Accuracy : 75.20%
Insertion : 580
Deletion : 1481
Substitution : 459
Correction : 8221
Reference tokens : 10161
Hypothesis tokens : 9260

(อาจารย์กวลีคค่ะ())เดี๋ยวเริ่มเลย-้ะ(ว)กันนะคะ-ัด(น)นี้จะเป็นบทที่7หลังพ(ป)-ี-่ใหม่อ(ส)ลดร(-์)จะไม่เยอะนะคะนิดเดียวแล้วก็วันนี้ไม่มีการบ้าะคะไม่มีการบ้านเฉพาะอาทิตย์นี้เท่านั้นนะคะถ-ือว-ึง(-่า)ให้ปีใหม่ว(ท)นี้นะคะจะเป็นเกี่ยวกับวิ(พี)คณิตเชิงสัมพันธ์ก็จะเป็นกระบวนการโดยใช้คณิตศาสตร์อย่างง่ายนะคะที่ยว(อา)มาเป็นตัวกระทำในการจัดการฐานข้อมูลของเราด้วยโดย-ีรช(คณ)-ิด(ต)เชิงสัมพันธ์นะคะหรือว่าเป็นเกี่ยวกับโครงสร้างในการQueryข้อมูลก็คือการจัดการข้อมูลของเรานะคะจะเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นกับตารางหรือความสัมพันธ์นะคะที่เราสร้างตารางใหม่ขึ้นมานะคะมันจะเป็นแบบจำลองของการกระทำต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นกับข้อมูลในฐานข้อมูลของเรานะคะซึ่งส่วนมากจะเป็นการกระทำพื้นฐานนะคะโดยมันจะมีอยู่2กลุ่มคือแบบดั้งเดิมกับแบบพิเศษจะเป็นอย่างละ4ตัวนะคะแบบดั้งเดิมก่อนนะคะภาษาอังกฤษก็คือเ(T)raditionจดีย์ที่นั(al)-่ะคะก็จะเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นกับตารางหรือความสัมพันธ์โดยอาศัยทฤษฎีของเซตซึ่งเราเคยเรียนเซตมาแล้วในวิชาคณิตศาสตร์นะคะโดยที่ตารางหรือความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นนี่จะมีการกระทำนะคะจะต้องมีAttrอาช-ี(i)buteพเดียว(ก็)คือในตารางจะต้องมีข้อมูลเกิดขึ้นใช่ไหมคะเช่นตารางนักศึกษาก็จะมีAttributeแอตทริบิวต์หรือว่าข้อมูลที่เรามีก็คือรหัสนักศึกษาชื่อนามสกุลเป็นต้ะคะการกระทำของกลุ่มที่เป็นแบบดั้งเดิมนะคะจะมีอยู่4อย่างมีp(P)roductมีUnionมีIntersectมียูเนี่ยนอินเตอร(i)o-์เ(n)ซคแล้วก็Dม(i)fferenceอ-ีประเด็นว-ันนี้จะต้องเป็นภาษาอังกฤษนะคะเพราะว่าคำสั่งในระบบจัดการฐานข้อมูลก็จะเป็นภาษาอังกฤษประมานี้นะคะอันลกโปดัProduc-์(t)นะคะเป็นการกระทำที่ให้มันแสดงข้อมูลทุกๆบรรทัดหรือทุกๆเ(R)ecล็ก(o)rอ(d)ร์ดที่เรามีนะคะที่สามารถเป็นไปได้โดยการจับคู่