(เจ้าหน้าที่) สวัสดีค่ะ (ล่าม) สวัสดีค่ะ (เจ้าหน้าที่) เดี๋ยวรออาจารย์สักครู่นะคะ (อาจารย์ธิดารัตน์) สวัสดีค่ะ ฮัลโหล ฮัลโหล ฮัลโหล ฮัลโหล ออกไหม สวัสดีค่ะ สวัสดีพี่ล่ามนะคะ ได้ยินนะ (ล่าม) สวัสดีค่ะ (อาจารย์ธิดารัตน์) โอเค ค่ะ ก็วันนี้เราก็จะมาเริ่มเรียนนะคะ บทที่ 1 นะคะ เกี่ยวกับตัวมาตรฐานสากล ด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และดิจิทัลนะคะ วันนี้ก็จะมาพูดเป็นภาพองค์รวมนะคะ ว่ารายวิชานี้เราจะเรียนมาตรฐานอะไรบ้างนะคะ แต่ละตัวมีมาตรฐานอะไรที่น่าสนใจ โอเคนะคะ เริ่มแรกก็จะพูดถึง บทนำของเราก่อนนะคะ ว่า ณ ปัจจุบันนี่ เราจะเห็นหน่วยงาน องค์กรของเรา มหาวิทยาลัยของเราก็ได้นะคะ ภาครัฐ ภาคเอกชนนี่ ก็ต้องมีตัวระบบสารสนเทศ คอมพิวเตอร์ การใช้งานต่าง ๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้นนะคะ การบริหารงานด้าน IT หรือว่าเทคโนโลยีสารสนเทศนี่ สำหรับประเทศไทยนี่ก็เข้ามามีบทบาท รวมถึงผู้บริหารที่เข้ามาดูแล และก็บริหาร ไม่ว่าจะเป็นบุคลากร ทรัพยากรคน แล้วก็ทรัพยากรอุปกรณ์ด้วยนะคะ ดังนั้นผู้บริหารนี่ บางท่านอาจจะถูกปรับตำแหน่ง หรือว่าเลื่อนตำแหน่งขึ้นมา โดยไม่ได้จบทางสายเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือว่า IT โดยเฉพาะ ดังนั้นนี่ เราจะทำอย่างไร หรือจะมีตัวไหน ที่เข้ามาช่วยให้ผู้บริหารเหล่านั้นนี่ เข้ามาบริหารงานด้านสารสนเทศ ให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุดนะคะ เมื่อผู้บริหารนี่ ไม่ได้จบหรือถูกพัฒนา มาจากสายคอมพิวเตอร์หรือเทคโนโลยีสารสนเทศ ดังนั้น เวลาเขาบริหารหรือว่าพัฒนาบุคคลนะคะ รวมถึงทรัพยากรต่าง ๆ ที่อยู่ในหน่วยงาน องค์กรของเขานี่ เขาอาจจะไปดูแบบแผนมาจากบริษัทอื่น หรือว่าจากหน่วยงานอื่นนะคะ หรือว่าตัวกรณีศึกษาอื่น ๆ มา ซึ่งตรงนั้นอาจจะไม่ใช่ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ดั้งนั้น ทำอย่างไรให้หน่วยงาน หรือว่าองค์กรของเรานี่ประสบความสำเร็จนะคะ การบริหารทางเทคโนโลยีสารสนเทศของไอทีนี่ ไม่ว่าจะเป็นที่ไทยหรือว่าต่างประเทศนะคะ หลักการหรือว่าการบริหารนี่ ก็ต้องมีรูปแบบที่คล้ายกัน รวมถึงตามชื่อของเรา คือ มาตรฐานสากล ดังนั้น เราก็จะเอา ตัวมาตรฐานทางด้านไอทีที่เป็นสากลนี่ เข้ามา Support ให้ผู้บริหารเหล่านั้นนี่ เข้ามาเลือก หรือว่าจัดสรรตัวสารสนเทศ และตัวมาตรฐานที่มันสอดคล้อง กับหน่วยงานหรือว่าองค์กรของเรานั่นเองนะคะ เพื่อให้หน่วยงานของเรานี่ ทำงานให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุดนะคะ ทำอย่างไรให้ลดระยะเวลา ประหยัดเวลา ประหยัดคน ประหยัดทรัพยากร พูดง่าย ๆ คือ ได้ผลกำไรที่ดีที่สุดนั่นเองนะคะ ไม่ว่าจะเป็นการบริการ หรือว่าการผลิตภัณฑ์นะคะ เหล่านี้ก็ต้องจะให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ให้กับหน่วยงานของเราด้วยนั่นเอง พูดง่าย ๆ คือได้ผลกำไรนั่นเองนะคะ หัวข้อที่จะมาบรรยายก็จะเป็นพูดถึงตัวมาตรฐาน ที่อาจารย์หยิบมา ที่คิดว่าน่าจะสำคัญ แล้วก็สอดคล้องกับตัวรายวิชานี้นั่นเองนะคะ เริ่มแรกก็จะพูดถึงมาตรฐานไอทีที่เราจะเลือกมา มาตรฐานและก็การจัดทำ มีหน่วยงานไหน มีองค์กรไหนนะคะ มาตรฐาน IEEE นะคะ มาตรฐาน ITIL มาตรฐาน ISO มาตรฐาน COBIT มาตรฐาน COSO และก็มาตฐาน CMMI ซึ่งแต่ละชื่อของมาตรฐานตัวนี้ นักศึกษาต้องจำให้ได้ว่า แต่ละมาตรฐานนั้นคืออะไร แล้วก็มีรูปแบบ ลักษณะแบบไหนนั่นเองนะคะ มีหน่วยงาน มีองค์กร แล้วก็เขาสนับสนุนทางด้านเรื่องไหนนั่นเองนะคะ เริ่มมาพูดถึงตัวมาตรฐาน IT ในการปฏิบัติงานในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานของสถานที่ไหน หน่วยงานไหน บาง… ทุกกิจกรรมก็ต้องมีการปฏิบัติงานที่ซ้ำ ๆ หรือว่าเป็น Routine นั่นเองนะคะ ดังนั้น การปฏิบัติงานซ้ำ ๆ นี่ ทำอย่างไร ให้มันลดข้อผิดพลาดที่จะเกิดขึ้น ทำอย่างไร ให้ลดระยะเวลาในการทำงาน ทำอย่างไร ให้ใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าที่สุดนั่นเองนะคะ ดังนั้นการปฏิบัติงานต่าง ๆ นี่ก็ต้องให้ประสบความสำเร็จ เราก็ต้องมีตัวมาตรฐานเข้ามา ตอบโจทย์ตรงนี้นั่นเองนะคะ หากเราปฏิบัติงาน ปฏิบัติงานโดยไม่มีมาตรฐาน วันนี้อยากทำเท่านี้ วันนี้ไม่อยากทำ ใช้ระยะเวลาเท่าไรนะคะ เหมือนการให้บริการนี่ กรณีที่มีผู้มาใช้บริการเยอะ แล้วเราให้การบริการไปนี่ ระยะเวลาแต่ละที่นี่อาจจะไม่เท่าเทียมกัน ดังนั้น เราจะพึงพอใจไหม สมมติเราเป็นผู้รับบริการแล้วไปใช้บริการ หน่วยงานหนึ่งให้การบริการ ที่รวดเร็วกว่าและก็ดีกว่า กับอีกหน่วยงานหนึ่ง ซึ่งให้ระยะเวลาที่ค่อนข้างเยอะกว่านั่นเอง เราก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีกว่าอยู่แล้ว ใช่ไหมคะ ดังนั้น เราก็ต้องปฏิบัติงานนะคะ ให้เกิดความพึงพอใจของผู้รับบริการ แล้วก็ สามารถที่จะใช้งาน แล้วก็เชื่อมต่อ กับตัวระบบงานอื่นได้ด้วยนั่นเองนะคะ ไม่ใช่ว่าทำออกมา แล้วผลลัพธ์ที่ได้ ไม่สามารถที่จะไปทำงานต่อ หรือว่าทำงานข้ามกับระบบตัวอื่นได้นั่นเองนะคะ อันนี้ก็ต้องคำนึงถึงแผนกอื่น ฝ่ายอื่นด้วย ที่จะทำให้การทำงานของหน่วยงาน หรือว่าบริษัทของเราดำเนินการ อย่างสอดคล้องกันนั่นเองนะคะ อย่างตัวนี้ก็คือการนำระบบ Interoperability มาใช้เป็นมาตรฐานนะคะ ยกตัวอย่างการใช้งานง่าย ๆ เหมือนเวลาตอนนี้นักศึกษาเข้ามามหาวิทยาลัย เวลาเข้าสู่อินเทอร์เน็ตนะคะ Login เข้ามา Username Password รหัสนักศึกษาถูกไหมคะ เข้าไปใช้งาน Search ข้อมูล ทำรายงาน หรือว่าเข้าไป Facebook เข้าไปดู สิ่งที่ต้องการค้นหาต่าง ๆ ตรงนี้นี่ เขาจะมีมาตรฐาน HTML ขึ้นมา เป็นมาตรฐานของเว็บขึ้นมา กดเข้าไปแล้วมี Response ในการทำงาน ค้นหาคีย์เวิร์ดต่าง ๆ นี่ขึ้นมา เป็นระยะเวลาที่รวดเร็วไหม Keyword ที่ค้นหากับตัว... กับ Search Engine แล้วก็แหล่งข้อมูลที่เราต้องการนี่ มันตรงกันหรือเปล่า อาจจะ Search เป็น Keyword หนึ่ง แล้วผลลัพธ์ที่ออกมานี่ตรงกันไหม ข้อมูลมีเยอะหรือเปล่าอะไรอย่างนี้นะคะ มันก็จะมีมาตรฐานขึ้นมา เพื่อให้รองรับสำหรับผู้ใช้นะคะ เดี๋ยวเรามาดูต่อ อาจารย์พูดเร็วพูดช้าบอกได้นะคะ ก็จะพูดไปเรื่อย ๆ มีปัญหาง่วงนอนอะไรยกมือถามได้นะคะ ถัดมาจะเป็นตัวอย่างมาตรฐานในการใช้เว็บ อันนี้คุ้นเคยอยู่แล้ว เข้ามาใช้ทุกวันอยู่แล้ว อาจจะวันหนึ่งอาจจะหลาย ๆ รอบก็ได้นะคะ การใช้งานเว็บไซต์ ต้องมีมาตรฐานอะไรมา Support เริ่มแรก มาตรฐานฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ บางคนบอก เกี่ยวด้วยหรือคะ เราแค่เข้าไปใช้เว็บไซต์ แน่นอนเราต้องมีอุปกรณ์ อาจจะเป็นคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก สมาร์ตโฟน แท็บเล็ต อะไรก็แล้วแต่ถูกไหมคะ ที่เราจะสามารถเข้าไปใช้บริการเว็บไซต์นั้นได้ ฮาร์ดแวร์เสร็จต้องมีซอฟต์แวร์ คราวนี้นี่ เราเอาผลิตภัณฑ์ของบริษัทไหน หน่วยงานไหนมาใช้งาน หรือเรามาใช้แล้ว มันก็จะมีบอกว่า เป็น License แท้ ไม่ License แท้ ที่เรามาใช้งานนี่เป็นอย่างไรนะคะ มันก็จะเกี่ยวโยงกันไปเรื่อย ๆ นะคะ มาตรฐานระบบปฏิบัติการ ในอุปกรณ์ของเรา ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ สมาร์ตโฟน แท็บเล็ต ระบบปฏิบัติการที่เราลงด้วยนะคะ เขามีมาตรฐานไหม เราก็จะรู้ว่ามาตรฐานที่เราลง ในอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ของเรานี่ มันรองรับกับอุปกรณ์ของเราในรุ่นไหนบ้าง กับอุปกรณ์ซอฟต์แวร์ไหนบ้างนะคะ บางอันก็อาจจะแบบ ของ Windows อย่างเดียว หรือว่าของ Linux อะไรอย่างนี้นะคะ ก็แล้วแต่ว่าระบบปฏิบัติการที่ใช้มานี่ มัน Support หรือว่ารองรับตัวไหนบ้างนั่นเอง มาตรฐานระบบเครือข่ายและการสื่อสาร เครือข่ายที่เราใช้ เป็นรูปแบบอะไร เป็น Local Network เป็นสาย LAN ไหม สาย LAN ธรรมดา เป็นไฟเบอร์หรือเปล่า สายไฟเบอร์ที่ใช้ในการสื่อสาร หรือเป็นการเดินสายในอากาศนะคะ พวก Wi-Fi พวก Satellite นะคะ ก็คือพวกดาวเทียม อันนี้ก็จะเป็นรูปแบบการสื่อสารเช่นเดียวกัน มันก็จะแยกเป็นประเภทอีก แบบไร้สาย ไม่ไร้สาย มีอุปกรณ์แบบไหนที่ Support มันก็จะเกี่ยวโยงกันไปทั้งหมดนะคะ เหมือนเวลาเราใช้งานเว็บไซต์ บางทีเราอาจหลงลืมไปว่า มันมีอุปกรณ์ตัวไหนที่มาเชื่อมต่อบ้าง แล้วมันมีเทคโนโลยีไหนบ้าง รวมถึงตัวมาตรฐานตัวไหน ที่มา Support อีกนั่นเอง เดี๋ยวเราก็จะเข้าไปดูตัวระบบเครือข่าย มันจะเป็น สัปดาห์หลัง ๆ ก็จะมาดูว่าระบบเครือข่าย มีอุปกรณ์ไหนบ้าง Support มีอุปกรณ์และมีมาตรฐานตัวไหนนะคะ มาตรฐาน TCP/IP อันนี้น่าจะคุ้น ปี 3 น่าจะได้เรียนมาแล้วนะ คุ้น ๆ ไหมคะ TCP/IP ตัวส่ง IP ต่าง ๆ พวกเรียน Network มาแล้วนี้น่าจะคุ้น ๆ อยู่ TCP/IP IP Address ต่าง ๆ การเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนโฮสต์ต่าง ๆ การส่งข้อมูล ระหว่าง Server ผู้ส่งกับผู้รับ มาตรฐาน HTML เรียนการเขียนเว็บมา น่าจะได้เรียนกันแล้วไหมคะ โอเค เป๊ะหมดแล้วพวกนี้ มาตรฐาน Search Engine การ Search Engine ต่าง ๆ ก็คือเหมือนเวลาเราเข้า Google นะ หรือว่าเข้าไป Search ข้อมูลต่าง ๆ ก็จะเป็นมาตรฐานตัวนี้ ก็อย่างที่อาจารย์บอกไป ว่า Search ไปแล้ว Keyword กับคำที่ค้นหานี่มันตรงกันไหม ที่แสดงหน้าจอ มันไปแหล่งข้อมูลที่ถูกต้องเหมือนกันใช่หรือเปล่า แล้วก็มี Response ก็คือระยะเวลาที่นำเสนอเป็นเท่าไร มาตรฐาน อักขระก็คือตัวอักษร ในการสื่อสารข้อมูลนั่นเองนะคะ โอเค ถัดมา เราจะมาดูมาตรฐานที่เราสนใจนะคะ ยกตัวอย่าง มาตรฐานเกี่ยวกับบุคคล มาตรฐานความสามารถ แล้วก็ตำแหน่ง อย่างที่บอกไปนะคะ สมมติเราไปทำงานนะคะ หน่วยงานหนึ่ง จบไปพร้อมกับนักเรียนจบใหม่ของห้องอื่น มหาวิทยาลัยอื่น หรือว่าที่อื่นนี่ เราอยากไปสมัครงาน เราจะมีคุณสมบัติอย่างไร ที่เป็นการบ่งบอกว่าเรานี่มีความสามารถ ดังนั้น มาตรฐานเกี่ยวกับบุคคลนี่ ก็จะเป็นตัวที่บ่งบอกได้ว่าเรามีความสามารถ หรือมีทักษะอย่างไร พูดง่าย ๆ ถ้าเป็นเหมือนภาษาอังกฤษเราก็ไปสอบ ถูกไหมคะ ว่ามี IELTS มีอะไรนะคะ ใบเซอร์ที่รองรับ ว่าเรามีทักษะภาษาอังกฤษอย่างไรบ้าง ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศหรือไอทีของเรา ก็จะมีตัวใบรับประกัน ว่าเรามีความสามารถทางไหนบ้างนั่นเอง อย่างมาตรฐานของตัวบุคคล ยกตัวอย่างเหมือน IC3 IC3 จะเป็นมาตรฐาน ที่บอกว่าคุณมีความสามารถในการใช้ อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์อย่างไร หรือว่าซอฟต์แวร์สำเร็จรูป ใช้ Word PowerPoint Excel ได้ถึงระดับไหน เหมือนเราไปเรียน Word PowerPoint Excel มา เหมือนกันทุกคนนี่ในห้อง เราจะรู้ได้อย่างไร ว่าแต่ละคนนี่ มีทักษะในการใช้งาน Word PowerPoint Excel ระดับไหน คนไหนเก่งสุด ใช้งานคล่องสุด เร็วสุด แล้วก็สามารถใช้เปิดฟังก์ชัน Feature ต่าง ๆ ได้ ดังนั้น ตัวมาตรฐานของตัวบุคคลนี่ ก็จะมาเป็นตัวที่มาแสดงให้เห็นว่า แต่ละบุคคลนี่มีทักษะขนาดไหน เมื่อบุคคล หรือว่าบุคลากรเรามีทักษะแล้ว ก็จะส่งผลให้องค์กรหรือว่าหน่วยงานนี่ มีคุณภาพมากขึ้น เรามีบุคลากรที่มีคุณสมบัติแบบนี้ สมมติอาจารย์มีใบเซอร์ มหาวิทยาลัยก็จะได้การรองรับ ว่ามีการเรียนการสอนที่ดี มีการใช้อุปกรณ์รวมถึงบุคลากร ที่ได้รับการรองรับมา มันก็จะส่งผลต่อเนื่องกันไปนะคะ ถัดมา มาตรฐานเกี่ยวกับอุปกรณ์เครือข่าย และก็การเชื่อมต่อ อุปกรณ์เราใช้ของผลิตภัณฑ์อะไร มีมาตรฐานตัวไหนมารองรับ มีตัวกลางเครือข่ายไหมนะคะ เพราะเดี๋ยวนี้มันก็จะมีบริษัท ที่มาให้บริการนี่ค่อนข้างเยอะนะคะ ดังนั้น ก็ต้องดูว่าแต่ละที่นี่ Support แล้วก็ให้บริการเราดีไหมนะคะ อย่างแต่ละพื้นนี่ การให้บริการก็อาจจะเข้าถึงไม่เท่ากัน ถ้าเป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างเข้าถึงยาก หรือว่าเป็นพื้นที่ ที่ยังไม่มีการให้บริการระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต มันก็จะมีแค่บางผู้ให้บริการเท่านั้น ที่สามารถให้บริการเราได้นั่นเองนะคะ การจัดการเกี่ยวกับการให้บริการ IT การให้บริการ IT อย่างไรนะคะ อย่างพวกระบบเซลลูลาร์ ก็คือระบบโทรศัพท์นั่นเอง เวลาเราไป AIS Dtac TrueMove ใช่ไหม เราอยากสมมติเราเป็นเจ้าของบริษัทใช่ไหม การจัดการเกี่ยวกับการให้บริการ IT ก็คือ คล้าย ๆ กับการให้บริการตัวระบบเครือข่ายนั่นเอง หรือในรูปแบบโทรศัพท์บ้าน อาจจะเป็น TOT องค์การโทรศัพท์ หรือว่า 3BB CAT Telecom ต่าง ๆ พวกนี้ก็จะเป็นการให้บริการเช่นเดียวกัน อาจจะเป็นคำที่เราคุ้นเคย แต่เราอาจจะแบบแยกไม่ออกว่า พวกนี้ก็จะเป็นหน่วยงานที่ให้บริการ เกี่ยวกับสารสนเทศหรือว่า IT ของเรานั่นเองนะคะ มาตรฐานเกี่ยวกับการพัฒนาซอฟต์แวร์ ก่อนที่จะไปเป็นซอฟต์แวร์ที่เราใช้ ณ ปัจจุบันนี่ เขาก็ต้องมีการใช้งานแล้วก็ทดลอง มีการ Test นะคะ มีการนักพัฒนา Developer แล้วก็มี Testing นะคะ ของตัวซอฟต์แวร์ Software Testing ต่าง ๆ Software Developer มันจะมีกระบวนการแล้วก็มี บุคลากรแต่ละตำแหน่งเข้ามา Support พวกนี้ เขาจะมีมาตรฐานมารองรับอีกว่า ทำ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ตามนี้แล้ว ครบตามมาตรฐานเรียบร้อยนะคะ มาตรฐานรักษาความมั่นคงปลอดภัย ข้อมูลไม่รั่วไหลนะคะ มาตรฐานเกี่ยวกับเอกสาร แบบฟอร์ม ข้อมูลนะคะ การเก็บแบบฟอร์มข้อมูลต่าง ๆ นะคะ สามารถเก็บไว้แล้ว สามารถที่จะดึงข้อมูลกลับมาค้นหา แล้วทำเป็นรูปแบบรายงานได้ไหม ในระยะเวลาเท่าไร เก็บข้อมูลไว้ที่หน่วยงานไหนนะคะ อันนี้จะเป็นตัวอย่างมาตรฐานนะคะ ที่ยกมานะคะ ให้นักศึกษาเข้าใจนะคะ ถัดมา เราจะมาพูดถึงตัวมาตรฐาน ประเภทของมาตรฐานก่อนนะคะ พวกตัวกำเนิดของมัน อันแรกนะคะ De Juror นะคะ เป็นมาตรฐานนะคะ ที่กำหนด โดยเริ่มจากมาตรฐานแต่ละประเทศ แล้วก็กำหนดโดยองค์กรระหว่างประเทศนะคะ เช่น ISO นะคะ ก็จะเป็นการร่วมมือกัน ของระหว่างของประเทศนะคะ ว่ามาตรฐานตัวนี้ ใช้งานแล้ว มันเกิดผลอย่างไร Support ตัวไหนบ้าง อันนี้ก็คือเป็นระหว่างประเทศ คิดด้วยกัน คราวนี้ De Facto Standard ตัวนี้จะเป็นมาตรฐานที่ใช้ภายในหน่วยงานก่อน พูดง่าย ๆ คือ มีการใช้งานภายในหน่วยงาน ภายในองค์กรเสร็จ ใช้เสร็จปุ๊บ เกิดการแพร่หลาย จากหน่วยงาน 1 ไปหน่วยงาน 2 หน่วยงาน 3 แล้วก็กระจายพื้นที่มากขึ้น จากพื้นที่เล็ก ๆ ก็เป็นพื้นที่ที่ใหญ่ขึ้นนะคะ ก็จะเป็นมาตรฐานที่ใช้กันมาสืบเนื่อง และสุดท้ายก็จะเป็น Open Standard ก็จะเป็นมาตรฐานที่เรารู้จักกันอยู่แล้ว เป็นสากล ที่เกิดขึ้นมาแล้ว อ้อ อันนี้คือมาตรฐานที่เราใช้กันมา นับมาหลาย ๆ ปีอยู่แล้วนั่นเองนะคะ อันนี้ก็จะเป็นประเภทของมาตรฐานทั้ง 3 แบบนะคะ De Juror Standard De Facto Standard แล้วก็เป็น Open Standard นะคะ 3 อัน ถัดมา เมื่อเรารู้ ประเภทของตัวมาตรฐานเรียบร้อยแล้ว คราวนี้เราก็จะเราก็จะมาดู สไลด์ต่อไปของเรานะคะ องค์กรหรือว่าองค์การมาตรฐาน มาตรฐานระดับโลก ก็จะมีตัวองค์กรที่มารองรับ อันนี้ก็จะเป็นบางส่วนที่ยกตัวอย่างขึ้นมานะคะ ให้ดู อย่าง ISO ตัวนี้นะคะ ก็จะเป็นตัวมาตรฐานที่หน่วยงาน พวกองค์กรต่าง ๆ นี่ ตามบริษัทต่าง ๆ นี่ ค่อนข้างใช้เยอะนะคะ รวมถึงถ้าเป็นพวกเกี่ยวกับโรงงานนี่ ตัว ISO นี่ จะค่อนข้างจะสำคัญ จะเห็นว่า มันจะเป็นมาตรฐานเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ที่เข้ามารองรับว่าหน่วยงานหรือว่าองค์กรของเรา ผลิตแล้วไม่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม เวลาเราจะผลิตหรือว่าทำอะไรนี่ มันจะไม่มีผลกระทบกับคนอื่นสืบเนื่องมานั่นเอง ยกตัวอย่างของเมื่อกี้ ISO แล้ว เราจะมาพูดถึง ANSI นะคะ ANSI ก็คือตัวสถาบันมาตรฐานแห่งอเมริกานั่นเอง เป็นองค์กรนะคะ ที่สนับสนุนการพัฒนา มาตรฐานเทคโนโลยีสารสนเทศของอเมริกานะคะ ตัวนี้ก็จะเป็นผู้เริ่มนะคะ ในการสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็น ISO นะคะ ที่ประเทศไทยก็ได้นำมาใช้ตัวมาตรฐานตัวนี้นะคะ หรือ W3C นะคะ W3C ตัวนี้ก็จะเป็น ต่อไปนี่ นักศึกษาน่าจะได้คุ้นกับคำนี้มากขึ้น สำหรับเวลาเราเข้าไปใช้เกี่ยวกับตัวพัฒนา หรือว่าเขียน Coding มากขึ้นนั่นเอง W3C ก็จะเป็นองค์กรระหว่างประเทศ ที่ทำงานนะคะ เกี่ยวกับเทคโนโลยีเว็บ เมื่อกี้เราเรียนไปแล้วสำหรับปี 3 พวก... ก็จะมีพวก Web HTML นะคะ XML XHTML พวกเทคโนโลยีเว็บต่าง ๆ ก็จะอยู่กับ W3C นะคะ เหมือนเวลาเราเรียน เกี่ยวกับการเขียนโค้ด HTML นี่ มันก็จะมีหน้าของ W3C เข้าไปดูว่า เวลาเราเขียนโค้ดแล้ว มันมีการ เหมือน Pseudo-Type ก็คือการไปรันโค้ดในนั้น แล้วมันสามารถเกิดผลลัพธ์อะไรขึ้นมา (อาจารย์ธิดารัตน์) พวก CSS คุ้นไหมปี 3 (นักศึกษาชาย) คุ้นครับ (อาจารย์ธิดารัตน์) ชื่นใจแทนอาจารย์ที่สอนนะคะ เดี๋ยวนะ เดี๋ยวนะ หายไปไหนแล้ว ยกตัวอย่างตรงนี้ อย่างนี้นะคะ ของตัว W3C มันก็จะมี เห็นไหมเอ่ย เวลาเราเขียนโค้ด เราก็ไป Testing ต่าง ๆ ก็จะมี Coding ขึ้นมา เดี๋ยวปี 2 เดี๋ยวคงจะได้เรียนเหมือนกันนะคะ พวกทำเว็บไซต์ต่าง ๆ เขียน Coding ขึ้นมา Run แล้วมันมีหน้าตาอย่างไร ใช่ไหมคะ มีตรงไหนที่เกิด Error หรือว่ามี Format รูปแบบการเขียนอย่างไรบ้างนั่นเองนะคะ โอเค กลับไปดูต่อของเรา มันสลับไม่ได้หรือเปล่า หรือว่าอย่างไร มาแล้ว มันต้องดู... สวัสดีค่ะ ไม่หมด เมื่อกี้ดู W3C ไปนะคะ มันก็เลยมีเทคนิคนิดหน่อยนะ มันไม่ขึ้นจอ ถัดมานะคะ เราก็จะมาดูตัวอย่างอีกอันหนึ่ง ที่อาจารย์จะพูดให้ฟังก็จะเป็น CISA นะคะ อันนี้ก็จะเป็นเหมือนการบริหาร วิเคราะห์ อันนี้จะแนว ๆ ออกเหมือนเป็นผู้บริหาร จะดูว่าหน่วยงานของเรานี่มีทรัพยากรเท่าไร เราจะบริหารจัดการอย่างไรให้มันคุ้มทุนนั่นเอง ไม่เกิดความเสี่ยงนะคะ ตัว CISA นี่ คราวนี้เราก็ต้องมาดูอีกนะคะ ว่าบริษัท หน่วยงาน องค์กรของเรานี่ ผลิตบริการในรูปแบบไหนนะคะ ให้บริการ เป็นอุปกรณ์ หรือผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ออกมา หรือว่าเป็นให้บริการของผู้ใช้นั่นเองนะคะ ดังนั้น การเลือกตัวตัวมาตรฐาน ที่จะมาใช้ในหน่วยงาน หรือว่าองค์กรของเรานี่ มันก็จะแตกต่างกัน ตามแต่ละหน่วยงานที่ให้บริการนั่นเองนะคะ ถัดมา เราจะมาพูดถึงการพัฒนามาตรฐาน ด้านสารสนเทศในประเทศไทยของเราก่อนนะคะ สำหรับประเทศไทย ก็จะมีสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรมของไทยนั่นเองนะคะ ที่จะมาเป็นผู้กำหนดนะคะ มาตรฐานแห่งชาติของเรานะคะ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ก็จะเรียกตัวย่อว่า สมอ. ก็จะมีคณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นมา แล้วก็แบ่งหน้าที่ในการรับผิดชอบ ของแต่ละหน่วยงานนะคะ ของแต่ละประเทศนะคะ โดยแต่งตั้งคณะกรรมการวิชาการ 356 ขึ้นมา เพื่อดูแลทางมาตรฐาน ของเทคโนโลยีสารสนเทศนะคะ เพราะว่ามาตรฐานทางอุตสาหกรรมนี่ มันก็จะมีหลากหลายประเภทนั่นเองนะคะ ว่าอุตสาหกรรมทางด้านนี้มีอะไรบ้าง มันก็จะไล่มาเป็นคณะ คณะ และปัจจุบันคณะกรรมการวิชาการ 536 นี่ ก็จะแบ่งเป็น 2 ทีมนะคะ โดยคณะที่ 1 หรือว่าทีมที่ 1 ของเรานี่ ก็จะกำหนดเกี่ยวกับรูปแบบเป็นจังหวัดนั่นเองนะคะ แบ่งเป็นตัวรหัสย่อ Code ต่าง ๆ นะคะ แล้วก็ตามมาด้วย อำเภอ ส่วนทีมที่ 2 ก็จะกำหนดอักขระ การเขียนโปรแกรม และโครงการซอฟต์แวร์ ก็คือรูปแบบการเขียนโปรแกรม แล้วก็ซอฟต์แวร์นะคะ หน่วยงานที่ 2 ก็จะทำการดูแลนั่นเองว่า การเขียนซอฟต์แวร์ที่ถูกพัฒนาขึ้น ในหน่วยงานหรือบริษัทในประเทศไทยนี่ มีมาตรฐานถูกต้องไหมนะคะ หรือการเขียนโปรแกรมต่าง ๆ นี่ มีมาตรฐาน สอดคล้องหรือว่ารองรับหรือเปล่านั่นเองนะคะ ถัดมา นอกจาก สมอ. แล้ว ก็ยังมีหน่วยงานไหน ที่เราน่าจะคุ้นเคยกันบ้าง อันแรก ก็คือราชบัณฑิตฯ อันนี้น่าจะเป็นคำที่คุ้นเคย ทุกคนต้องได้ยินอยู่แล้ว เวลาเราเขียนคำศัพท์ ที่เป็นเกี่ยวกับศัพท์เทคนิคทางคอมพิวเตอร์ บางทีก็จะเขียนทับศัพท์ไม่ถูก อย่างคีย์บอร์ด เมาส์ เราเขียนไม่ถูกเราก็ต้องไปเปิด เหมือนพจนานุกรมเกี่ยวกับทางคอมพิวเตอร์นั่นเอง ไปดูสิ เขาใช้การสะกดคำอย่างไร มีอักขระอย่างไรนะคะ บางอัน คีย์บอร์ดอาจจะเขียนว่าเป็นแป้นพิมพ์ ซึ่งคำศัพท์พวกนี้ก็จะถูกบัญญัติไว้ เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์อย่างเดียว เราก็สามารถที่จะไปศึกษาตัวร่าง ตัวคำศัพท์ดังนี้ในราชบัณฑิตยสภา แล้วก็ตัวราชบัณฑิตฯ ศัพท์คอมพิวเตอร์นะคะ ถัดมา หอสมุดแห่งชาติ หอสมุดก็เหมือนห้องสมุดของเรา ถ้าเป็นอยู่ในมหาวิทยาลัย ก็จะเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลหนังสือนะคะ อันนี้ก็จะเป็นห้องสมุดแห่งชาติ ก็คือจะเป็น ลักษณะที่เก็บข้อมูลรวบรวมของหนังสือต่าง ๆ ของในประเทศไทยไว้ ก็จะมีตัวรหัส ISBN ก็คือรหัสที่อยู่หมวดหมู่ของหนังสือ ของเรานั่นเองว่าอยู่ลำดับที่เท่าไร อยู่หมวดหมู่ไหน ตำแหน่งที่เท่าไรนั่นเองนะคะ ถัดมา สภาอุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ก็จะเป็นอุตสาหกรรมอุตสาหกรรมหนึ่ง ดังนั้น ก็อยู่ภายใต้สภาอุตสาหกรรม เพราะเราผลิตภัณฑ์อาจจะเป็นตัวฮาร์ดแวร์ หรือว่าซอฟต์แวร์ที่ผลิตขึ้นมานี่ มันก็ต้องมีรหัสสินค้า ผลิตที่ปีเท่าไร เป็นสินค้าประเภทไหน อาจจะกำหนดออกมาเป็น Barcode หรือ ณ ปัจจุบันก็จะมี QR Code ที่ผลิตขึ้นมานั่นเองนะคะ อันนี้ก็จะเป็นตัวมาตรฐานของเรา ถัดมา ก็จะเกิดข้อคำถามขึ้นมา เราเป็นนักเรียนนักศึกษา หรือว่าผู้ใช้บริการต่าง ๆ นี่ เราจำเป็นไหมที่ต้องพัฒนา หรือว่าต้องใช้มาตรฐาน หรืออาจจะมีคำถามในใจว่า เราจำเป็นไหมที่จะต้องรู้ เกี่ยวกับตัวมาตรฐานพวกนี้ ท้ายที่สุดแล้ว ผลลัพธ์คืออะไร เริ่มแรกนะคะ อันที่หนึ่งก็คือเราจะทำงานร่วมกันได้ เราต้องมีภาษาที่เข้าใจตรงกัน ทำงานร่วมกันได้ มีภาษา แล้วก็เข้าใจตรงกันคืออย่างไร เวลาเราทำเกี่ยวกับอุปกรณ์นะคะ ไม่ว่าจะเป็นการใช้อุปกรณ์สำนักงาน หรือว่าคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ พวก Office ต่าง ๆ นี่ สมมติเราใช้แพลตฟอร์มหนึ่ง ไปใช้กับเพื่อนอีกแพลตฟอร์มหนึ่ง คนหนึ่งใช้ Linux ไม่รู้นักศึกษาเคยได้ยินไหม มันอาจจะ… มันก็ยังมีการใช้อยู่ สมมติคนหนึ่งใช้ Linux คนหนึ่งใช้ MacOS คนหนึ่งใช้ Windows เราจะทำอย่างไรให้ผลลัพธ์ในการใช้พวก Office ลักษณะเป็นพวก Word นี่ ใช้งานร่วมกันได้ ดังนั้น ทุกอย่างนี่มันต้องมีมาตรฐาน แล้วก็สามารถมีแพลตฟอร์ม ที่สามารถใช้งานร่วมกันได้ ดังนั้น มันก็ต้องมีมาตรฐานมารองรับ ไม่ใช่ว่าคนหนึ่งใช้แพลตฟอร์มหนึ่ง อีกคนใช้แพลตฟอร์มหนึ่ง แล้วท้ายที่สุด งานที่ส่งต่อระหว่างกัน ไม่สามารถที่จะใช้งานร่วมกันได้ อันนี้ก็จะไม่เกิดประโยชน์นั่นเองนะคะ มีเกณฑ์การทำงาน บริการ แลกเปลี่ยน แล้วก็รักษาความมั่นคงปลอดภัย เกณฑ์การทำงาน การบริการ การแลกเปลี่ยนข้อมูล สิ่งสำคัญก็คือเวลาเราปฏิบัติงานนี่ การส่งข้อมูลนะคะ บางทีหน่วยงานหนึ่งอาจจะมีหลากหลายสาขา ถ้าเป็นข้อมูล ถ้าเป็นบริษัทใหญ่ ๆ บางทีนี่จะมีการโอนข้อมูล เหมือนทำงานเสร็จช่วงเที่ยงคืน จะมีการโอนข้อมูลจากสาขาย่อยไปสาขาใหญ่ ดังนั้น เราจะเชื่อใจได้อย่างไร ว่าข้อมูลที่เราถ่ายโอนไปทุกวันนี่ มันจะไม่ตกหายไประหว่างทาง ดังนั้นมันก็จะมีความมั่นคงปลอดภัยมารักษานะคะ เพื่อในการส่งข้อมูล นักศึกษาอาจจะงงว่า เอ๊ะ เวลาส่งข้อมูล สมมติ... เหมือนบริษัท เป็นธนาคารแล้วกัน ธนาคารมันจะมีสาขาทั่วประเทศ ถูกไหมคะ แล้วก็จะมีสาขาสำนักงานใหญ่ อยู่กรุงเทพฯ ดังนั้นเวลาประมวลผล