[เสียงดนตรี] (ครูปฏิญญา) สวัสดีคุณครูปลายทาง และนักเรียนปลายทางทุกคนค่ะ ยินดีต้อนรับเข้าสู่รายวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ค่ะ วันนี้พบกับคุณครูปฏิญญา ประจันบาน หรือ "คุณครูบอส" ค่ะ และ... (ครูภัทรวรรธน์) คุณครูภัทรวรรธน์ เอี่ยมสุวรรณ หรือว่าคุณครูอเล็กซ์ค่ะ (ครูปฏิญญา) ในวันนี้นะคะครูอเล็กซ์ เราก็ยังอยู่ในเรื่องของโรคเหมือนเดิมเลยค่ะ แต่ในเรื่องของโรควันนี้นะคะ จะเป็นโรคที่เราพบได้บ่อยมากเลยล่ะค่ะ ระบาดอยู่นะคะ เป็นประจำ ในทุก ๆ ปีในประเทศไทย รวมไปถึงนะคะ หลาย ๆ พื้นที่นี่ ส่วนใหญ่นะคะก็อาจจะมีผู้ติดเชื้อจากโรคนี้ได้ค่ะ นักเรียนคิดว่าเป็นโรคใดดีคะ ยังเดากันไม่ออกใช่ไหมคะ โรคนี้นะคะ เป็นโรคที่เรา คงได้ยินกันบ่อยครั้งเลย นั่นก็คือในเรื่องของโรคไข้เลือดออกค่ะ แต่ก่อนอื่นเลยเรามาทราบจุดประสงค์ การเรียนรู้ในวันนี้ก่อนค่ะ โดยจุดประสงค์การเรียนรู้ข้อที่ ๑ นะคะ นักเรียนจะต้องสามารถอธิบายสาเหตุการติดต่อ อาการแนวทางการป้องกันโรคไข้เลือดออกได้ค่ะ (ครูภัทรวรรธน์) ในข้อที่ ๒ ค่ะ นักเรียนจะสามารถป้องกันตนเอง จากโรคไข้เลือดออกค่ะ (ครูปฏิญญา) และ ๓ นะคะ นักเรียนจะเห็นประโยชน์ของการป้องกันตนเอง จากโรคไข้เลือดออกค่ะ ซึ่งถ้าในวันนี้นะคะ เราก็จะได้เรียนรู้กันนะคะ ว่าโรคไข้เลือดออกนี่ เกิดจากอะไร มีสาเหตุอย่างไร แล้วเราจะป้องกันตนเองได้อย่างไรบ้าง ซึ่งก่อนอื่นเลยนะคะ ครูบอสมีรูปมาให้เด็ก ๆ สังเกตค่ะ นักเรียนลองสังเกตภาพต่อไปนี้เลยนะคะ เอ๊ะ มีภาพใดบ้างเอ่ย สามารถตอบคำถามคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ (ครูภัทรวรรธน์) จากในภาพนี้นะคะ เด็ก ๆ ปลายทางเห็นอะไรบ้างคะ [เสียงดนตรี] (ครูปฏิญญา) มีหลากหลายเลยนะคะ โดยภาพทั้ง ๔ ภาพนี้นะคะ สัตว์ชนิดใดบ้างคะ ที่เป็นพาหะของโรคไข้เลือดออก เราจะเห็นได้ว่านะคะ มีสัตว์หลากหลายชนิดเลย และหลาย ๆ ชนิดนี่ เราก็อาจจะพบเจอได้ในชีวิตประจำวัน นักเรียนคิดว่าสัตว์ชนิดใดบ้าง สามารถเป็นพาหะของโรคไข้เลือดออกได้ เพราะโรคไข้เลือดออกนี้นะคะ เราไม่สามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ ต้องมีพาหะเป็นตัวนำเชื้อโรคค่ะ นักเรียนคิดว่าจะเป็นสัตว์ชนิดใดบ้างคะ ครูอเล็กซ์คะ ครูอเล็กซ์คิดว่าจะมีสัตว์ชนิดใดบ้างคะ ที่สามารถเป็นพาหะของโรคไข้เลือดออกได้ (ครูภัทรวรรธน์) เอ๊ะ จากสัตว์ทั้ง ๔ ชนิดนี้นะคะ เท่าที่สังเกตนี่ คุณครูอเล็กซ์คิดว่า น่าจะเป็นยุงค่ะ เพราะว่าเมื่อต้นชั่วโมงนี่ เราก็มีภาพเป็นรูปยุง ก่อนที่เราจะเข้าเรื่องของเราใช่ไหมคะ (ครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ ยุงนะคะ ก็จะสามารถเป็นพาหะ ของโรคไข้เลือดออกได้นั่นเองค่ะ แต่ว่าสัตว์ชนิดอื่น ๆ นี่ อาจจะเป็นพาหะนะคะ หรือว่าเป็นสาเหตุของโรคอื่น ๆ ค่ะ จะไม่ใช่โรคไข้เลือดออกนะคะ โอ๊ย ๆ อุ๊ย (ครูภัทรวรรธน์) คุณครูบอสเป็นอะไรคะ (ครูปฏิญญา) ยุงที่ไหนไม่รู้ค่ะครูอเล็กซ์ กัดเต็มเลยค่ะ วันนี้ในห้องของเรายุงเยอะมากเลยนะคะ โอ๊ย (ครูภัทรวรรธน์) แบบนี้ต้องระวังนะคะ ระวังเป็นโรคไข้เลือดออกค่ะ (ครูปฏิญญา) ครูบอสจะเป็นไข้เลือดออก ไหมคะนี่ครูอเล็กซ์ (ครูภัทรวรรธน์) เอ๊ะ แต่จริง ๆ แล้วนะคะ โรคไข้เลือดออกนี่ไม่ได้เกิดขึ้นกับยุงทุกชนิดนะคะ (ครูปฏิญญา) หรือคะครูอเล็กซ์ คิดว่าถ้ายุงกัดนี่ ต้องเป็นไข้เลือดออกแน่ ๆ เลย เด็ก ๆ ทราบเหมือนกันไหมคะ ว่าจะไม่ใช่ยุงทุกชนิดนะคะ ที่จะเป็นพาหะของโรคไข้เลือดออกได้ เดี๋ยวเรามาดูกันดีกว่าค่ะ โดยครูบอสนะคะ มีภาพให้เด็ก ๆ นะคะ สังเกตทั้งหมด ๔ ภาพด้วยกันเช่นเคย แต่ละภาพนี่ ก็เป็นภาพของยุงทั้งนั้นเลย นักเรียนเคยสังเกตลักษณะของยุงเหล่านั้น ใกล้ ๆ แบบนี้หรือไม่คะ ลองสังเกตเลยนะคะ แล้วตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ ว่าเราเห็นยุงแต่ละชนิดนี่แตกต่างกันหรือไม่ หรือมีตัวใดนี่ เหมือนกันไหม [เสียงดนตรี] (ครูปฏิญญา) แล้วจากทั้ง ๔ ภาพนี้นะคะ ยุงทั้ง ๔ ภาพนี้ นักเรียนคิดว่ายุงในภาพใดบ้างคะ ที่สามารถเป็นพาหะของโรคไข้เลือดออกได้ จากเมื่อสักครู่ ครูอเล็กซ์ก็ได้บอกไปแล้ว ว่าไม่ใช่ยุงทุกชนิด ที่จะเป็นพาหะของโรคไข้เลือดออกได้ นักเรียนคิดว่ายุงชนิดใดบ้างที่จะเป็นได้คะ ลองตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ [เสียงดนตรี] (ครูภัทรวรรธน์) จากเท่าที่สังเกตนี่นะคะ ยุงแต่ละชนิดนี่ ก็มีความแตกต่างกันใช่ไหมคะคุณครูบอส (ครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ ทั้ง ๔ ภาพนี้นะคะ ส่วนใหญ่แล้วลักษณะนี่ ไม่เหมือนกันเลย ครูอเล็กซ์พอจะทราบไหมคะ ว่ายุงจากภาพใด น่าจะเป็นพาหะของโรคไข้เลือดออกได้บ้าง จะมีหลายตัวหรือว่าตัวเดียวเอ่ย (ครูภัทรวรรธน์) คุณครูอเล็กซ์นะคะ ก็เคยได้ยินค่ะ ว่าพาหะของโรคไข้เลือดออกนั้น ก็คือยุงลายค่ะ แต่ว่าเราจะสามารถสังเกตได้อย่างไรคะ ว่าตัวไหนนี่ เป็นยุงลายคะ (ครูปฏิญญา) นักเรียนลองดูแต่ละภาพเลยนะคะ ภาพที่ชัดเจนนะคะ ที่เป็นยุงลาย ก็คือยุงลายนะคะ จะมีลักษณะตัวสีดำค่ะ ขนาดของยุงนะคะ จะเป็นขนาดปานกลาง ตัวจะสีดำและขาว ซึ่งบริเวณขาของยุงนะคะ ก็จะชัดเจนค่ะ จะเป็นข้อปล้องสีขาวกับดำสลับกันนะคะ แล้วเราก็จะเห็นเลยว่าตัวเขานี่ จะเป็นลาย ๆ นะคะ เหมือนกันเลย นี่นะคะ ก็เป็นลักษณะที่เราพอจะสังเกตได้นะคะ ว่าอาจจะเป็นยุงลายค่ะ ซึ่งบางคนนี่ เคยแต่ตบยุงค่ะครูอเล็กซ์ แต่ไม่เคยสังเกตว่ายุงตัวนั้นนี่ ที่กัดเราไปนี่ เป็นยุงอะไร แต่นักเรียนทราบไหมคะ ว่าไม่ใช่ยุงลายทุกตัว ที่กัดเราแล้วเราจะเป็นโรคไข้เลือดออกเลย อยากทราบไหมคะ ว่าเพราะอะไร ถ้านักเรียนอยากทราบแล้ว เดี๋ยววันนี้ค่ะ เราจะได้มาเรียนกัน ในเรื่องของโรคไข้เลือดค่ะ โดยก่อนอื่นเลยนี่ โรคไข้เลือดออกเราต้องรู้สาเหตุก่อนนะคะ ว่าสาเหตุของโรคไข้เลือดออกนี่มาจากอะไร ซึ่งโรคไข้เลือดออกนี้นะคะ สาเหตุของโรคก็เกิดจากเชื้อไวรัสค่ะ ที่มีชื่อว่า "เดงกี" ซึ่งเชื้อไวรัสเดงกีนี้นะคะ จะมียุงลายนี่ เป็นพาหะนำโรค อย่างเช่น ที่ครูบอสบอกเมื่อสักครู่ค่ะ ถ้าหากมีผู้ป่วยนะคะ ที่เป็นโรคไข้เลือดออกนะคะ แล้วมีคนไปอยู่ใกล้ ก็ไม่ใช่ว่าจะติดกันได้เลยนะคะ จะต้องมียุงลายค่ะ เป็นพาหะ นำโรคจากคน ๑ คน ไปสู่คนอีก ๑ คนค่ะ (ครูภัทรวรรธน์) ซึ่งการติดต่อ ของโรคไข้เลือดออกนี้นะคะ อย่างที่คุณครูบอสได้บอกเลยค่ะ ถ้าหากว่ายุงลายนะคะ ไปดูดเลือดค่ะ ของผู้ที่มีเชื้อไวรัสเดงกี เด็ก ๆ คงทราบกันดีอยู่แล้วนะคะ ว่ายุงนะคะ จะรับประทานเลือดนะคะ หรือว่ากินเลือดของมนุษย์นี่ เป็นอาหารนั่นเองค่ะ เมื่อยุงลายนะคะ ได้ดูดเลือด ของผู้ที่มีเชื้อไวรัสเดงกีไปแล้วนะคะ เชื้อนี้นะคะ ก็จะเข้าไปฝังตัว อยู่ภายในกระเพาะอาหาร และต่อมน้ำลายของยุงนั่นเองค่ะ (ครูปฏิญญา) ฉะนั้นแล้วนะคะ ถึงเป็นข้อที่บอกว่าไม่ใช่ยุงทุกตัวค่ะ ที่จะเป็นพาหะของโรคได้ จะต้องเป็นยุงลายเท่านั้น แล้วเมื่อเชื้อนะคะ เข้าไปฝังตัวภายในตัวของยุงแล้วนะคะ เชื้อนี้นะคะ จะมีระยะการฟักตัวค่ะ ประมาณ ๘-๑๒ วันด้วยกัน ในระยะการฟักตัวของเชื้อนี้นะคะ เชื้อก็จะฟักอยู่ในตัวยุง แล้วเมื่อถึงครบเวลา ๘-๑๒ วัน เมื่อยุงตัวนั้นค่ะ ไปกัดนะคะ คนอื่น ๆ ที่เขาไม่ได้มีเชื้อนะคะ เชื้อไวรัสนะคะ เชื้อไวรัสเดงกีนี้ ก็จะติดต่อค่ะ เข้าสู่กระแสเลือดของผู้ที่ถูกกัด ทีนี้ผู้ที่ถูกกัดค่ะ ก็จะป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกนั่นเอง ซึ่งถ้ามียุงตัวอื่น มากัดผู้ป่วยคนนี้อีก ก็จะติดต่อต่อกันไปเรื่อย ๆ ค่ะ แบบนี้นะคะ ก็จะเป็นการสามารถ เป็นการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกได้เลย เห็นไหมคะ ว่าการติดต่อนี่ จริง ๆ แล้วไม่ยากเลย เพียงแค่ถ้าหากเราอยู่ใกล้กัน แล้วมียุงตัวหนึ่งมากัดเท่านั้นนะคะ โดยที่ต้องเป็นยุงลายนะคะนักเรียน (ครูภัทรวรรธน์) เดี๋ยวเรามาดูกันนะคะ ว่าอาการของโรคไข้เลือดออกนั้น จะเป็นอย่างไรบ้างค่ะ อาการแรกเลยนะคะก็คือไข้สูง เกิน ๓๘ องศาเซลเซียส ติดต่อกันประมาณ ๒ ถึง ๗ วันค่ะ ถ้าหากว่าเรารู้สึกว่าเรานี่ มีอาการไข้สูงนะคะ เกิน ๓๘ องศาเซลเซียสแบบนี้นะคะ สงสัยได้เลยล่ะค่ะ ว่าเรานี่อาจจะเป็นโรคไข้เลือดออกค่ะ (ครูปฏิญญา) ซึ่งนะคะ ถ้าส่วนใหญ่แล้วนะคะ อาการที่เรามีไข้นี่ หลาย ๆ โรคก็จะมีไข้เช่นกัน แต่ว่าส่วนใหญ่แล้วโรคไข้เลือดออกนี้นะคะ ก็จะมักระบาดนะคะ หรือว่าแพร่ระบาดบ่อยครั้งนะคะ ในช่วงหน้าฝน เพราะว่าหน้าฝนนี่ ก็จะมีน้ำขังในหลาย ๆ พื้นที่ ก็จะทำให้อาจจะมียุงนี่ ไปวางไข่ได้ ก็จะมีการแพร่ระบาดเยอะมากขึ้น ฉะนั้นแล้ว ถ้าในช่วงหน้าฝนแล้ว เราป่วยนะคะ ไข้ขึ้นสูง ก็ให้สันนิษฐานก่อนเลย ว่าในช่วงเวลาใกล้ ๆ นี้ เราได้ถูกยุงกัดหรือไม่นะคะ แล้วก็สามารถไปพบแพทย์ได้ แต่เราสามารถสังเกตอาการ ได้จากอาการต่อไปนี้เพิ่มเติมค่ะ นั่นก็คือจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือว่าเบื่ออาหารร่วมด้วยค่ะ โดยอาการเหล่านี้นะคะ ก็จะมีเฉพาะบางบุคคล ไม่ใช่ว่าทุกคนที่ป่วยเป็นโรคไข้เลือดออก จะมีอาการแบบนี้นะคะ อาจจะเป็นในบางคนมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือบางคนมีอาการเบื่ออาหารค่ะ (ครูภัทรวรรธน์) อาการต่อไปนะคะ อาการของโรคไข้เลือดออก ก็คืออาจพบจ้ำเลือดหรือจุดเลือดออกสีแดงเล็ก ๆ ตามผิวหนังหรือมีเลือดออกบริเวณอื่น ถ้าหากว่าเราสังเกตนะคะ ว่าบริเวณผิวหนัง ของเราหรือว่าตามตัวของเรานี่ มีจุดหรือจ้ำแดง ๆ ที่ลักษณะคล้ายคล้ายกับเลือดออกแบบนี้นะคะ ก็อาจจะเป็นอาการที่บ่งบอก ของโรคไข้เลือดออกค่ะ (ครูปฏิญญา) ซึ่งเลือดก็จะออก