Accuracy : 85.14%
Insertion : 355
Deletion : 935
Substitution : 220
Correction : 9006
Reference tokens : 10161
Hypothesis tokens : 9581

(อาจารย์เกวลี)จอไม่ขึ้นโอเคค่ะเดี๋ยวเริ่มเลยแล้วกันนะคะบท(-ัน)นี้จะเป็นบทที่7หลังปีใหม่อ(ส)ลดร(-์)จะไม่เยอะนะคะนิดเดียวแล้วก็วันนี้ไม่มีการบ้าะคะไม่มีการบ้านเฉพาะอาทิตย์นี้เท่านั้นนะคะถ-ือว-ึง(-่า)ให้ปีใหม่บทนี้นะคะจะเป็นเกี่ยวกับพีชคณิตเชิงสัมพันธ์ก็จะเป็นกระบวนการโดยใช้คณิตศาสตร์อย่างง่ายนะคะที่ยว(อา)มาเป็นตัวกระทำในการจัดการฐานข้อมูลของเราด้วยโดยพีชคณิตเชิงสัมพันธ์นะคะหรือว่าเป็นเกี่ยวกับโครงสร้างในการqueryข้อมูลก็คือการจัดการข้อมูลของเรานะคะจะเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นกับตารางหรือความสัมพันธ์นะคะที่เราสร้างตารางใหม่ขึ้นมานะคะมันจะเป็นแบบจำลองของการกระทำต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นกับข้อมูลในฐานข้อมูลของเรานะคะซึ่งส่วนมากจะเป็นการกระทำพื้นฐานนะคะโดยมันจะมีอยู่2กลุ่มคือแบบดั้งเดิมกับแบบพิเศษจะเป็นอย่างละ4ตัวนะคะแบบดั้งเดิมก่อนนะคะภาษาอังกฤษก็คือtraditionalนะคะก็จะเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นกับตารางหรือความสัมพันธ์โดยอาศัยทฤษฎีของเซตซึ่งเราเคยเรียนเซตมาแล้วในวิชาคณิตศาสตร์นะคะโดยที่ตารางหรือความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นนี่จะมีการกระทำนะคะจะต้องมีattrอาช-ี(i)buteพเดียว(ก็)คือในตารางจะต้องมีข้อมูลเกิดขึ้นใช่ไหมคะเช่นตารางนักศึกษาก็จะมีattributeแอตทริบิวต์หรือว่าข้อมูลที่เรามีก็คือรหัสนักศึกษาชื่อนามสกุลเป็นต้ะคะการกระทำของกลุ่มที่เป็นแบบดั้งเดิมนะคะจะมีอยู่4อย่างมีproductมีunionมีintersectionแล้วก็differenceอeแล้วก็มีประเด็นว-ันนี้จะต้องเป็นภาษาอังกฤษนะคะเพราะว่าคำสั่งในระบบจัดการฐานข้อมูลก็จะเป็นภาษาอังกฤษประมาณนี้นะคะอันแรกproductนะคะเป็นการกระทำที่ให้มันแสดงข้อมูลทุกๆบรรทัดหรือทุกๆrecordที่เรามีนะคะที่สามารถเป็นไปได้โดยการจับคู่แบบผลคูณcartesianนะร์(อั)ทีเซียนนี-่(-้)ก็เป็นคณิตศาสตร์อย่างง่ายนะคะคำสั่งของภาษาที่ใช้ในการจัดการฐานข้อมูลจะใช้คำว่าtimesนะคะt-i-m-e-sรูปแบบของมันก็คือในกรอบสี่เหลี่ยมนะคะก็คือatimesbก็คือเอาaกับbมันมคูx(ณ)กัะคะเดี๋ยวจะมีตัวอย่างให้ดูอย่างเช่นตัวอย่างนะคะเดี๋ยวอาก(จ)ารย์เขียนให้ดูก่อนเมื่อกี้aกับbนี(ab)-่ถ้าคำสั่งproductหรือคำสั่งค่(ถ้)าในฐาน..