[เสียงดนตรี] (ครูปฏิญญา) สวัสดีคุณครูปลายทาง และนักเรียนปลายทางทุกคนค่ะ ยินดีต้อนรับเข้าสู่รายวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ค่ะ และเช่นเคยนะคะ กลับมาพบกับคุณครูปฏิญญา ประจันบาน หรือ "คุณครูบอส" ค่ะ และ... (ครูภัทรวรรธน์) คุณครูภัทรวรรธน์ เหงี่ยมสุวรรณ หรือว่า "คุณครูอเล็กซ์" ค่ะ (ครูปฏิญญา) และในครั้งนี้ที่เรากลับมาพบกันนะคะ ก็เป็นในเนื้อหาวิชาของภาคเรียนที่ ๒ แล้วค่ะ นักเรียนอยากทราบไหมล่ะคะ ว่าเดี๋ยวภาคเรียนที่ ๒ เราจะมาเรียนเรื่องอะไรกันเป็นเรื่องแรก ถ้านักเรียนทราบแล้ว เดี๋ยวเราไปดูจุดประสงค์การเรียนรู้ ในวันนี้กันเลยค่ะ และสำหรับจุดประสงค์การเรียนรู้ในวันนี้นะคะ ในข้อที่ ๑ นะคะ นักเรียนจะต้องสามารถอธิบาย องค์ประกอบของสมรรถภาพทางกายได้ค่ะ (ครูภัทรวรรธน์) ในข้อที่ ๒ นะคะ นักเรียนต้องคำนวณค่าดัชนีมวลกาย หรือว่า BMI ของตนเองได้อย่างถูกต้องค่ะ (ครูปฏิญญา) และในข้อที่ ๓ นะคะ นักเรียนจะสามารถเห็นประโยชน์ค่ะ ของการมีค่าดัชนีมวลกาย หรือว่า BMI อยู่ในเกณฑ์ปกติค่ะ ซึ่งก็แน่นอนเลยนะคะ จากจุดประสงค์การเรียนรู้ในวันนี้ ในวันนี้เรื่องที่เด็ก ๆ จะได้เรียนกัน ก็คือในเรื่องขององค์ประกอบ ของสมรรถภาพทางกายค่ะ และคุณครูบอสก็มีคำถามนะคะ ถ้าถามว่าในขณะนี้นักเรียน ทราบน้ำหนักและส่วนสูงของตนเองหรือไม่คะ เอ๊ะ ในตอนนี้เลยนะคะ ที่เรากำลังนั่งเรียนกันอยู่นักเรียนทราบน้ำหนัก และส่วนสูงของตนเองหรือไม่คะ หลาย ๆ คนอาจจะเคยชั่งน้ำหนัก และวัดส่วนสูงกันเป็นประจำใช่ไหมคะ เอ๊ะ เราจำกันได้ไหมเอ่ย ตอนนี้เราหนักเท่าไรและเราสูงเท่าไรคะ แล้วคุณครูอเล็กซ์ล่ะคะ ได้ชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูงเป็นประจำไหมคะ (ครูภัทรวรรธน์) คุณครูอเล็กซ์นะคะ ก็ชั่งน้ำหนักแล้วก็วัดส่วนสูงเป็นประจำอยู่แล้วค่ะ ถ้าสมมติว่าคุณครูอเล็กซ์นี่ จะชั่งน้ำหนัก คุณครูอเล็กซ์ก็จะชั่งทุก ๆ สัปดาห์ค่ะ แต่ว่าส่วนสูงนะคะ คุณครูอเล็กซ์มีโอกาสที่ไปโรงพยาบาล ไปตรวจสุขภาพบ้าง ก็จะมีการวัดส่วนสูงบ้างเป็นบางครั้งนะคะ (ครูปฏิญญา) และนักเรียนของเราล่ะคะ ครูบอสเชื่อว่านักเรียนหลาย ๆ คนนะคะ ก็จะให้คุณครูประจำชั้นช่วยชั่งน้ำหนัก และวัดส่วนสูงและบันทึกผลไว้ด้วย ทุก ๆ เดือนใช่ไหมล่ะคะ ทีนี้เด็ก ๆ จำกันได้หรือไม่คะ ว่าตัวเองน้ำหนักเท่าไรส่วนสูงเท่าไร เพราะในวันนี้เราต้องใช้ค่าน้ำหนัก แล้วก็ค่าส่วนสูง มาใช้ในการทำกิจกรรมวันนี้ด้วย ใช่ไหมคะครูอเล็กซ์ (ครูภัทรวรรธน์) ใช่แล้วล่ะค่ะ (ครูปฏิญญา) และในคำถามต่อมาค่ะ แล้วถ้ามีเกณฑ์แบบนี้ล่ะคะนักเรียน ข้อแรกคือน้ำหนักตัวน้อย เกณฑ์ที่ ๒ เกณฑ์ปกติ เกณฑ์ที่ ๓ มีความเสี่ยงน้ำหนักเกิน และเกณฑ์สุดท้ายน้ำหนักเกิน ถ้ามีเกณฑ์ให้นักเรียนดูแบบ ๔ เกณฑ์นี้ นักเรียนคิดว่าตนเองอยู่ในเกณฑ์ใดคะ (ครูภัทรวรรธน์) เอ๊ะ คุณครูบอสคะ แต่เท่าที่สังเกตดูนะคะ ทั้ง ๔ เกณฑ์นี้นี่ มันมีความแตกต่างกันอย่างไรหรือคะ (ครูปฏิญญา) จากที่เราเห็นนะคะครูอเล็กซ์ และเด็ก ๆ คะ จากในเกณฑ์นะคะ เราจะเห็นได้ว่ามีทั้งหมด ๔ ระดับ และแต่ละระดับจะมีการเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะในวันนี้ค่ะ เดี๋ยวเราจะได้ทำกิจกรรมในการคำนวณค่ะ น้ำหนักและส่วนสูงของเรา ซึ่งเด็ก ๆ ก็จะได้ทราบระดับของตนเองค่ะ เป็นการทราบความสมดุลนะคะ ของร่างกายนั่นเอง ซึ่งเดี๋ยววันนี้นะคะ หลังจากที่เด็ก