(อาจารย์ธิดารัตน์) สวัสดีค่ะ สวัสดีล่ามทางไกลด้วยนะคะ ได้ยินไหมคะ สวัสดีค่ะ ล่ามได้ยินหรือเปล่าคะ ล่ามทางไกลได้ยินไหมคะ โอเคค่ะ อย่างนั้นเดี๋ยวจะขอเริ่มเลยนะคะ โอเคค่ะ ก็วันนี้ เริ่มได้เลยใช่ไหมคะ ทางล่ามโอเคนะคะ โอเคค่ะ ก็เดี๋ยวเราจะมาเริ่มเรียนนะคะ บทที่ 5 ของเราต่อนะคะ บทที่ 4 ของเราที่เรียนไปสัปดาห์ที่แล้วนะคะ ก็จะเป็นเกี่ยวกับตัวมาตรฐาน 802.3 นะคะ เป็นตัวมาตรฐาน เดี๋ยวอาจารย์ขอ... ตัวมาตรฐาน 802.3 ก็จะเป็นตัวมาตรฐานของตัวอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นตัวมาตรฐานแรก ที่ใช้ในการเชื่อมต่อของตัวอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่เริ่มนำมาใช้นะคะ ไม่ว่าจะเป็น ในบริษัท หน่วยงาน องค์กรนะคะ จากตัวมาตรฐาน 802.3 ของบทที่ 4 ของเรา เราก็จะมาเรียนต่อของตัวมาตรฐาน 802.4 แล้วก็ตัวมาตรฐาน 802.5 ของเรานะคะ ก็จะเป็นเครือข่ายในรูปแบบของ Token Bus แล้วก็ Token Ring นั่นเองนะคะ ทั้ง 2 อัน เดี๋ยวเราจะมาดูกันนะคะ ว่าเนื้อหาของที่เราจะได้เรียนในวันนี้มีอะไรบ้างนะคะ เริ่มแรกก็จะมาพูดถึงตัวหลักการพื้นฐานนะคะ ความเป็นมาของตัวมาตรฐาน IEEE 802.4 แล้วก็ IEEE 802.5 อย่าลืมปิดไมค์ด้วยนะคะ แล้วก็มีการทำงานนะคะ หน้าที่นะคะ ของตัว MAC ในรูปแบบ Token Passing นะคะ เดี๋ยวเราจะมาดูกันว่าการทำงานของตัว Token ที่ใช้ในการส่งไอ้ตัวรูปแบบของเครือข่าย จากที่ตัวมาตรฐาน 802.3 มาแล้วเป็น 802.4 แล้วก็ 802.5 นี่ มันมีความแตกต่าง และก็มีรูปแบบนะคะ การจัดวางหรือว่าการใส่ข้อมูลนะคะ ของลำดับนะคะ ในการส่งข้อมูลอย่างไรนั่นเองนะคะ มาดูตัวหลักการพื้นฐานของเรานะคะ ก็อย่างที่บอกไปว่าตัวมาตรฐาน 802.3 นี่ เริ่มแรกก็จะเป็นตัวมาตรฐานที่นำมาใช้นะคะ ในการจัดวาง หรือว่าสื่อสารตัวระบบอุปกรณ์ในตัวคอมพิวเตอร์ในสำนักงานของเรานั่นเองนะคะ แต่เนื่องจากเมื่อเรานำมาใช้แล้วนี่ ก็จะประสบปัญหา อย่างที่เราบอกไปนะคะ เวลาเราส่งข้อมูลไปพร้อมกัน ในกรณีที่ เครื่องคอมพิวเตอร์ 2 เครื่อง ที่ทำการส่งข้อมูลไปพร้อมกัน แล้ว กรณีที่ส่งไปพร้อมกันแล้วเกิดการชนกันของข้อมูลเกิดขึ้น ดังนั้นก็จะมีการสุ่ม ตัวเวลาขึ้นมา เพื่อจะทำการส่งข้อมูลอีกรอบหนึ่ง เพื่อไม่ให้การส่งข้อมูลนั้นเกิดการชนกันของข้อมูล ดังนั้น ตัวมาตรฐาน 802.3 ก็เลยจะมีข้อจำกัดตรงนี้ ซึ่งจะทำให้ เราหรือว่าผู้ส่งที่ทำการส่งข้อมูลอีกรอบนี่ ต้องรอระยะเวลาใหม่ เพื่อทำการส่งข้อมูลซ้ำอีกรอบ อีกครั้งหนึ่งนั่นเอง ซึ่งบางทีอาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการรอที่ค่อนข้างเยอะนั่นเองนะคะ เราก็ไม่รู้ว่าส่งไปรอบ 