(อาจารย์ธิดารัตน์) สวัสดีค่ะ สวัสดีค่ะ สวัสดีล่ามทางไกลด้วยนะคะ ค่ะ สำหรับสัปดาห์นี้นะคะ เราก็จะมาเรียนตัวมาตรฐานนะคะว่า โมเดลนะคะ เรามีโมเดลอะไรบ้างนะคะ เราก็จะมาดูว่าตัวมาตรฐานตัวไหน ทำหน้าที่อะไรนะคะ หน่วยงานไหนเป็นคนสร้างขึ้น แล้วใช้กับงานประเภทไหนบ้างนะคะ รวมถึงเราก็จะมาดูอีกว่า อาจจะมีบางโมเดลที่เรายังไม่ได้เรียนลงรายละเอียดลึกเข้าไปนะคะ เดี๋ยวเราจะมาดูกันนะคะ มาดูวัตถุประสงค์นะคะ ที่จะเรียนนะคะในครั้งนี้นะคะว่ามีอะไรบ้าง อันแรกก็จะมีธรรมาภิบาลนะคะ ทางสารสนเทศนะคะ เกี่ยวกับตัว รูปแบบหรือว่าตัวโครงสร้างของเขานั่นเอง ว่าธรรมาภิบาลทางด้านสนเทศของเรานี่ จะมีองค์ประกอบอะไรบ้าง สิ่งที่เกี่ยวข้องกรณีที่ทำในรูปแบบอุตสาหกรรม มาตรฐานที่เข้าไปจับ กรณีที่มีอุตสาหกรรมไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมการผลิตนะคะ อุตสาหกรรมเกี่ยวกับการให้บริการนะคะ ว่าเขามี แนวทางอย่างไรให้แต่ละอุตสาหกรรมผู้บริหารผู้ปฏิบัติ ทำอะไรได้บ้างนะคะ คราวนี้ก็จะมาดูโมเดลที่สร้างขึ้น รวมถึงการอ้างอิงว่า มีบริษัทหน่วยงานองค์กรไหนบ้างที่สร้างขึ้นนะคะ แล้วได้นำตัวมาตรฐานเหล่านี้ไปใช้ รวมถึงการเลือกใช้งานนะคะ ตัวโมเดลต่าง ๆ ว่ามันเหมาะกับหน่วยงานของเราไหม เหมาะกับองค์กรของเราหรือเปล่านะคะ ถัดมา เรามาดูข้อจำกัดของตัวมาตรฐานนะคะว่า มาตรฐานที่เราจะใช้ต่าง ๆ นี่ เขาจะมีข้อจำกัดอะไรบ้าง เริ่มแรกนะคะ ตัวมาตรฐานนี่ บางตัวอาจจะไม่ครอบคลุม พูดง่าย ๆ คือไม่ครบวงจรนะคะ อาจจะเป็นมาตรฐานเฉพาะการบัญชี มาตรฐานเกี่ยวกับการตรวจคุณภาพ มาตรฐานเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งมันก็จะไม่ครบตามกระบวนการของการทำงานของแต่ละหน่วยงาน หรือว่าแต่ละองค์กรนะคะ เราก็สามารถที่จะหยิบตัวมาตรฐานตัวไหนที่มันเหมาะกับแผนก เหมาะกับงานนะคะ เหมาะกับองค์กรของเรามาใช้ ไม่มีกระบวนการนะคะ How to ขั้นตอนนะคะ รูปแบบโครงสร้างนะคะ การเช็กว่าต้องปฏิบัติตามไหน หรือว่าตัวเครื่องมือ อาจจะมีข้อจำกัดพวกนี้เข้ามานะคะ รวมถึงตัวโมเดลของเรานี่ บางอันก็จะมีทั้งด้วยรูปแบบ สามารถยืดหยุ่นนะคะ ยืดหยุ่นได้ไหม ใช้กับโครงการนี้หรือว่ามีการปรับตัวไหนได้ หรือไม่ยืดหยุ่นก็คือติ๊กไปเลย ว่าต้องทำตามกระบวนการนี้ 1 2 3 นะคะ ก็คือ Too flexible กับ too rigid นั่นเอง ถัดมานะคะ ก็มาดูอีก ว่าไปเป็นตามโครงสร้างที่วางไว้ไหมนะคะ ตัว องค์ประกอบหลัก หรือว่าใจความสำคัญของเรานะคะ กฎหมายนะคะ ความมีวุฒิภาวะหรือว่าเป็นลักษณะของผู้นำ แล้วก็วัฒนธรรมนะคะ เราก็จะทำการนะคะ รวมนะคะ สิ่งเหล่านี้เข้ามาเพื่อให้เป็นตัวธรรมาภิบาลนะคะว่า แต่ในหน่วยงานของเรานี่ มีวัตถุประสงค์ มีจุดมุ่งหมายอย่างไร ทำตามกฎหมายไหมนะคะ ทำตามกระบวนการนะคะ แล้วก็เป็นไปตามวัฒนธรรมองค์กรหรือเปล่านะคะ ถัดมา เราก็จะมาดู Maturity model ของเรานะคะ ก็จะมีทั้งหมด 5 ขั้นตอน มี Initial นะคะ ตั้งแต่เริ่มต้น จัดการ ให้ความหมายนะคะ จัดการคุณภาพ แล้วก็ มอง แล้วก็พัฒนานะคะ ตัวไหนที่ไม่ต้องมีการปรับปรุงแก้ไขนั่นเอง ก็จะเป็นทั้งหมด 5 ขั้นตอน เริ่มแรก Initial นะคะก็ตั้งแต่ การปฏิบัติงานนะคะ แล้วก็ควบคุมการทำงานต่าง ๆ ถัดมาเป็นขั้นตอนที่ 2 นะคะ ก็จะเป็นเกี่ยวกับ Process ขั้นตอนนะคะ ของการทำงานนั่นแหละ ว่าจะมีการจัดการควบคุม โดยใช้ผู้บริหารนะคะ ใช้ทรัพยากรตัวไหนมาจัดการมาดูแลให้มันเหมาะสม ตัวโครงการกับตัว Project นะคะ ที่สร้างขึ้น 3. นะคะ Defined นะคะ ก็จะเป็นลักษณะของ Process ก็คือขั้นตอนเกี่ยวกับ การจัดบุคคลให้ตรงกับงานนะคะ การจัดทรัพยากรนะคะ ให้เพียงพอ ให้ Support กับตัวงานนั่นเอง และก็อันที่ 4 นะคะ Quantitatively Manage นะคะ ก็จะเป็นกับตัวควบคุม กรณีที่อาจจะ ประเมินนะคะ จำนวนคนที่จะใช้ในตัวโครงการของเรานี่มากเกินไป เราก็ต้องมีตัวเครื่องมือมาควบคุมว่า มันเกินตัวงบประมาณที่เราจ้างไว้ไหม มันเกินตัวทรัพยากรที่เรามีหรือเปล่า และก็ตัวสุดท้ายนะคะ Optimizing นะคะ ก็จะสามารถที่จะดำเนินโครงการต่อไปได้ไหม หรือกรณีที่ต้องมีการปรับปรุง หรือว่าแก้ไขเพื่อให้ตัว การดำเนินงานของเรานี่ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนั่นเองนะคะ อันนี้จะเป็นตัวโมเดลหนึ่งที่มาวัดกระบวนการการทำงานในองค์กร ในหน่วยงานของเรานั่นเอง ถัดมาเราจะมาดูสิ่งสำคัญแล้วก็ความจำเป็นนะคะในการใช้ Framework หรือว่าการนำตัวโมเดลของเรานี่ มาใช้งานนี่ มันต้องมีสิ่งไหนบ้างนะคะ อันดับแรกแน่นอนก็คือ แผนธุรกิจของเรา ตามหน่วยงานนะคะก็ต้องมีการวางแผนธุรกิจ แผนธุรกิจ ถัดมาก็ต้องเป็นแผนทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่มันจะได้สอดคล้องไปกับการทำงานขององค์กร ของหน่วย นะคะ แล้วก็ต้องมี Investment ก็คือพวกทรัพยากรต่าง ๆ ที่เรานำมาใช้นั่นเอง ว่าเรามีทรัพยากรตอนนี้ ณ ปัจจุบันมีเท่าไร มีเครื่องอุตสาหกรรม เครื่องจักรนะคะ หรือว่าตัวเครื่องมือ หรือว่าเครื่องเกี่ยวกับอุปกรณ์ IT ที่คอย Support อีกจะเท่าไรนะคะ เราก็มาสู่ข้อ 3 ก็คือ มีแผนในการนำตัวเทคโนโลยีสารสนเทศของเรานี่ ไปปฏิบัติไปใช้งาน รวมถึงต้องมีแผนป้องกัน ความเสี่ยง ภัยธรรมชาตินะคะ ภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้น ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อกระบวนการทำงานทางเทคโนโลยีสารสนเทศ แล้วก็ส่งผลกระทบต่อกระบวนการทางธุรกิจของเรานั่นเองนะคะ ถัดมา ก็ต้องมีควบคุมแล้วก็มีการวัด เหมือนเราทำงานนะคะ ก็ต้องมีการวัดประสิทธิภาพด้วย Performance นะคะ การทำงาน อย่างทำงานวันหนึ่งนะคะ เสร็จงานไปกี่ Job นะคะ ปิด Project ไปได้กี่งาน เหมือนนักศึกษาเหมือนกัน เรียนหนังสือไปแต่ละเทอม เราจะสามารถวัดประสิทธิภาพของแต่ละรายวิชาอย่างไร ก็ต้องมีการสอบวัดผลถูกไหมคะ เรียนไปแล้ว ได้เกรดอะไร เกรดเฉลี่ยเท่าไร เช่นเดียวกัน ในการทำงานก็ต้องมีการวัดประสิทธิภาพประสิทธิผลด้วยนะคะ ถัดมา Vendor กับ Outsourcing กรณีที่เราเป็นบริษัทหรือว่าหน่วยงานนะคะ ที่อาจจะเล็งเห็นนะคะว่า อาจจะใช้หน่วยงานภายนอกมาช่วยสนับสนุน Support นะคะ ยกตัวอย่าง กรณีที่เป็นพวกบริษัทนะคะ อาจจะเป็นพวกใกล้ ๆ เราที่รู้จักพวก องค์การโทรศัพท์ พวก TrueMove นะคะ พวก Dtac นะคะ หรือว่าบริษัทที่มี Call Center ต่าง ๆ บริษัทใหญ่ ๆ บางทีเขาจะไม่จ้างบุคลากรนะคะ ที่เกี่ยวกับพวก Call Center นี่ มาใช้ในหน่วยงาน พูดง่าย ๆ ก็คือ จ้างบริษัทด้านนอกนะคะ มาให้บริการตรงนี้จะได้สะดวกมากขึ้นนะคะ ไม่ต้องคอยดูแลนะคะ เกี่ยวกับเงินงบประมาณ พูดง่าย ๆ ถ้าเรามีบุคลากรก็ต้องมี ไม่ว่าจะเป็นค่าประกันสังคมนะคะ ค่าอาคารสถานที่ ค่าไฟ ค่าต่าง ๆ ที่มันต้องคอยมารองรับค่าเช่าพื้นที่ต่าง ๆ ถ้าเราจ้างบริษัทอื่นมาดูแล มันก็จะประหยัดตัวงบประมาณตรงนี้มากขึ้น หรือกรณีถ้าเป็นหน่วยงานนะคะ ที่มีอุปกรณ์เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่ค่อนข้างมีผลิตภัณฑ์ที่ใหม่นะคะ เนื่องจากจะไม่มีพวกบุคลากรที่มี Professional มาดูแลนี่ ก็สามารถจ้างองค์กรอื่นมาดูแล จะได้ประหยัดไม่ว่าจะเป็นการส่งบุคลากรไปอบรมนะคะ ส่งเกี่ยวกับการต่อสัญญาณเกี่ยวกับตัวอุปกรณ์ใหม่ พวกนี้มันก็จะช่วยประหยัดมากยิ่งขึ้นนะคะ มันก็จะเป็นสิ่งสำคัญเกี่ยวกับตัวโมเดล หรือว่าตัว Framework ที่เรามาใช้นั่นเอง อันที่ 6 นะคะ ก็จะเป็นบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เลือก Framework ตัวนี้แล้วมันสอดคล้อง บุคลากรเหล่านี้ จัดการดูแลได้ตามที่ตัวโมเดลที่เราวางไว้หรือเปล่า ก็ต้องดูศักยภาพของแต่ละบุคคลด้วยนั่นเองนะคะ รวมถึงการพัฒนานะคะ หรือว่าการปรับปรุงนะคะ ให้ตัวหน่วยงานของเราหรือว่าหน่วยองค์กรของเรานี่ดีขึ้นไปด้วย กรณีที่เรานำตัวมาตรฐานเหล่านี้มาใช้ ถัดมา เราก็จะมาดูสิ่งที่เรา มองแล้วเห็นเป็นจุดสำคัญมากที่สุด มันก็จะเป็นลักษณะคล้าย ๆ กับตัวเมื่อกี้นั่นเองนะคะ หลัก ๆ ก็จะเป็นลักษณะของ ตัวธรรมาภิบาลทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศนะคะ มีการจัดการเกี่ยวกับตัวโครงการนะคะ มีการพัฒนาไม่ว่าจะเป็นระบบหรือว่าตัวซอฟต์แวร์ที่นำมาใช้ ทำให้ระบบงานดีขึ้น ซื้อซอฟต์แวร์มาตัวนี้ การทำงานก็ดีขึ้นนะคะ คุณภาพงานที่ดีขึ้นรวมถึงความปลอดภัยของอุปกรณ์หรือข้อมูลต่าง ๆ นะคะ การให้บริการ รวมถึงโครงสร้างภายในองค์กร เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศก็มั่นคงปลอดภัยยิ่งขึ้นนั่นเองนะคะ หรือเกี่ยวกับการบริหารจัดการเกี่ยวกับ HR ก็คือบุคลากรภายในองค์กรนะคะ Performance นะคะ การทำงานนะคะ ข้อตกลงต่าง ๆ นะคะ ที่ทำระหว่างหน่วยงานกับองค์กรนะคะ Outsourcing Vendor ก็เมื่อกี้ก็กล่าวไปแล้วกรณี ที่จ้างบุคลากรด้านนอกนะคะ ที่เข้ามาช่วย Support หน่วยงานของเรา รวมถึงสิ่งที่สำคัญอีกตัวหนึ่งก็คือ เสียงที่มาจากลูกค้า หรือว่าผู้ใช้บริการนะคะ ว่าลูกค้ามีความมั่นใจยิ่งขึ้นมากไหมกรณีที่หน่วยงานของเรานี่มีมาตรฐานนะคะ มารองรับตรงนี้มีการให้บริการที่ดียิ่งขึ้นนะคะ ทำให้เกิดความพึงพอใจที่เป็นเสียงตอบกลับมา ให้กับหน่วยงานหรือว่าองค์กรของเรานั่นเอง ถัดมาเราจะมาดู ธรรมาภิบาลทางเทคโนโลยีสารสนเทศนะคะ ว่ามันจะมีตัวโมเดลตัวไหนบ้างนะคะ ตัวนี้ตัวแรกของเราก็จะเป็น COBIT นะคะ ตัวนี้ก็ได้กล่าวไปแล้ว ในบทก่อน ๆ นะคะ ก็ผู้ที่ทำการออกตัวมาตรฐานนี้มาก็จะเป็น ITGI นะคะ ตัว COBIT ของเราก็หลัก ๆ ก็จะไปโฟกัสตรงที่กระบวนการ เทคโนโลยีสารสนเทศนะคะ แล้วก็ช่วยมาสนับสนุนการตัดสินใจ ของผู้บริหารระดับสูงนะคะ เกี่ยวกับตัวเทคโนโลยีสารสนเทศของเรานะคะ สำหรับบุคลากรที่เข้าใจหรือว่ามีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับตัวมาตรฐานนะคะ ก็จะได้ตัว Certificate ที่เรียกว่า CISA กับ CISM นะคะ 2 ตัวตัวนี้ ถัดมา ตัวถัดมานะคะ ก็จะเรียกว่า COSO C-O-S-O นะคะ ตัวนี้ก็จะเป็นนะคะ หน่วยงานเกี่ยวกับการบัญชี การบัญชีแน่นอน ก็จะเกี่ยวกับพวกเงิน ๆ ทอง ๆ นะคะ ที่เขาสร้างขึ้นไว้ดูแลเกี่ยวกับการจัดการรายรับรายจ่ายหน่วยงานขององค์กรนะคะ ว่าตัวเงินนะคะ หรือว่าพวกหลักบัญชีต่าง ๆ นี่ สามารถทำงานได้อย่างถูกต้องโปร่งใสไหมนะคะ มีตัวข้อมูลนะคะ เงินเข้าเงินออกอย่างไรนะคะ อันนี้ก็จะเป็นมาตรฐานตัวหนึ่งที่ต้องมาดูแลนะคะ เนื่องจากเงินก็คือ เป็นทรัพยากรที่สำคัญภายในหน่วยงานของเรานะคะ ถ้าไม่มีตัวเงินลงทุนตัวนี้ก็ไม่สามารถที่จะบริหารหรือว่าจัดการ ตรงไหนได้นั่นเองนะคะ อันนี้ก็จะเป็นหน่วยงานนะคะที่ใช้เกี่ยวกับตัวมาตรฐาน COSO ของเรานะคะ เป็น American Accounting Association นะคะ ก็จะเป็นพวกของอเมริกาที่เกี่ยวกับการบัญชีนะคะ ตัวนี้นะคะก็จะเป็นเกี่ยวกับหน่วยงานนะคะ ที่ให้การันตีเกี่ยวกับใบ Certificate นะคะ เกี่ยวกับการบัญชีนะคะ ที่มารองรับเกี่ยวกับตัวมาตรฐานตัวนี้เช่นเดียวกัน ตัวมาตรฐานของ COSO นะคะ ก็จะมีอยู่ 5 components หรือว่า 5 อันนะคะ แต่อันนี้จะเพิ่มเข้ามาอีกตัวหนึ่งนะคะ เริ่มแรกจากนะคะ การควบคุมดูแลเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ก็คือ การใช้จ่าย พูดง่าย ๆ คือ การบริหารเงินนะคะในแต่ละแผนกแต่ละฝ่ายที่อยู่ในตัวองค์กรของเรานะคะ ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น กรณีซึ่งมี Project อะไรที่มันมีปัญหา ต้องใช้เงินเข้ามาเพิ่มไหมนะคะ มันจะทำให้ส่งผลกระทบกับตัวองค์กรไหมหรือว่าหน่วยงานอื่นหรือเปล่า มาช่วยควบคุมกิจกรรม สมมติเราตรวจสอบกระบวนการการใช้เงิน ของแต่ละโครงการว่าให้ต้องใช้ตามตัวเงินงบประมาณที่วางเอาไว้ไม่ให้เกินนะคะ มันก็จะทำให้ไม่ส่งผลกระทบกับ Project อื่น รวมถึงการทำงานภาพรวมขององค์กรด้วย การสื่อสารนะคะ เกี่ยวกับการส่งข้อมูลต่าง ๆ นะคะ และ Monitoring ก็คือการเฝ้าดูนะคะ กระบวนการทำงานภายในองค์กรของเรานะคะว่า ปฏิบัติตามขั้นตอนนะคะ ของหน่วยงานที่ได้วางไว้หรือเปล่านั่นเอง อันนี้ก็จะครบทั้งหมด 5 อย่างของเรา ถัดมา โมเดลถัดมาของเรา ITIM IT Investment Management ก็จะเป็นการจัดการ อันนี้ก็จะเป็นเกี่ยวกับตัว Account เหมือนกันนะคะ เกี่ยวกับพวกเงิน ๆ ทอง ๆ อยู่เหมือนเดิมนะคะ ก็จะเป็นการจัดการนะคะ ไม่ให้เกิด พูดง่าย ๆ เกิดตัวของเสีย ของเสียคืออะไร กรณีที่มีการจัดการเกี่ยวกับการใช้ทรัพยากร ใช้อย่างไรให้มันคุ้มค่า ใช้อย่างไรไม่ให้เกิดของที่เหลือในการผลิตไม่ให้เกิดของเสีย ผลิตมาร้อยชิ้นก็ต้องใช้ได้ 100 ชิ้นนะคะ โดยมีการเลือกแล้วก็ไล่ให้ลำดับความสำคัญของตัวเทคโนโลยีสารสนเทศ พูดง่าย ๆ คือ ตัวไหน สิ่งไหนต้องทำก่อนก็ให้เริ่มทำก่อน ทำ Project Project ไหนสำคัญเริ่มก่อน Project ไหนที่ไม่สำคัญก็เริ่มทีหลัง ขั้นตอนไหนที่สามารถรอได้ ขั้นตอนไหนที่ไม่สามารถรอได้ก็ทำตามความสำคัญนะคะ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบหรือว่าตัวผลเสียที่ตามมาที่ส่งผลต่อทรัพยากร ที่เราใช้ในองค์กรของเรานั่นเอง อันนี้ก็จะเป็นตัวมาตรฐาน ITIM ของเรานะคะ ถัดมา เราก็จะมาดู ITIM นะคะ ก็จะมีทั้งหมด 5 stages ของเรา Stage ที่ 1 นะคะ มีการเฝ้าระวังเกี่ยวกับ Investment การจัดการเกี่ยวกับเทคนิคนะคะ ว่าตัวไหนนะคะ ในการทำงานของเรานี่ ที่จะส่งผลกระทบ ต่อตัวอื่น ๆ บ้าง ขั้นตอนที่ 2 นะคะ ทำการนะคะ Repeatable ก็คือควบคุม กรณีที่เราเจอปัญหา เกี่ยวกับปัญหาที่จะสร้าง ที่จะเกิดเกี่ยวกับผลกระทบกับ Project นะคะ เราก็จะแก้ปัญหาตัวนั้นนะคะ อันที่ 3 พัฒนา พัฒนาเกี่ยวกับพวกเครื่องมือต่าง ๆ ที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาของเรา Improve ก็คือปรับปรุงนะคะ ให้ตัวขั้นตอนการทำงานของเรานี่ มีรูปแบบที่ดีขึ้น และก็อันที่ 5 ของเรานะคะ ก็จะเป็นเกี่ยวกับ Outcome ก็คือตัวผลลัพธ์นะคะ ที่เราได้ออกมานี่ จะเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ตามที่ตัว Input นี่เข้าไปหรือเปล่านะคะ ก็จะเป็นหลัก ๆ ทั้งหมด 5 ขั้นตอน ถัดมา ก็จะพูดถึงตัวโมเดลตัวถัดมานะคะ PMBOK Project Management Book of Knowledge นะคะ ก็จะเป็นลักษณะของ การจัดการนะคะ Project นะคะ เกี่ยวกับหนังสือที่ให้ความรู้ ตัวนี้ก็จะเป็นลักษณะเหมือนแหล่งรวบรวมองค์ความรู้ ที่ใช้ในการจัดการขั้นตอนซึ่ง มีคนได้ถูกนำไปใช้ผ่านการทดสอบแล้ว ได้ผลลัพธ์ที่ดี มีอ้างอิงของจากบริษัทจากหน่วยงานอื่นที่ได้นำเอาตัวโมเดลตัวนี้ ไปใช้แล้วเกิดผลลัพธ์ที่ดีนั่นเอง มันก็จะเป็นเกี่ยวกับ Project Management นะคะ ก็คือแต่ละองค์กรนะคะ ได้มารวมตัวกันนะคะ สร้างเป็นสมาคมขึ้นมานะคะ โดยจะมีทั้งหมด 5 Process 9 องค์ความรู้ ก็จะจัดการเกี่ยวกับพวก Project Management นั่นแหละนะคะ ตัว Project Management คืออย่างไรก็คือการควบคุม จัดการเกี่ยวกับโครงการ ทำอย่างไรให้ตัวโครงการของเรา ทำงานตามระยะเวลาที่กำหนด ใช้งบประมาณที่ดี ไม่เปลืองงบประมาณ ไม่เปลืองทรัพยากร หรือใช้น้อยกว่าตัวงบประมาณที่ตั้งไว้ก็ได้ ต้องควบคุมไม่ให้เกิดปัญหา ไม่ให้เกิดการล่าช้านะคะ ถัดมา อันนี้ก็จะเป็นตัวกราฟนะคะ ที่ให้เห็นเกี่ยวกับการใช้ตัว Framework หรือว่าตัวโมเดลขึ้นมานะคะ ถ้าเราเอาตัวโมเดลเข้ามานะคะ เป็นตัวแบบอย่างที่เรามี หนังสือที่องค์ความรู้นะคะ ที่มันมีแบบแผนมาให้ ว่าเราปฏิบัติตามนี้ แล้วมันจะส่งผลลัพธ์ที่ดีขึ้นนะคะ ก็จะเห็นว่ามันมีความเพิ่มขึ้นของ Maturity ก็คือ ตัวโครงการหรือว่า Project ของเรานี่ ก็จะดำเนินการไปในทิศทางที่ดี ไม่ต้องเสียตัวเงินงบประมาณ เสียเงินทรัพยากรนะคะ ทำให้ตัวโครงการดำเนินต่อไปนะคะ ถัดมา โมเดล PMMM นะคะ Project Management Maturity Model นะคะ ก็จะเป็นรูปแบบของการจัดการนะคะ แต่เอาตัว Maturity Model นะคะ ด้านหน้านี่ มารวมกับการจัดการโครงการนะคะ เพื่อจะได้เป็นแผน ที่มีทั้งตัวเครื่องมือ แล้วก็มีตัวคู่มือการทำงานนะคะ เพื่อจะส่งผลให้ตัวโครงการของเรานี่ บรรลุความสำเร็จแล้วก็ อาจจะเกิดผลกำไรที่มันมากขึ้นนะคะ ไม่ต้องเสียตัวทรัพยากร พูดง่าย ๆ เหมือนมี Roadmap มีตัว Guideline