Accuracy : 83.54%
Insertion : 394
Deletion : 974
Substitution : 304
Correction : 8883
Reference tokens : 10161
Hypothesis tokens : 9581
(อาจารย์เกวลี)เจอไม่ขึ้นโอเคค่ะเดี๋ยวเริ่มเลยแล้วกันนะคะวบท(-ัน)นี้จะเป็นบทที่7หลังปีใหม่อ(ส)ะไลดร(-์)จะไม่เยอะนะคะนิดเดียวแล้วก็วันนี้ไม่มีการบ้านนะคะไม่มีการบ้านเฉพาะอาทิตย์นี้เท่านั้นนะคะถ-ือว-ึง(-่า)ให้ปีใหม่บทนี้นะคะจะเป็นเกี่ยวกับพีชคณิตเชิงสัมพันธ์ก็จะเป็นกระบวนการโดยใช้คณิตศาสตร์อย่างง่ายนะคะเที่เยว(อา)มาเป็นตัวกระทำในการจัดการฐานข้อมูลของเราด้วยโดยพีชคณิตเชิงสัมพันธ์นะคะหรือว่าเป็นเกี่ยวกับโครงสร้างในการQueryข้อมูลก็คือการจัดการข้อมูลของเรานะคะจะเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นกับตารางหรือความสัมพันธ์นะคะที่เราสร้างตารางใหม่ขึ้นมานะคะมันจะเป็นแบบจำลองของการกระทำต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นกับข้อมูลในฐานข้อมูลของเรานะคะซึ่งส่วนมากจะเป็นการกระทำพื้นฐานนะคะโดยมันจะมีอยู่2กลุ่มคือแบบดั้งเดิมกับแบบพิเศษจะเป็นอย่างละ4ตัวนะคะแบบดั้งเดิมก่อนนะคะภาษาอังกฤษก็คือTraditionalนะคะก็จะเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นกับตารางหรือความสัมพันธ์โดยอาศัยทฤษฎีของเซตซึ่งเราเคยเรียนเซตมาแล้วในวิชาคณิตศาสตร์นะคะโดยที่ตารางหรือความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นเนี่ยจะมีการกระทำนะคะจะต้องมีAttrอาช-ี(i)buteพเดียว(ก็)คือในตารางจะต้องมีข้อมูลเกิดขึ้นใช่ไหมคะเช่นตารางนักศึกษาก็จะมีAttributeแอตทริบิวต์หรือว่าข้อมูลที่เรามีก็คือรหัสนักศึกษาชื่อนามสกุลเป็นต้นนะคะการกระทำของกลุ่มที่เป็นแบบดั้งเดิมนะคะจะมีอยู่4อย่างมีp(P)roductมีUnionมีIntersectionแล้วก็Differenceอeแล้วก็มีประเด็นว-ันนี้จะต้องเป็นภาษาอังกฤษนะคะเพราะว่าคำสั่งในระบบจัดการฐานข้อมูลก็จะเป็นภาษาอังกฤษประมาณนี้นะคะอันแรกProductนะคะเป็นการกระทำที่ให้มันแสดงข้อมูลทุกๆบรรทัดหรือทุกๆRecordที่เรามีนะคะที่สามารถเป็นไปได้โดยการจับคู่แบบผลคูณCartesianนะคะาร์(อั)ทีเซียนนี-่(-้)ก็เป็นคณิตศาสตร์อย่างง่ายนะคะคำสั่งของภาษาที่ใช้ในการจัดการฐานข้อมูลจะใช้คำว่าTIMime(ES)นะคะt(T)-i(I)-m(M)-e(E)-s(S)รูปแบบของมันก็คือในกรอบสี่เหลี่ยมนะคะก็คือATIMESBก็คือเอาAกับBมันมาคูx(ณ)กันนะคะเดี๋ยวจะมีตัวอย่างให้ดูอย่างเช่นตัวอย่างนะคะเดี๋ยวอาะก(จ)ารย์เขียนให้ดูก่อนเมื่อกี้a(A)กับBนี(AB)-่ถ้าคำสั่งp(P)roductหรือคำสั่งค่(ถ้)าในฐาน..