﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:04.000

2
00:00:04.003 --> 00:00:08.003
นะครับนี่คือบรรยากาศอยากให้เรา

3
00:00:08.008 --> 00:00:12.008
ได้ตอบนะ ได้ตอบ มีปัญหาอะไร ถามผ่านพี่เก๋ได้เลย

4
00:00:12.009 --> 00:00:16.009
ผ่านล่ามนะครับ บาส บาส

5
00:00:16.010 --> 00:00:20.010
ใช่ไหมอยู่เบอร์อะไรเบอร์ 7

6
00:00:20.013 --> 00:00:24.013
เอาสะหน่อย ๆ

7
00:00:24.014 --> 00:00:28.014
ถามบาส

8
00:00:28.015 --> 00:00:32.015
คำถามเดียวกันเลย คอมพิวเตอร์หมายถึงอะไร

9
00:00:32.017 --> 00:00:36.017

10
00:00:36.019 --> 00:00:40.019
คอมพิวเตอร์

11
00:00:40.020 --> 00:00:44.020
ใช่ไหมครับ ก็เกี่ยวกับระบบครับ มีข้อมู

12
00:00:44.023 --> 00:00:48.023
ที่สามารถพิมพ์ได้ มีระบบต่าง ๆ น่ะครับ เอาไว้เก็บข้อมูล

13
00:00:48.024 --> 00:00:52.024
แล้วก็มีคีย์บอร์ดแล้วก็มีระบบอื่น ๆ ที่

14
00:00:52.026 --> 00:00:56.026
ของคอมพิวเตอร์น่ะครับ (อาจารย์พิเชนทร์) โอเค

15
00:00:56.027 --> 00:01:00.027
ถือว่าเก่งนะ ตอบได้เกือบหมด รุ่นก่อน

16
00:01:00.028 --> 00:01:04.028
จะนั่งยิ่มอย่างเดียวนะครับ ตอนนี้เราไม่รู้ว่าใครยิ้ม

17
00:01:04.029 --> 00:01:08.029
ใครหัวเราะเพราะว่าเราใส่หน้ากากกันอยู่

18
00:01:08.031 --> 00:01:12.031
หน้ากากก็อย่าเอาโควิดมาแพร่เพื่อนนะครับ เพราะ ปี 3 ปี 4

19
00:01:12.031 --> 00:01:16.031
เป็นโควืดกันเยอะ ขอบคุรมากครับ

20
00:01:16.032 --> 00:01:20.032
สำหรับเด็ก ๆ ที่ตอบคำถามนะครับ อันนี้ก็คือผมพยายามฝึก

21
00:01:20.034 --> 00:01:24.034
ให้น้อง ๆ ปี 1 นะ พี่เก้๋นะ

22
00:01:24.035 --> 00:01:28.035
ในห้องนี้ เรียนระบบผ่านล่ามออนไลน์ สามารถ

23
00:01:28.036 --> 00:01:32.036
ถามอาจารย์ได้ตลอดเวลา สวิตถามได้

24
00:01:32.037 --> 00:01:36.037
คุยได้ตลอดเวลา เราพยายามให้ถาม

25
00:01:36.038 --> 00:01:40.038
ถ้าเราถามเราสื่อสารเราจะเริ่มคุ้นเึยกัน

26
00:01:40.039 --> 00:01:44.039
เหมือนกันนะ ห้อง 1 นะ สามารถกด

27
00:01:44.040 --> 00:01:48.040
สวิตหน้าพวกเราได้หมดนะครับ ให้ถามได้ คุยได

28
00:01:48.041 --> 00:01:52.041
แล้วก็ค่อยศึกษาเรียนรู้กันไปนะครับ แล้ว

29
00:01:52.043 --> 00:01:56.043
มันจะแหวกนะครับไม่เหมือนห้องปกติทั่วไป

30
00:01:56.044 --> 00:02:00.044
มาดูนะครับ ความหมายของคอมพิวเตอร์ก็มีคนให้เยอะ

31
00:02:00.045 --> 00:02:04.045
มากมายนะครับ แต่ละความหมายภาพรวม

32
00:02:04.046 --> 00:02:08.046
เขาบอกว่าคอมพิวเตอร์ ก็คืออุปกรณ์

33
00:02:08.047 --> 00:02:12.047
อิเล็กทรอนิกส์ชริดหนึ่ง

34
00:02:12.048 --> 00:02:16.048
ที่ต้องอาศัยไฟนะครับ

35
00:02:16.049 --> 00:02:20.049
นะครับ ไม่มีไฟทำงานได้ไหม ทำไม่ได้

36
00:02:20.051 --> 00:02:24.051
ครับ แต่คอมพิวเตอร์มีความสามารถที่

37
00:02:24.052 --> 00:02:28.052
มากกว่าเครื่องไฟฟ้าทั่ว ๆ ไป

38
00:02:28.053 --> 00:02:32.053
จะมีหน่วยประมวลผลอยู่ข้างใน

39
00:02:32.054 --> 00:02:36.054
เครื่องนะครับ ที่เราเรียกว่า CPU ใช่ไหม

40
00:02:36.055 --> 00:02:40.055
เป็นหน่วยประมวลผล มันจำได้ มันคิดได้

41
00:02:40.056 --> 00:02:44.056
มันประมวลผลได้มันแสดงผลได้

42
00:02:44.057 --> 00:02:48.057
ความแตกต่างจากเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภท

43
00:02:48.058 --> 00:02:52.058
อื่นนะครับ นั่นมายความว่าคอมพิวเตอร์ หมายถึงอะไร

44
00:02:52.059 --> 00:02:56.059
มีความหมายเยอะแยะมากมายเลย ในที่นี้มัน

45
00:02:56.060 --> 00:03:00.060
เป็นอุปกรณ์อิเล็ก

46
00:03:00.061 --> 00:03:04.061
และรับชุดคำสั่งและไปประมวลผลและแสดง

47
00:03:04.062 --> 00:03:08.062
ออกมาได้นะครับ

48
00:03:08.063 --> 00:03:12.063

49
00:03:12.064 --> 00:03:16.064

50
00:03:16.066 --> 00:03:20.066

51
00:03:20.068 --> 00:03:24.068

52
00:03:24.070 --> 00:03:28.070

53
00:03:28.074 --> 00:03:32.074
คราวนี้เรามาดูประเภทของ

54
00:03:32.075 --> 00:03:36.075
คอมพิวเตอร์นะครับว่ามีกี่ประเภทนะครับ

55
00:03:36.076 --> 00:03:40.076
ในที่นี้นะครับ เขาแบ่งคอมพิวเตอร์

56
00:03:40.076 --> 00:03:44.076
ออกไว้เป็นทั้งหมดนะครับ

57
00:03:44.080 --> 00:03:48.080
7 ประเภทนะครับ

58
00:03:48.081 --> 00:03:52.081
ก็คือ super computer mainframe computer

59
00:03:52.082 --> 00:03:56.082
Mini Computer แล้วก็ PC นะครับ

60
00:03:56.083 --> 00:04:00.083
แล้วก็โน้ตบุกนะครับ

61
00:04:00.085 --> 00:04:04.085
7 ประเภท นะครับ ถ้าเรา

62
00:04:04.086 --> 00:04:08.086
ไปอ่านตำราหลายเล่มไปค้นคว้า

63
00:04:08.087 --> 00:04:12.087
อินเทอร์เน็ตหลายที่นะครับ

64
00:04:12.088 --> 00:04:16.088
หลายคนแต่งนะครับ หลายคนเขียน

65
00:04:16.089 --> 00:04:20.089
ความหมายประเภทก็จะไม่เหมือนกันนะครับ

66
00:04:20.090 --> 00:04:24.090
ดังนั้นวิธีการเรียนทำอย่างไรครับ

67
00:04:24.091 --> 00:04:28.091
ในสถาบันศึกษานั้นในการเรียน เราเป็นนักศึกษา

68
00:04:28.092 --> 00:04:32.092
นะครับ ว่าถ้าเกิดเราเรียนในห้องนี้

69
00:04:32.093 --> 00:04:36.093
สไลด์ที่ผมนำมาสอนวันนี้มี

70
00:04:36.095 --> 00:04:40.095
7 ประเภทนั่นแสดงว่าเราต้องท่องไว้เอาไป

71
00:04:40.096 --> 00:04:44.096
สอบนะครับ ต้องตามอาจารย์ผู้สอน

72
00:04:44.097 --> 00:04:48.097
ตามสไลด์ไปนะครับ ผมก็อยากเปลี่ยนนะครับ แต่เขา

73
00:04:48.099 --> 00:04:52.099
ใช้ร่วมกันเขาก็บอกกูประเภทที่ 1

74
00:04:52.100 --> 00:04:56.100
นะครับ 1 Super Computer

75
00:04:56.099 --> 00:05:00.099
นะครับ หรือคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่

76
00:05:00.100 --> 00:05:04.100
ชื่อก็บอกนะเป็นคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่

77
00:05:04.102 --> 00:05:08.102
นะครับขนาดใหญ่ใหญ่แค่ไหน

78
00:05:08.103 --> 00:05:12.103
นะครับเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์นะครับซึ่งคอมพิวเตอร์

79
00:05:12.104 --> 00:05:16.104
ประเภทนี้ ทำไมครับ มีราคาแพงที่สุด

80
00:05:16.107 --> 00:05:20.107
นะครับ ทำงานด้วยความเร็วสูงนะครับ

81
00:05:20.108 --> 00:05:24.108
เช่น

82
00:05:24.109 --> 00:05:28.109
การประมวลผลที่ซับซ้อนเช่นการสร้างขีปนาวุธ

83
00:05:28.110 --> 00:05:32.110
นะครับ การสร้างยานอวกาศ

84
00:05:32.111 --> 00:05:36.111
พยากรณ์อากาศอย่างนี้ วันนี้ฝนจะตกไหม

85
00:05:36.112 --> 00:05:40.112
พรุ่งนี้ฝนจะตกไหมหรือไม่ตกพวกนี้

86
00:05:40.112 --> 00:05:44.112
คือ SUper computer นะครับดู

87
00:05:44.113 --> 00:05:48.113
นี่ดูรูปนี้ นี่คือ Super Computer

88
00:05:48.114 --> 00:05:52.114
นะครับ ถามว่าในประเทศไทย

89
00:05:52.115 --> 00:05:56.115
มีไหมมีไหมครับ

90
00:05:56.116 --> 00:06:00.116
เราว่ามีไหมครับประเทศไทย

91
00:06:00.117 --> 00:06:04.117
มีไหม

92
00:06:04.118 --> 00:06:08.118
ห้อง 1 ห้อง 1 ว่ามีไหม Super computer

93
00:06:08.120 --> 00:06:12.120
มีไหมครับ

94
00:06:12.122 --> 00:06:16.122
ดูนี่ดู เช่น

95
00:06:16.123 --> 00:06:20.123
เช่นงานพยากรณ์อากาศ มีไหม ประเทศไทยมีไหม

96
00:06:20.124 --> 00:06:24.124
ฟังอยู่ทุกเช้านะครับ ข่าวพยากรณ์อากาศ ใช้

97
00:06:24.126 --> 00:06:28.126
ดาวเทียมอย่างนี้ก็ใช้ Supper Compute

98
00:06:28.127 --> 00:06:32.127
นะครับ

99
00:06:32.128 --> 00:06:36.128
คอมพิวเตอร์ประเภทที่ 2 นะครับ

100
00:06:36.130 --> 00:06:40.130
คอมพิวเตอร์ขนาดกลางนะครับ Main frame co

101
00:06:40.131 --> 00:06:44.131
ก็เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเล็กลงมา

102
00:06:44.132 --> 00:06:48.132
จาก super computer จากเต็มห้องนะ

103
00:06:48.133 --> 00:06:52.133
นะ ประมาณครึ่งห้องนะ Mainframe Computer นั้น

104
00:06:52.135 --> 00:06:56.135
ก็มีประสิทธิภาพสูง

105
00:06:56.137 --> 00:07:00.137
แต่ก็น้อยกว่า Super Computer

106
00:07:00.138 --> 00:07:04.138
ก็ทำงานในองค์กรที่เล็กลง เช่น

107
00:07:04.139 --> 00:07:08.139
เช่น ธนาคาร

108
00:07:08.140 --> 00:07:12.140
บริษัทประกันภัยนะครับ

109
00:07:12.141 --> 00:07:16.141
ธนาคาร่นอะไรครับธนาคารตูเ

110
00:07:16.142 --> 00:07:20.142
ใช่ไหม หน้า ม. บ้าง

111
00:07:20.143 --> 00:07:24.143
มันจะมี Mainframe Computer อยู่ที่ส่วนกลางนะครับ

112
00:07:24.144 --> 00:07:28.144
เอาไว้ประมวลผลแล้วก็กระจายไปแต่ละตู้

113
00:07:28.145 --> 00:07:32.145
สถานที่ต่าง ๆ ที่อยู่ในประเทศ

114
00:07:32.146 --> 00:07:36.146
นะครับ เราลองนึกภาพตามนะ

115
00:07:36.147 --> 00:07:40.147
เช่น เราไปกดตังอยู่ที่หน้ามหาวิทยาลัย

116
00:07:40.148 --> 00:07:44.148
เช่น ธนาคารออมสินอย่างนี้นะครับ

117
00:07:44.149 --> 00:07:48.149
ธนาคารออมสินก็จะมีธนาคา

118
00:07:48.150 --> 00:07:52.150
ในส่วนกลาง เอาไว้ควบคุมทั่วประเทศ ในการกดเงิน

119
00:07:52.151 --> 00:07:56.151
ของเรานะครับ

120
00:07:56.152 --> 00:08:00.152
ฟ้าร้องแล้วนะครับ เรา

121
00:08:00.154 --> 00:08:04.154
เคยคิดไหมครับในตู้ ATM ของเรามีอะไรบ้าง

122
00:08:04.154 --> 00:08:08.154
อุบลเคยเห็นไหม ตู้ ATM นี่มีอะไรบ้าง

123
00:08:08.155 --> 00:08:12.155
รู้ไหมข้างในมันมีอะไรบ้าง อยู่ข้างหลัง

124
00:08:12.156 --> 00:08:16.156
หัวหน้าห้องหมู่ 1 ทราบไหมครับ ว่า

125
00:08:16.157 --> 00:08:20.157
ในตู้ ATM ที่เราไปกดสตางค์รู้ไหมมันมีอะไร

126
00:08:20.158 --> 00:08:24.158
อยู่ในตู้

127
00:08:24.159 --> 00:08:28.159
ATM นั้นนะครับ มันจะมี 1 เครื่องสำรองไฟ

128
00:08:28.161 --> 00:08:32.161
คือ UPS 2.

129
00:08:32.162 --> 00:08:36.162
มีเครื่องคอมพิวเตอร์เหมือนเครื่องข้างหลัง

130
00:08:36.163 --> 00:08:40.163
เป็น PC อยู่ข้างในและข้างหลัง

131
00:08:40.164 --> 00:08:44.164
แล้วก็เปิดปิด เปิด ปิด

132
00:08:44.165 --> 00:08:48.165
แล้วก็แสดงผลหน้าจอเราใช่ไหมให้เราเห็น แสดง

133
00:08:48.166 --> 00:08:52.166
สตางค์น่ะ บางทีเป็นจอทั

134
00:08:52.167 --> 00:08:56.167
กดปุ่ม ฟ้าร้องมาแล้วนะครับ

135
00:08:56.168 --> 00:09:00.168
จะสังเกตว่านะครับ

136
00:09:00.169 --> 00:09:04.169
หลายคนนะถามว่าอาจารย์ครับ ทำไม

137
00:09:04.171 --> 00:09:08.171
ตู้ ATM ธนาคารออมสินไม่ยอมใช

138
00:09:08.172 --> 00:09:12.172
สักที รู้ไหมครับว่า

139
00:09:12.174 --> 00:09:16.174
ว่าในตู้ ATM ทุกตู้ ต้องใช้ระบบ

140
00:09:16.175 --> 00:09:20.175
ควบคุมครับ เปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมาแล้วก็ควบคุม

141
00:09:20.176 --> 00:09:24.176
เดี๋ยวเราจะรู้ว่าทำไมเขาถึง

142
00:09:24.177 --> 00:09:28.177
ไม่ใช้ windows 10 windows 11 ในแต่ละตู้

143
00:09:28.179 --> 00:09:32.179
นะครับ ดูต่อนะครับ ประเภทที่ 3

144
00:09:32.181 --> 00:09:36.181
อันนี้รูป Mainframe Computer นะครับ

145
00:09:36.182 --> 00:09:40.182
ดูประเภทที่ 3 นะครับ Mini Computer

146
00:09:40.184 --> 00:09:44.184
อันนี้เล็กลง เล็กลงมาอีก

147
00:09:44.187 --> 00:09:48.187

148
00:09:48.189 --> 00:09:52.189
อันนี้ก็ราคาไม่แพงนะครับ เป็น Mini Computer

149
00:09:52.190 --> 00:09:56.190
กับงานที่ต้องการคุณภาพสูงเช่นงานกร

150
00:09:56.191 --> 00:10:00.191
คำนวณตัวเลขเยอะ ๆ อะไรประมาณนี้

151
00:10:00.191 --> 00:10:04.191
นี่รูปภาพครับ

152
00:10:04.192 --> 00:10:08.192
เก่ามากนะครับ ประเภทที่ 4 นะครับ

153
00:10:08.192 --> 00:10:12.192
PC นะครับ Personal Computer

154
00:10:12.193 --> 00:10:16.193
นะครับ อยู่ข้างหน้าเราน่ะครับ ถือว่าเป็น

155
00:10:16.194 --> 00:10:20.194
Personal Computer นะครับ แต่เครื่องเราที่ตั้งข้างหน้าเป็น  A

156
00:10:20.195 --> 00:10:24.195
นะครับ ก็จัดอยู่ในประเภทเดียวกัน Personal Computer

157
00:10:24.196 --> 00:10:28.196
ประเภทคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล

158
00:10:28.197 --> 00:10:32.197
ปัจจุบันเป็นอย่างไรครับ คุณภาพของ

159
00:10:32.198 --> 00:10:36.198
PC มีความสามารถสูงมาก ถ้าย้อนไป

160
00:10:36.201 --> 00:10:40.201
สัก 10 ปีที่แล้วราคาสูงมาก

161
00:10:40.202 --> 00:10:44.202
กลับต้องลำบากมากแต่ปัจจุบันราคาถูกมาก

162
00:10:44.203 --> 00:10:48.203
แต่คุณภาพสูงตามไปด้วยนะครับ ประเภทที่ 5

163
00:10:48.204 --> 00:10:52.204
นะครับ Notebook นะครับ

164
00:10:52.206 --> 00:10:56.206
ก็เป็นคอมพิวเตอร์ตกพานะครับ

165
00:10:56.207 --> 00:11:00.207

166
00:11:00.208 --> 00:11:04.208
ปัจจุบันเป็นอย่างไรครับ Notebook

167
00:11:04.210 --> 00:11:08.210
ถูกนะ นะครับ สมัยอาจารย์

168
00:11:08.211 --> 00:11:12.211
เรียนนะครับ Notebook เครื่องละเป็นแสนนะครับ

169
00:11:12.212 --> 00:11:16.212
แสน 5 2 แสนเครื่องหนาตึ๊บ

170
00:11:16.213 --> 00:11:20.213
นะครับ ปัจจุบัน Notebook

171
00:11:20.214 --> 00:11:24.214
หมื่นกว่าบาทก็โอเคแล้วนะ สำหรับพวกเรา

172
00:11:24.215 --> 00:11:28.215
ประมาณสัก 25,000 ก็โอเค ถามว่าเอกคอมพิวเตอร์

173
00:11:28.216 --> 00:11:32.216
เราควรจะมีคอมพิวเตอร์เป็นส่วนตัวไหมครับ

174
00:11:32.217 --> 00:11:36.217
ควรจะมีไหม อุบล

175
00:11:36.218 --> 00:11:40.218
ควรจะมีนะครับ ควรจะมีไว้

176
00:11:40.219 --> 00:11:44.219
และก่อนจะซื้อก็ให้เลือกให้มันเหมาะนะครับ อย่า

177
00:11:44.223 --> 00:11:48.223
ซื้อเพราะราคาถูกอย่าไปซื้อเพราะว่าอะไรหลาย ๆ อย่าง

178
00:11:48.224 --> 00:11:52.224
ต้องดูว่าซื้อมาแล้วมันเหมาะกับงานของเรา

179
00:11:52.225 --> 00:11:56.225
หรือเปล่านะครับ บางคนไปซื้อมาเล่นเกม

180
00:11:56.226 --> 00:12:00.226
แต่เขียนโปรแกรมไม่ได้

181
00:12:00.227 --> 00:12:04.227
ต้องดูด้วยนะครับ หลังจากเรียนรายวิชานี้แล้ว

182
00:12:04.229 --> 00:12:08.229
นะครับ เราจะต้องรู้จักว่าซื้อคอมพิวเตอร์ให้

183
00:12:08.230 --> 00:12:12.230
เป็นด้วยนะครับ ประเภทที่ 6 นะครับ

184
00:12:12.231 --> 00:12:16.231
PDA เคย

185
00:12:16.232 --> 00:12:20.232
เห็นไหมให้ดูรูปเลยแล้วกัน

186
00:12:20.233 --> 00:12:24.233
คอมพิวเตอร์พกพาเลขาส่วนตัว รูปนี้...

187
00:12:24.234 --> 00:12:28.234
ปัจจุบัน ไม่ค่อยเห็นเขาใช้กันนะ ไม่ค่้อยนิยม

188
00:12:28.235 --> 00:12:32.235
ตอนนี้เขาใช้อะไรแทนแล้วครับ

189
00:12:32.236 --> 00:12:36.236
ใช้อะไรแทนครับตัวนี้

190
00:12:36.237 --> 00:12:40.237
ตอนนี้มือถือเรา สมาร์ทโฟนเรา

191
00:12:40.238 --> 00:12:44.238
เป็นได้แทบทุกอย่างใช่ไหม

192
00:12:44.240 --> 00:12:48.240
ทำได้แทบทุกอย่างเลย ทำได้เกือบ PC ทำได้เกือบ

193
00:12:48.241 --> 00:12:52.241
NoteBook เลยทำได้เกือบ

194
00:12:52.242 --> 00:12:56.242
ปัจจุบันนะครับ ตัวนี้ก็ยังมีคนใช้อยู่นะครับ ใช้จดบันทึ

195
00:12:56.242 --> 00:13:00.242
ครับ แต่ไม่นิยมแล้วนะครับ ในปัจจุบัน

196
00:13:00.243 --> 00:13:04.243
อันสุดท้ายก็คือประเภทของ Computer Network

197
00:13:04.244 --> 00:13:08.244
นะครับ หลักการของ ComputerNetwork

198
00:13:08.245 --> 00:13:12.245
คือการประยุกต์ เอาคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลบ้าง

199
00:13:12.246 --> 00:13:16.246
Notebook บ้าง แล้วเอามาต่อเชื่อมกัน

200
00:13:16.248 --> 00:13:20.248
ติดต่อสื่อสารกันได้ ที่เขาเรียกว่า "อินเทอร์เน็ต"

201
00:13:20.250 --> 00:13:24.250
นะครับ เช่นเครื่องของ

202
00:13:24.251 --> 00:13:28.251
บาสอย่างนี้ ต่อไปหา

203
00:13:28.252 --> 00:13:32.252
เครื่องอุบล ก็คือเครื่องใคร เครื่องมัน

204
00:13:32.253 --> 00:13:36.253
เราเรียกประเภทนี้ว่าคอมพิวเตอร์เครือข่าย

205
00:13:36.254 --> 00:13:40.254
บาสมีมือถือนะครับ

206
00:13:40.255 --> 00:13:44.255
อุบลมี pc ตั้งโต๊ะอย่างนี้

207
00:13:44.256 --> 00:13:48.256
สามารถเชื่อมต่อ ส่งข้อมูลหากันได้ คุยกันได้

208
00:13:48.258 --> 00:13:52.258
นี่เขาเรียกประเภทคอมพิวเตอร์เครือข่าย ที่เขาต่อกัน

209
00:13:52.259 --> 00:13:56.259
นะครับ ซึ่งสมัยก่อนนี่เป็นเรื่องยุงยากมาก

210
00:13:56.260 --> 00:14:00.260
สมัยก่อน แต่ปัจจุบันง่ายมากขอแค่มี

211
00:14:00.261 --> 00:14:04.261
สัญญาณไวไฟ สัญญาณเน็ต ก็เชื่อมต่อได้เลย

212
00:14:04.262 --> 00:14:08.262
ในปัจจุบันที่เรา เห็นไหมครับ

213
00:14:08.263 --> 00:14:12.263
อย่างที่ผมเองผมไม่มี

214
00:14:12.264 --> 00:14:16.264
ความรู้ด้านภาษามือ แต่ทำไม

215
00:14:16.265 --> 00:14:20.265
ผมคุยกับบาสได้นะครับ

216
00:14:20.266 --> 00:14:24.266
ผมคุยกับบักกี้ได้ ผมคุยกับ

217
00:14:24.267 --> 00:14:28.267
ตี๋น้อยได้นะครับ มี

218
00:14:28.269 --> 00:14:32.269
8 คนนะ เพิ่งจะได้ 4-5 คน สักพัก

219
00:14:32.269 --> 00:14:36.269
นะครับ วันที่ 7 ครับ

220
00:14:36.270 --> 00:14:40.270
วันที่ 7 นะหมู่ 1 นะ ไม่ใช่หมู่ 1 หมู่ 2 นะ

221
00:14:40.271 --> 00:14:44.271
วันที่ 7 เดี๋ยวอาจารย์พ่อจะพาออกไปนอกพื้นที่

222
00:14:44.272 --> 00:14:48.272
นะครับ เราจะไป ไปขี่รถเล่นกัน

223
00:14:48.274 --> 00:14:52.274
นะครับ ไปแถวนครพนม

224
00:14:52.275 --> 00:14:56.275
ไปออกนอกพื้นที่ว่าง่าย ๆ เบื่อ

225
00:14:56.276 --> 00:15:00.276
ออกนอกพื้นที่นะครับ สัก 1 วัน เดี๋ยวอย่างไงข

226
00:15:00.277 --> 00:15:04.277
ไปว่า สัปดาห์แต่เดือนหน้านี่แทบจะไม่

227
00:15:04.278 --> 00:15:08.278
เจอกันนะพี่เก๋ วันหยุดเยอะนะ วันหยุดเยอะมาก

228
00:15:08.279 --> 00:15:12.279
แล้วก็ตรงกับวันที่เราเรียนด้วย

229
00:15:12.282 --> 00:15:16.282
มาดูต่อนะครับ หัวข้อต่อมานะคัรบ

230
00:15:16.283 --> 00:15:20.283
องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ก็คือ คอมพิวเตอร์จะมีองค์ประกอบสำคัญอยู่

231
00:15:20.284 --> 00:15:24.284
นะครับ ทั้งหมดอยู่ 5 ส่วนนะครับ

232
00:15:24.285 --> 00:15:28.285
Hard ware Soft ware Peopleware

233
00:15:28.286 --> 00:15:32.286
Pep'

234
00:15:32.286 --> 00:15:36.286
ก็คือกระบวนการ มาดูองค์ประกอบที่ 1

235
00:15:36.287 --> 00:15:40.287
นะครับ

236
00:15:40.288 --> 00:15:44.288
นี่คือองค์ประกอบของ Hard ware นะครับ ให้

237
00:15:44.288 --> 00:15:48.288
มองเครื่องข้างหน้านะครับเครื่องข้างหน้าเรา

238
00:15:48.289 --> 00:15:52.289
จะไปประกอบไปด้วยอะไรครับ อุปกรณ์ input ซ้ายมือ

239
00:15:52.290 --> 00:15:56.290
นะครับ

240
00:15:56.291 --> 00:16:00.291
ไม่ได้หยิบแว่นตามามองไม่เห็นเลย

241
00:16:00.292 --> 00:16:04.292
นะครับ ดูนะครับ

242
00:16:04.293 --> 00:16:08.293
ประกอบด้วยส่วนนี้ครับ หน่วยรับข้อมูล

243
00:16:08.294 --> 00:16:12.294
นะครับ หลัก ๆ  นะครับ รับข้อมูลเสร็จ ปุ๊บ

244
00:16:12.294 --> 00:16:16.294
นะครับ ประมวลผลแล้วก็แสดงผล

245
00:16:16.295 --> 00:16:20.295
นี่คือองค์ประกอบด้าน Hardware

246
00:16:20.295 --> 00:16:24.295
นะครับ แค่นี้ครับส่งข้อมูล

247
00:16:24.296 --> 00:16:28.296
ส่งเข้าไป ปุ๊บ ประมวลผล ประมวลผลเสร็จ

248
00:16:28.300 --> 00:16:32.300
แสดงผล นี่คือหลักง่าย ๆ นะครับ หลักการ

249
00:16:32.301 --> 00:16:36.301
ของ Hardware นะครับ

250
00:16:36.302 --> 00:16:40.302
ถ้าเกิดข้อมูลนั้น

251
00:16:40.303 --> 00:16:44.303
ยังไม่ิยากจะส่งออกไป หรืออยากเก็บไว้ จะเก็

252
00:16:44.304 --> 00:16:48.304
หน่วยความจำนะครับ ดู

253
00:16:48.306 --> 00:16:52.306
องค์ประกอบของ Hardware ต่อนะครับ

254
00:16:52.307 --> 00:16:56.307
คอมพิวเตอร์ก็ช้า

255
00:16:56.308 --> 00:17:00.308
นะ มันนานนะครับ ตั้งแต่ปี 2559

256
00:17:00.309 --> 00:17:04.309
ไม่ทันใจวัยรุ่นเลยนะครับ

257
00:17:04.310 --> 00:17:08.310
องค์ประกอบ Hardware อันที่ 1ก็คือหน่วยรับข้อมูล

258
00:17:08.310 --> 00:17:12.310
หน่วยรับข้อมูลคืออะไรครับ

259
00:17:12.312 --> 00:17:16.312
ก็คืออะไรก็ได้ ที่นำข้อมูลไปสู่คอมพิวเตอร์ได้

260
00:17:16.313 --> 00:17:20.313
เราเรียกว่าหน่วยรับข้อมูลหรือ Input Unit

261
00:17:20.314 --> 00:17:24.314
เช่นอะไรครับที่อยู่ใกล้ ๆ ตัวเรา เช่นอะไรครับ

262
00:17:24.315 --> 00:17:28.315
เช่น คีย์บอร์ดนะครับ

263
00:17:28.316 --> 00:17:32.316
นะครับ หรือแป้นพิมพ์ เมาส์ สแกนเอนร์

264
00:17:32.316 --> 00:17:36.316
เครื่องรูดบัตร Digitiser

265
00:17:36.317 --> 00:17:40.317
ปากกาแสงอย่างนี้นะครับ เรา

266
00:17:40.318 --> 00:17:44.318
ถือว่าเป็นหน่วยรับข้อมูล ไมค์โครโฟนอย่างนี้

267
00:17:44.319 --> 00:17:48.319
เอาเสียงเข้าไปในคอมพิวเตอร์นะครับ

268
00:17:48.320 --> 00:17:52.320
จอ Touch Screen อย่างนี้

269
00:17:52.321 --> 00:17:56.321

270
00:17:56.322 --> 00:18:00.322
อันที่ 2 ของฮาร์ดแวร์ก็คือ หน่วยประมวลผลกลาง

271
00:18:00.324 --> 00:18:04.324
นะครับ

272
00:18:04.325 --> 00:18:08.325
หรือเราเรียกว่า "Caentral Processing Unit"

273
00:18:08.326 --> 00:18:12.326
ว่าTranslator

274
00:18:12.327 --> 00:18:16.327
ก็คือ CPU พอเราคีย์ข้อมูลเข้าไป

275
00:18:16.328 --> 00:18:20.328
ผ่าน Input Unit ปุ๊บ ผ่าน

276
00:18:20.330 --> 00:18:24.330
หน่วยประมวลผลกลาง อย่างที่เราเรียกว่า CPU

277
00:18:24.331 --> 00:18:28.331
CPU หน้าตาอย่างไรนะครับ

278
00:18:28.334 --> 00:18:32.334
อันนี้เราเรียกว่า cpu ไหมอุบล ตั้งอยู่ข้างหน้า

279
00:18:32.335 --> 00:18:36.335
ใช่ไหม ใช่ไหมครับ

280
00:18:36.336 --> 00:18:40.336
มีตั้งอยู่ข้างหน้าเรานี่ไม่ใช่ CPU นะครับ

281
00:18:40.338 --> 00:18:44.338
CPU จะ

282
00:18:44.339 --> 00:18:48.339
อยู่ข้างในเครื่อง เล็ก ๆ เดี๋ยวเทอมหน้าจะพา

283
00:18:48.340 --> 00:18:52.340
เรียนต่อ เราจะเจออาจารย์อีก 2 วิชา

284
00:18:52.341 --> 00:18:56.341
วิชานี้แล้วก็วิชาหน้า เทอมหน้านะครับ

285
00:18:56.342 --> 00:19:00.342
ตัวของหน่วยประมวลผลกลางนะครับ ก็จะมีหน้า ท

286
00:19:00.343 --> 00:19:04.343
อยู่ 2 ตัว ก็คือ 1 นะครับ คือ

287
00:19:04.345 --> 00:19:08.345
ALU กับ CU นะครับ

288
00:19:08.346 --> 00:19:12.346
2 ตัวนี้นะครับ

289
00:19:12.347 --> 00:19:16.347
ALU คืออะไรครับ ALU คือ

290
00:19:16.349 --> 00:19:20.349
ทำ logical คำนวณทาง

291
00:19:20.351 --> 00:19:24.351
คณิตศาสตร์ ตรรกศาสตร์

292
00:19:24.351 --> 00:19:28.351
นะครับ เทอมนี้เราเรียนคณิตศาสตร์

293
00:19:28.352 --> 00:19:32.352
ใช่ไหมเรียนวันไหนคณิตศาสตร์

294
00:19:32.353 --> 00:19:36.353
อุบล วันไหนนะ

295
00:19:36.355 --> 00:19:40.355
วันอังคารใช่ไหม เรียนรวมกันเหมือนกันใช่ไหม

296
00:19:40.356 --> 00:19:44.356
นี่ ในคอมพิวเตอร์ก็จะมีหน่วยคำนวณนี้ ทำไมเราถึง