2 รอบที่ 3 หรือรอบที่ 4 ไปเรื่อย ๆ นี่ จะเกิดการชนกันของข้อมูลอีกครั้งหรือเปล่านั่นเองนะคะ และอีกปัญหาหนึ่ง ใครเปิดไมค์นะคะ อย่าลืมปิดไมค์ให้อาจารย์ด้วย ใครหนอ อัษฎาวุธ ปิดไมค์ให้อาจารย์ด้วยนะคะ ปิดหรือยังเอ่ย โอเค เดี๋ยวต่อกันนะคะ ก็คืออีกปัญหาหนึ่งที่เราพบก็คือ เนื่องจากไอ้ตัวมาตรฐาน 802.3 ที่เป็นรูปแบบการส่งข้อมูลแบบ CSMA/CD นี้ เราจะมีการส่งลำดับของเฟรมนะคะ แต่ว่าตัวมาตรฐาน 802.3 นี่ เมื่อส่งไปถึงปลายทางแล้ว มันไม่ได้ทำการเรียงลำดับของตัวเฟรม แต่ที่อาจารย์บอกไป คือต้องส่งตัวเลข 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 จากต้นทางไปยังปลายทางนะคะ อย่างปลายทางรับมา มันอาจจะเริ่มที่ลำดับที่ 4 5 6 แล้วก็ 1 2 3 อย่างนี้ ดังนั้นนี่ ความสำคัญในการจัดลำดับก็จะไม่เกิดขึ้น ดังนั้นก็ไม่สามารถที่จะนำมาใช้ ในตัวระบบ Real-time นะคะ ตัวนี้ก็เลยจะทำให้เกิดปัญหานะคะ ในการรับ-ส่งข้อมูลว่า ตัวไหนที่จะมีลำดับที่อยู่ก่อนนี่ ไม่สามารถที่จะมาเรียงลำดับที่ 1 ได้นั่นเองนะคะ ถัดมานะคะ ตัว 802.3 นี่ เมื่อเราพบถึงปัญหาแล้ว ดังนั้น ตัวมาตรฐานที่เกิดขึ้นก็จะเป็นมาตรฐาน 8.2.4 นะคะ ซึ่งจะเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหานั่นเองนะคะ ก็คือตัวนี้จะเปิดโอกาสให้ แต่ละคอมพิวเตอร์นั่นเองในตัวระบบเครือข่ายของเรานี่ ทำการผลัดเปลี่ยน เพื่อทำการส่งข้อมูลของตนเองตามระยะเวลานั่นเองนะคะ ก็คือยกตัวอย่างว่า เรามีตัวเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่ทั้งหมดกี่เครื่องในตัวระบบนะคะ ก็จะใช้นะคะ ระยะเวลานั่นเองในการส่งข้อมูลแต่ละครั้งนี่เป็นจำนวนเวลาเท่าไรนะคะ ก็คูณกับจำนวนของตัวเครื่องนั่นเองนะคะ หรือเรียกว่าเป็นสถานีนั่นเองว่า มีทั้งหมดกี่เครื่อง แล้วก็ใช้เวลาเท่าไรนะคะ ดังนั้น แต่ละเครื่องก็จะรู้ว่า เวลาที่เขาจะสามารถที่จะส่งข้อมูลได้นี่ อยู่ที่เวลาเท่าไรนั่นเองนะคะ ดังนั้นเราก็ไม่ต้องแบบไปกังวลข้อมูลนะคะ ว่าเราส่งข้อมูลแล้วเกิดการชนกันของข้อมูลนะคะ เราก็รู้ระยะเวลาที่แน่นอนว่าเราจะส่งข้อมูลนี่ที่เวลาน ณ จุดใดนั่นเองนะคะ ดังนั้น ผู้ใช้งานในตัวคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในระบบเครือข่ายนี้ ก็จะค่อนข้างมักประสบปัญหาการชนกันของข้อมูลนะคะ ซึ่งทำให้เกิดการชื่นชอบ และก็นำตัวระบบเครือข่ายนี้มาใช้ แต่เนื่องจากในตัว... แต่ถ้า ก็คือการต่อระบบตัวเครือข่ายของตัวมาตรฐาน 802.4 นี่ จะค่อนข้างมีปัญหาในกรณีที่ถ้าตัวเครื่องคอมพิวเตอร์หรือว่าตัวเคเบิลนะคะ สายเชื่อมต่อในตัวระบบเครือข่ายของเขานี่ เกิดปัญหา