﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:04.000

2
00:00:04.003 --> 00:00:08.003

3
00:00:08.006 --> 00:00:12.006

4
00:00:12.007 --> 00:00:16.007

5
00:00:16.012 --> 00:00:20.012

6
00:00:20.013 --> 00:00:24.013

7
00:00:24.014 --> 00:00:28.014
(อาจารย์ธิดารัตน์) สวัสดีค่ะ (ล่าม) สวัสดีค่ะ (อาจารย์ธิดารัตน์)

8
00:00:28.017 --> 00:00:32.017
เดี๋ยรออาจารย์สักครู่

9
00:00:32.020 --> 00:00:36.020

10
00:00:36.021 --> 00:00:40.021

11
00:00:40.022 --> 00:00:44.022

12
00:00:44.023 --> 00:00:48.023

13
00:00:48.025 --> 00:00:52.025

14
00:00:52.027 --> 00:00:56.027

15
00:00:56.028 --> 00:01:00.028

16
00:01:00.033 --> 00:01:04.033

17
00:01:04.037 --> 00:01:08.037

18
00:01:08.039 --> 00:01:12.039

19
00:01:12.041 --> 00:01:16.041

20
00:01:16.043 --> 00:01:20.043

21
00:01:20.046 --> 00:01:24.046

22
00:01:24.048 --> 00:01:28.048

23
00:01:28.051 --> 00:01:32.051

24
00:01:32.053 --> 00:01:36.053

25
00:01:36.055 --> 00:01:40.055

26
00:01:40.056 --> 00:01:44.056

27
00:01:44.057 --> 00:01:48.057

28
00:01:48.058 --> 00:01:52.058

29
00:01:52.061 --> 00:01:56.061

30
00:01:56.063 --> 00:02:00.063

31
00:02:00.067 --> 00:02:04.067

32
00:02:04.069 --> 00:02:08.069

33
00:02:08.072 --> 00:02:12.072

34
00:02:12.074 --> 00:02:16.074

35
00:02:16.075 --> 00:02:20.075

36
00:02:20.080 --> 00:02:24.080

37
00:02:24.082 --> 00:02:28.082
(อาจารย์ธิดารัตน์) สวัสดีค่ะ

38
00:02:28.086 --> 00:02:32.086
ฮัลโหล

39
00:02:32.087 --> 00:02:36.087
ฮัลโหล ฮัลโห

40
00:02:36.089 --> 00:02:40.089
ฮัลโหล ออกไหม

41
00:02:40.091 --> 00:02:44.091

42
00:02:44.092 --> 00:02:48.092

43
00:02:48.094 --> 00:02:52.094

44
00:02:52.095 --> 00:02:56.095

45
00:02:56.099 --> 00:03:00.099

46
00:03:00.102 --> 00:03:04.102
สวัสดีค่ะ

47
00:03:04.105 --> 00:03:08.105
สวัสดีพี่ล่ามนะคะ ได้ยินนะ (ล่าม) ได้ยินค่ะ (อาจารย์ธิดารัตน์)

48
00:03:08.106 --> 00:03:12.106
โอเค

49
00:03:12.107 --> 00:03:16.107
ค่ะ ก็วันนี้เราก็จะ

50
00:03:16.109 --> 00:03:20.109
มาเริ่มเรียนนะคะ

51
00:03:20.110 --> 00:03:24.110
บทที่ 1 นะคะ เกี่ยวกับตัวมาตรฐานสากล

52
00:03:24.111 --> 00:03:28.111
ด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และดิจิทัล

53
00:03:28.112 --> 00:03:32.112
นะคะ

54
00:03:32.113 --> 00:03:36.113
วันนี้ก็จะมาพูดเป็นภาพองค์รวมนะคะ

55
00:03:36.116 --> 00:03:40.116
ว่ารายวิชานี้เราจะเรียน

56
00:03:40.117 --> 00:03:44.117
มาตรฐานอะไรบ้าง

57
00:03:44.118 --> 00:03:48.118
นะคะ ที่น่าสนใจ

58
00:03:48.119 --> 00:03:52.119

59
00:03:52.120 --> 00:03:56.120

60
00:03:56.121 --> 00:04:00.121

61
00:04:00.124 --> 00:04:04.124
นะคะ เริ่มแรกก็จะพูดถึง

62
00:04:04.127 --> 00:04:08.127
บทนำของเราก่อนนะคะ ว่าหน่วยงานของ

63
00:04:08.128 --> 00:04:12.128
เราจะเห็นว่าไม่ว่าจะเป็นหน่วยงาน องค์กร

64
00:04:12.129 --> 00:04:16.129
มหาวิทยาลัยของเราก็ได้ แต่ละตัวนี่

65
00:04:16.130 --> 00:04:20.130
ระบบสารสนเทศ คอมพิวเตอร์ การใช้งาน

66
00:04:20.131 --> 00:04:24.131
ต่าง ๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้น การ

67
00:04:24.153 --> 00:04:28.153
บริหารงานด้าน IT หรือว่าเทคโนโลยีสารสนเทศนี่

68
00:04:28.155 --> 00:04:32.155
สำหรับประเทศไทยนี่ก็เข้ามามีบทบาท

69
00:04:32.156 --> 00:04:36.156
บริหารที่เข้ามาดูแล

70
00:04:36.156 --> 00:04:40.156
และก็บริหารไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร

71
00:04:40.157 --> 00:04:44.157
แล้วก็ทรัพยากรอุปกรณ์ด้วยนะคะ ดังนั้น

72
00:04:44.158 --> 00:04:48.158
นะคะ บางครั้งผู้บริหารนี่ บางครั้งอาจจะถูกปรับ

73
00:04:48.158 --> 00:04:52.158
ขึ้นมาโดยไม่ได้จบทางสาย

74
00:04:52.159 --> 00:04:56.159
เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือว่า IT โดยเฉพาะ

75
00:04:56.160 --> 00:05:00.160
เราจะทำอย่างไร หรือจะมีตัวไหน

76
00:05:00.161 --> 00:05:04.161
ที่เข้ามาช่วยผู้บริหารเหล่านั้นน่เข้ามา

77
00:05:04.163 --> 00:05:08.163
บริหารงานด้านสารสนเทศให้มีประสิทธิภาพ

78
00:05:08.164 --> 00:05:12.164
มากที่สุดนะคะ เมื่อผู้บริหารนี่

79
00:05:12.165 --> 00:05:16.165
ไม่ได้จบหรือถูกพัฒนามาจาก

80
00:05:16.166 --> 00:05:20.166
สายคอมพิวเตอร์หรือเทคโนโลยีสารสนเทศ

81
00:05:20.167 --> 00:05:24.167
เวลาเขาบริหารหรือว่าพัฒนา

82
00:05:24.168 --> 00:05:28.168
บุคคลนะคะ รวมถึงทรัพยากรต่าง ๆ ที่

83
00:05:28.169 --> 00:05:32.169
อยู่ในงาน องค์กรของเขานี่ เขาอาจจะไปดูแบบแผน

84
00:05:32.170 --> 00:05:36.170
มาจากบริษัทอื่น หรือว่าหน่วยงานอื่น

85
00:05:36.171 --> 00:05:40.171
กรณีศึกษาอื่น ๆ มาซึ่งตรงนั้นอาจจะ

86
00:05:40.172 --> 00:05:44.172
ไม่ใช่ ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ดั้งนั้น

87
00:05:44.173 --> 00:05:48.173
ทำอย่างไรให้หน่วยงานหรือว่าองค์กร

88
00:05:48.174 --> 00:05:52.174
ของเรานี่ประสบความสำเร็จนะคะ

89
00:05:52.175 --> 00:05:56.175
ของไอทีนี่ไม่ว่าจะเป็นที่ไทย

90
00:05:56.176 --> 00:06:00.176
หรือว่าต่างประเทศนะคะ หลักการบริหารก็

91
00:06:00.178 --> 00:06:04.178
มีรูปแบบที่คล้ายกัน รวมถึงตามชื่อของเรา

92
00:06:04.179 --> 00:06:08.179
คือมาตรฐานสากล เพราะฉะนั้นเราก็จะเอา

93
00:06:08.180 --> 00:06:12.180
ทางด้านไอทีที่เป็นสากลนี่เข้ามา

94
00:06:12.181 --> 00:06:16.181
ซัพพอร์ต ให้ผู้บริหารเหล่านั้นนี่ ได้เข้ามาเลือก

95
00:06:16.182 --> 00:06:20.182
หรือว่าจัดสรรตัวสารสนเทศหรือว่าตัวมาตรฐาน

96
00:06:20.183 --> 00:06:24.183
ที่มันสอดคล้องกับหน่วยงานหรือองค์กรของเรา

97
00:06:24.184 --> 00:06:28.184
ทำงานให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุดนะคะ ทำอย่างไร

98
00:06:28.185 --> 00:06:32.185
ให้ลดระยะเวลา ประหยัดเวลา ประหยัดคน

99
00:06:32.186 --> 00:06:36.186
พูดง่าย ๆ คือ ได้ผลกำไรที่ดีที่สุดนั่นเองนะคะ

100
00:06:36.187 --> 00:06:40.187
ไม่ว่าจะเป็นการบริการ หรือว่าการผลิตภัณฑ์นะคะ

101
00:06:40.189 --> 00:06:44.189
เหล่านี้ก็ต้องสามารถที่จะให้ประสิทธิภาพให้ดีที่สุด

102
00:06:44.190 --> 00:06:48.190
ให้กับหน่วยงานของเรานั่นเอง หรือว่าได้ผลกำไรนั่นเอง

103
00:06:48.193 --> 00:06:52.193

104
00:06:52.194 --> 00:06:56.194
หัวข้อ

105
00:06:56.195 --> 00:07:00.195
ที่จะมาบรรยายก็จะเป็น

106
00:07:00.196 --> 00:07:04.196
พูดถึงมาตรฐานที่หยิบมา

107
00:07:04.198 --> 00:07:08.198
ที่คิดว่าน่าจะสำคัญแล้วก็

108
00:07:08.199 --> 00:07:12.199
สอดคล้องกับตัวรายวิชานี้นั่นเอง

109
00:07:12.199 --> 00:07:16.199
เริ่มแรกก็จะพูดถึงมาตรฐานไอทีที่

110
00:07:16.200 --> 00:07:20.200
เลือกมา มาตรฐานและการจัดทำ

111
00:07:20.201 --> 00:07:24.201
มีหน่วยงานไหน มีองค์กรไหนนะคะ

112
00:07:24.202 --> 00:07:28.202
มาตรฐาน ANSI

113
00:07:28.203 --> 00:07:32.203
มาตรฐาน ITIL

114
00:07:32.204 --> 00:07:36.204
มาตรฐาน ISO มาตรฐาน

115
00:07:36.205 --> 00:07:40.205
มาตรฐาน COSO และมาตฐาน

116
00:07:40.206 --> 00:07:44.206
ของมาตรฐานตัวนี้ นักศึกษาต้องจำได้ว่า

117
00:07:44.207 --> 00:07:48.207
แต่ละมาตรฐานนั้นคืออะไร

118
00:07:48.208 --> 00:07:52.208
มีรูปแบบ มีมาตรฐานอย่างไร

119
00:07:52.210 --> 00:07:56.210
นะคะ มีหน่วยงาน มีองค์กร แล้วก็เขาสนับสนุน

120
00:07:56.211 --> 00:08:00.211
ทางด้านเรื่องไหนนั่นเองนะคะ

121
00:08:00.212 --> 00:08:04.212

122
00:08:04.213 --> 00:08:08.213
เริ่มมาพูดถึงตัวมาตรฐาน

123
00:08:08.215 --> 00:08:12.215
ตัวมาตรฐาน IT ในการปฏิบัติงานทุกรูปแบบ

124
00:08:12.217 --> 00:08:16.217
เป็นการทำงานของสถานที่ไหน หน่วยงานไหน

125
00:08:16.218 --> 00:08:20.218
บางทุกกิจกรรมก็ต้องมี

126
00:08:20.219 --> 00:08:24.219
การปฏิบัติงานที่ซ้ำ ๆ หรือ เป็น

127
00:08:24.221 --> 00:08:28.221
ดังนั้น การปฏิบัติงาน

128
00:08:28.222 --> 00:08:32.222
ซ้ำ ๆ นี่ ทำอย่างไร ให้มันลดข้อผิดพลาด

129
00:08:32.223 --> 00:08:36.223
ที่จะเกิดขึ้น

130
00:08:36.223 --> 00:08:40.223
ทำอย่างไร ให้ลดระยะเวลาในการทำงาน

131
00:08:40.224 --> 00:08:44.224
ในการทำงาน ทำอย่างไรให้ใช้ทรัพยากรให้

132
00:08:44.225 --> 00:08:48.225
คุ้มค่าที่สุดนั่นเองนะคะ ดังนั้นการปฏิบัติงานต่าง ๆ

133
00:08:48.227 --> 00:08:52.227
ก็ต้องให้ประสบความสำเร็จแล้วก็ต้องมีตัว

134
00:08:52.228 --> 00:08:56.228
มาตรฐานเข้ามา ตอบโจทย์ตรงนี้นั่นเอง

135
00:08:56.230 --> 00:09:00.230
หากเราปฏิบัติงาน

136
00:09:00.231 --> 00:09:04.231
ปฏิบัติงานโดยไม่มีมาตรฐาน วันนี้

137
00:09:04.232 --> 00:09:08.232
อยากทำเท่านี้ วันนี้ไม่อยากทำ ใช้ระยเวลา

138
00:09:08.232 --> 00:09:12.232
เท่าไหร่นะคะ เหมือนการให้บริการอย่างนี้

139
00:09:12.233 --> 00:09:16.233
กรณีที่มีผู้มาใช้บริการเยอะ แล้ว

140
00:09:16.234 --> 00:09:20.234
เราให้การบริการไปนี่ ระยะเวลาแต่ละที่นี

141
00:09:20.235 --> 00:09:24.235
ไม่คาบเกี่ยวกัน ดังนั้น เราจะพึงพอใจไหม

142
00:09:24.236 --> 00:09:28.236
สมมติเราเป็นผู้รับบริการแล้วไปรับบริการ

143
00:09:28.237 --> 00:09:32.237
ให้การบริการที่รวดเร็วกว่าและก็ดีกว่า

144
00:09:32.238 --> 00:09:36.238
กับอีกหน่วยงานหนึ่งที่ให้เวลา

145
00:09:36.240 --> 00:09:40.240
เยอะกว่านั่นเอง เราก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีกว่าอยู่แล้ว

146
00:09:40.241 --> 00:09:44.241
ดังนั้น เราก็ต้องปฏิบัติงาน

147
00:09:44.242 --> 00:09:48.242
ปฏิบัติงานนะคะ ให้เกิดความพึงพอใจของผู้รับ

148
00:09:48.242 --> 00:09:52.242
บริการ แล้วก็สามารถที่จะ

149
00:09:52.243 --> 00:09:56.243
ใช้งานแล้วก็เชื่อมต่อ

150
00:09:56.245 --> 00:10:00.245
กับตัวระบบงานอื่นได้ด้วยนั่นเอง

151
00:10:00.246 --> 00:10:04.246
แล้วผลลัพธ์ที่ได้ไม่สามารถที่จะไปทำงาน

152
00:10:04.247 --> 00:10:08.247
ต่อ หรือว่าทำงานข้ามกับตัวอท่นได้นั่นเอง

153
00:10:08.251 --> 00:10:12.251
อันนี้ก็ต้องคำนึงถึงแผนกอื่น ฝ่ายอื่นด้วย

154
00:10:12.252 --> 00:10:16.252
ที่จะทำให้การทำงานของหน่วยงาน หรือ

155
00:10:16.253 --> 00:10:20.253
บริษัทของเราดำเนินการอย่าง

156
00:10:20.254 --> 00:10:24.254
สอดคล้องกันนั่นเอง อย่างตัวนี้ก็คือการนำ

157
00:10:24.255 --> 00:10:28.255
ระบบอินเตอร์

158
00:10:28.256 --> 00:10:32.256
นะคะ ยกตัวอย่างการใช้งานง่าย ๆ

159
00:10:32.257 --> 00:10:36.257
เหมือนเวลาตอนนี้นักศึกษาเข้ามามหาวิทยาลัย เวลาเข้าสู่

160
00:10:36.257 --> 00:10:40.257
อินเทอร์เน็ตนะคะ ล็อกอินเข้ามา

161
00:10:40.259 --> 00:10:44.259
ถูกไหมคะ เข้าไปใช้งาน Search ข้อมูล

162
00:10:44.261 --> 00:10:48.261
ทำรายงาน หรือว่าเข้าไป Facebook เข้าไปดู

163
00:10:48.262 --> 00:10:52.262
เข้าไปดูสิ่งที่ต้องการค้นหาต่าง ๆ นั่นเอง

164
00:10:52.262 --> 00:10:56.262
เขาจะมีมาตรฐาน HTML ขึ้นมา

165
00:10:56.263 --> 00:11:00.263
กดเข้าไปแล้วมี Response ในการทำงาน

166
00:11:00.265 --> 00:11:04.265
ค้นหาคีย์เวิร์ดต่าง ๆ เป็นระยะเวลา

167
00:11:04.268 --> 00:11:08.268
ที่รวดเร็วไหม Keyword ที่ค้นหากับตัว...

168
00:11:08.269 --> 00:11:12.269
กับ Search Engin มันตรงกัน

169
00:11:12.270 --> 00:11:16.270
หรือเปล่า อาจจะ Search เป็นคีย์เวิร์ดหนึ่งแล้ว

170
00:11:16.271 --> 00:11:20.271
ผลลัพธ์ที่ออกมา ตรงกันไหม ข้อมูลมีเยอะ

171
00:11:20.272 --> 00:11:24.272
มีเยอะหรือเปล่าอะไรอย่างนี้นะคะ มันก็จะมีมาตรฐาน

172
00:11:24.273 --> 00:11:28.273
ขึ้นมา เพื่อให้รองรับสำหรับผู้ใช้

173
00:11:28.274 --> 00:11:32.274
เดี๋ยวเรามาดูต่อ

174
00:11:32.275 --> 00:11:36.275
อาจารย์พูดเร็วพูดช้าบอกด้วยนะคะ

175
00:11:36.276 --> 00:11:40.276
ก็จะพูดไปเรื่อย ๆ มีปัญหาง่วงนอนอะไรยกมือถามได้นะคะ

176
00:11:40.277 --> 00:11:44.277
ถัดมาจะเป็นตัวอย่าง

177
00:11:44.278 --> 00:11:48.278
มาตรฐานในการใช้เว็บอันนี้คุ้นเคย

178
00:11:48.281 --> 00:11:52.281
อยู่แล้ว เข้ามาใช้ทุกวันอยู่แล้ว วันหนึ่งอาจจะเข้ามา

179
00:11:52.282 --> 00:11:56.282
หลาย ๆ รอบก็ได้นะคะ การใช้งานเว็บไซต์ต้องมี

180
00:11:56.283 --> 00:12:00.283
มาตรฐานอะไรมาซับพอร์ต เริ่มแรก

181
00:12:00.284 --> 00:12:04.284
มาตรฐานฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์บางคนบอก

182
00:12:04.285 --> 00:12:08.285
เราแค่เข้าไปใช้เว็บไซต์ แน่นอนเราต้องมีอุปกรณ์

183
00:12:08.286 --> 00:12:12.286
คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก สมาร์ตโฟน แท็บเลต

184
00:12:12.287 --> 00:12:16.287
อะไรก็แล้วแต่ถูกไหมคะ ที่เราจะไปมช้ยริการเว็บไซต์ไ

185
00:12:16.288 --> 00:12:20.288
ฮาร์ดแวร์เสร็จต้องมี

186
00:12:20.289 --> 00:12:24.289
ซอร์ฟแวร์ คราวนี้นี่ เราเอาผลิตภัณฑ์

187
00:12:24.290 --> 00:12:28.290
ของบริษัทไหน หน่วยงานไหน

188
00:12:28.291 --> 00:12:32.291
มาใช้งาน หรือเรามาใช้แล้ว มันก็จะ

189
00:12:32.292 --> 00:12:36.292
มีแบบว่าเป็น License แท้ ไม่ Licese แท้

190
00:12:36.293 --> 00:12:40.293
มาใช้งานนี่เป็นอย่างไรนะ มันก็จะเกี่ยวโยงกันไปเรื่อย ๆ

191
00:12:40.294 --> 00:12:44.294
กันไปเรื่อย ๆ นะคะ มาตรฐานระบบปฏิบัติการ

192
00:12:44.295 --> 00:12:48.295
ในอุปกรณ์ขจองเราไม่ว่าจะเป็นคอม

193
00:12:48.296 --> 00:12:52.296
Tablet ระบบปฏิบัติการที่เราลงด้วย เขามีมาตรฐาน

194
00:12:52.297 --> 00:12:56.297
ไหม เราก็จะรู้ว่ามาตรฐานที่เราลงในอุปกรณ์

195
00:12:56.298 --> 00:13:00.298
ฮาร์ดแวร์ของเรานี่มันรองรับกับอุปกรณ์ของเราในรุ่นไหน

196
00:13:00.299 --> 00:13:04.299
บ้าง กับอุปกรณ์ซอฟต์แวร์ไหนบ้าง

197
00:13:04.301 --> 00:13:08.301
ของ windows อย่างเดียวหรือว่าของ Linux

198
00:13:08.301 --> 00:13:12.301
นะคะ ก็แล้วแต่ว่าระบบปฏิบัติที่เราใช้งานนี่

199
00:13:12.302 --> 00:13:16.302
มัน Support หรือรองรับตัวไหนบ้างนั่นเอง

200
00:13:16.303 --> 00:13:20.303
มาตรฐานระบบเครือข่ายและการสื่อสาร

201
00:13:20.306 --> 00:13:24.306
เครือข่ายที่เราใช้เป็น

202
00:13:24.308 --> 00:13:28.308
รูปแบบอะไร เป็น Local network เป็นสาย

203
00:13:28.309 --> 00:13:32.309
สาย LAN ธรรมดา สายไฟเบอร์หรือเปล่า

204
00:13:32.310 --> 00:13:36.310
หรือเป็นการเดินสานในอากาศนะคะ พวกไวไฟ

205
00:13:36.311 --> 00:13:40.311
พวก Satle lite

206
00:13:40.312 --> 00:13:44.312
ก็คือพวกดาวเทียม อันนี้ก็จะเป็นรูปแบบการสื่อสาร

207
00:13:44.313 --> 00:13:48.313
มันก็จะแยกเป็นประเภทอีก แบบไร้สาย แบบไม่ไร้สาย

208
00:13:48.314 --> 00:13:52.314
มีอุปกรณ์แบบไหนที่ซับพอร์ต มันก็จะเกี่ยวกันไปทั้งหมด

209
00:13:52.315 --> 00:13:56.315
เหมือนเวลาเราใช้งานเว็บไซต์เราอาจหลงลืมไป

210
00:13:56.316 --> 00:14:00.316
ว่า มันมีอุปกรณ์ ตัวไหนที่มาเชื่อมต่อบ้าง

211
00:14:00.317 --> 00:14:04.317
แล้วมันมีเทคโนโลยีไหนบ้าง และมาตรฐานตัวไหนมา Support

212
00:14:04.318 --> 00:14:08.318
เดี๋ยวเราก็จะเข้าไปดูระบบเครือข่าย ก็จะเป็นสัปด

213
00:14:08.319 --> 00:14:12.319
ก็จะมาดูว่าระบบเครือข่ายมีอุปกรณ์ไหนบ้าง Support

214
00:14:12.320 --> 00:14:16.320
มีอุปกรณ์และมีมาตรฐานตัวไหน

215
00:14:16.322 --> 00:14:20.322
มาตรฐาน TSPIP

216
00:14:20.323 --> 00:14:24.323
อันนี้น่าจะคุ้น ปี 3 น่าจะเรียนแ

217
00:14:24.324 --> 00:14:28.324
นะ คุ้น ๆ ไหมคะ TCP/IP

218
00:14:28.325 --> 00:14:32.325
ส่ง IP ต่าง พวกเรียน Network มาแล้วน่าจะคุ้นอยู่

219
00:14:32.326 --> 00:14:36.326
TCP/IP

220
00:14:36.327 --> 00:14:40.327
เปลี่ยนชือ่ เปลี่ยนโฮสต่าง ๆ

221
00:14:40.328 --> 00:14:44.328
Server ผู้ส่งและผู้รับ

222
00:14:44.329 --> 00:14:48.329
HTML เรียนการเขียนเว็บมา น่าจะได้เรียนกันแล้ว

223
00:14:48.332 --> 00:14:52.332
น่าจะได้เรียนกันแล้วนะคะ โอเค

224
00:14:52.332 --> 00:14:56.332
เป๊ะ หมดแล้วพวกนี้ มาตรฐาน Search

225
00:14:56.333 --> 00:15:00.333
การ Search Engine ต่าง ๆ ก็เหมือนเวลาเราเข้า

226
00:15:00.334 --> 00:15:04.334
Google นะ หรือว่า

227
00:15:04.335 --> 00:15:08.335
เข้าไป Search ข้อมูลต่าง ๆ

228
00:15:08.336 --> 00:15:12.336
ก็จะเป็นมาตรฐานตัวนี้ อย่าที่อาจารย์บอกไปแล

229
00:15:12.337 --> 00:15:16.337
คีย์เวิร์ดกับคำที่ค้นหานี่มันตรงกันไหม

230
00:15:16.338 --> 00:15:20.338
แสดงหน้าจอ มันไปแหล่งข้อมูลที่ถูกต้องใช่หรือเปล่า

231
00:15:20.339 --> 00:15:24.339
แล้วก็มี Respon ระยะเวลานำเสนอ

232
00:15:24.340 --> 00:15:28.340
เป็นเท่าไร มาตรฐาน อักขระ

233
00:15:28.341 --> 00:15:32.341
นะคะ

234
00:15:32.341 --> 00:15:36.341
โอเค

235
00:15:36.342 --> 00:15:40.342

236
00:15:40.345 --> 00:15:44.345
ถัดมา เราจะมาดูมาตรฐานที่เรา

237
00:15:44.347 --> 00:15:48.347
สนใจนะคะ ยกตัวอย่าง

238
00:15:48.348 --> 00:15:52.348
มาตรฐานเกี่ยวกับบุคคล มาตรฐานความสามารถ แล้วก็

239
00:15:52.349 --> 00:15:56.349
ตำแหน่ง อย่างที่บอกไปนะคะ สมมติเรา

240
00:15:56.350 --> 00:16:00.350
ไปทำงงานนะคะ หน่วยงานหนึ่ง

241
00:16:00.352 --> 00:16:04.352
พร้อมกับนักเรียนจบใหม่

242
00:16:04.354 --> 00:16:08.354
ของห้องอื่น มหาวิทยาลัยอื่น หรือว่าที่อื่นนี่

243
00:16:08.355 --> 00:16:12.355
เราอยากไปสมัครงาน เราจะมีคุณสมบัติ

244
00:16:12.356 --> 00:16:16.356
อย่างไรที่เป็นการบอกว่าเรมีความสามารถ

245
00:16:16.357 --> 00:16:20.357
เกี่ยวกับบุคคลนี่ก็จะบ่งบอกได้ว่าเรามีความ

246
00:16:20.359 --> 00:16:24.359
สามารถหรือมีทักษะอย่างไร พูดง่าย ๆ อย่างภาษาอังกฤษที่

247
00:16:24.360 --> 00:16:28.360
เราก็ไปสอบ ถูกไหมคะ ว่ามีอะไร

248
00:16:28.361 --> 00:16:32.361
นะคะ ใบเซอร์ที่รองรับว่าเรมีทักษะอย่างไร

249
00:16:32.362 --> 00:16:36.362
ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศหรือว่าไอทีของเรา ก็จะ

250
00:16:36.363 --> 00:16:40.363
มีตัวใบ รับประกันว่าเรา

251
00:16:40.363 --> 00:16:44.363
ว่าเรามีความสามารถทางไหนบ้าง

252
00:16:44.364 --> 00:16:48.364
นั่นเอง

253
00:16:48.365 --> 00:16:52.365
อย่างมาตรฐานของตัว

254
00:16:52.366 --> 00:16:56.366
บุคคล ยกตัวอย่างเหมือน IC3

255
00:16:56.367 --> 00:17:00.367
IC3 IC3 จะเป็นมาตรฐานที่

256
00:17:00.368 --> 00:17:04.368
บอกว่าคุณมีความสามารถในการใช้อุปกรณ์

257
00:17:04.369 --> 00:17:08.369
ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์อย่างไร หรือว่า

258
00:17:08.370 --> 00:17:12.370
ซอร์ฟแวร์สำเร็จรูป Word PowerPoint Excc

259
00:17:12.370 --> 00:17:16.370
เหมือนเราไปเรียน Word PowerPoint Excel เรียนกัน

260
00:17:16.370 --> 00:17:20.370
ทุกคนนี่ในห้อง เราจะรู้ได้อย่างไร ว่าแต่ละคนมีทักษะในการใช้

261
00:17:20.371 --> 00:17:24.371
Excel ระดับไหน คนไหนใช้เก่งสุด คล่องสุด

262
00:17:24.373 --> 00:17:28.373
เร็วสุด แล้วก็สามารถใช้เปิดฟังก์ชันต่าง ๆ ได้

263
00:17:28.374 --> 00:17:32.374
ดังนั้น ตัวมาตรฐาน

264
00:17:32.375 --> 00:17:36.375
ของตัวบุคคลนี่ ก็จะมาเป็นตัวที่มาแสดงให้เห้นว่า

265
00:17:36.376 --> 00:17:40.376
บุคคลนี่มีทักษะขนาดไหน เมื่อ

266
00:17:40.377 --> 00:17:44.377
บุคคล หรือว่าบุคคลากรเรามีทักษะแล้ว

267
00:17:44.378 --> 00:17:48.378
ก็จะส่งผลให้องค์กรหรือหน่วยงานนี่

268
00:17:48.379 --> 00:17:52.379
มีคุณภาพมากขึ้น เรามีบุคลากรที่มี

269
00:17:52.380 --> 00:17:56.380
มีใบ Cer มหาวิทยาลัยก็จะ

270
00:17:56.381 --> 00:18:00.381
รองรับว่ามีการเรียนการสอนที่ดี

271
00:18:00.382 --> 00:18:04.382
บุคลากรที่ได้รับการรองรับมา มันก็จะส่งผล

272
00:18:04.383 --> 00:18:08.383
ต่อเนื่องกันไปนะคะ ถัดมามาตรฐานเกี่ยวกับ

273
00:18:08.384 --> 00:18:12.384
อุปกรณ์เครือข่ายและก็การเชื่อมต่อ

274
00:18:12.385 --> 00:18:16.385
อุปกรณ์เราใช้ของ

275
00:18:16.386 --> 00:18:20.386
ของผลิตภัณฑ์อะไร

276
00:18:20.388 --> 00:18:24.388
มีมารตฐานตัวไหนมารองรับ

277
00:18:24.390 --> 00:18:28.390
เพราะเดี๋ยวนี้มันก็จะมีบริษัทที่มาให้บริการ

278
00:18:28.390 --> 00:18:32.390
นี่ค่อนข้างเยอะนะคะ ดังนั้นก็ต้องดูว่า

279
00:18:32.392 --> 00:18:36.392
แต่ละที่นี่ Support แล้วก็ให้บริการเราดีไหม

280
00:18:36.392 --> 00:18:40.392
นะคะ อย่างแต่ละพื้นนี่ การให้บริการ

281
00:18:40.393 --> 00:18:44.393
ก็อาจจะเข้าถึงไม่เท่ากัน

282
00:18:44.396 --> 00:18:48.396
ถ้าเป็น พื้นที่ ที่ค่อนข้างเข้าถึงยาก

283
00:18:48.397 --> 00:18:52.397
เข้าถึงยาก หรือว่าเป็นพื้นที่ที่ยังไม่มีการให้บริการระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