ข้อ(.)มูลในระบบจัดการฐานข้อมูลนี่ใช้คำสั่งtimesก็คือเอาทุกตัวที่เป็นไปได้มาคูณกันaคูx(ณ)xaคูx(ณ)yใช่ไหมคะตัวนี้ๆbคูณxxx(-ูณ)yก็จะเป็นbxbycxfz(c)yคำสั่งนี้จร(ะ)-ิ-่ายนะคะก็คืๆ(อ)จับคู่ทุกตัวที่เป็นไปได้นะคะอันนี้จะยัง-่ายอยู่ตัวอ-่-ั(า)งอีกนะคะเหมือนในตัวอย่างค่ะมีตารางaนะคะมีตารางd(b)นะคะถ้าสั่งให้มันคูณกันก็คือเป็นatimesbผลลัพธ์ที่ได้ก็จะเป็นทุกตัวที่aกับbมันสามารถจับคู่กันได้นะคะคำสั่งนี้จะง่ายมันก็คือ3x3ได้9ต้องได้9records9แถวนั-้(-่)นเองนะคะถ้าจะเช็กในข้อสอบก็-่(-ี)ออกนะนะคะอันนี้ยั-่าๆ(ย)อยู-่ต-่อมาการunionอันนี้ก็เป็นทฤษฎีเซตเหมือนกันนะคะก็จะเป็นการรวมกันของข้อมูล2ตารางหรือว่า2reร(l)atio-ีเลช-ั(n)ะคะเพื่อแสดงข้อมูลทุกๆrecordร(-็)-ื่องคือทุกๆแถวในรูปแบบของu-ู(n)iนี(on)ยนตามทฤษฎีของเซตคำสั่งก็คือu-ู(n)iนี(on)-่ยะคะaunionbก็คือเอาaกับbมารวมกันนะอย่างเช่นตัวนี้มีตารางaกับตารางbทฤษฎีเซตของย(u)ni-ูเนี(on)ะคะจะสังเกตได้ว่าข้อมูลมันมีข้อมูลซ้ำกันอย่างข้อมูลs1ตารางaก็มีตาราดี(งb)ก็มีตามทฤษฎีu-ู(n)iนี(on)-่ยะคะถ้ามันซ้ำกันเราก็เอามาแค่ข้อมูลเดียวนะคะจะเห็นว่าจาก4recordsก็คือส(4)-ีแถวข้อมูลนะคะแต่ว่าอันนี-่(-้)ตารางaก็มีตารางแ(b)ก็มีมันซ้ำกันเราจะนับเป็นแค่1ข้อมูลเท่านั้นนะคะพอมันเอามาunยูเ(i)o-ี(n)-่ยนกันข้อมูลจาก4บรรทัดจะเหลือแค่3บรรทัดเพราะว่าs1มันมีอยู่ทั้ง2ตารางก็คือaกับbเลยตามย(ท)-ูเน(ษฎ)-ีun-่ยน(ion)นะคะส่วนที่ทับซ้อนกันก็เอาแค่ข้อมูลเดียวต่อมาอ(i)ntersecti-ินเตอร์เซกช(on)-ันก็ตามทฤษฎีเซตเหมือนกันค่ะมันจะเป็นการกระทำเพื่อแสดงข้อมูลของตารางหรือเ(r)ecล็ก(o)rอ(d)ร์ดนะคะที่ปรากฏอยู่ทั้ง2ตารางที่มันทับซ้อนกันนั่นแหละนะคะในรูปแบบของintersectionตามทฤษฎีของเซตคำสั่งก็คือintersectนะคะให้aintersectbนะคะตัวอย่างจากตารางเดิมเลยค่ะaกับbข้อมูลไหนที่ทับซ้อนกันคือข้อมูลs1มันมีทั้ง2ตารางตารางaกับ9(ต)ารางkกระบ-ี(b)-่เราจะแสดงผลเฉพาะตารางที่มันทับซ้อนกันเท่านั้ะคะเพราะฉะนั้นคำสั่งaintersectbจะมีผลลัพธ์แค่1rac(e)cordเท่านั้นก็คือs1ตามทฤษฎีของเซตนะคะต่อมาdifferenceนะคะก็เป็นการกระทำเพื่อแสดงข้อมูลของแถวนั้นๆที่ปรากฏอยู่ในตารางหนึ่งแต