บริเวณอื่นด้วยใช่ไหมคะครูอเล็กซ์ (ครูภัทรวรรธน์) ใช่แล้วล่ะค่ะ ซึ่งในผู้ป่วยบางรายนะคะ ก็อาจจะมีเลือดออกภายในร่างกาย หรือว่าในอวัยวะภายในค่ะ ซึ่งเราก็จะสามารถสังเกตได้จากการขับถ่ายค่ะ เมื่อเราขับถ่ายออกมาแล้วนะคะ อาจจะสังเกตได้ว่าอุจจาระของเรา มีสีดำหรือว่าสีแดง ซึ่งก็เป็นสีของเลือด บ่งบอกว่าอวัยวะภายในของเรา มีเลือดออกนั่นเองค่ะ (ครูปฏิญญา) ซึ่งนะคะ ถ้าหากเรามีจุดแดง หรือว่าจ้ำเลือดแบบนี้นะคะ ถ้าหากว่ามันคล้ายคลึงนะคะ กับโรคอื่น ๆ นะคะ เมื่อนักเรียนพบว่าตัวเองเป็นไข้ แล้วก็มีจุดแดงนะคะ หรือว่ามีอาการอย่างอื่นร่วมด้วย เช่น คลื่นไส้อาเจียนนี่ ก็ควรรีบไปพบแพทย์นะคะ ให้แพทย์ได้ตรวจเลือด หรือว่าตรวจสุขภาพของเรานะคะ เบื้องต้น สำรวจอาการเบื้องต้น เพื่อแพทย์จะได้รู้ว่าจริง ๆ แล้ว เราป่วยเป็นโรคอะไรค่ะ พร้อมทั้งควรบอกคุณหมอด้วยนะคะ ว่าเรานะคะ มีประวัติการถูกยุงกัดหรือไม่ หรือว่ามีความเสี่ยงมากน้อยเพียงใดค่ะ แล้วนักเรียนทราบไหมคะว่า บางคนนี่ ที่มีอาการรุนแรงมาก ๆ นะคะ อาจจะถึงขั้นช็อกแล้วก็เสียชีวิตได้เลยค่ะ ไข้เลือดออกนี้นะคะ จริง ๆ แล้ว เป็นโรคที่พบบ่อยมากเลยนะคะ ในประเทศไทย หลาย ๆ คนอาจจะคุ้นชิน บางคนอาจจะเคยป่วยเป็นโรคนี้แล้ว หลาย ๆ คนนะคะอาจจะพบว่า อาการบางคนไม่รุนแรง เหมือนป่วยเป็นไข้หวัดปกติ แต่บางคนค่ะ ถ้าหากรักษาไม่ทันท่วงที หรือว่าในช่วงนั้นนะคะสุขภาพย่ำแย่ มีการพักผ่อนน้อยร่วมด้วยนี่ อาจจะทำให้อาการของโรคไข้เลือดออกนี้รุนแรง จนถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยค่ะ แล้วหลังจากที่เราได้รู้แล้วนะคะ ว่าโรคไข้เลือดออกนี้นะคะ มีสาเหตุมาจากอะไร สามารถติดต่อสู่... จากคนสู่คน โดยมียุงลายนะคะ เป็นพาหะนำโรคแล้ว รวมไปถึงเมื่อเราป่วยเป็นโรคนี้ เรามีอาการใดบ้าง แล้วนักเรียนทราบไหมคะ ว่าเราจะป้องกันตนเอง จากโรคไข้เลือดออกได้อย่างไร นักเรียนสามารถตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ [เสียงดนตรี] (ครูภัทรวรรธน์) ในหลาย ๆ โรงเรียนนะคะ ก็อาจจะมีการรณรงค์อยู่แล้วใช่ไหมคะ ในการกำจัดลูกน้ำยุงลาย แต่ เอ๊ะ เด็ก ๆ คะ เด็ก ๆ มีวิธีการป้องกัน หรือว่าวิธีการปฏิบัติอย่างไรหรือคะ (ครูปฏิญญา) นักเรียนสามารถตอบคุณครูได้เลยค่ะ อาจจะเป็นวิธีที่เราปฏิบัติที่โรงเรียน หรือว่าปฏิบัติที่บ้านค่ะ โดยวันนี้นะคะ วิธีที่ดีที่สุดนะคะ ในการที่เราจะป้องกันตนเอง จากโรคไข้เลือดออก นั่นก็คือการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายค่ะ เพราะว่ายุงลายนี่เป็นสาเหตุนะคะ หรือว่าเป็นพาหะนะคะ ของโรคไข้เลือดออก ฉะนั้นแล้ว ถ้าหากเรา กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ก็จะทำให้เรานะคะ ไม่เสี่ยงต่อการเป็นโรคไข้เลือดออกนั่นเองค่ะ โดยวิธีการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย วันนี้ที่ครูบอสนะคะ จะมาแนะนำนักเรียนนี่ มีง่าย ๆ เลยค่ะ นั่นก็คือมาตรการ ๕ ป ๑ ข ไหนมีใครทราบบ้างคะ ว่ามาตรการนี้คืออะไรบ้าง ๕ ป นี้จะมีอะไรบ้างนะ หรือว่า ข ไข่ ที่มี ๑ ข นี่คืออะไรเอ่ย ทราบไหมคะ ถ้าทราบแล้ว ตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ คุณครูอเล็กซ์พอจะทราบบ้างไหมคะ ว่า ๕ ป ๑ ข ที่เราจะมาสอนนักเรียนในวันนี้ มีอะไรบ้าง (ครูภัทรวรรธน์) ทราบค่ะคุณครูบอส ถ้าอย่างนั้นนะคะ เดี๋ยวเรานี่ ไปเริ่มกันที่ ป แรกก่อนเลยค่ะ ป แรกนะคะ มาตรการ ๕ ป ป แรก ก็คือปิดค่ะ ปิดฝาภาชนะที่มีน้ำขังให้มิดชิด อย่างที่เด็ก ๆ คงทราบกันดีนะคะ ว่ายุงลายนะคะ มักจะเพาะพันธุ์ ในแหล่งที่มีน้ำขังอยู่นั่นเอง ซึ่งในบางบ้านนะคะ ก็อาจจะมีภาชนะนะคะ ที่มีน้ำขังอย่างเช่น โอ่ง โอ่งเก็บน้ำ ที่เอาไว้ใช้น้ำนะคะ ในชีวิตประจำวันของเรา หรือว่าถังน้ำ ถ้าหากว่าเรานี่ ไม่ได้มีการใช้น้ำในโอ่ง หรือในถังนั้นเป็นเวลานาน ๆ นี่ ก็อาจจะมียุงลายนะคะ ไปวางไข่อยู่ในน้ำนั้นได้ค่ะ ซึ่งวิธีการป้องกันที่ดีเลย ก็คือเราก็ควรจะปิดฝา ภาชนะต่างๆ เหล่านั้นนั่นเองค่ะ แต่ เอ๊ะ บางครั้งนะคะ ฤดูฝนนะคะ ก็จะมีฝนตก เด็ก ๆ เคยสังเกตไหมคะ ว่าอาจจะมีน้ำฝนนี่ ไปขังอยู่บริเวณบนด้านบนฝาของภาชนะเหล่านั้น และบางครั้งนะคะ ก็อาจจะมียุงนี่ ไปแอบวางไข่ ถึงแม้ว่าจะเป็นแอ่งน้ำเล็ก ๆ นี่ ยุงก็สามารถวางไข่ได้ ดังนั้นทางที่ดีนะคะ เด็ก ๆ ก็ควรจะสังเกตให้ดีค่ะ ว่าบริเวณบ้านของนักเรียน หรือโรงเรียนของเรานะคะ มีแหล่งน้ำขังหรือไม่นะคะ แล้วก็รีบกำจัดให้เรียบร้อยค่ะ (ครูปฏิญญา) และต่อมานะคะ ใน ป ที่ ๒ ค่ะ นั่นก็คือเปลี่ยน เปลี่ยนก็คือเปลี่ยนน้ำในภาชนะนะคะ ที่มีน้ำขังอยู่เสมอเพื่อป้องกันยุงลายมาวางไข่ค่ะ เมื่อสักครู่นี้นะคะ ให้เราปิดฝาใช่ไหมคะ แต่ภาชนะที่ใส่น้ำบางอย่างนะคะ ไม่สามารถปิดฝาได้ ฉะนั้นแล้วนี่ เราก็ควรเปลี่ยนน้ำนะคะ ในภาชนะนี่อยู่เสมอ พร้อมกับหมั่นสังเกต อย่างเช่นนะคะ บางคนนี่ มีถ้วยนะคะ รองขาตู้กับข้าวค่ะ เพื่อป้องกันไม่ให้มดนะคะ ไปขึ้นบริเวณอาหาร ส่วนบางที่นะคะ อย่างเช่นแจกัน หรือว่าอ่างน้ำขนาดใหญ่นะคะ ที่ไม่สามารถปิดฝาได้นะคะ อันนี้เราก็ควรสังเกตนะคะ แล้วก็เปลี่ยนน้ำอยู่สม่ำเสมอค่ะ เพื่อป้องกันนะคะ ยุงลายนะคะ ไปวางไข่ไว้ค่ะ หรือบางครั้งนี่ กลายเป็นลูกน้ำแล้ว เราจะได้เปลี่ยนน้ำนะคะ แล้วก็กำจัดลูกน้ำยุงลายค่ะ (ครูภัทรวรรธน์) ต่อมาค่ะ ปล่อย เมื่อสักครู่นี้นะคะ ก็เป็นการเปลี่ยนใช่ไหมคะ เป็นการเปลี่ยนน้ำแต่ว่าบางครั้งค่ะ บางภาชนะนี่ ก็มีขนาดใหญ่จนเกินไป ไม่สามารถเปลี่ยนน้ำได้ ดังนั้นนะคะ เราก็จะปล่อยปลา กินลูกน้ำในภาชนะที่ไม่สามารถปิดฝาได้ค่ะ ปลานะคะ ก็จะเข้าไปกินลูกน้ำที่ลอยอยู่ในน้ำ หรือว่าอาศัยอยู่ในน้ำนั่นเอง ซึ่งลูกน้ำนี้นะคะ พอโตไปสักระยะหนึ่งนี่ ก็จะฟักตัวค่ะออกมาเป็นยุงลายนั่นเอง ซึ่งถ้าหากว่าเรานะคะ มีแอ่งน้ำขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถเปลี่ยนน้ำได้ ก็ให้เรานี่ เลี้ยงปลาค่ะ เพื่อไปกินลูกน้ำเหล่านั้นนั่นเอง (ครูปฏิญญา) ส่วนแหล่งน้ำบางแหล่งนะคะ อย่างเช่น อ่างขนาดใหญ่ ที่เราไว้ใส่น้ำสำหรับอาบน้ำ แบบนี้นักเรียนก็ควรที่จะเลือกชนิด ของปลาที่ไปปล่อยนะคะ ควรเป็นปลาขนาดเล็ก เช่น ปลาหางนกยูง เราจะไม่สามารถนำปลาคาร์ป หรือปลานิลไปปล่อยในอ่างที่เราอาบน้ำได้นะคะ แบบนั้นน้ำอาจจะสกปรกได้ค่ะนักเรียน ฉะนั้นแล้วนี่ การปล่อยปลา ก็ต้องเลือกชนิดของปลาด้วยนะคะ และ ป ต่อมาค่ะ นั่นก็คือปรับ ปรับอะไรคะนักเรียน ปรับนี้นะคะ ก็คือปรับสิ่งแวดล้อมค่ะ ไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ในบริเวณบ้านของเรานะคะ ยิ่งช่วงที่เป็นหน้าฝนนะคะ อาจจะมีฝนตกค่ะ แล้วก็มีน้ำนะคะ ไปขังบริเวณต่าง ๆ อย่างเช่นนะคะ บางครั้งยางรถยนต์ ฝา ถ้วยนะคะ หรือว่าภาชนะต่าง ๆ ที่บางครั้งมีการชำรุด แล้วเราก็ไปเก็บไว้ในบริเวณ ที่เราไม่ได้ไปพบเห็นบ่อยครั้ง แบบนี้นะคะ อาจจะมีน้ำฝนนะคะ หรือว่าน้ำอื่น ๆ นะคะ มาขังอยู่ได้ ฉะนั้นแล้ว เราก็ควรดูแลนะคะ สภาพแวดล้อมรอบบ้าน หรือในบริเวณโรงเรียน พร้อมกับนะคะ ปรับสิ่งแวดล้อมให้สะอาดนะคะ แล้วก็เป็นระเบียบอยู่เสมอ เพื่อให้ไม่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลายค่ะ (ครูภัทรวรรธน์) สุดท้ายค่ะ ก็คือปฏิบัติค่ะ เราจะปฏิบัติการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ในทุก ๆ ๗ วันนั่นเอง เอ๊ะ เด็ก ๆ สงสัยไหมคะ ว่าทำไมต้องกำจัดทุก ๆ ๗ วันคะ (ครูปฏิญญา) นักเรียนทราบไหมเอ่ย (ครูภัทรวรรธน์) นั่นก็เป็นเพราะว่า วงจรชีวิตของยุงโดยประมาณนี่ จะอยู่โดยประมาณ ๗ วันนั่นเองค่ะ ถ้าหากว่าเรานี่ กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ซึ่งก็เป็นแหล่งที่เป็นน้ำขังนะคะ ก็แสดงว่าเรานี่ จะตัดต้นตอ หรือว่าตัดวงจรของยุงลายได้นั่นเอง ถ้าหากว่ายุงนะคะกำลังวางไข่อยู่ กำลังรอการฟักไข่ หรือว่ายุงนี่ อาศัยอยู่ในน้ำ เป็นลูกน้ำหรือตัวโม่ง ถ้าหากว่าเรากำจัดแหล่งเพาะพันธุ์เหล่านั้นนะคะ ก็ยุงเหล่านั้นนี่ ก็จะไม่สามารถ กลายมาเป็นยุงลาย แล้วก็มากัดเราได้นั่นเอง (ครูปฏิญญา) และยังไม่หมดเพียงเท่านี้ค่ะ มีทั้ง ๕ ป แล้ว ก็ยังมี ๑ ข ค่ะ ๑ ข นี้นะคะ ก็คือขัดนั่นเองค่ะ ขัดอะไรคะนักเรียน ขัดภาชนะค่ะ ที่ใส่น้ำเป็นประจำ เนื่องจากบางครั้งนะคะ ยุงลายนี่ ไปวางไข่ไว้นะคะ แล้วถ้าหากเราเพียงแค่เทน้ำทิ้ง เราไม่ขัดทำความสะอาดภาชนะเหล่านั้น ในวัน๑ที่ใส่น้ำเข้าไปใหม่นะคะ ไข่ของยุงลายนะคะ ก็อาจจะฟักตัวได้เช่นเดิมค่ะ ฉะนั้นแล้วนี่ นอกจาก ๕ ป แล้ว ก็อย่าลืม ๑ ข ขัดทำความสะอาดด้วยนะคะ เพียงเท่านี้นะคะเราก็จะสามารถกำจัด แหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายได้แล้ว รวมไปถึงนะคะ ถ้าหากเราได้วิธี ในการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายแล้ว เราก็ควรป้องกันตนเองด้วยค่ะนักเรียน ด้วยวิธีง่าย ๆ ก็คือระมัดระวัง ไม่ไปในพื้นที่ที่มืด ๆ นะคะ ที่อาจจะโดนยุงกัดได้ หรือเวลานอนนะคะ ก็ควรปิดประตูหน้าต่างให้สนิทนะคะ หรือว่าปิดมุ้งลวด ป้องกันไม่ให้ยุงเข้ามาภายในบ้าน มากัดเราในขณะที่เรานอนหลับนั่นเอง เพียงเท่านี้ค่ะ การทั้งป้องกันตนเอง และกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ก็จะทำให้เราปลอดภัยจากโรคไข้เลือดออกค่ะ และกิจกรรมประจำวันนี้นะคะ ที่ครูบอสจะให้เด็ก ๆ ได้ทำกัน นั่นก็คือสำรวจแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายค่ะ โดยเราจะสำรวจกัน รอบบริเวณโรงเรียนเลยนะคะ ซึ่งกิจกรรมสำรวจนี้นะคะ นักเรียนจะต้องเตรียมพร้อม ก็คือใบงานที่ ๓ เรื่อง สำรวจแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย โดยจะให้นักเรียนนะคะ สำรวจแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย รอบบริเวณโรงเรียนค่ะ โดยก็จะมีหัวข้อต่อไปนี้ค่ะ (ครูภัทรวรรธน์) ในหัวข้อแรกนะคะ แหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายที่ฉันพบค่ะ ให้นักเรียนนะคะ ระบุเลยค่ะ ว่าแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายของนักเรียนนะคะ สถานที่ที่ฉันพบนี่คืออะไร แหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย นักเรียนก็เขียนไป อย่างเช่น นักเรียนพบว่าอยู่ในอ่าง ในอ่าง อ่างอยู่ในบริเวณไหนคะ สถานที่ที่มีอ่างอยู่นั้นคืออะไร อย่างเช่น หน้าโรงเรียน และนักเรียนนะคะ ก็สังเกตเลยค่ะ ว่าพบลูกน้ำยุงลายหรือไม่ ถ้าหากว่านักเรียนนะคะ พบลูกน้ำยุงลายนี้ ให้ทำเครื่องหมายถูกในช่องที่มีค่ะ แต่ว่าถ้านักเรียนนะคะ ไม่พบลูกน้ำยุงลายอยู่ในแหล่งน้ำนั้นนะคะ ก็ให้ทำเครื่องหมายถูกช่องไม่มีค่ะ รวมไปถึงนะคะ ในช่องสุดท้ายค่ะ เราก็จะทำการวาดภาพประกอบด้วยค่ะ (ครูปฏิญญา) ซึ่งการสำรวจนี้นะคะ จะช่วยให้เราพบว่ารอบบริเวณ ของโรงเรียนของเรานี่ มีแหล่งน้ำขังหรือไม่ ที่สามารถนะคะ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ให้ยุงลายเหล่านั้นมาวางไข่ได้ ฉะนั้นแล้ว เมื่อเราสำรวจเรียบร้อยแล้วนี่ เราก็อาจจะเขียนระบุพื้นที่นะคะ แล้วก็วาดภาพประกอบ เพื่อที่เราจะได้ไปกำจัดได้ถูกต้องค่ะ รวมไปถึงนะคะ นักเรียนจริง ๆ แล้วนี่ ยุงนะคะ ที่วางไข่นะคะ ก็อาจจะเป็นยุงชนิดอื่นได้ค่ะ ซึ่งยุงชนิดอื่น ๆ ก็อาจจะเป็นพาหะนะคะ โรคอื่น ๆ ตามมา บางโรคนี่ ก็เป็นโรคที่อันตราย ถึงขั้นเสียชีวิตได้เช่นกัน ไม่ใช่แค่เพียงโรคไข้เลือดออกเท่านั้น ฉะนั้นนี่ การกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงนะคะ ก็มีความสำคัญอย่างมากเลยล่ะค่ะ และในวันนี้นะคะ ครูบอสนะคะ จะให้นักเรียนนะคะ ตอบในข้อที่ ๒ ด้วยค่ะ ว่านักเรียนนี่ มีแนวทาง ในการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายอย่างไรบ้าง อย่าลืมบันทึกไว้ด้วยนะคะ วันนี้เราได้เรียนรู้ไปแล้ว ว่ามาตรการที่เราไปนี่ มีอะไรบ้างจำได้ไหมเอ่ย ถูกต้องค่ะ ๕ ป ๑ ข และเราก็สามารถเขียนรายละเอียด ลงในนี้ได้เลยนะคะ เป็นการเตือนความจำของตนเองนั่นเอง ในวันนี้ค่ะ จะให้นักเรียนไปสำรวจ แหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายนะคะ รวมไปถึงบันทึกผลนะคะ ลงในใบงานค่ะ (ครูภัทรวรรธน์) ในส่วนของบทบาท คุณครูปลายทางนะคะ รบกวนคุณครูปลายทาง อธิบายขั้นตอนการทำกิจกรรม อย่างละเอียดอีกครั้ง ๑ ค่ะ และให้คำแนะนำ ควบคุมดูแลนักเรียน ตลอดการทำกิจกรรม ซึ่งกิจกรรมในวันนี้นะคะ เราก็ได้ไปสำรวจแหล่งลูกน้ำยุงลาย หรือว่าแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย บริเวณรอบ ๆ โรงเรียนนะคะ ดังนั้นนะคะ รบกวนคุณครูดูแล หรือว่าควบคุมดูแลปลอดภัย ของนักเรียนทุกคนด้วยนะคะ (ครูปฏิญญา) ถ้าเด็ก ๆ และคุณครูพร้อมแล้ว เดี๋ยวครูบอสและครูอเล็กซ์จะให้เวลา ในการไปสำรวจแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย รอบ ๆ โรงเรียนนะคะ และเดี๋ยวเรากลับมาพบกัน ในช่วงของการสรุปบทเรียนค่ะ [เสียงเอฟเฟกต์] [เสียงดนตรี] [เสียงเอฟเฟกต์] (ครูปฏิญญา) หมดเวลาแล้วค่ะนักเรียน เป็นอย่างไรบ้างคะ แต่ละคนนี่ ไปสำรวจแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย รอบ ๆ โรงเรียนเจอที่ไหนมาบ้างเอ่ย แล้วนักเรียนทุกคนอย่าลืมนะคะ เมื่อเราสำรวจแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายมาแล้ว อย่าลืมที่จะไปกำจัด แหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายด้วยนะคะ เพราะว่าในอนาคตนี่ อาจจะเป็นพื้นที่นะคะ ที่มียุงลายมาวางไข่หรือว่ามาฟักไข่ ถึงแม้ว่าวันนี้นะคะ เราจะไม่เจอไข่ในนั้นก็ตาม ถ้าหากมีน้ำขังอยู่ยุงก็อาจจะมาวางไข่ได้ค่ะ แล้วคุณครูปลายทางอย่าลืมดูแล แล้วก็แนะนำนักเรียนเพิ่มเติมด้วยนะคะ และเดี๋ยวเรามาสรุปบทเรียน ไปพร้อมกันเลยดีกว่าค่ะ ในวันนี้นะคะ เราเรียนกันนะคะ ในเรื่องของโรคไข้เลือดออกนั่นเอง ซึ่งนักเรียนก็ได้รู้แล้วนะคะ ว่าโรคไข้เลือดออกของเรานะคะ มียุงลายเป็นพาหะนำโรคค่ะ โดยเมื่อยุงลายนี้นะคะ ไปกัดผู้ป่วยนะคะ ที่เขามีเชื้อไวรัสเดงกีนะคะ เชื้อไวรัสนี้นะคะ ก็จะไปฝังตัวอยู่ในกระเพาะนะคะ ในตัวของยุงลาย แล้วก็มีการฟักตัวค่ะ แล้วเมื่อเชื้อนี้ฟักตัวนะคะ ในระยะเวลาที่กำหนดนะคะ เมื่อยุงตัวนั้นนะคะ ไปกัดคนอื่นนะคะ ที่เขาไม่ได้เป็นผู้ป่วยนะคะ คนคนนั้นนะคะ ก็จะติดเชื้อไปด้วยนั่นเองค่ะ ก็จะกลายเป็นผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก ทีนี้ถ้ายุง... มียุงตัวอื่นอีกมากัดอีก แล้วก็กัดต่อเนื่องกันไปนะคะ ก็อาจจะทำให้นะคะ มีการระบาดของโรคไข้เลือดออกได้ค่ะ ซึ่งวันนี้เราก็ได้เรียนรู้ไปแล้ว ว่าจะมีอาการอย่างไรบ้าง จะได้หมั่นสังเกตอาการตนเอง แล้วไปพบแพทย์ทันเวลานะคะ (ครูภัทรวรรธน์) และนอกจากนี้นะคะ เราก็ยังได้เรียนอีกนะคะ ว่าเราจะมีมาตรการในการป้องกัน ยุงลายได้อย่างไรนะคะ โดยการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ด้วยมาตรการ ๕ ป และ ๑ ข ค่ะ ป แรก นั่นก็คือ ปิด เปลี่ยน ปล่อย ปรับ ปฏิบัติ และ ข ค่ะ ขัดนั่นเอง คือเด็ก ๆ ก็คงจะรู้ความหมาย ของแต่ละคำอยู่แล้วใช่ไหมคะ ว่าแต่ละอย่างนี่หมายถึงอะไร ดังนั้นนะคะ เด็ก ๆ ก็อย่าลืม นำมาตรการเหล่านี้นะคะ ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันของตนเอง เพื่อป้องกันไม่ให้ป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกนะคะ (ครูปฏิญญา) ซึ่งมาตรการเหล่านี้ ทำได้ไม่ยากเลยค่ะ ควรหมั่นทำเป็นประจำนะคะ อย่างน้อยทุก ๆ ๗ วันค่ะ ซึ่งวันนี้นะคะ เราก็ได้เรียนจบกันไปแล้ว ในเรื่องโรคไข้เลือดออก ในสัปดาห์หน้าค่ะ เราจะมาเรียนรู้กัน ในเรื่องของ COVID-19 ค่ะ (ครูภัทรวรรธน์) ซึ่งสิ่งที่คุณครูปลายทาง และนักเรียนปลายทางต้องเตรียมมานะคะ ก็จะมีใบงานที่ ๔ เรื่อง COVID-19 ค่ะ คุณครูปลายทางสามารถดาวน์โหลด ได้ที่ www.dltv.ac.th ค่ะ (ครูปฏิญญา) และสำหรับวันนี้นะคะ ครูบอสและครูอเล็กซ์นะคะ ก็ขอลานักเรียนไปเพียงเท่านี้ แล้วเดี๋ยวเรากลับมาพบกันใหม่ในสัปดาห์หน้า สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]