Accuracy : 95.57%
Insertion : 465
Deletion : 867
Substitution : 91
Correction : 31175
Reference tokens : 32133
Hypothesis tokens : 31731
(ล่าม)ได้ยินค่ะ(อาจารย์เกวลี)โอเคค่ะก็อาทิตย์นี้นะคะจะเป็นการแนะนำตัวโปรแกรมที่เราจะใช้เขียนระบบจัดการฐานข้อมูลนะคะก็จะเป็นโปรแกรมเอาอย่างง่ายก่อนแล้วกันนะคะเพราะว่าไอ้ตัวภาษาsqlนี่ก็จะมีโปแกรมใช้งานร่วมกับมันหลายโปรแกรมมากนะคะอาจจะเป็นmysqlก็คือภาษาsqlซึ่งโปรแกรมในเครื่องเราถ้าไม่ได้ติดตั้งเพิ่มเติมก็จะมีอยู่แล้วนะคะก็จะเป็นโปรแกรมmicrosoftaccessนะคะมันจะมีความสามารถที่จะพิมพ์คำสั่งภาษาsqlลงไปได้ด้วยแล้วก็ในส่วนของตัวโปรแกรมนี้นี้นี่หน้าตาการทำงานมันจะคล้ายๆexcelที่เราเคยใช้งานกันอยู่แล้วนะคะเก็บข้อมูลที่เป็นตารางเหมือนกันเราก-้(-็)จะได้ทำความเข้าใจกับมันง่สายขึ้นนะคะนะคะในรูปตัวโปรแกรมมันจะเป็นสีส้มๆนะมันจะเป็นโปรแกรมจัดการข้อมูลเชิงสัมพันธ์นะคะอย่างที่เราเคยได้วาดรูปไปแล้วแต่ละตารางมีความวสัมพันธ์นะคะโดยที่โปรแกรมนี้นี่มันก็จะมีความสามารถทั้งในการจัดการฐานข้อมูลแล้วก็สร้างโปรแกรมได้ในตัวเดียวกันก็คือเป็นโปรแกรมที่ค่อนข้างครบสำหรับการทำงานในบานข้อมูลเบื-้องต้นเหมาะกับที่จะให้นักศึกษานี่เรียนรู้และพัฒนาโปรแกรมไว้ใช้งานนะคะรวมถึงคนที่อาจจะไม่มีความรู้ในการเขียนโปรแกรมมากนักนี่เขาก็สามารถใช้โปรแกรมย(น)-ี้ได้เช่นเดียวกันแล้วก็การใช้งานก็ค่อนข้างสะดวกแล้วก็ตัวโปรแกรมก็ใช้งานง่ายคำสั่งก็จะไม่ซับซ้อนวุ่นวายมากนะคะหน้าตาตอนสร้างบ(ฐ)านข้อมูลก็จะประมาณนี-ั-้เดี-่(-๋)ยวเราค่อยไปดูในโปรแกรมมันจะมีส่วนของการทำงานหลักๆอยู่ด้านบนนะคะเราจะเรียกว่าเป็นribbonข้างบนนะคะในรูปนี่มันก็จะเป็นเกี่ยวกับการกำหนดโครงสร้างของตารางนะคะแล้วก็การกำหนร(ด)หน้าจอสำหรับบันทึกหน้าจอหรือการแสดงข้อมูลสามารถการสร้างรายงานนะคะเช่นสมมติมีรายชื่ออยู่10,000รายชื่อเราอยากให้ออกมาเป็นรายงานเฉพาะชื่อที่เป็นผู้หญิงเราก็สามารถสร้างรายงาน-ำเหมือนกันรวมถึงการสืบค้นการเรียกดูข้อมูลตามเงื่อนไขเราก็ทำได้ในส่วนของการสืบค้นเรียกดูข้อมูลนี่เราจะใช้คำสั่งsqlเราจะพิมพ์ด้วยตัวเองนะคะเราจะไม่ใช้โปรแกรมสำเร-ํ-็จรูปทุกอย่างนะคะเราจะได้รู-้ว่าเวลาเราใช้ภาษาsqlมันทำงานอย่างไรนะคะโดยตารางที่อยู่ในโปรแกรมaccessนะคะร-ุ(-ู)ปแบบของตารางนี่ว(ซ)-ึ่งมันเป็นมาตรฐานของการจับเก็บข้อมูลในรูปแบบฐานข้อมูลอยู่แล้วนะคะถ้าเราต้องการจะบันทึกหรือเก็บข้อมูลนี่เราต้องสร้างตารางขึ้นมาก่อนถึงจะใช้งานได้เหมือนอาทิตย-ื(-์)ก่อนๆที่อาจารย์ให้นักศึกษาเปิดพิมพ์อะไรลงไปยังไม่ได้เลยเพราะว่าเรายังไม่มีตารางนะคะมันจะดูเหมือนกดอะไรไม่ได้เพราะเรายังไม่ได้เริ่มสร้างตารางเลยการสร้างตารางในที่นี้มันคือการตั้งชื่อกำหนดโครงสร้างในตารรางด้วยนั้นก็คือเราจะมีถ้าในexcelมันจะมีมันจะเป็นคอลัมน์คอลัมน์ใช่ไหมคะในaccessเราก็จะกำหนดว่าหัวคอลัมน์แต่ละคอลัมน์นี่ก็คือfeildนี่ล่ะมันมีชื่ออะไรบ้างก็คุณสมบัติของข้อมูลที่จะบรรจุลงไปในนั้นนี่มีอะไรนะคะเช่นเป็นตัวหนังสือเท่านั้นหรือเป็นตัวเลขผสมกับตัวหนังสือหรือรับเฉพาะค่าตัวเลขค่าตัวเลข10ตัวอะไรก็ว่าไปรวมถึงต้องกำหนดคีย์หลักนะคะการกำหนดคีย์หลักในaccessก็ง่ายกดปุ่มเดียวก็เสร็จเลยนะคะแล้วก็ต้องกำหนดความสัมพันธ์ระหว่าง2ตารางของ-ึ้นไปวเชื่อมต่อกันอย่างไรนะคะตัวอย่างโครงสร้างของฐานข้อมูลนี้เรามาทบทวนกันอีกรอบนะคะที่โชว์อยู่ในหน้าจอตอนนี้เราเรียกว่าตารางนะนะคะมีแถวมีคอลัมน์นะคะแนวตั้งเราจะเรียกว่าคอลัมน์ถ้าศัพท์ในระบบการจัดการฐานข้อมูลก็คือฟ(f)i-ิลด์(eld)ในตารางนี้จะมีอยู่4fieldนะคะมีrecorodsก็คือ3แถวข้อมูลฃอันนี้เป็นตัวอย่างข้อมูลผู้ป่วยนะคะไอ้ตัวhnนี่มันย่อมากจากรหัสผู้ป่วยนะคะhospitalnumberแล้วก็มีชื่อมีที่อยู่มีนามสกุลมีที่อยู่อันนี้เป็นการเก็บข้อมูลอนะคะตัวอย่างอย่างง่ายส่วนในตัวโปรแกรมเราจะสร้างตารางนะคะโดยที่เราจะมากำหนดคุณสมบัติของคอลัมน์แบบเมื่อกี้นี้มาส่วนการดีไซส่วนของการdesignก็คือการออกแบบมันก็จะถามว่าอย่างในส่วนตรงนี้อันนี้มันเป็นเมนูภาษาอังกฤษนะคะว่าชื่อคอลัมน์อะไรนะคะเก็บข้อมูลชนิดอะไรบางทีตัวidนี่ถ้าเราไม่ได้กำหนดค่ามันจะเป็นautoมันจะเพิ่มไปเรื่อยๆตามจำนวนที่เราเพิ่มเข้ามาแต่เราสามารถระบุเองก็ได้ค่ะบางทีเราไม่อยากได้ตัวเลข12345ไปเรื่อยๆนี่บางท-ีก็มันอาจจะเป็นอย่างนั้นไม่ได้ทุกระบบนะคะนะคะมันอาจจะต้องมีตัวหนังสือที่มันมีมาผสมกับตัวเลขอย่างรหัสนักศึกษาเรานี่เข้ามาใหม่เราจะrun12345ไปเลยไม่ได้นะคะมันจะต้องกำหนดเฉพาะเช่นขึ้นต้นด้วยปีการศึกษาตามด้วยรหัสคณะตามมาด้วยรหัสหลักสูตรแล้วก็ค่อยมาถึงเลขที่ของเราว่าเราเลขที่อะไรนะคะตัวอย่างถ้าเป็นการทำงานในการจัดการตารางจริงๆนี่จริงๆนี่มันจะไม่ดีมีข้อมูลนิดเดียวอย่างที่เราเคยเห็นอย่างด้านซ้ายนะคะก็จะเป็ฯ(น)ตัวอย่างของตารางทั้งหมดที่มันเอามาเชื่อมโยงกันมีไม่ต่ำกว่า20ตารางนะคะถ้ามันเป็นระบบงานใหญ่ๆรวมถึงเป็นการกำหนดด้วยว่าข้อมูลแต่ละชนิดที่เข้ามานี-่ข้อมูลแต-่ละชนิดอย่างเช่นidเขากำหนดให้เป็นตัวเลขให้มันเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆอัตโนมัติส่วนเลขประจำตัวผู้ป่วยเขาจะให้กรอกนะคะและก็จะมีคำอธิบายด้วยว่าไอ้คำคำย่อหรือหัวตารางนี่ถ้าเป็นภาษาไทยน่ะคืออะไรนะคะอย่างohnก็คือเลขบัตรเดิมต้องพิมพ์อย่างไรหรือไม่จำเป็นต้องพิมพ์ไหมไม่จำเป็นต้องพิมพ์นามสกุลเราจะกำหนดตรงนี้ด้วยในคำอธิบายนะคะถ้าในส่วนของฐานข้อมูลเราจะเรียกว่า"พจนาณุกรมข้อมูล"หรือdatadiก็คือสิ่งที่เราต้องบอกคุณอาจจะเป็นโปรแกรมเมอร์คนใหม่มาทำงานเห็นคำย่อptmarryคืออะไรสมมติเรามาทำงานต่อจากเขาแล้วเขาไม่เขียนอธิบายไว้ว่าไอ้คำศัพท์คำนี้มันคือข้อมูลอะไรที่ต้องกรอกนะคะนั่นคือสถานภาพสมรสสมมติเขาไม่ได้บอกเราไว้เราก็ต้องมากว่าจะทำความเข้าใจได้ว่าสรุปข้อมูลนี้เขาต้องการข้อมูลอะไรไว้กันแน่เพราะฉะนั้นเราต้องการเขียนคำอธิบายก็ค่อนข้างจำเป็นเหมือนกันสำหรับการจัดการฐานข้อม-ูลนะคะอ๋อส่วนด้านล่างจะเป็นการบอกขนาดของข้อมูลนะคะเช่นจำนวนเงินเดือนจำนวนเงินเดือนเงินเดือนน่าจะไม่มีแค่2หลักบางคนเงินเดือนเยอะบางคนเงินเดือนน้อยเราก็สามารถกำหนดได้ว่าตัวเลขที่สามารถกรอกไปได้นี่มากขนาดไหนเงินเดือนอาจจะยังไม่เห็นภาพถ้ามันเกี่ยวกับงบประมาณประเทศที่ต้องกรอกตัวเลขเยอะๆนะคะเลข6-7หลักมันไม่พอแน่นอนนะคะเราก็ต้องมากำหนดด้วยว่าข้อทมูลที่ใส่ไก(ด)-้ควรจะเป็นข้อมูลขนาดไหนหรือบัตรประชาชนเรามากำหนดเลยว่าให้กรอกได้แค่13หลักเราก็จะมากำหนดตรงpropertiesข้างล่างตรงนี้การสร้างตารางโดยใช้มุมมองการออกแบบนะคะมันก็จะมีการกำหนดมาว่าชื่อของfieldชื่อแต่ละคอลัมน์ควรตั้งชื่ออะไรควรจะตั้งให้มีความหมายแล้วก็ไม่ยาวจนเกเ-ินไปแล้วก็ห้ามใช้สัญลักษณ์พิเศษพวกเครื่องหมายคำถามเครื่องหมาย#อะไรพวกนี้นะคะหรือ...อันเดอร์สกอร์ขีดเส้นใต้รวมถึงประเภทของข้อมูลนะคะก็คือชนิดของข้อมูลที่จะเก็บในคอลัมน์หรือfieldนั้นๆเช่นรหัสสินค้ามันควรจะเป็นได้ทั้งตัวเลขและตัวอักษรผสมกันส่วนราคานะคะควรจะเป็นตัวเลขอย่างเดียวเราไม่พิมพ์เราจะไม่พิมพ์500แล้วก็ใส่ก.ไก-้(-่)อีก2ตัวแล้วก็เป็นเลข0ไม่ใช่เพราะฉะนั้น500คือตัวเลขอย่างเดียวกับถ้าสมติข้อมูลนั้นๆจะต้องนำไปคำนวณนะคะควรจะเป็นข้อมูลชนิดอะไรเช่นอายุนะคะคือเอาวันเดือนปีเกิน(ด)ไปคำนวฯ(ณ)มันจะต้องเป็นตัวเลขหรือวันที่หรืออะไรนะคะเราก็ต้องมาพิจารณาข้อมูลพวกนั้นด้วยวันแรกจนถึงปัจจุบันเขาทำงานมาแล้วกี่ปี่ก็จะใช้วันที่ในการคำนวณเราก็ต้องพิจารณาตรงนี้ด้วยถ้าสมมติคุณได้ไปทำฐานข้อมูลด้วยตัวเองข้อมูลที่เป็นข้อความหรือว่าtextนะคะก็จะเป็นข้อมูลที่เป็นตัวอักษรตัวเลขทำไมถึงบอกว่าเป็นtextถ้าตัวเลขที่ไม่ได้ใช้ในการคำนวณเช่นรหัสนักศึกษาพวกคุณเราจะไม่เอามาบวกกันมันไม่มีผลในการคำนวณนะคะมันเป็นตัวเลขบอกรหัสเฉยๆสัญลักษณ์เครื่องหมายก็บางคนอาจจะบางคนจะเป็นที่ต้องใส่สัญลักษณ์อย่างคำนำหน้าชื่อบางคนก็จะพิมพ์นางสาวบางคนพิมพ-ื(-์)น.ส.มันก็จะมีมีเครื่องหมายมีตัวอักขระที่ผสมกันรวมถึงตัวเลขก็ตัวเลขนี่ก็จะมีหลายประเภทเหมือนกันก็จะเป็นข้อมูลที่เป็นตัวเลขอาจจะเป็นจำนวนเงินการเก็บเงินก็มีให้เลือกหลายรูปแบบนะคะถ้าเราเลือกข้อมูลเป็นbyteข้อมูลที่เราเก็บได้จะมีแค่0-255เท่านั้นแล้วก็เป็นจำนวนเต็มใส่เป็นทศนิยมไม่ได้นะคะข้อมูลที่เป็นintegerไปจนถึ-(ง)30,000กว่าเป็นจำนวถึง32(น)เต็มบวกนะคะเป็นเต็มบวกกับเต็มลบไม่มีจุดทศนิยมถ้าเป็นรองintegerg,nมันจะกลายเป็นประมาณ2พันล้านอันนี้เหมาะกันการใส่งบประมาณที่เยอะมากๆหรือข้อมูลเงินใดๆก็ตามที่เป็นตัวเลขที่มใากกว่าค่าintegerะ(ธ)รรมาดาขึ้นไปนะคะsingleจะเป็นตัวเลขที่มีจุดทศนิยมนะคะอาจจะมีค่าไปจนถึงติดลบนะคะเป็นทั้งทศนิยมที่เป็นเต็มลบกับเต็มบวกนะคะต่อมาdoubleก็จะใช้กับตัวเลขที่เป็นจุดทศนิยมบางทีเราไปซื้อของเราจะเห็นว่าเขาคำนวณเป็นจุดทศนิยมให้เราด้วยแสดงว่าการเขียนโปรแกรมใก-ั(น)บการเก็บข้อมูลของเขาเขาแสดงถึงทศนิยม1ตำแหน่ง2ตำแหน่ง3ตำแหน่งก็ว่ากันไปแต่ส่วนมากถ้าเป็นค่าเงินเราจะใช้แค่2ตำแหน่งนะคะต่อมาวันที่เวลาก็จะเป็นการระบุข้อมูลที่เป็นแบบวันที่เป็นค.ศหรือพ.ศก็แล้วแต่เราจะระบุก็ได้นะคะโดยที่มันอาจจะเป็นระบบเต็มก็คือจะมีทั้งวันที่และก็เวลาแต่ส่วนมากเราจะใช้แบบวันเดือนปีแค่นั้นนะคะกับyes/noquestionนะคะใช่หรือไม่มันจะเป็นคำตอบสำหรับข้อมูลที่เป็นตรรกะที่มีอยู่2ค่าก็คือจริงกับเท็จเช่นตอนนี้คุณเป็นนักศึกษาเขาจะถามว่าเป็นจริงหรือเท็จถ้ายังเป็นนักศึกษาอยู่ก็ตอบว่าyesถ้าเรียนจบแล้วก็อาจจะบอกว่าnoนะคะกับoleobjectนะคะก็จะเป็นข้อมูลที่เอาไว้ในการแนบรูปภาพนะคะฐานข้อมูลบางอย่างเขาให้เราแนบรูปภาพด้วยเช่นบางทีเราสมัครสมาชิกอาจจะเป็นสมาชิกหรือสมัครเรียนหนังสือหรือสมัครสอบเขาก็จะให้เราแนบรูปภาพแนบใบเสร็จถ้าเป็นระบบขายของก็แนบใบเสร็จด(โ)อนเงินก็แนบเป็นรูปภาพมาด้วยนะคะส่วนที่3จะเป็นส่วนของการกำหนดค่าเหมือนที่อาจารย์เอาให้ดูเมื่อกี้นี้ในภาพนะคะก็จะเป็นการบอกขนาดของข้อมูลที่จะเก็บเรากำหนดเข้ามูลได้เลยนะคะแล้วก็รูปแบบของการแสดงผลข้อมูลจะเป็นอย่างไรการป้อนข้อมูลจะเป็นลักษณะไหนเราสามารถกำหนดได้นะคะกำหนดคำอธิบายข้อมูลเช่นก่อนที่เราจะกรอกข้อมูลลงไปนี่ในระบบบางอันถ้าเราเอาเมาส์ไปชี้เขาจะมีคำอธิบายว่าในช่องนี้จะให้กรอกข้อมูลเป็นแบบไหนถ้าเราบอกว่าให้กรอกรหัสบัตรประชาชนพอเอาเมาส์ไปชี้ปุ๊บเขาก็จะบอกว่าให้กรอกเลขจำนวน13หลักเป็นต้นนะคะกับอาจจะมีการกำหนดค่าเริ่มต้นเช่นเขาถามวันเกิดส่วนมากวันเกิดค่าเริ่มต้นจะเป็นวันที่1มกราคมปี2000อะไรก็ว่าไปนะคะก็จะเป็นค่าเริ่มต้นถ้าคุร(ณ)ไม่ได้เกิดวันนั้นก็เปลี่ยนค่า-ิืหรืออาจจะเป็นเงินบริจาคนะคะนะคะค-่าเริ่มต้นอาจจะเป็น10บาทคุณอาจจะไปเปลี่ยนค่าก็ได้นะคะกับการกำหนดเงื่อนไขของค่าเช่นเงินเดือนจะต้องเป็นบวกเสมอจะบอกว่าเขาถามเงินเดือนเท่าไรคุณจะบอกว่า-5000คือยังไม่ได้ทำงานแล้วเป็นหนี้ไปเรื่อยๆก็ไม่ใช่ค่าบางค่านะคะะก็ต้องค่าบางค่าจะต้องเป็นบวกเสมออายุจะต้องเป็นจำนวนเต็มบวกเต็มลบไม่ได้นะคะกับการกำหนดข้อความที่แสดงหากใส่ข้อมูลไม่ตรงตามเงื่อนไขเช่นใส่อายุเป็น-20มันก็จะมีคำสั่งแจ้งเตือนขึ้นมาว่าให้ใส่ค่าท(ข)-้อม-ี่เป็(-ูล)นที่เป็นค่าบวกเท่านั้นนะคะก็จะเป็นแบบนี้เราสามารถกำหนดได้รวมถึงข้อมูลที่จำเป็นต้องตอบจะเว้นว่างไม่ได้เช่นเลขบัตรประชาชนคุณจะบอกว่าคุณไม่มีเลขบัตรประชาชนเป็นไปไม่ได้นะคะเพราะฉะนั้นต้องกรอกทุกครั้งหรืออาจจะเป็นแบบฟอร์มให้สมัครใดๆก็ตามไอ้เลขบัตรประชนนี่จะเป็นข้อมูลที่ต้องกรอกเสมอจะปล่อยว่างไม่ได้การกำหนดการกำหนดค่าคีย์หลักนะคะก็ทำได้ง่ายมากถ้าในโปรแกรมก็คือคุณจะเลือกค่าไหนให้เป็นคีย์หลักคลิกที่คอลัมน์นั้นๆนั้นๆหรือfฟ-ี(i)eลด์(ld)นั้นๆหรือการกดรูปตัวกุญแจจะหมายถึงคีย์หลักหรือว่าprimarykeyนั่นล่ะนะคะแค่เลือกแล้วก็กดมันก็จะเป็นการแจ้งในระบบเลยว่าไอ้ค่านี้คือค่าคีย์หลักของตารางนี้นะคะกับความสัมพันธ์มันจะเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง2ตารางขึ้นไปด(โ)ดยที่เราจะมีการพิจารณาคีย์นอกของปแต่ละตารตารางที่มันจะอ้างถึงคีย์หลักของอีกตารางหนึ่งนะคะก็อันนี้ก็เดี๋ยวจะลองทำในตัวโปรแกรมว่ามันจะอ้างอิงกันอย่างไรนะคะในตัวโปรแกรมมันก็จะง่ายมากค่ะมันก็จะมีตัวให้เรากดได้เลยตามลูกศรสีแดงชี้นะคะเป็นโปรแกรมค่อนข้างสำเร็จรูปเลยนะคะว่าเราจะสร้างคีย์หลักอย่างไรอันไหนจะเป็นความสัมพันธ์นะคะก่อนที่เราจะทำสิ่งเหล่านี้ได้เราต้องรู้แล้วว่าตารางที่เราสร้างนี่มันสัมพันธ์กันอย่างไรเราเคยวาดerdiagramมาแล้วเหมือนตัวอย่างที่อาจารย์ให้ทำคือร้านหนังสือว่าผู้แต่งหนังสือกับหนังสือเขาควรจะมีความสัมพันธ์กันอย่างไรนะคะอย่างเช่นตัวอย่างถ้าเราสร้างความสัมพันธ์ได้แล้วมันจะเป็นแบบนี้ค่ะมันจะมีการโยงเส้นของ2ตารางให้ดูเลยว่าตารางนี้กับตารางนี้เขามีความสัมพันธ์กันอย่างตารางนี้ค่ะ2ตารางนี้มีความสัมพันธ์แบบ1กับมากกกว่า1อย่างที่อาจารย์เคยบอกว่าในแต่ละโปรแกรมหรือแต่ละหนังสือสัญลักษณ์เครื่องหมายเขาอาจจะไม่ได้ใช้ตัวmอย่างที่อาจารย์สอนแต่มันเป็นความหมายเดียวกันคือonetomanyคือ1มีความสัมพันธ์มากกว่า1กับอะไรนะคะเพราะฉะนั้นเรา...เราอ่านหนังสือบางเล่น(ม)ก็อาจจะเขียนอย่างนี้นะคะให้เราเข้าใจว่ามันมีความหมายเดียวกันมันต่างกันที่สัญลักษณ์เฉยๆถ้าเป็นความสัมพันธ์แบบ1ต่อ1นะคะ1ต่อ1บางรูปแบบเขาจะไม่เขียนกำหนดไว้เลยเพราะให้รู้ว่าเป็นความสัมพันธ์แบบไหนนะคะonetooneonetomanyนะคะข้อพิจารณาในการสร้างฐานข้อมูลเราต้องรู้ว่าเราจะสร้างฐานข้อมูลเพื่อมาทำงานเกี่ยวกับระบบอะไรนะคะเหมือนในตัวอย่างก็คือร้านเช่าหนังสือหรือร้านขายหนังสือในร้านขายหนังสือต้องมีตารางอะไรบ้างนะคะมันอาจจะไม่มีแค่33ตัวอย่าง3ตารางที่อาจารย์ยกตัวอย่างมันมากกว่านั้นคุณจะเช่าหรือคุณจะขายหรือคุณจะมีระบบสมาชิกไหมนะคะรวมถึงรายละเอียดในตารางข้อมูลจะต้องเก็บอะไรบ้างเครื่องไหนไฟตกหรือต่อไปก็ต้องดูว่าในตารางอะไรคือคีย์หลักก-้(-็)คือค่าที่ห้ามซ้ำกันนั่นเองอันนี้เราจำได้นะความสัมพันธ์ของตารางข้อมูลเป็นความสัมพันธ์แบบไหนมีค่าที่ต้องมาประมวลผลหรือมีการคำนวณไหมนะคะเช่นอายุสมาชิกหรือวันเข้าทำงานทำงานมาแล้วกี่ปีเพื่อพิจารณาเงินเดือนอะไรก็ว่าไปนะคะการจัดการแสดงผลข(อ)อง(ก)ทางหน้าจอเป็นอย่างไรสามารถพรินต์ออกมาเป็นรายงานได้ไหมข้อมูลเบื้องต้นที่จะใส่ใส่แล้วเป็นอย่างไรใส่กับระบบงานอะไรเอาไปผนวกกับงานแล้วมันมีปัญหาไหมนะคะอันนี้คือข้อพิจารณาในการสร้างฐานข้อมูลขึ้นมาสักระบบหนึ่งขนาดข้อมูลเล็กๆก็ยังต้องพิจารณาตามนี้เช่นกันนะคะกับก่อนที่เราจะเรียนในตัวโปรแกรมเราต้องมารู้จักคำสั่งที่ทำะสั่งให้ฐานข้อมูลมันทำงานก่อนนะคะภาษาที่ใช้จัดการฐานข้อมูลอย่างที่บอกค่ะเป็นภาษาsqlstructurquerylanguql(g)eตัวนี้นะคะการเรียนภาษาsqlนะคะมันก็จะเป็นเรียนรู้คำสั่งพื้นฐานสำหรับสร้างโครงสร้างฐานข้อมูลคำสั่งในการเรียกดูข้อมูลคำสังปรับปรุงข้อมูลเพิ่มลบแก้ไขอันนี้เราต้องทราบนะคะซึ่งภาษาsqlนี่เป็นภาษาทางด้านฐานข้อมูลที่ได้รับความนิยมที่สุดนะคะเป-้(-็)นชุดคำสั่งที่ใช้ในการจัดการข้อมูลนะคะกลุ่มคำสั่งของภาษาsqlจะมีอยู่3กลุ่มคำสั่งคำสั่งแรกก็เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับการสร้างฐานข้อมูลกำหนดโครงสร้างฐานข้อมูลด้วยนะคะกำหนดโครงสร้างของตารางกลุ่มที่2จะเป็นกลุ่