﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:03.161
การได้ยินไหมคะ

2
00:00:02.194 --> 00:00:03.592
กินค่ะ

3
00:00:03.804 --> 00:00:04.739
โอเคค่ะ

4
00:00:04.692 --> 00:00:05.133

5
00:00:05.012 --> 00:00:05.625

6
00:00:05.723 --> 00:00:06.777

7
00:00:06.933 --> 00:00:08.363
อาทิตย์นี้

8
00:00:08.352 --> 00:00:13.533
นะคะจะเป็นการแนะนำตัวโปรแกรมที่เราจะใช้

9
00:00:13.532 --> 00:00:13.816

10
00:00:13.722 --> 00:00:14.789
เขียน

11
00:00:16.163 --> 00:00:16.901

12
00:00:17.193 --> 00:00:17.439

13
00:00:17.642 --> 00:00:17.932

14
00:00:17.964 --> 00:00:23.874
ระบบจัดการฐานข้อมูลนะคะก็จะเป็นโปรแกรมเอาอย่างง่ายกว่าละกัน

15
00:00:23.783 --> 00:00:30.302
นะคะเพราะว่าไอ้ตัวภาษา SQL เนี่ยมันก็จะมีโปรแกรมที่ใช้งานร่วมกันได้

16
00:00:30.183 --> 00:00:31.449
หลายโปรแกรมมาก

17
00:00:31.653 --> 00:00:32.273

18
00:00:32.422 --> 00:00:32.857

19
00:00:33.132 --> 00:00:33.329

20
00:00:33.392 --> 00:00:36.277
น่าจะเป็น mysql หรือเป็น oracle

21
00:00:36.392 --> 00:00:39.792
แต่มันก็จะใช้ภาษาเดียวกันคือภาษา html ซึ่ง

22
00:00:39.723 --> 00:00:40.154

23
00:00:40.183 --> 00:00:45.404
โปรแกรมในเครื่องเราถ้าไม่ได้ติดตั้งเพิ่มเติมเขาจะมีอยู่แล้วนะคะก็คือโปรแกรม

24
00:00:45.301 --> 00:00:45.653

25
00:00:45.871 --> 00:00:47.203
Microsoft Access

26
00:00:47.282 --> 00:00:47.510

27
00:00:47.472 --> 00:00:50.031
นะคะบันทึกมีความสามารถ

28
00:00:50.042 --> 00:00:51.627
ที่จะพิมพ์

29
00:00:51.641 --> 00:00:54.195
คำสั่งภาษา SQL ลงไปได้ด้วย

30
00:00:54.332 --> 00:00:54.806

31
00:00:54.521 --> 00:00:54.805

32
00:00:54.652 --> 00:00:57.001
แล้วก็ในส่วนของตัว

33
00:00:57.022 --> 00:00:58.351
โปรแกรมนี้เนี่ย

34
00:00:58.311 --> 00:01:01.052
หน้าตาการทำงานมันจะคล้ายๆกับโปรแกรม

35
00:01:00.932 --> 00:01:03.807
Excel ที่เราเคยใช้งานกันอยู่แล้ว

36
00:01:03.812 --> 00:01:06.962
เก็บข้อมูลในรูปแบบที่เป็นตารางเหมือนกัน

37
00:01:06.951 --> 00:01:07.182

38
00:01:07.152 --> 00:01:08.656
เราก็จะได้

39
00:01:08.621 --> 00:01:09.114

40
00:01:08.872 --> 00:01:11.182
ทำความเข้าใจกับมันง่ายขึ้นนะคะ

41
00:01:11.183 --> 00:01:11.463

42
00:01:11.311 --> 00:01:11.547

43
00:01:12.201 --> 00:01:15.548
โดยตัว Microsoft Access เนี่ยนะคะ

44
00:01:15.471 --> 00:01:18.555
ในรูปตัวโปรแกรมมันจะเป็นสีส้มๆเนาะ

45
00:01:18.481 --> 00:01:21.228
มันจะเป็นโปรแกรมจัดการฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์

46
00:01:21.233 --> 00:01:26.559
อย่างที่เราเคยได้วาดรูปไปแล้วว่าแต่ละตารางมันควรจะสัมพันธ์กันยังไง

47
00:01:26.622 --> 00:01:27.236

48
00:01:27.510 --> 00:01:27.754

49
00:01:27.771 --> 00:01:31.187
โปรแกรมนี้เนี่ยมันก็จะมีความสามารถทั้ง

50
00:01:31.551 --> 00:01:33.148
การจัดการฐานข้อมูล

51
00:01:33.151 --> 00:01:33.567

52
00:01:33.542 --> 00:01:38.880
แล้วก็สร้างโปรแกรมได้ในตัวเดียวกันก็คือเป็นโปรแกรมที่ค่อนข้างครบสำหรับการทำงาน

53
00:01:38.920 --> 00:01:41.091
ฐานข้อมูลเบื้องต้นนะคะ

54
00:01:41.101 --> 00:01:41.650

55
00:01:41.612 --> 00:01:47.235
มันเลยเหมาะกับที่จะให้นักศึกษาเรียนรู้แล้วก็พัฒนาโปรแกรมไว้ใช้งาน

56
00:01:47.120 --> 00:01:47.810
นะคะ

57
00:01:47.761 --> 00:01:48.010

58
00:01:48.079 --> 00:01:48.920

59
00:01:48.850 --> 00:01:50.054
คนที่

60
00:01:50.260 --> 00:01:53.127
อาจจะไม่มีความรู้ในการเขียนโปรแกรมมากนักเนี่ย

61
00:01:53.070 --> 00:01:55.598
เขาก็สามารถใช้โปรแกรมนี้ได้เช่นเดียวกัน

62
00:01:55.710 --> 00:01:59.236
นะคะเพราะว่ามันก็วิธีการใช้งานก็ค่อนข้างสะดวก

63
00:01:59.160 --> 00:02:00.369
แล้วก็

64
00:02:00.701 --> 00:02:01.627

65
00:02:01.661 --> 00:02:03.505
โปรแกรมก็ใช้ง่าย

66
00:02:03.520 --> 00:02:03.804

67
00:02:03.971 --> 00:02:07.167
คำสั่งในซอยวุ่นวายมากนะคะ

68
00:02:07.300 --> 00:02:07.528

69
00:02:08.000 --> 00:02:09.815
หน้าตาตอนสร้าง

70
00:02:09.730 --> 00:02:14.339
ฐานข้อมูลก็จะเริ่มต้นประมาณนี้นะคะแต่เดี๋ยวเราค่อยไปดูในตัวโปรแกรมกัน

71
00:02:14.539 --> 00:02:15.030

72
00:02:14.789 --> 00:02:19.363
มันจะมีส่วนของการทำงานหลักๆอยู่ด้านบนนะคะแล้วจะเรียกเป็นริบบอน

73
00:02:19.350 --> 00:02:20.217
ข้างบน

74
00:02:20.310 --> 00:02:20.558

75
00:02:20.562 --> 00:02:21.626
นะคะ

76
00:02:21.648 --> 00:02:24.292
ในรูปเนี่ยมึงจะเป็น 10 เกี่ยวกับกัน

77
00:02:24.270 --> 00:02:24.524

78
00:02:24.469 --> 00:02:26.500
กำหนดโครงสร้างของตาราง

79
00:02:26.449 --> 00:02:26.687

80
00:02:26.829 --> 00:02:27.466
ราคา

81
00:02:27.609 --> 00:02:27.814

82
00:02:27.869 --> 00:02:28.882
แล้วก็

83
00:02:28.829 --> 00:02:29.078

84
00:02:29.079 --> 00:02:34.083
การกำหนดหน้าจอสำหรับบันทึกข้อมูลหรือแสดงข้อมูลแล้วก็สามารถทำได้

85
00:02:34.649 --> 00:02:36.366
การสร้างรายงาน

86
00:02:36.321 --> 00:02:36.578

87
00:02:36.508 --> 00:02:37.527
อาหารเช่น

88
00:02:37.728 --> 00:02:38.004

89
00:02:37.918 --> 00:02:43.749
สมมุติมีรายชื่ออยู่ 1 รายชื่อเราอยากให้มันออกเป็นรายงานเฉพาะชื่อที่เป็นผู้หญิง

90
00:02:43.948 --> 00:02:46.769
เราก็สามารถช่างรายงานออกมาได้เหมือนกัน

91
00:02:46.948 --> 00:02:47.216

92
00:02:47.338 --> 00:02:51.896
รวมถึงการสืบค้นการเรียกดูข้อมูลอื่นตามเงื่อนไขแล้วก็สามารถทำได้

93
00:02:52.078 --> 00:02:55.969
ส่วนของการสืบค้นเรียกดูข้อมูลเนี่ยเราจะใช้คำสั่ง SQL

94
00:02:56.178 --> 00:02:57.638
ครีมด้วยตัวเอง

95
00:02:57.779 --> 00:02:59.111
เราจะไม่ใช้

96
00:02:59.438 --> 00:02:59.723

97
00:02:59.698 --> 00:03:01.360
โปรแกรมสำเร็จรูปทุกอย่าง

98
00:03:01.308 --> 00:03:05.719
เราจะได้รู้เลยว่าเวลาที่เราใช้ภาษา html มันทำงานยังไง

99
00:03:05.788 --> 00:03:06.403

100
00:03:07.447 --> 00:03:07.682

101
00:03:08.418 --> 00:03:11.342
โดยตารางที่อยู่ใน

102
00:03:11.357 --> 00:03:15.152
โปรแกรม access นะคะรูปแบบของตารางเนี่ย

103
00:03:16.098 --> 00:03:16.378

104
00:03:16.288 --> 00:03:20.138
ซึ่งมันเป็นมาตรฐานของการจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบฐานข้อมูลอยู่แล้ว

105
00:03:20.137 --> 00:03:20.820

106
00:03:20.838 --> 00:03:23.058
ถ้าเราต้องการจะบันทึก

107
00:03:23.018 --> 00:03:28.539
หรือเก็บข้อมูลเนี่ยเราก็จะต้องสร้างตารางขึ้นมาก่อนถึงจะใช้งานได้

108
00:03:28.787 --> 00:03:29.469
เหมือน

109
00:03:29.547 --> 00:03:35.328
อาทิตย์ก่อนๆที่อาจารย์ให้ศึกษาลองเปิดโปรแกรมดูเนี่ยบางคนจะยังพิมพ์อะไรลงไปไม่ได้เลย

110
00:03:35.259 --> 00:03:35.543

111
00:03:35.507 --> 00:03:36.329
เพราะว่า

112
00:03:36.279 --> 00:03:37.610
เรายังไม่มีตาราง

113
00:03:37.628 --> 00:03:38.063

114
00:03:37.947 --> 00:03:38.212

115
00:03:38.137 --> 00:03:38.378

116
00:03:38.516 --> 00:03:39.337
นะคะ

117
00:03:39.286 --> 00:03:41.923
มันจะดูเหมือนกดอะไรไม่ได้เพราะ

118
00:03:41.917 --> 00:03:43.894
เรายังไม่ได้เริ่มสร้างตารางเลย

119
00:03:43.838 --> 00:03:47.818
การสร้างตารางในที่นี้เนี่ยมันก็คือการตั้งชื่อ

120
00:03:47.938 --> 00:03:50.622
แล้วก็กำหนดโครงสร้างของตารางด้วย

121
00:03:50.696 --> 00:03:50.973

122
00:03:51.017 --> 00:03:51.238

123
00:03:51.266 --> 00:03:56.209
ก็คือเราก็จะมีค่าใน Excel มันจะเป็นคอลัมน์ Column ใช่ไหมคะ

124
00:03:56.137 --> 00:03:56.417

125
00:03:56.706 --> 00:03:59.855
access ก็เหมือนกันเราก็ต้องโหลดว่า

126
00:03:59.787 --> 00:04:01.783
หัว Column แต่ละคอลัมน์

127
00:04:01.705 --> 00:04:02.994
ก็คือฟิวนี่แหละ

128
00:04:02.987 --> 00:04:03.871
นะคะ

129
00:04:03.946 --> 00:04:05.614
มันจะมีชื่อว่าอะไรบ้าง

130
00:04:05.616 --> 00:04:10.034
แล้วก็คุณสมบัติของข้อมูลที่ต้องบรรจุลงไปในนะเนี่ย

131
00:04:10.676 --> 00:04:10.891

132
00:04:11.386 --> 00:04:15.550
มีอะไรนะคะเช่นเป็นตัวหนังสือเท่านั้น

133
00:04:15.616 --> 00:04:18.116
หรือเป็นตัวเลขผสมกับตัวหนังสือ

134
00:04:18.236 --> 00:04:20.664
หรือรับเฉพาะค่าตัวเลข

135
00:04:21.056 --> 00:04:23.090
ตัวเลขต้องไม่เกิน 10 ตัว

136
00:04:23.496 --> 00:04:24.749
อะไรก็ว่าไป

137
00:04:24.706 --> 00:04:26.548
รวมถึงต้องกำหนดคีย์หลัก

138
00:04:26.626 --> 00:04:26.888

139
00:04:27.207 --> 00:04:31.959
การกำหนดคีย์หลักในโปรแกรม access มันก็ง่ายๆกดปุ่มเดียวก็เสร็จเลย

140
00:04:32.205 --> 00:04:36.752
แล้วก็ต้องกำหนดความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ตารางขึ้นไป

141
00:04:36.816 --> 00:04:37.078

142
00:04:37.067 --> 00:04:37.762
ว่า

143
00:04:37.706 --> 00:04:39.241
มันจะเชื่อมต่อกันยังไง

144
00:04:39.445 --> 00:04:40.318
นะคะ

145
00:04:40.665 --> 00:04:41.084

146
00:04:41.235 --> 00:04:41.617

147
00:04:42.385 --> 00:04:45.717
ตัวอย่างโครงสร้างของฐานข้อมูลนี้เรา

148
00:04:45.656 --> 00:04:51.261
ทบทวนอีกรอบนะคะที่โทรอยู่ในหน้าจอตอนนี้ก็คือเราเรียกว่าตารางเนาะ

149
00:04:51.165 --> 00:04:51.441

150
00:04:51.745 --> 00:04:54.287
มีแถวมีคอลัมน์

151
00:04:54.555 --> 00:04:55.311
นะคะ

152
00:04:55.335 --> 00:04:55.895

153
00:04:55.906 --> 00:05:00.589
แนวตั้งเรียกว่าคอลัมน์ถ้าศัพท์ในระบบจัดการฐานข้อมูล Seal

154
00:05:01.025 --> 00:05:05.321
อย่างในตารางนี้จะมีอยู่ 4 Silver คือสีคอลัมน์

155
00:05:05.515 --> 00:05:08.743
มี 3 ได้กอดก็คือ 3 แถวข้อมูล

156
00:05:09.035 --> 00:05:12.233
อันนี้เป็นตัวอย่างข้อมูลผู้ป่วย

157
00:05:12.944 --> 00:05:17.306
นะคะไอ้ตัว H M เนี่ยมันย่อมาจากรหัส

158
00:05:17.364 --> 00:05:17.638

159
00:05:18.194 --> 00:05:23.792
ป่วยนะคะ Cotton Number แล้วก็จะมีชื่อมีนามสกุลจริงที่อยู่อันนี้เป็น

160
00:05:23.704 --> 00:05:25.934
ตัวอย่างการเก็บข้อมูลอย่างง่าย

161
00:05:26.205 --> 00:05:27.727
ตัวอย่างง่าย

162
00:05:27.875 --> 00:05:29.719
ส่วนในโปรแกรม

163
00:05:29.984 --> 00:05:30.258

164
00:05:31.264 --> 00:05:36.601
เราจะสร้างตารางนะคะโดยที่กันเราจะมากำหนดคุณสมบัติ

165
00:05:37.104 --> 00:05:39.592
ของคอลัมน์แบบเมื่อกี้นี้

166
00:05:39.783 --> 00:05:44.073
เราจะมากดกดตรงที่ส่วนของการดีไซน์การออกแบบ

167
00:05:44.723 --> 00:05:46.756
มันก็ถามว่ายังอยู่ตรงนี้

168
00:05:46.774 --> 00:05:47.026

169
00:05:47.224 --> 00:05:49.067
อันนี้มันเป็นภาษาอังกฤษอ่ะนะคะ

170
00:05:49.845 --> 00:05:55.494
ชื่อคอลัมน์อะไรนะคะเก็บข้อมูลชนิดอะไร

171
00:05:55.803 --> 00:05:56.033

172
00:05:56.894 --> 00:05:59.256
บางทีตัว ID เนี่ย

173
00:05:59.584 --> 00:06:02.358
ถ้าเราไม่ได้กำหนดค่ามันจะเป็นออโต้

174
00:06:02.663 --> 00:06:02.910

175
00:06:03.043 --> 00:06:06.630
มันจะเพิ่มไปเรื่อยๆตามจำนวนที่เราเพิ่มเข้ามา

176
00:06:06.563 --> 00:06:06.985

177
00:06:06.944 --> 00:06:11.436
แต่เราสามารถระบุเองก็ได้ค่ะบางทีเราไม่อยากได้ตัวเลข

178
00:06:11.563 --> 00:06:13.579
1 2 3 4 5 ไปเรื่อยๆไง

179
00:06:13.543 --> 00:06:14.680
บางทีก็

180
00:06:15.403 --> 00:06:17.392
มันอาจจะเป็นอย่างนั้นไม่ได้ทุกระบบ

181
00:06:17.393 --> 00:06:19.952
นะคะแม่จะต้องมีตัวหนังสือ

182
00:06:19.893 --> 00:06:20.123

183
00:06:20.084 --> 00:06:22.120
ที่มันมีมาผสมกับตัวเลข

184
00:06:22.132 --> 00:06:24.261
รหัสนักศึกษาเราเนี่ย

185
00:06:24.183 --> 00:06:27.296
เข้ามาใหม่แล้วจรัญ 1 2 3 4 5 ไปเลยไม่ได้

186
00:06:27.192 --> 00:06:27.746

187
00:06:28.093 --> 00:06:30.074
มันจะต้องกำหนดเฉพาะ

188
00:06:30.263 --> 00:06:34.078
เล่นขึ้นต้นด้วยปีการศึกษาตามมาด้วยรหัสคณะ

189
00:06:34.243 --> 00:06:35.964
ตามมาด้วยรหัสหลักสูตร

190
00:06:36.034 --> 00:06:39.570
แล้วค่อยเป็นถึงเลขที่ของเราว่าเลขที่อะไร

191
00:06:39.553 --> 00:06:39.825

192
00:06:39.812 --> 00:06:40.370

193
00:06:40.383 --> 00:06:41.649
ตัวอย่าง

194
00:06:41.612 --> 00:06:41.904

195
00:06:41.862 --> 00:06:42.102

196
00:06:43.462 --> 00:06:50.502
ถ้าเป็นการทำงานในการจัดการตารางจริงๆเนี่ยมันจะไม่มีข้อมูลแค่นิดเดียวอย่างที่เราเคยเห็น

197
00:06:50.515 --> 00:06:52.162
อย่างนั้นซ้าย

198
00:06:52.183 --> 00:06:52.802
นะคะ

199
00:06:52.752 --> 00:06:54.290
ก็จะเป็นตัวอย่างของ

200
00:06:54.612 --> 00:06:55.125

201
00:06:55.122 --> 00:06:57.158
ตารางทั้งหมดที่มันเอามา

202
00:06:57.101 --> 00:06:57.363

203
00:06:57.231 --> 00:06:58.502
เชื่อมโยงกัน

204
00:06:58.712 --> 00:06:58.926

205
00:06:58.843 --> 00:07:00.754
มีไม่ต่ำกว่า 20 ตาราง

206
00:07:00.822 --> 00:07:01.196

207
00:07:01.402 --> 00:07:03.569
ถ้ามันเป็นระบบงานใหญ่ๆ

208
00:07:03.703 --> 00:07:04.138

209
00:07:03.902 --> 00:07:04.772
รวมถึง

210
00:07:04.731 --> 00:07:09.831
การกำหนดด้วยว่าข้อมูลแต่ละชนิดที่เข้ามาเนี่ยอย่างเช่น ID

211
00:07:09.981 --> 00:07:14.077
เขากำหนดให้เป็นตัวเลขให้มันเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆอนุมัติ

212
00:07:14.022 --> 00:07:14.452

213
00:07:14.542 --> 00:07:15.934
ส่วนเลข

214
00:07:15.941 --> 00:07:18.042
ประจำตัวผู้ป่วย

215
00:07:18.121 --> 00:07:19.853
เขาจะให้กรอก

216
00:07:19.852 --> 00:07:20.855
นะคะ

217
00:07:21.001 --> 00:07:23.568
แล้วก็จะมีคำอธิบายว่าไอ้คำ

218
00:07:23.632 --> 00:07:25.786
คำย่อหรือหัวตารางเนี่ย

219
00:07:25.741 --> 00:07:25.959

220
00:07:26.511 --> 00:07:28.551
ถ้าเป็นภาษาไทยคืออะไร

221
00:07:28.881 --> 00:07:29.629
นะคะ

222
00:07:29.712 --> 00:07:29.931

223
00:07:29.971 --> 00:07:30.644

224
00:07:30.741 --> 00:07:32.262
ovation

225
00:07:32.282 --> 00:07:33.867
คือเลขบัตรเดิม

226
00:07:33.822 --> 00:07:36.770
ต้องพิมพ์ยังไงหนูไม่จำเป็นต้องพิมพ์ไหม

227
00:07:36.951 --> 00:07:39.450
ชื่อแรกจำเป็นต้องพิมพ์นามสกุล

228
00:07:39.390 --> 00:07:41.574
เราจะกำหนดตรงนี้ด้วยคำอธิบาย

229
00:07:41.632 --> 00:07:41.856

230
00:07:41.891 --> 00:07:42.895

231
00:07:42.982 --> 00:07:45.211
ถ้าในส่วนของ

232
00:07:45.221 --> 00:07:46.810
ฐานข้อมูล

233
00:07:47.342 --> 00:07:49.836
จะเรียกว่าเป็นพจนานุกรมข้อมูล

234
00:07:49.771 --> 00:07:51.543
Data Dictionary

235
00:07:51.690 --> 00:07:53.341
ก็คือสิ่งที่เราต้องบอก

236
00:07:53.291 --> 00:07:54.369
อย่างสมมุติว่า

237
00:07:54.501 --> 00:07:56.751
จะเป็นโปรแกรมเมอร์คนใหม่มาทำงาน

238
00:07:56.880 --> 00:07:57.390

239
00:07:57.141 --> 00:07:57.823
นะคะ

240
00:07:57.971 --> 00:07:58.182

241
00:07:58.100 --> 00:08:00.299
เห็นคำย่อ PT

242
00:08:00.340 --> 00:08:01.607
แมรี่

243
00:08:01.550 --> 00:08:01.827

244
00:08:02.450 --> 00:08:03.385
คืออะไร

245
00:08:03.411 --> 00:08:03.770

246
00:08:03.740 --> 00:08:04.089

247
00:08:04.061 --> 00:08:07.683
มาทำงานต่อจากเขาแล้วเขาไม่เขียนอธิบายว่า

248
00:08:07.700 --> 00:08:09.103
คำศัพท์คำเนี่ย

249
00:08:09.300 --> 00:08:09.526

250
00:08:09.621 --> 00:08:11.565
มันคือข้อมูลอะไรที่ต้องตอบ

251
00:08:11.540 --> 00:08:11.823

252
00:08:11.670 --> 00:08:11.970

253
00:08:12.321 --> 00:08:12.597

254
00:08:13.151 --> 00:08:13.841

255
00:08:13.979 --> 00:08:14.211

256
00:08:14.180 --> 00:08:15.767
นั่นคือสถานภาพสมรส

257
00:08:15.710 --> 00:08:17.695
สมมุติเขาไม่ได้บอกเราไว้

258
00:08:18.461 --> 00:08:21.458
เราก็ต้องมากว่าจะทำความเข้าใจได้ว่า

259
00:08:21.351 --> 00:08:21.637

260
00:08:21.610 --> 00:08:24.425
สรุปข้อมูลนี้เขาต้องการข้อมูลอะไรกันแน่

261
00:08:24.620 --> 00:08:29.789
เพราะฉะนั้นการเขียนคำอธิบายก็ค่อนข้างจำเป็นเหมือนกันสำหรับการจัดการฐานข้อมูล