่อีกตารางหนึ่งไม่มีนะคะก็คืออะไรก็ตามที่อยู่ในตารางนั้นแต่ไม่อยู่กับก(อ)-ี-่(ก)ตารางหนึ่1(ง)คำสั่งที่ใช้คือคำสั่งminusแปลเป็นภาษาไทยก็คือเครื่องหมายลบแล้วน-ี(-ั)-่นเองไม่เอานะคะอย่างเช่นaminusbก็ค-ี่(-ือ)อยู่ในเ(a)แต่ไม่อยู่ในbนะม(ค)-ื-่อ(ก็)คืน(อ)เหมือนตัวที่อาจารย์ทำไฮไลท์สีเหลืองไว้ไป(นะ)ตารางเดิมเลยค่ะให้คำสั่งaminusbอะไรที่อยู่ในaแต่เอเชียไม่อยู่ในบ(b)-ีอันนี้ไม่ใช่แน่นอนเพราะs1มีทั้งaทั้งbเพราะฉะนั้นaminusbก็จะเป็นs4ในทางกลับกันค่ะbminusabก็คืออยู่ในบ(b)-ีแต่ไม่อยู่ในaนะคะอยู่ในbก็ค-ีๆ(-ือ)s2เพราะว่าf(s)1ไม่ได้s1อยู่ในเ(a)องเหมือนกัะคะในทางกลับกันจะเป็นแบบนี้นะคะขึ้นอยู่กับว่าเราจะเอาข้อมูลจากตารางไหนเราจะเอาข้อมูลน(ม)-ั-้นไว้ข้างหน้านะคะถ้าอยู่ในaไม่อยู่ในbจะเป็นแบบนี้จะเขียนแบบนี้นะคะแต่ถ้าอยู่ในบ(b)-ีไม่อยู่ในaก็จะเขียนขึ้นต้นด้วยbนำหน้าแบบนี้นะคะไม่ใช่ว่าทุกตารางจะชื่อaกับbนะคะแล้วแต่ว่าตารางที่นักศึกษาได้ทำมันชื่อตารางอะไรอย่างเช่นตารางstudentstudentแล้วก็minusaddressก็ได้นะคะอยู่ในตารางstudentแต่ไม่อยู่ในตา-้น(ง)addressก็ว่าไปนะคะต่อมาจะเป็นตัวดำเนินการแบบพิเศษนะคะเป็นspecialซึ่งมันจะแตกต่างจากรูปแบบการทำงานของเซตโดยทั่วไปนะคะโดยการกระทำของกลุ่มที่จะเป็นspecialหรือแบบพิเศษนี่ไม่จำเป็นจะต้องมีจำนวนattrแอตทร(i)bute-ิบิวต์เท่ากันattributeคืออะไรattributeคือตัวนี้ห(ค)อล-ัมน-ำ(-์)นะคะถ้าเป็นแบบc(t)re(a)ditia(o)nalysetนี่คอลัมน์ทั้ง2ตารางหรือ3ตารางต้องเท่ากันเท่านั้นนะคะแต่ถ้าเป็นspecialคือคอลัมน์หรือattributeนี่ไม่จำเป็นจะต้องมีจำนวนเท่ากัะคะไม่จำเป็นซึ่งคำสั่งพวกนี้นี่จะถูกเรียกใช้บ่อยเพราะว่าฐานข้อมูลแต่ะฐานข้อมูลอาจจะมีตารางที่บรรจุอยู่มีรูปแบบที่แตกต่างกันไปนะคะโดยถึงแม้มันจะไม่มีattributeที่เท่ากัน-็คือคอลัมน์ม-ันไม่เท่ากันคอลัม-์น-ั่นแหละนะคะแ-่aท(t)tribริบิว(u)t-์(e)ของทั้ง2ตารางจะถูกนำมาใช้จะต้องมีเงื่อนไขนะคะจะต้องมีชื่อdomaiโดเมน(n)ของข้อมูลชื่อเดียวกันก็คือชื่อคอลัมน์เดียวกันอาจจะเป็นชื่อตารางใดๆในตารางนั้นอาจจะมี10คอลัมน์อีกตารางหนึ่งมี1(8)0คอลัมน์แค(ต)-่-ำแล(ะ)ต้องมีสิ่งที่เราจะเอามาดำเนินการนี่ชื่อคอลัมน์จะต้องเหมือนกันนะคะคำสั่งจะมีอยู่4คำสั่งด้วยกันอันแรกคำสั่งreg(s)ted(r)ictหรือถ้าในระบบจัดการฐานข้อมูลภาษาที่ใช้ภาษาsqlเราจะใช้คำสั่งเรียกว่าseliri(ect)นะคะเดี๋ยวประมาณอีก2สัปดาห์จะต้องได้พิมพ์ลองทำโค้ดภาษาsqlดูนะคะซึ่งการกระทำเพื่อแสดงข้อมูลในrร(e)cordคคอร์ดของตารางนั้นๆจะต้องตรงตามเงื่อนไขที่ระบุนะคะเงื่อนไขที่ใช้จะใช้คำว่าwhereนะคะเช่นawherexoperatoryอันนี้เป็นต้นนะคะแต่เดี๋ยวตอนที่เราทำในโปรแกรมจริงๆนี่นักศึกษาจะเห็นภาพได้เข้าใจมากกว่านี้อันนี้เป็นแค่การเกริ่นก่อนเฉยๆนะคะว่าเราจะต้องเจอคำสั่งพิเศษอะไรบ้างในการจัดการฐานข้อมูลนะคะตัวอย่างเดิมค่ะตารางaกับbนะคะในตัวอย่างอาจารย์อาจจะเห็นว่าเอ๊ะคอco(ล)-ัlumn(มน์)มันก็ยังเท่ากันนี่แต่ก็เพื่อให้เห็นภาพไดที-่(-้)ชัดเจนนะคะอาจารย์จะเลยจะยังยกตัวอย่างเป็นแบบนี้ก่อนพอให(ช)-้คำสั่งselectหรือrestrictนะคะจะต้องมาคู่กับคำว่าwhereเสมออย่างเช่นขึ้นต้นด้วยด(b)-ีก็คือในตารางd(b)ให้ดูที่เงื่อนไขcitycityคือตรงนี้แปลว่าชื่อเมืองนะคะในตารางbค่าของคอลัมcolumn(น์)cityอันไหนที่มีค่าเท่ากับch-ั(a)iนาท(nat)เราก็ดูเลยค่ะตารางด(b)-ีcitych-ั(a)iนาท(nat)นะคะพอเราพิมพ์bดีว่า(w)herecity=ท(‘)chainat’ผ-่ากับชัยนาทผลลัพธ์ที่ได้จะต้องแสดงผลลัพธ์ของrecordที่s2ทั้งหมดนะคะเพราะว่าเงื่อนไขก็คือในตารางbจังหวัดข้อมูลอะไรที่มีข้อมูลว่า‘chaina-ัย(t’)ะคท(ะ)เราต้องยกมาทั้งหมดมาแสดงผลต่อมาเป็นprโปร(o)jectเจคต์นะคะก็จะเป็นการเลือกข้อมูลทุกๆแถวโดยเลือกมาเพียงแค่บางคอลัมน์เห็(ช่)นอาจารย์อยากดูแค่รหัสนักศึกษากับชื่อก็แสดงผลแค่ชื่อกับรหัสนักศึกษาโดยที่ในตารางข้อมูลนักศึกษาอาจจะมีคอลัมน์ประมาณ20คอลัมน์ก็ได้แต่อาจารย์อยากดูแค่2คอลัมน์นี้เท่านั้นเราจะใช้คำสั่งที่เกี่ยวข้องกับการเรียกดูข้อมูลคือมันจะเป็นคำสั่งเกี่ยวกับการทำpป(r)ojeรเจคต(ct)-์นั่นเองนะคะรูปแบบคำสั่งก็จะขึ้นต้นด้วยชื่อตารางแล้วตามด้วยเงื่อนไขนะคะตารางเดิมค่ะตารางเดิมคำสั่งaในวงเล็บsnameกับเอด(age)ส์นะคะก็คืออธิบายก็คือเอาข้อมูลในตารางaเท่านั้นอยู่ในคอลัcolu(ม)mn(-์)snameและคอลัมน์ageผลลัพธ์ที่ได้จะแสดงผลแค่นี้จากตอนแรกมันมีแค่มันม1(-ี)4คอลัมน์ใช่ไหมคะ1234อาจารย์ให้แสดงผลแค่เ(s)ฟซnameกับageเท่านั้นอันนี-่(-้)คือการทำงานของคำสั่งprojectนะคเผ(ะค)-ื-่(อ)าจจะมีเป็นร้อยน(อ)ะ(-ั)น์อาจารย์อกไหน(าจ)จะเรียกดูแค่คอลัมน์ที่อาจารย์สนใจเราจะใช้คำสั่งprojectนะคะเดี๋ยวภาษาโปรแกรมยังมีอีกเยอะค่ะอันนี-่(-้)แค่ตัวอย่างคร่าวๆน(ก)-่ะ(น)นะหรืออย่างเช่นเอ๊ะผลลัพธ์ทำไมมันโชว์แค่รหัสs1คำสั่งที่จะต้องใช้คืออะไรเงื่อนไขของคำสั่งคือดูในตารางbนะคะโดยค่าของคอลัมน์cityมีค่าเท่ากับbangkokแล้วให้แสดงผลเฉพาะs#เท่านั้นครู(-ือ)อยากรู้แค่รหัสที่มีเมืองที่อยู่ในเมืองกรุงเทพฯนะคะก็โช-่ง(ว์)แค่s1เท่านั้นจากเมื่อก่อนนี้ที่อาจเ(า)-ี-์บอกว่าwherecityก(=)ลับbangkokปกติแล้วมันแสดงข้อมูลทุกทุๆ(ก)คอลัมน์ใช่ไหมคะแต่ถ้าอต(จ)รยม(-์)กำหนดให้ม-ัา(น)แสดงแค่คอลัมน์ใดคอลัมน์หนึ่งเท่านั้นก็สามารถทำได้นะคะอันนี้คือความสามารถของคำสั่งprojectต่อมาคำสั่งjoinค่ะจะเป็นการกระทำเพื่อแสดงข้อมูลที่เป็นไปได้ทั้งหมดซึ่งเกิดจากการเชื่อมโยงข้อมูลของ2ตารางขึ้นไปโดยที่กำหนดค่าคอลัมน์หรือว่าaา(t)tribทิตย-์(u)tย(e)-ู่ที่เหมือนกันอาจจะเป็นคอลัมน์เดียวหรือมากกว่าก็ได้นะคะแต่ที่สำคัญคือคอลัมน์จะต้องชื่อเหมือนกันdomaโดเมน(in)ของข้อมูลต้องเท่ากันรูปแบบคำสั่งก็คือajoinbนะคะมาดูตัวอย่างกันjoinนะคะจะคล้ายๆกับunionนะคะแต่เง-ื่-ิ(อ)นไขคือจะต้องมีdomaโดเมน(in)หรือว่าc(อ)ลัมนolumn(-์)ที่เท่ากันถึงจะjจอย(oin)ได้นะคะอย่างตัวนี้มี2คอลัมน์อันนี้มี2คอลัมน์พอjoiราย(n)าร(-ัน)ข้อมูลที่ซ(ท)-ับซ้อนกันจะอยู่ในรูปแบบคล้ายๆกับคำสั่งunionนะคะอย่างเช่นตัวนี้คำสั่งjoiจอย(n)มีอะไรที่เหมือนกันมีcityใช่ไหมคะajoinbอันนี้มี6คอลัมน์นะคะ12ตัวนี้นะคะcityเหมือนกันแต่เนื่องจากattributกพี่บิว(e)ที่มีคำว่าcityเหมือนกันนี่มันจะต้องดูพิจารณาในเ(r)ecรคค(o)rร(d)-์ดของรหัสด้วยนะคะเพราะฉะนั้นถ้ามันเกินมานะคะมันเกินเรล(า)-้ว(ะ)ต้องทำข้อมูลซ้ำให้เกิดขึ้นอันนี้ก็จะเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการทำงานคือเติมข้อมูลเข้าไปนะคะเพื่อให้ผลลัพธ์ที่ได้นี-่(-้)ทุกๆrecordsนะคะมีค่าattributeก็คือที่เท่ากันเดี๋ยวอันนี้เราจะไปดูอีกทีหนึ่งนะคะในตอนที่เราทำตัวโปรแกรมเลยต่อมาจะเป็นการแสดงข้อมูลจาก2relationนะคะโดยที่relationหรือว่าทั้งส(2)องตารางนี่-ีattribut-ีแอตทริบิว(e)ต์หรืออบ(-่า)มีคอลัมน์นี่อย่างน้อย1คอลัมน์ที่เหมือนกัะคะผลลัพธกดรับ(-์)จากคอลัมน์นะคะจากตารางที่มีจำนวนattributeมากกว่านี่จะถูกจับคู่นะคะกับอีกคอลัมน์หนึ่งที่ม(อ)-ีคอลัมน์ของตารางที่มีคอลัมน์น้อยกว่านะคะคำสั่งรูปแบบก็คือadevideby(d)bybมันจะเป็นคล้ายๆกับการหารนะคะคำสั่งตัวนี้การเป็นตัวหารนะคะจะต้องเป็นsubsetของตัวตั้งนะคะก็คือในตัวตั้งมีaไหมมีมีbไหมมีมีcไหมมีนะคะผลร(ล)-ัพธบ(-์)ทุกตัวคือตัวที่matcแมตช-์(h)กับตัวหารอะไรบ้างที่อยู่ในaนะคะav(-ี)xyzม(b)-ีมีแค่xcมีแค่xเพราะฉะนั้นสิ่งที่เอาabcหารได้ครบทุกตัวมีแค่xตัวเดียวก็คือตรงตามเงื่อนไขทั้งหมดนะคะเราอาจจะมีการตั้งเงื่อนไขมาแล้วมีแค่xตัวเดียวเท่านั้นที่เข้าตรงทุกเงื่อนไข3เงื่อนไขที่เราต้องตั้งไว้หลักการนี้จะใช้ตอนที่เราค้นหาข้อมูลgoogleอย่างเช่นในgoogleะคะอาจารย์อยากได้กระเป๋าสีแดงมี6ล้อลากเงื่อนไขอยากได้กระเป๋าสีแดงมีล้อ6ล้ออาจจะมีผลลัพธ์ที่ตรงตามเงื่อนไขที่อาจารย์ต้องการแค่อย่างเดียวเท่านั้นเป็นต้นรา(นะ)า(ะ)เป็นต้นเช่นตัวอย่างมีข้อมูลนะคะในตารางaมีข้อมูลตามนี้ตารางbมีคอลัมน์เดียวคือตัวนี้คือp2ให้adevidey(d)bybก็คือมีข้อมูลp2อยู่ในชุดข้อมูลอะไรบ้างของaอันนี้p2อันนี้p2เพราะฉะนั้นผลลัพธ์ที่ได้จะมีแค่2recoardคอร์ดเท่านั้นที่มีp2อยู่ด้วยนะคะอันนี้ก็จะยังตรงตามเงื่อนไขนะคะถ้าเพิ่มอีกนะคะbp1p2p3p6s2มีแค่นี้ไม่ตรงs3มีแค่นี้-ีส-่ตรงs4มีแค่นี้ไม่ตรงมีที่ตรงแค่s1เท่านั้นที่เอาbทุกตัวหารไม่(ด้)ลงตัวอันนี้คือหลักการนะคะก็คือปัญ(การ)หานั่นแหละต้องหาลงตัวนะคะวันนี้จะประมาณนี้เพราะว่าเดี๋ยวอาจจะให้เช็กโปรแกรมค่ะล่ามเนื้อหาจะมีแค่นี้เดี๋ยวจะเช็กในห้องแล-็บว่าโปรแกรมที่จะใช้สมบูรณ์หรือเปล่าก็วันนี้ก็น่าจะเนื้อหาจะประมาณนี้ค่ะเพราะเดี๋ยวจะให้เช็ค(ก)โปรแกรมในห้องเรียนนะคะก็เลยสั้นนิดหนึ่งเพราะว่าหลังปีใหม่ขอเช็กโปรแกรมก่อนสัปดาห์หน้าอาจจะเริ่มใช้โปรแกรมอาทิตย์นี้ก็เลยเดี๋ยวเนื้อหาจะ.(ห)..(ด)เท่านี-้แล-้เดี๋ยวเรามาเช็ค(ก)ดูว่าห้องเรียนเราใช้โปรแกรมได้หรือเปล่านะคะวันนี้ก็ขอบคุณล่ามค่ะกับขอบคุณถอดความด้วยนะคะประมาณนี้ค่ะเพราะว่าเดี๋ยวเช็กห้องแล-็ป(บ)ก่อนขอบคุณมากค่ะ[lb[สิ้นสุดการถอดความ]

More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2023-12-17 15:59:47
- exported from : Accuracy Worker
- version :develop
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :true
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :true
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}