(อาจารย์ธิดารัตน์) สวัสดีล่ามทางไกลด้วยนะคะ เขาได้ยินไหม พี่เขาได้ยินไหม สวัสดีค่ะ สวัสดีค่ะ ล่าม ได้ยินเสียงไหมคะ (ล่าม) ค่ะ สวัสดีค่ะ ได้ยินไหมคะ (อาจารย์ธิดารัตน์) สวัสดีค่ะ (ล่าม) โอเค ได้ ได้แล้วค่ะ (อาจารย์ธิดารัตน์) ล่ามได้ยินไหมคะ (ล่าม) ได้ ได้ยินแล้วค่ะ (อาจารย์ธิดารัตน์) สวัสดีค่ะ สวัสดีล่ามทางไกลด้วยนะคะ (ล่าม) สวัสดีค่ะ (อาจารย์ธิดารัตน์) โอเคนะคะวันนี้เราก็จะมาเรียนบทที่ 7 ของเรานะคะ ต่อเนื่องนะคะจากตัวมาตรฐานตัวที่แล้วของเรานะคะ คราวนี้เราจะมาเรียนมาตรฐานตัวถัดมานะคะ ที่จะพูดถึง ธรรมาภิบาลนะคะ ก็คือ IT Governance ของเรานั่นเองนะคะ เดี๋ยวเราจะมาดูว่าตัวมาตรฐานตัวนี้นี่ มันมีความหมายว่าอย่างไรนะคะ มีประโยชน์นะคะที่ มีตัวมาตรฐานตัวนี้แล้วเกิดประโยชน์อย่างไร แล้วก็ เราจะมีกระบวนการนะคะ การวางแผน ตัวธรรมาภิบาลขององค์กร ธรรมาภิบาลของตัวระบบสารสนเทศหรือว่าตัว IT นะคะ ที่อยู่ในองค์กรของเรา แล้วมันจะมีความเกี่ยวเนื่องนะคะ เชื่อมโยงกันอย่างไรบ้างนั่นเองนะคะ โอเคนะคะ เดี๋ยวเราจะมาเริ่มกัน หัวข้อที่เราจะเรียนนะคะ Learning Objectives นะคะ ก็จะมีอะไรบ้างนะคะ ความเป็นมาของตัวธรรมาภิบาล ของ IT นะคะ แล้วก็องค์กรนะคะ ก็คือธรรมาภิบาลในองค์กรด้วย มีธรรมาภิบาลของตัวระบบสารสนเทศ ธรรมาภิบาลขององค์กรของเรานะคะ ประโยชน์ที่เกิดขึ้นของตัวธรรมาภิบาลของสารสนเทศแล้วก็ เครื่องมือที่จะมาวัดหรือว่าจับ ของตัวธรรมาภิบาลนี่ มันจะมีอะไรบ้าง ก็จะเรียกว่าตัว Balanced score card เดี๋ยวเราจะมา เรียนรู้ถึงรายละเอียดแต่ละหัวข้อไปพร้อม ๆ กันนะคะ เริ่มมาจากตัวธรรมาภิบาลด้านเทคโนโลยีสารสนเทศนะคะ ก็คือเป็นความรับผิดชอบของผู้บริหาร พูดง่าย ๆ แหละ ผู้บริหารที่คอยดูนะคะ ภาพรวมขององค์กรของเรานะคะ เขาจะบริหารอย่างไรนะคะ ให้หน่วยงานหรือว่าขององค์กรของเขานี่มีธรรมาภิบาล ธรรมาภิบาลคืออะไรนะคะ การที่จะมอบนโยบายนะคะ การดูภาพรวมขององค์กรให้องค์กรของเรานี่ ปฏิบัติงานนะคะ ในทางที่ถูกต้องเหมาะสม รวมถึงการทำให้องค์กรของเรานี่ เติบโตไปด้วยนั่นเองนะคะ โดยมันจะมีอะไรบ้าง โครงสร้างนะคะ แน่นอนเราก็จะมาดูโครงสร้างขององค์กร กระบวนการ Process ของเรานะคะ และต้องมั่นใจว่าหน่วยงานที่จะมา Support ด้านสารสนเทศของเรานี่ สามารถที่จะดูแล และคงสภาพนะคะ ของการให้บริการทางด้านสนเทศของตัวองค์กรหรือว่าลูกค้าได้เป็นอย่างดีหรือเปล่า ซึ่งต้องตามแผนกลยุทธ์หรือว่าเป้าหมายขององค์กร อย่างหน่วยงานองค์กรของเราตั้งเป้าหมายไว้อะไร ตั้งแผนนโยบายขององค์กรไว้อย่างไรนะคะ สารสนเทศหรือว่าผู้บริหารที่อยู่ในด้านสารสนเทศ ก็ต้องทำให้ตรงกับตัวเป้าหมายที่ตั้งไว้นั่นเองนะคะ โดยตัว IT Governance ก็จะมีตัวองค์กรนะคะ ที่สร้างขึ้นในปี 2003 เดี๋ยวเราจะมาดูภาพรวมที่เราจะมาพูดถึงนะคะ ว่ามันมีอะไรบ้าง ภาพรวมอย่างที่บอกไปว่า หน่วยงานบริษัทองค์กรก็ต้องมีผู้บริหาร เราก็จะมาดูตั้งแต่บอร์ดบริหาร บอร์ดบริหารคืออะไร ก็คือผู้บริหารระดับสูงของเรานะคะ แล้วก็ไล่ลงมาก็จะเป็นผู้จัดการ Executive Management ก็คือผู้จัดการที่รองลงมานะคะ ในการรับตัวนโยบายจากผู้บริหารสูงสุดนะคะ เขาจะบริหารจัดการองค์กรอย่างไรนะคะ รวมถึง โครงสร้าง Framework นะคะ model แล้วก็ roadmap นะคะ ว่าจะสร้างโครงสร้างองค์กรแบบไหน วางแผนระยะยาวระยะสั้นกี่ปีนะคะ และเป้าหมายขององค์กรคืออะไร พูดง่าย ๆ ก็คือ การที่จะพัฒนาหรือว่าบริหารองค์กรนี้ให้มันดีนะคะ ส่วนหนึ่งก็ต้องมีเกี่ยวกับตัวระบบศาสตร์สนเทศนี่เข้ามา Support หรือสนับสนุนรวมถึงเราต้องมีการวางแผนด้วย ว่าองค์กรหรือว่าหน่วยงานเรานี่จะมีการพัฒนาของหน่วยงานนี่ เพิ่มขึ้นในทิศทางไหน แล้วก็ได้ผลกำไรหรือว่าการเติบโตของบริษัทหรือองค์กรนี่ เพิ่มขึ้น หรือว่าดีขึ้นอย่างไรนั่นเองนะคะ ถัดมา มาดูเกี่ยวกับหน้าที่รับผิดชอบของพวกผู้ บริหารบ้างนะคะ เริ่มแรกก็ต้องมีการวางแผนขององค์กรแล้ว Enterprise Plan นะคะ ว่าองค์กรของเรานี่เป็นองค์กรแบบไหน ขนาดเล็กขนาดใหญ่ เป็นการให้บริการไหม หรือว่าเป็นการขายสินค้านะคะ ก็ต้องมาดูอีกว่าเป็นองค์กรแบบไหน มีแผนที่จะทำให้องค์กรนี่พัฒนาขึ้น มีการขยายสาขาไหม มีการปรับปรุงหรือว่า มี Engineering ของปรับโครงสร้างขององค์กรหรือเปล่า จะเพิ่ม ขยายบุคลากรขึ้นไหม ส่วน แผนกตรงไหนบ้างหรือเปล่า อันนี้ก็จะเป็นลักษณะการวางแผนขององค์กรนะคะ Ownership ลักษณะการมองว่าบริษัทหรือว่าองค์กรของเรานี่ ประดุจเป็นเหมือนเราเป็นเจ้าของบริษัท ดังนั้นการที่เราคิดว่า หน่วยงานหรือว่าบริษัทของเรานี้เป็นเหมือนสิ่งที่เราสร้างขึ้นมา ดังนั้นเราก็จะเลือกคัดสรรวิธีหรือว่าการปฏิบัติที่ดีที่สุดให้กับหน่วยงาน หรือว่าองค์กรของเรานี่เองนะคะ Objective วัตถุประสงค์ วัตถุประสงค์ขององค์กรคืออะไร สมมติวางแผนไว้แล้ว จะขยาย สาขา ขยายกี่สาขา มีงบประมาณ มีบุคลากร มีอะไรที่ต้องเพิ่มขึ้นต่าง ๆ หรือต้องการตั้งว่าปีหน้านี่จะเพิ่มผลกำไรของหน่วยงานขององค์กรกี่เปอร์เซ็นต์ 15 20 30 ก็แล้วแต่ นี่นะคะ หรือทำอย่างไรก็ได้ให้ใช้ตัวทรัพยากรหรือว่าเงินลงทุนนี่ ให้มันน้อยที่สุด ก็แล้วแต่ว่าเป้าหมายนะคะที่องค์กรนี่เขาตั้งไว้ Resource ก็คือทรัพยากรในหน่วยงานของเรา ไม่ว่าจะเป็นฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ บุคลากรต่าง ๆ ที่อยู่ภายในองค์กรของเรา จะจัดสรรอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กร สมมติได้ผลผลิตที่เท่ากัน อาจจะใช้บุคลากรน้อยลง ใช้วัตถุดิบที่น้อยลงอย่างนี้นะคะ ก็จะเป็นการใช้ทรัพยากรที่ค่อนข้างจะคุ้มค่านั่นเอง กฎหมาย แน่นอนทุกบริษัท ทุกหน่วยงาน ทุกองค์กรต้องอยู่ภายใต้กฎหมายนะคะ ถัดมาผู้ถือหุ้นก็เปรียบคล้าย ๆ กับผู้ที่เป็นเจ้าของนะคะ ของบริษัทด้วยเช่นเดียวกันนะคะ ก็คือมีส่วนแบ่งผลกำไรนะคะ จากผลประกอบการของหน่วยงานขององค์กรนะคะ การเงิน เงินที่ไหลแล้วก็หมุนเวียนภายในองค์กรของเรามีเท่าไรนะคะ มีการวางแผนอย่างไร อันนี้ก็ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องแน่นอนในการพัฒนาองค์กรของเรา ความเสี่ยงแล้วก็ความอยู่รอด องค์กรของเรานะคะสร้างขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหน ทำอย่างไรให้ไม่ถูกปิดกิจการนะคะ เพราะว่าหลายบริษัท หลายหน่วยงาน หลายองค์กรนี่ อย่างช่วงโควิดมานี่ อย่างรูปแบบของการท่องเที่ยวก็จะเห็นว่า บริษัทหรือว่าหน่วยงานองค์กรต่าง ๆ นี่ก็จะค่อนข้างถูกทยอยปิดนะคะ ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นอาจจะไม่ได้คาดคิดอาจจะเป็นจากสิ่งแวดล้อม โรคระบาด น้ำท่วม ไฟไหม้นะคะ หรือการปรับเปลี่ยนของเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่มันเพิ่มขึ้นมา เหล่านี้ล้วนเป็นความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นภายในองค์กรของเรา เราก็ต้องมีวิธีการที่จะทำให้บริษัทหรือว่าหน่วยงานของเรานี่อยู่รอดนั่นเองนะคะ ต้องมีแผนรับมือแผน 1 แผน 2 แผน 3 ว่าเกิดแบบนี้แล้ว จะมีวิธีแก้ไขหรือว่าป้องกันอย่างไรนะคะ อันนี้จะเป็นหน้าที่รับผิดชอบหลัก ๆ พูดง่าย ๆ คือ ทำอย่างไรที่จะอุ้มชูแล้วก็ พาให้บริษัทหรือว่าหน่วยงานของเรานี่ คงอยู่แล้วก็อยู่รอด รวมถึงถ้ามี การเติบโตของบริษัทก็ ก็จะเป็นเป้าหมายเพิ่มลักษณะของผลกำไรที่เกิดขึ้นนั่นเองนะคะ ถัดมา มาถึงเกี่ยวกับธรรมาภิบาลทางด้านองค์กรหรือว่าธุรกิจของเรานะคะ ก็จะมี อะไรบ้างที่สามารถควบคุมนะคะ แล้วก็กำหนดทิศทางได้บ้างนะคะ ก็จะมีการวางแผนก็จะเหมือนการวางแผนองค์รวมขององค์กรนะคะ กระบวนการทำงาน ขั้นตอนที่ทำนะคะ มีส่วนไหน แผนกไหนที่เข้ามาเกี่ยวข้อง แล้วผู้บริหารสามารถที่จะติดตามผลนะคะ ดูได้ทุกกระบวนการหรือเปล่านะคะ นวัตกรรมใหม่ ๆ นะคะ ปกติแล้วนะคะ ถ้าหน่วยงานหรือว่าบริษัทที่ไม่ได้สร้างตัวนวัตกรรมใหม่ ก็อาจจะส่งผลให้ตัวบริษัท หรือว่าองค์กรของเรานี่ ไม่เป็นที่ที่นิยม พูดง่าย ๆ นะคะ ก็คือไม่มีสิ่งนะคะ รูปแบบใหม่ ๆ มาให้ลูกค้าหรือว่าผู้ใช้บริการนี่เกิดความสนใจนั่นเอง อันนี้ก็จะเป็นส่งผลต่อภาพลักษณ์ขององค์กรของเรานะคะ ทรัพย์สินทางปัญญานะคะ การจดลิขสิทธิ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในหน่วยงานองค์กรของเรานี่ อันนี้ก็จะส่งผลให้บริษัทของเรานี่ เกิดความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น บุคลากร บุคคลนะคะ เราจะมีบุคลากรจำนวนเท่าไร แผนกไหนบ้าง หรือว่าจะลดจำนวนบุคลากรหรือว่าแผนกตัวไหนบ้าง ที่อาจจะไม่ได้ส่งผลนะคะ กระทบต่อการดำเนินงานขององค์กร หรือเพิ่มบุคลากรในกรณีที่บริษัทหรือองค์กรของเรานี่ เกิดการขยายหรือว่าเติบโตขึ้นมานั่นเองนะคะ ถัดมา คราวนี้เมื่อกี้เป็น Business Governance นะคะ อันนี้ก็จะเป็น IT Governance ขึ้นมาก็จะเป็นธรรมาภิบาลของเทคโนโลยีสารสนเทศค่ะ หรือธรรมาภิบาลของ IT ของเรานั่นเองนะคะ อันนั้นเป็นมองภาพธุรกิจแล้ว คราวนี้มันก็จะใกล้ตัวกับเรา ของเราเกี่ยวกับสารสนเทศมากขึ้นนะคะ มันก็จะเป็นการวางแผนนะคะ เกี่ยวกับหน่วยงานหรือว่าแผนกของเรา พูดง่าย ๆ ระบบสารสนเทศมันก็ต้องครอบคลุมทั้งบริษัทถูกไหม ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์นะคะ การสื่อสารต่าง ๆ นะคะ ซึ่งแผนกนี้ก็ต้องดูแล แล้วก็ให้บริการให้มันครบถ้วนนั่นเอง เริ่มมาก็จะลักษณะคล้าย ๆ กับตัว Business Governance ของเรานะคะ ก็จะเป็นแผนทางเทคโนโลยีสารสนเทศนั่นเอง แผนว่าเราจะมีการพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อให้มารองรับการทำงานขององค์กรของเราไหม หรือจะซื้ออุปกรณ์ ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ตัวไหนที่เข้ามาเพิ่มผลผลิต ให้กับหน่วยงานหรือว่าองค์กรของเราหรือเปล่า มันก็ต้องมีการวางแผนถูกไหมคะ แผนก IT ก็ต้องมีการวางแผนว่าต้องทำอะไร 1 2 3 เมื่อวางแผนแล้วก็ต้องทำตามแผนที่ได้วางไว้ คราวนี้เราก็ต้องมาดู IT assets แล้วก็ Resource ก็คือพวกอุปกรณ์เกี่ยวกับสารสนเทศนะคะ หรือทรัพยากรนั่นเองนะคะ ว่าทรัพยากรในองค์กรของเราเป็นอย่างไร ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์เก่าไปไหม ต้องอัปเดตหรือเปล่า ต้องซื้อเพิ่มไหม หรือมีเทคโนโลยีตัวไหนที่มันเพิ่มเข้ามาใหม่ อันนี้ก็ต้องมีพัฒนา คือมันก็ต้องปรับเปลี่ยนตามยุคตามสมัย แล้วก็เช็กความต้องการของลูกค้าด้วยนี่เองนะคะ Demand Management นะคะ ความต้องการที่เกิดขึ้น อาจจะเป็น User แผนกขาย มีความต้องการอยากได้รูปแบบที่สามารถ เช็กตัวสินค้าหรือว่าเช็กตัว Report ของสต๊อกสินค้า เพื่อเอามาดูให้เกี่ยวกับฝ่ายขาย ย้อนหลังไป มีการขายได้กี่เปอร์เซ็นต์อะไรอย่างนี้นะคะ แผนก IT หรือว่าผู้ดูแลเกี่ยวกับสารสนเทศตรงนี้ ก็ต้องสามารถที่จะจัดการนะคะ ตัวพัฒนาเกี่ยวกับตัวซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อมารองรับแต่ละแผนกได้นั่นเอง พูดง่าย ๆ ก็คือต้อง Support แต่ละแผนกที่อยู่ในองค์กร ที่ใช้เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศให้ครบถ้วนนั่นเองนะคะ Project Management นะคะ เนื่องจากแผนกสารสนเทศ มันก็เหมือนฝ่ายนึงนะคะ ที่อยู่ในองค์กรของเรานะคะ Project Management ของเราก็คือมันก็ต้องมีโครงการว่าจะทำอะไร สมมติฮาร์ดแวร์ ในหน่วยงานองค์กรของเรานี่ค่อนข้างเก่า อาจจะมีการจัดซื้อเข้ามา ถัดมาทำอะไร ซื้อมาแล้วก็ต้องลงซอฟต์แวร์ หรือจะเพิ่มบุคลากรไหม บุคลากรไม่เพียงพอ หรือว่าไม่มีความรู้ทักษะทางด้านอุปกรณ์ที่เพิ่มมาใหม่ มันก็จะเป็น Project ที่มี 1 2 3 ดังนั้น Project Management ก็ต้องควบคุมตัวโครงการที่จะสร้างขึ้น รวมถึงจัดลำดับความสำคัญด้วยว่าโครงการไหนสำคัญ 1 2 3 ต้องเกิดอันไหนก่อนนะคะ ถัดมา ความเสี่ยง Risk chance performance นะคะ ก็คือความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น ในการทำให้ Performance ก็คือ สมรรถนะในการทำงานของเรานี่ลดลง ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับตัวระบบสารสนเทศของเรา แผนกสารสนเทศของเรา ว่าความเสี่ยงตัวไหนที่จะเกิด แล้วทำให้กระบวนการทำงาน ที่ส่งผลให้กระบวนการทำงานหลักขององค์กรนี่ เกิดผิดพลาดหรือช้าลงนั่นเองนะคะ มันก็ต้องมาดูความเสี่ยงอีก ฮาร์ดแวร์ไม่ Support หรือเปล่า อุปกรณ์หรือว่าเกิดภัยธรรมชาติเกิดขึ้น ความเสี่ยงมันเกิดมาได้หลากหลายหรือ เกิดมาจากคู่แข่งนะคะที่อาจจะ ไม่ว่าจะเป็นการส่งพวกการแฮกข้อมูลอะไรขึ้นมาต่าง ๆ อันนี้เราก็ต้องมีวิธีการรับมือกับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น ภายในองค์กรนะคะ ซึ่งการจัดการแล้วก็วางแผนเกี่ยวกับ ผู้ดูแลระบบสารสนเทศตรงนี้ก็ต้องรับมือตรงนี้ด้วยนั่นเองนะคะ เพื่ออะไร เพื่อให้เกิดธรรมาภิบาลทางเทคโนโลยีสารสนเทศนั่นเองนะคะ คราวนี้จะมาดู 10 หัวข้อนะคะ เกี่ยวกับผู้บริหารนะคะ ที่ได้รับเป็นคำชื่นชมว่าเป็นผู้บริหารที่ดีนะคะ เราก็ไปรับการ Review มา หรือว่าไปถามข้อสรุปมาว่า เขาเป็นผู้บริหารที่ดีนี่ เขาต้องมีอะไรบ้างนั่นเองนะคะ ก็จะเป็น 10 หัวข้อที่ลิสต์ออกมา จากตัวนิตยสารที่เข้าไปเหมือนไปทำ Poll หรือว่าไปทำสอบถามมานั่นเองนะคะ โดยผู้บริหารเกี่ยวกับสารสนเทศหรือว่า CIOs นะคะ Chief Information Officer นะคะ ก็จะมี 10 หัวข้อ อันที่ 1 ก็จะเป็นลักษณะกลยุทธ์ กลยุทธ์ขององค์กร การวางแผนนั่นแหละนะคะ ธุรกิจของเรา กลยุทธ์ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ กลยุทธ์ทางด้านธุรกิจ แล้วก็ธรรมาภิบาลของเรา พวกนี้มันก็ต้องไปแบบรูปแบบที่จะควบคู่กัน เรามีกลยุทธ์วางแผนไว้แล้วแบบนี้นะคะ ระบบสารสนเทศก็ต้องเชื่อมโยง เพื่ออย่างไรจะทำ Support ให้ตัวกลยุทธ์ขององค์กรของเรานี่เกิด ประสบความสำเร็จนั่นเอง อันที่ 2 ความต้องการของธุรกิจ ธุรกิจของเรามีความต้องการแบบไหน ให้บริการลูกค้า หรือขายอุปกรณ์ขายสินค้า มีความต้องการอย่างไรนะคะ ต้องการให้บริการลูกค้าที่ดีนะคะ มีผลตอบรับที่รวดเร็วหรือผลิตสินค้าที่เป็นตัวสินค้าใหม่ ๆ มีนวัตกรรมใหม่ ๆ ก็แล้วแต่ความต้องการของผู้บริโภค พูดง่าย ๆ นั่นเองนะคะ ถัดมา ข้อ 3 นะคะ ก็จะเป็น Reliability & scalability แล้วก็ infrastructure & service ก็จะเป็นลักษณะความน่าเชื่อถือ การยืดหยุ่นนะคะ แล้วก็การมองภาพองค์รวม แล้วก็การให้บริการของเรานะคะ ว่าการเป็นผู้บริหารนี่ ก็ต้องมีความน่าเชื่อถือนะคะ กำหนดโครงการหรือว่ากำหนด Project อะไรขึ้นมา ว่าจะวางแผนว่าจะสำเร็จหรือว่าเสร็จสิ้นภายในกี่เดือน กี่ปี แล้วพร้อมใช้งานได้เลยหรือเปล่า แล้วก็ไม่เกิดปัญหาตามมานะคะ อันนี้ก็จะเป็นสิ่งที่ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของแผนก รวมถึงภาพลักษณ์ขององค์กร ก็จะดีขึ้นไปด้วยเช่นเดียวกัน Innovation นวัตกรรมที่เกิดขึ้น เราเอาตัวนวัตกรรมอะไรมาใช้กับหน่วยงานกับองค์กรของเรานะคะ กับตัวซอฟต์แวร์ใหม่ ๆ ที่ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อมารองรับกับการให้บริการลูกค้า หรือนวัตกรรมที่มาใช้ในการผลิตสินค้า แล้วช่วยลดต้นทุนไหม ช่วยลดทรัพยากรบุคคลก็คือใช้คนที่น้อยลงเราไม่ต้องจ้างคนเยอะ ดังนั้น เงินที่ใช้ในการผลิตสินค้าตรงนี้ก็จะลดลง เมื่อลดลงก็คือผลกำไรก็จะมากขึ้นก็คือต้นทุนก็จะน้อยลงนั่นเองนะคะ ถัดมาข้อ 5 Deal with executive & board นะคะ ก็จะเป็นลักษณะการดูแลบริหารนะคะ เกี่ยวกับผู้บริหารระดับสูงนะคะ แล้วก็พวกคณะกรรมการผู้จัดการต่าง ๆ นะคะ ก็ต้องไปควบคู่กันก็คือ ผู้บริหารระดับสูงนะคะ ก็รับตัวนโยบายหรือว่าแผนกกลยุทธ์ต่าง ๆ มา แล้วก็ผู้จัดการนะคะ แต่ละแผนก ระดับสูงนี่ ก็จะรับตัวแผนพวกนี้มา แล้วก็จัดการนะคะ ตามแผนก ก็คือสั่งนโยบายนี้ ว่าแผนกไหนควรจะทำอะไรบ้างนะคะ ตามตัวโครงการหรือว่าแผนที่วางไว้นั่นเองนะคะ ถัดมาข้อ 6 นะคะ ตัวเงินลงทุน พูดง่าย ๆ Cost, budget แล้วก็ resource นะคะ ก็คือ ทรัพยากรของเรา เงินลงทุนของเรานี่ ต้องใช้อย่างไรให้เกิดประโยชน์ที่สุด คุ้มค่าที่สุดนะคะ ตามแผนตัวงบประมาณที่สร้างขึ้นหรือจัดวางไว้นั่นเองนะคะ ใช้แล้วเกิดความคุ้มค่า คุ้มทุนมากที่สุดนั่นเอง ข้อที่ 7 เทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เราจะนำมาใช้ ในหน่วยงานองค์กรของเรา ใช้แล้วเกิดประโยชน์ไหม ใช้แล้วดีอย่างไรนั่นเองนะคะ Recruiting, training นะคะ ก็จะเป็นลักษณะ กรณีที่ หน่วยงานหรือว่าองค์กรของเราฝ่าย IT นี่ สมมติถ้ามองในรูปแบบของฝ่าย IT เราจะเข้าใจมากยิ่งขึ้นนะ เรามีบุคลากร สมมติมีซอฟต์แวร์ตัวใหม่เกิดขึ้น แล้วพนักงานในหน่วยงานของเรานี่ ไม่มีความรู้ เกี่ยวกับตัวฮาร์ดแวร์หรือเป็นซอฟต์แวร์ที่มันเกิดขึ้นใหม่นะคะ ดังนั้นเราต้องมีการจัดจ้างนะคะ ก็คือรับสมัครบุคลากรเข้ามาใหม่ไหม หรือต้องการบุคลากรที่มีความสามารถเฉพาะทาง ของฮาร์ดแวร์หรือว่าซอฟต์แวร์ที่มันเกิดขึ้นมาใหม่ เพื่อจะมาดูแล อุปกรณ์ที่เราใช้ขึ้นมาใหม่ มันก็ต้องมีการ Recruit ก็คือจ้างคนเข้ามา รับเพิ่มเข้ามา รวมถึงกรณีสมมติมั่นใจว่าบุคลากรของเรามีความสามารถ เราก็ส่งไป Train นะคะ ไม่ว่าจะในประเทศไทยหรือว่าต่างประเทศ เพื่อเขากลับมาแล้วเขาจะได้มา สอนงานหรือว่ามาดูแลตัวฮาร์ดแวร์ซอฟต์แวร์ที่เราซื้อเข้ามาใหม่ได้นั่นเอง เพื่อจะได้เกิดประโยชน์เกี่ยวกับหน่วยงานหรือว่าขององค์กรของเรานั่นเองนะคะ ข้อ 8 ถัดมาข้อ 9 Project Management ก็คือเกี่ยวกับการจัดการเกี่ยวกับตัวโครงการนั่นเอง อย่างที่บอกไปว่าในหน่วยงานก็จะมีโครงการที่ค่อนข้างหลากหลาย ดังนั้น ผู้บริหารก็ต้องดูลำดับความสำคัญลำดับความเป็นไปได้ และผลประโยชน์ที่มันเกิดขึ้นจากตัวโครงการต่าง ๆ พูดง่าย ๆ ก็คือต้องเรียงลำดับความสำคัญที่เหมาะสมนะคะ ตามที่ผู้บริหารนี้มองภาพรวมแล้วมันจะเกิดประโยชน์กับองค์กรของเรา Knowledge ความรู้ ความรู้ที่จะเกิดขึ้นมาในหน่วยงานหรือว่าองค์กรของเรานี่ อย่างที่บอกไปอาจจะเป็นลักษณะเทคโนโลยีใหม่ ๆ นวัตกรรมใหม่ ๆ พวกนี้ ก็จะนำมาใช้นะคะ กับหน่วยงานกับองค์กรของเราแล้วเกิดประโยชน์นั่นเองนะคะ อันนี้ก็ต้องเหมือนมองว่าเทคโนโลยี Trend ที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบันนี่ เขามีอะไรบ้าง แล้วเอามาใช้แล้วมันเหมาะสมกับหน่วยงานหรือว่าองค์กรของเราหรือเปล่า แล้วจะเกิดประโยชน์อย่างไรบ้างนั่นเองนะคะ อันนั้นก็จะเป็น 10 หัวข้อหลักหลักของผู้บริหาร CIOs ก็คือเป็นเกี่ยวกับด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ พูดง่าย ๆ ก็คือ ถ้าภาษาบ้านเราก็คือเป็นหัวหน้าแผนกที่เป็นผู้บริหารสูงสุด เกี่ยวกับ IT นั่นเอง ที่เขาจะมาพูดว่า มันต้องมี 10 หัวข้อนี้นะ ถ้าเราทำตามนี้แล้วมันจะเกิดธรรมาภิบาลที่ดีก็คือ กระบวนการทำงานเกี่ยวกับด้านสารสนเทศและค่อนข้างดีนั่นเองนะคะ ถัดมา มาพูดถึงกลยุทธ์นะคะ ที่เขามองภาพเกี่ยวกับตัวเทคโนโลยีสารสนเทศนะคะ ว่าทำแล้วถูกต้องตามนี้หรือเปล่านั่นเอง ข้ออันแรกก็คือ Inline with business vision ใช่ไหม ก็จะเป็นลักษณะการมองว่า มุมมองเกี่ยวกับธุรกิจนี่ในการทำมานี่ มันจะประสบความสำเร็จในมุมมองด้านไหนบ้างนะคะ เหมือนแผนธุรกิจที่เราสร้างขึ้นน่ะค่ะไปในองค์กรของเรานี่ มันจะเกิดประโยชน์จริงหรือเปล่า แน่นอนว่าการทำแผนธุรกิจนี้มันก็ต้องมีการเปรียบเทียบ ก็คือการนำเอา ข้อมูลทั้งภายในองค์กรแล้วก็ข้อมูลของนอกองค์กรนี่มารวมกัน เพื่อจะมาดูว่า ตัวมุมมองของธุรกิจที่เราจะวางแผน ไม่ว่าจะเป็นแผนกกลยุทธ์ หรือว่าแผนระยะยาวขององค์กรของเรานี่ มันจะเกิดความเป็นไปได้ หรือว่ามีผลกระทบอะไรหรือเปล่า คราวนี้เราจะมาวางในกรณีที่วางแผนระยะยาวนะคะ Long term view roadmap แผนระยะยาวของเราอาจจะเป็น 3 ปี 5 ปี 3 ปีเราจะมีการเพิ่มผลกำไรกี่เปอร์เซ็นต์ หรือ 5 ปีเราจะมีการเพิ่มสาขากี่สาขา หรือ 3 ปี เราจะมีการขยายฐานการผลิต ผลิตตัว… อาจจะเป็นสินค้าวัตถุดิบของเราจะเพิ่มขึ้นไหม หรือว่ามีตัวนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เราจะสร้างขึ้นอะไรบ้างนั่นเองนะคะ และสุดท้ายสิ่งที่ทุกองค์กรคาดหวังไว้ก็คือผลกำไรนะคะ Benefit ของเรานั่นเองว่าเราจะได้ผลกำไรมากน้อยแค่ไหน ผลกำไรนี่บางทีอาจจะไม่ได้มองภาพเป็นแค่ในรูปแบบของตัวเงิน อาจจะเป็นผลกำไรที่กลับมาสร้างชื่อเสียงให้กับองค์กร หรือผลกำไรแล้วทำให้ช่วยประหยัดเวลาต่าง ๆ นะคะ มันก็จะมีผลกำไรที่เกิดขึ้นในหลากหลายรูปแบบนะคะ ถัดมาเราจะมาดูวัตถุประสงค์นะคะของตัวธรรมาภิบาล เทคโนโลยีสารสนเทศของเรานะคะ อันแรกเลยก็คือลักษณะการจัดวาง ก็คือพูดง่าย ๆ ก็คือการให้ แผนกเทคโนโลยีสารสนเทศของเรานี่ มาช่วยทำให้ธุรกิจหรือว่า User ก็คือผู้ใช้ จะเป็นพนักงานแต่ละแผนกก็ได้ ที่ต้องการการบริการจากแผนกสารสนเทศ เขาจะมีการดูแลแล้วก็ให้บริการที่ดีอย่างไร พูดง่าย ๆ นะคะ บริหารความต้องการของผู้ใช้ ผู้ใช้ในที่นี้อาจจะเป็นพนักงานแต่ละแผนก มีการประเมินไหม ประเมินโครงการ ดูความสำคัญ เงินทุน แล้วก็ติดตามผลนะคะ ก็คือประเมินว่าสมมติเขาต้องการ สมมติแผนกฝ่ายผลิตต้องการตัว Report ตัวหนึ่งที่แสดงถึงผลลัพธ์การทำงานของสายพานการผลิตของตัวเครื่องจักร ว่าใช้วัตถุดิบมากน้อยจากเดิมเท่าไรนะคะ ให้เราสรุปออกมาเป็น Report อันนี้เราก็จะมาดูการประเมินผลว่ามันมีความเป็นไปได้ไหม ที่เราจะเขียนซอฟต์แวร์ขึ้นมาที่จะมา Support นะคะ ตัวกระบวนการทำงานของตัวเครื่องจักรตรงนี้ แล้วออกมาเป็นรูปแบบ Report นะคะ มันต้องใช้เงินเท่าไร แล้วก็สามารถที่จะติดตามผล ดูการใช้งานนะคะ ในระยะยาวนะคะ ว่าใช้แล้วเกิดประโยชน์จริงไหมนะคะ แล้วสามารถที่จะเอามาเป็น Report เพื่อให้ผู้บริหารดูแล้วเกิดประโยชน์ เพื่อจะสามารถสรุปว่า เราใช้เครื่องมือตัวนี้แล้ว ดูแล้วว่าตัว Report นี้ สร้างผลประโยชน์ให้กับตัวองค์กรของเรานั่นเองนะคะ มันก็จะเป็นขั้นตอนกระบวนการนั่นแหละ เช็กความสำคัญของตัว Project ตัวโครงการของเรานะคะ มีความเป็นไปได้ไหมนะคะ ใช้เงินเท่าไร แล้วก็ ดูผลการทำงานที่มันต่อเนื่องไปนะคะ ว่าเกิดประโยชน์จริงหรือเปล่า การใช้ทรัพยากรและทรัพย์สินนะคะ ใช้คุ้มค่าไหม ใช้แล้วเกิดประโยชน์จริงหรือเปล่านะคะ ใช้ซอฟต์แวร์ตัวนี้ กับซอฟต์แวร์ตัวใหม่ หรือว่าซอฟต์แวร์ตัวเก่าที่มี แบรนด์หรือว่ายี่ห้อเกิดใหม่ มีเวอร์ชันที่อัปเดตแล้ว เกิดผลลัพธ์ที่ดีไหม แล้วมันซื้อมาแล้วมันรองรับกับตัวฮาร์ดแวร์ซอฟต์แวร์ที่เคยใช้ในตัวระบบ หรือว่าองค์กรของเราหรือไม่นะคะ ก็ต้องมาเช็กกันอีก กำหนดความรับผิดชอบแล้วก็การตัดสินใจนะคะ อย่างที่บอกแต่ละแผนกแต่ละฝ่ายก็จะมีหัวหน้าแต่ละระดับไล่เรียงมา ก็จะระดับสูงถึงระดับกลาง แล้วก็ระดับล่าง แล้วก็ผู้ปฏิบัติการนะ นะคะตามตัวแผนของธุรกิจแล้วก็หน่วยงานองค์กรทั่วไปนะคะ ดังนั้น ผู้บริหารด้านเทคโนโลยีสารสนเทศก็ต้องจัดวางนะคะ บุคลากรแต่ละบุคคลนี่ ให้รับผิดชอบแต่ละงานแต่ละแผนก รวมถึงใครที่มันเหมาะสมกับงานมากที่สุดมีความถนัดทางด้านนี้ ก็ต้องดูแลเกี่ยวกับโครงการนี้ หรือว่ามีถนัดความถนัดทางด้านไหน ก็ต้องดูแลเกี่ยวกับอีกโครงการหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่าในตัวผู้บริหาร CIOs ของเรานะคะ บุคลากรที่อยู่ภายใต้นี่ มันก็จะมีหลากหลายความสามารถ ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญแต่ละรูปแบบนั่นเอง ดังนั้นก็ต้องจัดงานพร้อมให้ตรงกับบุคคล ความสามารถด้วยนะคะ ให้ตรงกับงาน แล้วก็ตรงกับคน ก็จะได้เกิดประโยชน์ที่สูงสุดนั่นเองนะคะ ถัดมา เราได้ดำเนินแผนตามตัว Project หรือว่าโครงการที่ได้วางไว้แล้ว งานที่เรากำหนดไว้ สมมติทำ 1 เดือนนะคะ ส่งมอบถ่าย ตามระยะเวลาที่กำหนดไหม งบประมาณที่ได้ไม่เกินนะคะ spec ก็คืออุปกรณ์ที่เราใช้ไม่เกิน เงินไม่เกิน เวลาไม่เกิน ของได้ครบอะไรประมาณนี้นะคะ บริหารความเสี่ยงภัยและความเปลี่ยนแปลงนะคะ มีความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น เรามีแผนที่จะรองรับหรือเปล่า กรณีที่ Project ของเรา ถ้าเกิดมีปัญหา ตัว Database