262
00:08:30.001 --> 00:08:30.747
นะคะ

263
00:08:31.981 --> 00:08:32.183

264
00:08:32.429 --> 00:08:32.688

265
00:08:32.619 --> 00:08:32.847

266
00:08:33.010 --> 00:08:34.330
ส่วนด้านล่าง

267
00:08:34.419 --> 00:08:35.229

268
00:08:35.309 --> 00:08:35.525

269
00:08:35.630 --> 00:08:38.513
เป็นการบอกขนาดของข้อมูล

270
00:08:38.520 --> 00:08:42.032
นะคะเช่นจำนวนเงินเดือน

271
00:08:42.230 --> 00:08:42.428

272
00:08:42.940 --> 00:08:45.630
เงินเดือนน่าจะไม่มีแค่ 2 หลัก

273
00:08:45.819 --> 00:08:50.748
บางคนเงินเดือนเยอะบางคนเงินเดือนน้อยเราก็สามารถกำหนดได้ว่า

274
00:08:50.560 --> 00:08:52.618
เลขที่สามารถกรอกเข้าไปได้เนี่ย

275
00:08:52.539 --> 00:08:53.944
มากขนาดไหน

276
00:08:53.959 --> 00:08:55.485
อาจจะยังไม่เห็นภาพ

277
00:08:55.749 --> 00:08:59.529
ถ้าสมมุติว่ามันเป็นคอลัมน์ที่เกี่ยวกับงบประมาณประเทศ

278
00:08:59.850 --> 00:09:00.118

279
00:09:00.229 --> 00:09:00.533

280
00:09:00.739 --> 00:09:02.557
ไม่ต้องกรอกตัวเลขเยอะๆ

281
00:09:02.669 --> 00:09:05.933
นะคะเลข 67 หลักมันไม่พอแน่นอน

282
00:09:05.999 --> 00:09:11.498
เราก็ต้องมากำหนดต้องดูด้วยว่าข้อมูลที่ใส่ได้ควรจะเป็นข้อมูล

283
00:09:11.638 --> 00:09:12.845
ขนาดไหน

284
00:09:13.238 --> 00:09:17.473
หรือบัตรประชาชนเรามากำหนดเลยว่าให้กรอกได้แค่ 13 หลัก

285
00:09:17.469 --> 00:09:20.151
เราก็จะมากำหนดตรง Property ข้างล่างตรงนี้

286
00:09:20.219 --> 00:09:20.850
นะคะ

287
00:09:21.438 --> 00:09:21.926

288
00:09:24.258 --> 00:09:27.835
การสร้างตารางโดยใช้มุมมอง

289
00:09:27.778 --> 00:09:29.225
การออกแบบ

290
00:09:29.188 --> 00:09:29.932

291
00:09:29.898 --> 00:09:33.730
มันก็จะมีการกำหนดว่าชื่อของฟิลด์คือชื่อแต่ละคอลัมน์

292
00:09:33.738 --> 00:09:35.259
ควรตั้งชื่ออะไร

293
00:09:35.729 --> 00:09:35.992

294
00:09:35.919 --> 00:09:39.758
ควรจะตั้งให้มีความหมายแล้วก็ไม่ยาวจนเกินไป

295
00:09:40.079 --> 00:09:42.493
แล้วก็ห้ามใช้สัญลักษณ์พิเศษ

296
00:09:42.458 --> 00:09:42.726

297
00:09:42.778 --> 00:09:45.193
พวกเครื่องหมายคำถาม

298
00:09:45.209 --> 00:09:47.879
เครื่องหมายแฮชแท็ก

299
00:09:47.829 --> 00:09:48.052

300
00:09:48.019 --> 00:09:48.705
นะคะ

301
00:09:48.858 --> 00:09:50.192
หรือจุด

302
00:09:50.528 --> 00:09:53.872
score ขีดเส้นใต้เราจะไม่ใส่

303
00:09:53.977 --> 00:09:54.240

304
00:09:54.177 --> 00:09:54.411

305
00:09:54.297 --> 00:09:54.747

306
00:09:55.197 --> 00:09:55.408

307
00:09:55.388 --> 00:09:55.665

308
00:09:55.837 --> 00:10:03.680
รวมถึงประเทศของข้อมูลนะคะก็คือชนิดของข้อมูลที่จัดเก็บในคอลัมน์อยู่ฟิวแน่นๆ

309
00:10:03.908 --> 00:10:05.428
รหัสสินค้า

310
00:10:05.448 --> 00:10:05.718

311
00:10:06.277 --> 00:10:09.160
มันควรจะเป็นได้ทั้งตัวเลขและตัวอักษรผสมกัน

312
00:10:09.807 --> 00:10:11.007
ส่วนราคา

313
00:10:11.467 --> 00:10:11.711

314
00:10:11.978 --> 00:10:12.187

315
00:10:12.297 --> 00:10:12.928
นะคะ

316
00:10:12.877 --> 00:10:14.788
กลัวจะเป็นตัวเลขอย่างเดียว

317
00:10:14.737 --> 00:10:15.293

318
00:10:15.377 --> 00:10:16.521
เราไม่พิมพ์

319
00:10:16.468 --> 00:10:16.715

320
00:10:16.727 --> 00:10:21.139
เราจะไม่พิมพ์ 500 แล้วก็ใส่กไก่อีก 2 ตัวแทนได้ 0 มันไม่ใช่

321
00:10:21.338 --> 00:10:24.321
เพื่อน 500 ก็คือเป็นตัวเลขอย่างเดียว

322
00:10:24.607 --> 00:10:25.102

323
00:10:25.377 --> 00:10:25.577

324
00:10:25.698 --> 00:10:28.953
ถ้าสมมุติข้อมูลนั้นๆจะต้องนำไปคำนวณ

325
00:10:30.496 --> 00:10:31.247

326
00:10:31.207 --> 00:10:34.042
ควรจะเป็นข้อมูลชนิดอะไรเช่นอายุ

327
00:10:34.276 --> 00:10:34.503

328
00:10:34.597 --> 00:10:35.344

329
00:10:35.296 --> 00:10:37.230
คือเอาวันเดือนปีเกิดไปคำนวณ

330
00:10:37.216 --> 00:10:39.475
มันจะต้องเป็นตัวเลขหรือวันที่

331
00:10:39.596 --> 00:10:40.809
หรือยังไง

332
00:10:41.137 --> 00:10:44.333
นะคะเราก็ต้องมาพิจารณาข้อมูลพวกนั้นด้วย

333
00:10:44.716 --> 00:10:46.637
เช็ควันเข้าทำงาน

334
00:10:46.577 --> 00:10:46.816

335
00:10:47.146 --> 00:10:48.865
วันแรกจนถึงปัจจุบัน

336
00:10:48.886 --> 00:10:50.538
เขาทำงานมาแล้วกี่ปี

337
00:10:51.126 --> 00:10:52.925
ว่าจะใช้วันที่ในการคำนวณ

338
00:10:53.176 --> 00:10:53.859
นะคะ

339
00:10:53.876 --> 00:10:54.090

340
00:10:54.326 --> 00:10:58.303
เราก็ต้องพิจารณาตัวนี้ด้วยถ้าสมมุติว่ากูได้ไปทำฐานข้อมูลด้วยตัวเอง

341
00:10:59.576 --> 00:10:59.807

342
00:11:00.026 --> 00:11:02.656
ข้อมูลที่เป็นข้อความหรือว่า Tech

343
00:11:02.585 --> 00:11:07.758
นะคะก็จะเป็นข้อมูลที่เป็นตัวอักษรตัวเลขตัวเลขทำไมถึงบอกว่าเป็น Text

344
00:11:07.906 --> 00:11:12.499
ถ้าตัวเลขที่ไม่ได้ใช้ในการคำนวณเช่นรหัสนักศึกษาพวกคุณ

345
00:11:12.976 --> 00:11:14.631
เราจะไม่เอามาบวกกัน

346
00:11:14.637 --> 00:11:15.004

347
00:11:15.086 --> 00:11:15.357

348
00:11:15.976 --> 00:11:19.598
มันมีผลในการคำนวณนะคะมันเป็นตัวเลขบอกรหัสเฉยๆ

349
00:11:19.495 --> 00:11:21.479
สัญลักษณ์เครื่องหมาย

350
00:11:21.495 --> 00:11:21.773

351
00:11:21.746 --> 00:11:24.552
ก็บางคนอาจจะจำเป็นที่ต้องใส่สัญลักษณ์

352
00:11:25.846 --> 00:11:27.682
คำนำหน้าชื่อ

353
00:11:27.825 --> 00:11:28.054

354
00:11:28.215 --> 00:11:30.675
บางคนก็ทีมนางสาว

355
00:11:30.586 --> 00:11:32.657
บางคนพิมพ์นอน

356
00:11:32.575 --> 00:11:32.791

357
00:11:32.955 --> 00:11:36.048
มันก็จะมีสัญลักษณ์มีเครื่องหมายมีตัวอักขระ

358
00:11:36.346 --> 00:11:38.133
นะคะที่ผสมกัน

359
00:11:38.405 --> 00:11:40.116
ลบตัวเลข

360
00:11:40.066 --> 00:11:40.340

361
00:11:40.385 --> 00:11:43.146
ก็ตัวเลขเนี่ยก็จะมีหลายประเภทเหมือนกัน

362
00:11:43.074 --> 00:11:43.353

363
00:11:43.456 --> 00:11:45.995
เป็นข้อมูลที่เป็นตัวเลขจะเป็นจำนวนเงิน

364
00:11:46.096 --> 00:11:46.328

365
00:11:46.795 --> 00:11:47.006

366
00:11:46.925 --> 00:11:48.441
การเก็บเงิน

367
00:11:48.394 --> 00:11:50.577
ก็มีให้เลือกหลายรูปแบบ

368
00:11:50.635 --> 00:11:53.733
นะคะถ้าเราเลือกข้อมูลเป็น B

369
00:11:53.844 --> 00:11:57.578
ข้อมูลที่เราเก็บได้จะมีแค่ 0-255 เท่านั้น

370
00:11:57.615 --> 00:12:00.652
แล้วก็เป็นจำนวนเต็มใส่เป็นทศนิยมไม่ได้

371
00:12:01.204 --> 00:12:04.141
นะคะข้อมูลที่เป็น integer

372
00:12:04.735 --> 00:12:07.400
เป็นค่าตัวเลขระหว่าง - 3 หมื่นกว่า

373
00:12:07.488 --> 00:12:07.740

374
00:12:07.805 --> 00:12:08.632
ก็จะถึง

375
00:12:08.574 --> 00:12:10.816
30,000 บาทจำนวนเต็มบวก

376
00:12:11.714 --> 00:12:14.660
เป็นเต็มบวกเต็มลบไม่มีจุดทศนิยม

377
00:12:15.294 --> 00:12:15.522

378
00:12:15.554 --> 00:12:15.787

379
00:12:15.934 --> 00:12:16.493

380
00:12:16.964 --> 00:12:19.417
ถ้าเป็นรองอินเตอร์

381
00:12:19.654 --> 00:12:19.928

382
00:12:19.975 --> 00:12:22.206
เมื่อกี้จากหลักหมื่น

383
00:12:22.215 --> 00:12:24.450
มันจะกลายเป็นประมาณ 2000 ล้าน

384
00:12:24.654 --> 00:12:24.871

385
00:12:25.225 --> 00:12:29.254
เหมาะกับการใส่งบประมาณที่เยอะมากๆ

386
00:12:29.524 --> 00:12:31.110
หรือข้อมูล

387
00:12:31.055 --> 00:12:31.289

388
00:12:31.824 --> 00:12:32.235

389
00:12:32.273 --> 00:12:35.158
เงินใดๆก็ตามที่เป็นตัวเลขที่

390
00:12:35.094 --> 00:12:36.162
มากกว่า

391
00:12:36.894 --> 00:12:39.143
ฟิวเจอร์ธรรมดาขึ้นไป

392
00:12:39.324 --> 00:12:39.945
นะคะ

393
00:12:39.964 --> 00:12:41.618
Single

394
00:12:41.624 --> 00:12:44.123
จะเป็นตัวเลขที่มีจุดทศนิยม

395
00:12:44.644 --> 00:12:45.714
นะคะ

396
00:12:45.794 --> 00:12:47.790
จะมีค่าไปจนถึงติดลบ

397
00:12:48.093 --> 00:12:52.111
เป็นทั้งเพื่อนเป็นทั้งๆที่เป็นเต็มลบกับเต็มบวก

398
00:12:52.264 --> 00:12:52.881

399
00:12:53.035 --> 00:12:53.388

400
00:12:53.353 --> 00:12:53.634

401
00:12:53.994 --> 00:12:54.218

402
00:12:55.404 --> 00:12:55.639

403
00:12:55.913 --> 00:12:57.624
Double

404
00:12:57.573 --> 00:12:57.853

405
00:12:57.774 --> 00:12:58.054

406
00:12:57.893 --> 00:13:00.529
ใช้กับตัวเลขที่เป็นจุดทศนิยมอย่างเช่น

407
00:13:00.533 --> 00:13:02.185
บางทีเราไปซื้อของ

408
00:13:02.193 --> 00:13:02.408

409
00:13:02.644 --> 00:13:06.059
เราจะถึงบ้านข้างบนเป็นจุดทศนิยมให้เราด้วยแสดงว่า

410
00:13:06.092 --> 00:13:06.348

411
00:13:06.415 --> 00:13:06.749

412
00:13:06.544 --> 00:13:11.570
การเขียนโปรแกรมในการเก็บข้อมูลของเขาเขาแสดงผลจนถึงทศนิยม

413
00:13:11.673 --> 00:13:13.800
ตำแหน่ง 2 ตำแหน่ง 3 ตำแหน่ง

414
00:13:14.043 --> 00:13:15.177
ก็ว่ากันไป

415
00:13:15.133 --> 00:13:17.890
ส่วนมากถ้าเป็นค่าเงินเราจะใช้แค่ 2 ตำแหน่ง

416
00:13:17.823 --> 00:13:18.093

417
00:13:18.143 --> 00:13:18.895
นะคะ

418
00:13:19.423 --> 00:13:19.699

419
00:13:19.612 --> 00:13:20.501
ต่อมา

420
00:13:20.512 --> 00:13:22.282
วันที่เวลา

421
00:13:22.242 --> 00:13:22.613

422
00:13:23.014 --> 00:13:26.225
ว่าจะเป็นการระบุข้อมูลที่มีรูปแบบที่เป็นวันที่

423
00:13:26.213 --> 00:13:28.328
คศลบพศก็

424
00:13:28.263 --> 00:13:30.168
แล้วแต่เราจะระบุก็ได้

425
00:13:30.183 --> 00:13:30.932

426
00:13:30.893 --> 00:13:31.166

427
00:13:31.143 --> 00:13:33.004
โดยที่มันจะอาจจะเป็น

428
00:13:33.012 --> 00:13:35.997
ระบบเต็มก็คือจะมีทั้งวันที่แล้วก็เวลา

429
00:13:35.953 --> 00:13:36.183

430
00:13:36.402 --> 00:13:37.875
แต่ส่วนมากเราจะใช้แบบ

431
00:13:38.003 --> 00:13:39.975
วันเดือนปีแค่นั้น

432
00:13:40.053 --> 00:13:40.744
นะคะ

433
00:13:41.852 --> 00:13:44.402
กับ Yes No questions

434
00:13:44.663 --> 00:13:45.482
นะคะ

435
00:13:45.491 --> 00:13:51.661
ใช่หรือไม่มันจะเป็นคำถามคำตอบสำหรับข้อมูลที่เป็นตรรกะที่มีอยู่ 2 ข้าง

436
00:13:51.582 --> 00:13:51.848

437
00:13:51.712 --> 00:13:53.085
ก็คือจริงกับเท็จ

438
00:13:53.123 --> 00:13:53.343

439
00:13:53.312 --> 00:13:54.002

440
00:13:54.142 --> 00:13:54.388

441
00:13:54.532 --> 00:13:56.381
ตอนนี้คุณเป็นนักศึกษา

442
00:13:57.031 --> 00:13:58.486
จะถามว่าจริงหรือเท็จ

443
00:13:58.502 --> 00:13:58.808

444
00:13:58.891 --> 00:13:59.205

445
00:13:59.212 --> 00:14:01.292
ถ้าเป็นยังเป็นนักศึกษาอยู่ก็ตอบว่า Yes

446
00:14:01.252 --> 00:14:02.270

447
00:14:02.603 --> 00:14:04.780
ถ้าเรียนจบแล้วกะจะบอกว่า No

448
00:14:04.853 --> 00:14:05.528
นะคะ

449
00:14:05.551 --> 00:14:06.697
กลับ

450
00:14:06.642 --> 00:14:08.070
OLX

451
00:14:08.111 --> 00:14:08.353

452
00:14:08.371 --> 00:14:08.589

453
00:14:08.562 --> 00:14:12.334
นะคะเพื่อเป็นข้อมูลที่เอาไว้ในการแนบรูปภาพ

454
00:14:12.462 --> 00:14:16.833
นะคะฐานข้อมูลบางอย่างเขาให้เอาแนบรูปภาพด้วยเช่นบางทีเราสมัคร

455
00:14:17.722 --> 00:14:19.312
จะเป็นสมาชิก

456
00:14:19.253 --> 00:14:20.914
สมัครเรียนหนังสือ

457
00:14:21.891 --> 00:14:23.223
สมัครสอบ

458
00:14:23.291 --> 00:14:26.586
ให้มันแนบรูปภาพแนบใบเสร็จ

459
00:14:26.691 --> 00:14:26.943

460
00:14:26.942 --> 00:14:31.449
ถ้าเป็นระบบขายของได้แบบเบ็ดเสร็จโอนเงินเป็นรูปภาพมาด้วย

461
00:14:31.302 --> 00:14:31.525

462
00:14:31.563 --> 00:14:32.309
นะคะ

463
00:14:32.451 --> 00:14:32.752

464
00:14:33.542 --> 00:14:39.285
ส่วนที่ 3 จะเป็นส่วนของการกำหนดค่าเหมือนที่อาจารย์ให้ดูเมื่อกี้นี้ในภาพนะคะ

465
00:14:39.121 --> 00:14:39.380

466
00:14:39.692 --> 00:14:43.631
เป็นการบอกขนาดของข้อมูลที่จะเก็บเรากำหนดได้เลย

467
00:14:43.530 --> 00:14:44.157
นะคะ

468
00:14:44.170 --> 00:14:44.444

469
00:14:44.430 --> 00:14:45.316
แล้วก็

470
00:14:45.781 --> 00:14:48.334
รูปแบบของการแสดงผลข้อมูลจะเป็นยังไง

471
00:14:48.471 --> 00:14:48.694

472
00:14:48.601 --> 00:14:48.824

473
00:14:48.982 --> 00:14:51.607
การป้อนข้อมูลจะเป็นลักษณะไหน

474
00:14:51.610 --> 00:14:52.944
เราสามารถกำหนดได้

475
00:14:53.141 --> 00:14:53.390

476
00:14:53.271 --> 00:14:58.144
กำหนดคำอธิบายข้อมูลเช่นก่อนที่เราจะกรอกข้อมูลไปเนี่ย

477
00:14:58.461 --> 00:15:01.313
ระบบบางอันถ้าเราเอาเมาส์ไปชี้

478
00:15:01.281 --> 00:15:01.524

479
00:15:01.731 --> 00:15:06.179
เขาก็จะมีคำอธิบายว่าในช่องนี้ให้กรอกข้อมูลแบบไหน

480
00:15:06.090 --> 00:15:06.309

481
00:15:06.280 --> 00:15:06.501

482
00:15:07.171 --> 00:15:12.059
ถ้าเราบอกว่าให้กรอกรหัสบัตรประชาชนพอเอาเมาส์ไปชี้ปุ๊บเขาบอกว่า

483
00:15:11.920 --> 00:15:13.960
ให้กรอกเลขจำนวน 13 หลัก

484
00:15:13.901 --> 00:15:14.276

485
00:15:14.290 --> 00:15:14.528

486
00:15:15.440 --> 00:15:16.381
เป็นต้น

487
00:15:16.331 --> 00:15:16.574

488
00:15:16.460 --> 00:15:17.789
นะคะ

489
00:15:17.810 --> 00:15:21.046
กลับมาจะมีการกำหนดค่าเริ่มต้นเช่น

490
00:15:21.212 --> 00:15:21.579

491
00:15:21.720 --> 00:15:27.155
เขาถามวันเกิดส่วนมากวันเกิดค่าเริ่มต้นของเขาคือจะเป็นวันที่ 1 มกราคม

492
00:15:27.040 --> 00:15:29.325
ปี 2000 อะไรก็ว่าไป

493
00:15:29.340 --> 00:15:29.561

494
00:15:29.530 --> 00:15:29.761

495
00:15:29.729 --> 00:15:33.851
นะคะก็จะเป็นค่าเริ่มต้นถ้าคุณไม่ได้เกิดวันนั้นคุณก็เปลี่ยนค่าอื่น

496
00:15:34.270 --> 00:15:34.543

497
00:15:34.850 --> 00:15:36.478
เลือดจะเป็นเงินบริจาค

498
00:15:36.390 --> 00:15:36.940

499
00:15:37.480 --> 00:15:38.037

500
00:15:38.180 --> 00:15:38.468

501
00:15:38.691 --> 00:15:40.993
ถ้าเริ่มต้นจากเป็น 10 บาท

502
00:15:40.931 --> 00:15:41.159

503
00:15:41.509 --> 00:15:43.450
กูจะไปเปลี่ยนค่าก็ได้

504
00:15:43.369 --> 00:15:43.666

505
00:15:43.631 --> 00:15:44.319
นะคะ

506
00:15:44.459 --> 00:15:45.022

507
00:15:44.969 --> 00:15:45.795
กลับ

508
00:15:45.814 --> 00:15:47.911
การกำหนดเงื่อนไขของข้า

509
00:15:47.980 --> 00:15:48.341

510
00:15:48.369 --> 00:15:48.988
นะคะ

511
00:15:49.128 --> 00:15:51.041
เช่นเงินเดือน

512
00:15:51.188 --> 00:15:51.442

513
00:15:51.379 --> 00:15:53.172
จะต้องเป็นบวกเสมอ

514
00:15:53.489 --> 00:15:54.369
บอกว่า

515
00:15:54.329 --> 00:15:54.571

516
00:15:54.449 --> 00:15:57.332
เขาถามเงินเดือนเท่าไหร่คุณจะบอกว่าติดลบ 5,000

517
00:15:57.209 --> 00:15:57.492

518
00:15:57.850 --> 00:16:01.461
กูยังไม่ได้ทำศุกร์ทำงานแล้วเป็นหนี้ไปเรื่อยๆมันก็ไม่ใช่

519
00:16:01.370 --> 00:16:01.638

520
00:16:01.629 --> 00:16:02.506
นะคะ

521
00:16:02.530 --> 00:16:06.963
ก็ต้องฆ่าบังคับจะต้องเป็นบวกเสมอเช่นอายุ

522
00:16:07.199 --> 00:16:09.761
ต้องเป็นจำนวนเต็มบวกเต็มลบไม่ได้

523
00:16:10.019 --> 00:16:10.290

524
00:16:10.339 --> 00:16:10.951
นะคะ

525
00:16:11.049 --> 00:16:11.540

526
00:16:11.559 --> 00:16:11.837

527
00:16:12.008 --> 00:16:16.335
กลับตั้งตรวจข้อความที่แสดงหากใส่ข้อมูลไม่ตรงตามเงื่อนไข

528
00:16:16.299 --> 00:16:17.051
เช่น

529
00:16:17.649 --> 00:16:19.432
อายุเป็น -20

530
00:16:19.568 --> 00:16:19.847

531
00:16:20.589 --> 00:16:20.825

532
00:16:21.039 --> 00:16:22.166

533
00:16:22.248 --> 00:16:24.170
คำสั่งแจ้งเตือนขึ้นมาว่า

534
00:16:24.308 --> 00:16:26.942
ให้ใส่ข้อมูลที่เป็นค่าบวกเท่านั้น

535
00:16:27.508 --> 00:16:28.204
นะคะ

536
00:16:28.209 --> 00:16:28.492

537
00:16:28.598 --> 00:16:33.785
ก็จะเป็นแบบนี้เราสามารถกำหนดได้รวมถึงข้อมูลที่

538
00:16:34.689 --> 00:16:37.628
ไม่ต้องตอบจะเว้นว่างไม่ได้

539
00:16:37.688 --> 00:16:37.940

540
00:16:37.819 --> 00:16:38.075

541
00:16:38.138 --> 00:16:42.335
เช็คเลขบัตรประชาชนคุณจะบอกว่าคุณไม่มีเลขบัตรประชาชนเป็นไปไม่ได้

542
00:16:42.688 --> 00:16:43.249

543
00:16:43.209 --> 00:16:45.305
เพราะฉะนั้นต้องกรอกทุกครั้ง

544
00:16:45.508 --> 00:16:48.647
หรืออาจจะเป็นแบบฟอร์มให้สมัครใดๆก็ตาม

545
00:16:48.908 --> 00:16:49.108

546
00:16:49.288 --> 00:16:53.304
ไอ้เลขบัตรประชาชนเนี่ยจะเป็นข้อมูลที่จำเป็นจะต้องออกเสมอ

547
00:16:53.518 --> 00:16:54.393

548
00:16:54.348 --> 00:16:55.681
ปล่อยวางไม่ได้

549
00:16:55.627 --> 00:16:55.988

550
00:16:56.079 --> 00:16:56.355

551
00:16:56.268 --> 00:16:56.524

552
00:16:56.978 --> 00:16:57.532

553
00:16:57.618 --> 00:17:00.467
การกำหนดค่าคีย์หลัก

554
00:17:00.368 --> 00:17:01.114

555
00:17:01.138 --> 00:17:01.627

556
00:17:01.587 --> 00:17:06.311
ก็ทำได้ง่ายมากถ้าในโปรแกรมก็คือคุณจะเลือกท่าไหน

557
00:17:06.329 --> 00:17:07.474
ให้เป็นคีย์หลัก

558
00:17:07.488 --> 00:17:08.637
คิตตี้

559
00:17:09.528 --> 00:17:12.177
คอลัมน์นานๆหรือฟิวนานแล้วก็กด

560
00:17:12.158 --> 00:17:13.568
ลูกกุญแจ

561
00:17:13.507 --> 00:17:13.725

562
00:17:13.767 --> 00:17:14.047

563
00:17:13.957 --> 00:17:15.737
กุญแจจะหมายถึงที่รัก

564
00:17:16.198 --> 00:17:18.451
Primary Key นี่แหละนะคะ

565
00:17:18.888 --> 00:17:20.346
เลือกแล้วก็กด

566
00:17:20.677 --> 00:17:21.489
มันก็จะ

567
00:17:21.767 --> 00:17:23.935
เป็นการแจ้ง

568
00:17:23.887 --> 00:17:25.086
ในระบบเลยว่า

569
00:17:25.168 --> 00:17:25.432

570
00:17:25.418 --> 00:17:26.717
ไอ้ค่าเนี้ย

571
00:17:26.637 --> 00:17:27.841
คือค่า

572
00:17:28.617 --> 00:17:30.613
คีย์หลักของตารางนี้

573
00:17:30.607 --> 00:17:31.230

574
00:17:31.246 --> 00:17:31.563

575
00:17:32.337 --> 00:17:32.885

576
00:17:32.847 --> 00:17:34.512
กับความสัมพันธ์

577
00:17:34.447 --> 00:17:38.106
มันจะเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ตารางขึ้นไป

578
00:17:38.367 --> 00:17:38.623

579
00:17:38.487 --> 00:17:38.713

580
00:17:38.877 --> 00:17:42.925
โดยที่เราจะมีการพิจารณาเรื่องคีย์นอกของแต่ละตาราง

581
00:17:42.907 --> 00:17:45.982
ที่มันจะอ้างถึงคีย์หลักของอีกตารางนึง

582
00:17:45.986 --> 00:17:46.201

583
00:17:46.117 --> 00:17:46.388

584
00:17:46.307 --> 00:17:46.927
นะคะ

585
00:17:47.777 --> 00:17:50.213
อันนี้ก็เดี๋ยวเราจะลองทำในโปรแกรม

586
00:17:50.406 --> 00:17:52.052
มันจะอ้างอิงกันยังไง

587
00:17:52.006 --> 00:17:52.222

588
00:17:52.257 --> 00:17:52.945

589
00:17:53.027 --> 00:17:57.541
ในตัวโปรแกรมเนี่ยมันก็จะง่ายมากค่ะมันก็จะมีตัวให้เรากดได้เลย

590
00:17:57.707 --> 00:17:59.044

591
00:17:59.496 --> 00:18:00.190

592
00:18:01.487 --> 00:18:04.444
โปรแกรมค่อนข้างสำเร็จรูปเลยนะคะ

593
00:18:04.368 --> 00:18:05.055

594
00:18:05.136 --> 00:18:05.366

595
00:18:05.267 --> 00:18:05.467

596
00:18:05.647 --> 00:18:06.520
เราจะ

597
00:18:06.546 --> 00:18:09.813
ตั้งคีย์ลัดยังไงอันไหนจะเป็นความสัมพันธ์

598
00:18:09.877 --> 00:18:10.761
นะคะ

599
00:18:10.715 --> 00:18:10.923

600
00:18:11.036 --> 00:18:14.124
ก่อนที่เราจะทำสิ่งเหล่านี้ได้เราต้องดูแลว่า

601
00:18:14.106 --> 00:18:15.326
ตารางที่เราสร้าง

602
00:18:15.330 --> 00:18:15.545

603
00:18:15.516 --> 00:18:17.182
มันสำคัญเป็นยังไงเพราะว่า

604
00:18:17.246 --> 00:18:20.010
เราเคยว่า tianma แล้วก็คือ

605
00:18:19.877 --> 00:18:22.433
เหมือนตัวอย่างที่ใช้ทำร้านหนังสือ

606
00:18:22.365 --> 00:18:22.650

607
00:18:22.687 --> 00:18:22.916

608
00:18:23.206 --> 00:18:26.230
ว่าผู้แต่งหนังสือกับหนังสือ

609
00:18:26.276 --> 00:18:28.398
เขาควรจะมีความสัมพันธ์เป็นยังไง

610
00:18:28.586 --> 00:18:29.206

611
00:18:29.226 --> 00:18:29.507

612
00:18:29.356 --> 00:18:29.592

613
00:18:30.566 --> 00:18:30.986

614
00:18:30.956 --> 00:18:32.043
อย่างเช่นตัวอย่าง

615
00:18:32.236 --> 00:18:35.116
ถ้าเราสั่งของสำคัญได้แล้วมันจะเป็นแบบนี้ค่ะ

616
00:18:35.446 --> 00:18:38.022
มันจะมีการโยงเส้นของ 2 ตาราง

617
00:18:39.216 --> 00:18:40.467
ให้ดูเลยว่า

618
00:18:40.496 --> 00:18:41.503
ตาราง

619
00:18:41.524 --> 00:18:43.829
นี้กับตารางนี้

620
00:18:44.345 --> 00:18:45.803
เขามีความสัมพันธ์กัน

621
00:18:46.526 --> 00:18:46.751

622
00:18:47.165 --> 00:18:49.391
ย่างป้าเงี้ยค่ะ

623
00:18:49.335 --> 00:18:52.183
2 ตารางนี้มีความสำคัญแบบ

624
00:18:52.285 --> 00:18:53.165
1

625
00:18:53.956 --> 00:18:55.164
กลับบ้านกว่า 1

626
00:18:55.166 --> 00:18:55.864

627
00:18:55.936 --> 00:19:00.921
อย่างที่ฉันเคยบอกว่าในแต่ละโปรแกรมหรือในแต่ละหนังสือ

628
00:19:01.065 --> 00:19:02.771
สัญลักษณ์เครื่องหมาย

629
00:19:03.495 --> 00:19:05.873
ข้าจะไม่ใช้ตัวเองเหมือนที่อาจารย์สอน

630
00:19:06.056 --> 00:19:07.195

631
00:19:07.655 --> 00:19:09.120
มันเป็นความหมายเดียวกัน

632
00:19:09.206 --> 00:19:10.864
คือวัน True Money

633
00:19:10.805 --> 00:19:11.679

634
00:19:11.635 --> 00:19:12.409
1

635
00:19:12.655 --> 00:19:15.280
มีความสำคัญมากกว่าหนึ่งกับอะไร

636
00:19:15.214 --> 00:19:15.470

637
00:19:15.925 --> 00:19:16.555
นะคะ

638
00:19:16.565 --> 00:19:17.952
เพราะฉะนั้นเรา

639
00:19:17.915 --> 00:19:18.192

640
00:19:18.105 --> 00:19:18.988

641
00:19:19.385 --> 00:19:21.769
หนังสือบางเล่มก็จะเขียนแบบนี้

642
00:19:21.686 --> 00:19:22.374
นะคะ

643
00:19:23.034 --> 00:19:27.218
ให้เราเข้าใจว่ามันมีความหมายเดียวกันแต่แค่มันต่างกันที่สัญลักษณ์เฉยๆ

644
00:19:27.134 --> 00:19:27.424

645
00:19:27.455 --> 00:19:29.433
ถ้าเป็นความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อหนึ่ง

646
00:19:29.445 --> 00:19:29.735

647
00:19:29.955 --> 00:19:30.183

648
00:19:30.204 --> 00:19:31.482
1 สลึง

649
00:19:31.935 --> 00:19:32.206

650
00:19:32.125 --> 00:19:38.806
บางรูปแบบมันจะไม่เขียนกำหนดไว้เลยเพราะให้รู้ด้วยตัวเองว่ามันเป็นความสัมพันธ์แบบไหน

651
00:19:39.044 --> 00:19:39.740
นะคะ

652
00:19:40.454 --> 00:19:42.686
one2one

653
00:19:42.645 --> 00:19:43.258

654
00:19:43.664 --> 00:19:44.043

655
00:19:44.046 --> 00:19:44.544

656
00:19:44.564 --> 00:19:47.105
ข้อพิจารณาในการสร้าง

657
00:19:47.244 --> 00:19:48.907
ฐานข้อมูล

658
00:19:49.174 --> 00:19:49.459

659
00:19:49.565 --> 00:19:52.367
เราต้องรู้ว่าเราจะสร้างฐานข้อมูล

660
00:19:52.504 --> 00:19:53.841
เพื่อมาทำงาน

661
00:19:53.845 --> 00:19:55.371
เกี่ยวกับระบบอะไร

662
00:19:55.704 --> 00:19:55.933

663
00:19:56.084 --> 00:20:00.169
นะคะเหมือนในตัวอย่างคือร้านเช่าหนังสือร้านขายหนังสือ

664
00:20:00.194 --> 00:20:00.424

665
00:20:00.964 --> 00:20:03.397
ในร้านขายหนังสือต้องมีตารางอะไรบ้าง

666
00:20:03.584 --> 00:20:03.850

667
00:20:03.964 --> 00:20:09.479
แม่จะไม่มีแค่ 3 ตัวอย่าง 3 ตารางเทียบตัวอย่างมันมากกว่านั้น

668
00:20:09.353 --> 00:20:09.623

669
00:20:09.484 --> 00:20:09.723

670
00:20:09.673 --> 00:20:13.115
คุณจะเช่าหรือคุณจะขายหรือคุณจะมีระบบสมาชิกไหม

671
00:20:13.064 --> 00:20:13.304

672
00:20:13.583 --> 00:20:14.277
นะคะ

673
00:20:14.354 --> 00:20:14.582

674
00:20:14.544 --> 00:20:14.774

675
00:20:14.923 --> 00:20:15.169

676
00:20:15.123 --> 00:20:19.611
รวมถึงรายละเอียดในตารางข้อมูลจะต้องเก็บอะไรบ้าง

677
00:20:20.684 --> 00:20:21.438

678
00:20:21.593 --> 00:20:21.900

679
00:20:21.847 --> 00:20:22.050

680
00:20:22.364 --> 00:20:22.624

681
00:20:22.613 --> 00:20:22.914

682
00:20:22.933 --> 00:20:25.166
ไปตกหรอ

683
00:20:25.174 --> 00:20:25.464

684
00:20:26.204 --> 00:20:26.744

685
00:20:26.909 --> 00:20:27.974

686
00:20:27.924 --> 00:20:28.152

687
00:20:28.563 --> 00:20:31.954
ต่อไปก็ต้องดูว่าในตาราง

688
00:20:31.963 --> 00:20:32.258

689
00:20:32.352 --> 00:20:33.874
อะไรคือคีย์หลัก

690
00:20:34.013 --> 00:20:37.544
ผ้าที่ห้ามซ้ำกันในสิ่งที่เราทำได้เนาะ

691
00:20:38.184 --> 00:20:40.949
ความสัมพันธ์ของตารางข้อมูลความสัมพันธ์แบบไหน

692
00:20:41.063 --> 00:20:41.679
นะคะ

693
00:20:42.213 --> 00:20:42.469

694
00:20:42.602 --> 00:20:46.454
มีค่าที่ต้องมาประมวลผลมีการคำนวณไหม

695
00:20:46.383 --> 00:20:47.069

696
00:20:47.403 --> 00:20:47.689

697
00:20:47.663 --> 00:20:48.414
เช่น

698
00:20:49.264 --> 00:20:51.033
อายุสมาชิก

699
00:20:51.182 --> 00:20:51.471

700
00:20:51.563 --> 00:20:53.989
หรือวันเข้าทำงาน

701
00:20:53.932 --> 00:20:54.169

702
00:20:54.193 --> 00:20:57.406
ทำงานมากี่ปีเพื่อพิจารณาเงินเดือนและก็ว่าไป

703
00:20:57.404 --> 00:20:57.640

704
00:20:57.523 --> 00:20:58.467

705
00:20:58.802 --> 00:21:04.014
การจัดการแสดงผลออกทางหน้าจอเป็นยังไงสามารถปริ้นออกมาเป็นรายงานได้ไหม

706
00:21:04.002 --> 00:21:04.546

707
00:21:04.702 --> 00:21:06.353
ข้อมูลเบื้องต้น

708
00:21:06.622 --> 00:21:08.923
ที่จะใส่ใส่แล้วเป็นยังไง

709
00:21:08.923 --> 00:21:11.359
เอาไปใช้กับระบบงานอะไร

710
00:21:11.362 --> 00:21:13.196
เอาไปผนวกกับแล้ว

711
00:21:13.162 --> 00:21:13.390

712
00:21:13.412 --> 00:21:13.668

713
00:21:13.802 --> 00:21:14.053

714
00:21:14.372 --> 00:21:15.625
มีปัญหาไหม

715
00:21:15.783 --> 00:21:16.657
นะคะ

716
00:21:16.682 --> 00:21:21.743
นี่คือข้อพิจารณาในการสร้างฐานข้อมูลขึ้นมาซักระบบหนึ่งค่ะระบบเล็กๆ

717
00:21:21.872 --> 00:21:23.869
ต้องพิจารณาตามนี้เช่นเดียวกัน

718
00:21:24.172 --> 00:21:24.795
นะคะ

719
00:21:24.751 --> 00:21:24.987

720
00:21:25.002 --> 00:21:25.298

721
00:21:25.773 --> 00:21:26.275

722
00:21:26.672 --> 00:21:28.781
กลับก่อนที่เราจะเรียน

723
00:21:28.922 --> 00:21:32.584
ในโปรแกรมเราต้องมารู้จักคำสั่งที่เราจะ

724
00:21:32.761 --> 00:21:35.193
สั่งให้ฐานข้อมูลมาทำงานก่อน

725
00:21:35.191 --> 00:21:36.072

726
00:21:36.091 --> 00:21:40.311
ภาษาที่ใช้ในการจัดการฐานข้อมูลอย่างที่บอกค่ะเป็นภาษา SQL

727
00:21:40.831 --> 00:21:43.118
ascaris ตัวนี้

728
00:21:44.612 --> 00:21:45.306

729
00:21:45.251 --> 00:21:45.869

730
00:21:46.082 --> 00:21:46.351

731
00:21:46.792 --> 00:21:47.263

732
00:21:47.432 --> 00:21:51.216
เรียนภาษาอังกฤษ ul นะคะมันก็เป็นเรียนรู้คำสั่ง

733
00:21:51.141 --> 00:21:54.595
พื้นฐานสำหรับสร้างโครงสร้างของฐานข้อมูล

734
00:21:54.922 --> 00:21:56.781
คำสั่งในการเรียกดูข้อมูล

735
00:21:56.841 --> 00:22:00.681
คำสั่งสำหรับการปรับปรุงข้อมูลเพิ่มลบแก้ไข

736
00:22:00.881 --> 00:22:02.031
ช่อง 9

737
00:22:02.162 --> 00:22:02.789
นะคะ

738
00:22:02.931 --> 00:22:03.354

739
00:22:03.892 --> 00:22:09.350
ซึ่งภาษา SQL เนี่ยเป็นภาษาทางด้านฐานข้อมูลที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

740
00:22:09.280 --> 00:22:09.496

741
00:22:09.721 --> 00:22:10.414

742
00:22:10.562 --> 00:22:10.806

743
00:22:10.751 --> 00:22:10.996

744
00:22:10.941 --> 00:22:14.810
เป็นชุดคำสั่งที่ใช้ในการจัดการฐานข้อมูลแล้วก็ข้อมูลในฐานข้อมูล

745
00:22:14.911 --> 00:22:15.523

746
00:22:15.681 --> 00:22:16.120

747
00:22:17.600 --> 00:22:17.834

748
00:22:18.441 --> 00:22:18.659

749
00:22:18.630 --> 00:22:22.591
กลุ่มคำสั่งของภาษา html จะมี 3 กลุ่มคำสั่ง

750
00:22:23.112 --> 00:22:23.320

751
00:22:23.361 --> 00:22:23.722

752
00:22:23.681 --> 00:22:27.589
คำสั่งแรกก็เขียนคำสั่งที่ใช้สำหรับการสร้างฐานข้อมูล

753
00:22:27.981 --> 00:22:29.956
โครงสร้างฐานข้อมูลด้วย

754
00:22:30.090 --> 00:22:30.712
นะคะ

755
00:22:31.121 --> 00:22:32.704
โครงสร้างของตาราง

756
00:22:32.720 --> 00:22:33.014

757
00:22:33.040 --> 00:22:35.621
กลุ่มที่ 2 จะเป็นกลุ่มคำสั่งที่ใช้สำหรับ

758
00:22:35.600 --> 00:22:36.489
เพิ่มลบ

759
00:22:36.500 --> 00:22:39.391
เปลี่ยนแปลงข้อมูลขึ้นเป็นการปรับปรุงข้อมูลนั่นเอง

760
00:22:39.320 --> 00:22:39.541

761
00:22:39.700 --> 00:22:40.578

762
00:22:40.530 --> 00:22:43.174
ส่วนกลุ่มที่ 3 จะเป็นกลุ่มคำสั่งที่ใช้สำหรับ

763
00:22:43.160 --> 00:22:43.860
สร้าง

764
00:22:44.191 --> 00:22:46.288
แล้วก็กำหนดโครงสร้างจากตาราง

765
00:22:46.301 --> 00:22:46.554

766
00:22:46.490 --> 00:22:48.930
อันนี้ก็จะเป็นภาษาที่

767
00:22:48.920 --> 00:22:50.388
ไม่ได้แค่สำหรับ

768
00:22:50.600 --> 00:22:53.209
นิยามข้อมูลเป็นการสร้างด้วย

769
00:22:53.161 --> 00:22:53.838
นะคะ

770
00:22:54.370 --> 00:22:54.615

771
00:22:54.560 --> 00:22:54.792

772
00:22:54.820 --> 00:22:55.059

773
00:22:55.910 --> 00:22:58.100
อย่างในสไลด์อาจารย์วันนี้เนี่ย

774
00:22:58.030 --> 00:22:59.990
ถ้าเราเห็น

775
00:23:00.140 --> 00:23:04.824
ทรงกระบอกแบบนี้เนี่ยถ้าในหนังสือหรือว่าในทาง

776
00:23:04.749 --> 00:23:06.214
ถึงสกลเนี่ย

777
00:23:06.160 --> 00:23:06.461

778
00:23:06.680 --> 00:23:10.527
เขาจะรับรู้ได้เลยว่าถ้าเราใส่รูปทรงกระบอกแบบนี้

779
00:23:10.639 --> 00:23:12.911
สัญลักษณ์ใดที่เป็นโครงสร้างทาง

780
00:23:13.079 --> 00:23:13.986
คอมพิวเตอร์

781
00:23:14.240 --> 00:23:15.554
เขาโทรไปว่านี่คือ

782
00:23:15.899 --> 00:23:17.030
ฐานข้อมูล

783
00:23:17.049 --> 00:23:17.283

784
00:23:17.310 --> 00:23:18.057
นะคะ

785
00:23:18.010 --> 00:23:18.213

786
00:23:18.200 --> 00:23:19.432
ส่วน

787
00:23:19.480 --> 00:23:24.543
ผลลัพธ์ถ้าเป็นรูปภาพแบบนี้ก็แสดงว่าเป็นการแสดงผลรายงาน

788
00:23:24.929 --> 00:23:25.552
นะคะ

789
00:23:25.699 --> 00:23:28.593
อันนี้ก็เวลาคุณไปอ่านหนังสือดูหนังสือเล่มอื่น

790
00:23:28.639 --> 00:23:30.193
เขาเขียนแบบนี้เนี่ย

791
00:23:30.119 --> 00:23:31.658
ไม่เข้าใจว่า

792
00:23:31.661 --> 00:23:34.160
ก่อนที่จะออกจากฐานข้อมูลใช้คำสั่ง

793
00:23:34.799 --> 00:23:38.986
เรียกดูรายงานออกมาคนละคนรายงานเป็นยังไงนะคะ

794
00:23:38.960 --> 00:23:39.373

795
00:23:39.409 --> 00:23:39.665

796
00:23:39.989 --> 00:23:40.987

797
00:23:41.081 --> 00:23:45.692
อันนี้เป็นโครงสร้างคำสั่งภาษา SQL สำหรับการสืบค้น

798
00:23:45.999 --> 00:23:46.625
นะคะ

799
00:23:46.588 --> 00:23:46.839

800
00:23:46.779 --> 00:23:49.906
คำสั่งที่ใช้ในการสืบค้นคำสั่งที่

801
00:23:50.238 --> 00:23:52.016
ใช้บ่อยที่สุดก็คือคำสั่ง

802
00:23:52.279 --> 00:23:52.980
Siri

803
00:23:53.119 --> 00:23:53.804

804
00:23:53.949 --> 00:23:55.781
select2

805
00:23:55.748 --> 00:23:56.229

806
00:23:56.258 --> 00:23:59.465
นักศึกษามงคลเวลาพิมพ์

807
00:23:59.839 --> 00:24:01.780
ทำไมคนรับไม่ได้เหมือนเพื่อน

808
00:24:01.829 --> 00:24:03.291
มันพิมพ์ผิด

809
00:24:03.239 --> 00:24:03.468

810
00:24:03.498 --> 00:24:03.724

811
00:24:03.758 --> 00:24:03.982

812
00:24:04.008 --> 00:24:06.171
บางครั้งก็

813
00:24:06.118 --> 00:24:06.424

814
00:24:06.439 --> 00:24:08.281
ตกใจไม่ต้องตกใจ

815
00:24:08.298 --> 00:24:08.994

816
00:24:09.129 --> 00:24:09.640

817
00:24:10.028 --> 00:24:14.282
ผลลัพธ์ไม่ออกมาเรามานั่งไล่ดูก่อนว่าเราพิมพ์อะไรผิดไปหรือเปล่า