ๆ ทำกิจกรรมแล้ว เด็ก ๆ ก็จะได้ทราบว่าเด็ก ๆ นั้นอยู่ในเกณฑ์ใด แต่ตอนนี้ถ้าเรายังไม่ได้คำนวณเลย เด็ก ๆ คิดว่าจากที่เราทราบน้ำหนัก และส่วนสูงของตนเองเบื้องต้น เราคิดว่าเราอยู่ในเกณฑ์ใดคะ นักเรียนสามารถยกมือตอบคำถามคุณครูปลายทาง ได้เลยค่ะ แล้วเดี๋ยวเราจะมาดูกันนะคะครูอเล็กซ์ ว่าเกณฑ์ที่นักเรียนได้ตอบไว้ สุดท้ายแล้วเมื่อนักเรียนไปคำนวณ และได้ทราบเกณฑ์ของตนเองจริง ๆ เราจะมาดูกันสิว่าเด็ก ๆ คิดทายเกณฑ์ของตัวเองถูกต้องหรือไม่ ฉะนั้น แล้วในวันนี้นะคะ มีอีกภาพหนึ่งค่ะ ให้นักเรียนได้สังเกตกัน เด็ก ๆ ลองสังเกตภาพต่อไปนี้เลยค่ะ เอ๊ะ ภาพนี้เห็นอะไรบ้างนะ [เสียงดนตรี] (ครูปฏิญญา) และจากภาพนี้นะคะ เด็ก ๆ คิดว่า ๒ คนนี้เขาแตกต่างกันอย่างไรคะ นักเรียนคิดว่า ๒ คนนี้แตกต่างกันอย่างไรคะ (ครูภัทรวรรธน์) นักเรียนปลายทาง สามารถแสดงความคิดเห็นได้เลยนะคะ (ครูปฏิญญา) คุณครูอเล็กซ์คะ คุณครูอเล็กซ์เห็นความแตกต่าง หรือว่าความเหมือนกันของ ๒ คนนี้ไหมคะ (ครูภัทรวรรธน์) ความแตกต่างของ ๒ คนนี้นะคะ เท่าที่สังเกตดูนี่ ๒ คนนี้นะคะ กำลังยกลูกตุ้มน้ำหนักค่ะ หรือว่าที่เราเรียกว่า "ดัมเบล" เท่าที่สังเกตเด็กชายคนแรกนะคะ เขาดูเหมือนจะไม่ค่อยมีแรง ในการยกลูกตุ้มน้ำหนักนี้เลยค่ะ แต่ว่าเด็กชายอีกคนหนึ่งนะคะ สามารถยกได้เพียงมือเดียวเลย (ครูปฏิญญา) นักเรียนปลายทางล่ะคะ สังเกตเห็นเหมือนกับคุณครูอเล็กซ์หรือไม่ แล้วเราก็จะเข้าสู่คำถามที่ ๒ ค่ะ เมื่อเราสังเกตเห็นแล้วว่าเขาทั้ง ๒ คน มีความแตกต่างกัน นักเรียนคิดว่าเป็นเพราะเหตุใดคะ เราเห็นแล้วนะคะ ว่า ๒ คนนี้มีความแตกต่างกัน นักเรียนลองตอบสิคะ ว่านักเรียนคิดว่าเป็นเพราะเหตุใด ทำไม ๑ คนถึงดูไม่มีแรง แต่อีกคนหนึ่งยกลูกตุ้มน้ำหนักด้วยมือข้างเดียวเลย คุณครูอเล็กซ์ล่ะคะ คิดว่าเป็นเพราะเหตุใดเอ่ย (ครูภัทรวรรธน์) เท่าที่คุณครูอเล็กซ์คิดนะคะ คุณครูอเล็กซ์ก็คิดว่ามันน่าจะมีหลายปัจจัย หรือว่าหลายสาเหตุเลยล่ะค่ะคุณครูบอส ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่เขารับประทานเข้าไป บางคนนะคะ เขาก็อาจจะรับประทานอาหารที่น้อย ทำให้ไม่มีแรง แต่ถ้าเขารับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เหมาะสมกับร่างกายของเขาก็ทำให้เขานี่ แข็งแรงค่ะ ต่อมานะคะ เท่าที่คุณครูอเล็กซ์ดูนี่ ก็คืออยู่ที่พฤติกรรมในการออกกำลังกายค่ะ ถ้าเขามีการออกกำลังกาย ก็ทำให้สมรรถภาพทางร่างกายของเขานี่ มีความแข็งแรงนั่นเอง (ครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ และในวันนี้นะคะ ก็จะเข้าสู่เรื่องที่เราเรียนกันค่ะ นั่นก็คือเรื่องขององค์ประกอบ ของสมรรถภาพทางกายนั่นเอง ซึ่งเด็ก ๆ อยากทราบไหมคะ ว่าองค์ประกอบของสมรรถภาพทางกาย มีอะไรบ้าง ครูอเล็กซ์พอจะทราบไหมคะ (ครูภัทรวรรธน์) องค์ประกอบ ของสมรรถภาพทางกายหรือคะ ก็มีหลากหลายเลยล่ะค่ะ แต่ก่อนอื่นนะคะ เราต้องมารู้ถึงความหมาย ของคำว่า "สมรรถภาพทางกาย" ก่อนใช่ไหมคะ (ครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะคะ เด็ก ๆ อาจจะเคยได้ยินคำว่า "สมรรถภาพทางกาย" บ่อยครั้ง และหลาย ๆ คนนะคะ มีการทดสอบสมรรถภาพทางกาย กับคุณครูในวิชาพลศึกษาเป็นประจำ อย่างน้อยนะคะ ๑ เทอมก็มีการทดสอบ ๑ ครั้ง แล้วก็มาสรุปผลกันใช่ไหมล่ะคะ แต่หลาย ๆ คนยังไม่ทราบความหมาย ของสมรรถภาพทางกายเลย เดี๋ยววันนี้เรามาดูกันค่ะ ว่าสมรรถภาพทางกายหมายถึงอะไร โดยสมรรถภาพทางกายนะคะ จะหมายถึง ความสามารถ และความพร้อมของร่างกาย ในการออกแรงปฏิบัติกิจกรรม หรือว่าทำงานต่าง ๆ ได้เป็นระยะเวลานาน และก็มีประสิทธิภาพนั่นเองค่ะ ซึ่งนี่ล่ะค่ะ เราจะเห็นได้ว่าแต่ละคนนะคะ มีการปฏิบัติกิจกรรมหรือว่าทำงานต่าง ๆ นี่ ได้ระยะเวลานานหรือว่าประสิทธิภาพนะคะ แตกต่างกันนั่นเอง ก็เป็นที่มาของว่าของแต่ละคนนะคะ มีสมรรถภาพทางกายที่แตกต่างกันค่ะ ทีนี้จากคำถามเมื่อสักครู่ที่เราถามกันไว้ ว่าสมรรถภาพทางกายหรือว่าองค์ประกอบ ของสมรรถภาพทางกายจะมีอะไรบ้าง เดี๋ยวเราไปดูกันเลยค่ะ (ครูภัทรวรรธน์) องค์ประกอบ ของสมรรถภาพทางกายนะคะ อันแรก ก็คือองค์ประกอบร่างกาย ๒. ค่ะ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ๓. ความอดทนของกล้ามเนื้อ ๔. ความอ่อนตัว ๕. ความอดทนของระบบไหลเวียนโลหิต และระบบหายใจ (ครูปฏิญญา) ซึ่งเดี๋ยววันนี้นะคะ เดี๋ยวเราจะมาเรียนรู้กัน ว่าองค์ประกอบต่าง ๆ นั้นหมายถึงอะไร และองค์ประกอบต่าง ๆ นั้น ทดสอบด้วยกิจกรรมใด ซึ่งโดยปกติแล้วเด็ก ๆ อาจจะทราบแค่ว่า กิจกรรมที่เรานำมาทดสอบ สมรรถภาพทางกายนั้นมีอะไรบ้าง แต่หลาย ๆ คนยังไม่ทราบเลย ว่ากิจกรรมต่าง ๆ ทดสอบไปเพื่อให้เราทราบสิ่งใดค่ะครูอเล็กซ์ เดี๋ยววันนี้เรามาดูกัน ที่องค์ประกอบแรกกันเลยนะคะ โดยองค์ประกอบของร่างกายนะคะ องค์ประกอบแรก ก็คือองค์ประกอบของร่างกายนั้น หมายถึงสัดส่วนไขมันในร่างกาย กับมวลร่างกายที่ปราศจากไขมันค่ะ โดยนะคะ สัดส่วนไขมันในร่างกาย กับมวลร่างกายที่ปราศจากไขมัน สามารถทดสอบนะคะ หรือว่าวัดนะคะ ได้จากกิจกรรมต่อไปนี้ค่ะ นั่นก็คือการคำนวณหาค่าดัชนีมวลกาย หรือว่าหลาย ๆ คนเรียกว่า "BMI" นั่นเอง และ ๒. ค่ะ การวัดค่าเปอร์เซ็นต์ไขมัน ซึ่งอันนี้นะคะ ต้องใช้ค่าเครื่องคำนวณใช่ไหมคะครูอเล็กซ์ (ครูภัทรวรรธน์) ใช่แล้วล่ะค่ะ การวัดค่าเปอร์เซ็นต์ไขมันนี้นะคะ เด็ก ๆ ไม่สามารถวัดได้ด้วยตนเองนะคะ เราจำเป็นที่จะต้องใช้เครื่องมือ หรือว่าในสถานที่ที่เฉพาะทาง ก็จะมีการวัดค่าเปอร์เซ็นต์ไขมัน ให้กับร่างกายของเราได้ค่ะ (ครูปฏิญญา) ฉะนั้นแล้วนะคะ เด็ก ๆ นะคะ เดี๋ยววันนี้ครูบอสจะสอนนะคะ ขั้นตอนง่าย ๆ นั่นก็คือ การวัดค่าดัชนีมวลกายค่ะ แต่เดี๋ยวจะเป็นท้ายกิจกรรมในชั่วโมงนี้นะคะ (ครูภัทรวรรธน์) ค่ะ ต่อมาค่ะ คือความแข็งแรงของกล้ามเนื้อค่ะ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อนะคะ ก็คือความสามารถของกล้ามเนื้อ ที่ออกแรงด้วยความพยายามใน ๑ ครั้งค่ะ ซึ่งเราสามารถวัดได้ด้วยกิจกรรม การทดสอบแรงบีบมือ การดันพื้น และการลุกนั่งค่ะ (ครูปฏิญญา) ซึ่งอันนี้นะคะ ก็จะเป็นกิจกรรมที่เด็ก ๆ เคยทดสอบ ในการทดสอบสมรรถภาพใช่ไหมล่ะคะ แล้วก็จะมีอีกหลาย ๆ อย่างนะคะ ที่เราได้ทำในชีวิตประจำวันค่ะ เป็นการทำให้เราได้เห็นว่านะคะ ความสามารถ หรือว่าความสามารถของกล้ามเนื้อนะคะ ที่การออกแรงความพยายามในครั้ง ๑ นี่ ของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน อย่างเช่น การยกของหนักใช่ไหมคะครูอเล็กซ์ (ครูภัทรวรรธน์) ใช่แล้วค่ะ เพราะว่าการยกของหนักนะคะ ก็เหมือนกับว่าเราเป็นการทดสอบ พลังแขนของเรา หรือว่ากล้ามเนื้อที่แขนของเราค่ะ ว่ามีแรงมากน้อยเท่าไร (ครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ เด็ก ๆ ก็จะเห็นได้ว่าบางคน สามารถยกของได้ด้วยมือเดียว หรือบางคนใช้ ๒ มือยังยกไม่ขึ้นเลยค่ะครูอเล็กซ์ อันนี้ก็จะเห็นได้ว่า ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อของแต่ละคนนั้น แตกต่างกันนั่นเอง ทีนี้เราจะมาดูองค์ประกอบต่อมากันค่ะ องค์ประกอบต่อมานะคะ นั่นก็คือความอดทนของกล้ามเนื้อ เมื่อสักครู่เราได้ดูไปแล้วนะคะ ว่าความแข็งแรงของกล้ามเนื้อคืออะไร ทีนี้เราจะมาดูความอดทนของกล้ามเนื้อค่ะ ความอดทนของกล้ามเนื้อ นั่นก็หมายถึงความสามารถของกล้ามเนื้อ ที่จะออกแรงต่อเนื่องเป็นเวลานาน หรือว่าหลายครั้งติดต่อกันนั่นเอง ซึ่งก็สามารถทดสอบนะคะ ได้จากกิจกรรมต่อไปนี้ค่ะ นั่นก็คือวิ่งระยะไกล การดันพื้น หรือว่าการลุกนั่งค่ะ และก็หลาย ๆ กิจกรรมที่เราได้ทำ ในชีวิตประจำวันนะคะ ไม่ว่าจะเป็นนะคะ การที่เรานะคะ ออกแรงต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน แต่หลายคนเคยสังเกตไหมคะ บางคนวิ่งได้ระยะทางนะคะ หลายกิโลเมตร แต่บางคนวิ่งแค่ระยะทางสั้น ๆ ก็เหนื่อยแล้วนะคะ หรือว่าไม่สามารถวิ่งไปต่อได้แล้วแบบนี้ อันนี้นะคะ ก็เกี่ยวเนื่องนะคะ กับความอดทนของกล้ามเนื้อด้วยล่ะค่ะ (ครูภัทรวรรธน์) ต่อมาค่ะ ก็คือความอ่อนตัว ความอ่อนตัวนะคะ ก็คือความสามารถในการทำงาน ประสานกันของกล้ามเนื้อ และข้อต่อสูงสุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ โดยเราสามารถหาค่าได้ จากการนั่งงอตัวไปข้างหน้า (ครูปฏิญญา) ซึ่งเด็ก ๆ เคยลองแล้วใช่ไหมล่ะคะ นั่นก็คือกิจกรรมทดสอบสมรรถภาพ การนั่งงอตัวนั่นเอง ซึ่งหลาย ๆ คนก็จะเห็นได้ว่ามีค่าการวัดนะคะ ที่แตกต่างกัน เนื่องจากค่าคออ่อนตัวของแต่ละบุคคล แตกต่างกันนั่นเองค่ะ ซึ่งถ้าสมมตินะคะ เรานะคะ มีการสร้างเสริมบ่อย ๆ ก็จะสามารถทำให้ความอ่อนตัวของเรา เพิ่มมากขึ้นได้ค่ะ และองค์ประกอบต่อมานะคะ ของสมรรถภาพทางกายนะคะ องค์ประกอบสุดท้าย นั่นก็คือความอดทนของระบบไหลเวียนโลหิต และระบบหายใจค่ะ เด็ก ๆ คงสงสัยแล้วใช่ไหมคะ ว่าความอดทนของระบบไหลเวียนโลหิต และระบบหายใจหมายถึงอะไร มีใครทราบไหมเอ่ย ลองตอบคำถามคุณครูปลายทางสิคะ เอ๊ะ ระบบไหลเวียนโลหิต จะมาเกี่ยวอะไรกับสมรรถภาพของเรานะ บางคนอาจจะตอบถูกนะคะ เพราะว่าความหมายนะคะ ของความอดทนของระบบไหลเวียนโลหิต และระบบหายใจนั่นก็คือ ความสามารถของระบบไหลเวียนโลหิต และระบบหายใจ ที่สามารถลำเลียงออกซิเจน ไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ทำให้ร่างกายทำงานได้เป็นระยะเวลานานค่ะ ซึ่งอันนี้ก็จะเป็นการสัมพันธ์นะคะ ความสัมพันธ์เกี่ยวกับการทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้เป็นระยะเวลานานนั่นเองค่ะ โดยเราทดสอบนะคะ ได้ผ่านจากการทดสอบวิ่งระยะไกลค่ะ แล้วก็หลาย ๆ กิจกรรม ที่ทำในชีวิตประจำวันนะคะ ซึ่งกิจกรรมต่าง ๆ นะคะ ก็จะมีการทำเป็นระยะเวลานาน บางกิจกรรมเราก็จะเห็นได้ว่าแต่ละคนนั้น มีความสามารถที่แตกต่างกันนั่นเองค่ะ และจากวันนี้นะคะ ที่เราได้บอกนักเรียนไปช่วงต้นชั่วโมงแล้วนะคะ ว่าเราจะมีกิจกรรม ๑ กิจกรรม ให้เด็ก ๆ สามารถหาสัดส่วนของร่างกายตนเอง ได้ด้วยวิธีง่าย ๆ นั่นก็คือการคำนวณค่าดัชนีมวลกาย หรือว่าเราเรียกว่า "BMI" นั่นเองค่ะ เพราะว่าการหาค่าไขมันในร่างกายนี่ เราไม่สามารถหาได้ด้วยตนเองนะคะ แต่การคำนวณค่าดัชนีมวลกาย นักเรียนสามารถทำได้ด้วยตนเองที่บ้านเลยล่ะค่ะ (ครูภัทรวรรธน์) ซึ่งอุปกรณ์ ที่เราใช้ในกิจกรรมนี้นะคะ ก็จะมี ๑. ค่ะ ใบงานที่ ๑ เรื่อง คำนวณค่า BMI