เข้ามาชี้ ถัดมา PRINCE2 นะคะ PRINCE2 ก็จะเป็นตัวโมเดลที่จัดการเกี่ยวกับตัวสารสนเทศนะคะ ในประเทศนะคะ อันนี้ก็จะเป็นลักษณะของอเมริกานะคะ คนเขียนนะคะ ก็คือหน่วยงานของ Central Computer and Telecommunications Agency หรือ CCTA หรือ Office of Governance Commerce นะคะ อันนี้ก็จะเป็นลักษณะ เหมือนของ NECTEC ที่เราจะไปดูงานนะคะ ก็จะเป็นหน่วยงานเดียวกันที่ดูแลเกี่ยวกับพวก สารสนเทศนะคะ มีการพัฒนา มีการวิจัยนะคะ เพื่อให้เกิดตัวเครื่องมือใหม่ ๆ เพื่อจะนำไปประยุกต์ใช้กับหน่วยงานกับองค์กรอื่น ๆ ได้นะคะ จัดการเกี่ยวกับพวกอุปกรณ์สารสนเทศแล้วก็รูปแบบของการสื่อสารนั่นเอง อันนี้ เป็นการนะคะ ดูความสามารถของการจัดการดูแลนะคะ ของตัวโมเดล โดยมหาวิทยาลัยนะคะ Carnegie Melon นี่ก็สร้างขึ้นนะคะ อาจจะมีลักษณะเกี่ยวกับพัฒนา system & software พัฒนาขึ้นมาว่า โครงการนี้ ซอฟต์แวร์ตัวนี้นี่ ช่วยไป Support การทำงานนะคะ ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีขึ้นนะคะ ลดการทำงานของบุคลากรลดลง ช่วยทำให้ระยะเวลาในการทำงานที่สั้นลง รวมถึงไม่สูญเสียทรัพยากรไป ก็จะเป็นรูปแบบการคิดค้นแล้วก็พัฒนามา ถัดมา โมเดล ISO 9001 ผู้เขียนก็จะเป็นบริษัท Motorola และ GE นะคะ ที่ทำงานร่วมกัน ก็คือพัฒนาตัวมาตรฐาน พูดง่าย ๆ คือ เขานำมาใช้ก่อนแล้วก็พัฒนาจนถูกเรียกว่าตัว ISO 9001 นะคะ ก็จะเป็นรูปแบบของการจัดการเกี่ยวกับนโยบายการทำงานไปในองค์กรของเรา เกี่ยวกับลักษณะของความปลอดภัยแล้วก็คุณภาพ ถัดมามาดู 8 คุณสมบัติเบื้องต้นของตัวมาตรฐาน ISO 9001-2000 นะคะ เริ่มต้นจากลูกค้า แน่นอน เราก็อยากใช้ตัวโมเดลนะคะ เพื่อ ผลลัพธ์ที่ดีต่อองค์กร แล้วมีผลลัพธ์ที่ดีต่อผู้ใช้บริการของเรานั่นเอง ก็คือ Customer ถูกไหมคะ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้บริการหรือว่าผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ Leadership เป็นผู้นำนะคะ บุคลากรนะคะ กระบวนการ ระบบภายใน มีการพัฒนานะคะ มีการตัดสินใจที่อยู่ในฐานความจริงก็คือ ณ ตอนนั้นนะคะ เรามีข้อมูล ณ ปัจจุบัน เพื่อจะได้ตัดสินใจได้ ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนาโครงการ เพิ่มลดบุคลากรต่าง ๆ และก็สามารถที่จะจัดการเกี่ยวกับ Supplier ก็คือ บริษัทหรือว่าหน่วยงานองค์กรที่เราไปติดต่อด้วยนั่นเองนะคะ ถัดมาเราจะมา โมเดล Six sigma ก็จะเป็น Motorola นะคะ แล้วก็ GE ที่ได้คิดแล้วก็พัฒนาขึ้นมา ตัวนี้นะคะ นำมาใช้เพื่อลดปัญหาการทำงานนะคะ แล้วก็ไม่เกิดพวกของเสีย หรือว่าไลน์ผลิตที่ผลิตของเสีย หรือว่าการปฏิบัติ อาจจะผลิตซอฟต์แวร์ที่ไม่ถูกต้องนะคะ ลดปัญหาพวกของเสียเหล่านี้ออกไป ก็แน่นอนก็จะทำให้ตัวกระบวนการการทำงานนี่ ดียิ่งขึ้นนั่นเอง ถัดมาโมเดล ISO 17799 แล้วก็ ISO 27001 อันนี้ก็จะพูดไปแล้ว ในสัปดาห์ต้น ๆ นะคะ เกี่ยวกับพวก IT Security นะคะ ว่าตัวความปลอดภัยในเทคโนโลยีสารสนเทศนี่ ต้องจัดการแล้วก็ดูแลอย่างไรนะคะ เวลาบุคลากรนะคะ ภายในองค์กรมีข้อมูลนะคะ บุคคลภายนอกนี่สามารถที่จะเข้ามาดูข้อมูลของเราภายในองค์กรได้หรือไม่ หรือกรณีที่เรานำข้อมูลออกไป มีวิธีป้องกันอย่างไรนะคะ เพื่อความปลอดภัยเกี่ยวกับข้อมูลนี่ก็สำคัญ หรือในกรณีที่นักศึกษาใช้เครือข่ายนะคะ ของมหาวิทยาลัยนี่ กรณีอาจจะมีการใช้เกี่ยวกับ ธุรกรรมออนไลน์ เราจะป้องกันอย่างไรไม่ให้ Username Password ของเรานี่ ถูกขโมย หรือว่ามีการดูดข้อมูลนะคะ ที่เป็นส่วนตัวของเราไปนะคะ ตัวนี้ก็จะเป็นตัวโมเดลที่เข้ามาช่วยกำกับแล้วก็ดูแล ตัวมาตรฐาน 17799 นะคะ ก็จะใช้ตัว PDCA model นะคะ Plan Do Check Act นะคะ ก็คือมีการวางแผน ลงมือปฏิบัตินะคะ ดูการทำงาน แล้วก็ปรับปรุงพัฒนาให้ดีขึ้นนั่นเองนะคะ ก็จะเป็นกระบวนการของตัวมาตรฐานแล้วก็เป็นการทำงานของ โครงการหรือว่ากระบวนการ ทุกอย่างทั่ว ๆ ไปนะคะ โดยจะมีทั้งหมดนะคะ 11 security policy ก็คือจะมีหลัก ๆ นะคะ 11 หัวข้อที่สำคัญเกี่ยวกับตัว