 SQL ก็มีนะคะ

354
00:21:19.226 --> 00:21:24.421
ซอฟต์แวร์สำหรับการสื่อสารโทรคมนาคมคือซอฟต์แวร์สำหรับงานทั่วไปนะคะ

355
00:21:24.737 --> 00:21:28.806
อะไรคือซอฟต์แวร์สำหรับเทเลคอมมิวนิเคชั่นซอฟต์แวร์เช่น

356
00:21:29.597 --> 00:21:30.155

357
00:21:30.367 --> 00:21:31.887
โปรแกรม

358
00:21:31.837 --> 00:21:32.403
แคป

359
00:21:33.320 --> 00:21:34.655
Social Media

360
00:21:35.036 --> 00:21:37.753
หรือเป็นซอฟต์แวร์ทางด้านการสื่อสารนะคะ

361
00:21:38.876 --> 00:21:44.782
หรือแม้กระทั่งการรับส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์พวกนี้เป็นซอฟต์แวร์สำหรับการสื่อสารนะคะ

362
00:21:46.819 --> 00:21:51.336
ไปทหารเป็นรีซอร์สดิสคอฟเวอรี่ซอฟแวร์หมายถึง

363
00:21:51.877 --> 00:21:54.637
ซอฟต์แวร์สำหรับการใช้เสิร์ช

364
00:21:55.198 --> 00:21:56.360
ข้อมูล

365
00:21:56.417 --> 00:21:57.816
คือค้นหาข้อมูล

366
00:21:58.015 --> 00:21:59.795
ตัวที่เรานิยมใช้คือ

367
00:22:00.445 --> 00:22:01.535
hundred

368
00:22:04.606 --> 00:22:06.089
อะไรเซิฟ

369
00:22:06.466 --> 00:22:07.988
ใช้ search engine

370
00:22:08.575 --> 00:22:09.719
ก็คือใช้ Google

371
00:22:10.177 --> 00:22:13.366
มันมีหลายตัวแต่เรานิยมใช้คือ Google

372
00:22:13.437 --> 00:22:15.896
จะหาเป็นซอฟต์แวร์ประเภท search engine

373
00:22:15.937 --> 00:22:16.550
นะคะ

374
00:22:18.495 --> 00:22:19.822

375
00:22:19.906 --> 00:22:22.190
อันนี้เป็นตัวอย่างนะคะหน้าจอ

376
00:22:22.845 --> 00:22:28.586
ซอฟต์แวร์ที่ตอบไปแล้วนั่นแหละค่ะหลายตัวเราไปดูในซอยแล้วกันเนาะอันนี้เป็น Google ค่ะ

377
00:22:29.636 --> 00:22:35.393
วันนี้มาพูดถึงตัวภาษาคอมพิวเตอร์บ้างเพราะว่าถ้าพูดถึงซอฟต์แวร์ต้องพูดถึงตัวภาษาด้วยค่ะ

378
00:22:35.914 --> 00:22:38.251
ภาษาคอมพิวเตอร์นะคะ

379
00:22:38.715 --> 00:22:40.110
เปรียบเทียบกัน

380
00:22:40.445 --> 00:22:42.172
ถ้าเป็นภาษาของมนุษย์

381
00:22:42.236 --> 00:22:43.514
นะคะลักษณะ

382
00:22:44.035 --> 00:22:46.200
ภาษามนุษย์ก็คือเป็นคำพูด

383
00:22:46.146 --> 00:22:47.480
ใช้ในการสื่อสาร

384
00:22:47.674 --> 00:22:50.037
เป็นตัวอักษรราคาหรือ

385
00:22:50.236 --> 00:22:51.373
เป็นสัญลักษณ์

386
00:22:51.325 --> 00:22:51.836

387
00:22:52.286 --> 00:22:54.317
หรือเป็นภาษากาย

388
00:22:54.916 --> 00:22:57.303
หาที่เพื่อนที่มีความบกพร่อง

389
00:22:57.726 --> 00:23:00.362
ใช้ในการสื่อสารการอนุญาตเรียกภาษามนุษย์

390
00:23:00.865 --> 00:23:02.908
ไม่จำเป็นต้องพูดอย่างเดียว

391
00:23:02.975 --> 00:23:06.453
เป็นภาษาสัญลักษณ์ก็ได้ทำภาษามือในภาษามนุษย์

392
00:23:06.365 --> 00:23:07.051
นะคะ

393
00:23:07.136 --> 00:23:09.581
ซึ่งภาษาเหล่านี้คอมพิวเตอร์จะไม่รู้

394
00:23:10.275 --> 00:23:13.167
หาคอมพิวเตอร์จะรู้อยู่ภาษาเดียวคือภาษาเครื่อง

395
00:23:14.116 --> 00:23:14.609

396
00:23:14.687 --> 00:23:17.465
ซึ่งลักษณะของภาษาเครื่องมันจะเป็นเลขฐานสอง

397
00:23:17.755 --> 00:23:19.994
เป็นสถานะทางไฟฟ้า 2 ระดับ

398
00:23:20.445 --> 00:23:22.787
สถานะก็คือออนกับพร้อม

399
00:23:23.076 --> 00:23:24.341
เปิดปิดไฟอ่ะ

400
00:23:24.285 --> 00:23:26.776
ถ้าเราเปิดไฟติดอันอื่น

401
00:23:26.655 --> 00:23:28.668
สถานะทางไฟฟ้าที่เป็นหนึ่ง

402
00:23:29.085 --> 00:23:29.984
คือมันอ่อน

403
00:23:30.435 --> 00:23:30.765
ฮัลโหล

404
00:23:30.685 --> 00:23:32.283
หาก็คือตัด

405
00:23:32.156 --> 00:23:34.935
วงจรก็คือการได้สูญก็คือไม่มี

406
00:23:34.914 --> 00:23:37.171
ไม่มีสถานะทางไฟฟ้านะคะ

407
00:23:37.415 --> 00:23:38.075
ฉะนั้น

408
00:23:38.884 --> 00:23:41.969
ขอแนวข้อสอบถามว่าภาษาที่

409
00:23:41.957 --> 00:23:45.614
ใช้เลขฐานสองในเครื่องคอมพิวเตอร์หรือภาษาเครื่องนะคะ

410
00:23:46.694 --> 00:23:49.524
กูไม่มั่นใจว่าเขาถามความหมาย

411
00:23:49.255 --> 00:23:50.330
หรือให้เลือก

412
00:23:50.536 --> 00:23:51.169
นี่แหละ

413
00:23:51.625 --> 00:23:54.188
ถาม 1 ข้อเกี่ยวกับตัว Machine language

414
00:23:54.824 --> 00:23:57.530
นะคะถามเกี่ยวกับภาษาเครื่องด้วยนะคะ

415
00:23:57.837 --> 00:24:00.786
ภาษาที่คอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจได้

416
00:24:00.965 --> 00:24:02.830
เรียกว่าอะไรอะไรประมาณนี้แหละ

417
00:24:03.145 --> 00:24:04.247
หรือไม่ก็

418
00:24:05.896 --> 00:24:08.794
ถามว่าภาษาเครื่องมีลักษณะอย่างไร

419
00:24:09.224 --> 00:24:10.886
เราต้องอธิบายได้ว่า

420
00:24:11.394 --> 00:24:13.691
ภาษาเครื่องก็คือภาษาที่เป็น

421
00:24:14.407 --> 00:24:15.670
ฐาน 2

422
00:24:16.396 --> 00:24:19.490
สถานะทางไฟฟ้าที่ประกอบด้วย 0 กับ 1

423
00:24:19.394 --> 00:24:20.216

424
00:24:21.446 --> 00:24:24.419
มีภาษาเดียวนะคะที่เครื่องสามารถ

425
00:24:24.775 --> 00:24:26.434
เข้าใจได้เลยโดยไม่ต้องแปล

426
00:24:26.434 --> 00:24:29.331
ที่เหลือคือต้องใช้ตัว Translator

427
00:24:29.204 --> 00:24:31.822
เพื่อให้คอมพิวเตอร์รับรู้

428
00:24:32.015 --> 00:24:35.608
แปลว่าเราต้องการเขียนชุดคำสั่งนี้เพื่อสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำอะไร

429
00:24:35.855 --> 00:24:36.358

430
00:24:37.194 --> 00:24:44.154
วันนี้มาพูดถึงชนิดของภาษาคอมพิวเตอร์นะคะภาษาเริ่มจาก Machine Language เครื่องนะคะ

431
00:24:44.624 --> 00:24:47.243
บอกไปแล้วถ้าถือเป็นภาษาระดับต่ำ

432
00:24:48.075 --> 00:24:49.419
สุดเลย

433
00:24:50.124 --> 00:24:52.261
คือภาษา Machine Language นี่แหละนะคะ

434
00:24:52.367 --> 00:24:55.700
ทำไมถึงเรียกภาษาระดับต่ำเพราะมนุษย์สื่อสาร

435
00:24:55.954 --> 00:24:57.093
เข้าใจยาก

436
00:24:57.744 --> 00:25:00.562
หา 01101100

437
00:25:00.945 --> 00:25:01.826
หมายถึงอะไร

438
00:25:02.286 --> 00:25:03.495
เราก็ต้องไปเปิด

439
00:25:03.506 --> 00:25:06.910
ไม่มีใครมาท่องหรอกว่าอันนี้รหัสนี้มันแทนอะไร

440
00:25:06.954 --> 00:25:10.907
เราจะมีตัว f g Code แล้วก็ไปเปิดตาราง

441
00:25:10.923 --> 00:25:11.426
ว่า

442
00:25:11.564 --> 00:25:16.863
นิทานอะไรนะคะแล้วปกติแล้วเวลาเราเขียนโปรแกรมนะคะเราก็จะมีตัว

443
00:25:17.075 --> 00:25:17.435

444
00:25:17.964 --> 00:25:21.188
หาข้อมูลให้อยู่แล้วนะคะในการแปล

445
00:25:22.644 --> 00:25:23.421
การเขียน

446
00:25:23.353 --> 00:25:26.222
ค่อนข้างจะยุ่งยากเพราะมันเป็นตัวเลข

447
00:25:26.625 --> 00:25:31.104
หาแทนตัวเลขแทนการโค้ดดิ้งนะคะเราเรียกมาฉีด language

448
00:25:31.070 --> 00:25:34.940
ก็เลยพอมันยุ่งยากก็เลยเรียกว่าภาษาเครื่องหรือภาษาระดับต่ำ

449
00:25:34.814 --> 00:25:35.564

450
00:25:35.904 --> 00:25:37.040
เอามานะคะ

451
00:25:37.372 --> 00:25:44.398
อันนี้ถือเป็นวิวัฒนาการของภาษานะคะพอใช้งานยุ่งยากขึ้นมนุษย์ก็เลยมีการพัฒนามาเป็นภาษาสัญลักษณ์

452
00:25:45.115 --> 00:25:45.401

453
00:25:46.596 --> 00:25:47.613
Coach

454
00:25:48.384 --> 00:25:52.229
เป็นภาษาสัญลักษณ์เราเรียกว่า assembly language

455
00:25:52.424 --> 00:25:54.332
ภาษาแอสเซมบลีนั่นแหละนะคะ

456
00:25:54.272 --> 00:25:58.195
เพราะมันเป็นสัญลักษณ์การเขียนโปรแกรมมันก็จะง่ายขึ้นนะคะ

457
00:25:58.193 --> 00:26:03.014
แต่ด้วยความที่ไม่ใช่ภาษาระดับต่ำก็เลยจำเป็นต้องมีตัวแปรภาษาของ assembly

458
00:26:02.874 --> 00:26:05.863
เราเรียกว่าแอสเซมเบลอ

459
00:26:08.244 --> 00:26:12.528
วันนี้พ่อมาเป็น High Level Language นะคะภาษาระดับสูง

460
00:26:12.475 --> 00:26:12.758

461
00:26:12.853 --> 00:26:16.470
ถือเป็นภาษาในยุคที่ 3 นะคะที่ใช้ภาษาอังกฤษ

462
00:26:16.504 --> 00:26:19.231
แทนคำสั่งต่างๆนะคะรวมถึง

463
00:26:19.513 --> 00:26:23.129
ตัวนิพจน์ทางคณิตศาสตร์ด้วยนะคะในการ

464
00:26:23.413 --> 00:26:27.619
เขียนชุดคำสั่งในการคอนโทรลคอมพิวเตอร์นะคะให้ทำงาน

465
00:26:29.233 --> 00:26:31.527
รู้จักน่าจะเป็นภาษาซี

466
00:26:31.473 --> 00:26:33.394
นะคะแล้วก็ไล่ขึ้นมา

467
00:26:34.353 --> 00:26:42.831
ต่อจากภาษาระดับสูงก็จะเป็น very High Level นะคะก็คือภาษาระดับสูงมากถือเป็นภาษายุคที่ 4 นะคะ

468
00:26:43.513 --> 00:26:46.077
Generation Language นะคะ

469
00:26:46.775 --> 00:26:50.872
คือพัฒนาขึ้นมาเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานได้ง่าย

470
00:26:51.763 --> 00:26:55.350
สามารถเขียนชุดคำสั่งได้ง่ายขึ้นนะคะ

471
00:26:58.803 --> 00:26:59.957
หลังๆมาเนี่ย

472
00:27:00.674 --> 00:27:03.681
โปรแกรมเมอร์ไม่ต้องทราบถึงโครงสร้างของโปรแกรม

473
00:27:04.063 --> 00:27:04.801

474
00:27:08.094 --> 00:27:17.407
พัฒนาการในยุคต่อมานะคะจะเป็น Natural Language ก็คือเป็นภาษาธรรมชาตินะคะถือเป็นภาษาในยุคที่ 5

475
00:27:17.692 --> 00:27:18.676
ค้างหรือ

476
00:27:19.423 --> 00:27:22.189
ลักษณะของภาษาธรรมชาติก็คือ

477
00:27:22.551 --> 00:27:28.191
เราพิมพ์สิ่งที่เราต้องการลงไปเลยสิ่งที่เราใช้ภาษาที่เราใช้ลงไปนะคะคอมพิวเตอร์ก็จะแปลประโยค

478
00:27:28.764 --> 00:27:31.145
ตามคำสั่งที่เราป้อนลงไปนะคะ

479
00:27:32.093 --> 00:27:37.029
ถ้าไม่สามารถแปลได้เนี่ยว่าจะมี feedback จากระบบมาถามนะคะ

480
00:27:36.953 --> 00:27:39.262
มาถามเพิ่มเติมว่า

481
00:27:39.325 --> 00:27:39.774

482
00:27:40.031 --> 00:27:44.012
สิ่งที่เราสั่งอ่ะคืออะไรนะคะซึ่งการจะทำแบบนี้ได้เนี่ย

483
00:27:44.061 --> 00:27:47.127
ภาษาธรรมชาติจะใช้ร่วมกับระบบ

484
00:27:47.453 --> 00:27:48.576
totobed

485
00:27:48.543 --> 00:27:50.172
System เราเรียกระบบ

486
00:27:50.781 --> 00:27:52.021
ฐานความรู้

487
00:27:52.442 --> 00:27:53.326
เบส

488
00:27:53.272 --> 00:27:55.612
นะคะถึงจะแปลได้นะคะ

489
00:27:56.281 --> 00:27:56.591

490
00:27:56.924 --> 00:28:01.654
อย่างไรเนี่ยคอมพิวเตอร์ก็รับรู้แค่ภาษาระดับต่ำคือภาษาเครื่องเท่านั้น

491
00:28:01.603 --> 00:28:02.265

492
00:28:02.380 --> 00:28:04.491
นอกนั้นเนี่ยเราต้องแปลทั้งหมด

493
00:28:04.434 --> 00:28:06.668
นานแล้วก็ต้องใช้ฐานข้อมูลเพื่อเทียบ

494
00:28:06.672 --> 00:28:07.248
นะคะ

495
00:28:08.012 --> 00:28:09.623
เปรียบเทียบกัน

496
00:28:10.702 --> 00:28:15.750
วันนี้หน่วยงานไหนควรเลือกใช้ภาษาคอมพิวเตอร์ไหนนะคะ