ของฉัน ๒. เครื่องคิดเลข (ครูปฏิญญา) โดยนะคะนักเรียน ตอนนี้ครูบอสได้เตรียมเครื่องคิดเลขมาแล้วนะคะ เด็ก ๆ ล่ะคะ ได้เตรียมเครื่องคิดเลขไว้พร้อมหรือยังเอ่ย คุณครูปลายทางนะคะ สามารถนำเครื่องคิดเลขมาให้เด็ก ๆ นะคะ ยืมกันใช้ได้เลยนะคะ และเครื่องคิดเลขนี้นะคะ อาจจะเป็นเครื่องคิดเลขง่าย ๆ หรือว่าถ้าเด็ก ๆ คนใดนะคะ พกโทรศัพท์มือถือมาที่โรงเรียน ในโทรศัพท์มือถือก็จะมีอุปกรณ์นะคะ ที่เป็นเครื่องคิดเลขนะคะ เด็ก ๆ สามารถกดเข้ามาใช้ได้เหมือนกันเลยค่ะ ซึ่งกิจกรรมนี้นะคะ ก่อนอื่นเด็ก ๆ จะต้องรู้สูตร การหาค่าดัชนีมวลกายก่อนค่ะ แต่ไม่ยากเลยนะคะ สูตรนี้ง่าย ๆ เลยเด็ก ๆ จำได้หรือไม่คะ ที่ในตอนต้นครูบอสถามนักเรียนว่า นักเรียนทราบค่าน้ำหนัก และค่าส่วนสูงของตนเองหรือไม่ ใช่แล้วล่ะค่ะ เพราะเราจะต้องนำน้ำหนักและส่วนสูง มาใช้ในการคำนวณหาค่า BMI นั่นเองค่ะ ครูอเล็กซ์พร้อมไหมคะ (ครูภัทรวรรธน์) พร้อมค่ะ คุณครูอเล็กซ์ ก็เตรียมเครื่องคิดเลขมาเรียบร้อยแล้วค่ะ (ครูปฏิญญา) โดยสูตรการหาค่าดัชนีมวลกาย หรือว่า BMI นะคะ มีดังต่อไปนี้ค่ะ นั่นก็คือ BMI นะคะ เท่ากับเรานำน้ำหนักนะคะ หน่วยเป็นกิโลกรัม หารด้วยส่วนสูงค่ะ โดยส่วนสูงของเรา เด็ก ๆ จะวัดเป็นเซนติเมตรใช่ไหมล่ะคะ แต่ส่วนสูงที่เรานำมาวัดนะคะ เราจะใช้เป็นหน่วยเมตรค่ะ (ครูภัทรวรรธน์) เอ๊ะ ทำอย่างไรหรือคะ ส่วนสูงที่เป็นเมตร (ครูปฏิญญา) สมมติถ้านักเรียนสูง ๑๕๐ เซนติเมตร ใช่ไหมล่ะคะ ๑๕๐ เซนติเมตร เด็ก ๆ นะคะ ก็แปลงค่านะคะ จากเซนติเมตรให้เป็นเมตรนะคะ ก็จะได้เท่ากับ ๑ เมตร ๕๐ เซน(ติเมตร)ค่ะ ก็จะเป็น ๑.๕๐ เดี๋ยวเรามาดูวิธีการคำนวณง่าย ๆ ที่ครูบอสนำมาเป็นตัวอย่างให้นักเรียนนะคะ สมมตินะคะ วันนี้ครูบอสสมมติค่าน้ำหนักและส่วนสูง มาให้นักเรียน สมมติว่านักเรียน ๑ คนนะคะ น้ำหนัก ๔๕ กิโลกรัม สมมติว่านักเรียนหนัก ๔๕ กิโลกรัม และนักเรียนนะคะ มีค่าความสูงเท่ากับ ๑.๕ เมตร หรือว่า ๑๕๐ เซนติเมตรนั่นเอง เอ๊ะ เด็ก ๆ สงสัยไหมคะ ว่าแล้ว ๑.๕ เมตรกำลัง ๒ นี่ จะหาอย่างไรเอ่ย (ครูภัทรวรรธน์) เอ๊ะ แล้ว ๑.๕ เมตร ยกกำลัง ๒ หาอย่างไรหรือคะคุณครูบอส (ครูปฏิญญา) วันนี้ไงล่ะคะคุณครูบอสให้นักเรียน นำเครื่องคิดเลขมาเป็นตัวช่วยนะคะ นั่นก็คือเราจะนำ ๑.๕ คูณกับ ๑.๕ เราก็จะได้ ๑.๕ ยกกำลัง ๒ นั่นเองค่ะ ง่ายไหมล่ะคะนักเรียน ฉะนั้น แล้วก่อนที่เราจะนำเลขทั้ง ๒ ตัวนี้ มาหารกันได้ เราจะต้องนำค่าส่วนสูงของเรา ไปคูณกันเองก่อนนะคะ เพื่อให้ได้ส่วนสูงยกกำลัง ๒ ค่ะ และหลังจากเราคูณกันได้แล้ว เด็ก ๆ ลองกดเครื่องคิดเลขตามครูบอส และครูอเล็กซ์เลยนะคะ ๑.๕ x ๑.๕ และกดเท่ากับค่ะ ก็จะได้ ๒.๒๕ ได้เท่ากันไหมคะนักเรียน ทวนอีกครั้งนะคะ ๑.๕ x ๑.๕ และกดเท่ากับ นักเรียนก็จะได้ผลเท่ากับเท่าไรคะ ถูกต้องค่ะ ๒.๒๕ ทีนี้นะคะ เมื่อเราได้ ๒.๒๕ แล้ว เราก็จะได้ค่าที่เป็นน้ำหนัก แล้วก็ค่าที่เป็นส่วนสูงกำลัง ๒ แล้วใช่ไหมล่ะคะ เราก็จะนำค่าทั้ง ๒ นั้นมาหารกันค่ะ เอ๊ะ กดหารอย่างไรนะ เด็ก ๆ รู้วิธีการกดเครื่องคิดเลขไหมเอ่ย ก่อนอื่นเราต้องลบเลขเดิม ที่เรากดไว้ก่อนนะคะนักเรียน (ครูภัทรวรรธน์) แต่นักเรียนอย่าลืมนะคะ อย่าลืมเลขที่เรากดเอาไว้ โดยการจดบันทึกไว้ ในสมุดของตนเองก่อนก็ได้นะคะ (ครูปฏิญญา) นักเรียนสามารถตั้งเป็นวิธีทำ ในสมุดได้เลยนะคะ ทีนี้ค่ะ เรามากด ๔๕ กิโลกรัม ๔๕ นะคะ กดเลข ๔ กับ ๕ และกดเครื่องหมายหารค่ะ ทีนี้เราได้ค่าส่วนสูงมาแล้วใช่ไหมคะ นั่นก็คือ ๒.