ทำให้ตัวระบบเครือข่ายทั้งหมดนี่ เกิดเสียปัญหาด้วยเช่นเดียวกัน ก็คือไม่สามารถที่จะส่งตัวข้อมูลหากันได้นั่นเองนะคะ ดังนั้นวิธีตัวประยุกต์นะคะ การแก้ปัญหาของตัวมาตรฐาน 802.3 ก็จะเกิดเป็นการพัฒนามาตรฐานที่ขึ้นมาใหม่เรียกว่า 802.4 ก็คือนำจุดเด่นนะคะ ของข้อดีก็คือไม่ต้องรอโดยไร้จุดหมาย ก็คือเราจะมีระยะเวลาที่กำหนดว่า ตั้งนะคะที่ลำดับที่เท่าไร จะสามารถที่จะส่งข้อมูลได้นะคะ แล้วก็สามารถที่จะต่อ เชื่อมต่อกับข้อมูลในรูปแบบระบบวงแหวนนั่นเองนะคะ ถัดมา พูดถึง 802.4 ไปแล้วนะคะ อันนี้ก็จะเป็น 802.5 ที่มีการพัฒนาเพิ่มมากขึ้น จาก 802.3 802.4 ก็จะเอาข้อดีของ 03 แล้วก็ข้อดีของตัวพัฒนาใหม่ มาเป็นตัวมาตรฐาน 802.4 และล่าสุดก็จะเป็นตัวมาตรฐาน 802.5 นะคะ ซึ่งเป็นตัวระบบวงแหวนที่ถูกพัฒนานะคะ ให้มีการใช้ในตัวระบบเครือข่าย อาจจะเป็นวงกว้าง หรือว่าเฉพาะที่ก็ได้นั่นเองนะคะ ตัวระบบเครือข่ายแบบวงแหวนนี่ ก็จะทำการเชื่อมต่อแบบจุดต่อจุดนะคะ แล้วก็ทำการเชื่อมต่อตัวคอมพิวเตอร์ ตัวเครือข่ายของเรานะคะ ที่จะเป็นรูปแบบวงกลมนั่นเองนะคะ หรือว่าจะเรียกว่าวงแหวนนั่นเอง สายที่ใช้ในการสื่อสารนะคะ อาจจะมีสายตัว UTP นะคะ หรือ ICP ก็แล้วแต่นะคะ หรือว่าจะเป็นสาย Coaxial Fiber Optic นะคะ ก็แล้วแต่ว่าตัวระบบเครือข่ายของเรานี่ อยู่ในอาคารหรือว่าตัวเชื่อมต่อนี่ ใช้ระยะทางไกลใกล้แค่ไหนนะคะ สัญญาณที่ใช้นะคะ ในการเชื่อมต่อนะคะ ก็มีทั้ง 2 รูปแบบ ทั้ง Digital และก็ Analog นั่นเองนะคะ คราวนี้บริษัทนะคะ ตัว IBM นี่ ก็สามารถที่จะนำตัวมาตรฐานตัวนี้นะคะ มาใช้นะคะ ในตัวระบบเครือข่ายของเรานะคะ ดังนั้น เขาก็เลยได้ร่วมพัฒนา แล้วก็ออกแบบเป็นตัวมาตรฐาน 802.5 ขึ้นมานะคะ อันนี้ก็จะเป็นข้อดีที่พัฒนาเพิ่มจากตัวมาตรฐาน 802.4 มาเป็น 802.5 นะคะ ก็คือสามารถกำหนดระยะเวลา แล้วก็ความยาวนะคะ ของการส่งสัญญาณของแต่ละบิตได้นั่นเองนะคะ ถัดมา เดี๋ยวเราจะมาดูรูปแบบนั่นเองนะคะ ว่าในการส่งข้อมูลนะคะ ชุดหนึ่งนี่ ไปยังปลายทางนะคะ จากต้นทางนี่ มันต้องมีตัวเฟรมข้อมูลอะไรบ้างนะคะ โดยเราจะมาดูมาตรฐานแรกของเรา อยู่ที่ตัวมาตรฐาน IEEE 802.4 ก่อนนะคะ ว่าในการส่งข้อมูล 1 ครั้งนี่คะ ในรูปแบบ Token Passing นี่ มันต้องมีข้อมูลอะไรบ้าง ที่จะทำการส่งไปในอีกรอบนั่นเองนะคะ โดยส่วนประกอบนะคะ ของเฟรมนะคะ ของข้อมูลมาตรฐาน 802.4 ของเรานี่ ก็จะเริ่มจากตัวแรกนะคะ Preamble นะคะ อันที่ 1 ก็จะเป็น ตัวที่ใช้เทียบสัญญาณของผู้ส่งแล้วก็ผู้รับให้ตรงกันนั่นเอง ว่าส่งไปที่ต้นทางที่เวลานี้ แล้วปลายทางรับผิดชอบเวลานี้ ก็จะมีการ Sync ข้อมูลของเวลานะคะ ถัดมา