เกิดหายมีตัว Database ตัวอื่นที่สำรองไว้ไหม กรณีสมมติถ้ามีน้ำท่วมไฟไหม้ ข้อมูล Database ของบริษัทหรือว่าองค์กรของเรานี่ มีการทำ สำรองของตัว Database ไว้ที่ Database Center ของที่อื่นไหม ของสาขาอื่นไหม เพื่อจะได้เก็บข้อมูลตัวนี้ มันก็ต้องมีแผนที่มาสำรองเกี่ยวกับความเสี่ยง แล้วก็ความปลอดภัยพวกนี้เกิดขึ้นนั่นเองนะคะ ถัดมา ปรับปรุงประสิทธิภาพกฎระเบียบ maturity นะคะ ก็คือ วุฒิภาวะต่าง ๆ นะ การพัฒนาบุคลากร การทำ outsource พูดง่าย ๆ ก็คือเราจะปรับปรุงอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพที่สุดนะคะ ตามกฎตามระเบียบของหน่วยงานขององค์กร แล้วก็ ตามกระบวนการขั้นตอนนะคะ เราจะมีการพัฒนาบุคคลไหม พัฒนาอุปกรณ์ไหมนะคะ รวมถึงเรามีการจ้าง Outsource Outsource คืออะไร ก็คือ บุคลากร หน่วยงานที่เข้ามาช่วยดูแล สมมติอาจารย์จะเปิดบริษัทเป็นเกี่ยวกับพวกผลิตภัณฑ์ความงามอย่างนี้ เราก็จะมี Call Center ไว้ตอบเกี่ยวกับความงามนะคะ กรณีที่การให้บริการเกี่ยวกับสารสนเทศนี่ บางทีนี่ สมมติอาจารย์ ไม่อยากจ้างขึ้นมา ไม่อยากเสียเงินจ้างบุคลากร IT Support เราก็ไปจ้าง Outsource ก็ได้ Outsource ที่เข้ามาจัดการดูแลเกี่ยวกับระบบ IT ตรงนี้ มันก็จะช่วยลดอะไรบ้าง ลดการจ้างบุคลากร การดูแลเขานะคะ สถานที่หลายอย่างนะคะ ก็ต้องดูว่าธุรกิจที่เราจะทำเป็นแบบไหน แล้วก็มีงบประมาณแบบไหน แล้วก็เรามีความพึงพอใจที่ต้องการจะบริหาร หรือว่าจัดการแบบไหนให้มันตอบโจทย์กับเรามากที่สุด เราไม่อยากไปจ้างความเสี่ยงกับต้องมาเอาเงินไปจ้างคนให้มันเพิ่มขึ้น ต้องดูแล มีค่าประกันสังคมค่านู่นนี่นั่น ต้องมีออฟฟิศให้เขาเพิ่มมากขึ้นอะไรอย่างนี้ ก็ต้องมาดูอีกนะคะ บริหารลูกค้า เรามีลูกค้ากี่รายนะคะ พูดง่าย ๆ ก็คือเป็นลูกค้าที่กลับมาใช้บริการซ้ำ ๆ กับเรา หรือว่ามีความพึงพอใจเกี่ยวกับการให้บริการหรือว่า ความพึงพอใจเกี่ยวกับอุปกรณ์ สินค้าที่เราผลิตขึ้น ดังนั้นเราจะดูแลแล้วให้บริการกับเขาอย่างไร ให้เขานี่ยังไม่เปลี่ยนใจไปใช้บริการอื่น หรือว่าซื้อผลิตภัณฑ์ตัวอื่นจากบริษัทอื่นหรือว่าองค์กรอื่น อันนี้ก็ต้องเป็นการวางแผน สมมติ เปิด อาจารย์มีสตางค์ เก็บไว้ อยากไปเปิดบัญชีกับธนาคารกรุงไทย กรุงเทพ SCB นู่นนี่นั่น สมมติอาจารย์เคยมีบัญชีของกรุงไทย เราไปเห็นว่าดอกเบี้ยของธนาคารอื่น อาจจะเป็นธนาคารสงเคราะห์หรือ ธกส. ที่ให้ดอกเบี้ยมากขึ้น ดังนั้น แน่นอนผู้บริโภคหรือว่า User นี่ก็ต้องการผลกำไรที่มากขึ้น อาจารย์อาจจะเปลี่ยนใจจากกรุงไทย อาจจะเอาเงินไปฝากที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ดังนั้นการบริหารลูกค้าเราจะทำอย่างไรให้ลูกค้าของเรานี่ยังคงอยู่กับ การบริการของเรา ถ้าเป็นรูปแบบ IT เราก็ต้องแบบ ทำอย่างไรให้ Response การใช้งานนะคะ ไม่ว่าจะเป็นการอัปเดตข้อมูลนะคะ หรือการใช้งานเวลาเราเข้าพวก Interface หน้า Bank Mobile Banking ต่าง ๆ อะไรนี่ ใช้งานง่ายอะไรพวกนี้ มันก็ต้องมีความพึงพอใจที่การใช้งาน ของตัวระบบนี่เข้ามาเกี่ยว เขาก็จะ Support กับตัวระบบสารสนเทศ มันก็จะเกี่ยวโยงกันไปนั่นเองนะคะ ดังนั้นก็จะเป็นการบริหารลูกค้านั่นเอง ถัดมา Think globally, act locally นะคะ คือการมองภาพรวมนะคะ ให้มันเป็นลักษณะของ Global ก็คือ มองให้กว้างมากยิ่งขึ้นนะคะ แล้วก็ เวลาเราลงมือนะคะ เราก็ต้องเอามาปรับประยุกต์ใช้กับหน่วยงานแล้วก็องค์กรของเรา ให้มันสอดคล้องกันนั่นเองนะคะ ถัดมาสนับสนุนนวัตกรรม แน่นอนเวลา บริษัทหน่วยงานองค์กรที่มันมีนวัตกรรมใหม่ ๆ เราก็ต้องสนใจถูกไหม เราเห็นว่าบริษัทนี้มีซอฟต์แวร์ทำนู่นนี่ได้ แต่ก่อนทำไม่ได้ ทำมากขึ้น ก็น่าสนใจมากยิ่งขึ้นนั่นเอง ความต้องการที่จะไปใช้งานบริการก็จะถูกดึงดูดให้เราไปใช้บริการ หรือว่าซื้อสินค้าของเหล่านี้มากยิ่งขึ้นนั่นเองนะคะ คราวนี้เราจะมาดู Case Study ในกรณีที่หน่วยงานที่ได้ผลกำไร จากตัวองค์กรของเรา Benefit to Enterprise ของเรานะคะ มันก็จะมีอะไรบ้างนะคะ อันนี้ก็จะเป็นตัวอย่างที่จะนำมาแล้วนะคะ แต่เอามายกตัวอย่างให้ดูนะคะ Lower Cost ก็คือประหยัดพวกงบประมาณที่ใช้ อาจจะเป็นในการผลิตนะคะ ขั้นตอนต่าง ๆ GM GM Motors General Motors น่าจะรู้จักกันอยู่นะ พวกผลิตรถยนต์ต่าง ๆ นู่นนี่นั่น ก็จะเป็นบริษัทใหญ่ พูดง่าย ๆ เอารูปแบบของธรรมาภิบาลเกี่ยวกับสารสนเทศมาใช้ มันก็จะทำให้กระบวนการทำงานนี่เป็นขั้นเป็นตอนนะคะ รวมถึงก็จะสร้างผลกำไรเกิดมาขึ้นนะคะ Better Control นะคะ ควบคุมจัดการดู Process การทำงานมากยิ่งขึ้นนะ ผู้บริหารก็มาดูได้ ขั้นตอนนี้ถึงอย่างไร มีสรุปรายงานนะ มีผล หรือปัญหาตรงไหน ก็จะได้ควบคุมแล้วก็ดูแลได้นะคะ อันนี้จะเป็น Product ถัดมา Better working relationship with customer นะคะ ก็จะเป็นลักษณะการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้านั่นเองนะคะ อาจจะเป็นการให้บริการที่ดี หรือว่าการพร้อมที่จะให้ Support โทรมาตรงนี้นะคะ ฝ่ายบริการหลังการขายนี่สามารถที่จะตอบคำถาม ให้บริการ หรือมีการันตีให้ว่าสินค้าที่คุณซื้อไปแล้ว สามารถปรับเปลี่ยน เอามาคืนได้ เอามาเคลมได้ หรือว่าซ่อมให้ฟรี อะไรประมาณนี้นะคะ มันก็จะทำให้เกิดความพึงพอใจกับลูกค้า แล้วก็ลูกค้าก็ยังอยู่กับเราตลอดไปนะคะ ตอนนี้ Nortel ก็ไม่มีแล้วนะคะ เปลี่ยนจะเป็นแบรนด์ของบริษัท Avaya ถ้าสมัยก่อน สังเกตเกี่ยวกับ นักศึกษาน่าจะดูเกี่ยวกับพวกฟุตบอลเยอะนะคะ พวกบริษัทถ้าเป็นบริษัทใหญ่ ๆ เขาจะมีเป็น Sponsor ที่อยู่ตามขอบสนาม ก็จะมีแบรนด์พวกนี้เข้าไปอยู่นะคะ มันจะเป็นลักษณะแบรนด์ที่ค่อนข้างใหญ่ แล้วก็มีการใช้ผลิตภัณฑ์เกือบทั่วโลกนั่นเองนะคะ แต่ก่อนก็จะมี Nortel ก็จะมี Avaya นะคะ อันนี้จะเป็นแบรนด์บริษัทที่เกี่ยวกับอันนี้ของแคนาดาที่ทำเกี่ยวกับ ระบบโทรทัศน์คมนาคม Avaya ก็เป็นเช่นเดียวกันนะคะ โอเค หรือถ้าเคยดูหนังฝรั่งพวกที่อยู่ในอะไรนะ ทำเนียบขาว ก็จะเป็นแบรนด์โทรศัพท์ประเภทนี้นะคะ เหมือนประมาณเขาเหมือนเป็นค่านิยมว่า ถ้าบริษัทใหญ่ ๆ ต้องใช้กำหนด spec มาเป็นฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ คอมพิวเตอร์ประเภทนี้ เซิร์ฟเวอร์ประเภทนี้ ระบบโทรศัพท์ประเภทนี้นั่นเองนะคะ เรามาดูตัวอย่างถัดมา มีอะไรอีก มีของ Cigna Cigna ก็จะเป็นพวกประกันภัยต่าง ๆ นะคะ ดู Tracking Process เช่นเดียวกัน ดูกระบวนการการทำงานนะคะ ของบริษัทประกันภัยนะคะ ให้บริการลูกค้าไหมนะคะ ลูกค้ามีผลตอบรับอย่างไรนะคะ GE อะไรนี่นะคะ J&J Johnson & Johnson นะคะ ความพึงพอใจ Customer Satisfaction นะคะ ความพึงพอใจของลูกค้าเป็นอย่างไร เราก็จะเห็นว่าแบรนด์เหล่านี้นี่ ณ ปัจจุบันก็ยังมี ยังคงอยู่แล้วก็มีการใช้งาน แล้วก็มีผู้บริโภคที่ยังใช้กันอยู่ค่อนข้างเยอะ IBM เราก็น่าจะเคยเห็นอยู่ ก็ยังครองตลาดเกี่ยวกับพวกอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ซอฟต์แวร์นี่ค่อนข้าง ก็ยังอยู่นะจนถึงปัจจุบันนะคะ ไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง Rebrand อะไรต่าง ๆ แต่ว่าอุปกรณ์เขาก็ยังอยู่พวกเซิร์ฟเวอร์นะคะใหญ่ ๆ หรือว่าจะเป็นตัวคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กต่าง ๆ คราวนี้จะมาดูหน่วยงานหรือว่าองค์กรที่ไม่ได้เอาตัวธรรมาภิบาล ทางเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้งานของเรานะคะ ก็จะเป็นตามนี้ มีบริษัทอะไรบ้าง มีของ Nike นะคะ ก็ไม่ได้เอาตัว Supply Chain เดี๋ยว Supply Chain น่าจะได้เรียนกันอยู่มั้ง กระบวนการเกี่ยวกับห่วงโซ่อุปทานนะคะ ของตัว Nike นะคะ ไม่ได้มาดูการปฏิบัติงาน เอ้ย กระบวนการทำงานที่เอาตัวธรรมาภิบาลนี้เข้ามาใช้งานนะคะ ก็ทำให้การสูญเสียเกี่ยวกับกระบวนการทำงานเกี่ยวกับลักษณะของตัวโรงงานนี่ ประมาณจำนวนเงินประมาณนี้นะคะ หรือจะเป็น Hershey ช็อกโกแลตที่เราน่าจะเคยกินกันอยู่นะคะ ตามท้องตลาด 7-eleven Tops ต่าง ๆ มีขายนะคะ ก็ตอนแรกว่าจะเอา SAP SAP ก็จะเป็นพวกตัวระบบเซิร์ฟเวอร์เข้ามาใช้งานแต่ ก็ไม่สามารถที่จะใช้งานได้ประสบความสำเร็จ ดังนั้น เมื่อไม่ประสบความสำเร็จผลเสียก็จะเกิดต่างขึ้นมานั่นเองนะคะ ก็คือ install SAP ใช้ไม่ได้ Whirlpool Whirlpool ไม่แน่ใจว่าปัจจุบันยังมีอุปกรณ์ตัวใหม่ ๆ เพิ่มมากหรือเปล่านะคะ อันนี้ก็จะเป็น Supply Chain Management เช่นเดียวกัน ก็คือไม่ได้เอากระบวนการพวกนี้มาใช้งาน มันก็เลยจะส่งให้เกิดผลเสีย ผลกระทบ รวมถึงแน่นอนค่ะ ขาดทุนก็จะติดตามมานั่นเอง หรือกรณีของรถไฟของอเมริกา 2 อัน Union Pacific กับ Southern Pacific นะคะ การที่เราจะ Merge รวม 2 ธุรกิจเข้ามานะคะ แน่นอน บางทีแต่ละที่นี่ เขาก็จะมีอุปกรณ์ตัวฮาร์ดแวร์ที่ซื้อไม่เหมือนกัน ถูกไหมคะ ดังนั้นเมื่อเขามา Merge รวมแล้วไม่ได้ดูพื้นฐานของอุปกรณ์ของแต่ละบริษัท การที่จะทำให้ซอฟต์แวร์นี่รวมกันได้มันก็ต้องมีการปรับเปลี่ยน ดังนั้นเมื่อเขามา Merge รวมกัน 2 บริษัทขึ้นมา ก็ทำให้ไม่สามารถที่จะดูรางรถไฟที่มันเคลื่อนที่ได้ ก็ทำให้รางรถไฟช่วงหนึ่งนี่ ไม่สามารถที่จะให้บริการได้นั่นเองนะคะ ฮาร์ดแวร์แต่ละที่ก็ไม่เหมือนกันนะ บางทีอาจจะดูว่า ไม่ต้องไปดูไกล เหมือนห้องเรียนของเรา ก็จะมีทั้งหลากหลายรูปแบบ อาจจะมีทั้ง iOS นะคะ หรือว่าตัว Windows ทั่วไปถูกไหมคะ การได้ใช้ Software ที่มัน Support 2 อัน เราก็ต้องมาดูด้วยว่ามันรองรับไหม อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ต่าง ๆ กับตัวซอฟต์แวร์ บางทีอาจซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นด้วยบุคคล หรือว่าซอฟต์แวร์ที่ซื้อบริษัทนอกอีก มันก็จะหลากหลายนะคะ ถัดมามันก็จะทำให้เราไม่สามารถแสดงผลกำไรเกี่ยวกับด้านเทคโนโลยีสารสนเทศได้ พูดง่าย ๆ มันไม่มีกระบวนการไม่มีขั้นตอนเข้ามาจับ การทำงานมันก็จะส่งผลเสียนะคะ วันนี้เราจะฟังดูเหมือนกลยุทธ์ทางธุรกิจค่อนข้างเยอะ แต่ที่จริงแล้วมันก็เกี่ยวกับ งานสารสนเทศที่เราทำ แต่ว่าในเมื่อเรามองในมุมมองที่มันใหญ่ขึ้น มันก็จะมองแบบ ค่อนข้างเป็นธุรกิจที่มันมากขึ้นนั่นเองนะคะ คราวนี้เราจะมาดูว่า ตัวธรรมาภิบาลของเรานี่ มันจะมีความสำคัญตรงไหนบ้างนะคะ อันแรกนะคะ ความสัมพันธ์ของเงินลงทุน ว่าเงินลงทุนที่เราใช้ ของหน่วยงานขององค์กรของเรานี่ มันจะไปส่งผล ในการจัดการตัวธรรมาภิบาลขององค์กรด้วยไหม ธรรมาภิบาลของเทคโนโลยีสารสนเทศด้วยหรือเปล่านะคะ มันก็จะเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกันมานะคะ ข้อมูลข่าวสารนะคะ Marketing Policy ก็เป็นนโยบายเกี่ยวกับธุรกิจ มันจะมี First mover กับ Follower นะ 2 อัน กรณีสมมติเราทำธุรกิจ ถ้าเราต้องการเป็นผู้นำที่จะผลิตตัวสินค้าหรือว่าบริการขึ้นมาก่อน ดังนั้นเราก็ต้องสร้างนวัตกรรม สิ่งที่ดีที่สุด สิ่งที่บริษัทคู่แข่งยังไม่มี สิ่งที่ลูกค้ามีความต้องการ อันนี้ต้องทำแล้วก็รักษาให้ได้ เป็นผู้นำนะ สมมติเราเป็นผู้ตาม มองง่าย ๆ เหมือนพวกสินค้าเดี๋ยวนี้ประเทศจีนก็จะเป็นลักษณะ ก็ค่อนข้างที่จะสะดวก โดยไม่ต้องเป็นผู้คิดใหม่ แต่เขาไปผลิตสินค้าที่มันใกล้เคียง ต้นทุนถูกกว่า เรามองภาพ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ มือถือถูกไหม บางรุ่นบางยี่ห้อหน้าตาแบบเหมือนกันเลย แต่ว่าราคาแตกต่างกันแต่มองกลาย ๆ แล้วคุณสมบัติมันก็จะคล้าย ๆ กัน เราต้องมองดูธุรกิจของเรานี่จะเป็นแบบไหน จะเป็นผู้นำหรือว่าจะเป็นผู้ตาม แต่เป็นผู้ตามก็ต้องเป็นผู้ตามที่ดีกว่า เป็นผู้นำก็คือต้องนำ แล้วก็ต้องนำหลาย ๆ บริษัท รวมถึงการคิดนวัตกรรมที่เกิดขึ้นใหม่ด้วยนั่นเองนะคะ ถัดมา ผลกระทบ ที่เกิดขึ้นถ้านำตัว Governance มาใช้อย่างที่บอกไป เราก็มีตัวอย่างแล้ว สำหรับองค์กรที่นำไปใช้ แล้วก็องค์กรที่ไม่นำไปใช้ มองภาพรวมแล้ว มันก็อาจจะ ถ้าเรามีตัวกรอบ ตัวขั้นตอนของตัวธรรมาภิบาลมาใช้นะคะ มันก็จะเกิดประโยชน์ค่อนข้างมั่นคงนะคะ กฎหมาย แน่นอนไม่ว่าเราจะทำเกี่ยวกับอะไรเราต้องมีกฎหมายรองรับ ท้ายที่สุดเราทำมาดีทุกอย่าง ไม่อยู่ภายใต้กฎหมายก็จบ บริษัทก็ถูกปิดไปนะคะ ความปลอดภัย ข้อมูลนะคะ ความปลอดภัยต่าง ๆ ของอุปกรณ์ความปลอดภัยของบุคลากร Audit requirement ก็คือ เวลาเราทำงานหรือว่าบริษัทองค์กรนะคะ มันก็จะมีผู้มาตรวจ ถูกไหมคะ ว่าเราทำดีไหม ทำถูกตามขั้นตอนไหม หรืออย่างที่บอกว่าเราต้องทำภายใต้กฎหมาย สมมติ มาตรวจเกี่ยวกับการเงิน กระบวนการการเงินเราถูกต้อง ไม่มียักยอก ไม่มีเข้านอกออกใน หรือว่าตัวระบบสารสนเทศของเรา มีการไปฮั้วเฮ้ออะไร มันก็ต้องมีการมาตรวจสอบการทำงานพวกนี้ด้วยนั่นเองนะคะ ถัดมานะคะ เราจะมาพูดถึงใจความสำคัญของตัว Framework แล้วก็ตัว Model ของเรานะคะ ลักษณะก็จะเป็นลักษณะคล้าย ๆ ที่เราพูดตั้งแต่เป็นของธุรกิจ ธรรมาภิบาลธุรกิจ ธรรมาภิบาลเกี่ยวกับสารสนเทศนะคะ ก็จะมีลักษณะคล้าย ๆ กัน ก็มีการวางแผน เสร็จแล้วแผนทางด้าน IT ก็ต้องไปสอดคล้องกับแผนของหน่วยงานหรือว่าขององค์กรด้วย สมมติแผนตั้งเป้าว่าอยากให้ธุรกิจของเรานี่ มีผลกำไร แผน IT จะทำอย่างไร มีซอฟต์แวร์ไป Support ทำให้ดูรูปแบบรายงานสรุปผลได้เร็วขึ้น หรือมีความต้องการของแผนกไหน เพื่อจะทำให้กระบวนการทำงานนี่มันเร็วขึ้น อันนี้ก็ต้องเป็น ผู้บริหารทางด้าน IT ก็ต้องมาดูแลอีกนะ เอาไปปฏิบัติแล้วเกิดความเสี่ยงขึ้นไหม ทำได้จริง รวดเร็วตามที่วางแผนไว้ไหม Project จบไหม ความเสี่ยงหรือว่าภัยที่เกิดขึ้นมีอะไรต้องมี แผน 1 แผน 2 แผน 3 มารองรับนะคะ ประสิทธิภาพตัวควบคุมตัววัดทำไปแล้ว แต่ประสิทธิภาพดีไหม 100 เปอร์เซ็นต์ 90 80 อะไรก็ว่าไปนะคะ Vender & Outsourcing อย่างที่บอกไป อันไหนที่ประเมินแล้วคุ้มทุนกับไม่คุ้มทุน อย่างสมมติพัฒนาซอฟต์แวร์เอง ง่ายไหม ประหยัดเวลาหรือเปล่า ประหยัดเงินไหม หรือไปจ้าง Vender ข้างนอก คนข้างนอกมาทำให้ดูแลให้สะดวกกว่าไหม เงินลงทุนน้อยกว่าหรือเปล่า มันก็ต้องมาประเมินกันอีกว่าอันไหนมันคุ้มทุนกว่ากัน เอาพูดง่าย ๆ นะคะ บุคลากรทางด้าน IT กระบวนการพัฒนาต่าง ๆ นะคะ เรามีอุปกรณ์เท่าไร จำนวนเท่าไร มีความสามารถประเภทไหนบ้างนะคะ เราก็ต้องมาดูประเมินอีกนะคะ แต่ละแผนกแต่ละองค์กรของเรา คราวนี้เราจะมาดูเกี่ยวกับพวก Committee หรือว่าคณะกรรมการเกี่ยวกับสารสนเทศของเรา รวมถึงตัวธรรมาภิบาลของเทคโนโลยีสารสนเทศของผู้บริหารนั่นเองนะคะ ก็ต้องมีการอนุมัติแผน Project วางไว้แล้ว ลำดับตามความสำคัญ 1 2 3 อันไหนสำคัญที่ 1 ก็ต้องปฏิบัติก่อนนะคะ สนับสนุน อย่างที่บอกไป อันที่ 1 สำคัญ มันก็จะได้ไปพัฒนาหรือว่า ไปตอบปัญหาความต้องการของผู้ใช้แล้วก็บริการในองค์กรของเรานะคะ ดูประสิทธิภาพแล้วก็ทำให้เกิดตัว ธรรมาภิบาลเทคโนโลยีสารสนเทศเกิดขึ้นในองค์กรของเรา ยกตัวอย่าง สมมติอาจารย์จะสร้างร้านแฮมเบอร์เกอร์ขึ้นมา 1 ร้านนะคะ มีการคิดโครงการคร่าว ๆ ขึ้นมา เริ่มต้นเราจะสร้างก็คือ เราต้องมีเมนู เมนูในร้านของเราจะมีอะไร เหมือนเราจะทำธุรกิจขึ้นมา ธุรกิจหนึ่งนี่ มันต้องมีอะไรบ้าง มีเมนู มีสถานที่ ดูสิสิ่งแวดล้อมนี่ เราเอามาขายในเมืองนอกเมือง เอาไปขายเปิดแล้ว จะประสบความสำเร็จหรือเปล่า พนักงาน พ่อคงพ่อครัวต่าง ๆ นี่เรามี Support ไหมนะคะ สูตรอาหารของเรา ทำแล้วมันจะอร่อยกว่าชาวบ้านเขาหรือเปล่า ประสบความสำเร็จไหม เปิดขายแล้วจะมีคนมาซื้อไหม ดูสิ่งแวดล้อมด้วย กลุ่มผู้บริโภคของเราไปเปิดในมอไหม หรือว่านอกมอ หรือว่าในเมือง เขาจะกินอาหารประเภทไหน เขาอาจจะเป็นชอบข้าวเหนียวส้มตำ เราไปเปิดเบอร์เกอร์ ข้าง ๆ นี่ อาจจะไม่มีคนมาซื้อ ต้องดูกลุ่มลูกค้าด้วยถูกไหมคะ ดังนั้น ต้องมาดูคำตอบอีก เราเอาไปใช้แล้วนี่ ตัวเทคโนโลยีสารสนเทศนี่เรามาจัด Support นี่ มันจะเกิดประโยชน์ไหม สมมติถ้าเรา พูดง่าย ๆ เราซื้อ Franchise มา ของเบอร์เกอร์ สมมติเป็น Mos Burger เป็นเบอร์เกอร์ที่เขานิยมกินกัน ถ้าจะเอามาเปิดที่บ้านเรานี่ มันต้องมีอะไรบ้างถูกไหม ดูทำเลที่ตั้ง เงินงบประมาณนะคะ พ่อคงพ่อครัว เขาจะยกมาทั้ง Franchise ไหม หรือว่าเราต้องไปซื้อสูตรเขามา หรือว่าแล้วมันเกิดประโยชน์ไหม แล้วคราวนี้มันจะมีระบบสารสนเทศมา Support หรือเปล่านะคะ มีระบบสั่ง Order บนแท็บเล็ตบนสมาร์ทโฟนไหมนะคะ ที่จะสามารถทำให้ตัว กรณีเวลาเราทำผลิตเบอร์เกอร์ขึ้นมา ตาม Order ต่าง ๆ มันก็จะลดระยะเวลาในการทำงาน ก็คือสั่งปุ๊บ ถึงห้องครัวนะคะ เบอร์เกอร์ก็จะผลิตเร็วขึ้น ดังนั้นลูกค้าก็จะไม่รอนาน หรือลูกค้าอยากสั่งเองนะคะ บางตาม แบรนด์สินค้าอย่างอื่น อย่างแบบพวก MK ที่มันเป็นออนไลน์ สามารถเลือกวัตถุดิบหรือว่าสินค้าที่เราต้องการจะสั่งขนมหวาน สั่งพวกเป็นอาหารจานเดียวอะไรก็สั่ง Order ได้มันก็จะรวดเร็ว หลาย ๆ อย่าง ลดปริมาณบริกร หรือว่าคนที่มารับ Order ก็ไม่ต้องเยอะ แต่ว่าตัวนี้ตัวระบบก็จะครอบคลุมความต้องการของลูกค้าได้ มันก็จะมี สิ่งที่มา Support หลาย ๆ ด้าน ว่าเราจะเอาตัวระบบสารสนเทศนี่มาจัดการเกี่ยวกับตัว โครงการที่เราจะจัดตั้งขึ้นนี่อย่างไรนั่นเองนะคะ ในกรณีที่เป็นโครงการที่ค่อนข้างสำคัญขึ้นมานี้ เราจะมาดูอะไรบ้าง Supply Chain Management นะคะ Project Committee ก็คือดูพวกองค์ภาพรวมขององค์กรแหละ แล้วก็ดูคณะกรรมการ มติของคณะกรรมการผู้บริหารนั่นเองนะคะ Marketing การตลาดของเรา พูดง่าย ๆ คือมันก็ต้องมี ผลกำไร สมมติว่าจะมี Project ใหญ่อยากเพิ่มสาขาขึ้นมาสักสาขาหนึ่งของเรานี่ เงินลงทุนเป็นเท่าไรนะคะ เรามียอดขายที่เพิ่มขึ้นไหม ยอดขายที่เพิ่มขึ้นจนกระทั่งเราต้องมาเพิ่มสาขาหรือเปล่านั้นเองนะคะ อันนี้มันก็จะสอดคล้องกันมาเรื่อย ๆ รวมถึงเรามีระบบ สารสนเทศตัวไหนที่มารองรับหรือเปล่านะคะ เราก็จะดูเป็น Focus Group นะคะ หรือเป็น Working Committee ก็จะเป็นพวกคณะกรรมการผู้บริหารต่าง ๆ คราวนี้นะคะ เราจะมาดูธรรมาภิบาลด้านสารสนเทศกับตัวเครื่องมือที่จะมาจับ อย่างที่บอกไปเราทำไปแล้วนี่ มันถูกต้อง ตามที่วางแผนแล้วมันมีเครื่องมือมาจับไหมว่า เราทำไปแล้วนี้มันถูกหรือเปล่า เราอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากระบวนการเกี่ยวกับสารสนเทศที่เราทำไปแล้ว ผลลัพธ์ออกมานี่มันโอเคไหม เกิดประโยชน์จริงหรือเปล่านะคะ เราจะมาดูอันแรกของเราเกี่ยวกับธุรกิจ Business Balance Score Card ของเรา อันที่ 1 Finance พวกรายได้ผลกำไรเลยมาดูสิ ทำไปแล้วได้เงินน่ะ เพิ่มขึ้นไหม อันนี้ก็จะเป็นพวกพวกงบประมาณ NPV เราก็น่าจะคุ้น ๆ นะ อาจจะเคยเห็นพวกอะไรนะ เงินรายได้ของสหประชาชาติ ของประเทศชาติอะไร มันก็จะเป็นลักษณะถ้าเป็นหน่วยงานขององค์กรก็ลดระดับลงมา ลูกค้า เรามีผลิตภัณฑ์ใหม่ไหม มีการบริการที่ดีขึ้นหรือเปล่า มีทรัพย์สินทางปัญญา หรือว่าตัวสินค้าที่มันเกิดก่อนเพื่อนนี่ มีอะไรบ้าง กระบวนการทางธุรกิจของเรานะคะ พวกฝ่ายขาย การตลาดนะคะ พวกการดำเนินงานนะคะ HR พวกฝ่ายบุคคล Engineering โรงงาน ลูกค้า บริการ การให้บริการ... การให้บริการทางลูกค้านะคะ ต่าง ๆ หรือการเติบโตอาจจะเป็นการพัฒนาบุคลากรอย่างที่บอกไป มีการอบรม มีการ Train เพื่อให้บุคลากรของเรานี่ มีความสามารถที่ค่อนข้างเก่งขึ้น อย่างที่บอกไปนะ ปกติแล้วพวกฝ่าย IT นะคะ ที่เป็น Support ต่าง ๆ ต้องมีการไปอบรมอยู่เรื่อย ๆ เนื่องจากเราจะเห็นว่าเทคโนโลยีนี่ เกิดขึ้นแล้ว อาจจะเป็นซอฟต์แวร์ต่าง ๆ เหมือน Windows นี่ มันก็จะมีเพิ่มมากขึ้นนะ ง่าย ๆ เลยนะคะ มือถือเรายังมีอัปเดตซอฟต์แวร์ ดังนั้น อุปกรณ์สารสนเทศนะคะ ภายในองค์กรก็ต้องมีการอัปเดต ตัวเทคโนโลยีใหม่ ๆ เกิดขึ้นมานะคะ ที่ Support หน่วยงานแล้วก็องค์กร ดังนั้นเราจะอยู่ในหน่วยงานหรือว่าองค์กร เราก็ต้องมีความ Active ก็ต้องพัฒนาตัวเองให้มีความรู้ความสามารถที่จะพร้อม ให้บริการองค์กรของเรานั่นเองนะคะ หรือ Monitoring Job Rotation ก็จะมีดูกระบวนการของบุคลากร หรือว่ากระบวนการการทำงานขององค์กรว่าเป็น Process ไหน ลำดับไหน หรือ Job Rotation ก็คือกรณีที่หากต้องการเปลี่ยนแผนก ถ้าเป็นบริษัทใหญ่ ๆ นี่เขาสามารถที่จะปรับเปลี่ยนแผนกได้ สมมติอาจารย์ทำงานอยู่ฝ่าย Engineering แล้ว อยากหาความรู้ทางด้านอื่นอาจจะเป็นเซลล์ก็ได้ เพราะว่าเรามีความรู้อยู่แล้วนะคะ เกี่ยวกับพวกอุปกรณ์เกี่ยวกับ Product จะเป็นเซลล์ก็ย้ายไปอยู่ฝั่งเซลล์ได้นะคะ หรือเป็น Presale ย้ายมาเป็น Post-sales หรือเป็น Engineering ก็ได้นะคะ หรือจะย้ายไปเป็นตัว เป็นฝ่ายให้บริการลูกค้า แผนกตอบรับอะไรก็ว่ากันไป คือมันสามารถที่จะ Rotate ได้ แต่คุณไปทำแล้วคุณต้องมี ความสามารถที่จะให้บริการนะคะ ในแต่... ในแต่แผนกนั้นด้วยนะคะ ไม่ใช่ย้ายไปแล้ว ทำไม่ได้นี่ก็ไม่ได้เหมือนกัน เมื่อกี้พูดถึง Business Balance Score Card คราวนี้มาดู ถึงธรรมาภิบาลของเรานะคะ ของ Balance Score Card นะคะ ลักษณะก็จะคล้าย ๆ กันเลยนะคะ แต่ว่าตัว IT นี่ มันก็จะมีรูปแบบเกี่ยวกับเงินงบประมาณแน่นอน ค่าอุปกรณ์นะคะ ค่าปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ Renovate นะคะ กลยุทธ์ทางเทคโนโลยีสารสนเทศ Project Management กระบวนการจัดการเกี่ยวกับการจัดการโครงการต่าง ๆ ขั้นตอนนะคะ SLA ก็จะเป็นลักษณะการเป็นสัญญาการให้บริการ Service Agreement ต่าง ๆ ข้อตกลงว่า เราจะให้บริการกับลูกค้าแบบไหน ให้ คือโทรมาแล้วสามารถเข้าไปทำได้ตลอด 24 ชั่วโมงไหม หรือว่า เฉพาะเวลาทำงานนะคะ 8 โมงถึง 6 โมงเย็น 7 วัน ก็แล้วแต่ว่าข้อตกลงต่าง ๆ นะคะ แล้วก็มีการพัฒนาบุคลากรเช่นเดียวกันนะคะ คราวนี้สำหรับใครที่ต้องการหาข้อมูลเพิ่มเติม ก็สามารถเข้าไปในเว็บไซต์ www.itgi.org เข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ เพราะบางทีนี่อาจารย์ก็ อาจจะให้ข้อมูลไม่ครบถ้วน ก็สามารถที่จะเข้าไปดูเพิ่มเติมได้ตรงนี้นั่นเองนะคะ เขาจะบอกแบ่งที่มงที่มามีกระบวนการมีอะไรนะคะที่มันมากขึ้น อย่างที่บอกไปธรรมาภิบาลนี่ ต้องมีทุกบริษัททุกหน่วยงานทุกองค์กรนะคะ จะได้เกิดประโยชน์นั่นเอง อันนี้ก็จะเป็นคำถามท้ายบทนะคะ แต่ธรรมาภิบาลในองค์กรบางทีอาจจะมองด้วยว่า บริษัทของเรานี่เป็นเล็กใหญ่ หรือว่าเป็นแบบไม่ได้มี ลูกน้องลูกจ้างเลยอย่างนี้ เราก็สามารถจัดการดูแลได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องมีกระบวนการอะไรนะคะ อันนี้ก็จะเป็นท้ายบท 5 ข้อนะคะ เรื่องนี้ก็จะเป็นลักษณะเหมือนบางคนอาจจะฟังแบบว่า เอ๊ะเราเรียนเกี่ยวกับธุรกิจหรือเปล่านะคะ มันก็จะสอดคล้องกันไปหมด พูดง่าย ๆ ธุรกิจมันก็ต้องมี IT ก็จะสอดคล้องกับธุรกิจนะคะ มันก็เป็นเงินนะ เราจะมีแผนกสารสนเทศได้ มันก็ต้องมีเงินงบประมาณถูกไหมคะ ถ้าไม่มีงบประมาณตรงนี้เราจะทำอย่างไรให้มันเกิดประโยชน์ที่สุดนั่นเอง แล้วก็ให้การบริการหรือว่าสินค้าที่ดีนะคะ กับผู้ใช้บริการ หรือว่าภายในหน่วยงานของเรานั่นเองนะคะ ทุกคนกำลังตื่นนะคะ จากการฟัง ใครมีคำถามอะไรไหมวันนี้นะคะ อาจารย์มีแนบที่มันเป็น PDF เป็น Word นะคะ ที่อธิบายของแต่ละสไลด์เพราะบางทีน่ะในสไลด์อาจารย์ก็จะมีแค่หัวข้อเนอะ อันนั้นก็จะเขียนอธิบายไป สามารถกลับไปอ่านย้อนหลังได้นะคะ ก็จะเป็นลักษณะคล้าย ๆ ที่อาจารย์พูดนั่นแหละนะคะ ใครมีคำถามอะไรเพิ่มเติมไหมคะ อย่างไรวันนี้ฟังแล้วรู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง เหมือนการเรียน IT ไหม Marketing นะคะ ธุรกิจเลย สายธุรกิจ เดี๋ยวมันก็ต้องมี IT ของเรา อย่างนี้ เราเห็นนะ มันก็ต้องมีระบบสารสนเทศ ทุกหน่วยงานทุกองค์กรอยู่แล้ว เราก็เลยต้องไปเกี่ยวอยู่กับทุกที่ ยังไม่มีคำถามนะ เสร็จแล้วก็เอามาส่งเลย ใครที่เสร็จแล้วก็เขียนชื่อ รหัส ให้เรียบร้อยแล้วก็เอามาส่งนะคะ วันนี้ไม่ได้สอบ เดี๋ยวค่อยไปสอบ ตามอาจารย์ไปสอบที่ห้องก็ได้ โอเค เดี๋ยวอาจารย์จะเช็กชื่อนะคะ อย่างนั้นก็ขอบคุณล่ามทางไกลด้วยนะคะ โอเค โอเคนะคะ เจอกันสัปดาห์หน้าแล้วกันนะคะ เช็กชื่อก่อน ใจเย็น ๆ ส่งงานย้อนหลัง โอเค ได้ เช็ก ๆ ๆ เดี๋ยวแจ้งค่ะ เช็กอยู่ เก็บไว้อยู่ เดี๋ยวจะมาประกาศ [สิ้นสุดการถอดความ]