security นะคะว่า วิธีการป้องกันเกี่ยวกับความปลอดภัยทางเทคโนโลยีสารสนเทศนี่ มันมีอะไรบ้าง เดี๋ยวสัปดาห์ถัด ๆ ไปเราจะมาดูกัน เจาะลึกนะคะ แต่ละหัวข้อ แล้วก็ให้นักศึกษานี่ลองไปหาข้อมูลนะคะ เดี๋ยวบางทีนี่จะให้ไปหาตามหน่วยงานนะคะ เพื่อจะได้เข้าใจมากขึ้น เกี่ยวกับตัวมาตรฐาน ว่าเขามีวิธีการป้องกันแล้วก็มีขั้นตอนอย่างไรนั่นเองนะคะ ถัดมา ISO 20000 นะคะ ตัวนี้ก็จะเป็นเกี่ยวกับ IT Service Management นะคะ 10 ข้อ กรณีเราให้บริการเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ มันจะต้องมีการให้บริการอย่างไรบ้างตามหัวข้อไหน ที่จะถือว่าเป็นการให้บริการที่ดี ให้บริการแล้ว ลูกค้าเกิดความพึงพอใจ ให้บริการในระยะเวลาที่ลูกค้าพอใจ ไม่ช้าเกินไป ทำแล้วตอบโจทย์ลูกค้า ไม่มีการบ่นนะคะ กรณีที่ให้บริการไปแล้วนะคะ พูดง่าย ๆ คือ ทำอย่างไรให้ลูกค้าพอใจมากที่สุดนั่นเองนะคะ โดยนะคะ ก็จะมีหน่วยงานนะคะ IT Service Forum นะคะ ที่เป็นผู้สร้างตัวมาตรฐานตัวนี้ขึ้นมานั่นเอง โดย Key หลัก ๆ นะคะหรือหัวข้อหลัก ๆ ก็จะมีอะไรบ้าง อันที่ 1 อย่างที่บอกไปเราให้บริการทางเทคโนโลยีสารสนเทศนี่ มันต้องมีอะไรบ้าง อันที่ 1 Service Level Management ในการจัดการนะคะ การให้บริการ ต้องมีระดับ ระดับไหน ระดับ 1 ระดับ 2 ระดับ 3 งานที่เรารับมานี้มีปัญหาเป็นทั่วไปไหม หรือว่าต้องเร่ง เร่งรีบ เร่งพัฒนา เร่งทำ หรือว่าเร่งมากที่สุดมันก็ต้องมี Priority นะคะตามความสำคัญ ถัดมา Service Delivery กรณีที่ต้องไปให้บริการนะคะ เราต้องให้บริการอย่างไร รวดเร็วทันใจ พร้อมใช้งานหรือเปล่านะคะ ความสำคัญกับตัว Supplier กรณีไปจ้าง Supplier ข้างนอกมานะคะ เราต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีนะคะ การจัดการเกี่ยวกับปัญหา เวลามีปัญหาขึ้นมา ในตัวระบบของเรา เรามีวิธีแก้ปัญหาอย่างไร วิธีที่ 1 วิธีที่ 2 วิธีที่ 3 วิธีที่ไหนที่ดีที่สุด วิธีที่ไหนที่ประหยัดสุด วิธีที่ไหนที่รวดเร็วที่สุด อันนี้ก็จะแล้วแต่กรณีไปนะคะ ตามหน้างานว่าเราต้องใช้วิธีไหนที่มันจะเหมาะสมที่สุดนั่นเอง แล้วก็สุดท้าย Control & release ก็คือมีการปรับก็คือพัฒนา ความคิดไหม ปรับแก้ใหม่หรือเปล่า หรือไม่ต้องปรับแก้ ก็จะได้เพื่อตัวงานได้ถูก ปรับแก้ตามที่ลูกค้า หรือผู้ใช้บริการร้องขอนั่นเองนะคะ ถัดมา ไอทิล หรือว่า ITIL ของเรานะคะ อันนี้ก็พูดไปแล้วนะ เป็นของ CCTA ให้บริการนะคะ เกี่ยวกับ IT Service Management นะคะ เกี่ยวกับการให้บริการก็จะมี 10 ขั้นตอน มีพูดไปแล้วเดี๋ยวเราค่อยกลับไปดูตัว ตัวเดิมนะคะ ที่พูดถึงรายละเอียดไว้ ถัดมา P-CMM ก็จะเป็นลักษณะของ เอาไปใช้กับบุคลากรของเรานะคะ Advancing people & competencies นะคะ เป็นมหาวิทยาลัยนะคะ เกี่ยวกับการพัฒนาซอฟต์แวร์นะคะ เพื่อเอามาใช้นะคะ เกี่ยวกับหน่วยงาน เกี่ยวกับองค์กรของเรา เพื่อให้การทำงานขององค์กรของเรานี่ดียิ่งขึ้นนั่นเอง เราก็จะฟังเกี่ยวกับตัวโมเดลไปด้วยนะคะว่า มันมีโมเดลไหน ก็จะมีบางโมเดลที่อาจจะยังไม่ได้เรียนรายละเอียดเจาะลึกนะคะ ก็จะได้รู้ว่ามีโมเดลในสากลของเรานี่ เขาได้หยิบยกตัวมาตรฐานตัวไหนมาใช้กันบ้างนั่นเองนะคะ ถัดมาตัว Balance Scored Card นะคะ พูดง่าย ๆ ก็คือจะมาวัดความสำเร็จ ของการทำงานขององค์กรของเราว่าเราทำงานไปแบบนี้นะคะ หน่วยงานของเรา จะได้ผลกำไรแบบนี้ไหม หรือเราทำงานทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ผลสัมฤทธิ์หรือว่าผลลัพธ์ของเรานี่เกิดผลสำเร็จ มันก็จะมีตัวเครื่องมือ ก็คือตัว Balance Scored Card นี่มาจับแล้วก็มาวัดนั่นเองนะคะ อันนี้ก็จะเป็นหน่วยงานที่พัฒนาตัวมาตรฐานของเราขึ้นมา Kaplan & Norton นะคะ ถัดมา มาตรฐานเราเยอะมาก คราวนี้เราจะมาดูนะคะ เกี่ยวกับ Outsourcing กับตัว Vendor ที่เราไปจ้างหน่วยงานข้างนอกมาช่วยบริหารจัดการนะคะ ก็จะมีตัวมาตรฐานตัวนี้ขึ้นมา OPBOK Book of Knowledge ของเราตัวนี้ เขาจะมีวิธีการ ว่าทำอย่างไรที่จะจัดการดูแล