[เสียงดนตรี] (ครูปิยะณัฐ) สวัสดีครับ สวัสดีคุณครูที่อยู่ปลายทาง และนักเรียนที่อยู่ปลายทางที่น่ารักทุกคนนะครับ สำหรับวันนี้ครับ รายวิชาศิลปะ สาระดนตรี-นาฏศิลป์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ พบกับคุณครูปิยะณัฐ หนูรัตน์ หรือ "ครูเบส" ครับ และ... (ครูจันทิมา) คุณครูจันทิมา อนุกูล หรือว่า "ครูแต๊ก" ค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ครับ และสำหรับวันนี้ครับครูแต๊กครับ เด็ก ๆ นักเรียนปลายทางเรานะครับ ก็จะได้เรียนรู้ในเรื่องของนาฏยศัพท์นั่นเองครับ แต่ก่อนที่เราจะเข้าสู่เนื้อหา เราไปดูจุดประสงค์การเรียนรู้กันครับ (ครูจันทิมา) ค่ะ (ครูปิยะณัฐ) สำหรับจุดประสงค์การเรียนรู้นะครับ นักเรียนครับ วันนี้คุณครูนำมาฝากนักเรียนอยู่ ๓ ข้อ ด้วยกันครับครูแต๊ก เรามาดูข้อที่ ๑ เลยครับ สำหรับจุดประสงค์ข้อที่ ๑ ครับ นักเรียนสามารถอธิบายความหมาย และประเภทของนาฏยศัพท์ได้ครับ (ครูจันทิมา) ค่ะ ข้อ ๒ นะคะ นักเรียนฝึกปฏิบัตินาฏยศัพท์ค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ครับ และข้อสุดท้ายครับนักเรียนครับ นักเรียนตระหนักและเห็นคุณค่าทางนาฏศิลป์ นั่นเองครับนักเรียนครับ เป็นอย่างไรครับ ๓ ข้อนี้ไม่ยากสำหรับนักเรียนเลยใช่ไหมครับ เอาล่ะครับนักเรียนครับ และวันนี้ครับ ก่อนที่เราจะเข้าสู่เนื้อหา ในเรื่องของนาฏยศัพท์นะครับ วันนี้คุณครูมีกิจกรรมนะครับ มาให้นักเรียนนี่ ได้ทบทวนความรู้เดิม ที่เคยได้เรียนไปครับนักเรียนครับ อย่างเช่น มีวงนะครับ มีจีบนะครับ วงมีกี่ระดับ จีบมีกี่แบบ วันนี้นะครับ เราจะได้ทบทวนกันครับ และเดี๋ยวเรามาดูรูปภาพครับ วันนี้ครับ คุณครูนำรูปภาพมา ๙ รูปภาพด้วยกัน เรามาดูรูปภาพที่ ๑ นักเรียนสังเกตนะครับ อยู่ที่หน้าจอ รูปภาพที่ ๑ เป็นลักษณะของการอะไรครับนักเรียนครับ การจีบนั่นเอง ต่อไป ภาพที่ ๒ ก็คือการจีบเช่นเดียวกันนะครับ และภาพที่ ๓ ก็จีบครับ แต่นักเรียนจำชื่อได้หรือเปล่านะครับ ว่าลักษณะแบบนี้เรียกว่าอะไร เดี๋ยวเรามาดูตัวเลือกกันครับนักเรียนครับ ตัวเลือกที่ ๑ นะครับ ก็คือจีบล่อแก้วครับ ภาพไหนครับ คือ จีบล่อแก้ว ต่อไปครับ ตัวเลือกที่ ๒ จีบปรกข้างครับครูแต๊ก ตัวเลือกที่ ๓ ครับนักเรียนครับ จีบหงายนั่นเองนะครับ เอาล่ะครับนักเรียนครับ วันนี้ครับ คุณครูจะให้นักเรียนปลายทาง ของคุณครูครับ หาความสัมพันธ์ให้สอดคล้องนะครับ ข้อความจากภาพให้ถูกต้องนั่นเอง เอาล่ะครับนักเรียนครับ นักเรียนคิดว่าภาพที่ ๑ ครับ เราจะต้องโยงลูกศรไปที่คำไหนครับ ทบทวนนะครับ ภาพไหนครับนักเรียนครับ ครูเฉลยเลยนะครับ นั่นก็คือ... จีบหงายนั่นเองครับครูแต๊กครับ เอาล่ะครับนักเรียน ส่วนมากก็จะตอบถูก คุณครูยังมีข้อต่อไปนะครับ เดี๋ยวเรามาดูข้อต่อไปเลยครับ ภาพที่ ๒ นักเรียนสังเกตภาพครับ นักเรียนคิดว่ามันจะต้องตรงกัน สัมพันธ์กันกับตัวเลือกไหน ระหว่างจีบล่อแก้วครับครูแต๊ก และจีบปรกข้างนั่นเองครับ ภาพไหนครับ ตรงกับข้อความไหน ได้ไหมครับนักเรียนครับ คุณครูเฉลยเลยนะครับ เฉลยข้อที่ ๒ ครับครูแต๊ก (ครูจันทิมา) ค่ะ จีบปรกข้างนั่นเองค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ใช่แล้วครับ จีบปรกข้างนั่นเองครับนักเรียนครับ และภาพสุดท้าย เราไม่ต้องหาเลยใช่ไหมครับครูแต๊กครับ (ครูจันทิมา) ใช่แล้วค่ะ (ครูปิยะณัฐ) นั่นก็คือคำไหนครับครูแต๊กครับ (ครูจันทิมา) นั่นก็คือจีบล่อแก้วค่ะ (ครูปิยะณัฐ) จีบล่อแก้วนั่นเอง และนี่ก็คือการทบทวนในเรื่องของจีบครับ เอาล่ะครับ เดี๋ยวเรามาดูสไลด์ต่อไปกันเลย คุณครูนำภาพมาให้นักเรียนอีกครับ (ครูจันทิมา) ค่ะ เด็ก ๆ ลองดูนะคะ ภาพต่อไปนะคะ เป็นภาพอะไรบ้างนะคะ มีลักษณะของการจีบอีกเช่นเดิมนะคะ (ครูปิยะณัฐ) ใช่แล้วครับ (ครูจันทิมา) ๓ ภาพนะคะ (ครูปิยะณัฐ) ครับ ๓ ภาพครับ เดี๋ยวเรามาดูข้อความกัน เรามาดูข้อความนะครับ มาเลยครับ (ครูจันทิมา) ก็จะมีจีบคว่ำค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ครับ ต่อไปนะครับ (ครูจันทิมา) จีบปรกหน้าค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ใช่แล้วครับ (ครูจันทิมา) แล้วก็... (ครูปิยะณัฐ) ต่อไปครับ สุดท้าย (ครูจันทิมา) จีบส่งหลังค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ครับ เอาล่ะครับนักเรียนครับ ให้นักเรียนหาความสัมพันธ์นะครับ ให้สอดคล้องกันนะครับนักเรียนครับ นักเรียนคิดว่าข้อไหนถูกครับ สำหรับภาพที่ ๑ ภาพที่ ๑ ระหว่างจีบคว่ำครับครูแต๊กครับ จีบปรกข้าง... ขออภัยครับ จีบปรกหน้าครับ แล้วก็จีบส่งหลังครับนักเรียนครับ (ครูจันทิมา) ค่ะ เด็ก ๆ ลองสังเกตดูนะคะ (ครูปิยะณัฐ) เราจะต้องโยงลูกศรไปที่คำไหนเอ่ย ตอบกันเสียงดังมากเลยครับครูแต๊กครับ เดี๋ยวเรามาเฉลยกันเลยครับ (ครูจันทิมา) ค่ะ ภาพแรกนะคะ ก็คือจีบคว่ำ (ครูปิยะณัฐ) จีบคว่ำนั่นเองครับนักเรียนครับ มาดูภาพที่ ๒ (ครูจันทิมา) ภาพที่ ๒ ค่ะ คือ จีบส่งหลังค่ะ (ครูปิยะณัฐ) อันนี้นักเรียนอาจจะสังเกตได้เลย ใช่ไหมครับครูแต๊กครับ เพราะว่ามีกิริยา อาการ อยู่ด้านหลัง คือ จีบส่งหลังนั่นเองนะครับ ภาพสุดท้าย เราต้องหาไหมครับ (ครูจันทิมา) นั่นก็คือจีบปรกหน้านั่นเองค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ใช่ เราไม่ต้องคิดเลย นะครับนักเรียนครับ เดี๋ยวมีอีก ๓ ภาพสุดท้ายครับ ๓ ภาพสุดท้าย เรามาดูกันเลยครับ จะเป็นเรื่องของวงนั่นเอง วงทางนาฏศิลป์ เอาล่ะครับ เดี๋ยวเรามาดูข้อความกัน ตัวเลือกที่ ๑ ครับครูแต๊ก (ครูจันทิมา) ค่ะ วงกลางค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ครับ ตัวเลือกที่ ๒ ครับ (ครูจันทิมา) วงล่างค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ตัวเลือกที่ ๓ ครับ (ครูจันทิมา) วงบนค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ใช่แล้วครับ เอาล่ะครับ นักเรียนยังจำกันได้อยู่หรือเปล่านะครับ อันนี้คุณครูนำมาทบทวน ให้นักเรียนเท่านั้นเองนะครับ สำหรับวันนี้ครับ นักเรียนบอกว่าไม่ยากเลยครับครูแต๊กครับ (ครูจันทิมา) ใช่แล้วค่ะ เราสังเกตได้เลยค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ใช่แล้วครับ ดูภาพปุ๊บ สามารถตอบได้ปั๊บเลย เอาล่ะครับ เดี๋ยวเราจะมาเฉลยกันนะครับ ไปทีละ ๑ ภาพเลย ภาพที่ ๑ เรามาดูกันเลยครับ (ครูจันทิมา) ภาพที่ ๑ ก็คือวงบนค่ะ (ครูปิยะณัฐ) นักเรียนจะสังเกตเลยนะครับ ว่าวงบนก็จะอยู่ที่ระดับศีรษะหรือหางคิ้วนั่นเอง ถ้าเป็นผู้ชายก็จะอยู่ที่แง่ศีรษะ ผู้หญิงก็จะอยู่ที่หางคิ้วใช่ไหมครับครูแต๊กครับ (ครูจันทิมา) ใช่แล้วค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ถึงจะเรียกว่า "วงบน" ต่อมาครับ วงไหนเป็นวงกลางเอ่ย นักเรียนลองสังเกตสิครับ (ครูจันทิมา) เรามี ๒ ภาพ ใช่ไหมคะ (ครูปิยะณัฐ) ใช่แล้วครับครูแต๊กครับ ง่ายมาก ๆ เลยครับ (ครูจันทิมา) ภาพที่ ๒ นะคะ ก็คือวงกลางค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ใช่แล้วครับ ส่วนภาพสุดท้ายนะครับ ง่าย ๆ เลย ก็คือ... (ครูจันทิมา) วงล่างค่ะ (ครูปิยะณัฐ) วงล่างนั่นเอง เอาล่ะครับนักเรียนครับ และนี่ก็คือเป็นการทบทวนนาฏยศัพท์เบื้องต้น ในเรื่องของการจีบและการตั้งวง ทางนาฏศิลป์นั่นเองครับนักเรียนครับ คุณครูก็ได้มา เอามาทบทวน ให้กับนักเรียนอีกครั้งหนึ่งนะครับนักเรียนครับ เอาล่ะครับ เดี๋ยวอันนี้เราทบทวนแค่รูปภาพ เดี๋ยวเราจะไปทบทวนแบบปฏิบัติ ดีไหมครับครูแต๊กครับ (ครูจันทิมา) ดีเลยค่ะ เด็ก ๆ จะได้ฝึกด้วยค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ดีเลยครับ เอาล่ะครับนักเรียนครับ เดี๋ยวเราจะมาทบทวนนาฏยศัพท์ โดยการปฏิบัติกันครับ เราไปเริ่มกันเลยครับ เอาล่ะครับนักเรียนครับ ก่อนอื่นเลยนะครับครูแต๊กครับ เราให้นักเรียนของเรานะครับ ลุกขึ้นยืนนะครับ เพื่อทบทวนในการปฏิบัตินั่นเองนะครับ ให้นักเรียนลุกขึ้นยืน แล้วหาพื้นที่ว่าง ในการทำกิจกรรมครับนักเรียนครับ (ครูจันทิมา) ค่ะ (ครูปิยะณัฐ) เอาล่ะครับ เรียบร้อยไหมครับนักเรียนครับ เดี๋ยวเราจะมาทบทวนตั้งแต่การจีบที่ถูกต้อง และการตั้งวงที่ถูกต้องครับนักเรียนครับ (ครูจันทิมา) ใช่แล้วค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ครูเบสคิดว่า เด็กนักเรียนปลายทางของเรา น่าจะพร้อมแล้วนะครับครูแต๊กครับ เรามาทบทวนกันเลยดีไหมครับ (ครูจันทิมา) ดีเลยค่ะ (ครูปิยะณัฐ) สำหรับท่าแรกนะครับ ก็คือการจีบ นักเรียนยังจำได้อยู่หรือเปล่าครับ ว่าการจีบที่ถูกต้องนั้นทำอย่างไร เอาล่ะครับ ให้นักเรียนสังเกตที่มือคุณครูนะครับ นักเรียนจะปฏิบัติไปด้วย ก็ยิ่งดีเลยใช่ไหมครับครูแต๊กครับ (ครูจันทิมา) ใช่แล้วค่ะ (ครูปิยะณัฐ) การจีบของเรานะครับ คุณครูได้ย้ำไปหลาย ๆ ครั้งแล้ว ว่าเราจะต้องนำปลายนิ้วโป้งนะครับ จรดที่ข้อแรกของนิ้วชี้นั่นเองนะครับ และนิ้วทั้ง ๓ ก็กรีดกรายนะครับ ลงเป็นใบพัดนะครับ นิ้วจะต้องตึง แล้วหักข้อมือเข้าหาท้องแขน หรือลำตัวของเรานั่นเองนะครับนักเรียนครับ สังเกตนะครับ นี่คือการจีบที่ถูกต้อง มาเลยครับ ต่อไปครับนักเรียนครับ การตั้งวงครับครูแต๊กครับ สำหรับการตั้งวงครับนักเรียนครับ นิ้วทั้ง ๔ เราจะเรียงชิดติดกัน เก็บปลายนิ้วโป้งเล็กน้อยนะครับ แล้วก็หักข้อมือด้วยนะครับ นักเรียนสังเกตนะครับ นิ้วทั้ง ๔ เรียงชิดติดกันนะครับ หักข้อมือ เก็บปลายนิ้วโป้งเล็กน้อย ได้ไหมครับ นักเรียนบอกว่าง่ายมาก ๆ ครับครูแต๊กครับ เพราะนักเรียนได้ลองปฏิบัติมาหมดแล้วครับ เอาล่ะครับนักเรียนครับ เดี๋ยวเราจะมาทบทวนนะครับ ว่าจีบมีทั้งหมดกี่แบบ อย่างที่เราได้ทบทวนไปเมื่อสักครู่นี้เลย สำหรับจีบที่ ๑ นะครับ ก็คือการจีบคว่ำนั่นเอง จีบคว่ำนะครับ ให้นักเรียนปฏิบัติเลยนะครับ นะครับ ปลายนิ้วก็จะชี้ลงพื้นใช่ไหมครับครูแต๊กครับ ในลักษณะของการคว่ำนั่นเองครับนักเรียนครับ ต่อไปครับ นั่นก็คือจีบหงาย (ครูจันทิมา) จีบหงายค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ก็คือหงายจีบขึ้นนะครับ นิ้วชี้ขึ้นฟ้าครับนักเรียนครับ ได้ไหมครับ ต่อไปครับนักเรียนครับ จีบปรกหน้าครับนักเรียนครับ เราก็จะยกมาอยู่ที่ระหว่างหน้าของเรานะครับ นักเรียนปฏิบัติตามเลยนะครับ ต่อไปครับ จีบปรกข้าง ก็จะอยู่ข้างศีรษะของเรานั่นเองนะครับ จีบต่อไปครับ จีบส่งหลังครับนักเรียนครับ ให้นักเรียนสังเกตนะครับ เหยียดแขนตึงเลยนะครับนักเรียนครับ ต่อไป จีบสุดท้าย จีบพิเศษครับนักเรียนครับ จีบล่อแก้วครับ ได้ไหมครับนักเรียนครับ ปรบมือให้กับนักเรียนปลายทางของเราครับ [เสียงปรบมือ] (ครูปิยะณัฐ) เยี่ยมมาก ๆ เลยครับ ต่อไป ก็คือวงนั่นเองนะครับ สำหรับวงของเรา ก็คุณครูได้เคยสอนไป ๓ ระดับนะครับ เดี๋ยวเรามาทบทวนตั้งแต่วงบนครับนักเรียนครับ ซึ่งวงบนนะครับ นักเรียนจะต้องสังเกตว่าตัวพระกับตัวนางนะครับ หรือผู้ชายและผู้หญิงนั้นจะไม่เท่ากันนะครับ ผู้ชายก็จะอยู่ที่แง่ศีรษะนะครับ ส่วนผู้หญิงจะอยู่ตรงไหนครับครูแต๊กครับ (ครูจันทิมา) ค่ะ จะอยู่หางคิ้วค่ะ หรือว่าสายตาของเรานะคะ (ครูปิยะณัฐ) ใช่แล้วครับ นี่ก็คือวงบนนะครับ ต่อมาครับ วงกลางนะครับครูแต๊ก (ครูจันทิมา) ค่ะ (ครูปิยะณัฐ) เราก็จะลดลงลงมานะครับ ปลายนิ้วอยู่ระดับหัวไหล่ (ครูจันทิมา) ใช่แล้วค่ะ (ครูปิยะณัฐ) นะครับ ต่อไป วงสุดท้ายครับ ที่เราเคยฝึกไป ก็คือวงล่างใช่ไหมครับ (ครูจันทิมา) ใช่แล้วค่ะ (ครูปิยะณัฐ) เอาล่ะครับนักเรียนครับ ทบทวนแล้วเป็นอย่างไรบ้างครับ ปรบมือให้กับตัวเองหน่อยครับ [เสียงปรบมือ] (ครูปิยะณัฐ) เยี่ยมเลยครับ และนี่ก็คือการทบทวนเท่านั้น