497
00:28:15.691 --> 00:28:19.990
ก็จะมีเกณฑ์ในการเลือกใช้ภาษาคอมพิวเตอร์ให้นะคะเช่น

498
00:28:20.693 --> 00:28:22.444
เขากำหนดเกณฑ์มาว่า

499
00:28:22.551 --> 00:28:26.035
หนึ่งหน่วยงานหนึ่งหน่วยงานหรือองค์กรนะคะ

500
00:28:26.261 --> 00:28:28.121
ควรเลือกใช้ภาษาคอมพิวเตอร์

501
00:28:28.831 --> 00:28:29.602
เอากัน

502
00:28:30.231 --> 00:28:32.840
องค์กรมันจะมีหลายฝ่ายใช่ไหมคะ

503
00:28:33.113 --> 00:28:36.138
การพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ต่างฝ่ายต่างใช้

504
00:28:36.072 --> 00:28:37.466
แตกต่างกันเนี่ย

505
00:28:37.541 --> 00:28:40.447
มันจะนำมาซึ่งความยุ่งยากในการ Connect

506
00:28:41.192 --> 00:28:42.740
Connect ข้อมูลกัน

507
00:28:42.910 --> 00:28:46.101
ก็เลยแนะนำว่าถึงจะมีหลายฝ่ายไร้แผนกเนี่ย

508
00:28:46.240 --> 00:28:50.408
ก็ควรจะใช้ภาษาเดียวกันในการพัฒนาซอฟต์แวร์นะคะ

509
00:28:50.852 --> 00:28:53.016
เลือกภาษาที่มีข้อดี

510
00:28:53.861 --> 00:28:57.371
มาซัก 1 ภาษานะคะแล้วก็เลิกใช้ภาษานั้นไป

511
00:28:59.112 --> 00:28:59.731

512
00:29:00.390 --> 00:29:04.736
ข้อเสนอแนะคือถ้าโปรแกรมที่เขียนขึ้นจะต้องนำไปใช้กับเครื่อง

513
00:29:05.062 --> 00:29:07.359
เครื่องแต่ละรุ่นที่แตกต่างกันนะคะ

514
00:29:07.551 --> 00:29:10.463
ก็ควรเลือกภาษาที่มันคอบอมได้

515
00:29:11.201 --> 00:29:12.080
ไม่ต้องเขียน

516
00:29:12.423 --> 00:29:13.378
Code หลายรอบ

517
00:29:13.700 --> 00:29:14.257

518
00:29:15.811 --> 00:29:21.490
เราต้องดูบริบทของของแต่ละองค์กรนะคะว่ามีความหลากหลายของ Hardware ไหม

519
00:29:21.515 --> 00:29:22.131
นะคะ

520
00:29:22.981 --> 00:29:26.397
ก่อนที่จะเลือกภาษาในการพัฒนา

521
00:29:31.492 --> 00:29:40.062
แล้วก็มีข้อเสนอแนะข้อสุดท้ายก็คืองานที่มันไม่ได้ยุ่งยากซับซ้อนอาจใช้ภาษาคอมพิวเตอร์พื้นฐานในการพัฒนาก็ได้นะคะ

522
00:29:40.641 --> 00:29:41.972
จะได้ทำให้

523
00:29:42.181 --> 00:29:42.926

524
00:29:42.881 --> 00:29:46.509
ชุดคำสั่งหรือชุดโปรแกรมที่พัฒนาเนี่ยมันเสร็จเร็ว

525
00:29:46.911 --> 00:29:47.469

526
00:29:47.941 --> 00:29:50.476
มันง่ายแล้วก็มันทำได้เร็วนั่นแหละนะคะ

527
00:29:51.333 --> 00:29:53.886
จากตัวอย่างภาษาคอมพิวเตอร์ที่โชว์เนี่ย

528
00:29:53.831 --> 00:29:55.745
นึกว่ารู้จักภาษาอะไรบ้างคะ

529
00:29:57.672 --> 00:29:58.859
ถามรู้จักก่อน

530
00:29:59.462 --> 00:30:01.242
C

531
00:30:02.151 --> 00:30:03.540
Lava

532
00:30:04.391 --> 00:30:05.594
เคยได้ยินไหมคะ

533
00:30:06.750 --> 00:30:07.814
PHP

534
00:30:08.551 --> 00:30:10.586
Mark Up language

535
00:30:11.551 --> 00:30:12.818
พี่ไหม

536
00:30:14.181 --> 00:30:14.597

537
00:30:15.651 --> 00:30:15.934

538
00:30:16.030 --> 00:30:18.067
หมดยาง sml

539
00:30:19.751 --> 00:30:20.298

540
00:30:21.411 --> 00:30:23.455
ในการเขียนพวก

541
00:30:24.100 --> 00:30:24.406

542
00:30:24.930 --> 00:30:25.760
เข้าเว็บ

543
00:30:26.150 --> 00:30:27.702
เนี่ยมันเป็นภาษามาก

544
00:30:27.950 --> 00:30:28.625

545
00:30:29.160 --> 00:30:30.494
อีกไหมเอ่ย

546
00:30:31.851 --> 00:30:33.369
นอกเหนือจากนี้

547
00:30:34.090 --> 00:30:37.877
มีภาษาอะไรบ้างที่นักศึกษารู้จัก

548
00:30:39.471 --> 00:30:40.402
python

549
00:30:42.600 --> 00:30:44.008
ห้ามตอบซ้ำกัน

550
00:30:44.781 --> 00:30:46.037

551
00:30:46.699 --> 00:30:46.997

552
00:30:47.470 --> 00:30:49.206
แนวราบเป็นอย่างนี้เลย

553
00:30:49.579 --> 00:30:51.447
รู้จักภาษาไหนอีกคะนอกจากนี้

554
00:30:51.631 --> 00:30:54.358
และไม่ตอบซ้ำเพื่อนตอบ python

555
00:30:56.232 --> 00:30:58.202
อายุมากค่ะตอนนี้

556
00:30:59.240 --> 00:30:59.877

557
00:31:00.069 --> 00:31:00.321

558
00:31:00.200 --> 00:31:02.152
ออกมาสัก 1 ภาษาซิ

559
00:31:04.940 --> 00:31:05.944

560
00:31:06.223 --> 00:31:07.734
ที่ไม่มีในนี้จะได้คิด

561
00:31:07.689 --> 00:31:08.137

562
00:31:09.479 --> 00:31:12.896
เคยได้ยินภาษาอื่นๆนอกเหนือจากนี้ไหมคะ

563
00:31:15.259 --> 00:31:16.911
ไม่เคยเปิดเว็บไหน

564
00:31:16.860 --> 00:31:18.741
แปลว่าไม่เคยเข้าเว็บ

565
00:31:19.482 --> 00:31:19.752

566
00:31:20.439 --> 00:31:22.604
เน้นไปทางสีรุ้ง Series เป็นอย่างนั้นเนาะ

567
00:31:23.070 --> 00:31:23.334

568
00:31:23.077 --> 00:31:23.908

569
00:31:24.150 --> 00:31:25.578
YouTube YouTube เป็นไงเนาะ

570
00:31:26.332 --> 00:31:27.889
ก็ไม่พูดถึงการเขียนโปรแกรมเนาะ

571
00:31:28.439 --> 00:31:28.944

572
00:31:29.532 --> 00:31:29.767

573
00:31:29.909 --> 00:31:30.559
ไปนี้

574
00:31:31.899 --> 00:31:32.466

575
00:31:32.031 --> 00:31:37.294
อ้าวอยู่ในแวดวงการศึกษาทางด้านคอมเนี่ยทั้งด้านการโค้ดดิ้งเราจะต้องรู้จัก

