[เสียงดนตรี] (ครูปิยะณัฐ) สวัสดีครับ สวัสดีคุณครูที่อยู่ปลายทาง และนักเรียนที่อยู่ปลายทางที่น่ารักทุกคนนะครับ สำหรับวันนี้ครับ รายวิชาศิลปะ สาระดนตรีนาฏศิลป์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ พบกับคุณครูปิยะณัฐ หนูรัตน์ หรือคุณครูเบส อีกเช่นเคยครับ และ... (ครูจันทิมา) คุณครูจันทิมา อนุกูล หรือว่าครูแต๊กค่ะ (ครูปิยะณัฐ) และสำหรับวันนี้ครับครูแต๊กครับ เด็ก ๆ นักเรียนปลายทางของเราครับ จะได้เรียนในเนื้อหาของอะไรครับครูแต๊กครับ (ครูจันทิมา) ค่ะ วันนี้นะคะ ก็เป็นในเรื่องของภาษาท่าทางนาฏศิลป์ค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ใช่แล้วครับ วันนี้นักเรียนปลายทาง ที่น่ารักของคุณครูนะครับ จะได้ศึกษานะครับ เกี่ยวกับภาษาท่าทางนาฏศิลป์นั่นเองครับ ครับ แต่ก่อนอื่นครับครูแต๊กครับ เราต้องมาทราบถึงจุดประสงค์กันก่อนนะครับ สำหรับจุดประสงค์การเรียนรู้นะครับนักเรียนครับ ข้อที่ ๑ ครับ นักเรียนสามารถอธิบายความหมาย ของภาษาท่าทางนาฏศิลป์ได้นะครับ (ครูจันทิมา) ค่ะ ข้อ ๒ ค่ะ นักเรียนฝึกปฏิบัติภาษาท่าทางนาฏศิลป์ค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ครับ และข้อสุดท้ายครับ นักเรียนครับ นักเรียนตระหนักนะครับ และเห็นคุณค่าทางนาฏศิลป์ นั่นเองครับนักเรียนครับ เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับจุดประสงค์ทั้ง ๓ ข้อนี้ ไม่ยากเกินความสามารถของนักเรียนใช่ไหมครับ เอาล่ะครับนักเรียนครับ แต่ก่อนที่เราจะเข้าสู่เนื้อหา วันนี้เรามาทบทวนความรู้เดิม กันดีไหมครับครูแต๊กครับ (ครูจันทิมา) ดีเลยค่ะ (ครูปิยะณัฐ) เดี๋ยวเราจะมาทบทวนความรู้เดิม ที่เราได้เรียนไปในเมื่อครั้งที่แล้วครับ ครั้งที่แล้วนี่ครับครูแต๊ก เราได้ศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับนาฏยศัพท์ ถูกต้องไหมครับ (ครูจันทิมา) ใช่แล้วค่ะ (ครูปิยะณัฐ) เป็นของส่วนเท้า แล้ววันนี้ครับ นักเรียนปลายทางก็จะได้กลับมาทบทวน กันอีกหนึ่งครั้งครับนักเรียนครับ เดี๋ยวเรามาดูรูปภาพกันเลย คราวนี้คุณครูนำรูปภาพมาให้กับนักเรียนนะครับ มีอยู่ ๒ ภาพด้วยกันนะครับ เป็นภาพที่ ๑ และภาพที่ ๒ นะครับ ภาพไหนครับนักเรียนครับ นักเรียนคิดว่าจะตรงกับ ประสมเท้าเหลื่อมครับนักเรียนครับ ทบทวนกันก่อนนะครับ ภาพที่ ๑ หรือภาพทีj ๒ ครับ นักเรียนครับ นักเรียนสามารถยกมือตอบกับคุณครูปลายทาง ได้เลยนะครับครูแต๊ก (ครูจันทิมา) ค่ะ (ครูปิยะณัฐ) และคำตอบที่ถูกต้อง ก็คือภาพที่ ๒ นั่นเองครับครูแต๊กครับ สำหรับประสมเท้าเหลื่อมนะครับ ต่อมาครับ ไปภาพต่อไปครับนักเรียนครับ (ครูจันทิมา) ค่ะ ภาพประเท้าค่ะ เป็นภาพที่ ๑ หรือว่าภาพที่ ๒ กันคะ นักเรียนลองสังเกตดูนะคะ (ครูปิยะณัฐ) ภาพที่ถูกต้องนะครับ ก็คือ... (ครูจันทิมา) ภาพที่ ๑ ค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ใช่แล้วครับ ภาพที่ ๑ นั่นเองครับ เป็นการประเท้าครับนักเรียนครับ ต่อมาครับนักเรียนครับ ทำอะไรเอ่ย ยกเท้านั่นเองนะครับ การยกเท้านักเรียนลองสังเกตภาพสิครับ ว่าเป็นภาพที่ ๑ หรือภาพที่ ๒ คุณครูเชื่อว่านักเรียนหลาย ๆ คน หรือนักเรียนทุกคนเลยนะครับครูแต๊ก ที่จะตอบได้ครับ เพราะเราเพิ่งจะเรียนรู้ไป ในครั้งที่แล้วนั่นเองนะครับ ภาพไหนครับนักเรียนครับ ภาพที่ ๑ หรือภาพที่ ๒ ครับ ภาพที่ถูกต้อง ก็คือ... (ครูจันทิมา) ภาพที่ ๒ ค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ใช่แล้วครับ ภาพที่ ๒ นั่นเองครับ การยกเท้านะครับ ต่อมาครับนักเรียนครับ (ครูจันทิมา) ค่ะ ต่อไปนะคะ เป็นการก้าวเท้าหน้าค่ะ ลองสังเกตดูนะคะ ว่าภาพที่ ๑ นะคะ กับภาพที่ ๒ นะคะ มีความแตกต่างกันอย่างไรนะคะ (ครูปิยะณัฐ) นักเรียนสังเกตดี ๆ นะครับ ภาพก็จะใกล้เคียงกันนะครับครูแต๊กครับ (ครูจันทิมา) ใช่แล้วค่ะ อันนี้ก็คือ เป็นการก้าวเท้าหน้านะคะ เป็นภาพที่ ๑ หรือว่าภาพที่ ๒ คะ (ครูปิยะณัฐ) และคำตอบที่ถูกต้องนะครับ ก็คือ... (ครูจันทิมา) ภาพที่ ๒ ค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ใช่แล้วครับ การก้าวเท้าหน้านะครับ เป็นภาพที่ ๒ นั่นเองนะครับ ต่อมาครับนักเรียนครับ กระทุ้งเท้านะครับ นักเรียนสังเกตภาพนะครับ นักเรียนคิดว่าภาพที่ ๑ หรือภาพที่ ๒ เป็นการกระทุ้งเท้าครับนักเรียนครับ (ครูจันทิมา) ค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ภาพไหนครับ ภาพที่ถูกต้องนะครับ ก็คือภาพที่ ๒ นั่นเองนะครับ การกระทุ้งเท้านะครับนักเรียนครับ ต่อมาครับ เป็นภาพสุดท้ายแล้ว (ครูจันทิมา) ภาพสุดท้ายค่ะ ภาพสุดท้ายนะคะ เป็นการกระดกเท้าค่ะ นะคะ การกระดกเท้านะคะ ลองดูสิคะ ว่าเป็นภาพที่ ๑ นะคะ หรือว่าภาพที่ ๒ คะ (ครูปิยะณัฐ) ภาพไหนครับนักเรียนครับ (ครูจันทิมา) เด็ก ๆ เห็นได้อย่างชัดเจนเลย ใช่ไหมคะ (ครูปิยะณัฐ) คุณครูเชื่อว่าอาจจะมีนักเรียนบางคน อาจจะลุกขึ้นปฏิบัติเลยก็ได้ครับครูแต๊กครับ (ครูจันทิมา) ค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ภาพไหนครับนักเรียนครับ ต่อมานะครับ เรามาเฉลยกันเลย ภาพที่ถูกต้อง ก็คือ... (ครูจันทิมา) ภาพที่ ๑ ค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ใช่แล้วครับ ภาพที่ ๑ นั่นเองนะครับ เป็นท่าของการกระดกเท้านะครับ เอาล่ะครับ เราได้ทบทวนเกี่ยวกับรูปภาพไปแล้ว ใช่ไหมครับครูแต๊กครับ เราก็จะต้องมาทบทวนการปฏิบัติกันด้วยนะครับ เอาล่ะครับนักเรียนครับ เดี๋ยววันนี้นักเรียนก็จะต้องมาทบทวนการปฏิบัติ เพราะฉะนั้นครับ เดี๋ยวให้นักเรียนหาพื้นที่ว่างนะครับ ในการทบทวนการปฏิบัติครับ (ครูจันทิมา) ใช่แล้วค่ะ เอาล่ะครับครูแต๊กครับ ระหว่างนี้นะครับ เราก็ให้นักเรียนนะครับ จัดหาพื้นที่ว่างในการทบทวนการปฏิบัตินะครับ และวันนี้เราก็จะต้องมาทบทวนกัน ๖ ท่า ใช่ไหมครับครูแต๊กครับ (ครูจันทิมา) ใช่แล้วค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ก็จะประกอบไปด้วย ท่าที่ ๑ ก็จะเป็นการประสมเท้าเหลื่อม ใช่ไหมครับ ท่าที่ ๒ ก็เป็นการประเท้านะครับ ท่าที่ ๓ ก็จะเป็นการยกเท้าครับ ท่าที่ ๔ การก้าวเท้าหน้านะครับ ท่าที่ ๕ นะครับ การกระทุ้งเท้า และท่าสุดท้าย ท่าที่ ๖ ก็คือการกระดกเท้านั่นเองครับนักเรียนครับ เอาล่ะครับนักเรียนครับ ตอนนี้นักเรียนจัดหาพื้นที่ว่าง เสร็จเรียบร้อยหรือยังครับ คุณครูเชื่อว่า เสร็จกันเรียบร้อยแล้วครับครูแต๊กครับ เพราะฉะนั้นนะครับ เดี๋ยวเราจะมาทบทวนการปฏิบัติ นาฏยศัพท์ส่วนเท้ากันนะครับ แต่อย่าลืมเลยนะครับ เราจะต้องท่อง จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง ด้วยนะครับ ให้นักเรียนออกเสียงไปพร้อม ๆ กับ การปฏิบัติได้เลยครับนักเรียนครับ เอาล่ะครับนักเรียนครับ เดี๋ยวเรามาทบทวนไปพร้อม ๆ กันครับ มาครับ จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง นี่คือรอบที่ ๑ นะครับครูแต๊กครับ นักเรียนปลายทางเป็นอย่างไรกันบ้างครับ ยังคงจำได้อยู่หรือเปล่าครับ เอาล่ะครับ เดี๋ยววันนี้คุณครู ก็จะทำด้านข้างให้กับนักเรียนได้ดูด้วย เดี๋ยวคุณครูหันข้างนะครับ นักเรียนปฏิบัติตามได้เลยนะครับ เอามือเท้าเอวนะครับ พร้อมนะครับ ๑ ๒ และ ๓ ครับ จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง เอาล่ะครับ เป็นอย่างไรกันบ้างครับ คุณครูขออีกรอบครับครูแต๊กครับ เด็ก ๆ นักเรียนปลายทางพร้อมนะครับ รอบสุดท้ายครับ นักเรียนครับ เอามือเท้าเอวครับ พร้อมนะครับ มาครับ จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง เท้าลงครับ ปรบมือให้กับนักเรียนปลายทาง ของเราครับครูแต๊กครับ [เสียงปรบมือ] (ครูปิยะณัฐ) เก่งมาก ๆ เลยครับ เยี่ยมเลยครับ เอาล่ะครับ นักเรียนครับ เดี๋ยวเรากลับสู่ห้องเรียนกันดีกว่าครับ ไปครับ เอาล่ะครับนักเรียนครับ นักเรียนคงจะนั่งประจำที่ เรียบร้อยแล้วครับครูแต๊กครับ เป็นอย่างไรกันบ้างครับ ได้ยืดเส้นยืดสายกันเลยทีเดียวครับครูแต๊ก และในวันนี้นะครับ นักเรียนก็จะได้เรียนรู้ ในเรื่องของภาษาท่าทางนาฏศิลป์นะครับ จะเป็นอย่างไร เดี๋ยวเรามาดูไปพร้อม ๆ กันเลยครับ (ครูจันทิมา) ค่ะ (ครูปิยะณัฐ) สำหรับภาษาท่าทางนาฏศิลป์นะครับ ก็จะหมายถึง เป็นการนำท่าทางต่าง ๆ นะครับ และสีหน้าที่มีอยู่ตามธรรมชาตินะครับ เช่น คำพูด กิริยาอาการ อารมณ์ ความรู้สึกนะครับ มาปฏิบัติเป็นท่าทางนาฏศิลป์ไทยนะครับ ที่มีความหมายแทนคำพูดนะครับ ใช้ให้สอดคล้องกับจังหวะเพลง และการขับร้องนะครับ การฝึกปฏิบัตินะครับ การฝึกหัดภาษาท่า จะต้องฝึกให้ถูกต้องตามแบบแผนนะครับ เพื่อสื่อความหมายโดยตรงนะครับ ซึ่งจะทำให้ผู้ชมเข้าใจความหมาย ที่ผู้แสดงต้องการสื่อความหมายมากขึ้นนั่นเอง และนี่ก็คือเป็นความหมาย ของภาษาท่านาฏศิลป์นะครับ ก็คือเราจะใช้ท่าทางนะครับ ที่มีอยู่ตามธรรมชาตินะครับ มาประดิษฐ์นะครับ ใช้ท่ารำนะครับ ผสมผสานเข้าไปนะครับ แล้วก็ทำให้คำคำนั้น สื่อความหมายออกมาแทนคำพูดครับครูแต๊กครับ เอาล่ะครับ ต่อไปครับ สำหรับที่มานะครับ ของภาษาท่านะครับ ที่มาเราก็จะแบ่งเป็น ๒ ประเภทครับ มีอยู่ ๒ ที่มาครับครูแต๊กครับ เรามาดูประเภทที่ ๑ ครับ (ครูจันทิมา) ประเภทที่ ๑ นะคะ ก็คือภาษาท่าที่มาจากธรรมชาติค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ครับ และประเภทที่ ๒ ครับครูแต๊ก (ครูจันทิมา) ค่ะ ๒. นะคะ คือ ภาษาท่าที่มาจากการประดิษฐ์โดยตรงค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ใช่แล้วครับ ที่มาของภาษาท่านะครับ จะมาอยู่ ๒ ประเภท ๒ แหล่งด้วยกันนะครับ ๑. เลย ภาษาท่าที่มาจากธรรมชาติ ๒. ภาษาท่าที่มาจากการประดิษฐ์โดยตรงนะครับ เอาล่ะครับ เดี๋ยวเราไปเรียนรู้ ๒ ประเภทนี้กันครับ (ครูจันทิมา) ค่ะ (ครูปิยะณัฐ) สำหรับประเภทที่ ๑ ภาษาท่าที่มาจากธรรมชาตินะครับนักเรียนครับ เป็นท่าทางที่ดัดแปลง มาจากท่าทางตามธรรมชาติของคนเราครับ แต่ปรับปรุงให้ดูสวยงาม อ่อนช้อยมากยิ่งขึ้นนะครับ โดยใช้ลักษณะการร่ายรำเบื้องต้นมาผสมผสาน เช่น ท่ายิ้มนะครับ ท่าเรียก ท่าปฏิเสธ ท่าร้องไห้ ท่าดีใจ ท่าเสียใจ ท่าโกรธ เป็นต้นครับ เห็นไหมครับว่า เป็นท่าที่มาจากธรรมชาติจริง ๆ นะครับนักเรียนครับ ใช่แล้วครับ ต่อมา (ครูจันทิมา) ต่อไปค่ะ จะเป็นท่าทาง ที่มาจากการประดิษฐ์โดยตรงนะคะ ซึ่งจะเป็นท่าทางที่ประดิษฐ์ขึ้นนะคะ เพื่อให้ใช้กับคำร้องนะคะ หรือคำบรรยายค่ะ ที่จะแสดงออกนะคะ เป็นท่ารำนั่นเองค่ะ เช่น การสอดสร้อยมาลาค่ะ เป็นต้นค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ใช่แล้วครับ และนี่ก็คือที่มา จากการประดิษฐ์โดยตรงนะครับนักเรียนครับ ต่อมาเลยครับ สำหรับภาษาท่าทางนาฏศิลป์นะครับ ภาษาท่าเป็นสิ่งที่สำคัญนะครับ ที่ให้ความหมาย... ขออภัยครับ ที่ใช้ความหมายระหว่างผู้แสดง และผู้ชมการแสดงนาฏศิลป์นะครับ เพราะทำให้ผู้ชมนะครับ ทราบว่าผู้แสดงกำลังจะสื่อสารอะไรนะครับ หรือกำลังมีอารมณ์อย่างไรนั่นเองครับ สำหรับภาษาท่านะครับ ก็แบ่งได้ ๓ ลักษณะครับครูแต๊กครับ มีอะไรบ้างครับ (ครูจันทิมา) ค่ะ ๑. เลยนะคะ ก็คือภาษาท่าที่ใช้แทนคำพูดค่ะ ๒. ค่ะ ภาษาท่าที่ใช้แทนกิริยาอาการค่ะ และ ๓. ค่ะ ภาษาท่า ที่ใช้แสดงอารมณ์ความรู้สึกค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ครับ เดี๋ยวเรามาเรียนรู้เพิ่มเติม เกี่ยวกับ ๓ ลักษณะนี้ครับครูแต๊กครับ (ครูจันทิมา) ค่ะ ๑. เลยนะคะ ก็คือภาษาท่าทางนาฏศิลป์ ที่ใช้แทนคำพูดนะคะ ก็เช่นนะคะ ฉัน เธอ ท่าน ปฏิเสธ ท่าเรียก ท่าไปค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ใช่แล้วครับ ต่อมานะครับ (ครูจันทิมา) ค่ะ ต่อมานะคะ ก็เป็นภาษาท่านะคะ ที่ใช้นะคะ อิริยาบถค่ะ เป็นกิริยาอาการนั่นเองค่ะ เช่น ท่ายืน ท่าเดิน ท่านั่งค่ะ และ ๓. ค่ะ ภาษาท่าทางนาฏศิลป์นะคะ ที่ใช้แสดงอารมณ์ ความรู้สึกนะคะ ก็เช่น ดีใจนะคะ เสียใจ โกรธนะคะ เศร้าโศกนั่นเองค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ใช่แล้วครับ ภาษาท่าก็จะมี ๓ ลักษณะ ใช่ไหมครับครูแต๊กครับ ก็จะมีที่ใช้แทนคำพูดนะครับ ที่ใช้แทนอิริยาบถ หรือกิริยาอาการนะครับ และสุดท้ายนะครับ ที่ใช้แสดงนะครับ แทนอารมณ์ความรู้สึกนั่นเอง และวันนี้ครับ นักเรียนปลายทางของคุณครูนะครับ ก็จะได้ศึกษาเกี่ยวกับภาษาท่าทางนาฏศิลป์ ที่ใช้แทนคำพูดนั่นเองครับ จะมีคำไหนบ้าง ท่าอะไร มาดูกันพร้อม ๆ เลยครับ ที่ ๑. เลยนะครับ ข้อที่ ๑ ภาษาท่านะครับ ตัวเราครับครูแต๊กครับ ท่าที่ ๒. ครับครูแต๊ก (ครูจันทิมา) ท่าเธอค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ครับ ท่าที่ ๓ นะครับ ก็จะเป็นท่าท่านนะครับ ท่าที่ ๔ ครับครูแต๊กครับ (ครูจันทิมา) ท่าเรียกค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ครับ และท่าที่ ๕ นะครับ ก็จะเป็นท่าไปนะครับ และท่าสุดท้ายครับครูแต๊ก (ครูจันทิมา) ค่ะ ท่าปฏิเสธค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ใช่แล้วครับ และนักเรียนปลายทางของเรานะครับ วันนี้ก็จะได้ฝึกทั้ง ๖ ท่านี้ด้วยครับนักเรียนครับ สำหรับภาษาท่าทางนาฏศิลป์ที่ใช้แทนคำพูดครับ เดี๋ยวเรามาดูรายละเอียดดีกว่า ว่าแต่ละท่าปฏิบัติอย่างไร เรามาดูท่าตัวเรากันเลยครับนักเรียนครับ (ครูจันทิมา) ค่ะ (ครูปิยะณัฐ) สำหรับท่าตัวเรานะครับ เราจะใช้มือซ้ายนะครับ จีบเข้าหาอก เราจะใช้มือซ้ายเท่านั้นนะครับ สำหรับท่าตัวเรานะครับ หรือตัวฉันนะครับ เหมือนกันเลย ใช้มือซ้ายเท่านั้นนะครับ จีบเข้าหาอก เอียงศีรษะไปทางขวานะครับ ส่วนมืออีกข้างนะครับ ให้เท้าเอว หรือจีบหลังก็ได้ครับนักเรียนครับ และนี่ก็คือท่าตัวเราครับครูแต๊กครับ (ครูจันทิมา) ใช่แล้วค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ต่อมาครับ ครูแต๊กครับ (ครูจันทิมา) ต่อไปเป็นท่าเธอค่ะ นะคะท่าเธอนี่ เราก็จะใช้มือข้างใดข้างหนึ่งก็ได้นะคะ ชี้ค่ะ แล้วก็ให้ปลายนิ้วนะคะ ไปยังบุคคลนั้นค่ะ ส่วนอีกมือหนึ่งนะคะ ให้เท้าเอวเลย จีบหลังก็ได้ค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ครับ ต่อมาครับนักเรียนครับ ท่าที่ ๓ ครับ ก็คือท่าท่านนะครับ เรามาดูคำอธิบายกันครับ ท่าท่านนะครับ เราจะยกมือข้างใดข้างหนึ่งนะครับ ในลักษณะมือแบครับ และสับสันมือลงเล็กน้อยครับครูแต๊กครับ ส่วนมืออีกข้างให้เท้าเอวหรือจีบหลังก็ได้ครับ ครับ สำหรับท่าท่านครับนักเรียนครับ ท่าต่อไปครับครูแต๊กครับ (ครูจันทิมา) ต่อไปจะเป็นท่าเรียกค่ะ ท่าเรียกนะคะ เราก็จะทำมือในลักษณะการตั้งวงบนค่ะ แล้วก็กดข้อมือนะคะ และปลายนิ้วนะคะ ทั้ง ๔ นี่ลงเข้าหาตัวค่ะ มืออยู่ระดับหน้านะคะ ส่วนอีกมือ... ขออภัยค่ะ ส่วนมืออีกข้างหนึ่งนะคะ ก็ให้เท้าเอวหรือว่าจีบส่งหลังค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ครับ และนี่ก็คือท่าเรียกนั่นเองนะครับ ต่อมาครับ ท่าไปนะครับ ท่าไปนะครับ เราจะใช้มือใดมือหนึ่งนะครับ มือไหนก็ได้ครับ จีบเข้าหาตัว ขออภัยครับ จีบเข้าหาตัว แล้วม้วนจีบออกนะครับ แบมือเป็นตั้งวง ส่วนมืออีกข้างหนึ่งให้เท้าเอวหรือจีบหลังก็ได้ครับ สำหรับท่าไปครับนักเรียนครับ ต่อมาครับ ท่าสุดท้ายใช่ไหมครับครูแต๊กครับ (ครูจันทิมา) ใช่แล้วค่ะ (ครูปิยะณัฐ) สำหรับท่าปฏิเสธครับครูแต๊กครับ (ครูจันทิมา) ค่ะ ท่าปฏิเสธนะคะ เราก็จะตั้งมือด้านหน้าค่ะ หรือว่าด้านข้างก็ได้นะคะ แล้วก็ส่ายปลายมือ พร้อมกับส่ายหน้าเล็กน้อยนะคะ ส่วนมืออีกข้างหนึ่งนะคะ ก็ให้เท้าเอวหรือว่าจีบหลังก็ได้ค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ครับ และนี่ก็คือคำอธิบายนะครับ ภาษาท่าที่ใช้แทนคำพูด ทั้ง ๖ ท่านะครับนักเรียนครับ ต่อไปนะครับ เราก็จะต้องมาฝึกปฏิบัติ ใช่ไหมครับครูแต๊กครับ เอาล่ะครับ นักเรียนปลายทางครับ เดี๋ยวเราไปห้องเรียนฝึกปฏิบัติกันเลยครับ (ครูจันทิมา) ค่ะ (ครูปิยะณัฐ) เอาล่ะครับนักเรียนครับ ระหว่างนี้นักเรียนก็หาพื้นที่ว่างนะครับ ในการฝึกปฏิบัตินะครับ แล้ววันนี้เดี๋ยวเราจะมาฝึกปฏิบัติ ในภาษาท่าทางนาฏศิลป์ ที่ใช้แทนคำพูดครับครูแต๊กครับ ไม่ว่าจะเป็นท่าตัวเรานะครับ ท่าเธอนะครับ ท่าท่าน ท่าเรียก ท่าไป และท่าปฏิเสธครับ เราจะฝึกด้วยกัน ๖ ท่าครับนักเรียนครับ เอาล่ะครับ นักเรียนจัดพื้นที่ในการปฏิบัติเสร็จหรือยังครับ คุณครูเชื่อว่าเสร็จแล้วครับครูแต๊กครับ เพราะฉะนั้นนะครับ เดี๋ยวเราจะมาฝึกปฏิบัติกันเลย แต่ก่อนที่จะไปฝึกปฏิบัติครับ คุณครูเบสนะครับ จะให้ความรู้เพิ่มเติมนะครับ เกี่ยวกับตัวพระหรือตัวผู้ชายนั่นเองนะครับ แต่ผู้หญิงก็สามารถมารำเป็นตัวพระ หรือตัวผู้ชายได้เหมือนกันครับครูแต๊กครับ เอาล่ะครับ วันนี้คุณครูจะเพิ่มเติม