284
00:18:52.398 --> 00:18:56.398
ก็็จะมีแค่บางผู้บริการเท่านั้นทีสามารถให้บริการเราได้

285
00:18:56.398 --> 00:19:00.398
นะคะ

286
00:19:00.399 --> 00:19:04.399
การจัดการเกี่ยวกับการให้บริการ

287
00:19:04.400 --> 00:19:08.400
IT การให้บริการ IT อย่างไร

288
00:19:08.401 --> 00:19:12.401
นะคะ อย่างพวกระบบ

289
00:19:12.402 --> 00:19:16.402
ไป AIS Dtac TrueMove

290
00:19:16.403 --> 00:19:20.403
ใช่ไหม เราอยากสมมติเราอยากเป็น

291
00:19:20.404 --> 00:19:24.404
เจ้าของบริษัท การจัดการเกี่ยวกับการให้บริการ IT

292
00:19:24.405 --> 00:19:28.405
ก็คือคล้าย ๆ กับการบริการให้ระบบเครือข่ายนั่นเอง

293
00:19:28.406 --> 00:19:32.406
หรือในรูปแบบโทรศัพท์บ้าน

294
00:19:32.407 --> 00:19:36.407
อาจจะเป็น TOT ให้บริการ

295
00:19:36.409 --> 00:19:40.409
CAT Telecom ต่าง ๆ อาจจะเป็นคำ

296
00:19:40.410 --> 00:19:44.410
ที่เราคุ้นเคย แต่เราแยกไม่ออกว่า พวกนี้

297
00:19:44.411 --> 00:19:48.411
ที่ให้บริการเกี่ยวกับสารสนเทศหรือว่า

298
00:19:48.412 --> 00:19:52.412
IT ของเรานั่นเองนะคะ

299
00:19:52.414 --> 00:19:56.414
มาตรฐานเกี่ยวกับการพัฒนาซอฟต์แวร์

300
00:19:56.416 --> 00:20:00.416
ก่อนที่จะไปเป็นซอฟตืแวร์ที่เราใช้

301
00:20:00.419 --> 00:20:04.419
เขาก็ต้องมีการใช้งานแล้วก็ทดลอง มีการ Test

302
00:20:04.420 --> 00:20:08.420
นะคะ มีการนักพัฒนา Developer

303
00:20:08.421 --> 00:20:12.421
แล้วก็มี Testing นะคะ ของตัว

304
00:20:12.424 --> 00:20:16.424
ซอฟต์แวร์เทสต์ติงต่าง ๆ

305
00:20:16.425 --> 00:20:20.425
มีบุคลากรแต่ละตำแหน่งมา Support พวกนี้

306
00:20:20.426 --> 00:20:24.426
เขาจะมีมาตรฐานมารองรับอีกว่า ทำ 12 3 4 5

307
00:20:24.427 --> 00:20:28.427
6 7 8 9 10 ครบตามมารตรฐานเรียบร้อย

308
00:20:28.429 --> 00:20:32.429
มาตรฐานมั่นคงรักษาความปลอดภัย

309
00:20:32.430 --> 00:20:36.430
นะคะ

310
00:20:36.430 --> 00:20:40.430
มาตรฐานเกี่ยวกับเอกสาร แบบฟอร์ม ข้อมูล

311
00:20:40.431 --> 00:20:44.431
การเก็บแบบฟอร์มข้อมูลต่าง ๆ นะคะ สามารถเก็บไว้แล้ว

312
00:20:44.432 --> 00:20:48.432
สามารถที่จะดึงข้อมูลกลับมาค้นหา

313
00:20:48.433 --> 00:20:52.433
เก็บข้อมูลไว้ที่หน่วยงาน

314
00:20:52.434 --> 00:20:56.434
ไหนนะคะ อันนี้ก็จะเป็นตัวอย่างมาตรฐาน

315
00:20:56.435 --> 00:21:00.435
ที่ยกมานะคะ ให้นักศึกษา

316
00:21:00.436 --> 00:21:04.436
เข้าใจนะคะ

317
00:21:04.437 --> 00:21:08.437
ถัด

318
00:21:08.439 --> 00:21:12.439
มา เราจะมาพูดถึงตัวประเภท

319
00:21:12.441 --> 00:21:16.441
ประเภทของมาตรฐานก่อนนะคะ ต้นกำเนิดของมัน

320
00:21:16.441 --> 00:21:20.441
อันแรกนะคะ

321
00:21:20.445 --> 00:21:24.445
De Juror นะคะ

322
00:21:24.447 --> 00:21:28.447
เป็นมาตรฐานนะคะ ที่กำหนด

323
00:21:28.449 --> 00:21:32.449
มาตรฐานแต่ละประเทศ แล้วก็กำหนด

324
00:21:32.451 --> 00:21:36.451
โดยองค์กรระหว่างระเทสนะคะ เช่น IOS

325
00:21:36.452 --> 00:21:40.452
ก็จะเป็นการร่วมมือกันระหว่างของประเทศนะคะ

326
00:21:40.453 --> 00:21:44.453
ว่า มาตรฐานตัวนี้ใช้งานแล้ว

327
00:21:44.454 --> 00:21:48.454
มันเกิดผลอย่างไร Support ตัวไหนบ้าง

328
00:21:48.455 --> 00:21:52.455
อันนี้ก็คือเป็นระหว่างประเทศ ทันี้

329
00:21:52.456 --> 00:21:56.456
De Facto Standard อันนี้เป็น

330
00:21:56.457 --> 00:22:00.457
มาตรฐานที่ใช้ภายในหน่วยงานก่อน

331
00:22:00.458 --> 00:22:04.458
มีการใช้งานภายในหน่วยงาน ภายในองค์กรเสร็จ ใช้เสร็จ

332
00:22:04.459 --> 00:22:08.459
ปุ๊บ เกิดความแพร่หลาย จากหน่วยงานหนึ่ง

333
00:22:08.460 --> 00:22:12.460
กระจายพื้นที่มากขึ้นจากพื้นที่ที่เล็ก ๆ ก็จะ

334
00:22:12.461 --> 00:22:16.461
ใหญ่ขึ้นนะคะ ก็จะเป็นมาตรฐานที่ใช้กัน

335
00:22:16.462 --> 00:22:20.462
ใช้กันมาสืบเนื่อง แล้วสุดท้ายก็จะเป็น Open Standard

336
00:22:20.462 --> 00:22:24.462
มาตรฐานที่เรารู้จักกันอยู่แล้ว เป็นสากล

337
00:22:24.463 --> 00:22:28.463
อันนี้คือมาตรฐานที่เราใช้กันมา

338
00:22:28.464 --> 00:22:32.464
นับมาหลาย ๆ ปี อยู่แล้วนั่นเอง ก็จะเป็นประเภท

339
00:22:32.465 --> 00:22:36.465
ของมาตรฐานทั้ง 3 แบบนะคะ

340
00:22:36.466 --> 00:22:40.466
Faco stabdad

341
00:22:40.468 --> 00:22:44.468
ถัดมาเมื่อเรารู้

342
00:22:44.469 --> 00:22:48.469
ประเภทของตัวมาตรฐานเรียบร้อยแล้ว เราก็จะ

343
00:22:48.470 --> 00:22:52.470
เราก็จะมาดูสไลด์ต่อไป

344
00:22:52.471 --> 00:22:56.471
ของเรานะคะ องค์กร

345
00:22:56.472 --> 00:23:00.472
หรือว่าองค์การมาตรฐาน

346
00:23:00.473 --> 00:23:04.473
มาตรฐาน

347
00:23:04.474 --> 00:23:08.474
ระดับโลก ก็จะมีตัวองค์กรที่มารองรับ

348
00:23:08.475 --> 00:23:12.475
อันนี้จะเป็นบางส่วนที่ยกตัวอย่าวงขึ้นมานะคะ

349
00:23:12.476 --> 00:23:16.476
ให้ดู

350
00:23:16.479 --> 00:23:20.479
อย่าง ISO ตัวนี้นะคะก็จะเป็น

351
00:23:20.480 --> 00:23:24.480
ตัวมาตรฐานที่หน่วยงาน พวกองค์กร

352
00:23:24.481 --> 00:23:28.481
ต่าง ๆ นี่ ตามบริษัทต่าง ๆ นี่

353
00:23:28.482 --> 00:23:32.482
ใช้เยอะนะคะ รวมถึงถ้าเป็นพวก

354
00:23:32.483 --> 00:23:36.483
เกี่ยวกับโรงงานนี่ ISO นี่ค่อนข้างจะสำคัญ

355
00:23:36.484 --> 00:23:40.484
มันจะเป็นมาตรฐานเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่มารองรับว่า

356
00:23:40.485 --> 00:23:44.485
หน่วยงานหรือองค์กรขิงเราผลิตแล้ว ไม่ส่ง

357
00:23:44.486 --> 00:23:48.486
เวลาเราจะผลิตหรือว่าทำอะไรนี่

358
00:23:48.487 --> 00:23:52.487
มันจะไม่มีผลกระทบต่อคนอื่นสืบเนื่องมานั่นเอง

359
00:23:52.488 --> 00:23:56.488
ยกตัวอย่าง

360
00:23:56.489 --> 00:24:00.489
ของเมื่อกี้ ISO แล้ว เราจะมาพูดถุ

361
00:24:00.490 --> 00:24:04.490
นะคะ

362
00:24:04.491 --> 00:24:08.491
ANSI เป็นตัวสถาบัน

363
00:24:08.493 --> 00:24:12.493
สถาบันมาตรฐานแห่งอเมริกานั่นเอง

364
00:24:12.494 --> 00:24:16.494
เป็นองค์กรนะคะที่สนับสนุน สารสนเทศของ

365
00:24:16.495 --> 00:24:20.495
อเมริกานะคะ ตัวนี้ก็จะเป็นผู้

366
00:24:20.498 --> 00:24:24.498
เริ่มนะคะ ในการสนับสนุน ISO นะคะ

367
00:24:24.498 --> 00:24:28.498
ที่ประเทศไทยก็นำมาใช้ ตัวมาตรฐานตัวนี้นะคะ

368
00:24:28.499 --> 00:24:32.499
หรือ W3C

369
00:24:32.500 --> 00:24:36.500
W3C ตัวนี้ก็จะเป็น

370
00:24:36.501 --> 00:24:40.501
ต่อนี่ นักศึกษาน่าจะคุ้นกับ

371
00:24:40.502 --> 00:24:44.502
คำนี้มากขึ้น สำหรับเวลาเราเข้าไปใช้เกี่ยวกับตัว

372
00:24:44.503 --> 00:24:48.503
พัฒนา หรือว่าเขียนCodeding

373
00:24:48.508 --> 00:24:52.508
W3C ก็จะเป็นองค์กรระหว่างประเทศ

374
00:24:52.509 --> 00:24:56.509
นะคะ เกี่ยวกับเทคโนโลยีเว็บ เมื่อกี้เราเรียนไปแล้ว

375
00:24:56.510 --> 00:25:00.510
เราเรียนไปแล้ว สำหรับปี 3 ก็จะมีพวก Web HTML

376
00:25:00.511 --> 00:25:04.511
นะคะ XML XHML

377
00:25:04.511 --> 00:25:08.511
พวกเทคโนโลยีเว็บต่าง ๆ ก็จะอยู่ W3

378
00:25:08.514 --> 00:25:12.514
C นะคะ เหมือนเวลาเราเรียนเกี่ยวกับ

379
00:25:12.515 --> 00:25:16.515
เกี่ยวกับการเขียนโค้ด HTML นี่ มันก็จะมี

380
00:25:16.516 --> 00:25:20.516
หน้าของ W3C เข้าไป

381
00:25:20.517 --> 00:25:24.517
เหมือน Psudo Type มันไปรัน

382
00:25:24.518 --> 00:25:28.518
เกิดผลลัพธ์อะไรขึ้นมาพวก CSS

383
00:25:28.519 --> 00:25:32.519
คุ้นไหมปี 3

384
00:25:32.520 --> 00:25:36.520
กลุ้มใจแทนอาจารย์ที่สอน

385
00:25:36.521 --> 00:25:40.521

386
00:25:40.522 --> 00:25:44.522
เดี๋ยวนะ

387
00:25:44.523 --> 00:25:48.523
เดี๋ยวนะ หายไปไหนแล้ว

388
00:25:48.525 --> 00:25:52.525
ยกตัวอย่างตรงนี้

389
00:25:52.526 --> 00:25:56.526
อย่างนี้นะคะ

390
00:25:56.527 --> 00:26:00.527
ของตัว W3C มันก็จะมี

391
00:26:00.528 --> 00:26:04.528
เห็นไหมเอ่ย เวลาเรา

392
00:26:04.529 --> 00:26:08.529
เขียนโค้ด เราก็ไป Testing ต่าง ๆ

393
00:26:08.530 --> 00:26:12.530
เดี๋ยวปี 2

394
00:26:12.531 --> 00:26:16.531
คงจะได้เรียนเหมือนกัน พวกทำเว็บไซต์ต่าง ๆ

395
00:26:16.532 --> 00:26:20.532
เขียน Coding ขึ้นมา Run แล้วมันมีหน้าตาอย่างไร

396
00:26:20.533 --> 00:26:24.533
มีตรงไหนที่เกิด Eror

397
00:26:24.535 --> 00:26:28.535
หรือว่ามี Format รูปแบบการเขียนอย่างไรบ้าง

398
00:26:28.538 --> 00:26:32.538
นั่นเองนะคะ

399
00:26:32.541 --> 00:26:36.541

400
00:26:36.541 --> 00:26:40.541
โอเค กลับไปดูต่อของเรา

401
00:26:40.542 --> 00:26:44.542

402
00:26:44.544 --> 00:26:48.544

403
00:26:48.545 --> 00:26:52.545

404
00:26:52.547 --> 00:26:56.547
มันสลับไม่ได้หรือว่ายังไง

405
00:26:56.549 --> 00:27:00.549

406
00:27:00.550 --> 00:27:04.550

407
00:27:04.551 --> 00:27:08.551

408
00:27:08.553 --> 00:27:12.553

409
00:27:12.556 --> 00:27:16.556
มาแล้ว

410
00:27:16.557 --> 00:27:20.557
มันต้องดู... สวัสดีค่ะ

411
00:27:20.558 --> 00:27:24.558
ไม่หมด

412
00:27:24.559 --> 00:27:28.559

413
00:27:28.560 --> 00:27:32.560

414
00:27:32.561 --> 00:27:36.561

415
00:27:36.562 --> 00:27:40.562

416
00:27:40.563 --> 00:27:44.563

417
00:27:44.567 --> 00:27:48.567

418
00:27:48.569 --> 00:27:52.569

419
00:27:52.571 --> 00:27:56.571

420
00:27:56.574 --> 00:28:00.574

421
00:28:00.577 --> 00:28:04.577

422
00:28:04.578 --> 00:28:08.578

423
00:28:08.580 --> 00:28:12.580

424
00:28:12.581 --> 00:28:16.581

425
00:28:16.585 --> 00:28:20.585

426
00:28:20.587 --> 00:28:24.587

427
00:28:24.588 --> 00:28:28.588

428
00:28:28.592 --> 00:28:32.592

429
00:28:32.595 --> 00:28:36.595

430
00:28:36.597 --> 00:28:40.597

431
00:28:40.601 --> 00:28:44.601
เมื่อกี้ดู W3C ไปนะคะ

432
00:28:44.602 --> 00:28:48.602
มันก็เลยมีเทคนิกนิดหน่อย

433
00:28:48.603 --> 00:28:52.603
ถัดมานะคะ ก็จะมาดูตัวอย่างอีกอันหนึ่งที่

434
00:28:52.604 --> 00:28:56.604
จะพูดให้ฟัง CISA อันนี้ก็จะเป็น

435
00:28:56.605 --> 00:29:00.605
เหมือนการบริหาร

436
00:29:00.606 --> 00:29:04.606
วิเคราะห์ อันนี้จะแนว ๆ ออก เป็นผู้บริหาร

437
00:29:04.607 --> 00:29:08.607
จะดูว่าหน่วยงานของเรานี่มีทรัพยากรเท่าไร

438
00:29:08.608 --> 00:29:12.608
เราจะบริหารจัดการอย่างไรให้เกิดการคุ้มทุน

439
00:29:12.609 --> 00:29:16.609
ไม่เกิดความเสี่ยงนะคะ ตัว CISA นี่

440
00:29:16.609 --> 00:29:20.609
คราวนี้

441
00:29:20.609 --> 00:29:24.609
เราก็ต้องมาดูอีกนะคะ ว่าบริษัท

442
00:29:24.610 --> 00:29:28.610
องค์กรของเรานี่ ผลิตบริการใน

443
00:29:28.611 --> 00:29:32.611
ในรูปแบบไหนนะคะ ให้บริการ

444
00:29:32.612 --> 00:29:36.612
เป็นอุปกรณ์หรือเป็น

445
00:29:36.613 --> 00:29:40.613
ผลิตภัณฑ์ออกมาหรือเป็นบริการของ

446
00:29:40.613 --> 00:29:44.613
ผู้ใช้นั่นเองนะคะ ดังนั้นการเลือกตัว

447
00:29:44.614 --> 00:29:48.614
ตัวมาตรฐานที่มาใช้ในหน่วยงานหรือองค์กร

448
00:29:48.615 --> 00:29:52.615
ของเรานี่ มันก็จะแตกต่างกัน ตามแต่ละ

449
00:29:52.616 --> 00:29:56.616
หน่วยงานที่ให้บริการนั่นเองนะคะ

450
00:29:56.618 --> 00:30:00.618
ถัดมาเราจะ

451
00:30:00.619 --> 00:30:04.619
เราจะมาพูดถึงการพัฒนามาตรฐานสารสนเทศในประเทศ

452
00:30:04.620 --> 00:30:08.620
ไทยของเราก่อนนะคะ สำหรับประเทศไทย

453
00:30:08.621 --> 00:30:12.621
สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์

454
00:30:12.622 --> 00:30:16.622
อุตสาหกรรมของไทยนั่นเองนะคะ ซึ่งจะมาเป็นผู้กำหนด

455
00:30:16.623 --> 00:30:20.623
นะคะ มาตรฐานแห่งชาติของเรานะคะ สำนักงานพัฒนา

456
00:30:20.624 --> 00:30:24.624
ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมก็จะมีตัวย่อมา มสอ

457
00:30:24.625 --> 00:30:28.625
ก็จะมีคณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นมาแล้วก็แบ่ง

458
00:30:28.626 --> 00:30:32.626
หน้าที่ในการรับผิดชอบในแต่ละ

459
00:30:32.627 --> 00:30:36.627
ของแต่ละหน่วยงานนะคะ ของแต่ละประเทศนะคะ

460
00:30:36.630 --> 00:30:40.630
โดยแต่งตั้งคณะกรรมการวิชาการ

461
00:30:40.632 --> 00:30:44.632
ภาค 36 ขึ้นมาเพื่อดูแล

462
00:30:44.633 --> 00:30:48.633
มาตรฐานของเทคโนโลยีสารสนเทศนะคะ

463
00:30:48.633 --> 00:30:52.633
เพราะว่ามาตรฐานทางอุตสาหกรรมนี่ก็จะมีหลากหลายประเภทนั่นเอง

464
00:30:52.634 --> 00:30:56.634
ว่า อุตสาหกรรมทางด้านนี้มีอะไรบ้าง มันก็จะไล่มาเป็น

465
00:30:56.635 --> 00:31:00.635
ปัจจุบันคณะกรรมการวิชาการ

466
00:31:00.636 --> 00:31:04.636
5 3 6 ก็จะแบ่งเป็น 2 ทีม นะคะ

467
00:31:04.638 --> 00:31:08.638
โดยคณะที่ 1 หรือทีมที่ 1 ของเรานี่ ก็จะกำหนด

468
00:31:08.639 --> 00:31:12.639
เกี่ยวกับรูปแบบเป็นจังหวัดนั่นเอง

469
00:31:12.641 --> 00:31:16.641
นะคะ แบ่งเป็นตัวรหัสย่อ Code ต่าง ๆ

470
00:31:16.642 --> 00:31:20.642
ตามมาด้วย อำเภอ ส่วนทีมที่ 2

471
00:31:20.643 --> 00:31:24.643
ก็จะกำหนดอักขระ การเขียนโปรแกรม

472
00:31:24.644 --> 00:31:28.644
และโครงการซอฟต์แวร์ ก้คือหน่วยง

473
00:31:28.645 --> 00:31:32.645
ก็จะทำการดูแลนั่นเอง

474
00:31:32.646 --> 00:31:36.646
ว่า การเขียนซอร์ฟแวร์ที่ถูกพัฒนาขึ้น โดย

475
00:31:36.647 --> 00:31:40.647
หรือบริษัทในประเทศไทยนี่มีมาตรฐานถูกต้องไหม

476
00:31:40.648 --> 00:31:44.648
นะคะ หรือการเขียนโปรแกรมต่าง ๆมีมาตรฐาน

477
00:31:44.650 --> 00:31:48.650
สอดคล้องหรือว่ารองรับหรือเปล่านั่นเองนะคะ

478
00:31:48.651 --> 00:31:52.651
ถัดมา

479
00:31:52.652 --> 00:31:56.652
นอกจาก สวอ. แล้ว มีหน่วยงาน

480
00:31:56.653 --> 00:32:00.653
ไหนที่เราน่าจะคุ้นเคยกันบ้าง อันแรกก็คือ

481
00:32:00.654 --> 00:32:04.654
ราชบัณฑิต อันนี้

482
00:32:04.655 --> 00:32:08.655
น่าจะได้ยินอยู่แล้ว

483
00:32:08.656 --> 00:32:12.656
ศัพท์เทคนิคทางคอมพิวเตอร์ บางที

484
00:32:12.657 --> 00:32:16.657
เขียนทับศัพท์ไม่ถูก อย่างคีย์บอร์ด เมาส์

485
00:32:16.658 --> 00:32:20.658
เราเขียนไม่ถูกเราก็ต้องไปเปิด

486
00:32:20.659 --> 00:32:24.659
เหมือนพจนานุกรมนั่นเอง ดูสิเขาใช้

487
00:32:24.660 --> 00:32:28.660
การสะกดคำอย่างไร มีอักขระอย่างไรนะคะ

488
00:32:28.661 --> 00:32:32.661
บางอัน คีย์บอร์ดอาจจะเขียนว่าเป็น แป้นพิมพ์

489
00:32:32.662 --> 00:32:36.662
พวกนี้ก็จะถูกบัญญัติ

490
00:32:36.663 --> 00:32:40.663
ไปศึกษาตัวร่าง ตัวคำศัพท์พวกนี้

491
00:32:40.664 --> 00:32:44.664
ตัวคำศัพท์ตัวนี้ในราชบัณฑิต

492
00:32:44.665 --> 00:32:48.665
ศัพท์คอมพิวเตอร์นะคะ ถัดมา

493
00:32:48.666 --> 00:32:52.666
หอสมุดแห่งชาติ

494
00:32:52.669 --> 00:32:56.669
หอสมุดก็เหมือนห้องสมุดของเรา ถ้าอยู่ในมหาวิทลัย

495
00:32:56.670 --> 00:33:00.670
ก็จะเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลหนังสือ

496
00:33:00.671 --> 00:33:04.671
นะคะ อันนี้ก็จะเป็นห้องสมุดแห่งชาติ ก็จะเก็บ

497
00:33:04.672 --> 00:33:08.672
หนังสือต่าง ๆ ของใน

498
00:33:08.673 --> 00:33:12.673
ประเทศไทยไว้ ก็จะมีรหัส ISVN

499
00:33:12.674 --> 00:33:16.674
ก็คือรหัสที่อยู่หมวดหมู่หนังสือ

500
00:33:16.676 --> 00:33:20.676
ของเรานั่นเองว่าอยู่ลำดับที่เท่าไหร่ ตำแหน่งไหน

501
00:33:20.678 --> 00:33:24.678
นะคะ ถัด

502
00:33:24.679 --> 00:33:28.679
มา สภาอุตสาหกรรม

503
00:33:28.680 --> 00:33:32.680
สภาอุตสาหกรรม

504
00:33:32.681 --> 00:33:36.681
อุตสาหกรรมเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเท

505
00:33:36.682 --> 00:33:40.682
ดังนั้น ก็อยู่ภายในสภาอุตสาหกรรม จะมี

506
00:33:40.683 --> 00:33:44.683
ผลิตภัณฑ์อาจจะเป็นฮาร์ดแวร์หรือว่าซอฟต์แวร์ที่ผลิตมา

507
00:33:44.684 --> 00:33:48.684
มันก็ต้องมีรหัสสินค้า

508
00:33:48.688 --> 00:33:52.688
ผลิตที่ปีเท่าไหร่ เป็นสินค้าประเภทไหน

509
00:33:52.689 --> 00:33:56.689
กำหนดออกมาเป็น Bar code ณ ปัจจุบันก็จะมี

510
00:33:56.690 --> 00:34:00.690
QR Code ที่ผลิตขึ้นมานั่นเองนะคะ

511
00:34:00.693 --> 00:34:04.693
อันนี้ก็จะเป็นตัวมาตรฐานของเรา

512
00:34:04.695 --> 00:34:08.695

513
00:34:08.696 --> 00:34:12.696
ถัดมาก็จะเกิดข้อคำถามขึ้นมา

514
00:34:12.697 --> 00:34:16.697
เราเป็น นักเรียนนักศึกษา

515
00:34:16.698 --> 00:34:20.698
หรือว่าผู้ใช้บริการต่าง ๆ นี่ เราจำเป็นไหมที่ต้องพัฒนาหรือใช้

516
00:34:20.700 --> 00:34:24.700
มาตรฐาน หรืออาจจะมีคำถามในใจว่า เราจำเป็นไหมที่

517
00:34:24.701 --> 00:34:28.701
เกี่ยวกับตัวมาตรฐานพวกนี้

518
00:34:28.702 --> 00:34:32.702
ท้ายที่สุดแล้ว

519
00:34:32.703 --> 00:34:36.703
ผลลัพธ์คืออะไร เริ่มแรก

520
00:34:36.704 --> 00:34:40.704
นะคะ อันที่หนึ่ง ทำงานร่วมกันได้ มีภาษา

521
00:34:40.706 --> 00:34:44.706
ที่เข้าใจตรงกัน

522
00:34:44.707 --> 00:34:48.707
ทำงานร่วมกันได้ มีภาษา

523
00:34:48.724 --> 00:34:52.724
แล้วก็เข้าใจตรงกันคืออย่างไร เวลาเราทำ

524
00:34:52.726 --> 00:34:56.726
เกี่ยวกับอุปกรณ์นะคะ

525
00:34:56.727 --> 00:35:00.727
ไม่ว่าจะเป็นการใช้อุปกรณ์

526
00:35:00.728 --> 00:35:04.728
สำนักงานหรือว่าคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ พวก Office

527
00:35:04.729 --> 00:35:08.729
สมมติเราใช้แพลตฟอร์มหนึ่ง ไปใช้กับ

528
00:35:08.731 --> 00:35:12.731
เพื่อนอีกแพลตฟอร์มหนึ่ง

529
00:35:12.732 --> 00:35:16.732
ไม่รู้นักศึกษาเคยได้ยินไหม มันก็ยังมีอยู่

530
00:35:16.733 --> 00:35:20.733
คนหนึ่งใช้ Linux คนหนึ่ง ใช่ Mac

531
00:35:20.734 --> 00:35:24.734
ใช้ Windows เราจะทำอย่างไรให้ผลลัพธ์

532
00:35:24.735 --> 00:35:28.735
ใช้พวก Office ลักษณะเป็นพวก Word

533
00:35:28.736 --> 00:35:32.736
ทุกอย่างนี่มันต้องมีมาตรฐาน

534
00:35:32.738 --> 00:35:36.738
แล้วก็สามารถมีแฟลตฟอร์มที่สามารถใช้

535
00:35:36.739 --> 00:35:40.739
ร่วมกันได้ ดังนั้น มันก็ต้องมีมาตรฐานมารองรับ ไม่ใช่ว่าคนหนึ่ง

536
00:35:40.741 --> 00:35:44.741
ใช้แพลตฟอร์มหนึ่ง อีกคนใช้แพลตฟอร?มหน

537
00:35:44.742 --> 00:35:48.742
ไม่สามารถที่จะใช้ร่วมกันได้ อันนี้

538
00:35:48.744 --> 00:35:52.744
จะไม่เกิดประโยชน์นั่นเองนะคะ

539
00:35:52.745 --> 00:35:56.745
มีเกณฑ์การทำงาน บริการ แลกเปลี่ยน

540
00:35:56.746 --> 00:36:00.746
แล้วก็รักษาความมั่นคงปลอดภัย

541
00:36:00.747 --> 00:36:04.747
เกณฑ์การทำงาน

542
00:36:04.749 --> 00:36:08.749
การบริการ การแลกเปลี่ยนข้อมูล

543
00:36:08.750 --> 00:36:12.750
สิ่งสำคัญ ก็คือเวลาเราปฏิบัติ

544
00:36:12.751 --> 00:36:16.751
งานนี่ การส่งข้อมูลนะคะ บางทีหน่วยงานหนึ่ง

545
00:36:16.752 --> 00:36:20.752
หลากหลายสาขา

546
00:36:20.753 --> 00:36:24.753
ถ้าเป็นข้อมูล ถ้าเป็นบริษัทใหญ่  ๆ

547
00:36:24.755 --> 00:36:28.755
บริษัทใหญ่ ๆ บางทีนี้จะมีการโอน

548
00:36:28.756 --> 00:36:32.756
ข้อมูล เหมือนทำงานเสร็จช่วงเที่ยงคืน อาจจะมี

549
00:36:32.758 --> 00:36:36.758
ย่อยไปสาขาใหญ่ ดังนั้น เรา

550
00:36:36.759 --> 00:36:40.759
จะเชื่อใจได้อย่างไร ว่าข้อมูลที่เราถ่ายโอนไป

551
00:36:40.760 --> 00:36:44.760
ทุกวันนี่มันจะไม่ตกหายไประหว่างทาง

552
00:36:44.761 --> 00:36:48.761
ดังนั้นต้องมีความั่นคงปลอดภัยมารักษา

553
00:36:48.762 --> 00:36:52.762
ข้อมูล

554
00:36:52.764 --> 00:36:56.764
นักศึกษาอาจจะงงว่า เอ เวลาส่งข้อมูล

555
00:36:56.765 --> 00:37:00.765
สมมติ...