ก็จะเป็นตัว SD ตรงนี้นะคะ SD ก็จะเป็นตัว Start Delimiter ก็คือจะเป็นตัวบอกจุดเริ่มต้นนั่นเองนะคะ ของข้อมูลที่จะทำการส่ง SD กับ ED ก็คือ ตัว ED ก็คือตัวนี้นะคะ ตัวท้ายสุด ก็คือว่าจะส่งข้อมูลไปถึงสิ้นสุดที่ตรงไหนนั่นเองนะคะ ดังนั้น เรามีจุดเริ่มต้นแล้ว จุดสิ้นสุดเรียบร้อยแล้ว เราก็ไม่ต้องมีระยะทาง ความยาวของตัวข้อมูลนั่นเองนะคะ เนื่องจากเรามีจุดเริ่มต้นแล้วก็จุดสิ้นสุดแล้วเรียบร้อยนั่นเองนะคะ ข้อมูลก็จะเป็นที่อยู่ระหว่าง 2 เฟรมนี้นั่นเองนะคะ ถัดมานะคะ เดี๋ยวเราจะมาดู ตัว F Frame Control ของเรานั่นเองนะคะ ก็คือจะใช้ในการแยกระหว่าง เฟรมข้อมูลแล้วก็เฟรมควบคุมของเรานะคะ เช่น กรณีที่เราจะส่งข้อมูลนะคะไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่ถัดลงไปนี่ จะต้องมีการปรับตัว Address หรือว่าตัวข้อมูลนะคะ ตัวไบต์ที่ทำการส่ง จากต้นทางกับปลายทางนะคะ ก็จะมีการปรับค่าภายในนะคะ ของตัวเลขนี่ เพื่อจะส่งไปยังปลายทางลำดับถัดไปได้นั่นเองนะคะ ถัดมา ก็จะมีที่อยู่ของผู้ส่งแล้วก็ผู้รับนั่นเอง ก็จะเป็น Source address แล้วก็ Destination address นั่นเองนะคะ ก็แต่ละที่ก็จะมีความยาวนะคะ ขนาด 6 ไบต์นั่นเองนะคะ ว่าต้นทางเรามี อยู่ที่บ้านเลขที่อะไร ปลายทางอยู่ที่บ้านเลขที่อะไรนั่นเองนะคะ ถัดมา Data หรือว่าความยาวของเราก็คือตัวข้อมูลของเรา ที่เราจะทำการส่งไปนี่ ก็จะมีความยาวอยู่ที่ 0-8182 ไบต์ 8182 ไบต์นั่นเองนะคะ ก็คือข้อมูลที่เราได้รับมา แล้วก็อันสุดท้ายของเราตัวนี้นะคะ Checksum นะคะ ก็คือใช้ในกรณีที่ต้องการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลนั่นเอง กรณีที่เราส่งข้อมูลจากต้นทางไป อาจจะมีขนาด 4 ไบต์นะคะ ปลายทางรับไปนี่ ครบหรือเปล่า มีการตกหล่นระหว่างเดินทางไหมนะคะ ไบต์ครบไหม ข้อมูลครบไหม ก็จะมีตัวระบบที่คอยช่วยระบุข้อมูลความผิดพลาดนะคะ หรือที่เรียกว่า CRC นั่นเอง ตัวนี้ Cyclic redundancy นั่นเองนะคะ จะดูว่าข้อมูลครบไหม มีหล่นหายระหว่างทางหรือเปล่านะคะ จะได้เช็กได้ถูกตรงไหนที่มันผิดพลาดก็จะทำการส่งข้อมูลซ้ำอีกรอบหนึ่ง เพื่อจะได้ให้ปลายทางนี่รับข้อมูลได้อย่างครบถ้วน แล้วก็สมบูรณ์นั่นเองนะคะ อันนี้ก็จะเป็นตัวมาตรฐานแรกของเรานะคะ ถัดมา เราจะมาดู การทำงานของ Token passing หรือว่าตัวเฟรมที่เราทำการส่งข้อมูลนะคะ ไปยังตัวระบบเครือข่ายของเรานะคะ ในตัวมาตรฐานที่ 2 ก็จะเป็นตัวมาตรฐาน IEEE 802.5 นะคะ เราก็จะมาดูว่าส่วนประกอบของเรานี่ เราจะดูจากรูปนี่ ด้านบนนี่ เราก็จะเห็นว่า ตัวองค์ประกอบของรูปนี่ จะแตกต่างกับตัวมาตรฐาน 802.4 นะคะ ค่อนข้างเยอะนะคะ มันจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภท มี a, b, c a ก็จะเป็น Token b เป็น Abort c ก็จะเป็น Data นะคะ เราก็จะเห็นว่าตรงที่ c นี่ จะมีหน้าตาคล้ายกับตัวมาตรฐาน 802.4 นะคะ เดี๋ยวเราจะมาดูนะคะ ว่าตัวประเภทแรกของเราที่ a หรือว่า Token นี่คืออะไรนะคะ Token ก็จะเป็นตัวที่เดินทางอยู่ในตัวระบบเครือข่ายนั่นเองนะคะ ก็คือจะวิ่งวนไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งมีเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องไหนที่ต้องการส่งข้อมูลนะคะ ก็จะทำการเปลี่ยน Token ที่ทำการเดินทางในวงแหวนองเรานี่ เปลี่ยนค่านั่นเองนะคะ จากนะคะ ตัว Access Control หรือว่าตัว AC ของเรานี่จากค่า 0 นะคะ เปลี่ยนเป็น 1 นะคะ แล้วก็จำลองตัวเองนี่ กลับมาเป็นตัว Header ก็คือตัวด้านหน้านี่ เพื่อทำการส่งนะคะ ในเฟรมข้อมูลของเรานะคะ โดยเราจะมีนะคะ เฟรมที่มีการส่งข้อมูลของเรานี่ ตัวนี้นี่ มีอะไรบ้าง ลักษณะก็จะคล้าย ๆ ตัวมาตรฐาน 802.4 เมื่อกี้เลยนะคะ ก็จะมี SD ก็คือตัว Start ก็คือเดินมาบอกแล้วว่า นี่ จะเริ่มมีการส่งข้อมูลแล้วนะนะคะ คำนวณความยาวไบต์เท่าไรนั่นเองนะคะ จะมี SD แล้วก็ตัว ED ตัวนี้ก็คือ End delimiter นั่นเอง เริ่มต้นแล้วก็ต้องมีจุดสิ้นสุดนั่นเองของเฟรมว่าอยู่ที่ไหนนะคะ ถัดมานะคะ เราก็จะมาดูตัว AC ของเรานะคะ ตัวเมื่อกี้ เมื่อกี้เป็น Start แล้วก็ตัวที่ 2 ก็จะเป็นตัว AC ของเรานะคะ AC ของเราตัวนี้ ก็จะมีองค์ประกอบที่เยอะมากกว่าตัวมาตรฐานเมื่อกี้นะคะ ก็จะมีอยู่ 4 ส่วน มี Priority นะคะ ก็คือสามารถที่จะกำหนดความสำคัญของเฟรม อย่างที่บอกไปว่าเฟรมไหนลำดับที่ 1 2 3 นะคะ อันที่ 2 Token ก็จะบอกประเภทได้นะคะว่าอันนี้เป็นเฟรมข้อมูลหรือเปล่า หรือว่าเป็น Token หรือว่าตัวหัวที่ส่งข้อมูลนั่นเองนะคะ อันที่ 3 Monitor นะคะ ก็เอาไว้ในกรณีที่เฟรมเกิดขาดหายในวง การสื่อสารของเรานั่นเอง ในวงเส้นเดินทางหรือตัวระบบคอมพิวเตอร์ของเรานะคะ และอันที่ 4 ก็จะเป็น Reserve นะคะ สำหรับจอกรณีที่เราต้องการที่จะส่งข้อมูลนะคะ ก็ตัว Reserve นี่ก็จะไปจองว่าเดี๋ยวเราจะทำการส่งข้อมูลแล้วนะ นะคะ ถัดมา ตัวถัดมา ก็จะเป็นตัว Frame Control ตัวนี้นะคะ ก็จะใช้ตัวควบคุมนะคะ ตัวชุดคำสั่งนะคะ ที่เอาไปกำกับการส่งข้อมูลในตัวเฟรม ที่เราจะส่งไปยังปลายทางนะคะ ถัดมา SD นะคะ ตัวนี้ ก็คือ Source address ของเราแล้วก็ Destination address ก็ตาม ก็จะเป็นที่อยู่ผู้ส่งกับที่อยู่ผู้รับ ลักษณะก็จะเหมือนกันนั่นเอง แล้วก็จะมีที่อยู่ของต้นทางว่าส่งมาจากไหน แล้วก็ที่อยู่ของปลายทาง อันนี้ก็จะมีอย่างละ 