﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:00.291

2
00:00:01.396 --> 00:00:01.898

3
00:00:02.106 --> 00:00:02.683

4
00:00:03.065 --> 00:00:03.683
ก็

5
00:00:04.346 --> 00:00:04.748

6
00:00:04.666 --> 00:00:05.481
โปรแกรม

7
00:00:05.435 --> 00:00:06.122

8
00:00:06.646 --> 00:00:06.938

9
00:00:07.546 --> 00:00:07.795

10
00:00:08.705 --> 00:00:09.069

11
00:00:09.726 --> 00:00:10.343

12
00:00:10.366 --> 00:00:11.185

13
00:00:11.326 --> 00:00:11.804

14
00:00:11.586 --> 00:00:12.019

15
00:00:11.966 --> 00:00:12.423

16
00:00:12.155 --> 00:00:13.190

17
00:00:13.115 --> 00:00:13.681

18
00:00:13.696 --> 00:00:13.947

19
00:00:14.162 --> 00:00:14.635

20
00:00:14.976 --> 00:00:15.548

21
00:00:15.485 --> 00:00:15.777

22
00:00:15.805 --> 00:00:16.090

23
00:00:16.195 --> 00:00:16.454

24
00:00:16.395 --> 00:00:16.624

25
00:00:16.515 --> 00:00:16.794

26
00:00:17.035 --> 00:00:17.286

27
00:00:18.245 --> 00:00:18.610

28
00:00:18.695 --> 00:00:19.075

29
00:00:19.015 --> 00:00:20.942
แต่มันก็จะใช้ภาษา

30
00:00:21.125 --> 00:00:21.356

31
00:00:21.316 --> 00:00:28.637
ภาษา SQL ซึ่งโปรแกรมในเครื่องเราถ้าไม่ได้ติดตั้งเพิ่มเติมก็จะมีอยู่แล้วนะคะก็คือโปรแกรม

32
00:00:28.555 --> 00:00:30.063
Microsoft Access

33
00:00:30.027 --> 00:00:30.250

34
00:00:30.217 --> 00:00:31.034

35
00:00:31.107 --> 00:00:32.831
มันก็จะมีความสามารถ

36
00:00:32.786 --> 00:00:34.109
ที่จะพิมพ์

37
00:00:34.186 --> 00:00:35.004
คำสั่ง

38
00:00:35.028 --> 00:00:37.706
ภาษา html ลงไปได้ด้วย

39
00:00:37.837 --> 00:00:42.344
แล้วก็ในส่วนของตัวโปรแกรมนี้นี่หน้าตาการทำ

40
00:00:42.266 --> 00:00:51.671
งานมันจะคล้ายๆกับโปรแกรม Excel ที่เราเคยใช้งานกันอยู่แล้วนะคะเก็บข้อมูลในรูปแบบของตารางเหมือนกันเราก็กะได้

41
00:00:51.546 --> 00:00:53.863
ทำความเข้าใจกับมันง่ายขึ้นนะคะ

42
00:00:53.917 --> 00:00:54.219

43
00:00:54.557 --> 00:00:54.918

44
00:00:54.878 --> 00:00:55.262

45
00:00:55.517 --> 00:00:58.474
Microsoft Access นี่นะคะ

46
00:00:58.537 --> 00:01:01.309
ในรูปตัวโปรแกรมจะเป็นตัวสีส้มนะ

47
00:01:01.227 --> 00:01:07.752
มันจะเป็นตัวจัดการฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์อย่างที่เราเคยพูดกันไปแล้วว่า

48
00:01:07.627 --> 00:01:12.443
ว่าแต่ละตารางมันจะสัมพันธ์กันอย่างไรนะคะโดยที่โปรแกรมนี้นี่

49
00:01:12.367 --> 00:01:16.405
มันก็จะมีความสามารถทั้งการจัดการฐานข้อมูล

50
00:01:16.346 --> 00:01:22.842
แล้วก็สร้างโปรแกรมในตัวเดียวกันก็คือโปรแกรมที่ค่อนข้างครบสำหรับการทำงานในการ

51
00:01:22.816 --> 00:01:23.905
ฐานข้อมูลเพิ่ม

52
00:01:23.907 --> 00:01:33.193
ต้นมันเลยเหมาะกับที่จะให้นักศึกษานี่เรียนรู้แล้วก็พัฒนาโปรแกรมไว้ใช้งานนะคะรวมถึงคนที่

53
00:01:32.997 --> 00:01:36.099
อาจจะไม่มีความรู้ในการเขียนโปรแกรมมากนักนี่

54
00:01:36.136 --> 00:01:38.520
เขาก็สามารถใช้โปรแกรมนี้ในการ

55
00:01:38.707 --> 00:01:39.586
ไม่เหมือนกัน

56
00:01:39.668 --> 00:01:39.904

57
00:01:39.987 --> 00:01:40.249

58
00:01:40.237 --> 00:01:40.543

59
00:01:40.557 --> 00:01:43.575
วิธีใช้การก็ค่อนข้างสะดวกแล้วก็

60
00:01:43.627 --> 00:01:43.908

61
00:01:43.887 --> 00:01:44.113

62
00:01:44.147 --> 00:01:46.704
ตัวโปรแกรมก็สามารถใช้งานได้ง่ายๆ

63
00:01:46.777 --> 00:01:47.284

64
00:01:47.227 --> 00:01:49.844
คำสั่งไม่เยอะซับซ้อนวุ่นวายมาก

65
00:01:50.037 --> 00:01:50.472

66
00:01:50.678 --> 00:01:50.896

67
00:01:51.067 --> 00:01:51.272

68
00:01:51.258 --> 00:01:54.191
หน้าตาตอนสร้างฐานข้อมูลก็จะเริ่ม

69
00:01:54.197 --> 00:01:55.801
ประมาณนี้แต่เดี๋ยว

70
00:01:55.806 --> 00:01:56.252

71
00:01:56.447 --> 00:01:59.578
ดูในตัวโปรแกรมการมันจะมีส่วนของการโปรแกรม

72
00:01:59.708 --> 00:02:04.095
ทำงานหนักๆด้านบนจะเรียกว่าเป็นริบบอนด้านบนนะคะ

73
00:02:04.068 --> 00:02:04.299

74
00:02:04.268 --> 00:02:05.856
ในรูปนี่

75
00:02:05.928 --> 00:02:09.310
เกี่ยวกับการกำหนดโครงสร้างของตาราง

76
00:02:09.317 --> 00:02:10.776
นะคะ

77
00:02:10.726 --> 00:02:11.611
แล้วก็

78
00:02:11.567 --> 00:02:11.870

79
00:02:11.828 --> 00:02:12.837
การกำหนด

80
00:02:12.908 --> 00:02:20.236
หน้าจอสำหรับบันทึกข้อมูลหรือแสดงข้อมูลสามารถทำได้การสร้างรายงานนะคะเช่น

81
00:02:20.468 --> 00:02:23.670
สมมุติมีรายชื่ออยู่ 10 รายชื่อ

82
00:02:23.668 --> 00:02:25.073
เราจะให้ไล่ออก

83
00:02:25.268 --> 00:02:26.228
รายงานเป็น

84
00:02:26.167 --> 00:02:29.758
รายชื่อเฉพาะผู้หญิงเราก็สามารถรายงาน

85
00:02:29.828 --> 00:02:32.859
ไม่เหมือนกันรวมถึงการสืบค้น

86
00:02:32.898 --> 00:02:33.129

87
00:02:33.088 --> 00:02:36.751
ไขเราสามารถทำได้ในส่วนของสืบค้น

88
00:02:36.808 --> 00:02:38.915
ดูข้อมูลเราจะใช้คำสั่ง

89
00:02:39.049 --> 00:02:42.850
SQL เราจะพิมพ์ด้วยตัวเองนะคะเราจะไม่ใช้

90
00:02:43.018 --> 00:02:43.270

91
00:02:43.268 --> 00:02:49.046
โปรแกรมสำเร็จรูปทุกอย่างเราจะได้รู้ด้วยว่าเวลาที่เราใช้ภาษา SQL

92
00:02:49.038 --> 00:02:50.636
ใช้งานอย่างไรนะคะ

93
00:02:50.578 --> 00:02:50.809

94
00:02:50.768 --> 00:02:51.054

95
00:02:50.957 --> 00:02:51.234

96
00:02:51.218 --> 00:02:56.535
โดยตารางที่อยู่ในโปรแกรม access นะคะ

97
00:02:56.788 --> 00:02:58.571
รูปแบบของตารางนี่

98
00:02:58.588 --> 00:02:58.832

99
00:02:58.778 --> 00:02:59.009

100
00:02:58.908 --> 00:03:08.908
ซึ่งมันเป็นมาตรฐานของการจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบฐานข้อมูลอยู่แล้วนะคะถ้าเราต้องการจะบันทึกหรือเก็บข้อมูลหนี้เราก็จะต้องสร้างตารางขึ้นมาก่อนถึงจะใช้งานได้

101
00:03:11.527 --> 00:03:12.223
เหมือน

102
00:03:12.359 --> 00:03:17.742
อาทิตย์ก่อนที่อาจารย์ให้นักศึกษาลองเปิดโปรแกรมบางคนจะยังพิมพ์โปรแกรม

103
00:03:17.678 --> 00:03:20.775
ลงไปไม่ได้เลยเพราะว่าเราไม่มีตาราง

104
00:03:21.068 --> 00:03:24.699
นะคะมันจะดูเหมือนกดอะไรไม่ได้

105
00:03:24.658 --> 00:03:27.592
เพราะเราไม่ยังเริ่มสร้างตารางเลยนะคะ

106
00:03:27.548 --> 00:03:29.130
การสร้างตาราง

107
00:03:29.268 --> 00:03:29.588

108
00:03:29.658 --> 00:03:30.913
การตั้งชื่อ

109
00:03:30.998 --> 00:03:31.654

110
00:03:31.130 --> 00:03:32.089
แล้วก็คำ

111
00:03:32.283 --> 00:03:39.981
กำหนดโครงสร้างของตารางด้วยนั่นก็คือเราก็จะมีค่าใน Excel ก็จะเป็นคอลัมน์ Column ใช่ไหมคะ

112
00:03:39.839 --> 00:03:46.391
ใน access ก็เหมือนกันเราจะกำหนดว่าหัวข้อแต่ละคอลัมน์นี่ก็คือฟิวส์นี่แหละ

113
00:03:46.629 --> 00:03:47.135

114
00:03:47.398 --> 00:03:49.111
มันจะมีชื่อว่าอะไรบ้าง

115
00:03:49.258 --> 00:03:49.723

116
00:03:49.648 --> 00:03:53.315
แล้วก็คุณสมบัติของข้อมูลที่ต้องบรรจุลงไปในนั้นนี่

117
00:03:53.358 --> 00:03:53.622

118
00:03:53.678 --> 00:03:53.968

119
00:03:53.868 --> 00:03:54.327

120
00:03:54.129 --> 00:03:55.070
มีอะไร

121
00:03:55.218 --> 00:03:56.028
นะคะ

122
00:03:55.987 --> 00:03:56.453

123
00:03:56.308 --> 00:04:03.469
เช่นเป็นตัวหนังสือเท่านั้นหรือเป็นตัวเลขผสมกับตัวหนังสือหรือรับเฉพาะค่าตัวเลข