576
00:31:38.110 --> 00:31:41.137
อย่างน้อยเพื่อนก็ยังตอบมา python

577
00:31:42.590 --> 00:31:43.868
ข้างหลัง

578
00:31:45.989 --> 00:31:47.328
python

579
00:31:50.591 --> 00:31:51.526
ว่า Script

580
00:31:52.267 --> 00:31:54.148
กับ Java เหมือนกันไหม

581
00:31:54.691 --> 00:31:55.705
เหมือนค่ะ

582
00:31:56.870 --> 00:31:57.695

583
00:31:58.209 --> 00:31:58.775

584
00:31:59.430 --> 00:32:01.820
ห้องนี้รู้จักแค่ python กับ Javascript

585
00:32:03.839 --> 00:32:04.286
คิด

586
00:32:05.379 --> 00:32:07.559
กูคิดไม่ออกเลยนะมันไม่เคยได้ยินเลยเนาะ

587
00:32:08.259 --> 00:32:09.869
ไม่ใช่ให้คิดสิ่งที่

588
00:32:09.989 --> 00:32:12.793
2 สัปดาห์ที่แล้วครูสอนอะไรอย่างนี้ไม่ใช่หรอ

589
00:32:13.569 --> 00:32:15.327
ให้คิดสิ่งที่ไม่เคยรู้เลยอ่ะ

590
00:32:17.089 --> 00:32:17.347

591
00:32:20.802 --> 00:32:22.292
reactive ได้ยินไหมคะ

592
00:32:27.520 --> 00:32:28.420
SQL

593
00:32:28.419 --> 00:32:29.507

594
00:32:30.590 --> 00:32:30.854

595
00:32:30.849 --> 00:32:31.624
ไม่เลย

596
00:32:33.669 --> 00:32:34.508

597
00:32:37.309 --> 00:32:39.443
อันนี้เป็นตัวอย่างภาษานะคะ

598
00:32:39.998 --> 00:32:41.676
ลองไปค้นๆดูละกัน

599
00:32:43.071 --> 00:32:48.478
วันนี้มาดูรูปแบบภาษาเชิงอ็อบเจกต์บ้างนะคะภาษาไทยใช้คำว่า

600
00:32:48.898 --> 00:32:51.980
ภาษาโปรแกรมเชิงวัตถุ

601
00:32:51.968 --> 00:32:52.673
นะคะ

602
00:32:52.803 --> 00:32:55.304
ก็คือการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ object oriented

603
00:32:55.299 --> 00:32:56.392
programming

604
00:32:57.279 --> 00:33:00.540
เขาเรียกชื่อย่อว่าโอเคนะคะ

605
00:33:00.939 --> 00:33:03.582
สารในรูปแบบเชิงวัตถุเนี่ย

606
00:33:04.398 --> 00:33:07.706
ข้อดีคือช่วยลดความยุ่งยากในการเขียนโปรแกรมเพราะว่า

607
00:33:08.049 --> 00:33:10.618
การเขียนโปรแกรมเนี่ยเราจะมองเห็นตัว

608
00:33:10.608 --> 00:33:11.630
วัตถุเลย

609
00:33:12.149 --> 00:33:16.959
เอาวัตถุไปวางเลยออกแบบ Interface ไว้อย่างสวยงามแล้วค่อยไปเขียนตัว

610
00:33:16.878 --> 00:33:18.794
ควบคุม object นี้ทีหลัง

611
00:33:19.628 --> 00:33:20.483
เบื้องหลังอ่ะ

612
00:33:20.468 --> 00:33:21.879
จะเห็นโพสก่อน

613
00:33:21.938 --> 00:33:26.919
ซึ่งแตกต่างจากตัวสักเจอนะคะการเขียนโปรแกรมแบบเชิงโครงสร้างเนี่ย

614
00:33:27.258 --> 00:33:29.689
เราต้องเขียนคำสั่งทีละบรรทัด

615
00:33:30.709 --> 00:33:35.736
เราเขียนโปรแกรมเสร็จเราสั่งคอมไพล์หรือสั่งร้านเราถึงจะเห็นผลลัพธ์

616
00:33:36.091 --> 00:33:37.423
ตัวโปรแกรม

617
00:33:37.948 --> 00:33:40.129
ซึ่งถ้าเป็นเชิงอ็อบเจกต์เนี่ย

618
00:33:40.258 --> 00:33:45.141
เราวางหน้าตาสวยงามไว้ก่อนเราค่อยใส่โค้ดทีหลังข้อแตกต่าง

619
00:33:45.259 --> 00:33:45.886

620
00:33:47.051 --> 00:33:49.032
ก็มีหลายตัวนะคะ

621
00:33:50.829 --> 00:33:52.147
Visual Basic

622
00:33:52.548 --> 00:33:53.512
C Sharp

623
00:33:54.089 --> 00:33:57.399
ตัวใหม่ตัวใหม่ๆนะคะจะเอาว่าก็ถือเป็น

624
00:33:58.832 --> 00:34:01.761
เป็นตัวภาษาเชิงอ็อบเจกต์เหมือนกันนะคะ

625
00:34:02.539 --> 00:34:05.569
คณิตคำศัพท์ที่เราควรรู้นะคะ

626
00:34:06.379 --> 00:34:07.264
โอกาส

627
00:34:07.468 --> 00:34:10.032
คอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์คำแรกก็คือ

628
00:34:10.219 --> 00:34:11.628
เชี่ยวซอฟต์แวร์

629
00:34:12.909 --> 00:34:17.156
เราจะได้เรียกถูกเวลาเราพัฒนาซอฟต์แวร์ขึ้นมาเสร็จว่าซอฟต์แวร์ที่เราทำเนี่ย

630
00:34:17.388 --> 00:34:21.569
อยู่ในประเภทไหนนะคะอยู่ใน commercial Software หรือเปล่าก็คือ

631
00:34:21.929 --> 00:34:23.578
เขียนขึ้นมาเพื่อขาย

632
00:34:24.549 --> 00:34:28.530
ที่ผลิตขึ้นมาเพื่อจัดจำหน่ายอันนี้เราเรียกว่าซอฟต์แวร์ทางด้าน

633
00:34:28.458 --> 00:34:30.828
ธุรกิจ commercial นะคะ

634
00:34:31.529 --> 00:34:34.031
หรือเป็นแชร์แวร์

635
00:34:35.180 --> 00:34:36.326

636
00:34:38.247 --> 00:34:39.912
แอร์แวคืออะไร

637
00:34:40.939 --> 00:34:44.093
แชร์แวร์ก็คือซอฟต์แวร์ที่ผู้ผลิตเนี่ย

638
00:34:44.908 --> 00:34:47.230
เราทดลองใช้ก่อนช่วงนึง

639
00:34:49.137 --> 00:34:49.844

640
00:34:50.228 --> 00:34:53.548
ใช้ 15 วัน 7 วัน 15 วัน 30 วันน่ะ

641
00:34:54.318 --> 00:34:55.863
เพราะเราใช้ไปแล้ว

642
00:34:56.237 --> 00:34:57.343
ยังติดใจเลย

643
00:34:57.908 --> 00:34:58.932
หมดอายุแล้ว

644
00:34:59.696 --> 00:35:01.506
ทำไงดีถึงจะได้ใช้

645
00:35:02.707 --> 00:35:03.591
เสียตังค์

646
00:35:04.180 --> 00:35:04.738

647
00:35:06.038 --> 00:35:06.926
อันนี้

648
00:35:06.939 --> 00:35:08.410
อันนี้เรียกแชร์แวร์

649
00:35:08.542 --> 00:35:09.097

650
00:35:10.523 --> 00:35:18.063
บายนะคะ freeware ผู้ผลิตอนุญาตให้ใช้ได้

651
00:35:19.160 --> 00:35:22.296
ใช้ได้เต็ม Full Option นะคะใช้ได้ฟรี

652
00:35:22.999 --> 00:35:25.263
ไปใช้ฟรีแวร์ตัวไหนบ้าง

653
00:35:26.208 --> 00:35:31.537
ไม่ได้เป็นเจ้าของนะคะผู้ผลิตเป็นเจ้าของเหมือนเดิมแต่เราใช้ฟรีเขาไม่ได้ขาย

654
00:35:33.509 --> 00:35:34.718
อะไรบ้าง

655
00:35:36.190 --> 00:35:38.514
อะไรบ้างที่ใช้ได้ฟรีไม่ต้องเสียตังค์

656
00:35:40.417 --> 00:35:41.496
Browser

657
00:35:42.907 --> 00:35:43.168

658
00:35:43.167 --> 00:35:47.802
เวลาเราติดตั้งพวกระบบปฏิบัติการเนี่ย Browser มันก็จะค่อยมาเลย

659
00:35:48.667 --> 00:35:50.873
Browser ของ Windows คืออะไรคะ

660
00:35:53.599 --> 00:35:54.100

661
00:35:54.366 --> 00:35:55.725
Browser ของ

662
00:35:56.229 --> 00:35:57.458
Windows คือ

663
00:35:58.398 --> 00:35:59.682
ติดตั้ง Windows ปุ๊บ

664
00:36:00.127 --> 00:36:01.435
Browser Test

665
00:36:01.728 --> 00:36:02.611
มาด้วย

666
00:36:02.885 --> 00:36:04.453
เราไม่ต้องคิดตังค์เพิ่ม

667
00:36:05.637 --> 00:36:07.421
สมัครให้อัตโนมัติ

668
00:36:08.517 --> 00:36:11.013
ใช้ Browser ของค่ายไหน

669
00:36:12.620 --> 00:36:13.048

670
00:36:13.898 --> 00:36:17.637
Browser รู้จักโปรแกรม web browser ไหม

671
00:36:19.147 --> 00:36:21.384
โปรแกรมที่เราใช้ในการ

672
00:36:21.387 --> 00:36:22.220

673
00:36:24.467 --> 00:36:26.075
รู้จักโปรแกรมไหนบ้าง

674
00:36:27.728 --> 00:36:30.404
Microsoft Access เป็นของ

675
00:36:30.866 --> 00:36:32.138
Microsoft

676
00:36:32.978 --> 00:36:33.486

677
00:36:33.487 --> 00:36:33.989

678
00:36:34.707 --> 00:36:36.507
เป็นของ

679
00:36:37.657 --> 00:36:38.666
Google ค่ะ

680
00:36:41.108 --> 00:36:41.534

681
00:36:42.842 --> 00:36:43.465
firefox

682
00:36:43.546 --> 00:36:43.978

683
00:36:43.927 --> 00:36:44.231

684
00:36:44.188 --> 00:36:45.055
ของ

685
00:36:48.346 --> 00:36:49.420
ของค่ายไหน

686
00:36:50.387 --> 00:36:51.995
เราใช้งานเราต้องดูด้วยนะ

687
00:36:55.068 --> 00:36:55.555

688
00:36:55.782 --> 00:36:57.173
รู้จักไหมคะ

689
00:36:58.137 --> 00:37:00.288
ที่เป็นไอคอนยังไงเอ่ย

690
00:37:01.527 --> 00:37:02.475
ศักดิ์ศรี

691
00:37:03.506 --> 00:37:05.707
สีแดงส้มเนาะ

692
00:37:06.387 --> 00:37:07.669
ของบริษัทไหน

693
00:37:13.237 --> 00:37:16.436
ใช้อย่างเดียวเลยไม่รู้เลยว่ามาจากไหน

694
00:37:17.717 --> 00:37:18.016

695
00:37:18.678 --> 00:37:20.403
ตัวที่ใช้บ่อยคืออะไร

696
00:37:21.556 --> 00:37:22.500
โล่ง

697
00:37:23.547 --> 00:37:27.017
มันจะมีบาง app ที่มันไม่ support กับโคมนะเราต้องดูด้วยนะ

698
00:37:27.127 --> 00:37:28.335
เพื่อนเปิดได้ทุก

699
00:37:28.729 --> 00:37:30.780
ดูฟังก์ชันของเราเปิดไม่ได้

700
00:37:31.095 --> 00:37:32.167
ต้องดูว่า

701
00:37:32.757 --> 00:37:33.380

702
00:37:33.905 --> 00:37:35.940
กลับบ้านแล้วซอฟแวร์ในมหาลัยเนี่ย

703
00:37:36.596 --> 00:37:42.058
มันจะมีข้อจำกัดอยู่นะคะ Software ตัวไหนตัวไหนมัน support กับ Browser ตัวไหนยังไงคะ

704
00:37:43.068 --> 00:37:43.378

705
00:37:43.319 --> 00:37:44.464
เป็น

706
00:37:44.786 --> 00:37:47.577
ฟรีแวร์ของโมบายล่ะคะ

707
00:37:50.617 --> 00:37:54.108
ของโมบายมีนอกเหนือจากนี้ไหม

708
00:37:54.585 --> 00:37:56.013
AA ใช้

709
00:37:56.056 --> 00:37:57.594
Browser อะไรคะ

710
00:37:58.486 --> 00:38:00.420
Safari ดีไหม

711
00:38:01.746 --> 00:38:02.179

712
00:38:03.547 --> 00:38:04.010

713
00:38:05.526 --> 00:38:05.818

714
00:38:06.676 --> 00:38:08.979
OS support อื่นอีกไหม

715
00:38:09.687 --> 00:38:10.837
นอกจาก Safari

716
00:38:11.986 --> 00:38:13.394
เวลาเคยใช้ไหมคะ

717
00:38:14.867 --> 00:38:16.400
มีไหม

718
00:38:17.556 --> 00:38:19.889
internet explorer ใครใช้ไหมคะ

719
00:38:22.938 --> 00:38:23.460

720
00:38:23.576 --> 00:38:24.045

721
00:38:23.705 --> 00:38:25.037
Microsoft

722
00:38:25.045 --> 00:38:26.646
เป็นของบริษัทไมโครซอฟท์

723
00:38:27.475 --> 00:38:28.825
ที่เคยใช้

724
00:38:28.946 --> 00:38:29.776
Browser

725
00:38:30.746 --> 00:38:31.963

726
00:38:32.666 --> 00:38:32.963

727
00:38:32.672 --> 00:38:39.185
เป็นฟรีแวร์ก็จริงค่ะแต่ว่าเขาไม่ได้อนุญาตให้เราเปลี่ยนแปลงแก้ไขโค้ดอะไรได้นะ

728
00:38:39.505 --> 00:38:45.513
เจ้าของผลิตนะคนที่ผลิตยังเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์อยู่เหมือนเดิมนะคะถึงจะเป็นฟรีแวร์

729
00:38:45.846 --> 00:38:49.516
นอกจากนี้ก็จะมี Public Domain Software นะคะ

730
00:38:50.584 --> 00:38:51.342
คือ

731
00:38:52.376 --> 00:38:52.747

732
00:38:53.585 --> 00:38:56.809
เป็นซอฟต์แวร์ที่ผู้ผลิตในยกให้เป็นสมบัติสาธารณะ

733
00:38:57.625 --> 00:39:01.606
ไม่มีลิขสิทธิ์เราเรียกว่า Public Domain นะคะ

734
00:39:02.936 --> 00:39:05.705
นอกจากนี้ก็จะมีโอเพ่นซอร์ส

735
00:39:05.947 --> 00:39:08.187
เคยได้ยินซอฟต์แวร์ประเภท open source ไหมคะ

736
00:39:09.144 --> 00:39:10.861
เป็นอย่างไร

737
00:39:11.516 --> 00:39:14.088
จากที่กล่าวมาทั้งหมดยังไง open-source

738
00:39:17.856 --> 00:39:20.273
open source Code

739
00:39:21.435 --> 00:39:26.235
เขาเปิดสอนโขนให้ด้วยเราสามารถเขียน API เข้าไปเพิ่มได้

740
00:39:26.815 --> 00:39:28.029
เราสามารถ

741
00:39:28.474 --> 00:39:30.462
ธนาต่อยอดของเขาได้

742
00:39:30.905 --> 00:39:31.819
open source

743
00:39:31.936 --> 00:39:32.569
นะคะ

744
00:39:34.179 --> 00:39:34.695

745
00:39:34.305 --> 00:39:35.324
มีลิขสิทธิ์

746
00:39:36.478 --> 00:39:38.871
ซอฟต์แวร์ประเภทนี้จะพัฒนาเร็ว

747
00:39:39.227 --> 00:39:41.023
พัฒนาไปได้เร็วเพราะว่า

748
00:39:41.218 --> 00:39:43.022
โปรแกรมเมอร์ทั่วโลก

749
00:39:44.164 --> 00:39:46.450
ช่วยกันพัฒนา

750
00:39:46.785 --> 00:39:49.605
ตัวอย่างประเภทซ้อนให้ทราบโปรแกรมซิ

751
00:39:50.115 --> 00:39:51.773
ใช้งาน open source ไหมคะ

752
00:39:52.806 --> 00:39:54.755
Android เป็น open source เปล่า

753
00:39:59.265 --> 00:40:00.880
Android ต่อได้ไหม

754
00:40:01.766 --> 00:40:04.663
API เดอะมอลล์พัฒนาตัวโค้ดเลย

755
00:40:05.866 --> 00:40:06.361

756
00:40:07.075 --> 00:40:09.063
เราสามารถเขียนเพิ่ม

757
00:40:09.506 --> 00:40:10.740
พัฒนา

758
00:40:10.854 --> 00:40:14.389
ต่อยอดจากที่เขาทำน่ะเขามีสิทธิ์ function แล้วก็เพิ่ม

759
00:40:14.756 --> 00:40:15.327
เพิ่ม

760
00:40:15.525 --> 00:40:16.709
นะคะเข้าไปได้

761
00:40:17.185 --> 00:40:17.479

762
00:40:18.664 --> 00:40:18.942

763
00:40:19.696 --> 00:40:20.269

764
00:40:21.035 --> 00:40:22.409
วันนี้มีแค่นี้

765
00:40:24.105 --> 00:40:24.588
วันนี้

766
00:40:25.004 --> 00:40:26.699
ไม่เป็นแบบฝึกหัดท้ายบท

767
00:40:26.795 --> 00:40:29.437
นะคะแต่เป็นงานให้ทำ

768
00:40:30.314 --> 00:40:31.230
อ่อนเลิก

769
00:40:31.214 --> 00:40:32.127
นะคะ

770
00:40:33.327 --> 00:40:35.035
โหลดคือ

771
00:40:35.374 --> 00:40:35.581

772
00:40:35.505 --> 00:40:35.710

773
00:40:36.264 --> 00:40:38.557
เราเลือกซอฟต์แวร์มา 1

774
00:40:39.406 --> 00:40:40.648
1 ซอฟต์แวร์

775
00:40:41.384 --> 00:40:42.238

776
00:40:43.564 --> 00:40:45.124
มา 1 อย่างก็พอ

777
00:40:45.223 --> 00:40:45.879

778
00:40:46.507 --> 00:40:50.251
ชื่อซอฟต์แวร์ห้ามซ้ำกันนะคะเดี๋ยวครูจะพิมพ์ชื่อไว้ให้ก่อน

779
00:40:51.248 --> 00:40:52.439
ให้มันพิมพ์เองดีกว่าเนาะ

780
00:40:53.864 --> 00:40:59.922
1 บอกชื่อซอฟต์แวร์นะคะบอกได้ว่าซอฟต์แวร์ที่เราเลือกเนี่ยเป็นซอฟต์แวร์ประเภทไหน

781
00:41:00.714 --> 00:41:03.010
อยู่ในซองแบบประเภทไหนนะคะ

782
00:41:03.734 --> 00:41:07.520
ความสามารถของซอฟต์แวร์ที่เราเลือกอ่ะทำอะไรได้บ้าง

783
00:41:07.904 --> 00:41:09.313
มาใช้งานยังไง

784
00:41:09.755 --> 00:41:11.559
เอามาใช้ทำอะไรนะคะ

785
00:41:11.995 --> 00:41:14.266
ตัวอย่างของซอฟต์แวร์ให้ดูไหม

786
00:41:14.364 --> 00:41:15.736
หน้าตัวอย่างซอฟต์แวร์

787
00:41:16.545 --> 00:41:18.507
ให้ดูไหมแคปมานะคะ

788
00:41:19.994 --> 00:41:24.586
หรือมีตัวอย่างงานที่เขาใช้ซอฟต์แวร์นี้ในการพัฒนามีไหม

789
00:41:24.544 --> 00:41:25.331

790
00:41:26.394 --> 00:41:26.939
เบนซ์

791
00:41:26.905 --> 00:41:27.982
Office

792
00:41:31.006 --> 00:41:34.811
ยกตัวอย่าง Office พ่อเรารู้แล้ว word excel PowerPoint Access

793
00:41:35.105 --> 00:41:36.580
ออฟฟิศมี 4 ตัว

794
00:41:36.704 --> 00:41:39.483
จริงๆไม่ได้มี 4 ตัวออฟฟิศมีเยอะมาก

795
00:41:40.734 --> 00:41:42.335
ให้ยกตัวอย่างออฟฟิศ

796
00:41:42.462 --> 00:41:44.751
ยกเว้นออฟฟิศไม่ใช่ยกตัวอย่าง

797
00:41:45.037 --> 00:41:47.544
ยกเว้น Microsoft Office ทั้งหมด

798
00:41:48.985 --> 00:41:50.552
ยกตัวอย่างออฟฟิศน่ะค่ะ

799
00:41:51.424 --> 00:41:53.112
ซอฟต์แวร์อื่นได้หมดเลย

800
00:41:53.666 --> 00:41:54.248

801
00:41:55.394 --> 00:41:56.819
คนละ 1

802
00:41:59.363 --> 00:42:00.139
เดี๋ยวไป

803
00:42:00.654 --> 00:42:01.629
ทำเป็นคู่

804
00:42:03.273 --> 00:42:04.508
ช่วยกันคิด

805
00:42:05.333 --> 00:42:07.307
ถ้างั้นทำคู่ละกันนะคะ

806
00:42:08.913 --> 00:42:11.257
คู่ละ 1 ซองแปล

807
00:42:11.864 --> 00:42:14.176
เลือกมา 1 ซอฟต์แวร์นะคะ

808
00:42:14.543 --> 00:42:20.811
บอกมาด้วยว่าซอฟต์แวร์ที่เราเลือกมาเป็นซอฟต์แวร์ประเภทใดซอฟต์แวร์ระบบซอฟต์แวร์ประยุกต์ประยุกต์แบบไหน

809
00:42:21.263 --> 00:42:23.139
ระบบและเป็นระบบแบบไหน

810
00:42:23.583 --> 00:42:26.501
หาจากเนื้อหาที่ครูอธิบายไปแล้วนะคะ

811
00:42:27.163 --> 00:42:35.061
ซอฟต์แวร์ที่เราเลือกมันมีลักษณะยังไงใช้ทำอะไรมีตัวอย่างหน้าจอซอฟต์แวร์ไหมมีตัวอย่างงานที่เขาใช้ซอฟต์แวร์ตัวนี้พัฒนาไหม