มคำสั่งที่ใช่เพิ่มลบเปลี่ยนแปลงก็คือเป็นการปรับปรุงข้อมูลนั่นเองส่วนกลุ่มที่3จะเป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับสร้างนะคะอันนี้ก็จะเป็นภาษาที่ไม่ได้เป็นภาษาที่สำหรับนิยามข้อมูลเป็นการสร้างด้วยนะคะอย่างในสไลด์อาจารย์วันนี้นี่ถ้าเราเห็นทรงกระบอกแบบนี้นี่ถ้าในหนังสือหรือว่าในทางเชิงสากลนี่เขาจะรับรู้ได้เลยว่าถ้าเราใส่รูปทรงกระบอกแบบนี้ในสัญลักษณ์ใดๆที่เป็นโครงสร้างทางคอมพิวเตอร์นี่เขาจะรู้เลยว่าอันนี้คือฐานข้อมูลส่วนข้อมูลผลลัพธ์ถ้าเป็นรูปภาพแบบนี้ก็แสดงว่าเป็นการแสดงผลรายงานนะคะอันนี้ก็เวลาคุณไปอ่านหนังส-ือหร-ือเจอหนังสือเล่มอื่นถ้าเขาเขียนแบบนี้นี่ก็ให้เข้าใจว่าก่อนที่จะออกฐานข้อมูลใช้คำสั-่งเพื่อเรียกดูรายงานออกมาผลลัพธ์ดูรายงานเป็นอย่างไรนะคะอันนี้เป็นโครงสร้างคำสั่งภาษาsqlสำหรับการสืบค้นนะคะคำสั่งที่ใช้ในการสืบค้นคำสั่งที่ใช้บ่อยที่สุดก็คือคำสั่งselectอันนี้s-e-l-e-c-tนักศึกษาบางคนเวลาพิมพ์ทำไมผลลัพธ์ไม่ได้เหมือนเพื่อนบางทีพิมพ์ผิดนะคะบางครั้งก็จะจะตกใจไม่ต้องตกใจถ้าผลลัพธ์มันไม่ออกมาเรามานั่งไล่ดูก่อนว่าเราพิมพ์อะไรผิดหรือเปล่านะคะลืมสัญลักษณ์อะไรไหมตกคำอะไรหรือเปล่านะคะก็เช็กด้วยส่วนมากคำสั่งพื้นฐานจะขึ้นต้นด้วยselectตามมาด้วยfromนะคะselectก็คือเราจะแสดงผลข้อมูลอะไรอย่างที่บอกนะคะต้องพยายามภาษาอังกฤษนิดหน-ึ-่งเพราะว่ามันจำเป็นนะคะfromก็คือเราจะเลือกข้อมูลจากตารางไหนนะคะwhereหมายถึงว่ามีเงื่อนไขในการค้นหาว่าอย่างไรบ้างgroupbyข้อมูลจะถูกรวมเป็นข้อมูลเดียวกันหรือไม่นะคะข้อมูลเดียวกันหรือไม่นะคะมีเงื่อนไขอะไรอีกไหมรวมถึงการจัดเรียนอย่างไรนะคะเดี๋ยวจะมีตัวอย่างคำสั่งหให้ดูอาทิตย์นี้ดูตัวอย่างคำสั่งไปก่อนนะคะอันนี้เป็นตัวอย่างของข้อมูลนะคะสไลด์หลังจากนี้ไปเราจะดูคล้ายๆอันนี้เหมือนกันมีตารางอยู่2ตารางนะคะตารางแรกเป็นตารางหนังสือตารางที่2จะเป็นตารางสำนัห(ก)พิมพ์นะคะตารางแรกก็จะมีรหัสหน-ังส-ือชื่อหนังสือชื่อสำนักพิมพม-์(-ี)ราคานะคะตารางที่2จะเป็นตารางสำนักพิมพ์มีรหัสสำนักพิมพ์แล้วก้ชื่อสำนักพิมพ์นะคะคำสั่งจะแสดงมุมขวาตรงนี้นะคะส่วนผลลัพธ์ที่ได้จากคำสั่งsqlจะอยู่ในด้านล่างนะคะตัวอย่างคำสั่งในการสืบค้นข้อมูล1ตารางคำสั่งที่ง่ายที่สุดก็คือคำสั่งselectfromนะคะเวลาอ่านคำสั่งเราจะดูเราจะดูตรงนี้นะคะตรงนี้ขึ้นต้นคำสั่งว่าอะไรดูตรงนี้นะคะตัวแอย่างการสืบค้นจาก1ตารางนะคะ*หมายถึงว่าเอาข้อมูลทุกๆคอลัมน์หรือเราจะสามารถระบุได้ว่าเราจะเอาข้อมูลเฉพาะคอลัมน์ไหนจากตารางอะไรนะคะตัวอย่างเช่นตัวนี้ตัวน-ี้นะคะให้แสดงผลข้อมูลทุกแถวและทุกคอลัมน์คำสั่งก-้(-็)คือselectไอ้เครื่องหมาย*จะเป็นstarนะคะselect*frombookก็คือเอาข้อมูลทุกแถวทุกคอลัมน์จากตารางbookผลลัพธ์ที่ได้ก็แสดงผลข้อม-ูลนั่นเองนะคะถามว่าคำสั่งนี้ใครสั่งบางครั้งอาจจะเป็นคนที่ดูแลฐานข้อมูลหรือผู้ใช้งานต้องการเรียกดูข้อมูลในลักษณะนี้คำสั่งที่เกิดขึ้นที่ให้คอมพิม(ว)เตอร-์ทำงานนะคะอันนี้คือselect*ก็คือเอาทุกคอลัมน์แล้วถ้าเราไม่เอาทุกแถวทุกคอลัมน์ล่ะเรากำหนดได้ไหมกำหนดได้ค่ะคำสั่งต่อมาเป็นselectก็คือเลือกชื่อกับราคาจากตารางbooksผลลัพธ์ที่ได้จากคำสั่งนี้ก็จะแสดงผลเฉพาะชื่อกับราคาของหนังสือเท่านั้นเพราะว่าอย่างที่อาจาา(ร)ย์เคยบอกมุมมองของผู้ใช้งานแต่ละคนไม่เหมือนกันบางคนอย่างดูทั้งหมดบางคนอยากดูข้อมูลทั้ง2อย่างสามารถทำได้ไหมทำได้ค่ะดูข้อมูลอย่างเดียวก็ทำได้แค่ดเราต้แ(อ)งบอกให้ถูกว่าคุณดูจากตารางไหนคอลัมน์อะไรระบุไประบบจัดการฐานข้อมูลมันก็จะดึงข้อมูลขึ้นมาให้เราดูนะคะต่อมาถ้าเป็นการสืบค้นแบบมีเงื่อนไขล่ะแค่เอาคอลัมน์มันไม่-้พอแล้วเราอยากกดเพิ่มเงื่อนไข-่คำสั่งก-้(-็)จพะใช้ในการเพิ่มเงื่อนไขก็คือคำสั่งwhereมันจะเป็นselectfromwhereไล่ลำดับลงมานะคะโดยอาจจะมีเงื่อนไขอาจจะเป็นเงื่อนไขการเปรียบเทียบบเปรียบเทียบนะคะจะให้ดูสัญลักษณตรงนี้นะคะมากกว่าเท่ากับน้อยกว่านะคะพวกนี้น้อยกว่า=มากกว่า=อันนี้เป็น=><เป็นอย่างนี้นะคะไปอย่างนี้นะคะเดี๋ยวจะทำตัวคั่นให้ทีหลังหรือการรวบรวมเป็นและเป็นหรือเป็นและเปป้(-็น)รเป็นการปฏิเสธเช่นไม่เอาข้อมูลนักศึกษาชายอะไรอย่างนี้ตรวจสอบค่าของข้อมูลว่างให้มันตรวจดูสิว่าข้อมูลตรงไหนมีช่-้องว่างข้อมูลตรงไหนหายไปตรวจสอบเป็นช่วงเช่นตรวจสอบในช่วงอายุระหว่าง15ถึง18ปีหรือในชื่อใครมีชื่อมีจจานหรือในชื่อใครมีสระเอตรวจสอบข้อความนะคะเช่นในข้อมูลนั้นมีคำว่า"นาย"ก็เอาคนที่มีคำขึ้นต้นว่านายทั้งหมดอะไรก็ว่าไปนะคะมันจะมีการเปรียบเทียบเงื่อนไขด้วยนะคะอันนี้อาจารย์อธิบายไปแล้วนะคะ=><>=<=ไม่เท่ากับนะคะอย่างตัวอย่างการค้นหาแบบมีเงื่อนไขนะคะอันแรกก็คือให้เอามาแสดงผลเฉพาะชื่อกับยราเฉพาะชื่อกับราคาจากตารางbookโดยที่มีเงื่อนไขคือราคาน้อยกว่า1,000เงื่อนไขแรกคือแสดงผลเฉพาะชื-่อกับราคาราคานะคะแล้วเงื่อนไขต่อมาคือราคาน้อยกว่า1,000มาดูที่ราคาค่ะอันนี้น้อยกว่า1,000อันนี้น้อยกว่า1,000นี่1,0001,000แสดงผลไหมคะไม่แสดงผล1,950แสดงผลไหมไม่แสดงผลส่วนที่มันจะแสดงผลมีอยู่5แถวนะคะแต่มันจะเลือกแสดงผลแค่ชื่อกับราคาเท่านั้นอันนี้คือคำสั่งผลลัพธ์ที่ได้ก็จะเป็นตัวนี้นะคะอันนี้เดี๋ยวเราจะลองทำสัปดาห์หน้าอันนี้อาจารย์ให้ดูภาพก่อนนะคะคราวนี้เงื่อนไขเหมือนเดิมค่ะแต่ต่างตรงที่ว่าคำสั่งเปรียบเทียบเป็น>=1000แสดงว่าเล่มที่มีราคา1,000มันก็จะแสดงผลด้วยเพราะฉะนั้นต้องดูคำสั่งเปรียบเทียบดีๆว่าเขาเอา<หรือ<=เหมือนบางทีเราค้นหาสินค้าในเว็บออนไลน์เราให้มันจัดเรียนตามราคาก็ใช้คำสั่งนี้ล่ะค่ะในการจัดเรียงว่าเราอยากได้สินค้าที่น้อยที่สุดไปหามากที่สุดไม่เกิน2,000บาทเขาก็จะจัดเรียงมาให้ก็จะใช้คำสั่งนี้ล่ะค่ะที่มันดึงข้อมูลจากฐานข้อมูลมาแสดงผลให้เรานะคะเมื่อก่อนเราเป็นแค่ผู้ใช้งานเราไม่รู้ว่าข้างในมันนี่เขาเขียนอย่างไรวันนี้เรารู้แล้วว่าคำสั่งคอมพิวเตอร์ต้องสั่งมันว่าอย่างไรต่อมาเป็นคำสั่งเดิมแต่เปลี่ยนเงื่อนไขก็คือให้ราคาไม่เท่ากับ1,000เพราะฉะนั้นก็00(แ)สดงผลหนังสือทุกเล่มยกเว้นเล่มที่มีราคา1,000จะไม่แสดงผลดูดีๆนะคะเงื่อนไขตรงนี้เองแตกต่างกันแค่นี้เองนิดเดียวถ้าสมมติว่าในข้อสอบอาจารย-ื(-์)ถามว่านักศึกษาก็ต้องเขียนออกมาให้อาจารย์ดูได้ว่าจากคำสั่งนี้นะคะผลลัพธ์ที่ได้ควรจะเป็นอย่างไรอแ-ันนี้มันมีแค่เงื่อนไขเดียวแต่ถ้ามันมีหลายเงื่อนไขล่ะนะคะมันสามารถทำได้หลายเงื่อนไขไหมได้นะคะก็จะมีเงื่อนไขที่เพิ่มขึ้นคือandหรือorก็คือต้องเป็นไปตามเงื่อนไขทั้งหมดorเป็นไปตามเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่งนะคะอย่างตัวนี้คำสั่งเราดูก่อนเลยอย่างแรกเป็นorให้เลือกแสดงผลข้อมูลเป็นbooksโดยมีเงื่อนไขคือราคามากกว่า500หรือรหัสสำนักพิมพ์น้อยกว่า12ก็มาดูนะคะเงื่อนไขแรกราคามากกว่า500จะมีอยู่2เล่มตัวนี้นะคะแล้วก็รหัสหรือรหัสสำนักพิมพ์น้อยกว่า12อันนี้อันนี้เพราะฉะนั้นจะแสดงผล5เล่มนะคะถามว่าทำไมอันนี้มันราคาไม่เกิน500นี่ทำไมมันแสดงผลก-้(-็)เพราะว่ารหัสสำนักพิมพ์น้อยกว-้-่า12มันก็เลยแสดงผลด้วยนะคะเป็น5เล่มซึ่งแตกต่างจากตัวอย่างก็เลยแสดงผลด้วยนะคะด้วยนะคะเป็น5เล่มซึ่งแตกต่างจากตัวอย่างต่อมาเป็นandandก็คือถ้ามันมีเงื่อนไข2ข้อมันจะต้องดูทั้งเงื่อนไขทั้ง2ข้อนะคะอันนี้คือมีเงื่อนไข2ข้อก็จริงแต่ว่ามันสามารถเป็นได้ทั้ง2ข้อโดยที่สามารถเลือกได้นะคะแต่อันนี้จะต้องเขาตามเงื่อนไขทั้ง2ข้อเป๊ะๆเท่านั้นนะคะเงื่อนไขก็คือให้ราคา>=5มากกว่าเท่ากับ500และราคาน(<)-้อยกว่า1,000ก็คือเป็นช่วงนั่นเองนะคะก็จะมีเล่มนี้500เล่มนี้1,000ถามว่าเล่มนี้ได้ไหมไม่ได้เพราะมันเกิน1,000เล่มนี้ได้ไหมไม่ได้เพราะมันน้อยกว่า500เพราะฉะนั้นผลลัพธ์ที่ได้ก็จะมีแค่2เล่มเท่านั้นตามเงื่อนไขนะคะแล้วมีเงื่อนไขมากว่านี-้ได-้ไหมมีได้ค่ะเป็นได้ทั้งandและorนะคะถ้าอันไหนเป็นandก็คือจะต้องตามเงื่อนไขนั้นอย่างเดียวเท่านั้นนะคะเช่นราคา<=500มีเล่มไหนบ้างมีเล่มนี้นะคะนะคะมีเล่มนี้นะคะหรือpidก็คือรหัสสำนักพิมพ์เท่ากับ4เท่-้ากับ4มีเล่มไหนมีเล่มนี้ค่ะมีเล่มนี้มีเล่มนี้ทำไมถึงเอาเพราะมันเป็นคำสั่งororก็คือสามารถยอมรับได้นะคะก-้(-็)แสดงผลมา5เล่มอันนี้เป็นเงื่อนไขนะคะแต-่ว-่ามันก็จะมีวิธีการเขียนให้มันสั้นกว่านี้อยู่นะคะมีหลายตัวอย่างนะคะกับต่อมาเป็นเงื่อนไขในการปฏิเสธก-้(-็)คือไม่เอานะคะก็คือคำสั่งnotอย่างเช่นคำสั่งนี้เงื่อนไขคือไม่เอารหัสสำนักพิมพ์ที่มีค่าเท่ากับ4อันนี้ตัดไปตัดไปตัดไปเพราะฉะนั้นแสดงผลที่เหล-ือนนี้ค-ือเงื่อนไขง่ายๆอย่างเช่นเราเราหาซื้อของออนไลน์ไม่อยากได้สีแดงเราก็เลยบอกว่าไม่เอาสีแดงมันก็แสดงผลสินค้าที่เหลือมาให้นะคะหรืออาจารย์หาค่าว่างหรือการไม่ค่าในข้อมูลนั้นๆเช่นลองดูสิว่าในราคาน่ะในส่วนของราคามีอะไรเป็นค่าว่างบ้างnullตัวนี้แปลว่าค่าว่างนะคะค-่าว่างตัวนี้ก็จะมีอยู่เล่มเดียวที่ไม่มีข้อมูลของสำนักพิมพ์ไม่มีข้อมูลราคามีอยู่เล่มเดียวเอาไว้เช็กว่าข้อมูลเรามีข้อมูลอะไรหายไปหรือเปล่าก็สามารถให้คอมพิวเตอร์มันเช็กให้เราได้ในทางกลับกันให้มันเช็กว่ามให้มันเช็กว่าม-ีข้อมูลอะไรบ้างที่ไม่ใช่ค่าว่างก็ใช้คำสั่งที่ใกล้เคียงกันแค่นั้นเองนะคะเพราะฉะนั้นภาษาอังกฤษค่อนข้างง่ายค่ะลองแปลดูคำศัพท์ก็ไม่ใช่คำศัพท์ที่ซับซ้อนอะไรมากนะคะที่ใช้ในการจัดการฐานข้อมูลเมื่อกี้เราใช้andใช้orนะคะมันพิมพ์ค่อนข้างยาวเราจะเปลี่ยนใหม่เป็นคำสั่งbetweenandนะคะก็คือระหว่างเท่าไรถึงเท่าไรนะคะในทาง...ในเทียบกันดูนะคะถ้าเราใช้คำสั่งนี้นะคะให้แสดงผลคอลัมน์นะคะที่มีค่าระหว่าง10-20เราพิมพ์แค่นี้เองนะคะแต่ถ้าเราจำคำสั่งbetweenandไม่ได้เราต้องพิมพ์ยาวมากแบบนี้นะคะคำสั่งตัวนี้มันเลยทำให้เราทำงานได้เร็วขึ้นพิมพ์น้อยลงนะคะอย่างเช่นตัวนี้นะคะเงื่อนไขคือให้เลือกชื่อหนังสือกับราคามาโดยที่มีเงื่อนไขคือราคาอยู่ในระหว่าง500-1,000ก็มีกี่เล่มคะมีอยู่2เล่ม500กับ1,000พิมพ์สั้นลงเยอะเลยนะคะพิมพ์สั้นลงเยอะเลยกับเงื่อนไขต่อมาเงื่อนไขคือไม่อยู่ในช่วงระหว่าง500-1,000มีอะไร500ตัดออก1,000ตัดออกเพราะฉะนั้นผลลัพธ์ที่ได้ก็จะมีอยู่ทุกเล่มเลยยกเว้นเล่มที่ราคา500กับ1,000นะคะนะคะหรือเราอาจจะค้นหาข้อมูลตามค่าที่เราต้องการนะคะเราจะใช้คำสั่งเงื่อนไขเพิ่มเติมเข้ามาคือinนะคะi-nตัวนี้เช่นข้อมูลที่เราต้องการก็คืออาจจะมีตัวเลขให้หาตัวเลขที่ระหว่าง1-10นะคะผลลัพธ์ที่ได้ก็จะเป็รน13579อันนี้เรารู้79(อ)ยู่แล้วจะเป็นจำนวนคี่ระหว่าง1-10นะคะชื่อคนที่ขึ้นต้นด้วยสเสือมม้ามีอะไรบ้างสมชายสมพงษ์สมศักดิ์นะคะตัวอย่างก็คือเงื่อนไขให้แสดงให้แสดงชื่อหนังสือกับราคาที่ราคาหนังสือinมีค่า250หนังสือเล่มละ5007501,000เล่มไหนบ้างมี250มีไหมมี1เล่ม500มีไหม500มี1เล่ม750มีไหมไม่มี1,000มีไหมมีเพราะฉะนั้นแสดงผล3เล่มนะคะถามว่าเราค้นหาไม่เจอแล้วเกิดอะไรขึ้นไหมไม่เจอก็คือไม่เจอนะคะก็แสดงว่าฐานข้อมูลเราไม่มีหนังสือเล่ม750แค่นั้นเองนะคะหรือการค้นหาหนังสือที่ราคาไม่อยู่ในราคาที่250250ตัดออกไปไม่เอา500เอาไหมไม่เอา750ไม่มี1,000มีอยู่ตัดออกเพราะฉะนั้นแสดงผลหนังสือเล่มที่เหลือเพราะเขาบอกว่าไม่เอาหนังสือราคา250ไม่เอา500ไม่เอา750ไม่เอา1,000เพราะฉะนั้นก็แสดงผลค่าที่เหลือแค่นั้นเองก็คือตัดออกนะคะต่อมาคราวนี้เป็นการระบุราคาไปแล้วเราจะระบุเป็นข้อความนะคะเป็นตัวอักษรก็ได้จากเมื่อกี้เป็นคำสั่งinจากนี้จะเป็นคำสั่งlikelikeเหมือนกดlikeนี่ล่ะนะคะก็จะเป็นการค้นหาส่วนของข้อความบางครั้งเราอาจจะไท่ได้พิมพ์ชื่อเต็มๆของเขาอาจจะเป็นส่วนของชื่อของเขาก็ได้เช่นจำชื่อเขาไม่ได้น่ะเขาน่าจะชื่อสมสมพงศ์พงศ์ซึ่งมันเป็นส่วนของชื่อของคนที่ชื่อสมพงษ์อาจจะจำคำชื่อขึ้นต้นเขาไม่ได้อาจจะจำได้บ-่(า)งส่วนก็สามารถค้นหาได้เหมือนกันเช่นบางคนอาจจะพิมพ์คำว่าmicrosoftผิดหรือจำไม่ได้ก็สามารถค้นหาได้เหมือนกันเป็นบางส่วนของข้อความนะคะโดยที่การค้นหาส่วนของข้อความใดๆไการค้นหาส่วนของข้อความใดๆโดยไม่จำกัดตัวอักษรเราจะใช้เป็นตัว%หรือตัวสตาร์เป็น*ตัวนี้ก็ได้หรน-ือเป็นส่วนของข้อความใดๆที่มีขนาดแค่1ตัวอักษรเราจะใช้เป็น_หรือเครื่องหมายคำถามถ้าในส่วนของโปรแกรมmicrosoftaccessนะคะเราจะใช้เป็นเครื่องหมายคำถามหรือเป็นวงเล็บวงเล็บเป็นวงเล็บสี่เหลี่ยมแบบนี้นะคะก็คือให้ตัวอักษรใดๆที่ปรากฏในช่องจะต้องเป็นตัวอักษรนั้นเท่านั้นแต่ถ้ามีเครื่องหมายตกใจมันจะเป็นการบอกว่าไม่เอาตัวอักษรนั้นนะคะหรืออาจจะเป็นช่วงตัวอักษรก็ได้เดี๋ยวจะให้ดูตัวอย่างเลยแล้วกันมันจะได้เห็นภาพนะคะอย่างเช่นเงื่อนไขคือให้ค้นหาชื่อหนังสือราคาจากตารางหนังสือโดยที่ชื่อหนังสือนะคะขึ้นต้นด้วยnตามด้วยอะไรก็ได้ถ้าเป็นเครื่องหมาย*ตัวนี้คือขึ้นต้นด้วยตัวหนังสือนั้นๆตามด้วยอะไรก็ได้ในตารางเราลองดูสิคะขึ้นต้นด้วยตัวnมีอยู่1ชื่อมี2ชื่อเพราะฉะนั้นแสดงผล2อันขึ้นต้นด้วยตัวnนะคะอันอื่นไม่ได้ขึ้นต้นด้วยตัวnแล้วเงื่อนไขต่อมาหาชื่อหนังสือที่ขึ้นต้นด้วยอะไรก็ได้ลงท้ายด้วยอะไรก็ได้แต่ในชื่อนั้นมีตัวcขึ้นต้นด้วยอะไรก็ได้ค่ะต(ล)ง-่อ(ท)ด-้ว(า)ยอะไรก-้(-็)ได้นะคะแต่ตรงในนั้นน่ะในคำนั้นน่ะต้องมีตัวcอันแรกชื่อแรกมีไหมคะไม่มีชื่อที่2มีตัวcตรงตามเงท-ื่อนไขไหมข้อตั้นอะไรก็ได้ลงท้ายอะไรก็ได้แต่มีตัวcหนังสือต่อมามีไหมมีตัวcมีตัวนี้ก็มีนะคะตัวนี้ถามว่าได้ได้อย่างไรก-้(-็)ขึ-่(-้)นต้นด้วยอะไรก็ได้ลงด้วยอะไนะคะขอให้มีตัวcประกอบเพราะฉะนั้นก็จะมีหนังสืออยู่4เล่มนะคะ4เล่มอันนี้คือผลลัพธ์เพราะฉะนั้นบางทีนี่อาจารย์อยากค้นหาชื่อนักศึกษานะคะจำชื่อจริงเขาไม่ได้จำได้แค่ว่ามี"พร"อะไรอย่างอะไรอย่างนี้นะคะฐานข้อมูลก็สามารถค้นหาข้อมูลให้เราได้เช่นเดียวกันนะคะตัวอย่างนี้จะเริ่มสังเกตแล้วว่าทำไมมันมีเครื่องหมายคำถามแล้วก็ดอกจันถ้ามีเครื่องหมายคำถามตรงนี้แสดงว่าข้างหน้าตัวe1ตัวอักษรเท่านั้นนะคะเป็น1ตัวแต่ตามหลังตัวeเป็นกี่ตัวก็ได้เรามาดูเงื่อนไขกันเลยนะคะะคะเรามาดูเงื่อนไขกันเลยนะคะถามว่าในหนังสือเล่มนี้ได้ไหมไม่ได้เพราะตรงก่อนหน้าตัวeมีอยู่5ซึ่งผิดเงื่อนไขถ้าเป็นเครื่องหมายคำถามตัวหนังสือที่นำหน้าตัวeต้องมี1ตัวเท่านั้นนะคะเล่มนี้ล่ะมีตัวeแต่ก่อนหน้าตัวeมีตัวหนังสือเยอะเลยก็ไม่ได้เล่มนี้ได้ไหมขึ้นต้นด้วย1ตัวอักษรตามหลังด้วยตัวeได้ตัวนี้ไม่มีนะคะเล่มนี้ก็ไม่ได้เล่มนี้ได้ขึ้นต้นด้วยe...ขึ้นต้น1ตัวตัวeแค่นั้นเพราะฉะนั้นมีหนังสืออยู่2เล่มนะคะเล่มนี้ก็ไม่ได้เพราะก่อนหน้าตัวeมีตัวหนังสือมากกว่า1ตัวนะคะผิดเงื่อนไขเงื่อนไขต่อมานะคะเงื่อนไขว่าให้ชื่อหนังสือขึ้นต้นด้วยตัวnหรือตัวoตามหลังด้วยอะไรก็ได้นะคะก็จะมีอยู่กี่เล่มเล่มนี้ขึ้นต้นด้วยnได้ขึ้นต้นด้วยตัวnได้มีตัวo1เล่มก็แสดงผลหนังสือ3เล่มนะคะอันนี้เป็นการดูเงื่อนไขแต่เดี่ยวอาทิตย์หน้าคุณต้องทำเองอาจารย์อาจจะกำหนดว่าให้คุณลองพิมพ์ว่าให้เขียนเงื่อนไขแล้วให้แสดงผลตามที่อาจารย์กำหนดให้พวกคุณพิมพ์คำสั่งให้ถูกอย่างเช่นข้อมูลสัปดาห์หน้าอาจารย์อาจจะบอกว่าให้แสดงผลคนที่ขึ้นต้นด้วยสกับอ.