กรณีที่เราจ้างวาน อาจจะเป็น Vendor หรือว่า Outsource พูดง่าย ๆ คือบริษัทข้างนอก เราอาจจะจ้างบริษัท Call Center มาให้บริการนะคะเกี่ยวกับ การรับบริการของลูกค้า หรือเราจ้างบริษัทข้างนอกมาดูแลเกี่ยวกับตัวระบบสารสนเทศ กรณีที่เราไม่มีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ อันนี้ก็สามารถทำได้ แล้วเราจะทำอย่างไรให้ หน่วยงานหรือว่าองค์กรที่เราประสานงานอยู่นี่ เกิดความมั่นใจแล้วเชื่อใจ แล้วก็ทำงานด้วยกัน แล้วส่งผลให้ตัวหน่วยงานของเรานี่ ทำงานได้อย่างราบรื่น ไม่มีปัญหานะคะ กรณีนะคะที่ มีใบรองรับหรือว่าใบ Certificate นะคะ รองรับเกี่ยวกับตัว จัดการเกี่ยวกับตัว Outsourcing นะคะ หรือว่าหน่วยงานภายนอกของเรานะคะ ก็จะเป็น COP นะคะ พูดง่าย ๆ ว่าหน่วยงานนี้ได้รับการรับรองนะคะ เราก็จะได้เชื่อใจได้ว่าเขามีกระบวนการ ดูแลจัดการภายในองค์กรของเขานี่เป็นอย่างดีนั่นเอง ถัดมานะคะ ก็จะเป็นเกี่ยวกับ Outsource กับ Vendor เหมือนเดิมนะคะ แต่ว่า ตอนนี้ก็จะเป็นตัว eSCM นะคะ อีกตัว Framework หรือว่าตัวโมเดลหนึ่งนะคะ ซึ่งตัว eSCM นี่ก็จะแบ่งเป็น 2 อัน เป็นการให้บริการ service provider กับ CL ก็คือ customer นะคะ แบ่งเป็น 2 ส่วนในกรณีที่ให้บริการ แล้วก็ให้บริการลูกค้านะคะ ว่าเขาจะมีกระบวนการขั้นตอนอย่างไรนะคะ ที่ปฏิบัติแล้วเกิดผลลัพธ์ที่ดี โดยนะคะ เขาก็จะมีลักษณะเป็น คู่มือนะคะ เกี่ยวกับองค์ความรู้ที่จะให้บริการนะคะ การทำงานตรงนี้ นะคะว่ามีรูปแบบ หรือว่าข้อกำหนดตรงไหนที่เราต้องปฏิบัติ อย่างตัวนี้นะคะ ก็จะมีหน่วยงานนะคะ ที่ดูแลเกี่ยวกับตัว Outsource นั่นเอง IAOP ของเรานะคะ International Association of Outsourcing Professionals ก็คือดูแลเกี่ยวกับหน่วยงานที่เราติดต่อ หน่วยงานที่เราประสานงานด้วยนั่นเอง ถัดมาจะเป็นโมเดลนะคะ เกี่ยวกับการมองนะคะ จากเสียงตอบรับของลูกค้าก็คือ เราจะมองจากผู้ใช้บริการนะคะ ว่าลูกค้ามีความต้องการอย่างไร ความต้องการของลูกค้าจะเป็นหลักนะคะ ว่า เสียงตอบรับ ตอบกลับ การให้บริการหรือว่าความต้องการที่ลูกค้าอยากได้ จากการให้บริการของเรา หรืออยากได้จากผลิตภัณฑ์ของเรานั่นเองนะคะ ก็จะเป็นโมเดล VOC คราวนี้เราจะมาดูเกี่ยวกับกฎหมาย กันบ้างนะคะ ก็จะใช้เกี่ยวกับพวกผู้บริหารเป็นผู้บริหารระดับสูง มององค์ภาพรวมขององค์กรแล้ว ว่าเวลาเขาทำงานนี่ องค์กรของเรานี่ก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย กระบวนการการทำงาน ขั้นตอนของแต่ละบุคคลก็ต้องภายใต้กฎหมายเช่นเดียวกันนะคะ เขาก็จะเอาตัวมาตรฐานตัวนี้ มาจับเช่นเดียวกันนะคะ หรือที่เรียกว่า SOX อันนี้เป็นเกี่ยวกับกฎหมายนะคะ ผู้เขียนก็จะเป็นฝั่งอเมริกานะคะ ที่จัดตั้งตัวมาตรฐานตัวนี้นะคะ เกี่ยวกับกฎหมายขึ้นมา อันนี้ขอข้ามแล้วกัน จะจบแล้ว อีกโมเดลถัดมาที่เกี่ยวกับกฎหมาย ก็จะมี AS8000 แล้วก็ AS8015 นะคะ อันนี้จะเป็นของประเทศออสเตรเลียที่ทำการพัฒนาขึ้นมานะคะ ก็จะไปดูเกี่ยวกับตัว Governance ก็คือของรัฐบาลทั้งหมดและก็อีกตัวหนึ่งนะคะ ก็จะเป็นเกี่ยวกับ ICT หรือว่าตัวสารสนเทศของเรานะคะ ก็จะแบ่งเป็น 2 ตัวนะคะ เข้ามาจัดการดูแลเกี่ยวกับกระบวนการทำงานเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือว่ากระบวนการทำงานทั้งหมดของรัฐบาลว่าอยู่ภายใต้ตัวกฎหมายหรือไม่นั่นเองนะคะ ถัดมา ก็จะเป็นโมเดล FDA น่าจะ นักศึกษาน่าจะเคยคุ้น ๆ หรือเปล่า FDA นี่น่าจะเคยคุ้น ก็จะเป็นลักษณะเกี่ยวกับอุตสาหกรรม ว่าอุตสาหกรรมตัวไหนที่เรา จะนำตัวมาตรฐานมาใช้บ้าง เป็นอุตสาหกรรมเกี่ยวกับของบริโภคของอุปโภคหรือเปล่า หรือว่าการให้บริการ เราก็ต้องมาดูอีกว่าถ้าเป็นของอุปโภค กินได้ไหมนะคะ มีมาตรฐานสิ่งแวดล้อม มาตรฐานความสะอาดอะไรเกี่ยวกับยาหรือเปล่า มันก็จะมีมาตรฐานต่าง ๆ มารองรับนะคะ แล้วก็อยู่ภายใต้ตัวกฎหมายที่เกณฑ์กำหนด ผลิตออกมาแล้วไม่เป็นมลพิษกับสิ่งแวดล้อม ผลิตฮาร์ดดิสก์ขึ้นมา อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ไม่ส่งของเสียภายในอากาศ หรือไม่ส่งของเสียลงไปในแม่น้ำ มันก็จะมีตัวมาตรฐานต่าง ๆ มารองรับนั่นเองนะคะ ตามกฎหมาย นี่ก็จะเป็นตัวเว็บไซต์ที่สามารถเข้าไปดูนะคะ เกี่ยวกับตัวมาตรฐานต่าง ๆ ที่ได้กล่าวเข้ามา ซึ่งก็จะเป็นมาตรฐานที่อาจารย์ยกตัวอย่าง ก็จะมีมาตรฐานหลายตัวเลย ที่เราไม่ได้เรียน ซึ่งก็ยกมาเพื่อจะได้รู้จักหรือคุ้นชื่อกันบ้างนะคะ เผื่อต่อไปอาจจะได้ใช้งานนะคะ คราวนี้นะคะ เราก็จะทราบตัวมาตรฐานไปแล้ว สำหรับสัปดาห์หน้านะคะ สัปดาห์หน้า ๆ เพราะสัปดาห์หน้าก็จะหยุด อาจารย์จะไปดูงานนะ ก็ข้ามไปอีก 1 สัปดาห์นะคะ กำลังคิดว่าเดี๋ยวจะให้ทำตัวมาตรฐานนะคะ เดี๋ยวอาจจะเป็นแบ่งเป็นกลุ่ม เพื่อเราจะได้เข้าใจ เห็นอาจารย์พูดมาหลายสัปดาห์เหลือเกิน พูดไปอาจจะไม่ค่อยเข้าใจ มันเป็นเหมือนหลักทฤษฎีนะ ถ้าเราไม่ได้ลงมือปฏิบัติเองนี่ เราจะไม่รู้ว่า กระบวนการขั้นตอนการทำงานจริง ๆ อย่างไร เนื่องจากเราเรียนเกี่ยวกับสารสนเทศนะ เดี๋ยวอาจารย์จะให้เลือกเป็นมาตรฐาน ที่เกี่ยวกับสารสนเทศซึ่งน่าจะเข้าใจง่ายที่สุดนะคะ แล้วก็จะได้รู้ขั้นตอนน่ะ เดี๋ยวเราจะเอาตัวอย่างมาให้ดูกรณีศึกษารวมถึง กรณีที่เราต้องลงมือทำเองนี่ เราจะทำอย่างไรนะคะ สำหรับถ้าได้ลงไปขอข้อมูลจริง ตามหน่วยงานเดี๋ยวอาจารย์ขอคิดก่อนว่าเราจะได้ลงไปจริง ๆ ไหมนะคะ เพราะว่าเรามี หลายหมู่เรียนนะ แล้วก็อาจจะมีวิธีไหนนะคะ เดี๋ยวสัปดาห์ถัด ๆ ไปเดี๋ยวอาจารย์ก็จะเอาตัวอย่างมาให้ดู รวมถึงกระบวนการเขียนนะคะ แล้วก็การปฏิบัตินะคะ เกี่ยวกับการเช็กตัวมาตรฐานต่าง ๆ นี่เขามีเบื้องต้นอย่างไรนะคะ ที่จริงมันก็จะมีขั้นตอนที่ค่อนข้างเยอะ แต่ว่าเอามาบางส่วน แค่บางส่วนก็เยอะแล้วนะ เดี๋ยวเราจะมาดูกันนะคะ วันนี้เราก็จะรู้ถึงตัวมาตรฐานที่ค่อนข้างเยอะมากเลยนะคะ บางตัวอาจารย์ก็อาจจะไม่ได้ลงรายละเอียดรวมถึงก็อาจจะ ได้ใช้นะคะ กับทุก ๆ หน่วยงานนะคะ เพราะแต่ละหน่วยงานก็สามารถที่จะหยิบยกมาตรฐาน ที่มันเหมาะสม ตามมาตรฐานขององค์กร รวมถึงขนาดขององค์กรด้วยนั่นเองนะคะ วันนี้ก็จะมีคำถามท้ายบทนะคะ ทั้งหมด 2 ข้อ ก็จะมีข้อจำกัดกรณีที่เรา จะเอามาใช้ ว่าโมเดลนี้มันจะเหมาะกับหน่วยงานกับองค์กรของเราหรือเปล่า มีข้อจำกัดอะไรบ้าง แล้วก็มีโมเดลตัวไหนที่เราสนใจ ที่เราสนใจว่าเออ ตัวนี้เราเอาไปใช้กับอะไรได้บ้างนั่นเองนะคะ วันนี้จะค่อนข้างมีศัพท์เยอะมาก บางทีอาจารย์ก็ยังแบบโอ้เยอะจริง ๆ เหมือนเดิมก็จะมีเอกสารที่เป็นตัวอธิบายตัว PowerPoint ไว้แล้วนะ เป็นเอกสารแนบ ก็สามารถกลับไปอ่านได้นะ เพราะว่าไอ้ตัวนี้มันก็จะไม่มีคำอธิบายอะไรนะคะในตัวสไลด์ ตัวไฟล์ pdf นี่เป็น Word นะคะ ก็สามารถที่จะไปอ่านย้อนหลัง แล้วจะได้เข้าใจนะคะ ตัวมาตรฐานมากยิ่งขึ้นนั่นเอง วันนี้น่าจะมึน ๆ กันหน่อยนะ ใครมีคำถามอะไรไหมคะ เยอะมากเลย ตอนแรกว่าจะสอนไอ้ตัวรวมอันนี้ก่อนก็กลัวจะงง ก็เลยเอาไว้ตรงท้ายนะคะ เดี๋ยวสัปดาห์ถัดไปเดี๋ยวเราจะมาลองดูของจริงกันและ เราจะได้เข้าใจ อันนี้ที่เรียนมาก็จะเหมือนเชิงธุรกิจนิดหนึ่ง แต่ที่จริงมันก ธุรกิจมันก็รวมอยู่กับตัวสารสนเทศหรือว่าหน่วยงานของเรา รวมถึงการทำงานของเราด้วยนั่นเองนะคะ มันต้องไปด้วยกัน ถ้า IT เราไม่ดี หน่วยงานเราก็จะไม่ดีไปด้วยนั่นเองนะคะ โอเค ใครมีคำถามอะไรเพิ่มเติมไหม สำหรับเรื่องสรุปท้ายบทนะ เดี๋ยวอาจารย์ จะขึ้นให้จริง ๆ แล้ว เดี๋ยวจะไม่ลืม ลืมมาหลายสัปดาห์แล้ว แต่ตรวจเรียบร้อยแล้วค่ะ เช็กแล้ว เดี๋ยวจะมาแจ้งว่าใครที่ยังไม่ได้ทำบทไหน ลืมบทไหนนะ จะได้ ทำมาเพิ่มเติมได้นะคะ มีคำถามอะไรเพิ่มเติมไหมคะ ไม่มีนะ โอเค อย่างนั้นก็ขอบคุณพี่ล่ามนะคะ ก็เดี๋ยวก็ส่งท้ายบทแล้วก็เจอกันสัปดาห์ถัด ๆ ไปนะคะ ใครมีคำถามก็ค่อยมาเพิ่มเติมกับอาจารย์นะคะ อันนี้มันจะเชิงทฤษฎีหน่อยนะคะ เดี๋ยวสัปดาห์หน้าเราจะได้ลงมือทำกันอีก โอเคค่ะ อาทิตย์… อาทิตย์หน้ายังไม่ให้ค่ะ ก็หยุดเลย ค่ะ ลืม เช็กชื่อก่อน เกือบลืม ๆ [สิ้นสุดการถอดความ]