๒๕ ๔๕ หาร ๒.๒๕ กดเท่ากับ เราก็จะได้ผลลัพธ์ค่ะ เด็ก ๆ ได้ผลลัพธ์เท่าไรเอ่ย ถูกต้องค่ะ เด็ก ๆ ได้ผลลัพธ์เท่ากับ ๒๐ใช่ไหมล่ะคะ (ครูภัทรวรรธน์) ได้ผลลัพธ์ เท่ากับคุณครูอเล็กซ์เลยค่ะคุณครูบอส (ครูปฏิญญา) เด็ก ๆ ได้เท่ากันไหมคะ ทีนี้เราก็จะเห็นแล้วนะคะ ว่าการคำนวณค่าดัชนีมวลกาย หรือว่าค่า BMI ของเรานั้นไม่ยากเลย เด็ก ๆ สามารถนำไปปรับใช้นะคะ กับค่าน้ำหนักและส่วนสูงของตนเองได้เลยนะคะ (ครูภัทรวรรธน์) เอ๊ะ แล้วพอเราได้ค่า BMI หรือว่าค่าดัชนีมวลกายมาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทำอย่างไรต่อล่ะคะคุณครูบอส (ครูปฏิญญา) ทีนี้ค่ะครูอเล็กซ์ เด็ก ๆ จำที่เราได้วัดเกณฑ์ไว้ในทีแรกไหมคะ ที่มีทั้งหมด ๔ ระดับ ในตอนนั้น เด็ก ๆ ตอบว่าตัวเองอยู่ในเกณฑ์ใดเอ่ย เดี๋ยววันนี้เราจะมาดูกันค่ะ ว่าเด็ก ๆ นั้นจะรู้ได้อย่างไร ว่าเราอยู่ในเกณฑ์ใด ทีนี้นะคะ เมื่อเราได้ค่า BMI แล้ว เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราอยู่ในเกณฑ์ใด ครูอเล็กซ์พอจะทราบไหมคะ (ครูภัทรวรรธน์) เอ๊ะ เราจะรู้ได้อย่างไรหรือคะ (ครูปฏิญญา) เมื่อเราได้ค่าคำนวณแล้วนะคะ อย่างเมื่อสักครู่เด็ก ๆ คำนวณได้เท่ากับ ๒๐ เราก็จะนำค่านั้นนะคะ มาดูกราฟนี้ค่ะ ซึ่งกราฟนี้เป็นขององค์กรใดคะครูอเล็กซ์ (ครูภัทรวรรธน์) กราฟนี้นะคะ เป็นขององค์กร Center of Disease Control หรือว่า CDC ของประเทศสหรัฐอเมริกาค่ะ (ครูปฏิญญา) และเด็ก ๆ สงสัยไหมล่ะคะ บางคนอาจจะเคยเห็น ค่าคำนวณการคำนวณ BMI โดยมีระดับนะคะ ที่ไม่ใช่การดูกราฟแบบนี้ เป็นการบอกตัวเลขได้เลย นักเรียนทราบไหมคะ ว่าเพราะอะไร ทำไมนักเรียนใช้ค่ากับการคำนวณแบบนั้นไม่ได้ เพราะว่านักเรียนยังอายุไม่ถึง ๒๐ ปีบริบูรณ์นั่นเองค่ะ ซึ่งกราฟนี้นะคะ จะเหมาะสมสำหรับเด็กอายุ ๒- ๒๐ ปี ฉะนั้น แล้วเด็ก ๆ นะคะ หลายคนยังอายุอยู่ในช่วง ๑๑ ปี ๑๒ ปี จึงจำเป็นนะคะ จะต้องคำนวณค่า BMI นะคะ แล้วก็วัดผลจากกราฟแบบนี้นั่นเองค่ะ ซึ่งเด็กชายและเด็กหญิง จะใช้ลักษณะของกราฟที่แตกต่างกัน คนละกราฟกันนะคะ อย่านำมาเหมาร่วมกันนะคะนักเรียน ซึ่งเมื่อสักครู่นะคะ เด็ก ๆ คำนวณค่า BMI ได้เท่ากับ ๒๐ เด็ก ๆ สามารถ ขีดเส้นแนวนอนแบบนี้ได้เลยนะคะ ขีดตรงบริเวณที่เป็นเส้นเลข ๒๐ นะคะ แล้วก็ใช้ไม้บรรทัดนะคะ ทาบแล้วขีดเส้นได้เลยค่ะ ทีนี้ค่ะ เมื่อเราได้เส้นแนวนอนแล้ว เราจะมาสู่เส้นแนวตั้งค่ะ นั่นก็คือเราจะดูจากตารางด้านล่างนะคะ เขาก็จะมีเป็นอายุของเด็ก ๆ ไว้ค่ะ ทีนี้นักเรียนอายุเท่าไร นักเรียนก็ใช้ไม้บรรทัดนะคะ ทาบที่อายุของตนเองได้เลยค่ะ ครูบอสสมมติให้เด็กชายคนนี้อายุ ๑๒ ปี เด็ก ๆ ก็จะขีดเส้นขึ้นมาแบบนี้เลยนะคะ นักเรียนสามารถใช้ปากกาแดง หรือว่าสีนะคะขีดได้เลย เพื่อจะทำให้นักเรียนเห็นได้อย่างชัดเจนค่ะ ทีนี้เด็ก ๆ เห็นไหมคะ ว่าจะมีจุดตัดที่เส้นทั้ง ๒ เส้นตัดกัน ทีนี้เราก็ทำเครื่องหมายหรือว่าจุดลงไปได้เลยค่ะ เราก็จะเห็นแล้วนะคะ ว่าจุดอยู่บริเวณตรงนี้ เอ๊ะ เด็ก ๆ คิดว่าเด็กผู้ชายคนนี้ จะอยู่ในเกณฑ์ใดเอ่ย ใช่แล้วล่ะค่ะ ครูบอสขอเฉลยก่อนนั่นก็คือ เด็กอยู่ในเกณฑ์ปกติ (ครูภัทรวรรธน์) แล้วเราทราบได้อย่างไรหรือคะ ว่าเด็กชายคนนี้นี่ จะอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือคะคุณครูบอส (ครูปฏิญญา) เพราะว่าเดี๋ยวเรา มีเกณฑ์การคำนวณค่ะ มีตารางนะคะ ทั้งหมดแบ่งเป็น ๔ ระดับ มีเกณฑ์แบ่งเป็น ๔ ระดับนะคะ โดยเด็ก ๆ จำไว้ก่อนนะคะ ว่าจุดตัดของเรานะคะ อยู่บริเวณนี้ค่ะ ซึ่งเด็ก ๆ เห็นเส้นโค้ง ๆ นี้ไหมคะ จะมีการแบ่งนะคะ ว่าอยู่ในระดับใด ซึ่งอันนี้ก็จะอยู่ในบริเวณนี้นะคะ มากกว่า ๗๕ นั่นเองนะคะ มากกว่า ๗๕ นะคะ เราก็จะเห็นแล้วทีนี้ค่ะ อันนี้ก็จะเป็นตารางของเด็กผู้หญิง แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราอยู่ในเกณฑ์ปกติ เราก็จะมาดูจากตารางคำนวณนี้ค่ะ ซึ่งนะคะ องค์กรนี้นะคะ ของสหรัฐ(อเมริกา)นะคะ CDC เขาได้บอกว่าถ้าค่าเปอร์เซ็นไทล์น้อยกว่า ๕ อยู่ในเกณฑ์น้ำหนักตัวน้อยเกินไปค่ะ แต่ถ้าค่าเปอร์เซ็นต์ไทล์ อยู่ตั้งแต่ ๕ แต่ไม่เกิน ๘๕ เด็กเหมือนเด็กเมื่อสักครู่ไงคะ เด็กชายเมื่อสักครู่ได้ค่ามากกว่า ๗๕ แปลว่าไม่เกิน ๘๕ นะคะ นั่นหมายถึงเด็กคนนี้อยู่ในเกณฑ์ปกติค่ะ และต่อมาค่ะ ค่าเปอร์เซ็นต์ไทล์ตั้งแต่ ๘๕ แต่ไม่เกิน ๙๕ แปลว่าเด็กคนนี้นะคะ มีความเสี่ยงน้ำหนักเกินค่ะ และสุดท้ายนะคะ ค่าเปอร์เซ็นต์ไทล์ตั้งแต่ ๙๕ เป็นต้นไป แปลว่าน้ำหนักเกินค่ะ ทีนี้นะคะ เดี๋ยววันนี้ครูบอสนะคะ จะให้เด็ก ๆ นะคะ ไปทำกิจกรรมนี้นะคะ โดยคุณครูปลายทางได้เตรียมใบงาน ให้นักเรียนพร้อมแล้วใช่ไหมคะ โดยใบงานในวันนี้นะคะ นั่นก็คือใบงานที่ ๑ เรื่อง คำนวณค่า BMI ของฉัน โดยให้นักเรียนนะคะ คำนวณค่าดัชนีมวลกายหรือว่า BMI ของตนเอง แล้วนำไปเปรียบเทียบกับกราฟ เพื่อหาว่าอยู่ในเกณฑ์ใดค่ะ ซึ่งใบงานนี้สามารถเตรียมพร้อม ให้เด็ก ๆ ได้ที่ไหนคะครูอเล็กซ์ (ครูภัทรวรรธน์) คุณครูปลายทางนะคะ สามารถดาวน์โหลดใบงานนี้ ได้ที่ www.dltv.ac.th ค่ะ (ครูปฏิญญา) ซึ่งในตารางนะคะ เด็ก ๆ ก็จะเห็นได้เลยว่าในใบงานนะคะ ครูบอสจะมีตารางให้นักเรียนนะคะ กรอกน้ำหนักของตัวเองลงไป โดยหน่วยเป็นกิโลกรัมค่ะ และส่วนสูงของตนเอง โดยหน่วยเป็นเซนติเมตรก่อนนะคะ แล้วนักเรียนนะคะ ก็อย่าลืมใส่สูตรการหาค่าดัชนีมวลกายลงไป ทีนี้ค่ะ ในข้อที่ ๔ นะคะ ให้นักเรียนแสดงวิธีทำ แบบตัวอย่างที่เราได้ฝึกทำกันไปเมื่อสักครู่เลยค่ะ อย่าลืมนะคะ เราต้องเปลี่ยนส่วนสูงของตัวเอง จากหน่วยที่เป็นเซนติเมตร ให้กลายเป็นเมตรก่อน เพื่อเราจะได้นำไปใช้ในการคำนวณไงคะ ทีนี้หลังจากนั้นเมื่อเราคำนวณได้แล้วในข้อที่ ๕ เราก็จะใส่ว่าค่าดัชนีมวลกายของฉันคือ และหลังจากนั้นค่ะ เราก็นำค่าดัชนีมวลกายของตนเองนะคะ ไปวัดนะคะ เปรียบเทียบกับกราฟ เพื่อดูว่าตอบในข้อที่ ๖ ว่าเราอยู่ในเกณฑ์ใด และเดี๋ยวเราจะได้รู้กันค่ะ ว่าในช่วงแรกที่นักเรียนเดา ว่าตัวเองอยู่ในเกณฑ์ปกติแน่เลย จริง ๆ แล้วปกติหรือไม่ ซึ่งก็กิจกรรมในวันนี้ค่ะ ครูบอสจะให้นักเรียนทำกิจกรรม การคำนวณค่าดัชนีมวลกายหรือว่า BMI และบันทึกผลนะคะ ลงในใบงานที่ ๑ เรื่องคำนวณค่า BMI ของฉันค่ะ (ครูภัทรวรรธน์) ในส่วนของบทบาท คุณครูปลายทางนะคะ รบกวนคุณครูปลายทาง อธิบายขั้นตอนการทำกิจกรรมอย่างละเอียด อีกครั้งหนึ่งค่ะ ให้คำแนะนำและควบคุมดูแลนักเรียน ตลอดการทำกิจกรรมในวันนี้ค่ะ (ครูปฏิญญา) ซึ่งกิจกรรมในวันนี้นะคะ ค่อนข้างมีความยากพอสมควร เพราะเด็ก ๆ จะต้องนำค่าดัชนีมวลกาย ที่คำนวณได้ ไปเปรียบเทียบกับกราฟตามเพศของตนเอง และอายุของตนเองค่ะ รบกวนคุณครูปลายทางนะคะ ให้คำแนะนำและช่วยเหลือนักเรียน ในการคำนวณด้วยค่ะ (ครูภัทรวรรธน์) แต่ถ้าเกิดว่าเด็ก ๆ คนไหนนะคะ สามารถทำได้แล้วนะคะ ก็สามารถอาสาช่วยเหลือเพื่อน