เดี๋ยววันนี้เราก็จะเข้าสู่เนื้อหาในรูปแบบอื่น ในลักษณะอื่น ๆ นะครับ เอาล่ะครับนักเรียนครับ เดี๋ยวเราไปเรียนกันต่อเลยครับ (ครูจันทิมา) ค่ะ (ครูปิยะณัฐ) เอาล่ะครับนักเรียนครับ เราก็จะต้องมาเรียนรู้ในเรื่องของความหมาย กันอีกครั้งหนึ่งใช่ไหมครับครูแต๊กครับ ก่อนที่จะไปปฏิบัตินะครับ เดี๋ยวเรามาดูความหมาย ของนาฏยศัพท์กันครับนักเรียนครับ นาฏยศัพท์นะครับ หมายถึง ศัพท์ที่ใช้เกี่ยวกับลักษณะท่ารำนะครับ ที่ใช้ในการฝึกหัด เพื่อแสดงโขน ละคร นั่นเองนะครับ เป็นคำที่ใช้ในวงการนาฏศิลป์ไทย สามารถสื่อความหมายกันได้ทุกฝ่าย ในการแสดงต่าง ๆ นะครับ คำว่า "นาฏย" ครับ ก็จะหมายถึง เกี่ยวกับการฟ้อนรำ เกี่ยวกับการละครครับครูแต๊ก ส่วนคำว่า "ศัพท์" นะครับ ก็จะหมายถึง เสียงหรือคำ เมื่อนำ ๒ คำ มารวมกันนะครับ ก็จะทำให้เกิดความหมายขึ้นมาครับนักเรียนครับ เอาล่ะครับ ต่อไปครับมีอะไรอีกครับครูแต๊กครับ (ครูจันทิมา) ค่ะ ใส่ส่วนของ เรื่องการแสดงนะคะ นาฏศิลป์ไทยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงโขนนะคะ ละครนะคะ หรือว่าระบำเบ็ดเตล็ดต่าง ๆ นี่ การเคลื่อนไหว ลีลา ท่าทางต่าง ๆ ที่แสดงออกมานั้นนะคะ ล้วนแต่มีความหมายเฉพาะค่ะ ซึ่งหากผู้แสดงนะคะ ได้ศึกษาในเรื่องของนาฏยศัพท์นะคะ ย่อมส่งผลให้มีความเข้าใจ ในการแสดงมากยิ่งขึ้นค่ะ แล้วก็ผลงานทางการแสดงนะคะ ก็ยังจะออกมาสมบูรณ์แบบนั่นเองค่ะ (ครูปิยะณัฐ) เอาล่ะครับ ก่อนที่นักเรียนจะฝึกหัดนาฏศิลป์ นักเรียนก็จะต้องมาเรียนรู้ มาศึกษา เกี่ยวกับนาฏยศัพท์ให้เข้าใจเสียก่อนนะครับ เอาล่ะครับ เดี๋ยวเรามารู้จัก ประเภทของนาฏยศัพท์กันครับ สำหรับนาฏยศัพท์นะครับ เราจะแบ่งออกเป็น ๓ ประเภทครับครูแต๊กครับ มีอะไรบ้างครับ (ครูจันทิมา) ค่ะ ๑. เลยนะคะ ก็คือนามศัพท์ค่ะ ๒. ค่ะ กิริยาศัพท์ค่ะ และ ๓. ค่ะ นาฏยศัพท์เบ็ดเตล็ดค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ครับ นาฏยศัพท์ของเรานะครับ นักเรียนครับ เราจะแบ่งออกเป็น ๓ ประเภทใหญ่ ๆ นะครับ นั่นก็คือนามศัพท์นะครับ กิริยาศัพท์ และนาฏยศัพท์เบ็ดเตล็ด เดี๋ยวเรามาดูประเภทที่ ๑ กันก่อนเลยครับ นั่นก็คือนามศัพท์นั่นเองนะครับ สำหรับนามศัพท์นะครับ ก็จะหมายถึง ศัพท์ที่เรียกชื่อท่ารำนะครับ หรือท่าที่บอกอาการกระทำของผู้นั้นครับ เช่น วง จีบ สลัดมือ คลายมือ กรายมือ ฉายมือ ปาดมือ กระทบ กระดก ยกเท้า ก้าวเท้า ประเท้า ตบเท้า กระทุ้งเท้า จรดเท้า นะครับ แตะเท้า ซอยเท้า ขยั่นเท้า ฉายเท้า สะดุดเท้า รวมเท้า ตีไหล่ กล่อมไหล มีเยอะแยะมากมายเลยครับครูแต๊กครับ (ครูจันทิมา) ใช่แล้วค่ะ (ครูปิยะณัฐ) อย่างเช่น ที่นักเรียนได้ทบทวน ไปเมื่อสักครู่ ก็คือการจีบและการตั้งวง นั่นก็อยู่ในหัวข้อของนามศัพท์นั่นเอง ใช่แล้วครับ เอาล่ะครับนักเรียนครับ เดี๋ยวเรามาดูตัวอย่างที่ ๒ นะครับ หัวข้อที่ ๒ เลย กิริยาศัพท์ครับนักเรียนครับ (ครูจันทิมา) ค่ะ กิริยาศัพท์ ก็จะหมายถึงนะคะ ศัพท์ที่ใช้เรียกในการปฏิบัติ บอกอาการ กิริยาค่ะ ซึ่งนะคะ เราจะแบ่งออกเป็นศัพท์เสริมค่ะ ศัพท์เสริมนะคะ ก็คือศัพท์ที่ใช้เรียก เพื่อปรับปรุงท่าทีให้สวยงาม ถูกต้องนะคะ เช่น กันวง ลดวง ส่งมือ ดึงมือ หักข้อ หลบศอก เปิดคาง กดคาง ทรงตัวนะคะ และอีกมากมายเลยนะคะ กดไหล่ ดึงเอว นะคะ อันนี้ก็คือจะเป็นในส่วนของศัพท์เสริมนะคะ ต่อไปค่ะ ก็คือศัพท์เสื่อมค่ะ ศัพท์เสื่อมนะคะ ก็จะหมายถึง ศัพท์ที่ใช้เรียกชื่อท่ารำค่ะ หรือท่วงทีของผู้รำ ที่ไม่ถูกต้องตามมาตรฐานนั่นเองค่ะ เพื่อให้ผู้รำรู้ตัว แล้วก็แก้ไขท่าทางของตนให้ถูกต้องนั่นเองค่ะ เช่น วงล้า นะคะ วงคว่ำ วงเหยียด วงหัก วงล้น นะคะ มีหอบไหล่ ทรุดตัว ขย่มตัว นะคะ เห็นไหมคะ ยังมีมากมายเลยค่ะ รำล้ำจังหวะ รำหน่วงจังหวะ แบบนี้ค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ใช่แล้วครับ และนี่ก็คือศัพท์เสื่อมนั่นเองนะครับนักเรียนครับ ใช้เรียกในกิริยาของท่ารำที่ไม่ถูกต้อง ที่ยังไม่ได้มาตรฐานนั่นเองนะครับ เพื่อให้ผู้แสดงนะครับ หรือผู้ซ้อมรำนี่ ได้รู้ตัว และได้แก้ไขอย่างทันท่วงที นั่นเองครับนักเรียนครับ เอาล่ะครับ นี่ก็คือศัพท์ที่ใช้เรียก นั่นก็คือศัพท์เสื่อมครับ เอาล่ะครับ เดี๋ยวเรามาดูประเภทสุดท้ายครับ ก็คือนาฏยศัพท์เบ็ดเตล็ดครับนักเรียนครับ สำหรับนาฏยศัพท์เบ็ดเตล็ดนะครับ ก็จะหมายถึง ศัพท์ต่าง ๆ ครับครูแต๊กครับ ที่ใช้เรียกในภาษานาฏศิลป์ นอกเหนือไปจากนามศัพท์ และกิริยาศัพท์นั่นเองครับ เรามาดูนะครับ ว่ามีคำอะไรบ้าง เช่น มีจีบยาวครับ จีบสั้น ลักคอ เดินมือ เอียงทางวง คืนตัว อ่อนเหลี่ยม เหลี่ยมล่าง นะครับ ยืนเข่า นายโรง พระใหญ่-พระน้อย นางกษัตริย์ นางตลาด หรือยืนเครื่องต่าง ๆ ก็ยังมีอีกมากมายเช่นเดียวกันครับ และนี่นะครับ ทั้งหมดนี่ ก็คือนาฏยศัพท์เบ็ดเตล็ดครับนักเรียนครับ เอาล่ะครับ นักเรียนได้เรียนรู้ เกี่ยวกับประเภทของนาฏยศัพท์แล้วครับครูแต๊กครับ และวันนี้ครับ คุณครูจะมาให้นักเรียนได้เรียนรู้ เกี่ยวกับนาฏยศัพท์ส่วนมือ เพราะนาฏยศัพท์นี่ ก็จะมีส่วนเท้าด้วยครับครูแต๊กครับ แต่วันนี้ครับ นักเรียนจะได้เรียนในส่วนมือนั่นเอง จะมีอะไรบ้างที่นักเรียนจะได้ฝึกปฏิบัติในวันนี้ เรามาดูกันเลยครับ ๑. เลยครับครูแต๊กครับ (ครูจันทิมา) ค่ะ ก็จะมีหยิบจีบค่ะ ๒. ค่ะ สอดจีบค่ะ ๓. ค่ะ ม้วนมือค่ะ ๔. ค่ะ ปาดมือค่ะ (ครูปิยะณัฐ) เอาล่ะครับ และวันนี้นักเรียนจะได้ฝึก ๔ อย่างนี้ ใช่ไหมครับครูแต๊กครับ (ครูจันทิมา) ใช่แล้วค่ะ (ครูปิยะณัฐ) เดี๋ยวเรามาดู คำอธิบายของแต่ละอย่างกันว่าทำอย่างไรนะครับ เรามาอันที่ ๑ เลยครับ หยิบจีบนั่นเองครับนักเรียนครับ การหยิบจีบนะครับ ก็จะต้องเริ่มจากการตั้งมือนะครับ จะงอแขนหรือตึงแขนก็ได้นะครับ จากนั้น หักข้อมือลง ทำเป็นมือจีบนะครับ แล้วค่อย ๆ หงายจีบขึ้น มาเป็นจีบหงายนั่นเองนะครับนักเรียนครับ เอาล่ะครับ นักเรียนลองสังเกตคุณครูนะครับ การหยิบจีบนะครับ เราก็จะเริ่มจากการตั้งมือใช่ไหมครับ ให้นักเรียนสังเกต เราจะเริ่มจากการตั้งมือนะครับ จะตึงแขนก็ได้ หรือจะงอแขนก็ได้ครับครูแต๊กครับ ต่อมานะครับ จากนั้นให้เราหักข้อมือลงนะครับนักเรียนครับ หักข้อมือลงนะครับ แล้วก็หงายข้อมือขึ้น นี่คือการหยิบจีบครับ อีกครั้งนะครับ การหยิบจีบ จะเริ่มจากการตั้งมือหรือตั้งวง หลังจากนั้น ๆ ค่อย ๆ จีบลงมานะครับ หักข้อมือ จีบลง แล้วค่อยพลิกข้อมือครับ หงายท้องแขนขึ้นมาครับครูแต๊กครับ (ครูจันทิมา) ค่ะ (ครูปิยะณัฐ) นี่ล่ะครับ ก็คือการหยิบจีบนะครับ เปรียบเสมือนการหยิบของนั่นเองครับครูแต๊กครับ เอาล่ะครับนักเรียนครับ ต่อไปคำที่ ๒ เลยครับ คำที่ ๒ นั่นก็คือสอดจีบนะครับ ลักษณะของการสอดจีบนะครับ กิริยามือจีบนะครับ จะอยู่ที่จีบคว่ำนะครับ ระดับไม่สูงเกินกลางอกนะครับ แล้วหันจีบเข้าหาตัว พร้อมกับสอดมือจีบขึ้นตามระยะที่ต้องการนะครับ แล้วจึงปล่อยจีบเป็นแบมือหงายนะครับ ปลายนิ้วหันออกด้านข้างนั่นเอง นักเรียนสังเกตคุณครูต้นทางครับ การสอดจีบครับนักเรียนครับ เขาบอกว่ากิริยาของมือที่คว่ำอยู่ จีบคว่ำ เห็นไหมครับ จีบคว่ำอยู่ หลังจากนั้นนะครับ หันจีบเข้าหาลำตัวครับนักเรียนครับ แล้วค่อย ๆ สอดขึ้นไปครับ เดินมือสอดขึ้นไป แล้วก็ปล่อยจีบลงเป็นแบมือครับ ปลายนิ้วมือไปทางด้านข้างของลำตัว เห็นไหมครับ ทำอย่างนี้นี่เอง นี่คือท่าของการสอดจีบครับครูแต๊กครับ ต่อไปครับนักเรียนครับ ภาพที่ ๓ ที่เราจะต้องฝึกกันในวันนี้ครับ ก็คือม้วนมือนั่นเอง (ครูจันทิมา) ม้วนมือค่ะ (ครูปิยะณัฐ) สำหรับการม้วนมือ จะต้องทำอย่างไรครับครูแต๊กครับ (ครูจันทิมา) ค่ะ การม้วนมือนะคะ ก็คือกิริยาของมือค่ะ ซึ่งเนื่องมาจากการจีบหงายค่ะ จีบหงาย แล้วก็ค่อย