818
00:24:14.318 --> 00:24:18.815
ลืมสัญลักษณ์อะไรไหมตกทำอะไรหรือเปล่า

819
00:24:18.799 --> 00:24:19.031

820
00:24:18.998 --> 00:24:19.690
นะคะ

821
00:24:19.839 --> 00:24:20.089

822
00:24:19.958 --> 00:24:21.302
มาเช็คด้วย

823
00:24:21.438 --> 00:24:21.747

824
00:24:21.758 --> 00:24:22.039

825
00:24:22.078 --> 00:24:25.287
คำสั่งพื้นฐานจะขึ้นต้นด้วย Select

826
00:24:25.338 --> 00:24:26.743
ตามมาดูฟอร์ม

827
00:24:26.679 --> 00:24:26.921

828
00:24:26.879 --> 00:24:27.558

829
00:24:27.518 --> 00:24:27.732

830
00:24:27.718 --> 00:24:31.273
พี่เล็กก็คือเราจะเลือกว่าเราจะแสดงผลข้อมูลอะไร

831
00:24:31.297 --> 00:24:31.710

832
00:24:31.999 --> 00:24:33.712
อย่างที่บอกนะคะต้อง

833
00:24:33.668 --> 00:24:35.769
พยายามภาษาอังกฤษนิดนึง

834
00:24:35.918 --> 00:24:36.729
เขาว่า

835
00:24:36.878 --> 00:24:38.071
มันจำเป็น

836
00:24:38.028 --> 00:24:38.239

837
00:24:38.158 --> 00:24:42.544
นะคะก็คือเราจะเลือกข้อมูลจากตารางไหน

838
00:24:42.438 --> 00:24:42.668

839
00:24:43.078 --> 00:24:48.416
นะคะหมายถึงว่ามีเงื่อนไขในการค้นหาว่ายังไงบ้าง

840
00:24:49.298 --> 00:24:49.567

841
00:24:49.747 --> 00:24:51.463
ปาย

842
00:24:51.407 --> 00:24:52.549
ข้อมูลจะถูก

843
00:24:52.566 --> 00:24:52.849

844
00:24:52.827 --> 00:24:55.822
รวมเป็นข้อมูลเดียวกันหรือไม่

845
00:24:55.767 --> 00:24:56.458

846
00:24:56.537 --> 00:25:00.173
มีเงื่อนไขอะไรอีกไหมรวมถึงการจัดเรียงยังไง

847
00:25:00.447 --> 00:25:03.075
นะคะเดี๋ยวจะมีตัวอย่างคำสั่งให้ดู

848
00:25:03.968 --> 00:25:05.913
ที่นี่ดูตัวอย่างคำสั่งไปก่อน

849
00:25:05.827 --> 00:25:06.633

850
00:25:06.598 --> 00:25:07.077

851
00:25:07.107 --> 00:25:10.368
อันนี้เป็นตัวอย่างคำของข้อมูล

852
00:25:10.507 --> 00:25:11.196
นะคะ

853
00:25:11.277 --> 00:25:13.803
สไลด์หลังจากนี้ไปเราจะดู

854
00:25:13.767 --> 00:25:15.088
คล้ายๆแบบนี้เหมือนกัน

855
00:25:15.496 --> 00:25:17.108
มีตารางอยู่ 2 ตาราง

856
00:25:17.427 --> 00:25:18.315
นะคะ

857
00:25:18.257 --> 00:25:20.632
บางแวกเป็นตารางหนังสือ

858
00:25:21.399 --> 00:25:23.892
ตารางที่ส่งจะเป็นตารางสำนักพิมพ์

859
00:25:23.827 --> 00:25:24.096

860
00:25:24.466 --> 00:25:25.090
นะคะ

861
00:25:25.236 --> 00:25:29.340
ตารางแรกก็จะมีรหัสหนังสือชื่อหนังสือ

862
00:25:29.466 --> 00:25:30.919
รหัสสำนักพิมพ์

863
00:25:31.256 --> 00:25:32.138
ราคา

864
00:25:32.276 --> 00:25:32.506

865
00:25:32.476 --> 00:25:32.696

866
00:25:32.856 --> 00:25:34.122
นะคะ

867
00:25:34.145 --> 00:25:39.332
ตารางที่ 2 จะเป็นตารางสำนักพิมพ์มีรหัสสำนักพิมพ์แล้วก็ชื่อสำนักพิมพ์

868
00:25:39.517 --> 00:25:40.139
นะคะ

869
00:25:40.095 --> 00:25:43.169
คำสั่งจะแสดงผลมุมบนขวาตรงนี้

870
00:25:43.236 --> 00:25:47.334
ส่วนผลลัพธ์ที่ได้จากคำสั่งภาษา html จะอยู่ในด้านล่าง

871
00:25:47.656 --> 00:25:49.230
นะคะ

872
00:25:49.196 --> 00:25:50.403
ตัวอย่าง

873
00:25:50.355 --> 00:25:50.660

874
00:25:50.926 --> 00:25:51.223

875
00:25:51.506 --> 00:25:51.787

876
00:25:51.695 --> 00:25:54.648
คำสั่งในการสืบค้นข้อมูล 1 ตาราง

877
00:25:54.765 --> 00:25:57.281
คำสั่งที่ง่ายที่สุดคือ

878
00:25:57.976 --> 00:25:58.734

879
00:25:58.744 --> 00:25:59.222

880
00:25:59.445 --> 00:26:02.261
นะคะเวลาอ่านคำสั่งเราจะดู

881
00:26:02.455 --> 00:26:02.742

882
00:26:03.225 --> 00:26:04.558
พรุ่งนี้นะคะพรุ่งนี้

883
00:26:05.145 --> 00:26:05.766

884
00:26:05.846 --> 00:26:08.299
ขึ้นต้นคำสั่งว่าอะไรอยู่ตรงนี้

885
00:26:08.355 --> 00:26:09.869

886
00:26:10.014 --> 00:26:10.576

887
00:26:10.525 --> 00:26:10.738

888
00:26:11.616 --> 00:26:15.665
ตัวอย่างการสืบค้นจาก 1 ตารางนะคะ

889
00:26:15.594 --> 00:26:15.810

890
00:26:15.844 --> 00:26:16.136

891
00:26:16.164 --> 00:26:16.542

892
00:26:16.614 --> 00:26:19.489
หมายถึงว่าเอาข้อมูลทุกๆคอลัมน์

893
00:26:19.944 --> 00:26:20.563

894
00:26:20.964 --> 00:26:21.224

895
00:26:22.055 --> 00:26:26.923
หรือเราจะสามารถระบุได้ว่าเราจะเอาข้อมูลเฉพาะคอลัมน์ไหน

896
00:26:28.655 --> 00:26:30.750
ตารางอะไหล่

897
00:26:31.094 --> 00:26:31.384

898
00:26:31.544 --> 00:26:32.291
นะคะ

899
00:26:32.314 --> 00:26:34.229
ตัวอย่างเช่นตัวนี้

900
00:26:34.164 --> 00:26:34.408

901
00:26:34.483 --> 00:26:34.994

902
00:26:35.444 --> 00:26:36.061

903
00:26:36.664 --> 00:26:40.246
ให้แสดงผลข้อมูลทุกแถวและทุกคอลัมน์

904
00:26:40.254 --> 00:26:40.681

905
00:26:41.024 --> 00:26:41.248

906
00:26:41.725 --> 00:26:43.634
คำสั่งก็คือ Siri

907
00:26:43.644 --> 00:26:44.059

908
00:26:44.034 --> 00:26:46.200
เครื่องหมายดอกจันจะเป็น Star นะคะ

909
00:26:46.593 --> 00:26:49.640
select star from Book ก็คือ

910
00:26:49.604 --> 00:26:51.905
เอาข้อมูลทุกแถวทุกคอลัมน์

911
00:26:52.033 --> 00:26:53.508
ตาราง book

912
00:26:54.533 --> 00:26:58.495
ผลลัพธ์ที่ได้ก็แสดงผลข้อมูลทั้งหมดที่อยู่ในตารางบุ๊คนั่นเอง

913
00:26:58.833 --> 00:26:59.086

914
00:26:59.914 --> 00:27:02.404
ถามว่าคำสั่งนี้

915
00:27:03.184 --> 00:27:03.420

916
00:27:03.513 --> 00:27:04.962
ใครสั่ง

917
00:27:05.173 --> 00:27:12.813
บางครั้งอาจจะเป็นคนที่ดูแลฐานข้อมูลหรือผู้ใช้งานต้องการจะเรียกดูข้อมูลในลักษณะนี้

918
00:27:12.923 --> 00:27:13.162

919
00:27:13.373 --> 00:27:17.091
คำสั่งที่เกิดขึ้นที่สั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานก็คือ select from

920
00:27:18.304 --> 00:27:18.917

921
00:27:19.003 --> 00:27:22.261
อันนี้คือ select start คือเอาทุกแถวทุกคน

922
00:27:22.213 --> 00:27:26.345
แล้วถ้าเราไม่เอาทุกแถวทุกค่ำล่ะเรากำหนดได้ไหมกำหนดได้ค่ะ

923
00:27:26.183 --> 00:27:28.346
คำสั่งต่อมา

924
00:27:28.363 --> 00:27:28.736

925
00:27:29.192 --> 00:27:29.681

926
00:27:29.832 --> 00:27:32.942
fences ก็คือเรื่องชื่อ

927
00:27:32.782 --> 00:27:34.234
กลับราคา

928
00:27:34.892 --> 00:27:35.084

929
00:27:35.342 --> 00:27:36.821
จากตาราง book

930
00:27:37.271 --> 00:27:37.508

931
00:27:37.591 --> 00:27:40.002
ผลลัพธ์ที่ได้จากคำสั่งนี้

932
00:27:39.951 --> 00:27:40.187

933
00:27:40.152 --> 00:27:42.095
ว่าจะแสดงผลเฉพาะชื่อ

934
00:27:42.071 --> 00:27:42.360

935
00:27:42.392 --> 00:27:42.951

936
00:27:43.092 --> 00:27:45.611
ราคาของหนังสือเท่านั้น

937
00:27:46.942 --> 00:27:47.218

938
00:27:47.833 --> 00:27:49.812
เพราะว่าอย่างที่เคยบอก

939
00:27:49.822 --> 00:27:54.826
มุมมองของผู้ใช้งานแต่ละคนไม่เหมือนกันบางคนอยากดูข้อมูลทั้งหมด

940
00:27:54.952 --> 00:27:57.181
บางคนอยากดูข้อมูลแค่ 2 อย่าง

941
00:27:57.121 --> 00:27:57.494

942
00:27:57.511 --> 00:27:59.470
สามารถทำได้ไหมทำได้ค่ะ

943
00:27:59.433 --> 00:27:59.678

944
00:27:59.621 --> 00:28:01.468
ดูข้อมูลอย่างเดียวก็ทำได้

945
00:28:01.481 --> 00:28:05.414
แค่เราต้องบอกให้ถูกว่าคุณอยากดูข้อมูลจากตารางไหน

946
00:28:05.391 --> 00:28:06.597
ขอรับเมื่อไหร่

947
00:28:06.541 --> 00:28:07.545
ระบุไป

948
00:28:07.691 --> 00:28:08.064

949
00:28:08.010 --> 00:28:11.053
ระบบจัดการฐานข้อมูลมันก็จะดึงข้อมูลที่มาให้เราดู

950
00:28:11.351 --> 00:28:12.033
นะคะ

951
00:28:12.110 --> 00:28:12.360

952
00:28:12.431 --> 00:28:12.661

953
00:28:12.881 --> 00:28:16.562
ถ้าเป็นการสืบค้นแบบมีเงื่อนไขล่ะ

954
00:28:16.910 --> 00:28:17.740
แค่

955
00:28:17.691 --> 00:28:24.243
เอาคนล่ะมันไม่พอล่ะเราอยากเพิ่มเงื่อนไขคำสั่งที่ในการใช้ในการเพิ่มเงื่อนไขคือคำสั่ง where

956
00:28:25.241 --> 00:28:25.943
นะคะ

957
00:28:26.151 --> 00:28:26.423

958
00:28:27.040 --> 00:28:29.948
เป็น select from Where ไล่ระดับลงมา

959
00:28:30.110 --> 00:28:30.741

960
00:28:30.880 --> 00:28:31.484

961
00:28:31.650 --> 00:28:31.879

962
00:28:32.611 --> 00:28:34.715
โดยมีเงื่อนไข

963
00:28:34.922 --> 00:28:35.356

964
00:28:35.240 --> 00:28:37.609
เงื่อนไขในการเปรียบเทียบ

965
00:28:37.550 --> 00:28:40.941
เวลาเปรียบเทียบนะคะดูสัญลักษณ์ตรงนี้มันจะเป็น

966
00:28:40.871 --> 00:28:41.952
มากกว่า

967
00:28:41.911 --> 00:28:42.181

968
00:28:43.571 --> 00:28:46.567
มากกว่าเท่ากับน้อยกว่า

969
00:28:46.960 --> 00:28:47.222

970
00:28:47.279 --> 00:28:47.902

971
00:28:48.180 --> 00:28:48.457

972
00:28:48.562 --> 00:28:49.378
พรุ่งนี้

973
00:28:49.460 --> 00:28:52.992
น้อยกว่าเท่ากับมากกว่าเท่ากับอันนี้ไม่เท่ากับ

974
00:28:52.990 --> 00:28:53.738
นะคะ

975
00:28:53.820 --> 00:28:54.067

976
00:28:54.010 --> 00:28:54.241

977
00:28:54.589 --> 00:28:55.803
แม่นี้เป็น

978
00:28:55.800 --> 00:28:56.486
เท่ากับ

979
00:28:56.630 --> 00:28:58.510
มากกว่าน้อยกว่านี้ค่ะ

980
00:28:58.499 --> 00:28:58.863

981
00:28:59.010 --> 00:28:59.496

982
00:28:59.710 --> 00:29:01.028
ทำตัวคันให้

983
00:29:01.249 --> 00:29:01.949

984
00:29:02.340 --> 00:29:04.254
หรือการรวบรวม

985
00:29:04.320 --> 00:29:04.810

986
00:29:05.029 --> 00:29:05.302

987
00:29:05.279 --> 00:29:09.181
เป็นและเป็นหรือคล้ายๆกับวิชาคณิตศาสตร์ที่เราเคยเรียนไปแล้ว

988
00:29:09.770 --> 00:29:12.316
เป็นการปฏิเสธเช่นไม่เอา

989
00:29:12.521 --> 00:29:12.772

990
00:29:12.650 --> 00:29:14.764
ข้อมูลนักศึกษาชายอะไรอย่างเงี้ย

991
00:29:14.830 --> 00:29:15.107

992
00:29:15.091 --> 00:29:15.317

993
00:29:15.349 --> 00:29:18.024
ตรวจสอบค่าของข้อมูลว่าง

994
00:29:18.099 --> 00:29:18.447

995
00:29:18.929 --> 00:29:19.419

996
00:29:19.439 --> 00:29:21.089
ให้มัน

997
00:29:21.109 --> 00:29:23.875
ตรวจดูซิว่าข้อมูลตรงไหนมีช่องว่าง

998
00:29:23.869 --> 00:29:24.216

999
00:29:24.308 --> 00:29:25.925
ข้อมูลตัวไหนหายไป

1000
00:29:25.849 --> 00:29:26.259

1001
00:29:26.428 --> 00:29:30.964
ตรวจสอบเป็นช่วงเช่นช่วงอายุระหว่าง 15 ถึง 18 ปี

1002
00:29:30.910 --> 00:29:31.186

1003
00:29:31.679 --> 00:29:31.883

1004
00:29:31.809 --> 00:29:32.291

1005
00:29:32.129 --> 00:29:36.243
หรือในชื่อใครมีชื่อมีจอจาน

1006
00:29:37.058 --> 00:29:37.510

1007
00:29:37.698 --> 00:29:40.331
มีรายชื่อใครมีสระเอ

1008
00:29:40.269 --> 00:29:40.710

1009
00:29:41.738 --> 00:29:43.517
ตรวจสอบข้อความ

1010
00:29:43.848 --> 00:29:44.654

1011
00:29:44.618 --> 00:29:47.432
เช่นในข้อความนั้นมีคำว่านาย

1012
00:29:48.718 --> 00:29:53.198
ก็คนที่มีคำขึ้นต้นว่านายทั้งหมดอะไรก็ว่าไปนะคะ

1013
00:29:53.269 --> 00:29:56.708
มันจะมีการเปรียบเทียบเงื่อนไขด้วยนะคะ

1014
00:29:56.599 --> 00:29:58.467
อาจารย์บายไปแล้วนะคะ

1015
00:29:58.458 --> 00:30:02.541
เท่ากับมากกว่าน้อยกว่ามากกว่าเท่ากับน้อยกว่าเท่ากับไม่เท่ากับ

1016
00:30:02.428 --> 00:30:03.246
นะคะ

1017
00:30:03.388 --> 00:30:03.911

1018
00:30:03.577 --> 00:30:03.824

1019
00:30:04.028 --> 00:30:05.738
อย่างตัวอย่าง

1020
00:30:05.697 --> 00:30:06.241

1021
00:30:06.467 --> 00:30:08.755
การค้นหาแบบมีเงื่อนไข

1022
00:30:08.828 --> 00:30:09.259

1023
00:30:09.857 --> 00:30:10.535

1024
00:30:10.629 --> 00:30:11.244

1025
00:30:11.458 --> 00:30:11.740

1026
00:30:11.707 --> 00:30:15.509
แต่แรกคือให้เอามาแสดงผลเฉพาะชื่อ

1027
00:30:15.428 --> 00:30:15.923

1028
00:30:15.947 --> 00:30:17.523
ราคา

1029
00:30:17.607 --> 00:30:19.085
จากตาราง book

1030
00:30:19.077 --> 00:30:19.336

1031
00:30:19.528 --> 00:30:24.527
โดยที่มีเงื่อนไขคือราคาน้อยกว่า 1000

1032
00:30:26.257 --> 00:30:29.147
เงื่อนไขแรกคือแสดงผลเฉพาะชื่อ

1033
00:30:29.146 --> 00:30:29.432

1034
00:30:29.787 --> 00:30:31.626
ปรับราคานะคะ

1035
00:30:31.707 --> 00:30:32.190

1036
00:30:32.217 --> 00:30:34.003
แล้วเงื่อนไขต่อมาคือ

1037
00:30:34.007 --> 00:30:37.109
ราคาน้อยกว่า 1,000 บาทมาดูที่ราคาค่ะ

1038
00:30:37.087 --> 00:30:37.351

1039
00:30:37.276 --> 00:30:38.769
มีน้อยกว่า 1,000

1040
00:30:38.877 --> 00:30:40.358
มีน้อยกว่า 100

1041
00:30:40.667 --> 00:30:41.986
น้อยกว่า 1

1042
00:30:42.586 --> 00:30:42.803

1043
00:30:43.547 --> 00:30:45.396
1000 แสดงผลไหมคะ

1044
00:30:45.476 --> 00:30:46.863
ไม่แสดงผล

1045
00:30:46.886 --> 00:30:50.303
1950 แสดงผลไหมไม่แสดงผลเพราะฉะนั้น

1046
00:30:50.666 --> 00:30:52.518
ส่วนที่มันจะแสดงผล

1047
00:30:52.776 --> 00:30:54.049
มีอยู่

1048
00:30:54.066 --> 00:30:54.571

1049
00:30:54.506 --> 00:30:55.392
5

1050
00:30:55.346 --> 00:30:56.151
แถว

1051
00:30:56.496 --> 00:31:00.896
แต่มันจะเลือกแสดงผลแค่ชื่อกับราคาเท่านั้นอันนี้คือคำสั่ง

1052
00:31:00.907 --> 00:31:01.134

1053
00:31:01.106 --> 00:31:01.549

1054
00:31:01.686 --> 00:31:01.949

1055
00:31:01.876 --> 00:31:03.787
ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะเป็นตัวนี้

1056
00:31:03.866 --> 00:31:04.115

1057
00:31:03.986 --> 00:31:04.234

1058
00:31:04.375 --> 00:31:05.194
นะคะ

1059
00:31:05.206 --> 00:31:05.509

1060
00:31:05.526 --> 00:31:09.831
วันนี้เดี๋ยวเราจะลองทำสัปดาห์หน้านี้ทำให้ดูภาพก่อน

1061
00:31:09.886 --> 00:31:10.581

1062
00:31:10.845 --> 00:31:11.082

1063
00:31:12.066 --> 00:31:12.815

1064
00:31:13.085 --> 00:31:16.386
คราวนี้ก็ขายเหมือนเดิมค่ะแต่ต่างกันตรงที่ว่า

1065
00:31:16.345 --> 00:31:16.705

1066
00:31:17.115 --> 00:31:25.525
คำสั่งเปรียบเทียบเป็นน้อยกว่าเท่ากับ 1000 แสดงว่าเล่มที่มีราคา 1,000 บาทมันก็จะมาแสดงผลด้วย

1067
00:31:25.706 --> 00:31:25.945

1068
00:31:26.345 --> 00:31:29.228
เพราะฉะนั้นต้องดูคำสั่งเปรียบเทียบดีๆว่า

1069
00:31:29.295 --> 00:31:29.508

1070
00:31:29.425 --> 00:31:32.293
เขาเอาน้อยกว่าหรือน้อยกว่าเท่ากับ

1071
00:31:32.365 --> 00:31:32.653

1072
00:31:33.006 --> 00:31:33.700
นะคะ

1073
00:31:33.705 --> 00:31:38.093
เหมือนมึงที่เวลาเราค้นหาสินค้าในเว็บไซต์ขายของออนไลน์

1074
00:31:38.065 --> 00:31:38.364

1075
00:31:38.966 --> 00:31:41.035
เอาให้มันจัดเรียงตามราคา

1076
00:31:41.976 --> 00:31:50.001
ก็ใช้คำสั่งนี้ล่ะค่ะในการจัดเรียงว่าเราอยากได้สินค้าราคาที่น้อยที่สุดไปหามากที่สุดไม่เกิน 2,000 บาท

1077
00:31:50.375 --> 00:31:50.645

1078
00:31:50.755 --> 00:31:52.486
เขาก็จะเตรียมมาให้

1079
00:31:52.545 --> 00:31:57.779
ใช้คำสั่งนี้ล่ะค่ะที่มันดึงข้อมูลจากฐานข้อมูลมาแสดงผลให้เรา

1080
00:31:57.793 --> 00:32:02.139
เมื่อก่อนเราเป็นแค่ผู้ใช้งานเราไม่รู้ว่าข้างในมันน่ะ

1081
00:32:02.415 --> 00:32:04.829
เขียนยังไงวันนี้เรารู้แล้ว

1082
00:32:04.974 --> 00:32:05.198

1083
00:32:05.104 --> 00:32:08.103
ว่างคำสั่งคอมพิวเตอร์

1084
00:32:08.114 --> 00:32:09.714
มันว่ายังไง

1085
00:32:09.784 --> 00:32:10.019

1086
00:32:10.164 --> 00:32:10.385

1087
00:32:11.124 --> 00:32:12.512

1088
00:32:12.725 --> 00:32:13.081

1089
00:32:13.174 --> 00:32:17.270
เป็นคำสั่งเดิมแต่เปลี่ยนเงื่อนไขก็คือ

1090
00:32:17.275 --> 00:32:22.131
ให้ราคาไม่เท่ากับ 1,000 ก็เท่านั้นก็จะแสดงผล

1091
00:32:22.394 --> 00:32:23.791
หนังสือทุกเล่ม

1092
00:32:23.875 --> 00:32:26.700
ยกเว้นเล่มที่มันมีราคา 1000

1093
00:32:26.824 --> 00:32:28.282
ไม่แสดงผล

1094
00:32:28.484 --> 00:32:28.699

1095
00:32:29.184 --> 00:32:33.009
ดูดีๆนะคะเงื่อนไขตรงนี้เองต่างกันแค่นี้เองนิดเดียว

1096
00:32:33.034 --> 00:32:34.098

1097
00:32:34.063 --> 00:32:38.751
ถ้าสมมุติว่าในข้อสอบถามว่าผลลัพธ์ที่ได้จากคำสั่งนี้แสดงผลยังไง

1098
00:32:38.983 --> 00:32:42.637
นักศึกษาก็ต้องเขียนออกมาให้อาจารย์ดูได้ว่า

1099
00:32:42.963 --> 00:32:44.363
จากคำสั่งนี้

1100
00:32:44.883 --> 00:32:45.189

1101
00:32:45.143 --> 00:32:45.763

1102
00:32:45.843 --> 00:32:46.970
ผลลัพธ์ที่ได้

1103
00:32:46.933 --> 00:32:48.849
ควรจะเป็นยังไง

1104
00:32:49.623 --> 00:32:51.661
อันนี้มันมีแค่เงื่อนไขเดียว

1105
00:32:51.743 --> 00:32:54.477
แต่ถ้ามันมีหลายเงื่อนไขล่ะ

1106
00:32:55.075 --> 00:32:55.810
นะคะ

1107
00:32:55.903 --> 00:32:57.231
มันสามารถ

1108
00:32:57.183 --> 00:32:58.712
ทำได้หลายเงื่อนไขไหม

1109
00:32:58.663 --> 00:32:59.415
ได้

1110
00:32:59.622 --> 00:33:00.187

1111
00:33:00.132 --> 00:33:00.409

1112
00:33:00.383 --> 00:33:01.455
ก็จะมี

1113
00:33:01.413 --> 00:33:01.689

1114
00:33:01.732 --> 00:33:04.693
เงื่อนไขที่เพิ่มขึ้นคือ and Dior

1115
00:33:05.193 --> 00:33:05.468

1116
00:33:05.383 --> 00:33:08.535
ก็คือต้องเป็นไปตามเงื่อนไขทั้งหมด

1117
00:33:08.782 --> 00:33:09.069

1118
00:33:09.102 --> 00:33:09.340

1119
00:33:09.612 --> 00:33:13.019
อ๋อก็คือเป็นไปตามเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่ง