ๆ ในการสอนเพื่อน ๆ ในการคิดหาค่าดัชนีมวลกายได้ด้วยนะคะ (ครูปฏิญญา) ก็จะเป็นเด็ก ๆ ที่น่ารัก ที่มีจิตอาสามีน้ำใจช่วยเหลือเพื่อนนะคะ และเดี๋ยวครูบอสจะให้เวลานักเรียน ในการทำกิจกรรม และเดี๋ยวเรากลับมาสรุปบทเรียนไปพร้อมกันค่ะ [เสียงเอฟเฟกต์] [เสียงดนตรี] [เสียงเอฟเฟกต์] (ครูปฏิญญา) เป็นอย่างไรกันบ้างคะนักเรียน เด็ก ๆ คงได้ทำกิจกรรม การคำนวณค่า BMI ของฉันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทีนี้เด็ก ๆ คงรู้แล้วใช่ไหมคะ ว่าตัวเองอยู่ในเกณฑ์ระดับใด ซึ่งนะคะ เมื่อเราได้ค่านี้แล้วนะคะ หากใครนะคะ อยู่ในเกณฑ์ที่เกินกว่าค่าปกตินะคะ เด็ก ๆ ก็สามารถออกกำลังกายนะคะ ทำให้ตัวเองนะคะ กลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติได้ค่ะ ส่วนใครนะคะ ที่อยู่ในเกณฑ์น้ำหนักตัวน้อยเกินไปนะคะ ก็อาจจะออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อเป็นการสร้างเสริมค่ะ ให้น้ำหนักและส่วนสูงของตนเองนั้นสมดุลกัน และเดี๋ยวเรามาสรุปบทเรียนในวันนี้ ไปพร้อมกันเลยค่ะ ในวันนี้นะคะ เราเรียนกันในเรื่องของ องค์ประกอบของสมรรถภาพทางกาย ซึ่งมีอะไรบ้างคะครูอเล็กซ์ (ครูภัทรวรรธน์) ซึ่งเราต้องมีองค์ประกอบร่างกาย ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ความอดทนของกล้ามเนื้อ ความอ่อนตัว และความอดทนของระบบไหลเวียนโลหิต และระบบหายใจค่ะ [เสียงดนตรี] (ครูปฏิญญา) และในวันนี้นะคะ เราก็ได้รู้แล้วนะคะ ว่ากิจกรรมต่าง ๆ ที่เราเคยทดสอบสมรรถภาพกันไป ทำให้เราได้รู้ค่าอะไรบ้าง ได้รู้ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ หรือว่าความอดทน หรือว่าได้รู้ความอ่อนตัว หรือว่าเด็ก ๆ อาจจะได้รู้นะคะ ในเรื่องของความอดทนของระบบไหลเวียนโลหิต และในวันนี้นะคะ เราก็ได้เรียนรู้กันไป แล้วว่าเราจะสามารถคำนวณ ค่าดัชนีมวลกายของตนเองอย่างไร หวังว่านะคะ นักเรียนจะนำความรู้ที่ได้ในวันนี้นะคะ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ และเด็ก ๆ คะ วันนี้เราก็ได้พูดถึงกิจกรรม ในการทดสอบสมรรถภาพทางกายไปแล้ว แล้วเดี๋ยวในสัปดาห์หน้าค่ะ เราจะมาเรียนในเรื่องบทเรียนถัดมา นั่นก็คือกิจกรรมทดสอบสมรรถภาพทางกาย หลาย ๆ คนคงเคยทดสอบกันไปแล้วใช่ไหมคะ เดี๋ยวเราจะมาทบทวนกันอีกครั้ง ในสัปดาห์หน้า ว่าแต่ละกิจกรรมเราทดสอบไปเพื่ออะไร และมีขั้นตอนการทดสอบอย่างไร รวมไปถึงนะคะ เราจะบันทึกผลอย่างไรนั่นเอง ซึ่งสิ่งที่เด็ก ๆ นะคะ คุณครูปลายทาง จะต้องเตรียมมามีอะไรบ้างคะครูอเล็กซ์ (ครูภัทรวรรธน์) สิ่งที่คุณครูปลายทาง และนักเรียนปลายทาง จะต้องเตรียมมาสัปดาห์หน้านะคะ ก็จะมีใบงานที่ ๒ เรื่อง ประเมินผลสมรรถภาพทางกาย ผลการทดสอบสมรรถภาพทางกาย ของนักเรียนในภาคเรียนที่ ๑ ค่ะ (ครูปฏิญญา) ซึ่งเด็ก ๆ นะคะ คงมีผลการทดสอบสมรรถภาพทางกายนะคะ ในภาคเรียนที่ ๑ อยู่ในมือแล้วใช่ไหมคะ คุณครูปลายทางสามารถช่วยนักเรียนนะคะ ค้นหานะคะ หรือว่าเตรียมพร้อม ไว้ให้กับนักเรียนได้เลยค่ะ และสำหรับในวันนี้นะคะ บทเรียนของเรานะคะ ก็มีเพียงเท่านี้ สัปดาห์หน้านะคะ ถ้าเด็ก ๆ นะคะ เตรียมพร้อมแล้วนะคะ เด็ก ๆ สามารถใส่ชุดพละนะคะ เพื่อเตรียมพร้อมในการทำกิจกรรมได้ค่ะ และในวันนี้ครูบอสและครูอเล็กซ์ขอลาไปก่อน และเดี๋ยวเรากลับมาพบกันใหม่ในสัปดาห์หน้า สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ บ๊ายบายค่ะ [เสียงดนตรี]