124
00:04:03.738 --> 00:04:06.372
ค่าตัวเลขจะต้องไม่เกิน 10 ตัว

125
00:04:06.308 --> 00:04:09.375
อะไรก็ว่าไปรวมถึงต้องกำหนดคีย์หลัก

126
00:04:09.569 --> 00:04:09.855

127
00:04:09.829 --> 00:04:10.780
นะคะ

128
00:04:10.849 --> 00:04:15.914
การกำหนดคีย์หลักในโปรแกรม access มันกดปุ่มเดียวมันก็จะเสร็จเลยนะคะ

129
00:04:15.848 --> 00:04:16.354

130
00:04:15.978 --> 00:04:19.762
กำหนดความสำคัญสำหรับออกกำลังขึ้นไป

131
00:04:19.879 --> 00:04:20.313

132
00:04:20.008 --> 00:04:23.276
ว่ามันจะเชื่อมต่อกันอย่างไรนะคะ

133
00:04:23.349 --> 00:04:23.579

134
00:04:23.989 --> 00:04:24.219

135
00:04:24.179 --> 00:04:24.744

136
00:04:24.689 --> 00:04:25.223

137
00:04:24.948 --> 00:04:25.460

138
00:04:25.708 --> 00:04:28.449
ตัวอย่างโครงสร้างของฐานข้อมูล

139
00:04:28.398 --> 00:04:30.452
ทบทวนการอีกรอบนะคะ

140
00:04:30.387 --> 00:04:34.125
ที่โชว์อยู่ในตอนนี้ก็คือตารางนะ

141
00:04:34.358 --> 00:04:35.110

142
00:04:35.259 --> 00:04:36.911
มีแถวมีคอลัมน์

143
00:04:37.238 --> 00:04:37.936
นะคะ

144
00:04:37.879 --> 00:04:44.586
แนวตั้งเราจะเรียกว่าคอลัมน์ในระบบในจัดการฐานข้อมูลจะเรียกว่าฟิวส์

145
00:04:44.669 --> 00:04:45.115

146
00:04:44.869 --> 00:04:45.117

147
00:04:45.059 --> 00:04:50.751
อย่างในตารางนี้จะมี 4 นิ้วก็คือ 4 คอลัมน์นะคะมี 3 เล็ก

148
00:04:50.699 --> 00:04:55.536
ถอดก็คือ 3 แถวของข้อมูลนะคะอันนี้เป็นตัวอย่างข้อมูลผู้ป่วย

149
00:04:55.698 --> 00:04:56.465
นะคะ

150
00:04:56.529 --> 00:04:56.973

151
00:04:56.788 --> 00:04:57.402

152
00:04:57.358 --> 00:04:59.050
ไอ้ตัว h a n

153
00:04:59.030 --> 00:05:00.620
ย่อมาจากรหัส

154
00:05:00.629 --> 00:05:01.073

155
00:05:00.948 --> 00:05:01.253

156
00:05:01.198 --> 00:05:04.018
รหัสผู้ป่วย Hospital Number

157
00:05:04.029 --> 00:05:04.480

158
00:05:04.348 --> 00:05:06.835
มีชื่อมีนามสกุลมีที่อยู่

159
00:05:06.909 --> 00:05:07.597

160
00:05:07.929 --> 00:05:11.125
ตัวอย่างการเก็บข้อมูลอย่างง่ายนะคะตัวอย่างอย่างง่าย

161
00:05:10.999 --> 00:05:11.244

162
00:05:11.128 --> 00:05:11.363

163
00:05:11.648 --> 00:05:13.102
ส่วนไอ้ตัวโปรแกรม

164
00:05:13.438 --> 00:05:15.740
เราจะสร้างตาราง

165
00:05:15.748 --> 00:05:16.686
นะคะ

166
00:05:16.709 --> 00:05:22.190
โดยที่การเราจะมากำหนดคุณสมบัติของคอลัมน์แบบเมื่อ

167
00:05:22.469 --> 00:05:24.390
ทีนี้เราจะมากำหนด

168
00:05:24.330 --> 00:05:27.529
ในส่วนของการดีไซน์ก็คือการออกแบบ

169
00:05:27.529 --> 00:05:27.840

170
00:05:28.819 --> 00:05:30.153
ในส่วนตรงนี้

171
00:05:30.158 --> 00:05:30.415

172
00:05:30.289 --> 00:05:32.326
อันนี้มันเป็นเมนูภาษาอังกฤษนะคะ

173
00:05:32.529 --> 00:05:32.956

174
00:05:33.039 --> 00:05:33.423

175
00:05:33.489 --> 00:05:36.442
ชื่อคอลัมน์อ่าน LINE นะคะ

176
00:05:36.379 --> 00:05:38.477
มูลชนิดอะไร

177
00:05:39.069 --> 00:05:39.294

178
00:05:39.449 --> 00:05:39.679

179
00:05:39.769 --> 00:05:40.131

180
00:05:40.279 --> 00:05:45.557
บางทีตัว ID นี่ถ้าเราไม่ได้กำหนดค่ามันจะเป็นออโต้

181
00:05:45.539 --> 00:05:45.812

182
00:05:45.859 --> 00:05:46.423

183
00:05:46.819 --> 00:05:51.876
มันจะเพิ่มไปเรื่อยๆตามจำนวนที่เราเพิ่มเข้ามาแต่เราสามารถ

184
00:05:51.940 --> 00:05:57.999
ระบุเองก็ได้บางทีเราไม่อยากได้ตัวเลข 1 2 3 4 5 ไปเรื่อยๆนี่บางทีก็

185
00:05:58.089 --> 00:05:58.609

186
00:05:58.280 --> 00:06:04.989
อาจจะเป็นอย่างนั้นไม่ได้ทุกระบบนะคะมันอาจจะต้องมีตัวหนังสือที่มันมาผสมกับตัวเลข

187
00:06:05.069 --> 00:06:05.315

188
00:06:05.269 --> 00:06:10.686
นักศึกษาเรานี่มาใหม่เราจะรัน 1 2 3 4 5 ไปเลยไม่ได้นะคะ

189
00:06:10.649 --> 00:06:10.853

190
00:06:10.910 --> 00:06:12.624
มันจะต้องกำหนดเฉพาะ

191
00:06:13.019 --> 00:06:15.231
เช่นขึ้นต้นด้วยปีการศึกษา

192
00:06:15.130 --> 00:06:18.651
ด้วยรหัสคณะกลับมาด้วยรหัสหลักสูตร

193
00:06:18.659 --> 00:06:18.906

194
00:06:18.909 --> 00:06:20.239
แล้วค่อยเป็น

195
00:06:20.319 --> 00:06:23.079
เลขที่ของเราว่าเลขที่อะไรนะคะ

196
00:06:23.710 --> 00:06:24.664
ตัวอย่าง

197
00:06:24.609 --> 00:06:24.857

198
00:06:24.929 --> 00:06:25.206

199
00:06:25.259 --> 00:06:25.476

200
00:06:26.149 --> 00:06:26.435

201
00:06:26.540 --> 00:06:28.672
ถ้าเป็นการทำงานในการจัด

202
00:06:28.780 --> 00:06:35.729
ตารางจริงนี่มันจะไม่ได้มีข้อมูลแค่นิดเดียวอย่างที่เราเคยเห็นอย่างด้านซ้ายนะคะ

203
00:06:35.631 --> 00:06:37.247
จะเป็นตัวอย่างของ

204
00:06:37.230 --> 00:06:37.676

205
00:06:37.749 --> 00:06:41.642
ตารางทั้งหมดที่มันเอามาเชื่อมโยงกัน

206
00:06:41.589 --> 00:06:44.010
มีไม่ต่ำกว่า 20 ตาราง

207
00:06:44.280 --> 00:06:44.547

208
00:06:44.599 --> 00:06:54.285
ราคาที่เป็นระบบงานใหญ่ๆรวมถึงการกำหนดด้วยว่าข้อมูลแต่ละชนิดที่เข้ามานี่อย่างเช่น ID เขากำหนดเป็น

209
00:06:54.209 --> 00:06:54.587

210
00:06:54.530 --> 00:06:57.540
ตัวเลขให้มันเพิ่มเข้าไปเรื่อยๆอัตโนมัติ

211
00:06:57.601 --> 00:06:58.491
ตรวจเลข

212
00:06:58.700 --> 00:06:58.995

213
00:06:59.080 --> 00:06:59.321

214
00:06:59.340 --> 00:07:01.305
ประจำตัวผู้ป่วย

215
00:07:01.259 --> 00:07:02.554
เขาจะให้กรอก

216
00:07:02.470 --> 00:07:03.234
นะคะ

217
00:07:03.180 --> 00:07:03.470

218
00:07:03.689 --> 00:07:03.924

219
00:07:03.950 --> 00:07:05.862
แล้วก็จะมีคำอธิบายด้วยว่า

220
00:07:05.800 --> 00:07:08.829
ไอ้คำคำย่อหรือหัวตารางนี่

221
00:07:08.750 --> 00:07:09.052

222
00:07:09.070 --> 00:07:09.356

223
00:07:09.270 --> 00:07:12.222
ถ้าเป็นภาษาไทยคืออะไรนะคะ

224
00:07:12.149 --> 00:07:12.357

225
00:07:12.530 --> 00:07:12.793

226
00:07:12.850 --> 00:07:13.135

227
00:07:13.040 --> 00:07:15.000
ยาง osn

228
00:07:15.029 --> 00:07:16.947
ก็คือเลขบัตรเดิม

229
00:07:16.890 --> 00:07:20.967
ต้องพิมพ์อย่างไรหรือไม่จำเป็นต้องพิมพ์ไหมชื่อเลข

230
00:07:20.860 --> 00:07:21.127

231
00:07:20.990 --> 00:07:23.732
จำเป็นต้องพิมพ์นามสกุลเราจะ

232
00:07:23.679 --> 00:07:25.723
กำหนดด้วยในคำอธิบายนะคะ

233
00:07:25.670 --> 00:07:26.119

234
00:07:26.430 --> 00:07:27.926
ถ้าในส่วนของ

235
00:07:28.160 --> 00:07:28.525

236
00:07:28.550 --> 00:07:32.570
ฐานข้อมูลเราจะเรียกว่าเป็นพจนานุกรมข้อมูล

237
00:07:32.840 --> 00:07:37.151
หรือ Data Dictionary ก็คือสิ่งที่เราต้องบอก

238
00:07:37.191 --> 00:07:37.451

239
00:07:37.449 --> 00:07:37.730

240
00:07:37.709 --> 00:07:40.347
คุณอาจจะเป็นโปรแกรมเมอร์คนใหม่มาทำงาน

241
00:07:40.790 --> 00:07:41.078

242
00:07:41.039 --> 00:07:41.252

243
00:07:41.490 --> 00:07:43.932
เห็นคำย่อ PT Mary

244
00:07:43.861 --> 00:07:44.084

245
00:07:44.690 --> 00:07:44.984

246
00:07:44.949 --> 00:07:45.152

247
00:07:45.140 --> 00:07:46.146
คืออะไร

248
00:07:46.099 --> 00:07:46.336

249
00:07:46.349 --> 00:07:46.586

250
00:07:46.550 --> 00:07:46.852

251
00:07:46.800 --> 00:07:52.122
สมมุติเรามาทำงานต่อจากเขาแล้วเขาไม่เขียนอธิบายว่าไอ้คำศัพท์คำนี้

252
00:07:52.059 --> 00:07:54.605
มันคือข้อมูลอะไรที่ต้องกรอก

253
00:07:55.650 --> 00:07:56.530
นะคะ

254
00:07:56.670 --> 00:07:56.970

255
00:07:56.989 --> 00:08:00.840
นั่นคือสถานภาพสมรสสมมุติเขาไม่ได้บอกเราไว้

256
00:08:00.900 --> 00:08:02.487
เราก็ต้องมา

257
00:08:02.559 --> 00:08:02.765

258
00:08:03.010 --> 00:08:13.010
เราก็ต้องความเข้าใจได้ว่าสรุปข้อมูลนี้เขาต้องการข้อมูลอะไรกันแน่เพราะฉะนั้นการเขียนคำอธิบายก็ค่อนข้างจะเป็นเหมือนกันสำหรับการจัดการฐานข้อมูลนะคะ

259
00:08:13.840 --> 00:08:14.126

260
00:08:15.250 --> 00:08:15.534

261
00:08:15.700 --> 00:08:15.918

262
00:08:15.829 --> 00:08:17.352
ส่วนด้านล่าง

263
00:08:17.549 --> 00:08:17.820

264
00:08:17.749 --> 00:08:20.819
จะเป็นการบอกขนาดของข้อมูล

265
00:08:21.470 --> 00:08:22.412
นะคะ

266
00:08:22.430 --> 00:08:24.719
เช่นจำนวนเงินเดือน

267
00:08:25.241 --> 00:08:25.483

268
00:08:25.500 --> 00:08:28.316
เงินเดือนน่าจะไม่มีแค่ 2 หลัก

269
00:08:28.710 --> 00:08:28.998

270
00:08:29.150 --> 00:08:39.150
บางคนเงินเดือนเยอะบางคนเงินเดือนน้อยเราก็สามารถกำหนดได้ว่าตัวเลขที่สามารถกรอกไปได้นี่มากขนาดไหนเงินเดือนอาจจะยังไม่เห็นภาพถ้าสมมุติว่าเป็นคอลัมน์ที่เกี่ยวกับงบประมาณประเทศ

271
00:08:42.410 --> 00:08:42.652

272
00:08:42.670 --> 00:08:42.912

273
00:08:43.051 --> 00:08:43.339

274
00:08:43.240 --> 00:08:43.530

275
00:08:43.370 --> 00:08:43.595

276
00:08:43.631 --> 00:08:46.396
ที่ต้องกรอกตัวเลขเยอะๆนะคะ

277
00:08:46.321 --> 00:08:55.353
เลข 67 หลักมันไม่พอแน่นอนนะคะเราก็ต้องมากำหนดตรงนี้ด้วยว่าข้อมูลที่ใส่ได้ควรจะเป็นข้อมูลขนาดไหน

278
00:08:55.550 --> 00:09:00.246
หรือบัตรประชาชนเรามากำหนดเลยว่าให้กรอกได้แค่ 13 หลัก

279
00:09:00.410 --> 00:09:01.686
เราก็จะมา

280
00:09:01.832 --> 00:09:03.887
ตรง Property ตรงนี้นะคะ

281
00:09:04.390 --> 00:09:04.668

282
00:09:04.711 --> 00:09:04.945

283
00:09:05.031 --> 00:09:05.284

284
00:09:06.881 --> 00:09:07.134

285
00:09:07.140 --> 00:09:15.863
การสร้างตารางโดยใช้มุมมองการออกแบบนะคะก็จะมีกำหนดบอกว่าชื่อของฟิวส์

286
00:09:15.790 --> 00:09:22.349
ชื่อแต่ละคอลัมน์ควรตั้งชื่ออะไรควรจะตั้งให้มีความหมายแล้วก็ไม่ยาวจนเกินไป

287
00:09:22.321 --> 00:09:22.608

288
00:09:22.581 --> 00:09:22.879

289
00:09:23.031 --> 00:09:23.464

290
00:09:23.410 --> 00:09:25.849
แล้วก็ห้ามใช้สัญลักษณ์พิเศษ

291
00:09:25.981 --> 00:09:27.838
อ้วกหมายคำถาม

292
00:09:28.031 --> 00:09:29.036
เครื่องหมาย

293
00:09:29.112 --> 00:09:31.478
อะไรพวกนี้

294
00:09:31.480 --> 00:09:31.719

295
00:09:31.671 --> 00:09:32.053

296
00:09:32.061 --> 00:09:33.139
หรือจุดจุดจุด

297
00:09:33.400 --> 00:09:34.611
อันเดอร์สกอร์

298
00:09:34.751 --> 00:09:36.690
ขีดเส้นใต้เราจะไม่ใส่

299
00:09:36.741 --> 00:09:37.028

300
00:09:36.991 --> 00:09:37.218

301
00:09:37.250 --> 00:09:37.479

302
00:09:37.891 --> 00:09:38.112

303
00:09:38.211 --> 00:09:38.491

304
00:09:38.590 --> 00:09:39.664
รวมถึง

305
00:09:39.628 --> 00:09:40.113

306
00:09:40.071 --> 00:09:46.778
ประเภทของข้อมูลนะคะก็คือชนิดของข้อมูลที่จัดเก็บในคอลัมน์หรือ Seal นั้นๆ

307
00:09:46.670 --> 00:09:48.448
เช็ครหัสสินค้า

308
00:09:48.650 --> 00:09:48.932

309
00:09:48.910 --> 00:09:49.190

310
00:09:49.101 --> 00:09:49.355

311
00:09:49.480 --> 00:09:51.394
เป็นได้ทั้งตัวเลข

312
00:09:51.471 --> 00:09:53.704
ตัวอักษรผสมกันส่วนราคา

313
00:09:55.121 --> 00:09:55.351

314
00:09:55.512 --> 00:09:57.867
ควรจะเป็นตัวเลขอย่างเดียว

315
00:09:57.871 --> 00:09:59.346
เราไม่พิมพ์

316
00:09:59.291 --> 00:10:04.053
เราจะไม่พิมพ์ 500 แล้วก็ใส่อีก 2 ตัวแทน

317
00:10:04.220 --> 00:10:07.700
มันไม่ใช่เพราะฉะนั้น 500 คือตัวเลขอย่างเดียวกับ

318
00:10:07.942 --> 00:10:08.216

319
00:10:08.132 --> 00:10:08.410

320
00:10:08.320 --> 00:10:12.867
ถ้าสมมุติข้อมูลนั้นๆมันจะต้องไปคำนวณ

321
00:10:13.062 --> 00:10:16.524
นะคะควรจะเป็นข้อมูลชนิดอะไรเช่นอายุ

322
00:10:16.520 --> 00:10:16.752

323
00:10:17.161 --> 00:10:17.923
นะคะ

324
00:10:17.991 --> 00:10:18.268

325
00:10:18.251 --> 00:10:22.527
คือเอาวันเดือนปีเกิดไปคำนวณมาจะต้องเป็นตัวเลขหรือวันที่

326
00:10:22.472 --> 00:10:23.626
หรืออย่างไร

327
00:10:23.951 --> 00:10:24.208

328
00:10:24.151 --> 00:10:30.020
ราคาเราก็ต้องมาพิจารณาข้อมูลพวกนั้นด้วยนะคะอย่างเช่นวันเข้าทำงาน

329
00:10:29.911 --> 00:10:36.477
วันแรกจนถึงปัจจุบันเขาทำงานมาแล้วกี่ปีก็จะใช้วันที่ในการคำนวณนะคะ

330
00:10:36.701 --> 00:10:37.077

331
00:10:37.021 --> 00:10:39.899
เราก็ต้องพิจารณาตรงนี้ด้วยถ้าสมมุติ

332
00:10:40.232 --> 00:10:42.531
กูจะไปทำฐานข้อมูลด้วยตัวเอง

333
00:10:42.533 --> 00:10:42.775

334
00:10:42.912 --> 00:10:45.319
ข้อมูลที่เป็นข้อความหรือว่า Tech

335
00:10:45.471 --> 00:10:46.172
นะคะ

336
00:10:46.181 --> 00:10:46.458

337
00:10:46.501 --> 00:10:53.218
มันเป็นข้อมูลที่เป็นตัวอักษรตัวเลขตัวเลขทำไมถึงบอกว่าเป็น text ถ้าเป็นตัวเลขที่ไม่ได้ใช้

338
00:10:53.101 --> 00:10:55.805
การคำนวณเช่นรหัสนักศึกษาพวกคุณ

339
00:10:55.921 --> 00:10:56.175

340
00:10:56.371 --> 00:10:58.029
เราจะไม่เอามาบวกกัน

341
00:10:58.231 --> 00:10:58.494

342
00:10:58.481 --> 00:10:58.737

343
00:10:58.802 --> 00:11:03.678
มันไม่มีผลในการคำนวณนะคะมันเป็นตัวเลขในการบอกรหัสเฉยๆสัญลักษณ์

344
00:11:03.541 --> 00:11:04.498
เครื่องหมาย

345
00:11:04.571 --> 00:11:07.377
บางคนก็จำเป็นต้องใส่สัญลักษณ์

346
00:11:07.321 --> 00:11:07.603

347
00:11:08.032 --> 00:11:08.238

348
00:11:08.281 --> 00:11:10.456
ยางคำนำหน้าชื่อ

349
00:11:10.391 --> 00:11:10.622

350
00:11:10.591 --> 00:11:10.897

351
00:11:10.911 --> 00:11:12.112
บางคนก็ได้พิมพ์

352
00:11:12.061 --> 00:11:13.337
นางสาว

353
00:11:13.412 --> 00:11:14.678
บาง

354
00:11:14.632 --> 00:11:16.763
คนพิมพ์

355
00:11:16.672 --> 00:11:16.943

356
00:11:17.061 --> 00:11:20.926
มีสัญลักษณ์มีเครื่องหมายมีอักขระนะคะที่ผสมกัน

357
00:11:20.970 --> 00:11:21.223

358
00:11:21.291 --> 00:11:22.882
รวมถึงตัวเลข

359
00:11:22.891 --> 00:11:23.383

360
00:11:23.211 --> 00:11:26.698
ตัวเลขนี้ก็จะมีหลายประเภทเหมือนกัน

361
00:11:26.792 --> 00:11:27.544

362
00:11:27.822 --> 00:11:29.289
เป็นจำนวนเงิน

363
00:11:29.362 --> 00:11:31.017
การเก็บเงิน

364
00:11:31.031 --> 00:11:33.322
ก็มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ

365
00:11:33.271 --> 00:11:34.217
นะคะ

366
00:11:34.162 --> 00:11:36.483
ถ้าเราเลือกข้อมูลเป็น B

367
00:11:36.402 --> 00:11:36.891

368
00:11:36.721 --> 00:11:39.046
ข้อมูลที่เราเก็บได้จะมี

369
00:11:38.972 --> 00:11:41.010
0-255 เท่านั้น

370
00:11:41.212 --> 00:11:42.671
แล้วก็เป็นจำนวนเต็ม

371
00:11:42.621 --> 00:11:46.850
ใส่ทศนิยมไม่ได้นะคะข้อมูลที่เป็น integer

372
00:11:47.111 --> 00:11:47.426

373
00:11:47.432 --> 00:11:50.872
จะเป็นค่าตัวเลขระหว่าง - 3 หมื่นกว่า

374
00:11:50.752 --> 00:11:51.137

375
00:11:51.071 --> 00:11:52.280
จน

376
00:11:52.421 --> 00:11:56.489
1 - 3 * 2 เป็นจำนวนเต็มบวกนะคะเป็นเต็มบวกกับเต็ม

377
00:11:56.331 --> 00:11:56.899
ลบ

378
00:11:57.162 --> 00:11:58.954
ไม่มีจุดทศนิยม

379
00:11:59.792 --> 00:12:00.276

380
00:12:00.111 --> 00:12:00.460

381
00:12:00.491 --> 00:12:02.473
ถ้าเป็น long integer

382
00:12:02.482 --> 00:12:02.866

383
00:12:02.801 --> 00:12:03.065

384
00:12:03.122 --> 00:12:04.909
เมื่อกี้จากหลักหมื่น

385
00:12:04.912 --> 00:12:07.680
มันจะกลายเป็น 2 พันล้าน

386
00:12:07.922 --> 00:12:08.224

387
00:12:08.182 --> 00:12:09.117
วันนี้

388
00:12:09.072 --> 00:12:13.874
เหมาะกับการใส่งบประมาณที่เยอะมากๆหรือข้อมูล

389
00:12:14.522 --> 00:12:14.810

390
00:12:14.842 --> 00:12:15.664
เงิน

391
00:12:15.801 --> 00:12:18.951
ใดๆก็ตามที่เป็นตัวเลขที่มากกว่า

392
00:12:19.522 --> 00:12:23.175
integer ธรรมดาขึ้นไปนะคะ

393
00:12:23.112 --> 00:12:24.243
Single

394
00:12:24.191 --> 00:12:24.432

395
00:12:24.322 --> 00:12:26.967
จะเป็นตัวเลขที่มีจุดทศนิยม

396
00:12:27.211 --> 00:12:27.908
นะคะ

397
00:12:28.172 --> 00:12:28.553

398
00:12:28.492 --> 00:12:29.703
จะมีค่า

399
00:12:29.642 --> 00:12:32.402
เป็นจำนวนติดลบนะครับเป็นทั้ง

400
00:12:32.332 --> 00:12:34.692
เป็นทั้งต้นมะยมที่

401
00:12:34.582 --> 00:12:36.571
ลบแล้วก็เต็มบวกนะคะ

402
00:12:36.883 --> 00:12:37.115

403
00:12:37.141 --> 00:12:37.373

404
00:12:38.102 --> 00:12:38.362

405
00:12:38.292 --> 00:12:38.558

406
00:12:38.613 --> 00:12:38.922

407
00:12:38.993 --> 00:12:44.061
ต่อมาดับเบิ้ลจะใช้กับตัวเลขที่เป็นจุดทศนิยม

408
00:12:44.063 --> 00:12:44.756

409
00:12:44.701 --> 00:12:47.720
เอาไปซื้อของเราจะเห็นว่าเป็น

410
00:12:47.832 --> 00:12:48.975
ให้เราด้วย

411
00:12:49.051 --> 00:12:49.324

412
00:12:49.182 --> 00:12:49.613

413
00:12:49.883 --> 00:12:52.585
การเขียนโปรแกรมในการเก็บข้อมูลของเขา

414
00:12:52.772 --> 00:13:01.911
เขาแสดงผลจนถึงทศนิยม 1 ตำแหน่ง 2 ตำแหน่ง 3 ตำแหน่งก็ว่ากันไปแต่ส่วนมากถ้าเป็นค่าเงินเราจะใช้แค่ 2 ตำแหน่งนะคะ

415
00:13:01.802 --> 00:13:02.031

416
00:13:02.381 --> 00:13:03.280
ต่อมา

417
00:13:03.402 --> 00:13:04.222
วันที่

418
00:13:04.233 --> 00:13:05.117
เวลา

419
00:13:05.192 --> 00:13:05.480

420
00:13:05.642 --> 00:13:05.873

421
00:13:05.902 --> 00:13:09.548
ว่าจะเป็นการระบุข้อมูลที่มีรูปแบบของวันที่

422
00:13:09.683 --> 00:13:12.308
เป็นผญหรือผชก็

423
00:13:12.502 --> 00:13:15.254
เราจะระบุก็ได้นะคะโดยที่

424
00:13:15.192 --> 00:13:15.471

425
00:13:15.582 --> 00:13:15.848

426
00:13:16.152 --> 00:13:17.545
เต็มที่

427
00:13:17.822 --> 00:13:20.974
วันที่แล้วก็เวลาแต่ส่วนมากเราจะใช้แบบ

428
00:13:20.952 --> 00:13:22.738
วันเดือนปีแค่นั้น

429
00:13:22.752 --> 00:13:23.443
นะคะ

430
00:13:23.782 --> 00:13:24.266

431
00:13:24.102 --> 00:13:24.408

432
00:13:24.551 --> 00:13:24.863

433
00:13:24.802 --> 00:13:25.749
กลับ

434
00:13:25.702 --> 00:13:26.184

435
00:13:25.892 --> 00:13:28.388
Yes No questions

436
00:13:28.392 --> 00:13:29.658
ใช่หรือไม่

437
00:13:29.732 --> 00:13:32.158
มันจะเป็นคำตอบสำหรับ

438
00:13:32.363 --> 00:13:36.615
ข้อมูลที่เป็นตรรกะที่มีอยู่ 2 ข้างก็คือจริงหรือเท็จ

439
00:13:36.713 --> 00:13:37.470
เช่น

440
00:13:37.422 --> 00:13:41.858
ตอนนี้คุณเป็นนักศึกษาเขาก็จะถามว่าจริงหรือเท็จ

441
00:13:41.912 --> 00:13:42.207

442
00:13:42.422 --> 00:13:44.833
เป็นนักศึกษาอยู่ก็ยัง

443
00:13:44.791 --> 00:13:45.547
เ***

444
00:13:45.621 --> 00:13:48.770
ถ้าเรียนจบแล้วก็จะบอกว่า No นะคะ

445
00:13:48.832 --> 00:13:49.107

446
00:13:49.152 --> 00:13:49.377

447
00:13:49.272 --> 00:13:51.114
กับ OLX

448
00:13:51.262 --> 00:13:51.638

449
00:13:51.712 --> 00:13:53.600
ก็จะเป็นข้อมูลที่

450
00:13:53.562 --> 00:13:54.449
เอาไว้

451
00:13:54.462 --> 00:13:55.553
แบบรูปภาพ

452
00:13:55.613 --> 00:13:55.877

453
00:13:55.802 --> 00:13:58.963
ฐานข้อมูลบางอย่างให้เราแนบรูปบ้าน

454
00:13:59.333 --> 00:14:00.759
บางทีเรา

455
00:14:00.743 --> 00:14:00.973

456
00:14:00.993 --> 00:14:04.120
บางทีสมาชิกหรือสมัครเรียนหนังสือ

457
00:14:04.263 --> 00:14:04.513

458
00:14:04.463 --> 00:14:06.105
หรือสมัครสอบ

459
00:14:06.312 --> 00:14:06.757

460
00:14:06.512 --> 00:14:06.954

461
00:14:06.634 --> 00:14:09.543
เขาจะให้เราแนบรูปภาพแนบใบเสร็จ

462
00:14:09.512 --> 00:14:09.767

463
00:14:09.772 --> 00:14:11.887
ถ้าเป็นระบบขายของ

464
00:14:11.883 --> 00:14:12.573

465
00:14:12.593 --> 00:14:13.230
ใบเสร็จ

466
00:14:13.363 --> 00:14:16.027
โอนเงินก็เป็นแนบรูปภาพมาด้วยนะคะ

467
00:14:15.922 --> 00:14:16.181

468
00:14:16.242 --> 00:14:16.712

469
00:14:16.502 --> 00:14:16.779

470
00:14:16.693 --> 00:14:16.919

471
00:14:16.882 --> 00:14:26.882
วันที่ 3 ก็จะเป็นส่วนของการกำหนดค่าที่อาจารย์เอาให้ดูเมื่อกี้นี้ในภาพก็จะเป็นบอกขนาดของข้อมูลที่จะเก็บเรากำหนดได้เลยนะคะ

472
00:14:27.263 --> 00:14:28.266
แล้วก็

473
00:14:28.732 --> 00:14:34.702
รูปแบบของการแสดงผลข้อมูลจะเป็นอย่างไรการป้อนข้อมูลจะเป็นลักษณะไหน

474
00:14:34.633 --> 00:14:36.466
เราสามารถกำหนดได้นะคะ

475
00:14:36.553 --> 00:14:37.018

476
00:14:36.742 --> 00:14:44.721
กำหนดคำอธิบายข้อมูลเช่นก่อนที่เราจะกรอกข้อมูลไปนี่ในระบบบางอันถ้าเราเอาเมาส์ไปชี้

477
00:14:44.552 --> 00:14:47.701
เขาก็จะมีคำอธิบายว่าในช่องนี้

478
00:14:47.632 --> 00:14:49.487
ไส้กรอกข้อมูลแบบไหน

479
00:14:49.873 --> 00:14:50.136

480
00:14:50.134 --> 00:14:50.382

481
00:14:50.323 --> 00:14:54.430
ถ้าเราบอกว่าบัตรประชาชนเอามาไปฉี่ปุ๊บ

482
00:14:54.363 --> 00:14:57.492
เขาบอกว่าให้กรอกเลขจำนวน 13 หลัก

483
00:14:57.823 --> 00:14:58.106

484
00:14:58.013 --> 00:14:58.293

485
00:14:58.523 --> 00:14:58.902

486
00:14:58.843 --> 00:15:00.238
เป็นต้นนะคะ

487
00:15:00.254 --> 00:15:00.523

488
00:15:00.512 --> 00:15:03.596
กับอาจารย์มีการกำหนดค่าเริ่มต้นเช่น

489
00:15:04.163 --> 00:15:04.371

490
00:15:04.352 --> 00:15:04.619

491
00:15:04.872 --> 00:15:10.364
เขาถามวันเกิดส่วนมากวันเกิดค่าเริ่มต้นของเขาก็จะเป็น 1 มกราคม

492
00:15:10.313 --> 00:15:11.531
g2000

493
00:15:11.473 --> 00:15:11.766

494
00:15:11.793 --> 00:15:13.057
อะไรก็ว่าไป

495
00:15:13.135 --> 00:15:13.683

496
00:15:13.773 --> 00:15:14.005

497
00:15:14.033 --> 00:15:14.308

498
00:15:14.154 --> 00:15:15.914
เป็นค่าเริ่มต้น

499
00:15:15.823 --> 00:15:16.982
ไม่ได้เกิดมานั้น

500
00:15:17.163 --> 00:15:17.424

501
00:15:17.423 --> 00:15:17.706

502
00:15:17.614 --> 00:15:19.476
หรืออาจจะเป็นเงินบริจาค

503
00:15:20.313 --> 00:15:21.064
นะคะ

504
00:15:21.394 --> 00:15:21.640

505
00:15:21.654 --> 00:15:24.078
ค่าเริ่มต้นจะเป็น 10 บาท

506
00:15:24.023 --> 00:15:26.533
คุณอาจจะไปเปลี่ยนค่าก็ได้

507
00:15:26.462 --> 00:15:27.223
นะคะ

508
00:15:27.292 --> 00:15:27.571

509
00:15:27.803 --> 00:15:28.197

510
00:15:28.253 --> 00:15:31.207
กับการกำหนดเงื่อนไขของข้า

511
00:15:31.513 --> 00:15:32.783
นะคะเช่น

512
00:15:32.734 --> 00:15:33.767
เงินเดือน

513
00:15:34.073 --> 00:15:36.239
จะต้องเป็นบวกเสมอ

514
00:15:36.132 --> 00:15:36.399

515
00:15:36.323 --> 00:15:37.399
จะบอกว่า

516
00:15:37.413 --> 00:15:41.053
เขาถามเงินเดือนเท่าไหร่คุณจะบอกว่าติดลบ 5,000 บาท