556
00:37:00.766 --> 00:37:04.766
เหมือนบริษัท เป็นธนาคารแล้วกัน

557
00:37:04.769 --> 00:37:08.769
แล้วก็จะมีสาขาสำนักงานใหญ่อยู่กรุงเทพฯ

558
00:37:08.770 --> 00:37:12.770
เวลาประมวลผล หรือว่าแต่ละ ไตรมาศ

559
00:37:12.771 --> 00:37:16.771
ของบริษัท หรือว่าของธนาคารนี่จะมีการ

560
00:37:16.772 --> 00:37:20.772
ประมวลผลรวบยอดทั้งหมดของทุกสาขา ดังนั้น

561
00:37:20.773 --> 00:37:24.773
แต่ละสาขาที่ส่งมา มันไม่ใช่ว่าเรา

562
00:37:24.774 --> 00:37:28.774
ใส่ Tumbdrive หรือว่าใส่ Hard

563
00:37:28.775 --> 00:37:32.775
ที่กรุงเทพนะคะ เวลาเราส่งข้อมูลเราก็จะส่งผ่านเครือข่าย

564
00:37:32.776 --> 00:37:36.776
ซึ่งแต่ละที่ ถ้าเป็นหน่วยงานที่ส่งบ่อย ๆ

565
00:37:36.777 --> 00:37:40.777
ที่สำคัญนี่เขาจะลากสายโดยตรงนะคะ

566
00:37:40.779 --> 00:37:44.779
ถ้าเป็นบริเวณในระยะที่ไกลมาก อาจจะ

567
00:37:44.780 --> 00:37:48.780
สายเดิน อาจจะเป็นไฟเบอร์ออปติก

568
00:37:48.781 --> 00:37:52.781
หรืออะไรก็ตามแล้วแต่ ตาม

569
00:37:52.782 --> 00:37:56.782
หน่วยงานเพื่อไม่ให้ข้อมูลของเรานี่รั่วไหล

570
00:37:56.783 --> 00:38:00.783
เขาก็จะมีรอบในการส่งข้อมูลอยู่แล้วนะคะ ดังนั้น

571
00:38:00.784 --> 00:38:04.784
อันนี้ก็จะเป็นรูปแบบของการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของการสื่อสาร

572
00:38:04.786 --> 00:38:08.786
นั่นเอง สำหรับผู้ใช้และผู้ซื้อลดความเสี่ยง

573
00:38:08.787 --> 00:38:12.787
ผู้ซื้อลดความเสี่ยง เราลอง

574
00:38:12.788 --> 00:38:16.788
มองภาพง่าย ๆ ในการซื้อซอฟต์แ

575
00:38:16.791 --> 00:38:20.791
หรือเราใช้ Microsoft Office ก็ได้ พูดง่าย ๆ

576
00:38:20.792 --> 00:38:24.792
ไปนี่ มันสามารถที่จะเปิดใช้งานได้มั้ย คนอื่นสามารถ

577
00:38:24.793 --> 00:38:28.793
เอาไปแก้ไขต่อได้หรือเปล่า มันล็อกไหม

578
00:38:28.794 --> 00:38:32.794
อันนี้ก็คือลดความเสี่ยง ซื้อ

579
00:38:32.795 --> 00:38:36.795
ซื้อซอฟต์แวร์ที่มีการันตี

580
00:38:36.794 --> 00:38:40.794
ย่อมปลอดภัยกว่า เหมือนเราซื้อของน่ะ

581
00:38:40.795 --> 00:38:44.795
ซื้อสินค้าอะไรก็ได้ มีการันตี

582
00:38:44.796 --> 00:38:48.796
มีการเปลี่ยนเคลม อันนี้ย่อมมีการเปลี่ยนใจ

583
00:38:48.797 --> 00:38:52.797
แม้ว่าราคามันอาจจะเหลื่อมกันนิดหน่อย

584
00:38:52.798 --> 00:38:56.798
เราก็ต้องมองภาพองค์รวมด้วย ใช้งานได้ เกิด

585
00:38:56.799 --> 00:39:00.799
ประโยชน์จริงหรือเปล่า

586
00:39:00.800 --> 00:39:04.800
ทำงาน ข้ามระบบกันได้หรือเปล่า

587
00:39:04.801 --> 00:39:08.801
แต่ละบริษัท

588
00:39:08.802 --> 00:39:12.802
แต่ละหน่วยงานนะคะ อาจจะมีอุปกรณ์

589
00:39:12.803 --> 00:39:16.803
ที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้น สมมติ

590
00:39:16.804 --> 00:39:20.804
ถ้ามีการควบรวมหรือว่าการเทคโอเวอร์หรือ

591
00:39:20.805 --> 00:39:24.805
การซื้อบริษัทเข้ามาเพิ่ม

592
00:39:24.806 --> 00:39:28.806
พวกผลลัพธ์ข้อมูลต่าง ๆของแต่ละแผนกสามารถ

593
00:39:28.807 --> 00:39:32.807
ข้อมูลต่าง ๆ ของแต่ละแผนกนี่ สามารถโอนย้าย

594
00:39:32.808 --> 00:39:36.808
ระหว่างกันหรือไม่ ดังนั้นซอฟต์แวร์ที่ใช้กัน

595
00:39:36.810 --> 00:39:40.810
ต่าง ๆ นี่ มันก็จะต้องดูว่าทำงานข้ามระบบกันได้ไหม

596
00:39:40.811 --> 00:39:44.811
แต่ปัจจุบันนี่ ซอฟต์แวร์ส่วนมาก ก็ม

597
00:39:44.812 --> 00:39:48.812
นะคะ

598
00:39:48.813 --> 00:39:52.813
ลดอุปสรรค์ทางการค้า

599
00:39:52.816 --> 00:39:56.816
บริษัทเล็กซื้อ

600
00:39:56.817 --> 00:40:00.817
วัตถุดิบมาจ่ากบริษัทหนึ่ง แ

601
00:40:00.818 --> 00:40:04.818
ดังนั้น การส่งข้อมูลระหว่างบริษัทก็จะ

602
00:40:04.819 --> 00:40:08.819
มีรูปแบบข้อมูลที่แตกต่างกันดังนั้นถ้า

603
00:40:08.819 --> 00:40:12.819
เรามีมาตรฐานที่เป็นสากลตรงกลาง คือ สามารถส่งหากันได้

604
00:40:12.821 --> 00:40:16.821
ตัวนี้ก็จะเลาะอุปสรรค

605
00:40:16.822 --> 00:40:20.822
ก็ได้ หรือขายวัตถุดิบให้ใครก็ได้

606
00:40:20.823 --> 00:40:24.823
โดยไม่เกิดอุปสรรค์ตรงนี้นะคะ

607
00:40:24.824 --> 00:40:28.824

608
00:40:28.826 --> 00:40:32.826
ถัดมา เราพูดถึง

609
00:40:32.827 --> 00:40:36.827
ข้อดีแล้วกันนะคะ ตัวมาตรฐานของเรา ก็คือ

610
00:40:36.828 --> 00:40:40.828
เมื่อเรามีมาตรฐานที่ดีมีวิธี

611
00:40:40.829 --> 00:40:44.829
การปฎิบัติที่ดี ผลลัพธ์ ประสิทธิภาพ ประสิทธิผลก็ดีขึ้น

612
00:40:44.830 --> 00:40:48.830
ทำงานเร็วขึ้น ประหยัดเวลา ประหยัดคน ประหยัดงบประมาณ

613
00:40:48.831 --> 00:40:52.831
พูดง่าย ๆ มันก็จะเป็นการ

614
00:40:52.832 --> 00:40:56.832
รวม รวบยอดทั้งหมดนะคะ การทำงาน

615
00:40:56.833 --> 00:41:00.833
แล้วก็กำหนดระดับความยอมรับ

616
00:41:00.836 --> 00:41:04.836

617
00:41:04.837 --> 00:41:08.837
ถัดมา

618
00:41:08.838 --> 00:41:12.838
อันนี้เราพูดไปแล้ว สัปดาห์ที่แล้ว

619
00:41:12.838 --> 00:41:16.838
คร่าว ๆ นะคะ แล้วก็เมื่อกี้พูดไปนิดหนึ่ง

620
00:41:16.839 --> 00:41:20.839
ของซีซาร์ที่บอกไปว่า

621
00:41:20.840 --> 00:41:24.840
System

622
00:41:24.841 --> 00:41:28.841
ตัว ซอฟต์แวร์

623
00:41:28.844 --> 00:41:32.844
ของแต่ละบุคคล

624
00:41:32.845 --> 00:41:36.845
สมมติว่าเราสนใจ อยากเป็นนักพัฒนา

625
00:41:36.848 --> 00:41:40.848
นักทดสอบต่าง ๆ เราก็ต้องมี

626
00:41:40.849 --> 00:41:44.849
ตัว Certificate ที่มารองรับ

627
00:41:44.851 --> 00:41:48.851
ทางด้านไอทีหรือว่าด้านไหนก็ตาม ด้าน

628
00:41:48.852 --> 00:41:52.852
อังกฤษนะคะ ความสามารถในการสื่อสารภาษา

629
00:41:52.853 --> 00:41:56.853
ตัว CertifiCATE ตัวนี้ก็เหมือนกัน

630
00:41:56.856 --> 00:42:00.856
มองภาพง่าย ๆ หรือว่า

631
00:42:00.857 --> 00:42:04.857
อยากมีทักษะอยากเป็นเชฟขึ้นมา

632
00:42:04.858 --> 00:42:08.858
นี่ ก็ต้องมีใบรับรองว่าไปสอบที่ไหนม

633
00:42:08.859 --> 00:42:12.859
จะเข้าไปที่ไหน การทำงาน

634
00:42:12.860 --> 00:42:16.860
ก็รองรับนี่ ก็การันตีความสามารถอยู่แล้ว

635
00:42:16.861 --> 00:42:20.861
อยู่รวมที่เป็นสากลนะคะ

636
00:42:20.862 --> 00:42:24.862

637
00:42:24.863 --> 00:42:28.863
อันนี้ก็จะเป็นตัว Certificate ของตัว Microsoft

638
00:42:28.865 --> 00:42:32.865
Special ในด้านต่าง ๆ

639
00:42:32.866 --> 00:42:36.866
หรืออันนี้ก็ได้

640
00:42:36.867 --> 00:42:40.867
มองภาพใกล้ตัวเรามากที่สุด

641
00:42:40.868 --> 00:42:44.868
เราจะเป็นนี่ Microsoft Certificate trainer

642
00:42:44.869 --> 00:42:48.869
เทรนเนอร์ เอาใกล้ตัวที่สุด

643
00:42:48.870 --> 00:42:52.870
เข้าใจถึงการใช้งานของ Microsoft

644
00:42:52.870 --> 00:42:56.870
เก่งมากเลยเกี่ยวกับการใช้ Word Power poin Ex

645
00:42:56.871 --> 00:43:00.871
เราสามารถไปเป็นวิทยากรสอน

646
00:43:00.872 --> 00:43:04.872
ตามสถาบัน ตามหน่วยงาน ตาม

647
00:43:04.874 --> 00:43:08.874
ก็สามารถที่จะสอบ Certified Trainer

648
00:43:08.875 --> 00:43:12.875
นะคะ ไปต่อยอด แล้วก็ไปปฏิบัติงานต่ิได้นั่นเิง

649
00:43:12.878 --> 00:43:16.878

650
00:43:16.880 --> 00:43:20.880
หรือ เอาที่แบบมองภาพง่ายที่สุด

651
00:43:20.881 --> 00:43:24.881
มองภาพง่ายที่สุด อีกอันหนึ่ง

652
00:43:24.882 --> 00:43:28.882
Microsoft

653
00:43:28.883 --> 00:43:32.883
Support technicians

654
00:43:32.884 --> 00:43:36.884
ซัพพอร์ต นั่นเอง เวลาเราอยู่ในหน่วยงานใช่ไหม

655
00:43:36.886 --> 00:43:40.886
มันจะมีทีม Support ของไอที

656
00:43:40.887 --> 00:43:44.887
เหมือนโรงพยาบาล หรือมหาวิทยาลัยก็ได้

657
00:43:44.888 --> 00:43:48.888
ใช้ไม่ได้ Network ใช้ไม่ได้

658
00:43:48.889 --> 00:43:52.889
ปริ้นเตอร์ใช้ไม่ได้

659
00:43:52.890 --> 00:43:56.890
แต่ละแผนกนั่นเอง อาจจะเป็นแผนกบัญชี แผนก

660
00:43:56.891 --> 00:44:00.891
การเงินนะคะ แผนกบุคคลต่าง ๆ เราก็สามารถไป

661
00:44:00.893 --> 00:44:04.893
จัดการหรือว่าเปิด

662
00:44:04.894 --> 00:44:08.894
มีฟอนต์ไม่ครบทำอย่างไร Print งานไม่ได้

663
00:44:08.895 --> 00:44:12.895
นะคะ ถ้าเรามีตัว

664
00:44:12.897 --> 00:44:16.897
Subport

665
00:44:16.898 --> 00:44:20.898
ที่จะไปทำงานตรงนี้ แผนกนี้

666
00:44:20.899 --> 00:44:24.899
ของแต่ละบริษัท ที่เขารองรับการทำงานของเรา

667
00:44:24.900 --> 00:44:28.900
นะคะ มันก็จะการันตีถึงความสามารถของเรานั่นเอง ตัวอื่นมันจะ

668
00:44:28.901 --> 00:44:32.901
เป็นเฉพาะทางขึ้นมา

669
00:44:32.902 --> 00:44:36.902

670
00:44:36.903 --> 00:44:40.903
ครั้งก่อนก็พูดแล้วนะ เกี่ยวกับพวก Sun แล้วก็ Java

671
00:44:40.904 --> 00:44:44.904
Certified ต่าง ๆ นะคะ

672
00:44:44.905 --> 00:44:48.905
อันนี้น่าจะไม่ค่อยได้ใช้กันเท่าไร

673
00:44:48.906 --> 00:44:52.906
ไม่ค่อยได้เห็นนะ

674
00:44:52.907 --> 00:44:56.907
ที่

675
00:44:56.908 --> 00:45:00.908
แต่ก่อนฮิตมากนะคะ ปัจจุบันก็ยัง

676
00:45:00.910 --> 00:45:04.910
ที่ฮิตอยู่ ก็จะเป็นพวก

677
00:45:04.911 --> 00:45:08.911
ก็จะเป็นเกี่ยวกับ Network พื้นฐาน

678
00:45:08.912 --> 00:45:12.912
นะคะ ของ CCNA

679
00:45:12.913 --> 00:45:16.913
Cisco

680
00:45:16.916 --> 00:45:20.916
นั่นเองนะคะ ตัวนี้ เหมือนเวลาเราเรียนคอร์ส

681
00:45:20.918 --> 00:45:24.918
network ขั้นต้น network ขั้นสูง

682
00:45:24.919 --> 00:45:28.919
แล้วก็สามารถสอบใบ Certificate ของ

683
00:45:28.920 --> 00:45:32.920
ของ Cisco CCNA ตัวนี้ได้นั่นเอง

684
00:45:32.922 --> 00:45:36.922
ค่ะ

685
00:45:36.923 --> 00:45:40.923
ตอนนั้น

686
00:45:40.924 --> 00:45:44.924
สมัยหลายปีก่อนก็จะมีสอบของ

687
00:45:44.926 --> 00:45:48.926
ของ Microtic ก็จะเป็น Network

688
00:45:48.927 --> 00:45:52.927
มันก็จะเป็นชื่อตามบริษัท ผลิตภัณฑ์

689
00:45:52.928 --> 00:45:56.928
Microtic ก็จะเป็นพวก Switch

690
00:45:56.929 --> 00:46:00.929
เป็นเกี่ยวกับพวก Network Cisco ก็จะผู้ผลิตเหมือนกัน

691
00:46:00.930 --> 00:46:04.930
หน่วยงานบริษัทองค์กรของเราซื้อผลิตภัณฑ์ตัวไหน

692
00:46:04.932 --> 00:46:08.932
เราก็ต้องไปซับพอร์ตกับยี่ห้อนั้นนั่นเอง

693
00:46:08.934 --> 00:46:12.934
ราชภัฏสกลนครซื้อ Microtic

694
00:46:12.935 --> 00:46:16.935
เจ้าหน้าที่ทุกคนก็ต้องมี ของ Cisco

695
00:46:16.936 --> 00:46:20.936
เกี่ยวกับ Cisco นั่นเองนะคะ ลักษณะก็จะเป็นอย่างนั้น

696
00:46:20.937 --> 00:46:24.937
ของที่สกลฯ ของเรา ก็จะมี

697
00:46:24.938 --> 00:46:28.938
เจ้าหน้าที่วิทยากรมา

698
00:46:28.939 --> 00:46:32.939
อบรมแล้วก็สอบ มันก็จะมี

699
00:46:32.940 --> 00:46:36.940
แล้วแต่ว่าเป็นรอบไปว่าของมหาวิทยาลัยของเรานี่

700
00:46:36.941 --> 00:46:40.941
ทำ MOU กับมหาลัยไหน

701
00:46:40.942 --> 00:46:44.942
ของ Microsoft ของเราก็มีสอบเหมือนกัน

702
00:46:44.942 --> 00:46:48.942
เป็นสอบก็ให้ปีสูง ๆ มาสอบนั่นล่ะ

703
00:46:48.943 --> 00:46:52.943
ปี 3 ปี 4 ก็มาสอบ มาสอบด้วยกัน มานั่งอบรม

704
00:46:52.944 --> 00:46:56.944
ก็จะได้ใบเซอร์ ใครที่ผ่านเกณฑ์ก้

705
00:46:56.947 --> 00:47:00.947

706
00:47:00.949 --> 00:47:04.949
ต้องดูว่าแต่ละรอบของมหาลัยนี่ ทำ MOU กับ

707
00:47:04.951 --> 00:47:08.951
บริษัทไหนนั่นเองนะคะ

708
00:47:08.952 --> 00:47:12.952
ต่อไปเราจะมาพุดถึงตัวมารตฐาน

709
00:47:12.953 --> 00:47:16.953
ที่อาจารย์ยกตัวอย่างมาตอนแรกนะคะ

710
00:47:16.954 --> 00:47:20.954
ว่ามีตัวไหนบ้าง

711
00:47:20.957 --> 00:47:24.957
IEEE ตัวนี้

712
00:47:24.960 --> 00:47:28.960
น่าจะได้ใช้บ่อยกันแน่ ๆ ก้จะเป็นการ

713
00:47:28.961 --> 00:47:32.961
ก่อตั้งระหว่างสถาบันวิศวกรรม

714
00:47:32.961 --> 00:47:36.961
ไฟฟ้า วิศวกรรมอิเล็กหรอนิกส์ ก็จะ

715
00:47:36.962 --> 00:47:40.962
ร่วมกันของวิศวกรต่าง ๆ ร่วมกันวิจัยและพัฒนานะคะ

716
00:47:40.961 --> 00:47:44.961
องค์ความรู้นะคะ โดยเน้นเกี่ยวกับไฟฟ้า

717
00:47:44.963 --> 00:47:48.963
คอมพิวเตอร์ โทรคมนาคม

718
00:47:48.964 --> 00:47:52.964
การไฟฟ้ากำลัง แล้วก็ไฟฟ้าสื่อสาร

719
00:47:52.965 --> 00:47:56.965
กับโทรคมนาคมจะเป็นเลขเดียวกันนะคะ และจะมี

720
00:47:56.966 --> 00:48:00.966
ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ระบบวั

721
00:48:00.967 --> 00:48:04.967
ตามกลุ่มที่เขาพัฒนาแล้วก็

722
00:48:04.968 --> 00:48:08.968
วิจัยนั่นเอง ก็จะเกิดมาตรฐานขึ้นมา

723
00:48:08.969 --> 00:48:12.969
ขึ้นมา ก็เกี่ยวกับการสื่อสารของเรานั่นแหละ

724
00:48:12.970 --> 00:48:16.970
นะคะ สายวัด สายแลนต่าง ๆ มีมาตรฐาน

725
00:48:16.971 --> 00:48:20.971
อย่างไร Coax

726
00:48:20.973 --> 00:48:24.973
ไฟเบอร์ นู้นนี่นั่น

727
00:48:24.974 --> 00:48:28.974
การเข้าสายแบบไหน ก็จะเป็นมาตรฐานตัวนี้ เดี๋ยวมาดูกัน

728
00:48:28.975 --> 00:48:32.975
อุปกรณ์พวกนี้ เอามาตรฐานไหนมารองรับ

729
00:48:32.977 --> 00:48:36.977
คุ้นชินมากที่สุดแล้วตัวนี้

730
00:48:36.978 --> 00:48:40.978
ถัดมา I

731
00:48:40.980 --> 00:48:44.980
Infrastructure Library นะคะ

732
00:48:44.981 --> 00:48:48.981
เป็นมาตรฐานเกี่ยวกับการให้บริการ

733
00:48:48.982 --> 00:48:52.982
IEEE นี่เหมือนจะเป็นพวกอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์

734
00:48:52.984 --> 00:48:56.984
คราวนี้เป็นการให้บริการ การปฏิบัติ

735
00:48:56.985 --> 00:49:00.985
ต่อผู้มาใช้บริการนั่นเอง

736
00:49:00.985 --> 00:49:04.985
พวกศูนย์คอมพิวเตอร์ พวกศูย์ไอที

737
00:49:04.986 --> 00:49:08.986
นะคะ เรา

738
00:49:08.987 --> 00:49:12.987
จะมีให้บริการอย่างไร อย่างมหาลัยของเรา

739
00:49:12.989 --> 00:49:16.989
มีการให้บริการระบบเครือข่ายสำหรับนักเรียนถูกไหม มี Wifi มี

740
00:49:16.990 --> 00:49:20.990
ฮอยสปอต มีไวไฟ

741
00:49:20.990 --> 00:49:24.990
มีระบบเครือข่ายที่ให้บริการ มีบริการ

742
00:49:24.991 --> 00:49:28.991
พร้อมใช้งานไหม ทุกจุดมีการคำนวณ

743
00:49:28.992 --> 00:49:32.992
การกระจายสัญญาณครอบคลุมแต่ละตึกไหม

744
00:49:32.995 --> 00:49:36.995
อันนี้ก็จะเป็นรูปแบบการให้บริการต่าง ๆ เรามี

745
00:49:36.996 --> 00:49:40.996
ไหมในการสามารถที่จะเจาะระบบข้อมูลได้ไหม

746
00:49:40.997 --> 00:49:44.997
นะคะ มันก็จะมีกระบวนการขั้นตอนตรงนี้เข้ามา

747
00:49:44.998 --> 00:49:48.998
ในการให้บริการ

748
00:49:48.999 --> 00:49:52.999

749
00:49:53.001 --> 00:49:57.001

750
00:49:57.003 --> 00:50:01.003
ถัดมาก็พูดถึง

751
00:50:01.007 --> 00:50:05.007
ก็พูดถึงองค์ประกอบที่เน้น

752
00:50:05.008 --> 00:50:09.008
ไปถึงไอทีของเรา พูดง่าย ๆ เลย

753
00:50:09.009 --> 00:50:13.009
โดยรวม 1. เขาพูดถึง

754
00:50:13.010 --> 00:50:17.010
เป็น Business เขาก็จะพูดถึง

755
00:50:17.012 --> 00:50:21.012
ภาครัฐหรือเอกชน หรือมหาวิทยาลัยของเราก็อยู่ใน

756
00:50:21.013 --> 00:50:25.013
องค์มรวมตรงนั้น เช่นเดียวกัน

757
00:50:25.014 --> 00:50:29.014
เริ่มแรกจากนะคะ

758
00:50:29.015 --> 00:50:33.015
เรามีเทคโนโลยี แล้วก็จะมีกลุ่ม

759
00:50:33.015 --> 00:50:37.015
ของธุรกิจ กลุ่มของหน่วยงาน เสร็จแล้วนะคะ

760
00:50:37.018 --> 00:50:41.018
มีการ imprem

761
00:50:41.021 --> 00:50:45.021
เกี่ยวกับการให้บริการเกี่ยวกับ

762
00:50:45.023 --> 00:50:49.023
เทคโนโลยีสารสนเทศ มีการจัดการอย่างไร

763
00:50:49.024 --> 00:50:53.024
เริ่มจากวัตถุประสงค์

764
00:50:53.025 --> 00:50:57.025
วัตถุประสงค์ ก็คือวัตถุประงค์กับ

765
00:50:57.026 --> 00:51:01.026
มี

766
00:51:01.027 --> 00:51:05.027
ผู้บริหารเกี่ยวกับการจัดการสารสนเทศของเรา

767
00:51:05.028 --> 00:51:09.028
ของเรา

768
00:51:09.031 --> 00:51:13.031
และก็ผุ้บริหารที่มีภาพองค์รวม

769
00:51:13.032 --> 00:51:17.032
นะคะ ก็คือการใช้งานทั้งหมดของ IT

770
00:51:17.034 --> 00:51:21.034
จัดการนะคะ ก็จะมีพวก Support

771
00:51:21.035 --> 00:51:25.035
Support เกี่ยวกับ Service Support การ

772
00:51:25.037 --> 00:51:29.037
ให้บริการ การรักษาความปลอดภัย

773
00:51:29.038 --> 00:51:33.038
การ

774
00:51:33.041 --> 00:51:37.041
ส่งมอบ การให้บริการ Service Delivery

775
00:51:37.042 --> 00:51:41.042
การไปให้บริการที่หน่วยงาน การให้บริการที่แผนก

776
00:51:41.045 --> 00:51:45.045
นะคะ แล้วก็เป็นโครงสร้าง

777
00:51:45.046 --> 00:51:49.046
ของตัวระบบเครือข่ายหรือว่าของตัวระบบ IT นั่นเอง

778
00:51:49.048 --> 00:51:53.048
นะคะ อันนี้ก็จะเป็นการรวมองค์ประกอบ

779
00:51:53.049 --> 00:51:57.049
ที่เอามาใช้เกี่ยวกับตัว ITIL หรือการให้บริการของเรานั่นเอง

780
00:51:57.049 --> 00:52:01.049
ก็คือ

781
00:52:01.050 --> 00:52:05.050
นำไปแล้วก็ปรับใช้ให้ตรง

782
00:52:05.051 --> 00:52:09.051
กับหน่วยงานและก็องค์กรของเรา เพราะ

783
00:52:09.052 --> 00:52:13.052
แต่ละองค์กรก็จะมีแผนกไม่เหมือนกัน ทรัพยากร

784
00:52:13.053 --> 00:52:17.053
ไม่เท่ากัน คนไม่เท่ากัน คนน้อย คนเยอะ อุปกรณ์ไม่เท่ากัน

785
00:52:17.054 --> 00:52:21.054
ระบบเครือข่ายไม่เท่ากัน ทุกอย่างสามารถปรับเปลี่ยน

786
00:52:21.055 --> 00:52:25.055
ให้มันเหมาะสมกับหน่วยงานของเรานั่นเองนะคะ

787
00:52:25.057 --> 00:52:29.057

788
00:52:29.058 --> 00:52:33.058
อย่างที่เน้นไปก็คือ เน้นกับกระบวนการและบุคค

789
00:52:33.060 --> 00:52:37.060
ก็คือในหน่วยงานของเรามี

790
00:52:37.061 --> 00:52:41.061
ทรัพยากรบุคคลเท่าไหร่ มีกระบวนการ

791
00:52:41.063 --> 00:52:45.063
และก็มาดูเทคโนโลยีนะคะ แล้วก็

792
00:52:45.064 --> 00:52:49.064
นะคะ แล้วก็เวนเดอร์ก็คือผู้ที

793
00:52:49.064 --> 00:52:53.064
ไปให้บริการต่อ

794
00:52:53.065 --> 00:52:57.065
นะคะ

795
00:52:57.068 --> 00:53:01.068

796
00:53:01.069 --> 00:53:05.069
ถัดมามาดุ Itill

797
00:53:05.071 --> 00:53:09.071
ของ PPPP

798
00:53:09.072 --> 00:53:13.072
4 ตัว อันแรกเลย

799
00:53:13.073 --> 00:53:17.073
มีอะไรบ้าง

800
00:53:17.074 --> 00:53:21.074
Peoper หก

801
00:53:21.075 --> 00:53:25.075
Product ก็คือผลิตภัณฑ์ที่เราผลิตออกมา

802
00:53:25.077 --> 00:53:29.077
แล้วก็ Partner คือผู้ที่ร่วมมือกับ

803
00:53:29.078 --> 00:53:33.078
การทำงานกับเรา อาจจะเป็นบริษัทคู่ค้า

804
00:53:33.080 --> 00:53:37.080
ที่มาจับมือร่วมกันลงทุน

805
00:53:37.081 --> 00:53:41.081
ก็จะมีองค์ประกอบอะไร

806
00:53:41.082 --> 00:53:45.082
บ้าง

807
00:53:45.083 --> 00:53:49.083
วัฒนธรรมขององค์กร Culture

808
00:53:49.087 --> 00:53:53.087
ของหน่วยงาน

809
00:53:53.088 --> 00:53:57.088
วัฒนธรรม หน่วยงานนะคะ เครือข่าย

810
00:53:57.089 --> 00:54:01.089
การจัดการเกี่ยวกับการให้บริการแล้วก็

811
00:54:01.090 --> 00:54:05.090
ทำกระบวนการอย่างไรบ้าง ทำเมื่อไร

812
00:54:05.093 --> 00:54:09.093
ทำอย่างไร ทำที่ไหน นะคะ

813
00:54:09.094 --> 00:54:13.094
อันนี้ก็จะเป็นภาพรวมองค์กรเวลาเราให้

814
00:54:13.095 --> 00:54:17.095
บริการนั่นเอง มี Partner ไหมมีกระบวนการไหม

815
00:54:17.096 --> 00:54:21.096
มีกระบวนการไหม มี Product ไหม แล้วก็มีบุคคล

816
00:54:21.097 --> 00:54:25.097
ที่เข้ามาเกี่ยวข้องนั่นเอง เข้าไปดูว่าวัฒนธรรมในองค

817
00:54:25.098 --> 00:54:29.098
ทรัพยากรที่มีในองค์กรเป็นอย่างไร

818
00:54:29.099 --> 00:54:33.099
มีการจัดการที่ดีไหม เราจะเริ่มทำที่ไหน

819
00:54:33.100 --> 00:54:37.100
ทำเมื่อไร ทำอย่างไรนั่นเอง นี่ก็จะเป็น

820
00:54:37.101 --> 00:54:41.101
กระบวนการการให้บริการ

821
00:54:41.102 --> 00:54:45.102
ถัดมา

822
00:54:45.103 --> 00:54:49.103
ISO นะคะ

823
00:54:49.105 --> 00:54:53.105
ก็จะเป็นมาตรฐานตัวถัดมา เมื่อกี้เรามี IEEE

824
00:54:53.106 --> 00:54:57.106
ITill แล้วก็ ISO

825
00:54:57.107 --> 00:55:01.107
ก็จะเป็นองค์กรสากลนะคะ

826
00:55:01.109 --> 00:55:05.109
ที่ตั้งขึ้น

827
00:55:05.110 --> 00:55:09.110
ระหว่างประเทศ ว่าด้วยการมาตรฐานที่สร้างขึ้น

828
00:55:09.111 --> 00:55:13.111
แล้วก้ให้ประเทศต่าง ๆ เข้ามาใช้งาน

829
00:55:13.112 --> 00:55:17.112
International Organization for Standardization

830
00:55:17.114 --> 00:55:21.114
ตัว ISO ของเรา

831
00:55:21.115 --> 00:55:25.115
สำหรับสารสนเทศของเราที่จะมาใช้นี่อาจารย์จะยกขึ้น

832
00:55:25.116 --> 00:55:29.116
มาอันนี้ก็ยิ่งใกล้ตัวเช่นกัน

833
00:55:29.118 --> 00:55:33.118
วัตถุประสงค์ของเรา

834
00:55:33.119 --> 00:55:37.119
คืออะไร กำหนดมาตรฐานระหว่างประเทศขึ้นมา

835
00:55:37.120 --> 00:55:41.120
ไม่ว่าจะเป็นพัฒนาอุตสาหกรรมนะคะ

836
00:55:41.122 --> 00:55:45.122
การกิจการทางการ

837
00:55:45.123 --> 00:55:49.123
ความร่วมมือไม่ว่าจะเป็นด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี

838
00:55:49.124 --> 00:55:53.124
นะคะ ก็คือพัฒนาให้

839
00:55:53.125 --> 00:55:57.125
พัฒนาให้สินค้าและบริการของหน่วยงาน ของบริษัท

840
00:55:57.126 --> 00:56:01.126
ของแต่ละประเทศที่อยู่ใน

841
00:56:01.127 --> 00:56:05.127
ตัวสมาคมพวกนี้ได้

842
00:56:05.128 --> 00:56:09.128
รับมาตรฐานหรือว่าเป็นที่ยอมรับนั่นเองนะคะ

843
00:56:09.129 --> 00:56:13.129
พัฒนาและก็ส่งเสริม พูดง่าย ๆ

844
00:56:13.130 --> 00:56:17.130
โดย เราจะนำแนวคิดนะคะ TDCA

845
00:56:17.131 --> 00:56:21.131
PD

846
00:56:21.132 --> 00:56:25.132
CA ตามคือก็คือ PLAN DO CHECK

847
00:56:25.133 --> 00:56:29.133
วางแผน วางแผนการ

848
00:56:29.136 --> 00:56:33.136
ทำงาน มีการหยุดพักไหม มีตารางหรือเปล่า หรือมีอะไรท