812
00:42:36.267 --> 00:42:37.378
ส่งก่อนกลับ

813
00:42:37.604 --> 00:42:38.103

814
00:42:40.102 --> 00:42:40.403

815
00:42:41.703 --> 00:42:43.275
มาจับคู่เองค่ะ

816
00:42:44.136 --> 00:42:47.657
คุยกับเองได้เลยอยากรู้ใครนะคะเดี๋ยวครูพิมพ์

817
00:42:49.133 --> 00:42:49.389

818
00:42:50.023 --> 00:42:50.610
เว้น

819
00:42:50.863 --> 00:42:53.260
ซอฟต์แวร์ที่อยู่ในกลุ่มของ Microsoft

820
00:42:54.573 --> 00:42:54.888

821
00:42:54.953 --> 00:42:55.220

822
00:42:56.364 --> 00:42:58.439
อื่นได้หมดเลยค่ะยกเว้นออฟฟิศ

823
00:43:01.484 --> 00:43:03.232
พิมพ์ชื่อให้ก่อนแล้วกันเนาะ

824
00:43:03.912 --> 00:43:05.087
คิดไว้นะคะ

825
00:43:05.583 --> 00:43:07.418
ไปแจ้งก่อนให้คนนั้นแหละ

826
00:43:10.893 --> 00:43:11.477

827
00:43:12.423 --> 00:43:15.328
เดี๋ยวแจ้งรหัสมาเดี๋ยวแป๊บนึงค่ะ

828
00:43:19.463 --> 00:43:19.732

829
00:43:22.022 --> 00:43:23.078
เดี๋ยวรอก่อน

830
00:43:23.053 --> 00:43:23.654

831
00:43:37.843 --> 00:43:39.366

832
00:43:39.763 --> 00:43:42.890
3 ตัวท้ายค่ะกลุ่มที่ 1 มีใครบ้าง

833
00:43:44.432 --> 00:43:46.841
102 กับ

834
00:43:47.953 --> 00:43:48.823
แป๊บนึงนะ

835
00:43:49.303 --> 00:43:51.004
207 ค่ะ

836
00:43:51.923 --> 00:43:53.104
เรื่องอะไรเอ่ย

837
00:43:56.034 --> 00:43:57.073
ชื่อเต็มไหม

838
00:43:58.903 --> 00:44:00.078
OK

839
00:44:07.023 --> 00:44:09.321
ปาย

840
00:44:14.393 --> 00:44:19.029
205 กับ 206

841
00:44:19.773 --> 00:44:20.373

842
00:44:21.244 --> 00:44:22.817
โอเคเดี๋ยวแป๊บนึงนะคะ

843
00:44:29.302 --> 00:44:30.054

844
00:44:33.982 --> 00:44:35.031
Zoom

845
00:44:36.355 --> 00:44:37.404

846
00:45:18.373 --> 00:45:28.373

847
00:45:22.662 --> 00:45:29.604
110 กับ

848
00:45:25.603 --> 00:45:29.369

849
00:45:29.448 --> 00:45:31.350
115

850
00:45:34.307 --> 00:45:35.048

851
00:45:40.132 --> 00:45:41.201

852
00:45:41.793 --> 00:45:43.184

853
00:46:02.271 --> 00:46:03.806

854
00:46:03.812 --> 00:46:04.050

855
00:46:03.944 --> 00:46:05.217

856
00:46:05.340 --> 00:46:07.275
กลุ่ม 4 มีใครบ้างคะ

857
00:46:10.531 --> 00:46:13.714
111 กับ 103 นะ

858
00:46:14.501 --> 00:46:15.974
ทำเรื่องอะไรเอ่ย

859
00:46:17.900 --> 00:46:19.353
iOS ค่ะ

860
00:46:22.632 --> 00:46:23.199

861
00:46:24.870 --> 00:46:27.002
ต่อไปกลุ่มที่ 5 ค่ะ

862
00:46:28.010 --> 00:46:28.274

863
00:46:28.780 --> 00:46:32.235
104 กับ 105 ค่ะ

864
00:46:39.721 --> 00:46:40.218

865
00:46:42.021 --> 00:46:43.545

866
00:47:22.280 --> 00:47:22.548

867
00:47:22.788 --> 00:47:24.008

868
00:47:24.259 --> 00:47:26.669
มาค่ะคุณ 6

869
00:47:27.219 --> 00:47:28.706
ออกมาพิมพ์ได้เลยค่ะ

870
00:47:29.329 --> 00:47:32.662
6 มีใครบ้างแล้วก็เอาชื่อโปรแกรมมาด้วย

871
00:47:33.419 --> 00:47:35.764
รหัส 3 ตัวท้ายแล้วก็ชื่อโปรแกรมด้วยค่ะ

872
00:47:37.139 --> 00:47:39.493
ให้ลงไปเลยจนถึงกลุ่มที่ 11

873
00:47:40.398 --> 00:47:42.185
มีกลุ่มนึง 3 คนใช่ไหม

874
00:47:42.698 --> 00:47:43.493
โอเคค่ะ

875
00:47:53.278 --> 00:47:54.823
เอามาให้ครบนะคะ

876
00:47:54.939 --> 00:47:55.196

877
00:47:55.329 --> 00:47:58.105
บอกชื่อซอฟต์แวร์กลุ่มละ 1

878
00:47:59.169 --> 00:48:00.598
อย่างพอนะคะ

879
00:48:01.338 --> 00:48:06.198
บอกมาเลยว่าซอฟต์แวร์ที่เราเลือกอ่ะอยู่ในประเภทไหน

880
00:48:06.140 --> 00:48:06.784

881
00:48:07.169 --> 00:48:08.521
มีคุณสมบัติ

882
00:48:09.278 --> 00:48:13.026
หรือมีความสามารถของ Software ทำอะไรได้บ้างนะคะ

883
00:48:13.247 --> 00:48:16.253
มีตัวอย่างหน้า Software ไหมแปะมาให้ด้วย

884
00:48:16.189 --> 00:48:16.894
นะคะ

885
00:48:17.537 --> 00:48:21.545
ตัวอย่างงานที่ใช้ซอฟต์แวร์นั้นในการพัฒนาก็ได้นะคะ

886
00:48:22.268 --> 00:48:24.769
อย่างเช่น Adobe Photoshop

887
00:48:25.340 --> 00:48:29.463
ก็จะมีหน้าเขาชอบมันมีหลายเวอร์ชั่นน้องเราไม่ได้สติ๊กเกอร์ Version

888
00:48:29.758 --> 00:48:32.544
เอาสติ๊กเกอร์ที่ตัวชื่อซอฟต์แวร์นะคะ

889
00:48:33.149 --> 00:48:38.491
ถ้าเรามีชิ้นงานที่เขาใช้ Photoshop ในการสร้างแล้วก็แคปหน้านั้นน่ะ

890
00:48:40.057 --> 00:48:40.532

891
00:48:40.958 --> 00:48:41.279

892
00:48:41.598 --> 00:48:42.353
รักใช่ไหม

893
00:48:43.457 --> 00:48:44.322
PR

894
00:48:44.668 --> 00:48:45.724

895
00:48:46.267 --> 00:48:47.648
gra

896
00:48:48.402 --> 00:48:48.916

897
00:48:49.597 --> 00:48:50.189

898
00:48:51.709 --> 00:48:52.579

899
00:48:53.118 --> 00:48:55.626
5 กลุ่มที่ 8 ค่ะมา

900
00:48:57.148 --> 00:48:59.375
เหลือ 9 10 11 นะ

901
00:49:00.291 --> 00:49:01.810
แบบมีเยอะค่ะ

902
00:49:02.658 --> 00:49:07.312
เอาซอฟแวร์บน PC ก็ได้ซอฟแวร์บนสมาร์ทโฟนก็ได้

903
00:49:08.667 --> 00:49:11.133
ไหนก็ได้ Software ก็คือ Application นั่นแหละ

904
00:49:11.036 --> 00:49:11.756
นะคะ

905
00:49:11.866 --> 00:49:13.871
ถ้าพูดถึงซอฟต์แวร์ดูไม่รู้จักเนาะ

906
00:49:14.177 --> 00:49:16.159
ครูบอก Application

907
00:49:16.097 --> 00:49:19.327
App ป่ะ App นั่นนี่ที่เราใช้ทำ

908
00:49:19.939 --> 00:49:20.749
ไปที่เรา

909
00:49:20.959 --> 00:49:23.711
ใช้งานขณะนั้นน่ะค่ะคือซอฟต์แวร์

910
00:49:25.056 --> 00:49:26.918
กลุ่ม 91

911
00:49:27.868 --> 00:49:28.733
อยู่ไหนเอ่ย

912
00:49:32.537 --> 00:49:33.803
ยังเลย

913
00:49:36.826 --> 00:49:40.280
พอดียังไม่ได้เช็คชื่อเลยยังไม่รู้ว่าใครไม่มาเอามาทิ่มเลยค่ะ