6 ไบต์เช่นเดียวกันนั่นเองนะคะ ถัดมา อันนี้จะเป็นข้อมูลนะคะ ความยาวของข้อมูลนะคะ เราจะเห็นว่า ตัวความยาวของข้อมูลของเราจะสามารถส่งได้ตั้งแต่ 0 ถึง 4500 ไบต์นั่นเองนะคะ Checksum เอาไว้ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล ก็มี 4 ไบต์ เช่นเดียวกับมาตรฐานเมื่อกี้เลย เช่นกรณีที่เราส่งข้อมูล ไปในสายสื่อสารแล้วเกิดความผิดพลาดข้อมูลในลำดับไหนนี่ ขาดหายไปนคะ หรือข้อมูลลำดับไม่ครบนะคะ ก็จะได้ทำการส่งข้อมูลกลับมาอีกรอบหนึ่ง เพื่อจะได้ให้ข้อมูลจากต้นทางและปลายทางตามนี่ ครบตามที่ต้นทาง ต้องการส่งข้อมูลมานั่นเองนะคะ ถัดมา Frame Status อันนี้ก็คือสำหรับไว้ควบคุมข้อมูลนะคะ โดยเมื่อผู้รับได้รับข้อมูลนะคะ ก็จะทำการบ่งบอกสถานะของข้อมูลว่า ข้อมูลที่ได้รับมานี่ เป็นอย่างไรบ้างนะคะ อันแรกของเรานะคะ อยู่ที่ถ้าตัว AC ของถ้า A = 0 และ C = 0 ก็คือ ปลายทาง ผู้รับไม่อยู่ในวงแหวน พูดง่าย ๆ ก็คือ Destination หรือว่าตัวปลายทางนี่ ไม่ได้อยู่ในวงสื่อสารนะคะ ที่เราจะส่งข้อมูลไปนั่นเอง เมื่อได้รับตัวสารตรงนี้ เราก็ต้องทำการส่งข้อมูลใหม่นะคะ ถัดมา ถ้าค่า A เป็น 1 C เป็น 0 หมายความว่า ฝั่งผู้รับนะคะ แล้วก็ ไม่ได้รับเฟรมนั้น อาจจะมีการส่งข้อมูลไม่ครบ หรือว่ามีบัฟเฟอร์เกิดขึ้นนะคะ อันนี้ก็จะได้เช็กกันอีกรอบหนึ่ง แล้วก็สุดท้ายนะคะ A = 1 C = 1 หมายความว่า ได้รับข้อมูลครบเรียบร้อยแล้วนั่นเอง ถัดมา เราก็จะมาดูว่า Token Frame ของเรานี่มีอะไรบ้างนะคะ ลักษณะของเฟรมก็จะประกอบไปด้วย 3 ไบต์นะคะ ก็จะมี SD AC ED นะคะตรงนี้ มี Start นะคะ Access control แล้วก็ End delimiter ก็คือเริ่มที่เท่าไรนะคะ แล้วก็จบที่เท่าไรนั่นเอง แล้วก็จะเป็นตัว AC ไว้ทำการควบคุมนะคะ การส่งข้อมูล ในระหว่างต้นทางกับปลายทางนั่นเองนะคะ อีกตัวหนึ่งนะคะ ก็จะเป็น Abort ตัวนี้ก็จะเป็นชื่อที่อาจจะไม่ได้ยินนะคะ เพิ่งได้ยินมา ตัวเฟรมนี่ก็ไว้ในกรณีที่เราต้องการยกเลิกนั่นเองนะคะ ว่าจะเริ่มยกเลิกตั้งแต่เฟรมไหนถึงเฟรมไหน ตัวข้อมูลที่เราส่งไปก็สามารถยกเลิก ข้อมูลเหล่านั้นก็จะไม่ส่งไปยังปลายทางนั่นเองนะคะ เราก็จะมาดูมาตรฐานของตัว การส่งข้อมูลของ IEEE 802.4 แล้วก็ IEEE 802.5 นะคะ คราวนี้เรามาดูรูปแบบของตัว Token Bus ของเรานะคะ ที่ใช้ในการเชื่อมต่อนะคะ จากสถานีนะคะ เดาจากรูปก็จะเห็นว่ามันจะเป็นการเชื่อมต่อนะคะ เป็นรูปแบบกลุ่มในลักษณะของวงนั่นเองนะคะ แต่ การส่งข้อมูลนี่ก็จะเริ่มนั่นเองนะคะ จากต้นทางนะคะ โดยหมายเลขที่สูงสุดของวงนะคะ ก็จะส่งข้อมูลออกมานะคะ แล้วก็ไล่ลำดับไปยังข้อมูลข้างเคียงของเรานั่นเองนะคะ อันนี้ก็จะเห็นว่าเป็นสายโคแอกเชียลนะคะ ที่ใช้ในการเชื่อมต่อตัวอุปกรณ์นะคะ ถัดมา Token Bus นะคะ อันนี้ก็จะเห็นว่าสายของเรานี่ทำการเชื่อมต่อกันเป็นวงล้อมนะคะ ก็คือวงกลมเลยนะคะ อุปกรณ์ก็ต่อจากเครื่องนะคะ ไปยังสายส่งสัญญาณ แล้วก็ไปยังเครื่องใกล้เคียงนะคะ ที่ทำการเชื่อมต่อจนกระทั่งครบเป็น 1 รอบนั่นเองนะคะ ก็จะมีการส่งจาก... ส่งจาก Station ไหนไปยัง Station ไหนนะคะ ถัดมา อุปกรณ์นะคะ ที่ใช้ในการเชื่อมต่อของ Token Ring นะคะ ก็จะเรียกว่า Multistation Access Unit หรือว่า MAU นะคะ ก็จะเป็นอุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่อตัวอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เข้ากับสายสื่อสารนะคะ แล้วก็สายสื่อสารก็เชื่อมต่อไปยัง Station หรือว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ตัวอื่น ๆ แล้วก็เชื่อมต่อให้เป็น 1 เครือข่าย หรือว่า 1 วงจรของเรานั่นเองนะคะ ถัดมาก็จะเป็นตัวรูปแบบการใช้ตัวไฟเบอร์นะคะ ก็จะเรียกว่า FDDI นะคะ Fiber Distributed Data Interface นะคะ ก็จะเป็นระบบเครือข่ายที่ ใช้รูปแบบของ Token Ring นะคะ ตัวมาตรฐานของเรา ตัว ITP เมื่อกี้นั่นเองนะคะ โดยกำหนดมาตรฐานโดย ANSI แล้วก็ ITU ตัวนี้จะใช้ตัวมาตรฐานของตัว Fiber Optic มาใช้ในการสื่อสารนะคะ คราวนี้เราจะมาดูตัว Layer ของตัว FDDI นะคะ ก็จะมีทั้งหมด 4 ส่วนนะคะ ก็จะมีแค่ ถ้าเทียบกับตัว OSI ของเราก็มีแค่ 2 ชั้นนะคะ ก็จะแตกต่างกับตัว OSI ของเรา ซึ่งตัว OSI มันก็จะมีตัว Layer ที่มันมากกว่านี้ ถูกต้องนะ อันนี้ก็จะมีแค่ Physical Layer กับ Data Link Layer นะคะ ของตัว FDDI ก็จะมี Layer Physical ก็จะมีตัว Physical medium นะคะ ก็คือตัวกรณีไว้ เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอก แล้วก็ Physical นะ ตัวอุปกรณ์เราก็จะมีตัว Media Access Control MAC ของเรานะคะ แล้วก็จะมี Logical Link Control นะคะ อันนี้ก็จะเป็นรูปที่สามารถเปรียบเทียบนั่นเองนะคะ ว่า สามารถที่จะส่งแล้วก็สื่อสารข้อมูลในรูปแบบของ Fiber Optic ที่เป็นตัวไอ้ FDDI กับตัว ANSI นี่ มันเปรียบเทียบอย่างไรบ้างนั่นเองนะคะ วันนี้ก็จะเป็นตัวคร่าว ๆ 2 ตัวมาตรฐานนะคะ ว่าดูทางกายภาพแล้ว แล้วก็ดูตัวองค์ประกอบที่ใช้ในการส่งข้อมูลของเรานั่นเองนะคะ ว่าเวลาเราส่งข้อมูลนี่ มันต้องประกอบด้วยเฟรมข้อมูลอะไรบ้าง มีต้นทางปลายทาง มีการเช็กข้อมูลด้วยหรือเปล่านะคะ แล้วก็สามารถบอกขนาดของข้อมูลได้ไหมนะคะ แล้วกรณีที่ส่งข้อมูลไปแล้วเกิดผิดพลาดนี่ มีการเช็กอย่างไร ถ้าเป็น Token Bus นะคะ ส่งข้อมูลไปแล้วเป็นอย่างไรบ้าง