[เสียงดนตรี] (ครูปิยะณัฐ) สวัสดีครับ สวัสดีคุณครูที่อยู่ปลายทาง และนักเรียนที่อยู่ปลายทางที่น่ารักทุกคนนะครับ สำหรับวันนี้ครับ ในรายวิชาศิลปะ สาระดนตรีนาฏศิลป์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ พบกับคุณครูปิยะณัฐ หนูรัตน์ หรือ "คุณครูเบส" อีกเช่นเคยครับ และ (ครูจิราภรณ์) คุณครูจิราภรณ์ พยัพพฤกษ์ หรือว่า "ครูแต้ว" ค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ครับ และวันนี้นะครับ นักเรียนปลายทางของคุณครูนะครับ ก็จะได้เรียนรู้ในเรื่องของ ภาษาท่าทางนาฏศิลป์ครูแต้วครับ เอาล่ะครับนักเรียนครับ แต่ก่อนอื่นเลยนะครับ ก่อนที่นักเรียนจะเข้าสู่เนื้อหา นักเรียนก็จะต้องมาทราบถึง จุดประสงค์การเรียนรู้กันก่อน ใช่ไหมครับนักเรียนครับ จุดประสงค์การเรียนรู้ของเราวันนี้ มีทั้งหมด ๓ ข้อครับนักเรียนครับ เรามาดูข้อที่ ๑ กันเลยครับ ข้อที่ ๑ นะครับ นักเรียนสามารถอธิบายความหมาย ของภาษาท่าทางนาฏศิลป์ได้นะครับ ข้อ ๒ ครับ (ครูจิราภรณ์) ข้อ ๒ ค่ะ นักเรียนฝึกปฏิบัติ ภาษาท่าทางนาฏศิลป์ค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ครับ และข้อสุดท้ายครับนักเรียนครับ นักเรียนตระหนัก และเห็นคุณค่าทางดนตรี และนาฏศิลป์นั่นเองครับ เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับจุดประสงค์ทั้ง ๓ ข้อนี้ ไม่ยากเกินความสามารถของนักเรียนใช่ไหมครับ เอาล่ะครับนักเรียนครับ ก่อนที่จะไปสู่เนื้อหาใหม่นะครับ เราก็จะต้องมาทบทวน กับความรู้เดิมครับครูแต๋วครับ นักเรียนยังคงจำได้ไหมครับ ว่าในครั้งที่แล้ว นักเรียนเรียนไปในเรื่องของอะไรนะครับ ก็คือภาษาท่าทางนาฏศิลป์นั่นเอง แต่เป็นลักษณะของ ใช้แทนคำพูดใช่ไหมครับครูแต้วครับ และวันนี้ครับคุณครูมีภาพนะครับ เพื่อให้นักเรียนได้มาทบทวน ความรู้เดิมกันด้วยครับ เราไปดูภาพกันเลยครับ นักเรียนสังเกตที่หน้าจอนะครับ นักเรียนเห็นไหมครับ คุณครูมีตัวเลือกมาให้นักเรียนนะครับ คือ ๖ ตัวเลือก ก็คือท่าทีนักเรียนได้เรียนไป หรือฝึกปฏิบัติไป ในครั้งที่แล้วนั่นเองนะครับ ก็จะมีอะไรบ้างนะครับ มีท่าตัวเรานะครับนักเรียนครับ ถัดมาครับ เป็นท่าเธอนะครับ ถัดมาเป็นท่าท่านครับ ถัดมาเป็นท่าไปนะครับ ถัดมาก็เป็นท่ามา และสุดท้ายคือท่าปฏิเสธ คุณครูหวังว่านักเรียนยังคงจำได้อยู่นะครับ เอาล่ะครับ และเมื่อเรียนดูตัวเลือกแล้ว นักเรียนคิดว่าภาพที่นักเรียนเห็นนะครับ คือตัวเลือกไหนครับนักเรียนครับ ภาพที่นักเรียนเห็นอยู่บนหน้าจอนะครับ เป็นลักษณะของการปฏิบัติภาษาท่าทางนาฏศิลป์ ที่ใช้แทนคำพูด ตัวเลือกไหนครับนักเรียนครับ วันนี้คุณครูมี ๖ ตัวเลือกนะครับ ตัวเลือกไหนครับนักเรียนครับ นักเรียนสามารถปรึกษา กับเพื่อนที่นั่งข้าง ๆ ได้นะครับ แต่มีข้อแม้ว่าเราจะไม่เสียงดังครับครูแต้วครับ นักเรียนคิดว่าตัวเลือกไหนครับ เสียงดังมาก ๆ เลยครับครูแต้วครับ เอาล่ะครับ เพราะฉะนั้นเดี๋ยว คุณครูจะมาเฉลยเลยนะครับ สำหรับตัวเลือกที่ถูกต้อง ก็คือท่าตัวเรานั่นเองครับนักเรียนครับ นักเรียนบอกง่ายมาก ๆ ครับครูแต้วครับ ต่อมาครับ ภาพต่อมา (ครูจิราภรณ์) ท่าต่อมานะคะ ให้เด็ก ๆ สังเกตดูที่ภาพนะคะ ว่าเป็นท่าใดนะคะ คุณครูก็มีตัวเลือกให้นะคะ นั่นคือท่าตัวเรา ท่าเธอ ท่าท่าน ท่าไป ท่ามา และท่าปฏิเสธค่ะ เด็ก ๆ ลองสังเกตสิคะ ว่าในภาพนะคะ กำลังปฏิบัติท่าใดอยู่คะ (ครูปิยะณัฐ) ตัวเลือกเราก็จะ เหมือนเดิมเลยครับคุณแต้วครับ นักเรียนคิดว่าท่าไหนครับ ในลักษณะการทำแบบนี้ ท่าไหนครับนักเรียนครับ (ครูจิราภรณ์) คุณครูเฉลยเลยนะคะ ค่ะ ท่านี้เป็นชื่อท่าอะไรคะ ท่าเธอนั่นเองค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ใช่แล้วครับ และนี่นะครับ ก็คือลักษณะของ การปฏิบัติภาษาท่าทางนาฏศิลป์ ที่ใช้แทนคำพูด ในท่าเธอนั่นเองนะครับ ภาพถัดมาครับนักเรียนครับ วันนี้มี ๒ ภาพต่อเนื่องกันนะครับ นักเรียนเห็นไหมครับ นักเรียนเห็นลูกศรสีเหลืองไหมครับ ท่าแรกก็จะมีมือในลักษณะของการจีบนะครับ ภาพถัดไปนะครับ ก็เป็นมือลักษณะในการตั้งวง หรือตั้งมือนั่นเองนะครับ นักเรียนคิดว่า ลักษณะของ ๒ ภาพนี้นะครับ จะตรงกับตัวเลือกไหนครับนักเรียนครับ นักเรียนลองสังเกตดูสิครับ ก่อนที่เราจะเข้าสู่เนื้อหาใหม่ เราก็ต้องมาทบทวนเนื้อหาเก่ากันก่อน ใช่ไหมครับครูแต้วครับ ตัวเลือกไหนครับนักเรียนครับ คุณครูเฉลยเลยนะครับ สำหรับท่านี้นะครับ คือท่าไปนั่นเองนะครับ ท่าไปนั่นเองครับนักเรียนครับ ภาพถัดมาครับครูแต้วครับ (ครูจิราภรณ์) ค่ะ ภาพถัดมานะคะ ให้เด็ก ๆ สังเกตดูสิคะ ว่าเป็นท่าใดคะ ตอนนี้ภาพของเราครูเบส กำลังปฏิบัติท่าใดอยู่คะ ตัวเลือกเดิมเลยนะคะ ตอนนี้เด็ก ๆ ก็น่าจะตอบได้แล้วนะคะครูเบส เรามาเฉลยเลยดีไหมคะ (ครูปิยะณัฐ) ดีเลยครับครูแต้วครับ สำหรับท่านนี้นะครับ คำตอบที่ถูกต้องก็คือ (ครูจิราภรณ์) ท่าปฏิเสธค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ใช่แล้วครับ ท่าปฏิเสธนะครับ ต่อมาครับนักเรียนครับ ภาพถัดมา สำหรับภาพนี้นะครับ ก็เป็นภาพต่อเนื่องเช่นเดียวกันนะครับ คุณครูนำภาพมาให้ดู ๒ ภาพ เพื่อจะให้ดูและชัดเจนมากขึ้นนะครับนักเรียนครับ ลักษณะของ ๒ ภาพนี้นะครับ เป็นการปฏิบัติภาษาท่าทางนาฏศิลป์ ที่ใช้แทนคำพูดตรงกับ ตัวเลือกไหนครับนักเรียนครับ นักเรียนลองดูดี ๆ นะครับ สังเกตดี ๆ ซึ่งเป็นท่าทางที่นักเรียนปลายทางของคุณครู ได้ฝึกปฏิบัติไปหมดแล้วครับครูแต้วครับ (ครูจิราภรณ์) ค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ตัวเลือกไหนครับนักเรียนครับ คุณครูมาเฉลยเลยนะครับ สำหรับนะครับ ๒ ภาพนี้นะครับ คำตอบที่ถูกต้องก็คือ ท่ามานั่นเอง ใช่แล้วครับครูแต้วครับ ท่ามานั่นเองครับนักเรียนครับ ต่อมาครับเป็นภาพสุดท้ายแล้วครับครูแต้วครับ (ครูจิราภรณ์) ภาพสุดท้ายของเรานะคะ ให้เด็ก ๆ สังเกตสิคะ ว่าเป็นการปฏิบัติท่าทางท่าใดคะ (ครูปิยะณัฐ) ครับ (ครูจิราภรณ์) ให้สังเกตมือ ว่ามืออยู่ในระดับใดนะคะ (ครูปิยะณัฐ) ครับ (ครูจิราภรณ์) เป็นอย่างไรบ้างคะ เด็ก ๆ น่าจะตอบได้นะคะคุณเบส สำหรับท่านี้นะคะ เรามาเฉลยกันเลยค่ะครูเบส (ครูปิยะณัฐ) ดีเลยครับ (ครูจิราภรณ์) ท่านี้นะคะ เป็นภาษาท่านะคะ ท่าท่านนั่นเองค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ใช่แล้วครับท่าท่านนั่นเอง นักเรียนจะสังเกตในลักษณะมือได้เลยใช่ไหมครับ และสำหรับนะครับ การทบทวนความรู้เดิม ในเรื่องของภาษาท่าทางนาฏศิลป์ ที่ใช้แทนคำพูด เราก็ทบทวนด้วยรูปภาพ จบแล้วครับครูแต้วครับ ต่อมาครับนักเรียนปลายทางครับ เราก็จะมาทบทวนนะครับ การปฏิบัติกันด้วยครับ สำหรับ ๖ ท่าเมื่อสักครู่นี้ ใช่ไหมครับ เราจะมาทบทวนการปฏิบัติ เพราะฉะนั้นนะครับ ตอนนี้นะครับ ให้นักเรียนหาพื้นที่ว่างนะครับ ในการทบทวนการปฏิบัติด้วยครับ เราไปสู่ห้องเรียนการปฏิบัติกันเลยครับ ครับ และในช่วงนี้นะครับ ครูแต้วครับ เราก็ให้นักเรียนนะครับ เคลียร์พื้นที่ว่างในการฝึกทบทวนการปฏิบัติครับ เราก็จะมาทบทวนนะครับ ว่าวันนี้เราจะทบทวนในเรื่องของ ภาษาท่าที่ใช้แทนคำพูดนะครับ ก็จะได้แก่ท่าตัวเราใช่ไหมครับ ท่าเธอนะครับครูแต้ว แล้วก็ถัดมาก็คือท่าท่านนะครับ ท่าไปครับ ท่ามา และท่าสุดท้าย ก็คือท่าปฏิเสธนั่นเอง วันนี้เราก็จะทบทวนด้วยกัน ๖ ท่าครับนักเรียนครับ เอาล่ะครับนักเรียนครับ นักเรียนได้จัดหาพื้นที่ว่างในการฝึก ทบทวนการปฏิบัติเสร็จเรียบร้อยแล้วหรือยังครับ คุณครูเชื่อว่าน่าจะเสร็จ เรียบร้อยแล้วครับครูแต้วครับ เพราะฉะนั้นนะครับ เดี๋ยวเราจะมาทบทวนนะครับ การปฏิบัติภาษาท่าทางนาฏศิลป์ ๖ ท่าครับนักเรียนครับ แต่นักเรียนต้องไม่ลืมนะครับ ว่าในการปฏิบัติแต่ละครั้ง นักเรียนก็จะต้องท่อง จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง ไปด้วยนะครับ เพื่อเป็นการให้จังหวะ กับตัวเองนะครับนักเรียนครับ เอาล่ะครับนักเรียนครับ นักเรียนพร้อมที่จะมาทบทวน การฝึกปฏิบัติหรือยังครับ ถ้าพร้อมแล้วนะครับ เดี๋ยวเราจะมาเริ่มนะครับ ทบทวนการปฏิบัติทั้ง ๖ ท่าเลยนะครับ พร้อมนะครับ ยืนตัวตรงเลยนะครับ พร้อมนะครับนักเรียนครับ มาครับ ๑ ๒ และ ๓ จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง จบไปแล้วครับนักเรียนครับ สำหรับการทบทวนฝึกปฏิบัติ ในรอบที่ ๑ นะครับ นักเรียนปลายทางบอกว่า ขออีก ๑ ครั้งครับครูแต้วครับ อีก ๑ รอบครับ ได้เลย เพราะฉะนั้นนะครับ นักเรียนเตรียมตัวให้พร้อม เราจะทบทวนนะครับ ภาษาท่าอีก ๑ ครั้งนะครับ ๖ ท่าเลย พร้อมนะครับนักเรียนครับ อย่าลืมนะครับ เราจะต้องร้อง จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง ไปด้วย พร้อมนะครับนักเรียนครับ ยืนตัวตรงเลย พร้อมนะครับ เรามาปฏิบัติกันเลยครับ ๑ ๒ และ ๓ จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง จบไปแล้วครับครูแต๋วครับ สำหรับการทบทวนการฝึกปฏิบัตินะครับ ภาษาท่าทางนาฏศิลป์ที่ใช้คำพูด จำนวน ๖ ท่าครับ เรามาปรบมือให้กับ นักเรียนปลายทางของเราครับ [เสียงปรบมือ] (ครูปิยะณัฐ) เยี่ยมเลยครับนักเรียนครับ เอาล่ะครับนักเรียนครับ เรากลับสู่ห้องเรียนกันดีกว่าครับ เอาล่ะครับนักเรียนครับ เดี๋ยวเราจะมาเรียนในเรื่องของ ภาษาท่าทางนาฏศิลป์กันต่อครับ เอาล่ะครับนักเรียนครับ เราก็จะมารู้ถึงความหมายกัน อีก ๑ ครั้งครับนักเรียนครับ สำหรับความหมายของ ภาษาท่าทางนาฏศิลป์นะครับ ก็จะหมายถึงนะครับ เป็นการนำท่าทางต่าง ๆ และสีหน้าที่มีอยู่ตามธรรมชาตินะครับ เช่น คำพูด กิริยาอาการ อารมณ์ ความรู้สึกนะครับ มาปฏิบัติเป็นท่าทาง ทางนาฏศิลป์นะครับ ที่มีความหมายแทนคำพูดนั่นเองนะครับ ให้สอดคล้องกับจังหวะเพลง และการขับร้องครับ และนี่ครับก็คือความหมายของ ภาษาท่าทางนาฏศิลป์นั่นเองนะครับ และที่มานะครับ ที่มาของภาษาท่านะครับ ที่ใช้ในการแสดงทางนาฏศิลป์นี่ เราก็จะสามารถแบ่งออกเป็น ๒ ประเภทนะครับนักเรียนครับ มีอะไรบ้างครับครูแต้วครับ (ครูจิราภรณ์) ประเภทที่ ๑ นะคะ เป็นภาษาท่าที่มาจากธรรมชาติค่ะ และประเภทที่ ๒ นะคะ เป็นภาษาท่าที่มาจากการประดิษฐ์โดยตรงค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ใช่แล้วครับ ที่มาของภาษาท่านะครับ ก็จะมาจาก ๒ ประเภทใหญ่ ๆ นะครับ ๑. เลยก็คือภาษาท่าที่มาจากธรรมชาตินะครับ และ ๒. นะครับ ภาษาท่าที่มาจากการประดิษฐ์โดยตรงนะครับ ต่อมาครับนักเรียนครับ ภาษาท่านะครับ เราก็ยัง แบ่งเป็น ๓ ลักษณะใหญ่ ๆ นะครับ ๓ ลักษณะใหญ่ ๆ เลย ซึ่งลักษณะที่ ๑ นักเรียนก็ได้เรียนไปแล้วใช่ไหมครับ ก็คืออะไรครับครูแต้วครับ (ครูจิราภรณ์) นั่นก็คือภาษาท่าที่ใช้แทนคำพูดค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ที่เราทบทวนไปเมื่อสักครู่นี้ แต่เป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้น จริง ๆ มีอีกหลาย ๆ คำเลยใช่ไหมครับ (ครูจิราภรณ์) ใช่แล้วค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ต่อมาประเภทที่ ๒ ครับนักเรียนครับ (ครูจิราภรณ์) ประเภทที่ ๒ นะคะ เป็นภาษาท่าที่ใช้แทนกิริยาอาการค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ครับ ต่อมาประเภทที่ ๓ ครับครูแต้วครับ (ครูจิราภรณ์) ประเภทที่ ๓ นะคะเป็นภาษาท่า ที่ใช้แสดงอารมณ์ความรู้สึกค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ใช่แล้วครับ และในวันนี้นะครับ นักเรียนปลายทางของคุณครู ก็จะได้เรียนรู้เพิ่มเติม ในลักษณะที่ ๒ นะครับ ภาษาท่าทางที่ใช้แทนกิริยาอาการนั่นเองนะครับ ภาษาท่าทางนาฏศิลป์ที่ใช้แทนอิริยาบถ หรือกิริยาอาการนั่นเอง จะมีคำอะไรบ้าง เรามาดูไปพร้อม ๆ กันเลยครับนักเรียนครับ ๑. เลยครับครูแต้วครับ (ครูจิราภรณ์) ๑. ค่ะ ท่ายืนค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ครับ (ครูจิราภรณ์) ๒. นะคะ ท่าเดินค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ครับ (ครูจิราภรณ์) ๓. นะคะ ท่านั่งค่ะ ๔. ท่านอน ๕. ท่ากราบ และ ๖. ท่าถวายบังคมค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ใช่แล้วครับ วันนี้เราจะมาฝึกกัน ๖ ท่านี้ใช่ไหมครับ แต่เป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้นนะครับ นักเรียนครับจริง ๆ ก็ยังมีอีก เยอะแยะมากมายเช่นเดียวกันนะครับ เอาล่ะครับนักเรียนครับ เดี๋ยวเราจะมาดูรายละเอียด การปฏิบัติในแต่ละท่ากันครับนักเรียนครับ สำหรับท่าที่ ๑ นะครับ ท่ายืนนั่นเอง สำหรับท่ายืนนั้นนะครับ ตัวพระนี่ เราจะใช้เท้าขวายืนรับน้ำหนักนะครับ ส่วนเท้าซ้ายนะครับ วางเท้าเหลื่อมปลายนิ้วเท้าขึ้นนะครับ มือขวาเท้าเอว มือซ้ายแบฝ่ามือวางแนบไว้ที่หน้าขา ศีรษะเอียงไปทางด้านขวาครับครูแต้วครับ (ครูจิราภรณ์) ค่ะ ในส่วนของตัวนางนะคะ จะยืนด้วยเท้าขวาค่ะ เท้าซ้ายเหลื่อมเท้านะคะ เชิดปลายนิ้วเท้าขึ้นค่ะ ข้างขวาจีบหงายที่ชายพก มือซ้ายแบมือวางบนหน้าขาซ้าย ศีรษะจะเอียงไปทางซ้ายค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ใช่แล้วครับ ต่อมาครับ ท่าถัดมา ท่าเดินนะครับนักเรียนครับ สำหรับท่าเดินนะครับ ตัวพระก็จะเริ่มด้วยการ ก้าวเท้าซ้ายมาข้างหน้านะครับ เท้าขวาเปิดส้นเท้า มือทั้ง ๒ จีบคว่ำ ระดับเอวข้างลำตัวครับ แล้วปล่อยจีบนะครับ เป็นมือขวานี่ ตั้งวงล่างระดับเอว มือซ้ายนะครับ ตั้งมือทอดแขนข้างลำตัว เอียงขวานะครับ ต่อไปก้าวเท้าขวา ส่วนเท้าซ้ายนี่ ก็จะเปิดส้นเท้าหลังนะครับ มือทั้ง ๒ จีบคว่ำ แล้วปล่อยจีบเป็นมือซ้ายตั้งวงล่างนะครับ มือขวาตั้งมือทอดแขนข้างลำตัว เอียงทางด้านซ้าย ทำสลับกันไปเรื่อย ๆ ครับครูแต้วครับ (ครูจิราภรณ์) ค่ะ (ครูปิยะณัฐ) สำหรับท่าเดินของตัวพระนะครับ ต่อไปครับ (ครูจิราภรณ์) ในส่วนท่าเดินของตัวนางนะคะ จะเหมือนกับตัวพระเลยนะคะ ก็คือเราจะเริ่มนะคะ ด้วยการก้าวเท้าซ้ายค่ะ มาด้านหน้า เท้าขวาก็จะเปิดส้นนะคะ มือทั้ง ๒ จีบคว่ำระดับเอวค่ะ แล้วปล่อยจีบเป็นมือขวานะคะ จะตั้งวงล่างระดับเอว มือซ้ายตั้งมือทอดแขนข้างลำตัวเอียงขวา ต่อไปก็จะก้าวเท้าขวา ส่วนเท้าซ้ายเปิดส้นด้านหลังนะคะ มือทั้ง ๒ จีบคว่ำ แล้วปล่อยจีบออกค่ะ โดยมือซ้ายจะมาตั้งวงล่าง มือขวาจะตั้งมือทอดแขนข้างลำตัวเอียงซ้าย ทำสลับกันไปเรื่อย ๆ นะคะ ตัวนางนะคะ จะไม่กันเข่า แล้วก็จะต้องกดเอว กดไหล่ด้วยค่ะ (ครูปิยะณัฐ) เอาล่ะครับ และนี่ก็คือท่าเดินนั่นเองนะครับ ในท่าที่ ๒ ต่อมาครับ ท่าที่ ๓ ครับครูแต้วครับ ในส่วนของท่านั่งนะครับ ตัวพระนะครับ ก็จะนั่งพับเพียบไปทางขวานะครับ แยกเข่าซ้ายออกนะครับ ให้เท้าซ้ายวางหน้าหัวเข่าขวานะครับ มือซ้ายแบมือ ตั้งบนเข่าซ้าย มือขวางอแขนนะครับ แบมือตั้งบนขาขวานะครับ เอียงศีรษะทางด้านขวานั่นเองนะครับ สำหรับตัวนางครับครูแต้วครับ (ครูจิราภรณ์) ค่ะ ในส่วนของตัวนางนะคะ จะนั่งพับเพียบไปทางขวาค่ะ เชิดปลายนิ้วเท้านะคะ มาด้านหน้านะคะ เท้าขวาซ้อนบนเท้าซ้าย มือซ้ายแบมือวางบนหน้าขาขวานะคะ ด้านนอกนะคะ มือขวาแบมือ วางถัดมาด้านในนะคะ งอแขนขวาเล็กน้อยค่ะ แล้วก็เอียงขวาค่ะ (ครูปิยะณัฐ) เอาล่ะครับนักเรียนครับ ท่าถัดมานะครับ ก็คือท่านอนนะครับ สำหรับท่านอนนั้นนะครับ ตัวพระและตัวนางนะครับ ก็จะนั่งในท่าพระ และท่านางนะครับ วางแขนทั้ง ๒ ข้างนะครับ เฉียงนะครับ ลงไปที่ข้างลำตัวนะครับครูแต้วครับ แขนซ้ายเหยียดตึงนะครับ แขนขวางอเล็กน้อยนะครับ และก้มใบหน้านะครับ แล้วก็ลงเอียงซ้าย หลับตานะครับ ก้มใบหน้าเอียงซ้าย หลับตานะครับ เอาล่ะครับ ท่าต่อมาครับครูแต้วครับ คือท่ากราบนะครับ สำหรับท่ากราบนะครับ ตัวพระและตัวนางนะครับ มือซ้ายนี่ เราจะวางลงพื้นก่อนนะครับ มือซ้ายก่อนนะครับ หลังจากนั้นนะครับ เราก็จะโน้มตัวลงนะครับ แล้วก็ตามด้วยมือขวา ในลักษณะของการกราบนะครับ แต่การกราบเราก็จะไม่แบมือนะครับครูแต้วครับ ปลายนิ้วเปิดออกนะครับ ก้มหน้าเล็กน้อยนะครับ ท่ากราบแล้วครับครูแต้วครับ ท่าต่อไปครับ ท่าถวายบังคมนะครับ เดี๋ยวเรามาดูรายละเอียดกันเลยครับ สำหรับท่าถวายบังคมนะครับ ตัวพระและตัวนางนะครับ ก็จะนั่งคุกเข่าบนส้นเท้านะครับ พนมมืออยู่ที่ระดับอกนะครับ และเดินมือขึ้นนิ้วโป้งนี่ครับ ก็จรดที่ไรผม ก็คือหน้าผากนั่นเองนะครับนักเรียนครับ เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย จากนั้นเดินมือลง กลับมาพนมมือระดับอกเหมือนเดิมนะครับ ครับนักเรียนปลายทางครับ ถึงเวลาแล้วครับที่เราจะต้องมา ฝึกปฏิบัติกันนะครับ ก็จะได้แก่ ท่ายืนนะครับ ต่อไปท่าเดินใช่ไหมครับครูแต้วครับ ท่านั่งนะครับ ท่านอน ท่ากราบ และท่าถวายบังคมนะครับ ตอนนี้ก็ให้นักเรียนนะครับ หาพื้นที่ว่างเหมือนเดิมเลยครับ ในการฝึกปฏิบัตินะครับ เป็นอย่างไรครับนักเรียนรับได้ไหมครับ คุณครูเชื่อว่านักเรียนก็น่าจะหาพื้นที่ว่าง เสร็จเรียบร้อยแล้วครับครูแต้วครับ เอาล่ะครับ เดี๋ยวเราจะมาฝึกนะครับ เกี่ยวกับภาษาท่าทางนาฏศิลป์นะครับ ที่ใช้แทนอิริยาบถหรือกิริยาอาการนะครับ ทั้ง ๖ ท่าเป็นตัวอย่างวันนี้นะครับ สำหรับภาพที่ ๑ เลยนะครับ ท่ายืนครับครูแต้วครับ สำหรับท่ายืนนะครับ คุณครูก็ได้อธิบายไปแล้วนะครับ แต่ครั้งนี้ครับ นักเรียนจะต้องปฏิบัติ ตามคุณครูต้นทางเลยนะครับ เราจะปฏิบัติไปพร้อม ๆ กันนะครับ พร้อมกับ... ร้องจังหวะ จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง ไปด้วยนะครับ ให้จังหวะกับตัวเองนะครับ สำหรับท่าที่ ๑ ครับ ท่ายืนนะครับ มาครับ ยืนตัวตรงนะครับ มือไว้ข้างลำตัวก่อนนะครับ สำหรับท่ายืนนะครับ สังเกตนะครับ ตัวพระและตัวนางก็จะแตกต่างกัน เรามาเริ่มครับนักเรียนครับ พร้อมนะครับ จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง อีกครั้งนะครับ สำหรับท่ายืนนะครับ ครับ ๑ ๒ และ ๓ ครับ จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง นักเรียนสังเกตดูนะครับ ตัวพระเราก็จะเอามือขวาเท้าเอวนะครับ เอียงขวา ส่วนตัวนางนะครับ ก็จะเอียงซ้ายนะครับ นักเรียนสังเกตเลยนะครับ สำหรับท่ายืน ได้ไหมครับ ต่อมาครับครูแต้วครับ ท่าไหนครับ ท่าเดิน (ครูจิราภรณ์) ท่าเดินค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ท่าเดินนะครับ สำหรับท่าเดินคุณครูก็ได้อธิบายไปแล้ว เดี๋ยวเราจะมาลองปฏิบัติ ไปพร้อม ๆ กันเลยนะครับ สำหรับท่าเดินนั้นนะครับ เราก็จะก้าวเท้าซ้ายก่อนใช่ไหมครับครูแต้วครับ เราจะก้าวเท้าซ้ายก่อน พร้อมกับมือทั้ง ๒ นี่ จีบคว่ำใช่ไหมครับครูแต้วครับ เราจะต่อมาจากท่ายืนใช่ไหมครับ (ครูจิราภรณ์) ใช่แล้วค่ะ (ครูปิยะณัฐ) เราจะต่อมาจากท่ายืนนะครับ หลังจากนั้นเราก็จะก้าวเท้าซ้าย พร้อมกับจีบคว่ำใช่ไหมครับนักเรียนครับ เราจะก้าวเท้าซ้ายโดยที่ เราจะเอาส้นเท้าลงก่อนนะครับ หลังจากนั้นก็เปิดเท้าหลังนะครับ แล้วก็ตั้งมือนะครับ มือขวาอยู่ที่ระดับเข็มขัดนะครับ มือซ้ายก็เหยียดแขนตึงนะครับ ตัวพระก็จะ... กันวงเล็กน้อยนะครับ หลังจากนั้นครับ ทำสลับอีกข้างหนึ่งนะครับนักเรียนครับ เดินมือมาเลยจีบคว่ำนะครับ แล้วก็ก้าวเท้าขวาลงส้นเท้า และก็เปิดส้นเท้าซ้ายนะครับ ได้ไหมครับ ยืนขึ้นครับนักเรียนครับ เดี๋ยวเราลองปฏิบัติต่อเนื่องเลยนะครับ สำหรับท่าเดินนะครับนักเรียนครับ อย่าลืมนะครับร้อง จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง ไปด้วย เอาใหม่นะครับ เราจะมาจากท่ายืนนะครับ พร้อมนะครับ ๑ ๒ และ ๓ ครับ จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง ได้ไหมครับนักเรียนครับ สำหรับท่าเดิน เท่าเดินนี่ บางคนนะครับ เขาก็จะเดินแบบสืบเท้าด้วยนะครับ เช่นอย่างนี้ ใช่ไหมครับนักเรียนครับ ลงปุ๊บแล้วก็สืบเท้ามา ลากเท้ามาแล้วก็ค่อยจีบคว่ำแล้วก็เดิน อย่างนี้ก็ได้นะครับ สืบเท้ามานะครับ แล้วก็เดิน เดินได้หลายแบบนะครับ แต่ครั้งนี้นะครับ คุณครูเอาอย่างง่ายเลย ให้นักเรียนก้าวเท้าได้เลยนะครับ สำหรับท่าเดินนะครับ ท่าถัดมาครับครูแต้วครับ สำหรับท่านั่ง ก่อนที่จะไปท่านั่ง เดี๋ยวเรามาทบทวนท่ายืนกับท่าเดินกันก่อนนะครับ นักเรียนพร้อมนะครับ ยื่นมือตรงเลย พร้อมนะครับ นับจังหวะด้วยนะครับ มาครับ จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง เอาล่ะครับ ๒ ท่าครับครูแต้วครับ สำหรับท่ายืน และท่าเดินนะครับ ต่อมานะครับ ท่าที่ ๓ นะครับ ท่าที่ ๔ ท่าที่ ๕ และท่าที่ ๖ เราก็จะอยู่ในการนั่งนะครับ เอาล่ะครับให้นักเรียนนั่งลงครับ มาครับ สำหรับท่านั่งนะครับ สำหรับท่านั่งนะครับ คุณครูอธิบายไปแล้ว ตัวพระนั่งอย่างไร ตัวนางนั่งอย่างไรนะครับ นักเรียนสังเกตครูเลยนะครับ (ครูจิราภรณ์) ตัวนางนะคะ จะนั่งขาซ้อนกันนะคะ เท้าจะเปิดปลายนิ้วขึ้นค่ะ จะไม่เหมือนลักษณะการนั่ง ของเวลาที่เราไปไหว้พระนะคะ เวลาเราไหว้พระนี่ เราจะเก็บปลายเท้าลง แต่ว่าในนาฏศิลป์ของเรานะคะ เราจะเปิดปลายเท้าขึ้นค่ะ (ครูปิยะณัฐ) สำหรับตัวพระ ก็เท้าซ้ายนะครับ จะอยู่ที่เข่าขวาอย่างนี้นะครับ จะแตกต่างจากตัวนางนะครับ เอาล่ะครับนักเรียนครับ สำหรับท่านั่ง เดี๋ยวเรามาปฏิบัติไปพร้อม ๆ กันครับ เราก็จะ (ครูจิราภรณ์) มีการเคลื่อนไหวมือด้วย (ครูปิยะณัฐ) มีการเคลื่อนไหวมือนะครับ จีบม้วนนะครับ แล้วก็คลายจีบออกนะครับ และมาตั้งมืออย่างนี้นะครับ เอียงขวาอย่างนี้นะครับ อีกครั้งครับนักเรียนครับ ท่านั่งนะครับ จีบนะครับ ม้วนมือนะครับ และคลายจีบออก ก็มาตั้งเอียงขวา สำหรับท่านั่ง ไหนลอง จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง ด้วยนะครับ มาครับ ๑ ๒ และ ๓ จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง ได้ไหมครับ สำหรับท่านั่ง นักเรียนปลายทางบอกว่า ง่ายมาก ๆ ครับครูแต้วครับ ต่อไปครับ ท่าที่ ๔ ท่านอนนะครับ สำหรับท่านอนนี่ เราก็จะอยู่ในลักษณะของการนั่งอยู่แล้ว ใช่ไหมครับ เราก็จะใช้มือซ้ายนะครับ วางเฉียงไปข้างลำตัวนะครับนักเรียนครับ อย่างนี้นะครับ มือขวานะครับ ตัวพระก็จะวางไว้ที่หน้าเข่าขวา (ครูจิราภรณ์) ส่วนตัวนางจะวางที่ขาซ้ายนะคะ (ครูปิยะณัฐ) ครับ อย่างนี้นะครับ (ครูจิราภรณ์) ก้มศีรษะลง (ครูปิยะณัฐ) ก้มศีรษะและหลับตา (ครูจิราภรณ์) และหลับตาค่ะ (ครูปิยะณัฐ) อย่างนี้นะครับ เดี๋ยวเรามาปฏิบัติพร้อมกับการนับ จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง ไปด้วยนะครับ เรามาจัดท่านั่งใช่ไหมครับ นักเรียนพร้อมนะครับ ๑ ๒ และ ๓ จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง ได้ไหมครับนักเรียนครับ สำหรับท่านอนครับ ไม่ยากเลยใช่ไหมครับ ท่าต่อไปนะครับ ก็คือท่ากราบ การกราบของเรานักเรียนก็ฟังคำอธิบายไปแล้ว เราจะใช้มือไหนวางก่อนนะครับนักเรียนครับ มือซ้ายใช่ไหมครับ เราจะวางมือซ้ายก่อนนะครับ ให้นักเรียนสังเกตอีกครั้งหนึ่ง วางมือซ้ายก่อนนะครับ แล้วโน้มตัวลง แล้วก็นำมือขวา มาอยู่ในลักษณะของการกราบนะครับ แล้วก็ก้มศีรษะลง อย่างนี้ (ครูจิราภรณ์) แล้วเงยหน้าขึ้นนะคะ (ครูปิยะณัฐ) อย่างนี้นะครับ (ครูจิราภรณ์) แล้วกลับมานั่งเหมือนเดิมค่ะ (ครูปิยะณัฐ) อย่างนี้นะครับนักเรียนครับ ไหนลองนับด้วยครับครูแต้วครับ นักเรียนพร้อมนะครับ สำหรับท่ากราบ มาครับ จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง (ครูจิราภรณ์) เงยหน้าขึ้นค่ะ แล้วกลับมานั่งเหมือนเดิมนะคะ (ครูปิยะณัฐ) แล้วก็จะเก็บมือด้วยมือขวาก่อนนะครับ อีกครั้งครับนักเรียนครับ ๑ ๒ และ ๓ ครับ จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง ได้ไหมครับ ต่อมาท่าสุดท้ายนะครับ สำหรับท่าถวายบังคมนะครับ คุณครูบอกไปแล้วว่า เราจะนั่งบนส้นเท้าใช่ไหมครับครูแต้วครับ เราจะนั่งบนส้นเท้า ในลักษณะอย่างนี้ ตัวนางก็เข่าจะชิดกัน ใช่ไหมครับ ตัวพระก็จะกางเข่าออกนะครับ นั่งบนเส้นเท้านะครับนักเรียนครับ นักเรียนสังเกตด้านข้างของคุณครู นี่นะครับ นั่งบนส้นเท้านะครับนักเรียนครับ ครูหันหน้านะครับ สำหรับท่าถวายบังคมนะครับนักเรียนครับ เราก็จะนำมือมาพนมที่อกใช่ไหมครับครูแต้วครับ (ครูจิราภรณ์) ใช่แล้วค่ะ (ครูปิยะณัฐ) พนมมือไว้ที่อกนะครับ จากนั้นก็เดินมือใช่ไหมครับ (ครูจิราภรณ์) เดินมือค่ะ โดยกดปลายนิ้ว ลงนิดหนึ่งนะคะ เดินมือขึ้นค่ะ นิ้วโป้งเราจะไปจรดที่ไรผมนะคะ ค่ะ เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย จากนั้นเดินมือลงโดยการ ค่อย ๆ เดินมือลงมากดปลายนิ้ว กดปลายนิ้วลงแล้วกลับมาพนมมือ ระหว่างอกเหมือนเดิมค่ะ (ครูปิยะณัฐ) อย่างนี้นะครับ สำหรับท่าถวายบังคม เราลองมาร้องนะครับ จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง ด้วยนะครับ เอาใหม่นะครับนักเรียนครับ พร้อมนะครับ ๑ ๒ และ๓ ครับ จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง ได้ไหมครับ อีกครั้งครับครูแต้วครับ พร้อมนะครับ สำหรับท่าถวายบังคมนะครับ จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง วางมือครับ และนี่ก็คือท่าถวายบังคมครับครูแต้วครับ สำหรับท่านั่งนะครับ เราก็จะสืบเนื่องมา ๔ ท่าเลยใช่ไหมครับ มันมาจากท่านั่ง ท่านอนนะครับ ท่ากราบ ท่าถวายบังคม เดี๋ยวเราจะมาทำต่อเนื่องเลย ๔ ท่า นะครับนักเรียนครับ นักเรียนพร้อมไหมครับ สำหรับท่าที่ ๑ คือท่านั่ง ทำต่อเนื่องเลยนะครับ พร้อมนะครับ ๑ ๒ และ ๓ ครับ จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง นะครับ ต่อมานะครับ จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง ต่อมานะครับ ท่ากราบนะครับ มาครับ จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง ท่าสุดท้ายนะครับ ถวายบังคม พร้อมครับ ๑ ๒ และ ๓ จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง จะ โจง จะ ทิง โจง ทิง จบแล้วครับครูแต๋วครับ เป็นอย่างไรกันบ้างครับนักเรียนปลายทางครับ สำหรับการฝึกภาษาท่าทางนาฏศิลป์นะครับ ที่ใช้แทนอิริยาบถ หรือกิริยาอาการทั้ง ๖ ท่านี้นะครับ นี่เป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้นนะครับนักเรียนครับ ในการฝึกปฏิบัติครับ เอาล่ะครับนักเรียนครับ เดี๋ยวเราไปขั้นปฏิบัติกิจกรรมกันเลยครับ ครับ และขั้นปฏิบัติกิจกรรม ของเรานะครับครูแต้วครับ สำหรับคำชี้แจงของนักเรียนเลยนะครับ คุณครูอยากจะให้นักเรียนนะครับ แบ่งกลุ่ม หรือจับคู่ก็ได้นะครับ ในการฝึกปฏิบัติ ภาษาท่าทางนาฏศิลป์นั่นเองนะครับ (ครูจิราภรณ์) ค่ะ ในส่วนของคำชี้แจง บทบาทคุณครูปลายทางนะคะ ให้ครูปลายทาง ช่วยแนะนำการฝึกปฏิบัติภาษาท่าทางนาฏศิลป์ ให้แก่นักเรียนด้วยนะคะ (ครูปิยะณัฐ) ครับ เอาล่ะครับนักเรียนครับ เพราะฉะนั้นนะครับ เดี๋ยวเราจะไปฝึกปฏิบัติกันเลยครับนักเรียนครับ ไปเลยครับ (ครูจิราภรณ์) ไปเลยค่ะ [เสียงดนตรี] (ครูปิยะณัฐ) หมดเวลา ในการทำกิจกรรมแล้วครับครูแต้วครับ ในการฝึกปฏิบัติท่าทางนาฏศิลป์นะครับ ที่ใช้แทนอิริยาบทหรือกิริยาอาการนะครับ เอาล่ะครับนักเรียนครับ เดี๋ยวเราจะมาสรุปการเรียนรู้ สำหรับวันนี้นะครับนักเรียนครับ สำหรับภาษาท่าทางนาฏศิลป์นะครับ ภาษาท่าทางนาฏศิลป์นะครับ ก็จะเป็นการนำเอาท่าทางต่าง ๆ นะครับ และสีหน้าที่มีอยู่ตามธรรมชาติ เช่น คำพูดนะครับ กิริยาอาการนะครับ อารมณ์ ความรู้สึกนะครับ มาปฏิบัติเป็นท่าทางนะครับ ทางนาฏศิลป์ไทย ที่มีความหมายแทนคำพูดนะครับ ให้สอดคล้องกับจังหวะเพลง และการขับร้องนะครับ ซึ่งภาษาท่าที่นักเรียนได้ฝึกกันไปวันนี้นะครับ ก็คือภาษาท่าทางนาฏศิลป์ ที่ใช้แทนอิริยาบทหรือกิริยาอาการ เช่น ท่าอะไรครับครูแต้วครับ (ครูจิราภรณ์) ท่ายืน ท่าเดิน ท่านั่ง ท่านอน ท่ากราบ และท่าถวายบังคมค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ใช่แล้วครับ นักเรียนก็ได้ฝึกไปครบเรียบร้อยแล้ว สำหรับนักเรียนคนไหนนะครับ ที่ยังปฏิบัติยังไม่คล่องนะครับ คุณครูแนะนำว่าให้นักเรียนหาเวลาว่างนะครับ ในการมาฝึกซ้ำ ๆ ทำบ่อย ๆ นักเรียนจะเกิดความชำนาญ และก็ปฏิบัติได้ดีขึ้นนั่นเองครับนักเรียนครับ เอาล่ะครับ สำหรับบทเรียน ในครั้งต่อไปครับครูแต้วครับ เราจะเรียนในเรื่องของอะไรครับ (ครูจิราภรณ์) เราก็จะเรียนรู้ในเรื่องของ ภาษาท่าทางนาฏศิลป์ค่ะ (ครูปิยะณัฐ) ซึ่งเป็นในลักษณะสุดท้าย ของเราแล้วนะครับ คือภาษาท่านะครับ ที่ใช้แทนความรู้สึกนั่นเองนะครับ จะเป็นอย่างไรนะครับ เดี๋ยวเราติดตามต่อไปเลยครับ และสำหรับวันนี้นะครับ คุณครู ๒ คนขอทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านี้นะครับ พบกันครั้งหน้า ครั้งนี้สวัสดีครับ (ครูจิราภรณ์) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]