517
00:15:40.933 --> 00:15:41.186

518
00:15:41.192 --> 00:15:42.382
คือ

519
00:15:42.532 --> 00:15:45.739
สรุปทำงานเป็นหนี้ไปเรื่อยๆมันก็ไม่ใช่นะคะ

520
00:15:45.803 --> 00:15:46.105

521
00:15:46.123 --> 00:15:50.160
ก็ต้องฆ่าบางข้าจะต้องเป็นบวกเสมอเช่นอายุ

522
00:15:50.353 --> 00:15:53.108
ต้องเป็นจำนวนเต็มบวกเต็มลบไม่ได้

523
00:15:53.043 --> 00:15:53.739
นะคะ

524
00:15:54.193 --> 00:15:54.429

525
00:15:54.584 --> 00:15:54.875

526
00:15:54.903 --> 00:16:00.537
กับการกำหนดข้อความที่แสดงหากใส่ข้อมูลไม่ตรงตามเงื่อนไขเช่น

527
00:16:00.474 --> 00:16:02.325
อายุเป็น -20

528
00:16:03.234 --> 00:16:03.501

529
00:16:03.872 --> 00:16:04.149

530
00:16:03.993 --> 00:16:10.093
มันก็จะมีคำสั่งแจ้งเตือนขึ้นมาว่าให้ใส่ข้อมูลที่เป็นค่าบวกเท่านั้น

531
00:16:10.214 --> 00:16:14.140
นะคะว่าจะเป็นแบบนี้เราสามารถกำหนดได้

532
00:16:14.053 --> 00:16:14.929
รวมถึง

533
00:16:14.883 --> 00:16:15.113

534
00:16:15.073 --> 00:16:15.784
ข้อมูล

535
00:16:15.723 --> 00:16:16.863

536
00:16:16.872 --> 00:16:17.100

537
00:16:17.513 --> 00:16:18.849
มันต้องกรอก

538
00:16:19.113 --> 00:16:20.972
จะเว้นว่างไม่ได้

539
00:16:20.915 --> 00:16:28.236
เลขบัตรประชาชนคุณจะบอกว่าคุณไม่มีเลขบัตรประชาชนเป็นไปไม่ได้นะคะเพราะฉะนั้นต้องกรอกทุกครั้ง

540
00:16:28.084 --> 00:16:28.463

541
00:16:28.534 --> 00:16:29.473
หรือ

542
00:16:29.493 --> 00:16:30.590
น่าจะเป็นแบบฟอร์ม

543
00:16:30.584 --> 00:16:32.117
สมัครใดๆก็ตาม

544
00:16:32.633 --> 00:16:35.009
เลขบัตรประชาชนเลขบัตรประชาชน

545
00:16:35.394 --> 00:16:37.039
จำเป็นต้องออกเสมอ

546
00:16:37.183 --> 00:16:38.790
ปล่อยวางไม่ได้

547
00:16:39.234 --> 00:16:39.487

548
00:16:39.873 --> 00:16:40.373

549
00:16:40.324 --> 00:16:40.558

550
00:16:40.583 --> 00:16:43.064
การกำหนดค่าคีย์หลัก

551
00:16:43.144 --> 00:16:43.895
นะคะ

552
00:16:43.915 --> 00:16:44.271

553
00:16:44.354 --> 00:16:50.651
รอทำได้ง่ายมากถ้าในโปรแกรมก็คือคุณจะเลือกค่าไหนที่เป็นคีย์หลัก

554
00:16:50.514 --> 00:16:51.653
คลิกที่

555
00:16:51.794 --> 00:16:52.264

556
00:16:52.114 --> 00:16:52.351

557
00:16:52.363 --> 00:16:55.110
ขอรับนานๆหรือฟิวส์นานๆแล้วก็กด

558
00:16:55.113 --> 00:16:56.727
ไอ้ตัวลูกกุญแจ

559
00:16:56.724 --> 00:16:57.090

560
00:16:57.113 --> 00:17:01.386
พวงกุญแจก็จะหมายถึงคีย์หลักหรือ Primary Key นี่ล่ะค่ะ

561
00:17:01.654 --> 00:17:02.595
แค่เรื่อง

562
00:17:02.750 --> 00:17:03.564
ก็กด

563
00:17:03.574 --> 00:17:04.454
มันก็จะ

564
00:17:04.473 --> 00:17:05.945
เกมการแจ้ง

565
00:17:06.464 --> 00:17:07.987
ในระบบเลยว่า

566
00:17:08.383 --> 00:17:09.487
ให้ข้านี้

567
00:17:09.593 --> 00:17:10.795
คือค่า

568
00:17:11.073 --> 00:17:11.316

569
00:17:11.453 --> 00:17:14.300
คีย์หลักของตารางนี้นะคะ

570
00:17:15.113 --> 00:17:15.549

571
00:17:15.493 --> 00:17:15.785

572
00:17:15.874 --> 00:17:17.862
กับความสัมพันธ์

573
00:17:17.795 --> 00:17:21.495
น่าจะเป็นความสัมพันธ์ที่ดีระหว่าง 2 ตารางขึ้นไป

574
00:17:21.454 --> 00:17:21.665

575
00:17:21.644 --> 00:17:30.147
โดยที่เราจะมีการพิจารณาภายนอกของแต่ละตารางที่มันจะอ้างถึงคีย์หลักของอีกตารางหนึ่งนะคะ

576
00:17:29.974 --> 00:17:30.256

577
00:17:30.424 --> 00:17:30.896

578
00:17:30.744 --> 00:17:33.766
อันนี้ก็เราจะลองทำในตัวโปรแกรม

579
00:17:33.814 --> 00:17:43.699
เพราะมันจะอ้างอิงกันอย่างไรนะคะในตัวโปรแกรมนี่มันก็จะง่ายมากค่ะมันก็จะมีตัวให้เรากดได้เลยตามลูกศรสีแดงชี้นะคะ

580
00:17:43.613 --> 00:17:44.100

581
00:17:43.994 --> 00:17:44.273

582
00:17:44.384 --> 00:17:48.249
เป็นโปรแกรมที่ค่อนข้างสำเร็จรูปเลยนะคะว่า

583
00:17:48.353 --> 00:17:49.372
เราจะ

584
00:17:49.314 --> 00:17:49.584

585
00:17:49.514 --> 00:17:51.431
สร้างคีย์หลักอย่างไร

586
00:17:51.435 --> 00:17:53.612
ไหนจะเป็นความสัมพันธ์นะคะ

587
00:17:53.603 --> 00:17:57.390
ก่อนที่เราจะทำสิ่งเหล่านี้ได้เราต้องรู้แล้วว่า

588
00:17:57.395 --> 00:18:03.326
ตารางที่เราสร้างหนี้มันสัมพันธ์กันอย่างไรเพราะว่าเราเคยว่า er-diagram มาแล้ว

589
00:18:03.153 --> 00:18:05.899
เหมือนตัวอย่างที่อาจารย์ให้ทำร้านหนังสือ

590
00:18:06.294 --> 00:18:09.432
ว่าผู้แต่งร้านหนังสือกับหนังสือ

591
00:18:09.364 --> 00:18:11.937
เขาควรจะมีความสัมพันธ์กันอย่างไรนะคะ

592
00:18:12.314 --> 00:18:12.578

593
00:18:12.834 --> 00:18:13.062

594
00:18:13.345 --> 00:18:14.928
อย่างเช่นตัวอย่าง

595
00:18:15.004 --> 00:18:18.610
ถ้าเราสร้างความสัมพันธ์ได้แล้วมันจะเป็นแบบนี้ล่ะค่ะ

596
00:18:18.524 --> 00:18:21.174
มันจะมีการโยงเส้นของ 2 ตาราง

597
00:18:21.474 --> 00:18:21.976

598
00:18:21.994 --> 00:18:23.187
ให้ดูเลยว่า

599
00:18:23.335 --> 00:18:26.019
ตารางนี้กับตารางนี้

600
00:18:26.535 --> 00:18:26.769

601
00:18:26.865 --> 00:18:27.125

602
00:18:27.115 --> 00:18:27.863

603
00:18:28.074 --> 00:18:29.857
เขามีความสัมพันธ์กัน

604
00:18:30.124 --> 00:18:30.490

605
00:18:30.514 --> 00:18:30.806

606
00:18:30.705 --> 00:18:32.187
อย่างตารางนี้นะค่ะ

607
00:18:32.174 --> 00:18:32.460

608
00:18:32.365 --> 00:18:33.521
2 ตารางนี้

609
00:18:33.515 --> 00:18:33.794

610
00:18:34.095 --> 00:18:36.844
มีความสัมพันธ์แบบหนึ่ง

611
00:18:36.915 --> 00:18:45.910
กลับมากกว่าหนึ่งอย่างที่อาจารย์เคยบอกว่าในแต่ละโปรแกรมหรือในแต่ละหนังสือสัญลักษณ์เครื่องหมาย

612
00:18:45.754 --> 00:18:46.035

613
00:18:46.074 --> 00:18:47.273
เขาอาจจะ

614
00:18:47.354 --> 00:18:50.172
ไม่ได้ใช้ตัวเองอย่างที่อาจารย์สอนแต่

615
00:18:50.174 --> 00:18:50.432

616
00:18:50.555 --> 00:18:53.890
มันเป็นความหมายเดียวกันคือวันทรูมันนี่

617
00:18:53.894 --> 00:18:54.643
คือ

618
00:18:55.045 --> 00:18:55.285

619
00:18:55.174 --> 00:18:58.320
หนึ่งมีความสัมพันธ์มากกว่า 1 กับอะไร

620
00:18:58.755 --> 00:18:59.007

621
00:18:59.144 --> 00:19:00.665
เพราะฉะนั้นเรา

622
00:19:00.814 --> 00:19:01.946
เราอ่าน

623
00:19:01.904 --> 00:19:03.547
หนังสือบางเล่ม

624
00:19:03.505 --> 00:19:05.227
น่าจะเขียนแบบนี้นะคะ

625
00:19:05.354 --> 00:19:05.635

626
00:19:05.614 --> 00:19:05.901

627
00:19:05.875 --> 00:19:06.553

628
00:19:06.764 --> 00:19:08.431
ให้เราเข้าใจว่ามีความ

629
00:19:08.884 --> 00:19:13.369
หมายเดียวกันต่างกันที่ฉันรักเฉยๆถ้าเป็นความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อหนึ่ง

630
00:19:13.234 --> 00:19:14.589
หนึ่งต่อหนึ่ง

631
00:19:14.835 --> 00:19:22.526
บางรูปแบบมันจะไม่เขียนกำหนดไว้เลยให้รู้ด้วยตัวเองว่าเป็นความสัมพันธ์แบบไหนนะคะ

632
00:19:22.914 --> 00:19:23.180

633
00:19:23.294 --> 00:19:23.590

634
00:19:23.744 --> 00:19:25.792
one two one one to many

635
00:19:25.796 --> 00:19:26.427

636
00:19:26.825 --> 00:19:27.507

637
00:19:27.595 --> 00:19:27.943

638
00:19:27.915 --> 00:19:28.342

639
00:19:28.294 --> 00:19:31.363
ก็พิจารณาในการสร้างฐานข้อมูล

640
00:19:31.814 --> 00:19:32.197

641
00:19:32.324 --> 00:19:35.788
เราต้องรู้ว่าคนเราจะสร้างฐานข้อมูล

642
00:19:35.724 --> 00:19:38.471
เพื่อมาทำงานเกี่ยวกับระบบอะไร

643
00:19:38.734 --> 00:19:44.219
นะคะเหมือนในตัวอย่างก็คือร้านเช่าหนังสือร้านขายหนังสือ

644
00:19:44.185 --> 00:19:45.333
ร้านหลาย

645
00:19:45.275 --> 00:19:46.995
ขายหนังสือต้องมีอะไรบ้าง

646
00:19:47.445 --> 00:19:47.828

647
00:19:48.155 --> 00:19:50.963
มันอาจจะไม่ได้มีแค่ 3 ตัวอย่าง

648
00:19:50.914 --> 00:19:52.510
มันมากกว่านั้น

649
00:19:52.575 --> 00:19:56.565
คุณคุณจะขายคุณจะมีระบบสมาชิกไหม

650
00:19:56.475 --> 00:19:57.188
นะคะ

651
00:19:57.195 --> 00:19:57.570

652
00:19:58.025 --> 00:19:59.675
รวมถึงรายละเอียด

653
00:19:59.684 --> 00:20:00.711
ในตาราง

654
00:20:00.775 --> 00:20:01.017

655
00:20:01.156 --> 00:20:02.949
ข้อมูลจะต้องเก็บอะไรบ้าง

656
00:20:03.335 --> 00:20:03.630

657
00:20:03.595 --> 00:20:04.791
เครื่องไหน

658
00:20:05.455 --> 00:20:05.883

659
00:20:06.414 --> 00:20:06.661

660
00:20:06.736 --> 00:20:07.872
ไฟตกหรือ

661
00:20:10.126 --> 00:20:11.268

662
00:20:11.215 --> 00:20:14.857
ต่อไปก็ต้องดูว่าในตาราง

663
00:20:14.875 --> 00:20:15.101

664
00:20:15.195 --> 00:20:16.521
อะไรคือคีย์หลัก

665
00:20:16.475 --> 00:20:16.906

666
00:20:17.175 --> 00:20:17.467

667
00:20:17.555 --> 00:20:24.851
ก็คือค่าที่ห้ามซ้ำกันนั้นเองเราจำได้นะความสัมพันธ์ของตารางข้อมูลมีความสัมพันธ์แบบไหนนะคะ

668
00:20:25.055 --> 00:20:25.350

669
00:20:25.314 --> 00:20:25.796

670
00:20:26.276 --> 00:20:29.956
มีค่าที่ต้องมาประมวลผลมีการคำนวณไหมนะคะ

671
00:20:29.994 --> 00:20:30.273

672
00:20:30.375 --> 00:20:31.075
เช่น

673
00:20:31.075 --> 00:20:31.356

674
00:20:31.335 --> 00:20:31.830

675
00:20:31.466 --> 00:20:31.835

676
00:20:31.844 --> 00:20:33.362
อายุสมาชิก

677
00:20:34.085 --> 00:20:34.651

678
00:20:34.595 --> 00:20:36.633
หรือวันเข้าทำงาน

679
00:20:37.155 --> 00:20:41.075
ทำงานมาแล้วกี่ปีเพื่อพิจารณาเงินเดือนก็ว่าไปนะคะ

680
00:20:41.134 --> 00:20:41.381

681
00:20:41.326 --> 00:20:41.543

682
00:20:41.717 --> 00:20:42.661
การจัด

683
00:20:42.676 --> 00:20:49.345
การแสดงผลออกทางหน้าจอเป็นอย่างไรสามารถปริ้นออกมาเป็นรายงานได้ไหมนะคะข้อมูลเบื้องต้น

684
00:20:49.335 --> 00:20:52.076
พี่จะใส่ใส่แล้วเป็นอย่างไร

685
00:20:52.215 --> 00:20:54.710
เอาไปใช้กับระบบงานอะไร

686
00:20:54.655 --> 00:20:56.183
เอาไปผนวกแล้ว

687
00:20:56.704 --> 00:20:57.392

688
00:20:57.345 --> 00:20:57.601

689
00:20:57.535 --> 00:20:59.376
มันมีปัญหาไหมนะคะ

690
00:20:59.325 --> 00:20:59.780

691
00:20:59.645 --> 00:21:05.022
อันนี้คือข้อพิจารณาในการสร้างฐานข้อมูลขึ้นมาซักระบบนึงขนาดถาม

692
00:21:05.416 --> 00:21:07.640
ก็พิจารณาตามนี้เช่นเดียวกัน

693
00:21:07.976 --> 00:21:08.214

694
00:21:08.166 --> 00:21:08.391

695
00:21:08.745 --> 00:21:09.177

696
00:21:09.256 --> 00:21:13.172
กลับก่อนที่เราจะเรียนในตัวโปรแกรม

697
00:21:13.166 --> 00:21:14.244
เราต้องมารู้จัก

698
00:21:14.385 --> 00:21:19.193
คำสั่งที่เราจะสั่งให้ฐานข้อมูลทำงานก่อนนะคะ

699
00:21:19.315 --> 00:21:27.130
ภาษาที่ใช้ในการจัดการฐานข้อมูลอย่างที่บอกค่ะเป็นภาษา SQL structured Query Language ตัวนี้

700
00:21:27.455 --> 00:21:28.150
นะคะ

701
00:21:28.546 --> 00:21:28.821

702
00:21:29.315 --> 00:21:29.537

703
00:21:29.696 --> 00:21:29.996

704
00:21:29.955 --> 00:21:33.011
การเรียนภาษา SQL

705
00:21:33.025 --> 00:21:37.222
ก็จะไปเรียนรู้คำสั่งพื้นฐานสำหรับสร้างฐาน

706
00:21:37.125 --> 00:21:41.131
ข้อมูลคำสั่งในการเรียกดูฐานข้อมูล

707
00:21:41.226 --> 00:21:42.494
คำสั่งสำหรับ

708
00:21:42.505 --> 00:21:43.126

709
00:21:43.146 --> 00:21:46.474
ฐานข้อมูลเพิ่มลบแก้ไขอันนี้เราต้องทราบนะคะ

710
00:21:46.475 --> 00:21:51.173
ซึ่งภาษา SQL นี้เป็นภาษาทางด้านฐานข้อมูล

711
00:21:51.086 --> 00:21:51.788
ที่ได้รับ

712
00:21:51.726 --> 00:21:53.401
ความนิยมมากที่สุดนะคะ

713
00:21:53.466 --> 00:21:53.745

714
00:21:53.716 --> 00:21:53.994

715
00:21:53.916 --> 00:21:55.971
เป็นชุดคำสั่งที่ใช้

716
00:21:56.085 --> 00:21:58.301
นิทานข้อมูลนะคะ

717
00:21:58.776 --> 00:21:59.039

718
00:21:59.036 --> 00:21:59.531

719
00:22:00.836 --> 00:22:01.322

720
00:22:01.345 --> 00:22:01.605

721
00:22:01.536 --> 00:22:02.616
คำสั่ง

722
00:22:02.815 --> 00:22:03.318

723
00:22:03.326 --> 00:22:06.207
ภาษา SQL จะมี 3 กลุ่มคำสั่ง

724
00:22:06.145 --> 00:22:06.358

725
00:22:06.275 --> 00:22:06.521

726
00:22:06.525 --> 00:22:08.191
คำสั่งแรกก็คือ

727
00:22:08.266 --> 00:22:10.816
สำหรับการสร้างฐานข้อมูล

728
00:22:10.756 --> 00:22:13.505
กำหนดโครงสร้างฐานข้อมูลด้วยนะคะ

729
00:22:13.636 --> 00:22:13.890

730
00:22:13.956 --> 00:22:17.681
กำหนดโครงสร้างของตารางกลุ่มที่ 2 จะเป็น

731
00:22:17.615 --> 00:22:20.572
ปุ่มสำหรับเพิ่มลบเปลี่ยนแปลง

732
00:22:20.946 --> 00:22:26.169
ก็คือเป็นการปรับปรุงข้อมูลนั่นเองนะคะส่วนกลุ่มที่ 3 จะเป็นกลุ่มคำสั่งที่ใช้สำหรับ

733
00:22:26.136 --> 00:22:27.016
สร้าง

734
00:22:26.965 --> 00:22:29.907
แล้วก็กำหนดโครงสร้างให้กับตารางนะคะ

735
00:22:30.166 --> 00:22:30.451

736
00:22:30.426 --> 00:22:32.046
อันนี้ก็จะเป็นภาษาที่

737
00:22:32.216 --> 00:22:32.645

738
00:22:32.596 --> 00:22:36.806
ไม่ใช่แค่เป็นภาษาที่แบบนิยามข้อมูลเป็นการสร้างด้วยนะคะ

739
00:22:37.086 --> 00:22:37.300

740
00:22:37.795 --> 00:22:38.075

741
00:22:38.176 --> 00:22:38.407

742
00:22:38.626 --> 00:22:38.899

743
00:22:38.876 --> 00:22:42.701
อย่างในสไลด์อาจารย์วันนี้นี่ถ้าเราเห็น

744
00:22:42.666 --> 00:22:43.036

745
00:22:42.985 --> 00:22:44.760
ทรงกระบอกแบบนี้นี่

746
00:22:44.775 --> 00:22:45.015

747
00:22:45.037 --> 00:22:47.654
ถ้าในหนังสือในทาง

748
00:22:47.785 --> 00:22:49.579
เพลงสากลนี่

749
00:22:49.646 --> 00:22:51.691
เราก็จะรับรู้ได้เลยว่า

750
00:22:51.636 --> 00:22:59.159
ใส่รูปทรงกระบอกแบบนี้ในสัญลักษณ์ใดๆที่เป็นโครงสร้างทางคอมพิวเตอร์นี่เขาจะรู้เลยว่าอันนี้คือ

751
00:22:58.996 --> 00:23:00.515
ฐานข้อมูลนะคะ

752
00:23:00.796 --> 00:23:01.087

753
00:23:01.238 --> 00:23:01.469

754
00:23:01.436 --> 00:23:01.658

755
00:23:01.626 --> 00:23:03.277
ส่วนข้อมูลผลลัพธ์

756
00:23:03.226 --> 00:23:03.479

757
00:23:03.676 --> 00:23:06.489
ถ้าเป็นรูปภาพแบบนี้ก็แสดงว่าเป็น

758
00:23:06.436 --> 00:23:08.151
แสดงผลรายงานนะคะ

759
00:23:08.227 --> 00:23:08.458

760
00:23:08.547 --> 00:23:09.946
วันนี้ก็เวลา

761
00:23:10.206 --> 00:23:10.542

762
00:23:10.596 --> 00:23:14.608
คุณไปอ่านหนังสือตัวหนังสือเล่มอื่นแล้วเขาเขียนแบบนี้นี่ก็ให้เข้าใจว่า

763
00:23:14.756 --> 00:23:14.982

764
00:23:15.016 --> 00:23:18.359
ก่อนที่จะออกจากฐานข้อมูลใช้คำสั่งเพื่อเรียก

765
00:23:18.666 --> 00:23:19.998
ดูรายการออกมา

766
00:23:19.945 --> 00:23:21.956
รับผลรายงานเป็นอย่างไรนะคะ

767
00:23:22.896 --> 00:23:23.178

768
00:23:23.796 --> 00:23:24.071

769
00:23:24.176 --> 00:23:25.437
อันนี้เป็น

770
00:23:25.456 --> 00:23:30.073
โครงสร้างคำสั่งภาษา SQL สำหรับการสืบค้นนะคะ

771
00:23:30.196 --> 00:23:33.116
คำสั่งที่ใช้ในการสืบค้นคำสั่งที่

772
00:23:33.015 --> 00:23:34.150
ใช้บ่อยที่สุด

773
00:23:34.235 --> 00:23:34.516

774
00:23:34.426 --> 00:23:35.959
ก็คือ Siri

775
00:23:36.475 --> 00:23:37.026

776
00:23:37.306 --> 00:23:37.889

777
00:23:37.876 --> 00:23:40.665
e l e c T นะคะ

778
00:23:40.706 --> 00:23:42.755
นักศึกษาบางคนพิมพ์

779
00:23:42.878 --> 00:23:45.267
บางคนไม่ได้ผลลัพธ์เหมือนเพื่อน

780
00:23:45.186 --> 00:23:46.449
บางทีพิมพ์ผิด

781
00:23:46.467 --> 00:23:47.317
นะคะ

782
00:23:47.366 --> 00:23:48.955
บางครั้งก็

783
00:23:48.907 --> 00:23:49.199

784
00:23:49.286 --> 00:23:50.442
จะตกชัย

785
00:23:50.566 --> 00:23:52.222
ไม่ต้องตกใจถ้า

786
00:23:52.296 --> 00:23:52.582

787
00:23:52.746 --> 00:23:56.794
ถ้าผลลัพธ์ไม่ออกมาเรามาไล่ดูกันว่าเราไม่ได้

788
00:23:56.976 --> 00:23:58.505
พิมพ์อะไรผิดไปหรือเปล่า

789
00:23:58.707 --> 00:24:02.518
ลืมสัญลักษณ์อะไรไหมกับคำอะไรหรือเปล่านะคะ

790
00:24:02.677 --> 00:24:04.146
ก็เช็คด้วย

791
00:24:04.276 --> 00:24:04.700

792
00:24:04.726 --> 00:24:08.754
ส่วนมากคำสั่งพื้นฐานจากขึ้นด้วย Select

793
00:24:08.636 --> 00:24:08.916

794
00:24:08.757 --> 00:24:10.152
ตามด้วย from

795
00:24:10.488 --> 00:24:10.737

796
00:24:10.616 --> 00:24:10.902

797
00:24:10.807 --> 00:24:11.070

798
00:24:11.126 --> 00:24:11.360

799
00:24:11.327 --> 00:24:13.070
พี่เล็กก็คือเราจะ

800
00:24:13.116 --> 00:24:13.369

801
00:24:13.376 --> 00:24:13.618

802
00:24:13.826 --> 00:24:19.787
แสดงผลข้อมูลอะไรอย่างที่บอกนะคะต้องพยายามภาษาอังกฤษนิดนึงเพราะว่า

803
00:24:19.847 --> 00:24:20.201

804
00:24:20.167 --> 00:24:21.185
มันจำเป็น

805
00:24:21.196 --> 00:24:26.008
นะคะปลอมก็คือเราจะเรียกข้อมูลจากตารางไหน

806
00:24:25.926 --> 00:24:26.813
นะคะ

807
00:24:26.826 --> 00:24:28.031
where

808
00:24:28.116 --> 00:24:31.879
หมายถึงมีเงื่อนไขในการค้นหาว่าอย่างไรบ้าง

809
00:24:31.957 --> 00:24:32.212

810
00:24:32.076 --> 00:24:32.393

811
00:24:32.656 --> 00:24:33.924
Group by

812
00:24:33.877 --> 00:24:34.173

813
00:24:34.387 --> 00:24:34.631

814
00:24:34.517 --> 00:24:36.431
ข้อมูลจะถูกรวม

815
00:24:36.756 --> 00:24:39.187
ข้อมูลเดียวกันหรือไม่นะคะ

816
00:24:39.127 --> 00:24:43.158
มีเงื่อนไขอะไรอีกไหมรวมถึงการจัดเรียงอย่างไร

817
00:24:43.096 --> 00:24:45.927
นะคะเดี๋ยวจะมีตัวอย่างคำสั่งให้ดู

818
00:24:46.367 --> 00:24:46.858

819
00:24:46.877 --> 00:24:49.562
อาทิตย์นี้ดูตัวอย่างคำสั่งไปก่อนนะคะ

820
00:24:49.887 --> 00:24:50.168

821
00:24:50.016 --> 00:24:50.250

822
00:24:50.276 --> 00:24:50.765

823
00:24:50.717 --> 00:24:52.119
อันนี้เป็นตัวอย่าง

824
00:24:52.197 --> 00:24:54.116
ของข้อมูลนะคะ

825
00:24:54.057 --> 00:24:56.734
สไลด์หลังจากนี้ไปเราจะดู

826
00:24:56.677 --> 00:25:00.997
สายๆแบบนี้เหมือนกันมีอยู่ 2 ตารางนะคะ

827
00:25:01.297 --> 00:25:03.468
ตารางแรกเป็นตารางหนังสือ

828
00:25:03.537 --> 00:25:03.912

829
00:25:03.856 --> 00:25:06.793
ตารางที่ 2 เป็นตารางสำนักพิมพ์

830
00:25:07.247 --> 00:25:12.051
ตารางแรกก็จะมีรหัสหนังสือชื่อหนังสือ

831
00:25:11.997 --> 00:25:12.494

832
00:25:12.437 --> 00:25:14.231
รหัสสำนักพิมพ์

833
00:25:14.236 --> 00:25:15.367
ราคา

834
00:25:15.577 --> 00:25:16.193
นะคะ

835
00:25:16.347 --> 00:25:16.616

836
00:25:16.597 --> 00:25:16.869

837
00:25:16.796 --> 00:25:19.730
ตารางที่ 2 จะเป็นตารางสำนักพิมพ์

838
00:25:19.676 --> 00:25:20.253
มี

839
00:25:20.196 --> 00:25:22.843
รหัสสำนักพิมพ์แล้วก็ชื่อสำนักพิมพ์นะคะ

840
00:25:22.877 --> 00:25:23.108

841
00:25:23.197 --> 00:25:23.494

842
00:25:23.517 --> 00:25:26.299
คำสั่งจัดแสดงผลมุมบนขวาตรงนี้

843
00:25:26.277 --> 00:25:26.759

844
00:25:26.918 --> 00:25:27.169

845
00:25:27.118 --> 00:25:30.966
ผลลัพธ์ที่ได้จากภาษา SQL จะอยู่ด้านล่างนะคะ

846
00:25:32.298 --> 00:25:33.755
ตัวอย่าง

847
00:25:33.777 --> 00:25:34.008

848
00:25:34.097 --> 00:25:34.464

849
00:25:34.676 --> 00:25:34.985

850
00:25:34.928 --> 00:25:40.002
คำสั่งในการสืบค้นข้อมูล 1 ตารางคำสั่งที่ง่ายที่สุดก็คือ

851
00:25:39.987 --> 00:25:40.802
Select

852
00:25:40.877 --> 00:25:41.083

853
00:25:41.077 --> 00:25:41.767

854
00:25:41.847 --> 00:25:43.044
star from

855
00:25:42.996 --> 00:25:43.493

856
00:25:43.837 --> 00:25:44.084

857
00:25:44.087 --> 00:25:44.380

858
00:25:44.476 --> 00:25:46.972
เวลาอ่านคำสั่งเราจะดูตรงนี้นะคะ

859
00:25:47.547 --> 00:25:51.783
ขึ้นต้นคำสั่งว่าอะไรกดตรงนี้นะคะ

860
00:25:52.287 --> 00:25:52.594

861
00:25:52.736 --> 00:25:53.046

862
00:25:53.377 --> 00:25:54.063

863
00:25:54.277 --> 00:25:58.730
ตัวอย่างตัวอย่างการสืบค้นจาก 1 ตารางนะคะดอกจัน

864
00:25:59.277 --> 00:26:00.466
หมายถึง

865
00:26:00.427 --> 00:26:02.839
เอาข้อมูลทุกๆคอลัมน์

866
00:26:02.917 --> 00:26:03.200

867
00:26:03.687 --> 00:26:04.069

868
00:26:04.717 --> 00:26:05.337

869
00:26:05.287 --> 00:26:08.174
หรือเราจะสามารถระบุได้ว่าเราจะ

870
00:26:08.307 --> 00:26:08.782

871
00:26:09.007 --> 00:26:11.140
ข้อมูลเฉพาะคอลัมน์ไหน

872
00:26:11.188 --> 00:26:11.419

873
00:26:11.639 --> 00:26:13.680
จากตารางอะไร

874
00:26:13.617 --> 00:26:13.853

875
00:26:14.128 --> 00:26:14.393

876
00:26:14.268 --> 00:26:15.344
นะคะ

877
00:26:15.548 --> 00:26:17.257
ตัวอย่างเช่นตัวนี้

878
00:26:17.917 --> 00:26:18.996
นะคะ

879
00:26:18.938 --> 00:26:23.298
ให้แสดงผลข้อมูลทุกแถวและทุกคอลัมน์

880
00:26:23.938 --> 00:26:24.217

881
00:26:24.447 --> 00:26:26.509
คำสั่งก็คือ Siri

882
00:26:26.817 --> 00:26:27.050

883
00:26:27.138 --> 00:26:32.343
ใส่เครื่องหมายดอกจันเขาจะเรียกว่า Star นะคะ select from book

884
00:26:32.327 --> 00:26:33.070

885
00:26:33.097 --> 00:26:35.689
เอาข้อมูลทุกแถวทุกคอลัมน์

886
00:26:35.597 --> 00:26:36.761
จากตาราง book

887
00:26:36.997 --> 00:26:37.279

888
00:26:37.577 --> 00:26:42.163
ผลลัพธ์ที่ได้ก็แสดงผลข้อมูลทั้งหมดที่อยู่ในตารางบุ๊คนั่นเองนะคะ