849
00:56:33.137 --> 00:56:37.137
ที่มาเพิ่มเติมอีกไหม

850
00:56:37.138 --> 00:56:41.138
DO ก็คือเริ่มทำ Excecute ก็คือ

851
00:56:41.139 --> 00:56:45.139
ก็คือเริ่มที่จะลงมือทำเมื่อไร

852
00:56:45.139 --> 00:56:49.139
เช็กนะคะ ก็คือ Process

853
00:56:49.140 --> 00:56:53.140
ประเมินระหว่างกิจกรรมว่าที่เราทำไปนี่

854
00:56:53.141 --> 00:56:57.141
มันโอเคไหม ไม่ใช่ว่าทำไปเรื่อย ๆ

855
00:56:57.142 --> 00:57:01.142
ต้องมีการเช็กอยู่ทำตาม Process นี้มันโอเคหรือไม่

856
00:57:01.143 --> 00:57:05.143
โอเค มีของเสียไหม หรือว่าเสียระยะเวลาเท่าไหร่

857
00:57:05.144 --> 00:57:09.144
นั่นเองนะคะ ม

858
00:57:09.145 --> 00:57:13.145
CHECK ประเมินกิจกรรมระหว่างทำงาน

859
00:57:13.148 --> 00:57:17.148
lopp problem resolution

860
00:57:17.149 --> 00:57:21.149
ก็คือเราก็ต้องเช็กกระบวนการ

861
00:57:21.151 --> 00:57:25.151
ทั้งหมดดูสิ ว่ากระบวนการ

862
00:57:25.151 --> 00:57:29.151
ที่ทำมาถูกต้องตามกระบวนการไหม และก็ Check

863
00:57:29.152 --> 00:57:33.152
อีกรอบหนึ่งให้ครบตามลูปนะคะ

864
00:57:33.153 --> 00:57:37.153
Acur input ก็คือ

865
00:57:37.154 --> 00:57:41.154
เหมือนเราไปเช็กแล้วก็เรามีข้อบกพร่องตรง

866
00:57:41.156 --> 00:57:45.156
นี้นะคะ ใช้ทรัพยากรที่มาเกิดไป

867
00:57:45.157 --> 00:57:49.157
แล้วก็ไปปรับปรุงให้มันดีขึ้นนั่นเอง ก็จะเป็นกระบวนการ Plan Do Check Act

868
00:57:49.158 --> 00:57:53.158
เช็กนั่นเอง วางแผนทำงาน

869
00:57:53.159 --> 00:57:57.159
เริ่ม Check Check แล้วก็มาดูมาตรฐานให้มันดีที่สุด

870
00:57:57.160 --> 00:58:01.160
ให้มันครบกระบวนการนะคะ เหมือนเวลาเราทำทั่วไปเลย

871
00:58:01.161 --> 00:58:05.161
อันนี้เป็น PDCA ที่สามารถ

872
00:58:05.164 --> 00:58:09.164
เอาไปใช้กับงานทุก ๆ อย่างได้ ไม่ว่าจะกเ็นสารสนเทศ

873
00:58:09.165 --> 00:58:13.165
นะคะ หรือว่าจะเป็นการทำ Project

874
00:58:13.166 --> 00:58:17.166
รายงานอันนี้ก็สามารถเอาไปใช้ได้

875
00:58:17.167 --> 00:58:21.167

876
00:58:21.168 --> 00:58:25.168
ถัดมามาตรฐาน

877
00:58:25.169 --> 00:58:29.169
คุ้นนะคะ เดี๋ยวฟังไปบ่อย ๆ ก็จะคุ้นเองนะคะ

878
00:58:29.170 --> 00:58:33.170
จะเป็นกรอบแนวความคิด

879
00:58:33.171 --> 00:58:37.171
กรอบแนวความคิดคืออย่างไร

880
00:58:37.172 --> 00:58:41.172
กรอบแนวความคิดที่จะมาควบคุม

881
00:58:41.173 --> 00:58:45.173
การทำงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของเรา

882
00:58:45.174 --> 00:58:49.174
เชื่อมโยงเป้าหมายทางธุรกิจ

883
00:58:49.175 --> 00:58:53.175
แล้วก็เป้าหมายทางเทค

884
00:58:53.177 --> 00:58:57.177
เป้าหมายทางธุรกิจกับเป้าหมายทางสารสนเทศ

885
00:58:57.178 --> 00:59:01.178
สมมติเป้าหมายทางธุรกิจ

886
00:59:01.179 --> 00:59:05.179
ของเราอยากได้ผลกำไร

887
00:59:05.181 --> 00:59:09.181
ไตรมาสนี้หรือว่าภายใน 3-6 เดือนนี้

888
00:59:09.182 --> 00:59:13.182
กี่บาท แล้วเป้าหมายทางเทคโนโลยีสารสนเทศ

889
00:59:13.183 --> 00:59:17.183
สมมติต้องการ

890
00:59:17.184 --> 00:59:21.184
ลดการย้ายทรัพยากรแล้วให้เกิดผลกำไร

891
00:59:21.185 --> 00:59:25.185
ก็คือต้องไปควบคู่กัน ก็คือเป้าหมายต้องไปในทิศทางเดียวกัน

892
00:59:25.187 --> 00:59:29.187
ทั้งลดทรัพยากรและลดผลกำไร

893
00:59:29.190 --> 00:59:33.190
ลด Corse เป้าหมายทางธุรกิจก็ต้องเพิ่มขึ้น

894
00:59:33.191 --> 00:59:37.191
ต้องถูกเป้าหมาย เทคโนโลยีสารสนเทศ

895
00:59:37.191 --> 00:59:41.191
ก็ต้องถูกต้องเช่นเดียวกัน ดังนั้น

896
00:59:41.191 --> 00:59:45.191
ตัว COBIT ก็เลยจะเป็นวิธีการนำความคิดตัวน้มาใช้

897
00:59:45.192 --> 00:59:49.192
นั่นเอง

898
00:59:49.193 --> 00:59:53.193
เน้น แบบกระบวนการ

899
00:59:53.194 --> 00:59:57.194
พยายามทำให้

900
00:59:57.195 --> 01:00:01.195
ตัวสารสนเทศของเราอยู่ภายใต้การ

901
01:00:01.196 --> 01:00:05.196
ควบคุมการใช้สารสนเทศ

902
01:00:05.197 --> 01:00:09.197
ตามกฎตามเกณฑ์ตามกระบวนการ ทำ

903
01:00:09.198 --> 01:00:13.198
ตามระยะเวลาที่กำหนดก็จะถูกต้องตามแผนที่เรา

904
01:00:13.199 --> 01:00:17.199
วางไว้ เหมือนเวลาเราวางแผน สมมติ

905
01:00:17.200 --> 01:00:21.200
ว่าจะทำการ

906
01:00:21.201 --> 01:00:25.201
วางแผน ลงคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ในห้อง Lab

907
01:00:25.202 --> 01:00:29.202
ใช้ระยะเวลาประมาณ 3 วัน

908
01:00:29.203 --> 01:00:33.203
สมมติเราวาง Preries time ไว

909
01:00:33.204 --> 01:00:37.204
เราก็ต้องควบคุม

910
01:00:37.205 --> 01:00:41.205
ทุกอย่างที่มัน ให้ครบ ใน 3 วัน จำนวนคน

911
01:00:41.206 --> 01:00:45.206
จำนวนรายงานถูกไหมคะ อุปกรณ์ทุกอย่างต้อง Support

912
01:00:45.208 --> 01:00:49.208
ให้ทัน ถ้ามันช้าไปทุกอย่างมี

913
01:00:49.209 --> 01:00:53.209
ผลกระทบ ผลเสียต่อหน่วยงาน ผลเสียต่อ

914
01:00:53.210 --> 01:00:57.210
กระบวนการต่าง ๆ อย่างไรมันก็จะเป็นผลกระทบที่เกี่ยวเนื่องกัน

915
01:00:57.211 --> 01:01:01.211
นั่นเอง ดังนั้น เราต้องควบคุมทุก ๆ อย่าง

916
01:01:01.212 --> 01:01:05.212
รวมถึงความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดปัญหา อิญ

917
01:01:05.213 --> 01:01:09.213
การไฟฟ้าแห่งจังหวัดของเราเกิดไฟดับ

918
01:01:09.214 --> 01:01:13.214
มันก็ใช้ไม่ได้ ถูกไหมคะ

919
01:01:13.215 --> 01:01:17.215
มีการวางแผนเผื่อไว้ มีการใช้ไฟสำรองโน่นนี่นั่น มีการเทสต์ระบบ

920
01:01:17.216 --> 01:01:21.216
หรือเปล่า อันนี้ก็เป็นกรอบ

921
01:01:21.219 --> 01:01:25.219
แนวความคิดที่นำมาใช้

922
01:01:25.221 --> 01:01:29.221
ก็เลยเป็นกระบวนการ

923
01:01:29.222 --> 01:01:33.222
ที่นำมาใช้ทางด้านไอทีหรือว่าเทคโนโลยีสารสนเทศของเรา

924
01:01:33.226 --> 01:01:37.226
ใกล้จะหมดแล้ว

925
01:01:37.228 --> 01:01:41.228
COBIT ไปเรียบร้อยแล้ว

926
01:01:41.230 --> 01:01:45.230
ถัดมา COSO

927
01:01:45.231 --> 01:01:49.231
ตัว C จะเยอะหน่อย COSO COBIT

928
01:01:49.232 --> 01:01:53.232
CMMI COSO ก็จะเป้กรอบแนวควงามคิด

929
01:01:53.233 --> 01:01:57.233
คิดอย่างไรนะคะ

930
01:01:57.234 --> 01:02:01.234
ให้ปฏิบัติงานบรรลุตามเป้าหมาย

931
01:02:01.236 --> 01:02:05.236
อย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล

932
01:02:05.237 --> 01:02:09.237
วางแผนไปแล้ว มีประสิทธิภาพ

933
01:02:09.238 --> 01:02:13.238
แต่ผลลัพธ์ไม่ได้ มันก็จะขัดแย้ง

934
01:02:13.239 --> 01:02:17.239
กัน

935
01:02:17.240 --> 01:02:21.240
ตัวนี้ก็ย่อมาจาก Committee of Sponsoring of the Treadway

936
01:02:21.241 --> 01:02:25.241

937
01:02:25.243 --> 01:02:29.243
และจะเป็นการทำงานนะคะ ของคณะกรรมการ

938
01:02:29.244 --> 01:02:33.244
ของอเมริกานั่นเองนะคะ

939
01:02:33.247 --> 01:02:37.247
พัฒนาจากความเสี่ยง การควบคุมภายใน

940
01:02:37.248 --> 01:02:41.248
รวมถึงก

941
01:02:41.249 --> 01:02:45.249
เยอะเหลือเกินตัวมาตรฐาน

942
01:02:45.252 --> 01:02:49.252
นะคะ อันนี้ก็จะเป็น

943
01:02:49.253 --> 01:02:53.253
กรอบแนวความคิด เมื่อกี้เป็น COBIT กรอบแนวความคิด

944
01:02:53.254 --> 01:02:57.254
นะคะ ว่าปผฏิบัติแนวความคิดธุรกิจ

945
01:02:57.255 --> 01:03:01.255
แนวปฏิบัติทางด้าน IT ต้องไปด้วยกัน ส่วน COSO

946
01:03:01.256 --> 01:03:05.256
เป็นกรอบแนวความคิดที่มีการพัฒนา

947
01:03:05.256 --> 01:03:09.256
ประสิทธิภาพและประสิทธิผลเกิดขึ้น

948
01:03:09.258 --> 01:03:13.258
ก็จะเป็นกสอดคล้อง หรือคล้อยตามกัน

949
01:03:13.259 --> 01:03:17.259
ความคิดทั้ง 2 อันเลย

950
01:03:17.260 --> 01:03:21.260
ถัดมา

951
01:03:21.261 --> 01:03:25.261
มาตรฐาน CMMI

952
01:03:25.263 --> 01:03:29.263
Motion

953
01:03:29.264 --> 01:03:33.264
Model integration นะคะ อันนี้ก็จะเป็นมาตรฐาน

954
01:03:33.266 --> 01:03:37.266
ที่พัฒนาขึ้นมา ของวิศกรรมซอฟต์แวร์

955
01:03:37.267 --> 01:03:41.267

956
01:03:41.269 --> 01:03:45.269
ก็คือคนที่พัฒนาเกี่ยวกับตัวซอฟต

957
01:03:45.270 --> 01:03:49.270
ก็จะพัฒนา

958
01:03:49.271 --> 01:03:53.271
ซอฟต์แวร์ให้มันดีขึ้น แล้วก็ให้มัน

959
01:03:53.273 --> 01:03:57.273
มีประสิทธิภาพและเป็นที่ยอมรับ บางทีซอฟต์แวร์

960
01:03:57.274 --> 01:04:01.274
ที่เราใช้อยู่เขาจะพัฒนาอย่างไรให้มันดีขึ้น

961
01:04:01.275 --> 01:04:05.275
เหมือน

962
01:04:05.276 --> 01:04:09.276
เราใช้ Word PowerPoint Excel

963
01:04:09.278 --> 01:04:13.278
มีซอฟต์แวร์ตัวไหนที่เป็นคู่แข่ง พัฒนาให้มันดีขึ้นนั่นเอง

964
01:04:13.279 --> 01:04:17.279
แล้วก็เป็นที่ยอมรับ เป็นที่ยอมรับคืออะไร

965
01:04:17.280 --> 01:04:21.280
ทุกหน่วยงานทุกบริษัท ทุก

966
01:04:21.281 --> 01:04:25.281
ประเทศทั่วโลก ยอมรับ แล้วก็ใช้ซอฟต์แวร์ของเรา

967
01:04:25.282 --> 01:04:29.282
เมื่อเขายอมรับ ผลที่ตามมา ก็คือเงิน

968
01:04:29.283 --> 01:04:33.283
ก็คือเขาจะซื้อซอฟต์แวร์ของเราไใช้ทุกคน

969
01:04:33.286 --> 01:04:37.286
และก็ส่งผลลัพธ์ทางธุรกิจของเรานั่นเองนะคะ

970
01:04:37.287 --> 01:04:41.287
CMMI

971
01:04:41.288 --> 01:04:45.288
เชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ของเรานะคะ

972
01:04:45.289 --> 01:04:49.289
เป็นที่เขื่อถือของลูกค้า มีการการันตี แล้วก

973
01:04:49.290 --> 01:04:53.290
ซื้อตัว

974
01:04:53.291 --> 01:04:57.291
ซอฟต์แวร์ ของเราไปใช้งานนั่นเอง

975
01:04:57.292 --> 01:05:01.292
CMMI เมื่อกี้ก็จะเป็นพวกพัฒนาซอฟต์แวร์นะคะ คราวนี้เราก็จะมา

976
01:05:01.293 --> 01:05:05.293
สรุปมาตรฐานของเรา

977
01:05:05.294 --> 01:05:09.294
ที่อาจารย์พูดไปเมื่อกี้นะคะ มีหลายตัว

978
01:05:09.295 --> 01:05:13.295
ไม่ว่าจะเป็นกรอบแนวความคิดหรือว่ามาตรฐานที่

979
01:05:13.296 --> 01:05:17.296
พัฒนาซอฟต์แวร์ พัฒนาเกี่ยวกับฮาร์ดแวร์นะคะ หรือพัฒนา ITEL

980
01:05:17.297 --> 01:05:21.297
ของเราเมื่อกี้

981
01:05:21.298 --> 01:05:25.298
เริ่มแรก การที่จะใช้ตัว

982
01:05:25.299 --> 01:05:29.299
มาตรฐานเราก็ต้องกลับมาดูที่ องค์กรของเรา

983
01:05:29.300 --> 01:05:33.300
ว่ามีบุคลากรแบบไหน มีการให้บริการไหม หรือว่าผลิต

984
01:05:33.301 --> 01:05:37.301
ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์เมื่อมีมาตรฐาน