297
00:19:44.356 --> 00:19:48.356
เรียนคณิตศาสตร์สำหรับคอมพิวเตอร์ทำไม

298
00:19:48.358 --> 00:19:52.358
เราไม่เรียนคณิตศาสตร์ทั่วไป เพราะอะไรครับ

299
00:19:52.359 --> 00:19:56.359
เพราะคอมพิวเตอร์เวลามันคุยกัน  มันจะไม่คุย

300
00:19:56.361 --> 00:20:00.361
ภาษาเรานะ คอมพิวเตอร์คุยกันเป็นภาษาอะไรครับ

301
00:20:00.362 --> 00:20:04.362
รู้ไหมคอมพิวเตอร์คุยกันเป็นภาษาอะไร

302
00:20:04.363 --> 00:20:08.363
เช่นคอมพิวเตอร์เครื่องอุบล จะคุยกับคอมพิวเตอร์เครื่องมาร์คกี้

303
00:20:08.364 --> 00:20:12.364
จะคุยกับคอมพิวเตอร์เครื่อง

304
00:20:12.365 --> 00:20:16.365
อะไรล่ะ มิ่งนะ

305
00:20:16.366 --> 00:20:20.366
มันใช้ภาษาอะไรคุยกันรู้ไหม รู้ไหมมิ้ง

306
00:20:20.367 --> 00:20:24.367
เวลาอาจารย์จะคุยกับพี่ปุ๋ย

307
00:20:24.369 --> 00:20:28.369
ปุ๋ยกินข้าวแล้วบ่วันนี้ ไปไหนมา

308
00:20:28.371 --> 00:20:32.371
นี่ มีภาษาท้องถิ่นใช่ไหม ภาษาย้อเรา

309
00:20:32.372 --> 00:20:36.372
แต่เวลาคอมพิวเตอร์มันคุยกันมันใช้ภาษาอะไร

310
00:20:36.373 --> 00:20:40.373
รู้ไหม ลองเดาสิอุบล ลองเดาสิ ๆ ๆ

311
00:20:40.377 --> 00:20:44.377
ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น ภาษาอังกฤษ

312
00:20:44.378 --> 00:20:48.378
เราคิดว่าภาษาอะไร

313
00:20:48.379 --> 00:20:52.379
เหมือนผมโทรศัพท์

314
00:20:52.380 --> 00:20:56.380
หาอุบล อุบล

315
00:20:56.382 --> 00:21:00.382
กินข้างแลงกับอิหยัง อุบลก็ตอบ

316
00:21:00.382 --> 00:21:04.382
กินก้อยไปซิว รู้ไหมอุบลที่เราคุยกัน

317
00:21:04.382 --> 00:21:08.382
มันติดต่อมันใช้ภาษาอะไรแต่เราติดต่อภาษาเรา

318
00:21:08.383 --> 00:21:12.383
นะครับ คอมพิวเตอร์มันจะ

319
00:21:12.384 --> 00:21:16.384
คุยกันด้วยภาษาเลขฐานนะครับ

320
00:21:16.388 --> 00:21:20.388
เลขฐานอะไรเอ่ย

321
00:21:20.389 --> 00:21:24.389
เลขฐาน 2 ใช่ไหม

322
00:21:24.390 --> 00:21:28.390
ก็คือ 0 กับ 1

323
00:21:28.391 --> 00:21:32.391
เช่น ผมจะคุยกับมิ่ง

324
00:21:32.393 --> 00:21:36.393
0100011011 มิ่งก็ตอบคืนมา

325
00:21:36.394 --> 00:21:40.394
0011000 นี่ภาษาคอมพิวเตอร์มันคุยกัน

326
00:21:40.396 --> 00:21:44.396
นะครับ นี่คือเป็นภาษาเครื่อง เรา

327
00:21:44.397 --> 00:21:48.397
ค่อยเข้าไปรายละเเอียดลึก ๆ นะครับ ผมจะทำให้เราม

328
00:21:48.398 --> 00:21:52.398
นะครับ

329
00:21:52.401 --> 00:21:56.401
องค์ประกอบ Hardware ต่อมา

330
00:21:56.402 --> 00:22:00.402
ตัวของหน่วยเก็บข้อมูลนะครับ พอ

331
00:22:00.403 --> 00:22:04.403
เรา input ปุ๊บ เข้าไป

332
00:22:04.405 --> 00:22:08.405
ประมวลผลเสร็จนะครับ ถ้าไม่ออก

333
00:22:08.406 --> 00:22:12.406
แสดงผลก็ต้องมาเก็ยในหน่วยเก็บข้อมูลนะครับ ซึ่ง

334
00:22:12.407 --> 00:22:16.407
ข้อมูลจะมีอยู่ 2 ประเภทนะครับ

335
00:22:16.408 --> 00:22:20.408
ก็คือหน่วยกับข้อมูลหลัก

336
00:22:20.409 --> 00:22:24.409
นะครับ Primary Storage  นะครับ แล้วก็หน่วยเก็บข้อมูล

337
00:22:24.410 --> 00:22:28.410
สำรองนำครับ Scot

338
00:22:28.412 --> 00:22:32.412
มาดูประเภทที่ 1 นะครับ หน่วยเก็บข้อมูล

339
00:22:32.413 --> 00:22:36.413
หลัก Primary นะครับ 2 ตัวนี้

340
00:22:36.414 --> 00:22:40.414
ต่างกันอย่างไรครับ ก็มีอันหนึ่งนะครับ

341
00:22:40.417 --> 00:22:44.417
Ram กับ Rom

342
00:22:44.418 --> 00:22:48.418
ram ก็คือหน่วยความจำหลักอยู่ใน

343
00:22:48.419 --> 00:22:52.419
เครื่องคอมพิวเตอร์นะครับ ข้อแตกต่างของ Ram กับ

344
00:22:52.420 --> 00:22:56.420
เราจะไม่เจาะรายละเอียดลึก เพราะเราจะสอนในรายวิชาต่อไป

345
00:22:56.422 --> 00:23:00.422
Ram ก็คืออะไรครับ Random

346
00:23:00.423 --> 00:23:04.423
ramdom อันนี้ต้องอาศัยไฟเลี้ยง

347
00:23:04.424 --> 00:23:08.424
ก็คือคุณเปิดคอมพิวเตอร์ปุ๊บ คุณ

348
00:23:08.425 --> 00:23:12.425
ต่อปลั๊กปั๊บมันถึงจะทำงาน

349
00:23:12.426 --> 00:23:16.426
นะครับ ปิดไฟปุ๊บหายเลย

350
00:23:16.427 --> 00:23:20.427
นี้คือหน่วยความจำประเภท Ram

351
00:23:20.429 --> 00:23:24.429
ส่วนหน่วยความจำหลัก

352
00:23:24.430 --> 00:23:28.430
ประเภท ROM นะครับ Read Only Memory นะครับ

353
00:23:28.431 --> 00:23:32.431
Read Only นะครับ อ่านอย่างเดียว

354
00:23:32.432 --> 00:23:36.432
นะครับ ก็คือ

355
00:23:36.433 --> 00:23:40.433
อันนี้ไม่ต้องอาศัยไฟเลี้ยง

356
00:23:40.434 --> 00:23:44.434
ไม่เปิดอะไรพวกนี้ มันจะเก็บความจำไว้ในคอมพิวเตอร์เรา

357
00:23:44.435 --> 00:23:48.435
นะครับ ให้รู้แค่นี้ก่อนพอไม่ต้องไป

358
00:23:48.436 --> 00:23:52.436
ไม่ต้องไปรู้รายละเอียดเยอะเดี๋ยวปวดหัว มันจะค่อย ๆ

359
00:23:52.438 --> 00:23:56.438
ยากขึ้นนะครับ ส่วนหน่อชวยกับข้อมูลสำรอง

360
00:23:56.439 --> 00:24:00.439
ก็คือเนื่องจาก RAM นี่เราเปิดใช้อยู่

361
00:24:00.439 --> 00:24:04.439
ถ้าไฟดับหรือปิดเครื่องข้อมูลหาย

362
00:24:04.439 --> 00:24:08.439
ดังนั้น เราจะต้องไปเก็บในหน่วยเก็บข้อมูลสำรอง

363
00:24:08.440 --> 00:24:12.440
นะครับ เช่นอะไรครับ หน่วยกับข้อมูลสำรอง ปัจจุบัน

364
00:24:12.441 --> 00:24:16.441
เยอะที่สุดคืออะไรเอ่ย

365
00:24:16.442 --> 00:24:20.442
แผ่นดิสก์

366
00:24:20.443 --> 00:24:24.443
มีใครยังใช้แผ่น ดิกส์อยู่ไหม

367
00:24:24.444 --> 00:24:28.444
มีไหม CD rom แบบนี้

368
00:24:28.445 --> 00:24:32.445
ไม่ค่อยเห็นแล้วนะ ปัจจุบัน อย่างมากก็ Flash Drive ใช่ไหม

369
00:24:32.446 --> 00:24:36.446
หน่วยความจำหน่วยเก็บข้อมูลสำรอง

370
00:24:36.447 --> 00:24:40.447
ฮาร์ดดิกส์

371
00:24:40.447 --> 00:24:44.447
ปัจจุบันเป็นอย่างไรครับ เราเก็บไหม

372
00:24:44.448 --> 00:24:48.448
ไม่เก็บแล้วนะ เราโยนขึ้นไหน

373
00:24:48.449 --> 00:24:52.449
เราโยนขึ้น Cloud แล้ว Cloud

374
00:24:52.449 --> 00:24:56.449
เป็นหน่วยความจำประเภทไหนเอ่ย รู้ไหม

375
00:24:56.450 --> 00:25:00.450
โยนคำถามไว้นะ เดี๋ยวอาทิตยืหน้าจพถ

376
00:25:00.452 --> 00:25:04.452
จะถาม เราโยนขึ้น Cloud

377
00:25:04.454 --> 00:25:08.454
เราจะจัดให้อยู่ในหน่วยความจำแบบไหน

378
00:25:08.455 --> 00:25:12.455
นะครับ นะครับ

379
00:25:12.456 --> 00:25:16.456
เรียนกับผม ผมจะให้พวกเราคิดตาม

380
00:25:16.457 --> 00:25:20.457
ไม่ให้คิดเองนะ ให้คิดตาม คิดตามแล้วให้มี

381
00:25:20.458 --> 00:25:24.458
ปฏิสัมพันธ์กันนะครับ

382
00:25:24.459 --> 00:25:28.459
องค์ประกอบ

383
00:25:28.460 --> 00:25:32.460
อันสุดท้ายของ Hardware ก็คือ

384
00:25:32.463 --> 00:25:36.463
Input เข้าไปปุ๊บเข้าไป Process แล้วปุ๊บ

385
00:25:36.464 --> 00:25:40.464
เก็บเอ่ไว้ในคอมพิวเตอร์เราเราก็ต้องแสดงผล

386
00:25:40.465 --> 00:25:44.465
มันถึงจะครบกระบวนการ

387
00:25:44.466 --> 00:25:48.466
ด้าน Hardware นะครับ

388
00:25:48.467 --> 00:25:52.467
หน่วยแสดงผลก็เช่นอะไรครับ หน่วยแสดงผล

389
00:25:52.468 --> 00:25:56.468

390
00:25:56.469 --> 00:26:00.469
เช่น จอภาพ

391
00:26:00.470 --> 00:26:04.470
อะไรอีก ลำโพง

392
00:26:04.471 --> 00:26:08.471
โปรเจกเตอร์ใช่ไหม ฉากออกไป

393
00:26:08.473 --> 00:26:12.473
ลำโพงเราเสียงออกมาอะไรอีก

394
00:26:12.475 --> 00:26:16.475
potter รู้จักเครื่อง potter ไหม

395
00:26:16.476 --> 00:26:20.476
ที่เขาไปพรินต์ไวนิล ติดตามป้าย

396
00:26:20.477 --> 00:26:24.477
นึกออกไหม นั่นเขาใช้ Plotter ในการพรินต์

397
00:26:24.478 --> 00:26:28.478
เครื่องพิมพ์อะไรอีก

398
00:26:28.479 --> 00:26:32.479
ลองดูนะครับ ลองนึกตาม

399
00:26:32.480 --> 00:26:36.480
ทุกอย่างที่ผมพูด มันจะออกข้อสอบ ตอนกลางภาค

400
00:26:36.481 --> 00:26:40.481
นะครับ แบบฝึกหัดที่ให้ไปวันนี้ก็ทำแล้วก็ส่ง

401
00:26:40.483 --> 00:26:44.483
ส่งเสร็จเดี๋ยวผมจะส่งคืนให้นะครับ

402
00:26:44.484 --> 00:26:48.484
งานสัปดาห์ที่แล้ว ผมเห็นวางอยู่ที่โต๊ะ เดี๋ยวจะตรวจให้

403
00:26:48.485 --> 00:26:52.485
นะครับ แล้วก็ส่งคืนใหห้พวกเรา เอาไว้อ่านสอบนะครั

404
00:26:52.485 --> 00:26:56.485
เราจะสอบ 2 ครั้งนะครับ สอบกลางภาคแล้วก็ปลายภาค

405
00:26:56.487 --> 00:27:00.487
ในการสอบนั้นนะครับ ในการตัดเกรด

406
00:27:00.488 --> 00:27:04.488
ผมจะไม่ตัดอิงเกณฑ์นะครับ ผมจะตัด

407
00:27:04.489 --> 00:27:08.489
อิงกลุ่ม ทั้งห้อง 2 ห้องเรา

408
00:27:08.490 --> 00:27:12.490
ใครได้คะแนนสูงสุดได้ A

409
00:27:12.491 --> 00:27:16.491
เช่นคะแนนเต็มร้อยหัวหน้าห้อง

410
00:27:16.492 --> 00:27:20.492
ได้ 5 สมมตินะ หัวหน้าห้องได้ A เลย

411
00:27:20.493 --> 00:27:24.493
นี่คืออิงกลุ่มนะครับ

412
00:27:24.494 --> 00:27:28.494
หลายคนถามว่าทำไม

413
00:27:28.495 --> 00:27:32.495
อาจารย์ไม่อิงเกรณฑ์

414
00:27:32.497 --> 00:27:36.497
เข้าปีที่ 25 จะเข้าปีที่ 26

415
00:27:36.498 --> 00:27:40.498
นะครับ เคยตัดอิงเกณฑ์แล้ว 2-3 รุ่น

416
00:27:40.498 --> 00:27:44.498
ไม่ไหวครับ นักศึกษาเราตกเยอะ

417
00:27:44.500 --> 00:27:48.500
เช่นคะแนนสอบกลางภาค 2 คะแนน

418
00:27:48.501 --> 00:27:52.501
สูงสุด 2 คะแนนอะไรประมาณนี้ ไม่เชื่อถามพี่พลอย

419
00:27:52.502 --> 00:27:56.502
ดูได้นะครับ ถ้าอิงเกณฑ์

420
00:27:56.503 --> 00:28:00.503
คำแนนเต็ม 30 บางคนได้ 5 บางคนได้ 0 นะตอบไม่ได้เลย

421
00:28:00.504 --> 00:28:04.504
นะครับ ผมเลยเปลี่ยนเป็นอิงกลุ่มนะค

422
00:28:04.507 --> 00:28:08.507
มาดูต่อนะครับ

423
00:28:08.509 --> 00:28:12.509
องค์ประกอที่ 2 นะครับ ก็คือ So

424
00:28:12.510 --> 00:28:16.510
องค์ประกอบแรก Heard

425
00:28:16.511 --> 00:28:20.511

426
00:28:20.512 --> 00:28:24.512
ซอฟต์แวร์ ก็จะแบ่งเป็นประเภทย่อยอีกนะครับ

427
00:28:24.513 --> 00:28:28.513
3 ประเภทนะครับ

428
00:28:28.515 --> 00:28:32.515
แสดงว่าพี่เก๋นี่ล่ามคนเดียวทั้งชั่วโมงใช่ไหมครับ

429
00:28:32.516 --> 00:28:36.516
เก่งนะนี่

430
00:28:36.517 --> 00:28:40.517
แต่ก่อนเขาจะพักครึ่งกัน เก่งนะ

431
00:28:40.518 --> 00:28:44.518
ใช่ไหมปุ๋ย เวลาล่ามเขาจะ

432
00:28:44.519 --> 00:28:48.519
พูดภาษาเราก็นำผู้เขียนเลยนะ

433
00:28:48.520 --> 00:28:52.520
ฟังออกไหมพี่เก๋

434
00:28:52.521 --> 00:28:56.521
ฟังออกไหมเมื่อกี้ ไม่น่าฟังออกนะ

435
00:28:56.522 --> 00:29:00.522
ดู Software นะครับ ดู Software

436
00:29:00.524 --> 00:29:04.524
ก็ผมจะพยายามไม่ไปไวนะครับ

437
00:29:04.526 --> 00:29:08.526
เพื่อพี่เก๋ด้วยนะครับ ปกติผมเป็นคนสอนเร็วนะครับ

438
00:29:08.527 --> 00:29:12.527
พูดไวนะครับ ตั้งแต่เปิดสอน นักศึกษากลุ่มพิเศษ

439
00:29:12.528 --> 00:29:16.528
ตั้งแต่ปี 2558 ต้องเปลี่ยนสไตล์สอนนะครับ

440
00:29:16.529 --> 00:29:20.529
ต้องพูดช้าลงนะครับ พูดช้าลง

441
00:29:20.530 --> 00:29:24.530
คิดช้าลงไม่อย่างนั้นลูก ๆ เราไปไม่ทัน

442
00:29:24.532 --> 00:29:28.532
นะครับ ดูซอฟต์แวร์คืออะไรนะครับ ซอฟต์แวร์

443
00:29:28.533 --> 00:29:32.533
ก็คือโปรแกรม หรือชุดคำสั่ง

444
00:29:32.535 --> 00:29:36.535
ที่สั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงาน รู้แค่นี้พอนะครับ

445
00:29:36.536 --> 00:29:40.536
ซึ่งแบ่งออกเป็นหลายกลุ่มนะครับ

446
00:29:40.537 --> 00:29:44.537
เช่น ซอฟต์แวร์ระบบ ซอฟต์แวร์ประยุกต์

447
00:29:44.538 --> 00:29:48.538
ยังแบ่งไปอีก 5-6 ประเภทนะครับ

448
00:29:48.539 --> 00:29:52.539
เราเอาแค่ตัวนี้พอนะครับ เอาแค่พื้นฐานพอ

449
00:29:52.540 --> 00:29:56.540
นะครับ พอวิชาต่อไปนะครับเราจะพาเจาะลึกลงไป

450
00:29:56.541 --> 00:30:00.541
นะครับ

451
00:30:00.542 --> 00:30:04.542
การเรียนวิชาคอมพิวเตอร์นั้นนะครับ

452
00:30:04.543 --> 00:30:08.543
ก็คือเราจะพยายามค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไปนะครับ เพราะว่า

453
00:30:08.544 --> 00:30:12.544
ถ้าไปหนักมากมาปี 1 เดี๋ยวช็อค

454
00:30:12.545 --> 00:30:16.545
นะครับ เขาเลยจัดรายวิชาที่ Soft ๆ ให้เราก่อนนะครับ

455
00:30:16.546 --> 00:30:20.546
ให้เราก่อนนะครับ มาดูSoftware ประเภทที่ 1 นะครับ

456
00:30:20.547 --> 00:30:24.547
ซอฟต์แวร์ระบบ System

457
00:30:24.549 --> 00:30:28.549
นะครับชื่อก็บอกนะครับ System

458
00:30:28.550 --> 00:30:32.550
ก็คือระบบ เป็น Software ที่ควบคุมระบบ

459
00:30:32.551 --> 00:30:36.551
ทั้งหมดนะครับ ซึ่ง Software ประเภทนี้ เป็น Software

460
00:30:36.554 --> 00:30:40.554
ที่สำคัญนะครับ ถ้าไม่มีซอฟต์แวร์ประเภทนี้

461
00:30:40.555 --> 00:30:44.555
คอมพิวเตอร์ทำงานไม่ได้

462
00:30:44.556 --> 00:30:48.556
นะครับ ก็คือประเภท system software หรือ ซอฟ

463
00:30:48.557 --> 00:30:52.557
นะครับ

464
00:30:52.558 --> 00:30:56.558
ซอฟต์แวร์ระบบก็ยังมีแยกย่อยไปอีกนะครับ อันนี้

465
00:30:56.559 --> 00:31:00.559
ยกตัวอย่างให้ดู เช่นอันดับที่

466
00:31:00.561 --> 00:31:04.561
1 software ระบบ

467
00:31:04.563 --> 00:31:08.563
ปฏิบัติการ หรือ Operating System หรือเราเรียกย่อ ๆ ว่า

468
00:31:08.564 --> 00:31:12.564
OS นะครับ ก็คือรายวิชาหลักที่เราเรียนกัน

469
00:31:12.565 --> 00:31:16.565
วันนี่แหละคือ OS

470
00:31:16.566 --> 00:31:20.566
software นี้นะครับ เปรียบเหมือน

471
00:31:20.567 --> 00:31:24.567
ตัวของระบบในคอมพิวเตอร์ทั้งหมด เพื่อให้ติดต่อไ

472
00:31:24.568 --> 00:31:28.568

473
00:31:28.569 --> 00:31:32.569

474
00:31:32.570 --> 00:31:36.570
เป็นอย่างไรครับ ทำงานได้ไหมอุบล

475
00:31:36.573 --> 00:31:40.573
ทำงานไม่ได้ครับ ต้องมี Software ระบบ

476
00:31:40.574 --> 00:31:44.574
หรือ OS นะครับ หรือระบบปฏิบัติการ เดี๋ยวเราจะค่อย ๆ พูด

477
00:31:44.576 --> 00:31:48.576
บอทที่ 2 3 4 5 เราจะพูดถึง

478
00:31:48.577 --> 00:31:52.577
ตัวนี้ ตัวเดียวเลยนะครับ

479
00:31:52.578 --> 00:31:56.578
Software ระบบนะครับ

480
00:31:56.579 --> 00:32:00.579
อันต่อมา ก็คือตัวของ

481
00:32:00.580 --> 00:32:04.580
Translator Progarm นะครับ

482
00:32:04.581 --> 00:32:08.581
หรือโปรแกรม

483
00:32:08.582 --> 00:32:12.582
แปลภาษา

484
00:32:12.583 --> 00:32:16.583
โปรแกรมแปลภาษา ก็คือแปลภาษา

485
00:32:16.584 --> 00:32:20.584
จากระดับสูงเป็นภาษา

486
00:32:20.585 --> 00:32:24.585
เครื่องนะครับ ซึ่งใน

487
00:32:24.586 --> 00:32:28.586
ในการแปลภาษานั้นนะครับ ในทางคอมพิวเตอร์เรา แปล

488
00:32:28.586 --> 00:32:32.586
2 แบบ ก็คือแปลแบบทีเดียวเลย

489
00:32:32.587 --> 00:32:36.587
เราเรียกว่าการ Compiler กับ

490
00:32:36.588 --> 00:32:40.588
อีกแบบหนึ่ง แปลทีละบรรทัด ๆ ๆ

491
00:32:40.589 --> 00:32:44.589
เรียกว่า interp

492
00:32:44.590 --> 00:32:48.590
หลักการของการเขียนโปรแกรมก็เปลี่ยนไปเยอะ

493
00:32:48.590 --> 00:32:52.590
นะครับ หลักการในการใช้ตัวแปลภาษา Translator

494
00:32:52.590 --> 00:32:56.590
แทบจะไม่มีแล้วนะครับ เป็นตัวของ compliler

495
00:32:56.592 --> 00:33:00.592
นะครับ เพราะเทอมนี้เราเรียนการเขียนโปรแกรม

496
00:33:00.594 --> 00:33:04.594
ใช่ไหมอุบล การเขียนโปรแกรมนะ เรียนกับอาจารย์แม่ใช่ไหม

497
00:33:04.595 --> 00:33:08.595
นี่พอเราจะแปลให้คอมพิวเตอร์มันรู้นะครับ เราต้่อ

498
00:33:08.597 --> 00:33:12.597
โปรแกรมนี่ล่ะครับ โปรแกรมแปลภาษา

499
00:33:12.597 --> 00:33:16.597
นะครับ เหมือนห้อง 1 เรียนกับอาจารย์ใช่ไหม

500
00:33:16.598 --> 00:33:20.598
ใช่ไหม การเขียนโปรแกรมใช่ไหม นั่นล่ะ

501
00:33:20.597 --> 00:33:24.597
พอเราเขียนเราใช้อะไร Phyton

502
00:33:24.598 --> 00:33:28.598
หรือยัง ห้อง 1

503
00:33:28.599 --> 00:33:32.599
ห้อง 1 Python แบบนี้ Python เป็น

504
00:33:32.600 --> 00:33:36.600
ภาษาระดับสูง แต่พอให้คอมพิวเตอร์รู้จัก มันไม่รู้จักนะ

505
00:33:36.601 --> 00:33:40.601
มันต้องแปลให้เป็นภาษาที่มันรู้จักนั่นก็คือ

506
00:33:40.602 --> 00:33:44.602
นะครับ แปลภาษาก็ต้องใช้โปรแกรม

507
00:33:44.605 --> 00:33:48.605
ระบบเข้าไปแปลช่วย ซึ่งมี 2 แบบนะครับ

508
00:33:48.606 --> 00:33:52.606
Compiler กับ Interpiter

509
00:33:52.607 --> 00:33:56.607

510
00:33:56.608 --> 00:34:00.608
พักหายใจให้พี่เก๋

511
00:34:00.609 --> 00:34:04.609
ดูSoftware ระบบตัวต่อมานะครับ

512
00:34:04.610 --> 00:34:08.610
โปรแกรมอรรถประโยชน์นะครับ

513
00:34:08.611 --> 00:34:12.611
หรือUtility Program

514
00:34:12.613 --> 00:34:16.613
เขาใช้คำว่า " Software Tools "

515
00:34:16.614 --> 00:34:20.614
โปรแกรมที่อำนวยความสะดวก

516
00:34:20.615 --> 00:34:24.615
ให้กับคอมพิวเตอร์เรานะครับ ปัจจุบันเขาใช้คำว่า "โปรแกรมอรรถประโยชน์"

517
00:34:24.616 --> 00:34:28.616
หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า "Utility

518
00:34:28.617 --> 00:34:32.617
โปรแกรม โปรแกรม

519
00:34:32.618 --> 00:34:36.618
ประเภทนี้ทำหน้าทมี่อะไรครับ ทำหน้าที่ช่วยให้ผู้ใช้

520
00:34:36.620 --> 00:34:40.620
ในการติดต่อคอมพิวเตอร์ง่ายขึ้น ช่วยให้ผู้ใช้

521
00:34:40.621 --> 00:34:44.621
สามารถที่จะเขาเรียกว่าสิ่งอำนวยความสะดวกให้ผู้

522
00:34:44.623 --> 00:34:48.623
นะครับ เช่น

523
00:34:48.624 --> 00:34:52.624
เช่น Software Tools ต่อาง ๆ

524
00:34:52.625 --> 00:34:56.625
พวก Scan Virus โปรแกรมช่วยจัดเรียงข้อมูล

525
00:34:56.626 --> 00:35:00.626
โปรแกรมช่วย เขาเรียกอะไรน่ะ โปรแกรมช่วย

526
00:35:00.629 --> 00:35:04.629
แปลงเสียงอะไรพวกนี้นะครับ

527
00:35:04.630 --> 00:35:08.630
หรือโปรแกรมช่วยเช็กเครื่องนะครับ เดี๋

528
00:35:08.631 --> 00:35:12.631
ให้รู้ประมาณนี้ก่อนนะครับ

529
00:35:12.632 --> 00:35:16.632
Software ประเภทที่ 2 นะครับ

530
00:35:16.632 --> 00:35:20.632
Softw สำเร็จรูป

531
00:35:20.633 --> 00:35:24.633
Packet Software

532
00:35:24.634 --> 00:35:28.634
ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปนะครับ หรือ

533
00:35:28.635 --> 00:35:32.635
ประยุกต์นะครับก็คือทำขึ้นมาเฉพาะด้าน

534
00:35:32.638 --> 00:35:36.638
นะครับ เช่นงานคงคลัง งาน

535
00:35:36.638 --> 00:35:40.638
บัญชี งานสต็อกอะไรพวกนี้นะครับ

536
00:35:40.640 --> 00:35:44.640
อีกประเภทหนึ่งก็คือซอฟต์แวร์

537
00:35:44.641 --> 00:35:48.641
ประยุกต์นะครับ Applicatipn

538
00:35:48.642 --> 00:35:52.642
จริง ๆ packet software

539
00:35:52.643 --> 00:35:56.643
กับ Application  Software ก็

540
00:35:56.644 --> 00:36:00.644
ไม่ค่อยมีความแตกต่างกันมากนะครับ

541
00:36:00.645 --> 00:36:04.645
นี่ก็จะเป็นเห็นไหม package Software

542
00:36:04.646 --> 00:36:08.646
เช่นอะไรครับ พวกโปรแกรม

543
00:36:08.647 --> 00:36:12.647
Word, Excel, Power Poin อะไรพวกนี้นึกออกไหมครับ

544
00:36:12.648 --> 00:36:16.648
ซึ่งเราใช้อยู่นะครับ

545
00:36:16.649 --> 00:36:20.649
คราวนี้องค์ประกอบของคอมพิว

546
00:36:20.650 --> 00:36:24.650
คนนะครับ คนบุคลากร

547
00:36:24.651 --> 00:36:28.651
ด้านคนนะครับ ก็คือ

548
00:36:28.652 --> 00:36:32.652
Peopleware นะครับ ก็จะประกอบด้วย

549
00:36:32.653 --> 00:36:36.653
อยู่ 5 5 ส่วน 6 ส่วนนะครับ

550
00:36:36.654 --> 00:36:40.654
ก็คือ 1 ผู้ออกแบบระบบ 2

551
00:36:40.655 --> 00:36:44.655
โปรแกรมเมอร์ 3 ผู้บริหารฐานข้อมูล

552
00:36:44.658 --> 00:36:48.658
4. ผู้ปฏิบัติการ 5. ผู้ใช้ นะครับ

553
00:36:48.660 --> 00:36:52.660
กับคอมพิวเตอร์เป็นบุคลากร

554
00:36:52.661 --> 00:36:56.661
ดูส่วนที่ 1 นะครับ

555
00:36:56.662 --> 00:37:00.662
SAD นะครับ System Analysis and Design

556
00:37:00.663 --> 00:37:04.663

557
00:37:04.664 --> 00:37:08.664
เป็นนักวิเคราะห์ระบบนักออกแบบระบบ

558
00:37:08.665 --> 00:37:12.665
1 ในวัตถุประสงค์ของเอก

559
00:37:12.666 --> 00:37:16.666
วัตถุประสงค์ของเอกคอมพิวเตอร์เรานะครับ

560
00:37:16.667 --> 00:37:20.667
นะครับ ก็คือเป็นนักออกแบบ

561
00:37:20.668 --> 00:37:24.668
ระบบสินค้าคงคลัง

562
00:37:24.669 --> 00:37:28.669
เราต้องไปวิเคราะห์ไปออกแบบว่ามีอะไรบ้าง

563
00:37:28.672 --> 00:37:32.672
นะครับ ที่ 2 คือ

564
00:37:32.672 --> 00:37:36.672
โปรแกรมเมอร์นะครับ โปรแกรมเมอร์ก็คือผู้ที่เขียนโปรแกรม

565
00:37:36.673 --> 00:37:40.673
เราเรียกว่า Progarmer

566
00:37:40.675 --> 00:37:44.675
ก็มีความคาดหวังว่า เราจบเอกเรานะ

567
00:37:44.676 --> 00:37:48.676
เราก็เป็นทั้งนักวิเคราะห์ออกแบบระบบ และเป็รโปรแกร

568
00:37:48.678 --> 00:37:52.678
ก็คือเป็นคนที่เขียนโปรแกรมขึ้นมาให้ใช้งานได้นะครับ

569
00:37:52.679 --> 00:37:56.679

570
00:37:56.680 --> 00:38:00.680
ต่อมาก็คือผู้บริหารฐานข้อมูล

571
00:38:00.681 --> 00:38:04.681
นะครับ

572
00:38:04.682 --> 00:38:08.682
DBA นะครับ Database Adminstrator

573
00:38:08.683 --> 00:38:12.683
Databate

574
00:38:12.684 --> 00:38:16.684
เป็นผู้ที่ดูแลระบบในองค์กรพวก

575
00:38:16.685 --> 00:38:20.685
ระบบฐานข้อมูลนะครับ

576
00:38:20.686 --> 00:38:24.686
5. ก็คือผู้ปฏิบัติการนะครับ

577
00:38:24.687 --> 00:38:28.687
ผู้ปฏิบัติการนะครับ ผู

578
00:38:28.697 --> 00:38:32.697
6 user ผู้ใช้นะครับ

579
00:38:32.700 --> 00:38:36.700
อันนี้ไม่พูดเยอะนะครับ ผู้ใช้คือ

580
00:38:36.701 --> 00:38:40.701
ตอนนี้เรายังเป็นผู้ใช้อยู่นะครับ เรียนปี 1 เทอม 1 ผู้ใช้งานทั่ว

581
00:38:40.702 --> 00:38:44.702
เรียกว่า User นะครับ สุดท้ายผู้

582
00:38:44.704 --> 00:38:48.704
นะครับ หลายคนถามผู้บริหารมา

583
00:38:48.705 --> 00:38:52.705
เกี่ยวข้องกับองค์ประกอบคอมพิวเตอร์

584
00:38:52.707 --> 00:38:56.707

585
00:38:56.708 --> 00:39:00.708
นี้นะครับถ้าจะให้เทคโนโลยีหรือไอที

586
00:39:00.709 --> 00:39:04.709
ที่คอมพิวเตอร์มีบทบาทในองค์กรนั้น

587
00:39:04.710 --> 00:39:08.710
ที่สำคัญที่สุดก็คือผู้บริหาร ถ้าผู้บ

588
00:39:08.711 --> 00:39:12.711
ไม่มีความคิด หรือไม่มีทัศนคติหรือไม่มี

589
00:39:12.712 --> 00:39:16.712
ไม่มีวิสศัยทรร

590
00:39:16.713 --> 00:39:20.713
หรือไม่ตามเทคโนโลยี ทำให้องค์กรนั้น

591
00:39:20.714 --> 00:39:24.714
ล้าสมัย ล้าหลังนะครับ ใช่ไหม

592
00:39:24.716 --> 00:39:28.716
ถ้าเราย้อนกลับไปตอนเรียนมัธยม

593
00:39:28.717 --> 00:39:32.717
โรงเรียนมัธยมทำอะไรครับแข่งกัน

594
00:39:32.718 --> 00:39:36.718
อุบล ผอ. ทำอะไรแข่งกัน

595
00:39:36.719 --> 00:39:40.719
โรงเรียนอุดม ฯ สร้างโดมแข่งกัน

596
00:39:40.720 --> 00:39:44.720
แม่นบ่ ใช่ไหม สกลล่า

597
00:39:44.721 --> 00:39:48.721
โดมขาวแดง

598
00:39:48.722 --> 00:39:52.722
พระนาราย ก็โดนมาแล้ว ก็คือสร้างโดมแข่งกัน

599
00:39:52.723 --> 00:39:56.723
แปต่ถ้าเมื่อไหร่ ผ.อ. แข่งกัน

600
00:39:56.725 --> 00:40:00.725
IT แข่งกัน เรียนรู้ผ่านระบบ

601
00:40:00.726 --> 00:40:04.726
เคลือข่าย

602
00:40:04.727 --> 00:40:08.727
ก็จะเป็นอีกแบบหนึ่งนะครับ เขาก็จะบอกว่าผู้บริหารมี

603
00:40:08.728 --> 00:40:12.728
ส่วนสำคัญมากนะครับ ในส่วนการใช้งานคอมพิวเตอร์

604
00:40:12.729 --> 00:40:16.729
นะครับ

605
00:40:16.730 --> 00:40:20.730
ส่วนที่ 4 นะครับ เดี๋ยว

606
00:40:20.731 --> 00:40:24.731
ผมขอข้ามเลยนะครับ

607
00:40:24.732 --> 00:40:28.732
83 สไลด์นะครับ เดี๋ยว...