ข้อ(.)มูลในระบบจัดการฐานข้อมูลนี่ใช้คำสั่งTi(I)Mmes(ES)ก็คือเอาทุกตัวที่เป็นไปได้มาคูณกันaคูx(ณ)xaคูx(ณ)yใช่ไหมคะตัวนี้ๆbคูณxคxx(-ูณ)yก็จะเป็นB(b)xbycxfz(c)yคำสั่งนี้จร(ะ)-ิง-่ายนะคะก็คืๆ(อ)จับคู่ทุกตัวที่เป็นไปได้นะคะอันนี้จะยังไง-่ายอยู่ตัวอย-่-ั(า)งอีกนะคะเหมือนในตัวอย่างค่ะมีตารางAนะคะมีตารางD(B)นะคะถ้าสั่งให้มันคูณกันก็คือเป็นATIati(M)Eme(S)Bผลลัพธ์ที่ได้ก็จะเป็นทุกตัวที่a(A)กับBมันสามารถจับคู่กันได้นะคะคำสั่งนี้จะง่ายมันก็คือ3x3ได้9ต้องได้9Records9แถวนั-้(-่)นเองนะคะถ้าจะเช็กในข้อสอบก็ไม-่(-ี)ออกนะนะคะอันนี้ยังง-่าๆ(ย)อยู-่ต-่อมาการUnionอันนี้ก็เป็นทฤษฎีเซตเหมือนกันนะคะก็จะเป็นการรวมกันของข้อมูล2ตารางหรือว่า2Reร(l)atio-ีเลช-ั(n)นะคะเพื่อแสดงข้อมูลทุกๆRecordกเร(-็)-ื่องคือทุกๆแถวในรูปแบบของUย-ู(n)iเนี(on)ยนตามทฤษฎีของเซตคำสั่งก็คือUย-ู(N)Iเนี(ON)-่ยนนะคะa(A)UNIONBnionb(ก็)คือเอาAกับBมารวมกันนะอย่างเช่นตัวนี้มีตารางa(A)กับตารางBทฤษฎีเซตของย(U)ni-ูเนี(on)ยนนะคะจะสังเกตได้ว่าข้อมูลมันมีข้อมูลซ้ำกันอย่างข้อมูลs(S)1ตารางAก็มีตาราดี(งB)ก็มีตามทฤษฎีUย-ู(n)iเนี(on)-่ยนนะคะถ้ามันซ้ำกันเราก็เอามาแค่ข้อมูลเดียวนะคะจะเห็นว่าจาก4Recordsก็คือส(4)-ีแถวข้อมูลนะคะแต่ว่าอันนี-่(-้)ตารางAก็มีตารางแ(B)ก็มีมันซ้ำกันเราจะนับเป็นแค่1ข้อมูลเท่านั้นนะคะพอมันเอามาUnยูเ(i)oน-ี(n)-่ยนกันข้อมูลจาก4บรรทัดจะเหลือแค่3บรรทัดเพราะว่าs(S)1มันมีอยู่ทั้ง2ตารางก็คือAกัab(บB)เลยตามย(ท)ฤ-ูเน(ษฎ)-ีUn-่ยน(ion)นะคะส่วนที่ทับซ้อนกันก็เอาแค่ข้อมูลเดียวต่อมาอ(I)ntersecti-ินเตอร์เซกช(on)-ันก็ตามทฤษฎีเซตเหมือนกันค่ะมันจะเป็นการกระทำเพื่อแสดงข้อมูลของตารางหรือเ(R)ecล็ก(o)rคอ(d)ร์ดนะคะที่ปรากฏอยู่ทั้ง2ตารางที่มันทับซ้อนกันนั่นแหละนะคะในรูปแบบของi(I)ntersectionตามทฤษฎีของเซตคำสั่งก็คือINTERSECTนะคะให้a(A)INTERSECTb(B)นะคะตัวอย่างจากตารางเดิมเลยค่ะAกับBข้อมูลไหนที่ทับซ้อนกันคือข้อมูลs(S)1มันมีทั้ง2ตารางตารางAกับ9(ต)ารางkกระบ-ี(B)-่เราจะแสดงผลเฉพาะตารางที่มันทับซ้อนกันเท่านั้นนะคะเพราะฉะนั้นคำสั่งa(A)INTERSECTb(B)จะมีผลลัพธ์แค่1RAc(e)cordเท่านั้นก็คือs(S)1ตามทฤษฎีของเซตนะคะต่อมาDifferenceนะคะก็เป็นการกระทำเพื่อแสดงข้อมูลของแถวนั้นๆที่ปรากฏอยู่ในตารางหนึ่งแต่อีกตารางหนึ่งไม่มีนะคะก็คืออะไรก็ตามที่อยู่ในตารางนั้นแต่ไม่อยู่กับก(อ)-ี-่(ก)ตารางหนึ่1(ง)คำสั่งที่ใช้คือคำสั่งMINUSแปลเป็นภาษาไทยก็คือเครื่องหมายลบนแล้วน-ี(-ั)-่นเองไม่เอานะคะอย่างเช่นAMINUSBก็คท-ี่(-ือ)อยู่ในเ(A)อแต่ไม่อยู่ในBนะเม(ค)ะ-ื-่อ(ก็)คืน(อ)เหมือนตัวที่อาจารย์ทำไฮไลท์สีเหลืองไว้ไป(นะ)ตารางเดิมเลยค่ะให้คำสั่งAMINUSBอะไรที่อยู่ในAแต่เอเชียไม่อยู่ในบ(B)-ีอันนี้ไม่ใช่แน่นอนเพราะs(S)1มีทั้งa(A)ทั้งBเพราะฉะนั้นAMINUSBก็จะเป็นS4ในทางกลับกันค่ะBMINUSABก็คืออยู่ในบ(B)-ีแต่ไม่อยู่ในAนะคะอยู่ในBก็คด-ีๆ(-ือ)S2เพราะว่าF(S)1ไม่ได้s(S)1อยู่ในเ(A)องเหมือนกันนะคะในทางกลับกันจะเป็นแบบนี้นะคะขึ้นอยู่กับว่าเราจะเอาข้อมูลจากตารางไหนเราจะเอาข้อมูลน(ม)-ั-้นไว้ข้างหน้านะคะถ้าอยู่ในa(A)ไม่อยู่ในBจะเป็นแบบนี้จะเขียนแบบนี้นะคะแต่ถ้าอยู่ในบ(B)-ีไม่อยู่ในa(A)ก็จะเขียนขึ้นต้นด้วยBนำหน้าแบบนี้นะคะไม่ใช่ว่าทุกตารางจะชื่อAกับBนะคะแล้วแต่ว่าตารางที่นักศึกษาได้ทำมันชื่อตารางอะไรอย่างเช่นตารางStudents(S)tudentแล้วก็MINUSAddreDDRESS(ss)ก็ได้นะคะอยู่ในตารางs(S)tudentแต่ไม่อยู่ในตาร-้าน(ง)Addressก็ว่าไปนะคะต่อมาจะเป็นตัวดำเนินการแบบพิเศษนะคะเป็นSpecialซึ่งมันจะแตกต่างจากรูปแบบการทำงานของเซตโดยทั่วไปนะคะโดยการกระทำของกลุ่มที่จะเป็นSpecialหรือแบบพิเศษนี่ไม่จำเป็นจะต้องมีจำนวนAttrแอตทร(i)bute-ิบิวต์เท่ากันAttributeคืออะไรAttributeคือตัวนี้ห(ค)มอล-ัมน-ำ(-์)นะคะถ้าเป็นแบบC(T)re(a)ditia(o)nalys(Se)tนี่คอลัมน์ทั้ง2ตารางหรือ3ตารางต้องเท่ากันเท่านั้นนะคะแต่ถ้าเป็นSpecialคือคอลัมน์หรือAttributeนี่ไม่จำเป็นจะต้องมีจำนวนเท่ากันนะคะไม่จำเป็นซึ่งคำสั่งพวกนี้นี่จะถูกเรียกใช้บ่อยเพราะว่าฐานข้อมูลแต่ละฐานข้อมูลอาจจะมีตารางที่บรรจุอยู่มีรูปแบบที่แตกต่างกันไปนะคะโดยถึงแม้มันจะไม่มีAttributeที่เท่ากันก-็คือคอลัมน์ม-ันไม่เท่ากันคอลัมน-์น-ั่นแหละนะคะแอต-่Aท(t)tribริบิว(u)tต-์(e)ของทั้ง2ตารางจะถูกนำมาใช้จะต้องมีเงื่อนไขนะคะจะต้องมีชื่อDomaiโดเมน(n)ของข้อมูลชื่อเดียวกันก็คือชื่อคอลัมน์เดียวกันอาจจะเป็นชื่อตารางใดๆในตารางนั้นอาจจะมี10คอลัมน์อีกตารางหนึ่งมี1(8)0คอลัมน์แค(ต)-่-ำแจปล(ะ)ต้องมีสิ่งที่เราจะเอามาดำเนินการเนี่ยชื่อคอลัมน์จะต้องเหมือนกันนะคะคำสั่งจะมีอยู่4คำสั่งด้วยกันอันแรกคำสั่งr(R)eg(s)ted(r)ictหรือถ้าในระบบจัดการฐานข้อมูลภาษาที่ใช้ภาษาSQLเราจะใช้คำสั่งเรียกว่าSeliri(ect)นะคะเดี๋ยวประมาณอีก2สัปดาห์จะต้องได้พิมพ์ลองทำโค้ดภาษาSQLดูนะคะซึ่งการกระทำเพื่อแสดงข้อมูลในRเร(e)cordคคอร์ดของตารางนั้นๆจะต้องตรงตามเงื่อนไขที่ระบุนะคะเงื่อนไขที่ใช้จะใช้คำว่าWHwhe(E)Rre(E)นะคะเช่นAWHEREXoperatorYอันนี้เป็นต้นนะคะแต่เดี๋ยวตอนที่เราทำในโปรแกรมจริงๆนี่นักศึกษาจะเห็นภาพได้เข้าใจมากกว่านี้อันนี้เป็นแค่การเกริ่นก่อนเฉยๆนะคะว่าเราจะต้องเจอคำสั่งพิเศษอะไรบ้างในการจัดการฐานข้อมูลนะคะตัวอย่างเดิมค่ะตารางa(A)กับBนะคะในตัวอย่างอาจารย์อาจจะเห็นว่าเอ๊ะคอCo(ล)-ัlumn(มน์)มันก็ยังเท่ากันนี่แต่ก็เพื่อให้เห็นภาพไดที-่(-้)ชัดเจนนะคะอาจารย์จะเลยจะยังยกตัวอย่างเป็นแบบนี้ก่อนพอให(ช)-้คำสั่งSelectหรือRestrictนะคะจะต้องมาคู่กับคำว่าWHEREเสมออย่างเช่นขึ้นต้นด้วยด(B)-ีก็คือในตารางD(B)ให้ดูที่เงื่อนไขCITYCcit(I)TYคืycity(อ)ตรงนี้แปลว่าชื่อเมืองนะคะในตารางBค่าของคอลัมColumn(น์)Cityอันไหนที่มีค่าเท่ากับChช-ั(a)iยนาท(Nat)เราก็ดูเลยค่ะตารางด(B)-ีCityChช-ั(a)iยนาท(Nat)นะคะพอเราพิมพ์Bดีว่า(W)HERECITY=‘ChaiNat’ผtyเท่ากับชัยนาทผลลัพธ์ที่ได้จะต้องแสดงผลลัพธ์ของRecordที่s(S)2ทั้งหมดนะคะเพราะว่าเงื่อนไขก็คือในตารางBจังหวัดข้อมูลอะไรที่มีข้อมูลว่า‘ChaiNaช-ัย(t’)นะคาท(ะ)เราต้องยกมาทั้งหมดมาแสดงผลต่อมาเป็นPrโปร(o)jectเจคต์นะคะก็จะเป็นการเลือกข้อมูลทุกๆแถวโดยเลือกมาเพียงแค่บางคอลัมน์เห็(ช่)นอาจารย์อยากดูแค่รหัสนักศึกษากับชื่อก็แสดงผลแค่ชื่อกับรหัสนักศึกษาโดยที่ในตารางข้อมูลนักศึกษาอาจจะมีคอลัมน์ประมาณ20คอลัมน์ก็ได้แต่อาจารย์อยากดูแค่2คอลัมน์นี้เท่านั้นเราจะใช้คำสั่งที่เกี่ยวข้องกับการเรียกดูข้อมูลคือมันจะเป็นคำสั่งเกี่ยวกับการทำPโป(r)ojeรเจคต(ct)-์นั่นเองนะคะรูปแบบคำสั่งก็จะขึ้นต้นด้วยชื่อตารางแล้วตามด้วยเงื่อนไขนะคะตารางเดิมค่ะตารางเดิมคำสั่งAในวงเล็บSn(N)ameกับเอด(Age)ส์นะคะก็คืออธิบายก็คือเอาข้อมูลในตารางa(A)เท่านั้นอยู่ในคอลัColu(ม)นmnsn(-์SN)ameและคอลัมน์a(A)geผลลัพธ์ที่ได้จะแสดงผลแค่นี้จากตอนแรกมันมีแค่มันม1(-ี)4คอลัมน์ใช่ไหมคะ1234อาจารย์ให้แสดงผลแค่เฟ(SN)ซnameกับAgeเท่านั้นอันนี-่(-้)คือการทำงานของคำสั่งp(P)rojectนะคเผ(ะค)-ื-่(อ)อาจจะมีเป็นร้อยๆคน(อ)ละ(-ั)มน์อาจารย์อกไหน(าจ)จะเรียกดูแค่คอลัมน์ที่อาจารย์สนใจเราจะใช้คำสั่งp(P)rojectนะคะเดี๋ยวภาษาโปรแกรมยังมีอีกเยอะค่ะอันนี-่(-้)แค่ตัวอย่างคร่าวๆน(ก)-่อะ(น)นะหรืออย่างเช่นเอ๊ะผลลัพธ์ทำไมมันโชว์แค่รหัสs(S)1คำสั่งที่จะต้องใช้คืออะไรเงื่อนไขของคำสั่งคือดูในตารางBนะคะโดยค่าของคอลัมน์Cityมีค่าเท่ากับb(B)angkokแล้วให้แสดงผลเฉพาะS#เท่านั้นครู(-ือ)อยากรู้แค่รหัสที่มีเมืองที่อยู่ในเมืองกรุงเทพฯนะคะก็โชส-่ง(ว์)แค่s(S)1เท่านั้นจากเมื่อก่อนนี้ที่อาจเ(า)ร-ีย-์บอกว่าWHhe(E)Rre(E)CIit(T)Yyก(=)ลับBangkokปกติแล้วมันแสดงข้อมูลทุกทุๆ(ก)คอลัมน์ใช่ไหมคะแต่ถ้าอาต(จ)ารยม(-์)กำหนดให้ม-ัา(น)แสดงแค่คอลัมน์ใดคอลัมน์หนึ่งเท่านั้นก็สามารถทำได้นะคะอันนี้คือความสามารถของคำสั่งp(P)rojectต่อมาคำสั่งj(J)oinค่ะจะเป็นการกระทำเพื่อแสดงข้อมูลที่เป็นไปได้ทั้งหมดซึ่งเกิดจากการเชื่อมโยงข้อมูลของ2ตารางขึ้นไปโดยที่กำหนดค่าคอลัมน์หรือว่าAอา(t)tribทิตย-์(u)tอย(e)-ู่ที่เหมือนกันอาจจะเป็นคอลัมน์เดียวหรือมากกว่าก็ได้นะคะแต่ที่สำคัญคือคอลัมน์จะต้องชื่อเหมือนกันDomaโดเมน(in)ของข้อมูลต้องเท่ากันรูปแบบคำสั่งก็คือAj(J)oinBนะคะมาดูตัวอย่างกันj(J)oinนะคะจะคล้ายๆกับUN(n)iION(on)นะคะแต่เง-ื่-ิ(อ)นไขคือจะต้องมีDomaโดเมน(in)หรือว่าคC(อ)ลัมนolumn(-์)ที่เท่ากันถึงจะJจอย(oin)ได้นะคะอย่างตัวนี้มี2คอลัมน์อันนี้มี2คอลัมน์พอJoiราย(n)การ(-ัน)ข้อมูลที่ซ(ท)-ับซ้อนกันจะอยู่ในรูปแบบคล้ายๆกับคำสั่งUniNION(on)นะคะอย่างเช่นตัวนี้คำสั่งJoiจอย(n)มีอะไรที่เหมือนกันมีCityใช่ไหมคะAj(J)oinBอันนี้มี6คอลัมน์นะคะ12ตัวนี้นะคะCityเหมือนกันแต่เนื่องจากAttributกพี่บิว(e)ที่มีคำว่าCityเหมือนกันนี่มันจะต้องดูพิจารณาในเ(R)ecรคค(o)rอร(d)-์ดของรหัสด้วยนะคะเพราะฉะนั้นถ้ามันเกินมานะคะมันเกินเรแล(า)จ-้ว(ะ)ต้องทำข้อมูลซ้ำให้เกิดขึ้นอันนี้ก็จะเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการทำงานคือเติมข้อมูลเข้าไปนะคะเพื่อให้ผลลัพธ์ที่ได้นี-่(-้)ทุกๆRecordsนะคะมีค่าAttributeก็คือที่เท่ากันเดี๋ยวอันนี้เราจะไปดูอีกทีหนึ่งนะคะในตอนที่เราทำตัวโปรแกรมเลยต่อมาจะเป็นการแสดงข้อมูลจาก2Relationนะคะโดยที่Relationหรือว่าทั้งส(2)องตารางเนี่ยม-ีAttribut-ีแอตทริบิว(e)ต์หรือวรอบ(-่า)มีคอลัมน์เนี่ยอย่างน้อย1คอลัมน์ที่เหมือนกันนะคะผลลัพธกดรับ(-์)จากคอลัมน์นะคะจากตารางที่มีจำนวนAttributeมากกว่านี่จะถูกจับคู