อาทิตย์หน้านักศึกษาก็ต้องทำได้นะคะเพราะอาทิตย์นี้มีตัวอย่างแล้วนะเงื่อนไขต่อมาชื่อหนังสือที่ไม่ขึ้นต้นด้วยตัวnตามหลังด้วยอะไรก็ได้อันนี-้-้ตาหลังด้วยอะไรก-็-็ได้อันนี้ก็หลายเล่มเลยเล่มนี้เล่มนี-้เล่มนี้นะคะแค่นี้เองต่อมาจะเริ่มเป็นการปรับปรุงฐานข้อมูลจะเริ่มเป็นการกำรปรับปรุงฐานข้อมูลจะเป็นการกำจัดข้อมูลที่อาจจะมีการซ้ำกันเกิดขึ้นก็คือรายการซ้ำนะคะมี2คำสั่งก็จะมีการการใช้คำสั่งที่อาจจะกำจัดรายการข้อมูลซ้ำให้เหลือรายการเดียวนะคะโดยใช้การกำหนดค่าต่างๆเป็นเกณฑ์กับคำสั่งถ้าต่อมาเป็นตัวนี้ก็บทั้งแถวเดี๋ยวเรามาดูตัวอย่างกันนะคะนะคะโดยคำสั่งก็คือให้เลือกกำจัดชื่อซ้ำชื่อที่ว(ซ)-้ำนะคะจากตารางstudentดูในชตารางstudentในช-่องชื่อนะคะดูเฉพาะชื่อนะอันไหนชื่อซ้ำมีซ้ำ1คนก็คือชื่อแดงเพราะฉะนั้นเป็นอะไรการแสดงผลก-้(-็)จะมีแค่3ชื่อที่เหลือเราจะตัดให้เหลือแค่1แดงเท่านั้นนะคะข้อมูลอย่างอื่นเราไม่สนใจมันแค่อยากจ(ร)ะด-ู-้ว่าคนที่ชื่อซ้ำกันนี่ตัดชื่อออกนะคะอ-ันนี้คือคำสั่งกับให้ตัดข้อมูลทิ้งทั้งแถวนะคะอย่างในตอนนี้ถ้ามันซ้ำกันจริงๆถ้านักศึกษาสังเกตกันดีๆคนชื่อแดงว(ซ)-้ำกันก็จริงนะคะแต่นามสกุบ(ล)ไม่ซ้ำกันแต่จะมีอันนี้ซ้ำทั้งชื่อทั้งนามสกุลถ้าใช้คำสั่งนี้นะคะมันจะตัดข้อมูลที่ซ้ำกันทั้งแถวออกนะคะอันนี้ก็คือเดี๋ยวเราไปดูในโปรแกรมจริงๆดีกว่านะคะเพราะว่าอันนี้ตัวอย่างมันอาจจะยังดูเห็นภาพไม่ชัดมันยังดูน้อยไปเดี-่(-๋)ยวอาทิตย-ื(-์)หน้าเราได้ทำของจริงนี่เราจะทำเยอะกว่านี้นะคะต่อมาจะเป็นการเรียงลำดับข้อมูลนะคะก็จะใช้คำสั่งorderbyนะคะก็คือการเรียงลำดัล(บ)นะคะก็คือให้แสดงผลข้อมูลทั้งหมดจากตารางbooksโดยให้เรียงลำดับตามราคาถ้าเราไม่สั่งเพิ่มเติมมันจะเป็นการเรียงจากน้อยไปหามากนะคะคำสั่งนี้ก็คือorderbypriceก็คือให้เรียงลำดับจากน้อยไปหามากก็จะเรียงลำส(ด)-ับใหม่เรียงตามลำดับที่เราสั่งแต่ถ้าเราอยากเรียงจากมากไปหาน้อยเราจะต้องระบุเพิ่มด้วยว่าฏฎฆตรงนี้นะคะมันจะหมายถึงว่าให้เราเรียงลำดับตามราคาก็จริงแต่ให้เรียงจากราคามากไปหาราคาน้อยนะคะต้องบอกด้วยเหมือนเวลาเราใช้เว็บฯในการว(ซ)-ื้อของออนไลน์ไส้ในของโปรแกรมก็คือคำสั่งที่เราวันนี้นะคะนักศึกษาจะได้เข้าใจเพราะต่อไปเราจะไม่เป็นแค่ผู้ใช้งานแล้วเราอาจจะได้เป็นผู้ดูแลระบบด้วยนะกลับมาก็จะมีฟังก์ชันกับการคำนวณทางคณิตศาสตร์ที่เกิดขึ้นในการจัดการฐานข้อมูลด้วยอาจจะเป็นฟังก์ชันสำหรับการบวกการนับการหาค่าเฉลี่ยนะคะไอ้avgตัวนี้มันย่อมาจากaverageก็คือการหาค่าเฉลี่ยนะคะหาค่ามากที่สุดอันนี้เป็นคณิตศาสตร์อย่างง่ายก็ต้องเอามาใช้ด้วยนะคะอย่างเช่นให้รวมราคาทั้งหมดแล้วให้แล้วให้ตั้งชื่อคอลัมน์ใหม่ชื่อว่าsumpriceตัวนี้นะคะให้รวมราคาทั้งหมดใส่ในคอลัมน์ใหม่นะคะฟ(f)i-ีล(e)lด-์(d)ใหม่จากตารางbooksเพราะฉะนั้นผลลัพธ์จากคำสั่งนี้ก็คือเอายอดหนังสือทั้งหมดมาบวกกันให้ได้ผลลัพธ์ตัวนี้นะคะก็ไม่ยากถ้าเราจำคำสั่งได้ไถ้าเราจำคำสั่งได้ก็ไม่ยากเลยมีบวกแล้วก็ต้องมีนับให้นับจำนวนจากรหัสหนังสือทั้งหมดจากตารางbooksโดยให้ชื่อฃคอลัมน์ใหม่ชื่อว่าcountbookก็คือให้นับจำนวนbookidก็คือหนังสือทั้งหมดมีกี่เล่มมัมนก็นับมาได้7เล่มอันนี้คือมันง่ายมันมองเรามองดูด้วยสายตาเราก็รู้แต่ถ้าข้อมูลมันเยอะกว่านี้ล่ะแล้วคุณจะรู้ได้อย่างไรตอนนี้มันมีหนังสือกี่เล่มเช่นสมมติให้คุร(ณ)ดูแลระบบจัดการห้องสมุดมหาวิทยาลัยมันไม่สามารถยืนดูที่หน้าประตูและบอกใช่ไหมคะมันก็ต้องบวกจากฐานข้อมูลแล้วสมมติว่าเราไปฝึกงานแล้วมีเจ้าหน้าที่ถามว่าให้เด็กฝึกงานไปดูสิว่ามีหนังสือมีกี่เล่มมันไม่ใช่เราสามารถสั่งได้จากฐานข้อมูลเลยว่าวันนี้ในห้องสมุดมีหนังสือกี่เล่มนะคะหรือในอนาคตคุร(ณ)ต้องได้ฝึกงานแน่นอนหรือเขาจะบอกว่าเด็กฝึกงานไปนับสิของในโกดังมีกี่ชิ้นคุณจะไปนั่งนับหรือนะคะมันก็สามารถมีวิธีการสั่งจากฐานข้อมูลนี่ล่ะนับดูสิว่าสรุปสินค้าเรามีกี่อย่างคุณจะไปนั่งนับมันไม่ได้หรอกค่ะในชีวิตจริงนะคะคำสั่งนี้ก็ค่อนข้างจำเป็นนะคะสำหรับใช้ในการฝึกงานหรือทำงานในอนาคตนะหรือการหาค่าเฉลี่ยนะคะก็จะเป็นการหาค่าเฉลี่ยของราคาของสินค้าทั้งหมดโดยให้ตั้งชื่อคอลัมน์ใหม่ชื่อว่าavgpriceหรือaveragepriceแสดงว่าหนังสือ7เล่มนี้มีค่าเฉลี่ยต่อเล่มประมาณ62.14ตรงนี้สมมติว่ามีใครต้องการข้อมูลจากเราเราก็สามารถให้เขาดูได้ต่อมาเขาถามว่าราคาหนังสือที่ถูกที่สุดในร้านเท่าไรคุณจะไปเดินหาก็ไม่ใช่เราแค่สั่งให้ฐานข้อมูลมันแสดงผลสิว่าราคาสินค้าที่ถูกที่สุดนะคะโดยที่ให้กำหนดใส่ในคอลัมน์ใหม่ราคาที่ถูกที่สุดตอนนี้ถ้าเรามองด้วยสายตาเราก็ทราบว่า150แต่อย่างที่อาจารย์บอกถ้าสินค้าเรามีเป็นหมื่นเป็นแสนชิ้นคุณจะมานั่งไล่ดูเสียเวลาค่ะฐานข้อมูลจัดการได้ให้มันค้นหาให้คุร(ณ)เลยไม่เกิน1นาทีรู้แน่นอนหาหาราคาน้อยที่สุดแล้วอันนี้ก็เป็นmaxpriceนะคะก็ดูราคามากที่สุดได้เช่นเดียวกันต่อมาเป็นยการรวมกลุ่มข้อมูลนะคะเป็นการรวมตามเงื่อนไขในเงื่อนไขตัวอย่างก็คือใช-่(-้)คำสั่งgroupbyนะคะรวมตามเงื่อนไขเช่นให้ดูช่องนี้นะคะรหัสสำนักพิมพ์รวมรวมราคาออกมานะคะโรวมราคาออกมาดดยที่ให้รวมเป็นตามเลขสำนักพิมพ์คำสั่งก็คือสำนักพิมพ์นี้อธิบายเป็นง่ายๆนะคะสำนักพิมพ์นี้มีหนังสือกี่เล่มรวมแล้วมูลค่าเท่าไรนะคะอย่างเช่นสำนักพิมพ์หมายเลข4มีหนังสืออยู่3เล่มมันก็จะรวมให้ว่ามูลค่าของหนังสือของสำนักพิมพ์นี้เป็นราคาเท่านี้สำนักพิมพ์ที่5มีหนังสือกี่เล่มก็รวมมาสำนักพิมพ์ที่12มี3เล่มรวมราคามาทั้งหมดได้เท่านี้อันนี้คือคำสั่งgroupbyก็คือจัดกลุ่มออกมานั่นเองนะคะเป็นการจัดกลุ่มข้อม-ุ(-ู)ลเช่นนักศึกษาปี3ชายรวมแล้วมีกี่คนอาจจะรวมโดยทั้งคณะหรือทั้งมหาวิทยาลัยอันนี้แล้วแต่เรากำหนดเงื่อนไขนะคะถ้ามีเงื่อนไขนอกเหนือจากที่เรากำหนดไปแล้วคือเราให้จัดกลุ่มเป็นรหัสสำนักพิมพ์แรหัสสำนักพิมพ์แต่ถ้ามีคำสั่งซ้อนเงื่อนไขเข้าไปอีกก็ใช้คำสั่งคำสั่งhavingตัวนี้ถ้าเงื่อนไขเดียวมันไม่พอนะคะจากเมื่อกี้นี้เราเพิ่มไปอีกว่าให้เป็นรหัสสำนักงานพิมพ์ที่มีค่ามากกว่าเท่ากับ5มันก็จะตัดสำนักพิมพ์ที่5ออกไปเหลือแค่2สำนักพิมพ์แล้วแต่ว่าเราจะเพิ่มเงื่อนไขอะไรอีกนะคะคเพราะว่าอย่างที่บอกมุมมองการดูการม(ใ)ช้งานงานแต่ละคนไม่เหมือนกันแล้วแต่ว่าาแล้วแต่ว่าเขาอยากดูข้อมูลแบบไหนอยากได้รายงานนะคะระบบจัดการฐานข้อมูลก็สามารถจัดการได้ทั้งหมดนะคะต่อมาจะเป็นส่วนคำสั่งในการปร-ี(-ั)บปรุงฐานข้อมูลก็คือเป็นการเพิ่มแก้ไขการลบข้อมูลนะคะการเพิ่มข้อมูลเราจะใช้คำสั่งinsertintoแล้วก็ใส่valuesรูปแบบคำสั่งจะเป็นแบบนี้นะคะเช่นตัวอย่างข้อมูลเดิมจะอยู่ด้านข้อมูลด้านซ้ายนะคะคำสั่งที่เพิ่มเติมก็คือ...อันนี้ก็คือเพิ่มเติมคอลัมน์นะคะว่าให้ใส่คอลัมน์ไหนแต่ถ้าเราพิมพ์แบบนี้แสดงว่าเรารู้แล้วว่าข้อมูลที่เราจะใส-่นี-่มันก็จะเรียงลำดับตามนี้นะคะถ้าคุณสลับตำแหน่งมันก็จะไม่สนใจว่าคุณใส่คอลัมน์ผิดคอลัมน์ถูกไม่รู้นะคะคำสั่งก็คือinsertintoตัวนี้นะคะให้ใส่ข้อมูลลงไปในตารางbooksซึ่งมีค่าดังนี้1009sql520ผลลัพธ์ที่ได้จะมาอยู่ล่างสุดทำไมมันใส่คอลัมน์ถูกต้องเพราะคำสั่งให้ใส่ข้อมูลนี่มันเรียงมาถูกต้องอยู่แล้วถ้าคุณสลับตำแหน่งผิดใส่520มาอยู่ตรงนี้แทนมันก็จะกลายเป็นbooksidนะคะแต่อันนี้ที่มันใส่ถูกเพราะว่าเราเรียงลำดับตามคอลัมน์ถูกต้องแค่นั้นเองต่อมาเพื่อความชัวร์เราอาจจะระบุชื่อคอลัมน-ื(-์)ไปด้วยก-้(-็)/ได้ว่าข้อมูล1010นี่ให้อยู่ในbookidนะรหัสสำนักพิมพ์คือ5ราคาคือ250ข้อมูลจะมาต่อท้ายด้านล่างแบบนี้อันนี้เพื่อป้องกันว่าเราจะใส่ข้อมูลผิดคอลัมน์หรือเปล่าอันนี้คือการเพิ่มข้อมูลนะคะง่ายมากคำสั่งมีแค่นี้เองinsertintoสำหรับการเพิ่มข้อมูลต่อมาจะเป็นคำสั่งในการปรับปรุงข้อมุลหรือแก้ไขข้อมูลนะคะจะใช้คำสั่งupdatesetถ้ามีเงื่อนไขก็สามารถใส่เงื่อนไขเพิ่มได้นะคะรูปแบบคำสั่งupdateก็คือปรับปรุงข้อมูลอ(ต)ามตาราง-ัปเดตก็คือปรับปรุงข(b)ook-้อมูลในตคือให้ราคาทั้งหมดบวกเพิ่มเข้าไปอีก50บาทพอพิมพ์ตัวนี้ปุ๊บราคาหนังสือจะเพิ่มขึ้นจากเดิม50บาททุกเล่มทุกเล่มเหมือนตัวนี้ค่ะจากเดิมตัวนี้ไม่มีราคาหนังสือก็จะมีแล้ว50บาทอันนี้คือง่ายมากค่ะถ้าสมมติข้อมูลเรามีแค่นี้เรานั่งพิมพ์ทีละอันก-้(-็)ได้ค่ะแต่ถ้าเป็นร้านขายของที่มีของประมาณหมื่นชิ้นแล้วเขาบอกว่าเศรษฐกิจไม่ดีขอขึ้นราคาแล้วคุณมานั่งพิมพ์ใหม่ทุกอันทุกอันเมื่อไหร่จะเสร็จเพิ่มขึ้นชั้นละ10บาทมีของอยู่100,000นั่งพิมพ์ไปแสนครั้งแต่ถ้าเรารู้จักคำสั่งในระบบจัดการฐานข้อมูลเราพิมพ์แค่2บรรทัดทุกอย่างเสร็จหมดเลยนะคะนี่คือการปรับปรุงฐานข้อมุลอันนี้คือประโยชน์ของฐานข้อมูลนนะคะเพราะว่าถ้าเราไม่มีคำสั่งเหล่านี้นี่บางที่เราต้องมานั่งพิมพ์ใหม่นี่เหนื่อยมากๆอันนี้คือประโยชน์ถ้าเรารู้คำสั่งนะคะถ้ามีเงื่อนไขเพิ่มเติมเงื่อนไขเพิ่มเติมนะคะให้ปรับปรุงตารางbooksโดยที่เงื่อนไขคือตอนนี้เศรษฐกิจมันดีแล้วของมันถูกให้ลดราคาสินค้าลง50บาทเฉพาะรหัสสส-ำนักพิมพ์12เท่านั้นเฉพาะบางบริษัทก็ว่าได(ป)-้อย่างเช่นวันนี้สินค้าราคาลงเฉพาะบริษัทนี้เราก็สามารถเปลี่ยนแปลงราคาลงได้พิมพ์เพิ่มอีกบรรทัดหนึ่งนะคะถามว่าแล้วสินค้าในบริษัทอื่นจะเปลี่ยนไหมไม่เปลี่ยนนะคะเพราะเรากำหนดเงื่อนไขว่าเฉพาะสำนักพิมพ์12เท่านั้นที่ลดราคาลง5(1)0บาทตัวนี้นะคะคำสั่งลบก็ง่ายๆค่ะdeletefromก็ตามนี้เลยนะคะให้ลบข้อมูลจากตารางbookโดยมีเงื่อนไขคือให้ลบเฉพาะbookidท-ี-ั(-่)มีค่าจากเดิมจะมีตัวนี้เราก็จะลบออกผลลัพธ์ที่ได้ก็จะเป็นอันนี้คือคำสั่งอย่างง่ายที่เราจะเรียนในสัปดาห์หน้านะคะเดี๋ยวอาทิตย-ื(-์)หน้าอาจารย์จะเตรียมข้อมูลมาให้นักศก-ึกษาใส่ฐานข้อมูลเองพิมพ์เองนะคะตั้งค่าคีย์หลักเองกรอกข้อมูลเองทั้งหมดลองเพิ่ม-ลบข้อมูลลองดึงข้อมูลเป-้(-็)นรายงานออกมาด้วยตัวเองนะคะสัปดาห์นี้จะให้ลองกลับไปทบทวนว่าคำสั่งที่จะใช้selectfromdeletefrominsertintoมันจะเป็นอย่างไรบ้างนะคะอาทิตย์หน้าวอร์มมาให้พร้อมเพราะว่าเราต้องพิมพ์เองเครื่องใครเครื่องมันนะคะเครื่องใครพเครื่องมันใครพ-ิมพ์ภาษาอังกฤษไม่ค่อยคล่องก็จะได้คล่องนี่ล่ะอาทิตย์หน้าหัดพิมพ์บ่อยๆเพราะว่าการพิมพ์คำสั่งsqlคำสั่งsqlง่ายที่สุดแล้วในการเขียนโปรแกรมนะคะอาทิตย์นี้ก็จะประมาณนี้นะคะเดี๋ยวเราอาทิตย์หน้าก็มาให้เร็วหน่อยเพราะเราจะเป็นปฏิบัตินะคะก-้(-็)ขอบคุณล่ามขอบคุณถอดความนะคะวันนี้ก็ประมาณนี้ค่ะโอเคค่ะขอบคุณมากนะคะ[สิ้นสุดการถอดความ]
More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2023-12-17 15:26:31
- exported from : Accuracy Worker
- version :develop
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :true
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :true
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}