608
00:40:28.733 --> 00:40:32.733

609
00:40:32.734 --> 00:40:36.734

610
00:40:36.735 --> 00:40:40.735

611
00:40:40.736 --> 00:40:44.736
อาจจะมาตรงนี้เลยนะครับ

612
00:40:44.738 --> 00:40:48.738
ตรงระบบปฏิบัติการนะครับ

613
00:40:48.739 --> 00:40:52.739
ก็เดี๋ยวขอขอเบรค

614
00:40:52.740 --> 00:40:56.740
break สัก 10 นาทีนะครับ

615
00:40:56.741 --> 00:41:00.741
เราได้หายใจนะครับ แล้วก็ให้พี่เก๋ได้พัก

616
00:41:00.742 --> 00:41:04.742
สักช่วงหนึ่งนะครับ สัก 10 นาทีนะครับ

617
00:41:04.742 --> 00:41:08.742
บ่าย 2 โมงนะครับ

618
00:41:08.743 --> 00:41:12.743
25 15 ก็พอมั้ง

619
00:41:12.746 --> 00:41:16.746
10 นาทีนะครับ พักก่อนนะครับ

620
00:41:16.747 --> 00:41:20.747

621
00:41:20.748 --> 00:41:24.748

622
00:41:24.750 --> 00:41:28.750

623
00:41:28.751 --> 00:41:32.751

624
00:41:32.753 --> 00:41:36.753

625
00:41:36.755 --> 00:41:40.755

626
00:41:40.757 --> 00:41:44.757

627
00:41:44.759 --> 00:41:48.759

628
00:41:48.761 --> 00:41:52.761

629
00:41:52.765 --> 00:41:56.765

630
00:41:56.767 --> 00:42:00.767

631
00:42:00.769 --> 00:42:04.769

632
00:42:04.774 --> 00:42:08.774

633
00:42:08.778 --> 00:42:12.778

634
00:42:12.783 --> 00:42:16.783

635
00:42:16.789 --> 00:42:20.789

636
00:42:20.791 --> 00:42:24.791

637
00:42:24.793 --> 00:42:28.793

638
00:42:28.794 --> 00:42:32.794

639
00:42:32.796 --> 00:42:36.796

640
00:42:36.799 --> 00:42:40.799

641
00:42:40.801 --> 00:42:44.801

642
00:42:44.803 --> 00:42:48.803

643
00:42:48.804 --> 00:42:52.804

644
00:42:52.806 --> 00:42:56.806

645
00:42:56.808 --> 00:43:00.808

646
00:43:00.810 --> 00:43:04.810

647
00:43:04.812 --> 00:43:08.812

648
00:43:08.814 --> 00:43:12.814

649
00:43:12.816 --> 00:43:16.816

650
00:43:16.818 --> 00:43:20.818

651
00:43:20.820 --> 00:43:24.820

652
00:43:24.822 --> 00:43:28.822

653
00:43:28.824 --> 00:43:32.824

654
00:43:32.825 --> 00:43:36.825

655
00:43:36.829 --> 00:43:40.829

656
00:43:40.831 --> 00:43:44.831

657
00:43:44.833 --> 00:43:48.833

658
00:43:48.834 --> 00:43:52.834

659
00:43:52.836 --> 00:43:56.836

660
00:43:56.838 --> 00:44:00.838

661
00:44:00.840 --> 00:44:04.840

662
00:44:04.843 --> 00:44:08.843

663
00:44:08.844 --> 00:44:12.844

664
00:44:12.846 --> 00:44:16.846

665
00:44:16.848 --> 00:44:20.848

666
00:44:20.849 --> 00:44:24.849

667
00:44:24.850 --> 00:44:28.850

668
00:44:28.851 --> 00:44:32.851

669
00:44:32.853 --> 00:44:36.853

670
00:44:36.855 --> 00:44:40.855
c

671
00:44:40.856 --> 00:44:44.856

672
00:44:44.858 --> 00:44:48.858

673
00:44:48.859 --> 00:44:52.859

674
00:44:52.861 --> 00:44:56.861
c

675
00:44:56.863 --> 00:45:00.863

676
00:45:00.864 --> 00:45:04.864

677
00:45:04.868 --> 00:45:08.868

678
00:45:08.870 --> 00:45:12.870

679
00:45:12.872 --> 00:45:16.872

680
00:45:16.874 --> 00:45:20.874

681
00:45:20.876 --> 00:45:24.876

682
00:45:24.878 --> 00:45:28.878

683
00:45:28.879 --> 00:45:32.879

684
00:45:32.881 --> 00:45:36.881

685
00:45:36.882 --> 00:45:40.882

686
00:45:40.884 --> 00:45:44.884

687
00:45:44.886 --> 00:45:48.886

688
00:45:48.887 --> 00:45:52.887

689
00:45:52.889 --> 00:45:56.889

690
00:45:56.890 --> 00:46:00.890

691
00:46:00.892 --> 00:46:04.892

692
00:46:04.894 --> 00:46:08.894

693
00:46:08.895 --> 00:46:12.895

694
00:46:12.897 --> 00:46:16.897

695
00:46:16.899 --> 00:46:20.899

696
00:46:20.901 --> 00:46:24.901

697
00:46:24.903 --> 00:46:28.903

698
00:46:28.904 --> 00:46:32.904

699
00:46:32.906 --> 00:46:36.906

700
00:46:36.908 --> 00:46:40.908

701
00:46:40.910 --> 00:46:44.910

702
00:46:44.912 --> 00:46:48.912

703
00:46:48.914 --> 00:46:52.914

704
00:46:52.916 --> 00:46:56.916

705
00:46:56.918 --> 00:47:00.918

706
00:47:00.920 --> 00:47:04.920

707
00:47:04.922 --> 00:47:08.922

708
00:47:08.924 --> 00:47:12.924

709
00:47:12.926 --> 00:47:16.926

710
00:47:16.928 --> 00:47:20.928

711
00:47:20.930 --> 00:47:24.930

712
00:47:24.932 --> 00:47:28.932

713
00:47:28.934 --> 00:47:32.934

714
00:47:32.935 --> 00:47:36.935

715
00:47:36.937 --> 00:47:40.937

716
00:47:40.939 --> 00:47:44.939

717
00:47:44.942 --> 00:47:48.942

718
00:47:48.944 --> 00:47:52.944

719
00:47:52.946 --> 00:47:56.946

720
00:47:56.948 --> 00:48:00.948

721
00:48:00.950 --> 00:48:04.950

722
00:48:04.952 --> 00:48:08.952

723
00:48:08.953 --> 00:48:12.953

724
00:48:12.955 --> 00:48:16.955

725
00:48:16.956 --> 00:48:20.956

726
00:48:20.958 --> 00:48:24.958

727
00:48:24.960 --> 00:48:28.960

728
00:48:28.961 --> 00:48:32.961

729
00:48:32.963 --> 00:48:36.963

730
00:48:36.964 --> 00:48:40.964

731
00:48:40.965 --> 00:48:44.965

732
00:48:44.967 --> 00:48:48.967
(อาจารย์พิเชนทร์) ดูต่อเลยนะครับ

733
00:48:48.969 --> 00:48:52.969

734
00:48:52.970 --> 00:48:56.970
หัวข้อต่อมานะครับ เราจะพูดถึงเรื่องของ

735
00:48:56.971 --> 00:49:00.971
OS นะครับ หรือระบบปฏิบัติการ

736
00:49:00.972 --> 00:49:04.972
ระบบปฏิบัติการที่เราใช้ ณ ปัจจุบันนี้

737
00:49:04.973 --> 00:49:08.973
มันคืออะไรนะครับ ม

738
00:49:08.974 --> 00:49:12.974
ในสมัยก่อนนะครับ

739
00:49:12.976 --> 00:49:16.976
ในสมัยโบราณเรานั้นนะครับ การ

740
00:49:16.977 --> 00:49:20.977
ใช้งานเครื่องประดิษฐ์หรือเครื่องคำรว

741
00:49:20.978 --> 00:49:24.978
สมัยม.6 นะครับเราคงได้เรียนวิชาคอมพิวเตอร์พื้นฐาน

742
00:49:24.979 --> 00:49:28.979
เราคงนึกภาพออกนะครับว่า สมัยก่อน

743
00:49:28.980 --> 00:49:32.980
ใครที่ผลิตเครื่องอะไรขึ้นมา

744
00:49:32.981 --> 00:49:36.981
ผลิตเครื่อ

745
00:49:36.983 --> 00:49:40.983
ไม่าได้เลยนะครับ นอกจากผู้ผลิตผู้คิดค้น

746
00:49:40.985 --> 00:49:44.985
นะครับ คอมพิวเตอร์ก็เช่นเดียวกัน

747
00:49:44.986 --> 00:49:48.986
นะครับ สมัยเริ่มแรกเลย ก็คือ

748
00:49:48.988 --> 00:49:52.988
ใครสร้างขึ้นมา ก็คือใช้อยู่คนเดียว

749
00:49:52.990 --> 00:49:56.990
นะครับ ไม่มีความรู้คอมพิวเตอร์ใช้คอมพิวเตอร

750
00:49:56.991 --> 00:50:00.991
ในสมัยยุคแรก ๆ นะครับ

751
00:50:00.993 --> 00:50:04.993
คราวนี้มาดูในหัวข้อของ

752
00:50:04.996 --> 00:50:08.996
หน่วยควบคุมอุปกรณ์นะครับ หรือว่า Chan

753
00:50:08.996 --> 00:50:12.996
เขาบอกว่า

754
00:50:12.997 --> 00:50:16.997
หน่วยประมวลผลในเครื่องคอมพิวเตอร์นะครับ

755
00:50:16.998 --> 00:50:20.998
นะครับ ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของระบบนะครับ

756
00:50:21.001 --> 00:50:25.001
ซึ่งในระบบคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ก็มีพวก

757
00:50:25.002 --> 00:50:29.002
Super Comper

758
00:50:29.003 --> 00:50:33.003
เวลาที่มันทำงานนะครับ เขาบอกว่า

759
00:50:33.007 --> 00:50:37.007
มันจะไม่ใช้ตัวของหน่วยประมวลผลหลัก

760
00:50:37.010 --> 00:50:41.010
ทำงานในส่วนที่มีส่วนสำคัญน้อย

761
00:50:41.011 --> 00:50:45.011
นะครับ ยึกง่าย ๆ เช่น

762
00:50:45.012 --> 00:50:49.012
สมมติว่าห้องเรานี่เป็น Super Computer

763
00:50:49.013 --> 00:50:53.013
มี CPU อยู่ทั้งหมด

764
00:50:53.015 --> 00:50:57.015
หรือมีหน่วนประมวลผลทั้งหมดอยู่ 3-4

765
00:50:57.015 --> 00:51:01.015
หน่วยใหญ่แต่พอเราจะให้ไปทำงาน

766
00:51:01.015 --> 00:51:05.015
ที่เล็กลง เราจะไม่ใช้ 30

767
00:51:05.016 --> 00:51:09.016
นี้ในการทำงานนะครับ เราจะไปสร้าง

768
00:51:09.017 --> 00:51:13.017
ส่วนเล็ก ๆ ต่อออกไป เช่น

769
00:51:13.017 --> 00:51:17.017
การใช้ Processer ที่ติดต่อกับอุปกรณ์ม

770
00:51:17.018 --> 00:51:21.018
ไปติดต่อกับภายนอก ไปติดต่อกับ

771
00:51:21.019 --> 00:51:25.019
อะไรก็แล้วที่นอกเหนือจากตัวหลัก ๆ ใน CPU ของเรา

772
00:51:25.020 --> 00:51:29.020
ซึ่งเขาจะใช้คำว่า "Processer" สำหรับ

773
00:51:29.021 --> 00:51:33.021
อุปกรณ์รอบข้างถ้าจะไปติดต่อกับอุปกร

774
00:51:33.022 --> 00:51:37.022
เราจะไม่ใช้ตัวของ processer หลักในการติดต่อ

775
00:51:37.023 --> 00:51:41.023
นะครับ หรือบางทีเขาใช้คำว่า

776
00:51:41.024 --> 00:51:45.024
"IO Processer" หรือว่า

777
00:51:45.025 --> 00:51:49.025
บางทีเรียกสั้น ๆ  Chanel

778
00:51:49.026 --> 00:51:53.026
คืออะไร ในที่นี้ channel คืออะไรเอ่ย

779
00:51:53.027 --> 00:51:57.027
คืออะไรครับ คืออะไรเอ่ย อุบล

780
00:51:57.029 --> 00:52:01.029
คือ Processer ใช่ไหม

781
00:52:01.030 --> 00:52:05.030
Processer ในระบบคอมพิวเตอร์

782
00:52:05.032 --> 00:52:09.032
ขนาดใหญ่นะครับ ที่ทำหน้าที่

783
00:52:09.033 --> 00:52:13.033
ในการติดต่อกับอุปกรณ์รอบข้าง

784
00:52:13.035 --> 00:52:17.035
นะครับ ในคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่เท่านั้นนะครับ อย่าง PC หรือ

785
00:52:17.036 --> 00:52:21.036
Notebook ไม

786
00:52:21.038 --> 00:52:25.038
ใช้อะไรเราค่อยว่ากันต่อ

787
00:52:25.040 --> 00:52:29.040
นะครับ นี่เห็นไหม แต่ถ้า

788
00:52:29.043 --> 00:52:33.043
เป็นในระบบเล็ก ๆ นะครับ

789
00:52:33.044 --> 00:52:37.044
ถ้ามันจะไปติดต่อกับอุปกรณ์ภายนอกมัน

790
00:52:37.045 --> 00:52:41.045
นั้นนะครับ มันจะใช้การติดต่อ

791
00:52:41.048 --> 00:52:45.048
ผ่าน Port

792
00:52:45.048 --> 00:52:49.048
ถ้าเป็นพวก Super Computer

793
00:52:49.048 --> 00:52:53.048
หรือคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่

794
00:52:53.050 --> 00:52:57.050
แต่พออย่าง PC เรา อย่าง Notebook เรา

795
00:52:57.050 --> 00:53:01.050
นะครับ มันจะใช้ Port ในการติดต่อแทน

796
00:53:01.051 --> 00:53:05.051
รู้จัก Port ใช่ไหม รูปจัก Port

797
00:53:05.052 --> 00:53:09.052
ไหมที่เราไปเสียบอุปกรณ์ต่อ

798
00:53:09.054 --> 00:53:13.054
Port USB Port อะไร

799
00:53:13.055 --> 00:53:17.055
Port Parar

800
00:53:17.056 --> 00:53:21.056
คราวนี้

801
00:53:21.057 --> 00:53:25.057
พอเมื่อมีการติดต่อผ่านทั้ง Port ผ่านทั้ง Chanel

802
00:53:25.059 --> 00:53:29.059
เรามาดูว่า เราการต่อ

803
00:53:29.060 --> 00:53:33.060
กับ CPU นั้น มันมีการติดต่ออย่างไร

804
00:53:33.061 --> 00:53:37.061
มันแบ่งออกเป็น 3 แบบนะครับ 3 แบบ

805
00:53:37.062 --> 00:53:41.062
การติดต่อแบบ Prot Link

806
00:53:41.063 --> 00:53:45.063

807
00:53:45.064 --> 00:53:49.064

808
00:53:49.065 --> 00:53:53.065
นะครับ Prol link

809
00:53:53.066 --> 00:53:57.066
การติดต่อแบบนี้ก็คือการติดต่อแบบ

810
00:53:57.067 --> 00:54:01.067
ที่ทุกช่วงเวลานะครับ CPU

811
00:54:01.068 --> 00:54:05.068
จะหยุดทำงาน แล้วไปเช็กว่า

812
00:54:05.069 --> 00:54:09.069
อุปกรณ์ใดบ้าง ที่ต้องการจะติดต่อกับ

813
00:54:09.070 --> 00:54:13.070
CPU หยุด ถ้าตัวอย่างเช่น

814
00:54:13.071 --> 00:54:17.071
ตัวผมเอง อาจารย์เองนี่เป็น

815
00:54:17.073 --> 00:54:21.073
CPU นะครับ หรือเป็น Processer

816
00:54:21.074 --> 00:54:25.074
สอน ๆ อยู่ สอน ๆ อยู่ แล้วยกตัวอย่าง ก็คือ

817
00:54:25.076 --> 00:54:29.076
เราเป็นอุปกรณ์รอบข้างถ้าสมมติว่าอุปกรณ์รอบข้าง

818
00:54:29.077 --> 00:54:33.077
อยากถามหรือ

819
00:54:33.078 --> 00:54:37.078
หรือ CPU อยากถาม เช่นนะครับ ผมเผ็น CPU

820
00:54:37.078 --> 00:54:41.078
ถ้าเป็นแบบ Prol link สอน ๆ ๆ อยู่ แล้วหยุด

821
00:54:41.079 --> 00:54:45.079
แล้วเริ่มถามนะครับ นิกกี้

822
00:54:45.080 --> 00:54:49.080
ตั้งแต่คนที่ 1 ถามไปเรื่อย ๆ ครับ

823
00:54:49.083 --> 00:54:53.083
จนถึงคนสุดท้าย 40 คน เขา

824
00:54:53.084 --> 00:54:57.084
ถามไป 40 นี่คือหลักการของ Prol link

825
00:54:57.085 --> 00:55:01.085
ซึ่งการติดต่อแบบนี้ปัญหาที่

826
00:55:01.086 --> 00:55:05.086
เกิดระบบช้า

827
00:55:05.088 --> 00:55:09.088
นะครับ เช่น ไปถามอุปกรณ์รอบข้าง

828
00:55:09.089 --> 00:55:13.089
40 ตัว ไม่มีอุปกรณ์ไหนต้องการใช้ CPU เลย

829
00:55:13.093 --> 00:55:17.093
นะครับ เสียเวลาข้อเสียของมัน

830
00:55:17.094 --> 00:55:21.094
นะครับ ข้อเสียก็คือเสียเวลา

831
00:55:21.097 --> 00:55:25.097
นะครับ การติดต่ออันที่ 2 ก็คือ Interr

832
00:55:25.098 --> 00:55:29.098
นะครับ Interrupt นะครับ ลักษณะการติดต่อ

833
00:55:29.099 --> 00:55:33.099
แบบนี้นะครับ คืออการลดข้อเสียของ Prot Linl

834
00:55:33.100 --> 00:55:37.100
ก็คือแทนที่จะไปเช็คจะไปถามอุปกรณ์รอบข้าง

835
00:55:37.100 --> 00:55:41.100
วิธีการ Interrupt ก็คือ ให้อุปกรณ์รอ

836
00:55:41.101 --> 00:55:45.101
ส่งสัญญาณมาแทน

837
00:55:45.102 --> 00:55:49.102
เช่นเหมือนตัวอย่างผมเป็น CPU นะพวกเราดเป็นอุ

838
00:55:49.104 --> 00:55:53.104
รอบข้าง อุบลอยากถาม อุบลยก

839
00:55:53.105 --> 00:55:57.105
ยอกมือเลย พออุบลถามเสร็จ ปุ๊บ

840
00:55:57.108 --> 00:56:01.108
ผมก็สอนต่อนี่ เป็นลักษณะการติดต่องาน

841
00:56:01.109 --> 00:56:05.109
แบบ Interrub

842
00:56:05.110 --> 00:56:09.110
มันต้องไปถามอุปกรณ์รอบข้าง ให้อุปกรณ์รอบข้าง

843
00:56:09.111 --> 00:56:13.111
ส่งสัญญาณมาถามเองนะครับ แบบที่ 3

844
00:56:13.112 --> 00:56:17.112
แบบ Mail Box

845
00:56:17.113 --> 00:56:21.113
แบบเมลบล็อกนี้นะครับก็คือ

846
00:56:21.114 --> 00:56:25.114
ไปลดข้อเสียทั้ง 2 แบบนะครับ

847
00:56:25.115 --> 00:56:29.115
หลักการของเมลบ็อกก็ึ

848
00:56:29.116 --> 00:56:33.116
จะกันเนื้อที่หน่วยความจำบางส่วนไว้

849
00:56:33.117 --> 00:56:37.117
สำหรับเก็บข้อมูลยกตัว

850
00:56:37.118 --> 00:56:41.118
อย่าง เช่น เมื่อ

851
00:56:41.119 --> 00:56:45.119
อุปกรณ์รอบข้างต้องการจะใช้งาน CPU มันจะส่งสีัั

852
00:56:45.122 --> 00:56:49.122
มาเป็น Interrupt ถ้าเป็น Mail Box มันจะส่งข้อมูลตัวนี้

853
00:56:49.123 --> 00:56:53.123
ไปไว้ที่หน่วยความจำบางส่วนที่กันเราไว้

854
00:56:53.124 --> 00:56:57.124
แล้วสักระยะหนึ่ง CPU ก็จะ

855
00:56:57.125 --> 00:57:01.125
หยุดแล้วไปเช็กที่หน่วยนความจำว่ามีอุปกรณ์ตัวไหนส่งสัญญษ

856
00:57:01.126 --> 00:57:05.126
ต้องการใช้งานไหม นี่เป็นแบบ Mail Box

857
00:57:05.127 --> 00:57:09.127
ถามว่าทำไมแบบเมล Box ถึงเร็วกว่าเพื่อน

858
00:57:09.129 --> 00:57:13.129
แบบที่ 1 ช้า แบบที่ 2 ก็ยังช้าอยู่ แบบที่ 3 ทำไม

859
00:57:13.131 --> 00:57:17.131
เร็วกว่าเพราะอะไรครับ เพราะหน่วยที่ 3 CPU และ

860
00:57:17.132 --> 00:57:21.132
จะอยู่ติดกัน เดี๋ยวเราจะดู

861
00:57:21.133 --> 00:57:25.133
เราจะเห็นโครงสร้างของระบบนะครับเดี๋ยวให้ดู

862
00:57:25.135 --> 00:57:29.135

863
00:57:29.136 --> 00:57:33.136
คราวนี้มาดูว่า

864
00:57:33.137 --> 00:57:37.137
ระบบปฏิบัติการเรานั้นนะครับ

865
00:57:37.138 --> 00:57:41.138
เป็นมาอย่างไรนะครับ

866
00:57:41.139 --> 00:57:45.139
ในยุคแรกนั้นนะครับ ระบบปฏิบัติการของเรานะครับ

867
00:57:45.140 --> 00:57:49.140
จะใช้ภาษาเครื่อ

868
00:57:49.141 --> 00:57:53.141
คนที่สร้างขึ้นมา คือ คนที่ใช้ได้คนเดียว

869
00:57:53.142 --> 00:57:57.142

870
00:57:57.143 --> 00:58:01.143
ต่อมาก็มี จากการยุ่งยากในการใช้

871
00:58:01.145 --> 00:58:05.145
ภาษาเคื่องนะครับ ก็เลยมีคนคิดชุดคำสั่ง

872
00:58:05.146 --> 00:58:09.146
เพื่อสามารถทำงานได้ง่ายขึ้นนะครับ

873
00:58:09.146 --> 00:58:13.146
ภาษาแรก ๆ เลยที่เราก็คือภาษา Assembly นะครับ

874
00:58:13.147 --> 00:58:17.147
ASSEMBLY

875
00:58:17.149 --> 00:58:21.149
ซึ่งภาษา Assem

876
00:58:21.149 --> 00:58:25.149
เป็นภาษาเครื่อง เราเรียกว่าเป็น "ภาษาAssember" ot8i

877
00:58:25.151 --> 00:58:29.151

878
00:58:29.152 --> 00:58:33.152

879
00:58:33.153 --> 00:58:37.153
เขาบอกว่าในการทำงานของ Assemby นั

880
00:58:37.154 --> 00:58:41.154
จะมีการทำงานที่เร็ว เพราะ

881
00:58:41.155 --> 00:58:45.155
ภาษาเครื่อง 1 คำสั่งก็ต่อคำสั่งเลย

882
00:58:45.156 --> 00:58:49.156
นะครับ เขาบอกว่าภาษา ASSEMBLY

883
00:58:49.158 --> 00:58:53.158
เป็นภาษาที่ใกล้เคียงภาษาเครื่องมากที่สุด

884
00:58:53.159 --> 00:58:57.159
สมัยที่อาจารย์เรียนนะครับ อาจารย์ต้องเรียนเขียนโปร

885
00:58:57.161 --> 00:59:01.161
อาจารย์ต้องเรียนเขียนโปรแกรมด้วยภาษา Assembly ด้วย

886
00:59:01.162 --> 00:59:05.162
แต่รุ่นพวกเราไม่ได้เรียนแล้วครับ ปวดหัว

887
00:59:05.163 --> 00:59:09.163
เรียนยาก

888
00:59:09.164 --> 00:59:13.164
ซึ่งภาษา Assembly เราถือว่าเป็นภาษาระดับต่ำ

889
00:59:13.165 --> 00:59:17.165
คือใกล้เคียงภาษาเครื่อง

890
00:59:17.166 --> 00:59:21.166
ใช้คำไม่กี่คำก็ทำงานเลยนะครับ

891
00:59:21.167 --> 00:59:25.167
ต่อมาก็มีคนพัฒนานะครับ

892
00:59:25.170 --> 00:59:29.170
ใช้งานง่าย โครงสร้าง เขียนขึ้นมา

893
00:59:29.170 --> 00:59:33.170
โดยภาษามนุษย์ก็คือภาษาแบบสูง

894
00:59:33.171 --> 00:59:37.171
เช่นภาษาอะไรครับ ภาษา C ภาษา

895
00:59:37.171 --> 00:59:41.171
เบสิก ภาษาอัสาร ภาษา

896
00:59:41.171 --> 00:59:45.171
อะไรที่เราเขียนในปัจจุบันนี้

897
00:59:45.172 --> 00:59:49.172
ใช่ไหมที่เราเรียนอยู่ในปัจจุบันนี้

898
00:59:49.173 --> 00:59:53.173
python พวกนี้นะครับ

899
00:59:53.175 --> 00:59:57.175
ซึ่งภาษาในคอมพิวเอตร์ยัง

900
00:59:57.176 --> 01:00:01.176
สูงมาก สูงมาก ๆ นะครับ Very Very High นี่นะครับ ยัง

901
01:00:01.178 --> 01:00:05.178
แบ่งออกเป็นย่อย ๆ ๆ เยอะ ๆ ๆ ไม่เป็นไรเราไม่ต้อฝง

902
01:00:05.179 --> 01:00:09.179
ขนาดนั้นนะครับ ซึ่งตัวของภาษาระดับสูง

903
01:00:09.181 --> 01:00:13.181
ก็ต้องมาแปลนะครับ ก็คือ ฉนทยรสำพ

904
01:00:13.182 --> 01:00:17.182
ก็เป็นภาษาเครื่องนะครับ

905
01:00:17.183 --> 01:00:21.183

906
01:00:21.184 --> 01:00:25.184
ภาษาเครื่องนั้นก็คือจะ

907
01:00:25.185 --> 01:00:29.185
แปลเป็น Code นะครับ

908
01:00:29.186 --> 01:00:33.186
โค้ดอ

909
01:00:33.187 --> 01:00:37.187
อ่านออกไหม Code

910
01:00:37.188 --> 01:00:41.188
ใครอ่าน Code ออกยกมือขึ้น

911
01:00:41.189 --> 01:00:45.189
นะครับ มันจะมีอยู่ 2 คำว่า Source code

912
01:00:45.190 --> 01:00:49.190
กับคำว่า "Code" การเขียนโปรแกรมเรา นักคอมพิวเตอร์ต้องรู้จัก

913
01:00:49.191 --> 01:00:53.191
นะครับ Souece C

914
01:00:53.193 --> 01:00:57.193
ไหม

915
01:00:57.193 --> 01:01:01.193
ตอบไม่ได้ไม่เป็นไร เพราะเราเพิ่งเีรรียนปี 1

916
01:01:01.194 --> 01:01:05.194
นะครับ อย่าเพิ่มตกใจ ไอ้ Sourc Code ที่เราไปนั่ง

917
01:01:05.195 --> 01:01:09.195
คีย์คำสั่งนึกออกไหม คีย์คำสั่งไป

918
01:01:09.196 --> 01:01:13.196
ไป มีตำราวาง

919
01:01:13.197 --> 01:01:17.197
คีย์เข้าไป นั่นคือ Source code

920
01:01:17.198 --> 01:01:21.198
แต่พอเราคีย์ไปปุ๊บเราจะเอาไปใช้งานจริงเราต้องไป Compild

921
01:01:21.199 --> 01:01:25.199
Compild เป็นอะไรครับ Compild เป็น Code

922
01:01:25.201 --> 01:01:29.201
คราวนี้ Code อ่านออกไหม Code นี่

923
01:01:29.205 --> 01:01:33.205
อ่านไม่ออกนะครับ

924
01:01:33.207 --> 01:01:37.207

925
01:01:37.208 --> 01:01:41.208
เขาบอกนะครับ พอเรา

926
01:01:41.209 --> 01:01:45.209
พัฒนาเรื่อย ๆ มานะครับ เขาก็เอาตัวเอง

927
01:01:45.211 --> 01:01:49.211
โปรแกรม Assembly นะครับ

928
01:01:49.212 --> 01:01:53.212
มารวมเข้ากับระบบของเรานะครับ มีโปรแกรมหนึ่งเราเรียกว่า

929
01:01:53.213 --> 01:01:57.213
Loader Loader ตัวนี้นะครับ หมายถึง

930
01:01:57.214 --> 01:02:01.214
software นะครับที่ทำหน้าที่

931
01:02:01.214 --> 01:02:05.214
โหลดโปรแกรมจากแผ่นดิสก์ลงในหน่วยควา

932
01:02:05.216 --> 01:02:09.216
นะครับ ถ้าใครนึกภาพไม่ออก ก็อย่างเช่น

933
01:02:09.217 --> 01:02:13.217
ผมมี

934
01:02:13.219 --> 01:02:17.219
โปรแกรมอยู่ในเครื่องอยู่ในแผ่น Disk

935
01:02:17.221 --> 01:02:21.221
ผแผ่น Disk นะ ผมก็เสียงลงไปใน

936
01:02:21.222 --> 01:02:25.222
นะครับ โปรแกรม Loader นี้ก็จะทำหน้าที่

937
01:02:25.223 --> 01:02:29.223
โหลดโปรแกรมจากแผ่นลงไปใส่ในเครื่อง

938
01:02:29.224 --> 01:02:33.224
ถ้าเขาถามว่า Loader คืออะไร Loader

939
01:02:33.225 --> 01:02:37.225
ทำหน้าที่ในการโหลดเอาโปรนแกรม

940
01:02:37.226 --> 01:02:41.226
ระบบจากแผ่นดิสก์เข้าสู่เครื่องคอม

941
01:02:41.227 --> 01:02:45.227
ต่อมาคนก็ไปคิดว่า เอ๊ะ เราจะทำอย่างไรดี

942
01:02:45.228 --> 01:02:49.228
ไม่ต้องให้มันโหลดเลยได้ไหม มันเสียเวลา คือ

943
01:02:49.229 --> 01:02:53.229
เอาตัวของ Loader ก็คือโปรแกรม Loader

944
01:02:53.230 --> 01:02:57.230
และ Assembly มารวมกัน

945
01:02:57.231 --> 01:03:01.231
กลายมาเป็นโปรแกรมระบบ ก็คือหมายความ

946
01:03:01.232 --> 01:03:05.232
ว่า เปิดเครื่องขึ้นมาปั๊บ

947
01:03:05.233 --> 01:03:09.233
มันต้องใส่แผ่นมั้ย ไม่ต้องใส่

948
01:03:09.234 --> 01:03:13.234
แปลเป็นภาษาเครื่องได้เลยนะครับ กลายเป็นโปรแกรม

949
01:03:13.235 --> 01:03:17.235
ระบบ เพื่ออะไรครับ เพื่อ

950
01:03:17.237 --> 01:03:21.237
อำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้นะครับ

951
01:03:21.240 --> 01:03:25.240
นะครับ

952
01:03:25.241 --> 01:03:29.241
ซึ่งต่อมาก็มีการพัฒนาขึ้นมาเรื่อย ๆ นะครับ

953
01:03:29.243 --> 01:03:33.243
จนสุดท้ายกลายมาเป็นโปรแกรมระบบปฏิบัติ

954
01:03:33.244 --> 01:03:37.244

955
01:03:37.245 --> 01:03:41.245

956
01:03:41.246 --> 01:03:45.246
นี่ครับ กลายมาเป็น OS ครับ

957
01:03:45.247 --> 01:03:49.247
ก็คือที่เราใช้อยู่ในปัจจุบัน

958
01:03:49.248 --> 01:03:53.248
ถ้าใครนึกภาพไม่ออกว่า Os คืออะไร

959
01:03:53.250 --> 01:03:57.250
ถ้าเราพูดถึงก็คือ Windows อย่างนี้นะครับ

960
01:03:57.251 --> 01:04:01.251
Windows ถ้าแพลตฟอร์มอื่น

961
01:04:01.252 --> 01:04:05.252
ในโทรศัพท์เราคืออะไรครับ

962
01:04:05.253 --> 01:04:09.253
android android ios

963
01:04:09.254 --> 01:04:13.254
Windows Phone นะครับ IOS

964
01:04:13.255 --> 01:04:17.255
เยอะแยะครับ Linux ก็เป็นโปรแกรม

965
01:04:17.256 --> 01:04:21.256
ระบบปฏิบัติการซึ่งเราจะค่อย ๆ เรียนไป

966
01:04:21.258 --> 01:04:25.258
นะครับ

967
01:04:25.259 --> 01:04:29.259
เขาบอกว่าระบบปฏิบัติการนั้น

968
01:04:29.261 --> 01:04:33.261
อาจเป็นได้ทั้งซอฟต์แวร์แล้วก็

969
01:04:33.262 --> 01:04:37.262
แต่ที่นิยม

970
01:04:37.263 --> 01:04:41.263
ในปัจจุบัน จะเป็นในลักษณะของ Software

971
01:04:41.264 --> 01:04:45.264
นะครับ  Software เช่นเครื่องเราใช่ไหมคาับ

972
01:04:45.265 --> 01:04:49.265
เราใช้ Windows 8 สักพัก Windows 10 ออกมาก็ใช้ Windows

973
01:04:49.266 --> 01:04:53.266
10 สักพัก 11 มาใช้เป็ร Windows 1

974
01:04:53.267 --> 01:04:57.267
เป็น Software Os ถ้า hardware

975
01:04:57.268 --> 01:05:01.268
หมายความว่ามันอยู่ในเครื่องเราเลย

976
01:05:01.269 --> 01:05:05.269
ได้ไหมครับ ถ้าอยู่ในเครื่อง ไม่ได้ครับ ต้องเปลี่

977
01:05:05.271 --> 01:05:09.271
เครื่อง เปลี่ยนไม่ได้

978
01:05:09.272 --> 01:05:13.272
เหมือนโทรศัพท์อย่างนี้ เหมือนของผมอย่างนี้ ตอนนี้

979
01:05:13.273 --> 01:05:17.273
Android เท่าไร

980
01:05:17.274 --> 01:05:21.274
Android ใช้เท่าไรนะ

981
01:05:21.275 --> 01:05:25.275
16 บ่ ของผม

982
01:05:25.276 --> 01:05:29.276
ได้แค่ 8 ต้องการอัปเดต

983
01:05:29.277 --> 01:05:33.277
อัปเดต มันบอกว่า ถ้าพูดภาษาลาวนะ

984
01:05:33.278 --> 01:05:37.278
ไปซื้อเครื่องใหม่โลด มันอัปไม่ได้นะ

985
01:05:37.278 --> 01:05:41.278
นี่มันเป็นใน HardWareของมัน

986
01:05:41.279 --> 01:05:45.279
เขาบอกว่านะครับ ถ้าเครื่องไหน

987
01:05:45.281 --> 01:05:49.281
ไม่มีระบบปฏิบัติการ เครื่องนั้น

988
01:05:49.283 --> 01:05:53.283
ก็ไม่ทำงานนะครับ เหมือนโทรศัพท์เรา

989
01:05:53.284 --> 01:05:57.284
ไม่มี iOS ก็ใช้ไม่ได้

990
01:05:57.285 --> 01:06:01.285
ในเครื่องเราอย่างนี้ เราลบ windows ออกเพื่อนก็ใช้ไม่ได้

991
01:06:01.286 --> 01:06:05.286
เครื่อง Apple ข้างหลัง

992
01:06:05.289 --> 01:06:09.289
ถ้าเราลบ IOS ออกก็ใช้ไม่ได้

993
01:06:09.290 --> 01:06:13.290
เครื่อง Mac เรา

994
01:06:13.291 --> 01:06:17.291
ได้ไหมครับ ไอ้เครื่องข้างหลังเราน่ะ เครื่อง

995
01:06:17.292 --> 01:06:21.292
Apple เรา ลงได้ไหมครับ

996
01:06:21.293 --> 01:06:25.293
เอา Windows 11 ลงได้ไหม

997
01:06:25.294 --> 01:06:29.294
ปุ๋ยลงได้ไหมเอา Windows ไปลง

998
01:06:29.295 --> 01:06:33.295
ใส่เครื่อง apple เราคิดว่า

999
01:06:33.298 --> 01:06:37.298
ได้ไหมครับ ได้

1000
01:06:37.299 --> 01:06:41.299
แต่ไม่ควรลง ไม่ควรทำนะครับ

1001
01:06:41.300 --> 01:06:45.300
ผมอยากใช้คำว่า "อย่าหาทำ"

1002
01:06:45.301 --> 01:06:49.301
ระบบปฏิบัติการมันรองรับกับเครื่องเขาแล้ว

1003
01:06:49.302 --> 01:06:53.302
ผมเห็นเครื่องอาคาร 7 เรานี่ ไปเอา

1004
01:06:53.303 --> 01:06:57.303
เครื่องราคา 80,000 บาท ไปเอา Windows ลง เพื่อ...

1005
01:06:57.304 --> 01:07:01.304
นะครับ ผมถามคำถามหลายอาจารย์ถาม

1006
01:07:01.307 --> 01:07:05.307
เรามีเครื่อง Mac มาเรามีเครื่อง ios มา

1007
01:07:05.308 --> 01:07:09.308
คุณไปเอา Windows เพื่ออะไร

1008
01:07:09.309 --> 01:07:13.309
เราค่อยว่ากันอีกทีหนึ่งนะครับ

1009
01:07:13.310 --> 01:07:17.310
อันนี้

1010
01:07:17.311 --> 01:07:21.311
พูดไปแล้วนะครับ

1011
01:07:21.312 --> 01:07:25.312
คราวนี้มาดูหน้าที่ระบบปฏิบัติ

1012
01:07:25.314 --> 01:07:29.314
มีหน้าที่อะไรบ้างนะครับ 1.

1013
01:07:29.315 --> 01:07:33.315
นะครับ หน้าที่อันแรกคือการติดต่อกับผู้ใช้

1014
01:07:33.316 --> 01:07:37.316
ถ้า os หรือ ระบบปฏิบัติการไหน ติดต่อกับผู้ใช้

1015
01:07:37.318 --> 01:07:41.318
ได้ดี ได้ง่าย ได้สะะดวก คนก็ทำไมครับ นิยมใช้

1016
01:07:41.319 --> 01:07:45.319
เช่น เราใช้ Windows

1017
01:07:45.319 --> 01:07:49.319
11 กับอีกคนหนึ่งใช้ Windows

1018
01:07:49.320 --> 01:07:53.320
3.1 อย่างนี้ หรือบางคนใช้

1019
01:07:53.321 --> 01:07:57.321
Linux บางคนไปใช้ IOS

1020
01:07:57.322 --> 01:08:01.322

1021
01:08:01.323 --> 01:08:05.323
ต้องติดต่อ

1022
01:08:05.324 --> 01:08:09.324
กับผู้ใช้ ถ้า os ไหนติดต่อกับผู้ใช้งานคนก็

1023
01:08:09.325 --> 01:08:13.325
นิยมใช้นะครับ ตอนนี้ตลาดที่ใหญ่ที่สุด ก็คือ

1024
01:08:13.328 --> 01:08:17.328
ของ Windows นะครับ

1025
01:08:17.329 --> 01:08:21.329
หน้าที่อันที่ 2 ของ OS คือ

1026
01:08:21.330 --> 01:08:25.330
ควบคุมอุปกรณ์การทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งหมดเลย

1027
01:08:25.331 --> 01:08:29.331
นะครับ

1028
01:08:29.333 --> 01:08:33.333
คอมพิวเตอร์จะทำอะไร จะติดต่อกับใคร เล่นเน็ตได้ไหม

1029
01:08:33.334 --> 01:08:37.334
Printer ได้ไหม

1030
01:08:37.335 --> 01:08:41.335
os ดำเนินการควบคุมทั้งหมดนะครับ

1031
01:08:41.337 --> 01:08:45.337
ผมจะยกตัวอย่างให้ฟัง เช่น

1032
01:08:45.338 --> 01:08:49.338
ถ้าเกิดเราใช้ Windows me เราไม่ทันหรอก

1033
01:08:49.339 --> 01:08:53.339
สมมตินะเราไม่ทันหรอก เราไปเปิด

1034
01:08:53.340 --> 01:08:57.340
หนัง ที่มีความจุ 5 Gb

1035
01:08:57.341 --> 01:09:01.341
นะครับ 5 Gb เปิดไม่ได้นะครับ

1036
01:09:01.342 --> 01:09:05.342
เพราะอะไรครับ เพราะ Windows me

1037
01:09:05.343 --> 01:09:09.343
ไม่รู้จักไฟล์ใหญ่ขนาดนั้น

1038
01:09:09.344 --> 01:09:13.344
ครับ

1039
01:09:13.345 --> 01:09:17.345
หน้าที่อันที่ 3 ก็คือ จัดสรรทัพยากร

1040
01:09:17.347 --> 01:09:21.347
ทุกอย่างในระบบ เพื่อให้มันการแบ่งปันกันให้

1041
01:09:21.348 --> 01:09:25.348
เหมาะสมนะครับ

1042
01:09:25.349 --> 01:09:29.349
เพราะอะไรครับ ตัวอย่างเช่น

1043
01:09:29.350 --> 01:09:33.350
ทำไมต้องมีการจัดสรร เขาบอก

1044
01:09:33.352 --> 01:09:37.352
นี่ครับ ทรัพยากรมี จำกัดครับ มี CPU ทำงานตัวเดียว

1045
01:09:37.353 --> 01:09:41.353
แต่ทำงานได้ทุกอย่างเลยเพราะฉะนั้นต้อง จัด

1046
01:09:41.355 --> 01:09:45.355
สรรค์ คนนี้ก็อยากใช้

1047
01:09:45.356 --> 01:09:49.356
คนนี้ก็อยากใช้ มี 10 คนจะใช้อย่างไรพร้อมกัน

1048
01:09:49.356 --> 01:09:53.356
ก็ต้องมีวิธีการจัดสรร ก็มีพวกนี้

1049
01:09:53.358 --> 01:09:57.358
นะครับ

1050
01:09:57.359 --> 01:10:01.359

1051
01:10:01.363 --> 01:10:05.363
หรือเขาบอกทำไมต้องจัดสรร ก้คือ ทรัพยากรมี

1052
01:10:05.364 --> 01:10:09.364
หลายประเภท แต่โปรแกรมมีความต้องการใช้

1053
01:10:09.367 --> 01:10:13.367
อย่างเดียวกันทำอย่างไรก็ต้องจัดสรร

1054
01:10:13.368 --> 01:10:17.368
เช่น มี Printer

1055
01:10:17.369 --> 01:10:21.369
มี Printer วางอยู่เคตรือ่งเดียวหน้

1056
01:10:21.370 --> 01:10:25.370
ฉันก็อยากใช้ Printer ทำอย่างไรครับ ก็ต้อง

1057
01:10:25.371 --> 01:10:29.371
จัดสรรให้

1058
01:10:29.372 --> 01:10:33.372
มาดู

1059
01:10:33.373 --> 01:10:37.373
มาดูวิวัฒนาการของระบบปฏิบัติการครับ

1060
01:10:37.375 --> 01:10:41.375
หัวข้อสุดท้ายแล้ว

1061
01:10:41.376 --> 01:10:45.376
นะครับ สัปดาห์

1062
01:10:45.377 --> 01:10:49.377
แรก อาจารย์ก็จะบรรยายแบบนี้ ก็จะใช้เวลาค่อนข้างนอ

1063
01:10:49.378 --> 01:10:53.378
นะครับ แต่พอสัปดาห์ถัดไป ก็จะน้อยลง

1064
01:10:53.381 --> 01:10:57.381
เพราะเราจะเรียนแบบผู้ใหญ่นะครับ มาดู

1065
01:10:57.381 --> 01:11:01.381
วิวัฒนาการระบบปฏิบัติการยุ

1066
01:11:01.382 --> 01:11:05.382
นะครับ เขาถือว่าไม่มีระบบปฏิบัติการเลย

1067
01:11:05.383 --> 01:11:09.383
เพราะคอมพิวเตอร์ยุคแรกเ

1068
01:11:09.384 --> 01:11:13.384
เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้หลอนสูญญากาศเป็นหลัก

1069
01:11:13.385 --> 01:11:17.385
ภาษาเครื่องอย่างเดียวครับเวลาป้อนข้อมูล

1070
01:11:17.387 --> 01:11:21.387
นะครับ

1071
01:11:21.388 --> 01:11:25.388
ยุคที่ 2 นะครับ ประมาณ

1072
01:11:25.389 --> 01:11:29.389
ยุค 1955-1964

1073
01:11:29.390 --> 01:11:33.390
นะครับ ยุคนี้เป็นยุค

1074
01:11:33.392 --> 01:11:37.392
เป็นลักษณะการทำงานแบบ

1075
01:11:37.393 --> 01:11:41.393
แบบทำงานซ้ำ ๆ กันนะครับ

1076
01:11:41.394 --> 01:11:45.394
ทำงานแบบเดิม ๆ นะครับ หรือเราเรียกว่าแบต

1077
01:11:45.395 --> 01:11:49.395
นะครับ ยุคนี้ก็

1078
01:11:49.397 --> 01:11:53.397
มีระบบปฏิบัติการแล้วนะครับ แต่ยัง

1079
01:11:53.398 --> 01:11:57.398
ไม่มีความสามารถเยอะนะครับ มีใครเกิดหรือยังครับ ปี

1080
01:11:57.399 --> 01:12:01.399
1964 ยังนะ

1081
01:12:01.401 --> 01:12:05.401
ยุคที่ 3 นะครับ

1082
01:12:05.402 --> 01:12:09.402
ประมาณยุค

1083
01:12:09.403 --> 01:12:13.403
65-80 นะครับ ก้เป็นยุคของ

1084
01:12:13.404 --> 01:12:17.404
และเป็นตัวเริ่มต้นของ Multi Programmin

1085
01:12:17.405 --> 01:12:21.405
นะครับ นั่นก็คือเป็นลักษณะของการ

1086
01:12:21.407 --> 01:12:25.407
ทำงานมากกว่า 1 อย่างในเวลาเดียวกัน

1087
01:12:25.408 --> 01:12:29.408
นะครับ เป็นแนวความคิดนะครับ และในยุคนี้นะครับ

1088
01:12:29.409 --> 01:12:33.409
ของระบบ Real-Time

1089
01:12:33.410 --> 01:12:37.410
เป็นอย่างไรครับ Rral

1090
01:12:37.411 --> 01:12:41.411
ปั๊บ สั่งปุ๊บทำงานปั๊บนะครับ

1091
01:12:41.412 --> 01:12:45.412
ลักษณะของวิวัฒนาการของยุคที่ 3

1092
01:12:45.413 --> 01:12:49.413
19

1093
01:12:49.414 --> 01:12:53.414
80 นะครับ นี่ผมพึ่งเกิดได้ 7 ปีนะครับ

1094
01:12:53.415 --> 01:12:57.415
ยังเรียนปฐมอยู่เลยนะครับ

1095
01:12:57.416 --> 01:13:01.416
ยุคต่อมานะครับยุคที่ 4 เขาบอกว่าตั้งแต่ยุค 80

1096
01:13:01.417 --> 01:13:05.417
จนถึง ณ ปัจจุบันนี้นะครับ เป็นลักษณะของ

1097
01:13:05.418 --> 01:13:09.418
Virtual Machines นะครับ

1098
01:13:09.419 --> 01:13:13.419
เป็นอย่างไรครับ

1099
01:13:13.421 --> 01:13:17.421
เน้นการสื่อสารยุคปัญญาประดิษฐ

1100
01:13:17.422 --> 01:13:21.422
ยุคผู้เชี่ยวชาญนะครับ เน้นเครือข่าย

1101
01:13:21.423 --> 01:13:25.423
OS ปัจจุบันจะเน้นเครือข่าย

1102
01:13:25.424 --> 01:13:29.424
เชื่อมหากัน จำลองข้าม

1103
01:13:29.425 --> 01:13:33.425
ข้ามแฟลตฟอร์ม สมัยก่อนนะครับ

1104
01:13:33.426 --> 01:13:37.426
ถ้าเราจัดส่งข้อมูลจาก Windows

1105
01:13:37.427 --> 01:13:41.427
ก็ต้องส่งไปหา Windows อีกเครื่อง

1106
01:13:41.428 --> 01:13:45.428
แต่ปัจจุบันเป็นอย่างไรครับ

1107
01:13:45.429 --> 01:13:49.429
เดี๋ยวผมยกตัวอย่างในเราดูภาพะน

1108
01:13:49.430 --> 01:13:53.430
เราเล่น LINE นะครับ

1109
01:13:53.432 --> 01:13:57.432
เครื่องผมใช้ Android เครื่องพี่ใช้

1110
01:13:57.432 --> 01:14:01.432
apple สมมตินะ เครื่องพี่ใช้

1111
01:14:01.433 --> 01:14:05.433
Notebook ถามว่าเราคุยกันได้ไหม

1112
01:14:05.434 --> 01:14:09.434
ผ่าน LINE คุยกันได้ไหม คุยได้

1113
01:14:09.435 --> 01:14:13.435
มันข้ามแพลต์ฟอร์ม

1114
01:14:13.436 --> 01:14:17.436
ปัจจุบันนี้นะครับ ข้าม platform ได้

1115
01:14:17.437 --> 01:14:21.437
นะครับ นี่คือวิวัฒนาการ

1116
01:14:21.438 --> 01:14:25.438
ของระบบปฏิบัติการนะครับ

1117
01:14:25.440 --> 01:14:29.440

1118
01:14:29.442 --> 01:14:33.442
จบนะครับ บทที่ 1

1119
01:14:33.444 --> 01:14:37.444
นะครับ มีใครจะถามอะไรไหม

1120
01:14:37.445 --> 01:14:41.445
นะครับ

1121
01:14:41.447 --> 01:14:45.447
ถ้าไม่มีนะครับ ก็ให้ทำแบบฝึกหัด

1122
01:14:45.449 --> 01:14:49.449
นะครับ ผมเห็นหลายคนทำเสร็จแล้วนะครับ หลายคน

1123
01:14:49.450 --> 01:14:53.450
ก็ฟังบ้าง ไม่ฟังบ้าง บางคนก็ก้มหน้า อย่าง

1124
01:14:53.451 --> 01:14:57.451
ก้มหน้าเปิดโทรศัพท์อย่างเดียว

1125
01:14:57.451 --> 01:15:01.451
ทั้งนี้ทั้งนั้นนะครับ ในการเรียนด้านวิชาปฏิบัติัติการ