914
00:49:41.118 --> 00:49:42.368
ได้เลย

915
00:49:44.386 --> 00:49:47.277
รหัสเพื่อนเราก็พิมพ์รหัสตัวเองค่ะ

916
00:49:47.597 --> 00:49:49.041
ขอชื่อซอฟต์แวร์

917
00:49:53.737 --> 00:49:56.096
ไหนกลุ่มไหนยังไม่มียังไม่ได้

918
00:49:56.046 --> 00:49:58.036
หัวข้อมีไหมคะยกมือซิ

919
00:50:00.589 --> 00:50:01.129

920
00:50:03.408 --> 00:50:03.891

921
00:51:10.375 --> 00:51:11.638
เลือกเองได้เลยค่ะ

922
00:51:11.845 --> 00:51:13.474
แคปมา 1 อย่าง

923
00:51:13.956 --> 00:51:14.483

924
00:51:15.046 --> 00:51:19.128
ถ้าเป็น Application ที่เราเคยใช้งานเราก็จะได้

925
00:51:19.715 --> 00:51:22.359
ได้เต็มที่ไงอ๋อ App นี้ใช้อยู่แล้ว

926
00:51:22.654 --> 00:51:24.025
ใช้งานอยู่แล้ว

927
00:51:30.014 --> 00:51:30.432

928
00:51:32.895 --> 00:51:34.446
กลุ่มที่ 10 ค่ะ

929
00:51:35.975 --> 00:51:36.195

930
00:51:40.384 --> 00:51:42.335
อะไรก็ได้ยกเว้นออฟฟิศ

931
00:51:42.814 --> 00:51:43.243

932
00:51:46.465 --> 00:51:47.469

933
00:52:12.266 --> 00:52:14.299
แล้วส่งเข้าคลาสรูม

934
00:52:16.365 --> 00:52:19.281
แล้วอาจารย์จะสุ่มเอาไว้ให้ใครพิเศษนะ

935
00:52:20.395 --> 00:52:21.606
จะให้เล่าให้ฟังด้วย

936
00:52:21.997 --> 00:52:26.140
เปิดไฟล์ขึ้นมาส่งโดนใครกลุ่มไหนก็กลุ่มนั้น present

937
00:52:27.245 --> 00:52:27.799

938
00:52:28.974 --> 00:52:31.941
ทุกคนก็จะมีโอกาสได้เล่าให้เพื่อนฟังว่า

939
00:52:31.854 --> 00:52:36.272
เราเลือกแอปสิว่าอะไรแอปนั้นใช้ทำอะไรได้บ้าง

940
00:52:37.863 --> 00:52:41.322
ทำสวยๆได้เลยนะคะทำใส่ PowerPoint ก็ได้ทำ

941
00:52:41.514 --> 00:52:43.220
ลงใน Word ก็ได้ตั้ม

942
00:52:43.303 --> 00:52:44.965
นักศึกษาเลย

943
00:52:45.614 --> 00:52:46.891
อันนี้เป็นงาน

944
00:52:47.276 --> 00:52:49.715
คะแนนเท่ากันกับแบบฝึกหัดท้ายบท

945
00:52:54.004 --> 00:52:54.433

946
00:52:54.135 --> 00:52:57.340
ถุงนึงไหมคะ

947
00:52:57.334 --> 00:52:59.750

948
00:53:03.414 --> 00:53:03.711

949
00:53:36.135 --> 00:53:36.408

950
00:53:36.374 --> 00:53:43.918
เข้าไปดูก็ได้ว่าใครเลือกอะไรแสดงว่าเรามี 10 กลุ่มนะงั้นให้ทำงานก่อน

951
00:53:44.824 --> 00:53:48.212
เดี๋ยวค่อยสรุปว่าจะให้ใครมานำเสนอนะคะ

952
00:53:48.162 --> 00:53:48.461

953
00:53:48.294 --> 00:53:49.600
กลุ่มไหนนำเสนอ

954
00:53:49.893 --> 00:53:51.515
ตอนนี้ให้ทำงานไปก่อน

955
00:53:53.796 --> 00:53:54.077

956
00:53:54.054 --> 00:53:54.290

957
00:53:54.172 --> 00:53:55.507
ภาพนี้แหละ

958
00:53:55.720 --> 00:53:59.106
เราเหลือเวลาเยอะแยะเรียนถึง 4 โมง 5 โมงนู่น

959
00:54:01.344 --> 00:54:01.683

960
00:54:03.654 --> 00:54:05.663
ทำงานก่อนค่ะมันไม่ได้ยาก

961
00:54:05.693 --> 00:54:08.179
บอกชื่อซอฟต์แวร์นะคะ

962
00:54:09.412 --> 00:54:10.679
บอกประเภทมาด้วยนะ

963
00:54:12.802 --> 00:54:13.481

964
00:54:14.273 --> 00:54:15.937
เรียนไปครึ่งเทอมแล้ว

965
00:54:15.877 --> 00:54:17.788
ที่ผ่านมาไม่เคยส่งงานเลยหรอ

966
00:54:20.292 --> 00:54:21.233
OK

967
00:54:21.762 --> 00:54:22.374

968
00:54:26.171 --> 00:54:27.642
ทำให้ครูเซอร์ไพรส์

969
00:54:28.034 --> 00:54:31.249
ไม่ได้อยู่ใน classroom ก็เลยแอบแซวว่าเอ้า

970
00:54:31.172 --> 00:54:32.572
ที่ผ่านมา

971
00:54:35.203 --> 00:54:36.099

972
00:54:37.824 --> 00:54:38.852

973
00:54:44.482 --> 00:54:46.102
นี่คือรหัสเข้าคลาส

974
00:54:49.541 --> 00:54:51.373
เปลี่ยนเมลใหม่หรอ

975
00:54:53.712 --> 00:54:54.603

976
00:54:54.673 --> 00:54:55.929
ดีๆ

977
00:54:56.142 --> 00:54:58.955
ถ่ายไว้ให้เพื่อนด้วยเผื่อใครยังไม่ได้เข้าคลาส

978
00:55:00.112 --> 00:55:00.310

979
00:55:00.486 --> 00:55:10.486

980
00:55:12.213 --> 00:55:12.778

981
00:55:13.693 --> 00:55:14.827
ขายไปหรือยังคะ

982
00:55:15.936 --> 00:55:16.566

983
00:55:17.141 --> 00:55:18.168
พยางค์

984
00:55:19.131 --> 00:55:20.511
แล้วน้องโอเค

985
00:55:20.857 --> 00:55:21.833
รู้จักอ๊อฟ

986
00:55:22.901 --> 00:55:24.455
เซฟไฟล์นี้ก่อน

987
00:55:25.214 --> 00:55:28.276
แล้วจะไปแปะไว้ใน classroom ให้นะคะ

988
00:55:28.350 --> 00:55:29.964
เบื่อเพื่อนกลุ่มที่ 11

989
00:55:30.071 --> 00:55:31.168
จะได้ดูว่า

990
00:55:32.761 --> 00:55:34.949
ข้อไหนที่ยังไม่มีใครเลือก

991
00:55:36.211 --> 00:55:36.660

992
00:56:53.371 --> 00:56:56.136
จะประกอบไปด้วยต่อไปนี้นะคะ

993
00:56:57.272 --> 00:56:59.875
เอาเบอร์ 1 อย่างใช่ไหมคะบอกชื่อ

994
00:57:00.410 --> 00:57:04.862
ประเภทคุณสมบัติและความสามารถของซอฟต์แวร์นั้นใช้ทำอะไรนะคะ

995
00:57:06.055 --> 00:57:11.471
ตัวอย่างหน้าโปรแกรมมาให้ดูด้วยหน้า Software ตัวนั้นนะคะแล้วก็ถ้าเรา

996
00:57:11.891 --> 00:57:14.779
ไปเจอผลงานที่สร้างจากซอฟต์แวร์นั้นน่ะ

997
00:57:15.530 --> 00:57:16.405
เอามา

998
00:57:16.682 --> 00:57:17.455
ดูด้วย

999
00:57:18.600 --> 00:57:20.185
ส่งมาให้ดูด้วยนะคะ

1000
00:57:20.970 --> 00:57:22.048
งั้นเราจะ

1001
00:57:22.571 --> 00:57:28.166
ทำใส่ presentation ก็ได้นะคะเพราะว่าครูจะส่งให้นำเสนอด้วย

1002
00:57:29.931 --> 00:57:30.190

1003
00:57:31.209 --> 00:57:32.677
หรือทำไส

1004
00:57:34.670 --> 00:57:35.779
ขวดก็ได้ค่ะ

1005
00:57:38.059 --> 00:57:39.134