ๆ ม้วนจีบหงายลงล่างนะคะ ด้วยการม้วนมือ แล้วก็ค่อยคลายจีบนะคะ ให้เป็นการตั้งวง ปลายนิ้วขึ้นนั่นเองค่ะ (ครูปิยะณัฐ) เอาล่ะครับ เดี๋ยวเรามาดูตัวอย่างกันนะครับ สำหรับการม้วนมือนะครับ เขาบอกว่ากิริยาของมือ ซึ่งเนื่องมาจากจีบหงายใช่ไหมครับครูแต๊กครับ นักเรียนปฏิบัติด้วยก็ยิ่งดีนะครับ จีบหงายนะครับ หลังจากนั้นนะครับ ให้เราค่อย ๆ ม้วนจีบลงล่าง เห็นไหมครับ ค่อย ๆ ม้วนจีบลงล่างนะครับ (ครูจันทิมา) แล้วก็คลายจีบค่ะ (ครูปิยะณัฐ) คลายจีบ ปล่อยนะครับ (ครูจันทิมา) ให้เป็นตั้งวงค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ปลายนิ้วก็จะชี้ขึ้นด้านคน (ครูจันทิมา) ใช่แล้วค่ะ (ครูปิยะณัฐ) อีกครั้งครับนักเรียนครับ เราจะเริ่มที่จีบหงาย ลากจีบลงนะครับ ลากจีบลงล่าง แล้วค่อย ๆ ปล่อย (ครูจันทิมา) ค่อย ๆ กรายมือค่ะ (ครูปิยะณัฐ) เป็นตั้งวง และนี่ก็คือการม้วนจีบนั่นเองครับครูแต๊กครับ (ครูจันทิมา) ใช่แล้วค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ต่อมาครับ ท่าสุดท้ายของเราในวันนี้ครับ นั่นคือการปาดมือนั่นเอง (ครูจันทิมา) ปาดมือค่ะ (ครูปิยะณัฐ) นะครับ สำหรับการปาดมือนะครับ นักเรียนจะต้องเริ่มจากการตั้งวงนะครับ แขนตึงนะครับ แล้วค่อย ๆ กดลำแขนลงข้างลำตัวนะครับ และพลิกข้อมือหงายท้องแขนขึ้นนะครับ ปลายนิ้วลงชี้ด้านล่าง เอาล่ะครับ เดี๋ยวเรามาดูกันเลย การตั้งวง เริ่มจากการตั้งแขนขึ้นหรือตั้งวงนะครับ มือตึงนะครับ หลังจากนั้น เราก็จะกดลำแขน ลงข้างลำตัวนะครับ ค่อย ๆ ลงมานะครับ ข้างลำตัว หลังจากนั้น ก็คือพลิกข้อมือนะครับ และดึงท้องแขนขึ้นมาเอง เห็นไหมครับ เอาใหม่นะครับ ตั้งวง แล้วค่อย ๆ ปาดลงมาครับ ลากลงมา เขาเรียกว่า "ปาดมือ" นะครับ ปาดลงมาครับ ลากลงมาครับ แล้วค่อย ๆ พลิกนะครับ หงายท้องแขนขึ้น ปลายนิ้วก็จะชี้ลงล่าง เห็นไหมครับ เรียบร้อยครับครูแต๊กครับ สำหรับการปฏิบัติทั้ง ๔ ท่านี้นะครับ เดี๋ยวนักเรียนจะได้ฝึกปฏิบัติกันด้วยครับ นักเรียนครับ เอาล่ะครับ เดี๋ยวหลังจากนี้นะครับ คุณครูจะเข้าสู่การสาธิตนะครับ ให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติตามกันเต็มรูปแบบเลย เอาล่ะครับ เดี๋ยวเราไปห้องเรียนปฏิบัติกันครับ ไปเลยครับ เอาล่ะครับนักเรียนครับ เดี๋ยวเราจะมาเริ่มฝึกปฏิบัติกันครับนักเรียนครับ ก่อนอื่นนะครับ เช่นเดิมครับ นักเรียนจะต้องยืนขึ้น และหาพื้นที่ว่างในการปฏิบัติกิจกรรมครับ เราจะมาเริ่มที่การหยิบจีบครับครูแต๊กครับ สำหรับการหยิบจีบ อย่างที่คุณครูได้ทำตัวอย่าง ให้นักเรียนดูแล้วนะครับ แล้ววันนี้คุณครูให้นักเรียนปฏิบัติอย่างเต็มตัว เดี๋ยวเราจะมาเริ่มกันเลยนะครับ ยังจำได้อยู่หรือเปล่า ว่าการหยิบจีบจะต้องเริ่มจากอะไรก่อนนะครับ สำหรับการหยิบจีบนะครับ ก็จะเริ่มจากการตั้งวงครับครูแต๊กครับ (ครูจันทิมา) ค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ให้นักเรียนปฏิบัติตามคุณครูเลยนะครับ สำหรับการหยิบจีบนะครับ ตั้งวง หลังจากนั้นนะครับ ค่อย ๆ หักข้อมือมาเป็นจีบ เป็นจีบคว่ำนั่นเองครับครูแต๊กครับ หลังจากนั้นนะครับ ค่อย ๆ หงายจีบนะครับ ขึ้นมา เห็นไหมครับ ได้ไหมครับนักเรียนครับ หยิบจีบนะครับ เอาล่ะครับ เดี๋ยวคุณครูจะมีจังหวะในการนับ ให้นักเรียนได้ปฏิบัติตาม นั่นก็คือ จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง นะครับ ให้นักเรียนฝึกตามครูนะครับ ท่องตามครูนะครับ เริ่มนะครับ จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง แบบนี้นะครับ นักเรียนครับ เดี๋ยวเราจะมาปฏิบัติ พร้อมกับร้องคำว่า "จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง" ครับครูแต๊กครับ พร้อมนะครับ สำหรับการหยิบจีบครับนักเรียนครับ เรามาเริ่มกันเลยนะครับ จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง อีกครั้งนะครับ นักเรียนเห็นมือของครูอีกมือหนึ่งไหมครับ คุณครูจะตั้งแบบนี้ หยิบจีบ แล้วคุณครูค่อยหงาย ไปตั้งวงล่าง นักเรียนปฏิบัติได้ก็จะยิ่งดี ๑๐ ครั้งครับ พร้อมกับการนับจังหวะนะครับ เริ่มนะครับ ๑ ๒ และ ๓ จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง เรียบร้อยครับ สำหรับการหยิบจีบครับครูแต๊กครับ ต่อไปครับ คืออะไรครับ นักเรียนครับ จำได้หรือเปล่า ก็คืออะไรนะครับ สอดจีบนั่นเองครับครูแต๊กครับ การสอดจีบนะครับ คุณครูก็ได้สาธิตไปแล้วนะครับ ก็คือการมีมือหนึ่งจีบคว่ำนะครับ อยู่ระดับกลางอกนั่นเองนะครับ ไม่สูงเกินนะครับ หลังจากนั้นนะครับ ค่อย ๆ สอดจีบเข้าหาตัวนะครับ แล้วก็เคลื่อนมือขึ้นไปครับ แล้วก็ปล่อยนะครับ เป็นท่านี้นะครับ นี่คือการสอดจีบนะครับนักเรียนครับ นี่นะครับ สอดจีบนะครับ เดี๋ยวเรามาปฏิบัติพร้อมกัน พร้อมกับร้องคำว่า "จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง" ด้วยครับนักเรียนครับ ให้จังหวะนั่นเอง พร้อมนะครับ สำหรับการสอดจีบครับ มาครับ จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง อีกครั้งครับ จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง ให้นักเรียนสังเกตคุณครูต้นทางนะครับ การเอียงศีรษะก็สำคัญ การใช้ลำตัวก็สำคัญนะครับ ให้นักเรียนสังเกตนะครับ อันนี้คือท่าสอดจีบ ต่อไปนะครับ ก็เป็นท่าม้วนมือครับครูแต๊กครับ การม้วนมือนะครับ นักเรียนก็สามารถม้วนได้หลายแบบนะครับ อยู่ที่เราจะนำไปใช้ เช่น การแสดงบางชุด บางตอนนะครับ เหมือนเซิ้งอีสานครับครูแต๊กครับ เวลาเขาม้วนนะครับ เขาก็จะใช้ ๒ มือเลย จีบ ปล่อยนะครับ ม้วน จีบ ปล่อย ม้วน แล้วก็จีบ แล้วก็ปล่อยนะครับ อันนี้คือการม้วนมือของอีสานนะครับ ก็จะอยู่ที่ลักษณะการใช้ ส่วนนาฏศิลป์นะครับ รำไทยอาจจะใช้ท่านี้นะครับ ก็คือการม้วนนั่นเอง ค่อย ๆ จีบนะครับ แล้วค่อย ๆ ม้วนเข้าหาตัวนะครับ แล้วค่อย ๆ ม้วนออกไป แล้วค่อย ๆ ม้วน แล้วก็จบที่ตั้งวงนั่นเอง เอาล่ะครับ เดี๋ยวเรามาปฏิบัติพร้อมกัน กับการท่อง จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง ครับนักเรียนครับ พร้อมไหมครับ สำหรับท่าที่ ๓ ครับ พร้อมแล้วครับครูแต๊กครับ เดี๋ยวเรามาเริ่มท่าที่ ๓ กันเลยครับนักเรียนครับ ม้วนจีบนั่นเองนะครับ เอาล่ะครับ จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง อีกครั้งนะครับ จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง ได้ไหมครับ อีกครั้งครับ จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง เยี่ยมมากเลยครับนักเรียนปลายทางครับ เราเดินทางมาถึงท่าสุดท้าย สำหรับวันนี้ครับครูแต๊กครับ สำหรับท่าสุดท้าย นั่นก็คือปาดมือนั่นเองนะครับ สำหรับการปาดมือนะครับ คุณครูบอกแล้วว่าจะเริ่มที่การตั้งวงนะครับ ตั้งวงขึ้นมา มือเหยียดตึงนะครับ แขนเหยียดตึง หลังจากนั้นค่อย ๆ กดนะครับ กวาดลำแขนลงมาข้างลำตัว แล้วค่อย ๆ คลิกนะครับ หงายท้องแขนขึ้น เห็นไหมครับ นักเรียนลองสังเกตลำตัวครูนะครับ แล้วก็ศีรษะ คุณครูจะเอียงไปทางมือที่เรากดก่อน เห็นไหมครับ แล้วคุณครูก็จะเอียงกลับ เห็นไหมครับ เดี๋ยวเรามาลองนับจังหวะครับครูแต๊กครับ นักเรียนพร้อมนะครับ มาครับ จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง อีกครั้งครับ จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง ได้ไหมครับนักเรียนครับ นักเรียนอยากจะ ๔ ท่า เรียงต่อกันเลยครับครูแต๊กครับ เยี่ยมมาก ๆ เลยครับ เดี๋ยวเรามาเอาตั้งแต่ท่าที่ ๑ ครับ เราทบทวนตั้งแต่ท่าที่ ๑ มาถึงท่าที่ ๔ อย่างช้า ๆ แล้วก็นับจังหวะด้วย เอาล่ะครับ นักเรียนพร้อมนะครับ เรามาเริ่มกันเลยครับ จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง เป็นอย่างไรบ้างครับนักเรียนปลายทางครับ ปฏิบัติตามคุณครูต้นทางได้หรือเปล่า เอาล่ะครับ เดี๋ยววันนี้นะครับ คุณครูก็จะมีเวลาให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติกันอีกครับ (ครูจันทิมา) ใช่แล้วค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ครับ เอาล่ะครับนักเรียนครับ และสำหรับขั้นปฏิบัติในวันนี้ของเราครับ เรามาดูคำชี้แจงกันเลยครับ สำหรับคำชี้แจงของนักเรียนนะครับ คุณครูจะให้นักเรียนนะครับ แบ่งกลุ่มหรือจับคู่ก็ได้ครับครูแต๊กครับ ฝึกปฏิบัตินาฏยศัพท์เมื่อสักครู่นี้ นั่นเองครับครูแต๊กครับ (ครูจันทิมา) ส่วนบทบาทของคุณครูปลายทางนะคะ คุณครูนะคะ ก็อยากให้คุณครูปลายทางช่วยนะคะ ช่วยแนะนำในการฝึกปฏิบัติของนักเรียนด้วยค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ครับ เอาล่ะครับ เดี๋ยวเราจะให้นักเรียนได้ฝึกนะครับ พร้อมกับท่องจังหวะด้วยนะครับ ว่า จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง ครูแต๊กครับ จะ โจง จะ นี่ มีที่มาไหมครับครูแต๊กครับ (ครูจันทิมา) มีค่ะ นะคะ จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง นี่ จริง ๆ แล้วนี่ คือ เขาจะใช้ท่องแทนหน้าทับค่ะ เป็นหน้าทับของตะโพนไทยนั่นเองค่ะ เวลาเราบรรเลงนะคะ เราก็จะใช้หน้าทับค่ะ ในการบรรเลงใช่ไหมคะ (ครูปิยะณัฐ) ก็คือเราเลียนเสียงตามเสียงดนตรี เสียงจังหวะหน้าทับใช่ไหมครับ (ครูจันทิมา) ใช่แล้วค่ะ แล้วก็เพื่อเวลาเราฝึกค่ะ เราจะได้ฝึกในเรื่องของจังหวะด้วยค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ใช่แล้วครับ เอาล่ะครับนักเรียนครับ เพราะฉะนั้นนะครับ เดี๋ยวเราไปฝึกปฏิบัตินาฏยศัพท์ พร้อมกับนับจังหวะ จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง ด้วยครับ ไปเลยครับ [เสียงดนตรี] (ครูปิยะณัฐ) เป็นอย่างไรบ้างครับนักเรียนครับ สำหรับการฝึกปฏิบัตินาฏยศัพท์ ของเรานะครับนักเรียนครับ นักเรียนบอกว่าไม่ยากเลยครับครูแต๊กครับ (ครูจันทิมา) ใช่แล้วค่ะ (ครูปิยะณัฐ) อีกทั้งนะครับ ยังได้ฝึกจังหวะนะครับ ในการนับ จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง ด้วยครับ (ครูจันทิมา) ใช่แล้วค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ส่วนนักเรียนคนไหน ที่ยังปฏิบัติไม่คล่องนะครับ ไม่เป็นอะไรนะครับ หรือใช้เวลาว่างในการฝึกฝนเพิ่มเติมนะครับ เมื่อนักเรียนทำซ้ำ ๆ ทำบ่อย ๆ นักเรียนจะเกิดความชำนาญ และทำสวยขึ้นนั่นเองครับนักเรียนครับ (ครูจันทิมา) ใช่แล้วค่ะ (ครูปิยะณัฐ) เอาล่ะครับนักเรียนครับ เดี๋ยวเราจะมาสรุปการเรียนรู้สำหรับวันนี้นะครับ นาฏยศัพท์ครับนักเรียนครับ สำหรับนาฏยศัพท์นะครับ ก็หมายถึง ศัพท์ที่ใช้เกี่ยวกับลักษณะท่ารำนะครับ ในการฝึกหัดนาฏศิลป์ โขน ละคร นะครับ เป็นคำที่ใช้ในวงการนาฏศิลป์ไทยนั่นเองครับ เอาล่ะครับ และประเภทของนาฏยศัพท์ เราจะแบ่งเป็น ๓ ประเภท ใช่ไหมครับครูแต๊กครับ มีอะไรบ้างครับ (ครูจันทิมา) ค่ะ ๑. เลยนะคะ ก็คือนามศัพท์ค่ะ ๒. ค่ะ กิริยาศัพท์ค่ะ และ ๓. ค่ะ นาฏยศัพท์เบ็ดเตล็ดค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ครับ นาฏยศัพท์เบ็ดเตล็ด นั่นเองครับนักเรียนครับ เอาล่ะครับ สำหรับในครั้งนี้นะครับ คุณครู ๒ คน ขอทิ้งท้ายไว้เท่านี้นะครับ และเดี๋ยวเรามาพบกันในครั้งหน้านะครับ สำหรับครั้งหน้าครับครูแต๊กครับ เราจะเรียนในเนื้อหาของอะไรครับ (ครูจันทิมา) ครั้งต่อไปนะคะ เราจะเรียนในเรื่องของนาฏยศัพท์ (๒) นั่นเองค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ก็คือนาฏยศัพท์ส่วนเท้า นะครับนักเรียนครับ จะเป็นอย่างไร เดี๋ยวเรามารอติดตามกันเลยครับ สำหรับวันนี้ครับ คุณครูฝากไว้เพียงเท่านี้นะครับ พบกันครั้งหน้านะครับ ครั้งนี้ สวัสดีครับ (ครูจันทิมา) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]