1120
00:33:13.202 --> 00:33:13.466

1121
00:33:13.782 --> 00:33:14.007

1122
00:33:14.103 --> 00:33:14.718
นะคะ

1123
00:33:15.312 --> 00:33:15.525

1124
00:33:15.702 --> 00:33:16.050

1125
00:33:16.142 --> 00:33:16.652

1126
00:33:16.592 --> 00:33:20.688
อย่างตัวนี้คำสั่งแล้วดูก่อนเลยอย่างแรกเป็นออ

1127
00:33:20.632 --> 00:33:20.882

1128
00:33:21.271 --> 00:33:21.894

1129
00:33:22.042 --> 00:33:22.602

1130
00:33:22.552 --> 00:33:27.071
ให้เลือกแสดงผลข้อมูลเฉพาะชื่อกับราคาจากตาราง book

1131
00:33:26.972 --> 00:33:29.844
โดยมีเงื่อนไขคือราคา

1132
00:33:30.112 --> 00:33:31.884
มากกว่า 500

1133
00:33:31.902 --> 00:33:34.132
หรือรหัสสำนักพิมพ์

1134
00:33:34.082 --> 00:33:34.331

1135
00:33:34.341 --> 00:33:35.801
น้อยกว่า 12

1136
00:33:37.291 --> 00:33:37.522

1137
00:33:37.802 --> 00:33:38.063

1138
00:33:38.252 --> 00:33:38.490

1139
00:33:38.381 --> 00:33:38.672

1140
00:33:38.701 --> 00:33:39.635

1141
00:33:39.591 --> 00:33:44.377
มาดูนะคะเล่นไขแรกราคามากกว่า 500

1142
00:33:44.331 --> 00:33:44.623

1143
00:33:44.581 --> 00:33:46.299
มีอยู่ 2 เล่ม

1144
00:33:46.322 --> 00:33:46.879

1145
00:33:46.902 --> 00:33:47.122

1146
00:33:47.092 --> 00:33:47.575

1147
00:33:47.541 --> 00:33:47.773

1148
00:33:47.861 --> 00:33:48.732
นะคะ

1149
00:33:48.882 --> 00:33:49.167

1150
00:33:49.392 --> 00:33:49.811

1151
00:33:49.841 --> 00:33:51.999
แล้วก็รหัส

1152
00:33:51.952 --> 00:33:54.778
หรือรหัสสำนักพิมพ์น้อยกว่า 12

1153
00:33:55.031 --> 00:33:55.602

1154
00:33:55.672 --> 00:33:55.892

1155
00:33:56.571 --> 00:33:56.845

1156
00:33:56.890 --> 00:33:57.162

1157
00:33:57.211 --> 00:33:57.832
วันนี้

1158
00:33:58.041 --> 00:33:58.798
วันนี้

1159
00:33:58.811 --> 00:34:01.785
เพราะฉะนั้นจะแสดงโขน

1160
00:34:01.951 --> 00:34:03.348
5 เล่ม

1161
00:34:03.491 --> 00:34:03.797

1162
00:34:04.261 --> 00:34:04.530

1163
00:34:05.091 --> 00:34:05.844
นะคะ

1164
00:34:05.791 --> 00:34:08.086
ถามว่าทำไมอันนี้

1165
00:34:08.031 --> 00:34:11.483
มันราคาไม่เกิน 500 นี่ทำไมมันแสดงผล

1166
00:34:11.371 --> 00:34:14.086
ก็บอกว่ารหัสสำนักพิมพ์มันน้อยกว่า 12

1167
00:34:14.061 --> 00:34:14.300

1168
00:34:15.911 --> 00:34:17.753
มันก็เลยแสดงผลด้วย

1169
00:34:17.970 --> 00:34:19.621
นะคะเป็น 5 เล่ม

1170
00:34:19.570 --> 00:34:22.391
ซึ่งแตกต่างจากตัวอย่างต่อมา

1171
00:34:22.321 --> 00:34:22.679

1172
00:34:22.700 --> 00:34:22.958

1173
00:34:23.151 --> 00:34:29.822
แอนก็คือถ้ามันมีเงื่อนไข 2 ข้อมันจะต้องดูทั้งเงื่อนไขทั้ง 2 ข้อ

1174
00:34:30.521 --> 00:34:33.983
อันนี้คือมันมีเงื่อนไข 2 ข้อก็จริงแต่ว่า

1175
00:34:34.430 --> 00:34:38.159
มันสามารถเป็นได้ทั้ง 2 ข้อโดยที่มันสามารถเลือกได้

1176
00:34:38.589 --> 00:34:39.147

1177
00:34:39.170 --> 00:34:39.401

1178
00:34:39.489 --> 00:34:43.477
จะต้องเข้าตามเงื่อนไขทั้ง 2 ข้อเป๊ะๆเท่านั้น

1179
00:34:43.590 --> 00:34:43.896

1180
00:34:44.040 --> 00:34:44.287

1181
00:34:44.300 --> 00:34:44.851

1182
00:34:45.189 --> 00:34:45.491

1183
00:34:45.452 --> 00:34:45.664

1184
00:34:45.642 --> 00:34:46.150

1185
00:34:46.090 --> 00:34:51.112
ไขก็คือให้ราคามากกว่าเท่ากับ 500

1186
00:34:51.280 --> 00:34:54.811
ราคาน้อยกว่าเท่ากับ 1000 ก็คือเป็นช่วงนั้นเอง

1187
00:34:55.060 --> 00:34:55.263

1188
00:34:55.500 --> 00:34:56.187

1189
00:34:56.140 --> 00:34:56.409

1190
00:34:56.400 --> 00:34:58.358
ว่าจะมีเล่มนี้ 500

1191
00:34:58.509 --> 00:34:58.888

1192
00:34:59.611 --> 00:35:03.932
เล่มนี้ 1,000 ถามว่าเล่มนี้ได้ไหมไม่ได้

1193
00:35:03.829 --> 00:35:05.232
มันเกิน 1,000

1194
00:35:05.302 --> 00:35:05.790

1195
00:35:05.880 --> 00:35:07.884
เล่มนี้ได้ไหมไม่ได้

1196
00:35:07.810 --> 00:35:10.003
เพราะมันน้อยกว่า 500 เพราะฉะนั้น

1197
00:35:09.918 --> 00:35:11.875
ผลลัพธ์ที่ได้ก็มีแค่ 2 เล่ม

1198
00:35:11.781 --> 00:35:13.495
3 เงื่อนไข

1199
00:35:13.439 --> 00:35:13.645

1200
00:35:14.140 --> 00:35:14.884
นะคะ

1201
00:35:14.979 --> 00:35:15.216

1202
00:35:15.229 --> 00:35:17.126
และมีเงื่อนไขมากกว่านี้ไหม

1203
00:35:17.290 --> 00:35:18.300
มีได้ค่ะ

1204
00:35:18.569 --> 00:35:18.768

1205
00:35:18.758 --> 00:35:19.019

1206
00:35:19.399 --> 00:35:21.823
เป็นได้ทั้งแอนและคอ

1207
00:35:21.770 --> 00:35:22.001

1208
00:35:22.088 --> 00:35:23.347
นะคะ

1209
00:35:23.428 --> 00:35:24.316

1210
00:35:24.271 --> 00:35:28.570
ถ้าอันไหนเป็นอันนี้คือจะต้องตามเงื่อนไขนั้นอย่างเดียวเท่านั้น

1211
00:35:28.499 --> 00:35:29.112

1212
00:35:29.198 --> 00:35:31.104
เช่นราคา

1213
00:35:31.123 --> 00:35:33.094
มากกว่าเท่ากับ 500

1214
00:35:33.049 --> 00:35:34.503
มีเล่มไหนบ้าง

1215
00:35:34.519 --> 00:35:34.902

1216
00:35:35.219 --> 00:35:35.444

1217
00:35:35.348 --> 00:35:36.611
มีเล่มนี้

1218
00:35:36.630 --> 00:35:36.841

1219
00:35:36.758 --> 00:35:36.951

1220
00:35:36.948 --> 00:35:37.364

1221
00:35:37.459 --> 00:35:38.089

1222
00:35:38.098 --> 00:35:39.558
มีเล่มนี้

1223
00:35:39.578 --> 00:35:40.016

1224
00:35:41.569 --> 00:35:42.247

1225
00:35:42.398 --> 00:35:42.945

1226
00:35:43.168 --> 00:35:44.298
หรือ

1227
00:35:44.378 --> 00:35:47.997
pid ก็คือรหัสสำนักพิมพ์เท่ากับ 4

1228
00:35:48.489 --> 00:35:50.281
เท่ากับ 4 มีเล่มไหนบ้าง

1229
00:35:50.468 --> 00:35:53.152
เกมนี้หากมีเล่มนี้มีเล่มมี

1230
00:35:53.478 --> 00:35:53.705

1231
00:35:53.994 --> 00:35:54.224

1232
00:35:54.948 --> 00:35:57.682
ทำไมถึงเอาเพราะมันเป็นคำสั่งออ

1233
00:35:57.708 --> 00:35:57.920

1234
00:35:58.158 --> 00:35:58.462

1235
00:35:59.378 --> 00:35:59.608

1236
00:36:00.268 --> 00:36:02.454
ก็คือสามารถยอมรับได้

1237
00:36:02.378 --> 00:36:02.616

1238
00:36:02.580 --> 00:36:03.257
นะคะ

1239
00:36:03.658 --> 00:36:05.251
ลักษณะขนมา 5 เล่ม

1240
00:36:05.398 --> 00:36:05.641

1241
00:36:05.778 --> 00:36:07.443
อันนี้เป็นไข่

1242
00:36:07.378 --> 00:36:11.354
แต่ว่ามันก็จะมีวิธีการเขียนให้มันสั้นกว่านี้อยู่

1243
00:36:11.288 --> 00:36:11.530

1244
00:36:11.417 --> 00:36:14.042
เดี๋ยวดูไปมีอีกหลายตัวอย่าง

1245
00:36:14.049 --> 00:36:14.801
นะคะ

1246
00:36:14.818 --> 00:36:17.639
จับตัวมาเป็นเงื่อนไขในการปฏิเสธ

1247
00:36:17.817 --> 00:36:18.046

1248
00:36:18.137 --> 00:36:19.921
ก็คือไม่เอา

1249
00:36:19.999 --> 00:36:20.374

1250
00:36:20.317 --> 00:36:22.002
นะคะคือคำสั่ง not

1251
00:36:23.017 --> 00:36:23.277

1252
00:36:24.037 --> 00:36:24.287

1253
00:36:24.168 --> 00:36:26.076
เช่นคำสั่งนี้

1254
00:36:26.019 --> 00:36:27.534
เงื่อนไขคือ

1255
00:36:27.617 --> 00:36:28.888
ไม่เอา

1256
00:36:28.967 --> 00:36:29.324

1257
00:36:29.357 --> 00:36:31.982
รหัสสำนักพิมพ์ที่มีค่าเท่ากับ 4

1258
00:36:32.618 --> 00:36:35.072
วันนี้ตัดไปตัดไปตัดไป

1259
00:36:35.057 --> 00:36:36.849
เพราะฉะนั้นแสดงผลที่เหลือ

1260
00:36:37.937 --> 00:36:40.232
ได้ๆ

1261
00:36:40.247 --> 00:36:45.696
อย่างเช่นเราหาซื้อของออนไลน์ไม่อยากได้สีแดง

1262
00:36:45.697 --> 00:36:48.452
เราก็เลยว่าไม่เอาสีแดง

1263
00:36:48.377 --> 00:36:48.677

1264
00:36:48.766 --> 00:36:48.988

1265
00:36:49.017 --> 00:36:51.769
มันก็แสดงผลสินค้าที่เหลือมาให้

1266
00:36:51.967 --> 00:36:52.214

1267
00:36:52.216 --> 00:36:54.525
นะคะหรืองานหา

1268
00:36:54.467 --> 00:36:54.888

1269
00:36:55.046 --> 00:36:58.850
ถ้าว่างหรือการไม่มีค่าในข้อมูลนั้นๆ

1270
00:36:58.887 --> 00:36:59.304

1271
00:36:59.396 --> 00:37:00.715
เช่นลองดูซิว่า

1272
00:37:00.807 --> 00:37:01.882
ในราคา

1273
00:37:02.738 --> 00:37:05.456
ในส่วนของราคามีอะไรเป็นค่าว่างบ้าง

1274
00:37:06.447 --> 00:37:09.155
งานตัวนี้แปลว่าค่าว่างนะคะถ้าว่างตัวนี้

1275
00:37:09.708 --> 00:37:09.952

1276
00:37:09.966 --> 00:37:11.304
มีอยู่เล่มเดียว

1277
00:37:11.256 --> 00:37:12.847
ที่ไม่มีข้อมูล

1278
00:37:12.916 --> 00:37:13.121

1279
00:37:13.106 --> 00:37:13.344

1280
00:37:13.296 --> 00:37:14.372
สำนักพิมพ์

1281
00:37:14.326 --> 00:37:16.685
ไม่มีข้อมูลราคามีเล่มเดียว

1282
00:37:16.696 --> 00:37:16.957

1283
00:37:17.396 --> 00:37:22.542
อันนี้เอาไว้เช็คว่าข้อมูลเรามีข้อมูลอะไรหายบ้างหรือเปล่าก็สามารถ

1284
00:37:22.776 --> 00:37:25.365
ให้คอมพิวเตอร์มันเช็คให้เราได้

1285
00:37:25.406 --> 00:37:26.023
นะคะ

1286
00:37:26.176 --> 00:37:26.415

1287
00:37:27.206 --> 00:37:27.556

1288
00:37:27.525 --> 00:37:28.844
ในทางกลับกัน

1289
00:37:28.865 --> 00:37:29.122

1290
00:37:29.125 --> 00:37:30.575
ให้มันเช็คว่า

1291
00:37:30.596 --> 00:37:34.759
มีข้อมูลอะไรบ้างที่ไม่ใช่ค่าว่างก็ใช้คำสั่งที่

1292
00:37:35.535 --> 00:37:37.053
ใกล้เคียงกันแค่นั้นเอง

1293
00:37:37.135 --> 00:37:39.175
เพราะฉะนั้นภาษาอังกฤษ

1294
00:37:39.436 --> 00:37:39.686

1295
00:37:39.885 --> 00:37:43.621
คนข้างๆค่ะเป็นคำง่ายๆพยายามลองแปลดู

1296
00:37:44.306 --> 00:37:47.124
คำศัพท์ก็ไม่ใช่คำศัพท์ที่ซับซ้อนอะไรมาก

1297
00:37:47.375 --> 00:37:48.074
นะคะ

1298
00:37:48.015 --> 00:37:48.295

1299
00:37:48.215 --> 00:37:50.002
ที่ใช้ในการจัดการฐานข้อมูล

1300
00:37:50.774 --> 00:37:51.002

1301
00:37:51.165 --> 00:37:54.203
เมื่อกี้เราใช้ and ใช้ออนะคะ

1302
00:37:54.174 --> 00:37:56.134
มันพิมพ์ค่อนข้างยาว

1303
00:37:57.305 --> 00:37:59.221
เราจะเปลี่ยนใหม่เป็นคำสั่ง

1304
00:37:59.227 --> 00:38:00.565
Between

1305
00:38:00.574 --> 00:38:01.207

1306
00:38:01.344 --> 00:38:01.564

1307
00:38:01.605 --> 00:38:03.059
นะคะก็คือ

1308
00:38:03.074 --> 00:38:03.883
ระหว่าง

1309
00:38:03.845 --> 00:38:05.547
เท่าไหร่ถึงเท่าไหร่

1310
00:38:05.575 --> 00:38:07.076
นะคะ

1311
00:38:07.044 --> 00:38:10.637
เทียบกันดูนะคะถ้าเราใช้คำสั่งนี้

1312
00:38:10.504 --> 00:38:11.017

1313
00:38:11.274 --> 00:38:11.477

1314
00:38:11.854 --> 00:38:12.470
นะคะ

1315
00:38:12.615 --> 00:38:18.239
ให้แสดงผลคอลัมน์นะคะที่มีค่าระหว่าง 10 ถึง 20

1316
00:38:18.254 --> 00:38:18.637

1317
00:38:18.835 --> 00:38:20.295
เนื้อเพลงแค่นี้เอง

1318
00:38:21.454 --> 00:38:22.012

1319
00:38:22.295 --> 00:38:25.566
แต่ถ้าเราไม่ใช้เราจำคำสั่งมีชีวิตแต่ไม่ได้

1320
00:38:25.565 --> 00:38:25.798

1321
00:38:25.814 --> 00:38:27.204
พิมพ์ยาวมาก

1322
00:38:27.224 --> 00:38:28.820
แบบนี้นะคะ

1323
00:38:28.894 --> 00:38:30.164
คำสั่งตัวนี้

1324
00:38:30.294 --> 00:38:31.443
มันเลยทำให้เรา

1325
00:38:31.454 --> 00:38:31.724

1326
00:38:32.294 --> 00:38:33.557
ทำงานได้เร็วขึ้น

1327
00:38:33.634 --> 00:38:34.765
กินน้อยลง

1328
00:38:35.234 --> 00:38:38.106
อย่างเช่นตัวนี้

1329
00:38:38.694 --> 00:38:39.312

1330
00:38:39.393 --> 00:38:39.899

1331
00:38:39.843 --> 00:38:42.007
เงื่อนไขคือให้

1332
00:38:41.963 --> 00:38:42.309

1333
00:38:42.473 --> 00:38:42.748

1334
00:38:42.795 --> 00:38:43.594
เลือก

1335
00:38:43.624 --> 00:38:43.904

1336
00:38:43.944 --> 00:38:44.220

1337
00:38:44.904 --> 00:38:50.096
สืบราคามาโดยที่มีเงื่อนไขคือราคาอยู่ในระหว่าง 500-1000

1338
00:38:50.033 --> 00:38:50.286

1339
00:38:50.224 --> 00:38:50.599

1340
00:38:51.053 --> 00:38:53.151
มีกี่เล่มค่ะ

1341
00:38:53.364 --> 00:38:53.639

1342
00:38:54.964 --> 00:38:57.348
มี 2 เล่ม 500

1343
00:38:57.333 --> 00:38:58.285
1000

1344
00:38:58.423 --> 00:38:58.714

1345
00:38:59.193 --> 00:39:00.805
สั้นลงเยอะเลย

1346
00:39:00.795 --> 00:39:01.605
นะคะ

1347
00:39:01.694 --> 00:39:01.982

1348
00:39:02.264 --> 00:39:03.537
สั้นลงเยอะเลย

1349
00:39:03.544 --> 00:39:03.825

1350
00:39:03.803 --> 00:39:04.077

1351
00:39:03.933 --> 00:39:04.204

1352
00:39:04.184 --> 00:39:04.414

1353
00:39:05.282 --> 00:39:05.535

1354
00:39:05.793 --> 00:39:06.407

1355
00:39:06.434 --> 00:39:08.230
ใครโทรมา

1356
00:39:08.164 --> 00:39:10.512
เงื่อนไขคือราคา

1357
00:39:10.534 --> 00:39:14.059
ไม่อยู่ในช่วงระหว่าง 500 ถึง 1000

1358
00:39:13.992 --> 00:39:14.203

1359
00:39:14.573 --> 00:39:14.826

1360
00:39:14.822 --> 00:39:15.374

1361
00:39:15.533 --> 00:39:15.886

1362
00:39:15.853 --> 00:39:18.203
มีอะไร 500 ตัดออก

1363
00:39:18.342 --> 00:39:19.572
1000 ตัดออก

1364
00:39:19.492 --> 00:39:20.181

1365
00:39:20.263 --> 00:39:20.501

1366
00:39:21.873 --> 00:39:24.554
เพราะฉะนั้นผลลัพธ์ที่ได้ก็จะมีอยู่

1367
00:39:24.813 --> 00:39:26.201
เล่นเลย

1368
00:39:26.162 --> 00:39:28.718
ยกเว้นเรื่องที่ราคา 500 กับ 1,000

1369
00:39:28.724 --> 00:39:28.958

1370
00:39:29.423 --> 00:39:29.663

1371
00:39:31.093 --> 00:39:32.487
นะคะ

1372
00:39:33.082 --> 00:39:34.172

1373
00:39:34.102 --> 00:39:37.835
หรือน่าจะค้นหาข้อมูลตามค่าที่เราต้องการ

1374
00:39:37.762 --> 00:39:38.129

1375
00:39:38.783 --> 00:39:39.405
ราคา

1376
00:39:39.552 --> 00:39:41.265
เราจะใช้คำสั่ง

1377
00:39:41.473 --> 00:39:43.403
เงื่อนไขเพิ่มเติมข้างล่างคือ

1378
00:39:43.582 --> 00:39:44.275

1379
00:39:44.612 --> 00:39:45.667
i n ตัวนี้

1380
00:39:45.962 --> 00:39:46.647
นะคะ

1381
00:39:46.791 --> 00:39:47.995

1382
00:39:48.392 --> 00:39:48.656

1383
00:39:48.773 --> 00:39:49.015

1384
00:39:49.489 --> 00:39:49.770

1385
00:39:49.802 --> 00:39:50.029

1386
00:39:50.052 --> 00:39:53.114
เช่นข้อมูลที่เราต้องการก็คือ

1387
00:39:53.702 --> 00:39:54.924
อาจจะมีตัวเลข

1388
00:39:55.312 --> 00:39:55.563

1389
00:39:55.442 --> 00:39:56.897
ให้หาตัวเลข

1390
00:39:56.972 --> 00:39:57.854
ขี้

1391
00:39:57.931 --> 00:39:58.214

1392
00:39:59.152 --> 00:40:00.598
ระหว่าง 1-10

1393
00:40:01.712 --> 00:40:02.336
นะคะ

1394
00:40:02.491 --> 00:40:08.255
ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็น 13579 นี้เราทราบอยู่แล้วเลขจำนวนคี่ระหว่าง 1-10

1395
00:40:08.372 --> 00:40:08.635

1396
00:40:08.951 --> 00:40:09.571
นะคะ

1397
00:40:09.722 --> 00:40:12.730
ชื่อคนที่ขึ้นต้นด้วย

1398
00:40:12.801 --> 00:40:14.382
สเสือมม้า

1399
00:40:14.402 --> 00:40:14.687

1400
00:40:14.653 --> 00:40:14.856

1401
00:40:15.101 --> 00:40:15.326

1402
00:40:17.091 --> 00:40:18.209
มีอะไรบ้าง

1403
00:40:18.172 --> 00:40:22.000
สมชายสมพงษ์สมศักดิ์อะไรก็ว่าไปสมมติฐานข้อมูล

1404
00:40:21.961 --> 00:40:22.197

1405
00:40:22.091 --> 00:40:22.313

1406
00:40:22.211 --> 00:40:22.904
นะคะ

1407
00:40:22.921 --> 00:40:23.141

1408
00:40:23.111 --> 00:40:24.632
ทุกอย่างก็คือ

1409
00:40:24.711 --> 00:40:26.930
เงื่อนไขให้แสดง

1410
00:40:26.962 --> 00:40:28.670
ชื่อหนังสือกับราคา

1411
00:40:28.941 --> 00:40:31.498
ที่ราคาหนังสือจีน

1412
00:40:32.721 --> 00:40:32.976

1413
00:40:32.851 --> 00:40:35.004
มีค่า 250

1414
00:40:35.351 --> 00:40:37.257
หนังสือเล่มละ 500

1415
00:40:37.211 --> 00:40:38.230
150

1416
00:40:38.291 --> 00:40:39.145
ผ่าน

1417
00:40:39.891 --> 00:40:40.145

1418
00:40:40.281 --> 00:40:40.555

1419
00:40:40.471 --> 00:40:43.469
เล่นไหนบ้างมี 250 มีไหมมี 1 เล่ม

1420
00:40:43.360 --> 00:40:44.942
500 มีไหม

1421
00:40:45.091 --> 00:40:45.378

1422
00:40:45.731 --> 00:40:47.327
500 มี 1 เล่ม

1423
00:40:47.261 --> 00:40:47.680

1424
00:40:47.710 --> 00:40:47.959

1425
00:40:48.671 --> 00:40:51.095
750 มีไหมไม่มี

1426
00:40:51.880 --> 00:40:53.662
1000 มีไหม

1427
00:40:53.800 --> 00:40:54.277

1428
00:40:54.251 --> 00:40:56.052
เพราะฉะนั้นแสดงผล 3 เล่ม

1429
00:40:56.361 --> 00:40:56.570

1430
00:40:56.490 --> 00:40:56.841

1431
00:40:56.930 --> 00:40:57.144

1432
00:40:58.021 --> 00:41:02.302
ถามว่าเราค้นหาไม่เจอแล้วมันเกิดอะไรขึ้นไหมไม่เจอก็คือไม่เจอ

1433
00:41:02.190 --> 00:41:02.549

1434
00:41:02.569 --> 00:41:06.340
นะคะก็แสดงว่าในฐานข้อมูลเราไม่มีหนังสือเล่มละ 750

1435
00:41:07.370 --> 00:41:08.190
แค่นั้นเอง

1436
00:41:08.152 --> 00:41:08.522

1437
00:41:08.470 --> 00:41:08.989

1438
00:41:08.849 --> 00:41:09.541
นะคะ

1439
00:41:10.970 --> 00:41:11.397

1440
00:41:11.350 --> 00:41:11.582

1441
00:41:11.799 --> 00:41:12.043

1442
00:41:12.180 --> 00:41:13.113

1443
00:41:13.270 --> 00:41:17.557
หรือการค้นหาหนังสือที่ราคา

1444
00:41:17.499 --> 00:41:19.666
ไม่อยู่ในราคาที่

1445
00:41:19.870 --> 00:41:21.133
250

1446
00:41:22.049 --> 00:41:23.643
158 ออกไป

1447
00:41:24.220 --> 00:41:24.917
ไม่เอา

1448
00:41:25.000 --> 00:41:25.226

1449
00:41:25.190 --> 00:41:25.568

1450
00:41:25.510 --> 00:41:27.994
500 เอาไหมไม่เอา

1451
00:41:28.130 --> 00:41:28.365

1452
00:41:28.259 --> 00:41:29.910
750 ไม่มี

1453
00:41:29.929 --> 00:41:30.687

1454
00:41:30.690 --> 00:41:31.707
มีตัดออก

1455
00:41:31.650 --> 00:41:34.790
เพราะฉะนั้นแสดงผลหนังสือเล่มที่เหลือ

1456
00:41:34.990 --> 00:41:35.217

1457
00:41:35.250 --> 00:41:38.430
บอกเขาว่าไม่เอาหนังสือราคา 250

1458
00:41:38.449 --> 00:41:41.412
ไม่เอา 500 ไม่เอา 750 ไม่เอา 1,000

1459
00:41:41.459 --> 00:41:45.924
งั้นก็แสดงผลค่าที่เหลือแค่นั้นเองคือการตัดออกนะคะ

1460
00:41:48.889 --> 00:41:54.621
คราวนี้เป็นการระบุราคาไปแล้วเราจะระบุเป็นข้อความ

1461
00:41:54.529 --> 00:41:54.944

1462
00:41:55.169 --> 00:41:55.449

1463
00:41:55.549 --> 00:41:56.160

1464
00:41:56.319 --> 00:41:58.153
เป็นตัวอักษรก็ได้

1465
00:41:58.119 --> 00:42:01.802
จากเมื่อกี้เป็นคำสั่ง in คราวนี้จะเป็นคำสั่ง like

1466
00:42:02.149 --> 00:42:02.377

1467
00:42:02.598 --> 00:42:04.092
Like เหมือนกดไลค์นี่แหละ

1468
00:42:04.009 --> 00:42:05.007
นะคะ

1469
00:42:04.969 --> 00:42:05.313

1470
00:42:05.609 --> 00:42:05.908

1471
00:42:05.868 --> 00:42:06.240

1472
00:42:06.188 --> 00:42:06.417

1473
00:42:06.448 --> 00:42:06.667

1474
00:42:07.468 --> 00:42:10.656
ก็จะเป็นคนการค้นหาส่วนของข้อความ

1475
00:42:10.728 --> 00:42:10.932

1476
00:42:11.180 --> 00:42:14.071
บางครั้งเราจะไม่ได้พิมพ์ชื่อเต็มๆของเขา

1477
00:42:14.068 --> 00:42:14.347

1478
00:42:14.648 --> 00:42:17.018
อาจจะเป็นส่วนของชื่อก็ได้

1479
00:42:17.079 --> 00:42:17.820

1480
00:42:17.968 --> 00:42:21.982
จำชื่อเขาไม่ได้เขาน่าจะชื่อสมหญิงๆอะไรประมาณนี้

1481
00:42:22.268 --> 00:42:23.798
ซึ่งมันเป็นส่วนของคำ

1482
00:42:23.737 --> 00:42:25.610
ของชื่อของคนที่ชื่อว่าสังคม

1483
00:42:25.528 --> 00:42:26.018

1484
00:42:25.978 --> 00:42:26.799
อาจจะจำ

1485
00:42:26.748 --> 00:42:28.925
คำชื่อขึ้นต้นเขาไม่ได้

1486
00:42:28.932 --> 00:42:30.275
จำได้บางส่วน

1487
00:42:30.278 --> 00:42:31.873
สามารถค้นหาได้เหมือนกัน

1488
00:42:32.007 --> 00:42:32.221

1489
00:42:33.088 --> 00:42:35.411
บางคนอาจจะพิมพ์คำว่าไมโครซอฟท์

1490
00:42:35.398 --> 00:42:36.015

1491
00:42:36.358 --> 00:42:36.586

1492
00:42:36.678 --> 00:42:36.941

1493
00:42:36.869 --> 00:42:41.374
จำไม่ได้ก็สามารถค้นหาได้เหมือนกันเป็นบางส่วนของข้อความ

1494
00:42:42.057 --> 00:42:42.616

1495
00:42:43.727 --> 00:42:44.854

1496
00:42:45.197 --> 00:42:45.440

1497
00:42:45.707 --> 00:42:45.978

1498
00:42:46.217 --> 00:42:49.410
การค้นหาส่วนของข้อความใดๆโดยที่

1499
00:42:49.618 --> 00:42:49.989

1500
00:42:50.006 --> 00:42:51.959
ไม่จำกัดตัวอักษร

1501
00:42:52.119 --> 00:42:55.892
เราจะใช้เป็นตัวเปอร์เซ็นต์หรือตัว Star เป็นดอกจันตัวนี้ก็ได้

1502
00:42:55.766 --> 00:42:56.064

1503
00:42:56.158 --> 00:42:57.504
เดี๋ยวจะมีตัวอย่างให้ดู

1504
00:42:57.627 --> 00:42:58.755

1505
00:42:58.717 --> 00:43:03.556
หรือเป็นส่วนของข้อความใดๆที่มีขนาดแค่ 1 ตัวอักษร

1506
00:43:04.167 --> 00:43:05.615
เราจะใช้เป็น

1507
00:43:05.698 --> 00:43:10.083
อันเดอร์สกอร์หรือเครื่องหมายคำถามในส่วนของ

1508
00:43:10.498 --> 00:43:11.955
โปรแกรม Microsoft Access

1509
00:43:12.167 --> 00:43:12.387

1510
00:43:12.366 --> 00:43:14.649
เราจะใช้เป็นเครื่องหมายคำถาม

1511
00:43:15.817 --> 00:43:16.090

1512
00:43:16.586 --> 00:43:16.815

1513
00:43:17.417 --> 00:43:22.095
หรือเป็นวงเล็บวงเล็บเป็นสี่เหลี่ยมแบบนี้นะคะก็คือ

1514
00:43:22.038 --> 00:43:22.726
ให้

1515
00:43:22.927 --> 00:43:25.168
ตัวอักษรใดที่ปรากฏในช่อง

1516
00:43:25.366 --> 00:43:25.586

1517
00:43:26.447 --> 00:43:28.813
ต้องเป็นตัวอักษรนั้นเท่านั้น

1518
00:43:28.956 --> 00:43:29.188

1519
00:43:29.526 --> 00:43:29.751

1520
00:43:30.367 --> 00:43:30.643

1521
00:43:30.686 --> 00:43:33.700
แต่ถ้ามีเครื่องหมายตกใจ

1522
00:43:34.077 --> 00:43:36.973
มันจะเป็นการบอกว่าไม่เอาตัวอักษรนั้น

1523
00:43:36.967 --> 00:43:37.312

1524
00:43:37.476 --> 00:43:38.281
นะคะ

1525
00:43:38.816 --> 00:43:40.798
น่าจะเป็นช่วงตัวอักษรก็ได้

1526
00:43:40.736 --> 00:43:43.470
เดี๋ยวดูตัวอย่างเลยแล้วกันมันจะได้เห็นภาพนะคะ

1527
00:43:43.365 --> 00:43:43.624

1528
00:43:43.946 --> 00:43:44.182

1529
00:43:44.325 --> 00:43:44.600

1530
00:43:44.585 --> 00:43:44.828

1531
00:43:45.286 --> 00:43:45.597

1532
00:43:45.736 --> 00:43:47.836
อย่างเช่นเงื่อนไขคือ

1533
00:43:47.787 --> 00:43:48.213

1534
00:43:49.007 --> 00:43:50.322
ให้ค้นหา

1535
00:43:50.405 --> 00:43:53.578
ชื่อหนังสือราคาจากตลาดหนังสือโดยที่

1536
00:43:53.616 --> 00:43:55.130
ชื่อหนังสือ

1537
00:43:55.665 --> 00:43:56.357
นะคะ

1538
00:43:56.436 --> 00:44:00.978
ขึ้นต้นด้วย N ตามด้วยอะไรก็ได้

1539
00:44:01.176 --> 00:44:06.665
ถ้าเป็นเครื่องหมายดอกจันตัวนี้คือขึ้นต้นด้วยตัวหนังสือนั้นๆตามด้วยอะไรก็ได้

1540
00:44:06.485 --> 00:44:06.720

1541
00:44:06.746 --> 00:44:08.695
ในตารางเราต้องดูสิคะ

1542
00:44:08.735 --> 00:44:10.001
ต้นด้วยตัวเอง

1543
00:44:10.016 --> 00:44:10.394

1544
00:44:10.726 --> 00:44:11.994
ชื่อ

1545
00:44:12.005 --> 00:44:14.947
มี 2 ชื่อเพราะฉะนั้นแสดงผล 2 อัน

1546
00:44:14.945 --> 00:44:15.218

1547
00:44:15.266 --> 00:44:15.510

1548
00:44:15.845 --> 00:44:17.128
ขึ้นต้นด้วยตัวเอง

1549
00:44:17.255 --> 00:44:17.634

1550
00:44:17.894 --> 00:44:21.139
อันอื่นไม่ได้ขึ้นเอ็นแล้ว

1551
00:44:21.925 --> 00:44:22.154

1552
00:44:22.315 --> 00:44:24.102
หายตัวมา

1553
00:44:24.296 --> 00:44:24.569

1554
00:44:24.424 --> 00:44:24.711

1555
00:44:24.884 --> 00:44:29.492
หาชื่อหนังสือที่ขึ้นต้นด้วยอะไรก็ได้

1556
00:44:29.684 --> 00:44:31.971
ลงท้ายด้วยอะไรก็ได้

1557
00:44:31.985 --> 00:44:34.290
แต่ในชื่อนั้นมีตัว C

1558
00:44:35.195 --> 00:44:35.437

1559
00:44:35.896 --> 00:44:39.360
เมื่อไหร่ก็ได้ค่ะลงท้ายอะไรก็ได้

1560
00:44:39.285 --> 00:44:39.718

1561
00:44:39.736 --> 00:44:40.020

1562
00:44:39.995 --> 00:44:40.681

1563
00:44:40.635 --> 00:44:41.390

1564
00:44:41.404 --> 00:44:44.263
ในคำนั้นน่ะต้องมีตัว C

1565
00:44:44.165 --> 00:44:44.427

1566
00:44:44.674 --> 00:44:44.923

1567
00:44:45.446 --> 00:44:48.270
อันแรกชื่อแรกมีไหมคะไม่มี

1568
00:44:48.194 --> 00:44:48.427

1569
00:44:48.445 --> 00:44:48.674

1570
00:44:48.574 --> 00:44:52.115
ชื่อที่ 2 มีตัว C ตรงตามเงื่อนไขไหม

1571
00:44:52.104 --> 00:44:55.495
เมื่อไหร่ก็ได้ลงท้ายด้วยอะไรก็ได้แต่มีตัว 4

1572
00:44:56.324 --> 00:44:56.604

1573
00:44:56.715 --> 00:44:58.063
หนังสือโตมา

1574
00:44:58.064 --> 00:44:58.331

1575
00:44:58.254 --> 00:45:00.423
มีไหมมีตัว C

1576
00:45:00.815 --> 00:45:01.101

1577
00:45:01.134 --> 00:45:01.614

1578
00:45:01.777 --> 00:45:03.166
วันนี้ก็มี

1579
00:45:03.185 --> 00:45:03.434

1580
00:45:03.315 --> 00:45:03.537

1581
00:45:03.563 --> 00:45:04.194
นะคะ

1582
00:45:04.204 --> 00:45:05.340
ตัวนี้

1583
00:45:05.484 --> 00:45:09.670
ถามว่าได้ยังไงก็มันขึ้นต้นด้วยอะไรก็ได้อาจจะขึ้นตัวสีก็ได้

1584
00:45:10.164 --> 00:45:14.853
ขอให้มีตัว C เป็นประกอบเพราะฉะนั้นก็จะมีหนังสืออยู่ 4 เล่ม

1585
00:45:15.483 --> 00:45:16.818
4 เล่ม

1586
00:45:16.894 --> 00:45:17.197

1587
00:45:17.983 --> 00:45:18.673

1588
00:45:18.754 --> 00:45:19.189

1589
00:45:19.203 --> 00:45:20.469
นี่คือผลลัพธ์

1590
00:45:20.413 --> 00:45:23.060
เพราะฉะนั้นบางทีเนี่ยอาจารย์ยักษ์

1591
00:45:23.114 --> 00:45:23.542

1592
00:45:24.073 --> 00:45:30.499
ค้นหาชื่อนักศึกษานะคะชื่อจริงเขาไม่ได้จำได้เข้ามีคำว่า

1593
00:45:30.353 --> 00:45:32.588
พอในสักอย่างอะไรเงี้ย

1594
00:45:32.524 --> 00:45:33.338
นะคะ

1595
00:45:33.364 --> 00:45:33.653

1596
00:45:33.802 --> 00:45:37.673
ฐานข้อมูลก็สามารถค้นหาข้อมูลให้เราได้เช่นเดียวกัน

1597
00:45:37.643 --> 00:45:37.860

1598
00:45:37.963 --> 00:45:38.202

1599
00:45:38.224 --> 00:45:38.983
นะคะ

1600
00:45:39.763 --> 00:45:40.017

1601
00:45:40.153 --> 00:45:41.027

1602
00:45:40.983 --> 00:45:41.206

1603
00:45:41.362 --> 00:45:41.584

1604
00:45:41.493 --> 00:45:46.735
รู้อย่างนี้จะเริ่มสังเกตแล้วว่าทำไมมันมีเครื่องหมายคำถามแล้วก็ดอกจัน

1605
00:45:46.684 --> 00:45:47.097

1606
00:45:47.453 --> 00:45:47.672

1607
00:45:47.583 --> 00:45:50.521
ถ้ามีเครื่องหมายคำถามตัวนี้หมายความว่า

1608
00:45:50.653 --> 00:45:50.880

1609
00:45:50.973 --> 00:45:54.565
ข้างหน้าตัว E 1 ตัวอักษรเท่านั้น

1610
00:45:54.563 --> 00:45:55.058

1611
00:45:55.082 --> 00:45:57.129
1 ตัว

1612
00:45:57.064 --> 00:45:59.738
ตามหลังเก้าอี้เป็นกี่ตัวก็ได้

1613
00:45:59.622 --> 00:46:00.095

1614
00:46:00.202 --> 00:46:00.477

1615
00:46:00.583 --> 00:46:04.379
มาดูเงื่อนไขกันเลยนะคะถามว่า

1616
00:46:04.363 --> 00:46:04.579

1617
00:46:04.883 --> 00:46:06.839
ในหนังสือเล่มนี้

1618
00:46:06.923 --> 00:46:07.117

1619
00:46:07.053 --> 00:46:08.565
ได้ไหม

1620
00:46:08.972 --> 00:46:17.778
ไม่ได้เพราะตรงก่อนหน้าตัว E มีตัวหนังสือก่อนหน้า 5 ตัวซึ่งผิดเงื่อนไขถ้าเป็นเครื่องหมายคำถาม

1621
00:46:17.622 --> 00:46:17.833

1622
00:46:17.752 --> 00:46:18.232

1623
00:46:18.522 --> 00:46:21.819
ตัวหนังสือที่นำหน้าตัวเองจะต้องมีแค่ 1 ตัวเท่านั้น

1624
00:46:21.923 --> 00:46:22.212

1625
00:46:22.432 --> 00:46:23.110

1626
00:46:23.202 --> 00:46:23.566

1627
00:46:23.582 --> 00:46:29.308
เล่มนี้อ่ะมีแต่ก่อนหน้าตัวเองมีหนังสือตัวหนังสือเยอะเลยก็ไม่ได้

1628
00:46:29.162 --> 00:46:29.428

1629
00:46:29.542 --> 00:46:30.161
นะคะ

1630
00:46:30.122 --> 00:46:30.382

1631
00:46:30.312 --> 00:46:30.791

1632
00:46:30.761 --> 00:46:35.730
เล่มนี้ได้ไหมขึ้นต้นด้วย 1 ตัวอักษรตามหลังด้วย

1633
00:46:36.202 --> 00:46:36.950
ได้

1634
00:46:37.043 --> 00:46:37.580

1635
00:46:38.322 --> 00:46:38.610

1636
00:46:38.641 --> 00:46:41.792
คืนนี้ไม่มีนะคะเล่มนี้ก็ไม่ได้

1637
00:46:41.841 --> 00:46:43.489
เล่มนี้ได้

1638
00:46:43.502 --> 00:46:44.585

1639
00:46:44.532 --> 00:46:44.799

1640
00:46:44.793 --> 00:46:49.428
ขึ้นต้นด้วย 1 ตัวก่อนว่าตัวเองแค่นั้นเพราะฉะนั้นมีแค่ 2 m

1641
00:46:49.463 --> 00:46:49.694

1642
00:46:50.101 --> 00:46:52.028
เล่มนี้ก็ไม่ได้

1643
00:46:51.960 --> 00:46:55.685
เพราะก่อนหน้าตัว E มีดวงซื้อมากกว่า 1 ตัว

1644
00:46:55.551 --> 00:46:57.069
นะคะผิดเงื่อนไข

1645
00:46:58.492 --> 00:46:58.756

1646
00:46:58.893 --> 00:46:59.156

1647
00:46:59.200 --> 00:46:59.707

1648
00:46:59.771 --> 00:47:01.696
ใครโทรมา

1649
00:47:01.704 --> 00:47:03.086
นะคะ

1650
00:47:03.112 --> 00:47:03.396

1651
00:47:03.361 --> 00:47:06.238
เงื่อนไขว่าให้ชื่อหนังสือ

1652
00:47:06.180 --> 00:47:10.161
ขึ้นต้นด้วยตัว N หรือตัว O

1653
00:47:10.351 --> 00:47:12.705
ตามหลังด้วยอะไรก็ได้

1654
00:47:13.741 --> 00:47:14.003

1655
00:47:14.831 --> 00:47:15.576
นะคะ

1656
00:47:15.660 --> 00:47:16.266

1657
00:47:16.242 --> 00:47:19.676
จะมีกี่เล่มเล่มนี้ขึ้นต้นด้วยตัวเอนได้

1658
00:47:19.702 --> 00:47:19.914

1659
00:47:20.084 --> 00:47:21.232

1660
00:47:21.242 --> 00:47:25.799
ได้มีตัวโอไหมวีดีโอ 1 เล่มก็แสดงผลหนังสือ 3 เล่ม

1661
00:47:25.791 --> 00:47:26.045

1662
00:47:26.171 --> 00:47:26.367

1663
00:47:27.521 --> 00:47:32.608
นะคะอันนี้เป็นการดูเงื่อนไขเลยเดี๋ยวอาทิตย์หน้าพวกกูจะต้องไปทำเอง

1664
00:47:32.440 --> 00:47:35.147
อาจารย์อาจจะให้คุณสร้างแล้วก็

1665
00:47:35.140 --> 00:47:40.672
อาจจะกำหนดว่าให้คุณลองพิมพ์เงื่อนไขตามนี้ดูซิและให้แสดงผลตามที่อาจารย์กำหนด

1666
00:47:41.160 --> 00:47:43.405
คุณก็ต้องพิมพ์คำสั่งให้ถูก

1667
00:47:44.040 --> 00:47:46.794
เช่นข้อมูลสัปดาห์หน้าอาจารย์อาจจะบอกว่า

1668
00:47:46.802 --> 00:47:47.042

1669
00:47:46.921 --> 00:47:47.233

1670
00:47:47.310 --> 00:47:48.704
ให้แสดงผล

1671
00:47:49.160 --> 00:47:52.617
คนที่ขึ้นต้นชื่อด้วยสเสือกับตัวออกห่าง

1672
00:47:52.760 --> 00:47:53.040

1673
00:47:53.590 --> 00:47:58.085
อาทิตย์หน้านักศึกษาก็ต้องทำได้นะคะเพราะว่าอาทิตย์นี้มีตัวอย่างแล้ว

1674
00:47:58.010 --> 00:47:58.943
เนาะ

1675
00:47:58.910 --> 00:47:59.132

1676
00:47:59.099 --> 00:47:59.348

1677
00:47:59.361 --> 00:47:59.646

1678
00:47:59.612 --> 00:48:00.036

1679
00:48:00.640 --> 00:48:00.881

1680
00:48:00.959 --> 00:48:01.829

1681
00:48:01.789 --> 00:48:03.338
เงื่อนไขต่อมา

1682
00:48:03.320 --> 00:48:03.614

1683
00:48:03.639 --> 00:48:03.902

1684
00:48:03.839 --> 00:48:07.998
ชื่อหนังสือที่ไม่ขึ้นต้นด้วยตัว n

1685
00:48:08.001 --> 00:48:10.246
ตามหลังด้วยอะไรก็ได้

1686
00:48:10.179 --> 00:48:10.404

1687
00:48:10.369 --> 00:48:15.142
ก็หลายเล่มเลยนะคะเล่มนี้เล่มนี้เล่มนี้แล้วนิ

1688
00:48:15.119 --> 00:48:15.801

1689
00:48:15.880 --> 00:48:16.567

1690
00:48:16.649 --> 00:48:18.633
แค่นี้เอง

1691
00:48:18.569 --> 00:48:18.789

1692
00:48:18.759 --> 00:48:18.984

1693
00:48:19.079 --> 00:48:19.335

1694
00:48:19.659 --> 00:48:19.883

1695
00:48:19.849 --> 00:48:20.269

1696
00:48:20.358 --> 00:48:20.635

1697
00:48:20.489 --> 00:48:21.880
ต่อมา

1698
00:48:22.029 --> 00:48:22.305

1699
00:48:22.219 --> 00:48:24.663
จะเริ่มเป็นการปรับปรุงฐานข้อมูล

1700
00:48:24.658 --> 00:48:26.505
จะเป็นการ

1701
00:48:26.449 --> 00:48:27.383
กำจัด

1702
00:48:27.349 --> 00:48:31.528
ข้อมูลที่อาจจะมีการซ้ำกันเกิดขึ้นก็คือรายการซ้ำ