ถ้าในกรณี Token Ring นะคะ ถ้าต้องการจะส่งข้อมูลนี่ เราต้องไปเจาะ Token ที่อยู่ในวงสื่อสารของเราไหม ก่อนที่จะสามารถส่งข้อมูลได้หรือเปล่านั่นเองนะคะ แล้วก็อันนี้ก็จเป็นพูดถึงตัว Fiber Optic ตัวสุดท้ายนะคะ อันนี้ก็จะเป็นตัวการเชื่อมต่อของตัว FDDI ก็จะมีจำนวน 2 วงนะคะ เพื่อใช้แก้ปัญหา กรณีเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมา ตัว FDDI ก็คือจะมีสาย ก็จะมีเชื่อม 2 เส้น ก็จะมี Primary Ring นะคะ เส้นที่ 1 แล้วก็มี Secondary Ring กรณีที่สายตัวแรก เกิดมีปัญหาหรือความเสียหายของตัวสาย ก็สามารถใช้สายส่งที่สำรองอีกเส้นหนึ่งเอาไว้ได้ มันจะทำให้การสื่อสารของเรานี่ไม่เกิดติดปัญหาขึ้นมาได้ เหมือนสาย 1 เสีย ก็ใช้สาย 2 ในการส่งสัญญาณระหว่างกันได้นั่นเองนะคะ อาจจะเป็น Backup Ring ขึ้นมาช่วยแก้ปัญหานั่นเอง วันนี้ก็จะเป็น 2 ตัวมาตรฐานนะคะ เบื้องต้นนะคะ ที่เราเรียน เราก็จะเรียน 802.3 802.4 802.5 แล้วก็จะมีคำถามท้ายบทนะคะ ทั้งหมด 5 ข้อนะคะ ก็อย่าลืมนะคะ ไปทำคำถามท้ายบท แล้วก็เอามาส่งให้เรียบร้อยแล้วกันนะคะ วันนี้ก็จะเป็นประมาณนี้แล้วกันนะคะ เพราะว่าเดี๋ยวจะขอลัดไว้เป็นรอบหน้านะคะ เพราะว่าตัวเนื้อหาก็จะแบ่งเป็นส่วน ๆ ตามตัวมาตรฐานนะคะ วันนี้ก็จะมี 2 อันนะคะ พูดถึงรูปแบบนั่นเองนะคะ วันนี้ใครมีข้อสงสัยหรือว่าข้อคำถามอะไรหรือเปล่าคะ ถ้าไม่มีก็ ค่ะอย่างนั้นก็จะประมาณนี้แล้วกันนะคะ โอเค อย่างนั้นก็ขอขอบคุณพี่ล่ามแล้วกันนะคะ เดี๋ยวก็จะขอเช็กชื่อก่อนแล้วกันนะคะ ขอบคุณนะคะ เดี๋ยวอาจารย์ขอเช็กชื่อก่อนนะคะ อดิศร อดิศรมาไหมคะ ได้ยินไหมนะ เดี๋ยวอาจารย์ขออีกเช็กอีกห้องหนึ่งแล้วกัน ทวีรัตน์ (นักศึกษาชาย) มาครับ (อาจารย์ธิดารัตน์) จักรพันธ์ (นักศึกษาชาย) ครับ (อาจารย์ธิดารัตน์) ศิตาภรณ์ (นักศึกษาหญิง) มาค่ะ (อาจารย์ธิดารัตน์) ศิตาภรณ์มาไหมคะ (นักศึกษาหญิง) อาจารย์ได้ยินไหมคะ (อาจารย์ธิดารัตน์) ได้ยินแล้วจ้ะ กรพจน์ (นักศึกษาชาย) มาครับ (อาจารย์ธิดารัตน์) ครับ นราวิชญ์ (นักศึกษาชาย) มาครับ (อาจารย์ธิดารัตน์) อานุภาพ (นักศึกษาชาย) มาครับ (อาจารย์ธิดารัตน์) ทศทิศ (นักศึกษาชาย) มาครับผม สวัสดีครับ (อาจารย์ธิดารัตน์) พัทธนันท์ (นักศึกษาชาย) มาครับ (อาจารย์ธิดารัตน์) ศศิกานต์ (นักศึกษาหญิง) มาค่ะ (อาจารย์ธิดารัตน์) มัณฑนา (นักศึกษาหญิง) มาค่ะ (อาจารย์ธิดารัตน์) ปรเมษฐ์ (นักศึกษาชาย) มาครับ (อาจารย์ธิดารัตน์) กันตวิชญ์ กันตวิชญ์ กันตวิชญ์ ช่วยดูให้หน่อยนะคะ อย่างนั้นก็ เดี๋ยวค่อยเช็ก กลัวน้องไม่ได้ยินน่ะ กันตวิชญ์ มาไหมคะ กันตวิชญ์ [สิ้นสุดการถอดความ]