แบบผลคูณCartesianนะร์(อั)ทีเซียนนี-่(-้)ก็เป็นคณิตศาสตร์อย่างง่ายนะคะคำสั่งของภาษาที่ใช้ในการจัดการฐานข้อมูลจะใช้คำว่าTIMESนะคะTi(-)I-mec(M)-imbs(E-S)รูปแบบของมันก็คือในกรอบสี่เหลี่ยมนะคะATIMESBก็คือเอาเ(A)องกับบ(B)-ีมันมาคูx(ณ)กัะคะเดี๋ยวจะมีตัวอย่างให้ดูอย่างเช่นตัวอย่างนะคะเดี๋ยวอาก(จ)ารย์เขียนให้ดูก่อนเมื่อกี้a(A)กับBนี(AB)-่ถ้าคำสั่งp(P)roductหรือคำสั่งค่(ถ้)าในฐาน..ข้อ(.)มูลในระบบจัดการฐานข้อมูลนี่ใช้คำสั่งTIMESก็คime(-ือ)เอาทุกตัวที่เป็นไปได้มาคูณกันaคูณxax(ค)-ูxx(ณ)yใช่ไหมคะตัวนี้ๆbคูe(ณ)xxx(-ูณ)yก็จะเป็นB(b)xbycxfz(c)yคำสั่งนี้จร(ะ)-ิ-่ายนะคะก็คืๆ(อ)จับคู่ทุกตัวที่เป็นไปได้นะคะอันนี้จะยัง-่ายอยู่ตัวอ-่-ั(า)งอีกนะคะเหมือนในตัวอย่างค่ะมีตารางAนะคะมีพ(า)-ั(า)Bนะคะถดี(-้า)สั่งให้มันค-ุ(-ู)ณกา(-ั)ต์ก็คือเป็นATIati(M)Eme(S)Bผลลัพธ์ที่ได้ก็จะเป็นทุกตัวที่a(A)กับBมันสามารถจับคู่กันได้นะคะคำสั่งนี้จร(ะ)ง่าย-ิง(ม)-ันกๆ(-็)คือ3*(x)3ได้9ต้องได้9Records9แถวนั-้(-่)นเองนะคะถ้าจะเช็คแ(กใ)ข้อสอบก็-่(-ี)ออกนะนะคะอันนี้ยั-่าๆ(ย)อยู-่ต-่อมาการUnionอันนี้ก็เป็นทฤษฎีเซตเหมือนกัะคะก็จะเป็นการรวมกันของข้อมูล2ตารางหรือว่า2Re-ี(l)atioเลชั-่(n)ะคะเพื่อแสดงข้อมูลทุกๆเ(R)ecorรื่อง(d)อ(-็)งเรื่องคือทุกๆแถวในรูปแบบของU-ู(n)iนี(on)-่ยนตามทฤษฎีของเซตคำสั่งก็คือU-ู(N)Iนี(ON)-่ยะคะa(A)UNIONBnionb(ก็)คือเอาเ(A)องกับบ(B)-ีมารวมกันนะอย่างเช่นตัวนี้มีตารางa(A)กับตารางBทฤษฎีเซตของย(U)ni-ูเนี(on)-่ยะคะจะสังเกตได้ว่าข้อมูลมันมีข้อมูลซ้ำกันอย่างข้อมูลs(S)1ตาน(ร)างเ(A)-็มี-ำลั(ารา)ด(B)-ีก็มีตามทฤษฎีU-ู(n)iนี(on)-่ยะคะถ้ามันซ้ำกันเราก็เอามาแค่ข้อมูลเดียวนะคะจะเห็นว่าจากส(4)-ีRecordsก็คือส(4)-ีแถวข้อมูลนะคะแต่ว่าอันนี้ก(า)-ำล(า)-ัเ(A)-็มี-่(า)-ั(า)บ(B)-ีก็มีมันซ้ำกันเราจะนับเป็นแค่1ข้อมูลเท่านั้นนะคะพอมันเอามาUnยูเ(i)o-ี(n)-่ยนกันข้อมูลจาก4บรรทัดจะเหลือแค่3บรรทัดเพราะว่าs(S)1-ั-่(น)มีอยู่ทั้ง2ตารางก็คือAกัab(บB)เลยตามย(ท)-ูเน(ษฎ)-ีUn-่ยน(ion)นะคะส่วนที่ทับซ้อนกันก็เอาแค่ข้อมูลเดียวอินเ-่มาIntersectiร์เซกช-ัน(on)ก็ตามทฤษฎีเซตเหมือนกันค่ะมันจะเป็นการกระทำเพื่อแสดงข้อมูลของตารางหรือRecorล็ก(dนะ)อ(ะ)ร์ดที่ปรากฏอยู่ทั้ง2ตารางที่มันทับซ้อนกันนั่นแหละนะคะในรูปแบบของi(I)ntersectionตามทฤษฎีของเซตคำสั่งก็คือINTERSEอิ(CT)เ(ะ)ตอร์เซค(ะ)ให้AINTERSECTBนะคaอินเตอร์เซคb(ะ)ตัวอย่างจากตารางเดิมเลยค่ะAกับBข้อมูลไหนที่ทับซ้อนกันคือข้อมูลs(S)1-ั-่(น)มีทั้ง2ตาราง-ำลั(ารา)เ(A)-ับก(า)างะบ-ี(B)-่เราจะแสดงผลเฉพาะตารางที่มันทับซ้อนกันเท่านั้ะคะเพราะฉะนั้นคำสั่งAINTERSEงaอินเตอร-์(C)Tซ(B)คbจะมีผลลัพธ์แค่1RAc(e)cordเท่านั้นก็คือS1ตามทฤษฎีของเซตนะคะต่เรา(อ)มาDifferenceนะคะก็เป็นการกระทำเพื่อแสดงข้อมูลของแถวนั้นๆที่ปรากฏอยู่ในตารางนึ่งแต่อีล(ก)ตารางหนึ่1(ง)ไม่มีนะคะก็คืออะไรก็ตามที่อยู่ในตารางนั้นแต่ไม่อยู่กับก(อ)-ี-่(ก)ตารางหนึ่1(ง)คำสั่งที่ใช้คือคำสั่งไ(M)INว้นะ(US)แปลเป็นภาษาไทยก็คือเครื่องหมายลบแล้วน-ี(-ั)-่นเองไม่เอานะคะอย่างเช่นAMINUSBก็ค-ี่(-ือ)อยู่ในเ(A)แต่ไม่อยู่ในBนะม(ค)-ื-่อ(ก็)คืน(อ)เหมือนตัวที่อาจารย์ทำไฮไลท์สีเหลืองไว้ไปะตาร-ั-่(า)-ื(-ิ)-่-้(ล)ยค่ะให้คำสั่งAMINUSBอะไรที่อยู่ในAแต่เอเชียไม่อยู่ในบ(B)-ีอันนี้ไม่ใช่แน่นอนเพราะs(S)1มีทั้งa(A)ทั้งBเพราะฉะนั้นAม(M)INUS-่นะบ-ี(B)-่(-็)จะเป็นS4ในทางกลับกันค่ะBMINบ(U)S-ีบ(A)ก็คืออยู่ในบ(B)-ีแต่ไม่อยู่ในAนะคะอยู่ในBก็ค-ีๆ(-ือ)S2เพราะว่าF(S)1ไม่ได้s(S)1อยู่ในเ(A)องเหมือนกัะคะในทางกลับกันจะเป็นแบบนี้นะคะขึ้นอยู่กับว่าเราจะเอาข้อมูลจากตารางไหนเราจะเอาข้อมูลใ(-ั)-ั(-้)ข้างหน้านะคะถ้าอยู่ในa(A)ไม่อยู่ในBจะเป็นแบบนี้จะเขียนแบบนี้นะคะแต่ถ้าอยู่ในบ(B)-ีไม่อยู่ในa(A)ก็จะเขียนขึ้นต้นด้วยBนำหน้าแบบนี้นะคะไม่ใช่ว่าทุกตารางจะชื่อเ(A)องกับบ(B)-ีนะคะแล้วแต่ว่าตารางที่นักศึกษาได้ทำมันชื่อตารางอะไรอย่างเช่นตารางStudentStuดีเ(d)e-่น(nt)แล้วก็MINUSAddreไม่นะ(ss)ก็ได้นะคะอยู่ในตารางs(S)tudentแต่ไม่อยู่ในตา-้น(ง)Addressก็ว่าไปนะคะต่อมาจะเป็นตัวดำเนินการแบบพิเศษนะคะเป็นSpecialซึ่งมันจะแตกต่างจากรูปแบบการทำงานของเซตโดยทั่วไปนะคะโดยการกระทำของกลุ่มที่จะเป็นSpecialหรือแบบพิเศษนี่ไม่จำเป็นจะต้องมีจำนวนAttrแอตทร(i)bute-ิบิวต์เท่ากันAttributนคิว(e)คืออะไรAttributeคือตัวนี้ห(ค)อล-ัมน-ำ(-์)นะคะถ้าเป็นแบบC(T)re(a)ditia(o)nalys(Se)tนี่คอลัมน์ทั้ง2ตารางหรื1(อ)3ตารางต้องเท่ากันเท่านั้ะคะแต่ถ้าเป็นSpecialคือคอลัมน์หรือAsen(ttr)ibuteนor(-ี่)ไม่จำเป็นจะต้องมีจำนวนเท่ากัะคะไม่จำเป็นซึ่งคำสั่งพรุ(วก)-่งนี้นี่จะถูกเรียกใช้บ่อยเพราะว่าฐานข้อมูลแต่ะฐานข้อมูลอาจจะมีตารางที่บรรจุอยู่มีรูปแบบที่แตกต่างกันไปนะคะโดยถึงแม้มันจะไม่มีAttribค(u)t-ิว(e)ที่เท่ากัน-็คือคอลัมน์ม-ันไม่เท่ากันนั่นแหละนะคะแ-่Aท(t)tribริบิว(u)t-์(e)ของทั้ง2ตารางจะถูกนำมาใช้จะต้องมีเงื่อนไขนะคะจะต้องมีชื่อDomaiโดเมน(n)ของข้อมูลชื่อเดียวกันก็คือชื่อคอลัมน์เดียวกันอาจจะเป็นชื่อตารางใดๆในตารางนั้นอาจจะมี10คอลัมน์อีกตารงหนึ-่งมี8คอลัมน-่-ำ(-์)ต่จล(ะ)ต้องมีสิ่งที่เราจะเอามาดำเนินการนี่ชื่อคอลัมน์จะต้องเหมือนกันนะคะคำสั่งจะมีอยู่4คำสั่งด้วยกันอันแรกคำสั่งr(R)eg(s)ted(r)ictหรือถ้าในระบบจัดการฐานข้อมูลภาษาที่ใช้ภาษาSQLเราจะใช้คำสั่งเรียกว่าSeliri(ect)นะคะเดี๋ยวประมาณอีก2สัปดาห์จะต้องได้พิมพ์ลองทำโค้ดภาษาSQLดูนะคะซึ่งการกระทำเพื่อแสดงข้อมูลในRร(e)cordคคอร์ดของตารางนั้นๆจะต้องตรงตามเงื่อนไขที่ระบุนะคะเงื่อนไขที่ใช้จะใช้คำว่าWHEREนะwhere(คะ)เช่นAWHEREaVeg(Xop)et(r)atoble(rY)อันนี้เป็นต้นนะคะแต่เดี๋ยวตอนที่เราทำในโปรแกรมจริงๆอ(-ี)-่นักศึกษาจะเห็นภาพได้เข้าใจมากกว่านี้อันนี้เป็นแค่การเกริ่นก่อนเฉยๆนะหา(คะ)ว่าเราจะต้องเจอคำสั่งพิเศษอะไรบ้างในการจัดการฐานข้อมูลนะคะตัวอย่างเดิมค่ะตารางa(A)กับBนะคะในตัวอย่างอาจารย์อาจจะเห็นว่าเอ๊ะคอCo(ล)-ัlumn(มน์)มันก็ยังเท่ากันนี่แต่ก็เพื่อให้เห็นภาพไดที-่(-้)ชัดเจนนะคะอาจารย์จะเลยจะยังยกตัวอย่างเป็นแบบนี้ก่อนบ(พ)ห(ช)-้คำสั่งSeleiri(ct)หรือRestac(r)icng(t)นะคะจะต้องมาคู่กับคำว่าWHEREเสมออย่างเช่นขึ้นต้นด้วยด(B)-ีก็คือในตารางด(B)-ีให้ดูที่เงื่อนไขCITYCซิตี-้(I)TYคืซิตี-้(อ)ตรงนี้แปลว่าชื่อเมืองนะคะในตารางBค่าของคอลัมColumn(น์)Cityอันไหนที่มีค่าเท่ากับChaiNatชัยน(เร)ทข(ก็)ดูหน(เล)-่อยค่ะตากำลั(รา)ด(B)-ีCityCh-ั(a)iนาท(Nat)นะคะพอเราพิมพ์Bดีว่า(W)HERECITY=‘ChaiNat’ผtyเท่ากับชัยนาทผลลัพธ์ที่ได้จะต้องแสดงผลลัพธ์ของRecordทีTF(-่S)2ทั้งหมดนะคะเพราว่าเงื่อนไขก็คือในตารางบ(B)-ีจังหวัดข้อมูลอะไรที่มีข้อมูลว่า‘ChaiNa-ัย(t’)ะคท(ะ)เราต้องยกมาทั้งหมดมาแสดงผลต่อมาเป็นPrป(o)jเจค(ect)นะคะก็จะเป็นการเลือกข้อมูลทุกๆแถวโดยเลือกมาเพียงแค่บางคอลัมน์เห็(ช่)นอาจารย์อยากดูแค่รหัสนักศึกษากับชื่อก็แสดงผลแค่ชื่อกับรหัสนักศึกษาโดยที่ในตารางข้อมูลนักศึกษาอาจจะมีคอลัมน์ประมาณ20คอลัมน์ก็ได้ปล(ต่)อาจารย์อยากดูแค่2คอลัมน์นี้เท่านั้นเราจะใช้คำสั่งที่เกี่ยวข้องกับการเรียกดูข้อมูลคือมันจะเป็นคำสั่งเกี่ยวกับการทำPโ(r)ojeปรเจค(ct)นั่นเองนะคะรูปแบบคำสั่งก็จะขึ้นต้นด้วยชื่อตารางแล้วตามด้วยเงื่อนไขนะคะตารางเดิมค่ะตารางเดิมคำสั่งAในวงเล็บSNaMM(me)กับเอด(Age)ส์นะคะก็คืออธิบายก็คือเอาข้อมูลในตารางa(A)เท่านั้นอยู่ในคอลัCol(ม)umnn(-์SN)ameและคอลัมน์Ageผลลัพธ์ที่ได้จะแสดงผลแค่นี้จากตอนแรกมันมีแค่มันม1(-ี)4คอลัม-่ำ(น์)ใช่ไหมคะ1234อาจารย์ให้แสดงผลแค่เฟ(SN)ซnameกับAgeเท่านั้นอันนี-่(-้)คือการทำงานของคำสั่งp(P)rojectนะคเผ(ะค)-ื-่(อ)าจจะมีเป็นร้อยน(อ)ะ(-ั)น์อาจารย์อกไหน(าจ)จะเรียกดูแค่คอลัมน์ที่อา-่(จ)รย์สนใจเราจะใช้คำสั่งp(P)rojectนะคะเดี๋ยวภาษาโปรแกรมยังมีอีกเยอะค่ะอันนี-่(-้)แค่ตัวอย่างคร่าวๆว(ก)-่าเ(อน)ะหรืะ(อ)อย่างเช่นเอ๊ะผลลัพธ์ทำไมมันโชว์แค่รหัสs(S)1คำสั่งที่จะต้องใช้คืออะไรเงื่อนไขของคำสั่งคือดูในตารางBนะคบีหน(ะ)-่ว(ด)ยค่าของคอลัมน์Cityมีค่าเท่ากับBaแบง(n)gkoค์คอ(k)แล้วให้แสดงผลเฉพาะfSh(#)arpเท่านั้นกู(-ือ)อยากรู้แค่รหัสที่มีเมืองที่อยู่ในเมืองกรุงเทพฯนะคะก็โช-่ง(ว์)แค่s(S)1เท่านั้นจากเมื่อก่อนนี้ที่อาจเ(า)-ี-์บอกว่าWHhe(E)Rre(E)CIit(T)Yyก(=)ลับBangkokปกติแล้วมันแสดงข้อมูลทุกทุๆ(ก)อลัม-์ใช่ไหมคะแต่ถ้าอต(จ)รยม(-์)กำหนดให้ม-ัา(น)แสดงแค่คอลัมน์ใดคอลัมน์หนึ่งเท่านั้นก็สามารถทำได