1126
01:15:01.452 --> 01:15:05.452
นั้นนะครับ ก็อยากจะแนะนำทุกคนว่า เราจะต้อง

1127
01:15:05.453 --> 01:15:09.453
เรียน ให้เข้าใจนะครับ

1128
01:15:09.454 --> 01:15:13.454
ให้เข้าใจ เพราะเราเข้าใจปุ๊บเราก็จะปฏิบัติ

1129
01:15:13.455 --> 01:15:17.455
ได้นะครับ แล้ว ณ ปัจจุบัน

1130
01:15:17.456 --> 01:15:21.456
นี้นะครับ รุ่นพวกเรานี่โชคดีนะครับ

1131
01:15:21.457 --> 01:15:25.457
สมัยผมนี่ ผมเรียนคอมพิวเตอร์

1132
01:15:25.458 --> 01:15:29.458
มีนักศึกษา 10 คน มีคอมพิวเตอร์

1133
01:15:29.459 --> 01:15:33.459
5 เครื่อง นึกภาพเอา 10 คน ต่อเครื่อง

1134
01:15:33.460 --> 01:15:37.460
ทำอย่างไรครับจะได้ใช้คอมพิวเตอร์

1135
01:15:37.462 --> 01:15:41.462
ไม่มีทางเลยครับ แต่รุ่นพวกเราเป็นอย่างไรครับ

1136
01:15:41.463 --> 01:15:45.463
คอมพิวเตอร์เหลือคนนะรุ่นนี้

1137
01:15:45.464 --> 01:15:49.464
เหมือนห้องพิเศษเราห้อง 2 เรา มีคนอยู

1138
01:15:49.465 --> 01:15:53.465
เท่าไร คอมพิวเตอร์ในห้อง 30 เครื่อง

1139
01:15:53.467 --> 01:15:57.467
ดังนั้นนะครับ ในการเรียนในระดับอุดมศึกษา

1140
01:15:57.468 --> 01:16:01.468
ปี 1 นี่ยังไม่ค่อยเท่าไรนะครับ

1141
01:16:01.469 --> 01:16:05.469
เริ่มปรับตัวนะครับ เรามาเรียนสาย

1142
01:16:05.470 --> 01:16:09.470
อาจารย์ตามไหม

1143
01:16:09.472 --> 01:16:13.472
เราไม่ส่งการบ้านอาจารย์ตามไหม

1144
01:16:13.473 --> 01:16:17.473
ตามบ้างไม่ตามบ้างใช่ไหม ถ้าอาจารย์คนไหน

1145
01:16:17.474 --> 01:16:21.474
ใจดีหน่อยก็ตาม

1146
01:16:21.475 --> 01:16:25.475
แต่พอ เช็ก ๆ ๆ ๆ มา ไม่มีทำอย่างไรครับ ก็ 0 0 0

1147
01:16:25.476 --> 01:16:29.476
นะครับ เราต้องปรับตัวนะครับ เพราะอะไรครับ

1148
01:16:29.477 --> 01:16:33.477
เพราะมีรุ่นพี่เราเมื่อปีที่แล้วนะครับ ปี 2 นะ

1149
01:16:33.479 --> 01:16:37.479
ก็โทษรุ่นพี่มากไม่ได้

1150
01:16:37.480 --> 01:16:41.480
ออนไลน์ 100 เปอร์เซ็นต์นะครับ 1 ปีเต็ม ๆ

1151
01:16:41.481 --> 01:16:45.481
แต่เราโชคดีมา On site เลย

1152
01:16:45.481 --> 01:16:49.481
แต่รุ่นพี่เราออนไลน์ ๆ เป็นอย่างไรครับ

1153
01:16:49.482 --> 01:16:53.482
พี่ปุ๋ยหายเกรี้ยงเลย ลาออกประมาณ

1154
01:16:53.483 --> 01:16:57.483
10 กว่าคน รุ่นพี่เรา แล้วก็เริ่ม

1155
01:16:57.484 --> 01:17:01.484
ปรับตัว ถ้ามไม่เข้าใจอะไร ก็

1156
01:17:01.485 --> 01:17:05.485
ไปถามอาจารย์ทุกคนได้ในสาขาวิชาเรา

1157
01:17:05.486 --> 01:17:09.486
อาจารย์เขาอาจจะตอบบ้างไม่ตอบบ้าง

1158
01:17:09.486 --> 01:17:13.486
นะครับ เพราะเราก็คือนักศึกษานะครับ ท่องไว้เราคือนักศึกษา

1159
01:17:13.487 --> 01:17:17.487
เราอาจจะศึกษาจากอินทอร์เน็ตก็ได้

1160
01:17:17.488 --> 01:17:21.488
กับใครก็ได้นะครับ เราจงทำตัวอย่าเป็นน้ำที่ล้นแก้ว เพรา

1161
01:17:21.489 --> 01:17:25.489
อย่าล้นแก้วถ้าล้นแก้วเมื่อไหร่มันเติ

1162
01:17:25.489 --> 01:17:29.489
นะครับ ก็ฝากพวกเราเอาไว้นะครับ

1163
01:17:29.490 --> 01:17:33.490
ก็ให้กำลังใจนะครับ มาปีแรก

1164
01:17:33.491 --> 01:17:37.491
ปี 1 นะครับ กิจกรรมก็อย่างนี้ มีกิจกรรมก็ให้เข้าร่วม

1165
01:17:37.492 --> 01:17:41.492
นะครับ เหมือนสัปดาห์ก่อน

1166
01:17:41.493 --> 01:17:45.493
อาจารย์ปิยวรรณ อาจารย์ปิยวรรณเป็นที่ปรึกษาเราไหม

1167
01:17:45.494 --> 01:17:49.494
หรืออาจารย์ธาสินี

1168
01:17:49.495 --> 01:17:53.495
อาจารย์ปิยวรรณ เขาบ่นว่าเราไม่เข้ากิจกรรมใช่ไหม

1169
01:17:53.496 --> 01:17:57.496
สัปดาห์ที่แล้วได้เข้าไหม

1170
01:17:57.498 --> 01:18:01.498
อาทิตย์ก่อนน่ะ

1171
01:18:01.499 --> 01:18:05.499
เข้าอยู่นิดหนึ่งใช่ไหม นิดเดียว

1172
01:18:05.500 --> 01:18:09.500
เข้านิดเดียว อันนี้เขาเข้าหมดอยู่แล้ว มันน้อยไง

1173
01:18:09.501 --> 01:18:13.501
รุ่นนี้มันน้อยไง 7-8 คน

1174
01:18:13.502 --> 01:18:17.502
ติดโควิดมันไม่เข้านะครับ

1175
01:18:17.503 --> 01:18:21.503
ก้ฝากพวกเรานะครับ เพราะมีกิจกรรม

1176
01:18:21.504 --> 01:18:25.504
ให้ร่วม ร่วมเพราะอะไรครับ เราจะได้สื่อสารกับผู้อื่น

1177
01:18:25.505 --> 01:18:29.505
ร่วมบางทีเราอาจจะสอบไม่ผ่าน

1178
01:18:29.506 --> 01:18:33.506
เขาก็โอ๊ย มีร่วมกิจกรรมตลอด

1179
01:18:33.507 --> 01:18:37.507
อาจารย์เขาก็ใจอ่อน เขาก็จะช่วยพวกเรา นี่คือ

1180
01:18:37.508 --> 01:18:41.508
ในราชภัฏสกลนครของเรา เราไม่เคลียด

1181
01:18:41.511 --> 01:18:45.511
ไม่เหมือนมหาลัยใหญ่ ๆ ไม่ ไม่เกี่ยวกันนะครับ

1182
01:18:45.511 --> 01:18:49.511
เราก็จะเรียนกันแบบนี้นะครับ เรียนกัน

1183
01:18:49.512 --> 01:18:53.512
แบบลูก แบบพ่อ แบบแม่ แบบพี่ แบบน้อง

1184
01:18:53.513 --> 01:18:57.513
เชื่อไหมว่ารุ่นพี่เราเรียนไม่ผ่าน บางทีตาม

1185
01:18:57.514 --> 01:19:01.514
ไปถึงบ้านนะครับ รุ่นพี่ปีที่แล้วติด i ผมไปถึง

1186
01:19:01.515 --> 01:19:05.515
5 คน นะครับ ติด i คืออะไรครับ

1187
01:19:05.516 --> 01:19:09.516
เกรดไม่ถึง ผมเลยติด i เอาไว้

1188
01:19:09.517 --> 01:19:13.517
เพิ่งแก้ให้เมื่อวันจันทร์

1189
01:19:13.518 --> 01:19:17.518
นะครับ พวกติด i ให้ A เลย แต่ปรากฏว่า

1190
01:19:17.519 --> 01:19:21.519
ให้ A ไปแล้วเกรดก็ยังไม่ถึง 2

1191
01:19:21.521 --> 01:19:25.521
เป็นอย่างไร โดน Retire นะ เด็ก ๆ  โดน Retire นะ

1192
01:19:25.522 --> 01:19:29.522
ปี 1 เทอม 1 เทอม 2 เกรดเฉลี่ยต้องไม่ต่ำกว่า 20

1193
01:19:29.522 --> 01:19:33.522
ไม่อย่างนั้นพวกเรา คำว่า Retie

1194
01:19:33.523 --> 01:19:37.523
คือเขาไล่ออก คือเขาเชิญออก เรียนไม่ได้

1195
01:19:37.525 --> 01:19:41.525
แต่ถ้าเราเรียนแล้ว 4 ปี 2.00 คือจบ

1196
01:19:41.526 --> 01:19:45.526
เราอย่าไปซีเรียสกับเรื่องเกรดมาก

1197
01:19:45.527 --> 01:19:49.527
ว่าอย่าต่ำว่า 2 ถ้าต่ำกว่า 2 แปลว่าอะไรครับ

1198
01:19:49.529 --> 01:19:53.529
นะครับ เห็นไหมเมื่อเช้า พี่ ๆ เพื่อน ๆ

1199
01:19:53.530 --> 01:19:57.530
3. กว่า ๆ

1200
01:19:57.531 --> 01:20:01.531
เหมือนพี่พลอย พี่พลอยเท่าไรนะ 3. เท่าไรนะ

1201
01:20:01.531 --> 01:20:05.531
3.87 นี่จบเ

1202
01:20:05.532 --> 01:20:09.532
อันดับ 1 นะครับ รุ่นพี่เรานะครับ

1203
01:20:09.533 --> 01:20:13.533
แต่ละคนถามแล้ว แล้วอาจารยืพ่อเกรดเท่าไร

1204
01:20:13.534 --> 01:20:17.534
ผมจบ รู้ไหมปุ๋บ อาจารย์พ่อจบเกรด

1205
01:20:17.535 --> 01:20:21.535
อาจารย์จบเกรดเท่าไหร่

1206
01:20:21.536 --> 01:20:25.536
ผมเอง ผมเรียนระดับอนุปริ

1207
01:20:25.537 --> 01:20:29.537
นะครับ เกรดเฉลี่ยจบ 2.05 นะครับ

1208
01:20:29.538 --> 01:20:33.538
เห็นไหม 05 ก็จบได้เห็นไหม 2.05

1209
01:20:33.540 --> 01:20:37.540
2.00 ก็จบนะครับ

1210
01:20:37.541 --> 01:20:41.541
ผมกับเพื่อนผมน่ะ กอดคอจบกับเพื่อนผม

1211
01:20:41.542 --> 01:20:45.542
2.05 เพื่อนผม เสี่ยวฮักเสี่ยงแพง จบ

1212
01:20:45.543 --> 01:20:49.543
2.00 ตอนนี้เป็นผู้อำนวยการอยู่

1213
01:20:49.552 --> 01:20:53.552
ผมจบ 2.05 ก็เป็นอาจารย์อยู่นี่แหละ

1214
01:20:53.553 --> 01:20:57.553
ตอนผมไปสมัครเรียน ปริญญาโท เขาไม่รับ

1215
01:20:57.554 --> 01:21:01.554
เขาไม่รับ เพราะอะไรรู้ไหม เขาบอกเกรดไม่ถึง

1216
01:21:01.555 --> 01:21:05.555
เขาบอกต้อง 2.75 เขาถึงจะได้สอบปริญญาโท

1217
01:21:05.556 --> 01:21:09.556
แต่ก็ไปตีหน้าเศร้ามานะครับ

1218
01:21:09.557 --> 01:21:13.557
เราบอกว่าเราเรียนมายาก

1219
01:21:13.558 --> 01:21:17.558
เราน่าจะทำบุญไม่เยอะ อาจารย์ที่าสอบสัมภาษณ์

1220
01:21:17.559 --> 01:21:21.559
เขาก็ให้เราเรียน เราถึงจบโทมาได้ เพราะฉะนั้น

1221
01:21:21.560 --> 01:21:25.560
การเรียนตัวเกรดเฉลี่ยไม่ไ

1222
01:21:25.562 --> 01:21:29.562
ชี้วัดพวกเราว่าพวกเราเก่งหรือไม่เก่ง

1223
01:21:29.565 --> 01:21:33.565
นะครับ นี่ถึงอยากให้ดู ผมจบ 2.05

1224
01:21:33.566 --> 01:21:37.566
ปัจจุบันยังมาได้ถึงขนาดนี้นะครับ เกรดเฉลี่ย

1225
01:21:37.567 --> 01:21:41.567
ไม่ใช้ตัวชี้วัดแต่เราก็ต้องพยายาม

1226
01:21:41.568 --> 01:21:45.568
นะ ลูก ๆ ผมทุกคนนั่นล่ะ ต้องมีความ

1227
01:21:45.569 --> 01:21:49.569
พยายาม ไม่มีอะไรเหนือความคาดหมาย

1228
01:21:49.570 --> 01:21:53.570
จบแล้ว มีงานทำ เมื่อวาน

1229
01:21:53.571 --> 01:21:57.571
ส่งข่าวมาว่าได้งานใหม่อีกแล้ว

1230
01:21:57.572 --> 01:22:01.572
ไอ้นี่เปลี่ยนงานมา 8 งานแล้วนะครับ

1231
01:22:01.573 --> 01:22:05.573
ก็ไม่เป็น ได้เงินเดือนดีก็ไม่เป็นไร ครับ

1232
01:22:05.574 --> 01:22:09.574
วันนี้ก็ขอขอบคุณพี่เก๋นะครับ ที่

1233
01:22:09.575 --> 01:22:13.575
ช่วยล่ามก็คงเจอกันสัปดาห์หน้า

1234
01:22:13.575 --> 01:22:17.575
นะครับ ถ้าสัปดาห์ไหนเราหยุด หรือ

1235
01:22:17.577 --> 01:22:21.577
เราไม่ได้ใช้ล่ามออนไลน์ เราก้จะแจ้งก่อน

1236
01:22:21.578 --> 01:22:25.578
ครับ ก็ขอบคุณพี่ล่ามมากนะครับ วันนี้ก็คง

1237
01:22:25.580 --> 01:22:29.580
พอแค่นี้นะครับ ขอบคุณครับ

1238
01:22:29.582 --> 01:22:33.582
ปิดระบบเลยพลอย

1239
01:22:33.583 --> 01:22:37.583
ปิดระบบได้เลย

1240
01:22:37.584 --> 01:22:41.584

1241
01:22:41.585 --> 01:22:45.585
โอเคนะครับพวกเราเดียวเจอกันสัปดาห์หน้า

1242
01:22:45.587 --> 01:22:49.587
ห้อง รวบรวมแบบฝึกหัดส่งแล้วก็ส่งที่โต๊ะ

1243
01:22:49.588 --> 01:22:53.588
อาจารย์นะครับ เจอกันสัปดาห์หน้า ไป

1244
01:22:53.589 --> 01:22:57.589

1245
01:22:57.590 --> 01:23:01.590

1246
01:23:01.591 --> 01:23:05.591

1247
01:23:05.592 --> 01:23:09.592
[สิ้นสุดการถอดความ]

1248
01:23:09.593 --> 01:23:13.593

1249
01:23:13.595 --> 01:23:17.595

1250
01:23:17.596 --> 01:23:21.596

1251
01:23:21.598 --> 01:23:24.599