หรือว่าแต่ละไตรมาศ ของบริษัท หรือว่าของธนาคารนี่ จะมีการประมวลผลรวบยอดของทั้งหมดทุกสาขา ดังนั้น เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่า ข้อมูลแต่ละสาขาที่ส่งมา มันไม่ใช่ว่าเราใส่ Thumb drive หรือว่าใส่ Harddisk แล้วขับรถมาที่กรุงเทพฯ นะคะ เวลาเราส่งข้อมูลเราก็จะส่งผ่านตัวเครือข่าย ซึ่งแต่ละที่ ถ้าเป็นหน่วยงานที่ส่งข้อมูลบ่อย ๆ หรือว่าหน่วยงานที่สำคัญนี่ เขาจะลากสายโดยตรงนะคะ ถ้าเป็นบริเวณที่ไม่เป็นระยะอะไรที่ไกลมากนะคะ จะเป็นสายเดิน อาจจะเป็น Fiber Optic หรืออะไรก็ตาม แล้วแต่หน่วยงาน เพื่อส่งข้อมูลระหว่างกัน ระหว่างหน่วยงาน เพื่อไม่ให้ข้อมูลของเรานี่รั่วไหลนะคะ เขาก็จะมีรอบในการส่งข้อมูลอยู่แล้วนะคะ ดังนั้น อันนี้ก็จะเป็นรูปแบบ ของการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ในการสื่อสารแล้วก็ส่งข้อมูลนั่นเอง สำหรับผู้ใช้และผู้ซื้อลดความเสี่ยง เราลองมองภาพง่าย ๆ ในการซื้อซอฟต์แวร์มาใช้งาน หรือเราใช้ Microsoft Office ก็ได้ พูดง่าย ๆ เราใช้ไปนี่ มันสามารถที่จะเปิดใช้งานได้ไหม เอามาแก้ไขได้ไหม คนอื่นเอาไปแก้ไขต่อได้หรือเปล่า มันล็อกไหมอะไรอย่างนี้ อันนี้ก็คือลดความเสี่ยง ซื้อซอฟต์แวร์ที่มีการันตี ย่อมปลอดภัยกว่า เหมือนเราซื้อของน่ะ ซื้อสินค้าอะไรก็ได้ มีการันตี มีการเปลี่ยนเคลม อันนี้ย่อมมีเกิดความมั่นใจ แม้ว่าราคามันอาจจะเหลื่อมกันนิดหน่อยนะคะ เราก็ต้องมองภาพองค์รวมด้วยว่าใช้งานได้ แล้วเกิดประโยชน์จริงหรือเปล่า ทำงานข้ามระบบกันได้หรือเปล่า แต่ละบริษัท แต่ละหน่วยงานนะคะ อาจจะมีอุปกรณ์ อาจจะมีซอฟต์แวร์ที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้น สมมติถ้ามีการควบรวม หรือว่าการ Take Over การซื้อบริษัทเข้ามาเพิ่ม พวกผลลัพธ์ข้อมูลต่าง ๆ ของแต่ละแผนกนี่ สามารถโอนย้ายหาข้อมูลได้ระหว่างกันหรือไม่ ดังนั้น ซอฟต์แวร์ที่ใช้กันต่าง ๆ นี่ มันก็จะต้องดูว่าสามารถ ที่จะทำงานข้ามระบบกันได้ไหม แต่ ณ ปัจจุบันนี่ ซอฟต์แวร์ที่เราใช้งานส่วนมาก ก็สามารถที่จะทำงานแล้วก็ข้ามระบบกันได้นะคะ ลดอุปสรรค์ทางการค้า บริษัทเล็กซื้อวัตถุดิบมาจากอีกบริษัทหนึ่ง แล้วก็มาผลิตเป็นอีกสินค้าหนึ่ง ดังนั้น การส่งข้อมูลระหว่างบริษัท มันก็จะมีรูปแบบข้อมูลที่แตกต่างกัน ดังนั้น ถ้าเรามีมาตรฐานที่เป็นสากลตรงกลาง ก็คือสามารถส่งข้อมูลระหว่างกันได้ ตัวนี้ก็จะลดอุปสรรคก็คือเราสามารถขายข้อมูล ให้ใครก็ได้ทุกคน หรือว่าขายผลิตภัณฑ์ก็ได้ หรือขายวัตถุดิบให้ใครก็ได้นะคะ โดยไม่เกิดอุปสรรค์ตรงนี้นะคะ ถัดมา ก็จะพูดถึงข้อดีแล้วกันนะคะ ตัวมาตรฐานของเรา ก็คือ เมื่อเรามีมาตรฐานที่ดี มีวิธีการปฎิบัติที่ดี ผลลัพธ์ ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล การทำงานก็ดีขึ้น ทำงานเร็วขึ้น ประหยัดเวลา ประหยัดคน ประหยัดทรัพยากร แล้วก็ประหยัดงบประมาณ พูดง่าย ๆ มันก็จะเป็นการรวม รวบยอดทั้งหมดนะคะ ความสามารถ การทำงานร่วมกัน แล้วก็กำหนดระดับความยอมรับ ถัดมา อันนี้เราพูดไปแล้ว สัปดาห์ที่แล้ว คร่าว ๆ นะคะ แล้วก็เมื่อกี้พูดไปนิดหนึ่งนะคะ ของ CISA ที่บอกไปว่าเป็น Certificate Information System Auditor นะคะ อันนี้ก็จะเป็นหลัก ๆ ตัวซอฟต์แวร์ของแต่ละบุคคล สมมติว่าเราสนใจอยากเป็น นักพัฒนา นักทดสอบต่าง ๆ เราก็ต้องมีตัว Certificate ที่มารองรับ ถ้าไม่ด้านไอที หรือว่าจะเป็นด้านไหนก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นภาษาอังกฤษนะคะ ความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษ ภาษาจีนก็ต้องมีตัว Certificate อันนี้ก็เหมือนกัน ถ้าเป็นทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ มองภาพง่าย ๆ หรือว่าอยากมีทักษะ อยากเป็นเชฟขึ้นมานี่ ก็ต้องมีใบรับรอง ว่าเราไปสอบเชฟของที่ไหนมา มี Certificate จะเข้าไปที่ไหน การทำงาน การมีใบประกาศนียบัตรว่ารองรับนี่ มันย่อมการันตีในความสามารถอยู่แล้ว ที่เป็นสากลนี่นะคะ อันนี้ก็จะเป็นตัว Certificate ของ Microsoft Specialist ทางด้านต่าง ๆ หรืออันนี้ก็ได้ มองภาพใกล้ตัวเรามากที่สุด เราอาจจะไม่ได้เป็น… เราจะเป็นนี่ Microsoft Certificate Trainer เอาใกล้ตัวที่สุด ก็คือเราเข้าใจถึง การใช้งานของ Microsoft เก่งมากเลย เกี่ยวกับการใช้ Word, PowerPoint, Excel นะคะ เราสามารถไปเป็นวิทยากรสอนตามสถาบัน ตามหน่วยงาน ตามโรงเรียน ตามมหาวิทยาลัย ก็สามารถที่จะสอบ Certified Trainer ตัวนี้นะคะ ไปต่อยอด แล้วก็ไปปฏิบัติงานต่อได้นั่นเอง หรือเอาที่แบบมองภาพง่ายที่สุด อีกอันหนึ่ง MCDST Microsoft Certified Desktop Support Technicians เหมือนเป็น Support นั่นเอง ก็คือเวลาเราอยู่ในหน่วยงานใช่ไหม มันจะมีทีม Support ของไอที เหมือนโรงพยาบาล หรือมหาวิทยาลัยก็ได้ ทีม Support คอมพิวเตอร์ใช้ไม่ได้ Network ใช้ไม่ได้ Printer ใช้ไม่ได้ เราก็จะเป็นผู้ Support ที่ไปให้บริการแต่ละแผนกนั่นเอง อาจจะเป็นแผนกบัญชี แผนกการเงินนะคะ แผนกบุคคลต่าง ๆ เราก็สามารถเข้าไปจัดการ หรือว่า Word มีฟอนต์ไม่ครบทำอย่างไร Print งานไม่ได้นะคะ ถ้าเรามีตัว Certified Desktop Support Technicians ตัวนี้ เราก็จะรู้ว่าเราสามารถที่จะไปทำงานตรงนี้ แผนกนี้ของแต่ละบริษัท ที่เขารองรับการทำงานของเรานั่นเองนะคะ มันก็จะการันตีถึงความสามารถของเรานั่นเอง ตัวอื่นมันก็จะเป็นเฉพาะทางขึ้นมา ครั้งก่อนเราพูดแล้วนะ เกี่ยวกับพวก Sun Java Certificate ต่าง ๆ นะคะ อันนี้น่าจะไม่ค่อยได้ใช้กันเท่าไร อาจจะไม่ค่อยได้เห็นนะ ที่แต่ก่อนฮิตมาก ณ ปัจจุบันก็ยังพอเป็นที่ฮิตอยู่ ก็จะเป็นลักษณะของ Cisco เป็นพวก Network พื้นฐาน ก็จะเป็นเกี่ยวกับ Network พื้นฐานนะคะ ของ CCNA Cisco Certified Network Associate นั่นเองนะคะ ตัวนี้ เหมือนเวลาเราเรียนคอร์ส Network ขั้นต้น Network ขั้นสูง เราก็สามารถสอบใบ Certificate ของ Cisco CCNA ตัวนี้ได้นั่นเองนะคะ ถ้าตอนนั้น สมัยหลายปีก่อนก็จะมีการสอบ ของ MikroTik ก็จะเป็น Network คือ Network นี่ มันก็จะเป็นชื่อตามบริษัท ผลิตภัณฑ์ที่เขาผลิตออกมา MikroTik ก็จะเป็นพวก Switch พวกอะไร เป็นเกี่ยวกับ Network เหมือนกัน Cisco ก็เป็นผลิตเหมือนกัน ก็แล้วแต่ว่า หน่วยงานบริษัทองค์กรของเรา ซื้อผลิตภัณฑ์ของยี่ห้อไหน เราก็ต้องไป Support กับยี่ห้อนั้นนั่นเองนะคะ สมมติราชภัฏสกลนครซื้อ MikroTik ก็ต้อง… เจ้าหน้าที่ทุกคนก็ต้องมีใบเซอร์จาก MikroTik ไปซื้อ Cisco ก็ต้องมีใบเซอร์เกี่ยวกับ Cisco นั่นเองนะคะ ลักษณะก็จะเป็นเหมือนกันนะคะ ของที่สกลฯ ของเรา ก็เคยมีสอบของตัว MikroTik เหมือนกัน มีการให้เจ้าหน้าที่วิทยากรมาอบรมแล้วก็สอบ ก็สอบเหมือนกันนะคะ มันก็จะมีแล้วแต่ว่าเป็นรอบไปว่า ของมหาวิทยาลัยของเรานี่ ทำ MOU กับบริษัทไหน หน่วยงานไหนนะคะ หรืออย่างที่บอกไป ของ Microsoft ของเราก็มีสอบเหมือนกัน เป็นสอบก็ให้กับปีสูง ๆ มาสอบนั่นล่ะ ปี 3 ปี 4 ก็มาสอบ นั่งสอบด้วยกัน นั่งฟังอบรม แล้วก็สอบ ก็จะได้ใบเซอร์ ใครที่ผ่านเกณฑ์ ก็จะได้ใบเซอร์รองรับนั่นเองนะคะ ต้องดูว่าแต่ละรอบของมหาวิทยาลัยนี่ ทำ MOU กับหน่วยงานไหน บริษัทไหนนั่นเองนะคะ ต่อไปเราจะมาพูดถึงตัวมาตรฐานที่น่าสนใจ ที่อาจารย์ยกตัวอย่างมาตอนแรกนะคะ ว่ามีตัวไหนบ้าง IEEE ตัวนี้น่าจะได้ใช้บ่อยกันแน่ ๆ ก็จะเป็นการก่อตั้งระหว่างสถาบันวิศวกรรมไฟฟ้า วิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์นะคะ ก็จะร่วมกันของวิศวกรต่าง ๆ ทำการวิจัยและก็พัฒนานะคะ องค์ความรู้นะคะ โดยเน้นเกี่ยวกับไฟฟ้ากำลัง คอมพิวเตอร์ โทรคมนาคม ไฟฟ้ากำลังคอมพิวเตอร์ แล้วก็ไฟฟ้าสื่อสาร ไฟฟ้าสื่อสารกับโทรคมนาคม จะเป็นลักษณะเรียกเดียวกันนะคะ และก็จะมี ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ระบบวัดคุม ก็แบ่งตามกลุ่มที่เขาพัฒนาแล้วก็วิจัยนั่นเอง ก็จะเกิดมาตรฐานขึ้นมา ก็เกี่ยวกับการสื่อสารของเรานั่นแหละนะคะ สายวัด สาย LAN ต่าง ๆ มีมาตรฐานอย่างไร Coax ไฟเบอร์ นู่นนี่นั่นดูตัวเลขอย่างไร หัวแบบไหน การเข้าสายแบบไหน ก็จะเป็นมาตรฐานตัวนี้ เดี๋ยวเราจะมาดูกัน อุปกรณ์พวกนี้ เอามาตรฐานตัวไหนมารองรับอะไรบ้างนั่นเอง อันนี้เราน่าจะคุ้นชินมากที่สุดแล้ว ตัวนี้ ถัดมา ITIL Infrastructure Library นะคะ เป็นมาตรฐานเกี่ยวกับการให้บริการ เมื่อกี้ IEEE นี่ เหมือนจะเป็นพวกอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ คราวนี้เป็นการให้บริการ ก็คือการปฏิบัติ ต่อผู้มาใช้บริการนั่นเอง พวกศูนย์คอมพิวเตอร์ พวกศูนย์ไอทีนะคะ เราจะมีให้บริการอย่างไร อย่างมหาวิทยาลัยของเรา มีการให้บริการระบบเครือข่าย สำหรับนักเรียน ถูกไหม มีตัว Hotspot มี WiFi การใช้งานทั่วมหาวิทยาลัย มีระบบเครือข่ายที่การให้บริการ สามารถพร้อมใช้งานไหม ทุกจุดมีการคำนวณ การกระจายสัญญาณครอบคลุมแต่ละตึกไหม จุดอับสัญญาณมีหรือเปล่า อันนี้ก็จะเป็นรูปแบบการให้บริการต่าง ๆ แล้วมีความปลอดภัยไหม ในการสามารถที่จะเจาะระบบข้อมูลได้ไหมนะคะ มันก็จะมีกระบวนการขั้นตอนตรงนี้เข้ามา ในการให้บริการ ถัดมา ก็ต้องพูดถึงองค์ประกอบใช่ไหม ที่เน้นไปถึงกระบวนการของ ITIL ของเรา พูดง่าย ๆ เลยโดยรวม 1. เขาพูดถึงเป็น Business ก็เหมือนหน่วยงานองค์กร เราจะพูดถึงภาครัฐหรือเอกชน รวมถึงมหาวิทยาลัยของเราก็ อยู่ในภายใต้องค์รวมตรงนั้นเช่นเดียวกัน เริ่มแรกจากนะคะ เรามีเทคโนโลยีแล้วก็มีกลุ่ม ของธุรกิจ กลุ่มของหน่วยงาน เสร็จแล้วนะคะ มีการ Implement นะคะ หรือว่าการพัฒนาเกี่ยวกับการให้บริการ เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ มีการจัดการอย่างไร เริ่มจาก วัตถุประสงค์ Perspective ก็คือวัตถุประสงค์ ของตัวหน่วยงานขององค์กรของเรา มีผู้บริหารเกี่ยวกับการจัดการสารสนเทศของเรา และก็ผู้บริหารที่ดูภาพองค์รวม ของแอปพลิเคชันนะคะ ก็คือการใช้งานทั้งหมดของ IT ในการจัดการนะคะ ก็จะมีพวก Support เกี่ยวกับ Service Support การให้บริการ การรักษาความปลอดภัย การส่งมอบ การให้บริการ Service Delivery การไปให้บริการที่หน่วยงาน การให้บริการที่แผนกนะคะ แล้วก็เป็น Infrastructure ก็คือโครงสร้างของ ตัวระบบเครือข่ายหรือว่าตัวระบบ IT นั่นเองนะคะ อันนี้ก็จะเป็นการรวมองค์ประกอบ ที่เอามาใช้เกี่ยวกับตัว ITIL หรือว่าการให้บริการของเรานั่นเอง ก็คือนำไปแล้วก็ปรับใช้ ให้ตรงกับหน่วยงานและก็องค์กรของเรา เพราะแต่ละองค์กรก็จะมีแผนกไม่เหมือนกัน ทรัพยากรไม่เท่ากัน คนไม่เท่ากัน คนน้อย คนเยอะ อุปกรณ์ก็ไม่เท่ากัน ระบบเครือข่ายไม่เท่ากัน ทุกอย่างสามารถปรับเปลี่ยนให้มันเหมาะสม กับหน่วยงานของเรานั่นเองนะคะ อย่างที่เน้นไปก็คือเน้นกับกระบวนการและก็บุคคล ก็คือในหน่วยงานของเรามีทรัพยากรบุคคลเท่าไร มีกระบวนการ หรือว่าฝ่าย หรือแผนกเท่าไรนั่นเอง และก็มาดูเทคโนโลยีนะคะ แล้วก็ Vendor ก็คือผู้ที่นำสินค้าแล้วก็บริการของเรานี่ ไปให้บริการต่อนะคะ ถัดมา มาดู ITILเน้นเรื่องของ 4P 4P ตรงนี้ 4 ตัว อันแรกเลย มีอะไรบ้าง People ก็คือบุคคล Process กระบวนการ Product ก็คือผลิตภัณฑ์ที่เราผลิตออกมา แล้วก็ Partner ก็คือ ผู้ที่ร่วมมือการทำงานกับเรา อาจจะเป็นบริษัทคู่ค้า ที่มาจับมือร่วมกันลงทุนนะคะ ก็จะมีองค์ประกอบอะไรบ้าง วัฒนธรรมขององค์กร Culture ของหน่วยงาน วัฒนธรรมหน่วยงานนะคะ เครือข่าย การจัดการเกี่ยวกับการให้บริการ แล้วก็ทำกระบวนการอย่างไรบ้าง ทำเมื่อไร ทำอย่างไร ทำที่ไหนนะคะ อันนี้ก็จะเป็นภาพรวมองค์กร เวลาเราให้บริการนั่นเอง มี Partner ไหม มีกระบวนการไหม มี Product ไหม แล้วก็มีบุคคลนั่นน่ะที่เข้ามาเกี่ยวข้องนั่นเอง เข้าไปดูว่าวัฒนธรรมองค์กรเป็นอย่างไร ทรัพยากรที่มีในองค์กรเป็นอย่างไร มีการจัดการที่ดีไหม เราจะเริ่มทำที่ไหนทำเมื่อไร ทำอย่างไรนั่นเองนะคะ นี่ก็จะเป็นการกระบวนการการให้บริการ ถัดมา ISO นะคะ ก็จะเป็นมาตรฐานตัวถัดมา เมื่อกี้เรามี IEEE ITIL แล้วก็ ISO นะคะ ISO ก็จะเป็นองค์กรสากลนะคะ ที่ตั้งขึ้น ระหว่างประเทศ ว่าด้วยการมาตรฐานที่ได้สร้างขึ้น แล้วก็ให้ประเทศต่าง ๆ เข้ามาใช้งาน International Organization for Standardization ตัว ISO ของเรา สำหรับสารสนเทศของเราที่จะมาใช้นี่ อาจารย์ก็จะยกขึ้นมา อันนี้ก็ยิ่งใกล้ตัวเช่นเดียวกันนะคะ วัตถุประสงค์ของเขาคืออะไร กำหนดมาตรฐานระหว่างประเทศขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นพัฒนาอุตสาหกรรมนะคะ การกิจการทางการค้า การค้าระหว่างประเทศ และก็พัฒนาความร่วมมือ ไม่ว่าจะเป็นด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีนะคะ ก็คือพัฒนาให้สินค้า และก็บริการของหน่วยงาน ของบริษัท ของแต่ละประเทศ ที่อยู่ใน ตัวสมาคมพวกนี้ ได้รับมาตรฐาน หรือว่าเป็นที่ยอมรับนั่นเองนะคะ พัฒนาและก็ส่งเสริม พูดง่าย ๆ โดยเราจะนำแนวคิดนะคะ PDCA PDCA ก็ตามชื่อ Plan Do Check แล้วก็ Act นะคะ วางแผน วางแผนการทำงาน มีการหยุดพักไหมนะคะ มีตารางหรือเปล่า หรือว่ามีอะไรที่มาเพิ่มเติมอีกไหม Do ก็คือเริ่มทำ Execute ดู Execute to plan ก็คือเริ่มที่จะลงมือทำเมื่อไหร่ Check นะคะ ก็คือ Process ประเมินระหว่างกิจกรรมว่าที่เราทำไปนี่ มันโอเคไหม ไม่ใช่ว่าทำไปเรื่อย ๆ ต้องมีการเช็กอยู่ ว่าทำตาม Process นี้ มันโอเคหรือไม่โอเค มีของเสียไหม หรือว่าเสียระยะเวลาไปเท่าไรนั่นเองนะคะ มา Check ประเมินกิจกรรม ระหว่างกระบวนการ Act: loop problem resolutions ก็คือ เราก็ต้องเช็กกระบวนการทั้งหมดดูสิ ว่ากระบวนการที่ทำมา ถูกต้องตามกระบวนการไหม และก็ไป Check อีกรอบหนึ่ง ให้ครบ ครบตามลูปนะคะ Act คือ Improve Improve ก็คือพัฒนา พัฒนาให้มันดีขึ้น เหมือนเราไปเช็กแล้วว่าเออเรามีข้อบกพร่อง ข้อเสียตรงนี้นะ นะคะ ใช้ทรัพยากรที่มากเกินไป แล้วก็เอาไปปรับปรุงให้มันดีขึ้นนั่นเองนะคะ ก็จะเป็นกระบวนการ Plan Do Check Act นั่นเอง วางแผน ทำงาน เริ่มทำงาน แล้วเริ่ม Check Check เสร็จแล้วก็มาดูมาตรฐานให้มันดีที่สุด ให้มันครบกระบวนการนะคะ เหมือนเวลาเราทำงานทั่วไปเลย อันนี้เป็น PDCA ที่สามารถเอาไปใช้กับงานทุก ๆ อย่างได้ ไม่ว่าจะเป็นงานสารสนเทศนะคะ หรือว่างานที่เราทำทั่วไปนั่นแหละนะคะ หรือว่าจะเป็นการทำ Project ทำรายงาน อันนี้ก็สามารถนำไปใช้ได้ ถัดมา มาตรฐาน COBIT ชื่ออาจจะไม่ค่อยคุ้นนะคะ แต่ฟังไปบ่อย ๆ ก็จะคุ้นเองนะคะ จะเป็นกรอบแนวความคิด กรอบแนวความคิดคืออย่างไร กรอบแนวความคิดที่จะมาควบคุมการทำงาน ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของเรา เชื่อมโยงเป้าหมายทางธุรกิจ แล้วก็เป้าหมายทางเทคโลยีสารสนเทศ เป้าหมายทางธุรกิจแล้วก็เป้าหมาย ทางเทคโนโลยีสารสนเทศนี่มันต่างกันอย่างไร สมมติเป้าหมายทางธุรกิจของเรา อยากได้ผลกำไร ไตรมาสนี้หรือภายใน 3 เดือน 6 เดือนนี้ จำนวนกี่บาท แล้วเป้าหมายทางเทคโนโลยีสารสนเทศของเรา คืออะไร สมมติต้องการลดการย้ายทรัพยากร แล้วให้เกิดผลกำไร อันนี้ก็คือต้องไปควบคู่กัน ก็คือเป้าหมายต้องไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งลดทรัพยากรแล้วก็เพิ่มผลกำไร แน่นอนเมื่อลด Cost ผลกำไรก็ต้องเพิ่มขึ้น เป้าหมายทางธุรกิจก็ต้องถูก เป้าหมายทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ก็ต้องถูกต้องเช่นเดียวกัน ดังนั้น ตัว COBIT ตัวนี้ก็เลยจะเป็นวิธีการ นำความคิดตัวนี้นี่มาใช้นั่นเอง เน้นแบบกระบวนการ พยายามทำให้ตัวสารสนเทศของเรา อยู่ภายใต้การควบคุมให้ได้นั่นเองนะคะ ควบคุมการใช้สารสนเทศตามกฎตามเกณฑ์ ตามกระบวนการ ถ้าทำตามตรงนี้ ตามระยะเวลาที่กำหนด ก็จะถูกต้องตามแผนที่เราวางไว้ เหมือนเวลาเราวางแผน สมมติว่าจะทำการวางแผน ลงคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ในห้อง Lab ตัวนี้ ใช้ระยะเวลาประมาณ 3 วัน สมมติเราวาง Period Time ไว้ ก็คือ 3 วัน ดังนั้น เราก็ต้องควบคุมทุกอย่างที่มัน ให้มันครบ ใน 3 วัน ไม่ว่าจะเป็นจำนวนคน จำนวนแรงงาน ถูกไหมคะ อุปกรณ์ทุกอย่างต้อง Support ให้ทัน ถ้ามันช้าไป ทุกอย่างก็จะมีผลกระทบ ผลเสียต่อหน่วยงาน ผลเสียต่อกระบวนการต่าง ๆ ดังนั้นมันก็จะเป็นผลกระทบที่ต่อเนื่องกันนั่นเอง ดังนั้น เราก็ต้องควบคุมทุก ๆ อย่าง รวมถึงความเสี่ยงที่อาจจะทำให้เกิดปัญหา อยู่ดี ๆ ไฟฟ้า... การไฟฟ้าแห่งจังหวัดของเราเกิดไฟดับขึ้นมา มันก็ใช้ไม่ได้ ถูกไหมคะ กระบวนการต่าง ๆ ก็ต้องมีการวางแผนเผื่อไว้นะคะ มีการใช้ไฟสำรองนู่นนี่นั่น มีการเทสต์ระบบหรือเปล่า อันนี้ก็เป็นกรอบ... กรอบแนวความคิดที่นำมาใช้ ก็เลยได้เป็นทางกระบวนการที่นำมาใช้ทางด้านไอที หรือว่าเทคโนโลยีสารสนเทศของเรา ใกล้จะหมดแล้ว COBIT ไปเรียบร้อยแล้ว ถัดมา COSO ตัว C จะเยอะหน่อย COSO COBIT CMMI COSO ก็จะเป็นกรอบแนวความคิดเช่นเดียวกัน คิดอย่างไรนะคะ ให้ปฏิบัติงานบรรลุเป้าหมาย อย่างมีประสิทธิภาพและก็มีประสิทธิผล วางแผนไปแล้ว มีประสิทธิภาพ แต่ผลลัพธ์ไม่ได้ มันก็จะขัดแย้งกัน ตัวนี้ก็ย่อมาจาก Committee of Sponsoring of the Treadway Commission และจะเป็นการทำงานนะคะ ของคณะกรรมการ ของอเมริกานั่นเองนะคะ พัฒนาจากความเสี่ยง การควบคุมภายใน รวมถึงการป้องกันการเกิดการทุจริตขึ้นมา เยอะเหลือเกินตัวมาตรฐานนะคะ อันนี้ก็จะเป็นกรอบแนวความคิด เมื่อกี้จะมี COBIT ก็จะเป็นกรอบแนวความคิดการปฏิบัตินะคะ ว่าปฏิบัติแนวความคิดทางธุรกิจ แล้วก็แนวปฏิบัติทางด้าน IT ต้องไปด้วยกัน ส่วน COSO ก็จะเป็นกรอบแนวความคิด ที่พัฒนาให้งานของเรามีทั้งประสิทธิภาพ และก็ประสิทธิผลเกิดขึ้น ลักษณะดูคร่าว ๆ ก็จะเป็นสอดคล้อง หรือว่าคล้อยตามกัน เป็นกรอบของความคิดทั้ง 2 อันเลย ถัดมา มาตรฐาน CMMI Capability Maturity Model Integration นะคะ ตัวนี้ก็จะเป็นมาตรฐานที่พัฒนาขึ้นมา ของวิศกรรมซอฟต์แวร์ ก็คือคนที่พัฒนา เกี่ยวกับตัวซอฟต์แวร์ขึ้นมานั่นเองนะคะ เราจะพัฒนาซอฟต์แวร์ให้มันดีขึ้น แล้วก็มีประสิทธิภาพ และเป็นที่ยอมรับ บางทีซอฟต์แวร์ที่เราใช้อยู่ เขาจะพัฒนาอย่างไรให้มันดีขึ้น เหมือนใช้ Word, PowerPoint, Excel นะคะ มีซอฟต์แวร์ตัวไหนที่เป็นคู่แข่ง พัฒนาให้มันดีขึ้นนั่นเอง แล้วก็เป็นที่ยอมรับ เป็นที่ยอมรับคืออะไร ก็คือ ทุกหน่วยงานทุกบริษัท ทุกประเทศทั่วโลกยอมรับ แล้วคือใช้ซอฟต์แวร์ของเรา เมื่อเขายอมรับ ผลที่ตามมาก็คือเงิน ก็คือเขาจะมาซื้อซอฟต์แวร์ของเราไปใช้ทุกคนนะคะ อันนี้ก็จะเป็นมาตรฐานสากล และก็ส่งผลลัพธ์ทางธุรกิจของเรานั่นเองนะคะ CMMI เชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ของเรานะคะ เป็นที่เชื่อถือของลูกค้า ก็จะเป็นการการันตี แล้วก็มีการซื้อตัวซอฟต์แวร์ของเราไปใช้งานนั่นเอง CMMI เมื่อกี้ก็จะเป็นพวกพัฒนาซอฟต์แวร์นะคะ คราวนี้เราก็จะสรุป มาตรฐานของเรา ที่อาจารย์พูดไปเมื่อกี้นะคะ มีหลายตัวไม่ว่าจะเป็นกรอบแนวความคิด หรือว่ามาตรฐานที่เอามาใช้งาน พัฒนาซอฟต์แวร์ พัฒนาเกี่ยวกับฮาร์ดแวร์ หรือว่าการให้บริการ ITIL ของเราเมื่อกี้ เริ่มแรก การที่จะใช้ตัวมาตรฐาน เราก็ต้องกลับมาดูที่บริษัท หน่วยงาน องค์กรของเราว่า มีบุคลากรแบบไหน มีการให้บริการไหม หรือว่าเป็นผลิต... ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ เมื่อมีมาตรฐานพวกนี้ขึ้นมา เราก็ต้องมารองรับกับบริษัท หรือว่าหน่วยงานของเรา เสร็จแล้วนะคะ เลือก Best Practices ก็คือเลือกแนวปฏิบัติที่ดี ที่หน่วยงานต่าง ๆ เขาใช้มาแล้ว เขาใช้มาตรฐานตัวนี้แล้วส่งผลให้ธุรกิจของเขานี่ เกิดผลกำไรมากี่ปี กี่เดือน หรือว่าเป็นที่รู้จักของทั่วโลก แล้วก็ลูกค้ามาก เราก็จะเลือกมา เอามาแล้ว เห็นมีคนใช้ดี เราก็หยิบมาใช้บ้าง ถูกไหมคะ เหมือนเวลามีคนทดลองใช้ เราก็มั่นใจนะคะ เหมือนเราจะซื้อสินค้าชนิดหนึ่ง อย่าง Shopee Lazada เราก็ต้องไปดูรีวิวสินค้าถูกไหมคะ ว่ามีการคอมเมนต์ไหม ว่าสินค้าตัวนี้เขาดีจริงไหม มีคนใช้แล้ว ใช้ไปกี่วัน กี่เดือน กี่ปี ไม่เสีย อะไรอย่างนี้ ใช้แล้วมันเกิดสนิมหรือว่ามีการส่งเคลมอะไรได้ อันนี้ก็เป็นลักษณะเดียวกัน ไปดูก่อน ไปดูเพื่อนก่อน เพื่อนใช้ดี เราก็ใช้ตาม พูดง่าย ๆ ถัดมา COBIT กับ COSO COBIT กับ COSO อย่างที่อาจารย์บอกไปก็จะเป็นกรอบแนวความคิด ทำอย่างไรให้บริหาร ทำอย่างไรให้บริหารจัดการ เกี่ยวกับบริษัท องค์กร หน่วยงานของเรา มีผลลัพธ์ เกี่ยวกับธุรกิจ ผลลัพธ์ เกี่ยวกับทางเทคโนโลยีสารสนเทศ คล้อยตามไปทางทิศทางเดียวกัน แล้วก็เกิดประโยชน์สูงสุด เกี่ยวกับหน่วยงานองค์กรของเรา ถัดมา มาตรฐานสำคัญที่จำเป็น เกี่ยวกับการให้บริการทาง IT การให้บริการของเราก็จะมี ITIL เมื่อกี้ ๆ ที่มี 4P ใช่ไหมคะ People Process ต่าง ๆ เข้ามา ISO แล้วก็ CMMI การให้บริการต่าง ๆ ถัดมา การพัฒนาซอฟต์แวร์ เราจะเห็นตัว ISO นี่ มันจะอยู่หลายที่มาก ให้บริการทางด้าน IT ก็อยู่ พัฒนาซอฟต์แวร์ก็อยู่ มันจะเป็นมาตรฐาน ที่จะมีตัวเลขระบุอีกว่า ตัว ISO นี่ เป็นมาตรฐานทางด้านไหน ก็ต้องมาดูอีก มันยิบย่อยลงไปอีก มีรายละเอียดแบ่งแยกลงไปนะคะ บริหารซอฟต์แวร์ แล้วก็ CMMI ก็เหมือนกัน พัฒนาซอฟต์แวร์ก็จะมีให้บริการก็มีเหมือนกัน แล้วก็มาตรฐานรักษาความมั่นคงปลอดภัย ของ ISO 27000 หรือ BS7799 นะคะ มันก็จะเป็นชื่อย่อยลงไปอีกนะคะ เหมือนแต่ละมาตรฐานที่อาจารย์พูดมา ISO IEEE ITIL CMMI CO COSO COBIT พวกนี้นะคะ มันก็จะมีเลขมากำกับข้างหลังอีก ว่าเป็นมาตรฐานเกี่ยวกับด้านไหน แล้วตัวเลขก็จะบ่งบอกถึงความหมายอีกว่า คืออะไรนั่นเองนะคะ โอเค วันนี้เราก็จะรู้ถึงมาตรฐาน มันเกิดจากอะไร มีกี่ประเภท อะไรบ้าง และมีมาตรฐานตัวไหน เป็นการให้บริการไห หรือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ หรือเป็นกรอบแนวความคิด เราจะยกไปใช้ หรือนำไปประยุกต์กับหน่วยงาน กับองค์กรเราได้อย่างไร ก็ต้องมาดูตรงนี้อีกนะคะ ต่อไปก็จะลงลึกแต่ละตัว แต่ละมาตรฐาน แล้วก็จะมีตัวเลขย่อยข้างหลังอีก ว่าแต่ละอันคืออะไร มันก็จะลงละเอียดเข้าไปอีก สัปดาหฺนี้นะคะ เป็นอย่างไร อาจารย์พูดง่วงนอนไหมคะ (นักศึกษาชาย) ไม่ครับ (อาจารย์ธิดารัตน์) ดูอย่างอื่นอยู่ ดูอย่างอื่น โอเค ไม่ง่วงนะ วันนี้เดี๋ยวจะมีงานให้ทำในห้อง เพื่อจะได้ไม่ต้องกลับไปทำเป็นการบ้าน จะได้ทำเสร็จส่งเลย กลับบ้านไปส่วนมากลืม เวลาอาจารย์เช็กท้ายบทแล้วมันจะไม่ครบ มันจะได้มีส่วนช่วย ไม่ได้ถืออะไรมา อาจารย์ถือกระดาษมาให้อยู่ มีถือมาให้ ถือมาให้ โอเค มันเป็นง่าย ๆ มาก เอาให้เขียน เขียนสิ่งที่เราสนใจ ง่าย ๆ ๆ ก็คือให้นักศึกษาเลือกมาตรฐานสากล ที่นักศึกษาสนใจ หรือมาตรฐานที่นักศึกษาเคยพบเจอ ขี่ผ่านโรงงานไป แม็กโคร โลตัสนี่ เขามันจะมีติดนะ ไม่ว่าจะเป็นตัว Honda Mazda ถ้าใครเคยสังเกตจะมีตัวมาตรฐานด้านหน้า อาจจะไม่สังเกต มา ๆ ๆ มาทันพอดี อย่างน้อย 3 มาตรฐาน แล้วก็บอกรายละเอียดของมาตรฐานด้วยว่า มาตรฐานที่เราเคยเห็นหรือมาตรฐานที่เราสนใจน่ะ คืออะไร หรือเอาจริง ๆ เลย อาจจะไม่เคยเห็น หรือว่าไม่สนใจ ก็ไปหาข้อมูลใน Search Engine อินเทอร์เน็ต Google ของเรามา 3 อัน เขียนมาให้าจารย์ ส่งเป็นงานท้ายบทของวันนี้ จะได้ไม่เกิดปัญหาการหลงลืมการบ้านนะคะ ของสัปดาห์นี้แล้วกันนะคะ เดี๋ยวจะแจกกระดาษให้นะคะ 3 มาตรฐานนะ นะคะ มาตรฐาน 3 อัน แล้วก็เขียนรายละเอียดด้วยนะคะ สำหรับคาบนี้ก็ขอบคุณพี่ล่ามนะคะ ก็เดี๋ยวขอให้น้อง ๆ เขาทำในห้อง แล้วก็ขอบคุณพี่ล่ามมากนะคะ สวัสดีค่ะ