-้นะคะอันนี-้คือความสามารถของคำสั่งp(P)rojectป(ต)-่ะ(อ)มาคำสั่งJจอย(oin)ค่ะจะเป็นการกระทำเพื่อแสดงข้อมูลที่เป็นไปได้ทั้งหมดซึ่งเกิดจากการเชื่อมโยงข้อมูลของ2ตารางขึ้นไปโดยที่กำหนดค่าคอลัมน์หรือว่าAา(t)tribทิตย-์(u)tย(e)-ู่ที่เหมือนกันอาจจะเป็นคอลัมน์เดียวหรือมากกว่าก็ได้นะคะแต่ที่สำคัญคือคอลัมน์จะต้องชื่อเหมือนกันDomaโดเมน(in)ของข้อมูลต้องเท่ากันรูปแบบคำสั่งก็คือAJoinBนะคะมาดูตัวอย่างกันJoอย(in)นะคะจะคล้ายๆกับUni-ูเ(on)-ี-่ย(คะ)แต่เง-ื่-ิ(อ)นไขคือจะต้องมีDomaโดเมน(in)หรือว่าC(อ)ลัมนolumn(-์)ที่เท่ากันถึงจะJจอย(oin)ได้นะคะอย่างตัวนี้มี2คอลัมน์อัล่ำ(นี้)มี2คอลัมน์พอJoiราย(n)าร(-ัน)ข้อมูลที่ซ(ท)-ับซ้อนกันจะอยู่ในรูปแบบคล้ายๆกับคำสั่งอ(U)niยู-่เ(on)-ี่ยนะคะอย่างเช่นตัวนี้คำสั่งJoiจอย(n)มีอะไรที่เหมือนกันมีCityใช่ไหมคะAJh(o)inBอันนีib(-้)มี6คอลัมน์นะคะ12ตัวนี้นะคะCityเหมือนกันแต่เนื่องจากAttributกพี่บิว(e)ที่มีคำว่าCityเหมือนกันนี่มันจะต้องดูพิจารณาในเ(R)ecรคค(o)rร(d)-์ดของรหัสด้วยนะคะเพราะฉะนั้นถ้ามันเกินมานะคะมันเกินเรล(า)-้ว(ะ)ต้องทำข้อมูลซ้ำให้เกิดขึ้นอันนี้ก็จะเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการทำงานคือเติมข้อมูลเข้าไปนะคะเพื่อให้ผลลัพธ์ที่ได้-ี้ทุกๆRecordsนะคะมีค่าAttribexcep(u)teก็คือที่เท่ากันเดี๋ยวอันนี้เราจะไปดูอีกทีนึ-่งนะคะในตอนที่เราทำตัวโปรแกรมเลยต-่มาจะเป็นการแสดงข้อมูลจาก2Rร(e)lati-ีเลช-ั่(on)ะคะโดยที่ร(R)el-ีเล(a)t-ั่น(ion)หรือว่าทั้งส(2)องตารางนี่-ีAttribut-ีแอตทริบิว(e)ต์หรืออบ(-่า)มีคอลัมน์นี่อย่างน้อย1คอลัมน์ที่เหมือนกัะคะผลลัพธกดรับ(-์)จากคอลัมน์นะคะจากตารางที่มีจำนวนAttribuอธิบดี(te)มากกว่านี่จะถูกจับคู่นะคะกับอีกคอลัมน์หนึ่งที่ม(อ)-ีคอลัมน์ของตารางที่มีคอลัมน์น้อยกว่านะคะคำสั่งรูปแบบก็คือADEVIDEaby(D)Bby(Y)Bมันจะเป็นคล้ายๆกับการหารนะคะคำสั่งตัวนี้การเป็นตัวหารนะคะจะต้องเป็นSubsสับเซต(et)ของตัวตั้งนะคะก็คือในตัวตั้งมีaไหมมีมีbไห-ีมีcไหมมีนะคะผลร(ล)-ัพธบ(-์)ทุกตัวคือตัวที่Matcแมท(h)กับตัวหารอะไรบ้างที่อยู่ในAนะคะAVXYZมีxyzBมีแค่X(x)Cมีแค่xเพราะฉะนั้นสิ่งที่เอาabABC(c)หารได้ครบทุกตัวมีแค่xตัวเดียวก็คือตรงตามเงื่อนไขทั้งหมดนะคะเรา-่(อ)จะมีการตั้งเงื่อนไขมาแล้วมีแค่X(x)ตัวเดียวเท่านั้นที่เข้าตรงทุกเงื่อนไข3เงื่อนไขที่เราต้องตั้งไว้อ(ล)-ักกาน(ร)นี้จะใช้ตอนที่เราค้นหาข้อมูลอย่างเช่นในGoogleะคะอาจารย์อยากได้กระเป๋าสีแดงมี6ล้อลากเงื่อนไขอยากได้กระเป๋าสีแดงมีล้อ6ล้ออาจจะมีผลลัพธ์ที่ตรงตามเงื่อนไขที่อาจารยฉัน(-์)ต้องการแค่อย่างเดียวเท่านั้นเป็นต้นรา(นะ)า(ะ)เป็นต้นเช่นตัวอย่างมีข้อมูลนะคะในตารางAมีข้อมูลตามนี้ตารางด(B)-ีมีคอลัมน์เดียวคือตัวนี้P2:00นให้ADEVIDEady(D)BYBก็คือมีข้อมูลP2อยู่ในชุดข้อมูลอะไรบ้างของเ(A)-ันนี้E(P)2อันนี้ป(P)-ี2เพราะฉะนั้นผลลัพธ์ที่ได้จะมีแค่2อ(R)ecorงรักค(d)อร์ดเท่านั้นที่มีP2อยู่ด้วยนะคะอันนี้ก็จะยังตรงตามเงื่อนไขนะคะถ้าเพิ่มอีกนะคะBที-่(P)1ป(P)-ี2ป(P)-ี3ป(P)-ี6S2มีแค่นี้ไม่ตรงS3มีแค่นี้-ีส-่ตรงS4มีแค่นี้ไม่ตรงมีที่ตรงแค่s(S)1เท่านั้นที่เอาบ(B)-ีทุกตัวหารไม่(ด้)ลงตัวอันนีI(-้)คือหลักการนะคะก็คือปัญ(การ)หานั่นแหละต้องหาลงตัวนะคะวันนี้จะประมาณนี้เพราะว่าเดี๋ยวอาจจะให้เช็ค(ก)โปรแกรมค่ะล่ามเนื้อหาจะมีแค่นี้เดี๋ยวจะเช็ค(ก)ในห้องแล-็ป(บ)ว่าโปรแกรมที่จะใช้สมบูรณ์หรือเปล่าก็วันนี้ก็น่าจะเนม(-ื)-้-่จ๋(อห)าจะประมาณนี้ค่ะเพราะเดี๋ยวจะให้เช็ค(ก)โปรแกรมในห้องเรียนนะคะก็ห(ล)นื่อยป(สั)-้า(น)นิดนึ-่งเพราะว่าหลังปีใหม่ขอเช็ค(ก)โปรแกรมก่อนสัปดาห์หน้าอาจจะเริ่มใช้โปรแกรมอาทิตย์นี้ก็เลยเดี๋ยวเนื้ม(อ)หาจะส(ห)-ุ(ด)ทรเท่านี-้แล-้เดี๋ยวเรามาเช็ค(ก)ดูว่าห้องเรียนเราใช้โปรแกรมได้หรือเปล่านะคะวันนี้ก็ขอบคุณล่ามค่ะกับขอบคุณถอค่ะ(ด)ความด้วยนะคะประมาณนี้ค่ะเพราะว่าเดี๋ยวเช็ค(ก)ห้องแล-็ป(บ)ก่อนขอบคุณมากค่ะ[สิ้นสุดการถอดความ]

More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-01-17 17:36:55
- exported from : Accuracy Worker
- version :develop
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :true
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}