1703
00:48:31.519 --> 00:48:32.324
นะคะ

1704
00:48:32.538 --> 00:48:34.563
มี 2 คำสั่ง

1705
00:48:34.968 --> 00:48:35.463

1706
00:48:35.678 --> 00:48:35.968

1707
00:48:36.319 --> 00:48:40.307
ว่าจะมีการใช้คำสั่งที่อาจจะ

1708
00:48:40.419 --> 00:48:40.684

1709
00:48:40.608 --> 00:48:43.727
กำจัดรายการข้อมูลซ้ำให้เหลือรายการเดียว

1710
00:48:43.618 --> 00:48:43.894

1711
00:48:44.319 --> 00:48:45.075

1712
00:48:45.028 --> 00:48:47.525
โดยใช้การกำหนดค่าต่างๆเป็นเกณฑ์

1713
00:48:47.530 --> 00:48:47.795

1714
00:48:47.848 --> 00:48:48.100

1715
00:48:48.359 --> 00:48:48.640

1716
00:48:48.938 --> 00:48:51.755
คำสั่งฆ่าต้องมาเป็นดิสทิ้งตัวนี้

1717
00:48:53.419 --> 00:48:55.590
ก็ลบทิ้งทั้งแถว

1718
00:48:55.729 --> 00:48:58.107
ขอดูตัวอย่างการนะคะ

1719
00:48:58.358 --> 00:48:58.595

1720
00:48:58.869 --> 00:48:59.937

1721
00:48:59.889 --> 00:49:00.172

1722
00:49:00.720 --> 00:49:02.105

1723
00:49:02.068 --> 00:49:03.066

1724
00:49:03.088 --> 00:49:03.299

1725
00:49:03.798 --> 00:49:07.194
โดยคำสั่งก็คือให้เลือกกำจัด

1726
00:49:07.319 --> 00:49:08.910
ชื่อซ้ำ

1727
00:49:09.119 --> 00:49:09.350

1728
00:49:09.949 --> 00:49:12.639
ชื่อที่ 3 นะคะ

1729
00:49:12.578 --> 00:49:14.284
จากตาราง Student

1730
00:49:14.558 --> 00:49:14.763

1731
00:49:14.758 --> 00:49:15.016

1732
00:49:15.717 --> 00:49:18.642
ดูในตาราง student ในช่องชื่อ

1733
00:49:18.597 --> 00:49:19.149

1734
00:49:19.428 --> 00:49:19.701

1735
00:49:19.808 --> 00:49:20.066

1736
00:49:20.647 --> 00:49:21.463

1737
00:49:21.477 --> 00:49:21.980

1738
00:49:22.317 --> 00:49:22.608

1739
00:49:22.758 --> 00:49:24.997
ชื่อณนะคะ

1740
00:49:24.939 --> 00:49:26.923
อันไหนชื่อซ้ำ

1741
00:49:27.497 --> 00:49:28.926
มีซ้ำ 1 คน

1742
00:49:28.977 --> 00:49:29.264

1743
00:49:29.297 --> 00:49:30.325
สีแดง

1744
00:49:31.477 --> 00:49:31.739

1745
00:49:31.669 --> 00:49:32.868
เพราะฉะนั้น

1746
00:49:32.878 --> 00:49:33.102

1747
00:49:34.477 --> 00:49:35.617

1748
00:49:36.147 --> 00:49:36.419

1749
00:49:36.478 --> 00:49:36.687

1750
00:49:36.797 --> 00:49:43.144
การแสดงผลว่าจะเป็นแค่ 3 ชื่อที่เหลือเพราะว่าแดงมีซ้ำ 3 คน

1751
00:49:43.068 --> 00:49:43.313

1752
00:49:43.318 --> 00:49:45.953
เราจะตัดให้เหลือแค่หนึ่งแดงเท่านั้น

1753
00:49:45.888 --> 00:49:46.115

1754
00:49:46.716 --> 00:49:46.979

1755
00:49:47.617 --> 00:49:48.306

1756
00:49:48.257 --> 00:49:53.854
ข้อมูลอย่างอื่นเราไม่สนใจมันแค่อยากรู้ว่าคนที่ชื่อซ้ำกันตัดชื่อซ้ำออก

1757
00:49:53.707 --> 00:49:54.261

1758
00:49:54.348 --> 00:49:54.965
นะคะ

1759
00:49:54.988 --> 00:49:56.062
นี่คือคำสั่ง

1760
00:49:56.078 --> 00:49:56.353

1761
00:49:56.267 --> 00:49:56.608

1762
00:49:56.906 --> 00:49:57.663
กลับ

1763
00:49:57.676 --> 00:49:58.495

1764
00:49:58.317 --> 00:49:58.618

1765
00:49:59.278 --> 00:50:01.898
ให้ตัดข้อมูลทิ้งทั้งแถว

1766
00:50:02.098 --> 00:50:02.375

1767
00:50:02.287 --> 00:50:02.540

1768
00:50:02.476 --> 00:50:02.754

1769
00:50:02.736 --> 00:50:07.827
นะคะอย่างตอนเนี้ยถ้ามันซ้ำกันจริงๆ

1770
00:50:07.917 --> 00:50:09.779
ถ้านักศึกษาสังเกตดีๆ

1771
00:50:09.916 --> 00:50:10.187

1772
00:50:10.106 --> 00:50:13.231
คนชื่อแดงซ้ำกันก็จริงนะคะแต่นามสกุลเนี่ย

1773
00:50:13.306 --> 00:50:13.532

1774
00:50:13.817 --> 00:50:14.083

1775
00:50:14.587 --> 00:50:15.790
ไม่ซ้ำกัน

1776
00:50:15.796 --> 00:50:17.157
จะมีเนี้ย

1777
00:50:17.207 --> 00:50:17.485

1778
00:50:17.667 --> 00:50:18.155

1779
00:50:18.307 --> 00:50:20.870
ทำทั้งชื่อทั้งนามสกุล

1780
00:50:20.796 --> 00:50:26.979
ถ้าใช้คำสั่งนี้นะคะมันจะตัดข้อมูลที่ซ้ํากันทั้ง

1781
00:50:26.887 --> 00:50:27.826
แถวออก

1782
00:50:30.348 --> 00:50:32.629
อันนี้ก็คือ

1783
00:50:32.585 --> 00:50:34.815
เดี๋ยวเราไปดูในโปรแกรมจริงๆ

1784
00:50:34.835 --> 00:50:36.534
ดีกว่านะคะ

1785
00:50:36.496 --> 00:50:37.296

1786
00:50:37.266 --> 00:50:38.583
ตัวอย่าง

1787
00:50:38.675 --> 00:50:40.182
มันอาจจะยังดู

1788
00:50:40.206 --> 00:50:42.392
เห็นภาพไม่ชัดมันจะดูน้อยไป

1789
00:50:42.716 --> 00:50:44.771
เดี๋ยวอาทิตย์หน้าเราได้ทำของจริงเนี่ย

1790
00:50:44.889 --> 00:50:46.152
เราจะได้ทำ

1791
00:50:46.559 --> 00:50:48.683
เยอะกว่านี้นะคะ

1792
00:50:48.536 --> 00:50:48.961

1793
00:50:48.987 --> 00:50:49.330

1794
00:50:49.877 --> 00:50:50.510

1795
00:50:50.466 --> 00:50:53.059
ต่อมาจะเป็นการเรียงลําดับข้อมูล

1796
00:50:53.087 --> 00:50:53.774
นะคะ

1797
00:50:53.725 --> 00:50:54.543

1798
00:50:54.556 --> 00:50:54.969

1799
00:50:55.076 --> 00:50:57.690
ก็จะใช้คำสั่ง Order by

1800
00:50:57.636 --> 00:50:58.844
นะคะก็คือ

1801
00:50:58.916 --> 00:51:00.238
การเรียงลำดับ

1802
00:51:00.196 --> 00:51:00.810

1803
00:51:00.906 --> 00:51:01.650
นะคะ

1804
00:51:01.675 --> 00:51:05.832
ก็คือให้แสดงผลข้อมูลทั้งหมดจากตาราง book

1805
00:51:06.025 --> 00:51:07.675
โดยให้เรียงลำดับ

1806
00:51:07.637 --> 00:51:09.088
ตามราคา

1807
00:51:09.036 --> 00:51:10.361
ถ้าเราไม่สั่ง

1808
00:51:10.386 --> 00:51:10.624

1809
00:51:10.575 --> 00:51:11.778
เพิ่มเติม

1810
00:51:11.795 --> 00:51:14.218
มันจะเป็นการเรียงจากน้อยไปหามาก

1811
00:51:14.745 --> 00:51:14.977

1812
00:51:14.995 --> 00:51:15.257

1813
00:51:15.385 --> 00:51:15.621

1814
00:51:16.276 --> 00:51:17.347

1815
00:51:17.366 --> 00:51:22.541
คำสั่งนี้คือ Order by คือให้เรียงลำดับจากราคาน้อยไปหามาก

1816
00:51:22.486 --> 00:51:22.786

1817
00:51:23.325 --> 00:51:30.835
ศัพท์ใหม่จะเปลี่ยนตามลำดับที่เราสั่งแต่ถ้าเราอยากแย่งจากมากไปหาน้อย

1818
00:51:30.685 --> 00:51:31.040

1819
00:51:31.465 --> 00:51:35.315
เราจะต้องระบุเพิ่มได้ว่า besc ตรงนี้

1820
00:51:35.306 --> 00:51:35.569

1821
00:51:35.755 --> 00:51:35.959

1822
00:51:35.874 --> 00:51:36.565
นะคะ

1823
00:51:36.585 --> 00:51:40.236
มันจะหมายถึงว่าให้เราเรียงลำดับตามราคาก็จริง

1824
00:51:40.235 --> 00:51:42.111
แปลให้หน่อยจากราคามาก

1825
00:51:42.034 --> 00:51:43.354
ไปหาราคาน้อย

1826
00:51:43.435 --> 00:51:43.682

1827
00:51:43.634 --> 00:51:44.313
นะคะ

1828
00:51:44.594 --> 00:51:44.860

1829
00:51:44.975 --> 00:51:47.225
ต้องบอกด้วย

1830
00:51:47.275 --> 00:51:49.979
เว็บในการซื้อของออนไลน์ค่ะเหมือนกัน

1831
00:51:50.235 --> 00:51:50.447

1832
00:51:50.553 --> 00:51:53.058
ไส้ในของโปรแกรมแมน

1833
00:51:53.115 --> 00:51:54.776
คือคำสั่งที่โรงเรียนวันนี้

1834
00:51:55.474 --> 00:51:56.233
นะคะ

1835
00:51:56.574 --> 00:52:01.015
นักศึกษาจะได้เข้าใจเพราะต่อไปเราจะไม่เป็นแค่ผู้ใช้งานแล้ว

1836
00:52:00.993 --> 00:52:03.493
อาจจะได้เป็นผู้ดูแลระบบด้วย

1837
00:52:03.424 --> 00:52:03.640

1838
00:52:03.673 --> 00:52:04.698
เนาะ

1839
00:52:04.714 --> 00:52:05.021

1840
00:52:05.225 --> 00:52:05.451

1841
00:52:06.244 --> 00:52:06.539

1842
00:52:06.504 --> 00:52:11.794
กลับมาแล้วจะมีฟังก์ชันการคำนวณทางคณิตศาสตร์ที่เกิดขึ้นใน

1843
00:52:11.624 --> 00:52:11.990

1844
00:52:12.003 --> 00:52:16.704
การจัดการฐานข้อมูลด้วยอาจจะเป็นฟังก์ชันสำหรับการบวกการนับ

1845
00:52:16.684 --> 00:52:18.080
การหาค่าเฉลี่ย

1846
00:52:18.033 --> 00:52:18.315

1847
00:52:18.413 --> 00:52:19.294
นะคะ

1848
00:52:19.244 --> 00:52:20.194
ไอ้

1849
00:52:20.203 --> 00:52:22.230
avg ตัวนี้มันย่อมาจาก

1850
00:52:22.135 --> 00:52:24.128
average คือการหาค่าเฉลี่ย

1851
00:52:24.054 --> 00:52:24.679
นะคะ

1852
00:52:24.694 --> 00:52:25.047

1853
00:52:25.073 --> 00:52:27.319
หาค่าน้อยที่สุดค่ามากที่สุด

1854
00:52:27.253 --> 00:52:27.509

1855
00:52:27.764 --> 00:52:27.988

1856
00:52:27.953 --> 00:52:31.422
อันนี้เป็นคณิตศาสตร์ยังไงก็ตอบมาใช้ด้วย

1857
00:52:31.424 --> 00:52:32.174
นะคะ

1858
00:52:32.194 --> 00:52:33.828
อย่างเช่น

1859
00:52:33.984 --> 00:52:34.202

1860
00:52:35.133 --> 00:52:36.575
ให้

1861
00:52:36.603 --> 00:52:38.250
รวม

1862
00:52:38.273 --> 00:52:40.698
ราคาทั้งหมด

1863
00:52:40.642 --> 00:52:40.851

1864
00:52:40.833 --> 00:52:41.109

1865
00:52:40.963 --> 00:52:41.343

1866
00:52:41.414 --> 00:52:45.188
แล้วให้ตั้งชื่อคอลัมน์ใหม่ชื่อว่า

1867
00:52:45.264 --> 00:52:45.500

1868
00:52:45.453 --> 00:52:47.248
สำคัญกว่านี้

1869
00:52:47.243 --> 00:52:47.442

1870
00:52:47.563 --> 00:52:47.794

1871
00:52:48.014 --> 00:52:48.287

1872
00:52:48.653 --> 00:52:49.401

1873
00:52:49.353 --> 00:52:52.166
ให้รวมราคาทั้งหมด

1874
00:52:52.113 --> 00:52:52.397

1875
00:52:52.432 --> 00:52:54.571
ใส่ในคอลัมน์ใหม่

1876
00:52:54.483 --> 00:52:54.758

1877
00:52:54.673 --> 00:52:59.902
ฟิวส์ใหม่จากตาราง Book เพราะฉะนั้นผลลัพธ์จากคำสั่งนี้

1878
00:52:59.732 --> 00:53:03.261
ก็คือการเอายอดรวมราคาหนังสือทั้งหมดมาบวกกัน

1879
00:53:03.263 --> 00:53:03.475

1880
00:53:04.603 --> 00:53:06.216
ถ้าได้ผลลัพธ์ตัวนี้

1881
00:53:06.203 --> 00:53:06.702

1882
00:53:06.783 --> 00:53:07.468
นะคะ

1883
00:53:08.573 --> 00:53:12.224
ก็ไม่ยากถ้าเราจำคำสั่งได้

1884
00:53:12.292 --> 00:53:15.571
เมียเลยมีบวกแล้วก็ต้องมีนับ

1885
00:53:15.753 --> 00:53:15.963

1886
00:53:16.774 --> 00:53:17.979
ให้

1887
00:53:17.993 --> 00:53:21.507
นับจำนวนจาก

1888
00:53:21.581 --> 00:53:21.844

1889
00:53:22.412 --> 00:53:24.504
รหัสหนังสือ

1890
00:53:24.782 --> 00:53:25.595
ทั้งหมด

1891
00:53:25.672 --> 00:53:26.688

1892
00:53:26.712 --> 00:53:28.363
จากตาราง book

1893
00:53:28.311 --> 00:53:28.527

1894
00:53:28.691 --> 00:53:30.208
โดยให้ชื่อ

1895
00:53:30.231 --> 00:53:32.131
คอลัมน์ใหม่ชื่อว่า

1896
00:53:32.151 --> 00:53:32.921
เขา book

1897
00:53:32.912 --> 00:53:33.331

1898
00:53:34.071 --> 00:53:35.906
ก็คือให้นับจำนวน

1899
00:53:35.872 --> 00:53:36.349

1900
00:53:36.381 --> 00:53:39.446
Book ID คือหนังสือทั้งหมดนะคะมีกี่เล่ม

1901
00:53:39.321 --> 00:53:39.820

1902
00:53:39.832 --> 00:53:41.947
มันก็รับมาได้ 7 เล่ม

1903
00:53:42.012 --> 00:53:42.282

1904
00:53:42.201 --> 00:53:43.667
อันนี้คือมันง่าย

1905
00:53:44.132 --> 00:53:47.610
มันมองมันเรามองดูด้วยสายตาแล้วก็รู้

1906
00:53:47.591 --> 00:53:49.431
หาข้อมูลมันเยอะกว่านี้ล่ะ

1907
00:53:50.341 --> 00:53:50.920

1908
00:53:51.312 --> 00:53:57.949
แล้วคุณจะรู้ได้ไงว่าตอนนี้มันยังมีหนังสือกี่เล่มสมุดว่าให้คุณดูแลระบบจัดการห้องสมุดทั้งหมดของมหาลัย

1909
00:53:57.832 --> 00:53:58.055

1910
00:53:58.671 --> 00:54:03.017
มันไม่สามารถยืนดูที่หน้าประตูแล้วบอกได้ว่าเรามีหนังสือกี่เล่มใช่ไหมคะ

1911
00:54:02.901 --> 00:54:03.191

1912
00:54:03.221 --> 00:54:05.078
มันก็ต้องบวกจากฐานข้อมูล

1913
00:54:05.071 --> 00:54:05.303

1914
00:54:05.201 --> 00:54:05.467

1915
00:54:05.781 --> 00:54:06.040

1916
00:54:05.921 --> 00:54:07.576
ถ้าสมมุติว่าเราไปฝึกงาน

1917
00:54:07.581 --> 00:54:07.849

1918
00:54:07.830 --> 00:54:08.133

1919
00:54:08.150 --> 00:54:09.097
แล้ว

1920
00:54:09.051 --> 00:54:09.514

1921
00:54:09.562 --> 00:54:10.634

1922
00:54:10.972 --> 00:54:11.199

1923
00:54:12.631 --> 00:54:19.508
ที่ถามว่าให้เด็กฝึกงานไปดูซิว่ามีหนังสือกี่เล่มคุณจะไปเดินนับไม่ใช่

1924
00:54:19.940 --> 00:54:24.671
เราสามารถสั่งได้จากฐานข้อมูลเลยว่าวันนี้

1925
00:54:24.620 --> 00:54:26.724
ในห้องสมุดมีหนังสือกี่เล่ม

1926
00:54:26.731 --> 00:54:27.090

1927
00:54:27.431 --> 00:54:31.672
อยู่ในอนาคตคุณต้องไปฝึกงานแน่นอนอีกน่าจะบอกว่า

1928
00:54:31.541 --> 00:54:35.327
เด็กฝึกงานไปรับซิของในโกดังมีกี่ชิ้น

1929
00:54:35.311 --> 00:54:37.154
คุณจะไปนั่งนับหรอ

1930
00:54:37.550 --> 00:54:37.809

1931
00:54:38.260 --> 00:54:40.102
มันก็สามารถ

1932
00:54:40.059 --> 00:54:40.276

1933
00:54:40.250 --> 00:54:45.179
มีวิธีการสั่งจากฐานข้อมูลนี่แหละนับดูซิว่าสรุปสินค้าและมีกี่อย่าง

1934
00:54:45.751 --> 00:54:48.424
กูจะไปนั่งนับมันไม่ได้หรอกค่ะในชีวิตจริง

1935
00:54:48.320 --> 00:54:49.070
นะคะ

1936
00:54:49.150 --> 00:54:49.571

1937
00:54:52.480 --> 00:54:58.539
คำสั่งนี้ก็ค่อนข้างจำเป็นนะคะสำหรับใช้ในการฝึกงานหรือทำงานในอนาคตเนาะ

1938
00:54:59.719 --> 00:55:01.500
หรือการหาค่าเฉลี่ย

1939
00:55:02.470 --> 00:55:02.715

1940
00:55:02.990 --> 00:55:07.895
นะคะก็จะเป็นการหาค่าเฉลี่ยของราคาของสินค้าทั้งหมด

1941
00:55:07.919 --> 00:55:10.468
โดยให้ตั้งชื่อคอลัมน์ใหม่ชื่อว่า

1942
00:55:10.420 --> 00:55:12.814
avg

1943
00:55:12.668 --> 00:55:13.543
ค่าเฉลี่ย

1944
00:55:13.819 --> 00:55:18.476
แสดงว่าหนังสือ 7 เล่มนี้นะคะมีค่าเฉลี่ย

1945
00:55:18.429 --> 00:55:21.450
สอนเล่นประมาณ 640 2.14 ตัวนี้

1946
00:55:21.380 --> 00:55:26.786
ถ้าสมมุติว่ามีใครต้องการข้อมูลจากเราเราก็สามารถให้เขาดูได้

1947
00:55:26.880 --> 00:55:27.239

1948
00:55:27.390 --> 00:55:30.157
ต่อมาเขาถามว่า

1949
00:55:30.278 --> 00:55:32.638
ค่าหนังสือที่ถูกที่สุดในร้าน

1950
00:55:33.100 --> 00:55:34.486
เท่าไหร่

1951
00:55:34.828 --> 00:55:40.086
คุณจะไปเดินหาก็ไม่ใช่เราแค่สั่งให้ฐานข้อมูลมาแสดงผลสิว่า

1952
00:55:40.208 --> 00:55:42.186
ราคาสินค้าที่ถูกที่สุด

1953
00:55:42.710 --> 00:55:42.982

1954
00:55:43.090 --> 00:55:46.362
นะคะโดยที่ให้กำหนดใส่ในคอลัมน์ใหม่

1955
00:55:46.299 --> 00:55:46.573

1956
00:55:46.750 --> 00:55:51.633
ราคาที่ถูกที่สุดตอนนี้คือถ้าเรามองด้วยสายตาเราก็ทราบแหละว่า 150

1957
00:55:51.799 --> 00:55:52.951
อย่างที่อาจารย์บอก

1958
00:55:53.208 --> 00:55:55.901
ถ้าเกิดสินค้ามีเป็นหมื่นเป็นแสนชิ้น

1959
00:55:55.908 --> 00:55:56.154

1960
00:55:56.158 --> 00:55:58.123
มานั่งไล่ดู

1961
00:55:58.148 --> 00:55:59.467
เสียเวลาค่ะ

1962
00:55:59.868 --> 00:56:02.021
ฐานข้อมูลสแกนได้

1963
00:56:01.989 --> 00:56:05.593
ให้มันค้นหาให้คุณเลยไม่เกิน 1 นาทีรู้แน่นอน

1964
00:56:05.637 --> 00:56:06.453
นะคะ

1965
00:56:06.408 --> 00:56:06.672

1966
00:56:06.729 --> 00:56:06.954

1967
00:56:09.229 --> 00:56:09.906

1968
00:56:10.127 --> 00:56:10.358

1969
00:56:10.319 --> 00:56:16.941
หาราคาน้อยที่สุดแล้วก็อันนี้เป็นแม็คไทยนะคะก็ดูราคามากที่สุดได้เช่นเดียวกัน

1970
00:56:16.978 --> 00:56:17.229

1971
00:56:17.167 --> 00:56:17.457

1972
00:56:18.068 --> 00:56:21.006
ต่อมาเป็นการรวมกลุ่มข้อมูล

1973
00:56:21.787 --> 00:56:22.025

1974
00:56:22.109 --> 00:56:25.841
นะคะเป็นการรวมตามเงื่อนไข

1975
00:56:25.818 --> 00:56:26.027

1976
00:56:25.947 --> 00:56:26.510

1977
00:56:26.588 --> 00:56:30.608
ในเงื่อนไขทุกอย่างก็คือใช้คำสั่ง Good Bye นะคะเป็นการ

1978
00:56:30.747 --> 00:56:32.614
หนุ่มตามเงื่อนไข

1979
00:56:32.547 --> 00:56:32.798

1980
00:56:32.928 --> 00:56:33.178

1981
00:56:33.125 --> 00:56:33.813
เช่น

1982
00:56:33.887 --> 00:56:34.189

1983
00:56:34.667 --> 00:56:35.605
ให้

1984
00:56:35.557 --> 00:56:35.821

1985
00:56:35.687 --> 00:56:35.924

1986
00:56:37.547 --> 00:56:39.910
ดูช่องนี้นะคะรหัส

1987
00:56:39.977 --> 00:56:41.251
สำนักพิมพ์

1988
00:56:41.259 --> 00:56:42.063

1989
00:56:42.087 --> 00:56:44.006
รวมราคาออกมา

1990
00:56:44.147 --> 00:56:44.399

1991
00:56:44.338 --> 00:56:44.579

1992
00:56:44.788 --> 00:56:45.408

1993
00:56:45.488 --> 00:56:45.903

1994
00:56:45.867 --> 00:56:46.144

1995
00:56:46.257 --> 00:56:46.470

1996
00:56:46.577 --> 00:56:46.809

1997
00:56:47.667 --> 00:56:54.008
ออกมาโดยที่ให้รวมเป็นตามเลขสำนักพิมพ์

1998
00:56:54.780 --> 00:56:55.196

1999
00:56:55.867 --> 00:56:56.087

2000
00:56:56.057 --> 00:56:58.548
สำนักพิมพ์เนี้ย

2001
00:56:58.937 --> 00:57:05.244
อธิบายเป็นง่ายๆนะคะสำนักพิมพ์นี้มีหนังสือกี่เล่มรวมแล้วมูลค่าเท่าไหร่