985
01:05:37.302 --> 01:05:41.302
พวกนี้ขึ้นมาเราก็ต้องมารองรับ

986
01:05:41.302 --> 01:05:45.302
กับบริษัท หรือว่าหน่วยงานของเรา เสร็จแล้ว

987
01:05:45.303 --> 01:05:49.303
นะคะ เลือก Best Practices

988
01:05:49.304 --> 01:05:53.304
Best activ ก็คือ

989
01:05:53.305 --> 01:05:57.305
ที่หน่วยงานต่าง ๆ เขาใช้มาแล้ว

990
01:05:57.306 --> 01:06:01.306
เข้าใช้มาตรฐานตัวนี้ ส่งผลให้

991
01:06:01.307 --> 01:06:05.307
เกิดผลกำไรมากี่ปี กี่เดือน หรือเป็นที่รู้จักของ

992
01:06:05.310 --> 01:06:09.310
ทั่วโลก แล้วก็ลูกค้ามา เอามาละ

993
01:06:09.311 --> 01:06:13.311
เห็นมีคนใช้ดีเราก็หยิบมาใช้บ้าง

994
01:06:13.312 --> 01:06:17.312
ถูกไหมคะ เหมือนมีคนมาลองใช้ แล้วก็มั่นใจ

995
01:06:17.313 --> 01:06:21.313
เหมือนเราจะซื้อสินค้าชนิดหนึ่ง อย่าง Shoppee Lazada

996
01:06:21.314 --> 01:06:25.314
เราก็ต้องไปดูรีวิวสินค้ามีมีคอมเมนต์ไหม ว่า

997
01:06:25.315 --> 01:06:29.315
สินค้าตัวนี้เขาดีจริงไหม มีคนใช้แล้ว

998
01:06:29.316 --> 01:06:33.316
ใช้ไปกี่วัน กี่เดือน กี่ปี ไม่เสีย ใช้แล้ว

999
01:06:33.317 --> 01:06:37.317
มันเกิดสนิมหรือว่าส่งเคลมอะไรได้ เป็นลักษณะเดียวกัน

1000
01:06:37.318 --> 01:06:41.318
ไปดูก่อน ไปดูเพื่อนก่อน เพื่อนใช้ดี เราก็ใช้ตาม

1001
01:06:41.319 --> 01:06:45.319
ถัดมา COBIT กับ COSO

1002
01:06:45.320 --> 01:06:49.320
COVIT กับ COSO มันเป็ยอย่างไร

1003
01:06:49.321 --> 01:06:53.321
ทำอย่างไรให้บริหาร

1004
01:06:53.322 --> 01:06:57.322
ทำอย่างไรให้บริหารจัดการหน่วยงาน

1005
01:06:57.323 --> 01:07:01.323
มีผลลัพธ์

1006
01:07:01.324 --> 01:07:05.324
เกี่ยวกับธุรกิจ ผลลัพธ์เกี่ยวกับ

1007
01:07:05.325 --> 01:07:09.325
เทคโนโลยีสารสนเทศคล้อยตามไปในทิศทางเดียวกัน แล้วเกิดประโยชน์

1008
01:07:09.326 --> 01:07:13.326
เกี่ยวกับหน่วยงานองค์กรของเรา ถัดมา

1009
01:07:13.328 --> 01:07:17.328
มาตรฐานสำคัญที่

1010
01:07:17.329 --> 01:07:21.329
จำเป็นเกี่ยวกับการให้บริการทาง IT

1011
01:07:21.330 --> 01:07:25.330
การให้บริการของเราก็จะมี ITIL เมื่อกี้

1012
01:07:25.331 --> 01:07:29.331
ที่มี 4P ใช่ไหมคะ

1013
01:07:29.332 --> 01:07:33.332
People process ต่าง ๆ

1014
01:07:33.332 --> 01:07:37.332
เข้ามา ISO

1015
01:07:37.333 --> 01:07:41.333
ISO แล้วก็ CMMI การให้บริการต่าง ๆ

1016
01:07:41.334 --> 01:07:45.334
ถัดมาการพัฒนาซอฟต์แวร์ เราจะเห็น

1017
01:07:45.335 --> 01:07:49.335
ตัว ISO นี่มันไปอยู่หลายที่มาก

1018
01:07:49.336 --> 01:07:53.336
ให้บริการทางด้าน IT ก็อยู่ พัฒนาทางด้าน IT

1019
01:07:53.337 --> 01:07:57.337
มันจะเป็นมาตรฐานที่มีตัวเลขระบุอีก

1020
01:07:57.338 --> 01:08:01.338
ว่าตัว ISO นี้ เป็นมาตรฐานทาง

1021
01:08:01.339 --> 01:08:05.339
มันยิบย่อยลงไปอีกรายละเอียดยิบย่อยลงไป

1022
01:08:05.340 --> 01:08:09.340
นะคะ บริหารซอฟต์แวร์

1023
01:08:09.341 --> 01:08:13.341
CMMI ก็เหมือนกัน ซอฟต์แวร์ก็มี ให้บริการก็

1024
01:08:13.342 --> 01:08:17.342
มีเหมือนกัน แล้วก็มาตรฐานการรักษาความปลอดภััย

1025
01:08:17.343 --> 01:08:21.343
ของ ISO 27000

1026
01:08:21.344 --> 01:08:25.344
หรือ DS7799

1027
01:08:25.345 --> 01:08:29.345
มันก็จะเป็นชื่อย่อยลงไปอีกนะคะ

1028
01:08:29.346 --> 01:08:33.346
เหมือนแต่ละมมาตรฐานที่อาจารย์พูดมา

1029
01:08:33.348 --> 01:08:37.348
ISO IEEE ITIL

1030
01:08:37.349 --> 01:08:41.349
CO COSO COVIT

1031
01:08:41.350 --> 01:08:45.350
พวกนี้นะคะ มันก็จะมีเลขมากำกับข้างหลังอีก

1032
01:08:45.351 --> 01:08:49.351
ว่าเป็นมาตรฐานเกี่ยวกับด้านไหน แล้วตัวเลขก็จะบอก

1033
01:08:49.352 --> 01:08:53.352
ความหมายอีกว่าเป็นอย่างไรนะคะ

1034
01:08:53.353 --> 01:08:57.353
โอเค วันนี้เราก็

1035
01:08:57.354 --> 01:09:01.354
จะรู้ถึงมาตรฐาน

1036
01:09:01.355 --> 01:09:05.355
มันเกิดจากอะไร มีกี่ประเภท อะไรบ้าง

1037
01:09:05.356 --> 01:09:09.356
และมีมาตรฐานตัวไหนเป็นการให้บริการไหม

1038
01:09:09.358 --> 01:09:13.358
หรือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ หรือเป็นกรอบความคิด ถ้า

1039
01:09:13.359 --> 01:09:17.359
ยกไปใช้ หรือนำไปประยุกต์กับหน่วยงาน กับองค์กรเราได้อย่างไร

1040
01:09:17.360 --> 01:09:21.360
ก็ต้องมาดูตรงนี้อีกนะคะ ต่อไปก็จะลงลึกแต่ละตัว

1041
01:09:21.361 --> 01:09:25.361
แต่ละมาตรฐานแล้วก็จะมีตัว

1042
01:09:25.362 --> 01:09:29.362
เลขย่อยข้างหลังอีก ว่าแต่คืออะไร

1043
01:09:29.362 --> 01:09:33.362
ลงละเอียดนะคะ เข้าไปอีก

1044
01:09:33.362 --> 01:09:37.362
สัปดาหฺนี้นะคะ เป็นอย่างไร อาจารย์พูดง่วงนอนไหใ

1045
01:09:37.363 --> 01:09:41.363
(นักศึกษาชาย) ไม่ครับ (อาจารย์ธิดารัตน์) ดูอย่างอื่น

1046
01:09:41.365 --> 01:09:45.365
อยู่ ดูอย่างอื่น โอเค

1047
01:09:45.368 --> 01:09:49.368
ไม่ง่วงนะ วันนี้เดี๋ยวจะ

1048
01:09:49.369 --> 01:09:53.369
มีงานให้ทำในห้อง เพื่อจะได้ไม่ต้องกลับไปทำ

1049
01:09:53.370 --> 01:09:57.370
เป็นการบ้าน จะได้ทำ

1050
01:09:57.371 --> 01:10:01.371
เสร็จส่งเลย ส่วนมากลืม เวลาอาจารย์

1051
01:10:01.372 --> 01:10:05.372
เช็กท้ายบทมันจะไม่ครบ มันจะได้มีส่วน

1052
01:10:05.373 --> 01:10:09.373
ช่วย ไม่ถืออะไรมา อาจารย์ถือกระดษามา

1053
01:10:09.374 --> 01:10:13.374
มีถือมาให้ ถถือ

1054
01:10:13.375 --> 01:10:17.375
มาให้ โอเค มันเป็นง่าย ๆ มาก

1055
01:10:17.376 --> 01:10:21.376
เอาให้เขียน เขียนสิ่งที่เราสนใจ

1056
01:10:21.377 --> 01:10:25.377
ง่าย ๆ ให้นักศึกษาเลือกมาตรฐาน

1057
01:10:25.378 --> 01:10:29.378
สากลที่นักศึกษาสนใจ

1058
01:10:29.379 --> 01:10:33.379
หรือ มาตรฐานที่นักศึกษาเคยพบเจอ

1059
01:10:33.380 --> 01:10:37.380
ลงงานไป แม็กโคร โลตัสนี่

1060
01:10:37.381 --> 01:10:41.381
ตัว Honda Masda

1061
01:10:41.382 --> 01:10:45.382
อาจจะไม่สังเกต

1062
01:10:45.385 --> 01:10:49.385
มา ๆ

1063
01:10:49.386 --> 01:10:53.386
มาทันพอดี อย่างน้อย

1064
01:10:53.388 --> 01:10:57.388
3 มาตรฐานที่

1065
01:10:57.389 --> 01:11:01.389
เราเคยเห็นหรือมาตรฐานที่เราสนใจน่ะ

1066
01:11:01.390 --> 01:11:05.390
คืออะไร หรือเอาจริง ๆ เลย

1067
01:11:05.392 --> 01:11:09.392
หรือว่าไม่สนใจ ก็ไปหาข้อมูล

1068
01:11:09.393 --> 01:11:13.393
ใน Search Engin อินเทอร์เน็ต มาให้

1069
01:11:13.394 --> 01:11:17.394
ส่งเป็นงานท้ายบทของวันนี้

1070
01:11:17.394 --> 01:11:21.394
จะได้ไม่เกิดปัญหาการหลงลืมการบ้าน

1071
01:11:21.397 --> 01:11:25.397
ของสัปดาห์นี้แล้วกันนะคะ เดี๋ยวจะแจกกระดาษให้

1072
01:11:25.398 --> 01:11:29.398
นะคะ 3 มาตรฐานนะ

1073
01:11:29.399 --> 01:11:33.399
มาตรฐาน 3 อันแล้วก็เขียนรายละเอียดด้วยนะคะ

1074
01:11:33.400 --> 01:11:37.400

1075
01:11:37.401 --> 01:11:41.401

1076
01:11:41.402 --> 01:11:45.402

1077
01:11:45.403 --> 01:11:49.403

1078
01:11:49.404 --> 01:11:53.404

1079
01:11:53.406 --> 01:11:57.406

1080
01:11:57.408 --> 01:12:01.408

1081
01:12:01.410 --> 01:12:05.410

1082
01:12:05.411 --> 01:12:09.411

1083
01:12:09.413 --> 01:12:13.413

1084
01:12:13.415 --> 01:12:17.415

1085
01:12:17.416 --> 01:12:21.416

1086
01:12:21.417 --> 01:12:25.417

1087
01:12:25.419 --> 01:12:29.419

1088
01:12:29.421 --> 01:12:33.421

1089
01:12:33.422 --> 01:12:37.422

1090
01:12:37.423 --> 01:12:41.423

1091
01:12:41.425 --> 01:12:45.425

1092
01:12:45.427 --> 01:12:49.427

1093
01:12:49.428 --> 01:12:53.428

1094
01:12:53.431 --> 01:12:57.431

1095
01:12:57.433 --> 01:13:01.433

1096
01:13:01.435 --> 01:13:05.435

1097
01:13:05.437 --> 01:13:09.437

1098
01:13:09.439 --> 01:13:13.439

1099
01:13:13.440 --> 01:13:17.440

1100
01:13:17.442 --> 01:13:21.442

1101
01:13:21.444 --> 01:13:25.444

1102
01:13:25.445 --> 01:13:29.445

1103
01:13:29.447 --> 01:13:33.447

1104
01:13:33.450 --> 01:13:37.450

1105
01:13:37.452 --> 01:13:41.452
สำหรับ

1106
01:13:41.454 --> 01:13:45.454
คาบนี้ก็ขอบคุณพี่ล่าม

1107
01:13:45.455 --> 01:13:49.455
ให้น้อง ๆ เขาทำในห้องแล้วก็ขอบคุณพี่ล่ามมากนะคะ สวัสดีค่ะ

1108
01:13:49.456 --> 01:13:53.456

1109
01:13:53.457 --> 01:13:57.457
[สิ้นสุดการถอดความ]

1110
01:13:57.458 --> 01:14:01.458

1111
01:14:01.459 --> 01:14:05.459

1112
01:14:05.462 --> 01:14:09.462

1113
01:14:09.464 --> 01:14:13.464

1114
01:14:13.466 --> 01:14:17.466

1115
01:14:17.467 --> 01:14:21.467

1116
01:14:21.470 --> 01:14:25.470

1117
01:14:25.472 --> 01:14:29.472

1118
01:14:29.473 --> 01:14:33.473

1119
01:14:33.476 --> 01:14:37.476

1120
01:14:41.480 --> 01:14:44.480

1121
01:14:45.482 --> 01:14:49.482

1122
01:14:49.484 --> 01:14:53.484

1123
01:14:53.485 --> 01:14:57.485

1124
01:14:57.487 --> 01:15:00.490

1125
01:15:01.488 --> 01:15:04.489

1126
01:15:09.492 --> 01:15:08.494

1127
01:15:13.494 --> 01:15:16.496

1128
01:15:17.496 --> 01:15:20.496

1129
01:15:21.498 --> 01:15:24.498

1130
01:15:25.500 --> 01:15:28.501

1131
01:15:29.502 --> 01:15:32.503

1132
01:15:33.503 --> 01:15:36.506

1133
01:15:37.504 --> 01:15:40.505

1134
01:15:41.506 --> 01:15:44.507

1135
01:15:45.508 --> 01:15:48.512

1136
01:15:49.510 --> 01:15:52.514

1137
01:15:53.512 --> 01:15:56.515

1138
01:15:57.513 --> 01:16:00.515

1139
01:16:01.515 --> 01:16:04.516

1140
01:16:05.517 --> 01:16:08.522

1141
01:16:09.519 --> 01:16:12.519

1142
01:16:13.521 --> 01:16:16.524

1143
01:16:17.523 --> 01:16:20.526

1144
01:16:21.525 --> 01:16:24.526

1145
01:16:25.527 --> 01:16:28.530

1146
01:16:29.529 --> 01:16:32.532

1147
01:16:33.530 --> 01:16:36.533

1148
01:16:37.532 --> 01:16:40.535

1149
01:16:41.534 --> 01:16:44.536

1150
01:16:45.538 --> 01:16:48.538

1151
01:16:49.539 --> 01:16:52.540

1152
01:16:53.542 --> 01:16:56.545

1153
01:16:57.544 --> 01:17:00.546

1154
01:17:01.546 --> 01:17:04.550

1155
01:17:05.548 --> 01:17:08.548

1156
01:17:09.550 --> 01:17:12.552

1157
01:17:13.552 --> 01:17:16.554

1158
01:17:17.553 --> 01:17:20.556

1159
01:17:21.555 --> 01:17:24.556

1160
01:17:25.558 --> 01:17:28.562

1161
01:17:29.560 --> 01:17:32.564

1162
01:17:33.562 --> 01:17:36.565

1163
01:17:37.563 --> 01:17:40.565

1164
01:17:41.564 --> 01:17:44.564

1165
01:17:45.567 --> 01:17:48.570

1166
01:17:49.568 --> 01:17:49.569

1167
01:17:53.570 --> 01:17:53.572

1168
01:17:57.573 --> 01:17:57.577