ก็คือท่าการก้าวข้างนะครับ เมื่อครั้งที่แล้วนักเรียนได้ฝึกการก้าวเท้าหน้า เอาล่ะครับ แต่เดี๋ยววันนี้คุณครูจะเพิ่มเติม ก็คือการก้าวเท้าข้างนะครับ สำหรับการก้าวเท้าข้างครับนักเรียนครับ เราจะก้าวเท้าข้างใดข้างหนึ่งไปด้านข้างนะครับ เท้าหลังอีกเท้าหนึ่งเราก็จะไม่เปิดส้นนะครับ อย่างนี้นะครับ ให้นักเรียนสังเกตที่เท้าคุณครูนะครับ สมมติคุณครูมาประสมเท้าเหลื่อม เรียบร้อยแล้วนะครับ คุณครูประเรียบร้อยแล้ว แล้วคุณครูก็ยกเท้าแล้ว ต่อไปคุณครูก็จะก้าวเท้าข้างนะครับ แล้วก็จะไปด้านข้างเลยนะครับ อย่างนี้นะครับ คือ การก้าวเท้าข้าง ถ้าก้าวเท้าหน้า ต้องไปด้านหน้าใช่ไหมครับครูแต๊กครับ (ครูจันทิมา) ใช่แล้วค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ใช่แล้วครับ แต่นี่ก้าวเท้าข้าง เราก็ไปด้านข้างนะครับนักเรียนครับ และปลายเท้าหลังก็ไม่เปิดส้นด้วย สังเกตอีกครั้งหนึ่งนะครับนักเรียนครับ คุณครูประสมเท้าเหลื่อม ต่อมาคุณครูก็จะประเท้าใช่ไหมครับ คุณครูยกเท้านะครับ และคุณครูก็จะก้าวเท้าข้าง (ครูจันทิมา) เด็ก ๆ สังเกตเท้าคุณครูดูนะคะ (ครูปิยะณัฐ) เห็นไหมครับ เท้าหลัง คุณครูไม่ได้เปิดนะครับ คุณครูไม่ทำอย่างนี้นะครับ ยืนเต็ม ๆ เท้า แบบนี้เลยนะครับ และนี่ก็คือการก้าวเท้าข้างครับครูแต๊กครับ วันนี้นักเรียนผู้ชายก็จะได้ใช้ด้วยนะครับ เอาล่ะครับนักเรียนครับ เพื่อเป็นการไม่เสียเวลานะครับ เราจะมาฝึกท่าแรกกันเลย นั่นก็คือท่าตัวเรานะครับ หรือตัวฉันนั่นเอง สำหรับท่าที่ ๑ นะครับนักเรียนครับ เราจะใช้มือไหนครับ ที่จะจีบเข้าหาอก มือซ้ายนะครับนักเรียนครับ ใช้มือซ้ายเท่านั้นนะครับ เดี๋ยวเรามาฝึกปฏิบัติพร้อมกับคุณครูเลยนะครับ พร้อมกับการท่อง จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง ให้จังหวะกับตัวเองด้วยครับ เดี๋ยวเรามาไปพร้อม ๆ กันเลยครับนักเรียนครับ ท่าที่ ๑ นะครับ ตัวเรา เริ่มครับ จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง ลงครับ อีกครั้งหนึ่งนะครับ พร้อมนะครับนักเรียนครับ ๑ ๒ และ ๓ ครับ จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง นักเรียนสังเกตไหมครับ คุณครูเบสก้าวเท้าข้าง คุณครูแต๊กก้าวเท้าหน้าใช่ไหมครับ คุณครูเบสนำมือขวาเท้าสะเอว ครูแต๊กนำมือขวาจีบส่งหลัง สามารถทำได้ ๒ แบบเลยใช่ไหมครับ ทั้งเท้าสะเอวและจีบส่งหลังนะครับ และนี่ก็คือท่าตัวเรานะครับ อีกครั้งหนึ่งครับนักเรียนครับ ปฏิบัติพร้อมกับคุณครูต้นทางเลย ยืนตัวตรงนะครับ ๑ ๒ และ ๓ ครับ จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง อีกนิดหนึ่งนะครับ นักเรียนจะสังเกตว่า คุณครูนี่ย่อตัวแล้วก็ยืดตัวนะครับ นักเรียนก็สามารถปฏิบัติได้ด้วยนะครับ ถ้าปฏิบัติได้ก็จะยิ่งดีเลย จะทำให้การรำของเรานี่สวยงามมากขึ้น สมบูรณ์มากขึ้นนะครับนักเรียนครับ เอาล่ะครับ ต่อมาครับครูแต๊กครับ ท่าที่ ๒ นะครับ ก็คือท่าเธอนะครับ สำหรับท่าเธอนี่ เราจะใช้มือใดมือหนึ่งก็ได้ ในการชี้ไปที่บุคคลนั้นใช่ไหมครับครูแต๊กครับ (ครูจันทิมา) ใช่แล้วค่ะ (ครูปิยะณัฐ) เดี๋ยวเรามาปฏิบัติ กันเลยครับนักเรียนครับ มือวางไว้ข้างลำตัว ท่าเธอนะครับ มาครับ ๑ ๒ และ ๓ จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง อีกครั้งหนึ่งนะครับ ๑ ๒ และ ๓ ครับ จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง ท่าที่ ๒ แล้วครับครูแต๊กครับ สำหรับท่าตัวเรา และท่าเธอนะครับ ต่อไปท่าท่านนะครับ ท่าท่านนี่ เราจะใช้กิริยาของมือ ในการแบมือออกแบบนี้ใช่ไหมครับ เราจะยกระดับหน้าใช่ไหมครับ เป็นท่าท่านก็จะสูงกว่าคำว่า "เธอ" ขึ้นมาหน่อย ใช่ไหมครับครูแต๊ก เธอนี้คือเราชี้กลาง ๆ ชี้บุคคลนั้น แต่ท่าท่านนี่ ท่านก็จะสูงนิดหนึ่งนะครับนักเรียนครับ หรือระดับสายตาของเรานะครับ มือใดมือหนึ่ง มือไหนก็ได้ครับนักเรียนครับ เดี๋ยวเรามาปฏิบัติพร้อม ๆ กันครับ สำหรับท่าท่าน พร้อมนะครับ ๑ ๒ และ ๓ ครับ จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง อีกครั้งนะครับ จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง ๓ ท่าแล้วครับครูแต๊กครับ เป็นอย่างไรกันบ้างครับนักเรียนปลายทางครับ ไม่ยากเกินไปใช่ไหมครับ คุณครูเชื่อว่านักเรียนทำได้อย่างแน่นอนครับครูแต๊กครับ กันนักเรียนลืม เรามาทบทวนท่าที่ ๑ ท่าที่ ๒ และท่าที่ ๓ เรียงต่อกันเลยดีไหมครับครูแต๊กครับ (ครูจันทิมา) ดีเลยค่ะ (ครูปิยะณัฐ) เราจะต่อกันเลยนะครับนักเรียนครับ พร้อมครับ ๑ ๒ และ ๓ จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง ๓ ท่าแล้วครับครูแต๊กครับ ปรบมือให้กับนักเรียนปลายทางของเราครับ [เสียงปรบมือ] (ครูปิยะณัฐ) เก่งมาก ๆ เลยครับ ต่อไปท่าที่ ๔ นะครับ ท่าที่ ๔ ก็คือท่าเรียกนะครับ การเรียกเราก็จะใช้มือใดมือหนึ่งนะครับ ข้างไหนก็ได้เช่นเดียวกัน ในการเรียกนะครับ เราก็จะตั้งมือใช่ไหมครับครูแต๊กครับ ตั้งมือนะครับ แล้วก็กดข้อมือลง แล้วค่อย ๆ ผลิมือเข้ามาหาตัวใช่ไหมครับ (ครูจันทิมา) เป็นการดึงมือเข้ามาหาตัว (ครูปิยะณัฐ) ดึงตัว... ดึงมือเข้าหาตัวนะครับ นักเรียนครับ พร้อมที่จะปฏิบัติท่าเรียกไหมครับ ถ้าพร้อมแล้ว ยืนตัวตรงนะครับ ท่าเรียกนะครับ พร้อมนะครับ ไปครับ จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง อีกครั้งนะครับ ไปครับ จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง ได้ไหมครับนักเรียนครับ ต่อไปครับ ท่าที่ ๕ ครับนักเรียนครับ ก็คือท่าไปนั่นเอง เมื่อกี้เราเรียกแล้ว ทีนี้เราให้เขาไปใช่ไหมครับ สำหรับท่าไปนะครับ เราก็จะจีบเข้าหาตัวใช่ไหมครับนักเรียนครับ แล้วก็ม้วนมือออก ปล่อยเป็นตั้งวง อีกครั้งนะครับ จีบเข้าหาตัว ม้วนมือออก และปล่อยเป็นตั้งวง เดี๋ยวเรามาปฏิบัติกันนะครับ สำหรับท่าไปนะครับ นักเรียนพร้อมนะครับ ๑ ๒ และ ๓ ครับ จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง อีกครั้งครับนักเรียนครับ ๑ ๒ และ ๓ จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง ท่าที่ ๕ แล้วครับครูแต๊กครับ ต่อไปท่าสุดท้าย คือ การปฏิเสธนะครับ ท่าปฏิเสธนั่นเองนะครับ สำหรับท่าปฏิเสธ เราก็จะใช้การตั้งมือนะครับ แล้วก็ส่ายปลายมือเล็กน้อย พร้อมกับส่ายหัวเบา ๆ นะครับ อย่างนี้นะครับ ก็คือปฏิเสธ เดี๋ยวเรามาฝึกท่าปฏิเสธกันนะครับ ท่าปฏิเสธนะครับ พร้อมนะครับนักเรียนครับ ๑ ๒ และ ๓ ครับ จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง อีกครั้งนะครับ ๑ ๒ และ ๓ ครับ จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง สำหรับท่าปฏิเสธก็... คือ แต่ละท่านะครับครูแต๊กครับ เวลาเปลี่ยนนะครับ มันก็จะอยู่ที่บริบทของการมาจากท่าเก่านะครับ สู่ท่าใหม่นะครับ อาจจะปฏิเสธแบบนี้ก็ได้ครับนักเรียนครับ ด้านหน้าอย่างนี้ก็ได้นะครับ จะอย่างนี้ก็ได้ ได้หมดเลยนะครับครูแต๊กครับ เอาล่ะครับ สำหรับภาษาท่าทางนาฏศิลป์ ที่ใช้แทนคำพูด เราก็ได้ฝึกไป ๖ ท่าแล้วครับครูแต๊กครับ ครบแล้วครับ เดี๋ยวเรามาทบทวนตั้งแต่ท่าที่ ๑ ถึงท่าที่ ๖ อย่างต่อเนื่องกัน ๑ ครั้งนะครับนักเรียนครับ พร้อมนะครับ พร้อมแล้วยืนตัวตรงครับ ๑ ๒ และ ๓ ครับ จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง ปรบมือให้กับนักเรียนปลายทาง ของเราครับครูแต๊กครับ [เสียงปรบมือ] (ครูปิยะณัฐ) เก่งมาก ๆ เลยครับนักเรียนครับ เอาล่ะครับนักเรียนครับ เดี๋ยวเราไปขั้นปฏิบัติกิจกรรมของเรา กันดีกว่าครับนักเรียนครับ ไปเลยครับ เอาล่ะครับ สำหรับขั้นปฏิบัติของเราครับครูแต๊กครับ คำชี้แจง ดังนี้ครับนักเรียนครับ สำหรับนักเรียนเลยนะครับ คุณครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มนะครับ หรือจับคู่ก็ได้ครับครูแต๊กครับ ในการฝึกปฏิบัติภาษาท่าทางนาฏศิลป์ครับ (ครูจันทิมา) ค่ะ ในส่วนของคุณครูปลายทางนะคะ ฝากให้คุณครูปลายทางนะคะ ช่วยแนะนำนะคะ ในการฝึกปฏิบัติภาษาท่าด้วยนะคะ (ครูปิยะณัฐ) ครับ เอาล่ะครับนักเรียนครับ ได้เวลาฝึกปฏิบัติกันแล้ว นักเรียนเชิญไปฝึกปฏิบัติกันเลยครับ [เสียงดนตรี] (ครูปิยะณัฐ) หมดเวลา ในการฝึกปฏิบัติแล้วครับครูแต๊กครับ เป็นอย่างไรกันบ้างครับนักเรียนปลายทางครับ คุณครูเชื่อว่า นักเรียนจะต้องปฏิบัติได้ทุกท่าเลย (ครูจันทิมา) ใช่แล้วค่ะ (ครูปิยะณัฐ) แต่สำหรับคนที่คิดว่า ตัวเองยังไม่สวยนะครับ ยังไม่สวยมากพอนะครับ นักเรียนก็สามารถหาเวลาว่างนะครับ เป็นการฝึกปฏิบัติทบทวนนะครับ ฝึกซ้ำ ๆ ทำบ่อย ๆ นักเรียนจะเกิดความชำนาญ แล้วก็ปฏิบัติได้สวยขึ้นอย่างแน่นอนครับ เอาล่ะครับนักเรียนครับ เดี๋ยววันนี้เรามาสรุปการเรียนรู้ สำหรับวันนี้กันครับ สำหรับภาษาท่าทางนาฏศิลป์นะครับ ภาษาท่าทางนาฏศิลป์นะครับ ก็จะหมายถึงนะครับ เป็นการนำเอาท่าทางต่าง ๆ และสีหน้าที่มีอยู่ตามธรรมชาตินะครับ เช่น คำพูด กิริยาอาการ อารมณ์ความรู้สึก มาปฏิบัติเป็นท่าทางนาฏศิลป์ไทย ที่มีความหมายแทนคำพูด เน้นย้ำนะครับ ที่มีความหมายแทนคำพูดนะครับ ให้สอดคล้องกับจังหวะเพลง และการขับร้องนะครับ ซึ่งภาษาท่าที่นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติในวันนี้ ก็เป็นลักษณะที่ ๑ ภาษาท่าที่ใช้แทนคำพูดนะครับ ก็จะได้แก่ ท่าฉัน หรือท่าตัวเรา ตัวฉันนะครับ ท่าเดียวกัน ต่อไป ท่าเธอ ท่าท่าน ท่าปฏิเสธ ท่าเรียก และท่าไปนะครับ ต่อมาครับครูแต๊กครับ สำหรับในครั้งหน้า นักเรียนปลายทางของเราครับ จะได้เรียนรู้ในเรื่องของอะไรครับ (ครูจันทิมา) ค่ะ ในครั้งหน้านะคะ จะเป็นในเรื่องของภาษาท่าทางนาฏศิลป์ เช่นเดิมค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ครับ จะเป็นอย่างไร จะฝึกปฏิบัติแบบไหน รอติดตามครับนักเรียนครับ และสำหรับวันนี้นะครับ คุณครู ๒ คน ขอทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านี้ พบกันครั้งหน้า ครั้งนี้ สวัสดีครับ (ครูจันทิมา) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]