2002
00:57:06.107 --> 00:57:06.669

2003
00:57:06.627 --> 00:57:06.881

2004
00:57:06.877 --> 00:57:07.147

2005
00:57:07.068 --> 00:57:09.050
อย่างเช่นสำนักพิมพ์

2006
00:57:08.997 --> 00:57:09.221

2007
00:57:09.188 --> 00:57:10.515
หมายเลข 4

2008
00:57:10.536 --> 00:57:10.762

2009
00:57:10.727 --> 00:57:13.019
มีหนังสืออยู่ 3 เล่ม

2010
00:57:13.986 --> 00:57:14.414

2011
00:57:14.377 --> 00:57:15.844
มันก็จะรวมให้ว่า

2012
00:57:15.856 --> 00:57:16.207

2013
00:57:16.370 --> 00:57:19.362
มูลค่าหนังสือของสำนักพิมพ์เนี้ย

2014
00:57:19.377 --> 00:57:20.778
เป็นราคาเท่านี้

2015
00:57:21.106 --> 00:57:28.466
สำนักพิมพ์ที่ 5 มีหนังสือกี่เล่มก็รวมงานอาจจะมีเล่มเดียวได้เท่านี้สำนักพิมพ์ที่ 12

2016
00:57:28.346 --> 00:57:28.610

2017
00:57:28.466 --> 00:57:28.700

2018
00:57:28.987 --> 00:57:30.059
มี 3 เล่ม

2019
00:57:30.005 --> 00:57:36.252
รวมราคามาทั้งหมดได้เท่านี้อันนี้คือคำสั่ง Group by คือจัดกลุ่มมานั่นเอง

2020
00:57:36.286 --> 00:57:36.513

2021
00:57:36.476 --> 00:57:37.227
นะคะ

2022
00:57:37.375 --> 00:57:37.604

2023
00:57:38.207 --> 00:57:41.662
การจัดกลุ่มข้อมูลเช่น

2024
00:57:41.665 --> 00:57:45.891
นักศึกษาปี 3 ชายรวมแล้วมีกี่คน

2025
00:57:46.026 --> 00:57:46.293

2026
00:57:46.216 --> 00:57:50.821
จะรวมโดยทั้งคณะหรือทั้งมหาวิทยาลัยแล้วแต่เรากำหนดเงื่อนไข

2027
00:57:50.706 --> 00:57:51.578
นะคะ

2028
00:57:51.725 --> 00:57:52.144

2029
00:57:53.647 --> 00:57:53.914

2030
00:57:53.905 --> 00:57:54.170

2031
00:57:54.285 --> 00:57:54.549

2032
00:57:54.475 --> 00:57:59.968
ถ้ามีเงื่อนไขนอกเหนือจากที่เรากำหนดไปแล้วเมื่อกี้คือเราให้

2033
00:57:59.865 --> 00:58:01.452
จัดกลุ่มเป็น

2034
00:58:01.586 --> 00:58:07.951
รหัสสำนักพิมพ์แต่ถ้ามีเงื่อนไขเข้ามาอีกเราจะเพิ่มเป็นคำสั่ง Having ตัวนี้

2035
00:58:08.066 --> 00:58:08.329

2036
00:58:08.506 --> 00:58:10.213
เงื่อนไขเดียวมันไม่พอ

2037
00:58:10.816 --> 00:58:11.378

2038
00:58:11.586 --> 00:58:11.862

2039
00:58:11.835 --> 00:58:13.370
เมื่อกี้เนี้ย

2040
00:58:13.505 --> 00:58:18.998
เราเพิ่มเข้าไปอีกว่าให้เป็นรหัสสำนักพิมพ์ที่มีค่ามากกว่าเท่ากับ 5

2041
00:58:18.885 --> 00:58:19.151

2042
00:58:19.145 --> 00:58:19.376

2043
00:58:19.396 --> 00:58:21.793
มันก็จะตัดสำนักพิมพ์ที่ 4 ออกไป

2044
00:58:21.836 --> 00:58:23.300
เหลือแค่ 2 สำนักพิมพ์

2045
00:58:23.305 --> 00:58:23.575

2046
00:58:24.076 --> 00:58:26.038
แล้วแต่ว่าเราจะเพิ่มเงื่อนไขอะไรอีก

2047
00:58:26.635 --> 00:58:32.806
ราคาก็ว่าอย่างที่บอกมุมมองการดูข้อมูลของผู้ใช้งานแต่ละคนไม่เหมือนกัน

2048
00:58:32.664 --> 00:58:34.051
แล้วแต่ว่า

2049
00:58:34.005 --> 00:58:36.026
เขาจะอยากดูข้อมูลแบบไหน

2050
00:58:36.184 --> 00:58:37.897
อยากได้รายงานแบบไหน

2051
00:58:38.044 --> 00:58:41.821
นะคะระบบจัดการฐานข้อมูลก็สามารถจัดการได้ทั้งหมด

2052
00:58:42.014 --> 00:58:42.694
นะคะ

2053
00:58:43.674 --> 00:58:44.415

2054
00:58:44.384 --> 00:58:47.762
ออกมาจะเป็นส่งของคำสั่งในการปรับปรุงฐานข้อมูล

2055
00:58:47.654 --> 00:58:50.492
ก็คือเป็นการเพิ่มแก้ไขการลบข้อมูล

2056
00:58:50.534 --> 00:58:50.802

2057
00:58:50.784 --> 00:58:51.473
นะคะ

2058
00:58:51.425 --> 00:58:56.991
การเพิ่มข้อมูลเราจะใช้คำสั่ง insert into แล้วก็ใส่แวลู

2059
00:58:57.060 --> 00:58:59.177
รูปแบบคำสั่งจะเป็นแบบนี้

2060
00:58:59.435 --> 00:58:59.711

2061
00:58:59.623 --> 00:59:00.823
นะคะ

2062
00:59:01.034 --> 00:59:01.724

2063
00:59:01.934 --> 00:59:02.154

2064
00:59:02.834 --> 00:59:03.109

2065
00:59:03.664 --> 00:59:03.966

2066
00:59:03.984 --> 00:59:04.216

2067
00:59:04.244 --> 00:59:04.516

2068
00:59:04.564 --> 00:59:05.585
ตัวอย่าง

2069
00:59:05.785 --> 00:59:05.994

2070
00:59:06.485 --> 00:59:06.729

2071
00:59:06.676 --> 00:59:10.515
ข้อมูลเดิมจะอยู่ด้านข้อมูลด้านซ้ายนะคะ

2072
00:59:10.654 --> 00:59:16.537
คำสั่งที่เพิ่มเติมก็คืออันนี้คือเงื่อนไขคือยังไม่ระบุคอลัมน์นะคะว่าให้ใส่คอลัมไหน

2073
00:59:16.474 --> 00:59:16.704

2074
00:59:16.924 --> 00:59:17.165

2075
00:59:17.054 --> 00:59:18.573
แต่ถ้า

2076
00:59:18.914 --> 00:59:26.111
เราพิมพ์แบบนี้แสดงว่าเรารู้แล้วว่าข้อมูลที่เราจะใส่แล้วมันก็จะเรียงลำดับตามนี้นะคะ

2077
00:59:26.024 --> 00:59:30.813
ถ้าคุณสลับตำแหน่งมันก็จะไม่สนใจว่าคุณใส่คอลัมน์ผิดคำถูกไม่รู้

2078
00:59:30.764 --> 00:59:30.989

2079
00:59:31.404 --> 00:59:32.019

2080
00:59:32.174 --> 00:59:32.463

2081
00:59:32.744 --> 00:59:35.056
คำสั่งก็คือ insert into ตัวนี้

2082
00:59:35.444 --> 00:59:38.721
ให้ใส่ข้อมูลลงไปในตาราง book

2083
00:59:38.774 --> 00:59:40.541
ซึ่งมีค่าดังนี้

2084
00:59:40.564 --> 00:59:40.847

2085
00:59:40.885 --> 00:59:42.172
109

2086
00:59:42.164 --> 00:59:44.144
ql5

2087
00:59:44.224 --> 00:59:45.164
520

2088
00:59:45.304 --> 00:59:45.665

2089
00:59:45.694 --> 00:59:47.729
ผลลัพธ์ที่ได้จะมาอยู่ล่างสุด

2090
00:59:47.674 --> 00:59:47.895

2091
00:59:48.185 --> 00:59:51.529
ทำไมมันใส่คอลัมน์ถูกต้องเพราะ

2092
00:59:51.654 --> 00:59:53.237
คำสั่ง

2093
00:59:53.314 --> 00:59:56.642
ให้ใส่ข้อมูลเนี่ยมันเลี้ยงมาถูกต้องอยู่แล้ว

2094
00:59:56.584 --> 00:59:59.591
แต่ถ้าคุณสลับตำแหน่งผิด

2095
00:59:59.854 --> 01:00:00.134

2096
01:00:00.624 --> 01:00:00.917

2097
01:00:01.195 --> 01:00:02.590
ใส่ 520

2098
01:00:02.604 --> 01:00:04.324
มาอยู่ตรงนี้แทนเนี่ย

2099
01:00:04.975 --> 01:00:09.095
มันก็จะกลายเป็น Book ID 520 นะคะแต่นี้ที่มันใส่ถูกเพราะว่า

2100
01:00:09.015 --> 01:00:11.049
เรียงลำดับตามคอลัมน์

2101
01:00:11.064 --> 01:00:12.972
ต้องแค่นั้นเอง

2102
01:00:12.985 --> 01:00:13.228

2103
01:00:13.425 --> 01:00:14.498
ต่อมา

2104
01:00:14.384 --> 01:00:15.905
เพื่อความชัวร์

2105
01:00:16.254 --> 01:00:17.775
เราอาจจะระบุ

2106
01:00:17.855 --> 01:00:18.074

2107
01:00:18.044 --> 01:00:19.971
ชื่อคอลัมน์ไปด้วยก็ได้

2108
01:00:19.965 --> 01:00:24.383
เขาว่าข้อมูล 10 10 เนี่ยให้อยู่ในบุ๊ค ID นะ

2109
01:00:24.390 --> 01:00:24.665

2110
01:00:24.704 --> 01:00:30.022
ชื่อหนังสือ vb รหัสสำนักพิมพ์คือ 5 ราคาคือ 250

2111
01:00:30.144 --> 01:00:30.568

2112
01:00:30.345 --> 01:00:30.633

2113
01:00:30.664 --> 01:00:33.105
ข้อมูลจะมาต่อท้ายด้านล่างแบบนี้

2114
01:00:33.484 --> 01:00:37.816
อันนี้ก็เพื่อป้องกันว่าเราจะใส่ข้อมูลผิดคอลัมน์หรือเปล่า

2115
01:00:37.836 --> 01:00:38.579
นะคะ

2116
01:00:38.544 --> 01:00:39.064

2117
01:00:38.864 --> 01:00:39.354

2118
01:00:39.055 --> 01:00:44.104
มันคือการเพิ่มข้อมูลนะคะง่ายมากคำสั่งมีแค่นี้เอง insert into

2119
01:00:44.626 --> 01:00:46.218
สำหรับการเพิ่มข้อมูล

2120
01:00:46.865 --> 01:00:49.622
ต่อมาเป็นคำสั่งในการ

2121
01:00:50.714 --> 01:00:53.363
กลุ่มข้อมูลหรือแก้ไขข้อมูล

2122
01:00:53.535 --> 01:00:54.605
นะคะ

2123
01:00:54.624 --> 01:00:55.948
จะใช้คำสั่ง

2124
01:00:55.966 --> 01:00:56.902
อัพเดท

2125
01:00:56.994 --> 01:00:57.704
Set

2126
01:00:57.705 --> 01:00:57.968

2127
01:00:58.145 --> 01:01:01.414
ถ้ามีเงื่อนไขก็สามารถใส่เงื่อนไขเพิ่มได้

2128
01:01:01.475 --> 01:01:02.408
นะคะ

2129
01:01:02.504 --> 01:01:02.741

2130
01:01:03.844 --> 01:01:05.566
รูปแบบคำสั่ง

2131
01:01:06.345 --> 01:01:09.449
Update คือปรับปรุงข้อมูลในตาราง

2132
01:01:09.425 --> 01:01:09.769

2133
01:01:09.804 --> 01:01:11.649
โดยมีค่าคือ

2134
01:01:11.785 --> 01:01:13.446
ให้ราคาทั้งหมด

2135
01:01:13.585 --> 01:01:16.006
บวกเพิ่มเข้าไปอีก 50 บาท

2136
01:01:16.024 --> 01:01:16.492

2137
01:01:17.625 --> 01:01:17.903

2138
01:01:18.454 --> 01:01:18.682

2139
01:01:18.644 --> 01:01:19.003

2140
01:01:19.024 --> 01:01:19.236

2141
01:01:21.465 --> 01:01:25.019
พอพิมพ์ตัวนี้ปุ๊บราคาหนังสือจะเพิ่มขึ้นจาก

2142
01:01:24.985 --> 01:01:27.982
เริ่ม 50 บาททุกเล่ม

2143
01:01:28.064 --> 01:01:29.131

2144
01:01:29.084 --> 01:01:31.831
จากเดิมตัวนี้ไม่มีราคาหนังสือ

2145
01:01:31.784 --> 01:01:33.085
ก็จะมีละ 50 บาท

2146
01:01:32.995 --> 01:01:33.283

2147
01:01:33.385 --> 01:01:33.922

2148
01:01:34.724 --> 01:01:35.170

2149
01:01:35.424 --> 01:01:35.659

2150
01:01:36.135 --> 01:01:41.005
อันนี้คือง่ายมากถ้าสมมุติว่าข้อมูลเรามีแค่นี้แหละเรานั่งกินที่ร้านก็ได้ค่ะ

2151
01:01:41.265 --> 01:01:45.631
ถ้าสมมุติว่าวันนี้เราเป็นร้านขายของที่มีของประมาณ 1 ชิ้น

2152
01:01:45.675 --> 01:01:51.059
น้องบอกว่าเศรษฐกิจไม่ดีขอขึ้นราคาคุณจะมานั่งพิมพ์ใหม่ทุกวันทุกวันทุกวัน

2153
01:01:50.994 --> 01:01:51.201

2154
01:01:51.185 --> 01:01:52.064
เมื่อไหร่จะเสร็จ

2155
01:01:52.085 --> 01:01:52.460

2156
01:01:53.944 --> 01:01:55.726
เพิ่มขึ้นทีละ 10 บาท

2157
01:01:55.675 --> 01:01:55.952

2158
01:01:55.995 --> 01:01:56.219

2159
01:01:56.184 --> 01:01:58.164
มีของอยู่แสนชิ้น

2160
01:01:58.175 --> 01:01:58.592

2161
01:01:58.684 --> 01:01:58.915

2162
01:01:58.876 --> 01:02:06.541
นั่งกินเป็นแสนครั้งแต่ถ้าเรารู้จักคำสั่งในระบบจัดการฐานข้อมูลและพิมพ์แค่ 2 บรรทัดทุกอย่างเสร็จหมดเลย

2163
01:02:06.625 --> 01:02:06.829

2164
01:02:07.016 --> 01:02:07.700
นะคะ

2165
01:02:07.715 --> 01:02:07.941

2166
01:02:08.163 --> 01:02:08.400

2167
01:02:09.445 --> 01:02:12.069
คือการปรับปรุงฐานข้อมูล

2168
01:02:12.584 --> 01:02:15.453
อันนี้คือก็คือประโยชน์ดึงของฐานข้อมูลนะคะ

2169
01:02:15.465 --> 01:02:15.691

2170
01:02:16.174 --> 01:02:16.432

2171
01:02:16.365 --> 01:02:21.154
เพราะว่าถ้าเราไม่มีคำสั่งเรานี้เนี่ยบางทีไม่ต้องมานั่งพิมพ์ใหม่เนี่ยเหนื่อยมากๆ

2172
01:02:21.105 --> 01:02:21.918
นะคะ

2173
01:02:21.875 --> 01:02:22.083

2174
01:02:22.006 --> 01:02:22.365

2175
01:02:22.384 --> 01:02:22.620

2176
01:02:22.645 --> 01:02:23.730
นี่คือประโยชน์

2177
01:02:23.925 --> 01:02:25.504
ถ้าเรารู้คำสั่ง

2178
01:02:25.784 --> 01:02:27.031
นะคะ

2179
01:02:27.064 --> 01:02:27.512

2180
01:02:27.385 --> 01:02:29.734
ถ้ามีเงื่อนไขเพิ่มเติม

2181
01:02:29.754 --> 01:02:30.029

2182
01:02:30.585 --> 01:02:30.834

2183
01:02:31.934 --> 01:02:39.164
เงื่อนไขเพิ่มเติมนะคะให้ปรับปรุงตารางบุ๊คโดยที่เงื่อนไขคือตอนนี้เศรษฐกิจไม่ดีแล้ว

2184
01:02:39.044 --> 01:02:39.954
ของมันถูก

2185
01:02:40.135 --> 01:02:40.383

2186
01:02:40.774 --> 01:02:44.298
ให้ลดราคาสินค้าลง 50 บาท

2187
01:02:44.744 --> 01:02:47.043
เฉพาะรหัสสำนักพิมพ์

2188
01:02:47.055 --> 01:02:48.507
12 เท่านั้น

2189
01:02:48.584 --> 01:02:49.073

2190
01:02:49.355 --> 01:02:49.616

2191
01:02:50.444 --> 01:02:58.504
เฉพาะบางบริษัทก็ว่าไปอย่างเช่นวันนี้สินค้าราคาลงเฉพาะบริษัทนี้เราก็สามารถเปลี่ยนแปลงราคาลงได้

2192
01:02:58.964 --> 01:03:00.295
เพิ่มอีกบรรทัดหนึ่ง

2193
01:03:00.315 --> 01:03:00.563

2194
01:03:00.574 --> 01:03:00.808

2195
01:03:00.955 --> 01:03:03.565
นะคะถามว่าแล้ว

2196
01:03:03.515 --> 01:03:03.934

2197
01:03:03.904 --> 01:03:04.116

2198
01:03:04.224 --> 01:03:07.286
สินค้าในบริษัทฯจะเปลี่ยนไหมไม่เปลี่ยนนะคะ

2199
01:03:07.294 --> 01:03:12.703
เพราะเรากำหนดเงื่อนไขว่าเฉพาะสำนักพิมพ์ 12 เท่านั้นที่ลดราคาลง 50 บาท

2200
01:03:15.174 --> 01:03:15.779

2201
01:03:15.743 --> 01:03:16.446

2202
01:03:16.524 --> 01:03:17.139

2203
01:03:17.295 --> 01:03:17.732

2204
01:03:17.743 --> 01:03:18.028

2205
01:03:18.574 --> 01:03:18.858

2206
01:03:18.955 --> 01:03:22.755
คำสั่งลบก็ง่ายๆค่ะ delete from

2207
01:03:23.455 --> 01:03:23.695

2208
01:03:23.755 --> 01:03:23.990

2209
01:03:24.204 --> 01:03:34.204
ก็ตามนี้เลยนะคะให้ลบข้อมูลจากตาราง Book โดยมีเงื่อนไขคือให้ลบเฉพาะ Book ID ที่มีค่า 10 10

2210
01:03:34.464 --> 01:03:36.294
จากเดิมจะมีตัวนี้แล้วก็ลบออก

2211
01:03:36.575 --> 01:03:39.667
ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นแบบนี้

2212
01:03:39.583 --> 01:03:40.198

2213
01:03:40.345 --> 01:03:43.701
คือคำสั่งอย่างง่ายที่เราจะเรียนในสัปดาห์หน้า

2214
01:03:43.624 --> 01:03:43.871

2215
01:03:43.815 --> 01:03:44.041

2216
01:03:44.644 --> 01:03:45.265
นะคะ

2217
01:03:45.415 --> 01:03:45.692

2218
01:03:45.605 --> 01:03:49.323
เดี๋ยวอาทิตย์หน้าอาจารย์จะเตรียมข้อมูลมา

2219
01:03:49.264 --> 01:03:49.687

2220
01:03:49.644 --> 01:03:51.158
ให้นักศึกษาเพิ่ม

2221
01:03:51.184 --> 01:03:52.689
ฐานข้อมูลเอง

2222
01:03:52.654 --> 01:03:53.978
กินเอง

2223
01:03:54.184 --> 01:03:57.393
นะคะตั้งค่าคีย์หลักเอง

2224
01:03:57.334 --> 01:03:59.171
กรอกข้อมูลเองทั้งหมด

2225
01:03:59.184 --> 01:04:04.968
ลองเพิ่มลบข้อมูลลองดึงข้อมูลเป็นรายงานออกมาด้วยตัวเอง

2226
01:04:05.534 --> 01:04:06.155

2227
01:04:06.190 --> 01:04:06.466

2228
01:04:06.424 --> 01:04:10.774
สัปดาห์นี้จะให้ลองกลับไปทบทวนว่าคำสั่งที่จะใช้

2229
01:04:11.103 --> 01:04:14.375
select from List from update set

2230
01:04:14.504 --> 01:04:14.749

2231
01:04:14.824 --> 01:04:15.030

2232
01:04:15.015 --> 01:04:17.499
insert into อะไรก็ว่าไป

2233
01:04:17.894 --> 01:04:20.243
มันจะเป็นยังไงบ้างนะคะ

2234
01:04:20.263 --> 01:04:20.626

2235
01:04:20.644 --> 01:04:24.532
หน้าบอมนิ้วมือมาให้พร้อมเพราะเราต้องพิมพ์เอง

2236
01:04:24.684 --> 01:04:26.025
เครื่องใครเครื่องมัน

2237
01:04:26.415 --> 01:04:27.028

2238
01:04:27.243 --> 01:04:27.481

2239
01:04:27.565 --> 01:04:31.709
เครื่องใครเครื่องมันพิมพ์ภาษาอังกฤษไม่ค่อยคล่องก็

2240
01:04:31.664 --> 01:04:34.355
จะได้คล่องนี่แหละอาทิตย์หน้านะคะ

2241
01:04:34.355 --> 01:04:34.622

2242
01:04:34.744 --> 01:04:36.257
พิมพ์บ่อยๆ

2243
01:04:36.274 --> 01:04:36.578

2244
01:04:36.724 --> 01:04:36.997

2245
01:04:37.044 --> 01:04:37.851
เพราะว่า

2246
01:04:38.004 --> 01:04:41.548
การพิมพ์คำสั่ง SQL ง่ายที่สุดแล้วในการเขียนโปรแกรม

2247
01:04:41.594 --> 01:04:42.037

2248
01:04:41.983 --> 01:04:42.790

2249
01:04:43.194 --> 01:04:47.734
อาทิตย์นี้ก็จะประมาณนี้นะคะเดี๋ยวเราอาทิตย์หน้า

2250
01:04:47.744 --> 01:04:47.966

2251
01:04:47.944 --> 01:04:51.259
ก็มาให้เร็วหน่อยเพราะว่าเราจะไปปฏิบัติ

2252
01:04:51.334 --> 01:04:51.610

2253
01:04:51.714 --> 01:04:52.402
นะคะ

2254
01:04:52.543 --> 01:04:52.811

2255
01:04:52.863 --> 01:04:53.143

2256
01:04:53.124 --> 01:04:54.002
ก็

2257
01:04:53.954 --> 01:04:57.270
ขอบคุณล่ามขอบคุณความนะคะวันนี้ก็ประมาณนี้ค่ะ

2258
01:04:58.255 --> 01:04:59.003

2259
01:04:59.083 --> 01:05:04.065
ขอบคุณมากนะคะ

2260
01:05:04.023 --> 01:05:04.312

2261
01:05:05.426 --> 01:05:05.663

2262
01:05:06.138 --> 01:05:06.393

2263
01:05:06.324 --> 01:05:06.533

2264
01:05:10.354 --> 01:05:11.743

2265
01:05:13.823 --> 01:05:14.357

2266
01:05:16.254 --> 01:05:16.804