889
00:26:42.898 --> 00:26:45.779
นะคะถามว่าคำสั่งนี้

890
00:26:45.718 --> 00:26:45.951

891
00:26:45.968 --> 00:26:46.218

892
00:26:46.289 --> 00:26:47.565
ไปสั่ง

893
00:26:47.767 --> 00:26:48.014

894
00:26:48.028 --> 00:26:48.311

895
00:26:48.348 --> 00:26:49.478
บางครั้ง

896
00:26:49.497 --> 00:26:49.777

897
00:26:49.688 --> 00:26:49.941

898
00:26:49.878 --> 00:26:53.611
ที่ดูแลฐานข้อมูลหรือผู้ใช้งานต้องการ

899
00:26:53.598 --> 00:26:56.405
เรียกดูข้อมูลในลักษณะนี้

900
00:26:56.737 --> 00:26:57.942
คำสั่งที่เกิด

901
00:26:57.959 --> 00:26:58.901
คลื่นใน

902
00:26:59.237 --> 00:27:00.691
select from

903
00:27:00.637 --> 00:27:00.907

904
00:27:00.898 --> 00:27:01.206

905
00:27:01.859 --> 00:27:02.129

906
00:27:02.048 --> 00:27:06.218
อันนี้คือ select ตาก็คือเอาทุกแนวทุกคอลัมน์

907
00:27:06.087 --> 00:27:10.153
ถ้าเราไม่เอาทุกแบบทุกคอลัมน์โหลดได้ไหมเรากำหนดได้ค่ะ

908
00:27:10.438 --> 00:27:11.970
คำสั่งต่อมา

909
00:27:11.988 --> 00:27:12.220

910
00:27:12.877 --> 00:27:14.770
ก็คือตัวเลือก

911
00:27:14.867 --> 00:27:15.548
ชื่อ

912
00:27:15.887 --> 00:27:16.163

913
00:27:16.148 --> 00:27:17.604
กลับราคา

914
00:27:17.617 --> 00:27:17.847

915
00:27:18.068 --> 00:27:18.333

916
00:27:18.839 --> 00:27:20.123
จากตาราง book

917
00:27:20.438 --> 00:27:20.671

918
00:27:20.827 --> 00:27:24.825
ผลลัพธ์ที่ได้จากคำสั่งนี้ก็จะแสดง

919
00:27:24.918 --> 00:27:28.383
ชื่อกับราคาของหนังสือเท่านั้น

920
00:27:28.638 --> 00:27:28.877

921
00:27:29.668 --> 00:27:29.923

922
00:27:30.047 --> 00:27:30.740

923
00:27:30.688 --> 00:27:38.148
เพราะว่าอย่างที่อาจารย์เคยบอกมุมมองของผู้ใช้งานแต่ละคนไม่เหมือนกันบางคนอยากดูข้อมูลทั้งหมด

924
00:27:38.057 --> 00:27:43.054
บางคนอยากดูข้อมูลแค่ 2 อย่างสามารถทำได้ไหมทำได้ค่ะ

925
00:27:42.988 --> 00:27:49.119
ดูข้อมูลอย่างเดียวก็ทำได้แค่เราต้องบอกให้ถูกว่าคุณอยากดูข้อมูลจากตารางไหน

926
00:27:49.078 --> 00:27:50.995
คอลัมน์อะไรระบุไป

927
00:27:50.927 --> 00:27:51.155

928
00:27:51.118 --> 00:27:54.065
ระบบจัดการฐานข้อมูลมันก็จะดึงข้อมูล

929
00:27:54.078 --> 00:27:55.532
มาให้เราดูนะคะ

930
00:27:55.678 --> 00:27:56.703
ต่อมา

931
00:27:56.637 --> 00:27:56.885

932
00:27:57.018 --> 00:28:01.011
ถ้าเป็นการสืบค้นแบบมีเงื่อนไขล่ะแค่เอา

933
00:28:00.928 --> 00:28:02.333
น้ำมันไม่พอแล้ว

934
00:28:02.469 --> 00:28:04.016
เราอยากเพิ่มเงื่อนไข

935
00:28:04.127 --> 00:28:07.769
คำสั่งที่ใช้ในการเพิ่มเงื่อนไขก็คือ

936
00:28:08.039 --> 00:28:08.732
นะคะ

937
00:28:09.127 --> 00:28:09.375

938
00:28:09.638 --> 00:28:09.877

939
00:28:09.959 --> 00:28:10.189

940
00:28:10.219 --> 00:28:14.429
บางทีก็จะเป็น select from Where ไล่ลำดับลงมานะคะ

941
00:28:14.828 --> 00:28:15.074

942
00:28:15.278 --> 00:28:15.566

943
00:28:15.657 --> 00:28:17.636
โดยอาจจะมีเงื่อนไข

944
00:28:17.649 --> 00:28:20.137
อาจจะเป็นเงื่อนไขในการเปรียบเทียบ

945
00:28:20.278 --> 00:28:25.081
เวลาเปรียบเทียบนะคะดูสัญลักษณ์ตรงนี้มันจะเป็นมากกว่า

946
00:28:26.038 --> 00:28:29.033
ราคามากกว่าเท่ากับน้อยกว่า

947
00:28:29.238 --> 00:28:29.670

948
00:28:29.819 --> 00:28:30.703
นะคะ

949
00:28:30.718 --> 00:28:30.984

950
00:28:31.038 --> 00:28:32.360
พวกนี้

951
00:28:32.378 --> 00:28:34.619
น้อยกว่าเท่ากับน้อยกว่าเท่ากับ

952
00:28:34.758 --> 00:28:35.850
วันนี้ไม่เท่ากับ

953
00:28:36.797 --> 00:28:37.076

954
00:28:37.568 --> 00:28:39.155
อันนี้เป็นเท่ากับ

955
00:28:39.107 --> 00:28:39.344

956
00:28:39.429 --> 00:28:42.506
มากกว่าน้อยกว่าอะไรอย่างนี้นะคะ

957
00:28:42.758 --> 00:28:44.704
จะทำตัวขั้นให้

958
00:28:45.199 --> 00:28:45.678

959
00:28:45.388 --> 00:28:45.675

960
00:28:45.518 --> 00:28:45.762

961
00:28:45.898 --> 00:28:46.128

962
00:28:46.088 --> 00:28:47.802
หรือการรวบรวม

963
00:28:47.947 --> 00:28:48.445

964
00:28:48.398 --> 00:28:50.507
เป็นและเป็นหรือ

965
00:28:51.279 --> 00:28:55.224
วิชาคณิตศาสตร์ที่เราเคยเรียนไปแล้วเป็นการปฏิเสธเช่นไม่เอา

966
00:28:55.438 --> 00:28:55.937

967
00:28:55.958 --> 00:28:58.389
ข้อมูลนักศึกษาชายอะไรอย่างนี้

968
00:28:58.589 --> 00:29:00.943
ตรวจสอบค่าของข้อมูลว่าง

969
00:29:00.959 --> 00:29:01.499

970
00:29:01.078 --> 00:29:01.319

971
00:29:01.720 --> 00:29:02.193

972
00:29:02.168 --> 00:29:02.434

973
00:29:02.358 --> 00:29:03.586
ให้มัน

974
00:29:03.899 --> 00:29:06.809
ตรวจดูซิว่าข้อมูลตรงไหนมีช่องว่าง

975
00:29:06.919 --> 00:29:09.422
ข้อมูลตรงไหนหายไป

976
00:29:09.478 --> 00:29:14.146
ตรวจสอบเป็นช่วงเช่นช่วงอายุระหว่าง 15 ถึง 18 ปี

977
00:29:14.468 --> 00:29:14.851

978
00:29:14.859 --> 00:29:15.741
หรือ

979
00:29:15.688 --> 00:29:15.955

980
00:29:15.948 --> 00:29:17.350
ในชื่อ

981
00:29:17.358 --> 00:29:19.517
ใครมีชื่อจอจาน

982
00:29:20.298 --> 00:29:20.527

983
00:29:20.560 --> 00:29:20.815

984
00:29:20.678 --> 00:29:20.954

985
00:29:20.878 --> 00:29:23.308
หรือในชื่อใครมีสระเอ

986
00:29:23.759 --> 00:29:24.297

987
00:29:24.079 --> 00:29:24.572

988
00:29:24.279 --> 00:29:26.177
ตรวจสอบข้อความ

989
00:29:26.449 --> 00:29:27.649
นะคะ

990
00:29:27.668 --> 00:29:30.403
เช่นในข้อความนั้นมีคำว่านาย

991
00:29:30.928 --> 00:29:31.177

992
00:29:31.129 --> 00:29:31.749

993
00:29:31.708 --> 00:29:32.460

994
00:29:32.598 --> 00:29:33.930
เอาคนที่มี

995
00:29:34.199 --> 00:29:41.813
คำขึ้นต้นที่มีนายทั้งหมดอะไรก็ว่าไปมันจะมีการเปรียบเทียบเงื่อนไขด้วยนะคะอันนี้อาจารย์อธิบายไปแล้วนะคะ

996
00:29:41.759 --> 00:29:43.563
เท่ากับมากกว่าน้อยกว่า

997
00:29:43.748 --> 00:29:44.887
มากกว่าเท่ากับ

998
00:29:44.899 --> 00:29:45.702
ไม่เท่ากับ

999
00:29:45.669 --> 00:29:46.425
นะคะ

1000
00:29:49.959 --> 00:29:50.706

1001
00:29:50.799 --> 00:29:52.193

1002
00:29:52.139 --> 00:29:52.415

1003
00:29:52.269 --> 00:29:52.635

1004
00:29:53.289 --> 00:29:53.966

1005
00:29:59.249 --> 00:29:59.750

1006
00:30:00.658 --> 00:30:00.967

1007
00:30:00.980 --> 00:30:01.595

1008
00:30:01.619 --> 00:30:03.205

1009
00:30:03.220 --> 00:30:03.502

1010
00:30:03.411 --> 00:30:03.838

1011
00:30:03.799 --> 00:30:04.020

1012
00:30:05.279 --> 00:30:06.153

1013
00:30:06.491 --> 00:30:06.781

1014
00:30:06.881 --> 00:30:07.305

1015
00:30:07.393 --> 00:30:07.690

1016
00:30:08.092 --> 00:30:08.518

1017
00:30:09.122 --> 00:30:09.380

1018
00:30:09.440 --> 00:30:10.892

1019
00:30:10.910 --> 00:30:11.726

1020
00:30:12.070 --> 00:30:12.268

1021
00:30:12.262 --> 00:30:13.013

1022
00:30:12.961 --> 00:30:13.248

1023
00:30:13.352 --> 00:30:13.661

1024
00:30:13.671 --> 00:30:14.043

1025
00:30:14.500 --> 00:30:14.736

1026
00:30:14.820 --> 00:30:15.102

1027
00:30:15.140 --> 00:30:15.513

1028
00:30:16.100 --> 00:30:16.794

1029
00:30:16.870 --> 00:30:17.139

1030
00:30:17.251 --> 00:30:18.128

1031
00:30:18.852 --> 00:30:19.105

1032
00:30:19.942 --> 00:30:20.155

1033
00:30:20.131 --> 00:30:20.760

1034
00:30:20.781 --> 00:30:21.161

1035
00:30:21.613 --> 00:30:21.823

1036
00:30:21.741 --> 00:30:21.980

1037
00:30:22.251 --> 00:30:22.496

1038
00:30:23.150 --> 00:30:23.356

1039
00:30:23.601 --> 00:30:24.154

1040
00:30:24.681 --> 00:30:24.935

1041
00:30:25.450 --> 00:30:26.075

1042
00:30:26.669 --> 00:30:26.876

1043
00:30:26.799 --> 00:30:27.057

1044
00:30:27.120 --> 00:30:27.368

1045
00:30:27.499 --> 00:30:27.736

1046
00:30:27.691 --> 00:30:27.963