่นะคะกับอีกคอลัมน์หนึ่งที่ม(อ)-ีกคอลัมน์ของตารางที่มีคอลัมน์น้อยกว่านะคะคำสั่งรูปแบบก็คือADEVIDEaby(D)Bby(Y)Bมันจะเป็นคล้ายๆกับการหารนะคะคำสั่งตัวนี้การเป็นตัวหารนะคะจะต้องเป็นs(S)ubsetของตัวตั้งนะคะก็คือในตัวตั้งมีaไหมมีมีB(b)ไหมมีมีC(c)ไหมมีนะคะผลร(ล)-ัพธบ(-์)ทุกตัวคือตัวที่Matcแมตช-์(h)กับตัวหารอะไรบ้างที่อยู่ในAนะคะAVXYZมีxyzBมีแค่X(x)Cมีแค่xเพราะฉะนั้นสิ่งที่เอาabABC(c)หารได้ครบทุกตัวมีแค่xตัวเดียวก็คือตรงตามเงื่อนไขทั้งหมดนะคะเราอาจจะมีการตั้งเงื่อนไขมาแล้วมีแค่X(x)ตัวเดียวเท่านั้นที่เข้าตรงทุกเงื่อนไข3เงื่อนไขที่เราต้องตั้งไว้หลักการนี้จะใช้ตอนที่เราค้นหาข้อมูลGoogleอย่างเช่นในGoogleนะคะอาจารย์อยากได้กระเป๋าสีแดงมี6ล้อลากเงื่อนไขอยากได้กระเป๋าสีแดงมีล้อ6ล้ออาจจะมีผลลัพธ์ที่ตรงตามเงื่อนไขที่อาจารย์ต้องการแค่อย่างเดียวเท่านั้นเป็นต้นรา(นะ)คา(ะ)เป็นต้นเช่นตัวอย่างมีข้อมูลนะคะในตารางAมีข้อมูลตามนี้ตารางBมีคอลัมน์เดียวคือตัวนี้คือP2ให้ADEVIDEady(D)BYBก็คือมีข้อมูลP2อยู่ในชุดข้อมูลอะไรบ้างของAอันนี้P2อันนี้P2เพราะฉะนั้นผลลัพธ์ที่ได้จะมีแค่2r(R)ecoardคอร์ดเท่านั้นที่มีP2อยู่ด้วยนะคะอันนี้ก็จะยังตรงตามเงื่อนไขนะคะถ้าเพิ่มอีกนะคะBp(P)1p(P)2p(P)3p(P)6S2มีแค่นี้ไม่ตรงS3มีแค่นี้ไม-ีส-่ตรงS4มีแค่นี้ไม่ตรงมีที่ตรงแค่s(S)1เท่านั้นที่เอาBทุกตัวหารไม่(ด้)ลงตัวอันนี้คือหลักการนะคะก็คือปัญ(การ)หารนั่นแหละต้องหารลงตัวนะคะวันนี้จะประมาณนี้เพราะว่าเดี๋ยวอาจจะให้เช็กโปรแกรมค่ะล่ามเนื้อหาจะมีแค่นี้เดี๋ยวจะเช็กในห้องแล-็บว่าโปรแกรมที่จะใช้สมบูรณ์หรือเปล่าก็วันนี้ก็น่าจะเนื้อหาจะประมาณนี้ค่ะเพราะเดี๋ยวจะให้เช็ค(ก)โปรแกรมในห้องเรียนนะคะก็เลยสั้นนิดหนึ่งเพราะว่าหลังปีใหม่ขอเช็กโปรแกรมก่อนสัปดาห์หน้าอาจจะเริ่มใช้โปรแกรมอาทิตย์นี้ก็เลยเดี๋ยวเนื้อหาจะ.(ห)ม..(ด)เท่านี-้แล-้วเดี๋ยวเรามาเช็ค(ก)ดูว่าห้องเรียนเราใช้โปรแกรมได้หรือเปล่านะคะวันนี้ก็ขอบคุณล่ามค่ะกับขอบคุณถอดความด้วยนะคะประมาณนี้ค่ะเพราะว่าเดี๋ยวเช็กห้องแล-็ป(บ)ก่อนขอบคุณมากค่ะ[lb[สิ้นสุดการถอดความ]
More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-01-17 17:37:02
- exported from : Accuracy Worker
- version :develop
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :true
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}